คำนำ การประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา เป็นกระบวนการสร้างความมั่นใจแก่ทุกฝ่ายว่าการจัดการศึกษา มีคุณภาพและคงรักษาไว้ซึ่งมาตรฐาน กระทรวงศึกษาธิการจึงให้มีการปฏิรูประบบการประเมินคุณภาพการศึกษา และประกาศให้ใช้มาตรฐานการศึกษาระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2561 โดยได้กำหนดมาตรฐานการศึกษา ของสถานศึกษาระดับปฐมวัย จำนวน ๓ มาตรฐาน คือ ๑) คุณภาพของเด็ก ๒)กระบวนการบริหารและ การจัดการ ๓) การจัดประสบการณ์ที่เน้นเด็กเป็นสำคัญ และระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน ๓ มาตรฐาน คือ 1) มาตรฐานคุณภาพผู้เรียน 2) มาตรฐานกระบวนการบริหารและการจัดการ 3) มาตรฐานกระบวนการ จัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ โดยมีนโยบายปรับปรุงมาตรฐานและตัวชี้วัดให้มีจำนวนน้อยลง กระชับ และสะท้อนถึงคุณภาพอย่างแท้จริง สถานศึกษาสามารถปรับแผนดำเนินการ การกำหนดค่าตัวประเด็น พิจารณา แนวทางการพัฒนาคุณภาพของสถานศึกษา การประเมินเน้นตามสภาพจริง ไม่ยุ่งยาก สร้างมาตรฐาน ระบบการประเมิน เพื่อลดภาระการจัดเก็บข้อมูล ลดการจัดทำเอกสารที่ใช้การประเมิน แนวทางการประเมิน เน้นการเก็บข้อมูลเชิงคุณภาพตามบริบทของสถานศึกษา เอกสารเล่มนี้ จัดทำขึ้นตามกรอบนโยบายปฏิรูปการศึกษาระบบการประเมิน และการประกันคุณภาพ การศึกษาของสถานศึกษา สำหรับใช้เป็นแนวทางดำเนินงานเพื่อการประกันคุณภาพภายในของสถานศึกษา และเตรียมการสำหรับการประเมินคุณภาพภายนอกตามกรอบมาตรฐานการศึกษา ระดับปฐมวัย และระดับ การศึกษาขั้นพื้นฐาน ปีการศึกษา ๒๕๖๕ ของโรงเรียนชุมพรปัญญานุกูล สามารถใช้เป็นแนวทางในการดำเนินการ ประกันคุณภาพภายในของสถานศึกษาให้บรรลุผลตามเกณฑ์ที่กำหนด ขอขอบคุณคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ผู้บริหาร ครู และบุคลากรทุกท่านที่มีส่วนร่วมในการ จัดทำเอกสารเล่มนี้ให้สมบูรณ์สามารถนำไปใช้เป็นแนวทางการปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเกิดประสิทธิผล (นายนพรัตน์ มะโนอิ่ม) ผู้อำนวยการโรงเรียนชุมพรปัญญานุกูล
สารบัญ เรื่อง หน้า บทนำ - ความสำคัญ ๑ - ความสำคัญและความจำเป็นในการกำหนดมาตรฐานการศึกษา ๒ - มาตรฐานการศึกษามีประโยชน์ต่อบุคคลที่เกี่ยวข้อง ๓ ส่วนที่ 1 องค์ประกอบมาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรียนชุมพรปัญญานุกูล - เกณฑ์การประเมินคุณภาพภายในสถานศึกษา ๔ - คำอธิบายของมาตรฐานการศึกษาระดับปฐมวัยเพื่อการประเมินคุณภาพภายในของสถานศึกษา ๕ - คำอธิบายของมาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐานเพื่อการประเมินคุณภาพภายในของสถานศึกษา ๖ - เกณฑ์การประเมินรายมาตรฐานภาพรวมของสถานศึกษา ๖ - เกณฑ์การประเมินรายตัวประเด็นพิจารณา ๗ -ค่าเป้าหมายการพัฒนามาตรฐานการศึกษาระดับปฐมวัย และระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ๘ ส่วนที่ 2 โครงสร้างมาตรฐานการศึกษาระดับปฐมวัย และระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อการประกันคุณภาพในสถานศึกษา โรงเรียนชุมพรปัญญานุกูล - โครงสร้างมาตรฐานการศึกษาระดับปฐมวัย และระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ๑๓ - มาตรฐานการศึกษาระดับปฐมวัย ๑๕ - มาตรฐานการศึกษาระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ๒๔ - การรับรองมาตรฐานและค่าเป้าหมายเพื่อนำไปสู่การปฏิบัติของโรงเรียนชุมพรปัญญานุกูล ๕๖ ภาคผนวก - สภาพบริบทโรงเรียนชุมพรปัญญานุกูล - ประกาศโรงเรียนชุมพรปัญญานุกูลเรื่องการใช้มาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษาระดับปฐมวัย และระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปีการศึกษา ๒๕๖5 - ประกาศการกำหนดค่าเป้าหมายการพัฒนาตามมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษาระดับปฐมวัย และระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อการประกันคุณภาพภายในของสถานศึกษา ประจำปี 2565 - คำสั่งโรงเรียนชุมพรปัญญานุกูล เรื่อง การแต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินงานมาตรฐานการศึกษาระดับปฐมวัย และระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา ประจำปีการศึกษา ๒๕๖๕
บทนำ ความสำคัญ ตามที่กระทรวงศึกษาธิการ มีการปฏิรูประบบการประเมินและการประกันคุณภาพการศึกษา โดยมีการ ปรับปรุงมาตรฐานและประเด็นพิจารณาให้สะท้อนถึงคุณภาพอย่างแท้จริง กำหนดเกณฑ์และรายการประเมิน แบบองค์รวม (Holistic Assessment) ซึ่งเป็นการประเมินโดยใช้ข้อมูลเชิงประจักษ์(Evidence Based) ลดภาระ การจัดทำเอกสารที่ใช้ในการประเมิน ยึดหลักการตัดสินระดับคุณภาพตามหลักการตัดสินโดยอาศัยความเชี่ยวชาญ (Expert Judgment) ของผู้ประเมิน และใช้การตรวจทานผลการประเมินโดยคณะกรรมการประเมินในระดับ เดียวกัน (Peer Review) ปรับกระบวนทัศน์ในการประเมินที่มีเป้าหมายเพื่อการพัฒนาบนพื้นฐานบริบทของ สถานศึกษา มีการประกาศใช้กฎกระทรวงการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. ๒๕๖๑ ในการปรับปรุงระบบ หลักเกณฑ์ และวิธีการประกันคุณภาพการศึกษาเพื่อให้มีกลไกการปฏิบัติที่เอื้อต่อการดำเนินการตามมาตรฐาน การศึกษา ของแต่ละระดับ และเกิดประสิทธิภาพในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา และประกาศใช้มาตรฐาน การศึกษาระดับปฐมวัย ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน และระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานศูนย์การศึกษาพิเศษ ประกาศ ณ วันที่ ๖ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๑ เพื่อเป็นหลักในการเทียบเคียงสำหรับสถานศึกษา หน่วยงานต้นสังกัด และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทั้งประถมศึกษาและมัธยมศึกษา ในการพัฒนา ส่งเสริม สนับสนุน กำกับดูแล และติดตามตรวจสอบคุณภาพการศึกษา กฎกระทรวงการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. ๒๕๖๑ ข้อ ๓ กำหนดไว้ว่า “ให้สถานศึกษาแต่ละแห่งจัด ให้มีระบบการประกันคุณภาพการศึกษาภายในของสถานศึกษา โดยการกำหนดมาตรฐานการศึกษาของ สถานศึกษาให้เป็นไปตามมาตรฐานการศึกษาแต่ละระดับ และประเภทการศึกษาที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการประกาศไว้ พร้อมทั้งกำหนดให้สถานศึกษาจัดทำแผนพัฒนาการจัดการศึกษาของสถานศึกษา ที่มุ่งเน้นคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษาและดำเนินการตามแผนที่กำหนดไว้ จัดให้มีการประเมินผล และตรวจสอบคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ติดตามผลการดำเนินการเพื่อพัฒนาสถานศึกษาให้มีคุณภาพ ตามมาตรฐานการศึกษา และจัดส่งรายงานผลการประเมินตนเองให้แก่หน่วยงานต้นสังกัดหรือหน่วยงานที่กำกับ ดูแลสถานศึกษาเป็นประจำทุกปี ดังนั้น การดำเนินการตามระบบการประกันคุณภาพภายในของสถานศึกษา เป็นเรื่องจำเป็นในการพัฒนา คุณภาพการจัดการศึกษาที่ผู้บริหารสถานศึกษา ครู และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการจัดการศึกษาต้องมีความรู้ความ เข้าใจ แนวคิดและหลักการพื้นฐานเกี่ยวกับมาตรฐานการศึกษา ความหมาย ความสำคัญ แนวคิดและประโยชน์ ของมาตรฐานการศึกษา รายละเอียดและความสัมพันธ์ของมาตรฐานการศึกษาระดับต่าง ๆ แนวทางและขั้นตอน การจัดทำมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา การประยุกต์แนวคิดสู่การปฏิบัติ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อผู้บริหาร สถานศึกษา ครู หรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการกำหนดมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษาที่สอดคล้องกับความ ต้องการจำเป็นและบริบทของสถานศึกษา โดยการจัดการศึกษาต้องยึดหลักว่าผู้เรียนทุกคนมีความสามารถเรียนรู้ และพัฒนาตนเองได้ และถือว่าผู้เรียนมีความสำคัญที่สุด กระบวนการจัดการศึกษาต้องส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถ พัฒนาตามธรรมชาติและเต็มตามศักยภาพเน้นความสำคัญทั้งความรู้ คุณธรรม กระบวนการเรียนรู้ และบูรณาการ ตามความเหมาะสม ให้สถานศึกษาพัฒนากระบวนการเรียนการสอนที่มีประสิทธิภาพ รวมทั้งการส่งเสริมให้ผู้สอน สามารถวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับผู้เรียนในแต่ละระดับการศึกษา ดังนั้น มาตรฐานการศึกษาสำคัญ
ที่ต้องการให้เกิดขึ้นในสถานศึกษาจึงเกี่ยวข้องกับปัจจัย กระบวนการ และผลผลิตจากการจัดการศึกษา เพื่อการ กำกับ ติดตาม ดูแล ตรวจสอบ และประกันคุณภาพของสถานศึกษา การประกันคุณภาพการศึกษา เป็นกระบวนการดำเนินงานตามภารกิจของสถานศึกษา เพื่อสร้างความ มั่นใจให้กับนักเรียน ผู้ปกครอง ชุมชนและสังคมโดยรวมว่าการดำเนินงานของสถานศึกษาจะมีประสิทธิภาพ และทำให้ผู้เรียนมีคุณภาพ หรือคุณลักษณะพึงประสงค์ตามมาตรฐานการศึกษาที่ได้กำหนดไว้องค์ประกอบของ ระบบการประกันคุณภาพการศึกษา ประกอบด้วยการพัฒนา คุณภาพการศึกษา การติดตามตรวจสอบเพื่อควบคุม คุณภาพการศึกษา การประเมินคุณภาพการศึกษาซึ่งรวมถึงการใช้ผลประเมินเป็นฐานเพื่อการพัฒนาคุณภาพใน วงจรการพัฒนาใหม่ต่อเนื่อง มาตรฐานการศึกษาในแต่ละระดับ กำหนดเกณฑ์การตัดสินคุณภาพของมาตรฐาน มี ๕ ระดับ คือ ระดับกำลังพัฒนา ระดับปานกลาง ระดับดี ระดับดีเลิศ และระดับยอดเยี่ยม รายละเอียดของมาตรฐานการศึกษา แต่ละระดับประกอบด้วย มาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษาระดับปฐมวัย มาตรฐานที่ ๑ คุณภาพของเด็ก มาตรฐานที่ ๒ กระบวนการบริหารและการจัดการ มาตรฐานที่ ๓ การจัดประสบการณ์ที่เน้นเด็กเป็นสำคัญ มาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน มาตรฐานที่ 1 คุณภาพของผู้เรียน มาตรฐานที่ 2 กระบวนการบริหารและการจัดการ มาตรฐานที่ 3 กระบวนการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ความสำคัญและความจำเป็นในการกำหนดมาตรฐานการศึกษา มาตรฐานการศึกษาเป็นข้อกำหนดเกี่ยวกับคุณลักษณะและคุณภาพที่พึงประสงค์ที่ต้องการให้เกิดขึ้น ในสถานศึกษาทุกแห่ง มาตรฐานถูกกำหนดขึ้นเพื่อใช้เป็นหลักเทียบเคียงสำหรับการส่งเสริมและกำกับดูแล การตรวจสอบ การประเมินผลและการประกันคุณภาพการศึกษา (สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน, ๒๕๔๘) มาตรฐานในบริบทนี้จึงเป็นมาตรฐานที่มุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพการศึกษาโดยองค์รวม การกำหนดให้มี มาตรฐานการศึกษาทำให้เกิดโอกาสที่เท่าเทียมกันในการพัฒนาคุณภาพเพราะสถานศึกษาทุกแห่งรู้ว่าเป้าหมาย การพัฒนาที่แท้จริงอยู่ที่ใด การกำหนดให้มีมาตรฐานการศึกษาจึงเป็นการให้ความสำคัญกับการจัดการศึกษา ๒ ประการ ได้แก่ ๑) สถานศึกษาทุกแห่งมีเกณฑ์เปรียบเทียบกับมาตรฐานซึ่งเป็นมาตรฐาน เดียวกัน ๒) มาตรฐานทำให้สถานศึกษาเข้าใจชัดเจนว่าจะพัฒนาคุณภาพการศึกษาไปในทิศทางใด นอกจากนี้การกำหนดมาตรฐานยังเป็นการกำหนดความคาดหวังที่ชัดเจนให้กับครู ผู้บริหาร พ่อแม่ ผู้ปกครอง ชุมชน และหน่วยงานต่าง ๆ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการจัดการศึกษา ซึ่งเป็นแนวทางหนึ่งในการร่วมมือ รวมพลังเพื่อให้เกิด คุณภาพการศึกษาตามเป้าหมายที่กำหนด มาตรฐานการศึกษาจึงเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนา ทุนมนุษย์ และเป็นเป้าหมายสำคัญที่สุดที่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่าย ทุกคนต้องรับรู้และปฏิบัติงานในหน้าที่ ๒
ที่รับผิดชอบให้บรรลุถึงเป้าหมายตามมาตรฐานการศึกษาที่กำหนดและร่วมรับผิดชอบต่อผลการจัดการศึกษา ที่เกิดขึ้น (accountability) มาตรฐานการศึกษามีประโยชน์ต่อบุคคลที่เกี่ยวข้อง ดังนี้ ๑. ผู้เรียน ทำให้เกิดการปรับปรุงและพัฒนาตนเองตามความคาดหวังของสังคมและประเทศชาติ ว่าต้องการคนที่มีคุณลักษณะที่พึงประสงค์อย่างไร จะทำอย่างไรจึงจะเป็นผู้มีคุณสมบัติตามที่มาตรฐานการศึกษา กำหนด ๒. ครูใช้มาตรฐานเป็นกรอบแนวทางในการออกแบบการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ และเป็น แนวทางในการพัฒนาตนเองตามคุณลักษณะและคุณสมบัติตามมาตรฐานที่กำหนดเพื่อให้ผู้เรียนมีคุณภาพตาม ที่มาตรฐานกำหนดไว้ ๓. ท้องถิ่นและสถานศึกษา ใช้มาตรฐานเป็นแนวทางร่วมมือกันในการจัดการศึกษาให้บรรลุเป้าหมายตาม ที่ตั้งไว้ ๔. พ่อแม่ผู้ปกครอง ประชาชนและผู้นำชุมชน ใช้มาตรฐานเป็นเครื่องมือสื่อสารให้ประชาชนได้รับทราบ กระบวนการจัดการศึกษา การจัดการเรียนการสอนที่จะทำให้คนไทยในท้องถิ่นเข้าใจและเข้ามามีส่วนร่วมเพื่อให้ การจัดการศึกษาช่วยยกระดับคุณภาพผู้เรียนให้ได้ตามมาตรฐานที่กำหนด ๕. ประเทศชาติ ใช้มาตรฐานเป็นเครื่องมือที่ทำให้ทุกองค์กรประกอบของระบบการศึกษาขับเคลื่อนไป พร้อม ๆ กัน สู่เป้าหมายเดียวกัน และทำให้เกิดภาพการจัดการศึกษาที่มีความหมาย ทั้งนี้ โรงเรียนชุมพรปัญญานุกูล จังหวัดชุมพร เป็นสถานศึกษาที่จัดการศึกษาสำหรับนักเรียนที่มีความ บกพร่องทางสติปัญญา ออทิสติก และพิการซ้อนซึ่งมีความบกพร่องทางสติปัญญาเด่นชัด ไม่รวมพิการซ้อนที่มี ความบกพร่องทางการเห็นและการได้ยิน จึงได้นำแนวทางการประกันคุณภาพภายในจากสำนักงานคณะกรรมการ การศึกษาขั้นพื้นฐานมาปรับใช้ให้สอดคล้องกับมาตรฐานสำหรับโรงเรียนเฉพาะความพิการ และโรงเรียนเฉพาะ ความบกพร่องทางสติปัญญา โรงเรียนชุมพรปัญญานุกูล จังหวัดชุมพร จึงดำเนินการพัฒนาคู่มือการใช้มาตรฐาน การศึกษาขั้นพื้นฐานเพื่อการประกันคุณภาพภายใน เพื่อจะใช้เป็นกรอบและแนวทางในการประเมินคุณภาพ ภายในและรับการประเมินคุณภาพภายนอก เพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาอย่างต่อเนื่องต่อไป ๓
