The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ขอบคุณ ที่รักกัน, 2024-03-29 23:08:09

สรุปไตรมาส1-2-67

สรุปไตรมาส1-2-67


คำนำ เอกสารฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อประกอบการนิเทศผลการดำเนินงานตามโนบายเร่งด่วนและจุดเน้นการ ดำเนินงานของ สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖7 (ไตรมาส 1-2) ศูนย์ส่งเสริมการ เรียนรู้อำเภอหนองสองห้อง สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้จังหวัดขอนแก่นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสรุปผลการนิเทศ ติดตาม การดำเนินงานตามนโยบายเร่งด่วนและจุดเน้นการดำเนินงานของสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้จังหวัด ขอนแก่น ภายในสถานศึกษา ของบุคลการ โดยมีเนื้อหา ๒ ส่วน ประกอบด้วย ประเด็นการนิเทศตามจุดเน้นการ ดำเนินงาน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖7 และภารกิจต่อเนื่อง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖7 ประจำไตร มาส 1-2 ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้อำเภอหนองสองห้อง ขอขอบคุณคณะบุคลากร ผู้จัดทำ และผู้เกี่ยวข้องที่มีส่วนทำให้ เอกสารฉบับนี้มีความสมบูรณ์ หวังเป็นอย่ายิ่งว่าเอกสารเล่มนี้ จะเป็นประโยชน์ต่อท่านผู้สนใจในการนำไปพัฒนา คุณภาพการศึกษา และเป็นข้อมูลในการวางแผนปฏิบัติการในการพัฒนาการดำเนินงานให้เกิดประสิทธิภาพต่อไป ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้อำเภอหนองสองห้อง 23 กุมภาพันธ์๒๕๖7 ก


๑ สารบัญ หน้า คำนำ ก สารบัญ ข ส่วนที่ ๑ ข้อมูลทั่วไปของสถานศึกษา ๑ ส่วนที่ ๒ เอกสารที่เกี่ยวข้อง ๑5 ส่วนที่ ๓ สรุปผลการนิเทศ ๓๔ ประเด็นนิเทศที่ ๑ จุดเน้นการดำเนินงาน สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ ด้านที่ ๑ การสร้างโอกาสในการเข้าถึงเรียนรู้อย่างทั่วถึงและเท่าเทียม ๓๔ เรื่อง การพัฒนาทักษะดิจิทัลสำหรับผู้เรียนทุกช่วงวัย เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงสู่สังคมดิจิทัลในโลกยุคใหม่ ด้านที่ ๒ การยกระดับคุณภาพการจัดการเรียนรู้ ๓๗ เรื่อง การจัดให้มีระบบแนะแนวทางสำหรับผู้เรียน (Coaching) ด้านที่ ๓ ส่งเสริมและสนับสนุนด้านบุคลากร 39 เรื่อง การพัฒนาสมรรถนะของครูและบุคลากรทางการศึกษา ประเด็นนิเทศที่ ๒ จุดเน้นการดำเนินงาน สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้(ภารกิจต่อเนื่อง) 41 ด้านที่ ๑ การเรียนรู้เพื่อคุณวุฒิตามระดับ 41 1) การส่งเสริมการรู้หนังสือไทย 2) การศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขึ้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 43 3) การจัดการศึกษาประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) 48 ด้านที่ ๒ การเรียนรู้เพื่อการพัฒนาตนเอง 51 1) การจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาอาชีพ (โครงการศูนย์ฝึกอาชีพชุมชน) 51 2) การศึกษาเพื่อพัฒนาสังคมและชุมชน 57 3) การศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะชีวิต 59 4) การจัดการศึกษาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่ 61 ด้านที่ ๓ การเรียนรู้ตลอดชีวิต 63 1) โครงการบ้านหนังสือชุมชน 63 2) โครงการห้องสมุดสำหรับชาวตลาด 67 3) โครงการห้องสมุดเคลื่อนที่ 70 4) โครงการห้องสมุดประชาชน 73 5) โครงการพัฒนาอาสาสมัครส่งเสริมการอ่าน 79 6) การสนับสนุนการสร้างพื้นฐานการเรียนรู้ในรูปแบบ Public learning/ 81 Co-Learning Space ด้านที่ ๔ เรื่องอื่นๆ 83 ๑) การพัฒนาระบบประกันคุณภาพการศึกษา 83 2) การจัดการศึกษาเพื่อความปลอดภัย 85 3) ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน 86 คณะผู้จัดทำ 87 ข


๑ ส่วนที่ ๑ ข้อมูลทั่วไปของสถานศึกษา 1. ข้อมูลพื้นฐานอำเภอหนองสองห้อง 1.1 ข้อมูลประชากร ประชากรอำเภอหนองสองห้องมีประชากรรวมทั้งสิ้น 50,481 คน แยกเป็นชาย 25,347 คน หญิง 25,134 คน (ข้อมูล ณ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๖6) 1.2 สภาพภูมิอากาศ ลักษณะภูมิอากาศ อำเภอหนองสองห้อง มี ๓ ฤดู ดังนี้ ฤดูร้อน อุณหภูมิสูงสุดโดยเฉลี่ย ๓๖.๓ องศาเซลเซียส เริ่มตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ไปจนถึงเดือนพฤษภาคม อากาศร้อนจัดในช่วง เดือน เมษายน ของทุกปี ซึ่งในพื้นที่มักจะประสบ ปัญหาด้านภัยแล้ง ฤดูฝน เริ่มตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ไปถึงเดือน ตุลาคม โดยจะมีฝนตกชุกใน เดือนสิงหาคม ของทุกปี ฤดูหนาว เริ่มตั้งแต่เดือน ตุลาคม เป็นต้นไปจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ อากาศหนาวเย็น โดยทั่วไปและจะหนาวจัดในช่วง เดือน ธันวาคม จนถึงเดือนมกราคมของทุกปี สภาพภูมิประเทศ พื้นที่ส่วนใหญ่แห้งแล้งมีปริมาณน้ำฝนต่อปีน้อยดินส่วนใหญ่เป็นดินเค็มตามลักษณะ องค์ประกอบของที่ราบสูงโคราช 1.3 การปกครอง ประกอบด้วย 1 เทศบาล 12 องค์การบริหารส่วนตำบล จำนวน 137 หมู่บ้าน ดังนี้ 1. ตำบลหนองสองห้อง มี 17 หมู่บ้าน 2. ตำบลหนองเม็ก มี 15 หมู่บ้าน 3. ตำบลคงเค็ง มี 13 หมู่บ้าน 4. ตำบลหันโจด มี 12 หมู่บ้าน 5. ตำบลโนนธาตุ มี 11 หมู่บ้าน 6. ตำบลดอนดู่ มี 12 หมู่บ้าน 7. ตำบลตะกั่วป่า มี 11 หมู่บ้าน 8. ตำบลดอนดั่ง มี 10 หมู่บ้าน 9. ตำบลสำโรง มี 9 หมู่บ้าน 10. ตำบลคึมชาด มี 10 หมู่บ้าน 11. ตำบลหนองไผ่ล้อม มี 9 หมู่บ้าน 12. ตำบลวังหิน มี 8 หมู่บ้าน


๒ 1.๔ อาณาเขต อำเภอหนองสองห้องตั้งอยู่บนที่ราบสูงโคราช บริเวณพิกัด T.C.644404 อยู่ทิศใต้ของจังหวัด ขอนแก่น มีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 514.574 ตารางกิโลเมตร ห่างจากตัวที่ตั้งจังหวัดขอนแก่นประมาณ 96 กิโลเมตร มีอาณาเขตดังนี้ ทิศเหนือ ติดต่อกับอำเภอบ้านไผ่ อำเภอเปือยน้อย อำเภอโนนศิลา จังหวัดขอนแก่น ทิศใต้ ติดต่อ อำเภอบ้านใหม่ไชยพจน์ จังหวัดบุรีรัมย์ อำเภอประทาย จังหวัดนครราชสีมา ทิศตะวันออก ติดต่ออำเภอนาเชือก จังหวัดมหาสารคาม อำเภอนาโพธิ์ จังหวัดบุรีรัมย์ ทิศตะวันตก ติดต่อกับอำเภอพล จังหวัดขอนแก่น 1.๕ ข้อมูลด้านสังคม 1.๕.1 รายได้เฉลี่ย - อาชีพส่วนใหญ่ของประชากร คือ อาชีพเกษตรกรรม - พื้นที่ส่วนใหญ่ประมาณร้อยละ 9๐ เป็นพื้นที่เกษตรกรรม ทำนา ทำไร่ ที่เหลือเป็นที่อยู่อาศัยและที่สาธารณประโยชน์ การถือครองที่ส่วนใหญ่เพื่อเกษตร 1.๕.๒ ด้านการศึกษา - โรงเรียนเอกชน จำนวน ๑ แห่ง - ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก จำนวน ๑๗ แห่ง - โรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา เขต ๓ จำนวน ๖๓ แห่ง - โรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่มัธยมศึกษาที่ ๒๕ ระดับมัธยมศึกษาจำนวน ๔ แห่ง - วิทยาลัยอาชีวศึกษา จำนวน ๒ แห่ง - ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้อำเภอหนองสองห้อง จำนวน ๑ แห่ง 1.๕.๓ ด้านสาธารณสุข - โรงพยาบาล ขนาด ๖๐ เตียง ๑ แห่ง - สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ ๑ แห่ง - โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพชุมชนประจำตำบล ๑๓ แห่ง 2 ข้อมูลพื้นฐาน สกร.อำเภอหนองสองห้อง 2.1 ประวัติความเป็นมา ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้อำเภอหนองสองห้อง จัดตั้งเป็นสถานศึกษาสังกัดกรมการศึกษานอก โรงเรียน ตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการจัดตั้งศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียนอำเภอ / กิ่งอำเภอ ประกาศ ณ วันที่ ๒๗ สิงหาคม ๒๕๓๖ โดยใช้อาคารห้องสมุดประชาชนอำเภอหนองสองห้องเป็นสำนักงานที่ตั้ง สถานศึกษาเพื่อให้บริการประชาชนในพื้นที่อำเภอหนองสองห้อง ปี พ.ศ.๒๕๔๗ ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนอำเภอ หนองสองห้องได้ขอใช้อาคารเดิมของสำนักงานประถมศึกษาอำเภอหนองสองห้อง เขตพื้นที่การศึกษาขอนแก่น เขต ๓ เป็นที่ตั้งสำนักงานเพื่อความเหมาะสมในการดำเนินงาน ปี พ.ศ. ๒๕๕๑ ได้เปลี่ยนชื่อสถานศึกษาจาก ศูนย์


๓ การศึกษานอกโรงเรียนอำเภอหนองสองห้อง เป็น “ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอ หนองสองห้อง” สังกัดสำนักงานส่งเสริมการศึกษาการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดขอนแก่น สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ตาม พระราชบัญญัติส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย พ.ศ.๒๕๕๑ จนกระทั่งวันที่ 19 มีนาคม พ.ศ.2566 ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ พระราชบัญญัติการส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ.2566 โดยมีสาระสำคัญคือ การยกเลิกพระราชบัญญัติส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย พ.ศ. 2551 และยกฐานะ สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย เป็น "กรมส่งเสริมการเรียนรู้" โดยให้มีผลบังคับ ใช้เมื่อพ้นไป 60 วันหรือตรงกับวันที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2566 ชื่อสถานศึกษา ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้อำเภอหนองสองห้อง ตั้งอยู่ที่บ้านไทยนิยม ตำบลหนองสองห้อง อำเภอ หนองสองห้อง จังหวัดขอนแก่น รหัสไปรษณีย์ 40190 โทรศัพท์ ๐๔๓-๔๙๑๑๘๑ E-mail [email protected] Page-Facebook https://www.facebook.com/ksn.umpernongsonghong มีอาคารในการกำกับดูแล ๒ แห่ง คือ อาคารห้องสมุดประชาชนอำเภอหนองสองห้อง (ตั้งอยู่บริเวณศูนย์ราชการ อำเภอหนองสองห้อง) และอาคารศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้อำเภอหนองสองห้อง (ขอใช้อาคารของสำนักงานการ ประถมศึกษาอำเภอหนองสองห้องหลังเดิม) 2.2 สังกัด สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้จังหวัดขอนแก่น สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้กระทรวงศึกษาธิการ โครงสร้างการบริหารงาน สกร.อำเภอหนองสองห้อง โครงสร้างการทำงานตามกรอบการจัดสร้างของสถานศึกษา แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ ๑. กลุ่มงานอำนวยการ - งานธุรการและสารบรรณ - งานการเงินและบัญชี - งานพัสดุ - งานอาคารสถานที่และยานพาหนะ - งานแผนงานและโครงการ - งานข้อมูลสารสนเทศและการรายงาน - งานเลขานุการและกรรมการสถานศึกษา - งานบุคคล - งานสวัสดิการ - งานประชาสัมพันธ์ - งานควบคุมภายใน - งานนิเทศติดตามและประเมินผล - งานประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา - ศูนย์ราชการใสสะอาด


๔ ๒. กลุ่มส่งเสริมปฏิบัติการ งานการจัดการศึกษานอกระบบ - ส่งเสริมการรู้หนังสือ - การศึกษาพื้นฐานนอกระบบ - ปวช.กศน. งานจัดการศึกษาหลักสูตรระยะสั้น - การศึกษาเพื่อพัฒนาอาชีพ - การศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะชีวิต - การศึกษาเพื่อพัฒนาสังคมและชุมชน งานการศึกษาตามอัธยาศัย - งานห้องสมุดประชาชน - งานจัดพัฒนาแหล่งเรียนรู้และภูมิปัญญาท้องถิ่น - งานการศึกษาเคลื่อนที่ - งานการศึกษาทางสื่อมวลชน งานทะเบียนละวัดผล งานวิจัยและพัฒนาหลักสูตร สื่อ นวัตกรรมและเทคโนโลยี ศูนย์บริการให้คำปรึกษาแนะนำ ๓. กลุ่มภาคีเครือข่ายและกิจการพิเศษ งานส่งเสริม สนับสนุนภาคีเครือข่าย งานกิจการพิเศษ - โครงการอันเนื่องจากพระราชดำริ - การป้องกันแก้ไขปัญหายาเสพติด/โรคเอดส์ - การส่งเสริมกิจกรรมประชาธิปไตย - การสนับสนุนส่งเสริมนโยบายจังหวัด/อำเภอ - งานกิจการนักศึกษา - งานกิจการลูกเสือและยุวกาชาด - งานกองทุนกูยืมเพื่อการศึกษา - งานกลุ่มเป้าหมายพิเศษ (ผู้สูองอายุ,ผู้พิการ,เยาวชนนอกระบบโรงเรียน) ศกร.ตำบล จำนวน ๑2 แห่ง ศกร.ตำบล สถานที่ตั้ง ครู กศน.ตำบลผู้รับผิดชอบ 1. ศกร.ตำบลหนองสองห้อง บ้านเมย หมู่ที่ 8 ตำบลหนองสองห้อง นางวนิดา ยืนชีวิต 2. ศกร.ตำบลหนองเม็ก บ้านวังคูณ หมู่ที่ 4 ตำบลหนองเม็ก น.ส.วัชริยา สีหามาตย์ 3. ศกร.ตำบลดงเค็ง บ้านหนองบะยาว หมู่ที่ 2 ตำบลดงเค็ง นายธณรัช เหล็กกล้า 4. ศกร.ตำบลหันโจด บ้านแฝก หมู่ที่ 7 ตำบลหันโจด นางวนาลี ดาโสม 5. ศกร.ตำบลโนนธาตุ บ้านสว่าง หมู่ที่ 3 ตำบลโนนธาตุ นางอภิญญา ประเสริฐศิลป์ 6. ศกร.ตำบลดอนดู่ บ้านโนนสะอาด หมู่ 6 ตำบลดอนดู่ นางสมร ชมภูหลง


๕ ศกร.ตำบล สถานที่ตั้ง ครู กศน.ตำบลผู้รับผิดชอบ 7. ศกร.ตำบลตะกั่วป่า บ้านเล้า หมู่ที่ 7 ตำบลตะกั่วป่า นายโกศล เนื้อดี 8. ศกร.ตำบลดอนดั่ง บ้านกระหนวน หมู่ที่ 2 ตำบลดอนดั่ง นายอนุชา บุญหลิม 9. ศกร.ตำบลสำโรง บ้านสำโรงเหนือ หมู่ที่ 6 ตำบลสำโรง นายจักรกฤษ นามไธสง 10. ศกร.ตำบลคึมชาด บ้านศรีสมบูรณ์ หมู่ที่ 7 ตำบลคึมชาด นายอธิวัส บุญดา 11. ศกร.ตำบลหนองไผ่ล้อม บ้านหนองไผ่ล้อม หมู่ที่ 1 ตำบลหนองไผ่ล้อม นายวินัย ชวนศิริ 12. ศกร.ตำบลวังหิน บ้านวังทอง หมู่ที่ 2 ตำบลวังหิน นางจันทร์เพ็ญ อุ่มเกต รวมจำนวน 12 แห่ง ศูนย์การเรียนชุมชนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน 35 แห่ง ศูนย์การเรียนชุมชน ศรช. สถานที่ที่ตั้ง ครู ศรช.ผู้รับผิดชอบ 1. ศูนย์การเรียนชุมชนบ้านหนองไผ่น้อย หมู่ที่ 4 ตำบลดอนดู่ นางสาวสุกัญญา เมืองขวา 2. ศูนย์การเรียนชุมชนบ้านดอนดู่เหนือ หมู่ที่ 12 ตำบลดอนดู่ นายสุพรรณ ปะริโต 3. ศูนย์การเรียนชุมชนบ้านหินแร่ หมู่ที่ 7 ตำบลดอนดั่ง นางสาวศิริลักษณ์ ลิศรี 4. ศูนย์การเรียนชุมชนบ้านกระหนวน หมู่ที่ 2 ตำบลดอนดั่ง นายธีระศักดิ์ มาตย์โค้ง 5. ศูนย์การเรียนชุมชนบ้านหนองวัดป่า หมู่ที่ 4 ตำบลดอนดั่ง นางธนพร ชะนะภัย 6. ศูนย์การเรียนชุมชนบ้านโนนทัน หมู่ที่ 9 ตำบลดอนดั่ง นายอัษฎางค์ สุขวัฒน์กุล 7. ศูนย์การเรียนชุมชนบ้านเล้า หมู่ที่ 7 ตำบลตะกั่วป่า นายวสันต์ พันธ์ไธสง 8. ศูนย์การเรียนชุมชนบ้านตะกั่วป่า หมู่ที่ 1 ตำบลตะกั่วป่า นางสุนิษา วัดทุ่งใหญ่ 9. ศูนย์การเรียนชุมชนบ้านดอนตะแบง หมู่ที่ 8 ตำบลตะกั่วป่า นางสาวอรัญญา นามสมบูรณ์ 10. ศูนย์การเรียนชุมชนบ้านหนองตะครอง หมู่ที่ 2 ตำบลตะกั่วป่า นายเบญจ กิตติรัตนา 11. ศูนย์การเรียนชุมชนบ้านหนองกุง หมู่ที่ 2 ตำบลคึมชาด นายวิชาสันต์ พลรักษา 12. ศูนย์การเรียนชุมชนบ้านหนองแวงตอตั้ง หมู่ที่ 4 ตำบลคึมชาด นายปุวรินทร์ ทัพธานี 13. ศูนย์การเรียนชุมชนบ้านชาดใหญ่ หมู่ที่ 3 ตำบลคึมชาด นางสาวสุภาพร นารินทร์ 14. ศูนย์การเรียนชุมชนบ้านศุภชัย หมู่ที่ 5 ตำบลคึมชาด นายจรูญ รัตนผูก 15. ศูนย์การเรียนชุมชนบ้านหนองเสี้ยว หมู่ที่ 7 ตำบลวังหิน นายนิคม แก้วหาวงษ์ 16. ศูนย์การเรียนชุมชนบ้านหนองคลองน้อย หมู่ที่ 4 ตำบลวังหิน นางสุภา สุดอาราม 17. ศูนย์การเรียนชุมชนบ้านหนองกาว หมู่ที่ 3 ตำบลสำโรง นายอาทิตย์ เพ็ญศรี 18. ศูนย์การเรียนชุมชนบ้านหนองคลองเจริญ หมู่ที่ 7 บ้านหนองคลองเจริญ นายชุมพล บุญพา 19. ศูนย์การเรียนชุมชนบ้านโคกสูง หมู่ที่ 8 ตำบลหนองเม็ก นางสาวนวลฉวี นิทัศน์ 20. ศูนย์การเรียนชุมชนบ้านหนองสรวม หมู่ที่ 12 ตำบลหนองเม็ก นายพุทธรักษ์ มีศรี 21. ศูนย์การเรียนชุมชนบ้านหนองเม็กเหนือ หมู่ที่ 15 ตำบลหนองเม็ก นางสาวกันตนา แสงแพง 22. ศูนย์การเรียนชุมชนบ้านหันโจด หมู่ที่ 3 ตำบลหันโจด นางสาวพรฤดี สาชิน 23. ศูนย์การเรียนชุมชนบ้านขามป้อม หมู่ที่ 9 ตำบลหันโจด นางสาวศิญารัตน์ แผงตัน 24. ศูนย์การเรียนชุมชนบ้านโนนธาตุ หมู่ที่ 9 ตำบลโนนธาตุ นายทวนทอง ปัตถาระกัง 25. ศูนย์การเรียนชุมชนบ้านชาด หมู่ที่ 10 ตำบลโนนธาตุ นายวชิรันกรณ์ นาเขียว


