1.2 นั ท ( Nut) บ า ง ค น
อาจเรียกว่าหย่องหรือสะพานสายบน
ติดอยู่ปลายบนสุดของฟิงเกอร์บอร์ด
เพื่อรองรับสายกีต้าร์ให้ยกสูงจากฟิง
เกอร์บอร์ด ถ้าสูงเกินไปก็จะทาให้ต้อง
ใช้แรงกดน้ิวมาก และถ้าต่าเกินไปก็จะ
ทาให้สายกีต้าร์ติดกับแฟลต ทาให้เกิด
เสียงแปลกๆ ออกมา
2. ส่วนคอกีต้าร์ ประกอบดว้ ย
คอกีตาร์ เฟรต
Finger bord
2.1 คอกีต้าร์ คอื ส่วนท่เี ราใช้จบั คอรด์ เลน่ โน้ตต่างๆ คอกตี ้าร์
ที่ดีควรทามาจากไม้มะฮอกกานี หรือไม้ซีดา คอกีต้าร์ต้องตรง ไม่มีรอยแตก
หรอื ปรขิ องเปลอื กไม้
2.2 Finger bord เป็นแผ่นไม้ที่ติดลงบนคอกีต้าร์อีกชิ้น เป็น
ตัวท่ีใช้ยึดเฟรตหรือลวดลายมุกประดับต่างๆ ไม้ท่ีนิยมใช้จะเป็นไม้โรสวูด
หรอื ไมอ้ โี บนี
2.3 เฟรต (Fret) ทามาจากโลหะฟังอยู่บนคอกีต้าร์ เป็นตัวที่
จะกาหนดเสียงของโน๊ตดนตรีจากการกดสายกีต้าร์ลงบนเฟรตต่างๆ จานวน
ของเฟรตขึ้นอยู่กับความยาวของคอกีต้าร์ ซึ่งแต่ละผู้ผลิตก็จะผลิตต่างกันไป
ปกติกีต้าร์คลาสสิคจะมีประมาณ 18 ตัว กีต้าร์โฟล์คประมาณ 20 ตัว
แต่กตี ้าร์ไฟฟ้าซงึ่ มีการโซโล่จึงมีชอ่ งให้เล่นมากขน้ึ ประมาณ 22-24 ตวั
2.4 มุกประดับ จะช่วยในการสังเกตตาแหน่งของช่องกีต้าร์
อาจจะฝังที่ด้านขา้ งหรือด้านบนของฟิงเกอรบ์ อร์ด
2.5.ก้านเหล็กปรับแต่งคอ (Truss
Rod) จะฝังอยู่ด้านในของคอกีต้าร์ตามแนวยาว เพื่อ
เสริมความแข็งแรงให้กับกีต้าร์ ป้องกันการโก่งตัวของ
คอกีตา้ ร์ สามารถปรบั แตง่ ได้
3.สว่ นลาตวั กตี ้าร์ ประกอบด้วย
สะพำนสำย (Bridge) โพรงเสียง(Sound Hole)
หย่อง (Saddle) ปคิ กำรด์ (Pick Guard)
3.1 ลาตัวกีต้าร์ (Body) ได้แก่ ด้านหน้า ด้านหลัง และ
ดา้ นขา้ ง ไม้ตอ้ งไม่มรี อยแตก ไม่มตี าไมแ้ ละลายไม้ทล่ี ะเอยี ดไปตามความยาว
จึงมคี ุณภาพดี สว่ นเวา้ เรียกว่าเอว
3.2 โพรงเสียง (Sound Hole) ก็คือรูท่ีอยู่ด้านบนของ
ลาตัวกีต้าร์ มีหน้าท่ีรับเสียงจากการส่ันของสายกีต้าร์ ทาให้เกิดเสียงก้องดัง
ขนึ้
3.3 ปิคการ์ด (Pick Guard) มีไว้เพ่ือป้องกันปิคขูดกับลาตัว
ของกตี ้าร์
3.4 สะพานสาย (Bridge) เป็นตัวยึดสายให้ติดกับลาตัว
ของกีตา้ ร์ และยดึ สายดว้ ยหมดุ ยึดสาย (Pin) แตบ่ างรุ่นจะไม่ใช้หมุด แต่สอด
สายจากด้านล่างของสะพานสาย ไม่ตอ้ งพันสาย
3.5 หย่อง (Saddle) จะยดึ อยกู่ บั สะพานสาย เพอื่ รองรับสาย
กีต้าร์ท้ัง 6 สายมีทั้งแบบตรงและแบบโคง้ บางแบบกแ็ ยกเป็น 2 ช้ิน
ตัวอย่ำง ตัวอยา่ ง
สว่ นหัว ชดุ ลกู บิด
จุดประสงคก์ ำรเรยี นรู้
1. นักเรียนสามารถบอกประวตั ิกตี าร์ได้
2. นกั เรียนสามารถจาแนกประเภทของกีตารไ์ ด้
3. นกั เรยี นสามารถบอกส่วนประกอบและหน้าท่ีของกีตารไ์ ด้
คำช้ีแจง
1. ข้อสอบมจี านวนท้ังหมด 10 ข้อ
2. ให้นักเรียนทาเครอื่ งหมาย X ลงบนคาตอบทถ่ี ูกต้อง
1. กีตาร์ในยุคปัจจุบนั มาจากเครอื่ งดนตรใี ดของชาวโรมัน
ก. guitarra ข. Lute
ค. cithara ง. Guitar
2. กีตารไ์ ฟฟา้ ตวั แรกเรม่ิ ผลิตข้นึ ในศตวรรษท่ีเท่าไหร่
ก. ศตวรรษที่ 10 ข. ศตวรรษที่ 18
ค. ศตวรรษท่ี 19 ง. ศตวรรษท่ี 20
3. กตี ารเ์ ปน็ เครือ่ งดนตรปี ระเภทใด
ก. เคร่อื งดนตรปี ระเภทเครอื่ งดดี
ข. เครอ่ื งดนตรสี ากลประเภทเครอ่ื งดดี
ค. เครอ่ื งดนตรีประเภทเครอื่ งสายเกดิ เสยี งจากการสี
ง. เครอ่ื งดนตรีประเภทเคร่อื งสายเกิดเสยี งจากการดดี
4. จากภาพคือกตี ารป์ ระเภทใด
ก. กีตาร์ steel ข. กีตารโ์ ฟรค์
ค. กีตารค์ ลาสสิก ง. กีตารไ์ ฟฟา้ (Solid Body Electric)
5. หากนกั เรียนตอ้ งการนากีตารไ์ ปเล่นกบั เพอ่ื นกลุ่มเล็ก ๆ ในโรงเรยี น
นกั เรยี นควรเลอื กกีตารป์ ระเภทใด
ก. กตี าร์ steel ข. กีตาร์โฟรค์