ส่วนที่ ๑ องค์ประกอบมาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรียนชุมพรปัญญานุกูล การพัฒนามาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐานเพื่อการประกันคุณภาพภายในของโรงเรียนชุมพรปัญญานุกูล มีแนวคิดว่าต้องเป็นมาตรฐานที่สถานศึกษาปฏิบัติได้ ประเมินได้จริง ชัดเจน กระชับ และจำนวนน้อย แต่สามารถ สะท้อนคุณภาพการศึกษาได้จริง ข้อมูลที่ได้เกิดประโยชน์ในการพัฒนาการศึกษาทุกระดับ ตั้งแต่ระดับสถานศึกษา ระดับมาตรฐาน ระดับประเด็นพิจารณา การกำหนดมาตรฐานเน้นที่คุณภาพผู้เรียน คุณภาพครู คุณภาพผู้บริหาร สถานศึกษา และคุณภาพของสถานศึกษา ให้มีความสอดคล้องกับมาตรฐานเพื่อการประเมินคุณภาพภายนอก ตามที่ได้กำหนดไว้ในกฎกระทรวงว่าด้วยระบบ หลักเกณฑ์และวิธีการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. 25๖๑ โดยได้กำหนดมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษาระดับปฐมวัย และระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อการประกัน คุณภาพภายในของสถานศึกษา ดังนี้ มาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษาระดับปฐมวัย มาตรฐานที่ ๑ คุณภาพของเด็ก มาตรฐานที่ ๒ กระบวนการบริหารและการจัดการ มาตรฐานที่ ๓ การจัดประสบการณ์ที่เน้นเด็กเป็นสำคัญ มาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษาระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน มาตรฐานที่ 1 คุณภาพของผู้เรียน มาตรฐานที่ 2 กระบวนการบริหารและการจัดการ มาตรฐานที่ 3 กระบวนการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ เกณฑ์การประเมินคุณภาพภายในสถานศึกษา มาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อการประกันคุณภาพภายในโรงเรียนชุมพรปัญญานุกูล ระดับปฐมวัย มี 3 มาตรฐาน ๑๔ ประเด็นพิจารณา และระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน มี ๓ มาตรฐาน ๒๓ ประเด็นพิจารณา มีคะแนนรวมจำนวน 100 คะแนน ซึ่งเป็นคะแนนเต็มระดับสถานศึกษา นอกจากนี้ยังมีคะแนนเต็มระดับ มาตรฐาน และคะแนนเต็มระดับประเด็นพิจารณาตามลำดับ โดยมีเกณฑ์การให้คะแนนของผลการประเมิน คุณภาพภายในสถานศึกษาไว้ทุกระดับว่าสถานศึกษามีคุณภาพและมาตรฐานอยู่ในระดับใดในแต่ละประเด็น พิจารณา / มาตรฐาน โดยกำหนดเกณฑ์แต่ละด้านไว้ตั้งแต่ร้อยละ ๙0 ขึ้นไป จึงจะได้คุณภาพระดับ 5 คือระดับ ยอดเยี่ยม ส่วนด้านอื่นๆ จะเป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนดของแต่ละประเด็นพิจารณาว่า สถานศึกษาดำเนินการได้ใน ระดับดีขึ้นไป จำนวนกี่ข้อ สถานศึกษาก็จะได้ผลคะแนนและระดับคุณภาพตามจำนวนข้อที่สถานศึกษาดำเนินการ การแปลผลการประเมินคุณภาพจากคะแนนตามเกณฑ์ แบ่งออกเป็น 5 ระดับ คือ ระดับ 5 แปลผลว่า มีคุณภาพระดับยอดเยี่ยม ระดับ 4 แปลผลว่า มีคุณภาพระดับดีเลิศ ระดับ 3 แปลผลว่า มีคุณภาพระดับดี ระดับ 2 แปลผลว่า มีคุณภาพระดับปานกลาง ระดับ 1 แปลผลว่า มีคุณภาพระดับกาลังพัฒนา
โดยสรุปคือ เกณฑ์การประเมินคุณภาพของมาตรฐานการศึกษาที่ 1 จะพิจารณาเป็นค่าร้อยละน ำมา เทียบกับคะแนนเต็ม แล้วจึงแปลผลตามเกณฑ์ระดับคุณภาพที่กำหนดแต่ละประเด็นพิจารณา ขณะที่เกณฑ์การ ประเมินคุณภาพของมาตรฐานการศึกษาที่ 2 - 3 นั้น จะพิจารณาที่จำนวนข้อที่สถานศึกษาดำเนินการได้ในระดับ ของแต่ละประเด็นพิจารณา ซึ่งจะได้ผลลัพธ์ของคะแนนและระดับคุณภาพของประเด็นพิจารณานั้นๆ ตามเกณฑ์ ที่กำหนด ดังนั้น การตัดสินคุณภาพของผลการประเมินคุณภาพภายในสถานศึกษา จึงมีการพิจารณาตัดสินคุณภาพ และมาตรฐาน ใน 3 ระดับ คือ 1. การตัดสินคุณภาพ ระดับประเด็นพิจารณา 2. การตัดสินคุณภาพ ระดับมาตรฐาน ๓. การตัดสินคุณภาพ ระดับสถานศึกษา คำอธิบายของมาตรฐานการศึกษาระดับปฐมวัยเพื่อการประกันคุณภาพภายในของสถานศึกษา มาตรฐานที่ ๑ คุณภาพของเด็ก หมายถึง ผลพัฒนาการเด็กในด้านร่างกายแข็งแรง เด็กมีน้ำหนัก ส่วนสูง ตามเกณฑ์มาตรฐาน เคลื่อนไหวร่างกายคล่องแคล่ว ทรงตัวได้ดี ใช้มือ และตาประสานสัมพันธ์ได้ดี ดูแลรักษา สุขภาพอนามัยส่วนตน และปฏิบัติจนเป็นนิสัย ปฏิบัติตนตามข้อตกลงเกี่ยวกับความปลอดภัย หลีกเลี่ยงสภาวะที่ เสี่ยงต่อโรค สิ่งเสพติด และระวังภัยจากบุคคล สิ่งแวดล้อม และสถานการณ์ที่เสี่ยงอันตราย มีพัฒนาการด้าน อารมณ์ จิตใจ ควบคุมและแสดงออกทางอารมณ์ได้เหมาะสม มีจิตสำนึกและค่านิยมที่ดี มีความมั่นใจ กล้าพูด กล้าแสดงออก ช่วยเหลือแบ่งปัน เคารพสิทธิสังคม และสติปัญญา รู้หน้าที่รับผิดชอบ อดทนอดกลั้น ซื่อสัตย์สุจริต มีคุณธรรม จริยธรรม สามารถช่วยเหลือตนเองในการปฏิบัติกิจวัตรประจำวัน มีวินัยในตนเอง ประหยัดและ พอเพียง มีส่วนร่วมดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมในและนอกห้องเรียน มีมารยาทตามวัฒนธรรมไทย ยอมรับหรือเคารพ ความแตกต่างระหว่างบุคคล เล่น และทำงานร่วมกับผู้อื่นได้โดยปราศจากการใช้ความรุนแรง มีพัฒนาการด้าน สติปัญญา สามารถสื่อสารได้ มีทักษะการคิดพื้นฐาน และแสวงหาความรู้ได้ตามศักยภาพ หรือตามเกณฑ์ที่ สถานศึกษากำหนด มาตรฐานที่ ๒ กระบวนการบริหารและการจัดการ หมายถึง สถานศึกษาดำเนินการบริหารและจัดการ สถานศึกษาที่ครอบคลุมด้านวิชาการ ด้านครูและบุคลากรด้านข้อมูลสารสนเทศ ด้านสภาพแวดล้อม และสื่อเพื่อ การเรียนรู้ และด้านระบบประกันคุณภาพภายใน โดยเปิดโอกาสให้ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายมีส่วนร่วมในการจัด การศึกษา มีการกำกับติดตามการดำเนินงานอย่างเป็นระบบ และต่อเนื่อง เพื่อสร้างความมั่นใจต่อคุณภาพการจัด การศึกษาของสถานศึกษา มาตรฐานที่ ๓ การจัดประสบการณ์ที่เน้นเด็กเป็นสำคัญ หมายถึง ครูจัดประสบการณ์ให้เด็กมีพัฒนาการ ทุกด้านอย่างสมดุล เต็มศักยภาพ รู้จักเด็กเป็นรายบุคคลและสร้างโอกาสให้เด็กทุกคนได้รับประสบการณ์ตรง เล่นและลงมือกระทำผ่านประสาทสัมผัส จัดบรรยากาศที่เอื้อต่อการเรียนรู้ ใช้สื่อและเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับวัย มีการติดตาม และประเมินผลพัฒนาการเด็กอย่างเป็นระบบ ๕
คำอธิบายของมาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐานเพื่อการประกันคุณภาพภายในของสถานศึกษา มาตรฐานที่ 1 คุณภาพของผู้เรียน หมายถึง ผลการเรียนรู้ที่เป็นคุณภาพของผู้เรียนทั้งด้านผลสัมฤทธิ์ทาง วิชาการ ประกอบด้วยความสามารถในการอ่าน การเขียน การสื่อสาร การคิดคำนวณ การคิดประเภทต่าง ๆ การสร้างนวัตกรรม การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนตามหลักสูตร การมีความรู้ ทักษะพื้นฐานและเจตคติที่ดีต่ออาชีพ และด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ที่เป็นค่านิยมที่ดีตามที่ สถานศึกษากำหนด ความภูมิใจในท้องถิ่นและความเป็นไทย การยอมรับที่จะอยู่ร่วมกันบนความแตกต่าง และหลากหลาย รวมทั้งสุขภาวะทางร่างกายและจิตสังคม มาตรฐานที่ 2 กระบวนการบริหารและการจัดการ เป็นการจัดระบบบริหารจัดการคุณภาพ ของสถานศึกษา มีการกำหนดเป้าหมายวิสัยทัศน์และพันธกิจอย่างชัดเจน สามารถดำเนินงานพัฒนาวิชาการที่เน้น คุณภาพผู้เรียนรอบด้านตามหลักสูตรสถานศึกษาในทุกกลุ่มเป้าหมาย จัดทำแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษา ดำเนินการพัฒนาครูและบุคลากรให้มีความเชี่ยวชาญทางวิชาชีพ และจัดระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการและการเรียนรู้รวมทั้งจัดสภาพแวดล้อมทางกายและสังคมที่เอื้อต่อการ จัดการเรียนรู้ มาตรฐานที่ 3 กระบวนการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ เป็นกระบวนการจัดการเรียน การสอนตามมาตรฐานและตัวชี้วัดของหลักสูตรสถานศึกษา สร้างโอกาสให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการเรียนรู้ ผ่านกระบวนการคิด และปฏิบัติจริง มีการบริหารจัดการชั้นเรียนเชิงบวกสร้างปฏิสัมพันธ์ที่ดี ครูรู้จักผู้เรียนเป็น รายบุคคล ดำเนินการตรวจสอบและประเมินผู้เรียนอย่างเป็นระบบและนำผลมาพัฒนาผู้เรียน รวมทั้งร่วมกัน แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และนำผลที่ได้มาให้ข้อมูลป้อนกลับเพื่อพัฒนา และปรับปรุงการจัดการเรียนรู้ เกณฑ์การประเมินรายมาตรฐานภาพรวมของสถานศึกษา ระดับสถานศึกษา ระดับรายมาตรฐาน ระดับคุณภาพ คะแนนเต็ม ๑๐๐ คะแนน คะแนนเต็ม ๖๐ คะแนน คะแนนเต็ม ๑๕ คะแนน คะแนนเต็ม ๒๕ คะแนน ๙๐.๐๐ – ๑๐๐ ๔๘.๐0 – 60.00 1๒.๐๐ – 15.00 2๐.๐๐ – 25.00 5 (ยอดเยี่ยม) ๘๐.00 – ๘๙.๙๙ ๔๒.00 – ๔๗.๙9 1๐.50 - ๑๑.๙๙ ๑๗.50 – ๑๙.๙๙ 4 (ดีเลิศ) ๗๐.00 – ๗9.99 ๓๖.๐0 – 4๑.99 ๙.๐๐ – 10.49 15.๐๐ – ๑๗.49 3 (ดี) ๖0.00 – ๖๙.99 ๓0.00 – ๓๕.๙9 ๗.๕๐ - ๘.๙๙ 1๒.๕0 – 1๔.๙9 2 (ปานกลาง) 0.00 – ๕9.99 0.00 – ๒9.99 0.00 - ๗.๔๙ 0.00 – 1๒.49 1 (กำลังพัฒนา) ๖
เกณฑ์การประเมินรายประเด็นพิจารณา ระดับรายประเด็นพิจารณา ระดับคุณภาพ คะแนนเต็ม ๕ คะแนน คะแนนเต็ม ๓ คะแนน คะแนนเต็ม ๒ คะแนน 4.00 – 5.00 2.40 – 3.00 1.60 – 2.00 5 (ยอดเยี่ยม) 3.50 – 3.99 2.10 – 2.39 1.40 – 1.59 4 (ดีเลิศ) 3.00 – 3.49 1.80 – 2.0๙ 1.20 – 1.39 3 (ดี) 2.50 – 2.99 1.50 – 1.79 1.00 – 1.19 2 (ปานกลาง) 0.00 – 2.49 0.00 – 1.49 0.00 – 0.99 1 (กำลังพัฒนา) ๗
ค่าเป้าหมายการพัฒนามาตรฐานการศึกษาระดับปฐมวัย และระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา ประจำปี 256๕ ของโรงเรียนชุมพรปัญญานุกูล ……………………………………………………………………………………………. อาศัยอำนาจตามความในพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2545 มาตรา 9(3) ได้กำหนดการจัดระบบโครงสร้างและกระบวนการจัดการศึกษาให้ยึดหลักที่สำคัญ ข้อหนึ่ง คือ มีการกำหนดมาตรฐานการศึกษาและจัดระบบการประกันคุณภาพการศึกษา และมาตรา 48 และการ ประกาศใช้กฎกระทรวง การประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ.2561 และประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง ให้ใช้มาตรฐานการศึกษา ระดับปฐมวัย ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน และระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ศูนย์การศึกษาพิเศษ เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2561 จึงประกาศค่าเป้าหมายมาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา โรงเรียนชุมพรปัญญานุกูล ในการพัฒนา ส่งเสริม สนับสนุน กำกับดูแล และติดตามตรวจสอบคุณภาพการศึกษา ประจำปี 256๕ ดังนี้ ระดับปฐมวัย มาตรฐานที่ ๑ คุณภาพของเด็ก ระดับคุณภาพ ยอดเยี่ยม มาตรฐานที่ ๒ กระบวนการบริหารและการจัดการ ระดับคุณภาพ ยอดเยี่ยม มาตรฐานที่ ๓ การจัดประสบการณ์ที่เน้นเด็กเป็นสำคัญ ระดับคุณภาพ ยอดเยี่ยม ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน มาตรฐานที่ 1 คุณภาพของผู้เรียน ระดับคุณภาพ ยอดเยี่ยม มาตรฐานที่ 2 กระบวนการบริหารและการจัดการ ระดับคุณภาพ ยอดเยี่ยม มาตรฐานที่ 3 กระบวนการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ระดับคุณภาพ ยอดเยี่ยม ๘
ค่าเป้าหมายการพัฒนามาตรฐานการศึกษาระดับปฐมวัย และระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา ของโรงเรียนชุมพรปัญญานุกูล ……………………………………………………………………………………………. อาศัยอานาจตามความในพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2545 มาตรา 9(3) ได้กำหนดการจัดระบบ โครงสร้างและกระบวนการจัดการศึกษาให้ยึดหลักที่สำคัญ ข้อหนึ่ง คือ มีการกำหนดมาตรฐานการศึกษาและจัดระบบการประกันคุณภาพการศึกษา และมาตรา 48 ลงวันที่ 6 ตุลาคม พ.ศ.2561 จึงประกาศค่าเป้าหมายมาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อการประกันคุณภาพภายใน สถานศึกษาโรงเรียนชุมพรปัญญานุกูล ในการพัฒนา ส่งเสริม สนับสนุน กำกับดูแลและติดตามตรวจสอบคุณภาพ การศึกษา ดังนี้ ค่าเป้าหมายการพัฒนามาตรฐานการศึกษาระดับปฐมวัย มาตรฐานการศึกษา / ประเด็นพิจารณา ค่าเป้าหมาย ปี ๒๕๖๔ ปี ๒๕๖๕ ปี ๒๕๖๖ ปี ๒๕๖๗ มาตรฐานที่ ๑ คุณภาพของเด็ก 1.1 มีการพัฒนาด้านร่างกาย แข็งแรง มีสุขนิสัยที่ดี และดูแล ความปลอดภัยของตนเองได้ ๙๑ ๙๒ ๙๔ ๙๖ ๑.๒ มีพัฒนาการด้านอารมณ์ จิตใจ ควบคุม และแสดงออก ทางอารมณ์ได้ ๘๙ ๙๑ ๙๓ ๙๕ ๑.3 มีพัฒนาการด้านสังคมช่วยเหลือตนเอง และเป็นสมาชิก ที่ดีของสังคม ๙๑ ๙๓ ๙๕ ๙๗ ๑.4 มีพัฒนาการด้านสติปัญญา สื่อสารได้ มีทักษะการคิด พื้นฐานและแสวงหาความรู้ได้ ๘๗ 8๙ ๙๑ ๙๓ มาตรฐานที่ ๒ กระบวนการบริหารและการจัดการ ๒.๑ มีหลักสูตรครอบคลุมพัฒนาการทั้ง 4 ด้านสอดคล้องกับ บริบทของท้องถิ่น ยอดเยี่ยม ยอดเยี่ยม ยอดเยี่ยม ยอดเยี่ยม ๒.2 จัดครูให้เพียงพอกับชั้นเรียน ยอดเยี่ยม ยอดเยี่ยม ยอดเยี่ยม ยอดเยี่ยม ๒.3 ส่งเสริมให้ครูมีความเชี่ยวชาญด้านการจัดประสบการณ์ ยอดเยี่ยม ยอดเยี่ยม ยอดเยี่ยม ยอดเยี่ยม ๒.4 จัดสภาพแวดล้อม และสื่อเพื่อการเรียนรู้อย่างปลอดภัย และเพียงพอ ดีเลิศ ยอดเยี่ยม ยอดเยี่ยม ยอดเยี่ยม ๒.5 ให้บริการสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศ และสื่อการเรียนรู้ เพื่อสนับสนุนการจัดประสบการณ์ ยอดเยี่ยม ยอดเยี่ยม ยอดเยี่ยม ยอดเยี่ยม ๒.6 มีระบบบริหารคุณภาพที่เปิดโอกาสให้ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย มีส่วนร่วม ดีเลิศ ยอดเยี่ยม ยอดเยี่ยม ยอดเยี่ยม ๙
