The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by yanyongc2011, 2021-08-18 02:25:49

ปั่นไปเที่ยวไปตามใจฝัน 3rd edition

51










เราไม่ได้คยกันมากนักเพราะต่างต้องออกเดนทางทันท และต้องขเปนแถวเรยงเดยว แต่ด้วยรอยยิ้ม



ี่
เราก็น่าจะเปนมตรกันได้ ผมบอกกว้างให้พยายามเกาะกล่มไปให้ทัน เพราะพวกเขามสัมภาระน้อย ขได้

คล่องกว่าเราทขนของไปเต็มพกัด















ไอ้เรองขไล่กันเหมอนกับตอนแข่งเสอภเขานั้น ผมชอบนักแล มันช่วยกระตุ้นให้เราขสนกยิ่งข้น







ผมทดสอบฝเท้ากับฝร่งไม่รสัญชาตอยู่พักใหญ่ ก็พอรว่าคงหนเราไม่พ้น เพราะในกล่มเขามคนท ี ่








ฝเท้าอ่อนปนอยู่ด้วย เขาจงต้องหยุดรอกันเปนระยะๆ และถ้าป่นเรวเกินไป อาจหลงกล่มได้









ป่นไปด้วยกันไม่นานผมก็รว่านักป่นกล่มน้มาจาก กรงปราก สาธารณรฐเชค มาป่นเทยวกัน มหน่ม











คนหนงรจักเมองไทยด บอกว่าต้นปหน้าจะพาแฟนมาเทยวกรงเทพ และภเก็ต เวลาผมตอบค าถามว่ามาจาก














ทไหน ส่วนมากเขาจะรจักบ้านเราด (ทั้งทางบวกและทางลบ) ประเทศไทยไม่ใช่สถานทลกลับอกต่อไป



แล้ว











เช้าน้อากาศด อากาศดของผมหมายถง มแดด ไม่มฝน แต่ผมยังต้องสวมเส้อสชั้นอยู่ด ลมแรงเปน


ช่วงๆ แต่พัดไล่หลังเรา จงกลายเปนด เส้นทางวันน้หลากหลาย ต่างกับเมอวานทส่วนมากเปนทางตรงๆ











เรยบๆ บางคร้งผมก็จ าไม่ได้ว่าผ่านเมองอะไรมาบ้าง แต่ตอนน้ผมเร่มจับเค้าได้บ้างแล้ว จะดปายเฉพาะ






ชอเมองส าคัญๆ เปนหลัก ไม่ต้องจอดดแผนทและโพยทเตรยมมาให้เสยเวลา ปายบอกทางเขาก็มมากมาย

















เหมอนกับว่าคนท าทางได้มาลองป่นจักรยานดแล้ว ได้ปรบปรงแก้ไขจนใคร มาจากไหนในโลกก็ขได้ ไม่






หลง และผมก็รสกว่า เขาตั้งใจท าทางจักรยานน้ให้เปนแหล่งท่องเทยวระดับนานาชาตอย่างแท้จรง









ช่วงทป่นกับเพอนชาวเชค เราไม่ได้เอาใจใส่เรองทศทางเท่าไร เพยงแต่ป่นตามเขาไปแบบสบายๆ











ไรกังวล ชมธรรมชาตรอบตัวทเปลยนไปเปนฉากๆ...อยางมีความสุข









ถง ฮาเกเนา (Hagenau) ให้เล้ยวซ้ายข้นถนนลาดยาง เพอม่งหน้าส่ โบเกนโฮเฟน



(Bogenhofen) พอถง โบเกนโฮเฟน ก็ให้เล้ยวซ้ายไป ไมน่ง (Mining) กับ มุลไฮม์




(Muhlheim) ตรงน้เตรยมตักตวงความสขให้เต็มเปยม...วิวสวยมาก เส้นทางลัดเลาะไปตามรมไร่ข้าง



52










โพด กับแนวปาละเมาะ แถมมลมแรงพัดส่งจากด้านหลังอก ท าให้ป่นสบายยิ่งข้น ทมลไฮม์ เล่งหาปายช้ ี


ไป เครกชดอรฟ (Kirchdorf)ให้ด เล้ยวซ้ายไปตามถนนเล็กๆ เลยบแม่น ้า ไม่นานก็ถง










เราแยกกับเพอนชาวเชคทรานอาหารสวย Marienhof ใน เครกชดอรฟ พวกเขาขอพักยาวเตม








พลังกันก่อน พอราลากันเปนพธแล้วผมกับกว้างก็เดนทางต่อ

























บ่ายคล้อย เรามาถง Obernberg เมองเล็กๆ อกเมองหนง พอลอดผ่านประตูเมองเก่า เราก็ถก

สะกดไว้ด้วยความสวยของจตุรสกลางเมอง (Marktplatz) เหนรถจักรยานจอดเต็มไปหมด ปาย










ต้อนรบนักป่น ปายเช้อเชญให้เข้ารานอาหารมอยู่ทั่วไป บ้านช่องตกแต่งไว้น่ารกมาก ทาสหวานสวยสด ทั้ง


















เขยวอ่อนเขยวแก่ ฟาสด ชมพูหวานแหวว และสอฐทเคร่งขรม พ้นถนนปด้วยหนสเหลยมเล็กๆ (cobble








stone) ท าให้นกถงหนังโบราณประเภทอัศวินม้าขาว ทขม้าเลยบเมองเสยงดังลั่น เสยงนั่นคงดังมาจาก




เกือกม้ากระทบกับหนน้แหละ ถนนบางตอนเปนหนก้อนใหญ่ คงเก่ามาก สกกร่อนจนไรคม แต่ก็ยังให้











เหยียบย าอย่างทนทานจนทกวันน้ ผมต้องป่นอย่างระมัดระวัง ไม่ให้ล้อเล็กๆไปขัดกับร่องหน และขช้าๆ

53




































เราจอดพักเอาเสบยงทพกมากินกับน ้าผลไม้ กล้วยตากทพกมาจากเมองไทยยังช่วยได้เสมอ

ยิ่งขไป ผ่านทางหลากหลาย เปนทางเลยบแม่น ้าเปนหลัก แต่การทจะท าให้เส้นทางจักรยาน























ต่อเนองมากทสดนั้น เปนความพยายามทน่ายกย่อง หลายคร้งทดเหมอนเปนทางตัน มคลองหรอแม่น ้าขวาง




กั้น หรอเปนภผา เขาเชอมเส้นทางทเปนอปสรรคนั้นด้วยการสรางสะพานเล็กๆ กว้างประมาณหนงเมตรให้











เราก็ป่นไปได้อย่างต่อเนอง สะดวกสบาย


ิ่


จกรยานเปนพาหนะทไมสงเสยงดัง รบกวนสงแวดลอม เปนโอกาสใหผมแทรกตัวไดอยางแนบ







ี่




ิ่


สนทกับธรรมชาต นกแปลกๆ ตามคาคบบนกงไม ไมรตัวเมอผมประชดใกล หงสขาวและนกเปดน ามักจะ


ื่








ี่
อยูรวมกันอยางสงบในบงทเราเฉยดผาน เขาไมตกใจบนหนีหรอก เพราะเราไมมีพษมีภัย เหนไหมครบ..








จักรยานกับธรรมชาติกลมกลืนกันไดดีขนาดไหน

54

55

56

57

58

59




จาก ชะราด่ง (Scharding) ไป เวิรนสไทน์ (Wernstein) มเนนเขายาวๆ หลายลูกให้











พชต วันนั้นลมแรงเปนพเศษ พอเราข้นถงยอดเนน ลมทพัดมาจากทศตะวันออกก็โถมเข้าใส่อย่างแรง










บางคร้งผมต้องขรถเอยงๆ ถงจะส้ลมได้ ผ่านเนนมาหลายลก ผมเร่มมอาการปวดเข่ากับข้อเท้านดๆ อาการ






แบบน้เคยเกิดข้นคร้งหนงเมอคราวทป่นไปแม่ฮ่องสอน ซงเปนทางข้นเขาตลอด คราวน้สงสัยจะเปนเพราะ



















อัดหนักเกินไปในช่วงข้นเนน แถมรถก็หนักเปนบ้า พอมอาการผมก็ต้องขประคองมาโดยตลอด เลอนให้






กลางฝาเท้าสัมผัสกับลกบันไดบ้าง แต่ไม่หายหรอกครบ ก็ทนมาเรอยๆ



ยิ่งใกล้ พาสเซา บ้านเมองก็หนาแน่นยิ่งข้น ตกสง บ้านเรอนเปลยนไปเปนแบบคนเมองใหญ่ แต่










วันอาทตย์ถนนว่าง และคนบางตา ซงเปนปญหาส าหรบผมทจะหาคนถามทาง เราก าลังจะม่งหน้าไปหาท ่ ี













พักกางเต้นท์แถวๆ รมแม่น ้าอลซ (Ilz) ซงตอนน้ยังจับทศทางไม่ถกว่าจะไปทางไหนด ี






ในบัดดลก็มหญงสาวในชดด าป่นจักรยานออกมาจากซอยเล็ก ผมไม่รอช้าพุ่งรถเข้าขวางทันท ี




“สวัสดครบ พูดอังกฤษได้ไหมครบ?” ผมทักทาย
“ก็พอได้” หล่อนตอบเข้าใจง่าย


ถ้าผมจะถามว่าทกางเต้นท์อยู่ทไหนก็คงเปนค าถามทตอบยากเกินไป ผมจงเลอกค าถามทตอบง่าย









กว่า


“แม่น ้าดานบไปทางไหนครบ?