๖ ศูนย์การเรียนชุมชน ศรช. สถานที่ที่ตั้ง ครู ศรช.ผู้รับผิดชอบ 26. ศูนย์การเรียนชุมชนบ้านเปาะ หมู่ที่ 12 ตำบลหนองสอง ห้อง นางสาวศุภกานติ์ ปุราชาเต 27. ศูนย์การเรียนชุมชนบ้านหัวหนอง หมู่ที่ 2 ตำบลหนองสองห้อง นางสาวชมพู จงเทพ 28. ศูนย์การเรียนชุมชนบ้านหนองสองห้อง หมู่ที่ 1 ตำบลหนองสองห้อง นายกิติบดี อ่อนมีกุล 29. ศูนย์การเรียนชุมชนบ้านโนนรัง หมู่ที่ 11 ตำบลหนองสอง ห้อง นางสาวอภิสรา สิงห์พรม 30. ศูนย์การเรียนชุมชนบ้านหนองหญ้าขาว หมู่ที่ 1 ตำบลดงเค็ง นายชูชาติ กะลาม 31. ศูนย์การเรียนชุมชนบ้านโคกกลาง หมู่ที่ 12 ตำบลดงเค็ง นายอิสเรศ นามไธสง 32.ศูนย์การเรียนชุมชนบ้านหัวละเลิง หมู่ที่ 6 ตำบลดงเค็ง นายเจษฎา ปัสสาระกัง 33. ศูนย์การเรียนชุมชนบ้านขุมปูน หมู่ที่ 2 ตำบลหนองไผ่ล้อม นายมลไพร รังศรีคาร 34. ศูนย์การเรียนชุมชนบ้านสวอง หมู่ที่ 8 ตำบลหนองไผ่ล้อม นายกรเพชร ดวงจำปา 35. ศูนย์การเรียนชุมชนบ้านหนองไผ่พัฒนา หมู่ที่ 9 ตำบลหนองไผ่ล้อม นางสาวอัมรา เชาว์นิติกร รวมจำนวน 33 แห่ง ศูนย์การเรียนชุมชน ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ 1 แห่ง ศูนย์การเรียนประกาศนียบัตรวิชาชีพ ที่ตั้ง ผู้รับผิดชอบ 1. ศูนย์การเรียนประกาศนียบัตรวิชาชีพเกษตร หมู่ที่ 2 ตำบลดอนดั่ง นายพงษ์ศักดิ์ ธีระรัตนกุล รวมจำนวน 1 แห่ง


๗ 2.๓ โครงสร้างการบริหารงาน สกร.อำเภอหนองสองห้อง โครงสร้างการทำงานตามกรอบการจัดสร้างของสถานศึกษา แบ่งออกเป็น ๓ กลุ่มงาน ได้แก่ - งานธุรการ,สารบรรณ, บุคลากร,สวัสดิการ - งานการเงิน,บัญชี - งานพัสดุ - งานประกันคุณภาพ ภายในสถานศึกษา - งานแผนงานและโครงการ - งานประชาสัมพันธ์ - งานข้อมูลสารสนเทศ - งานเลขานุการ - งานคณะกรรมการ สถานศึกษา - งานนิเทศภายใน ติดตามประเมินผล - งานอาคารสถานที่ - งานศูนย์ราชการใส สะอาด กลุ่มงานอำนวยการ กลุ่มงานการศึกษานอกระบบและ การศึกษาตามอัธยาศัย - งานส่งเสริมการรู้หนังสือ - งานการศึกษาขั้นพื้นฐานนอก ระบบ - งาน ปวช. - งานการจัดการศึกษาต่อเนื่อง • งานการศึกษาหลักสูตร ระยะสั้น • งานการศึกษาเพื่อพัฒนา ทักษะชีวิต • งานการศึกษาเพื่อพัฒนา สังคมและชุมชน • งานการศึกษาตามหลัก ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง - งานทะเบียนวัดผลประเมินผล - งานแนะแนว,กิจการนักศึกษา - งานพัฒนาสื่อ,หลักสูตร - งานการศึกษาตามอัธยาศัย • โครงการบ้านหนังสือชุมชน กลุ่มงานประสานภาคีเครือข่าย และกิจการพิเศษ - งานประสานภาคีเครือข่าย - งานกิจการพิเศษ - งานคุ้มครองผู้บริโภค - งานอาสาสมัคร กศน. - งานรณรงค์แก้ไขปัญหา ยาเสพติด - งานส่งเสริมประชาธิปไตย - งานสร้างเสริมคุณธรรม จริยธรรมในสถานศึกษา - งานกิจกรรมลูกเสือ ยุวกาชาดนอกโรงเรียน ผู้บริหารสถานศึกษา คณะกรรมการสถานศึกษา สถานศึกษา


๘ ๒.๔ ทำเนียบผู้บริหาร ทำเนียบผู้บริหาร ๑. นายสมชาย อนันตสุวรรณชัย ตำแหน่ง หัวหน้าศูนย์ ๑ ดำรงตำแหน่ง (เม.ย. ๒๕๓๗ - ก.พ. ๒๕๓๘) ๒. พ.อ.ท.พงศธร สนธิเส็ง ตำแหน่ง หัวหน้าศูนย์ ๑ ดำรงตำแหน่ง (ก.พ. ๒๕๓๘ – ธ.ค. ๒๕๔๐) ๓. นางนวลจันทร์ กัมปนาวราวรรณ ตำแหน่ง หัวหน้าศูนย์ ๑ ดำรงตำแหน่ง (ธ.ค. ๒๕๔๐) ๔. นายปราโมทย์ กลีบทอง ตำแหน่ง หัวหน้าศูนย์ ๒ (รักษาราชการ) ดำรงตำแหน่ง (ธ.ค. ๒๕๔๐ – ก.ค. ๒๕๔๑) ๕. นายปัญญา ผลทิพย์ ตำแหน่ง หัวหน้าศูนย์ ๑,๒ ผอ.ศูนย์ ดำรงตำแหน่ง (ก.ค. ๒๕๔๑ –ธ.ค. ๒๕๔๖) ๖. นายชาตรี เสงี่ยมวงศ์ ตำแหน่ง ผู้อำนวยการสถานศึกษา ดำรงตำแหน่ง (ธ.ค. ๒๕๔๖ – พ.ย. ๒๕๔๘) ๗. นายไพฑูรย์ งอสอน ตำแหน่ง ผู้อำนวยการสถานศึกษา ดำรงตำแหน่ง (พ.ย. ๒๕๔๘ – มิ.ย. ๒๕๕๕) ๘. นายเรืองเดช เงินเรืองนิรันดร์ตำแหน่ง ผู้อำนวยการสถานศึกษา ดำรงตำแหน่ง (มิ.ย. ๒๕๕๕ – ก.พ. ๒๕๕๗) ๙. ดร.สมชาติ สง่าภาคภูมิ ตำแหน่ง ผู้อำนวยการสถานศึกษา ดำรงตำแหน่ง (ก.พ. ๒๕๕๗ – เม.ย. ๒๕๖๔) 10. พ.อ.อ.กฤชพล พรมลี ตำแหน่ง รองผู้อำนวยการสำนักงาน กศน.จังหวัดขอนแก่น รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการ กศน..อำเภอหนองสองห้อง ดำรงตำแหน่ง (เม.ย. 2564 – ต.ค. 2564) 11. นางบุญญรัตน์ พงษ์สมชาติ ตำแหน่ง ผู้อำนวยการสถานศึกษา ดำรงตำแหน่ง (พ.ย. ๒๕๖๔ – ปัจจุบัน)


๙ 2.๕ บุคลากรสังกัด สกร.อำเภอหนองสองห้อง บุคลากรสังกัด สกร.อำเภอหนองสองห้องศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้อำเภอหนองสองห้อง เป็น สถานศึกษาสังกัดสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้จังหวัดขอนแก่น ในปีงบประมาณ 25๖7 มีบุคลากร ปฏิบัติงาน ดังนี้ • ผู้อำนวยการสถานศึกษา 1 คน • ข้าราชการครู ๑ คน • พนักงานราชการ ตำแหน่งครูอาสาสมัครการศึกษานอกโรงเรียน ๓ คน • พนักงานราชการ ตำแหน่งเจ้าพนักงานธุรการ 1 คน • พนักงานราชการ ตำแหน่งบรรณารักษ์ ๑ คน • พนักงานราชการ ตำแหน่งครู กศน.ตำบล ๑๙ คน • ครูประจำศูนย์การเรียนชุมชน 28 คน • ครูประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) 1 คน • นักวิชาการศึกษา ๑ คน • เจ้าหน้าที่บันทึกข้อมูล ๑ คน • เจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป ๑ คน • พนักงานบริการ 1 คน รวมทั้งสิ้น 59 คน 2.๖ คณะกรรมการสถานศึกษา ๑) นายประยูร เทียมทะนง ประธานกรรมการสถานศึกษา ๒) นายทองดำ คำเหนือ รองประธานกรรมการสถานศึกษา ๓) นายเทียนสิน ทบศิลป์ กรรมการสถานศึกษา ๔) นายสมชาย สง่าภาคภูมิ กรรมการสถานศึกษา ๕) นายนริศชัย สกลหล้า กรรมการสถานศึกษา ๖) นางสาวอุไรวรรณ ดาเยอ กรรมการสถานศึกษา ๗) นายวิทยา จันทร์เอน กรรมการสถานศึกษา ๘) นายเกิดศักดิ์ วัฒยุชูติกุล กรรมการสถานศึกษา ๗) นางบุญญรัตน์ พงษ์สมชาติ เลขานุการกรรมการสถานศึกษา 2.๗ อาสาสมัคร กศน. ตำบลละ ๓ คน จำนวน 1๒ ตำบล รวมทั้งสิ้น ๓๖ คน 2.๘ ศกร.ตำบล ศกร.ตำบล 12 แห่ง 2.๙ ศูนย์การเรียนชุมชน ศูนย์การเรียนชุมชน ๓5 แห่ง ศูนย์การเรียนชุมชนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ 1 แห่ง


๑๐ 2.10 ทำเนียบแหล่งเรียนรู้ ที่ ชื่อแหล่งเรียนรู้ สถานที่ตั้ง ประเด็นองค์ความรู้ 1 ห้องสมุดประชาชน อำเภอหนองสองห้อง (1 แห่ง) บริเวณส่วนราชการอำเภอหนอง สองห้อง อำเภอหนองสองห้อง จังหวัดขอนแก่น เป็นแหล่งค้นคว้าหาความรู้จากสื่อที่ หลากหลาย เช่น สิ่งพิมพ์ , สื่ออิเลคโทรนิค , อินเตอร์เน็ต , ระบบรับสัญญาณดาวเทียม 2 ศกร.ตำบล 12 แห่ง 1.ศกร.ตำบลหนองสองห้อง 2.กศน.หนองสองห้อง 3.ศกร.ตำบลหนองเม็ก 4.ศกร.ตำบลดงเค็ง 5.ศกร.ตำบลดงเค็ง 6.ศกร.ตำบลวังหิน 7.ศกร.ตำบลวังหิน 8.ศกร.ตำบลดอนดั่ง 9.ศกร.ตำบลดอนดู่ 10.ศกร.ตำบลคึมชาด 11.ศกร.ตำบลสำโรง 12.ศกร.ตำบลหันโจด เป็นแหล่งค้นคว้าหาความรู้จากสื่อสิ่งพิมพ์ , โทรทัศน์ผ่านสัญญาณดาวเทียม , VCD , นิทรรศการ 3 ศูนย์ถ่ายทอด เทคโนโลยี การเกษตร (12 แห่ง) ตำบลละ 1 แห่ง ตามการส่งเสริม ของกรมส่งเสริมการเกษตร แหล่งเรียนรู้เรื่องการทำการเกษตรสำหรับ ประชาชน 4 หมู่บ้านต้นแบบ สกร. อำเภอหนองสองห้อง (๑๒แห่ง) 1.บ้านกระหนวน ตำบลดอนดั่ง 2.บ้านเล้า ตำบลตะกั่วป่า 3.บ้านโนนสว่าง ตำบลโนนธาตุ 4.บ้านวังคูณ ตำบลหนองเม็ก 5.บ้านเมย ต.หนองสองห้อง 6.บ้านแฝก ตำบลหันโจด ๗.บ้านสำโรง ตำบลสำโรง ๘.บ้านวังหิน ตำบลวังหิน ๙.บ้านศรีสมบูรณ์ ตำบลคึมชาด ๑๐.บ้านหนองบัวลอง ต.ดอนดู่ ๑๑.บ้านหนองไผ่ล้อม ๑๒.บ้านหนองบะยาว ต.ดงเค็ง แหล่งเรียนรู้เรื่องการจัดระเบียบสังคม การ จัดภูมิทัศน์ชุมชน การบริหาจัดการพื้นที่ รอบครัวเรือนเพื่อการพึ่งพาตนเอง , การ บริหารจัดการกลุ่มอาชีพการแลกเปลี่ยน เรียนรู้ภายในชุมชน 5 จิตรกรรมฝาผนัง (1 แห่ง) วัดสระบัวแก้ว บ้านวังคูน ตำบล หนองเม็ก เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านศิลปวัฒนธรรม จิตรกรรมฝาผนังวัดสระบัวแก้ว มีอักษร โบราณจารึกกำกับทั้งสี่ด้าน เป็นภาพเรื่อง รามเกียรติ์และเรื่องสังข์ศิลป์ชัย ได้รับการ


๑๑ ที่ ชื่อแหล่งเรียนรู้ สถานที่ตั้ง ประเด็นองค์ความรู้ ปรับปรุงโดยสยามสมาคมในพระบรม ราชูปถัมภ์ 6 หนองละเลิงเค็ง (1 แห่ง) บ้านหัวละเลิง ตำบลดงค็ง เป็นหนองน้ำขนาดใหญ่มีนกหลายชนิดอาศัย อยู่เป็นจำนวนมาก ทั้งนกประจำถิ่นและนก อพยพ มีพันธุ์ไม้ป่าหลายชนิด และยังเป็นที่ เหมาะสำหรับการพักผ่อน สัมผัสกับ ธรรมชาติ 7 สวนป่าโนนชาด (1 แห่ง) บ้านโนนชาด ตำบลดงเค็ง แหล่งเรียนรู้ป่าชุมชนแบบดั้งเดิม เนื้อที่ 1,117 ไร่ สภาพป่าเป็นป่าเต็งรังมีความ หลากหลายของชนิดพันธุ์ไม้ เห็ดและสัตว์ ป่า เป็นแหล่งอาหารและสมุนไพรของ ชาวบ้าน ได้รับความร่วมมือจากชุมชนใน การดูแลจัดการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืนจน ได้รับพระราชทานธง พิทักษ์ป่าเพื่อรักษา ชีวิต จากสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถปี 2539 8 สวนสมุนไพร สถานี อนามัยตำบลหันโจด (1 แห่ง) สถานีอนามัย ตำบลหันโจด เป็นแหล่งรวบรวมตัวอย่างพืชสมุนไพรที่ หลากหลายสำหรับการเรียนรู้ ๙ วัดเกาะสะอาด บ้านหนองสองห้อง (1 แห่ง) บ้านหัวหนอง ต. หนองสองห้อง เป็นแหล่งเรียนรู้การปฏิบัติธรรมที่สำคัญของ อำเภอหนองสองห้อง สภาพภูมิทัศน์สวยงาม เป็นเกาะกลางหนองน้ำขนาดใหญ่ที่แวดล้อม ด้วยธรรมชาติพืชพันธุ์ไม้และเป็นแหล่งศึกษา นกน้ำนานาชนิดอีกแห่งหนึ่ง ๑๐ สถานปฏิบัติธรรมวัด ป่าโป่งแดง (1 แห่ง) บ้านหนองไผ่ล้อม ตำบลหนองไผ่ล้อม เป็นแหล่งเรียนรู้การปฏิบัติธรรมของชุมชน และเรียนรู้สภาพธรรมชาติที่มีลักษณะพิเศษ ประกอบด้วยหินทรายที่มีรูปร่างหลากหลาย ลักษณะคล้ายกับถูกกัดเซาะด้วยสายน้ำใน อดีตที่ผ่านมาเป็นธรรมชาติที่พบใหม่อยู่ใน ระหว่างการพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว ของอำเภอหนองสองห้อง ๑๑ แหล่งเรียนรู้เศรษฐกิจ พอเพียงหนองสระ ขาม บ้านสระขาม ต.ตะกั่วป่า เป็นแหล่งเรียนรู้ที่มนุษย์สร้างขึ้น ๑๒ แหล่งเรียนรู้เศรษฐกิจ พอเพียงหนอง ตะครอง บ้านหนองตะครอง ต.ตะกั่วป่า เป็นแหล่งเรียนรู้ที่มนุษย์สร้างขึ้น


๑๒ ที่ ชื่อแหล่งเรียนรู้ สถานที่ตั้ง ประเด็นองค์ความรู้ ๑๓ แหล่งเรียนรู้เศรษฐกิจ พอเพียงหนองสระยาง บ้านตะกั่วป่า ต.ตะกั่วป่า เป็นแหล่งเรียนรู้ที่มนุษย์สร้างขึ้น ๑๔ แหล่งเรียนรู้การเพาะ เห็ด บ้านนาสวน ต.ตะกั่วป่า เป็นแหล่งเรียนรู้ที่มนุษย์สร้างขึ้น ๑๕ แหล่งเรียนรู้เศรษฐกิจ พอเพียงอบต.ตะกั่วป่า บ้านนาสวน ต.ตะกั่วป่า เป็นแหล่งเรียนรู้ที่มนุษย์สร้างขึ้น ๑๖ แหล่งเรียนรู้เศรษฐกิจ พอเพียงทุ่งเมืองแล้ง (ข้าวหอมมะลิพันธุ์ดี) บ้านตะกั่วป่า ต.ตะกั่วป่า เป็นแหล่งเรียนรู้ที่มนุษย์สร้างขึ้น ๑๗ แหล่งเรียนรู้การ จัดการขยะ บ้านหนองเปล่ง ต.ตะกั่วป่า เป็นแหล่งเรียนรู้ที่มนุษย์สร้างขึ้น ๑๘ แหล่งเรียนรู้โคกโป่ง แดง บ้านหนองไผ่ล้อม ต.หนองไผ่ล้อม แหล่งเรียนรู้ธรรมชาติ ๑๙ แหล่งเรียนรู้เศรษฐกิจ พอเพียงบ้านนองบัว ลอง บ้านหนองบัวลอง ต.ดอนดู่ เป็นแหล่งเรียนรู้ที่มนุษย์สร้างขึ้น ๒๐ แหล่งเรียนรู้ป่าโคกภู ดิน บ้านหนองแวงยาว ต.ดอนดู่ เป็นแหล่งเรียนรู้ธรรมชาติ ๒๑ แหล่งเรียนรู้เศรษฐกิจ พอเพียงไร่สง่าภาคภูมิ บ้านโนนสะอาด ต.ดอนดู่ เป็นแหล่งเรียนรู้ที่มนุษย์สร้างขึ้น ๒๒ แหล่งเรียนรู้ ผ้าสไบภูฟ้า บ้านโนนสะอาด ต.ดอนดู่ เป็นแหล่งเรียนรู้ที่มนุษย์สร้างขึ้น ๒๓ แหล่งเรียนรู้ป่าชุมชน บ้านหนองแวงน้อย ต.ดอนดั่ง เป็นแหล่งเรียนรู้ธรรมชาติ ๒๔ แหล่งเรียนรู้วัดป่า พรหมนิมิต บ้านดอนดั่ง ต.ดอนดั่ง เป็นแหล่งเรียนรู้ธรรมชาติ ๒๕ แหล่งเรียนรู้ไข่เค็ม ไอโอดีน บ้านกระหนวน ต.ดอนดั่ง เป็นแหล่งเรียนรู้ที่มนุษย์สร้างขึ้น ๒๖ แหล่งเรียนรู้เศรษฐกิจ พอเพียงหิรัญธร บ้านชาด ต.คึมชาด เป็นแหล่งเรียนรู้ที่มนุษย์สร้างขึ้น ๒๗ แหล่งเรียนรู้เศรษฐกิจ พอเพียงไร่กำนันรม บ้านปอแดง ต.คึมชาด เป็นแหล่งเรียนรู้ที่มนุษย์สร้างขึ้น ๒๘ แหล่งเรียนรู้การทำ ขนมถั่วตัด บ้านศุภชัย ต.คึมชาด เป็นแหล่งเรียนรู้ที่มนุษย์สร้างขึ้น ๒๙ แหล่งเรียนรู้ป่าชุมชน โคกสองคอน บ้านหนองกุง ต.คึมชาด เป็นแหล่งเรียนรู้ธรรมชาติ


