เฉลยแบบฝกึ หัดท่ี 1
เรือ่ ง ประวตั ิทรัมเปต็
✓ 1.เป็นเครื่องดนตรีชนิดหน่งึ ประเภทเคร่ืองลมทองเหลอื งเสียงสูง
× 2.ทรัมเป็ตถูกสรา้ งข้ึนมาจากทองเหลอื งหลอ่ เป็นทอ่ กลวง แลว้ นามางอ 4 ครั้ง
✓ 3.ทรมั เปต็ ยคุ แรกเรมิ่ อยใู่ นสมัย 1500 ปกี ่อนคริสตกาล
× 4.ในโรแมนตกิ นกั ทรมั เป็ตถอื เป็นบุคคลสาคญั ของกองทพั ทตี่ อ้ งไดร้ ับการอารกั ขาอยากเข้มงวด
✓ 5.เลน่ ส่วนใหญ่ท่ีประสบความสาเรจ็ กใ็ ช้ทรมั เป็ตท่อี อกแบบมาในยุคบาโรก
✓ 6.ทรัมเปต็ มีหลายชนิด ท่ีธรรมดาทสี่ ดุ คือ Bb ทรัมเป็ต
✓ 7.สมยั ปัจจบุ ันมถี ึง 3 ลกู สบู ซ่ึงลูกสบู มี 2 ชนดิ คือ Piston valves กบั Rotary valves
× 8.แบบ Rotary valves จะนิยมและพบเหน็ มากสุดในปจั จบุ ัน
× 9.ในคลาสสิค เรียกได้ว่าเปน็ “ยคุ ทองของทรัมเปต็ ”
× 10.ผเู้ ลน่ ส่วนใหญ่ทีป่ ระสบความสาเร็จก็ใช้ทรมั เปต็ ทอ่ี อกแบบมาในยคุ เรเนซองค์
เฉลยแบบฝึกหดั ที่ 2
ประเภทของทรมั เปต็
ใหน้ กั เรยี นโยงเสน้ จบั คู่ทรมั เป็ตแตล่ ะประเภทใหถ้ กู ต้อง
1.B-flat, C Trumpet
2.D trumpet
3.E-flat trumpet
4.E, F และ G trumpet
5.Piccolo trumpet
6.Cornet
7.Flugelhorn
8.Rotary Valve Trumpet
9.Mellophone
10.B-flat, C Bass Trumpet
เฉลยแบบทดสอบหลังเรียนหนว่ ยที่ 1
ข้อท่ี เฉลย
1. ข
2. ก
3. ค
4. ค
5. ง
6. ก
7. ค
8. ค
9. ง
10. ข
11. ก
12. ข
13. ค
ชดุ กำรสอนทักษะทรมั เปต็ เบ้อื งตน้ สำหรบั นักเรยี นระดบั ชน้ั มธั ยมศกึ ษำตอนตน้
หน่วยที่ 2 เรื่อง ท่ำทำงในกำรเล่นทรมั เปต็ และกำรเล่นทรมั เปต็ เบอื้ งต้น
กำรถือทรมั เปต็
ทรัมเป็ตเป็นเครอื่ งดนตรีอเนกประสงค์ทีเ่ ล่นได้สนุกมาก ทรมั เป็ตถกู ใชใ้ นดนตรีหลายสไตลเ์ ช่นซิมโฟนี
แจส๊ บลสู ์วงสตริงวงดนตรีขนาดใหญแ่ ละอ่ืน ๆ หากคุณสนใจทจ่ี ะเปน็ ผู้เลน่ ทรัมเป็ตสิง่ สาคญั คอื ต้องเรียนรู้ตาแหนง่
มือและทา่ ทางทถี่ กู ตอ้ งเพื่อใชใ้ นขณะที่คุณเล่น
กำรถอื ด้วยมือซำ้ ย
1. ถือทรัมเปต็ เหมือนกันไมว่ า่ คุณจะถนัดซ้ายหรอื ขวา แมว้ า่ จะมผี เู้ ล่นทรัมเป็ตมือซา้ ยบางคนทีถ่ อื ทรมั เป็ต
ตรงขา้ มกับวธิ กี ารทีแ่ นะนา แตส่ ่วนใหญ่ใช้ดา้ มจับมาตรฐาน เครอื่ งดนตรีหลายชนดิ ตอ้ งใช้ทง้ั สองมือและ
นักดนตรที ีถ่ นดั ซา้ ยก็แสดงให้เหน็ ว่ามคี วามชานาญในการใชม้ อื ขวาเช่นกนั
2. วางนวิ้ นางซา้ ยของคุณผา่ นแหวนบนทรมั เปต็ คุณจะพบวงแหวนที่อยู่ถดั จากปลอกวาล์วซ่ึงดเู หมือนท่อ
แนวตั้ง 3 ท่อท่ตี ่ออยู่วงแหวนนใ้ี ช้งานวาล์วสไลด์ตัวท่ีสามซงึ่ ใชเ้ พอ่ื ช่วยปรบั โน้ตท่ไี มไ่ ด้ปรบั แต่ง
3. พนั น้วิ ชี้ซ้ายและนวิ้ กลางรอบปลอกวาล์ว นิ้วเหล่านี้บนมอื ซา้ ยพร้อมกบั นวิ้ นางใช้เพื่อรองรบั นา้ หนัก
ส่วนใหญ่ของทรมั เปต็ ควรวางพิงปลอกวาล์วที่อยู่ตดิ กับวงแหวน
4. วางน้ิวหัวแมม่ อื ซา้ ยของคุณบนสไลดถ์ ัดจากวาล์วตวั แรก นคี่ ือสไลดว์ าล์วอกี แบบหนึ่งและใช้เพ่ือปรับแต่ง
โน้ตทค่ี มชัดซึง่ เลน่ โดยใช้วาล์วตวั แรก โดยปกติคุณจะขยับวาล์วตวั แรกเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ผู้ฝึกสอนวง
ดนตรีของคุณสามารถช่วยคุณเรียนรู้ว่าโน้ตใดที่ต้องปรับแต่ง
5. หลีกเลย่ี งการวางฝ่ามือซา้ ยพิงปลอกวาล์ว สงิ่ น้จี ะสง่ ผลต่อความสามารถในการใชง้ านวาลว์ สไลด์ คุณควร
พยายามสมั ผัสกับทรมั เป็ตใหน้ ้อยที่สดุ เท่าท่ีจะทาได้เนื่องจากอาจสง่ ผลตอ่ เสียงของเครื่องดนตรี
6. จบั ทรมั เป็ตให้แนน่ ด้วยมอื ซ้าย ส่วนรองรบั ของทรัมเป็ตส่วนใหญม่ าจากมือซ้ายของคณุ ดงั น้นั ควรจับให้
