1
2 รายงานสรุปผลการเข้ารับการเข้าร่วมอบรม สัมมนา ด้วยข้าพเจ้า...นายพรฉัตร...ศุภสินชัย.... ต าแหน่ง.....นักวิชาการตรวจสอบภายในปฏิบัติการ... สังกัด....องค์การบริหารส่วนต าบลวังไคร้.... ได้เข้ารับการฝึกอบรมหลักสูตร.....นักวิชาการตรวจสอบภายใน รุ่นที่ 13..... ระหว่างวันที่...29....เดือน....มกราคม.... ถึงวันที่...16.. เดือน....กุมภาพันธ์...พ.ศ...2566.... เป็นเวลารวมทั้งสิ้น...-...เดือน....19...วัน ณ โรงแรมแกรนด์ทาวเวอร์อินน์ถนนพระรามหก แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร ซึ่งหลักสูตรดังกล่าวจัดโดย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมกับ สถาบันพัฒนา บุคลากรท้องถิ่น กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น บัดนี้ ข้าพเจ้าได้เข้ารับการฝึกอบรมหลักสูตรดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว จึงขอรายงานสรุปผลการ ฝึกอบรม ให้ทราบ ดังนี้ 1. การฝึกอบรมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อ ๑) เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมให้มีความรู้ ทักษะ และสมรรถนะตรงตามมาตรฐาน ก าหนดต าแหน่ง ๒) เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมมีความตระหนักและให้ความส าคัญของการตรวจสอบภายใน การควบคุมภายในและการบริหารความเสี่ยง และสามารถใช้เป็นเครื่องมือในการก ากับดูแลการบริหาร จัดการ ด้านการเงินการคลังที่ดี มีความโปร่งใสและป้องกันการทุจริตคอร์รัปชั่น ๓) เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมได้รับการพัฒนาการปฏิบัติงานให้มีคุณภาพเป็นไปตาม พระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. ๒๕๖๑ 4) เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมมีความตระหนักและให้ความส าคัญของการตรวจสอบภายใน การควบคุมภายในและการบริหารความเสี่ยง และสามารถใช้เป็นเครื่องมือในการก ากับดูแลการบริหาร จัดการ ด้านการเงินการคลังที่ดีมีความโปร่งใสและป้องกันการทุจริตคอร์รัปชั่น 2. หลักสูตรจ านวน 3 หมวด 28 รายวิชา 111 ชั่วโมง ดังนี้ หมวดที่ ๑ วิชาพื้นฐาน เป็นการให้ความรู้พื้นฐานทั่วไปเกี่ยวกับโครงสร้างอ านาจหน้าที่ ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตามรัฐธรรมนูญ ความรู้พื้นฐานในการปฏิบัติงานตามอ านาจหน้าที่ เส้นทาง ความก้าวหน้าและสิทธิประโยชน์โดยมีหัวข้อวิชาการจ านวน ๔ วิชา รวมระยะเวลาจ านวน ๑๒ ชั่วโมงดังนี้ ๑) ทักษะและความสามารถด้านการใช้ดิจิทัลส าหรับข้าราชการและบุคลากรภาครัฐ (Digital Literacy) จ านวน ๓ ชั่วโมง ๒) บทบาท หน้าที่ของ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตามกฎหมายกระจายอ านาจ จ านวน ๓ ชั่วโมง ๓) การบริหารงานบุคคลและความก้าวหน้าสิทธิประโยชน์ของข้าราชการ องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น จ านวน ๓ ชั่วโมง ๔) หลักคิดจิตอาสา จ านวน ๓ ชั่วโมง
3 หมวดที่ ๒ วิชาเฉพาะต าแหน่ง เป็นวิชาหลักในต าแหน่งหน้าที่ เพื่อเป็นการพัฒนา ศักยภาพของผู้ปฏิบัติหน้าที่ให้เพิ่มสูงขึ้น ด้วยการเพิ่มพูนและเสริมสร้างองค์ความรู้ให้ตรงตามกรอบภารกิจ ของต าแหน่ง เกิดความเข้าใจอย่างถูกต้องชัดเจนและสามารถปฏิบัติงานให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างมีคุณภาพ โดยมีหัวข้อวิชาการ จ านวน ๒๒ วิชา รวมระยะเวลา จ านวน ๙๓ ชั่วโมง ดังนี้ ๑) หลักเกณฑ์กระทรวงการคลังว่าด้วยมาตรฐานและหลักเกณฑ์ปฏิบัติการตรวจสอบ ภายในส าหรับหน่วยงานของรัฐ จ านวน ๓ ชั่วโมง ๒) แนวทางการประเมินความเสี่ยงเพื่อวางแผนการตรวจสอบ การวางแผนการตรวจสอบ และการวางแผนการปฏิบัติงาน จ านวน ๖ ชั่วโมง ๓) แนวทางการปฏิบัติงานตรวจสอบและการจัดท ากระดาษท าการ จ านวน ๖ ชั่วโมง ๔) แนวทางการเขียนรายงานผลการตรวจสอบและการติดตามผล จ านวน ๖ ชั่วโมง ๕) การรับเงิน การจ่ายเงิน การฝากเงิน การเก็บรักษาเงินและการตรวจเงินของ องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น และกองทุน สปสช. จ านวน ๖ ชั่วโมง ๖) การเบิกจ่ายเงินค่าเช่าบ้าน ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการค่าใช้จ่ายในการ ฝึกอบรม การท าประกันภัยทรัพย์สิน การใช้และรักษารถยนต์ของ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จ านวน ๖ ชั่วโมง ๗) การเบิกจ่ายเงินค่าเครื่องแต่งกาย ค่าใช้จ่ายในการบริหารงานของ องค์กรปกครองส่วน ท้องถิ่น จ านวน ๓ ชั่วโมง ๘) การเบิกค่าใช้จ่ายในการจัดงาน การจัดกิจกรรมสาธารณะการส่งเสริมกีฬา การแข่งขัน กีฬา จ านวน ๓ ชั่วโมง ๙) แนวทางการตรวจสอบบัญชีและรายงานการเงินในระบบบัญชีคอมพิวเตอร์ของ องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น (e-LAAS) จ านวน 6 ชั่วโมง ๑๐) การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐของ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จ านวน ๖ ชั่วโมง ๑๑) การประเมินผลการควบคุมภายในและแนวทางการสอบทาน การประเมินควบคุม ภายในของ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตามหลักเกณฑ์ที่กระทรวงการคลังก าหนด พร้อมฝึกปฏิบัติจ านวน ๖ ชั่วโมง ๑๒) การบริหารจัดการความเสี่ยงของ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จ านวน ๓ ชั่วโมง ๑๓) แนวทางการตรวจสอบด้านการคลัง การเงิน การบัญชีและการพัสดุองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น และข้อสังเกตจากการตรวจสอบ จ านวน ๓ ชั่วโมง ๑๔) การปฏิบัติตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยวิธีการงบประมาณของ องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น จ านวน ๓ ชั่วโมง ๑๕) ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง จ านวน ๓ ชั่วโมง ๑๖) แผนพัฒนาท้องถิ่น จ านวน ๓ ชั่วโมง ๑๗) การปฏิบัติงานในระบบ GFMIS ของ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จ านวน ๓ ชั่วโมง
4 ๑๘) ข้อบัญญัติ/เทศบัญญัติงบประมาณรายจ่ายของ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และ งบประมาณเงินอุดหนุนเฉพาะกิจ จ านวน ๓ ชั่วโมง ๑๙) ภาพรวมงานตรวจสอบภายใน บทบาทหน้าที่ของผู้ตรวจสอบภายใน และประเภท การตรวจสอบภายใน แนวทางการประกันและปรับปรุงคุณภาพงานตรวจสอบภายใน จ านวน ๖ ชั่วโมง ๒๐) ประสบการณ์ในการดาเนินงานและแนวทางการแก้ไขปัญหาในการปฏิบัติงานหน่วย ตรวจสอบ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จ านวน ๓ ชั่วโมง ๒๑) การตรวจสอบและข้อสังเกตของคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน จ านวน ๓ ชั่วโมง ๒๒) การป้องกันและปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่นในวงราชการ จ านวน ๓ ชั่วโมง หมวดที่ ๓ วิชาเสริม เป็นเรื่องที่น่าจะรู้เพื่อน าไปประกอบหรือเสริมการปฏิบัติงานให้มี ความหลากหลายในการพัฒนาตนเอง องค์กร การประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ให้ผู้เข้าอบรมเกิด แรงบันดาลใจในการคิดค้นวิธีการใหม่ๆ เพื่อหาแนวทางในการน าไปบริหารจัดการท้องถิ่น พัฒนางานและ องค์กรสู่ความเป็นเลิศในการให้บริการสาธารณะ ประชาชนได้รับประโยชน์สูงสุด โดยมีหัวข้อวิชาการ จ านวน ๒ วิชา รวมระยะเวลา จ านวน ๖ ชั่วโมง ดังนี้ ๑) การพัฒนาบุคลิกภาพและการสมาคม จ านวน ๓ ชั่วโมง ๒) ศิลปะการพูดในที่ชุมชน จ านวน ๓ ชั่วโมง การศึกษาดูงาน (จ านวน ๑ วัน) 1) หน่วยตรวจสอบภายใน องค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี 3. ประโยชน์ที่ได้รับจากการฝึกอบรม 3.1 ต่อตนเอง 3.1.1 เข้าใจระเบียบบริหารราชการมากขึ้น 3.1.2 ได้ทราบถึงสวัสดิการของข้าราชการส่วนท้องถิ่น 3.1.3 ได้ศึกษาจรรยาบรรณและวินัยข้าราชการส่วนท้องถิ่นได้อย่างลงลึก 3.1.4 ได้พัฒนาบุคลิกภาพ 3.2 ต่อหน่วยงาน 3.2.1 ได้มีเครือข่ายเพิ่มมากขึ้น 3.2.2 ได้เพิ่มพูนความรู้ถึงวิธีการที่ถูกต้องในการเขียนหนังสือราชการ 3.2.3 ได้มีการแสดงความคิดเห็น แลกเปลี่ยน เรียนรู้ ระหว่างองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นด้วยกัน เพื่อน ามาปรับใช้ในการท างานในหน่วยงานของตนเอง 4. แนวทางในการน าความรู้ ทักษะที่ได้รับจากการฝึกอบรมครั้งนี้ ไปปรับใช้ให้เกิดประโยชน์แก่ หน่วยงาน มีดังนี้ - สามารถน าความรู้ที่ได้รับจากการอบรม มาใช้ในการปฏิบัติหน้าที่ อย่างมีประสิทธิภาพ มากขึ้น
5 - สามารถเป็นแนวทางในการปฏิบัติงานให้ถูกตามขั้นตอน ตามระเบียบ กฎหมาย - น าความรู้ด้านการพูดในที่ชุมชนมาปรับใช้ในการลงพื้นที่ท างานเมื่อต้องพบประชาชน - สามารถท างานด้านสารบรรณ และได้ทราบถึงหลักวิธีในการเขียนหนังสือราชการมาขึ้น 5. ข้าพเจ้าได้แนบ หลักฐานการส าเร็จการฝึกอบรม อื่นๆ.......................................................มาพร้อมนี้ด้วยแล้ว (ลงชื่อ).......................................................... (นายพรฉัตร ศุภสินชัย) นักวิชาการตรวจสอบภายในปฏิบัติการ/ หัวหน้าหน่วยตรวจสอบภายใน ผู้เข้ารับการฝึกอบรม
6 หลักสูตร “นักวิชาการตรวจสอบภายใน รุ่นที่ ๑3” วันบรรยาย : วันอาทิตย์ ที่ 29 มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๖ เวลาบรรยาย : ๑๓.๐๐ – ๑๖.๐๐ น. เวลา 13.00 น. ท าพิธีเปิด และปฐมนิเทศ หลักสูตร “นักวิชาการตรวจสอบภายใน รุ่นที่ ๑3” โดยได้กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมการอบรมจ านวน ๗6 คน และแนะน าหลักสูตรฯ พร้อมทั้งแนะน าการปฏิบัติ ตัวในการเข้าอบรมครั้งนี้ วันบรรยาย : จันทร์ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2566 เวลาบรรยาย : 09.00 - 12.00 น. เรื่อง : การพัฒนาบุคลิกภาพ การสมาคมและศิลปะการพูดในชุมชน วิทยากร : อาจารย์ชัยยุทธ ถาวรานุรักษ์
7 สรุปสาระส าคัญ ศิลปะสนทนา Small Talk - สื่อสารสร้างสายใยใส่ใจเคารพกันและกัน - สื่อสารใส่ใจไม่สร้างความรุนเเรง - สื่อสารตรงใจได้สิ่งที่ต้องการ - สื่อสารจริงใจได้สายใยมิตรภาพ - สื่อสารเคารพกันช่วยสร้างสรรค์สังคม - สื่อสารประสิทธิภาพดีชีวีจะสดใส - สื่อสารแบบท าลายจะวางวายซุกแผ่นดิน - อย่าบูลลี่......... - เธอติดยังวะ - เป็นตุ๊ดป่ะ - เรื่องเเค่นี้ไม่รู้ เหรอ - ช่วยไม่ได้ ก็เธอ..... - ท าไมไม่........... - อ้วนขึ้นนะ - เลิกกันเเล้วเหรอ - ศัลยกรรมมาเหรอ สนทนากับใครให้ดูใจของเขาด้วย พิจารณาพูดค า พวกนี้ 1. คิดมากไปไหมอ่ะ 5. ช่วยไม่ได้ 2. มันก็ยังงี้แหละ 6. เรื่องเล็กนะ เรื่องเเค่นี้เอง 3. ท าไมไม่....... 7. กูว่าเเล้ว 4. มึงนี่มัน.....จริงจริง EMPATHIC COMMUNICATION เข้าใจหัวใจของเขา ไม่ใช่เอาหัวใจเราเป็นที่ตั้ง 1. รับฟังอย่างลิงโลด 4. คล้อยตาม สังเกต อย่าด่วนสรุป 2. สะท้อนความรู้สึกเขาเป็นระยะ 5. เข้าใจไปถึงความรู้สึกของเขา 3. ส่งความรู้สึกของเราอย่างเมตตา 6. ขอร้องให้เขาท า ให้ดี กว่าค าสั่ง ภาษากาย Nonverbal Communication - กอดอก - ไม่หันหน้าตรงเวลาคุย - ยิ้มแค่เฉพาะปาก - นั่งไขว่ห้าง - พยักหน้าหลายครั้งอย่างรวดเร็ว - ดูนาฬิกาตลอดเวลา - ขมวดคิ้ว - เอามือถือขึ้นมาเขี่ย - กรอกตา มองบน มองต่ า มองแรง วาจาประมาณ 7 เปอร์เซ็นต์ - เสียงที่เปล่งออกมา 38 - เปอร์เซ็นต์ - ภาษากาย 55 - เปอร์เซ็นต์ ALBERT MEHRABIAN
8 วันบรรยาย : วันจันทร์ ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2566 เวลาบรรยาย : 13.00 - 16.00 น. เรื่อง : หลักคิดจิตอาสา วิทยากร : อาจารย์นิพนธ์ คชกาญจน์ สรุปสาระส าคัญ ความเป็นมาของจิตอาสาพระราชทานตามแนวพระราชด าริ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้หน่วยราชการใน พระองค์ 904 ร่วมกันจัดโครงการจิตอาสาพระราชทานตามแนวพระราชด าริเพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติ และแสดงความส านึกในพระมหากรุณาธิคุณ ของพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถ บพิตรและสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงประกอบพระราชกรณียกิจนานัปการ เพื่อประโยชน์สุข ของประชาชน ทั้งนี้เพื่อให้ประชาชนมีความ สมัครสมานสามัคคี มีความสุขและประเทศชาติมีความมั่นคง อย่างยั่งยืน โดยมีหน่วยราชการในพระองค์ 904 เป็นผู้ก ากับดูแลการปฏิบัติงานร่วมกับ หน่วยงาน ภายนอกทั้งภาครัฐและเอกชน และให้จัดตั้งศูนย์อ านวยการใหญ่โครงการจิตอาสาพระราชทานตามแนว พระราชด าริ มีหน้าที่ควบคุม อ านวยการและประสานการ ปฏิบัติเพื่อให้การจัดกิจกรรมจิตอาสา พระราชทานตามแนวพระราชด าริ เป็นไปอย่างต่อเนื่องถูกต้องตามพระราโชบาย และสมพระเกียรติ ในระยะเริ่มแรก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้มีพระราชปณิธานในการบ าเพ็ญประโยชน์พื้นที่ ชุมชนโดยรอบพระราชวังดุสิตเป็นการท าความ ดีด้วยหัวใจถวายเป็น พระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระ มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตรโดยหน่วยทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์หน่วยทหาร รักษาพระองค์ ข้าราชบริพารในพระองค์ฯร่วมกับประชาชนจิตอาสา “เราท าความ ดี ด้วยหัวใจ” ร่วมกัน