“คณไปตามถนนใหญ่นแหละ จนเจอใจกลางเมอง ตรงนั้นเขาก าลังมงานแฟร เลยตรงนั้นไปนด















เดยวก็เปนแม่น ้า หาไม่ยาก ทางทดไปถงตรงนั้นแล้วถามคนแถวนั้นอกท” หล่อนอธบายแบบคนรจรง


“ดังเก (Danke) ขอบคุณครบ” ค าน้ใช้บ่อยจนชักคล่อง

60




ถนนใหญ่ส่แม่น ้าเปนทางลงยาวอย่างเดยว เพราะทแล้วมาเราข้นเขาหลายลก พอหลดเขาก็ลงยาว





แบบน้แหละ เปนธรรมชาต มข้นแล้วก็มลง เปนสัจธรรมทใช้กับจักรยานได้เหมอนกัน











ี่







ทพักของเราหาไม่ยาก เปนสถานทกางเต้นท์ทอยู่รมฝ่งแม่น ้าอลซ ซงจะไปเชอมกับดานบใกล้ๆ น ี่






แหละ วันนั้นมนักแรมทางจักรยานเข้าพักแค่สเต้นท์ ของเราหนง(สองคน) ของวัยร่นเยอรมันหนง(สาม















คน) กับของสองหญงเหล็กร่นดกจากอเมรกาอกสอง เรามาถงก่อนเลอกท าเลได้ตามใจชอบ จะนอน






ข้างล่างรมน ้าก็ได้ แต่ไม่อยากเสยงเรองฝน เราจงเลอกเอาใต้ระเบยงนแหละ ไม่เปยกฝนแน่ (ม ี





ประสบการณมาแล้ว) ทนมห้องน ้า ห้องส้วมแยกเปนสัดส่วนต่างหาก สะอาดและทันสมัย ทว่าทันสมัยก็












คอ ก๊อกน ้าได้ตั้งเวลาให้ใช้อย่างไม่ฟุมเฟอยแค่ห้านาท ครบเวลา น ้าก็จะถกตัดทันท ทแรกผมไม่ร ยืน













ตัวหนาวสั่นอยู่คร่หนง ต้องปดแล้วเปดอกคร้งน ้าจงไหลใหม่ เขาไม่ได้สอนให้ประหยัดอย่างเดยว เขายังใช้






อปกรณเสรมช่วยด้วย







มาช่า (Marsha) กับ จน (June) คอคณปาอเมรกันสองคนทผมพูดถงนั้น อายุ 57 กับ 67













แล้ว ไม่น่าจะอยู่ในวัยทมาป่นจักรยานเทยวเล่นเหมอนเราได้ แต่เธอได้พสจน์ให้เหนแล้วว่าวัยไมใช ่




ขอจ ากัด เธอเร่มตั้งต้นขจาก ซรค สวิสเซอรแลนด์ ไม่แน่ใจว่าเปนต้นน ้าดานบหรอเปล่า แต่วันน้เรามา











นอนพักใกล้กัน และก าลังจะไปส่ทหมายเดยวกัน- กรงเวียนนา






“ม้อเย็นน้จะท าอะไรกินกันหรอครบ” ผมเหนเขาเปดครวปรงอาหารกันอย่างน่าอจฉา















“วันน้ปาจะท ามักกะโรน กับซบผักต้ม ท าไม่ยากหรอก มักกะโรน นมาเปนซอง เครองปรงก็เปน











ซองส าเรจรป ลวกเส้นเสรจก็ผสมเครองปรง คลกเคล้ากันให้ด กินได้เลย”








“ผักน้ปาซ้อมาจากรานข้างถนนทผ่านมา สับๆ ๆ ใส่หม้อต้มแบบน้ ใส่คนอรเข้าไป จบ”

61



ปาอธบายเปนฉากๆ





“เดยวกินด้วยกันไหมละ?” ปาเชญชวน






“ขอบคณครบ แต่ผมกินแฮมเบอรเกอรในเมองมาแล้ว กลัวว่าจะหาอะไรแถวน้ไม่ได้ เตาแก๊สผมก็
เสย” ผมเปดฉากวกเข้าเรองเตาแก๊สจนได้ แล้วอธบายเรองถังแก๊สให้ฟง









“เอามาขายฉันซ ยังไงฉันก็ต้องใช้” ปาหาทางออกให้เรา











ปาให้เงนมาสบมารค แล้วผมยังได้ตสนทขอน ้ารอนชงกาแฟ ชงมาม่าทหอบมาจากกรงเทพฯ ด้วย



เราแบ่งอาหารกันกิน และคยกันถกคอจนต้องชงกาแฟอกถ้วย









ปาจน กับปามาช่า เปนนักป่นอยู่แถวชคาโก ปาจนใช้รถ Bike Friday แบบพับได้ ปามาช่าใช้






รถทัวรร่งของ Trek กว้างเหนรถปาจนแล้วอยากได้จนตัวสั่น เพราะมันเหมาะกับการเดนทางทต้องข้น




รถลงเรอบ่อยๆ


สรปแล้ววันน้ผมพบแต่เรองดๆ ทั้งนั้น




62











7. ที่นี่มีหองวาง







































ี่

ึ่







ี่
Passau เมองแหงแมน าสามสาย (Inn, Danube, Ilz) ทยอมรบกันวาสวยทสดแหงหนง






ิ่
ของ เยอรมันน อยูตดกับปลายตงยอดสดของรฐออสเตรยสง (Upper Austria) และคนทวไปมักจะ
ั่





ี่


ิ่
ี่
ใชทนเปนจดเรมตนของทรปจกรยานเลียบดานูบ




ี่





ื่

ื่


เนองจากวาตัวเมองตั้งอยูในท าเลทโดดเดน จงกลายเปนศนยรวมของวัฒนธรรมมาแตเกากอน เมอ



ี่
ี่



ี่


ี่



ป 460 St. Severinไดมาสรางส านกสงฆทน แลวตอมาทนก็ไดยกฐานะข้นเปนศนยกลางปกครอง




ทางศาสนา ทานบชอปองคแรกของพาสเซา เปนผูเผยแผศาสนาทส าคญ เปนทนบถออยางกวางขวาง และ


ี่

ี่




















เปนผูเปลี่ยนแปลงความเชอถอดั้งเดมของทองถิ่นดานูบ อทธพลของทานแผไปไกลถงฮงการ แมแตมหา
ื่








วหาร St.Stephen ในกรงเวียนนาทานบชอปแหงพาสเซาก็เปนผูสราง










บานชอง ตกโบราณ โบสถวหารอนโอฬาร และผังเมองเกายังถูกรกษาไวเปนอยางดี ถงแมจะเคยถูก





ื่



ไฟท าลายไปบางเมอป 1662 สวนทเสยหายไดสรางเปนเมองใหมข้นดวยศลปแบบบาโรคอันสวยงาม










ี่

63


















































จดบรรจบกันของแม่น ้าสามสาย เปนแหล่งท่องเทยวทส าคัญทสดของเมอง เราสามารถป่นจักรยาน




ได้โดยรอบ โบสถ์ใหญ่สัญญาลักษณประจ าเมองเหนเปนสง่าเมอเรามายืนฝ่งตรงกันข้าม เรอส าราญล าโตส ี






ขาวๆ จอดเรยงรายพรอมรบผู้โดยสารทจะทัศนาจรข้นล่องไปตามแม่น ้าดานบ ใครชอบสบายๆ จะนั่งๆ










นอนๆ ไปจนถงเวียนนาก็ได้ ค่าโดยสารไม่แพง เอาจักรยานข้นเรอก็ได้ พาสเซามทเทยวหลายแห่ง เรา




น่าจะค้างอกสักคน




ได้แต่คด คงท าไม่ได้ เพราะหนทางข้างหน้ายังยาวไกล


วันน้ต้องไปให้ถง แอสชัช (Aschach) ประมาณ 67 กม.











ทางจักรยานเร่มต้นแถวๆ ปากน ้าอลซนเอง คงจ าได้ว่าทพักเราก็อยู่แถวๆ น้ และบรเวณน้ก็ยังเปน









ดนแดนเยอรมันอยู่ เร่มกันทฝ่งซ้าย (หันหน้าตามน ้า) ของดานบ (ต่อไปน้จะป่นเลยบดานบกันจรงๆ ซะท)






พอพ้นเขตเมองสักห้ากิโลเมตร เขตแบ่งดนแดนเยอรมัน/ออสเตรยก็จะเปนไปตามแนวกึ่งกลางแม่น ้าดานบ







จนถงเมืองโจเคนสไตน์ ( Jochenstein) (24 กม. จากพาสเซา) ของเยอรมัน เขตแดนก็เปลยนเปนหัก











ข้นเหนอไปตามพ้นดน ต่อจากนั้นเรอยลงมาดนแดนทั้งสองฝ่งดานบเปนของออสเตรยตลอด






ช่วงแรกส่ โอเบรนเซลล์ (Obernzell) จะขไปตามทางจักรยานแคบๆ ทมถนนอยู่ซ้ายมอ และ





แม่น ้าอยู่ขวามอ มต้นไม้เล็กๆ เปนคล้ายๆ ร้ว คอยปองกันไม่ให้พลาดตกน ้าได้ง่าย ต้องใช้ฝมอนดหน่อย













ท้าทายด ไม่นานตัวเมองก็ค่อยๆ หายไป ถกแทนทด้วยเนนเขาทมปาปกคลมหนาแน่น และทวทัศน์อัน





งดงาม



จาก โอเบรนเซลล์ ไม่ถงสบกิโลเมตร ทางเรยบ และขสบายข้น ก็จะเจอโรงไฟฟาของเมอง โจ







เคนสไตน์ ตรงเขอนพลังน ้าน้ มทางเชอมข้ามไปฝ่งขวาได้ เราจงข้ามตามจักรยานกล่มใหญ่ข้างหน้าโดยไม่



















รมาก่อนว่า ช่วงน้สามารถขได้ทั้งฝ่งซ้ายและขวา แต่ฝ่งซ้ายจะเปนทางจักรยาน ขได้ง่ายกว่า

64


พอเราหลดมาฝ่งขวา ต้องขร่วมกับถนนรถยนต์ ท าให้ต้องระมัดระวังมาก เหลอบมองไปทางซ้าย













เหนจักรยานป่นกันเปนแถว ส่วนฝ่งน้มแค่สองคัน ผมก็รทันทว่าเราเล้ยวผิดเสยแล้ว แต่ไม่เปนไร ตราบใด








ทขล่องไปกับสายน ้า มันก็ถงเหมอนกัน

















ฝนตกลงมาอกแล้ว เราขกันมอชา รมฝปากแข็ง พูดกันแทบไม่รเรอง มาหยุดพักเทยงทปายรถเมล์
หวังจะให้ให้ฝนซาลงบ้าง แต่กินแซนด์วิชเสรจแล้ว ฝนก็ยังไม่เบาบาง เราจ าใจต้องป่นลยฝนกันต่อไป....



ไหนๆ ก็ไหนๆ






พวกทป่นจักรยานอยู่ฝ่งซ้าย ไม่ช้าก็ต้องข้ามเรอมาฝ่งขวาแถวๆ ชโลเกน (Schlogen) เจอกับ










เราอกจนได้ หนไม่พ้นหรอก ทเขาต้องข้ามไปข้ามมาก็เพราะ บางทรมแม่น ้าจะเปนหน้าผาสง ไม่มทาง











จักรยาน ไม่มถนนให้ข เขาก็หลบมาขอกฝ่งหนง ซงมภมประเทศราบเรยบกว่า ส าหรบวิธข้ามแม่น ้านั้นม ี
















ให้เลอกสองอย่าง คอจะข้ามตรงสันเขอนก็ได้ ซงนานๆ มท ไม่ต้องเสยเงน หรอไม่ก็ข้ามตามท่าเรอเฟอร์ร ี่









ซงมอยู่หลายแห่งตลอดล าน ้า







จาก ชโลเกน ม่งหน้าส่ แอสชัช ผ่าน โอเบอรมหล (Obermuhl) เส้นทางเปนปาไม้ค่อนข้าง




หนาทบ ยิ่งอากาศมดคร้ม บรรยากาศช่วงนั้นจงไม่ค่อยโสภาสถาพรซักเท่าไร ผมต้องก้มหน้าก้มตาป่นไป



เรอยๆ หยุดไม่ได้ หนาวสั่นเลยละ แลวค ่าน้จะนอนเตนทไหวร?