๑๓ ที่ ชื่อแหล่งเรียนรู้ สถานที่ตั้ง ประเด็นองค์ความรู้ ๓๐ แหล่งเรียนรู้ ผักปลอด สารพิษ บ้านวังหิน ต.วังหิน เป็นแหล่งเรียนรู้ที่มนุษย์สร้างขึ้น ๓๑ แหล่งเรียนรู้เกษตร ผสมผสาน บ้านหนองศาลา บ้านวังทอง ต.วังหิน เป็นแหล่งเรียนรู้ที่มนุษย์สร้างขึ้น ๓๒ แหล่งเรียนรรู้ เศรษฐกิจพอเพียง หนองสำโรง บ้านสำโรง ต.สำโรง เป็นแหล่งเรียนรู้ที่มนุษย์สร้างขึ้น ๓๓ แหล่งเรียนรู้การแปร รูปผลิตภัณฑ์จากเชือก หนองสองห้องาสติก บ้านเหล่านกชุม ต.สำโรง เป็นแหล่งเรียนรู้ที่มนุษย์สร้างขึ้น ๓๔ แหล่งเรียนรู้ป่าชุมชน โลกเราไล่ บ้านสำโรง ต.สำโรง เป็นแหล่งเรียนรู้ธรรมชาติ ๓๕ แหล่งเรียนรู้ป่าชุมชน โคกหินลาด บ้านหินลาด ต.สำโรง เป็นแหล่งเรียนรู้ธรรมชาติ ๓๖ แหล่งเรียนรู้เศรษฐกิจ พอเพียง สหโชคสุวรรณฟาร์ม บ้านหนองบัวแดง ต.หนองเม็ก เป็นแหล่งเรียนรู้ที่มนุษย์สร้างขึ้น ๓๗ แหล่งเรียนรู้เศรษฐกิจ พอเพียง บ้านหนองบัวแดง บ้านหนองบัวแดง ต.หนองเม็ก เป็นแหล่งเรียนรู้ที่มนุษย์สร้างขึ้น ๓๘ แหล่งเรียนรู้เศรษฐกิจ พอเพียง ป่าชุมชนบ้านหนอง บัวแดง บ้านหนองบัวแดง ต.หนองเม็ก เป็นแหล่งเรียนรู้ธรรมชาติ ๓๙ แหล่งเรียนรู้ป่าชุมชน โคกบ้านแฝก บ้านแฝก ต.หันโจด เป็นแหล่งเรียนรู้ธรรมชาติ ๔๐ แหล่งเรียนรู้เศรษฐกิจ พอเพียง ศกร.ตำบลหันโจด บ้านแฝก ต.หันโจด เป็นแหล่งเรียนรู้ที่มนุษย์สร้างขึ้น ๔๑ แหล่งเรียนรู้เศรษฐกิจ พอเพียง ศกร.ตำบลโนนธาตุ บ้านสว่าง ต.โนนธาตุ เป็นแหล่งเรียนรู้ที่มนุษย์สร้างขึ้น ๔๒ แหลง่งเรียนรู้โคกน้ำ จั้น บ้านหนองสองห้อง ต.หนองสองห้อง เป็นแหล่งเรียนรู้ธรรมชาติ ๔๓ แหล่งเรียนรู้กู่บ้านเมย บ้านเมย ต.หนองสองห้อง เป็นแหล่งเรียนรู้ที่มนุษย์สร้างขึ้น


๑๔ ที่ ชื่อแหล่งเรียนรู้ สถานที่ตั้ง ประเด็นองค์ความรู้ ๔๔ แหล่งเรียนรู้เศรษฐกิจ พอเพียง ศกร.ตำบลหนองสอง ห้อง บ้านเมย ต.หนองสองห้อง เป็นแหล่งเรียนรู้ที่มนุษย์สร้างขึ้น ๔๕ แหล่งเรียนรู้ป่าชุมชน โคกหนองจาน บ้านโนนชาด ต.หนองสองห้อง เป็นแหล่งเรียนรู้ธรรมชาติ


๑๕ ส่วนที่ ๒ เอกสารที่เกี่ยวข้อง การดำเนินงานการนิเทศภายในของสถานศึกษาศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้อำเภอหนองสองห้อง ไตรมาส ๓-๔ ปีงบประมาณ ๒๕๖7 ครั้งนี้ผู้จัดทำได้ศึกษาเอกสารที่เกี่ยวข้องดังนี้ ๑. แผนยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี ๒. แผนการศึกษาแห่งชาติ ๓. นโยบายและจุดเน้นการดำเนินงาน สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๖ ๔. การนิเทศภายในของสถานศึกษา 1. แผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี พ.ศ. 2561-2580 คณะกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติได้ดำเนินการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2561 - 2580) เพื่อใช้เป็นกรอบแนวทางการพัฒนาประเทศในระยะ 20 ปี โดยกำหนดวิสัยทัศน์ เป้าหมายและยุทธศาสตร์ ดังนี้ วิสัยทัศน์ “ประเทศไทยมีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เป็นประเทศพัฒนาแล้วด้วยการพัฒนาตามหลักปรัชญา ของเศรษฐกิจพอเพียง” และเป็นคติพจน์ประจำชาติว่า “มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” เป้าหมาย 1. ความมั่นคง 1.1 การมีความมั่นคงปลอดภัยจากภัยและการเปลี่ยนแปลงทั้งภายในประเทศและ ภายนอก ประเทศในทุกระดับ ทั้งระดับประเทศ สังคม ชุมชน ครัวเรือน และปัจเจกบุคคลมีความมั่นคงในทุกมิติ ทั้ง มิติเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และการเมือง 1.2 ประเทศมีความมั่นคงในเอกราชและอธิปไตย มีสถาบันชาติ ศาสนาและ พระมหากษัตริย์ ที่เข้มแข็ง เป็นศูนย์กลางและที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของประชาชน ระบบการเมืองมีความมั่นคง เป็น กลไกที่นำไปสู่การบริหารประเทศที่ต่อเนื่องและโปร่งใสตามหลักธรรมาภิบาล 1.3 สังคมมีความปรองดองและความสามัคคี สามารถผนึกกำลังเพื่อพัฒนาประเทศ ชุมชน มีความเข้มแข็ง ครอบครัวมีความอบอุ่น 1.4 ประชาชนมีความมั่นคงในชีวิต มีงานและรายได้ที่มั่นคงพอเพียงกับการดำรงชีวิต มี ที่อยู่อาศัย และความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สิน 1.5 ฐานทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม มีความมั่นคงของอาหาร พลังงาน และน้ำ 2. ความมั่งคั่ง 2.1 ประเทศไทยมีการขยายตัวของเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง ยกระดับเป็นประเทศในกลุ่ม รายได้สูง ความเหลื่อมล้ำของการพัฒนาลดลง ประชากรได้รับผลประโยชน์จากการพัฒนาอย่างเท่าเทียมกัน 2.2 เศรษฐกิจมีความสามารถในการแข่งขันสูง สามารถสร้างรายได้ทั้งภายในและ ภายนอกประเทศ สร้างฐานเศรษฐกิจและสังคมแห่งอนาคต และเป็นจุดสำคัญของการเชื่อมโยงในภูมิภาค ทั้งการ คมนาคมขนส่ง การผลิต การค้าการลงทุนและการทำธุรกิจ มีบทบาทสำคัญในระดับภูมิภาค และระดับโลก เกิดสาย สัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและการค้าอย่างมีพลัง


๑๖ 2.3 ความสมบูรณ์ในทุนที่จะสามารถสร้างการพัฒนาคนอย่างต่อเนื่องได้แก่ ทุนมนุษย์ ทุนทางปัญญา ทุนทางการเงิน ทุนที่เป็นเครื่องมือเครื่องจักร ทุนทางสังคม และทุนทรัพยากรธรรม ชาติและ สิ่งแวดล้อม 3. ความยั่งยืน 3.1 การพัฒนาที่สามารถสร้างความเจริญ รายได้ และคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจที่ไม่ใช้ทรัพยากรธรรมชาติเกินพอดี ไม่สร้างมลภาวะต่อ สิ่งแวดล้อมจนเกินความสามารถในการรองรับและเยียวยาของระบบนิเวศน์ 3.2 การผลิตและการบริโภคเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและสอดคล้องกับกฎระเบียบ ของ ประชาคมโลก ซึ่งเป็นที่ยอมรับร่วมกัน ความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมีคุณภาพดีขึ้น คนมีความรับผิดชอบต่อสังคม มีความเอื้ออาทร เสียสละเพื่อผลประโยชน์ส่วนรวม 3.3 ประชาชนทุกภาคส่วนในสังคมยึดถือและปฏิบัติตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง วัตถุประสงค์ 1. เพื่อสร้างความปรองดองสมานฉันท์ 2. เพื่อเพิ่มกระจายโอกาสและคุณภาพการให้บริการของรัฐอย่างทั่วถึง เท่าเทียม เป็นธรรม 3. เพื่อลดต้นทุนให้ภาคการผลิตและบริการ 4. เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร อุตสาหกรรม และบริการด้วยนวัตกรรม ยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปี (พ.ศ.2561-2580) 6 ด้าน โดยมียุทธศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับจุดเน้นเชิง นโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการและภารกิจสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ 6 ยุทธศาสตร์ ดังนี้ 1. ยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคง 1) เสริมสร้างความมั่นคงของสถาบันหลักและการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมี พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข 2) ปฏิรูปกลไกการบริหารประเทศและพัฒนาความมั่นคงทางการเมือง ขจัดคอร์รัปชั่น สร้างความเชื่อมั่น ในกระบวนการยุติธรรม 3) การรักษาความมั่นคงภายในและความสงบเรียบร้อยภายใน ตลอดจนการบริหาร จัดการความมั่นคงชายแดนและชายฝั่งทะเล 4) การพัฒนาระบบ กลไก มาตรการและความร่วมมือระหว่างประเทศทุกระดับ และ รักษาดุลยภาพความสัมพันธ์กับประเทศมหาอำนาจ เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาความมั่นคงรูปแบบใหม่ 5) การพัฒนาเสริมสร้างศักยภาพการผนึกกำลังป้องกันประเทศ การรักษาความสงบ เรียบร้อยภายในประเทศ สร้างความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านและมิตรประเทศ 6) การพัฒนาระบบการเตรียมพร้อมแห่งชาติและระบบบริหารจัดการภัยพิบัติ รักษา ความมั่นคงของฐานทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม 7) การปรับกระบวนการทำงานของกลไกที่เกี่ยวข้องจากแนวดิ่งสู่แนวระนาบมากขึ้น 2. ยุทธศาสตร์ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน มีเป้าหมายการพัฒนาที่มุ่งเน้นการ ยกระดับศักยภาพของประเทศในหลากหลายมิติ บนพื้นฐานแนวคิด 3 ประการ 1) “ต่อยอดอดีต” โดยมองกลับไปที่รากเหง้าทางเศรษฐกิจ อัตลักษณ์ วัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิต และจุดเด่นทางทรัพยากรธรรมชาติที่หลากหลาย รวมทั้งความได้เปรียบเชิงเปรียบเทียบประเทศ


๑๗ ในด้านอื่นๆ นำมาประยุกต์ผสมผสานกับเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อให้สอดรับกับบริบทของเศรษฐกิจและสังคม โลกสมัยใหม่ 2) “ปรับปัจจุบัน” เพื่อปูทางสู่อนาคต ผ่านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศใน มิติต่างๆ ทั้งโครงข่ายระบบคมนาคมและขนส่ง โครงสร้างพื้นฐานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และดิจิทัลและการปรับ สภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมและบริการอนาคต 3) “สร้างคุณค่าใหม่ในอนาคต” ด้วยการเพิ่มศักยภาพของผู้ประกอบการ พัฒนาคนรุ่น ใหม่ รวมถึงปรับรูปแบบธุรกิจ เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของตลาด ผสมผสานกับยุทธศาสตร์ที่รองรับอนาคต บนพื้นฐานของการต่อยอดอดีตและปรับปัจจุบัน พร้อมทั้งการส่งเสริมและสนับสนุนจากภาครัฐ ให้ประเทศไทย สามารถสร้างฐานรายได้และการจ้างงานใหม่ ขยายโอกาสทางการค้าและการลงทุนใน เวทีโลก ควบคู่ไปกับการ ยกระดับรายได้และ 3. ยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ 1) พัฒนาคนในทุกมิติและในทุกช่วงวัยให้เป็นคนดี เก่ง และมีคุณภาพ 2) คนไทยมีความพร้อมทั้งกาย ใจ สติปัญญา มีพัฒนาการที่ดีรอบด้านและมีสุขภาวะที่ดี ในทุกช่วงวัย 3) มีจิตสาธารณะรับผิดชอบต่อสังคมและผู้อื่น มัธยัสถ์ อดออม โอบอ้อมอารี มีวินัย รักษาศีลธรรม และเป็นพลเมืองดีของชาติ 4) มีหลักคิดที่ถูกต้อง มีทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 มีทักษะสื่อสารภาษาอังกฤษและ ภาษาที่ 3 และอนุรักษ์ภาษาท้องถิ่น 5) มีนิสัยรักการเรียนรู้และการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต สู่การเป็นคนไทยที่ มีทักษะสูง เป็นนวัตกร นักคิด ผู้ประกอบการ เกษตรกรยุคใหม่และอื่นๆ โดยมีสัมมาชีพตามความถนัดของตนเอง 4. ยุทธศาสตร์ด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม 1) การพัฒนาที่สำคัญคือการดึงเอาพลังของภาคส่วนต่างๆ ทั้งภาคเอกชน ประชาสังคม ชุมชน ท้องถิ่น มาร่วมขับเคลื่อน โดยการสนับสนุนการรวมตัวของประชาชน ในการร่วมคิดร่วมทำเพื่อส่วนรวม 2) การกระจายอำนาจและความรับผิดชอบไปสู่กลไกบริหารราชการแผ่นดินในระดับ ท้องถิ่น 3) เสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนในการจัดการตนเอง และการเตรียมความพร้อม ของประชากรไทยทั้งในมิติสุขภาพ เศรษฐกิจ สังคม และสภาพแวดล้อมให้เป็นประชากรที่มีคุณภาพ 4) ประชากรสามารถพึ่งต้นเองและทำประโยชน์แก่ครอบครัว ชุมชน และสังคมให้นาน ที่สุด โดยรัฐให้หลักประกันการเข้าถึงบริการและสวัสดิการที่มีคุณภาพอย่างเป็นธรรมและทั่วถึง 5. ยุทธศาสตร์ด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม 1) พัฒนาในทุกมิติ ทั้งมิติด้านสังคม เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม ธรรมาภิบาล และความเป็น หุ้นส่วนความร่วมมือระหว่างกัน ทั้งภายในและภายนอกประเทศอย่างบูรณาการ 2) ให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้เข้ามามีส่วนร่วมในแบบทางตรงให้มากที่สุด บนพื้นฐานการ เติบโตร่วมกัน โดยให้ความสำคัญกับการสร้างสมดุลทั้ง 3 ด้าน อันจะนำไปสู่ความยั่งยืนเพื่อคนรุ่นต่อไปอย่างแท้จริง 6. ยุทธศาสตร์ด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ 1) การปรับปรุงโครงสร้าง บทบาท ภารกิจของหน่วยงานภาครัฐ ให้มีขนาดที่เหมาะสม 2) การวางระบบบริหารราชการแบบบูรณาการ 3) การพัฒนาระบบบริหารจัดการกำลังคนและพัฒนาบุคลากรภาครัฐ


๑๘ 4) การต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบ 5) การปรับปรุงกฎหมายและระเบียบต่าง ๆ ให้ทันสมัย เป็นธรรมและเป็นสากล 6) พัฒนาระบบการให้บริการประชาชนของหน่วยงานภาครัฐ 7) ปรับปรุงการบริหารจัดการรายได้และรายจ่ายของภาครัฐ 2. แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๗๙ สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษาได้จัดทำแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560-2579 ขึ้น เพื่อวางกรอบ เป้าหมายและทิศทางการจัดการศึกษาของประเทศ โดยมุ่งจัดการศึกษาให้คนไทยทุกคนสามารถเข้าถึงโอกาสและ ความเสมอภาคในการศึกษาที่มีคุณภาพ พัฒนาระบบการบริหารจัดการศึกษาที่มีประสิทธิภาพ พัฒนาคนให้มี สมรรถนะในการทำงานที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานและการพัฒนาประเทศ แนวคิดการจัด การศึกษาตามแผนการศึกษาแห่งชาติ ยึดหลักสำคัญในการจัดการศึกษาประกอบด้วย หลักการจัดการศึกษาเพื่อ ปวงชน (Education for All) หลักการจัดการศึกษาเพื่อความเท่าเทียมและทั่วถึง (Inclusive Education) หลัก ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (Sufficiency Economy) และหลักการมีส่วนร่วมของสังคม (All For Education) อีกทั้งยึดตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goal : SDGs 2030) ประเด็น ภายในประเทศ (Local Issues) อาทิ คุณภาพของคนช่วงวัย การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรของประเทศ ความเหลื่อมล้ำของการกระจายรายได้ และวิกฤติด้านสิ่งแวดล้อม โดยนำยุทธศาสตร์ชาติมาเป็นกรอบความคิด สำคัญในการจัดทำแผนการศึกษาแห่งชาติ โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้ วิสัยทัศน์: คนไทยได้รับโอกาสการศึกษาและเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างมีคุณภาพสามารถดำรงชีวิตที่เหมาะสม กับช่วงวัยสอดคล้องกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและมีทักษะที่จำเป็นในในโลกศตวรรษที่ 21 วัตถุประสงค์ 1. เพื่อพัฒนาระบบและกระบวนการจัดการศึกษาที่มีคุณภาพและมีประสิทธิภาพ 2. เพื่อพัฒนาคนไทยให้เป็นพลเมืองดี มีคุณลักษณะ ทักษะและสมรรถนะที่สอดคล้องกับ บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ และยุทธศาสตร์ชาติ 3. เพื่อพัฒนาสังคมไทยให้เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ และคุณธรรม จริยธรรม รู้รักสามัคคี และ ร่วมมือผนึกกำลังมุ่งสู่การพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 4. เพื่อนำประเทศไทยก้าวข้ามกับดักประเทศที่มีรายได้ปานกลาง และความเหลื่อมล้ำ ภายในประเทศลดลง ยุทธศาสตร์ประกอบ 6 ยุทธศาสตร์ โดยมียุทธศาสตร์ที่เกี่ยวข้องจุดเน้นเชิงนโยบายรัฐ มนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการและภารกิจสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ดังนี้.- ยุทธศาสตร์ที่ 1 การจัดการศึกษาเพื่อความมั่นคงของสังคมและประเทศชาติ เป้าหมาย 1. คนทุกช่วงวัยมีความรักในสถาบันหลักของชาติ และยึดมั่นการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข 2. คนทุกช่วงวัยในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้และพื้นที่พิเศษได้รับ การศึกษาและเรียนรู้อย่างมีคุณภาพ 3. คนทุกช่วงวัยได้รับการศึกษา การดูแลและป้องกันจากภัยคุกคามในชีวิตรูปแบบใหม่ แนวทางการพัฒนา


๑๙ 1. พัฒนาการจัดการศึกษาเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงของสถาบันหลักของชาติ และการปกครอง ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข 2. ยกระดับคุณภาพและส่งเสริมโอกาสในการเข้าถึงการศึกษาในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัด ชายแดนภาคใต้ 3. ยกระดับคุณภาพและส่งเสริมโอกาสในการเข้าถึงการศึกษาในพื้นที่พิเศษ (พื้นที่สูงพื้นที่ตาม แนวตะเข็บชายแดน และพื้นที่เกาะแก่ง ชายฝั่งทะเล ทั้งกลุ่มชนต่างเชื้อชาติ ศาสนา และวัฒนธรรม กลุ่มชน-ชาย ขอบ และแรงงานต่างด้าว) 4. พัฒนาการจัดการศึกษาเพื่อการจัดระบบการดูแลและป้องกันภัยคุกคามในรูปแบบใหม่ อาทิ อาชญากรรมและความรุนแรงในรูปแบบต่าง ๆ ยาเสพติด ภัยพิบัติจากธรรมชาติภัยจากโรคอุบัติใหม่ ภัยจากไซ เบอร์ เป็นต้น ยุทธศาสตร์ที่ 2 การผลิตและพัฒนากำลังคน การวิจัย และนวัตกรรมเพื่อสร้างขีด ความสามารถในการแข่งขันของประเทศ เป้าหมาย 1. กำลังคนมีทักษะที่สำคัญจำเป็นและมีสมรรถนะตรงตามความต้องการของตลาดงานและการ พัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ 2. สถาบันการศึกษาและหน่วยงานที่จัดการศึกษาผลิตบัณฑิตที่มีความเชี่ยวชาญและเป็นเลิศ เฉพาะด้าน 3. การวิจัยและพัฒนาเพื่อสร้างองค์ความรู้และนวัตกรรมที่สร้างผลผลิตและมูลค่าเพิ่มทาง เศรษฐกิจ แนวทางการพัฒนา 1. ผลิตและพัฒนากำลังคนให้มีสมรรถนะในสาขาที่ตรงตามความต้องการของตลาดงาน และการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ 2. ส่งเสริมการผลิตและพัฒนากำลังคนที่มีความเชี่ยวชาญและเป็นเลิศเฉพาะด้าน 3. ส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาเพื่อสร้างองค์ความรู้และนวัตกรรมที่สร้างผลผลิตและ มูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ ยุทธศาสตร์ที่ 3 การพัฒนาศักยภาพคนทุกช่วงวัย และการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ เป้าหมาย 1. ผู้เรียนมีทักษะและคุณลักษณะพื้นฐานของพลเมืองไทยและทักษะและคุณลักษณะที่จำเป็นใน ศตวรรษที่ 21 2. คนทุกช่วงวัยมีทักษะความรู้ความสามารถและสมรรถนะตามมาตรฐานการศึกษาและมาตรฐาน วิชาชีพ และพัฒนาคุณภาพชีวิตได้ตามศักยภาพ 3. สถานศึกษาทุกระดับการศึกษาสามารถจัดกิจกรรม/กระบวนการเรียนรู้ตาม หลักสูตรได้อย่างมีคุณภาพและมาตรฐาน 4. แหล่งเรียนรู้ สื่อตำราเรียน นวัตกรรมและสื่อการเรียนรู้มีคุณภาพและมาตรฐาน และประชาชน สามารถเข้าถึงได้โดยไม่จำกัดเวลาและสถานที่ 5. ระบบและกลไกการวัด การติดตามและประเมินผลมีประสิทธิภาพ 6. ระบบการผลิตครู อาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษาได้มาตรฐานระดับสากล