ค. Resonator ง. กีตารไ์ ฟฟา้ (Solid Body Electric)
6. Solid Body Electric คือกีตาร์แบบใด
ก. กีตารค์ ลาสสิก ข. กีตาร์ไฟฟา้
ค. กีตาร์อคลสู ติก ง. กตี ารโ์ ฟรค์
7. เฟรตอยสู่ ่วนใดของกตี าร์
ก. สว่ นหวั ข. ส่วนคอ
ค. สว่ นลาตวั ง. ส่วนหลัง
8. โพรงเสียง (Sound Hole) มหี น้าที่อะไร
ก. ใช้ดดี กตี าร์
ข. ใช้บิดหมุนตัง้ สายกีตาร์
ค. รองรับสายกีต้าร์ใหย้ กสงู จากฟงิ เกอร์บอรด์
ง. รับเสียงจากการส่ันของสายกีตา้ ร์ ทาให้เกิดเสยี งกอ้ งดังขนึ้
9. จากภาพ สว่ นทสี่ กู ศรชม้ี หี น้าทีอ่ ะไร
ก. ใช้ดดี กตี าร์
ข. ใชบ้ ดิ หมนุ ต้งั สายกีตาร์
ค. เพ่อื ปอ้ งกันปคิ ขูดกบั ลาตวั ของกีต้าร์
ง. รองรับสายกีต้ารใ์ ห้ยกสูงจากฟิงเกอร์บอรด์
10. หากนักเรียนต้องการตั้งสายกีตาร์นักเรียนควรต้ังสายที่บริเวณใดของ
กตี าร์
ก. ปคิ การด์ ข. สะพานสาย
ค. หมุนชุดลกู บดิ ง. ตง้ั สายท่เี ฟรต
ตวั อย่ำง ตวั อยา่ ง
ส่วนหัว ชดุ ลกู บิด
สว่ นคอ
นทั
สว่ นลาตวั
เฟรต
หย่อง ฟิงเกอรบ์ อรด์
ลาโพรงกีตาร์
ปิคการด์
สะพานสาย
ขอ้ ท่ี เฉลย ขอ้ ท่ี เฉลย
1. ค 6. ข
2. ง 7. ข
3. ง 8. ง
4. ค 9. ง
5. ข 10 ค
สญั ลกั ษณแ์ ละโนต้ บนสำยเปล่ำกตี ำร์
สายท่ี 1 คือโน้ต E(ม)ี
สายที่ 2 คือโนต้ B(ที)
สายท่ี 3 คอื โน้ต G(ซอล)
สายท่ี 4 คือโน้ต D(เร)
สายท่ี 5 คือโนต้ A(ลา)
สายท่ี 6 คือโนต้ E(ม)ี
ทีม่ า : SHABU MUSIC
นิ้วโป้ง ใชส้ ัญลกั ษณ์ p
นิ้วชี้ ใช้สญั ลกั ษณ์ i
นว้ิ กลำง ใชส้ ัญลักษณ์m
น้ิวนำง ใช้สญั ลักษณ์ a
2
นว้ิ ช้ี ใช้สญั ลกั ษณ์ 1
นิว้ กลำง ใชส้ ญั ลักษณ์ 2
น้วิ นำง ใช้สญั ลักษณ์ 3
นิว้ ก้อย ใชส้ ัญลกั ษณ์ 4
ตัวอย่ำงสัญลกั ษณแ์ ทนนิว้ มอื ซ้ำย
ตัวเลขบนรูปบอกนิว้ ในกำรกดสำย
จำกภำพ 1 หมำยถึงใชน้ ว้ิ ชใ้ี นกำรกด
สำยที่ 2
2 หมำยถงึ ใช้น้ิวกลำงในกำรกดสำยท่ี 4
3 หมำยถึงใชน้ ิ้วกลำงในกำรกดสำยท่ี 5
การอ่านคอร์ดกีตาร์จะทาให้นักเรียนสามารถจับคอร์ดกีตาร์ได้ มี
วิธีการอ่านสัญลกั ษณค์ อร์ด ดังน้ี
X หมำยถึง ไมด่ ดี ที่สำยน้ัน แถบสดี า หมายถงึ ใชน้ วิ้ ทาบ
หรอื ไม่ทำใหเ้ กดิ เสียงท่สี ำยน้ัน
O หมำยถงึ กำรดดี สำย
ตวั เลขบอกตำแหน่งบำร์ เปล่ำ พบทสี่ ำยใดให้ดดี
หรอื เฟรต็ บนคอกีตำร์
สำยนัน้ ด้วย
สัญลกั ษณ์ตัวเลขท่ีบอกวำ่
ตำแหนง่ นั้นใช้น้ิวใดกด โน้ตท่ีเกิดจำกกำรกดสำย
น้นั ๆ
ช่ือคอรด์
แทป เปน็ วธิ ีการเขียนดนตรอี ยา่ งหนึง่ ทเ่ี อาไว้ใช้สาหรบั เครื่องดนตรี
ประเภทกีตาร์ เบส อูคูเลเล่โดยเฉพาะ ท้ังน้ี หลักการเขียนง่ายๆ ก็คือ มี
เสน้ ประแนวนอนหกเสน้ เปรยี บเสมอื นสายท้งั หกของกีตาร์ และใช้ "ตวั เลข"
กาบนเส้นเป็นตัวบอกผู้เล่นว่าต้องกดท่ีเฟร็ตใด อย่างไรก็ตาม แทปจะไม่
บอกผู้เล่นว่าต้องใช้น้ิวใด (ช้ี กลาง นาง ก้อย) ในการกด ผู้เล่นต้องดูตาม
ความเหมาะสมเอง โดยดจู ากโนต้ ตัวกอ่ นหนา้ หรือโนต้ ตวั ถัดไป หากสามารถ
อ่านแทปกีตาร์ได้ สามารถเข้าใจ สัญลักษณ์ต่างๆ บนแทป ก็จะสามารถใช้
กตี ารเ์ ลน่ เพลงน้ันๆ ได้ ช่วยให้การเลน่ เพลงต่างๆ งา่ ยข้นึ
แทปกีตาร์จะเขียนตามตาแหน่งโดยใช้สายกีตาร์ 6 เส้น และใส่
หมายเลขตามเฟรต็ โดยเริ่มจาก 0 (สายเปลา่ ), 1, 2, 3 ตามลาดบั แตล่ ะโน้ต
จะมีสัญลักษณ์ท่ีแสดงว่าคุณต้องเล่นโน้ตตัวนั้นอย่างไร โดยคุณสามารถดู
ตวั อยา่ งประกอบดังน้ี
ตวั อย่างคอรด์ G โดยใชแ้ ทป
สายเปลา่ เฟรต็ 2
แทปตีคอร์ด หรือ rhythm slashes มีวิธีการอ่านสัญลักษณ์ต่าง ๆ
ดงั ภาพ
คอื สัญลักษณ์ คือสัญลักษณ์
กำรดีด “ลง” กำรดีด “ขึ้น”
สญั ลกั ษณโ์ นต้
ตวั ขเบต็ 1 ชนั้
สญั ลกั ษณโ์ นต้ ตวั ดา
ก่อนอ่ืนจะต้องทาความรู้จักกับจังหวะเพลงท่ีจะเล่นก่อน โดย