9 ดูแลและพัฒนารักษาพื้นที่จากชุมชนเล็กๆ รอบพระราชวังดุสิตขยาย สู่พื้นที่โดยรวมของประเทศในการ พัฒนาอย่างมั่นคงและยั่งยืนสืบไป จิตอาสาตามพระราโชบาย แบ่งเป็น 3 ประเภท ดังนี้ 1. จิตอาสาพัฒนา 2. จิตอาสาภัยพิบัติ 3. จิตอาสาเฉพาะกิจ วันบรรยาย : วันอังคาร ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2566 เวลาบรรยาย : 09.00 - 16.00 น. เรื่อง : การเบิกค่าใช้จ่ายในการจัดงาน การจัดกิจกรรมสาธารณะการส่งเสริมกีฬา การแข่งขัน กีฬาและ การใช้จ่ายเงินในการช่วยเหลือประชาชนตามอ านาจหน้าที่ขององค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น วิทยากร : อาจารย์วิภา ธูสรานนท์ สรุปสาระส าคัญ 1. การบริหารงาน 1.1 อ านาจหน้าที่ตามกฎหมาย (หลัก/ส่งเสริม) -กฎหมายจัดตั้ง -กฎหมายภารกิจถ่ายโอน -กฎหมายอื่น 1.2 ประโยชน์สูงสุด ประโยชน์สาธารณะ พิจารณาพื้นที่รับผิดชอบก่อน 2. การใช้จ่ายเงินของ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 2.1 ข้อปฏิบัติ (ระเบียบ/ข้อบังคับ)
10 2.2 งบประมาณ หลักความคุ้มค่า มีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล เป็นไปตามวิธี งบประมาณ 2.3 ดุลพินิจ (ชอบด้วยกฎหมาย) จ าเป็น/เหมาะสมและประหยัด 2.4 โปร่งใส/ตรวจสอบได้ (เปิดเผย/เอกสารถูกต้อง) มีหลักฐานชี้แจง กฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง - ระเบียบ มท. ว่าด้วยค่าใช้จ่ายเพื่อช่วยเหลือประชาชนตามอ านาจหน้าที่ของ องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2560 (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2561 (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2565 - พระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550 - พระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 - พระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558 - ระเบียบกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการว่าด้วยการสงเคราะห์ครอบครัวผู้มีรายได้น้อย และผู้ไร้ที่พึ่ง พ.ศ. 2552 - ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยรายจ่ายเกี่ยวกับทุนการศึกษาส าหรับนักศึกษาและ การให้ความช่วยเหลือนักเรียนของ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2561 - ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการเบิกค่าใช้จ่ายในการจัดงาน การจัดกิจกรรม สาธารณะ การส่งเสริมกีฬา และการแข่งกีฬาของ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2564 วันบรรยาย : วันพุธ ที่ 1 กุมภาพันธ์พ.ศ. 2566 เวลาบรรยาย : 09.00 - 12.00 น. เรื่อง : การจัดสรรงบประมาณเงินอุดหนุนเฉพาะกิจ และแนวทางการขอรับงบประมาณของ หน่วยรับงบประมาณ (องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น) วิทยากร : อาจารย์คณิตา ราษฎร์นุ้ย
11 สรุปสาระส าคัญ ๑. กฎหมาย ระเบียบ หนังสือสั่งการ มท. ที่เกี่ยวข้อง ๑.๑ การจ่ายเงินตามอ านาจหน้าที่ตามกฎหมายจัดตั้ง พรบ. อบต. มาตรา ๘๕ (๑๐) ๑.๒ ระเบียบที่เชื่อมโยงกับงบประมาณ - ระเบียบแผนฯ ข้อ ๒๕ - ระเบียบงบประมาณฯ ข้อ ๒๒ - พรบ.การจัดซื้อจัดจ้างฯ มาตรา ๙๗ วรรค ๓ - ระเบียบเบิกจ่ายฯ ข้อ ๓๙ ข้อ ๕๖ ข้อ ๕๗ ข้อ ๕๙ - ระเบียบ มท. ว่าด้วยการเบิกค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการปฏิบัติราชการของ อปท.ฯ ข้อ ๖ - โครงการที่ต้องน ามาบรรจุในแผนพัฒนาท้องถิ่น คือ ครุภัณฑ์ที่ดินและสิ่งก่อสร้าง ซึ่ง โครงการจัดท าบริการสาธารณะ เพื่อประชาชนได้ประโยชน์จากที่ดินและสิ่งก่อสร้างนั้น และเป็นไปตาม อ านาจหน้าที่ของ อปท. (หนังสือ มท. ด่วนที่สุด ที่ มท ๐๘๑๐.๓/ว๒๙๓๑ ลง ๑๕ พ.ค.๒๕๖๒) - กรณีไม่ต้องแก้ไข หรือเปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มเติมแผนพัฒนาท้องถิ่น คือ แผนพัฒนา ท้องถิ่นเป็นกรอบ เมื่อสภาท้องถิ่นเห็นชอบวิธีงบประมาณแล้ว ภายหลังราคากลาง หรือบัญชีราคามาตรฐาน มีคุณลักษณะ มาตรฐาน ราคาปรับเปลี่ยน หรือให้เป็นไปตาม พรบ.จัดซื้อจัดจ้าง ให้ด าเนินการตามวิธี งบประมาณ ไม่ต้องไปแก้แผนฯ (หนังสือ มท. ที่ มท ๐๘๑๐.๓/ว๖๗๓๒ ลง ๖ พ.ย.๒๕๖๒) ๑.๓ หนังสือกระทรวงมหาดไทย แบ่งเป็น ๒ ประเภท คือ ๑) หนังสือสั่งการเฉพาะกรณี ๒) หนังสือสั่งการแบบหลักการ ได้แก่ หนังสือซักซ้อมการจัดท างบประมาณ บัญชีราคามาตรฐาน หลักเกณฑ์ ต่างๆ ๒. การเสนองบประมาณต่อสภาท้องถิ่น – เสนอต่อสภาท้องถิ่นภายใน วันที่ ๑๕ สิงหาคม ส่วนประธานสภาจะบรรจุในวาระการประชุมหลัง ๑๕ สิงหาคม ท าได้ไม่ผิด กรณีเสนอไม่ทัน อบต. ให้ขอ ขยายเวลาต่อสภาท้องถิ่น โดยมีข้อบัญญัติ ๑ เล่ม และประมาณการค่าใช้จ่ายอีก ๑ เล่ม (กรณีงานก่อสร้าง ถอดแบบ ปร.๔ ปร.๕) เอกสารการจัดท างบประมาณ ๑) แผนพัฒนา อปท. ๒) บัญชีราคามาตรฐานครุภัณฑ์ ๓) โครงการเสนอขอรับเงินอุดหนุน (ร่างไม่ต้องลงนาม) ๔) เอกสารประมาณการค่าใช้จ่ายโครงการก่อสร้าง ๕) เอกสารประมาณการค่าใช้จ่ายโครงการจัดงาน,แข่งกีฬา (ร่างโครงการยังไม่ต้องลงนาม) ๖) หนังสือสั่ง การ ๗) อื่นๆ ๒.๑ ก าหนดเงื่อนไขและหลักเกณฑ์สัญญาแบบปรับราคาได้ (ค่า K) ตามหนังสือ กระทรวงการคลัง ด่วนที่สุด ที่ กค (กวจ) ๐๔๐๕.๒/ว๑๑๐ ลง ๕ มี.ค.๒๕๖๑ ให้แยกเป็นรายการเลยไม่ต้อง ไปซ่อนอยู่ในแต่ละโครงการ ๒.๒ รายการตั้งงบประมาณที่ก าหนดเป็นร้อยละ มี ๘ รายการ ดังนี้ ๑) เงินเดือนประโยชน์ตอบแทนอื่น ไม่เกินร้อยละ ๔๐ ๒) การจัดงานและแข่งกีฬา อบต. ร้อยละ ๕ ๓) การอุดหนุนเงินให้หน่วยงานอื่น อบต. ร้อยละ ๕
12 ๔) โบนัส งบลงทุนต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ ๑๐ (ทั้งตั้งงบและเบิกจ่าย) ๕) ศึกษาดูงานร้อยละ ๓ (เฉพาะที่ อปท.จัดงานเอง ใช้กับราชการและฝ่ายการเมือง เท่านั้น) ๖) กองทุนบ าเหน็จบ านาญ ร้อยละ ๒ ๗) เงินสมทบ สปสช. ๘) ทุนการศึกษา ร้อยละ ๒ ๒.๓ งบประมาณประกอบด้วย ๑) รายได้ ประกอบด้วย รายได้จัดเก็บเอง รายได้รัฐจัดสรร เงินอุดหนุนจากรัฐ รายได้อื่น โดยการประมาณการรายได้ใกล้เคียงปีที่ผ่านมา – งบประมาณปี ๒๕๖๔ ใช้รายได้จัดเก็บเองในปี ๒๕๖๒ และรายได้เงินอุดหนุนทั่วไปในปี ๒๕๖๓ เป็นฐานการค านวณ ๒) รายจ่าย ประกอบด้วย - งบกลาง ได้แก่ เงินสมทบกองทุนประกันสังคม เงินสมทบกองทุนทดแทน เบี้ยยังชีพ ผู้สูงอายุ เบี้ยยังชีพความพิการ เบี้ยยังชีพเอดส์ เงินช่วยเหลืองบประมาณรายจ่ายเฉพาะการประปา เงินช่วยเหลืองบประมาณรายจ่ายเฉพาะการสถานธนานุบาล เงินช่วยเหลืองบประมาณรายจ่ายเฉพาะการ โครงการอื่น ส ารองจ่าย รายจ่ายตามข้อผูกพัน เช่น เงินสมทบ สปสช. - รายจ่ายตามแผนงาน ได้แก่ งบบุคลากร->หมวดเงินเดือน งบด าเนินงาน->หมวด ค่าตอบแทน ค่าใช้สอยและค่าวัสดุ งบเงินอุดหนุน->หมวดเงินอุดหนุน งบลงทุน->หมวดค่าครุภัณฑ์ ที่ดิน และสิ่งก่อสร้าง งบรายจ่ายอื่น->หมวดรายจ่ายอื่น ๓. การโอนงบประมาณหมวดรายจ่ายต่างๆ - กรณีโอนทุกรายการไม่กระทบการเปลี่ยนแปลง ลักษณะ ปริมาณ คุณภาพ หรือไม่มี ผลกระทบต่อการโอนไปตั้งจ่ายเป็นรายการใหม่ ในหมวดที่ดินและสิ่งก่อสร้าง เป็นอ านาจอนุมัติของคณะ ผู้บริหารท้องถิ่น - กรณีโอนที่มีผลกระทบการเปลี่ยนแปลง ลักษณะ ปริมาณ คุณภาพ หรือโอนไปตั้งจ่ายเป็น รายการใหม่ ในหมวดค่าครุภัณฑ์ ที่ดินและสิ่งก่อสร้าง เป็นอ านาจอนุมัติของสภาท้องถิ่น ๔. การโอน การแก้ไขเปลี่ยนแปลงค าชี้แจงรายการที่เบิกตัดปี กระท าได้ต่อเมื่อได้รับอนุมัติ จากผู้มีอ านาจ กรณีไม่ได้ก่อหนี้ เป็นอ านาจสภาท้องถิ่น กรณีก่อหน้าผูกพัน เป็นอ านาจคณะผู้บริหาร ๕. การก่อหนี้ผูกพันเกิน ๑ ปี งบประมาณ ต้องดูว่าก่อหนี้หมวดใดก่อน* ๑) ต้องได้รับความเห็นชอบจากสภาท้องถิ่น ๒) ต้องเป็นโครงการประเภทที่ดินและสิ่งก่อสร้าง (กรณีค่าใช้สอย ต้องขอผู้ว่ายกเว้นระเบียบก่อน) ๓) โครงการไม่อาจแยกจัดซื้อจัดจ้างเป็นส่วนๆ ได้ ๔) มีรายได้ไม่เพียงพอจะด าเนินการในปีงบประมาณเดียว ๕) ผูกพันได้เพียง ๒ ปี ๖) ต้องใช้งบประมาณไม่เกิน ๕๐% ของรายจ่ายเพื่อการลงทุนของปีที่ผ่านมา ๗) ต้องระบุให้ชัดเจนว่าจะใช้จ่ายในปีปัจจุบันเท่าใดและในปีงบประมาณถัดไปเท่าใดให้ชัดเจน
13 วันบรรยาย : วันพุธ ที่ 1 กุมภาพันธ์พ.ศ. 2566 เวลาบรรยาย : 13.๐๐ – ๑6.๐๐ น. เรื่อง : ทักษะและความสามารถด้านการใช้ดิจิทัลส าหรับข้าราชการและบุคลากรภาครัฐ (Digital Literacy) วิทยากร : อาจารย์ชวพงศธร ไวสาริกรรม สรุปสาระส าคัญ Digital Literacy หมายถึง ทักษะในการน าเครื่องมือ อุปกรณ์ และเทคโนโลยีดิจิทัลที่มีอยู่ ในปัจจุบัน อาทิ คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ แทปเลต โปรแกรมคอมพิวเตอร์ และสื่อออนไลน์เข้ามาใช้ในการ ปฏิบัติงานให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทันสมัยและมีประสิทธิภาพ เช่น การสื่อสาร การปฏิบัติงาน การท างาน ร่วมกัน การพัฒนากระบวนการท างานและระบบงานในองค์กร ทักษะ Digital Literacy ครอบคลุมความสามารถ 4 มิติ - การใช้ (Use) - เข้าใจ (Understand) - การสร้าง (Create) - เข้าถึง (Access) เทคโนโลยีดิจิทัล ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทักษะความเข้าใจและการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ๙ ด้าน ๑) การใช้งานคอมพิวเตอร์ ๒) การใช้งานอินเตอร์เน็ต ๓) การใช้งานเพื่อความมั่นคงปลอดภัย ๔) การใช้โปรแกรมน าเสนอผลงาน ๕) การใช้โปรแกรมประมวลค า ๖) การใช้โปรแกรมตารางค านวณ ๗) การท างานร่วมกันแบบออนไลน์ ๘) การใช้โปรแกรมสร้างสื่อดิจิทัล ๙) การใช้ดิจิทัลเพื่อความมั่นคงปลอดภัย
14 วันบรรยาย : วันพุธ ที่ 1 กุมภาพันธ์พ.ศ. 2566 เวลาบรรยาย : 16.00 - 19.00 น. เรื่อง : แผนพัฒนาท้องถิ่น วิทยากร : อาจารย์กมลกาจ รุ่งปิ่น สรุปสาระส าคัญ 1. การแต่งตั้งคณะกรรมการ - กรรมการพัฒนาท้องถิ่น - กรรมการสนับสนุนการจัดท าแผน - กรรมการติดตามและประเมินผล 2. การจัดท าแผน พัฒนาท้องถิ่น - การจัดท าหรือทบทวน - การเพิ่มเติม - การเปลี่ยนแปลง - การแก้ไขแผนพัฒนา
15 วันบรรยาย : วันพฤหัสบดีที่ 2 กุมภาพันธ์พ.ศ. 2566 เวลาบรรยาย : 09.00 - 12.00 น. เรื่อง : บทบาท หน้าที่ของ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตามกฎหมายกระจายอ านาจ วิทยากร : ศ.ดร.สมคิด เลิศไพฑูรย์ สรุปสาระส าคัญ “การปฏิรูปประเทศ หัวใจอยู่ที่การกระจายอ านาจสู่ท้องถิ่น” รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๖๐ มาตรา ๒๕๐ ได้ก าหนดหน้าที่และอ านาจของ อปท. และให้เป็นไปตาม พรบ.ก าหนดแผนและ ขั้นตอนการกระจายอ านาจให้แก่ อปท. พ.ศ. ๒๕๔๒ การเพิ่มอ านาจหน้าที่ให้ท้องถิ่น โดยโอนงานทั้งหลาย ที่ท้องถิ่นท าได้ไปให้ท้องถิ่นออกกฎหมายวิธีการโอนอ านาจให้และอนุญาตให้จัดตั้งท้องถิ่นพิเศษบางแห่ง ขึ้น ให้มีอ านาจเพิ่มขึ้น กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับหน้าที่และอ านาจของ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 1. รัฐธรรมนูญ 2. กฎหมายจัดตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 2.1 พระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. 2496 2.2 พระราชบัญญัติสภาต าบลและองค์การบริหารส่วนต าบล 2.3 พระราชบัญญัติองค์การบริหารส่วนจังหวัด 2.4 พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2528 2.5 พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการเมืองพัทยา พ.ศ. 2542 3. พระราชบัญญัติก าหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอ านาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2542 (กฎหมายกระจายอ านาจ) 4. พระราชบัญญัติอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
