คูมือ
การบรห� คารวจัดากมารเสี่ยง
สำนักงานคณะกรรมการการเลือกต้งั
ประจำปง บประมาณ พ.ศ. 2565
สำนักงานคณะกรรมการการจเลดั ือทกำโตดงั้ย
ค่มู ือการบริหารจดั การความเสย่ี ง สำนกั งานคณะกรรมการการเลอื กต้ัง
ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2565
ค่มู อื การบรหิ ารจดั การความเสย่ี ง สำนักงานคณะกรรมการการเลอื กตั้ง ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2565
คำนำ
การบรหิ ารความเส่ียงนบั เปน็ เครอื่ งมือทส่ี ำคัญในการบรหิ ารองค์กร เพอ่ื ชว่ ยในการจัดการกบั สถานการณ์
ความไม่แน่นอนที่อาจส่งผลกระทบกับองค์กร ให้อยู่ในระดับที่สามารถยอมรับได้ และยังเพิ่มโอกาสในการสร้าง
มูลค่าเพิ่มให้กับองค์กร ในการพัฒนากระบวนการทำงานให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากขึ้นอีกด้วย
เพื่อให้กระบวนงานกิจกรรมต่างๆ ของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) สามารถตอบสนองต่อ
ความเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมทั้งภายในและภายนอกองค์กรที่มีการเปลี่ยนแปลง โดยการบริหารจัดการ
ความเสี่ยงของ กกต. ได้ถือปฏิบัติตามหลักเกณฑ์กระทรวงการคลังว่าด้วยมาตรฐานและหลักเกณฑ์ปฏิบัติการ
บรหิ ารจัดการความเสี่ยงสำหรับหน่วยงานของรฐั พ.ศ. 2562
คูม่ อื การบริหารจดั การความเสี่ยง สำนกั งานคณะกรรมการการเลอื กตงั้ ฉบบั นี้ จัดทำขนึ้ เพ่อื เป็นเคร่ืองมือ
ในการสร้างความเข้าใจด้านการบริหารจัดการความเสี่ยงขององค์กร และเป็นคู่มือการปฏิบัติงานให้หน่วยงาน
ภายใน กกต. สามารถดำเนินงานได้ตามกระบวนการ ขั้นตอนการทำงาน และลดการเกิดข้อผิดพลาดระหว่าง
การปฏิบัติงานได้ รวมถึงเป็นแนวทางให้ดำเนินงานด้านการบริหารจัดการความเสี่ยงสอดคล้องกับหลักเกณฑ์
ไดอ้ ยา่ งมีประสทิ ธภิ าพและประสทิ ธิผล โดย กกต. หวังเป็นอย่างย่ิงวา่ จะมสี ่วนช่วยในการสนับสนุนการดำเนินงาน
ด้านการบริหารจดั การความเส่ียงขององคก์ รสำเรจ็ ตามความมุ่งหมายท่ีวางไว้
สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตง้ั หน้า ก
คู่มือการบรหิ ารจดั การความเสีย่ ง สำนักงานคณะกรรมการการเลอื กต้ัง ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2565
สารบัญ
คำนำ......................................................................................................................................................................................... ก
สารบญั ..................................................................................................................................................................................... ข
1. บทนำ...................................................................................................................................................................................3
1.1 ความเป็นมา............................................................................................................................................................3
1.2 วตั ถุประสงคก์ ารจดั ทำคมู่ อื การบรหิ ารจดั การความเส่ยี ง........................................................................................3
1.3 ความเช่ือมโยงของการบรหิ ารความเสยี่ งและควบคมุ ภายใน...................................................................................3
1.4 ความหมายและคำจำกัดความ ................................................................................................................................4
2. กรอบทศิ ทางการพัฒนาดา้ นการบรหิ ารจัดการความเส่ียงสำนักคณะกรรมการการเลอื กตั้ง ...........................................8
2.1 อำนาจหนา้ ที่ของคณะกรรมการการเลอื กตัง้ ตามกฎหมาย .....................................................................................9
2.2 อำนาจหนา้ ท่ขี องสำนักงานคณะกรรมการการเลอื กตง้ั ...........................................................................................9
2.3 โครงสรา้ งและการแบ่งส่วนงานภายในสำนกั งานคณะกรรมการการเลือกต้ัง ....................................................... 10
2.4 วิสัยทัศน์ พนั ธกจิ ค่านิยมร่วมขององคก์ ร ยุทธศาสตร์ แผนยุทธศาสตร์ กกต. 20 ปี........................................... 13
2.4.1 วิสัยทัศน์ (Vision)13
2.4.2 พันธกจิ (Missions) ...................................................................................................................................13
2.4.3 ค่านยิ มรว่ มขององค์กร “OECT”...............................................................................................................14
2.4.4 ประเดน็ ยทุ ธศาสตร์ (Strategic Themes)................................................................................................14
2.5 นโยบายการกำกับดแู ลกจิ การทด่ี ดี ้านการบริหารจดั การความเสี่ยงและควบคมุ ภายใน ....................................... 15
2.6 โครงสร้างการปฏบิ ตั งิ านดา้ นการบรหิ ารจดั การความเส่ียงของ กกต. .................................................................. 17
2.6.1 คณะกรรมการอำนวยการการควบคมุ ภายในและการบริหารจดั การความเสย่ี งของ กกต..........................17
2.6.2 คณะทำงานดำเนินการการควบคมุ ภายในและการบรหิ ารจดั การความเสยี่ งของ กกต. .............................18
2.7 วตั ถุประสงค์ของการบริหารจดั การความเสยี่ งสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตงั้ ............................................ 20
2.8 การบรหิ ารจดั การความเสย่ี งแบบบรู ณาการทั่วท้ังองค์กร.................................................................................... 20
2.9 การตระหนกั ถึงผู้มสี ว่ นได้สว่ นเสยี และการพัฒนาอย่างตอ่ เนือ่ ง ......................................................................... 21
2.10 แผนปฏบิ ตั กิ ารการบรหิ ารจัดการความเสย่ี งและควบคุมภายใน กตต. ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565............ 22
3. แนวทางการบริหารจัดการความเส่ยี ง............................................................................................................................. 26
3.1 มาตรฐานการบรหิ ารจดั การความเส่ยี งสำหรับหน่วยงานรฐั ................................................................................. 26
3.2 หลกั การบริหารจัดการความเสย่ี งระดบั องค์กร .................................................................................................... 27
3.3 กรอบการบรหิ ารจดั การความเส่ียง ...................................................................................................................... 27
3.4 กระบวนการบริหารจดั การความเส่ียง.................................................................................................................. 30
4. การบริหารจัดการความเสีย่ งของสำนกั งานคณะกรรมการการเลือกตง้ั ......................................................................... 40
4.1 การวเิ คราะห์องคก์ ร............................................................................................................................................. 40
4.2 การกำหนดวัตถปุ ระสงค์ ...................................................................................................................................... 51
4.3 การระบคุ วามเส่ียง............................................................................................................................................... 53
4.4 การประเมินความเสย่ี ง......................................................................................................................................... 58
4.5 การตอบสนองตอ่ ความเสีย่ ง ................................................................................................................................ 67
4.6 กจิ กรรมเพ่ือการควบคุม....................................................................................................................................... 75
4.7 การติดตามและทบทวน ....................................................................................................................................... 75
4.8 การสอื่ สารและการรายงาน.................................................................................................................................. 76
5. ขอ้ มูลอ้างองิ ในการจดั ทำคู่มือการบรหิ ารจดั การความเสี่ยง กกต. ประจำปี พ.ศ. 2565 .............................................. 79
สำนกั งานคณะกรรมการการเลือกต้งั หนา้ ข
คมู่ ือการบรหิ ารจดั การความเส่ียง สำนักงานคณะกรรมการการเลอื กตงั้ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565
1. บทนำ
1.1 ความเป็นมา
ด้วยพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 หมวด 4 การบัญชี การรายงานและ
การตรวจสอบ มาตรา 79 บัญญัติให้หน่วยงานของรัฐจัดให้มีการตรวจสอบภายใน การควบคุมภายในและ
การบริหารจัดการความเสี่ยง โดยให้ถือปฏิบัติตามมาตรฐานและหลักเกณฑ์ที่กระทรวงการคลังกำหนด
ซ่งึ การบรหิ ารจัดการความเสี่ยงเป็นกระบวนการที่ใช้ในการบรหิ ารจดั การเหตกุ ารณ์ทีอ่ าจเกดิ ขึ้นและส่งผลกระทบ
ต่อหน่วยงานของรัฐ เพื่อให้เป็นไปตามนัยพระราชบัญญตั ิวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 ดังกล่าวข้างตน้
กระทรวงการคลังจึงได้จัดทำมาตรฐานการบริหารจัดการความเสี่ยงขึ้น โดยประยุกต์ตามแนวทางการบริหาร
จัดการความเสี่ยงของสากล และมีการปรับให้เหมาะสมกับบริบทของระบบการบริหารราชการแผ่นดิน
เพ่ือให้หน่วยงานของรัฐใช้เป็นกรอบหรือแนวทางพื้นฐานในการกำหนดนโยบาย และเพื่อให้การบริหารจัดการ
องค์กรเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เกิดผลสัมฤทธิ์ตามเป้าหมายที่สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์องค์กร และ
การดำเนินงานบริหารจัดการความเสี่ยงของสำนักงานคณะกรรมการก ารเลือกตั้งเป็นไปตามหลักเกณฑ์
กระทรวงการคลังว่าด้วยมาตรฐาน และหลักเกณฑ์ปฏิบัติการบริหารจัดการความเสี่ยงสำหรับหน่วยงานของรัฐ
พ.ศ. 2562 และหลกั ธรรมาภิบาลทดี่ ี
สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้กำหนดกระบวนการบริหารความเสี่ยงให้สอดคล้องกับ
มาตรฐานทั้งในระดับสากลและระดับประเทศดา้ นการบรหิ ารจัดการความเสยี่ ง (Risk Management) การควบคุม
ภายใน (Internal Control) ตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี (Good Governance) มุ่งเน้นการพัฒนา
ประสิทธิผลของการบริหารความเสี่ยงอย่างต่อเนื่องเป็นรูปธรรมโดยบูรณาการระบบเทคโนโลยีสารสนเ ทศใน
การติดตามดูแล เพื่อเป็นเครื่องมือในการเพิ่มมูลค่า ( Value Enhancement) สร้างสรรค์มูลค่าเพ่ิม
(Value Creation) รวมถงึ การมองเห็นโอกาสและสามารถบริหารความเสยี่ งทเ่ี ปน็ โอกาสทางธุรกิจให้เกิดผลสำเร็จ
ทั้งนี้ นโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดีด้านการบริหารจัดการความเสี่ยงและควบคุมภายในจะมีการทบทวน
เปน็ ระยะเพ่ือใหม้ คี วามเหมาะสมกับสภาพการดำเนนิ งานขององค์กรท่อี าจเปลย่ี นแปลงไป
ทั้งนี้ คู่มือการปฏิบัติงาน ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการและขั้นตอนการปฏิบัติงาน เพื่อให้
การดำเนินงานเป็นไปอย่างเรียบร้อย และลดการเกิดข้อผิดพลาดระหว่างการปฏิบัติงานได้ โดยคู่มือการบริหาร
จัดการความเสี่ยง เล่มนี้เป็นแนวทางสำหรับการดำเนินงานด้านการบริหารจัดการความเสี่ยงของสำนักงาน
คณะกรรมการการเลอื กต้งั ประจำปี พ.ศ. 2565
1.2 วตั ถุประสงคก์ ารจดั ทำคู่มือการบรหิ ารจัดการความเสยี่ ง
1) เพ่อื ให้บุคลากรของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตง้ั มีความรูค้ วามเข้าใจในหลักการ แนวคิด
วธิ ีการ กระบวนการและขน้ั ตอนการบรหิ ารจัดการความเสี่ยงขององค์กร
2) เพ่ือเป็นแนวทางในการดำเนินงานบริหารจัดการความเส่ียงของสำนักงานคณะกรรมการการเลอื กตั้ง
ใหม้ ีประสทิ ธิภาพและประสิทธิผล สามารถรับมือกบั ความเสยี่ งทีจ่ ะเกิดข้นึ ในอนาคต
3) เพอื่ เป็นมาตรฐานการปฏิบตั ิงานด้านการบริหารจัดการความเสี่ยงของสำนกั งานคณะกรรมการ
การเลือกตัง้
1.3 ความเชื่อมโยงของการบริหารความเสยี่ งและควบคุมภายใน
การบริหารจัดการความเสี่ยงและควบคุมภายในมักเป็นเรื่องที่ได้รับการกล่าวถึงควบคู่กันอยู่เสมอ
การควบคุมภายในเป็นกระบวนการและมาตรการต่าง ๆ ที่องค์กรได้กำหนดขึ้น เพื่อให้ความมั่นใจอย่าง
สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง หนา้ 3
คูม่ ือการบรหิ ารจดั การความเสย่ี ง สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตงั้ ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2565
สมเหตุสมผลในการด้านการดำเนินงาน การรายงาน และการปฏิบัติตามกฎระเบียบ จากคำจำกัดความดังกล่าว
อาจเกดิ คำถามว่า เหตใุ ดตอ้ งทำให้เกดิ ความมั่นใจ ทัง้ น้ี เนือ่ งจากทุกองค์กร ไมว่ ่าขนาดเล็ก ขนาดใหญ่ และไม่ว่า
จะอยู่ในธุรกิจประเภทใด ย่อมเผชิญกับความไม่แน่นอนในรูปแบบต่างๆ ความไม่แน่นอนนี้ หากเป็นเหตุการณ์ที่
เกิดขน้ึ แลว้ จะสง่ ผลกระทบตอ่ การดำเนินงานขององค์กร หรอื เปน็ อปุ สรรคในการบรรลวุ ตั ถปุ ระสงคห์ รือเป้าหมาย
เราเรียกว่าเป็น “ความเสี่ยง” สาเหตุของความเสี่ยงอาจมีได้ทั้งปัจจัยภายใน เช่น ความสามารถของบุคลากร
ระบบสารสนเทศ หรือปัจจัยภายนอก เช่น สภาพเศรษฐกิจ การเมือง ภัยธรรมชาติ เป็นต้น หากองค์กรมิได้
ตระหนักถึงความเสี่ยงต่าง ๆ แล้ว องค์กรจะมีความมั่นใจได้อย่างไรว่าการดำเนินงานจะบรรลุภารกิจตาม
เป้าหมายท่กี ำหนดไว้
การบริหารความเสี่ยง เป็นกระบวนการที่ได้รับการออกแบบให้สามารถบ่งชี้เหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้ นและมี
ผลกระทบต่อองค์กร และสามารถจัดการความเสี่ยงให้อยู่ในระดับที่องค์กรยอมรับเพื่อให้ได้รับความมั่นใจอย่าง
สมเหตุสมผลในการบรรลุวัตถุประสงค์ จาก คำจัดความนี้จะเห็นได้ว่า องค์กรจำเป็นต้องทราบว่ามีความเสี่ยง
อะไรบ้าง และในระดับที่มากหรือนอ้ ยเพียงใด เพื่อที่จะได้กำหนดวิธีการจดั การ และนำมาตรการต่างๆ มาปฏิบัติ
เพ่อื ให้เกดิ ความมน่ั ใจวา่ ความเสยี หายหรือความผดิ พลาดจะไมเ่ กดิ ขึ้น หรอื หากเกดิ ข้ึนก็ยังอยู่ในระดบั ที่ยอมรับได้
มาตรการต่างๆ ทกี่ ำหนดขึ้นเพือ่ บริหารจดั การความเสย่ี งน้ี กค็ ือ การควบคมุ ภายในนัน่ เอง
ในการพิจารณาว่าการควบคุมภายในที่ปฏิบัติอยู่นั้นมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลเพียงพอหรือไม่
หรือต้องออกแบบมาตรการในการจัดการความเสี่ยงเพิ่มเติมอีกมากเพียงใด องค์กรต้องพิจารณาร่วมกับระดับ
ความเสี่ยงที่ยอมรับ (Risk Appetite) กล่าวคือ มาตรการในการควบคุมดังกล่าว เมื่อนำไปปฏิบัติแล้ว ควรจะลด
ความเสี่ยงลงมาให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้ องค์กรที่มีการบริหารความเสี่ยงและการควบคุมภายในที่มี