เรองทพัก ในออสเตรยมหลายรปแบบ หลายราคา และส่งอ านวยความสะดวกก็จะแตกต่างกันไป



มารจักกันไว้บ้างก็ด ี






แคมป ์ ปง (Camping) ในบ้านเรามน้อยมาก จะมก็ของกรมปาไม้ตามวนอทยานต่างๆ แต่ท ี ่








เปนของเอกชนนั้น ยังไม่เคยเหนเท่าไร ในออสเตรยมสถานทตั้งแค้มปมากกว่า 400 แห่งทั่วประเทศ โดย











ปกตจะเปนสถานทๆ มท าเลด ทวทัศน์สวยงาม รมแม่น ้าบ้าง รมทะเลสาบบ้าง ในบรเวณแค้มปจะมเครอง





65





อ านวยความสะดวกไว้พรอม ไม่ว่าจะเปนห้องน ้า ห้องส้วม เครองซักผ้า อบผ้า ตลอดจนห้องอาหาร



ค่าบรการอยู่ประมาณ 50-70 ชลล่ง ต่อคน บวกกับค่ากางเต้นท์ หรอจอดรถอกเท่าๆ กัน ส่วนมากจะปด







บรการในหน้าหนาว แต่มบางแห่งก็เปดตลอดป
แบบน้ผมลองมาแล้ว ไม่ล าบากอะไร















อกประเภทหนงทประหยัดเหมอนกัน คอ บานเยาวชน (Hostels) ซงเดยวน้ไม่ได้ม่งหวังทจะ



ให้คนหน่มสาวเข้าแต่อย่างเดยว ใครก็พักได้ ทต้องการจ่ายน้อย ลักษณะห้องพักต้องอยู่รวมกัน จงอาจท า






ให้ขาดความเปนส่วนตัวบ้าง ส าหรบราคาข้นอยู่กับจ านวนเตยงในห้อง เช่น ห้องสองเตยงจะแพงกว่าห้องส ่ ี




เตยง หรอ หกเตยง ส่วนห้องน ้า ส่วนมากจะใช้รวมกัน ปกตบ้านเยาวชนจะมห้องครวให้เราท าอาหารเองได้






ออสเตรยม บ้านเยาวชนทข้นทะเบยนกับ Hostelling International (HI) มากกว่า









100 แห่ง ปกตแล้วคนทจะไปพักต้องเปนสมาชก ถ้าไม่เปนก็พักได้ แต่ต้องจ่ายแพงกว่า ค่าห้องจะอยู่ใน




ระดับ 110–200 ชลล่ง ต่อคน ต่อคน



ค าว่า “บ้านเยาวชน” ในภาษาเยอรมันคอ Jugendherberge








ทมราคาแพงข้นมาอกระดับหนง ก็คอ Hotel กับ Pension โรงแรมเปนอย่างไร ไม่ต้อง










อธบาย ใครๆ ก็รจัก แต่ Pension นไม่ค่อยค้นห ทแตกต่างจากโรงแรมก็คอ เพนชั่น ซงมขนาด






ค่อนข้างเล็กกว่าโรงแรม แต่ให้การบรการทเปนกันเองมากกว่า ถงแม้ว่าอปกรณ และเครองใช้ต่างๆ จะส้ใน




















โรงแรมไม่ได้ อกอย่างหนง บรการเพอความสะดวกสบายต่างๆ เช่น รมเซอรวิส การซักรด ทจอดรถ ก็ส้ ู





โรงแรมไม่ได้ เพราะฉะนั้นใครทไม่ต้องการบรการทเหล่าน้ เลอกใช้ เพนชั่น ได้อย่างสะดวกใจ และ



ประหยัดเงน








อกประเภทหนงทคณจะพบมากในออสเตรย คอ Gasthaus หรอ Gasthof ทพักแบบน้ ี
ี่





ส่วนมากจะอยู่ในชนบท มองดคล้ายๆ รานอาหาร แต่มทพักบรการด้วย เพราะฉะนั้นถ้าคณไปวันท ่ ี





รานอาหารปด ก็หมดโอกาสเข้าพักแน่









แต่ทผมสนใจอยากจะไปพักในค าคนน้ก็คอ Zimmer frei หรอ Private Zimmer


ตามผมมาซครบ

66













































บ่ายวันนั้นเราขลยฝนทนหนาวกันมาตลอดทาง พอจวนเข้า แอสชัช ผมก็อยู่ในสภาพทย าแย่มาก













เพราะเปนคนไม่ส้ความหนาวสักเท่าไร ตรงนั้นมส านักงานท่องเทยวมาตั้งคอยบรการอยู่พอด ผมรบเข้าไป

หาข้อมูลทันท ี


ส านักงานน้เปนเพยงห้องท างานเล็กๆ มคนท างานคนเดยว แต่ข้อมลเพยบ





ี่


“ผมอยากได้ทพักราคาประหยัด นอนสองคน มจักรยานมาด้วย มไหมครับ”





เจ้าหน้าทส่งผ้าขนหนผืนเล็กให้ผมเชดตัวก่อนตอบค าถาม พลางหันไปกดคย์บอรดหาข้อมลจาก


คอมพิวเตอร ์






“มอยู่ทหนงอยู่ในเมอง ราคา 230”










“ทอนถกกว่าน้มไหมครบ” ผมยังหาราคาทเหมาะสมอยู่
ี่


“มอกทหนง 180 รวมอาหารเช้า แต่อยู่กลางท่งนา ไม่ไกลเท่าไร”












ผมโอเค จ่ายเงนทันท ในขณะทเจ้าหน้าทก็รบโทรไปยืนยันกับเจ้าของบ้าน แล้วออกใบรบเงนให้
ผม







“กว้าง เราไปหาของอร่อยๆ กินกันดกว่า ตอนน้หมดห่วงเรองทนอนแล้ว”
“ได้เลยพี่”




เรองส าคัญของเรามอยู่แค่น้เอง กินกับนอน

เราจอดแวะทรานขนมปงรานแรกทเหน ผมซ้อเบยร ขนมปง แอปเปล และขาหมเยอรมัน (ทชม
















ิ้

















แล้ว ว่ารสชาตเข้ากับเบยรได้เด็ดขาดทสด) อกสองห่อ กว้างไม่ดมเครองดมทมแอลกอฮอล์ เลอกโค้กแทน

67












































Zimmer frei หมายถง “ห้องว่างให้เช่า” ปกตแล้วชาวบ้านทอยู่ตามชนบท ถ้าเขามห้องว่าง



และต้องการให้เช่า ก็จะมาลงทะเบยนไว้ทส านักงานท่องเทยว ถ้ามคนมาเช่า ส านักงานก็จะได้ค่าคอม













มสชั่นเล็กน้อย เจ้าของบ้านก็จะมรายได้เพ่มข้น นักท่องเทยวก็มทพักราคาถก ดไปหมด








บ้านทเราจะพักนั้นอยู่กลางท่งนาจรงๆ แต่เปนบ้านตกทันสมัย สองชั้นบนดน หนงชั้นใต้ดน ชั้น





ล่างสามห้อง เปนห้องเช่า ส่วนเจ้าของอาศัยอยู่ชั้นบน แต่เขาก็ไม่ได้แบ่งเขตแดนเด็ดขาด ชนดว่าตรงน้ ี
ห้ามเข้า เปนเขตส่วนตัวเฉพาะเฉพาะเจ้าของบ้าน เพราะเวลากินอาหาร เราก็ใช้ห้องเดยวกับทเขาอยู่กัน ท า








ให้เรารสกเปนกันเอง


ห้องนอน กว้างขว้าง สะอาด ม TV ด้วย ห้องน ้าอยู่ฝ่งตรงกันข้ามใช้รวมกัน แต่ทันสมัยสดๆ






เบียรออสเตรยน กับขาหมูเค็มๆ เผ็ดๆ ท าใหผมกระชุมกระชวยอยางรวดเรว


68



































































ื่
9. ถนนสายน้เพอคนจักรยาน










พอได้กินอ่มนอนหลับ วันน้เราก็กลับมาสดชน พรอมลยกันต่อไป

ี่








ผมเหลอบมองดูนาฬกาคอมพิวเตอรทข้อมอ เพื่อเชคอุณหภมเช้าน้ ตัวเลข 11c นั้นพอทน แต่ลม



กลางท่งนซ มันเหลอราย และรนแรง พัดมาทไรท าให้หนาวสะท้านไปทั้งตัว ทั้งๆ ทแต่งเต็มยศแล้ว มทั้ง










69





หมวกกันหนาว ทับด้วยหมวกกันนอค ผ้าพันคอ เส้อจักรยานหนงตัว เส้อหนาวสองตัว แล้วทับด้วยเส้อกัน








ฝนกันลมอกชั้น ช่วงล่างแย่หน่อยมแค่กางเกงจักรยานขายาวตัวเดยว ค่อยยังชั่วทถงมอ กับรองเท้าแห้งดแล้ว






เพราะมอกับเท้าเปนส่วนทอ่อนไหวต่อความหนาวเย็น

Aschach – Lenz – Grein 85 กม.

จาก แอสแชช ไป ลนซ์ 27 กม. สบายมาก




เวลาขทางไกลผมมักจะแบ่งระยะทางทจะขทั้งวันออกเปนส่วนย่อยๆ สามหรอสส่วน เช่น 85







ื่



หาร 4 จะได้ 21.25 กม. ซงดแล้วไม่ไกลอะไรเลย อย่าไปคดถง 85 คิดแล้วเหนอยครับ และถ้าเราขด้วย
ี่



ความเรวเฉลย 20 กม./ชม. ไม่นานก็ถง เรองก าลังใจสาคัญครบ พอถงช่วงหนงก็พักสักหน่อย ช่วงทสอง



ื่



ี่



ก็หยุดกินอาหารกลางวัน เตมพลังไว้ไม่ให้ขาด ช่วงทสามกินขนมปงหรอผลไม้เปนอาหารเสรม ช่วงสดท้าย











ถงทหมายแล้ว กินหนัก ให้รางวัลตัวเองได้เลย ถาขาดพลังก็เทากับขาดใจนั่นแหละครบ



จาก แอสแชช ไปลนซ สามารถเลอกขได้ทั้งฝ่งซ้ายและขวา ผมเลอกขฝ่งซ้ายเพราะไม่ต้องไปข้าม









เรอภายหลัง พอข้ามสะพานไปฝ่งซ้ายก็เจอปาย “Donau Radweg” ต่อจากนั้นก็ไม่ยาก เพราะผมร ู ้


แล้วว่า ปายบอกทางจักรยานนั้นท าได้ละเอยดมาก และเชอมต่อกันไม่ขาดตอนเลย





70




แถวน้เปนหม่บ้านเกษตรเสยมาก แต่ดแล้วไม่ได้ยากจนเลย บ้านเรอนเปนตกใหญ่มั่นคง บางหลัง