บทเรียนนี้จะเน้นไปที่จังหวะแบบ 4/4 ซ่ึงเป็นจังหวะพ้ืนฐานและจังหวะ
เพลงที่นิยมใช้ นักเรียนจะต้องเรียนรู้กับสัญลักษณ์และการดีดคอร์ดในห้อง
เพลง ดงั น้ี
1. / / เคร่ืองหมายนี้จะหมายถึงห้องเพลง ในหนึ่งห้องเพลงจะมี 4
จังหวะ ซึ่งนิยมใช้จังหวะแบบ 4/4 หรือเคาะจังหวะแบบ 1 - 2 - 3 - 4
น่ันเอง เข้าใจแบบง่ายๆ ก็คือ การตีคอร์ดหรอื ดีดสายกีตาร์ 4 คร้ัง พร้อมกบั
นบั 1 - 2 - 3 - 4
2. / G / กรณีนี้ ก็จับคอร์ด G แล้วตีคอร์ด 4 คร้ัง กรณีเล่นเพลงเร็ว
หรือ 2 คร้ังกรณีเพลงช้า หรือคร้ังเดียวกรณีเพลงช้ามาก แล้วจึง เปลี่ยนไป
จบั คอร์ดอืน่ ในหอ้ งถดั ไป ในขอ้ ที่ 2 เช่น คอร์ด D
2. / D A / ห้องนม้ี ี 4 คอรด์ กจ็ ะตีคอรด์ หรือดดี สายคอร์ดละ 2 ครัง้
จับคอร์ด D ตีคอร์ดนับ 1 - 2 แล้วเปล่ียนคอร์ดเป็น A ตี คอร์ดนับ 3 - 4
จากน้นั กเ็ ปล่ยี นคอร์ดไปขอ้ ท่ี 3
3. / D A Bm / ห้องเพลงนี้มี 3 คอร์ด การจับคอร์ดและตีคอร์ดที่
นิยมจะมหี ลายแบบ เช่น
- จับคอร์ด D ตีคอร์ดครั้งเดียว นับจังหวะ 1 แล้วเปลี่ยน
คอร์ด
- เปลย่ี นคอรด์ เปน็ A ตคี อรด์ นับจงั หวะ 2 แลว้ เปล่ียนคอร์ด
- เปลย่ี นคอร์ดเป็น Bm ตีคอรด์ 2 ครั้ง นบั จงั หวะ 3 - 4
- การตีคอร์ด อาจจะตีคอร์ดใดๆ 2 คร้ัง แต่คอร์ดท่ีเหลือ ตี
คอร์ดครง้ั เดยี ว โดยจะตอ้ งนับจงั หวะ 1 - 2 - 3 - 4 คล้ายกนั
4. / C Em Am G / ห้องเพลงนีม้ ี 4 คอรด์ วิธีตีคอร์ดจะจบั คอรด์ ตี
คอร์ดคร้ังเดียวแล้วรบี เปลยี นคอรด์ ทันที เป็นเพลงเรว็
- จับคอร์ด C ตีคอรด์ พร้อมนบั 1
- เปลีย่ นเป็นคอร์ด Em ตีคอรด์ และนับ 2
- เปลยี่ นคอรด์ เปน็ Am ตคี อร์ดและนบั 3
- เปลี่ยนเป็นคอร์ด G ตคี อร์ดและนับ 4
5. ตคี อร์ดใหต้ รงกบั เนอื้ ร้องในเพลง
การดีดคอร์ดท่ีง่าย และนิยมใช้กัน จะใช้การจับคอร์ด ตี
คอร์ดใหล้ งตรงกบั คาร้องในเพลง เชน่ ฉัน จะต้องจับคอรด์ C พร้อมดีดคอรด์
และรอ้ งตามเนอ้ื การดดี คอร์ดแบบนี้งา่ ย โดยปฏบิ ตั ิดงั น้ี
1. ฝึกจับคอร์ดทั้งหมดให้คล่องเสียก่อน พร้อมฝึกดีดตาม
จงั หวะ 1 - 2 - 3 - 4
2. ฝกึ รอ้ งเพลงให้ได้เสยี ก่อน
3. ฝึกดีดคอร์ด สาหรับมอื ใหม่ ให้รอ้ งไปเรื่อยๆ แล้วจบั คอรด์
ดีดคอร์ดพร้อมกับร้องตามคาร้องที่ตรงกับคอร์ดน้ันๆ อาจจะดีดคอร์ดครั้ง
เดียว หรือหลายครั้งก็ได้ ฝึกร้องและดีดคอร์ดให้เป็นเพลงก่อน แล้วค่อย
พัฒนาการตีคอร์ดให้มีความไพเราะมากขน้ึ
ดดี คอร์ด c ตรง ตัวอยำ่ งคอรด์ เพลง ไมเ่ คย 25hours เลน่ ซ้ำ2รอบ
กับคำรอ้ งว่ำฉัน Intro : / C G / F C / (2 Times)
ตัวอย่ำงกำรนับ
และตรงกับ 1234 1234 จังหวะ
จังหวะท่ี 1 CG F C
ฉันไมเ่ คยรู้ คนทสี่ าคญั นนั้ มีคา่ แค่ไหน
1 2 34 12 3 4
CG FC
ฉนั ไมเ่ คยรู้ วันท่ีสวยงาม นัน้ มีค่าเท่าไร
F G C G Am
ไมเ่ คยรู้เวลาท่เี รามกี นั นั้นดเี ท่าไร
F G C G Am Dm G C
ไม่เคยรวู้ า่ ความคิดถงึ มนั ทรมานแคไ่ หน ไมเ่ คย ไม่เคย ไมเ่ คย
C GF C
เราจะคิดถึงคนทสี่ าคัญเมอ่ื ตอ้ งจากกนั ไป
CG FC
เราจะคิดถึงวนั ท่สี วยงามเม่อื เวลาผ่านไป
F G C G Am
จะคดิ ถงึ เวลาท่เี รามีกนั เม่ือเธอตอ้ งไป
FG C G Am Dm G C
และตอนนร้ี ไู้ หมวา่ ฉนั คดิ ถงึ เธอมากแคไ่ หน ไมเ่ คย ไมเ่ คย จะลมื
Instru : / C G / F C / (4 Times)
(ซำ้ ทง้ั เพลง)
ก่อนเรียนเร่ืองต้ังสายกีตาร์เราจะต้องรู้ว่าแต่ละสายของกีตาร์คือ
โน้ตอะไร เพ่ือให้ง่ายต่อการเข้าใจมากขึ้น โดยแต่โน้ตแต่ละสายประกอบไป
ดว้ ย สายท่ี 1 (สายลา่ งสุด) คอื โน้ต E(มี), สายท่ี 2 คอื โนต้ B(ท)ี , สายที่ 3 คอื
โน้ต G(ซอล), สายที่ 4 คือโน้ต D(เร), สายท่ี 5 คือโน้ต A(ลา), สายท่ี 6 (สาย
บนสดุ ) คอื โนต้ E(มี) มวี ิธีการตั้งสายกตี าร์ 3 วธิ ี ดังนี้