แน่น มิฉะน้นั มือขวาของคณุ จะต้องชดเชยซ่ึงจะส่งผลตอ่ ตาแหนง่ มือของคณุ และดังนนั้ ความสามารถใน
การเล่นของคณุ
กำรถือดว้ ยมอื ขวำ
1. วางนิว้ หัวแมม่ ือขวาระหวา่ งปลอกวาล์วตัวท่หี นึง่ และตัวทีส่ อง (คุณสามารถวางนว้ิ หัวแมม่ ือของคณุ ไว้
ดา้ นหลังวาล์วตัวแรกซง่ึ จะทาให้คุณมฟี ังกช์ ันสูงสดุ ในการกดแป้นลง) นวิ้ หวั แมม่ ือน้ีจะรองรบั นา้ หนกั
บางสว่ นของทรัมเป็ต ควรวางไว้ใตท้ ่อนาหรอื ทอ่ ที่ยดึ กบั ปากเป่า อย่างน้วิ หวั แมม่ อื เพราะอาจ จากัด การ
เคลื่อนไหวของนว้ิ อืน่ ๆ ของคุณได้
2. เคาะแปน้ วาลว์ ดว้ ยนิ้วช้ีกลางและนิ้วนางทถ่ี กู ตอ้ ง การกดแป้นวาล์วแบบตา่ ง ๆเป็นวธิ ที ค่ี ุณเล่นโนต้ ต่าง ๆ
วางน้ิวของคุณบนแปน้ เมอื่ คุณไมไ่ ด้เล่น
3. ปัดน้วิ มือขวาขณะเล่น คิดวา่ การรกั ษาใหอ้ ยู่ในรปู ของกรงเล็บ การโค้งงอนิว้ ของคณุ จะทาให้คุณมีความ
ยืดหย่นุ ในการเล่นโน้ตไดอ้ ย่างรวดเรว็ แมว้ า่ คุณจะเพ่ิงเริม่ ต้น แต่การฝึกฝนเทคนิคน้ีตง้ั แตเ่ ริ่มต้นจะชว่ ย
ใหค้ ุณก้าวไปสชู่ ิ้นดนตรีทีซ่ บั ซ้อนมากขน้ึ
4. หลีกเลยี่ งการวางน้วิ กอ้ ยขวาของคุณไวใ้ นตะขอเกย่ี วนว้ิ อาจดูเหมือนสะดวกในการวางนว้ิ ก้อยของคุณไว้
ในตะขอเกย่ี วนิ้วเพื่อให้สามารถรบั นา้ หนกั บางสว่ นของทรัมเปต็ ได้ อย่างไรกต็ ามสง่ิ น้จี ะสง่ ผลต่อ
ความสามารถในการขยบั น้ิวของคณุ ได้อยา่ งอิสระโดยเฉพาะนวิ้ นางบนวาลว์ ทส่ี าม
5. ผอ่ นคลายข้อมอื ขวา ตรวจสอบให้แนใ่ จวา่ คุณรกั ษาขอ้ มอื ขวาของคุณใหผ้ ่อนคลาย อาการตึงทขี่ อ้ มอื จะ
สง่ ผลตอ่ ความสามารถในการกดวาล์วและอาจทาให้ปวดขอ้ มอื หลงั จากถือทรัมเป็ตเปน็ เวลานาน
ทำ่ ทำงกำรยืนเลน่ และนั่งเล่น
1. นงั่ หรือยนื ตวั ตรง หลายคนพบว่ามันงา่ ยกวา่ ท่ีจะเล่นทรัมเปต็ ในขณะยืน แตก่ ็ไมส่ ามารถใชง้ านไดจ้ รงิ
เสมอไปโดยเฉพาะอยา่ งยง่ิ เม่อื เลน่ เปน็ ส่วนหน่ึงของวงดนตรี ไม่ว่าจะนงั่ หรือยนื ให้หลังตรง การนอนอืดจะ
ส่งผลต่อการไหลเวียนของอากาศทาให้คุณเล่นโนต้ แบบต่อเนอื่ งได้ยากขึน้ และรกั ษาระดับเสียงให้คงที่
2. ผอ่ นคลายไหล่ของคณุ แม้ว่าคุณจะนัง่ หรือยนื หลังตรงให้พยายามผ่อนคลายไหล่ วิธนี จ้ี ะช่วยให้คุณหายใจ
ได้ลกึ ขึ้น นอกจากนย้ี ังช่วยป้องกันอาการปวดคอและความตึงเครยี ดหากคณุ ฝึกซอ้ มหรอื ปฏบิ ตั ิเปน็
เวลานาน
3. ชี้แตรตรงไปขา้ งหนา้ คุณไม่ต้องการให้กระด่งิ ทรมั เป็ตช้ไี ปท่ีพืน้ เพราะเสยี งจะไมเ่ ดนิ ทางเช่นกัน การลาด
ลงของทรัมเปต็ จะ จากัด การไหลเวียนของอากาศของคุณซึง่ อาจสง่ ผลต่อระดับเสียงและระดับเสียงใน
การเล่นของคุณ
4. ให้ทรัมเปต็ ตรงข้ึนและลง ปลอกวาล์วของทรัมเป็ตควรอยู่ในแนวตัง้ เสมอ การหมนุ ทรัมเปต็ อาจทาให้
ข้อมือของคณุ ตงึ เครียดและจะปอ้ งกันไม่ใหค้ ณุ เล่นโน้ตไดอ้ ย่างรวดเร็วและแม่นยา
5. เอาข้อศอกออกจากลาตัว อย่าเอาข้อศอกเข้ากบั ลาตัวเพราะจะทาให้คอและไหล่ตึงและอาจ
จากัด ทางเดนิ หายใจได้ แตใ่ ห้ยน่ื ออกมาจากด้านข้างเล็กน้อยในมมุ ท่ีให้ความรสู้ ึกผอ่ นคลายและ
เปน็ ธรรมชาติ หากคุณถอื ทรัมเปต็ อยา่ งถกู ต้องปลายแขนของคณุ ควรมารวมกนั ทม่ี มุ ฉากด้านหน้าลาตวั
กำรเล่นทรัมเป็ตเบอื้ งตน้
ทรัมเป็ตเป็นเครือ่ งดนตรที องเหลืองยอดนิยมสาหรับผ้เู ลน่ ดนตรีแจ๊สคลาสสิคและแมแ้ ต่ร็อค เชน่ เดียวกบั
เครื่องดนตรที ุกชนดิ การเรยี นทรมั เปต็ ตอ้ งใช้เวลาฝึกฝนและทมุ่ เท เร่ิมตน้ ดว้ ยการเรียนรู้การวางตาแหนง่ ปากท่ี
