ภาคผนวก จ แบบทดสอบก่อนเรียน - หลังเรียน
แบบทดสอบก่อนเรียนรายวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 หน่วยการเรียนรู้ที่6 เรื่อง...การแยกสาร คำชี้แจง : ให้นักเรียนเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว 1. ข้อใดจับคู่วิธีการแยกสารได้ถูกต้อง 1. น้ำคลอง - การตกตะกอน 2. การทำนาเกลือ - การระเหย 3. ผลึกจุนสี- การตกผลึก 4. ถูกทุกข้อ 2. สารผสมชนิดใดเหมาะสำหรับใช้กรวยในการแยกสาร 1. น้ำและน้ำมัน 2. น้ำและเกลือ 3. น้ำและลูกเหม็น 4. น้ำและน้ำตาล 3. นักเรียนจะใช้วิธีการใดในการแยกกรวดออกจากทราย 1. การทำให้ตกตะกอน 2. การใช้ตะแกรงร่อน 3. การกรอง 4. การตกผลึก 4. วิธีใดต่อไปนี้ใช้แยกสารเนื้อเดียว 1. การกรอง 2. การระเหิด 3. การโครมาโทกราฟี 4. การสกัดด้วยไอน้ำ 5. นักเรียนได้รับสารผสมซึ่งมีถ่านผสมกับเกลือ นักเรียนจะแยกโดยใช้วิธีการใด เรียงตามลำดับ 1. การตกผลึก การละลาย และการระเหย 2. การกรอง การละลาย และการระเหิด 3. การกรอง การตกผลึก และการระเหิด 4. การละลาย การกรอง และการระเหย 6. การแยกสารโดยใช้วิธีการระเหยแห้งเหมาะสำหรับของผสมในข้อใดมากที่สุด 1. สารคอลลอยด์ 2. สารแขวนลอยของแข็งในของเหลว 3. สารละลายที่มีแก๊สละลายในของเหลว 4. สารละลายที่มีของแข็งละลายในของเหลว 7. สารละลายใดไม่เหมาะสมในการแยกสารด้วยวิธีการระเหยแห้ง 1. น้ำเกลือ 2. น้ำเชื่อม 3. น้ำปูนใส 4. แอลกอฮอล์เช็ดแผล 8. ข้อใดต่อไปนี้กล่าวถึงการตกผลึกไม่ถูกต้อง 1. การตกผลึกต้องทำให้สารละลายอิ่มตัวที่อุณหภูมิสูง 2. การตกผลึกจำเป็นต้องละลายสารในตัวทำละลายที่เหมาะสม 3. ผลึกแยกออกจากสารละลายเนื่องจากสภาพละลายได้ของสารลดลง 4. ผลึกที่ได้ยังคงเป็นสารชนิดเดิม แต่มีการจัดเรียงอนุภาคใหม่ที่เป็นระเบียบ 9. วิธีการกลั่นน้ำให้บริสุทธิ์โดยการกลั่นแบบธรรมดา สารในข้อใดใช้วิธีการนี้แยกไม่ได้ 1. น้ำทะเล 2. น้ำคลอง 3. น้ำเชื่อม 4. น้ำผสมเอทานอล
10. กิ่งแก้วต้องการตกผลึกน้ำตาลจากน้ำเชื่อม เมื่อทำการทดลองตามที่เรียนมาครบทุกอย่าง พบว่า สารละลายดังกล่าวยังไม่ตกผลึก กิ่งแก้วจึงช่วยให้การตกผลึกของน้ำตาลดีขึ้นโดยปฏิบัติดังต่อไปนี้ ยกเว้นข้อใด 1. การเติมเกลือลงไปเพิ่ม 2. การนำสารละลายไปตากแดดแล้วปล่อยข้ามคืน 3. การเติมน้ำลงไปเล็กน้อย 4. การนำสารละลายไปต้มให้เดือดสักพักแล้วปล่อยให้เย็น 11. การแยกน้ำมันดิบที่ใช้กันในปัจจุบัน คือวิธีการใด 1. การกลั่นลำดับส่วน 2. การตกตะกอนลำดับส่วน 3. การสลายด้วยความร้อน 4. ต้มให้เดือด 12. การกลั่นลำดับส่วนมีข้อดีอย่างไร 1. ประหยัดเวลา ราคาถูก 2. แยกสารที่มีจุดเดือดต่ำได้ 3. แยกสารที่มีปริมาณน้อยๆ ผสมอยู่ 4. แยกสารที่มีจุดเดือดต่างกันน้อยๆ ได้ 13. การกลั่นแยกสารโดยการกลั่นด้วยไอน้ำ จะไม่สามารถกระทำได้ในกรณีใด 