The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by peawpray.22, 2021-05-18 01:26:48

18kq902v9y8Ni419Cidv

18kq902v9y8Ni419Cidv

280 ภูมิศาสตรไ์ ทยเพื่อการทอ่ งเทยี่ ว
ธรรมชาติและวัฒนธรรม เช่น ไฟไหม้ป่า ทาให้ต้นไม้ถูกทาลาย ทิวทัศน์ที่สวยงามถูกทาลาย
โบราณสถานบางแห่งจะถูกน้ากดั เซาะทาลาย เป็นต้น
2) ผลกระทบจากการพัฒนาประเทศทางด้านต่างๆ อาจจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อ
ทรัพยากรการท่องเท่ียว เช่น การขยายพ้ืนท่ีทางการเกษตรทาให้พ้ืนท่ีป่าถูกบุกรุก การสร้างเขื่อนทา
ให้ทิวทัศน์ทางธรรมชาติบางแห่งถูกทาลายหรือเปลี่ยนสภาพไป การสร้างถนน หรือสร้างส่ิงก่อสร้าง
ใกล้กับโบราณสถานอาจก่อใหเ้ กิดการทรุดหรือพงั ทลายได้
3) ความต้องการท่ีจะเป็นเจ้าของวัตถุโบราณ หรือศิลปะอันงดงามและมีค่า เป็นส่ิงที่ทาให้
เกิดการลักลอบค้าขายและขุดคน้ หาวตั ถมุ ีคา่ ออกไปจาหน่ายโดยไม่คานึงถึงผลเสียหายทจ่ี ะเกิดข้ึน
4) ขาดกาลังเจา้ หน้าทที่ ี่จะอนุรักษส์ ถานที่ท่องเที่ยว คือ มีจานวนไม่เพียงพอกับสถานที่ท่ีจะ
อนรุ ักษ์ซ่งึ มอี ยเู่ ปน็ จานวนมาก ทาใหด้ แู ลไดไ้ มท่ ั่วถงึ ประกอบกับขาดความร่วมมือจากประชาชนหรือ
นักท่องเท่ียวที่ไปเที่ยวตามสถานท่ีต่างๆ ในด้านการอนุรักษ์ เช่น การรักษาความสะอาด หรือการ
ชว่ ยกนั ดแู ลรกั ษาทรัพยากรทางการทอ่ งเท่ียวใหค้ งอยู่ในสภาพเดิม
5) ขาดเงินทุนและงบประมาณมาใช้ในการพัฒนา และอนุรักษ์ทรัพยากรการท่องเที่ยว เช่น
การจ้างเจ้าหน้าท่ี การจัดหาเครื่องมือเคร่ืองใช้ในการดาเนินงานตามสถานที่ต่างๆ การ
บรู ณปฏิสังขรณ์ การขาดเงนิ ทุนทาให้การทางานตา่ งๆ เพอื่ พัฒนาและอนุรักษ์ทรัพยากรการท่องเที่ยว
ไมไ่ ด้ผลเท่าที่ควร
สาหรับประเทศไทยนั้นปรากฏว่าประสบปัญหาในการพัฒนาทรัพยากรการท่องเท่ียวเป็น
อย่างมาก การทอ่ งเทย่ี วแหง่ ประเทศไทยได้ทาการสารวจความคิดเห็นเกี่ยวกับปัญหาและอุปสรรคใน
การพฒั นาทรพั ยากรการทอ่ งเที่ยว ซงึ่ อาจจะสรปุ ไดด้ งั น้ี
1. ปญั หาเก่ียวกบั การพัฒนาแหลง่ ท่องเทยี่ ว
1.1 งบประมาณของจังหวดั มจี ากดั ในการพัฒนาหรอื อนุรักษ์สถานท่ีทอ่ งเทย่ี ว
1.2 แหล่งท่องเท่ียวท่ีพัฒนาไปแล้วมักจะขาดการบารุงรักษาในระยะต่อมาทาให้กลับ
เสอ่ื มโทรมลงไปอย่ใู นสภาพเดิม
1.3 ชาวบ้านยังขาดความรู้และความสานึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรการท่องเท่ียว
เน่อื งจากยงั มองไม่เหน็ ประโยชน์หรอื อาจทาลายโดยร้เู ท่าไม่ถงึ การณ์
1.4 ขาดการอนุรักษ์แหล่งท่องเที่ยวที่ถูกวิธี ทาให้ทาลายความดึงดูดใจของแหล่ง
ท่องเท่ียวนั้นไป ซ่ึงอาจเกิดจากการเข้าใจความหมายของการอนุรักษ์ไม่ตรงกัน จึงทาให้เกิด
แนวความคิดและรปู แบบการอนุรักษ์ตา่ งกนั ไปแตล่ ะแหง่
1.5 มีการทาลายความสมดุลทางธรรมชาติหรือทางสิ่งแวดล้อมของแหล่งท่องเที่ยว
ประเภทธรรมชาติอยู่เสมอ เช่น การระเบิดปลา ทอดสมอเรือ ซึ่งทาลายปะการัง กับจับปลาสวยงาม
ไปขาย การดูดทรายหรือเก็บก้อนหินสวยงามขนาดใหญ่ไปขาย ซึ่งทาลาธารเก็บน้าไว้ไม่ได้ หรือขาด
ความงดงามตามธรรมชาติไป การบุกรกุ ปา่ สงวน และครอบครองท่ีดินชายหาดโดยผิดกฎหมาย
1.6 มีความไม่เป็นระเบียบในการกอ่ สร้างสง่ิ ปลูกสรา้ งตา่ งๆ ในพื้นทีแ่ หล่งท่องเท่ียว ทา
ให้เสียความงดงามตามธรรมชาติไป เช่น การสร้างบาร์เบียร์ที่ภูเก็ต เกาะสมุย การสร้างตึกแถว หรือ
ศนู ยก์ ารคา้ ตดิ วดั ทีด่ อยสุเทพ

บทที่ 8 การอนุรกั ษแ์ ละพฒั นาทรพั ยากรการทอ่ งเท่ียว 281
1.7 แหล่งทอ่ งเท่ียวประเภทชายหาดบางแห่งยังคงสกปรก ซ่ึงเกิดจากนักท่องเท่ียวและ
ผู้ประกอบกิจการต่างๆ เช่น ซุ้มขายของริมหาด โรงแรมหรือบังกะโลขนาดเล็กท่ีไม่มีระบบกาจัดน้า
เสยี
1.8 บทลงโทษในกฎหมายฉบับต่างๆที่เก่ียวกับการควบคุมหรือการอนุรักษ์แหล่ง
ท่องเท่ยี วคอ่ นข้างเบาและลา้ สมยั
1.9 จังหวัดไม่มีเจ้าหน้าท่ีประจาที่รับผิดชอบงานบริหารการท่องเท่ียวระดับท้องถ่ิน
โดยตรง การให้ข่าวสารหรือประชาสัมพันธ์สถานที่ท่องเที่ยวเฉพาะพ้ืนท่ีเท่านั้นจึงทาได้ไม่เต็มท่ี
รวมทั้งการประสานความร่วมมือระหว่างภาครัฐบาลและเอกชนในท้องถ่ินในการพัฒนาการท่องเท่ียว
ก็ทาได้ยากด้วย
1.10 ทรัพยากรการท่องเท่ียวประเภทวัฒนธรรม หรือวิถีชีวิตความเป็นอยู่ได้มีการ
เปลี่ยนแปลงจากของเดิมไปมากเพ่ือให้สอดคล้อง หรือรองรับกับความต้องการของนักท่องเที่ยว เช่น
ชีวิตชาวเขาที่แท้จริง การฟ้อนรา ตลอดจนมรการฉวยโอกาสให้บริการด้านเริงรมย์อันขัดต่อศีลธรรม
ขนบธรรมเนียมของไทยมากขนึ้ เพียงเพอื่ วตั ถุประสงคใ์ นการสร้างสงิ่ ใหมๆ่ เพือ่ ดงึ ดูดนักทอ่ งเท่ยี ว
1.11 การคิดอัตราค่าเข้าขมโบราณสถาน 2 ราคา คือ อัตราคนไทยกับอัตราชาว
ต่างประเทศ ทาใหเ้ สยี ภาพพจนต์ อ่ สถานทท่ี ่องเท่ียวนนั้
1.12 ด้านการประสานงานพัฒนา หรืออนุรักษ์แหล่งท่องเที่ยวยังมิได้ประสานกันอย่าง
มีประสิทธิภาพแหล่งท่องเที่ยวบางแห่งมีหน่วยงานโดยตรงรับผิดชอบ แต่บางแห่งมีหลายหน่วยงาน
รับผิดชอบร่วมกันในการดูแลรักษา ทาให้ไม่สามารถปฏิบัติงานได้เต็มที่ เพราะมิใช่ผู้รับผิดชอบ
โดยตรง หรือไม่มีหนว่ ยงานใดเปน็ ผรู้ ับผดิ ชอบ มีผลให้การบารุงรกั ษาหรอื พฒั นาทาได้จากดั
1.13 ขาดการพัฒนาบริเวณแหล่งท่องเท่ียวให้เป็นระเบียบ เช่น ขาดห้องสุขาท่ีสะอาด
ร้านขายสินค้าทีร่ ะลึกตง้ั อยู่อย่างกระจดั กระจาย ทจี่ อดรถมีน้อยหรอื อยูไ่ กล
1.14 เอกชนมักจะไม่สนใจนาเงินมาลงทุนในธุรกิจบริการท่องเที่ยวในจังหวัดที่มิได้รับ
ประกาศให้เป็นจังหวัดท่องเที่ยว เป็นผลให้จังหวัดเหล่านั้นพัฒนาการท่องเที่ยวได้ช้า ประชาชรใน
จงั หวัดเองกไ็ ม่เหน็ ถึงประโยชน์ทีจ่ ะไดร้ บั จากการลงทุนพฒั นาการทอ่ งเทยี่ ว
1.15 จังหวัดขาดบุคลากรท่ีมีประสบการณ์และมีความชานาญด้านการพัฒนาการ
ทอ่ งเทีย่ วโดยตรง
1.16 ปญั หาการขจัดน้าเสียและส่งิ ปฏกิ ลู
1.17 บางฤดกู าลมนี ักท่องเที่ยวมากจนพ้ืนทไี่ ม่สามารถรองรับได้
1.18 สถานท่ีท่องเที่ยวบางแห่งไม่ได้รับความเอาใจใส่เท่าท่ีควร โดยเฉพาะอย่างย่ิง
สถานท่ีท่องเทีย่ วทอ่ี ยู่ห่างไกลและมผี ู้เขา้ ไปท่องเท่ยี วนอ้ ย
1.19 สถานที่ท่องเที่ยวท่ีมีชื่อเสียงบางแห่งจะประสบปัญหาเรื่องมีนักท่องเที่ยวไปใช้
บรกิ ารมากเกินความสามารถทส่ี ถานทท่ี ่องเท่ียวนั้นจะรองรับได้
ปัญหาต่างๆ ดังกล่าวเป็นส่ิงที่เจ้าของสถานท่ีท่องเท่ียวจะต้องพยายามแก้ไขปัญหาท่ี
เกดิ ขึ้นอย่างเร่งด่วน โดยอาศัยความร่วมมือจากบุคคลต่างๆ หลายฝ่าย โดยเฉพาะอย่างย่ิงประชาชน
ในท้องถิ่นน้นั ๆ

282 ภมู ศิ าสตร์ไทยเพ่ือการทอ่ งเท่ียว
2. ปญั หาเกย่ี วกบั การพฒั นาส่งิ อานวยความสะดวกและบริการ
2.1 แหล่งท่องเท่ียวบางแห่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โรงแรมที่

ได้มาตรฐานยังมีน้อย สาเหตุอาจเกิดจากนักลงทุนไม่กล้าลงทุนเพราะนักท่องเที่ยวเดินทางมาไม่
สมา่ เสมอ หรอื เดนิ ทางมาเป็นฤดูกาล

2.2 ปญั หาร้านอาหารที่ได้มาตรฐานกระทรวงสาธารณสุขมีน้อย ตามแหล่งท่องเที่ยวมี
แผงลอยขายอาหารซงึ่ คอ่ นขา้ งสกปรก

2.3 บริษัทนาเท่ียวท่ีได้มาตรฐานในต่างจังหวัดมีน้อย ในแหล่งท่องเท่ียวสาคัญๆ มี
บรษิ ัทนาเท่ียวเกดิ ขน้ึ มากแตก่ ารให้บริการยังไมไ่ ด้มาตรฐานหรอื ค้มุ กบั อัตราคา่ บรกิ ารทีเ่ รยี กเก็บ

2.4 ร้านค้าของท่ีระลึกหลายแห่งไม่ซื่อสัตย์ต่อผู้ซื้อ เช่น ปลอมแปลงสินค้า ขายสินค้า
ซ่ึงไม่ได้มาตรฐานตามท่ีระบุ คิดราคาสูงเกินควร ฯลฯ ระบบการให้ค่านายหน้าซื้อของ ทาให้สินค้าท่ี
ระลึกนั้นแพงเกินสมควร ท้งั ๆ ทเ่ี ป็นแหลง่ ผลติ สนิ คา้ โดยตรง

2.5 ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของนักท่องเท่ียวยังมีน้อยโดยเฉพาะแหล่ง
ท่องเทยี่ วระยะไกลและแหล่งท่องเท่ียวอื่นๆ ซึ่งเป็นท่ีนิยมของนักท่องเท่ียว เช่น ขาดหน่วยกู้ภัย หรือ
ชว่ ยชีวติ ในแหล่งทอ่ งเทย่ี วประเภทชายทะเล

2.6 ส่ิงสาธารณูปโภคที่จาเป็นในพ้ืนที่ท่องเท่ียวสาคัญๆ มีไม่เพียงพอ เช่น
สถานพยาบาล ระบบการสื่อสาร ฯลฯ ซึ่งจะช่วยได้มากทั้งในด้านการติดต่อธุรกิจบริการท่องเท่ียว
และการแจ้งเหตุรา้ นหรือเหตุฉกุ เฉนิ ทเ่ี กิดขึน้ กับนักทอ่ งเทีย่ ว

2.7 ข้อจากัดในการพัฒนาสถานที่พักแรมประเภทสถานท่ีตากอาการ (Resort) อย่าง
หนึ่งคือบริเวณที่เหมาะสมมักจะอยู่ในเขตป่าสงวนหรือพ้ืนที่สาธารณะ ซึ่งตามกฎหมายจะปลูกสร้าง
อะไรไมไ่ ด้ เปน็ การเสยี โอกาสในการใช้ประโยชน์หรือพฒั นาท่ีเหลา่ นั้นไป

2.8 สนิ ค้าทีร่ ะลึกหลายอย่างขาดการออกแบบที่ได้รูปทรงและขาดมาตรฐาน เช่น การ
แกะสลกั ไม้ ทาใหส้ ูญเสียทรพั ยากรหรือวัตถุดิบท่ีนามาใช้ผลิตสินค้าเหล่าน้ัน ควรจะมีการพัฒนาฝีมือ
แรงงานหรอื การออกแบบใหม้ ีมาตรฐานการผลติ ทีด่ ีข้นึ

2.9 ในหลายจังหวัดขาดศูนย์ให้ข่าวสารการท่อวงเที่ยวและขาดบุคลากรที่ทาหน้าท่ี
โดยตรง

2.10 สถานที่ท่องเทย่ี วบางแห่งขาดแคลนน้าอุปโภคและบรโิ ภค
2.11 ขาดแรงงานท่ีมีคุณภาพในธุรกิจการท่องเท่ียวประเภทต่างๆ เช่น โรงแรม บริษัท
นาเท่ยี ว ผู้ให้บริการเหล่าน้ีต้องมีความตระหนักถึงบทบาทของตนในการช่วยเสริมสร้างภาพพจน์ของ
แหล่งท่องเท่ียวน้ันให้กับนักท่องเที่ยว นอกเหนือจากการให้บริการท่ัวไปซ่ึงเป็นหน้าท่ีโดยตรงท่ีต้อง
ปฏิบัตอิ ย่แู ล้ว
2.12 ความมีน้าใจไมตรีของคนไทยในการต้อนรับนักท่องเที่ยวผู้มาเยือนในระยะหลังๆ
นลี้ ดน้อยลงมากรวมทงั้ ความซอื่ สตั ย์ในการค้าขายกับนักท่องเที่ยวอีกด้วย เป็นผลให้ลดความดึงดูดใจ
ทางการทอ่ งเท่ียวลง

บทท่ี 8 การอนุรกั ษ์และพฒั นาทรัพยากรการท่องเท่ียว 283
3. ปญั หาเก่ียวกับการคมนาคมขนสง่ และความสะดวกในการเข้าถึงแหล่งทอ่ งเท่ยี ว

3.1 จังหวัดมีงบประมาณจากัด จึงปรับปรุงถนนได้น้อยในแต่ละปี แหล่งท่องเที่ยวบาง
แห่งอยู่ในเขตทุรกันดาร หรือห่างไกล การทาหรือปรับปรุงถนนเข้าไปจะไม่คุ้มค่าในเชิงเศรษฐกิจการ
ขนส่ง

3.2 ถนนเข้าสสู่ ถานท่ที อ่ งเท่ยี วหลายแห่งยังมีสภาพไมด่ ี คับแคบ เป็นจุดท่ีเกิดอันตราย
จากการขบั ข่ีไดง้ ่าย เปน็ ผลให้นักท่องเทย่ี วหนั ไปเที่ยวที่อน่ื แทน

3.3 แหล่งท่องเท่ียวบางแห่งรถประจาทางเข้าไม่ถึง ต้องเช่าเหมารถรับจ้างขนาดเล็ก
เข้าไปเป็นช่องทางให้มีการขูดรีดค่าโดยสารได้ อีกท้ังการบริการก็ไม่ประทับใจ สาเหตุอาจเกิดจากผล
ของการผูกขาดหรอื ไดร้ ับสมั ปทานในเส้นทางเหลา่ นัน้ ก็ได้

3.4 ขาดทา่ เทียบเรือท่ีปลอดภัยและได้มาตรฐานตามแหล่งท่องเที่ยวประเภทเกาะแก่ง
ต่างๆ ในอา่ วไทยและทะเลอันดามนั

3.5 ขาดการขนส่งทางเรือที่รวดเร็ว ทาให้เสียเวลามากกับการเดินทางโดยเรือ หากมี
การพฒั นาดา้ นนี้ก็จะเปน็ ประโยชนต์ ่อนกั ท่องเที่ยวมาก

3.6 ขาดเส้นทางเครือข่ายการเดินทางท่องเที่ยวที่เหมาะสม ทาให้นักท่องเท่ียวต้อง
เดินทางยอ้ นกลบั ทางเดิมเปน็ ระยะไกล

3.7 ขาดป้ายช้ีทาง นักท่องเท่ียวต้องคอยถามชาวบ้านตลอดเส้นทาง และจะมีปัญหา
มากกับนกั ทอ่ งเทย่ี วชาวต่างประเทศ

3.8 มีอุบัติเหตุในเส้นทางท่องเที่ยวหลัก เช่น กรุงเทพฯ-นครราชศรีมา กรุงเทพฯ-
พัทยา กรงุ เทพฯ-นครสวรรค์ อยเู่ ป็นประจา ซ่งึ ตารวจทางหลวงน่าจะกวดขนั การใชย้ วดยานใหม้ าก

3.9 การเดินทางทางอากาศไปยังแหล่งท่องเที่ยวในส่วนภูมิภาค ค่อนข้างแน่นในฤดู
ท่องเที่ยว ควรมีเที่ยวบินเสริมให้มากข้ึน และในเส้นทางสู่แหล่งท่องเที่ยวบางแห่ง ควรให้เอกชนเข้า
มาร่วมบริการดว้ ย โดยให้ผลตอบแทนทคี่ มุ้ คา่ ต่อเอกชนผ้ลู งทันนน้ั

3.10 ขาดรถบริการสาธารณะไปยังสถานที่ท่องเท่ียว หากไม่ไปกับทัวร์หรือรถนารถไป
เองกไ็ ปไมไ่ ด้

4. ปัญหาเกี่ยวกับการทอ่ งเทีย่ ว
4.1 ปัญหาการเสนอข่าวให้เกิดภาพทางลบ เช่น ปัญหาโสเภณีเด็ก ปัญหาโรคเอดส์

ปัญหายาเสพตดิ และปญั หาการเอารัดเอาเปรียบนักท่องเท่ียว เป็นต้น ปัญหาเหล่าน้ีไม่สนับสนุนการ
ขยายตัวทางการท่องเท่ียว และเป็นผลให้นักท่องเที่ยวท่ีมีคุณภาพไม่เลือกประเทศไทยเป็นจุดหมาย
การเดนิ ทาง

4.2 ปัญหาแหล่งท่องเท่ียวเส่ือมโทรม ในช่วงท่ีผ่านมาการพัฒนาสาธารณูปโภคโดย
หน่วยงานภาครัฐขยายตัวไม่ทันกับความเติบโตของการท่องเท่ียว นักลงทุนภาคเอกชนคานึงถึง
ผลประโยชน์ส่วนตนเป็นหลักเป็นผลให้แหล่งท่องเที่ยวและสิ่งแวดล้อมเสื่อมโทรมลงอย่างรวดเร็วจน
กลายเป็นปญั หาสาคญั

284 ภมู ศิ าสตรไ์ ทยเพ่ือการท่องเท่ียว
4.3 ปัญหาการเอารัดเอาเปรียบนักท่องเที่ยวในธุรกิจนาเท่ียวและมัคคุเทศก์ เช่น การ

ข้นึ ราคาหอ้ งพกั สนิ ค้ามีคุณภาพต่ากว่ามาตรฐาน มัคคเุ ทศกก์ ไ็ ม่มคี ุณภาพและหลอกลวงนักท่องเที่ยว
เปน็ ต้น ปญั หาเหล่านกี้ ่อใหเ้ กิดความเสียหายแก่นักท่องเท่ียวโดยตรง

4.4 ปัญหาโครงสร้างพื้นฐาน การคมนาคม และการขนส่งไม่เพียงพอ โครงสร้าง
พื้นฐานในเมืองหลักทางการท่องเท่ียวในทุกภูมิภาค ส่วนใหญ่ประสบปัญหาด้านคุณภาพและ
ความสามารถในการให้บริการ เช่น โทรศัพท์ ไฟฟ้า น้าจืด การกาจัดน้าเสียและขยะ ฯลฯ โครงข่าย
การคมนาคมทางถนนเชื่อมต่อระหว่างเมืองกับแหล่งท่องเที่ยวยังไม่สมบรูณ์ การคมนาคมทางน้าขาด
การพัฒนาสง่ิ อานวยความสะดวกของสนามบินในส่วนภมู ิภาคยงั ไมท่ ่ัวถึง

4.5 ปัญหาการขาดแคลนบุคลากร เน่ืองจากระบบการศึกษาด้านอาชีวศึกษาและ
อุดมศึกษาไม่เอ้ืออานวยต่อการผลิตบุคลากรด้านการท่องเที่ยวที่มีคุณภาพและปริมาณตามความ
ต้องการของตลาด ทาให้เกิดการขาดแคลนบุคลากรในบางระดับ

4.6 ปญั หาการลงทุน การลงุ ทนุ ในธุรกิจการท่องเที่ยวจากัดอยู่ในวงแคบ ส่วนใหญ่เป็น
การลงทุนในธุรกิจโรงแรมในเมืองหลักทางการท่องเที่ยว เนื่องจากยังขาดความริเริ่มในการลงทุนใน
ธรุ กิจการทอ่ งเทีย่ วสาขาอ่นื ๆ เชน่ การทอ่ งเท่ียวเพื่อนการกีฬา เพ่ือสุขภาพ เป็นต้น

4.7 ปัญหาด้านองค์กรและการประสานงาน การพัฒนาการท่องเท่ียวมีบทบาท
เกยี่ วข้องกบั หน่วยงานภาครัฐหลายฝ่าย แต่ในทางปฏิบตั ิ การประสานงานกับหน่วยงานท่ีเก่ียวข้องไม่
อานวยประโยชน์เท่าทคี่ วร เน่ืองจากอานาจหน้าท่ีของ ททท. ตามพระราชบัญญัติการท่องเท่ียว แห่ง
ประเทศไทย พ.ศ. 2522 เป็นเพยี งผ้ปู ระสานงาน ส่งเสริมและอานวยความสะดวก เพ่ือประโยชน์ของ
อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเท่าน้ัน มิได้มีอานาจในการควบคุมดูแลทรัพยากรการท่องเท่ียว ทาให้
ปญั หาทางการพัฒนาการท่องเท่ียวยงั มอี ยตู่ ลอดเวลา

4.8 ปัญหาการบังคับใช้ของกฎหมาย การพัฒนาการท่องเท่ียวของไทยโดยท่ัวไป
ดาเนินไปตามหลักของการอนุรักษ์และการจัดการทรัพยากรการท่องเท่ียว ในส่วนของกฎหมายที่
เกี่ยวกับการอนุรักษ์ และการจัดการทรัพยากรธรรมชาติเพื่อนการท่องเที่ยวต่างๆ ท่ีบังคับใช้อยู่ใน
ขณะน้ีนั้น อาจะกล่าวได้ว่ามีพอเพียงในการควบคุมแล้ว คงมีส่วนน้อยที่ต้องแก้ไขเพ่ิมเติม อย่างไรก็
ตามในทางปฏิบัติมักมีปัญหาเก่ียวกับการใช้กฎหมายในหลายลักษณะ เช่น ความไม่เคร่งครัด การ
เพิกเฉย หรือการละเลยของเจ้าหน้าท่ี กฎหมายไม่ชัดเจนหรือมีช่องโหว่ ขีดความสามารถและ
อตั รากาลงั ของเจ้าหนา้ ทีไ่ ม่เพยี งพอ เป็นต้น

5. มาตรฐานในการอนรุ กั ษ์ทรพั ยากรโดยท่ัวไป
การอนุรักษ์ทรัพยากร คือ ปรัชญาของการจัดการทรัพยากรในทิศทางที่ไม่ทาให้เกิด

ความเสื่อมโทรม ความสูญเสีย หรือหมดสิ้นไป การจัดการท่ีมีการกาหนดจุดมุ่งหมายหรือมีการ
กาหนดมาตรการที่แน่นอนเป็นแรงผลักดัน ดาเนินการจัดการโดยอาศัยนโยบาย วิธีการ และการ
ปฏบิ ัติ ซึง่ สามารถปรบั เปลยี่ นได้ โดยอ้างองิ กระบวนการติดตามตรวจสอบและการวิจัยท่ีมีพ้ืนฐานอยู่
บนความรู้ความเข้าใจอย่างดีท่ีสุดเท่าท่ีจะเป็นไปได้การอนุรักษ์ทรัพยากรสามารถกระทาได้หลายวิธี
ทั้งทางตรงและทางออ้ ม ดงั น้ี

บทท่ี 8 การอนรุ ักษ์และพฒั นาทรพั ยากรการทอ่ งเท่ยี ว 285
5.1 มาตรการในการอนุรกั ษ์ทรพั ยากรโดยตรง

5.1.1 การถนอม(Presenvation) หมายถึง การถนอมทรัพยากรให้สามารถใช้ไปได้
นาน เช่น การสร้างเขื่อนหรือฝายสาหรับเก็บกักน้าไว้ใช้ในหน้าแล้ง การเก็บรักษาสัตว์น้าด้วยการแช่
แขง็ การประกาศเขตปา่ สงวนหรอื เขตการรกั ษาพันธ์ุสตั วป์ ่าเพ่ือการคงอยขู่ องป่าไม้และสตั วป์ า่ เป็นตน้

5.1.2 การบูรณะ(Restoration) หมายถึง การพัฒนาทรัพยากรเส่ือมคุณภาพให้มี
สภาพดีข้ึนสามารถนามาใช้ประโยชน์ได้เช่น การบูรณะวัด การกาจัดน้าเสีย การแก้ปัญหาดินเส่ือม
โทรม

5.1.3 การปรับปรุง(Benificiation) หมายถึง การปรับปรุงทรัพยากรที่ใช้ประโยชน์
ไม่ได้ หรือใช้ประโยชน์ได้น้อยให้สามารถใช้ประโยชน์ได้มากขึ้นกว่าเดิม เช่น การปรับปรุงพื้นที่ ดิน
เปรยี้ วหรอื ดินเคม็ ให้สามารถเพาะปลูกได้หรือใหไ้ ด้ผลผลติ เพม่ิ ข้นึ

5.1.4 การผลิตและใช้อย่างมีประสิทธิภาพ (Efficient Production and Use)เช่น
นาเอาชานออ้ ย หรอื เศษไมม้ าทาไม้อัด

5.1.5 การนากลับมาใช้ใหม่(re-use) เป็นการนาทรัพยากรท่ีใช้แล้วมาดัดแปลงเพ่ือ
ใช้ประโยชน์ใหมห่ รอื ใช้ประโยชนอ์ ย่างอื่น

