The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

นำเสนอรายงานศึกษาดูงาน-สถานศึกษาครูดีเด่น

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Kathy Maythee Kh, 2020-11-06 08:19:43

ศึกษา ดูงาน สถานศึกษา/ครูต้นแบบ (Best Practice)

นำเสนอรายงานศึกษาดูงาน-สถานศึกษาครูดีเด่น

รายงาน

Best Practice

ศกึ ษาดูงาน สถานศกึ ษา/ครูดเี ดน่

สาระการเรียนรูศ้ าสนา ศลี ธรรม จริยธรรม

กลมุ่ สาระการเรียนรู้สงี คมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม

โรงเรียนสารคามพิทยาคม

1.

ประวัตคิ รูดเี ดน่

ครปู ระภาพร แพงพะเนาว์

ประวัตคิ รดู ีเดน่ ประวัตสิ ว่ นตวั

ชื่อ-สกลุ นางประภาพร แพงพะเนาว์
โรงเรยี น สารคามพทิ ยาคม
ตาแหนง่ ครู วทิ ยฐานะ ชานาญการพิเศษระดบั 6
ภมู ิลาเนา บา้ นเลขท่ี 12 ซอย 3 ถนน นครสวรรค์

ต.ตลาด อ.เมืองมหาสารคาม จ.มหาสารคาม

ประวัตคิ รูดเี ด่น ประวตั กิ ารศกึ ษา

ปรญิ ญาโท (ศศ.ม.) มหาวทิ ยาลัยมหาสารคาม
ปรญิ ญาตรี (ศศ.บ.) มหาวทิ ยาลยั ศรนี ครินทรวิโรฒ ปทมุ วัน

ประวตั ิการทางาน

พ.ศ. 2527 โรงเรียนดงพะยงุ สงเคราะห์ จ.กาฬสินธ์ุ
พ.ศ. 2529 โรงเรียนบ้าน โนนเกษตร จ.มหาสารคาม
พ.ศ. 2546 โรงเรยี นบา้ นบ่อใหญ่ จ.มหาสารคาม
พ.ศ. 2553 โรงเรยี นสารคามพิทยาคม จ.มหาสารคาม (ปัจจบุ นั )

ประวตั คิ รดู เี ดน่ รางวลั ท่ีได้รับ

- รางวลั ครดู เี ดน่ (3 ปี)
- รางวลั ครูแกนนาปฏิรปู ประเทศ
- รางวลั ครูผู้เสยี สละตน
- รางวลั ครผู สู้ อนบรรยายธรรมและสวดมนต์ระดับประเทศ
- รางวลั ครูต้นแบบจากสานกั งานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 26
- รางวลั ครดู ีในดวงใจ จากคณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั ขอนแก่น (2 คร้งั )

2.

ข้อมูลชน้ั เรยี น

ชั้นมธั ยมศึกษาปที ี่ 6/13

โรงเรยี นสารคามพทิ ยาคม

จำนวนนกั เรยี น 33 คน

นักเรยี นชายนักเรยี นหญงิ

ช้นั มธั ยมศึกษาปที ่ี 6/13 โรงเรียนสารคามพทิ ยาคม

การจดั การช้นั เรยี น

ห้องเรยี นนนั้ มกี ารจดั โต๊ะ

แบบกง่ึ บรรยาย คอื จัดเปน็
ลกั ษณะแถวตอน 3 แถวใหญ่
มที างเดนิ สาหรับครู

อยรู่ ะหวา่ งแถว

เครอื่ งมอื ชว่ ยเรยี นรู้นกั เรยี น

โปรเจคเตอร์ 1 เครือ่ ง
ลาโพง 2 ตวั
เคร่อื งวิชวล 1 เครื่อง
ไมคโ์ ครโฟน 1 อนั
พัดลมตดิ ผนัง 3 ตวั
เครอ่ื งปรับอากาศ 2 ตวั
บอร์ดใหค้ วามรู้ 1 อนั

3.

