แหล่งข้อมูล / การเก็บรวบรวมข้อมูล ๑. การสอบถามและสัมภาษณ์ คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ผู้บริหารสถานศึกษา ครู นักเรียน และผู้ปกครอง ๒. การตรวจสอบเอกสาร หลักฐาน ร่องรอย การบริหารจัดการสถานศึกษา เช่น - หลักสูตรสถานศึกษา - แผนการจัดการเรียนรู้ - แผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล - สภาพแวดล้อมภายในโรงเรียน - อาคารเรียน อาคารประกอบ - แหล่งเรียนรู้ต่างๆ - รายงานผลการจัดกิจกรรม ชุมชน แหล่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ - รายงานการติดตามประเมินผล การควบคุมภายในประจำปีงบประมาณ - โล่รางวัล เกียรติบัตร - รายงานผลการประเมินความพึงพอใจของผู้รับบริการ ๓. ประเมินมาตรฐาน อาคารสถานที่ สภาพแวดล้อม ห้องเรียน ห้องปฏิบัติการ ห้องสมุด แหล่งเรียนรู้และ ห้องพิเศษต่าง ๆ ของสถานศึกษา ประเด็นพิจารณา ๒.๔ พัฒนาครูและบุคลากรให้มีความเชี่ยวชาญทางวิชาชีพ (๓ คะแนน) คำอธิบาย สถานศึกษาส่งเสริม สนับสนุน พัฒนาครูและบุคลากร ให้มีความเชี่ยวชาญทางวิชาชีพ และจัดให้มีชุมชน การเรียนรู้ทางวิชาชีพ มาใช้ในการพัฒนางานและการเรียนรู้ของผู้เรียน เกณฑ์การพิจารณา ๑. ศึกษาและวิเคราะห์มาตรฐานและคุณภาพของครู ตามองค์กรวิชาชีพครูกำหนดขึ้น รวมทั้งมาตรฐาน และคุณภาพของครูที่หน่วยงานและสถานศึกษากำหนดขึ้น ๒. ประเมินครูว่ามีมาตรฐานและคุณภาพตามที่กำหนดในข้อ ๑ ๓. วิเคราะห์ผลการประเมินครูตามข้อ ๒ เพื่อทราบว่าครูคนใด ประพฤติปฏิบัติตนและปฏิบัติงานได้ ครบถ้วนตามมาตรฐาน ระดับคุณภาพอยู่ในระดับใด ต้องพัฒนาคนใดก่อนและหลังหรือพัฒนาไปพร้อมกัน ๔. จัดกลุ่มครูที่จะพัฒนา (หมายถึง พัฒนาตนเองหรือรับการพัฒนา) อาจจัดเป็นรายบุคคลหรือเป็นกลุ่ม โดยพิจารณาจากสภาพและปัญหาที่ค้นพบในข้อ ๓ เป็นหลัก และองค์ประกอบอื่น ๆ เช่น งบประมาณระยะเวลา วิทยากร เป็นตัน ๕. กำหนดรูปแบบและกิจกรรมการพัฒนา ช่วงเวลา และรายงานผลดำเนินการ ๖. ปฏิบัติการพัฒนาตามแผนงานที่กำหนด กำกับดูแลสนับสนุน ช่วยเหลือ ติดตามประเมินผลเป็นระยะ นำผลมาวิเคราะห์และพัฒนาต่อไป รวมทั้งนำผลการพัฒนามาให้รางวัลยกย่องเชิดชูเกียรติ หรือนำผลการพัฒนาไป ใช้ในเรื่องอื่น ๆ เช่น การเลื่อนตำแหน่ง เลื่อนเงินเดือน ๔๖
เกณฑ์การให้คะแนน สถานศึกษาดำเนินการ คะแนน ระดับคุณภาพ จำนวน ๖ ข้อ ๓.๐๐ ยอดเยี่ยม (๕) จำนวน ๕ ข้อ ๒.๓๙ ดีเลิศ (๔) จำนวน ๔ ข้อ ๒.๐๐ ดี (๓) จำนวน ๓ ข้อ ๑.๗๙ ปานกลาง (๒) จำนวน ๑-๒ ข้อ ๑.๔๙ กำลังพัฒนา (๑) แหล่งข้อมูล/ การเก็บรวบรวมข้อมูล ๑. การสังเกตพฤติกรรมของครู และการสอบถามสัมภาษณ์ครู ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้เรียน ผู้ปกครอง และชุมชน ๒. สรุปผลการประเมินและการพัฒนาครูตามมาตรฐานความรู้ของมาตรฐานความรู้ของวิชาชีพ พ.ศ. ๒๕๕๖ ๓. การตรวจสอบเอกสาร หลักฐาน ร่องรอย เช่น - โครงการพัฒนาบุคคลากร - รายงานผลการปฏิบัติงานของครู - คำสั่งมอบหมายหน้าที่ในการปฏิบัติงาน - นิเทศ ติดตาม การปฏิบัติงานตามที่ได้รับมอบหมาย - แผนพัฒนาตนเอง IP Plan - แบบสอบถามความต้องการในการพัฒนาตนเอง - รายงานการเข้ารับการประเมินตนเอง - รายงานการพัฒนาตนเองของครู - รายงานผลการปฏิบัติงานครูรายบุคคล เป็นตัน ประเด็นพิจารณา ๒.๕ จัดสภาพแวดล้อมทางกายภาพและสังคมที่เอื้อต่อการจัดการเรียนรู้อย่างมีคุณภาพ (๓ คะแนน) คำอธิบาย สถานศึกษามีการจัดสภาพแวดล้อมทางกายภาพทั้งภายในและภายนอกห้องเรียน และสภาพที่เอื้อต่อการ เรียนรู้และมีความปลอดภัย มีการปรับแผนพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษา แผนปฏิบัติการให้สอดคล้องกับปัญหา ของสถานศึกษา และดำเนินงานพัฒนาวิชาการ ที่เน้นคุณภาพของผู้เรียนทุกกลุ่มเป้าหมาย ๔๗
เกณฑ์การพิจารณา การวางแผนและการจัดสภาพแวดล้อมทางกายภาพและสังคมที่เอื้อต่อการจัดการเรียนรู้อย่างมีคุณภาพ ๑. การวางแผนและการจัดสภาพแวดล้อมทางกายภาพและสังคมที่เอื้อต่อการจัดการเรียนรู้อย่าง มีคุณภาพ สอดคล้องกับมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา ๒. การมีระบบ/กลไก หรือแผนปฏิบัติการที่สอดคล้องกับแผนพัฒนาการจัดการศึกษาของสถานศึกษา ๓. การมีระบบการกำกับ ติดตาม ประเมินผลและรายงานผลการดำเนินงานการพัฒนา ๔. การมีรายงานประจำปี หรือรายงานผลการดำเนินงานของสถานศึกษาในแต่ละปีที่สะท้อนความสำเร็จ ของการพัฒนาคุณภาพ ตามการวางแผนและการจัดสภาพแวดล้อมของสถานศึกษา ๕. การจัดระบบและการดำเนินการตามระบบประกันคุณภาพการศึกษา เกณฑ์การให้คะแนน สถานศึกษาดำเนินการ คะแนน ระดับคุณภาพ จำนวน ๕ ข้อ ๓.๐๐ ยอดเยี่ยม (๕) จำนวน ๔ ข้อ ๒.๓๙ ดีเลิศ (๔) จำนวน ๓ ข้อ ๒.๐๐ ดี (๓) จำนวน ๒ ข้อ ๑.๗๙ ปานกลาง (๒) จำนวน ๑ ข้อ ๑.๔๙ กำลังพัฒนา (๑) แหล่งข้อมูล / การเก็บรวบรวมข้อมูล ๑. การสอบถามและสัมภาษณ์ คณะกรรมการสถานศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษา ครู และผู้เกี่ยวข้อง ๒. การตรวจสอบเอกสาร หลักฐาน ร่องรอย เช่น - โครงการพัฒนาด้านอาคาร สถานที่ และสภาพแวดล้อมของสถานศึกษา - แผนปฏิบัติการประจำปี - สรุปรายงานผลการดำเนินงานโครงการ/กิจกรรม - รายงานการพัฒนาคุณภาพการศึกษา - โครงการพัฒนาระบบงานประกันคุณภาพการศึกษา ประเด็นพิจารณา ๒.๖ จัดระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อสนับสนุนการบริหารและการจัดการเรียนรู้ (๓ คะแนน) คำอธิบาย สถานศึกษาจัดโครงสร้างหรือระบบการบริหารงานที่เอื้อต่อการพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ในสถานศึกษา มีคณะกรรมการงานเทคโนโลยีสารสนเทศ และผู้รับผิดชอบเพื่อดำเนินงานเทคโนโลยีสารสนเทศ มีการจัดระบบสารสนเทศเป็นหมวดหมู่ ครอบคลุมเป็นปัจจุบัน สะดวกต่อการเข้าถึงและการให้บริการหรือการ เกณฑ์การพิจารณา ๔๘ เชื่อมโยงเครือข่ายกับหน่วยงานต้นสังกัด และมีการนำข้อมูลสารสนเทศไปใช้ในการบริหารจัดการการพัฒนาการเรียน การสอน และการพัฒนาระบบการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา
การจัดระบบบริหารและเทคโนโลยีสารสนเทศที่มีคุณภาพ พิจารณาจาก ๑. จัดโครงสร้างหรือระบบการบริหารงานที่เอื้อต่อการพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ในสถานศึกษา ๒. การมีคณะกรรมการงานเทคโนโลยีสารสนเทศภายในสถานศึกษา ๓. การขับเคลื่อนกลไกงานเทคโนโลยีสารสนเทศในสถานศึกษาของคณะกรรมการงานเทคโนโลยี สารสนเทศในสถานศึกษา ๔. การดำเนินงานเทคโนโลยีสารสนเทศในสถานศึกษา ๕. การจัดประชุมชี้แจง สร้างความตระหนัก ความรู้ความเข้าใจให้ผู้เกี่ยวข้องทราบเกี่ยวกับระบบการ บริหารงานเทคโนโลยีสารสนเทศ ๖. การกำหนดผู้รับผิดชอบงานเทคโนโลยีสารสนเทศของสถานศึกษา ๗. การจัดระบบข้อมูลสารสนเทศเป็นหมวดหมู่ ครอบคลุม เป็นปัจจุบัน สะดวกต่อการเข้าถึงและการ ให้บริการ/การเชื่อมโยงเครือข่ายกับหน่วยงานต้นสังกัด ๘. การมีข้อมูลสารสนเทศของผู้เรียน ครู และผู้บริหารเป็นรายบุคคลถูกต้อง ครบถ้วนและเป็นปัจจุบัน ๙. การมีข้อมูลสารสนเทศ ผลการประเมินผลคุณภาพภายในตามมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา ที่ต่อเนื่องอย่างน้อย ๓ ปี ๑๐. การนำข้อมูลสารสนเทศไปใช้ในการบริหารจัดการ การพัฒนาการเรียนการสอน และการพัฒนา ระบบการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา เกณฑ์การให้คะแนน สถานศึกษาดำเนินการ คะแนน ระดับคุณภาพ จำนวน ๙-๑๐ ข้อ ๓.๐๐ ยอดเยี่ยม (๕) จำนวน ๗-๘ ข้อ ๒.๓๙ ดีเลิศ (๔) จำนวน ๕-๖ ข้อ ๒.๐๐ ดี (๓) จำนวน ๓-๔ ข้อ ๑.๗๙ ปานกลาง (๒) จำนวน ๑-๒ ข้อ ๑.๔๙ กำลังพัฒนา (๑) แหล่งข้อมูล / การเก็บรวบรวมข้อมูล ๑. การสอบถามและสัมภาษณ์ผู้บริหารสถานศึกษา ครู และผู้เกี่ยวข้อง ๒. การตรวจสอบเอกสาร หลักฐาน ร่องรอย หรือข้อมูลเชิงประจักษ์ เช่น - โครงสร้างการบริหารงาน - คำสั่งมอบหมายการปฏิบัติหน้าที่ - บันทึกการประชุมชี้แจงสร้างความตระหนัก ความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวการบริหารงานเทคโนโลยี สารสนเทศ - ข้อมูลสารสนเทศของนักเรียน ครู และผู้บริหารเป็นรายบุคคลถูกต้องเป็นปัจจุบัน ๔๙ - ช่องทางการรับทราบข้อมูลสารสนเทศที่หลากหลาย เช่น LINE กลุ่มผู้ปกครอง เอกสารแผ่นพับ FACEBOOK และเว็บไซต์ของสถานศึกษา
