The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by harisadee.sri, 2022-11-13 22:34:03

หน่วยที่ 3 พรบ.สิ่งแวดล้อม ป่า และสัตว์สงวน

E-book หน่วยที่ 3

เลม่ ๑๓๕ ตอนที่ ๒๗ ก หน้า ๓๒ ๑๙ เมษายน ๒๕๖๑
ราชกจิ จานุเบกษา

การจัดทํารายงานการประเมินผลกระทบส่ิงแวดล้อมสําหรับโครงการหรือกิจการหรือ
การดําเนินการของรัฐหรือท่ีรัฐจะอนุญาตให้ผู้ใดดําเนินการที่อาจมีผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ
คณุ ภาพส่ิงแวดล้อม สุขภาพ อนามัย คณุ ภาพชวี ิต หรอื สว่ นไดเ้ สยี สาํ คัญอ่ืนใดของประชาชนหรือชุมชน
หรือส่ิงแวดล้อมอย่างรุนแรง ผู้ดําเนินการหรือผู้ขออนุญาตต้องประเมินผลกระทบด้านสุขภาพ และจัดให้
มีการรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้เสียและประชาชนและชุมชนท่ีเกี่ยวข้อง ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ
และเงื่อนไขท่ีรัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการส่ิงแวดล้อมแห่งชาติประกาศกําหนด
เป็นการเพ่ิมเติมจากท่ีตอ้ งดาํ เนินการตามวรรคสองด้วย

ให้ สํ า นั ก ง า น น โย บ า ย แ ล ะ แ ผ น ท รั พ ย า ก ร ธ ร ร ม ช า ติ แ ล ะ สิ่ ง แ ว ด ล้ อ ม เส น อ ค ณ ะ ก ร ร ม ก า ร
สิ่งแวดล้อมแห่งชาติเพื่อพิจารณาทบทวนประกาศตามวรรคหน่ึงทุกรอบระยะเวลาห้าปี หรือในกรณี
ที่มคี วามจาํ เปน็ จะดาํ เนนิ การให้เรว็ กว่านน้ั ก็ได้

มาตรา ๔๙ ในกรณีที่โครงการหรือกิจการหรือการดําเนินการที่ต้องจัดทํารายงาน
การประเมินผลกระทบส่ิงแวดล้อมตามมาตรา ๔๘ เป็นโครงการหรือกิจการหรือการดําเนินการของ
หน่วยงานของรัฐหรือหน่วยงานของรัฐดําเนินการร่วมกับเอกชนท่ีต้องเสนอขอรับความเห็นชอบจาก
คณะรัฐมนตรีตามระเบียบปฏิบัติของทางราชการ ให้หน่วยงานของรัฐซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบโครงการหรือ
กจิ การหรือการดาํ เนินการน้ัน จัดทาํ รายงานการประเมนิ ผลกระทบสิ่งแวดล้อมต้ังแต่ในระยะทําการศกึ ษา
ความเหมาะสมของโครงการหรือกิจการหรือการดําเนินการ และเสนอต่อคณะกรรมการส่ิงแวดล้อมแห่งชาติ
เพ่ือเสนอความเห็นประกอบการพิจารณาของคณะรัฐมนตรี ในการพิจารณาเสนอความเห็นของ
คณะกรรมการส่ิงแวดลอ้ มแห่งชาติใหม้ ีความเห็นของคณะกรรมการผชู้ ํานาญการประกอบการพิจารณาด้วย

ในการพิจารณารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมตามวรรคหนึง่ คณะรัฐมนตรอี าจขอให้
บุคคลหรือสถาบันใดซึ่งมีความชํานาญหรือเช่ียวชาญเก่ียวกับการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม
ทําการศกึ ษาและเสนอรายงานหรอื ความเหน็ เพอ่ื ประกอบการพจิ ารณาด้วยกไ็ ด้

กรณีโครงการหรือกิจการหรือการดําเนินการท่ีต้องจัดทํารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม
ตามมาตรา ๔๘ เป็นโครงการหรือกิจการหรือการดําเนินการของหน่วยงานของรัฐที่ไม่ต้องเสนอขอรับ
ความเห็นชอบจากคณะรฐั มนตรหี รือไม่ต้องไดร้ ับอนุญาตตามกฎหมาย ให้หน่วยงานของรัฐซ่ึงเป็นผู้รบั ผดิ ชอบ
โครงการหรือกิจการหรือการดําเนินการนั้นจัดทําและเสนอรายงานการประเมินผลกระทบส่ิงแวดล้อม
ตามหลกั เกณฑ์ วธิ ีการ และเง่ือนไขทีก่ าํ หนดไวใ้ นมาตรา ๕๐ และมาตรา ๕๑/๑ ด้วยโดยอนุโลม

เลม่ ๑๓๕ ตอนท่ี ๒๗ ก หนา้ ๓๓ ๑๙ เมษายน ๒๕๖๑
ราชกจิ จานุเบกษา

ในกรณีท่ีโครงการหรือกิจการหรือการดําเนินการที่ต้องจัดทํารายงานการประเมินผลกระทบ
ส่ิ งแ ว ด ล้ อ ม ต าม ว ร รค ห น่ึ งเป็ น โค รงก าร ห รื อ กิ จ ก ารห รื อ ก ารดํ าเนิ น ก าร ด้ าน ก ารค ม น าค ม ข น ส่ ง
การชลประทาน การป้องกันสาธารณภัย โรงพยาบาล หรือท่ีอยู่อาศัย ท่ีมีความจําเป็นเร่งด่วน
เพื่อประโยชน์สาธารณะ ในระหว่างที่รอผลการพิจารณารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม
หน่วยงานของรัฐซ่ึงเป็นผู้รับผิดชอบโครงการหรือกิจการหรือการดําเนินการน้ัน อาจเสนอคณะรัฐมนตรี
เพื่ อ พิ จารณ าอ นุ มั ติ ให้ ดํ าเนิ น ก ระบ วน การห รื อ ขั้ น ต อน เพื่ อ ให้ ได้ มาซ่ึ งเอ กช น ที่ จะเป็ น ผู้ รั บ งาน นั้ น
ไปพลางก่อนได้ แต่จะลงนามผูกพันในสัญญาหรือให้สิทธิกับเอกชนผู้นั้นไม่ได้

มาตรา ๕๐ ในกรณีที่โครงการหรือกิจการหรือการดําเนินการที่ต้องจัดทํารายงาน
การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมตามมาตรา ๔๘ เป็นโครงการหรือกิจการหรือการดําเนินการท่ีจะต้อง
ได้รับอนุญาตตามกฎหมายก่อนเริ่มการก่อสร้างหรือดําเนินการ ให้ผู้ดําเนินการหรือผู้ขออนุญาตเสนอ
รายงานการประเมินผลกระทบส่ิงแวดล้อมต่อเจ้าหน้าที่ซึ่งมีอํานาจอนุญาตตามกฎหมายนั้น และต่อ
สํานักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหรือหน่วยงานของรัฐตามที่คณะกรรมการ
สิ่งแวดล้อมแห่งชาติมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าท่ีแทน ในการเสนอรายงานดังกล่าวอาจจัดทําเป็นรายงาน
ผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้นตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขท่ีรัฐมนตรีกําหนดตามมาตรา ๔๘
วรรคสอง ก็ได้

ให้เจ้าหน้าที่ซ่ึงมีอํานาจอนุญาตตามกฎหมายรอการส่ังอนุญาตสําหรับโครงการหรือกิจการหรือ
การดําเนินการตามวรรคหน่ึงไว้จนกว่ารายงานการประเมินผลกระทบส่ิงแวดล้อมจะได้รับความเห็นชอบ
หรือถือว่าได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการผู้ชํานาญการ และได้รับหนังสือแจ้งผลการพิจารณา
รายงานการประเมินผลกระทบสิง่ แวดล้อมดังกล่าวจากสํานักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและ
สง่ิ แวดลอ้ มหรือหนว่ ยงานของรัฐตามที่คณะกรรมการสงิ่ แวดล้อมแห่งชาตมิ อบหมายให้ปฏิบัตหิ น้าที่แทน

ให้สํานักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหรือหน่วยงานของรัฐ
ตามที่คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าท่ีแทนตรวจสอบรายงานการประเมินผล
กระทบส่ิงแวดล้อมและเอกสารที่เกี่ยวข้องที่เสนอมา หากเห็นว่ารายงานการประเมินผลกระทบ
ส่ิงแวดล้อมนั้นมิได้จัดทําให้ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเง่ือนไขท่ีกําหนดไว้ในมาตรา ๔๘
วรรคสอง หรือวรรคสาม หรือมีเอกสารไม่ครบถ้วน ให้สํานักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติ
และสง่ิ แวดล้อมหรือหนว่ ยงานของรฐั ตามทค่ี ณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาตมิ อบหมายใหป้ ฏิบัติหนา้ ที่แทน

เล่ม ๑๓๕ ตอนท่ี ๒๗ ก หนา้ ๓๔ ๑๙ เมษายน ๒๕๖๑
ราชกจิ จานุเบกษา

แจ้งให้ผู้ดําเนินการหรือผู้ขออนุญาตที่เสนอรายงานการประเมินผลกระทบส่ิงแวดล้อมทราบภายในสิบห้าวัน
นบั แตว่ ันที่ไดร้ บั รายงานการประเมนิ ผลกระทบส่ิงแวดลอ้ มน้นั

ในกรณีท่ีสํานักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหรือหน่วยงานของรัฐ
ตามท่ีคณะกรรมการส่ิงแวดล้อมแห่งชาติมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าท่ีแทนเห็นว่ารายงานการประเมินผล
กระทบส่ิงแวดล้อมได้จัดทําถูกต้องและมีเอกสารครบถ้วน หรือได้มีการแก้ไขเพ่ิมเติมให้ถูกต้องและ
ครบถ้วนตามวรรคสามแล้ว ให้สํานักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อมหรือ
หน่วยงานของรัฐตามที่คณะกรรมการส่ิงแวดล้อมแห่งชาติมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าท่ีแทนพิจารณาเสนอ
ความเหน็ เบื้องต้นเก่ียวกบั รายงานการประเมินผลกระทบสงิ่ แวดล้อมดงั กล่าวให้แล้วเสรจ็ ภายในสามสบิ วัน
นับแต่วันท่ีได้รับรายงานการประเมินผลกระทบส่ิงแวดล้อมน้ัน เพื่อเสนอให้คณะกรรมการผู้ชํานาญการ
พิจารณาต่อไป

ในการดําเนินการตามมาตราน้ี สํานักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม
โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการส่ิงแวดล้อมแห่งชาติอาจมอบหมายให้หน่วยงานของรัฐแห่งอ่ืน
ปฏิบัติหน้าที่แทนได้ เว้นแต่โครงการหรือกิจการหรือการดําเนินการท่ีต้องจัดทํารายงานการประเมินผล
กระทบส่ิงแวดล้อมตามวรรคหน่ึง เป็นโครงการหรือกิจการหรือการดําเนินการที่อาจมีผลกระทบ
ต่อทรัพยากรธรรมชาติ คุณภาพส่ิงแวดล้อม สุขภาพ อนามัย คุณภาพชีวิต หรือส่วนได้เสียสําคัญอื่นใด
ของประชาชนหรือชุมชนหรือสิ่งแวดล้อมอย่างรุนแรง หรือเป็นโครงการหรือกิจการหรือการดําเนินการ
ตามมาตรา ๔๙ วรรคสี่ ท้ังนี้ ตามหลักเกณฑแ์ ละวธิ ีการท่ีคณะกรรมการสิ่งแวดลอ้ มแห่งชาตปิ ระกาศกําหนด

ให้หน่วยงานของรัฐตามท่ีคณะกรรมการส่ิงแวดล้อมแห่งชาติมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าท่ีแทน
ตามวรรคห้า รายงานผลการปฏิบัติงานและการพิจารณารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมของ
คณะกรรมการผู้ชํานาญการให้คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติทราบภายในระยะเวลา และตามหลักเกณฑ์
และวธิ กี ารทีค่ ณะกรรมการส่งิ แวดล้อมแหง่ ชาตปิ ระกาศกําหนด

มาตรา ๕๑ ให้คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติแต่งตั้งคณะกรรมการผู้ชํานาญการ
เพื่อทําหน้าที่พิจารณารายงานการประเมินผลกระทบส่ิงแวดล้อม ซึ่งต้องประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิหรือ
ผู้เชี่ยวชาญในสาขาวิชาการต่าง ๆ ท่ีเก่ียวข้อง และจะต้องมีเจ้าหน้าที่ซึ่งมีอํานาจอนุญาตในกิจการ
อันเป็นสาระสําคัญสําหรับการดําเนินโครงการหรือกิจการหรือการดําเนินการนั้นตามกฎหมายร่วมเป็น
กรรมการอยดู่ ้วย

เลม่ ๑๓๕ ตอนที่ ๒๗ ก หนา้ ๓๕ ๑๙ เมษายน ๒๕๖๑
ราชกิจจานุเบกษา

หลักเกณฑ์ วิธีการ และเง่ือนไขในการแต่งตั้งกรรมการผู้ชํานาญการตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไป
ตามท่ีคณะกรรมการส่ิงแวดล้อมแห่งชาตปิ ระกาศกําหนด

ให้นําความในมาตรา ๑๖ และมาตรา ๑๗ มาใช้บังคับแก่การประชุมคณะกรรมการ
ผชู้ ํานาญการตามวรรคหนึ่งด้วยโดยอนโุ ลม

มาตรา ๕๑/๑ ให้คณะกรรมการผู้ชํานาญการพิจารณารายงานการประเมินผลกระทบ
สิ่งแวดล้อมให้แล้วเสร็จภายในสี่สิบห้าวันนับแต่วันท่ีได้รับรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม
จ าก สํ านั ก งาน น โย บ าย แ ล ะ แ ผ น ท รั พ ย าก รธ รรม ช าติ แ ล ะ ส่ิ งแ ว ด ล้ อ ม ห รื อ ห น่ ว ย งาน ข อ งรั ฐต าม ที่
คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าท่ีแทน ถ้าคณะกรรมการผู้ชํานาญการมิได้
พจิ ารณาให้แล้วเสรจ็ ภายในกําหนดเวลาดงั กล่าวใหถ้ ือว่าคณะกรรมการผชู้ าํ นาญการใหค้ วามเหน็ ชอบ

ในกรณีท่ีคณะกรรมการผู้ชํานาญการไม่ให้ความเห็นชอบ ให้ผู้ดําเนินการหรือผู้ขออนุญาตแก้ไข
เพ่ิมเติมหรือจัดทํารายงานการประเมินผลกระทบส่ิงแวดล้อมใหม่ตามแนวทาง รายละเอียด ประเด็น
หรือหัวข้อท่ีคณะกรรมการผู้ชํานาญการกําหนดภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันท่ีได้รับแจ้งผล
การพิจารณาของคณะกรรมการผู้ชํานาญการ มิฉะนั้นให้ถือว่าผู้ดําเนินการหรือผู้ขออนุญาตไม่ประสงค์
จะเสนอรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม และให้ถือว่าจบกระบวนการพิจารณารายงาน
การประเมินผลกระทบส่ิงแวดล้อม แต่ไม่ตัดสิทธิที่ผู้ดําเนินการหรือผู้ขออนุญาตจะเสนอรายงาน
การประเมินผลกระทบส่ิงแวดลอ้ มใหมต่ ามมาตรา ๕๐

เม่ือผู้ดําเนินการหรือผู้ขออนุญาตได้เสนอรายงานการประเมินผลกระทบส่ิงแวดล้อมซ่ึงได้ทํา
การแก้ไขเพมิ่ เติมหรือไดจ้ ดั ทาํ ใหม่แลว้ ใหค้ ณะกรรมการผูช้ ํานาญการพิจารณาใหแ้ ลว้ เสร็จภายในสามสบิ วัน
นับแต่วันท่ีได้รับรายงานดังกล่าว ถ้าคณะกรรมการผู้ชํานาญการมิได้พิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน
กาํ หนดเวลาดงั กลา่ ว ให้ถือวา่ คณะกรรมการผชู้ ํานาญการให้ความเหน็ ชอบ

ในกรณีคณะกรรมการผู้ชํานาญการไม่ให้ความเห็นชอบรายงานการประเมินผลกระทบส่ิงแวดล้อม
ท่ีเสนอตามวรรคสาม ให้ถือว่าจบกระบวนการพิจารณารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม
แต่ ไม่ ตั ดสิ ทธิ ที่ ผู้ ดํ าเนิ นการหรื อผู้ ขออนุ ญ าตจะเสนอรายงานการประเมิ นผลกระทบส่ิ งแวดล้ อมใหม่
ตามมาตรา ๕๐

ในกรณีที่คณะกรรมการผู้ชํานาญการให้ความเห็นชอบหรือไม่ให้ความเห็นชอบ ความเห็นของ
คณะกรรมการผ้ชู าํ นาญการให้เป็นที่สุด

เล่ม ๑๓๕ ตอนท่ี ๒๗ ก หน้า ๓๖ ๑๙ เมษายน ๒๕๖๑
ราชกิจจานุเบกษา

มาตรา ๕๑/๒ เพื่อประโยชน์ในการพิจารณารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม
ตามมาตรา ๔๙ มาตรา ๕๐ และมาตรา ๕๑/๑ ให้กรรมการผู้ชํานาญการหรือพนักงานเจ้าหน้าท่ี
ซึ่งได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการผู้ชํานาญการมีอํานาจตรวจสถานที่ท่ีเป็นท่ีต้ังของโครงการหรือ
กจิ การหรือการดําเนินการที่เสนอรายงานการประเมินผลกระทบส่ิงแวดล้อมนัน้ ได้ โดยต้องกระทําต่อหน้า
หรือดว้ ยความยินยอมของผู้ดาํ เนนิ การหรอื ผู้ขออนุญาต

มาตรา ๕๑/๓ เมื่อคณะกรรมการผู้ชํานาญการให้ความเห็นชอบ หรือในกรณีท่ีให้ถือว่า
คณะกรรมการผู้ชํานาญการให้ความเห็นชอบตามมาตรา ๕๑/๑ แล้ว ให้เจ้าหน้าท่ีซึ่งมีอํานาจอนุญาต
ตามกฎหมายนาํ มาตรการตามท่ีเสนอไว้ในรายงานการประเมนิ ผลกระทบสงิ่ แวดลอ้ มไปกาํ หนดเปน็ เงอื่ นไข
ในการส่งั อนญุ าตหรือตอ่ อายใุ บอนญุ าต โดยให้ถอื ว่าเปน็ เงือ่ นไขที่กาํ หนดตามกฎหมายในเรอ่ื งนน้ั ดว้ ย

ให้เจ้าหน้าท่ีซึ่งมีอํานาจอนุญาตตามกฎหมายนํารายงานผลการปฏิบัติตามมาตรการในวรรคหน่ึง
ที่ผู้ดําเนินการหรือผู้ขออนุญาตต้องจัดทําตามมาตรา ๕๑/๕ ไปกําหนดเป็นเง่ือนไขในการส่ังอนุญาตหรือ
ตอ่ อายใุ บอนญุ าตด้วย

มาตรา ๕๑/๔ เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติตามมาตรา ๔๙ และมาตรา ๕๐ รัฐมนตรี
โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติอาจกําหนดให้การจัดทํารายงานการประเมินผลกระทบ
สิ่งแวดล้อมตามมาตรา ๔๘ ต้องจัดทําหรือได้รับการรับรองจากผู้รับใบอนุญาตเป็นผู้จัดทํารายงาน
การประเมินผลกระทบสิง่ แวดล้อม

การขอและการออกใบอนุญาต คุณสมบัติของผู้รับใบอนุญาตเป็นผู้จัดทํารายงานการประเมินผล
กระทบสิ่งแวดล้อม การต่ออายุใบอนุญาต การออกใบแทนใบอนุญาต และการสั่งพักใช้และ
การเพิกถอนใบอนุญาต ให้เปน็ ไปตามหลกั เกณฑ์ วิธกี าร และเงือ่ นไขท่กี าํ หนดในกฎกระทรวง

มาตรา ๕๑/๕ เพ่ือประโยชน์ในการติดตามตรวจสอบและพัฒนาระบบการประเมินผล
กระทบส่ิงแวดล้อม ให้ผู้ดําเนินการหรือผู้ขออนุญาตท่ีได้จัดทํารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม
ซ่ึงได้รับอนุญาตให้ดําเนินการแล้ว จัดทํารายงานผลการปฏิบัติตามมาตรการที่กําหนดไว้ในรายงาน
การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม เสนอต่อเจ้าหน้าท่ีซ่ึงมีอํานาจอนุญาตอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง
ต าม ห ลั ก เก ณ ฑ์ แ ล ะ วิ ธี ก ารท่ี รั ฐม น ต รี โด ย ค วาม เห็ น ช อ บ ข อ งค ณ ะ ก รรม ก ารสิ่ งแ วด ล้ อ ม แ ห่ งช าติ
ประกาศกาํ หนด

เลม่ ๑๓๕ ตอนที่ ๒๗ ก หน้า ๓๗ ๑๙ เมษายน ๒๕๖๑
ราชกิจจานุเบกษา

ให้ เจ้ าห น้ าท่ี ซึ่ งมี อํ าน าจ อ นุ ญ าต รวบ รวม รายงาน ท่ี ได้ รั บ ต าม วรรค ห น่ึ งส่ งให้ สํ านั ก งาน
ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อมจังหวัดในเขตท้องท่ีนั้น หรือสํานักงานนโยบายและแผน
ทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดล้อมสําหรบั ในเขตกรงุ เทพมหานคร ภายในหกสิบวันนับแตว่ ันได้รับรายงาน

ให้สํานักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อมรวบรวมรายงานตามวรรคสอง
และจัดทํารายงานผลการปฏิบัติตามมาตรการดังกล่าวพร้อมข้อเสนอแนะและความเห็นเสนอ
ต่อคณะกรรมการสงิ่ แวดล้อมแห่งชาตอิ ยา่ งนอ้ ยปีละหนึง่ คร้งั

ในกรณีท่ีปรากฏว่าผู้ดําเนินการหรือผู้ขออนุญาตผู้ใดหลีกเล่ียงหรือมิได้ปฏิบัติตามมาตรการ
ท่ีกําหนดไว้ในรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมซึ่งเป็นเงื่อนไขในการส่ังอนุญาตหรือต่ออายุ
ใบอนุญาตตามมาตรา ๕๑/๓ ให้สํานักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม
เสนอแนะหน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ผู้มีอํานาจอนุญาตให้มีการดําเนินการทางกฎหมายเพื่อบังคับ
ให้ผู้ดําเนินการ หรือผู้ขออนุญาตปฏิบัติตามมาตรการท่ีได้กําหนดไว้ในรายงานการประเมินผลกระทบ
ส่ิงแวดล้อม ซ่ึงเป็นเงื่อนไขในการสั่งอนุญาตหรือต่ออายุใบอนุญาตให้ถูกต้อง และให้หน่วยงานของรัฐ
หรือเจ้าหน้าท่ีผู้มีอํานาจอนุญาต แล้วแต่กรณี แจ้งผลการดําเนินการให้สํานักงานนโยบายและ
แผนทรพั ยากรธรรมชาติและส่งิ แวดลอ้ มทราบภายในระยะเวลาเก้าสิบวนั

มาตรา ๕๑/๖ รายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมท่ี ได้รับความเห็นจาก
ค ณ ะ ก ร ร ม ก า ร ส่ิ ง แ ว ด ล้ อ ม แ ห่ ง ช า ติ ห รื อ ได้ รั บ ค ว า ม เห็ น ช อ บ ห รื อ ถื อ ว่ า ได้ รั บ ค ว า ม เห็ น ช อ บ จ า ก
คณะกรรมการผู้ชํานาญการสามารถนําไปใช้เพ่ือเสนอขอรับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีหรือ
ประกอบการพิจารณาอนุญาตตามกฎหมายได้เป็นระยะเวลาห้าปีนับแต่วันท่ีสํานักงานนโยบายและ
แผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหรือหน่วยงานของรัฐตามท่ีคณะกรรมการส่ิงแวดล้อมแห่งชาติ
มอบหมายให้ปฏิบัติหน้าท่ีแทนได้มีหนังสือแจ้งความเห็นของคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติหรือ
ความเห็นชอบของคณะกรรมการผชู้ าํ นาญการ แลว้ แต่กรณี

ในกรณีท่ีผู้ดําเนินการหรือผู้ขออนุญาตประสงค์จะนํารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม
ท่ีได้รับความเห็นจากคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ หรือได้รับความเห็นชอบหรือถือว่าได้รับ
ความเห็นชอบจากคณะกรรมการผู้ชํานาญการแลว้ เพ่ือเสนอขอรบั ความเห็นชอบจากคณะรฐั มนตรี หรือ
ประกอบการพิจารณาอนุญาตตามกฎหมายเมื่อพ้นระยะเวลาตามที่กําหนดในวรรคหน่ึง โครงการหรือ
กิจการ หรือการดําเนินการที่จะดําเนินการนั้นจะต้องไม่มีการดัดแปลง ขยาย ต่อเติม เพ่ิม ลด หรือ

เล่ม ๑๓๕ ตอนที่ ๒๗ ก หน้า ๓๘ ๑๙ เมษายน ๒๕๖๑
ราชกิจจานุเบกษา

เปลี่ยนแปลงที่จะมีผลกระทบหรือทําให้เกิดความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อมในพื้นท่ีและชุมชนเพ่ิมขึ้น
จากที่ระบุในรายงานการประเมินผลกระทบส่ิงแวดล้อมท่ีได้รับความเห็นจากคณะกรรมการส่ิงแวดล้อม
แห่งชาติ หรือได้รับความเห็นชอบหรือถือว่าได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการผู้ชํานาญการ หรือ
จะต้องไม่เป็นโครงการหรือกิจการหรือการดําเนินการท่ีอาจมีผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ คุณภาพ
ส่ิงแวดล้อม สุขภาพ อนามัย คุณภาพชีวิต หรือส่วนได้เสียสําคัญอ่ืนใดของประชาชนหรือชุมชนหรือ
สิ่งแวดล้อมอย่างรุนแรง และผู้ดําเนินการหรือผู้ขออนุญาตต้องทบทวนมาตรการป้องกันและแก้ไข
ผลกระทบสิ่งแวดล้อมในรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่ได้รับความเห็นหรือได้รับ
ความเห็นชอบ เสนอให้คณะกรรมการส่ิงแวดล้อมแห่งชาติหรือคณะกรรมการผู้ชํานาญการพิจารณาใหม่
แลว้ แตก่ รณี

มาตรา ๕๑/๗ ให้คณะกรรมการผู้ชาํ นาญการได้รบั เบี้ยประชุมตามที่กําหนดในพระราชกฤษฎีกา
ในการพิจารณารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมตามมาตรา ๔๙ และมาตรา ๕๑/๑
คณะกรรมการผู้ชํานาญการจะมอบหมายให้บุคคลหรือสถาบันใดได้ให้ความเห็นเพื่อประกอบการพิจารณา
รายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมของคณะกรรมการผู้ชํานาญการโดยได้รับค่าตอบแทนตามท่ีกําหนด
ในพระราชกฤษฎีกาก็ได้
บุคคลซ่ึงได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการผู้ชํานาญการตามวรรคสองจะต้องไม่เป็นข้าราชการ
หรือเจ้าหน้าท่ีหรือบุคลากรในสังกัดสํานักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม หรือ
หน่วยงานของรัฐตามท่ีคณะกรรมการส่ิงแวดล้อมแห่งชาติมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่แทน แล้วแต่กรณี
และมคี ุณสมบตั แิ ละไมม่ ีลกั ษณะตอ้ งห้ามตามท่ีคณะกรรมการสง่ิ แวดล้อมแหง่ ชาตปิ ระกาศกาํ หนด
รายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่คณะกรรมการผู้ชํานาญการจะมอบหมายให้บุคคล
ตามวรรคสองเป็นผู้ให้ความเห็นประกอบการพิจารณาได้จะต้องเป็นรายงานการประเมินผลกระทบ
ส่ิงแวดล้อมสําหรับโครงการหรือกิจการหรือการดําเนินการของรัฐหรือท่ีรัฐจะอนุญาตให้ผู้ใดดําเนินการ
ท่ีอาจมีผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ คุณภาพส่ิงแวดล้อม สุขภาพ อนามัย คุณภาพชีวิต หรือ
ส่วนได้เสียสําคัญอื่นใดของประชาชนหรือชุมชนหรือส่ิงแวดล้อมอย่างรุนแรง หรือมีความยุ่งยากซับซ้อน
หรือมีการใช้เทคโนโลยีขั้นสูง หรือต้องใช้ความรู้ความเช่ียวชาญเฉพาะด้าน ท้ังน้ี ตามท่ีคณะกรรมการ
ส่งิ แวดลอ้ มแห่งชาตปิ ระกาศกาํ หนด”

เล่ม ๑๓๕ ตอนที่ ๒๗ ก หนา้ ๓๙ ๑๙ เมษายน ๒๕๖๑
ราชกจิ จานุเบกษา

มาตรา ๖ ให้ยกเลกิ ความในมาตรา ๘๖ แหง่ พระราชบญั ญัตสิ ง่ เสริมและรกั ษาคุณภาพ
สงิ่ แวดล้อมแหง่ ชาติ พ.ศ. ๒๕๓๕ และใหใ้ ชค้ วามตอ่ ไปน้แี ทน

“มาตรา ๘๖ ในการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าท่ีตามมาตรา ๖๕ และการปฏิบัติ
หน้าท่ีของเจ้าพนักงานควบคุมมลพิษตามมาตรา ๘๒ (๑) ให้ทําต่อหน้าเจ้าของหรือผู้ครอบครองสถานท่ี
หรือยานพาหนะ ถ้าหาบุคคลดังกล่าวไม่ได้ ให้ทําต่อหน้าบุคคลอื่นอย่างน้อยสองคน ซ่ึงพนักงาน
เจา้ หนา้ ท่หี รอื เจ้าพนกั งานควบคมุ มลพษิ ไดข้ อรอ้ งใหม้ าเป็นพยาน”

มาตรา ๗ ให้ เพ่ิ มความต่อไป น้ี เป็ นมาตรา ๑ ๐ ๑ /๑ และมาตรา ๑ ๐ ๑ /๒
แห่งพระราชบญั ญัตสิ ่งเสรมิ และรกั ษาคณุ ภาพสง่ิ แวดล้อมแหง่ ชาติ พ.ศ. ๒๕๓๕

“มาตรา ๑๐๑/๑ ผู้ดําเนินการหรือผู้ขออนุญาตผู้ใดก่อสร้างหรือดําเนินโครงการหรือ
กิจการก่อนท่ีรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมตามมาตรา ๔๘ จะได้รับความเห็นชอบหรือถือว่า
ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการผู้ชํานาญการ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหน่ึงล้านบาท และ
ปรบั อีกไม่เกนิ วนั ละหนึง่ แสนบาทตลอดระยะเวลาทไ่ี มไ่ ดป้ ฏิบตั ิให้ถูกต้องหรอื หยดุ การกระทําน้นั

ถ้าการกระทําความผิดตามวรรคหนึ่งเป็นการก่อสร้างหรือดําเนินการในโครงการหรือกิจการหรือ
การดําเนนิ การใดท่ีอาจมีผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ คณุ ภาพสิ่งแวดลอ้ ม สุขภาพ อนามัย คณุ ภาพชวี ิต
หรือส่วนได้เสียสําคัญอื่นใดของประชาชนหรือชุมชนหรือสิ่งแวดล้อมอย่างรุนแรง ผู้กระทําต้องระวางโทษ
หนักกวา่ โทษท่ีกฎหมายบัญญัตใิ นวรรคหน่งึ กง่ึ หนึ่ง

มาตรา ๑๐๑/๒ ผู้ดําเนินการหรือผู้ขออนุญาตผู้ใดไม่นําส่งรายงานผลการปฏิบัติตามมาตรการ
ที่กําหนดไว้ในรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมตามมาตรา ๕๑/๕ วรรคหนึ่ง ต้องระวางโทษ
ปรับไม่เกนิ หนึ่งลา้ นบาท”