แนวทางรูปแบบการ

จดั การเรียนรู้

แนวทางรปู แบบ ศกึ ษาจากการทีไ่ ด้ทาการสงั เกตการเรียนการสอนใน
การจดั การเรยี นรู้ รายวชิ าสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม จานวน 1
คาบเรยี น วา่ ได้

o มีการจัดการเรยี นร้อู ยา่ งไร

o มแี นวทางในการพฒั นาคณุ ภาพผเู้ รียนอยา่ งไร

ประกอบกับการใชแ้ ผนการสอน โดยมีการใชแ้ บบ
สังเกตการจัดการเรียนรู้ ควบคู่กับการสังเกตการสอน

3.1

แนวทางรูปแบบการ

จัดการเรยี นรู้

รูปแบบ เทคนิค วิธกี ารจดั การเรยี นรู้

Active Learning เพลงในการจาเนอื้ หา
การบอกคา Keyword
รูปแบบ
เทคนิค

วธิ ี

Questioning Method

3.2

แนวทางรูปแบบการ
จดั การเรียนรู้

แผนการจัดการเรยี นรู้

ตัวอยา่ ง แผนการจดั การเรียนร้ทู ี่ 1

แผนการจัดการเรยี นรู้ กลมุ่ สาระการเรียนรู้ สงั คมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม
ทีใ่ ช้ในการจดั การ
เรยี นการสอน ชนั้ มัธยมศึกษาปที ่ี 4-6

สาระที่ 1 ศาสนา ศลี ธรรม จริยธรรม
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 1 สังคมชมพูทวีปและคตคิ วามเชอ่ื ทาง

ศาสนาสมัยก่อนพระพทุ ธเจา้
เร่ือง สังคมชมพูทวปี เวลาเรยี น 1 ชว่ั โมง
สอนโดย นางประภาพร แพงพะเนาว์ ภาคเรยี นที่ 1/2563

โรงเรยี นสารคามพทิ ยาคม

1. มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐานการ
เรยี นรู้/ตัวชี้วดั ○ ส 1.1 รู้และเขา้ ใจประวตั ิ ความสาคญั ศาสดา หลกั ธรรมของ
พระพทุ ธศาสนา หรอื ศาสนาทีต่ นนบั ถือและศาสนาอื่น มศี รทั ธาทถ่ี ูกต้อง ยดึ มน่ั
และปฏิบัตติ ามหลักธรรมเพือ่ อยรู่ ว่ มกนั อย่างสันติสุข

ตัวชวี้ ัด

○ ส 1.1 ม.4-6/1 วเิ คราะหส์ ังคมชมพูทวีปและคติความเชอ่ื ทางศาสนา
สมยั ก่อนพระพุทธเจา้ หรือสังคมสมยั ของศาสดาทต่ี นนบั ถือ

2. 1. อธิบายลกั ษณะสังคมของชมพูทวีปในสมัยกอ่ นพทุ ธกาล (K)
จดุ ประสงค์การ 2. จาแนกลกั ษณะของสงั คมชมพทู วีปในสมยั กอ่ นพุทธกาล (P)
เรยี นรูส้ ตู่ วั ช้วี ัด 3. เหน็ ความสาคญั ในการศกึ ษาเรยี นร้ลู กั ษณะทางสังคมของ

ผู้คนสมัยก่อนพุทธกาลเพอื่ ศกึ ษาทาความเข้าใจสงั คมทีเ่ ป็น
แดนเกิดของพระพุทธศาสนา (A)

3. สังคมก่อนพทุ ธกาลในชมพทู วีป เป็นสงั คมท่อี ยใู่ น
สาระสาคญั ลทั ธิความเชื่อตามหลกั ของศาสนาพราหมณ์ - ฮินดู
เปน็ สงั คมแบง่ แยกชนชน้ั วรรณะ

