แผนการจดั การเรยี นรู้ หนว่ ยที่ 12
วชิ า เศรษฐศาสตรเ์ บอ้ื งต้น (20200-1001) สัปดาห์ท่ี 13
ชือ่ หน่วย : วฏั จกั รเศรษฐกิจ จำนวน 2 ช่ัวโมง
1. สาระสำคัญ
วฏั จักรเศรษฐกิจ หมายถึง การเปลี่ยนแปลงหมุนเวียนของภาวะเศรษฐกิจในรอบระยะเวลาหน่ึง ๆ ซึ่งจะ
เปน็ การเปล่ียนแปลงอยูร่ ะหว่างภาวะเศรษฐกจิ รุ่งเรืองสูงสดุ และภาวะเศรษฐกจิ ต่ำสุดเป็นการเปลีย่ นกลับไปมา
วัฏจักรเศรษฐกิจแบ่งออกเป็น 4 ระยะ คือ ระยะเฟื่องฟู ระยะถดถอย ระยะตกต่ำ และระยะฟื้นตัว ใน
แต่ละระยะสังเกตได้จากการเปลี่ยนแปลงของระดับรายได้ประชาชาติที่แท้จริง ระดับราคาสินค้าท่ัวไป ระดับ
ผลผลติ และระดบั การจา้ งงาน
สาเหตุของการเกิดวัฏจักรเศรษฐกิจ มี 2 ประการ คือ สาเหตุภายในระบบเศรษฐกิจ เช่น การ
เปล่ียนแปลงการบริโภค การลงทุน อัตราดอกเบี้ย เป็นต้น และสาเหตุภายนอกระบบเศรษฐกิจ เช่น สงครามและ
ภัยธรรมชาติ เปน็ ต้น
การเกิดวัฏจักรเศรษฐกิจทำให้ไม่มีเสถียรภาพในวงการธุรกิจต่าง ๆ ตลอดจนการดำรงชีวิตของประชาชน
ดังนั้น ควรป้องกันไม่ให้ภาวะเศรษฐกิจเฟ่ืองฟูเกินไปจนเกิดเงินเฟ้อ โดยรัฐบาลนำพันธบัตรออกขาย เพิ่มอัตรา
ภาษี และลดรายจ่าย และป้องกันไม่ให้เศรษฐกิจตกต่ำเกินไป โดยรัฐบาลลดภาษี เพ่ิมค่าใช้จ่าย และลดอัตรา
ดอกเบ้ีย
2. สมรรถนะการเรยี นรู้
1. บอกความหมายของวฏั จักรเศรษฐกิจได้
2. บอกลักษณะทว่ั ไปในระยะต่าง ๆ ของวัฏจักรเศรษฐกิจท้งั 4 ระยะได้
3. บอกสาเหตใุ นการเกดิ วฏั จกั รเศรษฐกิจได้
4. บอกมาตรการท่ีใช้ในการป้องกันและรักษาเสถยี รภาพทางเศรษฐกิจเมื่อเกิดวฏั จักรเศรษฐกจิ ได้
3. สาระการเรียนรู้
1. ความหมายของวฏั จกั รเศรษฐกิจ
2. ลกั ษณะทวั่ ไปในระยะตา่ ง ๆ ของวัฏจกั รเศรษฐกจิ
3. สาเหตขุ องวฏั จกั รเศรษฐกิจ
4. การปอ้ งกันหรอื แกไ้ ขวฏั จกั รเศรษฐกจิ
43
4. กิจกรรมการเรยี น
ขน้ั นำเขา้ ส่บู ทเรียน
ผู้สอนตงั้ คำถามวา่ “เศรษฐกจิ ของประเทศไทยในปัจจบุ ันอยู่ในระยะเฟ่ืองฟูหรือตกต่ำ” และให้ผู้เรยี นแสดง
ความคิดเหน็
ขน้ั สอน
1. ผูส้ อนอธิบายเนื้อหาตามหัวขอ้ สาระการเรยี นรู้ โดยใช้ PowerPoint ประกอบ
2. ใหผ้ ูเ้ รยี นซกั ถามประเด็นทางเศรษฐศาสตรท์ ่ีสงสัย
3. ให้ผู้เรยี นทำกิจกรรมตามใบงาน
4. ใหผ้ ้เู รยี นทำแบบทดสอบหลงั เรียน
ข้นั สรุป
1. ผสู้ อนและผเู้ รียนชว่ ยกนั สรปุ สาระสำคัญในบทเรียน
2. ผเู้ รียนนำเสนอรายงานหน้าชั้นเรียน
5. สอื่ การเรียนรู้
1. สรุ ิยะ เจียมประชานรากร. เศรษฐศาสตร์เบ้อื งตน้ : กรุงเทพฯ : ศูนย์ส่งเสริมวิชาการ. (2562).
2. PowerPoint
3. แหลง่ ข้อมูลจากสื่อต่าง ๆ และ อินเทอร์เน็ต
6. การบูรณาการเชื่อมโยง
สาระการเรยี นรู้
เศรษฐศาสตรแ์ ละปัญหาทางเศรษฐศาสตร์ เป็นการบูรณาการเนื้อหาเรื่อง “การเปลยี่ นแปลงขึ้น ๆ ลง ๆ
ของภาวะเศรษฐกิจ” เขา้ กับเหตุการณท์ างเศรษฐกจิ ที่เกดิ ขึ้นในปัจจบุ นั
การบรู ณาการ
1. มนษุ ยสัมพนั ธ์
ผ้เู รียนแสดงความคดิ เหน็ ในการทำงานกล่มุ
กจิ กรรม
1. แลกเปลีย่ นความคิด
ผเู้ รียนแสดงความคดิ เหน็ ร่วมกบั ผูส้ อน
2. การทำงานเปน็ กลุ่ม
ผู้เรียนมีการวางแผนและรับผิดชอบงานกล่มุ
44
7. การวัดและการประเมนิ ผล
1. แบบทดสอบก่อน-หลงั เรยี น
2. รายงานและการนำเสนอผลงาน
3. แบบประเมนิ ผลพฤติกรรมรายบคุ คล
4. แบบประเมินผลพฤติกรรมรายกลุ่ม
45
8. บนั ทกึ ผลหลังการจัดการเรียนรู้
............................................................................................................................. .......................................................
