๑
ส่วนประกอบของแบบฝึกเสริมทักษะภาษาไทย
เรื่อง การฟัง การดู และการพูด
ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖
แบบฝกึ เสรมิ ทกั ษะการฟัง การดู และการพดู ใชเ้ วลาในการจดั การ
เรยี นรู้.......ชวั่ โมงมีสว่ นประกอบ ดังน้ี
๑. คำช้แี จงเกยี่ วกับแบบฝึกเสริมทกั ษะ
๒. คำแนะนำในการใช้แบบฝึกเสรมิ ทักษะสำหรบั ครู
๓. คำแนะนำในการใช้แบบฝกึ เสรมิ ทักษะสำหรับนักเรยี น
๔. แผนผังขนั้ ตอนการเรียนโดยใช้แบบฝกึ เสริมทักษะ
๕. มาตรฐานการเรยี นรู้ และจดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
๖. แบบทดสอบกอ่ นเรยี นเรื่อง การฟัง การดู และการพดู
๗. การฟัง การดู และการพูด
๘. ใบความรู้ท่ี ๑ การพดู แสดงความรู้ ความเขา้ ใจ
๙. แบบฝึกเสริมทักษะท่ี ๑ เร่อื งการพดู แสดงความรู้ ความเข้าใจ
๑๐. ใบความรทู้ ี่ ๒ การวิเคราะหค์ วามน่าเชื่อถอื จากการฟงั และดู
โฆษณา
๑๑. แบบฝกึ เสรมิ ทกั ษะท่ี ๒ เรือ่ งการวิเคราะหค์ วามน่าเชื่อถอื จาก
การฟังและดูโฆษณา
๑๒.ใบความร้ทู ี่ ๓ การต้ังคำถามและการตอบคำถามเชงิ เหตผุ ล
๑๓.แบบฝกึ เสริมทกั ษะท่ี ๓ เรอื่ งการตัง้ คำถามและการตอบคำถามเชิง
เหตุผล
๑๔. แบบทดสอบหลงั เรียนเรอ่ื ง การฟงั การดู และการพดู
๑๕. เฉลยแบบทดสอบก่อนเรยี นเรอ่ื ง การฟัง การดู และการพดู
๑๖. เฉลยแบบฝกึ เสรมิ ทักษะชุดที่ ๑
๑๗. เฉลยแบบฝึกเสรมิ ทกั ษะชดุ ที่ ๒
๑๘. เฉลยแบบฝึกเสรมิ ทักษะชดุ ท่ี ๓
๑๙. เฉลยแบบทดสอบหลงั เรยี นเร่ือง การฟัง การดู และการพูด
๒๐. แบบบนั ทึกคะแนน
๒
คำชี้แจงเกี่ยวกับแบบฝึกเสริมทักษะ
แบบฝึกเสริมทกั ษะชนดิ ของคำ ชุดที่ ๑ การฟงั การดู และการพูด ชดุ น้ี
จัดทำขึ้นเพื่อใช้ประกอบการจัดการเรียนรู้ รายวิชาภาษาไทย กลุ่มสาระการ
เรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนมีความรู้
ความเข้าใจเรื่องการฟงั การดู และการพูดมากย่ิงข้ึน
ขั้นตอนการดำเนินการจัดแบบฝึกเสริมทักษะ เรื่อง การฟัง การดู
และการพูด
๑. ศึกษาปัญหาและข้อบกพร่องของนักเรียนจากการจัดการเรียนรู้ในปี
การศกึ ษาที่ผ่านมา วิเคราะห์สาเหตุ หาแนวทางการแกป้ ญั หา
๒. ศึกษาเอกสารที่เกี่ยวข้อง เช่น ความหมาย หลักการสร้างแบบฝึกที่ดี
การวัดผลและประเมินผล
๓. กำหนดรูปแบบของแบบฝึกเสริมทักษะ
๔. จัดทำแบบฝึกเสริมทักษะเสนอผู้เชี่ยวชาญ ตรวจสอบความถูกต้อง
เหมาะสม
๖. พฒั นา ปรับปรุง แกไ้ ขใหส้ มบรู ณ์
๗. นำไปใช้จัดการเรยี นรู้
ชุดของแบบฝึกเสริมทักษะ เรื่อง การฟัง การดู และการพูด
แบบฝึกเสริมทักษะมีจำนวนทั้งหมด ๕ ชุด ประกอบด้วยเนื้อหา ๙ เรื่อง
ดังน้ี
ชุดที่ ๑ การอ่าน ชุดที่ ๔ หลักภาษา
ชุดท่ี ๒ การเขยี น ชดุ ท่ี ๕ วรรณคดีและวรรณกรรม
ชุดที่ ๓ การฟงั ดู พูด
ในเลม่ นเ้ี ป็นแบบฝึกเสริมทักษะเรอื่ ง การฟัง การดู และการพูด
ชัน้ ประถมศึกษาปที ี่ ๖ ใชเ้ วลาเรยี น ๔ ชั่วโมง
๓
คำแนะนำการใช้แบบฝึกเสริมทักษะสำหรับครู
เมอื่ ครผู ้สู อนไดน้ ำแบบฝกึ เสรมิ ทกั ษะ เรอื่ ง การฟัง การดู และการพดู
ชุดน้ีไปใช้ในการจัดกจิ กรรมการเรียน การสอน ควรปฏบิ ตั ิ ดงั น้ี
๑. ชุดแบบฝกึ เสริมทกั ษะ เรือ่ ง การฟัง การดู และการพดู
มีจำนวนทงั้ หมด ๓ ชดุ ประกอบดว้ ยเนือ้ หา ๓ เรือ่ ง ดงั น้ี
ชดุ ที่ ๑ การพูดแสดงความรู้ ความเขา้ ใจ
ชุดที่ ๒ การวิเคราะหค์ วามน่าเชื่อถือจากการฟังและ
ดูโฆษณา
ชดุ ท่ี ๓ การต้ังคำถามและการตอบคำถามเชงิ เหตุผล
๒. จัดกจิ กรรมการเรยี นการสอนโดยใช้แบบฝกึ เสรมิ ทกั ษะ เร่อื ง
การฟงั การดู และการพดู ชนั้ ประถมศึกษาปที ี่ ๖ ชุดนคี้ วบคกู่ ับแผน
การจดั การเรียนรู้
๓. ชุดแบบฝึกเสรมิ ทกั ษะ เรือ่ ง การฟงั การดู และการพูด ชดุ น้ี
นักเรียนสามารถเรียนร้ไู ดด้ ว้ ยตนเองตามความสามารถ ซง่ึ ประกอบดว้ ย
คำแนะนำ การใช้ชุดการเรียนรู้ จุดประสงค์ สาระการเรยี นรู้ ใบความรู้
คำอธิบายทมี่ ีตัวอยา่ งประกอบ แบบฝกึ เสริมทักษะ และแบบทดสอบ
๔. นักเรยี นศึกษาหาความรจู้ ากใบความรู้ด้วยความต้งั ใจ
หากทำไมไ่ ด้หรอื สงสยั ใหพ้ ยายามศกึ ษาคำอธบิ ายในความรู้หรือปรึกษาคุณครู
๕. ทำแบบฝึกเสริมทกั ษะตามลำดบั ขนั้ ตอนดว้ ยความซื่อสัตย์
๖. ครูผูส้ อนควรใหค้ ำแนะนำ และใหค้ ำอธบิ ายประกอบ พรอ้ ม
สรุปตามข้นั ตอนของแบบฝกึ เสริมทกั ษะ เรื่อง การฟัง การดู และการพดู
๗. เม่ือศึกษาแบบฝึกเสรมิ ทกั ษะ เร่อื ง การอา่ น จบแลว้ ให้
นกั เรียนทำแบบทดสอบหลังเรียน หากผลคะแนนของนกั เรียนไม่ผ่านเกณฑ์
ท่ีกำหนด ก็ให้นักเรียนมาศึกษาใหม่อกี คร้งั เพื่อความกา้ วหน้าในการเรียนและ
ประสบผลสำเรจ็
๔
คำแนะนำการใช้แบบฝึกเสริมทักษะสำหรับนักเรียน
แบบฝกึ เสรมิ ทกั ษะ เรือ่ ง การฟงั การดู และการพดู ประกอบด้วย
แบบฝกึ ทกั ษะย่อยจำนวน ๓ ชดุ ๑๕ แบบฝกึ เพอ่ื ให้เกิดผลดนี กั เรยี นควร
ปฏิบัติตามข้นั ตอน ดงั นี้
๑. ศกึ ษาคำชีแ้ จง และคำแนะนำการใช้แบบฝึกเสริมทักษะสำหรับ
นกั เรยี นให้เข้าใจ
๒. ทำแบบทดสอบกอ่ นเรียน เรอื่ ง การฟงั การดู และการพูด
เพอ่ื ประเมนิ ความร้เู ดิม
๓. ศึกษาเนอื้ หา การอ่าน ด้วยตนเอง
๔. ทำแบบฝึกเสรมิ ทักษะตามลำดบั ทลี ะแบบฝกึ เสริมทักษะจนครบ
๕. ตรวจคำตอบจากเฉลยทา้ ยเลม่ เพอ่ื ทราบความก้าวหนา้
๖. ทำแบบทดสอบหลงั เรียนเพอื่ ประเมนิ ความรูห้ ลงั การใช้แบบฝกึ
เสรมิ ทักษะ
๗. เปรยี บเทยี บคะแนนก่อนเรียนและหลังเรียนเพอื่ ประเมินพัฒนาการ
การเรียนรู้
๕
แผนผังขั้นตอนการเรียนโดยใช้แบบฝึกเสริมทักษะ
ศึกษาคำชี้แจงการใช้แบบฝึกเสริม
ทักษะสำหรับนักเรียน
แบบทดสอบก่อนเรียน
ศึกษาแบบฝึกเสริมทักษะ ดังนี้
-ใบความรู้
-แบบฝึกหัด
แบบทดสอบ
หลังเรียน
ผ่าน ไม่ผ่าน
ผ่านการประเมิน
๖
มาตรฐานการเรียนรู้ และจุดประสงค์การเรียนรู้
แบบฝึกเสริมทักษะเรื่อง การฟัง การดู และการพูด
ชุดที่ ๑ การการพูดแสดงความรู้ ความเข้าใจ
ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖
สาระที่ ๓ การฟัง การดู และการพูด
มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๓.๑ : สามารถเลอื กฟงั และดอู ย่างมวี ิจารณญาณ
และพดู แสดงความรู้ ความคิด ความรสู้ ึกในโอกาสต่าง ๆ อยา่ งมวี ิจารณญาณ
