ชดุ กจิ กรรม
การพัฒนาการพฒั นาชุดการสอนทักษะทรมั เป็ตเบอ้ื งต้น
ตามแนวคดิ การสอนดนตรีของออรฟ์ รว่ มกับเทคนิคการสอน
แบบ(TAI)สาหรับนกั เรยี นมธั ยมศึกษาตอนตน้
โรงเรยี นพรหมพิรามวทิ ยา
คำนำ
การพฒั นาการพฒั นาชุดการสอนทรมั เป็ตเบอื้ งตน้ ตามแนวคิดการสอนดนตรีของออรฟ์ ร่วมกับเทคนิค
การสอนแบบ(TAI)สาหรับนักเรยี นมธั ยมศึกษาตอนต้น โรงเรยี นพรหมพริ ามวทิ ยา เลม่ น้ีจัดทาขึน้ เพ่ือเป็นแนวทาง
และใช้ประกอบการจดั กิจกรรมการเรยี นรู้กลมุ่ สาระการเรียนรูศ้ ลิ ปะ รายวิชาดนตรี ช้ันมธั ยมศึกษาตอนตน้ เพอ่ื ให้
การจดั กจิ กรรมการเรียนรู้เปน็ ไปตามลาดบั ข้ันตอนและบรรลุวัตถปุ ระสงค์ ตลอดทง้ั สามารถพัฒนาผเู้ รยี นใหม้ ี
ความรู้ความเข้าใจในเรื่อง ทรมั เปต็ เบือ้ งตน้ นอกจากน้ชี ุดกิจกรรมการเรยี นร้เู ลม่ นย้ี ังส่งเสรมิ ให้ผเู้ รียนได้ฝึกทักษะ
ตา่ ง ๆ เก่ยี วกับทรัมเป็ต ถือเปน็ ทักษะและกระบวนการเรียนรทู้ ีส่ าคญั ยงิ่ ที่มผี ลตอ่ การพัฒนา ตลอดจนเป็นชุด
กจิ กรรมการเรยี นรูท้ ี่มงุ่ ให้ผู้เรยี นปฏิบัติกิจกรรมร่วมกนั สมาชกิ ชว่ ยกนั ศกึ ษาคน้ ควา้ หาคาตอบ ส่งเสรมิ ใหผ้ ู้เรยี นมี
ความซื่อสตั ย์ รบั ผิดชอบ สามัคคี เอื้อเฟื้อเผ่อื แผ่ในหมคู่ ณะ ยอมรบั ฟงั เหตุผลของผอู้ น่ื ท่ีสาคญั ผ้เู รียนได้รับความ
สนุกสนานเพลิดเพลนิ ในการเรียน และส่งผลใหม้ ีผลสมั ฤทธท์ิ างการเรียนดียง่ิ ขึน้ ต่อไป
คณะผู้จัดทาหวังเป็นอยา่ งยง่ิ ว่า ชดุ กจิ กรรมการเรียนรู้เล่มน้ี จะเปน็ ประโยชนส์ งู สดุ ตอ่ การจดั กจิ กรรมการ
เรียนการสอนของครแู ละนักเรยี น เพ่อื นท่ีจะสามารถพัฒนาคุณภาพนกั เรยี นตามลักษณะอันพึงประสงค์ สามารถ
นาความรไู้ ปใช้ในชีวติ ประจาวันและในอนาคตได้อยา่ งเหมาะสม
คณะผูจ้ ัดทา
สำรบญั
เรอื่ ง
คานา
สารบญั
คาช้ีแจงในการใช้ชดุ การสอน
คาแนะนาการใช้ชดุ กรสอนสาหรับครู
คาแนะนาการใชช้ ุดการสอนสาหรบั นกั เรียน
ขัน้ ตอนการใชช้ ดุ การสอน
แบบทดสอบก่อนเรยี น
สาระและมาตรฐานการเรียนรู้
กจิ กรรมการเรยี นรู้
คำช้แี จงในกำรใชก้ ำรสอน
ส่วนประกอบของชดุ กำรสอน
1. รายละเอียดเนือ้ หาความรู้เรือ่ งทรมั เปต็ เบือ้ งต้นในชดุ การสอน
2. แบบฝกึ ทักษะทรมั เป็ตเบอ้ื งต้น
คำช้แี จงสำหรับครู
การพฒั นาการพฒั นาชดุ การสอนทรมั เปต็ เบ้ืองตน้ ตามแนวคดิ การสอนดนตรีของออรฟ์ ร่วมกบั เทคนิค
การสอนแบบ(TAI)สาหรบั นกั เรยี นมัธยมศกึ ษาตอนต้น โรงเรียนพรหมพริ าม ครูควรมกี ารเตรียมความพร้อมและ
ปฏบิ ตั ิตามคาแนะนาดงั ตอ่ ไปนี้
1. ก่อนนาชดุ กจิ กรรมการเรียนรไู้ ปใช้จัดกจิ กรรมการเรยี นการสอน ครคู วรศกึ ษาชดุ กิจกรรมการเรยี นรใู้ ห้
รอบคอบ จากคมู่ อื การใช้ชุดกจิ กรรมการเรยี นรู้ให้เข้าใจ
2. ศกึ ษาแผนการจัดการเรยี นรู้ ผลการเรียนรทู้ ่ีคาดหวงั สาระการเรียนรู้ กระบวนการเรียนรู้ การวัด
ประเมินผล ตลอดจนแหล่งการเรยี นรู้ ในแต่ละชุดกจิ กรรมการเรียนรู้ให้เขา้ ใจอย่างชัดเจน
3. ครคู วรเตรยี มชุดกิจกรรมการเรียนรู้ ซ่งึ ประกอบดว้ ย แบบทดสอบกอ่ นเรยี น ใบความรู้ กจิ กรรม
แบบทดสอบหลงั เรียน ตลอดจนอุปกรณ์ตา่ ง ๆ ให้ครบถว้ น
4. ก่อนสอนครคู วรช้ีแจงบทบาทและหนา้ ที่ของผูเ้ รยี น และกาหนดขอ้ ตกลงร่วมกัน
5. ครูแจง้ จุดประสงคก์ ารเรียนร้ใู หน้ ักเรียนทราบ
6. ครแู จกชุดกิจกรรมการเรียนร้ใู ห้นกั เรียนศกึ ษาและแนะนาวิธใี ช้ ชุดกจิ กรรมการเรยี นร้เู พ่อื นกั เรียนจะได้
ปฏิบัติได้อยา่ งถูกต้อง
7. ดาเนินการสอนตามกิจกรรมการเรียนรทู้ ีก่ าหนดไวใ้ นแผนการจดั การเรยี นรู้
8. ขณะประกอบกิจกรรมครูควรเป็นท่ปี รึกษาให้คาแนะนากบั นักเรยี นที่มปี ัญหาโดยเนน้ ให้นกั เรยี นไดร้ ว่ มคดิ
ร่วมทาจากการปฏิบัติจรงิ เพ่ือสรุปผลการเรยี นรู้
9. ใหน้ กั เรยี นทาแบบทดสอบหลงั เรียน และวดั ทักษะ เพอื่ ประเมินความกา้ วหน้าทางการเรยี น
10. ผู้สอนและนักเรยี นร่วมกนั สรุปบทเรียน
11. การจัดช้ันเรยี น อาจจัดให้นกั เรยี นศึกษาเปน็ รายบุคคลหรอื รายกลมุ่ ก็ได้ ตามความเหมาะสมในแตล่ ะ
กจิ กรรมในแตล่ ะชุดฝกึ ปฏิบัติ
12. ครคู วรสรปุ ผลการชุดสอน สภาพปญั หาและข้อเสนอแนะ หลังจากใชช้ ดุ การสอนแตล่ ะครงั้ เพื่อนาไป
ปรบั ปรงุ การใช้ครง้ั ต่อไป
คำชแี้ จงสำหรบั นักเรียน
การพัฒนาการพฒั นาชุดการสอนทรมั เป็ตเบื้องตน้ ตามแนวคิดการสอนดนตรีของออรฟ์ ร่วมกบั เทคนคิ
การสอนแบบ(TAI)สาหรบั นักเรียนมัธยมศกึ ษาตอนตน้ โรงเรียนพรหมพิรามวทิ ยา นักเรียนควรมกี ารเตรยี ม
ความพร้อมและปฏบิ ตั ิตามคาแนะนาดงั ต่อไปนี้
1. นักเรียนอา่ นคาชีแ้ จงเกี่ยวกับชดุ การสอนทักษะทรัมเปต็ พน้ื ฐาน สาหรบั นักเรียนระดับช้ันมัธยมศกึ ษา
ตอนต้น ใหเ้ ขา้ ใจเสยี ก่อน ศึกษาเน้อื หา ทากจิ กรรมหรือใบงานทกุ ครั้ง
2. นกั เรยี นทาแบบทดสอบกอ่ นเรยี นหนว่ ยที่ 1 จานวน 13 ข้อ เพื่อวัดความร้พู นื้ ฐานของนักเรยี น
3. นกั เรียนตอ้ งศึกษาเนอ้ื หาหน่วยที่ 1 เร่ือง ประวัติ ประเภทของทรมั เปต็ และวธิ กี ารดูแลรักษา สาหรับ
นักเรียนระดับชน้ั มัธยมศกึ ษาตอนตน้
4. เมือ่ นักเรยี นทาใบกจิ กรรมในชดุ การสอนทักษะพ้นื ฐานทรัมเป็ตเบ้อื งต้น เสร็จเรียบร้อยแล้ว ใหน้ าส่งใหค้ รู
เป็นผู้ตรวจ และฟงั ครูอธิบายเพม่ิ เติม
5. นกั เรยี นทาแบบทดสอบหลงั เรยี น เพ่ือประเมนิ ความรู้ตนเอง หลังจากศึกษา ในชดุ การสอนทักษะเบอื้ งต้น
ทรมั เปต็ เบอื้ งตน้ หน่วยท่ี 1 จบแลว้
6. ครปู ระเมนิ ผลคะแนน หากนกั เรยี นไมผ่ ่านเกณฑ์ 50% นกั เรยี นตอ้ งกลบั ไปศกึ ษาเน้ือหา
หน่วยที่ 1 อีกครงั้ เมอื่ ผ่านแลว้ นกั เรยี นจงึ จะศกึ ษาเรอ่ื งตอ่ ไปได้
7. นักเรียนทาแบบทดสอบกอ่ นเรียนหนว่ ยที่ 2 ความรู้ทรัมเป็ตเบอื้ งต้น เรอ่ื ง ท่าทางในการเล่นทรมั เป็ต ก่อน
ทาใบกิจกรรมในชดุ การสอนทกั ษะทรัมเป็ต สาหรับนกั เรยี นมธั ยมศึกษาตอนต้น
8. เมือ่ นกั เรียนทาใบกจิ กรรมในชุดการสอนทกั ษะทรัมเป็ตเบ้อื งต้น สาหรบั นกั เรียนมธั ยมศกึ ษาตอนต้น เสรจ็
เรียบร้อยแล้ว ใหน้ กั เรยี นเปลี่ยนกันตรวจกับเพ่อื น ตามท่ีครเู ฉลย และบนั ทึกคะแนน ครูคอยให้คาแนะนา
