38 4.2 วิถีการตลาดอโวคาโด การศึกษาวิถีการตลาดอโวคาโดจังหวัดเชียงใหม่ เริ่มจากเกษตรกรจะนำผลผลิตอโวคาโดไปจำหน่ายให้ ผู้ที่รับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรในจังหวัด ได้แก่ โครงการหลวง ผู้รวบรวมท้องถิ่น และสถาบันเกษตรกร/ วิสาหกิจชุมชน แล้วส่งจำหน่ายผ่านช่องทางต่าง ๆ ไปยังผู้บริโภคต่อไป รายละเอียดดังนี้ 1) เกษตรกร จำหน่ายผลผลิตอโวคาให้กับโครงการหลวงร้อยละ 46.04 ผู้รวบรวมท้องถิ่นร้อยละ 27.89 สถาบันเกษตรกร/วิสาหกิจชุมชนร้อยละ 19.82 พ่อค้าขายปลีกร้อยละ 4.32 ช่องทางออนไลน์ร้อยละ 1.83 และตลาดขายส่งจังหวัดเชียงใหม่ร้อยละ 0.10 ของผลผลิตทั้งหมด 2) โครงการหลวง รับซื้อผลผลิตอโวคาโดจากเกษตรกรสมาชิกร้อยละ 46.04 จะนำไปจำหน่ายต่อ ให้กับร้านค้าโครงการหลวงร้อยละ 23.02 ห้างค้าปลีกสมัยใหม่ร้อยละ 20.72 และผู้รวบรวมเอกชนของ โครงการหลวงร้อยละ 2.30 ของผลผลิตทั้งหมด โครงการหลวงได้มีการกำหนดราคารับซื้ออโวคาโดจากเกษตรกรสมาชิกซึ่งทุกรายได้รับรอง มาตรฐาน GAP คัดคุณภาพผลผลิต โดยใช้ดัชนีการเก็บเกี่ยว (อายุวันติดผล – วันเก็บเกี่ยว) น้ำหนักผล ลักษณะผิวผล สีผล สถานการณ์ด้านราคา และปริมาณผลผลิต ซึ่งผู้บริโภคจะได้รับประทานอโวคาโดที่แก่ ทุกลูก และรับประทานได้ทุกผล รายละเอียดตามภาคผนวกที่ 1 3) ผู้รวบรวมท้องถิ่น ทำหน้าที่เป็นพ่อค้าคนกลาง โดยรับซื้อผลผลิตอโวคาโดจากเกษตรกรร้อยละ 27.89 จะนำไปจำหน่ายต่อให้กับตลาดขายส่งจังหวัดเชียงใหม่ร้อยละ 22.03 พ่อค้าขายปลีกร้อยละ 4.05 และผู้รวบรวมต่างจังหวัดร้อยละ 1.81 โดยผู้รวบรวมต่างจังหวัด จะนำไปจำหน่ายให้พ่อค้าขายปลีกร้อยละ 1.81 ของผลผลิตทั้งหมด 4) สถาบันเกษตรกร/วิสาหกิจชุมชน รับซื้อผลผลิตอโวคาโดจากเกษตรกร และนำไปจำหน่ายให้ตลาด ขายส่งต่างจังหวัด ได้แก่ ตลาดไท และโรงงานแปรรูปร้อยละ 5.71 เท่ากัน จำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ (Facebook) ร้อยละ 2.85 จำหน่ายให้ผู้บริโภคโดยตรง ณ วิสาหกิจชุมชนกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรพื้นที่สูงบ้าน แม่ขนิลเหนือร้อยละ 0.66 และมีการแบ่งสัดส่วนผลผลิตนำแปรรูปเป็น 1) อโวคาโดแช่แข็งร้อยละ 2.92 โดย นำไปจำหน่ายให้ร้านอาหาร/เครื่องดื่มร้อยละ 2.92 2) ผลิตภัณฑ์แชมพู ครีมนวด ครีมบำรุง สบู่อาบน้ำ และ ไอศกรีมร้อยละ 1.97 โดยนำไปจำหน่ายให้ร้านค้าโครงการหลวง 1.58 และจำหน่ายให้ผู้บริโภคโดยตรงร้อยละ 0.39 ของผลผลิตทั้งหมด สถาบันเกษตรกร ได้แก่ 1) วิสาหกิจชุมชนเกษตรกรผู้ปลูกอโวคาโดบ้านหนองวัวแดง ตำบล เมืองนะ อำเภอ เชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ และ 2) กลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรพื้นที่สูงบ้านแม่ ขนิลเหนือ หมู่ 6 ตำบลบ้านปง อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งรับซื้อผลผลิตอโวคาโดจากสมาชิก และ เกษตรกรทั่วไป ซึ่งนำไปจำหน่ายทั้งผลสด และผลิตภัณฑ์แปรรูป ให้กับผู้บริโภคต่อไป 5) ตลาดขายส่งจังหวัดเชียงใหม่ ทำหน้าที่เป็นพ่อค้าคนกลางโดยรับซื้อผลผลิตอโวคาโดจากผู้รวบรวม ท้องถิ่นร้อยละ 22.03 และจากเกษตรกรโดยตรงร้อยละ 0.10 จะนำไปจำหน่ายให้พ่อค้าขายปลีกร้อยละ 22.13 ของผลผลิตทั้งหมด
39 6) ตลาดขายส่งต่างจังหวัด ได้แก่ ตลาดไท ตลาดจังหวัดเชียงราย จังหวัดเพชรบูรณ์ จังหวัดลำปาง และจังหวัดลำพูน ซึ่งทำหน้าที่เป็นพ่อค้าคนกลางโดยรับซื้อผลผลิตอโวคาโดจากสถาบันเกษตรกร/วิสาหกิจ ชุมชนร้อยละ 5.71 และจากผู้รวบรวมท้องถิ่นร้อยละ 1.81 จะนำไปจำหน่ายให้พ่อค้าขายปลีกร้อยละ 7.52 ของผลผลิตทั้งหมด 7) พ่อค้าขายปลีก เป็นจุดรับซื้อและเป็นแหล่งจำหน่ายผลผลิตอโวคาโดให้กับผู้บริโภค ซึ่งจะจำหน่าย ให้กับผู้บริโภคภายในประเทศร้อยละ 38.02 ของผลผลิตทั้งหมด 8) โรงงานแปรรูป มีการรับซื้ออโวคาโดจากสถาบันเกษตรกร/วิสาหกิจชุมชน ร้อยละ 5.71 ของ ผลผลิตทั้งหมด 9) ห้างค้าปลีกสมัยใหม่ เป็นจุดรับซื้อและเป็นแหล่งจำหน่ายผลผลิตอโวคาโดให้กับผู้บริโภค ซึ่งจะ จำหน่ายให้กับผู้บริโภคภายในประเทศร้อยละ 20.72 ของผลผลิตทั้งหมด 10) ร้านค้าโครงการหลวง เป็นจุดรับซื้อและเป็นแหล่งจำหน่ายผลผลิตอโวคาโดให้กับผู้บริโภค ซึ่งจะ จำหน่ายให้กับผู้บริโภคภายในประเทศร้อยละ 24.60 ของผลผลิตทั้งหมด 11) ช่องทางออนไลน์ เป็นจุดรับซื้อและเป็นแหล่งจำหน่ายผลผลิตอโวคาโดให้กับผู้บริโภค ซึ่งจะ จำหน่ายให้กับผู้บริโภคภายในประเทศร้อยละ 4.68 ของผลผลิตทั้งหมด 12) ร้านอาหาร/เครื่องดื่ม เป็นจุดรับซื้อและเป็นแหล่งจำหน่ายผลผลิตอโวคาโดให้กับผู้บริโภค ซึ่งจะ จำหน่ายให้กับผู้บริโภคภายในประเทศร้อยละ 2.92 ของผลผลิตทั้งหมด รายละเอียดดังภาพที่ 4.1
เกษตรกร โครงการหลวง ผู้รวบรวมท้องถิ่น สถาบันเกษตรกร/ วิสาหกิจชุมชน โรงงานแปร ตลาดขาย จ.เชียงให ตลาดขา ต่างจังห 237,696 กก. ต้นน้ำ ภาพที่ 4.1 วิถีการตล กลางน้ำ 100% 22.03% 4.05% 1.81% 46.04% 5.71% 0.66% 5.71% 0.10% 23.02% 20.72% 2.30% ที่มา : จากการสำรวจ 27.89% 4.32% 1.83% 19.82% 2.85% 1.97% 2.92%