16 วันบรรยาย : วันพฤหัสบดีที่ 2 กุมภาพันธ์พ.ศ. 2566 เวลาบรรยาย : 13.00 - 16.00 น. เรื่อง : ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง วิทยากร : อาจารย์ชรินทร์ สัจจามั่น สรุปสาระส าคัญ ๑. ปัญหาโครงสร้างจัดเก็บภาษีเดิม ๑.๑ ยกเลิก พรบ.ภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.๒๔๗๕ เนื่องจากปัญหาฐานภาษีซ้ าซ้อนกับภาษี เงินได้ที่เก็บจากค่าเช่า (ค่ารายปี) และการประเมินภาษีขึ้นกับดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ ๑.๒ ยกเลิก พรบ.ภาษีบ ารุงท้องที่ พ.ศ.๒๕๐๘ เนื่องจากปัญหาราคาปานกลางที่ดินไม่มีการ ปรับปรุงเป็นเวลานาน อัตราภาษีแบบถดถอยไม่เป็นธรรม และมีการยกเว้นลดหย่อนจ านวนมาก ๒. สาระส าคัญ พรบ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. ๒๕๖๒ ๒.๑ เริ่มจัดเก็บภาษีตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๖๒ ๒.๒ วัตถุประสงค์ - แก้ไขปัญหาโครงสร้างภาษีเดิม - กระตุ้นให้เกิดการใช้ประโยชน์ในที่ดิน - เพิ่มความอิสระและเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บภาษีให้ อปท. - สร้างความเข้มแข็งและโปร่งใสในการบริหารการคลังของ อปท. - เพิ่มรายได้ให้แก่ อปท. ๒.๓ การแบ่งประเภท ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ๑) ใช้ประโยชน์ ได้แก่ เกษตรกรรม ที่อยู่อาศัย อื่นๆ ๒) ไม่ใช้ประโยชน์ ทิ้งว่างเปล่า ไม่ท าประโยชน์ ตามควรแก่สภาพ ๒.๔ อัตราการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง
17 ๑) เกษตรกรรม อัตราเพดาน ๐.๑๕% ๒) บ้านพักอาศัย อัตราเพดาน ๐.๓% มูลค่า ๐ – ๑๐ ล้านบาท ๓) อื่นๆ (พาณิชยกรรม) อัตราเพดาน ๑.๒% ๔) ที่รกร้างว่างเปล่า อัตราเพดาน ๑.๒% เพิ่มอัตรา ๐.๓% ทุก ๓ ปี แต่รวมไม่เกิน ๓% ๒.๕ กระบวนการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ๑) การจัดท าบัญชีรายการที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ๒) การประเมินภาษี ๓) การช าระภาษี กรณี การใช้ประโยชน์ในที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างเปลี่ยนไป ท าให้เสียภาษีสูงขึ้นหรือลดลง ให้ผู้เสียภาษีแจ้ง อปท. ภายใน ๖๐ วันนับแต่วันเปลี่ยนแปลงหรือวันที่รู้เหตุดังกล่าว ตามมาตรา ๓๓ วันบรรยาย : วันศุกร์ ที่ 3 กุมภาพันธ์พ.ศ. 2566 เวลาบรรยาย : 09.00 – 19.00 น. เรื่อง : การเบิกจ่ายค่าเช่าบ้าน ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรม การจัดท าประกันภัยทรัพย์สิน การใช้และรักษารถยนต์ของ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น วิทยากร : อาจารย์อาทิตยา พยาบาล สรุปสาระส าคัญ ระเบียบและหนังสือสั่งการที่เกี่ยวข้อง - ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมและการเข้ารับการฝึกอบรม ของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น
18 - ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการของเจ้าหน้าที่ ท้องถิ่น (ฉบับที่ 1) พ.ศ. 2555 (ใช้บังคับ 23 ธันวาคม 55) (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 (ใช้บังคับ 24 มีนาคม 58) (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2559 (มีผลใช้บังคับ 17 สิงหาคม 59) (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2561 (มีผลใช้บังคับ 17 สิงหาคม 61) - หนังสือกระทรวงมหาดไทย ที่ มท 0808.2/ว 2709 ลงวันที่ 19 พฤษภาคม 60 เรื่อง หลักเกณฑ์และหลักฐานประกอบการเบิกจ่ายและกรณีหลักฐานสูญหาย - หนังสือกระทรวงมหาดไทย ที่มท 0808.2/ว 1797 ลงวันที่ 2 เมษายน 2561 เรื่อง หลักเกณฑ์และแนวทางการเบิก คชจ. ในการเดินทางและฝึกอบรม - ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยค่าเช่าบ้านของข้าราชการส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2548 - ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยค่าเช่าบ้านของข้าราชการส่วนท้องถิ่น (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2551 (มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 22 พฤษภาคม 2551) - ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยค่าเช่าบ้านของข้าราชการส่วนท้องถิ่น (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2559 (มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 17 สิงหาคม 2559) - ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยค่าเช่าบ้านของข้าราชการส่วนท้องถิ่น (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2562 (มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม 2562) ๑. การเบิกจ่ายเงินค่าเช่าบ้าน ระเบียบที่เกี่ยวข้อง คือ ระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยค่าเช่า บ้านของข้าราชการท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๘ และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๔) ซึ่งต้องพิจารณาถึงสิทธิได้รับค่าเช่า บ้านตามข้อ ๖ สิทธิเกิดเมื่อ เช่าจริงอยู่จริง แต่ไม่ก่อนวันรายงานตัว ใช้สิทธิได้ ๓ วิธี คือ เบิกค่าเช่าบ้าน เบิกค่าเช่าซื้อ น าค่าผ่อนช าระเงินกู้มาเบิกค่าเช่าบ้าน “การเช่าบ้าน” จะเช่าอยู่ต่างท้องที่ที่ท างานก็ได้ เช่าบ้านใครก็ได้รวมทั้งพ่อแม่ พ่อแม่คู่ สมรสแต่ต้องเช่าจริงอยู่จริง ไม่จ าเป็นต้องเช่าทั้งหลัง สัญญาเช่าควรท าอย่างน้อย ๓ ปี “การเช่าซื้อ” บ้านที่น ามาใช้สิทธิต้องอยู่ในท้องที่ที่ท างาน เช่าซื้อหรือผ่อนช าระเงินกู้เพื่อ ช าระราคาบ้านกับสถาบันการเงิน โดยการใช้สิทธิให้ใช้ได้ภายในวงเงินหรือระยะเวลา อะไรหมดก่อนก็หมด สิทธิเบิกในท้องที่นั้น ในท้องที่หนึ่งเบิกได้หลังแรกหลังเดียว เว้นแต่หลังแรกเกิดภัยพิบัติ กรณีมีการขยาย วงเงินหรือระยะเวลาให้เบิกได้ตามวงเงินและระยะเวลาที่เหลืออยู่ของสัญญาฉบับแรก ๒. ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการ เดินทางไปราชการของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๔) ประเภทการไปราชการ ๑) ไปราชการชั่วคราว ๒) ไปราชการประจ า ๓) การเดินทางกลับภูมิล าเนาเดิม ๔) การเดินทางไปราชการต่างประเทศ สามารถเบิกได้ดังนี้ ๑) เบี้ยเลี้ยงเดินทาง ค านวณนับตั้งแต่ออกจากสถานที่อยู่/ที่ปฏิบัติราชการ จนถึง กลับถึงสถานที่อยู่/ที่ปฏิบัติราชการ อัตรา ๒๔๐/๒๗๐ บาท
19 ๒) ค่าเช่าที่พัก ให้เบิกลักษณะเหมาจ่ายหรือจ่ายจริงก็ได้ แต่ไม่เกินอัตราที่ก าหนด ๓) ค่าพาหนะ ใช้ยานพาหนะประจ าทาง เบิกได้โดยประหยัด พาหนะส่วนตัวต้อง ได้รับอนุมัติจากผู้บริหารท้องถิ่น ระบุยี่ห้อและหมายเลขทะเบียนรถ ต้องใช้รถส่วนตัวตลอดเส้นทาง ๓. ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรม ระเบียบที่เกี่ยวข้องคือ ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยค่าใช้จ่าย ในการฝึกอบรม และการเข้ารับการฝึกอบรมของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๕๗ การฝึกอบรม อยู่ในอ านาจหน้าที่ ค านึงถึงความคุ้มค่าในการใช้จ่ายงบประมาณ ได้แก่ การอบรมประชุมสัมมนา การบรรยายพิเศษ ฝึกงาน ดูงาน มีโครงการ/หลักสูตร และช่วงระยะเวลาจัดที่ แน่นอน เพื่อพัฒนาบุคคล/เพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน ไม่มีการรับปริญญา/ประกาศนียบัตรวิชาชีพ ระดับการฝึกอบรม แบ่งเป็น ๓ ประเภท ๑) ประเภท ก. เกินกึ่งหนึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น ระดับ ๙ ขึ้นไป ๒) ประเภท ข. เกินกึ่งหนึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น ระดับ ๑-๘ ๓) ประเภท ค. เกินกึ่งหนึ่ง ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ท้องถิ่น วันบรรยาย : วันเสาร์ ที่ 4 กุมภาพันธ์พ.ศ. 2566 เวลาบรรยาย : 09.00 - 12.00 น. เรื่อง : การปฏิบัติงานในระบบ GFMIS ของ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น วิทยากร : กรมบัญชีกลาง สรุปสาระส าคัญ ๑. สิทธิการท างานในระบบ GFMIS อปท. ได้รับสิทธิผู้บันทึก และสิทธิผู้อนุมัติ ผ่านเครือข่าย Internet โดยใช้ Token Key และสิทธิการใช้งาน (User name) พร้อมรหัสผ่าน ๑.๑ GFMIS Token Key ๑ ส าหรับผู้บันทึกข้อมูลผ่านระบบรหัสผู้ใช้งานคือ AAAAAAAAAA10
20 ๑.๒ GFMIS Token Key ๒ ส าหรับผู้อนุมัติข้อมูลผ่านระบบรหัสผู้ใช้งานคือ AAAAAAAAAA01 ๒. ข้อมูลในระบบ GFMIS ด้านอุปกรณ์และเครือข่าย ๒.๑ ข้อมูลหลักผู้ขาย อปท. ต้องเตรียมเอกสารส่งค าขอเปิดบัญชีกระแสรายวันและส าเนา หน้าปกสมุดเช็ค และแบบขออนุมัติข้อมูลหลักผู้ขายในเว็บไซต์ GFMIS เมื่อแบบขอได้รับการอนุมัติ อปท. จัดส่งเอกสารไปกรมบัญชีกลาง และจะได้รับรหัสหน่วยงาน C1588XNNNN ๒.๒ รหัสหน่วยงาน ๔ หลัก ของ อปท. คือ 1588 ๒.๓ รหัสหน่วยงานเบิกจ่าย/รหัสศูนย์ต้นทุน/รหัสหน่วยรับงบประมาณ คือ 1588XNNNN ๒.๔ รหัสจังหวัด มี ๔ หลัก ๒.๕ รหัสงบประมาณ ใช้ 15088 เท่านั้น เนื่องจาก อปท.จะมีเฉพาะรายการเงินนอก งบประมาณ ๒.๖ รหัสกิจกรรมหลัก คือ PXXXX (รหัสจังหวัดหรือรหัสพื้นที่) ๒.๗ รหัสแหล่งเงิน คือ YY26000 YY = ปีงบประมาณ ๓. การขอเบิกเงิน ๓.๑ ใช้ ขบท01 (ขอเบิกเงินท้องถิ่น) ให้ อปท. ตรวจสอบชื่อบัญชีธนาคาร สาขาธนาคาร และ เลขที่บัญชีเงินฝากที่แจ้งไว้กับกรมบัญชีกลาง เมื่อตรวจสอบว่าถูกต้องแล้วให้ระบุเฉพาะจ านวนเงินที่ ต้องการขอเบิกจากคลัง ๓.๒ การอนุมัติรายการขอเบิก เมื่อเข้าสู่ระบบให้เลือกรายการขอเบิกที่จะท าการอนุมัติ ถ้าไม่ อนุมัติต้องระบุเหตุผลที่ไม่อนุมัติ ๓.๒ การเรียกดูรายการ อปท. สามารถเรียกดูรายการขอเบิกเงินและยอดคงเหลือของบัญชีเงิน ฝากคลังได้จากรายงาน ดังนี้ - รายงานสรุปรายการขอเบิกเงิน - รายงานแสดงการเคลื่อนไหวเงินฝากคลัง -> รายละเอียดการฝากถอนและยอดคงเหลือ - รายงานแสดงรายละเอียดสถานการณ์เบิกจ่ายเงิน -> รายละเอียดสถานะเบิกจ่ายเงิน ตรวจสอบสถานะว่าอยู่ในขั้นตอนใด และกรมบัญชีกลางได้โอนเงินเข้าบัญชีของหน่วยงานแล้วหรือไม่ ๔. การปฏิบัติงานระบบ GFMIS ด้านระบบมี ๖ ระบบ ดังนี้ ๔.๑ ระบบงบประมาณ (FM) ส ารองเงิน ,แผนการใช้จ่ายงบประมาณประจ าปีและเกินปี ๔.๒ ระบบจัดซื้อจัดจ้าง (PO) จัดซื้อจัดจ้าง, ตรวจรับพัสดุ, สัญญา, ขยายเวลาเบิกจ่าย, กันเงิน ๔.๓ ระบบเบิกจ่าย (AP) ขอเบิกเงิน, ขอจ่ายโดยส่วนราชการ, ขอถอนคืนรายได้,อนุมัติเบิกจ่าย ๔.๔ ระบบรับและน าส่งเงิน (RP) การรับเงิน, น าส่งเงินแบบผ่านรายการ,การรับเงินแทน ๔.๕ ระบบสินทรัพย์ถาวร ๔.๖ ระบบบัญชีแยกประเภท (GL) ใช้ส าหรับเรียกดูรายงาน ๕. ระบบบริหาร GFMIS Token Key ๕.๑ การเปลี่ยนชื่อ ให้หน่วยงานด าเนินการตามหนังสือกรมบัญชีกลาง ที่ กค ๐๔๐๙.๓/ว ๓๕๙ ลว ๒๔ กันยายน ๒๕๕๓
21 ๕.๒ การต่ออายุ ให้ด าเนินการตามหนังสือ กรมบัญชีกลาง ที่ กค ๐๔๐๙.๓/ว ๓๕๙ ลว ๒๔ กันยายน ๒๕๕๓ ๕.๓ การขอปลดล็อค ส่งแบบค าร้องที่ [email protected] โทร.๐-๒๒๙๘-๖๖๖๐ ๕.๔ กรณี Token key ช ารุด ให้ท าหนังสือถึงกรมบัญชีกลาง พร้อมแนบ Token key ที่ช ารุด กรณีสูญหายให้แจ้งความที่สถานีต ารวจแล้วท าหนังสือถึงกรมบัญชีกลางพร้อมแนบใบแจ้งความ วันบรรยาย : วันเสาร์ ที่ 4 กุมภาพันธ์พ.ศ. 2566 เวลาบรรยาย : 13.00 - 16.00 น. เรื่อง : ประสบการณ์ในการด าเนินงานและแนวทางการแก้ไขปัญหาในการปฏิบัติงานหน่วย ตรวจสอบภายใน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น วิทยากร : ชมรมผู้ตรวจสอบภายในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สรุปสาระส าคัญ แนะน าประสบการณ์ ปัญหาและอุปสรรคเกี่ยวกับงานตรวจสอบภายใน อธิบายเรื่อง การควบคุมภายใน , การบริหารจัดการความเสี่ยง หลักการตอบและเอกสาร ประกอบ การตรวจสอบ ว73 เรื่องแบบสอบทานการประเมินคุณภาพงานตรวจสอบภายในด้วยตนเองของ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