4. ลักษณะสังคมของชมพทู วปี ในสมัย
สาระการเรียนรู้ กอ่ นพทุ ธกาล

5. ใฝเ่ รียนรู้ ตัวชี้วดั ท่ี 4.1 ต้ังใจ เพยี รพยายามในการเรยี นและ
คณุ ลักษณะ เขา้ ร่วมกจิ กรรมการเรียนรู้
อันพึงประสงค์

6. ความสามารถในการคิด
สมรรถนะสาคญั

ของผเู้ รียน

7. หลักฐาน ร่องรอยแสดงความรู้
ช้ินงาน แผนภาพ โครงสร้างทางสงั คมในชมพทู วปี
หรือภาระงาน

8. นักเรยี นคดิ ว่าการแบง่ ชนชั้นวรรณะของ
คาถามทา้ ทาย สงั คมอนิ เดียเปน็ การละเมิดหลกั สิทธิ
มนุษยชนหรอื ไม่ เพราะเหตุผลใด

9. 1. นาสูบ่ ทเรียน
การจดั กิจกรรม
• ครนู า VCD หรอื DVD สารคดที ี่เกี่ยวกบั ประเทศอนิ เดีย หรือ
การเรียนรู้ เนปาล ใหน้ ักเรยี นร่วมกันศกึ ษาลักษณะทางสงั คม ประเพณี
และวัฒนธรรมเพ่ือเปน็ พ้ืนฐานความรูเ้ รื่องชมพทู วีป

2. ตงั้ คาถาม

• นาแผนท่ขี องเอเชียใตม้ าให้นักเรียนศึกษาเปรยี บเทยี บกับ
แผนท่ีชมพูทวีปในสมัยพุทธกาล จากนั้น ครูตง้ั คาถามให้
นกั เรียนรว่ มกันวิเคราะห์หาคาตอบ

9. 3. ทากจิ กรรม
การจัดกิจกรรม
ครแู ละนักเรยี น
การเรียนรู้ รว่ มกนั สรปุ
โครงสร้างทางสงั คม
ในสมัยชมพทู วปี
เปน็ แผนภาพลงบน
กระดานเพอ่ื
ทบทวนความรู้

9. 4. ใหน้ กั เรยี นรว่ มกันสรปุ ความรู้
การจดั กิจกรรม
• สงั คมก่อนพทุ ธกาลในชมพูทวปี เปน็ สงั คมท่ีอยู่ในลัทธคิ วาม
การเรียนรู้ เช่ือตามหลักของศาสนาพราหมณ์ - ฮินดู เปน็ สังคมแบ่งแยก
ชนช้ันวรรณะ

5. ให้นักเรียนรว่ มกันแสดงความคิดเห็น

โดยครใู ช้คาถามท้าทาย
• นกั เรียนคิดว่าการแบง่ ชนชั้นวรรณะของสงั คมอินเดียเปน็ การ

ละเมิดหลักสทิ ธมิ นุษยชนหรือไม่ เพราะเหตุผลใด

10. ใหน้ กั เรยี นศึกษาลกั ษณะสงั คม ประเพณี
การจดั บรรยากาศ วฒั นธรรมของประเทศอินเดยี และเนปาล จาก
สารคดี และวเิ คราะหค์ าถามหาคาตอบ เพอื่ สรุป
เชงิ บวก
โครงสรา้ งทางสงั คมเปน็ แผนภาพ

11. 1. VCD DVD สารคดีประเทศอินเดีย และเนปาล
ส่ือการเรียนรู้ 2. แผนที่เอเชียใต้ และแผนท่ชี มพูทวปี ในสมยั พุทธกาล