๒๐ 7. ครู อาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษาได้รับการพัฒนาสมรรถนะตามมาตรฐาน แนวทางการพัฒนา 1. ส่งเสริม สนับสนุนให้คนทุกช่วงวัยมีทักษะ ความรู้ความสามารถ และการพัฒนาคุณภาพชีวิต อย่างเหมาะสม เต็มตามศักยภาพในแต่ละช่วงวัย 2. ส่งเสริมและพัฒนาแหล่งเรียนรู้ สื่อตำราเรียน และสื่อการเรียนรู้ต่าง ๆ ให้มีคุณภาพมาตรฐาน และประชาชนสามารถเข้าถึงแหล่งเรียนรู้ได้โดยไม่จำกัดเวลาและสถานที่ 3. สร้างเสริมและปรับเปลี่ยนค่านิยมของคนไทยให้มีวินัย จิตสาธารณะ และพฤติกรรมที่พึง ประสงค์ 4. พัฒนาระบบและกลไกการติดตาม การวัดและประเมินผลผู้เรียนให้มีประสิทธิภาพ 5. พัฒนาคลังข้อมูล สื่อ และนวัตกรรมการเรียนรู้ ที่มีคุณภาพและมาตรฐาน 6. พัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการผลิตครู อาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา 7. พัฒนาคุณภาพครู อาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา ยุทธศาสตร์ที่ 4 การสร้างโอกาส ความเสมอภาคและความเท่าเทียมทางการศึกษา เป้าหมาย 1. ผู้เรียนทุกคนได้รับโอกาสและความเสมอภาคในการเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ 2. การเพิ่มโอกาสทางการศึกษาผ่านเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการศึกษาสำหรับคนทุกช่วงวัย 3. ระบบข้อมูลรายบุคคลและสารสนเทศทางการศึกษาที่ครอบคลุม ถูกต้อง เป็นปัจจุบัน เพื่อการ วางแผนการบริหารจัดการศึกษา การติดตามประเมิน และรายงานผล แนวทางการพัฒนา 1. เพิ่มโอกาสและความเสมอภาคในการเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ 2. พัฒนาระบบเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการศึกษาสำหรับคนทุกช่วงวัย 3. พัฒนาฐานข้อมูลด้านการศึกษาที่มีมาตรฐาน เชื่อมโยงและเข้าถึงได้ ยุทธศาสตร์ที่ 5 การจัดการศึกษาเพื่อสร้างเสริมคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เป้าหมาย 1. คนทุกช่วงวัย มีจิตสำนึกรักษ์สิ่งแวดล้อม มีคุณธรรม จริยธรรม และนำแนวคิดตามหลักปรัชญา ของเศรษฐกิจพอเพียงสู่การปฏิบัติ 2. หลักสูตร แหล่งเรียนรู้ และสื่อการเรียนรู้ที่ส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม คุณธรรม จริยธรรม และการนำแนวคิดตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่การปฏิบัติ 3. การวิจัยเพื่อพัฒนาองค์ความรู้และนวัตกรรมด้านการสร้างเสริมคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับ สิ่งแวดล้อม แนวทางการพัฒนา 1. ส่งเสริม สนับสนุนการสร้างจิตสำนึกรักษ์สิ่งแวดล้อม มีคุณธรรม จริยธรรม และนำแนวคิดตาม หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่การปฏิบัติในการดำเนินชีวิต 2. ส่งเสริมและพัฒนาหลักสูตร กระบวนการเรียนรู้ แหล่งเรียนรู้ และสื่อการเรียนรู้ต่าง ๆ ที่ เกี่ยวข้องกับการสร้างเสริมคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม 3. พัฒนาองค์ความรู้ งานวิจัย และนวัตกรรม ด้านการสร้างเสริมคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับ สิ่งแวดล้อม


๒๑ ยุทธศาสตร์ที่ 6 การพัฒนาประสิทธิภาพของระบบบริหารจัดการศึกษา เป้าหมาย 1. โครงสร้าง บทบาท และระบบการบริหารจัดการการศึกษามีความคล่องตัว ชัดเจนและสามารถ ตรวจสอบได้ 2.ระบบการบริหารจัดการศึกษามีประสิทธิภาพและประสิทธิผลส่งผลต่อคุณภาพและมาตรฐาน การศึกษา 3. ทุกภาคส่วนของสังคมมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาที่ตอบสนองความต้องการของประชาชน และพื้นที่ 4. กฎหมายและรูปแบบการบริหารจัดการทรัพยากรทางการศึกษารองรับลักษณะที่แตกต่างกัน ของผู้เรียน สถานศึกษา และความต้องการกำลังแรงงานของประเทศ 5. ระบบบริหารงานบุคคลของครู อาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษามีความเป็นธรรม สร้าง ขวัญกำลังใจ และส่งเสริมให้ปฏิบัติงานได้อย่างเต็มตามศักยภาพ แนวทางการพัฒนา 1. ปรับปรุงโครงสร้างการบริหารจัดการศึกษา 2. เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการสถานศึกษา 3. ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการจัดการศึกษา 4. ปรับปรุงกฎหมายเกี่ยวกับระบบการเงินเพื่อการศึกษาที่ส่งผลต่อคุณภาพและประสิทธิภาพการ จัดการศึกษา 5. พัฒนาระบบบริหารงานบุคคลของครู อาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา ๓. จุดเน้นการดําเนินงาน สํานักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 นโยบายและจุดเน้นการดําเนินงาน สํานักงานส่งเสริมการเรียนรู้ ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ………………………………………………………………………………….. พระราชบัญญัติส่งเสริมการเรียนรูพ.ศ. 2566 กำหนดให้กรมส่งเสริมการเรียนรูมีหนาที่ในการจัด ส งเสริม และสนับสนุนการเรียนรูตลอดชีวิต การเรียนรูเพื่อการพัฒนาตนเอง และการเรียนรูเพื่อคุณวุฒิตามระดับ หรือการเรียนรูรูปแบบอื่น โดยมีวัตถุประสงคเพื่อพัฒนาบุคคลใหมีความสมบูรณทั้งร่างการ จิตใจ อารมณ สังคมและ สติปัญญา เป็นคนดี มีวินัย รูจักสิทธิควบคูกับหนาที่และความรับผิดชอบ ภูมิใจและตระหนักในความสำคัญของชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์และการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข รูจักรักษา ประ โยชนสวนรวมและของประเทศชาติ รูจักความพอเพียง มีเหตุผล มีภูมิคุมกันในตัวที่ดี ใฝเรียนรู มีความรอบรู รอบคอบ ระมัดระวัง มีคุณธรรม และมีความซื่อสัตยสุจริต อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 32 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน ดิน พ.ศ. 2534 และที่แกไขเพิ่มเติม ประกอบกับความในมาตรา 34 แห่งพระราชบัญญัติสงเสริมการเรียนรูพ.ศ. 2566 และคำสั่งสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ที่ 2223/2566 ลงวันที่ 17 ตุลาคม 2566 อธิบดีกรมสงเส ริมการเรียนรูจึงไดประกาศจุดเนนการดำเนินงาน กรมสงเสริมการเรียนรูประจำปงบประมาณ พ.ศ. 2567 ดังนี้ วิสัยทัศน “ประชาชนได้รับรับการสงเสริมการเรียนรูที่มีคุณภาพ พรอมเข้าสู่สังคมแหงการเรียนรู ตลอดชีวิต”


๒๒ พันธกิจ 1. จัด สงเสริม และสนับสนุนการเรียนรูตลอดชีวิต การเรียนรูเพื่อพัฒนาตนเอง และการ เรียนรู เพื่อคุณวุฒิตามระดับที่มีคุณภาพ เพื่อพัฒนาทักษะการเรียนรู และยกระดับการศึกษาของประชาชน ให สามารถ ปรับตัวในการดำรงชีวิตได้อย่างเหมาะสม และมีสมรรถนะ พรอมรับการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่ 2. ผลิตและพัฒนาหลักสูตร โปรแกรมการเรียนรูสื่อและนวัตกรรมการเรียนรูวิธีการจัด กระบวนการ เรียนรู การวัดและประเมินผลการเรียนรูที่มีคุณภาพและมาตรฐาน สอดคลองกับรูปแบบการจัดการ เรียนรูและ สภาวการณการพัฒนาของประเทศ 3. สงเสริมการนำเทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรมที่ทันสมัยมาใชในการจัดและสงเสริมการ เรียนรูใหประชาชนสามารถเรียนรู้ได้ทุกที่ และทุกเวลา 4. สร้างและประสานความร่วมมือมือเชิงรุกกับภาคีเครือข่าย ใหเขามามีสวนร่วมในการ จัดการเรียนรู มีสิ่งอำนวยความสะดวกและแหล่งเรียนรูรูปแบบต่าง ๆ เพื่อผู้เรียนสามารถ เขาถึงการเรียนรู้ทุก รูปแบบ ทุกที่ และทุกเวลา 5. พัฒนาระบบบริหารจัดการภายในองคกรใหมีความทันสมัย โดยยึดหลัก ธรรมาภิบาล เพื่อการสงเสริมการเรียนรูที่มีประสิทธิภาพ 6. พัฒนาและยกระดับศักยภาพบุคลากรทุกประเภท ทุกระดับ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพใน การปฏิบัติงาน และการสงเสริมการเรียนรูที่มีคุณภาพ จุดเนนการดำเนินงาน ประจำปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ 1. สร้างโอกาสในการเขาถึงการเรียนรู้อย่าง ทั่วถึงและเทาเทียม 1.1 จัดทำระบบหรือแพลตฟอรมการเรียนรู(Digital Learning Platform) รวมทั้งแอปพลิเคชั่น หรือสื่อดิจิทัลที่มีคุณภาพครบวงจรเพื่อการเรียนรูในชองทางเรียนรูรูปแบบต่าง ๆ ทั้ง Online On-site และ On-air ประชาชนสามารถเขาถึงได้ทุกที่ ทุกเวลา (Anywhere Anytime) 1.2 พัฒนาระบบสะสมหน่วยการเรียนรูในธนาคารหน่วยกิต (Credit Bank System) ที่สามารถ เชื่อมโยงการศึกษาและการเรียนรูในทุกระดับและประเภท สร้างความคลองตัวและเปิดทางเลือกใหกับผู้เรียนทุก ระดับ เพื่อประโยชนในการรับรองคุณวุฒิ หรือการประกอบอาชีพหรือวิชาชีพตอไป 1.3 พัฒนาระบบเทียบระดับการศึกษา เทียบเคียงหรือเทียบโอนผลการเรียน ทักษะ ความรู ประสบการณ และสมรรถนะ ใหมีมาตรฐาน เชื่อมโยงกับการศึกษาและการเรียนรูทุกรูปแบบ เพื่อใชประโยชน ใน การเขาศึกษา การสะสมความรูหรือการรับรองคุณวุฒิระดับการศึกษาต่างสถานศึกษาหรือต่างระบบได้ 2. ยกระดับคุณภาพการจัดการเรียนรู 2.1 พัฒนาและปรับปรุงหลักสูตร โปรแกรมการเรียนรูสื่อการเรียนรูและวิธีการจัดกระบวน การ เรียนรู ที่มีคุณภาพและมาตรฐาน เหมาะสมและเป็นไปตามสภาพ ความตองการ และความถนัด สอดคลอง กับ สภาวการณของประเทศและทันตอการเปลี่ยนแปลงโลก โดยมุ่งพัฒนาประชาชนทุกชวงวัยใหมีทักษะที่เหมาะสม และจำเปนตอการดำรงชีวิต จบแลวมีงานทำสอดคลองกับความตองการของตลาดแรงงาน 2.2 จัด สงเสริม และสนับสนุนการเรียนรูแบบ STEM Education (วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์) ใหครอบคลุมมากยิ่งขึ้น มุ่งเน้นให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติจริง (Active Learning) ทั้งในสถานศึกษาและแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ 2.3 จัดใหมีระบบแนะแนวทางสำหรับผูเรียน (Coaching) และวางแผนทางเลือกทางการศึกษา และการเรียนรูที่หลากหลายใหกับผู้เรียนกลุ่มเป้าหมายพิเศษ และกลุมเปราะบาง ในการเขาถึงการศึกษา การเรียนรู


๒๓ และการฝกอาชีพอย่างเท่าเทียม เพื่อใหผู้เรียนได้ค้นพบแนวทางการเรียนและเป้าหมายชีวิตที่ตนเองชอบ รวมทั้ง การดูแล เฝ้าระวัง และแกไขปญหาสุขภาวะทางจิตของผู้เรียน เพื่อใหสามารถอยู่ในสถานศึกษาได้อย่างมีความสุข 3. สงเสริมและสนับสนุนการสร้างสังคมแหงการเรียนรูตลอดชีวิต 3.1 พัฒนากระบวนการสงเสริมใหประชาชนมีนิสัยรักการเรียนรูมีกระบวนการทางสังคม ที่สงเสริม ใหบุคคล กลุมบุคคล และชุมชนเกิดการเรียนรูและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง สงเสริมการสร้างสภาพแวดลอม ของชุมชน ทองถิ่น สังคม ที่เอื้อตอการเรียนรูและสนับสนุนการสรางกลไกการขับเคลื่อนชุมชนในการปลูกฝง และพัฒนาทักษะ การเรียนรูของประชาชน 3.2 สงเสริมการจัดการเรียนรูเพื่อเสริมสร้างความมั่นคง การสร้างความ เขาใจที่ถูกตอง ในการ ปกครองระบอบประชาธิปไตย การเรียนรูที่ปลูกผังคุณธรรมจริยธรรม สร้างวินัย จิตสาธารณะ อุดมการณ ความยึด มั่นในสถาบันหลักของชาติ การเรียนรูประวัติศาสตร์ของชาติและทองถิ่น เสริมสร้างวิถีชีวิตของความเป็น พลเมือง และมีศีลธรรมที่เขมแข็ง รวมถึงการมี จิตอาสา โดยผ่านกิจกรรมต่างๆ ที่เป็นการเพิ่มทักษะที่จำเป็นตอการ ดำรงชีวิต 3.3 พัฒนารูปแบบการดำเนินงานสงเสริมการอานใหกับประชาชน พัฒนาแหลงการเรียนรู ที่มี บรรยากาศและสภาพแวดลอมที่เอื้อตอการอาน และพัฒนาศักยภาพการเรียนรูใหเกิดขึ้นอยางกวางขวาง และทั่วถึง อาทิ การพัฒนาความพรอมของบุคลากรและการใหบริการของหนวยจัดการเรียนรูหองสมุดประชาชน มีการบริการ ที่ทันสมัย สงเสริมและสนับสนุนอาสาสมัครสงเสริมการอาน การสรางเครือขายสงเสริมการอาน พรอมทั้งพัฒนาสื่อ และจัดกิจกรรมสงเสริมการอานและการเรียนรูที่หลากหลายใหบริการกับประชาชนในพื้นที่ตาง ๆ อยางทั่วถึง 3.4 จัดใหมีการฝกอบรมอาชีพในชุมชน เพื่อเปนการเสริมสรางทักษะใหม (New Skill) เพิ่ม สมรรถนะ (Upskill) หรือทบทวนทักษะ (Reskill) ใหแกประชาชน อาทิอาชีพเกษตรกร อาชีพคาขาย อาชีพบริการ ชุมชน อาชีพหัตถกรรม อาชีพอุตสาหกรรม ชางกอสราง ชางไฟฟา ชางประปา ชางแอร ฯลฯ เพื่อเปนเครื่องมือ ในการยกระดับทักษะความรูชวยประชาชนลดรายจายในครัวเรือน สามารถประกอบอาชีพหลัก หรือเปนอาชีพเสริม ใหแกครอบครัวได 3.5 สงเสริม สนับสนุน สรางโอกาสใหเกิด Soft Power เพื่อเปดโอกาสในการตอยอดสรางมูลคา และสรางรายไดรวมทั้งการอนุรักษ ฟนฟู และพัฒนาตอยอดศิลปะ วัฒนธรรม ภาษา และสงเสริมภูมิปญญาทองถิ่น ใหเปนที่รูจักทั้งในประเทศและตางประเทศ อาทิ ดานการทองเที่ยว/งานเทศกาล/ประเพณีไทย ดานดนตรีและ ศิลปะ ดานวรรณกรรม/หนังสือ ดานสินคาและบริการ (อาหารไทย ผาไทย เครื่องหอมและสมุนไพรไทย ฯลฯ) รวมทั้ง การใชพื้นที่เปนสถานที่เรียนรูวัฒนธรรม ศิลปะ และประวัติศาสตร 3.6 พัฒนาทักษะฝมือ พัฒนาการทางรางกายและจิตใจกลุมผูสูงอายุใหสามารถพึ่งพาตนเองได สามารถดำเนินชีวิตไดเต็มตามศักยภาพ 4. พัฒนาระบบการบริหารจัดการ และการบริการภาครัฐ 4.1 ทบทวน ปรับปรุงกฎหมาย ระเบียบ ขอบังคับ และอื่น ๆ ที่เกี่ยวของกับการดำเนินงาน ภาย ใตพระราชบัญญัติสงเสริมการเรียนรู พ.ศ. 2566 เพื่อใหการบริหารจัดการในการจัด สงเสริม และสนับสนุน การ เรียนรูเปนไปอยางมีประสิทธิภาพ 4.2 จัดทำระบบขอมูลสารสนเทศของผูเรียนเปนรายบุคคล โดยการสำรวจขอมูลครัวเรือน (ป กหมุด) เกี่ยวกับสถานภาพการศึกษาและความตองการในการเรียนรูและจัดเก็บขอมูลเพื่อใชในการแกปญหา เด็กตก หลนและออกกลางคัน ติดตามและสงตอ ไปยังสถานศึกษาในระดับที่สูงขึ้น รวมทั้งเปนขอมูลใชประกอบ ในการสงเสริมการเรียนรูใหกับ กลุมเปาหมาย


๒๔ 4.3 พัฒนาความพรอมในการสงเสริมการจัดการเรียนรูอาทิ การสนับสนุนงบประมาณ ในการ ลงทุนดานเทคโนโลยีบูรณาการความรวมมือกับภาคเอกชนในการ สรางความพรอมดานเทคโนโลยี และการสื่อสาร ของหนวยจัดการเรียนรู ใหครอบคลุมพื้นที่การใหบริการประชาชน รวมทั้งสนับสนุนความรวมมือ ในการสราง มาตรการสงเสริมภาคเอกชนเพื่อการลงทุนดานการศึกษาและการเรียนรู 5. สงเสริมและสนับสนุนดานบุคลากร 5.1 แกไขปญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษา และสงเสริมใหความรูดานการเงิน และการ ออม (Financial Literacy) การวางแผนและสรางวินัยทางการเงินใหกับบุคลากร โดยบูรณาการการทำงาน รวมกับ หนวยงานที่เกี่ยวของ อาทิ กระทรวงการคลัง ธนาคาร สหกรณ และสถาบันการเงินตาง ๆ 5.2 พัฒนาสมรรถนะของครูและบุคลากรทางการศึกษาใหมีความพรอม ดานวิชาการและทักษะ การจัดการเรียนรูการใชเทคโนโลยีและนวัตกรรมผานแพลตฟอรมออนไลนตาง ๆ รวมทั้งใหคำปรึกษาเสนทาง การ เรียนรูการประกอบอาชีพ และการดำเนินชีวิตของ ผูเรียนไดตามความสนใจและความถนัดของแตละบุคคล 5.3 พัฒนาขีดความสามารถของขาราชการพลเรือนในสังกัด ใหมีสมรรถนะที่สอดคลอง และ เหมาะสมตามสายงาน ประเภท ระดับ และมาตรฐานตำแหนง ขอสั่งการและแนวทางการปฏิบัติของรัฐมนตรีวาการกระทรวงศึกษาธิการ (พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ) 1. ใหนำนโยบายดานการศึกษาของคณะรัฐมนตรีที่แถลงตอรัฐสภา และนโยบายของรัฐมนตรีว าการ กระทรวงศึกษาธิการ ไปดำเนินการอยางเปนรูปธรรม (Action Plan) 2. ดำเนินการปองกันและปราบปรามการทุจริต เชน การบรรจุ แตงตั้ง โยกยาย (หามซื้อ-ขาย ตำแหนง) หามทุจริตการจัดซื้อจัดจางวัสดุ ครุภัณฑชุดนักเรียน อาหารกลางวัน ฯลฯ และตองจัดซื้อจัดจางวัสดุครุ ภัณฑที่มีคุณภาพ 3. นอมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสูการปฏิบัติ 4. ใหรวมกันรักษาสิ่งแวดลอมและมุงสูการใชพลังงานสะอาด 5. สงเสริมการอานอยางเปนกระบวนการ โดยครูตองเปนตนแบบในการ รักการอาน 6. การลงพื้นที่ตรวจราชการหรือตรวจเยี่ยม ใหเฉพาะผูที่มีหนาที่เกี่ยวของ มารวมรับ การตรวจราชการ หรือตรวจเยี่ยม โดยใหมีการดำเนินการอยางเรียบงายและประหยัด เชน ไมตองติดปายตอนรับ ไมมีของที่ระลึก หรือของฝาก ทั้งนี้ ตั้งแตวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2566 เปนตนไป ประกาศ ณ วันที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566 ว่าที่ร้อยเอก วิสาร ปัญญชุณฑ์ (วิสาร ปัญญชุนท์) รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ รักษาราชการแทนอธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ ๔. การนิเทศภายในสถานศึกษา ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พุทธศักราช 2545 กำหนดให้สถานศึกษาต้องดำเนินการพัฒนาคุณภาพการศึกษาตามมาตรฐาน ตัวบ่งชี้ ที่กำหนด ซึ่งการนิเทศ ภายในเป็นกิจกรรมหลักกิจกรรมหนึ่งของระบบการประกันคุณภาพ ซึ่งกิจกรรมการศึกษานอกระบบและการศึกษา ตามอัธยาศัยมีการจัดกิจกรรมที่หลากหลาย และมีการดำเนินงานอยู่ในทุกสภาพพื้นที่ และสภาพสังคมที่แตกต่างกัน