22 วันบรรยาย : วันอาทิตย์ ที่ 5 กุมภาพันธ์พ.ศ. 2566 เวลาบรรยาย : 09.00 - 16.00 น. เรื่อง : หลักเกณฑ์การเสริมสร้างคุณภาพงานตรวจสอบภายในการควบคุมภายใน เพื่อวางแผน การตรวจสอบ และปฏิบัติงาน วิทยากร : อาจารย์ชบาไพร ชุนถนอม สรุปสาระส าคัญ ๑. การควบคุมภายใน หลักเกณฑ์กระทรวงการคลังว่าด้วยมาตรฐานและหลักเกณฑ์ปฏิบัติการควบคุมภายในส าหรับ หน่วยงานของรัฐ พ.ศ. ๒๕๖๑ มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ ๔ ตุลาคม ๒๕๖๑ และให้ใช้หลักเกณฑ์นี้ในการ ประเมินผลการควบคุมภายในส าหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๑ เป็นต้นไป การควบคุมภายในเป็นกลไกที่จะท าให้หน่วยงานบรรลุวัตถุประสงค์การควบคุมภายในด้านใด ด้านหนึ่งหรือหลายด้าน ได้แก่ ด้านด าเนินงาน ด้านการรายงาน และด้านการปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ และข้อบังคับ ซึ่งการควบคุมภายในเป็นส่วนประกอบที่แทรกอยู่ในการปฏิบัติงานตามปกติของหน่วยงาน จึงเป็นสิ่งที่ต้องกระท าอย่างเป็นขั้นตอนและต่อเนื่อง ไม่ใช่ผลสุดท้ายของการกระท า บุคลากรของหน่วยงาน ผู้ก ากับกูแล ฝ่ายบริหาร ผู้ปฏิบัติงาน และผู้ตรวจสอบภายใน เป็นผู้มีบทบาทส าคัญในการท าให้มีการ ควบคุมภายในเกิดขึ้น การควบคุมภายในประกอบด้วย ๕ องค์ประกอบ ๑๗ หลักการ ดังนี้ ๑) สภาพแวดล้อมการควบคุม ๒) การประเมินความเสี่ยง ๓) กิจกรรมการควบคุม ๔) สารสนเทศและการสื่อสาร ๕) กิจกรรมการติดตามผล
23 โดยให้หน่วยงานของรัฐจัดให้มี่คณะกรรมการคณะหนึ่ง มีหน้าที่อ านวยการในการประเมินผล ควบคุมภายใน ก าหนดแนวทาง รวบรวม พิจารณากลั่นกรอง และสรุปการประเมินการควบคุมภายในใน ภาพรวม และจัดท ารายงานการประเมินองค์ประกอบการควบคุมภายใน (ปค.๔) การประเมินการควบคุม ภายในภารกิจตามแผนการด าเนินงานที่ส าคัญ (ปค.๕) ส่วนผู้ตรวจสอบภายในสอบทานการควบคุมภายใน ของหน่วยงานรัฐ (ปค.๖) โดยคณะกรรมการฯ กรณี อบต. เสนอรายงานฯ ต่อหัวหน้าหน่วยงาน และจัดส่ง ให้นายอ าเภอ และคณะกรรมการฯ ระดับอ าเภอ ส่งให้ท้องถิ่นจังหวัด ภายใน ๙๐ วัน นับแต่วันสิ้น ปีงบประมาณ 2. กระบวนการตรวจสอบภายใน ๔.๑ การประเมินความเสี่ยง (Risk-Base Plan) ๔.๒ แผนการตรวจสอบ (Annual Plan) ๔.๓ แผนการปฏิบัติงาน (Engagement Plan) ๔.๔ ปฏิบัติงานตรวจสอบ Field Work) มีการเปิดตรวจเพื่อชี้แจงขอบเขตการตรวจแก่ หน่วยรับตรวจ ๔.๕ หารือหน่วยรับตรวจ (Exit Conference) มีการปิดตรวจเพื่อหารือ รับฟังข้อโต้แย้ง หรือข้อคิดเห็นจากหน่วยรับตรวจ ๔.๖ รายงานผลการตรวจสอบ (Report) ระบุถึงข้อดีที่หน่วยรับตรวจปฏิบัติอยู่แล้ว และมี ข้อสังเกต ข้อเสนอแนะที่มีประโยชน์ต่อภาพรวมขององค์กร ๔.๗ ติดตามผลการตรวจสอบ (Follow-up) วันบรรยาย : วันจันทร์ ที่ 6 กุมภาพันธ์พ.ศ. 2566 เวลาบรรยาย : 09.00 - 16.00 น. เรื่อง : แนวทางการปฏิบัติงานตรวจสอบ การจัดท ากระดาษท าการ การเขียนรายงานผลการ ตรวจสอบและการติดตามประเมินผล ฝึกปฏิบัติ วิทยากร : อาจารย์พรพิชา พานแก้ว และ อาจารย์รุ่งรัตน์ ฉินนะโชติ
24 สรุปสาระส าคัญ ขั้นตอน การประเมินความเสี่ยงเพื่อวางแผนการตรวจสอบ - ปัจจัยเสี่ยงและเกณฑ์การประเมินความเสี่ยงเพื่อวางแผนการตรวจสอบ - การประเมินความเสี่ยง ระดับกิจกรรมตารางสรุปผลการวิเคราะห์ความเสี่ยง - การจัดล าดับความเสี่ยง - ขอบเขตการตรวจสอบ ๓ ปี - บัญชีรายการความเสี่ยงตามการวางแผนการตรวจสอบประจ าปีงบประมาณ - แผนการตรวจสอบระยะยาว ๓ ปี ตัวอย่าง แผนการปฏิบัติงาน เรื่องการรับเงินและการจ่ายเงินผ่านระบบ KTB Corporate Online - แนวทางปฏิบัติงานตรวจสอบ - กระดาษท าการ การรับเงินและการจ่ายเงินผ่านระบบKTB Corporate Online ฝึกปฏิบัติ - การเขียนแผนการปฏิบัติงานตรวจสอบ - ประเด็นการตรวจสอบ - วัตถุประสงค์การปฏิบัติงาน - ขอบเขตการปฏิบัติงาน - แนวทางการปฏิบัติงานตรวจสอบ การจัดท ากระดาษท าการ วันบรรยาย : วันอังคาร ที่ 7 กุมภาพันธ์พ.ศ. 2566 เวลาบรรยาย : 09.00 – 16.00 น. เรื่อง : การตรวจสอบการใช้จ่ายเงินงบประมาณตามระเบียบและหนังสือสั่งการขององค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น และกรณีศึกษาเงินขาดบัญชีและเจ้าหน้าที่รัฐทุจริต วิทยากร : อาจารย์พรทิพย์ น้อมน าทรัพย์
25 สรุปสาระส าคัญ การตรวจสอบการใช้จ่ายเงินงบประมาณตามระเบียบและหนังสือสั่งการขององค์กรปกครองส่วน ท้องถิ่นและกรณีศึกษาเงินขาดบัญชีและเจ้าหน้าที่รัฐทุจริต ข้อตรวจพบ การตั้งงบประมาณในการจัดงาน กิจกรรมสาธารณะ การส่งเสริมกีฬาและการแข่งขันกีฬา สูงกว่าอัตราก าหนด เช่น ตรวจสอบข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจาปีงบประมาณ ปี๒๕๖๕ รายการ โอน เพิ่ม - ลด และค าร้องรายละเอียดรายการเบิกจ่ายจริง พบว่า ตั้งงบประมาณเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการ จัดงาน กิจกรรมสาธารณะ การส่งเสริมกีฬา และการแข่งขันกีฬา (๘๓๕,๐๐๐ บาท) สูงกว่าอัตราที่ก าหนด (๗๕๐,๐๐๐ บาท) (ร้อยละ ๕ ของรายได้จริงในปีงบประมาณที่ผ่านมา พ.ศ.๒๕๖๓) เป็นการตั้งงบประมาณสูงกว่ากรอบสัดส่วนสูงสุดทางวินัยการเงินการคลังที่ก าหนดเนื่องจาก ร้อยละ ๕ ของรายได้จริง ปี ๒๕๖๔ (๗๕๐,๐๐๐ บาท) (นายกฯ ปลัด คลัง ร่วมชดใช้) ให้จัดท ากระบวนการควบคุมภายในเพื่อควบคุมรายการค่าใช้จ่ายที่มีกรอบสัดส่วนวินัยการเงิน การคลังไว้ เช่น จัดทาเอกสารแสดงรายการที่มาของข้อมูลและการค านวณ และคาชี้แจงงบประมาณ รายจ่ายในชั้นเจ้าหน้าที่งบประมาณ เพื่อก าหนดการประมาณการจัดตั้งงบประมาณรายจ่าย สาหรับรายการ ที่มีการควบคุมสัดส่วนวินัยการเงินการคลังไว้เป็นการเฉพาะรายการ เพื่อประโยชน์ในการพิจารณา ตรวจสอบของ นายกฯ และสภาฯ จัดท าทะเบียนคุมหรือบันทึกเสนอเพื่อขอเบิกจ่ายเงิน ในขั้นตอนควบคุมของหน่วยงานคลัง เพื่อ แสดงยอดเงินคงเหลือส าหรับรายการที่มีการควบคุมสัดส่วนวินัยการเงินการคลัง เพื่อประโยชน์ในการ ควบคุมและพิจารณาของผู้เสนอความเห็นและอ านาจของผู้อนุมัติ โดยมีข้อมูลเพียงพอและถูกต้อง ข้อตรวจพบ ลูกหนี้ค้างช าระ มาตรการตามกฎหมาย กรณีลูกหนี้ค้างชาระ หนังสือ ที่ มท ๐๓๑๓.๖/ว ๐๒๐๘ ลงวันที่ ๒๑ มกราคม ๒๕๔๑ ให้เร่งรัดติดตามจัดเก็บลูกหนี้ ค้างชาระให้ครบถ้วน อย่าปล่อยให้เป็นลูกหนี้ขาดอายุความ หากพบว่าเจ้าหน้าที่ปล่อยปะละเลย ให้ องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นพิจารณาโทษกับเจ้าหน้าที่และหาตัวผู้รับผิดชอบชดใช้แทนกรณีลูกหนี้รายใดอยู่ใน หลักเกณฑ์จาหน่ายเป็นหนี้สูญได้ ให้ขอท าความตกลงกับ มท. พร้อมชี้แจงเหตุผลความจาเป็นและเอกสาร ประกอบ หนังสือ ที่ มท ๐๘๐๘.๓/ว ๓๔๓๑ ลงวันที่ ๑๙ ตุลาคม ๒๕๕๒ กรณีไม่ช าระภาษีหรือหลีกเลี่ยง เสียภาษี ให้แจ้งเตือนและติดตามเร่งรัดให้ช าระภาษี รวมทั้งด าเนินมาตรการเด็ดขาด โดยรวบรวมเอกสารที่ เกี่ยวข้องส่งให้จังหวัดส่งอัยการฟ้องคดีต่อศาลภาษีอากรกลาง หรือ นายกฯออกคาสั่งยึด อายัด และขาย ทอดตลาดทรัพย์สินของผู้ค้างชาระภาษีตามกฎหมาย หนังสือ ที่ มท ๐๘๐๘.๓/ว ๔๕๒๒ ลงวันที่ ๑๑ สิงหาคม ๒๕๕๘ ให้บังคับจัดเก็บภาษีโดยใช้ มาตรการตามกฎหมายในการยึด อายัด และขายทอดตลาดอย่างเคร่งครัด เช่น หนังสือเตือน รายงานสืบหา ทรัพย์สิน ออกคาสั่งยึดหรืออายัด แต่งตั้งพนักงานบังคับภาษี โดยดาเนินการตาม รบ.มท.ว่าด้วยการยึด อายัด และขายทอดตลาดทรัพย์สินของ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ.๒๕๕๑ และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉ.๒) พ.ศ.๒๕๕๕ เมื่อด าเนินการแล้วไม่ได้รับช าระอีกให้รวบรวมหลักฐานส่งสานักงานคดีภาษีอากร สานักงาน อัยการสูงสุด เพื่อยื่นฟ้องต่อศาลภาษีอากรกลาง
26 ระเบียบ มท.ว่าด้วยการรับเงิน การเบิกจ่ายเงินฯ ข้อ ๙๗ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมิอาจ จัดเก็บหนี้จากลูกหนี้ที่ค้างช าระเกินกว่า ๑๐ ปีขึ้นไป ด้วยเหตุหนึ่งเหตุใด ได้แก่ เร่งรัดแล้วแต่ไม่สามารถ จัดเก็บได้ เนื่องจากเป็นบุคคลล้ม ละลาย ยากจน ไม่มีทรัพย์สินชาระหนี้ได้ กฎหมายมิได้เปิดช่องให้กระท า ได้ หรือ ลูกหนี้ตายหรือสาบสูญ ผู้รับพินัยกรรมหรือทายาทล้มละลาย ยากจน ไม่มีทรัพย์สินช าระหนี้ ให้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจ าหน่ายหนี้สูญออกจากบัญชี โดยความเห็นชอบจากนายกฯ และสภาท้องถิ่น อนุมัติ วันบรรยาย : วันพุธ ที่ 8 กุมภาพันธ์พ.ศ. 2566 เวลาบรรยาย : 09.00 - 12.00 น. เรื่อง : ความก้าวหน้า สิทธิประโยชน์ของข้าราชการและพนักงานส่วนท้องถิ่น วิทยากร : อาจารย์บุรณี แพรโรจน์ สรุปสาระส าคัญ 1. ความก้าวหน้า สิทธิประโยชน์ของข้าราชการและพนักงานส่วนท้องถิ่น 1.1 ระเบียบกฎหมายที่เกี่ยวข้อง - พระราชบัญญัติบ าเหน็จบ านาญข้าราชการส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2500 แก้ไข เพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 8) พ.ศ. 2556 - กฎกระทรวงฉบับที่ 4 พ.ศ. 2542 (ออกตามความใน พ.ร.บ.บ าเหน็จบ านาญฯ แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2563)
27 - กฎกระทรวงก าหนดอัตราและวิธีการรับบ าเหน็จดารงชีพ พ.ศ. 2548 (แก้ไข เพิ่มเติม ถึง ฉบับที่ 3 พ.ศ. 2563) - ระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยเงินบ าเหน็จบ านาญข้าราชการส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2546 - ระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยเงินช่วยค่าครองชีพผู้รับบ านาญของราชการ ส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2522 (แก้ไขเพิ่มเติมถึง ฉบับที่17 พ.ศ.2562) - ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับระยะเวลาใน การคืนบ าเหน็จ ขรก. ส่วนท้องถิ่น เพื่อนับเวลาราชการต่อเนื่อง และ เรื่อง การแสดงเจตนาระบุตัวผู้รับ บ าเหน็จตกทอด 1.2 ความเป็นมาของกองทุนบ าเหน็จบ านาญข้าราชการส่วนท้องถิ่น (กบท.) 1.3 แนวทางปฏิบัติงานเกี่ยวกับบ าเหน็จบ านาญและการตรวจสอบบ าเหน็จบ านาญ ข้าราชการส่วนท้องถิ่น 1.4 สิทธิประโยชน์ด้านบ าเหน็จบ านาญข้าราชการส่วนท้องถิ่น วันบรรยาย : วันพุธ ที่ 8 กุมภาพันธ์พ.ศ. 2566 เวลาบรรยาย : 13.00 - 16.00 น. เรื่อง : การปฏิบัติตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยวิธีการงบประมาณของ องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น วิทยากร : อาจารย์ สุรศักดิ์ แป้นงาม
28 สรุปสาระส าคัญ ระเบียบที่เชื่อมโยงกับงบประมาณ - ระเบียบแผน ข้อ 25 ให้ใช้แผนเป็นกรอบในการจัดท างบประมาณ - ระเบียบงบประมาณ ข้อ 22 ให้ใช้แผนเป็นแนวทางในการจัดท างบประมาณ - ระเบียบ มท. ว่าด้วยการเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการปฏิบัติราชการ ของ องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2542 ข้อ 6 ค่าใช้จ่ายปฏิบัติราชการในเรื่องใดที่กระทรวงหมาดไทยยังไม่ได้ก าหนดไว้ ให้ใช้ระเบียบ ค าสั่ง หนังสือสั่งการของ กระทรวงการคลังโดยอนุโลม - พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ มาตรา 97 วรรค 3 การแก้ไข สัญญาหรือข้อตกลงจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ หากมีความจ าเป็นเพิ่มหรือลด วงเงิน หรือเพิ่มหรือลดระยะเวลาส่งมอบหรือระยะเวลาในการท างาน ให้ตกลงพร้อมกันไป - ระเบียบงบประมาณ ข้อ 31 การแก้ไขเปลี่ยนแปลงค าชี้แจงงบประมาณรายการได้ก่อหนี้ ผูกพันไว้แล้ว หากมิได้เพิ่มวงเงินให้เป็นอ านาจอนุมัติของผู้บริหารท้องถิ่น โครงการที่ต้องน ามาบรรจุในแผนพัฒนาท้องถิ่น (ตามหนังสือกระทรวงมหาดไทย ด่วนที่สุด ที่ มท. 8010.3/ว2931 ลงวันที่ 15 พฤษภาคม 2562) - ครุภัณฑ์ที่ดินและสิ่งก่อสร้าง ที่ต้องน ามาบรรจุในแผนพัฒนาท้องถิ่นให้จัดท าเฉพาะครุภัณฑ์ ที่ดินและสิ่งก่อสร้าง - โครงการพัฒนาที่ด าเนินการจัดท าบริการสาธารณะและกิจกรรมสาธารณะ เพื่อประชาชนได้ ใช้/รับประโยชน์จากครุภัณฑ์ที่ดินและสิ่งก่อสร้างนั้น - เป็นไปตามอ านาจหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โครงการที่ไม่ต้องน ามาบรรจุในแผนพัฒนาท้องถิ่น (หนังสือ มท. ด่วนที่สุด ที่ มท.0810.3/ว7467 ลงวันที่ 14 ธันวาคม 2563) - หมวดเงินเดือน - หมวดค่าจ้างชั่วคราว - หมวดค่าสาธารณูปโภค - หมวดรายจ่ายอื่น - หมวดค่าตอบแทนใช้สอยและวัสดุ ยกเว้นรายจ่ายเกี่ยวเนื่องกับการปฏิบัติราชการที่ไม่เข้าลักษณะ รายจ่ายหมวดอื่นๆ เฉพาะการจัดกิจกรรมสาธารณะ