...................................................................................................................................................................... ..............
..................................................................................................................... ...............................................................
............................................................................................................................. .......................................................
9. ข้อเสนอแนะ
............................................................................................................................. .......................................................
..................................................................................................................................... ...............................................
.................................................................................... ................................................................................................
............................................................................................................................. .......................................................
10. ความคดิ เหน็ ของผบู้ ริหาร/ผู้ทีไ่ ด้รบั มอบหมาย
....................................................................................................................... .............................................................
............................................................................................................................. .......................................................
............................................................................................................................................ ........................................
........................................................................................... .........................................................................................
ลงชือ่ ................................................ผ้สู อน
(นางสาวณัฐธยาน์ พิมพริ ตั น์)
วันที.่ ........เดอื น............................ พ.ศ........
46
แผนการจัดการเรยี นรู้ หน่วยที่ 13
วิชา เศรษฐศาสตร์เบอื้ งต้น (20200-1001) สปั ดาห์ท่ี 14
ช่ือหนว่ ย : ดลุ การคา้ และดุลการชำระเงนิ จำนวน 2 ช่ัวโมง
1. สาระสำคัญ
ประเทศต่าง ๆ ทำการค้าขายสินค้ากนั เพราะมีทรัพยากร สภาพดินฟ้าอากาศและความถนัดของพลเมือง
แตกตา่ งกันออกไป การมีการค้าระหว่างประเทศจะช่วยให้ประชาชนในแต่ละประเทศมีสนิ ค้าท่ีมีคุณภาพและราคา
ถกู บรโิ ภคมากขึ้น และทำใหก้ ารใชท้ รพั ยากรของโลกเปน็ ไปอย่างมปี ระสิทธิภาพ
ดุลการคา้ หมายถึง ส่วนต่างระหวา่ งมลู คา่ สินค้าสง่ ออกและมูลคา่ สนิ ค้านำเขา้ ของประเทศในระยะเวลา 1
ปี ดุลการค้ามี 3 ลักษณะ คอื เกนิ ดุล ขาดดุล และสมดุล
ดุลการชำระเงิน หมายถึง รายการท่ีแสดงรายรับและรายจ่ายทางด้านการค้าและการเงินของประเทศ
ซ่ึงเกิดขึ้นจากการติดต่อกับประเทศอ่ืนในระยะเวลา 1 ปี ดุลการชำระเงินมี 3 ลักษณะ คือ เกินดุล ขาดดุล และ
สมดุล
ดลุ การชำระเงนิ ประกอบด้วยรายการใหญ่ 3 รายการ คือ บัญชีเดินสะพัด ประกอบด้วย ดุลการค้าและ
ดุลบริการ บัญชีทุนเคล่ือนย้าย และบัญชีทุนสำรองระหว่างประเทศ ดังนั้นดุลการค้าเป็นเพียงส่วนย่อยของ
ดลุ การชำระเงินเทา่ น้นั
การขาดดุลการค้าโดยดลุ การชำระเงินไมข่ าดดลุ ไม่เปน็ ผลดีต่อเศรษฐกิจสว่ นรวม แต่การขาดดลุ การค้าซึ่ง
มีผลให้ดุลการชำระเงินขาดดุลจะทำให้ทุนสำรองระหว่างประเทศลดน้อยลง จำเป็นต้องแก้ไข โดยส่งเสริมการ
ส่งออกสินค้าและบริการ ลดนำเข้าสินค้าและบริการ ลดอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา ส่งเสริมการลงทุนจาก
ต่างประเทศ และควบคุมการไหลออกของเงินตราต่างประเทศ รวมทั้งส่งเสริมให้คนประหยัดและสนับสนุนให้ใช้
สินคา้ ทผ่ี ลิตไดใ้ นประเทศ
2. สมรรถนะการเรยี นรู้
1. อธิบายสาเหตุท่ที ำให้ประเทศต่าง ๆ ต้องทำการค้าขายกับประเทศอืน่ ๆ ได้
2. บอกประโยชน์ของการมีการค้าระหวา่ งประเทศได้
3. บอกความหมายของดุลการค้าได้
4. อธบิ ายลักษณะต่าง ๆ ของดุลการค้าได้
5. บอกลักษณะของดุลการค้าของประเทศไทยในช่วงปีใดปหี น่ึงได้
6. บอกความหมายของดุลการชำระเงินได้
7. บอกลักษณะของดุลการชำระเงินได้
8. อธิบายรายการต่าง ๆ ในดุลการชำระเงินได้
9. อธบิ ายความแตกตา่ งระหว่างดุลการค้าและดลุ การชำระเงินได้
10. บอกวธิ กี ารแก้ไขปัญหาการขาดดุลการชำระเงนิ ได้
47
3. สาระการเรียนรู้
1. สาเหตขุ องการมกี ารคา้ ระหวา่ งประเทศ
2. ประโยชน์ของการคา้ ระหว่างประเทศ
3. ความหมายของดลุ การคา้
4. ลักษณะของดุลการคา้
5. ดุลการคา้ ของประเทศไทย
6. ความหมายของดุลการชำระเงนิ
7. ลักษณะของดุลการชำระเงิน
8. รายการในดุลการชำระเงนิ
9. ความแตกตา่ งระหวา่ งดุลการค้าและดลุ การชำระเงิน
10. การแก้ปัญหาดุลการชำระเงินขาดดลุ
4. กจิ กรรมการเรียน
ข้ันนำเขา้ สบู่ ทเรียน
ผู้เรียนต้งั คำถามว่า “ดลุ การค้าของประเทศไทยในปจั จุบนั เปน็ อย่างไร” และให้ผู้เรยี นแสดงความคิดเหน็
ขนั้ สอน
1. ผู้สอนอธบิ ายเนอื้ หาตามหวั ขอ้ สาระการเรยี นรู้ โดยใช้ PowerPoint ประกอบ
2. ใหผ้ เู้ รียนซกั ถามประเด็นทางเศรษฐศาสตรท์ ส่ี งสยั
3. ใหผ้ ู้เรียนทำกจิ กรรมใบงาน
4. ให้ผเู้ รียนทำแบบทดสอบหลงั เรยี น
ขนั้ สรุป
1. ผู้สอนและผู้เรียนชว่ ยกันสรปุ สาระสำคัญ
2. ผเู้ รยี นนำเสนอรายงานหนา้ ชั้นเรียน
5. ส่ือการเรยี นรู้
1. สุริยะ เจยี มประชานรากร. เศรษฐศาสตรเ์ บ้ืองตน้ : กรงุ เทพฯ : ศนู ย์สง่ เสรมิ วิชาการ. (2562).