ประสิทธิภาพและประสิทธิผล จะช่วยส่งเสริมให้องค์กรมีระบบธรรมาภิบาลที่ดี และช่วยสนับสนุนให้
การดำเนินงานบรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้ ตลอดจนสามารถตอบสนองความต้องการของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้
อยา่ งเหมาะสม
1.4 ความหมายและคำจำกดั ความ
ความเสี่ยง (Risk) หมายถึง เหตุการณ์ที่มีความไม่แน่นอน ซึ่งมีโอกาสที่จะเกิดขึ้นในอนาคต และ
มีผลกระทบทั้งทางบวกและทางลบ หากเป็นทางลบจะก่อให้เกิดความผิดพลาดความเสียหาย การรั่วไหล
ความสูญเปล่าหรือเหตุการณ์ที่ไม่พึงประสงค์ทำให้การดำเนินงานขององค์กรไม่ประสบความสำเร็จ
ตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ จึงจำเป็นต้องพิจารณาโอกาสที่จะเกิด (Likelihood) ของเหตุการณ์และผลกระทบ
(Impact) ท่ีจะไดร้ บั โดยความเสย่ี งตามแนว COSO จำแนกได้ 4 ลกั ษณะ ดังนี้
1) ด้านกลยุทธ์ (Strategic Risk) คือ ความเสี่ยงที่เกิดจากการกำหนดแผนกลยุทธ์ แผนดำเนินงานที่
นำไปปฏิบัติไม่เหมาะสมหรือไม่สอดคล้องกับปัจจัยภายในและสภาพแวดล้อมภายนอก อันส่งผลกระทบต่อ
การบรรลวุ สิ ัยทัศน์ พันธกิจหรือสถานะขององค์กร
2) ด้านการเงิน (Financial Risk) คือ ความเสี่ยงที่เกิดจากการเบิกจ่ายงบประมาณไม่เป็นไปตามแผน
งบประมาณถูกตัด งบประมาณที่ได้รับไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ของภารกิจที่เปลี่ยนแปลงไปทำให้การจัดสรร
ไม่เพยี งพอ
3) ด้านการดำเนินงาน (Operation Risk) คือ ความเสี่ยงที่เกิดจากการดำเนินงานทุกๆ ขั้นตอนโดย
ครอบคลมุ ถึงปจั จัยที่เกย่ี วขอ้ งกับกระบวนการ อุปกรณ์ เทคโนโลยีสารสนเทศหรอื แม้แตบ่ คุ ลากรในการปฏิบัติงาน
สำนักงานคณะกรรมการการเลอื กต้ัง หนา้ 4
คู่มอื การบรหิ ารจดั การความเสี่ยง สำนักงานคณะกรรมการการเลอื กตั้ง ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2565
4) ด้านกฎระเบียบและข้อกำหนดผูกพันองค์กร (Compliance Risk) คือ ความเสี่ยงที่เกิดจาก
การไมส่ ามารถปฏิบัติตามกฎระเบยี บ หรอื กฎหมายทีเ่ กีย่ วข้องได้
ปัจจัยเสี่ยง (Risk Factor) หมายถึง ต้นเหตุหรือสาเหตุที่มาของความเสี่ยงที่จะทำให้ไม่บรรลุ
วัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ ทั้งปัจจัยภายในและภายนอก ซึ่งองค์กรควรระบุสาเหตุที่แท้จริง โดยต้องระบุได้ด้วยว่า
เหตุการณ์นั้นจะเกิดที่ไหน เมื่อใดและจะเกิดขึ้นได้อย่างไร เพื่อจะได้วิเคราะห์และกำหนดกลยุทธ์/มาตรการ
/แนวทางในการลดความเสี่ยงได้อย่างถูกต้อง เหมาะสมกับสถานการณ์และบริบทขององค์กร โดยปัจจัยเสี่ยง
พิจารณาไดจ้ าก
1) ปัจจัยภายนอก หมายถึง ปัจจัยภายนอกองค์กรที่มีอิทธิพลต่อความสำเร็จของวัตถุประสงค์
เปน็ ปจั จยั ที่ผู้บริหารควบคุมโอกาสทีจ่ ะเกดิ ไม่ได้ แต่อาจลดผลกระทบ เช่น การตดิ ตามศึกษาเพ่ือหาแนวโน้มท่ีจะ
เกิดและวิธีที่ควรปฏิบัติไว้ล่วงหน้า เพื่อเปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาส หรือลดผลเสียหายที่จะเกิดขึ้น ตัวอย่างปัจจัย
ภายนอก เชน่
▪ ภัยธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (Natural Environment) การเกิดน้ำท่วม ไฟไหม้ แผ่นดินไหว
คลื่นยกั ษ์สึนามิ โรคระบาด ท่ีทำความเสยี หายต่ออาคาร ทรพั ยส์ ินแหลง่ วตั ถุดิบ แรงงาน
▪ ภาวะเศรษฐกิจ (Economic) ภาวะเงินเฟ้อ เงินฝืด อัตราดอกเบี้ย อัตราแลกเปลี่ยน สกุลเงิน
และเหตกุ ารณ์ที่เกย่ี วขอ้ งกบั การเคลอื่ นไหวของราคา แหล่งเงนิ ทุน ภาวการณแ์ ข่งขัน
▪ ภาวะการเมือง (Political) เหตุการณ์ที่เกี่ยวกับการประกาศใชก้ ฎหมาย ระเบียบและเหตุการณ์
ทเ่ี ปดิ หรือจำกัดโอกาสเข้าสูต่ ลาดต่างประเทศ การเปล่ยี นแปลงอตั ราภาษี
▪ สงั คม (Social) เหตุการณ์ทีเ่ กีย่ วกับการเปลยี่ นแปลงของประชากร การย้ายแหล่งทอี่ ยโู่ ครงสร้าง
ครอบครัว มาตรฐานและรสนยิ มของสงั คม การกอ่ การร้าย
▪ เทคโนโลยีสารสนเทศ (Technological) เหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับแนวโน้มการเปลี่ยนแปลง
เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ เช่น อีคอมเมิซ ซึ่งมีผลต่อการใช้สารสนเทศในการบริหาร การลดโครงสร้างต้นทุน หรือ
ความต้องการด้านเทคโนโลยี
2) ปจั จัยภายใน หมายถงึ ปัจจัยภายในองค์กรท่ีมีอิทธิพลต่อความสำเร็จของวัตถุประสงค์ เป็นปัจจัยท่ี
ผ้บู รหิ ารสามารถจัดการควบคมุ ได้ ตวั อย่างปัจจัยภายใน เชน่
▪ โครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) เหตุการณ์ที่เกี่ยวกับความต้องการเงินทุนเพื่อขยายหรือ
รักษาโครงสร้างพนื้ ฐาน การลดเวลาการซ่อมชิ้นงานนิทรรศการ และการเพ่ิมความพงึ พอใจของลูกคา้
▪ พนักงานและลูกจ้าง (Personnel) เหตกุ ารณท์ ี่เก่ยี วกับอุบัติเหตุ การทจุ ริต การหมดอายุสัญญา
จ้าง ประสบการณ์การทำงานของพนักงานและลูกจ้าง การสูญเสียพนักงานที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะสาขา ที่ส่งผล
ต่อความเสียหายทางการเงนิ การให้บริการและภาพลกั ษณ์ขององค์กร
▪ กระบวนการ (Process) เหตุการณ์ที่เกี่ยวกับขั้นตอนการปฏิบัติงาน การเปลี่ยนแปลงกฎเกณฑ์
ความผิดพลาดในระบบการดำเนินงาน วิธีการให้บริการผู้เข้าชม การควบคุมไม่เพียงพอที่ส่งผลต่อความไม่มี
ประสิทธภิ าพ การเสยี สว่ นแบง่ การตลาด ความไมพ่ อใจของผู้เข้าชม
▪ เทคโนโลยี (Technology) เหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับระบบไอทีและสารสนเทศภายในองค์กร
ความถูกต้องครบถ้วนของสารสนเทศ ความมั่นคงปลอดภัย การทุจริต การเลือกระบบที่จะใช้การพัฒนาและ
บำรุงรักษาระบบ การหยุดชะงกั ของระบบ และความไมส่ ามารถปฏิบัติงานตอ่ เนอื่ ง
สำนักงานคณะกรรมการการเลอื กตงั้ หนา้ 5
คมู่ อื การบรหิ ารจดั การความเสยี่ ง สำนักงานคณะกรรมการการเลือกต้ัง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565
การประเมินความเสี่ยง (Risk Assessment) หมายถงึ กระบวนการระบุความเสี่ยงและการวิเคราะห์
เพือ่ จดั ลำดบั ความเสีย่ งท่ีจะมผี ลกระทบต่อการบรรลุวัตถุประสงค์ขององค์กร โดยการประเมนิ จากโอกาสท่ีจะเกิด
เหตุการณ์ (Likelihood) และผลกระทบ (Impact) จากเหตุการณค์ วามเสี่ยง
▪ โอกาสทีจ่ ะเกิด (Likelihood) หมายถึง ความถี่หรอื โอกาสท่จี ะเกดิ เหตุการณ์ ความเสย่ี ง
▪ ผลกระทบ (Impact) หมายถึง ขนาดความรุนแรงของความเสียหายที่จะเกิดขึ้นหากเกิด
เหตุการณค์ วามเส่ียง
▪ ระดับของความเสี่ยง (Degree of Risk) หมายถึง สถานะของความเสี่ยงที่ได้จากการประเมิน
โอกาสและผลกระทบของแตล่ ะปจั จยั เส่ยี งแบ่งเป็น 5 ระดบั คือ สงู มาก สูง ปานกลาง น้อย และนอ้ ยมาก
การจัดการความเสี่ยงหรือการบริหารความเสี่ยง (Risk Management) หมายถึง การกำหนด
แนวทางและกระบวนการในการระบุ ประเมิน จัดการ และติดตามความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรม หน่วยงาน
หรือการดำเนินงานขององค์กร รวมทง้ั การกำหนดวธิ ีในการบริหารและควบคุมความเสี่ยงให้อยูใ่ นระดับท่ีผู้บริหาร
ระดับสูงยอมรับได้ ซึง่ สามารถมองได้เปน็ 2 มุมมอง คอื
1) การกำจัดหรือลดปัจจัยต่างๆ ที่จะขัดขวางไม่ให้องค์กรบรรลุวัตถปุ ระสงค์ นั่นคือ การปกป้องมูลคา่
ทอ่ี งคก์ รมอี ยูไ่ มใ่ หถ้ กู ทำลายไป
2) มองหาโอกาสที่จะสร้างความได้เปรียบในการดำเนินธุรกิจ คือ การสร้างมูลค่าให้กับองค์กร
โดยการบริหารความเสี่ยง จะอาศัยการจัดลำดับความสำคัญหรือความรุนแรงของความเสี่ยงนั้น เพื่อที่จะได้ใช้
ทรัพยากรทม่ี อี ยู่อยา่ งจำกดั ในการบริหารจัดการกับส่ิงทมี่ ีความสำคัญมากก่อน และมีการคำนงึ ถึงต้นทุนที่ต้องเสีย
ไปกบั ผลประโยชน์ที่จะไดร้ บั กลับมาด้วย
การบริหารความเสีย่ งทัว่ ทั้งองค์กร (Enterprise Risk Management) หมายถึง กระบวนการท่ีปฏิบัติ
โดยคณะกรรมการ ผู้บริหารและบุคลากรทุกคนในองค์กร เพื่อช่วยในการกำหนดกลยุทธ์และการดำเนินงาน
ซึ่งกระบวนการบริหารความเสี่ยงได้รับการออกแบบไว้ให้สามารถบ่งชี้เหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นและมีผลต่อองค์กร
และสามารถจัดการความเสี่ยงให้อยู่ในระดับที่องค์กรยอมรับเพื่อให้ได้รับความมั่นใจอย่างสมเหตุสมผลใน
การบรรลุวตั ถปุ ระสงคท์ ีอ่ งคก์ รกำหนดไว้
การควบคุม (Control) หมายถึง นโยบายและวิธีปฏิบัติที่จะช่วยให้มั่นใจว่า ได้มีการดำเนินการตาม
แนวทางการตอบสนองต่อความเสี่ยงที่วางไว้ กิจกรรมการควบคุมเกิดขึ้นในทุกระดับ ทุกหน้าที่งานและ
ทั่วทั้งองค์กร ประกอบด้วยกิจกรรมที่แตกต่างกัน เช่น การอนุมัติ การมอบหมายอำนาจหน้าที่ การยืนยัน
ความถกู ตอ้ ง การกระทบยอด การแบง่ หนา้ ที่ และการสอบทานผลการปฏบิ ตั ิงาน แบง่ ได้ 4 ประเภท
1) การควบคุมแบบป้องกัน (Preventive Control) เป็นการควบคุมเพื่อป้องกันหรือลดความเสี่ยง
จากความผิดพลาด ความเสียหาย เช่น การแบง่ แยกหนา้ ท่กี ารงาน การควบคุมการเขา้ ถึงทรัพย์สิน เปน็ ต้น
2) การควบคุมแบบค้นพบ (Detective Control) เป็นการควบคุมเพื่อค้นพบความเสียหายหรือ
ความผิดพลาดท่ีเกิดขนึ้ แลว้ เชน่ การสอบทาน การสอบยันยอด การตรวจนับพัสดุ เปน็ ต้น
3) การควบคุมแบบส่งเสริม (Directive Control) เป็นวิธีการควบคุมที่ส่งเสริมหรือกระตุ้นให้เกิด
ความสำเร็จตามวัตถปุ ระสงค์ทตี่ อ้ งการ เชน่ การใหร้ างวลั แกผ่ ูม้ ผี ลงานดี
4) การควบคุมแบบแก้ไข (Corrective Control) เป็นวิธีการควบคุมเพื่อค้นพบความเสียหายหรือ
ความผดิ พลาดทเี่ กิดข้ึนใหถ้ กู ต้อง หรอื เพ่อื หาวธิ ีแกไ้ ขไมใ่ หเ้ กดิ ความผิดพลาดซ้ำอกี ในอนาคต
สำนักงานคณะกรรมการการเลอื กต้งั หนา้ 6
คมู่ ือการบรหิ ารจดั การความเสยี่ ง สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตงั้ ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2565
การควบคุมภายใน (Internal Control) หมายถึง กระบวนการที่ผู้บริหารและบุคลากรขององค์กร
จัดให้มีขึ้น เพื่อสร้างความมั่นใจอย่างสมเหตุสมผลว่า การดำเนินงานขององค์กรจะบรรลุผลสำเร็จตาม
วัตถุประสงค์ท่กี ำหนดไว้ตามคำจำกัดความของการควบคุมภายใน ได้กล่าวถงึ เรอื่ งวัตถุประสงคข์ องการดำเนินงาน
ซ่ึงอาจจำแนกวัตถุประสงค์ของการดำเนินงานเปน็ 3 ด้าน คอื
1) ประสิทธิภาพและประสทิ ธิผลของการดำเนินงาน คือ วัตถุประสงค์พืน้ ฐานของการดำเนินงานในทกุ
หน่วยงาน โดยมงุ่ เน้นทก่ี ระบวนการปฏบิ ัติงานที่มีคณุ ภาพ และเอือ้ อำนวยให้การดำเนนิ งานเป็นไปตามเป้าหมาย
ที่กำหนดไว้ ในขณะเดียวกันผลที่ได้รับจากกระบวนการนั้นต้องคุ้มค่ากับต้นทุนที่ใช้ไป จึงจะทำให้เกิด
ความมปี ระสทิ ธภิ าพ
2) ความน่าเชื่อถือของรายงานทางการเงิน คือ การจัดให้มีข้อมูลและรายงานทางการเงินที่ถูกต้อง
เพียงพอ และเชอื่ ถือได้ เพือ่ สร้างความมนั่ ใจให้กบั ผบู้ ริหาร บุคลากรในองคก์ ร และบุคคลภายนอกในการนำข้อมูล
ดงั กลา่ วไปใช้ประกอบการพิจารณาตดั สินใจในเรอื่ งต่าง ๆ
3) การปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง คือ การมุ่งเน้นให้กระบวนการปฏิบัติงาน
เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ เงื่อนไขตามสัญญา ข้อตกลง นโยบาย และแนวทางการปฏิบัติงานต่างๆ
ทีเ่ กยี่ วข้อง
คำจำกดั ความ
คำจำกดั ความ หมายถึง
▪ การบริหารจัดการความเส่ียง กระบวนการบรหิ ารจัดการเหตุการณ์ที่อาจเกดิ ข้ึน และสง่ ผลกระทบต่อ
กกต. เพื่อให้สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง สามารถดำเนินงาน
ให้บรรลุวัตถุประสงค์ รวมถึง เพื่อเพิ่มศักยภาพ และขีดความสามารถ
ของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกต้ัง
▪ ความเส่ียง ▪ โอกาสที่จะเกิดความผิดพลาด ความเสียหาย การรั่วไหล
ความสูญเปล่าหรือเหตุการณ์ที่ไม่พึงประสงค์ที่ทำให้งานไม่ประสบ
ความสำเร็จตามวตั ถปุ ระสงคแ์ ละเป้าหมายที่กำหนด
▪ ความเป็นไปได้ของเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้น และเป็นอุปสรรคต่อ
การบรรลวุ ตั ถุประสงคข์ องสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตง้ั
▪ การประเมนิ ความเสยี่ ง กระบวนการที่ใช้ในการระบุและการวิเคราะห์ความเสี่ยงที่มีผลกระทบ
ต่อการบรรลุวัตถุประสงค์ของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง
รวมทั้งการกำหนดแนวทางที่จำเป็นต้องใช้ในการควบคุมความเสี่ยง
หรือการบรหิ ารความเสีย่ ง
▪ การควบคมุ ภายใน กระบวนการปฏิบัติงานที่ผู้กำกับดูแล หัวหน้า หน่วยงาน ฝ่ายบริหาร
และบุคลากรของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งจัดให้มีข้ึน
เพื่อสร้างความมั่นใจอย่างสมเหตุสมผลว่าการดำเนินงานของสำนักงาน
คณะกรรมการการเลือกตั้ง จะบรรลุวัตถุประสงค์ของการควบคุม
ด้านการดำเนินงาน ด้านการรายงาน และด้านการปฏิบัติตามกฎหมาย
ระเบยี บ และข้อบงั คับ
สำนกั งานคณะกรรมการการเลือกตั้ง หนา้ 7
คมู่ ือการบรหิ ารจดั การความเสี่ยง สำนักงานคณะกรรมการการเลอื กตง้ั ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2565
คำจำกดั ความ หมายถงึ
▪ สภาพแวดล้อมของการควบคมุ ปัจจัยต่างๆ ซึ่งร่วมกันส่งผลให้มีการควบคุมขึ้นภายในสำนักงาน
▪ กจิ กรรมการควบคมุ คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือทำให้การควบคุมที่มีอยู่ได้ผลดีขึ้นหรือ
▪ สารสนเทศและการส่อื สาร ในทางตรงขา้ มสภาพแวดล้อมอาจทำใหก้ ารควบคุมย่อหย่อนลงได้
▪ การตดิ ตามและประเมนิ ผล นโยบายและวิธีการต่างๆ ที่ฝ่ายบริหารกำหนดให้บุคลากรของ
สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ปฏิบัติเพื่อลดหรือควบคุม
ความเสยี่ ง และได้รบั การสนองตอบโดยมีการปฏิบตั ติ าม
ข้อมูลข่าวสารทางการเงินและข้อมูลข่าวสารอื่นๆ เกี่ยวกับ
การดำเนินงานของ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลจากแหล่งภายในหรือ
จากภายนอก
กระบวนการประเมินคุณภาพการปฏิบัติงานและประเมินประสิทธิผล
ของการควบคุมภายในที่วางไว้ อย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ
โดยการติดตามผลในระหว่างการปฏิบัติงาน (Ongoing Monitoring)
และการประเมินผลเป็นรายครั้ง (Separate Evaluation) ซึ่งแยกเป็น
การประเมินการควบคุมด้วยตนเอง (Control Self-Assessment) เช่น
การประเมินการควบคุมโดยกลุ่มผู้ปฏิบัติงานภายในฝ่าย/สำนัก และ
การประเมนิ การควบคุมอย่างเป็นอิสระ (Independent Assessment)
เช่น การประเมินโดยผู้ตรวจสอบภายใน การประเมินผลการควบคุม
ภายในโดยผู้ตรวจสอบภายนอก เปน็ ต้น
2. กรอบทิศทางการพัฒนาดา้ นการบริหารจดั การความเส่ยี งสำนักคณะกรรมการการเลอื กตงั้
กรอบทิศทาง การ พัฒ นา ด้าน การบ ริหา รจั ดการ ควา มเส ี่ย ง สำน ั กงา นคณะกรร ม การ การเล ื อ ก ตั้ ง
ดำเนินงานตามอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ อำนาจหน้าที่ของสำนักงาน
คณะกรรมการการเลือกตั้ง ซึ่งได้บัญญัติให้สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งเป็นหน่วยงานอิสระตาม
รัฐธรรมนูญ อยู่ภายใต้กำกับดูแลของคณะกรรมการการเลือกตั้ง โดยคณะกรรมการการเลือกตั้งมีอำนาจหน้าที่
ครอบคลุมอยู่ 3 ประการ คือ จัดการเลือกตั้ง สืบสวน ไต่สวนและวินิจฉัย และออกกฎระเบียบ โดยมีประธาน
กรรมการการเลือกตั้งเป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุด และมีเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง ได้รับการแต่งตั้งจาก
ประธานกรรมการการเลือกตั้ง และผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง ตามกฎหมายประกอบ
รัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง ปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการการเลือกต้ัง
เกี่ยวกับกิจการของสำนักงาน เป็นผู้บังคับบัญชาพนักงานและลูกจ้าง ควบคุมดูแลการปฏิบัติงานให้เป็นไปตาม
กฎหมาย ระเบียบ ของมติของคณะกรรมการการเลือกตั้ง และมีรองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง
เป็นผู้ชว่ ยสั่งงานในหน้าที่รับผิดชอบแบ่งตามภารกิจท้ังหมด 7 ภารกิจ คือ ภารกิจงานบริหาร ภารกิจงานสืบสวน
สอบสวนและวินิจฉัย ภารกิจงานบริหารงานเลือกตั้ง ภารกิจงานพรรคการเมือง ภารกิจการมีส่วนร่วม
สถาบันพัฒนาการเมืองและการเลอื กต้ัง และสว่ นงานอืน่ ๆ
สำนกั งานคณะกรรมการการเลือกตง้ั หน้า 8
ค่มู ือการบรหิ ารจดั การความเสย่ี ง สำนักงานคณะกรรมการการเลือกต้งั ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565
2.1 อำนาจหน้าทขี่ องคณะกรรมการการเลือกตง้ั ตามกฎหมาย
คณะกรรมการการเลือกต้งั หรอื กกต. มีอำนาจหน้าท่ีตามรฐั ธรรมนญู ดังน้ี
1) ควบคุมและดำเนินการจัดหรือจัดให้มีการเลือกตั้งและการออกเสียงประชามติ ตามที่กฎหมาย
กำหนด ใหเ้ ป็นไปโดยสุจริต และเทย่ี งธรรม
2) ออกประกาศกำหนดการทั้งหลายอันจำเป็นแก่การปฏิบัติงาน พ.ร.บ. ตามกฎหมายประกอบ
รัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และ ส.ว. กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง
กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการออกเสียงประชามติ และกฎหมายการเลือกตั้งสมาชิก
สภาทอ้ งถิน่ หรือผบู้ ริหารท้องถ่ิน
3) มีคำสั่งให้ขา้ ราชการ พนกั งาน หรอื ลูกจ้างของหน่วยงานราชการ หน่วยงานของรัฐ รฐั วิสาหกจิ หรอื
ราชการสว่ นท้องถน่ิ หรือเจา้ หนา้ ทอี่ ืน่ ของรฐั ปฏิบัตกิ ารท้ังหลายอนั จำเป็นในการเลอื กตง้ั
4) ออกข้อกำหนดเป็นแนวทางการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ได้รับแต่งตั้งให้มีอำนาจหน้าที่เกี่ ยวกับ
การเลอื กตัง้ และการออกเสียงประชามติ
5) ดำเนินการแบ่งเขตเลือกตัง้ สำหรับการเลือกตั้งท่ีใชว้ ิธกี ารแบ่งเขตเลือกตั้ง และจัดให้มีบัญชีรายชื่อ
ผมู้ สี ทิ ธิเลอื กตงั้
6) สบื สวนสอบสวนเพอ่ื หาข้อเท็จจริงและวินิจฉยั ชีข้ าดปญั หาหรอื ข้อโต้แยง้ เกี่ยวกับการเลือกตง้ั
7) สงั่ ให้มีการเลือกตั้งใหมห่ รือออกเสยี งประชามติใหม่ในหน่วยเลอื กต้งั หนึ่งหรือทกุ หน่วยเลือกต้ัง หรือ
ส่งั ใหม้ ีการนับคะแนนใหม่ เมื่อมีหลักฐานอันควรเช่ือได้วา่ มีการทจุ รติ การเลือกตัง้
8) เพิกถอนสิทธิเลือกต้ัง และดำเนินคดีอาญากับผูส้ มัคร หวั คะแนน และผู้เก่ยี วขอ้ ง
9) การดำเนินคดใี นศาลเก่ียวกบั ความผดิ การเลือกตง้ั หรือพรรคการเมือง
10) ประกาศผลการเลอื กตง้ั หรือการออกเสียงประชามติ
11) มีอำนาจแจ้งพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินการสอบสวนและให้มีอำนาจฟ้องคดีต่อศาล
ไม่ว่าในเรื่องทางแพ่ง หรืออาญา หรือทางปกครอง แก่ผู้กระทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้ง
ตลอดจนให้ชดใชค้ า่ เสยี หายในการเลือกตั้งใหมแ่ กผ่ ู้ถกู ใบแดง และผทู้ ี่เกีย่ วข้อง
12) การรบั รองและการแต่งต้ังผแู้ ทนองค์กรเอกชนเพือ่ ประโยชน์ในการตรวจสอบการเลอื กตงั้
13) ดำเนินการหรือประสานงานกับหน่วยราชการ ส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ หรือสนับสนุน
องค์การเอกชน ในการให้การศึกษาแก่ประชาชนเกี่ยวกับการปกครองระบอบประชาธิปไตย
ระบุว่าหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง คือการให้การศึกษาแก่ประชาชนเรื่องการปกครอง
ระบอบประชาธปิ ไตยอันมพี ระมหากษัตริยท์ รงเปน็ ประมขุ
14) จดั ทำรายงานผลการปฏิบตั ิงานประจำปีและขอ้ สงั เกตเสนอต่อรัฐสภา
15) ดำเนนิ การเรื่องอื่น ๆ ตามท่ีกฎหมายกำหนด
2.2 อำนาจหน้าทข่ี องสำนกั งานคณะกรรมการการเลือกตง้ั
สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งเป็นหน่วยงานที่เป็นอิสระในการบริหารงานบุคคล การงบประมาณ
และการดำเนินการอื่นตามที่กฎหมายบัญญัติ ตามบทบัญญัติพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย
คณะกรรมการการเลอื กต้งั กำหนดใหส้ ำนกั งานคณะกรรมการการเลอื กตัง้ มหี น้าท่ีและอำนาจ ดงั ตอ่ ไปน้ี
1) รับผิดชอบงานธุรการของคณะกรรมการการเลือกตั้งและนายทะเบียนพรรคการเมือง ดำเนินการ
เพื่อให้คณะกรรมการการเลือกตั้งบรรลุภารกิจและหน้าที่ตามที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ
สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตง้ั หน้า 9
คู่มือการบรหิ ารจดั การความเส่ยี ง สำนักงานคณะกรรมการการเลอื กต้ัง ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2565
พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง และกฎหมายอ่ืน
อำนวยความสะดวก ช่วยเหลือ ส่งเสริม และสนับสนุนการปฏิบัติงานของคณะกรรมการการเลือกต้ัง
กรรมการการเลอื กตงั้ และผ้ตู รวจการเลอื กตงั้
2) ดำเนินการเพื่อให้พรรคการเมือง เจ้าหน้าที่พรรคการเมือง และผู้สมัครรับเลือกตั้งมีความรู้
ความเข้าใจหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ คำสั่ง และ
มติของคณะกรรมการการเลอื กต้งั
3) รับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของผู้มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง
การเลือกสมาชิกวุฒสิ ภา หรือการออกเสียงประชามติ ผู้มีอำนาจหน้าที่ดูแลรักษาความสงบเรียบร้อย
ในการเลือกตั้ง หรือการเลือกสมาชิกวุฒิสภา หรือเกี่ยวกับการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายเกี่ยวกับ
การเลือกตั้ง หรือเกี่ยวกับการทุจริต หรือประพฤติมิชอบในการเลือกตั้งของผู้สมัคร
รับเลือกตั้ง ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง พรรคการเมือง หรือบุคคลอื่นใดเพื่อดำเนินการตามระเบียบ
ทคี่ ณะกรรมการการเลอื กต้ังกำหนด
4) ปฏบิ ัตกิ ารอ่ืนใดตามที่กฎหมายกำหนดหรอื คณะกรรมการการเลือกต้ังมอบหมาย
สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งอยู่ภายใต้การบังคับบัญชา การกำกับดูแลและรับผิดชอบ
ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง โดยมีเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้งเป็นผู้บังคับบัญชาพนักงาน
ของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง และรับผิดชอบการปฏิบัติงานของสำนักงานคณะกรรมการ
การเลอื กตง้ั ขึน้ ตรงตอ่ คณะกรรมการการเลือกตั้ง
2.3 โครงสรา้ งและการแบ่งสว่ นงานภายในสำนักงานคณะกรรมการการเลอื กตั้ง
โครงสร้างและการแบ่งส่วนงานภายในสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง มีการแบ่งส่วนราชการ
แสดงดังแผนภาพที่ 1 และมีรายละเอยี ด ดังต่อไปน้ี
สำนักงานคณะกรรมการการเลอื กตง้ั หนา้ 10
คู่มอื การบรหิ ารจดั การความเส่ียง สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตง้ั ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2565
ตามราชกิจจานุเบกษา ฉบับวันที่ 29 พฤษภาคม 2560 ระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วย
การจดั แบง่ ส่วนงานของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตง้ั พ.ศ. 2560 ข้อ 5) กำหนดหนา้ ทแ่ี ละอำนาจเกี่ยวกับ
กจิ การทั่วไปของคณะกรรมการและนายทะเบียนพรรคการเมือง ดงั ต่อไปนี้
(1) งานธุรการของคณะกรรมการและนายทะเบียนพรรคการเมือง ศึกษาและรวบรวมข้อมูลต่างๆ
ท่เี กี่ยวกบั งานของคณะกรรมการและนายทะเบยี นพรรคการเมือง
(2) ศกึ ษาและสนับสนนุ ให้มกี ารศกึ ษาวจิ ัยเกยี่ วกับการเลอื กตงั้
(3) เผยแพร่วิชาการ ให้ความรู้และการศึกษาแก่ประชาชนเกี่ยวกับการปกครองระบอบ
ประชาธิปไตยอนั มีพระมหากษตั รยิ ์ทรงเป็นประมุข
(4) รับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของผู้มีหน้าที่และอำนาจเกี่ยวข้องกับ
การเลือกตั้งเกี่ยวกับการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยในการเลือกตั้ง หรือเกี่ยวกับ
การกระทำท่ีไม่ชอบดว้ ยกฎหมาย เก่ียวกบั การเลอื กตงั้ เสนอต่อคณะกรรมการ
(5) รับเรื่องร้องเรียนหรือคัดค้านเกี่ยวกับการทุจริตหรือประพฤติมิชอบในการเลือกตั้ง
ของผู้สมัครรับเลือกตั้ง ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง พรรคการเมือง หรือบุคคลอื่นใด เพื่อเสนอต่อ
คณะกรรมการ
(6) ปฏบิ ัตกิ ารอ่ืนใดตามท่คี ณะกรรมการมอบหมาย
ตามราชกิจจานุเบกษา ฉบับวันที่ 29 พฤษภาคม 2560 ระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วย
การจัดแบ่งส่วนงานของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. 2560 ข้อ 6 ให้จัดแบ่งส่วนงาน
ของสำนักงานเป็น 2 สว่ น ดงั น้ี
(1) ส่วนกลาง ได้แก่ สำนักและสถาบันพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้ง และส่วนงานที่เรียกช่ือ
อย่างอ่ืน
(2) สว่ นภมู ิภาค ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการการเลอื กต้ังประจำจังหวัด
ตามราชกิจจานุเบกษา ฉบับวันที่ 29 พฤษภาคม 2560 ระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วย
การจดั แบง่ สว่ นงานของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. 2560 ขอ้ 7 ให้แบ่งส่วนงานของสำนักงาน ดังนี้
(1) สำนักบริหารทั่วไป
(2) สำนักบริหารทรพั ยากรบุคคล
(3) สำนักการคลงั
(4) สำนกั นโยบายและยุทธศาสตร์
(5) สำนักเทคโนโลยสี ารสนเทศ
(6) สำนกั สบื สวนสอบสวนและวินจิ ฉยั 1
(7) สำนักสบื สวนสอบสวนและวินิจฉัย 2
(8) สำนักสืบสวนสอบสวนและวนิ จิ ฉัย 3
(9) สำนกั สืบสวนสอบสวนและวนิ จิ ฉัย 4
(10) สำนกั สืบสวนสอบสวนและวนิ จิ ฉยั 5
(11) สำนักสนับสนุนงานสบื สวนสอบสวน
(12) สำนักวนิ ิจฉยั และคดี
(13) สำนักบรหิ ารการเลอื กตงั้ และการออกเสยี งประชามติ 1
(14) สำนักบริหารการเลอื กต้ังและการออกเสยี งประชามติ 2
(15) สำนกั สนบั สนนุ การเลอื กตัง้ และการออกเสยี งประชามติ
(16) สำนักกิจการพรรคการเมือง
สำนกั งานคณะกรรมการการเลือกตัง้ หนา้ 12
คูม่ ือการบรหิ ารจดั การความเสี่ยง สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตัง้ ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2565
(17) สำนักบรหิ ารการสนับสนุนโดยรัฐ
(18) สำนกั พฒั นาเครือข่ายการเลือกตงั้
(19) สำนกั สง่ เสริมความเปน็ พลเมือง
(20) สำนักกิจการคณะกรรมการการเลือกตัง้
(21) สำนกั ผู้ตรวจการ
(22) สำนกั ผตู้ รวจสอบภายใน
(23) สำนักกฎหมายและคดี
(24) สำนกั การประชุม
(25) สำนกั ประชาสัมพนั ธ์
(26) สถาบนั พัฒนาการเมืองและการเลือกตัง้
(26.1) สำนักพัฒนาบุคลากร
(26.2) สำนักวิจยั และวชิ าการ
(27) สำนักงานคณะกรรมการการเลอื กตง้ั ประจำจังหวัด
ตามราชกิจจานุเบกษา ฉบับวันที่ 29 พฤษภาคม 2560 ระเบียบคณะกรรมการการเลือกต้ั งว่าด้วย
การจัดแบ่งส่วนงานของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. 2560 ข้อ 8 ส่วนงานตามข้อ 7 (1) - (25) และ
(27) อาจจัดแบ่งส่วนงาน ดังน้ี
(1) ฝ่ายหรอื ส่วนงานทม่ี ีฐานะเทยี บเท่าฝ่ายท่เี รยี กชื่ออย่างอืน่
(2) กลมุ่ งาน
ตามราชกิจจานุเบกษา ฉบับวันที่ 29 พฤษภาคม 2560 ระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยการ
จัดแบ่งส่วนงานของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. 2560 ข้อ 9 ส่วนงานตามข้อ 7 (26)
อาจจัดแบง่ ส่วนงาน ดงั นี้
(1) สำนัก
(2) ฝา่ ยหรอื สว่ นงานท่มี ฐี านะเทียบเทา่ ฝา่ ยท่เี รยี กชื่ออย่างอ่ืน
(3) กลมุ่ งาน
2.4 วิสยั ทศั น์ พนั ธกจิ ค่านยิ มรว่ มขององค์กร ยุทธศาสตร์ แผนยุทธศาสตร์ กกต. 20 ปี
2.4.1 วิสยั ทัศน์ (Vision)
“สำนักงานคณะกรรมการการเลือกต้งั เป็นที่ยอมรับระดบั สากล ในกระบวนการเลือกตัง้ อยา่ งมอื อาชพี
ในระบอบประชาธิปไตยอนั มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมขุ ”
(OECT is internationally recognized professional organization in election process for
democracy under the King’s Head of State.)
2.4.2 พันธกจิ (Missions)
“สร้างความเข้มแข็งของกระบวนการเลอื กตั้ง เพื่อให้ไดค้ นดีมาปกครองบา้ นเมือง”
(To strengthen Thailand’s election process by which merit individuals are elected to
hold public office.)
สำนักงานคณะกรรมการการเลือกต้งั หนา้ 13
คู่มอื การบรหิ ารจดั การความเสีย่ ง สำนักงานคณะกรรมการการเลือกต้งั ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2565
2.4.3 ค่านยิ มร่วมขององค์กร “OECT”
Openness = เปิดกว้าง เปดิ เผยโปร่งใส เปดิ รบั โอกาส
Efficiency = มีประสิทธภิ าพ
Communication = ส่อื สารดี
Technology = ก้าวหนา้ ทันเทคโนโลยี
2.4.4 ประเด็นยุทธศาสตร์ (Strategic Themes)
ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 1: เร่งรดั การบูรณาการ การบริหารการจดั การเลือกตัง้ และการบรกิ ารดจิ ทิ ัล
ประเด็นยทุ ธศาสตร์ท่ี 2: เสรมิ ความเข้มแข็งของเครือขา่ ยประชาธิปไตย และส่งเสรมิ การพัฒนา
พรรคการเมือง
ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 3: สร้างเสริมความรู้ พลงั ศรัทธา และพลังร่วมวิถกี ารปกครองในระบอบ
ประชาธปิ ไตย อันมีพระมหากษตั รยิ ท์ รงเปน็ ประมขุ
สำนักงานคณะกรรมการการเลอื กตงั้ หนา้ 14
คมู่ อื การบรหิ ารจดั การความเสี่ยง สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2565
2.5 นโยบายการกำกบั ดูแลกจิ การที่ดีดา้ นการบรหิ ารจัดการความเสี่ยงและควบคุมภายใน
(ร่าง) ประกาศคณะกรรมการการเลือกตงั้
เรือ่ ง นโยบายการกำกบั ดูแลกิจการทดี่ ดี า้ นการบรหิ ารจัดการความเส่ียงและควบคมุ ภายใน
.................................................................
เพื่อให้การบริหารจัดการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เป็นไปอย่างมี
ประสิทธิภาพเกิดผลสัมฤทธิ์ตามเป้าหมายที่สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์องค์กร และมติคณะกรรมการ
การเลอื กต้ัง ในการประชุมครงั้ ที่ .......... เมอ่ื วันที่ ............... คณะกรรมการการเลือกตั้งกำหนดนโยบายการกำกับ
ดูแลกิจการที่ดีด้านการบริหารจัดการความเสี่ยงและควบคุมภายในของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งให้มี
การดำเนนิ งาน ดงั ตอ่ ไปน้ี
1. กกต. ต้องกำหนดกระบวนการบริหารจัดการความเสี่ยงและควบคุมภายในให้สอดคล้องกับ
มาตรฐานท้งั ในระดับสากลและระดบั ประเทศด้านการบรหิ ารจดั การความเสีย่ ง (Risk Management) การควบคุม
ภายใน (Internal Control)
2. ส่งเสริมให้มีการกำกับดูแลกิจการที่ดีตามนโยบายและบูรณาการระหว่างการกำกับดูแล
กิจการที่ดี การบริหารจัดการความเสี่ยงและปฏิบัติตามกฎระเบียบ ข้อบังคับ กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการดำเนิน
กิจการของ กกต. (Governance Risk Management and Compliance) ให้เป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงาน
(Integrated GRC)
3. กกต. ต้องกำหนดให้มีกระบวนการบรหิ ารจัดการความเสีย่ ง การควบคุมภายในทั่วท้ังองคก์ ร
ที่เป็นระบบสอดคล้องกับยุทธศาสตร์และเป้าหมายองค์กร ตามกรอบมาตรฐานการบริหารจัดการความเสี่ยงที่ดี
โดยบรู ณาการระบบเทคโนโลยสี ารสนเทศในการตดิ ตามดูแล ท้งั นี้ นโยบายและกรอบการบรหิ ารจดั การความเสี่ยง
และควบคุมภายใน กกต. จะต้องมีการทบทวนเป็นระยะ เพื่อให้มีความเหมาะสมกับสภาพการดำเนินงานที่อาจ
เปล่ยี นแปลงไป
4. การบริหารจัดการความเสี่ยงและควบคุมภายในเป็นส่วนหนึ่งในวัฒนธรรมที่สำคัญ
(Governance and Culture) ของ กกต. และจำเป็นต้องดำเนินการอย่างมีประสทิ ธิภาพและประสิทธิผล โดยถือ
เป็นหน้าที่ของทุกหน่วยงานและบุคลากรทุกคนในการดำเนินกิจกรรมควบคุมที่เพียงพอ เหมาะสม และบริหาร
จัดการความเสี่ยงให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้ เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมาย (Business Objective)
ตลอดจนสรา้ งความเชื่อมัน่ แกผ่ มู้ ีสว่ นได้เสยี (Stakeholder) ต่อการปฏบิ ตั ิภารกิจ กกต.
5. ความเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่อการบรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมาย ( Strategy &
Objective Stetting) ของ กกต. จะต้องได้รบั การจดั การใหท้ ันเวลาและตอ่ เนอื่ ง ดังนี้
5.1 ต้องมีการระบุความเสี่ยง กำหนดกิจกรรมการควบคุมที่ตอบสนองต่อความเสี่ยง
การประเมินระดับความรุนแรง การจัดลำดบั ความเสี่ยง การกำหนด/คัดเลือกวิธกี ารจัดการต่อความเสี่ยงท่ีระบุไว้
การทบทวนความสามารถในการจัดการและระดับความเสี่ยง มีการบริหารความเสี่ยงแบบบูรณาการ และ
การปรบั ปรงุ พัฒนาระบบการบรหิ ารความเส่ียงองคก์ ร (Performance) อยา่ งครอบคลุมและทนั เวลา
5.2 ต้องมีการประเมินความเสี่ยงในด้านของโอกาสที่เหตุการณ์นั้นจะเกิดขึ้น (Likelihood)
และผลกระทบ (Impact) หากความเสี่ยงนัน้ เกิดข้นึ
5.3 ต้องมีผู้รับผิดชอบความเสี่ยง (Risk Owner) ที่ชัดเจนและมีการจดั การความเสี่ยงให้อยู่
ในระดับที่คณะกรรมการและผู้บริหารยอมรับได้ ทั้งนี้ ต้องมีการพิจารณาความเหมาะสมของต้นทุนและผลลัพธ์
(Cost Benefit) ทจี่ ะเกิดขน้ึ ควบคูก่ ันไปด้วย
5.4 ต้องมีสารสนเทศ การสื่อสาร และรายงานผล (Information, Communication &
Reporting) การบริหารความเสี่ยงและควบคุมภายในอย่างสม่ำเสมอ โดยรายงานผลการบริหารความเสี่ยงและ
สำนกั งานคณะกรรมการการเลอื กตัง้ หน้า 15
คมู่ อื การบรหิ ารจดั การความเสี่ยง สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตงั้ ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2565
ควบคุมภายในครบถ้วนทุกปัจจัยเสี่ยง และครอบคลุมทั้งแผนจัดการความเสี่ยง (Mitigation Plan) และกิจกรรม
การควบคุม (Existing Control) ระดับความรุนแรงก่อนและหลังการบริหาร วิเคราะห์ปัญหาอุปสรรคและ
แนวทางแก้ไขที่ชดั เจน เพื่อให้สามารถบริหารความเสีย่ งและมีกิจกรรมการควบคมุ ได้อย่างเหมาะสมและทันเวลา
รวมทง้ั พัฒนาระบบเทคโนโลยดี จิ ิทลั ทีส่ นบั สนนุ กระบวนการบริหารความเสยี่ ง
6.ผู้บริหาร พนักงานและลูกจ้าง มีหน้าที่ปฏิบัติตามนโยบายและกระบวนการบริหารจัดการ
ความเสี่ยงและควบคุมภายในตามที่ กกต. กำหนด รวมถึงการรายงานผลการดำเนินงาน ตลอดจนการทบทวน
ปรับปรุงประสิทธิผลของการบริหารจัดการความเสี่ยงและควบคุมภายในตามคู่มือการปฏิบัติงาน (Review &
Revision)
7.คณะกรรมการการเลือกตั้ง จะกำกับดูแลให้มีแนวทางการติดตามผลการดำเนินงาน
ด้านการบริหารจัดการความเสี่ยงและการควบคุมภายในทั้งกรณีปกติและเมื่อเกิดเหตุการณ์พิเศษอย่างครบถ้วน
และเป็นระบบ เช่น การบริหารจัดการความเสี่ยงและการควบคุมภายในเหตุการณ์พิเศษกรณีการแพร่ระบาดของ
โรคตดิ เชอ้ื ไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-19) เป็นต้น
8.คณะกรรมการการเลือกตั้ง ผู้บริหาร ตลอดจนพนักงานและลูกจ้างของ กกต. ทุกระดับต้องมี
ความตระหนักและปฏิบตั ิตามกฎระเบียบ ข้อบังคบั กฎหมายทเ่ี ก่ยี วข้องกบั การดำเนินกิจการของ กกต. ตลอดจน
วิธีปฏิบัติและมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานอย่างเคร่งครัด โดยให้ผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้นมีหน้าท่ี
ควบคมุ และป้องกันความเสยี่ งที่อาจจะเกิดข้ึนด้วย
ประกาศ ณ วนั ที่ ...................
(..............................................)
ประธานกรรมการการเลือกตั้ง
สำนักงานคณะกรรมการการเลอื กต้ัง หน้า 16
คู่มือการบรหิ ารจดั การความเส่ยี ง สำนักงานคณะกรรมการการเลือกต้งั ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2565
2.6 โครงสรา้ งการปฏบิ ตั งิ านด้านการบรหิ ารจัดการความเสีย่ งของสำนักงานคณะกรรมการการเลอื กต้งั
การบริหารจัดการความเสี่ยงเป็นองค์ประกอบของทุกกระบวนการดำเนินงานของสำนักงาน
คณะกรรมการการเลือกตั้ง ตลอดจนมคี วามเช่อื มโยงกบั ทกุ ระดับ ดังน้นั โครงสรา้ งการบรหิ ารจัดการความเส่ยี งจึง
ต้องมีความเชื่อมโยงกัน โดยโครงสร้างการปฏิบัติงานด้านการบริหารจัดการความเสี่ยงของ กกต. ตามคำสั่ง
สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งที่ 505/2562 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการอำนวยการและคณะทำงาน
ดำเนินการการควบคุมภายในและการบริหารจัดการความเสี่ยงของสำนักงานคณะกรรมการ การเลือกตั้ง
ประกอบดว้ ย
2.6.1 คณะกรรมการอำนวยการการควบคุมภายในและการบริหารจดั การความเส่ยี งของสำนักงาน
คณะกรรมการการเลอื กตง้ั
คณะกรรมการอำนวยการควบคุมภายในและการบริหารจัดการความเสย่ี งของสำนักงาน
คณะกรรมการการเลือกต้งั ประกอบด้วย
1.1 เลขาธกิ ารคณะกรรมการการเลอื กตั้ง ประธานกรรมการ
1.2 รองเลขาธกิ ารคณะกรรมการการเลือกตง้ั กรรมการ
1.3 ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาการเมืองและการเลือกตัง้ กรรมการ
1.4 ผู้แทนผู้ตรวจการ กรรมการ
1.5 ผู้อำนวยการสำนกั การคลัง กรรมการ
1.6 ผู้อำนวยการสำนกั กฎหมายและคดี กรรมการ
1.7 ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและยทุ ธศาสตร์ กรรมการ/เลขานกุ าร
1.8 รองผ้อู ำนวยการสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ ผู้ชว่ ยเลขานุการ
1.9 ผู้อำนวยการฝ่ายแผนงานและงบประมาณ ผู้ชว่ ยเลขานกุ าร
1.10 พนกั งานท่ีได้รับมอบหมายจาก ผู้ช่วยเลขานกุ าร
ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ จำนวน 2 คน
โดยใหค้ ณะกรรมการมีหน้าท่ี ดงั น้ี
1. กำหนดนโยบาย กลยุทธ์ แนวทางการดำเนนิ งานด้านการควบคมุ ภายในและการบรหิ าร
จัดการความเสยี่ งองค์การ
2. เหน็ ชอบแผนการควบคุมภายในและการบรหิ ารจดั การความเส่ยี งขององคก์ ารเสนอต่อ
เลขาธกิ ารคณะกรรมการการเลอื กตง้ั เพือ่ ประกาศเปน็ นโยบายการควบคุมภายในและ
การบริหารจดั การความเสยี่ งของสำนักงานคณะกรรมการการเลอื กต้งั
3. สง่ เสรมิ ใหม้ ีการควบคมุ ภายในและการบรหิ ารจัดการความเสี่ยง
4. ติดตามประเมนิ ผลการดำเนินงานพจิ ารณาทบทวนแผนการควบคมุ ภายในและการบริหาร
จดั การความเส่ยี ง
5. รวบรวมพจิ ารณากลัน่ กรอง ติดตามผล และสรุปผล ตามแผนการควบคุมภายในและ
การบริหารจัดการความเส่ียงและรายงานการประเมนิ ผลการควบคมุ ภายใน และรายงานผล
ตามแผนการบรหิ ารจดั การความเส่ียงต่อคณะกรรมการการเลอื กต้ังอย่างน้อยปลี ะหน่งึ คร้ัง
6. แตง่ ตัง้ คณะทำงาน ทป่ี รึกษาท่ีเกีย่ วข้องได้ตามความเหมาะสม
7. อ่นื ๆ ตามท่ีสำนกั งานคณะกรรมการการเลือกต้ังมอบหมาย
สำนกั งานคณะกรรมการการเลอื กตัง้ หน้า 17
คมู่ ือการบรหิ ารจดั การความเสี่ยง สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตงั้ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565
2.6.2 คณะทำงานดำเนนิ การการควบคมุ ภายในและการบริหารจัดการความเสีย่ งของสำนกั งาน
คณะกรรมการการเลอื กตั้ง
คณะทำงานดำเนินการการควบคุมภายในและการบรหิ ารจัดการความเสย่ี งของสำนกั งาน
คณะกรรมการการเลือกตง้ั ประกอบด้วย
2.1 รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตัง้ หวั หนา้ คณะทำงาน
รบั ผิดชอบสัง่ และปฏบิ ตั ิหนา้ ท่ีแทนสำหรับงานของสำนักนโยบายและยทุ ธศาสตร์
2.2 ผแู้ ทนผตู้ รวจการ ผทู้ ำงาน
2.3 ผ้อู ำนวยการสำนักบรหิ ารทวั่ ไป ผทู้ ำงาน
2.4 ผู้อำนวยการสำนกั บริหารทรัพยากรบุคคล ผู้ทำงาน
2.5 ผอู้ ำนวยการสำนักการคลัง ผูท้ ำงาน
2.6 ผอู้ ำนวยการสำนักนโยบายและยทุ ธศาสตร์ ผทู้ ำงาน
2.7 ผู้อำนวยการสำนกั เทคโนโลยีสารสนเทศ ผูท้ ำงาน
2.8 ผู้อำนวยการสำนกั สืบสวนสอบสวนและวินิจฉัย 1 ผูท้ ำงาน
2.9 ผู้อำนวยการสำนกั สบื สวนสอบสวนและวนิ ิจฉยั 2 ผทู้ ำงาน
2.10 ผ้อู ำนวยการสำนักสบื สวนสอบสวนและวินิจฉยั 3 ผู้ทำงาน
2.11 ผอู้ ำนวยการสำนักสบื สวนสอบสวนและวนิ ิจฉยั 4 ผทู้ ำงาน
2.12 ผู้อำนวยการสำนกั สบื สวนสอบสวนและวนิ ิจฉยั 5 ผู้ทำงาน
2.13 ผอู้ ำนวยการสำนกั สนบั สนนุ งานสบื สวนสอบสวน ผทู้ ำงาน
2.14 ผู้อำนวยการสำนกั วนิ ิจฉัยและคดี ผูท้ ำงาน
2.15 ผู้อำนวยการสำนักบรหิ ารการเลือกตัง้ และการออกเสียงประชามติ 1 ผู้ทำงาน
2.16 ผอู้ ำนวยการสำนกั บริหารการเลอื กตง้ั และการออกเสียงประชามติ 2 ผ้ทู ำงาน
2.17 ผู้อำนวยการสำนกั สนบั สนุนการเลอื กต้ังและการออกเสยี งประชามติ ผู้ทำงาน
2.18 ผู้อำนวยการสำนกั กิจการพรรคการเมือง ผู้ทำงาน
2.19 ผ้อู ำนวยการสำนักบรหิ ารการสนับสนนุ โดยรัฐ ผู้ทำงาน
2.20 ผอู้ ำนวยการสำนกั พฒั นาเครือข่ายการเลือกตั้ง ผู้ทำงาน
2.21 ผู้อำนวยการสำนักสง่ เสรมิ ความเปน็ พลเมือง ผทู้ ำงาน
2.22 ผู้อำนวยการสำนกั กิจการคณะกรรมการการเลือกตั้ง ผูท้ ำงาน
2.23 ผอู้ ำนวยการสำนกั กฎหมายและคดี ผู้ทำงาน
2.24 ผอู้ ำนวยการสำนกั การประชมุ ผ้ทู ำงาน
2.25 ผู้อำนวยการสำนักประชาสมั พันธ์ ผทู้ ำงาน
2.26 ผู้อำนวยการสำนกั พฒั นาบคุ ลากร ผทู้ ำงาน
2.27 ผูอ้ ำนวยการสำนกั วิจยั และวชิ าการ ผ้ทู ำงาน
2.28 รองผอู้ ำนวยการสำนักนโยบายและยทุ ธศาสตร์ ผู้ทำงานและเลขานุการ
2.29 รองผู้อำนวยการสำนักการคลงั ผทู้ ำงานและผ้ชู ว่ ยเลขานกุ าร
2.30 ผูอ้ ำนวยการฝา่ ยแผนงานและงบประมาณ ผู้ทำงานและผชู้ ่วยเลขานุการ
2.31 พนกั งานที่ได้รับมอบหมายจาก ผูท้ ำงานและผู้ชว่ ยเลขานกุ าร
ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ จำนวน 4 คน
สำนกั งานคณะกรรมการการเลอื กตงั้ หน้า 18
คมู่ อื การบรหิ ารจดั การความเสี่ยง สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2565
โดยให้คณะทำงานมีหน้าที่ ดงั น้ี
1. จัดทำแผนการควบคุมภายในและการบริหารจัดการความเสี่ยงขององค์การ ด้านกลยุทธ์
การเงิน ด้านการดำเนินงาน ด้านการรายงาน และด้านการปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบและ
ข้อบังคับ ระดบั สำนกั งานคณะกรรมการการเลือกตงั้
2. ประสานการปฏิบัติ ติดตามประเมินผลตามแผนการควบคุมภายในและการบริหารจัดการ
ความเสี่ยงในส่วนงานที่เกี่ยวข้องระดับสำนัก และสำนักงานคณะกรรมการการเลือกต้ัง
ประจำจังหวัด เพื่อสรุปภาพรวมของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง รายงาน
ความคืบหน้าตามแผนใหค้ ณะกรรมการอำนวยการการควบคุมภายในและการบริหารจัดการ
ความเส่ยี งทราบ
3. รวบรวมพิจารณากลั่นกรองและสรุปผลการประเมินผลการควบคุมภายในและการบริหาร
จัดการความเสี่ยงแล้วรายงานการประเมินผลการควบคุมภายในและรายงานผลตามแผน
การบริหารจัดการความเส่ียงต่อคณะกรรมการอำนวยการการควบคมุ ภายในและการบริหาร
จัดการความเส่ียงของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตัง้ อยา่ งน้อยปีละหน่ึงครัง้ ความเส่ียง
ที่แต่ละสำนักและสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง และเลือกและค้นหาวิธีการควบคุมท่ี
เหมาะสมในการบริหารจัดการความเสยี่ ง
4. จัดทำรายงานสรุปผลการควบคุมภายในและการบริหารจัดการความเสี่ยง ระดับสำนักงาน
คณะกรรมการการเลือกตั้ง เสนอคณะกรรมการอำนวยการการควบคุมภายในและบริหาร
จัดการความเส่ยี งของสำนกั งานคณะกรรมการการเลือกตั้ง
5. สนับสนนุ และสง่ เสริมใหม้ ีการควบคุมภายในและการบรหิ ารจัดการความเสยี่ ง
6. สามารถเสนอตง้ั คณะทำงาน ท่ปี รึกษาทเ่ี กยี่ วข้องได้ตามเหมาะสม
7. อื่นๆ ตามที่คณะกรรมการอำนวยการการควบคุมภายในและการบริหารจัดการความเสี่ยง
ของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกต้ังมอบหมาย
สำนกั งานคณะกรรมการการเลอื กตัง้ หนา้ 19
คูม่ อื การบรหิ ารจดั การความเสีย่ ง สำนักงานคณะกรรมการการเลอื กต้ัง ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2565
แผนภาพที่ 2 โครงสร้างการบรหิ ารจัดการความเสย่ี งของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง
2.7 วัตถปุ ระสงค์ของการบรหิ ารจัดการความเส่ียงสำนกั งานคณะกรรมการการเลือกตง้ั
1. เพื่อให้ผลการดำเนินงานของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งเป็นไปตามเป้าประสงค์และ
เป้าหมายตามยุทธศาสตร์ท่ีวางไว้
2. เพื่อให้เกิดการรับรู้ ตระหนัก และเข้าใจถึงความเสี่ยงด้านต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้น และสามารถหาวิธีการ
จัดการความเสี่ยง เพ่ือป้องกนั หรือลดความเส่ยี งใหอ้ ยู่ในระดับท่ีสำนกั งานคณะกรรมการการเลือกตัง้ ยอมรบั ได้
3. เพื่อสร้างกรอบและแนวทางในการปฏิบัติงานให้แก่บุคลากรในสำนักงานคณะกรรมการการเลือกต้ัง
ใหส้ ามารถบริหารจัดการความไม่แน่นอนทจ่ี ะเกิดขน้ึ กบั องค์กรได้อย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ
4. เพอ่ื ให้สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งมรี ะบบในการติดตามตรวจสอบผลการดำเนินการบริหาร
ความเสยี่ งและเฝ้าระวงั ความเสยี่ งใหม่ๆ ทอ่ี าจจะเกดิ ขนึ้
5. เพื่อส่งเสริมหลักธรรมาภิบาล และการกำกับดูแลกิจการที่ดีในสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง
อยา่ งเปน็ รูปธรรม สามารถเพม่ิ มลู ค่าใหผ้ ใู้ ช้บริการ และผ้มู ีส่วนได้สว่ นเสยี
6. เพื่อให้สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งมีกรอบในการบริหารจัดการองค์กรที่มีมาตรฐานโดยมี
แนวทางดำเนนิ งานสอดคล้องตามหลักเกณฑ์กระทรวงการคลังว่าดว้ ยมาตรฐาน และหลกั เกณฑ์ปฏบิ ัติการบริหาร
จัดการความเสี่ยงสำหรับหนว่ ยงานของรฐั พ.ศ. 2562 และหลกั เกณฑข์ องกระทรวงการคลังว่าด้วยมาตรฐานและ
หลักเกณฑ์การปฏบิ ัติการควบคมุ ภายในสำหรบั หนว่ ยงานของรัฐ พ.ศ. 2561
2.8 การบริหารจัดการความเสีย่ งแบบบูรณาการทั่วทั้งองคก์ ร
การกำกับ (Governance) และการบริหารความเสี่ยง (Risk Management) รวมทั้งการปฏิบัติตาม
กฎหมาย กฎเกณฑ์ ประกาศ คำสั่งต่างๆ (Compliance) เป็น 3 องค์ประกอบที่ต้องเข้าใจในกระบวนการบริหาร
แบบบรู ณาการอย่างแท้จริง มิฉะนนั้ ถ้าขาดองค์ประกอบข้อหน่งึ ข้อใด การสรา้ งคณุ คา่ เพม่ิ ตามหลักการกำกับก็ไม่
อาจจะเกิดขึ้นได้จากการบริหารความเสี่ยงที่ด้อยคุณภาพ รวมทั้ง ความสามารถในการปฏิบัติตามกฎหมาย
กฎเกณฑ์ ประกาศ คำสงั่ ต่างๆ ทค่ี วรเข้าใจอยา่ งแทจ้ ริง
การบริหารความเสี่ยงเป็นองค์ประกอบสำคัญยิ่งที่จะสนับสนุนให้องค์กร สามารถดำเนินงานได้ตาม
เปา้ หมายทก่ี ำหนดไว้แล้ว และยงั สามารถสรา้ งคุณค่าเพ่มิ ให้กับผู้มผี ลประโยชนร์ ่วมได้อีกทางหนึ่ง ซึ่งเป็นแนวคิด
ที่สำคัญย่ิงที่จะตอ้ งนำไปสู่การปฏบิ ัติ องค์กรหลายแหง่ รวมทั้งสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตัง้ จึงได้นำกรอบ
การบริหารจัดการความเสี่ยงขององค์กรเชิงบูรณาการ (Enterprise Risk Management – Integrated
สำนกั งานคณะกรรมการการเลอื กตั้ง หน้า 20
คมู่ ือการบรหิ ารจดั การความเส่ยี ง สำนักงานคณะกรรมการการเลือกต้ัง ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2565
Framework) ตามแนวทาง COSO ERM มาประยุกตใ์ ชเ้ ปน็ กรอบในการพฒั นาระบบการบริหารจดั การความเสี่ยง
ซึ่งโดยรวมก็คือ การมีวัตถุประสงค์ให้คณะกรรมการ ผู้บริหาร และผู้ที่เกี่ยวข้อง ได้ตระหนักถึงความสำคัญของ
การบริหารจัดการความเสี่ยง และองค์ประกอบที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างความเข้าใจให้ตรงกันกับคำนิยาม
เรื่องเปา้ หมายและวัตถุประสงค์ อันจะสรา้ งความรับผิดชอบอย่างท่ัวถงึ และเป็นไปในทิศทางเดียวกันท่ัวทั้งองค์กร
ไดอ้ ยา่ งมีประสิทธภิ าพ
ทั้งนี้ กรอบการบริหารจัดการความเสี่ยงขององค์กรเชิงบูรณาการตามแนวทางของ COSO ERM
ทำให้ม่ันใจไดว้ ่า กระบวนการทำงานต่างๆ ของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งน้นั จะได้รับการสนับสนุนจาก
การบรหิ ารความเสี่ยงอย่างต่อเนื่องและมปี ระสิทธภิ าพ ซ่งึ จะมีผลทำให้การบริหารจดั การความเส่ยี งมีความสำคัญ
ต่อการบริหารที่สอดคล้องกับกลยุทธ์ การวางแผนงาน รวมทั้งกระบวนการรายงานผลที่สนองตอบต่อนโยบาย
ตา่ งๆ ในการสร้างคุณค่าเพม่ิ และสรา้ งวัฒนธรรมให้กับองคก์ ร
2.9 การตระหนกั ถงึ ผู้มสี ่วนไดส้ ว่ นเสีย และการพัฒนาอย่างต่อเนือ่ ง
การบริหารจัดการความเสี่ยงนอกจากจะคำนึงถึงวัตถุประสงค์ขององค์กรเป็นหลักแล้ว สำนักงาน
คณะกรรมการการเลือกตั้งยังคำนึงถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการบริหารจัดการความเสี่ยงด้วย โดยเฉพาะ
ความคาดหวังของผู้ใช้บริการหรือความคาดหวังของสาธารณชนที่มีต่อองค์กร รวมถึงผลกระทบที่มีต่อสังคม
เศรษฐกิจ และสภาพแวดลอ้ ม เพอ่ื การพฒั นาอย่างต่อเน่ืองโดยการวิเคราะห์เพื่อทำความเข้าใจผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
ที่ต้องมีการวางแผนร่วมกัน เพื่อสร้างการสนับสนนุ ที่ช่วยให้ระบบการบริหารงานประสบความสำเร็จ ซึ่งอาจมอง
ผู้มีส่วนไดส้ ว่ นเสียเป็นคลงั ข้อมูล องค์กรสามารถใชข้ ้อมลู ความคิดเหน็ ของผู้มีสว่ นไดส้ ่วนเสียเพือ่ วางแผนระบบ
การบริหารจัดการความเสีย่ ง และการวิเคราะห์ผู้มสี ว่ นได้เสียที่ดีสามารถทำให้เราเข้าถึงแหล่งข้อมูลอื่นๆ ทำให้มี
แนวโน้มว่าโครงการแผนงาน ระบบการบริหารจัดการความเส่ยี งขององค์กรจะประสบความสำเรจ็
ทั้งนี้ การสื่อสารกับผู้มีสว่ นได้เสียแตเ่ นิ่นๆ และบ่อยครั้งจะทำให้มัน่ ใจได้ว่า เข้าใจสิ่งที่กำลังทำและเข้าใจ
ถึงประโยชน์ของระบบการบริหาร โครงการ กิจกรรม กระบวนการต่างๆ และสามารถประเมินและคาดหวัง
ผลลพั ธไ์ ด้โดยดูจากผลการตดิ ตาม
สำนกั งานคณะกรรมการการเลือกต้งั หน้า 21
คมู่ อื การบรหิ ารจดั การความเสีย่ ง สำนักงานคณะก
2.10 แผนปฏบิ ตั ิการการบริหารจัดการความเสย่ี งและควบคมุ ภายในสำนักงาน
ลำดบั กิจกรรม ปี 2564
ไตรมาส 1
ต.ค. พ.ย.
