The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คู่มือการบริหารจัดการความเสี่ยง

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by poonyapa77, 2022-05-10 04:00:29

คู่มือการบริหารจัดการความเสี่ยง

คู่มือการบริหารจัดการความเสี่ยง

คมู่ ือการบรหิ ารจดั การความเส่ยี ง สำนักงานคณะกรรมการการเลอื กตั้ง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565

4. การบรหิ ารจดั การความเส่ียงของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกต้ัง
จากกระบวนการบรหิ ารจดั การความเส่ยี งเป็นกระบวนการทีเ่ ปน็ วงจรตอ่ เนื่อง ประกอบดว้ ย

แผนภาพท่ี 5 กระบวนการบรหิ ารจัดการความเส่ียง

4.1 การวเิ คราะห์องค์กร

สภาพแวดล้อมภายในองคก์ ร (Internal Environment)
องค์กรในที่นี้ หมายถึง สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) หน่วยงานย่อยในที่นี้ หมายถึง
งาน หรือ กิจกรรม ที่แต่ละหน่วยงานมีแผน หรือกิจกรรมในการดำเนินงานอยู่แล้วสามารถนำมาวิเคราะห์
ประเมินผลอยา่ งอิสระได้
สภาพแวดล้อมภายใน
สภาพแวดล้อมการทำงานภายในสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง อาจจะเป็นสภาพแวดล้อม
การทำงานภายนอกของหน่วยงานยอ่ ยของสำนักงานคณะกรรมการการเลอื กตั้งได้ หากอยู่นอกเหนือการควบคุม
ของหน่วยงานน้ันๆ เช่น นโยบายของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง นโยบายของเลขาธิการคณะกรรมการ
การเลือกตั้ง หรือ นโยบายของผู้บริหาร เนื่องจากสิ่งเหล่านั้นล้วนกำหนดมาเพื่อเป็นทิศทางให้หน่วยงานย่อย
ดำเนินการ ซึ่งการกำหนดนั้นจะส่งผลต่อความสำเร็จหรือไม่สำเร็จของหน่วยงานย่อยได้ แต่หน่วยงานย่อย
ไม่สามารถควบคุม กำหนด แก้ไขหรือปรับปรุงได้ แต่ถ้าเป็นสภาพแวดล้อมการทำงานภายนอกของสำนักงาน
คณะกรรมการการเลือกตั้ง ย่อมเป็นสภาพแวดล้อมการทำงานภายนอกของหน่วยงานย่อยโดยไม่ต้องวิเคราะห์
อีกแล้วไม่ว่าจะด้วยสาเหตุใดก็ตามเป็นสิ่งที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ควบคุมไม่ได้ย่อมเป็นส่ิง
ทีห่ นว่ ยงานภายในสำนกั งานคณะกรรมการการเลอื กต้งั ควบคุมไมไ่ ด้เชน่ เดยี วกนั
การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายใน เป็นการศึกษาเพื่อค้นหาและระบุว่าองค์กรจะต้องบริหารงานและ
ดำเนินงานเพื่อนำปัจจัยขององค์กรมาใช้เพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันจากจุดแข็งและโอกาส
ตลอดจนเพื่อหลีกเลี่ยงจุดอ่อนและอุปสรรคที่จะเกิดขึ้น การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายในขององค์กรสามารถ
ทำได้หลายวธิ ี ทน่ี ยิ มกนั ดงั นี้

สำนกั งานคณะกรรมการการเลอื กตัง้ หนา้ 40

คูม่ อื การบรหิ ารจดั การความเส่ียง สำนักงานคณะกรรมการการเลอื กตง้ั ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2565

▪ การวิเคราะห์ตามหนา้ ท่ี (Function Analysis)
▪ การวเิ คราะห์ปจั จยั 7 ประการของ McKinsey (McKinsey 7-S Framework)
▪ การวเิ คราะหส์ ายโซแ่ ห่งคณุ คา่ (Value Chain Analysis)
ดังนั้น จึงเป็นสิ่งที่ผู้บริหารสามารถควบคุมได้ (Controllable Factor) การวิเคราะห์สภาพแวดล้อม
ภายในมีการวิเคราะห์ได้หลายวิธีที่นิยมกันได้แก่ การวิเคราะห์ตามหน้าที่ (Function Analysis) การวิเคราะห์
ปัจจัย 7 ประการของ McKinsey (McKinsey 7 - S Framework) และวิธีที่สาม การวิเคราะห์สายโซ่แห่งคุณค่า
(Value Chain Analysis)
โดยการวเิ คราะห์องค์กร เพ่อื คน้ หาสมรรถนะและศักยภาพขององค์การ เปน็ การระบจุ ดุ แข็ง (strengths)
และจุดอ่อน (weaknesses) ของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง โดยอาศัยกรอบการวิเคราะหป์ ัจจยั ภายใน
ตามหลักการ 7 – S Model ของ McKinsey ซง่ึ สามารถสรปุ แนวทางการวเิ คราะหไ์ ด้ดังนี้
▪ Structure (โครงสร้าง) สำนักงานคณะกรรมการการเลือกต้ัง มีโครงสร้างการทำงาน หรือโครงสร้าง
การจดั องคก์ ารในระดับตา่ งๆ เหมาะสมดหี รอื ไม่
▪ Strategy (กลยุทธ์) สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง มีการกำหนดกลยุทธ์หรือยุทธศาสตร์ที่ได้
กำหนดทศิ ทางการปฏิบัตงิ านไวห้ รอื ไม่
▪ System (ระบบ) ระบบการทำงานเป็นอย่างไร มีจุดออ่ นหรอื จดุ แขง็ อะไรบ้าง
▪ Skill (ทกั ษะ) บคุ ลากรมคี วามเชีย่ วชาญ หรือชำนาญมากนอ้ ยเพยี งใด มีทักษะใน การปฏิบัตงิ านเป็น
ทีย่ อมรับหรอื ไม่
▪ Staff (พนักงาน) บุคลากรของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง มีความพร้อมมากน้อยเพียงใด
และมจี ำนวนเพยี งพอหรอื ไม่
▪ Style (รูปแบบ) รปู แบบการบริหารเปน็ ท่ยี อมรบั และมปี ระสทิ ธภิ าพหรอื ไม่
▪ Shared Value (ค่านิยมร่วม) บุคลากรและองค์กรมีค่านิยมร่วมหรือไม่ อะไรบ้างที่ทำให้องค์การ
เขม้ แขง็ หรืออ่อนแอ
สภาพแวดล้อมภายนอก
สภาพแวดล้อมภายนอก เป็นปัจจัยที่อยู่เหนือการควบคุมขององค์กร มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา
เป็นไปไม่ได้ที่จะติดตามการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมได้ทุกอย่าง ผู้บริหารควรจะมุ่งเฉพาะปัจจัยทาง
สภาพแวดลอ้ มทสี่ ำคญั เทา่ นน้ั โดยท่วั ไป สภาพแวดลอ้ มภายนอก มอี ยู่ 2 ส่วน คือ
1.1 สภาพแวดล้อมการดำเนินงาน (Task Environment) เป็นปัจจัยที่มีผลกระทบโดยตรง
ต่อการดำเนินงานของกิจการ ประกอบไปด้วย ผู้มีส่วนได้เสียกับองค์กร เช่น รัฐบาล ชุมชน คู่แข่งขัน ลูกค้า
ผจู้ ำหน่ายวตั ถุดิบ เจ้าหน้ี แรงงาน กลุ่มผลประโยชน์
1.2 สภาพแวดล้อมโดยทั่วไป (General Environment) เป็นปัจจัยที่ไม่มีผลกระทบต่อการดำเนินงาน
ระยะสั้นขององค์กร แต่มีผลต่อการตัดสินใจในระยะยาว ได้แก่ เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม การเมือง กฎหมาย
เทคโนโลยี ภมู ิศาสตร์ และปัจจัยระหวา่ งประเทศ
การเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมภายนอก ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงลักษณะของอุตสาหกรรม
ซึ่งสร้างโอกาส อุปสรรค และปัจจัยแห่งความสำเร็จที่สำคัญใหม่ๆ ขึ้นมา ผู้บริหารจึงต้องประเมินทรัพยากร
และความสามารถขององค์กร โดยการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายในด้วย ทั้งนี้เพื่อทราบถึงจุดแข็งและจุดอ่อน
ขององค์กรด้วยสภาพแวดล้อมภายในองค์กร (Internal Environment Analysis) เป็นปัจจัยภายในที่ขึ้นกับ
ทรัพยากรและความสามารถขององค์กรเอง

สำนักงานคณะกรรมการการเลอื กตง้ั หนา้ 41

คูม่ ือการบรหิ ารจดั การความเส่ียง สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565

โดยการวิเคราะห์องค์กรสภาพแวดล้อมทีม่ ีผลกระทบตอ่ องค์กร เพื่อนำผลการวเิ คราะห์ไปใช้ ในการระบุ
สถานการณ์ที่เป็นโอกาส (opportunities) และภัยคุกคาม (threats) ของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง
โดยอาศัยกรอบการวเิ คราะหป์ ัจจัยภายนอกตามหลกั การ PESTE Model ซ่งึ สามารถสรปุ แนวทางการวิเคราะห์ได้
ดังนี้

▪ P - Politics เป็นการวิเคราะห์สภาพทางการเมือง รวมทั้งกฎหมายและนโยบายทางการเมืองที่มี
ผลกระทบกบั สำนกั งานคณะกรรมการการเลือกต้ัง

▪ E - Economic เป็นการวิเคราะห์สภาพการณ์และแนวโน้มทางเศรษฐกิจที่มีผลต่อสำนักงาน
คณะกรรมการการเลือกต้ัง

▪ S - Society เป็นการวิเคราะห์สภาพการณ์และกระแสสังคมที่มีต่อสำนักงานคณะกรรมการ
การเลอื กตงั้

▪ T - Technology เป็นการวิเคราะห์แนวโน้มของการพัฒนาด้านเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับ
สำนักงานคณะกรรมการการเลือกต้งั

▪ E - Environment เป็นการวิเคราะห์สิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชา ติที่มีผลต่อ
สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตงั้

การวเิ คราะห์องค์กรของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกต้ัง จากแผนยทุ ธศาสตรสำนักงานคณะกรรมการ
การเลือกต้งั 20 ปี พ.ศ. (2561 – 2580) หน้าที่ 6 - 16 ได้มกี ารวิเคราะห์องค์กร

ในส่วนที่ 1 การประเมินสถานการณ์ทั่วไปของสํานักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง จากบริบทของ
กฎหมายทัง้ กฎหมายรัฐธรรมนูญ พทุ ธศกั ราช 2560 กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญและกฎหมายตา่ งๆ ทเ่ี กี่ยวข้อง
ได้ให้อำนาจคณะกรรมการการเลือกตั้งและสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งเพิ่มขึ้นอย่างมาก เช่น
ให้อำนาจในการสืบสวน สอบสวน จับกุมผู้กระทำความผิดกฎหมายเลือกตั้ง ดังนั้น นอกจากภารกิจหน้าท่ี
ในการเลือกตั้งแล้ว คณะกรรมการการเลือกตั้ง และสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง จะต้องให้ความสำคัญ
กบั เรื่องการสอบสวน และการใหค้ วามรู้แก่ประชาชนเพ่มิ มากขนึ้ รวมท้ัง การดำเนนิ การเพ่ือพฒั นาพรรคการเมือง
ให้เป็นสถาบันที่ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้น เพราะฉะนั้น จะต้องมีการหล่อหลอมและสร้างความเข้าใจ
ในเรื่องเหล่านี้ทั้งภายนอกและภายในองค์การ นอกจากนี้ สถานการณ์ปัจจุบันคณะกรรมการ
การเลือกตั้งและสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ยังไม่ได้รับความเชื่อถือไว้วางใจจากพรรคการเมือง
โดยนักการเมืองมีความหวาดระแวงการทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง และสำนักงานคณะกรรมการ
การเลือกตั้งว่าทำงานเข้าข้างรัฐบาล แต่ในความเป็นจริงแล้วคณะกรรมการการเลือกตั้งและสำนักงาน
คณะกรรมการการเลือกตั้ง ทำงานด้วยความสุจริต เที่ยงธรรม และตามที่กฎหมายกำหนด อย่างไรก็ตาม
นักการเมืองและพรรคการเมืองต่างมีความสำคัญกับการทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้งและสำนักงาน
คณะกรรมการการเลอื กตง้ั เปน็ อย่างมาก

สถานการณ์ในการปฏิบัติงานหลัก คือ การบริหารงานเลือกตั้ง สถานการณ์ที่เกิดขึ้นเนื่องจาก
การเปลี่ยนแปลงของรัฐธรรมนูญทำใหร้ ูปแบบ วิธีการในการเลือกตั้งเปลี่ยนแปลงไป เกิดปัญหาในการเตรยี มการ
และการปฏิบัติงานทั้งในช่วงก่อนการเลือกตั้ง (การเตรียมการเลือกตั้ง) จนถึงการประกาศผลการเลือกต้ัง
และหลังการเลือกตั้ง ส่งผลให้เกิดสถานการณ์ที่สังคมและประชาชนขาดความเชื่อมั่นในการทำงานของ
คณะกรรมการการเลือกตั้งและสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง รวมทั้งกระแสสื่อออนไลน์จากโซเชียลมีเดีย
(social media) ที่มีบทบาทในการสร้างกระแสการหาเสียงและการโจมตีการทำงานของคณะกรรมการ
การเลือกตั้งและสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ยิ่งส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือ
ของคณะกรรมการการเลือกตั้งและสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ประกอบกับความอ่อนด้อยในการใช้ส่ือ
ออนไลน์และความไม่พร้อมของอุปกรณ์โซเชียลมีเดีย รวมทั้ง ขาดบุคลากรผู้มีความเชี่ยวชาญ

สำนกั งานคณะกรรมการการเลือกต้งั หน้า 42

คมู่ อื การบรหิ ารจดั การความเสยี่ ง สำนักงานคณะกรรมการการเลอื กตัง้ ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2565

ด้านการประชาสัมพันธ์และการใช้โซเชียลมีเดีย ส่งผลให้ไม่สามารถตอบโต้ข่าวสารเชิงลบ และการสื่อสาร
ทางช่องทางปกติไม่สามารถแก้ไขสถานการณ์ดังกล่าวได้ ส่งผลให้เกิดวิกฤตการณ์ด้านความเชื่อมั่นของสังคม
ในความซื่อสัตย์สุจริตและความเที่ยงธรรม ซึ่งจะเป็นความท้าทายในการสร้างภาพลักษณ์ ของคณะกรรมการ
การเลอื กต้งั และสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง

เนื่องจากช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา การที่คณะกรรมการการเลือกตั้งและสำนักงานคณะกรรมการ
การเลือกตั้งให้ความสำคัญกับเรื่องการเลือกตั้งและการสืบสวนสอบสวนการทุจริตในการเลือกตั้ง ส่งผลให้
การบริหารจัดการองค์การและการนำเครื่องมือทางการบริหารสมัยใหม่มาใช้ในการพัฒนาองค์การยังไม่ได้รับ
การให้ความสำคัญเท่าที่ควร จึงทำให้การบริหารจัดการองค์การของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกต้ัง
ไม่สามารถรองรับภารกิจ หน้าที่และบริบทที่เปลี่ยนแปลงไปได้ เช่น ไม่มีการปรับโครงสร้างองค์การ (หน่วยงาน)
ให้สามารถรองรับภารกิจใหม่ๆ ผู้บริหารและบุคลากรในองค์การขาดการมองภาพรวมทั้งหมดให้เกิด
การขับเคลื่อนองค์การไปในทิศทางเดียวกัน โดยมุ่งทำงานหรือรับผิดชอบงานเฉพาะในส่วนของตน ไม่มีการบูรณาการ
และช่วยเหลือซึ่งกันและกันระหว่างหน่วยงาน งานธุรการและการบริหารงานบุคคล ไม่ได้มุ่งสู่เป้าหมาย
และประสิทธิผลขององค์การ ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและฐานข้อมูลยังแยกส่วนกันอยู่ตามสำนักงา นต่างๆ
สืบเนื่องมาจากช่วงเวลาที่ผ่านมา มีการแบ่งงานให้คณะกรรมการการเลือกตั้งแต่ละท่านรับผิดชอบในแต่ละด้าน
ส่งผลให้ระบบข้อมูลที่จะนำมาสนับสนุนการเลือกตั้งไม่มีการบูรณาการ ไม่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ใน
การบริหารงานเลือกตั้งและงานอื่นๆ รวมทั้ง เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจของคณะกรรมการการเลือกตั้ง
และผบู้ ริหารสำนักงานคณะกรรมการการเลอื กต้ัง

สถานการณ์ที่น่าเป็นห่วงอีกประการหนึ่ง และมีความสำคัญยิ่งเนื่องจากเป็นเรื่องที่ส่งผลต่อ
ความแข็งแกร่งและการส่งผลต่อความสำเร็จขององค์การ คือ ปัญหาการบริหารจัดการบุคลากรและ
พัฒนาบุคลากรในองค์การ พบว่า มีปัญหาในแทบทุกเรื่อง เช่น ปัญหาความไม่เพียงพอของบุคลากร
ในทุกหน่วยงานเนื่องจากขาดการบรรจุบุคลากรมาเป็นเวลานาน ทั้งๆ ที่มีกรอบอัตรากำลังไม่มีการสอบเพื่อ
เลื่อนตำแหน่งให้สูงขึ้น บุคลากรขาดโอกาสในการเจริญเติบโตในหน้าที่การงาน ส่งผลต่อการขาดขวัญกำลังใจ
ของบุคลากรและประสิทธิภาพขององค์การ ขาดการฝึกอบรมพัฒนาบุคลากรให้เป็นผู้เชี่ยวชาญนอกจากนี้
ในช่วงที่ผ่านมา ถ้าแบ่งเจ้าหน้าที่ออกเป็นส่วนกลางและต่างจังหวัด พบว่า ระบบอุปถัมภ์ทำให้ส่วนต่างจังหวัด
รู้สึกด้อยค่า (กลุ่มคนรุ่นใหม่มีผู้อุปถัมภ์มากกว่ากลุ่มผู้อาวุโส) ปัญหาบุคลากรที่กำลังจะเกิดขึ้นในเวลาไม่ช้านี้ คือ
การเกษียณอายุของผู้มีประสบการณ์โดยในอีก 3 ปีข้างหน้าจะเป็นวิกฤติที่มีผู้เกษียณอายุมาก ปัญหาคือ
ผู้จะเกษียณอายุที่อยู่ในจังหวัดจะมีเครือข่าย (connection) ในพื้นที่ ทำให้การทำงานมีประสิทธิภาพ
เมื่อคนเหล่านี้เกษียณอายุไปจะมีภัยคุกคามในการทำงาน โดยคนใหม่ที่ไปแทนจะยังไม่มีความสามารถใน
การประสานงานและขาดวัฒนธรรมในการทำงานกับหน่วยงานอื่น นอกจากนี้ มีปัญหาเรื่อง ค่านิยมของคน
ในองคก์ าร ซึง่ ปจั จบุ นั มนี ้อยลง เชน่ บคุ ลากรยังคิดถึงค่าตอบแทน และผลประโยชน์ของตนมากกว่าผลประโยชน์
ขององค์การและสังคม ดังนั้น ต้องสร้างค่านิยม และวัฒนธรรมองค์การว่า เป็นเจ้าหน้าที่ของสำนักงาน
คณะกรรมการการเลือกตั้ง เพื่ออะไร สิ่งที่จะต้องทำ คือ จะต้องทำอย่างไรเพื่อให้คนเหล่านี้มีความหวังและ
ความผูกพนั กับองค์การ

นอกจากนี้ สถานการณ์เรื่องการให้ความรู้แก่ประชาชนในเรื่องประชาธิปไตยและการเลือกต้ัง
ซึ่งเป็นภารกิจหลักอีกภารกิจหนึ่ง ในปัจจุบันยังมีจุดอ่อนเป็นอย่างมากเนื่องจากกลุ่มเป้าหมายไม่ชัดเจน
จึงต้องมีการปรับกลุ่มเป้าหมายให้ชัดเจน และเมื่ออบรมให้ความรู้แล้วกลุ่มเป้าหมายจะสามารถนำความรู้นั้นไป
กระจายต่อได้ด้วย เพราะสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งไม่สามารถดำเนินการอบรมประชาชนได้เองอย่าง
ครบถ้วน จึงต้องอาศัยกลุ่มเครือข่ายที่เป็นเป้าหมาย เช่น อบรมครูเพื่อไปอบรมนักเรียนต่อ หรือกำหนดให้เป็น
วิชาบงั คบั เปน็ ตน้