1. การตั้งสายโดยเทียบกับเปียโนหรือคีบอร์ด เป็นการต้ังสายโดย
ดีดสายเปล่า ของกีตาร์เทียบกับเสียงเปียโนซ่ึงมีระดับเสียงเดียวกันแล้วพิจารณาฟัง
เสียงปรบั จนอยู่ใน ระดับเดยี วกนั มีข้ันตอน ดังนี้
- ต้ังเสียงสายเปล่าสายที่ 1 เสียง E ให้ตรงกับเสียง
เปียโนดังภาพ เมื่อได้สายท่ี 1 แลว้ อาจจะกดเปียโนฟงั เสยี งเพ่ือตง้ั สายอื่น ๆ
หรอื จะต้งั แบบเทียบเสียงกับสาย 1 กไ็ ด้
- ตั้งสายท่ี 2 ให้เท่ากับสายที่ 1 โดยกดที่ช่อง 5
สายท่ี 2 ค้างไว้ หมุนลูกบิดและดีดสายฟังเพื่อเทียบเสียงให้ตรงกับสายท่ี 1
ที่ต้งั ไว้
- ตั้งสายที่ 3 ให้เท่ากับสายท่ี 2 โดยกดท่ีช่อง 4
สายท่ี 3 ค้างไว้ หมุนลูกบิดและดีดสายฟังเพื่อเทียบเสียงให้ตรงกับสายที่ 2
ท่ีตั้งไว้
- ตั้งสายที่ 4 ให้เท่ากับสายที่ 3 โดยกดที่ช่อง 5
สายท่ี 4 ค้างไว้ หมุนลูกบิดและดีดสายฟังเพื่อเทียบเสียงให้ตรงกับสายท่ี 3
ท่ีตงั้ ไว้
- ต้ังสายที่ 5 ให้เท่ากับสายท่ี 4 โดยกดที่ช่อง 5
สายท่ี 5 ค้างไว้ หมุนลูกบิดและดีดสายฟังเพ่ือเทียบเสียงให้ตรงกับสายที่ 4
ท่ตี ง้ั ไว้
- ต้ังสายที่ 6 ให้เท่ากับสายที่ 5 โดยกดที่ช่อง 5
สายท่ี 6 ค้างไว้ หมุนลูกบิดและดีดสายฟังเพื่อเทียบเสียงให้ตรงกับสายที่ 5
ทต่ี ั้งไว้
2. การต้ังสายกีตาร์โปร่งด้วย เครื่องตั้งสาย หรือ จูนเนอร์
แบบหนีบ (Guitar Tuner) เป็นวิธีท่ีง่ายท่ีสุดในการตั้งสายกีตาร์ น่ันคือการ
ใช้อุปกรณ์ต้ังสายจูนเนอร์กีต้าร์มีหลากหลายรูปแบบมากมายหลายรุ่น แต่
ล้วนแลว้ มวี ธิ ีใช้งานเหมอื นกันงา่ ยๆเพยี งแค่ 3 ขั้นตอน ดงั น้ี เปิดเคร่ือง
จนู เนอร์ และหนบี ไว้บริเวณหัวกตี าร์
- เร่ิมดีดสายทีละสายต้ังแต่สาย 1 โดยสังเกตุหน้าปัด
จนู เนอร์ซึ่งจะแสดงผลว่าตอนนีส้ ายนเี้ สียงอะไร
- บิดลูกบิดตั้งสายของเรา ให้เสียงของสายน้ันตรงกับ
Standard คีย์ โดยสังเกตุหน้าปัดให้อยู่ตรงกลาง หากเป็นสีเขียวก็เป็นอัน
เรียบรอ้ ย
ภาพเครือ่ งต้ังสายแบบหนบี ทม่ี า : http://www.shopenjoy99.com
3. การตง้ั สายกตี าร์โดยใชแ้ อพต้ังสายกตี าร์
อีกหนึ่งนวัตกรรมที่ทาให้เราสามารถใช้โทรศัพท์มือถือของเรา
สามารถต้ังสายได้ดว้ ย App ต้ังสายกีต้าร์ โดยแอพตั้งสายกีตาร์มีให้โหลดได้
ง่ายสะดวกสบายทั้ง androidและ ios โดยโหลดแอพพลิเคชั่นตั้งสายกีตาร์
ได้ตาม Play Store หรอื Apple Store มีขน้ั ตอนง่าย ๆ ดังนี้
3.1 เปิดแอพพลิเคช่ันขึ้นมา ตั้งค่าเลือกประเภทกีตาร์
ทเี่ ราตอ้ งการ
3.2 วางโทรศัพท์ไว้ใกล้ ๆ กับกีตาร์ การใช้งานก็จะ
คลา้ ยๆกบั ตัวจนู เนอร์ ดดี สายทเ่ี ราตอ้ งการตงั้ ตัวแอพจะแสดงเสียงปัจจุบัน
ของสายที่เราดดี ออกมาจากนั้นกบ็ ิดต้งั สายตามทแี่ อพแสดงไดเ้ ลย
ในการจับปิ๊กนั้นไม่ควรจับแน่นหรือหลวมจนเกินไป โดยใช้ปลาย
ปิ๊กกรีดลงบนสายกีตาร์ทั้งข้ึนและลงถ้าป๊ิกหลุดมือแสดงว่าจับหลวมเกิ นไป
ให้เพิ่มแรงทีละนิดจนกว่าปิ๊กจะไม่หลุดมือแต่ต้องไม่แน่นจนเกินไป ให้
ตัวปก๊ิ สามารถขยับข้นึ ลง ได้ตามท่ีเราตอ้ งการ มีวธิ ีการจับ ดังภาพ
ภาพสาธิตการจบั ปก๊ิ กีตา้ ร์ ที่มา : http://howguitar.blogspot.com/
วิธีการจับกีต้าร์นั้นมีหลัก ๆ อยู่ 3 แบบ การจับแบบธรรมดา, การ
จับแบบนักกีต้าร์คลาสสิค และ การจับกีต้าร์เวลายืน ให้นักเรียนทดลองจับ
ท้ัง 3 แบบ แล้วลองสังเกตว่าวิธีการจับแบบไหนเหมาะสมและนามาปรับใช้
กับการปฏบิ ตั กิ ตี าร์ของนกั เรียน
1. การจับแบบธรรมดา เป็นที่นิยมกันมากท่ีสุด ให้วางกีต้าร์
ไว้บนขาขวา พยายามให้กีต้าร์อยู่ชิดติดกับตัวเองมากที่สุด ใช้แขนข้างขวา
เป็นตัวยึดให้กีต้าร์ไม่ตกหรือขยับไปไหนนักกีต้าร์บ้างท่านอาจจะมี