๒๕ รวมทั้ง ครู กศน.ในสังกัด มีหลายประเภท ทั้งที่ผ่านการอบรม และไม่ผ่านการอบรม ดังนั้น การนิเทศจะสามารถ ช่วยพัฒนาศักยภาพครูให้เป็นมืออาชีพ ซึ่งสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ได้กำหนดให้การนิเทศภายใน เป็นนโยบาย และจุดเน้นให้มีการนิเทศ กำกับ ติดตามและประเมินผล โดยส่งเสริมและพัฒนาการนิเทศทั้งระบบ การนิเทศภายใน เป็นส่วนหนึ่งของการบริหารจัดการ และระบบการประกันคุณภาพ ที่สถานศึกษาต้อง ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ซึ่งผลการนิเทศจะสะท้อนการปฏิบัติงานที่จะนำไปสู่การพัฒนาสถานศึกษาตามระบบ ประกันคุณภาพการศึกษา การนิเทศภายใน หมายถึง การนิเทศโดยบุคลากรภายในหน่วยงาน หรือภายในหน่วยปฏิบัติของหน่วยงาน นั้น ๆ ผู้นิเทศอาจเป็นผู้บริหาร หัวหน้าฝ่าย หัวหน้างาน หรือผู้ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นคณะผู้ทำการนิเทศภายใน หน่วยงานนั้น ๆ การนิเทศภายใน เป็นกระบวนการทำงานร่วมกันระหว่างผู้บริหารผู้ทำการนิเทศ และผู้ปฏิบัติงานใน หน่วยงานเดียวกัน ร่วมพิจารณาปัญหา แสวงหาแนวทางในการแก้ปัญหา หาทางในการทำงานร่วมกัน จัดระบบ นิเทศที่มีประสิทธิภาพ เพื่อให้มีการพัฒนาเจตคติและคุณภาพของบุคลากรผู้ปฏิบัติงาน ซึ่งจะส่งผลไปถึงคุณภาพ ของงาน ขวัญกำลังใจของผู้ปฏิบัติงาน และความพึงพอใจของประชาชนที่รับบริการ การนิเทศภายในสถานศึกษา มีความสำคัญในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา โดยมีการนิเทศในลักษณะของ การช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และการนิเทศแบบมีส่วนร่วม โดยใช้กระบวนการ PDCA เป็นแนวทางการนิเทศ ตั้งแต่ การวางแผนร่วมกัน การชี้แจงคณะกรรมการนิเทศและผู้เกี่ยวข้อง การอบรมพัฒนาศักยภาพและสร้างความเข้าใจ แก่บุคลากร การจัดทำเครื่องมือนิเทศ การกำหนดบทบาทหน้าที่ของผู้นิเทศ ซึ่งประกอบด้วย คณะกรรมการนิเทศ ภายในสถานศึกษา และเครือข่ายนิเทศในพื้นที่ ผู้นิเทศภายในสถานศึกษา กศน. ประกอบด้วย ผู้บริหารสถานศึกษา ครู บุคลากรของสถานศึกษาคณะ กรรมการสถานศึกษา คณะกรรมการ ศกร.ตำบล อาสาสมัคร กศน. และหรือภาคีเครือข่าย หลักการนิเทศภายในสถานศึกษา การนิเทศภายในสถานศึกษา มีหลักการ ดังนี้ (ชัด บุญญา, ออนไลน์, 2553. สุชิน สวนศรี.2543. ไพฑูรย์ ทิพยสุข, ออนไลน์, 2553.) 1. ดำเนินการนิเทศภายในโดยยึดความถูกต้องตามหลักวิชาการ การนิเทศจะต้องดำเนินการตาม กระบวนการอย่างเป็นระบบ เป็นขั้นเป็นตอนอย่างต่อเนื่อง สามารถตรวจสอบเปรียบเทียบกับเกณฑ์ที่กำหนดไว้ 2. เป็นกระบวนการพัฒนาและส่งเสริมให้ครูและผู้เกี่ยวข้องทุกคนมีส่วนร่วมในการระดมความคิดเห็น ร่วมปฏิบัติ และร่วมรับผิดชอบ เพื่อพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นสร้างความเชื่อมั่น ให้มี ทัศนคติและอุดมการณ์ในการสอน 3. มีความเป็นวิทยาศาสตร์สามารถพิสูจน์ได้ถึงเหตุและผล รวมทั้งข้อเท็จจริงต่างๆ มีการเก็บรวบรวม ข้อมูลและรองรับด้วยข้อมูลสารสนเทศ มีการสรุปผล สามารถอ้างอิงได้และมีความน่าเชื่อถือ 4. มีความยืดหยุ่น สามารถที่จะปรับปรุงเปลี่ยนแปลงกระบวนการ วิธีนิเทศให้สอดคล้องกับ สภาพแวดล้อมต่างๆเพื่อให้การดำเนินงานไปสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้มากที่สุด 5. เป็นกิจกรรมที่เคารพในความแตกต่างระหว่างบุคคลของผู้รับการนิเทศ


๒๖ 6. เป็นกิจกรรมที่ดึงศักยภาพของผู้รับการนิเทศมาใช้และให้การยกย่อง 7. กิจกรรมการนิเทศตรงกับความต้องการจำเป็นในการพัฒนาครู 8. จัดสภาพแวดล้อมและแหล่งวิทยาการให้เอื้อต่อการทำงาน ตลอดจนบรรยากาศที่เป็น กันเองมี กระบวนการทำงานเป็นทีม 9. มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีที่จะสร้างความคุ้นเคย และเสริมสร้างขวัญกำลังใจแก่ครู บทบาท/หน้าที่ความรับผิดชอบของผู้นิเทศภายในสถานศึกษา ผู้นิเทศภายในซึ่งเป็นบุคลากรที่อยู่ในสถานศึกษา สามารถกำหนดภารกิจที่จะปฏิบัติงานในสถานศึกษาได้ ตรงกับสภาพปัญหาและความต้องการได้มากขึ้น โดยพิจารณาจากแนวคิดของ กวินน์ (Gwynn, อ้างถึงในแสวง เอี่ยมองค์.ม.ป.ป.) ที่ได้กล่าวถึงงานหลัก (Major Tasks) ของผู้นิเทศไว้ 10 ประการ คือ 1. ช่วยเหลือครูและผู้บริหารให้เข้าใจเกี่ยวกับผู้เรียนได้ดีขึ้น เช่น ความต้องการ ความพร้อม และการ พัฒนาการของผู้เรียนวัยต่าง ๆ 2. ช่วยเหลือครูในด้านการพัฒนาและปรับปรุงตนเอง ตลอดจนช่วยให้เกิดความร่วมมือของคณะครูใน สถานศึกษา 3. ส่งเสริมให้ครูจัดทำและใช้อุปกรณ์ประกอบการสอน 4. ช่วยให้ครูปรับปรุงการสอนของตนให้ดีขึ้น 5. ส่งเสริมและให้โอกาสครูที่เชี่ยวชาญตามสาขาวิชาที่มีอยู่ในสถานศึกษา ได้ช่วยเหลือเพื่อนครูตาม ความรู้ความสามารถของตน 6. ให้ความช่วยเหลือครูในด้านการประเมินผลพัฒนาการของผู้เรียนได้อย่างถูกต้อง 7. ส่งเสริม ยั่วยุ ให้ครูรู้จักประเมินผลโครงการปฏิบัติงานและความก้าวหน้าของตนเอง 8. ช่วยให้ครูประสบความสำเร็จ รู้สึกมั่นคงในการปฏิบัติงานและการดำรงชีวิตในสังคม 9. ส่งเสริมให้มีการปรับปรุงหลักสูตรและนำผลไปพัฒนา ทำให้ครูเข้าใจ สามารถนำไปใช้ในการจัด กิจกรรมการสอนได้จริง 10. ช่วยให้ผู้บริหาร ครูผู้เรียน และประชาชนได้รับทราบผลงานและความก้าวหน้าของสถานศึกษา ภารกิจของผู้นิเทศที่จะต้องปฏิบัติเพื่อช่วยพัฒนาครู (สุทธนู ศรีไสย์. ม.ป.ป.) ดังนี้ 1. ให้ความช่วยเหลือโดยตรงกับครู (Direct Assistance) 2. ช่วยพัฒนาหลักสูตร (Curriculum Development) 3. ให้บริการเสริมวิชาการ (In-service Education or In-service Training) 4. ช่วยพัฒนากลุ่ม (Group Development) 5. สนับสนุนครูให้ทำวิจัยเชิงปฏิบัติการ(Action Research) ภารกิจดังกล่าวนี้ จะเป็นส่วนสำคัญของงานนิเทศการศึกษา ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายขององค์กร (Organizational Goals) และความต้องการของครูผู้สอน (Teacher Needs) ซึ่งผลที่ได้รับทั้งหมดจะมีอิทธิพล ยิ่งใหญ่ต่อการปรับปรุงการเรียนรู้ของผู้เรียน (Improving Student Learning) และจากแนวคิดของนักวิชาการ ดังกล่าว จะเห็นได้ว่า ผู้นิเทศภายในสถานศึกษา มีภารกิจหน้าที่ต้องทำงานร่วมกับครูในลักษณะของการเป็นทีมงาน เดียวกัน เป็นคนกระตุ้นให้เกิดการใช้กระบวนการกลุ่มในการแก้ปัญหาและพัฒนางาน โดยไม่นำบทบาทและหน้าที่ ในฐานะของผู้บริหาร สั่งการตรวจสอบหรือประเมินผลโดยเด็ดขาด ต้องสร้างบรรยากาศในการทำงานให้เป็น บรรยากาศทางวิชาการ สรุปได้ ดังนี้


๒๗ 1. วางแผนการดำเนินการนิเทศภายใน เน้นการทำงานแบบมีส่วนร่วม (เป็นทีม) 2. ปฏิบัติการนิเทศตามแผนการนิเทศภายในสถานศึกษา และเปิดโอกาสให้ครูมีส่วนร่วมในการ ดำเนินงานนิเทศภายในสถานศึกษา 3. ให้คำปรึกษาแนะนำเกี่ยวกับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ และส่งเสริมให้ครูได้รับการพัฒนา ความรู้ตามที่ต้องการพัฒนา 4. ปฏิบัติงานวิชาการอื่น ๆ ตามที่ได้รับมอบหมาย กระบวนการพัฒนาคุณภาพการศึกษา บุคลิก/คุณลักษณะของผู้นิเทศที่พึงประสงค์ ศึกษานิเทศก์เป็นผู้ทำหน้าที่ช่วยเหลือ แนะนำ ครูให้เกิดการปรับปรุงกระบวนการเรียนการสอนที่มี ประสิทธิภาพ ซึ่งกระบวนการนิเทศต้องทำงานร่วมกันระหว่างผู้บริหาร ศึกษานิเทศก์ และครูผู้สอน เพื่อร่วมมือกัน เปลี่ยนแปลง ปรับปรุงการจัดการเรียนการสอนให้มีคุณภาพ ดังนั้น ผู้ทำหน้าที่นิเทศภายในจึงจำเป็นต้องมี บุคลิกลักษณะที่ดี เพื่อให้เกิดศรัทธายอมรับของผู้รับการนิเทศดังนี้ 1. เป็นผู้มีภูมิรู้ ภูมิธรรม ภูมิฐาน - ภูมิรู้ มีความรู้บทบาทหน้าที่ของตน มีความรู้เชิงวิชาการ มีความรู้ในการจัดกิจกรรม กศน. มีความสามารถในการสื่อสาร เป็นผู้ใฝ่รู้ ใฝ่เรียน เป็นที่ปรึกษาที่ดี - ภูมิธรรม มีเมตตา เอาใจใส่ ช่วยเหลือ ส่งเสริมให้กำลังใจแก่ผู้รับการนิเทศ มีความอดทน มั่นคงใน อารมณ์ - ภูมิฐาน ศึกษานิเทศก์ ต้องแต่งกายดี สะอาด พูดจาไพเราะมีมนุษยสัมพันธ์ดี 2. มีภาวะผู้นำ เป็นผู้มีความสามารถทำงานเป็นทีม มีระบบในการทำงาน ยอมรับความคิดเห็นของผู้อื่น เป็นผู้นำและผู้ ตามที่ดี มีความจริงใจ และมีวิสัยทัศน์ 3.มีส่วนร่วมกับสังคม เป็นผู้เข้าใจเข้าถึงชุมชน การมีส่วนร่วม มีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดี มีจิตบริการ เป็นนักประสานที่ดี กระบวนการนิเทศ สภาพปัจจุบัน ปัญหาและความ ต้องการ กระบวนการบริหาร กระบวนการนิเทศ กระบวนการจัดกิจกรรมการ เรียนรู้ ผลผลิตที่พึง ปรารถนาใน อนาคต


๒๘ การนิเทศการศึกษานอกโรงเรียน แบ่งได้ 2 ลักษณะ คือ 1. การนิเทศภายนอก (External Supervision) เป็นการนิเทศโดยบุคลากรที่ไม่ได้อยู่ในหน่วยงานเดียวกัน เช่น การนิเทศของศึกษานิเทศก์ ผู้บริหารอื่น ๆ ภายนอกสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้จังหวัด เป็นการมองงานและ พัฒนางานจากบุคคลภายนอก 2. การนิเทศภายใน (Internal Supervision) เป็นการนิเทศโดยบุคลากรที่อยู่ในหน่วยงานเดียวกันเป็นการ มองงานและพัฒนางานโดยผู้ร่วมปฏิบัติงานด้วยกัน ซึ่งสามารถช่วยแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ทันท่วงที และสามารถ พัฒนางานให้ดีขึ้น เพราะได้รับความช่วยเหลือจากผู้บริหารระดับจังหวัด อำเภอ ลดช่องว่างระหว่างผู้บริหารและ ผู้ปฏิบัติงานได้ กระบวนการนิเทศ มีขั้นตอนที่สำคัญดังนี้ 1. ศึกษาสภาพปัญหาหรือศึกษาหาความจำเป็นของการนิเทศ 2. วางแผนการนิเทศ 3. เตรียมการนิเทศ 4. ปฏิบัติการนิเทศ 5. ประเมินผลและปรับปรุงการนิเทศ 6. รายงานผลการนิเทศ 1. การหาความต้องการและความจำเป็นของการนิเทศ ผู้บริหารหรือผู้นิเทศภายในมักจะถามตนเองว่าทำไมจึงต้องนิเทศงานนั้น ๆ เรามักจะได้คำตอบว่า เพราะ งานนั้นยังมีปัญหาอุปสรรคในการดำเนินงาน หรือการจัดการเรียนการสอนยังไม่มีประสิทธิภาพ ผู้นิเทศอาจศึกษา จากรายงานการปฏิบัติงาน หรือผลการเรียนของนักศึกษา หรือจากการสำรวจ ติดตาม สัมภาษณ์ ทำให้เราสามารถ ทราบว่าจะวางแผนแก้ปัญหาหรือพัฒนางานได้อย่างไร 2. การวางแผนการนิเทศ ผลจากการศึกษาปัญหาข้างต้น ทำให้เราต้องวางแผนแก้ปัญหาหรือพัฒนางานนั้น ๆ โดยการวางแผนการ นิเทศร่วมกับผู้บริหารและผู้นิเทศภายใน โดยมีจุดประสงค์การกำหนดแผนการทำงาน วิธีการ เครื่องมือ สื่อ การ ประสานงานบุคคลที่เกี่ยวข้อง การจัดสรรงบประมาณ และการประเมินผล การวางแผนการนิเทศเป็นการเตรียมการเพื่อปฏิบัติการนิเทศอย่างมีระบบ แผนการนิเทศเป็นแผนพัฒนา บุคลากร โดยเฉพาะแผนนิเทศด้วยการเรียนการสอน ซึ่งจะส่งผลต่อการพัฒนาคุณภาพการจัดกิจกรรมการศึกษา นอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย แผนนิเทศที่ดีต้องประกอบด้วย 1. การสำรวจสภาพปัญหาและความต้องการของการนิเทศ 2. การวางแผนการนิเทศ 3. สร้าง/เลือกเครื่องมือและเทคนิคการนิเทศ


๒๙ 4. การปฏิบัติตามแผน 5. การสรุปรายงานผลการนิเทศ 3. การเตรียมการนิเทศ การเตรียมการนิเทศเพื่อสามารถปฏิบัติการนิเทศให้บรรลุเป้าหมายโดยเตรียมการอนุมัติโครงการ งบประมาณ การประสานงานบุคคลที่เกี่ยวข้อง กำหนดเนื้อหาในการนิเทศ จัดเตรียมเครื่องมือ/สื่อนิเทศ วิธีการ นิเทศ วิธีการติดตามผลและการรายงานผลการนิเทศ 4. การปฏิบัติการนิเทศ ในการนิเทศเราสามารถใช้หลาย ๆ วิธีตามความเหมาะสม แต่เราก็ควรวางแผนวิธีการนิเทศให้สอดคล้อง กับวัตถุประสงค์ที่วางไว้ วิธีการนิเทศและเทคนิคการนิเทศจะกล่าวรายละเอียดในตอนต่อไป 5. การประเมินผลและปรับปรุงการนิเทศ เมื่อปฏิบัติการนิเทศแล้วควรจะมีการประเมินผลการปฏิบัติงานว่าเป็นไปตามวัตถุประสงค์หรือไม่ผลการ นิเทศเป็นอย่างไร หากมีปัญหาคงต้องตรวจสอบดูใหม่ แล้วปรับปรุงการนิเทศ และประเมินผลอีกครั้ง เมื่อพอใจ แล้วจึงถือว่าการนิเทศนั้นประสบผลสำเร็จ 6. การรายงานผลการนิเทศ เมื่อสิ้นสุดผลการนิเทศแต่ละครั้ง ควรรายงานผลให้ผู้บังคับบัญชาทราบ โดยทำเป็นบันทึกข้อความ หรือ แบบรายงาน ที่กำหนดไว้ในหัวข้อประเด็นต่าง ๆ เช่น - ผู้นิเทศ (ใครคือผู้นิเทศ) - ผู้รับการนิเทศ - วันเดือนปีที่นิเทศ - กิจกรรมที่นิเทศ - เนื้อหาสาระที่นิเทศ - การประเมินผลของผู้รับการนิเทศ สถานศึกษากับการนิเทศภายใน ประโยชน์ของการนิเทศภายในสถานศึกษา 1. มีการใช้ทรัพยากรบุคคลในแต่ละหน่วยงานให้เกิดประโยชน์สูงสุด เป็นการสนับสนุนหลักการพัฒนาเพื่อ การพึ่งพาตนเอง 2. บุคลากรผู้นิเทศภายในเป็นผู้ที่รู้ปัญหาจริงมากกว่าผู้นิเทศภายนอก ทำให้สามารถแก้ไขปัญหาได้รวดเร็ว ทันต่อเหตุการณ์ 3. เป็นการเสริมขวัญกำลังใจให้กับผู้ปฏิบัติงานที่ทำงานร่วมกันเป็นทีมของหน่วยงาน กระบวนการนิเทศภายในสถานศึกษา มี 2 ลักษณะ ดังนี้


๓๐ 1. นิเทศแบบเป็นทางการ มีการวางแผนการนิเทศอย่างเป็นระบบ ประชุมสร้างความเข้าใจ การ ทำงานเป็นทีม มีความสัมพันธ์อันดีกับชุมชน การพูดคุยระหว่างผู้นิเทศและผู้รับการนิเทศ การแลกเปลี่ยนความ คิดเห็นและให้ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการนิเทศภายใน รวมทั้งการรายงานผลการนิเทศ 2. การนิเทศแบบไม่เป็นทางการ เป็นการนิเทศในระหว่างการจัดกิจกรรมนอกแผนที่กำหนด การ พูดคุยแบบไม่เป็นทางการ และมีการใช้เครือข่ายร่วมนิเทศ เช่น คณะกรรมการสถานศึกษา ผู้นำท้องถิ่น องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น และหรือนักศึกษาที่ร่วมนิเทศ แนวทาง/ขั้นตอนการนิเทศภายในสถานศึกศึกษา 1. ผู้บริหารต้องชี้แจง และสร้างความเข้าใจกับบุคลากรภายในหน่วยงานและภาคีเครือข่าย ให้เกิด ความเข้าใจ เห็นความสำคัญ และรับทราบปัญหาร่วมกัน ยอมรับให้ความร่วมมือซึ่งกันและกัน เกี่ยวกับนโยบาย เป้าหมายวิธีดำเนินงาน กศน. กระบวนการนิเทศภายในสถานศึกษา เทคนิค วิธีการนิเทศ ฯลฯ 2. ผู้บริหารทำคำสั่งแต่งตั้งคณะผู้นิเทศภายในของหน่วยงาน และจัดให้มีการเสริมความรู้แก่บุคลากร ผู้เกี่ยวข้อง รวมทั้งผู้บริหารด้วย ให้มีความรู้ ความสามารถ และทักษะต่าง ๆ ที่มีประโยชน์ต่อการนิเทศภายใน ร่วมกัน 3. คณะผู้นิเทศภายใน ดำเนินการวางแผนการนิเทศร่วมกัน โดยศึกษาข้อมูล สภาพปัญหา ความ ต้องการ ความจำเป็นของการนิเทศ จากผลการดำเนินงาน รายงานผลการนิเทศที่ผ่านมา รายงานการประเมิน ตนเอง หรืออื่น ๆ ที่เป็นข้อมูลประกอบการวางแผนการนิเทศ ซึ่งประกอบด้วย การระบุสภาพปัญหาความต้องการ การจัดลำดับความสำคัญและกำหนดประเด็นการนิเทศ วิเคราะห์สาเหตุ แนวทางการแก้ปัญหา และจัดสรร มอบหมายงานให้บุคลากรที่เป็นคณะกรรมการนิเทศภายในได้รับผิดชอบ 4. กำหนดโครงการ/กิจกรรมการนิเทศภายในสถานศึกษาในแผนปฏิบัติการประจำปี 5. จัดทำแผนการนิเทศรายเดือน/รายไตรมาส/รายปี 6. จัดเตรียมสื่อ/วัสดุ/อุปกรณ์/เครื่องมือนิเทศ 7. ปฏิบัติการนิเทศ คณะผู้นิเทศภายในและผู้ปฏิบัติงานของหน่วยงานร่วมกัน ร่วมกันนิเทศติดตาม ตามข้อตกลงโดยใช้ความรู้ เทคนิค วิทยาการต่าง ๆ มาดำเนินการ 8. สร้างเสริมกำลังใจแก่ผู้นิเทศ โดยผู้บริหารของหน่วยงาน ซึ่งมีทั้งการใช้หลักมนุษยสัมพันธ์ ให้ความ สนใจ และสนับสนุนการปฏิบัติงาน 9. ประเมินผลการนิเทศและพัฒนาการนิเทศต่อไปอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้บรรลุเป้าหมายสูงสุดของการ นิเทศคือ ผู้ปฏิบัติงานสามารถช่วยตนเองได้ การปฏิบัติการนิเทศ การปฏิบัติการนิเทศ แบ่งออกเป็น 2 ระดับ คือ การนิเทศใน กศน.อำเภอ และการนิเทศใน ศกร.ตำบล โดยมีรายละเอียดดังนี้ 1. การนิเทศการบริหารจัดการใน กศน.อำเภอ สามารถดำเนินการได้ดังนี้


