The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

20200-1001 เศรษฐศาสตร์เบื้องต้น

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by mukama_str101, 2022-09-22 23:46:58

20200-1001 เศรษฐศาสตร์เบื้องต้น

20200-1001 เศรษฐศาสตร์เบื้องต้น

แผนจัดการเรียนรู้

มุ่งเน้นสมรรถนะและบูรณาการ
หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) พุทธศักราช ๒๕๖๒

๑ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นปีที่
รายวิชา
๒๐๒๐๐ - ๑๐๐๑
เศรษฐศาสตร์เบื้องต้น
นางสาวณัฐธยาน์ พิมพิรัตน์
ตำแหน่ง ครูผู้ช่วย
แผนกวิชาการตลาด การจัดการโลจิสติกส์และซัพพลายเชน
วิ ท ย า ลั ย เ ท ค นิ ค ย โ ส ธ ร
สถาบันการอาชีวศึกษาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ๔
สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ



แผนการจัดการเรยี นรแู้ บบเน้นสมรรถนะ

วิชา เศรษฐศาสตร์เบื้องตน้ รหัสวิชา ๒๐๒๐๐-๑๐๐๑
หลกั สูตร ประกาศนยี บตั รวชิ าชีพ (ปวช.) พทุ ธศักราช ๒๕๖๒

สาขาวชิ าการตลาด
ประเภทวิชาพาณิชยกรรม

จดั ทำโดย

นางสาวณัฐธยาน์ พิมพิรัตน์
ตำแหน่ง ครผู ชู้ ่วย

วิทยาลยั เทคนิคยโสธร
สำนักงานคณะกรรมการการอาชวี ศึกษา

กระทรวงศึกษาธกิ าร
แผนการจดั การเรยี นรมู้ ุ่งเนน้ สมรรถนะ

รหสั 20200-1001 วชิ า เศรษฐศาสตร์เบอื้ งตน้

ภาคเรยี นท่ี 1/2565

…………………………………………….
(นางสาวณฐั ธยาน์ พิมพิรตั น์)

ครผู สู้ อน
……………../………………./……………….

……………………………………………. ………………………………………………….
(นางสาวมลิวัลย์ พระธรรมมาตย์) (นายมงั กร ปนิ ะกาพัง)
หัวหนา้ แผนกวิชาการตลาด การจดั การโลจิสติกส์ฯ
……………../………………./………………. หัวหน้างานพฒั นาหลกั สตู รการเรยี นการสอน
……………../………………./……………….

…………………………………………….
(นายถาวร ยาวะโนภาส)

รองผู้อำนวยการฝา่ ยวชิ าการ
……………../………………./……………….

…………………………………………..
(นายสมปอง ทองศร)ี

ผ้อู ำนวยการวทิ ยาลัยเทคนคิ ยโสธร

คำนำ

พระราชบญั ญัติการศึกษาแหง่ ชาติ พ.ศ. 2542 ที่ได้ประกาศใช้ต้ังแต่เดือนสงิ หาคม 2542 เป็นต้นมา ได้เนน้ ให้
ครู-อาจารย์และผู้เก่ียวข้องทั้งหลายจัดการเรียนการสอนโดยเน้นผู้เรียนสำคัญที่สุด ซ่ึงกิจกรรมการเรียนการสอนท่ีจัด
ควรมีลักษณะสำคญั ดงั น้ี

1. ผู้เรียนได้เรยี นรู้จากการปฏบิ ัตจิ ริง
2. ผูเ้ รยี นมีโอกาสเลือกเรียนรู้ในสง่ิ ที่ตนถนัดและสนใจ
3. ผเู้ รียนได้มีโอกาสแสวงหาความรู้และสรา้ งองคค์ วามรู้ด้วยตัวเอง
4. ผู้เรียนได้มีโอกาสทจ่ี ะนำความรไู้ ปปฏิบัตใิ ช้จริงในชวี ติ ประจำวนั
5. ผู้เรียนมีส่วนรว่ มในการประเมนิ ผลการเรยี นรู้ของตนเอง

ผจู้ ัดทำได้ตระหนักถึงการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ให้สอดคล้องกบั พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ด้วยการบูร
ณาการคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ไว้ในรายวิชา และในการคิดกิจกรรมที่จะส่งเสริมการ
เรียนรู้ของนักเรียนตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติให้เป็นรูปธรรม จึงได้จัดทำเล่มน้ีเพ่ือประกอบการสอนวิชา
เศรษฐศาสตรเ์ บ้ืองตน้ รหัสวิชา 20200-1001 ซงึ่ ประกอบด้วย

• ลักษณะรายวิชา
• ตารางวิเคราะห์หลกั สตู ร
• กำหนดการสอนท่ีบรู ณาการคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม และคุณลักษณะอนั พึงประสงค์
• แผนการจัดการเรียนรู้ทีบ่ รู ณาการคุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์

ผจู้ ัดทำหวังว่าเล่มน้ีคงเป็นประโยชน์แก่ครู-อาจารย์ได้ใช้เป็นแนวทางในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้บรรลุตาม
วตั ถปุ ระสงค์ตอ่ ไป

นางสาวณัฐธยาน์ พมิ พริ ัตน์
ครูผูช้ ่วย

สารบัญ

❖ หลักสูตรรายวิชา 1
❖ โครงสร้างการสอน 5
❖ แผนการจดั การเรยี นรู้ที่บูรณาการคณุ ธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ 8
12
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 1 16
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 2 20
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 3 24
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 4 28
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 5 31
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 6 35
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 7 39
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 8 43
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 9 47
แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 10 51
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 11 56
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 12
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 13
แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 14
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 15

ภาคผนวก 61
62
ก ตวั อย่างแบบประเมินดว้ ยแฟ้มสะสมผลงาน (Portfolio) 63
ข ตวั อยา่ งแบบสงั เกตพฤตกิ รรมการปฏบิ ตั งิ านรายบคุ คล 65
ค ตัวอย่างแบบสังเกตพฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกลมุ่ 66
ง ตัวอยา่ งแบบประเมินการนำเสนอผลงานรายบคุ คล
จ ตวั อยา่ งแบบประเมินคุณธรรม จริยธรรม ค่านยิ ม และคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์

ฉ ตัวอยา่ งแบบรวมคะแนนการประเมินคุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม

และคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ 67

ช ตัวอย่างแบบสรุปผลการประเมินคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ 67

ซ วธิ ีการใช้แบบประเมนิ คุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ 68

20200-1001 เศรษฐศาสตรเ์ บอื้ งตน้ 2-0-2
(Basic Economics)

จุดประสงคร์ ายวชิ า เพอื่ ให้
1. มีความรู้ความเข้าใจเก่ียวกบั ความร้พู ืน้ ฐานทางเศรษฐศาสตร์และทฤษฎที ีเ่ กยี่ วขอ้ งทางเศรษฐศาสตร์
2. นำความร้แู ละทฤษฎเี ศรษฐศาสตร์ไปประยกุ ต์ใชใ้ นชวี ติ ประจำวนั
3. ตระหนักถึงความสำคญั ของหลักการทางด้านเศรษฐศาสตร์

สมรรถนะรายวิชา
1. แสดงความรู้เกย่ี วกับแนวคดิ พน้ื ฐานทางเศรษฐศาสตร์และทฤษฎเี ศรษฐศาสตร์
2. ประยุกต์ใช้หลกั เศรษฐศาสตร์ในชีวติ ประจำวันและงานอาชพี

คำอธบิ ายรายวชิ า
ศึกษาเกี่ยวกับความรู้พ้ืนฐานทางเศรษฐศาสตร์ อุปสงค์ อุปทาน และการกำหนดราคาดุลยภาพ

ความยืดหยุ่นของอุปสงค์และอุปทาน ทฤษฎีพฤติกรรมผู้บริโภค ทฤษฎีการผลิต ตลาดในระบบเศรษฐกิจ
รายได้ประชาชาติ เงินเฟ้อ เงินฝืดและเงินตึงตัว วัฏจักรเศรษฐกิจ ดุลการค้าและดุลการชำระเงินและการ
พัฒนาเศรษฐกจิ โครงสรา้ งและปัญหาเศรษฐกจิ ของประเทศและแนวทางแก้ไข

กำหนดการสอน

หนว่ ยที่ ช่อื หน่วยการสอน สปั ดาหท์ ี่ ชัว่ โมงท่ี
1 ความรู้เบื้องต้นเก่ียวกับเศรษฐศาสตร์ 1 1
2 องคป์ ระกอบของเศรษฐศาสตร์ 1 2
3 การผลิต 2 3-4
4 การบรโิ ภค 3 5-6
5 ตลาด 4 7-8
6 อุปสงค์ 5-6 9-12
7 อุปทาน 7
8 การกำหนดราคาและดลุ ยภาพของตลาด 8 13-14
- 9 15-16
9 สอบกลางภาค 10 17-18
10 รายไดป้ ระชาชาติ 11 19-20
11 การเงินและการธนาคาร 12 21-22
12 เงินเฟ้อ เงนิ ฝดื และเงินตึงตัว 13 23-24
13 วัฏจักรเศรษฐกิจ 14 25-26
14 ดลุ การค้าและดลุ การชำระเงิน 27-28
15 การพฒั นาเศรษฐกจิ 15-16 29-32
โครงสรา้ งและปัญหาเศรษฐกิจของประเทศไทยและแนว 17 33-34
- ทางแก้ไข
18 35-36
สอบปลายภาค

แผนการจัดการเรียนรู้ หน่วยที่ 1
สัปดาห์ที่ 1
วิชา เศรษฐศาสตร์เบือ้ งต้น (20200-1001) จานวน 1 ชั่วโมง
ช่ือหน่วย : ความรู้เบือ้ งต้นเกยี่ วกบั เศรษฐศาสตร์

1. สาระสาคญั

เศรษฐศาสตร์เป็นวิชาสาขาหน่ึงของสังคมศาสตร์ โดยศึกษาถึงการเลือกหาหนทางในการใช้ทรัพยากร
หรือปัจจยั การผลิตอนั มีอยู่อย่างจากดั เพื่อผลิตสินคา้ และบริการเพื่อสนองความตอ้ งการของมนุษยอ์ นั มีอย่าง
ไมจ่ ากดั ส่วนเศรษฐกิจ หมายถึง การดาเนินกิจกรรมเก่ียวกบั การผลิต การบริโภค และการจาแนกแจกจ่ายสินคา้
และบริการอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด สิ่งท่ีใช้สนองความตอ้ งการมี 2 ประเภท คือ สินคา้ และบริการไดเ้ ปล่า
กบั สินคา้ และบริการทางเศรษฐกิจ

วชิ าเศรษฐศาสตร์แบ่งออกเป็น 2 แขนง คือ เศรษฐศาสตร์จุลภาค เป็นการศึกษาพฤติกรรมทางเศรษฐกิจ
ของหน่วยยอ่ ย ๆ และเศรษฐศาสตร์มหภาค เป็นการศึกษาภาวะเศรษฐกิจโดยส่วนรวม เศรษฐศาสตร์เป็นวิชาท่ีมี
ประโยชน์มากท้งั ในแงส่ ่วนตวั และส่วนรวม