5.1.6 การใช้สิ่งทดแทน (Substitution) หลักการโดยทั่วไปจะใช้ทรัพยากรท่ีมีมาก
หาได้ง่ายแทนทรพั ยากรทม่ี นี ้อยหรอื มจี ากดั เชน่ ใชว้ สั ดอุ ื่นแมนไม้ เช่น Concrete, Aluminumแทน
เหล็ก ใช้ Plastic แทนเหล็ก etc

5.1.7 ตรวจสอบและการประดิษฐ์(Inventories and Investigations)โดยการ
ประดิษฐ์คิดค้นเคร่ืองมือเพื่อตรวจสอบคุณภาพและปริมาณ แหล่งกาเนิดตลอดจนคุณสมบัติและ
ความสาคัญของทรัพยากรแต่ละอย่างเพ่ือจะได้วางแผนการใช้ได้อย่างถูกต้องรัดกุม เช่น การสารวจ
แหล่งและปรมิ าณ Petroleum,Potash,etc

5.2 มาตรการอนุรกั ษ์ทางออ้ ม
การอนุรักษ์ทรัพยากรมิใช่เป็นเพียงความรับผิดชอบของรัฐบาลแต่ละประเทศ

เท่าน้ันประชาชนทุกคน จะต้องมีความตระหนัก(Awareness) ถึงความรับผิดชอบท่ีมีต่อ
ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อมเพ่ือให้การอนุรักษ์เป็นไปตามประสงค์ ในแต่ละประเทศจึงมีแนว
ปฏบิ ัตหิ รือมาตรการอนรุ ักษท์ างสังคมเข้าเสรมิ การอนุรกั ษท์ รพั ยากรโดยตรงอีกทางหนงึ่ ดงั น้ี

5.2.1 จดั ตง้ั หน่วยงานหรือองค์กรที่ส่งเสริมการอนุรักษ์ เช่น การจัดตั้งสมาคมนิยม
ไพร ชมรมอนรุ กั ษ์ทรพั ยากรธรรมชาติและส่งิ แวดลอ้ มเป็นตน้

5.2.3 ให้การศึกษาอบรมเกี่ยวกับ การอนุรักษ์ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมแก่
ประชาชนทุกระดับเพ่อื ใหร้ ู้จักวิธกี ารอนุรกั ษ์ และรู้จักหวงแหนทรัพยากรและสิง่ แวดลอ้ ม

5.2.3 การออกกฎหมายควบคุมดแู ลหรอื อนุรกั ษท์ รัพยากรธรรมชาติ
5.2.4 การใช้ส่ือประเภทต่างๆ เช่น วิทยุ โทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ Internet โดยนา
ความรู้ด้านการอนุรักษ์เผยแพร่ให้กับประชาชน เพื่อสร้างความรู้และความเข้าใจที่ถูกต้อง เกี่ยวกับ
ทรัพยากร
5.2.5 ส่งเสริมการฝึกอบรมและการวิจัยด้านการประดิษฐ์ ด้านระบบนิเวศน์ และ
การจดั การทรพั ยากรและสิง่ แวดล้อม

286 ภูมิศาสตรไ์ ทยเพอื่ การท่องเทย่ี ว
6. เราจะช่วยกนั อนรุ กั ษ์ทรัพยากรการท่องเที่ยวได้อย่างไร
สินธุ์ สโรบล (2546) ได้อธิบายเกี่ยวกับการอนุรักษ์ทรัพยากรการท่องเที่ยวไว้ว่า การ

อนุรักษ์ทรัพยากรการทอ่ งเทยี่ วใหค้ งสภาพสมบรู ณอ์ ยา่ งยาวนาน มีแนวทางปฏิบัตดิ ังนี้
6.1 ไม่ปรับสภาพของสถานที่ท่องเท่ียวทางธรรมชาติให้เปลี่ยนไปจากเดิมจนด้อย

คุณค่าลง เช่น ไม่เน้นการสร้างท่ีพักแรมหรือรีสอร์ทในแหล่งท่องเท่ียวทางธรรมชาติให้มาก
นักท่องเที่ยวท่ีเข้าไปท่องเที่ยวอย่างหนาแน่น จะทาให้สูญเสียความเป็นธรรมชาติ ดังเช่นสภาพที่เกิด
ขึน้ กับชายหาดพัทยา จังหวัดชลบุรใี นปจั จุบัน

6.2 ไมก่ อ่ ให้เกิดมลพิษสิ่งแวดลอ้ มข้นึ ในแหล่งท่องเท่ียว เช่น ไม่ท้ิงขยะ ไม่เผาขยะและ
ปล่อยให้มีขยะตกค้างในแหล่งท่องเท่ียวแต่ควรสร้างหรือวางถังขยะให้กลมกลืนกับสภาพของแหล่ง
ท่องเทย่ี ว และควรขนขยะออกไปกาจดั นอกแหลง่ ทอ่ งเท่ียว

6.3 ไม่รุกล้า ทาลายโบราณสถาน และสถานที่ท่ีมีความสาคัญทางประวัตศาสตร์เช่น
ไม่เข้าไปอยู่อาศัยใกล้กับพื้นท่ีท่ีเป็นกาแพงดินหรือกาแพงเมืองโบราณ ไม่ถมหรือปรับพ้ืนที่ท่ีเป็นคู
เมอื งโบราณเพ่ือก่อสรา้ งอาคารบ้านเรือน

6.4 ไม่ทาลายทรัพยากรทุกชนิดที่อยู่ในสถานท่ีท่องเท่ียว เช่น ไม่เหยียบย่าและเด็ด
ดอกไม้ในปา่ ไมเ่ กบ็ หนิ ในแหลง่ ท่องเท่ียวไปเป็นของที่ระลึก ไม่ขีดเขียนผนังถ้าและทาลายหินงอกหิน
ย้อยในถ้าให้แตกหักไมล่ า่ สัตวแ์ ละเผาปา่ ในเขตหวงหา้ ม

6.5 อนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมและประเพณีอันดีงามของท้องถ่ินเอาไว้และถ่ายทอดให้คน
รุ่นหลังสืบต่อกันไป เช่น การอนุรักษ์ศิลปะการทอผ้าไหมของคนอาเภอชนบท จังหวัดขอนแก่น การ
รักษาประเพณบี ญุ บั้งไฟของคนจงั หวดยโสธร

7. เราจะมีวธิ กี ารพัฒนาทรัพยากรการท่องเทย่ี วกันอยา่ งไร
การพัฒนาทรัพยากรการท่องเทียวจะต้องระมัดระวังไม่ให้เกิดผลกระทบต่อแหล่ง

ท่องเท่ียวและไมช่ ักนาใหค้ นเข้าไปในแหลง่ ท่องเทยี่ วทางธรรมชาติมากเกินไปจนเกินขีดความสามารถ
ในการรองรับของพ้นื ท่ี และต้องรกั ษาสภาพธรรมชาตเิ ดิมเอาไว้ใหไ้ ดม้ ากทีส่ ุด โดยมแี นวทางดังน้ี

7.1 สร้างสิ่งอานวยความสะดวกต่างๆ ให้มีความกลมกลืนกับบรรยากาศของสถานท่ี
ทอ่ งเทย่ี ว และคานงึ ถึงความจาเปน็ ในการก่อสร้าง การก่อสร้างและการใช้งานต้องไม่ก่อให้เกิดมลพิษ
ส่ิงแวดล้อม เช่น การสร้างถนนเข้าสู่สถานท่ีท่องเท่ียว ที่พกแรม ร้านอาหาร สถานท่ีนันทนาการ
จะตอ้ งไมก่ อ่ ใหเ้ กดิ ฝุ่นละออง เสยี งดงั นา้ เสยี และขยะตกคา้ งในสถานที่ท่องเท่ยี ว

7.2 ดูแลรักษาความปลอดภัยให้กับนักท่องเท่ียวในการชมสถานท่ี เช่น การสร้าง
สะพาน การสรา้ งบนั ได การสรา้ งรัว้ กั้นบริเวณทางเดินหรือน้าตกท่ีอาจก่อให้เกิดอันตราย การติดดวง
ไฟให้แสงสว่างในถ้าหรือให้ยืมตะเกียงเพื่อเดินชมในถ้า ผู้ดาเนินการต้องพิจารณาว่าการก่อสร้างหรือ
การตดิ ต้งั ดวงไฟต้องไม่ทาลายทัศนียภาพของแหล่งท่องเท่ียวน้ันๆ ให้เสียไป นอกจากนี้ควรมีการเฝ้า
ระวังไม่ให้มีมิจฉาชพี และการกอ่ อาชญากรรมขึ้นในแหล่งทอ่ งเทย่ี วอีกด้วย

7.3 จดั ทาปา้ ยบอกทางไปยังแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ในทอ้ งถิ่นให้ชัดเจน สวยงาม เห็นได
ง่าย และบารุงรักษาให้อยู่ในสภาพใช้งานได้หรออาจทาแผนที่แสดงที่ต้ังของแหล่งท่องเท่ียว และ
แนะนาสถานที่ทอ่ งเที่ยวท่ีอยู่ใกล้เคียง เพื่อให้นักท่องเที่ยวมีความรู้สึกว่าการเดินทางมาเที่ยวในพื้นที่

บทที่ 8 การอนรุ กั ษแ์ ละพฒั นาทรัพยากรการท่องเที่ยว 287

แหล่งน้นั คุม้ ค่า เพราะสามารถเที่ยวชมสิ่งต่างๆ ได้หลายอย่าง และยังเป็นการเช่ือมโยงการท่องเที่ยว
ในทอ้ งถิ่นอกี ด้วย

7.4 แสวงหาสถานที่มีความสวยงาม โดดเด่น ศิลปวัฒนธรรม มีประเพณีท้องถิ่นที่มี
เอกลกั ษณเ์ ฉพาะ เพอ่ื พฒั นาให้เป็นแหลง่ ท่องเที่ยวแห่งใหม่ เป็นการดึงดูดนักทองเที่ยวให้เข้ามาเที่ยว
ชมและใชจ้ ่ายเงนิ ภายในท้องถิ่น

7.5 ให้ความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐในการบูรณะโบราณสถาน และดูแลแหล่ง
ท่องเท่ียวทางธรรมชาติในท้องถ่นิ ให้อยู่ในสภาพดีมีการจดระเบียบการเข้าชม การบริการสถานที่จอด
รถฟรี ถ้าต้องมีการเก็บเงินค่าบารุงต่างๆ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะต้องเก็บค่าบารุงในอัตราที่
เปน็ ธรรม
บุคคลท่เี ก่ียวขอ้ งกับการอนุรักษแ์ ละพัฒนาทรัพยากรการท่องเท่ียว

ผู้ที่มหี น้าท่ชี ว่ ยอนรุ กั ษแ์ ละพัฒนาทรัพยากรการท่องเท่ยี วประกอบดว้ ยหลายฝ่ายดังต่อไปน้ี
1. นักท่องเที่ยว เป็นผู้ท่ีใช้ทรัพยากรการท่องเท่ียวโดยตรง ต้องมีจิตสานึกในการอนุรักษ์
ส่ิงแวดลอ้ ม ควรปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับของแหล่งท่องเที่ยวที่ไปชม ไม่ประพฤติตนให้เกิดความ
เสียหายแก่ทรพั ยากรการทอ่ งเทย่ี ว
2. เจา้ ของทอ้ งถน่ิ เปน็ กล่มุ ทมี่ ีสว่ นได้รับผลประโยชน์โดยตรงจากทรัพยากรการท่องเท่ียว
ถ้าเจ้าของท้องถ่ินสามารถรักษาทรัพยากรการท่องเที่ยวในท้องถิ่นให้สมบูรณ์ สวยงาม จะทาให้มี
นักทอ่ งเท่ียวเขา้ ไปในท้องถ่นิ อย่างต่อเนือ่ ง ซึ่งเป็นการกระจายรายไดส้ ูค่ นในทอ้ งถิ่น
3. มัคคุเทศก์ มีหน้าท่ีถ่ายทอดความรู้ ช่วยบอกข้อควรปฏิบัติ ข้อควรระวัง ก่อนและ
ระหว่างเข้าชมสถานท่ีต่างๆ มัคคุเทศก์ต้องกล้าท่ีจะตักเตือนเมื่อนักท่องเที่ยวประพฤติตนไม่
เหมาะสมและประพฤติตนเป็นตวั อยา่ งทีด่ ีในการอนรุ กั ษ์ทรัพยากรการท่องเท่ยี ว
4. ผู้ประกอบการในแหล่งทอ่ งเทย่ี ว ผปู้ ระกอบธุรกจิ ในแหลง่ ท่องเท่ียวต้องคานึงถึงผลเสีย
ต่อสภาพแวดล้อมด้วย หากผู้ประกอบการทาให้สิ่งแวดล้อมเส่ือมโทรมอาจเกิดปัญหาขัดแย้งกับคน
ในท้องถ่ิน และเมื่อสถานท่ีท่องเท่ียวสูญเสียความสวยงามตามธรรมชาติไป นักท่องเที่ยวก็จะ
เปล่ยี นไปเทยี่ วทอ่ี ่ืน และไม่กลับมาเทย่ี วยังทเี่ ดมิ อีก
5. หน่วยงานภาคเอกชนที่เก่ียวข้องกับการท่องเที่ยว องค์กรภาคเอกชน เช่น สมาคม
มัคคุเทศก์อาชีพ สมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว มีส่วนช่วยควบคุมดูแลผู้ประกอบอาชีพในธุรกิจ
ทอ่ งเทีย่ ว ใหด้ ารงอยู่ในจรรยาบรรณทางธุรกิจ และให้ช่วยกนั อนรุ ักษ์ทรัพยากรการทอ่ งเทย่ี ว
6. หน่วยงานภาครัฐท่ีเก่ียวข้องกับการท่องเที่ยว องค์กรภาครัฐ เช่น การท่องเท่ียวแห่ง
ประเทศไทย กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธ์พืช กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม มีหน้าท่ี
โดยตรงในการส่งเสริมการท่องเที่ยว การจัดการทรัพยากรการท่องเที่ยว ประชาสัมพันธ์ให้
นักท่องเที่ยวและบุคคลฝ่ายต่างๆ ท่ีเก่ียวข้องกับการท่องเที่ยว มีจิตสานึกและช่วยกันดูแลรักษา
ทรัพยากรการท่องเทยี่ วและสิง่ แวดลอ้ มใหค้ งอยอู่ ยา่ งยง่ั ยนื

288 ภมู ิศาสตร์ไทยเพือ่ การท่องเทีย่ ว

บทสรุป
ทรัพยากรการท่องเท่ียวท้ังที่เกิดข้ึนเองตามธรรมชาติและที่มนุษย์ได้สร้างขึ้น เป็นสิ่งที่มี

ความสาคัญอย่างมากต่ออุตสาหกรรมการท่องเท่ียว ชนิดและปริมาณของทรัพยากรการท่องเที่ยว
ความสามารถในการพัฒนาทรัพยากรท่ีมีอยู่มาใช้ให้เกิดประโยชน์มีผลต่อการส่งเสริมการท่องเท่ียว
ของประเทศ เมื่อใดท่ีทรัพยากรเหล่านี้ถูกทาลาย การท่องเท่ียวก็จะได้รับความเสียหาย และส่งผล
กระทบต่อเศรษฐกิจและสงั คมของประเทศ ดงั น้นั บุคคลฝา่ ยตา่ งๆ ที่กล่าวมาจึงต้องรับผิดชอบร่วมกัน
ในการอนุรักษแ์ ละพัฒนาทรัพยากรการท่องเท่ียวให้คงอยู่อย่างยาวนาน เพ่ือให้การท่องเท่ียวของไทย
มคี วามยง่ั ยนื ตลอดไป

บทที่ 8 การอนรุ ักษแ์ ละพฒั นาทรัพยากรการทอ่ งเที่ยว 289

แบบฝึกหดั ท้ายบท
ข้อ 1. จงยกตัวอยา่ งทรัพยากรทีม่ นุษยส์ ร้างข้นึ
ขอ้ 2. จงอธิบายถงึ ความจาเป็นท่ีตอ้ งมีการอนุรักษ์ทรัพยากรการท่องเทยี่ ว
ขอ้ 3. จงอธบิ ายความหมายของ คาว่า “อนุรักษ์” พร้อมท้ังยกตวั อย่างการอนุรักษ์
ข้อ 4. จงอธบิ ายหลักในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติบริเวณแหลง่ ท่องเท่ียว
ขอ้ 5. จงอธบิ ายปญั หาเก่ยี วกบั การพัฒนาแหลง่ ท่องเที่ยว ข้อใดท่สี าคัญที่สดุ
ขอ้ 6. จงยกตัวอย่างปัญหาทีเ่ กี่ยวกบั การคมนาคมขนส่งและความสะดวกในการเขา้ ถงึ แหลง่
ท่องเทีย่ ว
ขอ้ 7. จงอธิบายถงึ บุคคลใดบา้ งทมี่ ีความเกีย่ วข้องกบั การอนุรักษ์ทรัพยากรการท่องเที่ยว
ขอ้ 8. จงอธิบายถงึ การกระทาใดทเ่ี ป็นการอนรุ ักษ์ทรพั ยากรทีม่ ีความสาคญั มากทส่ี ุด
ข้อ 10 จงบอกพ้นื ที่คุ้มครองสิง่ แวดลอ้ มหมายความว่าอะไร

290 ภมู ศิ าสตร์ไทยเพอ่ื การทอ่ งเที่ยว

เอกสารอา้ งองิ
ชชั พล ทรงสนุ ทรวงศ.(2558). ความหมายของการอนรุ ักษ์และพฒั นาทรัพยากรการท่องเที่ยว.

ค้นเมอ่ื วันท่ี 27 สงิ หาคม 2558, จาก http://lib.dtc.ac.th/article/tourism/0017.pdf.
บญุ เลิศ จิตต้ังวัฒนา และเพ็ญศิริ ศรีคาภา. (2557). การพัฒนาการท่องเท่ยี วแบบย่ังยนื .

กรงุ เทพฯ: ธรรมสาร
ประชดิ สกุณะพัฒน์, วมิ ล จโิ รจน์พนั ธุ์, และอุดม เชยกีวงศ์ (2554). การท่องเท่ียวเชิงนเิ วศ.

กรุงเทพฯ : สานักพิมพ์แสงดาว.
พิมพร์ ะวี โรจน์รงุ่ สัตย์. (2553). การท่องเท่ียวชุมชน. พิมพ์คร้งั ท่ี 1. กรงุ เทพฯ: โอเดยี นสโตร์.
วรรณา วงษ์วานิช. (2546). ภูมิศาสตร์การท่องเท่ียว. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพมหานคร :

โรงพมิ พ์มหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร์.
สนิ ธ์ุ สโรบล.(2546). การทอ่ งเทีย่ วโดยชุมชน : แนวคิดและประสบการณ์พนื้ ทีภ่ าคเหนอื .

พมิ พค์ รงั้ ที่ 1.กรุงเทพฯ: สานกั งานกองทุนสนับสนุนการวิจยั .
Drprem (2556, 4 มกราคม). การทอ่ งเท่ียวแบบซาฟารี.ค้นเม่อื วันท่ี 27 สงิ หาคม 2558,

จาก http://drprem.com/travel/tag/parks/.
Drprem. (2556, 4 มกราคม).ภาพเต่าทถ่ี กู รัดจากเศษขยะทน่ี ักทอ่ งเท่ียวท้ิงไว้.ค้นเม่ือ

วันที่ 27 สงิ หาคม 2558, จาก http://drprem.com/travel/tag/parks/.
Emagtravel. (2555, 2 มิถุนายน). เสน้ ทางศึกษาธรรมชาติอ่างกา อา่ งกา เปน็ แหลง่ ท่องเที่ยวทาง

ธรรมชาติทีไ่ ดร้ บั การสารวจ ออกแบบวางแผนโดยไมเคลิ แมคมิลแลน วอลซ์ ผเู้ ชียวชาญ
และเขา้ ใจธรรมชาตสิ ่งิ แวดล้อม ไดจ้ ดั เส้นทางเดนิ ศกึ ษาเป็นวงกลม .คน้ เมื่อวันที่ 27
สงิ หาคม 2558, จาก http://www.emagtravel.com/archive/angka-nature-trail.html.
Vasuposh. (2552, 4 มกราคม).การบูรณะปราสาทสด๊กก๊อกธม อาเภอโคกสงู จงั หวดั สระแก้ว
โดยกรมศิลปากร.ค้นเม่ือวันท่ี 27 สิงหาคม 2558, จาก http://vasuposh.blogspot.com
/2008/12/blog-post_4036.html

บทที่ 9 การวางแผนสาหรับการจดั การทอ่ งเท่ยี ว 291

แผนบรหิ ารการสอนประจาบทที่ 9
การวางแผนสาหรบั การจัดการการท่องเทีย่ ว

เวลาเรยี น 4 ชั่วโมง
หวั ข้อและเนอื้ หาประจาบท

ความหมายของการวางแผนจัดการท่องเทีย่ ว
การวางแผนการทอ่ งเทย่ี วสาหรบั นกั ทอ่ งเทยี่ ว และธรุ กิจทางการท่องเที่ยว
การวางแผนท่องเทย่ี วสาหรับนกั ท่องเทีย่ ว
การวางแผนการท่องเท่ียวในเชงิ ธุรกจิ ท่องเทย่ี ว
การวางแผนการจัดการท่องเท่ยี วในเร่ืองการพฒั นาการท่องเทีย่ ว
โครงการทเ่ี ปน็ ไปได้ทางการท่องเท่ยี ว
ความต้องการในการวางแผนการท่องเท่ียว
แผนหลักการทอ่ งเทยี่ ว (Master Plan for Tourism)
การวางแผนการท่องเที่ยวในแหล่งทอ่ งเทยี่ วทพ่ี ฒั นาแลว้
วัตถปุ ระสงค์เชิงพฤติกรรม
1. เพอื่ ใหผ้ ้ศู ึกษาเข้าใจความหมายของการวางแผนจดั การทอ่ งเทย่ี ว
2. เพื่อให้ผู้ศึกษาเข้าใจการวางแผนการท่องเทย่ี วสาหรับนกั ทอ่ งเที่ยว และธุรกจิ ทางการ
ท่องเท่ียว
3. เพื่อให้ผศู้ กึ ษาเขา้ ใจและสามารถอธิบายการวางแผนการท่องเที่ยวในเชิงธรุ กิจทอ่ งเทีย่ ว
4. เพ่อื ใหผ้ ศู้ ึกษาเขา้ ใจการวางแผนการจดั การท่องเที่ยวในเร่อื งการพัฒนาการท่องเทย่ี ว
5. เพ่ือให้ผู้ศึกษาเขา้ ใจโครงการท่ีเป็นไปได้ทางการท่องเท่ียว
6. เพื่อให้ผ้ศู ึกษาเข้าใจความตอ้ งการในการวางแผนการทอ่ งเทยี่ ว
7. เพ่ือใหผ้ ูศ้ ึกษาเขา้ ใจและสามารถอธบิ ายแผนหลกั การท่องเท่ียว (Master Plan for
Tourism)
8. เพอ่ื ให้ผ้ศู กึ ษาเขา้ ใจการวางแผนการท่องเทย่ี วในแหลง่ ทอ่ งเทย่ี วท่ีพัฒนาแล้ว

292 ภูมศิ าสตร์ไทยเพอ่ื การทอ่ งเท่ยี ว

วิธสี อนและกิจกรรมการเรียนการสอนประจาบท
1. บรรยายสรุปเนื้อหา ยกตัวอยา่ งประกอบ การนาไปประยกุ ต์ใช้
2. การอภิปรายรว่ มกนั
3. การสนทนาซัก – ถาม การแลกเปล่ียนความคิดเหน็
4. นากรณศี กึ ษาต่างๆ ท่ีเก่ียวข้องมาใหน้ ักศึกษาลองวิเคราะห์ความเปน็ ไปไดใ้ นการวางแผน
ท่องเท่ียว
5. ทบทวนเนือ้ หาโดยแบบฝึกหัด

สื่อการเรยี นการสอน
1. เอกสารประกอบการสอนรายวชิ านี้
2. เอกสารท่เี กีย่ วข้องกบั การศึกษา (ท่ปี รากฏในเอกสารอ้างอิง)
3. Power Point ทีน่ าเสนอการสอน
4. กรณีศึกษา
5. แบบฝกึ หัด

การวัดและการประเมนิ
1. การสงั เกตความตั้งใจในการเรยี น
2. สังเกตจากการเข้าชน้ั เรียน
3. การปฏิบัตงิ านตามท่ีมอบหมาย
4. การทาแบบฝกึ หัด

บทท่ี 9 การวางแผนสาหรับการจดั การท่องเท่ียว 293

บทท่ี 9
การวางแผนและการจัดการทอ่ งเที่ยว

ความหมายของการวางแผนจดั การทอ่ งเท่ียว
การวางแผน หมายถึง กระบวนการดาเนินงานที่กาหนดขึ้นโดยองค์กรหรือหน่วยงาน เพ่ือ

ปฏิบัติภารกิจใดๆ ท่ีกาหนดไว้ให้บรรลุผลได้ในอนาคตอย่างมีประสิทธิภาพ เกิดประโยชน์สูงสุด การ
วางแผนเปน็ ภารกิจท่ีมีบทบาทสาคัญยิ่งของผู้บริหารองค์กร ที่จะแสดงออกถึงวิจารณญาณ วิสัยทัศน์
(Vision) และอัจฉริยภาพแห่งความเป็นผู้นา การวางแผนเป็นท้ังศาสตร์และศิลป์ ในการจัดการที่จะ
นาไปสู่ความสาเร็จ หรือความล้มเหลวของกระบวนการการจัดการ การกาหนดความหมายของคาว่า
“การวางแผน” นน้ั จงึ ครอบคลุมถึงการคาดการณ์ เหตุการณ์ความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดข้ึนในอนาคต
รวมทัง้ การกาหนดกจิ กรรมรองรับการเปลี่ยนแปลงท่ีจะเกิดข้ึนในอนาคต รวมท้ังการกาหนดกิจกรรม
รองรับการเปล่ยี นแปลงเพื่อมุ่งหวังผลแห่งกิจกรรมให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ เป้าหมายและนโยบาย
ที่กาหนดข้ึนไว้ล่วงหน้า โดยมีการเตรียมการเกี่ยวกับปัจจัยต่างๆ เพ่ือสนับสนุนการดาเนินกิจกรรม
ท้ังน้ีการวางแผนยังเป็นกระบวนการข้ันหนึ่ง ในการบริหารงานให้สาเร็จลุล่วงตามวัตถุประสงค์และ
นโยบายทก่ี าหนดไว้ (ฉนั ทชั วรรณถนอม,2548)

จากความหมายของการวางแผนดังกล่าวข้างต้นผู้เรียบเรียงขอนิยามความหมายของการวาง
แผนการทอ่ งเที่ยวว่า หมายถึง การวางแผนและตดั สินใจในการเลือกองค์ประกอบในการท่องเที่ยวท่ีดี
ท่ีสุดเหมาะสมที่สุดจากสถานประกอบการที่เกี่ยวข้องแต่ละด้าน เช่น การวางแผนเลือกโรงแรมที่ดี
เลือกแหลง่ ทอ่ งเท่ียวท่ีน่าสนใจ เลอื กรา้ นอาหารท่มี อี าหารรสชาติอรอ่ ย เลือกยานพาหนะท่ีเหมาะสม
มีความปลอดภัย และเลือกแหล่งซื้อของที่มีคุณภาพ เป็นต้น โดยการเลือกจะต้องคานึงถึงความ
เหมาะสมในเรือ่ งของราคา ศักยภาพในการซอ้ื ความพึงพอใจของนักท่องเที่ยว ความเป็นไปได้ในเร่ือง
ของการบรหิ ารเวลาในกจิ กรรมในแหลง่ ทอ่ งเทย่ี ว

ในเรื่องของการวางแผนสาหรับการจัดการท่องเท่ียว ผู้เรียบเรียงได้แบ่งเร่ืองนี้ออกเป็น 2
หวั ข้อ ได้แก่ หัวข้อที่ 1. การวางแผนการท่องเที่ยวสาหรับนักท่องเท่ียว และธุรกิจทางการท่องเท่ียว
และหัวข้อท่ี 2. การวางแผนการจดั การท่องเทย่ี วในเรื่องการพฒั นาการทอ่ งเทยี่ ว มีรายละเอยี ดดงั นี้
หวั ข้อท่ี 1. การวางแผนการท่องเที่ยวสาหรับนกั ท่องเที่ยว และธรุ กิจทางการท่องเที่ยว

ความสาคัญของการวางแผนการท่องเที่ยวการวางแผนการท่องเท่ยี วนบั เป็นเรื่องที่สาคญั
ยงิ่ ท้ังตอ่ ตวั นกั ท่องเทย่ี วเองและต่อบริษทั นาเทย่ี ว โดยสรุปแยกความสาคญั ของการวางแผนการ
ท่องเท่ียวได้ดงั น้ี