เหมาะสมเพอื่ สร้างโนต้ ทีส่ ะอาด จากน้ันเลน่ ผ่านเสกลแรกของคณุ โดยเรียนรู้ชดุ วาล์วตา่ ง ๆ เม่อื คุณเรม่ิ ปรับปรงุ
แล้วให้พฒั นาการเลน่ ของคณุ โดยเรียนรูท้ ีจ่ ะอ่านเพลงเลน่ เพลงและผสมผสานเทคนิคข้นั สงู ลงในชดุ ทกั ษะของคณุ
1. กดรมิ ฝปี ากของคุณเข้าดว้ ยกนั และใหม้ ุมปากของคุณแน่น การเป่าทรัมเป็ตตอ้ งใชม้ ากกวา่ แค่เปา่ ลมเข้าไป
ใชเ้ ทคนคิ การทาปากท่ีเหมาะสมเพอื่ ใหไ้ ด้โทนเสียงทดี่ ีทสี่ ุด เร่มิ ตน้ ด้วยการพูดตัวอักษร M และแนบรมิ
ฝีปากของคณุ เขา้ หากนั เมื่อทั้งค่สู ัมผสั กัน จากน้ันปิดมมุ ปากของคุณให้แน่น นี่คือตาแหนง่ ปากเริ่มตน้
สาหรบั การเล่นทรมั เป็ต
2. ดนั อากาศผา่ นรมิ ฝีปากของคณุ เพ่ือใหเ้ กิดเสียงห่งึ เสียงหงึ่ นท้ี าใหเ้ กิดเสยี งทรัมเป็ต ใช้ลมของคุณและดัน
อากาศผ่านรมิ ฝีปากของคุณในขณะทจี่ ับแนน่ สรา้ งเสียงหึง่ เมื่อรมิ ฝีปากของคณุ ส่นั
3. เป่าเข้าไปในปากเปา่ เม่อื ไมไ่ ด้อย่ใู นทรมั เปต็ เมอ่ื คุณรสู้ ึกสบาย ๆ กบั การเป่าปากใหร้ ูส้ กึ เหมือนเป่าแตร
เข้าไปในปากเป่าทรัมเป็ต ใช้ปากเป่าแลว้ กดเขา้ กับริมฝีปากของคณุ เบา ๆ รกั ษาตาแหนง่ ปากเหมือนเดมิ
จากนัน้ ดูดริมฝปี ากของคุณลงในปากเป่า
4. เรยี นรู้ทจ่ี ะอ่านเพลง การอ่านเพลงจะชว่ ยเพม่ิ พูนความรทู้ างดนตรีของคณุ และทาให้เรยี นรเู้ พลงไดง้ า่ ยข้นึ
มาก คน้ หาคาแนะนาทีด่ ที างออนไลน์หรือทางานร่วมกับครเู พอื่ พัฒนาทกั ษะการอ่านดนตรี จากนนั้ ฝึกฝน
ส่ิงท่คี ณุ ได้อา่ นโดยเลน่ กับทรมั เป็ตของคุณ
5. คน้ หาเพลงท่เี ลน่ งา่ ย หลงั จากท่ีคุณไดเ้ รยี นรโู้ นต้ และเสกลแต่ละตัวแลว้ วธิ ที ี่ดีทสี่ ุดในการพฒั นาคอื การ
รวมโนต้ เหล่าน้นั เขา้ ด้วยกนั เพอื่ เล่นเพลง ค้นหาเพลงและทว่ งทานองที่เรียบงา่ ยทางออนไลน์เพอื่ ฝึกเลน่
โนต้ ต่าง ๆตามลาดับ จากน้ันไปยงั เพลงที่ยากข้นึ เช่นดนตรีแจ๊สและบลูส์
6. ฟังผ้เู ล่นทรมั เป็ตท่ยี อดเย่ียมเพอ่ื เปน็ แรงบันดาลใจ เชน่ เดยี วกบั เครอ่ื งดนตรีอื่น ๆ เรียนรู้จากผู้ยิง่ ใหญ่
หากคณุ ตอ้ งการเป็นผู้เล่นทรัมเป็ตท่ดี ี ยอ้ นกลบั ไปฟังนกั ทรมั เปต็ ที่ดีท่สี ุดในประวัตศิ าสตรเ์ พือ่ ฟงั ว่าพวก
เขาใช้เครอ่ื งดนตรอี ยา่ งไร โชคดีทเ่ี พลงนีส้ ว่ นใหญ่มใี ห้บริการฟรบี นอินเทอร์เน็ตดงั นน้ั การติดตาม
จงึ ทาได้ง่าย
แบบวดั ผลกำรปฏบิ ัติทรัมเปต็ เบือ้ งตน้ หน่วยที่ 2
ชื่อครูประจาวชิ า....................................................................ชั้น...................วันที่..............................
ช่อื -สกลุ รำยกำรวดั รวม
(10
1. ท่ำยนื เลน่ ทรมั เปต็ ท่ำน่งั เล่นทรมั เปต็ กำรเล่นเบอื้ งต้น คะแนน)
2. 2 102 10210
3. กำรถือทรัมเป็ต
4. 210
5.
เกณฑก์ ำรประเมินผลกำรปฏบิ ตั กิ ำรเลน่ ทรมั เปต็ เบอ้ื งต้น
ประเดน็ กำรประเมิน 2 เกณฑก์ ำรใหค้ ะแนน 0
การถอื ทรัมเป็ต จับทรมั เป็ตมั่นคง วางน้ิว 1 จบั ทรมั เป็ตไม่ถูกต้อง
ท่ายืนเลน่ ทรัมเป็ต ถกู ต้อง
ทา่ นัง่ เล่นทรัมเปต็ จบั ทรมั เป็ตมน่ั คง วางนว้ิ ไม่ถูกต้อง
ยืนตวั ตรง วางนว้ิ ถกู ต้อง หรืออย่าง
การเล่นเบอื้ งต้น เทา้ ราบกบั พน้ื ศอกกาง ใดอยา่ งหนึง่ ไม่ถกู ตอ้ ง ยืนหลงั ค่อม ศอกแนบไป
กบั ลาตัว
ออกจากลาตวั ยนื ตัวตรง
เท้าราบกับพน้ื ศอกกาง ไมน่ ง่ั ตรงขอบเกา้ อ้ี
นง่ั บนขอบเก้าอ้ี เท้าวาง ออกจากลาตวั หรอื อยา่ ง เทา้ ไมว่ างราบกบั พน้ื
ราบกบั พน้ื หลังตรง ใดอยา่ งหน่ึงไมถ่ กู ตอ้ ง หลังคอ่ ม ข้อศอกแนบ