มาตรา ๘ ให้ เพิ่ มความต่อไป น้ี เป็ นมาตรา ๑ ๑ ๐ /๑ และมาตรา ๑ ๑ ๐ /๒
แห่งพระราชบญั ญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพส่ิงแวดลอ้ มแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๓๕

“มาตรา ๑๑๐/๑ ใหร้ ัฐมนตรีมีอํานาจแต่งตง้ั คณะกรรมการเปรียบเทียบในเขตกรงุ เทพมหานคร
และในส่วนภูมภิ าคได้ตามความเหมาะสม

คณะกรรมการเปรียบเทียบแต่ละคณะให้มีจํานวนสามคน และต้องแต่งตั้งจากผู้แทนสํานักงาน
อัยการสูงสุด ผู้แทนสํานักงานตํารวจแห่งชาติ และผู้แทนกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม
โดยมีวาระการดาํ รงตําแหน่งคราวละสองปี แต่เมอ่ื พน้ จากตาํ แหน่งแล้วอาจไดร้ บั แต่งตง้ั อกี ได้

เลม่ ๑๓๕ ตอนที่ ๒๗ ก หนา้ ๔๐ ๑๙ เมษายน ๒๕๖๑
ราชกิจจานุเบกษา

การพ้นจากตําแหน่งก่อนวาระ การประชุม และวิธีพิจารณาของคณะกรรมการเปรียบเทียบ

ให้เป็นไปตามทร่ี ฐั มนตรีประกาศกําหนด

มาตรา ๑๑๐/๒ บรรดาความผิดตามพระราชบัญ ญั ติน้ีที่มีโทษปรับสถานเดียวหรือ

เปน็ ความผิดท่มี โี ทษปรับหรอื จาํ คุกไมเ่ กนิ สองปี ให้คณะกรรมการเปรยี บเทยี บมีอํานาจเปรยี บเทียบได้

ในกรณีท่ีพนักงานสอบสวน เจ้าพนักงานควบคุมมลพิษ หรือพนักงานเจ้าหน้าท่ีพบว่าบุคคลใด

กระทําความผิดตามวรรคหนึ่ง และบุคคลนั้นยินยอมให้เปรียบเทียบ ให้พนักงานสอบสวน เจ้าพนักงาน

ควบคุมมลพิษ หรือพนักงานเจ้าหน้าที่ แล้วแต่กรณี ส่งเรื่องให้คณะกรรมการเปรียบเทียบภายในเจ็ดวัน

นบั แต่วันท่บี คุ คลนน้ั แสดงความยนิ ยอมใหเ้ ปรียบเทียบ

เม่ื อ ผู้ ต้ อ ง ห า ไ ด้ ชํ า ร ะ ค่ า ป รั บ ต า ม จํ า น ว น ที่ เป รี ย บ เที ย บ ภ า ย ใ น ส า ม สิ บ วั น นั บ แ ต่ วั น ท่ี มี

การเปรียบเทยี บแล้ว ให้ถือว่าคดีเลกิ กนั ตามบทบญั ญตั ิแหง่ ประมวลกฎหมายวธิ พี จิ ารณาความอาญา”

มาตรา ๙ ให้ยกเลิก ๑. ของอัตราค่าธรรมเนียมท้ายพระราชบัญญัติส่งเสริมและ

รกั ษาคณุ ภาพสง่ิ แวดลอ้ มแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๓๕

มาตรา ๑๐ ให้ยกเลิกความใน ๒. ของอัตราค่าธรรมเนียมท้ายพระราชบัญญัติส่งเสริม

และรักษาคุณภาพส่ิงแวดล้อมแหง่ ชาติ พ.ศ. ๒๕๓๕ และใหใ้ ชค้ วามต่อไปนี้แทน

“๒. ใบอนญุ าตเป็นผู้จดั ทาํ รายงาน ปีละ ๕,๐๐๐ บาท”

การประเมนิ ผลกระทบส่งิ แวดลอ้ ม

มาตรา ๑๑ ให้เพ่ิมความต่อไปน้ีเป็น ๗. ของอัตราค่าธรรมเนียมท้ายพระราชบัญญัติ

สง่ เสริมและรกั ษาคณุ ภาพส่ิงแวดลอ้ มแหง่ ชาติ พ.ศ. ๒๕๓๕

“๗. การต่ออายใุ บอนญุ าต คร้งั ละเทา่ กบั คา่ ธรรมเนยี ม

ใบอนญุ าต”

มาตรา ๑๒ ให้คณะกรรมการผู้ชํานาญการพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบ

ส่ิงแวดล้อมซ่ึงคณะกรรมการส่ิงแวดล้อมแห่งชาติแต่งต้ังข้ึนตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพ

สิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๓๕ ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะมีการแต่งต้ังคณะกรรมการผู้ชํานาญการ

พิจารณารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพ

สิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๓๕ ซ่ึงแก้ไขเพ่มิ เตมิ โดยพระราชบัญญัตนิ ี้

เลม่ ๑๓๕ ตอนที่ ๒๗ ก หนา้ ๔๑ ๑๙ เมษายน ๒๕๖๑
ราชกิจจานุเบกษา

มาตรา ๑๓ บรรดารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบส่ิงแวดล้อมสําหรับโครงการหรือ
กิจการตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๓๕ ท่ีได้ย่ืนไว้ก่อน
วันท่ีพระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ และยังอยู่ในระหว่างการพิจารณา ให้ถือว่าเป็นรายงานการประเมินผล
กระทบส่ิงแวดล้อมตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๓๕
ซึ่งแก้ไขเพ่ิมเติมโดยพระราชบัญญัติน้ี และให้ดําเนินการต่อไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กําหนด
ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๓๕ ซ่ึงแก้ไขเพิ่มเติม
โดยพระราชบัญญตั นิ ้ี

ให้รายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมสําหรับโครงการหรือกิจการตามพระราชบัญญัติ
ส่งเสริมและรักษาคุณภาพส่ิงแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๓๕ ที่คณะกรรมการผู้ชํานาญการพิจารณา
รายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมได้ให้ความเห็นชอบ หรือถือได้ว่าให้ความเห็นชอบ หรือ
ที่คณะกรรมการส่ิงแวดล้อมแห่งชาติได้ให้ความเห็นแล้ว สามารถนําไปใช้เพ่ือเสนอขอรับความเห็นชอบ
จากคณะรัฐมนตรีหรือประกอบการพิจารณาอนุญาตตามกฎหมายได้ ภายในระยะเวลาห้าปีนับแต่วันที่
พระราชบญั ญตั ินใ้ี ช้บังคบั

มาตรา ๑๔ โครงการหรือกิจการท่ีได้รับความยินยอมจากสํานักงานนโยบายและ
แผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้ปฏิบัติตามมาตรการท่ีกําหนด โดยได้รับการยกเว้นไม่ต้อง
จัดทํารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบส่ิงแวดล้อมตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพ
ส่ิงแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๓๕ ก่อนวันที่พระราชบัญญัติน้ีใช้บังคับ ให้โครงการหรือกิจการน้ันสามารถ
ดําเนินการต่อไปได้ โดยต้องปฏิบัติตามมาตรการที่ได้แสดงความยินยอมนําไปปฏิบัติและส่งรายงานผล
การปฏิบัติตามมาตรการที่กําหนดตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กําหนดตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและ
รกั ษาคุณภาพสิง่ แวดลอ้ มแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๓๕

มาตรา ๑๕ ให้ผู้รับใบอนุญาตเป็นผู้มีสิทธิทํารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม
ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพส่งิ แวดล้อมแหง่ ชาติ พ.ศ. ๒๕๓๕ เปน็ ผู้รับใบอนุญาตเป็น
ผู้จัดทํารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพ
สิ่งแวดล้อมแหง่ ชาติ พ.ศ. ๒๕๓๕ ซ่ึงแกไ้ ขเพ่ิมเตมิ โดยพระราชบญั ญัตนิ ไ้ี ดต้ อ่ ไปจนกวา่ ใบอนญุ าตจะสน้ิ อายุ

มาตรา ๑๖ บรรดาคําขอรับใบอนุญาตเป็นผู้มีสิทธิทํารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบ
สิ่งแวดล้อมตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๓๕ ท่ีได้ย่ืนไว้

เลม่ ๑๓๕ ตอนที่ ๒๗ ก หน้า ๔๒ ๑๙ เมษายน ๒๕๖๑
ราชกจิ จานุเบกษา

ก่อนวันท่ีพระราชบัญญัติน้ีใช้บังคับ ให้ถือว่าเป็นคําขอรับใบอนุญาตเป็นผู้จัดทํารายงานการประเมินผล
กระทบสิ่งแวดล้อมตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพส่ิงแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๓๕
ซ่ึงแก้ไขเพ่ิมเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ และให้พิจารณาดําเนินการตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข
ท่บี ัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตสิ ่งเสริมและรกั ษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๓๕ ซึ่งแก้ไขเพ่ิมเติม
โดยพระราชบัญญัติน้ี ทั้งนี้ การใดที่ได้ดาํ เนินการไปตามขั้นตอนโดยชอบตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและ
รักษาคุณภาพส่ิงแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๓๕ แล้ว ให้ถือว่าดําเนินการโดยชอบตามพระราชบัญญัติ
ส่งเสริมและรกั ษาคณุ ภาพสิ่งแวดลอ้ มแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๓๕ ซง่ึ แก้ไขเพิม่ เตมิ โดยพระราชบัญญัตนิ ้ี

มาตรา ๑๗ บรรดากฎกระทรวง ข้อบังคับ ระเบียบ ประกาศ หรือคําสั่งที่ออก
ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพส่ิงแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๓๕ เฉพาะที่เกี่ยวกับ
การจัดทํารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม ท่ีใช้บังคับอยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัติน้ี
ใช้บังคับ ให้ยังคงใช้บังคับได้ต่อไปเพียงเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพ
สิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๓๕ ซ่ึงแก้ไขเพ่ิมเติมโดยพระราชบัญญัติน้ีจนกว่าจะมีพระราชกฤษฎีกา
กฎกระทรวง หรือประกาศ ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ
พ.ศ. ๒๕๓๕ ซ่งึ แกไ้ ขเพม่ิ เติมโดยพระราชบญั ญตั ิน้ีใช้บงั คบั

การดําเนินการออกพระราชกฤษฎีกา กฎกระทรวง หรือประกาศตามพระราชบัญญัติน้ี
ให้ดําเนินการให้แล้วเสร็จภายในเก้าสิบวนั นับแต่วันท่ีพระราชบัญญัติน้ีใช้บังคับ หากไม่สามารถดําเนินการได้
ให้รฐั มนตรรี ายงานเหตุผลท่ีไมอ่ าจดาํ เนินการได้ต่อคณะรฐั มนตรีเพื่อทราบ

มาตรา ๑๘ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมรักษาการ
ตามพระราชบญั ญัติน้ี

ผรู้ ับสนองพระราชโองการ
พลเอก ประยทุ ธ์ จันทรโ์ อชา

นายกรัฐมนตรี

เล่ม ๑๓๕ ตอนท่ี ๒๗ ก หน้า ๔๓ ๑๙ เมษายน ๒๕๖๑
ราชกจิ จานุเบกษา

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่พระราชบัญญัติส่งเสริมและ
รักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๓๕ บัญญัติให้การจัดทํารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบ
ส่ิงแวดล้อมสําหรับโครงการหรือกิจการที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรงทั้งทางด้านคุณภาพ
ส่งิ แวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติและสุขภาพ ให้เป็นตามท่ีกําหนดในประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาตแิ ละ
ส่ิงแวดลอ้ ม อันเป็นการไม่สอดคล้องกับมาตรา ๕๘ และมาตรา ๒๗๘ ของรฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจักรไทย
ซึ่งบัญญัติให้มีการจัดทํากฎหมายที่จําเป็นเพ่ือกําหนดให้การดําเนินการใดของรัฐหรือท่ีรัฐจะอนุญาตให้ผู้ใด
ดําเนินการ ถ้าการนั้นอาจมีผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ คุณภาพส่ิงแวดล้อม สุขภาพ อนามัย
คุณภาพชีวิต หรือส่วนได้เสียสําคัญอ่ืนใดของประชาชนหรือชุมชนหรือส่ิงแวดล้อมอย่างรุนแรง ต้องดําเนินการ
ให้มีการศึกษาและประเมินผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนหรือชุมชน และจัดให้มี
การรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้เสียและประชาชนและชุมชนที่เก่ียวข้องก่อน เพ่ือนํามาประกอบ
การพิจารณาดําเนินการหรืออนุญาตตามกฎหมาย ประกอบกับกระบวนการและขั้นตอนการจัดทํา การเสนอ
และการพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบส่ิงแวดล้อมตามท่ีกําหนดไว้ในพระราชบัญญัติดังกล่าว
เป็นหลักเกณฑ์การปฏิบัติท่ีได้ใช้บังคับเป็นเวลานานแล้ว และในปัจจุบันไม่สอดคล้องกับสภาวการณ์
ท่ีเปล่ียนแปลงไป สมควรปรับปรุงบทบัญญัติเก่ียวกับการจัดทํารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม
และระบ บ ก ารวิเค ราะห์ ผ ล ก ระท บ ส่ิ งแวดล้อม ให้ ส อ ด ค ล้องกั บ บ ท บั ญ ญั ติ ของรัฐธรรม นู ญ
แห่งราชอาณาจักรไทย และเพื่อให้มีมาตรฐานอันเป็นที่ยอมรับและได้รับความเช่ือมั่นจากทุกภาคส่วน
ในการดํารงไว้ซ่ึงการรักษาคุณภาพส่ิงแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติควบคู่ไปกับการพัฒนาประเทศอย่างสมดุล
จึงจาํ เปน็ ตอ้ งตราพระราชบัญญัตินี้

สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า

สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานพครณะระกาชรรบมัญกญารตักิฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ป่าสงวนแห่งชาติ

สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี าพ.ศ. ๒๕๐๗สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

ภมู ิพลอดลุ ยเดช ป.ร.
สํานกั งานคณะกรรใมหกไ้ าวร้ กณฤษวฎนั ีกทาี่ ๑๖ เมษายนสําพน.กัศง.า๒น๕คณ๐ะ๗กรรมการกฤษฎกี า

สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สเปํานน็ กั ปงีทานี่ ๑คณ๙ะใกนรรรมัชกกาารลกปฤัจษจฎบุ กี นัา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สํานพักรงาะนบคาณทะสกมรเรดม็จกพารระกปฤษรมฎนิีกาทรมหาภูมิพลสอําดนุลกั ยงาเดนชคณมะีพกรระรบมกรมารรกาฤชษโอฎงกี กาารโปรดเกล้าฯ
ใหป้ ระกาศว่า

สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

โดยท่ีเปน็ การสมควรปรับปรงุ กฎหมายวา่ ดว้ ยการคุ้มครองและสงวนปา่

สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

จึงทรงพระกรุณาโปรดเกลา้ ฯ ให้ตราพระราชบัญญัตขิ น้ึ ไว้โดยคําแนะนําและยินยอม
สาํ นกั งานขคอณงสะภกรารรมา่ กงรารฐั กธฤรษรมฎนกี ญูา ในฐานะรัฐสสภํานาักดงงัาตนค่อณไปะนกี้รรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สํานมกั างาตนรคาณ๑ะกรรพมรกะารรกาฤชษบฎัญีกญา ัตินี้เรียกว่าสํา“นพักรงะานรคาณชบะกัญรรญมัตกาิปร่ากสฤษงวฎนีกาแห่งชาติ พ.ศ.

สํานกั งาน๒ค๕ณ๐ะ๗ก”รรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สํานมกั างาตนรคาณ๒ะก๑รรพมรกะารรกาฤชษบฎัญีกญา ัติน้ีให้ใช้บังสคําับนตกั ั้งงแานตค่วณันะถกัดรจรมากกาวรันกปฤรษะฎกีกาาศในราชกิจจา
นุเบกษาเปน็ ต้นไป

สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

มาตรา ๓ ให้ยกเลกิ

สําน(ัก๑ง)านพครณะระากชรรบมัญกญารตักิคฤษุม้ ฎคกีรอา งและสงวนปสา่ ํานพกั ุทงธานศคกั ณราะชกร๒รม๔ก๘า๑รกฤษฎีกา

(๒) พระราชบัญญัตคิ ้มุ ครองและสงวนป่า (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๔๙๖
สํานักงานคณะกรรมการกฤษ(๓ฎ)ีกพา ระราชบญั ญสัตําคิน้มุกั คงารนอคงณและกะรสรงมวกนาปรกา่ ฤ(ษฉฎบกี ับาที่ ๓) พ.ศ. ๒๔สาํ๙น๗ักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

บรรดากฎหมาย กฎ และข้อบังคับอ่ืน ในส่วนที่มีบัญญัติไว้แล้วในพระราชบัญญัตินี้
หรือซึ่งขดั หรือสแาํ ยนง้ กั กงบัานบคทณแะหก่งรพรมระกรารากชฤบษญั ฎญีกาัตนิ ี้ ใหใ้ ชพ้ ระสรําานชกับงัญานญคัตณนิ ะี้แกทรรนมการกฤษฎกี า

สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
มาตรา ๔ ในพระราชบัญญตั นิ ้ี

สาํ น“ักปงา่าน”คณหมะการยรคมวกาารมกวฤ่าษทฎ่ีีกดาิน รวมตลอดสถําึงนภักงูเาขนาคหณ้วะยกรหรมนกอางรกคฤลษอฎงกี าบึง บาง ลําน้ํา

ทะเลสาบ เกาะ และที่ชายทะเลที่ยังมไิ ดม้ บี ุคคลไดม้ าตามกฎหมาย

สํานักงานคณะกรรมการกฤษ“ฎปีก่าาสงวนแห่งชาสตําิ”นักหงมานาคยณคะวการมรวม่ากาปรก่าฤทษ่ีไฎดีก้กาําหนดให้เป็นสปาํ ่านสักงงาวนนคแณหะ่งกชรารมตกิตาารมกฤษฎกี า

พระราชบญั ญัตนิ ้ี

สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

๑ ราชกจิ จานุเบกษา เลม่ ๘๑/ตอนที่ ๓๘/หนา้ ๒๖๓/๒๘ เมษายน ๒๕๐๗

- ๒ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

“ไม้” หมายความว่า ไม้ทุกชนิดทั้งท่ีเป็นต้น กอ หรือเถา ไม่ว่ายังยืนต้นหรือล้มลง

สํานักแงลานว้ คแณละะกหรมรมากยาครวกาฤมษรฎวกีมาตลอดถงึ รากสําปนุ่มกั งตาอนคหณนะ่อกรกริ่งมกตาารกหฤัวษเฎหกี งา้า เศษ ปลายหสาํรนือักสง่วานนหคณนึ่งะสกร่วรนมใกดารกฤษฎีกา

ของไม้ ไม่ว่าจะถูกตัด ฟัน เลอื่ ย ผา่ ถาก ทอน ขุด หรือกระทําโดยวิธกี ารอ่ืนใด

ส“ําขนอกั งงปาน่าค”ณหะมการรยมคกวาารมกวฤ่าษฎส่ิงกี ตาา่ ง ๆ ทีเ่ กดิ ขส้ึนําหนรกั ืองามนอี คยณู่ในะกปรา่ รมเปกา็นรตก้นฤวษ่าฎกี า

(๑) ไมฟ้ ืน ถ่าน เปลือกไม้ ใบไม้ ดอกไม้ เมลด็ ผลไม้ หนอ่ ไม้ ชนั ไม้ และยางไม้
สาํ นักงานคณะกรรมการก(๒ฤ)ษหฎีกญาา้ อ้อ พง แขมสําปนกัรืองานคคาณกะกกรกรรมะกจาูดรกกฤลษ้วฎยีกไาม้ กูด เหด็ และสาํพนชื ักอง่นืานคณะกรรมการกฤษฎกี า

ข้ีผึง้ และมูลค้างคส(าาํ๓วน)กั ซงาานกคสณัตะวก์ ไรขรม่ หกนารังกเฤขษาฎีกนาอ งา กราม ขสนํานายักงกานรคะณดูกะกขรรนมกรังารนกกฤษคฎรีก่ังารังผึ้ง นํ้าผึ้ง

สํานักงานคณะกรรมการก(๔ฤ)ษดฎินีกาหิน กรวด ทรสาํายนกั แงรานแ่ คลณะนะก้ํามรรันมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

“สัตว์เลี้ยง” หมายความว่า ช้าง ม้า ลา ล่อ โค กระบือ แพะ แกะ และสุกร ท่ีมี

เจ้าของ สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

“ทําไม้” หมายความว่า ตัด ฟัน กาน โค่น ลิด เลื่อย ผ่า ถาก ทอน ขุด หรือชักลาก

สาํ นักไงมา้ทนี่มคณีอยะใู่กนรรปม่ากหารรกอื ฤนษําฎไกีมา้ทม่ี อี ย่ใู นปา่ อสอํากนจักางกาปนคา่ ดณ้วะยกปรรรมะกกาารรกใฤดษๆฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

“พนักงานเจ้าหน้าท่ี” หมายความว่า ผู้ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ปฏิบัติการตาม
พระราชบญั ญตั ินสี้ าํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า

“อธิบดี” หมายความวา่ อธิบดีกรมปา่ ไม้
สาํ นักงานคณะกรรมการก“ฤรษฐั มฎนีกาตร”ี หมายควสาํามนวักา่ งารนัฐคมณนะตกรรีผรู้รมกักษารากกฤาษรฎตกีาามพระราชบัญญสําตั นนิ ักี้งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
มาตรา ๕ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรรักษาการตามพระราชบัญญัติน้ี และ

สาํ นกั ใงหา้มนีอคําณนะากจรรแมตก่งาตรั้งกพฤนษักฎงกี าานเจ้าหน้าท่ีแสลําะนอักองากนกคฎณกะรกะรทรมรวกงากรกําฤหษนฎดกี คา่าธรรมเนียม สคาํ่านภักางคาหนคลณวงะแกลรระมคก่าารกฤษฎกี า

บํารุงป่าไม่เกินอัตราตามบัญชีท้ายพระราชบัญญัตินี้ และกําหนดกิจการอ่ืนเพ่ือปฏิบัติการตาม

พระราชบัญญัตินส้ี าํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

กฎกระทรวงน้ัน เมื่อไดป้ ระกาศในราชกจิ จานเุ บกษาแล้วให้ใช้บังคบั ได้

สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

หมวด ๑
สํานักงานคณะกรรมกการากรกฤษาํ หฎนกี าดป่าสงวนแห่งสชํานาตักงิ านคณะกรรมการกฤษฎกี า

สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สมําานตักรงาาน๖คณะบกรรรรดมากปาร่ากทฤ่ีเษปฎ็นีกปา่าสงวนอยู่แลส้วํานตกั างมากนคฎณหะมการยรวม่ากดาร้วกยฤกษาฎรกีคาุ้มครองและ
สงวนป่าก่อนวันทพ่ี ระราชบัญญัตนิ ี้ใชบ้ ังคบั ใหเ้ ปน็ ป่าสงวนแห่งชาตติ ามพระราชบัญญตั ิน้ี
สาํ นกั งานคณะกรรมการกเมฤ่ือษรฎัฐีกมานตรเี ห็นสมคสวํารนกกั ํางหานนคดณปะ่ากอร่ืนรมใดกเาปรก็นฤปษ่าฎสีกงาวนแห่งชาติ เพส่ือํานรักักงษาานสคภณาะพกรปร่ามไกมา้ รกฤษฎกี า
ของป่าหรือทรัพยากรธรรมชาติอ่ืน ให้กระทําได้โดยออกกฎกระทรวงซ่ึงต้องมีแผนที่แสดงแนวเขตป่า
ท่ีกําหนดเปน็ ปา่ สสงาํ วนนกั แงาหน่งคชณาตะกนิ รั้นรแมนกบารทก้าฤยษกฎฎกี การะทรวงดว้ ยสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

สาํ นักงานคณะกรรมการกมฤาษตฎรกีาา๗ การเปลสี่ยํานนแกั ปงาลนงคเณขะตกหรรรมือกกาารรกเฤพษิกฎถีกอา นป่าสงวนแสหํา่งนชักางาตนิปค่าณใะดกรไรมม่วก่าารกฤษฎกี า
ทง้ั หมดหรือบางสว่ น ให้กระทาํ ไดโ้ ดยออกกฎกระทรวง และเฉพาะกรณีที่มีการเปล่ียนแปลง หรือเพิก
ถอนบางส่วนให้มสีแาํ ผนนกั ทงาีแ่ นสคดณงะแกนรวรเมขกตาทรกี่เปฤลษย่ีฎนกี แา ปลง หรอื เพสกิ ําถนอกั นงนาน้นั คแณนะบกทรรา้ มยกกาฎรกกฤระษทฎรีกวางดว้ ย

สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

- ๓ - สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

มาตรา ๘ ให้พนักงานเจ้าหน้าท่ีจัดให้มีหลักเขตและป้ายหรือเคร่ืองหมายอื่นแสดง

สํานกั แงนานวคเขณตะปก่ารสรมงวกนารแกหฤ่งษชฎากี ตาไิ ว้ตามสมควรสเําพนื่อกั ใงหานป้ ครณะชะกาชรรนมเหกาน็ รไกดฤ้วษ่าฎเปีกน็า เขตป่าสงวนสแาํหนง่ ักชงาาตนิคณะกรรมการกฤษฎีกา

การจดั ใหม้ ีหลักเขตและปา้ ยหรือเครื่องหมายอ่นื ตามวรรคหน่ึง ให้รวมถึงการจัดการ

ซอ่ มแซมหลักเขตสแําลนะักปงาา้ นยคหณระือกเครรรมื่อกงาหรมกาฤยษอฎื่นีกาท่ีชํารุดเสียหาสยําหนรักืองาสนูญคหณาะยกดรร้วมยกแารลกะฤใษนฎกกี าารดําเนินการ

ของพนักงานเจ้าหน้าที่ให้มีหนังสือแจ้งให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กํานัน และผู้ใหญ่บ้านในท้องท่ี
สํานักทง่เีาขนตคปณ่าะสกงรวรนมกแาหรง่กชฤาษตฎนิ กี ั้นาต้ังอยเู่ พอ่ื ทรสาําบนแกั นงวานเขคตณปะ่ากสรงรวมนกาแรหกง่ ฤชษาฎตีกดิ า้วย๒ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สมาํ านตกั งราานค๙ณะใกหร้ปรมิดกปารรกะฤกษาฎศกี สาําเนากฎกระสทํารนวกั งงแานลคะณแะผกนรรทม่ีทก้าารยกกฤฎษกฎรีกะาทรวง ตาม
สาํ นักมงาานตครณา ะ๖กรวรรมรกคารสกอฤงษหฎรีกือา มาตรา ๗ ไวส้ําณนักทงาี่ทนําคกณาะรกอรํารมเภกอารหกรฤือษกฎิ่งกี อาําเภอท้องท่ีทสี่ทําํานกักางารนกคําณนะันกทร้อรมงกทาี่ รกฤษฎกี า

และทเี่ ปดิ เผยเหน็ ได้ง่ายในหมบู่ า้ นท้องท่นี นั้

สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

มาตรา ๑๐๓ ในจังหวัดใดท่ีมีป่าสงวนแห่งชาติ ให้มีคณะกรรมการคณะหน่ึง

สํานักเงราียนกควณ่าะก“รครณมกะากรกรฤรษมฎกีกาารควบคุมและสรํานักกั ษงาานปค่าณสะงกวรนรแมหกา่งรชกาฤตษิปฎรกี ะา จําจังหวัด” สปํานระักงกาอนบคณด้วะกยรรผมู้วก่าารกฤษฎีกา

ราชการจังหวัด เป็นประธานกรรมการ อัยการจังหวัด ผู้อํานวยการสํานักงานทรัพยากรธรรมชาติและ
สิ่งแวดล้อมจังหวสัดํานเักกงษานตครณแะลกะรสรมหกการรณกฤ์จษังฎหกี วาัด เจ้าพนักงสาํนานทัก่ีดงาินนจคังณหะวกัดรรปมฏกาิรรูปกทฤษ่ีดฎินีกจาังหวัด ปลัด

จังหวัด ผู้บังคับการตํารวจภูธรจังหวัด นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด ผู้แทนเทศบาลแห่งท้องท่ีท่ี
สํานักปง่าานสคงณวนะกแรหร่งมชกาารตกิตฤั้งษอฎยกี ู่จาํานวนหน่ึงคสนํานแกั ลงะานผคู้แณทะนกอรงรมคก์กาารรกบฤรษิหฎากี ราส่วนตําบลแสหาํ ่งนทัก้องางนทค่ีทณ่ีปะ่ากสรรงมวกนารกฤษฎกี า

แห่งชาตติ ง้ั อยจู่ าํ นสาํวนนักสงาามนคคนณะเกปร็นรกมรกรามรกกฤาษรฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
ในจังหวัดใดท่ีมีพื้นที่ซ่ึงอยู่ในอํานาจหน้าที่ของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และ

สํานักพงัานนธคุ์พณืชะกใหรร้มมีผกู้แารทกนฤกษรฎมีกอาุทยานแห่งชสาําตนิ กัสงัตาวน์ปค่าณะแกลระรพมกันาธร์ุพกฤืชษเปฎ็นกี ากรรมการเพ่ิมสขํา้ึนนอักงีกาหนนคึ่ณงคะนกรแรมลกะารกฤษฎีกา

จังหวัดใดที่มีพ้ืนท่ีซึ่งอยู่ในอํานาจหน้าที่ของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝ่ัง ให้มีผู้แทนกรม

ทรพั ยากรทางทะสเลาํ นแกัลงะาชนาคยณฝะั่งกเปรรน็ มกกรารรมกฤกษารฎเกีพามิ่ ขน้ึ อกี หน่ึงคสนํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ใหผ้ ้อู าํ นวยการสาํ นักจัดการทรัพยากรป่าไม้แหง่ ทอ้ งท่ที ่ีปา่ สงวนแห่งชาติตั้งอยู่ หรือ

สาํ นกั ผงทู้าน่อี คธณิบะดกมี รอรบมกหามรากยฤษเปฎ็นีกากรรมการและสเําลนขักางนาุกนาครณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

หลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกผู้แทนเทศบาลและผู้แทนองค์การบริหารส่วนตําบล
ตามวรรคหนึ่ง ใหสเ้ ําปนน็ ักไงปาตนคามณระะกเรบรยีมบกาทรร่ี กฐั ฤมษนฎตีกราีกาํ หนด สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า

สํานักงานคณะกรรมการกมฤาษตฎรีกาา๑๑๔ คณะกสรํานรกัมงกาานรคคณวะบกครรุมมแกลาระกรฤักษษฎากี ปา่าสงวนแห่งชสาําตนิปักงราะนจคําณจะังกหรวรัมดกมาี รกฤษฎกี า

อํานาจหน้าท่ี ดังตส่อํานไปกั งนา้ีนคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
(๑) กําหนดมาตรการในการควบคุมดูแล และการส่งเสริมการปลูกป่า รวมท้ังการ

สาํ นักฟงื้านนฟคูสณภะากพรรปม่ากสารงกวฤนษแฎหีก่งาชาติ ให้สอดสคําลน้อักงงกานับคแณนะวกทรรามงกทาี่อรธกิบฤษดฎีกีกําาหนด ท้ังนี้ แนสําวนทักางงาดนังคกณละ่ากวรรตม้อกงารกฤษฎกี า

กําหนดเก่ยี วกับการมสี ว่ นร่วมของประชาชนและชมุ ชนในพ้นื ทีด่ ้วย

ส(๒าํ น)ักคงวานบคคณมุ ะกการรรปมฏกิบารตั กิใฤหษเ้ ปฎกี็นาไปตามมาตราสํา๘นักแงลาะนมคาณตะรการร๙มการกฤษฎกี า