40 online ผู้บริโภค Modern trade ร้านโครงการหลวง ผู้รวบรวมเอกชน ของโครงการ หลวง อโวคาโดแช่แข็ง ผลิตภัณฑ์แปรรูป รูป ยส่ง หม่ ายส่ง หวัด พ่อค้าขาย ปลีก ลาดอโวคาโดจังหวัดเชียงใหม่ ปี 2563 ปลายน้ำ 1.58% 0.39% 22.13% 7.52% 20.72% 2.30% ร้านอาหาร/ เครื่องดื่ม 4.68% 2.92% 38.02% 24.60% 4 0
41 4.3 ส่วนเหลื่อมการตลาดและต้นทุนการตลาดของผู้ที่รับซื้อผลผลิตจากเกษตรกร ในการศึกษาส่วนเหลื่อมการตลาดนี้ได้ทำการศึกษาถึงผู้ที่รับซื้อผลผลิตอโวคาโดจากเกษตรกรใน จังหวัดเชียงใหม่ที่มีสัดส่วนของการกระจายผลผลิตในปริมาณมาก ได้แก่ 1) โครงการหลวง 2) สถาบัน เกษตรกร/วิสาหกิจชุมชน และผู้รวบรวมในท้องถิ่น จึงแบ่งออกเป็น 3 กรณี ได้แก่กรณีที่ 1 โครงการหลวงรับ ซื้อผลผลิตอโวคาโดเพื่อจำหน่าย กรณีที่ 2 สถาบันเกษตรกร/วิสาหกิจชุมชนรับซื้อผลผลิตอโวคาโดเพื่อ จำหน่าย และกรณีที่ 3 ผู้รวบรวมท้องถิ่นรับซื้อผลผลิตอโวคาโดเพื่อจำหน่าย 4.3.1 โครงการหลวงรับซื้อผลผผลิตอโวคาโดเพื่อจำหน่าย 1) ลักษณะผลผลิตที่รับซื้อ พบว่า โครงการหลวงรับซื้อผลผลิตอโวคาโดแบบคัดเกรด แบ่งเป็น พันธุ์ปีเตอร์สัน พันธุ์บัคคาเนียร์ และพันธุ์บูท 7 คิดเป็นร้อยละ 60.00 ของผลผลิตทั้งหมด พันธุ์พิงค์เคอร์ตัน และพันธุ์แฮส คิดเป็นร้อยละ 32.00 ของผลผลิตทั้งหมด และแบบคละเกรด คิดเป็นร้อยละ 8.00 ของผลผลิต ทั้งหมด จากเกษตรกรที่เป็นสมาชิก ซึ่งเกษตรกรได้รับ GAP ทุกราย โครงการหลวงรับซื้อผลผลิตตามมาตรฐาน คุณภาพ เช่น น้ำหนักผล ทรงผลดี ผิวผลดี ไม่มีอาการช้ำหรือเสียหายจากโรคแมลง หรือมีตำหนิที่เป็นแผลแห้ง ได้ไม่เกิน 5 เปอร์เซ็นต์ และดัชนีการเก็บเกี่ยว รายละเอียดดังภาคผนวกที่ 1 ดังนั้นราคารับซื้อของผลผลิต ทั้งหมดเฉลี่ยที่ 56 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งโครงการหลวงนำผลผลิตที่ได้ไปบรรจุและกระจายผลผลิตไปยังช่อง ทางการจัดจำหน่ายต่างๆ โดยราคาจำหน่ายของผลผลิตทั้งหมดเฉลี่ยที่ 73.00 บาทต่อกิโลกรัม รายละเอียดดัง ตารางที่ 4.2 ตารางที่ 4.2 ลักษณะผลผลิตอโวคาโดที่โครงการหลวงรับซื้อ พันธุ์อโวคาโด ร้อยละที่รับซื้อ/จำหน่าย ราคารับซื้อเฉลี่ย ราคาจำหน่ายเฉลี่ย (บาท/กิโลกรัม) (บาท/กิโลกรัม) 1. พันธุ์ปีเตอร์สัน 5.00 44.00 57.20 2 พันธุ์บัคคาเนียร์ 49.00 41.00 53.30 3. พันธุ์บูท 7 6.00 44.00 57.20 4. พันธุ์พิงค์เคอร์ตัน 6.00 83.00 107.90 5. พันธุ์แฮส 26.00 88.00 114.40 6. คละเกรด 8.00 40.00 52.00 7. ผลผลิตทั้งหมดที่รับซื้อ/จำหน่าย 100.00 56.00 73.00 ที่มา : จากการสำรวจ
42 2) เกษตรกร พบว่า เกษตรกรจำหน่ายผลผลิตอโวคาโดให้กับโครงการหลวงในราคากิโลกรัมละ 56.00 บาท คิดเป็นร้อยละ 76.71 ของราคาที่โครงการหลวงได้รับ ขณะที่ต้นทุนการผลิตกิโลกรัมละ 17.94 บาท คิดเป็นร้อยละ 24.58 ของราคาที่โครงการหลวงได้รับ ดังนั้น เกษตรกรได้รับกำไรสุทธิจากการจำหน่าย ผลผลิตอโวคาโดให้กับโครงการหลวงกิโลกรัมละ 38.06 บาทคิดเป็นร้อยละ 52.14 ของราคาที่โครงการหลวงได้รับ 3) โครงการหลวง พบว่า ส่วนเหลื่อมการตลาดในการจำหน่ายผลผลิตอโวคาโดกิโลกรัมละ 17.00 บาท คิดเป็นร้อยละ 23.29 ของราคาที่โครงการหลวงได้รับ โดยราคาที่โครงการหลวงได้รับกิโลกรัมละ 73 บาท ขณะที่ต้นทุนการตลาดกิโลกรัมละ 8.50 บาท คิดเป็นร้อยละ 11.64 ของราคาที่โครงการหลวงได้รับ แบ่งเป็น ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน ค่าแรงงานคัดบรรจุค่าบรรจุภัณฑ์ และค่าขนส่งผลผลิต ดังนั้นโครงการ หลวงได้รับกำไรสุทธิกิโลกรัมละ 8.50 บาท คิดเป็นร้อยละ 11.64 ของราคาที่โครงการหลวงได้รับ รายละเอียด ดังตารางที่ 4.3 ตารางที่ 4.3 ส่วนเหลื่อมการตลาดกรณีโครงการหลวงรับซื้อผลผลิตเพื่อจำหน่าย รายการ บาท/กิโลกรัม ร้อยละ 1. ต้นทุนการผลิตของเกษตรกร 17.94 24.58 2. ราคาที่เกษตรกรได้รับ 56.00 76.71 3. กำไรของเกษตรกร (2) - (1) 38.06 52.14 4. ต้นทุนการตลาดของโครงการหลวง 8.50 11.64 - ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน 3.62 4.96 - ค่าแรงงานคัดบรรจุ 0.70 0.96 - ค่าบรรจุภัณฑ์ 1.50 2.05 - ค่าขนส่งผลผลิต 2.68 3.67 5. ราคาเฉลี่ยที่โครงการหลวงได้รับ 73.00 100.00 6. กำไรของโครงการหลวง (5) - (4) - (2) 8.50 11.64 ส่วนเหลื่อมการตลาดของสถาบันเกษตรกร (4) + (6) 17.00 23.29 ที่มา : จากการสำรวจ 4.3.2 สถาบันเกษตรกร/วิสาหกิจชุมชนรับซื้อผลผลิตอโวคาโดเพื่อจำหน่าย 1) ลักษณะผลผลิตที่รับซื้อ พบว่า สถาบันเกษตรกร/วสช. รับซื้อผลผลิตอโวคาโด แบ่งเป็นพันธุ์ ปีเตอร์สัน พันธุ์บัคคาเนียร์ และพันธุ์บูท 7 คิดเป็นร้อยละ 80.00 ของผลผลิตทั้งหมด พันธุ์พิงค์เคอร์ตัน และ พันธุ์แฮส คิดเป็นร้อยละ 20.00 ของผลผลิตทั้งหมด จากเกษตรกรที่เป็นสมาชิกและเกษตรกรทั่วไป โดยคิด ราคารับซื้อตามเกรดผลผลิต โดยพันธุ์ปีเตอร์สัน พันธุ์บัคคาเนียร์ และพันธุ์บูท 7 เกรด 1 ราคารับซื้อ 40 บาท