อธิบายเพมิ่ เติม
9. นักเรยี นทาแบบทดสอบหลังเรยี น เพ่ือประเมินความรูต้ นเอง หลงั จากศกึ ษาในชุดการสอนทกั ษะทรัมเปต็
เบอื้ งตน้ สาหรับนกั เรยี นมัธยมศกึ ษาตอนตน้ หนว่ ยท่ี 2 จบแล้ว
10. ครูประเมินผลคะแนน หากนักเรยี นไม่ผ่านเกณฑ์ 50 % นักเรียนตอ้ งกลับไปศกึ ษาเนอ้ื หาหนว่ ยท่ี 2 อกี
คร้งั เมอ่ื ผ่านแล้วนักเรียนจงึ ศึกษาเรื่องตอ่ ไปได้
11. นกั เรยี นึกษาเน้ือหาหน่วยที่ 3 เรือ่ ง
ใบควำมรู้
แนวคดิ ทฤษฎกี ำรสอนดนตรขี อง ออร์ฟ
คาร์ล ออรฟ์ (Carl Orff, 1895 – 1982) นกั ประพันธ์เพลงและนักดนตรีศึกษาชาวเยอรมัน
ผู้คิดคน้ วธิ ีการสอนดนตรีผา่ นสื่อการสอนทเี่ ป็นเครอ่ื งดนตรรี ะนาด ออร์ฟไดเ้ สนอหลกั การทางดนตรีศกึ ษาไวว้ า่
การเรียน การสอนดนตรคี วรเร่ิมต้นจากเพลงและแนวคดิ ทางดนตรที ี่งา่ ยทีส่ ุด ได้แก่ แนวคิดเร่ืองจงั หวะโดยการ
เรม่ิ ต้นจากจังหวะของการพดู เพือ่ นาไปสคู่ วามเข้าใจแนวคิดในเรอื่ งของระดับเสียงประโยค ของดนตรี ลักษณะ
ของเสียง และค่าตวั โนต้ ต่าง ๆ ต่อไป การตบมอื การตบทีต่ ัก (patchen) การย่าเท้า การดดี น้ิวมือ การใช้เครอื่ ง
ประกอบจังหวะของออรฟ์ เป็นแนวทางนาไปสกู่ ารรับรู้ เรอื่ งจังหวะ จากจุดนี้ผู้เรียนจะได้รับการพฒั นาด้านการ
แสดงออก ทางดนตรี ในวธิ ีการของ ออรฟ์ ความคิดสร้างสรรค์เป็นลกั ษณะ ที่สาคัญ และเนน้ มากทส่ี ุด ดงั นน้ั การ
สารวจสง่ิ ตา่ ง ๆ รอบ ๆ ตัว เพือ่ นามาใชใ้ นการสร้างสรรค์ จดั วา่ เป็นกญุ แจสาคญั ในวิธีการของออรฟ์
เทคนคิ กำรเรียนรแู้ บบกลุ่มรว่ มมอื ช่วยเหลือ(TAI)
แบบ Teams-Assisted Individualization (TAI) เป็นการเรียนการสอนท่ีผสมผสานระหวา่ งการจัดการ
เรยี นแบบร่วมมือและการเรียนการสอนแบบรายบุคคลเข้าด้วยกันเนน้ การสนองความแตกตา่ งระหว่างบคุ คลโดยให้
นักเรยี นเรยี นรูด้ ้วยตนเองตามความสามารถสง่ เสรมิ ความร่วมมือภายในกลุ่มมกี ารแลกเปล่ยี นประสบการณก์ าร
เรียนรแู้ ละปฏิสัมพันธ์ทางสังคม
ขัน้ ที่ 1 : จัดนักเรียนเป็นกลุ่มเลก็ ๆ แบบคละกนั กล่มุ ละ 2-4 คน
ข้นั ที่ 2 : ครอู ธิบายทบทวนบทเรียนทเ่ี รียนมาแล้ว และให้นกั เรียนแต่ละคน
ทาแบบฝกึ หดั ที่ 1 (worksheet No.1) ท่ีครเู ตรยี มไว้แลว้
ขัน้ ที่ 3 : ให้นกั เรยี นจับคู่กนั ภายในกลุ่มของตนเอง
- แลกเปลีย่ นแบบฝกึ หดั ท่ี 1 เพือ่ ตรวจสอบ อธิบายข้อสงสัย
- ถ้านักเรียนค่ใู ดทาแบบฝึกหัดได้ถกู ตอ้ ง 75% ขึ้นไป
ใหท้ าแบบฝกึ หัดท่ี 2 (worksheet No.2)
- ถ้านกั เรียนคนใดคนหน่ึงหรอื ทัง้ คู่ ทาแบบฝกึ หัดที่ 1 ได้
แต่น้อยกวา่ 75% ให้นกั เรยี นทั้งคู่ทาแบบฝึกหดั ชุดท่ี 3 หรือ 4จนกว่าจะทาไดถ้ กู ต้อง 75% ข้นึ ไปจึงจะผ่าน
ขั้นที่ 4 : นกั เรยี นทุกคนทาการทดสอบ คะแนนทไี่ ด้จากการทดสอบของ
นกั เรยี น แต่ละคนจะนามารวมกันเปน็ คะแนนกลุ่มหรือใช้คะแนนเฉลยี่ ในกรณที ่ีสมาชกิ ในกล่มุ มีจานวนไมเ่ ทา่ กนั
ขน้ั ที่ 5 : กลุ่มท่ีได้คะแนนสงู สดุ จะไดร้ ับรางวัล
แผนกำรจดั กำรเรยี นร้หู นว่ ยที่ 1
เรอื่ ง “ประวตั ิ ประเภทของทรัมเป็ตและวธิ ีกำรดูแลรักษำทรมั เป็ต”
กลุ่มสำระกำรเรยี นรู้ ศลิ ปะ ระดบั ชน้ั มัธยมศึกษำตอนตน้ เวลำ 120 นำที
หัวเรือ่ ง
1. ประวตั ิทรัมเป็ต
2. ประเภทของทรัมเป็ต
3. วธิ ีกำรดแู ลรักษำทรัมเปต็
แนวคิด
1. ประวตั ทิ รัมเป็ต ทรมั เปต็ ยุคแรกเริ่มอยู่ในสมัย 1500 ปกี ่อนคริสตกาล คือ ทรมั เป็ตบรอนซแ์ ละเงนิ จาก
หลมุ ศพของตตุ นั คาเมนแห่งอยี ปิ ต์ Bronze lurs จากสแกนดิเนเวีย ทรมั เปต็ โลหะจากจีน หรือจากอารยะ
ธรรม Oxus (3 พันปีก่อนครสิ ตกาล) ทางเอเชียกลางมกี ารเพมิ่ ขนาดตรงส่วนกลางของเครอื่ งด้วย ท้ังทท่ี า
จากโลหะเพียงแผ่นเดียว ถือเป็นเทคนคิ ทีน่ า่ ท่งึ มาก ทรมั เป็ตในยคุ กอ่ นมักจะใช้ในการทหารมากกว่า
ความเพลิดเพลนิ และ Bugle ก็ตอบสนองจดุ นี้ได้ดีทเี ดียว
2. ประเภทของทรมั เปต็ ทรมั เป็ตเป็นเครอ่ื งดนตรที ี่ประกอบไปดว้ ยหลายคีย์ได้แก่ B-flat, C, D, E-flat
เป็นต้น ซงึ่ มีความแตกต่างกันในเรื่องของระดับเสียงและลกั ษณะของเสียงจากความสนั้ ยาวของท่อ
ทไ่ี ม่เท่ากนั และแต่ละเครื่องมีโอกาสใช้ในการบรรเลงท่ีแตกต่างกนั แตท่ รมั เป็ตทุกประเภทน้นั ใชร้ ะบบนิ้ว
และการบันทึกโน้ตในชว่ งเสียงแบบเดียวกนั
3. วิธดี ูแลรักษาทรัมเป็ต ทุกครั้งภายหลงั จากการใชเ้ ครือ่ งควรเป่าน้าออกจากท่อปลอ่ ยนา้ ลาย ให้หมด
ส่วนท่อทไี่ มม่ ที ี่ปล่อยน้าลายควรถอดอออกมาสลัดนา้ ออกตามรปู และอยา่ งนอ้ ย เดอื นละ 1 คร้ัง ควรทา
การล้างเครอื่ งเพอ่ื ป้องกนั และขจดั สนิม คราบไคล ตา่ ง ๆ ท่เี กิดขน้ึ ภายในตวั เครือ่ งตามขัน้ ตอน
วตั ถปุ ระสงค์กำรเรียนรู้
1. นักเรียนสามารถบอกประวตั ทิ รมั เป็ตได้
2. นกั เรยี นสามารถจาแนกประเภทของทรมั เปต็ ได้
3. นกั เรยี นสามารถบอกวธิ กี ารดแู ลรักษาได้
ตำรำงแผนกำรจัดกำรเรียนรู้
ลำดับที่ ข้ันตอนกิจกรรม วธิ ีกำร รูปแบบกำรสอน สื่อกำรสอน ระยะเวลำ
- - --
1. ทดสอบกอ่ นเรยี น บรรยาย/พูดคยุ - - 5 นาที
เกย่ี วกบั เรือ่ งทีจ่ ะ
2. นาเขา้ สูบ่ ทเรียน เรียน
บรรยาย:เริม่ เขา้ สู่
3. ประกอบกจิ กรรมการเรยี น เน้อื หาเร่อื งประวัติ ทฤษฎีการสอน ชุดการสอน 40 นาที
3.1 ทรมั เป็ต ประเภท ดนตรีของออรฟ์ 30 นาที
ของทรมั เปต็ และ เทคนิคการเรยี นรู้
วิธกี ารดูแลรกั ษา แบบกล่มุ ร่วมมอื
ฝกึ ปฏิบตั ิ: ทาใบ ชว่ ยเหลอื (TAI)
กจิ กรรมท่ี 1-3
ทากิจกรรม สรุปเน้ือหา - - 15 นาที
4. สรุปเนื้อหา
5. ทดสอบหลงั เรียน แบบทดสอบ: - - 30 นาที
ทดสอบหลังเรยี น
ส่ือท่ใี ช้
1. ทรมั เป็ต
กำรประเมนิ ผล
1. ประเมนิ ผลสมั ฤทธิ์จากแบบทดสอบหลังเรยี น
ลำดบั ที่ กจิ กรรมที่ 2 นำเขำ้ ส่บู ทเรียน
1. รำยละเอียดกิจกรรม
2. ครูกล่าวทกั ทายนักเรยี นและถามนักเรยี นเกยี่ วกับข่าวสารประจาวนั
3. ครเู ปดิ คลิปทเี่ ปน็ กระแสรายวนั ร่วมพูดคุยกบั นกั เรียนเพอ่ื ใหม้ ีความพรอ้ มท่จี ะเรียนรู้
ครูเกร่นิ เรอ่ื งท่ีจะเรียนในวนั นี้
ลำดบั ที่ กิจกรรมที่ 3 ประกอบกิจกรรมกำรเรียน
1.