1. ความสาคัญของการวางแผนการทอ่ งเทีย่ วตอ่ ตัวนักท่องเที่ยว ประกอบดว้ ย
1.1 การวางแผนการท่องเท่ียวที่ดชี ว่ ยในการประมาณการค่าใช้จา่ ย ระยะเวลา และ

ระยะทางได้
1.2 การวางแผนการทอ่ งเทีย่ วท่ดี ชี ว่ ยให้ได้รบั ความสะดวกสบายตามแผนการที่มีการ

จองไว้ล่วงหนา้

294 ภูมิศาสตรไ์ ทยเพ่ือการทอ่ งเที่ยว

1.3 การวางแผนการท่องเท่ยี วท่ีดชี ่วยปอ้ งกันปัญหาและอุปสรรคต่างๆ อนั อาจเกิดขึ้น
ได้โดยการมีแผนการแก้ไขรองรับ

1.4 การวางแผนการทอ่ งเท่ียวท่ดี ีช่วยใหเ้ กิดความอุ่นใจว่าเปน็ ไปตามแผนการท่วี างไว้
1.5 การวางแผนการทอ่ งเทีย่ วทด่ี ชี ่วยให้ไดร้ บั ประสบการณ์การทอ่ งเท่ียวท่ีดีตามที่
คาดหวัง
2. ความสาคัญของวางแผนการท่องเที่ยวต่อบริษัทนาเที่ยว ประกอบด้วย
2.1 การวางแผนการท่องเท่ยี วที่ดชี ่วยในการประมาณการคา่ ใชจ้ า่ ย ระยะเวลา และ
ระยะทางในการนาเที่ยวได้
2.2 การวางแผนการท่องเทย่ี วทด่ี ีช่วยในการเลือกธุรกิจทีเ่ กย่ี วข้องบริษัททวั ร์ภาคพ้ืนดิน
และมคั คุเทศก์ท้องถน่ิ ได้อย่างถูกต้อง
2.3 การวางแผนการทอ่ งเทย่ี วที่ดีช่วยปอ้ งกันปัญหาและอปุ สรรคต่างๆ อันอาจเกิดขน้ึ
ไดโ้ ยการมแี ผนการแก้ไขรองรับ
2.4 การวางแผนการท่องเที่ยวทด่ี ีชว่ ยให้ได้รับผลการประเมินการนาเท่ียวที่ดีจากลูก
ทวั ร์ซงึ่ มีผลต่อการเลอื กใชบ้ รกิ ารนาเทย่ี วในครั้งต่อไป
2.5 การวางแผนการท่องเทย่ี วที่ดีช่วยใหเ้ กิดภาพลักษณ์ท่ดี ีในการเป็นมืออาชพี ใน
สายตาของนักท่องเที่ยว
2.6 การวางแผนการทอ่ งเที่ยวทด่ี เี ปน็ การรบั ประกันความสาเร็จในการจัดนาเทย่ี วและ
ความสาเร็จของบริษทั นาเที่ยวด้วย
จากเน้ือหาข้างต้น จะเห็นได้ว่า การวางแผนการท่องเท่ียวมีความสาคัญอย่างย่ิงทั้งต่อตัว
นักทอ่ งเท่ียว ต่อบริษัทนาเที่ยวทมี่ ีการจัดนาเท่ียว หากบรษิ ทั นาเท่ียวประสบความสาเร็จในการจัดนา
เท่ียว นอกจากจะทาให้เกิดภาพลักษณ์ที่ดีต่อบริษัทนาเท่ียวแล้ว ยังทาให้เกิดภาพลักษณ์ท่ีดีต่อ
ประเทศทีม่ ีการนาเทยี่ วดว้ ย
การวางแผนทอ่ งเที่ยวสาหรับนกั ท่องเทีย่ ว
โดยมากแล้วการวางแผนท่องเท่ียว สาหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินทางท่องเท่ียวเองเป็น
การส่วนตวั ไม่วา่ จะเที่ยวตัวคนเดียว หรือเท่ียวกับครอบครัวเพื่อนสนิทคนใกล้ชิด จะมีความแตกต่าง
กันไปในพฤติกรรมของนักท่องเท่ียวแต่ละภูมิภาค ถ้าเป็นนักท่องเท่ียวจากฝั่งทวีปอเมริกาหรือยุโรป
โดยมากจะมกี ารวางแผนท่องเที่ยวมาอย่างดี แต่ถ้าเป็นนักท่องเที่ยวแถบเอเชียจะไม่ค่อยใส่ใจต่อการ
วางแผนท่องเที่ยวมากนัก จะเห็นได้จากนักท่องเท่ียวท่ีมาจากฝั่งทวีปอเมริกากับยุโรปจะมีคุณภาพ
กวา่ นกั ท่องเที่ยวจากเอเชยี โดยดูได้จากการเตรยี มความพรอ้ ม การใหค้ วามสาคัญในการเดินทาง การ
เตรยี มเอกสารที่จาเป็นสาหรับการท่องเท่ียว ระยะเวลาในการพักที่ยาวนาน ไม่มาเท่ียวแบบฉาบฉวย
เป็นต้น ตอ่ ไปนค้ี อื ตัวอย่างคาพูดของนกั ทอ่ งเทีย่ วทขี่ าดการเตรียมการวางแผนทอ่ งเท่ยี วท่ีดี เช่น
“ไมน่ ึกวา่ จะหนาวขนาดนี้”
“เราโดนรา้ นคา้ หลอกขายของแพง”
“ไม่เหน็ มีรา้ นขายของฝากเลย”
“ราคาค่าห้องพกั แพงจัง รอู้ ย่างนนี้ อนอยู่บ้านดกี วา่ ”

บทที่ 9 การวางแผนสาหรบั การจัดการทอ่ งเที่ยว 295

“โหย.. คนเยอะมาก หมดสนุกเลย”
“วนั นีเ้ ค้าไมเ่ ปิดรา้ น ทาไงดี ไปทีไ่ หนดี”
“ทางไมค่ ่อยสะดวกเลย แถบนั่งรถนานดว้ ย”
“ดอกไม้ไมเ่ ห็นบานเยอะเลย”

ฯลฯ
คาพูดเหล่านี้เราได้ยินบ่อยๆ โดยท่ีบางครั้งรู้ทั้งรู้ว่าอาจต้องเกิดปัญหาขึ้น แต่ก็ไม่คิดที่จะ
ป้องกันหรือแก้ไขปัญหา ซ่ึงจริงๆ แล้ว การเตรียมความพร้อมด้านต่างๆ ก่อนที่จะเดินทางท่องเที่ยว
ดว้ ยตนเองสามารถทาได้ง่ายๆ คือ
1) สอบถามขอ้ มลู จากผ้รู ู้ หรอื ผทู้ เ่ี คยเดินทางมาแล้ว
2) สอบถามข้อมูลจากสานักงาน หน่วยงานที่เก่ียวข้องกับการท่องเท่ียวต่างๆ เช่น การ
ท่องเทยี่ วแหง่ ประเทศไทย กรมปา่ ไม้ อุทยานแหง่ ชาติ ฯลฯ
3) ศึกษาจากแหล่งหนังสือเอกสารต่างๆ รวมถึงข้อมูลทางอินเตอร์เน็ตที่เก่ียวข้องท่ีเป็น
ปจั จุบนั ทส่ี ดุ ถา้ ดคี วรนาขอ้ มลู จากหลายๆ ทีม่ าเปรียบเทยี บกัน
4) รวี ิวขอ้ มลู จากเว็บไซต์ ทีเ่ ชื่อถือได้
ข้อมูลท่ีควรรลู้ ว่ งหนา้ เพ่อื ใช้ในการวางแผนทอ่ งเทีย่ วด้วยตนเอง ไดแ้ ก่
1. ภูมิประเทศ ภูมิอากาศของสถานที่ที่เราจะไป (เพื่อจะได้เตรียมเส้ือผ้าและอุปกรณ์อื่นๆ
ไดเ้ หมาะสม) เชน่

1.1 เปน็ ภเู ขา ตอ้ งเดนิ ปนี ป่ายข้ึนไป หรือรถสามารถขน้ึ ไปถึงจุดหมายปลายทางได้
1.2 เป็นทะเล มีหาดไหนสวยงาม เหมาะสาหรับเล่นน้า มีปะการังไหม จะต้องเตรียม
อปุ กรณด์ านา้ หรือไม่
1.3 เป็นถ้า จุดเด่นของถ้าอยู่ท่ีไหน สามารถเข้าได้ตลอดเวลา หรือต้องรอเวลาที่
เหมาะสม
1.4 ดอกไม้ หรือสง่ิ มหศั จรรยท์ จ่ี ะเกดิ เกดิ ชว่ งเวลาใด
1.5 ต้องการสมั ผัสอากาศหนาว ต้องมาในชว่ งเดือนไหน
1.6 อุทยานบางแห่งหรือแหล่งท่องเที่ยงบางแหล่ง มีการเปิด-ปิด เพื่อฟ้ืนฟูสภาพ
สง่ิ แวดล้อมภายในแหลง่ ทอ่ งเที่ยวนน้ั
2. การเดนิ ทาง(เพ่ือจดั การเรือ่ งตวั๋ เชค็ สภาพรถ ฯลฯ) เช่น
2.1 เส้นทางเปน็ แบบใด คดเคยี้ ว สงู ชน้ั เป็นดนิ ลกู รงั เปน็ หลมุ เปน็ บอ่ หรอื ไม่
2.2 ใช้เส้นทางหลวง หรอื ใชเ้ สน้ ทางชนบท
2.3 จะเดินทางต่อไปยงั สถานท่อี ่นื ไดอ้ ย่างไร ทางเทา้ ทางเกวียน น่ังช้าง น่งั ม้า
2.4 ไปโดยยานพาหนะแบบใด ใช้เวลาเทา่ ไร สภาพรถทีใ่ ชจ้ ะไหวไหม
2.5 จะขบั รถไปเอง หรอื ตอ้ งจองตวั๋ ลว่ งหน้าก่วี ัน
2.6 สถานีขนส่งมรี ถสายไหนทส่ี ามารถผ่านได้

296 ภูมศิ าสตรไ์ ทยเพ่ือการทอ่ งเทย่ี ว
3. การกนิ อยู่ (เพอื่ เตรียมอุปกรณ์ อาหาร นา้ ดม่ื ยา กอ่ นการเดินทาง) เช่น
3.1 มรี ้านคา้ ในแหล่งทอ่ งเทยี่ ว หรอื ระหวา่ งทางไหม
3.2 ในแหลง่ ทอ่ งเทีย่ วมรี ้านขายอาหารสาหรบั นักทอ่ งเที่ยวหรือไม่
3.3 ประเภทของอาหารในแหลง่ ท่องเทีย่ วเป็นอย่างไร
3.4 มรี า้ นสะดวกซื้อไหม
3.5 รา้ นขายยาเปดิ ตลอดหรอื ไม่
4. ทพ่ี ัก (เพอื่ เตรยี มตดิ ต่อจองท่พี ัก หรอื จัดหาอุปกรณ์ในการพักไปให้พร้อม) เช่น
4.1 ไดบ้ ้านพัก หรือเต็นท์ หรือโรงแรมหรู
4.2 ที่พกั หา่ งไกลแหลง่ อาหาร แหลง่ บันเทงิ แหลง่ ทอ่ งเทยี่ ว แคไ่ หน
4.3 จะเลือกแบบถกู แตไ่ กล ใกล้แตแ่ พง เลอื กเอาเอง
4.4 สง่ิ ทีต่ ้องการในท่พี ัก มีอะไรบา้ ง
5. ค่าใช้จา่ ย (เพอ่ื เตรยี มไปให้เพียงพอในการใช้จ่าย) เป็นค่ารับประทานอาหาร ค่าท่ีพัก ค่า

ซ้อื ของ ค่าเดินทาง คา่ เข้าชม อื่นๆ
5.1 ตรวจสอบอตั ราและเปลย่ี นเงิน
5.2 การใชส้ กลุ เงนิ ของแต่ละประเทศ
5.3 การใชเ้ ครดติ การ์ด สามารถใช้ไดห้ รอื ไม่

6. ขอ้ ควรระวงั (เพอ่ื ได้ป้องกันตัว หรือไมท่ าผิดกฎระเบียบในแต่ละสถานท่ี) เช่น
6.1 ห้ามใส่เสอื้ ผ้าสแี ดง
6.2 ห้ามใส่รอ้ งเทา้ เข้าวัด แตง่ กายด้วยชดุ ที่สภุ าพเขา้ วดั
6.3 หา้ มจับ หา้ มเด็ด ห้ามกระทาการใดๆ ท่ีสถานทีท่ อ่ งเที่ยวแจง้ ไว้
6.4 หา้ มแตะต้องหญงิ สาวของชนเผา่ ชาวเขา

7. ของใชส้ ่วนตวั ๆ (เพ่ือไมใ่ ห้หลงลมื แลว้ ไปหาซ้อื ใหม่) เช่น
7.1 ยารักษาโรค หรือยาประจาตัว
7.2 ผา้ เชด็ ตัว สบู่ ยาสระผม แปรงสฟี นั ยาสีฟนั
7.3 เสื้อผ้า อปุ กรณท์ ใ่ี ชเ้ ฉพาะกิจกรรม เชน่ ชุดดาน้า อปุ กรณ์ดานา้ ชุดปีนเขา ไต่ผา

8. ความสามารถหรือศักยภาพสว่ นตวั เช่น
8.1 ระยะเวลาท่องเทีย่ ว มีเวลาวา่ งสาหรบั การท่องเที่ยวมากน้อยแค่ไหน
8.2 รายได้กบั คา่ ใชจ้ ่ายทตี่ อ้ งใชเ้ พยี งพอหรือไม่
8.3 สภาพร่างกายพร้อมหรือไม่ โดยเฉพาะถ้าต้องไปในเส้นทางท่ตี ้องใชพ้ ละกาลัง
8.4 ภาษา คนหรือเพื่อนท่ีไปด้วยสามารถช่วยกันได้มากน้อยเพียงใด มีใครคอย

ชว่ ยเหลอื หรือไม่ โดยเฉพาะการไปในตา่ งประเทศ
8.5 ตรวจเช็คแหล่งท่องเท่ียวว่ามีอุปกรณ์เครื่องอานวยความสะดวกสาหรับผู้พิการ

(สาหรบั ผู้พิการท่ีต้องการเดินทางท่องเท่ยี ว)

บทที่ 9 การวางแผนสาหรบั การจดั การท่องเท่ียว 297

ท้ังน้ีการวางแผนการท่องเที่ยวด้วยตัวเองให้ได้ผลดีนั้นก่อนอ่ืนต้องรู้ตัวเองก่อนว่าต้องการ
ท่องเท่ียวรูปแบบใด เพราะจะสง่ ผลตอ่ การเตรียมความพรอ้ มในการท่องเท่ยี วในครง้ั นนั้ เชน่

1. ชอบสบายๆ ไปนอนเลน่ แล้วก็ตืน่ สายๆ
2. ชอบเท่ยี วปราสาทโบราณสถานทีเ่ กา่ ๆ แล้วนึกถึงความยิ่งใหญใ่ นอดตี
3. ชอบเที่ยวตามงานเทศกาล สวนสนุกที่มีคนมาก ชอบความครึกคร้ืน ชอบแสงสี ยามค่า
คืน ชอบผู้คน ชอบแหล่งท่องเทีย่ วท่ที นั สมยั
4. ชอบซือ้ ของเปน็ ชวี ติ จติ ใจ
5. ชอบไปดูพิพธิ ภณั ฑท์ างวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และบา้ นเมืองทท่ี นั สมยั
6. ชอบอาบนา้ แร่ เล่นนา้ ตก เที่ยวเชงิ สุขภาพ
7. ชอบแบบสมบกุ สมบนั ท้าทายความสามารถแบบเดินปา่ ล่องแกง่ ปีนหนา้ ผา
8. ชอบเลน่ กีฬา กระดานโต้คล่นื แลน่ เรอื ใบ ปีนผา ไตเ่ ขา
9. ความตอ้ งการอน่ื ๆ
กระบวนการการท่องเท่ียวโดยย่อ ที่นักท่องเท่ียวจะต้องคานึงถึงข้างต้นเป็นประโยชน์อย่าง
ยิ่งสาหรบั ผทู้ ่ีจะจดั การทอ่ งเที่ยวด้วยตัวเอง ไม่ต้องการพ่ึงพาบริษัทจัดนาเที่ยว ซึ่งหากนักท่องเที่ยวมี
การวางแผนเร่ืองต่างๆ ดังกล่าวไว้เป็นอย่างดี นักท่องเที่ยวก็จะประสบกับความราบร่ืนทัดเทียมกับ
การเดินทางไม่ต่างจากการเลือกเดินทางไปกับบริษัทจัดนาเที่ยว แต่ท้ังน้ีการเดินทางด้วยตนเองอาจ
ไม่ได้รับความสะดวกสบายในบางประการ เช่น การไม่มีมัคคุเทศก์คอยอานวยความสะดวกและให้
ขอ้ มูล ไมม่ ผี รู้ บั ผิดชอบการเดินทางให้หากเกิดเหตกุ ารณ์ตา่ งๆ ท่ีไม่พึงประสงค์ เช่น เกิดอุบัติเหตุ เกิด
การบาดเจ็บระหว่างการเดินทาง ต้องช่วยเหลือตัวเองระหว่างการเดินทางในทุกเรื่อง ซึ่งบางคร้ังการ
ทาอะไรด้วยตัวเองก็อาจไม่ได้รับความสาคัญจากสถานประกอบการมากนัก เน่ืองจากมาใช้บริการ
เพียงจานวนน้อย กาลงั ในการตอ่ รองเร่อื งตา่ งๆ กน็ อ้ ยตามไปด้วย
การวางแผนการทอ่ งเท่ียวในเชิงธรุ กิจท่องเทย่ี ว
การวางแผนการท่องเท่ียวในเชิงธุรกิจท่องเที่ยว คือ การวางแผนจัดนาเที่ยวซึ่งจะทาโดย
บรษิ ัทจดั นาเท่ียว โดยทว่ั ไปจะมีหลักการวางแผนคล้ายกับการวางแผนการท่องเท่ียวสาหรับคนท่ัวไป
ท่ีจัดการเดินทางท่องเที่ยวด้วยตนเอง จะต่างกันตรงที่ถ้าเป็นการจัดนาเท่ียวในเชิงธุรกิจ ก็จะต้องมี
การแสวงหาผลกาไร ผู้ประกอบธุรกิจต้องมีความรู้และประสบการณ์ในการเดินทางท่องเท่ียว รู้
เกี่ยวกับสถานประกอบการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในการจัดนาเท่ียว จากน้ันจะต้องมีรูปแบบกระบวนการ
ในเรื่องการเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับการท่องเที่ยวมาเป็นอย่างดี มีการประสานกับ สถาน
ประกอบการที่เก่ียวข้องเพ่ือขอใช้บริการ ให้ความสาคัญในเรื่องความปลอดภัย รู้เร่ืองการใช้
ยานพาหนะ และทราบถึงสถานที่ต้ังการเข้าถึงในแหล่งท่องเท่ียวที่จะไป มีการจัดทาเป็นโปรแกรมที่
น่าสนใจ นา่ เชือ่ ถือ ราคาเหมาะสมกับความเป็นจริง ต้องมีกระบวนการทางการตลาดเพ่ือส่ือให้เข้าถึง
กลมุ่ เป้าหมาย ฯลฯ สิ่งเหลา่ นีจ้ ะตอ้ งมีความชัดเจนเพือ่ สรา้ งความเชื่อม่ันให้เกิดขึ้นต่อลูกค้าที่จะมาใช้
บริการ ต้องสามารถทาการจัดนาเที่ยวให้เป็นเชิงธุรกิจสินค้าบริการท่ีสามารถสร้างความประทับใจ
ไมใ่ ชน่ ึกจะทาอะไรกไ็ ด้ตามใจฉัน

298 ภมู ศิ าสตรไ์ ทยเพอื่ การท่องเทีย่ ว
1. ความหมายของธรุ กิจนาเทย่ี ว
ทางเลอื กทเ่ี ปน็ ไปได้ 2 ทางเมอื่ นกั ท่องเทีย่ วตดั สินใจทอ่ งเทย่ี ว คือ
1.1 จัดรายการท่องเที่ยวทุกอย่างด้วยตนเอง หารายละเอียดทุกอย่างที่เก่ียวข้อง เช่น

ค่ายานพาหนะ หมายกาหนดการการเดินทางที่เป็นไปได้ การจองท่ีพัก หารายละเอียดในแหล่ง
ท่องเท่ียว ฯลฯ

1.2 ใชบ้ รกิ ารของบริษทั นาเที่ยวจดั รายการนาเท่ยี ว
จากทางเลือกทง้ั 2 ทางข้างตน้ การเดนิ ทางท่องเที่ยวในสมัยก่อน นักท่องเที่ยวเป็นผู้คิดริเริ่ม
ด้วยตนเอง จัดการเดินทางท่องเที่ยวด้วยตนเอง โดยดาเนินการวางแผนการเดินทาง การจัดหา
ยานพาหนะ การสารองที่พัก การเที่ยวชมสถานท่ี ตลอดจนการหาซ้ือสินค้าที่ระลึกด้วยตนเองทั้งส้ิน
เม่ือมีธุรกิจนาเท่ียวเกิดขึ้นทาให้การเดินทางท่องเท่ียวสะดวกสบายและปลดเปล้ืองภาระงานต่างๆ ท่ี
นกั ทอ่ งเทีย่ วต้องทาด้วยตนเอง และยังชว่ ยกระตุ้นให้การเดินทางท่องเที่ยวขยายตัวเติบโตมากขึ้นด้วย
จึงจาเปน็ ตอ้ งทราบถึงความหมายและประวตั ิความเป็นมาของธุรกจิ นาเที่ยว
ธุรกิจนาเท่ียวมีคาจากัดความตามมาตรา 4 ในพระราชบัญญัติธุรกิจนาเที่ยวและมัคคุเทศก์
พ.ศ. 2551 ว่า “ธุรกิจเก่ียวกับการนานักท่องเท่ียวเดินทางไปท่องเท่ียว หรือเดินทางไปเพ่ือ
วัตถุประสงค์อ่ืน โดยจัดให้มีบริการหรืออานวยความสะดวกอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือหลายอย่าง อัน
ไดแ้ ก่ สถานทพ่ี กั อาหาร มัคคเุ ทศก์ หรือบรกิ ารอน่ื ใดตามที่กาหนดในกฎกระทรวง”
ในสว่ นของนักวิชาการได้ให้ความหมายของธรุ กจิ นาเทยี่ วไว้ดังนี้
บุญเสริม หุตะแพทย์ และคณะ (2542) ให้ความหมายว่า การประกอบธุรกิจการขายบริการ
เพ่ืออานวยความสะดวกในการเดินทาง การสารองท่ีพัก อาหาร การนาชมสถานท่ีท่องเท่ียวและ
บริการอ่ืนๆ ที่เกี่ยวข้อง ผู้ประกอบการ (Tour Operator) อาจขายบริการท่องเท่ียว (Travel
Product) ให้แก่นกั ทอ่ งเที่ยวโยตรง หรอื ขายผา่ นตัวแทนธรุ กิจทอ่ งเที่ยว (Travel Agent) กไ็ ด้
บุญเลิศ จิตต้ังวัฒนา (2543) ให้คานิยามว่าธุรกิจที่หวังผลตอบแทนด้านกาไรในการจัดให้
นกั ทอ่ งเที่ยวเดินทางไปชมทรัพยากรการท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ ที่กาหนดให้ โดยมีความชานาญ
ในเชงิ ธรุ กิจการจดั บรกิ ารด้านการเดนิ ทาง สถานท่ีพกั อาหาร จะมีมคั คุเทศกห์ รอื ไมก่ ไ็ ด้
จากความหมายทง้ั หมดของธุรกจิ นาเท่ียวข้างต้น จึงสรุปได้ว่า ธุรกิจนาเท่ียว คือ ธุรกิจที่ขาย
สินค้าและบริการเพื่ออานวยความสะดวกในการเดินทางท่องเท่ียว โดยเป็นตัวแทนของธุรกิจที่ผลิต
สนิ ค้าและบรกิ ารท่องเทย่ี ว เชน่ ธรุ กิจท่พี ัก ธุรกจิ ขนส่ง และธุรกิจอ่ืนๆ ท่เี กย่ี วขอ้ ง
2. ความสาคัญของธุรกจิ นาเท่ยี ว
ธุรกิจนาเที่ยวมีความสาคัญมากต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเพราะเป็นธุรกิจที่รวมบริการ
ความสะดวกท้ังในด้านของพาหนะ ท่ีพัก อาหาร การนาชมสถานที่และบริการที่เก่ียวข้องอ่ืนๆ เพ่ือ
นามาขายในลักษณะเหมาจ่าย ก่อให้เกิดการท่องเท่ียวแบบประหยัด ช่วยให้การเดินทางท่องเที่ยวใน
ระยะไกลได้มากขึ้น ขยายเวลาการท่องเท่ียวได้มากขึ้น การแข่งขันของธุรกิจการท่องเที่ยว นอกจาก
ขยายขอบเขตของการบริการแล้ว ยังเป็นการโฆษณาส่งเสริมให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวอีกทางหนึ่ง
ด้วย

บทที่ 9 การวางแผนสาหรบั การจดั การท่องเทีย่ ว 299
นอกจากน้ีผใู้ ชบ้ ริการของธุรกิจการท่องเทย่ี วจะไดป้ ระโยชน์นานาประการ ดังนี้

2.1 ได้พบปะพูดคยุ แลกเปลี่ยนความคิดเห็น กอ่ ใหเ้ กดิ มิตรภาพใหมๆ่ มสี งั คมกว้างข้ึน
2.2 ไดร้ บั ความสะดวกสบายและความม่นั ใจในความปลอดภัยระหวา่ งการเดินทาง
2.3 ไดร้ ับบริการความช่วยเหลอื ขจัดปัญหาข้อข้องใจต่างๆ
2.4 ไดร้ ับความร้แู ละข้อมลู ทถี่ กู ตอ้ ง
2.5 ได้รบั บริการท่มี ีคณุ ภาพในราคาทแ่ี น่นอน
ธุรกิจนาเท่ียว เปรียบเสมือนเป็นธุรกิจท่ีเป็นธุระจัดหาส่ิงต่างๆ ที่มีความสัมพันธ์กับการ
ท่องเท่ียวแล้วนามาทาเป็นรายการนาเที่ยว หรือรายการท่องเท่ียวสาเร็จรูป เพื่อเสนอขายให้กับ
นักท่องเท่ยี ว เพื่อสรา้ งความสะดวกสบายในการเดนิ ทางท่องเท่ยี ว
รายการท่องเท่ียวสาเร็จรูป (Package Tour) หมายถึง การรวมเอาบริการด้านการท่องเที่ยว
มากกว่า 2 อย่างข้ึนไปแล้วนามาขายในราคาเดียว รายการท่องเที่ยวสาเร็จรูปนับได้ว่าเป็น
องคป์ ระกอบท่ีสาคัญท่ีสุดในธุรกิจท่องเท่ียวในปัจจุบัน สาหรับนักท่องเที่ยวในปัจจุบัน วิธีที่ง่ายท่ีสุด
ในการจองรายการท่องเท่ียวสาเร็จรูป คือ การจองผ่านทาง Internet หรือ website ต่างๆ เช่น
website ของบรษิ ัทนาเทีย่ วตา่ งๆ
3. ประโยชนข์ องการวางแผนการท่องเที่ยวสาหรบั นักท่องเท่ียวและธุรกจิ ทอ่ งเท่ียว
การได้มีการวางแผนล่วงหน้าในการท่องเท่ียว ก่อให้เกิดประโยชน์มากมายทั้งด้านของ
นักท่องเที่ยว และด้านของธุรกิจ เพราะถือว่าเป็นการเตรียมความพร้อมประการหน่ึง ประโยชน์ของ
การวางแผนการท่องเท่ียวมี ดังน้ี
3.1 เป็นการเตรียมการเพื่อจองสถานประกอบการณ์ต่างๆ ให้พร้อมชัดเจน เพื่อลด
ความเส่ียงที่จะไม่ได้ห้องพัก ไม่ได้ร้านอาหาร ไม่ได้เข้าชม ไม่ได้รถ ไม่ได้เท่ียวบินที่ถูกใจ ไม่ได้เข้า
แหลง่ ทอ่ งเที่ยว ฯลฯ โดยเฉพาะอยา่ งยิง่ ช่วงเทศกาลทอ่ งเทีย่ ว
3.2 การวางแผนสามารถคาดการณ์ล่วงหน้าในเร่ืองการเลือกใช้พาหนะที่จะเข้าแหล่ง
ทอ่ งเทยี่ ว การเลอื กใชเ้ ส้นทางในการเดิน
3.3 เป็นการจัดเตรียมการเพ่ืออานวยความสะดวก จะได้ไม่ต้องประสบกับปัญหา และ
สามารถเทีย่ วได้อยา่ งราบรนื่ ประทับใจไมต่ ดิ ขัด หรอื ต้องกังวลต่อปัญหาตา่ งๆ ทจ่ี ะเกดิ ข้นึ
3.4 สามารถปรบั ตวั รู้เท่าทัน สามารถจัดการวางแผนท่องเที่ยวของตนเองตามที่ตนเอง
สนใจ หรอื ตอ้ งการทีจ่ ะทอ่ งเท่ยี ว
3.5 สามารถประมาณการค่าใช้จา่ ยไดถ้ กู ต้องชัดเจนใกล้ความเปน็ จรงิ มากทส่ี ุด
3.6 สามารถรู้ถึงสถานทั่วๆไปในเร่ืองต่างๆ เช่น ดินฟ้า อากาศ ความยากในการเข้าถึง
แหล่งท่องเท่ียวหรือแม้กระท่ังสถานการณ์ความไม่สงบของบ้านเมือง เพื่อนามาเป็นข้อมูลในการ
ทอ่ งเทยี่ ว
3.7 เป็นการป้องกัน ลดความเส่ียงไม่ใหเ้ กิดปัญหาหรือขอ้ ผิดพลาดในการเดนิ ทาง
3.8 การวางแผนทาให้เกิดการะประหยัด เพราะได้เลือกวิธีการปฏิบัติที่เหมาะสมท่ีสุด
กอ่ นแลว้ เป็นการลดการสนิ้ เปล้อื ง ลดการสญู เสียทีจ่ ะเกิดข้ึน เน่อื งจากมที างเลือกป้องกันไว้แล้ว เช่น
วางแผนในเรื่องของการใช้ยานพาหนะ โดยอาจพิจาณาจากขนาดของยานพาหนะ ความสามารถของ
ยานพาหนะ ท่ีสามารถเข้าถงึ แหลง่ ทอ่ งเทย่ี วได้