ปัญหาพ้ืนฐานทางเศรษฐกิจ ประกอบด้วย ปัญหาว่าจะผลิตอะไร ผลิตอย่างไร และผลิตเพ่ือใคร
ทุกสังคมและทุกประเทศต่างก็ประสบปัญหาน้ี

2. สมรรถนะการเรียนรู้

1. บอกความหมายของเศรษฐศาสตร์ได้
2. บอกความหมายของเศรษฐกิจได้
3. บอกประวตั ิของวิชาเศรษฐศาสตร์ได้
4. อธิบายความแตกต่างระหวา่ งเศรษฐศาสตร์จุลภาคและเศรษฐศาสตร์มหภาคได้
5. บอกความสาคญั ของการศึกษาวิชาเศรษฐศาสตร์ได้
6. ช้ีใหเ้ ห็นประโยชน์ของการศึกษาวิชาเศรษฐศาสตร์ได้
7. บอกไดว้ า่ ปัญหาพ้ืนฐานทางเศรษฐกิจประกอบดว้ ยปัญหาอะไร และมีลกั ษณะอยา่ งไร

1

3. สาระการเรียนรู้

1. ความหมายของเศรษฐศาสตร์
2. ความหมายของเศรษฐกิจ
3. ประวตั ิของวชิ าเศรษฐศาสตร์
4. แขนงของวชิ าเศรษฐศาสตร์
5. เหตผุ ลที่ตอ้ งเรียนวชิ าเศรษฐศาสตร์
6. ประโยชน์ของวชิ าเศรษฐศาสตร์
7. ปัญหาพ้ืนฐานทางเศรษฐกิจ

4. กจิ กรรมการเรียน

ข้นั นาเข้าสู่บทเรียน
ผสู้ อนถามผเู้ รียนวา่ “เศรษฐศาสตร์ในชีวติ ประจาวนั มีอะไรบา้ ง” และใหผ้ เู้ รียนแสดงความคิดเห็น
ข้นั สอน
1. ผสู้ อนอธิบายเน้ือหาตามหวั ขอ้ สาระการเรียนรู้ โดยใช้ PowerPoint ประกอบ
2. ใหผ้ เู้ รียนซกั ถามประเดน็ ทางเศรษฐศาสตร์ที่สงสยั
3. ใหผ้ เู้ รียนทากิจกรรมตามใบงาน
4. ใหผ้ เู้ รียนทาแบบทดสอบหลงั เรียน
ข้นั สรุป
1. ผสู้ อนและผเู้ รียนช่วยกนั สรุปสาระสาคญั
2. ผเู้ รียนนาเสนอรายงานหนา้ ช้นั เรียน

5. ส่ือการเรียนรู้

1. สุริยะ เจียมประชานรากร. เศรษฐศาสตร์เบ้ืองตน้ : กรุงเทพฯ : ศูนยส์ ่งเสริมวิชาการ. (2562).
2. PowerPoint
3. แหลง่ ขอ้ มลู จากส่ือต่าง ๆ และ อินเทอร์เน็ต

6. การบูรณาการเชื่อมโยง

สาระการเรียนรู้
เศรษฐศาสตร์และปัญหาทางเศรษฐศาสตร์ เป็นการบูรณาการเน้ือหาเรื่อง “ปัญหาเศรษฐกิจพ้ืนฐานของ
ประเทศไทย” เขา้ กบั เหตกุ ารณ์ทางเศรษฐกิจท่ีเกิดข้ึนในปัจจุบนั

2

การบูรณาการ
1. มนุษยสัมพนั ธ์

ผเู้ รียนไดร้ ่วมกนั แสดงความคดิ เห็นในการทางานกล่มุ
กจิ กรรม
1. แลกเปล่ียนความคิด

ผเู้ รียนแสดงความคิดเห็นร่วมกบั ผสู้ อน
2. การทางานเป็นกลุ่ม

ผเู้ รียนมีการวางแผนและรับผิดชอบงานกลมุ่

7. การวดั และการประเมินผล

1. แบบทดสอบก่อน-หลงั เรียน
2. รายงานและการนาเสนอผลงาน
3. แบบประเมินผลพฤติกรรมรายบคุ คล
4. แบบประเมินผลพฤติกรรมรายกลุ่ม

3

8. บันทึกผลหลงั การจดั การเรียนรู้

.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................

9. ข้อเสนอแนะ

.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................

10. ความคดิ เหน็ ของผู้บริหาร/ผู้ทไี่ ด้รับมอบหมาย

.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................

ลงช่ือ................................................ผสู้ อน
(นางสาวณฐั ธยาน์ พิมพิรัตน์)

วนั ท่ี.........เดือน............................ พ.ศ........

4

แผนการจดั การเรยี นรู้ หน่วยท่ี 2
สัปดาห์ท่ี 1
วิชา เศรษฐศาสตรเ์ บอ้ื งต้น (20200-1001) จำนวน 1 ช่วั โมง
ชอ่ื หนว่ ย : องค์ประกอบของเศรษฐศาสตร์

1. สาระสำคัญ

ระบบเศรษฐกิจ เป็นรูปแบบที่รัฐบาลจัดระเบียบทางเศรษฐกิจและวิธีการควบคุมการดำเนินกิจกรรม
เศรษฐกจิ ของเอกชนให้เหมาะสมและเป็นผลดีแก่ประชาชนส่วนใหญ่ในประเทศของตน แบ่งออกได้เป็น 4 ระบบ
คือ ระบบทุนนิยม ระบบสังคมนิยม ระบบผสม และระบบคอมมิวนิสต์ ซึ่งแต่ละระบบต่างก็มีข้อดีและข้อเสีย
ประเทศตา่ ง ๆ จึงต้องเลือกใช้ระบบเศรษฐกจิ ให้สอดคล้องและเหมาะสมกับสภาวะสังคม การเมืองในประเทศของ
ตน

ระบบเศรษฐกิจ ประกอบด้วยบุคคล 3 ประเภท คอื เจ้าของปจั จัยการผลติ ผู้ผลิต และผูบ้ รโิ ภค บคุ คลแต่
ละประเภทมีหนา้ ทแ่ี ละจดุ มงุ่ หวังแตกตา่ งกันออกไป แต่ก็มคี วามสัมพันธ์ซงึ่ กันและกัน

2. สมรรถนะการเรยี นรู้

1. บอกความหมายของระบบเศรษฐกจิ ได้
2. บอกความจำเปน็ ท่ีต้องมีระบบเศรษฐกิจได้
3. บอกลกั ษณะสำคัญของระบบเศรษฐกิจรูปแบบต่าง ๆ ได้
4. ช้ีใหเ้ หน็ ขอ้ ดีข้อเสยี ของระบบเศรษฐกิจรูปแบบตา่ ง ๆ ได้
5. ระบุหนา้ ทตี่ า่ ง ๆ ของบคุ คลในระบบเศรษฐกิจได้
6. บอกจุดม่งุ หวังของบุคคลในระบบเศรษฐกิจได้
7. เขียนและอธบิ ายความสัมพันธว์ งจรกิจกรรมทางเศรษฐกจิ ได้

3. สาระการเรยี นรู้

1. ความหมายของระบบเศรษฐกจิ
2. รปู แบบของระบบเศรษฐกิจ
3. หน้าทข่ี องบุคคลในระบบเศรษฐกิจ
4. จุดมุง่ หวังของบุคคลในระบบเศรษฐกิจ
5. วงจรกจิ กรรมทางเศรษฐกิจ

4. กจิ กรรมการเรียนรู้

ขนั้ นำเข้าสู่บทเรยี น
ผสู้ อนตง้ั คำถามว่า “ประเทศไทยใชร้ ะบบเศรษฐกจิ แบบเสรีหรือไมเ่ สรี” และให้ผู้เรยี นแสดงความคดิ เห็น

5

ขั้นสอน
1. ผสู้ อนอธิบายเน้ือหาตามหัวข้อสาระการเรียนรู้ โดยใช้ PowerPoint ประกอบ
2. ให้ผู้เรยี นซักถามประเด็นทางเศรษฐศาสตร์ท่ีสงสัย
3. ให้ผู้เรยี นทำกิจกรรมตามใบงาน
4. ให้ผู้เรียนทำแบบทดสอบหลังเรียน
ข้ันสรุป
1. ผสู้ อนและผูเ้ รียนชว่ ยกันสรปุ สาระสำคญั ในบทเรียน
2. ผเู้ รียนนำเสนอรายงานหนา้ ช้ันเรียน

5. ส่อื การเรยี นรู้

1. สรุ ยิ ะ เจียมประชานรากร. เศรษฐศาสตร์เบื้องต้น : กรุงเทพฯ : ศนู ยส์ ่งเสริมวิชาการ. (2562).
2. PowerPoint
3. แหล่งข้อมูลจากส่อื ต่าง ๆ และ อินเทอร์เน็ต

6. การบรู ณาการเชือ่ มโยง

สาระการเรยี นรู้
เศรษฐศาสตรแ์ ละปัญหาทางเศรษฐศาสตร์ เป็นการบรู ณาการเน้ือหาเรื่อง “ระบบเศรษฐกิจประเทศไทย”
เข้ากับเหตุการณ์ทางเศรษฐกิจที่เกดิ ข้นึ ในปัจจุบัน
การบรู ณาการ
1. มนุษยสัมพันธ์

ผเู้ รียนแสดงความคิดเห็นในการทำงานกล่มุ
กิจกรรม
1. แลกเปล่ียนความคิด

ผู้เรียนแสดงความคิดเหน็ ร่วมกับผูส้ อน
2. การทำงานเปน็ กลมุ่

ผู้เรียนมกี ารวางแผนและรบั ผิดชอบงานกลุ่ม

7. การวดั และการประเมนิ ผล

1. แบบทดสอบก่อน-หลังเรียน
2. รายงานและการนำเสนอผลงาน
3. แบบประเมินผลพฤติกรรมรายบุคคล
4. แบบประเมินผลพฤติกรรมรายกล่มุ

6

8. บันทกึ ผลหลังการจัดการเรียนรู้

............................................................................................................................... .....................................................
....................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .......................................................
............................................................................................................................. .......................................................
.....................................................................................................................................................................

9. ขอ้ เสนอแนะ

.............................................................................................................. ......................................................................
....................................................................................................................................................................................
................................................................................................................................... .................................................
.................................................................................. ..................................................................................................
.............................................................................................................................................................. .......

10. ความคิดเหน็ ของผบู้ รหิ าร/ผทู้ ีไ่ ด้รบั มอบหมาย

....................................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................ ....................................
............................................................................................... .....................................................................................
........................................................................................................................................................................... .........
............................................................................................................................ .........................................

ลงช่อื ................................................ผู้สอน
(นางสาวณฐั ธยาน์ พิมพิรตั น์)

วนั ที่.........เดือน............................ พ.ศ........