43 ต่อกิโลกรัม เกรด 2 ราคารับซื้อ 35 บาทต่อกิโลกรัม ในส่วนของพันธุ์พิงค์เคอร์ตัน และพันธุ์แฮส เกรด 1 ราคา รับซื้อ 90 บาทต่อกิโลกรัม เกรด 2 ราคารับซื้อ 80 บาทต่อกิโลกรัม ดังนั้นราคารับซื้อของผลผลิตทั้งหมดเฉลี่ย อยู่ที่ 47 บาทต่อกิโลกรัม ซึงจะนำผลผลิตที่ได้ไปคัดเกรดบรรจุและกระจายผลผลิตไปยังช่องทางการจัด จำหน่ายต่างๆ จำหน่ายแบบขายปลีก คิดเป็นร้อยละ 10.00 ของผลผลิตทั้งหมด โดยพันธุ์ปีเตอร์สัน พันธุ์บัคคา เนียร์ และพันธุ์บูท 7 จำหน่ายที่ราคา 90 บาทต่อกิโลกรัม ในส่วนพันธุ์พิงค์เคอร์ตัน และพันธุ์แฮส จำหน่ายที่ ราคา 180 บาทต่อกิโลกรัม ส่วนการขายส่ง คิดเป็นร้อยละ 90.00 ของผลผลิตทั้งหมด โดยพันธุ์ปีเตอร์สัน พันธุ์บัคคาเนียร์ และพันธุ์บูท 7จำหน่ายที่ราคา 65 บาทต่อกิโลกรัม ในส่วนพันธุ์พิงค์เคอร์ตัน และพันธุ์แฮส จำหน่ายที่ราคา 150 บาทต่อกิโลกรัม ดังนั้นราคาจำหน่ายเฉลี่ยของผลผลิตทั้งหมดอยู่ที่ 84.75 บาท ต่อกิโลกรัม รายละเอียดดังตารางที่ 4.4 ตารางที่ 4.4 ลักษณะผลผลิตอโวคาโดที่สถาบันเกษตรกร/วิสาหกิจชุมชนรับซื้อ พันธุ์อโวคาโด ร้อยละที่ รับซื้อ/ จำหน่าย ราคารับซื้อเฉลี่ย ราคาจำหน่ายเฉลี่ย (บาท/กิโลกรัม) (บาท/กิโลกรัม) 1. พันธุ์ปีเตอร์สัน พันธุ์บัคคาเนียร์ และพันธุ์บูท 7 80.00 37.50 66.57 2. พันธุ์พิงค์เคอร์ตัน และพันธุ์แฮส 20.00 85.00 157.50 3. ผลผลิตทั้งหมดที่รับซื้อ/จำหน่าย 100.00 47.00 84.75 ที่มา : จากการสำรวจ 2) เกษตรกร พบว่า เกษตรกรจำหน่ายผลผลิตอโวคาโดให้กับสถาบันเกษตรกรในราคากิโลกรัม ละ 47 บาท คิดเป็นร้อยละ 55.46 ของราคาที่สถาบันเกษตรกรได้รับ ขณะที่ต้นทุนการผลิตกิโลกรัมละ 17.94 คิดเป็นร้อยละ 21.17 ของราคาที่สถาบันเกษตรกรได้รับ ดังนั้น เกษตรกรได้รับกำไรสุทธิจากการจำหน่าย ผลผลิตอโวคาโดให้กับสถาบันเกษตรกรกิโลกรัมละ 29.06 บาท คิดเป็นร้อยละ 34.29 ของราคาที่สถาบัน เกษตรกรได้รับ 3) สถาบันเกษตรกร พบว่า ส่วนเหลื่อมการตลาดในการจำหน่ายผลผลิตอโวคาโด กิโลกรัมละ 37.75 บาท คิดเป็นร้อยละ 44.54 ของราคาที่สถาบันเกษตรกรได้รับ โดยราคาที่สถาบันเกษตรกรได้รับ กิโลกรัมละ 84.75 บาท ขณะที่ต้นทุนการตลาดกิโลกรัมละ 6.89 คิดเป็นร้อยละ 8.13 ของราคาที่สถาบัน เกษตรกรได้รับ แบ่งเป็น ค่าแรงงานในการคัดเกรด บรรจุ ค่าสาธารณูปโภค ค่าน้ำมัน ค่าขนส่ง ค่าบรรจุภัณฑ์ ดังนั้น สถาบันเกษตรกรได้รับกำไรสุทธิกิโลกรัมละ 30.86 บาท คิดเป็นร้อยละ 36.41 ของราคาที่สถาบัน เกษตรกรได้รับ รายละเอียดดังตารางที่ 4.5
44 ตารางที่ 4.5 ส่วนเหลื่อมการตลาดกรณีสถาบันเกษตรกร/วิสาหกิจชุมชนรับซื้อรับซื้อผลผลิตเพื่อจำหน่าย รายการ บาท/กิโลกรัม ร้อยละ 1. ต้นทุนการผลิตของเกษตรกร 17.94 21.17 2. ราคาที่เกษตรกรได้รับ 47.00 55.46 3. กำไรของเกษตรกร (2) - (1) 29.06 34.29 4. ต้นทุนการตลาดของสถาบันเกษตรกร/วิสหากิจชุมชน 6.89 8.13 - ค่าแรงงาน 1.09 1.29 - ค่าสาธารณูปโภค 0.36 0.42 - ค่าน้ำมัน 1.06 1.25 - ค่าขนส่ง 0.88 1.04 - ค่าบรรจุภัณฑ์ 3.50 4.13 5. ราคาที่สถาบันเกษตรกรได้รับ 84.75 100.00 6. กำไรของสถาบันเกษตรกร (5) - (4) - (2) 30.86 36.41 ส่วนเหลื่อมการตลาดของสถาบันเกษตรกร (4) + (6) 37.75 44.54 ที่มา : จากการสำรวจ 4.3.3 ผู้รวบรวมท้องถิ่นรับซื้อผลผลิตอโวคาโดเพื่อจำหน่าย 1) ลักษณะผลผลิตที่รับซื้อ พบว่า ผู้รวบรวมท้องถิ่นรับซื้อผลผลิตอโวคาโด พันธุ์ปีเตอร์สัน พันธุ์บัคคาเนียร์ และพันธุ์บูท 7 คิดเป็นร้อยละ 83.74 ของผลผลิตทั้งหมด พันธุ์พิงค์เคอร์ตัน และพันธุ์แฮส คิดเป็นร้อยละ 16.26 ของผลผลิตทั้งหมด ลักษณะการซื้อส่วนใหญ่เป็นแบบคละเกรด โดยพันธุ์ปีเตอร์สัน พันธุ์บัคคาเนียร์ และพันธุ์บูท 7 ราคารับซื้อเฉลี่ยที่ 39.68 บาทต่อกิโลกรัม พันธุ์พิงค์เคอร์ตัน และพันธุ์แฮส ราคารับซื้อเฉลี่ยที่ 59.63 บาทต่อกิโลกรัม ดังนั้นราคารับซื้อของผลผลิตทั้งหมดเฉลี่ยอยู่ที่ 43 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งผู้รวบรวมท้องถิ่นนำผลผลิตที่ได้ไปคัดเกรดบรรจุและนำไปจำหน่าย โดยพันธุ์ปีเตอร์สัน พันธุ์บัคคาเนียร์ และ พันธุ์บูท 7 จำหน่ายที่ราคาเฉลี่ย 45.90 บาทต่อกิโลกรัม ส่วนพันธุ์พิงค์เคอร์ตัน และพันธุ์แฮส จำหน่ายที่ราคา เฉลี่ย 97.85 บาทต่อกิโลกรัม ดังนั้นราคาจำหน่ายเฉลี่ยของผลผลิตทั้งหมดอยู่ที่ 54.35 บาทต่อกิโลกรัม รายละเอียดดังตารางที่ 4.6
45 ตารางที่ 4.6 ลักษณะผลผลิตอโวคาโดที่ผู้รวบรวมท้องถิ่นรับซื้อ พันธุ์อโวคาโด ร้อยละที่ รับซื้อ/ จำหน่าย ราคารับซื้อเฉลี่ย ราคาจำหน่ายเฉลี่ย (บาท/กิโลกรัม) (บาท/กิโลกรัม) 1. พันธุ์ปีเตอร์สัน พันธุ์บัคคาเนียร์ และพันธุ์บูท 7 83.74 39.68 45.9. 2. พันธุ์พิงค์เคอร์ตัน และพันธุ์แฮส 16.26 59.63 97.85 3. ผลผลิตทั้งหมดที่รับซื้อ/จำหน่าย 100.00 43.00 54.35 ที่มา : จากการสำรวจ 2) เกษตรกร พบว่า เกษตรกรจำหน่ายผลผลิตอโวคาโดให้กับผู้รวบรวมท้องถิ่นในราคากิโลกรัม ละ 43 บาท คิดเป็นร้อยละ 79.12 ของราคาที่พ่อค้ารวบรวมได้รับ ขณะที่ต้นทุนการผลิตกิโลกรัมละ 17.94 คิดเป็นร้อยละ 33.00 ของราคาที่พ่อค้ารวบรวมได้รับ ดังนั้น เกษตรกรได้รับกำไรสุทธิจากการจำหน่าย ผลผลิตอโวคาโดให้กับพ่อค้ารวบรวมกิโลกรัมละ 25.06 บาท คิดเป็นร้อยละ 46.10 ของราคาที่พ่อค้ารวบรวมได้รับ 3) พ่อค้ารวบรวม พบว่า ส่วนเหลื่อมการตลาดในการจำหน่ายผลผลิตอโวคาโด กิโลกรัมละ 11.35 บาท คิดเป็นร้อยละ 20.88 ของราคาที่พ่อค้ารวบรวมได้รับ โดยราคาที่พ่อค้ารวบรวมได้รับ กิโลกรัมละ 54.35 บาท ขณะที่ต้นทุนการตลาดกิโลกรัมละ 3.15 คิดเป็นร้อยละ 5.80 ของราคาที่พ่อค้ารวบรวมได้รับ แบ่งเป็น ค่าแรงงานในการคัดเกรดบรรจุค่าน้ำมัน ค่าขนส่ง ดังนั้น พ่อค้ารวบรวมได้รับกำไรสุทธิกิโลกรัมละ 8.20 บาท คิดเป็นร้อยละ 15.09 ของราคาที่พ่อค้ารวบรวมได้รับ รายละเอียดดังตารางที่ 4.7