ข้อศอกออกจากลาตวั นงั่ บนขอบเกา้ อ้ี เท้าวาง
ราบกบั พนื้ ข้อศอกออก ไปกับลาตัว
กดโนต้ ทกี่ าหนดให้ได้ จากลาตวั แตห่ ลงั คอ่ ม
อยา่ งถูกตอ้ งทกุ ตัวท่ี หรือไมถ่ ูกตอ้ งอย่างใด กดโน้ตไม่ถกู ตอ้ งเลย
กาหนด
อยา่ งหน่งึ
กดโนต้ ท่กี าหนดให้ได้
อย่างถูกต้องทุกตัวท่ี
กาหนด หรอื ไมถ่ ูกตอ้ ง
อย่างใดอยา่ งหนึ่ง
คะแนน 7-10 คอื ดี
คะแนน 3-6 คอื ปานกลาง
คะแนน 0-2 คือ ปรับปรงุ แก้ไข
ชดุ กำรสอนทักษะทรมั เปต็ เบื้องตน้ สำหรบั นกั เรยี นระดับชั้นมธั ยมศึกษำตอนตน้
หนว่ ยที่ 3 เรอ่ื ง กำรใช้ปำกและกำรใชล้ นิ้ กำรหำยใจและกำรใช้ลม
1. ทาปากใหไ้ ดร้ ูป ทาใหป้ ากของคุณผ่อนคลายและเปิดทางเดินหายใจเพอ่ื ใหอ้ ากาศไหลเวียนไดด้ ีในขณะท่ี
นาริมฝีปากของคณุ มารวมกนั ตรงกลาง
- กดริมฝีปากเข้าหากันราวกับสง่ เสยี ง 'm' เหมอื นข้ึนต้นคาวา่ 'แม'่
- รมิ ฝีปากของคณุ ควรชิดกัน แตเ่ พยี งเลก็ น้อย
- จัดมมุ ปากให้แนน่ เพื่อปอ้ งกันไมใ่ ห้อากาศไหลออกมา
2. อย่ากัดฟันแนน่ การกรามของคณุ ให้แน่นจะทาให้การไหลเวียนของอากาศลดลง
ตดั โน้ตของคณุ ก่อนเวลาอนั ควรและทาให้การจับรูปรมิ ฝปี ากของคณุ ยากขน้ึ
เมื่อขากรรไกรของคณุ เปดิ ออกบางส่วนปากทเ่ี หลือของคณุ ควรกวา้ งและกลวง
3. เกรง็ กล้ามเนื้อกะบงั ลมให้หายใจออกแรง ๆ การหายใจจากส่วนลึกลงไปทีห่ น้าอกและทอ้ งทาให้โน้ตมีท้งั
ความดงั และความชัดเจน
- ดนั อากาศผา่ นรมิ ฝีปากของคุณโดยกดเบา ๆ เข้าหากนั จนสง่ เสียงดงั
- ความจปุ อดทีด่ ีสาหรับการจดบนั ทึกอย่างตอ่ เนอ่ื งเป็นสิ่งสาคญั สาหรับการเลน่ ทรัมเปต็
- หากมีอากาศถ่ายเทนอ้ ยเกนิ ไปใหผ้ ่อนคลายปากของคณุ แลว้ ลองสรา้ งรูปตวั 'm' อีกครงั้
4. ประกบริมฝปี ากกันอย่างแนน่ หนา การรักษารปู แบบนเี้ ปน็ พนื้ ฐานสาหรับการเล่นทรมั เปต็ ที่เหมาะสม
ตาแหนง่ ของปากและรมิ ฝีปากของคุณถงึ ปากเปา่ เรยี กวา่ embouchure เม่อื เวลาผา่ นไปคุณจะสามารถ
พัฒนางานแตง่ ของคณุ เองปรับให้เข้ากับสไตลก์ ารเลน่ และแนวเพลงของคณุ เอง
5. ผ่อนคลายไหล่และหายใจจากทอ้ ง การผอ่ นคลายทง้ั รา่ งกายจะชว่ ยให้คุณหายใจได้ช้าลงและบนั ทกึ ได้
นานขนึ้ ชัดเจนและต่อเนือ่ ง
- การหายใจจากทอ้ งจะช่วยเพม่ิ ความสามารถของปอดและช่วยให้เปา่ ได้นานขน้ึ
- หายใจเขา้ เต็ม ๆ ทุกครั้งทเี่ ปา่ เข้าปาก
6. เป่าเข้าไปในหลอดเปา่ ริมฝีปากของคุณควรสง่ เสียงพมึ พาในกระบอกเสยี งด้วยการไหลเวยี นของอากาศ
การประดบั ประดาของคณุ จะพฒั นาขึ้นเม่ือเวลาผ่านไปดว้ ยการฝึกฝนทาให้คุณสามารถเล่นในระดบั เสยี ง
สูงและต่าไดโ้ ดยใชค้ วามพยายามเพยี งเล็กนอ้ ย
- หลีกเล่ียงการผายแกม้ หรือยื่นริมฝปี ากมากเกนิ ไป
- ย่งิ ริมฝปี ากของคุณคลายตัวเสียงก็จะย่งิ ลดลง
- รกั ษากระแสลมใหค้ งทเ่ี พ่ือใหไ้ ดเ้ สียงที่สมา่ เสมอ
7. แนบปากเป่ากบั ทรัมเปต็ เมอ่ื ยึดท่ีเป่าปากแลว้ ให้เปา่ เข้าไปในเครือ่ งมือโดยใชท้ กั ษะเดียวกนั กบั รปู ทรงริม
ฝีปาก 'm' การจดั แตง่ การผ่อนคลายและการหายใจ ดว้ ยการควบคมุ การไหลเวียนของอากาศและการ
ออกเสยี งโนต้ ยาวและสนั้ ดว้ ยลิน้ ของคุณ
แบบวัดผลกำรปฏิบัตกิ ำรใช้ปำกและกำรใชล้ ้ินอย่ำงถูกตอ้ ง
ชอื่ ครปู ระจาวชิ า..............................................................................ชั้น..............วนั ท.ี่ .............................
รำยกำรวดั
ช่อื -สกุล กำรใช้ปำกและล้นิ กำรหำยใจและกำรใชล้ ม รวม(6 คะแนน)
2 1 02 1 0
1.
2.
3.
4.
5.