(๓) ดาํ เนินการสอบสวนและวินจิ ฉยั คําร้องตามมาตรา ๑๓

สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ส๒ํามนากั ตงราานค๘ณวะรกรครรสมอกงาเรพก่ิมฤโดษยฎพีกราะราชบญั ญตั ปิ ่าสสํางนวกั นงแาหน่งคชณาตะิก(ฉรรบมับกทา่ี ร๔ก)ฤพษ.ศฎ.กี ๒า๕๕๙
๓ มาตรา ๑๐ แก้ไขเพ่ิมเตมิ โดยพระราชบญั ญัติปา่ สงวนแห่งชาติ (ฉบบั ท่ี ๔) พ.ศ. ๒๕๕๙
สํานักงานคณะกรรมการก๔ฤมษาตฎรกี าา๑๑ แก้ไขเพิม่ เสตําิมนโักดงยาพนรคะณราะชกบรัญรมญกตั าิปร่ากสฤงษวฎนีกแหา ง่ ชาติ (ฉบับท่ี ส๔ํา)นพัก.ศงา. น๒ค๕ณ๕ะ๙กรรมการกฤษฎกี า

- ๔ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

(๔) มีหนังสือเรียกบุคคลมาให้ถ้อยคําหรือให้ส่งเอกสารท่ีเกี่ยวข้องในการสอบสวน

สาํ นักตงาามนคมณาตะรการร๑ม๓การกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

(๕) มีหนงั สือเรียกเจ้าพนักงานปกครองแห่งท้องท่ีหรือเจ้าพนักงานอื่นที่เกี่ยวข้องมา

ใหข้ อ้ มลู เพื่อประสกําอนบักกงาานรพคณิจาะรกณรรามใกนากรากรฤกษาํ ฎหีกนาดมาตรการตสาํามนกั(๑งา)นคณะกรรมการกฤษฎกี า

(๖) แต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพ่ือพิจารณาหรือปฏิบัติการอย่างหนึ่งอย่างใดตามท่ี
สํานกั มงอานบคหณมะากยรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

สมาํ านตักงราานค๑ณ๑ะ/ก๑รร๕มกใาหรก้นฤําษบฎทกี บา ัญญัติว่าด้วสยําคนณกั งะานกครณรมะกกรารรมทกา่ีมรีอกฤําษนฎาีกจาดําเนินการ
สาํ นักพงิาจนาครณณะากทรารงมปกากรคกรฤอษงฎตกี าามกฎหมายว่าสดําน้วักยงวาิธนีปคฏณิบะกัตริรรามชกกาารกรทฤษาฎงปีกากครองมาใช้บสังําคนับักงแากน่กคาณระปกรระรมชกุมารกฤษฎีกา

ของคณะกรรมการควบคมุ และรกั ษาป่าสงวนแห่งชาตปิ ระจาํ จังหวัดโดยอนโุ ลม

สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

มาตรา ๑๒๖ บุคคลใดอ้างวา่ มีสทิ ธหิ รอื ไดท้ าํ ประโยชน์ในเขตป่าสงวนแหง่ ชาติใดอยู่

สํานักกง่อานนควณันะทกี่กรฎรมกกราะรทกฤรษวงฎกีกําาหนดป่าสงวนสําแนหัก่งงชานาคตณินั้นะกใรชร้บมังกคารับกฤใหษ้ฎยื่กีนาคําร้องเป็นหนสังํานสักืองตา่อนนคณายะอกรํารเมภกอารกฤษฎกี า

แห่งท้องที่ภายในกําหนดหนึ่งร้อยย่ีสิบวันนับแต่วันท่ีกฎกระทรวงน้ันใช้บังคับ ถ้าไม่ย่ืนคําร้องภายใน
กาํ หนดดังกล่าว ใสหาํ ้ถนอืักวงา่านสคลณะสะกิทรธรหิมรกอืารปกรฤะษโยฎชกี นา ์น้ัน สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

คําร้องดังกล่าวในวรรคหน่ึง ให้นายอําเภอแห่งท้องท่ีส่งต่อไปยังคณะกรรมการ
สํานกั คงวานบคคณมุ แะกลระรรมักกษารากปฤ่าษสฎงวีกนา แหง่ ชาติประสจําํานจักังงหานวคดั ณทะ่ีปก่ารสรงมวกนาแรกหฤ่งษชฎาตกี าินั้นต้ังอยู่โดยไสมําช่ นักักชงา้านคณะกรรมการกฤษฎกี า

สคําวนากั มงาในนควณระรกครหรมนกึ่งามรกิใฤหษ้ใฎชีก้บาังคับแก่กรณสีสําิทนักธงิใานนทค่ีณดินะกทร่ีบรมุคกคาลรกมฤีอษยฎู่ตกี าามประมวล
กฎหมายทด่ี ิน

สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
มาตรา ๑๓๗ เมือ่ คณะกรรมการควบคุมและรกั ษาปา่ สงวนแหง่ ชาติประจาํ จังหวดั ได้

รับคําร้องตามมาสตาํ รนากั ง๑าน๒คณและก้วรใรหม้กสาอรบกฤสษวฎนกีตาามคําร้องน้ันสถําน้าักปงราานกคฏณวะ่ากผรรู้รม้อกงาไรดก้เฤสษียฎสกี ิทาธิหรือเสื่อม

ประโยชน์ ให้คณะกรรมการควบคุมและรักษาป่าสงวนแห่งชาติประจําจังหวัดพิจารณากําหนดค่า

สาํ นักทงดานแคทณนะใกหร้ รทมกง้ั นาร้ี กตฤาษมฎระกี เาบียบทกี่ รมป่าสไํามนก้กั ํางหานนคดณโดะกยรครวมากมาเรหกน็ฤชษอฎบกี าของกระทรวงสกาํานรักคงลางันคณะกรรมการกฤษฎกี า

ถ้าผู้ร้องไม่พอใจในค่าทดแทนที่คณะกรรมการควบคุมและรักษาป่าสงวนแห่งชาติ
ประจําจังหวัดกําหสํานนดักงผาู้รน้อคงณมะีสกิทรรธมิอกุทาธรรกณฤษ์ตฎ่อีกราัฐมนตรีภายในสกํานํากัหงนานดคหณกสะกิบรวรันมนกาับรแกตฤ่วษันฎทกี า่ีได้รับแจ้งคํา

วินจิ ฉยั ของคณะกรรมการควบคมุ และรักษาป่าสงวนแหง่ ชาตปิ ระจําจงั หวดั คาํ วินิจฉัยของรัฐมนตรีให้
สาํ นกั เงปาน็นทคณีส่ ุดะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

สมาํ านตักรงาาน๑คณ๓ะ/ก๑ร๘รมใกนากรกรฤณษีทฎี่สีก่วานราชการแลสะํานหักนง่วายนงคาณนะขกอรรงมรกัฐามรีคกวฤาษมฎปกี ราะสงค์จะใช้

สาํ นกั พงื้นานทคี่บณาะงกแรหร่งมภกาารยกใฤนษเขฎตกี ปา่าสงวนแห่งชสาําตนิเักปง็นานสคถณานะกทรี่ปรฏมกิบาัตริงกาฤนษหฎรกี ือาเพื่อประโยชนส์ขํานอักงงราัฐนอคยณ่าะงกอรื่นรมใกหา้ รกฤษฎีกา

อธิบดีโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการพิจารณาการใช้ประโยชน์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติมีอํานาจ

ประกาศกําหนดบสราํ นิเวกั ณงาดนังคกณละ่ากวรเรปม็นกบารรกิเวฤณษฎทกี ี่ทาางราชการใชส้ปํานระกั โงยานชคนณ์ภะากยรใรนมเกขาตรปกฤ่าสษงฎวกี นาแห่งชาติได้

และในบริเวณดังกล่าวมิให้นํามาตรา ๑๔ และมาตรา ๑๖ มาใช้บังคับแก่การท่ีส่วนราชการหรือ

สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

๕ มาตรา ๑๑/๑ เพ่ิมโดยพระราชบัญญัตปิ า่ สงวนแหง่ ชาติ (ฉบบั ท่ี ๔) พ.ศ. ๒๕๕๙
ส๖าํ มนาักตงราานค๑ณ๒ะแกกรไ้ รขมเพก่ิมารเตกิมฤโษดฎยกีพาระราชบญั ญัตปิ ส่าําสนงวักนงาแนหคง่ ชณาะตกิ (รฉรบมบั กทารี่ ๔ก)ฤพษ.ฎศกี. ๒า ๕๕๙
๗ มาตรา ๑๓ แกไ้ ขเพ่ิมเติมโดยพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ (ฉบบั ที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๙
สํานักงานคณะกรรมการก๘ฤมษาตฎรีกาา๑๓/๑ แกไ้ ขเพสิม่ํานเตกั มิ งโาดนยคพณระะรการชรบมัญกญารตั กิปฤ่าษสฎงวีกนาแหง่ ชาติ (ฉบับสทําี่ น๔ัก) งพา.นศค. ๒ณ๕ะ๕กร๙รมการกฤษฎีกา

- ๕ - สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า

หน่วยงานของรัฐน้ัน ๆ จําเป็นต้องกระทําเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ในการปฏิบัติงานเพื่อใช้ประโยชน์

สํานกั ใงนาพนคื้นณทะี่นกน้ั รรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

การใช้พื้นท่ีตามวรรคหน่ึง ถ้าท่ีดินในบริเวณที่ทางราชการใช้ประโยชน์มีแนวเขตทับ

ที่ดินซึ่งบุคคลได้รสับาํ นปกัรงะาโนยคชณนะ์ตการมรมมกาาตรรกาฤษ๑ฎ๔ีกาอยู่แล้ว ให้กาสรํารนับกั ปงารนะคโยณชะนกร์ในรมทก่ีดาินรกสฤ่วษนฎทีก่ีเาป็นบริเวณท่ี

ทางราชการใช้ประโยชน์นั้นสิ้นสุดลง เม่ือพ้นกําหนดสามร้อยหกสิบวันนับแต่วันที่ประกาศกําหนด
สํานกั บงรานิเวคณณดะังกกรรลมา่ กวาเปรกน็ ฤบษรฎิเวีกณา ทที่ างราชกาสรําในชกั ้ปงรานะคโยณชะนก์รรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

คณะกรรมการพสิจกําาานรรกั ณใงาชาน้พกคา้ืนณรทะใกชี่ตร้ปารรมมะกวโารยรรกชคฤนษห์ใฎนนกีเึ่งขาตใปห่้าเปส็งนวไนปแตสหาํา่งนมชกัหางตลานิักกคําเณกหณะนกดฑรโร์ดมวยกิธปาีกรรกาะฤรกษาแฎศีกลใาะนเรงา่ือชนกไิจขจทาี่

สาํ นกั นงเุาบนกคษณาะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎกีหามวด ๑/๑ สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า
คณะกรรมการพจิ ารณาการใชป้ ระโยชน์ในเขตปา่ สงวนแหง่ ชาติ๙

สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

สมําานตกั รงาาน๑คณ๓ะ/ก๒ร๑ร๐มกใาหรก้มฤีคษณฎะกี กา รรมการคณสะําหนนักง่ึงาเนรียคณกวะ่ากร“รคมกณาะรกกฤรษรฎมีกกาารพิจารณา
การใช้ประโยชน์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ” ประกอบด้วย ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ
สาํ นกั สง่ิงาแนวคดณละ้อกรมรมเปกา็นรปกรฤะษธฎาีกนากรรมการ อสธําิบนดกั ีกงารนมคทณระัพกยรารกมกรทารากงฤทษะฎเีกลาและชายฝ่ัง อสธาํ ิบนดักีงการนมคทณระัพกยรรามกกรารกฤษฎกี า
ธรณี อธิบดีกรมอสาํุทนยกั างนานแคหณ่งะชการตรมิ สกัตารวก์ปฤ่าษฎแกี ลาะพันธ์ุพืช ผู้แสทํานนักกงารนะคทณระวกงรกรลมากโาหรกมฤษผฎู้แกีทานกระทรวง
เกษตรและสหกรณ์ ผแู้ ทนกระทรวงมหาดไทย และกรรมการผู้ทรงคณุ วฒุ ซิ ่ึงรัฐมนตรีแตง่ ตัง้ จากผู้ซง่ึ มี
สํานักคงวานาคมณรู้ะกครวรามมกสารากมฤาษรฎถีกาความเช่ียวชสาํานญกั งแานลคะณปะรกะรสรมบกกาารกรฤณษ์เฎปีก็นาท่ีประจักษ์ใสนํานดัก้างนากนคาณรอะกนรุรรักมกษา์ รกฤษฎกี า
ทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดลอ้ ม จาํ นวนสีค่ น เป็นกรรมการ

สใาํหน้อักธงิบานดคเี ปณ็นะกกรรรรมมกกาารรกแฤลษะฎเกีลาขานกุ าร สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

สาํ นักงานคณะกรรมการกมฤาษตฎรีกาา๑๓/๓๑๑ กรสรํามนกักงาารนผคู้ทณระงกครุณรมวกุฒาริตก้อฤงษมฎีคกี ุณา สมบัติและไมส่มํานีลักักงษานณคะณตะ้อกงรหรม้ากมารกฤษฎกี า

ดงั ตอ่ ไปนี้ ส(๑าํ น)กั มงสีานญั คชณาะตกิไรทรยมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

(๒) มีอายุไม่ต่าํ กวา่ สามสิบหา้ ปีบรบิ รู ณ์
สาํ นักงานคณะกรรมการก(๓ฤ)ษไฎมกี ่เาปน็ บุคคลล้มลสะําลนากั ยงานคคนณไระ้คกวรารมมสกาารมกาฤรษถฎหีกราือคนเสมอื นไสรค้าํ นวักางมาสนาคมณาะรกถรรมการกฤษฎีกา

ส(าํ๔น)ักไงมาน่เคคยณไะดก้รรับรมโทกษารจกําฤคษุกฎโีกดายคําพิพากษาสถํานึงกัทงี่สาุดนคใหณ้จะํากครรุกมเกวา้นรกแฤตษ่เปฎกี็นาโทษสําหรับ
ความผิดทีไ่ ด้กระทาํ โดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ

สาํ นักงานคณะกรรมการก(๕ฤษ) ฎไมีก่เาป็นผู้ดํารงตําสแําหนักนง่งาทนาคงณกะากรรเรมมือกงารสกมฤษาชฎิกีกาสภาท้องถิ่นหสราํ ือนผักู้บงารนิหคาณระทก้อรงรมถกิ่นารกฤษฎกี า

กรรมการหรอื ผดู้ ํารงตําแหนง่ ซึ่งรบั ผดิ ชอบในการบริหารพรรคการเมอื ง ท่ีปรึกษาพรรคการเมือง หรือ

เจา้ หน้าทีพ่ รรคกาสราํ นเมักอื งางนคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า

สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

๙ หมวด ๑/๑ คณะกรรมการพิจารณาการใช้ประโยชน์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ มาตรา ๑๓/๒
ถึงมาตรา ๑๓/๙ เพสมิ่ ําโนดักยงพารนะคราณชะบกญั รญรมตั กิปาา่ รสกงฤวษนฎแหีก่งาชาติ (ฉบบั ที่ ๔ส)ําพน.กัศง. า๒น๕ค๕ณ๙ะกรรมการกฤษฎกี า

๑๐ มาตรา ๑๓/๒ เพ่มิ โดยพระราชบญั ญตั ปิ า่ สงวนแห่งชาติ (ฉบบั ท่ี ๔) พ.ศ. ๒๕๕๙
สํานกั งานคณะกรรมการก๑๑ฤษมาฎตีกราา ๑๓/๓ เพมิ่ โดสยําพนรกั ะงราานชคบณัญะญกตัริปรม่าสกงาวรนกแฤหษง่ ฎชีกาาติ (ฉบบั ท่ี ๔) พ.สศํา.น๒ัก๕ง๕าน๙คณะกรรมการกฤษฎกี า

- ๖ - สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

มาตรา ๑๓/๔๑๒ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิต้องไม่เป็นผู้มีส่วนได้เสียในกิจการหรือใน

สํานักธงุรากนคิจณเกะี่ยกวรรกมับกทารรกัพฤยษาฎกีกราธรรมชาติแลสําะนสักิ่งงแานวคดณล้อะกมรซรม่ึงอกาารจกขฤัดษหฎกีรืาอแย้งต่อประสโยํานชักนง์สาน่วคนณระวกมรหรมรกือารกฤษฎกี า
ประโยชนข์ องทางราชการ

สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

มาตรา ๑๓/๕๑๓ กรรมการผู้ทรงคณุ วุฒมิ ีวาระการดํารงตาํ แหนง่ คราวละสองปี
สาํ นักงานคณะกรรมการกในฤษกฎรณกี าีท่ีกรรมการผสู้ทํานรักงคงาุณนควุณฒะิพก้นรรจมากกาตรกําฤแษหฎนกี ่งาก่อนวาระ ใหส้ผาํ ู้ไนดัก้รงับานแคตณ่งะตก้ังรแรทมกนารกฤษฎกี า

แตตําแว่ หารนะ่งทที่เ่ีวห่าลงือออยยสู่ใน่ไูํามนต่ถกั ํางึงแาเหกนา้คนสณ่งิบเะทวก่านัรกรจมับะกวไามารรแ่ กะตฤท่งษตี่เฎหง้ั ีกลกาือรรอมยกู่ขาอรงผกู้ทรรรงมสคํากณุนาักรวงผุฒาู้ทนแิ รคทงณนคะกุณกไ็ รวดรุฒ้มิซก่ึางรไดกฤ้แษตฎ่งตีกั้างไว้แล้ว เว้น

สํานกั งานคณะกรรมการกเมฤื่ษอฎคกี ราบกําหนดตาสมํานวกั างรานะคใณนะวกรรรรคมกหานรก่ึงฤษหฎาีกกายังมิได้มีการสแํานตัก่งงตานั้งคกณระรกมรกรมากรารกฤษฎีกา
ผู้ทรงคุณวุฒิขึ้นใหม่ ให้กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซ่ึงพ้นจากตําแหน่งตามวาระน้ันอยู่ในตําแหน่งเพื่อ

ดาํ เนินงานตอ่ ไปจสนาํ นกกัวง่าากนรครณมะกการรรผมทู้ กรางรคกณุฤษวฎฒุ กี ซิ างึ่ ไดร้ บั แต่งตัง้สใําหนมัก่เงขาน้ารคับณหะกนรา้ รทมี่ การกฤษฎกี า

สํานักงานคณะกรรมการกมฤาษตฎรีกาา๑๓/๖๑๔ กสรํารนมักกงาานรคผณู้ทะรกงรครุณมกวาุฒรกิซฤึ่งษพฎ้นีกจาากตําแหน่งตสาํานมักวงาารนะคอณาะจกไรดรม้รักบารกฤษฎกี า

แตง่ ตั้งอีกได้ แต่จะดํารงตําแหนง่ ติดตอ่ กันเกินสองวาระมไิ ด้
สใาํนนกักรงาณนีคทณี่กะรกรรมรกมกาารรผกู้ทฤษรฎงคกี ุาณวุฒิพ้นจากสตํานํากัแงหานนค่งณกะ่อกนรรวมากราะรกใฤหษ้คฎณีกาะกรรมการ

พิจารณาการใชป้ ระโยชน์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติประกอบด้วยกรรมการทั้งหมดเท่าท่ีมีอยู่จนกว่าจะมี
สํานกั กงาารนแคตณง่ ะตกัง้ รกรรมรกมารกกาฤรษผฎทู้ ีกรางคณุ วฒุ ติ ามมสาําตนรกั างา๑น๓คณ/๕ะกวรรรรมคกสารอกงฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

สมําานตักรงาาน๑ค๓ณ/ะ๗ก๑ร๕รมกนาอรกกฤจษากฎกกี าารพ้นจากตําแสหํานนกั ่งงตาานมควณาะรกะรรกมรกรามรกกาฤรษผฎู้ทกี รางคุณวุฒิพ้น

สํานักจงาากนตคําณแะหกนรร่งมเกมาื่อรกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

(๑) ตาย

ส(๒าํ น)ักลงาานอคอณกะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า

(๓) รัฐมนตรีให้ออกเพราะบกพร่องต่อหน้าท่ี มีความประพฤติเสื่อมเสียหรือหย่อน

สํานักคงวานามคสณาะมการรรถมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

(๔) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามอย่างหน่ึงอย่างใดตามมาตรา ๑๓/๓ หรือ
มีส่วนไดเ้ สยี ตามมสาาํ ตนักรางา๑นค๓ณ/๔ะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า

สํานักงานคณะกรรมการกมฤาษตฎราีกา๑๓/๘๑๖ คณสะํานกักรงรามนกคาณระพกิจรารรมณกาารกกาฤรษใฎชีก้ปาระโยชน์ในเขตสําปน่าักสงงาวนนคแณหะ่งกชรรามตกิมาี รกฤษฎีกา

อาํ นาจหนา้ ที่ ดังตสอ่ํานไปักงนา้ีนคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
(๑) เสนอแนะมาตรการและแนวทางในการใช้ประโยชน์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติต่อ

สํานกั รงัฐามนนคณตระีกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

(๒) พิจารณาให้ความเห็นชอบให้ใช้พื้นที่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติตามมาตรา ๑๓/๑

มาตรา ๑๖ และมสาําตนรกั างา๒น๐คณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

สํานักงานคณะกรรมการก๑๒ฤษมาฎตีกราา ๑๓/๔ เพม่ิ โดสยําพนรักะงราานชคบณัญะญกัตรปิรม่าสกงาวรนกแฤหษ่งฎชกี าาติ (ฉบับที่ ๔) พ.สศํา.น๒ัก๕ง๕าน๙คณะกรรมการกฤษฎกี า
๑๓ มาตรา ๑๓/๕ เพ่ิมโดยพระราชบญั ญัติปา่ สงวนแหง่ ชาติ (ฉบบั ท่ี ๔) พ.ศ. ๒๕๕๙
ส๑ํา๔นมกั างตารนาค๑ณ๓ะ/ก๖รรเพม่ิมกโาดรยกพฤรษะฎรีกาชาบัญญตั ปิ า่ สงวสนําแนหักง่ งชาานตคิ (ณฉบะบักรทรี่ ๔มก) าพร.ศก.ฤ๒ษ๕ฎ๕ีก๙า
๑๕ มาตรา ๑๓/๗ เพมิ่ โดยพระราชบัญญัติปา่ สงวนแหง่ ชาติ (ฉบบั ที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๙

สาํ นักงานคณะกรรมการก๑๖ฤษมาฎตีกราา ๑๓/๘ เพมิ่ โดสยําพนรักะงราานชคบณญั ะญกัตรปิรมา่ สกงาวรนกแฤหษ่งฎชกี าาติ (ฉบบั ที่ ๔) พ.สศํา.น๒ัก๕ง๕าน๙คณะกรรมการกฤษฎีกา

- ๗ - สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

(๓) กําหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการใช้พื้นที่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ

สํานักขงอานงคสณ่วนะกรรารชมกกาารรหกฤรษือฎหีกนา่วยงานของรสัฐํานกกั างราขนอคอณนะกุญรารตมแกาลระกกฤาษรฎอีกนาุญาตให้เข้าทสําาํ ปนัรกะงาโนยคชณนะ์หกรรือรมอกยาู่ รกฤษฎกี า

อาศัยในเขตป่าสงวนแห่งชาติ และการบํารุงป่าหรือปลูกสร้างสวนป่าหรือไม้ยืนต้นในเขตป่าเสื่อม

โทรม สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

(๔) เสนอแนะการกาํ หนดคา่ ตอบแทนการอนญุ าตตามมาตรา ๒๐ ตอ่ รัฐมนตรี
สํานักงานคณะกรรมการก(๕ฤ)ษฎแกีตา่งตั้งคณะอนุกสรํารนมักงกาานรคเพณื่อะกพริจรมารกณารากหฤษรือฎปีกาฏิบัติการอย่าสงหาํ นนักึ่งงอานยค่างณใะดกตรารมมกทา่ี รกฤษฎกี า

มอบหมาย ส(าํ๖น)ักปงาฏนิบคัตณิกะากรรอรม่ืนกใาดรตกาฤมษทฎ่ีบกี าัญญัติไว้ในพรสะํารนาักชงาบนัญคญณะัตกินรี้รหมรกือารดกําฤเนษฎินีกกาารอื่นตามท่ี

สํานักคงณานะครณัฐะมกนรตรรมหีการรอื กนฤาษยฎกีกราฐั มนตรมี อบหสมํานายักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สมําานตกั รงาาน๑คณ๓ะ/ก๙ร๑ร๗มกใาหรก้นฤําษบฎทกี บา ัญญัติมาตรสาําน๑กั ๑ง/า๑นคมณาะใกชร้บรมังกคาับรกแฤกษ่กฎาีกราประชุมของ
คณะกรรมการพจิ ารณาการใชป้ ระโยชน์ในเขตป่าสงวนแหง่ ชาตโิ ดยอนุโลม

สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

หมวด ๒
สํานักงานคณะกกรรามรคกาวรบกคฤมุ ษแฎลีกะารักษาป่าสงวสนําแนหกั ่งงชานาคตณิ ะกรรมการกฤษฎีกา

สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

สมําานตักงราานค๑ณ๔ะ๑ก๘รรมในกาเขรกตฤปษ่าฎสีกงาวนแห่งชาติสหําน้ากัมงมาินใหค้ณบุคะกครลรมใดกยารึดกถฤือษคฎีกราอบครองทํา
ประโยชน์หรืออยู่อาศัยในที่ดิน ก่อสร้าง แผ้วถาง เผาป่า ทําไม้ เก็บหาของป่า หรือกระทําด้วย

สาํ นักปงรานะคกณาระใกดรรๆมกอานั รเกปฤน็ ษกฎาีกราเส่อื มเสียแก่สสภํานาพกั งปา่านสคงณวะนกแรหรม่งชกาารตกิ เฤวษ้นฎแกี ตา่ สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

(๑) ทําไม้หรือเก็บหาของป่าตามมาตรา ๑๕ เข้าทําประโยชน์หรืออยู่อาศัยตาม

มาตรา ๑๖ มาตรสาาํ น๑กั ๖งานทควณิ หะกรือรรมมากตารรากฤ๑ษ๖ฎีกตารี กระทําการสตํานามักงมาานตครณาะก๑ร๗รมใกชา้ปรรกะฤโษยฎชกี นา์ตามมาตรา

๑๘ หรอื กระทาํ การตามมาตรา ๑๙ หรอื มาตรา ๒๐

สํานกั งานคณะกรรมการก(๒ฤ)ษทฎกีําไามห้ วงห้ามหรสอื ําเนกัก็บงหานาคขณองะปกรา่ รหมวกงาหรา้กมฤตษาฎมกี กาฎหมายวา่ ดว้ สยําปนา่ ักไงมา้นคณะกรรมการกฤษฎกี า

สมาํ านตักรงาาน๑คณ๕ะกกรารรมทกาํารไกมฤ้หษรฎือีกกาารเก็บหาขอสงําปน่าักใงนาเนขคตณปะ่ากสรรงมวกนาแรหก่ฤงชษาฎตีกิใาห้กระทําได้

เมื่อได้รบั ใบอนญุ าตจากพนักงานเจา้ หนา้ ที่ หรอื เม่ือพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ประกาศอนุญาตไว้เป็นคราว
สาํ นกั ๆงาในนคเณขตะกปร่ารสมงกวานรแกหฤษง่ ชฎาีกตาแิ หง่ หน่งึ แหง่ สใําดนโกัดงยาเนฉคพณาะะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

สกาํ านรักองนานุญคาณตะใกหรเ้ รปม็นกไาปรตกฤามษแฎบกี าบ ระเบยี บแลสะําวนิธักกี งาารนทคีก่ณําะหกนรรดมใกนากรฎกฤกษระฎทีกราวง

สํานกั งานคณะกรรมการกมฤาษตฎราีกา๑๖๑๙ อธบิ ดสโี ําดนยักคงวานามคเณหะน็ กชรอรมบกขาอรงกคฤณษฎะกีการรมการพจิ ารสณาํ นากักงาารนใชค้ปณระะกโรยรมชกนา์ รกฤษฎีกา

ในเขตป่าสงวนแหง่ ชาติมอี ํานาจอนุญาตให้บุคคลหน่ึงบุคคลใดเข้าทําประโยชน์หรืออยู่อาศัยในเขตป่า

สงวนแห่งชาติได้ สใาํนนกกั รงณานดี คงั ณต่อะกไปรรนมี้ การกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า

สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ส๑ํา๗นมกั างตารนาค๑ณ๓ะ/ก๙รรเพม่มิกโาดรยกพฤรษะฎรกีาชาบัญญตั ปิ า่ สงวสนําแนหัก่งงชาานตคิ (ณฉบะบักรทร่ี ๔มก) าพร.ศก.ฤ๒ษ๕ฎ๕ีก๙า
๑๘ มาตรา ๑๔ แกไ้ ขเพม่ิ เติมโดยพระราชบญั ญตั ปิ า่ สงวนแห่งชาติ (ฉบับท่ี ๓) พ.ศ. ๒๕๒๘
สํานักงานคณะกรรมการก๑๙ฤษมาฎตกี ราา ๑๖ แกไ้ ขเพิ่มสเําตนมิ กั โดงายนพครณะระากชรบรัญมญกาตั รปิ กา่ ฤสษงวฎนกี แาห่งชาติ (ฉบบั ทส่ี ๔ําน) ักพง.ศาน. ๒ค๕ณ๕ะก๙รรมการกฤษฎีกา

- ๘ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

(๑) การเข้าทําประโยชน์หรืออยู่อาศัยในเขตป่าสงวนแห่งชาติคราวละไม่น้อยกว่าห้า

สํานกั ปงีแานตค่ไณม่เะกกินรรสมากมาสริบกฤปษี ใฎนีกการณีที่ผู้รับอนสุญํานาักตงเาปน็นคสณ่วะนกรรารมชกกาารรกหฤรษือฎหกี นา่วยงานของรสัฐาํ นจักะงอานนุญคณาตะกโดรรยมใกหา้ รกฤษฎีกา

ยกเว้นค่าธรรมเนยี มท้งั หมดหรือบางส่วนตามท่ีเหน็ สมควรกไ็ ด้

ส(๒ําน)ักกงาานรเคขณ้าะทกํารปรมระกโายรกชฤนษ์เกฎี่ยีกวากับการทําเหสมําือนงกั แงราน่ตคาณมกะกฎรหรมมากยารวก่าฤดษ้วฎยีกแาร่คราวละไม่

เกินสิบปีโดยให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องขอรับใบอนุญาตเก็บหาของป่า และไม่ต้องเสียค่าภาคหลวงของป่า
สํานักตงาามนคพณระะรการชรมบกัญารญกัตฤินษ้ีฎสีกําาหรบั แร่ ดินขาสวํานหักรงอืานหคนิ ณแะกลรว้ รแมตก่การรณกฤี ษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

เงื่อนไขท่ีคณะกรสรกาํมานกรกั ขางอรานพอคนิจณาุญระาณกตราแรกมลากะรากใราชกร้ปฤอษรนะฎญุ โีกยาาชตนต์ใานมเวขรตรปค่หาสสนําง่งึนวักนใหงแา้เหนปค่ง็นชณไาปะตกติกรารํามมหหกนลาดรักกโเดฤกยษณปฎฑีกร์ะาวกิธาีกศาใรนแรลาชะ

สาํ นักกงจิานจคานณเุ ะบกกรษรมาการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สมําานตักรงาาน๑ค๖ณะทกวริร๒ม๐กาในรกกฤรษณฎีทกี ่ีปา ่าสงวนแห่งชสาําตนิทักงั้งาหนมคดณหะรกือรรบมากงาสร่วกนฤมษีสฎภกี าาพเป็นป่าไร่

ร้างเก่า หรือท่งุ หญ้า หรอื เป็นปา่ ทไี่ ม่มไี ม้มคี ่าข้ึนอยู่เลย หรือมีไม้มีค่าท่ีมีลักษณะสมบูรณ์เหลืออยู่เป็น