7

แผนการจดั การเรียนรู้ หนว่ ยท่ี 3

วิชา เศรษฐศาสตร์เบอื้ งต้น (20200-1001) สปั ดาหท์ ี่ 2
ชอื่ หน่วย : การผลิต จำนวน 2 ชัว่ โมง

1. สาระสำคัญ

การผลิต หมายถึง การสร้างอรรถประโยชน์ข้ึนใหม่เพ่ือให้มูลค่าของส่ิงของที่มีอยู่แล้วมากขึ้น การสร้าง
อรรถประโยชน์อาจจะอยู่ในลักษณะใดลักษณะหน่ึง คือ เปล่ียนรูป เปล่ียนสถานท่ี เปล่ียนเวลา เปล่ียนกรรมสิทธ์ิ
และการใหบ้ ริการ

การผลิตขนาดใหญ่เป็นการผลิตที่ต้องใช้เคร่ืองจักร เครื่องทุ่นแรง การจัดการและวิทยาการทันสมัยเข้า
ชว่ ย มกี ารแบง่ งานกนั ทำซึง่ จะทำให้ผลติ สนิ คา้ ได้คราวละมาก ๆ และตน้ ทนุ การผลิตตอ่ หน่วยตำ่

ลำดบั ขน้ั ในการผลิตแบ่งออกเป็น 3 ขั้น คือ การผลิตขั้นประถม เป็นการผลติ ที่ใช้ทรัพยากรธรรมชาติเป็น
สำคญั การผลติ ขัน้ มัธยมเป็นการนำเอาผลผลิตจากการผลิตข้ันประถมมาผลิตอกี ตอ่ หน่งึ และการผลิตขั้นอดุ มเป็น
การใหบ้ ริการ

หน่วยการผลิต หมายถึง ผู้ที่ประกอบกิจกรรมผลิตสินค้าและบริการเพ่ือสนองตอบความต้องการของ
ผู้บริโภค หน่วยการผลิตสามารถจำแนกตามลักษณะของการประกอบการได้ 5 ประเภท คือ เจ้าของคนเดียว ห้าง
หนุ้ ส่วน บริษทั จำกัด สหกรณ์ และรัฐวิสาหกจิ ซึ่งแต่ละประเภทต่างก็มขี อ้ ดีและข้อเสีย

2. สมรรถนะการเรยี นรู้

1. บอกความหมายของการผลติ ได้
2. บอกได้ว่าการผลติ สรา้ งอรรถประโยชนใ์ หแ้ กส่ นิ ค้าในลักษณะตา่ ง ๆ ทง้ั 5 ลกั ษณะได้
3. ระบุองค์ประกอบของปัจจยั การผลติ ได้
4. บอกความหมายของการผลติ ขนาดใหญ่ได้
5. ยกตวั อยา่ งการแบ่งงานกันทำได้
6. อธิบายลำดับขนั้ ในการผลิตได้
7. บอกประเภทของหน่วยการผลิตได้
8. บอกลกั ษณะสำคัญของหน่วยการผลิตประเภทตา่ ง ๆ ได้
9. ชีใ้ หเ้ หน็ ถงึ ขอ้ ดี-ขอ้ เสยี ของหนว่ ยการผลิตประเภทต่าง ๆ ได้
10.อธิบายความหมายของฟงั ก์ชันการผลติ ได้
11.อธบิ ายความแตกตา่ งระหว่างการผลิตในระยะสน้ั และการผลิตในระยะยาวได้

8

12.อธิบายกฎวา่ ดว้ ยผลตอบแทนไมไ่ ด้สัดสว่ นกันได้
13.อธบิ ายกฎว่าดว้ ยผลตอบแทนในการขยายขนาดการผลิตได้

3. สาระการเรยี นรู้

1. ความหมายของการผลติ
2. การสร้างอรรถประโยชน์
3. ปัจจัยการผลิต
4. การผลติ ขนาดใหญ่
5. ลำดบั ขั้นในการผลติ
6. หน่วยการผลิต
7. ฟังกช์ ันการผลิต
8. ความหมายของการผลิตในระยะสน้ั และระยะยาว
9. การผลติ ในระยะสน้ั : กฎว่าด้วยผลตอบแทนไมไ่ ดส้ ดั สว่ นกนั
10. การผลิตในระยะยาว : กฎวา่ ด้วยผลตอบแทนในการขยายขนาดการผลติ

4. กจิ กรรมการเรียนรู้

ขน้ั นำเขา้ สูบ่ ทเรียน
ผูส้ อนต้ังคำถามว่า “ประเทศไทยควรปลกู ข้าวขายหรอื ผลติ รถยนต์ขาย” และให้ผู้เรยี นแสดงความคดิ เหน็
ขน้ั สอน
1. ผสู้ อนอธบิ ายเนือ้ หาตามหวั ข้อสาระการเรียนรู้ โดยใช้ PowerPoint ประกอบ
2. ให้ผู้เรยี นซกั ถามประเดน็ ทางเศรษฐศาสตร์ที่สงสัย
3. ให้ผู้เรยี นทำกิจกรรมตามใบงาน
4. ให้ผู้เรียนทำแบบทดสอบหลังเรยี น
ขน้ั สรุป
1. ผู้สอนและผเู้ รยี นช่วยกันสรุปสาระสำคัญ
2. ผเู้ รียนนำเสนอรายงานหน้าชั้นเรียน

5. สอื่ การเรยี นรู้

1. สุรยิ ะ เจียมประชานรากร. เศรษฐศาสตรเ์ บ้ืองต้น : กรงุ เทพฯ : ศูนย์ส่งเสริมวิชาการ. (2562).
2. PowerPoint
3. แหล่งขอ้ มลู จากสอื่ ต่าง ๆ และ อินเทอร์เน็ต

9

6. การบรู ณาการเชือ่ มโยง

สาระการเรยี นรู้
เศรษฐศาสตรแ์ ละปัญหาทางเศรษฐศาสตร์ เป็นการบรู ณาการเน้ือหาเร่ือง “การผลติ สนิ คา้ และการผลติ
บรกิ าร” เข้ากับเหตกุ ารณ์ทางเศรษฐกิจท่ีเกดิ ขนึ้ ในปัจจบุ ัน
การบรู ณาการ
1. มนุษยสมั พันธ์

ผู้เรยี นแสดงความคิดเห็นในการทำงานกลมุ่
กิจกรรม
1. แลกเปลี่ยนความคิด

ผู้เรยี นแสดงความคดิ เห็นร่วมกับผูส้ อน
2. การทำงานเป็นกลมุ่

ผเู้ รยี นมกี ารวางแผนและรบั ผิดชอบงานกลุ่ม

7. การวดั และการประเมนิ ผล

1. แบบทดสอบกอ่ น-หลงั เรยี น
2. รายงานและการนำเสนอผลงาน
3. แบบประเมนิ ผลพฤติกรรมรายบุคคล
4. แบบประเมนิ ผลพฤติกรรมรายกลมุ่

10

8. บันทกึ ผลหลงั การจดั การเรียนรู้

....................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .......................................................
............................................................................................................................. .......................................................
....................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................ .............................................

9. ข้อเสนอแนะ

............................................................................................................................. .......................................................
......................................................................................................................................................... ...........................
........................................................................................... .........................................................................................
............................................................................................................................. .......................................................
............................................................................................................................. ........................................

10. ความคิดเห็นของผบู้ ริหาร/ผู้ที่ได้รับมอบหมาย

...................................................................................................................................................................... ..............
........................................................................................................ ............................................................................
............................................................................................................................. .......................................................
.......................................................................................................................................... ..........................................
.....................................................................................................................................................................

ลงช่อื ................................................ผูส้ อน
(นางสาวณฐั ธยาน์ พิมพิรัตน์)

วนั ท.่ี ........เดอื น............................ พ.ศ........

11

แผนการจัดการเรยี นรู้ หน่วยท่ี 4
สปั ดาหท์ ่ี 3
วชิ า เศรษฐศาสตร์เบอื้ งต้น (20200-1001) จำนวน 2 ชวั่ โมง
ชือ่ หน่วย : การบริโภค

1. สาระสำคญั

การบริโภคในทางเศรษฐศาสตร์ หมายถึง การใช้ประโยชน์จากสินค้าและบริการ เพื่อสนองความต้องการ
ของมนุษย์ทง้ั ทางตรงและทางอ้อม ซง่ึ ทุกคนลว้ นเป็นผู้บริโภค การบริโภคแบง่ ออกเป็น 2 ประเภท คือ การบริโภค
สนิ คา้ ไม่คงทน เรียกว่า Destruction และการบริโภคสนิ คา้ คงทน เรียกว่า Diminution

ปัจจัยสำคัญที่เป็นตัวกำหนดการบริโภค คือ รายได้สุทธิของผู้บริโภค นอกจากน้ียังมีปัจจัยอ่ืน ๆ ได้แก่
นสิ ัยการใช้จ่ายของผู้บริโภค การศึกษา ประสบการณ์และการเรยี นรขู้ องผบู้ ริโภค ปริมาณของสินค้า รายได้ (Y) มี
ความสัมพันธ์กับการบริโภค การออม และการลงทุน โดยที่ Y = C + S และ Y = C + I ดังนั้น S = I ซึ่งหมายถึง
เงินออมเทา่ กับเงินลงทุน

อรรถประโยชน์ (Utility) หมายถึง ความพอใจที่ผู้บริโภคได้รับจากการบริโภคสินค้าและบริการ
อรรถประโยชน์ แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ อรรถประโยชน์เพิ่ม (Marginal Utility : MU) และอรรถประโยชน์
รวม (Total Utility : TU) และเมื่อผู้บริโภคได้บริโภคสินค้าชนิดใดชนิดหนึ่งเพิ่มข้ึนเร่ือย ๆ อรรถประโยชน์เพ่ิมก็
จะค่อย ๆ ลดลงจนกระท่ังติดลบ ซึ่งเป็นไปตามกฎว่าด้วยการลดน้อยถอยลงของอรรถประโยชน์เพิ่ม (Law of
Diminishing Marginal Utility) ซง่ึ กฎน้ีสามารถนำไปใช้วิเคราะห์พฤตกิ รรมของผบู้ ริโภคได้

2. สมรรถนะการเรยี นรู้
1. บอกความแตกต่างระหวา่ งการบรโิ ภคในทางเศรษฐศาสตรแ์ ละการบรโิ ภคในความหมายทัว่ ไปได้
2. บอกประเภทของการบริโภคได้
3. อธบิ ายปจั จัยทีเ่ ป็นตวั กำหนดการบรโิ ภคได้
4. อธิบายความสมั พนั ธร์ ะหว่างการบริโภค รายได้ การออม และการลงทนุ โดยอาศัยสมการได้
5. อธิบายพฤติกรรมผู้บรโิ ภคโดยใช้ทฤษฎีอรรถประโยชนไ์ ด้
6. อธบิ ายการนำกฎแหง่ การลดนอ้ ยถอยลงของอรรถประโยชน์เพ่ิมไปใช้ได้

12

3. สาระการเรียนรู้
1. ความหมายของการบรโิ ภค
2. ประเภทของการบรโิ ภค
3. ปจั จัยทเี่ ปน็ ตวั กำหนดการบรโิ ภค
4. ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งการบริโภค รายได้ การออม และการลงทนุ
5. การวเิ คราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคด้วยทฤษฎอี รรถประโยชน์
6. การนำกฎแหง่ การลดนอ้ ยถอยลงของอรรถประโยชนเ์ พ่ิมไปใช้