๓๑ - จัดการประชุมเป็นรายสัปดาห์/รายเดือน เพื่อติดตามผลการดำเนินการตามแผนการปฏิบัติงาน และ ซักซ้อมความเข้าใจ ให้คำปรึกษา แนะนำเพื่อแก้ปัญหาการปฏิบัติงานของกลุ่มงาน/ฝ่ายต่าง ๆ ตามโครงสร้าง สถานศึกษา - ติดตามความก้าวหน้า ผลการปฏิบัติงาน ปัญหา อุปสรรค และให้คำปรึกษา แนะนำ ช่วยเหลือ เพื่อ แก้ปัญหาเป็นกรณีแต่ละกลุ่มงาน โดยการพูดคุยสอบถาม สอนงาน ใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์ - อบรม/ประชุมปฏิบัติการ เพื่อแก้ปัญหาหรือเสริมความรู้เฉพาะด้านแก่ผู้ปฏิบัติงาน - มอบหมายให้ข้าราชการครู ครู อาสาสมัคร กศน. ทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยง สอนงาน ให้คำปรึกษา แนะนำ การปฏิบัติงานแก่ครู กศน.ตำบล - สรุปและบันทึกผลการนิเทศจากร่องรอย หลักฐานผลการนิเทศในแบบบันทึกการนิเทศ เพื่อการ พัฒนาปรับปรุงการปฏิบัติงาน 2. การนิเทศ ศกร.ตำบล สามารถดำเนินการได้ดังนี้ การนิเทศ ศกร.ตำบล จะต้องมีการเตรียมการนิเทศตามระยะเวลาการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ใน ศกร. ตำบล ตลอดจนวางแผนและประสานผู้รับการนิเทศ ปฏิบัติการนิเทศตามแผนที่กำหนด ในบางกรณีอาจนิเทศ นอกเหนือจากแผนที่กำหนด โดยเป็นการนิเทศตามภารกิจที่ได้รับมอบหมาย หรือนิเทศเร่งด่วนตามสถานการณ์ ดังนี้ 2.1 การนิเทศการบริหารจัดการ ศกร.ตำบล - ศึกษาวิเคราะห์แผนการปฏิบัติงาน แผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาว่าเป็นไปตามเกณฑ์ มาตรฐานที่กำหนดและมีความเป็นปัจจุบัน - นิเทศสภาพทั่วไป บริบท สถานที่ สื่อ วัสดุ อุปกรณ์ ข้อมูลพื้นฐานของชุมชน ข้อมูลการจัด กิจกรรม ข้อมูลแหล่งเรียนรู้ ภูมิปัญญา มุมส่งเสริมอาชีพ มุมแนะแนว ฯลฯ ตามเกณฑ์มาตรฐาน ศกร.ตำบล 2.2 การนิเทศกิจกรรม กศน. ใน ศกร.ตำบล เป็นการนิเทศกิจกรรมตามโครงสร้างการปฏิบัติงาน ได้แก่ การศึกษานอกระบบระดับ การศึกษาขั้นพื้นฐาน การศึกษาต่อเนื่อง การศึกษาตามอัธยาศัย การส่งเสริมการรู้หนังสือ การจัดกิจกรรม การศึกษาร่วมกับภาคีเครือข่ายและอื่น ๆ ตามภารกิจที่ได้รับมอบหมาย โดยให้เป็นไปตามมาตรฐาน ตัวบ่งชี้คุณภาพ กศน. และการนิเทศ ศกร.ตำบลตามบทบาทที่ได้รับมอบหมายในการเป็นศูนย์ข่าวสารของชุมชน ศูนย์สร้างโอกาส การเรียนรู้ ศูนย์การเรียนชุมชน และศูนย์ชุมชน ซึ่งผู้นิเทศภายในควรดำเนินการนิเทศให้ ครอบคลุมทุกภารกิจและ ทุกกิจกรรม การนิเทศกิจกรรมการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน 1. การเตรียมการนิเทศ - ศึกษา/ตรวจสอบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ของครู ทั้งในส่วนที่เป็นแผนการจัดกิจกรรมการ เรียนรู้ ดูความสอดคล้องกับหลักสูตรและเป็นไปตามมาตรฐานและตัวบ่งชี้ของการพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษา นอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน - วางแผนและประสานแผนการนิเทศร่วมกับผู้รับการนิเทศ


๓๒ - สถานศึกษาพัฒนาและเลือกใช้เครื่องมือนิเทศตามความเหมาะสมของแต่ละกิจกรรม 2. ปฏิบัติการนิเทศกิจกรรม - ให้คำปรึกษา ช่วยเหลือแก่ครูตามความต้องการ เพื่อให้จัดการเรียนรู้ให้มีคุณภาพตามมาตรฐาน เช่น การสาธิตการสอน การช่วยสอน ฯลฯ - ขณะที่จัดกิจกรรม ใช้เทคนิควิธีการนิเทศที่หลากหลาย เช่น การสังเกต การสอบถาม ฯลฯ - สรุปและบันทึกผลการนิเทศ ในแบบบันทึกการนิเทศให้เป็นหลักฐาน โดยแจ้งให้ครูรับทราบผล การนิเทศด้วยความเป็นกัลยาณมิตร และสามารถนำผลการนิเทศสู่การพัฒนา/ปรับปรุง - รายงานผลการนิเทศต่อผู้บริหารสถานศึกษา เพื่อรับทราบและพิจารณา หาแนวทางแก้ไข ปรับปรุง/พัฒนาการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ของครู การนิเทศกิจกรรมการศึกษาต่อเนื่อง 1. การเตรียมการนิเทศ - ศึกษา/ตรวจสอบหลักสูตร แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ สื่อการเรียนรู้การวัดผล ประเมินผลที่ จัดทำไว้ สอดคล้องกับมาตรฐานและตัวบ่งชี้ของการจัดการศึกษาต่อเนื่องก่อนการนิเทศ - วางแผนและประสานแผนการนิเทศร่วมกับผู้รับการนิเทศ - สถานศึกษาพัฒนาและเลือกใช้เครื่องมือนิเทศตามความเหมาะสมของแต่ละกิจกรรม 2. ปฏิบัติการนิเทศกิจกรรม - สังเกตการณ์จัดกิจกรรมการเรียนรู้ของวิทยากร เพื่อพิจารณาการจัดกิจกรรมว่า เป็นไปตามแผน ที่กำหนดไว้หรือไม่ มีปัญหา อุปสรรค อย่างไร - ให้คำปรึกษา คำแนะนำแก่ครู กศน./วิทยากร เพื่อให้การจัดการเรียนรู้มีคุณภาพตามมาตรฐาน เช่น เทคนิคการสอน การใช้สื่อ การวัดผล ประเมินผล การสรุปผลการจัดกิจกรรม เป็นต้น - ประเมินผลการนิเทศด้วยการสังเกต/สอบถามความพึงพอใจและการนำความรู้ไปประยุกต์ใช้กับ ผู้รับบริการ - สรุปและบันทึกผลการนิเทศ ในแบบบันทึกการนิเทศให้เป็นหลักฐาน การนิเทศ และให้ครู กศน. วิทยากร รับทราบผลการนิเทศด้วยความเป็นกัลยาณมิตร และสามารถนำผลการนิเทศสู่การพัฒนา/ปรับปรุงการจัด กิจกรรมการเรียนรู้ - รายงานผลการนิเทศต่อผู้บริหารสถานศึกษา เพื่อรับทราบและพิจารณา หาแนวทางแก้ไข ปรับปรุง/พัฒนาการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ของครู กศน./วิทยากร การนิเทศกิจกรรมการศึกษาตามอัธยาศัย 1. การเตรียมการนิเทศ - ศึกษา/ตรวจสอบว่ามีการจัดทำแผนงาน/โครงการการจัดกิจกรรมการศึกษาตามอัธยาศัยใน แผนปฏิบัติการประจำปีของ ศกร.ตำบล ทำเนียบแหล่งเรียนรู้ ทำเนียบ ภูมิปัญญา ฯลฯ เป็นปัจจุบันและดูความ สอดคล้องกับนโยบายและข้อกำหนด - วางแผนและประสานแผนการนิเทศร่วมกับผู้รับการนิเทศ


๓๓ - สถานศึกษาพัฒนาและเลือกใช้เครื่องมือนิเทศตามความเหมาะสมของแต่ละกิจกรรม 2. ปฏิบัติการนิเทศกิจกรรม - สังเกตการณ์จัดกิจกรรมการศึกษาตามอัธยาศัย เช่น กิจกรรมส่งเสริมการอ่าน การจัดมุม หนังสือ/สื่อในแหล่งเรียนรู้ การจัดกิจกรรมการเรียนรู้และการใช้บริการในแหล่งเรียนรู้/ภูมิปัญญา มุมส่งเสริมการ อ่านใน ศกร.ตำบล วัด หมู่บ้าน สถานประกอบการ หน่วยงาน การให้บริการข่างสารข้อมูล การให้บริการสื่อ เทคโนโลยี การจัดรายการวิทยุชุมชน หอกระจายข่าว การดำเนินงานของอาสาสมัครส่งเสริมการอ่าน จัดมุมบริการ เพื่อพิจารณาการจัดกิจกรรมว่า เป็นไปตามแผนที่กำหนดไว้หรือไม่ มีปัญหา อุปสรรค อย่างไร พร้อมให้คำแนะนำ เสนอแนวทางให้เหมาะสมกับบริบทชุมชน - ให้คำปรึกษา คำแนะนำ ส่งเสริมขวัญกำลังใจแก่ครู กศน./อาสาสมัคร ส่งเสริมการอ่าน วิทยากร ภูมิปัญญา เพื่อให้การจัดการเรียนรู้มีคุณภาพตามมาตรฐาน เช่น การจัดบรรยากาศที่เอื้อต่อการเรียนรู้ เทคนิค วิธีการจัดกิจกรรม การให้บริการ การใช้สื่อ การรายงานผลการจัดกิจกรรม เป็นต้น - ประเมินผลการนิเทศด้วยการสังเกต/สอบถามความพึงพอใจและการนำความรู้ไปประยุกต์ใช้กับ ผู้รับบริการ - สรุปและบันทึกผลการนิเทศ ในแบบบันทึกการนิเทศให้เป็นหลักฐาน การนิเทศ ให้ครู กศน. และผู้เกี่ยวข้องรับทราบผลการนิเทศด้วยความเป็นกัลยาณมิตร และสามารถนำผลการนิเทศสู่การพัฒนา/ปรับปรุง การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ - รายงานผลการนิเทศต่อผู้บริหารสถานศึกษา เพื่อรับทราบและพิจารณาหาแนวทางแก้ไข ปรับปรุง/พัฒนาการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ของครู กศน. และผู้เกี่ยวข้อง การตรวจสอบ ทบทวนการนิเทศ ตรวจสอบ ทบทวนแผนการนิเทศ สื่อการนิเทศ เครื่องมือการนิเทศ กระบวนการนิเทศ และผลการนิเทศ เพื่อปรับปรุงกระบวนการนิเทศให้มีประสิทธิภาพ การนำผลการนิเทศไปใช้ในการพัฒนา/ปรับปรุง และรายงานผลการนิเทศ ในการนิเทศบางครั้ง ผู้รับการนิเทศสามารถนำข้อเสนอแนะไปปรับปรุง/พัฒนาการดำเนินงานได้ทันที หรือ ในกรณีที่ผลการนิเทศเป็นที่พึงพอใจ ผู้นิเทศสามารถขยายผลกระบวนการนิเทศที่ประสบผลสำเร็จไปใช้ในการ พัฒนากิจกรรมให้กับผู้รับการนิเทศกลุ่มอื่นได้ และสรุปรวบรวมรายงานผลการนิเทศ การรายงานผลการนิเทศ หลังจากนิเทศแล้ว จะต้องมีการบันทึกผลการนิเทศทุกกิจกรรม สรุปจัดทำเป็นรายงานผลการนิเทศราย ครั้ง/รายเดือน/รายปี ตามความพร้อม เพื่อให้ได้ข้อมูลสภาพการทำงาน สรุปรวบรวมเป็นรายงานผลการนิเทศมี ข้อเสนอแนะ และนำผลการนิเทศไปปรับปรุงการดำเนินงานพัฒนางานของสถานศึกษาต่อไป ข้อควรคำนึงในการนิเทศภายใน การจัดการนิเทศภายใน มีสิ่งที่ควรคำนึงถึงบางประการคือ 1. ผู้บริหารของหน่วยงานต้องเห็นความสำคัญ ความจำเป็น และสนับสนุนให้มีการนิเทศภายในของ หน่วยงานอย่างเข้มแข็ง โดยสนับสนุนทั้งนโยบาย ทรัพยากรบุคคล วัสดุอุปกรณ์ ยานพาหนะ และเวลา


๓๔ 2. การนิเทศภายในต้องทำงานเป็นทีม ให้ทุกงาน ทุกฝ่ายมีส่วนร่วมในทีมงานด้วย ผลงานที่เกิดขึ้นเป็น ผลงานรวมของหน่วยงานที่ทุกคนทุกฝ่ายต้องรับผิดชอบร่วมกัน 3. บุคลากรผู้นิเทศภายในหน่วยงาน ต้องเสียสละ อดทน ทำงานหนักขึ้น ต้องแสวงหาความรู้ใหม่ ๆ อยู่ตลอดเวลา มีทักษะในการถ่ายทอด ทักษะในการทำงาน 4. บรรยากาศของการทำงานต้องให้เกียรติ ยกย่อง เคารพนับถือ ทุกฝ่าย เน้นให้ทุกคน มีความสำคัญเท่า เทียมกัน พร้อมที่จะร่วมมือกันปฏิบัติงานให้เป็นผลสำเร็จรู้จักการเป็นผู้นำและผู้ตามได้ตามโอกาสที่เหมาะสม


๓๔ ส่วนที่ ๓ สรุปผลการนิเทศ สรุปผลการนิเทศภายในของสถานศึกษาตามจุดเน้นการดําเนินงานกรมส่งเสริมการเรียนรู้ และภารกิจ ต่อเนื่อง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ไตรมาส 1-2 (1 ตุลาคม 256๖ – 31 มีนาคม ๒๕๖7) ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้อำเภอหนองสองห้อง สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้จังหวัดขอนแก่น ประเด็นนิเทศตามจุดเน้นการดําเนินงานกรมส่งเสริมการเรียนรู้ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ด้านที่ 1 ข้อ 1 สร้างโอกาสในการเข้าถึงการเรียนรู้อย่างทั่วถึงและเท่าเทียม 1.1 การจัดทำระบบหรือแพลตฟอร์มการเรียนรู้(Digital Learning Platform) รวมทั้งแอปพลิเคชั่น หรือสื่อดิจิทัลที่มีคุณภาพครบวงจรเพื่อการเรียนรู้ในช่องทางเรียนรู้รูปแบบต่าง ๆ ทั้ง Online On-site และ Onair ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ทุกที่ ทุกเวลา (Anywhere Anytime แพลตฟอร์มการเรียนรู้ออนไลน์สามารถเรียนรู้ได้ทุกที่ ทุกเวลา ทุกอุปกรณ์ สำหรับการเรียนการสอนยุค ใหม่จากเดิมที่เป็นแบบการสื่อสารทางเดียว (One way) สื่อสารสองทาง (Two way) จนมาถึงการเรียนร่วมกัน (Collaborative) ได้เรียนรู้อะไรก็สามารถนำมาแบ่งปัน แลกเปลี่ยนกัน ผ่านแพลตฟอร์มการเรียนรู้ “แพลตฟอร์มการเรียนรู้ที่ดี มีคุณภาพ มีคนมาเรียนเยอะ ผู้เรียนควรได้แลกเปลี่ยนความรู้ซึ่งกันและกัน โดยมี TA (Teacher Assistant) ไว้คอยตอบข้อสงสัย ผู้สอนจะเป็นตัวละครลับ ไม่ควรรีบตอบ ควรก่อให้เกิด กระบวนการตกผลึกในการเรียนรู้ของผู้เรียนก่อน นั่น คือ สิ่งที่ดีที่สุด” ในขณะเดียวกันการเรียนออนไลน์ก็มี ข้อจำกัดเช่นกัน อาทิ การปรับตัวของผู้เรียนกับการเรียนผ่านช่องทางดิจิทัล ปัญหาด้านเทคโนโลยี ผู้เรียนที่ก้าว ไม่ทันเทคโนโลยีหรือยังขาดความรู้ด้านคอมพิวเตอร์ การจัดสรรเวลา และแรงกระตุ้นของผู้เรียน เป็นต้น สภาพที่พบ 1. ปัจจัยป้อน (Input) : สกร.อำเภอหนองสองห้องได้ดำเนินจัดประชุมบุคลากรเพื่อร่วมกันวิเคราะห์ ผู้เรียนในเรื่องของการนำแพลตฟอร์มการเรียนรู้ออนไลน์ไปใช้ ว่ามีกลุ่มผู้เรียนที่มีความพร้อมหรือไม่ ซึ่งได้ข้อ สรุปว่านักศึกษาบางส่วนที่ต้องไปทำงานต่างถิ่นซึ่งไม่มีเวลามาพบกลุ่มได้อย่างสม่ำเสมอโดยส่วนใหญ่มีโทรศัพท์ สมาร์ทโฟนซึ่งสามารถนำมาใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้ จึงได้ร่วมกันวางแผนการจัดกิจกรรมการเรียนการ สอนออนไลน์โดยเริ่มจากการอบรมครูให้มีความรู้ความเข้าใจในเรื่องของเทคโนโลยี และนำเทคโนโลยีเข้ามาเป็น ส่วนหนึ่งในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ จัดทำคลังความรู้ออนไลน์โดยมีความสอดคล้องกับแผนการลงทะเบียนที่ กำหนด แยกเป็นรายวิชา และระดับการศึกษา เพื่อนำไปใช้จัดกิจกรรมให้กับผู้เรียนตามความเหมาะสม 2. กระบวนการ (Process) : สกร.อำเภอหนองสองห้องจัดโครงการพัฒนาบุคลากรเพื่อพัฒนาสื่อ นวัตกรรมการเรียนการสอนด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล จัดทำสื่การสอนออนไลน์ ประชุมครูเพื่อพัฒนาทักษะการ เรียนรู้ด้านเทคโนโลยีให้สามารถนำไปใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้อย่างเหมาะสม มีการแบ่งกลุ่มเพื่อ จัดทำเอกสารประกอบการเรียนรู้และรวบควมจัดทำเป็นคลังความรู้ออนไลน์ เพื่อให้คุณครูทุกคนสามารถ นำไปใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนรุ้ให้กับผู้เรียนตามความเหมาะสม โดยจัดทำเป็นหมวดหมู่เพื่อให้สามารถ นำไปใช้ได้สะดวก มีการแนะนำผู้เรียนในเรื่องของการเรียนรู้โดยใช้แพลตฟอร์มการเรียนรู้ที่จัดทำขึ้น และมีการ นำ Application ต่างๆ มาใช้ร่วมด้วย ซึ่งแพลตฟอร์มที่นำมาใช้จะเป็น Application Line Facebook เป็นส่วน ใหญ่ และมีการนำคลังความรู้ออนไลน์ที่เกี่ยวข้องมาใช้ในการจัดกิจกรรม เช่นหนังสือเรียน คลิปการสอน คลิป ติวการสอบ N Net รายการสอนหรือติวข้อสอบจากรายการ ETV 3. ผลผลิต (Output) : การจัดกิจกรรมในรูปแบบออนไลน์สามารถนำไปใช้กับผู้เรียนได้ตามแผนที่ กำหนดไว้ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นผู้ที่ต้องทำงานไปด้วย ผู้เรียนอีกส่วนหนึ่งยังคงใช้วิธีการจัดกิจกรรมแบบพบกลุ่ม และเยี่ยมบ้านนักศึกษา ในส่วนของการเก็บรวบรวมข้อมูลของผู้เรียนยังไม่เป็นระบบเท่าที่ควร