12. 1.วิธกี ารวดั และประเมินผล - สงั เกตพฤตกิ รรมของนักเรียนในการ
การวดั และ เขา้ ร่วมกิจกรรม
ประเมนิ ผลการ 2. เครือ่ งมือ - แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรม
3. เกณฑก์ ารประเมนิ – การประเมินพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรม
เรยี นรู้
ผ่านตั้งแต่ 2 รายการ ถือว่า ผา่ น
ผา่ น 1 รายการ ถือวา่ ไมผ่ ่าน

3.3

แนวทางรปู แบบการ

จัดการเรยี นรู้
กจิ กรรมการเรียนรู้

แบง่ นกั เรียนออกเปน็ 3 กลุ่ม กิจกรรมเพ่มิ เตมิ
- กล่มุ ที่หน่งึ ใหศ้ กึ ษาคน้ คว้าเรื่อง ที่ตง้ั ของชมพูทวปี

- กลมุ่ ทส่ี องให้ศกึ ษาเรอ่ื งวฒั นธรรม การแตง่ กาย การประกอบอาชีพของ

ผูค้ นในชมพทู วีป

- กลมุ่ ทส่ี าม ใหศ้ กึ ษาเร่ือง ความเช่อื ต่าง ๆ ในชมพูทวีป

หลังจากน้ันใหน้ ักเรยี นนาข้อมูลพรอ้ มภาพประกอบออกมานาเสนอหนา้ ชน้ั
เรียน และรว่ มกันวเิ คราะหถ์ ึงความเหมอื นหรือความแตกตา่ งของสงั คม
สมยั กอ่ นพทุ ธกาลกับสมัยพุทธกาล

3.4

แนวทางรูปแบบการ
จัดการเรียนรู้

สื่อ เคร่อื งมอื อปุ กรณ์

1.มีการนาเทคโนโลยีทีท่ นั สมัยมาใช้ เขา้ ถงึ ไดง้ ่ายผ่านเครอื ข่ายอินเทอร์เน็ต

ส่อื การเรยี นรู้ - Microsoft PowerPoint - เกมแบบทดสอบ

- VCD/DVD สารคดปี ระเทศอินเดยี และเนปาล - เวบ็ ไซต์ความรู้

2.ชดุ ข้อสอบ

3.หนงั สอื ตามหลกั สูตร

4.แผนทเ่ี อเชียใต้ และแผนทช่ี มพูทวีปในสมัยพุทธกาล

33

เครอื่ งมอื เคร่ืองมอื และอปุ กรณ์อานวยความสะดวกในชน้ั เรียน ได้แก่
และอปุ กรณ์
เคร่อื งคอมพวิ เตอร์ 1 เครอื่ ง โปรเจคเตอร์ 1 เครอ่ื ง

ลาโพง 2 ตัว ไมโครโฟน 1 ตัว

โทรทศั น์ 1 เคร่ือง หลอดไฟ 12 หลอด

พดั ลม 3 ตวั เคร่อื งปรับอากาศ 2 เครอ่ื ง

3.5

แนวทางรูปแบบการ

จัดการเรยี นรู้
แหล่งเรยี นร้อู ้างอิง

หลกั สูตรแกนกลาง

การศึกษาขั้นพ้นื ฐาน

พทุ ธศกั ราช 2551

และมาตรฐานการเรียนรแู้ ละ
ตัวชว้ี ัดฯ (ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ.
2560)

หนงั สือเรียน
พระพุทธศาสนา ม.4-6

ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขั้น
พน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551

สานกั พิมพอ์ ักษรเจรญิ ทัศน์

3.6

แนวทางรปู แบบการ
จัดการเรยี นรู้

การจัดสภาพแวดลอ้ มในช้นั เรียน

การรจดั สภาพแวดล้อม Place your screenshot here

ในชน้ั เรยี น

- หอ้ งเรยี นน้ันมีการจัดโต๊ะแบบกงึ่
บรรยาย

- ทางเดินสาหรบั ครูอยรู่ ะหวา่ ง
แถว เพื่อท่ีครนู ้นั จะสามารถเดนิ
ไปดแู ลนกั เรยี นไดอ้ ยา่ งทว่ั ถงึ