2. PowerPoint
3. แหลง่ ข้อมูลจากสอื่ ต่าง ๆ และ อนิ เทอร์เน็ต
48
6. การบรู ณาการเช่อื มโยง
สาระการเรยี นรู้
เศรษฐศาสตรแ์ ละปญั หาทางเศรษฐศาสตร์ เปน็ การบูรณาการเนือ้ หาเร่ือง “การคา้ และการชำระเงินของ
ประเทศ” เขา้ กบั เหตุการณท์ างเศรษฐกจิ ทเ่ี กดิ ขึ้นในปจั จุบัน
การบูรณาการ
1. มนุษยสัมพนั ธ์
ผูเ้ รยี นแสดงความคดิ เห็นในการทำงานกลมุ่
กจิ กรรม
1. แลกเปลย่ี นความคิด
ผเู้ รยี นแสดงความคิดเหน็ รว่ มกบั ผู้สอน
2. การทำงานเป็นกลมุ่
ผเู้ รยี นมีการวางแผนและรับผิดชอบงานกล่มุ
7. การวัดและการประเมนิ ผล
1. แบบทดสอบกอ่ น-หลงั เรียน
2. รายงานและการนำเสนอผลงาน
3. แบบประเมินผลพฤติกรรมรายบคุ คล
4. แบบประเมินผลพฤติกรรมรายกลุ่ม
49
8. บันทกึ ผลหลงั การจัดการเรียนรู้
........................................................................................... .........................................................................................
............................................................................................................................. .......................................................
............................................................................................................................. .......................................................
....................................................................................................................................................................................
9. ขอ้ เสนอแนะ
....................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .......................................................
............................................................................................................................. .......................................................
........................................................................................................................................................... .........................
10. ความคดิ เห็นของผูบ้ รหิ าร/ผ้ทู ไ่ี ด้รบั มอบหมาย
............................................................................................................................. .......................................................
....................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .......................................................
............................................................................................................................. .......................................................
ลงช่ือ................................................ผูส้ อน
(นางสาวณัฐธยาน์ พมิ พิรัตน์)
วันที่.........เดอื น............................ พ.ศ........
50
แผนการจัดการเรียนรู้ หน่วยท่ี 14
วชิ า เศรษฐศาสตร์เบื้องต้น (20200-1001) สัปดาหท์ ่ี 15-16
ชื่อหน่วย : การพัฒนาเศรษฐกจิ จำนวน 4 ช่ัวโมง
1. สาระสำคัญ
การพัฒนาเศรษฐกิจ หมายถึง การขยายตัวทางเศรษฐกิจ เป็นการเพ่ิมรายได้ที่แท้จริงของบุคคลใน
ประเทศให้สูงข้ึน โดยมีการนำเอาทรัพยากรที่มีอยู่มาใช้ประโยชน์ให้มากข้ึนกว่าเดิม และเป็นไปอย่างมี
ประสทิ ธภิ าพเพ่ือปรบั ปรงุ สภาพการดำรงชีวิตของประชาชนใหด้ ขี ึน้ ในทุก ๆ ดา้ น
ในปัจจุบันใช้รายได้ต่อคนเป็นเครื่องมือวัดฐานะทางเศรษฐกิจของประเทศต่าง ๆ ในโลก โดยแบ่งเป็น 3
กลมุ่ คอื ประเทศดอ้ ยพฒั นา ประเทศกึ่งพัฒนา และประเทศพัฒนาแลว้
ประชาชนส่วนใหญ่ของโลกอาศัยอยู่ในประเทศด้อยพัฒนา ซึ่งแต่ละประเทศจะมีลักษณะสำคัญบาง
ประการเหมอื นกนั ทสี่ ำคัญคือ รายไดต้ ่อบุคคลตำ่
ประเทศด้อยพัฒนา จำเป็นต้องมีการพัฒนาเศรษฐกิจ เพ่ือยกระดับมาตรฐานการครองชีพของประชาชน
ให้สงู ขนึ้ และลดความเหลื่อมลำ้ ของรายได้ของประชาชน
แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เป็นการบันทึกแผนงานเป็นลายลักษณ์อักษรของรัฐบาลในการ
พฒั นาประเทศ มี 3 ประเภท คือ แผนระยะยาว แผนระยะปานกลาง และแผนประจำปี แผนพัฒนาเศรษฐกิจและ
สงั คมแหง่ ชาตขิ องประเทศไทยเปน็ แผนระยะปานกลาง
- แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับท่ี 1-2 วัตถุประสงค์หลัก คือ การสร้างบริการขั้น
พ้นื ฐานทางเศรษฐกจิ
- แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับท่ี 3 ได้มีการกำหนดนโยบายประชาชนขึ้นในช่วง
แผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 3 ได้เกิดความผันผวนทางเศรษฐกิจและทางการเมืองขึ้น ผลของการพัฒนาต่ำ
กว่าเปา้ หมาย และกอ่ ใหเ้ กดิ ความเหลือ่ มลำ้ ทางเศรษฐกจิ ของประชาชน
- แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 4 มุ่งที่จะลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจของ
ประชาชน แต่ผลของการพัฒนากลบั ทำให้เกิดความเหล่ือมลำ้ ระหว่างคนในเมอื งและในชนบทมากข้ึน
- แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับท่ี 5 เน้นที่การพัฒนาเขตชนบทยากจน ผลของการ
พัฒนาทำใหส้ ภาพความยากจนดขี ้ึนในระดบั หนึ่ง
- แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 6 เน้นการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรมบริการเพื่อ
การสง่ ออก
- แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 7 เริ่มมองเห็นความจำเป็นในการกำหนด
แนวความคิดการพัฒนาแบบยั่งยืน จุดเน้นอยู่ท่ีการฟื้นฟู และพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติและ
สง่ิ แวดลอ้ ม
51
- แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 8 มีการปรับแนวคิดการพัฒนาจากเดิมที่เน้น
เศรษฐกจิ มาเป็นเน้นคนเปน็ ศนู ย์กลางของการพัฒนาและมุ่งให้เกิดความสมดุลระหว่างการพัฒนา
- แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 9 ได้อัญเชิญแนวปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงตาม
พระราชดำรัชของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มาเป็นปรัชญานำทางในการ
พฒั นาและบริหารประเทศ โดยยุดหลกั ทางสายกลาง เพ่ือใหป้ ระเทศรอดพ้นจากวิกฤต สามารถดำรง
อยไู่ ด้อย่างม่ันคงและนำไปส่กู ารพัฒนาท่สี มดุล มีคณุ ภาพ และยง่ั ยืน ยังคงยดึ “คนเป็นศูนยก์ ลางของ
การพฒั นา”
- แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับท่ี 10 และฉบับที่ 11 มุ่งพัฒนา “สังคมอยู่เย็นเป็นสุข
รว่ มกัน”
- แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับท่ี 12 มุ่งพัฒนา “มั่นคง มั่งค่ัง ย่ังยืน” เป็นแผนปฏิบัติ
การของแผนยทุ ธศาสตร์ชาติ
- ยทุ ธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี เป็นยุทธศาสตร์ในการพัฒนาประเทศระยะยาว พรอ้ มกับการปฏิรูปและ
การพัฒนาระบบและกลไกบริหารราชการแผน่ ดนิ
2. สมรรถนะการเรียนรู้
1. บอกความหมายของการพฒั นาเศรษฐกจิ ได้
2. อธบิ ายลักษณะกลุ่มประเทศตามฐานะทางเศรษฐกิจได้
3. อธบิ ายลกั ษณะของประเทศด้อยพฒั นาได้
4. บอกความจำเป็นทต่ี ้องมกี ารพฒั นาเศรษฐกิจได้
5. บอกความหมายและวตั ถุประสงคข์ องแผนพฒั นาเศรษฐกิจได้
6. บอกประวตั ิความเป็นมาของแผนพฒั นาเศรษฐกิจและสงั คมแห่งชาติของประเทศไทยได้
7. บอกเป้าหมายและผลการดำเนินงานของแผนพฒั นาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบบั ที่ 1-12 ได้
8. บอกสาระสำคัญของยุทธศาสตรช์ าติ 20 ปี (พ.ศ. 2560-2579) ได้
3. สาระการเรยี นรู้
1. ความหมายของการพัฒนาเศรษฐกจิ
2. การแบง่ กลุ่มประเทศตามฐานะทางเศรษฐกจิ
3. ลกั ษณะของประเทศดอ้ ยพัฒนา
4. ความจำเป็นในการพฒั นาเศรษฐกจิ
5. วัตถุประสงค์ของแผนพัฒนาเศรษฐกิจ
6. แผนพฒั นาเศรษฐกิจของประเทศไทย
7. การพัฒนาเศรษฐกิจตามแผนพฒั นาเศรษฐกิจและสังคมแหง่ ชาติ
52
8. ยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2560-2579)
4. กิจกรรมการเรยี นรู้
ขั้นนำเขา้ สบู่ ทเรียน
ผู้สอนตั้งคำถามว่า “มีคนกล่าวว่าประเทศไทยเจริญแต่วัตถุ แต่จิตใจของคนต่ำลง” และให้ผู้เรียนแสดง
ความคิดเห็น
ขน้ั สอน
1. ผู้สอนอธิบายเนือ้ หาตามหัวขอ้ สาระการเรียนรู้ โดยใช้ PowerPoint ประกอบ
2. ให้ผู้เรยี นซกั ถามประเดน็ ทางเศรษฐศาสตร์ท่สี งสัย
3. ให้ผู้เรียนทำกจิ กรรมตามใบงาน
4. ใหผ้ เู้ รยี นทำแบบทดสอบหลงั เรียน
ขน้ั สรุป
1. ผสู้ อนและผู้เรยี นช่วยกนั สรุปสาระสำคัญ
2. ผู้เรยี นนำเสนอรายงานหนา้ ช้ันเรยี น
5. สอ่ื การเรียนรู้
1. สุรยิ ะ เจียมประชานรากร. เศรษฐศาสตรเ์ บ้ืองต้น : กรงุ เทพฯ : ศูนย์สง่ เสรมิ วิชาการ. (2562).
2. PowerPoint
3. แหล่งข้อมลู จากส่ือต่าง ๆ และ อนิ เทอร์เน็ต
6. การบูรณาการเชือ่ มโยง
สาระการเรยี นรู้
เศรษฐศาสตรแ์ ละปญั หาทางเศรษฐศาสตร์ เปน็ การบูรณาการเนอ้ื หาเร่ือง “การพฒั นาประเทศดา้ นต่าง ๆ
เช่น เศรษฐกจิ สังคม และการเมือง” เขา้ กบั เหตกุ ารณ์ทางเศรษฐกิจทเ่ี กดิ ขน้ึ ในปัจจบุ ัน
การบรู ณาการ
1. มนษุ ยสมั พนั ธ์
ผู้เรยี นแสดงความคิดเหน็ ในการทำงานกลุ่ม
กจิ กรรม
1. แลกเปล่ยี นความคิด
ผเู้ รยี นแสดงความคดิ เห็นร่วมกบั ผู้สอน
2. การทำงานเป็นกลุ่ม
ผเู้ รียนมีการวางแผนและรับผิดชอบงานกลมุ่
53
7. การวัดและการประเมนิ ผล
1. แบบทดสอบก่อน-หลงั เรียน
2. รายงานและการนำเสนอผลงาน
3. แบบประเมนิ ผลพฤติกรรมรายบคุ คล
4. แบบประเมินผลพฤติกรรมรายกล่มุ
54
8. บนั ทกึ ผลหลังการจัดการเรยี นรู้
............................................................................................................................. .......................................................