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกต้ัง หน้า 43

คู่มอื การบรหิ ารจดั การความเส่ียง สำนักงานคณะกรรมการการเลอื กตงั้ ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2565

ในส่วนของการบริหารจัดการองค์การ สถานการณ์ปัจจุบันทั้งโดยกฎหมายและโครงสร้างการบริหาร
คณะกรรมการการเลือกตั้งมีสถานะเป็นเพียงบอร์ด จึงไม่มีอำนาจทางการบริหารซึ่งเป็นอำนาจหน้าที่ของ
เลขาธกิ ารคณะกรรมการการเลือกตัง้ ต่างจากในอดีต แตด่ ว้ ยความเคยชนิ ของสำนกั งานคณะกรรมการการเลือกตั้ง
จึงยังไม่กล้าตัดสินใจในหลาย ๆ เรื่อง จึงต้องรอท่าทีจากคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าจะทำอย่างไรหรือ
จะมีนโยบายในเรื่องนั้น ๆ อย่างไร แทนที่จะใช้อำนาจตามที่กฎหมายให้อำนาจไว้ สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้
คณะกรรมการการเลือกตั้งต้องเข้าไปเกี่ยวข้องในงานบริหารในบางเรื่องด้วย ซึ่งทำให้การบริหารงานในบางเรื่อง
ต้องล่าช้าออกไปกว่าจะมีการตัดสินใจดำเนินการ ดังนั้น ในอนาคตอาจต้องปรับให้สำนักงานคณะกรรมการ
การเลือกตั้ง มีความเข้มแข็ง กล้าตัดสินใจ ภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการการเลือกตั้งให้เป็นไป
ตามทศิ ทาง และเป้าหมายทก่ี ำหนด

สถานการณ์ภายนอกที่ส่งผลกระทบต่อการทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้งและสำนักงาน
คณะกรรมการการเลือกตั้งที่สำคัญ คือ การเปลี่ยนแปลงของสังคมและความต้องการของประชาชน
นับเป็นความท้าทาย รวมทั้งการที่จะต้องถูกตรวจสอบโดยองค์การต่าง ๆ และประมวลจริ ยธรรม ในฐานะ
องค์กรอสิ ระ ดงั นนั้ จงึ ตอ้ งปฏบิ ัติหน้าทด่ี ว้ ยความซอื่ สัตย์ ซ่อื ตรง และเท่ยี งธรรม

นอกจากนี้ การที่นักการเมืองที่มีความสามารถในการใช้วิทยาการสมัยใหม่วิเคราะห์และเข้าถึงผู้มีสิทธิ
เลือกตั้งได้มากขึ้น โดยมุ่งสู่กลุ่มเป้าหมายคนรุ่นใหม่ที่มีสิทธิเลือกตั้ง ด้วยสื่อสังคมออนไลน์ (social online
Media) ในลักษณะการชวนเชื่อต่าง ๆ ก่อให้ความสับสนในหมู่ผู้รับข่าวสารที่ไม่ครบถ้วน หรือบางส่วนไม่ถูกต้อง
หรือไม่เป็นความจริง เป็นสถานการณ์ที่ท้าทายสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ที่จะต้องมีการพัฒนา
ความสามารถด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและนำสื่อสังคมโซเชียลมีเดียเข้ามาสร้างความเข้มแข็งให้องค์การ
ในทกุ ภารกิจ

ในสว่ นที่ 2 การวิเคราะหส์ ภาพแวดล้อมทเี่ ก่ียวข้อง (SWOT Analysis) การจัดทำยทุ ธศาสตร์ สำนักงาน
คณะกรรมการการเลือกต้ัง อาศัยการวิเคราะห์เชิงยุทธศาสตร์สองด้าน ได้แก่ การวิเคราะหส์ ภาพแวดล้อมภายใน
องค์การ ซึ่งเป็นมุมมองจากในสู่นอก (inside out) และการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายนอกองค์การ
ซึ่งเป็นมุมมองจากนอกสู่ใน (outside in) จากวิเคราะห์สถานการณ์ทั้งสภาพแวดล้อมทั้งภายในและภายนอก
จะได้ผลสี่ด้าน แบ่งออกเป็นสภาพแวดล้อมทั้งภายในสองด้าน ได้แก่ จุดแข็ง (strengths) และจุดอ่อน
(weaknesses) สภาพแวดล้อมทั้งภายนอกสองด้าน ได้แก่ โอกาส (opportunities) และภัยคุกคาม (threats)
หรือเรียกว่า SWOT ซึ่งสามารถนำมากำหนดประเด็นปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการดำเนินงานของสำนักงาน
คณะกรรมการการเลอื กตัง้ โดยประมวลจากผเู้ ข้ารว่ มการประชมุ เชงิ ปฏิบตั ิการเพื่อระดมความเห็นผู้มีส่วนได้เสีย/
ผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อวิเคราะห์และประเมิน สภาพแวดล้อมภายนอก – ภายใน (SWOT) สรุปประเด็นปัจจัย SWOT
ในแตล่ ะด้าน ดงั น้ี

1. ประเด็นจดุ แขง็ (Strengths : S) ประกอบดว้ ย ประเด็นจุดแข็ง 13 ประเดน็ ดงั นี้
ลำดบั ประเดน็ จดุ แข็ง (Strengths : S)

1. โครงสร้างองค์การมีสายบังคับบัญชาสั้น ไม่เหมือนระบบราชการทั่วไป มีรูปแบบการบริหารงาน
แนวราบ (flat organization) ทำให้การบริหารงานมีความคล่องตัว สามารถตอบสนองต่อ
คณะกรรมการการเลือกตงั้ ได้อยา่ งรวดเร็ว

2. คณะกรรมการการเลือกต้ัง เป็นผใู้ ชอ้ ำนาจกึ่งตุลาการ สามารถออกระเบยี บ ประกาศต่างๆ เพื่อใช้ใน
การปฏิบัติงานได้ โดยคำวินิจฉัยของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ผูกพันคู่กรณี รวมทั้งมีอำนาจใน
การขอความร่วมมือจากหนว่ ยงานต่างๆ ในการสืบสวนและหาข้อมูลได้

สำนักงานคณะกรรมการการเลอื กตัง้ หน้า 44

คมู่ ือการบรหิ ารจดั การความเสีย่ ง สำนักงานคณะกรรมการการเลอื กตง้ั ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565

ลำดับ ประเด็นจดุ แข็ง (Strengths : S)
3. บุคลากรมีความรู้ประสบการณ์และมีความเชี่ยวชาญ สามารถสนับสนุนการปฏบิ ัตงิ านของสำนกั งาน
คณะกรรมการการเลอื กตั้ง ไดเ้ ป็นอยา่ งดี
4. บุคลากรระดบั ปฏิบตั ิการมีความพรอ้ มและให้ความร่วมมือและทมุ่ เทในการปฏบิ ัติงานเปน็ อยา่ งดี
5. ผลการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการประจำปีของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง สอดคล้อง
และเป็นไปตามแผนยุทธศาสตร์ของสำนักงานคณะกรรมการการเลอื กตั้ง และยุทธศาสตร์ชาติ โดยมี
ผลงานครบถว้ นทั้ง 5 ยทุ ธศาสตรข์ องสำนกั งานคณะกรรมการการเลือกตง้ั
6. สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตง้ั เป็นหน่วยงานขบั เคล่ือนภารกิจของคณะกรรมการการเลอื กต้ัง
ในกระบวนการกล่นั กรองบุคคลเขา้ สู่การใช้อำนาจของฝา่ ยบรหิ ารและฝ่ายนิติบัญญัติ มีความสำคัญ
ต่อการปฏิรปู การเมืองในสว่ นของการเลอื กตงั้ เพ่ือพัฒนาประเทศ
7. คณะกรรมการการเลือกตั้ง มีความอิสระในการปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญและกฎหมาย
มีมาตรฐานจริยธรรม เปน็ บคุ คลทมี่ ีความรู้ความเชี่ยวชาญในสาขาวิชาการตา่ งๆ มคี วามรูค้ วามเช่ียวชาญ
และประสบการณ์ดา้ นกฎหมาย มคี วามซ่อื สตั ย์สุจริตเปน็ ทีป่ ระจกั ษ์
8. สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง เป็นองค์การที่มีหลักประกันด้านความเป็นอิสระ การบริหารงาน
ไม่ผูกมัดกับระบบราชการ มีอำนาจออกระเบียบบริหารงานเองได้หลายประการ ยกเว้น การบริหารการคลัง
การบริหารงบประมาณ และการบริหารงานพัสดุ
9. สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง มีเครือข่ายเพื่อความร่วมมือ ในการดำเนินงานและช่วยเหลือ
การปฏบิ ัติงานของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตง้ั ท่คี รอบคลมุ ท่วั ประเทศ
10. สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง มีการกระจายอำนาจในการบริหารงานจากส่วนกลางสู่
สว่ นภูมิภาค มสี ำนกั งานคณะกรรมการการเลือกต้ังประจำจังหวดั ตง้ั อยู่ในทุกจังหวัด และมีเครือข่าย
ศูนย์ศึกษาประชาธิปไตยประจำตำบล (ศส.ปชต.) ในทุกตำบล ทำงานใกล้ชิดกับประชาชนในพื้นที่
สามารถปฏบิ ตั งิ านในพืน้ ทีท่ ่วั ประเทศ
11. สำนักงานคณะกรรมการการเลือกต้ัง มีงบประมาณเหลือจา่ ยท่ีไม่ต้องคืนคลัง มากเพียงพอที่จะนำไป
บริหารจดั การและพฒั นาสำนกั งานคณะกรรมการการเลอื กต้งั ใหเ้ จริญร่งุ เรืองได้
12. สำนักงานคณะกรรมการการเลือกต้งั มหี นา้ ท่ีและอำนาจหลักในการจัดการและการควบคุมการกำกับ
ดูแลการเลือกตั้งอย่างมืออาชีพ สามารถระดมความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และ
เครือข่ายภาคประชาชนได้โดยตรง รวมทั้งให้ความรู้กับประชาชนด้านประชาธิปไตยและ
พลเมืองศกึ ษา
13. คณะกรรมการการเลือกตั้งมีความเป็นอิสระในการปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามรัฐธรรมนู ญและ
กฎหมาย มีมาตรฐานจริยธรรม เป็นบุคคลที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญในสาขาวิชาการต่างๆ มีความรู้
ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ด้านกฎหมาย มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ และ
มีความมงุ่ มั่นตง้ั ใจในการปฏบิ ตั ิงาน เพ่ือให้เป็นทย่ี อมรบั ของประชาชน

สำนกั งานคณะกรรมการการเลือกตง้ั หนา้ 45

คูม่ ือการบรหิ ารจดั การความเส่ียง สำนักงานคณะกรรมการการเลอื กต้ัง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565

2. ประเด็นจดุ ออ่ น (Weaknesses : W) ประกอบดว้ ย ประเดน็ จุดอ่อน 41 ประเดน็ ดังนี้
ลำดบั ประเดน็ จดุ อ่อน (Weaknesses : W)

1. แผนบริหารความเสี่ยง และแผนควบคุมภายในของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ยังไม่มี
ความชัดเจนเพยี งพอ

2. โครงสร้างองค์การและระบบงานของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ในส่วนกลางและ
ส่วนภูมิภาคยังไม่พร้อมในการรองรับภารกิจตามกฎหมายใหม่ และไม่รองรับลักษณะงาน ระเบียบ
และวิธีปฏิบัติในการเป็นผู้ควบคุมกำกับ (regulator) ยังไม่สอดคล้องกับการเป็นผู้ปฏิบัติการ
(operator)

3. โครงสร้างอตั รากำลังของสำนกั งานคณะกรรมการการเลือกตั้ง มสี ัดส่วนไมถ่ กู ต้อง โดยมลี ักษณะหวั โต
พงุ ป่อง ขาลีบ ยังไม่เสถยี ร มผี ลกระทบตอ่ ขวญั กำลงั ใจ ผู้ปฏบิ ตั ิขาดความผูกพัน

4. คณะกรรมการการเลือกตั้ง มีความน่าเชื่อถือต่างกัน บางท่านไม่ใช่นักพูด การตอบให้ดูดี ซึ่งเป็น
ความสามารถเฉพาะตัว ควรมอบหมายให้ท่านทเ่ี หมาะสม ควรมโี ฆษก และมหี น่วยงานส่อื สารองค์กร
ท่รี บั ผดิ ชอบ

5. กระบวนการในการนำเครื่องมือทางการบริหารสมัยใหม่ มาใช้ในการปฏิบัติงานและการพัฒนา
องค์การยังมีน้อย ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศไม่มีคุณภาพอย่างเพียงพอ โดยเฉพาะ big data
ยังไม่ได้นำมาใช้ในสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง จึงไม่สามารถใช้เป็นเครื่องมือประกอบการ
ตดั สินใจได้อยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพ

6. กระบวนการจัดการความรู้ (knowledge management) ของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกต้ัง
ยงั มีนอ้ ย

7. กระบวนการดำเนินงานด้านการให้การศึกษาความเป็นพลเมือง ( civic education)
ในสงั คมประชาธปิ ไตยของสำนกั งานคณะกรรมการการเลือกตงั้ ยงั มีคอ่ นข้างนอ้ ย

8. การเข้าทำงานของคณะกรรมการแต่ละชุดที่เข้าดำรงตำแหน่งตามวาระมีความไม่แน่นอนอาจมี
ความแตกต่างกันแต่ละชุด

9. การให้ความสำคัญกับกลุ่มผลงานหลัก (key result areas) ด้านการบริหารจัดการการเลือกตั้ง
มีผลต่อการจัดโครงสร้างองค์การและระบบการบริหารงานบุคคลที่มุ่งเน้นเฉพาะงานที่เกี่ยวเนื่องกับ
การจัดการเลือกตั้งและการไต่สวน ทำให้ขาดความครอบคลุมงานสำคัญอื่นๆ เช่น งานพัฒนา
วัฒนธรรมทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยอนั มีพระมหากษัตริยท์ รงเปน็ ประมขุ

10. การกำหนดวิสัยทัศน์ของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ที่ผ่านมา มักเขียนวิสัยทัศน์
เปน็ เชงิ พันธกจิ กล่าวคอื การเขียนวิสยั ทศั นท์ ่ีมงุ่ การดำเนนิ การ แตไ่ ม่สอ่ื วา่ สำนักงานคณะกรรมการ
การเลือกตั้ง วาดฝันจะเป็นอะไร ทำให้ไม่ชัดเจนเกี่ยวกับ “จุดหมายปลายทาง (End)” ในระยะยาว
ของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง

11. การขบั เคลอื่ นแผนยทุ ธศาสตร์ของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ยังไมไ่ ด้แยกภารกิจประจำกับ
ภารกจิ ตามยุทธศาสตรไ์ ด้อย่างแท้จริง

12. การจัดทำงบประมาณของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ยังไม่มีระบบวิเคราะห์งบประมาณ
และการวิเคราะหโ์ ครงการ รวมทงั้ ระบบติดตามประเมินผลยังไมเ่ ปน็ รูปธรรมท่ีชัดเจนและการติดตาม
การใชง้ บประมาณยงั ไม่มีประสิทธภิ าพ

สำนักงานคณะกรรมการการเลอื กตง้ั หน้า 46

คมู่ ือการบรหิ ารจดั การความเสยี่ ง สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2565

ลำดบั ประเด็นจดุ อ่อน (Weaknesses : W)
13. การบริหารจัดการด้านบุคลากร (human resource management - HRM) ของสำนักงาน
คณะกรรมการการเลือกตั้ง ขาดประสิทธิภาพ ในหลายด้าน เช่น การสรรหาบรรจุแต่งตั้ง โดยเฉพาะ
ตำแหน่งเจ้าหน้าที่พัสดุ ค่าตอบแทนพิเศษของบางสายงาน การเลื่อนขั้นเลื่อนชั้นเลื่อนตำแหน่ง
ตามความก้าวหน้าในสายงาน (career path) ระบบการเชิดชูคนดีคนเก่ง ไม่มีการเปิดสอบพนักงาน
ใหม่มานานกว่า 5 ปี โครงสร้างและอัตรากำลัง การกำหนดระดับชั้นและเครื่องราชอิสริยาภรณ์
ที่ไม่เหมาะสมกับระดับตำแหน่ง เป็นต้น ซึ่งมีผลต่อขวัญกำลังใจ และความผูกพันของบุคลากร
ต่อองค์การ ควรมีระเบียบ กฎหมายให้ติดตามการดำเนินการตามมติคณะกรรมการการเลือกตั้ง
เพอื่ ใหท้ กุ ภารกจิ ประสบผลสัมฤทธท์ิ ีร่ วดเรว็
14. การบริหารทรัพยากรมนุษย์ของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งยั งเป็นระบบอุปถัมภ์
ไม่มีประสิทธิภาพทั้งการวางแผนทรัพยากรมนุษย์ สวัสดิการหลังเกษียณอายุ การพัฒนาทรัพยากร
มนุษย์ในองค์การ ขาดแผนพัฒนาบุคลากรรายบุคคล (individual development plan: IDP)
รวมทัง้ ยงั ไมม่ รี ะบบการหมุนเวียนตำแหนง่ (rotation) ท่ชี ัดเจน
15. การประชาสัมพันธ์และกระบวนการสื่อสารของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง เป็นเชิงรับ
ไม่ใช่เชิงรุก ไม่ใช่มืออาชีพ การประชาสัมพันธ์กระบวนการเลือกตั้งในห้วงเวลาของการเลือกตั้ง
ไม่มีความชัดเจนเพียงพอ ประชาชนและผู้เกี่ยวข้อง ที่มีส่วนได้ส่วนเสียกับการเลือกตั้งสับสนและ
ตีความแตกต่างกนั
16. การปลูกฝังปรชั ญาการเลือกตง้ั ให้แก่บุคลากรของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตัง้ ยังมีไม่มากพอ
(เน้นกระบวนการเลือกตั้ง)
17. การพัฒนาและสะสมองค์ความรู้และประสบการณ์ด้านการบริหารจัดการการเลือกตั้งไปสู่บุคลากร
รุ่นใหม่ยังไม่มีระบบรองรับที่ชัดเจน ซึ่งจะมีปัญหามากขึ้นหากบุคลากรยุคบุกเบิกจะเกษียณไป
จำนวนมากในอีก 2 - 3 ปีข้างหน้า อาจเกิดปัญหาขาดความเชี่ยวชาญและความเป็นมืออาชีพใน
การดำเนนิ งานดา้ นต่างๆ ของสำนักงานคณะกรรมการการเลอื กตัง้
18. การสอ่ื สารประชาสัมพันธ์ในองค์การ ระหวา่ งผู้บริหาร พนกั งาน และลกู จา้ งยงั มนี ้อยมีภยั คกุ คามมาก
ทำใหง้ านลา่ ช้า การให้ข้อมูลไมค่ รบถ้วนสง่ ผลตอ่ ความสำเรจ็ ของงาน
19. ความไม่ชัดเจนของจุดหมายที่ตรงกัน ในบรรดาบุคลากรของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกต้ัง
รวมทั้งการปลูกฝังความมุ่งหมายร่วมกัน ให้อยู่ในสายเลือด หรือ DNA ของบุคลากรยังมีน้อย
ขาดวฒั นธรรมองคก์ ารร่วมกัน
20. ทักษะทางดิจทิ ลั ของบุคลากร ยงั ไม่เท่าทนั และตามทันการเปลยี่ นแปลงของเทคโนโลยใี นปจั จบุ นั
21. บคุ ลากร มที ศั นคติและความเชอ่ื เกีย่ วกับ “องค์กรอิสระ” แตกต่างกนั บา้ งกเ็ ข้าใจวา่ ต้องมีความเป็น
อิสระ (independent) จากอำนาจรัฐ ในพันธกิจและการใช้จ่ายงบประมาณ หรือ “อิสระ” คือ มี
เสรีภาพ (freedom) ที่องค์กรทำได้เองตามต้องการ หรือ “อิสระ ทางการบริหาร” (autonomy)
ในการตัดสินใจเชงิ บริหารตามอำนาจหนา้ ทแ่ี ละความรบั ผดิ ชอบ
22. บุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญด้านการเลือกตั้งเกษียณอายุจำนวนมากในช่วงเวลาเดียวกัน เกิดปัญหา
การถ่ายทอดความรู้รนุ่ ตอ่ รนุ่
23. บคุ ลากรท่ีมคี วามรู้ ความเช่ยี วชาญเฉพาะเร่ือง หรือเฉพาะดา้ น ยงั ไมค่ รอบคลุม ภารกจิ ของสำนักงาน
คณะกรรมการการเลือกตั้ง เช่น ด้านกฎหมายมหาชน ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ยังมีน้อย
ไม่เพียงพอ