มาตรฐานที่ ๓ กระบวนการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ (๒๕ คะแนน) คำอธิบาย กระบวนการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ หมายถึง กระบวนการจัดการเรียนการสอน จัดตามหลักสูตรสถานศึกษาที่สอดคล้องกับบริบทของชุมชนและท้องถิ่น ตามความสนใจ ความต้องการและ ความถนัดของผู้เรียน โดยใช้วิธีการที่หลากหลาย เพื่อให้เกิดการเรียนรู้เต็มศักยภาพของผู้เรียนแต่ละบุคคล สร้างโอกาสให้ผู้เรียนทุกคนมีส่วนร่วม มีการตรวจสอบและประเมินผลความรู้ความเข้าใจของผู้เรียนอย่างเป็น ระบบและมีประสิทธิภาพ ประเด็นพิจารณา ๓.๑ จัดการเรียนรู้ที่ผ่านกระบวนการคิดและปฏิบัติจริง และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ใน ชีวิตในการดำเนินชีวิต (๕ คะแนน) คำอธิบาย จัดการเรียนรู้ผ่านกระบวนการคิดและปฏิบัติจริง และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิต จัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามมาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชี้วัดของหลักสูตรสถานศึกษาที่เน้นให้ผู้เรียนได้เรียนรู้โดยผ่าน กระบวนการคิดและปฏิบัติจริง มีแผนการจัดการเรียนรู้ที่สามารถนำไปจัดกิจกรรมได้จริง มีรูปแบบการจัดการ เรียนรู้เฉพาะสำหรับผู้ที่มีความจำเป็นและต้องการความช่วยเหลือพิเศษ ผู้เรียนได้รับการฝึกทักษะ แสดงออกทาง ความคิดเห็น สรุปองค์ความรู้ นำเสนอผลงานและสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิต เกณฑ์การพิจารณา ๑. มีแผนการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ที่กระตุ้นให้ผู้เรียนได้รับกระบวนการคิด และได้ปฏิบัติจริง ๒. มีแผนการจัดการเรียนรู้ที่เน้นให้ผู้เรียนเกิดความคิดจนสามารถสรุปองค์ความรู้ด้วยตนเอง และ สามารถสื่อสาร ถ่ายทอด นำเสนอองค์ความรู้ได้ ๓. มีแผนการจัดการเรียนรู้ที่ช่วยส่งเสริมหรือแก้ปัญหานักเรียนที่มีผลการเรียนต่ำกว่าเกณฑ์ ๔. มีแผนจัดการเรียนรู้ที่สามารถเชื่อมโยงและประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน ๕. มีรูปแบบหรือวิธีการจัดการเรียนรู้ที่เฉพาะสำหรับนักเรียนที่มีปัญหาด้านการเรียน ๖. มีรูปแบบหรือวิธีการจัดการเรียนรู้ที่เฉพาะสำหรับนักเรียนที่มีผลการเรียนต่ำกว่าเกณฑ์ ๗. มีโครงการหรือกิจกรรมที่ช่วยส่งเสิรมหรือแก้ปัญหานักเรียนที่มีผลการเรียนต่ำกว่าเกณฑ์ ๘. มีรายงานและสรุปผลความสำเร็จของโครงการหรือความพึงพอใจต่อกิจกรรมที่ช่วยส่งเสริมหรือ แก้ปัญหานักเรียนที่มีผลการเรียนต่ำกว่าเกณฑ์ ๕๐
เกณฑ์การให้คะแนน สถานศึกษาดำเนินการได้ดี คะแนน ระดับคุณภาพ จำนวน ๘ ข้อ ๕.๐๐ ยอดเยี่ยม (๕.๐๐) จำนวน ๗ ข้อ ๔.๐๐ ดีเลิศ (๔.๐๐) จำนวน ๕ - ๖ ข้อ ๓.๐๐ ดี (๓.๐๐) จำนวน ๓ - ๔ ข้อ ๒.๐๐ ปานกลาง (๒.๐๐) จำนวน ๑ – ๒ ข้อ ๑.๐๐ กำลังพัฒนา( ๑.๐๐) แหล่งข้อมูล / การเก็บรวมรวมข้อมูล ๑. แผนการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญของแต่ละทักษะ ๒. แผนการจัดการเรียนรู้ที่ช่วยส่งเสริมหรือแก้ไขปัญหานักเรียนเฉพาะบุคคล (Individualized Education Program : IEP) ๓. แบบบันทึกหลังการสอนแผนการจัดการเรียนรู้แต่ละทักษะ ๔. แบบประเมินผลการเรียนรู้ก่อนและหลังแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล บุคคล (Individualized Education Program : IEP) ๕. รายงานผลการดำเนินงานโครงการ / กิจกรรมต่าง ๆ ประเด็นพิจารณา ๓.๒ ใช้สื่อใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ และแหล่งเรียนรู้ที่เอื้อต่อการเรียนรู้ (๕ คะแนน) คำอธิบาย ใช้สื่อ เทคโนโลยีสารสนเทศ และแหล่งเรียนรู้ที่เอื้อต่อการเรียนรู้มีการใช้สื่อ เทคโนโลยีสารสนเทศ และ แหล่งเรียนรู้ รวมทั้งภูมิปัญญาท้องถิ่นมาใช้ในการจัดการเรียนรู้โดยสร้างโอกาสให้ผู้เรียนได้แสวงหาความรู้ด้วย ตนเองจากสื่อที่หลากหลาย เกณฑ์การพิจารณา การใช้สื่อ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศแหล่งเรียนรู้ที่เอื้อต่อการเรียนรู้ ที่มีคุณภาพ พิจารณาจาก ๑. จัดโครงสร้างหรือระบบบริหารงานที่เอื้อต่อการพัฒนาทางด้าน การจัดหาสื่อเพื่อใช้ในการเรียน การสอน ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและแหล่งเรียนรู้ ทะเบียนสื่อ / คู่มือการใช้สื่อ / บันทึกการใช้สื่อ / คำสั่ง มอบหมายงานวิชาการ (ด้านสื่อนวัตกรรม) ๒. การมีคณะกรรมการงานพัฒนาสื่อนวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาระดับสถานศึกษา ๓. การขับเคลื่อนกลไก ให้มีการสร้างสื่อ การใช้สื่อ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและแหล่งเรียนรู้ ๔. การกำหนดผู้รับผิดชอบงานด้านสื่อนวัตกรรม ๕. การจัดระบบบริการ สะดวกต่อการเข้าถึงและการให้บริการ ๖. มีข้อมูลสารสนเทศด้านการสื่อสาร เทคโนโลยีสารสนเทศและแหล่งเรียนรู้ ๗. มีข้อมูลสารสนเทศของผู้เรียน ครู และผู้บริหารเป็นรายบุคคลถูกต้อง ครบถ้วนและเป็นปัจจุบัน ๘. การทำสื่อ และนำสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศและแหล่งเรียนรู้มาใช้ในการพัฒนาการเรียนการสอน ๕๑
เกณฑ์การให้คะแนน สถานศึกษาดำเนินการได้ดี คะแนน ระดับคุณภาพ จำนวน ๘ ข้อ ๕.๐๐ ยอดเยี่ยม (๕.๐๐) จำนวน ๗ ข้อ ๔.๐๐ ดีเลิศ (๔.๐๐) จำนวน ๕ - ๖ ข้อ ๓.๐๐ ดี (๓.๐๐) จำนวน ๓ - ๔ ข้อ ๒.๐๐ ปานกลาง (๒.๐๐) จำนวน ๑ – ๒ ข้อ ๑.๐๐ กำลังพัฒนา( ๑.๐๐) แหล่งข้อมูล / การเก็บรวมรวมข้อมูล ๑. แหล่งข้อมูลสารสนเทศทางด้านเทคโนโลยี การใช้อินเตอร์เน็ต แหล่งเรียนรู้ ๒. ข้อมูลสารสนเทศด้านการสื่อสารการเรียนการสอน การให้บริการทางด้านเทคโนโลยี ๓. โครงการสังคมน่าอยู่ เรียนรู้นอกห้องเรียน โครงการทำบุญเกื้อหนุนนำ โครงการปลูกจิตสำนึกใน ขนบธรรมเนียมประเพณีไทย ๔. หลักสูตรงานอาชีพ ทะเบียนแหล่งเรียนรู้ภายในโรงเรียน ๕. แบบประเมินการใช้สื่อ ประเด็นพิจารณา ๓.๓ มีการบริหารจัดการชั้นเรียนเชิงบวก (๕ คะแนน) คำอธิบาย ครูผู้สอนมีการบริหารจัดการชั้นเรียน โดยเน้นการมีปฏิสัมพันธ์เชิงบวก ให้เด็กรักครู ครูรักเด็ก เด็กรัก เพื่อน เด็กรักที่จะเรียนรู้ สามารถเรียนรู้ร่วมกันอย่างมีความสุข เกณฑ์การพิจารณา ในการบริหารจัดการชั้นเรียนเชิงบวก พิจารณาจากการดำเนินการต่อไปนี้ ๑. การวิเคราะห์หลักสูตรเพื่อการจัดการเรียนการสอนที่มีประสิทธิภาพ ๒. การวิเคราะห์ผู้เรียนเป็นรายบุคคลและนำข้อมูลมาใช้ในการวางแผนและการจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนา ผู้เรียนให้สอดคล้องกับความแตกต่างระหว่างบุคคล ๓. การออบแบบแผนการจัดการเรียนรู้ และการจัดการเรียนรู้เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญด้วยกระบวนการ เรียนรู้ที่หลากหลายเปิดโอกาศให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการจัดการเรียนการสอน ๔. บริหารการจัดการชั้นเรียนและจัดบรรยากาศการเรียนรู้ เพื่อให้การเรียนการสอนมีประสิทธิภาพ ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้อย่างมีความสุข ๕. การใช้สื่อนวัตกรรมเทคโนโลยีภูมิปัญญาท้องถิ่น และแหล่งเรียนรู้ภายในและภายนอกสถานศึกษา ๖. การศึกษาค้นคว้าวิจัยเพื่อพัฒนาสื่อการเรียนการสอนและกระบวนการเรียนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ โดยมีงานวิจัยหรือผลงานหรือสื่อนวัตกรรมอย่างน้อยปีละ ๑ ชิ้น ๗. มีการประเมินผลและรายงานการจัดงาน / กิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับงานวิชาการของโรงเรียน ๕๒
เกณฑ์การให้คะแนน สถานศึกษาดำเนินการได้ดี คะแนน ระดับคุณภาพ จำนวน ๘ ข้อ ๕.๐๐ ยอดเยี่ยม (๕.๐๐) จำนวน ๗ ข้อ ๔.๐๐ ดีเลิศ (๔.๐๐) จำนวน ๕ - ๖ ข้อ ๓.๐๐ ดี (๓.๐๐) จำนวน ๓ - ๔ ข้อ ๒.๐๐ ปานกลาง (๒.๐๐) จำนวน ๑ – ๒ ข้อ ๑.๐๐ กำลังพัฒนา( ๑.๐๐) แหล่งข้อมูล / การเก็บรวมรวมข้อมูล ๑. หลักสูตรกลุ่มทักษะการเรียนรู้แต่ละทักษะ ๒. แผนการจัดการเรียนรู้เฉพาะบุคคล (Individualized Education Program: IEP) ๓. งานวิจัยในชั้นเรียน ๔. ทะเบียนสื่อ / แบบบันทึกการใช้สื่อ ๕. แฟ้มสะสมผลงานนักเรียน ๖. การนิเทศการเรียนการสอนห้องเรียน ประเด็นพิจารณา ๓.๔ ตรวจสอบและประเมินผู้เรียนอย่างเป็นระบบและนำผลมาพัฒนาผู้เรียน (๕ คะแนน) คำอธิบาย มีการตรวจสอบและประเมินผู้เรียนอย่างเป็นระบบ และนำผลมาพัฒนาผู้เรียน มีการตรวจสอบและ ประเมินคุณภาพการจัดการเรียนรู้อย่างเป็นระบบ มีขั้นตอนโดยใช้เครื่องมือ และวิธีการวัดและประเมินผล ที่เหมาะสมกับเป้าหมายในการจัดการเรียนรู้ และให้ข้อมูลย้อนกลับแก่ผู้เรียนเพื่อนำไปใช้พัฒนาการเรียนรู้ เกณฑ์การพิจารณา การตรวจสอบและประเมินความรู้ความเข้าใจของผู้เรียนอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพพิจารณาจาก ๑. มีการวัดและประเมินผลผู้เรียนตามสมรรถนะสำคัญ ตามหลักสูตรโดยการประเมินผู้เรียนจากสภาพจริง ๒. มีการกำหนดขั้นตอนการวัดประเมินผลอย่างเป็นระบบ ๓. ใช้เครื่องมือและวิธีการวัดและประเมินผลที่เหมาะสมกับเป้าหมาย และการจัดการเรียนการสอน ๔. ผู้เรียนและผู้เกี่ยวข้องมีส่วนร่วมในการวัดประเมินผล ๕. ให้ข้อมูลย้อนกลับแก่ผู้เรียนและผู้เรียนนำไปใช้ประโยชน์ ๕๓