เกณฑ์กำรประเมนิ ผลกำรปฏบิ ตั กิ ำรเล่นทรัมเปต็ เบอื้ งตน้
ประเดน็ กำร เกณฑก์ ำรให้คะแนน
ประเมิน 21 0
กำรใช้ปำกและลิน้ ประกบรมิ ฝปี ากกันอย่าง ประกบริมฝปี ากกนั อยา่ งแน่น ประกบรมิ ฝีปากไมแ่ น่น
แน่นหนา ไม่ให้อากาศ หนา ไมใ่ หอ้ ากาศไหลออกมา วางตาแหนง่ ปากไมถ่ ูกต้อง
ไหลออกมา ไม่กัดฟัน ไม่กดั ฟันแนน่ วางตาแหนง่
แนน่ วางตาแหน่งปาก ปากถกู ตอ้ ง
ถกู ตอ้ ง หรือไม่ถกู ตอ้ งอย่างใดอย่าง
หนง่ึ
กำรหำยใจและกำร ร่างกายผ่อนคลาย การหายใจและใช้ลมถูกตอ้ ง หายใจและใช้ลมไมถ่ ูกตอ้ ง
ใช้ลม หายใจถูกต้อง ใช้ลม แต่หายใจหรอื ใช้ลมไมถ่ กู ต้อง เลย
บางครั้ง
ถูกตอ้ ง
คะแนน 4-6 คอื ดี
คะแนน 3-2 คือ ปานกลาง
คะแนน 0-1 คือ ปรับปรงุ แกไ้ ข
ชุดกำรสอนทักษะทรัมเปต็ เบ้อื งต้น สำหรับนักเรยี นระดบั ช้ันมัธยมศึกษำตอนต้น
หน่วยท่ี 4กำรกดโนต้ บนทรมั เปต็ เบ้อื งต้นและเพลงพ้ืนฐำน
กำรกดโน้ตบนทรมั เป็ตเบื้องตน้
1. เปา่ เข้าไปในทรมั เป็ตโดยไมต่ ้องกดวาลว์ ใด ๆ สาหรับโน้ต C หายใจเข้าลึก ๆ กอ่ นเริม่ ทาตาแหนง่ รมิ
ฝีปากเหมือนเดมิ ถอื ทรมั เป็ตเบา ๆ กับปากของคุณและเปา่ ปากของคณุ สาหรับทรมั เป็ตท่วั ไป (B แบน)
สิง่ นจ้ี ะสร้างโน้ต C ถอื โน้ตไว้ให้นานทส่ี ุดก่อนหยดุ พักหายใจ
- หากเสยี งเบาคุณอาจจะเมม้ รมิ ฝปี ากแทนที่จะส่งเสียงพึมพา รเี ซต็ ตาแหน่งปากของคุณแล้วลอง
อีกครัง้
- โนต้ แรกนอี้ าจฟงั ดหู ยาบและขาด ๆ หาย ๆ ไม่ต้องกังวลคณุ เพิ่งเริม่ ตน้ หมั่นฝึกฝนเพ่อื พฒั นาการ
เล่นของคณุ
- การเลน่ โดยไมต่ อ้ งกดวาลว์ ใด ๆ เรียกว่าตาแหน่งเปดิ
2. สน่ั ริมฝปี ากของคณุ เร็วขน้ึ เพื่อเลน่ โน้ต G โน้ตอกี อยา่ งท่ีคณุ สามารถเล่นในตาแหนง่ เปิดได้คือ G เล่นด้วย
การเป่าปากให้หนกั ขึน้ ดนั อากาศออกมากขึน้ เพอ่ื ใหร้ ิมฝีปากของคุณส่นั เร็วขน้ึ สงิ่ นจี้ ะเพิ่มระดบั เสียงของ
โนต้ และสรา้ ง G
- เลน่ C และ G ตอ่ กนั เพ่อื ฟงั ความแตกตา่ งระหวา่ งทั้งสอง ให้ความสนใจกบั ความรู้สกึ เมอื่ คุณส่ัน
ริมฝีปากของคณุ ในแตล่ ะโน้ต สร้างความจาของกล้ามเนือ้ เพื่อให้คุณสามารถทาท้ังสองอยา่ งได้
โดยไม่ต้องคดิ
3. กดวาลว์ ตวั แรกและตวั ที่สามลงสาหรบั โน้ต D หลังจากเชีย่ วชาญโนต้ สองตวั แรกของคณุ ในตาแหนง่ เปดิ
แล้วให้ไปท่ีการเล่นโนต้ ด้วยตาแหน่งนวิ้ สาหรับโนต้ D ให้เป่าดว้ ยแรงเดียวกับท่คี ุณทากบั โนต้ C แล้วกด
วาลว์ ตัวแรกและตวั ท่ีสามลง
4. เล่นโนต้ E โดยกดวาล์วตัวแรกและตัวท่ีสอง โนต้ ตัวถัดไปด้านบน D คอื E เล่นโน้ตนี้โดยกดวาล์วตวั แรก
และตัวทส่ี องแล้วเปา่ ดว้ ยแรงเดยี วกับที่คุณทากบั โน้ต C
5. กดวาล์วตัวแรกค้างไวส้ าหรบั โน้ต F โนต้ สุดท้ายที่คุณสามารถสร้างด้วยระดบั การสนั่ สะเทอื นเดยี วกบั โน้ต
C คอื F กดวาลว์ ตัวแรกคา้ งไว้แลว้ เป่าสาหรับโนต้ น้ี
6. ทาใหร้ ิมฝีปากของคุณสนั่ มากข้ึนเพอื่ รบั โนต้ สาหรับโนต้ สองตัวถดั ไปใหเ้ ปา่ แตรดว้ ยแรงเดียวกบั ทีค่ ุณใช้
สาหรับโนต้ G สาหรับโน้ต A ให้กดวาล์วตวั แรกและตวั ทีส่ องลงในขณะทีใ่ ชแ้ รงโน้ต G
7. กดวาลว์ ตัวท่ีสองลงสาหรับโน้ต B โนต้ ธรรมชาตสิ ุดทา้ ยของทรมั เป็ตคือ B (แม้วา่ คณุ จะเล่นออ็ กเทฟ
ตา่ งกนั ได้) เป่าดว้ ยแรงเดยี วกับทีค่ ุณตอ้ งการสาหรบั G จากนัน้ กดเฉพาะวาลว์ ตัวที่สองสาหรับโน้ตนี้
8. เล่นโนต้ ท้ังเจด็ ตามลาดบั หลังจากเลน่ โนต้ แต่ละตัวแล้วให้เริม่ รวมเข้าด้วยกนั เร่มิ ตน้ ท่ี C และเลื่อนไปท่ี
B โดยเล่นแต่ละโน้ตระหวา่ งน้นั หยดุ พกั หายใจระหว่างแต่ละโนต้ ในตอนแรก จากนน้ั ทางานเพ่ือทาให้
รูปแบบเรยี บข้นึ โดยไมต่ อ้ งหยุดพักระหว่างกนั
เพลงพื้นฐำน
แบบวดั ผลกำรปฏิบัตกิ ำรกดโน้ตเบ้ืองตน้ ของทรัมเปต็ และเพลงพนื้ ฐำน
ชือ่ ครูประจาวิชา............................................................ชัน้ ....................วนั ที่..........................
ชือ่ -สกุล รำยกำรวัด รวม
(6คะแนน)
1. กำรกดโน้ต เพลงพน้ื ฐำน
2.
3. 2 1 0210
4.
5.