สายสะพายกีต้าร์ติดอยู่เวลาน่ังเล่น เพ่ือให้ลาตัวกีต้าร์อยู่นิ่งท่ีสุด ใช้มือซ้าย
จบั บนคอกตี ้าร์ และทสี่ าคญั หลงั ต้องตรงครบั เพอื่ ความสงา่ งาม
ภาพสาธิตการจบั กีตาร์แบบธรรมดา ทมี่ า : https://thaiguitarlessons.wordpress.com
2. การจับแบบนักกีต้าร์คลาสสิค นักเรียนจะต้องมีที่พักเท้า
(Foot Stool)
สามารถใช้เก้าอ้ีเต้ียทดแทนได้ ใช้เท้าซ้ายพักลงบนที่พักเท้า แล้วนากีต้าร์
วางลงบนขาซ้าย ใช้มือขวาโอบลาตัวกีต้าร์ ใช้มือซ้ายจับบนคอกีต้าร์
นักเรียนจะสามารถเล่นง่ายกว่าการจับแบบธรรมดาเพราะตัวกีต้าร์และช่วง
คออยู่พอดีกับลาดับของสายตาไม่ต่าและสูงจนเกินไป จึงทาให้เล่นเทคนิค
ตา่ ง ๆ ได้ง่ายขน้ึ
3. การจบั แบบยืน โดยสว่ นใหญผ่ มจะจัลแบบน้เี วลาเลน่ สด
หรอื แสดงใหค้ นดจู านวนมาก ๆ ส่งิ สาคัญทสี่ ุดคือ สายสะพาย(guitar Strap)
เพื่อให้เล่นเลน่ สบายและง่ายตอ่ การใชเ้ ทคนคิ ตา่ ง ๆควรสะพายกตี ้ารใ์ ห้สงู
พอประมาณ หรอื ปรบั ตามความพอดขี องผู้เล่น
ภาพสาธิตการจบั กตี าร์แบบยืน ท่ีมา : https://www.dochord.com
1. ใหน้ ักเรยี นเขยี นแทปตำมคำสง่ั ท่ีกำหนดให้ตอ่ ไปนี้
ตวั อยำ่ ง สำยเปล่ำสำยที่ 6 1. สำยที่ 6 เฟรต ท่ี 2 2. สำยเปล่ำสำยที่ 3
3. สำยท่ี 3 เฟรตท่ี 2 4. สำยท่ี 2 เฟรตท่ี 1 5. สำยที่ 1 เฟรตท่ี 4
ตวั อยา่ ง
2. ให้นักเรียนเติมสัญลกั ษณ์น้วิ ตอ่ ไปนีใ้ หถ้ กู ตอ้ ง
มอื ขวา มอื ซา้ ย
จุดประสงคก์ ำรเรยี นรู้
1. นกั เรียนสามารถอ่านเครื่องหมายและสญั ลักษณข์ องกีตารไ์ ด้
2. นกั เรียนสามารถอา่ นคอรด์ , แทปกตี ารไ์ ด้
3. นักเรียนสามารถบอกทา่ จบั กีตารแ์ บบตา่ ง ๆ ได้
4. นักเรียนสามารถบอกวิธกี ารต้งั สายกีตารไ์ ด้
คำชีแ้ จง
1. ขอ้ สอบมีจานวนทง้ั หมด 10 ขอ้
2. ให้นกั เรยี นทาเครอื่ งหมาย X ลงบนคาตอบท่ถี กู ต้อง
1. สายเปล่าสายที่ 3 ของกีตาร์ คือเสียงใด
ก. เสียงมี (E) ข. เสียงที (B)
ค. เสยี งซอล(G) ง. เสียงเร(D)
2. หากนักเรียนต้องการดีดสายเปลา่ เสยี ง ท(ี B) นกั เรยี นควรดดี ท่สี ายใด
ก. สายเปลา่ สายท่ี 1 ข. สายเปล่าสายที่ 2
ค. สายเปล่าสายท่ี 3 ง. สายเปลา่ สายท่ี 4
3. i คอื สัญลกั ษณ์แทนน้ิวใด
ก. น้วิ ช้ี มอื ซา้ ย ข. นว้ิ โป้ง
ค. น้วิ ช้ี มอื ขวา ง. น้วิ กอ้ ย
4. นิว้ กอ้ ยมือซ้าย มีสญั ลกั ษณ์นวิ้ คือหมายเลขอะไร
ก. 1 ข. 2
ค. 3 ง. 4
5. สญั ลกั ษณ์น้วิ มือซา้ ย 3, 4 ข้อใดถกู ตอ้ ง
ก. น้ิวช้ี, นิว้ กลาง ข. นิ้วกลาง, นิว้ นาง
ค. นิ้วนาง, นวิ้ ก้อย ง. น้ิวชี้, นว้ิ นาง
6. จากภาพ ขอ้ ใดอธิบายได้ถกู ตอ้ ง
ก. คอร์ด G นิ้วช้ีกดสายที่ 5 เฟรตที่ 2 น้ิวกลางกดสายที่ 6 เฟรตท่ี
3 และนวิ้ นางกดสายที่ 1 เฟรตท่ี 3
ข. คอร์ด G นิ้วโป้งกดสายที่ 5 เฟรตท่ี 2 น้ิวช้ีกดสายที่ 6 เฟรตที่ 3
และนวิ้ กลางกดสายท่ี 1 เฟรตที่ 3
ค. คอร์ด C นิ้วช้ีกดสายท่ี 2 เฟรตท่ี 1 น้ิวกลางกดสายท่ี 4 เฟรตที่
2 และนวิ้ นางกดสายท่ี 5 เฟรตที่ 3
ง. คอรด์ D นิ้วชีก้ ดสายที่ 3 เฟรตท่ี 2 นิ้วกลางกดสายที่ 1 เฟรตที่ 2
และนว้ิ นางกดสายที่ 2 เฟรตที่ 3
7. / C G / จากสัญลกั ษณ์ขา้ งต้น ขอ้ ใดกลา่ วถกู ต้อง
ก. 1 หอ้ งมี 3 คอร์ด
ข. จับคอร์ด G แล้วตคี อร์ด 4 ครง้ั
ค. ดีดคอรด์ C แลว้ ตีคอร์ด 4 ครั้ง
ง. ตคี อร์ดหรอื ดดี สายคอรด์ ละ 2 ครั้ง จับคอร์ด C ตคี อร์ดนับ 1 - 2
แลว้ เปล่ียนคอร์ดเปน็ G
8. จากภาพ หมายเลข 0 หมายถงึ อะไร ข. ดดี คอรด์ G
ก. ใช้น้วิ โป้งดีด ง. ดดี สายเปลา่ สายที่ 6
ค. ดีดสายท่ี 6 ช่องที่ 2
9. การต้ังสายแบบเทียบเสียงเปยี โนควรปฏิบัตอิ ยา่ งไร
ก. โหลดแอปพลเิ คชน่ั ตัง้ สายกตี าร์
ข. กดเสียงเปยี โนที่เสียงซอล เพ่อื ต้ังสาย 1