4. กจิ กรรมการเรยี น
ขั้นนำเขา้ สบู่ ทเรยี น
ผ้สู อนตั้งคำถามวา่ “เพราะเหตุใดคนจึงมีการบรโิ ภคท่ีแตกต่างกัน” และให้ผู้เรยี นแสดงความคดิ เหน็
ขน้ั สอน
1. ผู้สอนอธิบายเนอื้ หาตามหัวขอ้ สาระการเรียนรู้ โดยใช้ PowerPoint ประกอบ
2. ให้ผู้เรยี นซักถามประเดน็ ทางเศรษฐศาสตรท์ ่สี งสยั
3. ใหผ้ เู้ รียนทำกิจกรรมตามใบงาน
4. ใหผ้ เู้ รยี นทำแบบทดสอบหลงั เรียน
ข้นั สรปุ
1. ผ้สู อนและผ้เู รยี นช่วยกันสรุปสาระสำคัญ
2. ผู้เรียนนำเสนอรายงานหนา้ ชั้นเรยี น

5. ส่อื การเรียนรู้
1. สุริยะ เจยี มประชานรากร. เศรษฐศาสตรเ์ บื้องต้น : กรุงเทพฯ : ศูนย์สง่ เสริมวิชาการ. (2562).
2. PowerPoint
3. แหล่งข้อมูลจากสื่อต่าง ๆ และ อินเทอร์เนต็

6. การบูรณาการเช่ือมโยง
สาระการเรียนรู้
เศรษฐศาสตร์และปัญหาทางเศรษฐศาสตร์ เป็นการบูรณาการเนื้อหาเรื่อง “การบริโภคและความสุขใน

ชีวิต” เขา้ กับเหตกุ ารณ์ทางเศรษฐกจิ ท่เี กิดข้ึนในปจั จบุ ัน
การบรู ณาการ
1. มนุษยสัมพนั ธ์

13

ผู้เรยี นได้รว่ มกนั แสดงความคิดเหน็ ในการทำงานกลุ่ม
กจิ กรรม
1. แลกเปล่ยี นความคิด

ผู้เรียนแลกเปล่ยี นความร้แู ละความคิดเหน็ รว่ มกับผู้สอน
2. การทำงานเป็นกลุ่ม

ผูเ้ รียนมีการวางแผนและรบั ผิดชอบงานกลมุ่
7. การวดั และการประเมนิ ผล

1. แบบทดสอบก่อน-หลงั เรียน
2. รายงานและการนำเสนอผลงาน
3. แบบประเมนิ ผลพฤตกิ รรมรายบคุ คล
4. แบบประเมินผลพฤติกรรมรายกลุ่ม

14

8. บันทึกผลหลังการจัดการเรยี นรู้
..................................................................................................................................................... ...............................
................................................................................................. ...................................................................................
................................................................................................................ ……………………………………………………………
.………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

9. ขอ้ เสนอแนะ
..................................................................................................................................................... ...............................
................................................................................................. ...................................................................................
................................................................................................................ ……………………………………………………………
.………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

10. ความคิดเหน็ ของผบู้ รหิ าร/ผู้ทไี่ ดร้ บั มอบหมาย
..................................................................................................................................................... ...............................
................................................................................................. ...................................................................................
................................................................................................................ ……………………………………………………………
.………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

ลงชื่อ................................................ผ้สู อน
(นางสาวณฐั ธยาน์ พมิ พิรตั น์)

วนั ท่ี.........เดือน............................ พ.ศ........

15

แผนการจัดการเรยี นรู้ หน่วยที่ 5

วิชา เศรษฐศาสตร์เบือ้ งต้น (20200-1001) สปั ดาห์ที่ 4
ช่อื หนว่ ย : ตลาด จำนวน 2ชวั่ โมง

1. สาระสำคัญ

ตลาดแบ่งตามลักษณะของการแข่งขันได้ 2 ประเภท คือ ตลาดท่ีมีการแข่งขันอย่างสมบูรณ์
หรือตลาดในอุดมคติ และตลาดที่มีการแข่งขันอย่างไม่สมบูรณ์ เป็นตลาดท่ีมีอยู่จริง ตลาดประเภทน้ี
แบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ ตลาดท่ีมีลักษณะกึ่งแข่งขันก่ึงผูกขาด ตลาดผู้ขายน้อยราย และตลาด
ผูกขาด

2. สมรรถนะการเรียนรู้
1. บอกความแตกตา่ งระหวา่ งตลาดทางเศรษฐศาสตรแ์ ละตลาดในความหมายท่วั ไปได้
2. บอกปัจจยั ทีใ่ ช้กำหนดขนาดของตลาดได้
3. อธิบายหนา้ ทต่ี ่าง ๆ ของตลาดได้
4. บอกประเภทของตลาดได้
5. บอกลกั ษณะสำคัญของตลาดประเภทต่าง ๆ ได้

3. สาระการเรียนรู้
1. ความหมายของตลาด
2. ขนาดของตลาด
3. หนา้ ทขี่ องตลาด
4. ประเภทของตลาด

4. กจิ กรรมการเรียน
ขนั้ นำเขา้ สบู่ ทเรยี น
ผู้เรียนต้ังคำถามว่า “ตลาดแข่งขันและตลาดผูกขาด มีข้อดีและข้อเสียอย่างไร” และให้ผู้เรียน

แสดงความคดิ เหน็

16

ขน้ั สอน
1. ผสู้ อนอธบิ ายเน้ือหาตามหัวข้อสาระการเรียนรู้ โดยใช้ PowerPoint ประกอบ
2. ใหผ้ เู้ รียนซกั ถามประเด็นทางเศรษฐศาสตร์ทส่ี งสัย
3. ใหผ้ เู้ รียนทำกจิ กรรมตามใบงาน
4. ใหผ้ ู้เรยี นทำแบบทดสอบหลงั เรยี น
ขั้นสรุป
1. ผู้สอนและผู้เรียนชว่ ยกนั สรุปสาระสำคญั
2. ผ้เู รยี นนำเสนอรายงานหน้าชนั้ เรียน

5. สื่อการเรยี นรู้
1. สรุ ิยะ เจียมประชานรากร. เศรษฐศาสตรเ์ บอ้ื งต้น : กรุงเทพฯ : ศูนยส์ ่งเสริมวิชาการ.
(2562).
2. PowerPoint
3. แหล่งข้อมลู จากสือ่ ต่าง ๆ และ อินเทอร์เนต็

6. การบรู ณาการเชื่อมโยง
สาระการเรยี นรู้
เศรษฐศาสตรแ์ ละปัญหาทางเศรษฐศาสตร์ เป็นการบูรณาการเนื้อหาเรื่อง “การแขง่ ขันในตลาด

สินค้า” เขา้ กบั เหตุการณ์ทางเศรษฐกจิ ทเ่ี กดิ ขึ้นในปัจจุบัน
การบูรณาการ
1. มนุษยสัมพนั ธ์
ผเู้ รยี นแสดงความคดิ เห็นในการทำงานกลมุ่
กจิ กรรม
1. แลกเปลยี่ นความคิด
ผู้เรยี นแสดงความคิดเหน็ ร่วมกับผู้สอน
2. การทำงานเป็นกลุม่
ผู้เรียนมกี ารวางแผนและรบั ผิดชอบงานกลมุ่

17

7. การวดั และการประเมินผล
1. แบบทดสอบก่อน-หลงั เรียน
2. รายงานและการนำเสนอผลงาน
3. แบบประเมินผลพฤติกรรมรายบคุ คล
4. แบบประเมนิ ผลพฤตกิ รรมรายกลุม่

18

8. บันทกึ ผลหลังการจดั การเรยี นรู้

............................................................................................................................. .......................................................
................................................................................................................................................................................. ...
............................................................................................................................. .......................................................
............................................................................................................................. .......................................................

9. ข้อเสนอแนะ

....................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .......................................................
............................................................................................................................. .......................................................
....................................................................................................................................................................................

10. ความคดิ เหน็ ของผู้บริหาร/ผูท้ ่ไี ดร้ ับมอบหมาย

............................................................................................................................. .......................................................
..................................................................................................................................... ...............................................
....................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .......................................................

ลงช่ือ................................................ผู้สอน
(นางสาวณฐั ธยาน์ พมิ พิรตั น์)

วนั ท่.ี ........เดอื น............................ พ.ศ........

19

แผนการจดั การเรยี นรู้ หน่วยท่ี 6

วิชา เศรษฐศาสตร์เบอ้ื งต้น (20200-1001) สปั ดาหท์ ่ี 5-6
ชอ่ื หน่วย : อุปสงค์ จำนวน 4ชั่วโมง

1. สาระสำคัญ

อุปสงค์ หมายถึง ปริมาณสินค้าและบริการที่ผู้บริโภคต้องการซื้อในระยะเวลาใดเวลาหน่ึง ณ ระดับราคา
สิ น ค้ า ต่ า ง ๆ กั น ซ่ึ ง ผู้ บ ริ โ ภ ค มี เงิ น พ อ ท่ี จ ะ ซ้ื อ ไ ด้ แ ล ะ มี ค ว า ม เต็ ม ใ จ ท่ี จ ะ ซื้ อ สิ น ค้ า น้ั น
อุปสงค์สามารถเขียนเป็นตาราง เรียกว่า ตารางอุปสงค์ ซึ่งสามารถนำตัวเลขในตารางอุปสงค์มาเขียนเป็นเส้นอุป
สงคไ์ ด้ เส้นอุปสงคม์ ี 2 ประเภท คือ เส้นอุปสงค์เฉพาะบุคคลและเส้นอุปสงค์ของตลาด ซึ่งต่างก็มีลกั ษณะเป็นเส้น
ลากเฉียงจากซ้ายไปขวา และจากบนลงล่าง ซึ่งเป็นไปตามกฎของอุปสงค์ที่กล่าวว่า ปริมาณซื้อสินค้า และบริการ
ชนิดใดชนิดหนง่ึ จะเปล่ียนแปลงไปในทางตรงกนั ข้ามกบั ราคาสินค้าและบริการชนิดนนั้ ๆ เสมอ

ปัจจัยท่ีเป็นตัวกำหนดอุปสงค์ มี 7 ตัว ซ่ึงปัจจัยท่ีสำคัญท่ีสุด คือ ราคาของสินค้าและบริการชนิดนั้น
ดังน้ัน ฟังก์ชนั อุปสงค์เป็นการแสดงความสัมพันธร์ ะหว่างปรมิ าณซอื้ และราคา หรือเขียนเป็นฟงั ก์ชันได้ว่า Q
= f (P)

การเปล่ียนแปลงปริมาณซ้ือ หมายถึง การที่ปริมาณซื้อสินค้าเปลี่ยนแปลงไปเพราะราคาเปล่ียนแปลงไป
โดยท่ีปัจจัยอื่นอยู่คงที่ ในกรณีน้ีจะเป็นการเคล่ือนย้ายจุดบนเส้นอุปสงค์เส้นเดิม ส่วนการเปลี่ยนแปลงของอุปสงค์
หมายถึง การที่ปรมิ าณซ้ือสินค้าเปลี่ยนแปลงไปเพราะปัจจัยอ่นื เปลี่ยนแปลงไปโดยราคาอยู่คงท่ี ซึ่งจะมีผลให้เส้น
อุปสงค์เปลี่ยนไปจากเดิม ในกรณีที่ปริมาณซื้อเพ่ิมข้ึน เส้นอุปสงค์จะเปล่ียนไปทางขวาของเส้นเดิม ส่วนในกรณีท่ี
ป ริ ม า ณ ซื้ อ ล ด ล ง เ ส้ น อุ ป ส ง ค์
จะเปล่ยี นไปทางซา้ ยของเสน้ เดมิ