เกณฑ์การให้คะแนน สถานศึกษาดำเนินการได้ดี คะแนน ระดับคุณภาพ จำนวน ๘ ข้อ ๕.๐๐ ยอดเยี่ยม (๕.๐๐) จำนวน ๗ ข้อ ๔.๐๐ ดีเลิศ (๔.๐๐) จำนวน ๕ - ๖ ข้อ ๓.๐๐ ดี (๓.๐๐) จำนวน ๓ - ๔ ข้อ ๒.๐๐ ปานกลาง (๒.๐๐) จำนวน ๑ – ๒ ข้อ ๑.๐๐ กำลังพัฒนา( ๑.๐๐) แหล่งข้อมูล / การเก็บรวบรวมข้อมูล ๑. การสอบถามและสัมภาษณ์ผู้บริหารสถานศึกษาครูและผู้เกี่ยวข้องแบบสอลถาม ๒. การตรวจสอบเอกสารหลักฐาน ใบงาน ร่องรอย การวัดประเมิน ๓. ตรวจสอบจากแผนการจัดการเรียนรู้ บันทึกหลังการสอน แผนการจัดการเรียนรู้ แผนการจัดการศึกษา เฉพาะบุคคล (Individualized Education Program : IEP) ๔. การประเมินสมรรถนะสำคัญตามหลักสูตร แบบประเมินผู้เรียนก่อนและหลัง ตามแผนการจัด การศึกษาเฉพาะบุคคล (Individualized Education Program: IEP) ๖. วิจัยในชั้นเรียน ประเด็นพิจารณา ๓.๕ มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และให้ข้อมูลสะท้อนกลับเพื่อพัฒนาและปรับปรุงการจัดการ เรียนรู้ (๕ คะแนน) คำอธิบาย สถานศึกษามีกระบวนการพัฒนาคุณภาพการจัดการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง โดยการจัดให้บุคลากรมีการ แลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อพัฒนาและปรับปรุงการจัดการเรียนรู้ มุ่งพัฒนาคุณภาพการศึกษาอย่างต่อเนื่องให้เกิดขึ้นกับ ครูและบุคลากรทุกคน และพัฒนาสถานศึกษาให้เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้จนเป็นวัฒนธรรมในการทำงานปกติของ สถานศึกษา มีการนำผลการดำเนินงานวิเคราะห์ สังเคราะห์ หรือมีการวิจัยและเลือกสรรข้อมูลสารสนเทศมาใช้ พัฒนาการจัดการเรียนรู้ มีการเผยแพร่และการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เกณฑ์การพิจารณา การดำเนินการพัฒนาคุณภาพ พิจารณาจาก ๑. การสร้างเสริมแนวคิดเรื่องการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อพัฒนาและปรับปรุงการจัดการเรียนรู้ มุ่งการ พัฒนาคุณภาพจัดการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ๒. การนำผลการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อพัฒนาและปรับปรุงการจัดการเรียนรู้ ๓. การวิเคราะห์ สังเคราะห์/วิจัย และเลือกสรรข้อมูลสารสนเทศไปใช้พัฒนาคุณภาพการจัดการเรียนรู้ ๔. การสร้างวัฒนธรรมคุณภาพให้การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ภายในสถานศึกษา เป็นการทำงานปกติ ของสถานศึกษา ๕๔
๕. การจัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อพัฒนาคุณภาพการจัดการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ๖. การพัฒนาสถานศึกษาให้เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ ๗. การจัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ให้สอดคล้องกับภารกิจการปฏิบัติงานของสถานศึกษา ๘. การเผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง เกณฑ์การให้คะแนน สถานศึกษาดำเนินการได้ดี คะแนน ระดับคุณภาพ จำนวน ๘ ข้อ ๕.๐๐ ยอดเยี่ยม (๕.๐๐) จำนวน ๗ ข้อ ๔.๐๐ ดีเลิศ (๔.๐๐) จำนวน ๕ - ๖ ข้อ ๓.๐๐ ดี (๓.๐๐) จำนวน ๓ - ๔ ข้อ ๒.๐๐ ปานกลาง (๒.๐๐) จำนวน ๑ – ๒ ข้อ ๑.๐๐ กำลังพัฒนา( ๑.๐๐) แหล่งข้อมูล / การเก็บรวบรวมข้อมูล ๑. สมุดบันทึกการนิเทศสมุดห้องเรียนประชั้นเรียน ๒. แผนการจัดการเรียนรู้ / บันทึกหลังการสอน ๓. รายงานโครงการ / กิจกรรม ๔. งานแนะแนว / รายงานการปรับพฤติกรรมนักเรียน ๕. รายงานโครงการเสวนาวิชาการ ๖. บันทึกการประชุมฝ่าย / โรงเรียน รายงานผลการดำเนินงานกิจกรรมต่าง ๆ ๕๕
การรับรองมาตรฐานและค่าเป้าหมายเพื่อนำไปสู่การปฏิบัติของโรงเรียนชุมพรปัญญานุกูล ********************************** มาตรฐานการศึกษาระดับปฐมวัย และระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อการประกันคุณภาพภายในของ โรงเรียนชุมพรปัญญานุกูลฉบับนี้ ได้ผ่านการพิจารณาให้นำไปใช้ดำเนินการต่าง ๆ เพื่อการประเมินคุณภาพและ พัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาจากคณะกรรมการการบริหารสถานศึกษาเป็นที่เรียนร้อยแล้ว ได้ผ่านการศึกษาวิเคราะห์ข้อมูลมาตรฐานและตัวบ่งชี้ที่ว่าด้วยการประกันคุณภาพในสถานศึกษา ตามที่กระทรวงศึกษาธิการประกาศใช้มีความเหมาะสมเป็นไปได้ในการนำสู่การปฏิบัติ เนื้อหาในมาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้ผ่านการตรวจสอบที่มาที่ไปของข้อมูลที่น่าเชื่อถือ ได้ผ่านการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลมาตรฐานการศึกษา ประเด็นพิจารณา และเกณฑ์พิจารณา ตัวชี้วัดความสำเร็จ มีข้อมูลที่ตรงตามสภาพจริงทุกประการ สมควรอนุมัติ ไม่สมควรอนุมัติ เนื่องจาก .......................................................................... ลงชื่อ ………………………………………………………… (นายนพรัตน์ มะโนอิ่ม) ผู้อำนวยการโรงเรียนชุมพรปัญญานุกูล ลงชื่อ .................................................................... (นายพินิจ กิจจะวัฒนะ) ประธานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน โรงเรียนชุมพรปัญญานุกูล ๕๖
ภาคผนวก
สภาพบริบทโรงเรียนชุมพรปัญญานุกูล โรงเรียนชุมพรปัญญานุกูล ตั้งอยู่เลขที่ 57 หมู่ที่ 1 ตำบลสะพลี อำเภอปะทิว จังหวัดชุมพร รหัสไปรษณีย์ 86230 โทรศัพท์/โทรสาร 077-622784 E-mail:[email protected] website: www.chumphonps.ac.th ประกาศจัดตั้ง เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2534 เปิดสอนตั้งแต่ระดับเตรียมความพร้อม ถึงระดับ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 มีนักเรียนทั้งหมด ๒๓๔ คน จำนวนครู พนักงานราชการ และบุคลากรทางการศึกษา จำนวน 5๔ คน ผู้บริหาร ๕ คน มีเขตพื้นที่บริการ 4 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดชุมพร จังหวัดระนอง และจังหวัดสุราษฎร์ธานีผู้ปกครองนักเรียนส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ สภาพชุมชนบริเวณรอบโรงเรียน มีลักษณะทางกายภาพคือ ด้านตะวันออก เป็นที่ราบชายฝั่งทะเล พื้นที่ชายหาดลงสู่ทะเล มีค่าต่างระดับน้อย เหมาะที่จะเป็นสถานที่ท่องเที่ยว ตอนในด้านทิศตะวันตกของตำบล เป็นที่ราบลุ่มระหว่างเนินเขาซึ่งสูงชันไม่มาก เป็นแหล่งปลูกพืชเศรษฐกิจที่สำคัญ เช่นปาล์มน้ำมัน ยางพารา มีประชากรประมาณ 3,500 คน บริเวณใกล้เคียงโดยรอบโรงเรียนได้แก่ ที่ทำการเทศบาลตำบลสะพลี และวัด อาชีพหลักของชุมชน คือ อาชีพเกษตรกรรม ยางพารา ทำสวนปาล์ม ทำประมง และค้าขาย วิสัยทัศน์ โรงเรียนชุมพรปัญญานุกูล มุ่งมั่นพัฒนาการจัดการศึกษา โดยใช้เทคโนโลยีเพื่อพัฒนาผู้เรียน ให้มีความรู้คู่คุณธรรม มีทักษะการดำรงชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โดยการ มีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนอย่างยั่งยืน พันธกิจ ๑. พัฒนาระบบการบริหารจัดการ ตามหลักธรรมาภิบาล มาตรฐานโรงเรียนประชารัฐ ๒. พัฒนาศักยภาพผู้เรียนให้มีความรู้คู่คุณธรรม มีทักษะการดำเนินชีวิต และการประกอบอาชีพ โดยการเรียนรู้ตลอดชีวิต ๓. ส่งเสริมครู บุคลากร ให้มีความรู้คู่คุณธรรม มีภาวะผู้นำทางวิชาการ ๔. พัฒนาแหล่งเรียนรู้ และสภาพแวดล้อมที่สะอาด สวยงาม เอื้อต่อการเรียนรู้ตามหลักปรัชญา ของเศรษฐกิจพอเพียง ๕. ส่งเสริมสนับสนุนการประสานความร่วมมือของภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม อย่างยั่งยืน อัตลักษณ์ ผู้เรียนมีความสุข ไม่สร้างทุกข์ให้สังคม เอกลักษณ์ของสถานศึกษา บรรยากาศดีกีฬาเด่น เน้นอาชีพ เป้าประสงค์ 1. โรงเรียนชุมพรปัญญานุกูลมีการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ ๒. ผู้เรียนมีความรู้คู่คุณธรรม จริยธรรม มีทักษะการดำเนินชีวิตและการประกอบอาชีพ ๓. ครู บุคลากร มีความรู้ มีคุณธรรม และมีภาวะผู้นำทางวิชาการ ๔. โรงเรียนชุมพรปัญญานุกูลมีแหล่งการเรียนรู้ และสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ตามหลัก ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ๕. ภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม ให้การยอมรับและสนับสนุนการดำเนินงานของโรงเรียน