ค่าเป้าหมายการพัฒนามาตรฐานการศึกษาระดับปฐมวัย มาตรฐานการศึกษา / ประเด็นพิจารณา ค่าเป้าหมาย ปี ๒๕๖๔ ปี ๒๕๖๕ ปี ๒๕๖๖ ปี ๒๕๖๗ มาตรฐานที่ ๓ การจัดประสบการณ์ที่เน้นเด็กเป็นสำคัญ ๓.1 จัดประสบการณ์ที่ส่งเสริมให้เด็กมีการพัฒนาการทุกด้าน อย่างสมดุลเต็มศักยภาพ ๘๕ ๘๗ ๘๙ ๙๑ ๓.2 สร้างโอกาสให้เด็กได้รับประสบการณ์ตรง เล่น และปฏิบัติ อย่างมีความสุข ๙๐ ๙๒ ๙๔ ๙๖ ๓.3 จัดบรรยากาศที่เอื้อต่อการเรียนรู้ ใช้สื่อเทคโนโลยีที่ เหมาะสมกับวัย ๙๕ ๙๖ ๙๗ ๙๘ ๓.๔ ประเมินพัฒนาการเด็กตามสภาพจริง และนำผลการ ประเมินพัฒนาการเด็กไปปรับปรุงการจัดประสบการณ์ และพัฒนาเด็ก ๙๐ ๙๒ ๙๔ ๙๖ หมายเหตุการกำหนดค่าเป้าหมาย แต่ละมาตรฐานกำหนดเป็น ระดับคุณภาพ ๕ ระดับ ดังนี้ ระดับ 5 ค่าเป้าหมาย ๙๐ - ๑๐๐ หมายถึง มีคุณภาพระดับยอดเยี่ยม ระดับ 4 ค่าเป้าหมาย ๘๐ - ๘๙.๙๙ หมายถึง มีคุณภาพระดับดีเลิศ ระดับ 3 ค่าเป้าหมาย ๗๐ - ๗๙.๙๙ หมายถึง มีคุณภาพระดับดี ระดับ 2 ค่าเป้าหมาย ๖๐ - ๖๐.๙๙ หมายถึง มีคุณภาพระดับปานกลาง ระดับ 1 ค่าเป้าหมาย ๐ - ๕๙.๙๙ หมายถึง มีคุณภาพระดับกาลังพัฒนา ๑๐
ค่าเป้าหมายการพัฒนามาตรฐานการศึกษาระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน มาตรฐานการศึกษา / ประเด็นพิจารณา ค่าเป้าหมาย ปี ๒๕๖๔ ปี ๒๕๖๕ ปี ๒๕๖๖ ปี ๒๕๖๗ มาตรฐานที่ ๑ คุณภาพของผู้เรียน ๑.๑ ผลสัมฤทธิ์ทางวิชาการของผู้เรียน 1) มีความสามารถในการอ่านการเขียน การสื่อสารภาษาไทย ตามเกณฑ์ของแต่ละระดับชั้น ๘๗ ๘๙ ๙๐ ๙๑ ๒) มีความสามารถในการอ่าน การเขียน การสื่อสาร ภาษาอังกฤษ ตามเกณฑ์ของแต่ละระดับชั้น ๘๕ ๘๗ ๘๙ ๙๑ 3) มีความสามารถในการคำนวณตามเกณฑ์ของแต่ละ ระดับชั้น ๘๐ ๘๒ ๘๔ ๘๖ ๔) มีความสามารถในการคิดวิเคราะห์คิดอย่างมีวิจารณญาณ อภิปรายแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และแก้ปัญหา ๘๕ ๘๗ ๘๙ ๙๑ ๕) มีความสามารถในการสร้างนวัตกรรม ๘๐ ๘๒ ๘๔ ๘๖ ๖) มีความสามารถในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ และการ สื่อสาร ๘๓ ๘๕ ๘๗ ๘๙ ๗) มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนตามหลักสูตรสถานศึกษา ๙๐ ๙๑ ๙๒ ๙๓ ๘) มีความรู้ ทักษะพื้นฐาน และเจตคติที่ดีต่องานอาชีพ ๘๔ ๘๖ ๘๘ ๙๐ ๑.๒ คุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผู้เรียน ๑) การมีคุณลักษณะและค่านิยมที่ดีตามที่สถานศึกษากำหนด ๘๖ ๘๘ ๙๐ ๙๒ ๒) ความภูมิใจในท้องถิ่น และความเป็นไทย ๘๕ ๘๗ ๘๙ ๙๑ ๓) การยอมรับที่จะอยู่ร่วมกันบนความแตกต่าง และหลากหลาย ๘๕ ๘๗ ๘๙ ๙๑ ๔) สุขภาวะทางร่างกาย และจิตสังคม ๘๕ ๘๗ ๘๙ ๙๑ มาตรฐานที่ 2 กระบวนการบริหารและการจัดการ ๒.๑ มีเป้าหมาย วิสัยทัศน์ และพันธกิจ ที่สถานศึกษากำหนด ชัดเจน ยอดเยี่ยม ยอดเยี่ยม ยอดเยี่ยม ยอดเยี่ยม ๒.๒ มีระบบบริหารจัดการคุณภาพของสถานศึกษา ยอดเยี่ยม ยอดเยี่ยม ยอดเยี่ยม ยอดเยี่ยม ๒.๓ ดำเนินงานพัฒนาวิชาการที่เน้นคุณภาพผู้เรียนรอบด้าน ตามหลักสูตรสถานศึกษา และทุกกลุ่มเป้าหมาย ยอดเยี่ยม ยอดเยี่ยม ยอดเยี่ยม ยอดเยี่ยม ๒.๔ พัฒนาครูและบุคลากรให้มีความเชี่ยวชาญทางวิชาชีพ ยอดเยี่ยม ยอดเยี่ยม ยอดเยี่ยม ยอดเยี่ยม ๒.๕ จัดสภาพแวดล้อมทางกายภาพและสังคมที่เอื้อต่อการ จัดการเรียนรู้ ยอดเยี่ยม ยอดเยี่ยม ยอดเยี่ยม ยอดเยี่ยม ๒.๖ จัดระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อสนับสนุนการบริหาร จัดการและการจัดการเรียนรู้ ดีเลิศ ยอดเยี่ยม ยอดเยี่ยม ยอดเยี่ยม ๑๑
ค่าเป้าหมายการพัฒนามาตรฐานการศึกษาระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน มาตรฐานการศึกษา / ประเด็นพิจารณา ค่าเป้าหมาย ปี ๒๕๖๔ ปี ๒๕๖๕ ปี ๒๕๖๖ ปี ๒๕๖๗ มาตรฐานที่ 3 กระบวนการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ 3.1 จัดการเรียนรู้ผ่านกระบวนการคิดและปฏิบัติจริง และ สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิต ๙๐ ๙๑ ๙๒ ๙๓ 3.2 ใช้สื่อ เทคโนโลยีสารสนเทศและแหล่งเรียนรู้ที่เอื้อต่อ การเรียนรู้ ๘๕ ๘๗ ๘๙ ๙๑ 3.3 มีการบริหารจัดการชั้นเรียนเชิงบวก ๙๐ ๙๑ ๙๒ ๙๓ 3.4 ตรวจสอบและประเมินผู้เรียนอย่างเป็นระบบ และนำผล มาพัฒนาผู้เรียน ๙๕ ๙๖ ๙๗ ๙๘ 3.5 มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และให้ข้อมูลสะท้อนกลับเพื่อ พัฒนาและปรับปรุงการจัดการเรียนรู้ ๙๕ ๙๖ ๙๗ ๙๘ หมายเหตุการกำหนดค่าเป้าหมาย แต่ละมาตรฐานกำหนดเป็น ระดับคุณภาพ ๕ ระดับ ดังนี้ ระดับ 5 ค่าเป้าหมาย ๙๐ - ๑๐๐ หมายถึง มีคุณภาพระดับยอดเยี่ยม ระดับ 4 ค่าเป้าหมาย ๘๐ - ๘๙.๙๙ หมายถึง มีคุณภาพระดับดีเลิศ ระดับ 3 ค่าเป้าหมาย ๗๐ - ๗๙.๙๙ หมายถึง มีคุณภาพระดับดี ระดับ 2 ค่าเป้าหมาย ๖๐ - ๖๐.๙๙ หมายถึง มีคุณภาพระดับปานกลาง ระดับ 1 ค่าเป้าหมาย ๐ - ๕๙.๙๙ หมายถึง มีคุณภาพระดับกาลังพัฒนา ๑๒
ส่วนที่ 2 โครงสร้างมาตรฐานการศึกษาระดับปฐมวัย และระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาโรงเรียนชุมพรปัญญานุกูล สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ มาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษาเพื่อการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาโรงเรียนชุมพรปัญญานุกูล สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ ประกอบด้วยมาตรฐานการศึกษาระดับปฐมวัย 3 มาตรฐาน ๑๔ ประเด็น พิจารณา และมาตรฐานการศึกษาระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน มี ๓ มาตรฐาน ๒๓ ประเด็นพิจารณา ดังนี้ มาตรฐานการศึกษาระดับปฐมวัย มาตรฐานการศึกษา มาตรฐานที่ ๑ คุณภาพของเด็ก 1.1 มีการพัฒนาด้านร่างกาย แข็งแรง มีสุขนิสัยที่ดี และดูแลความปลอดภัยของตนเองได้ ๑.๒ มีพัฒนาการด้านอารมณ์ จิตใจ ควบคุม และแสดงออกทางอารมณ์ได้ ๑.3 มีพัฒนาการด้านสังคมช่วยเหลือตนเอง และเป็นสมาชิกที่ดีของสังคม ๑.4 มีพัฒนาการด้านสติปัญญา สื่อสารได้ มีทักษะการคิดพื้นฐานและแสวงหาความรู้ได้ มาตรฐานที่ ๒ กระบวนการบริหารและการจัดการ ๒.๑ มีหลักสูตรครอบคลุมพัฒนาการทั้ง 4 ด้านสอดคล้องกับบริบทของท้องถิ่น ๒.2 จัดครูให้เพียงพอกับชั้นเรียน ๒.3 ส่งเสริมให้ครูมีความเชี่ยวชาญด้านการจัดประสบการณ์ ๒.4 จัดสภาพแวดล้อม และสื่อเพื่อการเรียนรู้อย่างปลอดภัยและเพียงพอ ๒.5 ให้บริการสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศ และสื่อการเรียนรู้เพื่อสนับสนุนการจัดประสบการณ์ ๒.6 มีระบบบริหารคุณภาพที่เปิดโอกาสให้ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายมีส่วนร่วม มาตรฐานที่ ๓ การจัดประสบการณ์ที่เน้นเด็กเป็นสำคัญ ๓.1 จัดประสบการณ์ที่ส่งเสริมให้เด็กมีการพัฒนาการทุกด้านอย่างสมดุลเต็มศักยภาพ ๓.2 สร้างโอกาสให้เด็กได้รับประสบการณ์ตรง เล่น และปฏิบัติอย่างมีความสุข ๓.3 จัดบรรยากาศที่เอื้อต่อการเรียนรู้ ใช้สื่อเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับวัย ๓.๔ ประเมินพัฒนาการเด็กตามสภาพจริง และนำผลการประเมินพัฒนาการเด็กไปปรับปรุงการจัดประสบการณ์ และพัฒนาเด็ก
มาตรฐานการศึกษาระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน มาตรฐานการศึกษา คะแนน มาตรฐานที่ ๑ คุณภาพของผู้เรียน ๖๐ ๑.๑ ผลสัมฤทธิ์ทางวิชาการของผู้เรียน 1) มีความสามารถในการอ่าน การเขียน การสื่อสารภาษาไทย ตามเกณฑ์ของแต่ละระดับชั้น 5 ๒) มีความสามารถในการอ่าน การเขียน การสื่อสารภาษาอังกฤษ ตามเกณฑ์ของแต่ละระดับชั้น 5 3) มีความสามารถในการคำนวณตามเกณฑ์ของแต่ละระดับชั้น 5 ๔) มีความสามารถในการคิดวิเคราะห์คิดอย่างมีวิจารณญาณ อภิปรายแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และแก้ปัญหา 5 ๕) มีความสามารถในการสร้างนวัตกรรม 5 ๖) มีความสามารถในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสาร 5 ๗) มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนตามหลักสูตรสถานศึกษา 5 ๘) มีความรู้ ทักษะพื้นฐาน และเจตคติที่ดีต่องานอาชีพ 5 ๑.๒ คุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผู้เรียน ๑) การมีคุณลักษณะและค่านิยมที่ดีตามที่สถานศึกษากำหนด 5 ๒) ความภูมิใจในท้องถิ่น และความเป็นไทย 5 ๓) การยอมรับที่จะอยู่ร่วมกันบนความแตกต่างและหลากหลาย 5 ๔) สุขภาวะทางร่างกาย และจิตสังคม 5 มาตรฐานที่ 2 กระบวนการบริหารและการจัดการ ๑๕ ๒.๑ มีเป้าหมาย วิสัยทัศน์ และพันธกิจ ที่สถานศึกษากำหนดชัดเจน 2 ๒.๒ มีระบบบริหารจัดการคุณภาพของสถานศึกษา 2 ๒.๓ ดำเนินงานพัฒนาวิชาการที่เน้นคุณภาพผู้เรียนรอบด้านตามหลักสูตรสถานศึกษาและทุกกลุ่มเป้าหมาย 2 ๒.๔ พัฒนาครูและบุคลากรให้มีความเชี่ยวชาญทางวิชาชีพ 3 ๒.๕ จัดสภาพแวดล้อมทางกายภาพและสังคมที่เอื้อต่อการจัดการเรียนรู้ 3 ๒.๖ จัดระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการและการจัดการเรียนรู้ 3 มาตรฐานที่ 3 กระบวนการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ๒๕ 3.1 จัดการเรียนรู้ผ่านกระบวนการคิดปฏิบัติจริง และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิต 5 3.2 ใช้สื่อ เทคโนโลยีสารสนเทศและแหล่งเรียนรู้ที่เอื้อต่อการเรียนรู้ 5 3.3 มีการบริหารจัดการชั้นเรียนเชิงบวกและ 5 3.4 ตรวจสอบและประเมินผู้เรียนอย่างเป็นระบบ และนำผลมาพัฒนาผู้เรียน 5 3.5 มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และให้ข้อมูลสะท้อนกลับเพื่อพัฒนาและปรับปรุงการจัดการเรียนรู้ 5 รวม ๑๐๐ ๑๔
มาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา ระดับปฐมวัย
มาตรฐานการศึกษาระดับปฐมวัย ปรัชญาการศึกษาปฐมวัย การศึกษาปฐมวัยเป็นการพัฒนาเด็กตั้งแต่แรกเกิดถึง ๖ ปีบริบูรณ์ อย่างเป็นองค์รวมบนพื้นฐาน การอบรมเลี้ยงดู และการส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ที่สนองต่อธรรมชาติและพัฒนาการของเด็กแต่ละคน ให้เต็ม ตามศักยภาพ ภายใต้บริบทสังคมและวัฒนธรรมที่เด็กอาศัยอยู่ด้วยความรัก ความเอื้ออาทร และความ เข้าใจของทุกคนเพื่อสร้างรากฐานคุณภาพชีวิตให้เด็กพัฒนาไปสู่ความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ เกิดคุณค่า ต่อตนเอง ครอบครัว ชุมชน สังคม และประเทศชาติ หลักการจัดการศึกษาปฐมวัย เด็กทุกคนมีสิทธิที่จะได้รับการอบรมเลี้ยงดูและการส่งเสริมพัฒนาการ ตามอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก ตลอดจนได้รับการจัดประสบการณ์การเรียนรู้อย่างเหมาะสมด้วยปฏิสัมพันธ์ที่ดีระหว่างเด็กกับพ่อแม่เด็กกับผู้สอน เด็กกับผู้เลี้ยงดูหรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับการอบรมเลี้ยงดู การพัฒนาและให้การศึกษาแก่เด็กปฐมวัย เพื่อให้เด็กมีโอกาส พัฒนาตนเองตามลำดับขั้นของพัฒนาการทุกด้านเป็นองค์รวมมีคุณภาพ และเต็มตามศักยภาพโดยกำหนดหลักการ ดังนี้ 1. ส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้และพัฒนาการที่ครอบคลุมเด็กปฐมวัยทุกคน 2. ยึดหลักการอบรมเลี้ยงดูและให้การศึกษาที่เน้นเด็กเป็นสำคัญโดยคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล และวิถีชีวิตของเด็กตามบริบทของชุมชน สังคมและวัฒนธรรมไทย 3. ยึดพัฒนาการและการพัฒนาเด็กโดยองค์รวมผ่านการเล่นอย่างมีความหมายและมีกิจกรรม ที่หลากหลายได้ลงมือกระทำในสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้เหมาะสมกับวัย และมีการพักผ่อนเพียงพอ 4. จัดประสบการณ์การเรียนรู้ให้เด็กมีทักษะชีวิต และสามารถปฏิบัติตนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียง เป็นคนดี มีวินัย และมีความสุข 5. สร้างความรู้ ความเข้าใจและประสานความร่วมมือในการพัฒนาเด็กระหว่างสถานศึกษากับพ่อแม่ ครอบครัว ชุมชน และทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเด็กปฐมวัย 6. เน้นการเรียนรู้รายบุคคล เนื่องจากเด็กปฐมวัยในโรงเรียนเป็นบุคคลที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา บุคคล ที่มีปัญหาทางการเรียนรู้และบุคคลออทิสติกเป็นส่วนใหญ่ทำให้การจัดการเรียนรู้เน้นกระบวนการจัดการ เรียนการสอน และการวางแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล ตามศักยภาพ และความสามารถของเด็ก มาตรฐานการศึกษาระดับปฐมวัย มาตรฐานการศึกษาระดับปฐมวัย เพื่อการประกันคุณภาพภายในของสถานศึกษาสังกัดองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น ที่กระทรวงมหาดไทยประกาศให้ใช้ได้ยึดหลักปรัชญา หลักการจัดการศึกษา สอดคล้องกับมาตรฐาน ชาติ มาตรฐานการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ คุณภาพของเด็ก กระบวนการบริหารและการจัดการและการ จัด ประสบการณ์ที่เน้นเด็กเป็นสำคัญและข้อกำหนดในกฎกระทรวงการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. 2561 การกำหนดมาตรฐานการศึกษาจึงเน้นที่กำหนดเกณฑ์การตัดสินคุณภาพของมาตรฐานมี 5 ระดับ คือ ระดับกำลัง พัฒนาระดับปานกลาง ระดับดี ระดับดีเลิศ และระดับยอดเยี่ยม รายละเอียดของแต่ละมาตรฐานการศึกษาแต่ละ ระดับ ประเด็นพิจารณา และระดับคุณภาพ (สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน, 2561 : 6-30) ดังนี้ ๑๕