ก็มจานดาวเทยมอยู่บนหลังคา ส่วนเรองโทรทัศน์ โทรศัพท์นั้นคงไม่ต้องพูดถง มันเปนส่งจ าเปนขั้นพ้นฐาน













ทเขามกันทกบ้านมานานแล้ว ข้างๆ โรงนาเหนอปกรณเครองมอการเกษตรทจ าเปนเกือบทกบ้าน เช่น รถไถ



รถบรรทกขนาดใหญ่ บรเวณบ้านจัดเก็บของใช้อย่างเปนระเบยบ สะอาดตา ซงน่าจะสะท้อนถงอาชพ












เกษตรกรรมทด าเนนไปอย่างมแบบแผน และมั่นคง นถ้าเกษตรกรบ้านเรามความเปนอยู่ดสักครงของพวกเขา








เมองไทยคงเปนมหาอ านาจทางการเกษตรไปได้เลย

เราวกเวียนไปตามถนนของหม่บ้าน ตัดผ่านท้องท่งกว้างสเขยวขจ ทสะท้อนความช่มช้นของผิวดน
















ยามเช้าจนเราสัมผัสได้ ท าให้ต้องชะลอความเรว เพอซมซับความสดชนน้ให้นานแสนนาน
ี่

บรรยากาศแบบน้แหละทเราแสวงหา


ผ่านสภาพท้องท่งมาไม่นาน เส้นทางก็กลับมาเลยบแม่น ้าทเงยบสงบอกคร้งหนง














ออตเทนไชม์ (Ottensheim) เมองของคนจักรยาน เพอคนจักรยาน รอต้อนรบเราอยู่ข้างหน้า





ประหนงว่าเรา “เปนลูกค้าคนส าคัญ” เลยทเดยว รานอาหาร และทพักแรมต่างพยายามจงใจลกค้านักป่น ท ่ ี















ผ่านไปมา ด้วยการใช้รถจักรยานเก่าๆ มาตบแต่งหน้ารานของตนอย่างมศลปะ เพอให้เปนเครองดงดดความ



ี่

สนใจ ให้มากทสด
ผมได้แต่มองด้วยความเสยดายทไม่ได้แวะเข้าไปดบรรยากาศภายในราน เพราะหนทางข้างหน้ายัง






ี่

อกยาวไกลทต้องไปให้ถง

71






เรามาถง ลินซ (Linz) เมอตอนเทยงๆ แล้วจ่ๆ ฝนก็ตกลงมาห่าใหญ่ ผมยึดเอาใต้สะพาน







ี่


Nibelungenbrucke เปนทหลบฝน และเพื่อไม่ให้เสยเวลาก็เอาแซนด์วิชทเตรยมมากินไปด้วย






ถ้าข้ามสะพานทอยู่เหนอหัวเราไปฝ่งขวา ก็จะพาไปใจกลางเมองลนซ ์





























ลินซ เปนเมองหลวงของรฐอปเปอรออสเตรย (Upper Austria) และเปนเมองอุตสาหกรรมท ี่


















ี่





ส าคญของประเทศ แถมยังเปนเมืองโปรดของฮตเลอรอกดวย ฮตเลอรเคยคดฝนทจะสรางเมองน้ใหเปนเพชร
น าหนงของล าน าดานูบ แลวจะยายตัวเองมาอยูทนในยามชรา แตโชคราย ความฝนของเขาสลาย ตองตายจาก



ี่
ึ่

ี่







ี่
ไปกอนในหลุมหลบภัยทเบอรลิน






ี่




“ทกสงเรมตนทลนซ” เปนค ากลาวทไดยนกันบอย และมักจะกระตุนความอยากรอยากเหนของผู ้
ิ่

ิ่

ี่

ี่








มาเยอนใหเสาะแสวงหาค าตอบทแทจรงมากข้น มันจงเปนเมองทเชญชวนใหนกทองเทยวอยากเดนเลนไป


ี่




ี่

ตามถนนในเมองเกา เทยวดูชวตของผูคน และเขาไปสมผัสกับหลายสงหลายอยาง อยางใกลชด




ิ่



ี่




72


















































































ี่


จดส าคญของเมองคอ เพซทซอยเล เสาหนออนสขาว ทสรางข้นในป 1723 ปจจุบนตั้งโดดเดนอยูท ี่

ี่





ึ่

เฮาปทปลาทซ (Hauptplatz) ซงมีพ้นทกวางถง 60 เมตร ยาว 220 เมตร ท าใหมันกลายเปนจตุรสท ี่











ใหญทสดในออสเตรยไปเลย ลอมรอบจตุรสเปนบานเรอนของชนชนสง ทตกแตงหนาบานไวอยางวจตร



ั้



ี่

ี่















ดวยศลปะแบบบารอค และบดเดอรไมเออร กับมีหอประชมของเมองเกาตั้งเปนสงาอยูดวย


ี่






ี่

ลนซเปนทอยูของบชอปประจ าทองถน จงมีโบสถอยูมากมาย ทควรแกการสนใจเหนจะไดแก ่
ิ่



โบสถเยซอตทรจกกันในชอ โบสถเกา (Alter Dom) ซงครงหนงนกประพันธเพลง แอนตัน บรคเนอร ์
ึ่


ี่









ื่
ึ่
ั้

ี่


(Anton Bruckner) เคยเลนออรแกนอยูทน บรคเนอร หรอทถูกขนานนามวา “นกดนตรของพระ


ี่
ี่




ิ่

ี่














เจา” เปนผูทไดรบความนยมอยางยงในหมูชาวออสเตรย ชาวลนซใหเกียรตเขาดวยการสราง บรุคเนอรเฮาส ์


ึ่
ี่


ึ่




ี่

ื่
ี่
(Brucknerhaus) ซงตอมาไดกลายเปนทแสดงคอนเสรตททนสมัย และมีชอเสยงทสดแหงหนงของ


73


ี่



ื่



ยุโรป และเปนเวทส าหรบการแสดงทางสงคมและวัฒนะธรรมประจ าปทรจกกันในชอ อารส อิเล็คโทรนิกา



ึ่




(Ars Electronica) ซงน าเอาเทคโนโลยีกับศลปะมาประสมประสานกัน บรคเนอรเฮาสตั้งอยู ่



ทางดานเหนอของสะพานนเบลุงเจน (Nibelungen Brucke)











ภายในตัวเมองเกา เสนหแบบบารอคยังแฝงอยูอยางครบถวน และทานจะเสยดายถาไมไดเลอกแวะ







ี่
ื่

เขารานกาแฟสกราน ในจ านวนทมีอยูมากมาย เพอลองล้มชมรสของกาแฟรสเขม กับ ลนเซอรทอรเต ้












ิ่
ี่

(Linzer torte)อนเปนขนมเคกลอชอประจ าถิ่นสกช้น และทจะขาดเสยมไดคอการเพมความสดใสซาบ



ื่







ื่
ซาดวยการดมเบยรพ้นเมองสกแกว












เรองของลนซยังมอกมากมาย แต่ฝนขาดเม็ดพอด เราเดนทางกันต่อเถอะครบ







จากใต้สะพานเรายังยึดเส้นทางฝ่งขวาไปเรอยๆ แดดส่องทะลเมฆมาสัมผัสตัวเปนคร้งคราว ยัง









ความอบอ่นในทันท ผมเหลอบมองภาพเมองลนซเปนคร้งสดท้าย เหนความทันสมัยของบรคเนอรเฮาสตัด














กับสายน ้าสขุ่นเข้มของดานบทไหลต่อเนองมาหลายพันป เราก าลังม่งหน้าผ่านดนแดนประวัตศาสตร และ







วัฒนธรรมทส าคัญ ทเรยกว่า “มัคช์แลนด์ – Machland” แถบน้มเมองเล็กๆ ทน่าสนใจหลายเมอง ไม่






ว่าจะเปน เอ็นนส (Enns) หรอ เมาทเทาเซน (Mauthausen)








ผมไม่ได้เล้ยวเข้าลนซ เพราะอยู่คนละฝ่ง แต่หลงชมความงามแปลกตาของเมองเก่าตามทางทผ่าน












ไปเรอยๆ จนเพลน ไม่นานก็มาถง เมาท์เทาเซ่น เมองดังทน่าเศรา ซงนักป่นทกคนต้องหยุดพัก เพราะสวยทั้ง




สองฝ่งน ้า








ี่


ื่
มีเรองเลากันวา ตอนตนศตวรรษท 12 จกรพรรดเฟดเดอรค บาบาโรซา และพลพรรคเดนทพ








กลับมาจากสงครามครเซด ผานมาทางน้ ชาวเมองผูหวังแตได ขอเรยกเก็บเงนคาผานทาง จงบันดาลโทสะ







74








ี่



ี่
ื่



ใหกับจกรพรรด เมองทสวยงามจงถูกเผาเปนจลไป แตโชคดีทนกแรมทางคนอนๆ ยอมจายเงนให เมองน้ ี




จงยังคงความสวยงามใหเหนมาจนทกวันน้ ี




























ี่


ไมไกลจากตัวเมอง เปนแหลงขุดหนใหญ ทเคยเปนคายกักกันของนาซ และแนนอนกลายเปน




สสานของคนนบแสนทถูกนาซฆาตายในชวงป 1938 –1945 ดวย บนไดของเหมองยอยหนทตัดลกลง

ี่






ี่


ี่



ไปสเบ้องลางน้ มักจะเรยกกันวา “บนไดแหงความตาย – Stairway of Death” ปจจุบนทนเปน






ี่




ี่


แหลงทองเทยว และพพธภัณฑ ์







แถวน้มล าคลองย่อยๆ แยกจากมาจากแม่น ้าดานบ ท าให้มปาไม้หนาแน่น ตามล าคลองมเรอใบ

และเรอยอชท์ล าน้อยจอดอยู่มากมาย นั่นแสดงถงฐานะของเจ้าของเรอเปนอย่างด ผมได้แต่มองด้วยความ
















อจฉาถงความสมบรณพูนสขของเขา แต่ก็รว่า แคจักรยานนอย เราก็สามารถมีความสุขไดไมแพกัน










เราป่นถง กรน (Grein) อย่างสบายๆ ไม่รบรอน ก่อนถงยังมเวลาพอทจะนั่งคยกับเด็กๆ ทนั่งตก






ปลาอยู่ร่มตล่งได้ เด็กพวกนั้นดเหมอนไม่ได้คราเคร่งกับการตกปลาสักเท่าไร วางเบ็ดไว้ แล้วนั่งตากแดด
















อ่นๆ คยกัน หยอกล้อกัน คนเล็กสดมหน้าทเตรยมเหยือให้พใหญ่สองคนท าหน้าทตกปลา ทกคนมหน้าท ี ่