46 ตารางที่ 4.7 ส่วนเหลื่อมการตลาดกรณีผู้รวบรวมท้องถิ่นซื้อผลผลิตเพื่อจำหน่าย รายการ บาท/กิโลกรัม ร้อยละ 1. ต้นทุนการผลิตของเกษตรกร 17.94 33.00 2. ราคาที่เกษตรกรได้รับ 43.00 79.12 3. กำไรของเกษตรกร (2) - (1) 25.06 46.10 4. ต้นทุนการตลาดของพ่อค้ารวบรวม 3.15 5.80 - ค่าแรงงาน 0.79 1.45 - ค่าน้ำมัน 1.06 1.95 - ค่าขนส่งผลผลิต 1.30 2.39 5. ราคาเฉลี่ยที่พ่อค้ารวบรวมได้ 54.35 100.00 6. กำไรของพ่อค้ารวบรวม (5) - (4) - (2) 8.20 15.09 ส่วนเหลื่อมการตลาดของผู้รวบรวม (4) + (6) 11.35 20.88 ที่มา : จากการสำรวจ จะเห็นว่าในการรับซื้อผลผลิตอโวคาโดเพื่อนำไปจำหน่ายของสถาบันเกษตรกร/วสช. มีส่วนเหลื่อม การตลาดและได้รับกำไรที่สูงกว่าโครงการหลวงและผู้รวบรวมท้องถิ่น เนื่องจากสถาบันเกษตรกร/วสช.เป็น ผู้ปลูก ผู้รับซื้อ และผู้จัดจำหน่าย โดยรับซื้อผลผลิตอโวคาโดจากสมาชิกและเกษตรกรทั่วไป รวมทั้งผลผลิตที่ เกินโควตาการรับซื้อจากโครงการหลวงในท้องถิ่นซึ่งผลผลิตมีคุณภาพดีและมีช่องทางการจัดจำหน่ายที่ หลากหลาย รองลงมาผู้รวบรวมท้องถิ่นได้รับกำไรที่สูงกว่าโครงการหลวง เนื่องจากผู้รวบรวมท้องถิ่นมี ค่าใช้จ่ายในการซื้อผลผลิตอโวคาโดที่ต่ำกว่า ซึ่งการรับซื้อผลผลิตส่วนใหญ่เป็นพันธุ์ปีเตอร์สัน พันธุ์บัคคาเนียร์ และพันธุ์บูท 7 คละเกรด ในส่วนของโครงการหลวงได้รับกำไรน้อยที่สุด เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายในการซื้อ ผลผลิตอโวคาโดสูงที่สุด ซึ่งลักษณะการรับซื้อ จะคัดเกรดคุณภาพมาตรฐาน ตามดัชนีการเก็บเกี่ยวอโวคาโด พันธุ์ส่งเสริมโครงการหลวง และมีต้นทุนการตลาดที่มากที่สุด หมายเหตุ: การศึกษาครั้งนี้ไม่สามารถหาข้อมูลส่วนเหลื่อมการตลาด ของตลาดขายส่งจังหวัด เชียงใหม่ และและตลาดขายส่งต่างจังหวัดได้เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรน่า (COVID-19) ทำให้ผู้รวบรวมผลผลิตดังกล่าวไม่สะดวกที่จะให้ข้อมูล
47 4.4 ปัญหาด้านการผลิตและการตลาด จากการศึกษาถึงปัญหาและอุปสรรค พบว่า เกษตรกรยังคงมีปัญหาในด้านการผลิตและการตลาด ดังนี้ 4.4.1 ปัญหาด้านการผลิต 1) ปัญหาด้านโรคและแมลงศัตรูพืช เช่น เพลี้ยแป้ง เชื้อรา แมลงวันทอง ใบเหี่ยว และอโวคาโด ยืนต้นตาย ส่งผลให้ผลผลิตเสียหาย ไม่มีคุณภาพ 2) การปลูกอโวคาโดส่วนใหญ่อยู่บนพื้นที่สูง นอกเขตชลประทาน เกษตรกรส่วนใหญ่ใช้น้ำฝน เพียงอย่างเดียวในการเพาะปลูก เมื่อเกิดภัยแล้งทำให้ไม่มีน้ำเพียงพอในการเพาะปลูก ส่งผลให้ผลผลิต มีปริมาณน้อย และผลมีขนาดเล็ก ถ้ามีฝนตกในปริมาณมากในช่วงที่ต้นอโวคาโดกำลังออกดอก ส่งผลให้ ดอกร่วงหล่น และติดผลน้อย 3) ภัยธรรมชาติเช่น ลูกเห็บ หรือพายุส่งผลให้ผลอโวคาโดร่วงหล่น เสียหาย 4) เกษตรกรบางส่วนยังไม่มีความชำนาญในการปลูก และดูแลรักษาต้นอโวคาโดที่เป็น พันธุ์การค้า จึงยังไม่สามารถผลิตได้ตามเกณฑ์คุณภาพ เมื่อนำไปจำหน่ายได้ราคาไม่ดี และจำหน่ายยาก 5) การเก็บเกี่ยวผลผลิตของเกษตรกร ยังมีนวัตกรรม/วิทยาการหลังการเก็บเกี่ยวเพื่อลด ความเสียหายน้อย และเกษตรกรบางส่วนเก็บเกี่ยวผลผลิตก่อนเวลา เนื่องจากราคาขายที่จูงใจทำให้มีทั้งผลแก่ ผลอ่อนปะปนกันไป ไม่ได้คุณภาพ เมื่อนำไปวางจำหน่ายให้แก่ผู้บริโภค ทำให้ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ ของอโวคาโด 4.4.2 ปัญหาด้านการตลาด 1) โครงการหลวงมีเกณฑ์คุณภาพในการรับซื้อผลผลิต และมีการกำหนดโควตาในการรับซื้อ ผลผลิตจากเกษตรกรสมาชิกโครงการหลวง ถ้าผลผลิตของเกษตรกรยังไม่ถึงเกณฑ์คุณภาพ เช่น น้ำหนักผล ผิวผล ความแก่ของผล ส่งผลให้เกษตรกรไม่สามารถจำหน่ายผลผลิตให้แก่โครงการหลวงได้ทั้งหมด 2) พ่อค้าคนกลางไม่มีการกำหนดเกณฑ์ในการรับซื้อผลผลิตที่แน่นอน เกษตรกรไม่สามารถ ต่อรองราคาจำหน่ายได้ 3) ตลาดมีการนำเข้าอโวคาโดจากต่างประเทศ เช่น ประเทศเวียดนาม กัมพูชา มาแย่งชิง ส่วนแบ่งทางการตลาดของเกษตรกร 4) ปัจจุบันมีการปลูกอโวคาโดเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้ผลผลิตมีแนวโน้มจะกระจุกตัวในบางช่วง และราคาผันผวนมากขึ้นได้ในอนาคต