....................................................................................................................................................... .............................
...................................................................................................... ..............................................................................
............................................................................................................................. .......................................................
9. ข้อเสนอแนะ
............................................................................................................................. .......................................................
....................................................................................................................................................... .............................
...................................................................................................... ..............................................................................
............................................................................................................................. .......................................................
10. ความคิดเหน็ ของผบู้ รหิ าร/ผู้ทไี่ ด้รบั มอบหมาย
............................................................................................................................. .......................................................
....................................................................................................................................................... .............................
...................................................................................................... ..............................................................................
............................................................................................................................. .......................................................
ลงชอื่ ................................................ผูส้ อน
(นางสาวณัฐธยาน์ พิมพริ ัตน์)
วนั ท.ี่ ........เดือน............................ พ.ศ........
55
แผนการจัดการเรียนรู้ หนว่ ยที่ 15
วชิ า เศรษฐศาสตร์เบอ้ื งต้น (20200-1001) สัปดาห์ที่ 17
ชือ่ หน่วย : โครงสร้างและปัญหาเศรษฐกิจของ จำนวน 2 ชวั่ โมง
ประเทศไทย และแนวทางแก้ไข
1. สาระสำคัญ
โครงสร้างเศรษฐกิจประเทศไทย แบง่ ออกเปน็ 7 ด้าน ดงั นี้
1. ด้านประชากร อัตราเกิดลดลงจนอยูใ่ นระดับน่าพอใจ ในอนาคตประชากรส่วนใหญ่ของประเทศจะเป็น
ประชากรในวยั ทำงานและวัยสูงอายมุ ากขนึ้
2. ดา้ นการผลิต การผลติ ด้านอุตสาหกรรม และบรกิ ารจะมคี วามสำคญั มากขน้ึ
3. ดา้ นการคา้ ตา่ งประเทศ เศรษฐกิจของประเทศตอ้ งพง่ึ พาการคา้ ต่างประเทศมากข้ึน
4. ด้านการตลาด ตลาดสินค้าและบรกิ ารส่วนใหญ่เป็นแบบเสรี แตม่ ีบางชนิด ไดแ้ ก่ บริการสาธารณูปโภคมี
ลกั ษณะผกู ขาด
5. ด้านพลังงาน ต้องนำเขา้ พลงั งานจากตา่ งประเทศเป็นจำนวนมาก
6. ดา้ นการขนสง่ การขนสง่ ทางบก (ทางถนน) มคี วามสำคญั มากท่สี ดุ
7. ด้านการออมทรพั ยแ์ ละการลงทนุ การออมทรพั ยต์ ำ่ และการสะสมทนุ ตำ่
ปัญหาเศรษฐกิจประเทศไทยทีส่ ำคญั มดี ังน้ี
1. ความยากจนในชนบท เน่ืองจากประชาชนส่วนใหญ่มีอาชีพทำการเกษตร และเป็นการทำเกษตรแบบ
พง่ึ พาธรรมชาติ การแกไ้ ขต้องเน้นไปยงั พนื้ ท่ีชนบทยากจน
2. ความเหล่ือมล้ำในการกระจายรายได้ นอกจากจะยากจนแล้ว ประชาชนแต่ละภูมิภาคยังมีฐานะทาง
เศรษฐกิจแตกตา่ งกนั มากดว้ ย การแก้ไขตอ้ งปรบั ปรุงโครงสร้างเศรษฐกจิ ใหม่
3. การว่างงาน การแก้ไขทำโดยให้การศึกษาให้ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงานและลงทุนโครงการ
ตา่ ง ๆ ในชนบท
4. การขาดดุลการค้า และดุลการชำระเงิน ดุลการค้าขาดดุลมาตลอด และเริ่มเกินดุลในปี 2541 ส่วน
ดลุ การชำระเงนิ ส่วนใหญจ่ ะเกนิ ดุล ยกเวน้ บางปีทขี่ าดดลุ
5. ด้านการบริหารงานแผ่นดิน การดำเนินงานตามนโยบายของรัฐขาดการประสานงาน แนวทางแก้ไขทำ
โดยปรับปรุงระบบการบรหิ ารให้หน่วยงานตา่ ง ๆ มีการประสานงานกนั มากย่งิ ข้นึ
56
2. สมรรถนะการเรียนรู้
1. อธิบายลกั ษณะโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศไทยดา้ นประชากรได้
2. อธบิ ายลักษณะโครงสร้างเศรษฐกจิ ของประเทศไทยด้านการผลติ ได้
3. อธิบายลกั ษณะโครงสรา้ งเศรษฐกจิ ของประเทศไทยด้านการคา้ ต่างประเทศได้
4. อธบิ ายลักษณะโครงสรา้ งเศรษฐกิจของประเทศไทยด้านการตลาดได้
5. อธบิ ายลักษณะโครงสรา้ งเศรษฐกิจของประเทศไทยด้านพลงั งานได้
6. อธิบายลกั ษณะโครงสรา้ งเศรษฐกจิ ของประเทศไทยดา้ นการขนสง่ ได้
7. อธิบายลักษณะโครงสร้างเศรษฐกจิ ของประเทศไทยดา้ นการออมทรัพย์และการลงทุนได้
8. อธิบายปญั หาความยากจนในชนบทและระบุแนวทางแกไ้ ขได้
9. อธบิ ายปญั หาการกระจายรายได้และความเหลอื่ มลำ้ ทางสังคมและแนวทางแก้ไขได้
10. อธิบายปัญหาการวา่ งงานและแนวทางแก้ไขได้
11. อธบิ ายปัญหาดุลการคา้ และดุลการชำระเงินและแนวทางแก้ไขได้
12. อธิบายปัญหาเกย่ี วกับการบริหารงานแผ่นดนิ และแนวทางแก้ไขได้
3. สาระการเรียนรู้
1. โครงสรา้ งเศรษฐกิจของประเทศไทย
2. ปญั หาเศรษฐกจิ ของประเทศไทยและแนวทางแก้ไข
4. กิจกรรมการเรยี นรู้
ขั้นนำเขา้ สู่บทเรียน
ผูส้ อนตั้งคำถามว่า “ปัญหาเศรษฐกิจประเทศไทยที่เร้ือรังท่ีสุดคือปัญหาอะไร เพราะอะไรจึงแก้ไม่ได้” และ
ให้ผู้เรียนอภิปรายและแสดงความคิดเหน็ ตอ่ คำถาม
ขนั้ สอน
1. ผ้สู อนอธิบายเนอ้ื หาตามหัวขอ้ สาระการเรียนรู้ โดยใช้ PowerPoint ประกอบ
2. ใหผ้ ้เู รยี นซักถามประเดน็ ทางเศรษฐศาสตร์ทส่ี งสยั
3. ใหผ้ ู้เรยี นทำกิจกรรมตามใบงาน
4. ใหผ้ เู้ รียนทำแบบทดสอบหลงั เรยี น
ขนั้ สรปุ
1. ผ้สู อนและผเู้ รียนชว่ ยกนั สรปุ สาระสำคัญ
2. ผู้เรียนนำเสนอรายงานหน้าชัน้ เรยี น
57
5. สอื่ การเรียนรู้
1. สุรยิ ะ เจียมประชานรากร. เศรษฐศาสตรเ์ บ้อื งตน้ : กรงุ เทพฯ : ศูนยส์ ่งเสริมวิชาการ. (2562).