และสร้างสรรค์
มาตรฐานการเรียนรู้ช่วงชั้น : พดู แสดงความรสู้ ึกความคดิ เกยี่ วกบั เรอื่ งท่ฟี ัง
และดู เลา่ เร่อื งยอ่ หรือสรุปจากเรื่องท่ฟี งั และดู ตง้ั คำถามจากเรอ่ื งท่ีฟัง
และดู รวมทั้งประเมนิ ความนา่ เช่อื ถือจากการฟังและดูโฆษณาอย่างมี
เหตุผล พดู ตามลำดับขนั้ ตอนเรือ่ งตา่ ง ๆ อย่างชดั เจน พูดรายงาน
หรอื ประเด็นคน้ ควา้ จากการฟงั การดู การสนทนา และการโน้มนา้ ว
ไดอ้ ย่างมีเหตุผล รวมทง้ั มีมารยาทในการดแู ละการพูด
จุดประสงค์การเรียนรู้
๑. นักเรยี นสามารถพดู แสดงความรู้ ความเข้าใจจดุ ประสงคข์ องเรอื่ งที่
ฟงั และดู
๒. นกั เรยี นสามารถทำแบบทดสอบหลังเรยี นผา่ นเกณฑท์ ก่ี ำหนด
๓. นักเรยี นสามารถปฏิบตั ิกิจกรรมตามขั้นตอนได้อยา่ งมวี ินัยและมี
ความสุข
๔. นกั เรยี นสามารถรบั ผิดชอบงานทไี่ ดร้ ับมอบหมายใหเ้ สร็จตรงตาม
เวลา
๗
มาตรฐานการเรียนรู้ และจุดประสงค์การเรียนรู้
แบบฝึกเสริมทักษะเรื่อง การฟัง การดู และการพูด
ชุดที่ ๒ การวิเคราะห์ความน่าเชื่อถือจากการฟังและดูโฆษณา
ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖
สาระที่ ๓ การฟัง การดู และการพูด
มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๓.๑ : สามารถเลอื กฟงั และดอู ย่างมีวิจารณญาณ
และพดู แสดงความรู้ ความคดิ ความร้สู ึกในโอกาสตา่ ง ๆ อยา่ งมวี จิ ารณญาณ
และสร้างสรรค์
มาตรฐานการเรียนรู้ช่วงชั้น : พดู แสดงความรู้สกึ ความคิดเกย่ี วกบั เรื่องทฟ่ี งั
และดู เลา่ เร่ืองย่อหรือสรุปจากเร่ืองทีฟ่ งั และดู ต้ังคำถามจากเรื่องท่ีฟงั
และดู รวมท้ังประเมินความนา่ เช่อื ถือจากการฟงั และดโู ฆษณาอย่างมี
เหตผุ ล พูดตามลำดบั ขนั้ ตอนเรื่องต่าง ๆ อย่างชดั เจน พูดรายงาน
หรอื ประเดน็ ค้นควา้ จากการฟัง การดู การสนทนา และการโน้มน้าว
ไดอ้ ยา่ งมเี หตุผล รวมทง้ั มมี ารยาทในการดแู ละการพูด
จุดประสงค์การเรียนรู้
๑. นกั เรียนสามารถต้ังคำถามและตอบคำถามเชงิ เหตุผลจากเรื่องท่ีฟงั
และดูได้
๒. นักเรียนสามารถทำแบบทดสอบหลังเรียนผา่ นเกณฑ์ทก่ี ำหนด
๓. นกั เรียนสามารถปฏิบัตกิ ิจกรรมตามขั้นตอนไดอ้ ยา่ งมีวินยั และมี
ความสุข
๔. นกั เรยี นสามารถรับผิดชอบงานท่ไี ดร้ ับมอบหมายใหเ้ สรจ็ ตรงตาม
เวลา
๘
มาตรฐานการเรียนรู้ แล ะจุดประสงค์การเรียนรู้
แบบฝึกเสริมทักษะเรื่อง การฟัง การดู และการพูด
ชุดที่ ๓ การตั้งคำถามและการตอบคำถามเชิงเหตุผล
ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖
สาระที่ ๓ การฟัง การดู และการพูด
มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๓.๑ : สามารถเลือกฟังและดอู ยา่ งมวี ิจารณญาณ
และพูดแสดงความรู้ ความคดิ ความรสู้ ึกในโอกาสต่าง ๆ อยา่ งมวี จิ ารณญาณ
และสร้างสรรค์
มาตรฐานการเรียนรู้ช่วงชั้น : พูดแสดงความรสู้ กึ ความคิดเก่ียวกับเรื่องท่ฟี งั
และดู เล่าเรอื่ งย่อหรอื สรปุ จากเร่อื งทีฟ่ งั และดู ตงั้ คำถามจากเร่ืองท่ฟี ัง
และดู รวมทัง้ ประเมนิ ความนา่ เชื่อถอื จากการฟังและดโู ฆษณาอยา่ งมี
เหตุผล พดู ตามลำดบั ขั้นตอนเร่อื งตา่ ง ๆ อยา่ งชัดเจน พูดรายงาน
หรอื ประเด็นค้นคว้าจากการฟัง การดู การสนทนา และการโนม้ นา้ ว
ได้อย่างมีเหตุผล รวมทง้ั มีมารยาทในการดแู ละการพดู
จุดประสงค์การเรียนรู้
๑. นกั เรียนสามารถวเิ คราะห์ความนา่ เชอื่ ถือจากการฟังและดูสือ่
โฆษณาอย่างมีเหตุ
๒. นักเรยี นสามารถทำแบบทดสอบหลงั เรียนผ่านเกณฑ์ทีก่ ำหนด
๓. นกั เรียนสามารถปฏิบัติกจิ กรรมตามข้นั ตอนไดอ้ ย่างมวี นิ ยั และมี
ความสุข
๔. นักเรยี นสามารถรบั ผิดชอบงานทไ่ี ด้รบั มอบหมายให้เสรจ็ ตรงตาม
เวลา
๙
แบบทดสอบก่อนเรียน
เรื่อง การฟัง การดู และการพูด
คำชี้แจง ๑.แบบทดสอบชดุ นเ้ี ปน็ แบบปรนัยชนดิ เลือกตอบ ๔ ตัวเลอื ก
จำนวน๑๐ ข้อ
๒. ใช้เวลาในการทำแบบทดสอบ ๑๐ นาที
คำสง่ั ให้นักเรียนเลอื กคำตอบทีถ่ ูกที่สดุ เพยี งคำตอบเดียว
แล้วทำเครื่องหมาย (x) ลงในกระดาษคำตอบทีค่ รูแจกให้
๑. การพูดมีกี่ประเภท
ก. ๒ ประเภท ข. ๓ ประเภท
ค. ๔ ประเภท ง. ๕ ประเภท
๒. ข้อใดไม่จัดเป็นการพูดอย่างเป็นทางการ
ก. การพดู บรรยาย
ข. การพดู ในทชี่ ุมชนตามโอกาสตา่ ง ๆ
ค. การแลกเปล่ยี นความคดิ ในหมู่เพ่ือน
ง. การพูดหนา้ เสาธง
๓. คำพูดหรือภาษาอันเป็นเครื่องเชื่อมโยงความคิด จัดอยู่ในองค์ประกอบ
ใดของการพูด
ก. สื่อ ค. การรับสอื่
ข. การส่อื ง. เครือ่ งมือสอ่ื ความหมาย
๔. บุคคลในข้อใดจัดเป็นผู้ใช้ภาษาที่ดี
ก. ปราบพูดคำหยาบกบั เพอื่ นสนิท
ข. แบมพดู กับคณุ ครดู ้วยถอ้ ยคำสภุ าพ
ค. ฟักพูดจาวกไปวนมา
ง. เฟิร์นพูดจายยี วนให้แกม้ โมโห
๕. หากขึ้นต้นคำถามด้วยคำว่า “ใคร” คำตอบควรเป็นอย่างไร
ก. ชอ่ื สถานท่ี ค. ชือ่ บุคคล
ข. เวลา ง. ส่งิ ของ
๑๐
๖. ประเภทของคำถามมีกี่ประเภท ตามข้อใด
ก. ๒ ประเภท ได้แก่ คำถามระดับส้นั และ คำถามระดับยาว
ข. ๒ ประเภท ไดแ้ ก่ คำถามระดับตำ่ และ คำถามระดับสงู
ค. ๓ ประเภท ได้แก่ คำคามระดับส้นั คำถามระดับกลาง
และคำถามระดบั ยาว
ง. ๓ ประเภท ได้แก่ คำถามระดับต่ำ คำถามระดับกลาง
และคำถามระดับสงู
๗. ข้อใดไม่อยู่ในแนวทางการตั้งคำถามเชิงเหตุผล
ก. สาระสำคัญของเรอื่ งคอื อะไร
ข. เร่ืองที่อา่ นมีจุดประสงค์อยา่ งไร
ค. ใชค้ ำถามทำไม อะไร หรือ เพราะเหตใุ ด
ง. ต้งั คำถามกำกวมเข้าใจยาก
๘. จากโฆษณา “ปลาร้าบารมีอร่อยดี แซ่บนัว ไม่ง้อเครื่องปรุง” ข้อใดไม่
เกี่ยวข้องกับเนื้อหาโฆษณา
ก. บารมีเปน็ ชอื่ ของเจ้าคนขาย
ข. ปลาร้ามีรสชาติแซบ่ นัว
ค. ปลารา้ ไมง่ ้อเคร่อื งปรงุ
ง. บารมีเป็นชื่อยห่ี ้อปลาร้า
๙. การเขียนหรือพูดโฆษณา มีจุดประสงค์เพื่ออะไร
ก. เพ่อื โออ้ วด
ข. เพ่ือความบนั เทงิ
ค. เพือ่ ความสามัคคี
ง. เพอ่ื จูงใจใหก้ ระทำตาม
๑๐. การรับชมโฆษณาควรพิจารณาข้อใดเป็นสำคัญ
ก. ความแปลกใหม่ของโฆษณา
ข. ความดงั ของพรีเซนเตอร์
ค. ความน่าเชอ่ื ถอื ได้ของคำโฆษณา
ง. ความใหมข่ องผลิตภัณฑ์
๑๑
กระดาษคำตอบแบบทดสอบก่อนเรียน
ชื่อ-สกุล .................................................ชั้น................เลขที่..............