สํานกั สง่วานนคนณ้อะยกรแรลมะกาปร่ากนฤั้ษนฎยีกาากที่จะกลับฟสื้นําคนืนกั งดาีตนาคมณธะรกรรรมมชกาาตริกฤทษ้ังฎนีก้ี าโดยมีสภาพตสาาํ มนักหงลาักนคเกณณะกฑร์แรมลกะารกฤษฎกี า

เง่อื นไขทีร่ ฐั มนตรกี ําหนด โดยอนุมตั ิคณะรฐั มนตรี ให้ถือว่าปา่ สงวนแห่งชาติในบริเวณดังกล่าวเป็นป่า
เสอ่ื มโทรม สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า

ถ้าทางราชการมีความจําเป็นต้องปรับปรุงฟ้ืนฟูสภาพป่าเส่ือมโทรม ให้รัฐมนตรี
สาํ นักปงรานะคกณาศะกกาํรรหมนกดาเรขกตฤปษ่าฎเีกสาอ่ื มโทรมท้งั หสมําดนหกั รงอืานบคาณงสะว่กนรรเปมก็นาเรขกตฤปษรฎบั กี ปารุงปา่ สงวนแหส่งําชนาักตงาิ นคณะกรรมการกฤษฎกี า

สใาํนนเักขงตาปนรคับณปะกรุรงรปม่ากสางรวกนฤแษหฎ่งีกชาาติ ถ้าบุคคลสใํดานไักดง้เขาน้าคทณําปะกรระรโมยกชานร์หกฤรษือฎอกียาู่อาศัยในเขต
ดงั กลา่ วอย่แู ล้วจนถึงวันท่ีประกาศกําหนดตามวรรคสอง

สาํ นักงานคณะกรรมการก(๑ฤ)ษฎเมีกื่อาบุคคลดังกล่าสวํานร้อักงงาขนอคณและกะรอรธมิบกดารีหกรฤือษผฎู้ซีกึ่งาอธิบดีมอบหมสาาํ ยนเักหง็นานวค่าณบะุคกครลรนมกั้นารกฤษฎีกา

ยังมีความจําเป็นเพ่ือการครองชีพ อธิบดีหรือผู้ซ่ึงอธิบดีมอบหมายมีอํานาจอนุญาตเป็นหนังสือให้

บคุ คลดังกลา่ วทาํ สปาํ รนะักโงยาชนนคแ์ณละะกอรรยม่อู กาาศรยักตฤษ่อไฎปกี ใานที่ทีไ่ ด้ทําปรสะําโนยกั ชงนาน์หครณืออะกยรอู่ รามศกัยาอรกยฤแู่ ษลฎ้วนกี าัน้ ได้ แต่ต้อง

ไม่เกินยี่สิบไร่ต่อหน่ึงครอบครัว และมีกําหนดเวลาคราวละไม่น้อยกว่าห้าปี แต่ไม่เกินสามสิบปี ท้ังน้ี

สาํ นักโงดายนไคดณร้ ะบั กกรารรมยกกาเรวก้นฤคษา่ฎธีกรารมเนียมสําหรสบัํานคกั รงาาวนแครณกะคกรรรามวกตาอ่ รกๆฤษไปฎตีก้อางเสียค่าธรรมสเนํานยี ักมงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

(๒) บุคคลซึ่งได้รับอนุญาตตาม (๑) อาจขออนุญาตปลูกป่าหรือไม้ยืนต้นในที่ท่ีตน
เคยทําประโยชนส์หํารนือกั องยานู่อคาณศัะยกใรนรเมขกตาปรกรัฤบษปฎรกีุงาป่าสงวนแห่งชสําานตักิเพงา่ิมนเคตณิมะจการกรทมก่ีไดาร้รกับฤอษนฎุญีกาาตแล้ว โดย

พิสูจน์ให้เห็นว่าตนมีความสามารถ และมีเคร่ืองมือหรืออุปกรณ์ที่จะปลูกป่า หรือไม้ยืนต้นตามที่ขอ
สาํ นักเงพา่ิมนนคณ้ันไะดก้รอรมธิบกาดรีหกรฤือษผฎู้ซกี า่ึงอธิบดีมอบหสมําานยักมงาีอนําคนณาะจกอรนรุญมกาาตรเกปฤ็นษหฎนกี าังสือให้ปลูกป่าสหาํ นรักืองไามน้ยคืนณตะ้นกไรดรม้แกตา่ รกฤษฎีกา

ต้องไม่เกินสามสสิบาํ นหัก้างไารน่ตค่อณหะนกรึ่งรคมรกอาบรกคฤรษัวฎแีกาละมีกําหนดเสวําลนาักคงารนาควณละะกไรมร่นม้อกายรกกวฤ่าษหฎ้าีกปาี แต่ไม่เกิน
สามสบิ ปี และต้องเสียค่าธรรมเนยี มตามท่ีกฎหมายกําหนดไว้

สาํ นกั งานคณะกรรมการกกฤาษรไฎดีก้ราับอนุญาตตามสําวนรกัรคงาสนาคมณมะกิใหรร้ถมือกวา่ารเกปฤ็นษกฎาีกราได้มาซ่ึงสิทธิใสนาํ ทน่ีัดกงินาตนาคมณปะรกะรมรมวกลารกฤษฎกี า

กฎหมายทดี่ ิน

สใําหน้บักุคงาคนลคซณ่ึงะไดกร้รรับมอกนารุญกาฤตษตฎากี มาวรรคสาม (๑ส)ํานแกัลงะาน(๒คณ) ไะดก้รรับรมยกกาเรวก้นฤคษ่าฎภีกาาคหลวงและ

คา่ บํารุงปา่ สาํ หรับไมท้ ่ีได้ปลูกข้นึ ภายในท่ีดนิ ทไ่ี ด้รบั อนุญาต

สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สํานักงานคณะกรรมการก๒๐ฤษมาฎตีกราา ๑๖ ทวิ เพ่ิมโสดํายนพกั รงะารนาคชบณญั ะกญรัตริปม่ากสางรวกนฤแษหฎ่งชกี าาติ (ฉบบั ที่ ๓) พส.ศาํ น. ัก๒ง๕า๒น๘คณะกรรมการกฤษฎีกา

- ๙ - สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า

บุคคลซ่ึงได้รับอนุญาตต้องใช้ประโยชน์ในท่ีดินตามหลักเกณฑ์และเง่ือนไขใน

สํานกั รงะานเบคียณบะกทร่ีอรธมิบกาดรีกกําฤหษนฎกีดาและจะให้บสุคําคนลักองาื่นนนคอณกะกจรารกมบกุคารคกลฤใษนฎคกี ราอบครัวเข้าทสําําปนรักะงาโนยคชณนะ์ใกนรทร่ีดมกินารกฤษฎกี า

ดังกลา่ วมไิ ด้

สใาํนนกกั รงณานีทค่ีบณุคะคกรลรซม่ึงกไาดร้รกับฤอษนฎุญกี าาตละทิ้งไม่ทําสปํานรักะงโายนชคนณ์หะรกือรไรมม่อกยารู่อกาฤศษัยฎใกีนาท่ีดินท่ีได้รับ

อนุญาตติดต่อกันเกินระยะเวลาสองปี หรือยินยอมให้บุคคลอื่นนอกจากบุคคลในครอบครัวเข้าทํา
สํานกั ปงรานะคโยณชะนกร์ รหมรกือาไรมก่ปฤษฏฎิบกี ัตาิตามหลักเกณสําฑน์แักงลาะนเคงณ่ือนะกไรขรใมนกราะรเกบฤียษบฎีกทา่ีอธิบดีกําหนดสําในหัก้องาธนิบคดณีหะรกือรรผมู้ซก่ึงารกฤษฎีกา

อธบิ ดมี อบหมายมสีอํานาํ กันงาาจนเคพณิกะถกอรนรมกการารอกนฤญุ ษาฎตกี นาัน้ สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สํานักงานคณะกรรมการกมฤาษตฎราีกา๑๖ ตรี๒๑ ในสํากนรักณงาีทนี่บคุคณคะลกซรรึ่งมไดก้ารรับกอฤนษุญฎีกาาตตามมาตรา ส๑าํ ๖นักทงาวนิ ถคึงณแะกก่ครรวมากมารกฤษฎีกา
ตาย ให้บุคคลในครอบครัวซ่ึงอาศัยอยู่กับผู้ได้รับอนุญาตมีสิทธิอยู่อาศัยหรือทําประโยชน์ในท่ีดินนั้น

ต่อไปได้ แต่ไมเ่ กินสําหนนกั ่ึงงราอ้นยคแณปะดกรสรบิ มวกันารนกับฤแษตฎ่วกี นั าทผี่ ไู้ ด้รบั อนุญสาํานตักถงึงาแนกคค่ ณวะากมรตรามยการกฤษฎีกา

ถ้าสามี ภรรยา บุตรคนหน่ึงคนใดหรือบุคคลในครอบครัวซึ่งอาศัยอยู่กับผู้ได้รับ

สาํ นักองนานุญคาณตะแกลระรมผกู้ไดาร้รกับฤอษนฎุญกี าาตได้ระบุไว้เปสํา็นนหกั นงาังนสคือณตะากมรแรมบกบาทรกี่อฤธษิบฎดกี ีกาําหนดให้เป็นผสําู้สนืบักสงิทานธคิแณละะกหรนรม้ากทาี่ รกฤษฎกี า

ของตนประสงค์จะอยู่อาศัยหรือทําประโยชน์ในท่ีดินนั้นต่อไป ให้ย่ืนคําขออนุญาตต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่ง
อธิบดีมอบหมายสภําานยกั ใงนานหคนณึ่งระ้อกรยรแมปกดาสรกบิ ฤวษันฎนีกบั าแต่วันท่ผี ไู้ ด้รสับําอนนกั งุญาานตคถณงึ ะแกกร่ครมวกามารตกาฤยษฎกี า

เม่ือได้ยื่นคําขออนุญาตตามวรรคสองแล้ว ให้บุคคลตามวรรคหน่ึงอยู่อาศัยหรือทํา
สํานกั ปงรานะคโยณชะนก์ตรร่อมไปกาไรดกต้ ฤาษมฎทีก่อี าธบิ ดีหรอื ผู้ซึ่งสอําธนบิ ักดงามี นอคบณหะมการยรมอกนาุญรกาฤตษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา
มาตรา ๑๗ เพื่อประโยชน์ในการศกึ ษาหรือวจิ ยั ทางวิชาการ อธิบดีมีอํานาจอนุญาต

สาํ นกั เงปา็นนหคณนังะกสรือรแมกก่การรกะฤทษรฎวกีงาทบวง กรมหสรําือนบักุคงาคนลคอณื่นะใกดรใรหม้กการระกทฤําษกฎากี ราอย่างหน่ึงอย่าสงํานใดักใงนานเขคตณปะ่ากสรรงมวกนารกฤษฎีกา

แห่งชาติได้ ตามระเบียบที่อธิบดีกําหนดโดยอนุมัติรัฐมนตรี และเมื่อรัฐมนตรีเห็นสมควรจะสั่งยกเว้น

ค่าธรรมเนยี ม ค่าสภาํ านคักหงาลนวคงแณละะกครร่ามบกาํ ารรุงกปฤ่าษกฎ็ไีกดา้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สาํ นกั งานคณะกรรมการกมฤาษตฎราีกา๑๘๒๒ อธิบดสีมํานีอักํางนาานจคอณอะกกรระรมเบกียารบกกฤาษรฎใกีชา้ประโยชน์ในเขสตํานปัก่างสานงวคนณแะหกร่งรชมากตาิ รกฤษฎกี า
โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา ในเร่อื งดงั ตอ่ ไปน้ี
ส(๑าํ น)กั กงาานรเคขณ้าะไปกรกรมารกผารา่ กนฤหษรฎือกี กาารใช้ทาง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
(๒) การนาํ หรือปล่อยสตั วเ์ ลย้ี งเข้าไป

สํานกั งานคณะกรรมการกรฤะษเบฎียกี บา ตามวรรคหสนําึ่งนักจงะาในชค้บณังะคกับรรใมนกเขารตกปฤ่าษสฎงีกวานแห่งชาติแหส่ํางนใดักใงหาน้ปครณะะกการศรมณการกฤษฎีกา
ทีว่ า่ การอําเภอ ทสที่ าํ าํนกักางรานกคาํ นณันะกแรลรมะกทาที่ รํากกฤาษรฎผีกู้ใาหญบ่ า้ นในท้อสงําทน่ทีักง่ปี าา่นสคงณวะนกแรหรมง่ ชกาารตกิแฤหษ่งฎนีก้ันาต้งั อยู่

สาํ นกั งานคณะกรรมการกมฤาษตฎรีกาา๑๙ เพ่ือปรสะําโนยกั ชงนาน์ในคณกาะรกครรวมบกคารุมกฤดษูแฎลีกราักษาหรือบํารสุงํานปัก่างสางนวคนณแะหก่งรรชมากตาิ รกฤษฎีกา

อธิบดีมีอํานาจสั่งเป็นหนังสือให้พนักงานเจ้าหน้าท่ีหรือเจ้าหน้าที่ของกรมป่าไม้ กระทําการอย่างหนึ่ง

อยา่ งใดในเขตป่าสสาํงนวกันงแาหนคง่ ชณาะตกไิ รดร้มการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

๒๑ มาตรา ๑๖ ตรี เพิม่ โดยพระราชบัญญัตปิ ่าสงวนแห่งชาติ (ฉบบั ท่ี ๓) พ.ศ. ๒๕๒๘
สํานักงานคณะกรรมการก๒๒ฤษมาฎตีกราา ๑๘ แก้ไขเพมิ่ สเําตนมิ ักโดงายนพครณะระากชรบรัญมญกาตั รปิ กา่ ฤสษงวฎนกี แาหง่ ชาติ (ฉบบั ทส่ี ๓ําน) ักพง.ศาน. ๒ค๕ณ๒ะก๘รรมการกฤษฎกี า

- ๑๐ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

มาตรา ๑๙/๑๒๓ ให้อธิบดีโดยอนมุ ัตริ ัฐมนตรีมีอํานาจกําหนดอัตราและวางระเบียบ

สํานกั เงกา่ียนวคกณับะกการรรมเกก็บารคก่าฤบษรฎิกกี าารหรือค่าตอบสแําทนกันงสาํานหครณับะกการรรมทกี่พานรกักฤงษาฎนกีเจา้าหน้าท่ีได้ใหส้บาํ รนิกักางราหนครือณใะหก้ครรวมากมารกฤษฎกี า

สะดวกต่าง ๆ แก่ประชาชนในเขตป่าสงวนแหง่ ชาติ

สคํา่านบกั งราิกนาครณหะรกือรรคม่ากตาอรกบฤแษทฎนีกทา ี่เก็บได้ตามสวํารนรักคงหานนคึ่งณใะหก้เรกร็มบกราักรษกฤาษไวฎ้ใกี ชา้จ่ายในการ

บํารุงรกั ษาป่าสงวนแหง่ ชาติตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่อธบิ ดกี ําหนดโดยอนุมัตริ ฐั มนตรี
สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

๑๖ ทวิ ให้อธิบดสมีโาํ ดานตยกั รงคาาวนา๒คมณ๐เะ๒หก๔็นรรชใมนอกกบารรขณกอฤีงทษคี่ปฎณ่าีกสะางกวรนรแมหก่งาชราพตสิจิใําาดนรมกั ณีสงาภานกาคพาณรเะปใกช็นร้ปรปรม่าะกเสโายรื่อกชมฤนโษท์ใฎนรกี มเาขตตาปม่ามสางตวรนา

สาํ นกั แงหาน่งคชณาตะิมกรีอรํามนกาาจรอกฤนษุญฎากี ตาเป็นหนังสือใสหํา้บนุคักคงาลนหคนณึ่งะบกุครรคมลกใาดรทกําฤกษาฎรกี บาํารุงป่าหรือปสลําูกนสักรง้าางนสควณนะปก่ารหรมรกือารกฤษฎกี า
ไม้ยืนตน้ ในเขตปา่ เสือ่ มโทรมได้ภายในระยะเวลาและตามเงื่อนไขที่กําหนดในหนังสืออนุญาต โดยเสีย

ค่าตอบแทนตามทสร่ีํานัฐักมงนาตนรคีปณระะกกรารศมกกาาํ รหกนฤดษฎแีกตา่ในกรณีที่จะอสนํานุญกั างตานใหค้เณกะินกหรนรม่ึงกพาันรไกรฤ่ตษ่อฎรีกาาย ต้องได้รับ

ความเห็นชอบจากคณะกรรมการพิจารณาการใช้ประโยชน์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ และได้รับอนุมัติ

สํานักจงาากนคคณณะะกรรฐั รมมนกตารรกี ฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

การขออนญุ าตและการอนุญาตตามวรรคหน่ึง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และ
เงื่อนไขท่ีคณะกรสราํมนกกั างรานพคิจณาระณกรารกมากราใรชก้ปฤษระฎโีกยาชน์ในเขตป่าสสํางนวกันงแาหนค่งชณาะตกิกรรํามหกนาดรกโดฤยษปฎกีระา กาศในราช

กจิ จานเุ บกษา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สมําานตักรงาาน๒ค๑ณะกใบรรอมนกุญารากตฤทษําฎไกี มา้หรือเก็บหาขสอํางนปัก่างาในนคเขณตะปกร่ารสมงกวานรแกหฤษ่งชฎากี ตาิตามมาตรา
๑๕ ให้ใช้ได้ภายในระยะเวลาท่ีระบุไว้ในใบอนุญาต ตามระเบียบท่ีอธิบดีกําหนด ซ่ึงต้องไม่เกินหน่ึงปี

สํานักนงับานแคตณ่วันะกอรอรกมใกบารอกนฤุญษาฎตกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

การต่ออายุใบอนุญาตให้เป็นไปตามแบบ ระเบียบและวิธีการท่ีกําหนดใน

กฎกระทรวง สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สาํ นักงานคณะกรรมการกมฤาษตฎราีกา๒๒ ในกรณใีสบํานอักนงญุ านาคตณสญูะกหรารยมหการรือกถฤกู ษทฎําีกลาาย ใหย้ ืน่ คาํ ขสอําในบักแงทานนคใณบะอกนรุญรมากตารกฤษฎกี า

ต่อพนกั งานเจา้ หนา้ ที่
สกําานรักองาอนกคใณบะแกทรรนมใกบาอรกนฤุญษาฎตีกาให้เป็นไปตาสมําแนบกั งบานรคะณเบะกียรบรมแกลาะรวกิธฤีกษฎารีกทา ี่กําหนดใน

กฎกระทรวง สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สมําานตกั รงาาน๒ค๓ณะกใรบรอมนกุญารากตฤทษฎี่อีกอากให้ตามมาตสรําาน๑ักง๕านจคะณโอะกนรกรันมไกดาร้ตก่อฤเษมฎื่อีกไดา้รับอนุญาต
จากพนักงานเจา้ หนา้ ที่
สํานกั งานคณะกรรมการกกฤาษรโฎอีกนาใบอนุญาตใหสเ้ ําปน็นักไงปานตคามณระะกเรบรียมบกาแรลกะฤวษธิ ฎีกกี าารท่กี ําหนดในกสฎาํ นกักรงะาทนรควณงะกรรมการกฤษฎีกา

สมําานตักรงาาน๒คณ๔ะกผรู้รรมับกใบารอกนฤษุญฎาีกตาหรือหนังสืออสนํานุญักางาตนตคาณมะพกรระรมรากชารบกัญฤษญฎัตกี ินาี้ ต้องจัดให้

คนงาน ผู้รับจ้างหรือผู้แทนของผู้รับใบอนุญาตหรือหนังสืออนุญาตมีใบคู่มือสําหรับทําการตามท่ีได้รับ

สาํ นกั องนานุญคาณตะกตรารมมแกบาบรกรฤะษเฎบกี ยี าบและวธิ ีการทสํากี่ นําักหงนานดคในณกะฎกรกรรมะกทารรวกงฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

๒๓ มาตรา ๑๙/๑ เพม่ิ โดยพระราชบญั ญัตปิ า่ สงวนแห่งชาติ (ฉบับท่ี ๔) พ.ศ. ๒๕๕๙
สาํ นักงานคณะกรรมการก๒๔ฤษมาฎตกี ราา ๒๐ แก้ไขเพ่ิมสเําตนิมกั โดงายนพครณะระากชรบรญั มญกาตั รปิ ก่าฤสษงวฎนีกแาหง่ ชาติ (ฉบบั ทสี่ ๔าํ น) ักพง.ศาน. ๒ค๕ณ๕ะก๙รรมการกฤษฎีกา

- ๑๑ - สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

มาตรา ๒๕ เม่ือได้กําหนดป่าใดเป็นป่าสงวนแห่งชาติและรัฐมนตรีได้แต่งตั้ง

สํานกั พงานนักคงณาะนกเรจร้ามหกานร้ากทฤ่ีษผฎู้คกีวาบคุมและรักษสําานปกั ่างสานงควณนะแกหร่งรมชกาาตรินก้ัฤนษแฎลีก้วา ให้พนักงานสเจาํ น้าักหงนาน้าคทณี่มะีอกํารนรมากจารกฤษฎกี า

ดงั ตอ่ ไปนี้

ส(ํา๑น)ักสงั่งานใหค้ผณู้หะกนรึ่งรผมู้ใกดาอรอกกฤจษาฎกกี ปา ่าสงวนแห่งชสาําตนิกั หงรานือคใหณ้งะดกเรวร้นมกกาารรกกฤรษะฎทีกําาใด ๆ ในเขต

ป่าสงวนแห่งชาติ ในกรณีท่ีมีข้อเท็จจริงปรากฏหรือเหตุอันควรสงสัยว่า มีการกระทําผิดตาม
สาํ นักพงรานะคราณชะบกัญรรญมกตั าินร้ีกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

อ่นื ใดแก่สิง่ ที่เป็นสอ(๒ํานั น)ตักสรงาั่งายนเปคห็นณรหะอื นกสรัง่งิรสทมือ่ีทกใาาํหรใ้ผกหู้กฤเ้ สรษะ่อืฎทมกี ําสาผภิดาตพ่อในพเรขะตรปาส่าชําสบนงกััญวงนญานแัตคหินณ่งี้ ชระาก้ือตรถริภอมานกยาใแรนกกเฤ้ไวขษลหฎารทกี ือาก่ี ทําําหปนรดะใกหา้ ร

สํานกั งานคณะกรรมการก(๓ฤ)ษฎยึดกี าทําลาย ร้ือถสอํานนกัแงกา้ไนขคหณระือกทรรํามปกราะรกกาฤรษอฎ่ืนีกาเม่ือผู้กระทําผสิดํานไมัก่ปงาฏนิบคัตณิตะากมรร(ม๒ก)ารกฤษฎกี า
ไมป่ รากฏตัวผกู้ ระทาํ ผิดหรอื รตู้ วั ผกู้ ระทําผิดแตห่ าตัวไม่พบ

สถาํ ้านพักนงาักนงคาณนะเกจร้ารหมนก้าารทก่ีไฤดษ้ปฎฏกี ิบาัติการอย่างหสนําึ่นงอักยงา่านงคใดณดะังกกรรลม่ากวารแกลฤะษไฎดกี้เสาียค่าใช้จ่าย

เพ่ือการน้ัน ให้ผู้กระทําผิดชดใชห้ รอื ออกคา่ ใชจ้ า่ ยน้ันท้งั หมด หรอื ใหพ้ นกั งานเจา้ หน้าทีน่ ําทรัพย์สินที่

สํานกั ยงึดานไวค้ไณดะ้อกอรรกมขกาายรทกฤอษดฎตกี ลาาดหรือขายโสดํายนวกั ิธงีอาน่ืนคตณาะมกทรี่รเหม็กนาสรมกฤคษวฎรกี เาพ่ือชดใช้ค่าใชส้จาํ น่าักยงนา้ันนคแณละะกใรหรม้นกําารกฤษฎกี า

ความในมาตรา ๑๓๒๗ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาใช้บังคับแก่เงินท่ีได้จากการขาย
ทรพั ย์สินนน้ั โดยอสนํานุโลกั มงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

(๔) ดําเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดท่ีเห็นสมควร ท้ังน้ี เพื่อป้องกันหรือบรรเทาความ
สํานักเงสาียนหคาณยะแกกรป่รมา่ กสางรวกนฤแษหฎง่ กี ชาาติในกรณที มี่ สเี ําหนตกั ฉุ งกุานเฉคนิณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า
มาตรา ๒๖ การจับกุม ปราบปรามผู้กระทําผิดตามพระราชบัญญัติน้ี ให้พนักงาน

สํานกั เงจา้านหคนณ้าะทกี่เรปร็นมพกานรักกงฤาษนฎฝีก่าายปกครองหรสือําตนํากั รงวาจนคตณาะมกปรรระมมกวารลกกฤฎษหฎมกี าายวธิ ีพิจารณาสคําวนาักมงอาานญคณา ะกรรมการกฤษฎกี า

สมาํ านตกั รงาานค๒ณ๖ะ/ก๑ร๒ร๕มกใาหรก้พฤนษักฎงีกาานเจ้าหน้าท่ีมสําีอนํากั นงาานจคยณึดะหกรรือรมอกาายรัดกบฤษรรฎดีกาาไม้ ของป่า

อปุ กรณ์ เครอื่ งมอื เครื่องใช้ สัตว์พาหนะ ยานพาหนะ หรือเครื่องจักรกลใด ๆ ท่ีบุคคลได้มาหรือได้ใช้

สาํ นักใงนากนาครณกะรกะรทรมําคกวารากมฤผษิดฎหกี ราือมีเหตุอันควสรําสนงักสงัยานว่าคไณดะ้ใกชร้ใรนมกกาารรกกรฤะษทฎําีกคาวามผิด หรือเสปํา็นนักองุปากนรคณณ์ใะหกร้ไดรม้รกับารกฤษฎกี า

ผลในการกระทําความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ ไว้เพ่ือเป็นหลักฐานในการพิจารณาคดีได้จนกว่าจะมี
คําสงั่ เด็ดขาดไม่ฟสอ้ ํางนคกั ดงาีหนรคือณจะนกกรวร่ามคกดารจี กะฤถษึงฎทีก่ีสาดุ ทง้ั นี้ ไม่วา่ สทํารนพักั งยาส์ นนิ คนณั้นะจกะรรเปมก็นาขรอกงฤผษู้กฎรีกะาทําความผิด

หรือของผู้มีเหตุอันควรสงสัยว่าเป็นผู้กระทําความผิดหรือไม่ และเม่ือได้มีการฟ้องคดีให้นําความใน
สํานักมงาาตนคราณะ๓ก๕รรวมรกราครสกฤอษงแฎลกี ะาวรรคสามมาสใชํานบ้ ักังงคาับนคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

สใํานนกักรงาณนีทคณ่ีมีะคกํารสร่ังมเกดา็ดรกขฤาษดฎไีกมา่ฟ้องคดี ถ้าเสจํา้านขกั องางนหครณือะผกู้ครรรมอกบาครกรฤอษงฎมกีิไาด้ร้องขอรับ
ทรัพย์สินคืนภายในกําหนดหกเดือนนับแต่วันทราบหรือถือว่าได้ทราบคําส่ังให้คืนทรัพย์สินแก่ผู้มีสิทธิ

สาํ นกั ขงอานรับคณทระกัพรยรส์มินกคารืนกนฤนั้ษจฎากี กาเจา้ พนกั งานสทํา่มี นอี กั าํ งนานาคจณยดึะกไวร้รใมหก้ทารรกัพฤยษ์สฎนิ ีกนา้ันตกเปน็ ของแสผํานน่ ักดงนิานคณะกรรมการกฤษฎกี า

ในกรณีที่มีคําส่ังเด็ดขาดไม่ฟ้องคดี และไม่ปรากฏหลักฐานว่ามีบุคคลผู้เป็นเจ้าของ

ทรัพย์สนิ ดงั กล่าวสใําหนกัเ้ รงิ่มานนคบั ณระะกยระรเมวกลาารตกาฤมษวฎรีกราคสองตั้งแตว่ ันสทํานม่ี ักีคงําาสน่งัคเณด็ดะกขรารดมไกมาฟ่ รอ้กฤงคษดฎีกี า

สํานักงานคณะกรรมการกมฤาษตฎรกีาา๒๖/๒๒๖ ในสกํารนณกั งีทานรคัพณยะ์สกินรทรมี่ยกึดาหรกรือฤษอฎายกี ัาดไว้ตามมาตรสาําน๒ัก๖ง/าน๑ควณระรกครหรมนก่ึงารกฤษฎกี า

มิได้เป็นของผู้กระทําความผิดหรือของผู้มีเหตุอันควรสงสัยว่าเป็นผู้กระทําความผิด ให้พนักงาน
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

๒๕ มาตรา ๒๖/๑ เพ่ิมโดยพระราชบัญญัตปิ ่าสงวนแหง่ ชาติ (ฉบับท่ี ๔) พ.ศ. ๒๕๕๙
สํานกั งานคณะกรรมการก๒๖ฤษมาฎตีกราา ๒๖/๒ เพ่ิมโดสยําพนรกั ะงราานชคบณัญะญกัตริปรม่าสกงาวรนกแฤหษง่ ฎชกี าาติ (ฉบับที่ ๔) พ.สศาํ .น๒ัก๕ง๕าน๙คณะกรรมการกฤษฎีกา

- ๑๒ - สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

เจ้าหน้าท่ีโดยอนุมัติรัฐมนตรีคืนทรัพย์สินหรือเงิน แล้วแต่กรณี ให้แก่เจ้าของก่อนถึงกําหนดตาม

สํานกั มงาานตคราณะ๒ก๖ร/ร๑มกวารรรกคฤหษฎนกี่งึ ไาด้ ในกรณีดังสตําอ่ นไักปงนา้ีนคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

(๑) เม่ือทรัพย์สินนั้นไม่จําเป็นต้องใช้เป็นพยานหลักฐานในการพิจารณาคดีที่เป็น

เหตุให้ทรัพยส์ ินนสั้นําถนูกักยงาึดนหครณือะอการยรัดมกหารรกือฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า

(๒) เม่ือผู้กระทําความผิดหรือผู้มีเหตุอันควรสงสัยว่าเป็นผู้กระทําความผิดได้
สํานักทงรานพั คยณ์สะินกนรั้นรมมกาาจรากกฤผษู้เฎปีก็นาเจ้าของโดยกสารํานกกัรงะาทนาํ คคณวะากมรผริดมทกาารงกอฤาษญฎาีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สมาํ านตักรงาาน๒คณ๖ะ/ก๓ร๒ร๗มกถาร้ากทฤรษัพฎยกี ์สาินที่ยึดหรืออสาํายนัดักไงวา้นตคามณมะการตรรมากา๒ร๖กฤ/ษ๑ฎวีกรารคหน่ึง จะ

สาํ นกั เงปา็นนคกณาระเกสร่ียรมงกตา่อรคกวฤษามฎเีกสาียหาย หรือคส่าํานใชกั ้จงา่านยคใณนะกการรรเมกก็บารรกักฤษษาฎจกี ะาเกินค่าของทสราํัพนยัก์สงาินนคอณธะิบกดรีรอมากจารกฤษฎกี า
ดําเนนิ การ ดังตอ่ ไปน้ี

ส(๑ําน)กั จงดัานกคาณรขะากยรหรมรกอื าจรํากหฤนษ่าฎยกี ทารัพย์สนิ ก่อนสคํารนบกั กงาํานหคนณดะเวกลรรามตกามารมกาฤตษรฎากี ๒า ๖/๑ วรรค

สอง เมอ่ื ได้เงนิ เป็นสทุ ธเิ ท่าใดให้ยดึ ไว้แทนทรพั ยส์ ินน้ัน หรอื

สาํ นกั งานคณะกรรมการก(๒ฤ)ษฎถกี้าาการนําทรัพยส์สําินนทกั งี่ยาึดนหคณรือะกอรารยมัดกไาวร้ไกปฤใษชฎ้ปกี ราะโยชน์จะเป็สนํากนาักรงบานรครณเทะากครรวมากมารกฤษฎกี า