300 ภูมศิ าสตรไ์ ทยเพอ่ื การทอ่ งเท่ียว
หวั ข้อท่ี 2. การวางแผนการจัดการท่องเท่ียวในเร่ืองการพัฒนาการท่องเที่ยว
ภายหลังสงครามโลกคร้ังท่ี 2 เป็นต้นมารัฐบาลของประเทศหลายประเทศได้ตระหนักถึง
ความสาคัญและความเป็นไปได้ในการพัฒนาการท่องเท่ียวในฐานะที่เป็นวิธีการเพ่ือขยายตัวทาง
เศรษฐกิจในขณะเดียวกันนักประกอบการ (Entrepreneurs) ก็มองเห็นลู่ทางในการทาธุรกิจท่ีจะ
นามาซึ่งผลกาไรจากการพัฒนาการท่องเท่ียวในช่วงต่างๆ ในยุคแรกๆ หลังสงคราโลก ความเติบโต
ของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเป็นแรงจูงใจหลักที่จะอยู่เบื้องหลังการขยายตัวของการก่อสร้างต่างๆ
ทีส่ นับสนุนการทอ่ งเทยี่ ว การจัดการเก่ยี วกับส่ิงแวดล้อม และการควบคุมป้องกัน ความเสื่อมถอยของ
วัฒนธรรมเป็นเป้าหมายรองท่ีรัฐบาลต่างๆ ให้ความสนใจการท่องเท่ียวได้รับการพิจารณาว่าเป็น
ทรพั ยากรที่สามารถสร้าง หรือปรบั ปรงุ ขนึ้ มาใหม่ได้ เชน่ เดยี วกันกบั นักท่องเท่ียวก็ไมได้ถูกมองว่าเป็น
ผู้บริโภคทรัพยากรการท่องเท่ียวดังกล่าวแล้ว แต่ถูกพิจารณาว่าเป็นผู้มาเยือนหรือเป็นแขกผู้ที่เดิน
ทางเข้ามาท่องเที่ยวแหล่งท่องเท่ียว ซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางเพ่ือมาเห็น มาเพลิดเพลิน และชื่นชม
กับความงามของธรรมชาติตา่ งๆ หรอื เพอ่ื มารว่ มกจิ กรรมประเพณีของทอ้ งถนิ่ ตา่ งๆ เป็นประสบการณ์
ทางการศกึ ษาของตนเอง
ปัจจุบันนี้ การท่องเที่ยวได้เจริญข้ึนมาเป็นอันมากและได้ขยายเป็นอุตสาหกรรมขนาดใหญ่
สาหรับผู้ท่ีเก่ียวข้องกันกับการพัฒนาการท่องเท่ียวต่างก็มีความรู้สึกตระหนักถึงการแข่งขันเพ่ือให้
ได้มาซ่ึงทรัพยากรและงบประมาณท่ีหายาก สาหรับนามาเป็นทางเลือกในการใช้เพ่ือการพัฒนาการ
ท่องเที่ยวด้านต่างๆ เช่น เดียวกันกับรัฐบาลซึ่งได้ตระหนักเป็นอย่างดีว่าการท่องเที่ยวเป็น
อุตสาหกรรมการบริโภค และไมไ่ ด้เป็นการง่ายที่จะอยู่เฉยๆ โดยไม่ดิ้นรนแล้วจะได้มาซึ่งผลประโยชน์
ทางเศรษฐกิจหรือรายได้ อาจกล่าวอีกนัยหน่ึงได้ว่า การท่องเที่ยวต้องการวางการวางแผนท่ีดีและมี
กระบวนการจัดการอย่างต่อเนื่องท่ีมีประสิทธิภาพ ดังเช่น เมอร์ฟ่ี (Murphy, 1985) ได้อธิบายไว้ว่า
“จุดเน้นที่ต้องการเพ่ิมมากขึ้นท่ีเกี่ยวข้องกันกับการพัฒนาการท่องเที่ยวในส่วนท่ีเก่ียวข้องกับ
องค์ประกอบสาคัญทางการท่องเท่ียว (แหล่งท่องเที่ยว, เศรษฐกิจและสังคมท่ีจะต้องให้ความสนใจ)
และการใช้ประโยชน์ (เช่น ความสะดวกสบายในการเดินทางเข้าไปยังแหล่งท่องเที่ยว เส้นทางและ
โอกาสทจ่ี ะเข้าไปพฒั นา) รวมทั้งรปู แบบของการโฆษณา (ขน้ั ตอนตา่ งๆ ในการพัฒนาและการแข่งขัน)
ความสมดุลในกระบวนการตดั สนิ ใจมคี วามต้องการมากยิ่งขึน้ ระหว่างผู้ให้งบประมาณ (รัฐบาล บริษัท
ธุรกจิ ขนาดใหญ่ ธนาคาร และสถาบนั ทางการเงนิ ) กับผู้ท่ีจะได้รับผลประโยชน์จากการท่องเที่ยวและ
ผ้ทู ่ถี กู คาดหวังว่าจะเป็นเจ้าของบ้าน ผู้ให้การต้อนรับด้วยไมตรีจิตและในประการสุดท้าย วิธีการใหม่
สุดทใี่ ช้เพอื่ การพัฒนาการท่องเท่ียวจะต้องผสมผสานการวางแผน (เป้าหมายเริ่มแรกและกลยุทธ์การ
พัฒนา) เข้ากันกับการจัดการ (วันต่อวัน ฤดูกาลต่อฤดูกาล ในการดาเนินการัดสินใจ) ทั้งน้ีเพราะว่า
ความสามารถที่จะปรับตัวสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของตลาด หรือฤดูกาลท่องเที่ยว ซ่ึงเป็นส่ิง
สาคัญอย่างย่ิงในธุรกิจการแข่งขัน” จะเห็นได้ชัดว่าการวางแผนเป็นหัวใจสาคัญของการพัฒนาการ
ทอ่ งเที่ยว ซงึ่ ไดพ้ จิ ารณาถึงกระบวนการแผนตามลาดับต่อไปน้ี (นิคม จารมุ ณ,ี 2544.)

บทที่ 9 การวางแผนสาหรบั การจัดการทอ่ งเท่ยี ว 301

โครงการทเ่ี ป็นไปได้ทางการทอ่ งเท่ียว
ถ้ามีคาถามว่าอะไรเป็นส่ิงจูงใจนักพัฒนาช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 และทาไมนักพัฒนา

เหล่าน้ันจงึ มคี วามต้องการท่ีจะพัฒนาบริเวณต่างๆ เพ่ือการท่องเท่ียว คาตอบอาจเป็นได้หลายๆ ทาง
ดว้ ยเหตผุ ลต่างๆ เช่น เกิดจากการอุปถัมภ์ทางการเมืองท่ีมีความนิยมพิเศษต่อกลุ่มหน่ึงที่เป็นเจ้าของ
ทรัพย์สินท่ีอยู่ในทาเลท่ีดีท่ีสุด หรืออาจเป็นเพราะรัฐบาลต้องการที่จะดาเนินกิจการโรงแรมหรูหรา
เพื่อไว้ต้อนรับแขกหรือกลุ่มบุคคลสาคัญๆ ของรัฐบาลเอง หรือเพ่ือเป็นอนุสรณ์แห่งความภาคภูมิใจ
ของบุคคลบางคนท่ีสาคัญในรัฐบาลน้ันๆ หรือเป็นเพราะนักพัฒนาท่ีดิน หรือการท่องเท่ียวสามารถที่
จะได้ผลกาไรอย่างรวดเร็วจากการพัฒนาท่ีดิน เพื่อเพ่ิมราคาให้เกิดข้ึนกับที่ดินบริเวณใกล้เคียง หรือ
รัฐบาลต้องการท่ีจะเพิ่มปริมาณการจ้างงานให้สูงขึ้น หรือนักพัฒนาแหล่งท่องเท่ียวกาลังแสวงหาผล
กาไรระยะยาวจากการลงทุนมากกว่าการเก็งกาไรอย่างรวดเร็ว เหล่าน้ีล้วนเป็นเหตุผลที่จะตอบ
คาถามตา่ งๆ ดังกลา่ วแตต่ ้นได้ท้ังสน้ิ

ต่อไปน้ีเป็นโครงการบนข้อสันนิฐานของประเทศกาลังพัฒนาท้ังหลายท่ีใช้เป็นข้อเสนอเพื่อ
การจูงใจในการพัฒนาการท่องเท่ียวจากประสบการณ์ที่ผ่านมาเพื่อใช้เป็นข้อมูลแก่นักศึกษาวิชาการ
ท่องเท่ียว ได้พิจารณาความเติบโตของการพัฒนาการท่องเท่ียวท้ัง 6 ระยะต่อไปน้ี (นิคม จารุมณี,
2544.)

ระยะที่ 1 : ความตอ้ งการเงินตราต่างประเทศ
1.1 ประเทศกาลงั พัฒนาจะยกเวน้ ภาษีอยา่ งกว้างขวางใหแ้ ก่ผ้ปู ระกอบธรุ กิจการโรงแรม
1.2 ยกเว้นภาษขี าเข้าตา่ งๆ ให้แก่โรงแรม
1.3 ยกเว้นภาษที ีเ่ รยี กเก็บจากผลกาไรในวนั หยดุ เปน็ เวลา 10 ปี
1.4 ที่ดินราคาถูกเพ่อื การกอ่ สรา้ งโรงแรมใหมๆ่ และไม่มีนกั เก็งกาไรทอ้ งถิ่น
1.5 ชาวพ้ืนเมืองดีใจที่มีงานทาในโรงแรม เช่นเดียวกับที่โรงแรมดีใจที่ค่าแรงงานในท้องถิ่น
ราคาถกู
1.6 ชาวพืน้ เมอื งเหน็ วา่ นกั ทอ่ งเทย่ี วเปน็ ผมู้ ีพระคุณ
ระยะที่ 2 : การพฒั นาในชว่ ง 2 – 3 ปีแรก
2.1 โรงแรมไดผ้ ลกาไรดี ค่าแรงยังถูกมากเมื่อเปรยี บเทยี บกบั ท่อี ืน่ ๆ ในประเทศพฒั นาแลว้
2.2 อาหารต่างๆ ในท้องถิ่นยังมีอยู่อย่างเพียงพอที่จะใช้ในภัตตาคารของโรงแรมและราคา
ตา่
2.3 ผลกาไรของโรงแรมไมต่ อ้ งเสียภาษี โรงแรมสามารถนาเงนิ สดออกนอกประเทศได้
ระยะท่ี 3 : ปญั หาต่างๆ เร่มิ ปรากฏ
3.1 ชาวพ้ืนเมืองเริ่มไม่พอใจนักท่องเท่ียวเพราะว่ากลุ่มชาวพ้ืนเมืองส่วนน้อยเท่าน้ันท่ีได้รับ
ผลประโยชน์จากการทอ่ งเทย่ี ว
3.2 นักคา้ ทดี่ นิ จากภายนอกเข้ามายังท้องถ่ิน และเริ่มมั่งคั่งรารวยจากราคาที่ดินท่ีพุ่งสูงข้ึน
อยา่ งรวดเร็ว
3.3 ระบบสังคมเกษตรกรรมของท้องถิ่นเริ่มเปลี่ยนแปลงไปสู่การเป็นสังคมเมืองและการ
ท่องเท่ียว

302 ภูมศิ าสตรไ์ ทยเพอ่ื การท่องเท่ียว
3.4 ประชาชนในท้องถนิ่ กลมุ่ หัวรุนแรงเรม่ิ กล่าวโจมตีวา่ พวกเขาเปลี่ยนจากผู้รับใช้ประเภท

หน่ึงไปสู่อกี ประเภทหนึง่ และเร่ิมสร้างความกดดัดใหร้ ฐั บาลมปี ฏิกิรยิ า
3.5 รัฐบาลเรม่ิ ดาเนินมาตรการที่เข้มงวดกับการท่องเที่ยว ทัง้ น้ี เพราะประมาณร้อยละ 80

ของผลกาไรจากการท่องเที่ยวถูกสง่ ออกนอกประเทศ
ระยะที่ 4 : ปัญหาเกดิ ข้ึนกบั ธรุ กจิ การโรงแรม
4.1 ภาษผี ลกาไรในวนั หยุดถกู ยกเลกิ
4.2 งบการลงทนุ เริ่มพงุ่ สูงขึ้นอยา่ งรวดเรว็ จากค่าแรงงานในท้องถ่ิน ค่าอาหารและค่าใช้จ่าย

ตา่ งๆ
4.3 สมาคมคนงานในท้องถน่ิ เรยี กร้องให้ยกระดบั ค่าแรงในมาตรฐานคา่ จา้ งจากภายนอก
4.4 พนกั งานลกู จา้ งเรมิ่ ขุนเคือง และไม่พอใจเปน็ สาเหตุให้เกิดการตกต่าลงของบริการต่างๆ

ในโรงแรม
4.5 นักท่องเที่ยวถูกปฏิบัติด้วยวิธีการท่ีแตกต่างกันมาก และถูกสบประมาณหรือดูถูกจาก

ชาวพ้นื เมอื ง
4.6 คาพูด และคากล่าวในเชิงลบจากปากไปสู่สาธารณชน อันหมายถึงการลดลงของ

นกั ทอ่ งเท่ียวทจ่ี ะเดนิ ทางเข้ามาทอ่ งเท่ยี ว
4.7 รฐั บาลตืน่ ตระหนก และเพมิ่ งบประมาณเพอื่ การโฆษณามากข้ึน
4.8 รัฐบาลกีดกันการนาเข้าของแรงงานระดับทักษะต่างๆ แต่พยายามเร่งเร้าให้มีการจ้าง

ชาวพ้นื เมืองเข้าไปเป็นผูบ้ ริการมากขนึ้
4.9 รัฐบาลเปิดสถานศกึ ษาเพื่อฝึกอบรมวชิ าการโรงแรม แทนท่ีจะเปดิ โรงเรียนอาชีวศึกษาท่ี

สามารถฝึกอบรมแรงงานทักษะต่างๆ ได้มากกวา่
ระยะที่ 5 : เผชิญหนา้ กบั ปัญหาทร่ี นุ แรง
5.1 มโี รงแรมมากขึน้ มหี ้องพักเหลือเฟอื ต่อจานวนนกั ทอ่ งเที่ยวทเี่ ดินทางเข้ามาทอ่ งเทีย่ ว
5.2 โรงแรมใหม่ๆ ที่ถูกสร้างขึ้นโดยไม่คานึงถึงภาวะเศรษฐกิจบนที่ดินราคาสูงภายหลังจาก

ท่มี กี ารพัฒนาการท่องเทย่ี วอย่างสงู สุดแลว้
5.3 ไม่มีการวางแผนล่วงหน้า โรงแรมถูกสร้างข้ึนตามจุดต่างๆ ตามความพอใจ โรงแรมท่ี

เป็นอาคารสงู ๆ จะบดบงั ทิวทัศนท์ ่สี วยงาม
5.4 จดุ ท่องเทย่ี วท่ีสวยงามตงั้ อยใู่ กลก้ บั ชุมชนมากเกนิ ไป
5.5 โรงแรมอิสระต่างๆ ท่ีก่อสร้างมาต้ังแต่ยุคต้นๆ จะขายกิจการให้แก่บริษัทกลุ่มโรงแรม

(Chains) ซึ่งมีระบบการตลาดระหว่างประเทศที่สามารถเพ่มิ ขดี ธรุ กิจได้อย่างรวดเร็วบนค่าใช้จ่ายของ
โรงแรมอิสระอ่ืนๆ

5.6 ธุรกิจโรงแรมขนาดเล็กอื่นๆ เร่ิมตกต่า เพ่ือความอยู่รอดของธุรกิจ จึงเริ่มมองหากลุ่ม
ลูกค้าระดับลา่ งด้วยการลดราคาคา่ ห้องให้ตา่ ลงมากท่ีสดุ เทา่ ทจ่ี ะทาได้

ระยะท่ี 6 : เจริญเตบิ โตเต็มท่ี และเริ่มเส่ือม
6.1 บริเวณแหลง่ ทอ่ งเที่ยวเจริญเตบิ โตเตม็ ที่ แต่ขาดการคาดหมายปญั หาทางการเมือง และ
จติ วทิ ยาที่จะเกิดตามมาภายหลัง

บทที่ 9 การวางแผนสาหรบั การจดั การทอ่ งเทย่ี ว 303

6.2 ธุรกิจโรงแรมขนาดเล็กที่ไม่มีกาไรมีอยู่จานวนมาก (โดยมากเป็นของผู้ประกอบการใน
ทอ้ งถิ่น)

6.3 รฐั บาลตอ้ งยน่ื มือเข้ามาดาเนนิ การธรุ กิจโรงแรมท่ีขาดทุน หรือไม่มีผลกาไรเสียเอง หรือ
จดั หางบประมาณสนบั สนุน

6.4 เกดิ การขยายตัวของความรู้สึกไม่พึงพอใจอย่างกว้างขวาง รวมท้ังการจลาจลในสถานที่
บางแหง่ ในหลายประเทศ

ข้อสมมติฐานเหล่านี้เป็นพัฒนาการของการท่องเที่ยวที่เกิดข้ึนมาแล้วในอดีตกับประเทศที่
กาลังพัฒนาหลายประเทศ จากประสบการณ์ดังกล่าวนี้อาจใช้เป็นแนวทางเพื่อการพิจารณาวางแผน
ให้รอบคอบก่อนท่ีประเทศจะเข้าไปพัฒนาการท่องเท่ียวอย่างจริงจังในบริเวณใดบริเวณหน่ึงต่อไปใน
อนาคต
ความต้องการในการวางแผนพฒั นาการท่องเที่ยว

เพื่อป้องกันปัญหาจากโครงการท่ีกล่าวมาแล้วไม่ให้เกิดข้ึน ดังน้ัน การวางแผนจึงมีความ
จาเปน็ และต้องการเป็นส่งิ แรก ๆ ในเร่ืองต่อไปน้ี

1) การจดั ทาการวจิ ยั การตลาด (Conducting Market Research)
2) จดั ทานโยบายการทอ่ งเท่ยี ว (Establishing Tourism Policies)
3) ประกันการมีงบประมาณระยะยาวอย่างเหมาะสมสาหรับการเสนอโครงการด้านการ
ท่องเทย่ี ว (Ensuring Adequate Long – Term Financing for Proposed Tourism Projects)
เป้าหมายประการหน่ึงของการวางแผนการท่องเที่ยวก็คือ การปรับปรุงเศรษฐกิจและสังคม
ในบริเวณแหล่งท่องเที่ยว ซ่ึงย่อมหมายถึงผลกาไรสุทธิท่ีจะได้รับ เป้าหมายอื่นของแผนการท่องเที่ยว
คือการเปล่ียนแปลงท่ีจะนาไปสู่การพึ่งพาการท่องเท่ียวแต่เพียงอย่างเดียว โดยมุ่งหวังผลทางการ
เตบิ โตของเศรษฐกจิ เปน็ หลัก แต่ในขณะเดียวกันก็ได้ท้ิงสถานการณ์ทางสังคมท่ีไม่ให้มีแผน และไม่ได้
รบั การพัฒนา ซ่ึงจะไปสจู่ ุดสิน้ สดุ ทคี่ วามยากจนของประชาชนในทอ้ งถ่ินน้ันเพ่ิมมากข้ึน ผู้ร่ารวย และ
ได้ผลประโยชน์มีเพียงคนกลุ่มน้อยที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาการท่องเที่ยวเท่าน้ัน แต่ประชาชนส่วน
ใหญจ่ ะไมไ่ ดร้ บั ประโยชน์ใดๆ เลย
นักวิชาการด้านการท่องเที่ยวช่ือ Murphy ได้ตั้งข้อสังเกตไว้ว่าชุมชนพิจารณาการท่องเท่ียว
และโอกาสที่การท่องเท่ียวเปิดให้น้ันย่อมข้ึนอยู่กับเจตคติของชุมชนนั้นต่อการท่องเท่ียว ดังจะ
พจิ ารณาได้จากประเภทของการติดต่อระหว่างประชาชนในท้องถิ่นกับนักท่องเท่ียวท่ีเข้ามาท่องเที่ยว
ความสาคญั ในแงต่ า่ งๆ ของการท่องเท่ียวต่อท้ังตวั ชุมชน และประชาชนในชมุ ชน ความผ่อนปรน หรือ
ความอดทนของประชาชนในท้องถิ่น ต่อปริมาณของนักท่องเที่ยวท่ีเดินทางเข้ามายังแหล่งท่องเท่ียว
รวมทั้งขีดความสามารถในการรองรับนกั ท่องเทย่ี วของท้องถ่ินด้วย (นคิ ม จารมุ ณ,ี 2544.)
สถานการณ์การติดต่อตามปกติระหว่างประชาชนในท้องถิ่นกับนักท่องเที่ยวเกิดข้ึน เม่ือ
นกั ทอ่ งเท่ียวซ้อื สินค้าหรือบริการต่างๆ หรือเมื่อทั้งสองฝ่ายคือประชาชนในท้องถ่ิน และนักท่องเที่ยว
ร่วมกนั ทากจิ กรรมตา่ งๆ หรอื รว่ มชน่ื ชมความงดงามของธรรมชาติ แหล่งท่องเที่ยวต่างๆ เช่นชายหาด
ภูเขา น้าตก หรือภัตตาคาร แต่อย่างไรก็ตามท่ีกล่าวมาเหล่าน้ีปกติแล้วเป็นการติดต่ออย่างไม่ถาวร
เป็นการช่ัวครั้งชั่วคราวมีผลเพียงเล็กน้อยท่ีจะก่อให้เกิดความเข้าใจในประเพณี และวัฒนธรรม

304 ภมู ศิ าสตร์ไทยเพ่อื การท่องเทีย่ ว

ระหว่างประชาชน ท้ังหมดนี้เป็นตัวอย่างง่ายๆ จากผลผลิตของการวางแผนการท่องเที่ยว การติดต่อ
ระหว่างกนั ดังท่กี ล่าวมา มีแนวโนม้ ท่จี ะก่อให้เกิดการพัฒนาด้านความคิดท่ีรุนแรงข้ึนภายในจิตใจของ
ประชาชนในท้องถ่นิ ทเ่ี กยี่ วขอ้ งกบั การทอ่ งเที่ยว สาหรับผูท้ ่มี ีหน้าที่เก่ียวข้องโดยตรงกับการท่องเท่ียว
เช่น ลูกจ้างท่ีได้รับค่าจ้างหรือค่าตอบแทนจากกิจการด้านต่างๆ ของการท่องเท่ียว จะมีแนวโน้มของ
ความรู้สึกในเชิงบวกเก่ียวกับการท่องเที่ยว ส่วนผู้ที่มีความรู้สึกเชิงลบเกี่ยวกับการท่องเที่ยวมักจะไม่
คอ่ ยมกี ารติดตอ่ โดยตรงกับการท่องเที่ยว การท่ีพวกเขามีทัศนคติเชิงลบต่อการท่องเท่ียวน้ันก็เป็นผล
มาจากการวางแผนท่ีไม่เหมาะสม และมีประสิทธิภาพเพียงพอจึงก่อให้เกิดความตึงเครียด ความคับ
ข้องใจ และความเป็นศัตรูในที่สุด เมื่อประชาชนในท้องถิ่นต้องแข่งขันกับนักท่องเที่ยวเพื่อแย่ง
ชายหาด หรือสถานท่จี อดรถ ทัศนะเชิงลบดังกล่าวน้ียังจะถูกบีบกระชับให้แน่นย่ิงขึ้นด้วยความแออัด
ของการจราจร การขยายตัวของการรื้อถอนแหล่งที่อยู่เก่าๆ เพ่ือพัฒนาท่ีดิน สาหรับการก่อสร้าง
โรงแรม และภัตตาคาร มูลค่าของทรัพย์สินต่างๆ เพิ่มสูงมากข้ึน หน่วยงานระดับท้องถิ่นจะเข้ามา
ควบคมุ ธุรกิจตา่ งๆ ทเี่ ก่ยี วกบั การท่องเทีย่ ว

ถ้ามีการวางแผนการท่องเที่ยวท่ีดี เจตคติเชิงลบต่างๆ ก็สามารถที่จะหลีกเล่ียง หรือป้องกัน
ไดล้ ว่ งหนา้ เช่น การจากัดการเตบิ โตของการท่องเทย่ี วเพอื่ ลดความกดดันต่างๆ ปกติเป็นการยากมาก
ท่ีจะกาหนดระดับของความเครียด หรือความกดดันเพราะว่าเป็นสิ่งที่มองไม่เห็นด้วยสายตา ความ
กดดัน หรือความเครียดมีแนวโน้มจะต่าในเมืองหรือนครใหญ่ๆ แต่จะมีเพ่ิมมากขึ้นถ้าการท่องเท่ียว
เขา้ ไปตง้ั อยใู่ นชมุ ชนขนาดเลก็ ในชนบท
แผนหลกั การทอ่ งเที่ยว (Master Plan for Tourism)

การวางแผนจะเกี่ยวข้อง (Master Plan for Tourism) และต้องใช้ผู้เชียวชาญด้านการวาง
แผน เช่นเดียวกันกับที่ต้องการผู้ชานาญการด้านสถาปัตยกรรม ผู้เช่ียวชาญด้านการคลัง ผู้เชี่ยวชาญ
ดา้ นการตลาด นกั เศรษฐศาสตร์นักสังคมวิทยา หรือแม้นกระท่ังนักโบราณคดี เพื่อที่จะให้นักวิชาการ
ในวชิ าชพี ตา่ งๆเหล่านเ้ี ปน็ ผู้ใหข้ อ้ มลู ต่างๆ อยา่ งรอบคอบและชาญฉลาดในการกาหนดทิศทาง เพ่ือให้
บรรลุคุณภาพของการเติบโตด้านการท่องเท่ียวและเพื่อป้องกันการใช้ที่ดินที่ผิดวัตถุประสงค์ การ
เปล่ยี นแปลงของส่ิงแวดลอ้ มโดยไมถ่ ึงปรารถนาและความขัดแยง้ ระหว่างวฒั นธรรมทแ่ี ตกตา่ งกนั

ด้วยเหตุน้ีแผนงานหลักทางการท่องเที่ยวจึงควรจะได้มีการจัดทา และเตรียมการล่วงหน้า
เพื่อที่จะเปิดโอกาสให้เกิดการพัฒนาอย่างค่อยเป็นค่อยไปตามลาดับ ทุกลาดับขั้นตอนควรได้
ผสมผสานอย่างต่อเน่ืองกันกับขั้นตอนแรกๆ ถ้าเป็นไปได้แผนหลักควรที่จะเปิดโอกาสให้มีการปรับ
ขยาย หรือเพ่ิมเติมถ้ามีความจาเปน็ เม่อื ขน้ั ตอนยอ่ ยต่างๆ เริ่มดาเนนิ การอยู่ขณะน้ัน