เกณฑก์ ำรประเมินผลกำรปฏบิ ตั กิ ำรเล่นทรมั เป็ตเบ้อื งตน้
ประเดน็ กำรประเมนิ 2 เกณฑ์กำรให้คะแนน 0
กำรกดโน้ต กดโน้ตถกู ตอ้ งทกุ โน้ต 1 กดโน้ตไม่ถกู ต้องเลย
เพลงพื้นฐำน เป่าเสยี งไม่เพีย้ น กดโน้ตถูกต้องทุกโน้ต เปา่ ไมไ่ ด้เลย
เปา่ เสยี งเพี้ยน
เป่าเปน็ เพลงได้ตรงตาม
จังหวะ เปา่ ถูกต้อง หรอื กดโนต้ บางตัวไม่
ทกุ โน้ต ถูกต้อง
เป่าเป็นเพลง แต่ไมต่ รง
ตามจงั หวะ หรือไม่
ถูกต้องอย่างใดอยา่ งหนง่ึ
คะแนน 4-6 คอื ดี
คะแนน 3-2 คอื ปำนกลำง
คะแนน 0-1 คือ ปรับปรุงแก้ไข
แบบวดั ผลสัมฤทธ์ิหลงั เรยี นด้วยชุดกำรสอนทกั ษะทรัมเปต็ เบือ้ งตน้ ตำมแนวคดิ กำร
สอนดนตรขี องออร์ฟ รว่ มกบั เทคนิคกำรสอนแบบ(TAI)สำหรับนกั เรยี นมัธยมศึกษำ
ตอนต้น โรงเรียนพรหมพิรำมวิทยำ
จดุ ประสงค์กำรเรยี นรู้
10. เพ่อื ใหน้ ักเรยี นสามารถบอกประวัตทิ รมั เป็ตได้
11. เพอื่ ใหน้ ักเรยี นสามารถจาแนกประเภทของทรัมเป็ตได้
12. เพ่ือใหน้ ักเรียนสามารถบอกวิธกี ารดแู ลรกั ษาได้
13. นักเรยี นสามารถถอื ทรมั เป็ตได้อยา่ งถูกตอ้ ง
14. นักเรยี นสามารถปฏิบัติการน่งั และการยืน ไดอ้ ย่างถูกวธิ ี
15. นักเรยี นสามารถใชป้ ากและลนิ้ ในการเลน่ ได้อยา่ งถกู ต้อง
16. นักเรียนสามารถหายใจและใช้ลมได้ถกู วธิ ี
17. นักเรยี นสามารถดโน้ตเบือ้ งต้นได้
18. นักเรยี นสามารถเป่าเพลงพืน้ ฐานได้
คำชแ้ี จง
3. ขอ้ สอบมจี านวนทั้งหมด 25 ข้อ
4. ให้นกั เรยี นทาเคร่อื งหมาย × ลงบนคาตอบที่ถกู ต้อง
1.ทรัมเป็ตเปน็ เครื่องดนตรปี ระเภทใด
ก. เคร่ืองลมไม้
ข. เครื่องลมทองเหลอื ง
ค. เครื่องสาย
ง. เคร่ืองลมิ่ นิ้ว
2. ทรัมเป็ตทธี่ รรมดำท่สี ดุ คอื ทรมั เปต็ ประเภทใด
ก. Bb ทรมั เป็ต
ข. D ทรมั เป็ต
ค. Eb ทรมั เปต็
ง. พโิ คโล่ ทรมั เป็ต
3. ปัจจบุ ันทรัมเปต็ มีกลี่ ูกสบู
ก. 1 ลูกสูบ
ข. 2 ลูกสูบ
ค. 3 ลูกสูบ
ง. 4 ลกู สูบ
4. ยคุ ใดเปน็ ยคุ ทองของทรมั เปต็
ก. ยคุ กลาง
ข. ยุคคลาสสกิ
ค. ยคุ บาโรค
ง. ยุคโรแมนตกิ
5.เพลงถูกเขยี นขน้ึ มำสำหรับ Virtuoso trumpeters อกี คร้งั ในชว่ งใด
ก. ยคุ กลาง
ข. ยุคคลาสสิก
ค. ยคุ บาโรค
ง. ยคุ กลางศตวรรษที่ 20
6.ทรัมเปต็ ประเภทใดเปน็ ที่นิยมมำกทีส่ ดุ
ก. Bb ทรมั เป็ต
ข. Eb ทรมั เปต็
ค. Mellophone
ง. Cornet
7. พิโคโล่ทรัมเปต็ มีกี่ลูกสูบ
ก. 2
ข. 3
ค. 4
ง. 5
8. Rotary Valve ทรมั เปต็ เหมำะสำหรับบรรเลงวงดนตรีประเภทใด
ก. วงแชมเบอร์
ข. วงชาโดว
ค. วงออรเ์ คสตรา้
ง. วงแตรวงชาวบา้ น
9. Mellophone นยิ มใชบ้ รรเลงในวงประเภทใด
ก. วงออรเ์ คสตร้า
ข. วงสตรงิ คอมโบ
ค. วงโฟลค์ ซอง
ง. วงมาร์ชชิ่งแบนด์
10. Flugelhorn มลี ักษณะเสียงแบบใด
ก. เสียงสูง
ข. น่มุ เสยี งมละมุน
ค. เสียงกังวาน
ง. เสยี งทุ้มต่า
11. ข้อใดต่อไปนกี้ ลำ่ วถูกต้อง
ก. หลงั จากการใช้เครือ่ งควรเป่าน้าลายออกจากท่อปล่อยน้าลายใหห้ มดทกุ คร้งั
ข. หลังจากการใชเ้ ครือ่ งเสรจ็ ควรเกบ็ ใสก่ ล่องใหเ้ รียบรอ้ ย
ค. หลังจากการใช้เครอื่ งเสรจ็ วางเคร่อื งไว้ตรงไหนก็ได้
ง. ถกู ทุกข้อ
12. เคร่ืองทช่ี บุ เงนิ และพวกทไ่ี มช่ บุ อะไรเลย เปน็ เนอื้ ทองเหลอื งแท้ ๆ ควรใช้ผำ้ แบบใดในกำรขดั ทำควำม
สะอำด
ก. ผา้ อะไรกไ็ ด้แล้วแต่เราสะดวก
ข. ผ้าสาลี
ค.ผา้ สาคู
ง. ผ้าซามวั
13. เรำควรถือทรัมเปต็ กม่ี ือ
ก. มอื เดยี วซ้ายหรือขวากไ็ ด้
ข. มือข้างใดข้างหน่ึงที่เราถนัด
ค.ทั้งสองมอื
ง.ถกู ทกุ ขอ้
14. ขอ้ ใดคอื หนำ้ ท่สี ำคัญทส่ี ดุ ของมอื ขำ้ งซำ้ ย
ก. เปน็ สว่ นรองรบั นา้ หนกั ของทรัมเปต็
ข. เพอ่ื ไว้กดวาลว์ ต่าง ๆ
ค. เพอ่ื เก่ยี วตะขอไมใ่ หเ้ ครือ่ งหลุดมือ
ง. ไม่มขี ้อถูก
15. นวิ้ หวั แมม่ อื ข้ำงขวำ จะรองรบั นำ้ หนักบำงสว่ นของทรมั เปต็ ควรวำงไว้ตำแหนง่ ใด
ก. วางไว้บนแปน้ วาล์ว
ข. ปล่อยไว้ตรงไหนกไ้ ด้แลว้ แต่เราสะดวก
ค. วางไว้ใต้ทอ่ นาหรือท่อทีย่ ดึ กับปากเป่า
ง. วางไวต้ รงเมาทพ์ ีช
16. ท่ำนั่งเล่นทถี่ ูกตอ้ งท่สี ุดคือข้อใด
ก. น่ังตัวตรง นง่ั ให้เตม็ เกา้ อี้ วางเทา้ ราบกับพืน้
ข. นัง่ ตัวตรง นง่ั ครง่ึ เกา้ อี้ เท้าวางราบกบั พื้น
ค. นัง่ ตามแบบท่ีเราถนัดท่ีสดุ
ง. น่งั ตัวตรงแต่เอาศอกแนบกบั ลาตัว
17. กำรเล่นทรัมเปต็ เบือ้ งต้น ควรเริม่ จำกขอ้ ใดถกู ท่ีสดุ
ก. เรม่ิ จากการเล่นเปน็ เพลงเลย
ข. ค้นหาเพลงที่เลน่ ง่าย
ค. ศึกษาค้นคว้าอ่านขอ้ มลู เกี่ยวกบั การเป่าทรมั เป็ตเบ้อื งต้น
ง. เริม่ จากวธิ ีทใี ดก็ไดท้ ี่เราสะดวก
18. เทคนคิ กำรทำปำกทเ่ี หมำะสมเพ่อื ให้ได้โทนเสียงที่ดที สี่ ุด เร่มิ ตน้ ด้วยกำรพดู ตัวอักษรใด
ก. ตวั A
ข. ตวั Z
ค. ตัว Q
ง. ตวั M
19. กำรเปำ่ ทรมั เปต็ แบบไมต่ อ้ งกดวำลว์ คอื โน้ตใด
ก. C
ข. D
ค. E
ง. F
20. กดวำลว์ ตวั แรกค้ำงไว้สำหรับโน้ตตวั ใด
ก. A
ข. B
ค. E
ง. F
21. กดวำลว์ ตัวท่สี องลงสำหรบั โนต้
ก. A
ข. B
ค. C
ง. D
22. ส่นั รมิ ฝีปำกของคณุ เร็วขึ้นโดยไม่กดวำลว์ เพ่อื เลน่ โน้ตใด
ก. E
ข. F
ค. G
ง. Bb
23. กดวำล์วตวั แรกและตัวทสี่ ำม สำหรบั โนต้ ใด
ก. A
ข. B
ค. C
ง. D
24. กดวำลว์ ตวั แรกและตัวทส่ี อง สำหรบั โนต้ ใด
ก. E
ข. F
ค. G
ง. A
25. กดวำลว์ ตวั แรกและตัวทส่ี องลงในขณะที่ใชแ้ รงโนต้ G คอื โนต้ ใด
ก. A
ข. B
ค. C
ง. D
เฉลย แบบวัดผลสัมฤทธิห์ ลังเรียนดว้ ยชุดกำรสอนทักษะทรัมเป็ตเบือ้ งตน้ ตำมแนวคิดกำรสอน
ดนตรีของออร์ฟ รว่ มกบั เทคนิคกำรสอนแบบ(TAI)สำหรับนกั เรยี นมัธยมศึกษำตอนต้น โรงเรยี น
พรหมพริ ำมวิทยำ
ขอ้ ที่ เฉลย ข้อที่ เฉลย
1. ข. 14. ก.