รบผิดชอบพอๆ กัน วถีชวตแบบน้ คงสอนใหเด็กๆ รกและหวงใยธรรมชาตอยางแทจรง









สดทางจักรยาน ก็เปนบรเวณทกางเต้นท์ ชอ Camping Grein แต่พอเหลอบไปเหนล็อคเค








บนหลังน้อยเข้า ความตั้งใจทจะกางเต้นท์นอนก็เปลยนไป มานอนในเคบนดกว่า มันน่าจะเปน





ี่

ประสบการณนอนทแปลกใหม่อกอย่างหนงของทรปน้









เรอนเคบนมขนาดประมาณ 4x4 เมตร ข้างในมเตยงสองชั้น สองเตยง วางชดตดกัน เหลอทว่างให้













หมนตัวไปมาได้อกนดหนง มวิทยุเล็กๆ วางอยู่เครองหนง คงจะให้ไว้เปนเพอนแก้เหงา บนเตยงมฟูกขาว












สะอาดพรอมผ้าห่มน่านอน มแค่นั้นเอง ด้านหน้ามระเบยงอกหน่อย ส่วนห้องน ้า ห้องส้วมอยู่ห่างไปอกห้า











สบเมตร ใช้รวมกันตามแบบฉบับของชาวแค้มปทน เราจ่ายค่าเคบนไป 250 ชลล่ง ต่อสองคน

75









เจ้าของแคมปเปดรานอาหารอยู่ฝ่งตรงกันข้าม พอเราเข้าไปสั่งอาหารเย็น ก็เหนคนมงดทวีกันอย่าง










ใจจดจ่อ ผมฟงไม่รเรอง เพราะเปนเสยงเยอรมัน ดคล้ายๆ หนังบ๊ประเภทท าลายล้างของฮอลวูดแบบนั้น แต่



ดอกท มันเหมอนจรงมาก ผมจ าฉากนั้นได้แม่น เพราะฉายซ ้าแล้วซ ้าอก เครองบนโบอ้งพุงเขาชนตกเวรล





ื่






เทรดเซนเตอรทนวยอรคทลายเปนจล
ี่












ื่


หลายปกอน ผมเคยไปเดนแหงนคอตั้งบาเพอดูตกแฝดสงเสยดฟาคน้อยางใกลชด แตไมไดถายรป















ื่









ี่






ี่


ไวเปนทระลก ตกเวรลเทรดน้เปนตกทสรางแบบเรยบงาย คอนขางจะสมัยใหมเสยดวยซ าเมอเทยบกับตก







ื่


เอมไพรเสตรท จงดูทนสมัยอยูเสมอ ตัวตกตั้งอยูรมน า จะเหนโดดเดนเมอมองมาจากทะเล แลวจๆ ก็มี
















ื่
เครองบนพุงเขาชน ผมยังคดวา คงเปนอุบตเหตุมั่ง ใครมันจะโหดรายขับเครองบนเขาชนตกได แตมันก็
ื่













เกดข้นแลว ตองนับวาเปนการวงแผนงานทยอดเยี่ยมและไดผลทางท าลายรางเกนคาด ในสายตาของ
ี่



ผูกอการราย
แตส าหรบคนทงโลก คงไมมีใครเหนดวยกบการกระท าแบบบาระห า ฆาคนบรสทธ์ไดเปนพนๆ

















ื่





ั้

สรางความเสยหายทางเศรษฐกจ ทงทางตรงและออมอกเปนหมนๆ ลาน








เรองน้อเมรกาคงตองตามลานายบน ลาเดนตัวการส าคญกันชนดสดขอบฟาจนกวาจะตายกันไปขาง

ื่


หนงนั้นแหละ หนงเรองน้ยาวหลายตอนจบ

ึ่

ื่




คนนั้นเราคยกันไม่รจบเกียวกับเรองน้ ี





76








































10. สองคนหัวหาย






เช้าน้เราจะไปเทยวปราสาท กรนบวรก (Greinburg Castle) ทอยู่ในเมอง บนเนนเขาใกล้ๆ












น้เอง ตรงหัวมมมรานจักรยานชวนให้เยียมเยียน กว้างได้เส้อฝนสเหลองมาหนงตัว ราคานั้นแพงอยู่แล้ว แต่








คณภาพสมราคา ทส าคัญมันหาซ้อไม่ได้ในบ้านเรา

ในปราสาท มพพธภัณฑ์เกียวกับการเดนเรอตามแม่น ้าดานบ การใช้ชวิตของผู้คนในยุคก่อน และ


















ได้จ าลองเครองมอเครองใช้ต่างๆ ข้นด้วยไม้อย่างปราณต เอามาแสดงไว้อย่างน่าดอกด้วย ณ ทน้เองผมก็เร่ม






เข้าใจว่าถนนจักรยานเลยบดานบน้เปนมาอย่างไร



ี่







ในสมัยโบราณ เรอบรรทกสนคาทข้นลองแมน าดานูบมักจะใชมาเปนตนก าลังในการชกลาก








ไมไดใชใบ ไมไดใชก าลังพาย หรอเครองยนต มาจะอยูบนถนนเลียบรมฝงขนานไปกับล าน า ผูกตดกับเชอก


ั่



ื่





ิ่


ยาว โยงไปถงล าเรอ บนตลงก็จะมีคนบังคับมาใหลากเรอไปตามจุดหมายทตองการ นานวันเขา ววัฒนาการ




ี่




ี่
ทางเครองจกรเขามาแทนทก าลังมา ภาพมาลากเรอก็จางหายไป


ื่



ื่

ี่

ถนนสายเดมทมีมาแตโบราณ ไดถูกพัฒนามาเรอยๆ จนกลายเปนทางจักรยานยอดนิยมในวันน้ ี

77
























































ั้







เมองกรน เปนเมองเกาแก ตั้งอยูรมแมน าดานบ แมน าชวงนนคอนขางคดเคี้ยวและมีเกาะแกง





ี่




มากมาย ชาวเรอทผานไปมาจ าเปนตองใชผูช านาญชวยน ารองใหเรอหลบหลีกปลอดภัยจากหนโสโครก ไม ่











นาน กรนก็กลายเปนเมองศนยการคา ตอมาไดเจรญรงเรองข้น พวกเศรษฐก็หนมาสนใจงานศลปะ จนสราง











โรงละครเล็กๆ ขนาด 160 ทนั่งข้น เมอป 1790 ทนงแถวหนาสดนนสามารถใสกุญแจเก็บไวใชสวนตัว
ื่
ั้


ั่


ี่

ี่

ี่




ั้





เฉพาะบุคคลส าคญเทานน ปจจุบันโรงละครแหงน้กลายเปนโรงละครทเกาทสดในออสเตรย




เปาหมายของเราวันน้คอ Grein – Melk – Krems 85 กม.


วันน้อากาศเร่มขมกขมัวอกแล้ว คนขายของทรานจักรยานบอกว่า ถ้าจะไป เม็ลค์ ควรใช้ทางฝ่งขวา







ดกว่า แต่ต้องขย้อนทางเก่าไปก่อน พอเจอสะพานใหญ่แห่งแรก ก็ข้ามเลย แล้วจะเจอทางจักรยาน









อากาศทอมครม และหนาวแบบน้ท าให้คนขจักรยานพาลอารมณหดห่ไปด้วย





ผมก้มหน้าก้มตาป่นลกเดยว ทวทัศน์ข้างทางก็ไม่อยากดแล้ว เพราะมฝนลงมาสลับฉากอยู่












ตลอดเวลา พยายามดงเอาหมวกกันฝนทตดกับเส้อบังหน้าให้มากทสด แล้วก้มนดๆ เพอไม่ให้ฝนสาดเข้าตาม







หน้าและซอกคอ นานๆ ผมก็จะหันไปมองข้างหลังเสยท กว้างยังตามมาตดๆ นานๆ ผมก็ให้กว้างข้นน าบ้าง







วันน้ถอว่าเปนวันททรมานบันเทงอกวันหนง













เมอใดทตกอยู่ในสถานการณแบบน้ ผมจะพยายามป่นอย่างเต็มฝเท้า เพอให้ถงทหมายโดยเรวทสด











แล้วจะได้พักผ่อน คอไม่อยากทรมานอยู่ภายใต้สภาพอากาศทเลวรายเปนเวลานาน

78






































เพอเปลยนอรยาบท และบรรยากาศทอมครม ผมจงจอดรถเอาแผนทข้นมาตรวจเส้นทางด พบว่า










จากกรน จะผ่าน เย็บส (Ybbs) ต่อไปก็คอเมองชอเรยกยากอ่านไม่ออก Krummnussbaum แล้ว






จงจะถงโพชลารน (Pochlarn) แล้วก็เม็ลค์









ก่อนถง เม็ลค์ เปนทางเลยบฝ่งตรงๆ เกือบสบกิโลเมตร น่าเบอมาก ในขณะทฝนกลับตกหนักยิ่งข้น











เราจะหยุดก็หยุดไม่ได้ เพราะไม่มทก าบังอะไรเลย ส้ทนขให้ถงตัวเมองเรวๆ ดกว่า





ช่วงหลังๆ น้ผมไม่ค่อยได้หันไปมองกว้าง เพราะกลัวเสยหลักเหมอนกัน รถหนักๆ นบังคับยาก จะ







หันหน้าหันหลังแบบขเสอภเขาไม่ได้ จงท าให้ไม่รว่าเขาตามตดมาหรอเปล่า สภาพอากาศตอนนั้นท าให้ผม






นกถงตัวเองมากเกินไปเหมอนกัน








ช่วงสดท้ายผมจ าได้ว่าเราขกันมาสคน ผมน าหน้า ฝร่งหน่มๆ สองคน และกว้างก็ยังตามตดมา



พอสดทางจักรยานก่อนเข้าตัวเมองเม็ลค์ มสามแยกตัวททไม่มปายชัดเจน ผมตัดสนใจเล้ยวขวา












ซงผิด พอรว่าผิด ก็หันหลังย้อนกลับทางเดม ในช่วงนั้น กลับกลายเปนว่ากว้างแซงผมข้นไปโดยทต่างคน





ต่างไม่ร







ผมป่นมารอกว้างตรงแยกทเล้ยวผิดอกพักใหญ่ ยังไม่มแม้แต่เงา ผมเร่มกังวล และคดไปต่างๆ นาๆ




จะเกิดอบัตเหตุหรอเปล่า หลงทางหรอเปล่า








ผมเร่มถามคนทมาทหลังว่าเหนเพอนผมไหม ใส่เส้อฝนสเหลองๆ






ค าตอบคอ “โน โน”





ในทสดผมต้องขรถย้อนกลับไปอกประมาณห้ากิโลเมตร ไม่เจอ







ผมเร่มมนหนักข้น และพยายามนกหาทางออกทมเหตุมผลมากทสด ว่าจะท าอย่างไรด ี








“ไปแจงต ารวจดีกวา” คดได้อย่างนั้น ก็ป่นหาต ารวจทันท ี










แต่กว่าผมจะพูดกับชาวบ้านรเรองและหาสถานต ารวจเจอ ก็เล่นเอาเหนอย ตัวสถานต ารวจนั้นดไม่

ออกหรอกครบ มันเปนตกใหญ่ๆ เก่าๆ ถงจะมปายบอกแต่ผมก็อ่านไม่ออก ผมยืนอยู่หน้าสถานต ารวจแท้ๆ







ผมยังต้องถามชาวบ้านเลยว่า “สภานต ารวจอยู่ไหน?”