48 บทที่ 5 สรุปและข้อเสนอแนะ 5.1 สรุปผลการศึกษา การศึกษาวิจัยการผลิตและการตลาดอโวคาโดจังหวัดเชียงใหม่ โดยทำการศึกษาพันธุ์ที่มีคุณภาพดี เป็นที่ต้องการของตลาด 5 พันธุ์ได้แก่ 1) พันธุ์ปีเตอร์สัน 2) พันธุ์บัคคาเนียร์3) พันธุ์บูท 7 4)พันธุ์พิงค์เคอร์ตัน และ5) พันธุ์แฮส ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางบริหารจัดการพื้นที่ตามแผนที่เกษตร เพื่อการบริหารจัดการเชิงรุก (Agri-Map) และการส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกพืชทางเลือกที่มีศักยภาพ ในด้านต้นทุนและผลตอบแทน วิถีการตลาด และส่วนเหลื่อมการตลาดของเกษตรกร และผู้ที่รับซื้อผลผลิตจากเกษตรกร โดยการใช้ แบบสอบถาม และการสัมภาษณ์จากกลุ่มตัวอย่างเกษตรกร จำนวน 109 ราย และผู้รวบรวมผลผลิตอโวคาโด จำนวน 11 ราย ในพื้นที่ปลูกอโวคาโดที่สำคัญของจังหวัดเชียงใหม่ ได้แก่ พื้นที่อำเภอเชียงดาว อำเภอฝาง อำเภอแม่แตง อำเภอแม่ริม อำเภอแม่วาง และอำเภอหางดง เพื่อเป็นฐานข้อมูลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปใช้ ประกอบการส่งเสริมการผลิตและการตลาดอโวคาโด เกษตรกรสามารถนำผลการศึกษาไปใช้ประโยชน์ใน ด้านการวางแผนการผลิตและการตลาดอโวคาโด รวมถึงผู้ที่สนใจศึกษาต่อไป โดยมีผลการศึกษา สรุปได้ดังนี้ 5.1.1 ต้นทุนและผลตอบแทนการผลิตอโวคาโดจังหวัดเชียงใหม่ ผลการศึกษาต้นทุนและผลตอบแทนของเกษตรกรในการผลิตอโวคาโด พบว่า การปลูกอโวคาโด มีต้นทุนรวม 14,989.22 บาทต่อไร่ สำหรับผลผลิตที่เกษตรกรได้รับ พบว่าผลผลิตอโวคาโดเฉลี่ย 835.49 กิโลกรัมต่อไร่ โดยเกษตรกรได้รับผลตอบแทน 38,507.73 บาทต่อไร่ และมีผลตอบแทนสุทธิ 23,518.51 บาทต่อไร่ 5.1.2 วิถีการตลาดของอโวคาโดจังหวัดเชียงใหม่ การศึกษาวิถีการตลาดของอโวคาโดจังหวัดเชียงใหม่ พบว่า เกษตรกรได้นำผลผลิตอโวคาโด ทั้งหมดไปจำหน่ายให้กับผู้รับซื้อได้แก่ 1) โครงการหลวง ร้อยละ 46.04 2) ผู้รวบรวมท้องถิ่น ร้อยละ 27.89 3) สถาบันเกษตรกร/วิสาหกิจชุมชน ร้อยละ 19.82 4) พ่อค้าขายปลีก ร้อยละ 4.32 5) จำหน่ายออนไลน์ร้อยละ 1.83 และ 6) ตลาดขายส่งจังหวัดเชียงใหม่ ร้อยละ 0.10 จากนั้นโครงการหลวงจะกระจายสินค้าไปจำหน่าย ยังร้านค้าโครงการหลวง ร้อยละ 23.02 ห้างค้าปลีกสมัยใหม่ ร้อยละ 20.72 และผู้รวบรวมเอกชนของโครงการหลวง ร้อยละ 2.30 ผู้รวบรวมท้องถิ่นจะเป็นพ่อค้าคนกลาง โดยจะกระจายสินค้าไปจำหน่ายยังตลาดขายส่งจังหวัด เชียงใหม่ ร้อยละ 22.03 พ่อค้าขายปลีก ร้อยละ 4.05 และตลาดขายต่างจังหวัด ได้แก่ ตลาดจังหวัดเชียงราย จังหวัดลำปาง จังหวัดลำพูน และจังหวัดเพชรบูรณ์ร้อยละ 1.81 สถาบันเกษตรกร/วิสาหกิจชุมชนจะกระจาย สินค้าไปจำหน่ายยัง ตลาดขายส่งต่างจังหวัดกรุงเทพมหานคร ได้แก่ ตลาดไท และโรงงานแปรรูป ร้อยละ 5.71 เท่ากัน แบ่งผลผลิตอโวคาโดนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ร้อยละ 4.89 โดยแปรรูปเป็นอโวคาโดแข่แข็ง และนำไปจำหน่ายยังร้านอาหาร/เครื่องดื่ม ร้อยละ 2.92 แปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ได้แก่ แชมพู ครีมนวดผม ครีมบำรุงผิว สบู่ และไอศกรีม ร้อยละ 1.97 โดยนำไปจำหน่ายยังร้านค้าโครงการหลวง ร้อยละ 1.58
49 และผู้บริโภคโดยตรง ร้อยละ 0.39 จำหน่ายผลสดไปยังผู้บริโภคโดยตรงร้อยละ 3.51 แบ่งเป็นช่องทางออนไลน์ ร้อยละ 2.85 และจำหน่ายที่วิสาหกิจชุมชนบ้านแม่ขนิลเหนือ ตำบลบ้านปง อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ ร้อยละ 0.66 ตลาดขายส่งจังหวัดเชียงใหม่ จะเป็นพ่อค้าคนกลางที่เป็นจุดรวบรวมผลผลิตจากผู้รวบรวม ท้องถิ่น ร้อยละ 22.03 และจากเกษตรกรโดยตรงร้อยละ 0.10 จะกระจายสินค้าไปจำหน่ายให้พ่อค้าขายปลีก ร้อยละ 22.13 ในส่วนช่องทางการจัดจำหน่ายขั้นปลายน้ำสู่ผู้บริโภค ได้แก่ พ่อค้าขายปลีก ที่รับซื้อผลผลิต จากตลาดขายส่งจังหวัดเชียงใหม่ ร้อยละ 22.13 ตลาดขายส่งกรุงเทพมหานคร ร้อยละ 5.71 เกษตรกรโดยตรง ร้อยละ 4.32 ผู้รวบรวมท้องถิ่น ร้อยละ 4.05 ผู้รวบรวมต่างจังหวัดร้อยละ 1.81 จำหน่ายใน ร้านค้า โครงการหลวง ห้างค้าปลีกสมัยใหม่ โรงงานแปรรูป ช่องทางออนไลน์ร้านอาหาร/เครื่องดื่ม ผู้รวบรวม เอกชนของโครงการหลวง และจำหน่ายที่วิสาหกิจชุมชน ร้อยละ 24.60 20.72 5.71 4.68 2.92 2.30 และ 1.05 ตามลำดับ 5.1.3 ส่วนเหลื่อมการตลาด 1) กรณีโครงการหลวงรับซื้อผลผผลิตอโวคาโดเพื่อจำหน่าย พบว่า ราคารับซื้อจากเกษตรกร กิโลกรัมละ 56.00 บาท คิดเป็นร้อยละ 76.71 ของราคาที่โครงการหลวงได้รับ ส่วนเหลื่อมการตลาดใน การจำหน่ายผลผลิตอโวคาโดกิโลกรัมละ 17 บาท คิดเป็นร้อยละ 23.29 ของราคาที่โครงการหลวงได้รับ โดยราคาที่โครงการหลวงได้รับ กิโลกรัมละ 73 บาท ขณะที่ต้นทุนการตลาดกิโลกรัมละ 8.50 บาท คิดเป็น ร้อยละ 11.64 ของราคาที่โครงการหลวงได้รับ แบ่งเป็น ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน ค่าแรงงานคัดบรรจุ ค่าบรรจุ ภัณฑ์ และค่าขนส่งผลผลิต ดังนั้น โครงการหลวงได้รับกำไรสุทธิกิโลกรัมละ 8.50 บาท คิดเป็นร้อยละ 11.64 ของราคาที่โครงการหลวงได้รับ 2) กรณีสถาบันเกษตรกรหรือวิสาหกิจชุมชนรับซื้อผลผลิตอโวคาโดเพื่อจำหน่าย พบว่า ราคา รับซื้อจากเกษตรกรกิโลกรัมละ 47 บาท คิดเป็นร้อยละ 55.46 ของราคาที่สถาบันเกษตรกรได้รับ ส่วนเหลื่อม การตลาดในการจำหน่ายผลผลิตอโวคาโด กิโลกรัมละ 37.75 บาท คิดเป็นร้อยละ 44.54 ของราคาที่สถาบัน เกษตรกรได้รับ โดยราคาที่สถาบันเกษตรกรได้รับกิโลกรัมละ 84.75 บาท ขณะที่ต้นทุนการตลาดกิโลกรัมละ 6.89 คิดเป็นร้อยละ 8.13 ของราคาที่สถาบันเกษตรกรได้รับ แบ่งเป็น ค่าแรงงานในการคัดเกรดและบรรจุ ค่าสาธารณูปโภค ค่าน้ำมัน ค่าขนส่ง ค่าบรรุจภัณฑ์ ดังนั้น สถาบันเกษตรกรได้รับกำไรสุทธิกิโลกรัมละ 30.86 บาท คิดเป็นร้อยละ 36.41 ของราคาที่สถาบันเกษตรกรได้รับ 3) กรณีผู้รวบรวมท้องถิ่นรับซื้อผลผลิตอโวคาโดเพื่อจำหน่าย พบว่า ราคารับซื้อจากเกษตรกร กิโลกรัมละ 43 บาท คิดเป็นร้อยละ 79.12 ของราคาที่ผู้รวบรวมท้องถิ่นได้รับ ส่วนเหลื่อมการตลาดในการ จำหน่ายผลผลิตอโวคาโด กิโลกรัมละ 11.35 บาท คิดเป็นร้อยละ 20.88 ของราคาที่ผู้รวบรวมได้รับ โดยราคา ที่ผู้รวบรวมได้รับ กิโลกรัมละ 54.35 บาท ขณะที่ต้นทุนการตลาดกิโลกรัมละ 3.15 คิดเป็นร้อยละ 5.80 ของ ราคาที่ผู้รวบรวมได้รับ แบ่งเป็น ค่าแรงงานในการคัดเกรดบรรจุ ค่าน้ำมัน ค่าขนส่ง ดังนั้น ผู้รวบรวมได้รับกำไร สุทธิกิโลกรัมละ 8.20 บาท คิดเป็นร้อยละ 15.09 ของราคาที่ผู้รวบรวมได้รับ
50 จาการศึกษาพบว่าว่าในการรับซื้อผลผลิตอโวคาโดเพื่อนำไปจำหน่ายของสถาบันเกษตรกร/วิสาหกิจ ชุมชน มีส่วนเหลื่อมการตลาดและได้รับกำไรที่สูงกว่าโครงการหลวงและผู้รวบรวมท้องถิ่น เนื่องจากสถาบัน เกษตรกร/วิสาหกิจชุมชนเป็นผู้ปลูก ผู้รับซื้อ และผู้จัดจำหน่าย โดยรับซื้อผลผลิตอโวคาโดจากสมาชิกและ เกษตรกรทั่วไป รวมทั้งผลผลิตที่เกินโควตาการรับซื้อจากโครงการหลวงในท้องถิ่นซึ่งผลผลิตมีคุณภาพดี และมี ช่องทางการจัดจำหน่ายที่หลากหลาย 5.2 ข้อเสนอแนะ 1) ด้านการผลิต (1) ควรปลูกพันธุ์ตามที่ตลาดต้องการและหลากหลายสายพันธุ์ โดยคัดเลือกพันธุ์ที่ปลูกให้ เหมาะสม ตามระดับความสูงจากระดับน้ำทะเลของพื้นที่สภาพอากาศ และแหล่งน้ำ เป็นต้น จะทำให้มีผลผลิต ออกจำหน่ายได้ตลอดฤดูกาล (2) เนื่องจากการปลูกอโวคาโดส่วนใหญ่จะปลูกในพื้นที่สูง ใช้น้ำฝนในการเพาะปลูกเป็นหลัก เกษตรกรจึงควรมีระบบน้ำ เช่น ระบบน้ำหยด สำหรับการดูแลรักษาต้นอโวคาโดในช่วงฤดูแล้ง ซึ่งจะทำให้ คุณภาพของผลผลิตมีความสมบูรณ์ (3) ควรส่งเสริมความรู้และเทคโนโลยีในการเพาะปลูก และการบำรุงดูแลรักษา เช่น การเปลี่ยน ยอดพันธุ์ดี การเพาะกล้าพันธุ์เอง ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนการผลิตได้ รวมถึงการนำกล้าพันธุ์ไปจำหน่ายสร้างรายได้ เพิ่มให้แก่เกษตรกร (4) ควรผลิตอโวคาโดให้ได้เกรดมาตรฐานคุณภาพ คือ น้ำหนักผล ทรงผลดี ผิวผลดีไม่ช้ำหรือ เสียหายจากโรคแมลง หรือมีตำหนิน้อย และต้องตรวจสอบว่าผลแก่พร้อมเก็บเกี่ยวได้แล้ว และทำบรรจุภัณฑ์ที่ ดีเพื่อลดความเสียหายจากการขนส่งผลผลิต เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภค ซึ่งจะสามารถนำไปจำหน่าย ในราคาที่สูงได้ 2) ด้านการตลาด (1) เนื่องจากช่วงเดือนสิงหาคม - เดือนกันยายน จะเป็นช่วงที่ผลผลิตอโวคาโดจะออกสู่ตลาด มากที่สุด ส่งผลให้ผลผลิตกระจุกตัว และราคาจำหน่ายต่ำ ควรมีการบริหารจัดการผลผลิต เช่น จัดงาน เทศกาลอโวคาโด เพื่อส่งเสริมการตลาดให้แก่เกษตรกร (2) ควรส่งเสริมระบบการรวมกลุ่มกันผลิต และจัดจำหน่าย เพื่อสร้างอำนาจต่อรองทางการตลาด เช่น ระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ และการรวมกลุ่มเป็นวิสาหกิจชุมชน เป็นต้น (3) ควรส่งเสริมให้เกษตรกรสามารถจำหน่ายผลผลิตผ่านห้างค้าปลีก และช่องทางออนไลน์ต่างๆ ได้ (4) ควรส่งเสริมให้เกษตรกรแปรรูปอโวคาโดเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม
บรรณานุกรม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์.ระบบให้บริการข้อมูลสารสนเทศการผลิตทางด้านการเกษตรเหมาะสม ออนไลน์ . เข้าถึงได้จาก: https://production.doae.go.th/service/site/login(วันที่สืบค้นข้อมูล: 3 พฤศจิกายน 2563). ณัฎฐวี สายสวัสดิ์.การถอดองค์ความรู้อะโวคาโด คุณธารตะวัน ชวดนุช 29 หมู่ 12 ต.เมืองนะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ออนไลน์ . เข้าถึงได้จาก:https://www.pandinthong.com/knowledgebase-dwlth/401091791849 (วันที่สืบค้นข้อมูล: 3 พฤศจิกายน 2563). ทะนุพงศ์ กุสุมา ณ อยุธยา. ปลูกอะโวกาโด แทนพืชเชิงเดี่ยว ลงทุนน้อย ได้ผลตอบแทนเร็ว ผลิตให้ได้คุณภาพ ไม่ต้องหวั่นเรื่องตลาด ออนไลน์. เข้าถึงได้จาก: https://www.technologychaoban.com/newsslide/article_5822 (วันที่สืบค้นข้อมูล: 23 พฤศจิกายน 2563). มูลนิธิโครงการหลวง และ สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน). (2559). อะโวกาโด. ศิริวัฒน์ ทรงธนศักดิ์. (2562). คู่มือการจัดทำและวิเคราะห์ประมาณการข้อมูลต้นทุนการผลิตพืช. กรุงเทพฯ: สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร. สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน). (สวพส.) การเก็บเกี่ยวผลอาโวกาโดที่เหมาะสม ออนไลน์ . เข้าถึงได้จาก: https://www.hrdi.or.th/Articles/Detail/23 (วันที่สืบค้นข้อมูล: 3 พฤศจิกายน 2563). สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร.(2563). การศึกษาการผลิต การตลาด ชาอินทรีย์และชาทั่วไป. กรุงเทพฯ สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน). (สวพส). โครงการวิจัยเชิงบูรณาการเพื่อเสริมสร้าง ประสิทธิภาพการผลิตอาโวกาโดบนพื้นที่สูง ออนไลน์ . เข้าถึงได้จาก: plan-1-2-2.pdf (hrdi.or.th) (วันที่สืบค้นข้อมูล: 24 พฤศจิกายน 2563).