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตง้ั หน้า 47

คมู่ ือการบรหิ ารจดั การความเสย่ี ง สำนักงานคณะกรรมการการเลือกต้ัง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565

ลำดบั ประเด็นจดุ อ่อน (Weaknesses : W)
24. ผลการใช้จ่ายงบประมาณประจำปี ตามแผนปฏิบัติการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ไม่เป็นไป
ตามเป้าหมาย เนื่องจากมีงบประมาณเหลือจำนวนมาก เช่น ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 มีการใช้
จ่ายเพียงร้อยละ 46.67 ของวงเงินท่ไี ด้รบั อนมุ ตั ิ เปน็ ต้น
25. สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง มีข้อมูลจำนวนมากก็จริง แต่ยังไม่มีการบริหารจัดการข้อมูล
สารสนเทศอย่างเป็นระบบ ไม่มีการวิเคราะห์เชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงาน และไม่มีศูนย์ข้อมูล
ข่าวสารกลางเพอื่ ใช้ประกอบการตดั สินใจของผู้บริหาร
26. สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตง้ั มีงบประมาณเหลือจ่ายที่ไมต่ ้องคืนคลัง ทสี่ ามารถนำไปบรหิ าร
จดั การและพัฒนาในหลายด้าน แต่ยงั ขาดความครอบคลุมการใชจ้ ่ายเงินใหเ้ กิดผลสัมฤทธิ์ในบางด้าน
ตามพนั ธกจิ ของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกต้ัง
27. สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง มีบุคลากรมาจากหน่วยงานหลากหลาย การหล่อหลอม
วัฒนธรรมองคก์ ารยงั มนี อ้ ย ไมเ่ พยี งพอ ทำให้ขาดความสามัคคภี ายในองคก์ าร
28. สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง มีปัญหาสมองไหลโดยเฉพาะบุคลากรสายนิติกร ลาออกไป
ประกอบอาชีพอ่ืน
29. สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ยังไม่สามารถนำเทคโนโลยีสารสนเทศ นวัตกรรมและระบบ
ดจิ ทิ ัลมาใชอ้ ยา่ งเต็มที่ เชน่ การตรวจสอบออนไลน์
30. สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ยังขาดบุคลากร และการพัฒนาในงานสืบสวนสอบสวนและ
การหาข่าว เนื่องจากบุคลากรงานสืบสวนที่ผ่านอบรมตามหลักสูตรของสำนักงานคณะกรรมการ
การเลือกตง้ั มีการเปลีย่ นสายงานในองค์การ โดยไมม่ ีการควบคมุ ทำใหข้ าดคนทำงาน
31. พนักงานต่างจังหวดั ขาดขวัญกำลังใจ ไมม่ แี รงจูงใจให้เกดิ ความกา้ วหนา้
32. การบรหิ ารงานของสำนกั งานคณะกรรมการการเลือกตัง้ ใชแ้ นวด่ิงเปน็ หลัก
33. กระบวนการบริหารภายในของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ในประเด็นการสอบถามหารือ
จากส่วนภูมิภาคไปยังส่วนกลางขาดประสิทธิภาพ ผู้บริหารไม่กล้าตัดสินใจในการตอบข้อหารือให้
จงั หวดั ไมก่ ล้าฟนั ธง
34. สำนักงานคณะกรรมการการเลอื กตง้ั ในสว่ นกลางยงั บรู ณาการไมล่ งตัวและนิง่ ก่อนการสัง่ การลงไปใน
ระดับล่าง โดยอาจกระทบต่อการทำงานที่เกี่ยวข้องกับบุคคลภายนอก และจะเป็นปัญหาใหญ่ที่มี
ผลกระทบเสยี หายมาก
35. สำนกั งานคณะกรรมการการเลือกตง้ั ยังมปี ญั หาเก่ยี วกับการเกบ็ ข้อมูลลบั
36. การบรหิ ารงานยังเป็นการบรหิ ารแบบรวมอำนาจ มงุ่ ใหป้ ฏิบัตติ ามคำสง่ั โดยหน่วยงานส่วนภมู ิภาคยัง
มีปญั หาการทำงานแบบรอรบั คำส่งั
37. การปรบั ปรุงโครงสร้างระดบั จังหวดั หวั หนา้ กลุ่มงานควรแยกภารกิจ แยกส่วนใหม้ ี 5 งาน เหมอื นเดิม
ถ้าเปน็ แบบปจั จบุ ัน ทำงานเวลาเดยี วกนั ไมท่ นั
38. การเสนอกฎหมายและการออกกฎระเบียบที่อยู่ในอำนาจของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ไม่มีการรับฟัง
อย่างเป็นระบบและไม่มีการวิเคราะห์ผลกระทบของกฎหมายและกฎระเบียบ การบังคับใช้จึง
เกดิ ภัยคกุ คาม
39. ผู้บรหิ ารมคี วามไมเ่ ข้าใจอย่างแท้จรงิ เช่น เข้าใจวา่ การควบคมุ ภายในเปน็ เรื่องเฉพาะการงบประมาณ
การเงินและพสั ดเุ ท่านน้ั แต่ความจรงิ ตอ้ งมีระบบการควบคุมภายใน ในทุกขัน้ ตอนของการปฏิบตั ิงาน

สำนกั งานคณะกรรมการการเลือกตง้ั หน้า 48

คู่มอื การบรหิ ารจดั การความเสีย่ ง สำนักงานคณะกรรมการการเลอื กต้งั ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565

ลำดับ ประเดน็ จดุ ออ่ น (Weaknesses : W)
40. พนักงานของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค มีความร่วมมือและ
ชว่ ยเหลืองานระหว่างกลมุ่ ภารกิจค่อนขา้ งนอ้ ย มงุ่ ทำงานเฉพาะภารกิจของตนเองให้เสรจ็ เทา่ นัน้
41. การแต่งตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนควรแต่งตั้งจากพนักงานของคณะกรรมการการเลือกตั้งเป็นหลัก
เนื่องจากบุคคลภายนอกที่ได้รับการแต่งตั้งที่ผ่านมาไม่มีเวลามาร่วมคณะในการไต่สวน ทำให้เกิด
ความล่าชา้ และเสียหายแก่สำนกั งาน
3. ประเด็นโอกาส (Opportunities : O) ประกอบด้วย ประเด็นโอกาส 15 ประเดน็ ดังน้ี

ลำดับ ประเดน็ โอกาส (Opportunities : O)
1. เทคโนโลยีสมัยใหม่มีการพัฒนาและก้าวหนา้ อยา่ งรวดเรว็ ทำใหส้ ำนกั งานคณะกรรมการการเลอื กตงั้
มโี อกาสในการพัฒนาและสร้างนวัตกรรมในการบรหิ ารงานได้มากขน้ึ
2. กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าดว้ ยพรรคการเมอื งฉบบั ใหม่ กำหนดแนวทางการสร้างประชาธิปไตย
ในพรรคการเมอื ง และเปิดโอกาสให้ประชาชนเขา้ มามสี ่วนรว่ มอยา่ งชดั เจน
3. กระแสโลกมุ่งสู่การพัฒนาประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วม รวมทั้งการมีธรรมาภิบาลและความซื่อสัตย์
สุจริตของนักการเมือง สร้างโอกาสให้สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง พัฒนางาน ให้มี
ธรรมาภิบาลและความเป็นเลิศ
4. กระแสโลกยังคงใหค้ วามสำคัญในการคัดเลอื กนกั การเมืองเข้าสอู่ ำนาจทางการเมือง
ด้วยการเลอื กตั้งตามกระบวนการประชาธปิ ไตย
5. กองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมืองเป็นโอกาสให้สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง สามารถส่งเสริม
และสนบั สนนุ การดำเนินกจิ การของพรรคการเมืองไดม้ ากขนึ้
6. การเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีในยุคเทคโนโลยีที่เปลี่ยนอย่างฉับพลัน (disruptive technology)
สามารถนำไปสกู่ าร “แปลงรา่ ง” (transform) ให้เปน็ digital OECT / smart OECT ได้
7. การปฏริ ปู ทางการเมอื งเปน็ วาระแหง่ ชาตทิ ี่สำคญั ซึ่งสำนกั งานคณะกรรมการการเลอื กตั้ง มีบทบาทสำคัญ
หน่วยงานหน่งึ ในการสร้างสรรค์การเมอื งท่ดี ี
8. ประชาชนตื่นตัวในการเข้ามามีส่วนร่วมทางการเมืองและคาดหวังกับการปฏิบัติงานของสำนักงาน
คณะกรรมการการเลือกตัง้ ทมี่ ีประสิทธิภาพและโปร่งใส
9. รัฐธรรมนูญและกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เพิ่มอำนาจให้กับ คณะกรรมการการเลือกตั้ง
ในการสืบสวน ไต่สวนมากขึ้น รวมทั้งบัญญัติให้ศาลฎีกานำสำนวนการสืบสวน ไต่สวนของ
คณะกรรมการการเลือกตั้ง เป็นหลักในการพิจารณาเป็นโอกาสให้สำนักงานคณะกรรมการ
การเลือกตง้ั พฒั นางานสบื สวน ไต่สวนให้เป็นเลิศมากข้นึ
10. รัฐธรรมนญู บญั ญัติใหอ้ งคก์ รอิสระร่วมมือและชว่ ยเหลือกัน เพ่ือใหบ้ รรลุเป้าหมายในการปฏิบัติหน้าท่ี
ของแต่ละองค์การ
11. ตั้งแต่อดีตมาจนถึงปัจจุบัน ประชาชน คือพันธมิตรของสำนักงานคณะกรรมการการเลือก ต้ัง
ทม่ี มี มุ มองในการเลอื กตั้ง สรา้ งการมสี ว่ นร่วมและสง่ เสริมความรู้ของพลเมอื งในการเลือกต้ัง
12. องค์การจัดการเลือกตั้งต่างประเทศ และองค์การระหว่างประเทศมีความสัมพันธ์อันดีกับสำนักงาน
คณะกรรมการการเลือกตั้ง เป็นโอกาสในการสร้างการเรียนรู้ใหม่ๆ ให้แก่สำนักงานคณะกรรมการ
การเลือกตง้ั
13. ประชาธิปไตยที่มาจากประชาชนจะเอื้อต่อการจัดสรรงบประมาณให้สำนักงานคณะกรรมการ
การเลอื กตงั้ มากกวา่ นอกแนวทางประชาธปิ ไตย

สำนกั งานคณะกรรมการการเลอื กตงั้ หนา้ 49

คู่มอื การบรหิ ารจดั การความเสีย่ ง สำนักงานคณะกรรมการการเลอื กตง้ั ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2565

ลำดับ ประเด็นโอกาส (Opportunities : O)
14. การเลือกตั้งในระดับท้องถิ่นเปิดโอกาสให้สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ได้ดำเนินการและ
สร้างเสริมประสบการณ์ให้มีสมรรถนะด้านการจัดการเลือกตั้งสูงขึ้น เป็นภาพลักษณ์ของสำนักงาน
คณะกรรมการการเลือกต้งั
15. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้มีการบัญญัติงบประมาณเกี่ยวกับการเลือกตั้งไว้ สำนักงาน
คณะกรรมการการเลือกตั้ง สามารถเข้าไปร่วมงาน ประสานงาน เพื่อส่งเสริมการเป็นพลเมืองดี
วถิ ีประชาธปิ ไตยได้
4. ประเด็นภัยคุกคาม (Threats : T) ประกอบด้วย ประเด็นภยั คุกคาม 23 ประเด็น ดังน้ี

ลำดบั ประเด็นภัยคกุ คาม (Threats : T)
1. กฎหมายที่เกี่ยวข้องมีการเปลี่ยนแปลง มีการตีความแตกต่างกัน ส่งผลให้ประชาชนสับสนมากขึ้น
และระบบการเลือกตั้งเปลี่ยนไป ทำให้สุ่มเสี่ยงในการปฏิบัติตามกฎหมาย ยังไม่มีหน่วยงานที่
เกีย่ วข้องมาชว่ ยในการอธบิ ายความ
2. การเปลี่ยนแปลงของรัฐธรรมนูญและกฎหมายประกอบรัฐธรรมนญู มีผลกับสถานภาพของสำนักงาน
คณะกรรมการการเลอื กตั้ง
3. การดำเนินงานของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง มีความเกี่ยวข้อง เกี่ยวเนื่องกับกฎหมาย
หลายฉบับ
4. การตรวจสอบของสังคมมีความเข้มข้น รุนแรง และรวดเร็วและหลากหลายช่องทาง โดยเฉพาะ
อย่างยิ่ง ทางสังคมออนไลน์ ในการวิพากษ์วิจารณ์ บทบาท หน้าที่ ความรับผิดชอบและ
การดำเนนิ งานของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง
5. ข่าวลวง (fake news) เป็นภัยคุกคาม (เช่น สูตรการคำนวณจำนวน สส. แบบบัญชีรายชื่อ มีอยู่ตาม
กฎหมายชดั เจนแล้ว) แตม่ กี ารใหข้ ่าวบิดเบอื นทีท่ ำใหค้ นไขว้เขว
6. บริบทใหม่ที่รัฐธรรมนูญใหม่กำหนด/บัญญัติไว้ เป็นภาระหนักสำหรับสำนักงานคณะกรรมการ
การเลือกตง้ั ในการปรบั ตัวระยะสนั้ ๆ
7. ประชาชนบางสว่ นไม่เข้าใจหน้าทีแ่ ละอำนาจ รวมทั้งลกั ษณะงานของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตัง้
อย่างแทจ้ ริง
8. ประชาชนมีความเช่อื วา่ กระบวนการเลือกตั้งเปน็ หนา้ ที่ของคณะกรรมการการเลือกตง้ั และสำนักงาน
คณะกรรมการการเลือกตั้งแต่เพียงผู้เดียว แต่ความจริงทุกภาคส่วนต้องมีหน้าที่ร่วมกัน
เมื่อมีข้อผิดพลาดเกิดจากภาคส่วนอื่น ก็เหมารวมเป็นความผิดของสำนักงานคณะกรรมการ
การเลอื กตงั้
9. ปัจจุบันอยู่ในช่วงเทคโนโลยีที่เปลี่ยนอย่างฉับพลัน (disruptive technology) สำนักงาน
คณะกรรมการการเลือกตงั้ พฒั นาไมท่ ัน
10. พรรคการเมือง นักการเมืองที่มุ่งหวังเอาชนะการเลือกตั้งโดยการทำการทุจริตเลือกตั้งในรูปแบบท่ี
หลากหลาย มักใช้กลวิธีที่ซับซ้อนและแยบยลขึ้น มีการแย่งชิงและต่อสู้กัน โดยไม่คำนึงถึงความมี
ธรรมาภิบาล มักส่งผลให้สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ในฐานะกรรมการกลางถูกโจมตีและ
ไดร้ บั ความเสยี หาย (นกั มวยต่อยกนั กรรมการปากแตก)
11. พรรคการเมืองและสื่อมวลชนตีความกฎหมายแตกต่างกัน เช่น วิธีการคำนวณคะแนนเลือกตั้ง ฯลฯ
ท่กี ่อใหเ้ กดิ ความเขา้ ใจคลาดเคล่อื น จนมคี วามป่นั ปว่ น ประชาชนสับสน

สำนกั งานคณะกรรมการการเลือกต้งั หน้า 50

คู่มือการบรหิ ารจดั การความเสย่ี ง สำนักงานคณะกรรมการการเลือกต้งั ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2565

ลำดับ ประเด็นภัยคกุ คาม (Threats : T)
12. พรรคการเมืองใหม่ใช้สื่อออนไลน์เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งหน้าใหม่ ได้มากกว่า
พรรคการเมอื งเก่า โดยโจมตีพรรคการเมืองอ่นื และสำนักงานคณะกรรมการการเลอื กตงั้ ดว้ ยข้อมูลที่
ไม่เป็นความจรงิ
13. ภาพรวมประชาชน ในกระบวนการเลือกตั้ง มีระบบพรรคพวก มีผลต่อการใช้สทิ ธิ์ ประชาชนจำนวน
มากมวี ิธีคดิ และวฒั นธรรมความเปน็ พรรคพวก
14. มีการปล่อยข่าวลวง ข่าวบิดเบือน ให้สังคมเข้าใจผิด ทำลายสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง
ทำให้สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ต้องใช้เวลาในการชี้แจงทำความเข้าใจ ซึ่งเป็นภัยคุกคาม
ทสี่ ำคัญของสำนกั งานคณะกรรมการการเลือกตง้ั
15. รูปแบบการหาเสียงแบบแปลกใหม่ เช่น ในสื่อสังคมออนไลน์ การใช้ big data ทำให้ สำนักงาน
คณะกรรมการการเลือกต้งั มีภาระในการกำกบั ดแู ล
16. สถานการณ์ทางเมอื งของไทย มคี วามวนุ่ วายบอ่ ยครง้ั ไม่นิง่ ทำใหเ้ ลง็ เป้าหมายและคาดการณไ์ ดย้ าก
17. สังคมไทยเป็นระบบอุปถัมภ์ การตัดสินใจลงคะแนนเลือกตั้ง จึงยังผูกพันอยู่กับเรื่องอำนาจบารมี
อทิ ธิพลในพ้ืนที่ หนี้บุญคุณ และเครือข่ายหวั คะแนน
18. สังคมมีความคาดหวังต่อการปฏิรูปการเมืองในส่วนของการเลือกตั้งและการแก้ไขปัญหา
การซื้อสิทธิขายเสียง จึงมีความคาดหวังกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง และสำนักงานคณะกรรมการ
การเลือกตั้งสูง เมื่อคณะกรรมการการเลือกตั้งใช้อำนาจวินิจฉัยแล้วและเป็นที่สุด ให้เปิดเผยผล
การวินิจฉยั
19. สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งต้องเสนอคำขอตั้งงบประมาณผ่านสำนักงบประมาณ ซึ่งเป็น
ตัวแทนฝา่ ยบรหิ าร ทำใหข้ าดความเปน็ อสิ ระอยา่ งแท้จริง
20. สื่อมวลชนบางแห่งไม่เป็นกลาง (เลือกข้าง) สร้างกระแสบิดเบือนจากสิ่งที่สำนักงานคณะกรรมการ
การเลอื กตงั้ ใหข้ า่ วสาร
21. กฎหมายเกี่ยวกับวินัยการเงินการคลังมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมาก และสำนักงานคณะกรรมการ
การเลือกตัง้ ยังปรบั ตวั ไม่ทนั
22. การดำเนินงานของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ต้องอาศัยเครือ ข่ายความร่วมมือ
แตเ่ ครอื ข่ายบางแหง่ ไม่เตม็ ใจ
23. กฎหมายไม่เอื้อต่อการส่งเสริมให้องค์การภาคเอกชนเข้ามาตรวจสอบและสนับสนุนกระบวนการ
เลอื กต้งั
4.2 การกำหนดวัตถปุ ระสงค์
ความเสี่ยงจะกำหนดวัตถุประสงค์ (Objective setting) ตามภารกิจหลักของสำนักงานคณะกรรมการ

การเลือกต้ัง เปา้ หมายตามแผนยุทธศาสตร์และแผนปฏิบตั งิ าน โดยให้สอดคล้องกับงบประมาณรายจ่ายในแต่ละปี
ของ กกต. เพอ่ื ใหท้ ราบขอบเขตการดำเนนิ งานในแตล่ ะระดับ และสามารถวิเคราะห์ความเส่ียงที่คาดว่าจะเกิดข้ึน
ได้อยา่ งครบถว้ น ในการบรหิ ารจดั การความเส่ียงของหน่วยงาน/ องคก์ รใหบ้ รรลเุ ปา้ หมายในภาพรวม การกำหนด
วัตถปุ ระสงค์ทีด่ ี

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตัง้ หน้า 51

คมู่ ือการบรหิ ารจดั การความเสี่ยง สำนักงานคณะกรรมการการเลอื กตงั้ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565