ขอ้ ก ข ค ง
๑
๒
๓
๔
๕
๖
๗
๘
๙
๑๐
รวม
เกณฑ์การให้คะแนนคะแนนเต็ม ๑๐ คะแนน
เลือกคำตอบได้ถูกต้อง ขอ้ ละ ๑ คะแนน
เลือกคำตอบผดิ ขอ้ ละ ๐ คะแนน
๑๒
ใบความรู้เรื่อง การพูดแสดงความรู้
ความเข้าใจจากเรื่องที่ฟังและดู
ความหมายของการพูด
การพูดเป็นการสื่อสารความหมายอย่างหนึ่งโดยใช้น้ำเสียง ภาษา กิริยา
ท่าทาง เพื่อถ่ายทอดความในใจไปให้ผู้ฟังรู้หรือเข้าใจความต้องการหรือ
ความรู้สึกนึกคดิ ของตนเพราะการพูดเปน็ ทกั ษะ
การส่งออกตามหลักของภาษาศิลป์
ประเภทของการพูด
๑. การพูดอย่างไม่เป็นทางการ เช่น การพูดคุยกับญาติพี่น้องใน
ชวี ิตประจำวัน การแลกเปล่ียนความคดิ ในหมเู่ พื่อน
๒. การพูดอย่างเป็นทางการ เช่น การอภิปราย การบรรยาย การพูด
สนุ ทรพจน์ ฯลฯ เปน็ การพดู ทช่ี มุ ชนตามโอกาสต่าง ๆ ตามแบบแผน
องค์ประกอบของการพูด
การพูดเป็นการสื่อสารชนิดหนึ่ง ซึ่งมีกระบวนการประกอบด้วย
องคป์ ระกอบที่สำคญั ดงั ต่อไปน้ี
๑. สื่อ (ผู้พูดหรือผู้ส่งสาร) ซึ่งแสดงออกด้วยวาจา ท่าทาง
ให้ผฟู้ งั ได้รบั ทราบความรู้สกึ นึกคิดและความตอ้ งการของตน
๒. การสื่อ (สื่อที่พูดหรือสาร) คือ เนื้อหาที่พูดตามความคิดเห็น
ของส่ือ หรือผสู้ ่งสาร
๓. การรับสื่อ (ผู้ฟังหรือผู้รับสาร) การสื่อความหมายโดยการพูด
นั้น สื่อกับผู้รับสื่อจะเผชิญหน้ากันอยู่ การสื่อความหมายโดยผู้รับสารและผู้ส่ง
สารเผชิญหน้ากันเป็นการสื่อความหมายที่ได้ผลดีกว่าวิธีอื่นเพราะผู้พูดอาจ
แสดงกริยาท่าทางประกอบซึ่งจะช่วยให้เข้าใจได้ดียิ่งขึ้นและผู้ฟังยังมีโอกาส
ซักถามได้
๑๓
๔. เครื่องมือสื่อความหมาย คือ คำพูดหรือภาษาอันเป็นเครื่อง
โยงความคิด
๕. ผลที่เกิดขึน้ ตามความมุ่งหมายนนั้ ๆ ได้แก่
๕.๑ เพ่อื ให้ความรู้
๕.๒ เพื่อแสดงความคิดเห็น
๕.๓ เพื่อบอกกล่าว เชน่ รายงานวิจยั
๕.๔ เพื่อจูงใจให้กระทำหรือเว้นการกระทำ หรือเปลี่ยน
แนวความคิดบางอยา่ ง
๕.๕ เพ่ือยกย่องชมเชย
๕.๖ เพื่อแก้ไขปัญหา เช่น การอภิปรายเพื่อหาข้อยุติใน
ปญั หาต่าง ๆ
๕.๗ เพื่อความบนั เทิง
ความสำคัญของการพูด
การพูดเป็นการสื่อสารที่มีความสำคัญ และเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวัน
มากที่สุด เพราะคำพูดเป็นเครื่องมือสื่อความคิดที่รวดเร็ว แพร่หลายได้ผล
อย่างยิ่ง นอกจาก จะพูดในโอกาสทั่วไปในชีวิตประจำวันแล้วยังมีโอกาสอื่น ๆ
ที่ต้องพูดอย่างเป็นทางการหรือพูดเชิงวิชาการ ซึ่งเป็นการเผยแพร่หรือถ่ายทอด
ความรแู้ ละความคดิ เห็นทน่ี ับว่าสำคัญ
คุณสมบัติของผู้พูดที่ดี
๑. มีแนวคิดที่ดี ก่อนจะพูดเรื่องใดก็ตามผู้พูดจะต้องไตร่ตรองว่าเรื่องที่
จะพูดมีสาระสำคัญที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ฟังอย่างไร และต้องเข้าใจความคิดของ
ตัวเองอย่างแจ่มแจ้ง เพื่อที่จะแสดงให้ปรากฏแก่ผู้ฟัง โดยชัดเจนได้ การพูดไป
เรื่อย ๆ หรือการพูดวกวนโดยไม่มีแนวคิดที่เป็นแก่นสาร ย่อมทำลายทั้งเวลา
ของผูพ้ ูดและผู้ฟงั โดยไรป้ ระโยชน์
๒. มีจุดประสงค์ การพูดควรมีจุดประสงค์ที่แน่นอน วางจุดประสงค์ให้
ชัดเจน ว่าต้องการให้ผู้ฟังรับประโยชน์อะไรบ้าง เพื่อที่จากกำหนดเนื้อหาและ
วิธีการให้สอดคล้องกัน ผู้พูดที่ไม่สนใจจุดประสงค์มักจะพูดออกนอกทางจนเป็น
ท่นี า่ เบ่ือหนา่ ยแกผ่ ฟู้ ัง
๑๔
๓. มีโครงเรื่อง การวางโครงเรื่องช่วยให้สามารถพูดได้ตรงจุดประสงค์ท่ี
ต้องการ ไม่วกวนหรือออกนอกประเด็น การพูดทุกครั้งต้องมีการวางโครงเรื่อง
ให้เป็นไปตามแนวเรื่องที่ต้องการ ให้มีความคิดหลากหลายความคิดรอง
ตลอดจนส่วนประกอบให้ชัดเจน การวางโครงเรื่องจะทำให้พูดง่าย ไม่สับสน
หรือความคดิ ขาดตอน
๔. ใช้ภาษาทด่ี ี ผู้พูดตอ้ งรูจ้ ักเลอื กใช้ภาษาที่ดี
๔.๑ ใช้ภาษาให้ภาษาให้ถูกต้อง ผู้พูดจะต้องรู้จักเลือกใช้ถ้อยคำ
คำศัพท์ สำนวน ตลอดจนรูปแบบประโยคต่าง ๆ ให้ถูกต้องตามหลักภาษาไทย
เมื่อผู้ฟังได้ฟังแล้วกส็ ามารถเขา้ ใจแนวคิดหรือเจตนารมณข์ องผู้พดู ได้แจม่ แจ้ง
๔.๒ ใช้ภาษาเหมาะสม ผู้พูดจะต้องรู้จักใช้คำพูดหรือถ้อยคำให้
เหมาะสมกับผู้ฟังซึ่งมีอยู่หลายประเภทด้วยกัน โดยจะต้องพยายามเลือกใช้
ภาษาท่ีสภุ าพและไพเราะให้เหมาะสมแก่โอกาส บรรยากาศ และกาลเทศะ
๕. มีความรู้ดี ผู้พูดควรมีความรู้ในเรื่องที่พูดอย่างดี นอกจากความรู้ใน
เรื่องที่พูดแล้ว ยังต้องมีความรู้รอบตัวดี เพื่อใช้ประกอบการพูดให้มีหลักฐาน
และน่าเช่ือถือ
๖. มีความจำดี ผู้พูดจะต้องมีความสามารถในการจดจำเหตุการณ์
ต่าง ๆ ได้ดี เช่น การพูดที่ต้องการยกตัวอย่างเพื่อให้เข้าใจชัดเจนนั้น ผู้พูด
จะต้องจดจำเหตุการณ์ที่เป็นตัวอย่างต่าง ๆ ได้และพูดแสดงออกเพื่อเป็นการ
ยนื ยันคำพดู ของตนเองใหห้ นักแนน่
๗. มีความกล้า ความกล้าทำให้ผู้พูดเกิดความเชื่อมั่นเพราะถ้าไม่มีความ
เชื่อมั่นในตนเองแล้วผู้พูดอาจเกิดความวิตกกังวลและทำให้การพูดนั้นมีความ
ผิดพลาด
๘. พูดชัดเจน ผู้พูดต้องพูดไม่เร็วหรือช้าเกินไป ไม่พูดขาดห่วง แต่ควร
พูดให้ชัดเจน พูดถ้อยคำที่สุภาพไม่เป็นแบบสองแง่สองมุมและไม่ควรติเตียนผู้ฟัง
เป็นอันขาด
๙. มีบุคลิกลักษณะดี ได้แก่ ท่าทางเดิน ยืน นั่ง และอิริยาบทอื่น ๆ ท่ี
เป็นสง่า และสุภาพ
๑๐. มีหน้าตายิ้มแย้มแจ่มใส ผู้พูดต้องแสดงให้เห็นว่าตนปรารถนาที่จะ
พดู สนใจผูฟ้ งั จบั ตาดหู ฟู ังใหท้ ่ัวพูดดว้ ยใบหนา้ ทย่ี ิ้มแย้มแจ่มใส
๑๑. แต่งกายดี พูดตั้งแต่งกายสุภาพเรียบร้อย ถูกกาลเทศะ ไม่แต่งกาย
สะดดุ ตาจนผฟู้ ังสนใจการแตง่ กายของผ้พู ูดมากกวา่ สนใจเร่ืองท่พี ดู
๑๒. มีการแสดงท่าทางประกอบคำพูด การแสดงท่าทางประกอบคำพูด
หรือการใช้ภาษาท่าทางน้ี ควรแสดงแตพ่ องาม เพื่อใหค้ ำพดู นัน้ มนี ำ้ หนกั
๑๕
การพูดแสดงความรู้ ความเข้าใจ
การพูดเพื่อแสดงความรู้ความเข้าใจ เป็นลักษณะการพูดที่ผู้พูดจะนำเสนอ
ความรู้ ความคดิ เรอ่ื งราวตา่ ง ๆ ซงึ่ เกิดจากความร้คู วามคดิ ของผพู้ ูด
หลักการพูดแสดงความรู้ ความเข้าใจจากเรื่องที่ฟังและดู
๑. ฟงั หรอื ดเู ร่อื งนั้น ๆ โดยตลอดไปตงั้ แตต่ น้ จนจบ
๒. จับประเด็นสำคัญของเรื่องโดยใช้หลักในการตั้งคำถามว่า ใคร
ทำอะไร ท่ไี หน เม่ือไหร่ อยา่ งไร ผลเปน็ อยา่ งไร
๓. หาข้อคิดจากเรื่องที่ฟังและดู พิจารณาสถานการณ์ขณะฟังหรือดู
เพือ่ วิเคราะหจ์ ดุ ประสงคข์ องเรอ่ื ง
๔. นำข้อมูลที่ได้มาเรียบเรียงให้สั้น กะทัดรัด ได้ใจความถูกต้องตาม
เนื้อหา
๕. พดู โดยลำดบั เนือ้ หาใหต้ อ่ เน่ือง ไมว่ กวน ถอ้ ยคำกะทัดรดั เพอ่ื ให้ผู้ฟัง
เขา้ ใจเรอ่ื งได้งา่ ย
๖. ถา้ เปน็ การฟงั ดกู ารบรรยายหรืออภิปราย ควรจดสาระสำคัญไว้
๑๖
แบบฝึกหัดเสริมทักษะที่ ๑
คำชี้แจง ใหน้ ักเรยี นตอบคำถามต่อไปน้ีให้ถูกต้อง
๑. ความหมายของการพดู
.........................................................................................................