- จัดโต๊ะคู่เพ่ือจับคหู่ รอื ทากจิ กรรม

ร่วมกันเป็นกลุ่มย่อยไดส้ ะดวก

การรจัดสภาพแวดล้อม Place your screenshot here

ในชน้ั เรยี น

- หอ้ งเรียนมีบรรยากาศท่ีดี มี
เครอื่ งปรับอากาศ

- มีแสงไฟใหค้ วามสวา่ งที่เพียงพอ
- สงิ่ อานวยความสะดวกทีพ่ ร้อม

เช่น เครื่องโปรเจกเตอร์
- มีบอร์ดสาหรบั ตดิ ข่าวสาร และ

บอร์ดส่ือความรูท้ ่ัวไป

3.7

แนวทางรูปแบบการ
จดั การเรยี นรู้

เคร่อื งมือวดั ผลและประเมินผลการเรยี น

ด้านพทุ ธพิ สิ ัย วธิ กี ารวดั เครอ่ื งมอื วัด เกณฑก์ ารวัด
(ความรู้) K
• คาถามใหน้ กั เรยี นหา • แบบสอบถาม • นักเรยี นสามรถตอบ
Cognitive Domain คาตอบดว้ ยตัวเอง ปลายเปดิ คาถามและสามารถ
อธิบายถงึ ข้อมลู ท่ี
• ใหน้ ักเรยี นเขยี นสรปุ • แผนภาพ นามาตอบไดอ้ ยา่ ง
โครงสรา้ งทางสงั คมใน ถูกต้อง
สมัยชมพทู วีปเป็น
แผนภาพ • ความถกู ต้องของ
เน้อื หาจากแผนภาพ
ท่กี าหนดและ
สามารถอธิบาย
เน้อื หาได้

ด้านทักษะพสิ ัย วธิ กี ารวดั เคร่อื งมอื วัด เกณฑ์การวัด
(ทักษะ 5) P
• ให ้ • แบบฝึ ก • นักเรยี น
Psychomotor Domain จาแนก หดั สามารถ
ลกั ษณะ ทาแบบ
ของ • คาถาม ฝึ กได ้
สงั คม ปลายเปิ
ชมพู ด • สามารถ
ทวปี ใน จาแนก
ลกั ษณะ

ดา้ นจิตพิสยั วธิ ีการวดั เคร่อื งมือวดั เกณฑ์การวดั

(คณุ ลกั ษณะ 8) A • ใฝ่ เรยี นรู ้ • แบบสงั เกต • นักเรยี นเอา
• ม่งุ มน่ั ใน คณุ ลกั ษณ ใจใส่สนใจ
Affective Domain ะอนั พงึ เขา้ รว่ ม
การทางาน ประสงค ์ กจิ กรรม
การเรยี นรู ้
ตา่ ง ๆ ตาม
ระดบั
คณุ ภาพ ดี
พอใช ้

4.

ข้อเสนอแนะจากครูผู้สอน

ครปู ระภาพร แพงพะเนาว์

ครปู ระภาพร แพงพะเนาว์ มเี อกลักษณ์ในการสอนคอื

จะสอนโดยใหเ้ ด็กมีส่วนรว่ มในกระบวนการคิดมากทีส่ ุด เช่น
โยนโจทย์ปัญหาให้เดก็ ตออบ โดยจะยังไมบ่ อก ส่วนมากจะเปน็
คาถามปลายเปดิ เพือ่ ดูมุมมองของเดก็ แล้วค่อยบอกคาตอบท่ี