ในการกำหนดวัตถุประสงค์ ควรกำหนดใหค้ รอบคลมุ แตล่ ะประเภทของวัตถุประสงค์ ดังตอ่ ไปน้ี
1) วัตถุประสงค์ด้านกลยุทธ์ (Strategic Objectives) เป็นวัตถุประสงค์ในระดับสูง ซึ่งเชื่อมโยงและ
สนบั สนนุ ภารกิจของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง โดยองค์กรกำหนดวตั ถปุ ระสงคด์ า้ นกลยุทธ์เพอ่ื แสวงหา
ทางเลอื กหรอื วิธีการสร้างมูลค่าเพ่ิมให้แก่ผ้มู ีสว่ นได้เสีย
2) วัตถุประสงค์ด้านการดำเนินงาน (Operations Objectives) เป็นวัตถุประสงค์ในระดับของ
การปฏิบตั งิ านท่มี งุ่ เน้นการใช้ทรพั ยากรอย่างมีประสิทธภิ าพและประสิทธิผล
3) วัตถุประสงคด์ ้านการเงิน (Financial Objectives) เปน็ วตั ถปุ ระสงคท์ ่ีเกี่ยวข้องกบั การบรหิ ารการเงิน
ขององค์กรในทุกด้าน ได้แก่ ประสิทธิภาพในการเบิกจ่ายงบลงทุน ประสิทธิภาพในการบริหารค่าใช้จ่าย
ความน่าเชื่อถือและความทันเวลาของการรายงานข้อมูลทางการเงินและข้อมูลที่ไม่ใช่ทางการเงิน ทั้งภายในและ
ภายนอกองคก์ ร
4) วัตถุประสงค์ด้านกฎหมาย กฎระเบียบ (Compliance Objectives) เป็นวัตถุประสงค์ที่มุ่งเน้น
เกี่ยวกับการปฏิบัติตามกฎหมายและกฎระเบียบต่าง ๆ การปฏิบัติตามกฎระเบียบเกี่ยวข้องความสอดคล้องของ
วตั ถุประสงค์

วิสัยทศั น์เปน็ จดุ เริ่มตน้ ในการกำหนดทิศทางขององค์กร ผู้บริหารระดับสูงจะทำการกำหนดวัตถุประสงค์
ระดับองค์กรขึ้นในการจัดทำแผนประจำปี แต่ละหน่วยงานดำเนินการกำหนดวัตถุประสงค์ของหน่วยงานให้
สอดคลอ้ งกับวัตถุประสงค์ท่ีองค์กรได้กำหนดไว้ และการกำหนดวตั ถุประสงค์ของกระบวนการและโครงการต่างๆ
ต้องคำนงึ ถงึ ความสอดคลอ้ งกับวัตถุประสงคข์ องหนว่ ยงานและระดับองคก์ ร

วัตถุประสงค์อาจเกี่ยวข้องกับองค์กรในหลายๆ ด้าน รวมไปถึง ทรัพยากร เทคโนโลยีสารสนเทศ
ผลการดำเนินการ ด้านการปฏิบตั กิ าร เปน็ ต้น

แผนภาพท่ี 6 หลักการกำหนดวัตถุประสงค์

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตัง้ หน้า 52

คูม่ ือการบรหิ ารจดั การความเสย่ี ง สำนักงานคณะกรรมการการเลอื กต้งั ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2565

โดยสำนักงานคณะกรรมการการเลอื กต้งั มี
▪ วสิ ยั ทศั น์ระยะปานกลาง 5 ปี (ระยะปี 2561 - 2565) คอื
สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งเป็นที่ยอมรับของประเทศ ในกระบวนการเลือกตั้งอย่างมืออาชีพ
ในระบอบประชาธปิ ไตยอันมพี ระมหากษตั รยิ ์ทรงเปน็ ประมุข
(OECT is nationally recognized professional organization in election process for democracy
under the King’s Head of State.)
▪ วิสยั ทศั น์ระยะยาว 20 ปี (ระยะปี 2561 - 2580) คอื
สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งเป็นที่ยอมรับระดับสากล ในกระบวนการเลือกตั้งอย่างมืออาชีพ
ในระบอบประชาธปิ ไตยอนั มพี ระมหากษตั รยิ ์ทรงเป็นประมุข
(OECT is internationally recognized professional organization in election process for
democracy under the King’s Head of State.)
▪ พันธกจิ (Missions) สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตัง้

สรา้ งความเขม้ แขง็ ของกระบวนการเลือกต้งั เพือ่ ให้ได้คนดมี าปกครองบ้านเมือง
(To strengthen Thailand’s election process by which merit individuals are elected to
hold public office.)
▪ ประเดน็ ยทุ ธศาสตร์ (Strategic Themes)
การดำเนินการตามพันธกิจในสถานการณ์ปัจจุบัน ให้ก้าวหน้าและพัฒนาไปสู่สถานการณ์ที่ต้องการ
ในอนาคต ได้แก่ วิสัยทัศน์ อาศัยแนวทางที่มุ่งเน้นสู่ความสำเร็จตามวิสัยทัศน์ ซึ่งเรียกว่า “ประเด็นยุทธศาสตร”์
(strategic themes) หรือเป็น “แผนที่นำทาง” (roadmap) เพื่อไปสู่เป้าหมายปลายทางที่กำหนดไว้ได้อย่างมี
ประสทิ ธภิ าพ ประเด็นยุทธศาสตร์ โดยประเด็นยุทธศาสตร์ สำนักงานคณะกรรมการการเลอื กต้ัง คือ
ประเด็นยุทธศาสตรท์ ่ี 1: เร่งรัดการบูรณาการ การบรหิ ารการจดั การเลือกตง้ั และการบริการดจิ ิทลั
ประเด็นยุทธศาสตร์ท่ี 2: เสริมความเข้มแข็งของเครือข่ายประชาธิปไตย และส่งเสริมการพัฒนาพรรคการเมือง
ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 3: สร้างเสริมความรู้ พลังศรัทธา และพลั งร่วมวิถีการปกครองในระบอบ
ประชาธิปไตยอนั มพี ระมหากษตั ริยท์ รงเป็นประมขุ
4.3 การระบคุ วามเส่ยี ง
การระบุความเส่ียง คือ การระบุเหตุการณ์ความเสี่ยงหรอื ความไม่แนน่ อนทอ่ี าจเกดิ ขึ้น โดยพิจารณาจาก
ปัจจัยทัง้ ภายในและภายนอกองค์กรท่มี ผี ลกระทบต่อการบรรลุวัตถุประสงค์ขององค์กร
การค้นหาความเสี่ยงและสาเหตุหรือปัจจัยของความเสี่ยงในงาน โครงการ กิจกรรม หรือกระบวนการ
ปฏิบัติงาน เป็นการพิจารณาว่ามีสิ่งใดหรือเหตุการณ์ใดที่อาจจะเป็นอุปสรรคและทำให้การดำเนินงานไม่ประสบ
ความสำเร็จตามวตั ถปุ ระสงคห์ รือเป้าหมาย ท้ังในระดบั องค์กรและระดับกิจกรรมกระบวนการทมี่ ีความสำคัญและ
เป็นงานหลักขององค์กร โดยศึกษาจากข้อมูลสถิติของความเสี่ยงที่เคยเกิดขึ้น การสำรวจในปัจจุบันหรือคาดว่า
อาจจะเกิดขึน้ ในอนาคต จากวธิ ีการดังน้ี
1. การระดมความคิดเห็นของบุคลากรภายในสำนกั งานคณะกรรมการการเลือกตั้ง
2. การสำรวจแบบสอบถามเพ่อื สอบถามความคิดเหน็ ทกุ หน่วยงานในสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตงั้
3. การจดั อบรมบคุ ลากรเก่ยี วกับการบรหิ ารจดั การความเสย่ี งและควบคมุ ภายใน
4. กำหนดจากประเด็นยุทธศาสตร์องค์กร และแผนปฏิบตั กิ ารประจำปี
5. กำหนดจากความเสย่ี งในปีท่ีผา่ นมา

สำนกั งานคณะกรรมการการเลือกตง้ั หน้า 53

คมู่ อื การบรหิ ารจดั การความเส่ียง สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตงั้ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565

6. กำหนดความเสี่ยงโดยคณะกรรมการการเลือกต้งั คณะกรรมการทเี่ กยี่ วขอ้ งหรอื ผู้บรหิ ารองคก์ ร เปน็ ตน้
7. กำหนดจากตัวชี้วดั ทีส่ ำคัญขององคก์ ร
8. กำหนดจากผลการประเมินการควบคมุ ด้วยตนเอง (CSA) ไม่เพยี งพอและไม่มปี ระสทิ ธภิ าพ

แผนภาพท่ี 7 การระบุประเด็นความเส่ียงระดับองค์กรของ กกต.

ประเภทความเสย่ี ง แบง่ ออกเป็น 4 ด้าน ดงั น้ี
1. ความเสี่ยงด้านกลยุทธ์ (Strategic Risk : SR) เป็นความเสี่ยงที่เกิดจากการกำหนดกลยุทธ์ หรือ
นโยบายการบริหารงาน ทำให้องค์กรไมส่ ามารถบรรลกุ ลยทุ ธแ์ ละเพิ่มมูลคา่ ให้องคก์ รได้ เช่น นโยบายไมส่ อดคล้อง
กบั ความตอ้ งการของตลาด โครงสร้างองคก์ รทป่ี รับเปลยี่ นผลงานวิจัยไม่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ เปน็ ตน้
2. ความเสี่ยงด้านการเงิน (Financial Risk : FR) เป็นความเสี่ยงจากการขาดข้อมูลการวิเคราะห์
การวางแผน การควบคุม และการจัดทำรายงานเพื่อนำมาใช้ในการบริหารการเงินได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม
สง่ ผลตอ่ สถานะทางการเงินขององค์กร เช่น แผนการลงทุนไม่มีความชัดเจนเพยี งพอ ที่จะนำไปใช้ในการวิเคราะห์
เพื่อคาดการณ์ดา้ นการเงนิ ไดส้ ภาพคล่องทางการเงิน อตั ราแลกเปลย่ี น ดอกเบี้ย ไม่มีแหล่งรายได้ใหม่ เปน็ ตน้
3. ความเสี่ยงด้านการดำเนินงาน (Operation Risk : OR) เป็นความเสี่ยงที่เกิดจากการปฏิบัติงานปกติ
ในทุกๆ ขั้นตอนโดยเกี่ยวข้องกับกระบวนการในการปฏิบัติงาน อุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศ บุคลากร ซึ่งส่งผล
ต่อประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการดำเนินธุรกจิ ขององค์กร เช่น โครงการล่าชา้ ขาดอปุ กรณ์หรือเคร่ืองมือท่ีมี
ประสิทธิภาพ ขาดการติดตามการบรหิ ารสญั ญา บุคลากรขาดแรงจงู ใจในการปฏิบตั ิงาน เป็นตน้
4. ความเสี่ยงด้านกฎหมายและข้อกำหนดผูกพันองค์กร (Compliance Risk : CR) เป็นความเสี่ยง
ที่เกิดจากการไมป่ ฏบิ ัติตามกฎหมาย ระเบยี บ ขอ้ บงั คบั หรอื มาตรฐานทีเ่ กีย่ วขอ้ งกับการดำเนนิ งานได้ กฎระเบียบ
หรอื กฎหมายทม่ี ีอยู่ไม่เหมาะสมเป็นอปุ สรรคต่อการปฏิบัติงาน นโยบายและวิธีการปฏิบัตงิ านที่องค์กรกำหนดข้ึน
ไมส่ ามารถปฏบิ ตั ิได้ เชน่ ความสับสนในการเลือกกฎระเบยี บ หรือกฎหมายท่ีจะบงั คับใช้

สำนกั งานคณะกรรมการการเลอื กต้ัง หน้า 54

คูม่ อื การบรหิ ารจดั การความเสี่ยง สำนักงานคณะก

แบบฟอร์มการระบุประเด็นความเสย่ี งและ

1 สายงาน ………………………………………………
23 4 5

ประเภท

ลำดบั ประเด็นความเสี่ยง ความ ทีม่ าในการระบปุ

เสย่ี ง

ตัวอยา่ ง 1. ความ ิคดเ ็หน
บุคลากร

2.แบบสอบถาม
3. จากการอบรม

บุคลากร
4.แผน
ยุทธศาสตร์และ
แผน ี่ทเกี่ยวข้อง

1 ความเสีย่ งจากไมส่ ามารถ S √√ √ √
กำหนดกลไกทสี่ ำคญั ในการ F √
ขับเคลอื่ นยทุ ธศาสตร์ได้

2 ความเสี่ยงในการเบิกจา่ ย
งบประมาณไมไ่ ดต้ ามเป้าหมาย

ขั้นตอน

1 ระบุสายงานทีร่ ับผดิ ชอบและปงี บประมาณ
2 ระบลุ ำดบั ของประเดน็ ความเสยี่ ง
3 ระบปุ ระเด็นความเสี่ยงท่ีเคยเกิดขนึ้ หรอื คาดว่าจะเกิดข้นึ
4 ระบุประเภทของประเด็นความเสี่ยง (S, F, O, C)
5 ระบุท่ีมาในการระบุประเด็นความเสย่ี ง โดยใส่เครื่องหมาย √ ในแต่ละช

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกต้ัง

กรรมการการเลือกต้งั ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565

ะประเมินประสิทธิผลความเพียงพอของการควบคุม

……….…… ปงี บประมาณ ……………………………………..

ประเดน็ ความเสยี่ ง ประสทิ ธิผลความเพยี งพอของการ ความเสี่ยงท่ี
ควบคุม เหลอื อยู่

5. ความเส่ียงใน ผล มาตรการ การ (Residual Risk)
ปี ่ีท ่ผานมา ดำเนนิ งาน ควบคมุ รายงาน หลังประเมนิ
6.นโยบาย เทียบกบั ภายในทมี่ ี และ ความเพยี งพอ
เปา้ หมาย ติดตาม ของการควบคมุ
คณะกรรมการ อยู่ [(เพยี งพอ (√)/
กตต. ผล ไมเ่ พยี งพอ (X)]

7. ตัวช้ีวัดสำคัญ
8. CSA
9. ่ือน ๆ

√ √√

ช่อง (ตอบได้มากกว่า 1 แหล่งท่ีมา)

หนา้ 55

คู่มอื การบรหิ ารจดั การความเสี่ยง สำนักงานคณะกรรมการการเลือกต้งั ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2565

ตวั อยา่ งการระบุความเสย่ี งจากแผนยทุ ธศาสตรส์ ำนักงานคณะกรรมการการเลอื กต้งั 20 ปี (พ.ศ. 2561-2580)
พบวา่ ความเสีย่ งของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง สามารถวิเคราะห์ความเส่ียงโดยตามยุทธศาสตร์องค์กร ดงั น้ี

1.1) ความเสี่ยงในประเด็นยุทธ์ศาสตร์ที่ 1 เร่งรัดการบูรณาการ การบริหารจัดการเลือกตั้ง และ
การบริการดจิ ทิ ัล ประกอบดว้ ย

1.1.1) ความเสี่ยงจากกระบวนการเลอื กตง้ั ไม่เปน็ ไปตามข้อกำหนด
1.1.2) ความเสี่ยงจากกระบวนการเลือกต้ังไมม่ ีความนา่ เช่ือถือ
1.1.3) ความเสย่ี งจากกระบวนการการเลือกตง้ั ไม่ได้รับการยอมรบั
1.1.4) ความเสี่ยงจากกระบวนการเลือกตัง้ ไมส่ จุ รติ และเทีย่ งธรรม
1.1.5) ความเส่ียงจากกระบวนการเลอื กตั้งไม่มคี ุณภาพ
1.1.6) ความเสีย่ งจากการบริหารจัดการองค์กรไม่มธี รรมาภบิ าล
1.1.7) ความเส่ียงจากกระบวนงานไมม่ ีประสทิ ธิภาพ (สะดวกและรวดเร็ว)
1.1.8) ความเส่ียงจากกระบวนงานไมม่ คี วามเสมอภาคและเป็นธรรม
1.1.9) ความเส่ียงจากบคุ ลากรขาดจิตสำนึก คุณธรรม จรยิ ธรรม และความรบั ผิดชอบในการปฏิบัตงิ าน
1.1.10) ความเสี่ยงจากการไม่สามารถปรับเปลี่ยนองค์กรสู่ระบบการบริหารจัดการด้วยระบบดิจิทัลทั้ง
องคก์ รได้ (Digital transformation)
1.1.11) ความเส่ียงจากไมส่ ามารถกำหนดกลไกท่ีสำคัญในการขบั เคลื่อนยุทธศาสตร์ได้
1.1.12) ความเสย่ี งจากเจ้าหนา้ ที่หนว่ ยเลอื กต้งั ไม่ปฏบิ ตั ิตามข้อกำหนดการเลือกต้ัง
1.1.13) ความเสี่ยงจากเจ้าหน้าที่ กกต. ไม่ปฏิบัติตามมาตรการต่าง ๆ ตามที่ กกต. กำหนด จากกรณี
การแพรร่ ะบาดเชอื้ COVID-19
1.2) ความเสี่ยงในประเด็นยุทธ์ศาสตร์ที่ 2 เสริมความเข้มแข็งของเครือข่ายประชาธิปไตย และ
สง่ เสรมิ การพฒั นาพรรคการเมือง ประกอบด้วย
1.2.1) ความเสี่ยงจากเครอื ขา่ ยความรว่ มมือทางการเมืองไม่เปน็ ไปตามเป้าหมาย
1.2.2) ความเสี่ยงจากเครือข่ายขาดความมีส่วนร่วมกับ กกต.
1.2.3) ความเสย่ี งจากเครือขา่ ยขาดความพึงพอใจในการทำงานกบั กกต.
1.2.4) ความเสี่ยงจากกาสร้างความร่วมมือและการมีส่วนร่วมทางการเมือง ท้ังไทยและต่างประเทศไม่ได้ตาม
เป้าหมาย
1.2.5) ความเสีย่ งจากการขาดสมรรถนะและขดี ความสามารถของกกต. ในการสง่ เสริมและการมสี ว่ นรว่ มทางการเมอื ง
1.2.6) ความเส่ยี งจากการประชาสมั พันธ์ของ กกต. ไม่มปี ระสิทธผิ ล
1.2.7) ความเสี่ยงจากการไมส่ ามารถบรหิ ารขอ้ ร้องเรยี น
1.3) ความเสยี่ งในประเด็นยุทธ์ศาสตร์ท่ี 3 สรา้ งเสริมความรู้ พลังศรทั ธา และพลังร่วมวิถีการปกครอง
ในระบอบประชาธปิ ไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ประกอบด้วย
1.3.1) ความเสยี่ งจากประชาชนขาดความเชือ่ มัน่ และศรทั ธาในการปกครองระบอบประชาธปิ ไตย
1.3.2) ความเส่ียงจากประสทิ ธผิ ล ความรูพ้ ลเมอื งศกึ ษาของกลุ่มเปา้ หมายตำ่
1.3.3) ความเสย่ี งจากกระบวนการสรา้ งและถ่ายทอดความรู้ไม่ไดม้ าตรฐาน
1.3.4) ความเสี่ยงจากกระบวนการสร้างและถ่ายทอดความรูไ้ ม่ได้รบั การยอมรับจากทกุ ภาคส่วน
1.3.5) ความเสยี่ งจากบุคลากร กกต. ไมส่ ามารถเป็นผนู้ ำพลกิ โฉมการเมืองไทยอย่างชาญฉลาด

สำนกั งานคณะกรรมการการเลอื กตั้ง หนา้ 56

คมู่ อื การบรหิ ารจดั การความเสี่ยง สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตง้ั ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565

1.3.6) ความเสย่ี งจากการแต่งตง้ั และการสืบทอดตำแหนง่ งานไม่ได้ตามเปา้ หมาย
ในปีงบประมาณ 2564 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งมีการระบุความเสี่ยง จำนวน 12 ความเสี่ยง
ดงั น้ี
1. ความเสยี่ งดา้ นกลยุทธ์ (Strategic Risks : SR) ประกอบด้วย