.........................................................................................................
.........................................................................................................
.........................................................................................................
.........................................................................................................
.........................................................................................................
๒. ประเภทของการพูดมีก่ีประเภท ประกอบดว้ ยอะไรบ้าง
.........................................................................................................
.........................................................................................................
.........................................................................................................
.........................................................................................................
.........................................................................................................
.........................................................................................................
๓. การพดู มีความสำคัญอย่างไร
.........................................................................................................
.........................................................................................................
.........................................................................................................
.........................................................................................................
.........................................................................................................
.........................................................................................................
.........................................................................................................
๑๗
แบบฝึกหัดเสริมทักษะที่ ๒
คำชี้แจง ใหน้ ักเรียนพูดแสดงความรู้ ความเข้าใจและตอบคำถามจากการฟงั
บทความต่อไปนี้ (ครูอา่ นบทความใหฟ้ งั )
บทความเร่ือง ปลาร้า
“ปลาร้า” เป็นอาหารและเครื่องปรุงรสที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง ทั้ง
โปรตีน แคลเซียม ฟอสฟอรัส และวิตามินเอ โดยไม่ต้องพะวงกับเชื้อโรคใน
ปลาร้า เพราะนักโภชนาการเชื่อว่า เกลือในปริมาณที่พอเหมาะมา พอจะทำให้
ยับยั้งการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ที่ทำให้อาหารบูดเน่าได้ ดังนั้นถ้าปลาร้าที่
ทำจากปลาที่ล้างสะอาด สด ใช้เกลือสินเธาว์และภาชนะบรรจุที่เหมาะสมจะทำ
ให้ได้ปลาร้าที่มีคุณภาพดี จากการศึกษาวิจัยยังพบอีกว่าปลาร้าที่หมักนานกว่า
สามเดือนขึ้นไป พยาธิใบไม้ตับ จะตายหมดไม่สามารถติดต่อมายังคนได้ไม่ว่า
จะรับประทานปลาร้าดิบหรือสุกก็ตาม สำหรับเมนูยอดนิยมที่ชาวอีสานมักใช้
ปลาร้าในการปรุงมีหลากหลาย อาทิ ส้มตำ แกงอ่อม ลาบ ก้อย ปลาร้าสับ
แจ่วบอง นำ้ พริกปลาร้า ซปุ
แกงลาว เปน็ ตน้
ทมี่ า : OpenRice Thailand//ทำไมคนอีสานต้องทาน...ปลารา้ //สืบค้นเมอื่ 20 มกราคม 2564 จาก
https://th.openrice.com/th/bangkok/article/ทำไมคนอีสานตอ้ งทาน-ปลาร้า-a1066
๑. จากบทความเรือ่ ง มีจดุ มุ่งหมายวา่ อยา่ งไร
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
๑๘
แบบฝึกหัดเสริมทักษะที่ ๓
คำชี้แจง ให้นักเรียนพดู แสดงความรู้ ความเข้าใจและตอบคำถามจากการฟัง
บทความตอ่ ไปน้ี (ครอู ่านบทความใหฟ้ ัง)
บทความเรือ่ ง ภูมิปัญญา ปลาสม้
“ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว” เป็นคำกล่าวถึงความอุดมสมบูรณ์ของ
ประเทศไทยในอดีต ด้วยวิถีชีวิตของคนไทยเรามีความผูกพันอย่างลึกซึ้งและ
แน่นแฟ้นกับแม่น้ำลำคลอง อาหารการกินอย่างปลาน้ำจืดจะหากินได้ไม่ยาก
และหาได้ง่ายตามแม่น้ำลำคลอง เพียงแค่มีอุปกรณ์ในการจับปลา อย่าง เบ็ด
แห อวน ลงมือลงแรงซักหน่อย ก็จะได้ปลาสดๆ เช่น ปลาช่อน ปลาขี้ขม ปลา
กระดี่ ปลาหมอ ปลาโสด ปลาซิว ปลาตะเพียน ปลาฉลาด ปลานิล หรือปลา
อื่นๆ มาปรุงเป็นอาหารได้แล้ว วันไหนจับปลาได้มา ก็จะแบ่งปันให้ญาติพี่น้อง
หรือเพื่อนบ้านได้กินกันอย่างทั่วถึงตามนิสัยโอบอ้อมอารีของคนในสมัยก่อน
สำหรับส่วนที่เหลือก็จะเอาไปหมักเกลือทำเป็นปลาร้า ปลาส้ม ปลาเปรี้ยว หรือ
ตากแดดย่างรมควัน แล้วแต่ความเหมาะสม ปลาส้ม การแปรรูปอาหารจาก
ปลาชนิดหนึ่งของคนอีสาน เป็นการสืบทอดภูมิปัญญาท้องถิ่นในการถนอม
อาหารจากปลา เมื่อปลาที่หามาได้มีจำนวนมากก็ต้องหาวธิ ีการแปรรูป เพื่อจะ
ได้เก็บไว้กินนานๆ โดยเอาปลามาหมักกับเกลือ และข้าวสวย ซึ่งไม่น่าเชื่อว่าจะ
ได้เมนูอร่อยๆ ท่ีเรารจู้ ักและเรียกกันวา่ ปลาส้ม ปลาเปรีย้ ว สม้ ปลา น่ันเอง
ทมี่ า : มตชิ นกรุ๊ป//ครัวชาวบ้าน//สบื ค้นเม่อื 20 มกราคม 2564 จาก
http://info.matichon.co.th/techno/techno.php?srctag=05120010959&srcday=&search=no
๑. จากบทความเร่อื ง มจี ดุ มุ่งหมายว่าอยา่ งไร
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
๑๙
แบบฝึกหัดเสริมทักษะที่ ๔
คำชี้แจง ให้นกั เรียนพดู แสดงความรู้ ความเขา้ ใจและตอบคำถามจากการฟงั
บทความตอ่ ไปนี้ (ครูอ่านบทความใหฟ้ ัง)
บทความเร่ือง ไข่มดแดง
ยำไข่มดแดง เมนูที่ทำง่าย แต่คนในเมืองอาจหาไข่มดแดงได้ยาก
สักหน่อย แต่ปัจจุบันนี้มีการเลี้ยงเพื่อทำเป็นธุรกิจจริง ๆ จังๆ ทำขายทั้งใน
ประเทศและต่างประเทศ จริง ๆ แล้ว ไข่มดแดงที่เราเห็นและกินกัน
คือ มดแดงระยะตัวอ่อน (larva stage) ที่มีสีขาวขุ่น โดยส่วนหัวมี
ลกั ษณะแหลม ส่วนทา้ ยมีลกั ษณะปา้ น
ทางการแพทย์ระบุว่าเมนูไข่มดแดงนั้น เป็นอาหารที่มีคุณค่า
ทางโภชนาการเพราะมีโปรตีนสูง ไขมันและแคลอรี่น้อย แต่จะต้องปรุง
ใหส้ ุกกอ่ นเพอื่ ความปลอดภัยแกท่ ้องของเรา
ที่มา : มูลนิธสิ ืบนาคะเสถยี ร//ไข่มดแดง//สืบคน้ เม่อื 20 มกราคม 2564 จาก
https://www.seub.or.th/bloging/เกร็ดความร/ู้ ไข่มดแดง
๑. จากบทความเร่อื ง มจี ดุ มุง่ หมายวา่ อย่างไร
.........................................................................................................
.........................................................................................................
.........................................................................................................
.........................................................................................................
.........................................................................................................
.........................................................................................................
.........................................................................................................
๒๐
แบบฝึกหัดเสริมทักษะที่ ๕
คำชี้แจง ใหน้ ักเรยี นพดู แสดงความรู้ ความเขา้ ใจและตอบคำถามจากดูภาพ
ต่อไปน้ี (ครูอา่ นบทความให้ฟัง)
๑. จากภาพมคี วามเกีย่ วขอ้ งกบั ภมู ิปัญญาทอ้ งถ่ินอีสาน ดา้ นอาหารอยา่ งไร
.........................................................................................................
.........................................................................................................
.........................................................................................................
.........................................................................................................
.........................................................................................................
.........................................................................................................
๒๑
ใบความรู้ที่ ๒ การตั้งคำถามและการตอบคำถามเชิงเหตุผล
ความหมายของการตั้งคำถาม
คำถาม คือ ขอ้ ความซ่ึงผูพ้ ูดถามเพื่อหาข้อเทจ็ จริงความรตู้ ลอดจน
ขอ้ คิดเหน็ ตา่ ง ๆ ผู้ตอบ
การตั้งคำถามและการตอบคำถาม
การอา่ นหรือการฟงั แตล่ ะครัง้ นกั เรยี นควรฝกึ ตั้งคำถามและตอบ
คำถาม ซ่ึงในการถามควรใช้ประโยคที่ผ้ตู อบสามารถตอบคำถามได้ ในประโยค
คำถามจะมคี ำท่ีแสดงการถามอยตู่ น้ หรอื ท้ายประโยคกไ็ ด้ คำถามจะบอก
เจตนาของผู้ถามวา่ ต้องการคำตอบอยา่ งไร โดยคำตอบท่ีตอ้ งการ มีดังนี้
๑. ใคร ต้องการคำตอบเปน็ ช่ือบุคคล
๒. อะไร ตอ้ งการคำตอบเป็น สิง่ ของหรอื เหตุการณท์ เ่ี กดิ ขนึ้
๓. ที่ไหน ต้องการคำตอบเปน็ ชื่อสถานท่ี
๔. อย่างไร ตอ้ งการคำตอบเปน็ ความเปน็ ไปของเหตุการณ์
๕. เหตุใด ต้องการคำตอบเป็น เหตผุ ล
๖. เมื่อไหร่ ต้องการคำตอบเป็น เวลา
๗. หรือ/หรือไม่ ตอ้ งการคำตอบเป็น คำตอบรับหรือปฏเิ สธ
การตั้งคำถามเชิงเหตุผล
การตั้งคำถามเชิงเหตุผล เป็นวธิ ีการหนงึ่ ทที่ ำให้สามารถจบั ประเด็นสำคญั ของ
เรื่อง จดุ ประสงคข์ องเรื่องวเิ คราะหค์ วามนา่ เชื่อถือ นำความรไู้ ปใช้ได้
แนวทางการตั้งคำถามเชิงเหตุผล
๑. สาระสำคญั ของเรือ่ งคืออะไร
๒. เร่อื งท่ีอา่ นมีจดุ ประสงค์อย่างไร
๓. ใช้คำถามทำไม อะไร หรือ เพราะเหตใุ ด
๔. เร่ืองราวมเี หตุผลเพยี งพอทจ่ี ะเชื่อถอื หรือไม่ โดยพจิ ารณาจาก
ขอ้ เทจ็ จริงและขอ้ คิดเหน็ ทีป่ รากฏในเรือ่ ง
๕. ขอ้ คิดเห็นหรือความรูม้ ปี ระโยชน์ควรปฏบิ ตั ติ ามหรอื ไม่และสามารถ
นำไปใชไ้ ด้อย่างไร
๒๒
แบบฝึกหัดเสริมทักษะที่ ๖
คำชี้แจง ในนกั เรียนทำแบบฝึกหัดเสริมทักษะต่อไปนใี้ หถ้ กู ตอ้ ง
๑. ใหน้ กั เรยี นลากเส้นจบั ค่ลู กั ษณะของคำถามและเจตนาของผู้ถามใหถ้ กู ต้อง
๑. .......ใคร เวลา
๒. .......อะไร สงิ่ ของหรอื เหตุการณท์ ่ีเกดิ ขนึ้
๓. .......ทไ่ี หน ช่อื บุคคล
๔. .......อยา่ งไร เหตผุ ล
๕. .......เหตใุ ด คำตอบรบั หรอื ปฏเิ สธ
๖. .......เมือ่ ไหร่ ความเปน็ ไปของเหตุการณ์
๗. .......หรือ/หรือไม่ ชอ่ื สถานที่
๑. ความหมายของการต้ังคำถามเชิงเหตผุ ล
.........................................................................................................