2. ก. 15. ค.
3. ค. 16. ข.
4. ค. 17. ค.
5. ง. 18. ง.
6. ก. 19. ก.
7. ค. 20. ง.
8. ค. 21. ข.
9. ง. 22. ค.
10. ข. 23. ง.
11. ก. 24. ก.
12. ข. 25. ก.
13. ค.
ตำรำงวเิ ครำะหแ์ บบทดสอบหลงั เรียน
วตั ถปุ ระสงคก์ ำร ระดบั ขนั้ กำรเรยี นรูด้ ำ้ นพุทธพิ สิ ยั รวม
เรยี นรู้ รู้จา เขา้ ใจ นาไปใช้ วิเคราะห์ สงั เคราะห์ ประเมิน วตั ถุประสงค์
ค่า
1.เพอ่ื ใหน้ ักเรียน กอ่ นเรียนข้อท่ี กอ่ นเรยี น กอ่ นเรยี น กอ่ นเรียน ก่อนเรยี น ก่อนเรียน ก่อนเรียน
สามารถอธิบาย 1,2,4 ข้อที่ 3 ขอ้ ที่ 5 0 ขอ้ 0 ข้อ 0 ข้อ 5 ขอ้
ประวัตทิ รัมเปต็ ได้ หลงั เรยี นข้อท่ี หลงั เรียน หลงั เรียน หลงั เรียน หลังเรียน หลังเรียน หลงั เรยี น
1,2,4 ขอ้ ที่ 3 ข้อท่ี 5 0 ขอ้ 0 ขอ้ 0 ข้อ 5 ขอ้
2.เพื่อใหน้ กั เรียน กอ่ นเรียนขอ้ ท่ี ก่อนเรยี น กอ่ นเรียน ก่อนเรียน ก่อนเรยี น ก่อนเรยี น ก่อนเรยี น
สามารถจาแนก 7 ข้อท่ี 8,10 ขอ้ ที่ 6,9 0 ขอ้ 0 ข้อ 0 ขอ้ 5 ข้อ
ประเภททรมั เป็ตได้ หลงั เรียนขอ้ ที่ หลงั เรยี น หลังเรยี น หลงั เรียน หลงั เรยี น หลงั เรียน หลงั เรียน
7 ข้อที่ 8,10 ขอ้ ที่ 6,9 0 ขอ้ 0 ขอ้ 0 ขอ้ 5 ขอ้
3.เพอ่ื ให้นักเรยี น กอ่ นเรียนข้อที่ ก่อนเรียน กอ่ นเรยี น กอ่ นเรียน กอ่ นเรยี น ก่อนเรียน กอ่ นเรยี น
สามารถบอกวธิ ี 11 ข้อท1ี่ 2 0 ข้อ 0 ขอ้ 0 ข้อ 0 ขอ้ 2 ข้อ
ดแู ลรกั ษาทรมั เป็ต หลังเรียนข้อที่ หลังเรียน หลังเรียน หลงั เรียน หลงั เรยี น หลังเรยี น หลงั เรียน
ได้ 11 ขอ้ ที1่ 2 0 ขอ้ 0 ขอ้ 0 ขอ้ 0 ข้อ 2 ขอ้
4.นกั เรยี นสามารถ กอ่ นเรยี นขอ้ ที่ ก่อนเรียนข้อท่ี ก่อนเรียน ก่อนเรยี น กอ่ นเรยี น ก่อนเรียน กอ่ นเรยี น
ถือทรัมเป็ตได้อย่าง 13 14 ข้อท่ี 15 0 ขอ้ 0 ขอ้ 0 ขอ้ 3 ข้อ
ถูกตอ้ ง หลังเรยี นขอ้ ท่ี หลังเรยี น หลังเรียน หลงั เรยี น หลงั เรียน หลังเรียน หลังเรียน
13 ขอ้ ที่ 14 ข้อที่ 15 0 ขอ้ 0 ขอ้ 0 ขอ้ 3 ข้อ
5.นักเรยี นสามารถ กอ่ นเรยี นข้อท่ี ก่อนเรียน ก่อนเรยี น กอ่ นเรยี น ก่อนเรียน กอ่ นเรยี น ก่อนเรียน
ปฏบิ ตั ิการน่งั 16 0 ข้อ 0 ข้อ 0 ขอ้ 0 ขอ้ 0 ขอ้ 1 ข้อ
และการยืน หลงั เรยี นข้อที่ หลงั เรียน หลงั เรียน หลังเรยี น หลังเรียน หลงั เรยี น หลังเรียน
ได้อยา่ งถูกวิธี 16 0 ขอ้ 0 ขอ้ 0 ขอ้ 0 ขอ้ 0 ข้อ 1 ข้อ
6.นักเรยี นสามารถ ก่อนเรียน กอ่ นเรยี น กอ่ นเรียน กอ่ นเรียน กอ่ นเรียน ก่อนเรียน ก่อนเรียน
เลน่ ทรัมเปต็ 0 ขอ้ ข้อที่ 17 0 ข้อ 0 ขอ้ 0 ขอ้ 0 ขอ้ 1 ขอ้
เบอ้ื งตน้ ไดถ้ ูกตอ้ ง หลังเรียน หลังเรียน หลังเรียน หลังเรยี น หลงั เรียน หลงั เรยี น หลังเรียน
0 ขอ้ ข้อที่ 17 0 ขอ้ 0 ขอ้ 0 ข้อ 0 ขอ้ 1 ข้อ
7.นกั เรียนสามารถ กอ่ นเรยี น ก่อนเรียน ก่อนเรยี น กอ่ นเรียน ก่อนเรยี น กอ่ นเรยี น ก่อนเรยี น
ปฏิบัติในการกด ข้อที่19,20,21 ข้อที่ 18 0 ขอ้ 0 ข้อ 0 ข้อ 0 ขอ้ 8 ข้อ
โนต้ ได้ ,22,23, หลังเรียน หลงั เรียน หลงั เรยี น หลงั เรยี น หลงั เรยี น หลังเรียน
24,25 ขอ้ ที่ 18 0 ขอ้ 0 ข้อ 0 ข้อ 0 ข้อ 8 ขอ้
หลงั เรียน
ข้อที่19,20,21
,22,23,
24,25
รวม กอ่ นเรยี น ก่อนเรยี น ก่อนเรยี น กอ่ นเรียน กอ่ นเรยี น กอ่ นเรยี น ก่อนเรียน