ค. กดเสยี งเปยี โนทีเ่ สียงฟา เพ่อื ต้งั สายที่ 1 ก่อนอนั ดับแรก
ง. กดเสียงเปียโนท่ีเสียงมี (E) กลาง แล้วตั้งสายท่ี 1 ให้ตรงกับเสียง
เปียโน จากนัน้ ใหต้ ้ังสายต่อ ๆ ไป ตามลาดับ
10. การจับกีตารแ์ บบนักกีต้ารค์ ลาสสกิ ควรปฏบิ ตั อิ ย่างไร
ก. ยืนสะพายกตี าร์ ข. วางกตี ารไ์ วบ้ นขาขวา
ค. ใช้เท้าซ้ายพักลงบนทพ่ี ักเทา้ แลว้ นากีต้ารว์ างลงบนขาซา้ ย
ง. ถูกทุกขอ้
1. ใหน้ กั เรยี นเขยี นแทปตำมคำสั่งทกี่ ำหนดให้ตอ่ ไปนี้
ตวั อยำ่ ง สำยเปล่ำสำยท่ี 6 1. สำยท่ี 6 เฟรต ท่ี 2 2. สำยเปล่ำสำยท่ี 3
3. สำยท่ี 3 เฟรตที่ 2 4. สำยท่ี 2 เฟรตที่ 1 5. สำยท่ี 1 เฟรตที่ 4
0 20 1 2 4 1 4
ตวั อยา่ ง 02 2
2. ใหน้ ักเรยี นเตมิ สญั ลกั ษณ์นว้ิ ต่อไปนใ้ี ห้ถูกต้อง
2
มือขวา มอื ซา้ ย
ขอ้ ท่ี เฉลย ข้อท่ี เฉลย
1. ค 6. ก
2. ข 7. ง
3. ค 8. ง
4. ง 9. ง
5. ค 10 ค
การไล่นิ้วจาเป็นมากสาหรับนักเรียนท่ีเริ่มตน้ การเลน่ กีตาร์ เป็นการ
ฝึกกาลงั นวิ้ ก่อนท่จี ะฝกึ กีตารใ์ นข้ันตอ่ ๆ ไป โดยนกั เรียนควรเริ่มฝึกไปพร้อม
ๆ กับเมโทรนอมจากจังหวะช้า ๆ ไปจนกวา่ จะคลอ่ ง
เริ่มจากการฝึกดีดสลับนิ้วช้ีกับนิ้วกลาง ส่วนมือซ้ายให้จับตามแทป
สาย 6 เฟรตท่ี 1, สาย 6 เฟรตที่ 2, สาย 6 เฟรตท่ี 3, สาย 6 เฟรตท่ี 4
ตามลาดับห้อง
การไล่สเกลกีตาร์เป็นหน่ึงในพื้นฐานที่สาคัญของการเล่นกีตาร์ บาง
คนอาจคิดว่าเป็นเร่ืองน่าเบ่ือที่ต้องมาหัดไล่สเกล หากนักเรียนสามารถไล่
สเกลได้ มันจะทาให้การเรียนรู้เทคนิคการเล่นกีตาร์ขั้นสูงเป็นไปอย่าง
รวดเรว็ มาก
Scale(สเกล) สเกลท่ีเป็นท่ีนิยมในดนตรีสากลมี 2 สเกลคือเมเจอร์
สเกล (Major Scale) และ ไมเนอร์สเกล (Minor Scale) โดยนักเรียนควร
เร่ิมฝึกจากเมเจอร์สเกล เพ่ือเปน็ พน้ื ฐานให้กบั การเล่นกีตาร์
C Major Scale : เปน็ สเกลพนื้ ฐานทค่ี นเล่นกตี าร์ส่วนใหญ่เรม่ิ ฝกึ
โดยเรมิ่ ไลต่ ้ังแตโ่ นต้ C (เฟรต 3 สาย 5) โดยเปน็ ทีส่ งั เกตวา่ เมเจอรส์ เกลจะมี
สูตรง่ายๆคอื โนต้ ตัวที่ 3-4 และ 7-8 ของสเกลจะมรี ะยะหา่ งครง่ึ เสยี ง (1
Semi Tone) หรอื มรี ะยะเฟรตทีต่ ิดกนั นอกนน้ั จะหา่ งกนั 1 เสียงเต็ม (1
Whole Tone) หรอื หา่ งกัน 2 เฟรต
1. ใหน้ ักเรยี นฝกึ ไล่สเกล C Major ตำมแบบฝึกหดั ต่อไปน้ี
คอร์ด
โดยหลัก ๆ แล้วเราสามารถแบ่งคอร์ดท่ีสาคัญ และพบได้บ่อยๆ
ออกได้เป็นสองทางหลัก ๆ ก็คือ คอร์ดทางเมเจอร์(Major) และคอร์ดทางไม
เนอร์(Minor) คอร์ดไม่ไดม้ ีแคเ่ มเจอร์ และไมเนอร์เทา่ น้ัน ยังมีคอร์ดแบบอนื่
อีกมากที่แตกแขนงต่อจากคอร์ดเมจอร์และไมเนอร์ เช่นคอร์ดเซเว่น(7)
คอร์ดเมเจอร์เซเว่น(maj7) คอร์ดไนน์(9) เป็นต้น แต่บทเรียนพ้ืนฐานจะพูด
ถึงและยกตวั อย่างคอรด์ หลัก ๆ ทพ่ี บไดบ้ ่อย ๆ
คอร์ดทาง Major เช่นคอร์ด C, D, E, F ซ่ึงจริง ๆ แล้วจะมีคาว่า
“major” ต่อท้ายช่ือคอร์ดเอาไว้ เช่น คอร์ด C จะเขียนเละเรียกเต็ม ๆ ว่า
“Cmajor” (ซีเมเจอร์) แต่เวลาเขียนช่ือคอร์ดส่วนใหญ่แล้วเราจะไมเ่ ขียนคา
วา่ “major” เอาไว้ ดังน้ันเวลาเจอคอรด์ ไมว่ า่ จะเปน็ คอรด์ C หรอื Cmajor
ให้จาไว้วา่ มันคือคอร์ดเดยี วกนั แต่สว่ นมากจะเขียนและเรยี กสนั้ ๆว่า “คอรด์
C” แค่นนั้
คอร์ดทาง Minor เช่นคอร์ด Am, Bm, Cm, Dm สังเกตว่าจะมีตัวเอ็ม
เล็ก “m” ตอ่ ทา้ ย ซ่ึงกแ็ ทนคาว่า “Minor” นนั้ เอง เชน่ คอรด์ Em กจ็ ะอ่าน
ว่า “อไี มเนอร์”, คอร์ด Am กจ็ ะอา่ นวา่ “เอไมเนอร์” ดังนเี้ ป็นต้น
กำรจบั คอร์ดเปดิ พ้ืนฐำน
การหัดจับคอร์ดกีต้ารค์ วรจะหดั จับคอร์ดเปิดทง่ี ่าย ๆ ประมาณ 2-3
คอร์ด พอเริ่มจบั ได้ 2-3 คอร์ด แล้วคอ่ ยฝกึ จบั คอร์ดอน่ื ๆ ตอ่ ไป
ฝึกจับคอร์ดเปิดพ้ืนฐาน ประกอบไปด้วย C, D, Dm, E, Em, G, A,
