1
1 เอกสารประกอบการเรยี น
วชิ า การจดั ดอกไม้
11
1
11 1
จดั ทาโดย
นางสาวมณีวนั ฤทธอ์ิ ดุ มพล
วทิ ยาลยั อาชีวศึกษาเพชรบรุ ี
สานักงานคณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษา
2
ใบความรู้ที่ 1 หน่วยที่ 1
หลกั สตู ร ประกาศนียบัตรวิชาชพี สอนคร้งั ท.ี่ ..1-2
รหัสวชิ า 2701-2120 ชือ่ วชิ า การจัดดอกไม้ เวลา....4......ชม
ช่ือหนว่ ยการเรยี นรู้ ความร้เู บอ้ื งตน้ ในการจดั ดอกไม้
1. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
1.1 จุดประสงคท์ ั่วไป
มีความรู้ความเข้าใจเก่ียวกับความหมายและความสาคัญของการจัดดอกไม้ ประวัติ
ความเป็นมาของการจัดดอกไม้ วัสดุอุปกรณ์สาหรับการจัดดอกไม้ วิธีการเลือกซ้ือและทาความ
สะอาดวัสดอุ ุปกรณใ์ นการจัดดอกไม้
1.2 จดุ ประสงค์เชงิ พฤตกิ รรม
อธิบายเกี่ยวกับความหมายและความสาคัญของการจัดดอกไม้ ประวัติความเป็นมา
ของการจัดดอกไม้ วัสดอุ ุปกรณ์สาหรับการจัดดอกไม้ วธิ ีการเลือกซื้อและทาความสะอาดวัสดอุ ุปกรณ์
ในการจัดดอกไม้
2. สมรรถนะ
แสดงความร้เู ก่ียวกบั ความรเู้ บอ้ื งตน้ เกย่ี วกับการจัดดอกไม้
3. เนอ้ื หาสาระ(อาจมีรูปภาพประกอบ)
ความรู้เบ้ืองตน้ เก่ียวกบั การจดั ดอกไมส้ ด เป็นความรู้พน้ื ฐานทีผ่ ้เู รียนการจดั ดอกไม้ ต้อง
เรยี นรแู้ ละเก็บเก่ยี ว เพือ่ นาไปใช้ในการเลอื กการเตรียมวัสดุอุปกรณ์การออกแบบการจดั ดอกไม้
รวมทง้ั การเตรียมความรู้ไปฝกึ ปฏิบตั ิ เพ่อื ให้เกิดทกั ษะและประโยชนส์ ูงสดุ สาหรับใช้เปน็ แนวทาง
ในการประกอบอาชพี นักจดั ดอกไมใ้ นอนาคต
1.1 ความหมายของการจัดดอกไม้
อรรกวฒุ ิ เนตรจนิ ดา (2551 : 3) กล่าวว่า การจัดดอกไมส้ ดเป็นศลิ ปะอันทรงคา่ ของชาวไทย
นับต้งั แต่สมยั โบราณจนถงึ ปจั จุบัน ดอกไม้เปน็ สงิ่ ที่ใหค้ วามสดชน่ื เจรญิ ตาเจรญิ ใจ อีกทัง้ สง่ กลิน่ หอม
พร้อมสสี วยสดแก่ผพู้ บเหน็ จึงได้นาดอกไมช้ นิดต่าง ๆ นามาประดิษฐ์และเปน็ รูปแบบตา่ ง ๆศนู ยว์ จิ ัย
และพัฒนาอาชวี ศกึ ษา 4 กรมอาชีวศึกษา (2541 : 2) กล่าวว่า ศิลปะการจัดดอกไม้ หมายถึง การนา
ดอกไม้มาจัดเปน็ รปู ทรงต่าง ๆ โดยอาศยั หลักทางศลิ ปะเปน็ องค์ประกอบในการจดั เพื่อทาให้การจัด
ดอกไม้มรี ูปทรงการจัดมากกมายหลายแบบ หลายสไตล์ หลายยคุ หลายสมัย ผลงานการจดั ดอกไม้ทีม่ ี
ความสวยงามได้นั้น ตอ้ งข้ึนอยู่กบั ความคดิ ริเร่ิมสรา้ งสรรคท์ กั ษะและประสบการณข์ องผูจ้ ัดเปน็ สาคญั
3
สรปุ ได้ว่าการจัดดอกไม้ หมายถึง การนาดอกไม้ ใบไม้ และวัสดปุ ระกอบอื่น ๆ
มาจดั เป็นรปู ทรงตา่ ง ๆ อย่างสวยงาม
ความหมายของคาตา่ ง ๆ ในการจดั ดอกไมส้ ด
1) ความสวยงาม หมายถึง การนาดอกไม้ใบไมแ้ ต่ละชนิดมาจดั ใหส้ วยงามสะดุดตาแก่ผูพ้ บ
เห็นทว่ั ไป โดยอาศัยความชานาญความสามารถในการเลอื กดอกไม้ ใบไม้ และฝมี อื ในการจดั มาผสาน
กนั เพ่อื ใหเ้ กดิ ความสวยงาม
2) ความถกู ต้องต่องาน หมายถงึ ต้องรวู้ ่าจะจัดดอกไมเ้ พื่อใชก้ บั งานใด เช่นงานมงคลตา่ ง ๆ
งานอวยพรแสดงความยนิ ดี หรืองานศพ เป็นตน้ เพราะการจดั ดอกไมแ้ ตล่ ะงานมีลักษณะการจดั และ
รูปแบบการจดั ท่ีแตกตา่ งกัน ดังนนั้ จะไดเ้ ลือกดอกไม้ ใบไม้ และรูปแบบการจดั ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
3) ความถกู ตอ้ งต่อสถานที่ หมายถึง ต้องรูว้ ่าสถานท่จี ัดตัง้ หรอื ตดิ ตง้ั หรือจัดวางทใ่ี ดเพ่ือ
การกาหนดรูปทรงในการจัดไดอ้ ย่างเหมาะสม
4) กาหนดระยะเวลา หมายถงึ ความถูกต้องในการจัดดอกไมก้ บั ระยะเวลาท่กี าหนดให้ หรอื
ถูกกาหนดจากการวางแผนในการจัดดอกไม้ ดังน้นั การจัดดอกไม้มีความจาเปน็ อยา่ งยงิ่ ทจี่ ะตอ้ งรู้
ระยะเวลาในการใชด้ อกไม้ เพ่อื จะไดเ้ ลอื กดอกไม้ให้เหมาะสมกบั ระยะเวลาในการจดั งาน และเสรจ็ ทนั
ตามความตอ้ งการใชง้ านอีกดว้ ย
5) ความเหมาะสมกับกับภาชนะ หมายถึง การเลือกดอกไม้ ใบไม้ ได้เหมะสมกบั ขนาดของที่
ใช้จัดดอกไม้ เช่น แจกนั เลก็ ดอกไม้ ใบไม้ ไมค่ วรจะมขี นาดใหญ่เกนิ ไป เป็นต้น
ความสาคัญของไมด้ อก
มนุษย์เราน้ันรู้จักนาไม้ดอกมาใช้ประโยชน์ต่อชีวิตประจาวันต้ังแต่สมัยโบราณแล้ว จน
กลายเป็นขนบธรรมเนียมประเพณีและวฒั นธรรมประจาชาตทิ ุกวันนี้ เช่น งานบวช เย่ียมคนไข้ ให้คน
รัก งานขึ้นบ้านใหม่ จัดประดับบริเวณบ้าน หรือแม้กระทั้งงานศพ และคนในสมัยโบราณยังรู้จักนาไม้
ดอกไปใช้เป็นยารักษาโรคต่างๆและอาหารได้อีกด้วย นอกจากน้ีคนเรายังต้องการความสุข ความ
เพลิดเพลินเจริญใจ ความงดงามตามธรรมชาติของพันธุ์ไม้ดอกไม้ประดับนานาชนิดอีกด้วย ความ
สวยงามของไม้ดอกไม้ประดับน้ันหักนาไปใช้ประดับตกแต่งจัดให้ถูกวิธีศิลปะบ้างแล้ว ก็ย่ิงเพิ่มความ
สวยงามมากขึ้น ใหค้ วามสุขความเพลิดเพลนิ เจรญิ ใจแก่เจา้ ของและผทู้ ไี่ ดพ้ บเหน็ ทัว่ ไป
ความสาคัญของไมป้ ระดับ
ความงดงามของธรรมชาติ ต้นไม้ใบหญ้า ความร่มรื่นร่มเย็นจากร่มไม้ สีสันและความหอมอนั
ละเอียดละไมเหล่านี้มิใช่มีอยู่ตามภาพวาด ภาพถ่าย เสียงเพลง แต่มันเกิดขึ้เองตามธรรมชาติเพยี งแต่
มนุษย์เราน้ันปรุงเสริมเติมแต่งด้วยจินตนาการขึ้นมาเพ่มิ เติม มนุษย์กับธรรมชาตเิ ปน็ ส่ิงที่เกื้อกุลซ่ึงกัน
และกันมาต้ังแต่สมัยโบราณชนิดแยกกันไม่ได้ แต่มนุษย์เรานั้นใช้ทรัพยากรเหล่านี้อย่างไม่ระมัดระวัง
4
เป็นผู้ทาลายมิตรภาพจากผู้มีอุปการคุณเสียเอง โดยจะต้ังใจหรือไม่ได้ต้ังใจก็ตามที ซ่ึงต่างๆเหล่านี้ที่
มนุษย์เราไดท้ าลงไปกส็ ง่ ผลกระทบต่างๆนามนับประการในปัจจบุ ัน
สวนไมด้ อก คือ พนั ธ์ุที่ตัดดอกเพือ่ การขายและจาหน่ายเพยี งอย่างเดยี ว
สวนไม้ประดบั คือ พนั ธ์ทุ ใ่ี ช้ในการประดับสวน สถานทีใ่ นกระถางหรือแปลงกไ็ ด้
การปลูกไมด้ อกไม้ประในเมืองไทยเรา และในจังหวัดอุตรดิตถน์ นั้ จะต้องเอาใจใสด่ ูแลพันธ์ุไม้
ท่ไี มค่ ่อยทนตอ่ สภาพอากาศแบบน้ี แต่สาหรบั ตน้ ไม้หรอื พนั ธุ์ไม้บางชนิดทีท่ นตอ่ สภาพภมู ิอากาศแบบ
นี้กไ็ ม่จาเปน็ เทา่ ไหร่ท่จี ะตอ้ งการดแู ลอย่างเตม็ ท่ี หรือมากนกั
ส่วนการดูแลรักษา นั้น ในระยะแรกๆของพันธุ์ทุกชนิดนั้น จะต้องเอาใจใส่และให้การดูแลเป็นพิเศษ
หน่อย ( ช่วงเพาะเมล็ดขยายพันธ์ุ การปักก่ิง ต่อกิ่ง เป็นต้น ) หลังจากนั้นเมื่อต้นเจริญเติบโตได้ใน
ระยะหน่ึงก็สามารถลดการดูแลลงได้ การทาไม้ดอกไม้ประดับนั้นจะต้องมีความรู้พ้ืนฐานอยู่บ้างก็จะ
เป็นการดีสาหรับพันธุ์ไม้แต่ละชนิด เช่น การพวงดิน การให้ การจัดเก็บ การตัดแต่งกิ่ง การกาจัด
ศัตรูพชื ส่ิงต่างๆเหล่านี้ก็เพื่อให้ต้นไม้หรือพันธไ์ุ ม้เราน้ัน ดูดีสมบูรณ์เมื่อได้รับการดูแลอย่างถูกวธิ ี เป็น
ท่ีดึงดดุ ใจของลูกคา้ ในการเลอื กซือ้ เลือกชม และบุคคลทีผ่ า่ นไปมาได้
ประวตั ิความเปน็ มาของการจัดดอกไม้
เพือ่ เป็นแนวทางการศกึ ษาค้นควา้ หาขอ้ อ้างอิง เพ่ือใช้ประกอบเป็นหลักฐานทางด้านประวตั ิผู้
ประดิษฐ์คิดนาดอกไม้สด มาใช้ในพิธีเป็นครั้งแรกหรือบุคคลแรก เพื่อไวเ้ ป็นหลักฐานเร่ืองราวให้ชนรุ่น
หลัง ได้ทราบประวตั ิความเปน็ มารวมทัง้ ขอ้ สันนิษฐานวา่ บรรพบุรุษได้นาดอกไม้ ท่ีมีความสวยงามตาม
ธรรมชาตมิ าใชอ้ ย่างเป็นพิธีการ เช่น นามาจัดบูชาพระรัตนตรัย นามาจัดประดับตกแตง่ สถานท่ีในงาน
ท่วั ไปและในพิธีสาคญั เพื่อให้มคี วามสดช่นื สวยงาม หรูหราและตืน่ ตา และเป็นบรรยากาศท่ีเต็มไปด้วย
สสี นั หลากหลายของดอกไม้ และได้สบื ทอดมาจนถึงปจั จบุ ันนี้
ตามหลักฐานที่ได้ศึกษาค้นคว้า ในหนังสือพระราชพิธีสิบสองเดือนในพระบาทสมเด็จพระ
จุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระนิพนธ์ไว้ เมื่อปีชวด พ.ศ.2431 ได้ทรงบันทึกเหตุการณ์ที่เกิดข้ึนในสมัย