ถา้ ปราศจากการวางแผน สิ่งก่อสร้างทางการท่องเท่ียวก็จะเดินไปสู่จุดจบที่จะกลายเป็นส่วน
หนงึ่ ของป่าการก่อสรา้ ง (ป่าคอนกรีต) ดังจะเหน็ ไดต้ ามเมืองใหญ่ท่ัวๆ ไป ถนนสายหลักของเมืองจะมี
โรงแรมขนาดใหญ่สลับกันไปกับโรงแรมขนาดเล็กๆ สองฟากถนนเต็มไปด้ายป้ายโฆษณาหลากหลาย
เป็นแถวยาวเหยียดที่ขาดระเบียบ และความสวยงาม สิ่งต่างๆ เหล่านี้อาจเกิดขึ้นได้ท้ังในประเทศท่ี
กาลังพัฒนา และพฒั นาแลว้

การมีส่วนร่วมของชุมชนในการวางแผนการท่องเที่ยวก็เป็นสิ่งที่สาคัญอีกประการหน่ึง
ปัญหาท่ีมักเกิดขึ้นในการวางแผนเพื่อการท่องเท่ียวก็คือ ประชาชนในท้องถ่ินไม่ได้ตระหนักถึง

บทที่ 9 การวางแผนสาหรบั การจัดการท่องเท่ยี ว 305
ประโยชน์เชงิ เศรษฐกิจจากการพัฒนาการท่องเท่ียวท่ีจะมีต่อชุมชนของเขา ดังน้ัน การวางแผนที่ดีจึง
ควรจะบรรลุวิธีการบางวิธีที่จะช่วยให้เกิดการส่ือสารข้อมูลดังกล่าวข้างต้นต่อชุมชน ปัญหา
ความสัมพันธ์กับชุมชนดังกล่าวน้ีจึงมีความสาคัญยิ่ง ถ้าการท่องเท่ียวต้องการท่ีจะเอาชนะความ
ร่วมมือ และชื่อเสียงจากชุมชนท้ังชุมชน

1. คาถามเพือ่ การวางแผนการทอ่ งเท่ียว
ในการวางแผนการท่องเที่ยวน้ันจะต้องคานึงถึงปัญหาทางการท่องเที่ยว ซึ่งอาจเป็นผลมา
จากสง่ิ ตอ่ ไปนี้

1.1 จานวนนักทอ่ งเท่ยี วมากเกินไป
1.2 มผี ลกระทบจากความแตกตา่ งของนกั ทอ่ งเท่ียวมาก
1.3 จานวนโครงสรา้ งพน้ื ฐานด้านการท่องเที่ยวมากเกนิ ไป
ดังน้ัน คาถามเพอ่ื การวางแผนซ่ึงต้องการคาตอบเพอื่ หลบหลกี ปญั หาขา้ งต้นจงึ ควรจะเป็น
1). จานวนนกั ทอ่ งเทย่ี วจะมเี ทา่ ใด
2) จะเกดิ ความหนาแน่ตอ่ บรเิ วณแหล่งทอ่ งเทีย่ วมากแค่ไหน
3) สมควรทจ่ี ะจากดั ขอบเขตการท่องเท่ียว หรอื ปลอ่ ยให้แพร่กระจายออกเปน็ วงกวา้ ง
4) จะเกิดผลกระทบอะไรตอ่ เศรษฐกจิ ของท้องถน่ิ สงิ่ แวดล้อม และวฒั นธรรม
5) วฒั นธรรมตา่ งชาตอิ ะไรท่ีไมน่ า่ พึงพอใจที่นกั ทอ่ งเที่ยวต่างชาตอิ าจนาเขา้ มา
6) เงินตราตา่ งประเทศจานวนเท่าไหร่ ทนี่ กั ท่องเที่ยวจะนาเข้ามา หรือได้รับอนุญาตให้
นาเข้ามา
2. เป้าหมายของการวางแผนการท่องเท่ียว
เหตุผลในการต้ังคาถามข้างบนทั้ง 6 ข้อ ก็เพื่อจัดทาเป้าหมาย (Planning Goals) เพ่ือ
จะทาให้เกิดทิศทางโดยทั่วไปๆ ไป มากกว่าการจากัดเป้าหมายแบบตายตัว มีความต้องการค่อนข้าง
จากัดสาหรับการวางแผน เป้าหมายเหล่าน้ีจะต้องเป็นเป้าหมายท่ีสามารถบรรลุถึงได้จริงๆ และได้รับ
การสนับสนุนจากชมุ ชนเปน็ อยา่ งดี เป็นเป้าหมายที่ช่วยส่งเสริม หรือเป็นส่วนเพ่ิมเติมให้แก่เป้าหมาย
ของชุมชนน้ัน ถ้าเป้าหมายย่ิงได้รับการสนับสนุนมากเท่าใด ก็จะได้รับความเชื่อถือต่อผลิตภัณฑ์
ทางการท่องเท่ยี วมากขึ้นเทา่ นนั้
3. เป้าหมายการทอ่ งเท่ยี วควรที่จะม่งุ ไปสสู่ ่งิ ตอ่ ไปนี้
3.1 มุ่งยกระดบั มาตรฐานความเปน็ อยู่ของประชาชนให้สูงข้ึน โดยอาศัยรายได้จากการ
ทอ่ งเท่ียวเปน็ ตัวสนบั สนนุ
3.2 มุง่ พฒั นาโครงสร้างพืน้ ฐานตา่ งๆ และจดั ให้มีส่ิงอานวยความสะดวกต่างๆ เพ่ือการ
พักผอ่ นแกน่ กั ทอ่ งเท่ยี ว และประชาชนในทอ้ งถิ่น
3.3 สร้างความมั่นใจให้เกิดขึ้นว่าประเภทของการพัฒนาต่างๆ ที่มุ่งเน้นนักท่องเท่ียว
เป็นศูนย์กลาง และแหล่งพักผ่อนทางธรรมชาติ ซึ่งมีความเหมาะสมกับวัตถุประสงค์ของแหล่ง
ท่องเทยี่ วต่างๆ
3.4 จัดทาโครงการพัฒนาท่ีประกอบไปด้วยโครงการด้านวัฒนธรรม สังคม และ
ปรชั ญาเศรษฐกจิ ของรฐั บาล และประชาชนในประเทศ หรอื ในทอ้ งถ่ิน

306 ภมู ศิ าสตร์ไทยเพื่อการท่องเทีย่ ว
การวางแผนการท่องเทย่ี วในแหลง่ ท่องเที่ยวทพี่ ัฒนาแลว้
การวางแผนการท่องเท่ียวในแหล่งท่องเที่ยวท่ีพัฒนาแล้วเป็นส่ิงที่ไม่ยากเม่ือเปรียบเทียบกับ
แหล่งท่องเที่ยวท่ียังไม่ได้รับการพัฒนา ในแหล่งท่องเท่ียวที่พัฒนาแล้วโครงสร้างพ้ืนฐานทางการ
ท่องเที่ยวมีอยู่แล้วอย่างเพียงพอ การวางแผนการท่องเท่ียวในบริเวณแหล่งท่องเที่ยวท่ีพัฒนาแล้วจะ
แตกต่างไปบ้างเล็กน้อยจากการวางแผนการท่องเที่ยวปกติสาหรับเมือง หรือภูมิภาค ซ่ึงจะต้อง
คานึงถึงปัญหาหลัก 2 ประการเก่ียวกับทางเลือกในการใช้ท่ีดิน และสุขภาพอนามัย หรือสวัสดิการ
ของประชาชนในท้องถิน่
การพัฒนาที่ดินในความหมายดังกล่าวน้ีหมายถึงมากกว่าการพัฒนาธุรกิจที่ดินธรรมดา แต่
หมายถึงการรจู้ ักใชท้ ีด่ ินใหเ้ กิดประโยชนส์ ูงสุดเพ่อื ผลประโยชน์ หรอื กาไรของนักพัฒนาท่ีดิน ส่วนการ
พฒั นาที่ดีหมายความถึงการพัฒนาชุมชนท้งั ชุมชน และนักพฒั นาท่ีดนิ ดว้ ย การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว
ประเภทรีสอร์ทขึ้นมาใหม่น้ันจะต้องอาศัยความตั้งอย่างจริงจัง และต้องการการทุ่มเทอย่างแท้จริง
เพ่ือเป็นการประกันว่าองค์ประกอบต่างๆ ทางการท่องเท่ียวจะต้องผสมกลมกลืนซึ่งกัน และกันและ
กนั อย่างเหมาะเจาะ สามารถพฒั นาในทางเศรษฐกิจต่อไปได้ และดงึ ดดู นักท่องเทย่ี ว
การพัฒนาท่ีดินอย่างเหมาะสมยังรวมไปถึงผลกระทบจากผู้คนในฐานะท่ีเป็นส่วนหน่ึงของ
กระบวนการการวางแผนด้วย การวางแผนท่ีไม่ถูกต้องเหมาะสมอาจนาไปสู่ความล้มเหลวได้ในท่ีสุด
เป็นท่ีประจักษ์กันบ่อยๆ ว่าความล้มเหลวของการพัฒนาการท่องเท่ียวอาจเกิดข้ึนจากการขาดการ
ปรกึ ษาหารือท่เี หมาะสมกับผู้ทเ่ี กีย่ วข้องต่างๆ และขาดการสนับสนุนจากทุกฝ่าย ผลท่ีตามมาก็คือผู้ท่ี
เก่ียวข้องต่อการพัฒนา การท่องเท่ียวอาจเกิดความรู้สึกว่าข้อเสนอเพ่ือการพัฒนาต่างๆ นั้นเป็นการ
บังคับพวกเขามากกว่าเป็นผลจากการปรึกษาหารือกันอย่างจริงจัง อย่างไรก็ตามแม้ว่าจะเป็นไปได้
ค่อนข้างยากที่จะให้ประชาชนในท้องถ่ินเข้ามาเก่ียวข้องในกระบวนการการวางแผนในรายละเอียด
ต่างๆ แต่ก็อาจเลือกวิธีการพบปะ หรือการประชุมเป็นระยะๆ ก็อาจเป็นส่วนหนึ่งของตัวป้อนท่ีจะ
นาไปสู่การทาแผนพัฒนาการท่องเท่ียวท่ีดีได้ การส่ือสารท่ีดีจึงเป็นหัวใจสาคัญของการวางแผนการ
ท่องเที่ยว การพัฒนาเจตคติในการให้ความร่วมมือ และการถกเถียงปัญหาเพ่ือแสวงหาหรือ
แลกเปล่ียนทางเลือก หรือสถานการณ์ท่ีการประนีประนอมเป็นส่ิงท่ีต้องการน้ัน ย่อมนาไปสู่ผล
สุดท้ายของการวางแผนก็คือผลผลิตของการท่องเท่ียว ซึ่งได้แก่ เศรษฐกิจ สังคม ส่ิงแวดล้อม และ
วฒั นธรรมท่มี ีคุณค่า และคงอย่อู ย่างเหมาะสม
ข้อคานึงในการวางแผนการท่องเที่ยว เป็นองค์ประกอบสาคัญประการหน่ึงของแผนการ
ท่องเที่ยวก็คือการตระเตรียมยุทธศาสตร์ในการกาหนดโอกาสการวางแผนการท่องเท่ียว และการ
แสวงหาข้อได้เปรียบจากจุดเด่นท่ีมีอยู่และจุดอ่อนต่างๆ รวมทั้งช่วยให้เกิดผลประโยชน์สูงสุดในการ
แสวงหาตลาดนกั ทอ่ งเทยี่ วในอนาคตดว้ ยยทุ ธศาสตร์ทป่ี ระสบผลสาเรจ็ ลว้ นเป็นผลจากการผสมผสาน
ของแนวความคิดและการรวบรวมความคิดต่างๆ โดยนักวางแผนในท้องถ่ิน และที่ปรึกษาต่างๆ ด้าน
การวางแผนรวมท้ังผู้มีประสบการณ์หรือผู้เชียวชาญที่มีส่วนเก่ียวข้องกับอุตสาหกรรมท่องเท่ียวอยู่
กอ่ นแล้ว ความสาเรจ็ ของแผนการท่องเท่ยี วเปน็ ผลมาจากความตงั้ ใจจริงของฝ่ายเอกชน และองค์การ
ทางการทอ่ งเทย่ี วตา่ งๆ ทจ่ี ะรว่ มมือกัน หรือมีส่วนร่วมกันทางานอย่างแทจ้ ริง วิธีการดังกล่าวน้ีจะช่วย
กระตุ้นให้เกิดความเก่ียวข้องโดยตรงของบุคคลฝ่ายต่างๆ ที่จะเข้ามามีส่วนในการเพิ่มโอกาสแห่ง
ความสาเร็จใหแ้ กแ่ ผนไปสู่การปฏิบัติอย่างมีประสทิ ธภิ าพมากยิง่ ขึน้

บทท่ี 9 การวางแผนสาหรับการจดั การทอ่ งเที่ยว 307
การจัดทาแผนการท่องเท่ียวมีความจาเป็นต้องใช้ข้อมูลท่ีสาคัญ 5 ประการ เพื่อนามา
วิเคราะห์กอ่ นการเตรยี มจาทาแผน ซึ่งไดแ้ ก่
1. การตรวจสอบทรพั ยากรการทอ่ งเท่ยี วท่มี ีอยใู่ นท้องถ่ิน
แผนการท่องเท่ียวท่ีดีจะต้องพิจารณาใช้ประโยชน์จากท รัพยากรของชุมชนให้มากท่ีสุด
ค้มุ ค่าท่ีสุด บางชมุ ชนอาจมีพื้นฐานทางด้านการทอ่ งเท่ียวอยู่แล้ว รวมทั้งแหล่งทอ่ งเที่ยว หรือกิจกรรม
ประเพณี วัฒนธรรม ซ่งึ ได้รบั การพัฒนาแล้ว ดังน้ัน การตรวจสอบทรัพยากรจึงช่วยจัดเตรียมพ้ืนฐาน
สาหรับการประเมินความสาคัญของทรัพยากรท่องเท่ียวภายในชุมชน หรือแหล่งท่องเท่ียว เพ่ือท่ี
กาหนดความเป็นไปได้ของทรัพยากรการท่องเท่ียวที่มีอยู่แล้ว หรือท่ีอาจพัฒนาต่อไปได้ เพ่ือการ
พัฒนาการท่องเท่ียวต่อไป ความสามารถในการสร้างความต้องการในการท่องเท่ียวแก่นักท่องเที่ยว
นั้นสามารถตัดสินได้บนพ้ืนฐานของคุณภาพความเป็นเอกลักษณ์ และความสามารถท่ีจะพัฒนา
ทรัพยากรของท้องถ่ิน และถึงแม้ว่ากิจกรรมพิเศษทางด้านประเพณีวัฒนธรรมบางประเภท เช่น งา
ประเพณีรื่นเริง จะมีความสาคัญในการดึงดูดนักท่องเท่ียวให้เข้ามาท่องเท่ียว เช่นเดียวกันกับความ
สะดวกสบายอ่ืนๆ ในด้านที่พักแรม อาหาร แหล่งจับจ่ายซื้อของที่ระลึก แหล่งบันเทิงเริงรมย์ต่างๆ
และทรพั ยากรทอ่ งเทยี่ ว และบรกิ ารอ่นื ๆ ท่ีจาเป็นสาหรบั นกั ท่องเท่ยี ว
จุดเด่น และจุดด้อยในแง่ของการพิจารณาถึงผลท่ีจะมีต่อการท่องเท่ียวในชุมชนหรือท้องถิ่น
ตอ้ งมีการทารายการไวอ้ ย่างชัดเจน และได้รบั การประเมินเป็นระยะๆ ปัญหาหลักประการหนึ่งในการ
ประเมินทรพั ยากรการทอ่ งเที่ยวในชมุ ชนก็คือ จุดสูงสุดของกิจกรรมทางประเพณีวัฒนธรรมในช่วงฤดู
ร้อน (หรือบางชุมชนอาจเป็นช่วงฤดูหนาว) จึงมีความจาเป็นอย่างยิ่งที่จะทาการวิเคราะห์ทรัพยากร
การท่องเท่ียว โดยคานึงถึงระยะเวลาในช่วงฤดูกาลของกิจกรรม ขีดความสามารถในการจัดการรับ
นักท่องเท่ียวที่เข้ามาท่องเที่ยว หรือร่วมกิจกรรมและร่วมทั้งการแข่งขันเพ่ือท่ีจะใช้เป็นตัวกาหนดว่า
ทรัพยากรของชุมชนน้นั ๆ มเี พยี งพอหรอื ไม่ ที่จะใชใ้ นการวางแผนการท่องเท่ียวต่อไป
ส่ิงต่อไปน้ีนักวางแผนการท่องเที่ยวจะได้ใช้เป็นแนวทางในการพิจารณาเพื่อประเมินจุดเด่น
จุดดอ้ ยของแหล่งท่องเท่ยี ว และบริการต่างๆ แกน่ กั ท่องเท่ยี ว

1.1 ประเภท และจานวนทรพั ยากรการทอ่ งเท่ยี ว และบรกิ ารตา่ งๆ ทมี่ ีอยู่
1.2 ฤดูกาลทีม่ กี ิจกรรมดงึ ดูดนกั ท่องเท่ียว
1.3 คณุ ภาพของแหลง่ ทอ่ งเท่ียว กิจกรรมดงึ ดูดนักท่องเที่ยว
1.4 กาไรทคี่ าดหวังจากการท่องเทย่ี ว
1.5 คณุ ค่าสาหรับการใชจ้ ่ายของนักท่องเท่ียวที่จะเดนิ ทางเข้ามา
การประเมินทรัพยากรการท่องเที่ยวในบริเวณท่ีมีนักท่องเท่ียวอยู่แล้ว สภาพปัจจุบันใน
ทางดา้ นการตลาดสาหรบั ทรพั ยากรการท่องเทย่ี วควรจะได้รับการประเมินโดยใช้องค์ประกอบต่อไปนี้
เป็นแนวทางคอื
1) ขา่ วสารตา่ งๆ ทีจ่ ะจดั หาใหแ้ กน่ กั ทอ่ งเท่ยี ว หรอื กลุ่มนักท่องเท่ียวเปา้ หมาย
2) คณุ ภาพของการโฆษณาประชาสัมพันธ์ เชน่ แผ่นพับ (Brochures)
3) ความคดิ เชงิ สรา้ งสรรค์ และความเป็นต้นแบบของวัสดทุ ีใ่ ช้ในการโฆษณาประชาสัมพนั ธ์
4) ความพยายามในการลอกเลยี นแบบการโฆษณาต่างๆ
5) คณุ ค่าของเงนิ ที่ใช้จ่ายในโปรแกรมการตลาดการทอ่ งเทยี่ ว

308 ภูมศิ าสตรไ์ ทยเพอื่ การทอ่ งเทย่ี ว

ในแง่ของการตรวจสอบทรัพยากรการท่องเท่ียวควรจะได้จัดทาข้อสรุป และแจกแจง
ดังตอ่ ไปน้ี

1) ความต้องการการปรับปรุงเพ่ือช่วยเพิ่มความสุข และความพึงพอใจให้แก่นักท่องเท่ียวท่ี
เขา้ มาท่องเทีย่ วอยแู่ ล้ว

2) “ช่องว่าง” ใดๆ ท่ีอาจมอี ยใู่ นสถานการณก์ ารทอ่ งเทยี่ วปจั จุบัน
3) การปรับปรงุ ใดๆ ท่ีกระทาต่อแหลง่ ทอ่ งเท่ียว หรอื บริการที่มีอยู่แล้ว หรือการจัดทาขึ้นมา
ใหม่ เพื่อการขยายฐานการทอ่ งเท่ียวทม่ี อี ยใู่ หม้ ากย่ิงข้ึน
4) การแสวงหาวิธีการต่างๆ ตามฤดูกาลเพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เดินทางเข้ามาท่องเท่ียว
ยาวนานขึ้น
5) การแสวงหา และการขยายตลาดใหม่ๆ เพิม่ มากขนึ้
การจัดเตรียมการตรวจสอบทรัพยากรการท่องเที่ยวดังกล่าวเหล่าน้ี ซึ่งล้วนแต่เป็นประโยชน์
ต่อการจาแนกรายการในระหว่างทรัพยากรต่างๆ ดงั กลา่ ว ซึง่ สามารถจาแนกออกเปน็ 2 ประเภทคอื
1. ทรพั ยากรการท่องเท่ียวท่ีมุ่งเน้นการตลาด ทรัพยากรการตลาดบางประเภทก็เป็นการ
ง่ายท่จี ะจัดจาแนกเปน็ รายการตา่ งๆ แต่หลายอย่างกย็ ากเพราะเป็นทรัพยากรท่ีไม่สามารถมองเห็นได้
ดว้ ยตาแตส่ ง่ิ ท่ยี ากลาบากมากทีส่ ุดกค็ ือปญั หาในการตัดสินใจที่จะดาเนินการในการป้องกัน หรือคงไว้
ซ่งึ ทรัพยากรการท่องเที่ยวแตล่ ะประเภท รายการทจี่ าแนกจงึ อาจรวมถึงส่งิ ต่อไปนดี้ ว้ ย เช่น

1.1 ทรัพยากรตามธรรมชาติ
1.1.1 ลักษณะภูมปิ ระเทศ ทวิ ทัศนต์ ามธรรมชาติ
1.1.2 สวนสาธารณะ วนอทุ ยานต่างๆ
1.1.3 ทะเลสาบ
1.1.4 แมน่ า้
1.1.5 กระแสนา้
1.1.6 ภเู ขา
1.1.7 หนา้ ผา
1.1.8 หบุ เขา
1.1.9 พืชพรรณไม้ และสตั วต์ ่างๆ
1.1.10 ชายหาด
1.1.11 ท่าเรอื
ฯลฯ

1.2 วัฒนธรรม และปประวัตศิ าสตร์
1.2.1 แหล่งโบราณคดี
1.2.2 สถาปัตยกรรมของทอ้ งถิ่น
1.2.3 หัตถกรรมพ้ืนเมอื ง
1.2.4 อาหารพืน้ เมือง
1.2.5 งานเฉลิมฉลองต่างๆ ในทอ้ งถิ่น

บทท่ี 9 การวางแผนสาหรบั การจดั การท่องเท่ียว 309
1.2.6 พิธกี รรมทางศาสนา/ ความเช่ือ
1.2.7 ประเพณตี ่างๆ
1.2.8 การละเลน่ ต่างๆ

ฯลฯ
1.3 แหลง่ พักผอ่ นต่างๆ

1.3.1 สวนสาธารณะ
1.3.2 สนามกอล์ฟ
1.3.3 บริเวณตงั้ แคมปไ์ ฟ
1.3.4 สถานที่ปิกนิก
1.3.5 ชายหาดว่ายน้า หรอื แหลง่ วา่ ยน้าสาธารณะ

ฯลฯ
1.4 เครอ่ื งอานวยความสะดวกแก่นกั ท่องเที่ยว

1.4.1 แหลง่ บนั เทิงเริงรมยต์ ่างๆ
1.4.2 สถานทพี่ ักแรม/โรงแรม
1.4.3 ภตั ตาคารร้านอาหาร
1.4.4 แหลง่ จับจา่ ยซอื้ ของ
1.4.5 ศูนย์ขา่ วสารการท่องเทีย่ ว
1.4.6 ระบบการจองทพี่ ัก ยานพาหนะต่างๆ

ฯลฯ
1.5 อากาศ/ ฤดูกาล เช่น

1.5.1 การเปลี่ยนแปลงของพชื พันธ์ไม้ตา่ งๆ
1.6 สิง่ ดงึ ดดู เชิงจิตวิทยา เชน่

1.6.1 ความงดงามของทิวทัศน์
1.6.2 ความมหศั จรรยข์ องทรัพยากร
1.6.3 อธั ยาศัยไมตรีจติ ของประชาชนในทอ้ งถน่ิ

ฯลฯ
2. ทรัพยากรทอ่ งเท่ยี วท่มี ่งุ เน้นการดาเนนิ การหรอื หนา้ ท่ี ซึ่งได้แก่ส่ิงต่อไปนี้

2.1 ที่ดนิ
2.2 การวางแผน และกาหนดเขต
2.3 ระบบการขนสง่ เชน่ ถนน สนามบนิ ทางรถไฟ สถานรี ถยนตโ์ ดยสาร ท่าเรือ รถไฟ
ใตด้ นิ
2.4 เครอ่ื งอานวยความสะดวกต่างๆ เชน่

2.4.1 น้าด่ืม น้าใช้
2.4.2 พลงั งานไฟฟา้
2.4.3 ระบบกาจดั น้าเสยี ของเสีย

310 ภมู ศิ าสตรไ์ ทยเพื่อการทอ่ งเท่ยี ว

2.5 ระบบสนับสนุนอุตสาหกรรม เช่น
2.5.1 ตารวจ
2.5.2 ดับเพลงิ
2.5.3 ศนู ยส์ ุขภาพอนามยั
2.5.4 วดั หรือโบสถ์
2.5.5 ธนาคาร
2.5.6 แหลง่ ผลิตอาหาร
2.5.7 บริการสนับสนนุ อน่ื ๆ

2.6 ระบบแรงงาน
2.6.1 จานวนแรงงานท่ีมีอยู่
2.6.2 ปรมิ าณทกั ษะของแรงงาน
2.6.3 การฝึกอบรมทางดา้ นภาษาตา่ งประเทศ
2.6.4 การฝึกอบรมดา้ นชา่ ง

2.7 เงินทนุ
2.8 เจตคตทิ ดี่ ีของรัฐบาลท้องถ่ิน
2. การวิเคราะห์ผลกระทบทางเศรษฐกิจ
ผลกระทบทางตรงด้านเศรษฐกิจจะต้องได้รับการสารวจทั้งในแนวกว้าง และแนวลึก
ภายใต้กรอบของแผนการท่องเที่ยว ในทานองเดียวกันผลกระทบทางอ้อมทางเศรษฐกิจก็ต้องนามา
พิจารณาด้วย ตัวอย่างเช่น ถ้าสร้างตึกเพิ่มเติมของโรงแรมขนาดใหญ่มีผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลง
ระบบน้าใช้และระบบกาจัดของเสียของชุมชน ราคาของการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวน้ีจาเป็นต้องได้รับ
การพิจารณาอย่างจริงจังในการกาหนดแผนการท่องเท่ียวในแง่ผลกระทบทางเศรษฐกิจ เช่น ระบบ
การจราจรระบบภาษี ระบบการจัดสถานทจ่ี อดรถ เปน็ ต้น
3. การวิเคราะห์ผลกระทบด้านสิ่งแวดลอ้ ม
มีตัวอย่างอยู่ท่ัวโลกที่ปรากฏให้เห็นว่าการขาดการศึกษา และการวางแผนเกี่ยวกับ
สิ่งแวดลอ้ มในการพัฒนาการท่องเที่ยวนนั้ ก่อให้เกิดผลกระทบทไ่ี ม่นา่ พงึ ปรารถนามากมาย เช่น แหล่ง
ทอ่ งเทีย่ วถกู แวดลอ้ มไปด้วยไฟนีออน สีฉุดฉาดบาดตาม สถาปัตยกรรมหรือการตกแต่งท่ีผิดท่ีผิดทาง
ความหนาแน่นและแออัดของการจราจร ความเสื่อมโทรมของสิ่งแวดล้อม เช่น อากาศ น้า ของเน่า
เสยี ต่างๆ ดว้ ยเหตนุ ีก้ ารวเิ คราะห์สิ่งแวดล้อม จึงต้องอาศัยความละเอียดรอบคอบในการประเมินและ
ตรวจสอบบริเวณโดยตรงท่ีอาจจะได้รับผลกระทบรวมทั้งบริเวณใกล้เคียง ความยากลาบากของการ
วิเคราะห์ดังกล่าวน้ีก็คือการผสมผสานสิ่งต่างๆ หลายองค์ประกอบเข้าด้วยกันในนามาวิเคราะห์
ผลกระทบผลดี ผลไม่ดี เพ่ือท่ีจะรกั ษาสภาพแวดลอ้ มไว้ให้ยาวนานทส่ี ุด
ในทานองเดียวกันกับรัฐบาลเองก็ต้องการความร่วมมือในการวางแผนที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม
เพื่อแก้ปัญหาความแตกต่างที่อาจมีขึ้นภายหลังการเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อมให้เป็นไปอย่างช้าๆ
แต่เป็นการเปล่ียนแปลงท่ีรุนแรงมีผลกระทบในวงกว้างต่อชุมชนที่เป็นแหล่งท่องเท่ียว ซึ่งยากท่ีจะ
แก้ไขปรับปรุงได้ ถ้าไม่มีการศึกษาวางแผนที่จะป้องกันไว้ล่วงหนา้

บทที่ 9 การวางแผนสาหรบั การจัดการทอ่ งเทีย่ ว 311
4. การวิเคราะหผ์ ลกระทบทางสงั คม และวฒั นธรรม