Am
คอร์ด C ( C major ) คอร์ดแรกท่ีเราจะเรียนคือ คอร์ด C ซ่ึง
เปน็ คอร์ดพน้ื ฐานทสี่ ดุ ในดนตรี
วิธีจับคอร์ด C เริ่มต้นด้วยการใช้น้ิวช้ีกดลงบนสาย 2 เฟรตที่
1 ต่อด้วยนิ้วกลางกดลงบนสาย 4 เฟรตท่ี 2 และน้ิวนางกดลงบนสาย
5 เฟรตท่ี 3 ดงั ภาพ
32 1
คอร์ด D ( D major) วธิ ีจบั คอรด์ D เริม่ ต้นดว้ ยการใชน้ ้ิวช้ีกดลง
บนสาย 3 เฟรตท่ี 2 ต่อด้วยนิ้วกลางกดลงบนสาย 1 เฟรตที่ 2 และ
นว้ิ นางกดลงบนสาย 2 เฟรตที่ 3 ดงั ภาพ
2 1
3 32
คอร์ด Dm ( D minor) วิธีจับคอร์ด Dm เร่ิมต้นด้วยการใช้นิ้วช้ี
กดลงบนสาย 1 เฟรตท่ี 1 ตอ่ ดว้ ยนิ้วนางกดลงบนสาย 2 เฟรตท่ี 3 และ
น้วิ กลางกดลงบนสาย 3 เฟรตท่ี 2 ดังภาพ
32 1
1. ใหน้ ักเรียนฝึกจบั คอร์ดและดดี ลงตามจังหวะ
1.1 ฝึกปฏิบตั จิ ับและดดี คอร์ด C
1.2 ฝึกปฏบิ ัติจบั และดีดคอรด์ D
1.3 ฝกึ ปฏบิ ตั จิ บั และดดี คอรด์ Dm
2. ให้นกั เรียนฝกึ จบั คอรด์ และเปล่ียนคอร์ดตามโนต้ ทีก่ าหนดให้
2.1
2.2
คอร์ด E (E major) วิธีจับคอร์ด E เริ่มต้นด้วยการใช้น้ิวช้ีกดลงบน
สาย 3 เฟรตท่ี 1 ตอ่ ด้วยน้ิวนางกดลงบนสาย 4 เฟรตท่ี 2 และนว้ิ กลางกดลง
บนสาย 5 เฟรตท่ี 2 ดังภาพ
2
31
คอรด์ Em (E minor) วธิ ีจบั คอร์ด Em เรมิ่ ต้นดว้ ยการใช้นว้ิ กลาง
กดลงบนสาย 5 เฟรตที่ 2 และนวิ้ นางกดลงบนสาย 4 เฟรตท่ี 2 ดงั ภาพ
2
3
คอร์ด G (G major) วิธีจับคอร์ด G เร่ิมต้นด้วยการใช้น้ิวช้ีกดลง
บนสาย 5 เฟรตที่ 2 ต่อด้วยนิ้วกลางกดลงบนสาย 6 เฟรต 3 และ
นิ้วนางกดลงบนสาย 1 เฟรตที่ 3 ดังภาพ
2
1
3
คอร์ด A (A major) วิธีจับคอร์ด A เร่ิมต้นด้วยการใช้นิ้วนางกด
ลงบนสาย 2 เฟรตท่ี 2 ตอ่ ด้วยนว้ิ กลางกดลงบนสาย 3 เฟรตท่ี 2 และ
นวิ้ ชก้ี ดลงบนสาย 4 เฟรตท่ี 2 ดงั ภาพ
1
2
3
คอร์ด Am (A minor) วิธีจับคอร์ด Am เร่ิมต้นด้วยการใช้
นิ้วช้ีกดลงบนสาย 2 เฟรตที่ 1 ต่อด้วยนิ้วนางกดลงบนสาย 3
เฟรตท่ี 2 และนวิ้ กลางกดลงบนสาย 4 เฟรตท่ี ดงั ภาพ
2
31
1. ให้นกั เรยี นฝึกจบั คอร์ดและดดี ลงตามโน้ตทีก่ าหนดให้
1.1 ฝกึ ปฏบิ ัตจิ ับและดีดคอรด์ E
1.2 ฝึกปฏิบตั ิจบั และดดี คอร์ด Em
1.2 ฝึกปฏบิ ัตจิ ับและดดี คอร์ด G
1.2 ฝึกปฏิบัติจับและดีดคอร์ด A
1.2 ฝกึ ปฏิบัตจิ บั และดดี คอร์ด Am
2. ใหน้ กั เรียนฝกึ จบั คอร์ดและเปลย่ี นคอรด์ ตามโนต้ ที่กาหนดให้
1. ให้นักเรยี นฝึกการเปลีย่ นคอร์ด เพลง Happy Birthday ตามโน้ตที่
กาหนดให้
G DDG
Happy Birthday to you Happy Birthday to you
GC
Happy Birthday Happy Birthday
GD
Happy Birthday to you
G DDG
Happy Birthday to you Happy Birthday to you
GC
Happy Birthday Happy Birthday
G DG
Happy Birthday to you
กำรจับคอร์ดทำบพืน้ ฐำน
การจับคอร์ดทาบน้ันสาหรับคนที่หัดเล่นใหม่ ๆ แล้ว จะรู้สึกว่าจับยาก
มากทั้งเจ็บนิ้วไม่มีแรงกด เสียงบอด แต่การจับคอร์ดทาบน้ันมีเทคนิคอยู่นิด
เดียว คือ การหักข้อมือลงด้านล่าง แล้วใช้นิ้วโป้งประคองตรงกลางหลัง
คอกีต้าร์ไว้ แทนการใช้นิ้วโป้งกาคอกีต้าร์แบบการจับคอร์ดธรรมดา แบบน้ี
จะเป็นการจับท่ถี กู วิธี และช่วยใหม้ แี รงกดสายมากขนึ้ ทาใหเ้ สยี งไมบ่ อด สว่ น
นว้ิ ที่ใช้กดสายกพ็ ยายามใหป้ ลายนวิ้ ตั้งฉากกับสายมากทสี่ ดุ ไม่ใหไ้ ปโดน สาย
อ่ืนเพราะจะทาใหเ้ สียงบอดได้
ตัวอยา่ งการจับคอร์ดทาบ
ลักษณะพิเศษของคอร์ดทาบ ก็คือ คุณสามารถ เลื่อนคอร์ดใน
ลักษณะการจับท่ียังเหมือนเดิม ถอยหลังเข้าหาตัว หรือ เล่ือนไปด้านหน้า
แล้วคอร์ดจะเปลี่ยนไปเป็นอีกคอร์ดหนึ่งโดยที่รูปแบบการจับยังเหมือนเดิม
โดยมีหลักอยู่ว่า ถ้าเลื่อนถอยเข้าหาตัว 1 ช่อง (เสียงสูงข้ึน) คอร์ดเดิมที่เล่น