ถงตรงน้ ผมรแล้วว่า “เราหลงทางกันแล้ว” แต่คดว่ายังไงๆ ก็ต้องพยายามหาให้ถงทสดก่อนยอม








แพ้
ผมจงรถเข้าไปในสถานต ารวจเมองเม็ลค์ ตัวเปยกโชก และหนาวสั่น







“ผมมาขอแจ้งความคนหายครบ” ผมพูดเหมอนกับจ ามาจากในหนัง กับหม่หน่มๆ ทเคาเตอร ์




79






แล้วก็เล่าเหตุการณทเกิดข้นให้คณหม่ฟง








“ผมเปนห่วงเพอนผมครบ ไม่แน่ใจว่าเขาจะเอาตัวรอดหรอไม่ เพราะเราไม่ได้มทนัดหมายท ี ่






แน่นอน นอกจากในแผนบอกว่าจะนอนท เครมส (Krems) ปกตพอถงเมองใหญ่เราต้องหยุดเจอกันและ






ตกลงกันให้แน่ก่อน แต่เขาก็มาหายตัวไปเสยก่อน ผมไม่รจะท าอย่างไรด คณหม่ต้องช่วยผมด้วย” ผมร่าย


ื่
ยาวไปเรอยๆ


หลังจากทเขาสอบถามรายละเอยดเพ่มเตมแล้ว เขาก็บอกว่า “เดยวคณนั่งรถสายตรวจไปกับหม่อก








คน”










ผมเร่มประทับใจการบ าบัดทกข์ บ ารงสขของต ารวจออสเตรยมากข้นเรอยๆ เขารบฟงปญหาอย่าง




เอาใจใส่ และเต็มใจทจะช่วยอย่างกระตอรอรน ไม่มการบอกปดความรบผิดชอบ เปนทพงของผู้คนได้ด ผม















ไม่อยากจะวกเอาเรองต ารวจมาเปรยบเทยบกับบ้านเรา เพราะอายเขา




ผมเข้าไปนั่งในรถค่กับคณต ารวจ แล้วเร่ม “ปฏิบัติการคนหา” ทันท แผนอันดับแรกจะขับย้อน







เส้นทางจักรายานทเข้าเมอง เพอตรวจดว่าบัดด้ผมได้รบอบัตเหตุหรอมเหตุขัดข้องประการใด ถ้าไม่มอย่าง










น้อยก็ท าให้หายกังวลไปเปราะหนง ว่าเขาไม่ได้เปนอะไร เราขับย้อนไปเท่าทรถยนต์จะไปได้ แล้วถามคนท ี่












เพ่งขเข้ามาว่าเหนเพอนผมไหม อนจจา...ไมมีใครเหนเลย





แผนสอง คอขับรถวนหาในเมอง เผือว่าจะมาหยุดรอผม ผมมองหาคนใส่เส้อเหลองจนตาลาย ไม ่

มีครบ












แผนสาม คอขับรถออกไปตามเส้นทางไปเมอง เครมส (Krems) ทเราตั้งใจว่าจะไปค้างคน ซง




มเส้นทางไปได้หลายทาง ดังนั้นจงต้องขับรถวนไปมาหลายเทยว ไมมีแมแตเงา






มอยู่ตอนหนง มรถสายตรวจแล่นสวนทางมา คณต ารวจรถทผมนั่งก็คว้าวิทยุถามไปทันท ว่าเหน







นักป่นใส่เส้อสเหลองมาแถวน้หรอไม่ (ผมเดาเอาว่าเขาพูดว่าอย่างนั้น เพราะจรงๆ แล้วผมฟงเขาไม่รเรอง
















หรอก) แล้วผมก็ถามเขาว่า มข่าวดไหม เขาบอกว่า เสยใจ ไมมีขาวดี





เราหยุดการปฏบัตการค้นหาไว้เพยงแค่นั้น ซงผมก็รสกเกรงใจเขาเหมอนกัน แต่เขายังไม่ปดเรอง














ง่ายๆ คณต ารวจทสถานได้โทรศัพท์ไปทสถานต ารวจเมองเครมส ให้ช่วยเปนหเปนตาหานายกว้างให้ด้วย







ซงผมก็ให้รปพรรณสัณฐานอย่างละเอยด ผมรว่าเขาท าดทสดแล้ว และ ผมก็อยากใหบัดดี้ผมรูวา ผมได ้











พยายามท าอยางดีทีสุดแลวเชนกัน







ผมฝากคณต ารวจว่า ถ้าตามตัวเจอให้บอกเพอนผมว่า เจอกันที่เวสท บานนฮอฟ พรุงนี้ประมาณ










19.00 น ทนัดไปอย่างนั้น เพราะเปนสถานทแห่งเดยวทผม และกว้างรจัก




80















“คณต ารวจครบ คนน้ผมคงต้องค้างทเครมสน ช่วยแนะน าหาทพักถกๆ ให้หน่อยซครบ” ผมยัง
รบกวนคณต ารวจต่อ เพราะตอนนั้นเร่มอ่อนล้าเต็มท หนาว และหวด้วย





“ได้เลย ไปอยู่กับแม่ชใกล้ๆ นเอง ผมจะโทรตดต่อให้” ว่าแล้วก็กุลกุจอยกหโทรศัพท์ตดต่อทพัก










ให้ ผมเร่มงงทจะส่งนักป่นผู้ชายไปอยู่กับแม่ช แต่ไม่กล้าปฏเสธ








“โชคด มห้องว่าง และแม่ชยินดต้อนรบ” คณต ารวจหันมาพูดกับผม หลังจากทอธบายเรองราวอัน









วุ่นวายให้แม่ชฟง



“เดยวผมจะไปส่งคณเอง”








ผมซ้งในน ้าใจคณต ารวจจรงๆ ครบ และจะจ าไว้ว่า ถาเราจะชวยใคร เราก็จะชวยเขาอยางเต็มใจ
และเต็มที่เหมือนกัน






เรองเล็กๆ ของนักจักรยานแรมทาง ทไม่ค่อยมความส าคัญกับใคร แต่ได้รบความเอาใจใส่จาก









หน่วยบรการประชาชนอย่างน้ จะมโอกาสเกิดข้นในเมองไทยไหมครบ?!!





“ขอบคณมากๆ ครบ คณต ารวจ คณช่วยผมมากเหลอเกิน” ผมจับมอลาคณต ารวจออสเตรยไว้แค่





นั้น ก่อนทจะถกส่งให้คณแม่ชรบช่วงต่อไป






81























































ทพักของผมค าคนน้ ดจากภายนอกเปนตกใหญ่ สไตล์อะไรผมดไม่ออก อายุน่าจะเปนรอยปแล้ว






สงห้าชั้นอยู่ตดถนนใหญ่กลางเมองเมลค์ ด้านในมสนามหญ้าและต้นไม้คล้ม ทนเปนโรงเรยนคอนแวนต์





















คอโรงเรยนของศาสนาครสเตยนส าหรบผู้หญง มแม่ช หรอ ซสเตอรเปนผู้ดแล สมัยก่อนเปดเปนโรงเรยน



ประจ า เดยวน้คงจะไม่เปนทนยม แต่ยังคงเปนโรงเรยนไปมาของเด็กเล็ก ส่วนทเปนห้องนอนของนักเรยน












เลยว่าง ซสเตอรเลยดัดแปลงเปนห้องพักส าหรบบคคลทั่วไป (ทเชอถอได้ และยอมรบในกฎเกณฑ์ของผู้ทรง









ศล)





ี่



ซสเตอร พอล่า เหนผมหนาวสั่น จงพาผมเข้าไปในห้องอาหาร ชงชารอนๆ ให้พรอมบราวน์นอก
ช้นโต









“คณพักให้หายหนาว หายเหนอยทนก่อน แล้วฉันจะพาไปทห้องพักชั้นห้า” ซสเตอรพูด





เหมอนกับผมเปนลกหลาน





ผมจบชากับขนมเค้ก พลางนั่งทบทวนเหตุการณทเกิดข้นภายในสองสามชั่วโมงทผ่านมา มันช่าง












ี่


ต้นเต้น พลกผัน มันดแท้ แลวนผมตองมาพักคางคนในโรงเรยนคอนแวนตไดอยางไร?!!



ซสเตอรพาผมออกจากห้องครว เดนไปตามทางเดนแคบ ไปสลัวๆ พอเดนเข้าไกล้ลฟท์ไฟก็ตดเอง










โดยอัตโนมัต นถ้าผมเดนมาคนเดยวคงท าอะไรไม่ถกแน่ ถงแม้จะเปนตกเก่า แต่ภายในเขาปรบปรงให้







ทันสมัยอยู่เสมอ ชั้นห้า เปนห้องนอนทั้งหมด ห้องทผมอยู่เปนห้องสามเตยง รปตัวแอล เพดานสง หน้าต่าง













บานโตสงยันเพดานแบบบ้านเมองหนาว ทกหัวเตยงมไม้กางเขนตดอยู่ ผมมองด้วยความเคารพ ตรงมมห้อง












ี่

ข้างประตูมอ่างล้างหน้า อกมมหนงมตู้เส้อผ้า ไมมีทวีเปนเพอนเลยหรอน มนาเด็กๆ ถงไมอยากอยูโรงเรยน

ื่



ประจ า ผมรสกหวิวๆ เหมอนกันตอนทซสเตอรท้งให้อยู่คนเดยว ก็ทั้งชั้นผมก็ยังไม่เหนใครเลย....หรอว่าม ี












ผมอยู่คนเดยว?