1. ธรรมาภบิ าลและวัฒนธรรมองคก์ ร (Governance and Culture)
1.1 ทบทวนนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดดี า้ นการบริหารจดั การ
ความเส่ยี งและควบคมุ ภายใน ประจำปีงบประมาณ 2565
1.2 นำเสนอ (รา่ ง) ทบทวนนโยบายการกำกบั ดแู ลกิจการที่ดี
ดา้ นการบรหิ ารจัดการความเสยี่ งและควบคมุ ภายใน ประจำปี
งบประมาณ 2565 ต่อคณะกรรมการอำนวยการการควบคมุ
ภายในและการบริหารจัดการความเสี่ยงของสำนกั งาน
คณะกรรมการการเลอื กตง้ั และคณะกรรมการการเลอื กตง้ั
เพื่อขอความเหน็ ชอบ
1.3 เผยแพรน่ โยบายการกำกบั ดแู ลกิจการทดี่ ีด้านการบริหาร
จัดการความเสย่ี งและควบคมุ ภายใน ประจำปงี บประมาณ
2565
1.4 จดั ทำ (ร่าง) แผนปฏบิ ัตกิ ารการบริหารจดั การความเส่ยี งและ
ควบคุมภายใน กกต. ประจำปงี บประมาณ 2566
1.5 นำเสนอ (รา่ ง) แผนปฏิบัตกิ ารการบรหิ ารจดั การความเสยี่ งและ
ควบคุมภายใน กกต. ประจำปงี บประมาณ 2566 ตอ่
คณะกรรมการอำนวยการการควบคมุ ภายในและการบรหิ าร
จดั การความเสย่ี งของสำนกั งานคณะกรรมการการเลอื กตั้ง
เพ่อื ขอความเห็นชอบแผนปฏบิ ตั กิ ารฯ
1.6 ทบทวนค่มู อื การบริหารจดั การความเสย่ี งและคมู่ อื การควบคุม
ภายในองคก์ ร ประจำปีงบประมาณ 2565
สำนกั งานคณะกรรมการการเลอื กต้ัง
กรรมการการเลือกต้ัง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565
นคณะกรรมการการเลอื กตัง้ ประจำปีงบประมาณ 2565
ปี 2565 ไตรมาส 4
ไตรมาส 2 ไตรมาส 3 ก.ค. ส.ค. ก.ย.
ธ.ค. ม.ค. ก.พ. ม.ี ค. เม.ย. พ.ค. มิ.ย.
หนา้ 22
คู่มือการบรหิ ารจดั การความเสยี่ ง สำนักงานคณะก
ลำดบั กิจกรรม ปี 2564
ไตรมาส 1
ต.ค. พ.ย.
1.7 นำเสนอ (ร่าง) ค่มู อื การบรหิ ารจัดการความเสย่ี งและคมู่ ือการ
ควบคุมภายในองคก์ รตอ่ คณะกรรมการอำนวยการการควบคุม
ภายในและการบริหารจดั การความเสย่ี งของสำนกั งาน
คณะกรรมการการเลือกต้ัง
1.8 จดั อบรมให้ความรพู้ ื้นฐานดา้ นการบริหารจัดการความเสีย่ งและ
ควบคมุ ภายใน และประเมนิ ความรู้ความเขา้ ใจ
1.9 การบรู ณาการในเรอ่ื งกำกับดูแลกิจการท่ดี กี ารบรหิ ารจัดการ
ความเสี่ยงและการควบคุมภายใน (GRC: Governance Risk
and Compliance)
1.10 รายงานผลการดำเนนิ การเพื่อติดตามมาตรฐานและประสทิ ธิผล
ของระบบการบริหารความเส่ียงและควบคมุ ภายใน
2. การกำหนดยทุ ธศาสตรแ์ ละวัตถุประสงค์/เปา้ ประสงคเ์ ชิงยุทธศาสตร์ (Strategy an
2.1 การบูรณาการแผนยทุ ธศาสตร์สำนักงานคณะกรรมการ
การเลือกตัง้ กบั การบริหารจดั การความเสยี่ งและควบคุมภายใน
2.2 จดั ทำ (ร่าง) ประเด็นความเส่ยี งและแผนบริหารจัดการ
ความเส่ียงและควบคุมภายใน ประจำปีงบประมาณ 2565 (ก.ค.-ส.ค. 2
2.3 นำเสนอ (รา่ ง) ประเด็นความเสย่ี งและแผนบรหิ ารจดั การ (ส.ค.-ก.ย. 256
ความเสย่ี งและควบคมุ ภายใน ประจำปงี บประมาณ 2565 ตอ่
คณะกรรมการอำนวยการการควบคุมภายในและการบริหาร
จัดการความเสยี่ งของสำนกั งานคณะกรรมการการเลือกตั้ง และ
คณะกรรมการการเลอื กตงั้ เพื่อขอความเหน็ ชอบ
2.4 จัดทำ (รา่ ง) ประเดน็ ความเสีย่ งและแผนบริหารจดั การ
ความเสีย่ งและควบคุมภายใน ประจำปงี บประมาณ 2566
สำนักงานคณะกรรมการการเลอื กต้ัง
กรรมการการเลอื กต้งั ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2565
ไตรมาส 2 ปี 2565
ไตรมาส 3 ไตรมาส 4
ธ.ค. ม.ค. ก.พ. ม.ี ค. เม.ย. พ.ค. ม.ิ ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย.
nd Objectives Setting)
2564)
64)
หน้า 23
คู่มือการบรหิ ารจดั การความเส่ยี ง สำนักงานคณะก
ลำดบั กจิ กรรม ปี 2564
ไตรมาส 1
ต.ค. พ.ย.
2.5 นำเสนอ (รา่ ง) ประเด็นความเส่ยี งและแผนบรหิ ารจดั การ
ความเสี่ยงและควบคมุ ภายใน ประจำปงี บประมาณ 2566 ต่อ
คณะกรรมการอำนวยการการควบคุมภายในและการบริหาร
จดั การความเส่ยี งของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตัง้ และ
คณะกรรมการการเลือกต้งั เพื่อขอความเห็นชอบ
3. กระบวนการบรหิ ารความเส่ียง (Performance)
3.1 วางกระบวนการบรหิ ารจัดการความเสี่ยงและควบคุมภายใน
3.2 กำหนดกจิ กรรมการควบคุมภายในตามองคป์ ระกอบของ
ควบคุมภายใน
3.3 ตดิ ตามแบบการประเมินตนเองของแต่ละประเดน็ ความเสย่ี ง
และกระบวนการอื่นๆ ทเี่ ก่ยี วข้อง
3.4 ทบทวน/ปรบั ปรงุ และจดั ทำคูม่ ือการปฏบิ ัตงิ านของ สนง.กกต.
3.5 ผู้ตรวจสอบภายในตรวจสอบการบริหารจัดการความเส่ียงและ
ควบคุมภายใน ประจำปงี บประมาณ 2565
3.6 จดั ทำแบบประเมนิ องคป์ ระกอบมาตรฐานการควบคุมภายใน
(แบบ ปค.) ประจำปงี บประมาณ 2565 ตามหลักเกณฑ์
กระทรวงการคลงั ว่าดว้ ยมาตรฐานและหลกั เกณฑป์ ฏบิ ตั กิ าร
ควบคุมภายในสำหรบั หนว่ ยงานของรัฐ พ.ศ. 2561
4. การทบทวนการบริหารความเส่ียง (Review and Revision)
4.1 การทบทวนและปรบั ปรงุ ผลการบริหารความเส่ยี ง
5. ขอ้ มูลสารสนเทศ การสอ่ื สาร และการรายงานผล (Information, Communicatio
5.1 สร้างความรู้ ความเข้าใจ ความตระหนกั และวฒั นธรรมองค์กร
ดา้ นการบรหิ ารความเสีย่ งและควบคุมภายในทว่ั ทั้งองคก์ ร
ผา่ นส่อื ประชาสมั พนั ธ์
สำนักงานคณะกรรมการการเลอื กตั้ง
กรรมการการเลอื กตง้ั ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2565
ไตรมาส 2 ปี 2565
ไตรมาส 3 ไตรมาส 4
ธ.ค. ม.ค. ก.พ. มี.ค. เม.ย. พ.ค. ม.ิ ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย.
on and Reporting)
หน้า 24
ค่มู อื การบรหิ ารจดั การความเสย่ี ง สำนักงานคณะก
ลำดับ กจิ กรรม ปี 2564
5.2 จัดทำแบบสอบถามความตระหนกั /สำรวจทศั นคตดิ า้ นการ ไตรมาส 1
ต.ค. พ.ย.
บริหารจดั การความเสยี่ งและการควบคมุ ภายใน
5.3 รายงานผลความตระหนัก/ทศั นคติดา้ นการบริหารความเสยี่ ง
และควบคุมภายใน
5.4 ติดตาม ประเมนิ ผล และรายงานผลการดำเนินงานการบรหิ าร
จัดการความเสีย่ งและควบคุมภายใน ต่อคณะกรรมการ
อำนวยการการควบคุมภายในและการบริหารจัดการความเสยี่ ง
ของสำนกั งานคณะกรรมการการเลอื กตั้ง ผู้ตรวจสอบภายใน
และคณะกรรมการการเลอื กต้ัง
5.5 สรุปผลการดำเนนิ งานการบรหิ ารจัดการความเสย่ี งและ
ควบคุมภายใน
5.6 พฒั นาระบบเทคโนโลยสี ารสนเทศทส่ี นับสนนุ การบริหารจดั การ
ความเส่ยี งและควบคุมภายใน
5.7 ประเมินคณุ ภาพ และ/หรือประสทิ ธผิ ลของกระบวนการ/ระบบ
การตดิ ตามมาตรฐานและประสทิ ธผิ ลของระบบการบรหิ าร
จดั การความเสย่ี งและควบคมุ ภายในสำนกั งานคณะกรรมการ
การเลือกต้งั
สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง
กรรมการการเลือกต้งั ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2565
ปี 2565 ไตรมาส 4
ไตรมาส 2 ไตรมาส 3 ก.ค. ส.ค. ก.ย.
ธ.ค. ม.ค. ก.พ. ม.ี ค. เม.ย. พ.ค. มิ.ย.