ภาคผนวก
ภาคผนวกที่ 1 ตารางภาคผนวกที่ 1.1 ดัชนีการเก็บเกี่ยวอโวคาโด พันธุ์ส่งเสริมโครงการหลวง ตารางภาคผนวกที่ 1.2 ช่วงการเก็บเกี่ยวอโวคาโดที่เหมาะสมพันธุ์ส่งเสริมโครงการหลวง ตารางภาคผนวกที่ 1.3 ราคารับซื้อผลผลิตอโวคาโด พันธุ์ส่งเสริมโครงการหลวง
54 ตารางภาคผนวกที่ 1.1 ดัชนีการเก็บเกี่ยวอโวคาโด พันธุ์ส่งเสริมโครงการหลวง พันธุ์ น้ำหนักผล (กรัม) ผิวผล สีผล ระยะเริ่มติด ผล อายุผล (วัน) ระยะเวลาเก็บ เกี่ยว ปีเตอร์สัน 200 - 300 เรียบ เขียวอมเหลือง ม.ค. – ก.พ. 160 ก.ค. เป็นต้นไป บัคคาเนียร์ 250 - 400 ขรุขระ เล็กน้อย เขียวอมเหลือง เล็กน้อย ก.พ. - มี.ค. 181 – 187 ก.ย. เป็นต้นไป บูท 7 300 - 500 ขรุขระ เล็กน้อย เขียว ก.พ. - มี.ค. 171 ต.ค. เป็นต้นไป พิงค์เคอร์ตัน 200 - 450 ขรุขระ เขียวเข้มอมม่วง เล็กน้อย ม.ค. – ก.พ. 309 พ.ย. เป็นต้นไป แฮส 150 - 250 ขรุขระ ม่วง ก.พ. - มี.ค. 242 - 251 พ.ย. เป็นต้นไป ที่มา : โครงการหลวง, 2564 ตารางภาคผนวกที่ 1.2 ช่วงการเก็บเกี่ยวอโวคาโดที่เหมาะสม พันธุ์ส่งเสริมโครงการหลวง พันธุ์ มิ.ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค. ม.ค. ก.พ. ปีเตอร์สัน พอรับประทานได้ มันอร่อย บัคคาเนียร์ พอรับประทานได้ มันอร่อย บูท 7 พอรับประทานได้ มันอร่อย พิงค์เคอร์ตัน พอรับประทานได้ (บางผลไม่สุก) มันอร่อย แฮส พอรับประทานได้ มันอร่อย ที่มา : โครงการหลวง , 2564 ตารางภาคผนวกที่ 1.3 ราคารับซื้อผลผลิตอโวคาโด พันธุ์ส่งเสริมโครงการหลวง พันธุ์/ขนาด เกรด Extra (บาท) น้ำหนัก/ ผล(กรัม) เกรด 1 (บาท) น้ำหนัก/ผล (กรัม) เกรด 2 (บาท) น้ำหนัก/ผล (กรัม) เกรด 3 (บาท) น้ำหนัก/ผล (กรัม) ปีเตอร์สัน - - 45 >200 กรัม 43 160-200 กรัม 35 140-159 กรัม บัคคาเนีย - - 45 >200 กรัม 43 160-200 กรัม 35 140-159 กรัม บูท 7 - - 45 >200 กรัม 43 160-200 กรัม 35 140-159 กรัม พิงค์เคอร์ตัน 110 >250 กรัม 100 200-250 กรัม 90 100-200 กรัม 50 90 กรัม แฮส 120 >250 กรัม 110 200-250 กรัม 100 100-200 กรัม 50 90 กรัม ที่มา : โครงการหลวง, 2564
ภาคผนวกที่ 2 แบบสัมภาษณ์เกษตรกรสำรวจต้นทุนการผลิตอโวคาโด ปี 2563
70 ส่วนที่ 2 ข้อมูลทั่วไปและช่องทางการจำหน่ายอโวคาโด ตอนที่ 1 ข้อมูลทั่วไป 1. อายุ........................................ 2. จบการศึกษาระดับ……………………………………………………. 3. อาชีพหลักของท่าน (พิจารณาจากจำนวนเวลาในการทำงานต่อเดือน) 1. เกษตรกร 2.รับราชการ/พนักงานรัฐวิสาหกิจ 3. พนักงานเอกชน 4. ค้าขาย/ธุรกิจส่วนตัว 5. รับจ้างทั่วไป 6.อื่น ๆระบุ .................... 4. อาชีพรอง 1. เกษตรกร 2.รับราชการ/พนักงานรัฐวิสาหกิจ 3. พนักงานเอกชน 4. ค้าขาย/ธุรกิจส่วนตัว 5. รับจ้างทั่วไป 6. อื่น ๆระบุ .................... 5. จำนวนสมาชิกในครัวเรือน (รวมตัวท่านเอง)……………….คน จำนวนสมาชิกอยู่ในวัยแรงงานภาคการเกษตร (15 - 60 ปี) ...........คน 6. รายได้ครัวเรือนจากภาคเกษตร.................................................บาทต่อปี 7. รายได้ครัวเรือนจากนอกภาคเกษตร...........................................บาทต่อปี 8. รายได้ครัวเรือนจากการปลูกอโวคาโด................................บาทต่อปี 9. ท่านเริ่มปลูกอโวคาโด เมื่อปี พ.ศ.....................ประสบการณ์ในการปลูกอโวคาโด.........................ปี 10. อโวคาโดมีอายุเฉลี่ยทั้งหมด.........ปี เริ่มให้ผลผลิตอายุ...................ปี และให้ผลผลิตมากสุดอายุ..............ปี 11. ท่านได้รับคำแนะนำเรื่องการปลูกอโวคาโดจากใคร 1. เจ้าหน้าที่ของรัฐ 2. ผู้ค้า 3. สถาบันเกษตรกร 4. พ่อแม่/ญาติ 5.เพื่อนบ้าน 6.อื่นๆ ระบุ..................... 12. เพราะหตุใดท่านจึงเลือกปลูกอโวคาโด (ตอบได้มากกว่า 1 ข้อ) ( ) 1. การได้รับพันธุ์ ( ) 2. การมีตลาดที่แน่นอน ( ) 3. ได้ราคาดี ( ) 4. เป็นพืชเศรษฐกิจทางเลือกหนึ่งในพื้นที่ ( ) 5. มีที่ดินว่างสามารถใช้ในการปลูกได้ ( ) 6. มีความพร้อมเรื่องแรงงาน /ปัจจัยการผลิต ( ) 7. ได้รับคำแนะนำในด้านการปลูกและเทคโนโลยีที่ใช้ในการผลิต ( ) 8. ได้ผลตอบแทนดีกว่าพืชเดิมที่ปลูก กรณีตอบข้อนี้ถามต่อว่า ( ) ยังปลูกพืชเดิมระบุ...............................................แต่เพิ่มการปลูกอโวคาโดด้วย ( ) ไม่ปลูกพืชเดิมแต่หันมาปลูกอโวคาโดอย่างเดียว ( ) ปลูกอโวคาโดและปลูกพืชชนิดใหม่อื่นๆด้วย ( ) 9. อื่นๆ ระบุ.................................................................... 13. พื้นที่เพาะปลูก ในเขตชลประทาน นอกเขตชลประทาน