แผนการท่องเที่ยวจานวนไม่น้อยในอดีตท่ีละเลยองค์ประกอทางสังคม และวัฒนธรรม
จุดเน้นท่ีเคยเป็นการตอบสนองลูกค้า และความต้องการของลูกค้าได้เปลี่ยนไป อันเป็นผลมาจาก
ความไม่พอใจของประชาชนในชุมชนท่ีมีต่อแผนการท่องเท่ียวที่ปราศจากการมีส่วนร่วมในการแสดง
ความคิดเห็น สิ่งเหล่าน้ีนักวางแผนการท่องเที่ยวได้ตระหนักมากข้ึนโดยการเรียนรู้จากประสบการณ์
ในอดีต ประชาชนในท้องถิ่นจะรู้สึกเกี่ยวกับผลกระทบต่างๆ ท่ีจะเกิดขึ้นกับพวกเขา และชุมชนของ
เขาไม่ว่าจะเป็นผลกระทบจากปัญหาการจราจร เสียงดัง การสูญเสียแหล่งพักผ่อนไป การสูญเสีย
วฒั นธรรมท้องถ่ินไม่อาจจะถูกเพิกเฉยอีกต่อไป การท่องเท่ียวปกติจะหมายถึงอุตสาหกรรมแห่งไมตรี
จิต หรืออุตสาหกรรมการบริการ และเพ่ือที่จะก่อให้เกิดไมตรีจิต และการบริการจึงจาเป็นต้องพิจาร
ราให้ลึกซ้ึงมากกว่าการพิจารณาแต่เฉพาะความต้องการของนักท่องเท่ียว ควรตระหนักในผลกระทบ
ของสังคม วัฒนธรรมของท้ังระบบชุมชน หรือท้องถิ่นด้วย สิ่งเหล่านี้นักวางแผนการท่องเที่ยวจะต้อง
พิจารณาเปน็ อนั ดับตน้ ๆ เสมอ

5. การเตรยี มการเพ่ือวิเคราะห์ตลาด
ข้อมูลท่ีเก่ียวข้องกับตาดนักท่องเที่ยวท่ีคาดหมายสามารถรวบรวมได้พร้อมๆ กันกับการ

ตรวจสอบทรัพยากรการท่องเท่ียวในท้องถ่ินการวิเคราะห์สภาวะการตลาดควรเน้นที่การรวบรวม
ข้อมูลในขอบเขต 6 ประการดังนี้

5.1 แนวโนม้ จานวนนกั ทอ่ งเท่ียวในอดตี และปัจจุบัน (ถา้ ม)ี
5.2 แหล่งที่มาของนักท่องเที่ยวในปัจจุบัน และอนาคต จานวนและข้อมูลจาเพาะด้าน
ตา่ งๆ ของนักท่องเที่ยว
5.3 อุปนิสัยและความสนใจของนักท่องเที่ยวในปัจจุบันและอนาคต (พฤติกรรมนักท่อง
เทยี่ ว)
5.4 สถานภาพในเชิงการตลาด (สว่ นแบง่ การตลาด)
5.5 การแข่งขันในแหลง่ ท่องเที่ยว จดุ เดน่ จดุ ดอ้ ย
5.6 ภาพลกั ษณท์ ่นี า่ พึงพอใจของแหล่งทอ่ งเที่ยวท่ีปรากฏออกไป
ข้อมูลเกี่ยวกับตลาดนักท่องเที่ยวท่ีมีอยู่ในปัจจุบันควรจะได้รับการวิเคราะห์เพื่อจัดระบบ
หมวดหมู่ หรือกลุ่มการตลาดโดยจาแนกเป็นประเภทของที่มาของนักท่องเท่ียว ส่ิงสาคัญที่มีอิทธิพล
ต่อแนวโน้มของนกั ทอ่ งเท่ยี วจะรวมไปถึง
1) ขอ้ มลู ทางด้านประชากร เช่น เพศ อายุ และระดับรายได้ของนกั ทอ่ งเที่ยว
2) ระบบเศรษฐกิจ เช่น ค่าใช้จ่ายในการเดินทาง สภาพท่ัวไปทางเศรษฐกิจ ระดับของเงิน
เฟอ้
3) วิถีการดาเนินชีวิต เช่น ความต้องการด้านการพักผ่อน ท่องเที่ยว อุปนิสัยและจรรยา
บรรณในการทางาน รสนยิ มในการบริโภคอาหารรวมทั้งความต้องการด้านโภชนา
การวิเคราะห์ตลาดยังช่วยให้สามารถประเมินสถานการณ์ในด้านการแข่งขันของคู่แข่งขันได้
ด้วย ทั้งคู่แข่งขันในบริเวณใกล้เคียง และโอกาสในอนาคตของการแข่งขันในด้านการท่องเที่ยว ใน
ขณะเดียวกันการแสวงหาตลาดใหมๆ่ เพ่มิ เติมในช่วงเศรษฐกิจซบเซาก็เปน็ สิ่งจาเป็นต่อธุรกิจ การเปิด
ตลาดใหมๆ่ อาจเร่มิ ต้นจากการพิจารณาการเปลีย่ นแปลงทางดา้ นประชากร เจตคติของคน รวมทั้งวิถี

312 ภมู ิศาสตรไ์ ทยเพอ่ื การท่องเที่ยว

ในการดาเนินชีวิต การแสวงหาตลาดใหม่จะช่วยเพ่ิมปริมาณนักท่องเที่ยว และการท่องเท่ียวท่ีมีอยู่
แลว้ ให้มากยิง่ ขึ้น แม้ในฤดูท่ีตกต่าก็สามารถที่จะเพ่ิมจานวนนักท่องเท่ียวบางกลุ่มบางประเภทให้เดิน
ทางเข้ามาท่องเที่ยวได้ และในประการสุดท้ายการคาดการณ์กาไรที่จะได้นักท่องเที่ยว และการ
ท่องเที่ยวบางกลุ่มบางประเภทก็ควรจะได้มีการวิเคราะห์ข้อมูล จัดหมวดหมู่ และแยกประเภทให้
ชัดเจน เพื่อการทาแผนการทอ่ งเที่ยวที่สมบรู ณ์ตอ่ ไป

นโยบาย แผนการ และการวางโครงการการทอ่ งเทีย่ ว เป็นผลประโยชน์จากรายละเอียด และ
ข้อมูลจากการวิเคราะห์ 5 ประการดังกล่าวมาแล้วจะถูกนามาใช้เพื่อการกาหนดนโยบาย วางแผน
และจดั ทาโครงการเพื่อเป็นแนวทางท่จี ะชว่ ยใหผ้ ้มู อี านาจในการตดั สินใจสามารถตัดสินใจเพื่อการวาง
แผนการท่องเท่ยี วต่อไป สว่ นประกอบสุดท้ายในกระบวนการวางแผนมี 5 ข้นั ตอนดงั น้ี

1) ขนั้ กาหนดเป้าหมาย และวัตถปุ ระสงค์เชิงกลยทุ ธ์
ในการวางแผนน้ันงานข้ันแรกก็คือการกาหนดเป้าหมาย และวัตถุประสงค์ซึ่งควรเป็น

เป้าหมาย หรือวัตถุประสงค์ที่สามารถบอกจานวนได้ เป็นเป้าหมาย และวัตถุประสงค์เชิงปริมาณ
เช่น เพ่ือดึงดูดนักท่องเท่ียว ใหม่เฉลี่ยวันละ 500 ต่อสัปดาห์ให้เข้ามายังแหล่งท่องเที่ยว เป็นต้น ใน
การกาหนดเปา้ หมาย และวตั ถปุ ระสงค์นักวางแผนต้องระลึกอยู่เสมอว่า กลยุทธ์โดยส่วนรวมของการ
พัฒนาการท่องเที่ยว และการตลาดน้ันความเป็นไปได้ในโอกาสใหม่ๆ การมีทุนหรืองบประมาณที่จะ
ใช้สารองอยู่จากแหล่งที่เป็นหน่วยงานของรัฐบาล และหน่วยงานเอกชน ระยะเวลาที่เหมาะสม
บทบาทและความรับผิดชอบของฝ่ายต่างๆ ทเี่ ก่ยี วข้องในการพฒั นาการท่องเท่ียว

2) การจาแนกโอกาสตอ่ การพัฒนาใหมๆ่ ทางการท่องเท่ียว
งานข้ันท่ีสองในการวางแผนการท่องเที่ยวก็คือ การจาแนกโอกาสในการพัฒนาใหม่ๆ

ทางการท่องเท่ียว โดยพิจารณาแผนการท่องเที่ยวหลัก (เช่นแผนพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจ ในส่วน
ที่ว่าด้วยการพัฒนาการท่องเท่ียว) ซึ่งควรจะรวมเอาสถานท่ี หรือบริเวณท่ีจะพัฒนาเครื่องอานวย
ความสะดวกต่างๆ เช่น โรงแรมท่ีพัก บริการอาหาร แหล่งท่องเที่ยว รวมทั้งโครงสร้างพ้ืนฐานด้าน
ต่างๆ ท่ตี ้องการและการคมนาคมขนสง่

แผนหลกั ทางดา้ นการทอ่ งเทีย่ วจะตอ้ งได้รบั การสนบั สนุนโดยโครงการต่างๆ ด้านเศรษฐกิจที่
แสดงให้เห็นถึงส่ิงต่อไปน้ี เช่น อุปนิสัยของนักท่องเที่ยว อัตราการถือครองห้องพัก โรงแรม การมี
แรงงานระดับต่างๆ เพียงพอ งบประมาณลงทุนที่ต้องการ แหล่งเงินทุนสนับสนุน ผลตอบแทนจาก
การลงทุนท้ังทางตรงและทางอ้อม แผนเศรษฐกิจต่างๆ ดังกล่าวเหล่าน้ีจะต้องนามาพิจารณาในขั้น
การศกึ ษาความเปน็ ไปไดข้ องโครงการพฒั นาการทอ่ งเท่ียว

โอกาสที่จะได้รับผลตอบแทนในการลงทุนสูง ส่วนมากจะดึงดูดการลงทุนจากนักพัฒนาใน
ภาคเอกชนมากกว่าภาครัฐบาล อย่างไรก็ตามโอกาสของการได้รับผลตอบแทนทางเศรษฐกิจต่าน้ันก็
อาจช่วยใหเ้ กดิ ผลประโยชน์ด้านอืน่ ๆ ไดเ้ ช่นกัน จานวนนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามายังแหล่งท่องเท่ียว
มากยิ่งขึ้นในกรณเี ชน่ น้ีการให้การสนบั สนุนทางด้านงบประมาณจากรฐั บาล เพ่ือกระตุ้นให้ภาคเอกชน
สนใจ และเข้ามาพฒั นาการท่องเทีย่ วต่อไปกค็ วรจะไดร้ บั การสนบั สนุน

บทท่ี 9 การวางแผนสาหรบั การจดั การทอ่ งเทย่ี ว 313
3) การจดั ทาแผนองค์การ

งานขั้นตอนท่ีสามก็คือการจัดทาแผนองค์การ ซ่ึงมีความจาเป็นเบ้ืองต้นในการพิจารณา
ทบทวนนโยบาย และงบประมาณของฝ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในองค์การการท่องเท่ียว เช่น รัฐบาล
หรือหน่วยงานของรัฐบาลระดับท้องถ่ิน สมาคมพ่อค้า หน่วยงานด้านการท่องเท่ียว และการจัด
ประชุม สถานท่ีพักแรม และภัตตาคาร และสมาคมการท่องเที่ยวต่างๆ แนวความคิดสาคัญก็คือเพื่อ
พิจาณาว่าแต่ละหน่วยงานเหลา่ นี้ให้การสนับสนนุ หรอื ผลกั ดนั องค์การทง้ั ระบบซึง่ จะเป็นผลให้จุดเด่น
ได้รับการสง่ เสรมิ เพิม่ มากขึ้นในขณะท่ีจดุ ดอ้ ยจะถูกจากัดให้หมดไป ข้อควรพิจารณาเพ่ือเสนอแนะต่อ
องค์การการท่องเที่ยวควรรวบรวมสิ่งต่อไปนี้ เช่น โครงสร้างองค์การ งบประมาณ และการทบทวน
การปฏิบตั งิ านขององค์การ

4) การจัดทาแผนการตลาด
งานข้ันตอนท่ีส่ี ก็คือการจัดทาแผนการตลาดในการทบทวนทรัพยากรท่ีมีอยู่ในปัจจุบัน

และสภาพการณ์ด้านการตลาดจะช่วยให้ได้รับข้อมูลเพ่ือนาไปใช้ในการกาหนดตลาดเป้าหมายและ
แนวโน้มของตลาดในอนาคตด้วย ตลาดดังกล่าวน้ี และโครงการประชาสัมพันธ์ท่ีจะเข้าไปเจาะตลาด
ให้ถึงตัวลูกค้าจะต้องได้รับการประเมินผลเป็นระยะๆ เพ่ือให้สอดคล้องกับงบประมาณที่มีอยู่ และ
เพ่ือให้ได้รับประโยชน์สูงสุดจากนักท่องเที่ยวท่ีเดินทางเข้ามาท่องเท่ียว วัตถุประสงค์ด้านการตลาด
ควรท่ีจะสะท้อนสถานภาพปัจจุบันของการประเมินแผนการตลาด และช่วยให้เกิดการสร้างสรรค์
ภาพลกั ษณท์ ถี่ กู ต้องของแหล่งท่องเทย่ี วด้วย

แนวทางในการทาแผนการตลาดอาจรวมสิ่งต่างๆ ต่อนี้
1) เป้าหมาย และวัตถุประสงค์ดา้ นการตลาด
2) สรปุ ผลการประเมนิ คูแ่ ขง่ ขัน
3) กลยุทธ์การตลาด

3.1) การจาแนกประเภทของตลาดเป้าหมาย
3.2) สถานะของการตลาดในปจั จุบัน

3.2.1) แหล่งเงนิ ทุน
3.2.2) ขนั้ ตอนการพิจารณา
3.2.3) การแข่งขนั
3.2.4) อืน่ ๆ
3.3) สว่ นผสมการตลาด
3.3.1) ผลผลิต
3.3.2) ราคา
3.3.3) การส่งเสริมการขาย
3.3.4) ลักษณะของการใช้สือ่ เพอื่ การสง่ เสรมิ ประเภทตา่ งๆ
4) แผนปฏิบตั ิการ
4.1) การผลิตขอ้ มลู ข่าวสารด้านการท่องเทย่ี ว
4.2) แผนการประชาสมั พนั ธ์
4.3) ความเฉียบแหลมของวตั ถปุ ระสงค์ดา้ นการตลาด

314 ภูมศิ าสตรไ์ ทยเพอื่ การท่องเท่ยี ว

4.4) การใชป้ ระโยชน์จากสมาคมผูข้ ายส่ง
4.5) ข้อเสนอเพือ่ การวิจยั การตลาด
4.7) โครงการประเมินผลแผนปฏบิ ตั ิการ
5. การจดั แผนกลยทุ ธก์ ารปฏบิ ตั ิการ
งานข้ันตอนที่ห้าคือการวางแผนกลยุทธ์การปฏิบัติการ ซ่ึงจะอธิบายข้ันตอนของการปฏิบัติ
การสนับสนุน และงบประมาณท่ีต้องการสาหรับการปฏิบัติการ แผนการพัฒนาการท่องเท่ียวที่ให้
ข้อเสนอแนะ และการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวในอนาคต วิธีการปฏิบัติงานควรจะได้มีการอภิปราย
ประเมิน และให้ข้อเสนอแนะเพื่อแสดงให้เห็นว่าการพัฒนา และโอกาสทางการตลาดสามารถนามา
แนะนา ส่งเสริม และปฏิบัติได้ เพ่ือขอรับการสนับสนุนจากท้ังรัฐบาล และภาคเอกชน ก่อนท่ีจะเร่ิม
ปฏิบัติการตามแผนข้ันสุดท้าย ความรับผิดชอบของกลุ่ม หรือฝ่ายต่างๆ ท่ีเกี่ยวข้องจะต้องได้รับการ
พิจารณาเสียก่อนอย่างระมัดระวัง ปัญหาข้อจากัดต่างๆท่ีอาจเกิดข้ึนควรท่ีจะได้รับการจัดจาแนก
ออกมาให้ทราบทั่วกัน ทงั้ น้แี ผนปฏิบัตกิ ารควรรวมเอาทางเลือกเฉพาะสถานการณเ์ ข้าไว้ด้วย
บทสรปุ
การวางแผนสาหรับการจัดการทอ่ งเที่ยว แบง่ ออกเปน็ 2 หัวข้อคือ
หัวขอ้ ที่ 1. การวางแผนการทอ่ งเที่ยวสาหรับนักท่องเที่ยว และธุรกิจทางการท่องเท่ยี ว
การวางแผนการท่องเท่ียว คือ การวางแผนและตัดสินใจในการเลือกองค์ประกอบในการ
ท่องเที่ยวท่ีดีที่สุดเหมาะสมท่ีสุดจากสถานประกอบการท่ีเกี่ยวข้องแต่ละด้าน เช่น การวางแผนเลือก
โรงแรมทีด่ ีเลือกแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ เลือกร้านอาหารที่มีอาหารรสชาติอร่อย เลือกยานพาหนะ
ทเี่ หมาะสมมคี วามปลอดภัย และเลือกแหล่งซ้ือของท่ีมีคุณภาพ เป็นต้น โดยการเลือกจะต้องคานึงถึง
ความเหมาะสมในเร่ืองของราคา ศักยภาพในการซ้ือ ความพึงพอใจของนักท่องเที่ยว ความเป็นไปได้
ในเร่ืองของการบริหารเวลาในกิจกรรมในแหล่งท่องเท่ียว การวางแผนการท่องเที่ยวมีความสาคัญย่ิง
ทั้งต่อตัวนักท่องเท่ียวเองและต่อบริษัทนาเท่ียว รวมทั้งภาพลักษณ์ของประเทศที่มีการนาเที่ยว
ทางเลอื กทีเ่ ปน็ ไปได้ 2 ทาง เมื่อนักท่องเที่ยวตัดสินใจท่องเท่ียว คือจัดรายการท่องเท่ียวทุกอย่างด้วย
ตวั เอง หรอื ใชบ้ ริการของบริษทั นาเทย่ี วจัดรายการทอ่ งเท่ยี ว
หวั ข้อท่ี 2. การวางแผนการจัดการท่องเที่ยวในเรื่องการพัฒนาการท่องเที่ยว
การวางแผนการพัฒนาท่องเที่ยวก็คือ การปรับปรุงสิ่งต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น การปรับปรุงแหล่ง
ท่องเที่ยว การปรับปรุงทรัพยากรการท่องเท่ียว การปรับปรุงเศรษฐกิจและสังคมในบริเวณแหล่ง
ท่องเทีย่ ว ซงึ่ ยอ่ มหมายถึงผลกาไรสทุ ธิทจ่ี ะได้รบั โดยมงุ่ หวังผลทางการเติบโตของเศรษฐกิจเป็นหลกั

บทที่ 9 การวางแผนสาหรบั การจดั การท่องเท่ยี ว 315

แบบฝึกหัดท้ายบท
ข้อ 1. จงอธิบายการวางแผนการทอ่ งเท่ียวมีความสาคัญต่อตัวนกั ท่องเทีย่ วอย่างไร
ขอ้ 2. จงอธบิ ายการวางแผนการท่องเที่ยวมีความสาคัญตอ่ บริษทั นาเท่ยี วอยา่ งไร
ขอ้ 3. จงอธบิ ายการวางแผนการทอ่ งเทย่ี วมีความสาคัญต่อภาพลกั ษณ์ของประเทศที่มกี ารนา
นกั ท่องเที่ยวอยา่ งไร
ขอ้ 4. จงอธบิ ายทางเลือกที่เป็นไปได้ 2 ทาง เมื่อนกั ท่องเท่ยี วเลือกตัดสนิ ใจทอ่ งเที่ยว
ขอ้ 5. รายการท่องเทย่ี วสาเร็จรูป (Packge Tour) หมายถงึ
ขอ้ 6. จงบอกประโยชน์ของการวางแผนการทอ่ งเที่ยวสาหรับนักท่องเที่ยว
ขอ้ 7 จงอธิบายการวางแผนท่องเท่ียวในเชงิ ธรุ กจิ ท่องเท่ียว

316 ภมู ศิ าสตรไ์ ทยเพ่ือการท่องเท่ยี ว

เอกสารอ้างอิง
ฉลองศรี พิมลสมพงศ์. (2546). การวางแผนและพัฒนาการตลาดการทอ่ งเทยี่ ว.พมิ พ์คร้งั ที่ 4.

กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.
ฉันทัช วรรณถนอม. (2546). หลกั การมคั คุเทศก์. กรงุ เทพฯ: สถาบันราชภัฏสวนสนุ ันทา.
ฉันทชั วรรณถนอม. (2548). การวางแผนจัดนาเท่ยี ว. กรุงเทพฯ: คณะมนุษยศาสตร์

และสงั คมศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยราชภัฏสวนสนุ ันทา.
ชวลั นชุ อุทยาน. (2551). พฤติกรรมนักทอ่ งเท่ียว. ค้นเม่ือ 10 ธนั วาคม 2559, จาก

http://touristbehaviour.wordpress.com/1/
บังอร ฉตั รรุ่งเรือง. (2551) . การวางแผนและการจัดรายการนาเท่ยี ว. กรุงเทพฯ:

สานักพิมพ์วิรัตน์ เอ็ดดูเคชั่น.
บุญเลิศ จติ ต้ังวฒั นา . (2549) . การพัฒนาและการอนุรักษ์แหล่งท่องเทย่ี ว . พิมพ์ครั้งท่ี 1.

กรงุ เทพฯ: ศูนยห์ นังสอื ท่องเทีย่ วไทย
บญุ เลิศ จติ ตั้งวัฒนา, ภสู วสั ด์ิ สุขเลี้ยง . (2549). การจดั นาเทย่ี วและรายการนาเท่ยี ว

ภาคเหนือตอนบน .กรุงเทพฯ: ศูนยห์ นงั สือทอ่ งเทย่ี วไทย.
บญุ เสรมิ หุตะแพทย์,มนูญ กาละพัฒน์. (2552).อุตสาหกรรมการบริการ .พมิ พ์ครง้ั ที่ 7.นนทบรุ ี:

โรงพิมพ์มหาวทิ ยาลยั สุโขทยั ธรรมาธริ าช
พมิ พรรณ สจุ ารินพงค์. (2553). การจดั นาเท่ียว กรุงเทพฯ: โอเดียนสโตร์.
พิมพ์ระวี โรจนร์ งุ่ สตั ย์. (2553). การท่องเที่ยวชุมชน. พมิ พ์ครงั้ ที่ 1. กรุงเทพฯ: โอเดียนสโตร์.
วรรณา วงษ์วานชิ . (2546). ภูมิศาสตร์การทอ่ งเท่ียว. พิมพ์คร้ังท่ี 2. กรุงเทพมหานคร :

โรงพิมพ์มหาวิทยาลยั ธรรมศาสตร์.

บทที่ 10 หน่วยงานท่เี กี่ยวข้องกบั การท่องเท่ยี ว 317

แผนบริหารการสอนประจาบทท่ี 10
หนว่ ยงานทเ่ี กี่ยวข้องกบั การทอ่ งเทย่ี ว

เวลาเรียน 4 ชัว่ โมง
หัวข้อและเนื้อหาประจาบท

องค์การภาครฐั ทม่ี ีบทบาทต่อการทอ่ งเทย่ี วไทย
องค์การภาครัฐที่ทาหน้าท่ีกากบั ดูแลและสง่ เสริมการท่องเท่ยี วโดยตรง
องค์การภาครัฐทเี่ กี่ยวข้องกบั การท่องเท่ยี วด้านตา่ งๆ
องค์การของรฐั ท่ีกากบั ดูแลด้านส่งิ อานวยความสะดวกดา้ นการท่องเทีย่ ว
องค์การของรัฐทีก่ ากับดูแลด้านบรกิ ารและชว่ ยเหลอื ทางการท่องเท่ยี ว
องค์กรของรัฐทกี่ ากบั ดูแลด้านสินค้าทางการท่องเท่ยี ว
องค์การของรัฐทกี่ ากับดูแลการพฒั นาทรัพยากรมนุษย์ในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว
องค์กรภาคเอกชนทม่ี ีบทบาทต่อการทอ่ งเทยี่ ว
วัตถปุ ระสงคเ์ ชงิ พฤตกิ รรม
1. เพื่อให้ผู้ศึกษาเข้าใจความหมายและความสาคัญขององค์การภาครัฐที่มีบทบาทต่อการ
ทอ่ งเท่ียวไทย
2. เพือ่ ให้ผู้ศึกษาเขา้ ใจความหมายและความสาคัญขององค์การภาครัฐท่ีทาหน้าที่กากับดูแล
และสง่ เสรมิ การทอ่ งเท่ียวโดยตรง
3. เพ่ือให้ผู้ศึกษาเข้าใจความหมายและความสาคัญขององค์การภาครัฐท่ีเก่ียวข้องกับการ
ทอ่ งเทีย่ วดา้ นตา่ งๆ
4. เพ่ือให้ผู้ศึกษาเข้าใจความหมายและความสาคัญขององค์การของรัฐที่กากับดูแลด้านส่ิง
อานวยความสะดวกดา้ นการท่องเที่ยว
5. เพ่ือให้ผู้ศึกษาเข้าใจความหมายและความสาคัญขององค์การของรัฐที่กากับดูแลด้าน
บรกิ ารและช่วยเหลือทางการทอ่ งเทย่ี ว
6. เพอ่ื ใหผ้ ศู้ ึกษาเข้าใจความหมายและความสาคัญขององค์กรของรัฐท่ีกากับดูแลด้านสินค้า
ทางการทอ่ งเท่ียว
7. เพื่อให้ผู้ศึกษาเข้าใจความหมายและความสาคัญขององค์การของรัฐที่กากับดูแลการ
พัฒนาทรัพยากรมนษุ ยใ์ นอตุ สาหกรรมท่องเทีย่ ว
8. เพื่อใหผ้ ้ศู ึกษาเข้าใจความหมายและความสาคญั ขององคก์ รภาคเอกชนที่มีบทบาทต่อการ
ท่องเท่ียว

318 ภมู ศิ าสตร์ไทยเพอ่ื การท่องเทีย่ ว

วิธีสอนและกจิ กรรมการเรียนการสอนประจาบท
1. บรรยายสรุปเนอ้ื หา ยกตัวอย่างประกอบ การนาไปประยุกตใ์ ช้
2. การอภิปรายรว่ มกนั
3. การสนทนาซัก – ถาม การแลกเปลย่ี นความคิดเหน็
4. ทบทวนเนื้อหาโดยแบบฝึกหัด

สื่อการเรยี นการสอน
1. เอกสารประกอบการสอนรายวชิ าน้ี
2. เอกสารท่ีเก่ียวข้องกบั การศกึ ษา (ทป่ี รากฏในเอกสารอา้ งองิ )
3. Power Point ทน่ี าเสนอการสอน
4. แบบฝกึ หัด

การวัดและการประเมนิ
1. การสังเกตความตั้งใจในการเรียน
2. สงั เกตจากการเข้าช้ันเรยี น
3. การปฏบิ ัตงิ านตามที่มอบหมาย
4. การทาแบบฝกึ หดั

บทท่ี 10 หนว่ ยงานทเี่ กีย่ วข้องกับการท่องเทีย่ ว 319

บทที่ 10
หน่วยงานทเ่ี กี่ยวขอ้ งกบั การทอ่ งเทยี่ ว

การท่องเที่ยวเปน็ อุตสาหกรรมทีน่ ารายได้มาสู่ประเทศเป็นอันดับหน่ึงมาเป็นเวลาหลายสิบปี
อุตสาหกรรมการท่องเท่ียวเป็นอุตสาหกรรมการท่ีลงทุนน้อยแต่ได้ผลตอบแทนกลับมาอย่างมหาศาล
ทั้งรูปของเงินตราและภาพลักษณ์ อุตสาหกรรมการท่องเท่ียวจะเกี่ยวข้องกับแรงงานมากมายหลาย
ล้านคน ในอดีตท่ีผ่านมาหน่วยงานองค์กรด้านการท่องเที่ยวยังมีไม่มาก ไม่มีองค์กรที่เข้ามาดูแล
รับผิดชอบโดยตรง แต่หลังจากที่อุตสาหกรรมท่องเท่ียวเติบโต ก็มีหน่วยงานเข้ามารับผิดชอบดูแล มี
พัฒนาการของหน่วยงานท่ีรับผิดชอบดูแลเป็นรูปธรรมมากข้ึนเร่ือยๆ จากสานักงานส่งเสริมการ
ท่องเที่ยว เป็นองค์การส่งเสริมการท่องเท่ียว จากองค์การส่งเสริมการท่องเที่ยว เป็นการ ท่องเท่ียว
แห่งประเทศไทย และกลายเปน็ กระทรวงการทอ่ งเทยี่ วและกีฬาในปัจจุบัน หน่วยงานในอุตสาหกรรม
ท่องเที่ยวยังไม่รวมถึงหน่วยงานภาครัฐอ่ืนๆ เช่นภาควิสาหกิจ ภาคเอกชนอีกมากมายท่ีมีบทบาท
หน้าท่ี ความรับผิดชอบแตกต่างกันไป แต่ทั้งหลาย ต่างมีวัตถุประสงค์จุดมุ่งหมายท่ีเห็นตรงกันคือ
ตอ้ งพยายามชว่ ยกันส่งเสริมผลักดนั ใหอ้ ตุ สาหกรรมทอ่ งเที่ยวมีความก้าวหน้า ให้มีนักท่องเที่ยวเข้ามา
ทอ่ งเทย่ี วไดอ้ ยา่ งประทับใจ สะดวกสบาย ปลอดภัย