หน้า 25
คมู่ ือการบรหิ ารจดั การความเสี่ยง สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2565
3. แนวทางการบริหารจัดการความเสยี่ ง
3.1 มาตรฐานการบริหารจัดการความเส่ยี งสำหรับหน่วยงานรัฐ
มาตรฐานการบริหารจัดการความเสี่ยงสำหรับหน่วยงานของรัฐที่กำหนดได้จัดทำขึ้นตามแนวทาง
การบรหิ ารจดั การความเสี่ยงของสากลมากำหนดใหเ้ หมาะสมกับบรบิ ทของหนว่ ยงานของรัฐ
1) คำนยิ าม
“หนว่ ยงานของรฐั ” หมายความว่า
(1) ส่วนราชการ
(2) รฐั วิสาหกจิ
(3) หน่วยงานของรฐั สภา ศาลยตุ ิธรรม ศาลปกครอง ศาลรฐั ธรรมนญู องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ และ
องคก์ รอยั การ
(4) องค์การมหาชน
(5) ทนุ หมนุ เวียนทมี่ ฐี านะเปน็ นติ บิ คุ คล
(6) องค์กรปกครองส่วนท้องถน่ิ
(7) หนว่ ยงานอ่นื ของรฐั ตามที่กฎหมายกำหนด
“ฝา่ ยบรหิ าร” หมายความว่า ผบู้ ริหารทุกระดับของหน่วยงานของรัฐ
“การบริหารจัดการความเสี่ยง” หมายความว่า กระบวนการบริหารจัดการเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นและ
ส่งผลกระทบต่อหน่วยงานของรัฐ เพื่อให้หน่วยงานของรัฐสามารถดำเนินงานใหบ้ รรลุวัตถุประสงค์ของหน่วยงาน
รวมถงึ เพื่อเพิ่มศกั ยภาพและขดี ความสามารถใหห้ น่วยงานของรฐั
2) มาตรฐาน
2.1 หน่วยงานของรัฐต้องจัดให้มีการบริหารจัดการความเสี่ยง เพื่อให้ความเชื่อมั่นอย่างสมเหตุสมผล
แก่ผ้มู ีส่วนได้เสียของหนว่ ยงานวา่ หน่วยงานไดด้ ำเนนิ การบรหิ ารจดั การความเสย่ี งอย่างเหมาะสม
2.2 ฝ่ายบริหารของหน่วยงานของรัฐต้องจัดให้มีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการบริหารจัดการ
ความเสี่ยงภายในองค์กร อย่างน้อยประกอบด้วย การมอบหมายผู้รับผิดชอบเรื่องการบริหารจัดการความเสี่ยง
การกำหนดวัฒนธรรมของหน่วยงานของรัฐที่ส่งเสริมการบริหารจัดการความเสี่ยง รวมถึงการบริหารทรัพยากร
บคุ คล
2.3 หน่วยงานของรัฐต้องมีการกำหนดวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการบริหารจัดการความเสี่ยงที่เหมาะสม
รวมถึงมกี ารสื่อสารการบริหารจัดการความเสี่ยงของวัตถปุ ระสงคด์ า้ นตา่ ง ๆ ตอ่ บุคคลทเ่ี กีย่ วข้อง
2.4 การบริหารจัดการความเส่ียงต้องดำเนนิ การในทกุ ระดบั ของหน่วยงานของรัฐ
2.5 การบริหารจดั การความเสี่ยง อยา่ งนอ้ ยต้องประกอบดว้ ย การระบคุ วามเส่ียง การประเมินความเสี่ยง
และการตอบสนองความเสีย่ ง
2.6 หน่วยงานของรัฐต้องทำแผนบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างน้อยปีละครั้งและต้องมีการสื่อสาร
แผนบรหิ ารจัดการความเส่ียงกบั ผู้ทีเ่ ก่ยี วข้องทุกฝ่าย
2.7 หน่วยงานของรัฐต้องมีการติดตามประเมินผลการบริหารจัดการความเสี่ยงและทบทวนแผน
การบริหารจดั การความเส่ียงอย่างสม่ำเสมอ
2.8 หนว่ ยงานของรัฐตอ้ งมกี ารรายงานการบริหารจัดการความเสย่ี งของหน่วยงานตอ่ ผู้ทีเ่ ก่ียวข้อง
2.9 หน่วยงานของรัฐสามารถพิจารณานำเครื่องมือการบริหารความเสี่ยงที่เหมาะสมมาประยุกต์ใช้กับ
หนว่ ยงาน เพอ่ื ให้การบริหารจดั การความเสี่ยงของหน่วยงานเกดิ ประสิทธิภาพสงู สดุ
สำนกั งานคณะกรรมการการเลือกตง้ั หน้า 26
ค่มู ือการบรหิ ารจดั การความเส่ียง สำนักงานคณะกรรมการการเลือกต้งั ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2565
3.2 หลักการบรหิ ารจัดการความเสยี่ งระดบั องคก์ ร
การเปล่ยี นแปลงอย่างรวดเรว็ ของสภาพเศรษฐกิจ สังคม เทคโนโลยี รวมถึงความคาดหวงั ของประชาชน
หน่วยงานของรัฐทุกหน่วยงานต้องเผชิญกับความเสี่ยงทั้งปัจจัยภายในและปัจจัยภายนอก ผู้บริหารมีหน้าที่
รับผิดชอบโดยตรงในการบริหารจัดการความเสี่ยง ซึ่งหลักการบริหารจัดการความเส่ียงระดับองค์กร โดยระบบ
การบริหารจัดการความเสี่ยงที่ดีจะช่วยหน่วยงานในการวางแผนและจัดการเหตุการณ์ด้านลบที่อาจจะเกิดข้ึน
อันเป็นอุปสรรคต่อการบรรลุวัตถปุ ระสงค์ของหน่วยงาน รวมถึงช่วยหน่วยงานในการบริหารจัดการเพื่อสร้างหรือ
ฉกฉวยโอกาส หรือได้รับประโยชน์จากเหตุการณ์ด้านบวกที่อาจจะเกิดขึ้น ส่งผลให้หน่วยงานสามารถ
เพิ่มศักยภาพและขีดความสามารถในการให้บริการของหน่วยงานของรัฐ เพื่อให้ประชาชนและประเทศชาติได้รบั
ประโยชน์สงู สดุ จากการบรหิ ารจัดการความเสี่ยงภายใตห้ ลักธรรมาภบิ าล
แนวทางการบริหารจัดการความเสี่ยงสำหรับหน่วยงานของรัฐ เรื่อง หลักการบริหารจัดการความเสี่ยง
ระดับองค์กร เป็นกรอบแนวทางที่ช่วยให้หน่วยงานของรฐั สามารถนำหลักการบริหารจัดการความเสี่ยงไปปรับใช้
เพื่อวางระบบการบริหารจัดการความเส่ียงระดับองค์กรได้อย่างเหมาะสม ทั้งนี้ การบริหารจัดการความเสีย่ งและ
หน่วยงานอาจมีความแตกต่างกันขึ้นอยู่กับขนาด โครงสร้าง และความสามารถในการรองรับความเสี่ยงของ
หน่วยงาน แนวทางการบริหารจัดการความเสี่ยงฉบับนี้อาจมีเนื้อหาบางส่วนเกี่ยวข้องกับการควบคุมภายใน
เนื่องจากการควบคุมภายในถือเป็นส่วนหนึ่งของการบริหารจัดการความเสี่ยงระดับองค์กร ดังนั้น หน่วยงานอาจ
ดำเนนิ การบริหารจดั การความเส่ยี งโดยเชือ่ มโยงการควบคมุ ภายในและการบรหิ ารจดั การความเสีย่ งเขา้ ดว้ ยกัน
การบริหารจัดการความเสี่ยงถือเป็นส่วนหนึ่งของการบริหารองค์กรอย่างมีธรรมาภิบาล โดยปัจจัยหลัก
ของการบริหารจัดการความเสี่ยงที่ประสบความสำเร็จเกิดจากความมุ่งมั่นของหัวหน้าหน่วยงานของรัฐและ
ผกู้ ำกบั ดูแล
หลักการบริหารจดั การความเสย่ี งระดบั องค์กร แบง่ ออกเปน็ 2 สว่ น ประกอบดว้ ย
1) กรอบการบริหารจัดการความเสี่ยง เป็นพื้นฐานของการบริหารจัดการความเสี่ยงที่ดี เพื่อ ให้
การบริหารจัดการความเสีย่ งเป็นเครื่องมือช่วยหน่วยงานในการกำหนดแผนระดบั องค์กร (Strategic Plans) และ
การกำหนดวัตถุประสงค์เป็นไปอย่างมีประสิทธิผล รวมถึงการตัดสินใจของผู้บริหารอยู่บนฐานข้อมูลสารสนเทศ
ที่สมบูรณ์ ส่งผลให้หน่วยงานของรฐั สามารถดำเนินงานบรรลุวัตถุประสงค์หลักขององค์กร และเพื่อเพิ่มศักยภาพ
และขีดความสามารถของหนว่ ยงาน
2) กระบวนการบริหารจัดการความเสี่ยง เป็นกระบวนการที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ( Routine
Processes) ของการบริหารจัดการความเสี่ยง ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นฐานของกรอบการบริหารจัดการความเสี่ยงของ
หนว่ ยงาน
3.3 กรอบการบรหิ ารจัดการความเสย่ี ง
กรอบการบริหารจัดการความเสี่ยงเป็นพืน้ ฐานที่สำคัญในการบริหารจัดการความเสี่ยงหนว่ ยงานของรฐั
ควรพิจารณานำกรอบการบริหารจัดการความเสี่ยงนี้ไปปรับใช้ในการวางระบบการบริหารจัดการความเสี่ยงของ
หน่วยงาน เพ่ือให้หน่วยงานไดร้ ับประโยชนส์ ูงสดุ จากการบรหิ ารจัดการความเส่ียงอยา่ งแท้จริง โดยหน่วยงานของ
รฐั แตล่ ะแห่งอาจมศี กั ยภาพที่แตกตา่ งกันในการนำกรอบการบรหิ ารจัดการความเส่ียงท้ังหมดไปปรับใช้ ท้ังน้ขี ึน้ อยู่
กับความพรอ้ มของหนว่ ยงาน กรอบการบริหารจดั การความเสี่ยงประกอบดว้ ย หลักการ 8 ประการ
1. การบรหิ ารจัดการความเสยี่ งตอ้ งดำเนินการแบบบูรณาการท่วั ทัง้ องคก์ ร
การบรหิ ารจดั การความเส่ียงแบบบูรณาการควรมลี กั ษณะ ดงั นี้
1) การบริหารจัดการความเสี่ยงต้องมีการบริหารจัดการในภาพรวมมากกว่าแยกเดี่ยว เนื่องจาก
ความเสี่ยงของกิจกรรมหนึ่งอาจมีผลกระทบต่อความเสี่ยงของกิจกรรมอื่นๆ เช่น ความเสี่ยงของความล่าช้าใน
สำนกั งานคณะกรรมการการเลอื กตงั้ หนา้ 27
คมู่ ือการบรหิ ารจดั การความเสย่ี ง สำนักงานคณะกรรมการการเลอื กตัง้ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565
ระบบการขนสง่ วัตถุดบิ ไม่เพียงกระทบกิจกรรมการผลิต อาจมีผลกระทบดา้ นการส่งมอบสินค้า ค่าปรับท่ีอาจจะ
เกิดขน้ึ รวมถึงชื่อเสียงขององคก์ ร เปน็ ต้น
2) การบริหารความเสี่ยงควรผนวกเข้าเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานขององค์กร รวมถึง
กระบวนการจัดทำแผนกลยทุ ธ์ และกระบวนการประเมนิ ผล
3) การบริหารจดั การความเส่ียงตอ้ งชว่ ยสนบั สนุนกระบวนการตดั สินใจในทกุ ระดบั องค์กร
2. ความมงุ่ มนั่ ของผู้กำกับดแู ล หัวหน้าหน่วยงานของรัฐ และผู้บริหารระดับสูง
การบริหารจัดการความเสี่ยงจะประสบความสำเร็จขึ้นอยู่กับความมุ่งมั่นของผู้กำกับดูแล หัวหน้า
หน่วยงานของรัฐ และผู้บริหารระดับสูง หน่วยงานของรัฐบางแห่งมีผู้กำกับดูแลในรูปแบบคณะกรรมการ
ซ่ึงมหี น้าที่ในการกำกบั ฝา่ ยบริหารให้มกี ารบริหารจัดการตามหลกั ธรรมาภบิ าล ผู้กำกับดแู ลซ่ึงมหี นา้ ทดี่ งั กล่าวจะ
มีหน้าที่ในการกำกับการบริหารจัดการความเสี่ยงด้วย สำหรับหัวหน้าหน่วยงานของรัฐและผู้บริหารระดับสูง
มหี นา้ ที่ความรบั ผิดชอบในการบริหารจัดการความเสย่ี ง
การกำกับการบริหารจัดการความเส่ียง เป็นกระบวนการท่ที ำใหผ้ กู้ ำกับดแู ลเกดิ ความมัน่ ใจว่าหัวหน้า
หน่วยงานของรัฐและผูบ้ รหิ ารระดบั สูงได้บริหารจัดการความเสย่ี งอยา่ งเหมาะสม เพยี งพอ และมีประสิทธผิ ล
หัวหน้าหน่วยงานของรัฐและผู้บริหารระดับสูงมีหน้าที่โดยตรงในการสร้างระบบบริหารจัดการ
ความเสี่ยงท่ีมีประสิทธผิ ล ประกอบดว้ ย การสร้างสภาพแวดล้อม วัฒนธรรมองค์กร และระบบการบริหารบุคคล
ที่เหมาะสม การจัดสรรทรัพยากรที่เพียงพอในการบริหารจัดการความเสี่ยง การดำเนินงานตามกระบวนการ
บรหิ ารจดั การความเสี่ยง การพฒั นาระบบข้อมูลสารสนเทศ การรายงานและการส่ือสาร เป็นตน้
ผู้กำกับดูแล (ถ้ามี) อาจตั้งคณะกรรมการบริหารจัดการความเสี่ยง (หรืออนุกรรมการ หรือ
คณะที่ปรึกษา) ขึ้น ซึ่งประกอบด้วยผู้มีทักษะ ประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับการดำเนินงานของ
หน่วยงาน เช่น หน่วยงานที่มีการใช้ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเป็นหลักในการดำเนินงานอาจจำเป็นต้องมี
ผู้เชี่ยวชาญอิสระในการกำกับหรือให้ความเห็นเกีย่ วกับความเพียงพอและความเหมาะสมของการบริหารจัดการ
ความเสี่ยงในเรือ่ งความเส่ียงทางไซเบอรข์ องหวั หนา้ หนว่ ยงานของรัฐและผู้บริหารระดบั สงู เปน็ ต้น
3. การสร้างและรกั ษาบคุ ลากรและวัฒนธรรมที่ดีขององค์กร
การขับเคลื่อนหน่วยงานของรัฐต้องอาศัยบุคลากรที่มีศักยภาพ การบริหารทรัพยากรบุคคลเริ่มตั้งแต่
การสรรหา การพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ความสามารถ การส่งเสริมและรักษาไว้ซึ่งบุคลากรที่มีความรู้
ความสามารถ โดยบุคลากรถือวา่ เปน็ สนิ ทรัพยห์ ลักขององคก์ รท่ีทำให้องค์กรประสบความสำเร็จ
การสร้างบุคลากรให้มีความรู้และทักษะในการบริหารจัดการความเสี่ยงถือเป็นส่วนหนึ่งของการบริหาร
จดั การความเส่ยี ง บคุ ลากรควรมีพฤติกรรมตระหนักถึงความเสย่ี ง (Risk-aware behavior) รวมถงึ พฤติกรรมการ
ตดั สนิ ใจโดยใชข้ ้อมูลสารสนเทศและขอ้ มูลการบรหิ ารจัดการความเส่ียง
การสร้างพฤติกรรมท่ีดี (Desired behaviors) ในการส่งเสริมการบรหิ ารจัดการความเสยี่ งผ่านวัฒนธรรม
ท่ดี ีขององคก์ รเปน็ ส่งิ สำคัญ การสร้างวัฒนธรรมท่ีสนบั สนุนการบริหารจัดการความเส่ยี งประกอบด้วย
1. การส่ือสารและการตระหนกั ถึงนโยบายการบรหิ ารจดั การความเส่ียงของหน่วยงาน
2. การสรา้ งความตระหนกั ถึงหนา้ ทีต่ อ่ องค์กรในการแจ้งข้อมลู ผิดปกติ
3. การสรา้ งพฤตกิ รรมการแบ่งปนั ขอ้ มลู ภายในองค์กร
4. การสรา้ งพฤตกิ รรมการตดั สนิ ใจตามนโยบายการบริหารจดั การความเสีย่ ง
5. การสรา้ งพฤติกรรมการตระหนกั ถงึ ความเสีย่ งและโอกาส
สำนกั งานคณะกรรมการการเลอื กตง้ั หนา้ 28
คู่มือการบรหิ ารจดั การความเสีย่ ง สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตง้ั ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2565
4. การมอบหมายหน้าทค่ี วามรบั ผดิ ชอบดา้ นการบรหิ ารจดั การความเสี่ยง
หน่วยงานควรมีการกำหนดอำนาจ หน้าที่ ความรับผิดชอบในเรื่องของการบริหารจัดการความเสี่ยง
อย่างชัดเจนและเหมาะสม ประกอบด้วย เจ้าของความเสี่ยง (Risk Owners) ซึ่งรับผิดชอบในการติดตาม
การรายงาน หรือการส่งสัญญาณความเสี่ยง ผู้รับผิดชอบในการตัดสินใจในกรณีที่ความเสี่ยงเกิดขึ้นในระดับ
ทกี่ ำหนดไว้ และผมู้ ีหนา้ ท่ีในการควบคุมกำกบั ติดตามให้มีการบริหารจดั การความเสี่ยงตามแผนการบริหารจัดการ
ความเสย่ี ง
5. การตระหนักถงึ ผูม้ สี ว่ นได้เสีย
การบริหารจัดการความเสี่ยงนอกจากจะคำนึงถึงวัตถุประสงค์ขององค์กรเป็นหลักแล้ว ผู้บริหารต้อง
คำนึงถึงผู้มีส่วนได้เสียในการบริหารจัดการความเสี่ยงด้วย โดยเฉพาะความคาดหวังของผู้รับบริการหรือ
ความคาดหวงั ของประชาชนที่มตี อ่ องค์กร รวมถงึ ผลกระทบทม่ี ตี อ่ สงั คม เศรษฐกจิ และสภาพแวดล้อม
6. การกำหนดยุทธศาสตร์/กลยุทธ์ วตั ถุประสงค์ และการตดั สินใจ
การบริหารจัดการความเสี่ยงเป็นเครื่องมือช่วยผู้บริหารในการกำหนดยุทธศาสตร์ /กลยุทธ์ขององค์กร
เพื่อให้หน่วยงานมั่นใจว่ายุทธศาสตร์/กลยุทธ์ขององค์กรสอดคล้องกับพันธกิจตามกฎหมายและหน้าที่
ความรับผิดชอบของหน่วยงาน ยุทธศาสตร์/กลยุทธ์ อาจหมายรวมถึงแผนปฏิบัติราชการระยะยาว แผนปฏิบัติ
ราชการระยะปานกลาง หรอื แผนปฏบิ ัตริ าชการประจำปขี องหนว่ ยงาน
เมื่อหน่วยงานของรัฐกำหนดยุทธศาสตร์/กลยุทธโดยสอดคล้องกับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ระดับองค์กรแล้ว
การบริหารจัดการความเสี่ยงจะถูกใช้เป็นเครื่องมือในการกำหนดทางเลือกของงาน /โครงการ (งานใหม่ๆ)
และการกำหนดวัตถุประสงค์ระดับการปฏิบัติงาน รวมถึงการมอบหมายความรับผิดชอบในการบริหารจัดการ
ความเสยี่ งทวั่ ทั้งองคก์ ร โดยอาจกำหนดเปน็ ส่วนหนึ่งของตัวชี้วัดผลการปฏิบตั ิงาน (KPI)
7. การใช้ขอ้ มลู สารสนเทศ
ในปัจจุบันข้อมูลสารสนเทศเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการดำเนินงานของหน่วยงาน องค์กรที่มีการบริหาร
จดั การข้อมูลสารสนเทศอย่างมปี ระสทิ ธภิ าพส่งผลโดยตรงต่อการบรหิ ารจัดการความเสีย่ ง หน่วยงานควรพิจารณา
ใช้ข้อมูลสารสนเทศในการบริหารจัดการความเสี่ยง เพื่อให้ผู้บริหารสามารถตัดสินใจโดยใช้ข้อมูลความเสี่ยง
เป็นพื้นฐาน หน่วยงานควรกำหนดประเภทข้อมูลที่ต้องรวบรวม วิธีการรวบรวมและการวิเคราะห์ข้อมูล และ
บคุ คลท่คี วรไดร้ บั ขอ้ มลู
ข้อมูลความเสี่ยง ประกอบด้วย เหตุการณ์ที่เป็นผลกระทบทางลบหรือทางบวกต่อองค์กร สาเหตุ
ความเสี่ยง ตัวผลักดันความเสี่ยง หรือตัวชี้วัดความเส่ียงที่สำคัญ (Key Risk Indicators) ข้อมูลสารสนเทศต้องมี
ความถูกต้อง เชื่อถือได้ เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจ และทันต่อเวลา ทั้งนี้ หน่วยงานอาจพิจารณาการรวบรวม
การประมวลผล หรอื การวิเคราะหค์ วามเสยี่ งแบบอตั โนมัติเพือ่ ลดข้อผดิ พลาดจากบุคคล (Human errors)