อิสระ เป็นต้น และใช้สื่อเทคโนโลยี เช่น แว่นขยาย แม่เหล็ก กล้องดิจิตอล เป็นต้น เป็นเครื่องมือในการเรียนรู้และ แสวงหาความรู้ได้ มาตรฐานการศึกษาระดับปฐมวัย มาตรฐานการศึกษาระดับปฐมวัย พ.ศ. 2561 มีจำนวน 3 มาตรฐาน 14 ประเด็นพิจารณา ได้แก่ มาตรฐานที่ 1 คุณภาพของเด็ก มาตรฐานที่ 2 กระบวนการบริหารและการจัดการ มาตรฐานที่ 3 การจัดประสบการณ์ที่เน้นเด็กเป็นสำคัญ รายละเอียดแต่ละมาตรฐาน มีดังนี้ มาตรฐานที่ 1 คุณภาพของเด็ก 1.1 มีพัฒนาการด้านร่างกาย แข็งแรง มีสุขนิสัยที่ดี และดูแลความปลอดภัยของตนเองได้ 1.2 มีพัฒนาการด้านอารมณ์ จิตใจ ควบคุม และแสดงออกทางอารมณ์ได้ 1.3 มีพัฒนาการด้านสังคม ช่วยเหลือตนเอง และเป็นสมาชิกที่ดีของสังคม 1.4 มีพัฒนาการด้านสติปัญญา สื่อสารได้ มีทักษะการคิดพื้นฐาน และแสวงหาความรู้ได้ คำอธิบาย มาตรฐานที่ 1 คุณภาพของเด็ก ผลพัฒนาการเด็กในด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญา 1.1 มีพัฒนาการด้านร่างกาย แข็งแรง มีสุขนิสัยที่ดี และดูแลความปลอดภัยของตนเองได้ เด็กมีน้ำหนัก ส่วนสูงตามเกณฑ์มาตรฐาน เคลื่อนไหวร่างกายคล่องแคล่ว ทรงตัวได้ดี ใช้มือ และตา ประสานสัมพันธ์ได้ดี ดูแลรักษาสุขภาพอนามัยส่วนตนและปฏิบัติจนเป็นนิสัย ปฏิบัติตนตามข้อตกลงเกี่ยวกับ ความปลอดภัย หลีกเลี่ยงสภาวะที่เสี่ยงต่อโรค สิ่งเสพติด และระวังภัยจากบุคคล สิ่งแวดล้อม และสถานการณ์ที่ เสี่ยงอันตราย 1.2 มีพัฒนาการด้านอารมณ์ จิตใจ ควบคุมและแสดงออกทางอารมณ์ได้ เด็กร่าเริงแจ่มใส แสดงอารมณ์ความรู้สึกได้เหมาะสม รู้จักยับยั้งชั่งใจ อดทนในการรอคอย ยอมรับ และ พอใจในความสามารถ และผลงานของตนเองและผู้อื่น มีจิตสำนึกและค่านิยมที่ดี มีความมั่นใจ กล้าพูด กล้าแสดงออก ช่วยเหลือแบ่งปัน เคารพสิทธิ รู้หน้าที่รับผิดชอบ อดทนอดกลั้น ซื่อสัตย์สุจริต มีคุณธรรม จริยธรรม ตามที่สถานศึกษากำหนด ชื่นชมและมีความสุขกับ ศิลปะ ดนตรี และการเคลื่อนไหว 1.3 มีพัฒนาการด้านสังคม ช่วยเหลือตนเอง และเป็นสมาชิกที่ดีของสังคม เด็กช่วยเหลือตนเองในการปฏิบัติกิจวัตรประจำวัน มีวินัยในตนเอง ประหยัดและพอเพียง มีส่วนร่วมดูแล รักษาสิ่งแวดล้อมในและนอกห้องเรียน มีมารยาทตามวัฒนธรรมไทย เช่น การไหว้ การยิ้มทักทาย และมี สัมมาคารวะกับผู้ใหญ่ เป็นต้น ยอมรับหรือเคารพความแตกต่าง ระหว่างบุคคล เช่น ความคิด พฤติกรรม พื้นฐาน ครอบครัว เชื้อชาติ ศาสนา วัฒนธรรม เป็นต้น เล่นและทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ แก้ไขข้อขัดแย้ง โดยปราศจากการใช้ ความรุนแรง 1.4 มีพัฒนาการด้านสติปัญญา สื่อสารได้มีทักษะการคิดพื้นฐาน และแสวงหาความรู้ได้ เด็กสนทนาโต้ตอบ และเล่าเรื่องให้ผู้อื่นเข้าใจ ตั้งคำถามในสิ่งที่ตนเองสนใจหรือ สงสัย และพยายาม ค้นหาคำตอบ อ่านนิทาน และเล่าเรื่องที่ตนเองอ่านได้เหมาะสมกับวัยและศักยภาพของตนเอง มีความสามารถ ในการคิดรวบยอด การคิดเชิงเหตุผลทางคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ การคิดแก้ปัญหา และสามารถตัดสินใจ ในเรื่องง่าย ๆ ได้ สร้างสรรค์ผลงาน ตามความคิดและจินตนาการ เช่น งานศิลปะ การเคลื่อนไหวท่าทาง การเล่น ๑๖
การให้ระดับคุณภาพ ระดับคุณภาพ ประเด็นพิจารณา กำลังพัฒนา มีพัฒนาการด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคมและสติปัญญา ยังไม่บรรลุตาม เป้าหมายที่สถานศึกษากำหนดทุกด้าน ปานกลาง พัฒนาการด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคมและสติปัญญา ยังไม่บรรลุตาม เป้าหมายที่สถานศึกษากำหนดบางด้าน ดี พัฒนาการด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคมและสติปัญญา บรรลุตาม เป้าหมายที่สถานศึกษากำหนดทุกด้าน ดีเลิศ พัฒนาการด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคมและสติปัญญา สูงกว่าบรรลุตาม เป้าหมายที่สถานศึกษากำหนดทุกด้าน ยอดเยี่ยม พัฒนาการด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคมและสติปัญญา สูงกว่าบรรลุตาม เป้าหมายที่สถานศึกษากำหนดทุกด้านและมีความพร้อมในการศึกษาระดับ ประถมศึกษา แหล่งข้อมูล / การเก็บรวบรวมข้อมูล ๑. แบบรายงานการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนรายบุคคล (ป.พ.๕) ๒. รายงานสรุปการประเมินผลพัฒนการเรียนรู้ของนักเรียน ๓. แบบรายงานผลการจัดกิจกรรมส่งเสริมความสามารถด้านต่าง ๆ ทั้งการอ่าน เขียนและการสื่อสาร เช่น กิจกรรมเล่านิทาน เป็นต้น ๔. แบบประเมินความสามารถในการคิดวิเคราะห์ คิดอย่างมีวิจารณญาณ อภิปรายแลกเปลี่ยน ความคิดเห็นและการแก้ปัญหาของผู้เรียน ๕. แบบรายงานผลการจัดกิจกรรมส่งเสริมพัฒนการเรียนรู้ของนักเรียนด้านร่างกาย ด้านอารมณ์ จิตใจ ควบคุม และแสดงออกทางอารมณ์ได้มีพัฒนาการด้านสังคม และพัฒนาการด้านสติปัญญา ผ่านรูปแบบกิจกรรมการสอน โครงการ กิจกรรมพิเศษของโรงเรียน กิจกรรมวันสำคัญ และแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ ของโรงเรียน ๖. รายงานผลการพัฒนาผู้เรียนเกี่ยวกับนวัตกรรมต่าง ๆ ๗. สรุปผลการบันทึกความสามารถในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของผู้เรียน มาตรฐานที่ 2 กระบวนการบริหารและการจัดการ 2.1 มีหลักสูตรครอบคลุมพัฒนาการทั้ง 4 ด้าน สอดคล้องกับบริบทของท้องถิ่น 2.2 จัดครูให้เพียงพอกับชั้นเรียน 2.3 ส่งเสริมให้ครูมีความเชี่ยวชาญด้านการจัดประสบการณ์ 2.4 จัดสภาพแวดล้อมและสื่อเพื่อการเรียนรู้ อย่างปลอดภัย และเพียงพอ 2.5 ให้บริการสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศและสื่อการเรียนรู้เพื่อสนับสนุนการจัดประสบการณ์ 2.6 มีระบบบริหารคุณภาพที่เปิดโอกาสให้ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายมีส่วนร่วม ๑๗
คำอธิบาย มาตรฐานที่ 2 กระบวนการบริหารและการจัดการ สถานศึกษาดำเนินการบริหารและจัดการสถานศึกษาที่ครอบคลุมด้านวิชาการ ด้านครู และบุคลากร ด้านข้อมูลสารสนเทศ ด้านสภาพแวดล้อมและสื่อเพื่อการเรียนรู้ และด้านระบบประกันคุณภาพภายใน โดยเปิดโอกาส ให้ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา มีการกำกับติดตามการดำเนินงานอย่างเป็น ระบบและต่อเนื่อง เพื่อสร้างความมั่นใจต่อคุณภาพการจัดการศึกษาของสถานศึกษา 2.1 มีหลักสูตรครอบคลุมพัฒนาการทั้ง 4 ด้าน สอดคล้องกับบริบทของท้องถิ่น สถานศึกษามีหลักสูตรสถานศึกษาที่ยืดหยุ่น และสอดคล้องกับหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย โดยสถานศึกษาออกแบบการจัดประสบการณ์ที่เตรียมความพร้อมอย่างเป็นองค์รวมและเหมาะสมตามวัย เน้นการเรียนรู้ผ่านการเล่นและการลงมือปฏิบัติ ตอบสนองความต้องการและความแตกต่างของเด็กปกติ และกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ และสอดคล้องกับวิถีชีวิตของครอบครัว ชุมชน และท้องถิ่น 2.2 จัดครูให้เพียงพอกับชั้นเรียน สถานศึกษาจัดครูให้เหมาะสมกับภารกิจการเรียนการสอนหรือ จัดครูที่จบการศึกษาปฐมวัย หรือ ผ่านการอบรมการศึกษาปฐมวัยอย่างพอเพียงกับชั้นเรียน 2.3 ส่งเสริมให้ครูมีความเชี่ยวชาญด้านการจัดประสบการณ์ พัฒนาครูและบุคลากรให้มีความรู้ความสามารถในการวิเคราะห์และออกแบบหลักสูตรสถานศึกษา มีทักษะในการจัดประสบการณ์และการประเมินพัฒนาการเด็ก ใช้ประสบการณ์สำคัญในการออกแบบการจัด กิจกรรม มีการสังเกตและประเมินพัฒนาการเด็กเป็นรายบุคคล มีปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับเด็กและครอบครัว 2.4 จัดสภาพแวดล้อมและสื่อเพื่อการเรียนรู้ อย่างปลอดภัยและเพียงพอ สถานศึกษาจัดสภาพแวดล้อมภายในและภายนอกห้องเรียนที่คำนึงถึงความปลอดภัย ส่งเสริมให้เกิด การเรียนรู้เป็นรายบุคคลและกลุ่ม เล่นแบบร่วมมือร่วมใจ มีมุมประสบการณ์หลากหลาย มีสื่อการเรียนรู้เช่น ของเล่น หนังสือนิทาน สื่อจากธรรมชาติ สื่อสำหรับเด็กมุด ลอด ปีนป่าย สื่อเทคโนโลยี สื่อเพื่อการสืบเสาะ หาความรู้ 2.5 ให้บริการสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศและสื่อการเรียนรู้เพื่อสนับสนุนการจัดประสบการณ์สำหรับครู สถานศึกษาอำนวยความสะดวก และให้บริการสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศ วัสดุ และอุปกรณ์เพื่อสนับสนุน การจัดประสบการณ์และพัฒนาครู 2.6 มีระบบบริหารคุณภาพที่เปิดโอกาสให้ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายมีส่วนร่วม สถานศึกษากำหนดมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษาที่สอดคล้องกับมาตรฐานการศึกษาปฐมวัย และอัตลักษณ์ที่สถานศึกษากำหนด จัดทำแผนพัฒนาการศึกษาของสถานศึกษาที่สอดรับกับมาตรฐาน ที่สถานศึกษากำหนดและดำเนินการตามแผน มีการประเมินผลและตรวจสอบคุณภาพภายในสถานศึกษา ติดตาม ผล การดำเนินงานและจัดทำรายงานผลการประเมินตนเองประจำปี นำผลการประเมินไปปรับปรุงและพัฒนา คุณภาพ สถานศึกษา โดยผู้ปกครองและผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายมีส่วนร่วมและจัดส่งรายงานผลการประเมินตนเอง ให้หน่วยงาน ต้นสังกัด ๑๘
การให้ระดับคุณภาพ ระดับคุณภาพ ระดับคุณภาพ ประเด็นพิจารณา กำลังพัฒนา -มีหลักสูตรสถานศึกษาที่ไม่ยืดหยุ่น ไม่สอดคล้องกับหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย และบริบทของท้องถิ่น -มีระบบบริหารคุณภาพ แต่ไม่ส่งผลต่อการพัฒนาคุณภาพเด็กปฐมวัย ปานกลาง -มีหลักสูตรสถานศึกษาที่ไม่ยืดหยุ่น สอดคล้องกับหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย และบริบทของท้องถิ่น -มีระบบบริหารคุณภาพ แต่ไม่ส่งผลต่อการพัฒนาคุณภาพเด็กปฐมวัย ดี -มีหลักสูตรสถานศึกษาที่ยืดหยุ่น สอดคล้องกับหลักสูตรการศึกษาปฐมวัยและบริบท ของท้องถิ่น - จัดครูให้เพียงพอและเหมาะสมกับชั้นเรียน - มีการส่งเสริมให้ครูมีความเชี่ยวชาญด้านการจัดประสบการณ์ที่ส่งผลต่อคุณภาพเด็ก เป็นรายบุคคล - จัดสภาพแวดล้อมอย่างปลอดภัย และมีสื่อเพื่อการเรียนรู้อย่างเพียงพอและ หลากหลาย - ให้บริการสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศและสื่อการเรียนรู้เพื่อสนับสนุนการจัด ประสบการณ์เหมาะสม กับบริบทของสถานศึกษา - มีระบบบริหารจัดการคุณภาพของสถานศึกษาที่ส่งผลต่อคุณภาพตามมาตรฐานของ สถานศึกษา และเปิดโอกาสให้ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายมีส่วนร่วม ดีเลิศ - มีการประเมินและพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา ให้สอดคล้องกับหลักสูตรการศึกษา ปฐมวัยและ บริบทของท้องถิ่น - จัดครูให้เพียงพอและเหมาะสมกับชั้นเรียน - มีการส่งเสริมให้ครูมีความเชี่ยวชาญด้านการจัดประสบการณ์ที่ส่งผลต่อคุณภาพเด็ก เป็น รายบุคคล ตรงความต้องการของครูและสถานศึกษา - จัดสภาพแวดล้อมอย่างปลอดภัย และมีสื่อเพื่อการเรียนรู้อย่างเพียงพอ และ หลากหลาย - ให้บริการสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศและสื่อการเรียนรู้เพื่อสนับสนุนการจัด ประสบการณ์เหมาะสม กับบริบทของสถานศึกษา - มีระบบบริหารจัดการคุณภาพของสถานศึกษา การชี้แนะระหว่างการปฏิบัติงาน ที่ส่งผลต่อ คุณภาพตามมาตรฐานของสถานศึกษา บูรณาการการปฏิบัติงานและ เปิดโอกาสให้ผู้เกี่ยวข้อง ทุกฝ่ายมีส่วนร่วม ๑๙