2. PowerPoint
3. แหลง่ ข้อมูลจากสื่อต่าง ๆ และ อินเทอร์เน็ต
6. การบูรณาการเช่ือมโยง
สาระการเรยี นรู้
เศรษฐศาสตร์และปัญหาทางเศรษฐศาสตร์ เป็นการบูรณาการเน้ือหาเรื่อง “ปัญหาเศรษฐกิจประเทศไทย
เรื้อรงั ท่สี ุดคอื ปัญหาอะไร เพราะอะไรจงึ แกไ้ ขไม่ได้” เข้ากับเหตกุ ารณ์ทางเศรษฐกิจทเ่ี กิดข้ึนในปัจจบุ นั
การบูรณาการ
1. มนุษยสมั พันธ์
ผเู้ รียนแสดงความคิดเหน็ ในการทำงานกลุ่ม
กจิ กรรม
1. แลกเปลย่ี นความคิด
ผ้เู รยี นแสดงความคิดเห็นรว่ มกบั ผู้สอน
2. การทำงานเป็นกลุ่ม
ผู้เรียนมกี ารวางแผนและรับผิดชอบงานกลุ่ม
7. การวดั และการประเมินผล
1. แบบทดสอบกอ่ น-หลังเรยี น
2. รายงานและการนำเสนอผลงาน
3. แบบประเมินผลพฤติกรรมรายบุคคล
4. แบบประเมนิ ผลพฤติกรรมรายกลุม่
58
8. บนั ทกึ ผลหลังการจดั การเรยี นรู้
.................................................................................................................................................................. ..................
................................................................................................................. ...................................................................
............................................................................................................................. .......................................................
...................................................................................................................................... ..............................................
9. ขอ้ เสนอแนะ
................................................................................................................................. ...................................................
....................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .......................................................
............................................................................................................................. .......................................................
10. ความคิดเหน็ ของผ้บู รหิ าร/ผู้ท่ีได้รบั มอบหมาย
............................................................................................................................. .......................................................
........................................................................................................................................... .........................................
.......................................................................................... ..........................................................................................
............................................................................................................................. .......................................................
ลงชื่อ................................................ผสู้ อน
(นางสาวณฐั ธยาน์ พิมพริ ัตน์)
วันท่ี.........เดือน............................ พ.ศ........
59
ภาคผนวก
60
แฟ้มสะสมงาน
ประเมินจากผลงานท่ผี เู้ รยี นจดั ทำและนำมาจัดเกบ็ ไวใ้ นแฟม้ แฟ้มนน้ั จะประกอบดว้ ย
1. ปก
2. คำนำ
3. ขอ้ มูลสว่ นตวั
4. สารบญั
5. จุดประสงค์
6. เกณฑ์การประเมนิ งาน
7. งานทง้ั หมด
8. แบบทดสอบต่างๆ
9. งานทมี่ อบหมาย/ใบงาน
10. การประเมนิ ตนเอง/เพื่อน/ผูส้ อน/ผู้ปกครอง
11. ความคิดเห็นตอ่ วิชา
ตวั อยา่ งขอ้ มูลสว่ นตวั
1. ช่ือ………………………………………………………………………………………………………
2. เกดิ วนั ท…่ี ………………………เดอื น…………………………………พ.ศ. ………………………
3. ชื่อบดิ า…………………………………………ชอ่ื มารดา……………………………………………
พ…่ี …………………………………………คน น้อง…………………………………………คน
4. ทอี่ ยู่……………………………………………………………………………………………………
5. วิชาทชี่ อบ………………………………………………………………………………………………
6. กจิ กรรมทช่ี อบ…………………………………………………………………………………………
7. สิ่งทปี่ ระทับใจในการเรียน……………………………………………………………………………
8. รางวลั ทเี่ คยไดร้ ับ………………………………………………………………………………………
9. ความสามารถพิเศษ……………………………………………………………………………………
10. อดุ มคตขิ องการทำงาน…………………………………………………………………………………
11. ผลงานทีส่ ะสม…………………………………………………………………………………………
หมายเหตุ สะสมงานไดท้ ุกหนว่ ย ผเู้ รียนนำผลงานทีพ่ อใจใส่แฟ้มสะสมไว้
61
ภาคผนวก ก
ตัวอย่าง
แบบสงั เกตพฤติกรรมรายบุคคล
พฤตกิ รรม
ลำดบั ช่อื -สกุล ความสนใจ การแสดง การตอบ การรบั ฟงั ทำงาน รวม
ที่ ความคดิ เห็น คำถาม ความคิดเหน็ ตามทไี่ ด้รับ
มอบหมาย
1 2 3 4 1 2 3 4 1 2 3 4 1 2 3 4 1 2 3 4 20
ลงชือ่ ……………………………….ผ้สู ังเกต
(………………………….……)
…………/…………/………..