กลยุทธ์ (ระดับองค์กร) 1. ส่งเสริม พัฒนาการบริหารจัดการ ตามหลักธรรมาภิบาล มาตรฐานโรงเรียนประชารัฐ 2. พัฒนาผู้เรียนให้มีความรู้คู่คุณธรรม จริยธรรม มีทักษะการดำเนินชีวิตและการประกอบอาชีพ โดยการเรียนรู้ตลอดชีวิต 3. สนับสนุนส่งเสริม ครู บุคลากร ให้มีความรู้คู่คุณธรรม มีภาวะผู้นำทางวิชาการ 4. พัฒนาแหล่งการเรียนรู้ และสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อการเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียง 5. ส่งเสริมการประสานความร่วมมือของภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมอย่างยั่งยืน กลยุทธ์ (ระดับแผนงาน) 1. ส่งเสริมและพัฒนาการบริหารจัดการ ตามหลักธรรมาภิบาล มาตรฐานโรงเรียนประชารัฐ 2. ส่งเสริมและพัฒนาผู้เรียนให้มีความรู้คู่คุณธรรม จริยธรรม มีทักษะการดำเนินชีวิตและการประกอบ อาชีพ โดยการเรียนรู้ตลอดชีวิต 3. ส่งเสริมและพัฒนาครู บุคลากร ให้มีความรู้คู่คุณธรรม มีภาวะผู้นำทางวิชาการ 4. ส่งเสริมและพัฒนาแหล่งการเรียนรู้ และสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อการเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียง 5. ส่งเสริมและสนับสนุนการประสานความร่วมมือของภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมอย่าง ยั่งยืน
ประกาศโรงเรียนชุมพรปัญญานุกูล เรื่อง การใช้มาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา ระดับปฐมวัย และระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปีการศึกษา ๒๕๖๕ ................................................................ ตามที่มีการประกาศใช้กฎกระทรวง การประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ.2561 และประกาศกระทรวง ศึกษาธิการ เรื่อง ให้ใช้มาตรฐานการศึกษา ระดับปฐมวัย ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน และระดับการศึกษา ขั้นพื้นฐานศูนย์การศึกษาพิเศษ เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2561 รวมทั้งประกาศสำนักงานคณะกรรมการ การศึกษาขั้นพื้นฐาน เรื่อง แนวปฏิบัติการดำเนินงานประกันคุณภาพการศึกษา ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2561 นั้น เพื่อให้การดำเนินงานประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาของโรงเรียนชุมพรปัญญานุกูล เป็นไป อย่างมีประสิทธิภาพ อาศัยอำนาจตามความในพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545 มาตรา 9(3) ได้กำหนดการจัดระบบโครงสร้างและกระบวนการจัดการศึกษาให้ยึดหลัก ที่สำคัญข้อหนึ่ง คือ มีการกำหนดมาตรฐานการศึกษาและจัดระบบการประกันคุณภาพการศึกษา และมาตรา 48 ให้หน่วยงานต้นสังกัดและสถานศึกษาจัดให้มีระบบประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา และให้ถือว่าการประกัน คุณภาพภายในเป็นส่วนหนึ่งของการบริหารการศึกษาที่ต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง โดยมีการจัดทำรายงาน ประจำปีเสนอต่อหน่วยงานต้นสังกัด หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และเปิดเผยต่อสาธารณชน เพื่อนำไปสู่การพัฒนา คุณภาพมาตรฐานการศึกษา และเพื่อรองรับการประกันคุณภาพภายนอก โรงเรียนชุมพรปัญญานุกูล จึงได้ ปรับปรุงพัฒนามาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษาขึ้นใหม่ให้เหมาะสม และสอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลง ในการปฏิรูประบบการประเมินและการประกันคุณภาพการศึกษาและบริบทของสถานศึกษา โดยการมีส่วนร่วม ของครู บุคลากรและผู้เกี่ยวข้องกับสถานศึกษาและได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน โรงเรียนชุมพรปัญญานุกูล จึงประกาศใช้มาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา เพื่อใช้เป็นทิศทาง เป้าหมาย การจัดการศึกษาของสถานศึกษา และใช้เป็นหลักในการประเมินผลและตรวจสอบคุณภาพภายในสถานศึกษาและ ติดตามผลการดำเนินการเพื่อพัฒนาสถานศึกษาให้มีคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษาที่กำหนด ตามเอกสาร แนบท้ายประกาศฉบับนี้ ประกาศ ณ วันที่ ๑ เดือน มิถุนายน พ.ศ. 256๕ (นายพินิจ กิจจะวัฒนะ) ประธานคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน โรงเรียนชุมพรปัญญานุกูล (นายนพรัตน์ มะโนอิ่ม) ผู้อำนวยการโรงเรียนชุมพรปัญญานุกูล
มาตรฐานการศึกษา ระดับปฐมวัย แนบท้ายประกาศโรงเรียนชุมพรปัญญานุกูล เรื่อง การใช้มาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา ระดับปฐมวัยและระดับการศึกษาขึ้นพื้นฐาน ปีการศึกษา ๒๕๖๕ ............................. มาตรฐานการศึกษา ระดับปฐมวัย เพื่อการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา โรงเรียนชุมพรปัญญานุกูล มีจำนวน ๓ มาตรฐาน ได้แก่ มาตรฐานที่ ๑ คุณภาพของเด็ก มาตรฐานที่ 2 กระบวนการบริหารและการจัดการ มาตรฐานที่ 3 การจัดประสบการณ์ที่เน้นเด็กเป็นสำคัญ แต่ละมาตรฐานมีรายลเอียดดังนี้ มาตรฐานที่ 1 คุณภาพของเด็ก ๑.๑ มีการพัฒนาด้านร่างกาย แข็งแรง มีสุขนิสัยที่ดี และดูแลความปลอดภัยของตนเองได้ ๑.๒ มีการพัฒนาด้านอารมณ์ จิตใจ ควบคุม และแสดงออกทางอารมณ์ได้ ๑.๓ มีการพัฒนาการด้านสังคม ช่วยเหลือตนเอง และเป็นสมาชิกที่ดีของสังคม ๑.๔ มีพัฒนาการด้านสติปัญญา สื่อสารได้ มีทักษะการคิดพื้นฐาน และแสวงหาความรู้ได้ มาตรฐานที่ ๒ กระบวนการบริหารและการจัดการ ๒.๑. มีหลักสูตรครอบคลุมพัฒนาการทั้ง ๔ ด้าน สอดคล้องกับบริบทของท้องถิ่น ๒.๒ จัดครูให้เพียงพอกับชั้นเรียน ๒.๓ ส่งเสริมให้ครูมีความเชี่ยวชาญด้านการจัดประสบการณ์ ๒.๔ จัดสภาพแวดล้อมและสื่อเพื่อการเรียนรู้ อย่างปลอดภัย และเพียงพอ ๒.๕ ให้บริการสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศและสื่อการเรียนรู้เพื่อสนับสนุนการจัดประสบการณ์ ๒.๖ มีระบบบริหารคุณภาพที่เปิดโอกาสให้ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายมีส่วนร่วม มาตรฐานที่ ๓ การจัดประสบการณ์ที่เน้นเด็กเป็นสำคัญ ๒.๑. จัดประสบการณ์ที่ส่งเสริมให้เด็กมีการพัฒนาการทุกด้านอย่างสมดุลเต็มศักยภาพ ๒.๒ สร้างโอกาสให้เด็กได้รับประสบการณ์ตรง เล่นและปฏิบัติอย่างมีความสุข ๒.๓ จัดบรรยากาศที่เอื้อต่อการเรียนรู้ใช้สื่อและเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับวัย ๒.๔ ประเมินพัฒนาการเด็กตามสภาพจริงและนำผลประเมินพัฒนาการเด็กไปปรับปรุงการจัดประสบการณ์ และพัฒนาเด็ก ……………………………………..
๒.๖ จัดระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการและการจัดการเรียนรู้ มาตรฐานการศึกษา ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน แนบท้ายประกาศโรงเรียนชุมพรปัญญานุกูล เรื่อง การใช้มาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา ระดับปฐมวัยและระดับการศึกษาขึ้นพื้นฐาน ปีการศึกษา ๒๕๖๕ ............................. มาตรฐานการศึกษา ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา โรงเรียนชุมพรปัญญานุกูล มีจำนวน ๓ มาตรฐาน ได้แก่ มาตรฐานที่ ๑ คุณภาพของผู้เรียน ๑.๑ ผลสัมฤทธิ์ทางวิชาการของผู้เรียน ๑.๒ คุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผู้เรียน มาตรฐานที่ 2 กระบวนการบริหารและการจัดการ มาตรฐานที่ 3 กระบวนการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ แต่ละมาตรฐานมีรายลเอียดดังนี้ มาตรฐานที่ 1 คุณภาพของผู้เรียน ๑.๑ ผลสัมฤทธิ์ทางวิชาการของผู้เรียน ๑) มีความสามารถในการอ่าน การเขียน การสื่อสารและการคิดคำนวณ ๒) มีความสามารถในการวิเคราะห์และคิดอย่างมีวิจารณญาณ อภิปราย แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และแก้ปัญหา ๓) มีความสามารถในการสร้างนวัตกรรม ๔) มีความสามารถในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ๕) มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนตามหลักสูตรสถานศึกษา ๖) มีความรู้ ทักษะพื้นฐาน และเจตคติที่ดีต่องานอาชีพ ๑.๒ คุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผู้เรียน ๑) การมีคุณลักษณะและค่านิยมที่ดีตามที่สถานศึกษากำหนด ๒) ความภูมิใจในท้องถิ่นและความเป็นไทย ๓) การยอมรับที่จะอยู่ร่วมกันบนความแตกต่างและหลากหลาย ๔) สุขภาวะทางร่างกายและจิตสังคม มาตรฐานที่ ๒ กระบวนการบริหารและการจัดการ ๒.๑. การมีเป้าหมายวิสัยทัศน์ และพันธกิจที่สถานศึกษากำหนดชัดเจน ๒.๒ มีระบบบริหารการจัดการคุณภาพของสถานศึกษา ๒.๓ ดำเนินงานพัฒนาวิชาการที่เน้นคุณภาพของผู้เรียนรอบด้าน ตามหลักสูตรสถานศึกษา ทุกกลุ่มเป้าหมาย ๒.๔ พัฒนาครูและบุคลากรให้มีความเชี่ยวชาญทางวิชาชีพ ๒.๕ จัดสภาพแวดล้อมทางกายภาพและสังคมที่เอื้อต่อการจัดการเรียนรู้อย่างมีคุณภาพ
มาตรฐานที่ ๓ กระบวนการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ๓.1 จัดการเรียนรู้ผ่านกระบวนการคิดและปฏิบัติจริง สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตได้ ๓.2 ใช้สื่อ เทคโนโลยีสารสนเทศ และแหล่งเรียนรู้ที่เอื้อต่อการเรียนรู้ 3.๓ มีการบริหารจัดการชั้นเรียนเชิงบวก ๓.๔ ตรวจสอบและประเมินผู้เรียนอย่างเป็นระบบ และนำผลมาพัฒนาผู้เรียน ๓.๕ มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และให้ข้อมูลสะท้อนกลับเพื่อพัฒนา และปรับปรุงการจัดการเรียนรู้ …………………………….