1. สารนั้นละลายน้ำได้ 2. สารนั้นไม่ละลายน้ำ 3. สารนั้นระเหยได้ง่าย 4. สารนั้นต้องมีจุดเดือดต่ำกว่าน้ำ 14. ตัวเลือกใดเรียงลำดับกระบวนการกลั่นได้ถูกต้อง 1. การเดือด การกลายเป็นไอ การควบแน่น 2. การเดือด การควบแน่น การระเหย 3. การเดือด การควบแน่น การกลายเป็นไอ 4. การระเหย การเดือด การควบแน่น 15. ในการกลั่นสารใดจะระเหยออกมาเป็นไอก่อนสารอื่น 1. สารที่มีจุดเดือดต่ำ 2. สารที่มีจุดเดือดสูง 3. สารที่มีจุดหลอมเหลวต่ำ 4. สารที่มีจุดหลอมเหลวสูง 16. ถ้าเอาน้ำหวานสีแดงไปกลั่น จะได้น้ำที่มีลักษณะอย่างไร 1. ได้น้ำสีชมพู และรสหวานเล็กน้อย 2. ได้น้ำไม่มีสี แต่รสหวานเล็กน้อย 3. ได้น้ำที่มีสีแต่ไม่มีรสหวาน 4. ได้น้ำไม่มีสีและไม่มีรส 17. ข้อใดกล่าวถึงการกลั่นได้ไม่ถูกต้อง 1. อาศัยคุณสมบัติของสาร คือ จุดเดือด 2. อาศัยหลักการควบแน่น 3. สารที่มีจุดเดือดสูงจะถูกแยกออกมาก่อน 4. สารที่มีจุดเดือดต่ำจะถูกแยกออกมาก่อน 18. การแยกน้ำออกจากน้ำทะเลใช้วิธีการใดสะดวกที่สุด 1. กลั่นแบบธรรมดา เพราะน้ำเท่านั้นที่ระเหยได้ 2. ระเหยแห้ง เพราะน้ำเท่านั้นที่ระเหยได้ 3. กลั่นลำดับส่วน เพื่อแยกน้ำที่บริสุทธิ์ออกมา 4. ใช้สารส้มกวนให้เกลือในน้ำทะเลตกตะกอน
19. ข้อใดถูกต้องเกี่ยวกับโครมาโทกราฟีแบบกระดาษ 1. แยกของแข็งออกจากสารละลาย 2. แยกสารที่มีจุดเดือดแตกต่างกันมาก 3. แยกสารที่ระเหยได้ออกจากสารที่ระเหยไม่ได้ 4. แยกสารที่เคลื่อนที่ไปบนตัวดูดซับได้แตกต่างกัน 20. หลักสำคัญในการสกัดสารให้บริสุทธิ์โดยวิธีโครมาโทกราฟี คือข้อใด 1. สารผสมนั้นจะต้องละลายน้ำ 2. ตัวทำละลายจะทำให้ของผสมบริสุทธิ์ 3. สารผสมจะแยกออกจากกันทันทีที่ถูกละลาย 4. สารละลายแต่ละชนิดมีความสามารถในการละลายและถูกดูดซับได้ต่างกัน 21. ข้อใดควรใช้วิธีโครมาโทกราฟี 1. สกัดสีออกจากดอกกุหลาบ 2. แยกน้ำมันออกจากรำข้าว 3. วิเคราะห์ว่าสีแดงในสีผสมอาหารเป็นสารใด 4. สกัดน้ำมันหอมระเหยออกจากใบยูคาลิปตัส 22. สารที่แยกออกจากกันโดยวิธีโครมาโทกราฟีต้องมีสมบัติดังนี้ ยกเว้นข้อใด 1. มีสีต่างกัน 2. ถูกดูดซับโดยตัวดูดซับต่างกัน 3. มีอัตราการเคลื่อนที่บนตัวดูดซับต่างกัน 4. ความสามารถในการละลายต่างกัน 23. สารที่เคลื่อนที่ไปได้ไกลในการแยกสารด้วยวิธีโครมาโทกราฟี จะมีคุณสมบัติแบบใด 1. เป็นสารที่ดูดซับได้ดี 2. เป็นสารที่เคลื่อนที่ได้ช้า 3. เป็นสารที่ละลายได้ดี 4. เป็นสารที่ละลายได้ไม่ดี 24. ข้อใดไม่ใช่ประโยชน์ของวิธีการโครมาโทกราฟี 1. แยกสารผสมออกจากกัน 2. แยกสารบริสุทธิ์ออกจากกัน 3. แยกสารที่มีปริมาณน้อยๆ ผสมอยู่ 4. สามารถแยกได้ทั้งสารที่มีสี และไม่มีสี 25. ข้อใดสำคัญที่สุดสำหรับการเลือกชนิดตัวทำละลายที่เหมาะสมสำหรับการสกัดด้วยตัวทำละลาย 1. ราคาถูก 2. ระเหยง่าย 3. เป็นของเหลว ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น 4. ละลายสารที่ต้องการได้มาก 26. ข้อใดไม่ใช่ประโยชน์ของการสกัดด้วยตัวทำละลาย 1. สกัดน้ำมันพืชจากเมล็ดพืช 2. สกัดสารมีสีออกจากพืช 3. สกัดน้ำมันหอมระเหยออกจากต่อมกลิ่นสัตว์ 4. ใช้สกัดยาออกจากสมุนไพร 27. การสกัดสีออกจากส่วนของพืช ควรใช้วิธีการใด 1. การทำให้ตกตะกอน 2. การกลั่นลำดับส่วน 3. การสกัดด้วยตัวทำละลาย 4. โครมาโทรกราฟี 28. ตัวทำละลายที่นิยมใช้สกัดน้ำมันพืช คือข้อใด 1. น้ำกลั่น 2. เอทานอล 3. เฮกเซน 4. อีเทน
29. การแยกสารวิธีใดต่อไปนี้ เป็นวิธีที่ไม่เหมาะสม 1. การแยกน้ำมันพืชออกจากน้ำโดยการระเหยแห้ง 2. การแยกน้ำตาลทรายบริสุทธิ์จากน้ำเชื่อมเข้มข้นโดยการตกผลึก 3. การแยกสารสีเขียวออกจากใบเตยเพื่อประกอบอาหารโดยใช้การสกัดด้วยน้ำ 4. การแยกน้ำมันหอมระเหยออกจากเปลือกส้มโดยการสกัดโดยการกลั่นด้วยไอน้ำ 30. อุตสาหกรรมการผลิตน้ำมันถั่วเหลืองมีขั้นตอนดังนี้ ล้างเมล็ดถั่ว → บดตัดเมล็ดถั่ว → แช่ถั่วในเฮกเซนให้น้ำมันละลายออกมากับเฮกเซน → กรองแยกถั่วเหลืองออกจากเฮกเซน→ ระเหยเฮกเซนให้เหลือแต่น้ำมันถั่วเหลือง ในขั้นตอนการสกัดน้ำมันถั่วเหลืองใช้วิธีการแยกสารวิธีใดบ้าง ตามลำดับ 1. การกลั่น การระเหยแห้ง 2. การสกัดด้วยตัวทำละลาย การตกผลึก 3. การสกัดด้วยตัวทำละลาย การระเหยแห้ง 4. การระเหยแห้ง การสกัดด้วยตัวทำละลาย ---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- เฉลยข้อสอบรายวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 หน่วยการเรียนรู้ที่6 เรื่อง...การแยกสาร 1. 4 2. 1 3. 2 4. 3 5. 4 6. 4 7. 4 8. 1 9. 4 10. 3 11. 1 12. 4 13. 1 14. 1 15. 1 16. 4 17. 3 18. 1 19. 4 20. 4 21. 3 22. 1 23. 3 24. 2 25. 4 26. 3 27. 3 28. 3 29. 1 30. 3
ภาคผนวก ฉ ประวัติย่อของผู้วิจัย
ประวัติโดยย่อของผู้วิจัย ชื่อ นายณัฐพงค์ วงค์สูง วันเกิด วันจันทร์ ที่ 3 เดือน มกราคม พ.ศ. 2543 สถานที่เกิด โรงพยาบาลแพร่ จังหวัดแพร่ สถานที่อยู่ปัจจุบัน บ้านเลขที่ 60 หมู่ 5 ตำบลบ้านกวาง อำเภอสูงเม่น จังหวัดแพร่ ตำแหน่ง นักศึกษา ประวัติการศึกษา พ.ศ. 2554 ประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบ้านกวาง (ลือราษฎวัฒนา) ตำบลบ้านกวาง อำเภอสูงเม่น จังหวัดแพร่ พ.ศ. 2557 มัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบ้านกาศประชานุเคราะห์ ตำบลบ้านกาศ อำเภอสูงเม่น จังหวัดแพร่ พ.ศ. 2560 มัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบ้านกาศประชานุเคราะห์ ตำบลบ้านกาศ อำเภอสูงเม่น จังหวัดแพร่ พ.ศ. 2561-ปัจจุบัน กำลังศึกษา ปริญญาตรีครุศาสตรบัณฑิต (ค.บ.) สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ทั่วไป มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์