กรุงสุโขทัย ได้กล่าว ถึงนางนพมาศ หรือท้าวศรีจุฬาลักษณ์ ได้ตกแต่งโคมลอย เพ่ือใช้ในพิธีสิบสอง
เดือนและพระราชพิธีการลอยพระประทีป ซึ่งได้ประดับตกแต่งด้วยดอกไม้สด ผลไม้แกะสลัก มา
ประดับตกแตง่ โคมลอยให้มีความสวยงามย่ิงและได้ทรงกล่าวไว้ว่า ท้าวศรีจุฬาลักษณ์ ซึ่งเปน็ พระสนม
เอกแต่ครัง้ พระเจ้าอรณุ มหาราช คอื พระรว่ งเจ้าเป็นพระเจา้ แผ่นดนิ สยามต้ังแต่อยู่ ณ เมืองสโุ ขทยั ใน
พระราชนิพนธ์ได้กล่าวว่า นางนพมาศได้เข้ารับราชการได้คิดอ่านทากระทงดอกไม้พระเจ้าแผ่นดิน
ประดิษฐ์เป็นรูปดอกบัวจากหลักฐานอ้างอิงได้กล่าวมา น่าจะเป็นหลักฐานที่เช่ือถือได้ว่า นางนพมาศ
หรือท้าวศรีจุฬาลักษณ์ เป็นสตรีไทยท่านแรกที่เป็นผู้ริเริ่มนาเอาดอกไม้สดมาใช้ในพิธีการตั้งแต่กรุง
สโุ ขทัยเปน็ ครงั้ แรก และได้สืบทอดกนั มาจนถึงปัจจุบันนี้
5
ข้อความในประวัติการร้อยลัย (จันทนา สุวรรณมาลี, 2529) ได้เขียนไว้ในหนังสือตอนหนึ่งว่า
“บรรพบุรษุ ของไทยเรามีช่ือสียงในงานดา้ นศลิ ปอ์ ยา่ งมากมาย โดยเฉพาะการนาดอกไม้สดมาประดิษฐ์
เป็นพวงดอกไม้และนามาประดิษฐ์ตกแต่งโคมลอย ได้สวยงามของนางนพมาศแล้ว” ยังมีหลักฐานได้
กล่าวไว้ตอนหน่ึงว่า “ในเดือนเมษายน มีพระราชพธิ ีสนามใหญ่ บรรดาเจ้าเมือง เศรษฐี คหบดี เข้าเฝา้
บังคมพระร่วงเจ้า เพื่อถวายเป็นเคร่อื งบรรณาการ พระสนมกานลั ต่างๆ ก็ร้อยกรองดอกไมเ้ ป็นรปู สตั ว์
ต่างๆ และในครั้งน้ันนางนพมาศก็ร้อยดอกไม้สีเหลืองเป็นรูปพานทองสองช้ันเป็นระย้าสองชั้น งดงาม
ใส่ลงในพานขันหมากเมี่ยงแล้วร้อยดอกไม้เป็นตาข่ายคลุมขันอีกช้ันหนึ่ง ดูเป็นท่ีเจริญตาและถูกฤดู
กาลเทศะอีก สมเด็จพระร่วงเจ้าทรงบัญญัติว่า ถ้าชาวไทยทาการรับสนามใหญ่ มีอาวาหมงคลหรือลิ
ลาหมงคล เป็นต้น ในการกรองดอกไม้เป็นรูปพานขันหมาก ดังนี้เรียกว่า พานขันหมากในสมัย
รัตนโกสินทร์เริ่มต้นรัชกาลสืบมา งานฝีมือด้านประดิษฐ์ดอกไม้สดเป็นท่ียอมรับในฝีมือและมีช่ือเสียง
มาก เป็นที่นยิ มประดิษฐ์ จดั ดอกไมส้ ดในงานตา่ งๆ ทัว่ ไป โดยเฉพาะในพระราชพิธตี ่างๆ
ในสมัยรัชกาลที่ 5 ทรงมีพระราชนิยมการทาดอกไม้มากมาย จัดดอกไม้มากมาย จัดถวายให้
ทรงใช้ในงานน้ันๆ เสมอ พระมเหสีเทวีทุกตาหนัก ใฝ่พระทัยในการจัดดอกไม้ไปตามๆกัน แต่ละ
พระองคต์ า่ งกม็ ีชือ่ เสียงในดา้ นตา่ งๆ ตามๆกัน สมเด็จพระศรพี ชั รินทรา พระบรมราชินนี าถ (พระพนั ปี
หลวง) คร้ังดารงพระอิสริยยศเป็นพระบรมราชินีนาถ ได้โปรดเกล้าฯให้ฝึกอบรมข้าหลวงและครู
โรงเรียนราชินีให้รู้จักทาดอกไม้แห้งแทนดอกไม้สดด้วย ทรงส่งเสริมฟ้ืนฟูการทาดอกไม้เป็นอันมาก
พระองค์เองก็ใช้เวลาว่างประดิษฐ์ดัดแปลงการทาดอกไม้แบบเก่าๆ ให้แปลกพิสดารไปอีกมีพระนาม
เลื่องลือในการร้อยมาลัยมะลิเป็นมาลัยสีขาวกลม ซ่ึงเป็นมาลัยธรรมดาไม่มีลวดลายและต่อมาไดพ้ ลิก
แพลงมาเปน็ มาลัยหนังสือชดุ มรดกไทย “สญั ลกั ษณ์วันแม่ ชอ่ื มะล”ิ (มณีรตั น์ จนั ทนะผะลนิ , 2526)ได้
เขียนประวัติและที่มาได้นามาเป็นข้ออ้างอิงโดยได้กล่าวถึงประวัติเร่ิมต้นของคนไทย ท่ีรู้จักการนา
ดอกไม้มาร้อยเป็นพวงมาลัยไว้ตอนหน่ึงในหนังสือ พระราชพธิ ีสิบสองเดือน ดงั น้ี “แตโ่ บราณสมยั กอ่ น
กรุงสุโขทัย บรรพบุรุษของไทยได้คิดประดิษฐ์ ใบไม้ เป็นแบบต่างๆ มากมายแต่ไม่ผู้ใดจดบันทึกไว้ใน
อนุชนรุ่นหลังได้ค้นคว้า จนถึงสมัยสมเด็จพระร่วงเจ้ามีนางนพมาศซ่ึงเป็นพระสนมเอกในสมัยนั้น ได้
จดบันทึกเรอ่ื งราวของตนเองไว้ นางเองเป็นหญงิ นักปราชญ์ มคี วามรอบรใู้ นพธิ กี ารตา่ งๆ งานประดิษฐ์
งานฝีมือและอื่นๆ ตลอดจนมีความรู้ทางหนังสือ ด้วยความปรีชาสามารถของนางนพมาศ เราจึงได้มี
โอกาสทราบว่า การจดั ดอกไม้ของไทยมจี ุดเริม่ ต้นแต่สมยั นนั้ เป็นต้นมา
อุปกรณท์ ่ใี ช้ในการจัดดอกไม้
อุปกรณท์ ่ีใชใ้ นงานดอกไมม้ หี ลายชนิดแต่ละชนิดมีหนา้ ที่แตกต่างกนั ควรเลือก ใช้อุปกรณใ์ ห้
ถูกต้องกับงานประเภทนั้นๆทาให้งานจัดดอกไม้สวยงามล้าค่าด้วยฝีมือ และ มีคุณค่าย่ิงข้ึนอุปกรณ์ที่
จาเปน็ ในการปฏบิ ัติงานทกุ ครงั้ มี ดังตอ่ ไปน้ี
6
1. ฟลอรัลโฟม ใช้สาหรับปักดอกไม้, ใบไม้ และส่วนประกอบอื่น ๆ ท่ีใช้ในการจัดดอกไม้ให้
อยู่ในตาแหน่งท่ีต้องการ มีหลายชนิด เช่น ใช้สาหรับดอกไม้สด บางคร้ัง จะเรียกกันว่า
โอเอซสิ ส่วนชนดิ ท่ใี ช้สาหรบั ดอกไม้ประดษิ ฐ์ เรยี กวา่ ซาฮารา
2. หลอดน้าสาหรบั ปกั ก้านดอกไม้ ( Water Tube ) ทไ่ี มไ่ ด้ปักฟลอรลั โฟมโดยตรง
3. แปน้ ฐานเทยี น ( Candle Holder ) ใชส้ าหรับยึดเทยี นกบั ฟลอรัลโฟม
4. ลวดกรงไก่ ใช้หอ่ หุม้ ปอ้ งกันฟลอรัลโฟมแตก
5. ไม้พันลวด ( Wire Pick ) ใชส้ าหรบั พันกา้ นดอก และใบทมี่ ผี วิ เรียบล่นื ใหยดึ แนน่ กับฟลอ
รลั โฟม
6. อปุ กรณ์ยดึ ฟลอรลั โฟม ( Pin frog ) ใหต้ ดิ กบั ภาชนะ
7. แถบกระดาษมีแกนเป็นลวด ( Twist-em ) ใช้ร่วมกับลวดกรงไก่ เพ่ือยึดฟลอรัลโฟมให้
ติดกับโครงสร้างท่ีจัดดอกไม้ เช่น ซุ้ม หูตะกร้า เป็นต้น และยัง ใช้มัดก้านดอกไม้ในการห่อช่ออีก
ดว้ ย
8. ลวด มีหลายขนาดและหลายชนิด ขึ้นอยู่กับการใช้งาน เช่นลวดเบอร์ 20 22 24
ลวดคอร์สาร์จ ( สาหรบั ทาดอกไม้ตดิ เสือ้ ) ลวดมดั โบว์
9. มีดรดิ หนามและใบ
10. มดี ใชห้ น่ั หรือตดั วัสดุต่าง ๆ เชน่ ฟลอรัลโฟมและกา้ นดอกไม้
11. คมี ตัดลวด มหี ลายขนาดและหลายชนดิ ฉะนัน้ ตอ้ งเลอื กใหเ้ หมาะกับ
ขนาดของลวดด้วย
12. กรรไกรตดั กงิ่ ไม้ สาหรับตดั ไมเ้ นือ้ แขง็ และกา้ นดอกไม้
13. กรรไกรตัดริบบน้ิ ซึ่งจะตอ้ งคมเพราะถ้าตดั รบิ บนิ้ ที่เป็นผ้าจะได้ไม่
เป็นขน
14. กาวกะทะ ( Hot Melt Glue ) มีคุณสมบัติไม่หลุดล่อนเมื่อถูกน้าใช้สาหรับยึดฟอรัลโฟม
ในการจดั ดอกไม้ในถาดทม่ี นี า้ เช่นการจัดสวนถาด
15. กระดาษพนั ก้าน ( ฟลอรา่ เทป ) ใช้พนั การดอกไมแ้ ละวัสดตุ า่ งๆ
16. กระดาษกาว การทาคอรส์ าร์จ และการทาดอกไมป้ ระดิษฐ์
17. เทปกาว ( Bowl Tape ) ใชส้ าหรับยดึ ฟอรลั โฟมใหต้ ิดกบั ภาชนะทจ่ี ัดดอกไม้
18. มอส ( Moss ) สาหรบั ตกแต่งฐานภาชนะ และปกปิดฟอรัลโฟม
19. ฟลาเวอร์ฟูด อาหารเสริมสาหรับดอกไม้ ลักษณะเป็นผงละเอียดใช้ในปริมาณเพียง
เล็กนอ้ ย ละลายน้าไดใ้ ช้สาหรบั แชด่ อกไม้
20. แจกัน มหี ลายรูปแบบและหลายรูปทรง
21. ถาดพลาสตกิ รูปทรงตา่ งๆ ใชส้ าหรบั วางกอ้ นฟอรัลโฟมโดยเฉพาะ
7
22. ตะกรา้ และภาชนะต่างๆ ใช้สาหรบั จดั ดอกไม้
23. อุปกรณ์ใช้ประกอบในการจัดดอกไม้ตามแนวธรรมชาติ ได้แก่รูปสัตว์ต่างๆ รูปนก
ประดษิ ฐ์ รูปไกป่ ่า รูปบา้ นนก ฯลฯ
24. กระบอกฉีดน้า ใชส้ าหรับฉีดพน่ ดอกไม้เพ่อื ให้น้าเป็นละอองฝอย
25. ภาชนะทรงสูง ใช้สาหรับแช่ดอกไม้ใบไม้ ก่อนการนาไปใช้ เช่นถังพลาสติกทรงสูง หรือ
ใชเ้ ปน็ ถังใสเ่ ศษดอกไมใ้ บไมก้ อ่ นรวบรวมนาไปทง้ิ ในถังขยะ
การใชอ้ ปุ กรณแ์ ละเครอ่ื งมือใหเ้ หมาะสมกบั งานการจดั ดอกไมส้ ด ดังตอ่ ไปน้ี
1. ใช้เคร่ืองมือให้ถูกต้องกับชนิดของงาน เช่นกรรไกรตัดก้านดอกไม้ ก็ไม่ควรใช้ตัดกระดาษ
หรอื กรรไกรตัดกระดาษก็ใชต้ ัดริบบิ้นไมไ้ ด้
2. เคร่อื งมอื ที่ใชต้ อ้ งอยใู่ นสภาพเรยี บรอ้ ยไม่ชารุดเหมาะสมพรอ้ มท่ีจะใช้งานได้
3. ใชเ้ คร่ืองมืออย่างทะนุถนอม ไม่ใช้เกินกาลังความสามารถของเคร่ืองมือ ถ้าขณะกาลัง
ทางานเครอื่ งมอื เกิดชารดุ ก็ควรหยุดทนั ที และซอ่ มแซมใหเ้ รยี บร้อยก่อนทางานตอ่ ไป
4. เคร่ืองมือบางชนิดควรมีอะไหล่สารองไว้ และควรศึกษาการใชง้ านของเคร่ืองมือทุกชนิดให้
ละเอียดถา้ มีคาแนะนา
5. ขณะทางานควรแตง่ กายใหร้ ัดกมุ เหมาะสมตามสภาพ ขณะทางาน ไม่หยอกล้อ เลินเล่อ
และทางานขณะท่ีรา่ งกายพร้อมจะทางาน เพือ่ ใหง้ านน้นั สาเร็จไม่เสียหาย พร้อมกบั เลอื กใช้อุปกรณ์
เครื่องใช้ให้เหมาะสมกับสภาพงานน้นั ๆ
8