ประกาศโรงเรียนชุมพรปัญญานุกูล เรื่อง การกำหนดค่าเป้าหมายการพัฒนาตามมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา ระดับปฐมวัย และระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อการประกันคุณภาพภายในของสถานศึกษา ปีการศึกษา 256๕ ------------------------------------------------------------- ตามที่มีการประกาศใช้กฎกระทรวง การประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ.2561 และประกาศกระทรวง ศึกษาธิการ เรื่อง ให้ใช้มาตรฐานการศึกษา ระดับปฐมวัย ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน และระดับการศึกษา ขั้นพื้นฐานศูนย์การศึกษาพิเศษ เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2561 นั้น เพื่อให้การดำเนินงานประกันคุณภาพ ภายในสถานศึกษาของโรงเรียนชุมพรปัญญานุกูลเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โรงเรียนชุมพรปัญญานุกูล จึงได้ปรับ มาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐานของสถานศึกษา ระดับปฐมวัย และระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานและได้กำหนด ค่าเป้าหมายของการพัฒนาตามมาตรฐานการศึกษา โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน และการมีส่วนร่วมของผู้เกี่ยวข้อง ทั้งบุคลากรทุกคนในโรงเรียน ผู้ปกครองนักเรียน เพื่อนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพ มาตรฐานการศึกษา การประเมินคุณภาพภายในและเพื่อรองรับการประเมินคุณภาพภายนอก เพื่อให้การจัด การศึกษาระดับปฐมวัย และระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานของโรงเรียนชุมพรปัญญานุกูลมีคุณภาพตามมาตรฐาน การศึกษาของสถานศึกษา โรงเรียนจึงกำหนดค่าเป้าหมายการพัฒนาตามมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา ระดับปฐมวัย และระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปีการศึกษา 256๔ ตามเอกสารแนบท้ายประกาศนี้ ประกาศ ณ วันที่ ๑ เดือน มิถุนายน พ.ศ. 256๕ (นายนพรัตน์ มะโนอิ่ม) ผู้อำนวยการโรงเรียนชุมพรปัญญานุกูล (นายพินิจ กิจจะวัฒนะ) ประธานคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน โรงเรียนชุมพรปัญญานุกูล
รายละเอียดแนบท้ายประกาศโรงเรียนชุมพรปัญญานุกูล เรื่อง การกำหนดค่าเป้าหมายการพัฒนาตามมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา ระดับปฐมวัย เพื่อการประกันคุณภาพภายในของสถานศึกษา ปีการศึกษา 256๕ มาตรฐาน / ประเด็นการพิจารณา/ตัวชี้วัดและค่าเป้าหมายความสำเร็จ ค่าเป้าหมาย ระดับคุณภาพ มาตรฐานที่ 1 คุณภาพของเด็ก ร้อยละ 91 ยอดเยี่ยม ๑.๑ มีการพัฒนาด้านร่างกาย แข็งแรง มีสุขนิสัยที่ดี และดูแลความปลอดภัย ของตนเองได้ ร้อยละ 9๒ ยอดเยี่ยม - เด็กร้อยละ ๙๑ มีน้ำหนักส่วนสูงตามเกณฑ์มาตรฐาน - เด็กร้อยละ ๙๓ สามารถเคลื่อนไหวร่างกายอย่างคล่องแคล่วและทรงตัวได้ดี - เด็กร้อยละ 9๒ สามารถดูแลสุขภาพอนามัยส่วนตัว มีสุขอนามัย และ สุขนิสัยที่ดี - เด็กร้อยละ 9๒ สามารถปฏิบัติตามข้อตกลง และปฏิบัติกิจกรรมได้อย่าง ปลอดภัยต่อตนเองและผู้อื่น - เด็กร้อยละ ๙๐ สามารถหลีกเลี่ยงสถานการณ์ที่เสี่ยงอันตราย ระวังภัย จากบุคคล และสิ่งแวดล้อม ๑.๒ มีพัฒนาการด้านอารมณ์ จิตใจ ควบคุม และแสดงออกทางอารมณ์ได้ ร้อยละ 9๑ ยอดเยี่ยม - เด็กร้อยละ ๙๑ มีน้ำหนักส่วนสูงตามเกณฑ์มาตรฐาน - เด็กร้อยละ ๙๒ สามารถเคลื่อนไหวร่างกายอย่าง คล่องแคล่ว และทรงตัวได้ ดี - เด็กร้อยละ 9๑ สามารถดูแลสุขภาพอนามัยส่วนตัว มีสุขอนามัย และ สุขนิสัยที่ดี - เด็กร้อยละ 9๒ สามารถปฏิบัติตามข้อตกลง และปฏิบัติกิจกรรมได้อย่าง ปลอดภัยต่อตนเองและผู้อื่น - เด็กร้อยละ ๘๙ สามารถหลีกเลี่ยงสถานการณ์ที่เสี่ยงอันตราย ระวังภัย จากบุคคล และสิ่งแวดล้อม ๑.๓ มีพัฒนาการด้านสังคมช่วยเหลือตนเอง และเป็นสมาชิกที่ดีของสังคม ร้อยละ 9๓ ยอดเยี่ยม - เด็กร้อยละ 90 มีพัฒนาการด้านสังคม ช่วยเหลือตัวเองและเป็นสมาชิก ที่ดีของสังคม - เด็กร้อยละ 95 สามารถช่วยเหลือตนเองในการปฏิบัติกิจวัตรประจำวัน ได้อย่างเหมาะสม - เด็กร้อยละ ๙5 มีมารยาทตามวัฒนธรรมไทยและรู้จักสัมมาคารวะต่อผู้ใหญ่ - เด็กร้อยละ 90 รู้จักยอมรับความแตกต่างระหว่างบุคคลและสามารถ ทำงานร่วมกับผู้อื่น
มาตรฐาน / ประเด็นการพิจารณา/ตัวชี้วัดและค่าเป้าหมายความสำเร็จ ค่าเป้าหมาย ระดับคุณภาพ ๑.๔ มีพัฒนาการด้านสติปัญญา สื่อสารได้ มีทักษะการคิดพื้นฐานและ แสวงหาความรู้ได้ ร้อยละ 8๙ ดีเลิศ - เด็กร้อยละ 90 สามารถสนทนาโต้ตอบและเล่าเรื่องให้ผู้อื่นเข้าใจได้ - เด็กร้อยละ 8๙ สามารถอ่านนิทานได้เหมาะสมกับวัย - เด็กร้อยละ ๘๘ รู้จักคิด แก้ปัญหาและสามารถตัดสินใจเรื่องง่าย ๆ ได้ มาตรฐานที่ 2 กระบวนการบริหารและจัดการ - ยอดเยี่ยม 2.1 มีหลักสูตรครอบคลุมพัฒนาการทั้ง 4 ด้านสอดคล้องกับบริบทของ ท้องถิ่น - ยอดเยี่ยม - สถานศึกษามีหลักสูตรสถานศึกษาที่ยืดหยุ่น และสอดคล้องกับหลักสูตร สถานศึกษาปฐมวัย ความแตกต่างของเด็ก วิถีชีวิตของครอบครัว ชุมชน และ ท้องถิ่น - มีการออกแบบแผนการจัดประสบการณ์ที่เตรียมความพร้อม และไม่เร่งรัด วิชาการ เน้นการเรียนรู้ทางการเล่น และการลงมือปฏิบัติตอบสนองความ ต้องการ ความแตกต่างของเด็ก สอดคล้องกับวิถีชีวิตของครอบครัว ชุมชน และท้องถิ่น - มีการวิเคราะห์ ปรับปรุง วิพากย์หลักสูตรสถานศึกษาระดับปฐมวัย อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง 2.2 จัดครูให้เพียงพอกับชั้นเรียน - ยอดเยี่ยม - สถานศึกษาจัดครูให้เหมาะสมกับภารกิจการเรียนการสอน หรือจัดครูที่จบ การศึกษาปฐมวัย หรือผ่านการอบรมการศึกษาพิเศษอย่างเพียงพอกับ ชั้นเรียน 2.3 ส่งเสริมให้ครูมีความเชี่ยวชาญด้านการจัดประสบการณ์ - ยอดเยี่ยม - สถานศึกษาสนับสนุนส่งเสริมบุคลากรครูทุกคน พัฒนาครู ด้านการจัด ประสบการณ์ให้สอดคล้องกับหน้าที่ที่ปฏิบัติ - ส่งเสริมให้ครูพัฒนาการจัดประสบการณ์เด็กโดยใช้ชุมชนแห่งการเรียนรู้ (PLC) เป็นวิธีการในการพัฒนา 2.4 จัดสภาพแวดล้อม และสื่อเพื่อการเรียนรู้อย่างปลอดภัย และเพียงพอ - ยอดเยี่ยม - สถานศึกษาจัดสภาพแวดล้อมภายใน และภายนอกห้องเรียนที่ร่มรื่น และ ปลอดภัย - สถานศึกษาส่งเสริม และสนับสนุนให้พัฒนาศักยภาพ โดยร่วมกับ นักสหวิชาชีพ เพื่อพัฒนาด้านร่างกายอารมณ์ สังคม และสติปัญญา จากโครงการพัฒนาการเรียนรู้ปฐมวัย
มาตรฐาน / ประเด็นการพิจารณา/ตัวชี้วัดและค่าเป้าหมายความสำเร็จ ค่าเป้าหมาย ระดับคุณภาพ 2.5 ให้บริการสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศ และสื่อการเรียนรู้ เพื่อสนับสนุนการ จัดประสบการณ์ - ยอดเยี่ยม - สถานศึกษาจัดระบบเทคโนโลยีสารสนเทศที่สนับสนุนการบริหารจัดการ และการเรียนรู้อย่างเพียงพอและเหมาะสม 2.6 มีระบบบริหารคุณภาพที่เปิดโอกาสให้ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายมีส่วนร่วม - ยอดเยี่ยม - จัดให้มีการนิเทศภายในสถานศึกษาอย่างต่อเนื่อง เพื่อการพัฒนาการจัดการ เรียนการสอนอย่างมีประสิทธิภาพ - สถานศึกษาเปิดโอกาส ให้สหวิชาชีพมีส่วนร่วมในการพัฒนาทักษะของ นักเรียนในทักษะการเคลื่อนไหว โดยกิจกรรมบำบัด นันทนาการ และทักษะ ชีวิต มาตรฐานที่ 3 การจัดประสบการณ์ที่เน้นเด็กเป็นสำคัญ ร้อยละ 90 ยอดเยี่ยม 3.1 จัดประสบการณ์ที่ส่งเสริมให้เด็กมีการพัฒนาการทุกด้านอย่างสมดุล เต็มศักยภาพ ร้อยละ 8๗ ดีเลิศ - ครูร้อยละ ๘๗ มีการวิเคราะห์ข้อมูลผู้เรียนรายบุคคล เพื่อเป็นข้อมูลในการ จัดประสบการณ์ / กิจกรรม ให้กับเด็กอย่างเหมาะสม - ครูทุกคนมีการจัดทำแผนการเรียนการสอนที่สอดคล้องกับการพัฒนาของ เด็กทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญา โดยความร่วมมือของ ผู้ปกครอง ชุมชน และผู้เกี่ยวข้อง - ครูทุกคนมีการจัดบรรยากาศ และสภาพแวดล้อมภายในห้องเรียนที่เอื้อต่อ การเรียนรู้ ใช้สื่อ และเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับเด็ก - ครูทุกคนมีการจัดทำแบบประเมินก่อนและหลังการใช้ IEP และ IIP ของเด็ก - ครูทุกคนมีการจัดทำวิจัยในชั้นเรียนเพื่อส่งเสริมและแก้ปัญหาการจัดการ เรียนรู้และพัฒนาการของเด็ก 3.2 สร้างโอกาสให้เด็กได้รับประสบการณ์ตรง เล่น และปฏิบัติอย่างมี ความสุข ร้อยละ ๙๒ ยอดเยี่ยม - ครูร้อยละ 9๒ มีการจัดทำโครงการ / กิจกรรมที่ส่งเสริมประสบการณ์อย่าง หลากหลาย ให้เด็กได้เลือกกิจกรรมอย่างอิสระ และสร้างองค์ความรู้ด้วย ตนเอง 3.3 จัดบรรยากาศที่เอื้อต่อการเรียนรู้ ใช้สื่อเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับวัย ร้อยละ ๙๖ ยอดเยี่ยม - ครูทุกคนมีการจัดบรรยากาศ และสภาพแวดล้อมในห้องเรียนได้สะอาด ปลอดภัย เป็นระเบียบเรียบร้อย และจัดมุมเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้