เกณฑก์ ารให้คะแนน ระดบั คุณภาพของแต่ละพฤตกิ รรมดังน้ี
ดมี าก = 4 (เกณฑ์ระหว่าง 90 - 100%)
ดี = 3 (เกณฑร์ ะหว่าง 70 - 89%)
ปานกลาง = 2 (เกณฑ์ระหวา่ ง 50 - 69% )
ปรบั ปรงุ = 1 (เกณฑต์ ่ำกว่า 50 %)
หมายเหตุ : ใชแ้ บบประเมนิ น้ีทกุ แผนการจัดการเรียนรู้
62
ภาคผนวก ข
ตวั อยา่ ง
แบบประเมินพฤติกรรมการเข้ารว่ มกิจกรรมกลุ่ม
กล่มุ ท่ี………..ชน้ั /แผนก……………….
คำช้ีแจง 1.ใหส้ ังเกตพฤติกรรมของนักเรียนตามทก่ี ำหนด
ลำดับ 2. ให้ผสู้ อนประเมนิ และใส่เคร่อื งหมาย ลงในชอ่ งทต่ี รงกับพฤตกิ รรมของนกั เรียนแต่ละกล่มุ
ท่ี
พฤติกรรม
หวั ขอ้ เร่อื ง ความ การแสดง ความตัง้ ใจ ทำงานเสรจ็ การนำเสนอ รวม
ร่วมมือกนั ความคิดเหน็ ในการ ตามเวลา ผลงาน 20
ทำงาน
12341234123412341234
เกณฑ์การให้คะแนน (เกณฑ์ 90 - 100% หรอื ปฏบิ ตั ิบอ่ ยครง้ั )
(เกณฑ์ 70 - 89% หรือปฏบิ ตั บิ างครัง้ )
ดมี าก = 4 (เกณฑ์ 50 - 69% หรือปฏบิ ัตคิ รง้ั เดียว)
ดี = 3 (ตำ่ กวา่ 50 % หรอื ไมป่ ฏิบัติเลย)
ปานกลาง = 2
ปรบั ปรงุ = 1
ลงชือ่ …………………………….ผู้ประเมิน
(……..……………………..)
………./………../.……….
63
ภาคผนวก ค
ตวั อยา่ ง
แบบสงั เกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกจิ กรรมกลมุ่
กลมุ่ เช่ยี วชาญท…่ี ..……..ชั้น/แผนก……………….
คำชีแ้ จง 1. ใหป้ ระธานกลุ่มสังเกตพฤตกิ รรมสมาชกิ ในกลมุ่ ตามที่กำหนด
ลำดบั 2. ให้ประธานกลุ่มประเมนิ และใสเ่ คร่อื งหมาย ลงในชอ่ งทีต่ รงกบั พฤตกิ รรมของสมาชิกในกลมุ่
ที่
พฤติกรรม
ช่ือ-สกุล ความ การแสดง การรบั ฟงั ความตง้ั ใจ การมีสว่ น- รวม
สมาชิกกลมุ่ ร่วมมอื กนั ความคดิ เห็น ความคดิ เห็น ในการ ร่วมในการ
ทำงาน อภิปราย
1 2 3 4 1 2 3 4 1 2 3 4 1 2 3 4 1 2 3 4 20
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน (เกณฑ์ระหวา่ ง 90 - 100% หรอื ปฏิบัตบิ ่อยครั้ง)
ดมี าก = 4 (ในเกณฑร์ ะหวา่ ง 70 - 89% หรือปฏิบตั บิ างครงั้ )
ดี = 3 (เกณฑร์ ะหวา่ ง 50 - 69% หรอื ปฏิบัตคิ รง้ั เดียว)
ปานกลาง = 2 (เกณฑ์ตำ่ กวา่ 50 % หรอื ไมป่ ฏบิ ตั เิ ลย)
ปรับปรงุ = 1
ลงชือ่ …………………………….ผสู้ ังเกต
(……..………………….…..)
…….…./………../.……….
64
ภาคผนวก ง
ตัวอยา่ ง
แบบประเมิน
คุณธรรม จรยิ ธรรม คา่ นยิ ม และคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์
ชื่อผู้ประเมนิ /กลุม่ ประเมนิ …………………………………………………………………………………………..
ช่ือกลมุ่ รบั การประเมิน………………………………………………………………………………………………
ประเมนิ ผลครง้ั ท…ี่ ………………....…….. วนั ท่ี ……………..…. เดอื น ………..………. พ.ศ. ……...….…..
เร่ือง…………………………………………………………………………………………………………………….
ท่ี คณุ ลกั ษณะ/พฤตกิ รรมบ่งช้ี ระดบั พฤติกรรม คะแนนที่ได้
เกดิ = 1 ควรปรบั ปรงุ = 0
1 ความมีมนษุ ยสมั พนั ธแ์ สดง: กริ ยิ าท่าทางสุภาพตอ่ ผ้อู ื่น
2 ความมวี นิ ยั :ปฏิบัติตามกฎระเบยี บ ขอ้ บังคับ และขอ้ ตกลงต่างๆ
ของสถาบนั การศึกษา ได้แก่ แต่งกายถกู ตอ้ งตามระเบียบ
ขอ้ บังคบั ตรงต่อเวลา
3 ความรบั ผดิ ชอบ: มีการเตรยี มความพรอ้ มในการเรียน
4 ความซอ่ื สตั ย์สุจริง :พูดความจรงิ
5
ความเช่อื ม่นั ในตนเอง: กล้าแสดงออกในสิ่งท่ถี ูกตอ้ ง
6
การประหยดั : ใชว้ สั ดุถูกต้องและเหมาะสมกบั งาน
7 ความสนใจใฝ่ร:ู้ มีความกระตอื รอื ร้นในการใฝ่หาความรูใ้ หม่
8 การละเวน้ ส่งิ เสพติดและการพนัน:ไม่เสพสง่ิ เสพตดิ
9 ความรักสามัคคี: รว่ มมอื ในการทำงาน
10 ความกตัญญกู ตเวที:มีสมั มาคารวะต่อครู-อาจารย์อยา่ ง
สม่ำเสมอ ทัง้ ตอ่ หน้าและลับหลงั
รวมคะแนนท่ีไดท้ ัง้ หมด = …………… คะแนน
หมายเหตุ : แบบประเมินน้ีใชแ้ บบเดยี วกันทั้งผู้สอนและประธานกลุ่ม และประเมินคณุ ลักษณะดงั กล่าวตลอดภาค
การศึกษา
65
ภาคผนวก จ
ตัวอยา่ ง
แบบรวมคะแนนการประเมินคณุ ธรรม จริยธรรม คา่ นิยม
และคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ ตลอดภาคการศกึ ษา
ช่ือ-สกลุ …………………………………………………………....รหสั ประจำตัว…………………………………
ระดบั ชนั้ ………………..กลมุ่ ………………...แผนกวชิ า…………………….……………………………………
ครง้ั ทปี่ ระเมิน
คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ 1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
คะแนนรวม
หารจำนวนค ั้รง ่ทีประเมิน
คะแนนที่ได้
คะแนนทไ่ี ด้
1. ความมีมนุษยสัมพนั ธ์
2. ความมีวินัย
3. ความรับผดิ ชอบ
4. ความซือ่ สัตยส์ จุ รติ
5. ความเช่อื ม่ันในตนเอง
6. การประหยดั
7. ความสนใจใฝ่รู้
8. การละเว้นสงิ่ เสพติดและการพนัน
9. ความรักสามัคคี
10. ความกตัญญกู ตเวที
ลงชอ่ื ……………………………….ผูป้ ระเมิน
(………………………….……)
…………/…………/………..