ความยืดหยุ่นของอุปสงค์ มี 3 ชนิด คือ ความยืดหยุ่นของอุปสงค์ต่อราคา ความยืดหยุ่นของอุปสงค์ต่อ
รายได้ และความยืดหยุ่นของอุปสงค์ต่อราคาสินค้าและบริการอ่ืนท่ีเกี่ยวข้อง สินค้าต่างชนิดกันจะมีค่าความ
ยืดหย่นุ ของอุปสงค์ต่อราคาต่างกนั

เส้นอุปสงค์ท่ีมีความยืดหยุ่นต่อราคาน้อย จะมีความชันมาก (สินค้าจำเป็น) ส่วนเส้นอุปสงค์ท่ีมีความ
ยดื หยุ่นตอ่ ราคามากจะมีความชันนอ้ ย (สนิ คา้ ฟ่มุ เฟอื ย)

20

คา่ ความยดื หย่นุ ของอุปสงคต์ ่อราคา สามารถหาไดจ้ ากสตู ร

Ed =  Q • P1 + P2

 P Q1 + Q2

และค่าที่ได้จะมีเคร่ืองหมายลบเสมอ ส่วนในการพิจารณาว่าจะมีความยืดหยุ่นมากหรือน้อย จะพิจารณา
คา่ ทไี่ ดเ้ ทยี บกับ 1 เป็นเกณฑ์ ถ้าค่ามากกว่า 1 แสดงความยืดหยนุ่ มาก ถา้ คา่ นอ้ ยกว่า 1 แสดงว่ายืดหยนุ่ น้อย

2. สมรรถนะการเรียนรู้

1. บอกความแตกต่างระหว่าง Potential Demand และ Effective Demand ได้
2. สร้างตารางอปุ สงคเ์ ฉพาะบุคคลและตารางอุปสงค์รวมได้
3. สามารถเขยี นเส้นอุปสงคจ์ ากตารางอุปสงค์ได้
4. อธบิ ายกฎของอุปสงคไ์ ด้
5. อธิบายปัจจัยต่าง ๆ ทีใ่ ชก้ ำหนดอปุ สงคแ์ ละเขยี นฟังก์ชันอุปสงคไ์ ด้
6. อธิบายถงึ สาเหตุของการเปลี่ยนแปลงปริมาณซ้ือได้
7. อธิบายถงึ สาเหตุของการเปลี่ยนแปลงของอุปสงค์ได้
8. บอกชนิดของความยดื หยุ่นของอปุ สงค์ได้
9. บอกลักษณะของเสน้ อปุ สงค์ท่มี ีความยืดหยนุ่ ต่อราคาชนิดต่าง ๆ ได้
10. สามารถคำนวณหาคา่ ความยืดหยนุ่ ของอุปสงค์ต่อราคาได้

3. สาระการเรยี นรู้

1. ความหมายของอุปสงค์
2. ตารางอปุ สงค์
3. กฎของอปุ สงค์
4. ปจั จัยกำหนดอปุ สงค์และฟังกช์ นั อปุ สงค์
5. การเปลีย่ นแปลงปริมาณซอ้ื
6. การเปล่ียนแปลงของอปุ สงค์
7. ความยดื หย่นุ ของอปุ สงค์
8. การวดั ความยืดหยุ่นของอุปสงค์ตอ่ ราคา

4. กิจกรรมการเรยี น

ขั้นนำเข้าสูบ่ ทเรียน
ผสู้ อนตั้งคำถามว่า “ราคาและปริมาณซื้อจะมีความเก่ียวข้องกันอย่างไร” และให้ผู้เรียนอภิปรายและแสดง
ความคิดเหน็ ตอ่ คำถาม

21

ขัน้ สอน
1. ผสู้ อนอธบิ ายเนอ้ื หาตามหวั ข้อสาระการเรยี นรู้ โดยใช้ PowerPoint ประกอบ
2. ให้ผ้เู รยี นซักถามประเดน็ ทางเศรษฐศาสตรท์ สี่ งสัย
3. ให้ผู้เรยี นทำกจิ กรรมตามใบงาน
4. ให้ผเู้ รยี นทำแบบทดสอบหลงั เรียน
ขนั้ สรุป
1. ผสู้ อนและผ้เู รยี นชว่ ยกันสรุปสาระสำคัญ
2. ผ้เู รียนนำเสนอรายงานหน้าช้ันเรยี น

5. ส่อื การเรยี นรู้

1. สรุ ิยะ เจยี มประชานรากร. เศรษฐศาสตร์เบอ้ื งตน้ : กรุงเทพฯ : ศนู ยส์ ง่ เสริมวิชาการ. (2562).
2. PowerPoint
3. แหลง่ ขอ้ มูลจากสอ่ื ต่าง ๆ และ อนิ เทอร์เน็ต

6. การบรู ณาการเชอื่ มโยง

สาระการเรียนรู้
เศรษฐศาสตร์และปญั หาทางเศรษฐศาสตร์ เปน็ การบูรณาการเนื้อหาเร่ือง “การเปลย่ี นแปลงราคาสินค้าท่ี
จำเป็นแกก่ ารครองชีพ” เข้ากับเหตกุ ารณท์ างเศรษฐกิจทเี่ กิดข้นึ ในปัจจุบัน
การบรู ณาการ
1. มนษุ ยสัมพันธ์

ผู้เรยี นแสดงความคดิ เห็นในการทำงานกลมุ่
กิจกรรม
1. แลกเปลีย่ นความคิด

ผ้เู รยี นแสดงความคิดเห็นรว่ มกับผู้สอน
2. การทำงานเป็นกลมุ่

ผเู้ รียนมีการวางแผนและรับผิดชอบงานกลมุ่

7. การวดั และการประเมินผล

1. แบบทดสอบก่อน-หลังเรียน
2. รายงานและการนำเสนอผลงาน
3. แบบประเมนิ ผลพฤติกรรมรายบุคคล
4. แบบประเมินผลพฤติกรรมรายกลุ่ม

22

8. บันทกึ ผลหลงั การจัดการเรยี นรู้

............................................................................................................................. .......................................................
............................................................................................................................. .......................................................
....................................................................................................................................................................................
.................................................................................................... ................................................................................

9. ขอ้ เสนอแนะ

.............................................................................................................. ......................................................................
............................................................................................................................. .......................................................
.................................................................................................................................................... ................................
.................................................................................. ..................................................................................................

10. ความคดิ เห็นของผบู้ รหิ าร/ผูท้ ไ่ี ด้รับมอบหมาย

....................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................ ............................................................
............................................................................................................................. .......................................................
....................................................................................................................................................................................

ลงชื่อ................................................ผสู้ อน
(นางสาวณัฐธยาน์ พมิ พิรตั น์)

วันท.ี่ ........เดอื น............................ พ.ศ........

23

แผนการจัดการเรียนรู้ หนว่ ยท่ี 7

วิชา เศรษฐศาสตรเ์ บ้อื งต้น (20200-1001) สปั ดาหท์ ่ี 7
ชอื่ หนว่ ย : อุปทาน จำนวน 2ชว่ั โมง

1. สาระสำคัญ

อุปทาน หมายถงึ ปรมิ าณสินคา้ และบริการชนิดใดชนดิ หน่ึงท่ีผขู้ ายนำออกเสนอขาย ณ ระดบั ราคาต่าง ๆ
กัน สามารถเขียนเป็นตารางซ่ึงเรียกว่า ตารางอุปทาน ตัวเลขในตารางอุปทานนำมาเขียนเส้นอุปทานได้ จะมี 2
ประเภท คือ เส้นอุปทานเฉพาะบุคคลและเส้นอุปทานรวม (ของตลาด) ซึ่งต่างก็มีลักษณะที่เฉียงจากซ้ายไปขวา
และจากล่างขึ้นบน ซ่ึงเป็นไปตามกฎของอุปทานที่กล่าวว่า ปริมาณขายสินค้าและบริการชนิดใดชนิดหนึ่งจะ
เปลี่ยนแปลงไปในทางเดยี วกันกบั ราคาสินคา้ และบริการชนิดนั้นเสมอ

ปัจจัยที่เป็นตัวกำหนดอุปทาน มีอยู่ 6 ปัจจัย ท่ีสำคัญท่ีสุดคือ ราคาของสินค้าและบริการ ดังน้ัน ฟังก์ชัน
อุปทานเป็นการแสดงความสัมพันธ์ระหว่างปริมาณขายและราคา โดยกำหนดให้ปัจจัยอ่ืนคงท่ี หรือเขียนเป็น
ฟงั กช์ นั ได้ว่า Q = f (P)

การเปล่ียนแปลงปริมาณขาย หมายถึง การที่ปริมาณขายเปล่ียนแปลงไปเพราะราคาของสินค้า
เปลี่ยนแปลงไปโดยที่ปัจจัยอ่ืนคงท่ี ในกรณีนี้จะเป็นการเคลื่อนย้ายจุดบนเส้นอุปทานเส้นเดิม ส่วนการ
เปลี่ยนแปลงของอุปทาน หมายถึง การท่ีปริมาณขายเปลี่ยนแปลงไปเพราะปัจจัยอื่นเปล่ียนแปลง โดยท่ีราคาอยู่
คงท่ี ซึ่งจะมผี ลให้เสน้ อปุ ทานเปลี่ยนแปลงจากเดมิ ในกรณีน้ีเสน้ อปุ ทานจะเปล่ยี นไปทางซ้ายของเสน้ เดิม

สนิ ค้าต่างประเภทกันจะมีความยืดหยุ่นต่างกัน สินค้าที่มีความยืดหยุ่นของอุปทานราคามาก ได้แก่ สินค้า
อุตสาหกรรม หรือสินค้าท่ีผลิตได้ง่ายใช้เวลาน้อย ส่วนอุปทานมีความยืดหยุ่นต่อราคาน้อย ได้แก่ สินค้า
อุตสาหกรรม หรือสินค้าที่ผลิตได้ง่ายใช้เวลาน้อย ส่วนอุปทานมีความยืดหยุ่นต่อราคาน้อย ได้แก่ สินค้า
เกษตรกรรมหรอื สนิ ค้าทใี่ ชเ้ วลาในการผลติ นาน

2. สมรรถนะการเรียนรู้

1. บอกความหมายของอุปทานได้
2. สรา้ งตารางอุปทานแต่ละบคุ คลและตารางอปุ ทานรวมได้
3. เขียนเสน้ อุปทานจากตารางอุปทานได้
4. บอกกฎของอุปทานได้
5. อธิบายปจั จยั ต่าง ๆ ทใี่ ชก้ ำหนดอปุ ทานและเขียนฟงั กช์ นั อปุ ทานได้
6. อธิบายถึงสาเหตุของการเปลี่ยนแปลงปรมิ าณขายได้
7. อธิบายถงึ สาเหตุการเปลี่ยนแปลงของอปุ ทานได้
8. บอกชนดิ ความยดื หยุ่นของอุปทานได้

24

9. บอกลกั ษณะของเสน้ อุปทานที่มีความยดื หยุ่นต่อราคาชนิดต่าง ๆ ได้
10. คำนวณหาค่าความยดื หยุ่นของอุปทานต่อราคาได้