รำยละเอียดกจิ กรรม
ครูเริม่ สอนเรื่อง “ประวัติของทรัมเป็ต”
1. ครูอธิบายเรื่อง ประวตั ิทรัมเป็ต
- ครสู ่มุ ถามนักเรียนก่อนทจี่ ะไปหวั ขอ้ ถัดไป
2. อธิบายเรอ่ื งประเภทของทรมั เปต็
- ยกตวั อย่างพร้อมอธบิ ายเกย่ี วกบั ทรัมเปต็ แตล่ ะประเภท
- บอกความแตกต่างของทรมั เป็ตแต่ละประเภท
- บอกหนา้ ทีข่ องทรัมเป็ตแตล่ ะประเภท
3. อธบิ ายเกย่ี วกับวิธีการดูแลรกั ษาทรัมเป็ต
4. ครอู ธิบายรายละเอียดวธิ ีการทาใบกิจกรรมท่ี 1
- ครใู ห้นกั เรยี นจับกลมุ่ ละเท่า ๆ กันช่วยกนั ทาใบกิจกรรมที่ 1
- ครใู หน้ กั เรยี นจับคกู่ นั พร้อมสลับกันเฉลยใบกิจกรรมที่ 1
- ครใู หน้ กั เรียนกล่มุ เดมิ ทาใบกจิ กรรมท่ี 2
- ครูใหน้ ักเรยี นกลุ่มเดมิ ปรกึ ษากนั ทาใบกจิ กรรมท่ี 3
- ครเู ฉลยใบกจิ กรรมทัง้ 3 ใบ พรอ้ มอธิบายในส่วนทน่ี ักเรียนไม่เข้าใจ
ลำดบั ท่ี กิจกรรมที่ 4 สรุปเนอ้ื หำ
รำยละเอียดกจิ กรรม
1. ครสู รปุ เนื้อหาท่ีเรยี น
กิจกรรมท่ี 5 แบบทดสอบหลังเรยี น
ตำรำงวเิ ครำะห์แบบทดสอบหลังเรียน
วตั ถุประสงค์กำรเรยี นรู้ ระดับขัน้ กำรเรียนรู้ดำ้ นพุทธิพสิ ยั รวม
รูจ้ ำ เขำ้ ใจ นำไปใช้ วเิ ครำะห์ สังเครำะห์ ประเมิณค่ำ วัตถุประสงค์
1.นกั เรียนสามารถบอก หลงั เรียน หลังเรยี น หลงั เรียน หลังเรียน หลงั เรียน หลงั เรยี น หลงั เรียน
ประวตั ทิ รัมเปต็ ได้ ขอ้ ที่ 1,2,4 ข้อที่ 3 ขอ้ ที่ 5 0 ขอ้ 0 ข้อ 0 ขอ้ 5 ขอ้
2.นกั เรยี นสามารถ หลังเรยี น หลังเรียน หลังเรยี น หลังเรียน หลังเรียน หลงั เรียน หลงั เรยี น
จาแนกประเภทของ ข้อที่ 7 ข้อที่ 8,10 ขอ้ ท่ี 6,9 0 ข้อ 0 ข้อ 0 ข้อ 5 ข้อ
ทรมั เป็ตได้
3.นกั เรยี นสามารถ หลังเรยี น หลงั เรียน หลงั เรยี น หลังเรยี น หลังเรยี น หลงั เรียน หลงั เรียน
บอกวิธีการดูแลรักษาได้ ข้อที่ 11 ขอ้ ท่ี12 ขอ้ ที่ 13 0 ขอ้ 0 ข้อ 0 ขอ้ 3 ขอ้
หลังเรยี น หลงั เรียน หลังเรียน หลังเรยี น หลังเรยี น หลงั เรยี น หลงั เรียน
รวม 5 ข้อ 4 ข้อ 4 ข้อ 0 ข้อ 0 ข้อ 0 ขอ้ 13 ขอ้
ลาดับข้ันการเรยี นรู้
กลมุ่ สำระกำรเรยี นรู้ ศิลปะ แผนกำรจดั กำรเรยี นรู้หนว่ ยท่ี 2 เวลำ 60 นำที
เรื่อง “ทำ่ ทำงในกำรเล่นทรมั เปต็ ”
ระดับชน้ั มัธยมศกึ ษำตอนตน้
หวั เรอื่ ง
1. การถอื ทรมั เป็ต
2. ทา่ ทางการยืนเล่น และนง่ั เลน่
3. การเล่นทรัมเปต็ เบอ้ื งต้น
แนวคดิ
1. การถอื ทรัมเปต็
- ถือทรมั เปต็ เหมือนกันไมว่ ่าคุณจะถนัดซ้ายหรือขวา
- วางน้ิวนางซา้ ยของคณุ ผ่านแหวนบนทรมั เป็ต
- พนั นิ้วชซ้ี า้ ยและนว้ิ กลางรอบ ๆ ปลอกวาล์ว
- วางนิ้วหวั แม่มือซา้ ยของคณุ บนสไลดถ์ ัดจากวาลว์ ตัวแรก
2. ทา่ ทางการยนื เลน่ และนง่ั เลน่ นง่ั หรือยนื ดว้ ยทา่ ทางทถ่ี ูกต้อง การทาให้หลงั ตรงและกล้ามเนอ้ื
gluteus เกรง็ คณุ จะสามารถควบคมุ การเคลอ่ื นไหวของอากาศผา่ นปอดและเข้าไปในปากเป่าได้
ปรบั ท่าทางของคณุ ตามความจาเปน็ เพอ่ื ใหป้ อดของคุณเต็มไปดว้ ยอากาศ ผอ่ นคลายแกนกลาง
ของคุณและพงึ่ พาปอดเพอื่ ช่วยหายใจท่ีจาเป็น
3. การเล่นทรัมเป็ต ทรมั เปต็ เป็นเครอ่ื งดนตรีทองเหลอื งยอดนิยมสาหรบั ผ้เู ลน่ ดนตรแี จ๊ส
คลาสสิกและแม้แตร่ อ็ ค เชน่ เดียวกับเคร่อื งดนตรที ุกชนดิ การเรียนทรมั เป็ตต้องใชเ้ วลาฝึกฝนและ
ทุ่มเท เรมิ่ ต้นดว้ ยการเรยี นรกู้ ารวางตาแหนง่ ปากทเี่ หมาะสมเพือ่ สร้างโน้ตทส่ี ะอาด จากนนั้ เล่นผ่าน
สเกลแรกของคุณโดยเรยี นรู้ชดุ วาล์วต่าง ๆ เม่ือคุณเรม่ิ ปรบั ปรุงแล้วใหพ้ ัฒนาการเล่นของคุณโดย
เรยี นร้ทู ีจ่ ะอา่ นเพลงเลน่ เพลงและผสมผสานเทคนิคขนั้ สงู ลงในชุดทกั ษะของคณุ
วัตถปุ ระสงคก์ ำรเรียนรู้
1. นกั เรยี นสามารถถอื ทรัมเปต็ ได้อย่างถกู ต้อง
2. นกั เรียนสามารถปฏบิ ตั ิการน่ัง และการยนื ได้อยา่ งถกู วธิ ี
3. นกั เรยี นสามารถรูว้ ธิ ีการเลน่ ทรมั เปต็ เบอ้ื งตน้
ตำรำงแผนกำรจดั กำรเรยี นรู้
ลำดบั ท่ี ข้นั ตอนกจิ กรรม วธิ ีกำร รปู แบบกำรสอน สอ่ื กำรสอน ระยะเวลำ
1. ทดสอบกอ่ นเรียน - - - -
2. นาเขา้ สบู่ ทเรียน บรรยาย/พูดคุย - -
ทบทวนความรู้ 10นาที
3. กิจกรรมประกอบการเรยี น บรรยาย: วธิ ีการ ทฤษฎีการสอน ชดุ การสอน
3.1 ถอื ทรมั เป็ต ดนตรขี องออร์ฟ 20 นาที
สาธติ : การถือ เทคนิคการเรียนรู้
ทรัมเป็ต และท่า แบบกลมุ่ ร่วมมอื
ยืนและทา่ นั่งเล่น ช่วยเหลือ(TAI)
ฝึกปฏิบัติ:
ถอื ทรมั เปต็ ,
ทา่ ยืนและนงั่ เล่น
3.2 บรรยาย:จังหวะ 20 นาที
และวธิ ีการเลน่
สาธิต: การเล่น
ทรัมเป็ต
ฝกึ ปฏิบัติ: เลน่
ทรมั เปต็ เบือ้ งตน้
4. สรุปเน้อื หา สรปุ เนือ้ หา - - 10 นาที
5. ทดสอบหลงั เรียน - - - -
สื่อทใี่ ช้
1. ทรมั เป็ต
กำรประเมนิ ผล
1. ประเมนิ ผลสัมฤทธิ์จากแบบวัดทกั ษะ
กิจกรรมที่ 2 นำเขำ้ สบู่ ทเรียน
ลำดับท่ี รำยละเอยี ดกิจกรรม
1.
ครกู ลา่ วทักทายนักเรียน
2. ครูทบทวนความรู้ที่เรยี นชว่ั โมงที่แล้ว
ลำดบั ท่ี กิจกรรมที่ 3 ประกอบกจิ กรรมกำรเรียน
1. รำยละเอียดกจิ กรรม
ครูเร่มิ สอนเร่ือง “การถือทรัมเป็ต”
1. ครูอธบิ ายเร่ือง การถอื ทรมั เปต็
- ครูสาธติ วิธีการถือทรัมเป็ต
- ครูให้นักเรยี นสังเกตการถอื ทรัมเป็ตและฝึกปฏบิ ัติถอื
2. ครอู ธิบายเร่ืองท่านง่ั และทา่ ยนื ในการเล่นทรัมเป็ต
- ครูสาธิตวธิ กี ารยืนและพรอ้ มอธบิ าย
- ครูสาธิตวิธีการนงั่ เล่นและพรอ้ มอธบิ าย
- ครูให้นักเรยี นปฏบิ ัตนิ ั่งและยนื เล่นทรมั เป็ต
3. ครอู ธิบายเรือ่ งวิธกี ารเล่นทรมั เป็ตเบือ้ งต้น
- ครูอธิบายการเลน่ ทรัมเป็ต
- ครูอธิบายเรอื่ งโนต้ บนทรมั เป็ต
- ครูสาธติ การกดโน้ตบนทรมั เป็ต
- ครูใหน้ ักเรียนสังเกตการณ์กดโน้ตบนทรมั เป็ต
กิจกรรมที่ 4 สรุปเนอื้ หำ
ลำดบั ที่ รำยละเอียดกิจกรรม
1. ครสู รปุ เนือ้ หาที่เรียน
กจิ กรรมท่ี 5 แบบทดสอบหลงั เรยี น
แบบวดั ผลกำรปฏบิ ัตทิ รัมเป็ตเบื้องตน้
ชอ่ื ครูประจำวชิ ำ....................................................................ช้ัน...................วนั ท.ี่ .............................
ชื่อ-สกุล รำยกำรวัด รวม
(10
1. ท่ำยนื เลน่ ทรมั เป็ต ท่ำน่งั เลน่ ทรัมเป็ต กำรเลน่ เบอื้ งตน้ คะแนน)
2. 2 102 10210
3. กำรถอื ทรมั เป็ต
4. 210
5.