การเตรยี มวสั ดุอุปกรณ์
การเตรยี มวัสดุอุปกรณ์ในการจดั ดอกไม้มขี ้อควรปฏบิ ัติดังนี้
1. ดอกไมท้ กุ ดอกตอ้ งแชน่ ้ากอ่ นการนาไปใชอ้ ย่างน้อยเปน็ เวลา 5 - 6 ชัว่ โมงเพื่อ
ดอกจะได้อิม่ น้าและดสู ดช่นื ควรเลือกดอกไม้ท่สี วยเหมาะกับงานและพอดกี ับการจัดไม่ใช้ดอกไม้มาก
เกินไปหรอื น้อยเกนิ ไปซ่งึ จะทาใหไ้ มเ่ หมาะสมกบั งาน
2. ภาชนะท่ีใชจ้ ัดดอกไมต้ ้องเกบ็ นา้ ได้
3. การจัดดอกไม้ต้องเตรยี มดอกไม้ใบไม้หรือกิง่ ไม้ไว้ให้พรอ้ มก่อนจัด
4. มีดหรอื กรรไกรตดั กา้ นตอ้ งคมและเหมาะกบั การใช้งาน
5. ใบไม้และกง่ิ ไมท้ เ่ี ตรียมมาควรมรี ูปทรงสวยงาม
6. วัสดุอื่น ๆ ทนี่ ามาตกแต่งนอกเหนือจากดอกไมใ้ บไม้ ควรเปน็ วัสดุเล็ก ๆ ที่
เหมาะสมสวยงามนา่ รัก และเข้ากับงานดอกไม้ได้ เชน่ เซรามิกรูปสตั ว์ตา่ ง ๆ
7. สถานทีท่ จ่ี ะจดั ดอกไม้ ควรทาความสะอาดให้เรยี บรอ้ ยกอ่ น
การเก็บรกั ษาอปุ กรณ์ ควรปฏิบตั ดิ ังต่อไปน้ี
1. ทาความสะอาดเคร่อื งมอื และอุปกรณ์หลังจากการใชง้ านทุกครั้ง เช่น ลา้ งให้สะอาด
และถา้ เปน็ อุปกรณ์ท่ีเป็นเหลก็ ควรเช็ดให้แหง้ ก่อนเกบ็ ก็ทาน้ามันปอ้ งกันการเป็นสนมิ
2. เกบ็ เครือ่ งมืออุปกรณ์ทใ่ี ช้ใหเ้ ป็นระบบโดยแยกใสภ่ าชนะ ให้เรียบร้อยสวยงาม
เป็นหมวดหมู่ โดยยึดหลกั “ เปน็ ระเบยี บ หายก็รู้ ดกู ง็ ามตา “
3. ใชเ้ ครือ่ งมอื และอปุ กรณ์ใหเ้ หมาะสมกบั ชนิดของงาน สารวจเครือ่ งมอื และ
อปุ กรณท์ ุกครง้ั ก่อนและหลังการทางาน เพอ่ื ป้องกนั การสญู หาย
4. ถ้ามีอุปกรณ์เครื่องมือหลายชิ้น ควรทาเคร่ืองหมายไว้ทุกชิ้น เพื่อสะดวกในการนับและ
เกบ็ อปุ กรณ์
5. ถา้ เครอื่ งมอื หรืออปุ กรณ์ชารุดควรซอ่ มแซมก่อนนาไปใช้ เพือ่ ป้องกนั อันตราย
6. อปุ กรณ์ทเี่ ปน็ กระดาษควรมตี เู้ กบ็ เพอ่ื จะได้ไมเ่ ปียกน้าและไมย่ ับ
7. ฟลอรัลโฟมเป็นอุปกรณ์ทย่ี ึดดอกไมถ้ า้ ใช้กับดอกไม้แห้งก็ไมต่ ้องแช่นา้ แตถ่ า้ เปน็ ชนดิ ทใี่ ช้
กบั ดอกไมส้ ดต้องแชน่ า้ ใหอ้ ิม่ นา้ กอ่ นใช้ การเกบ็ ต้องแหง้ และใส่กลอ่ งไว้
8. อุปกรณ์ที่เป็นผ้าควรมีตู้เก็บเฉพาะเพ่ือความเป็นระเบียบในการพับเก็บและหยิบใช้ ได้
สะดวก กอ่ นเกบ็ ควรซกั รดี ใหส้ ะอาด
9. อุปกรณข์ องมคี มควรเกบ็ ใสซ่ องเฉพาะชนิ้ เมื่อหยิบใช้สะดวกและปลอดภัย
10. อุปกรณ์ที่เป็นเข็ม ควรเก็บในกล่องแยกเป็นชนิด เช่น เข็มเย็บผ้า เข็มหมุด หัว
กลม เข็มหมดุ หวั เล็ก เขม็ ซ่อนปลาย เป็นต้น
9
11. อุปกรณ์อน่ื ๆเช่นตะกร้า แจกัน หรือวัสดตุ กแตง่ ก็ควรแยกเป็นชนั้ ๆ พวกๆเพ่ือความ
สวยงามและหาง่าย หยิบใชง้ ่าย
การเตรยี มวสั ดุและอปุ กรณใ์ นการจดั ดอกไม้
การจัดดอกไมท้ ุกคร้ัง ต้องจัดเตรยี มจัดหาวัสดอุ ุปกรณใ์ หค้ รบ เพื่อความสะดวกและไม่
เสียเวลาในการค้นหา หรือจัดซอื้ ในเวลาจดั ดอกไม้ แบง่ ออกเป็น 4 กล่มุ ไดแ้ ก่
1) ดอกไม้ ใบไม้ เพอ่ื ใหไ้ ด้ดอกไม้ ใบไมท้ ี่สดใหมแ่ ข็งแรงควรพิจารณาส่วนต่าง ๆ
ดังต่อไปน้ี
1.1) ดอกสสี ดใส ไม่ซดี เซยี ว
1.2) กลีบดอกสด ไม่มรี อยยับยยู่ ่ี หรือรอยช้า ดา ปลายกลบี ไมเ่ หีย่ ว
1.3) กลีบดอกไม้ ไมห่ ลุดร่วงงา่ ย เมอ่ื จับเพียงเบา ๆ
1.4) กา้ นดอกสดแข็งแรงไมอ่ อ่ นงอ
1.5) ผวิ ก้านเรยี บสด ไมม่ ีรอยถลอก และไม่มกี ลิน่ เหม็น
1.6) สผี ิวกา้ นและใบสีเขียวสด (ไมเ่ หลือง, ไม่เหี่ยว, ไม่เน่า)
1.7) ดอกไม้ช่อ ควรมีขนาดลดหลั่นสวยตลอดชอ่
1.8) ใบไมค้ วรเขียวสดสมบรู ณ์ไมฉ่ ีกขาด ไมห่ ัก ไม่เหย่ี ว
1.9) รอยตดั ก้านเป็นรอยตดั ใหมส่ ดกา้ นยาวเต็มที่บางครง้ั ผู้ขายตดั กา้ นใหท้ กุ วนั
ควรสงั เกตหากก้านสัน้ มากอาจเปน็ ก้านท่ีถูกตดั มาหลายครง้ั
2) ภาชนะสาหรับจัดดอกไม้ หมายถึง แจกนั รปู ทรงต่าง ๆ หรือภาชนะอ่นื ๆ เชน่ จาน ชาม
กล่องพลาสติก หรอื วสั ดทุ ี่เราสามารถนามาปรบั ปรงุ เป็นท่ีสาหรับจดั ดอกไมไ้ ด้
การเลือกควรเลอื กภาชนะให้เหมาะสมกบั บรรยากาศของสถานท่ตี ้ังวาง ท้งั ขนาด รปู ทรงสีสัน
พ้นื ผิวของภาชนะ เชน่ การจัดดอกไม้เพื่อตกแต่งสถานทจี่ ดั งานยอ้ นยคุ กับบรรยากาศกระทอ่ มหลังคา
มุงจากแบบชนบท ควรใชภ้ าชนะท่ีเป็นธรรมชาติ ไดแ้ ก่ เครอ่ื งจกั รสาน กระบอกไมโ้ ถดินเผา น้าเตา้
แห้ง เป็นต้น สาหรบั เครื่องแก้วเจียระไน เงิน ทองเหลือง ซงึ่ เปน็ ภาชนะท่มี ีพ้นื ผวิ แวววาว ดูหรูหราโอ่
อา่ ภมู ิฐานบอกถงึ ความรา่ รวยเป็นพิธกี ารเหมาะสาหรบั สถานท่ีหรูหราทนั สมยั
การใชค้ วรใช้ภาชนะทกุ ชนิดด้วยความระมัดระวงั ไมใ่ หก้ ระทบกันหรือเสียดสีกันและจับตรง
ตาแหนง่ ทีแ่ ขง็ แรง เช่น ลาตวั ของภาชนะไม่ควรจับสว่ นทบ่ี อบบาง คอดกิ่ว เพราะอาจจะแตกหกั
เสยี หายได้ ภาชนะทเ่ี ปน็ แก้ว เงิน ทอง โลหะ และโลหะผสม ไม่ควรแชน่ ้านานเพราะจะทาให้สผี ิว
หมอง ยากแกก่ ารดแู ลรกั ษา
3) ท่ียึดดอกไม้ ปัจจบุ ันนยิ มใช้ โฟมปักดอกไมส้ ด เพราะสะดวก รวดเร็วเก็บนา้ ได้ดี และราคา
ไม่แพง มีหลายลักษณะมใี หเ้ ลอื ก เช่น เนื้อแน่น ราคาแพง เม่ือปกั จะรักษารูปทรงได้ดี เหมาะกบั การ
ปกั ดอกไม้ไว้หลายวนั เนอ้ื โฟมท่ีไมแ่ นน่ มาก ราคาตอ่ กล่องถูกลงนดิ หน่อย แตค่ ณุ ภาพด้อยตามลงไป
10
ด้วย จะทาใหแ้ ตกหกั เสยี หายงา่ ย ถา้ ภาชนะที่ใส่โฟมปักดอกไม้มขี นาดกวา้ งมาก อาจจะใชล้ วดกรงไก่
หรอื ลวดตาขา่ ย แบบเป็นโลหะ หรือพลาสตกิ บาง ๆ กไ็ ด้ปดิ คลมุ หนา้ โฟมปักดอกไม้ เพอ่ื เป็นการป้ อง
กันโฟมแตก หรอื ดอกไม้หน้าคว่า
4) เคร่ืองมอื เคร่อื งใช้ การจัดดอกไมส้ ดให้สะดวกและรวดเรว็ น้ัน ต้องเตรียมเครอ่ื งมอื
เครื่องใช้ หรอื อุปกรณ์ตา่ ง ๆ ใหค้ รบ และอยใู่ นสภาพพร้อมใช้งาน ดงั นั้นจึงจาเปน็ อยา่ งย่ิงที่จะตอ้ ง
เรียนรลู้ ักษณะเครือ่ งมอื เคร่ืองใช้ และการเลือกซือ้ รวมถึงวธิ ใี ชต้ ลอดจนการดแู ลรกั ษาเพื่อให้อปุ กรณ์
เครอ่ื งมอื เครือ่ งใช้ ทุกชน้ิ ใชไ้ ด้อยา่ งมีประสิทธิภาพ
4.1) อปุ กรณห์ ลักทจ่ี าเป็น ไดแ้ ก่ มีดหรอื กรรไกรตัดกงิ่ ไม้ และตดั ดอกไม้
4.2) อปุ กรณ์เสริมเพอื่ ชว่ ยใหไ้ ดง้ านที่ประณตี ไดแ้ ก่ กรรไกรตัดก่ิงไม้ กรรไกร
ตดั ลวด เลอื่ ย ลวด กาวน้า เขียง กะละมัง ไม้ไผ่ ทางมะพร้าว กระดาษพนั ก้าน ถุงพลาสติก
ทอ่ พลาสติก สาลี ทฉี่ ดี นา้ ถุงใสข่ ยะ ผ้าเช็ดทาความสะอาด และถังพักดอกไม้
วธิ กี ารเลอื กซอื้ เลอื กใช้ และดแู ลรกั ษาอปุ กรณก์ ารจดั ดอกไม้
1. มดี ใช้สาหรบั ตดั หน่ั ปอก เหลา ผา่ แงะ ก่งิ ไม้ และอนื่ ๆ
หลักการเลือกซอ้ื
1. ขนาดพอเหมาะกบั มอื และงาน ถ้างานจดั ดอกไม้ขนาดเล็กใชม้ ีดเล็กเลม่ เดียวกพ็ อ
แต่ถ้ามงี านจัดดอกไม้ขนาดใหญ่ ต้องมีขนาดกลางและขนาดใหญ่
2. ด้ามมีด ตรวจดูวา่ ด้ามมดี ยาวตลอดเทา่ ดา้ มทีห่ ุ้มขา้ งนอก ซ่งึ อาจจะเปน็ ไม้ เขา
สัตวห์ รอื เหลก็ ต้องมีหมดุ ยดึ สองจดุ จงึ จะไมโ่ ยกคลอนงา่ ย
3. คม ด้านคม คมตลอด
4. ไมเ่ ปน็ สนมิ ใชเ้ นื้อเหล็กกลา้
วธิ ีใช้
ใช้ให้เหมาะกับงาน อยา่ ใชม้ ดี เลก็ ทางานใหญเ่ กินตัว เสยี เวลานาน นอกจากจะไมถ่ นัด
ยงั เสียมดี อีก ใชม้ ดี ใหญ่ทางานเล็ก ๆ กด็ เู ทอะทะไม่ถนดั และอาจจะไมไ่ ด้ผลดี
1. ใช้ปอก เหลา แงะ
2. ใช้คกู่ บั เขยี งตัด หน่ั และผา่
การดูแลรักษา
หลังจากใช้งานเสร็จแล้วควรจะปฏิบตั ดิ ังนี้
1. ล้างใหส้ ะอาดดว้ ยสบู่ หรอื ผงซกั ฟอก ล้างนา้ ใหส้ ะอาด
2. เชด็ ให้แห้ง แล้วเกบ็ เข้าที่ ซึง่ อาจจะเป็นล้นิ ชัก หรือเสียบในท่เี สียบมดี
3. ถา้ นาน ๆ ใช้ ให้ทานา้ มันจกั ร หอ่ กระดาษ เกบ็ เข้าตู้
4. ถา้ มดี ทอื่ ต้องลับใหค้ มก่อนเก็บ กอ่ นใช้หรอื เม่อื มีเวลาวา่ ง
11
วธิ ลี ับมดี
วางมีดลงบนหินใหป้ ลายมดี แตะหินในท่าเอนมาก ๆ ประมาณ 5 องศา ถูเปน็ วงกลมให้