.........................................................................................................
.........................................................................................................
.........................................................................................................
.........................................................................................................
.........................................................................................................
.........................................................................................................
.........................................................................................................
.........................................................................................................
๒๓
แบบฝึกหัดเสริมทักษะที่ ๗
คำชี้แจง ในนักเรียนตัง้ คำถามและตอบคำถามเชงิ เหตุผลจำนวน ๒ ขอ้
จากบทความตอ่ ไปน้ี
บทความเร่อื ง ขนมเทยี น
“ขนมเทียน” มีชื่อเรียกแตกต่างกันในแต่ละท้องถิ่น แต่ชื่อหลัก
และนิยมใช้จะเป็นขนมเทียน ส่วนชื่อที่มักเรียกต่าง ได้แก่ “ขนมจ๊อก”
ทางภาคเหนือ ส่วนทางภาคกลางเรียก “ขนมนมสาว” และภาคอีสาน
เรียก “ขนมหมก” ทั้งนี้ ขนมเทียนจะมีวิธีทำคล้ายกับขนมเข่งที่ชาวจีนไว้
ไหว้เจ้าแต่จะแตกต่างกันที่การห่อ โดยขนมเทียนจะห่อทับด้วยใบตองเป็น
รูปสามเหลี่ยม แต่ขนมเข่งจะห่อใบตองเป็นเข่งแล้วค่อยเทน้ำแป้งลงก่อน
นำไปนึ่ง
ขนมชนิดนี้มักนิยมทำในภาคอีสานเช่นกัน โดยเฉพาะงานบุญอุทิศกุศล
ให้แก่คนตาย และงานวันออกพรรษาซึ่งมีลักษณะเดียวกับขนมเทียนซ่ึง
ชาวอสี านเรียกว่า ขนมหมก ซึง่ จะห่อด้วยใบตองเปน็ รปู สามเหลย่ี ม เนือ้ ขนมทำ
จากแปง้ ขา้ วเหนยี ว ยัดไสด้ ว้ ยเครื่องผสมของทั้งไส้เคม็ และไสห้ วาน
ที่มา : Puechkaset//ขนมเทียน และวิธีทำขนมเทียน//สบื คน้ เม่อื 20 มกราคม 2564
จาก https://puechkaset.com
๑. คำถาม : ................................................................................
คำตอบ : ..................................................................................
..................................................................................
..................................................................................
๒. คำถาม : ................................................................................
คำตอบ : ...................................................................................
...................................................................................
...................................................................................
๒๔
แบบฝึกหัดเสริมทักษะที่ ๘
คำชี้แจง ในนกั เรียนตั้งคำถามและตอบคำถามเชิงเหตผุ ลจำนวน ๒ ขอ้
จากบทความตอ่ ไปนี้
บทความเรื่อง อาหารอีสาน
หากจะกล่าวถึงอาหารการกินของคนอีสาน หลายคนคงรู้จักคุ้นเคยและ
ได้ลิ้มชิมรสกันมาบ้างแล้ว ชาวอีสานมีวิถีการดำเนินชีวิตที่เรียบง่ายเช่นเดียวกับ
การที่รับประทานอาหารอย่างง่าย ๆ มักจะรับประทานได้ ทุกอย่าง เพื่อการ
ดำรงชีวิตอยู่ให้สอดคล้องกับธรรมชาติของ ภาคอีสาน ชาวอีสานจึง
รู้จักแสวงหาสิ่งต่าง ๆ ที่สามารถรับประทานได้ในท้องถิ่นมาดัดแปลงเป็น
อาหารรับประทาน อาหารอีสานเป็นอาหารที่มีความแตกต่างจากอาหารของ
ภาคอื่น ๆ และเข้ากับวิถีการดำเนินชีวิตที่เรียบง่ายของชาวอีสาน อาหารของ
ชาวอีสานในแต่ละมื้อจะเป็น อาหารง่าย ๆ เพียง ๒-๓ จาน ซึ่งทุกมื้อ
จะต้องมีผักเป็นส่วนประกอบหลักพวกเนื้อส่วนใหญ่จะเป็นเนื้อปลาหรือเนื้อวัว
เนอ้ื ควาย
ที่มา : นุชบา จิตรกัญญา...อาหารพื้นบ้านภาคตะวันออกเฉียงเหนือ..สืบคน้ เมอ่ื ๒๐ มกราคม ๒๕๖๔.
จากhttps://sites.google.com/site/xaharpracachatithiy/xahar-phun-ban-xisan
๑. คำถาม : ................................................................................
คำตอบ : ...................................................................................
...................................................................................
...................................................................................
๓. คำถาม : ................................................................................
คำตอบ : ...................................................................................
...................................................................................
...................................................................................
๒๕
แบบฝึกหัดเสริมทักษะที่ ๙
คำชี้แจง ในนักเรียนตงั้ คำถามและตอบคำถามเชงิ เหตุผลจำนวน ๒ ข้อ
จากภาพต่อไปน้ี
ที่มา : MADAKOB(๒๕๖๒)...ได้หาบเมื่อ!! "แหย่ไข่มดแดงกับพ่อกับแม่" ไปภูไกล
ป้าดๆๆ วันนี้ได้เยอะกว่าทุกครั้ง..สบื ค้นเมือ่ ๒๐ มกราคม ๒๕๖๔.
จาก https://www.youtube.com/watch?app=desktop&v=YgKvQ2xm8Y8
๑. คำถาม : ................................................................................
คำตอบ : ...................................................................................
...................................................................................
...................................................................................
๒. คำถาม : ................................................................................
คำตอบ : ...................................................................................
...................................................................................
...................................................................................
๒๖
แบบฝึกหัดเสริมทักษะที่ ๑๐
คำชี้แจง ในนักเรยี นต้ังคำถามและตอบคำถามเชิงเหตุผลจำนวน ๒ ข้อ
จากภาพต่อไปนี้
ที่มา : กินพงุ กางแจ...แจกสูตรแหนมหมู สูตรเด็ด(ใส่หูหมู)อร่อย ทำง่าย สะอาดถูกใจ.
สบื คน้ เม่อื ๒๐ มกราคม ๒๕๖๔. จาก https://www.kinpungkang.com
๑. คำถาม : ................................................................................
คำตอบ : ...................................................................................
...................................................................................
...................................................................................
๒. คำถาม : ................................................................................
คำตอบ : ...................................................................................
...................................................................................
...................................................................................
๒๗
ใบความรู้ที่ ๓ การวิเคราะห์ความน่าเชื่อถือ
จากการฟังและดูสื่อโฆษณา
ความหมายของโฆษณา
การเขยี นหรือพูดโฆษณา คอื การจงู ใจใหก้ ระทำตามความต้องการของ
ผโู้ ฆษณา ด้วยวธิ กี ารเลอื กใชถ้ อ้ ยคำทดี่ งึ ดดู ความสนใจ การใช้ภาพ ใชร้ ปู แบบ
การนำเสนอแปลกใหม่ พยายามให้ผู้อ่าน ผู้ดหู รอื ผฟู้ งั เห็นประโยชน์ของส่งิ ที่
โฆษณา การโฆษณาส่วนใหญใ่ ช้ในการขายสนิ ค้า พบได้จากสิ่งพมิ พ์ โทรทัศน์
วทิ ยุ
การพิจารณาข้อเท็จจริงและวิเคราะห์ความน่าเชื่อถือจากโฆษณา
การฟงั การดู หรืออ่านโฆษณา ควรพิจารณาขอ้ เท็จจริง ความนา่ เชอ่ื ถือได้
ของคำโฆษณา และหากเป็นไปไดค้ วรทดลองตรวจสอบสินคา้ ก่อนซ้ือทุกคร้งั
เพอ่ื จะได้สินค้าท่ีมีคุณภาพ เช่น
“ปลาร้าบารมีอร่อยดี แซ่บนัว ไม่ง้อเครื่องปรุง”
คำโฆษณา พิจารณาข้อเท็จจริง
ปรารา้ บารอี ร่อยดี - อร่อยจรงิ หรือไม่
- ดีจรงิ หรือไม่
แซบ่ นัว - แซบ่ นัวจริงหรอื ไม่
ไมง่ อ้ เครอ่ื งปรงุ - เป็นไปไดย้ ากท่จี ะใสแ่ คป่ ลารา้ โดยท่ีไมใ่ ส่ปรงุ
- การใส่ปลาร้าอาจจะลดการใส่เคร่อื งปรุงได้
ตัดสินใจ : ถ้าตดั สนิ ใจซอ้ื ปลาร้าบารมีไมส่ ามารถไมใ่ ส่เคร่ืองปรุงได้
เป็นไปได้เพียงลดการใส่เครอื่ งปรงุ เทา่ นั้น
๒๘
แบบฝึกหัดเสริมทักษะที่ ๑๑
คำชี้แจง ให้นักเรยี นตอบคำถามตอ่ ไปนี้ใหถ้ กู ต้อง
๑. ความหมายของโฆษณา
.........................................................................................................
.........................................................................................................
.........................................................................................................
.........................................................................................................
.........................................................................................................
.........................................................................................................
.........................................................................................................
.........................................................................................................
.........................................................................................................