เกณฑก์ ำรประเมินผลกำรปฏบิ ตั กิ ำรเลน่ ทรมั เป็ตเบอ้ื งต้น
ประเดน็ กำรประเมิน 2 เกณฑก์ ำรใหค้ ะแนน 0
การถอื ทรมั เป็ต จับทรมั เป็ตมั่นคง วางน้ิว 1 จบั ทรมั เป็ตไม่ถูกต้อง
ท่ายืนเลน่ ทรมั เป็ต ถกู ต้อง
ทา่ น่ังเลน่ ทรัมเปต็ จบั ทรมั เป็ตมน่ั คง วางนว้ิ ไม่ถูกต้อง
ยืนตวั ตรง วางน้ิวถกู ต้อง หรืออย่าง
การเลน่ เบอ้ื งตน้ เทา้ ราบกบั พน้ื ศอกกาง ใดอยา่ งหน่ึงไม่ถกู ตอ้ ง ยืนหลงั ค่อม ศอกแนบไป
กบั ลาตัว
ออกจากลาตวั ยนื ตัวตรง
เท้าราบกับพ้นื ศอกกาง ไมน่ ง่ั ตรงขอบเกา้ อ้ี
นง่ั บนขอบเก้าอ้ี เท้าวาง ออกจากลาตวั หรอื อยา่ ง เทา้ ไมว่ างราบกบั พน้ื
ราบกบั พน้ื หลังตรง ใดอยา่ งหน่ึงไมถ่ กู ตอ้ ง หลังคอ่ ม ข้อศอกแนบ
ข้อศอกออกจากลาตวั นงั่ บนขอบเกา้ อ้ี เท้าวาง
ราบกบั พนื้ ข้อศอกออก ไปกับลาตัว
กดโนต้ ทกี่ าหนดให้ได้ จากลาตวั แต่หลงั คอ่ ม
อยา่ งถูกตอ้ งทกุ ตัวท่ี หรือไมถ่ ูกตอ้ งอย่างใด กดโน้ตไม่ถกู ตอ้ งเลย
กาหนด
อยา่ งหน่งึ
กดโนต้ ท่กี าหนดให้ได้
อย่างถูกต้องทกุ ตัวท่ี
กาหนด หรอื ไมถ่ ูกตอ้ ง
อย่างใดอยา่ งหนึ่ง
คะแนน 7-10 คือ ดี
คะแนน 3-6 คือ ปานกลาง
คะแนน 0-2 คอื ปรับปรงุ แก้ไข
กลุ่มสำระกำรเรยี นรู้ ศิลปะ แผนกำรจัดกำรเรยี นรู้หน่วยท่ี 3 เวลำ 60 นำที
เรอ่ื ง “กำรใช้ปำกและกำรใชล้ ้ิน”
ระดบั ช้ันมธั ยมศึกษำตอนตน้
หวั เรื่อง
1. การใช้ปากและการใช้ล้นิ
2. การหายใจและการใช้ลม
แนวคดิ
1. การใชป้ ากและการใช้ลิน้
- ทาให้ปากของคณุ ผ่อนคลายและเปดิ ทางเดนิ หายใจเพอื่ ให้อากาศไหลเวียนได้ดีในขณะท่นี าริม
ฝีปากของคุณมารวมกนั ตรงกลาง ประกบรมิ ฝปี ากกนั อย่างแนน่ หนา การรักษารปู แบบน้เี ปน็
พื้นฐานสาหรับการเลน่ ทรมั เป็ตทเ่ี หมาะสม ตาแหน่งของปากและริมฝปี ากของคุณถึงปากเป่า
เรยี กว่า embouchure เม่อื เวลาผ่านไปคุณจะสามารถพัฒนางานแตง่ ของคณุ เองปรับใหเ้ ขา้ กับ
สไตล์การเล่นและแนวเพลงของคุณเอง
- การใชล้ ้นิ ทดลองยกล้ินขน้ึ ขณะที่คุณพยายามขยับตาช่งั ข้นึ ลองนกึ ภาพว่าคุณกาลงั ส่งเสียงหรอื
เสยี งสระ "อี" ส่งิ นีจ้ ะสร้างชอ่ งทางสาหรับอากาศท่ีจะผ่านปากของคุณและเข้าไปในกระบอกเสยี ง
ดว้ ยเหตุนอี้ ากาศจะเคล่อื นทีเ่ ร็วขึน้ และชว่ ยให้คุณไปถงึ ระดบั เสยี งท่ีสงู ขึน้
2. การหายใจและการใชล้ ม การหายใจจากสว่ นลกึ ลงไปท่ีหนา้ อกและทอ้ งทาให้โน้ตมที งั้ ความดงั และความ
ชดั เจน การผอ่ นคลายทั้งร่างกายจะชว่ ยให้คุณหายใจไดช้ า้ ลงและบันทกึ ไดน้ านขึ้นชดั เจนและตอ่ เน่ือง
วตั ถุประสงค์
1. นกั เรยี นสามารถใช้ปากและลนิ้ ในการเล่นไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง
2. นกั เรียนสามารถหายใจและใช้ลมไดถ้ ูกวธิ ี
ตำรำงแผนกำรจัดกำรเรยี นรู้ วิธกี ำร รูปแบบกำรสอน สอื่ กำรสอน ระยะเวลำ
ลำดบั ท่ี ขัน้ ตอนกิจกรรม - - - -
1. ทดอบกอ่ นเรียน บรรยาย/พดู คยุ - -
2. นาเขา้ สู่บทเรียน ทบทวนความรู้ ทฤษฎีการสอน ชุดการสอน 5 นาที
3. ประกอบกจิ กรรมการเรียน บรรยาย:การใชป้ าก ดนตรขี องออร์ฟ 30 นาที
3.1 และลิ้น เทคนิคการเรียนรู้ -
สาธิต:การใช้ปาก แบบกลุ่มรว่ มมือ - 15 นาที
3.2 และลิ้นอยา่ งเปน็ ช่วยเหลือ(TAI) 10 นาที
ธรรมชาติ
4. สรปุ เนอ้ื หา บรรยาย:การหายใจ -
และการใช้ลม
5. ทดสอบหลงั เรียน สาธิต:การหายใจ -
และการใช้ลมอย่าง
เป็นธรรมชาติ
แจกแบบทดสอบ
เพอ่ื ใหน้ ักเรยี น
ฝึกซอ้ ม
แบบวัดทกั ษะทา้ ย
บท
สื่อที่ใช้
1. ทรัมเป็ต
กำรประเมินผล
1. ประเมนิ ผลสมั ฤทธ์ิจากแบบวัดทักษะ
กิจกรรมที่ 2 นำเขำ้ สบู่ ทเรยี น
ลำดบั ท่ี รำยละเอยี ดกิจกรรม
1. ครกู ล่าวทักทายนักเรยี น
2. ครูทบทวนความร้ชู ั่วโมงที่แล้ว
ลำดบั ที่ กิจกรรมที่ 3 ประกอบกจิ กรรมกำรเรยี น
1.
รำยละเอียดกจิ กรรม
ครเู รม่ิ สอนเรือ่ ง “การใชป้ ากและการใชล้ ้นิ ”
1. ครอู ธิบายเร่อื งการใช้ปากและการใช้ล้ินในการเป่าทรมั เป็ต
- ครสู าธติ ให้นกั เรยี นดู
- ครูให้นักเรียนจบั คลู่ องปฏบิ ัติการใชป้ ากและการใช้ล้นิ ในการเปา่ ทรัมเปต็
2. ครอู ธิบายเรอ่ื งการหายใจและการใช้ลมในการเปา่ ทรมั เป็ต
- ครสู าธิตการหายใจ
- ครูสาธติ การใช้ลม
- ครใู ห้นกั เรียนจบั คปู่ ฏิบัติการหายใจและการใชล้ ม
3. ใหน้ ักเรียนปฏิบัตติ ามแบบฝึกหดั ท่ี
ลำดับที่ กจิ กรรมที่ 4 สรุปเนื้อหำ
1. รำยละเอยี ดกจิ กรรม
2.
ครสู รุปเนื้อหาท่ีเรียน
ครแู จกโน้ตแบบฝึกหัดการหายใจและการใชล้ ม
กจิ กรรมที่ 5 แบบทดสอบหลงั เรยี น
แบบวัดผลกำรปฏิบตั กิ ำรใช้ปำกและกำรใชล้ ิ้นอยำ่ งถูกตอ้ ง
ชื่อครปู ระจาวชิ า..............................................................................ช้ัน..............วนั ท.่ี .............................
รำยกำรวัด
ชื่อ-สกลุ กำรใช้ปำกและลิ้น กำรหำยใจและกำรใช้ลม รวม(12 คะแนน)
2 1 02 1 0
1.
2.
3.
4.
5.