ลาดับขั้นการเรียนรู้ 14 ขอ้ 7 ขอ้ 4 ข้อ 0 ขอ้ 0 ขอ้ 0 ข้อ 25 ข้อ
หลังเรยี น หลังเรียน หลงั เรยี น หลังเรยี น หลงั เรียน หลังเรียน
หลังเรยี น 7 ขอ้ 4 ข้อ 0 ข้อ 0 ขอ้ 0 ขอ้ 25 ข้อ
14 ขอ้
แบบประเมินควำมพงึ พอใจ
คำอธบิ ำย แบบประเมนิ ฉบับน้ีมีทงั้ หมด 3 ตอน ขอใหผ้ ตู้ อบแบบประเมนิ ตอบให้ครบทงั้ 3 ตอน เพือ่ ใหก้ าร
ดาเนินการวจิ ยั ในครัง้ นีเ้ ปน็ ไปตามวตั ถุประสงค์และเพือ่ เปน็ ประโยชน์ในการนาไปใช้ตอ่ ไป
ตอนท่ี 1 สถำนภำพท่ัวไป
คำช้ีแจง โปรดทำเครอื่ งหมำย ✓ลงในชอ่ งหนำ้ ข้อควำม
1. เพศ
หญิง ชาย
2. อำยุ
10-12 ปี 12-15 ปี 15 ปขี ึ้นไป
ตอนที่2 ระดับควำมพึงพอใจตอ่ กิจกรรมกำรเรยี นรู้ / ด้ำนผูส้ อน / ด้ำนสอื่ อุปกรณ์ / ด้ำนกำรวัดผลและ
ประเมณิ ผล ตอ่ กำรเข้ำรว่ มกำรวจิ ัย
คำชแ้ี จง โปรดทำเคร่ืองหมำย✓ ลงในชอ่ งท่ีตรงกับควำมพึงพอใจตอ่ กจิ กรรมกำรเรยี นรู้ / ด้ำนผู้สอน / ดำ้ น
สื่ออุปกรณ์ / ด้ำนกำรวัดและประเมิณผล
ระดับ 5 หมายถึง ความพึงพอใจ อยใู่ นระดบั มากทีส่ ดุ
ระดับ 4 หมายถงึ ความพึงพอใจ อยู่ในระดับมาก
ระดับ 3 หมายถึง ความพึงพอใจ อยใู่ นระดับปานกลาง
ระดบั 2 หมายถงึ ความพงึ พอใจ อย่ใู นระดบั น้อย
ระดับ 1 หมายถงึ ความพึงพอใจ อยู่ในระดับน้อยทส่ี ุด
ประเด็นควำมคิดเหน็ ระดับควำมพงึ พอใจตอ่ กจิ กรรมกำรเรยี นรู้ / ดำ้ นผ้สู อน /
ดำ้ นสอื่ อุปกรณ์ / ดำ้ นกำรวัดผลและประเมณิ ผล
กิจกรรมกำรเรียนรู้
1.นักเรยี นมคี วามสนกุ สนานในการทากจิ กรรม มำกทีส่ ุด มำก ปำนกลำง นอ้ ย น้อยทส่ี ดุ
2. วิธกี ารจัดกจิ กรรมการเรยี นร้เู หมาะสม 5 43 21
กบั เน้ือหา
3. เนือ้ หาของกิจกรรม เหมาะกับระดับความรู้
ความสามารถของนกั เรยี น
4. กิจกรรมการเรียนร้ทู าใหเ้ ขา้ ใจงา่ ย ระดบั ควำมพึงพอใจตอ่ กิจกรรมกำรเรยี นรู้ / ด้ำนผ้สู อน /
5. สถานท่จี ัดกิจกรรมการเรียนรมู้ ีความเหมาะสม ดำ้ นส่อื อปุ กรณ์ / ด้ำนกำรวดั ผลและประเมิณผล
ประเดน็ ควำมคิดเห็น มำกทีส่ ดุ มำก ปำนกลำง น้อย นอ้ ยท่สี ดุ
5 43 21
ดำ้ นผูส้ อน
1.จัดกจิ กรรมการเรยี นการสอนอย่างหลากหลาย
มคี วามเหมาะสม
2. ใหค้ าแนะนาและตอบข้อซักถามอย่างชดั เจน
3. สร้างบรรยากาศในการเรยี นการสอนให้ผู้เรียน
มคี วามสุข
4. ผสู้ อนมคี วามรู้ความสามารถในการให้ความรู้
5. ดูแลเอาใจใส่ กระตอื รือร้น เต็มใจให้ความรู้
ด้ำนสอื่ อปุ กรณ์
1.สื่อ/วัสดุอปุ กรณ์ท่ใี ชใ้ นการทา กจิ กรรมมคี วาม
เหมาะสม
2. ขอ้ มูลท่ีนาเสนอครบถว้ นตรงกับความตอ้ งการ
3. ภาษาเขา้ ใจงา่ ย กระชับ อธบิ ายข้อมลู ไดช้ ดั เจน
4. เนือ้ หามคี วามเหมาะสมต่อการเรยี นรู้
5. สื่อมีความน่าสนใจ
ด้ำนกำรวดั ผลและประเมณิ ผล
1.ใชว้ ธิ ีการวัดผลประเมินผลท่ีหลากหลายตรงตาม
สภาพจริง
2.มกี ารวัดผลประเมนิ ผลทส่ี อดคล้องกับ
จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
3. มกี ารบนั ทกึ ผลการใหค้ ะแนนอย่างสมา่ เสมอ
4. แจ้งคะแนนกับผูเ้ รยี นอย่างสมา่ เสมอ
ตอนท3่ี ขอ้ เสนอแนะอ่นื ๆ
..................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................