หมายเหตุ : แบบรวมคะแนนน้ีใช้แบบเดียวกันทง้ั ผสู้ อนและประธานกล่มุ
66
ภาคผนวก ฉ
ตัวอย่าง
แบบสรุปผลการประเมิน
คณุ ธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์
ภาคเรียนที่……………………ปีการศึกษา…………………
รหสั วชิ า…………………………………….. ความ ีมม ุนษย ัสมพันธ์
ชื่อวชิ า……………………………………… ความมีวิ ันย
ระดับชั้น…………………………………… ความรับผิดชอบ
แผนก / กลมุ่ …………………………….…. ความ ่ืซอสัตย์สุจริต
ความเ ื่ชอ ่ัมนในตนเอง
การประหยัด
ความสนใจใ ่ฝรู้
การละเ ้วน ิส่งเสพ ิตดและการพ ันน
ความรักสา ัมค ีค
ความกตัญ ูญกตเว ีท
รวม (ใน ่สวนของ ูผ้สอน)
รวม (ใน ่สวนของประธานก ่ลุม)
รวมคะแนน ี่ทได้จาก ั้ทง ๒ ส่วน
ลำดับที่ รหัส ชือ่ -สกลุ 1 1 1 1 1 1 1 1 1 1 10 10 20
ประจำตวั
67
วธิ กี ารใช้แบบประเมนิ คณุ ธรรม จริยธรรม คา่ นยิ ม
และคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
1. ในการทำกิจกรรมทกุ ครัง้ ครจู ะใช้แบบประเมินคุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านยิ ม และคุณลักษณะอนั พงึ
ประสงค์ ทำการสงั เกตและประเมนิ ผู้เรยี น (ดตู ัวอยา่ งในภาคผนวก)
2. ในขณะเดียวกัน เพื่อความเทย่ี งในการประเมิน ครผู ู้สอนจะมอบแบบประเมนิ คณุ ธรรม จริยธรรม ค่านยิ ม
และคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ ซึง่ เป็นชุดเดียวกบั ของครูผู้สอนให้ประธานกลุ่มสงั เกตและประเมินผเู้ รียน
3. คณุ ลักษณะท่ีประเมินตลอดจนพฤติกรรมบ่งชี้ที่ระบุในแบบประเมนิ คณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม และ
คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ของ กรมอาชวี ศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ เร่อื ง แนวปฏบิ ัติในการกำกับดูแลการ
บูรณาการคณุ ธรรม กำหนดให้ครผู ู้สอนตอ้ งบรู ณาการ คุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ใน
ทุกรายวิชา โดยใหม้ ีคะแนน 20% เมื่อการจัดการเรียนการสอนครบทุกรายวชิ าตามโครงสรา้ งของหลกั สตู รแล้ว
จะต้องมีการบรู ณาการคณุ ธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ครบ 11 คณุ ลกั ษณะ
ดังนน้ั คุณลักษณะท่ปี ระเมินตลอดจนพฤตกิ รรมบง่ ชี้ จงึ ข้นึ อยกู่ ับสถานศึกษาและครเู หน็ สมควรวา่ เหมาะสม
กบั เนื้อหาวิชาเพยี งใด ตวั อย่างที่แสดงมาน้ีจงึ สามารถเปลี่ยนแปลงได้ ในที่นีไ้ ด้เลือกคุณลักษณะและพฤติกรรมบง่ ช้ี
จำนวน 7 คณุ ลกั ษณะ (10 ขอ้ ) กำหนดข้อละ 1 คะแนน
4. เมื่อทำการประเมินในแตล่ ะคร้ัง ครูผู้สอนจะนำคะแนนของผู้เรียนแต่ละคนไปสรุปในแบบรวมคะแนน
การประเมินคุณธรรม จริยธรรม คา่ นิยม และคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ (ดตู ัวอยา่ งในภาคผนวก) เพ่อื ดูพัฒนาการของ
ผเู้ รียน
5. ครูมอบให้ประธานกลุ่มสรุปคะแนนการประเมินในแต่ละคร้ังที่ประเมินลงในแบบรวมคะแนนการประเมิน
คณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม และคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์
6. หลงั จบภาคการศึกษา นำหลกั ฐานคะแนนทไ่ี ด้ท้งั 2 สว่ น คอื จากครแู ละประธานกลุ่มไปสรุปลงในแบบ
สรุปผลการประเมนิ คณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นยิ ม และคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ (ดตู ัวอยา่ งในภาคผนวก) ในทน่ี ไ้ี ดแ้ บ่ง
คะแนนทไ่ี ดจ้ ากครผู ู้สอน 10% และจากประธานกลุ่ม 10% ก็จะได้ผลรวมคะแนนคณุ ธรรม จริยธรรม ค่านิยม และ
คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ 20%
68