เกณฑ์กำรประเมนิ ผลกำรปฏบิ ตั กิ ำรเล่นทรัมเปต็ เบื้องตน้
ประเดน็ กำร เกณฑก์ ำรให้คะแนน
ประเมิน 21 0
กำรใช้ปำกและลิน้ ประกบรมิ ฝปี ากกันอย่าง ประกบริมฝปี ากกนั อยา่ งแน่น ประกบรมิ ฝีปากไมแ่ น่น
แน่นหนา ไม่ให้อากาศ หนา ไมใ่ หอ้ ากาศไหลออกมา วางตาแหนง่ ปากไมถ่ ูกต้อง
ไหลออกมา ไม่กัดฟัน ไม่กดั ฟันแนน่ วางตาแหนง่
แนน่ วางตาแหน่งปาก ปากถกู ตอ้ ง
ถกู ตอ้ ง หรือไม่ถกู ตอ้ งอย่างใดอย่าง
หนง่ึ
กำรหำยใจและกำร ร่างกายผ่อนคลาย การหายใจและใช้ลมถูกตอ้ ง หายใจและใช้ลมไมถ่ ูกตอ้ ง
ใช้ลม หายใจถูกต้อง ใช้ลม แต่หายใจหรอื ใช้ลมไมถ่ กู ตอ้ ง เลย
บางครั้ง
ถูกตอ้ ง
คะแนน 4-6 คอื ดี
คะแนน 3-2 คอื ปานกลาง
คะแนน 0-1 คือ ปรับปรุงแกไ้ ข
แผนกำรจดั กำรเรยี นรหู้ น่วยที่ 4
เรื่อง “กำรกดโนต้ เบ้ืองตน้ และเพลงพน้ื ฐำน”
กลุม่ สำระกำรเรียนรู้ ศลิ ปะ ระดับชน้ั มัธยมศึกษำตอนต้น เวลำ 120 นำที
หัวเรอ่ื ง
1. การกดโน้ตเบอ้ื งตน้ ของทรัมเปต็
2. เพลงพืน้ ฐาน
แนวคดิ
1. โนต้ สงู สุดของทรมั เปต็ สามารถดึงดดู ความสนใจและความสนใจของผู้ฟังเกอื บทกุ คน อย่างไรก็ตามตอ้ งใช้
เวลาและความพยายามในการไตข่ ้นึ สูก่ ารลงทะเบียนระดับบน การสร้างความอดทนในการเลน่ ของคณุ
ด้วยการออกกาลงั กายรมิ ฝปี ากและลนิ้ เปน็ จุดเร่มิ ต้นทด่ี ี พยายามคอ่ ยๆขยายขอบเขตของคุณผ่านการ
เลน่ สัน้ ๆ ขา้ มสเกล สุดทา้ ยจับลาตวั ตัง้ ตรงเพ่อื ให้งา่ ยตอ่ การดูดอากาศเขา้ สู่กระบอกเสยี งของคุณ
2. เพลงพื้นฐาน คน้ หาเพลงทเ่ี ล่นง่าย หลงั จากท่ีคณุ ได้เรียนรูโ้ นต้ และสเกลแต่ละตวั แล้ววิธที ี่ดีท่ีสุดในการ
พัฒนาคือการรวมโน้ตเหล่านน้ั เข้าดว้ ยกันเพอ่ื เลน่ เพลง ค้นหาเพลงและท่วงทานองที่เรียบง่ายทาง
ออนไลน์เพ่อื ฝึกเล่นโน้ตตา่ ง ๆตามลาดับ จากนน้ั ไปยังเพลงทีย่ ากขน้ึ เช่นดนตรีแจ๊สและบลูส์
วตั ถปุ ระสงคก์ ำรเรียนรู้
1. นกั เรยี นสามารถปฏิบัติในการกดโนต้ ตา่ ง ๆ ได้
2. นกั เรยี นสามารถเปา่ เพลงพืน้ ฐานได้
ตำรำงแผนกำรจัดกำรเรียนรู้ วิธีกำร รปู แบบกำรสอน สอ่ื กำรสอน ระยะเวลำ
ลำดับท่ี ขนั้ ตอนกิจกรรม -
1. ทดสอบกอ่ นเรยี น --- 10 นาที
3. นาเข้าสบู่ ทเรียน 30 นาที
4. ประกอบกิจกรรมการเรยี น บรรยาย/พดู คุย - -
20 นาที
4. สรปุ เนอ้ื หา ทบทวนความรู้ -
5. ทดสอบหลงั เรยี น
บรรยาย : การกด ทฤษฎีการสอน ชดุ การสอน
โน้ตต่าง ๆ ดนตรีของออร์ฟ
สาธิต : การกด เทคนิคการเรียนรู้
โนต้ ต่าง ๆ แบบกล่มุ ร่วมมอื
ชว่ ยเหลือ(TAI)
สรุปเน้อื หา -
---
สอ่ื ทใี่ ช้
1. ทรมั เป็ต
กำรประเมนิ ผล
1. ประเมนิ ผลสมั ฤทธิ์จากแบบฝึกทกั ษะ
ลำดับท่ี กจิ กรรมที่ 2 นำเขำ้ ส่บู ทเรียน
1. รำยละเอยี ดกิจกรรม
2.
ครกู ลา่ วทกั ทายนักเรยี น
ครทู บทวนเนื้อชวั่ โมงทแ่ี ล้ว พร้อมเป่าทรมั เป็ตเพลงส้นั ๆ ใหน้ ักเรียนฟัง
ลำดบั ที่ กจิ กรรมที่ 3 ประกอบกจิ กรรมกำรเรียน
1.
รำยละเอียดกิจกรรม
ครูเร่มิ สอนเร่ือง “การกดโน้ตเบ้อื งต้นทรัมเป็ตและเพลงพืน้ ฐาน”
1. ครอู ธิบายเรอ่ื ง โน้ตต่าง ๆ เบ้อื งตน้
- ครูสาธิตการกดโนต้ ให้นักเรยี นดู
- ครใู หน้ ักเรียนจับกลมุ่ ละเท่า ๆ กนั ชว่ ยกนั สงั เกตการณ์กดโนต้
- ครูใหน้ ักเรียนปฏิบตั ิกดโน้ตเปน็ กลมุ่ พร้อมกนั
2. ครอู ธบิ ายเร่ืองเพลงพืน้ ฐาน
- ครูยกตัวอยา่ งเพลงใหน้ ักเรยี นฟงั
- ครสู าธิตการเป่าเปน็ เพลงให้นกั เรียนฟงั
- ครใู ห้นักเรียนสังเกตการณ์เปา่ เพลงตัวอยา่ ง
- ครใู ห้นักเรยี นจบั คู่ ชว่ ยกันฝกึ เป่าเพลงแบบฝกึ หัด
ลำดบั ที่ กิจกรรมท่ี 4 สรปุ เน้อื หำ
1. รำยละเอียดกจิ กรรม
ครูสรุปเนอ้ื หาท่ีเรยี น
กิจกรรมท่ี 5 แบบทดสอบหลังเรียน
แบบวดั ผลกำรปฏบิ ัตกิ ำรกดโน้ตเบอ้ื งต้นของทรัมเป็ตและเพลงพนื้ ฐำน
ชอ่ื ครปู ระจาวชิ า............................................................ชั้น....................วนั ท.่ี .........................
ช่ือ-สกุล รำยกำรวดั รวม
(6คะแนน)
1. กำรกดโนต้ เพลงพนื้ ฐำน
2.
3. 2 1 0210
4.
5.
เกณฑก์ ำรประเมนิ ผลกำรปฏิบตั กิ ำรเล่นทรัมเปต็ เบ้ืองต้น
ประเด็นกำรประเมิน 2 เกณฑก์ ำรให้คะแนน 0
กำรกดโนต้ กดโนต้ ถกู ต้องทกุ โน้ต 1 กดโนต้ ไมถ่ กู ต้องเลย
เพลงพื้นฐำน เป่าเสยี งไม่เพี้ยน กดโนต้ ถกู ตอ้ งทุกโนต้ เปา่ ไม่ไดเ้ ลย
เป่าเสยี งเพ้ียน
เป่าเปน็ เพลงไดต้ รงตาม
จงั หวะ เป่าถูกตอ้ ง หรือกดโนต้ บางตัวไม่
ทุกโนต้ ถูกตอ้ ง
เป่าเปน็ เพลง แตไ่ ม่ตรง
ตามจงั หวะ หรือไม่
ถูกตอ้ งอยา่ งใดอย่างหน่ึง
คะแนน 4-6 คือ ดี
คะแนน 3-2 คอื ปำนกลำง
คะแนน 0-1 คอื ปรบั ปรงุ แก้ไข
แบบวดั ผลสัมฤทธ์ิกอ่ นเรียนด้วยชดุ กำรสอนทักษะทรมั เปต็ เบ้ืองตน้ ตำมแนวคดิ กำร
สอนดนตรขี องออร์ฟ รว่ มกบั เทคนคิ กำรสอนแบบ(TAI)สำหรับนักเรยี นมธั ยมศึกษำ
ตอนต้น โรงเรยี นพรหมพิรำมวิทยำ
จดุ ประสงค์กำรเรยี นรู้
1. เพ่ือใหน้ กั เรียนสามารถบอกประวัติทรัมเป็ตได้
2. เพื่อใหน้ กั เรยี นสามารถจาแนกประเภทของทรมั เปต็ ได้
3. เพ่ือใหน้ ักเรียนสามารถบอกวธิ กี ารดูแลรกั ษาได้
4. นักเรียนสามารถถือทรัมเปต็ ไดอ้ ย่างถูกตอ้ ง
5. นักเรียนสามารถปฏบิ ัติการนั่ง และการยนื ไดอ้ ย่างถกู วธิ ี
6. นักเรียนสามารถใช้ปากและล้ินในการเล่นได้อยา่ งถูกตอ้ ง
7. นักเรียนสามารถหายใจและใช้ลมไดถ้ กู วิธี
8. นักเรยี นสามารถดโนต้ เบื้องต้นได้
9. นกั เรียนสามารถเปา่ เพลงพน้ื ฐานได้
คำชแ้ี จง
1. ขอ้ สอบมจี านวนทั้งหมด 30 ข้อ
2. ให้นกั เรยี นทาเคร่อื งหมาย × ลงบนคาตอบที่ถกู ต้อง
1.ทรัมเป็ตเปน็ เครื่องดนตรปี ระเภทใด
ก. เคร่ืองลมไม้
ข. เครื่องลมทองเหลอื ง
ค. เครื่องสาย
ง. เคร่ืองลมิ่ นิ้ว
2. ทรัมเป็ตทธี่ รรมดำท่สี ดุ คอื ทรัมเปต็ ประเภทใด
ก. Bb ทรมั เป็ต
ข. D ทรมั เป็ต
ค. Eb ทรมั เปต็
ง. พโิ คโล่ ทรมั เป็ต
3. ปัจจบุ ันทรัมเปต็ มีกลี่ ูกสบู
ก. 1 ลูกสูบ
ข. 2 ลูกสูบ
ค. 3 ลูกสูบ
ง. 4 ลกู สูบ
4. ยคุ ใดเปน็ ยคุ ทองของทรมั เปต็
ก. ยคุ กลาง
ข. ยุคคลาสสกิ
ค. ยคุ บาโรค
ง. ยุคโรแมนตกิ
5.เพลงถูกเขยี นขน้ึ มำสำหรับ Virtuoso trumpeters อกี คร้งั ในชว่ งใด
ก. ยคุ กลาง
ข. ยุคคลาสสิก
ค. ยคุ บาโรค
ง. ยคุ กลางศตวรรษท่ี 20
6.ทรัมเปต็ ประเภทใดเป็นท่ีนยิ มมำกท่สี ุด
ก. Bb ทรมั เป็ต
ข. Eb ทรมั เปต็
ค. Mellophone
ง. Cornet
7. พิโคโล่ทรัมเปต็ มีกลี่ กู สบู
ก. 2
ข. 3
ค. 4
ง. 5
8. Rotary Valve ทรมั เป็ต เหมำะสำหรบั บรรเลงวงดนตรีประเภทใด
ก. วงแชมเบอร์
ข. วงชาโดว
ค. วงออรเ์ คสตรา้
ง. วงแตรวงชาวบา้ น
9. Mellophone นิยมใช้บรรเลงในวงประเภทใด
ก. วงออรเ์ คสตร้า
ข. วงสตรงิ คอมโบ
ค. วงโฟลค์ ซอง
ง. วงมาร์ชชิ่งแบนด์
10. Flugelhorn มลี ักษณะเสียงแบบใด
ก. เสียงสูง
ข. นุ่มเสยี งมละมุน
ค. เสียงกังวาน