๒๙
แบบฝึกหัดเสริมทักษะที่ ๑๒
คำชี้แจง ให้นกั เรียนพิจารณาข้อเท็จจริงของโฆษณาและตดั สินใจวา่ ควรซอ้ื
ผลติ ภัณฑ์ในโฆษณานน้ั หรอื ไม่ เพราะเหตุใด
๑. ลูกอมเยน็ จา๋ อมดี เย็นสดชน่ื ทัง้ วนั พจิ ารณาขอ้ เทจ็
คำโฆษณา
ตดั สนิ ใจ :
๒. ไข่มดแดงบรรจุกระปอ๋ ง เกบ็ ได้นาน ทานตอนไหนก็ได้
คำโฆษณา พิจารณาขอ้ เท็จ
ตดั สินใจ :
๓. ปลารา้ บองสมุนไพร สุกถกู หลกั อนามัย ถูกใจคนทาน
คำโฆษณา พจิ ารณาข้อเท็จ
ตัดสนิ ใจ :
๓๐
แบบฝึกหัดเสริมทักษะที่ ๑๓
คำชี้แจง ให้นกั เรยี นดูภาพจากโฆษณาแลว้ ตอบคำถามใหถ้ ูกต้อง
ที่มา : เกษตรก้าวหนา้ และ เพจศนู ยค์ วามรทู้ างการเกษตร...
เลี้ยงไข่มดแดงแบบคอนโด มีเท่าไหร่ก็ไม่พอขาย..สืบคน้ เม่ือ ๒๐ มกราคม ๒๕๖๔.
จาก http://www.tdaily.us/13445-20190130.html
๑. ข้อความโฆษณาในภาพนเี้ ชือ่ ถือได้หรือไม่ เพราะเหตใุ ด
.........................................................................................................
.........................................................................................................
.........................................................................................................
๒. เขยี นขอ้ เทจ็ จริงจากขอ้ ความโฆษณาในภาพ
.........................................................................................................
.........................................................................................................
.........................................................................................................
๓. เขียนขอ้ คดิ เห็นจากข้อความโฆษณาในภาพ
.........................................................................................................
.........................................................................................................
.........................................................................................................
.........................................................................................................
๓๑
แบบฝึกหัดเสริมทักษะที่ ๑๔
คำชี้แจง ใหน้ กั เรยี นดภู าพจากโฆษณาแล้วตอบคำถามใหถ้ กู ต้อง
ที่มา : เส้นทางเศรษฐีออนไลน์(๒๕๖๐)...โรงหมักปลาร้าเจ้าดังสระบุรี
ขายส่งมา ๓๐ ปี ปัจจุบันมีสต๊อกกว่า ๓๐๐ โอ่ง ล่าสุดยกระดับ-พาสเจอไรซ์
เตรียมส่งออกยุโรป-อเมริกา. สบื ค้นเม่ือ ๒๐ มกราคม ๒๕๖๔. จาก
https://www.sentangsedtee.com/exclusive/article_58681
๑. ข้อความโฆษณาในภาพนีเ้ ช่ือถอื ไดห้ รอื ไม่ เพราะเหตใุ ด
.........................................................................................................
.........................................................................................................
.........................................................................................................
๒. เขยี นข้อเทจ็ จรงิ จากขอ้ ความโฆษณาในภาพ
.........................................................................................................
.........................................................................................................
.........................................................................................................
๓. เขียนข้อคิดเห็นจากขอ้ ความโฆษณาในภาพ
.........................................................................................................
.........................................................................................................
.........................................................................................................
.........................................................................................................
.........................................................................................................
๓๒
แบบฝึกหัดเสริมทักษะที่ ๑๕
คำชี้แจง ใหน้ ักเรยี นดภู าพจากโฆษณาแลว้ ตอบคำถามให้ถูกต้อง
ที่มา : โรงงานปลาร้าครนู งค.์ ..โรงงานปลาร้าครูนงค์ ผลิตและจำหน่ายปลาร้าปรุง
สุกบรรจุขวด รับผลิตแบรนด์ปลาร้า..สืบคน้ เมอ่ื ๒๐ มกราคม ๒๕๖๔.
จาก http://www.xn--l3cbmcbic8cedpg0myabw6trf2b.com/aboutus
๑. ขอ้ ความโฆษณาในภาพน้เี ชือ่ ถือไดห้ รอื ไม่ เพราะเหตใุ ด
.........................................................................................................
.........................................................................................................
.........................................................................................................
๒. เขียนข้อเทจ็ จรงิ จากข้อความโฆษณาในภาพ
.........................................................................................................
.........................................................................................................
.........................................................................................................
๓. เขียนข้อคดิ เห็นจากขอ้ ความโฆษณาในภาพ
.........................................................................................................
.........................................................................................................
.........................................................................................................
.........................................................................................................
.........................................................................................................
.........................................................................................................
๓๓
แบบทดสอบหลังเรียน
เรื่อง การฟัง การดู และการพูด
คำช้ีแจง ๑.แบบทดสอบชุดนเี้ ปน็ แบบปรนัยชนิดเลอื กตอบ ๔ ตวั เลือก
จำนวน๑๐ ข้อ
๒. ใช้เวลาในการทำแบบทดสอบ ๑๐ นาที
คำสง่ั ให้นกั เรยี นเลือกคำตอบทถี่ กู ทสี่ ุดเพยี งคำตอบเดียว
แล้วทำเครื่องหมาย (x) ลงในกระดาษคำตอบทีค่ รแู จกให้
๑. การพูดมีกี่ประเภท
ก. ๒ ประเภท ข. ๓ ประเภท
ค. ๔ ประเภท ง. ๕ ประเภท
๒. ข้อใดไม่จัดเป็นการพูดอย่างเป็นทางการ
ก. การพูดบรรยาย
ข. การพดู ในท่ชี ุมชนตามโอกาสตา่ ง ๆ
ค. การแลกเปลยี่ นความคดิ ในหมูเ่ พ่อื น
ง. การพดู หน้าเสาธง
๓. คำพูดหรือภาษาอันเป็นเครื่องเชื่อมโยงความคิด จัดอยู่ในองค์ประกอบ
ใดของการพูด
ก. สือ่ ค. การรับสื่อ
ข. การสื่อ ง. เคร่ืองมอื สอื่ ความหมาย
๔. บุคคลในข้อใดจัดเป็นผู้ใช้ภาษาที่ดี
ก. ปราบพดู คำหยาบกบั เพื่อนสนิท
ข. แบมพดู กบั คณุ ครดู ว้ ยถอ้ ยคำสุภาพ
ค. ฟกั พดู จาวกไปวนมา
ง. เฟิร์นพดู จายียวนให้แก้มโมโห
๕. หากขึ้นต้นคำถามด้วยคำว่า “ใคร” คำตอบควรเป็นอย่างไร
ก. ชือ่ สถานท่ี ค. ช่ือบุคคล
ข. เวลา ง. ส่ิงของ
๓๔
๖. ประเภทของคำถามมีกี่ประเภท ตามข้อใด
ก. ๒ ประเภท ได้แก่ คำถามระดับส้นั และ คำถามระดับยาว
ข. ๒ ประเภท ไดแ้ ก่ คำถามระดับตำ่ และ คำถามระดับสงู
ค. ๓ ประเภท ได้แก่ คำคามระดับส้นั คำถามระดับกลาง
และคำถามระดบั ยาว
ง. ๓ ประเภท ได้แก่ คำถามระดับต่ำ คำถามระดบั กลาง
และคำถามระดับสงู
๗. ข้อใดไม่อยู่ในแนวทางการตั้งคำถามเชิงเหตุผล
ก. สาระสำคัญของเรอื่ งคอื อะไร
ข. เร่ืองที่อา่ นมีจุดประสงค์อยา่ งไร
ค. ใชค้ ำถามทำไม อะไร หรือ เพราะเหตุใด
ง. ต้งั คำถามกำกวมเข้าใจยาก
๘. จากโฆษณา “ปลาร้าบารมีอร่อยดี แซ่บนัว ไม่ง้อเครื่องปรุง” ข้อใดไม่
เกี่ยวข้องกับเนื้อหาโฆษณา
ก. บารมีเปน็ ชอื่ ของเจ้าคนขาย
ข. ปลาร้ามีรสชาติแซบ่ นัว
ค. ปลารา้ ไมง่ ้อเคร่อื งปรงุ
ง. บารมีเป็นชื่อยห่ี ้อปลาร้า
๙. การเขียนหรือพูดโฆษณา มีจุดประสงค์เพื่ออะไร
ก. เพ่อื โออ้ วด
ข. เพ่ือความบนั เทงิ
ค. เพือ่ ความสามัคคี
ง. เพอ่ื จูงใจใหก้ ระทำตาม
๑๐. การรับชมโฆษณาควรพิจารณาข้อใดเป็นสำคัญ
ก. ความแปลกใหม่ของโฆษณา
ข. ความดงั ของพรีเซนเตอร์
ค. ความน่าเชอ่ื ถอื ได้ของคำโฆษณา
ง. ความใหมข่ องผลิตภัณฑ์
๓๕
กระดาษคำตอบแบบทดสอบหลังเรียน
ชื่อ-สกุล .................................................ชั้น................เลขที่..............