ถูก วิธีการเฉพาะน้ี จะทาให้เด็กกลา้ คดิ กล้าทามากข้นึ

กล่าวถึงวิชาพระพทุ ธศาสนา

ครูต้องเป็นผทู้ ี่กระตือรือรน้ อยตู่ ลอดเวลา ติดตามข่าวสารเกย่ี วกับแนว
ขอ้ สอบหรือหลกั ศาสนาทสี่ ัมพันธก์ ับการใชช้ ีวติ ในสงั คมใหท้ นั สมัยอยู่
เสมอ ผสู้ อนตอ้ งศกึ ษาเกีย่ วกบั หลักศาสนาหรือข้อควรรูข้ องคนในสังคม
ใหไ้ ดม้ ากท่สี ดุ เพอ่ื ทจี่ ะมาถ่ายทอดหรือสอนอย่างถูกต้อง เอาไปต่อยอด
ในการทาข้อสอบ และที่สาคญั คอื นักเรยี นสามารถนาเอาไปเป็นแนว

ปฏบิ ัตติ ่อในการใช้ชวี ติ ในสังคมได้



สอนใหเ้ ด็กตระหนกั วา่ วชิ าสงั คมมีความสาคญั อยา่ งไร

เพราะปัจจบุ ันเด็กจะไปโฟกัสตรงท่ีวชิ าท่ใี ชก้ ารคดิ วเิ คราะหม์ ากกว่า เชน่ คณติ วิทย์ จนละเลย
ความสนใจจากวิชาสังคมไป เพราะเด็กเชอื่ ว่าวิชาสงั คมไมม่ ีความสาคญั หรอื ง่าย ไม่อ่านกท็ าได้
และไมม่ คี วามสาคญั ครูประภาพรจงึ ยกตัวอยา่ ง ร่นุ พี่ทส่ี อบวศิ วะ ว่าขอ้ สอบวศิ วะ 100 ขอ้ มี
ขอ้ สอบทั่วไปทเี่ ป็นเน้อื หาในสงั คมอยู่ 30 ข้อ ถา้ ทาสงั คมไม่ได้หรอื ไม่อา่ นมาเลย กอ็ าจจะสอบถงึ
เกณฑ์ 80 ไม่ได้ และบางครง้ั คาตอบท่วี ชิ าคณติ ศาสตรค์ านวณไม่ได้ วิทยาศาสตรพ์ ิสูจนไ์ มไ่ ด้

สังคมอาจใหค้ าตอบได้

5.

สรุป

สิง่ ทไ่ี ด้รบั จาการสงั เกต

สรปุ ส่งิ ที่ไดร้ ับจาการสงั เกต

1. มกี ารใช้ส่อื ที่เหมาะสมกับความรู้ผ้เู รยี น ทาใหผ้ ู้เรยี นเกดิ ความสนใจและตง้ั ใจ
มผี ลทาให้ผู้เรียนมีผลการเรยี นทดี่ ขี ึ้น และเกิดการพัฒนาในทางท่ีดี

2. มีการใชเ้ ทคนคิ การสอน เพอ่ื ดึงดดู ผ้เู รียนใหส้ นใจในเน้ือหาทส่ี อนอยตู่ ลอด
3. มีการจดั สภาพแวดล้อมในหอ้ งเรยี นสอดคลงิ้ กบั การเรยี นการสอน

และการทากจิ กรรมรว่ มกันในชนั้ เรยี น

4. มีเครอื่ งมอื อานวยความสะดวกสาหรับการเรยี นการสอน
5. มีการสรุปผล สะทอ้ น และตงั้ ถามถามผเู้ รียนทุกครั้ง หลงั จากทีท่ าการเรยี นการสอนเสรจ็
6. มีการจัดการเรียนร้ทู เ่ี หมาะสมและสอดคลอ้ งกบั เนื้อหาการเรียนรู้
7. ครูผสู้ อนมคี วามรู้ มปี ระสบการณ์ในการสอนทม่ี าก สามารถรบั มอื กับสถานการณต์ า่ งๆ

ท่เี กิดขึน้ ในหอ้ งเรยี นไดอ้ ย่างดี


Click to View FlipBook Version