ง. เสยี งทุ้มต่า
11. ข้อใดต่อไปนกี้ ลำ่ วถูกต้อง
ก. หลงั จากการใช้เครือ่ งควรเป่าน้าลายออกจากท่อปล่อยน้าลายใหห้ มดทกุ คร้งั
ข. หลังจากการใชเ้ ครือ่ งเสรจ็ ควรเกบ็ ใสก่ ล่องใหเ้ รียบรอ้ ย
ค. หลังจากการใช้เครอื่ งเสรจ็ วางเคร่อื งไว้ตรงไหนก็ได้
ง. ถกู ทกุ ข้อ
12. เคร่ืองทช่ี บุ เงนิ และพวกทไ่ี มช่ บุ อะไรเลย เปน็ เนอื้ ทองเหลอื งแท้ ๆ ควรใช้ผำ้ แบบใดในกำรขดั ทำควำม
สะอำด
ก. ผา้ อะไรกไ็ ด้แล้วแต่เราสะดวก
ข. ผ้าสาลี
ค.ผ้าสาคู
ง. ผ้าซามวั
13. เรำควรถือทรัมเปต็ กม่ี ือ
ก. มอื เดยี วซ้ายหรือขวากไ็ ด้
ข. มือข้างใดข้างหน่ึงที่เราถนัด
ค.ท้ังสองมอื
ง.ถกู ทกุ ขอ้
14. ขอ้ ใดคอื หนำ้ ท่สี ำคัญทส่ี ดุ ของมอื ขำ้ งซำ้ ย
ก. เปน็ สว่ นรองรบั นา้ หนกั ของทรมั เปต็
ข. เพอ่ื ไว้กดวาลว์ ต่าง ๆ
ค. เพอ่ื เก่ยี วตะขอไมใ่ หเ้ ครือ่ งหลุดมือ
ง. ไม่มขี ้อถูก
15. นวิ้ หวั แมม่ อื ข้ำงขวำ จะรองรับน้ำหนักบำงส่วนของทรมั เปต็ ควรวำงไว้ตำแหนง่ ใด
ก. วางไวบ้ นแปน้ วาล์ว
ข. ปล่อยไว้ตรงไหนกไ้ ด้แลว้ แต่เราสะดวก
ค. วางไว้ใต้ทอ่ นาหรือท่อท่ียดึ กับปากเป่า
ง. วางไวต้ รงเมาทพ์ ีช
16. ท่ำนั่งเล่นทถี่ ูกตอ้ งท่สี ุดคือขอ้ ใด
ก. น่ังตัวตรง นง่ั ให้เตม็ เกา้ อี้ วางเท้าราบกบั พน้ื
ข. นัง่ ตัวตรง นง่ั ครง่ึ เกา้ อี้ เท้าวางราบกบั พนื้
ค. นัง่ ตามแบบท่ีเราถนัดท่ีสดุ
ง. น่งั ตัวตรงแต่เอาศอกแนบกบั ลาตวั
17. กำรเล่นทรัมเปต็ เบือ้ งต้น ควรเรมิ่ จำกข้อใดถูกทสี่ ุด
ก. เรม่ิ จากการเล่นเปน็ เพลงเลย
ข. ค้นหาเพลงที่เลน่ ง่าย
ค. ศึกษาค้นคว้าอ่านขอ้ มลู เกี่ยวกบั การเปา่ ทรมั เป็ตเบอ้ื งต้น
ง. เริม่ จากวธิ ีทใี ดก็ไดท้ ี่เราสะดวก
18. เทคนคิ กำรทำปำกทเ่ี หมำะสมเพ่อื ใหไ้ ดโ้ ทนเสียงที่ดที สี่ ุด เร่มิ ตน้ ด้วยกำรพดู ตัวอักษรใด
ก. ตวั A
ข. ตวั Z
ค. ตัว Q
ง. ตวั M
19. กำรเปำ่ ทรมั เป็ตแบบไมต่ ้องกดวำลว์ คือโน้ตใด
ก. C
ข. D
ค. E
ง. F
20. กดวำลว์ ตัวแรกคำ้ งไวส้ ำหรับโน้ตตัวใด
ก. A
ข. B
ค. E
ง. F
21. กดวำล์วตัวท่สี องลงสำหรบั โนต้
ก. A
ข. B
ค. C
ง. D
22. ส่นั รมิ ฝปี ำกของคณุ เรว็ ขนึ้ โดยไมก่ ดวำลว์ เพ่อื เลน่ โน้ตใด
ก. E
ข. F
ค. G
ง. Bb
23. กดวำล์วตวั แรกและตัวทส่ี ำม สำหรับโนต้ ใด
ก. A
ข. B
ค. C
ง. D
24. กดวำลว์ ตวั แรกและตัวท่ีสอง สำหรบั โนต้ ใด
ก. E
ข. F
ค. G
ง. A
25. กดวำลว์ ตวั แรกและตัวทส่ี องลงในขณะที่ใชแ้ รงโนต้ G คอื โนต้ ใด
ก. A
ข. B
ค. C
ง. D
ชุดกำรสอนทกั ษะทรัมเปต็ เบือ้ งต้น สำหรับนกั เรยี นระดับชัน้ มัธยมศกึ ษำตอนตน้
หนว่ ยที่ 1 เรื่อง ประวตั ทิ รัมเปต็ และประเภทของทรัมเปต็
ทรมั เป็ต เป็นเครือ่ งดนตรีชนดิ หนงึ่ ประเภทเครอ่ื งลมทองเหลืองเสยี งสูง (High Brass) ทรัมเปต็ ถือได้ว่า
เป็นเคร่ืองดนตรที ีเ่ ก่าแก่ที่สุดช้ินหน่ึง ย้อนไปตั้งแตส่ มัย 1500 ปีกอ่ น ค.ศ. มนั ถูกสร้างขึ้นมาจากทองเหลอื งหลอ่
เปน็ ท่อกลวง แล้วนามางอ 2 ครั้ง เป็นลกั ษณะคล้ายสเ่ี หล่ยี มผนื ผา้ เล่นโดยเป่าลมเขา้ ไปในเครอ่ื งโดยทีร่ มิ ฝปี ากยัง
ปิดอยู่ ปากเมม้ ตงึ ทาให้เกิดเสยี งห่งึ ๆ เหมือนผ้งึ ร้อง (buzzing sound) ซ่ึงเปน็ ต้นกาเนดิ ของการสนั่ สะเทือนของ
อากาศภายในทรัมเปต็
ทรมั เป็ตมีหลายชนดิ ทีธ่ รรมดาท่ีสดุ คือ Bb ทรมั เป็ต ทรัมเป็ตร่นุ กอ่ นจะไมม่ ลี กู สบู แตส่ มัยปัจจบุ นั มีถงึ 3
ลูกสบู ซ่งึ ลูกสูบมี 2 ชนิด คือ Piston valves กบั Rotary valves แบบ Piston Valves จะนยิ มและพบเห็นมาก
สดุ ในปจั จุบัน แต่ละลกู สบู จะเพ่ิมระยะของทอ่ เมอ่ื กด ข้างในลูกสูบท่เี ราเห็นเป็น รูๆ เมอื่ เรากดลกู สูบ กระแสลม
จะผ่านคนละแบบตามแต่ระยะทอ่ เสียงทอี่ อกมาจงึ ไม่เหมอื นกัน ทรมั เป็ตเข้าได้กับดนตรีหลายประเภท ท้งั
คลาสสิกและแจส๊
ประวตั ิควำมเปน็ มำ
ทรมั เป็ตยุคแรกเริ่มอยู่ในสมัย 1500 ปีกอ่ นคริสตกาล คือ ทรัมเป็ตบรอนซ์และเงนิ จากหลมุ ศพของตุตนั
คาเมนแห่งอียิปต์ Bronze lurs จากสแกนดิเนเวีย ทรัมเป็ตโลหะจากจีน หรือจากอารยะธรรม Oxus (3 พันปกี ่อน
คริสตกาล) ทางเอเชยี กลางมีการเพมิ่ ขนาดตรงสว่ นกลางของเครื่องด้วย ทง้ั ทท่ี าจากโลหะเพยี งแผ่นเดียว ถือเป็น
เทคนิคทน่ี า่ ทง่ึ มาก ทรมั เป็ตในยุคกอ่ นมกั จะใชใ้ นการทหารมากกวา่ ความเพลดิ เพลิน และ Bugle ก็ตอบสนองจดุ
นี้ได้ดีทีเดียว
ในยุคกลาง นักทรัมเป็ตถอื เปน็ บคุ คลสาคญั ของกองทัพทีต่ ้องไดร้ บั การอารกั ขาอยากเขม้ งวด
เพราะถือเปน็ คนท่คี อยสง่ คาส่งั หรือขอ้ ความให้กับกองกาลังอ่นื ๆ ในกองทพั
การพฒั นารปู รา่ งของเคร่ืองดนตรีและชนดิ ของโลหะเริม่ ขน้ึ ในชว่ งทา้ ยของยคุ กลาง และยคุ เรเนอซองส์
ทาให้ทรมั เป็ตร่งุ เรืองข้นึ มาในฐานะ “เครอื่ งดนตรี” ทรัมเป็ตในยุคนมี้ เี พยี ง 1 ขด ไมม่ ีลูกสูบ ในยุคบาโรค เรียกได้
วา่ เปน็ “ยคุ ทองของทรัมเปต็ ” เลยทีเดยี ว ช่วงนเ้ี พลงถกู เขียนข้ึนมาสาหรับ Virtuoso trumpeters อกี ครั้งในช่วง
กลางของศตวรรษที่ 20 การเลน่ ทรัมเป็ตแพร่หลายไปทว่ั โลก ผูเ้ ล่นสว่ นใหญ่ทปี่ ระสบความสาเร็จก็ใชท้ รมั เปต็ ที่
ออกแบบมาในยคุ บาโรค
ประเภทของทรมั เปต็
ทรมั เปต็ เปน็ เคร่ืองดนตรีที่ประกอบไปด้วยหลายคีย์ไดแ้ ก่ B-flat, C, D, E-flat เป็นต้น ซึ่งมีความแตกต่าง
กันในเรื่องของระดบั เสยี งและลักษณะของเสยี งจากความส้นั ยาวของทอ่ ท่ีไมเ่ ทา่ กนั และแตล่ ะเครอื่ งมโี อกาสใช้ใน
การบรรเลงที่แตกตา่ งกัน แตท่ รมั เปต็ ทุกประเภทนน้ั ใชร้ ะบบนิ้วและการบันทึกโนต้ ในชว่ งเสียงแบบเดียวกนั
ประเภทของทรัมเป็ตมีดังต่อไปนี้
1.B-flat, C Trumpet
B-flat trumpet เปน็ ทรมั เปต็ ทน่ี ยิ มใชก้ ันมากทส่ี ุด ซงึ่ บทเพลงประเภท Band music มักจะเขยี นใหก้ ับ
ทรัมเป็ตคีย์น้ี สว่ น C trumpet มีการใช้เป็นเวลานานกว่า 100 ปีแลว้ ในประเทศฝร่ังเศส โดยท่วั ไปแลว้ มักจะใชใ้ น
งานประเภท Orchestra ข้อแตกต่างระหว่าง 2 เครอื่ งนคี้ ือ C trumpet จะให้ลกั ษณะเสียงท่ีสวา่ งใสกวา่ B-flat
trumpet สาหรับเมาสพ์ ชี ท่ีเปน็ มาตรฐานของทรัมเปต็ สามารถใชร้ ่วมกนั ไดท้ ั้ง 2 เครอื่ งนี้
2.D trumpet
D trumpet ถูกใช้บา้ งในบางโอกาสาหรับบทเพลงที่มชี ว่ งเสยี งสูง เพราะงา่ ยตอ่ การควบคมุ ส่วนมากมไี ว้สาหรบั
เล่นบทเพลงในสมัยบาโรค (Baroque) และมบี ้างในงานประเภท Orchestra สาหรบั เมาส์พีชทีเ่ ปน็ มาตรฐานของ
ทรมั เปต็ สามารถใช้ไดห้ รอื จะเลือกใช้เมาสพ์ ีชเฉพาะสาหรับ D trumpet กม็ เี ชน่ กัน
3.E-flat trumpet
E-flat Trumpet สว่ นใหญ่ใช้บรรเลงในบทเพลงประเภท Concerto อย่างเช่น trumpet concerto ของ Franz
Joseph Haydn และ Johann Nepomuk Hummel อาจใช้บางในงานประเภท Orchestra เพ่อื ความสะดวก