๓๕ ปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จ - ครูได้ร่วมกันวางแผนในการจัดทำเอกสารประกอบการเรียนรู้ด้วยความตั้งใจ และพร้อมที่จะเรียนรู้ใน เรื่องของเทคโนโลยีเพื่อนำมาเป็นตัวช่วยในการจัดกิจกรรมให้กับผู้เรียนได้อย่างเหมาะสม - เนื่องจากกลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมกิจกรรมส่วนใหญ่เป็นนักศึกษาที่ต้องทำงานด้วยเรียนด้วยไม่มีเวลา เข้ามาร่วมกิจกรรมการพบกลุ่มในห้องเรียนได้สม่ำเสมอจึงนำการจัดการเรียนการสอนแบบออนไลน์เข้ามาใช้ - ผู้เรียนให้ความสนใจในการเข้าร่วมกิจกรรมเรียนรู้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ให้ความร่วมมือในการทำ กิจกรรมต่างๆ อย่างสร้างสรรค์ ปัญหาอุปสรรค - การพัฒนาครูในเรื่องของการจัดทำสื่อการสอนออนไลน์ยังไม่เพียงพอ ควรมีการจัดกิจกรรมอย่าง ต่อเนื่อง - วัสดุ อุปกรณ์ สื่อเทคโนโลยีของครูยังไม่เพียงพอ เนื่องจากคอมพิวเตอร์ที่ใช้ส่วนใหญ่เป็นเครื่อง ส่วนตัวมีอายุค่อนข้างมาก ข้อนิเทศต่อผู้รับการนิเทศ - ครูผู้สอนควรพัฒนาข้อมูลระบบสารสนเทศให้มีความหลากหลาย และผู้เรียนมีการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ได้อย่างต่อเนื่อง และจัดทำให้เป็นระบบสามารถค้นหาข้อมูลได้ง่าย และสะดวก - ควรมีการคัดกรองนักศึกษาเพื่อแยกกลุ่มในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการ จัดการเรียนการสอนมากยิ่งขึ้น ข้อเสนอแนะเพื่อการพัฒนา • ระดับสถานศึกษา - ควรจัดสรรงบประมาณเพื่อฝึกอบรมจัดทำสื่อดิจิทัลที่มีคุณภาพครบวงจรเพื่อการเรียนรู้ในช่องทาง เรียนรู้รูปแบบต่าง ๆ ทั้ง Online On-site และ On-air • ระดับสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้จังหวัดขอนแก่น - ควรจัดพัฒนาบุคลากรในเรื่องของการจัดทำสื่อออนไลน์เพื่อนำมาใช้ในการจัดการเรียนการ สอนให้มีประสิทธิภาพ • ระดับสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ - จัดหาสื่อดิจิทัลเพื่อให้ครูได้นำมาใช้ในการจัดกิจกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ


๓๖ ภาพโครงการ/กิจกรรม ข้อมูลเพิ่มเติม https://www.facebook.com/ksn.umpernongsonghong


๓๗ ด้านที่ 2 ข้อ 2 ยกระดับคุณภาพการจัดการเรียนรู้ 2.3 จัดให้มีระบบแนะแนวทางสำหรับผู้เรียน (Coaching) และวางแผนทางเลือกทางการศึกษา และ การเรียนรู้ที่หลากหลายให้กับผู้เรียนกลุ่มเป้าหมายพิเศษ และกลุ่มเปราะบาง ในการเข้าถึงการศึกษา การเรียนรู้ และการฝึกอาชีพอย่างเท่าเทียมเพื่อให้ผู้เรียนได้ค้นพบแนวทางการเรียนและเป้าหมายชีวิตที่ตนเองชอบ รวมทั้ง การดูแล เฝ้าระวัง และแก้ไขปัญหาสุขภาวะทางจิตของผู้เรียน เพื่อให้สามารถอยู่ในสถานศึกษาได้อย่างมี ความสุข การจัดการศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย เป็นการจัดการศึกษาเพื่อประชาชนทุกคน ให้ ได้รับโอกาสทางการศึกษาตามความสนใจ ความถนัด และสอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจสังคมในปัจจุบัน รูปแบบ วิธีการและกิจกรรมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย จึงมีหลากหลายทั้งนี้เพื่อสนองความ ต้องการของกลุ่มเป้าหมายให้ได้มากที่สุด จากความหลากหลายของกลุ่มเป้าหมาย จำเป็นจะต้องมีกระบวนการ แนะแนวเข้ามาเกี่ยวข้อง เพื่อที่จะส่งเสริมให้ผู้เรียนและประชาชนกลุ่มเป้าหมาย ได้รู้จักตนเองอย่างท่องแท้ รู้จัก ชุมชนแวดล้อมอย่างลึกซึ้ง และมีข้อมูลข่าวสาร เพียงพอที่จะวิเคราะห์ และตัดสินใจกำหนดทางเลือกใน การศึกษา การประกอบอาชีพ และการดำเนินชีวิตของตนเองได้อย่างเหมาะสม เจริญก้าวหน้า และสามารถ พึ่งพาตนเองได้ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น และส่งเสริมพัฒนาผู้เรียนในเรื่อง ของการศึกษา การแนะแนวอาชีพ และการแนะแนวด้านสังคมส่วนตัว สภาพที่พบ 1. ปัจจัยป้อน (Input) สกร.อำเภอหนองสองห้องได้ดำเนินการจัดประชุมบุคลากรเพื่อร่วมกัน วิเคราะห์หาแนวทางในการวางแผนการจัดกิจกรรมแนะแนวให้กับผู้เรียนทั้งในการบูรณาในการจัดกิจกรรมการ เรียนรู้ในชั้นเรียน การออกเยี่ยมบ้านผู้เรียนเป็นรายบุคคล การจัดกิจกรรมปฐมนิเทศ การจัดกิจกรรมมอบใบ ระเบียนแสดงผลการเรียน หรือการแนะแนวให้ผู้เรียนเข้ามาปรึกษาครูโดยตรงในหลากหลายช่องทาง 2. กระบวนการ (Process) สกร.อำเภอหนองสองห้องมอบหมายให้ครูประจำกลุ่มได้ดำเนินการเก็บ รวบรวมข้อมูลผู้เรียนรายบุคคล ดำเนินการคัดกรองผู้เรียนโดยแยกกลุ่มพิเศษ และกลุ่มปกติ และให้คำแนะนำ ปรึกษาเบื้องต้นและมีการดูแลช่วยเหลือผู้เรียนอย่างต่อเนื่อง 3. ผลผลิต (Output) ผู้เรียนได้รับการบริการด้านการแนะแนวให้คำปรึกษาจากครูประจำกลุ่ม ซึ่งทำ ให้ผู้เรียนได้ค้นพบความตัวเอง เห็นคุณค่าในตัวเอง รู้จักปรับตัวและมีทักษะในการแก้ปัญหาได้อย่างสร้างสรรค์ สถานศึกษามีศูนย์แนะแนวให้คำปรึกษาประจำตำบลทุกตำบล ปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จ - ครูทุกคนดำเนินการติดตาม ดูแล ช่วยเหลือผู้เรียนโดยวิธีการเยียมบ้านนักศึกษาที่รับผิดชอบ และมี การจัดเก็บรวบรวมข้อมูลผู้เรียนที่อยู่ในความรับผิดชอบอย่างเป็นระบบ - ผู้เข้าร่วมโครงการให้ความสนใจให้ความร่วมมือในการเรียนรู้และการทำกิจกรรมต่างๆ ร่วมกัน ปัญหาอุปสรรค - ผู้เรียนบางคนยังมีการปิดบังข้อมูลของตนเองทำให้ครูไม่สามารถดูแลช่วยเหลือได้ - เนื่องจากผู้เรียนมีความหลากหลายครูยังไม่สามารถเข้าถึงตัวผู้เรียนได้เต็มที่เพราะผู้เรียนยังปิดบัง ข้อมูลของตนเองไม่อยากให้ผู้อี่นรู้เรื่องราวของตนเอง หรือไม่ต้องการความช่วยเหลือ ข้อนิเทศต่อผู้รับการนิเทศ - ครูทุกคนควรมีการจัดกิจกรรมให้กับผู้เรียนเพื่อให้เกิดความไว้วางใจต่อกันเพื่อผู้เรียนจะได้เปิดใจกับ ครูมากยิ่งขึ้น และมีการประสานขอความร่วมมือกับผู้ปกครองเพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาที่อาจเกิดขึ้นกับผู้เรียน


๓๘ ข้อเสนอแนะเพื่อการพัฒนา • ระดับสถานศึกษา - ควรมีการประชาสัมพันธ์ให้นักศึกษามีความเข้าใจถึงบทบาทหน้าที่ของตนเอง และสร้างความ ตระหนักในการเข้าร่วมกิจกรรมเพื่อให้การจัดกิจกรรมมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น รวมถึงผู้เรียนมีทักษะความรู้ จากการเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ แล้วนำไปปรับใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวันสามารถพัฒนาตนเอง ครอบครัว ชุมชนได้อย่างต่อเนื่อง • ระดับสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้จังหวัดขอนแก่น - ควรจัดอบรมเพื่อพัฒนาบุคลากรอย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างความมั่นใจ และให้ครูได้มีวิธีการเทคนิคใหม่ๆ และมีแนวปฏิบัติที่มีประสิทธิภาพ เพื่อนำมาใช้ในการจัดการเรียนรู้ให้กับผู้เรียน • ระดับสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ - ควรจัดสรรงบประมาณในการจัดกิจกรรม ภาพโครงการ/กิจกรรม ข้อมูลเพิ่มเติม https://www.facebook.com/ksn.umpernongsonghong


๓๙ ด้านที่ 3 ข้อ 5 ส่งเสริมและสนับสนุนด้านบุคลากร 5.2 พัฒนาสมรรถนะของครู และบุคลากรทางการศึกษา ให้มีความพร้อมด้านวิชาการและทักษะการ จัดการเรียนรู้ การใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ต่าง ๆ รวมทั้งให้คำปรึกษาเส้นทางการ เรียนรู้ การประกอบอาชีพ และการดำเนินชีวิตของผู้เรียนได้ตามความสนใจและความถนัดของแต่ละบุคคล 5.3 พัฒนาขีดความสามารถของข้าราชการพลเรือนในสังกัดให้มีสมรรถนะที่สอดคล้อง และเหมาะสม ตามสายงาน ประเภท ระดับ และมาตรฐานตำแหน่ง การพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา เป็นกระบวนการที่มุ่งพัฒนาเพื่อก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ตัว ผู้รับการพัฒนา คือ ครูและบุคลากรทางการศึกษา แล้วนำผลการพัฒนาสู่การเรียนรู้และการเปลี่ยนแปลงผู้เรียน ต่อไป ซึ่งการพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาควรต้องมีความหลากหลายและมีความเหมาะสมกับผู้เข้ารับ การพัฒนาเป็นสำคัญ จากการเปลี่ยนแปลงของสังคมโลกทำให้เกิดมิติของการพัฒนามากมายส่งผล ทำให้ สังคมไทยมีการเปลี่ยนแปลงไปด้วย หากมองมาที่ภาคการศึกษาการพัฒนาจัดการเรียนรู้ในยุค New Normal ที่ ผ่านมา ส่งผลให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาต้องปรับตัวรับชีวิตวิถีใหม่ และปรากฏการณ์ของ โควิด-19 ส่งผล ต่อการสอนที่เป็นหน้าที่หลักของครูซึ่งต้องมีบทบาทที่เปลี่ยนแปลงไป โดยครูไม่ได้มีหน้าที่สอน เพียงอย่างเดียว เท่านั้น ครูยังเป็นผู้จัดการเรียนรู้ให้มีคุณภาพมากยิ่งขึ้นอันจะส่งผลดีต่อผู้เรียน และเยาวชน ของชาติอย่าง ต่อเนื่อง ในส่วนของบุคลากรทางการศึกษาซึ่งไม่ได้มีหน้าที่หลักในการสอนแต่จะต้องสนับสนุนให้การจัดการ เรียนการสอนมีคุณภาพ และอำนวยความสะดวกให้ครูผู้สอนจัดการเรียนการสอนอย่างมีคุณภาพ ในหลากหลาย มิติให้แก่ผู้เรียน สภาพที่พบ 1.ปัจจัยป้อน (Input) สกร.อำเภอหนองสองห้องได้ดำเนินการจัดประชุมบุคลากรเพื่อร่วมกัน วิเคราะห์หาความต้องการในการพัฒนาตนเอง ดำเนินการสำรวจความต้องการ วางแผนในการพัฒนาครู และส่ง ครูเข้าร่วมโครงการอบรมที่ทางหน่วยงานต้นสังกัดจัดขึ้น โดยมอบหมายให้ผู้ที่มีความเหมาะสม หรือผู้ที่ รับผิดชอบงานนั้นๆ เข้าร่วมอบรม ซึ่งจะได้นำมาขยายผลต่อให้กับบุคลากรของ สกร.อำเภอต่อไป 2. กระบวนการ (Process) สกร.อำเภอหนองสองห้องได้จัดกิจกรรมพัฒนาการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ โดยมอบหมายให้ครูทุกคนดำเนินการจัดทำคลิปวีดีโอจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ Active Learning ส่งครูเข้า ร่วมอบรมตามโครงการต่างๆ ที่ทางหน่วยงานต้นสังกัดจัดขึ้นโดยมอบหมายผู้ที่รับผิดชอบงานเข้าร่วม และนำมา ขยายผลสู่บุคลากรอื่นๆ เพื่อนำมาใช้ในการปฏิบัติงานที่เหมาะสมต่อไป มีการสนับสนุนให้ครูทุกตำแหน่งส่ง ผลงานเพื่อเข้ารับการพิจารณาให้รางวัลเนื่องในวันครู และส่งเสริมสนับสนุนให้ครูได้นำเสนอผลงานเพื่อเข้าร่วม ประกวดในโอกาสต่างๆ 3. ผลผลิต (Output) ครูทุกคนให้ความร่วมมือในการเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ที่ได้รับมอบหมาย และ ส่งผลให้ได้รับรางวัลต่างๆ ซึ่งเป็นการสร้างขวัญ กำลังใจ และความภาคภูมิใจในการปฏิบัติงาน ปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จ - ครูทุกคนมีความตั้งใจในการเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ เพื่อพัฒนาตนเอง รวมถึงการพัฒนาตนเองจากสื่อ การเรียนรู้ออนไลน์ - สกร.อำเภอหนองสองห้องได้ส่งเสริมและพัฒนาครูในการมีส่วนร่วมในชุมชนแห่งวิชาชีพ และนำ ความรู้มาแชร์ประสบการณ์แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ปัญหาอุปสรรค - ครูบางคนยังมีขาดความรู้ในเรื่องของเทคโนยีเพื่อการจัดการเรียนการสอน


๔๐ - เนื่องจากผู้เรียนมีความหลากหลาย นอกจากการพัฒนาครูในเรื่องของเทคโนยีแล้ว ครูยังต้องพัฒนา ผู้เรียนให้มีความรู้ความสามารถในการใช้เทคโนโลยีเพื่อจะได้จัดกิจกรรมร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ข้อนิเทศต่อผู้รับการนิเทศ - ครูทุกคนนอกจะจะเข้ารับการพัฒนาตนเองตามที่หน่วยงานต้นสังกัด หรือ สกร.อำเภอดำเนินการจัด อบรมให้ ควรมีการเข้าไปเรียนรู้ผ่านกิจกรรมที่หน่วยงานอื่นๆ จัดขึ้นเพื่อจะนำมาใช้ในการพัฒนางานให้มี ประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เช่นในเรื่องของการผลิตสื่อการสอน การเขียนแผนการจัดการเรียนรู้ การบูรณาการจัด กิจกรรมการเรียนรู้เป็นต้น ข้อเสนอแนะเพื่อการพัฒนา • ระดับสถานศึกษา - ควรมีการคัดเลือกบุคลากรหมุนเวียนเพื่อเข้าร่วมอบรมในกิจกรรมต่างๆ อย่างเหมาะสม และพิจารณา ให้บุคลากรทุกคนเข้าร่วมกิจกรรมอย่างทั่วถึง • ระดับสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้จังหวัดขอนแก่น - ควรจัดอบรมเพื่อพัฒนาบุคลากรอย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างความมั่นใจ และให้ครูได้มีวิธีการเทคนิคใหม่ๆ และมีแนวปฏิบัติที่มีประสิทธิภาพ เพื่อนำมาใช้ในการจัดการเรียนรู้ให้กับผู้เรียน • ระดับสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ - ควรจัดสรรงบประมาณในการจัดกิจกรรม ภาพโครงการ/กิจกรรม ข้อมูลเพิ่มเติม https://www.facebook.com/ksn.umpernongsonghong


๔๑ ประเด็นนิเทศตามจุดเน้นการดําเนินงานกรมส่งเสริมการเรียนรู้(ภารกิจต่อเนื่อง) ด้านที่ 1 การเรียนรู้เพื่อคุณวุฒิตามระดับ 1. การส่งเสริมการรู้หนังสือไทย 2. การศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 สอดคล้องกับจุดเน้นการดําเนินงานกรมส่งเสริมการเรียนรู้ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ ข้อ 1 สร้างโอกาสในการเข้าถึงการเรียนรู้อย่างทั่วถึงและเท่าเทียม 1.3 พัฒนาระบบเทียบระดับการศึกษาเทียบเคียงหรือเทียบโอนผลการเรียน ทักษะ ความรู้ ประสบการณ์ และสมรรถนะ ให้มีมาตรฐานเชื่อมโยงกับการศึกษาและการเรียนรู้ทุกรูปแบบ เพื่อใช้ประโยชน์ใน การเข้าศึกษา การสะสมความรู้ หรือการรับรองคุณวุฒิระดับการศึกษาต่างสถานศึกษาหรือต่างระบบได้ ข้อ 2 ยกระดับคุณภาพการจัดการเรียนรู้ 2.2 จัด ส่งเสริม และสนับสนุนการเรียนรู้แบบ STEM Education (วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์) ให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น มุ่งเน้นให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติจริง (Active Learning) ทั้งในสถานศึกษาและแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ ข้อ 3 ส่งเสริมและสนับสนุนการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต 3.2 ส่งเสริมการจัดการเรียนรู้เพื่อเสริมสร้างความมั่นคง การสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องในการ ปกครองระบอบประชาธิปไตย การเรียนรู้ที่ปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรม สร้างวินัย จิตสาธารณะอุดมการณ์ ความ ยึดมั่นในสถาบันหลักของชาติ การเรียนรู้ประวัติศาสตร์ของชาติและท้องถิ่น เสริมสร้างวิถีชีวิตของความเป็น พลเมืองและมีศีลธรรมที่เข้มแข็งรวมถึงการมีจิตอาสา โดยผ่านกิจกรรมต่าง ๆ ที่เป็นการเพิ่มทักษะที่จําเป็นต่อ การดำรงชีวิต ข้อ 4 พัฒนาระบบการบริหารจัดการ และการบริการภาครัฐ 4.2 จัดทำระบบข้อมูลสารสนเทศของผู้เรียนเป็นรายบุคคล โดยการสํารวจข้อมูลครัวเรือน (ปักหมุด) เกี่ยวกับสถานภาพการศึกษาและความต้องการในการเรียนรู้ และจัดเก็บข้อมูลเพื่อใช้ในการแก้ปัญหา เด็กตก หล่นและออกกลางคัน ติดตามและส่งต่อไปยังสถานศึกษาในระดับที่สูงขึ้น รวมทั้งเป็นข้อมูลใช้ประกอบในการ ส่งเสริมการเรียนรู้ให้กับกลุ่มเป้าหมาย 1. การส่งเสริมการรู้หนังสือไทย การรู้หนังสือเป็นพื้นฐานที่จำเป็นต่อการเรียนรู้ และการสื่อสารเป็นเครื่องมือที่จำเป็นในการแสวงหา ความรู้ ประชาชนชาวไทยทุกคนมีสิทธิ์ได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐานอย่างเท่าเทียม ทั่วถึง และมีคุณภาพ การ ส่งเสริมให้ทุกคนได้เรียนรู้ภาษาไทยเพื่อใช้ในการติดต่อสื่อสารได้เข้าใจตรงกัน และนำความรู้ไปใช้ในการพัฒนา คุณภาพชีวิตได้ตรงตามความต้องการของบุคคล อีกทั้งภาษาไทยเป็นภาษาประจำชาติ เป็นภาษากลางในการ สื่อสารและสืบสานวัฒนธรรม ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้อำเภอหนองสองห้องมีบทบาทและหน้าที่ในการส่งเสริมให้ บุคคลที่ไม่รู้หนังสือไทย หรือลืมหนังสือได้รู้หนังสือไทย จึงได้ดำเนินการนำหลักสูตรและคู่มือการรู้หนังสือไทยมา ใช้เป็นเครื่องมือในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้กับผู้ไม่รู้หนังสือ ผู้ลืมหนังสือ และประชาชนทั่วไปที่สนจะเรียนรู้ ภาษาไทย สภาพที่พบ ๑. ปัจจัยป้อน (Input) 1) สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้จังหวัดขอนแก่น ได้กำหนดกรอบแนวทางเพื่อให้เกิดคุณภาพในปี 2567 ซึ่งสอดคล้องประเด็นการนิเทศเรื่องขับเคลื่อนการส่งเสริมการอ่านสู่ขอนแก่นเมืองนวัตกรรมการอ่าน โดย สกร.อำเภอหนองสองห้องได้ดำเนินการตามกรอบแนวทางจัดกิจกรรมส่งเสริมการรู้หนังสือ โดยมี