ระดับคุณภาพ ประเด็นพิจารณา ยอดเยี่ยม -มีการประเมินและพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา ให้สอดคล้องกับหลักสูตรการศึกษา ปฐมวัยและ บริบทของท้องถิ่น - จัดครูให้เพียงพอและเหมาะสมกับชั้นเรียน - มีการส่งเสริมให้ครูมีความเชี่ยวชาญด้านการจัดประสบการณ์ที่ส่งผลต่อคุณภาพเด็ก เป็น รายบุคคล ตรงความต้องการของครูและสถานศึกษา และจัดให้มีชุมชนการ เรียนรู้ทางวิชาชีพ - จัดสภาพแวดล้อมอย่างปลอดภัย และมีสื่อเพื่อการเรียนรู้อย่างเพียงพอและ หลากหลาย - ให้บริการสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศและสื่อการเรียนรู้เพื่อสนับสนุนการจัด ประสบการณ์เหมาะสม กับบริบทของสถานศึกษา - มีระบบบริหารจัดการคุณภาพของสถานศึกษา ที่เหมาะสมและต่อเนื่อง มีการชี้แนะ ระหว่าง การปฏิบัติงานส่งผลต่อคุณภาพตามมาตรฐานของสถานศึกษา บูรณาการ การปฏิบัติงานและเปิด โอกาสให้ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายมีส่วนร่วมจน เป็นแบบอย่างที่ดี และได้รับการยอมรับจากชุมชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แหล่งข้อมูล/ การเก็บรวบรวมข้อมูล 1. มีหลักสูตรครอบคลุมพัฒนาการทั้ง 4 ด้าน สอดคล้องกับบริบทของท้องถิ่น 2. สถานศึกษาจัดครูให้เหมาะสมกับภารกิจการเรียนการสอนหรือจัดครูที่จบการศึกษาปฐมวัย ครูการศึกษาพิเศษ ครูที่ผ่านการอบรมเทคนิคการสอน การแก้ไขพฤติกรรมเด็กที่มีความต้องการพิเศษ หรืออบรม หลักสูตรการศึกษาพิเศษพอเพียงกับชั้นเรียน 3. การเข้าอบรม หรือ การฝึกปฏิบัติการ ด้านการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ของเด็กปฐมวัย 4. การพัฒนาครูด้านความรู้ความสามารถในการวิเคราะห์และออกแบบหลักสูตรสถานศึกษา ๕. การจัดสภาพแวดล้อมและสื่อเพื่อการเรียนรู้ อย่างปลอดภัยและเพียงพอ ๖. การจัดสภาพแวดล้อมภายในและภายนอกห้องเรียนที่คำนึงถึงความปลอดภัย ส่งเสริมให้เกิด การเรียนรู้เป็นรายบุคคลและกลุ่ม ๗. มีแผนการเรียนรู้เฉพาะบุคคล แผนการสอนเฉพาะบุคคล แผนกิจกรรม สื่อ รูปภาพ เอกสารใบงาน และการจัดกิจกรรม การเล่น การฝึก มีมุมประสบการณ์หลากหลาย มีสื่อการเรียนรู้เช่น ของเล่น หนังสือนิทาน สื่อจากธรรมชาติ สื่อสำหรับเด็กมุด ลอด ปีนป่าย สื่อเทคโนโลยี สื่อเพื่อการสืบเสาะหาความรู้ ๘. การให้บริการสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศและสื่อการเรียนรู้เพื่อสนับสนุนวัสดุ และอุปกรณ์ เพื่อการจัด ประสบการณ์การเรียนรู้ ๙. การเปิดโอกาสให้ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายมีส่วนร่วม สถานศึกษากำหนดมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา ที่สอดคล้องกับมาตรฐานการศึกษาปฐมวัย ๑๐. มีแผนพัฒนาการศึกษาของสถานศึกษาที่สอดรับกับมาตรฐาน ที่สถานศึกษากำหนดและดำเนินการ ตามแผน ๒๐ ๑๑. การประเมินผลและตรวจสอบคุณภาพภายในสถานศึกษา ติดตามผล การดำเนินงานและจัดทำรายงาน ผลการประเมินตนเองประจำปี
มาตรฐานที่ 3 การจัดประสบการณ์ที่เน้นเด็กเป็นสำคัญ 3.1 จัดประสบการณ์ที่ส่งเสริมให้เด็กมีพัฒนาการทุกด้านอย่างสมดุลเต็มศักยภาพ 3.2 สร้างโอกาสให้เด็กได้รับประสบการณ์ตรง เล่น และปฏิบัติอย่างมีความสุข 3.3 จัดบรรยากาศที่เอื้อต่อการเรียนรู้ใช้สื่อและเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับวัย 3.4 ประเมินพัฒนาการเด็กตามสภาพจริงและนำผลการประเมินพัฒนาการเด็กไปปรับปรุงการจัด ประสบการณ์และพัฒนาเด็ก คำอธิบาย มาตรฐานที่ 3 การจัดประสบการณ์ที่เน้นเด็กเป็นสำคัญ ครูจัดประสบการณ์ให้เด็กมีพัฒนาการทุกด้านอย่างสมดุล เต็มศักยภาพ รู้จักเด็กเป็นรายบุคคลและสร้าง โอกาสให้เด็กทุกคนได้รับประสบการณ์ตรง เล่นและลงมือกระทำผ่านประสาทสัมผัส จัดบรรยากาศที่ เอื้อต่อการเรียนรู้ ใช้สื่อและเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับวัย มีการติดตามและประเมินผลพัฒนาการเด็ก อย่างเป็นระบบ 3.1 จัดประสบการณ์ที่ส่งเสริมให้เด็กมีพัฒนาการทุกด้านอย่างสมดุลเต็มศักยภาพ ครูวิเคราะห์ข้อมูลเด็กเป็นรายบุคคล จะดทำแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล แผนการสอนเฉพาะ บุคคล แลจัดทำแผนการจัดประสบการณ์จากการวิเคราะห์มาตรฐาน คุณลักษณะที่พึงประสงค์ในหลักสูตร สถานศึกษา โดยมีกิจกรรมที่ส่งเสริมพัฒนาการเด็กครบทุกด้าน ทั้งด้านร่างกาย ด้านอารมณ์ จิตใจ ด้านสังคม และ ด้านสติปัญญา ไม่มุ่งเน้นการพัฒนาด้านใดด้านหนึ่งเพียงด้านเดียว 3.2 สร้างโอกาสให้เด็กได้รับประสบการณ์ตรง เล่น และปฏิบัติอย่างมีความสุข ครูจัดประสบการณ์ที่เชื่อมโยงกับประสบการณ์เดิม ให้เด็กมีโอกาสเลือกทำกิจกรรมอย่างอิสระ ตามความ ต้องการ ความสนใจ ความสามารถ ตอบสนองต่อวิธีการเรียนรู้ของเด็กเป็นรายบุคคลหลากหลายรูปแบบ จากแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลาย เด็กได้เลือกเล่น เรียนรู้ ลงมือ กระทำ และสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง 3.3 จัดบรรยากาศที่เอื้อต่อการเรียนรู้ ใช้สื่อ และเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับวัย ครูจัดห้องเรียนให้สะอาด อากาศถ่ายเท ปลอดภัย มีพื้นที่แสดงผลงานเด็ก พื้นที่สำหรับ มุมประสบการณ์และการจัดกิจกรรม เด็กมีส่วนร่วมในการจัดสภาพแวดล้อมในห้องเรียน เช่น ป้ายนิเทศ การดูแล ต้นไม้ เป็นต้น ครูใช้สื่อและเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับช่วงอายุตามศักยภาพ และระยะความสนใจ และวิถี การเรียนรู้ของเด็ก เช่น กล้องดิจิตอล คอมพิวเตอร์สำหรับการเรียนรู้รายนบุคคล สื่อของเล่นที่กระตุ้นให้คิด และ หาคำตอบ เป็นต้น 3.4 ประเมินพัฒนาการเด็กตามสภาพจริง และนำผลการประเมินพัฒนาการเด็กไปปรับปรุงการจัด ประสบการณ์และพัฒนาเด็ก ครูประเมินพัฒนาการเด็กจากกิจกรรม และกิจวัตรประจำวันด้วยเครื่องมือ และวิธีการที่หลากหลาย ไม่ใช้แบบทดสอบวิเคราะห์ผลการประเมินพัฒนาการเด็ก โดยผู้ปกครองและผู้เกี่ยวข้องมีส่วนร่วม และนำผล การประเมินที่ได้ไปพัฒนาคุณภาพเด็กและแลกเปลี่ยนเรียนรู้การจัดประสบการณ์ที่มีประสิทธิภาพ การให้ระดับ คุณภาพ ระดับคุณภาพ ประเด็นพิจารณา กำลังพัฒนา จัดประสบการณ์ที่ส่งเสริมให้เด็กมีพัฒนาการด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญา ๒๑
การให้ระดับคุณภาพ ระดับคุณภาพ ประเด็นพิจารณา กำลังพัฒนา -จัดประสบการณ์ที่ส่งเสริมให้เด็กมีพัฒนาการด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญา ไม่สมดุล - ไม่สร้างโอกาสให้เด็กได้รับประสบการณ์ตรง เล่นและปฏิบัติกิจกรรมอย่างอิสระ ตามความต้องการ ความสนใจและความสามารถของเด็ก ปานกลาง -จัดประสบการณ์ที่ส่งเสริมให้เด็กมีพัฒนาการด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญา อย่างสมดุล - สร้างโอกาสให้เด็กได้รับประสบการณ์ตรง เล่นและปฏิบัติกิจกรรมอย่างอิสระ ตามความต้องการ ความสนใจและความสามารถของเด็ก ดี - จัดประสบการณ์ที่ส่งเสริมให้เด็กมีพัฒนาการด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญา อย่างสมดุล เต็มศักยภาพของเด็กเป็นรายบุคคล - สร้างโอกาสให้เด็กได้รับประสบการณ์ตรง เล่นและปฏิบัติกิจกรรม เรียนรู้ลงมือทำ และสร้าง องค์ความรู้ด้วยตนเองอย่างมีความสุข - จัดบรรยากาศและสภาพแวดล้อมในห้องเรียนที่เอื้อต่อการเรียนรู้ ใช้สื่อและ เทคโนโลยีที่เหมาะสมกับวัย - ครูประเมินพัฒนาการเด็กตามสภาพจริงด้วยวิธีการที่หลากหลาย โดยผู้ปกครอง และผู้เกี่ยวข้อง มีส่วนร่วมนำผลการประเมินที่ได้ไปปรับปรุงการจัดประสบการณ์ และพัฒนาเด็ก ดีเลิศ - จัดประสบการณ์ที่ส่งเสริมให้เด็กมีพัฒนาการด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญา อย่างสมดุล เต็มศักยภาพโดยความร่วมมือของพ่อแม่และครอบครัว ชุมชน และผู้เกี่ยวข้อง - สร้างโอกาสให้เด็กได้รับประสบการณ์ตรง เล่นและปฏิบัติกิจกรรม เรียนรู้ลงมือทำ และสร้าง องค์ความรู้ด้วยตนเองอย่างมีความสุข - จัดบรรยากาศและสภาพแวดล้อมในห้องเรียนที่เอื้อต่อการเรียนรู้โดยเด็กมีส่วน ร่วมใช้สื่อและ เทคโนโลยีที่เหมาะสมกับวัย - ครูประเมินพัฒนาการเด็กตามสภาพจริงด้วยวิธีการที่หลากหลาย โดยผู้ปกครอง และผู้เกี่ยวข้อง มีส่วนร่วมนำผลการประเมินที่ได้ไปปรับปรุงการจัดประสบการณ์ และพัฒนาเด็ก ๒๒
แหล่งข้อมูล / การเก็บรวบรวมข้อมูล 1. แผนการจัดประสบการณ์ที่ส่งเสริมให้เด็กมีพัฒนาการด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และ สติปัญญา 2. กิจกรรม / โครงการ ส่งเสริมพัฒนาการด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญา 3. แผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล แผนการสอนเฉพาะบุคคล ส่งเสริมพัฒนาการด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญา โดยความร่วมมือของพ่อแม่และครอบครัว ชุมชนและผู้เกี่ยวข้อง อย่างเป็นระบบ 4. หลักสูตร การเรียนรู้ที่ส่งเสริมให้เด็กมีพัฒนาการด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญา 5. กิจกรรม / โครงการ ประสบการณ์ตรง เล่นและปฏิบัติกิจกรรม เรียนรู้ลงมือทำและสร้าง องค์ความรู้ด้วยตนเองอย่างมีความสุข ด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญา 6. การจัดจัดบรรยากาศและสภาพแวดล้อมในห้องเรียนที่เอื้อต่อการเรียนรู้โดยเด็กมีส่วนร่วมใช้สื่อ และเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับวัย 7. การประเมินพัฒนาการเด็กตามสภาพจริงด้วยวิธีการที่หลากหลาย 8. การนิเทศติดตาม และการสรุปผล กิจกรรม / โครงการ / การจัดการเรียนรู้ ในการส่งเสริมให้เด็กมี พัฒนาการด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญา ระดับคุณภาพ ประเด็นพิจารณา ยอดเยี่ยม - จัดประสบการณ์ที่ส่งเสริมให้เด็กมีพัฒนาการด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญา อย่างสมดุล เต็มศักยภาพโดยความร่วมมือของพ่อแม่และครอบครัว ชุมชน และผู้เกี่ยวข้อง และเป็นแบบอย่างที่ดี - สร้างโอกาสให้เด็กได้รับประสบการณ์ตรง เล่นและปฏิบัติกิจกรรม เรียนรู้ลงมือทำ และสร้าง องค์ความรู้ด้วยตนเองอย่างมีความสุข - จัดบรรยากาศและสภาพแวดล้อมในห้องเรียนที่เอื้อต่อการเรียนรู้โดยเด็กมีส่วน ร่วมใช้สื่อ และเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับวัย - ครูประเมินพัฒนาการเด็กตามสภาพจริงด้วยวิธีการที่หลากหลาย โดยผู้ปกครอง และผู้เกี่ยวข้อง ๒๓
มาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน
มาตรฐานการศึกษาระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน มาตรฐานที่ ๑ คุณภาพของผู้เรียน (60 คะแนน) คำอธิบาย ผลการเรียนรู้ที่เป็นคุณภาพของผู้เรียนทั้งด้านผลสัมฤทธิ์ทางวิชาการ ประกอบด้วยความสามารถใน การอ่าน การเขียน การสื่อสาร การคิดคำนวณ การคิดประเภทต่าง ๆ การสร้างนวัตกรรมการใช้เทคโนโลยี สารสนเทศ และการสื่อสาร ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนตามหลักสูตร การมีความรู้ ทักษะพื้นฐานและเจตคติ อาชีพ และด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ที่เป็นค่านิยมที่ดีตามที่สถานศึกษากำหนด ความภูมิใจ ความเป็นไทย การยอมรับที่จะอยู่ร่วมกันบนความแตกต่างที่หลากหลาย รวมทั้งสุขภาวะทางร่างกายและจิตสังคม ประเด็นพิจารณา ๑.๑ มีความสามารถในการอ่าน การเขียน การสื่อสารภาษาไทยตามเกณฑ์ของแต่ละ ระดับชั้น (๕ คะแนน) คำอธิบาย ผู้เรียนมีทักษะในการอ่าน การเขียน และการสื่อสารภาษาไทยได้อย่างดีใช้กระบวนการอ่าน การเขียน และการสื่อสาร ทำให้ตนเองเกิดการเรียนรู้ได้ตามเกณฑ์มาตรฐานตัวชี้วัดของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษา ขั้นพื้นฐานของแต่ละระดับชั้น มีผลการทดสอบความสามารถของผู้เรียนจากแบบรายงานการพัฒนาคุณภาพ ผู้เรียนรายบุคคล ที่แสดงผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียน เกณฑ์การพิจารณา ร้อยละของผู้เรียนที่มีความสามารถในการอ่าน การเขียน การสื่อสาร ภาษาไทย วิธีการคำนวณ : คำนวณหาร้อยละของผู้เรียนที่มีความสามารถในการอ่าน การเขียน การสื่อสาร ภาษาไทย จากประเด็นต่อไปนี้ ๑. คำนวณหาร้อยละของผู้เรียนที่มีผลการเรียนตั้งแต่ระดับดี (เกรด ๓) ขึ้นไป ในรายวิชาพื้นฐาน ทุกระดับชั้น เกณฑ์การให้ค่าคะแนน ใช้บัญญัติไตรยางค์เทียบ กำหนดร้อยละ ๑๐๐ เท่ากับ ๓ = จำนวนผู้เรียนที่มีผลการเรียนตั้งแต่ระดับดี (เกรด ๓) ขึ้นไป × ๑๐๐ _________________________________________________________________________________________________________ จำนวนผู้เรียนทั้งหมด = ร้อยละของผู้เรียนที่มีผลการเรียนตั้งแต่ระดับดี(เกรด ๓) ขึ้นไป × ๓ _________________________________________________________________________________________________________ ๑๐๐ ๒๔