หนกั เวลาถูถอยไปทางสนั มดี และเบาเมื่อถวู นคมมีดย้อนกับหนิ อีกวิธหี น่งึ ถูไปมาในแนวตรงจาก
ปลายมดี มาทางโคนมดี จากโคนมีดไปปลายมดี แต่วางมดี ในแนวทแยงกบั หิน
2. กรรไกร ใช้สาหรบั ตัดกง่ิ ไม้ ตดั ลวด ตดั ใบไม้
หลกั การเลือกซ้ือ
1. ควรใช้ประโยชนไ์ ดส้ องอยา่ ง คือ ทัง้ ตดั กิง่ ไม้ และมีที่สาหรับตดั ลวดดว้ ย ส่วนกรรไกร
ตัดใบไมใ้ ชอ้ ีกหนึง่ อนั ต่างหาก
2. ขนาดพอเหมาะกับมอื ไม่ใหญ่เทอะทะ ทาให้เมอ่ื ยมอื เรว็ ถ้าเล็กเกนิ ไปกไ็ มแ่ ข็งแรง
และตัดไมถ่ นัด
3. สปรงิ ดี ดูลวดสปรงิ นิม่ และทนไม่หลดุ งา่ ย
4. คมตลอดปลาย
5. ไม่เปน็ สนมิ
วิธใี ช้
1. ใชใ้ หเ้ หมาะกบั งาน อยา่ ใช้ตดั ของใหญเ่ กินขนาด
2. อยา่ ลืมปลดท่บี งั คับสปริงใหห้ บุ เมอื่ ปลดแลว้ ขากรรไกรจะกางออก บางคนไมม่ ี
ความสังเกตพอจับกรรไกร ก็งา้ งจนท่ีบังคับสปริงเสีย
3. สังเกตดวู ่าตัดกิ่งไม้ไดอ้ ยา่ งเดียว หรอื ตัดลวดได้ดว้ ย หรอื จะใชแ้ ยกประโยชน์ จะมี
ประสทิ ธิภาพสงู กว่า
4. กงิ่ ไมแ้ ขง็ ควรหนบี เฉยี งจะขาดง่ายออกแรงนอ้ ยกว่าหนีบตรง
การดแู ลรักษา
1. ทาความสะอาดหลงั จากเสร็จงานแล้ว ล้างน้าสบู่ ล้างน้าสะอาด เชด็ ให้แหง้ ผ่งึ ไว้
สกั ครแู่ หง้ แลว้ หนบี ให้ขาชิดกนั ปิดทบ่ี ังคับสปรงิ
2. เก็บเข้าตู้ ลิ้นชกั หรือแขวนไว้ ถ้านาน ๆ ควรใช้น้ามนั จกั รเช็ดก่อนแล้วจึงเกบ็ เขา้ ตู้
หรือเกบ็ ในลิ้นชัก
3. ถังพักดอกไม้ ใชส้ าหรับใสน่ า้ แช่ดอกไม้รอการจัด และพกั ฟนื้
หลกั การเลือกซ้ือ
1. กระถางดินทรงกระบอก ดีทชี่ ุม่ ช้ืนและชว่ ยให้เยน็ ชื้น แต่มีนา้ หนักมาก
2. ถงั พลาสติก มีความทนทานราคาถกู แต่เบาลม้ งา่ ย น้าไมเ่ ย็นช้ืน
ขนาด
12
1. กระถางดินทรงกระบอกหรอื ถงั ควรมีความสงู ประมาณ 15 - 18 น้ิว
2. กะละมงั ควรมคี วามกวา้ งเสน้ ผา่ ศนู ย์กลางประมาณ 24 นว้ิ
วิธีใช้
1. กระบอก หรือถงั ใสน่ า้ ระดับชดิ โคนดอก
2. กะละมังใสน่ า้ มากพอลอยดอกไม้ไดส้ บาย หรอื ถา้ แชด่ อกไว้ในน้าก็ใหใ้ ส่นา้ มาก
พอท่จี ะช่วยให้ดอกไม้ท่เี หยี่ วเฉาได้นา้ ถึงคอดอก
การดแู ลรักษา
ล้างให้สะอาด คว่าผง่ึ ใหแ้ ห้ง วสั ดุบางอยา่ งควรเชด็ ใหแ้ ห้ง เชน่ อลูมเิ นยี ม เครือ่ งเคลอื บ
สงั กะสีทกุ อยา่ ง เกบ็ เข้าตูห้ รือชัน้ เกบ็ ของ
4. ท่ีฉีดน้า ใช้สาหรับฉีดนา้ พรมดอกไม้ ใบไม้สดชื่น
หลักการเลือกซ้อื
1. ขนาด ขนาดพอเหมาะมอื ถา้ ใหญเ่ กนิ ไปจะทาให้หนัก ถ้าเล็กเกินไปต้องเตมิ นา้ บ่อย
2. สปริง สปริงทบ่ี บี ฉีดนา้ ไมฝ่ ดื และน่มิ เกนิ ไป ถ้าฝืดตอ้ งออกแรงบบี มาก ถา้ นิ่มตอ้ ง
บีบขยับมือหลายคร้ังทาใหเ้ มอื่ ยมอื
3. รพู น่ น้าปรบั ได้ พน่ น้าไดเ้ ปน็ ละอองฝอย และปรับใหเ้ ปน็ ละอองโตได้
วิธใี ช้
1. ฉดี พน่ นา้ พรมดอกไมร้ ะยะไกล ฉีดแรงจะเปน็ ละอองฝอยกระทบเบา ๆ กลบี ดอกไม้
จะไมช่ ้า
2. ฉดี พน่ นา้ พรมดอกไมร้ ะยะใกล้ ฉีดคอ่ ยจะเปน็ ละอองเม็ดโตชว่ ยใหม้ ีละอองหยดน้า
เกาะกลีบดอกไม้ตา่ งขนาด ดเู ปน็ ธรรมชาติกวา่ มีหยดน้าขนาดเดียวกัน
3. ใสแ่ ตน่ า้ สะอาด อย่าใหน้ า้ ท่ีมีผงปะปนใส่ในกระบอกท่ีฉดี น้า เพราะเศษผงจะไป
อดุ ตนั ผ้ากรองนา้ เข้าหวั ฉีด ทาให้ฉดี น้าไม่ออกและเสยี เรว็
การเกบ็ ดแู ลรกั ษา
หลงั จากใช้แลว้ เทนา้ ออกให้หมด เชด็ ให้แห้ง เพราะถ้าปล่อยใหน้ า้ คา้ งจะทาให้เกดิ ตะไครน่ ้าเกาะทว่ั ๆ
ไป และถ้าเกาะที่ผา้ กรองน้าเขา้ หวั ฉีดก็จะอดุ ตัน
5. ลวด ใชด้ ามก้านดอกไมใ้ ห้แข็งแรง ปรบั ให้โคง้ งอได้ตามทศิ ทางทีต่ ้องการ และใชม้ ัดส่งิ ของ
หลกั การเลอื กซ้ือ
ขนาด เลอื กใหพ้ อเหมาะกบั หนา้ ทใ่ี ช้สอย เชน่ ดามก้านดอกกล้วยไม้ ประเภทชอ่ ละ
หลายดอก ต้องใช้ลวดสองขนาด ขนาดเลก็ มาก เบอร์ 28 ปักฐานดอกพันเกลยี วทก่ี า้ นดอกมาถงึ
ก้านชอ่ กะตดั ลวดให้ยาวพอดี ขนาดเล็ก เบอร์ 24 ดามควบกบั ทางมะพรา้ ว เริม่ จากโคนชอ่ พนั
เกลียวขนึ้ มาเกือบสดุ ยอดชอ่ และจากโคนช่อลงไปสดุ ก้าน ดามกา้ นกุหลาบใชเ้ บอร์ 24 ทาลวดตวั ยู
13
(U) ใช้เบอร์ 22 - 24 ขึ้นอยู่กบั งานต้องการใหญห่ รือเลก็
1. สี ในเมืองไทยไม่มีสใี ห้เลอื ก ถา้ มีเลอื กสที ่ีกลมกลืนกบั กา้ นดอกไม้
2. ซอ้ื จานวนมาก ถา้ ใชง้ านประจาซ้ือจานวนมากเป็นกโิ ลกรัมถูกกว่าซื้อท่ีเขาแบ่งขาย
วิธีใช้
1. ใชก้ รรไกรหรอื คีมตดั ลวดคม ๆ ตัดอยา่ ให้ปลายงอ
2. ตดั ขนาดท่พี อดีกับการใชง้ าน
3. ตัดทลี ะหลายเสน้ ตอ้ งใช้กรรไกรทีม่ ปี ระสทิ ธภิ าพสงู จงึ จะผ่อนแรง
4. อยา่ ดงึ ลวดออกจากขดใหย้ ุ่งเหยิง คอยจดั ให้สวยงามเป็นระเบยี บอยูเ่ สมอ
6. กะละมงั ใช้แช่ดอกไม้ พกั ดอกไม้ ใสน่ า้ ลา้ งสงิ่ ต่างๆ
หลกั การเลอื กซ้อื
1. ขนาด อาจจะซอ้ื หลายขนาดตามลกั ษณะของงาน
2. ทนทาน ทนทานไม่แตกง่าย ไมเ่ ปน็ สนิม พลาสติกดีกว่าอะลูมเิ นียมตรงทไ่ี ม่มีเสยี งดัง
แตอ่ ะลูมเิ นยี มดีกว่า คือ ต้มสยี อ้ มดอกไม้ได้ดว้ ย
วิธีใช้
1. ใชใ้ ส่น้าแช่ หรอื พักดอกไม้
2. ใส่น้าล้างสง่ิ ต่าง ๆ
3. ต้มน้า ตม้ สยี ้อมดอกไม้ เช่น บานไม่รโู้ รย
การดแู ลรกั ษา
1. ลา้ งให้สะอาด ผง่ึ หรอื เชด็ ให้แห้ง
2. เก็บเข้าท่ี เชน่ ตู้ ใตอ้ า่ งนา้ หอ้ งเกบ็ ของ
7. ไม้ไผ่ ใชด้ ามกา้ นดอกไม้ ใบไม้ ก่ิงไม้ ทอ่ พลาสตกิ ให้ยาวขนึ้
หลกั การเลือกซอื้
1. ขนาด พิจารณาขนาดทีซ่ ื้อใหเ้ หมาะสมกับงานทีใ่ ช้ เพราะมขี ายหลายขนาดตง้ั แต่
ความยาว 4 นว้ิ ไปถึง 24 นว้ิ
2. อายุ เลอื กที่เป็นไม้มอี ายแุ กด่ ีกวา่ ไมอ้ ่อน เพราะแขง็ แรงดีและมอดไมก่ นิ
3. ไมม่ ีมอดกิน บางทีเก่าเกบ็ ทีร่ า้ นขาย มมี อดกินปะปนอยู่
4. เลอื กแบบ บางแบบเหลากลมเกลย้ี ง บางแบบผ่าเฉย ๆ ไมไ่ ดเ้ หลา ใหพ้ ิจารณาลักษณะ
การใช้งานว่าแบบใดเหมาะ เพราะแบบหลงั ราคาถกู กวา่ แบบแรก แต่บางงานอาจจะต้องการแบบกลม
วธิ ใี ช้
ขน้ึ อยู่กับงานแต่ละงาน เลอื กวัสดุและทดลองหาวิธีท่ดี ีที่สุด เลอื กใช้วิธที ีเ่ หมาะสมทสี่ ดุ
การดแู ลรักษา
14
1. สว่ นมากใชค้ รัง้ เดยี วท้งิ เพราะราคาถกู
2. ถา้ จะเก็บไว้ใช้อีกครง้ั ให้ร้อื กา้ นดอกไม้ออกแยกเกบ็ ลวด และไม้ทาความสะอาด
กอ่ นผงึ่ ให้แหง้
3. เกบ็ ในทแ่ี หง้
8. ทางมะพรา้ ว ใชส้ าหรับดามกา้ นดอกไม้ให้แขง็ แรงขนึ้
หลักการเลือกซือ้
1. ใหม่ เหนียว ไมเ่ ปราะหกั งา่ ย
2. สี สนี วลสะอาดตา ไม่เปน็ สีดาขึน้ รา
วธิ ใี ช้
1. เหลาใหส้ ว่ นของใบท่ีตดิ เปน็ ปกี อย่ใู หอ้ อกหมดไป
2. ใชใ้ ห้เหมาะกับงาน
การดแู ลรกั ษา
1. มัดเป็นกา ๆ
2. เกบ็ ในท่ีแหง้ ท่ีเดยี วกับไม้ไผ่ ลวด และเขยี ง
9. ถงุ ใส่ถังขยะ ใชใ้ สข่ ยะขณะจดั ดอกไม้
หลักการเลอื กซื้อ
ขนาดพอเหมาะกบั งาน ถา้ มภี าชนะรองกด็ ขู นาดจากภาชนะ
วธิ ใี ช้
ไม่ควรใสข่ ยะทีม่ ีน้าแฉะ ควรแยกออกก่อน นอกจากนน้ั การใส่เศษกง่ิ ก้านดอกไม้
ควรตัดใหส้ ัน้ ก่อนทจ่ี ะใส่ลงไป จะช่วยประหยดั เนอ้ื ทแ่ี ละป้ องกนั กา้ นดอกไมแ้ ทงถงุ ฉกี ขาด
การดแู ลรกั ษา
ถา้ ใสก่ ่งิ ไม้ให้ตดั กง่ิ ไมใ้ ห้สนั้ ลงก่อนใส่ลงไป ผูกปากถงุ ใหเ้ รียบรอ้ ยกอ่ นนาไปทิง้
10. ผ้าเช็ดทาความสะอาด ใชเ้ ช็ดภาชนะ เชด็ สถานท่ี
หลกั การเลอื กซอื้
เนื้อผา้ ควรเป็นผา้ ฝ้ายเพราะดูดซึมซับนา้ ได้ดี หนาหรอื บางปานกลาง หนามากแข็ง
แห้งช้า บางมากเปอ่ื ยขาดเร็ว โดยมากถ้าใช้ท่ัวไปมใิ ชก่ ารสาธติ พิเศษ มักจะใชเ้ สือ้ ผ้าทเ่ี ก่าเลกิ
ใช้แล้วไม่ต้องซือ้
วิธีใช้
เช็ดตามลกั ษณะของสิ่งของ เช็ดตามโต๊ะยาว เช็ดไปทางเดียว ควรมีสองชนดิ
1. ชนิดสะอาดมาก ใช้เชด็ ภาชนะ เครื่องใช้ตา่ ง ๆ
2. ชนดิ สะอาดนอ้ ย (เก่ามาก) ใชเ้ ชด็ พน้ื เช็ดโตะ๊ ตู้ ฯลฯ
15
การดูแลรกั ษา
หลงั จากใชง้ าน ซกั ล้างใหส้ ะอาด ผึ่งใหแ้ ห้ง พบั เกบ็ เขา้ ที่ อปุ กรณ์หลายอย่างอาจจะดัดแปลง