มาตรฐาน / ประเด็นการพิจารณา/ตัวชี้วัดและค่าเป้าหมายความสำเร็จ ค่าเป้าหมาย ระดับคุณภาพ - ครูทุกคนมีการผลิตสื่อที่สอดคล้องกับพัฒนาการของเด็กแต่ละด้าน - ครูร้อยละ ๙๖ มีการใช้สื่อ และเทคโนโลยีที่เหมาะสมในการจัดการเรียนการ สอน เช่น คอมพิวเตอร์ สื่อของเล่นเพื่อส่งเสริมพัฒนาการ ๓.๔ ประเมินพัฒนาการเด็กตามสภาพจริง และนำผลการประเมินพัฒนาการ เด็ก ไปปรับปรุงการจัดประสบการณ์ และพัฒนาเด็ก ร้อยละ ๙๒ ยอดเยี่ยม - ครูร้อยละ ๙๑ ประเมินพัฒนาการเด็กจากกิจกรรม และกิจวัตรประจำวัน ด้วยเครื่องมือที่หลากหลาย - ครูร้อยละ ๙2 มีการวิเคราะห์ผลการประเมินพัฒนาการโดยการมีส่วนร่วม ของผู้ปกครอง และผู้ที่เกี่ยวข้อง สรุปผลการประเมินในภาพรวมของสถานศึกษา 9๒ ยอดเยี่ยม หมายเหตุ การกำหนดค่าเป้าหมายแต่ละมาตรฐาน กำหนดเป็นระดับคุณภาพ ๕ ระดับ เพื่อให้สอดคล้องกับการ ประเมินคุณภาพภายนอก ดังนี้ ระดับ ยอดเยี่ยม หมายถึง คุณภาพอยู่ในระดับ ร้อยละ ๙๐ - ๑๐๐ ระดับ ดีเลิศ หมายถึง คุณภาพอยู่ในระดับ ร้อยละ ๘๐ - ๘๙ ระดับ ดี หมายถึง คุณภาพอยู่ในระดับ ร้อยละ ๗๐ - ๗๙ ระดับ ปานกลาง หมายถึง คุณภาพอยู่ในระดับ ร้อยละ ๖๐ - ๖๙ ระดับ กำลังพัฒนา หมายถึง คุณภาพอยู่ในระดับ น้อยกว่าร้อยละ ๖๐
รายละเอียดแนบท้ายประกาศโรงเรียนชุมพรปัญญานุกูล เรื่อง การกำหนดค่าเป้าหมายการพัฒนาตามมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อการประกันคุณภาพภายในของสถานศึกษา ปีการศึกษา 256๕ มาตรฐาน / ประเด็นการพิจารณา/ตัวชี้วัดและค่าเป้าหมายความสำเร็จ ค่าเป้าหมาย ระดับคุณภาพ มาตรฐานที่ 1 คุณภาพของผู้เรียน ร้อยละ ๘7 ดีเลิศ 1.1 ผลสัมฤทธิ์ทางวิชาการของผู้เรียน ร้อยละ ๘6 ดีเลิศ ๑) มีความสามารถในการอ่าน การเขียน การสื่อสารภาษาไทย ตามเกณฑ์ ของแต่ละระดับชั้น ร้อยละ ๘๙ ดีเลิศ - ผู้เรียนร้อยละ 90 สามารถอ่านออกเสียง คำ วลี และอ่านจับใจความ สำคัญในระดับดีขึ้นไป ตามเป้าหมายที่สถานศึกษากำหนด และศักยภาพของ ผู้เรียน - ผู้เรียนร้อยละ ๘5 สามารถเขียนคำ และประโยค อยู่ในระดับดีขึ้นไป ตาม เป้าหมายที่สถานศึกษากำหนด และตามศักยภาพของผู้เรียน - ผู้เรียนร้อยละ 85 สามารถสื่อสารการพูดแนะนำตนเอง นำเสนอชิ้นงาน พูดแสดงความความรู้ ความคิดเห็น ความรู้สึกในโอกาสต่าง ๆ ในระดับ ดีเลิศขึ้นไป ตามตามเป้าหมายที่สถานศึกษากำหนด และตามศักยภาพของ ผู้เรียน ๒) มีความสามารถในการอ่าน การเขียน การสื่อสารภาษาอังกฤษ ตามเกณฑ์ ของแต่ละระดับชั้น ร้อยละ ๘๗ ดีเลิศ - ผู้เรียนร้อยละ ๘0 สามารถอ่านออกเสียง คำ วลี ในระดับดีขึ้นไป ตามเป้าหมายที่สถานศึกษากำหนด และตามศักยภาพของผู้เรียน - ผู้เรียนร้อยละ ๘0 สามารถเขียนพยัญชนะ คำศัพท์ ชื่อตนเอง อยู่ในระดับ ดีขึ้นไป ตามเป้าหมายที่สถานศึกษากำหนด และตามศักยภาพของผู้เรียน - ผู้เรียนร้อยละ ๘0 สามารถสื่อสาร พูดแนะนำตัวเอง ในระดับดีขึ้นไป ตามเป้าหมายที่สถานศึกษากำหนด และตามศักยภาพของผู้เรียน ๓) มีความสามารถในการคำนวณตามเกณฑ์ของแต่ละระดับชั้น ร้อยละ ๘๒ ดีเลิศ - ผู้เรียนร้อยละ ๘2 สามารถคิดคำนวณ อยู่ในระดับดีขึ้นไป ตามศักยภาพ ของผู้เรียน ๔) มีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ คิดอย่างมีวิจารณญาณ อภิปราย แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และแก้ปัญหา ร้อยละ ๘๗ ดีเลิศ - ผู้เรียนร้อยละ 85 สามารถคิด วิเคราะห์และใช้วิจารณญาณในการ แก้ไขปัญหาได้ตามศักยภาพผู้เรียน - ผู้เรียนร้อยละ 85 สามารถอภิปรายและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นได้ ตาม ศักยภาพผู้เรียน
มาตรฐาน / ประเด็นการพิจารณา/ตัวชี้วัดและค่าเป้าหมายความสำเร็จ ค่าเป้าหมาย ระดับคุณภาพ ๕) มีความสามารถในการสร้างนวัตกรรม ร้อยละ ๘๒ ดีเลิศ - ผู้เรียนร้อยละ 88 มีผลงานหรือชิ้นงาน จากการทำงานในกิจกรรมการ เรียนการสอน สามารถอธิบายหลักการ ขั้นตอนการทำงาน ปัญหาอุปสรรค ของการทำงานได้ตามศักยภาพของผู้เรียน ๖) มีความสามารถในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ร้อยละ ๘๕ ดีเลิศ - ผู้เรียนร้อยละ 85 มีความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับความหมายวิธีการใช้ เทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสารที่ถูกต้อง - ผู้เรียนร้อยละ 80 มีพฤติกรรมการใช้เทคโนโลยีที่ถูกต้องและเหมาะสม - ผู้เรียนร้อยละ 85 สามารถสืบค้นข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตด้วยตนเอง - ผู้เรียนร้อยละ 80 สามารถดูแล รักษา อุปกรณ์คอมพิวเตอร์และ เทคโนโลยี ๗) มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนตามหลักสูตรสถานศึกษา ร้อยละ ๙๑ ยอดเยี่ยม - ผู้เรียนร้อยละ 90 มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนตามหลักสูตรสถานศึกษา ๘) มีความรู้ ทักษะพื้นฐาน และเจตคติที่ดีต่องานอาชีพ ร้อยละ ๘๖ ดีเลิศ - ผู้เรียนร้อยละ 8๕ มีความรู้ เข้าใจในทักษะการทำงาน และทักษะอาชีพ - ผู้เรียนร้อยละ ๘5 มีทักษะพื้นฐานในการปฏิบัติงานอาชีพ - ผู้เรียนร้อยละ 85 มีเจตคติที่ดีต่องานอาชีพ - ผู้เรียนร้อยละ ๘๐ สามารถนำความรู้ด้านอาชีพมาปฏิบัติได้จริงแบบวิถี พอเพียง 1.2 คุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผู้เรียน ร้อยละ ๘8 ดีเลิศ 1) การมีคุณลักษณะและค่านิยมที่ดีตามที่สถานศึกษากำหนด ร้อยละ 8๘ ดีเลิศ - ผู้เรียนร้อยละ ๘๕ มีคุณลักษณะที่ดีตามที่สถานศึกษากำหนด - ผู้เรียนร้อยละ ๘5 มีค่านิยมที่ดีตามที่สถานศึกษากำหนด - ผู้เรียนร้อยละ ๘5 มีเจตคติที่ดีต่อสวนพฤกษศาสตร์ - ผู้เรียนร้อยละ 90 มีส่วนร่วมในการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช 2) ความภูมิใจในท้องถิ่นและความเป็นไทย ร้อยละ 8๗ ดีเลิศ - ผู้เรียนร้อยละ ๘8 มีความภาคภูมิใจในความเป็นไทย - ผู้เรียนร้อยละ 90 มีความภาคภูมิใจในการนับถือศาสนาที่ตนเองนับถือ - ผู้เรียนร้อยละ 90 มีความภาคภูมิใจ เคารพ เทิดทูนซึ่งสถาบัน ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ - ผู้เรียนร้อยละ 80 สามารถสื่อสารภาษาถิ่นได้
มาตรฐาน / ประเด็นการพิจารณา/ตัวชี้วัดและค่าเป้าหมายความสำเร็จ ค่าเป้าหมาย ระดับคุณภาพ - ผู้เรียนร้อยละ ๙๕ มีการเข้าร่วมกิจกรรมและอนุรักษ์ศิลปะ ประเพณี วัฒนธรรมของท้องถิ่นและความเป็นไทย - ผู้เรียนร้อยละ 85 มีความรู้ในการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชท้องถิ่น - ผู้เรียนร้อยละ 85 มีเจตคติที่ดีต่อการดำเนินงานกิจกรรมการเรียนการ สอนสวนพฤกษศาสตร์ 3) การยอมรับที่จะอยู่ร่วมกันบนความแตกต่างและ หลากหลาย ร้อยละ 8๗ ดีเลิศ - ผู้เรียนร้อยละ ๘๕ มีการยอมรับที่จะอยู่ร่วมกันบนความแตกต่างอย่าง หลากหลาย 4) สุขภาวะทางร่างกาย และจิตสังคม ร้อยละ ๘๗ ดีเลิศ - ผู้เรียนร้อยละ 8๕ มีวิธีการรักษาสุขภาพของตนเองให้แข็งแรง พร้อมทั้ง เรียนรู้และมีวิธีการป้องกันตนเองจากการล่อลวง ข่มเหง รังแก ไม่ เพิกเฉยต่อการกระทำสิ่งที่ไม่ถูกต้องได้ตามศักยภาพ - ผู้เรียนร้อยละ 80 มีวิธีรักษาอารมณ์และสุขภาพจิตให้ดีอยู่เสมอ - ผู้เรียนร้อยละ 90 มีความกล้าแสดงออกและอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้ตาม ศักยภาพ มาตรฐานที่ 2 กระบวนการบริหารและการจัดการ - ยอดเยี่ยม 2.1 มีเป้าหมาย วิสัยทัศน์และพันธกิจที่สถานศึกษากำหนดชัดเจน - ยอดเยี่ยม - สถานศึกษามีการกำหนดเป้าหมาย วิสัยทัศน์ และพันธกิจ ที่ชัดเจน สอดคล้องกับบริบทของสถานศึกษา ความต้องการของชุมชน และท้องถิ่น นโยบายของรัฐ แผนการศึกษาแห่งชาติ สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง และทัน ต่อการเปลี่ยนแปลง - สถานศึกษาส่งเสริมให้นักเรียนมีทักษะอาชีพ มีความสามารถทางด้านกีฬา สามารถช่วยเหลือตนเองได้ ไม่เป็นภาระของสังคม - สถานศึกษาได้เข้าร่วมโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมอันเนื่องมาจาก พระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี (อพ.สธ) - ขับเคลื่อนหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อพัฒนาสถานศึกษา พอเพียงเป็นศูนย์การเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงด้าน การศึกษา