ขอ้ ก ข ค ง
๑
๒
๓
๔
๕
๖
๗
๘
๙
๑๐
รวม
เกณฑ์การให้คะแนนคะแนนเต็ม ๑๐ คะแนน
เลือกคำตอบไดถ้ ูกตอ้ ง ขอ้ ละ ๑ คะแนน
เลอื กคำตอบผิด ข้อละ ๐ คะแนน
๓๖
เฉลยแบบทดสอบก่อน-หลังเรียน
ข้อ ก ขค ง
๑X X X
๒
๓ X X
๔ X X
๕
๖ X
๗
๘X X
๙
๑๐
รวม
เกณฑ์การให้คะแนน คะแนนเต็ม ๑๐ คะแนน
เลือกคำตอบได้ถูกต้อง ขอ้ ละ ๑ คะแนน
เลอื กคำตอบผิด ข้อละ ๐ คะแนน
เกณฑ์การประเมินผล ๙-๑๐ ระดบั คะแนน
เกณฑ์การประเมิน ๗-๘
๕-๖
ดมี าก ๐-๔
ดี
พอใช้
ปรบั ปรงุ
๓๗
เฉลยแบบฝึกหัดเสริมทักษะที่ ๑
คำชี้แจง ใหน้ กั เรียนตอบคำถามต่อไปนใ้ี ห้ถกู ต้อง
๑. ความหมายของการพดู (๓ คะแนน)
การพูดเปน็ การสื่อสารความหมายอยา่ งหนง่ึ โดยใชน้ ำ้ เสียง ภาษา กริ ิยา
ท่าทาง เพ่ือถ่ายทอดความในใจไปให้ผู้ฟงั รู้หรอื เขา้ ใจความตอ้ งการหรอื
ความรสู้ กึ นกึ คิดของตนเพราะการพดู เปน็ ทักษะการสง่ ออกตาม หลกั ของภาษา
ศิลป์
๒. ประเภทของการพดู มีกีป่ ระเภท ประกอบดว้ ยอะไรบา้ ง (๓ คแนน)
มี ๒ ประเภท ได้แก่
๑. การพูดอย่างไมเ่ ปน็ ทางการ เชน่ การพดู คุยกบั ญาตพิ ี่นอ้ งใน
ชีวติ ประจำวนั
การแลกเปลย่ี นความคิดในหมู่เพ่อื น
๒. การพดู อยา่ งเปน็ ทางการ เช่น การอภปิ ราย การบรรยาย
การพูดสนุ ทรพจน์ ฯลฯ
เปน็ การพูดท่ีชุมชนตามโอกาสต่างๆตามแบบแผน
๓. การพูดมีความสำคัญอยา่ งไร (๔ คะแนน)
การพูดเปน็ การส่อื สารท่ีมคี วามสำคญั และเก่ยี วขอ้ งกบั ชวี ิตประจำวัน
มากทีส่ ดุ เพราะคำพูดเป็นเครื่องมือส่ือความคิดท่รี วดเร็ว แพร่หลายไดผ้ ล
อยา่ งยง่ิ นอกจาก จะพดู ในโอกาสทั่วไปในชีวิตประจำวันแลว้ ยงั มีโอกาสอ่ืน ๆ
ทีต่ อ้ งพูดอย่างเปน็ ทางการหรือพดู เชงิ วิชาการ ซึง่ เปน็ การเผยแพร่หรอื ถ่ายทอด
ความรแู้ ละความคดิ เห็นท่ีนับวา่ สำคัญ
เกณฑ์การให้คะแนน คะแนนเต็ม ๑๐ คะแนน
คำตอบถกู ต้องและครบถว้ น ๑๐ คะแนน
คำตอบถกู ตอ้ งแตไ่ มค่ รบถ้วน ๗ คะแนน
คำตอบถูกต้องบางสว่ น ๕ คะแนน
คำตอบไมต่ อ้ ง ๐ คะแนน
๓๘
เฉลยแบบฝึกหัดเสริมทักษะที่ ๒
คำชี้แจง ใหน้ กั เรียนพูดแสดงความรู้ ความเขา้ ใจและตอบคำถามจากการฟงั
บทความตอ่ ไปน้ี (ครูอ่านบทความให้ฟัง)
บทความเรื่อง ปลาร้า
“ปลาร้า” เป็นอาหารและเครื่องปรุงรสที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง ท้ัง
โปรตีน แคลเซียม ฟอสฟอรัส และวิตามินเอ โดยไม่ต้องพะวงกับเชื้อโรคใน
ปลาร้า เพราะนักโภชนาการเช่ือว่า เกลือในปริมาณที่พอเหมาะมา พอจะทำให้
ยับยั้งการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ที่ทำให้อาหารบูดเน่าได้ ดังนั้นถ้าปลาร้าที่
ทำจากปลาที่ล้างสะอาด สด ใช้เกลือสินเธาว์และภาชนะบรรจุที่เหมาะสมจะทำ
ให้ได้ปลาร้าที่มีคุณภาพดี จากการศึกษาวิจัยยังพบอีกว่าปลาร้าที่หมักนานกว่า
สามเดือนขึ้นไป พยาธิใบไม้ตับ จะตายหมดไม่สามารถติดต่อมายังคนได้ไม่ว่า
จะรับประทานปลาร้าดิบหรือสุกก็ตาม สำหรับเมนูยอดนิยมที่ชาวอีสานมักใช้
ปลาร้าในการปรุงมีหลากหลาย อาทิ ส้มตำ แกงอ่อม ลาบ ก้อย ปลาร้าสับ
แจว่ บอง นำ้ พริกปลาร้า ซปุ
แกงลาว เป็นต้น
ท่ีมา : OpenRice Thailand//ทำไมคนอสี านต้องทาน...ปลาร้า//สืบค้นเมอื่ 20 มกราคม 2564 จาก
https://th.openrice.com/th/bangkok/article/ทำไมคนอสี านตอ้ งทาน-ปลาร้า-a1066
๑. จากบทความเรือ่ ง มีจดุ มุ่งหมายว่าอย่างไร
มีจุดมุ่งหมายให้ผูฟ้ งั ได้ทราบถึงข้อดขี องปลารา้ ทีท่ ำจากวิธีทเี่ หมาะสมจะมีความ
ปลอดภยั ใหค้ ุณค่าทางโภชนาการสูง และเมนูอาหารท่หี ลากหลายอีกด้วย
(แนวคำตอบ)
เกณฑ์การให้คะแนน คะแนนเต็ม ๑๐ คะแนน
คำตอบถกู ต้องครอบคลมุ ๑๐ คะแนน
คำตอบถูกต้องแตไ่ มค่ รบถว้ น ๗ คะแนน
คำตอบถูกต้องบางส่วน ๕ คะแนน
คำตอบไมต่ ้อง ๐ คะแนน
๓๙
เฉลยแบบฝึกหัดเสริมทักษะที่ ๓
คำชี้แจง ให้นกั เรียนพดู แสดงความรู้ ความเขา้ ใจและตอบคำถามจากการฟัง
บทความตอ่ ไปน้ี (ครอู ่านบทความให้ฟงั )
บทความเรื่อง ภูมิปัญญา ปลาส้ม
“ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว” เป็นคำกล่าวถึงความอุดมสมบูรณ์ของ
ประเทศไทยในอดีต ด้วยวิถีชีวิตของคนไทยเรามีความผูกพันอย่างลึกซึ้งและ
แน่นแฟ้นกับแม่น้ำลำคลอง อาหารการกินอย่างปลาน้ำจืดจะหากินได้ ไม่ยาก
และหาได้ง่ายตามแม่น้ำลำคลอง เพียงแค่มีอุปกรณ์ในการจับปลา อย่าง เบ็ด
แห อวน ลงมือลงแรงซักหน่อย ก็จะได้ปลาสดๆ เช่น ปลาช่อน ปลาขี้ขม
ปลากระดี่ ปลาหมอ ปลาโสด ปลาซิว ปลาตะเพียน ปลาฉลาด ปลานิล หรือ
ปลาอื่นๆ มาปรุงเป็นอาหารได้แล้ว วันไหนจับปลาได้มาก ก็จะแบ่งปันให้ญาติ
พี่น้อง หรือเพื่อนบ้านได้กินกันอย่างทั่วถึงตามนิสัยโอบอ้อมอารีของคนใน
สมัยก่อน สำหรับส่วนที่เหลือก็จะเอาไปหมักเกลือทำเป็นปลาร้า ปลาส้ม
ปลาเปรี้ยว หรือตากแดดย่างรมควัน แล้วแต่ความเหมาะสม ปลาส้ม การแปร
รูปอาหารจากปลาชนิดหนึ่งของคนอีสาน เป็นการสืบทอดภูมิปัญญาท้องถิ่นใน
การถนอมอาหารจากปลา เมื่อปลาที่หามาได้มีจำนวนมากก็ต้องหาวิธีการแปร
รูป เพื่อจะได้เก็บไว้กินนานๆ โดยเอาปลามาหมักกับเกลือ และข้าวสวย ซึ่งไม่
น่าเชื่อว่าจะได้เมนูอร่อยๆ ที่เรารู้จักและเรียกกันว่า ปลาส้ม ปลาเปรี้ยว
ส้มปลา นัน่ เอง
ท่ีมา : มติชนกรปุ๊ //ครัวชาวบ้าน//สืบค้นเมอื่ 20 มกราคม 2564 จาก
http://info.matichon.co.th/techno/techno.php?srctag=05120010959&srcday=&search=no
๑. จากบทความเรื่อง มจี ุดมงุ่ หมายว่าอยา่ งไร
แสดงให้เหน็ ถงึ วถิ ชี ีวติ ความเป็นอยู่ วฒั นธรรมการกิน ของคนอสี านท่ี
สามารถหา วัตถุดบิ จากธรรมชาติธรรมมาประกอบอาหารและแปรรปู เพ่ือ
เกบ็ ไว้ทานได้นานยิง่ ข้ึน คอื นำปลาทีห่ าได้หลากหลายชนิดมาแปรรูปเป็น
ปลาสม้ (แนวคำตอบ)
เกณฑ์การให้คะแนน คะแนนเต็ม ๑๐ คะแนน
คำตอบถกู ต้องและครบถว้ น ๑๐ คะแนน
คำตอบถกู ตอ้ งแตไ่ มค่ รบถว้ น ๗ คะแนน
คำตอบถูกต้องบางสว่ น ๕ คะแนน
คำตอบไม่ต้อง ๐ คะแนน
๔๐
เฉลยแบบฝึกหัดเสริมทักษะที่ ๔
คำชี้แจง ใหน้ ักเรียนพดู แสดงความรู้ ความเขา้ ใจและตอบคำถามจากการฟงั
บทความต่อไปน้ี (ครูอา่ นบทความใหฟ้ ัง)
บทความเรอ่ื ง ไขม่ ดแดง
ยำไข่มดแดง เมนูที่ทำง่าย แต่คนในเมืองอาจหาไข่มดแดงได้ยาก
สักหน่อย แต่ปัจจุบันนี้มีการเลี้ยงเพื่อทำเป็นธุรกิจจริง ๆ จังๆ ทำขายทั้งใน
ประเทศและต่างประเทศ จริง ๆ แล้ว ไข่มดแดงที่เราเห็นและกินกัน
คือ มดแดงระยะตัวอ่อน (larva stage) ที่มีสีขาวขุ่น โดยส่วนหัวมี
ลักษณะแหลม สว่ นท้ายมีลกั ษณะปา้ น
ทางการแพทย์ระบุว่าเมนูไข่มดแดงนั้น เป็นอาหารที่มีคุณค่า