เนื้อหาสาหรับบทน้ีจะกล่าวถึง หน่วยงาน องค์การต่างๆ ที่มีความสาคัญทางการท่องเที่ยว
โดยมหี น่วยงานทง้ั ภาครฐั บาลและเอกชน ทม่ี สี ่วนเก่ยี วข้องทางการท่องเทีย่ ว

การท่องเท่ียวได้เจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว ขยายตัวไปทุกส่วนของโลก การท่องเที่ยวเป็น
กิจกรรมที่มีบทบาทสาคัญต่อสังคม ความเป็นอยู่ เศรษฐกิจ วัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อมท้ังระดับ
ท้องถิ่น ระดับประเทศ และระดับโลก องค์การที่กากับดูแลและจัดการทางด้านการท่องเท่ียว คือ
หน่วยงานที่ทาหน้าที่วางนโยบายด้านการท่องเที่ยว ส่งเสริม สนับสนุนและพัฒนาการท่องเท่ียว ก่อ
ขึ้นโดยหน่วยงานทั้งภาครัฐบาลและเอกชน เพื่อร่วมมือกันพัฒนาการท่องเที่ยวให้ยั่งยืนและเป็น
ประโยชน์ต่อส่วนรวมให้มากท่ีสุด องค์การและหน่วยงานต่างๆ ได้นาปัจจัยหลายอย่างมาวิเคราะห์
เพื่อท่ีกาหนดรูปแบบองค์กรทางการท่องเที่ยว ให้มีความหลากหลายแตกต่างกัน อาจมีเหตุผลดังน้ี
(ศรัญยา วรากลุ วิทย์,2551)

1. ปัจจัยด้านระบบการเมือง ในประเทศที่มีระบบการปกครองแบบรวมอานาจที่รัฐกลาง
การจดั ตงั้ องคก์ รเพื่อการท่องเทยี่ วจะถูกจากดั และดูแลโดยรัฐบาล หรือหน่วยงานของประเทศนัน้

2. ปัจจัยด้านระดับความสาคัญของการท่องเที่ยวต่อระบบเศรษฐกิจ ในประเทศท่ีการ
ท่องเที่ยวมีความสาคัญมาก ได้รับการพัฒนาและส่งเสริมระบบเศรษฐกิจท่ีสาคัญ องค์กรทางการ
ท่องเทีย่ วจะจดั ตัง้ ในรูปแบบของกระทรวงหรือกรมซึ่งรฐั จะเข้ามามีบทบาทอยา่ งมากในการกากับดูแล
พฒั นา และส่งเสรมิ การทอ่ งเท่ยี วเกือบทงั้ หมด

3. ปัจจัยด้านระดับการพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเท่ียวภายในประเทศ ประเทศท่ีมีการ
พัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเท่ียวในระดับสูงองค์การการท่องเท่ียวจะ มีลักษณะยืดหยุ่น มีการ
กระจายอานาจและเร่มิ หันมาใชร้ ะบบการจัดต้ังสานักงานสง่ เสรมิ การท่องเท่ียว ในรูปแบบขององค์กร

320 ภูมศิ าสตรไ์ ทยเพอ่ื การท่องเท่ียว

ส่วนท้องถ่ินแทนการบริหารจากหน่วยงานใหญ่ในส่วนกลาง ซึ่งเป็นการบริหารแบบใหญ่ แต่รัฐยังให้
ความสาคัญและสนับสนุนในการพฒั นาเตม็ ท่ี

4. ปัจจัยด้านพื้นที่ของประเทศในประเทศที่มีพื้นท่ีไม่มากนัก องค์การการท่องเท่ียวของ
ประเทศเหลา่ น้ีอาจเป็นการรวมตวั กนั ของภาคเอกชนรปู แบบของสมาคมหรือคณะกรรมการซ่ึงองค์กร
เหล่านี้ไม่ต้องรับภาระในด้านการพัฒนาปัจจัยพื้นฐานมากนักจึงมีโอกาสมุ่งเน้นการพัฒนาด้าน
การตลาดอยา่ งเต็มที่

5. ปัจจัยด้านการเปิดเสรีด้านการค้าและบริการด้านการท่องเที่ยว หลายประเทศจึงมี
แนวคิดการรวมตัวกันขององค์การของการท่องเท่ียวโดยเฉพาะธุรกิจทางการท่องเท่ียวท่ีดาเนินงาน
โดยภาคเอกชน ทั้งนีโ้ ดยมีวัตถปุ ระสงคเ์ พ่ือความอย่รู อดและสร้างความเขม้ แขง็ ให้กับธุรกิจ
องคก์ ารภาครฐั ท่ีมีบทบาทต่อการทอ่ งเทย่ี วไทย

การบริหารการท่องเที่ยวของประเทศส่วนใหญ่จะมีองค์กรของรัฐเข้ามาทาหน้าที่ควบคุม
กากบั ดแู ลและกาหนดนโยบายเก่ยี วกบั การพัฒนาและส่งเสริมการท่องเที่ยว ยกเว้นบางประเทศ ซึ่งมี
รูปแบบบริหารโดยองค์การเอกชน เช่น ประเทศสิงคโปร์ และฮอ่ งกง ในกรณขี องประเทศไทยมีการจัด
องค์กรบริหาร โดยองค์กรภาครัฐท่ีมีอานาจหน้าท่ีกากับดูแลด้านการพัฒนาและด้านการส่งเสริมการ
ท่องเท่ียวโดยตรง หรือท่ีเรียกว่า องค์กรภาครัฐในระบบหลัก ซึ่งมีโครงสร้างหลักอยู่ 4 โครงสร้าง
ได้แก่

1) โครงสร้างองค์กรภาครัฐในระบบราชการส่วนกลาง ประเทศใดที่ให้ความสาคัญกับการ
ท่องเที่ยวมาก รูปแบบการบริหารจะเป็นถึงระดับกระทรวง มีองค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งชาติ
(NTO) เป็นฝ่ายบรหิ าร ประเทศไทยได้วางโครงสร้างบริหารในระบบราชการส่วนกลางเป็น 2 องค์กร
คือ กระทรวงการทอ่ งเทยี่ วและกีฬา ดูแลนโยบายดา้ นยุทธศาสตรก์ ารพัฒนา การวางแผน การพัฒนา
บุคลากร การควบคุม และจัดระเบียบในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
(ททท.) ซ่งึ เป็นองคก์ รรัฐในระบบการบริหารด้านการท่องเที่ยวกับองค์กรนานาชาติ และพันธกรณีที่มี
ต่อประเทศท่มี ขี อ้ ตกลงความรว่ มมอื ดา้ นการท่องเทย่ี วระหว่างกัน ขอ้ ตกลงทวภิ าคี และพหภุ าคี

2) โครงสรา้ งองคก์ รภาครัฐในระบบราชการส่วนภูมิภาค ได้แก่ จังหวัด อาเภอ และราชการ
ส่วนภูมิภาคอื่นๆ จะมีหน่วยงานท่ีรับผิดชอบได้แก่ สานักงานทะเบียนธุรกิจนาเที่ยวและมัคคุเทศก์
และศูนย์การทอ่ งเท่ียว กีฬาและนันทนาการ ซึ่งเป็นองค์กรภาครัฐภายใต้กระทรวงการท่องเที่ยวและ
กีฬา และมีองค์กรภาครัฐในระบบการบริหารแบบรัฐวิสาหกิจในจังหวัดต่างๆ คือ สานักงานการ
ท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ซึ่งต้ังอยู่ใน 22 เขตพ้ืนท่ี เป็นองค์กรสนับสนุนด้านการพัฒนา การตลาด
การโฆษณา และประชาสัมพันธ์ ซึ่งในปัจจุบัน ได้มีการพัฒนาด้านการบริหารในรูปแบบของ
ยทุ ธศาสตร์การพฒั นาจังหวดั แบบบูรณาการ ภายใต้การนาของผูว้ า่ ราชการจังหวดั CEO

3) โครงสร้างองค์กรภาครัฐในระบบราชการส่วนท้องถิ่น มีภาระงานบางส่วนเก่ียวข้องกับ
การท่องเท่ียว เช่น องค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล องค์การบริหารส่วนตาบล สภาตาบล
กรงุ เทพมหานคร และเมอื งพัทยา

บทที่ 10 หนว่ ยงานที่เก่ียวขอ้ งกบั การทอ่ งเทยี่ ว 321
4) โครงสร้างองค์กรภาครัฐในระบบการบริหารแบบรัฐวิสาหกิจ ในปัจจุบันมีองค์กรเดียวท่ี
ทาหนา้ ทีเ่ ก่ยี วกบั การส่งเสรมิ การท่องเทีย่ วโดยตรงคือ การทอ่ งเทีย่ วแหง่ ประเทศไทย (ททท.)
นอกจากภาครัฐที่ให้ความสาคัญกับการท่องเท่ียวแล้ว ยังมีองค์กรนานาชาติอีกมากที่เข้ามา
ชว่ ยเหลือสนับสนนุ เช่น องคก์ ารท่องเท่ียวโลก(World Tourism Organization: WTO) องค์การการ
บินพลเรือนระหว่างประเทศ (International Civil Aviation Organization : ICAO) องค์การเพื่อ
ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ และวิชาการเพื่อการพัฒนา (Organization of Economic and
Cooperation for Development :OECD) สภาการเดินทางและการท่องเที่ยวโลก (World Travel
and Tourism Council : WTTC) สมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (International Air
Transport Association : IATA) สมาคมส่งเสริมการท่องเท่ียวภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค (The Pacific
Asia Travel Association : PATA) สมาคมส่งเสริมการประชุมระหว่างประเทศ (International
Congress and Convention Association: ICCA) สมาคมการท่องเที่ยวอาเซียน (ASEAN Tourism
Association : ASEANTA) เป็นตน้
ท้งั น้ีองค์การภาครัฐบาลท่ีมีบทบาทตอ่ การท่องเท่ียวไทย สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ลักษณะ
คอื
องค์การภาครัฐทท่ี าหน้าที่กากับดแู ลและส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยตรง
องค์การภาครัฐทท่ี าหน้าที่กากบั ดูแลและสง่ เสริมการท่องเทย่ี วโดยตรง เป็นหนว่ ยงานท่จี ัดต้ัง
ข้ึนเพ่ือรับผดิ ชอบในการกาหนดและใชน้ โยบายการท่องเที่ยวของชาติ เป็นตัวแทนและกลไกของฝา่ ย
บรหิ ารประเทศท่ีรับผดิ ชอบในการควบคุมดแู ล กาหนดทิศทางในการสง่ เสรมิ และพัฒนาการทอ่ งเทยี่ ว
โดยมากจะกากบั ดแู ลโดยกระทรวง ดาเนนิ งานเพ่ือสนองนโยบายทร่ี ฐั กาหนดไว้ ไมว่ า่ จะเป็น ดา้ นการ
ส่งเสรมิ การตลาด การพฒั นาการท่องเท่ยี ว ตามขอบข่ายภารกจิ ท่กี าหนด มีฐานะเป็นกระทรวง ทบวง
กรม หรอื อยูใ่ นรปู ของคณะกรรมการ สาหรับประเทศไทยองค์การภาครัฐทเี่ กี่ยวข้องกับการท่องเทย่ี ว
มดี ังน้ี (ฉนั ทชั วรรณถนอม,2557)
1. กระทรวงการทอ่ งเทย่ี วและกีฬา (Ministry of Tourism and Sports) เนื่องจากการ
ทอ่ งเทยี่ วมีขยายตัวอย่างรวดเรว็ เช่นเดยี วกับรฐั บาลได้เล็งเห็นความสาคญั ของการท่องเท่ียว จึงมีการ
ปรับโครงสร้างเพอื่ ความสะดวกในการพัฒนาการท่องเที่ยว ในพ.ศ. 2545 มีการปรับโครงสร้างระบบ
ราชการไทย โดยมีการจัดตั้งกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาข้ึน กระทรวงนี้มีหน้าที่รับผิดชอบ
เก่ียวกับการส่งเสริมสนับสนุนและพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเท่ียวโดยตรง โดยกระทรวงกา ร
ท่องเท่ียวและกีฬาได้แบ่งส่วนหน่วยงานในสังกัดราชการออกเป็น 5 ส่วน คือ 1) สานักงานรัฐมนตรี
2) สานักงานปลัดกระทรวง 3) สานักงานพัฒนาการกีฬาและนันทนาการ 4) สานักงานพัฒนาการ
ท่องเที่ยว และ 5) สถาบันการพละศึกษา (สานักงานการท่องเทย่ี วและกฬี า,2559)
นอกจากนกี้ ระทรวงการทอ่ งเท่ียวและกีฬายงั มีสังกัดในภาครฐั วิสาหกจิ อยู่ 2 รัฐวิสาหกิจคอื
1) การท่องเทย่ี วแห่งประเทศไทย 2) การกฬี าแหง่ ประเทศไทย
โครงสร้างของกระทรวงการท่องเท่ียวและกีฬา ในส่วนที่เก่ียวกับการท่องเท่ียวประกอบด้วย
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงและรองปลัดกระทรวง รวมทั้ง ททท.และสานักงานส่งเสริมการประชุมและ
นิทรรศการ พ.ศ. 2545 กาหนดให้จัดตั้งการส่งเสริมการประชุมและนิทรรศการหรือ สสปน.
(Convention and Exhibition Bureau - CEB) โดยมีฐานะเป็นองค์การมหาชน สังกัดกระทรวงการ

322 ภมู ศิ าสตร์ไทยเพื่อการทอ่ งเท่ียว
ท่องเทย่ี วและกีฬา มีคณะกรรมการสง่ เสรมิ การจัดประชุมและนิทรรศการ โดยให้สานักงานส่งเสริม ฯ
มีหน้าท่ีรับผิดชอบในการส่งเสริม พัฒนา กากับดูแล ประสานงาน และอานวยความสะดวกเก่ียวกับ
การจัดการประชุม การท่องเท่ียว การจัดนิทรรศการและสนับสนุนให้มีการนาเสนอศิลปะและ
วฒั นธรรมของประเทศ
2. สานักงานพัฒนาการท่องเท่ียว (Office of Tourism Development) การแบ่งส่วน
ราชการภายในกระทรวงในส่วนที่เกี่ยวกับการส่งเสริมและพัฒนาการท่องเท่ียว มีสานักงานการ
พัฒนาการท่องเท่ียวเป็นหน่วยงานหลัก หัวหน้าสานักงานคือ ผู้อานวยการสานักงานการท่องเท่ียว
และมีผชู้ ่วยคอื รองผอู้ านวยการสานักงานการพัฒนาการทองเท่ียวและผู้อานวยการกอง ผู้อานวยการ
สานักพัฒนาบริการท่องเท่ียว ผู้อานวยการสานักทะเบียนธุรกิจนาเท่ียวและมัคคุเทศก์และผู้อานวย
การสานกั พัฒนาแหล่งท่องเท่ียว สานกั งานการพัฒนาการท่องเที่ยวแบ่งราชการตามกฎกระทรวงของ
สานักงานการพัฒนาการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเท่ียวและกีฬา ในปีพ.ศ. 2545 มีอานาจหน้าที่
ดังน้ี
2.1 ดาเนนิ การเกย่ี วกับการบรหิ ารงานทว่ั ไปและปฏบิ ัตงิ านสารบรรณของสานักงาน
2.2 ดาเนนิ การเกีย่ วกับงานชว่ ยอานวยการและประสานราชการสานกั งาน
2.3 จัดทาและประสานงานแบบปฏิบัติงานของสานักงานการพัฒนาการท่องเที่ยวให้
สอดคลอ้ งกับนโยบายและแผนแม่บทของกระทรวง
2.4 ดาเนินการเก่ียวกับการเงิน การบัญชีงบประมาณ การพัสดุ อาคารสถานที่
ยานพาหนะของสานักงาน
2.5 จดั ระบบงาน และบรหิ ารงานบุคคลของสานกั งาน
2.6 ดาเนินการเก่ียวกับงานกฎหมายและระเบียบงานเกี่ยวกับงานนิติกรรมและสัญญา
งานเกี่ยวกบั ความรับผดิ ชอบทางแพ่ง งานคดปี กครอง และงานคดอี นื่ ๆ ท่อี ย่ใู นอานาจหน้าท่ี
2.7 ประชาสัมพันธแ์ ละเผยแพร่กิจกรรมและผลงานของสานกั งาน
2.8 ปฏบิ ัติงานรว่ มกันหรอื สนบั สนนุ การปฏบิ ตั ิงานของหน่วยงานอนื่ ๆ ท่เี กยี่ วขอ้ ง
3. สานกั งานทะเบยี นธรุ กจิ นาเท่ยี วและมคั คุเทศก์ มีอานาจหน้าท่ี
3.1 ดาเนินการเกี่ยวกับการออกใบอนุญาต ต่ออายุใบอนุญาต การส่งพักหรือเพิกถอน
ใบอนุญาต การชาระค่าธรรมเนียมเก่ียวกับธุรกิจนาเท่ียวและมัคคุเทศก์ รวมทั้งการวางหลักประกัน
ของผ้ปู ระกอบธุรกิจนาเท่ียว และการออกใบอนญุ าตอ่ืนๆ ท่เี กีย่ วกบั ธุรกิจนาเทยี่ วและมัคคเุ ทศก์
3.2 ดาเนนิ การจดั ทา เกบ็ รกั ษา บนั ทึกและติดตามแก้ไขข้อมูลและประวัติของธุรกิจนา
เทย่ี วและมคั คเุ ทศก์
3.3 ประสาน สง่ เสริม และสนบั สนนุ หน่วยงานท่เี ก่ยี วขอ้ ง เพ่ือให้การประกอบธุรกิจนา
เท่ยี วและมัคคเุ ทศกใ์ ห้เป็นไปตามทก่ี าหนด
3.4 ดาเนนิ งานเก่ยี วกบั งานเลขานุการของคณะกรรมการธุรกิจนาเท่ียว และมัคคุเทศก์
และคณะอนกุ รรมการท่คี ณะธุรกจิ นาเทยี่ วและมัคคุเทศกแ์ ต่งต้ัง
3.5 ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงาน ของหน่วยงานอ่ืนท่ีเก่ียวข้องหรือ
ไดร้ ับมอบหมาย

บทท่ี 10 หน่วยงานที่เกยี่ วขอ้ งกับการท่องเทยี่ ว 323
4. สานักพัฒนาการท่องเท่ียว มีอานาจหน้าท่ี

4.1 ศกึ ษา วเิ คราะห์ วจิ ัยสภาพปัญหา และความต้องการในการพัฒนาบริการแหล่ง
ทอ่ งเที่ยว เพือ่ กาหนดมาตรฐานบรกิ ารท่องเทย่ี ว

4.2 ประสาน สง่ เสริม และสนับสนนุ หนว่ ยงานท่ีเก่ียวขอ้ งงใหม้ กี ารปฏิบตั ติ าม
มาตรฐานที่กาหนด

4.3 ตดิ ต่อประสานกับหนว่ ยงานทเ่ี กี่ยวข้อง ในการแก้ไขปัญหาเกยี่ วกับการบรกิ าร
ท่องเท่ียว การอานวยความสะดวก และความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว

4.4 ปฏบิ ตั งิ านรว่ มกับหรือสนับสนนุ การปฏิบตั ิงานของหน่วยงานอืน่ ทีเ่ ก่ียวขอ้ งหรือ
ไดร้ ับมอบหมาย

4.5 สนบั สนนุ และให้บรกิ ารความรูด้ า้ นการท่องเที่ยว ทงั้ ในด้านการอบรม การบรรยาย
การประชมุ สัมมนา

5. สานักพฒั นาแหล่งทอ่ งเท่ียว มีอานาจหนา้ ที่
5.1 ศึกษา วเิ คราะห์ปัจจยั สภาพปัญหา และความต้องการในการพัฒนาการทองเท่ียว

เพ่อื กาหนดมาตรฐาน
5.2 ศกึ ษา วิเคราะหป์ จั จัยและพัฒนาองค์ความรู้ด้านการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว และ

อนุรกั ษ์แหล่งท่องเท่ียว
5.3 ประสาน สง่ เสรมิ และสนับสนนุ หนว่ ยงานท่ีเกย่ี วข้องกับการท่องเที่ยว เพ่ือใหเ้ กิด

การพัฒนาและอนรุ กั ษ์แหลง่ ท่องเท่ียวแบบยั่งยนื ตามมาตรฐานท่ีกาหนด
5.4 ส่งเสริม และสนับสนุนกิจกรรมภาพยนตร์ ทงั้ ภาคการผลติ การบริการและ

กจิ กรรมทเ่ี กย่ี วข้อง เพ่ือเปน็ การสง่ เสรมิ เผยแพรศ่ ิลปวฒั นธรรม
5.5 ปฏบิ ตั งิ านรว่ มกับหรอื สนับสนุนการปฏบิ ัตงิ านของหนว่ ยงานอ่ืนทีเ่ ก่ียวข้องหรือท่ี

ได้รับมอบหมาย
เม่ือพิจารณาบทบาทหน้าท่ีตามกฎหมายแล้ว สานักงานพัฒนาการท่องเท่ียว มีภารกิจ

ในการพัฒนามาตรฐานการบริการด้านการท่องเที่ยวและแหล่งท่องเที่ยว รวมท้ังการสนับสนุนการ
ประกอบธุรกิจนาเท่ียวและมัคคุเทศก์ให้อยู่ในระดับมาตรฐานเพื่อประโยชน์ทางเศรษฐกิจ สังคมและ
วฒั นธรรมและเพื่อให้เกดิ การทอ่ งเทย่ี วแบบยัง่ ยืน โดยมอี านาจและหนา้ ที่ดังต่อไปนี้

1) ศกึ ษา วเิ คราะห์ วจิ ัย รวบรวมข้อมูลสถิติดา้ นการทอ่ งเที่ยว แนวทางการดาเนนิ การ
พัฒนาการท่องเท่ยี วใหส้ อดคลอ้ งกบั นโยบายและแผนพัฒนาการท่องเทย่ี วแหง่ ชาติ

2) จัดทาแผนพัฒนาการบริการดา้ นการท่องเท่ียว รวมทง้ั ประสาน ส่งเสรมิ และสนับสนุนให้
มีการปฏิบตั ิตามแบบแผนที่กาหนด

3) จัดทาแผนพัฒนาทะเบียนธุรกิจนาเทยี่ วและมัคคุเทศก์ รวมท้ังประสาน ส่งเสริมและ
สนับสนุนให้มีการปฏิบัติตามกฎหมายทกี่ าหนด

4) ดาเนนิ ตามกฎหมายว่าดว้ ยธรุ กิจนาเทย่ี วและมัคคุเทศก์ และกฎหมายอ่ืนที่เก่ียวข้อง
5) ติดตามและประเมินผลงานดา้ นการท่องเท่ยี ว
6) ส่งเสริมา สนบั สนนุ กจิ การภาพยนตร์ ท้ังภาคการผลติ และการบรกิ ารและกจิ การที่
เก่ยี วข้อง

324 ภมู ศิ าสตรไ์ ทยเพื่อการทอ่ งเทย่ี ว

7) ปฏิบตั ิการอน่ื ใดที่เกีย่ วข้องตามท่ีกฎหมายกาหนดใหเ้ ป็นอานาจหนา้ ท่ีของสานักงาน หรอื
ตามท่ีกระทรวงหรือคณะรัฐมนตรมี อบหมาย

6. การท่องเท่ียวแหง่ ประเทศไทย หรอื ททท. (Tourism Authority of Thailand –
TAT)

การท่องเทยี่ วแหง่ ประเทศไทย เป็นสานักงานส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งชาติของประเทศไทย
มีฐานะเปน็ รฐั วสิ าหกจิ ข้นึ ตรงต่อสานกั นายกรฐั มนตรี ตามพระราชบัญญัติการท่องเท่ียวแห่งประเทศ
ไทย พ.ศ. 2522 โดยพัฒนาขึ้นมาจากองค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (อ.ส.ท.) ซึ่ง
ต้ังข้ึนเมื่อปี พ.ศ.2502 ตามนโยบายของรัฐบาลสมัย จอมพลสฤษด์ิ ธนะรัชต์ เป็นนายกรัฐมนตรีใน
สมัยนั้น ในการดาเนินงานของ ททท. นับตั้งแต่ก่อตั้งมา ได้กาหนดนโยบายไว้อย่างชัดเจนว่ามี
วตั ถปุ ระสงค์สง่ เสรมิ การท่องเทีย่ วและอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวด้วยการสร้างแรงจูงให้นักท่องเท่ียว
ในตา่ งประเทศเดินทางสู่ประเทศไทยเพ่ือให้ได้ซึ่งรายได้เป็นเงินตราต่างประเทศเพ่ือเพ่ิมพูนเศรษฐกิจ
ส่วนร่วม ขยายแหล่งท่องเที่ยวให้กระจายไปในท้องถิ่น เพ่ือเป็นการกระจายรายได้จากการท่องเท่ียว
ให้ทั่วถึงประชากรในทุกภูมิภาค อนุรักษ์และฟ้ืนฟูสมบัติ วัฒนธรรมทรัพยากรธรรมชาติ และ
ส่ิงแวดล้อม เพ่ือให้คงความเป็นเอกลักษณ์ของไทยไว้ด้วยดีที่สุด พัฒนาส่ิงอานวยความสะดวกและ
บรกิ ารด้านการท่องเที่ยวให้มากขึ้น เพ่ือความปลอดภัยให้นักท่องเที่ยวให้ม่ันใจในความปลอดภัยของ
ร่างกายและทรัพย์สิน ส่งเสริมการเดินทางเพื่อการท่องเที่ยวของคนไทยภายในประเทศอันเป็นการ
เพิ่มสวัสดิการให้แก่คนไทยโดยเฉพาะกลุ่มท่ีมีรายได้น้อย เด็กและเยาวชน สร้างแรงงานใน
อุตสาหกรรมท่องเท่ียวย่างมีประสิทธิภาพ ส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในกิจกรรมเพื่อพัฒนาการ
ทอ่ งเทยี่ วอยา่ งกว้างขวางมากขน้ึ

กลา่ วได้วา่ ททท. เปน็ หนว่ ยงานภาครฐั ทีม่ ีบทบาทสาคญั ย่งิ ตอ่ การเจริญเติบโตด้านเศรษฐกิจ
การค้าบริการท่องเท่ียวไทย อันเป็นประโยชน์แก่อุตสาหกรรมท่องเท่ียวของประเทศ ททท. ได้
ดาเนนิ งานทั้งด้านการตลาด และการพัฒนาควบคู่ไปในการพัฒนาแหล่งท่องเท่ียวคุณภาพการบริการ
ท่องเที่ยวและลงทุนเพ่ือการท่องเที่ยว ด้วยการส่งเสริมให้การท่องเที่ยวมีมาตรฐาน ควบคุมและ
กาหนดเกณฑ์เกย่ี วกบั การประกอบธุรกจิ นาเที่ยวและมัคคุเทศก์ให้ชัดเจนเป็นมาตรฐานและมีคุณภาพ
นอกจากนน้ั ททท. ยังใชก้ ลยทุ ธท์ างการตลาดในการส่งเสรมิ เผยแพรป่ ระชาสมั พันธ์แหล่งท่องเที่ยวให้
แพร่หลายตลอดจนการจัดกิจกรรมงานเทศกาลประเพณีต่างๆ เพื่อเสริมสร้างแรงดึงดูดใจในการ
ท่องเที่ยวในประเทศไทย และการพัฒนาด้วยวิธีการต่างๆ ดังจะเห็นจากการรณรงค์โครงการต่างๆ
เช่น โครงการไทยเที่ยวไทย (2544) โครงการ Unseen Thailand (ปี 2546-2551) โครงการเท่ียว
ไทยครึกคร้นื เศรษฐกจิ ไทยคึกคัก (ปี 2551-2552) โครงการหลงรักประเทศไทย (2557)และโครงการ
ทอ่ งเท่ียววิถีไทย เก๋ไก๋สไตล์ลึกซ้ึง (The Unique Thai Local Experiences) เป็นแผนการตลาดที่ใช้
ในปี 2560 นอกจากน้ี ททท. ยังให้การสนับสนุนและร่วมมือกับองค์กรท่องเที่ยวท้ังในประเทศและ
ตา่ งประเทศ มกี ารดาเนนิ กจิ กรรมด้านการส่งเสริมและพัฒนา การโฆษณาประชาสัมพันธ์ รวมท้ังการ
สง่ เสริมการขาย โดยการเข้าร่วมการประชมุ สัมมนางานแสดงสินค้าทางการท่องเท่ียว (Travel Trade
Show) ต่างๆ การจัดนิทรรศการหรือ Booth ใหข้ อ้ มลู ขา่ วสารแจกจ่ายรวมท้ังจัดงานส่งเสริมการขาย
ร่วมกับธุรกิจเอกชน หรือสนับสนุนเผยแพร่กิจกรรมท่องเท่ียวร่วมกับผู้ประกอบการท่องเท่ียวต่างๆ
การเชญิ สื่อมวลชนและธุรกิจการท่องเที่ยวจากต่างประเทศเพ่ือทัศนศึกษาในประเทศไทยเพ่ือกลับไป