1.1 ความเส่ียงจากผูม้ ีสิทธเิ ลือกต้งั มาใชส้ ิทธไิ ด้ถูกต้องไมเ่ ป็นไปตามเปา้ หมาย (SR1)
1.2 จำนวนเครอื ขา่ ยท่ีมีส่วนรว่ มไมไ่ ดต้ ามเป้าหมาย (SR2)
1.3 ความเส่ยี งจากการไมส่ ามารถกำหนดโครงการทีส่ ำคัญต่อการขบั เคลือ่ นยุทธศาสตร์ กกต.ได้ (SR3)
1.4 ความเสี่ยงจากการไม่สามารถปรับเปลี่ยนองค์กรสู่ระบบการบริหารจัดการด้วยดิจิทัล (Digital
transformation) (SR4)
2. ความเสีย่ งด้านการเงิน (Financial Risks : FR) ประกอบดว้ ย
2.1 ความเสี่ยงในการเบกิ จ่ายงบประมาณปี 2564 ไม่ได้ตามเปา้ หมาย (FR1)
2.2 ความเสี่ยงในการบริหารเงินนอกงบประมาณของ สนง. กกต. ไมม่ ีประสิทธภิ าพ (FR2)
3. ความเส่ยี งดา้ นการดำเนนิ งาน (Operational Risks : OR) ประกอบดว้ ย
3.1 ความเสยี่ งจากการสืบสวนไตส่ วนการเลอื กตงั้ ไม่มีประสิทธิผล (OR1)
3.2 ความเสี่ยงจากการติดตามการดำเนินงานทีส่ ำคัญไม่ไดต้ ามกำหนด (OR2)
3.3 ความเสย่ี งจากการบรรจุ แต่งตั้งและสบื ทอดตำแหนง่ งานไม่เป็นไปตามเปา้ หมาย (OR3)
3.4 ความเส่ียงจากการประชาสัมพนั ธไ์ ม่มปี ระสทิ ธผิ ล (OR4)
4. ความเสี่ยงดา้ นกฎหมายและข้อกำหนดผกู พันองค์กร (Compliance Risks : CR) ประกอบดว้ ย
4.1 ความเสีย่ งจากเจ้าหนา้ ท่หี นว่ ยเลอื กต้ังไมป่ ฏบิ ตั ิตามข้อกำหนด (CR1)
4.2 ความเสี่ยงจากเจ้าหน้าที่ กกต. ไม่ปฏิบัติตามมาตรการต่างๆ ที่ กกต. กำหนด จากกรณี
การแพรร่ ะบาด COVID-19 (CR2)

แผนภาพท่ี 8 ประเด็นความเสี่ยง กกต. ประจำปี 2564 หนา้ 57

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตัง้

คมู่ อื การบรหิ ารจดั การความเสย่ี ง สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตง้ั ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565

4.4 การประเมินความเสี่ยง
การประเมินความเสี่ยงควรพิจารณาถึงความไม่แน่นอนของเหตุการณ์หรือเงื่อนไขต่างๆ ใน 2 ปัจจัย

ดงั ตอ่ ไปน้ี
1. โอกาส (Likelihood) ที่จะเกิดความเส่ยี ง
การประเมินโอกาสเกิดของความเสีย่ ง โดยทั่วไปการหาข้อมูลมาทำการสนับสนุนการประมาณการที่

ถูกต้องเป็นไปได้ยาก ในกรณีที่สามารถหาข้อมูลที่เกี่ยวกับเหตุการณ์ความล้มเหลวหรือความถี่ที่เกิดขึ้นในอดีต
ตอ้ งมคี วามมั่นใจในฐานข้อมูลดังกลา่ ววา่ สามารถบง่ ชถี้ ึงความเป็นไปได้ของเหตุการณใ์ นอนาคตได้

2. ผลกระทบ (Impact) ของความเส่ยี ง
การประเมินความเสี่ยงควรพิจารณาถึงผลกระทบทั้งทางด้านการเงิน และที่ไม่ใช่ทางด้านการเงิน

ตัวอย่างเช่น ผลกระทบสามารถวัดได้ในเชิงของการสูญเสียทางการเงินทั้งทางตรงและทางอ้อม การวัดผล
การดำเนินงานที่ไม่ใช่ทางการเงิน ตัวอย่างเช่น ความพึงพอใจของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย สภาพแวดล้อมและสังคม
เป็นตน้

หลังจากได้ระบุความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นแล้วในขั้นตอนที่ 3 ขั้นตอนต่อไป คือการประเมินความเสี่ยง
ซึ่งเป็นการคาดคะเนโอกาสและผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากความเสี่ยงนั้น ๆ และประเมินว่าความเสี่ยงที่จะเกิด ขึ้น
นั้นมีความรุนแรงอยู่ในระดับใด เพื่อจะได้นำมาจัดลำดับความสำคัญโดยในการประเมินความเสี่ยงจะทำ
การประเมินระดับความเสี่ยงก่อนการบริหารจัดการความเสี่ยง (Inherent Risk) และประเมินระดับความเสี่ยง
ที่เปลี่ยนแปลงหลังการควบคุม/การบริหารจัดการที่มีอยู่ (Residual Risk) ซึ่งหากความเสี่ยงยังคงสูงกว่าระดับ
ทย่ี อมรับได้

แผนภาพที่ 9 ความสัมพนั ธข์ องความเสี่ยง การควบคมุ และความเส่ยี งที่เหลืออยู่

สำนกั งานคณะกรรมการการเลือกตัง้ หนา้ 58

คมู่ อื การบรหิ ารจดั การความเสยี่ ง สำนักงานคณะกรรมการการเลอื กตัง้ ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2565

แผนภาพท่ี 10 ขน้ั ตอนการประเมินความเส่ียง

การประเมินความเสี่ยงจะพิจารณาจากองค์ประกอบ 2 ประการ ได้แก่ โอกาสที่จะเกิดความเสี่ยง
(Likelihood) และผลกระทบ (Impact) การนำเอาองคป์ ระกอบท้ังสองมาพจิ ารณารว่ มกันจะทำใหท้ ราบถึงระดับ
ความเสี่ยง (Level of Risk) ซ่งึ เป็นตัวชว้ี ดั ความสำคัญของความเส่ียงนั้น แสดงถึงระดบั ความสำคัญในการบริหาร
ความเสี่ยง โดยค่าระดับความเสี่ยงได้จากการนำโอกาสที่จะเกิดความเสี่ยงและผลกระทบของความเสี่ยงมา
พจิ ารณาร่วมกัน ดงั นี้

สำนกั งานคณะกรรมการการเลือกต้ัง หน้า 59

ค่มู อื การบรหิ ารจดั การความเส่ียง สำนักงานคณะกรรมการการเลือกต้ัง ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2565

ระดบั ความเสี่ยง (R) = ระดับโอกาสที่จะเกดิ ความเส่ยี ง (L) × ระดบั ผลกระทบทเี่ กดิ ข้นึ (I)

ตารางการประเมนิ ระดบั คะแนนความเส่ียง (Risk Assessment Matrix)
ความเป็นไปได้

Risk Assessment Matrix ตำ่ มาก/ ต่ำ / ปานกลาง สูง / สงู มาก /
นอ้ ยมาก นอ้ ย บอ่ ย บอ่ ยมาก

1 234 5

สูงมาก / หายนะ 5 5 10 15 20 25 (5×5)
(5×1) (5×2) (5×3) (5×4)
ผลกระทบ / ความรุนแรง สงู / วกิ ฤติ 4 20 (4×5)
4 8 12 16
ปานกลาง 3 (4×1) (4×2) (4×3) (4×4) 15 (3×5)

ตำ่ / นอ้ ย 2 3 6 9 12 10 (2×5)
(3×1) (3×2) (3×3) (3×4) 5
ไมเ่ ปน็ สาระสำคัญ / 1
นอ้ ยมาก 2 468 (1×5)
(2×1) (2×2) (2×3) (2×4)

1 234
(1×1) (1×2) (1×3) (1×4)

ระดบั ของความเส่ียง

จาก Risk Assessment Matrix นำรายการความเสี่ยงของแต่ละระดับความเสี่ยงที่ได้จัดเรียงลำดับ
ไว้ (Risk Ranking) มาวิเคราะห์เปรียบเทียบกับเกณฑ์ความสามารถในการยอมรับความเสี่ยง (Criteria for
Acceptability Risk)

การกำหนดมาตรการตอบสนองต่อความเส่ียงจะเป็นการกำหนดวิธีการจัดการความเสี่ยงท่ีเกิดข้ึนให้
ลดลง โดยนำระดับความเสี่ยงมากำหนดลงในแผนผังเมทริกซ์แสดงระดับความเสี่ยง (Risk Matrix) ซึ่งแบ่งระดับ
ของความเส่ยี ง

สำนักงานคณะกรรมการการเลอื กตั้ง หนา้ 60

คมู่ อื การบรหิ ารจดั การความเส่ียง สำนักงานคณะกรรมการการเลือกต้ัง ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2565

▪ เกณฑค์ วามสามารถในการยอมรับความเสี่ยง

ระดบั ความเสี่ยง ระดบั ความหมาย
คะแนน

สูงมาก (VH) Intolerable or Immediate Attention Require/High Risk
(สแี ดง) 16-25 ▪ ระดับที่ไมส่ ามารถยอมรับไดจ้ ำเปน็ ตอ้ งเร่งจัดการความเสี่ยง

ให้อย่ใู นระดบั ท่ียอมรบั ไดท้ ันที

Intolerable or Attention Required/High Risk
สูง (H) ▪ ระดบั ท่ีไม่สามารถยอมรบั ได้
(สเี ทา) 10-15 ▪ โดยต้องจัดการความเส่ียงเพ่ือใหอ้ ย่ใู นระดบั ทีย่ อมรับได้

ตอ่ ไป

ปานกลาง (M) Tolerable but caution or Management
(สเี หลอื ง) Discretion/Medium Risk
5-9 ▪ ระดับท่ีพอยอมรับได้ แต่ต้องมีการควบคุมเพื่อป้องกันไม่ให้

ความเส่ียงเคล่ือนยา้ ยไปยงั ระดบั ท่ยี อมรับไม่ได้

ตำ่ (L) Acceptable or limited Focus
(สีเขยี ว) 1-4 ▪ ระดับท่ยี อมรับได้ โดยไม่ต้องควบคมุ ความเสย่ี งไม่ตอ้ งมี

การจัดการเพิม่ เติม

** ระดับความเสี่ยงปานกลาง การควบคุมความเสี่ยงต้องมีการติดตามผลและประเมินผลต่อความเสี่ยง
ที่เกิดขึ้นจริงอย่างมีประสิทธิภาพ/ประสิทธิผล และมีผู้รับผิดชอบโดยตรง เช่น มีแผนปฏิบัติ คู่มือปฏิบัติ

มกี ารมอบหมายท่ชี ัดเจนฯ

▪ ความเสยี่ งที่อยูใ่ นโซนสีแดง (โอกาส X ผลกระทบ ระดบั คะแนนความเสี่ยงท่ีอยู่ระหว่าง 16-25 คะแนน)
จะต้องมีการกำหนดมาตรการในการจัดการความเสี่ยงเพิ่มเติมโดยทันที โดยใช้กลยุทธ์การลด/ควบคุม

ความเสี่ยง (Treat) กระจาย/โอนความเสี่ยง (Transfer) หรือหลีกเลี่ยงความเสี่ยง (Terminate) พร้อม
กำหนดผู้รบั ผิดชอบและกรอบระยะเวลาทช่ี ัดเจน
▪ ความเสี่ยงที่อยู่ในโซนสเี ทา (โอกาส X ผลกระทบ ระดับคะแนนความเส่ียงทีอ่ ยู่ระหว่าง 10-15 คะแนน)
เป็นความเสี่ยงทีอ่ ยู่ในระดับที่ไม่สามารถยอมรับไดโ้ ดยต้องจดั การความเส่ียงเพื่ออยู่ในระดับทีย่ อมรับได้

โดยใช้กลยุทธ์การลด/ควบคุมความเสี่ยง (Treat) กระจาย/โอนความเสี่ยง (Transfer) หรือหลีกเลี่ยง
ความเสี่ยง (Terminate) พร้อมกำหนดผู้รับผิดชอบและกรอบระยะเวลาที่ชัดเจน โดยระดับความสำคัญ
ในการดำเนินงานให้นอ้ ยกวา่ โซนสีแดง
▪ ความเสี่ยงที่อยูใ่ นโซนสีเหลือง (โอกาส X ผลกระทบ ระดับคะแนนความเสี่ยงท่ีอยู่ระหว่าง 5-9 คะแนน)
เป็นความเสี่ยงที่อยู่ในระดับพอยอมรับได้ แต่ต้องมีการควบคุม โดยกำหนดผู้รับผิดชอบและกรอบ

ระยะเวลาที่ชัดเจน ทั้งนี้ต้องมีการปฏิบัติตามรับการควบคุมภายใน อย่างเคร่งครัด เพื่อไม่ให้ความเสี่ยง

เคล่อื นยา้ ยไปยงั ระดบั ที่รบั ไมไ่ ด้
▪ ความเสี่ยงที่อยู่ในโซนสีเขียว (โอกาส X ผลกระทบ ระดับคะแนนความเสี่ยงที่อยู่ระหว่าง 1-4 คะแนน)

เป็นความเสี่ยงที่อยู่ในระดับที่ยอมรับได้ ไม่จำเป็นต้องมีมาตรการจัดการเพิ่มเติมใดๆ กับความเสี่ยงท่ี

เกิดขนึ้ ในทางกลบั กนั อาจมกี ารทบทวนระบบควบคมุ ภายในใหม่เพื่อผอ่ นคลายการควบคุมได้ระดบั หนึ่ง

สำนกั งานคณะกรรมการการเลือกตงั้ หน้า 61

คู่มอื การบรหิ ารจดั การความเสีย่ ง สำนักงานคณะกรรมการการเลือกต้งั ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2565

▪ การกำหนดขอบเขตของระดับความเส่ียง (Risk Boundary)
หมายถึง ขอบเขตของคะแนนระดบั ความเส่ยี งท่ีองค์กรยอมรับได้ คอื ระดับคะแนนตง้ั แต่ 1-9 กบั ความเส่ยี ง

ทมี่ ีระดับคะแนน 10-25 คะแนนระดับความรนุ แรง Impact × Likelihood) ดงั แผนภาพที่ 10

Risk Boundary

Impact

Likelihood

แผนภาพที่ 11 ขอบเขตของระดับความเสี่ยงท่ีองค์กรยอมรบั ได้ (Risk Boundary)

การวิเคราะห์ระดับความเสี่ยง ความเสี่ยงที่ยอมรับได้ (Risk Appetite) และช่วงของความเบี่ยงเบนของ
ความเสย่ี งทีย่ อมรับได้ (Risk Tolerance)

การกำหนดความเส่ยี งทยี่ อมรับได้ถอื เป็นส่วนหน่งึ ในการกำหนดกลยุทธก์ ารดำเนนิ งานขององคก์ รโดยรวม
เนื่องจากการดำเนินงานต่าง ๆ ขององค์กรมีความเสี่ยงเป็นอุปสรรคที่จะทำให้ไม่บรรลุเป้าหมายที่ได้กำหนดไว้
หากมีความเสี่ยงที่เกิดขึ้นในระดับหนึ่งโดยองค์กรยังสามารถดำเนินงานให้บรรลุเป้าหมายที่กำหนดได้ ระดับ
ความเสี่ยงทเี่ กดิ ขนึ้ น้นั เรียกว่า ระดับความเสี่ยงท่ยี อมรับได้ (Risk Appetite)

▪ ความเส่ยี งท่ยี อมรับได้ (Risk Appetite)
หมายถงึ คา่ ความเสี่ยงโดยรวมท่ีองค์กรยอมรับเพื่อให้องค์กรบรรลุเป้าหมาย ซ่งึ ความเส่ียงทีอ่ งค์กรยอมรับได้

จะระบุเป็นเป้าหมายค่าเดียวหรือระบุเป็นช่วงก็ได้ ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของแต่ละปัจจัยเสี่ยง เป็นระดับของ
ความเสี่ยงที่คณะกรรมการหรือผู้บริหารยอมรับได้ในการดำเนินการ เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์หรือนโยบายของ
องค์กร โดยคณะกรรมการหรือผู้บริหารควรกำหนดยุทธศาสตร์ขององค์กรที่สอดคล้องกับความเสี่ยงที่ยอมรับได้
หรอื ความเส่ยี งที่องค์กรยอมรับได้ เป็นระดบั ความเส่ยี งทย่ี อมรับไดเ้ พ่ือสร้างมูลค่า (Value) ให้กับองค์กรวัดระดับ
เป็นสูง กลาง ต่ำ หรอื อาจวดั เป็นเชิงปริมาณ

การหา Risk Appetite ของแต่ละความเสี่ยงสามารถหาได้เมื่อทราบถึงปริมาณความเสี่ยงที่เกิดขึ้นแล้ว
ว่าความเสี่ยงอยู่ในระดับสูงหรือสูงมาก จำเป็นต้องลดความเสี่ยงนั้น กกต. พิจารณาว่าจะลดความเสี่ยงนั้นให้ต่ำ
ที่สุดในระดับใดที่องค์กรสามารถยอมรับให้มีความเสี่ยงอยูใ่ นการดำเนินงานของ กกต. ในกรณีที่ไม่สามารถกำจัด
ความเสยี่ งนนั้ ได้ กลา่ วโดยสรปุ คือ Risk Appetite คอื ระดบั ความเส่ียงทม่ี อี ยู่ของ กกต. ที่ยอมให้เกิดข้ึนแต่จะต้อง
ไม่ทำให้เปา้ หมายหรอื วตั ถปุ ระสงคข์ องการดำเนินขององค์กรได้รับความเสียหายหรือไมบ่ รรลุวัตถุประสงค์

สำนกั งานคณะกรรมการการเลอื กต้ัง หน้า 62

คู่มอื การบรหิ ารจดั การความเสยี่ ง สำนักงานคณะกรรมการการเลอื กต้งั ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2565

แผนภาพที่ 12 ตำแหน่งความเสีย่ งทย่ี อมรับได้ (Risk Appetite)

▪ ชว่ งของความเบี่ยงเบนของความเสี่ยงท่ียอมรบั ได้ (Risk Tolerance)
หมายถึง ช่วงของความเบี่ยงเบนของความเสี่ยงที่ยอมรับได้ เป็นระดับของความเบี่ยงเบนของผลลัพธ์

ออกจากเป้าหมายของวัตถุประสงค์ การดำเนินงานที่อยู่ภายในระดับของความเสี่ยงที่ยอมรับได้ จะช่วยเป็น
หลักประกันให้แก่ฝ่ายบริหารได้ว่า มีความเป็นไปได้สูงที่องค์กรจะสามารถดำเนินการ และบรรลุวัตถุประสงค์ได้
ซึ่งส่วนมากจะอยใู่ นระดบั สูงกว่า Risk Appetite

Risk Tolerance เป็นเครื่องมือในการกำกับผลดำเนินงานในมุมมองของการบรรลุผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์
ภายใต้ความเสี่ยงที่ทำให้เกิดค่าเบี่ยงเบนของผลดำเนินงานจริงให้ต่ำกว่าค่าเป้าหมายในเกณฑ์ที่กิจการยังพอ
ยอมรบั ได้

แผนภาพที่ 13 ตำแหน่งช่วงของความเบี่ยงเบนของความเสี่ยงท่ยี อมรับได้
(Risk Tolerance)

สำนกั งานคณะกรรมการการเลือกตง้ั หน้า 63

ค่มู อื การบรหิ ารจดั การความเส่ียง สำนักงานคณะกรรมการการเลอื กตั้ง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565

▪ ตวั อยา่ งการประเมนิ ความเสี่ยงระดบั องค์กรของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตง้ั

การประเมินความเสี่ยงด้านการเงิน (Financial Risks : FR) เรื่องความเสี่ยงในการเบิกจ่ายงบประมาณ
ประจำปี 2565 ไม่ได้ตามเป้าหมาย (FR1) โดยในปีงบประมาณ 2565 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งได้รับ
การจดั สรรงบประมาณประจำปี 2565

งบประมาณรายจา่ ยประจำปี 2565 จำนวน (บาท)

1. รายจา่ ยประจำ 1,635,074,000 บาท
2. รายจ่ายลงทนุ 72,837,000 บาท
งบประมาณรายจ่ายทัง้ สน้ิ 1,707,911,000 บาท

โดยความเสี่ยงในการเบกิ จา่ ยงบประมาณประจำปี 2565 ไม่ได้ตามเป้าหมาย (FR1) เป็นการวดั ผลการดำเนินงาน
การเบิกจ่ายรายการเฉพาะงบลงทุน และเป็นการบริหารงบลงทุนให้เป็นไปตามเป้าหมายของสำนักงาน