82









ห้องน ้าอยู่นอกห้องนอน ต้องเดนไปตามทางสลัวๆ สดมมตกด้านหนง หลังจากทได้อาบน ้าอ่นๆ














ผมก็กลับมากระช่มกระชวยอกคร้งหนง ผมหนความเงยบลงมาทห้องอาหารเพอกินแซนด์วิชทตดตัวมา แล้ว

มานั่งดทวีค่าเวลา เสยดายทซสเตอร พอล่า พูดอังกฤษไม่คล่อง เราเลยสอสารกันได้น้อย แต่ซสเตอรก็เข้าใจ












สภาพจตใจของผมด


คนนั้นถงจะรสกกลัวๆ ต่อความเงยบวังเวงของสถานท แต่ผมก็รสกปลอดภัยทได้มาพักใน












คอนแวนต์แห่งน้ ผมก าหลวงปศข แล้วสวด “สตถา เทวะ มนุสสานง พุทโธ ภะคะวาต มะอะอุ” จน











หลับไปเมอไหร่ไม่ร

83

84












































11. ตามลาหาความจรง






มองจากหน้าต่างเหน มหาวิหารเบเนดกทน ทมชอเสยงโด่งดัง สเหลองอร่าม ตระหง่านตา ใกล้แค่


























เอ้อมนเอง แต่ผมคงไม่มใจและเวลาทจะไปเทยวทไหนอกส าหรบวันน้ เพราะวันน้ยังคดทจะไล่ลาตามหา
คณกว้างไปจนสดทางท เวสท์ บานน์ฮอฟ เวียนนา อก 121 กม.โน้นแหละ
ี่





ก่อนลาจากซสเตอร ผมได้ขอให้ช่วยแนะน าทอยู่ดๆ ถกๆ ในเวียนนาให้หน่อย เพราะผมไม่อยากท า
















ตัวเปนคนไม่มทศทางในเมองหลวง ซสเตอรก็ดใจหาย ไม่เพยงให้ชอเปล่า แต่ยังยกหโทรศัพท์พูดฝากฝ่งกับ

ปลายทางให้อย่างด


ึ่
ั่
ี่

เสนทางจาก เมลค ส เวียนนา ถอวาเปนชวงปนทสวยทสดตอนหนงของการเดนทาง ทผมชอบ
ี่

ี่









ี่





มากๆ คอชวงแรกระหวาง เมลค ไป เครมส นเอง ตรงนนเราตองผานหมูบานเกาหลายหมูบาน ขี่สนุกครบ



ั้




บานเรอนแบบโบราณรปทรงแปลกตาทแออดกันตามถนนแคบๆ ก็ดูเพลนตา พอเขาเขต วาเคา
ี่









(Wachau)หมูบานเกาก็หายไป กลายเปนไรองุนกวางสดสายตา ทอดยาวไปตามเนนเขา มีดานบเปน









ี่








แหลงน าหลอเลี้ยงทส าคญ อากาศแถวน้ก็อบอุนดี ท าให วาเคา เปนแหงผลิตไวนทโดงดังของออสเตรยเลย
ี่



ทเดียว

85
















































ผมไม่รว่าเมอคนบัดด้ผมค้างทเมองไหน แต่ถงอย่างไรเขาก็ต้องป่นเข้าเวียนนาเหมอนกัน ถ้าเขา


















ค้างท เครมส ผมก็ต้องป่นตามหลังเขาประมาณ 30 กม. ถ้าเขาค้างท เมลค์ ทเดยวกับทผมค้าง เราก็คงเจอ
ี่





กันไม่ยากระหว่างทาง แต่เขาน่าจะค้างท เครมส ตามแผนเดมมากกว่า พอประมาณสถานการณแล้วผมน่าจะ







ิ่




อยู่หลังกว้างแน่นอน ผมจงใส่เกียรหนัก เพ่มรอบป่นให้เรวข้น เรมขบวนการไลลาหาความจรงกันแตเชาเลย


ระหว่างทางผมยังอดถามนักป่นร่วมทาง และชาวบ้านไม่ได้ว่า “เหนนักป่นตัวเล็กๆ ใส่เส้อแจ๊คเก็ต







สเหลอง ผ่านมาทางน้ไหมครบ?”









มชาวบ้านคนหนงบอกว่า “เหนคนหนง เพ่งล่วงหน้าไปไม่นานนเอง”









ผมได้ยินแล้วรสกโล่งอกในบัดดล ลกข้นโยกหนักข้นไปอก คดว่าอกไม่นานก็คงทัน

ี่

ั้



ครบ ไม่นานผมก็เหนเขายืนพักอยู่ข้างทาง แต่พอเข้าใกล้ “ไอหมอนมันใสเส้อสเหลองแขนสนน ี่





หวา” คณกว้างของผมใส่สเหลองแขนยาว ผมไม่รอช้าป่นต่อไป






ผมเร่มท าใจได้มากข้นแล้ว เพราะถ้ามัวกังวลตลอดไปก็คงช่วยอะไรไม่ได้ เจอก็ด ไม่เจอก็ถอว่า



เปนความซวยของเราทั้งสองก็แล้วกัน ไม่คดมาก ตรงกันข้ามท าตัวให้สนกกับการปนเดี่ยว ซงเปนโอกาสท ี่




ั่







หาได้ยาก และถอว่าเปนสดยอดของการท่องเทยวแบบน้ดกว่า



ถงแม้ผมจะป่นเดยวมาตลอดทาง ก็ไม่ได้หมายความว่าจะโดดเดยว เพราะยังมเพอนร่วมทางสวน











ไปมาไม่ขาดสาย แถวน้เร่มมนักป่นทใช้รถเสอหมอบให้เหนมากข้น ท่าทางจะเปนคนท้องถ่นแถวน้ เพราะ








86






ี่


ไม่ได้พกอะไรมากมาย นอกจากกระเปาคาดเอง คงจะมาป่นเล่นระหว่างเมอง “นาอจฉาเปนบา ทมีสถานท ี่




ั่
สวยๆ แบบน้ใหปนเลนทกวัน”
พอสองเสอหมอบหญงชายวัยใกล้เคยงกับผมเฉยดเข้ามาด้วยความเรวทสงกว่าความเรวของนักป่น















ทางไกล ผมก็กดเท้าหนักข้น หักหัวเข้าเกาะท้ายรถคันหลังทขโดยคณน้าผู้หญงทันท ผมหันมาเล่นความเรว




อกแล้ว ทั้งทรถเราไม่อยู่ในสภาพทจะไปต่อกรกับสองหมอบได้ ไม่ดนัก สถานการณทท้าทายแบบน้ท าให้














ผมขด้วยความเรวกว่าปกตเสมอ
ผมป่นรวดเดยว ผ่าน Spitz, Wosendorf, Durnstein และ Stein ถงเครมสโดยไม่พัก




เลย

87














































เครมส (Krems) เปนเมองตนแบบของการอนุรกษอนุสรณสถานทางประวตศาสตร ตกราม









ี่



ั้


ี่
ี่



สวนใหญของทนี่เปนบานสมัยเกาทสวยงาม ตัวเมองเองนนอยูทามกลางไรองุน ทปลูกลดหลั่นกันไป จนจรด
ั่








ี่
ี่

กับชายฝงของแมน าดานบ นกทองเทยงทกคนทมาวาเคา ควรไดลองไวนชนดีของภูมภาคน้ซกครง
ั้

ั้

ั่

ั้



โดยเฉพาะอยางยง บรนดีแอปรคอต ทวทงหบเขาจะเต็มไปดวยตนแอปรคอต หากไปเทยวในฤดูใบไมผลต
ั่

ิ่



ี่




ี่



ั่


ดอกแอปรคอตทบานสะพรงจะท าใหชนบทแหงน้กลายเปนภาพแหงความงดงามอยางไมมีอะไรเปรยบได ้






ผ่านไปครงวัน ผมนั่งพักกินแซนด์วิช (เหมอนเดม) อยู่รมฝ่งดานบแห่งหนง มองสายน ้าไหลท ี ่




เออยๆไม่ได้เชยวกราดเหมอนเมอสามสวันก่อน คงเพราะความลาดชันของภมประเทศลดน้อยลง ประกอบ

















กับเขอนหลายแห่งทมาขวางดดเอาแรงน ้าไปป่นไฟเสยมากหลายแล้ว น ้าแถวน้จงน่งสงบมากข้น แต่ใจผมยัง







ว้าวุ่น เพราะยังหาเพอนไม่เจอ...แม้แต่เงา






หนทางข้างหน้ายังมอกไกลกว่าจะถงเวียนนา เส้นทางเร่มน่าเบอ เพราะเจอแต่ภาพชนตามาหลาย








ชั่วโมงแล้ว ผู้คนทป่นร่วมทางหายไปไหนหมดไม่ร วิธเดยวทจะให้หายเหงาก็คอป่นให้เรวๆ เข้าไว้ พอถงตุ




















ลล์น (Tulln) ผมก็ใจช้น และคกคักอกคร้ง ตนเต้นทจะถงกรงเวียนนาเสยท อกแค่ 36 กม. เท่านั้น




คลอสเตอรนอยบรก (Klosterneuburg) เมองหน้าด่านก่อนเข้าเวียนนา ทนผู้คนหนาแน่น ผู้คน










ออกมาซ้อมจักรยานกันมากมาย ปายทางจักรยานหายไปตั้งแต่เมอไรไม่ร ผมเร่มไม่แน่ใจกับทศทาง คงต้อง



ใช้ทางถนนนแหละ ในจังหวะนั้น มสามสาวนักท่องเทยวฝเท้าจัดตะโกนขอทางผม ผมก็สวนไปทันท ี






เหมอนกัน

“คณจะไปเวียนนาเหรอ?”
“ใช่”


“งั้นผมขอร่วมทางไปด้วย เพราะไม่ค่อยรทาง”

88





“เราก็เปนนักท่องเทยวเหมอนกัน”

“ไม่เปนไร ผมขอตามไปด้วย”


















การตดตามผู้อนทรทางมากกว่าเปนวิธหาทางไปส่เปาหมายได้เรวและง่ายทสด ถงเขาจะเปน











นักท่องเทยวเหมอนกัน แต่เขามสามคน และปรกษาทางกันตลอด เราน่าจะเปนผู้ตามทดดกว่า ช่วงสดท้ายน้ ี










ผมก็ท าเวลาได้ดอกเช่นกัน เพราะแม่สามสาวป่นเหมอนบ้าคลั่ง ซงส่งผลดให้ผมในท้ายทสด





ก่อนเข้าส่เวียนนา ตรงนั้นเปนทางบังคับทเลยบแม่น ้ามา ใครมาก็ต้องผ่าน กว้างคดถก ไปนั่งๆ







ยืนๆ รอผมอยู่ร่วมครงชั่วโมง เขาคดว่าหกโมงสบห้าก็จะต้องไม่รอแล้ว








หกโมงสบสนาท จักรยานสคันป่นมาอย่างรวดเรว




“พียง ผมอยูนี” กว้างตะโกนลั่นฝ่งน ้า



ผมดใจจนพูดอะไรไม่ออก แทบไม่เชอสายตาว่ากว้างก าลังยืนรอผมอยู่ตรงนั้น








ผมมารเอาทหลังว่ากว้างมาค้างทเครมสดังคาด ท าให้เขาป่นน้อยกว่าผมในวันน้ถง 30 กม. เขาก็






คาดการถก ว่ายังไงผมก็ไม่มทางอยู่หน้าเขา น่าจะอยู่หลังมากกว่า เขาจงป่นไปพักไปตลอดทาง ความ
ั่




แตกตางของการปนของเราวันนันจึงกลายเปนความพอดีในวินาทีสุดทาย

89

90

91

92

12. ตะลุยเวียนนา







ลายแทงทซสเตอรพอลาใหมา บอกใหตรงไปหา ซสเตอร เฮนเรยตเต ท บานเลขท 23 ถนนไค
ี่


ี่

ี่













เซอรสตราเซ กรงเวียนนา อยูใกลๆ สถานรถไปเวสต บานทฮอฟ




นั่นคอเปาหมายแรกของเราในกรงเวียนนา



















ี่


เลขท 23 ถนนไคเซอรสตราเซ่ หาไม่ยาก เปนตกเก่าสงประมาณห้าชั้นอยู่รมถนน คล้ายๆ กับท ่ ี