29 วันบรรยาย : วันพุธ ที่ 8 กุมภาพันธ์พ.ศ. 2566 เวลาบรรยาย : 16.00 – 19.00 น. เรื่อง : แนวทางการตรวจสอบการเงิน การบัญชีและการพัสดุของสถานศึกษาสังกัดองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น วิทยากร : อาจารย์พรทิพย์ น้อมน าทรัพย์ สรุปสาระส าคัญ ระเบียบ มท.ว่าด้วยการรับเงิน การเบิกจ่ายเงินฯ ข้อ ๙๗ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมิอาจ จัดเก็บหนี้จากลูกหนี้ที่ค้างช าระเกินกว่า ๑๐ ปีขึ้นไป ด้วยเหตุหนึ่งเหตุใด ได้แก่ เร่งรัดแล้วแต่ไม่สามารถ จัดเก็บได้ เนื่องจากเป็นบุคคลล้ม ละลาย ยากจน ไม่มีทรัพย์สินชาระหนี้ได้ กฎหมายมิได้เปิดช่องให้กระท า ได้ หรือ ลูกหนี้ตายหรือสาบสูญ ผู้รับพินัยกรรมหรือทายาทล้มละลาย ยากจน ไม่มีทรัพย์สินช าระหนี้ ให้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจ าหน่ายหนี้สูญออกจากบัญชี โดยความเห็นชอบจากนายกฯ และสภาท้องถิ่น อนุมัติ 1. แนวทางการตรวจสอบการเงิน การบัญชี และการพัสดุของสถานศึกษาสังกัดองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น ขั้นตอนการจ่ายเงินรายได้สถานศึกษา 1. แผนปฏิบัติการประจ าปี 2. การแต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่ของสถานศึกษา 3. การมอบอ านาจตามภารกิจสถานศึกษา 4. การรับ-ส่งเงิน การเก็บรักษาเงิน การเบิกจ่ายเงิน และการตรวจเงิน 5. การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุ 6. การจัดท าบัญชี
30 ตัวอย่างข้อตรวจพบ - ไม่พบแผนปฏิบัติการประจ าปีงบประมาณให้ตรวจสอบ - ประมาณการรายจ่าย สูงกว่า ประมาณการรายได้ - ไม่พบการประกาศใช้แผนปฏิบัติการประจ าปีงบประมาณ - ผู้ลงนามประกาศใช้แผนปฏิบัติการประจ าปีไม่ถูกต้อง - จัดท าโดยไม่เป็นไปตามที่กระทรวงมหาดไทยก าหนด ดังนี้ 1. ไม่พบโครงการอยู่ในแผนพัฒนาการศึกษาของปีงบประมาณนั้น 2. ไม่พบค าแถลงประกอบแผนปฏิบัติการประจ าปีงบประมาณ 3. ไม่พบบันทึกหลักการและเหตุผลประกอบ 4. ไม่พบประมาณการรายได้ของสถานศึกษา 5. ไม่พบรายละเอียดรายจ่ายของสถานศึกษา 6. แสดงรายรับจริง และ รายจ่ายจริงของปีงบประมาณก่อนหน้า (๒๕๖๔) โดยในวันที่จัดท า แผนปฏิบัติการ ในปี ๒๕๖๕ ยังไม่ทราบยอดรายรับจริงและรายจ่ายจริง เนื่องจากยังไม่สิ้นรอบระยะเวลา ปีงบประมาณ (บัญชี) วันบรรยาย : วันพฤหัสบดี ที่ 9 กุมภาพันธ์พ.ศ. 2566 เวลาบรรยาย : 09.00 – 16.00 น. เรื่อง : การรับเงิน การจ่ายเงิน การฝากเงิน การเก็บรักษาเงินและการตรวจเงินของ องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น และค่าใช้จ่ายในการบริหารงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น , การเบิกจ่ายค่าเครื่องแต่งกายค่าใช้จ่ายในการบริหารงานของ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น วิทยากร : อาจารย์เอ็นดู โชติกุล
31 สรุปสาระส าคัญ วงจรการบริหารการคลัง ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการรับเงิน การเบิกจ่ายเงิน การฝากเงิน การเก็บ รักษาเงิน และการตรวจเงินขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๗ และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๖๑ กรณี อปท. ไม่สามารถปฏิบัติตามระเบียบนี้ได้ ให้ขอท าความตกลงกับ ปมท. ก่อนการปฏิบัติ โดยมี ค าสั่ง มท. ที่ ๑๒๖๘/๒๕๖๓ ลงวันที่ ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๖๓ มอบอ านาจให้ ผจว. ปฏิบัติราชการ แทน ในกรณี อปท. ไม่สามารถปฏิบัติตามระเบียบฯ แต่ต้องขอท าความตกลง “ก่อนการปฏิบัติ” ๑) หลักการรับเงิน ตามข้อ ๗ เงินที่ได้รับไว้เป็นกรรมสิทธิ์ให้น าส่งเป็นเงินรายได้ห้ามกันไว้ เป็นรับฝากหรือเงินนอกงบประมาณ เว้นแต่ มีระเบียบก าหนดไว้เป็นอย่างอื่น เงินที่มีผู้อุทิศให้ จัดหารายได้ ขึ้นเป็นครั้งคราว ๒) การเบิกจ่ายเงิน อปท. ต้องจัดท าแผนการใช้จ่ายเงิน โดยหน่วยผู้เบิก ส่งแผนการใช้ จ่ายเงินทุก ๓ เดือน ให้กองคลังก่อนวันเริ่มต้นของแต่ละไตรมาส ๓) การจ่ายเงินยืม ตามข้อ ๘๔ (๓) นายกฯ อนุมัติ มีงบประมาณเพื่อการนั้นแล้ว ผู้ยืมได้ ท าสัญญา และ หนังสือ มท ๐๘๐๘.๒/ว๑๘๗๘ ลงวันที่ ๑๔ พ.ย.๒๕๖๒ ๔) เงินสะสม ตามข้อ ๘๗ ทุกวันสิ้นปีงบประมาณเมื่อ อปท. ปิดบัญชีรายรับรายจ่ายแล้ว ให้กันยอดเงินสะสมประจ าปีไว้ร้อยละ ๑๕ ของทุกปี เพื่อเป็นทุนส ารองเงินสะสม หากมีเกิน อปท. สามารถ น าส่วนเกินไปใช้จ่ายได้ภายใต้เงื่อนไขข้อ ๘๙ (๑) โดยได้รับอนุมัติจากสภาท้องถิ่น 1. แผนพัฒนา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 2. โครงการ/กิจกรรม 3. งบประมาณรายจ่ายประจ าปี - ประมาณการรายรับ - งบประมาณรายจ่าย 4. ประมาณการรายรับ - รายได้ที่จัดเก็บเอง เช่น ภาษีอากร ค่าธรรมเนียม ค่าปรับ - ภาษีจัดสรร - เงินอุดหนุนทั่วไป 5. งบประมาณรายจ่าย - รายจ่ายตามแผนงาน ประกอบด้วย 1. รายจ่ายประจ า (งบบุคลากร งบด าเนินงาน งบเงินอุดหนุน งบรายจ่ายอื่น) 2. รายจ่ายเพื่อการลงทุน - รายจ่ายงบกลาง 6. ผลต่าง (รายรับมากกว่ารายจ่าย) - เงินสะสม 85% - เงินทุนสารอง เงินสะสม 15%
32 “ค่าใช้จ่าย” รายจ่ายที่ก าหนดให้จ่ายในการบริหารงานประจาตามอ านาจหน้าที่ของ องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น หรือรายจ่ายที่เป็นผลสืบเนื่องจากการปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวตามที่ก าหนดไว้ใน งบประมาณรายจ่าย ซึ่งเป็นการเบิกจ่ายจากงบด าเนินงาน ลักษณะค่าตอบแทน ค่าใช้สอย ค่าวัสดุ และค่า สาธารณูปโภคหรือ งบรายจ่ายอื่นใดที่เบิกจ่ายในลักษณะเดียวกันและให้หมายความรวมถึงรายจ่ายที่เกิด จากภารกิจที่ได้รับมอบหมายตามนโยบายของ มท. ด้วย ระเบียบกฎหมายที่เกี่ยวข้อง 1. ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการรับเงิน การเบิกจ่ายเงิน การฝากเงิน การเก็บรักษาเงิน และการตรวจเงินขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2547 - แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2548 - แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2558 - แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2561 2. ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการเบิกจ่ายค่าใช้จ่าย ในการบริหารงานของส่วนราชการ พ.ศ. 2553 3. ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการเบิกค่าใช้จ่ายในการบริหารงานขององค์กรปกครองส่วน ท้องถิ่น พ.ศ. 2562 4. ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายในการบริหารงานของส่วนราชการ พ.ศ. ๒๕๕๓ และระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการเบิกค่าใช้จ่ายในการบริหารงานขององค์กรปกครองส่วน ท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๖๒ ค่าใช้จ่าย หมายความว่า รายจ่ายที่ก าหนดให้จ่ายในการบริหารงานประจ าตามอ านาจ หน้าที่ของ อปท. หรือรายจ่ายที่เป็นผลสืบเนื่องจากการปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวตามที่ก าหนดไว้ในงบประมาณ รายจ่าย ซึ่งเป็นการเบิกจ่ายจากงบด าเนินงาน ลักษณะค่าตอบแทน ค่าใช้สอย ค่าวัสดุ และค่า สาธารณูปโภค หรืองบรายจ่ายอื่นใดที่เบิกจ่ายในลักษณะเดียวกัน และให้หมายความรวมถึงรายจ่ายที่เกิด จากภารกิจที่ได้รับมอบหมายตามนโยบายของ มท. ด้วย หนังสือสั่งการที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ๑) หนังสือ มท. ที่ มท ๐๘๐๘.๒/ว๐๗๖๖ ลงวันที่ ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ ๒) หนังสือ ด่วนที่สุด ที่ กค (กวจ.) ๐๔๐๕.๒/ว๑๑๙ ลงวันที่ ๗ มีนาคม ๒๕๖๑ ๓) หนังสือ มท. ที่ มท ๐๘๐๘.๒/ว๕๕๔๗ ลงวันที่ ๒๘ กันยายน ๒๕๖๑
33 วันบรรยาย : วันศุกร์ ที่ 10 กุมภาพันธ์พ.ศ. 2566 เวลาบรรยาย : 09.00 - 16.00 น. เรื่อง : การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐของ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น วิทยากร : อาจารย์ศิลิกา การดี สรุปสาระส าคัญ ๑. แนวทางการปฏิบัติการจัดหาพัสดุที่เกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในการบริหารงาน ค่าใช้จ่ายในการ ฝึกอบรม การจัดงาน และการประชุมของหน่วยงานของรัฐ (ด่วนที่สุด ที่ กค (กวจ.) ๐๔๐๕.๒/ว๑๑๙ ลว ๗ มี.ค.๒๕๖๑) ยกเว้นการปฏิบัติตามระเบียบจัดซื้อจัดจ้างฯ ข้อ ๒๒ วรรค ๑ ให้ด าเนินการ ดังนี้ ๑) วงเงินครั้งหนึ่งไม่เกิน ๑๐,๐๐๐ บาท ๒) จัดซื้อจัดจ้างไปก่อน แล้วรายงานขอความเห็นชอบพร้อมหลักฐาน เสนอต่อหัวหน้าหน่วยฯ ภายใน ๕ วันท าการ ->ใช้ใบส่งของ,ใบแจ้งหนี้ (ขอเครดิต ไม่ใช่ใบเสร็จ) และถ้าเกิน ๕ วัน ต้องใช้วิธีปกติ ๓) เมื่อหัวหน้าหน่วยฯ ให้ความเห็นชอบ ถือว่ารายงานนั้นเป็นหลักฐานการตรวจรับโดยอนุโลม ประกอบด้วย ตาราง ๑ ปกติต้องจัดซื้อจัดจ้าง และ ตาราง ๒ ไม่ต้องจัดซื้อจัดจ้าง ๒. หลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติในการเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายที่เป็นค่าใช้สอย (๕) ค่าใช้จ่ายในการจัดประชุม ราชการ (ที่ มท ๐๘๐๘.๒/ว๐๗๖๖ ลว ๕ ก.พ.๒๕๖๓) ได้ก าหนดการประชุมราชการ อปท. ที่สามารถเบิก ค่าใช้จ่ายได้ การอนุมัติให้เบิกตามอัตราการเบิกตามกระทรวงการคลังก าหนด และหลักฐานการเบิกจ่าย ๓. หลักเกณฑ์การเบิกจ่ายค่าตอบแทนบุคคลหรือกรรมการ (ดส. ที่ กค ๐๔๐๒.๕/ว๘๕ ลว ๖ ก.ย. ๒๕๖๑) ได้ก าหนดหลักเกณฑ์และการเบิกจ่ายค่าตอบแทนแก่บุคคลหรือคณะกรรมการจัดซื้อจัดจ้าง จ้างที่ ปรึกษา จ้างออกแบบหรือควบคุมงานก่อสร้าง ก าหนดราคากลาง ตรวจรับพัสดุ และให้หัวหน้าหน่วยฯ
34 สามารถก าหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับอัตราการจ่ายค่าตอบแทนเพื่อเป็นการควบคุมการเบิกจ่ายและการ บริหารงบประมาณได้ตามความจ าเป็นเหมาะสม ๔.หารือหลักเกณฑ์การเบิกจ่ายค่าตอบแทนกรรมการ (ดส. ที่ กค ๐๔๐๒.๕/๔๘๙๕๖ ลว ๒๘ ก.ย. ๒๕๖๒) ตั้งคนเดียวเป็นผู้ตรวจรับพัสดุสามารถเบิกค่าตอบแทนได้, คกก.ตรวจรับพัสดุงานจ้างก่อสร้างได้ค่า ออกตรวจ ๓๕๐ บาท/คน/วัน และยังไม่รวมค่าตอบแทนการประชุมอีก (๑,๕๐๐/๑,๒๐๐), ผู้ควบคุมงาน เบิกได้ทุกวัน วันหนึ่งมีหลายงานเบิกได้ทุกงานแต่เวลาต้องไม่ซ้ าซ้อนกัน ๕. หลักเกณฑ์การด าเนินการจ้างเอกชนและการเบิกจ่ายเงินค่าจ้างเหมาบริการของ อปท. (มท. ที่ มท ๐๘๐๘.๕/ว๔๐๔๔ ลว ๑๐ ก.ค.๒๕๖๓ ยกเลิก มท. ดม. ที่ มท ๐๘๐๘.๒/ว๗๑๒๐ ลว ๔ ธ.ค.๒๕๕๔) กรณี อปท. มีความจ าเป็นต้องจ้างเอกชนด าเนินงานโครงการ หรือเพื่อเสริมการปฏิบัติงานตามหน้าที่ปกติ ของ อปท. ลักษณะที่จ้างควรเป็นรายชิ้น โดยให้พิจารณาคัดเลือกจากผู้มีความรู้และมีประสบการณ์ที่ เหมาะสมกับงานจ้างห้ามไม่ให้จ้างงานที่เกี่ยวข้องกับความลับราชการ และการบังคับกฎหมายที่กระทบต่อ ประชาชน การจัดหาให้ถือปฏิบัติตาม พรบ.จัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ กฎกระทรวง ประกาศ และระเบียบหนังสือสั่งการ ๖. ยกเว้นให้การเช่าหรือการจ้างเหมาบริการมีผลย้อนหลัง (ด่วนที่สุด ที่ กค (กวจ.)๐๔๐๕.๒/ ว๓๔๖ ลว ๘ ก.ย.๒๕๖๐) ๗. การจ้างเหมาเอกชนเก็บค่าน้ าประปา ไม่สามารถท าได้ ตาม พรบ.ก าหนดแผนฯ พ.ศ.๒๕๔๒ มาตรา ๒๙ วรรค ๓ อปท. จะมอบให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือ อปท.อื่น จัดเก็บภาษีอากร ค่าธรรมเนียม ค่าใบอนุญาต ค่าตอบแทน หรือรายได้อื่นใด เพื่อให้ อปท. นั้นก็ได้ ๘. ขั้นตอนการจัดซื้อจัดจ้าง ๘.๑ งบประมาณได้รับอนุมัติเมื่อนายอ าเภออนุมัติเรียบร้อยแล้ว ๘.๒ จัดท าและประกาศแผนจัดซื้อจัดจ้างประจ าปีตามข้อ ๑๑ ให้เจ้าหน้าที่จัดท าแผนการ จัดซื้อจัดจ้างประจ าปีเสนอหัวหน้าหน่วยฯ เพื่อขอความเห็นชอบ เมื่อเห็นชอบแล้ว ให้หัวหน้าเจ้าหน้าที่ ประกาศเผยแพร่แผนในระบบเครือข่ายสารสนเทศกรมบัญชีกลาง และหน่วยงานของรัฐ และให้ปิดประกาศ โดยเปิดเผย ณ หน่วยงานของรัฐ ๘.๓ TOR/SPEC/คัดเลือกแบบ/ราคากลาง - ตามข้อ ๒๑ การซื้อหรือจ้างที่มิใช่การจ้างก่อสร้าง ให้แต่งตั้ง คกก.หรือบุคคล จัดท า ร่างขอบเขต (TOR) หรือรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะพัสดุ (SPEC) รวมทั้ง ก าหนดหลักเกณฑ์พิจารณา คัดเลือกส่วนในการจ้างก่อสร้าง ให้แต่งตั้ง คกก.หรือบุคคล จัดท าแบบรูปรายการงานก่อสร้าง (ท าเองได้ไม่ ต้องมีใบอนุญาต) หรือจ้างออกแบบหรือควบคุมงานก่อสร้างก็ได้ (ต้องมีใบอนุญาต) - มาตรา ๖๕ ให้พิจารณาถึงประโยชน์ และวัตถุประสงค์การใช้งานเป็นส าคัญให้ค านึงถึง เกณฑ์ราคาและพิจารณาเกณฑ์อื่นประกอบด้วย - มาตรา ๘๓ เกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอ - มาตรา ๑๒ บันทึกรายงานผลการพิจารณา จัดท าตามข้อ ๑๖ และจัดเก็บไว้อย่างเป็น ระบบ