ใช้จากวสั ดอุ ุปกรณ์ท่มี ีอยู่แลว้ ในบ้าน เช่น ดอกไม้ ใบไม้ บางอย่างใช้ท่มี ีอยู่ ภาชนะใช้กระปอ๋ งหรอื ขวด
ใชม้ ดี ในครวั ถังน้าท่มี ีอยูแ่ ลว้ ใช้กระดาษหนังสอื พมิ พ์รองขยะ เป็ นต้น แต่การเตรยี มการใหค้ รบถ้วน
นน้ั จาเปน็ อย่างยงิ่ โดยเฉพาะกจิ การงานท่ใี หญโ่ ต และสาคัญเปน็ กรณีพเิ ศษ จะไดส้ ะดวกสบายและ
ไดผ้ ลสาเรจ็ สวยตามความตอ้ งการ
ใบความรู้ท่ี 2 หนว่ ยที่ 2
หลกั สตู ร ประกาศนียบัตรวิชาชีพ สอนครง้ั ท.ี่ ..3-4
รหัสวชิ า 2701-2120 ชือ่ วชิ า การจัดดอกไม้ เวลา.....8.......ชม
ชอ่ื หนว่ ยการเรียนรู้ การเตรียมและเก็บรกั ษาดอกไมใ้ บไม้
1. จุดประสงค์การเรียนรู้
1.1 จุดประสงค์ท่วั ไป
มีความรู้ความเข้าใจเก่ยี วกับประเภทของดอกไม้ใบไม้ได้ การเลือกซ้อื ดอกไมใ้ บไมไ้ ด้
การเกบ็ รักษาดอกไม้ใบไมไ้ ด้ การบารงุ ดูแลดอกไมใ้ บไม้ได้
1.2 จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม
อธิบายเกี่ยวกับประเภทของดอกไม้ใบไม้ได้ การเลือกซ้ือดอกไม้ใบไม้ได้ การเก็บ
รักษาดอกไมใ้ บไม้ได้ การบารงุ ดูแลดอกไม้ใบไม้ได้
2. สมรรถนะ
เตรยี มและการเก็บรกั ษาดอกไมใ้ บไม้
3. เน้ือหาสาระ(อาจมรี ูปภาพประกอบ)
3.1 ประเภทลกั ษณะของดอกไมข้ องดอกไมใ้ บไม้ได้
3.2 การเลอื กซื้อดอกไมใ้ บไม้
2.3 การเกบ็ รกั ษาดอกไม้ใบไม้ได้
3.4 การบารุง ดูแลดอกไม้ใบไม้ได้
3.1 ประเภทและความหมายของดอกไม้
ดอกไม้เป็นส่ือแสดงความรู้สึกของผู้ให้ต่อผู้รับ ดอกไม้มีความสวยงาม มีเสน่ห์ บอก
ถงึ ความหมายอยใู่ นตัวของดอกไมเ้ อง ดงั นั้น การจัดดอกไม้จึงควรใชด้ อกไม้ใหเ้ หมาะสมกนั โอกาส
16
ดอกบัว (Lotus) ดอกบัวจดั เปน็ ราชนิ ีแห่งไม้นา้ ดอกบัวเกดิ ในนา้ เตบิ โตในนา้ แน่
น้าไม่เกติดดอกบัว เปรียบกับผู้ปฏิบัติธรรม ไม่ติดอยู่ในตระกูล ในหมู่คณะ ในลาภยศ สรรเสริญ สุข
และในปัจจยั เครื่องบรโิ ภคท้งั หลาย ตลอดจนไมต่ ิดอยใู่ นกเิ ลสท้งั มวล
ดอกกหุ ลาบ (Rose) ดอกกุหลาบจดั เปน็ ราชนิ ีแหง่ ดอกไม้บนบก ดอกกุหลาบใช้แทน
ความรกั ทีเ่ ดด็ เดยี่ ว ทรนง หนามกหุ ลาบ หมายถงึ อุปสรรคขัดขวางซงึ่ ผมู้ ีความรักจะต้องฟันฝ่า
อปุ สรรคทงั้ มวล เพือ่ ใหไ้ ดด้ อกกุหลาบท่ีงดงามนน้ั มาไว้ในครอบครองดว้ ยความภาคภูมิ
สีของดอกกหุ ลาบแตล่ ะสใี ห้ความหมายท่ีแตกต่างกันไป ซึ่งผู้มอบให้ควรจะไดเ้ ลอื กใชส้ ี
เหมาะสมกับโอกาส
ดอกกุหลาบสแี ดง หมายถึง ความรกั ทบี่ รสิ ุทธ์ิ เปรยี บเสมอื นเลอื ดเน้ือทีอ่ ยใู่ นกายของผมู้ อบ
ให้ ต่อผู้ที่ตนรัก จึงนยิ มใช้ในโอกาสครบรอบวนั แตง่ งาน วนั แห่งความรัก ซง่ึ กันและกัน
ดอกกหุ ลาบสีเหลอื ง หมายถงึ ความรักทหี่ ว่ งหาอาทรซงึ่ กนั และกัน แสดงถึงความปรารถนาดี
ตอ้ งการใหส้ ุขภาพแข็งแรง มีความสุขสดชนื่ จึงนิยมใช้เยยี่ มเยียนผูช้ ว่ ย
ดอกกหุ ลาบสีขาว หมายถึง ความรักทซี่ ือ่ สดใส สะอาด บริสุทธ์ิ นิยมใชเ้ พื่อแสดงความรักที่
จรงิ ใจของตนเอง เชน่ ผ้ใู ตบ้ ังคับบัญชามอบใหเ้ จ้านาย ศิษยม์ อบให้ครบู าอาจารย์ ลูกมอบใหพ้ อ่ แม่
ดอกมะลิ (Jasmine) หมายถึง ความบริสุทธิแ์ ละสงู สง่ เหมาะสาหรบั ผทู้ ี่ควรบูชาหรอื ใชบ้ ูชา
สง่ิ ศักดิ์สทิ ธ์ิทนี่ า่ นบั ถือ
17
ดอกทวิ ลิป (Tulip) หมายถงึ ความสง่างาม เหมาะสาหรบั มอบให้กับผทู้ อี่ ย่ใู นฐานะ
แหง่ การยกยอ่ ง
ดอกซ่อนกลนิ่ (Tuberose) ดอกซ่อนกลิน่ เป็นดอกไมท้ ม่ี กี ลิ่นหอมรุนแรง และเปน็
ดอกไมท้ ี่คนไทยในสมัยโบราณนิยมใชจ้ ดั หน้าศพ เนอ่ื งจากสมัยกอ่ น ยังไมม่ กี ารฉดี ยาศพกัน ดังนนั้
เพอ่ื เป็นการอาพรางกลิ่น จึงจาเปน็ ต้องเสาะหาดอกไมท้ ม่ี กี ล่นิ หอมรุนแรงมากๆมาจัด เพอ่ื ซกุ
ซอ่ นกลนิ่ อนั ไมพ่ งึ ปรารถนา
ดอกเบญมาศ (Chrysanthemum) ดอกเบญมาศเป็นดอกไมท้ ม่ี สี สี ันสดใส และมี
ความแข็งแรงทนทาน เหมาะสาหรับนาไปใชใ้ นงานท่ีตอ้ งการความทนทานเปน็ พิเศษ เชน่ การนาไป
ตกแตง่ รถบุพชาติ หรือประดับหนา้ งานพธิ ีการตา่ งๆ
ดอกคาร์เนชน่ั (Carnation) จดั เปน็ ดอกไมท้ ม่ี สี คี ราสสิคซง่ึ เป็นสีท่ีชาวต่างประเทศ
ช่ืนชอบ ดงั นัน้ จึงเหน็ ได้วา่ ชอ่ ดอกไมม้ ือถอื และเขม็ กลัดติดเส้ือจะนิยมใช้ดอกคาร์เนช่นั กันมาก
18
ดอกเยอบรี ่า (Yerbira) ดอกเยอบรี ่าเปน็ ดอกไม้ท่มี ีสัญลกั ษณช์ ชู อ่ โดเด่น ปราด
เปรยี วและสง่างาม แตม่ สี ีสันออ่ นหวาน เปรยี บเสมือนสาวงามที่มคี วามมน่ั ใจในตัวเอง ดอกเยอบรี า่
จึงมนั ามาใช้ประดับในสถานท่ี ท่มี ีบรรยากาศเปน็ แบบสมยั ใหมแ่ ละสง่างาม หรอื อาจนามาประดบั ผม
เจ้าสาว หรอื มวยผมของหญิงสาวในชดุ ราตรี
ดอกแกลดิโอลัส (Gladiolus) ดอกแกลดิโอลสั เปน็ สัญลกั ษณ์ของ ความลุ่มหลง ถ้า
ไดร้ บั ดอกแกลดิโอลสั จากใคร แสดงว่าเขาคนนั้นต้องการ สารภาพว่ากาลงั หลงใหลคลงั่ ไคล้คุณอยู่
อยา่ งจริงจงั
ดอกทานตะวนั (Sunflower) ดอกทานตะวนั เปน็ ดอกไม้แทนความ หยิง่ ทะนง ไม่
นิยมมอบดอกไม้นีใ้ หแ้ ก่กัน
19
ดอกการด์ เิ นยี (Gardenia) ดอกการด์ เิ นยี หรอื ดอกพุดฝร่งั เปน็ ดอกไมแ้ ห่งความ
โชคดมี ีชยั หากต้องการแสดงความปราถนาดี หรือ อยากอวยพรใหผ้ ู้ใดประสบโชคดี ก็ควร มอบ
ดอกไมน้ ี้ใหแ้ ก่เขา
3.2 ลักษณะของดอกไม้
ของลกั ษณะของดอกไม้ แต่ละแบบสามารถแบง่ ได้เปน็ 4 ชนดิ ดว้ ยกัน คือ
1. ดอกไมเ้ ป็นชอ่ เป็นแนว (Line Flower) คือ ดอกไมซ้ ่ึงเปน็ ดอกหรือกลมุ่ ช่อดอก ทเ่ี รียง
ขึ้นไปตามความยาวของกา้ นดอก มักจะมรี ปู ทรงทีด่ เู ปน็ เสน้ แนว เชน่ ดอกประทมุ มา แกลดิออลัส ลนิ้
มงั กร ฯลฯ
2. ดอกไม้กลบี ซ้อน (Mass Flowers) คือดอกไมด้ อกเด่ียวมกี ลีบดอกมากและดมู ีนา้ หนัก
ดอกไมป้ ระเภทน้สี ามารถจัดวางเพ่ือสร้างความสมดลุ ใหน้ า้ หนกั สายตา และเมื่อนามาจบั กล่มุ รวมกันก็
จะเปน็ จุดอ่อนของการจัดได้เชน่ ดอกเบญจมาศชนดิ กลบี ลา และชนดิ กลบี ซ้อน
20
3. ดอกไมท้ ่มี รี ปู ทรงเดน่ ชดั (Form Flowers) ดอกไมพ้ วกนีม้ ักมีกลบี ไม้มาก แตเ่ ห็นรปู ทรง
ไดช้ ดั เจน เช่น ลลิ ล่ี ทวิ ลปิ กุหลาบคารเ์ นชัน่ ดอกกระเจียว เบริ ด์ ออฟพาราไดซ์ กลว้ ยไม้คทั รยี า นา้ ววั
เป็นต้น และดว้ ยลกั ษณะดอกเดน่ ของฟอรม์ ฟลาวเวอรจ์ ึงมักจะถูกวางใหเ้ ป็นจุดเดน่ ของการจัด
4. ดอกไมแ้ ตง่ เติม (Filler Flowers) คอื ดอกไมก้ ลีบที่มรี ปู ลักษณะเป็นดอกเล็กๆ แระราย
เป็นกลุ่มช่อ เช่น ยบิ โซฟิลลา่ แอสเตอร์ คตั เตอร์ เดซี่ สแตตสี แคสเปยี ร์ สรอ้ งทอง ฯลฯ ใช้สาหรับ
แต่งเตมิ ในการจัดเพ่อื เพมิ่ รายละเอียดในการจดั แตห่ ากใชม้ ากเกินไปจะทาให้ดูรกรงุ รงั
ลักษณะของใบไม้
21
ใบไมท้ ีใ่ ช้ในการจดั ดอกไม้ ถอื ได้ว่าเป็นสว่ นสาคญั เช่นกันจะชว่ ยเสรมิ แต่งแจกันดอกไม้
สมบรู ณ์ยิ่งข้ึน ใบไมท้ ่ีนามาใชใ้ นการจดั ดอกไม้ ซ่งึ มอี ยกู่ ลายชนิดด้วยกัน เชน่ ก่ิงหลิว ทางหมาก ใบ
ซานาดู ใบหมากผหู้ มากเมีย ใบเฟริ ์นมะขาม ใบโปรง่ ฟา้
การเลือกดอกไม้ใบไม้ไดล้ ักษณะท่ีดีเหมาะสมกับแบบการจัดและประโยชน์ใช้สอยเปน็ การลด
ภาระการเตรียม และการดูแลรักษาที่ต้องพิถีพิถันมาก ช่วยให้ช่วยประหยัดเวลา แรงงาน และเงิน
กลา่ วโดยสรุปวา่ การเลือกซื้อดอกไม้ ใบไม้ตอ้ งดใู ห้ดอกไม้ ใบไมม้ ีลักษณะของดอกสดและแข็งแรง
3.2 การเลอื กซือ้ ดอกไมแ้ ละใบไม้
1. ปลายกลีบไมเ่ หี่ยว
2. กลบี ดอกไม่ร่วงหลดุ งา่ ยก้านชดู อกสดแข็งแรง
3. ผวิ กา้ นไมแ่ ห้งหรือออกเหลือง
4. ส่วนใบไมใ้ หเ้ ลอื กท่ีมสี ีเขยี วสดใส ไม่มีรอยฉกี ขาดแหว่ง หรือหัก
5. ก้านใบยาว มีรอยตัดใหมส่ ด
6. เลอื กซ้อื ดอกไม้ ใบไม้หลาย ๆ ขนาดและไมค่ วรซอ้ื ปรมิ าณมาก
7. เลือกซื้อดอกไมท้ ีส่ สี ดใส
8. กลีบดอกไม่มรี อยชา้
9. ปลายกลีบไมเ่ ห่ยี ว
22
10. กลีบดอกไมร่ ว่ งหลุดง่าย