ผมพักเมอคนก่อนทเมลค์ ผมตรงเข้าไปกดกร่งทประตูทันท ซักพักก็มเสยงถามมาเปนภาษาเยอรมัน ซงผม















ฟงไม่รเรองหรอก แต่ผมกรอกเสยงไปว่า “ผมคนขจักรยาน มาจากซสเตอรพอล่า ขอพบซสเตอรเฮนเรยตเต้




ครบ” ซักอดใจหนง เสยงปลดล็อคประตูก็ดังข้น ผมผลักประตูบานใหญ่เข้าไป














ซสเตอรลงมาพบด้วยตัวเอง ท่าทางงงๆ ในสารรปของเรา ไม่ค่อยเชอใจสายตาเท่าไรว่านคอคนทซ ิ










สเตอรพอล่าส่งมาหรอ เพราะซสเตอรพอล่าบอกว่าจะมาแค่คนเดยว แต่นท าไมมากันสองคน โชคดทม ี







ผู้หญงอกคนหนงพูดอังกฤษได้เดนสวนมาพอด เธอช่วยอธบายให้ฟงว่า ผมเพ่งมาเจอกับเพอนทหลงทางเมอ











สักคร่น้เอง ถงอย่างไรซสเตอรก็ยังไม่วางใจเราเท่าไร บอกว่าให้เราพักได้แค่คนเดยวก่อน ร่งข้นค่อยว่ากัน














ใหม่ ผมเข้าใจว่าเขาคงต้องการดความประพฤตเราก่อนว่าจะรบได้ไหม สถานทแบบน้คงต้องกลั่นกรองผู้คน



ทมาพักละเอยดหน่อย










“ทนประตูปตสองท่ม ขอให้กลับมาตรงเวลา” ซสเตอรเร่มทดสอบความประพฤตเรา


หลังจากทเอาจักรยานเก็บแล้ว เราออกไปหาอาหารม้อเย็นกิน ผมเลอกพซซ่ารอนๆ กับเบยรรส












ละมน แล้วนั่งสงบตัวเองบนม้านั่งรมบาทวิถแถวนั้น มองดผู้คนเมองหลวงทเดนผ่านไปมาอย่างสบายๆ ท า




ให้เราลมความวุ่นวายทผ่านมาตลอดวันได้ชั่วขณะ พอได้เวลาเคอรฟว เราก็เดนกลับทพักตรงเวลาเปะ







93









ผมโชคดมากทได้มาพักทน เพราะนอกจากจะประหยัดสตางค์แล้ว ยังได้อยู่ในท าเลทสะดวกมาก









ไคเซอรสตราเซ่นั้นอยู่ห่างจากเวสต์ บานน์ฮอฟ เพยงเดนสบนาท เปนถนนทแยกจากถนนมาเรย ไฮเฟอร ์








ี่
ี่

(Mariahifer Strasse) ทหรหราฟูฟา เรยงรายไปด้วยรานรวงทขายสนค้าทกชนด สลับกับ



รานอาหารเปนระยะ เรยกว่าช้อปกันสนกและมอาหารให้กินได้ทั้งวันเลย ถ้าจะตั้งต้นเดนเทยวกันบนถนนน้ ี








ขอแนะน าให้ม่งหน้าไปทางด้านตรงข้ามกับสถานรถไฟ ถนนน้ยาวประมาณสกิโลเมตร พอเดนได้สบายๆ




สดถนนมาเรย ไฮเฟอร ก็เปนบรเวณทเปนศนย์กลางของกรงเวียนนา และ ณ บรเวณน้เองก็จะมนักท่องเทยว



















จากทกมมโลก มาชนชมความงามของนครอันมมนต์ขลังแห่งน้ ี




ิ่



ี่

กรงเวียนนา เมองเกาแกทมีประวัตยอนยุคไปกวา 2000 ป ผานรอนผานหนาวมามาก เรมตั้งแต ่














ึ่


ยุคกอนประวัตศาสตร แลวกลายเปนสวนหนงของจกรวรรดโรมัน จนมาถงราชวงคบาเบนแบรก และราช

ิ่




ี่



ี่



วงคฮบสบรกอนยงใหญ ทส าคญเวียนนาตั้งอยูในท าเลทเปนศูนยกลางของยุโรป มีแมน าดานูบเปนเสนเลอด







ั้
ื่






ใหญ น ามาทงความเจรญรงเรอง และแหลงรวมของศลปะในยุคปจจุบน

ั้


ตอนทสาธารณรฐออสเตรยกอตั้งข้นในป ค.ศ. 1918 นน ออสเตรยเปนเพียงประเทศเล็กๆ




ี่



ึ่


ประเทศหนงเทานั้น แตตองตกเปนเหยอนโยบายการรกรานของฮตเลอรเปนประเทศแรกในป ค.ศ. 1938




ื่

ถงแมวาในป ค.ศ. 1945 ออสเตรยไดประกาศตนเปนรฐอสระอกครง แตก็ตองตกอยูใตการยดครองของ



ั้















ั้
ั่




มหาอ านาจทง 4 คอ ฝรงเศส สหราชอาณาจกร โซเวียต และสหรฐอเมรกา อกเปนเวลานานถง 10 ป จน






ในป ค.ศ. 1955 ออสเตรยจงไดรบอธปไตยอยางสมบรณ ในปเดียวกันน้เองสภาแหงชาตจงไดประกาศ










ความเปนกลางตลอดกาลของออสเตรย อนเปนรากฐานนโยบายตางประเทศของออสเตรยตั้งแตนนมา

ั้





ื่

วันน้เวียนนาเปนเมองของคน 1.64 ลานคน มีชอเสยงโดงดังในหลายดาน ไมวาจะเปนเรอง





ื่










ปราสาทราชวัง รานกาแฟดังเดมทไมเหมอนใคร นกรองเสยงประสานของหนุมนอย งานศลปะสมัยใหม


ี่




การแสดงขี่มาเตนรา และอกหลายสถานะ



เวียนนาวันน้ ไมไดเปรยบเสมอนหญงชรา ทมีแตเรองเกาๆ เลาขานใหฟง ตรงกันขาม ถาคุณชอบ





ื่



ี่







คุณก็สามารถสนุกสนานไดตลอดคนเหมอนกัน การผสมผสานกันของเสยงเพลง ชวตกลางคน






94



ี่






ึ่
ี่


ี่

สถาปตยกรรมทโดดเดน และพพธภัณฑทดีทสดแหงหนงในยุโรป คุมคาตอการมาเยี่ยมเยอนของผูคนจากทว
ั่

โลกเสมอ































เนองจากแหล่งท่องเทยวทส าคัญของเมองน้มากระจกรวมอยู่ด้วยกัน ภายใต้วงล้อมของถนนรง











สตราเซ่ (Ringstrasse) จงท าให้นักท่องเทยวสามารถเดนเทยวได้อย่างเพลดเพลน ถ้าเหนอยนัก ก็หยุด



ี่


พักกินกาแฟ กับขนมเค้กอันแสนอร่อยทมทกหัวถนน หรอจะหลบไประลกถง โมซารท หรอ ชเบรท ทยืน











เด่นเปนสง่าในสวนสาธารณใกล้ๆ นั้นก็ได้อารมณดเหมอนกัน

95












































































สถานททถอเปนสัญญาลักษณทส าคัญของเวียนนา และเปนศนย์กลางของเมอง น่าจะเปน มหาวิหาร



ื่
ซงทสตีเฟน (St. Stephen’s Cathedral) หรอทรจักกันในชอ “สเตฟเฟล่” (Steffl) จดเด่น






ของโบสถ์น้อยู่ทสถาปตยกรรมแบบโกธค และหอคอยสง 137 เมตร การก่อสรางอันวิจตรบรรจงทส าเรจมา
















ในรปลักษณวันน้ต้องใช้เวลานานถง 250 ป ด้วยความพยายามของกษัตรย์หลายพระองค์





คนออสเตรยมความผูกพันทางใจกับ สเตฟเฟล่ น้อย่างมาก เจ้านายในราชวงค์ฮับสบรก ก็เข้าพธ ี










อภเษกกันทน ทกเทยงคนของวันส่งท้ายปเก่า เสยงก้องกังวานของระฆังยักษ์ “พุมเมอรน











(Pummerin)”ทใหญ่ทสดใบหนงของโลก ก็จะถกส่งสัญญาณดังไปทั่ว จากหอสง 450 ฟุต ให้คนทั้ง



ประเทศได้เฉลมฉลองกัน และให้ความสขแก่กันด้วยท านองเพลงบลดานบ ทโลกรจักกันด ี







ทกคนทมาเยือนเวียนนา ไม่มใครพลาดสถานทแห่งน้ ี






96












































ใกล้ๆ กันนั้นเปนวังหลวง ทเรยกกันว่า ฮอฟบูรก (Hofburg) ซงเปนทพ านักของราชวงค์




ี่








ฮบสบูรก (Habsburg) ตลอดเวลา 650 ป ทครองราชย์ วังหลวงน้สรางข้นระหว่างป 1275 ถง









1913 ประกอบไปด้วยเส้นทางอันคนเค้ยวไปส่ปกอาคาร 18 ปก สนามหญ้า 19 แห่ง และห้องหับอก



2500 ห้อง ทั้งหมดน้สรางข้นตั้งแต่จักรพรรดองค์แรก รดอล์ฟ ท 1 (Rudolf I) จนถงองค์สดท้าย







ชารลส ท1 (Charles I) ตลอดระยะเวลาได้มการก่อสรางอาคารเพ่มเตมอยู่เรอยมา ด้วยสถาปตยกรรม




ี่










หลายรปแบบ แต่เมอเสรจสมบรณแล้วก็สวยงาม กลมกลนอย่างยิ่ง








ราชวงค์ฮับสบรกส้นสดลงเมอป 1918 เนองจากเปนผู้พ่ายแพ้ในสงครามโลกคร้งท 1 และ









ออสเตรย ซงเรยกกันในภาษาออสเตรยนว่า “เอสเทอรไรช (Osterreich)” ก็กลับกลายเปนประเทศ






สาธารณรฐต่อไป











ปจจบันพระราชวัง ฮอฟบรก ใช้เปนส านักงานของประธานาธบด ส่วนหนงใช้เปนพพธภัณฑ์เปด



ให้ประชาชนและนักท่องเทยวเข้าชมของมค่า ไม่ว่าจะเปนเครองเงน เครองลายคราม และมงกุฎของจักรพรรด ิ













โรมัน ส่วนในโบสถ์ของวังหลวงนั้นก็ยังมการรองเพลงแมสสอยู่ทกวันอาทตย์และวันส าคัญทางศาสนา

เหมอนเช่นเคยปฏบัตในยุคสมบรณาญาสทธราชย์






97

98

99

100


Click to View FlipBook Version