เสียหายหรือค่าใช้จ่ายในการเก็บรักษาก็ให้นําทรัพย์สินน้ันไปใช้เพื่อประโยชน์ของทางราชการได้ตาม
ระเบียบทีอ่ ธิบดีกสาํ าํหนนกั ดงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

สํานักงานคณะกรรมการกมฤาษตฎรกีาา๒๖/๔๒๘ ผู้ใสดํากนรกั ะงาทนําคหณระือกลระรมเวก้นารกกาฤรษกฎรีกะาทําด้วยประกสาาํรนใดักงโดานยคมณิชะอกบรดรม้วกยารกฤษฎกี า

กฎหมายอันเป็นสกาํ นากัรงทาํานลคณายะกหรรรือมเกปา็รนกเฤหษตฎุใกี หา้เกิดการทําลสาํานยกั หงารนือคทณําะใกหรร้สมูญกาหรากยฤหษฎรืีกอาเสียหายแก่
ทรัพยากรธรรมชาตใิ นเขตป่าสงวนแห่งชาติ ผู้นั้นมีหน้าท่ีต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายตามมูลค่าท้ังหมด

สาํ นกั ขงอานงทคณรพั ะกยรารกมรกธารรรกมฤชษาฎตกี ิทาถ่ี กู ทาํ ลาย สูญสําหนาักยงาหนรคือณเะสกยี รหรมายกไาปรกนฤน้ั ษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

สมําานตกั รงาาน๒ค๖ณ/ะ๕กร๒ร๙มกใานรกกาฤรษดฎํากี เานินคดีอาญาแสกําน่ผักู้ฝง่าาฝนืนคพณระะกรรรามชกบาัญรกญฤัตษินฎ้ีกี เาม่ือพนักงาน

อัยการย่ืนฟ้องคดอี าญา ให้เรยี กค่าเสียหายตามมาตรา ๒๖/๔ ไปในคราวเดยี วกัน

สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

มาตรา ๒๗ เม่ือปรากฏว่าผู้รับใบอนุญาตหรอื หนงั สืออนุญาต คนงาน ผรู้ ับจา้ ง หรอื
ผู้แทนของผู้รับใบสอํานนักุญงาานตคหณระือกหรนรมังกสาือรอกนฤษุญฎาีกตากระทําผิดต่อสพํานระักรงาานชคบณัญะญกรัตรินมกี้หารรือกกฤฎษฎกีกระา ทรวง หรือ

เงื่อนไขในใบอนุญาตหรือหนังสืออนุญาต ซึ่งออกตามพระราชบัญญัตินี้ อันอาจเป็นการเสียหายอย่าง
สาํ นักรง้าายนแครณงะกใรหร้พมนกาักรงกาฤนษเฎจกี้าาหน้าที่มีอํานาสจํานสักั่งงเปาน็นคหณนะังกสรืรอมใกหา้พรักกฤใชษ้ใฎบีกอานุญาตหรือหสนาํ ันงสักืองาอนนคุญณะากตรไรดม้ กมาี รกฤษฎีกา

กาํ หนดไมเ่ กนิ หกสสาํบิ นวกั นั งานนบั คแณตะ่วกนั รทรมี่อกอากรคกําฤสษั่งฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า
คําส่ังพักใช้ใบอนุญาตหรือหนังสืออนุญาตตามวรรคหน่ึง อธิบดีมีอํานาจสั่งเพิกถอน

สาํ นกั คงําานสคั่งหณระือกรเพรมิ่มกหารรือกฤลษดฎรกีะายะเวลาที่สั่งพสักํานใชัก้ใงบานอคนณุญะากตรรหมรกือาหรกนฤังษสฎือกีอานุญาตได้ตามสทํา่ีเนหัก็นงสานมคคณวะรกแรรตม่ใกนารกฤษฎกี า

กรณที ่ีมคี าํ สงั่ เพม่ิ ระยะเวลาดงั กล่าวน้ัน จะเพมิ่ ไดไ้ ม่เกินหนึง่ รอ้ ยย่ีสิบวนั

สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ส๒ํา๗นมกั างตารนาค๒ณ๖ะ/ก๓รรเพม่ิมกโาดรยกพฤรษะฎรีกาชาบญั ญตั ปิ ่าสงวสนําแนหกั ง่ งชาานตคิ (ณฉบะับกรทร่ี ๔มก) าพร.ศก.ฤ๒ษ๕ฎ๕กี ๙า
๒๘ มาตรา ๒๖/๔ เพิ่มโดยพระราชบญั ญัติปา่ สงวนแหง่ ชาติ (ฉบบั ที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๙
สาํ นักงานคณะกรรมการก๒๙ฤษมาฎตีกราา ๒๖/๕ เพิ่มโดสยําพนรักะงราานชคบณญั ะญกัตรปิรมา่ สกงาวรนกแฤหษง่ ฎชกี าาติ (ฉบับท่ี ๔) พ.สศาํ .น๒ัก๕ง๕าน๙คณะกรรมการกฤษฎกี า

- ๑๓ - สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

มาตรา ๒๘ คําส่ังพักใช้ใบอนุญาตหรือหนังสืออนุญาตของพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือ
สาํ นักคงําานสคั่งขณอะงกอรธรมิบกดาีตรากมฤษมฎาตีการา ๒๗ ผู้รับใบสําอนนกั ุญงาานตคหณระือกหรรนมังกสาือรอกฤนษุญฎาีกตามีสิทธิอุทธรณส์ตาํ น่อักรงัฐามนนคตณระีโกดรยรมยกื่นารกฤษฎีกา

อทุ ธรณ์ต่อพนกั งานเจ้าหน้าท่ีภายในกาํ หนดสามสิบวนั นับแตว่ ันที่ทราบคาํ สง่ั
สคาํ ํานวักินงจิานฉคัยณขอะกงรรรฐั มมกนาตรกรฤใี หษเ้ฎปีก็นาที่สุด สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สาํ นกั งานคณะกรรมการกมฤาษตฎราีกา๒๙ ในกรณสีทํา่ีมนีกกั างรานสค่ังพณักะกใชรร้ใบมกอานรุญกฤาษตฎหีกราือหนังสืออนุญสาําตนแักลงา้วนถค้าณระัฐกมรนรมตกราี รกฤษฎกี า
เห็นสมควรก็ใหม้ ีอสาํํานนักางจาสนั่งคเณพะิกกถรอรนมใกบารอกนฤุญษาฎตกี หารอื หนังสืออนสุญํานาักตงนานนั้ คไดณ้ะกรรมการกฤษฎีกา

สํานักงานคณะกรรมการกมฤาษตฎราีกา๓๐ ในกรณสีมําีคนวักางมานจคําณเปะ็นกเรพรมื่อกปารระกโฤยษชฎนกี ์แาก่ราชการหรือสาํสนาักธงาารนณคปณระะกโรยรมชกนา์ รกฤษฎกี า
หรือเม่อื ปรากฏว่าไดม้ ีการอนุญาตไปโดยมิชอบ รัฐมนตรีมีอํานาจส่ังเพิกถอนการอนุญาตรายหน่ึงราย

ใดท้งั หมดหรือบาสงําสนว่ กั นงไาดน้ คณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

ในกรณีมิใช่เป็นความผิดของผู้ถูกสั่งเพิกถอนการอนุญาตให้จ่ายค่าทดแทนด้วย

สาํ นกั จงาํานนควนณเะงกนิ รอรนัมกเปาร็นกธฤรษรฎมกีแาก่ผู้ถกู ส่งั เพกิ ถสอํานนกักงาารนอคนณุญะกาตรรนมั้นการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี าหมวด ๓ สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า

สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา บทกําหนดโทษ สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สมําานตักรงาาน๓ค๑ณ๓ะ๐กรรผมู้ใกดาฝร่ากฝฤืนษมฎากี ตารา ๑๔ สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา และ

ต้องระวางโทษจําคุกต้ังแต่หน่ึงปีถึงสิบปี

สาํ นกั ปงรานับคตณงั้ แะตกร่สรอมงกหามรกนื่ ฤบษาฎทกี ถาึงสองแสนบาสทํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ในกรณีความผิดตามมาตราน้ี ถ้าได้กระทําเป็นเน้ือท่ีเกินย่ีสิบห้าไร่ หรือก่อให้เกิด

ความเสยี หายแก่สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า

(๑) ไม้สัก ไม้ยาง ไม้สนเขา หรือไม้หวงห้ามประเภท ข. ตามกฎหมายว่าด้วยป่าไม้

สาํ นกั หงรานอื คณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

(๒) ไม้อ่ืนท่ีเป็นต้นหรือเป็นท่อนอย่างใดอย่างหนึ่งหรือทั้งสองอย่างรวมกันเกินย่ีสิบ
ต้นหรอื ทอ่ น หรือสรําวนมกั ปงารนมิ คาณตระกไมรร้เกมินกสารล่ี กูกฤบษาฎศกี กาเ์ มตร หรือ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

(๓) ตน้ น้ําลําธาร หรอื สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สาํ นกั งานคณะกรรมการก(๔ฤ)ษพฎีกื้นาท่ีชายฝง่ั สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า

สผําู้กนรักะงาทนําคคณวะากมรผรมิดกตา้อรงกรฤะษวฎาีกงาโทษจําคุกต้ังสแําตน่สกั ่ีปงาีถนึงคยณ่ีสะิบกปรรี มแกลาะรปกฤรษับฎตีก้ังาแต่สองแสน
บาทถงึ สองลา้ นบาท

สาํ นกั งานคณะกรรมการกในฤษกฎรณีกาีท่ีมีคําพิพากษสําานชกั้ีขงาาดนวค่าณบะุคกครรลมใกดากรรกะฤทษําฎคีกวาามผิดตามมาสตํารนาักนงาี้ ถน้คาปณระากกรรฏมวก่าารกฤษฎกี า

บุคคลนั้นยึดถือหรือครอบครองท่ีดินในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ศาลมีอํานาจส่ังให้ผู้กระทําความผิด

คนงาน ผู้รับจ้างสผาํ ู้แนทกั งนานแคลณะะบกรริวรามรกขาอรกงฤผษู้กฎรีกะาทําความผิดอสอํากนจกั างกานเขคตณปะ่ากสรรงมวนกาแรหก่งฤชษาฎตีกิ าตลอดจนส่ัง

ให้ผู้กระทําความผิดร้ือถอนส่ิงปลูกสร้าง หรือนําส่ิงใด ๆ อันก่อให้เกิดการเสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวน

สาํ นักแงหานง่ ชคณาตะิอกอรรกมจกาากรปกฤ่าสษงฎวกี นาแห่งชาตภิ ายสใํานนรักะงยาะนเควณลาะกทร่กี ราํ มหกนารดกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า

สํานกั งานคณะกรรมการก๓๐ฤษมาฎตกี ราา ๓๑ แก้ไขเพม่ิ สเําตนิมักโดงายนพครณะระากชรบรญั มญกาัตรปิ กา่ ฤสษงวฎนกี แาหง่ ชาติ (ฉบับทส่ี ๔ําน) ักพง.ศาน. ๒ค๕ณ๕ะก๙รรมการกฤษฎกี า

- ๑๔ - สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า

มาตรา ๓๒ ผู้ใดฝา่ ฝืนมาตรา ๒๔ ต้องระวางโทษปรับไมเ่ กินหนึง่ พันบาท

สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

มาตรา ๓๓๓๑ ผู้ใดทําให้เสียหาย ทําลาย ซ่ึงหลักเขต ป้าย หรือเครื่องหมายอ่ืนใดท่ี

จัดให้มีข้ึนตามพรสะํารนากั ชงบานัญคญณัตะกินร้ี รตม้อกงารระกวฤาษงฎโทกี าษจําคุกไม่เกินสสํานามักงปาี นหครณือะปกรรับรมไมก่เากรินกฤหษกฎหกี มา่ืนบาท หรือ

ทั้งจําทั้งปรบั สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ฝืนหรอื ไมป่ ฏิบตั ิตสมาาํ านมตกัครงาํ าาสนั่ง๓คพ๓ณน/ะัก๑กงร๓าร๒นมเกผจาู้ใ้ารดหกไฤนมษ้า่ปฎทฏีก่ีซิบา่ึงัตสิตั่งตามามระมเาบตียรสบาําทน๒กัี่อ๕งธาิบ(น๑ดค)ีกณหําะหรกือนรรด(ม๒ตกา)ามรตกม้อฤางษตรฎะรากีวาา๑งโ๘ทษหจรําือคฝุก่า

สํานกั ไงมา่เนกคินณหะกกเรดรือมนกาหรกรฤือษปฎรับีกาไมเ่ กินหนง่ึ หมสนื่ํานบักางทานหครณือะทกง้ั รจราํมทกง้ัาปรกรฤบั ษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

นอกจากต้องระวางโทษตามวรรคหนึ่งแล้ว ผู้ไม่ปฏิบัติตามระเบียบที่อธิบดีกําหนด

ตามมาตรา ๑๘ หสํารนือักฝง่าาฝนืนคณหระกือรไรมม่ปกฏาริบกัตฤิตษาฎมกี คาําสั่งพนักงานสเําจน้ากั หงนาน้าคทณ่ีซะึ่งกสร่ังรตมากมามรกาฤตษราฎีก๒า๕ (๑) หรือ

(๒) ยังตอ้ งระวางโทษปรบั อีกวันละไม่เกินหา้ พันบาท จนกว่าจะได้ปฏบิ ตั ิใหถ้ ูกต้อง

สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

มาตรา ๓๓/๒๓๓ ผู้รับใบอนุญาตหรือหนังสืออนุญาตผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม
เง่ือนไขในใบอนุญสําานตักหงรานือคหณนะังกสรือรอมนกาุญรกาฤตษตฎ้อกี งาระวางโทษจสําําคนุกกั ไงมา่เนกคินณหะกกเรดรือมกนารหกรฤือษปฎรีกับาไม่เกินหนึ่ง

หมนื่ บาท หรือทั้งจาํ ทงั้ ปรบั
สาํ นกั งานคณะกรรมการกในฤษกฎรีกณาีที่มีการฝ่าฝสืนํานหกั รงือานไมค่ณปฏะกิบรัรตมิตกาามรกเงฤื่อษฎนีกไาขตามวรรคหสนําึ่นงักแงาลนะคกณ่อะใกหรร้เมกกิดารกฤษฎีกา

ผลกระทบต่อวิถชี สวี ําตินหกั งราือนสคุขณภะากพรอรมนกาามรัยกขฤอษงฎปกี ราะชาชนอย่างสรํา้านยกั แงรางนคตณ้องะรกะรรวมากงโาทรกษฤจษําฎคีกุกาต้ังแต่หนึ่งปี
ถึงสิบปี และปรับตง้ั แตห่ น่ึงแสนบาทถงึ หน่ึงล้านบาท

สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
มาตรา ๓๓/๓๓๔ ผู้รับใบอนุญาตหรือหนังสืออนุญาตผู้ใดปล่อยปละละเลยให้บุคคล

อน่ื บุกรุก ยดึ ถือ คสราํ นอกับงคารนอคงณหะกรรอื รกมรกะาทรกาํ ฤกษาฎรฝีก่าาฝืนมาตรา ๑ส๔ํานใกันงพานื้นคทณ่ีทะ่ีไกดร้รรับมอกนารุญกาฤตษฎตีก้อางระวางโทษ

จําคุกไม่เกนิ หกเดอื น หรอื ปรบั ไม่เกินหนึ่งหมน่ื บาท หรอื ทั้งจาํ ทง้ั ปรับ

สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

มาตรา ๓๔ ผู้ใดรับไว้ด้วยประการใด ซ่อนเร้น จําหน่าย หรือช่วยพาเอาไปเสีย ซ่ึง
ไม้หรือของป่าที่ตสนํานรู้อักงยาู่แนลค้วณวะ่ากรเปรม็นกไามร้หกรฤือษขฎอกี งาป่าที่มีผู้ได้มาสโําดนยกั กงาานรคกณระะกทรํารผมิดกตารากมฤพษรฎะกี ราาชบัญญัติน้ี

ต้องระวางโทษเสมือนเป็นตัวการในการกระทาํ ผดิ นน้ั
สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

สมาํ านตกั รงาาน๓คณ๕ะ๓ก๕รรบมรกราดรกาฤไมษ้ฎขีกอางป่า อุปกรณส์ําเนคักรงื่อานงมคือณะเกครรร่ือมงกใาชร้กอฤาษวฎุธีกาสัตว์พาหนะ
ยานพาหนะ หรือเคร่ืองจักรกลใด ๆ ท่ีบุคคลได้มาหรือได้ใช้ในการกระทําความผิด หรือมีไว้เพ่ือใช้
สาํ นกั กงรานะทคณําคะกวารรมมผกิดารหกรฤือษไฎดีก้ใาช้เป็นอุปกรณส์ใําหน้ไกั ดง้ราับนคผณลใะนกกรรามรกการระกทฤําษคฎวีกาามผิดตามพระสรําานชักบงาัญนญคณัตินะกี้ ใรหรม้รกิบารกฤษฎกี า
เสยี ทั้งสิน้ ไมว่ ่าจะมผี ถู้ กู ลงโทษตามคาํ พิพากษาของศาลหรือไม่

สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า

สาํ นกั งานคณะกรรมการก๓๑ฤษมาฎตกี ราา ๓๓ แกไ้ ขเพม่ิ สเําตนมิ ักโดงายนพครณะระากชรบรญั มญกาตั ริปก่าฤสษงวฎนกี แาหง่ ชาติ (ฉบับทส่ี ๔าํ น) ักพง.ศาน. ๒ค๕ณ๕ะก๙รรมการกฤษฎกี า
๓๒ มาตรา ๓๓/๑ แกไ้ ขเพม่ิ เติมโดยพระราชบัญญตั ปิ า่ สงวนแหง่ ชาติ (ฉบบั ท่ี ๔) พ.ศ. ๒๕๕๙
ส๓ํา๓นมกั างตารนาค๓ณ๓ะ/ก๒รรเพมิม่กโาดรยกพฤรษะฎรีกาชาบญั ญตั ปิ า่ สงวสนําแนหัก่งงชาานตคิ (ณฉบะับกรทรี่ ๔มก) าพร.ศก.ฤ๒ษ๕ฎ๕ีก๙า
๓๔ มาตรา ๓๓/๓ เพิ่มโดยพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ (ฉบบั ท่ี ๔) พ.ศ. ๒๕๕๙

สาํ นกั งานคณะกรรมการก๓๕ฤษมาฎตีกราา ๓๕ แกไ้ ขเพมิ่ สเําตนิมักโดงายนพครณะระากชรบรญั มญกาตั ริปกา่ ฤสษงวฎนีกแาหง่ ชาติ (ฉบับทสี่ ๔ําน) ักพง.ศาน. ๒ค๕ณ๕ะก๙รรมการกฤษฎกี า

- ๑๕ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

ให้พนักงานอัยการร้องขอให้ศาลสั่งริบทรัพย์สินตามวรรคหนึ่ง และเม่ือพนักงาน

สํานกั องัยานกคาณรไะดก้รร้อรมงขกอารตก่อฤศษาฎลีกแาล้ว ให้พนักงสาํานนเกัจง้าาหนนค้ณาทะก่ีปริดรปมรกะารกกาฤศษฎณีกาที่ว่าการอําเภสอาํ นทักี่ทงําากนคารณกะํากนรรันมกทาี่ รกฤษฎีกา

ทําการผู้ใหญ่บ้าน และท่ีทําการองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินท่ีเกิดเหตุ ท้ังน้ี ไม่ว่าในคดีดังกล่าวจะ

ปรากฏตัวบุคคลสซํา่ึงนอักางจานเชคื่ณอวะ่กาเรปรม็นกเาจร้ากขฤอษงฎหกี ราือไม่ก็ตาม ใสนํากนรักณงาีทนค่ีปณระากกรฏรหมกลาักรฐกาฤนษฎว่าีกมา ีบุคคลเป็น

เจา้ ของทรัพย์สนิ ตามวรรคหนง่ึ ให้สง่ ประกาศดังกลา่ วทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับไปยังภูมิลําเนา
สาํ นกั ขงอานงเคจณา้ ขะกอรงรทมรกพั ารยกส์ ฤนิ ษนฎ้ันีกาเพ่ือให้บุคคลสซําึ่งนอัก้างงาวน่าคเปณ็นะกเจร้ารขมอกางรมกาฤยษื่นฎคกี ําาขอเข้ามาในคสดาํ ีกน่อักนงามนีคคําณพะิพการกรมษกาารกฤษฎีกา

ของศาลชั้นตน้ สใาํนนกกั รงณานีทค่ีไณมะ่มกีผรู้ใรดมอก้าางรตกฤัวษเปฎ็นกี เาจ้าของก่อนมสีคําํานพักิพงาานกคษณาะขกอรงรศมากลาชรก้ันฤตษ้นฎีกหารือมีเจ้าของ

สาํ นักแงตาน่เจค้าณขะอกงรไรมม่สกาามรกาฤรษถฎพีกิสาูจน์ให้ศาลเช่ือสไําดน้วกั ่างตานนคไณม่มะกีโอรรกมากสาทรกราฤบษหฎกีรือา ไม่มีเหตุอันคสวาํ รนสักงงสานัยควณ่าจะะกมรรีกมากรารกฤษฎีกา
กระทําความผิดดังกล่าว อีกท้ังตนได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควรแล้วท่ีจะป้องกันมิให้มีการกระทํา

ความผดิ เช่นนั้นเกสิดํานขกัน้ึ งาหนรคือณไมะกส่ รารมมากราถรพกฤิสษูจฎนกีใ์ หา ศ้ าลเชื่อได้ว่าสตํานนักไงมา่มนโี คอณกะากสรทรรมากบารหกฤรือษไฎมีก่มาีเหตุอันควร

สงสัยว่าจะมีการนําทรัพย์สินดังกล่าวไปใช้ในการกระทําความผิดตามพระราชบัญญัติน้ี ให้ศาลสั่งริบ

สาํ นักทงรานัพคยณ์สะินกดรัรงมกกลา่ารวกไฤดษ้เฎมกี่ือาพ้นกําหนดสสามํานสกั ิบงวานันคนณับะแกตรร่วมันกแารรกกฤขษอฎงวกี ันา ที่ปิดประกาสศาํ นใักนงการนณคณีทะี่ปกรรารมกกฏารกฤษฎีกา

หลักฐานว่ามบี คุ คลเป็นเจ้าของทรัพย์สินให้นับแต่วันท่ีเจ้าของทรัพย์สินได้รับหรือถือว่าได้รับไปรษณีย์
ลงทะเบียนตอบรสับํานดกั ังงกาลน่าควณตะากมรรวมรกราครสกอฤษงฎแีกลาะในกรณีน้ีมสิใหําน้นักํางมานาคตณราะก๓รร๖มกแาหร่งกปฤษระฎมกี าวลกฎหมาย

อาญามาใช้บังคับ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎบีกทาเฉพาะกาล สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า

สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

มาตรา ๓๖ บรรดาป่าท่ีเป็นป่าคุ้มครองอยู่แล้วตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครอง

และสงวนป่าก่อนสวําันนทกั งี่พารนะครณาะชกบรัญรมญกาัตรินก้ีใฤชษ้บฎังีกคาับ ให้ถือว่าเปส็นํานปกั่างสางนวคนณแะหก่งรชรมาตกิตารากมฤพษรฎะกี ราาชบัญญัติน้ี

จนกว่าจะมีกฎกระทรวงออกตามมาตรา ๖ วรรคสอง หรือมาตรา ๗ ซ่ึงต้องออกภายในห้าปี นับแต่

สํานกั วงนั านทคีพ่ ณระะกรรารชมบกัญารญกตัฤษนิ ฎใ้ี ชีก้บาังคับ สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

สมําานตกั รงาาน๓ค๗ณะกใบรรอมนกุญารากตฤทษ่ีอฎอีกกา ให้แก่บุคคลสกํารนะกั ทงําากนาครณใะดกรๆรมตกาามรกกฎฤหษฎมกีาายว่าด้วยการ

คุ้มครองและสงวนป่าก่อนวันท่ีพระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ใช้ได้ต่อไปจนสิ้นอายุตามท่ีระบุไว้ใน
สํานักใงบาอนนคณญุ ะากตรนร้นัมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
มาตรา ๓๘ ภายในระยะเวลาหน่ึงปีนับแต่วันท่ีพระราชบัญญัติน้ีใช้บังคับ บรรดา

สาํ นกั กงฎานกครณะทะกรรวรงมปการระกกฤาษศฎกีขา้อกําหนด และสรํานะกัเบงาียนบคกณาะรกตร่ารงมกๆารทก่ีไฤดษ้อฎอกี กาตามกฎหมายสวํา่านดัก้วงยานกคารณคะุ้มกรครรมอกงารกฤษฎกี า

และสงวนป่าและใช้อยู่ในวันประกาศพระราชบัญญัติน้ีในราชกิจจานุเบกษา ให้คงใช้บังคับต่อไปเท่าท่ี

ไม่ขัดหรือแย้งกับสพาํ รนะกั รงาานชคบณัญะญกรัตรินม้ี กทารั้งกนฤี้ ษจฎนีกกาว่าจะมีกฎกรสะําทนรักวงงานปครณะกะการศรมขก้อากรํากหฤษนฎดีกหารือระเบียบ

การตา่ ง ๆ ยกเลกิ หรอื มีความอยา่ งเดยี วกัน หรอื ขัด หรือแย้งกนั หรอื กล่าวไวเ้ ปน็ อยา่ งอื่น

สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ผรู้ ับสนองพระบสาํรนมกั รงาาชนโคอณงกะการรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สํานกั งานคจณอะมกพรลรมถกนารอกมฤษกฎิตีกตาขิ จร สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

- ๑๖ - สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

นายกรฐั มนตรี สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า

สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

- ๑๗ - สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า

บัญชอี ตั ราค่าธรรมเนียม ค่าภาคหลวง และคา่ บํารุงป่า๓๖

สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ใบอสนาํ ญุ นกัาตงาทนาํ คไณมะ้ กรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกฉรบรมับกลาะรกฤษฎกี ๒า๐๐ บาท

ใบอนญุ าตเกบ็ หาของป่า ฉบับละ ๕๐ บาท
สํานกั งานคณะกรรมใกบาคร่มูกฤือษคฎนกีงาาน ผูร้ บั จา้ งหสรําอื นผักูแ้ งทานนคขณอะงกผรรู้ รับมใกบาอรนกฤุญษาฎตีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

หใบรแอื สทหํานนนใักงั บสงอาอื นนอคญุนณุญาะตากตรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกฉฉรบบรมบัับกลลาะะรกฤษฎกี า๕๕๐๐ บาท
บาท

สาํ นกั งานคณะกรรมกกาารรโกอฤนษใฎบกี อานญุ าต สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า ฉบบั ละสาํ นักงา๑น๐คณ๐ะบกรารทมการกฤษฎกี า
หนังสอื อนญุ าตให้บคุ คลเขา้ ทาํ ประโยชน์

หรือสอํายนู่อกั างาศนัยคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรไมรก่ลาะรกฤษ๕ฎกี,๐า๐๐ บาท

คา่ ภาคหลวงไม้ ลูกบาศกเ์ มตรละ ๔๐๐ บาท

สํานักงานคณะกรรมคก่าาภรกาคฤษหฎลีกวางของปา่ สํานกั งานคณะกรรมการกฤษลฎกูีกบา าศก์เมตรละสํานักงาน๔คณ๐ะบกรารทมการกฤษฎีกา

ในกรณคี ่าภาคหลวงของป่าทไ่ี มอ่ าจคํานวณเป็นลูกบาศกเ์ มตรได้
หรอื สนาํ ยินมักซงาอ้ื นขคาณยกะกนั รตรามมกมาารตกรฤฐษาฎนกี นา อกจากเป็นลสูกําบนาักศงกาน์เมคตณระรกอ้รรยมลกะาสรบิ กขฤอษงฎรกีาาคาตลาด

ค่าบํารุงป่า สองเท่าค่าภาคหลวงไม้ หรือค่าภาคหลวงของป่าท่ีผู้รับอนุญาตต้องชําระ
สาํ นักเงนาือ่นงคจณาะกกกรารรมทกําาไรมกแ้ฤลษะฎเกี กาบ็ หาของป่าจสาํากนปัก่างสานงวคนณแะหก่งรชรมากตาิ รกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า

สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า

สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า

สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า

๓๖ บัญชีอัตราค่าธรรมเนียม ค่าภาคหลวง และค่าบํารุงป่า แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติป่า
สาํ นกั สงงาวนนคแณหะ่งชการตริม(ฉกบารับกทฤี่ ๔ษ)ฎพกี .าศ. ๒๕๕๙ สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

- ๑๘ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับน้ี คือ เน่ืองจากป่าไม้เป็น
สํานักทงรานัพคยณากะกรรธรรมรกมาชรากตฤิทษฎ่ีสกีําคา ัญย่ิงของชาตสิําแนลักะงารนัฐคบณาะลกไรดร้กมํากหานรกดฤจษุดฎหกี มาายไว้ในแผนพสาํัฒนนักางากนาครณเศะรกษรรฐมกกิจารกฤษฎกี า

แห่งชาติว่า จะสงวนป่าไม้ไว้เป็นเนื้อท่ีประมาณร้อยละ ๕๐ แห่งเนื้อท่ีประเทศไทย คือ เป็นเน้ือที่ป่า
สงวนรวมประมาณสําน๒ัก๕งา๐น,๐คณ๐ะ๐กรตรามรกาางรกกิโฤลษเมฎตกี รา หรือ ๑๕๖ ลสําา้ นนกั ไรงา่ นคณะกรรมการกฤษฎกี า

บดั น้ี ปรากฏว่าป่าไม้ทีส่ งวน ค้มุ ครองไว้แล้ว และท่ียังมิได้สงวนคุ้มครองได้ถูกบุกรุก
สํานกั แงลานะคถณูกทะกํารลรามยกไาปรกเปฤษ็นฎจกีําานวนมาก แม้ปสํา่านไักมง้ใานนบครณิเะวกณรตรม้นกนาํ้ารกลฤําษธาฎรีกกา็ถูกแผ้วถางเผสาํานทักํางลาานยคไณปะเกปร็นรมอกันารกฤษฎีกา

มเสาียกหซา่ึยงอแากจ่กเาปร็นเกเสหษาํ ตนตกัุใรหงแา้เลนกะคิดเณคศะวรกาษรมฐรแมกหกิจ้งาขรแอกลงฤ้งปษรพฎะกี้ืนเาดทินศพอยังท่างลรา้ายยสแลํารํานงนกั ้ํางทตาน้ัื้งนคนเขณ้ี เินะนกื่อหรงรรจมือากเกากรกิดกฎอฤหุทษมฎกากีภยาัยวอ่าันดเ้วปย็นกผาลร
สํานกั คงุ้มานคครณองะกแรลระมสกงาวรนกฤปษ่าฎทกี่ีใชา ้บังคับอยู่ มีวสิธํานีกักางราไนมค่รณัดกะกุมรเรหมมกาาะรกสฤมษตฎ้อกี งาเสียเวลาดําเนสินํากนาักรงาเปนค็นณเวะลการนรมากนารกฤษฎกี า