11. ก้านชดู อกสดแข็งแรง
12. ผวิ กา้ นไม่แหง้ หรือออกเหลอื ง
3.3 การดแู ลรกั ษาดอกไมแ้ ละใบไม้
เมือ่ จัดดอกไม้เสร็จเรียบรอ้ ยแลว้ การทาใหด้ อกไม้ทจี่ ดั น้ันอยไู่ ดค้ งทนและสวยงาม
ได้นานทส่ี ุดน้นั มีวธิ กี ารดงั น้ี
1) อยา่ ใหด้ อกไมถ้ ูกแสงแดดส่องโดยตรงและอย่าให้อยูใ่ นท่ีรอ้ นอบอ้าว
2) หมั่นเปล่ยี นนา้ และควรเติมนา้ ลงในภาชนะดว้ ยปรมิ าณทเ่ี หมาะสมกับภาชนะที่
ใชจ้ ดั
3) หมั่นพน่ น้าใหด้ อกไมท้ ่ีจดั ทกุ ๆ วัน และน้าที่พ่นออกมาควรเป็นละอองนา้
4) ในเวลากลางคืนควรเกบ็ ดอกไมท้ จ่ี ดั ไว้ในท่ีท่ีมอี ากาศเยน็
5) ตัดกา้ นดอกไม้ เม่อื ต้องการตกแตง่ รปู ทรงใหม่ หรอื อาจเปลย่ี นแปลงบางส่วน
ที่จาเป็น
6) ทาความสะอาดภาชนะท่ใี ชป้ ักดอกไม้ ใบไม้ หรือแช่ดอกไมห้ ลังจากใช้แล้ว
ทุกครั้ง จลุ นิ ทรยี ์ทมี่ ีในภาชนะตา่ ง ๆ จะทาให้เกดิ การอดุ ตนั ทอ่ ลาเลยี งน้าในกา้ นดอก ดอกไมจ้ ะมี
อายุการใชง้ านส้ันลง
การเกบ็ รักษาดอกไม้
ปัจจุบันดอกไม้เป็นส่ิงสาคัญต่อการจัดงานต่างๆ เป็นอย่างมาก ฉะนั้นควร มีความรู้เก่ียวกับ
การดแู ลดอกไมใ้ ห้มีความสด และสมบูรณม์ ากท่ีสุดก่อนทีเ่ ราจะนาเอามาใช้จดั ตกแตง่ ใหส้ วยงามตอ่ ไป
1. Cleaning คอื การดูแลกอ่ นการแชน่ ้า จะต้องทาความสะอาดกา้ นบริเวณชว่ งล่างท่จี ะต้อง
แช่ลงในถงั น้าโดยการปลดิ ใบชว่ งลา่ งของช่อออกให้หมด ซึ่งใบไม้เหลา่ นเ้ี มอ่ื อดั กันแน่นๆ จะทาให้เกดิ
ก๊าซเอทธลิ ีนที่ มีผลทาให้กา้ นดอกไมแ้ ละนา้ ทแี่ ช่ดอกไม้เกดิ การเน่าเสยี ไดง้ า่ ย
2. Cutting under water คือการตัดกา้ นดอกไมด้ ว้ ยมีดมีคมๆ ใต้นา้ นะไปแช่ในถังน้าท่ี
จัดเตรยี มไวใ้ ห้ สว่ นนา้ ท่ีใชแ้ ชด่ อกไมน้ ี้จะมีปรมิ าณ และลกั ษณะท่แี ตกตา่ งกนั ออกไป ดังนี้
ถ้าตอ้ งการใหบ้ านเรว็ ใหแ้ ชน่ า้ อนุ่ และมีปรมิ าณนา้ มาก เชน่ ดอกลลิ ล่ี ดอกกุหลาบ
ดอกยิปโซฟิลลา เป็นตน้
ถา้ ตอ้ งการให้บานชา้ ใหแ้ ชน่ า้ ธรรมดาและมปี รมิ าณน้านอ้ ย
ถ้าต้องการให้บานสมบูรณ์ และมกี ้านท่แี ข็งแรงมากๆ ควรแชน่ ้าอ่นุ ท่ผี สมอาหารดอกไมใ้ น
ปรมิ าณ 0.5 ช้อนชาต่อน้า 5 ลิตร
23
3. Conditioning out of refrigeration คือเมื่อเราแช่ดอกไม้ในถังน้าเรียบร้อยแล้ว ควร
นาถังดอกไม้วางไว้ในบริเวณท่ีมี อุณหภูมิปรกติประมาณ 1-3 ชั่วโมง เพ่ือให้ดอกไม้มีการปรับสภาพ
ตัวเองเสยี ก่อนจากน้นั จึงนาเอาไปแชใ่ นตูเ้ ย็นสาหรบั แช่
3.4 การบารงุ รักษาดอกไมแ้ ละใบไม้กอ่ นการจดั
1. ก่อนท่ีจะนาดอกไมม้ าจดั แจกันน้ัน ควรทจี่ ะนาดอกไม้นนั้ ๆ มาพักในนา้
เสียกอ่ น เพ่อื เพมิ่ ความชุ่มช้ืนใหก้ บั ดอกไม้
2. หากต้องการทดสอบวา่ ดอกไมท้ ีน่ ามาจดั แจกันนนั้ มีความคงทนนานเพยี งใด
เพียงนามาแช่น้าท้งิ ไว้ 1 ช่ัวโมงหรือมากกวา่ นัน้
3. ถา้ ดอกไมเ้ หีย่ วแสดงว่าความคงทนมนี อ้ ยเพราะเม่อื ดอกไมถ้ ูกตดั ออกจากต้น
จะมีความอ่อนแอสงู หรอื หากตอ้ งการที่จะถนอมดอกไม้ให้อยู่ไดน้ าน ใหน้ าดอกไมม้ าตดั ก้านแนว
เฉลียง เพราะการตัดเช่นน้ีจะเพม่ิ หน้ากว้าง
4. ใหก้ บั ดอกไม้รบั น้าได้มากข้ึน
5. เม่ือถงึ เวลาเปลย่ี นน้าควรตัดกา้ นดอกไม้ทกุ คร้ัง
6. ดอกไม้ทีน่ ามาจดั แตง่ ในแจกันสามารถใช้โอเอซิสเป็นตัวชว่ ยถนอมดอกไมไ้ ด้
นอกจากน้ันเพ่ือใหด้ อกไมท้ ี่เราจดั เสร็จแล้วอยไู่ ดน้ าน ยงั มีเทคนิคตา่ ง ๆ อกี ดงั นี้
1. ถา้ เปน็ ดอกไม้ ใบไมท้ ่เี ราปลกู เอง ควรตดั เกบ็ ในเวลาเช้าตรู่ หรอื พลบค่า เมอ่ื
ตัดแล้วเวลาถอื ควรหอ้ ยปลายชอ่ ลง เพอื่ ป้องกันก้านดอกไม้-ใบหัก
2. ปลดิ และรดิ ใบทีไ่ มจ่ าเป็นออก ตัดก้านใตน้ ้า ตดั กา้ นเฉยี ง และแชน่ า้ มาก ๆ
3. กิ่งไม้ที่โคนแข็งต้องทุบปลายก้านประมาณ 1-2 นิ้ว?ก่อนแช่น้าเพือ่ ช่วยให้ดูด
ได้ดีก้านดอกท่ีเป็นโพรง หรือมียางเหนียว หลังตัดก้านใหม่ ๆ ควรลนไฟก่อนที่โคนก่ิงก่อนแช่น้าเพ่ือ
ป้องกนั ไม่ใหน้ ้าหล่อเลี้ยงในกา้ นไหลซมึ ออกมา
การจัดดอกไม้เป็นศิลปะแห่งความงามแขนงหนึ่งที่เพ่ิมความสดชื่นมีชีวิตชีวาให้กับบ้านเรือน
โต๊ะทางาน ตลอดจนคนรอบข้าง รวมท้ัง การจัดเป็นของขวัญ ของฝาก เยี่ยมไข้ให้กาลังใจ แทน
ความรู้สึกของผู้ให้โอกาสต่าง ๆ คงจะดีไม่น้อย หากเรามีความรู้ในการเลือกซ้ือและบารุงรักษาให้ได้
ดอกไม้ท่ีสวยงามมคี ุณภาพอย่กู บั เรา
24
ดอกไม้หรือใบไม้ที่จัดส่งมาตามร้านค้าต่างๆ ท่ีจะนาไปใช้งานต่อไป ต้องผ่านการบรรจุหีบห่อ
ท่ีมักจะขาดน้า เพ่ือเพิ่มความสะดวกในการขนส่ง เม่ือต้องการจะใช้งานต้องช่วยให้ดอกไม้ฟ้ืนตัวเร็ว
และมกี ารเจรญิ เตบิ โตอยา่ งสมบรู ณต์ ่อไป
1. กล้วยไม้ช่อชนิดต่างๆ จะต้องตดั ก้านและนาไปแชน่ ้าทั้งช่อประมาณ 10-15 นาที หลังจาก
นั้นให้นาขึ้นไปแช่ในน้าปรกติ แต่ถ้าดอกของกล้วยไม้แช่อยู่ในน้านานจนเกินไป จะทาให้กลีบดอกมี
สภาพชา้ น้าซง่ึ จะลดปริมาณความทนลงมาก
2. ดอกบัว ในสมัยก่อนมีการช่วยให้ดอกบัวฟื้นตัวเร็วด้วยกรรมวิธีต่างๆ มากมายหลายวิธี
ด้วยกันแต่ในปัจจุบันปริมาณการใช้ดอกบัวมีเพิ่มมากข้ึน แต่ดอกบัวเป็นดอกท่ีค่อนข้างเหี่ยวเร็ว และ
จะดูดน้าข้ึนไปเลี้ยงดอกได้ค่อนข้างช้า ฉะนั้นเมื่อซ้ือดอกบัวมาแล้ว ให้ตัดก้านแช่ในน้าเย็นหรือน้าท่ี
ผสมน้าแข็ง แต่จะต้องใช้น้าปริมาณมากๆ หลังจากน้ันให้ใช้พลาสติกคลุมดอกบัวไว้ให้มิดชิด เพื่อ
ป้องกันลมท่ีจะมากระทบดอกทาให้เกิดการดาเร็วกว่าปกติ บางท่านอาจใช้ผ้าคลุมดอกบัวแทน
พลาสติก แต่การคลุมด้วยผ้ามีผลทาให้ความชื้นจากดอกบัว และจากน้าที่แช่ดอกบัวระเหยไปอย่าง
รวดเร็ว ทาให้ดอกบัวไม่เกิดความสดชื่นเท่าที่ควร เราควรแช่ดอกบัวให้อิ่มน้า โดนใช้เวลาอย่างน้อย
คร่ึงช่ัวโมงจึงจะจาดอกบัวไปพับในแบบต่างๆ แต่ถ้าดอกบัวยังไม่อ่ิมน้าแล้วนาไปพับ จะทาให้กลีบ
ดอกบัวดาเร็ว กวา่ ปรกตแิ ละเมื่อพับแล้วให้นามาจัดลงในภาชนะได้น้าสารส้มจะชว่ ยล้างยางที่เกิดจาก
การพับกลีบดอกบัวทาให้ดอกบัวดาช้ากว่าปรกติ เมื่อจัดดอกบัวเสร็จแล้วเรียบแล้ว แต่ยังไม่นาไปใช้
งาน ใหใ้ ช้พลาสตกิ คลุมกนั ลม และเก็บความชืน้ ของดอกบวั ทาใหม้ คี วามสดชนื่
3. ดอกครสิ ซานตมิ มั หรอื ทคี่ นไทยเรียกวา่ "มัม" เม่ือเปิดห่อออกใหป้ ลดิ ใบช่วงลา่ งออก แตถ่ า้
เน่ืองจากดอกไม้ชนิดน้ีจะมีใบท่ีเห่ียวเร็วมาก ถ้าต้องการให้ดอกไม้ชนิดน้ีอยู่ทน จะต้องปลิดใบออกให้
หมดทั้งช่อ หลังจากนั้นให้ตัดก้านด้วยมีดคมๆ แต่คริสซานมัมเป็นดอกไม้ที่จัดอยู่ในประเภทก้านแข็ง
จึงทาให้ดูดน้าไดย้ าก จากต้องทุบปลายก้านให้แตกเล็กน้อย ล้างบริเวณท่ีทุบให้สะอาด หลังจากนั้นให้
เอาน้าเทราดหรอื พรมทั้งชอ่ และนาไปแช่น้าในถังนา้ ที่มีปรมิ าณนา้ ไมม่ ากนกั เพราะถา้ น้ามากจะทาให้
ก้านเน่าเร็ว ควรใช้น้าปริมาณน้อย แต่ตัดก้านเปลี่ยนน้าบ่อยๆ ซ่ึงจะทาให้ดอกคริสซานมัมสามารถ
เจริญเติบโตไดอย่างสมบรู ณ์ท่สี ดุ
25
1. ดอกกุหลาบ เป็นดอกไม้ที่ต้องการน้าปริมารมากกว่าดอกไม้ชนิดอื่นๆ จะต้องปลิดใบและ
หนามบริเวณช่วงล่างของก้านออก เอาน้าราดบริเวณใบ ส่วนบริเวณดอกไม้ไม่ควรราดหรือพรมน้า
เพราะน้าจะทาให้ดอกกุหลาบบานเร็วกว่าปรกติ และท่ีสาคัญคนไทยไม่ค่อยนิยมดอกกุหลาบที่บาน
หลงั จากน้นั ให้ตดั ก้านในนา้ ดว้ ยมดี คมๆนาไปแช่น้าท่ผี สมอาหารดอกไม้ไวเ้ รยี บร้อยแล้ว
5. ดอกเยอร์บีร่า เป็นดอกไมป้ ระเภทกา้ นอ่อนจะสามารถดดู นา้ ไดป้ รมิ าณมาก เมือ่ เราตัดก้าน
แช่น้ากจ็ ะดดู น้ามากจนเกินไป ทาใหก้ ้านแตกและเนา่ ไดง้ ่ายฉะนน้ั เม่ือซือ้ ดอกเยอร์บีร่ามา จะสังเกตได้
ว่า สวนท่ปี ลูกจะใช้วธิ ีถอนมาขาย ไมไ่ ด้ใช้วธิ ีตัดมาขาย เมื่อเราได้รับมาไม่ตอ้ งตดั ก้าน และขอ้ สาคญั ไม่
ควรสเปรยน์ า้ ท่ีบรเิ วณดอกของเยอร์บรี ่า เพราะความช้นื จะทาใหเ้ กิดเช้ือราข้ึนไดง้ า่ ย