71 14. แหล่งน้ำที่ใช้ในการเพาะปลูก 1. น้ำฝน 2. ขุดบ่อบาดาล 3. น้ำจากแม่น้ำ คลองธรรมชาติ 4. คลองส่งน้ำชลประทาน 5. ประปา 6. อื่น ๆ ระบุ............................. 15. เอกสารสิทธิ์ 1. โฉนดที่ดิน/น.ส. 4 2. ใบจอง/น.ส.2 3. สค.1 4. สปก. 5. ภบท.5,6 6. ไม่มีเอกสารสิทธิ์ 7. เอกสารอื่นๆ............... ตอนที่ 2 ด้านกระจายผลผลิต 2.1 ขายผลผลิต .........................กก. 2.2 เก็บไว้บริโภค.........................กก. 2.3 เก็บไว้ทำพันธุ์........................กก. 2.4 นำไปแปรรูป...................................กก. 2.5 อื่น ๆ................................................กก. 2.6 เก็บอโวคาโดปีละ....................รอบ ช่วงเดือน............................................ เดือนไหนที่ขายผลผลิตได้มากที่สุด............................................................. รอบที่ 1 พันธุ์.......................................เก็บผลผลิตเดือน................ถึงเดือน.................ให้ผลผลิต...........% ระยะเวลา เก็บอโวคาโดกี่วัน………………….ครั้ง รอบที่ 2 พันธุ์.......................................เก็บผลผลิตเดือน................ถึงเดือน.................ให้ผลผลิต...........% ระยะเวลา เก็บอโวคาโดกี่วัน………………….ครั้ง รอบที่ 3 พันธุ์.......................................เก็บผลผลิตเดือน................ถึงเดือน.................ให้ผลผลิต...........% ระยะเวลา เก็บอโวคาโดกี่วัน………………….ครั้ง รอบที่ 4 พันธุ์.......................................เก็บผลผลิตเดือน................ถึงเดือน.................ให้ผลผลิต...........% ระยะเวลา เก็บอโวคาโดกี่วัน………………….ครั้ง ตอนที่ 3 ด้านช่องทางการจำหน่าย 3.1 จำนวนผู้รับซื้อผลผลิตของเกษตรกร................ราย โปรดระบุชื่อ-ที่อยู่ผู้ซื้อ...............................เบอร์โทรศัพท์...................................... โปรดระบุชื่อ-ที่อยู่ผู้ซื้อ...............................เบอร์โทรศัพท์............................. ......... ผู้รับซื้อรายใหญ่ในพื้นที่เป็นใคร1...........................ที่อยู่..........................เบอร์โทรศัพท์.................. ............ ผู้รับซื้อรายใหญ่ในพื้นที่เป็นใคร2...........................ที่อยู่..........................เบอร์โทรศัพท์.............................. ผู้รับซื้อรายใหญ่ในพื้นที่เป็นใคร3............................ที่อยู่..........................เบอร์โทรศัพท์................. ............. 3.2การรับเงินค่าขาย 1.ทันที..................... 2. รอ........................วัน การขายผลผลิต...................... กี่วัน/ครั้ง เดือนละกี่รอบ............................ ปีละกี่เดือน.......................... 3.3 มีการรวมกลุ่มกันขายผลผลิต 1. ใช่ 2.ไม่ใช่ 3.4ลักษณะการขาย 1. ขายเอง 2.ขายให้กลุ่ม
72 3.5 แหล่งจำหน่ายอโวคาโด 1. ในจังหวัดร้อยละ..................... 2. ต่างจังหวัดร้อยละ...................... 1. โครงการหลวง ในอำเภอ ร้อยละ................ นอกอำเภอ(ระบุ)…………………… ร้อยละ.................. 2. บริษัทเอกชน/โรงงาน เพื่อแปรรูป ในอำเภอ ร้อยละ................ นอกอำเภอ(ระบุ)…………………… ร้อยละ............. 3. พ่อค้ารวบรวม ในอำเภอ ร้อยละ................ นอกอำเภอ(ระบุ)…………………… ร้อยละ............. 4. กลุ่มวิสาหกิจชุมชน ในอำเภอ ร้อยละ............ นอกอำเภอ(ระบุ)…………………… ร้อยละ............. 5. สถาบันเกษตรกร/สหกรณ์การเกษตร ในอำเภอ ร้อยละ................ นอกอำเภอ(ระบุ)…………………… ร้อยละ…………. 6. โรงแรม/ร้านอาหาร/ร้านเครื่องดื่ม ในอำเภอ ร้อยละ............... นอกอำเภอ(ระบุ)…………………… ร้อยละ…………. 7. ตลาดขายปลีก เช่น ตลาดท้องถิ่น/ตลาดชุมชน/แผงลอย ในอำเภอ ร้อยละ............... นอกอำเภอ(ระบุ)…………………… ร้อยละ………….. 8. ตลาดขายส่ง ในอำเภอ ร้อยละ............... นอกอำเภอ(ระบุ)…………………… ร้อยละ………….. 9. โมเดิร์นเทรด ในอำเภอ ร้อยละ............... นอกอำเภอ(ระบุ)…………………… ร้อยละ………….. 10.ออนไลน์ ในอำเภอ ร้อยละ........... นอกอำเภอ(ระบุ)…………………… ร้อยละ………….. 11. อื่น ๆ ..................................ในอำเภอ ร้อยละ...........นอกอำเภอ(ระบุ)…………………… ร้อยละ………….. 3.6 ผลิตภัณฑ์แปรรูปได้แก่ 1................................................ 2................................................ 3................................................ ช่องทางการจำหน่ายผลิตภัณฑ์แปรรูป 1................................................ 2................................................ 3................................................ 3.7 จำนวนรอบที่ขนผลผลิต..................รอบ/ปี ..................รอบ/เดือน ปริมาณที่ขน.............................กก./รอบ 3.8 ค่าใช้จ่ายในการขน จ้างรถยนต์/รถบรรทุก จ้างเหมา................บาท/กก. ค่าน้ำมัน.............บาท/รอบ จำนวนเที่ยว.................../เดือน จำนวนเที่ยว.................../ปี รถยนต์ของตนเอง ค่าน้ำมัน.............บาท/รอบ จำนวนเที่ยว.................../เดือน จำนวนเที่ยว.................../ปี ค่าแรงตนเอง............ บาท/กก.