35 - ราคากลาง ต้องแต่งตั้งคกก.ก าหนดราคากลาง อ านาจหน้าที่และระยะเวลาของราคากลาง - รายงานขอซื้อหรือขอจ้าง ตามข้อ ๒๒ ให้เจ้าหน้าที่จัดท ารายงานขอซื้อหรือขอจ้าง เสนอหัวหน้าหน่วยงานฯ เพื่อขอความเห็นชอบ โดยเสนอผ่านหัวหน้าเจ้าหน้าที่ ส่วนรายงานการซื้อที่ดิน หรือสิ่งก่อสร้างปฏิบัติตามข้อ ๒๓ วิธีการซื้อหรือจ้าง - วิธีประกาศเชิญชวนทั่วไป - วิธีคัดเลือก - วิธีเฉพาะเจาะจง 1. วิธีประกาศเชิญชวนทั่วไป แยกออกเป็น - วิธีตลาดอิเล็กทรอนิกส์(Electronic Market : e-Market) - วิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์(Electronic Bidding : e-Bidding) - วิธีสอบราคา การแบ่งซื้อหรือแบ่งจ้าง คือ การลดวงเงินที่จะซื้อหรือจ้างในครั้งเดียวกันเพื่อให้วิธีการซื้อหรือจ้าง เปลี่ยนแปลงไป หรืออ านาจในการสั่งซื้อสั่งจ้างเปลี่ยนแปลงไปกรณีใดจะเป็นการแบ่งซื้อหรือแบ่งจ้างให้ พิจารณาถึงวัตถุประสงค์ในการซื้อหรือจ้างครั้งนั้น และความคุ้มค่าของทางราชการเป็นส าคัญ อ านาจในการสั่งซื้อหรือสั่งจ้าง หัวหน้าหน่วยงานของรัฐ ผู้มีอ านาจเหนือขึ้นไปหนึ่งชั้น วิธีประกาศเชิญชวนทั่วไป ไม่เกิน 200,000,000 บาท เกิน 200,000,000 บาท วิธีคัดเลือก ไม่เกิน 100,000,000 บาท เกิน 100,000,000 บาท วิธีเฉพาะเจาะจง ไม่เกิน 50,000,000 บาท เกิน 50,000,000 บาท ข้อยกเว้นไม่ต้องจัดท าแผน กรณีมีความจ าเป็นเร่งด่วน หรือเป็นพัสดุที่ใช้ในราชการลับ (วิธีคัดเลือก ตามมาตรา 56 (1) (ค) หรือ (ฉ)) กรณีมีวงเงินในการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งไม่เกิน 5แสนบาทหรือมีความจ าเป็นต้องใช้พัสดุโดย ฉุกเฉิน หรือเป็นพัสดุที่จะขายทอดตลาด (วิธีเฉพาะเจาะจง ตามมาตรา 56 (2) (ข) (ง) หรือ (ฉ)) กรณีเป็นงานจ้างที่ปรึกษาที่มีวงเงินค่าจ้างครั้งหนึ่งไม่เกิน 5 แสนบาท หรือที่มีความจ าเป็น เร่งด่วนหรือที่เกี่ยวกับความมั่นคงของชาติ (วิธีเฉพาะเจาะจง ตามมาตรา 70 (3) (ข) (ฉ)) กรณีเป็นงานจ้างออกแบบหรือควบคุมงานก่อสร้างที่มีความจ าเป็นเร่งด่วน หรือที่เกี่ยวกับความ มั่นคงของชาติ (วิธีเฉพาะเจาะจง ตามมาตรา 82 (3)) ประกาศผลผู้ชนะการเสนอราคา 1. ประกาศทางเว็บไซต์ 2. ปิดประกาศ 3. แจ้งผลทาง e-Mail
36 ข้อยกเว้น ในกรณีที่มีผู้ยื่นข้อเสนอ และ ผ่านการพิจารณาเพียงรายเดียว และ เป็นผู้ที่ได้รับการคัดเลือกให้ เข้าเป็นคู่สัญญา ให้หน่วยงานของรัฐลงนามในสัญญาได้ โดยไม่ต้องรอให้ล่วงพ้นระยะเวลาอุทธรณ์ (ด่วนที่สุด ที่ กค (กวจ) 0405.2/ว 453 ลงวันที่ 28 พฤศจิกายน 2560) การท าสัญญา ท าสัญญาตามแบบที่คณะกรรมการนโยบายก าหนด โดยความเห็นชอบของส านักงานอัยการ สูงสุด คณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ก าหนดให้ระหว่างที่ คณะกรรมการนโยบาย ยังไม่ได้ก าหนดแบบสัญญา ให้ใช้แบบสัญญาตามระเบียบเดิม (ระเบียบ มท.)ไปก่อน (ด่วนที่สุด ที่ กค (กวจ) 0405.2/ว 418 ลงวันที่ 3 พฤศจิกายน 2560) หลักประกันสัญญา (1) เงินสด (2) เช็คหรือดราฟต์ที่ธนาคารเซ็นสั่งจ่าย (3) หนังสือค้าประกันของธนาคารภายในประเทศ (4) หนังสือค้าประกันของบรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (5) พันธบัตรรัฐบาลไทย อัตราค่าปรับ การซื้อ/จ้าง ไม่ต้องการผลส าเร็จพร้อมกัน ก าหนดค่าปรับเป็นรายวัน ในอัตราตายตัว ระหว่างร้อยละ 0.01 - 0.20 ของราคาพัสดุที่ยังไม่ได้รับมอบ การจ้างซึ่งต้องการผลส าเร็จของงานทั้งหมดพร้อมกัน ก าหนดค่าปรับ เป็นรายวันเป็น จ านวนเงินตายตัว ในอัตราร้อยละ 0.01 - 0.10 ของราคางานจ้างนั้น (ต้องไม่ต่ ากว่าวันละ 100 บาท) งานก่อสร้างที่มีผลกระทบต่อการจราจร ก าหนดค่าปรับเป็นรายวัน ในอัตราร้อยละ 0.25 ของราคางานจ้างนั้น การงด หรือลดค่าปรับ การขยายระยะเวลา มาตรา 102 ก าหนดให้อยู่ในดุลพินิจของผู้มีอ านาจที่จะพิจารณาได้ตามจ านวนวันที่มีเหตุ เกิดขึ้นจริง เฉพาะในกรณี ดังต่อไปนี้ (1) เหตุเกิดจากความผิดหรือความบกพร่องของหน่วยงานของรัฐ (2) เหตุสุดวิสัย (3) เหตุเกิดจากพฤติการณ์อันหนึ่งอันใดที่คู่สัญญาไม่ต้องรับผิดตามกฎหมาย (4) เหตุอื่นตามที่ก าหนดในกฎกระทรวง ให้ระบุไว้ในสัญญาหรือข้อตกลงก าหนดให้คู่สัญญา ต้องแจ้งเหตุดังกล่าวให้หน่วยงานของ รัฐทราบภายใน 15 วัน นับถัดจากวันที่เหตุนั้นได้สิ้นสุดลง เว้นแต่ (1)
37 การทิ้งงาน ไม่ยอมท าสัญญาหรือข้อตกลงเป็นหนังสือกับหน่วยงานภายในเวลาที่ก าหนด คู่สัญญาของหน่วยงาน หรือผู้รับจ้างช่วงที่หน่วยงานอนุญาตให้รับงานช่วงได้ไม่ปฏิบัติตามสัญญา หรือข้อตกลงเป็นหนังสือ กระท าการอันมีลักษณะเป็นการขัดขวางการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรมเสนอราคาที่มีผลประโยชน์ ร่วมกัน หรือกระท าการโดยไม่สุจริต เมื่อปรากฏว่า ผลการปฏิบัติตามสัญญาของที่ปรึกษามีข้อบกพร่อง ผิดพลาดหรือก่อให้เกิดความ เสียหายแก่หน่วยงานอย่างร้ายแรง การกระท าใดๆ ที่ก าหนดในกฎกระทรวง การประกาศผลผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้าง ไตรมาสที่ 1 (ตุลาคม - ธันวาคม) ต้องประกาศผู้ชนะภายในเดือน มกราคม ไตรมาสที่ 2 (มกราคม - มีนาคม) ต้องประกาศผู้ชนะภายในเดือน เมษายน ไตรมาสที่ 3 (เมษายน - มิถุนายน) ต้องประกาศผู้ชนะภายในเดือน กรกฎาคม ไตรมาสที่ 4 (กรกฎาคม - กันยายน) ต้องประกาศผู้ชนะภายในเดือน ตุลาคม วันบรรยาย : วันเสาร์ที่ 11 กุมภาพันธ์พ.ศ. 2566 เวลาบรรยาย : 09.00 - 12.00 น. เรื่อง : การตรวจสอบและข้อสังเกตของส านักงานการตรวจเงินแผ่นดิน วิทยากร : อาจารย์ชัชวาลย์ สังขดิษฐ์
38 สรุปสาระส าคัญ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๖๐ ได้ก าหนดให้เป็นองค์กรตรวจสอบอิสระและ เป็นกลาง ประกอบด้วย - คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน - ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน - ส านักงานการตรวจเงินแผ่นดิน โดยให้ตรวจสอบการใช้จ่ายเงินของแผ่นดิน และเสนอรายงานผลการปฏิบัติงานต่อสภา ผู้แทนราษฎร วุฒิสภา และคณะรัฐมนตรี ตามตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงิน แผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๖๑ (ทั้งหมด ๑๑๕ มาตรา) พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๖๑ “ตรวจเงินแผ่นดิน” หมายความว่า ตรวจสอบการเงินของหน่วยรับตรวจ ซึ่งรวมถึง ตรวจการ จัดเก็บรายได้ การรับ การใช้จ่าย การใช้ประโยชน์ การเก็บรักษา และการบริหาร ซึ่งเงิน ทรัพย์สิน สิทธิ และผล ประโยชน์ของหน่วยรับตรวจหรือที่อยู่ในความครอบครองหรืออ านาจใช้จ่ายของหน่วยรับตรวจว่า เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ มติคณะรัฐมนตรี และแบบแผนการปฏิบัติราชการ หรือไม่และ ตรวจว่าการใช้จ่ายเงินหรือการใช้ประโยชน์นั้นเป็นไปตามวัตถุประสงค์ ประหยัด เกิดผลสัมฤทธิ์ และมี ประสิทธิภาพหรือไม่ รวมตลอดถึงการตรวจสอบรายงานการเงินของ หน่วยรับตรวจ และแสดงความเห็นต่อ ผลของการตรวจสอบและการตรวจสอบอื่นที่ก าหนดไว้ใน พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้ ประเด็นที่พบจากการตรวจสอบการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุ การเบิกจ่ายไม่ถูกต้อง การเบิกจ่ายค่าอาหารไม่ถูกต้องในวันที่เดินทางไปศึกษาดูงาน ณ จังหวัด ส. มีการเบิกจ่าย ค่าอาหารเป็นการเหมาจ่าย จ านวน ๒ วัน ในอัตราวันละ ๖๐๐ บาทต่อคน จ านวน ๗๐ คน เป็นเงินรวม ทั้งสิ้น ๘๔,๐๐๐ บาท ซึ่งตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรม การจัดงาน และ การประชุม ระหว่างประเทศ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๕ ข้อ ๑๘๙ (๑) (ค) ระบุว่าการจัดฝึกอบรมไม่จัดอาหาร ให้ทั้ง ๓มื้อ ให้เบิกจ่ายค่าอาหารในลักษณะเหมาจ่ายได้ไม่เกินคนละ ๒๔๐ บาทต่อวัน ซึ่งการเบิกจ่าย ดังกล่าวเกินอัตราที่ ก าหนดไปวันละ ๓๖๐ บาทต่อคนต่อวัน จานวน ๒ วัน รวมเป็นเงิน ๕๐,๔๐๐ บาท สตง. แจ้งให้พัฒนาการจังหวัด ภ.เรียกคืนเงินค่าอาหารกลางวันเบิกเกิน กว่าอัตราที่ก าหนดไว้เป็นเงิน ๕๐,๔๐๐ บาท และนาส่งเป็นรายได้แผ่นดิน ผลการตรวจสอบประกาศประกวดราคา พบข้อบกพร่องดังนี้ ๑. ข้อความในประกาศประกวดราคา หรือสอบราคา กับเอกสารไม่สอดคล้องกัน หรือไม่เป็นไป ตามระเบียบพัสดุฯ มติคณะรัฐมนตรีหรือไม่ชัดเจน ๒. เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบหรือคณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาปฏิบัติหน้าที่ไม่เป็นไป ตามระเบียบ หรือมีพฤติการณ์เอื้อประโยชน์ให้ผู้เสนอราคาบางราย ๓. เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบ หรือคณะกรรมการปฏิบัติหน้าที่ไม่เป็นไปตามระเบียบพัสดุฯ มติ คณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับการประกวดราคา
39 ๔. คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคา/คณะกรรมการเปิดซองสอบราคา ปฏิบัติหน้าที่ บกพร่อง ไม่ละเอียดรอบคอบ ๕. ไม่ก าหนดเงื่อนไขเรื่องค่าKกรณีเป็นงานจ้างที่อยู่ในหลักเกณฑ์จะต้องใช้สัญญาแบบปรับราคาได้ ๖. การจัดท าประกาศประกวดราคาหรือสอบราคาและเอกสาร โดยก าหนดข้อความหรือเงื่อนไขที่ มีลักษณะเป็นการกีดกัน ไม่เปิดโอกาสให้มีการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม 7. การจัดท าราคากลางไม่ถูกต้องและไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ตามมติคณะรัฐมนตรี 8. ข้อบกพร่องที่พบมูลค่าความเสียหายเป็นตัวเงิน 9. การค านวณราคากลางใช้Factor F ไม่ถูกต้องตามประเภทงาน หรือไม่เป็นปัจจุบัน ท าให้ ราคากลางไม่ถูกต้อง หรือไม่สอดคล้องใกล้เคียงกับความเป็นจริง 10. ใช้วิธีการค านวณราคากลางไม่ถูกต้อง ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ก าหนด 11. ไม่แต่งตั้งคณะกรรมการก าหนดราคากลาง หรือแต่งตั้งคณะกรรมการก าหนดราคากลางไม่ เหมาะสม 12. คณะกรรมการก าหนดราคากลางไม่ส่งรายละเอียดการค านวณราคากลางให้ สตง. กรณีราคา กลางแตกต่างกับราคาที่ชนะการประกวดราตั้งแต่ร้อยละ ๑๕ ขึ้นไป 13. ประกาศราคากลางไม่ถูกต้อง เช่น น าวงเงินงบประมาณมาประกาศเป็นราคากลาง หรือไม่ ปรับปรุงราคากลางเดิมให้เป็นปัจจุบัน หรือนาประมาณการของช่างมาค านวณเป็นราคากลาง หรือไม่ได้ ตรวจสอบรายละเอียด 14. ค านวณราคากลาง โดยคิดปริมาณงานสูงกว่าสภาพความเป็นจริง หรือสูงกว่าแบบรูปรายการ 15. ใช้ราคาวัสดุในการค านวณราคากลางไม่ใกล้เคียงกับราคาตามดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างของ กรมการค้าภายในหรือราคาท้องถิ่น 16. ไม่มีเอกสารแสดงรายละเอียดวิธีการค านวณที่ได้มาซึ่งปริมาณงานและราคา/หน่วยประกอบ การจัดท าราคากลาง หรือก าหนดราคากลางไม่ตรงกับแบบแปลนของงานก่อสร้าง 17. เบิกจ่ายเงินค่าจ้างไม่เป็นไปตามระเบียบการเบิกจ่ายเงินหรือการหักภาษี ณ ที่จ่ายไม่ถูกต้อง 18. จัดซื้อพัสดุสูงกว่าราคามาตรฐาน หรือราคาตลาด 19. จัดท าสัญญาโดยก าหนดค่าปรับไม่เป็นไปตามระเบียบพัสดุฯ หรือไม่สอดคล้องกับเอกสาร ประกวดราคา 20. ต่อสัญญาหรือขยายระยะเวลาโดยลดหรืองดค่าปรับ ไม่ถูกต้องตามระเบียบพัสดุฯ หรือไม่มี เหตุผลอันสมควร กฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง - พระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑ - พระราชบัญญัติเงินคงคลัง พ.ศ. ๒๕๙๑ - พระราชบัญญัติการบริหารทุนหมุนเวียน พ.ศ. ๒๕๕๘
40 - กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการจัดเก็บรายได้ กล่าวคือ ประมวลรัษฎากร พระราชบัญญัติ ภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๖๐ พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. ๒๕๖๐ พระราชบัญญัติภาษีการรับมรดก พ.ศ. ๒๕๕๘ พระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. ๒๕๖๒ พระราชบัญญัติภาษีป้าย พ.ศ. ๒๕๑๐ - พระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะ พ.ศ. ๒๕๔๘ - พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐ - พระราชบัญญัติที่ราชพัสดุ พ.ศ. ๒๕๖๒ - พระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนและการได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. ๒๕๖๒ กฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการเงินการคลังขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น - ระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการรับเงิน การเบิกจ่ายเงิน การฝากเงิน การเก็บ รักษา และการตรวจเงินขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๗ - ระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยวิธีการงบประมาณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น - ระเบียบคณะกรรมการนโยบายและกากับการบริหารหนี้สาธารณะ ว่าด้วยหลักเกณฑ์ การกู้เงินขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๖๑ - ระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการกู้เงินขององค์การบริหารส่วนต าบล พ.ศ. ๒๕๖๓ - ระเบียบคณะกรรมการนโยบายและก ากับการบริหารหนี้สาธารณะ ว่าด้วยหลักเกณฑ์ การกู้เงินขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๖๑ วันบรรยาย : วันอาทิตย์ที่ 12 กุมภาพันธ์พ.ศ. 2566 เวลาบรรยาย : 09.00 – 16.00 น. เรื่อง : แนวทางการตรวจสอบบัญชีและรายงานการเงินในระบบในระบบบัญชีคอมพิวเตอร์ ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (e-LAAS) วิทยากร : อาจารย์ลลิดา ปกรณ์กาญจน์