6. ดอกยปิ โซฟิลลา เปน็ ดอกไม้จาพวกไม้เล็กๆฝอยๆ เมอื่ ซ้อื มาใหก้ ระจายออกมาจากกัน โดย
การคว่าช่อลง ค่อยๆจับช่อเขย่าให้แยกจากกัน ปลิดใบออกให้หมด จับมารวมช่อกันใหม่อีกคร้ัง ห่อ
ด้วยกระดาษหรือพลาสติก ตัดก้านและแช่ในน้าอุ่น เพ่ือช่วยให้ดอกยิปโซฟิลลาบานได้อย่างสมบูรณ์
ข้อสาคัญท่ีควรรู้คือห้ามนาดอกยิปโซฟลิ ลาไปแชร่ วมกับดอกไม้ตระกูลคริสซานมัม เพราะคริสซานมัม
จะมีสารไซยาไนที่มีผลทาให้ดอกยิปโซฟิลลาแห้งเร็วกว่าปรกติ นอกจากนั้นจะต้องไม่ฉีดน้าที่บริเวณ
ดอก เพราะดอกยิปโซฟลิ ลาจะดดู นา้ ไว้ ทาให้ดอกช้าน้าและดาเรว็ กว่าปรกติ
26
ใบความรู้ที่ 3 หนว่ ยท่ี 3
หลกั สูตร ประกาศนยี บตั รวชิ าชพี สอนครงั้ ที่...5-10
รหัสวชิ า 2701-2109 ชื่อวชิ า การจัดดอกไม้ เวลา.....24.......ชม
ช่อื หน่วยการเรียนรู้ การเตรียมและเก็บรกั ษาดอกไมใ้ บไม้
1. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
1.1 จดุ ประสงค์ทั่วไป
มีความรู้ความเข้าใจเก่ียวกับประโยชน์ของการจัดดอกไม้ การออกแบบการจัด
ดอกไม้ การจดั ดอกไม้สดรปู แบบพน้ื ฐาน
1.2 จุดประสงคเ์ ชงิ พฤติกรรม
อธิบายเกี่ยวกับความรู้ความเข้าใจเก่ียวกับประโยชน์ของการจัดดอกไม้ การ
ออกแบบการจัดดอกไม้ การจดั ดอกไมร้ ูปแบบมาตรฐานได้
2. สมรรถนะ
จัดดอกไม้ขน้ั พน้ื ฐานได้
3. เนื้อหาสาระ(อาจมีรูปภาพประกอบ)
การจัดดอกไม้ขั้นพน้ื ฐานรปู แบบตา่ ง ๆ
การจัดดอกไม้สด เป็นศิลปะที่แสดงถึงวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ประจาชาติที่ควรอนุรักษ์
สืบสานและพฒั นาอีกแขนงหนง่ึ ซึ่งในหน่วยนไี้ ด้รวบรวมความรู้เบ้อื งต้นในการจดั ดอกไม้การออกแบบ
การจัดดอกไม้ และการจัดดอกไม้รูปทรงพ้ืนฐาน เพื่อให้ผู้เรียนได้ฝึกทักษะปฏบิ ัตงิ านการจัดดอกไม้ให้
เกิดความชานาญและสืบทอดเอกลกั ษณ์ศิลปะประจาชาติแขนงน้สี ืบต่อไป
1. ประโยชนข์ องงานจัดดอกไม้
. 2. การออกแบบการจัดดอกไม้
3. การจัดดอกไมส้ ดรูปทรงพ้นื ฐาน
27
3.1 การจดั อกไม้รปู ทรงสามเหลี่ยมหนา้ จัว่
3.2 การจดั ดอกไม้รูปทรงสามเหลยี่ มดา้ นเทา่
3.3 การจัดดอกไมร้ ูปทรงสามเหลยี่ มด้านไมเ่ ทา่
3.4 การจัดดอกไมร้ ปู ทรงกลม
3.5 การจดั ดอกไมร้ ูปทรงแนวนอน
3.6 การจดั ดอกไม้รูปทรงพัด
3.7 การจดั ดอกไม้รูปทรงตัวเอส ( S )
3.8 การจัดดอกไม้รปู ทรงพระจนั ทรเ์ สย้ี ว
1. ประโยชน์ของงานจัดดอกไม้
งานจดั ดอกไม้สามารถนาไปใชป้ ระโยชน์ต่าง ๆ ไดแ้ ก่
1.1 จัดตกแต่งโตะ๊ หมูบ่ ูชา เช่น การจดั ดอกไม้รูปทรงสามเหลีย่ ม
1.2 ประดับตกแตง่ สถานที่ บนโต๊ะรบั แขก โต๊ะอาหาร ประดบั อาคารสถานทป่ี ระดับตกแต่ง
มมุ ห้อง เชน่ การจัดดอกไมร้ ูปทรงกลม รปู ทรงแนวนอน เปน็ ต้น
1.3 ใชใ้ นพิธีงานมงคลสมรส เช่น ช่อดอกไม้มือถือรูปทรงสามเหล่ยี ม รูปทรงกลมแจกนั
ประดับหอ้ ง ดอกไมป้ ระดับบริเวณเวที พานรองรับนา้ สังข์ เป็นตน้
1.4 ใช้ในพธิ ีงานบวช เชน่ ชอ่ ดอกไม้ถวายพระจัดดอกไม้รูปทรงสามเหลย่ี มรปู ทรงกลม
รูปทรงพดั รูปทรงแนวนอนบนดอกไมค้ ลุมไตร ดอกไม้คลมุ เทียน เป็นต้น
1.5 ใช้ในพิธีงานศพโดยจัดดอกไม้หน้าศพ บนหีบศพ เช่น รูปทรงสามเหล่ียมรูปทรงกลม
รูปทรงพัด ซ่ึงยังสามารถตกแต่งดอกไม้ กรอบรูป พวงหรีด ประดับเมรุ และตกแต่งสถานท่ีในงานศพ
ได้ตามความเหมาะสมอกี ด้วย
ขัน้ ตอนการเตรียมโฟมปักดอกไม้สด
การเรียนรู้ขั้นตอนการเตรียมก้อนโฟมปักดอกไม้สดอย่างถูกต้อง จะช่วยให้งานสาเร็จลุล่วงได้
อย่างรวดเร็ว และงานออกมาสวยงาม ผจู้ ัดดอกไม้จึงต้องเรียนรู้วา่ สิ่งใดควรทากอ่ นส่ิงใดทาทหี ลงั และ
ควรทาอย่างไรใหถ้ ูกตอ้ งเหมาะสม ขั้นตอนการจัดดอกไม้นั้นทาหลงั จากไดเ้ ตรียมวสั ดอุ ุปกรณท์ ุกอยา่ ง
ไว้พร้อมแล้ว จัดเตรียมพักดอกไม้ จัดสถานท่ีให้เหมาะสมแก่การทางาน จากน้ันจึงลงมือบรรจุก้อน
โฟมปักดอกไมส้ ดใส่ภาชนะก่อนการปกั ดอกไม้
การบรรจโุ ฟมปกั ดอกไม้สดใส่ภาชนะ
1. เลือกภาชนะใหเ้ หมาะสมกบั สถานท่ี
2. นาก้อนโฟมปกั ดอกไมส้ ด ตัดใหไ้ ด้รูปทรงตามภาชนะ
3. ก้อนโฟมปักดอกไม้สดที่ตัดเรียบร้อยแล้ว นาไปแช่น้าในถังท่ีเปิ ดใส่ไว้มากกว่าก้อนโฟม
เม่อื แชน่ า้ แลว้ ปลอ่ ยทงิ้ ไวจ้ นกว่ากอ้ นโฟมปกั ดอกไม้สดจะจมเองและมีนา้ สสี นิมซมึ ออกมาจนหมด
28
4. แล้วจึงนาก้อนโฟมปักดอกไม้สดมาบรรจุลงภาชนะ โดยให้ก้อนโฟมสูงกว่าปากภาชนะประ
มาน 1 นว้ิ
5. ถ้าภาชนะใหญ่ต้องปิดหน้าก้อนโฟมปักดอกไม้สดด้วยลวดกรงไก่ เพ่ือป้องกันก้อนโฟมปักด
อกไม้แตก
2. การออกแบบจัดดอกไม้
2.1 ความหมายของการออกแบบการจดั ดอกไม้
1) การออกแบบ (Design) มีรากศัพท์มาจากภาษาละตินว่า “Designare” ซ่ึง
หมายถึงการกาหนดออกมา กะ หรอื ขดี เขียนไว้ เป้าหมายท่ไี ดแ้ สดงออกมาในการออกแบบจึงหมายถึง
การแสดงออกของสิ่งที่อยู่ในความรู้สึก ความคิด อาจเป็นโครงการ รูปแบบ หรือแผนผังซ่ึงผู้ออกแบบ
ได้กาหนดขึ้นด้วยการจัดท่าทาง ถ้อยคา เส้น สี แสง รูปร่าง โครงสร้าง ลักษณะพื้นผิวตามหลักเกณฑ์
(การออกแบบหมายถึง การรู้จักวางแผนเพ่ือที่จะได้กระทาตามที่ต้องการ ตลอดจนรู้จักเลือกวัสดแุ ละ
วธิ ีการเพื่อทาตามท่ตี อ้ งการ เน้นให้สอดคล้องกบั ลกั ษณะของรูปและคณุ สมบัติของวัสดุแต่ละชนดิ ตาม
ความคิดสร้างสรรค์ หรือเป็นการปรับปรุงรูปแบบผลงานที่ดีอยู่แล้วให้เหมาะสมและมีความแปลกใหม่
เพิ่มขึ้น การออกแบบจึงมีท้ังการสร้างส่ิงใหม่และการปรับปรุงของเดิม สมใจ อุ่ยกสิวัฒนา ได้ให้
ความหมายไว้ว่า การออกแบบ หมายถึง กระบวนการทางความคิดในอันท่ีจะวางแผนการรวบรวม
องค์ประกอบทั้งหลายเข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ เพ่ือสร้างสรรค์หรือปรับปรุงประดิษฐ์กรรมต่าง ๆ
อย่างมีประสิทธิภาพ ท้ังในด้านประโยชน์ใช้สอยและด้านความงาม อ้างในสมใจ อุ่ยกสิวัฒนา ให้
ความหมายของการออกแบบว่า หมายถึง การวางแผนการจัดระเบียบขององค์ประกอบต่าง ๆ อย่าง
เหมาะสม และให้สาเรจ็ ตามวัตถุประสงค์
2) การจดั ดอกไม้ หมายถึง การนาดอกไม้ ใบไม้ วสั ดปุ ระกอบการจัดต่าง ๆ มาจดั
เข้าด้วยกัน ให้เกิดความงามและเป็นหนึ่งเดียวกัน การออกแบบการจัดดอกไม้ หมายถึง ทักษะในการ
รวมองค์ประกอบท่ีแตกต่างกันของดอกไม้ ใบไม้ วัสดุตกแต่ง และภาชนะ ให้เกิดช้ินงานท่ีมีความ
กลมกลืนและเหมาะสมกับโอกาสหรือสถานท่ีจัดวาง การออกแบบ การจัดดอกไม้ หมายถึง การ
วางแผนการจัดรวมส่วนประกอบการจัดดอกไม้ท้ังหลายเข้าด้วยกนั ทาใหเ้ กดิ ความกลมกลนื เป็นหน่วย
เดียวกนั เพือ่ สร้างสรรคเ์ ปน็ ผลงานตามเป้ าหมายทีต่ งั้ ไว้
สรปุ การออกแบบการจดั ดอกไม้ หมายถึง การวางแผนรวบรวมองค์ประกอบการกาหนดวสั ดุ
อปุ กรณใ์ นการจดั ดอกไม้ เพอ่ื ให้เกิดความกลมกลนื และเกดิ ผลงานสรา้ งสรรค์เปน็ หนึง่ เดียวกนั
2.2. ความสาคญั ของการออกแบบ
การจัดดอกไม้ให้ดูงามเหมือน “มืออาชีพ” นั้น จินตนาการอย่างเดียวไม่สามารถจะ
ทาใหง้ านดสู มบรู ณ์แบบได้ทกุ คร้งั ทจ่ี ดั ตอ้ งมีการวางแผนหรือคดิ ก่อนว่าจะออกแบบให้เป็นรปู ทรงอะไร
29
เม่ือคิดแล้วก็จัดตามท่ีคิดหากไม่มีการวางแผนงานที่เสร็จออกมาจะไม่สวยงามสมบูรณ์เท่ากับท่ีคิด
รปู ทรงเอาไวก้ อ่ น(กีรต,ิ 2538:12การจดั ดอกไม้ข้ันพนื้ ฐาน) ดังนนั้
การออกแบบที่ดีจะมีส่วนในการสร้างสรรค์ผลงานจัดดอกไม้ให้เป็นไปอย่างมีระบบและมี
ประสิทธภิ าพในลักษณะต่าง ๆ ดังนี้
1) การออกแบบเป็นการช่วยจัดระเบียบทางความคิด หมายถึง ลักษณะของความ
ต้องการในการสรา้ งสรรคส์ ่งิ ต่าง ๆ ของมนษุ ย์น้นั จะมีลักษณะเป็นนามธรรม โดยเปน็ ความคิดที่ฟ้งุ ซ่าน
อยู่ในสมอง ซึ่งถ้าไม่มีการวางแผนออกแบบแล้ว ความคิดดังกล่าวจะสับสนไม่เป็นระเบียบ และไม่