มาตรฐาน / ประเด็นการพิจารณา/ตัวชี้วัดและค่าเป้าหมายความสำเร็จ ค่าเป้าหมาย ระดับคุณภาพ 2.2 มีระบบบริหารจัดการคุณภาพของสถานศึกษา - ยอดเยี่ยม - สถานศึกษามีระบบการบริหารจัดการคุณภาพการศึกษาที่ชัดเจน ใช้กระบวนการ PDCA (Plan DO Check Action) เพื่อพัฒนางาน โดยการมี ส่วนร่วมของบุคลากรและผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย 2.3 ดำเนินงานพัฒนาวิชาการที่เน้นคุณภาพผู้เรียนรอบด้านตามหลักสูตร สถานศึกษาและทุกกลุ่มเป้าหมาย - ยอดเยี่ยม - สถานศึกษามีการประเมินหลักสูตรสถานศึกษาทุก ๑ ปี โดยมีความร่วมมือ ของคณะครูและคณะกรรมการสถานศึกษา - สถานศึกษามีแผนพัฒนาวิชาการที่คำนึงถึงคุณภาพ ผู้เรียนทุกคนโดยยึด นโยบายร่วมกันว่า “นักเรียนทุกคน พัฒนาได้ ” - สถานศึกษาจัดกิจกรรม “ดนตรี กีฬา นาฏศิลป์” เพื่อให้ผู้เรียนทุกคนได้มี โอกาสเข้าร่วมอย่างต่อเนื่อง 2.4 พัฒนาครูและบุคลากรให้มีความเชี่ยวชาญทางวิชาชีพ - ยอดเยี่ยม - ครูและบุคลากรทุกคนได้รับการพัฒนาให้มีความเชี่ยวชาญทางวิชาชีพ ตรงตามความสามารถ ความต้องการของครู และสถานศึกษา และสอดคล้อง กับการปฏิบัติหน้าที่อย่างน้อย ๒๐ ชั่วโมง/ปีการศึกษา 2.5 จัดสภาพแวดล้อมทางกายภาพและสังคมที่เอื้อต่อการจัดการเรียนรู้ อย่างมีคุณภาพ - ยอดเยี่ยม - สถานศึกษามีสภาพแวดล้อมที่ร่มรื่น สะอาด ปลอดภัย มีแหล่งพักผ่อน ที่เพียงพอสำหรับผู้เรียน และมีแหล่งสืบค้นข้อมูลทางอินเทอร์เน็ตที่เข้าถึง ได้ง่าย - สถานศึกษามีห้องปฏิบัติการและห้องส่งเสริมอาชีพที่พอเพียง มีการจัด กิจกรรมทักษะทางอาชีพ “Open house” ให้นักเรียนทุกคนได้แลกเปลี่ยน ร่วมกัน อย่างน้อย ๑ ครั้ง/ปีการศึกษา 2.6 จัดระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อสนับสนุนการ บริหารจัดการและ การจัดการเรียนรู้ - ยอดเยี่ยม - สถานศึกษามีระบบเทคโนโลยีสารสนเทศที่สนับสนุนการบริหารจัดการ เรียนรู้อย่างเพียงพอและใช้ประโยชน์เต็มศักยภาพ - สถานศึกษาจัดให้ทุกห้องเรียนเป็น “ห้องเรียน ICT” และใช้ประโยชน์ อย่างคุ้มค่า
มาตรฐาน / ประเด็นการพิจารณา/ตัวชี้วัดและค่าเป้าหมายความสำเร็จ ค่าเป้าหมาย ระดับคุณภาพ มาตรฐานที่ 3 กระบวนการจัดการเรียนการสอนที่เน้นนักเรียนเป็นสำคัญ ๙1 ยอดเยี่ยม ๓.๑ จัดการเรียนรู้ผ่านกระบวนการคิดและปฏิบัติจริง และสามารถนำไป ประยุกต์ใช้ในชีวิตได้ ร้อยละ 9๑ ยอดเยี่ยม - ครูทุกคนมีแผนการจัดการเรียนรู้และแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคลที่ สอดคล้องกับหลักสูตรสถานศึกษา สามารถนำมาใช้ได้จริง - ครูทุกคนได้รับการพัฒนาตนเอง โดยการเข้าร่วมการอบรมทั้งภายในและ ภายนอกสถานศึกษา และนำความรู้ไปประยุกต์ใช้กับการจัดการเรียนการ สอนของตนเอง - ครูร้อยละ ๙๐ จัดกิจกรรมส่งเสริมการเรียนผ่านกระบวนการคิดและปฏิบัติ จริงโดยใช้หลักสูตรสถานศึกษา - ครูร้อยละ ๙๐ มีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมภายในและภายนอก สถานศึกษาร่วมกับผู้ปกครอง ชุมชน และหน่วยงานต่าง ๆ สามารถนำ ความรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน 3.2 ใช้สื่อ เทคโนโลยีสารสนเทศและแหล่งเรียนรู้ที่เอื้อต่อการเรียนรู้ ร้อยละ ๘๗ ดีเลิศ - ครูทุกคนมีการใช้สื่อ เทคโนโลยีสารสนเทศ และแหล่งเรียนรู้ที่เอื้อต่อการ เรียนรู้ของผู้เรียน - ครูร้อยละ ๘๐ นำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาสอดแทรกในการจัดการเรียนการ สอนให้กับนักเรียน - ครูร้อยละ ๘๐ นำนักเรียนไปศึกษาแหล่งเรียนรู้ทั้งภายในและภายนอก สถานศึกษา อย่างน้อยภาคเรียนละ 5 ครั้ง - ครูร้อยละ ๙๕ สร้างโอกาสให้ผู้เรียนแสวงหาความรู้ด้วยตนเองจากสื่อ ที่หลากหลาย เช่น คอมพิวเตอร์ แหล่งเรียนรู้ต่างๆ ภายในและภายนอก สถานศึกษา - ครูทุกคนมีการตรวจสอบและประเมินการใช้สื่อ เทคโนโลยี อย่างเป็นระบบ 3.3 มีการบริหารจัดการชั้นเรียนเชิงบวก ร้อยละ ๙๑ ยอดเยี่ยม - ครูทุกคนจัดทำแผนการจัดการศึกษาศึกษาเฉพาะบุคคล (Individualized Education Plan : IEP) ของนักเรียนที่รับผิดชอบ - ครูทุกคนจัดทำแผนการจัดการสอนเฉพาะบุคคล (Individual Implementation Plan : IIP) ของนักเรียนในทักษะที่ตนเอง รับผิดชอบ - ครูทุกคนจัดทำแฟ้มสะสมผลงานของนักเรียน - ครูทุกคนมีการผลิตสื่อการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับเนื้อหาที่สอน
มาตรฐาน / ประเด็นการพิจารณา/ตัวชี้วัดและค่าเป้าหมายความสำเร็จ ค่าเป้าหมาย ระดับคุณภาพ - ครูทุกคนจัดทำวิจัยในชั้นเรียน เพื่อหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาด้านการ เรียนของนักเรียน - ครูร้อยละ ๙๐ จัดมุมแหล่งเรียนรู้ในห้องเรียน และจัดบรรยากาศชั้นเรียน ให้เอื้อและปลอดภัยต่อการเรียนรู้ของนักเรียน 3.4 ตรวจสอบและประเมินผู้เรียนอย่างเป็นระบบและนำผลมาพัฒนาผู้เรียน ร้อยละ ๙๖ ยอดเยี่ยม - ครูทุกคนจัดทำเอกสารประเมินผลในแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล (Individualized Education Plan : IEP) - ครูทุกคนจัดทำเอกสารประเมินผลในแผนการจัดการสอนเฉพาะบุคคล (Individual Implementation Plan : IIP) - ครูทุกคนจัดทำเอกสาร ป.พ.4 ,ป.พ.5 และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน - ครูทุกคนจัดทำเอกสารเกณฑ์การวัดและประเมินผู้เรียน - ครูทุกคนจัดทำวิจัยในชั้นเรียนเพื่อนำมาพัฒนาผู้เรียนได้อย่างเหมาะสม 3.5 มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และให้ข้อมูลสะท้อนกลับเพื่อพัฒนาและ ปรับปรุงการจัดการเรียนรู้ ร้อยละ ๙๖ ยอดเยี่ยม - ครูทุกคนได้รับการนิเทศ ติดตาม จากการจัดการเรียนสอนจากฝ่ายบริหาร งานวิชาการ และคณะกรรมการผู้รับผิดชอบ - ครูร้อยละ ๙๕ มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ขยายผล และให้ข้อมูลสะท้อนกลับ รวมทั้งได้รับความรู้ใหม่ๆ เพื่อเป็นการพัฒนาตนเอง และพัฒนาการจัดการ เรียนการสอน - นักสหวิชาชีพ หน่วยงาน และองค์กรภายนอกมีส่วนร่วมวางแผน แก้ไข และพัฒนาศักยภาพของผู้เรียน สรุปผลการประเมินในภาพรวมของสถานศึกษา 91 ยอดเยี่ยม หมายเหตุ การกำหนดค่าเป้าหมายแต่ละมาตรฐาน กำหนดเป็นระดับคุณภาพ ๕ ระดับ เพื่อให้สอดคล้องกับการ ประเมินคุณภาพภายนอก ดังนี้ ระดับ ยอดเยี่ยม หมายถึง คุณภาพอยู่ในระดับ ร้อยละ ๙๐ - ๑๐๐ ระดับ ดีเลิศ หมายถึง คุณภาพอยู่ในระดับ ร้อยละ ๘๐ - ๘๙ ระดับ ดี หมายถึง คุณภาพอยู่ในระดับ ร้อยละ ๗๐ - ๗๙ ระดับ ปานกลาง หมายถึง คุณภาพอยู่ในระดับ ร้อยละ ๖๐ - ๖๙ ระดับ กำลังพัฒนา หมายถึง คุณภาพอยู่ในระดับ น้อยกว่าร้อยละ ๖๐
คำสั่งโรงเรียนชุมพรปัญญานุกูล ที่ 108 / 2565 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินงานมาตรฐานการศึกษาระดับปฐมวัย และระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา ประจำปีการศึกษา ๒๕๖5 .............................................. ตามที่มีการประกาศใช้กฎกระทรวง การประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ.2561 และประกาศ กระทรวงศึกษาธิการ เรื่องให้ใช้มาตรฐานการศึกษาระดับปฐมวัย ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน และระดับการศึกษา ขั้นพื้นฐานศูนย์การศึกษาพิเศษ เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2561 รวมทั้งประกาศสำนักงานคณะกรรมการ การศึกษาขั้นพื้นฐาน เรื่อง แนวปฏิบัติการดำเนินงานประกันคุณภาพการศึกษา ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2561 นั้น เพื่อให้การดำเนินงานประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาของโรงเรียนชุมพรปัญญานุกูล เป็นไป อย่างมีประสิทธิภาพ โรงเรียนจึงได้ปรับปรุงมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา ระดับปฐมวัย และระดับการศึกษา ขั้นพื้นฐาน และได้กำหนดค่าเป้าหมายของการพัฒนาตามมาตรฐานการศึกษา โดยความเห็นชอบของ คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน และการมีส่วนร่วมของผู้เกี่ยวข้อง ทั้งบุคลากรทุกคนในโรงเรียน ผู้ปกครอง นักเรียน เพื่อนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพมาตรฐานการศึกษา การประเมินคุณภาพภายใน และเพื่อรองรับการ ประเมินคุณภาพภายนอก เพื่อให้การพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาของโรงเรียนชุมพรปัญญานุกูล ปีการศึกษา 2565 ดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ เตรียมพร้อมในการรับประกันคุณภาพ ในสถานศึกษาและรับการประเมินภายนอก จาก สมศ. ทางโรงเรียนจึงแต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินการให้เป็นไปตามมาตรฐานของโรงเรียน และมอบหมาย หน้าที่รับผิดชอบมีดังนี้ ๑. คณะกรรมการอำนวยการ ๑) นายนพรัตน์ มะโนอิ่ม ตำแหน่ง ผู้อำนวยการ ประธาน ๒) นางสาวยุพเยาว์ คนซื่อ ตำแหน่ง รองผู้อำนวยการ รองประธาน ๓) นายศิลป์ พรมแม้น ตำแหน่ง รองผู้อำนวยการ กรรมการ ๔) นายนิรุต เพ็ชรกำแหง ตำแหน่ง รองผู้อำนวยการ กรรมการ ๕) นางแสงเดือน ตรีนันทวัน ตำแหน่ง รองผู้อำนวยการ กรรมการและเลขานุการ หน้าที่ อำนวยการ ควบคุมดูแลให้คำปรึกษาแนะนำ และให้การสนับสนุนให้การดำเนินงานเป็นไปด้วย ความเรียบร้อย 2. คณะกรรมการดำเนินงาน ๑) นางแสงเดือน ตรีนันทวัน ตำแหน่ง รองผู้อำนวยการ ประธาน ๒) นางมณีวรัช บัวแก้ว ตำแหน่ง ครู ชำนาญการพิเศษ รองประธาน ๓) นางโสภิน สุพรม ตำแหน่ง ครู ชำนาญการพิเศษ กรรมการ