ทางโภชนาการเพราะมีโปรตีนสูง ไขมันและแคลอรี่น้อย แต่จะต้องปรุง
ให้สกุ กอ่ นเพื่อความปลอดภยั แก่ทอ้ งของเรา
ท่มี า : มลู นิธิสบื นาคะเสถียร//ไข่มดแดง//สบื คน้ เมือ่ ๒๐ มกราคม ๒๕๖๔ จาก
https://www.seub.or.th/bloging/เกรด็ ความร้/ู ไขม่ ดแดง
๑. จากบทความเร่ือง มีจดุ มงุ่ หมายวา่ อยา่ งไร
เพอ่ื ตอ้ งการใหผ้ ฟู้ ังทราบวา่ เมนยู ำไข่มดแดงนำมดแดงระยะใดมาประกอบ
อาหาร และใหผ้ ู้ฟังไดท้ ราบถงึ คุณค่าทางโภชนาการของไขม่ ดแดง(แนว
คำตอบ)
เกณฑ์การให้คะแนน คะแนนเต็ม ๑๐ คะแนน
คำตอบถกู ต้องและครบถ้วน ๑๐ คะแนน
คำตอบถูกต้องแต่ไม่ครบถว้ น ๗ คะแนน
คำตอบถกู ต้องบางสว่ น ๕ คะแนน
คำตอบไมต่ อ้ ง ๐ คะแนน
๔๑
เฉลยแบบฝึกหัดเสริมทักษะที่ ๕
คำชี้แจง ใหน้ ักเรียนพดู แสดงความรู้ ความเขา้ ใจและตอบคำถามจากดภู าพ
ตอ่ ไปน้ี (ครอู า่ นบทความให้ฟงั )
๑. จากภาพมีความเกีย่ วข้องกับภมู ปิ ญั ญาทอ้ งถน่ิ อสี าน ดา้ นอาหารอยา่ งไร
แสดงให้เหน็ วา่ คนอสี านนยิ มใช้มือรบั ประทานอาหารแทนการใช้ช้อนส้อม และ
นยิ มรบั ประทานอาหารพร้อมหนา้ กันในครอบครวั
เกณฑ์การให้คะแนน คะแนนเต็ม ๑๐ คะแนน
คำตอบถูกตอ้ งและครบถว้ น ๑๐ คะแนน
คำตอบถกู ตอ้ งแตไ่ มค่ รบถ้วน ๗ คะแนน
คำตอบถกู ต้องบางส่วน ๕ คะแนน
คำตอบไม่ตอ้ ง ๐ คะแนน
๔๒
เฉลยแบบฝึกหัดเสริมทักษะที่ ๖
คำชี้แจง ในนกั เรียนทำแบบฝกึ หดั เสริมทักษะตอ่ ไปน้ใี ห้ถกู ตอ้ ง
๑. ให้นักเรยี นจบั คู่ลกั ษณะของคำถามและเจตนาของผถู้ ามใหถ้ ูกต้อง
๑. ค ใคร ก. เวลา
๒. ข อะไร ข. สิ่งของหรอื เหตกุ ารณท์ ี่เกดิ ขึ้น
๓. ช ที่ไหน ค. ชอื่ บุคคล
๔. ฉ อยา่ งไร ง. เหตุผล
๕. ง เหตใุ ด จ. คำตอบรบั หรือปฏิเสธ
๖. ก เมอื่ ไหร่ ฉ. ความเปน็ ไปของเหตุการณ์
๗. จ หรือ/หรอื ไม่ ช. ชือ่ สถานที่
๒. ความหมายของการตั้งคำถามเชงิ เหตผุ ล
การต้ังคำถามเชิงเหตผุ ล เป็นวิธกี ารหนึง่ ที่ทำใหส้ ามารถจับประเด็น
สำคัญของเรอื่ ง จดุ ประสงคข์ องเรือ่ งวเิ คราะห์ความนา่ เชือ่ ถอื นำความรู้ไป
ใช้ได้
เกณฑ์การให้คะแนน คะแนนเต็ม ๑๐ คะแนน
คำตอบถกู ต้องและครบถว้ น ๑๐ คะแนน
คำตอบถูกตอ้ งแต่ไมค่ รบถว้ น ๗ คะแนน
คำตอบถูกต้องบางส่วน ๕ คะแนน
คำตอบไมต่ ้อง ๐ คะแนน
๔๓
เฉลยแบบฝึกหัดเสริมทักษะที่ ๗
คำชี้แจง ในนักเรียนต้งั คำถามและตอบคำถามเชงิ เหตผุ ลจำนวน ๒ ขอ้
จากบทความตอ่ ไปนี้
บทความเรื่อง ขนมเทียน
“ขนมเทียน” มีชื่อเรียกแตกต่างกันในแต่ละท้องถิ่น แต่ชื่อหลัก
และนิยมใช้จะเป็นขนมเทียน ส่วนชื่อที่มักเรียกต่าง ได้แก่ “ขนมจ๊อก”
ทางภาคเหนือ ส่วนทางภาคกลางเรียก “ขนมนมสาว” และภาคอีสาน
เรียก “ขนมหมก” ทั้งนี้ ขนมเทียนจะมีวิธีทำคล้ายกับขนมเข่งที่ชาวจีนไว้
ไหว้เจ้าแต่จะแตกต่างกันที่การห่อ โดยขนมเทียนจะห่อทับด้วยใบตองเป็น
รูปสามเหลี่ยม แต่ขนมเข่งจะห่อใบตองเป็นเข่งแล้วค่อยเทน้ำแป้งลง
ก่อนนำไปนึง่
ขนมชนิดนี้มักนิยมทำในภาคอีสานเช่นกัน โดยเฉพาะงานบุญ
อุทิศกุศลให้แก่คนตาย และงานวันออกพรรษาซึ่งมีลักษณะเดียวกับ
ขนมเทียนซึ่งชาวอีสานเรียกว่า “ขนมหมก” ซึ่งจะห่อด้วยใบตองเป็น
รูปสามเหลี่ยม เนื้อขนมทำจากแป้งข้าวเหนียว ยัดไส้ด้วยเครื่องผสมของทั้งไส้
เค็ม และไสห้ วาน
ทม่ี า : Puechkaset//ขนมเทียน และวิธีทำขนมเทยี น//สืบค้นเมอื่ 20 มกราคม 2564 จาก
https://puechkaset.com
๑. คำถาม : ขนมเทียนมชี ือ่ เรียกทางภาคอีสานว่าอยา่ งไร
คำตอบ : ขนมหมก
๒. คำถาม : ในภาคอีสานนิยมใช้ขนมเทียนในโอกาสใด
คำตอบ : งานบุญอุทศิ สว่ นกศุ ลใหค้ นตาย และงานวันออกพรรษา
เกณฑ์การให้คะแนน คะแนนเต็ม ๑๐ คะแนน
คำตอบถูกต้องและครบถว้ น ๑๐ คะแนน
คำตอบถกู ต้องแตไ่ ม่ครบถ้วน ๗ คะแนน
คำตอบถกู ต้องบางส่วน ๕ คะแนน
คำตอบไม่ต้อง ๐ คะแนน
๔๔
เฉลยแบบฝึกหัดเสริมทักษะที่ ๘
คำชี้แจง ในนกั เรยี นต้ังคำถามและตอบคำถามเชิงเหตผุ ลจำนวน ๒ ข้อ จาก
บทความต่อไปน้ี
บทความเรื่อง อาหารพื้นบ้านภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
สภาพภูมิศาสตร์ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือหรือภาคอีสานมีผลต่อ
อาหารการกินของคนท้องถิ่นอย่างมาก เนื่องจากพื้นที่บางแห่งแห้งแล้ง
วัตถุดิบที่นำมาประกอบอาหารซึ่งหาได้ตามธรรมชาติส่วนใหญ่ ได้แก่ ปลา
แมลงบางชนิด พืชผักต่าง ๆ การนำวิธีการถนอมอาหารมาใช้เพื่อรักษาอาหาร
ไวก้ นิ นาน ๆ จงึ เปน็ สว่ นสำคัญในการดำรงชพี ของคนอสี าน
ชาวอีสานจะมีข้าวเหนียวนึ่งเป็นอาหารหลักเช่นเดียวกับภาคเหนือ
เน้ือสัตวท์ ี่นำมาปรุงอาหาร ไดแ้ ก่ สตั วท์ ี่หามาได้ เชน่ กบ เขยี ด แย้ แมลงต่าง
ๆ ที่มาของรสชาติอาหารอีสาน เช่น รสเค็มได้จากปลาร้า รสเผ็ดได้จากพริก
สดและพรกิ แห้ง รสเปรย้ี วได้จากมะกอก สม้ มะขาม และมดแดง
ในอดีตคนอีสานนิยมหมักปลาร้าไว้กินเองเพราะมีปลาอุดมสมบูรณ์
ประกอบกับเป็นแหล่ง เกลือสินเธาว์ ทำให้การทำปลาร้าเป็นที่แพร่หลายมาก
จากปลาร้าพื้นบ้านอีสานได้มีการพัฒนา ทง้ั วธิ กี ารทำและรสชาติ จนกลายเปน็
ตำรับปลารา้ ท่สี ง่ ขายตา่ งประเทศในปจั จุบัน
ท่ีมา : นชุ บา จิตรกญั ญา...อาหารพื้นบ้านภาคตะวันออกเฉียงเหนือ..สบื คน้ เมื่อ ๒๐ มกราคม ๒๕๖๔.
จากhttps://sites.google.com/site/xaharpracachatithiy/xahar-phun-ban-xisan
๑. คำถาม : อาหารหลักของชาวอสี านคอื อะไร
คำตอบ : ข้าวเหนยี ว
๒. คำถาม : เพราะเหตุใดคนอีสานในอดตี จงึ นยิ มหมักปลารา้ ไวก้ ินเอง
คำตอบ : เพราะมปี ลาอุดมสมบูรณ์ และเปน็ แหล่งเกลอื สนิ เธาว์
เกณฑ์การให้คะแนน คะแนนเต็ม ๑๐ คะแนน
คำตอบถกู ต้องและครบถว้ น ๑๐ คะแนน
คำตอบถกู ต้องแตไ่ ม่ครบถ้วน ๗ คะแนน
คำตอบถกู ต้องบางสว่ น ๕ คะแนน
คำตอบไม่ต้อง ๐ คะแนน
๔๕
เฉลยแบบฝึกหัดเสริมทักษะที่ ๙
คำชี้แจง ในนักเรียนต้ังคำถามและตอบคำถามเชิงเหตผุ ลจำนวน ๒ ขอ้
จากภาพต่อไปนี้
ที่มา : MADAKOB(๒๕๖๒)...ได้หาบเมื่อ!! "แหย่ไข่มดแดงกับพ่อกับแม่" ไปภูไกล
ป้าดๆๆ วันนี้ได้เยอะกว่าทุกครั้ง..สืบคน้ เมอ่ื ๒๐ มกราคม ๒๕๖๔. จาก
https://www.youtube.com/watch?app=desktop&v=YgKvQ2xm8Y8
๑. คำถาม : เพราะเหตใุ ดชาวอสี านจึงนำไข่มดแดงมาเปน็ วัตถุดิบในการ
ทำอาหาร
คำตอบ : เพราะสภาพภมู ปิ ระเทศแหง้ แลง้ จงึ หาอาหารไดย้ าก
๒. คำถาม : ไขม่ ดแดงสามารถนำมาประกอบอาหารชนดิ ใดได้บา้ ง
คำตอบ : กอ้ ยไข่มดแดง แกงออ่ ม เป็นต้น
เกณฑ์การให้คะแนน คะแนนเต็ม ๑๐ คะแนน
คำตอบถกู ตอ้ งและครบถ้วน ๑๐ คะแนน
คำตอบถูกต้องแต่ไมค่ รบถว้ น ๗ คะแนน
คำตอบถกู ตอ้ งบางสว่ น ๕ คะแนน
คำตอบไม่ตอ้ ง ๐ คะแนน