บทท่ี 10 หนว่ ยงานทเี่ ก่ยี วข้องกับการทอ่ งเทย่ี ว 325

เผยแพร่ศักยภาพการท่องเที่ยวของไทยและเสริมสร้างความมั่นใจที่จะกลับมาท่องเท่ียวประเทศไทย
นอกจากนี้ ยังมีการจัดงานแถลงข่าวและพบปะสื่อมวลชน ทั้งในและต่างประเทศเพ่ือแนะนาแหล่ง
ท่องเทย่ี ว เทศกาลงานประเพณี รวมทัง้ สิ่งอานวยความสะดวกทางการท่องเทีย่ ว

ททท. มีการจัดทาโครงการพิเศษ เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวในแต่ละปีหรือช่วงเวลา
ถือเป็นช่องทางหน่ึงในการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารการท่องเที่ยวของประเทศ และสามารถดึงดูดความ
สนใจจากนักท่องเที่ยว หรือผู้ได้รับข่าวสารมากกว่าการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารทั่วไป ซ่ึงในช่วงเวลา
ของการดาเนินโครงการพิเศษจะมนี กั ท่องเท่ียวเดนิ ทางมาเยือนเป็นจานวนมาก

จะเห็นได้ว่าการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ถือว่าเป็นหน่วยงานหลักที่มีภารกิจสาคัญจาก
รัฐบาล ในเร่ืองการบริหารอุตสาหกรรมการท่องเท่ียวของประเทศ โดยเฉพาะในเรื่องของการนา
รายไดใ้ นรูปเงนิ ตราต่างประเทศเขา้ สปู่ ระเทศ เพอื่ นามาใชพ้ ฒั นาประเทศตอ่ ไป
องคก์ ารภาครัฐทเี่ กี่ยวข้องกับการท่องเท่ยี วด้านต่างๆ

นอกจากกระทรวงการท่องเท่ียวและกีฬา ซ่ึงเป็นองค์กรภาครัฐท่ีทาหน้าที่กากับดูแลและ
ส่งเสริมการท่องเท่ียวโดยตรง ยังมีองค์การภาครัฐท่ีเก่ียวข้องกับการท่องเที่ยวในทางอ้อม แต่ละ
องค์การ จะมีบทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบและช่วยส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเท่ียวโดยแบ่งตาม
ภารกจิ ดังนี้ (ฉนั ทชั วรรณถนอม,2557)

1. กรมอุทยานแห่งชาติ สตั ว์ป่าและพันธพ์ุ ชื กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นหน่วยงาน
ทีม่ ีภารกจิ เกีย่ วกับการอนุรักษ์ ส่งเสริมและฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้ สัตว์ป่า และพันธ์พืช ในเขตพื้นที่ป่า
เพ่ือการอนุรักษ์ โดยการป้องกันควบคุมพื้นที่ป่าอนุรักษ์เดิมท่ีมีอยู่ และฟื้นฟูป่าเส่ือมโทรมให้กลับ
สมบูรณ์ดว้ ยกลยทุ ธ์การสง่ เสรมิ กระตนุ้ และปลูกจิตสานึกให้ชุมชนมีความรสู้ ึกหวงแหน และการมีส่วน
ร่วมในการดูแลทรัพยากรท้องถิ่นเพื่อเป็นการรักษาสมดุลของระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อม ตลอดจน
ความหลากหลายทางชีวภาพ สาหรับเป็นแหล่งต้นน้าลาธาร แหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า แหล่ง
อาหาร แหล่งนันทนาการและการท่องเทยี่ วทางธรรมชาติของประชาชน

2. กรมควบคุมมลพษิ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีและสงิ่ แวดลอ้ ม มีบทบาทและ
ภารกิจทวั่ ไป ในการควบคมุ ป้องกันและแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมอันเน่ืองมาจากภาวะมลพิษ ซึ่งได้แก่
การเสนอความเห็นในการจัดกาหนดนโยบายด้านการควบคุมมลพิษของประเทศ การกาหนด
มาตรฐานคุณภาพสิ่งแวดล้อม (มาตรฐานคุณภาพน้าในแม่น้า ลาคลอง น้าทะเลชายฝั่ง คุณภาพ
อากาศในบรรยากาศ ฯลฯ (การกาหนดมาตรฐานควบคุมมลพิษจากแหล่งกาเนิด) มาตรฐานน้าท้ิงจาก
อาคารต่างๆ น้าท้ิงจากโรงงานอุตสาหกรรม และนิคมอุตสาหกรรม มาตรฐานไอเสียจากยานพาหนะ
ต่างๆ ฯลฯ การจัดทาแผนการจัดการคุณภาพส่ิงแวดล้อม และมาตรการควบคุมมลพิษ (การจัดการ
ขยะมูลฝอย การจัดการของเสียอันตราย การประกาศเขตควบคุมมลพิษ ฯลฯ) การติดตามตรวจสอบ
สถานการณ์มลพิษ รับเร่ืองราวร้องทุกข์ด้านมลพิษ และดาเนินการตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริม
และรักษาคณุ ภาพส่ิงแวดลอ้ มด้านการควบคมุ มลพษิ

326 ภมู ิศาสตร์ไทยเพ่ือการทอ่ งเทย่ี ว
3. กรมส่งเสริมคุณภาพส่ิงแวดล้อม กระทรวงวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม มี

หน้าที่ส่งเสริมเผยแพร่แลแประชาสัมพันธ์ เพ่ือสร้างจิตสานึก และการมีส่วนร่วมพัฒนาบุคลากร
กระบวนการการมีสว่ นร่วม และเครอื ขา่ ยด้านสิ่งแวดล้อมเพ่ือการส่งเสริมคุณภาพส่ิงแวดล้อม พัฒนา
ประยุกต์ และให้บริการสารสนเทศ วิเคราะห์ วิจัยพัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยี เพื่อการจัดการ
ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม กลุ่มองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน กลุ่มชุมชน ฯลฯ กลายเป็น
เครือข่ายการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติแลส่ิงแวดล้อม ที่มีการดาเนินกิจกรรมอย่างต่อเน่ืองเป็น
รูปธรรม เช่น เครือข่ายด้านการอนุรักษ์ลุ่มน้า เครือข่ายด้านการอนุรักษ์ป่าและป่าชุมชน เครือข่าย
เยาวชน เครือข่ายเทศบาล เครือข่ายองค์กรบริหารส่วนตาบล (อบต.สีเขียว) เครือข่ายส่ิงแวดล้อม
ศกึ ษา เป็นตน้ ซ่ึงเป็นประโยชนต์ ่อการอนรุ กั ษ์สิ่งแวดล้อมในแหล่งท่องเทย่ี ว

4. สานักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงวิทยา
ศาสตร์เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม เป็นหน่วยงานราชการ มีบทบาทในการกาหนดนโยบายและ
แผนการสง่ เสรมิ และรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและวิเคราะห์
ผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่อาจเกิดข้ึนจากกิจกรรมของภาครัฐและเอกชน ประสานงานร่วมมือกับการ
ท่องเท่ียวแห่งประเทศไทยในการติดตามและตรวจสอบสภาพพ้ืนท่ีแหล่งท่ีมีศักยภาพและกาหนด
หลกั เกณฑ์ความดงึ ดดู ใจเพ่อื ให้การทอ่ งเทย่ี วแห่งประเทศไทยยดึ ถือปฏิบตั ิในดา้ นการทอ่ งเที่ยวต่อไป

5. กรมชลประทาน การประปาส่วนภูมิภาค การประปานครหลวง กระทรวงเกษตรและ
สหกรณ์ เป็นหนว่ ยงานราชการ ท่ีมีบทบาทหน้าท่ีในการจัดการทรัพยากรน้าให้เกิดประสิทธิภาพมาก
ที่สุด ท้ังในด้านเกษตรกรรม และอุตสาหกรรมเพ่ือการอุปโภคบริโภค บรรเทาอุทกภัย เป็นแหล่ง
เพาะเลี้ยงสัตว์น้า ตลอดจน ทาแหล่งน้าให้เป็นสถานที่ท่องเท่ียวพักผ่อนหย่อนใจ เช่น อ่างเก็บน้า
ฝายทดนา้ เป็นต้น

6. องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ
ดาเนินงานในลักษณะการให้บริการในกิจการเกี่ยวเนื่องกับปาไม้ตามนโยบายพิเศษของรัฐด้านการ
อนุรักษ์และใช้ประโยชน์ทรัพยากรธรรมชาติและเป็นการทาธุรกิจแสวงหากาไรไปด้วย องค์การ
อุตสาหกรรมป่าไม้ได้พัฒนาพ้ืนท่ีสวนป่าท่ีมีศักยภาพให้เป็นแหล่งท่องเท่ียวเชิงอนุรักษ์ เช่น สวนป่า
เกริงกระเวีย สวนปา่ ทองผาภมู ิ ศนู ย์อนุรกั ษช์ า้ งไทย สวนปา่ ทงุ่ เกวียน และสวนป่าแม่แจม่ เป็นตน้

7. องค์การสวนสัตว์ องค์การสวนสัตว์มีหน้าท่ีรับผิดชอบในเรื่องการให้การศึกษา การ
อนุรักษ์และขยายพันธ์ และการจัดสถานที่ในสวนสัตว์ให้เป็นสถานท่ีพักผ่อนหย่อนใจของประชาชน
ท่ัวไปนอกจากน้ียังเป็นหน่วยงานซึ่งมีหน้าท่ีประสานงานและดาเนินการด้านต่างๆ ให้สวนสัตว์ โดย
ปัจจุบันมีสวนสัตว์อยู่ภายใต้ความรับผิดชอบ 5 แหล่งคือ สวนสัตว์ดุสิต สวนสัตว์เปิดเขาเขียว สวน
สัตว์เชียงใหม่ สวนสัตว์นครราชสมี า และสวนสัตวส์ งขลา

8. องค์การสวนพฤกษศาสตร์ ภารกิจหลักของสวนพฤกษศาสตร์ คอื เป็นศูนย์รวมพรรณไม้
ไทย ท่ีมีความเป็นเลิศทางวิชาการด้านพืช ทาหน้าท่ีเป็นศูนย์ศึกษาและค้นคว้าวิจัย ทางด้าน
พฤกษศาสตร์ ด้านความหลากหลายทางชีวภาพและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม รวมท้ังเป็นสถานท่ี
เผยแพร่ความสวยงามและคุณค่าของพรรณพฤกษชาติไทย ให้เป็นที่ประจักษ์แก่ประชาชนท่ัวไป
องค์การสวนพฤกษศาสตร์ได้ต้ังศูนย์รวมพรรณไม้ไว้ในภูมิภาค โดยมุ่งพัฒนาให้มีความพร้อมในการ

บทที่ 10 หนว่ ยงานที่เกย่ี วขอ้ งกับการท่องเท่ียว 327
เป็นแหล่งรวบรวมพรรณไม้หายาก พรรณไม้ประจาถ่ิน เป็นแหล่งบริการให้ความรู้ทางด้านพืช เป็น
หอ้ งเรียนทางธรรมชาติของเยาวชน และเปน็ แหล่งนนั ทนาการสาหรับประชาชนในท้องถน่ิ ตอ่ ไป

9. กรมศิลปากร เป็นหน่วยงานราชการทาหน้าท่ีในการดูแล บารุงรักษา ป้องกัน อนุรักษ์
ฟื้นฟู ส่งเสริม สร้างสรรค์ และเผยแพร่ศิลปะวิทยาการและวัฒนธรรมของชาติในด้านพิพิธภัณฑ์
โบราณคดี โบราณสถาน วรรณกรรม ประวัติศาสตร์ ขนบธรรมเนียม จารีตประเพณี หอสมุดแห่งชาติ
หอจดหมายเหตุแหง่ ชาติ นาฏศลิ ป์ ดรุ ิยางคศ์ ลิ ป์ สถาปตั ยกรรม และศลิ ปกรรม และส่งเสริมความมี
เอกลักษณ์ของวัฒนธรรมร่วมสมัย เน้นภูมิปัญญาและเทคโนโลยีท้องถ่ิน รวมท้ังยังได้ร่วมมือกับการ
ท่องเท่ียวแห่งประเทศไทย ภาคเอกชน และประชาชนท้องถ่ินในการกาหนดมาตรการ และรูปแบบ
กจิ กรรมทอ่ งเทีย่ วในแหล่งโบราณคดี และพิพิธภณั ฑส์ ถานแหง่ ชาตใิ หช้ ัดเจน

10. กรมการศาสนา เป็นหน่วยงานราชการ มีบทบาทหน้าที่ในการทานุบารุงส่งเสริมพระ
พุทธ ศาสนา สนองงานของรัฐบาลและคณะสงฆ์ด้านการบริหารการปกครอง การศึกษา การเผยแพร่
พระพุทธศาสนาและสาธารณูปการ รวมทั้งยังสนับสนุนศาสนาอ่ืนๆ ท่ีทางราชการรับรองการนา
สถานท่ีสาคญั ทางศาสนามาเปน็ จุดดงึ ดูดใจเพอ่ื การทอ่ งเทย่ี ว

11. สานกั งานคณะกรรมการวัฒนธรรมแหง่ ชาติ สงั กัดกระทรวงวัฒนธรรม เป็นหน่วยงาน
ที่ทาหน้าที่ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของสังคมในการเสริมสร้างค่านิยมและความภาคภูมิใจในความเป็น
ไทย ส่งเสริมการนาทุนทางวัฒนธรรมมาประยุกต์ในการดาเนินชีวิตและการพัฒนาอย่างอย่างยืน
จัดการความรู้และพัฒนาแหล่งการเรียนรู้ทางวัฒนธรรมสนับสนุนและเสริมสร้างความเข็มแข็งของ
เครอื ข่ายทางวฒั นธรรมรวมทง้ั มกี ารส่งเสรมิ วฒั นธรรมเพ่อื การท่องเทีย่ ว

12. การไฟฟ้าฝ่ายผลิต การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค การไฟฟ้านครหลวง เป็นหน่วยงาน
รัฐวิสาหกิจ มีหน้าท่ีรับผิดชอบกิจการไฟฟ้าของประเทศ การก่อสร้างโรงไฟฟ้า ขยายกาลังการผลิต
และระบบสง่ ไฟฟ้า รวมทงั้ พฒั นาพลงั งานทดแทนควบคู่กันไปด้วย นอกจากน้ีการไฟฟ้าฝ่ายผลิตยังได้
ดาเนนิ งานดา้ นอ่างเก็บน้า ซึง่ อาจจัดเป็นสถานท่ีทอ่ งเทย่ี วทส่ี าคญั ของประเทศด้วย

นอกจากน้ียังมี สานักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ เป็นหน่วยงานที่จัดตั้งข้ึนตามความ
ในพระราชบัญญัติจัดระเบียบทรัพย์สินฝ่ายพระมหากษัตริย์ พุทธศักราช 2479 เดิมมีฐานะเป็น
หนว่ ยงานราชการ สงั กดั กระทรวงการคลัง และไดย้ กฐานะข้นึ เป็นนิติบุคคลเมื่อปี พ.ศ. 2491 มีหน้าท่ี
ดูแลรักษาและบริหารทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ที่กาหนดให้แยกต่างหากจากทรัพย์สินส่วน
พระองค์ (เช่น วังสระประทุม ที่ทรงได้รับสืบทอดมาจากพระราชบิดา) ซ่ึงดูแลโดยสานักงานจัดการ
ทรัพย์สินส่วนพระองค์ และทรัพย์สินส่วนสาธารณสมบัติของแผ่นดิน (เช่น พระตาหนักจิตรลดา
รโหฐาน) ซึ่งอยู่ในความดูแลของสานักพระราชวัง ทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ในความดูแลของ
สานกั งานทรพั ย์สินสว่ นพระมหากษตั รยิ ์ กล่าวโดยสรุปแล้วก็คือพระราชทรัพย์ของราชวงศ์จักรีที่แยก
ตา่ งหากจากทรัพยส์ ินของราชการ เช่น เงินจากการแต่งสาเภาคา้ ขายตา่ งประเทศของรัชกาลที่ 3 หรือ
ที่เรียกว่า “เงินถุงแดง” ซ่ึงตกทอดมาถึงรัชกาลท่ี 5 และใช้จ่ายค่าปฏิกรรมสงครามแก่ประเทศ
ฝร่ังเศส หลังเหตุการณ์สงคราม ร.ศ. 112 ซ่ึงมีส่วนให้ประเทศสยามรักษาเอกราชไว้ได้ หรือ บริษัท
ปูนซีเมนต์ไทย ท่ีก่อตั้งโดยรัชกาลที่ 6 ต่อมาภายหลังการปฏิวัติเปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อ พ.ศ.
2475 เน่ืองจากทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์เป็นพระราชทรัพย์ของราชวงศ์จักรีท่ีแยกต่างหากจาก
ทรพั ยส์ นิ ของราชการ เพ่ือความเหมาะสมจึงมกี ารออกกฎหมายกาหนดให้มผี ู้รบั ผดิ ชอบบริหารจัดการ

328 ภมู ิศาสตร์ไทยเพอื่ การท่องเที่ยว

ทรพั ยส์ นิ ส่วนพระมหากษตั ริย์โดยเฉพาะ คอื พระราชบัญญตั จิ ัดระเบยี บทรัพย์สินฝ่ายพระมหากษัตริย์
พุทธศักราช 2479 และมีการแก้ไขปรับปรุงมาจนถึงปัจจุบัน ทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ในความ
ดูแลของสานักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ได้รับการยกเว้นภาษีอากรเช่นเดียวกับทรัพย์สิน
ส่วนสาธารณสมบัติของแผ่นดิน ตามความในมาตรา 8 แห่งพระราชบัญญัติจัดระเบียบทรัพย์สินฝ่าย
พระมหากษัตริย์ พุทธศักราช 2479 ในขณะที่ทรัพย์สินส่วนพระองค์ในความดูแลของสานักงาน
จัดการทรัพย์สินส่วนพระองค์ไม่ได้รับการยกเว้นภาษีอากร สานักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์
มที รพั ยส์ นิ ในความดูแลเปน็ ที่ดินกวา่ 54 ตร.กม. ในกรุงเทพมหานคร และ 160 ตร.กม. ในจังหวัดอื่น
โดยทาสัญญาใหเ้ ช่าแก่หน่วยงานราชการ องค์กรธุรกิจและบุคคลท่ัวไปรวมประมาณ 36,000 สัญญา
นอกจากนยี้ งั มหี ลักทรัพย์ลงทนุ ใน ตลาดหลักทรพั ย์แห่งประเทศไทยโดยส่วนใหญ่เป็นหุ้นใน 3 บริษัท
หลัก คือปูนซิเมนต์ไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ และเทเวศประกันภัย ปัจจุบันสานักงานทรัพย์สินฯ
ตงั้ อยทู่ ี่ “วงั ลดาวลั ย์” หรือท่เี รียกวา่ “วงั แดง”
องคก์ ารของรัฐที่กากบั ดแู ลดา้ นสงิ่ อานวยความสะดวกด้านการท่องเทยี่ ว

ส่ิงอานวยความสะดวกด้านการท่องเท่ียว ได้แก่ ปัจจัยพ้ืนฐานอันประกอบด้วยระบบไฟฟ้า
ระบบประปา ระบบสื่อสาร ระบบขนส่งสาธารณะ เป็นต้น ท้ังนี้ยังรวมถึงการอานวยความสะดวก
ทางการท่องเท่ียวได้แก่ (ฉันทชั วรรณถนอม,2557)

1. กรมการบนิ พาณชิ ย์ เป็นหน่วยงานราชการ สงั กัดกระทรวงคมนาคมมีหน้าท่ีควบคุมและ
บริหารกิจการบินพลเรือนของประเทศไทยให้เป็นไปตามอนุสัญญาความตกลงระหว่างประเทศและ
กฎหมายที่เก่ียวข้อง ตลอดจนดาเน้นการบริหารและส่งเสริมกิจการการบินพลเรือนให้เป็นโครงสร้าง
พ้ืนฐานทางเศรษฐกิจของประเทศท่ีมีความสะดวกปลอดภัยอย่างมีระเบียบ ภารกิจของกรมการบิน
พาณิชย์ ได้แก่ การให้บริการท่ีเกี่ยวข้องกับการขนส่งทางอากาศ เช่น งานบริการท่าอากาศยาน งาน
บริการสื่อสารการบิน และงานบริการควบคุมจราจรทางอากาศ เป็นต้น ส่วนงานในด้านการควบคุม
กากับดูแล ส่งเสริมและพัฒนากิจการบิน เช่น งานควบคุมมาตรฐานด้านความปลอดภัย งานพัฒนา
อุตสาหกรรมการบิน งานก่อสร้างและพัฒนาท่าอากาศยานตามภูมิภาคต่างๆ เป็นต้น นอกจากนี้
กรมการบินพาณิชย์ยังกาหนดนโยบายการเปิดน่านฟ้าเสรีการบินทั้งภายในประเทศและระหว่าง
ประเทศเพ่ือให้การขนส่งทางอากาศมีการขยายตัวมากข้ึนท่ีสุด และเป็นปัจจัยสนับสนุนให้ประเทศ
ไทยเป็นศูนยก์ ลางการขนสง่ ทางอากาศในภูมิภาค ทั้งยังได้นาระบบสารองที่น่ังด้วยคอมพิวเตอร์มาใช้
ตามข้อเสนอในการประชุมการเปิดเสรีการค้าบริการ ภายใต้การเจรจาการค้าหลายฝ่ายขององค์การ
การคา้ โลก

2. กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม เป็นหน่วยงานราชการมีอานาจหน้าท่ีดาเนินการตาม
กฎหมายว่าด้วยทางหลวงเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับทางหลวงพิเศษ ทางหลวงแผ่นดิน และทางหลวง
สมั ปทานวจิ ัย และพัฒนางานก่อสร้างบูรณะและบารุงรักษาทาง ร่วมมือและประสานงานกับองค์การ
และหนว่ ยงานที่เกีย่ วขอ้ งท้ังภายในประเทศและต่างประเทศ

3. กรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม เป็นหน่วยงานราชการมีอานาจหน้าท่ี
ดาเนินการตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก กฎหมายว่าด้วยรถยนต์ กฎหมายว่าด้วยล้อเลื่อน
และกฎหมายอืน่ ทเ่ี กี่ยวข้อง ดาเนินการแก้ไขป้องกัน และส่งเสริมสวัสดิภาพการขนส่งทางบก ร่วมมือ

บทที่ 10 หน่วยงานท่เี ก่ียวข้องกับการทอ่ งเทย่ี ว 329
ประสานงานกับองคก์ ารและหน่วยงานท่เี กย่ี วข้องท้ังในประเทศและต่างประเทศในด้านการขนส่งทาง
บกและในส่วนทีเ่ ก่ียวข้องกบั อนุสญั ญาและความตกลงระหว่างประเทศ

4. กระทรวงคมนาคม เป็นหน่วยงานภาครัฐ มีหน้าที่รับผิดชอบในระบบการขนส่ง การ
สื่อสารคมนาคมของประเทศ แบ่งส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจในความดูแลออกเป็นหลายส่วนที่
เก่ยี วข้องกบั การท่องเที่ยว ได้แก่

4.1 กรมการขนสง่ ถนนพหลโยธนิ กรงุ เทพมหานคร
4.2 กรมทางหลวง ถนนศรีอยุธยา กรุงเทพมหานคร จะให้ข่าวสารข้อมูล เส้นทางหลวง
และแผนท่ีกรมทางหลวง รวมถงึ การจัดทาแผนท่ีเพ่ือจาหน่าย กองท่ีเกี่ยวข้องโดยตรงซึ่งประสานงาน
นโยบายกรมทางหลวงคือ “กองตารวจทางหลวง” ซ่ึงมีหน้าท่ีดูแลความเรียบร้อยและความปลอดภัย
แก่ผู้ใช้ยานพาหนะเดินทางบนเส้นทางหลวงท่ัวประเทศ มีสานักงานอยู่คู่กับกรมทางหลวง ให้บริการ
รถตารวจทางหลวงนาขบวน และใหบ้ ริการขอ้ มูลเก่ียวกบั สภาพเส้นทางหลวงทวั่ ประเทศ
4.3 กรมอุตุนิยมวิทยา มีหน้าที่รับผิดชอบการพยากรณ์สภาพอากาศท่ัวประเทศเพ่ือ
ประโยชน์ทางการประกอบอาชีพและเดินทาง สามารถสอบถามข้อมูลลักษณะอากาศได้จากอง
พยากรณ์อากาศ
นอกจากน้ันยังมี รัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงคมนาคม ได้แก่ การท่าเรือแห่งประเทศ
ไทย การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย การรถไฟแห่งประเทศไทย การทางพิเศษแห่งประเทศไทย
บรษิ ัทการบินไทย จากดั บริษัทขนส่ง จากัด การสอื่ สารแห่งประเทศไทย บริษัทเดนิ เรอื ทะเล องค์การ
ขนส่งสินคา้ และพัสดุภัณฑ์ (รสพ.)
5. กรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคม เป็นหน่วยงานราชการ มีหน้าที่ในการพัฒนา กากับดูแล
ควบคุมการขนส่งทางน้าให้มีประสิทธิภาพ สะดวก เสริมสร้างมาตรฐานความปลอดภัย และควบคุม
สิ่งแวดลอ้ มทางน้าใหม้ ีมาตรฐานและอยู่ในสภาพดี ทั้งยังพัฒนาท่าเรือและเส้นทางคมนาคมขนส่งทาง
น้าให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น เช่น การพัฒนาท่าเรืออ่าวฉลอง ท่าเทียบเรือภูเก็ต การพัฒนาท่าเรือน้าลึกและ
ทา่ เรือเพ่อื การทอ่ งเทย่ี วในจังหวดั สตูล เป็นตน้ ท้ังยังใหก้ ารสนับสนุนกจิ การพาณิชย์นาวอี ย่างจริงจงั
6. บริษัทท่าอากาศยาน จากัด (มหาชน) กระทรวงคมนาคม ภารกิจคือการประกอบและ
สง่ เสรมิ กิจการทา่ อากาศยาน รวมทั้งดาเนินกิจการอื่นท่ีเกี่ยวกับ หรือต่อเน่ืองกับการประกอบกิจการ
ท่าอากาศยาน ได้แก่ กิจการตง้ั สนามบิน หรือทีข่ ้ึน-ลงช่ัวคราวของอากาศยาน การจัดตั้งเคร่ืองอานวย
ความสะดวกในการเดินอากาศ การให้บริการช่องอากาศ และบริการต่างๆ เก่ียวกับอากาศยานสินค้า
พสั ดุภณั ฑ์ ผโู้ ดยสารและลกู จ้างของผปู้ ระกอบการธุรกจิ ในการเดินอากาศรวมถึงการให้บริการหรือส่ิง
อานวยความสะดวกอันเกี่ยวกับร้านสินค้าปลอดภาษี ห้องพักผู้โดยสาร ไปรษณีย์ โทรคมนาคม
โทรศัพท์สาธารณะ โทรศัพท์ระหว่างประเทศ ห้องละมาด ร้านอาหาร ธนาคารและแลกเปล่ียน
เงินตรา บริการทางการแพทย์ การสารองห้องพัก แพ็กเกจท่องเที่ยว รถรับส่งผู้โดยสาร ถ่ายรูปด่วน
เคาน์เตอร์ตรวจบัตรโดยสาร เคาน์เตอร์ตรวจนับคนเข้าเมือง เคาน์เตอร์ศุลกากร สายพาน รับส่ง
กระเป๋าสัมภาระ ห้องรับรองพิเศษ หรือต่อเนื่องกับกิจการดังกล่าว ซ่ึงเก่ียวข้องกับการพัฒนา
โครงสร้างพ้ืนฐานดา้ นการทอ่ งเทย่ี ว (กนั ยารัตน์ เหลา่ ตระกูล,2557)


Click to View FlipBook Version