จึงจะประกาศกําหนดเป็นป่าสงวนหรือเป็นป่าคุ้มครองได้ เป็นเหตุให้บุคคลบางจําพวกฉวยโอกาส
ทาํ ลายป่าได้กว้างสขําวนากั งงยาง่ินขคึน้ ณะนกรอรกมจกาากรกนฤ้นั ษไฎดกี ้กาําหนดโทษผู้ฝส่าําฝนืนกั งไาวน้ไมคณ่เหะมการะรมสกมากรับกกฤษาลฎสกี มา ัย ผู้กระทํา
ผดิ ไมเ่ ขด็ หลาบเปน็ ช่องทางใหม้ กี ารบุกรุกทําลายปา่ มากข้ึน รัฐบาลจึงเห็นเป็นการจําเป็นอันรีบด่วนท่ี
สํานักจงะานตค้อณงดะกํารเนรมินกกาารรกปฤษรับฎกีปารุงกฎหมายเรสื่อํานงนักงี้เาสนียคใณหะมก่ รเพรมื่อกใาหร้สกาฤมษาฎรีกถาดําเนินการคสุ้มาํ คนรักองงานปค้อณงกะกันรรเพมก่ือารกฤษฎีกา
รักษาไว้ซ่ึงทรัพยากรธรรมชาติอันมีค่าของชาติ และเพ่ือมิให้อาชีพเกษตรกรรมของประชาชนส่วน
ใหญแ่ ละเศรษฐกสิจาํขนอักงงปานระคเณทะศกถรูกรมกกระารทกบฤกษรฎะีกเาทอื นจากผลขสอํางนกกั างราทนําคลณาะยกปรา่รมการกฤษฎีกา

สาํ นักพงรานะคราณชะบกญัรรญมกัตาิปร่ากสฤงษวฎนกี แาห่งชาติ (ฉบับสทํานี่ ๒ัก)งาพน.คศณ. ะ๒ก๕ร๒รม๒ก๓า๗รกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับน้ี คือ โดยท่ีบทบัญญัติในส่วนท่ีเกี่ยวกับ

สํานกั กงาานรกคํณาหะกนรดรโมทกษารตกาฤมษกฎฎกี หา มายว่าด้วยปสํา่านสกั งงวานนคแณห่ะงกชรารตมิไกมา่เรหกมฤษาะฎสกี มา กับสภาวกาสราํณน์ปักังจาจนุบคันณะสกมรรคมวกรารกฤษฎีกา

แก้ไขเพ่ิมเติมอัตราโทษให้สูงขึ้น และโดยที่ได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมอัตราโทษตามกฎหมายว่าด้วยป่าไม้

ให้สูงขึน้ ดว้ ย สมคสวาํ นรแักกงาไ้ นขคเพณิม่ ะเกตรมิรมอกัตารรากโฤทษษฎใกีหา้สอดคล้องกนั สําจนงึ กั จงาําเนปค็นณตะ้อกงรตรมรากพารรกะฤรษาฎชบกี าญั ญัตนิ ีข้ น้ึ

สํานักพงรานะคราณชะบกญัรรญมกัตาปิ ร่ากสฤงษวฎนีกแาห่งชาติ (ฉบบั สทําน่ี ๓กั )งาพน.คศณ. ะ๒ก๕ร๒รม๘ก๓า๘รกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สมาํ านตกั รงาาน๑คณ๐ะกบรรทมบกัญารญกฤัตษิมฎากีตารา ๑๖ และมสาํานตกัรงาาน๒ค๐ณะแกหร่งรพมกระารรกาฤชษบฎัญีกญา ัติป่าสงวน

แห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๐๗ ซ่ึงแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติน้ี ไม่กระทบกระเทือนการอนุญาตท่ีบุคคล
สํานกั ใงดาไนดคร้ ณบั ะกกอ่ รนรมวันกาทร่พีกฤระษรฎากี ชาบัญญัตินใ้ี ชบ้ สังําคนับกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา
หมายเหตุ :- เหตผุ ลในการประกาศใช้พระราชบญั ญตั ฉิ บับนี้ คือ โดยทร่ี ัฐบาลมนี โยบายท่จี ะชว่ ยเหลือ

สํานกั รงาาษนคฎณรทะก่ีมรีครวมากมารจกําฤเปษฎ็นีกในา การครองชีพสสํานากัมงาารนถคเณข้ะากทรํารกมินกใานรกเขฤตษฎปีก่าาสงวนแห่งชาตสิไาํ ดน้โักดงยานไมค่เณดะือกดรรรม้อกนารกฤษฎีกา

และโดยมีท่ีอยู่เป็นหลักแหล่งจึงได้แก้ไขกฎหมายให้ทางราชการมีอํานาจอนุญาตให้บุคคลเข้าทํา

ประโยชน์หรืออยสําู่อนาักศงัยานในคณเขะตกปรร่ามสกงาวรนกฤแษหฎ่งีกชาาติได้เป็นครสาําวนกัๆงาทนั้งคใณนะรกะรยระมสกาั้นรแกลฤษะฎระีกยา ะยาว โดย

กําหนดว่าในระยะสั้นอันเป็นการช่วยเหลือชั่วคราวตามความจําเป็น อนุญาตได้คราวละไม่เกินห้าปี

สาํ นกั นงอานกคจณาะกกนรั้นรมไกดา้แรกก้ไฤขษบฎทีกาบัญญัติอ่ืน ๆสําทนี่ยกั ังงไามน่เคหณมะากะรสรมมกกาับรกสฤภษาฎพกี คาวามเป็นจริงสแาํ ลนะักสงาะนดควณกะแกกรร่กมากรารกฤษฎีกา

สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

๓๗ ราชกจิ จานุเบกษา เล่ม ๙๖/ตอนที่ ๖๔/ฉบับพเิ ศษ หน้า ๑๔/๒๘ เมษายน ๒๕๒๒
สาํ นกั งานคณะกรรมการก๓๘ฤษราฎชกี กาจิ จานุเบกษา เลส่มําน๑ัก๐ง๒าน/ตคอณนะทก่ี ร๑ร๒ม๔ก/าฉรบกับฤพษเิ ฎศกีษาหนา้ ๑/๑๑ กนั สยําานยักนงา๒น๕ค๒ณ๘ะกรรมการกฤษฎกี า

- ๑๙ - สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

ปฏิบัติราชการ เช่น อนุญาตให้ทางราชการและองค์การของรัฐใช้ประโยชน์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ
สํานกั เงปาน็นกคาณระชกัว่ รครรมากวาไรดก้โฤดษยฎคกี ลาอ่ งตัวย่งิ ข้ึน สจํางึ นจักํางเาปน็นคตณ้อะงกตรรรามพกราระกรฤาษชบฎกีัญาญัตนิ ี้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

*พระราชกฤษฎสีกาํ นาักโองานนกครณมะกปร่ารไมมก้ ากรกรฤะษทฎรกี วางเกษตรและสําสนหักกงารนณค์ณไะปกเรปรม็นกการรกมฤปษ่าฎไีกมา้ กระทรวง

ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม และปรับปรุงอํานาจหน้าที่และกิจการของกรมทรัพยากรทาง
สํานกั ทงาะนเคลณแะลกะรรชมากยารฝก่ังฤษกฎรีกมา ป่าไม้ และสกํานรักมงอานุทคยณาะนกรแรหมก่งาชรกาฤตษิ ฎสีกัตาว์ป่า และพสันาํ นธ์ุักพงืชานคกณระะกทรรรมวกงารกฤษฎีกา
ทรพั ยากรธรรมชสาตํานแิ ักลงะาสน่ิงคแณวะดกลรอ้รมมกพาร.ศกฤ. ษ๒ฎ๕ีก๔า๖๓๙
สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า

สาํ นักงานคณะกรรมการกมฤาษตฎรากี า๑๐ โดยผลขสอํานงักบงทานบคัญณญะัตกริแรหม่งกมาารกตฤรษาฎ๒ีก๓า ๐ วรรคห้า ขสอาํ นงักรัฐงาธนรครณมนะกูญรรแมหก่งารกฤษฎกี า
ราชอาณาจักรไทย พระราชกฤษฎีกาน้ีมีผลเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมหรือยกเลิกบทบัญญัติในกฎหมาย

ดงั น้ี สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

(๖) ในพระราชบญั ญตั ิป่าสงวนแหง่ ชาติ พ.ศ. ๒๕๐๗ ซง่ึ ถูกแก้ไขเพ่ิมเติมโดยผลของ

สาํ นกั พงรานะคราณชะกกฤรรษมฎกีกาารกแฤกษ้ไขฎบีกทา บญั ญตั ิให้สอสดํานคักลง้อางนกคบั ณกะากรรโรอมนกอาราํ กนฤาษจฎหกีนาา้ ท่ีของส่วนราสชํานกัการงาในหค้เปณ็นะไกปรรตมากมารกฤษฎีกา

พระราชบัญญัติปรับปรงุ กระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. ๒๕๔๕ พ.ศ. ๒๕๔๕ ให้แก้ไขคําว่า “กรมอุทยาน
แห่งชาติ สัตว์ป่าสําแนลักะงพานันคธณ์ุพะืชก”รรเมปก็นาร“กกฤษรมฎปีกา่าไม้” และคําสวํา่านกั“งอาธนิบคณดีกะกรรมรอมุทกยารากนฤแษหฎ่งกี ชาาติ สัตว์ป่า

และพนั ธุ์พชื ” เป็น “อธบิ ดีกรมป่าไม”้สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

หมายเหตุ :- เหตสุผาํ ลนใักนงกานารคปณระะกกรรามศกใชาร้พกรฤะษรฎาีกชากฤษฎีกาฉบับสนํานี้ คักงือานเนค่ือณงะจการกรมพกราะรรกาฤชษบฎัญีกาญัติปรับปรุง
กระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. ๒๕๔๕ และพระราชกฤษฎีกาโอนกิจการบริหารและอํานาจหน้าที่ของ

สาํ นกั สง่วานนครณาชะกกรารรมใหกา้เรปก็นฤไษปฎตกี าามพระราชบัญสญํานัตกั ิปงารนับคปณระุงกกรรระมทกรารวกงฤทษบฎีกวาง กรม พ.ศ. ๒ส๕าํ น๔ัก๕งานพค.ศณ.ะ๒กร๕ร๔มก๕ารกฤษฎกี า

ได้กําหนดให้กรมป่าไม้เป็นส่วนราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และให้กรมอุทยาน

แห่งชาติ สัตว์ป่าสแําลนะักพงาันนธคุ์พณืชะเกปร็นรมสก่วานรรกาฤชษกฎากี ราในสังกัดกระสทํารนวกั งงทารนัพคยณาะกกรรธรมรรกมารชกาฤตษิแฎลกี ะาสิ่งแวดล้อม

ทําให้เกิดปัญหาการบริหาร ทั้งในด้านนโยบาย วิชาการ บุคลากร และการบังคับใช้กฎหมาย รวมท้ัง

สํานักเงปา็นนคเหณตะุใกหรร้รมะกบาบรกกฤาษรฎบกี ราิหารงานและสกําานรักบงาังนคคับณใะชก้กรฎรมหกมารากยฤขษาฎดีกปาระสิทธิภาพ สาํดนังักนง้ันานคเพณื่อะใกหรร้กมากรารกฤษฎีกา

บริหารจัดการทรัพยากรป่าไม้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ในการบูรณาการตามกลุ่มภารกิจด้าน
ทรัพยากรธรรมชสาาํ นตกัิแงลาะนนคณโยะบกรารยมขกอางรกรัฤฐษบฎาีกลาสมควรโอนกสํารนมักปง่าานไมค้ณกะรกะรทรมรกวางรเกกฤษษตฎรกี แาละสหกรณ์

พร้อมท้งั บรรดากจิ การ อาํ นาจหนา้ ที่ ทรัพยส์ ิน งบประมาณ หน้ี สิทธิ ภาระผกู พัน ข้าราชการ ลูกจ้าง
สํานักตงําานแคหณนะ่งกแรลระมอกัตารรกาฤกษําฎลกีังาไปเป็นกรมปส่าําไนมกั ้ งสาังนกคัดณกะรกะรทรมรกวางรทกรฤัพษยฎากี การธรรมชาติแสลําะนสักิ่งงแาวนดคลณ้อะมกรแรมลกะารกฤษฎีกา

สมควรที่จะได้ปรสับําปนรกั ุงงอานําคนณาจะหกรนร้ามทก่ีแารลกะฤกษิจฎกีกาารของกรมป่าไสมํา้นแกั ลงะานกครณมอะกุทรยรามนกแารหก่งฤชษาฎตีกิ สาัตว์ป่า และ
พนั ธ์พุ ชื รวมทง้ั โอนอาํ นาจหน้าทแ่ี ละกิจการของกรมทรพั ยากรทางทะเลและชายฝง่ั ในส่วนท่ีเกยี่ วกับ

สํานกั องุทานยคาณนะแกหร่งรชมากตาริหกมฤู่เษกฎากี ะาอ่างทอง ไปเสปํา็นนขกั องางนกครณมะอกุทรยรมากนาแรหกฤ่งชษาฎตีกิาสัตว์ป่า และพสาํ ันนธัก์ุพงาืชนคเพณื่อะกใหรร้กมากรารกฤษฎีกา

บริหารจัดการทรัพยากรป่าไม้ สัตว์ป่าและพันธุ์พืชเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และมีขอบเขตที่

รับผิดชอบอย่างชสัดํานเจักนงานนคอณกะจการกรมนกี้ าสรมกคฤวษรฎแกี กา้ไขการใช้อํานสาํานจักขงอางนรคัฐณมะนกตรรรมีแกลาะรกกาฤรษใฎชีก้อาํานาจหน้าท่ี

ตามกฎหมายท่ีอยู่ในความรับผิดชอบของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝ่ัง กรมป่าไม้ และกรม

สาํ นักองุทานยคาณนแะกหรง่ รชมากตาิรสกตั ฤวษป์ ฎา่ ีกาและพนั ธุ์พืช สใหําน้สกัองดาคนลค้ณองะกกับรรกมากราดรํากเฤนษินฎกกี าารดังกล่าวด้วยสํานจักึงจงาํานเปค็นณตะก้อรงรตมรกาารกฤษฎีกา

พระราชกฤษฎกี าน้ี สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สาํ นักงานคณะกรรมการก๓๙ฤษราฎชกี กาจิ จานุเบกษา เลสม่ ําน๑กั ๒ง๐าน/ตคอณนะทกี่ ร๙ร๓มกก/าหรกนฤา้ ษ๖ฎ/ีก๓า๐ กนั ยายน ๒๕ส๔าํ ๖นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

- ๒๐ - สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

พระราชบัญญตั ิปา่ สงวนแห่งชาติ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๙๔๐

สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจา

นุเบกษาเปน็ ตน้ ไปสาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สํานักงานคณะกรรมการกมฤาษตฎรากี า๑๙ การประสกํานาศกั งกาํานหคนณดะบกรรริเวมณกาใรหก้ใฤชษ้พฎื้นกี ทาี่ตามมาตรา ๑สํา๓นักทงวาินกคาณระอกนรุญรมากตารกฤษฎกี า
วตันามทม่ีพารตะรราาช๑บ๖ัญแสญลาํ ัะตนมักินงาี้ใาตชนร้บคาังณค๒ะับ๐กรใแรหมห้ใกง่ชาพ้ไรดรก้ะตฤร่อษาไฎชปีกบโาดัญยญใหัต้ถิปือ่าสว่างวเปสน็นําแนกหักา่งงรชาปนาตคระณิ พกะ.ากศศร.รก๒มํา๕กหา๐นร๗กดฤบซษรึ่งฎิเไวกี ดณา้อใอหก้ใใชห้พ้กื้น่อทน่ี

สํานักแงลานะคกณาะรกอรรนมุญกาารตกตฤษาฎมกี พาระราชบัญญสําัตนิปักง่าาสนงควณนะกแรหร่มงกชาารตกิฤพษฎ.ศกี .า ๒๕๐๗ ซึ่งสแํากน้ไักขงาเนพคิ่มณเะตกิมรรโมดกยารกฤษฎีกา
พระราชบัญญตั นิ ้ี

สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

มาตรา ๒๐ ให้คณะกรรมการสําหรับป่าสงวนแห่งชาติตามพระราชบัญญัติป่าสงวน

สาํ นักแงหาน่งคชณาตะิกพรร.ศม.ก๒าร๕ก๐ฤษ๗ฎซกี าึ่งดํารงตําแหนส่งําอนยักู่ใงนานวคันณกะ่อกนรวรันมกทา่ีพรกระฤษราฎชกี บาัญญัติน้ีใช้บังสคําับนักปงฏานิบคัตณิหะนก้ารรทมี่ไกปารกฤษฎกี า

พลางก่อนจนกว่าจะได้มีการแต่งต้ังคณะกรรมการควบคุมและรักษาป่าสงวนแห่งชาติประจําจังหวัด
ตามพระราชบัญญสาํ ัตนิปักง่าาสนงควณนะแกหร่งรชมากตาริ กพฤ.ศษ.ฎ๒กี า๕๐๗ ซึ่งแก้ไสขําเนพัก่ิมงเาตนิมคโณดะยกพรรรมะรกาารชกบฤัญษฎญกี ัตาินี้ ทั้งนี้ ให้

ดาํ เนนิ การใหแ้ ล้วเสรจ็ ภายในหกสบิ วนั นับแต่วนั ทีพ่ ระราชบญั ญตั นิ ีใ้ ช้บงั คับ
สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

สมาํ านตักรงาาน๒คณ๑ะกใรนรวมากราะรกเรฤ่ิมษแฎรีกกาให้คณะกรรมสํากนาักรงพานิจคาณรณะการกรามรกใาชร้ปกฤรษะฎโยกี ชาน์ในเขตป่า
สงวนแห่งชาติ ประกอบด้วย ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อธิบดีกรมทรัพยากร

สาํ นักทงาานงทคณะเะลกแรลรมะกชาารยกฝฤ่ังษฎอกีธาิบดีกรมทรัพยสาํากนรกั ธงารนณคี ณอะธกิบรดรีกมกรมารปก่าฤไษมฎ้ อกี าธิบดีกรมอุทยสาํานนแักหงา่งนชคาณติะสกัตรรวม์ปก่าารกฤษฎกี า

และพันธุ์พืช ผู้แทนกระทรวงกลาโหม ผู้แทนกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และผู้แทน

กระทรวงมหาดไสทาํ นยกั ปงาฏนิบคัตณิหะกนร้ารทมี่กไปารพกลฤาษงฎกีก่อานจนกว่าจะสมําีกนาักรงแานตค่งณตะั้งกกรรรรมมกการากรฤผษู้ทฎรีกงาคุณวุฒิตาม

มาตรา ๑๓/๒ แห่งพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๐๗ ซ่ึงแก้ไขเพิ่มเติมโดย

สํานกั พงารนะครณาชะกบรัญรมญกัตาิรนก้ี ฤทษ้ังฎนีกี้าให้ดําเนินกาสรําในหกั ้แงลาน้วคเสณระ็จกภรรามยกในารหกกฤษสิฎบีกวาันนับแต่วันที่พสาํรนะักรงาาชนบคัญณะญกัตรรินมี้ใกชา้ รกฤษฎกี า

บังคับ สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

มาตรา ๒๒ บรรดาคําขอใช้พื้นที่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติของส่วนราชการหรือ
สํานกั องงาคนก์คาณระขกอรงรรมฐักาคราํกขฤอษอฎนีกญุา าตเขา้ ทาํ ปรสะําโนยกั ชงนาน์หครณอื อะกยรู่อรามศกัยาใรนกเฤขษตฎปกี า่ าสงวนแห่งชาตสิําแนลักะงาคนําคขณอะอกนรุญรมากตารกฤษฎกี า

ทําการปลูกสร้าสงาํ สนวกั นงาปน่คาณหะรกือรปรมลกูกาไรมก้ฤยษืนฎตกี ้นาภายในเขตสปํา่านสกั งงาวนนคแณหะ่กงรชรามตกิ าทรก่ีไฤดษ้ยฎ่ืนีกไาว้ก่อนวันท่ี
พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับและยังอยู่ในระหว่างการพิจารณา ให้ถือว่าเป็นคําขออนุญาตตาม

สํานกั พงรานะคราณชะบกรัญรญมกัตาิปรก่าสฤษงวฎนีกแาห่งชาติ พ.ศ.สํา๒น๕กั ๐งา๗นคซณ่ึงแะกกร้ไรขมเพกาิ่มรเกตฤิมษโฎดกียาพระราชบัญญสัตาํ นินักี้ แงาลนะคกณระณกีครรํามขกอารกฤษฎกี า

ดังกล่าวมีข้อแตกต่างในสาระสําคัญไปจากคําขออนุญาตตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.

๒๕๐๗ ซึ่งแก้ไขเสพําิ่นมกัเตงาิมนโคดณยะพกรระรรมากชารบกัญฤษญฎัตกี ินาี้ ให้พนักงานสเําจน้ากั หงนาน้าคทณ่ีผะู้รกับรครมําขกาอรมกีอฤําษนฎาีกจาส่ังให้แก้ไข

เพิม่ เตมิ หรอื สงั่ เรียกหลักฐานประกอบการพิจารณาเพ่มิ เติมได้

สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สาํ นกั งานคณะกรรมการก๔๐ฤษราฎชกี กาิจจานเุ บกษา เลส่มําน๑ัก๓ง๓าน/ตคอณนะทก่ี ร๔ร๖มกก/าหรกนฤ้าษ๑ฎ๒ีก/า๒๔ พฤษภาคมส๒ํา๕น๕ัก๙งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

- ๒๑ - สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

มาตรา ๒๓ บรรดากฎกระทรวง ประกาศ ข้อกําหนด หรือระเบียบที่ออกตาม

สํานักพงรานะคราณชะบกัญรรญมกัตาิปร่ากสฤงษวฎนกี แาห่งชาติ พ.ศ.ส๒ําน๕ัก๐งา๗นคทณ่ีใชะ้บกรังรคมับกอายรกู่ในฤษวันฎกีกา่อนวันที่พระราสชํานบักัญงาญนัตคินณี้ใะชก้บรัรงมคกับารกฤษฎกี า

ให้ยังคงใช้บังคับได้ต่อไปเท่าท่ีไม่ขัดหรือแย้งกับบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.

๒๕๐๗ ซึ่งแก้ไขเสพํานิ่มักเตงาิมนโคดณยะพกรระรรมากชารบกัญฤษญฎัตกี ินา้ี จนกว่าจะมสีกํานฎักกงราะนทครณวะงกรปรรมะกการากศฤษขฎ้อกี กาําหนด หรือ

ระเบยี บทอ่ี อกตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๐๗ ซงึ่ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติ
สํานักนงใี้าชนบ้คงัณคะับกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ใหด้ าํ เนนิ การใหแ้ สลกาํ ้วานเรกัสดงรําาจ็ นเภนคาินณยกะใกานรรหรอนมอกึ่งกรากร้อกฎยฤกแษปรฎะดกี ทสาริบววงันปนรับะแกตา่วศันสําทขน่ีพ้อกั รกงาะํานรหคานชณดบะกัญหรญรรือมัตกริปะา่ารเกสบฤงียวษบนฎตแกี าหาม่งวชรารตคิ พหน.ศึ่ง.

สํานกั ๒งา๕น๐ค๗ณะซกึ่งรแรมกก้ไาขรเกพฤิ่มษเฎตกี ิมาโดยพระราชสบําัญนกั ญงาัตนินค้ีใณชะ้บกังรครมับกาหรากกฤไษมฎ่สีกาามารถดําเนินสกําานรักไงดา้นใคหณ้ระัฐกมรนรมตกราี รกฤษฎีกา
รายงานเหตผุ ลท่ีไมอ่ าจดําเนนิ การได้ตอ่ คณะรัฐมนตรเี พ่อื ทราบ

สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า

มาตรา ๒๔ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

สํานักรงกั าษนคากณาะรกตรารมมกพารระกรฤาษชฎบีกญั า ญัติน้ี สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

หมายเหตุ :- เหตสําุผนลกั ใงนานกคาณรปะกรระรกมากศารใกชฤ้พษรฎะกี ราาชบัญญัติฉบสับํานนกั ้ี งคาืนอคโณดะยกทรรี่พมรกะารรกาชฤษบฎัญกี ญา ัติป่าสงวน

แห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๐๗ ได้ใช้บังคับมาเป็นเวลานาน ทําให้ไม่เหมาะสมกับสภาพการณ์ทางด้าน
สํานกั เงศารนษคฐณกะิจกแรรลมะกสาังรคกมฤษทฎี่เปีกลา ี่ยนแปลงไปสรําวนมกั ทงา้ังนใคนณปะัจกจรุบรมันกมาีกรกาฤรทษฎําลกี าายหรือเป็นเหสตาํ ุในหัก้เงกาิดนกคาณระทกํารรลมากยารกฤษฎีกา

หรือทําให้สูญหาสยาํ หนรกั ืองาเนสคียณหะากยรแรกม่ทการรัพกยฤษากฎรกี ธารรมชาติในเสขําตนปัก่างาสนงควณนะแกหร่งรมชกาาตริเกพฤิ่มษมฎากี กาข้ึน ดังนั้น
สมควรกําหนดมาตรการในการคุ้มครอง ป้องกัน และบํารุงรักษาไว้ซึ่งทรัพยากรธรรมชาติ และ

สํานักกงําาหนคนณดะใหกร้มรีกมากราบรกรฤิหษาฎรจีกาัดการทรัพยากสรํานธกัรรงามนชคาณตะิอกยร่ารงมเกปา็นรกระฤษบฎบีกแาละเกิดประโยสชาํ นน์ตัก่องาสน่วคนณระวกมรรโมดกยารกฤษฎกี า

กําหนดให้มีคณะกรรมการควบคุมและรักษาป่าสงวนแห่งชาติประจําจังหวัด เพื่อกําหนดมาตรการที่

จําเป็นในการควสบํานคักุมงดานูแคลณกะการรรสม่งกเาสรรกิมฤษกฎาีกราปลูกป่า และสกํานารกั ฟงาื้นนคฟณูสะภการพรมปก่าาสรกงฤวษนฎแกี หา่งชาติ และ

กําหนดให้มีคณะกรรมการพิจารณาการใช้ประโยชน์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ เพ่ือเสนอแนะมาตรการ

สํานักแงลานะคแณนะวกทรารงมใกนากรการฤใษชฎ้ปีกราะโยชน์ในเขตสปําน่าักสงงาวนนคแณหะก่งชรรามตกิ าใรนกฤกษารฎนกี ี้าเพ่ือให้การบังสคาํ นับักใงชา้กนฎคหณมะการยรเมกกิดารกฤษฎีกา

ประสิทธภิ าพสงู สดุ ได้กาํ หนดให้พนกั งานเจา้ หน้าท่ีมอี ํานาจยึดหรอื อายดั ทรพั ย์สินที่ได้มาหรือได้ใช้ใน
การกระทําความสผาํ ิดนหกั งราือนมคีเณหะตกุอรันรมคกวารรสกงฤสษัยฎวีก่าาได้ใช้ในการกสรํานะกัทงําาคนวคาณมะผกิดรรมแกลาะรปกฤรับษฎปกีราุงบทบัญญัติ

เก่ียวกับบทกําหนดโทษ อัตราค่าธรรมเนียม ค่าภาคหลวง และค่าบํารุงป่า ให้สอดคล้องกับ
สาํ นักสงภานาคพณกาะกรณรร์ใมนกปารจั กจฤบุ ษนั ฎกี จาึงจําเปน็ ต้องตสรํานาพกั งราะนรคาณชบะกัญรรญมตั กินาร้ี กฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า

สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

- ๒๒ - สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงพานรคพณิมะลก/รแรกมไ้ กขารกฤษฎกี า

๓๐ พฤศจกิ ายน ๒๕๔๔

สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกปาญั ญา/แกไ้ ข

สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า ๒๙ มถิ นุ ายน ๒๕๕๒

สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการ๑อก๗ดุ ฤมษมกฎกากี รราาณค/์มปร๒บั ๕ป๕ร๖งุ

สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงวานชิ คพณงษะก/์ รตรรมวกจารกฤษฎีกา

สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการ๑ก๘ฤษมฎกีกราาคม ๒๕๕๖

สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา ๒๖สาํพนฤักษงาภวนิศาคคนณม/ี ะเพ๒กริ่ม๕รเ๕มตก๙ิมารกฤษฎีกา

สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

เล่ม ๑๓๖ ตอนท่ี ๗๑ ก หน้า ๑๐๔ ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๒
ราชกจิ จานุเบกษา

พระราชบญั ญตั ิ

สงวนและคุ้มครองสตั วป์ า่
พ.ศ. ๒๕๖๒

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดศี รสี นิ ทรมหาวชิราลงกรณ
พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หวั

ใหไ้ ว้ ณ วนั ที่ ๒๔ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๒
เปน็ ปที ี่ ๔ ในรชั กาลปัจจบุ นั

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว
มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศวา่

โดยท่เี ปน็ การสมควรปรับปรุงกฎหมายว่าดว้ ยการสงวนและคมุ้ ครองสัตว์ป่า
พระราชบัญญัตินี้มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจากัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล
ซึ่งมาตรา ๒๖ ประกอบกับมาตรา ๒๘ มาตรา ๓๓ มาตรา ๓๗ และมาตรา ๔๐ ของรัฐธรรมนูญ
แหง่ ราชอาณาจกั รไทย บญั ญตั ิใหก้ ระทาไดโ้ ดยอาศัยอานาจตามบทบัญญัตแิ หง่ กฎหมาย
เหตุผลและความจาเป็นในการจากัดสิทธิและเสรภี าพของบุคคลตามพระราชบัญญัติน้ี เพื่อให้
การสงวน อนุรักษ์ คุ้มครอง และบารุงรักษาเขตรักษาพันธ์ุสัตว์ป่าและเขตห้ามล่าสัตว์ป่า และการบริหาร
จัดการสัตว์ป่า ทรัพยากรธรรมชาติ ระบบนิเวศ และความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นท่ีดังกล่าวให้เกิด
ประโยชน์อย่างสมดลุ และย่ังยืน ซ่งึ การตราพระราชบญั ญตั ิน้สี อดคล้องกับเง่ือนไขทบ่ี ัญญตั ไิ วใ้ นมาตรา ๒๖
ของรฐั ธรรมนญู แห่งราชอาณาจักรไทยแล้ว
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติข้ึนไว้โดยคาแนะนาและยินยอมของ
สภานติ บิ ญั ญตั ิแห่งชาติทาหนา้ ทรี่ ัฐสภา ดังต่อไปนี้

เล่ม ๑๓๖ ตอนที่ ๗๑ ก หน้า ๑๐๕ ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๒
ราชกิจจานเุ บกษา

มาตรา ๑ พระราชบัญญัติน้ีเรียกว่า “พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า
พ.ศ. ๒๕๖๒”

มาตรา ๒ พระราชบญั ญัตนิ ใี้ หใ้ ชบ้ ังคับเมื่อพ้นกาหนดหนงึ่ ร้อยแปดสิบวนั นบั แต่วันประกาศ
ในราชกิจจานเุ บกษาเป็นต้นไป