3. สาระการเรยี นรู้

1. ความหมายของอปุ ทาน
2. ตารางอุปทาน
3. กฎของอุปทาน
4. ปจั จยั กำหนดอปุ ทานและฟงั กช์ นั อุปทาน
5. การเปล่ยี นแปลงปริมาณขาย
6. การเปลีย่ นแปลงของอุปทาน
7. ความยดื หยนุ่ ของอปุ ทานตอ่ ราคา
8. การวัดความยืดหยุน่ ของอุปทานต่อราคา

4. กจิ กรรมการเรียน

ขน้ั นำเข้าสู่บทเรยี น
ผสู้ อนตง้ั คำถามวา่ “ราคาและปริมาณขายเก่ียวข้องกันอยา่ งไร” และให้ผู้เรยี นแสดงความคิดเหน็
ขั้นสอน
1. ผสู้ อนอธิบายเนอื้ หาตามหัวขอ้ สาระการเรียนรู้ โดยใช้ PowerPoint ประกอบ
2. ให้ผูเ้ รียนซกั ถามประเด็นทางเศรษฐศาสตรท์ ส่ี งสัย
3. ให้ผู้เรยี นทำกิจกรรมตามใบงาน
4. ใหผ้ ู้เรยี นทำแบบทดสอบหลังเรยี น
ขั้นสรปุ
1. ผสู้ อนและผู้เรียนช่วยกันสรุปสาระสำคัญ
2. ผเู้ รียนนำเสนอรายงานหน้าช้ันเรยี น

5. สอื่ การเรยี นรู้

1. สรุ ยิ ะ เจยี มประชานรากร. เศรษฐศาสตรเ์ บ้ืองตน้ : กรงุ เทพฯ : ศูนย์สง่ เสรมิ วิชาการ. (2562).
2. PowerPoint
3. แหลง่ ข้อมลู จากสอื่ ต่าง ๆ และ อินเทอร์เนต็

25

6. การบูรณาการเชอ่ื มโยง

สาระการเรยี นรู้
เศรษฐศาสตร์และปัญหาทางเศรษฐศาสตร์ เป็นการบูรณาการเนื้อหาเรื่อง “การเปล่ียนแปลงราคาสินค้า
เกษตรหลกั และสินคา้ อุตสาหกรรมหลัก” เขา้ กบั เหตุการณ์ทางเศรษฐกจิ ทีเ่ กดิ ขนึ้ ในปัจจุบนั
การบรู ณาการ
1. มนุษยสัมพนั ธ์

ผูเ้ รยี นแสดงความคิดเห็นในการทำงานกล่มุ
กจิ กรรม
1. แลกเปล่ยี นความคิด

ผู้เรยี นแสดงความคดิ เห็นร่วมกับผู้สอน
2. การทำงานเปน็ กล่มุ

ผู้เรยี นมีการวางแผนและรับผิดชอบงานกลมุ่

7. การวดั และการประเมนิ ผล

1. แบบทดสอบกอ่ น-หลังเรียน
2. รายงานและการนำเสนอผลงาน
3. แบบประเมนิ ผลพฤติกรรมรายบุคคล
4. แบบประเมนิ ผลพฤติกรรมรายกลุ่ม

26

8. บันทกึ ผลหลังการจัดการเรยี นรู้

................................................................................................................................................................. ...................
................................................................................................................ ....................................................................
............................................................................................................................. .......................................................
..................................................................................................................................... ...............................................

9. ขอ้ เสนอแนะ

................................................................................................................................ ....................................................
....................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .......................................................
............................................................................................................................. .......................................................

10. ความคดิ เหน็ ของผูบ้ ริหาร/ผู้ทไี่ ด้รบั มอบหมาย

............................................................................................................................. .......................................................
......................................................................................................................................... ...........................................
....................................................................................................................................................................................
................................................................................................................................ ....................................................

ลงช่ือ................................................ผู้สอน
(นางสาวณัฐธยาน์ พมิ พิรตั น์)

วนั ท.ี่ ........เดอื น............................ พ.ศ........

27

แผนการจัดการเรยี นรู้ หน่วยที่ 8

วิชา เศรษฐศาสตรเ์ บอ้ื งต้น (20200-1001) สัปดาหท์ ี่ 8
ชอื่ หน่วย : การกำหนดราคาและดุลยภาพของตลาด จำนวน 2ชัว่ โมง

1. สาระสำคญั

ในตลาดที่มีการแข่งขัน ราคาดุลยภาพและปริมาณดุลยภาพจะเกิดข้ึน ณ จุดตัดระหว่างเส้นอุปสงค์และ
เส้นอปุ ทานของสินคา้ นนั้ (จดุ ดุลยภาพ) ท่รี ะดับราคาอ่ืนทีไ่ ม่ใช่ราคาดลุ ยภาพ จะทำให้ปริมาณซ้ือและปริมาณขาย
ไม่สมดุลกัน ในกรณีท่ีราคาสูงกว่าดุลยภาพ ปริมาณขายจะมากกว่าปริมาณซื้อ จะเกิดอุปทานส่วนเกินหรือสินค้า
ล้นตลาด ในท่ีสุดราคาจะลดลงมาทร่ี าคาดลุ ยภาพ หรอื ในกรณีท่ีราคาต่ำกว่าราคาดุลยภาพ ปริมาณซ้ือจะมากกว่า
ปริมาณขาย จะเกดิ อปุ สงคส์ ว่ นเกนิ หรือสนิ คา้ ขาดตลาด และราคาจะสูงขนึ้ จนถงึ ราคาดุลยภาพ

ภาวะดุลยภาพจะดำรงอยู่ได้ตราบเท่าทอ่ี ุปสงค์และอุปทานยังไม่เปล่ียนแปลง แตถ่ ้าปัจจัยกำหนดอุปสงค์
และอุปทาน ปัจจัยใดปัจจัยหน่ึงหรือหลายปัจจัย (ยกเว้นราคา) เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งมีผลให้เส้นอุปสงค์และ/หรือ
เส้นอุปทานเปลี่ยนแปลงไปแล้วดุลยภาพจะเปล่ียนแปลงไปซ่ึงจะทำให้ราคาดุลยภาพ และ/หรือปริมาณดุลยภาพ
เปลย่ี นแปลงไปด้วย

2. สมรรถนะการเรยี นรู้

1. อธบิ ายการกำหนดราคาของสินค้าในตลาดแขง่ ขนั โดยอาศัยเสน้ อุปสงค์และอปุ ทานได้
2. อธิบายคำวา่ ดุลยภาพของตลาดได้
3. อธบิ ายคำวา่ สินค้าล้นตลาดและสินคา้ ขาดตลาดโดยใชอ้ ปุ สงค์และอุปทานได้
4. ระบผุ ลท่เี กดิ ขึน้ เมอื่ มกี ารเปลยี่ นแปลงภาวะดลุ ยภาพของตลาดในกรณตี ่าง ๆ ได้

3. สาระการเรียนรู้

1. การกำหนดราคาและดลุ ยภาพของตลาดโดยอปุ สงคแ์ ละอปุ ทาน
2. การเปลี่ยนแปลงภาวะดลุ ยภาพของตลาด

4. กิจกรรมการเรยี นรู้

ข้ันนำเข้าสู่บทเรยี น
ผู้เรียนตั้งคำถามว่า “ราคาหุ้นในตลาดหลักทรัพย์เปลี่ยนแปลงข้ึน ๆ ลง ๆ เพราะเหตุใด” และให้ผู้เรียน
แสดงความคดิ เห็น
ขนั้ สอน
1. ผู้สอนอธิบายเนื้อหาตามหัวข้อสาระการเรียนรู้ โดยใช้ PowerPoint ประกอบ
2. ใหผ้ ้เู รยี นซักถามประเดน็ ทางเศรษฐศาสตรท์ ี่สงสยั
3. ใหผ้ ูเ้ รยี นทำกจิ กรรมตามใบงาน
4. ให้ผเู้ รยี นทำแบบทดสอบหลงั เรียน

28

ข้นั สรุป
1. ผูส้ อนและผู้เรยี นชว่ ยกนั สรุปสาระสำคัญ
2. ผู้เรยี นนำเสนอรายงานหน้าชั้นเรยี น

5. สอ่ื การเรยี นรู้

1. สรุ ยิ ะ เจยี มประชานรากร. เศรษฐศาสตร์เบ้ืองตน้ : กรุงเทพฯ : ศนู ย์ส่งเสรมิ วิชาการ. (2562).
2. PowerPoint
3. แหล่งขอ้ มูลจากส่อื ต่าง ๆ และ อินเทอรเ์ นต็

6. การบรู ณาการเชื่อมโยง

สาระการเรยี นรู้
เศรษฐศาสตร์และปญั หาทางเศรษฐศาสตร์ เปน็ การบรู ณาการเน้อื หาเร่ือง “การกำหนดราคาดุลยภาพ
สนิ คา้ และบริการ” เข้ากับเหตกุ ารณท์ างเศรษฐกจิ ทเ่ี กิดขึ้นในปจั จุบัน
การบูรณาการ
1. มนุษยสมั พนั ธ์

ผเู้ รียนแสดงความคิดเห็นในการทำงานกล่มุ
กิจกรรม
1. แลกเปลย่ี นความคิด

ผูเ้ รียนแสดงความคิดเห็นร่วมกับผสู้ อน
2. การทำงานเปน็ กลุ่ม

ผเู้ รยี นมีการวางแผนและรบั ผิดชอบงานกลุม่

7. การวัดและการประเมินผล

1. แบบทดสอบก่อน-หลงั เรยี น
2. รายงานและการนำเสนอผลงาน
3. แบบประเมินผลพฤติกรรมรายบคุ คล
4. แบบประเมินผลพฤติกรรมรายกลุ่ม

29

8. บนั ทกึ ผลหลงั การจัดการเรียนรู้

................................................................................................................ ....................................................................
............................................................................................................................. .......................................................
............................................................................................................... .....................................................................
.................................................................................... ................................................................................................

9. ข้อเสนอแนะ

................................................................................................................ ....................................................................
............................................................................................................................. .......................................................
....................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................... ................................................................

10. ความคิดเหน็ ของผบู้ ริหาร/ผทู้ ่ไี ดร้ ับมอบหมาย

................................................................................................................ ....................................................................
............................................................................................................................. .......................................................
....................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................. ..................................................................

ลงช่อื ................................................ผู้สอน
(นางสาวณัฐธยาน์ พมิ พิรัตน์)

วันที่.........เดือน............................ พ.ศ........