41 สรุปสาระส าคัญ ๑. ที่มา 1.1 ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการรับเงิน การเบิกจ่ายเงิน การฝากเงิน การเก็บ รักษาเงิน และการตรวจเงินของ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (ฉบับที่ 4) ข้อ 105 ก าหนดให้ องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น จัดท าบัญชีโดยระบบบัญชีคอมพิวเตอร์ของ อปท. ๑.๒ หนังสือกระทรวงมหาดไทย ที่ มท ๐๘๐๘.๔/ว ๕๙๑๒ ลงวันที่ ๑๒ ตุลาคม ๒๕๖๑ เรื่อง การยกเลิกการจัดท าบัญชีด้วยมือขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อเป็นการลดภาระการปฏิบัติงาน และการบันทึกบัญชีที่ซ้ าซ้อน โดยให้ อปท. ทุกแห่งจัดท าบัญชีในระบบบัญชีคอมพิวเตอร์ของ อปท. (e-LAAS) เพียงระบบเดียวตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๓ เป็นต้นไป ๒. ระบบบัญชีคอมพิวเตอร์ของ อปท. (Electronic Local Administrative Accounting System) มีระบบปฏิบัติการ ๕ ระบบ ดังนี้ ๒.๑ ระบบงบประมาณ ประกอบด้วย การร่างงบประมาณรายรับ – รายจ่าย การโอน งบประมาณรายจ่าย การแก้ไขเปลี่ยนแปลงค าชี้แจงงบประมาณ รายงานต่างๆ ๒.๒ ระบบข้อมูลรายรับ ประกอบด้วย การรับเงินรายได้จัดเก็บเอง รายได้ที่รัฐจัดสรร ให้รายได้ที่รัฐอุดหนุนให้ การรับเงินประเภทต่างๆ ฐานข้อมูลผู้ช าระภาษี การจัดท าใบน าส่งเงิน ใบส าคัญ สรุปใบน าส่งเงิน สมุดเงินสดรับและทะเบียนต่างๆ ๒.๓ ระบบข้อมูลรายจ่าย ประกอบด้วย โครงการเงินสะสม/ทุนส ารองเงินสะสมการจัดซื้อ จัดจ้าง จัดท าฎีกา จัดท าเช็ค ยืมเงิน ฐานข้อมูลเงินเดือน/บ านาญ เป็นต้น ๒.๔ ระบบบัญชี ประกอบด้วย รายงานกันเงิน ณ วันสิ้นปี การปรับปรุงบัญชี ยืมเงินสะสม รายงานงบการเงิน ฐานข้อมูลเงินรับฝาก ทะเบียนทรัพย์สิน เป็นต้น ๒.๕ การบริหารระบบ ประกอบด้วย การจัดการสิทธิ์ผู้ใช้งาน การก าหนดค่า ตั้งต้น การจัดการ ฐานข้อมูล รายงาน เป็นต้น โดยกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น มีหนังสือที่ มท ๐๘๐๘.๔/ว๒ ๖๙๘ ลงวันที่ ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๖๒ เรื่อง แนวทางปฏิบัติการควบคุมดูแลการใช้รหัสผู้ใช้งาน (User) และ รหัสผ่าน (Password) เข้าใช้งานระบบบัญชีคอมพิวเตอร์ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (e-LAAS) ซึ่ง หัวหน้าหน่วยงานคลังเป็นผู้ควบคุมดูแลให้ปฏิบัติตามหนังสือสั่งการฉบับนี้ ๓. การจัดท ารายงานการเงินของ อปท. ตามพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๖๘ บัญญัติให้หน่วยงานของรัฐที่มิใช่รัฐวิสาหกิจและทุนหมุนเวียนจัดท าบัญชีและรายงาน การเงินตามมาตรฐานการบัญชีภาครัฐและนโยบายการบัญชีภาครัฐที่กระทรวงการคลังก าหนด และหนังสือ กระทรวงการคลัง ที่ กค ๐๔๑๐.๒/ว ๑๕ ลงวันที่ ๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการจัดท า รายงานการเงินประจ าปี ก าหนดให้ อปท. จัดท ารายงานการเงินตามมาตรฐานการบัญชีภาครัฐและนโยบาย การบัญชีภาครัฐ ตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๔ เป็นต้นไป ๓.๑ รายงานระบบงบประมาณ – ตรวจรายงานยอดงบประมาณคงเหลือในภาพรวม, รายงานการโอนงบประมาณรายจ่ายประจ าปี ตรวจดูสิทธิการอนุมัติการโอน และตรวจรายงานการแก้ไข เปลี่ยนแปลงค าชี้แจงงบประมาณรายรับ
42 ๓.๒ รายงานระบบรายรับ - ในปี ๒๕๖๔ ในระบบไม่มีสมุดเงินสดรับ/ทะเบียนเงินรายรับ ให้ดูในงบทดลองได้เลย, รายการใบเสร็จรับเงิน/หลักฐานการรับเงิน ถ้ากองคลังออกใบเสร็จด้วยมือแล้วห้าม ออกใบเสร็จซ้ าในระบบอีกให้ออกเป็นหลักฐานการรับเงิน, รายงานการยกเลิกใบเสร็จรับเงิน, รายงานการ จัดท าใบน าส่งเงินประจ าวัน, รายงานรายชื่อผู้ค้างช าระภาษี เป็นต้น ๓.๓ รายงานระบบจ่าย - ในปี ๒๕๖๔ ในระบบไม่มีสมุดเงินสดจ่าย/ทะเบียนรายจ่าย ให้ดูในงบทดลองได้เลย, ทะเบียนลูกหนี้เงินยืม, รายงานจัดท าเช็ค/ใบถอนอาจสุ่มตรวจกับต้นขั้วเช็ค, รายงานการยกเลิกฎีกาซึ่งสามารถพิมพ์แบบร่างฎีกาออกมาตรวจได้ ๓.๔ รายงานระบบบัญชี– รายงานสถานะการเงินประจ าวัน, รายงานรับ-จ่ายเงิน, งบ ทดลอง งบกระทบยอดเงินฝากธนาคารต้องท า*, งบแสดงฐานะการเงินในปี ๒๕๖๔ จะไม่มีงบเทียบกับ ๒๕๖๓ เพราะมีการเปลี่ยนแปลงชื่อบันทึกบัญชีในปีงบประมาณ ๒๕๖๔, หมายเหตุประกอบงบแสดงบานะ การเงิน หมายเหตุ ๒ งบทรัพย์สิน ต้องใส่ข้อมูลทรัพย์สินให้ครบถ้วน ค่าเสื่อม (ตามอัตราหรือตามอายุ) ค่าเสื่อมสะสม และอายุการใช้งานให้ถูกต้อง, หมายเหตุ ๘ ลูกหนี้ค่าภาษี จะเป็นหนี้สงสัยจะสูญที่ อปท. ต้องก าหนดตามหนังสือ กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น ที่ มท ๐๘๐๘.๔/ว๒๖๐๘ ลงวันที่ ๒๘ สิงหาคม ๒๕๖๓ เรื่อง ซักซ้อมแนวทางปฏิบัติในการบันทึกบัญชีขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ๔. มาตรฐานการบัญชีและนโยบายการบัญชีภาครัฐ ๔.๑ นโยบายการบัญชีภาครัฐ (๑) ลักษณะเชิงคุณภาพ - ความเข้าใจได้ ข้อมูลรายงานทางการเงินต้องเข้าใจได้ในทันที - ความเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจ ข้อมูลมีประโยชน์ สามารถประเมินเหตุการณ์ได้ - ความเชื่อถือได้ ข้อมูลไม่ล าเอียง ไม่ผิดพลาด เป็นตัวแทนอันเที่ยงธรรม แสดงเนื้อหา ความเป็นจริงเชิงเศรษฐกิจ ใช้หลักความระมัดระวัง ข้อมูลถูกต้องครบถ้วน - การเปรียบเทียบกันได้ ในรอบระยะเวลาที่ต่างกัน การวัดมูลค่าและการแสดงผลกระทบ ทางการเงินของรายการและเหตุการณ์ทางบัญชีที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันจึงต้องปฏิบัติอย่างสม่ าเสมอ (ส าหรับปี ๒๕๖๔ จะไม่มีการจัดท างบการเงินเปรียบเทียบ สามารถจัดท าได้ในปี ๒๕๖๕) - เกณฑ์การรับรู้ ที่เปลี่ยนแปลงตามมาตรฐานการบัญชีภาครัฐในปี ๒๕๖๔ เริ่มบันทึก 1 ตุลาคม ๒๕๖๓ มีดังนี้ รายการ เดิม ใหม่ การรับรู้ลูกหนี้ เมื่อสิ้นปีงบประมาณ เมื่อออกใบแจ้งหนี้ การรับรู้หนี้สิน เมื่อสิ้นปีงบประมาณ เมื่อวางเบิก/ตรวจรับ การรับรู้รายได้ เมื่อรับเงิน/เมื่อสิ้น ปีงบประมาณ ค่อนข้างแน่ใจว่าจะเกิดรายได้/วัดมูลค่าได้ การรับรู้ค่าใช้จ่าย (ระหว่างปี) อนุมัติรายงานการ จัดท าเช็ค เมื่อวางเบิก/ตรวจรับ
43 การรับรู้ค่าใช้จ่ายตอน สิ้นปีงบประมาณ เมื่อได้รับอนุมัติให้กัน เงิน ทั้งมีหนี้ผูกพัน และไม่มีหนี้ผูกพัน - กองคลังไม่รับรู้เมื่อได้รับอนุมัติให้กันเงิน - รับรู้กรณี มีใบแจ้งหนี้หรือประมาณการ กรณีค่าใช้จ่ายประจ า เช่น ค่าไฟฟ้า ค่าน้ า ค่า โทรศัพท์ ดอกเบี้ยจ่าย วัสดุใช้ไป (สิ้นปีกองคลัง ตรวจนับ เช่น กระดาษ ดินสอ สมุด) ค่าเผื่อหนี้ สงสัยจะสูญ ค่าเสื่อมราคา เป็นต้น - เงินลงทุน หรือรายการที่มีระยะเวลาเข้ามาเกี่ยวข้อง ได้แก่ เงินฝากประจ า (ระยะสั้น เท่ากับ 1 ปี, ระยะยาวเท่ากับ 2 ปีขึ้นไป), ลูกหนี้ (เกินกว่า ๑ ปีเป็นระยะยาว), เจ้าหนี้เงินกู้ (๑ ล้าน ๑ ปี เป็นระยะสั้น) ๔.๒ มาตรฐานการบัญชีภาครัฐ - ฉบับที่ ๑ การน าเสนอรายงานการเงิน ส่ง สตง. ภายใน ๙๐ วันนับแต่วันสิ้น ปีงบประมาณ ประกอบด้วย งบแสดงฐานะทางการเงิน งบแสดงผลการด าเนินงานทางการเงิน งบแสดงการ เปลี่ยนแปลงสินทรัพย์สุทธิ/ส่วนทุน งบกระแสเงินสด รายงานเปรียบเทียบงบประมาณที่ได้รับอนุมัติฯ หมายเหตุประกอบงบการเงิน โดยในปีสิ้นงบประมาณ ๒๕๖๔ อปท. ต้องจัดท างบการเงินรวม หน่วยงาน ภายในสังกัดทั้งหมด เช่น ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก โรงรับจ าน า กิจการประปา เป็นต้น - ฉบับที่ ๓ นโยบายการบัญชี การเปลี่ยนแปลงประมาณการทางบัญชีและข้อผิดพลาด ต้องปรับปรุงรายการ หรือเปิดเผยไว้ในหมายเหตุประกอบงบการเงิน - ฉบับที่ ๕ ต้นทุนการกู้ยืม อปท.สามารถบันทึกดิกเบี้ยจ่ายเป็นค่าใช้จ่าย - ฉบับที่ ๑๒ สินค้าคงเหลือ กรณีสิ่งของที่ไว้ส าหรับบริจาค เช่น หน้ากากอนามัย ผ้าห่ม กรณีวัตถุดิบคงเหลือ/วัสดุคงเหลือ ให้บันทึกเป็นวัสดุใช้ไปก่อน สิ้นปีจึงล้างเป็นวัสดุคงเหลือ - ฉบับที่ ๑๓ สัญญาเช่า กรณีสัญญาเช่าการเงิน จะโอนความเสี่ยงให้กับผู้เช่า และ ระยะเวลาของสัญญาเช่าครอบคลุมอายุการใช้งานส่วนใหญ่ของสินทรัพย์ กรณีสัญญาเช่าด าเนินงาน เช่น เช่าเครื่องถ่ายเอกสารและผู้ให้เช่าเป็นผู้ซ่อม เป็นต้น - ฉบับที่ ๑๔ เหตุการณ์ภายหลังวันที่ในรายงาน - ฉบับที่ ๑๖ อสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน เช่น ให้เช่าที่ดินท าตลาด ต้องคิดค่าเสื่อม ราคาเช่นเดียวกับสินทรัพย์อื่นๆ ทุกปี - ฉบับที่ ๑๗ ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ ให้ลงเป็นสินทรัพย์ ไม่ลงเป็นค่าใช้จ่าย และ ค านวณค่าเสื่อมราคาเป็นค่าใช้จ่าย - ฉบับที่ ๓๑ สินทรัพย์ไม่มีตัวตน เช่น โปรแกรมคอมพิวเตอร์ ลิขสิทธิ์ ให้ค านวณค่าตัด จ าหน่ายสินทรัพย์ - ฉบับที่ ๙ รายได้จากการแลกเปลี่ยน เกิดจากการขายสินค้าหรือบริการ เช่นค่าน้ าประปา ค่าเก็บขยะ เป็นต้น
44 - ฉบับที่ ๒๓ รายได้จากการไม่แลกเปลี่ยน เช่น การรับเงินภาษี ค่าปรับ เงินอุดหนุน เงิน บริจาค โดยให้รับรู้เมื่อค่อนข้างแน่ใจว่าจะได้รับประโยชน์ในอนาคตและวัดมูลค่าได้อย่างน่าเชื่อถือ ๔.๓ แนวทางการปฏิบัติทางบัญชี - การบันทึกรับรู้ลูกหนี้รายได้กรณีลูกหนี้ค่าภาษี ให้ตั้งตามรอบระยะเวลาของการช าระ ภาษี เช่น ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างก าหนดให้ช าระภายในเดือนเมษายนของทุกปี เมื่อถึงวันที่ 1 พฤษภาคม ต้องตั้งลูกหนี้ทันที กรณีลูกหนี้รายได้อื่นๆ ให้ตั้งประจ าเดือนที่เกิดรายการนั้นๆ - วัสดุคงคลัง ระหว่างปีบันทึกเป็นค่าใช้จ่าย สิ้นปีให้ตรวจนับ และกลับเป็นสินทรัพย์ - วัสดุที่ซื้อมาโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการบริจาค ระหว่างปีบันทึกเป็นสินทรัพย์ - การบันทึกดอกเบี้ยจ่ายที่เกิดจากการกู้ยืม บันทึกเป็นค่าใช้จ่าย - การค านวณค่าเสื่อมราคาสินทรัพย์ระบบ e-LAAS ค านวณให้อัตโนมัติ ตั้งแต่วันที่ ๑๒ ตุลาคม 2563 ถึง 30 กันยายน ๒๕๖๔ รวมเป็น ๓๕๔ วัน และใช้วันที่ตรวจรับพัสดุงวดสุดท้ายในการเริ่ม ค านวณค่าเสื่อมราคา (ใช้หลักการตามระบบ GFMIS) - ค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ จ านวนค้างช าระ (ปี) ร้อยละที่ใช้ค านวณ ปีที่ ๒ ขึ้นไป ๒๐ ปีที่ ๓ – ๕ ๕๐ ปีที่ ๕ ขึ้นไป ๑๐๐ - บัญชีระหว่างกิจการเฉพาะหรือหน่วยงานภายใต้สังกัด กรณี อปท. โอนหรือให้ยืมสินทรัพย์ ในลักษณะเป็นการใช้งานประจ า เช่น อาคาร โต๊ะ ตู้ อปท. กิจการเฉพาะ/หน่วยงานในสังกัด บันทึก ลดสินทรัพย์และเงินสะสม บันทึก รับรู้สินทรัพย์และส่วนของทุน • ค านวณค่าเสื่อมราคาสินทรัพย์นั้น กรณี อปท. ให้เงิน ที่ไม่ใช่การให้เงินเพื่อช่วยเหลือในการตั้งกิจการครั้งแรก อปท. กิจการเฉพาะ/หน่วยงานในสังกัด บันทึก ค่าใช้จ่ายระหว่างหน่วยงาน – งบทั่วไปโอนให้ (ระบุกิจการ) บันทึก รายได้เงินช่วยเหลือจากงบทั่วไป • บันทึกรายจ่ายตามรายการใช้จ่ายจริง กรณี อปท. ตั้งงบประมาณรายจ่ายเพื่อเป็นค่าใช้จ่าย เช่น เงินเดือน ค่าตอบแทน ค่าวัสดุ อปท. กิจการเฉพาะ/หน่วยงานในสังกัด บันทึก ค่าใช้จ่ายระหว่างหน่วยงาน – งบทั่วไปโอนให้ (ระบุกิจการ) • แจ้งยอดค่าใช้จ่ายให้หน่วยงานในสังกัด บันทึก รายได้เงินช่วยเหลือจากงบทั่วไป • บันทึกรายจ่ายตามรายการใช้จ่ายจริง