๔๒ วัตถุประสงค์เพื่อจัดการศึกษาให้กับ ผู้ไม่รู้หนังสือ ผู้รู้หนังสือ ตามความต้องการ ตามศักยภาพและความ เหมาะสมและเพื่อให้ผู้ไม่รู้หนังสือ ผู้ลืมหนังสือ มีความรู้สามารถอ่านออก เขียนได้ ตามหลักสูตรที่กำหนด 2) ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้อำเภอหนองสองห้อง ได้มอบหมายให้ครูอาสาสมัครการศึกษานอก โรงเรียนร่วมกับครู ศกร.ตำบล ครูประจำศูนย์การเรียนชุมชน ลงพื้นที่สำรวจผู้ไม่รู้หนังสือ/ลืมหนังสือ เพื่อนำ ข้อมูลที่ได้มาจัดทำเป็นข้อมูลสารสนเทศของสถานศึกษา 3) ครูดำเนินการตรวจสอบข้อมูลอย่างต่อเนื่องทุกภาคเรียน สำหรับผู้เรียนที่สมัครเข้าเป็นนักศึกษา ใหม่ต้องดำเนินการประเมินสภาพการรู้หนังสือของผู้เรียนทุกคนแล้วรายงานข้อมูลผ่านเว็ปไซต์ของสำนักงาน ส่งเสริมการเรียนรู้ ๒) กระบวนการ (Process) ๑) กลุ่มเป้าหมายผู้ไม่รู้หนังสือหรือผู้หลงลืมหนังสือ ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้อำเภอหนองสองห้องได้ มอบหมายให้ครูอาสาสมัครการศึกษานอกโรงเรียน จำนวน 3 คน ดำเนินการจัดตั้งกลุ่มผู้เรียน กลุ่มละ ๓๕ คน ต่อภาคเรียน ๒) จัดทำปฏิทินการปฏิบัติงาน แผนการจัดกิจกรรมส่งเสริมการรู้หนังสือ ๓) ดำเนินการจัดกิจกรรมส่งเสริมการรู้หนังสือ โดยครูอาสาสมัครการศึกษานอกโรงเรียน ร่วมกับครู ศกร.ตำบล และครูประจำศูนย์การเรียนชุมชน ๔) จัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการพบกลุ่ม ณ ศกร.ตำบล พบผู้เรียนเป็นรายบุคคลคนโดย การเยี่ยมบ้าน ๕) ใช้สื่อหนังสือ เอกสารส่งเสริมการรู้หนังสือตามแนวทางการจัดการศึกษาหลักสูตรการรู้หนังสือ ไทย พุทธศักราช ๒๕๕๗ และหนังสือเรียนการรู้หนังสือไทย ของสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและ การศึกษาตามอัธยาศัย ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ๖) สกร.อำเภอหนองสองห้องมีครูอาสาสมัครการศึกษานอกโรงเรียน ๓ คน และดำเนินการจัด กิจกรรมการเรียนรู้โดยออกพื้นที่พบผู้เรียนตามหมู่บ้าน แจกสื่อการเรียนรู้ให้กับผู้เรียนและคอยติดตามอย่าง ต่อเนื่อง มีการจัดทำเกณฑ์การวัดผลและประเมินผลอย่างเป็นระบบ หากผู้เรียนผ่านการวัดผลประเมินผลตาม เกณฑ์ได้มีการออกวุฒิบัตรให้กับผู้เรียนทุกคน ๗) นอกเหนือจากจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามหลักสูตรแล้ว สกร.อำเภอหนองสองห้องยังได้ ดำเนินการจัดกิจกรรมการศึกษาเพื่อพัฒนาอาชีพ การศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะชีวิต และการศึกษาเพื่อพัฒนา สังคมและชุม ส่งเสริมการใช้สื่อดิจิทัลให้กับกลุ่มเป้าหมายเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน ๘) เมื่อเสร็จสิ้นกระบวนการจัดกิจกรรมมีการวัดผลประเมินผลและมีรายงานผลการจัดกิจกรรม ให้กับผู้บริหารทราบ รวมทั้งปัญหาอุปสรรคเพื่อนำมาแก้ไขปัญหาและพัฒนาการจัดกิจกรรมในครั้งต่อไป 3. ผลผลิต (Output) ๑) ครูอาสาสมัครการศึกษานอกโรงเรียนรายงานผลการจัดกิจกรรมเมื่อสิ้นภาคเรียน และนำผลการ ดำเนินงานมาวิเคราะห์เพื่อหาแนวทางปรับปรุงพัฒนาการจัดกิจกรรมในครั้งต่อไป 2) ผู้เรียอย่างน้อยร้อยละ 85 ได้รับความรู้เพิ่มขึ้น และนำไปใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวัน ปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จ - ผู้เรียนทุกคนที่สนใจได้เข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้หลักสูตรผู้ไม่รู้หนังสือตามแผนที่กำหนด - สถานศึกษาดำเนินการจัดทำฐานข้อมูลผู้ไม่รู้หนังสือ - สถานศึกษาดำเนินการพัฒนาหลักสูตร - สถานศึกษาดำเนินการจัดทำและพัฒนาสื่อประกอบการเรียนรู้ให้มีความเหมาะสมกับผู้เรียน ปัญหาอุปสรรค


๔๓ - ผู้เรียนส่วนมากเป็นผู้สูงวัยประสิทธิภาพในการสื่อสาร และมีปัญหาทางด้านสายตาอาจจะไม่สะดวก ในการร่วมกิจกรรมในบางเรื่อง ข้อนิเทศต่อผู้รับการนิเทศ - นอกจากการจัดกิจกรรมส่งเสริมการรู้หนังสือเพื่อป้องกันการลืมหนังสือแล้ว ควรเพิ่มกิจกรรมเพื่อ สร้างความสนุกสนานเพื่อลดภาวะซึมเศร้า และเพิ่มกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อให้ผู้เรียนได้แลกเปลี่ยนทัศนะ กัน หรือกิจกรรมอาชีพเพื่อให้ผู้เรียนสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ ข้อเสนอแนะเพื่อการพัฒนา • ระดับสถานศึกษา - เมื่อผู้เรียนจบหลักสูตรควรจัดกิจกรรมเพื่อมอบใบประกาศนียบัตรให้กับผู้เรียนเพื่อสร้างขวัญ กำลังใจ และสร้างความภาคภูมิใจให้กับผู้เรียน - สถานศึกษาควรมีการนำผลการศึกษามาวิเคราะห์และกำหนดแนวทางการแก้ไข ปรับปรุง พัฒนาการจัดกิจกรรมส่งเสริมการรู้หนังสือให้มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น • ระดับสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้จังหวัดขอนแก่น - จัดอบรมหลักสูตรอื่นๆ ที่สามารถนำไปใช้เพิ่มเติมในการจัดกิจกรรมส่งเสริมการรู้หนังสือ - ควรมีการพัฒนาบุคลากรครูอย่างต่อเนื่องเพื่อจัดกระบวนการเรียนรู้ได้อย่างมีคุณภาพ • ระดับ สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ - จัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมเนื่องจากงบที่ได้มาเน้นผู้ไม่รู้หนังสือ อยากให้จัดสรรเพิ่มเติมในส่วน ของ ผู้หลงลืมหนังสือ 2. การศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 การจัดการเรียนรู้ตามหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 มุ่งเน้นการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้ปรัชญา “คิดเป็น” และยึดหลักการที่ว่า “ผู้เรียนทุกคนสามารถเรียนรู้ และพัฒนาตนเองได้” ผู้เรียนแต่ละคนมีธรรมชาติที่แตกต่างกัน ทั้งด้านวัย วุฒิภาวะ ความถนัด ความสนใจ วิธีการเรียนรู้ ตลอดจนมีการดำเนินชีวิตและมีสิ่งแวดล้อมที่แตกต่างกัน ซึ่งส่งผลต่อการเรียนรู้ของผู้เรียน ดังนั้น การจัดการเรียนรู้จึงต้องยึดผู้เรียนเป็นสำคัญ เพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียนได้พัฒนาความสามารถของตนเอง ตาม ธรรมชาติ เต็มตามศักยภาพที่มีอยู่ และเรียนรู้อย่างมีความสุข สกร.อำเภอหนองสองห้องได้ดำเนินการจัด กิจกรรมการเรียนรู้โดยมอบหมายให้ครูดำเนินการจัดกิจกรรมตามแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ได้ดำเนินการ จัดตั้งกลุ่มไว้ มีการจัดกิจกรรมพบกลุ่มในชั้นเรียน การเรียนการสอนแบบออนไลน์ การเยี่ยมบ้านนักศึกษาพบ ผู้เรียนเป็นรายบุคคลผ่านช่องทางต่างๆ ดำเนินการจัดกิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียนตามกรอบและแนวทางของ กรมส่งเสริมการเรียนรู้จำนวน ๑2 กิจกรรม ดังนี้ ที่ โครงการ เป้าหมาย (คน) ตำบลละ(คน) วัน เวลา สถานที่ 1 โครงการปฐมพยาบาลเบื้องต้น และการ ช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน 420 12 แห่ง ตำบลละ 35 22 ธ.ค.66 ศกร.ตำบล 12 แห่ง 2 โครงการส่งเสริมคุณธรรม 420 12 แห่ง ตำบลละ 35 25 ธ.ค.66 ศกร.ตำบล 12 แห่ง 3 โครงการส่งเสริมการเรียนรู้เศรษฐกิจ พอเพียง 360 12 แห่ง ตำบลละ 30 27 ธ.ค.66 ศกร.ตำบล 12 แห่ง 4 โครงการประวัติศาสตร์ชาติไทย 420 12 แห่ง ตำบลละ 35 9 ม.ค.67 ศกร.ตำบล 12 แห่ง


๔๔ ที่ โครงการ เป้าหมาย (คน) ตำบลละ(คน) วัน เวลา สถานที่ 5 โครงการพัฒนาวิชาการ ระดับประถมศึกษา 180 6 แห่ง แห่งละ 30 คน ตำบลละ 15 18 ม.ค.67 ศกร.ตำบล 6 แห่ง 6 โครงการพัฒนาวิชาการ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น 420 12 แห่ง ตำบลละ 35 22 ม.ค.67 ศกร.ตำบล 12 แห่ง 7 โครงการพัฒนาวิชาการ ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย 360 12 แห่ง ตำบลละ 35 23 ม.ค.67 ศกร.ตำบล 12 แห่ง 8 โครงการกีฬา สกร.อำเภอหนองสอง ห้องต้านภัยยาเสพติด 480 4 โซน ตำบลละ 40 17 ม.ค.67 สนามกีฬาโรงเรียน ชุมชนหนองสองห้องฯ 9 โครงการพัฒนาผู้เรียนเพื่อ ยกผลสัมฤทธิ์ปลายภาคเรียนที่ 2/2566 ระดับประถมศึกษา 180 6 แห่ง แห่งละ 30 คน ตำบลละ 15 17 ก.พ.67 ศกร.ตำบล 6 แห่ง 10 โครงการพัฒนาผู้เรียนเพื่อ ยกผลสัมฤทธิ์ปลายภาคเรียนที่ 2/2566 ระดับมัธยมศึกษา ตอนต้น 300 12 แห่ง ตำบลละ 25 21 ก.พ.67 ศกร.ตำบล 12 แห่ง 11 โครงการพัฒนาผู้เรียนเพื่อ ยกผลสัมฤทธิ์ปลายภาคเรียนที่ 2/2566 ระดับมัธยมศึกษา ตอนปลาย 300 12 แห่ง ตำบลละ 25 19 ก.พ.67 ศกร.ตำบล 12 แห่ง 12 โครงการส่งเสริมนักศึกษา ด้านการฝึกทักษะอาชีพ 240 12 แห่ง ตำบลละ 20 29 ก.พ.67 ศกร.ตำบล 12 แห่ง สภาพที่พบ กศน.อำเภอหนองอสองห้องได้ดำเนินประชุมบุคลากรเพื่อชี้แจง และวางแผนการดำเนินงานโดย มอบหมายให้ ศกร.ตำบลทั้ง 12 แห่ง จัดกิจกรรมการเรียนการสอนแบบ Active Learning และรูปแบบ ออนไลน์ นอกจากนั้นยังได้มอบหมายให้ครูทุกตำบลดำเนินการสำรวจกลุ่มเป้าหมายเพื่อเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนา คุณภาพผู้เรียน มอบหมายงานให้แต่ละตำบลดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง จัดเตรียมความพร้อมและจัดทำแผน ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ รวมทั้งติดต่อประสานงานวิทยากร ภาคีเครือข่ายเพื่อร่วมจัดกิจกรรมให้กับผู้เรียน ซึ่งฝ่ายแผนงานและโครงการได้ดำเนินการจัดทำแผนเพื่อขออนุมัติงบประมาณ และจัดทำโครงการเพื่อขอยืมเงิน งบประมาณเพื่อนำมาใช้ในการจัดกิจกรรมตามโครงการดังกล่าว เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับครูในการ ดำเนินการจัดกิจกรรม 1. ปัจจัยป้อน Input ๑) สกร.อำเภอหนองสองห้องได้ดำเนินการประชุมวางแผนเพื่อมอบหมายให้ครูผู้สอนดำเนินการ จัดตั้งกลุ่มนักศึกษา และจัดทำแผนการจัดกระบวนการเรียนรู้ ทั้งรายสัปดาห์ และรายภาคเรียนระดับประถม ม.ต้น ม.ปลาย จัดทำใบงาน/ใบความรู้/แบบทดสอบ/แบบฝึกหัด


๔๕ 2) สำรวจและเตรียมความพร้อมของครูและผู้เรียนในการจัดกิจกรรมศึกษาโดยการเยี่ยมบ้านผู้เรียน เพื่อตรวจสอบและทราบสภาพปัญหาและความต้องการของผู้เรียนในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ๓) ดำเนินการพัฒนาบุคลากรผู้สอน ในเรื่องของการใช้เทคโนโลยีในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้และ Application เพื่อการศึกษาผ่านช่องทางออนไลน์ต่าง ๆ เช่น line facebook QR Code เป็นต้น ๔) พัฒนาบุคลากร ในเรื่องการจัดกระบวนการเรียนรู้เชิงรุก โดยให้ผู้เรียนได้มีการลงมือปฏิบัติจริง (Active Learning) โดยอบรมพัฒนาบุคลากรในระดับอำเภอในการจัดทำใบงาน ใบความรู้เพื่อนำมาใช้ในการจัด กิจกรรมการสอนแบบออนไลน์ ออนไซต์ และให้ครูผู้สอนนำทักษะความรู้ที่ได้รับมาใช้ในการจัดกิจกรรมให้กับ ผู้เรียนต่อไป 5) วางแผนนำผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติด้านการศึกษานอกระบบโรงเรียน (N-NET) มาวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติเพื่อนำมาใช้เป็นข้อมูลในการวางแผนพัฒนาการ จัดการเรียนการสอนเพื่อเพิ่ม ผลสัมฤทธิ์ทางการสอบของผู้เรียนให้สูงขึ้นซึ่งจากการวิเคราะห์ข้อมูลผลสัมฤทธ์ทางการสอบในภาคเรียนที่ ๑ ปี การศึกษา ๒๕๖๖ ภาพรวมในระดับประถม และมัธยมศึกษาตอนต้น สูงกว่าภาคเรียนที่ผ่านมาในระดับ สถานศึกษา แต่ยังไม่ผ่านเกณฑ์ระดับจังหวัด และระดับประเทศ ซึ่งได้วางแผนโดยมีการจัดสอบ Pre-N Net ตามนโยบายของสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้จังหวัดซึ่งให้ครูติดตามผู้เรียนที่คาดว่าจะจบและลงทะเบียนสอบ N-Net ร้อยละ 100 6) ตรวจสอบข้อมูลฐานข้อมูลเด็กตกหล่น และออกกลางคันในโครงการ “พาน้องกลับมาเรียน” เพื่อ เตรียมข้อมูลการส่งต่อ และจัดการศึกษาให้กลุ่มเป้าหมายที่มีความต้องการเรียนในทุกระบบการศึกษา 2. กระบวนการ (Process) สกร.อำเภอหนองสองห้องได้มอบหมายให้ข้าราชการครู ศกร.ตำบล ครูประจำศูนย์การเรียนชุมชนที่ รับผิดชอบนักศึกษาระดับประถม ม.ต้น และ ม.ปลาย จัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้กับผู้เรียนตามแผนการจัด กิจกรรมที่ได้จัดทำไว้ โดยใช้เอกสารประกอบการเรียนรู้หลากหลาย เช่น หนังสือเรียน ใบงาน ใบความรู้ แบบทดสอบ และสื่อออนไลน์ โดยใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการจัดกระบวนการเรียนรู้ผ่าน Application เพื่อ การศึกษา เช่น line facebook QR Code แก่ผู้เรียน นำรูปแบบการจัดกระบวนการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) มาใช้ตามความ เหมาะสม มีการจัดสอนให้ผู้เรียนทำโครงงานและคัดเลือกเพื่อส่งเข้าร่วมประกวดใน ระดับจังหวัด และศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาขอนแก่น ต่อไป 3. ผลผลิต (Output ) จากผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ครูจัดโดยใช้กระบวนการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) พบว่า ผู้เรียนมีความสนุกสนาม และเกิดความอยากเรียน อยากรู้มากยิ่งขึ้น มีการฝึกคิด ฝึกทำ แลกเปลี่ยนเรียนรู้กับ เพื่อร่วมชั้นเรียน ได้ฝึกการกล้าแสดงออก กล้าพูด กล้าทำ และคิดอย่างสร้างสรรค์มากยิ่งขึ้น และจากการ ดำเนินการทดสอบระดับชาติ N-Net พบว่ามีนักศึกษาเข้าสอบระดับประถมศึกษาร้อยละ 92.31 ระดับ มัธยมศึกษาตอนต้น ร้อยละ 93.75 ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ร้อยละ86.67 ภาพรวมทั้ง 3 ระดับ ร้อยละ 89.71


๔๖ ปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จ - สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้จังหวัดขอนแก่น ให้ความสำคัญในการจัดกิจกรรมโดยการจัดอบรม เรื่อง ของการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ Active Learning เพื่อให้ครูมีความรู้ และสามารถจัดกิจกรรมให้กับผู้เรียน อย่างมีคุณภาพ และทำให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น และ สกร.อำเภอหนองสองห้องได้มอบหมายให้ ข้าราชการครู ครูอาสาสมัครการศึกษานอกโรงเรียนดำเนินการนิเทศติดตามการจัดกิจกรรมต่างๆ อย่างต่อเนื่อง - ผู้เข้าร่วมโครงการให้ความสนใจให้ความร่วมมือในการเรียนรู้และการทำกิจกรรมต่างๆ ร่วมกัน - รูปแบบและขั้นตอนในการดำเนินการจัดกิจกรรมมีความเหมาะสม - วิทยากรมีความรู้และมีประสบการณ์สูงสามารถอธิบายเนื้อหาได้ชัดเจนและตรงประเด็น และใช้ภาษา ที่เหมาะสมและเข้าใจง่าย - มีสื่อ และ เอกสารความรู้ให้ผู้เข้าร่วมโครงการได้ศึกษา - ผู้เรียน/ผู้เข้าร่วมโครงการ/กิจกรรมได้ร่วมปฏิบัติจริง จึงทำให้เกิดความเข้าใจมากขึ้น ปัญหาอุปสรรค - ผู้เรียนยังขาดความรับผิดชอบในหน้าที่ ไม่รักษาเวลา และยังไม่ให้ความสำคัญในการเรียนเท่าที่ควร - ครูบางคนยังใช้เทคโนโลยีในการจัดการเรียนการสอนไม่เก่ง - ผู้เรียนมีความแตกต่างในเรื่องความรู้พื้นฐานที่ต่างกัน ช่วงอายุช่วงวัยที่แตกต่างกัน ข้อนิเทศต่อผู้รับการนิเทศ - ศกร.ตำบลทั้ง 12 แห่ง ควรจะมีการประชาสัมพันธ์ให้ผู้เรียนมีความตระหนักถึงการเข้าร่วมกิจกรรม และการเข้าสอบปลายภาคเรียนมากขึ้น และครูควรจะมีการศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมในเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำมาใช้ในการจัดกระบวนการเรียนรู้ต่อไป - ในการดำเนินการจัดกิจกรรมต่างๆ ควรมีคำสั่งแต่ละกิจกรรมอย่างชัดเจน เก็บหลักฐาน ร่องรอย เพื่อให้ตรวจสอบและนิเทศกิจกรรม - สื่อความรู้ที่หลากหลาย จัดหาวิทยากรที่มีเทคนิคในการสอนเพื่อให้ผู้เรียนสนใจในการอบรมมากยิ่งขึ้น - บางเนื้อหาหากได้ลงปฏิบัติจริงจะทำให้ผู้เข้าอบรมเกิดความเข้าใจมากยิ่งขึ้น ข้อเสนอแนะเพื่อการพัฒนา • ระดับสถานศึกษา - ควรมีการประชาสัมพันธ์ให้นักศึกษามีความเข้าใจถึงบทบาทหน้าที่ของตนเอง และสร้างความ ตระหนักในการเข้าร่วมกิจกรรมเพื่อให้การจัดกิจกรรมมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น รวมถึงผู้เรียนมีทักษะความรู้ จากการเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ แล้วนำไปปรับใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวันสามารถพัฒนาตนเอง ครอบครัว ชุมชนได้อย่างต่อเนื่อง • ระดับสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้จังหวัดขอนแก่น - ควรจัดอบรมเพื่อพัฒนาบุคลากรอย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างความมั่นใจ และให้ครูได้มีวิธีการเทคนิค ใหม่ๆและมีแนวปฏิบัติที่มีประสิทธิภาพ เพื่อนำมาใช้ในการจัดการเรียนรู้ให้กับผู้เรียน - ควรจัดอบรมให้ความรู้กับครูผู้สอนเกี่ยวกับเทคนิคในการจัดทำสื่อประกอบการเรียนรู้ • ระดับสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ - ควรจัดสรรงบประมาณในการจัดกิจกรรม


Click to View FlipBook Version