อยู่ก็จะติด( # )เช่นคุณจับคอร์ด F แล้วเลื่อนเข้าหาตัว 1 ช่อง คอร์ดก็จะ
เปลีย่ นเป็น F# ถ้า 2 ช่องคอรด์ กจ็ ะเปล่ยี นเปน็ คอร์ด G ในทางตรงกนั ข้าม ถ้า
เลื่อนไปด้านหน้าออกห่างตัว 1 ช่อง (เสียงต่าลง) คอร์ดเดิมท่ีเล่นอยู่ก็จะติด
( b ) เช่นคุณจับคอร์ด B แล้วเล่ือนออกห่างตัว 1 ช่อง คอร์ดก็จะเปลี่ยนเป็น
Bb ถ้าเล่อื นไป 2 ชอ่ งคอรด์ ก็จะเปลี่ยนเป็นคอรด์ A สายเปดิ คอื ไม่ตอ้ งใช้นิว้ ช้ี
ทาบ เพราะตาแหน่งท่ตี ้องทาบเป็นสะพานรองสาย (Nut) พอดี
ส่วนการเล่ือนคอร์ดว่าเล่ือนก่ีช่องแล้วจะเปลี่ยนเป็นคอร์ดอะไรจะใช้
หลักของ Major Scale คือ คอร์ด E กับ F และคอร์ด B กับ C ห่างกัน 1 ช่อง
(ครึ่งเสยี ง) ส่วนคอรด์ อ่นื A กบั B , D กบั E , F กบั G ห่างกัน 2 ชอ่ ง (หนง่ึ เสียง
เต็ม)
คอร์ด F ( F major ) วิธีจับคอร์ด F เริ่มต้นด้วยการใช้น้ิวชี้ทาบลง
บนเฟรตที่ 1 ทุกสาย ใช้น้ิวโป้งดันคอกีตาร์ด้านหลังเพื่อส่งแรงให้กับน้ิวชี้ที่
ทาบหรือ กดลงบนสาย 2 เฟรตที่ 1 ต่อด้วยน้ิวกลางกดลงบนสาย 3
เฟรตที่ 2 ต่อดว้ ยนว้ิ กอ้ ยกดลงบนสาย 4 เฟรต 3 และนว้ิ นางกดลงบนสาย 5
เฟรตที่ 3 ดังภาพ
หรือ
43 1
2
คอร์ด B ( B major ) วิธีจับคอร์ด B เริ่มต้นด้วยการใช้นิ้วช้ีทาบกด
กดลงบนสาย 5 ลงมาถึงสาย 1 เฟรตที่ 2 ต่อด้วยน้ิวก้อยกดลงบนสาย 2
เฟรตท่ี 4 และนิ้วนางกดลงบนสาย 3 เฟรตที่ 4 และน้วิ กลางกดลงบนสาย 4
เฟรตท่ี 4 ดงั ภาพ
43 2 1
คอร์ด Bm ( B minor ) วิธีจับคอร์ด Bm เริ่มต้นด้วยการใช้นิ้วช้ีทาบกด
ลงบนสาย 5 ลงมาถึงสาย 1 เฟรตท่ี 2 ต่อด้วยนิ้วกลางกดลงบนสาย 2 เฟรตที่ 3
และน้ิวก้อยกดลงบนสาย 3 เฟรตท่ี 4 และนิ้วนางกดลงบนสาย 4 เฟรตท่ี 4
ดังภาพ
3 1
4 2
1. ให้นกั เรยี นฝึกจับคอรด์ และดดี ลงตำมโน้ตทก่ี ำหนดให้
1.1
1.2
1.3
1.4
กำรดดี คอรด์
เป็นการเลน่ กตี าร์โดยใชม้ ือขวาดดี ลงบนสายกตี าร์ โดยใช้ปก๊ิ หรือน้ิวมือ
ในการดีดก็ได้ ตามความถนัดของแต่ละคน ส่วนในเร่ืองการคมุ น้าหนักมือใน
การดีดคอร์ด ก็จะขึ้นอยู่กับท่อนแขนขวาในการส่งน้าหนักมือ แล้วใช้ข้อมือ
สะบัด ข้นึ -ลง ตามจงั หวะในการดีด โดยไม่เกร็งข้อมอื
รูปแบบที่ 1 กำรดดี ขน้ึ -ลง
การดีดข้ึน – ลง ในระยะแรกนักเรียนต้องฝึกการดีดลงอย่างเดียวก่อน
ดังแบบฝึกหัดท่ีผ่านมา การดีดข้ึน – ลง ฝึกในอัตราจังหวะ 4/4 จะการตี
คอร์ดลงสลบั ข้ึน โดยจะดีดลงในจังหวะท่ี 1 2 3 4 และดีดขึ้นในจังหวะ “&”
หรือจังหวะยกนั่นเอง รูปแบบน้ีเป็นรูปแบบพ้ืนฐานของการตีคอร์ดกีตาร์ทุก
รูปแบบ เพราะไม่ว่าเราจะตีคอร์ดในรูปแบบไหน แขนของเราจะต้องเหว่ียง
ขน้ึ -ลง สลับกันตามจังหวะของรปู แบบนี้ ดงั น้ี
1 & 2 &3 & 4 &
รปู แบบท่ี 2
การดีดคอร์ดรูปแบบที่ 2 ฝึกในอัตราจังหวะ 4/4 โดยดีดลงเป็นหลัก
แลว้ สลบั ดดี ขึ้นในจงั หวะยกของจังหวะท่ี 2 เปน็ รปู แบบการตคี อร์ดทีน่ าไปใช้
เลน่ ในเพลงจงั หวะ ชา้ - ปานกลางได้ มรี ูปแบบดงั น้ี
1& 2 & 3&4 &
รปู แบบที่ 3
ฝึกในอัตราจังหวะ 4/4 โดยในจังหวะท่ี 1 และ 2 จะดีดลง ส่วนจังหวะที่
3 และ 4 จะดีดลงสลับข้ึนเป็นรูปแบบการตีคอร์ดที่เหมาะกับเพลงจังหวะ
ปานกลาง มรี ูปแบบดังน้ี
1& 2&3 & 4 &
รูปแบบที่ 4 รูปแบบสุดท้ายท่ีสาหรับผู้เร่ิมต้นฝึก เป็นรูปแบบที่ใช้ใน
เพลงส่วนใหญ่ เป็นรูปแบบพ้ืนฐานที่ใช้ได้ทั้งเพลงจังหวะช้า ปานกลาง หรือ
ในจังหวะเร็วก็ยังใช้ได้ อยู่ในอัตราจังหวะ 4/4 โดยเราจะดีดลงในจังหวะที่ 1,
2, 4 และดีดขึ้นในจังหวะยกของจังหวะท่ี 2, 4 ส่วนจังหวะท่ี 3 เราจะปล่อย
เสียงจากจังหวะยกของจังหวะท่ี 2 ยาวลากไป แล้วดีดในจังหวะยกของ
จังหวะท่ี 3 ดงั นี้
เครอ่ื งหมายโยงเสยี ง
(tie)
1 &2 & 3 & 4 &