มาตรา ๓ ใหย้ กเลกิ
(๑) พระราชบญั ญตั สิ งวนและคมุ้ ครองสัตวป์ ่า พ.ศ. ๒๕๓๕
(๒) พระราชบัญญัตสิ งวนและคุ้มครองสตั ว์ป่า (ฉบบั ท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๔๖
(๓) พระราชบญั ญตั สิ งวนและคมุ้ ครองสตั วป์ ่า (ฉบบั ที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๗
มาตรา ๔ ในพระราชบัญญัตินี้
“สัตว์ป่า” หมายความว่า สัตว์ทุกชนิดซึ่งโดยทั่วไปย่อมเกิดและดารงชีวิตอยู่ในธรรมชาติ
อย่างเป็นอิสระ และให้หมายความรวมถึงไขแ่ ละตวั ออ่ นของสัตว์เหล่าน้ันด้วย แต่ไม่หมายความรวมถึง
สัตว์พาหนะตามกฎหมายว่าด้วยสัตว์พาหนะ สัตว์ซึ่งได้รับการยอมรับในทางวิชาการว่าสายพันธุ์น้ัน
เปน็ สตั ว์บ้านไมใ่ ช่สัตวป์ ่า และสัตวท์ ไี่ ด้มาจากการสบื พนั ธข์ุ องสตั ว์ดังกล่าว
“สัตว์ป่าสงวน” หมายความว่า สัตว์ป่าหายากหรอื สัตว์ป่าทใี่ กล้สูญพันธุจ์ าเปน็ ต้องสงวนและ
อนุรักษ์ไว้อย่างเขม้ งวดตามท่กี าหนดไวใ้ นพระราชบญั ญตั ิน้ี
“สัตว์ป่าคุ้มครอง” หมายความว่า สัตว์ป่าท่ีมีความสาคัญต่อระบบนิเวศ หรือจานวนประชากร
ของสัตว์ป่าชนิดนัน้ มีแนวโน้มลดลงอันอาจสง่ ผลกระทบต่อระบบนเิ วศ ตามท่กี าหนดไวใ้ นพระราชบัญญตั นิ ้ี
“สัตว์ป่าควบคุม” หมายความว่า สัตว์ป่าที่ได้รับความคุ้มครองตามอนุสัญญาว่าด้วยการค้า
ระหว่างประเทศซึง่ ชนิดสัตวป์ า่ และพืชปา่ ท่ีใกล้สูญพันธ์ุ และสัตว์ป่าอืน่ ท่ตี ้องมีมาตรการควบคุมท่เี หมาะสม
ตามทก่ี าหนดไวใ้ นพระราชบญั ญัตนิ ้ี
“สัตว์ป่าอันตราย” หมายความว่า สัตว์ป่าท่ีอาจก่อให้เกิดอันตรายหรือเป็นพิษต่อมนุษย์หรอื
สัตว์ป่าอื่น หรือมีผลคุกคามให้สัตว์ป่า พืชป่า ส่ิงแวดล้อม หรือระบบนิเวศ เปลี่ยนแปลงเสียหาย
อย่างรวดเรว็ หรอื เปน็ พาหะนาโรคหรือแมลงศตั รูพชื ตามท่กี าหนดไวใ้ นพระราชบัญญัตินี้
“ซากสัตว์ป่า” หมายความว่า ร่างกาย หรือส่วนของร่างของสัตว์ป่าที่ตายแล้วหรือเนื้อของ
สัตว์ป่า ไม่ว่าจะได้ป้ิง ต้ม รม ย่าง ตากแห้ง หมัก ดอง หรือทาอย่างอื่นเพ่ือไม่ให้เน่าเป่ือย และ
ไม่ว่าจะชาแหละ แยกออก หรืออยู่ในร่างของสัตวป์ ่านั้น และให้หมายความรวมถึงเขา หนัง กระดูก
กะโหลก ฟัน งา ขนาย นอ ขน เกล็ด เล็บ กระดอง เปลือก เลือด น้าเหลือง น้าเช้ือ หรือ
สว่ นต่าง ๆ ของสัตวป์ า่ ท่ีแยกออกจากรา่ งของสัตวป์ า่ ไมว่ ่าจะยงั มชี วี ิตหรือตายแลว้

เล่ม ๑๓๖ ตอนท่ี ๗๑ ก หน้า ๑๐๖ ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๒
ราชกิจจานุเบกษา

“ผลิตภณั ฑ์จากซากสตั ว์ปา่ ” ให้หมายความรวมถงึ อนพุ นั ธห์ รือสิ่งอื่นใดทีไ่ ดม้ าจากสตั ว์ปา่ หรือ
ซากของสัตว์ป่าท่ีตรวจสอบหรือจาแนกได้โดยเอกสารกากับ บรรจุภัณฑ์ เคร่ืองหมาย ฉลาก หรืออ่ืน ๆ
ว่าเปน็ ของสัตว์ป่าชนดิ น้ัน ๆ ทั้งน้ี ตามทีร่ ัฐมนตรีประกาศกาหนด

“ล่า” หมายความว่า เก็บ ดัก จับ ยิง ฆ่า หรือทาอันตรายด้วยประการอื่นใดแก่สัตว์ป่า
ท่ีไม่มเี จา้ ของและอยอู่ ย่างเปน็ อิสระ และให้หมายความรวมถงึ การไล่ การตอ้ น การเรยี ก การล่อ หรอื
การอน่ื ๆ เพือ่ เกบ็ ดัก จับ ยงิ ฆ่า หรอื ทาอนั ตรายแก่สัตวป์ า่ นน้ั

“เพาะพันธ์ุ” หมายความว่า ขยายพันธ์ุสัตว์ป่าท่ีนามาเลี้ยงโดยวิธีผสมพันธุ์ และให้หมายความ
รวมถึงขยายพันธุ์สัตว์ป่าด้วยวิธีผสมเทียม ย้ายฝากตัวอ่อน หรือโดยวิธีการอ่ืนใดซ่ึงมีวัตถุประสงค์ใน
การเพม่ิ จานวนสตั ว์ปา่ ดังกล่าว

“ค้า” หมายความวา่ ซื้อ ขาย แลกเปลย่ี น จาหน่าย จ่าย แจก หรือโอนกรรมสิทธ์ิ ทั้งน้ี
เพื่อประโยชน์ในทางการค้า และให้หมายความรวมถึงมีหรือแสดงไว้ซึ่งสัตว์ป่า ซากสัตว์ป่า หรือ
ผลิตภณั ฑจ์ ากซากสตั ว์ปา่ เพ่ือการค้า การประกาศหรือโฆษณาหรือนาเสนอทางส่ือโทรทัศน์ วทิ ยุ ส่ิงพิมพ์
ระบบเทคโนโลยสี ารสนเทศ หรือส่อื ใด ๆ เพ่ือการค้าดว้ ย

“นาเข้า” หมายความว่า นาหรือส่ังเข้ามาในราชอาณาจักร และให้หมายความรวมถึงนาเข้ามา
ในราชอาณาจักรซง่ึ สัตวป์ า่ ซากสตั วป์ ่า หรอื ผลิตภณั ฑจ์ ากซากสัตวป์ า่ ทเี่ คยสง่ ออกไปนอกราชอาณาจักรแล้ว

“ส่งออก” หมายความว่า นาหรือส่งออกไปนอกราชอาณาจักร และให้หมายความรวมถึง
นาหรือส่งออกไปนอกราชอาณาจักรซ่ึงสัตว์ปา่ ซากสัตว์ป่า หรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่าที่เคยนาเข้ามา
ในราชอาณาจักรแลว้

“นาผ่าน” หมายความว่า การผ่านแดนและการถา่ ยลาตามกฎหมายวา่ ดว้ ยศุลกากร
“ด่านตรวจสัตว์ป่า” หมายความว่า ด่านตรวจสัตว์ป่า ซากสัตว์ป่า หรือผลิตภัณฑ์จาก
ซากสัตว์ปา่
“สวนสัตว์” หมายความว่า สถานท่ีหรือบริเวณซ่ึงรวบรวมสัตว์ปา่ และจัดแสดงไวเ้ พื่อประโยชน์แก่
การพักผ่อนหย่อนใจ การเรียน การศึกษา การค้นคว้า การวิจัย การอนุรักษ์ หรือการเพาะพันธ์สุ ตั ว์ป่า
เพอื่ ประโยชนแ์ กก่ ิจการสวนสตั วน์ ัน้
“พนกั งานเจ้าหนา้ ท่ี” หมายความวา่ ผูซ้ ึง่ รัฐมนตรีแต่งตง้ั ใหป้ ฏบิ ตั ิการตามพระราชบัญญตั ิน้ี
“คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการสงวนและคุ้มครองสัตวป์ ่า
“อธิบดี” หมายความว่า อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช หรืออธิบดี
กรมประมงเฉพาะท่ีเกี่ยวกบั สตั ว์น้า

เล่ม ๑๓๖ ตอนที่ ๗๑ ก หน้า ๑๐๗ ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๒
ราชกิจจานเุ บกษา

“รัฐมนตรี” หมายความว่า รัฐมนตรผี รู้ กั ษาการตามพระราชบญั ญตั นิ ี้
มาตรา ๕ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมรักษาการ
ตามพระราชบญั ญตั นิ ้ี และให้มีอานาจแต่งต้ังพนกั งานเจา้ หนา้ ที่ กับออกกฎกระทรวงกาหนดคา่ ธรรมเนียม
ไม่เกินอัตราท้ายพระราชบัญญัตินี้ ลดหรือยกเว้นค่าธรรมเนียม และกาหนดกิจการอื่น หรือ
ออกกฎกระทรวง ระเบียบ และประกาศเพื่อปฏิบัตกิ ารตามพระราชบญั ญัตนิ ้ี
การออกกฎกระทรวงกาหนดค่าธรรมเนียมตามวรรคหนึ่ง รัฐมนตรีจะกาหนดค่าธรรมเนียม
ให้แตกต่างกันโดยคานึงถึงชนิด ประเภท หรือจานวนของสัตว์ป่า ซากสัตว์ป่า หรือผลิตภัณฑ์จาก
ซากสตั ว์ปา่ หรือขนาด ลักษณะ หรือประเภทของกจิ การหรอื กจิ กรรมท่ีจะดาเนนิ การก็ได้
กฎกระทรวง ระเบยี บ และประกาศ เมอ่ื ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วใหใ้ ชบ้ ังคับได้

หมวด ๑
สตั วป์ า่

สว่ นที่ ๑
ประเภทสตั วป์ า่

มาตรา ๖ ให้สตั วป์ า่ ตามบญั ชที ้ายพระราชบัญญัตนิ ้เี ปน็ สัตวป์ ่าสงวน
ในกรณีท่ีอธิบดีโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการเห็นว่าสัตว์ป่าชนิดใดสมควรกาหนดเป็น
สตั วป์ ่าสงวนเพ่ิมเตมิ จากท่ีกาหนดไวใ้ นวรรคหนึ่ง ใหก้ ระทาโดยตราเปน็ พระราชกฤษฎกี า
ในกรณีท่ีอธิบดีโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการเห็นว่าสัตว์ป่าสงวนใดตามที่กาหนดใน
วรรคหน่ึงและวรรคสอง มีจานวนเพ่ิมขึ้นจนไม่มีสภาพใกล้สูญพันธ์ุและไม่มีความจาเป็นต้องสงวนและ
อนุรักษ์ไว้อย่างเข้มงวดอีกต่อไป จะเสนอให้สัตว์ป่าสงวนน้ันพ้นจากการเป็นสัตว์ป่าสงวนก็ได้ โดยตราเป็น
พระราชกฤษฎีกา
มาตรา ๗ การกาหนดให้สัตว์ป่าชนิดใดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ให้กาหนดในกฎกระทรวง
โดยความเหน็ ชอบของคณะกรรมการ
มาตรา ๘ การกาหนดให้สัตว์ป่าคุ้มครองชนิดใดที่มีศักยภาพในการใช้ประโยชน์ใน
ทางเศรษฐกิจเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองท่ีเพาะพันธุ์ได้ ให้กาหนดโดยประกาศของรฐั มนตรีโดยความเห็นชอบ
ของคณะกรรมการ
มาตรา ๙ การกาหนดให้สัตว์ป่าชนิดใดเป็นสัตว์ป่าควบคุม ให้เป็นไปตามประกาศของ

รัฐมนตรี

เล่ม ๑๓๖ ตอนที่ ๗๑ ก หน้า ๑๐๘ ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๒
ราชกจิ จานุเบกษา

มาตรา ๑๐ ในกรณีท่ีมีการตราพระราชกฤษฎีกาตามมาตรา ๖ วรรคสอง กาหนด
ชนิดของสัตว์ป่าสงวนเพ่ิมเติม ให้ผู้มีไว้ในครอบครองซ่ึงสัตว์ป่าหรือซากสัตว์ป่าโดยชอบด้วยกฎหมาย
ซึ่งตรงกับชนิดของสัตว์ป่าสงวนท่ีกาหนดเพ่ิมเติมอยู่ก่อนวันท่ีพระราชกฤษฎีกาน้ันมีผลใช้บังคับ
แจ้งรายการเก่ียวกับชนิดและจานวนของสตั ว์ป่าสงวนหรือซากสัตวป์ ่าสงวนต่อพนกั งานเจา้ หนา้ ที่ภายในเวลา
ที่อธิบดีกาหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา ซึ่งกาหนดเวลาดังกล่าวจะต้องไม่น้อยกว่าสามสิบวัน
พร้อมทัง้ เผยแพร่ใหส้ าธารณชนทราบตามวิธกี ารทอี่ ธิบดกี าหนดเป็นเวลาไม่น้อยกว่าสามสิบวนั

เม่ือได้แจ้งรายการเก่ียวกับชนดิ และจานวนของสัตว์ป่าสงวนหรือซากสัตวป์ ่าสงวนต่อพนักงาน
เจ้าหน้าที่ตามวรรคหน่ึงแลว้ หากผคู้ รอบครองสัตว์ปา่ สงวนหรอื ซากสัตวป์ า่ สงวนประสงคจ์ ะครอบครอง
สัตว์ป่าสงวนหรือซากสัตว์ป่าสงวนน้ันต่อไป ให้พนักงานเจ้าหน้าที่พิจารณาออกใบอนุญาตครอบครอง
สัตว์ปา่ สงวนชว่ั คราวหรือใบรบั รองการครอบครองซากสัตวป์ ่าสงวนแกผ่ ู้นน้ั

เมื่อได้แจ้งรายการเกี่ยวกับชนิดและจานวนของสัตว์ป่าสงวนหรอื ซากสัตว์ปา่ สงวนตอ่ พนกั งานเจ้าหนา้ ที่
ตามวรรคหนึ่งแล้ว หากผู้ครอบครองตามวรรคหน่ึงประสงค์จะจาหน่าย จ่าย หรือโอนสัตว์ป่าสงวนนั้น
ให้แก่ผู้รับใบอนุญาตจัดต้ังและประกอบกิจการสวนสัตว์ตามมาตรา ๓๓ หรือสวนสัตว์ท่ีหน่วยงานของรัฐ
จัดต้ังตามหน้าที่ ให้ดาเนินการให้แล้วเสร็จภายในเวลาที่กาหนดในระเบียบตามวรรคสี่ ในกรณีไม่สามารถ
ดาเนินการให้เสร็จสิ้นได้ภายในเวลาดังกล่าว หากมีสัตว์ป่าสงวนเหลืออยู่เท่าใด ให้ถือว่าผู้ครอบครอง
สัตวป์ ่าสงวนนนั้ ยนิ ยอมใหต้ กเปน็ ของแผน่ ดิน

หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงอ่ื นไขการแจ้งและการรบั แจง้ การออกใบอนญุ าตครอบครองสัตวป์ า่ สงวน
ชั่วคราว การออกใบรับรองการครอบครองซากสัตว์ป่าสงวน อายุใบอนุญาตหรือใบรับรอง การครอบครอง
สัตว์ป่าสงวนหรือซากสัตว์ป่าสงวน การต่ออายุใบอนุญาตหรือใบรับรอง การโอนใบอนุญาตหรือใบรับรอง
การออกใบแทนใบอนุญาตหรือใบรับรอง และการจาหน่าย จ่าย หรือโอนสัตว์ป่าสงวน ให้เป็นไป
ตามระเบยี บที่อธิบดีกาหนดโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ

ในกรณีท่ีผู้มีไว้ในครอบครองซึ่งสัตว์ป่าสงวนหรือซากสัตว์ป่าสงวนไม่ได้ดาเนินการตามวรรคหน่ึง
ให้ถือว่าผูน้ นั้ ยนิ ยอมใหส้ ตั ว์ป่าสงวนหรอื ซากสตั ว์ป่าสงวนทีม่ ีไวใ้ นครอบครองตกเป็นของแผน่ ดนิ

มาตรา ๑๑ ในกรณีที่มีการออกกฎกระทรวงตามมาตรา ๗ กาหนดชนิดของสัตว์ป่า
คุม้ ครองเพิ่มเติม ให้นาความในมาตรา ๑๐ วรรคหนึ่งและวรรคสอง มาใช้บังคบั แก่ผู้มีไวใ้ นครอบครอง
ซึ่งสตั วป์ ่า ซากสัตว์ปา่ หรือผลติ ภัณฑจ์ ากซากสตั วป์ า่ โดยชอบดว้ ยกฎหมาย ซึง่ ตรงกับชนิดของสัตวป์ า่
คมุ้ ครองทกี่ าหนดเพิม่ เตมิ อยกู่ อ่ นวันท่กี ฎกระทรวงดงั กลา่ วมผี ลใชบ้ งั คับโดยอนโุ ลม

เล่ม ๑๓๖ ตอนที่ ๗๑ ก หน้า ๑๐๙ ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๒
ราชกิจจานุเบกษา

ในกรณีที่ผู้ครอบครองตามวรรคหนึ่งประสงค์จะจาหน่าย จ่าย หรือโอนสัตว์ป่าคุ้มครองนั้น
ใหแ้ ก่ผรู้ ับใบอนุญาตจัดตั้งและประกอบกิจการสวนสตั วต์ ามมาตรา ๓๓ หรอื สวนสตั วท์ ่หี นว่ ยงานของรฐั
จัดต้ังตามหน้าท่ี หรือจาหน่ายสัตว์ป่าคุ้มครองนั้นให้แก่ผู้รับใบอนุญาตดาเนินกิจการเพาะพันธ์ุสัตว์ป่า
ตามมาตรา ๒๘ ในกรณีท่เี ปน็ สตั ว์ปา่ คุ้มครองทเี่ พาะพนั ธุไ์ ด้ ให้ดาเนินการใหแ้ ล้วเสร็จภายในเวลาที่กาหนด
ในระเบียบตามวรรคสาม ในกรณีไม่สามารถดาเนนิ การให้เสรจ็ สิ้นได้ภายในเวลาดังกล่าว หากมสี ตั วป์ า่
คุ้มครองเหลืออยเู่ ท่าใด ใหถ้ ือว่าผู้ครอบครองสัตว์ปา่ คมุ้ ครองนั้นยินยอมใหต้ กเป็นของแผน่ ดิน

หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการแจ้งและการรับแจ้ง การออกใบอนุญาตครอบครอง
สัตว์ป่าคุ้มครองชั่วคราว การออกใบรับรองการครอบครองซากสัตว์ป่าคุ้มครอง อายุใบอนุญาตหรือ
ใบรบั รอง การครอบครองสัตว์ป่าคมุ้ ครอง ซากสตั ว์ป่าคมุ้ ครอง หรือผลติ ภัณฑจ์ ากซากสตั วป์ ่าค้มุ ครอง
การดาเนินการต่อซากสัตว์ป่าคุ้มครองหรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ปา่ คุม้ ครองที่มีไว้เพื่อการค้า การต่ออายุ
ใบอนุญาตหรือใบรับรอง การโอนใบอนุญาตหรือใบรับรอง การออกใบแทนใบอนุญาตหรือใบรับรอง
และการจาหน่าย จ่าย หรือโอนสัตว์ป่าคุ้มครอง ให้เป็นไปตามระเบยี บที่อธบิ ดกี าหนดโดยความเหน็ ชอบ
ของคณะกรรมการ

ในกรณีที่ผู้มีไว้ในครอบครองซึ่งสัตว์ป่าคุ้มครองหรือซากสัตว์ป่าคุ้มครองไม่ได้ดาเนินการ
ตามวรรคหนึ่ง ให้ถือว่าผู้น้ันยินยอมให้สัตว์ป่าคมุ้ ครองหรือซากสัตว์ปา่ คุ้มครองทีม่ ีไวใ้ นครอบครองตกเป็น
ของแผน่ ดิน

ส่วนท่ี ๒
การคมุ้ ครองสตั วป์ า่

มาตรา ๑๒ หา้ มมใิ ห้ผใู้ ดลา่ สัตวป์ า่ สงวนหรือสัตว์ปา่ คมุ้ ครอง
มาตรา ๑๓ ผ้ใู ดลา่ สัตวป์ ่าที่เปน็ การฝ่าฝนื ตอ่ บทบญั ญตั แิ ห่งพระราชบญั ญตั นิ ้ี ด้วยความจาเปน็
และภายใตเ้ งื่อนไขดังตอ่ ไปนี้ ผู้น้ันไม่ต้องรับโทษ
(๑) เพ่อื ใหต้ นเองหรอื ผ้อู ืน่ พ้นจากอันตราย หรอื เพอื่ สงวนหรอื รกั ษาไวซ้ ง่ึ ทรัพยส์ ินของตนเอง
หรือผอู้ ื่น และ
(๒) การล่านนั้ ไดก้ ระทาพอสมควรแกเ่ หตุ
ผู้กระทาตามวรรคหน่ึงต้องไม่เคลื่อนย้ายสัตว์ป่าหรือซากสัตว์ป่าที่ถูกล่าน้ัน เว้นแต่กรณี
มีความจาเป็น และต้องแจ้งเหตุที่ได้ล่าหรือเคล่ือนย้ายสัตว์ป่านั้นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่หรือพนักงาน
สอบสวนแห่งท้องที่ทราบโดยพลัน ในกรณีเช่นว่านี้ ให้พนักงานเจ้าหน้าท่ีร่วมกับพนักงานสอบสวน

เล่ม ๑๓๖ ตอนที่ ๗๑ ก หน้า ๑๑๐ ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๒
ราชกจิ จานุเบกษา

ดาเนินการตรวจสอบเหตุแห่งการล่าหรือเคลื่อนย้ายสัตว์ป่าโดยเร็ว และให้ดาเนินการแก่สัตว์ป่าหรือ
ซากสัตว์ปา่ นน้ั ตามระเบียบท่ีอธิบดีกาหนดโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ

มาตรา ๑๔ ห้ามมิให้ผู้ใดเก็บ ทาอันตราย หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งรังของสัตว์ป่าสงวน
เว้นแตเ่ ปน็ กรณขี องผทู้ ่ีมีสตั ว์ปา่ สงวนไวใ้ นครอบครองโดยถูกต้องตามพระราชบญั ญตั ินี้

ห้ามมิให้ผู้ใดเก็บ ทาอันตราย หรือมีไว้ในครอบครองซ่ึงรังของสัตวป์ ่าคุ้มครอง เว้นแตเ่ ป็นรัง
ของสัตว์ป่าคุ้มครองตามชนิดท่ีรัฐมนตรีประกาศกาหนดและโดยได้รับใบอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่
หรอื เป็นกรณีผูท้ ี่มีสัตว์ปา่ ค้มุ ครองไวใ้ นครอบครองโดยถกู ตอ้ งตามพระราชบัญญตั นิ ้ี

ความในวรรคหนึ่งและวรรคสองมใิ หใ้ ช้บังคับแก่ผซู้ ่ึงได้รบั อนุญาตเก็บรงั นกตามกฎหมายวา่ ดว้ ย
อากรรังนกอแี อน่ และผูท้ ่ีอาศยั อานาจของผรู้ บั อนญุ าตดังกลา่ ว แต่ตอ้ งปฏบิ ตั ติ ามระเบียบทอ่ี ธิบดกี าหนด
โดยความเหน็ ชอบของคณะกรรมการ

คุณสมบัตแิ ละลกั ษณะต้องหา้ มของผ้ขู อรับใบอนญุ าตและผรู้ ับโอนใบอนญุ าต หลกั เกณฑ์ วิธกี าร
และเงื่อนไขการขอรับใบอนุญาตและการออกใบอนุญาต อายุใบอนุญาต การต่ออายุใบอนุญาต
การโอนใบอนญุ าต และการออกใบแทนใบอนุญาตตามวรรคสอง ให้เป็นไปตามระเบียบที่อธบิ ดกี าหนด
โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ

มาตรา ๑๕ ห้ามมิให้ผู้ใดทิ้งหรือปล่อยเป็นอิสระซึ่งสัตว์ป่าสงวน สัตว์ป่าคุ้มครอง หรือ
สตั ว์ปา่ ควบคมุ หรอื กระทาการใด ๆ ใหส้ ัตว์ปา่ นนั้ พน้ จากการดูแลของตน

ความในวรรคหน่ึงมิให้ใช้บังคับแก่ผู้มีไว้ในครอบครองซึ่งสัตว์ป่าสงวน สัตว์ป่าคุ้มครอง หรือ
สัตว์ป่าควบคมุ ทไ่ี ดม้ าโดยถูกตอ้ งตามพระราชบญั ญตั นิ ้ี และได้จาหนา่ ย จา่ ย หรอื โอนให้แกผ่ ู้ทีส่ ามารถ
ครอบครองสัตว์ป่าดังกล่าวได้โดยชอบตามพระราชบัญญัติน้ี หรือได้ส่งมอบให้แก่กรมอุทยานแห่งชาติ
สัตวป์ า่ และพันธ์ุพืช หรอื กรมประมงในกรณีทส่ี ตั ว์ปา่ นน้ั เปน็ สตั ว์นา้ ตามมาตรา ๑๖

มาตรา ๑๖ ในกรณีผู้มีสัตว์ป่าสงวน สัตว์ป่าคุ้มครอง หรือสัตว์ป่าควบคุมไว้ในครอบครอง
โดยชอบด้วยกฎหมายตามพระราชบัญญัติน้ี มีเหตุจาเป็นท่ีไม่สามารถเลี้ยงดูสัตว์ป่าน้ันต่อไปได้ และ
ประสงค์จะส่งมอบสัตว์ป่านนั้ ให้แกก่ รมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช หรือกรมประมงในกรณี
ที่สัตว์ป่าน้ันเป็นสัตว์น้า ให้แจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ โดยผู้ครอบครองสัตว์ป่าดังกล่าวต้องชาระค่าใช้จ่าย
ในการดูแลสัตว์ป่าแก่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช หรือกรมประมง แล้วแต่กรณี และ
ใหถ้ อื วา่ ผนู้ ้ันยนิ ยอมใหส้ ตั วป์ ่านน้ั ตกเปน็ ของแผน่ ดนิ

เล่ม ๑๓๖ ตอนที่ ๗๑ ก หน้า ๑๑๑ ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๒
ราชกจิ จานุเบกษา

หลักเกณฑ์ วิธีการ และเง่ือนไขการแจ้งและการรับแจ้ง การรับมอบสัตว์ป่า อัตราค่าใช้จ่าย
การชาระค่าใชจ้ ่ายในการดแู ลสัตว์ปา่ และการยกเว้นค่าใชจ้ า่ ยในการดูแลสตั วป์ ่า ใหเ้ ปน็ ไปตามระเบยี บ
ท่อี ธิบดีกาหนดโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ ท้งั นี้ การกาหนดอัตราค่าใชจ้ ่ายในการดแู ลสัตวป์ า่
ต้องเหมาะสมกับชนิดหรือประเภทของสัตว์ป่า โดยอย่างน้อยให้คานึงถึงค่าอาหารสัตว์ป่า ค่ายาและ
เวชภัณฑ์ ค่าแรงงานจดั การสถานท่ีเลี้ยงดู ค่ากรงเล้ยี งและโรงเรือน

สว่ นท่ี ๓
การครอบครองสตั ว์ป่า

มาตรา ๑๗ หา้ มมใิ ห้ผู้ใดมไี วใ้ นครอบครองซ่ึงสัตวป์ ่าสงวน สตั วป์ ่าคุ้มครอง หรอื ซากสตั ว์ปา่
ดังกลา่ ว เวน้ แต่

(๑) เปน็ การครอบครองโดยผรู้ ับใบอนญุ าตจดั ตง้ั และประกอบกจิ การสวนสตั ว์ตามมาตรา ๓๓
หรือสวนสตั วท์ ่ีหนว่ ยงานของรัฐจัดตง้ั ตามหน้าท่ี

(๒) เป็นการครอบครองสัตว์ป่าคุ้มครองที่เพาะพันธ์ุได้ของผู้รับใบอนุญาตดาเนินกิจการ
เพาะพันธุ์สัตวป์ า่ ตามมาตรา ๒๘ ที่มีไวเ้ พ่ือการเพาะพนั ธุ์หรือไดม้ าจากการเพาะพันธุ์ หรือซากสัตวป์ ่า
ดังกล่าว

(๓) เป็นกรณีตามมาตรา ๑๐ หรือมาตรา ๑๑
มาตรา ๑๘ ผู้ใดจะมีไว้ในครอบครองซึ่งสัตว์ป่าคุ้มครองท่ีเพาะพันธุ์ได้ตามมาตรา ๘
ท่ไี ดม้ าจากการเพาะพนั ธ์ุหรือซากสัตวป์ า่ ดงั กล่าว ต้องไดร้ บั ใบอนญุ าตจากอธิบดี เวน้ แตเ่ ป็นการครอบครอง
ตามใบอนญุ าตคา้ สัตว์ป่าโดยผูร้ ับใบอนญุ าตค้าตามมาตรา ๓๐
คุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้ขอรับใบอนุญาตและผู้รับโอนใบอนุญาต หลักเกณฑ์
วิธกี าร และเง่อื นไขการขอรบั ใบอนุญาตและการออกใบอนุญาต อายใุ บอนุญาต การตอ่ อายใุ บอนุญาต
การโอนใบอนุญาต และการออกใบแทนใบอนญุ าต ใหเ้ ปน็ ไปตามทีก่ าหนดในกฎกระทรวง
มาตรา ๑๙ ผู้ใดจะมีไว้ในครอบครองซ่ึงสัตว์ป่าควบคุมตามมาตรา ๙ เฉพาะชนิดที่
รัฐมนตรีประกาศกาหนดหรือซากสัตวป์ ่าดงั กล่าว ให้แจ้งการครอบครองต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ เว้นแต่
เปน็ การครอบครองตามใบอนญุ าตคา้ สตั วป์ ่าโดยผรู้ ับใบอนุญาตคา้ ตามมาตรา ๓๐
หลักเกณฑ์ วิธีการ และเง่ือนไขการแจ้งและการรับแจ้ง และการครอบครอง ให้เป็นไป
ตามระเบียบทอี่ ธบิ ดีกาหนดโดยความเหน็ ชอบของคณะกรรมการ

เล่ม ๑๓๖ ตอนที่ ๗๑ ก หน้า ๑๑๒ ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๒
ราชกิจจานุเบกษา

มาตรา ๒๐ ในกรณีท่ีมีการออกประกาศกาหนดชนิดสัตว์ป่าควบคุมตามมาตรา ๑๙
วรรคหน่ึง ให้ผู้มีไว้ในครอบครองซ่ึงสัตว์ป่าควบคุมดังกล่าวอยู่ก่อนวันที่ประกาศน้ันมีผลใช้บังคับ
แจง้ การครอบครองสตั ว์ปา่ ควบคมุ ตามมาตรา ๑๙ วรรคสอง ต่อพนกั งานเจา้ หนา้ ท่ีภายในเวลาท่ีอธิบดี
กาหนดโดยประกาศในราชกิจจานเุ บกษา ซ่ึงกาหนดเวลาดงั กล่าวจะต้องไมน่ อ้ ยกวา่ สามสบิ วนั พร้อมทั้ง
เผยแพร่ให้สาธารณชนทราบตามวิธีการทีอ่ ธบิ ดกี าหนดเป็นเวลาไม่นอ้ ยกว่าสามสบิ วัน

มาตรา ๒๑ ความในมาตรา ๑๗ มาตรา ๑๘ และมาตรา ๑๙ มิให้ใช้บังคับแก่
การช่วยเหลือสัตว์ป่าสงวน สัตว์ป่าคุ้มครอง สัตว์ป่าคุ้มครองที่เพาะพันธุ์ได้ และสัตว์ป่าควบคุม
ที่ถูกทอดทิ้ง บาดเจ็บ ป่วย หรืออ่อนแอ และได้แจ้งการช่วยเหลือสัตว์ป่านั้นแก่พนักงานเจ้าหน้าท่ี
ตามระเบยี บทอี่ ธบิ ดีกาหนด

สว่ นที่ ๔
การนาเขา้ สง่ ออก หรือนาผา่ นซึง่ สตั ว์ปา่ และดา่ นตรวจสตั วป์ า่

มาตรา ๒๒ หา้ มมใิ หผ้ ้ใู ดนาเข้าหรอื สง่ ออกซึง่ สัตวป์ ่าสงวน ซากสตั วป์ ่าสงวน หรอื ผลิตภัณฑ์
จากซากสัตวป์ ่าสงวน เวน้ แต่ได้รบั ใบอนญุ าตจากอธิบดี

การอนุญาตตามวรรคหน่ึงจะกระทาไดเ้ ฉพาะกรณที ่เี ปน็ การกระทาเพอ่ื กจิ การสวนสัตว์ของผรู้ บั
ใบอนุญาตจัดต้ังและประกอบกิจการสวนสัตว์ตามมาตรา ๓๓ หรือสวนสัตว์ที่หน่วยงานของรัฐจัดต้ัง
ตามหนา้ ที่