8. การพัฒนาอยา่ งตอ่ เนอื่ ง
การบริหารจัดการความเสี่ยงต้องมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ความสมบูรณ์ของระบบบริหารจัดการ
ความเสี่ยงขึ้นอยู่กับขนาด โครงสร้าง ศักยภาพขององค์กร รวมถึงการใช้ระบบสารสนเทศในการบริหารจัดการ
ความเสี่ยง หน่วยงานอาจพิจารณาทำ Benchmarking เพื่อพัฒนาระบบบริหารจัดการความเสี่ยงองค์กร
อย่างต่อเนื่อง หน่วยงานอาจพัฒนาระบบบริหารจัดการความเสี่ยง เริ่มต้นจากการบริหารจัดการความเสี่ยง
แบบ Silo พัฒนาเป็นการบริหารจัดการความเสี่ยงแบบบูรณาการ และพัฒนาต่อเนื่องโดยมีการฝังการบริหาร
จัดการความเสี่ยงเข้าสู่กระบวนการการดำเนินงานโดยปกติของการดำเนินงานและการตัดสินใจบนพื้นฐานข้อมูล
ดา้ นความเสี่ยง
สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตงั้ หน้า 29
คมู่ อื การบรหิ ารจดั การความเสี่ยง สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตงั้ ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2565
3.4 กระบวนการบรหิ ารจดั การความเสี่ยง
กระบวนการบรหิ ารจดั การความเสีย่ งเปน็ กระบวนการทเี่ ป็นวงจรตอ่ เน่ือง ประกอบดว้ ย
1. การวเิ คราะหอ์ งคก์ ร
ในการวิเคราะห์องค์กรต้องเข้าใจเกี่ยวกับพันธกิจตามกฎหมาย อำนาจหน้าที่ และความรับผิดชอบของ
องค์กร รวมถึงยุทธศาสตร์ชาติ ยุทธศาสตร์ระดับกระทรวง รวมถึงนโยบายของรัฐบาลที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงาน
โดยการวิเคราะห์องค์กรต้องวิเคราะห์ทั้งปัจจัยภายในและปจั จัยภายนอกองค์กร ดว้ ยการใชเ้ ครือ่ งมือการวิเคราะห์
องคก์ รเช่น
1) SWOT Analysis เปน็ การวิเคราะห์จุดแข็ง จดุ ออ่ น โอกาส และอุปสรรค
2) PESTLE Analysis เป็นการวิเคราะห์ด้านการเมือง (Political) ด้านเศรษฐกิจ (Economic) ด้านสังคม
(Social) ด้านเทคโนโลยี (Technological) ดา้ นกฎหมาย (Legal) และดา้ นสภาพแวดล้อม (Environmental)
2. การกำหนดนโยบายการบริหารจัดการความเสย่ี ง
ผู้บริหารเป็นผูก้ ำหนดนโยบายบริหารจัดการความเส่ียง และผ้กู ำกับดูแลเป็นผู้ให้ความเห็นชอบนโยบาย
ดังกล่าว โดยนโยบายการบริหารจัดการความเสี่ยงอาจระบุถึงวัตถุประสงค์ของการบริหารจัดการความเสี่ยง
บทบาทหนา้ ที่ความรับผดิ ชอบของการบรหิ ารจัดการความเสี่ยง และความเส่ียงที่ยอมรบั ได้ระดบั องค์กร
ความเสี่ยงท่ียอมรับได้ระดับองค์กร (Risk Appetite) หมายถงึ ระดบั ความเส่ยี งในภาพรวมขององค์กรที่
หน่วยงานยอมรับเพื่อดำเนนิ งานให้บรรลุวัตถุประสงค์ขององค์กร การระบคุ วามเสย่ี งทยี่ อมรับไดร้ ะดับองค์กรเป็น
การแสดงเจตนารมณข์ องผู้บริหารและผู้กำกับดูแลในการดำเนนิ งานขององค์กร การกำหนดความเสยี่ งทีย่ อมรับได้
ควรคำนึงถึงศักยภาพขององค์กรในเรื่องการจัดการความเสี่ยงโดยศักยภาพในการจัดการความเสี่ยงขององค์กร
(Risk Capacity) ขึ้นอยู่กับงบประมาณ บุคลากร และความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสีย ทั้งนี้ หน่วยงานอาจระบุ
ระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้เป็น 5 ระดับ เช่น ปฏิเสธความเสี่ยง ยอมรับความเสี่ยงได้น้อย ยอมรับความเสี่ยง
ไดป้ านกลาง เตม็ ใจยอมรบั ความเส่ียง และยอมรับความเสีย่ งไดม้ ากที่สดุ เป็นตน้
หน่วยงานอาจแสดงนโยบายความเสี่ยงที่ยอมรับได้ในแต่ละประเภทความเสี่ยง เพื่อให้ผู้บริหารระดับ
รองลงมาสามารถนำไปใช้ในการบริหารจดั การความเสี่ยงในระดบั สำนัก กอง ศนู ย์ กลมุ่ หรอื นำไปส่กู ารระบุระดับ
ความเสี่ยงท่ียอมรับไดส้ ำหรบั ประเภทความเสยี่ งยอ่ ย
▪ ตวั อยา่ งนโยบายการยอมรบั ความเสีย่ งระดับองค์กร
นโยบายการยอมรับความเสี่ยงระดับองค์กรเป็นการให้นโยบายเพื่อให้ทิศทางในการบริหารจัดการ
ความเส่ยี งภายในองค์กร โดยผูบ้ รหิ ารระดบั สูงและได้รับการเหน็ ชอบโดยคณะกรรมการ
ผู้บริหารได้ตระหนักและยอมรับว่าการดำเนินงานขององค์กรมีความเสี่ยงที่อาจทำให้ไม่บรรลุ
ตามวัตถุประสงค์ขององคก์ ร การบรหิ ารจัดการความเส่ียงเป็นหน้าท่ีความรับผดิ ชอบของฝา่ ยบริหาร โดยผู้บริหาร
ทำหน้าที่บริหารจัดการความเสี่ยงอย่างมุ่งมั่นและตั้งใจ เพื่อให้ผู้มีส่วนได้เสียมั่นใจว่าองค์กรมีการบริหารจัดการ
ความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล เพื่อให้องค์กรสามารถปฏิบัติงานบรรลุตามวัตถุประสงค์
ขององค์กร โดยคำนงึ ถงึ ประโยชนต์ ่อประเทศชาตเิ ปน็ ท่ีตั้ง (Public Interest)
ผู้บรหิ ารไดก้ ำหนดความเสีย่ งทยี่ อมรบั ได้ในดา้ นต่างๆ ดงั น้ี
ดา้ นการปฏบิ ัตงิ าน
ผู้บริหารยอมรับความเสี่ยงในระดับปานกลางในกระบวนการการปฏิบัติงานทั่วไปขององค์กร และ
ยอมรับความเสี่ยงระดับน้อยในการปฏิบัติงานมีผลกระทบที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการของประชาชน ทั้งนี้
ผู้บริหารจะยอมรบั ความเสี่ยงระดับสงู ในการปฏิบัตงิ านทเี่ ก่ยี วขอ้ งกบั นวัตกรรมและการพฒั นา
สำนักงานคณะกรรมการการเลือกต้ัง หนา้ 30
คูม่ ือการบรหิ ารจดั การความเสี่ยง สำนักงานคณะกรรมการการเลอื กตัง้ ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2565
ดา้ นการทุจริต
ผู้บริหารปฏิเสธที่จะยอมรับความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตทุกกรณี และมุ่งมั่นจะสร้างระบบ
การควบคุม ปอ้ งกัน ตรวจสอบ เพอ่ื ใหม้ ีสว่ นได้สว่ นเสยี มนั่ ใจในระบบธรรมาภิบาลและความซอ่ื ตรงขององค์กร
ด้านเทคโนโลยสี ารสนเทศ
ผู้บริหารปฏิเสธที่จะยอมรับความเสี่ยงในเรื่องของความปลอดภัยของระบบสารสนเทศที่เกี่ยวข้องกับ
ข้อมูลด้านการเงิน ข้อมูลส่วนบุคคล และข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงของประเทศ และยอมรับความเสี่ยง
ระดับปานกลาง สำหรับระบบสารสนเทศที่เกี่ยวข้องกับเรือ่ งทั่วไป เช่น แบบความคิดเห็นหรือการเกบ็ สถติ ิทั่วไป
หนว่ ยงานยอมรับความเสยี่ งระดบั นอ้ ย สำหรับประสิทธิภาพของระบบสารสนเทศในการใหบ้ ริการประชาชน
ด้านภาพลักษณ์ขององค์กร
ภาพลกั ษณ์และความน่าเช่ือถือขององคก์ รเปน็ ปัจจัยทีส่ ำคัญในการปฏิบตั งิ านขององค์กรใหเ้ ป็นท่ียอมรับ
ของประชาชนผู้เสียภาษีซึ่งเป็นผู้มีส่วนได้เสียหลักขององค์กร ผู้บริหารยอมรับความเสี่ยงระดับน้อยเกี่ยวกับ
ความเชื่อถือและภาพลักษณ์ขององค์กร อย่างไรก็ตามผู้บริหารให้ความสำคัญกับภาพลักษณ์ที่สะท้อน
ประสิทธิภาพการดำเนินงานที่แท้จริงโดยไม่มีการบิดเบียด เพื่อให้ภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือเกิดจาก
การปฏิบตั ิงานขององค์กรและความไว้วางใจของผ้มู ีส่วนได้เสยี โดยเนือ้ แท้
3. การระบคุ วามเสยี่ ง
การระบุความเสี่ยง คือ การระบุเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นที่มีผลกระทบต่อวัตถุประสงค์ขององค์กรทั้งใน
ด้านบวกและด้านลบ ในการระบุความเสี่ยงองค์กรอาจทำรายชื่อความเส่ียงท้ังหมด (Risk Inventory) โดยรายชื่อ
ความเสี่ยงต้องมีการปรับปรุงอย่างสม่ำเสมอโดยอาศัยข้อมูลที่เป็นปัจจุบัน การระบุความเส่ียง องค์กรควรระบุ
ข้อมลู เกย่ี วกบั ความเสย่ี ง ดังน้ี
1) เหตกุ ารณ์ความเสี่ยง
2) สาเหตุของความเส่ยี ง โดยการวิเคราะห์ถึงสาเหตทุ ่ีแทจ้ รงิ (Root Cause)
3) ผลกระทบท้งั ด้านลบ และ/หรอื ด้านบวก
หน่วยงานอาจจดั กลมุ่ ความเสยี่ งที่มีลักษณะหรือมีผลกระทบท่ีเหมือนกนั ไว้ในประเภทความเส่ียงเดียวกัน
เพือ่ ให้การพจิ ารณาและการบริหารจัดการความเสย่ี งประเภทเดยี วกันมมี มุ มองในภาพรวมชดั เจนมากขึ้น
▪ ตวั อย่างการกำหนดประเภทความเสย่ี ง (Risk Categories)
หน่วยงานต้องระบุความเสี่ยงทั้งหมดที่มีผลกระทบต่อวัตถุประสงค์ของหน่วยงาน (Risk Inventory)
เมื่อหน่วยงานระบุความเสี่ยงทั้งหมดแล้วควรพิจารณาจัดกลุ่มความเสี่ยง โดยความเสี่ยงที่มีลักษณะเหมือนกัน
จดั กลมุ่ เป็นประเภทความเส่ยี งเดียวกนั ตวั อยา่ งการกำหนดประเภทความเสี่ยง เช่น
ความเสี่ยงด้านกลยุทธ์ (Strategy Risks) คือ ความเสี่ยงที่เกิดจากการกำหนดแผนกลยุทธ์ที่ไม่เหมาะสม
หรอื ความเสย่ี งเกิดจากการนำกลยุทธไ์ ปใช้ไมถ่ ูกต้อง
ความเสี่ยงด้านการเงิน (Financial Risks) คือ ความเสี่ยงเกี่ยวกับการบริหารจัดการด้านการเงิน เช่น
ความเสี่ยงเกี่ยวกับการเบิกจ่ายเงินไม่ถูกต้อง ความเสี่ยงเกี่ยวกับการรับเงินไม่ถูกต้อง ความเสี่ยงในการไม่ปฏิบัติ
ตามกฎหมายและระเบียบทเ่ี กี่ยวขอ้ งกบั การเงนิ การคลงั รวมถึงความเสยี่ งดา้ นการทุจรติ ทางการเงิน เป็นตน้
ความเสี่ยงด้านการดำเนินงาน (Operation Risks) คือ ความเสี่ยงที่เกิดจากกระบวนการทำงานที่ไม่มี
ประสิทธิผลหรือไมม่ ปี ระสิทธิภาพ
สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตง้ั หนา้ 31
ค่มู อื การบรหิ ารจดั การความเส่ยี ง สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตง้ั ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2565
ความเสี่ยงด้านการปฏิบัติตามกฎระเบียบ (Legal Risks) คือ ความเสี่ยงที่หน่วยงานไม่ปฏิบัติตาม
กฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ หลักเกณฑ์ ประกาศ มติคณะรัฐมนตรี รวมถึงกฎ/นโยบาย/คู่มือ/แนวทาง
การปฏิบตั ิงานของหน่วยงาน
ความเสี่ยงด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (Technology Risks) คือ ความเสี่ยงที่เกิดจากเทคโนโลยี
สารสนเทศ
ความเสี่ยงด้านความน่าเชื่อถือขององค์กร (Reputational Risks) คือ ความเสี่ยงที่ส่งผลกระทบต่อ
ชื่อเส่ยี ง ความเชือ่ มัน่ และความน่าเชื่อถือขององค์กร
ประเภทของความเสยี่ งหน่วยงานสามารถกำหนดได้อย่างเหมาะสมกับหน่วยงาน เพือ่ ใหม้ ุมมองการบริหาร
จัดการความเสีย่ งระดับองคก์ รเกดิ ความชดั เจน
การระบคุ วามเสย่ี ง
รหัสความเสยี่ ง: 1
ช่ือความเสย่ี ง: ความเส่ยี งการเขา้ ถงึ และการสง่ ต่อขอ้ มลู ทม่ี ีความอ่อนไหว
สาเหตุ/ ▪ ไมม่ กี ารแบ่งประเภทข้อมลู
ตัวผลักดันความเสย่ี ง: ▪ ขาดมาตรการหรอื การกำหนดสิทธิการเข้าถึงข้อมลู
ผลกระทบ: ▪ ขาดความรู้ความเขา้ ใจในการส่งต่อขอ้ มลู ของบุคลากร
▪ บคุ ลากรไมไ่ ดต้ ระหนกั ถงึ ความสำคญั ของข้อมลู ทางราชการ
▪ ไม่มนี โยบายในการจัดเก็บ/ ทำลาย ข้อมูลท่ชี ัดเจน
▪ ด้านความนา่ เชื่อถือ (ความเช่อื มัน่ ขององคก์ รและรัฐบาล)
▪ ดา้ นกฎหมายระเบยี บ (การฟ้องรอ้ งจากบคุ คลภายนอก)
▪ ดา้ นความมัน่ คงของรฐั บาล (การประทว้ ง/จลาจล)
4. การประเมนิ ความเส่ียง
การประเมินความเสยี่ ง ประกอบด้วย
1. การกำหนดเกณฑ์การประเมินความเสี่ยง หน่วยงานอาจให้คะแนนความเสี่ยงตามเกณฑ์การประเมิน
ความเสี่ยงด้านต่างๆ เช่น ด้านโอกาส ด้านผลกระทบ รวมถึงด้านความสามารถขององค์กรในการจัดการ
ความเสี่ยง และดา้ นลกั ษณะของความเส่ียง โดยช่วงคะแนนอาจกำหนดเปน็ 3 ช่วงคะแนน หรือ 5 ช่วงคะแนน
2. การให้คะแนนความเสี่ยง วิธีการให้คะแนนความเสี่ยง เช่น การสัมภาษณ์ การทำแบบสำรวจ
การประชมุ เชงิ ปฏิบัติการระหว่างหนว่ ยงานภายใน การทำ Benchmarking การวิเคราะหส์ ถานการณ์ (Scenario
Analysis) ทั้งนี้ การให้คะแนนความเสี่ยงของแต่ละกองงาน (Silo Thinking) เพียงวิธีเดียวอาจทำให้การให้
คะแนนความเสย่ี งมคี วามคลาดเคลอื่ นได้
3. การพิจารณาความเสี่ยงในภาพรวม เมื่อหน่วยงานประเมินความเสี่ยงในแต่ละความเสี่ยงที่มีต่อ
วัตถุประสงค์ของกิจกรรมแล้ว หน่วยงานต้องพิจารณาผลกระทบของความเสี่ยงที่มีต่อวัตถุประสงค์ในระดับกลุ่ม
และผลกระทบที่มีต่อหน่วยงานในภาพรวม เช่น ผลกระทบต่อความเส่ยี งท่ีมีต่อกิจกรรมอาจมีน้อยแต่มีผลกระทบ
ต่อวัตถุประสงค์ระดบั กอง หรือความเสี่ยง 2 ความเสี่ยงที่ไม่มผี ลกระทบต่อกิจกรรมอาจมีผลกระทบต่อองค์กรใน
ภาพรวม เป็นตน้
4. การจัดลำดับความเสี่ยง เมื่อหน่วยงานพิจารณาให้คะแนนความเสี่ยงแล้ว หน่วยงานต้องจัดลำดับ
ความเสี่ยง เพื่อนำไปสู่การพิจารณาจัดสรรทรัพยากรในการตอบสนองความเสี่ยง หน่วยงานอาจใช้คะแนน
สำนกั งานคณะกรรมการการเลอื กตงั้ หน้า 32
คู่มอื การบรหิ ารจดั การความเสย่ี ง สำนักงานคณะกรรมการการเลอื กตงั้ ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2565
ความเสี่ยง (โอกาส x ผลกระทบ) ในการจัดลำดับความเสี่ยง โดยความเสี่ยงที่เท่ากันอาจพิจารณาปัจจัยอ่ืน
ประกอบ เช่น ความสามารถของหน่วยงานในการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านนั้น ๆ หรือลักษณะของความเสีย่ ง
ที่มีผลกระทบต่อหน่วยงาน เป็นตน้
▪ ตัวอย่างเกณฑ์การให้คะแนนความเสย่ี ง
1) ด้านผลกระทบ (Impact)
คะแนน ความหมาย เกณฑผ์ ลกระทบ (Impact)
▪ มีผลกระทบดา้ นจำนวนเงินมากกวา่ …….. ลา้ นบาท หรอื
▪ มีผลกระทบต่อผ้รู บั บรกิ ารมากกวา่ รอ้ ยละ …. หรือ
▪ มีผลกระทบตอ่ ความนา่ เชอ่ื ขององค์กรในระดบั …… หรือ
5 สูงมาก ▪ มีผลกระทบตอ่ เศรษฐกจิ ระดบั ………. หรอื
▪ ส่งผลตอ่ ภาระการคลงั ของรฐั บาล จำนวนเงิน ……… หรือ
▪ ส่งผลกระทบตอ่ ประชาชน (ความเป็นอย/ู่ ชีวติ /ทรพั ยส์ นิ ) ระดบั …..
▪ มผี ลกระทบด้านจำนวนเงินระหว่าง …….. ลา้ นบาท หรอื
▪ มีผลกระทบตอ่ ผรู้ บั บริการระหว่างร้อยละ ………… หรือ
▪ มีผลกระทบตอ่ ความน่าเชอื่ ขององค์กรในระดับ …… หรือ
4 สูง ▪ มผี ลกระทบตอ่ เศรษฐกจิ ระดับ ………. หรือ
▪ ส่งผลตอ่ ภาระการคลังของรฐั บาล จำนวนเงิน ……… หรอื
▪ สง่ ผลกระทบต่อประชาชน (ความเป็นอยู่/ชีวิต/ทรพั ย์สนิ )ระดบั …..
▪ มีผลกระทบดา้ นจำนวนเงนิ ระหว่าง …….. ลา้ นบาท หรือ
▪ มีผลกระทบตอ่ ผูร้ ับบรกิ ารระหว่างร้อยละ ………… หรือ
▪ มีผลกระทบตอ่ ความน่าเชอ่ื ขององค์กรในระดบั …… หรือ
3 ปานกลาง ▪ มผี ลกระทบต่อเศรษฐกิจระดับ ………. หรอื
▪ สง่ ผลต่อภาระการคลงั ของรัฐบาล จำนวนเงนิ ……… หรือ
▪ สง่ ผลกระทบต่อประชาชน (ความเปน็ อยู่/ชีวิต/ทรัพย์สิน) ระดบั …..
▪ มผี ลกระทบด้านจำนวนเงนิ ระหว่าง …….. ล้านบาท หรอื
▪ มีผลกระทบตอ่ ผู้รับบรกิ ารระหว่างรอ้ ยละ ………… หรือ
▪ มีผลกระทบตอ่ ความนา่ เชื่อขององค์กรในระดบั …… หรอื
2 ต่ำ ▪ มผี ลกระทบต่อเศรษฐกจิ ระดับ ………. หรอื
▪ สง่ ผลต่อภาระการคลังของรัฐบาล จำนวนเงนิ ……… หรือ
▪ สง่ ผลกระทบตอ่ ประชาชน (ความเป็นอยู่/ชีวิต/ทรพั ยส์ นิ ) ระดบั …..
▪ มผี ลกระทบด้านจำนวนเงนิ น้อยกวา่ …….. ลา้ นบาท หรือ
▪ มีผลกระทบตอ่ ผรู้ บั บริการนอ้ ยกวา่ ร้อยละ ………… หรอื
▪ มผี ลกระทบต่อความน่าเช่อื ขององค์กรในระดบั …… หรอื
1 ต่ำมาก ▪ มีผลกระทบต่อเศรษฐกจิ ระดบั ………. หรอื
▪ ส่งผลตอ่ ภาระการคลงั ของรฐั บาล จำนวนเงนิ ……… หรือ
▪ สง่ ผลกระทบต่อประชาชน (ความเปน็ อยู่/ชีวิต/ทรัพยส์ นิ ) ระดบั …..