30

แผนการจัดการเรยี นรู้ หนว่ ยท่ี 9

วิชา เศรษฐศาสตรเ์ บอ้ื งต้น (20200-1001) สปั ดาหท์ ี่ 10
ชอื่ หน่วย : รายได้ประชาชาติ จำนวน 2ช่วั โมง

1. สาระสำคัญ

รายได้ประชาชาติ มี 7 ระดับ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ภายในประเทศเบ้ืองต้น ผลิตภัณฑ์ประชาชาติเบื้องต้น
ผลิตภัณฑ์ประชาชาติสุทธิ รายได้ประชาชาติ รายได้ส่วนบุคคล รายได้ส่วนบุคคลสุทธิ และรายได้เฉล่ียต่อคน ซึ่ง
แต่ละระดบั สามารถช้ใี หเ้ หน็ ถงึ ความสามารถและฐานะทางเศรษฐกจิ ของประเทศในแงม่ ุมต่างกันได้

การคำนวณรายได้ประชาชาตทิ ำได้ 3 วิธี คอื จากผลผลติ จากรายได้ และจากรายจ่าย
การคำนวณจากผลผลิต เป็นการรวมมูลค่าของผลผลิตข้ันสุดท้าย ท่ีผลิตขึ้นในระยะเวลา 1 ปี แต่เพ่ือ
หลีกเลีย่ งการนบั ซำ้ จึงนิยมรวมมลู คา่ เพ่ิมแทนการรวมมลู ค่าของผลผลิตขน้ั สดุ ทา้ ย
การคำนวณจากรายได้ เป็นการรวมรายได้ของคนท้ังประเทศ ได้แก่ ค่าเช่า ค่าจา้ ง ดอกเบ้ีย และกำไร ใน
ระยะเวลา 1 ปี
การคำนวณจากรายจ่าย เป็นการรวมรายจ่ายเพ่ือการบริโภคของเอกชน รายจ่ายเพ่ือการลงทุน รายจ่าย
ของรัฐบาล และค่าลงทนุ สุทธจิ ากตา่ งประเทศ
รายได้ประชาชาติเป็นเคร่ืองมือที่ดีท่ีสุดสำหรับแสดงฐานะทางเศรษฐกิจของประเทศและเปรียบเทียบกับ
ประเทศอน่ื เพราะคำนวณเปน็ ตัวเลขได้ชัดเจน นอกจากนย้ี ังใช้เปน็ เคร่อื งมอื วางนโยบายจัดเกบ็ ภาษี

2. สมรรถนะการเรียนรู้

1. อธบิ ายวธิ กี ารวัดรายไดป้ ระชาชาตริ ะดับต่าง ๆ ได้
2. อธบิ ายความหมายของรายได้ประชาชาติในแต่ละระดับได้
3. เขยี นกราฟแสดงการคำนวณรายไดป้ ระชาชาตใิ นระดับต่าง ๆ ได้
4. อธบิ ายวิธกี ารคำนวณรายไดป้ ระชาชาตจิ ากผลผลิตได้
5. อธิบายวิธกี ารคำนวณรายได้ประชาชาติจากรายได้ได้
6. อธบิ ายวิธกี ารคำนวณรายได้ประชาชาตจิ ากรายจ่ายได้
7. บอกประโยชน์ของรายไดป้ ระชาชาติได้

3. สาระการเรยี นรู้

1. การวดั รายไดป้ ระชาชาตใิ นระดับตา่ ง ๆ
2. การคำนวณรายได้ประชาชาติ
3. ประโยชนข์ องรายไดป้ ระชาชาติ

31

4. กจิ กรรมการเรยี น

ขน้ั นำเขา้ สู่บทเรียน
ผ้สู อนตัง้ คำถามว่า “ธนาคารโลกคาดว่าเศรษฐกจิ ของประเทศไทยจะโต 5% ในปีหนา้ ” และให้ผู้เรียนแสดง
ความคิดเห็น
ข้ันสอน
1. ผู้สอนอธิบายเน้อื หาตามหัวขอ้ สาระการเรยี นรู้ โดยใช้ PowerPoint ประกอบ
2. ให้ผูเ้ รียนซกั ถามประเด็นทางเศรษฐศาสตร์ท่สี งสัย
3. ให้ผู้เรยี นทำกิจกรรมตามใบงาน
4. ให้ผู้เรยี นทำแบบทดสอบหลงั เรียน
ขน้ั สรปุ
1. ผสู้ อนและผูเ้ รยี นช่วยกันสรปุ สาระสำคญั
2. ผู้เรยี นนำเสนอรายงานหน้าช้ันเรยี น

5. สื่อการเรยี นรู้

1. สุรยิ ะ เจยี มประชานรากร. เศรษฐศาสตรเ์ บื้องต้น : กรงุ เทพฯ : ศูนยส์ ง่ เสรมิ วิชาการ. (2562).
2. PowerPoint
3. แหล่งข้อมูลจากสอ่ื ต่าง ๆ และ อนิ เทอรเ์ น็ต

6. การบรู ณาการเชอื่ มโยง

สาระการเรยี นรู้
เศรษฐศาสตรแ์ ละปัญหาทางเศรษฐศาสตร์ เปน็ การบรู ณาการเนือ้ หาเร่ือง “การขยายตัวหรือการชะลอตวั
ของเศรษฐกจิ ประเทศไทย” เขา้ กบั เหตุการณ์ทางเศรษฐกิจท่เี กิดขน้ึ ในปจั จบุ นั
การบรู ณาการ
1. มนษุ ยสัมพันธ์

ผูเ้ รียนแสดงความคดิ เห็นในการทำงานกลมุ่
กจิ กรรม
1. แลกเปล่ียนความคิด

ผู้เรียนแสดงความคิดเห็นรว่ มกบั ผสู้ อน
2. การทำงานเป็นกลุ่ม

ผู้เรียนมีการวางแผนและรบั ผิดชอบงานกลุม่

32

7. การวัดและการประเมนิ ผล

1. แบบทดสอบก่อน-หลงั เรียน
2. รายงานและการนำเสนอผลงาน
3. แบบประเมนิ ผลพฤติกรรมรายบคุ คล
4. แบบประเมินผลพฤติกรรมรายกลุ่ม

33

8. บนั ทกึ ผลหลงั การจัดการเรียนรู้

............................................................................................................................. .......................................................
............................................................................................................................. .......................................................
............................................................................................................................................................. .......................
............................................................................................................ ........................................................................

9. ข้อเสนอแนะ

....................................................................................................... .............................................................................
............................................................................................................................. .......................................................
............................................................................................................................. .......................................................
....................................................................................................................................................................................

10. ความคดิ เหน็ ของผู้บริหาร/ผู้ท่ไี ด้รับมอบหมาย

............................................................................................................................................................. .......................
............................................................................................................ ........................................................................
............................................................................................................................. .......................................................
................................................................................................................................. ...................................................

ลงชื่อ................................................ผสู้ อน
(นางสาวณัฐธยาน์ พิมพิรตั น์)

วนั ท่ี.........เดือน............................ พ.ศ........

34

แผนการจัดการเรียนรู้ หนว่ ยที่ 10

วชิ า เศรษฐศาสตร์เบือ้ งต้น (20200-1001) สปั ดาหท์ ี่ 11
ชือ่ หน่วย : การเงินและการธนาคาร จำนวน 2ชัว่ โมง

1. สาระสำคญั

ในสมัยโบราณการแลกเปลี่ยนเป็นแบบใช้ของต่อของ (Barter System) ต่อมาใช้ส่ิงของเป็นสื่อกลางใน
การแลกเปล่ียนและในระยะต่อมาจงึ ใช้เงนิ เปน็ สื่อกลาง โดยในระยะแรกใชเ้ งินทที่ ำด้วยโลหะมีคา่ พัฒนามาเปน็ เงิน
กระดาษ และใช้เอกสารเครดติ

เงิน หมายถึง ส่ิงใดก็ตามท่ีคนทั่วไปในสังคมยอมรับเพื่อชำระค่าซ้ือสินค้าและบริการและชำระหนี้ได้ตาม
กฎหมาย ในสงั คมไทยเงินประกอบด้วยเหรยี ญกษาปณ์ ธนบตั รและเช็ค

เงินทำหน้าท่ีทางเศรษฐกิจที่สำคัญ 4 ประการ คือ เป็นส่ือกลางในการแลกเปล่ียน เป็นเคร่ืองวัดมูลค่า
เป็นมาตรฐานสำหรบั ชำระหนใ้ี นอนาคต และเป็นเครอื่ งเก็บรักษามูลคา่

เงินที่ดีต้องมีคณุ สมบัตสิ ำคัญ คือ เป็นส่ิงที่ยอมรับกันท่ัวไป หายาก มีมลู คา่ ในตัวสูง คงทน ถาวร มูลค่าคง
ตัว มีลักษณะเหมอื นกัน แบ่งเปน็ หนว่ ยย่อยได้ ดอู อกงา่ ย และพกพาตดิ ตัวไดง้ ่าย คา่ ของเงนิ วัดจากอำนาจซ้ือท่ีเงิน
แตล่ ะหนว่ ยซอ้ื สินคา้ และบรกิ ารได้ มลู ค่าของเงินจะมคี วามสมั พันธ์ตรงกนั ขา้ มกับราคาสินค้า

ปริมาณเงิน หมายถึง ปริมาณของธนบัตร เหรียญกษาปณ์และเช็ค รวมกันท้ังหมด และนำออกใช้
หมุนเวยี นในมอื ประชาชนในขณะใดขณะหนง่ึ

ความต้องการถือเงิน หมายถึง ปริมาณเงินทั้งส้ินท่ีผู้บริโภคต้องการถือไว้ใช้ในขณะใดขณะหนึ่ง เพ่ือ
วตั ถุประสงค์ 3 ประการ คือ เพือ่ ใชจ้ า่ ยประจำวัน เพ่อื เหตุฉกุ เฉนิ และเพอ่ื ลงทุนเสีย่ งหากำไรในอนาคต

การหมุนเวียนของเงิน หมายถึง การที่เงินถูกใช้จ่ายเปลี่ยนมือกันไปเรื่อย ๆ ย่ิงเปล่ียนมากค่าใช้จ่ายใน
ตลาดก็จะเพิม่ ขน้ึ มาก

สถาบันการเงินทีส่ ำคัญทชี่ ่วยอำนวยความสะดวกในเร่ืองการเงิน ได้แก่ ธนาคารกลางและธนาคารพาณิชย์

2. สมรรถนะการเรยี นรู้

1. อธบิ ายวิวฒั นาการของระบบการแลกเปลย่ี นได้
2. บอกความหมายของเงนิ ตราได้
3. ระบชุ นิดของเงนิ ตราในปจั จบุ ันได้
4. อธิบายหนา้ ท่ที างเศรษฐกิจที่สำคญั ของเงินได้
5. บอกคณุ สมบัติของเงินทีด่ ีได้
6. บอกความหมายของมลู คา่ ของเงนิ ได้
7. บอกความหมายของปริมาณเงินได้

35

8. อธบิ ายวตั ถปุ ระสงคข์ องความตอ้ งการถอื เงนิ ได้
9. อธบิ ายการหมุนเวียนของเงินได้
10. บอกความหมาย ลักษณะ และอำนาจหน้าทีข่ องธนาคารกลางได้
11. บอกความหมายและหน้าที่ของธนาคารพาณิชยไ์ ด้
12. บอกระบบต่าง ๆ ของธนาคารพาณชิ ยไ์ ด้
13. ระบไุ ด้ว่าธนาคารพาณชิ ย์ของไทยเป็นระบบใด

3. สาระการเรยี นรู้

1. วิวัฒนาการของระบบการแลกเปลีย่ น
2. ความหมายของเงนิ ตรา
3. หน้าที่ของเงิน
4. คณุ สมบตั ขิ องเงนิ ท่ีดี
5. มลู ค่าของเงนิ
6. ปริมาณเงิน
7. ความตอ้ งการถอื เงิน
8. การหมุนเวียนของเงิน
9. ธนาคารกลาง
10. ธนาคารพาณชิ ย์
11. ระบบธนาคารพาณชิ ย์