๒. คำนวณหาร้อยละของผู้เรียนที่มีผลการประเมินการอ่านคิดวิเคราะห์และเขียนสื่อความ ระดับดีขึ้นไป ในรายวิชาพื้นฐานทุกระดับชั้น เกณฑ์การให้ค่าคะแนน ใช้บัญญัติไตรยางค์เทียบ กำหนดร้อยละ ๑๐๐ เท่ากับ ๒ สรุป การหาคำนวณหาร้อยละของผู้เรียนที่มีความสามารถในการอ่าน การเขียน การสื่อสารภาษาไทย เกณฑ์การให้ค่าคะแนน ใช้บัญญัติไตรยางค์เทียบ กำหนดร้อยละ ๑๐๐ เท่ากับ ๕ (ผลรวมของค่าคะแนนทั้ง ๒ ประเด็น) = จำนวนผู้เรียนที่มีผลการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียนสื่อความ ระดับดีขึ้นไป × ๑๐๐ ____________________________________________________________________________________________________________________________________ จำนวนผู้เรียนทั้งหมด = ร้อยละของผู้เรียนที่มีผลการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียนสื่อความระดับดีขึ้นไป × ๒ ___________________________________________________________________________________________________________________________________ ๑๐๐ = ร้อยละของผู้เรียนที่มีผลการเรียนตั้งแต่ระดับดี(เกรด๓)ขึ้นไป + ร้อยละผู้เรียนที่มีผลการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียนสื่อความระดับดีขึ้นไป ________________________________________________________________________________________________________________________________________________ 2 = ค่าคะแนนผู้เรียนที่มีผลการเรียนตั้งแต่ระดับดี(เกรด ๓) ขึ้นไป + ค่าคะแนนผู้เรียนที่มีผลการประเมิน การอ่านคิดวิเคราะห์และเขียนสื่อความระดับดีขึ้นไป ๒๕
เกณฑ์การให้คะแนน ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 4.00 – 5.00 ยอดเยี่ยม (5 ) 3.50 – 3.99 ดีเลิศ (4) 3.00 – 3.49 ดี (๓) 2.50 – 2.99 ปานกลาง (2) ๑.00 – ๒.๔๙ กำลังพัฒนา (1) แหล่งข้อมูล / การเก็บรวบรวมข้อมูล ๑. แบบรายงานการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนรายบุคคล (ป.พ.๕) ๒. รายงานสรุปการประเมินผลการจัดการเรียนการสอนรายวิชาต่าง ๆ ของกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ๓. แบบรายงานผลการจัดกิจกรรมส่งเสริมความสามารถด้านภาษาไทย และผลการจัดกิจกรรมพัฒนา ทักษะทางภาษาไทย ทั้งการอ่าน การเขียน และการสื่อสาร เช่น กิจกรรมวันภาษาไทย แรลลี่รักการอ่าน กิจกรรมเล่านิทาน สัปดาห์ห้องสมุด ประเด็นพิจารณา ๑.๒ มีความสามารถในการอ่าน การเขียน การสื่อสารภาษาอังกฤษตามเกณฑ์ของแต่ละ ระดับชั้น (๕ คะแนน) คำอธิบาย ผู้เรียนมีทักษะในการอ่าน การเขียน และการสื่อสารภาษาอังกฤษได้อย่างดี ใช้กระบวนการอ่าน การเขียน และการสื่อสารทำให้ตนเองเกิดการเรียนรู้ได้ตามเกณฑ์มาตรฐานตัวชี้วัดของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษา ขั้นพื้นฐานของแต่ละระดับชั้น มีผลการทดสอบความสามารถของผู้เรียนจากแบบรายงานการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน รายบุคคลที่แสดงผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียน เกณฑ์การพิจารณา ร้อยละของผู้เรียนที่มีความสามารถในการอ่าน การเขียน การสื่อสาร ภาษาอังกฤษ วิธีการคำนวณ : คำนวณหาร้อยละของผู้เรียนที่มีความสามารถในการอ่าน การเขียน การสื่อสาร ภาษาอังกฤษ จากประเด็นต่อไปนี้ ๒๖
๑. คำนวณหาร้อยละของผู้เรียนที่มีผลการเรียนตั้งแต่ระดับดี(เกรด ๓ ) ขึ้นไป ในรายวิชา ภาษาอังกฤษพื้นฐาน ทุกระดับชั้น เกณฑ์การให้ค่าคะแนน ใช้บัญญัติไตรยางค์เทียบ กำหนดร้อยละ ๑๐๐ เท่ากับ ๓ ๒. คำนวณหาร้อยละของผู้เรียนที่มีผลการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียนสื่อความ ระดับดีขึ้นไป ในรายวิชาภาษาอังกฤษพื้นฐาน ทุกระดับชั้น เกณฑ์การให้ค่าคะแนน ใช้บัญญัติไตรยางค์เทียบ กำหนดร้อยละ ๑๐๐ เท่ากับ 2 สรุป การคำนวณหาร้อยละของผู้เรียนที่มีความสามารถในการอ่าน การเขียน การสื่อสารภาษาอังกฤษ = จำนวนผู้เรียนที่มีผลการเรียนตั้งแต่ระดับดี(เกรด ๓) ขึ้นไป × ๑๐๐ ____________________________________________________________________________________________________ จำนวนผู้เรียนทั้งหมด = ร้อยละของผู้เรียนที่มีผลการเรียนตั้งแต่ระดับดี(เกรด ๓) ขึ้นไป × ๓ ______________________________________________________________________________________________________ ๑๐๐ = ผู้เรียนที่มีผลการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียนสื่อความ ระดับดีขึ้นไป × ๑๐๐ _________________________________________________________________________________________________________________________________ จำนวนผู้เรียนทั้งหมด = ร้อยละของผู้เรียนที่มีผลการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียนสื่อความ ระดับดีขึ้นไป × 2 ______________________________________________________________________ 100 = ร้อยละของผู้เรียนที่มีผลการเรียนตั้งแต่ระดับดี(เกรด ๓) ขึ้นไป + ร้อยละผู้เรียนที่มีผลการประเมิน การอ่านคิดวิเคราะห์และเขียนสื่อความระดับดีขึ้นไป _____________________________________________________________________________________________________________________________________ 2 ๒๗
เกณฑ์การให้ค่าคะแนนใช้บัญญัติยางค์เทียบ กำหนดร้อยละ ๑๐๐ เท่ากับ ๕ ( ผลรวมของค่าคะแนนทั้ง ๒ ประเด็น ) เกณฑ์การให้คะแนน ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 4.00 – 5.00 ยอดเยี่ยม (5 ) 3.50 – 3.99 ดีเลิศ (4) 3.00 – 3.49 ดี (๓) 2.50 – 2.99 ปานกลาง (2) ๑.00 – ๒.๔๙ กำลังพัฒนา (1) แหล่งข้อมูล / การเก็บรวบรวมข้อมูล 1. แบบรายงานการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนรายบุคคล (ป.พ.๕) 2. รายงานสรุปผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาต่าง ๆ ของกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ 3. แบบรายงานผลการจัดกิจกรรมส่งเสริมความสามารถด้านภาษาอังกฤษ และผลการจัดกิจกรรม พัฒนาทักษะทางภาษาอังกฤษ ทั้งการอ่าน การเขียน และการสื่อสาร เช่น กิจกรรม Asian Day การเข่งขันทักษะภาษาอังกฤษ ประเด็นพิจารณา ๑.3 มีความสามารถในการคำนวณตามเกณฑ์ของแต่ละระดับชั้น (5 คะแนน ) คำอธิบาย ผู้เรียนมีความสามารถในการคิดอย่างเป็นระบบ โดยสามารถคิดคำนวณ โดยการพูดหรือเขียน ตามความคิดของตนเอง และมีเหตุผลประกอบ สามารถสร้างสรรค์ผลงานผ่านกระบวนการคิดอย่างสมเหตุสมผล เกณฑ์การพิจารณา ร้อยละของผู้เรียนที่มีความสามารถในการคิดคำนวณ = ค่าคะแนนผู้เรียนที่มีผลการเรียนตั้งแต่ระดับดี(เกรด ๓) ขึ้นไป + ค่าคะแนนผู้เรียนที่มีผลการประเมิน การอ่านคิดวิเคราะห์และเขียนสื่อความระดับดีขึ้นไป ๒๘
วิธีการคำนวณ : คำนวณหาร้อยละของผู้เรียนที่มีความสามารถในการคิดคำนวณ จากประเด็นต่อไป 1. คำนวณหาร้อยละของผู้เรียนที่มีผลการเรียนตั้งแต่ระดับดี(เกรด ๓) ขึ้นไป ในทักษะวิชาการ ทุกระดับชั้น เกณฑ์การให้ค่าคะแนน ใช้บัญญัติไตรยางค์เทียบ กำหนดร้อยละ ๑๐๐ เท่ากับ ๒ ๒. คำนวณหาร้อยละของผู้เรียนที่มีผลการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียนด้านทักษะการ คิดคำนวณระดับดีขึ้นไป ในทักษะวิชาการ ทุกระดับชั้น เกณฑ์การให้ค่าคะแนน ใช้บัญญัติไตรยางค์เทียบ กำหนดร้อยละ ๑๐๐ เท่ากับ ๒ สรุป การคำนวณหาร้อยละของผู้เรียนที่มีความสามารถในการการคิดคำนวณคณิตศาสตร์ = จำนวนผู้เรียนที่มีผลสัมฤทธ์ทางการเรียนทักษะวิชาการตั้งแต่ระดับดี (เกรด ๓) ขึ้นไปทุกระดับชั้น × ๑๐๐ ___________________________________________________________________________________________________________________________________________________ จำนวนผู้เรียนทั้งหมดที่เรียนทักษะวิชาการ = ร้อยละของผู้เรียนที่มีผลสัมฤทธ์ทางการเรียนทักษะวิชาการตั้งแต่ระดับดี(เกรด ๓) ขึ้นไป ทุกระดับชั้น × ๒ _________________________________________________________________________________________________________________________________________________ ๑๐๐ = จำนวนผู้เรียนที่มีผลการประเมินการอ่าน คิด วิเคราะห์และเขียนด้านทักษะการคิด ระดับดีขึ้นไป × ๑๐๐ ________________________________________________________________________________________________________________________________________________ จำนวนผู้เรียนทั้งหมด = ร้อยละของผู้เรียนที่มีผลการประเมินการอ่าน คิด วิเคราะห์และเขียนด้านทักษะการคิด ระดับดีขึ้นไป × ๒ ________________________________________________________________________________________________________________________________________________ ๑๐๐ = ร้อยละของผู้เรียนที่มีผลสัมฤทธ์ทางการเรียนทักษะวิชาการตั้งแต่ระดับดี(เกรด ๓) ขึ้นไป ทุกระดับชั้น + ร้อยละของผู้เรียน ที่มีผลการประเมินการอ่าน คิด วิเคราะห์และเขียนด้านทักษะการคิด ระดับดีขึ้นไป ____________________________________________________________________________________________________________________________________________________________ 2 ๒๙
เกณฑ์การให้ค่าคะแนนใช้บัญญัติยางค์เทียบ กำหนดร้อยละ ๑๐๐ เท่ากับ ๕ (ผลรวมของค่าคะแนนทั้ง ๒ ประเด็น) เกณฑ์การให้คะแนน ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 4.00 – 5.00 ยอดเยี่ยม (5 ) 3.50 – 3.99 ดีเลิศ (4) 3.00 – 3.49 ดี (๓) 2.50 – 2.99 ปานกลาง (2) ๑.00 – ๒.๔๙ กำลังพัฒนา (1) แหล่งข้อมูล / การเก็บข้อมูล 1. แบบรายงานการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนรายบุคคล (ป.พ.๕) 2. ผลการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียน 3. รายงานสรุปผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาต่างๆ ในกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ 4. การสังเกตพฤติกรรมของผู้เรียนและการพูดคุยซักถามผู้เรียน และครู ประเด็นพิจารณา ๑.๔ มีความสามารถในการคิดวิเคราะห์คิดอย่างมีวิจารณญาณ อภิปราย แลกเปลี่ยน ความคิดเห็น และแก้ปัญหา (5 คะแนน) คำอธิบาย ผู้เรียนมีความสามารถในการคิดอย่างเป็นระบบ คือสามารถคิดวิเคราะห์ แยกแยะข้อเท็จจริงใคร่ครวญ ไตร่ตรอง พิจารณาอย่างรอบคอบ ข้อคิดเห็นมีการตั้งข้อสันนิษฐานและมีกระบวนการคิดเพื่อตรวจสอบ สันนิษฐาน ได้อย่าง ถูกต้อง มีกระบวนการคิดอย่างมีวิจารณญาณ มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ โดยการ อภิปรายร่วมกัน อย่างมี เหตุผล และสามารถนำกระบวนการคิดอย่างเป็นระบบ การคิดอย่างมีวิจารณญาณ และการแลกเปลี่ยน ความคิดเห็น การอภิปราย โดยใช้เหตุผลประกอบการตัดสินใจ มาใช้ในการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันได้ เกณฑ์การพิจารณา ร้อยละของผู้เรียนที่มีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ คิดอย่างมีวิจารณญาณ อภิปรายแลกเปลี่ยน ความคิดเห็น และแก้ปัญหาในระดับดี = ค่าแนนร้อยละของผู้เรียนที่มีผลสัมฤทธ์ทางการเรียนทักษะวิชาการตั้งแต่ระดับดี(เกรด ๓) ขึ้นไปทุกระดับชั้น + ค่าคะแนน ร้อยละของผู้เรียนที่มีผลการประเมินการอ่าน คิด วิเคราะห์และเขียนด้านทักษะการคิด ระดับดีขึ้นไป ๓๐
วิธีการคำนวณ : คำนวณหาร้อยละของผู้เรียนที่มีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ คิดอย่างมีวิจารณญาณ อภิปรายแลกเปลี่ยน ความคิดเห็นและแก้ปัญหา เกณฑ์การให้คะแนน ใช้บัญญัติไตรยางค์เทียบกำหนดร้อยละ 100 เท่ากับ 5 คะแนน เกณฑ์การให้คะแนน ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 4.00 – 5.00 ยอดเยี่ยม (5 ) 3.50 – 3.99 ดีเลิศ (4) 3.00 – 3.49 ดี (๓) 2.50 – 2.99 ปานกลาง (2) ๑.00 – ๒.๔๙ กำลังพัฒนา (1) แหล่งข้อมูล / การเก็บรวบรวมข้อมูล 1. การสังเกตพฤติกรรมของผู้เรียนโดยการซักถามผู้เรียนและครู 2. การประเมินความสามารถในการคิดวิเคราะห์ คิดอย่างมีวิจารณญาณ อภิปรายแลกเปลี่ยน ความคิดเห็น และการแก้ปัญหาของผู้เรียน 3. รายงานผลการประเมินการอ่าน วิเคราะห์ และเขียน 4. รายงานผลการประเมินความสามารถในการคิดวิเคราะห์ คิดอย่างมีวิจารณญาณ อภิปราย แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และแก้ปัญหาของผู้เรียน = จำนวนผู้เรียนที่ผ่านเกณฑ์การประเมินความสามารถในการคิดวิเคราะห์ คิดอย่างมีวิจารณญาณ อภิปรายแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและแก้ปัญหา ระดับดีขึ้นไป × ๑๐๐ ___________________________________________________________________________________________________________________________________ จำนวนผู้เรียนทั้งหมด = ร้อยละของผู้เรียนที่ผ่านเกณฑ์การประเมินความสามารถในการคิดวิเคราะห์ คิดอย่างมีวิจารณญาณ อภิปรายแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและแก้ปัญหา ระดับดีขึ้นไป × ๕ _____________________________________________________________________________________________________________________________ ๑๐๐ ๓๑