คณะกรรมการการเลือกตั้ง ตามโครงการและกิจกรรม แล้วเสร็จในปีงบประมาณนั้นๆ ในปีงบประมาณ 2565
ซง่ึ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง บรหิ ารงบลงทุนท่ไี ดร้ ับจดั สรรได้ไม่เป็นไปตามเปา้ หมายในปี 2564 ดังน้ัน
สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง จึงให้ความสำคัญของการเบิกจ่ายงบลงทุนและได้ระบุความเสี่ยงจาก

การเบกิ จ่ายงบลงทุนไม่เปน็ ไปตามเปา้ หมาย เป็นหนึง่ ในประเด็นความเสย่ี งระดบั องค์กร

การกำหนดผลกระทบและโอกาสสำหรับความเสี่ยงในการเบิกจ่ายงบประมาณประจำปี 2565 ไม่ได้ตาม
เปา้ หมาย (FR1) คอื
ผลกระทบ (Impact) : หมายถงึ รายจา่ ยท่ีกำหนดให้ใช้จา่ ยเพ่อื การลงทุน ได้แก่ รายจา่ ยในลกั ษณะ
รอ้ ยละการเบิกจา่ ย ค่าครุภัณฑ์ ค่าที่ดินและสิ่งก่อสร้าง ซึ่งเป็นรายจ่ายในการจัดหาทรัพย์สิน

งบลงทุน ภาครัฐ จำนวนเงินที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง เบิกจ่าย

งบประมาณตามภารกจิ ในแตล่ ะเดือน หรือไตรมาส ของปงี บประมาณ 2565
โดยระดับผลกระทบกำหนดจากมาตรการการคลังด้านการใช้จ่ายภาครัฐ

(หนังสือกระทรวงการคลัง ด่วนที่สุดที่ กค 1004/19438 ลงวันที่
5 พฤศจิกายน 2563 หน้า 2 ข้อ 4.1.1 การกำหนดเป้าหมายการใช้จ่าย
งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 อ้างอิงปีงบประมาณ
พ.ศ. 2562) โดยกำหนดใหม้ เี ปา้ หมายการใช้จา่ ยงบประมาณประจำปี 2564
(ยอดสะสม)

ไตรมาสท่ี 1 รายจา่ ยลงทุน รอ้ ยละ 20 ของงบประมาณรายจา่ ยลงทุน
ไตรมาสท่ี 2 รายจา่ ยลงทนุ รอ้ ยละ 45 ของงบประมาณรายจ่ายลงทนุ
ไตรมาสที่ 3 รายจา่ ยลงทุน รอ้ ยละ 65 ของงบประมาณรายจ่ายลงทุน
ไตรมาสที่ 4/รายปี (สะสม) รายจ่ายลงทุน ร้อยละ 100 ของงบประมาณ
รายจา่ ยลงทนุ

โอกาสทจ่ี ะเกิด(Likelihood) : หมายถึง รอ้ ยละของสญั ญาทม่ี กี ารก่อหน้ี
แกนไตรมาส 1-2 เช่น สมมติในปี 2565 กกต. มีรายการลงทุนทั้งสิ้น 50 รายการ คิดเป็น
รอ้ ยละของการก่อหน้ไี ด้แล้ว 100%
เสรจ็ ของงบลงทนุ ปี 2565/ เปน็ ต้น
แกนไตรมาส 3-4
รอ้ ยละของจำนวนงวดงาน หมายถึง ร้อยละของจำนวนงวดงานที่มีการเบิกจ่ายในปี 2565 ซงึ่ กำหนดไว้
ทเ่ี บกิ จ่าย ตามแผนการจดั ซื้อจดั จ้างของ กกต. ปี 2565

สำนกั งานคณะกรรมการการเลอื กต้งั หนา้ 64

คู่มือการบรหิ ารจดั การความเส่ียง สำนักงานคณะกรรมการการเลอื กตงั้ ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2565

▪ ผลกระทบและโอกาส รายปี(สะสม) และไตรมาส 4
แกนตั้ง (Impact) แกนนอน (Likelihood)
: ร้อยละการเบกิ จ่ายงบลงทนุ (%) : รอ้ ยละของจำนวนงวดงานที่เบกิ จ่าย (%)
ระดบั 1 รอ้ ยละ 96-100 ระดับ 1 ร้อยละ 91-100
ระดบั 2 รอ้ ยละ 91-95 ระดบั 2 รอ้ ยละ 81-90
ระดับ 3 รอ้ ยละ 86-90 ระดบั 3 ร้อยละ 71-80
ระดบั 4 รอ้ ยละ 81-85 ระดบั 4 ร้อยละ 61-70
ระดบั 5 น้อยกว่าหรอื เทา่ กับร้อยละ 80 ระดบั 5 นอ้ ยกวา่ หรอื เท่ากับร้อยละ 60

รอ้ ยละการเบกิ จา่ ยงบลงทนุ (%)
(Impact)

≤80
81-85
86-90
91-95 T
96-100 A

100-91 90-81 80-71 70-61 ≤60
รอ้ ยละของจำนวนงวดงานทีเ่ บกิ จ่าย (%)

(Likelihood)

แผนภาพที่ 14 ผลกระทบและโอกาส รายปี (สะสม) และไตรมาส 4

▪ ผลกระทบและโอกาส (รายไตรมาส 1) แกนนอน (Likelihood)
แกนต้งั (Impact) : ร้อยละของการกอ่ หน้ีได้แลว้ เสรจ็ ของงบลงทนุ ปี 2565 (%)
: รอ้ ยละการเบิกจ่ายงบลงทนุ (%)
ระดับ 1 ร้อยละ 49-60
ระดบั 1 มากกวา่ หรือเทา่ กบั รอ้ ยละ 20 ระดับ 2 รอ้ ยละ 37-48
ระดับ 2 รอ้ ยละ 15-19 ระดับ 3 รอ้ ยละ 25-36
ระดับ 3 ร้อยละ 10-14 ระดบั 4 รอ้ ยละ 13-24
ระดับ 4 ร้อยละ 5-9 ระดบั 5 นอ้ ยกวา่ หรือเท่ากับร้อยละ 12
ระดบั 5 น้อยกว่าหรือเท่ากบั ร้อยละ 4

สำนกั งานคณะกรรมการการเลือกตง้ั หน้า 65

คู่มอื การบรหิ ารจดั การความเสย่ี ง สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2565

รอ้ ยละการเบกิ จ่ายงบลงทนุ (%)
(Impact)

≤4

5-9

10-14
15-19 T

≥20 A

60-49 48-37 36-25 24-13 ≤12

ร้อยละของการก่อหนไ้ี ด้แล้วเสรจ็ ของงบลงทุนปี 2565 (%)
(Likelihood)
แผนภาพที่ 15 ผลกระทบและโอกาส ไตรมาส 1
▪ ผลกระทบและโอกาส (รายไตรมาส 2)
แกนต้งั (Impact) แกนนอน (Likelihood)
: ร้อยละการเบกิ จ่ายงบลงทุน (%) : รอ้ ยละของการก่อหน้ีไดแ้ ล้วเสร็จของงบลงทุนปี 2565 (%)
ระดบั 1 ร้อยละ 37-45 ระดับ 1 ร้อยละ 91-100
ระดับ 2 รอ้ ยละ 28-36 ระดบั 2 รอ้ ยละ 81-90

ระดบั 3 รอ้ ยละ 19-27 ระดับ 3 ร้อยละ 71-80
ระดบั 4 รอ้ ยละ 10-18 ระดบั 4 รอ้ ยละ 61-70
ระดับ 5 น้อยกว่าหรอื เท่ากบั ร้อยละ 9 ระดับ 5 นอ้ ยกว่าหรอื เทา่ กับร้อยละ 60

รอ้ ยละการเบิกจา่ ยงบลงทนุ (%)
(Impact)

≤9
10-18

19-27
28-36
37-45 T

A
100-91 90-81 80-71 70-61 ≤60
ร้อยละของการก่อหนี้ได้แล้วเสร็จของงบลงทุนปี 2565 (%)

(Likelihood)
แผนภาพท่ี 16 ผลกระทบและโอกาส ไตรมาส 2

สำนักงานคณะกรรมการการเลอื กตง้ั หน้า 66

คมู่ อื การบรหิ ารจดั การความเสี่ยง สำนักงานคณะกรรมการการเลอื กตง้ั ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2565

ผลกระทบและโอกาส (รายไตรมาส 3)
แกนตง้ั (Impact) แกนนอน (Likelihood)
: รอ้ ยละการเบิกจ่ายงบลงทนุ (%) : รอ้ ยละของจำนวนงวดงานท่ีเบกิ จ่าย (%)
ระดับ 1 รอ้ ยละ 35-65 ระดับ 1 ร้อยละ 49-60
ระดบั 2 ร้อยละ 40-52 ระดบั 2 รอ้ ยละ 37-48

ระดบั 3 รอ้ ยละ 27-39 ระดับ 3 รอ้ ยละ 25-36
ระดบั 4 ร้อยละ 14-26 ระดบั 4 ร้อยละ 13-24
ระดบั 5 น้อยกวา่ หรือเท่ากบั ร้อยละ 13 ระดับ 5 น้อยกวา่ หรือเทา่ กับร้อยละ 12

ร้อยละการเบิกจ่ายงบลงทุน (%)
(Impact)

≤13

14-26

27-39

40-52
35-65 T

A

ร6้อ0ย-4ล9ะขอ4ง8จ-ำ3น7วนง3ว6ด-2งา5นท2่เี บ4-กิ 1จ3่าย (%≤1) 2
(Likelihood)

แผนภาพที่ 17 ผลกระทบและโอกาส ไตรมาส 3

4.5 การตอบสนองตอ่ ความเสีย่ ง
การจัดการความเสี่ยงและการจัดทำแผนบริหารจัดการความเสี่ยงระบุแนวทางที่เหมาะสมใน

การตอบสนองต่อความเสีย่ ง พิจารณาทางเลอื กโดยคำนงึ ถงึ ความเส่ียงทยี่ อมรับได้และต้นทนุ (Cost) กบั ประโยชน์
(Benefit) ทีไ่ ด้รับการเลอื กการตอบสนองตอ่ ความเสย่ี งขน้ึ อยกู่ ับผลการประเมินความเส่ยี งโดยรวมขององค์กร

การจัดการความเส่ียง ในการจัดการความเสีย่ งจะต้องวเิ คราะห์ถงึ สาเหตุของความเสี่ยงในแต่ละประเด็น
เพื่อนำไปสู่การหามาตรการจัดการกับปัจจัยความเสี่ยงให้ตรงจุดโดยการเลือกรายการ ความเสี่ยงจาก
Risk Assessment Matrix ที่มีความสำคัญที่สุดมาดำเนินการก่อน การจัดการความเสี่ยง คือ การดำเนินการเพื่อ
การควบคุมความเส่ยี งให้อยู่ในระดับท่ยี อมรับได้ โดยวิธีแนวทางในการจัดการบริหารความเสีย่ งทฤษฎีการบริหาร
ความเสีย่ ง (4T’Strategies: 4Ts) ได้แก่ Terminate, Transfer, Treat, Take

1) Terminate - การหลีกเลี่ยง/กำจัดความเสี่ยง (Risk Avoidance) ไม่ยอมรับความเสี่ยง
เปน็ การกำจดั ความเสย่ี งออกไปหรอื หลีกเลีย่ งความเสย่ี ง เน่อื งจากมีโอกาสเกิดข้ึนสงู และมผี ลกระทบสงู เช่น

▪ เปล่ยี นวตั ถุประสงค์
▪ หยดุ ดำเนนิ กจิ การ/ระงับ/ยกเลกิ

สำนกั งานคณะกรรมการการเลอื กตัง้ หนา้ 67

คู่มือการบรหิ ารจดั การความเสี่ยง สำนักงานคณะกรรมการการเลอื กตั้ง ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2565

▪ งดข้ันตอนทไ่ี ม่จำเปน็ และจะนำมาซึง่ ความเสยี่ ง
▪ ปรบั เปล่ียนรปู แบบการทำงาน หรอื ลดขอบเขตการดำเนินการ
▪ ไม่ดำเนินการกิจกรรมนั้น ๆ เมื่อวิเคราะห์ความเสี่ยงแล้วอยู่ในระดับไม่ยอมรับความเสี่ยง เช่น
การลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ เป็นต้น
ขอ้ เสีย ของการหลีกเลยี่ งความเส่ยี ง คืออาจสง่ ผลกระทบให้เกิดการเปล่ียนแปลงในแผนงานขององค์กร
มากจนเกินไป จนไมส่ ามารถมุ่งไปสเู่ ป้าหมายที่วางไวไ้ ด้
2) Transfer – การถ่ายโอน/การกระจายความเสี่ยง (Risk Sharing/Spreading) เป็นการลด
โอกาสที่จะเกิดความเสี่ยง และ/ หรือลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากความเสี่ยง โดยการถ่ายโอนหรือแบ่งภาระ
บางส่วนให้ผอู้ ่นื รับผิดชอบ เช่น
▪ การทำประกัน (Insurance) คือการจ่ายเงินเพื่อป้องกันตนเองและสินทรัพย์จากเหตุการณ์
ที่ไม่คาดคิด เป็นการโอนความเสี่ยงไปยังบริษัทประกัน เช่น การทำประกันภัย ประกันชีวิต ประกันอัตรา
แลกเปลี่ยน เป็นตน้
▪ การทำสัญญา (Contracts) คือการทำข้อตกลงต่าง ๆ ทั้งในปัจจุบันและอนาคต เช่น
การทำสญั ญาซอ้ื ขายล่วงหน้า การจัดจ้างหน่วยงานอนื่ ใหด้ ำเนินการแทน
▪ การรบั ประกัน (Warranties) ผูข้ ายใหส้ ัญญากับผ้ซู ้ือว่าสนิ ค้าจะสามารถใช้งานได้ตามคุณสมบัติ
ที่ระบุไว้ภายในระยะเวลาที่กำหนด หากไม่เป็นไปตามสัญญาผู้ขายพร้อมที่จะรับผิดชอบตามที่ตกลงกัน
จงึ เปน็ ลกั ษณะของการแบง่ ปันความเสี่ยง
▪ การทำสำเนาเอกสารไวห้ ลายชุด
▪ การกระจายทเี่ กบ็ ทรัพยส์ ินมคี า่
▪ การจ้างบุคคลภายนอกดำเนินการแทน ฯลฯ
3) Treat – การลด/การควบคุมความเสยี่ ง (Risk Reduction/Control) ดำเนินการเพิ่มเติมเพ่ือลด
โอกาสที่อาจเกิดขึ้นหรือผลกระทบของความเสี่ยงให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้ โดยการเพิ่มเติมหรื อเปลี่ยนแปลง
ขั้นตอนบางส่วนของกิจกรรมหรือโครงการที่นำไปสู่เหตุการณ์ที่เป็นความเสี่ยง ลดความน่าจะเป็นที่เหตุการณ์ที่
เป็นความเสี่ยงจะเกิดขึ้น และลดระดับความรุนแรงของผลกระทบเมื่อเหตุการณ์ที่เป็นความเสี่ยงเกิดขึ้น ได้แก่
การหามาตรการในการป้องกันความเสี่ยงอย่างเต็มรูปแบบ เช่น การจัดซื้ออุปกรณ์เพื่อป้องกันอันตรายจาก
การทำงานหรือการจดั หาอุปกรณ์เพิ่มเติมจากเดิมการปรับปรุงแกไ้ ขกระบวนงาน การจดั ทำแผนฉุกเฉนิ การจัดทำ
มาตรฐานความปลอดภัย การฝึกอบรมบุคลากรให้มีความรู้เพียงพอ การกำหนดผู้จัดจ้างและผู้มอบงานให้แยก
ออกจากกัน การสำรองข้อมลู เปน็ ระยะ การมี Server สำรอง เปน็ ตน้
4) Take - การยอมรบั ความเสย่ี ง (Risk Acceptance) เปน็ การยอมรับใหค้ วามเส่ยี งเกดิ ขึ้น กลยทุ ธ์
นี้จะไม่มีการดำเนินการใดเพื่อลดโอกาสหรือผลกระทบเนื่องจากระดับความเสี่ยงที่เหลืออยู่อยู่ในระดับต่ำ
หรืออยู่ในระดับที่ยอมรับได้ หรือมีค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการความเสี่ยงสูงกว่าผลลัพธ์ที่จะได้ แต่ควรมี
มาตรการตดิ ตามอย่างใกล้ชิดเพอื่ รองรับผลที่จะเกิดขน้ึ
▪ ตง้ั ใจท่ีจะดำเนนิ การตอ่ ไป
▪ ยอมรบั ทง้ั หมด
▪ กำหนดรางวัล/ เป้าหมายความเสยี หาย และระดบั การยอมรบั
▪ กำหนด และติดตามตัวบ่งชี้ความเส่ียงท่สี ำคญั
▪ คิดราคาสงู ขน้ึ
▪ กิจกรรมการตรวจสอบและตดิ ตาม
▪ จัดหาเงินทุนสำรองเพ่อื รองรบั ผลที่อาจเกดิ ขน้ึ

สำนกั งานคณะกรรมการการเลือกต้งั หน้า 68

คู่มอื การบรหิ ารจดั การความเส่ยี ง สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตัง้ ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2565

▪ จัดเตรยี มแผนรองรบั การเส่อื มถอย
การตัดสนิ ใจเลือกกลยทุ ธ์ในการบริหารจัดการความเสยี่ งจะต้องคำนงึ ถงึ ปจั จยั เสยี่ งซง่ึ เป็นสาเหตุทำให้
เกิดความเสี่ยง ที่มาของสาเหตุ ผลกระทบ เลือกวิธีการจัดการความเสี่ยง โดยทำการวิเคราะห์ต้นทุนและ
ผลประโยชน์ (Cost – Benefit Analysis) เพื่อเปรียบเทียบกันในแต่ละทางเลือกในการบริหารความเสี่ยง
เพ่อื นำไปสกู่ ารตดั สินใจเลือกทางเลือกในการบริหารความเสี่ยงที่ดีที่สุด และเกดิ ความค้มุ ค่าในการดำเนินโครงการ
หรอื กจิ กรรมในทางเลอื กนั้น

แผนภาพที่ 18 การวิเคราะหต์ ้นทนุ และผลประโยชน์ภายใตข้ อ้ จำกัดให้เกดิ ประสทิ ธิภาพสูงสุด

▪ Costs หมายถงึ การประมาณการต้นทนุ /คา่ ใชจ้ า่ ยในการดำเนนิ การแผนบริหารความเสย่ี ง
▪ Benefits หมายถึง การประมาณการมลู ค่าของผลกระทบจากความเส่ยี งทีล่ ดลง เมือ่ เทียบกบั ไม่ไดด้ ำเนินการ

ใดๆ (Ability to Mitigate Overall Risks)
▪ Efficient Frontier หมายถึง เสน้ ประสทิ ธภิ าพสูงสดุ โดยมีจุด C เป็นจดุ ท่เี หมาะสมท่สี ุด
▪ เส้นปะ หมายถึง ขอ้ จำกดั งบประมาณ (Budget Constraint)

Source: Enterprise Risk Management, John Fraser and Betty J. Simkins, Editors

เมื่อเลือกกลยุทธ์ในการจัดการความเสี่ยงที่เหมาะสมได้แล้ว ส่วนงานที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงนั้นๆ
จะต้องดำเนินการจัดทำแผนบรหิ ารจัดการความเสีย่ ง เพ่อื ให้สามารถติดตามและประเมินผลการจัดการความเสี่ยงได้

การจัดการความเสี่ยง ต้องมีการนำแผนผังความเสี่ยง (Risk Assessment Matrix) มาพิจารณาจัดลำดับ
ค่าความเสี่ยงจากสูงมากถึงต่ำ โดยเลือกรายการความเสี่ยงที่มีค่าระดับความเสี่ยงสูงมาก/สูง ซึ่งอยู่ในเกณฑ์
ความเสี่ยงทีย่ อมรับไม่ได้มาจดั การความเส่ียงต่อไป

การจัดทำแผนบริหารจัดการความเสี่ยง (Mitigation Plan) หลังจากที่ได้ประเมินความเสี่ยงแล้ว
ผู้ประเมินจะเลือกวิธีการจัดการกับความเสี่ยงที่เหมาะสมและดำเนินการจัดทำเป็นแผนบริหารความเสี่ยง
เพอื่ ให้สามารถตดิ ตามและประเมินผลการจดั การความเสี่ยงได้ โดยแผนบรหิ ารความเสย่ี งมอี งค์ประกอบดงั น้ี