และการตอบสนองท่ีดี สาหรับเมาสพ์ ีชทีเ่ ปน็ มาตรฐานของทรัมเป็ตสามารถใชไ้ ด้หรือจะเลือกใชเ้ มาสพ์ ีชเฉพาะ
สาหรับ E-flat trumpet กม็ เี ชน่ กัน
4.E, F และ G trumpet
E, F และ G trumpet เป็นทรัมเปต็ ท่ีมโี อกาสการในใช้นอ้ ยและหายาก ใชใ้ นโอกาสที่บทเพลงมคี วาม
เฉพาะเจาะจง ทรัมเป็ตบางรุน่ สามารถเปล่ยี นคยี ์ไดโ้ ดยการเปลี่ยน Bell โดยที่ Bell แต่ละคยี ม์ ีความยาวไมเ่ ทา่ กนั
E trumpet แต่เดมิ พัฒนาขึ้นเพ่อื บรรเลงในบทเพลง Hummel’s Trumpet Concerto ซง่ึ คยี ์ท่ีถูกประพนั ธข์ ึ้น
น้นั คอื E natural นัน้ เอง F trumpet พฒั นาขึ้นเพอื่ บรรเลงในบทเพลง
Bach’s Second Brandenburg Concerto (ซ่งึ E, F trumpet ทก่ี ล่าวมานี้ถกู ทดแทนดว้ ยการใช้ piccolo
trumpet ในคยี ์ B-flat) G trumpet ส่วนมากใช้บรรเลงในบทประพนั ธ์ช่วงยุคบาโรค ลกั ษณะเสียงมีความ
ใกลเ้ คยี งกับ D trumpet แต่ให้ความสะดวกและมคี วามคลอ่ งแคล่วใกล้เคยี งกับ piccolo trumpet โดยอยู่ท่ี
ความชนื่ ชอบของผู้เล่นเป็นผู้เลอื ก สาหรับเมาสพ์ ีชทเ่ี ปน็ มาตรฐานของทรมั เปต็ สามารถใชไ้ ดห้ รอื จะเลอื กใชเ้ มาส์
พชี เฉพาะสาหรับ E, F และ G trumpet กม็ ีเช่นกัน
5.Piccolo trumpet
Piccolo trumpet in B-flat และ A ให้เสยี งท่ีสูงกวา่ B-flat trumpet อยู่ 1 octave และตัวเครอ่ื งมี
ความสัน้ คร่ึงต่อครึ่งของ B-flat trumpet ส่วนมากใชใ้ นการบรรเลงเพลงในช่วงเสียงท่สี งู เราจะเลือกใช้ piccolo
trumpet เปน็ อนั ดับแรกในการบรรเลงบทเพลงยคุ สมยั บาโรค โดยทใ่ี นบทเพลงไมป่ รากฏโนต้ low C natural
อยา่ งไรก็ตามบทเพลงในยคุ นัน้ มกี ารเขียนโน้ตนอี้ ยู่มาก จึงมีการเพิ่มลูกสบู (Valve) ที่ 4 เพอ่ื ขยายชว่ งเสยี งให้
สามารถบรรเลงไปยังชว่ งเสียงต่าในขน้ั คู่ 4 การเปลีย่ นคยี จ์ าก B-flat ไป A ก็มีความสะดวกดว้ ยการปรับทอ่ tune
ที่ leadpipe สาหรับเมาส์พีชที่เปน็ มาตรฐานของทรมั เปต็ สามารถใช้ไดห้ รือจะเลอื กใช้เมาสพ์ ชี สาหรบั piccolo
trumpet กม็ ีเชน่ กัน ผ้เู ลน่ อาจเลือกใชเ้ มาส์พีช ส่วนท่ี Cup มีความตื้นเพอ่ื ใช่ในการเลน่ เสียงสงู งา่ ยขน้ึ
6.Cornet
Cornet in B-flat และ E-flat ใชส้ าหรบั บรรเลงในวง Brass Band ซ่ึงรูปลักษณะไมเ่ หมอื นทรมั เป็ต ดว้ ยทอ่ ทรง
กรวยท่เี ห็นได้อยา่ งชัดเจน ส่งผลใหค้ ุณภาพของเสียงมีความนุ่มมากกวา่ ทรัมเปต็ เน่อื งจากทอ่ ของคอรเ์ น็ต มีความ
คดเค้ยี วเยอะกว่าทรมั เป็ต ทาให้ตอ้ งปรับเปลย่ี นการใช้ลม ผูเ้ ลน่ อาจรสู้ กึ ถงึ แรงต้านที่มมี ากขึ้นเพยี งเล็กนอ้ ยคอร์
เนต็ เหมาะมากสาหรับผ้เู รมิ่ เลน่ เพราะมขี นาดเลก็ กวา่ และงา่ ยตอ่ การถอื เครอ่ื งคอร์เนต็ บางรนุ่ เปล่ียนคยี ไ์ ดด้ ้วย
การเปลีย่ นท่อ (Crooks) สาหรบั เมาส์พีช Cornet สว่ นทเี่ ปน็ Backbore และ Shank มขี นาดสั้นกวา่ จงึ ต้องใช้
เมาสพ์ ีชเฉพาะของคอร์เนต็ เมาสพ์ ีชของคอร์เนต็ ส่วนทเี่ ป็น Cup มีลักษณะเป็น V-Shaped คือโค้งเปน็ ตวั วแี ละ
ตน้ื มากกว่า C-Shaped
7.Flugelhorn
สว่ นมากอยู่ในคยี ์ B-flat และมบี ้างในคยี ์ C สว่ นใหญม่ ี 3 ลกู สูบหรือ 4 ลูกสูบกม็ เี ช่นกนั ถูกพัฒนาข้นึ ในประเทศ
เยอรมนั เนอ่ื งจากมลี ักษณะเปน็ ทรงกรวยมากกวา่ คอรเ์ นต็ จงึ ให้เสียงทน่ี มุ่ ละมุนกว่า สาหรบั เมาสพ์ ีชควรใชเ้ ฉพาะ
สาหรับฟลูเกิลฮอร์น ผ้เู ล่นมกั เลอื กใชเ้ มาสพ์ ีชที่มีความลกึ เปน็ กรวยเพื่อใหง้ ่ายตอ่ การเน้นเสียง เป็นเคร่ืองดนตรีทม่ี ี
ความท้าทายเพราะควบคุมยากในการเล่นช่วงเสียงสงู ด้วยลกั ษณะของเสยี งทนี่ ุม่ มากจึงทาให้เหมาะสาหรับการ
บรรเลงสไตล์ Jazz
8.Rotary Valve Trumpet
การถอื เครอ่ื งของ Rotary Valve Trumpet มีความแตกต่างจากทรมั เป็ตแบบลกู สบู (Piston Valve) โดยท่ี
ตาแหนง่ การถืออยู่ทีด่ ้านข้างของตัวเครือ่ งดนตรี Rotary Valve Trumpet มลี กั ษณะเปน็ ท่อทรงกรวยไมม่ ากนัก
สว่ นท่เี ปน็ leadpipe และ bell มีความใหญก่ วา้ งมากกวา่ ในความแตกต่างของลกู สบู Rotary Valve ตอบสนอง
ไดช้ า้ กว่า Piston Valve อยา่ งไรกต็ าม Rotary Valve Trumpet ใหเ้ สยี งทีก่ งั วานกวา่ เหมาะสาหรบั ใช้บรรเลงใน
วง Orchestra
9.Mellophone
Mellophone ถกู พจิ ารณาแล้ววา่ อยู่ในประเภทของทรมั เป็ต อยู่ในคีย์ F มีระดบั เสียงต่ากว่าทรัมเป็ตเปน็ คู่ P4 มี
3 ลกู สูบ นยิ มใช้เป็นอย่างมากในวง Marching Band มกั บรรเลงโดยนัก Horn
10.B-flat, C Bass Trumpet
มรี ะดบั เสียงทตี่ ่ากว่าทรมั เปต็ อยู่ 1 octave และใหร้ ะดบั เสียงเดยี วกับ Trombone แต่มีลกั ษณะเสียงท่ีสว่างกว่า
ทรอมโบน มักใชบ้ รรเลงในงานประเภท Symphonic และ Opera อาจมใี ช้บา้ งในวง Jazz หรือ Marching Band
เบสทรอมโบนมที งั้ แบบ Rotary Valve และ Piston Valve มักบรรเลงโดยนักทรอมโบน สาหรับเมาส์พีช
Trombone หรอื Euphonium สามารถใชไ้ ด้หรือเมาสพ์ ีชเฉพาะสาหรับ Bass Trumpet ก็มเี ช่นกัน
วิธีดูแลรกั ษำ
วิธีกำรดูแลรกั ษำภำยใน
ทุกครงั้ ภายหลงั จากการใช้เครอ่ื งควรเป่าน้าออกจากท่อปล่อยนา้ ลาย ใหห้ มด สว่ นท่อทไ่ี มม่ ีที่ปลอ่ ย
นา้ ลายควรถอดอออกมาสลัดนา้ ออกตามรูปและอย่างน้อย เดือนละ 1 คร้งั ควรทาการล้างเคร่อื งเพือ่ ป้องกนั และ
ขจดั สนมิ คราบไคล ตา่ ง ๆ ท่ีเกดิ ขึ้นภายในตวั เครื่องตามข้ันตอนต่อไปนี้
1.ผสมนา้ สบู่ล้างแตร (Brass soap) กับน้าอุ่น (30 - 40 Cc) ในอตั ราส่วน นา้ สบู่ 1 ส่วน ตอ่ น้าสะอาด 10-15 ส่วน
2.ทาความสะอาดท่อต่าง ๆ โดยใชแ้ ส้ลา้ งแตร (Flexible cleaner) จุ่มนา้ สบู่ผสมน้าสะอาด
ตามขอ้ 1 ใหโ้ ชกสาหรับกระบอกสบู ให้ใช้เหล็กทาความสะอาดพันด้วยผ้าเพอ่ื ป้องกันรอยขีดขว่ น
โดยถอดส่วนที่เป็นสักหลาดแยกไวต้ า่ งหาก ส่วนปากเป่า ให้ใช้แปรงล้างกาพวด (Mouthpiece Brush)
ในการขดั ล้างความสกปรก
3.เมอื่ ลา้ งสว่ นตา่ ง ๆ ดว้ ยนา้ สบูเ่ รียบร้อยแล้ว ให้ลา้ งนา้ สบ่แู ละคราบตา่ ง ๆ ออกให้หมดด้วยนา้ สะอาด
4.เช็ดเคร่อื งให้แหง้ ดว้ ยผา้ สาลู ทง้ั ภายในและภายนอก เสรจ็ แลว้ น้าไปผึ่งให้น้าทีย่ ังค้างอยู่ระเหย
ไปจนแหง้ หมด
5.ทาการประกอบเคร่อื งกลับดังเดิม โดยกอ่ นทีจ่ ะทาการประกอบเครอื่ ง ใหท้ าขีผ้ งึ้ Slide grease ทท่ี ่อเสียงทุกทอ่
, หยอด Tuning slide oil ทที่ ่อเทียบเสียง และหยอด valve oil ที่ลูกสูบทกุ ชนิ้ ตามขนั้ ตอนที่ไดอ้ ธบิ ายตอนตน้
เสรจ็ แลว้ เก็บเครื่องกลับเข้าไวใ้ นกลอ่ งให้เรียบรอ้ ย
กำรดแู ลรกั ษำภำยนอก
1.เครื่องท่ชี บุ เงินและพวกทีไ่ มช่ ุบอะไรเลย คอื เป็นเน้อื ทองเหลืองแท้ ๆ ให้ใช้ผ้าสาลีชบุ กบั นา้ ยาขัดเงนิ (Silver
Polish) ขดั ทาความสะอาดเครือ่ ง