ประเด็นพิจารณา ๑.๕ มีความสามารถในการสร้างนวัตกรรม ( 5 คะแนน ) คำอธิบาย ผู้เรียนมีความรู้ความสามารถ และทักษะการปฏิบัติมีการคิดค้นนวัตกรรมแนวความคิดใหม่ ๆ สามารถ สร้างสิ่งประดิษฐ์ได้อย่างสร้างสรรค์หรือปรับปรุงของเก่าที่มีอยู่เดิมให้ดีขึ้น แล้วนำมาใช้ในการปฏิบัติงาน เพื่อให้ งานมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากขึ้น เกณฑ์การพิจารณา ร้อยละของผู้เรียนที่มีความสามารถในการสร้างนวัตกรรม วิธีการคำนวณ : คำนวณหาร้อยละของผู้เรียนที่ความสามารถในการสร้างนวัตกรรม เกณฑ์การให้คะแนน ใช้บัญญัติไตรยางค์เทียบ กำหนดร้อยละ ๑๐๐ เท่ากับ 5 คะแนน เกณฑ์การให้คะแนน ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 4.00 – 5.00 ยอดเยี่ยม (5 ) 3.50 – 3.99 ดีเลิศ (4) 3.00 – 3.49 ดี (๓) 2.50 – 2.99 ปานกลาง (2) ๑.00 – ๒.๔๙ กำลังพัฒนา (1) แหล่งข้อมูล / การเก็บรวบรวมข้อมูล 1. การสังเกตพฤติกรรมของผู้เรียนและการพูดคุยซักถามนักเรียน ครู และผู้ปกครอง 2. การตรวจสอบหลักฐานโครงการ/กิจกรรมเกี่ยวกับนวัตกรรมของนักเรียน 3. รายงานผลการพัฒนาผู้เรียนเกี่ยวกับนวัตกรรมต่าง ๆ 4. แบบประเมินความสามารถในการสร้างนวัตกรรมของผู้เรียน = จำนวนผู้เรียนที่ผ่านเกณฑ์การประเมินมีความสามารถในการสร้างนวัตกรรม ระดับดีขึ้นไป × ๑๐๐ _______________________________________________________________________________________________________________________________________ จำนวนผู้เรียนทั้งหมด = ร้อยละของผู้เรียนที่ผ่านเกณฑ์การประเมินมีความสามารถในการสร้างนวัตกรรม ระดับดีขึ้นไป × ๕ _____________________________________________________________________________________________________________________________________ ๑๐๐ ๓๒
ประเด็นพิจารณา ๑.6 มีความสามารถในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (5 คะแนน) คำอธิบาย ผู้เรียนมีความรู้ความสามารถในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เพื่อการพัฒนา ตนเอง และสังคมในด้านการเรียนรู้ ใช้ทักษะเพื่อการศึกษาค้นคว้า การเขียนรายงานและการอ้างอิง และสามารถ ใช้ทักษะการสื่อสารในด้านการพูด การฟัง การอ่าน การเขียน การติดต่อสื่อสารอย่างสร้างสรรค์และมีคุณธรรม เกณฑ์การพิจารณา ร้อยละของผู้เรียนที่มีความสามารถในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารตามเกณฑ์มาตรฐาน วิธีการคำนวณ : คำนวณหาร้อยละของผู้เรียนที่มีความสามารถในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ ตามเกณฑ์ ของแต่ละระดับชั้น เกณฑ์การให้คะแนน ใช้บัญญัติไตรยางค์เทียบ กำหนดร้อยละ 100 เท่ากับ 5 คะแนน เกณฑ์การให้คะแนน ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 4.00 – 5.00 ยอดเยี่ยม (5 ) 3.50 – 3.99 ดีเลิศ (4) 3.00 – 3.49 ดี (๓) 2.50 – 2.99 ปานกลาง (2) ๑.00 – ๒.๔๙ กำลังพัฒนา (1) = จำนวนผู้เรียนที่ผ่านเกณฑ์การประเมินความสามารถในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสาร (ทักษะวิชาการ) ระดับดีขึ้นไป × ๑๐๐ __________________________________________________________________________________________________________________________________ จำนวนผู้เรียนทั้งหมด = ร้อยละของผู้เรียนที่ผ่านเกณฑ์การประเมินความสามารถในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสาร (ทักษะวิชาการ) ระดับดีขึ้นไป × ๕ ________________________________________________________________________________________________________________________________ ๑๐๐ ๓๓
แหล่งข้อมูล / การเก็บรวบรวมข้อมูล 1. การสังเกตพฤติกรรมของผู้เรียนและการพูดคุยซักถามครู และผู้ปกครอง 2. สรุปผลการบันทึกความสามารถในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของผู้เรียน 3. สรุปผลการประเมินความสามารถในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี: ปพ.๕) ประเด็นพิจารณา ๑.7 มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนตามหลักสูตรสถานศึกษา (๕ คะแนน ) คำอธิบาย ผู้เรียนบรรลุและมีความก้าวหน้าในการเรียนรู้ตามหลักสูตรสถานศึกษาจากพื้นฐานเดิมในแต่ละปีในด้าน ความรู้ความเข้าใจ ทักษะ กระบวนการต่าง ๆ ละสมรรถนะของผู้เรียนตามหลักสูตรที่สถานศึกษากำหนดอย่างเป็น รูปธรรมและต่อเนื่อง เกณฑ์การพิจารณา ร้อยละของผู้เรียนที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนทั้ง ๖ ทักษะการเรียนรู้ตั้งแต่ระดับดี(เกรด ๓) ขึ้นไป ตามหลักสูตรที่สถานศึกษากำหนด วิธีการคำนวณ ๑. คำนวณหาร้อยละของผู้เรียนที่มีผลการเรียนตั้งแต่ระดับดี(เกรด ๓) ขึ้นไป ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ ทุกระดับชั้น เกณฑ์การให้คะแนน ใช้บัญญัติไตรยางค์เทียบ กำหนดร้อยละ ๑๐๐ เท่ากับ ๕ คะแนน = จำนวนผู้เรียนที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ๘ กลุ่มทักษะการเรียนรู้ ตั้งแต่ระดับดี(เกรด ๓) ขึ้นไป ทุกระดับชั้น × ๑๐๐ _______________________________________________________________________________________________________________________________ จำนวนผู้เรียนทั้งหมดที่เรียนทักษะพื้นฐานทั้ง ๘ กลุ่มสาระการเรียนรู้ ทุกระดับชั้น = ร้อยละของผู้เรียนที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ๘ กลุ่มสาระการเรียนรู้ ตั้งแต่ระดับดี(เกรด ๓) ขึ้นไป ทุกระดับชั้น × ๕ _______________________________________________________________________________________________________________________ ๑๐๐ ๓๔
เกณฑ์การให้คะแนน ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 4.00 – 5.00 ยอดเยี่ยม (5 ) 3.50 – 3.99 ดีเลิศ (4) 3.00 – 3.49 ดี (๓) 2.50 – 2.99 ปานกลาง (2) ๑.00 – ๒.๔๙ กำลังพัฒนา (1) แหล่งข้อมูล / การเก็บรวบรวมข้อมูล รายงานสรุปผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของสถานศึกษาในปีการศึกษาที่สถานศึกษารับการประเมิน ประเด็นพิจารณา ๑.๘ มีความรู้ ทักษะพื้นฐาน และเจตคติที่ดีต่องานอาชีพ ( 5 คะแนน ) คำอธิบาย ผู้เรียนมีความรู้ความสามารถ มีทักษะพื้นฐานในการปฏิบัติงานเจตคติและมีความพึงพอใจ ความคิด ความรู้สึกที่ดีต่องานอาชีพ เกณฑ์การพิจารณา ร้อยละของผู้เรียนที่มีความรู้ทักษะพื้นฐาน และเจตคติที่ดีต่องานอาชีพ วิธีการคำนวณ : คำนวณหาร้อยละของผู้เรียนที่มีความรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ และเจตคติที่ดีต่องานอาชีพ เกณฑ์การให้คะแนน ใช้บัญญัติไตรยางค์เทียบ กำหนดร้อยละ ๑๐๐ เท่ากับ 5 คะแนน = จำนวนผู้เรียนที่ผ่านเกณฑ์การประเมินความรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ และเจตคติที่ดี ต่องานอาชีพ ระดับดีขึ้นไป × ๑๐๐ _________________________________________________________________________________________________________________________ จำนวนผู้เรียนทั้งหมด = ร้อยละของผู้เรียนที่ผ่านเกณฑ์การประเมินความรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ และเจตคติที่ดีต่องานอาชีพ ระดับดีขึ้นไป × ๕ _____________________________________________________________________________________________________________________ ๑๐๐ ๓๕
เกณฑ์การให้คะแนน ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ ๔.๐๐ - ๕.๐๐ ยอดเยี่ยม ( ๕ ) 3.50 – 3.99 ดีเลิศ (4) 3.00 – 3.49 ดี (๓) 2.50 – 2.99 ปานกลาง (๒) ๑.00 – ๒.๔๙ กำลังพัฒนา (๑) แหล่งข้อมูล / การเก็บรวบรวมข้อมูล 1. การสังเกตพฤติกรรมของผู้เรียนและการพูดคุยซักถามนักเรียนและผู้ปกครองครู 2. การตรวจสอบหลักฐาน โครงการ/กิจกรรมเกี่ยวกับอาชีพของนักเรียน 3. รายงานผลการพัฒนาผู้เรียนในด้านอาชีพต่าง ๆ ประเด็นพิจารณา 1.9 การมีคุณลักษณะและค่านิยมที่ดีตามสถานศึกษากำหนด (5 คะแนน ) คำอธิบาย ผู้เรียนมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ครบทั้ง 8 คุณลักษณะ คือ 1. รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ 2. ซื่อสัตย์สุจริต 3. มีวินัย 4. ใฝ่เรียนรู้ 5. อยู่อย่างพอเพียง 6. มุ่งมั่นในการทำงาน 7. รักความเป็นไทย 8. มีจิตสาธารณะ เกณฑ์การพิจารณา ร้อยละของผู้เรียนที่มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามหลักสูตรฯ วิธีการคำนวณ : คำนวณหาร้อยละของผู้เรียนที่มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามหลักสูตรฯ = จำนวนผู้เรียนที่ผ่านเกณฑ์การประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามหลักสูตรฯ ระดับดีขึ้นไป × ๑๐๐ ______________________________________________________________________________________________________________________________________________ จำนวนผู้เรียนทั้งหมด ๓๖
เกณฑ์การให้คะแนน ใช้บัญญัติไตรยางค์เทียบ กำหนดร้อยละ 100 เท่ากับ 5 คะแนน เกณฑ์การให้คะแนน ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 4.00 – 5.00 ยอดเยี่ยม (5 ) 3.50 – 3.99 ดีเลิศ (4) 3.00 – 3.49 ดี (๓) 2.50 – 2.99 ปานกลาง (2) ๑.00 – ๒.๔๙ กำลังพัฒนา (1) แหล่งข้อมูล / การเก็บรวบรวมข้อมูล 1. การสังเกตพฤติกรรมของผู้เรียนและการพูดคุยซักถามครู ผู้บริหารสถานศึกษา และผู้ปกครอง/ชุมชน 2. รายงานผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามหลักสูตรฯ ตรวจสอบแผนพัฒนาการจัดการศึกษา แผนปฏิบัติการประจำปี สรุปงาน/กิจกรรม /โครงการ ที่เกี่ยวข้อง โล่ เกียรติบัตร รางวัลของผู้เรียน/สถานศึกษา ประเด็นพิจารณา 1.10 ความภูมิใจในท้องถิ่นและความเป็นไทย (5 คะแนน) คำอธิบาย ผู้เรียนรักษ์ศิลปวัฒนธรรมไทย ประเพณีไทย/ท้องถิ่น เห็นคุณค่า มีส่วนร่วมในการอนุรักษ์วัฒนธรรมไทย ประเพณีไทย รวมทั้งภูมิปัญญาไทย ภูมิใจในความเป็นไทย แสดงออกได้อย่างเหมาะสมในชีวิตประจำวัน และเผยแพร่สู่สากล เกณฑ์การพิจารณา ร้อยละของผู้เรียนที่มีความภูมิใจในท้องถิ่นและความเป็นไทย วิธีการคำนวณ : คำนวณหาร้อยละของผู้เรียนที่มีความภูมิใจในท้องถิ่นและความเป็นไทย = ร้อยละของผู้เรียนที่ผ่านเกณฑ์การประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามหลักสูตรฯ ระดับดีขึ้นไป × ๕ ______________________________________________________________________________________________________________________________________________ ๑๐๐ = จำนวนผู้เรียนที่มีผลการประเมินความภูมิใจในท้องถิ่นและความเป็นไทย ระดับดีขึ้นไป × ๑๐๐ ___________________________________________________________________________________________________________________________________ จำนวนผู้เรียนทั้งหมด ๓๗
เกณฑ์การให้คะแนน ใช้บัญญัติไตรยางค์เทียบ กำหนดร้อยละ 100 เท่ากับ 5 คะแนน เกณฑ์การให้คะแนน ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 4.00 – 5.00 ยอดเยี่ยม (5 ) 3.50 – 3.99 ดีเลิศ (4) 3.00 – 3.49 ดี (๓) 2.50 – 2.99 ปานกลาง (2) ๑.00 – ๒.๔๙ กำลังพัฒนา (1) แหล่งข้อมูล / การเก็บรวบรวมข้อมูล 1. รายงานผลการประเมินความภูมิใจในท้องถิ่น และความเป็นไทยของผู้เรียน 2. การสอบถามและสัมภาษณ์ผู้บริหารสถานศึกษา ครู ผู้เรียน และผู้เกี่ยวข้อง การตรวจสอบเอกสาร หลักฐาน ร่องรอย และข้อมูลเชิงประจักษ์เช่น MOU ของสถานศึกษา การแสดงศิลปวัฒนธรรม / ประเพณีของสถานศึกษา รายงานกิจกรรมต่าง ๆ ของสถานศึกษา เป็นต้น ประเด็นพิจารณา 1.๑1 การยอมรับที่จะอยู่ร่วมกันบนความแตกต่างและหลากหลาย ( 5 คะแนน ) คำอธิบาย การอยู่ร่วมกันท่ามกลางความแตกต่างของสมาชิกในสังคม ควรเปิดใจให้กว้าง ยอมรับและเคารพ ในเชื้อชาติศาสนา เข้าใจและเรียนรู้วัฒนธรรม รูปแบบการดำเนินชีวิต ยอมรับความแตกต่างที่เกิดขึ้น รับฟังเหตุผล ความคิดเห็นของผู้อื่น มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี และสามารถปรับตัวให้เข้ากับคนทุกเชื้อชาติศาสนา และวัฒนธรรม มีความระมัดระวัง ในการกระทำและคำพูด ที่อาจนำมาซึ่งความแตกแยก ขัดแย้ง เคารพในหน้าที่ สิทธิเสรีภาพของกันและกัน ภายใต้กรอบประชาธิปไตย เกณฑ์การพิจารณา ร้อยละของผู้เรียนที่มีการยอมรับที่จะอยู่ร่วมกันบนความแตกต่างและหลากหลาย = ร้อยละของจำนวนผู้เรียนที่มีผลการประเมินความภูมิใจในท้องถิ่นและความเป็นไทย ระดับดีขึ้นไป × ๕ ______________________________________________________________________________________________________________________________________________ ๑๐๐ ๓๘
วิธีคำนวณ : คำนวณหาร้อยละของผู้เรียนที่มีการยอมรับที่จะอยู่ร่วมกันบนความแตกต่างและหลากหลาย เกณฑ์การให้คะแนน ใช้บัญญัติไตรยางค์เทียบ กำหนดร้อยละ 100 เท่ากับ 5 คะแนน เกณฑ์การให้คะแนน ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 4.00 – 5.00 ยอดเยี่ยม (5 ) 3.50 – 3.99 ดีเลิศ (4) 3.00 – 3.49 ดี (๓) 2.50 – 2.99 ปานกลาง (2) ๑.00 – ๒.๔๙ กำลังพัฒนา (1) แหล่งข้อมูล / การเก็บรวบรวมข้อมูล 1. การสังเกตพฤติกรรมของผู้เรียนในการพูดคุยซักถามผู้เรียน ครูและผู้ปกครอง 2. ผลการดำเนินโครงการกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง 3. รายงานผลการพัฒนาผู้เรียนด้านกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน 4. แบบประเมินการยอมรับที่จะอยู่ร่วมกันบนความแตกต่างและหลากหลาย = จำนวนผู้เรียนที่ผ่านเกณฑ์การประเมินการยอมรับความคิดเห็นฯ ระดับดีขึ้นไป × ๑๐๐ ________________________________________________________________________________________________________________________ จำนวนผู้เรียนทั้งหมด = ร้อยละของผู้เรียนที่ผ่านเกณฑ์การประเมินการยอมรับความคิดเห็นฯ ระดับดีขึ้นไป × ๕ __________________________________________________________________________________________________________________________ ๑๐๐ ๓๙