▪ วธิ ีการดำเนินงาน/มาตรการควบคมุ ความเสี่ยง
▪ หน่วยงานผ้รู ับผดิ ชอบ
▪ กำหนดระยะเวลาดำเนินการของแผนบริหารความเสีย่ ง
▪ วธิ ีประเมนิ ผล/วธิ วี ดั ตวั ชว้ี ดั

สำนกั งานคณะกรรมการการเลอื กตงั้ หนา้ 69

ค่มู ือการบรหิ ารจดั การความเสย่ี ง สำนักงานคณะก

▪ ตวั อยา่ งแผนบริหารจดั การความเสยี่ ง (Mitigation Plan)

สาเหตุความเสย่ี ง ทีม่ า ผลกระทบ การประเมิน การตอบ
(Risk Cause) (Root Cause) (Impact) ความเสยี่ ง (IxL)

1234 ▪ ระบุวิธกี
ความเสีย่
▪ ระบุสาเหตุท่ที ำ ระบุทีม่ าของสาเหตุ ระบุผลกระทบจาก ระบุระดับความเส่ยี ง 4Ts) ได
ให้เกิดประเด็น ทำให้เกดิ ประเด็น สาเหตคุ วามเสี่ยง (R) = ระดับโอกาสท่ี Transfe
ความเสย่ี งนั้น ความเสี่ยงนั้นไมไ่ ด้ ดงั กล่าววา่ จะสง่ ผล จะเกดิ ความเสี่ยง (L)
ไมไ่ ดต้ าม ตามเปา้ หมาย ว่ามี อย่างไร × ระดับผลกระทบท่ี ▪ หากเลอื
เป้าหมาย ท่ีมาจากเหตกุ ารณ์ใด เกิดขึน้ (I) ยอมรบั ค
แล้วไมจ่
▪ ระบุนำ้ หนักของ Cost-Be
สาเหตุดงั กลา่ ว
เพื่อดูวา่ มผี ลตอ่ ▪ กรณที ่ีเล
ประเด็น ตอบสนอ
ความเสี่ยงร้อย แลว้ ไมส่
ละเท่าใด (%) ความเสยี่
เพิม่ ระห
ตวั อยา่ งความเสี่ยงในการเบิกจา่ ยงบประมาณประจำปี 2565 ไมไ่ ด้ตามเปา้ หมาย (FR1) แผนฉุกเ
1. ขอบเขตงาน/ 1. ความไม่พรอ้ ม / กระบวนการจัดซ้อื Impact (I) = 5
คุณลกั ษณะ ไมช่ ดั เจน / จดั จา้ งล่าชา้ / Likelihood (L) = 5 Treat
1. กำหนดน
เฉพาะ และราคา ไม่ครบถว้ นของ มปี ัญหาใน (I) x (L) = 5x5 = 25
งบประมา
กลางล่าช้า รายละเอียดงานตาม กระบวนการ ระดับความเสี่ยง คือ ความพร้อ
รายละเอ
(น้ำหนกั ของ TOR (แบบรปู พิจารณาคดั เลอื ก / ระดับรุนแรง (Very 2. เมือ่ งบปร
ผา่ นวาระ
สาเหตุ 35%) รายการ – รายการ ไดพ้ สั ดทุ ีไ่ มต่ รงกับ Hight: VH) กระบวนก
ประกอบแบบ - ความตอ้ งการ / ก่อนการก
3. สร้างควา
ปริมาณงานและ มีรายละเอียด หนว่ ยงาน
ความรบั ผ
ราคา ของงานจา้ ง ปลีกย่อยทตี่ อ้ ง

ปรับปรงุ /ซอ่ มแซม/ พจิ ารณามากเกนิ

ก่อสร้าง, ขอบเขต ความจำเปน็ ใน
งานจ้าง, การใช้งานพสั ดนุ ้นั

สำนกั งานคณะกรรมการการเลือกตง้ั

กรรมการการเลอื กต้งั ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565

บสนองความเสยี่ ง การวเิ คราะห์ ระยเวลา ผ้รู ับผิดชอบ เป้าหมาย
(4Ts) Cost-Benefit ดำเนินการ
8 9
5 6 7
ระบผุ ู้รบั ผิดชอบ ระบเุ ป้าหมายใน
การตอบสนอง ▪ ประมาณการต้นทุนและ ระบุ หรือเจ้าของ การตอบสนองความเสีย่ ง
ยง (4T’Strategies: ผลประโยชน์ในแต่ละ ระยะเวลา ความเสย่ี ง (Risk
ด้แก่ Terminate, ทางเลือกที่จะตอบสนอง ดำเนนิ การ Owner)
er, Treat, Take ความเสี่ยง (ยกเว้น Take) สำหรับวธิ ีการ
อกวธิ ตี อบสนองเปน็ เพ่อื ดคู วามคุ้มค่า ตอบสนองนน้ั
ความเสย่ี ง (Take)
จำเป็นตอ้ งวเิ คราะห์ ▪ หากข้อมูลสามารถ
enefit วิเคราะห์เป็นเชิงปริมาณได้
ลอื กใช้วธิ ีการ ควรเลือกวิธีการตอบสนอง
องความเส่ยี งทเ่ี ลอื ก ที่ B/C Ratio ≥0
สามารถบรรเทา
ยงได้จะต้องมีแผน
หวา่ งปซี ง่ึ เรยี กวา่
เฉนิ

นโยบายสำหรบั ผขู้ อ B1-B3: กระบวนการจัดซ้อื จัด 1. Q1-Q2 เจ้าของเรื่องซ้ือ 1. นโยบายในการขอเงิน
าณในแตล่ ะปตี ้องมี จ้างเป็นไปตามแผน 2. Q1-Q2 จ้าง งบประมาณให้เฉพาะ
อมแบบรูปและ 3. Q1-Q2 โครงการ/กิจกรรมที่มี
อยี ด C1-C3: ไม่มีค่าใช้จ่ายในการ ความพร้อม
ระมาณได้รับจดั สรร ดำเนินการควบคุม
ะ 2 ใหเ้ ร่มิ 2. เ ร ิ ่ ม ก ร ะ บ ว น ก า ร
การจัดซอื้ จดั จา้ ง จัดซื้อจัดจ้างก่อน
ก่อหนี้ การก่อหนี้ เมื่องบ
ามเข้าใจให้กบั จดั สรรผ่านวาระ 2
นเจา้ ของโครงการถงึ
ผิดชอบและกรอบ 3. จ ำ นว นครั้งในการ
อบรมสร้างความเข้าใจ
ให้กับเจา้ ของโครงการ

หน้า 70

คู่มอื การบรหิ ารจดั การความเสย่ี ง สำนักงานคณะก

สาเหตุความเสยี่ ง ที่มา ผลกระทบ การประเมิน การตอบ
(Risk Cause) (Root Cause) (Impact) ความเส่ยี ง (IxL)
จนนำไปสู่การยกเลกิ ระยะเวล
2. กระบวนการ คณุ ลักษณะเฉพาะ การจดั หาและตอ้ งไป Impact (I) = 5 งาน/คณุ ล
จัดซอ้ื จดั จา้ ง ของครุภณั ฑ์) ดำเนินการใหม่ Likelihood (L) = 5 ราคากลา
ล่าช้า (น้ำหนัก 2. มกี ารเปลี่ยน (I) x (L) = 5x5 = 25 แบบรูป ร
ของสาเหตุ 25%) คณุ สมบัตเิ ฉพาะของ การจดั ซอื้ จดั จา้ ง ระดับความเสี่ยง คือ ครบถ้วนก
ครุภณั ฑ์ ลา่ ชา้ ไมเ่ ป็นไปตาม ระดับรุนแรง (Very งบประมา
แผน ส่งผลใหก้ าร Hight: VH) Treat
1.มีการอุธรณ์ของผู้ เบิกจ่ายไม่เปน็ ไป 1. ข้อ 2 พัฒ
ยื่นเสนอราคา ตามเปา้ หมาย เก่ียวขอ้ ง
2.ไมม่ ผี ูย้ ืน่ เสนอราคา มาช่วยจดั
3.กระบวนการจดั ซอ้ื สอดคล้อ
จัดจ้างซับซ้อนและ 2. ข้อ 3 แจง้
ตอ้ งใช้เวลา การปฏบิ ตั
4.พนักงานพสั ดุ ภายใต้ พ
ไมพ่ อเพียงตอ่ กฎกระท
ปรมิ าณงาน มติ ค.ร.ม
5.แกไ้ ขคุณลกั ษณะ กกต. เพ่ือ
แบบรูปรายการ หนา้ ทแี่ ล
คาดเคล่ือน ดำเนินงา
6.ราคากลางไม่ 3. ข้อ 4 เจา้
สอดคล้องกบั เรยี งลำดบั
ความจริง งาน และ
พัสดุ พร้อ
การจัดซอื้
รายการง
แผนปฏบิ
ประจำปงี
เพ่อื หน่วย
โครงการเ
รายการ/

สำนักงานคณะกรรมการการเลอื กต้งั

กรรมการการเลอื กต้ัง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565

บสนองความเสย่ี ง การวเิ คราะห์ ระยเวลา ผู้รบั ผิดชอบ เปา้ หมาย
(4Ts) Cost-Benefit ดำเนินการ
ผู้รับผิดชอบ 1. ร า ค า ก ล า ง ใ ห้
ลาสง่ มอบขอบเขต B1-B5: กระบวนการจดั ซ้อื จัด 2. Q1-Q4 กระบวนการ ส อ ด ค ล ้ อ ง กั บ
ลักษณะเฉพาะ และ จ้างเป็นไปตามแผน 3. Q1-Q2 จดั ซอ้ื จดั จ้าง สถานการณ์จรงิ
าง ศึกษารายละเอียด 4. Q1-Q4
รายละเอียดให้ C1-C5: ไม่มีค่าใช้จ่า ย ใน 5. Q1-Q4 2. แ จ ้ ง แ น ว ท า ง ก า ร
ก่อนเสนอขอ การดำเนินการ 6. Q1-Q2 ปฏิบัติงานจัดซื้อจัด
าณ ควบคุม จ้างภายใต้ พ.ร.บ.
ระเบียบ กฎกระทรวง
ฒนาพนกั งานที่ ป ร ะ ก า ศ แ ล ะ ม ติ
ง และหาผู้สนับสนุน ค.ร.ม.
ดทำราคากลางให้
องกับสถานการณ์จรงิ 3. การจัดลำดับของงาน
งเวยี นแนวทาง จดั ซื้อจัดจ้าง
ตงิ านจัดซื้อจดั จ้าง
พ.ร.บ. ระเบียบ 4. ข อ บ เ ข ต ง า น /
ทรวง ประกาศ และ ร า ย ล ะ เ อ ี ย ด คุ ณ
ม. ใหแ้ กเ่ จา้ หน้าที่ ลักษณะเฉพาะถูกต้อง
อรับทราบบทบาท ครบถ้วน
ละกรอบระยะเวลา
าน 5. แบบฟอร์มใหม่สำหรับ
าหน้าที่พสั ดจุ ดั การเสนออนมุ ตั ิจา้ ง
บความสำคญั ของ
ะความตอ้ งการใช้
อมจดั ทำปฏิทิน
อจัดจา้ งแตล่ ะ
งาน และแจง้ เวยี น
บัติการจัดซอ้ื จดั จา้ ง
งบประมาณ 2565
ยงานเจ้าของ
เรง่ จดั สง่ แบบรปู
/คุณลักษณะเฉพาะ

หน้า 71

คู่มอื การบรหิ ารจดั การความเส่ียง สำนักงานคณะก

สาเหตุความเสยี่ ง ทมี่ า ผลกระทบ การประเมนิ การตอบ
(Risk Cause) (Root Cause) (Impact) ความเส่ยี ง (IxL)
4. ขอ้ 5 หน
3. ผู้รบั จา้ งสง่ งานไม่ 1. มกี ารดำเนนิ การ Impact (I) = 5 งบประมา
เป็นไปตามแผน ตามคู่มือการทำงาน Likelihood (L) = 3 ตรวจสอบ
(น้ำหนักของ ทเ่ี ก่ียวขอ้ ง (I) x (L) = 5x3= 15 รายละเอ
สาเหตุ 20%) ดงั ต่อไปนี้ ระดับความเสี่ยง ลกั ษณะเฉ
1.1 คู่มอื คือระดับรุนแรง ครบถว้ นก
การปฏบิ ัตงิ าน (Hight: H) เกดิ ขอ้ ผดิ
การจัดซ้อื จัดจา้ ง ในระหว่า
(ภายใต้ พรบ.จัดซอ้ื
จัดจ้าง ฉบบั ใหม่ 5. ข้อ 6 ปร
2. คณะกรรมการ ง่ายตอ่ กา
ตดิ ตามผล รวมถึงกา
การดำเนนิ งาน ผูเ้ ก่ยี วขอ้
ตามแผนการจัดซือ้ กระบวนก
จดั จา้ งและการเบกิ
จา่ ยเงนิ Transfer
3. แนวทาง 1. จา้ งควบค
การปฏบิ ัตงิ านจัดซื้อ
จดั จา้ งภายใต้ โครงการส
จา่ ยเงินห
จำเป็นตอ้
การปฏิบตั
Treat
2. แจ้งเร่งรดั
การทำงา
แนวโน้มว
ได้แล้วเสร
3. แจง้ เวยี น
เพอ่ื ซกั ซ้อ
ปฏบิ ตั งิ าน
เจ้าหน้าท
4. ประชุมท
หนา้ ท่ขี อ

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง

กรรมการการเลือกต้งั ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565

บสนองความเสย่ี ง การวเิ คราะห์ ระยเวลา ผู้รับผิดชอบ เป้าหมาย
(4Ts) Cost-Benefit ดำเนนิ การ
เจา้ ของเรอื่ ง 1. ผู้ควบคุมกำกับ
นว่ ยงานเจา้ ของ B2-B6: การบริหารสัญญา 1. Q1-Q4 ซ้อื จา้ ง/ การปฏบิ ตั งิ านก่อสรา้ ง
าณพจิ ารณา มปี ระสทิ ธิภาพ 2. Q2-Q4 คณะกรรมการ ในโครงการสำคญั
บขอบเขตงาน/ 3. Q1-Q2 ตรวจการจา้ ง
อยี ดคณุ C1-C6: ไม่มีค่าใช้จ่า ย ใน 4. Q1-Q2 2. การเรง่ รดั และ
ฉพาะให้ถกู ต้อง การดำเนินการ 5. Q1-Q2 แจง้ เตือนคสู่ ัญญา
ก่อนสง่ มอบ เพอ่ื มใิ ห้ ควบคมุ ทมี่ ปี ญั หา
ดพลาดคลาดเคลอื่ น
างการจดั หา 3. แจ้งเวียนค่มู อื
รับปรงุ แบบฟอร์มให้ การทำงานเพือ่ ซกั ซ้อม
ารเสนออนมุ ตั จิ า้ ง ความเข้าใจใน
ารอบรมให้ ปฏิบตั ิงานจดั ซ้อื
องเข้าใจถงึ จัดจา้ ง
การทำงาน
4. จำนวนคร้ังใน
คุมงานก่อสรา้ งใน การประชมุ สร้าง
สำคัญที่มกี ารเบิก ความเขา้ ใจให้กบั
หลายงวดและ คณะกรรมการตรวจรบั
องมผี คู้ วบคมุ กำกบั พัสดุและผ้คู วบคมุ งาน
ติงานตลอดเวลา
5. และ 6. จำนวนครั้งใน
ด/แจ้งตักเตอื น การประชมุ
านของค่สู ัญญาทมี่ ี
วา่ ไม่อาจดำเนนิ งาน
ร็จตามแผนงาน
นคมู่ ือการทำงาน
อมความเขา้ ใจใน
นจัดซอื้ จดั จา้ งใหแ้ ก่
ที่ สนง.กกต.
ทำความเขา้ ใจบทบาท
องคณะกรรมการ

หน้า 72

คมู่ อื การบรหิ ารจดั การความเสี่ยง สำนักงานคณะก

สาเหตคุ วามเสยี่ ง ที่มา ผลกระทบ การประเมนิ การตอบ
(Risk Cause) (Root Cause) (Impact) ความเส่ียง (IxL)
ตรวจรบั พ
พ.ร.บ. ระเบยี บ การตรวจรบั งาน Impact (I) = 5 ผู้ควบคุม
กฎกระทรวง ลา่ ชา้ สง่ ผลให้ Likelihood (L) = 3 5. ประชมุ แน
ประกาศ และ การเบกิ จา่ ยไมเ่ ป็นไป (I) x (L) = 5x3= 15 ทันทเี มือ่ พ
มติ ค.ร.ม. ตามเปา้ หมาย ระดับความเสี่ยง คือ ใหง้ านแล
4. ศกั ยภาพของ ระดับรุนแรง (Hight: 6. คณะกรร
คู่สญั ญา 1. การส่งมอบงาน H) เร่งรัดการ
อาจมคี วามล่าชา้ การเบิกจ
4. กรรมการตรวจ คณะกรรมการตรวจ เนื่องจากปัญหา Impact (I) = 5 ทุกสัปดา
รับลา่ ชา้ (น้ำหนัก การจ้าง/ตรวจรับพสั ดุ การขนยา้ ยคนงาน Likelihood (L) = 5 Transfer
ของสาเหตุ 10%) ไม่ศึกษาข้อกำหนดของ และอปุ กรณ์ (I) x (L) = 5x5 = 25 1. จดั หาผ้เู ช
สัญญาและรายละเอยี ด ระดับความเสี่ยง คือ การตรวจ
งานทต่ึ อ้ งตรวจรบั / 2 เบกิ จา่ ยงบลงทุน ระดับรุนแรง (Very 2. จา้ งผคู้ ุมง
ขาดความเข้าใจใน มีความลา่ ชา้ Hight: VH) Treat
การบรหิ ารสญั ญา 3. กรรมการ
ศึกษาสญั
5. การแพร่ระบาด 1. สถานการณ์ ระยะเวล
COVID-19 COVID-19 รัฐบาล 4. กรรมการ
(น้ำหนักของ ประกาศสภาวะ รบั และเส
สาเหตุ 10%) ฉุกเฉินอาจส่งผลให้ 5. ปรับปรุงแ
หยดุ การเคลื่อนยา้ ย การเสนอ
คน ส่งผลกระทบตอ่ รวมถงึ กา
ผูเ้ กี่ยวข้อ
กระบวนก
Treat
1. ปรบั แผน
ของ กกต
ไมส่ ามาร
เนือ่ งมาจ

สำนักงานคณะกรรมการการเลอื กตงั้

กรรมการการเลอื กตั้ง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565

บสนองความเสยี่ ง การวิเคราะห์ ระยเวลา ผรู้ บั ผดิ ชอบ เปา้ หมาย
(4Ts) Cost-Benefit ดำเนนิ การ
คณะกรรมการกำกบั
พสั ดุและ B1-B2: การบริหารสัญญามี 1. Q1-Q4 ตดิ ตามฯ เร่งรดั
มงาน ประสิทธิภาพ 2. Q2-Q4 การจดั ซอื้ จดั จา้ งและ
นวทางแกไ้ ขปญั หา 3. Q1-Q2 การเบกิ จา่ ยเงิน
พบเหตุท่ีอาจสง่ ผล C1-C2: งบประมาณควบคุม 4. Q1-Q2
ลว้ เสร็จลา่ ช้า ง า น ข ึ ้ น ก ั บ ม ู ล ค่ า 5. Q1-Q2 เจา้ ของเรื่องซ้ือ 3. การประชุมกรรมการ
รมการกำกบั ติดตามฯ โครงการก่อสรา้ ง จ้าง/คณะกรรม ตรวจการจ้างตรวจรับ
รจัดซ้ือจัดจา้ งและ 1. Q2-Q3 การตรวจ และเสนอผู้มีอำนาจ
จา่ ยเงนิ เป็นประจำ B3-B5: การบริหารสัญญามี 2. Q2-Q3 การจา้ ง อนุมตั ิ
าห/์ เดือน ประสิทธภิ าพ 3. Q2-Q4
4. Q2-Q4 4. การประชุมกรรมการ
ชี่ยวชาญมาชว่ ยเรื่อง C3-C5: ไม่มีค่าใช้จ่ายใน ตรวจการจ้างตรวจรับ
จรบั งาน การดำเนินการ และเสนอผู้มีอำนาจ
งาน ควบคมุ อนมุ ตั ิ