45 ๕. แนวทางการจัดท าบัญชีและรายงานการเงินของ อปท. ๕.๑ การรับเงิน (ระบบเปิดตั้งแต่ ๕ ตุลาคม ๒๕๖๓ ส าหรับปีงบประมาณพ.ศ. ๒๕๖๔) - ขั้นตอน ๑) ออกใบเสร็จรับเงิน/หลักฐานการรับเงิน ๒) ใบน าส่งเงิน (สิ้นวัน) ๓) ใบส าคัญ สรุปใบน าส่งเงิน ๔) ใบผ่านรายการรับ (RV) ๕) บัญชีแยกประเภท ๖) รายงานสถานะการเงินประจ าวัน - การจัดเรียงเอกสารเพื่อการตรวจสอบ ๑) ใบผ่านรายการรับ (RV) ๒) ใบส าคัญสรุป ใบน าส่งเงิน ๓) ใบน าส่งเงิน ๔) ส าเนาใบเสร็จรับเงิน/หลักฐานการรับเงิน ๕) เอกสารประกอบอื่นใด (ถ้ามี) ๕.๒ การจ่ายเงิน กรณีไม่มีการจัดซื้อจัดจ้าง เช่น เงินเดือน - ขั้นตอน ๑) แต่ละกองจัดท าฎีกา ๒) กองคลังตรวจรับฎีกาและเอกสาร ๓) ใบผ่าน รายการตั้งหนี้ (AP) ต้องตรวจสอบว่าลงรายการถูกต้องหรือไม่* ๔) รายงานการจัดท าเช็ค/ใบถอน ๕) บันทึกการจ่ายเช็คเมื่อมีผู้มารับเช็ค ๖) ใบผ่านรายการจ่าย (PV) ๗) แยกประเภท ๘) รายงานสถานะการเงิน ประจ าวัน - การจัดเรียงเอกสารเพื่อการตรวจสอบ ๑) ใบผ่ารายการจ่าย (PV) ๒) ฎีกา ๓) ใบผ่าน รายการตั้งหนี้ (AP) ๔) เอกสารประกอบการจ่ายเงิน ๕.๓ การจ่ายเงิน กรณีมีการจัดซื้อจัดจ้าง - ขั้นตอน ๑) จัดท าซื้อจ้าง/สัญญา ๒) ข้อมูลในการตรวจรับพัสดุ ๓) ใบผ่านรายการตั้งหนี้ (AP) ๔) ฎีกา ๕) ตรวจรับฎีกาและเอกสาร ๖) รายงานการจัดท าเช็ค/ใบถอน ๗) บันทึกการจ่ายเช็คเมื่อมีผู้ มารับเช็ค ๗) ใบผ่านรายการจ่าย (PV) ๘) แยกประเภท ๙) รายงานสถานะการเงินประจ าวัน กรณีมีหลักประกันสัญญา ๑) จัดท าซื้อจ้าง/สัญญา ๒) ออกใบเสร็จรับเงิน/หลักฐานการรับ เงิน ๓) ใบน าส่งเงิน ๔) ใบส าคัญสรุปใบน าส่งเงิน ๕) ใบผ่านรายการรับ (RV) ๖) บัญชีแยกประเภท ๗) รายงานสถานะการเงินประจ าวัน - การจัดเรียงเอกสารเพื่อการตรวจสอบ ๑) ใบผ่ารายการจ่าย (PV) ๒) ฎีกา ๓) ใบผ่าน รายการตั้งหนี้ (AP) ๔) เอกสารประกอบการจ่ายเงิน ๕.๔ การยืมเงิน - ขั้นตอน ๑) สัญญายืมเงิน ๒) ฎีกา ๓) ตรวจรับฎีกาและเอกสาร ๔) ใบผ่านรายการตั้ง หนี้ (AP) ๕) รายงานการจัดท าเช็ค/ใบถอน ๖) รายงานการจัดท าเช็ค/ใบถอน ๗) บันทึกการจ่ายเช็คเมื่อมีผู้ มารับเช็ค ๗) ใบผ่านรายการจ่าย (PV) ๘) แยกประเภท ๙) รายงานสถานะการเงินประจ าวัน ๕.5 การส่งใช้เงินยืม กรณีมีเงินสด ขั้นตอน ๑) จัดท าฎีกาส่งใช้เงินยืม ๒) ออกใบเสร็จรับเงิน ๓) ใบส่งเงิน ๔) ใบส าคัญสรุปใบน าส่งเงิน ๕) ใบผ่านรายการรับ (RV) ๖) แยกประเภท ๗) รายงานสถานะการเงิน ประจ าวัน กรณีส่งใช้เท่ากับที่ยืม ขั้นตอน ๑) จัดท าฎีกาส่งใช้เงินยืม ๒) ใบผ่านรายการบัญชีทั่วไป (JV) ๓) แยกประเภท ๔) รายงานสถานะการเงินประจ าวัน กรณีมีการเบิกเพิ่ม ขั้นตอน ๑) จัดท าฎีกาส่งใช้เงินยืม ๒) ใบผ่านรายการบัญชีทั่วไป (JV) ๓) ใบผ่านรายการตั้งหนี้ (AP) ๔) ตรวจรับฎีกาและเอกสาร ๕) รายงานการจัดท าเช็ค/ใบถอน ๖) บันทึก
46 การจ่ายเช็คเมื่อมีผู้มารับเช็ค ๗) ใบผ่านรายการจ่าย (PV) ๘) แยกประเภท ๙) รายงานสถานะการเงิน ประจ าวัน ๖. การด าเนินการในระบบ e-LAAS ก่อนและหลังปิดบัญชีประจ าปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๖๓ (ในปี ๒๕๖๔ ระบบ e-LAAS จะ Mapping ผังบัญชีใหม่ เช่น รหัสบัญชี ๑๑๐๑๑๐๐๐ ชื่อบัญชีเงินสด จะ เปลี่ยนเป็น รหัสบัญชี ๑๑๐๑๐๑๐๑๐๑.๐๐๑ ชื่อบัญชีเงินสดในมือ) ๖.๑ อปท. ต้องด าเนินการก่อนปิดบัญชีปี ๒๕๖๓ - ตรวจสอบรายการบัญชีที่อยู่ในงบทดลอง โดยรายการต่อไปนี้จะต้องไม่มียอดยกไป (ปรับปรุงบัญชีออก) ได้แก่ ลูกหนี้เงินสะสม เจ้าหนี้เงินสะสม รายจ่ายจากเงินกู้รอชดใช้ฯลฯ - ตรวจสอบรายการบัญชีที่อยู่ในงบทดลอง หากมีข้อมูลบัญชีที่ยังไม่ได้ประกาศใช้บังคับ (ปรับปรุงบัญชีออก) ได้แก่ ที่ดิน อาคาร ครุภัณฑ์ ค่าเสื่อมราคาสะสม ฯลฯ - ตรวจสอบสินทรัพย์และค่าเสื่อมราคาสะสม ที่เมนู ระบบบัญชี > ทะเบียนทรัพย์สิน > รายงานการค านวณค่าเสื่อมราคา ให้ครบถ้วนถูกต้อง โดยสินทรัพย์ที่ต้องบันทึกเข้างบการเงินปี ๒๕๖๔ ประกอบด้วย ที่ดิน สินทรัพย์ถาวรที่ยังไม่หมดอายุการใช้งานในปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๖๐ และมีมูลค่าไม่ต่ า กว่า ๑๐,๐๐๐ บาท ครุภัณฑ์ที่ได้มาตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๐ เป็นต้นไป และมีมูลค่าไม่ต่ ากว่า ๑๐,๐๐๐ บาท ๖.๒ อปท. ต้องด าเนินการหลังปิดบัญชีปี ๒๕๖๓ - ปรับปรุงบัญชีให้สอดคล้องกับผังบัญชีใหม่ - รายได้ค้างรับจากรัฐบาล เดบิต รายได้ค้างรับจากรัฐบาล เครดิต เงินสะสม - รายได้เงินอุดหนุนจากรัฐบาลรับล่วงหน้า ให้น าเฉพาะยอดที่ได้รับและยังไม่ได้จ่ายเงิน จัดท าใบผ่านรายการบัญชีทั่วไป เดบิต เงินสะสม เครดิต รายได้เงินอุดหนุนฯ ๗. การจัดท างบการการเงินรวมของ อปท. ต้องจัดท ากระดาษท าการเพื่อรวมงบทดลองของ อปท. กิจการเฉพาะ และหน่วยงานในสังกัดเข้าด้วยกัน กรณีมีกิจการลักษณะเดียวกัน ๒ แห่งขึ้นไป ให้รวมงบ ทดลองกิจการนั้นก่อน แล้วน ามารวมกับ อปท. ตามที่กระทรวงการคลังก าหนด ซึ่งต่อไปกิจการต้องจัดท า ด้วยมือ ดังนั้น อปท. ต้องเข้าไปช่วยเหลือการจัดท าบัญชีให้เหมือนกับระบบ e-LAAS จนกว่าระบบ e-LAAS จะรองรับการบันทึกบัญชีของกิจการเฉพาะ และหน่วยงานในสังกัดของ อปท.
47 วันบรรยาย : วันจันทร์ที่ 13 กุมภาพันธ์พ.ศ. 2566 เวลาบรรยาย : 09.00 - 12.00 น. เรื่อง : การป้องกันละปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่นในวงราชการ วิทยากร : อาจารย์นรภัทร เดโชพยัตชัย สรุปสาระส าคัญ ความผิดเกี่ยวกับการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริต มาตรา 157 ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความ เสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ต้องระวางโทษจาคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึง สิบปี หรือปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท หรือทั้งจ าทั้งปรับ การปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด ภายนอก ภายใน 1. เป็นเจ้าพนักงาน 1. เจตนา 2. ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ 2. เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้ใดผู้หนึ่ง การปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ภายนอก ภายใน 1. เป็นเจ้าพนักงาน 1. เจตนา 2. ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ 2. โดยทุจริต
48 วันบรรยาย : วันจันทร์ที่ 13 กุมภาพันธ์พ.ศ. 2566 เวลาบรรยาย : 13.00 - 19.00 น. เรื่อง : การบริหารจัดการความเสี่ยงขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและแนวทางการประเมิน ความเสี่ยง วิทยากร : อาจารย์มารุต ปรียากร สรุปสาระส าคัญ ๑. การควบคุมภายใน หลักเกณฑ์กระทรวงการคลังว่าด้วยมาตรฐานและหลักเกณฑ์ปฏิบัติการควบคุมภายในส าหรับ หน่วยงานของรัฐ พ.ศ. ๒๕๖๑ มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ ๔ ตุลาคม ๒๕๖๑ และให้ใช้หลักเกณฑ์นี้ในการ ประเมินผลการควบคุมภายในส าหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๑ เป็นต้นไป การควบคุมภายในเป็นกลไกที่จะท าให้หน่วยงานบรรลุวัตถุประสงค์การควบคุมภายในด้านใด ด้านหนึ่งหรือหลายด้าน ได้แก่ ด้านด าเนินงาน ด้านการรายงาน และด้านการปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ และข้อบังคับ ซึ่งการควบคุมภายในเป็นส่วนประกอบที่แทรกอยู่ในการปฏิบัติงานตามปกติของหน่วยงาน จึงเป็นสิ่งที่ต้องกระท าอย่างเป็นขั้นตอนและต่อเนื่อง ไม่ใช่ผลสุดท้ายของการกระท า บุคลากรของหน่วยงาน ผู้ก ากับกูแล ฝ่ายบริหาร ผู้ปฏิบัติงาน และผู้ตรวจสอบภายใน เป็นผู้มีบทบาทส าคัญในการท าให้มีการ ควบคุมภายในเกิดขึ้น การควบคุมภายในประกอบด้วย ๕ องค์ประกอบ ๑๗ หลักการ ดังนี้ ๑) สภาพแวดล้อมการควบคุม ๒) การประเมินความเสี่ยง ๓) กิจกรรมการควบคุม
49 ๔) สารสนเทศและการสื่อสาร ๕) กิจกรรมการติดตามผล โดยให้หน่วยงานของรัฐจัดให้มี่คณะกรรมการคณะหนึ่ง มีหน้าที่อ านวยการในการประเมินผล ควบคุมภายใน ก าหนดแนวทาง รวบรวม พิจารณากลั่นกรอง และสรุปการประเมินการควบคุมภายในใน ภาพรวม และจัดท ารายงานการประเมินองค์ประกอบการควบคุมภายใน (ปค.๔) การประเมินการควบคุม ภายในภารกิจตามแผนการด าเนินงานที่ส าคัญ (ปค.๕) ส่วนผู้ตรวจสอบภายในสอบทานการควบคุมภายใน ของหน่วยงานรัฐ (ปค.๖) โดยคณะกรรมการฯ กรณี อบต. เสนอรายงานฯ ต่อหัวหน้าหน่วยงาน และจัดส่ง ให้นายอ าเภอ และคณะกรรมการฯ ระดับอ าเภอ ส่งให้ท้องถิ่นจังหวัด ภายใน ๙๐ วัน นับแต่วันสิ้น ปีงบประมาณ ๒. การบริหารจัดการความเสี่ยง หลักเกณฑ์กระทรวงการคลังว่าด้วยมาตรฐานและหลักเกณฑ์ปฏิบัติการบริหารจัดการความ เสี่ยงส าหรับหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. ๒๕๖๒ มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๒ หน่วยงานของรัฐต้อง จัดให้มีการบริหารจัดการความเสี่ยง เพื่อให้ความเชื่อมั่นอย่างสมเหตุสมผล ต้องด าเนินการในทุกระดับของ หน่วย อย่างน้อยต้องประกอบด้วย การระบุความเสี่ยง การประเมินความเสี่ยง และการตอบสนองความ เสี่ยง หน่วยงานรัฐต้องจัดท าแผนบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างน้อยปีละครั้งและต้องมีการสื่อสารแผน บริหารจัดการความเสี่ยงกับผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย และทบทวนแผนฯ อย่างสม่ าเสมอ ให้หน่วยงานจัดให้มี ผู้รับผิดชอบ ต้องประกอบด้วยฝ่ายบริหาร และบุคลากรที่มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการจัดท ายุทธศาสตร์ และการบริหารจัดการความเสี่ยงของหน่วยงาน ทั้งนี้ ไม่ควรเป็นผู้ตรวจสอบภายในของหน่วยงาน หลักเกณฑ์การเสริมสร้างคุณภาพงานตรวจสอบภายในการควบคุมภายใน เพื่อวางแผน การ ตรวจสอบ และปฏิบัติงาน มาตรา 79 ให้หน่วยงานของรัฐจัดให้มีการตรวจสอบภายใน การควบคุมภายใน และการบริหารจัดการความเสี่ยง โดยให้ถือปฏิบัติตามมาตรฐานและหลักเกณฑ์ที่กระทรวงการคลังก าหนด องค์ประกอบของมาตรฐานการควบคุมภายใน ประกอบด้วย 1. สภาพแวดล้อมการควบคุม 5 หลักการ 2. การประเมินความเสี่ยง 4 หลักการ 3. กิจกรรมการควบคุม 3 หลักการ 4. สารสนเทศและการสื่อสาร 3 หลักการ 5. กิจกรรมการติดตามผล 2 หลักการ 1. การบริหารจัดการความเสี่ยงขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและแนวทางการประเมินความเสี่ยง กระบวนการบริหารความเสี่ยง ประกอบด้วย 1. การระบุความเสี่ยง 2. การวิเคราะห์และจัดล าดับความส าคัญของความเสี่ยง 3. การประเมินผลการควบคุมและการจัดการความเสี่ยง 4. การติดตามประเมินผล และการรายงานผล
50 5. การทบทวนการบริหารความเสี่ยง 6. การสื่อสาร นอกจากนี้ควรพิจารณาปัจจัยเสี่ยงให้ครอบคลุมความเสี่ยง 4 ประเภท 1. ความเสี่ยงด้านกลยุทธ์ 2. ความเสี่ยงด้านการปฏิบัติงาน 3. ความเสี่ยงด้านการเงิน 4. ความเสี่ยงด้านการปฏิบัติตามกฎระเบียบ ๑. บทบาทการตรวจสอบภายใน - ส่งเสริมให้งานประสบความส าเร็จหรือเพิ่มคุณค่าให้กับองค์กร ๑.๑ พัฒนาให้ทันสมัยและตรงกับความต้องการและวัตถุประสงค์ของฝ่ายบริหาร เรียกว่า การตรวจสอบเพื่อการบริหาร (Management – Oriented Audit) ๑.๒ การตรวจสอบโดยใช้แนวความเสี่ยง (Risk – Based Approach) ๑.๓ การตรวจสอบแบบมีส่วนร่วม (Participative Audit) ๑.๔ การตรวจสอบในเชิงรุกแบบก้าวหน้าและสร้างสรรค์ ๑.๕ การติดตามแนวการคิดทางการบริหารใหม่ ๑.๖ การใช้เครื่องมือทางคอมพิวเตอร์และไอทีสมัยใหม่ ๒. ลักษณะการให้บริการ ๒.๑ บริการให้ความเชื่อมั่น (Assurance Service) คือ การตรวจสอบหลักฐานต่างๆ อย่าง เที่ยงธรรม เพื่อน ามาประเมินผลอย่างเป็นอิสระในกระบวนการบริหารความเสี่ยง การควบคุมและก าหับ ดูแลกิจการที่ดีของส่วนราชการ ๒.๒ บริการให้ความปรึกษา (Consulting Service) คือ กิจกรรมการให้ค าแนะน า และ การให้บริการที่เกี่ยวข้องแก่ส่วนราชการ ลักษณะและขอบเขตของงานเป็นไปตามความตกลงร่วมกันกับส่วน ราชการ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มคุณค่า และปรับปรุงการปฏิบัติงาน ๓. การตรวจสอบผลการด าเนินงาน (Performance Auditing) ๓.๑ ความหมาย เป็นการตรวจสอบที่เน้นถึงผลงาน โดยให้ความสนใจเป็นพิเศษเกี่ยวกับ ผลงานที่เกิดขึ้นว่ามีปริมาณแค่ไหน คุณภาพอย่างไร และผลงานที่ได้ทันต่อการน าไปใช้ให้เป็นประโยชน์ หรือไม่ โดยมีผลผลิตและผลลัพธ์เป็นไปตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายหรือมาตรฐานงานที่ก าหนด อย่างมี ประสิทธิภาพ ซึ่งวัดจากตัวชี้วัดที่เหมาะสม ๓.๒ วัตถุประสงค์ - เพื่อให้ทราบว่า ผลการด าเนินงานของแผนงาน งาน/โครงการ บรรลุผลส าเร็จ ตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายอย่างมีประสิทธิผลประสิทธิภาพ ประหยัด และถูกต้องตามข้อก าหนดหรือไม่ อย่างไร - เพื่อให้ทราบว่า ผลลัพธ์และผลกระทบที่เกิดจากการด าเนินงานส่งผลใน ทางบวกหรือลบต่อองค์กรหรือต่อสาธารณชนโดยรวมหรือไม่ อย่างไร