ประเด็นพิจารณา ๑.1๒ สุขภาวะทางร่างกายและลักษณะจิตสังคม ( ๕ คะแนน ) คำอธิบาย ผู้เรียนมีสุขภาพร่างกายแข็งแรง มีน้ำหนักส่วนสูงและสมรรถภาพทางกายตามเกณฑ์มาตรฐาน มีสุขนิสัย ในการดูแลสุขภาพที่ดี สามารถปฏิบัติตามสุขบัญญัติ๑๐ ประการ และรู้จักป้องกันตนเองจากสิ่งเสพติด ให้โทษ และหลีกเลี่ยงตนเองจากสภาวะเสี่ยงได้มีสุขภาพจิต อารมณ์และสังคม และแสดงออกอย่างเหมาะสม แต่ละ ช่วงวัย สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นอย่างมีความสุข เข้าใจผู้อื่น ไม่มีความขัดแย้งกับผู้อื่น เกณฑ์การพิจารณา ร้อยละของผู้เรียนที่มีน้ำหนัก ส่วนสูง และสมรรถภาพทางกายตามเกณฑ์มาตรฐาน ผู้เรียนที่มีสุขภาพจิต ที่ดี ผู้เรียนที่มีสุขนิสัยที่ดี ผู้เรียนที่ปลอดภัยจากสิ่งเสพติด อบายมุขและปัญหาต่าง ๆ วิธีคำนวณ : คำนวณหาร้อยละของผู้เรียนที่มีสุขภาวะทางร่างกายและลักษณะจิตสังคม เกณฑ์การให้คะแนน ใช้บัญญัติไตรยางค์เทียบ กำหนดร้อยละ 100 เท่ากับ 5 คะแนน เกณฑ์การให้คะแนน ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 4.00 – 5.00 ยอดเยี่ยม (5 ) 3.50 – 3.99 ดีเลิศ (4) 3.00 – 3.49 ดี (๓) 2.50 – 2.99 ปานกลาง (2) ๑.00 – ๒.๔๙ กำลังพัฒนา (1) = จำนวนผู้เรียนที่ผ่านเกณฑ์การประเมินสุขภาวะทางร่างกายและลักษณะจิตสังคม ระดับดีขึ้นไป × ๑๐๐ ____________________________________________________________________________________________________________________________________________ จำนวนผู้เรียนทั้งหมด = ร้อยละของผู้เรียนที่ผ่านเกณฑ์การประเมินสุขภาวะทางร่างกายและลักษณะจิตสังคม ระดับดีขึ้นไป × ๕ ____________________________________________________________________________________________________________________________________________ ๑๐๐ ๔๐
แหล่งข้อมูล / การเก็บรวบรวมข้อมูล ๑. การสังเกตพฤติกรรมของผู้เรียน และการพูดคุยซักถามครู และผู้ปกครอง ๒. สรุปการบันทึกน้ำหนัก ส่วนสูง / แบบบันทึกสุขภาพประจำตัวของผู้เรียน ๓. สรุปผลการทดสอบสมรรถภาพทางกายของผู้เรียน ๔. รายงานการประเมินสุขภาพจิต / หลักฐานการประเมินตนเองของผู้เรียน ๕. สรุปผลการประเมินสุขบัญญัติ๑๐ ประการของผู้เรียน ๖. ข้อมูลสารสนเทศของสถานศึกษาเกี่ยวกับการมีสุขนิสัยที่ดีของผู้เรียน เช่น สถิติการใช้เรือนพยาบาล สถิติการมาเรียน ข้อมูลด้านสุขภาพของผู้เรียนรายบุคคล ๗. รายงานผลการดำเนินงานของฝ่ายบริหารกิจการนักเรียนและข้อมูลสารสนเทศนักเรียนรายบุคคล ๔๑
มาตรฐานที่ 2 กระบวนการบริหารและการจัดการของผู้บริหารสถานศึกษา (15 คะแนน) คำอธิบาย เป็นการจัดระบบบริหารจัดการคุณภาพของสถานศึกษา มีการกำหนดเป้าหมายวิสัยทัศน์และพันธกิจอย่าง ชัดเจน สามารถดำเนินงานพัฒนาวิชาการที่เน้นคุณภาพผู้เรียนรอบด้านตามหลักสูตรสถานศึกษา ในทุกกลุ่มเป้าหมาย จัดทำแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษา ดำเนินการพัฒนาครูและบุคลากรให้มีความเชี่ยวชาญทาง วิชาชีพ และจัดระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการและการเรียนรู้รวมทั้งจัด สภาพแวดล้อมทางกายและสังคมทีเอื้อต่อการจัดการเรียนรู้ ประเด็นพิจารณา 2.1 มีเป้าหมาย วิสัยทัศน์ และพันธกิจที่สถานศึกษากำหนดชัดเจน (2 คะแนน) คำอธิบาย สถานศึกษามีการดำเนินงานและการบริหารจัดการสถานศึกษา เพื่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของ สถานศึกษาโดยมีการกำหนดเป้าหมาย วิสัยทัศน์ และพันธกิจ จากกระบวนการมีส่วนร่วมของผู้บริหารสถานศึกษา ครู ผู้เรียน ผู้ปกครอง และผู้เกี่ยวข้อง ที่ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของสังคม เกณฑ์การพิจารณา การมีเป้าหมาย วิสัยทัศน์ และพันธกิจที่สถานศึกษากำหนดชัดเจน พิจารณา 1. มีการจัดโครงสร้างองค์กร กำหนดกฎเกณฑ์ ควบคุมทรัพยากรต่าง ๆ ทำงานร่วมกันเพื่อบรรลุ เป้าหมาย โดยการกำหนด อำนาจ ภาระหน้าที่ จัดแบ่งงาน สายงาน หน้าที่ ความรับผิดชอบ การปฏิบัติงาน 2. จัดวางตัวบุคคลเข้าปฏิบัติงาน มีความรู้ความสามารถเหมาะสมกับภาระงาน 3. การทำงานของทุกฝายขององค์กรเป็นไปในทางที่ส่งเสริมให้เกิดผลสำเร็จ ตามวัตถุประสงค์ที่ต้องการ และบรรลุวัตถุประสงค์อย่างมีประสิทธิภาพ 4. มีการติดตามประเมินผลการปฏิบัติงานต่าง ๆ ว่าเป็นไปตามแผนที่วางไว้หรือไม่ มีข้อบกพร่องอะไรที่ ต้องแก้ไขหรือไม่ เกณฑ์การให้คะแนน สถานศึกษาดำเนินการ คะแนน ระดับคุณภาพ จำนวน ๕ ข้อ ๒.๐๐ ยอดเยี่ยม (๕) จำนวน ๔ ข้อ ๑.๕๙ ดีเลิศ (๔) จำนวน ๓ ข้อ ๑.๓๙ ดี (๓) จำนวน ๒ ข้อ ๑.๑๙ ปานกลาง (๒) จำนวน ๑ ข้อ ๐.๙๙ กำลังพัฒนา (๑) ๔๒
แหล่งข้อมูล / การเก็บรวบรวมข้อมูล ๑. การสอบถามและสัมภาษณ์ คณะกรรมการสถานศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษา ครู และผู้เกี่ยวข้อง ๒. การตรวจสอบเอกสาร หลักฐาน ร่องรอย เช่น แผนการพัฒนาการจัดการศึกษาของสถานศึกษา รายงานประจำปี และรายงานผลการดำเนินงานโครงการ/ กิจกรรม ได้แก่ - แผนพัฒนาการจัดการศึกษา - แผนปฏิบัติการประจำปีงบประมาณ - บันทึกการประชุมคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน - บันทึกการประชุมผู้ปกครอง - คำสั่งมอบหมายการปฏิบัติงานฝ่าย - รายงานผลการปฏิบัติงาน - สรุปผลการดำเนินงาน โครงการ กิจกรรมประจำปีงบประมาณ - สรุปผลการนิเทศ กำกับ ติดตาม ๓. สรุปผลความพึงพอใจของครูและผู้เกี่ยวข้องต่อการพัฒนาคุณภาพสถานศึกษา ประเด็นพิจารณา ๒.๒ มีระบบบริหารจัดการคุณภาพของสถานศึกษา (๒ คะแนน) คำอธิบาย สถานศึกษาสามารถบริหารจัดการคุณภาพของสถานศึกษาอย่างเป็นระบบทั้งในส่วนการวางแผนพัฒนา คุณภาพการจัดการศึกษา การนำแผนไปปฏิบัติเพื่อพัฒนาคุณภาพไปใช้ มีการกำกับติดตามการปฏิบัติหน้าที่ ตามวงจรคุณภาพ ส่งผลให้สถานศึกษามีการพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษา ได้บรรลุเป้าหมายพันธกิจและ มาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา มีการบริหารอัตรากำลัง ทรัพยากรทางการศึกษา และระบบการดูแล ช่วยเหลือนักเรียน มีระบบการนิเทศภายใน มีการดำเนินการประเมินผลการบริการและการจัดการศึกษาอย่างเป็น ระบบ มีผลการดำเนินงานที่สะท้อนความสำเร็จของสถานศึกษาและความพึงพอใจของผู้เกี่ยวข้องบุคลากรและ ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายมีส่วนร่วมในการวางแผน ปรับปรุง และพัฒนา และร่วมรับผิดชอบต่อผลการจัดการศึกษา โดยการทำงานของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานที่มีคุณภาพ สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ต่อสถานศึกษา เกณฑ์การพิจารณา การกำกับ ติดตาม ประเมินผลการบริหารและการจัดการศึกษา พิจารณาจาก ๑. คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานของสถานศึกษาสามารถปฏิบัติงานตามบทบาทหน้าที่อย่างมี ประสิทธิภาพ ซึ่งอาจพิจารณาจากการให้ความเห็นชอบแผนพัฒนาการศึกษา และแผนปฏิบัติการประจำปีของ สถานศึกษา การให้ความเห็นชอบรายงานประจำปีของสถานศึกษา ๒. การมีแผนพัฒนาการจัดการศึกษาของสถานศึกษาหรือแผนกลยุทธ์หรือแผนพัฒนาคุณภาพสถานศึกษา ระยะ ๓ - ๕ ปีมีการกำหนดการ มีเป้าหมาย วิสัยทัศน์ พันธกิจและกลยุทธ์หรือแผนงานโครงการ หลักในการ พัฒนาคุณภาพสถานศึกษาสอดคล้องกับมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา ๔๓
๓. การมีระบบ/กลไก หรือแผนปฏิบัติการที่สอดคล้องกับแผนพัฒนาการจัดการศึกษาของสถานศึกษา ในการขับเคลื่อนสถานศึกษาสู่เป้าหมายตามวิสัยทัศน์และมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา ๔. การมีระบบการกำกับ ติดตาม ประเมินผลและรายงานผลการดำเนินงานการพัฒนาคุณภาพ สถานศึกษาอย่างชัดเจน ๕. การมีรายงานประจำปี หรือรายงานผลการดำเนินงานของสถานศึกษาในแต่ละความสำเร็จของการ พัฒนาคุณภาพตามวิสัยทัศน์ เป้าหมายและมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา เกณฑ์การให้คะแนน สถานศึกษาดำเนินการ คะแนน ระดับคุณภาพ จำนวน ๕ ข้อ ๒.๐๐ ยอดเยี่ยม (๕) จำนวน ๔ ข้อ ๑.๕๙ ดีเลิศ (๔) จำนวน ๓ ข้อ ๑.๓๙ ดี (๓) จำนวน ๒ ข้อ ๑.๑๙ ปานกลาง (๒) จำนวน ๑ ข้อ ๐.๙๙ กำลังพัฒนา (๑) แหล่งข้อมูล / การเก็บรวบรวมข้อมูล ๑. การสอบถามและสัมภาษณ์ คณะกรรมการสถานศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษา ครู และผู้เกี่ยวข้อง ๒. การตรวจสอบเอกสาร หลักฐาน ร่องรอย เช่น แผนการพัฒนาการจัดการศึกษาของสถานศึกษา รายงานประจำปี และสรุปรายงานผลการดำเนินงานโครงการ/กิจกรรม - แผนพัฒนาการจัดการศึกษา - แผนปฏิบัติการประจำปี - รายงานประจำปีของสถานศึกษา - ปฏิทินปฏิบัติงาน - รายงานผลการปฏิบัติงาน - สรุปผลการดำเนินงาน โครงการ กิจกรรมประจำปีงบประมาณ ๓. สรุปผลการความพึงพอใจของครูและผู้เกี่ยวข้องต่อการพัฒนาคุณภาพสถานศึกษา ประเด็นพิจารณา ๒.๓ ดำเนินงานพัฒนาวิชาการที่เน้นคุณภาพของผู้เรียนรอบด้านตามหลักสูตรสถานศึกษา และทุกกลุ่มเป้าหมาย ( ๒ คะแนน ) คำอธิบาย สถานศึกษาบริหารจัดการเกี่ยวกับงานวิชาการ การวางแผนและดำเนินงานพัฒนาที่เน้นคุณภาพของ ผู้เรียนรอบด้านตามหลักสูตรสถานศึกษา เชื่อมโยงวิถีชีวิตจริง และครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย โดยใช้หลักการ บริหารแบบมีส่วนร่วมและใช้สถานศึกษาเป็นฐาน มีการบริหารความเสี่ย และมีการบริหารจัดการแบบ บูรณาการรองรับมาตฐานการศึกษาจนสามารถนำการเปลี่ยนแปลงสู่สถานศึกษา ๔๔
เกณฑ์การพิจารณา การวางแผนและดำเนินการพัฒนาวิชาการที่เน้นคุณภาพของผู้เรียนรอบด้านทุกกลุ่มเป้าหมายและ ดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม จะบรรลุผลสำเร็จตามเป้าหมายอย่างมีคุณภาพ พิจารณาจาก ๑. การจัดหลักสูตรสถานศึกษาสามารถจัดรายวิชาได้ตรงกับความต้องการของผู้เรียน จัดกระบวนการ เรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ มีแหล่งเรียนรู้ สื่อเทคโนโลยีสารสนเทศ ที่เอื้อต่อการเรียนรู้ตลอดจนจัดระบบการ ดูแลช่วยเหลือผู้เรียนและกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนที่มีประสิทธิภาพ ๒. การจัดสภาพแวดล้อม และการบริการที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนได้พัฒนาเต็มศักยภาพ ทางด้านอาคาร สถานที่สะอาด เรียบร้อย ปลอดภัย มีสิ่งอำนวยความสะดวกพอเพียงและเหมาะสม มีสภาพแวดล้อมบรรยากาศ ที่ร่มรื่น สวยงามเอื้อต่อการเรียนรู้ มีการให้บริการผู้เรียนด้านต่าง ๆ ทั้งด้านสุขภาพอนามัย ศิลปะ ดนตรี กีฬา นันทนาการและวิชาการ ด้านห้องสมุดหนังสือ/เอกสาร สื่อ เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อให้บริการอย่างพอเพียงและ เป็นระบบ ๓. การสนับสนุนส่งเสริมให้สถานศึกษาเป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ มีชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (Professional Learning community) โดยผู้บริหารสถานศึกษาจัดให้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันหรือ การจัดการความรู้ (knowledge Management ) ในการพัฒนาคุณภาพ/ประสิทธิภาพการปฏิบัติงานจนได้ นวัตกรรมในการปฏิบัติงานที่เป็นเลิศ (Best Practice) ของกลุ่มบริหาร/กลุ่มทักษะการเรียนรู้ ๔. การบริหารความเสี่ยงอย่างเป็นระบบ โดยมีการระบุความเสี่ยงและจัดลำดับความเสี่ยงและการ วางแผนการบริหารความสี่ยง การดำเนินการตามแผน ตลอดจนการกำกับติดตาม ประมินผลและการจัดทำ รายงานการบริหารความเสี่ยง ๕. การเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง ผู้บริหารสถานศึกษามีภาวะผู้นำ มีความสามารถในการบริหารจัดการ สถานศึกษา โดยใช้หลักการบริหารแบบมีส่วนร่วม และการบริหารจัดการแบบบูรณาการโดยใช้มาตรฐานการศึกษา ในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาและนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงของสถานศึกษาอย่างต่อเนื่อง ๖. การสร้างความสำเร็จให้แก่สถานศึกษา โดยมีผลงาน รางวัลเกียรติยศ ผลงานนวัตกรรมดีเด่นของ ผู้เรียนมีชื่อเสียงเป็นที่ปรากฎ ๗. การรายงานผลสำเร็จของการบริหารการจัดการสถานศึกษาทุกปี มีผลการประเมินความพึงพอใจของ คณะกรรมการสถานศึกษาชั้นพื้นฐาน ครู บุคลากรและผู้เกี่ยวข้อง เกณฑ์การให้คะแนน สถานศึกษาดำเนินการ คะแนน ระดับคุณภาพ จำนวน ๗ ข้อ ๒.๐๐ ยอดเยี่ยม (๕) จำนวน ๖ ข้อ ๑.๕๙ ดีเลิศ (๔) จำนวน ๕ ข้อ ๑.๓๙ ดี (๓) จำนวน ๓-๔ ข้อ ๑.๑๙ ปานกลาง (๒) จำนวน ๑-๒ ข้อ ๐.๙๙ กำลังพัฒนา (๑) ๔๕