๑๑) นางสาววารุณี ลครพล ตำแหน่ง ครูผู้ช่วย กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ ๔) นางกรรณิการ์ รัตนพันธ์ ตำแหน่ง ครู ชำนาญการพิเศษ กรรมการ ๕) นางเกศินี ศรีสงคราม ตำแหน่ง ครู ชำนาญการพิเศษ กรรมการ ๖) นางกมลรส สินสุภา ตำแหน่ง ครู ชำนาญการ กรรมการ ๗) นางสาวเกษรา เลี่ยมแก้ว ตำแหน่ง ครู ชำนาญการ กรรมการ ๘) นางสาววารุณี นวลมูสิก ตำแหน่ง ครู กรรมการ ๙) นายสัญชัย ทองสารไตร ตำแหน่ง ครู กรรมการ ๑๐) นางสาววารุณี ลครพล ตำแหน่ง ครูผู้ช่วย กรรมการ ๑๑) นางสาวพจนีย์ เศลาอนันต์ ตำแหน่ง ครู ชำนาญการพิเศษ กรรมการและเลขานุการ ๑๒) นางสาวสุวิรชา พักดี ตำแหน่ง ครู กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ หน้าที่ ๑) ดำเนินการจัดทำแผนงานการประกันคุณภาพการศึกษา ๒) เป็นคณะกรรมการดำเนินการตามแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาตาม มาตรฐานการศึกษา ตามกรอบประเมินที่กำหนด ๓) เตรียมการ วางแผนการประเมินคุณภาพภายในสถานศึกษาเกี่ยวกับวิธีการ เครื่องมือ ตรวจสอบเกณฑ์การประเมิน กำหนดระยะเวลา โดยประสานกับผู้ที่ได้รับผิดชอบในแต่ละมาตรฐาน ๔) สรุปผลการประเมินคุณภาพภายในสถานศึกษาแต่ละมาตรฐานและประเด็นพิจารณา เพื่อ จัดทำรายงานประจำปีของสถานศึกษา ระดับปฐมวัย และระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน และรายงานผลให้ ผู้เกี่ยวข้องทราบ 3. คณะกรรมการดำเนินงานตามมาตรฐาน ๓.๑ มาตรฐานการศึกษาระดับปฐมวัย คณะกรรมการที่ปรึกษา ๑) นายนิรุต เพ็ชรกำแหง ตำแหน่ง รองผู้อำนวยการ ที่ปรึกษา คณะกรรมการดำเนินงานตามมาตรฐาน ๑) นางสาวเกษรา เลี่ยมแก้ว ตำแหน่ง ครู ชำนาญการ ประธาน ๒) นางสาวมริดา ไทยถนอม ตำแหน่ง ครู กรรมการ ๓) นางสาวสบันงา ปัญญา ตำแหน่ง ครู กรรมการ ๔) นางสาวธัญสมร นามบุตร ตำแหน่ง พนักงานราชการ กรรมการ ๕) นางสาวจันทร์จิรา พงศ์พานิช ตำแหน่ง พนักงานราชการ กรรมการ ๖) นางสาวรัตนาภรณ์ หมายสุข ตำแหน่ง พนักงานราชการ กรรมการ ๗) นางสาวปิยธิดา โยธาบริบาล ตำแหน่ง พนักงานราชการ กรรมการ ๘) นางเอมวดี นาคธรณิศวร์ ตำแหน่ง พนักงานราชการ กรรมการ ๙) นางสาวกัญญา สาหรี นักศึกษาฝึกประสบการณ์ กรรมการ ๑๐) นางสาววารุณี นวลมูสิก ตำแหน่ง ครู กรรมการและเลขานุการ
กรรมการและเลขานุการ กรรมการและเลขานุการ ๓.๒ มาตรฐานการศึกษาระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน มาตรฐานที่ 1 คุณภาพผู้เรียน คณะกรรมการที่ปรึกษา 1) นางแสงเดือน ตรีนันทวัน ตำแหน่ง รองผู้อำนวยการ ที่ปรึกษา คณะกรรมการดำเนินงานตามมาตรฐาน 1.1 ผลสัมฤทธิ์ทางวิชาการของผู้เรียน ๑) นางมณีวรัช บัวแก้ว ตำแหน่ง ครู ชำนาญการพิเศษ ประธาน ๒) นางสาวสุวภรณ์ เรนชะนะ ตำแหน่ง ครู กรรมการ ๓) ว่าที่ร้อยตรีหญิงจิราภรณ์ ด้ามทอง ตำแหน่ง พนักงานราชการ กรรมการ ๔) นางสาวเพชรรัตน์ ทองบัว ตำแหน่ง พนักงานราชการ กรรมการ ๕) นางสาวนรินรัตน์ เขียวคล้ำ ตำแหน่ง พนักงานราชการ กรรมการ ๖) นางสาวปิยะธิดา เรืองวิเศษ ตำแหน่ง พนักงานราชการ กรรมการ ๗) นางโสภิน สุพรม ตำแหน่ง ครู ชำนาญการพิเศษ 1.2 คุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผู้เรียน ๑) นายพรมวิจิตร ปะระขา ตำแหน่ง ครู ประธาน ๒) นางสาวกรรณิการ์ สังข์นวล ตำแหน่ง ครู ชำนาญการพิเศษ กรรมการ ๓) นางสาวดุษฎี เยาวนิตย์ ตำแหน่ง พนักงานราชการ กรรมการ ๔) นายศุภชัย นุ่นแก้ว ตำแหน่ง พนักงานราชการ กรรมการ ๕) นางสุภาพร พรหมเทพ ตำแหน่ง พนักงานราชการ กรรมการ ๖) นางอรปรียา ดรหลาบคำ ตำแหน่ง พนักงานราชการ กรรมการ ๗) นางสาวโสภิดา กาศพิรุณ ตำแหน่ง พนักงานราชการ กรรมการ ๘) นางรุ่งนภา ชุมวรฐายี ตำแหน่ง พนักงานราชการ กรรมการ ๙) นายนพณัฐ มะโนอิ่ม ตำแหน่ง พนักงานราชการ กรรมการ ๑๐) นายอิลฮัม เลาะยา นักศึกษาฝึกประสบการณ์ กรรมการ ๑๑) นางสาวพิชชาภา ไกรนรา ตำแหน่ง ครู มาตรฐานที่ 2 กระบวนการบริหารและการจัดการของผู้บริหารสถานศึกษา คณะกรรมการที่ปรึกษา 1) นายศิลป์ พรมแม้น ตำแหน่ง รองผู้อำนวยการ ที่ปรึกษา คณะกรรมการดำเนินงานตามมาตรฐาน ๑) นางกรรณิการ์ รัตนพันธ์ ตำแหน่ง ครู ชำนาญการพิเศษ ประธาน ๓) นางพัฒน์นรี โพธิ์น้อย ตำแหน่ง ครู ชำนาญการพิเศษ กรรมการ ๔) นายอนุวัตร ชูแสงศรี ตำแหน่ง ครู กรรมการ
กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ กรรมการและเลขานุการ กรรมการและเลขานุการ ๔) ดำเนินการพัฒนาคุณภาพการศึกษาตามระบบของงานประกันคุณภาพการศึกษา ๕) นางทิวา แสงสว่าง ตำแหน่ง ครู กรรมการ ๖) นายสมโภชน์ มีสติ ตำแหน่ง ครู กรรมการ ๗) นางณัฐนันท์ ทวีภัชธีรารมย์ ตำแหน่ง ครู กรรมการ ๗) นางสาวเจนจิรา สมพันธ์ ตำแหน่ง ครูผู้ช่วย กรรมการ ๘) ว่าที่ร้อยตรีอนันต์ วัดนครใหญ่ ตำแหน่ง พนักงานราชการ กรรมการ ๙) ว่าที่ร้อยตรีหญิงดาราวดี ศรีบุปผา ตำแหน่ง พนักงานราชการ กรรมการ ๑๐) นางเกศินี ศรีสงคราม ตำแหน่ง ครู ชำนาญการพิเศษ ๑๑) นายสัญชัย ทองสารไตร ตำแหน่ง ครู มาตรฐานที่ 3 กระบวนการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ คณะกรรมการที่ปรึกษา ๑) นางสาวยุพเยาว์ คนซื่อ ตำแหน่ง รองผู้อำนวยการ ที่ปรึกษา คณะกรรมการดำเนินงานตามมาตรฐาน ๑) นางกมลรส สินสุภา ตำแหน่ง ครู ชำนาญการ ประธาน ๒) นายอุทัย รัตนพันธ์ ตำแหน่ง ครู กรรมการ ๓) นางสาวพจนีย์ เศลาอนันต์ ตำแหน่งครู ชำนาญการพิเศษ กรรมการ ๔) นางสาวณิชาพัชร์ แสงสวี ตำแหน่ง ครู กรรมการ ๕) นางสาวชลธิชา จุมพล ตำแหน่ง ครู กรรมการ ๖) นายณัฐพล อุ่นแก้ว ตำแหน่ง ครูผู้ช่วย กรรมการ ๗) นางสาวพรอาภา คงประจำ ตำแหน่ง ครู กรรมการ ๘) นายเรวัติ หมู่โยธา ตำแหน่ง ครู กรรมการ ๙) นางสาวจุฑารัตน์คงสาลี ตำแหน่ง ครู กรรมการ ๑๐) นายณัฐวุฒิ แก้วเลี่ยม ตำแหน่ง พนักงานราชการ กรรมการ ๑๑) นายพงค์ศักดิ์ พุทธโกษา ตำแหน่ง พนักงานราชการ กรรมการ ๑๒) นางสาวสุไรด๊ะ ไชยเพชร ตำแหน่ง พนักงานราชการ กรรมการ ๑๓) นางสาวปรียาภรณ์ พุ่มขจร ตำแหน่ง พนักงานราชการ กรรมการ ๑๔) นางสาวสุวิรชา พักดี ตำแหน่ง ครู หน้าที่ ๑) ดำเนินการวิเคราะห์ประเด็นของมาตรฐานทั้ง ๓ มาตรฐาน และกำหนดค่าเป้าหมาย ให้สอดคล้องกับบริบทของสถานศึกษา ๒) รวบรวมงาน / โครงการ / กิจกรรม ที่ทางโรงเรียนได้จัดกิจกรรมเกี่ยวกับการเรียนการสอน และกิจกรรมเสริมสนับสนุนให้ผู้เรียนได้บรรลุในมาตรฐานที่ ๑ ถึงมาตรฐานที่ ๓ ๓) จัดทำและรวบรวมสถิติข้อมูลเป็นร้อยละในทุกมาตรฐาน ส่งต่อให้คณะกรรมการจัดทำรายงาน การประเมินตนเอง ปีการศึกษา ๒๕๖๕
๕) นางสาวสุวิรชา พักดี ตำแหน่ง ครู กรรมการและเลขานุการ ๔. คณะกรรมการจัดทำรายงานการประเมินตนเอง ปีการศึกษา ๒๕๖๕ ๑) นางสาวพจนีย์ เศลาอนันต์ ตำแหน่ง ครู ชำนาญการพิเศษ ประธาน ๒) นางสาวเกษรา เลี่ยมแก้ว ตำแหน่ง ครู ชำนาญการ กรรมการ ๓) นางสาววารุณี นวลมูสิก ตำแหน่ง ครู กรรมการ ๔) นางสาววารุณี ลครพล ตำแหน่ง ครูผู้ช่วย กรรมการ หน้าที่ รวบรวมเนื้อหาจากทุกฝ่าย พิสูจน์อักษร ออกแบบปกและจัดทำรูปเล่มเอกสารรายงานการ ประเมินตนเองของสถานศึกษา (Self Assessment Report : SAR) ประจำปีการศึกษา ๒๕๖๕ ให้ผู้ได้รับการแต่งตั้งปฏิบัติหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย ตามกรอบการประเมินคุณภาพภายในและภายนอก สถานศึกษา อย่างเต็มความรู้ความสามารถ เพื่อให้เกิดผลดีต่อโรงเรียนและราชการต่อไป ทั้งนี้ ตั้งแต่ วันที่ ๒๖ พฤษภาคม พ.ศ. 256๕ สั่ง ณ วันที่ ๒๖ พฤษภาคม พ.ศ. 256๕ (นายนพรัตน์ มะโนอิ่ม) ผู้อำนวยการโรงเรียนชุมพรปัญญานุกูล