รตรวจการจา้ งตอ้ ง B1-B4: กระบวนการจัดซื้อ 5. แบบฟอร์มใหม่สำหรับ
ญญาอยา่ งละเอยี ดถึง จัดจ้างเป็นไป การเสนออนมุ ัติจ้าง
ลาแตล่ ะงวดงาน ตามแผน
รตรวจการจ้างตรวจ เจ ้า ข อ งเรื่อง 1. แผนการปรับงบลงทุน
สนอผู้มีอำนาจอนุมตั ิ C1-C4: ไม่มีค่าใช้จ่า ย ใน ซ้ือจา้ ง กกต. ปี 2565
แบบฟอร์มให้งา่ ยตอ่ การดำเนินการ
ออนมุ ตั ิตรวจรับ ควบคมุ 2. แ ล ะ 3. แ น ว ท า ง
ารอบรมให้ การขยายเวลาให้แก่
องเขา้ ใจถงึ ค่สู ัญญา
การทำงาน
4. กั้นพื้นที่ก่อสร้างและ
น/เป้าหมายงบลงทุน สว่ นบริการ
ต. ปี 2565 ในกรณี
รถก่อหน้ไี ดท้ ันอัน
จากเหตุ COVID-19

หน้า 73

คมู่ ือการบรหิ ารจดั การความเส่ยี ง สำนักงานคณะก

สาเหตุความเสยี่ ง ท่ีมา ผลกระทบ การประเมิน การตอบ
(Risk Cause) (Root Cause) (Impact) ความเส่ยี ง (IxL)
2. พิจารณา
แรงงานของ ไม่เป็นไปตาม คู่สัญญาต
ผรู้ บั เหมา เป้าหมาย ของหนงั ส
2. สถานทจี่ ำหนา่ ย
อปุ กรณ์กอ่ สร้างปดิ 3. คสู่ ัญญาท
ให้บรกิ ารช่วั คราว และประส
ตามประกาศของ หรืองด-ล
รัฐบาลอาจะสง่ ผล หลักเกณ
ตอ่ การจดั ซ้อื หลกั ฐานต
อุปกรณ์ทีเ่ ข้ามา หนังสอื เว
ดำเนินงานรบั จา้ งได้ ต่างๆ ท่ีเก
3. วสั ดุอุปกรณ์ที่
นำเขา้ มาจาก 4. กัน้ พื้นทก่ี
ตา่ งประเทศ ซงึ่ สาย พ้ืนทกี่ อ่ ส
การบนิ หยดุ บิน
อาจจะส่งผลตอ่
การความลา่ ชา้ ของ
การส่งมอบอุปกรณ์
บางประเภท
4. มาตรการ WFH
อาจจะทำใหผ้ ้รู บั
จ้างไมส่ ามารถ
เข้ามาหารอื ใน
site งานได้

สำนกั งานคณะกรรมการการเลอื กตงั้

กรรมการการเลอื กตงั้ ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2565

บสนองความเสย่ี ง การวเิ คราะห์ ระยเวลา ผ้รู ับผิดชอบ เปา้ หมาย
(4Ts) Cost-Benefit ดำเนินการ

ขยายเวลาใหแ้ ก่
ตามแนวทางปฏบิ ตั ิ
สอื เวียน
ทไี่ ด้รับผลกระทบ
สงคจ์ ะขอขยายเวลา
ลดค่าปรับตอ้ งเขา้
ณฑ์และแสดงเอกสาร
ตามแนวปฏบิ ัติของ
วยี นและประกาศ
กย่ี วข้อง
กอ่ สร้างแยกสว่ น
สร้างและสว่ นบรกิ าร

16-25 ( ) (Very High: VH)

10-15 ( ) (High: H)

5-9 ( ) (Medium: M)

0-4 ( ) (Low: L)

หนา้ 74

ค่มู อื การบรหิ ารจดั การความเสีย่ ง สำนักงานคณะกรรมการการเลอื กต้ัง ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2565

4.6 กจิ กรรมเพื่อการควบคมุ
หมายถึง นโยบายและกระบวนการปฏิบัติงานที่ทำให้มั่นใจว่าได้มีการจัดการความเสี่ยงอย่างเหมาะสม

กิจกรรมการควบคุมเกิดขึ้นในทุกส่วนขององค์กร และกำหนดผู้รับผิดชอบที่ชัดเจน ตัวอย่าง กิจกรรมการควบคุม
(Control Activities) ซงึ่ รวมถงึ

▪ การกำหนดนโยบายและวธิ ีปฏบิ ัตงิ าน เชน่ การจดั ทำคู่มอื ปฏิบัตงิ าน
▪ การอนมุ ตั /ิ รบั รอง/ ใหค้ วามเหน็ ชอบงาน
▪ การสอบทานผลการปฏบิ ตั งิ าน
▪ การรกั ษาความปลอดภัย/ การเขา้ ถงึ ข้อมลู ระบบเทคโนโลยสี ารสนเทศ
▪ การแบ่งแยกหน้าทคี่ วามรบั ผดิ ชอบงาน/การมอบหมายงาน

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้มีการกำหนดกิจกรรมควบคุมอย่างชัดเจน โดยมี
การจัดทำนโยบายและวิธีปฏิบัติงานบริหารจัดการความเสี่ยงตามคู่มือการบริหารจัดการความเสี่ยง กำหนด
ผู้รับผิดชอบดำเนินการตามแผนบริหารจัดการความเสี่ยง โดยในการบริหารความเสี่ยงระดับปฏิบัติการ ผู้อำนวยการ
สำนัก เป็นผู้พิจารณา กำหนด ความรับผิดชอบ ส่วนการบริหารจัดการความเสี่ยงในระดับองค์กร ผู้อำนวยการ
จะเป็นผู้กำหนดว่าส่วนงานใดเป็นผู้รับผิดชอบหลัก มีการกำหนดระยะเวลาดำเนินการแล้วเสร็จและมีการรายงานผล
การปฏบิ ตั ิตามแผนบรหิ ารจดั การความเสยี่ งเพื่อเปน็ การสอบทานเปน็ ระยะด้วย

4.7 การตดิ ตามและทบทวน
จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีกลไกในการติดตามและประเมินผล เพื่อให้มั่นใจว่าได้มีการปฏิบัติการควบคุม

ภายในนั้นอย่างสม่ำเสมอ และการปฏิบัตินั้นยังมีความเหมาะสมกับลักษณะการดำเนินงานและการเปลี่ยนแปลง
ที่เกิดขึ้น เพราะอย่าลืมว่า การเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่เกิดขึ้นอาจมีผลกระทบต่อความเสี่ยงในการดำเนินงาน และ
ความเสีย่ งทีเ่ ปลยี่ นแปลงไป

1) การตดิ ตามผล เป็นการติดตามผลภายหลังจากการไดด้ ำเนินการตามแผนบริหารจดั การความเส่ียงแล้ว
เพื่อให้มั่นใจว่าแผนบริหารจัดการความเสี่ยงนั้นมีประสิทธิภาพ ทั้งสาเหตุของความเสี่ยงที่มีผลต่อความสำเร็จ
ความรุนแรงของผลกระทบ วธิ กี ารบรหิ ารจดั การกับความเส่ยี ง รวมถึงคา่ ใช้จา่ ยของการควบคุม มคี วามเหมาะสม
กบั สถานการณก์ ารเปล่ยี นแปลง โดยมเี ปา้ หมายในการตดิ ตามผลคอื

▪ เป็นการประเมินคุณภาพและความเหมาะสมของวิธีการจัดการความเสี่ยง รวมทั้งติดตามและทบทวน
ผลการจัดการความเสี่ยงที่ได้มีการดำเนินการไปแล้ว ว่าบรรลุผลตามวัตถุประสงค์ของการบริหารความเสี่ยง
หรือไม่

▪ เป็นการตรวจสอบความคืบหน้าของมาตรการควบคุมที่มีการทำเพิ่มเติมว่าแล้วเสร็จตามกำหนดหรือ
ไมส่ ามารถลดโอกาสหรอื ผลกระทบของความเสีย่ งใหอ้ ยใู่ นระดับท่ียอมรบั ไดห้ รือไม่

2)การประเมินผล สามารถแบง่ ออกเปน็ 2 ลักษณะ คอื
(1) การประเมินผลระหว่างการปฏิบัติงาน (Ongoing Monitoring) โดยจะประเมินผลการปฏิบัติงาน

ตามแผนการบริหารความเสี่ยง เพื่อติดตามว่ากระบวนงานต่างๆ ได้มีการดำเนินการตามมาตรการ/กิจกรรม
ควบคุมที่ได้กำหนดไว้หรือไม่ และสามารถลดความเสี่ยงที่เกิดขึ้นหรืออาจจะเกิดขึ้นได้หรือไม่ หรือมีเหตุการณ์ /
สถานการณ์ความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นนอกเหนือจากที่ได้คาดการณ์ไว้แล้วนำเสนอคณะกรรมการอำนวยการ
การควบคุมภายในและการบริหารจัดการความเสี่ยงของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง และผู้บริหาร
เพื่อปรับแผนบริหารจัดการความเสี่ยงและดำเนินการปรับแก้ไขได้อย่างทันท่วงที โดยความถี่ในการติดตามและ
ประเมินผลจากกิจกรรมควบคุมดำเนินการเป็นรายไตรมาส และในกรณีพิเศษหากพบว่ามีการเปลี่ยนแปลงที่มี
สาระสำคัญอาจจะจัดให้มีการประชุมคณะทำงานดำเนินการควบคุมภายในและการบริหารจัดการความเสี่ยงของ
สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตง้ั เปน็ กรณีพเิ ศษขึน้ มา

สำนกั งานคณะกรรมการการเลือกตัง้ หนา้ 75

ค่มู ือการบรหิ ารจดั การความเสยี่ ง สำนักงานคณะกรรมการการเลอื กตัง้ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565

(2) การประเมินผลเป็นรายครั้ง (Separate Evaluation) เป็นการประเมินผลโดยการรายงาน
เมอ่ื ส้ินสดุ ระยะเวลาทีก่ ำหนดไว้ หรอื ในกรณีพเิ ศษ การตดิ ตามและประเมินผลอาจจะดำเนินการในลักษณะของ
การประเมนิ ตนเอง (Self Appraisal) หรืออาจให้บุคคลภายนอกเปน็ ผปู้ ระเมนิ (Independent Appraisal)

โดยหน่วยงานที่รับผิดชอบบริหารจัดการประเด็นความเสี่ยงใด หน่วยงานนั้นจะเป็นผู้รับผิดชอบใน
การประเมินประสิทธิภาพการบริหารความเสี่ยงของตนเอง และผู้ตรวจสอบภายในจะเป็นอีกหน่วยงานหนึ่งท่ี
จะทำการติดตามตรวจสอบตามหน้าที่ประจำของแต่ละหน่วยงาน หรืออาจจะทำการตรวจสอบตามคำสั่งของ
คณะกรรมการตรวจสอบ หรือคณะกรรมการอำนวยการการควบคุมภายในและการบริหารจัดการความเสี่ยงของ
สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตัง้ ซึง่ ขอบเขตความถ่ีในการประเมนิ จะขึ้นอยกู่ บั ผลการประเมนิ ความเสยี่ ง และ
ประสิทธผิ ลของการตดิ ตามผลระหว่างการปฏบิ ตั ิงานในการประเมนิ ผล ดังน้ี

▪ มกี ารปฏิบัตติ ามมาตรการ/กจิ กรรมควบคมุ ทีไ่ ด้กำหนดไว้อยา่ งครบถ้วนสมบรู ณ์ หรือไม่
▪ การปฏิบัติตามกิจกรรมควบคุมนั้น สามารถลดความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
และประสิทธผิ ลหรือไม่
▪ มีข้อบกพรอ่ งหรือสถานการณใ์ ดๆ ทมี่ ผี ลกระทบต่อการบริหารความเสี่ยงที่ควรไดร้ ับความสนใจ
แก้ไข หรือปรบั ปรุงให้ดขี ้นึ หรอื ไม่
4.8 การส่ือสารและการรายงาน
หมายถึง การจัดให้มีการสื่อสารและระบบสารสนเทศความเสี่ยงที่ดี เพื่อให้มั่นใจว่าผู้บริหาร และ
พนักงานทุกคนเข้าใจกระบวนการและบทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบของตนเองเกี่ยวกับการบริหารจัดการ
ความเสย่ี ง
สารสนเทศและการสื่อสารที่ดีจะเกิดขึ้นได้ ต้องมีข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานนั้นได้มีการบ่งชี้
รวบรวมและช้ีแจงใหแ้ ก่บุคคลที่ควรทราบ โดยผ่านทางรูปแบบและเวลาการสื่อสารท่ีเหมาะสมข้อมูลท่ีมปี ระโยชน์
ต่อการตัดสินใจ การบริหารจัดการ และการปฏิบัติงานนั้น อาจเป็นได้ทั้งข้อมูลที่เกี่ยวกับการดำเนินงาน การเงิน
และการปฏบิ ตั ิตามกฎระเบยี บตา่ งๆ โดยแหล่งข้อมลู อาจมาจากภายในหรอื ภายนอกองค์กร
การรายงานมีความจำเปน็ และมีประโยชนต์ อ่ การบรหิ ารความเส่ยี งเพราะจะทำให้ทราบวา่
▪ แผนบริหารจดั การความเส่ียงได้ถูกนำไปใช้อย่างถกู ต้องและมปี ระสิทธภิ าพเพยี งใด
▪ ทำให้ทราบถึงข้อผดิ พลาดท่อี าจเกิดขน้ึ หลังจากใชแ้ ผนบรหิ ารจดั การความเส่ียง
▪ ทำใหส้ ามารถปรับปรุงแก้ไขแผนบริหารจัดการความเสี่ยงใหส้ อดคล้องกับสถานการณ์ท่ีเปลี่ยนแปลง
ไป หรือกรณที ี่แผนเดิมไม่มีประสทิ ธิภาพ
▪ มกี ารรายงานตอ่ ผบู้ ริหารท่ไี ดร้ ับมอบหมายเปน็ รายไตรมาส
คณะทำงานดำเนินการควบคุมภายในและการบริหารจัดการความเส่ียงของสำนักงานคณะกรรมการ
การเลือกตั้งจะเสนอรายงานการประเมินผลการบริหารจัดการความเสี่ยงต่อผู้บริหารและคณะกรรมการ
อำนวยการการควบคุมภายในและการบริหารจัดการความเสี่ยงของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกต้ัง
เพือ่ นำผลการประเมินทไี่ ด้ปรับปรุงการจัดทำระบบบรหิ ารความเสี่ยงในปตี ่อไปใหม้ ีประสิทธภิ าพ ประสิทธิผลและ
คมุ้ ค่ายิง่ ข้ึน

สำนกั งานคณะกรรมการการเลอื กตงั้ หน้า 76

คู่มือการบรหิ ารจดั การความเสย่ี ง สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตง้ั ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2565

▪ ตัวอย่างการรายงานผลการบริหารจดั การความเสี่ยง

แผนภาพที่ 19 การรายงานผลการบรหิ ารจัดการความเสยี่ ง
จากแผนภาพท่ี 19 เป็นการรายงานผลการบริหารจดั การความเสี่ยงในการเบิกจา่ ยงบประมาณประจำปี
2565 ไมไ่ ด้ตามเปา้ หมาย (FR1) สะสมรายปี จากการประเมินระดบั คะแนนความเสยี่ ง (Risk Assessment Matrix)
อยู่ในระดับต่ำ (LOW) โดยการรายงานผลนั้น จะต้องมีการจัดทำแบบรายงานการติดตามผลการบริหารจัดการ
ความเสี่ยงรายไตรมาสให้ครบตามองคป์ ระกอบของการรายงานและตดิ ตามผลการบรหิ ารความเสีย่ ง ดังนี้

สำนกั งานคณะกรรมการการเลอื กตง้ั หน้า 77

คมู่ อื การบรหิ ารจดั การความเส่ียง สำนักงานคณะก

แบบรายงานการติดตามผลการบรหิ ารจดั ก
ประเดน็ ความเส่ียง: ………

สาเหตุ วิธจี ดั การความเสย่ี ง (4T) ผลการดำเนนิ งานดา้ นการบรหิ ารจดั การควา
(Risk Cause) รายงานความคบื หนา้ การดำเนนิ งานตามมาต

▪ ระบุวิธกี ารตอบสนองความเสีย่ ง บรหิ ารความเส่ียงทีก่ ำหนด
(4T’Strategies: 4Ts) ไดแ้ ก่ (วิธีการตอบสนองความเสีย่ ง 4Ts หรอื กจิ ก
▪ ระบสุ าเหตทุ ท่ี ำให้เกิด ▪ Terminate, Transfer, Treat, Take การจัดการความเสี่ยงนอกเหนอื จากทรี่ ะบไุ วใ้
▪ ประเด็นความเสีย่ งนนั้ ▪ หากเลือกวธิ ีตอบสนองเป็น ยอมรับ
ไม่ได้ตามเป้าหมาย ความเสี่ยง (Take) แลว้ ไมจ่ ำเป็นต้อง
ระบุนำ้ หนักของสาเหตุ วเิ คราะห์ Cost-Benefit
ดงั กลา่ วเพื่อดูวา่ มีผลต่อ กรณีทีเ่ ลอื กใช้วิธีการตอบสนอง
ประเดน็ ความเส่ียงรอ้ ย ความเสย่ี งที่เลอื กแลว้ ไมส่ ามารถ
ละเท่าใด (%) บรรเทาความเสย่ี งได้จะต้องมแี ผน

1. เพ่มิ ระหว่างปีซงึ่ เรยี กวา่ แผนฉกุ เฉิน

2.
3.
4.
5.

สำนักงานคณะกรรมการการเลอื กต้ัง

กรรมการการเลือกตง้ั ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565

การความเสี่ยง ไตรมาส ……. ประจำปี …………

………………………………………..

องคป์ ระกอบของการรายงานและตดิ ตามผลการบรหิ ารจดั การความเส่ียง
ามเสยี่ ง กจิ กรรมเพ่ือการควบคมุ วเิ คราะหป์ ญั หา/อปุ สรรค และ
(Control Activities) แนวทางท่ีจะบรรลุเปา้ หมาย

ตรการ ระบุกจิ กรรมเพอื่ การควบคุม เชน่ ระบุปัญหา/อปุ สรรค และเสนอ
กรรม ▪ การกำหนดนโยบายและวิธีปฏิบัติงาน แนวทางท่จี ะบรรลุเปา้ หมาย
ในแผน) เชน่ การจดั ทำคู่มอื ปฏบิ ัติงาน
▪ การอนุมัติ/รับรอง/ให้ความเหน็ ชอบงาน
▪ การสอบทานผลการปฏบิ ตั ิงาน
▪ การรักษาความปลอดภัย/ การเข้าถึง
ข้อมูลระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ
▪ การแบ่งแยกหน้าทคี่ วามรบั ผิดชอบงาน/
การมอบหมายงาน

หนา้ 78

คู่มอื การบรหิ ารจดั การความเสี่ยง สำนักงานคณะกรรมการการเลอื กต้ัง ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2565

5. ขอ้ มูลอ้างอิงในการจัดทำคมู่ ือการบริหารจัดการความเส่ียง กกต. ประจำปี 2565
▪ หลกั เกณฑก์ ระทรวงการคลังว่าด้วยมาตรฐานและหลกั เกณฑ์ปฏิบัตกิ ารบริหารความเสยี่ งสำหรบั
หน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2562 ท่ีกรมบญั ชกี ลางกำหนด
▪ แนวทางการบริหารจัดการความเสี่ยงสำหรบั หน่วยงานของรัฐ เร่อื งหลักการบริหารจัดการความเส่ยี ง
ระดบั องคก์ ร พ.ศ. 2564 ที่กรมบัญชีกลางกำหนด
▪ หลักเกณฑก์ ระทรวงการคลังวา่ ดว้ ยมาตรฐานและหลกั เกณฑ์ปฏบิ ัติการควบคุมภายในสำหรบั หน่วยงาน
ของรฐั พ.ศ. 2561 ท่ีกรมบัญชกี ลางกำหนด
▪ การบริหารความเส่ียงด้วย COSO-ERM Framework 2017
▪ องค์ประกอบการควบคุมภายใน COSO 2013
▪ จริ พร สเุ มธีประสทิ ธ์ิ (2556) การบรหิ ารความเส่ยี งอย่างมืออาชีพ จัดพมิ พ์โดย สำนักพิมพแ์ มคกรอ-ฮลิ
▪ แผนยุทธศาสตรส์ ำนกั งานคณะกรรมการการเลือกตั้ง 20 ปี (พ.ศ. 2561-2580)

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง หน้า 79






Click to View FlipBook Version