คุณสมบตั ิและลักษณะตอ้ งหา้ มของผขู้ อรบั ใบอนญุ าตและผู้รับโอนใบอนุญาต หลักเกณฑ์ วิธกี าร
และเง่ือนไขการขอรับใบอนุญาตและการออกใบอนุญาต อายุใบอนุญาต การต่ออายุใบอนุญาต
การโอนใบอนญุ าต และการออกใบแทนใบอนุญาต ให้เป็นไปตามที่กาหนดในกฎกระทรวง

มาตรา ๒๓ ผู้ใดจะนาเข้าหรือส่งออกซึ่งสัตว์ป่าคุ้มครอง สัตว์ป่าคุ้มครองที่เพาะพันธุ์ได้
สตั วป์ า่ ควบคุม ซากสัตว์ปา่ ดังกลา่ ว หรือผลิตภัณฑจ์ ากซากสัตว์ป่าดงั กลา่ ว ตอ้ งได้รับใบอนญุ าตจากอธบิ ดี

การอนุญาตตามวรรคหนง่ึ ในกรณีเป็นสตั วป์ า่ คมุ้ ครอง หรอื ซากสตั วป์ ่าคมุ้ ครอง จะกระทาได้
เฉพาะกรณีท่ีเป็นการกระทาเพื่อกิจการสวนสัตว์ของผู้รับใบอนุญาตจัดต้ังและประกอบกิจการสวนสัตว์
ตามมาตรา ๓๓ หรอื สวนสัตวท์ ี่หนว่ ยงานของรัฐจัดตัง้ ตามหนา้ ที่

เล่ม ๑๓๖ ตอนท่ี ๗๑ ก หน้า ๑๑๓ ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๒
ราชกิจจานุเบกษา

ความในวรรคหนึ่งมิให้ใช้บังคับแก่การนาเข้าหรือส่งออกซึ่งซากสัตว์ป่าคุ้มครอง ซากสัตว์ป่า
ควบคุม และผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่าดังกล่าว เพื่อใช้สอยส่วนตัวตามชนิด ประเภท และจานวน
ทีอ่ ธิบดปี ระกาศกาหนด

คุณสมบัตแิ ละลกั ษณะตอ้ งหา้ มของผขู้ อรบั ใบอนุญาตและผู้รับโอนใบอนญุ าต หลกั เกณฑ์ วิธีการ
และเง่ือนไขการขอรับใบอนุญาตและการออกใบอนุญาต อายุใบอนุญาต การต่ออายุใบอนุญาต การโอน
ใบอนญุ าต และการออกใบแทนใบอนุญาต ใหเ้ ปน็ ไปตามที่กาหนดในกฎกระทรวง

มาตรา ๒๔ ในกรณีท่ีการส่งออกซึ่งสัตว์ป่า ซากสัตว์ป่า หรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่า
ที่มิใช่สัตว์ป่าสงวน สัตว์ป่าคุ้มครอง และสัตว์ป่าควบคุม จะต้องมีใบรับรองการส่งออกตามความตอ้ งการ
ของประเทศปลายทาง หรือผู้นาเขา้ หรือผู้ส่งออกผ้ใู ดประสงค์จะได้ใบรับรองการนาเขา้ หรือส่งออกซึ่งสตั ว์ป่า
ซากสัตว์ปา่ หรือผลิตภัณฑ์จากซากสตั ว์ปา่ ดังกล่าว อาจย่ืนคาขอรบั ใบรับรองการนาเข้าหรอื ส่งออกต่อ
พนักงานเจ้าหน้าท่ีได้

คุณสมบตั แิ ละลกั ษณะตอ้ งหา้ มของผู้ขอรบั ใบรบั รองและผูร้ ับโอนใบรบั รอง หลกั เกณฑ์ วิธกี าร
และเง่ือนไขการขอรับใบรับรองและการออกใบรับรอง อายุใบรับรอง การต่ออายุใบรับรอง การโอน
ใบรบั รอง และการออกใบแทนใบรับรอง ให้เป็นไปตามทก่ี าหนดในกฎกระทรวง

มาตรา ๒๕ ผู้ใดจะนาผ่านซึ่งสัตว์ป่าสงวน สัตว์ป่าคุ้มครอง สัตว์ป่าคุ้มครองท่ีเพาะพันธ์ุได้
สัตว์ป่าควบคุม ซากสัตวป์ ่าดงั กล่าว หรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตวป์ า่ ดงั กล่าว ให้แจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าท่ี
ประจาด่านตรวจสัตว์ป่า

หลักเกณฑ์ วิธีการ และเง่ือนไขการแจ้งและการรับแจ้ง และการนาผ่าน ให้เป็นไปตามระเบยี บ
ท่ีอธิบดีกาหนดโดยความเหน็ ชอบของคณะกรรมการ

มาตรา ๒๖ ให้รัฐมนตรีมีอานาจตั้งด่านตรวจสัตว์ป่าและกาหนดเขตแห่งด่านนั้น ๆ
โดยประกาศในราชกจิ จานเุ บกษา

มาตรา ๒๗ ผู้ได้รับใบอนุญาตนาเข้าหรือส่งออกซ่งึ สตั ว์ป่าสงวน สัตว์ป่าคุม้ ครอง สัตวป์ ่า
คุ้มครองที่เพาะพันธ์ุได้ สัตว์ป่าควบคุม ซากสัตว์ป่าดังกล่าว หรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่าดังกล่าว
เมอื่ มกี ารนาเขา้ หรอื สง่ ออกซึง่ สัตวป์ า่ สงวน สตั วป์ า่ คุม้ ครอง สตั ว์ป่าคมุ้ ครองท่เี พาะพนั ธุไ์ ด้ สตั วป์ ่าควบคมุ
ซากสัตว์ป่าดังกล่าว หรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่าดังกล่าว ให้แจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าท่ีประจา
ด่านตรวจสัตว์ป่า โดยแสดงใบอนุญาตนาเข้าหรือส่งออก เม่ือพนักงานเจ้าหน้าท่ีได้ตรวจสอบแล้ว
จงึ ให้นาเคลือ่ นที่ต่อไปได้

หลักเกณฑ์ วธิ กี าร และเงื่อนไขการแจ้งและการรบั แจง้ ใหเ้ ป็นไปตามระเบียบทอี่ ธบิ ดกี าหนด
โดยความเหน็ ชอบของคณะกรรมการ

เล่ม ๑๓๖ ตอนท่ี ๗๑ ก หน้า ๑๑๔ ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๒
ราชกจิ จานุเบกษา

สว่ นท่ี ๕
การดาเนนิ กจิ การเพาะพนั ธส์ุ ตั วป์ ่า และการคา้ สตั วป์ า่

มาตรา ๒๘ ผู้ใดจะดาเนินกิจการเพาะพันธุ์สัตว์ป่าคุ้มครองที่เพาะพันธ์ุได้ตามมาตรา ๘
หรือสตั ว์ปา่ ควบคุมตามมาตรา ๙ เฉพาะชนดิ ทร่ี ัฐมนตรปี ระกาศกาหนด ต้องได้รับใบอนุญาตจากอธบิ ดี

คุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้ขอรับใบอนุญาตและผู้รับโอนใบอนุญาต หลักเกณฑ์
วธิ กี าร และเง่อื นไขการขอรบั ใบอนุญาตและการออกใบอนญุ าต อายุใบอนุญาต การตอ่ อายุใบอนุญาต
การโอนใบอนุญาต และการออกใบแทนใบอนุญาต ใหเ้ ปน็ ไปตามทกี่ าหนดในกฎกระทรวง

มาตรา ๒๙ ห้ามมิให้ผู้ใดค้าสัตว์ป่าสงวน สัตว์ป่าคุ้มครอง ซากสัตว์ป่าดังกล่าว หรือ
ผลติ ภัณฑจ์ ากซากสัตว์ปา่ ดังกลา่ ว

มาตรา ๓๐ ผู้ใดจะค้าสัตว์ป่าคุ้มครองท่ีเพาะพันธ์ุได้ตามมาตรา ๘ สัตว์ป่าควบคุม
ตามมาตรา ๙ เฉพาะชนิดทร่ี ัฐมนตรีประกาศกาหนด ซากสัตว์ปา่ ดังกล่าว หรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่า
ดงั กล่าว ต้องได้รบั ใบอนญุ าตจากอธบิ ดี

คุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้ขอรับใบอนุญาตและผู้รับโอนใบอนุญาต หลักเกณฑ์
วิธกี าร และเงอื่ นไขการขอรบั ใบอนุญาตและการออกใบอนุญาต อายใุ บอนุญาต การต่ออายุใบอนญุ าต
การโอนใบอนญุ าต และการออกใบแทนใบอนุญาต ให้เปน็ ไปตามทก่ี าหนดในกฎกระทรวง

ความในวรรคหนึ่งมิให้ใชบ้ งั คบั แกผ่ ไู้ ด้รับใบอนุญาตดาเนินกจิ การเพาะพันธ์สุ ัตว์ปา่ ตามมาตรา ๒๘
ทปี่ ระสงค์จะค้าสตั ว์ปา่ ค้มุ ครองที่เพาะพันธุ์ไดต้ ามมาตรา ๘ สตั ว์ป่าควบคุมตามมาตรา ๙ เฉพาะชนิด
ที่รัฐมนตรีประกาศกาหนด ซากสัตว์ป่าดังกล่าว หรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่าดังกล่าว โดยผู้ได้รับ
ใบอนญุ าตดาเนินกจิ การเพาะพันธุ์สัตวป์ ่าตามมาตรา ๒๘ ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ของผู้รบั ใบอนญุ าตค้า
ที่กาหนดในกฎกระทรวงตามวรรคสองด้วย และในกรณีที่ผู้ได้รับใบอนุญาตดาเนินกิจการเพาะพันธุ์
สัตว์ป่าตามมาตรา ๒๘ ไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ดังกล่าว ให้ถือเป็นเหตุพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาต
ดาเนนิ กจิ การเพาะพนั ธุ์สัตว์ปา่ ตามมาตรา ๒๘ ด้วย

มาตรา ๓๑ ในกรณีท่ีมีการออกประกาศกาหนดชนิดสัตว์ป่าควบคุมตามมาตรา ๒๘
วรรคหน่ึง หรือมาตรา ๓๐ วรรคหนึ่ง ให้ผู้ดาเนินกิจการเพาะพันธุ์สัตว์ป่าควบคุม หรือค้าสัตว์ป่า
ควบคุม ซากสัตว์ป่าดังกล่าว หรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่าดงั กล่าวอยกู่ ่อนวนั ท่ีประกาศน้ันมีผลใช้บงั คับ
ย่ืนคาขอรับใบอนุญาตตามมาตรา ๒๘ วรรคสอง หรือมาตรา ๓๐ วรรคสอง แล้วแต่กรณี ภายในเวลา
ท่ีอธิบดีกาหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา ซึ่งกาหนดเวลาดังกล่าวจะต้องไม่น้อยกว่าสามสิบวัน
พร้อมทั้งเผยแพรใ่ หส้ าธารณชนทราบตามวิธีการทอี่ ธบิ ดกี าหนดเปน็ เวลาไมน่ ้อยกวา่ สามสบิ วนั

เล่ม ๑๓๖ ตอนท่ี ๗๑ ก หน้า ๑๑๕ ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๒
ราชกิจจานเุ บกษา

เมื่อยน่ื คาขอรบั ใบอนญุ าตแล้ว ให้ดาเนนิ กิจการเพาะพนั ธุส์ ตั วป์ ่าควบคมุ หรือคา้ สตั วป์ ่าควบคมุ
ซากสตั วป์ า่ ดงั กลา่ ว หรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตวป์ า่ ดงั กล่าวตอ่ ไปได้จนกวา่ อธิบดีจะมคี าสง่ั ไมอ่ นุญาต

ส่วนท่ี ๖
การดาเนนิ การต่อสตั วป์ ่าอนั ตราย

มาตรา ๓๒ การกาหนดให้สัตว์ป่า ชนิด ประเภท หรือจานวนใด เป็นสัตว์ป่าอันตราย
ให้เปน็ ไปตามประกาศของรฐั มนตรี

ผู้ใดมีสัตว์ป่าอันตรายหรือซากสัตว์ป่าดังกล่าวไว้ในครอบครอง ให้แจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่
และปฏิบัติตามมาตรการควบคุมสัตว์ป่าอันตรายหรือซากสัตว์ป่าดังกล่าวตามระเบียบที่อธิบดีกาหนด
และในกรณีท่มี คี วามจาเปน็ เพอ่ื คมุ้ ครองมนุษย์ สัตวป์ า่ พืชป่า ส่ิงแวดลอ้ ม หรอื ระบบนเิ วศ มใิ ห้ไดร้ บั
อันตรายหรือความเสียหายมากข้ึน พนักงานเจ้าหน้าที่โดยความเห็นชอบของอธิบดีอาจมีคาส่ังให้
ผู้ครอบครองซ่ึงสัตว์ป่าอันตรายหรือซากสัตว์ป่าดังกล่าวกาจัดหรือทาลายสัตว์ปา่ หรือซากสตั ว์ป่าน้ัน หรือ
สง่ มอบสตั ว์ปา่ หรอื ซากสัตว์ป่าน้นั แก่พนกั งานเจ้าหนา้ ท่ีเพือ่ กาจัดหรือทาลายต่อไป

ห้ามมใิ หผ้ ้ใู ดท้งิ หรือปลอ่ ยเปน็ อสิ ระซึ่งสัตวป์ ่าอันตรายหรอื ซากสตั ว์ป่าดังกลา่ ว
หมวด ๒
สวนสตั ว์

มาตรา ๓๓ ผู้ใดจะจัดตั้งและประกอบกิจการสวนสัตว์ต้องได้รับใบอนุญาตจากอธิบดี
โดยย่ืนเอกสารโครงการจัดตั้งและประกอบกิจการสวนสัตว์ บัญชีรายการชนิดและจานวนสัตว์ป่าหรือ
ซากสัตว์ป่าที่มีหรือจะมีไว้ในครอบครองโดยต้องแสดงหลักฐานการได้มา พร้อมด้วยแผนที่แสดงท่ีต้ัง
แบบแปลน และแผนผังของสวนสัตว์

โครงการจัดต้ังและประกอบกจิ การสวนสัตว์ และแบบแปลนและแผนผงั ของสวนสตั ว์ตามวรรคหนึ่ง
ต้องเป็นไปตามมาตรฐานการจัดการสวนสัตว์ที่อธิบดีประกาศกาหนดโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ
ในกรณีท่ีพนักงานเจ้าหน้าท่ีเห็นว่าโครงการจัดต้ังและประกอบกิจการสวนสัตว์ และแบบแปลนและ
แผนผังนั้นถูกต้องแล้ว ให้ออกหนังสือรับรองเพ่ือใช้ประกอบการพิจารณาขออนุญาตตามกฎหมายอื่น
ท่ีเก่ียวข้องตอ่ ไป หากเอกสารโครงการจัดตง้ั และประกอบกิจการสวนสัตว์ แบบแปลน หรือแผนผังนั้น
ไม่ถูกต้องครบถ้วน ไม่เหมาะสม หรือไม่เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานการจัดการสวนสัตว์ ให้พนักงาน
เจา้ หน้าท่แี จ้งให้ผู้ขอรบั ใบอนญุ าตทราบภายในเก้าสบิ วันนับแตว่ ันที่ไดร้ บั คาขออนญุ าต พร้อมท้งั กาหนด

เล่ม ๑๓๖ ตอนที่ ๗๑ ก หน้า ๑๑๖ ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๒
ราชกิจจานเุ บกษา

ระยะเวลาให้ผู้น้ันแก้ไขหรือปรบั ปรุง เมอื่ พน้ กาหนดระยะเวลาดงั กล่าวแลว้ ผ้ขู อรับใบอนญุ าตไม่ดาเนินการ
ใหถ้ กู ต้องให้ถือว่าไมป่ ระสงคจ์ ะจดั ตงั้ และประกอบกิจการสวนสัตว์

มาตรฐานการจัดการสวนสัตว์อย่างนอ้ ยตอ้ งมีสาระสาคัญ ดงั ต่อไปน้ี
(๑) การจดั การพื้นทีเ่ ลยี้ งและจดั แสดงสตั ว์
(๒) การดูแลดา้ นโภชนาการ
(๓) การสุขาภิบาล การบาบดั น้าเสีย การกาจดั ของเสีย และการควบคุมโรค
(๔) การดแู ลรกั ษาสตั ว์
(๕) การจดั สวสั ดิภาพสตั ว์
(๖) ความปลอดภยั และการรกั ษาความปลอดภยั
(๗) การปฏบิ ัติการและมาตรการฉกุ เฉนิ ตา่ ง ๆ
(๘) แนวทางการใหค้ วามร้หู รอื การศึกษาเรยี นรเู้ กย่ี วกับสตั ว์
คุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้ขอรับใบอนุญาตและผู้รับโอนใบอนุญาต หลักเกณฑ์
วิธีการ และเงื่อนไขการขอรับใบอนุญาต การออกใบอนุญาต อายุใบอนุญาต การต่ออายุใบอนุญาต
การโอนใบอนุญาต การออกใบแทนใบอนุญาต และการออกหนงั สือรับรอง ให้เป็นไปตามท่ีกาหนดใน
กฎกระทรวง
ในกรณีที่ผู้ขอรับใบอนุญาตใดนาสัตว์ป่าสงวนหรือสัตว์ป่าคุ้มครอง หรือซากสัตว์ป่าดังกล่าว
ซึ่งเคยได้รับใบอนุญาตครอบครองสัตว์ป่าสงวนหรือสัตว์ป่าคุ้มครองชั่วคราว หรือใบรับรองการครอบครอง
ซากสัตว์ป่าดังกล่าว มาย่ืนประกอบการขอรับใบอนุญาตตามวรรคหน่ึง ให้ใบอนุญาตครอบครอง
สัตว์ป่าสงวนหรือสัตว์ป่าคุ้มครองช่ัวคราวหรือใบรับรองการครอบครองซากสัตว์ป่าดังกล่าวนั้นเป็นอัน
สิ้นสดุ ลงเมือ่ ได้รบั ใบอนุญาตจดั ตั้งและประกอบกจิ การสวนสัตว์
มาตรา ๓๔ ในระหว่างการก่อสรา้ งสวนสัตว์ หากกรมอทุ ยานแห่งชาติ สตั ว์ป่า และพันธ์ุพืช
กรมประมง หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ซึ่งสวนสัตว์น้ันตั้งอยู่ พบว่าการก่อสร้างไม่เป็นไป
ตามโครงการจัดตั้งและประกอบกิจการสวนสัตว์ แบบแปลน และแผนผังท่ีได้ยื่นไว้ตามมาตรา ๓๓
ให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธ์ุพืช กรมประมง หรือองค์กรปกครองส่วนทอ้ งถิ่น แล้วแตก่ รณี
สั่งให้ผู้ขอรับใบอนุญาตแก้ไขหรือปรับปรุงให้ถูกต้องภายในระยะเวลาที่กาหนด เม่ือผู้ขอรับใบอนุญาต
ดาเนนิ การเสร็จแลว้ ให้แจ้งพนกั งานเจา้ หน้าทเ่ี พือ่ ตรวจสอบความถกู ต้องตอ่ ไป

เล่ม ๑๓๖ ตอนท่ี ๗๑ ก หน้า ๑๑๗ ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๒
ราชกจิ จานเุ บกษา

ในกรณที ผ่ี ้ขู อรบั ใบอนญุ าตแก้ไขหรอื เปลย่ี นแปลงแบบแปลนหรอื แผนผงั ใหแ้ จง้ และสง่ แบบแปลน
และแผนผงั ทแ่ี กไ้ ขหรือเปลี่ยนแปลงตอ่ พนกั งานเจ้าหน้าท่ี โดยพนักงานเจ้าหน้าที่ต้องแจ้งผลการพิจารณาว่า
แบบแปลนและแผนผังน้ันเป็นไปตามมาตรฐานการจดั การสวนสัตวต์ ามมาตรา ๓๓ หรือไม่ ท้ังน้ี ภายใน
เก้าสิบวันนับแต่วันท่ีได้รับแจ้ง หากพนักงานเจ้าหน้าที่ไม่แจ้งผลภายในระยะเวลาดังกล่าว ให้ผู้ขอรับ
ใบอนุญาตดาเนนิ การตอ่ ไปได้

ก่อนการเปิดให้บริการสวนสัตว์ ให้ผู้ขอรับใบอนุญาตแจ้งเป็นหนังสอื ให้พนักงานเจ้าหน้าท่ีทราบ
เพื่อตรวจสอบความถูกตอ้ งของการจัดตั้งสวนสัตว์และแจง้ ผลใหผ้ ู้ขอรบั ใบอนุญาตทราบภายในหกสิบวัน
นับแต่วันที่ได้รับแจ้ง หากพนักงานเจ้าหน้าท่ีตรวจสอบแล้วเห็นว่าถูกต้อง ให้อธิบดีออกใบอนุญาตแก่
ผู้ขอรับใบอนญุ าต หากพนกั งานเจา้ หน้าทไ่ี มด่ าเนินการภายในระยะเวลาดังกล่าว ให้ถือว่าอธบิ ดีมีคาสงั่
อนญุ าตตามคาขอและตอ้ งออกใบอนญุ าตใหแ้ กผ่ ู้ขอรบั ใบอนญุ าตน้นั

มาตรา ๓๕ ในระหว่างการประกอบกิจการสวนสัตว์ ให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า
และพนั ธ์ุพืช และกรมประมง แล้วแตก่ รณี ควบคุมให้ผูร้ ับใบอนญุ าตดาเนนิ การใหเ้ ป็นไปตามมาตรฐาน
การจดั การสวนสัตว์ตามมาตรา ๓๓

ในกรณีท่ีตรวจสอบพบว่าผู้รับใบอนญุ าตไม่ดาเนนิ การให้เป็นไปตามมาตรฐานการจดั การสวนสัตว์
ตามมาตรา ๓๓ หรือบริเวณภายในสวนสัตว์มีสภาพท่ีเป็นอันตรายหรือเดือดร้อนราคาญแก่ประชาชน
หรือก่อให้เกิดอันตรายหรือความทุกข์ทรมานแก่สัตว์ป่า ให้อธิบดีมีอานาจออกคาสั่งเป็นหนังสือให้ผู้รับ
ใบอนญุ าตนั้นแก้ไขหรือปรบั ปรงุ สภาพน้ันใหห้ มดไป

ในกรณีที่สัตว์ป่าสงวน สัตว์ป่าคุ้มครอง สัตว์ป่าควบคุม หรือซากสัตว์ป่าดังกล่าวที่อยู่ใน
ความครอบครองมีจานวนเพ่ิมข้ึนหรือลดลง หรือในกรณีที่มีการเปล่ียนแปลงหรือโอนกรรมสิทธิ์
ซึง่ สัตว์ป่าสงวน สตั วป์ ่าคุ้มครอง สตั ว์ป่าควบคมุ หรือซากสตั วป์ ่าดังกล่าวระหวา่ งสวนสตั ว์ ให้ผรู้ บั ใบอนญุ าต
มีหน้าที่แจ้งต่ออธิบดีเพ่ือพิจารณาอนุญาตก่อนจึงจะดาเนินการได้ ทั้งน้ี ตามระเบียบท่ีอธิบดีกาหนด
โดยความเหน็ ชอบของคณะกรรมการ

มาตรา ๓๖ การประกอบกิจการสวนสัตว์แหง่ ใดไดร้ บั ใบอนุญาตจัดต้งั และประกอบกจิ การ
สวนสัตว์ท้ังจากอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และอธิบดีกรมประมงสาหรับ
การประกอบกจิ การสวนสตั วแ์ หง่ น้ัน และผ้ไู ด้รบั ใบอนญุ าตถกู คาสัง่ พกั ใชห้ รอื เพิกถอนใบอนญุ าตฉบบั ใด
ฉบับหนึ่ง ให้มีผลเป็นการระงับการประกอบกิจการสวนสัตว์ท้ังหมดเป็นการชั่วคราวจนกว่าจะได้
ดาเนินการแก้ไขหรือปรับปรุงให้เป็นไปตามที่อธิบดีกาหนดหรือให้มีผลเป็นการเพิกถอนใบอนุญาต
อีกฉบับหนง่ึ แล้วแต่กรณี

เล่ม ๑๓๖ ตอนท่ี ๗๑ ก หน้า ๑๑๘ ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๒
ราชกจิ จานุเบกษา

มาตรา ๓๗ ผู้รับใบอนุญาตจัดต้ังและประกอบกิจการสวนสัตว์แห่งใดประสงค์จะเลิก
ประกอบกิจการ ให้แจ้งเป็นหนังสือต่ออธิบดีทราบล่วงหน้าก่อนวันเลิกกิจการตามระเบียบท่ีอธิบดีกาหนด
โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ และให้นาความในมาตรา ๗๙ มาใช้บังคับแก่การดาเนินการกบั
สัตว์ป่าหรือซากสัตว์ป่าที่อยู่ในความครอบครองของผู้เลิกประกอบกิจการสวนสัตว์ตามใบอนุญาตจัดต้ัง
และประกอบกิจการสวนสัตว์แห่งน้ันให้เสร็จสิ้นภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่เลิกประกอบกิจการสวนสัตว์
โดยอนุโลม

มาตรา ๓๘ เพื่อประโยชน์ในการกากับดูแลสวนสัตว์ท่ีหน่วยงานของรัฐจัดตั้งตามหน้าที่
ก่อนการเปิดให้บริการสวนสัตว์ที่หน่วยงานของรัฐจัดต้ังตามหน้าที่ ให้หน่วยงานของรัฐดังกล่าว
แจ้งการจัดตั้งสวนสตั วต์ อ่ อธบิ ดเี พ่ือใหม้ ีการตรวจสอบ หากพนักงานเจ้าหน้าทพ่ี บว่าการจัดตัง้ สวนสัตวน์ ั้น
ไม่เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานการจัดการสวนสัตว์ตามมาตรา ๓๓ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่แจ้งให้หน่วยงาน
ของรัฐแก้ไขหรือปรับปรงุ ภายในเวลาที่กาหนด และเมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่เห็นว่าได้มกี ารดาเนนิ การแกไ้ ข
หรอื ปรับปรงุ สวนสัตวน์ ้ันใหเ้ ป็นไปตามมาตรฐานการจดั การสวนสัตว์แล้ว ให้มีหนงั สือแจง้ หนว่ ยงานของรัฐ
ให้ดาเนนิ กจิ การสวนสตั ว์ได้

ให้สวนสัตว์ที่หน่วยงานของรัฐจัดต้งั ตามหนา้ ที่ปฏิบัติตามบทบัญญัติในพระราชบัญญัติน้ี และ
จัดส่งข้อมูลเกี่ยวกับสัตว์ป่าหรือซากสัตว์ป่าท่ีอยู่ในความครอบครอง ให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า
และพันธุ์พชื หรือกรมประมง แล้วแต่กรณี ทราบอย่างนอ้ ยปีละหนึ่งครง้ั

การดาเนินการตามมาตราน้ีให้เป็นไปตามระเบียบท่ีอธิบดีกาหนดโดยความเห็นชอบของ
คณะกรรมการ

หมวด ๓
คณะกรรมการสงวนและคมุ้ ครองสตั วป์ า่

มาตรา ๓๙ ให้มีคณะกรรมการคณะหน่ึง เรียกว่า “คณะกรรมการสงวนและคมุ้ ครองสัตวป์ า่ ”
ประกอบด้วย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานกรรมการ
ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม เป็นรองประธานกรรมการ ปลัดกระทรวง
การต่างประเทศ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ผู้บัญชาการตารวจแห่งชาติ อธิบดี
กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง อธิบดีกรมท่ีดิน อธิบดีกรมประมง อธิบดีกรมปศุสัตว์ อธิบดี
กรมป่าไม้ อธบิ ดีกรมศลุ กากร เลขาธกิ ารสานักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดลอ้ ม
ผ้อู านวยการองค์การสวนสัตว์ และผทู้ รงคณุ วฒุ จิ านวนไม่น้อยกว่าห้าคน แต่ไมเ่ กนิ เจด็ คน ซ่งึ คณะรฐั มนตรี

เล่ม ๑๓๖ ตอนท่ี ๗๑ ก หน้า ๑๑๙ ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๒
ราชกิจจานุเบกษา

แตง่ ตั้งจากผซู้ งึ่ มคี วามรู้ ความเชีย่ วชาญ หรือมีประสบการณด์ า้ นสัตวป์ ่า ด้านการอนรุ ักษท์ รพั ยากรธรรมชาติ
และสิ่งแวดล้อม ด้านขนบธรรมเนียมประเพณี วัฒนธรรม และวิถีชุมชน หรือด้านกฎหมาย
เปน็ กรรมการ

ให้อธิบดกี รมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพนั ธพุ์ ืช เป็นกรรมการและเลขานกุ าร
กรรมการผู้ทรงคุณวฒุ ติ ามวรรคหนึง่ ให้แต่งต้งั จากผู้แทนภาคประชาสงั คมไม่นอ้ ยกวา่ กงึ่ หน่ึง
มาตรา ๔๐ กรรมการผ้ทู รงคุณวุฒติ ้องมีคณุ สมบัตแิ ละไม่มลี กั ษณะตอ้ งหา้ ม ดงั ต่อไปนี้
ก. คณุ สมบตั ิ

(๑) มีสญั ชาตไิ ทย
(๒) มปี ระสบการณห์ รอื ทางานในด้านที่ไดร้ บั การแต่งตัง้ ไมน่ ้อยกว่าสบิ ปี
ข. ลกั ษณะตอ้ งห้าม
(๑) เป็นคนไรค้ วามสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ
(๒) เปน็ บุคคลล้มละลายหรือเคยเป็นบุคคลล้มละลายทจุ รติ
(๓) เป็นผู้เคยได้รับโทษจาคุกโดยคาพิพากษาถึงที่สุดให้จาคุก เว้นแต่เป็นโทษสาหรับ
ความผดิ ท่ไี ด้กระทาโดยประมาทหรอื ความผดิ ลหุโทษ
(๔) เป็นข้าราชการการเมือง ผู้ดารงตาแหน่งทางการเมือง สมาชิกสภาท้องถิ่นหรือ
ผู้บริหารท้องถ่ิน กรรมการหรือผู้ดารงตาแหน่งซ่ึงรับผิดชอบในการบริหารพรรคการเมือง ที่ปรึกษา
พรรคการเมือง หรอื เจ้าหน้าทพี่ รรคการเมือง
มาตรา ๔๑ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิมีวาระการดารงตาแหน่งคราวละสามปี กรรมการ
ผู้ทรงคุณวุฒิซ่ึงพ้นจากตาแหน่งอาจได้รับการแต่งต้ังอีกได้ แต่จะดารงตาแหน่งติดต่อกันเกินสองวาระ
ไม่ได้
ในกรณีที่กรรมการผู้ทรงคุณวฒุ ิพ้นจากตาแหนง่ ตามวาระ แต่ยังมิไดแ้ ต่งต้ังกรรมการผทู้ รงคุณวุฒิ
ขึน้ ใหม่ ใหก้ รรมการผทู้ รงคณุ วฒุ นิ น้ั ปฏบิ ัติหนา้ ทีไ่ ปพลางก่อนจนกว่าจะได้แต่งตง้ั กรรมการผู้ทรงคณุ วฒุ ใิ หม่
มาตรา ๔๒ นอกจากการพ้นจากตาแหน่งตามวาระ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตาแหน่ง
เมื่อ
(๑) ตาย
(๒) ลาออก
(๓) คณะรัฐมนตรีให้ออก เพราะบกพร่องต่อหน้าท่ี มีความประพฤติเสื่อมเสีย หรือ
หยอ่ นความสามารถ
(๔) ขาดคณุ สมบตั ิหรอื มลี กั ษณะต้องห้ามตามมาตรา ๔๐


Click to View FlipBook Version