4. กิจกรรมการเรียน

ขั้นนำเข้าสบู่ ทเรยี น
ผูส้ อนตั้งคำถามว่า “เงนิ เป็นเสมอื นโลหิตทไ่ี หลเวยี นเล้ียงรา่ งกาย” และให้ผู้เรียนแสดงความคดิ เหน็
ขัน้ สอน
1. ผู้สอนอธบิ ายเนอ้ื หาตามหัวขอ้ สาระการเรยี นรู้ โดยใช้ PowerPoint ประกอบ
2. ให้ผู้เรยี นซักถามประเด็นทางเศรษฐศาสตร์ท่ีสงสัย
3. ใหผ้ ู้เรียนทำกิจกรรมตามใบงาน
4. ให้ผ้เู รียนทำแบบทดสอบหลงั เรียน
ขั้นสรุป
1. ผู้สอนและผ้เู รียนชว่ ยกันสรปุ สาระสำคัญ
2. ผเู้ รยี นนำเสนอรายงานหนา้ ชั้นเรยี น

36

5. สือ่ การเรียนรู้

1. สุริยะ เจียมประชานรากร. เศรษฐศาสตร์เบื้องต้น : กรุงเทพฯ : ศูนย์ส่งเสรมิ วิชาการ. (2562).
2. PowerPoint
3. แหล่งขอ้ มูลจากสื่อต่าง ๆ และ อินเทอร์เนต็

6. การบรู ณาการเชือ่ มโยง

สาระการเรยี นรู้
เศรษฐศาสตรแ์ ละปญั หาทางเศรษฐศาสตร์ เป็นการบูรณาการเนือ้ หาเรื่อง “ปรมิ าณเงินและเปลี่ยนแปลง
ปรมิ าณเงิน” เข้ากับเหตุการณ์ทางเศรษฐกิจท่เี กดิ ขึน้ ในปัจจบุ นั
การบูรณาการ
1. มนุษยสัมพนั ธ์

ผู้เรียนแสดงความคดิ เหน็ ในการทำงานกลมุ่
กิจกรรม
1. แลกเปลย่ี นความคิด

ผูเ้ รียนแสดงความคดิ เห็นรว่ มกับผสู้ อน
2. การทำงานเปน็ กลมุ่

ผู้เรยี นมีการวางแผนและรับผิดชอบงานกลุ่ม

7. การวัดและการประเมนิ ผล

1. แบบทดสอบก่อน-หลงั เรียน
2. รายงานและการนำเสนอผลงาน
3. แบบประเมนิ ผลพฤติกรรมรายบุคคล
4. แบบประเมนิ ผลพฤติกรรมรายกลุ่ม

37

8. บนั ทกึ ผลหลังการจดั การเรียนรู้

............................................................................................................................. .......................................................
........................................................................................................................................................................... .........
.......................................................................................................................... ..........................................................
............................................................................................................................. .......................................................

9. ขอ้ เสนอแนะ

............................................................................................................................. .......................................................
........................................................................................................................................... .........................................
.......................................................................................... ..........................................................................................
....................................................................................................................................................................................

10. ความคิดเห็นของผู้บริหาร/ผูท้ ่ไี ด้รบั มอบหมาย

............................................................................................................................... .....................................................
........................................................................................................ ............................................................................
.................................................................................................................................................... ................................
....................................................................................................................................................................................

ลงช่ือ................................................ผสู้ อน
(นางสาวณฐั ธยาน์ พิมพริ ตั น์)

วันท่.ี ........เดือน............................ พ.ศ........

38

แผนการจัดการเรยี นรู้ หน่วยที่ 11

วชิ า เศรษฐศาสตรเ์ บ้ืองต้น (20200-1001) สปั ดาหท์ ี่ 12
ชือ่ หน่วย : เงนิ เฟอ้ และเงินฝดื จำนวน 2ชัว่ โมง

1. สาระสำคญั

เงนิ เฟอ้ หมายถงึ ภาวะท่ีระดับราคาสินค้าและบรกิ ารทัว่ ๆ ไป โดยเฉล่ียสูงข้นึ เรือ่ ย ๆ ซึ่งระดับราคาเฉล่ีย
ดไู ด้จากดชั นรี าคาผบู้ ริโภค

เงนิ เฟ้อมี 3 ระดบั ได้แก่ เงินเฟอ้ อยา่ งออ่ น เงนิ เฟอ้ ปานกลาง และเงินเฟอ้ อย่างรนุ แรง
โดยทว่ั ไปเงนิ เฟ้ออยา่ งออ่ นไมท่ ำความเสียหายต่อเศรษฐกจิ ของประเทศ แตเ่ งินเฟ้อปานกลางและเงนิ เฟ้อ
อย่างรุนแรงมักทำความเสยี หายแกเ่ ศรษฐกจิ ของประเทศ
สาเหตขุ องเงินเฟ้อ มี 2 ประการ คือ
1. เงินเฟ้อท่ีเกิดจากอุปสงค์ดึง หมายถงึ ความตอ้ งการซอ้ื รวมมีมากกวา่ สนิ คา้ ที่มีอยู่
2. เงินเฟ้ อที่เกิดจากต้นทุนผลัก ห มายถึง เงินเฟ้อท่ี เกิดจา กต้นทุนการผลิตสินค้าสูงข้ึน

เงนิ เฟอ้ ทีเ่ กดิ ขึ้นในประเทศไทยมกั มสี าเหตุมาจากดา้ นตน้ ทนุ ผลักมากกว่าอปุ สงคด์ งึ
การแก้ไขเงินเฟ้อทำโดยใช้นโยบายการเงินและนโยบายการคลัง เพ่ือลดการขยายตัวของปริมาณเงินและเครดิตใน
ระบบเศรษฐกิจ ซึง่ จะส่งผลใหอ้ ุปสงค์มวลรวมลดลง

เงินฝืด หมายถึง ภาวะท่ีระดับสินค้าและบริการทั่วไปโดยเฉล่ียลดลงเร่ือย ๆ สาเหตุของ
เงนิ ฝืดและการแกไ้ ขเงนิ ฝดื มีลกั ษณะตรงกนั ข้ามกับเงินเฟ้อ

2. สมรรถนะการเรียนรู้

1. บอกความหมายของเงินเฟ้อได้
2. อธิบายลักษณะของเงนิ เฟ้อขนาดตา่ ง ๆ ได้
3. อธบิ ายสาเหตุของการเกดิ เงินเฟ้อได้
4. อธิบายสาเหตุของการเกดิ เงินเฟอ้ ในประเทศไทยได้
5. อธิบายผลกระทบของการเกดิ ภาวะเงนิ เฟ้อได้
6. อธิบายมาตรการท่ใี ช้แกไ้ ขภาวะเงินเฟ้อให้ได้ผลท่สี ดุ ได้
7. บอกความหมายของเงนิ ฝืดได้
8. อธบิ ายสาเหตแุ ละผลกระทบของภาวะเงนิ ฝืดได้
9. อธบิ ายมาตรการที่ใชแ้ ก้ไขภาวะเงินฝืดได้
10. บอกความหมายของเงนิ ตึงตวั ได้
11. อธิบายสาเหตุและผลกระทบของภาวะเงนิ ตงึ ตัวได้
12. อธิบายมาตรการท่ใี ช้แก้ไขภาวะเงินตงึ ตวั ได้

39

3. สาระการเรียนรู้

1. ความหมายของเงินเฟอ้
2. ขนาดของเงนิ เฟอ้
3. สาเหตุของเงนิ เฟอ้
4. ผลกระทบของภาวะเงนิ เฟ้อ
5. การแก้ไขภาวะเงนิ เฟอ้
6. ความหมายของเงนิ ฝืด
7. สาเหตแุ ละผลกระทบของภาวะเงนิ ฝืด
8. การแก้ไขภาวะเงนิ ฝืด
9. ความหมายของเงนิ ตึงตวั
10. สาเหตแุ ละผลกระทบของภาวะเงินตึงตวั
11. การแกไ้ ขภาวะเงินตึงตวั

5. กจิ กรรมการเรียนรู้

ขัน้ นำเข้าสู่บทเรยี น
ผู้สอนตั้งคำถามวา่ “.......................................” และให้ผู้เรียนแสดงความคดิ เห็น
ข้นั สอน
1. ผสู้ อนอธบิ ายเนือ้ หาตามหัวขอ้ สาระการเรยี นรู้ โดยใช้ PowerPoint ประกอบ
2. ให้ผู้เรียนซักถามประเด็นทางเศรษฐศาสตร์ที่สงสัย
3. ใหผ้ ู้เรียนทำกิจกรรมตามใบงาน
4. ใหผ้ เู้ รยี นทำแบบทดสอบหลังเรียน
ขั้นสรุป
1. ผู้สอนและผูเ้ รียนชว่ ยกนั สรุปสาระสำคัญ
2. ผู้เรยี นนำเสนอรายงานหน้าชั้นเรียน

5. สื่อการเรยี นรู้

1. สุรยิ ะ เจยี มประชานรากร. เศรษฐศาสตร์เบื้องตน้ : กรงุ เทพฯ : ศนู ย์สง่ เสรมิ วชิ าการ. (2562).
2. PowerPoint
3. แหลง่ ขอ้ มลู จากสอื่ ต่าง ๆ และ อนิ เทอรเ์ น็ต

40

6. การบูรณาการเช่ือมโยง

สาระการเรียนรู้
เศรษฐศาสตร์และปัญหาทางเศรษฐศาสตร์ เป็นการบูรณาการเนื้อหาเรื่อง “.........................................” เขา้
กบั เหตุการณท์ างเศรษฐกจิ ท่เี กิดข้ึนในปัจจุบนั
การบรู ณาการ
1. มนุษยสัมพันธ์

ผเู้ รยี นแสดงความคดิ เหน็ ในการทำงานกล่มุ
กจิ กรรม
1. แลกเปลยี่ นความคิด

ผ้เู รียนแสดงความคดิ เหน็ รว่ มกับผสู้ อน
2. การทำงานเป็นกลมุ่

ผู้เรียนมีการวางแผนและรบั ผิดชอบงานกลุ่ม

7. การวัดและการประเมินผล

1. แบบทดสอบก่อน-หลงั เรยี น
2. รายงานและการนำเสนอผลงาน
3. แบบประเมนิ ผลพฤติกรรมรายบคุ คล
4. แบบประเมินผลพฤติกรรมรายกล่มุ

41

8. บันทกึ ผลหลังการจดั การเรียนรู้

...................................................................................................................... ..............................................................
............................................................................................................................. .......................................................
........................................................................................................................................... .........................................
............................................................................... ............................................................................................... ......

9. ข้อเสนอแนะ

............................................................................................................................. .......................................................
....................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .......................................................
............................................................................................................................. .......................................................

10. ความคิดเห็นของผบู้ ริหาร/ผูท้ ่ีได้รบั มอบหมาย

............................................................................................................................. .......................................................
................................................................................................................................. ...................................................
....................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .......................................................

ลงช่อื ................................................ผู้สอน
(นางสาวณฐั ธยาน์ พิมพริ ตั น์)

วันท่ี.........เดอื น............................ พ.ศ........

42


Click to View FlipBook Version