สำนักงานคณะกรรมการการเลือกต้งั หน้า 33
คมู่ อื การบรหิ ารจดั การความเส่ียง สำนักงานคณะกรรมการการเลอื กตัง้ ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2565
2) ด้านโอกาส (likelihood) เกณฑ์โอกาส (Likelihood)
คะแนน ความหมาย
โอกาสเกิดมากกว่า 90% ในช่วงระยะเวลาของงาน/ ระบบ/โครงการ หรือความถี่
5 สงู มาก ของการเกิดข้นึ ทกุ 6 เดอื น
4 สูง โอกาสเกดิ 70-90% ในช่วงระยะเวลาของงาน/ ระบบ/โครงการ หรอื เกดิ ขึน้ ทกุ ปี
โอกาสเกิด 40-69% ในช่วงระยะเวลาของงาน/ ระบบ/โครงการ หรือเกิดขึ้นทุก
3 ปานกลาง 2 ปี
2 น้อย โอกาสเกิด 20-39% ในช่วงระยะเวลาของงาน/ ระบบ/โครงการ หรือเกิดขึ้นทุก
3 ปี
โอกาสเกิดน้อยกว่า 20-39% ในช่วงระยะเวลาของงาน/ ระบบ/โครงการ หรือ
1 น้อยมาก เกิดขน้ึ ทุก 5 ปี
3) ดา้ นความอ่อนไหวตอ่ ความเสีย่ ง
คะแนน ความหมาย เกณฑ์
หน่วยงานไม่มคี วามสามารถในการจดั การความเส่ยี ง
5 สงู มาก ไม่มแี ผนในการจัดการความเส่ียง
4 สูง หน่วยงานมคี วามสามารถในการจดั การความเส่ียงต่ำ
มแี ผนในการจัดการความเสี่ยงแบบไม่สมบรู ณ์
หน่วยงานมีความสามารถในการจัดการความเสี่ยงปานกลาง
3 ปานกลาง มแี ผนการบรหิ ารจัดการความเส่ยี งสำหรับความเสย่ี งทเ่ี พยี งพอ
2 นอ้ ย หนว่ ยงานมคี วามสามารถในการจัดการความเส่ียงสงู
มแี ผนการบรหิ ารจัดการความเสี่ยงทด่ี ี
หน่วยงานมีความสามารถในการจดั การความเสีย่ งสูงมาก
1 น้อยมาก มีแผนการบริหารจัดการความเสี่ยงที่ดีมาก และมีการกำหนดมาตรการ
ในการตอบสนองความเสยี่ งหลายวิธี
4) ดา้ นลักษณะการเปลี่ยนแปลงของความเสยี่ ง
คะแนน ความหมาย เกณฑ์
5 สูงมาก การเกดิ ขนึ้ ของความเสีย่ งและกระทบตอ่ องค์กรแบบทนั ทแี ละไม่มีสัญญาแจ้ง
4 สูง การเกิดข้นึ ของความเสี่ยงและกระทบต่อองค์กร
ภายใน 2-3 สปั ดาห์
3 ปานกลาง การเกิดข้นึ ของความเสย่ี งและกระทบต่อองค์กร
ภายใน 2-3 เดือน
2 น้อย การเกิดขึ้นของความเสีย่ งและกระทบต่อองค์กร
ภายใน 3-6 เดอื น
1 นอ้ ยมาก การเกิดขึ้นของความเสย่ี งและกระทบต่อองค์กร
มากกวา่ 6 เดือน
สำนักงานคณะกรรมการการเลอื กตัง้ หน้า 34
คู่มือการบรหิ ารจดั การความเสีย่ ง สำนักงานคณะกรรมการการเลอื กตั้ง ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2565
▪ ตวั อยา่ งการใหค้ ะแนนความเส่ยี ง
รหสั ชื่อความเสี่ยง ผลกระทบ โอกาส ความอ่อนไหวต่อ ลักษณะการ
ความเส่ยี ง เปลี่ยนแปลงของ
ความเสี่ยงการเขา้ ถงึ และ 5 4 ความเสยี่ ง
1 การส่งต่อข้อมลู ที่มี 3 3
ความอ่อนไหว 4 4
ความเสี่ยงการโจรกรรม 3 2 3 3
2 ข้อมูลบุคคล 3 1 1 5
1 4
3 ความเสี่ยงการบนั ทกึ ข้อมลู 5 3
ในระบบผิดพลาด 2 2
ความเส่ยี งการแก้ไขโปรแกรม 5 4
4 โดยไม่ได้รบั การอนุมตั ิ ….. ….. 2 2
4 3 ….. …..
ความเสี่ยงประชาชนท่ดี ้อย 3 4
5 โอกาสไม่สามารถเขา้ ถึง
การบริการรปู แบบใหม่
ความเสี่ยงการปฏบิ ตั ิงาน
6 แทนกนั ในระบบการเงิน
….. …..
ความเส่ียงการโจมตีทาง
50 ไซเบอร์
สำนกั งานคณะกรรมการการเลือกตง้ั หน้า 35
คู่มือการบรหิ ารจดั การความเสี่ยง สำนักงานคณะกรรมการการเลือกต้ัง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565
▪ ตัวอย่างการจดั ลำดับความเสีย่ งโดยพิจารณาจากโอกาสและผลกระทบ
การจัดลำดับความเสี่ยงโดยพิจารณาจากผลกระทบและโอกาส เพื่อจัดลำดับความสำคัญของความเสี่ยง
ความเสีย่ งทมี่ ผี ลกระทบสงู และโอกาสสงู เป็นความเสยี่ งที่หน่วยงานตอ้ งพจิ ารณาให้ความสำคัญมากกวา่ ความเส่ียง
ท่ีมีผลกระทบตำ่ และโอกาสตำ่
แผนภาพท่ี 3 แผนภมู ิความเสี่ยง (Risk Profile)
▪ ตัวอย่างการจัดลำดับความเส่ียงโดยพจิ ารณาจากผลกระทบและความอ่อนไหวต่อความเสีย่ ง
การจัดลำดับความเสี่ยงที่สำคัญเพื่อพิจารณาวิธีการตอบสนองความเสี่ยงโดยคำนึงผลกระทบและ
ความอ่อนไหวต่อความเสี่ยง ตามแนวคิดการจัดลำดับเพื่อพิจารณาการจัดการความเสี่ยงแบบ MARCI Chart
จากภาพข้างล่าง พื้นที่มุมซ้ายล่างกำหนดให้ความเสี่ยงที่มีผลกระทบระดั บ 1 - 2 และความอ่อนไหวต่อ
ความเสย่ี งระดับ 1 - 2 โดยความเส่ยี งในพื้นทชี่ ว่ งน้หี น่วยงานควรพิจารณาถึงความเหมาะสมว่ามาตรการจัดการ
ความเสี่ยงที่มีอยู่ไม่มากเกินความจำเป็น พื้นที่มุมขวาล่างกำหนดให้ความเสี่ยงที่มีผลกระทบระดับ 1 - 2 และ
ความอ่อนไหวต่อความเสี่ยงระดับ 3 - 5 โดยความเสี่ยงในพื้นที่ช่วงนี้ให้หน่วยงานคำนึงถึงผลกระทบของ
ความเสี่ยงแต่ละเรื่องที่อาจสะสมทำให้ผลกระทบรวมเพิ่มสูงขึ้น พื้นที่มุมซ้ายบนกำหนดให้ความเสี่ยง
ที่มีผลกระทบระดับ 3 - 5 และความออ่ นไหวต่อความเสยี่ งระดับ 1 - 2 โดยความเส่ยี งในพื้นท่ี ชว่ งนใี้ ห้หนว่ ยงาน
พิจารณาวา่ มาตรการจัดการความเส่ียงทีม่ ีอย่ยู งั คงมปี ระสิทธิภาพเพยี งพอ พ้ืนที่มมุ ขวาบนกำหนดให้ความเส่ียงท่ี
มีผลกระทบระดับ 3 - 5 และความอ่อนไหวต่อความเสี่ยงระดับ 3 - 5 โดยความเสี่ยงในช่วงนี้ให้หน่วยงาน
พิจารณากำหนดมาตรการจัดการความเสี่ยงเพิ่มเติมอย่างเหมาะสม โดยหน่วยงานสามารถปรับช่วงพื้นท่ี
การจัดการความเสี่ยงได้ให้เหมาะสมกับหน่วยงานโดยคำนึงถึงนโยบายการบริหารจัดการความเสี่ยง
ของหนว่ ยงาน
สำนักงานคณะกรรมการการเลอื กตงั้ หนา้ 36
คมู่ ือการบรหิ ารจดั การความเสยี่ ง สำนักงานคณะกรรมการการเลือกต้ัง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565
แผนภาพที่ 4 การจดั การความเสี่ยงแบบ MARCI Chart
▪ ตัวอยา่ งแผนการบรหิ ารจดั การความเสยี่ ง
รหสั ความเสี่ยง: 1
ชอ่ื ความเสยี่ ง: ความเสี่ยงในเรอ่ื งของการเขา้ ถงึ และสง่ ต่อข้อมูลที่มคี วามอ่อนไหว
ระดับผลกระทบ: ระดบั องค์กร
เจา้ ของความเสยี่ ง: ผอู้ ำนวยการกอง…..
วธิ ีจัดการความเสีย่ ง:
1. มาตรการการจดั กล่มุ ประเภทขอ้ มลู และการมอบหมายความรบั ผดิ ชอบ
2. มาตรการเข้าถงึ ข้อมูล
3. มาตรการเก็บรกั ษาข้อมูล
4. มาตรการในการลบหรอื ทำลายขอ้ มลู
5. การใช้ Biometrics ในการเข้าใชง้ านในระบบงานหรอื สถานทีเ่ กบ็ ข้อมลู
6. การติดต้ังโปรแกรมป้องกนั การเจาะระบบข้อมลู
7. การใชโ้ ปรแกรมการตรวจสอบความผิดปกติของการเขา้ ใช้งานในระบบ
8. การทดสอบการเจาะระบบเปน็ ประจำทกุ ปหี รอื เมอื่ มีเหตุการณ์เปลีย่ นแปลงที่สำคัญ
ตัวชีว้ ดั ความเส่ยี งที่สำคัญ:
1. จำนวนครั้งในการเข้าระบบไม่สำเรจ็ …. ครงั้ ต่อ 1 ผู้ใช้งาน
2. การดาวนโ์ หลดข้อมลู จำนวนเกินกว่า ……….
3. ข่าวสารในสือ่ สังคมประเภท ……………………….
สำนักงานคณะกรรมการการเลือกต้ัง หนา้ 37
คมู่ ือการบรหิ ารจดั การความเสีย่ ง สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2565
วิธีการติดตามและการรายงาน:
1. รายงานจากโปรแกรมการตรวจสอบการเข้าใช้งาน
2. เกณฑ์การเขา้ ระบบไม่สำเร็จ ……… ครงั้ ตอ่ 1 ผู้ใชง้ าน ใหผ้ ูอ้ ำนวยการดำเนินการตรวจสอบ
3. เกณฑ์การดาวน์โหลดข้อมูลจำนวนเกินกว่า …. ให้ผู้อำนวยการดำเนินการตรวจสอบ
และรายงานต่อรองอธิบดี
5. การตอบสนองตอ่ ความเส่ยี ง
การตอบสนองต่อความเสี่ยง คือ กระบวนการตัดสินใจของฝ่ายบริหารในการจัดการความเสี่ยงที่อาจจะ
เกดิ ขน้ึ โดยผู้บริหารควรพิจารณาประเดน็ ดังต่อไป ในการตัดสนิ ใจเลอื กวิธกี ารตอบสนองความเส่ียงเพ่ือจัดทำแผน
บริหารจัดการความเสี่ยงขององค์กร
1. การจดั การต้นเหตุของความเส่ยี ง
2. ทางเลอื กวิธกี ารจัดการความเสย่ี ง
3. ทรัพยากรท่ตี อ้ งใช้ในการบรหิ ารจัดการความเสีย่ ง
หนว่ ยงานสามารถพิจารณาเลือกวิธีการจดั การความเส่ยี งด้วยวิธีใดวธิ ีหนึง่ หรือหลายวธิ ี โดยการพิจารณา
วธิ กี ารจดั การความเสีย่ งควรคำนงึ ถึงตน้ ทุนกบั ประโยชนท์ ี่ไดร้ บั ของวิธกี ารจัดการความเสีย่ งแตล่ ะวิธี
ตัวอยา่ งวธิ ีการจัดการความเสย่ี ง ประกอบด้วย
1. ปฏิเสธความเสี่ยงโดยไม่ดำเนินงานในกิจกรรมที่มีความเสี่ยง ได้แก่ กิจกรรมที่มีความเสี่ยงสูงและ
หน่วยงานไมส่ ามารถยอมรับความเส่ยี งน้นั ได้ หน่วยงานอาจพจิ ารณาไมด่ ำเนินงานในกจิ กรรมนน้ั ๆ
2. การลดโอกาสของความเสี่ยง เช่น การลดโอกาสของความเสี่ยงการทุจริตด้านการเงิน
โดยการวางระบบการควบคมุ ภายใน ไดแ้ ก่ การแบ่งแยกหน้าที่ การตรวจสอบ การสอบทาน และการกระทบยอด
เป็นต้น
3. การลดผลกระทบของความเสี่ยง เช่น การทำประกัน หรือการใช้เครื่องมือป้องกันความเสี่ยงทาง
การเงนิ (Hedging Instruments) เป็นตน้
4. การโอนความเสี่ยง หน่วยงานอาจเลือกใช้วิธีการถ่ายโอนความเสี่ยงของกิจกรรมที่หน่วยงานเห็นว่า
ควรดำเนินการเพื่อประโยชนข์ องประชาชน แต่หน่วยงานมีข้อจำกัดที่ไม่สามารถดำเนินการเองได้หรือไม่สามารถ
บริหารจัดการความเสี่ยงได้ ได้แก่ การให้ภาคเอกชนดำเนินการโดยมีการโอนความเสี่ยงและผลตอบแทนไปด้วย
(Public Private Partnership : PPP) เปน็ ต้น
5. ยอมรับความเสี่ยงโดยไม่ดำเนินการจัดการความเสี่ยง เนื่องจากความเสี่ยงอยู่ในระดับที่หน่วยงาน
ยอมรับได้ หรือต้นทนุ ในการบรหิ ารจดั การความเส่ียงมมี ากกวา่ ประโยชนท์ ่ีได้รบั
6. ใช้มาตรการการเฝ้าระวงั หน่วยงานตอ้ งกำหนดข้อมูลท่ีตอ้ งมีการเกบ็ รวบรวม การวิเคราะห์ การแจ้ง
เตอื น และการดำเนนิ การเมอ่ื เหตกุ ารณ์เกิดข้ึน เช่น ความเส่ยี งของปรมิ าณนำ้ ในเขื่อนมากเนอื่ งจากปรมิ าณน้ำฝน
7. การทำแผนฉุกเฉิน การจดั ทำแผนฉุกเฉินเปน็ การระบุข้นั ตอนเม่ือเกดิ เหตกุ ารณ์ความเส่ียงขน้ึ โดยต้อง
ระบุบุคคลและวธิ กี ารดำเนนิ การท่ชี ดั เจน เช่น ความเสีย่ งกรณีทเ่ี จ้าหนา้ ท่ไี มส่ ามารถเขา้ สถานที่ทำงานได้
8. การสง่ เสริมหรอื ผลักดนั เหตกุ ารณ์ท่ีอาจจะเกิดข้ึน เมอื่ เหตุการณ์ที่อาจจะเกดิ ขน้ึ ส่งผลกระทบเชิงบวก
กับองค์กร รวมถงึ กำหนดแผนการดำเนินงานเมอื่ เหตุการณ์นั้นเกิดข้นึ
แผนการบริหารจัดการความเสี่ยงอาจประกอบด้วย วิธีการจัดการความเสี่ยง บุคคลที่รับผิดชอบใน
การบรหิ ารจัดการความเสีย่ ง ตัวชวี้ ดั ความเสยี่ งทสี่ ำคัญ วิธีการตดิ ตามและการรายงานความเสยี่ ง
สำนักงานคณะกรรมการการเลอื กตัง้ หนา้ 38
คมู่ ือการบรหิ ารจดั การความเสี่ยง สำนักงานคณะกรรมการการเลอื กต้ัง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565
6.การตดิ ตามและทบทวน
การตดิ ตามและทบทวนเปน็ กระบวนการท่ใี ห้ความเชอ่ื ม่นั ว่าการบรหิ ารจัดการความเสี่ยงท่ีมีอยู่ยังคง
มีประสิทธิผล เนื่องจากความเสี่ยงเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นและเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ดังนั้นการติดตามและทบทวน
เป็นกระบวนการที่เกิดขึ้นสม่ำเสมอ ปัจจัยที่ทำให้หน่วยงานต้องทบทวนการบริหารจัดการความเสี่ยง ได้แก่
การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญซึ่งเกิดจากปัจจัยภายในและภายนอก หรือผลการดำเนินงานไม่เป็นไปตามเป้าหมาย
ทีก่ ำหนดไว้
การติดตามและทบทวนการบริหารจัดการความเสีย่ งสามารถดำเนินการอย่างต่อเนื่องหรือเป็นระยะ
ซึ่งควรดำเนินการในทุกกระบวนการของการบริหารจัดการความเสี่ยง การติดตามและทบทวนอาจนำไปสู่
การเปลี่ยนแปลงของแผนการปฏิบัติงานขององค์กร การเปลี่ยนแปลงระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ รวมถึง
การพฒั นาระบบบรหิ ารจัดการความเสยี่ ง
7.การส่ือสารและการรายงาน
การสื่อสารเป็นการสร้างความตระหนัก ความเข้าใจ และการมีส่วนร่วมของกระบวนการบริหาร
จัดการความเสี่ยง การสื่อสารเป็นการให้และรับข้อมูล (Two-way Communication) หน่วยงานควรมีช่องทาง
การสื่อสารทั้งภายในและภายนอก โดยการสื่อสารภายในต้องเป็นการสื่อสารจากผู้บริหารไปยังผู้ใต้บังคับบัญชา
(Top Down) จากผู้ใต้บังคับบัญชาไปยังผู้บริหาร (Bottom Up) และระหว่างหน่วยงานย่อยภายใน (Across
Divisions)
หน่วยงานควรกำหนดบุคคลท่คี วรได้รบั ข้อมูล ประเภทของข้อมลู ท่ีควรได้รบั ความถข่ี องการรายงาน
รูปแบบและวิธีการรายงาน เพื่อให้ผู้กับกำดูแล ผู้บริหาร และผู้มีส่วนได้เสียได้รับข้อมูลสารสนเทศที่ถูกต้อง
ครบถ้วน เก่ียวขอ้ งกบั การตดั สนิ ใจ และทนั ต่อเวลา
การสื่อสารและรายงานต่อผู้กำกับดูแล เป็นการสื่อสารและการรายงานความเสี่ยงในภาพรวมของ
องค์กร เพื่อสนับสนุนหน้าทีข่ องผู้กำกับดแู ลในการกำกับการบรหิ ารจัดการความเสีย่ งของฝ่ายบริหาร
หน่วยงานอาจพิจารณากำหนดตัวชี้วัดความเสี่ยงที่สำคัญ (Key Risk Indicators) เพื่อติดตามข้อมูล
ความเสยี่ งและการรายงานเม่อื ระดับความเสย่ี งถงึ จดุ ตัวชว้ี ัดความเส่ยี งทส่ี ำคญั
สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง หน้า 39