2.เครอ่ื งทีช่ บุ ดว้ ยนเิ กลิ และโครเม่ียม ใหใ้ ช้ผา้ สาลีชบุ น้ายาขัดเงาโลหะ (Metal Polish)ขัดทาความสะอาดเคร่อื ง
3.เครอื่ งท่ีมสี ีทองแลว้ เคลือบแลคเกอรพ์ เิ ศษ ใหใ้ ช้ผา้ สาลชี ุบด้วย นา้ ยาLacquer polish เช็ดทาความสะอาด
เครอื่ ง
แบบฝึกหัดท่ีหน่วยที่ 1
ใบงำนท่ี 1 เร่อื ง ประวัติทรัมเปต็
ให้นักเรียนทำเครื่องหมำย ✓ ในข้อทีถ่ ูก และเครื่องหมำย × ในขอ้ ทไ่ี มถ่ ูกตอ้ ง
.......... 1.เปน็ เครือ่ งดนตรชี นิดหน่ึง ประเภทเครอื่ งลมทองเหลอื งเสยี งสงู
.......... 2.ทรมั เปต็ ถกู สร้างขึ้นมาจากทองเหลืองหล่อเปน็ ทอ่ กลวง แลว้ นามางอ 4 ครัง้
.......... 3.ทรัมเปต็ ยุคแรกเริ่มอย่ใู นสมยั 1500 ปีก่อนครสิ ตกาล
.......... 4.ในโรแมนติก นักทรัมเป็ตถอื เปน็ บคุ คลสาคัญของกองทพั ท่ีตอ้ งได้รับการอารักขาอยากเขม้ งวด
.......... 5.เล่นส่วนใหญท่ ่ีประสบความสาเร็จก็ใช้ทรมั เป็ตที่ออกแบบมาในยคุ บาโรก
………. 6.ทรมั เปต็ มีหลายชนดิ ท่ีธรรมดาท่ีสดุ คอื Bb ทรมั เป็ต
………. 7.สมยั ปัจจบุ ันมถี ึง 3 ลูกสูบ ซ่ึงลกู สบู มี 2 ชนดิ คือ Piston valves กับ Rotary valves
………. 8.แบบ Rotary valves จะนิยมและพบเหน็ มากสุดในปัจจุบัน
………. 9.ในคลาสสิค เรียกไดว้ า่ เป็น “ยุคทองของทรัมเปต็ ”
………. 10.ผู้เลน่ สว่ นใหญ่ทปี่ ระสบความสาเร็จกใ็ ช้ทรมั เปต็ ทอี่ อกแบบมาในยุคเรเนซองค์
แบบฝึกหัดที่หน่วยท่ี 1
ใบงำนที่ 2 เร่อื ง ประเภทของทรมั เปต็
ให้นกั เรยี นโยงเส้นจบั คูท่ รมั เป็ตแต่ละประเภทให้ถกู ตอ้ ง
1.B-flat, C Trumpet •
2.D trumpet •
3.E-flat trumpet •
4.E, F และ G trumpet •
5.Piccolo trumpet •
6.Cornet •
7.Flugelhorn •
8.Rotary Valve Trumpet •
9.Mellophone •
10.B-flat, C Bass Trumpet •
แบบฝกึ หดั หนว่ ยท่ี 1
ใบงำนที่ 3 เรือ่ ง อธิบำยวธิ กี ำรดูแลรกั ษำทรมั เปต็
วิธกี ำรดแู ลรักษำภำยใน
......................................................................................................................... .................................................
............................................................................................................................. .............................................
.................................................................................................................................................................. ........
........................................................................................................................... ...............................................
วธิ ีกำรดแู ลรกั ษำภำยนอก
............................................................................................................................. .............................................
........................................................................................................................................... ...............................
.................................................................................................... ......................................................................
............................................................................................................................. .............................................
เกณฑ์กำรให้คะแนนแบบฝกึ หัดที่ 1
ลำดบั ที่ หวั ขอ้ ผำ่ น✓ ไมผ่ ่ำน×
1 แบบฝกึ หดั ท1ี่ 5-10 0-4
ประวตั ิทรมั เปต็
เกณฑ์กำรใหค้ ะแนนแบบฝึกหัดท่ี 2
ลำดบั ที่ หวั ขอ้ ผ่ำน ✓ ไม่ผำ่ น×
1 5-10 0-4
แบบฝึกหัดท่ี2
ประเภทของทรัมเป็ต
เกณฑ์กำรใหค้ ะแนนแบบฝึกหดั ที่ 3
ระดบั คะแนน ลักษณะของช้ินงำน
3 เขยี นไดต้ รงประเดน็ ชัดเจน เน้อื หาครอบคลมุ ตัวสะกดมีความถูกต้องสมบรู ณท์ าให้
ผอู้ ่านเข้าใจงา่ ย
2 เขียนไดต้ รงประเดน็ ชดั เจนเนือ้ หาครอบคลุม ใช้ภาษาทท่ี าให้ผอู้ ่านเกิดความสับสน
1 เขยี นไม่ตรงประเด็น ไม่มกี ารจดั ระเบียบการเขยี น เชน่ เนื้อหา และภาษาทที่ าใหผ้ อู้ า่ น
เกดิ ความสับสน
0 ไมม่ ผี ลงาน
แบบทดสอบ หลงั เรียน หนว่ ยที1่
เร่ือง ประวัติ ประเภทของทรมั เป็ต และวิธดี แู ลรักษำทรัมเปต็
คำช้แี จง
1.แบบทดสอบฉบับนี้มี 13 ขอ้ เปน็ ข้อสอบปรนัยชนดิ เลอื กตอบมี 4 ตัวเลอื ก
2.ใหน้ ักเรยี นเลอื กคาตอบทถี่ ูกที่สุดเพียงคาตอบเดยี ว และเขียนเครื่องหมาย × ลงในข้อ ก ข ค หรือ ง ใน
กระดาษคาตอบ
1.ทรัมเป็ตเป็นเครอื่ งดนตรีประเภทใด
ก. เครอ่ื งลมไม้
ข. เคร่อื งลมทองเหลอื ง
ค. เครื่องสาย
ง. เครื่องลิ่มนว้ิ
2. ทรัมเป็ตท่ธี รรมดำทส่ี ดุ คือทรัมเปต็ ประเภทใด
ก. Bb ทรัมเป็ต
ข. D ทรมั เป็ต
ค. Eb ทรัมเปต็
ง. พโิ คโล่ ทรัมเป็ต
3. ปจั จุบนั ทรัมเปต็ มีกีล่ ูกสบู
ก. 1 ลกู สบู
ข. 2 ลกู สบู
ค. 3 ลูกสูบ
ง. 4 ลูกสบู
4. ยุคใดเปน็ ยุค ทองของทรมั เป็ต
ก. ยุคกลาง
ข. ยคุ คลาสสิก
ค. ยคุ บาโรค
ง. ยคุ โรแมนติก
5.เพลงถูกเขยี นขน้ึ มำสำหรับ Virtuoso trumpeters อกี คร้งั ในชว่ งใด
ก. ยคุ กลาง
ข. ยุคคลาสสิก
ค. ยคุ บาโรค
ง. ยคุ กลางศตวรรษท่ี 20
6.ทรัมเปต็ ประเภทใดเป็นท่ีนยิ มมำกท่สี ุด
ก. Bb ทรมั เป็ต
ข. Eb ทรมั เปต็
ค. Mellophone
ง. Cornet
7. พโิ คโล่ทรัมเปต็ มีกลี่ กู สบู
ก. 2
ข. 3
ค. 4
ง. 5
8. Rotary Valve ทรมั เป็ต เหมำะสำหรบั บรรเลงวงดนตรีประเภทใด
ก. วงแชมเบอร์
ข. วงชาโดว
ค. วงออรเ์ คสตรา้
ง. วงแตรวงชาวบา้ น
9. Mellophone นิยมใช้บรรเลงในวงประเภทใด
ก. วงออรเ์ คสตร้า
ข. วงสตรงิ คอมโบ
ค. วงโฟลค์ ซอง
ง. วงมาร์ชชิ่งแบนด์
10. Flugelhorn มลี กั ษณะเสียงแบบใด
ก. เสียงสูง
ข. นุ่มเสียงมละมุน
ค. เสียงกงั วาน
ง. เสยี งทุ้มต่า
11. ข้อใดตอ่ ไปนีก้ ล่ำวถกู ตอ้ ง
ก. หลังจากการใช้เครอ่ื งควรเป่าน้าลายออกจากท่อปลอ่ ยนา้ ลายให้หมดทุกครั้ง
ข. หลงั จากการใช้เคร่ืองเสรจ็ ควรเกบ็ ใส่กลอ่ งใหเ้ รียบร้อย
ค. หลงั จากการใชเ้ คร่ืองเสรจ็ วางเคร่ืองไวต้ รงไหนกไ็ ด้
ง. ถูกทุกข้อ
12. เคร่อื งทช่ี ุบเงินและพวกท่ไี มช่ ุบอะไรเลย เปน็ เนอื้ ทองเหลืองแท้ ๆ ควรใชผ้ ำ้ แบบใดในกำรขดั ทำควำม
สะอำด
ก. ผา้ อะไรก็ไดแ้ ลว้ แต่เราสะดวก
ข. ผา้ สาลี
ค.ผา้ สาคู
ง. ผ้าซามวั
13. เรำควรทำควำมสะอำดเครอ่ื งทกุ ครงั้ หลังจำกใชเ้ ครื่องเสรจ็ หรือไม่ เพรำะอะไร
ก. ไม่ควร เพราะจะทาใหส้ ีทีเ่ คร่ืองลอกทาให้ไม่สวยงาม
ข. ไม่ควร เพราะอาจจะทาให้มสี นิมเกาะเครื่อง
ค. ควร เพราะป้องกันสนิมและคราบไคลต่าง ๆ
ง. ไม่มีข้อใดถูก