สามารถสร้างสรรค์ส่ิงท่ีต้องการได้ แต่การออกแบบจะช่วยให้ความคิดเป็นระเบียบและคลี่คลายให้มี
ลักษณะเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น
2) การออกแบบเป็นการกาหนดรูปแบบทางความงาม ข้ันตอนของการออกแบบจะ
ช่วยให้ผู้ออกแบบสามารถกาหนดรูปแบบได้ชัดเจนกว่าการเป็นเพียงความคิด และสามารถเลือก
รูปแบบได้เหมาะสมกับความต้องการ
3) การออกแบบชว่ ยใหก้ ารเลอื กวัสดเุ ปน็ ไปอย่างเหมาะสม โดยที่การออกแบบได้
ช่วยให้ผู้ออกแบบสามารถกาหนดรูปแบบของงานที่แน่นอน ดังนั้นรูปแบบท่ีแน่นอนย่อมช่วยให้
ผอู้ อกแบบสามารถกาหนดวัสดุต่าง ๆ ที่จะใช้ไดอ้ ย่างเหมาะสม
4) การออกแบบจะชว่ ยกาหนดวธิ ีการทางานได้อย่างเหมาะสม ไมต่ ้องลองผดิ ลองถกู
ในการปฏิบัติจริง
5) การออกแบบสามารถส่ือความหมายระหว่างผู้ออกแบบกับผู้ที่เก่ียวข้องในการ
ทางาน หรอื เจา้ ของงานไดใ้ นลักษณะที่เปน็ รูปธรรม ทาให้เกิดความเขา้ ใจตรงกัน
2.3. คุณสมบตั ิของผอู้ อกแบบจดั ดอกไม้
ผู้ทจี่ ะเป็นนกั ออกแบบจดั ดอกไม้ (Floral Designer) ทีด่ ี ควรมคี ุณสมบตั ิ ดังน้ี
1) มคี วามคิดรเิ ร่ิมสร้างสรรค์ ความคดิ สรา้ งสรรค์จดั เปน็ กระบวนการคดิ แบบหยงั่ รู้
มีการคดิ แบบไตร่ตรองหรือสะสมแรงบนั ดาลใจในการออกแบบไว้มากพอจนเกดิ ความคดิ สร้างสรรคข์ นึ้
แรงบันดาลใจทม่ี สี ่วนผลกั ดันใหเ้ กิดความคดิ สรา้ งสรรค์ไดจ้ ากสง่ิ ต่อไปนี้
(1) แรงบันดาลใจจากรูปทรงธรรมชาติ (Natural Form) การพบเห็น
ลักษณะความงามจากธรรมชาติ เช่น น้าตก กอหญ้า พุ่มไม้ กองไฟ สัตว์ต่าง ๆ เป็นต้น เหล่าน้ี
ก่อให้เกิดแนวคดิ ในการเลียนแบบ หรอื ดดั แปลงใหม้ คี วามงามเชงิ สร้างสรรค์
(2) แรงบันดาลใจจากรูปทรงทางประวัติศาสตร์ (Historical Form) รูปทรง
การจัดหรือรูปแบบ (Style) ในอดีต ก่อให้เกิดความคิดสร้างสรรค์รูปแบบใหม่ ๆ จากการประยุกตจ์ าก
ของเดมิ
30
(3) แรงบันดาลใจจากรูปทรงนามธรรม (Abstract Form) รูปทรงท่ี
ปราศจากความหมาย เช่น วงกลม สี่เหล่ียม สามเหลี่ยม และรูปทรงอิสระอ่ืน ๆ สามารถสร้างแรง
บันดาลใจในการออกแบบผลงานโดยประยกุ ตจ์ ากรูปทรงดังกล่าว เช่น จดั ดอกไมร้ ปู ทรงสามเหลยี่ ม
รูปทรงกลม หรือรปู ทรงตวั เอส ( S ) เปน็ ต้น
2) มคี วามรใู้ นการออกแบบ ความรใู้ นการออกแบบไดแ้ กค่ วามร้ใู นลกั ษณะตอ่ ไปนี้
(1) ความรู้ในทฤษฏคี วามงาม ได้แก่ ทฤษฏกี ารจดั องคป์ ระกอบศิลป์และ
ทฤษฏีสี อันเปน็ ส่งิ ท่ชี ว่ ยใหค้ วามคิดสรา้ งสรรค์ในการออกแบบเกดิ คุณคา่ ยิ่งข้ึน
(.2) ความรู้ในวัสดุ อปุ กรณ์ และเครื่องมือทใี่ ช้ในการจัดดอกไม้ ทราบ
คุณสมบัติ ศักยภาพ วธิ ีการใชข้ องเคร่อื งมอื และอปุ กรณ์ ธรรมชาตขิ องวัสดทุ ่ีใช้อยา่ งกวา้ งขวางลึกซงึ้
จะทาให้การทางานมีประสทิ ธิภาพ
(3) ความรใู้ นเรอื่ งรปู แบบและวิธีการจดั ดอกไม้ มีความเขา้ ใจใกระบวนการ
จัดอย่างเปน็ ข้นั ตอน
(4) ความรู้ในเรื่องราวที่ต้องการส่ือความหมาย เช่น งานแต่งงาน ไม่ว่าจะ
เป็นชนิดและสีของดอกไม้ วัสดุท่ีใช้ประดับตกแต่งในงานต้องเป็นเน้ือหาเร่ืองราวท่ีแสดงถึงความรัก
ความสุข ความสมหวัง ถ้าใชด้ อกไม้สีม่วงจัดงานเจ้าภาพบางกลุ่มอาจถือวา่ เป็นสีที่ไม่เป็นมงคลหรือถ้า
ใช้ดอกซ่อนกล่ินจัดจะไม่เหมาะสมอย่างย่ิง เพราะความเชื่อของคนไทยจะใช้ดอกไม้ชนิดนี้จัด
เฉพาะงานอวมงคล
3) มที ักษะในการออกแบบการจัดดอกไม้
ทักษะ (Skill) หมายถึง ความชานาญ ความเชี่ยวชาญในการออกแบบ สามารถรา่ ง
แบบ จดั ดอกไม้ และใชอ้ ุปกรณเ์ ครื่องมอื ต่าง ๆ ได้ ผอู้ อกแบบทีม่ ีความคิดสรา้ งสรรคด์ ี แต่ขาดทักษะ
หรอื ฝีมือในการจัด ยอ่ มไมส่ ามารถสร้างงานออกแบบจดั ดอกไมท้ ดี่ ีสมกับความต้ังใจไดเ้ ม่อื ทกั ษะคอื
ความชานาญในการปฏิบัตงิ าน ทักษะของแตล่ ะคนย่อมมีระดับมากน้อยต่างกัน ทกั ษะไม่ใช่สิง่ ท่เี กิดขน้ึ
ได้เอง หรือเปน็ สงิ่ ท่ฝี ังแน่นทีเ่ ปลี่ยนแปลงไมไ่ ด้ แต่ทักษะย่อมเกิดขึน้ จากการฝกึ ฝนและสามารถพฒั นา
ไดต้ ลอดเวลา นอกจากการปฏบิ ัตงิ านออกแบบแตล่ ะชนิ้ จะต้องมที ักษะระดบั หน่ึงแล้ว การปฏิบัตงิ าน
แตล่ ะครง้ั ยงั เทา่ กับเปน็ การฝึกฝนเพิ่มพนู ทกั ษะไปพรอ้ มกนั การฝกึ ปฏิบัตงิ านออกแบบจานวนมากจงึ
เท่ากับเปน็ การฝกึ ฝนเพ่มิ พนู ทักษะไปพร้อมกนั โดยตรงด้วยเช่นกัน การฝึกปฏบิ ัติเพ่ือสรา้ งเสริมทักษะ
นอกจากจะฝกึ ฝนโดยตรงแลว้ ยงั ประกอบไปดว้ ยเหตุผลหลายดา้ นท่จี ะผลักดนั ให้การฝกึ ฝนได้ผลดี
และกว้างขวาง ในการฝึกทักษะจาเปน็ จะต้องมปี ระสบการณใ์ นการพบเห็นรปู แบบจานวนมาก และมี
การศกึ ษาหาความรอู้ ยู่ตลอดเวลา
4) ชอบศึกษาค้นคว้าและช่างสังเกตนักออกแบบจาเป็นต้องสนใจในความก้าวหน้า
และการเปลี่ยนแปลงท่ีเกิดข้ึนทั้งในอดีตและปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบการจัด เทคนิควิธีจัด วัสดุ -
31
อุปกรณ์ ดอกไม้ท่ีนิยมใช้ตามสมัยนิยม โอกาส หรือฤดูกาล วิวัฒนาการการดูแลดอกไม้ด้วยสารเคมี
ต่าง ๆ ตลอดจนการนาเข้าดอกไม้จากต่างประเทศ และเทคโนโลยีการผลิตไม้ตัดดอกไว้ใช้เองใน
ประเทศ เพือ่ เปน็ แนวทางในการพัฒนางานออกแบบจัดดอกไมข้ องตนให้ดียิ่งขึ้น แตก่ ารศึกษางานของ
ผู้อ่ืนมิได้หมายความว่าจะลอกเลียนแบบโดยตรง ควรเก็บแง่คิดในการออกแบบและเทคนิคพิเศษมา
ประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมและเป็นรูปแบบเฉพาะตัว (Style) ปัจจุบันการออกแบบเป็นแฟช่ันอย่างหน่ึง
ความคิดและรูปแบบของงานออกแบบจะไม่อยู่คงท่ี มีการพัฒนาให้สอดคล้องกับความต้องการและ
รสนยิ มทเ่ี ปลย่ี นไปตามสภาพสังคม
5) ทางานร่วมกับผู้อ่ืนได้ดีการทางานไม่ว่างานใด ๆ ก็ตาม จะต้องประกอบด้วย
บุคคลหลายฝ่ายเกี่ยวข้องกันดังนั้นควรมีการเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกัน มีวินัยในการทางาน เช่น ตรงเวลา
รบั ฟงั ความคดิ เหน็ ของผอู้ ่นื เพอื่ ให้การทางานในระบบเปน็ ไปอย่างมีประสทิ ธภิ าพ
2.4 กระบวนการออกแบบ (Design Process)
ไ ด้ แ ก่ ก า ร คิ ด (Thinking) ก า ร สั ง เ ก ต (Observing) แ ล ะ ก า ร ล ง มื อ ป ฏิ บัติ
(Practicing)ซ่ึงทั้ง 3 ข้ันตอนนี้ ไม่จาเป็ นต้องทาตามลาดับ จะทาข้ันตอนใดก่อนก็ได้ แต่ใน
กระบวนการออกแบบจะสมบูรณไ์ ด้ตอ้ งประกอบกนั ท้ัง 3 ขัน้ ตอน และผลงานจะเป็ นตัวช้วี า่ ไดก้ ระทา
ตามกระบวนการออกแบบอยา่ งครบถ้วนหรอื ไม่ กระบวนการออกแบบประกอบดว้ ย
1) การคิด (Thinking) การจดั ดอกไม้ให้ประสบความสาเรจ็ ไมไ่ ด้คิดเพยี งแต่การนา
ดอกไม้ ใบไม้วสั ดุตา่ ง ๆ มาจัดเขา้ ดว้ ยกันเท่าน้นั แต่จาเปน็ ตอ้ งคดิ ถงึ องค์ประกอบอืน่ ๆ ด้วย เชน่ ใช้
ในโอกาสอะไร เนือ้ หาการจดั ตอ้ งการให้แสดงถงึ อะไร ใช้เมอ่ื ไร สถานท่ีจัดวาง ขนาด สสี นั รปู ทรงการ
จดั จะเป็นอย่างไร มีขอ้ จากดั อะไรบ้าง ตอ้ งการเนน้ อะไรเป็นพเิ ศษ เหลา่ นีค้ อื คาถามท่ีต้องคิดเพอ่ื การ
วางแผนออกแบบให้ผลงานมคี วามสมบรู ณ์เป็นท่พี อใจ
2) การสงั เกต (Observing) การสนใจติดตามผลงานตา่ ง ๆ ทง้ั ในอดตี และปัจจุบัน
ของรูปแบบการจดั ดอกไมช้ นดิ ของดอกไม้ทนี่ ิยมใช้ วัสดุตกแต่ง ภาชนะตา่ ง ๆ ท่ใี ช้ เทคนิคการจดั ของ
นักจัดดอกไม้มอื อาชพี ทั้งในและต่างประเทศ ศิลปะการจัดดอกไม้ร่วมสมัย หรอื แนวโน้มของรูปแบบใน
อนาคตลว้ นแลว้ แต่เปน็ ปจั จัยสาคญั ที่จะชว่ ยสง่ เสรมิ แนวคดิ รูปแบบการจดั ทสี่ ร้างสรรค์ การสงั เกต
หรอื ศกึ ษาความเปล่ยี นแปลงดงั กลา่ วนนั้ สามารถศกึ ษาไดจ้ ากตารา นติ ยสาร แหลง่ ข่าวตา่ ง ๆ รวมทงั้
การเข้าอบรม การชมนิทรรศการ การไปศกึ ษาดูงาน เพ่ือสะสมประสบการณ์ ไดแ้ นวคิดทแ่ี ตกต่างแล้ว
นามาออกแบบสร้างสรรคผ์ ลงานไมใ่ ช่การลอกเลียนแบบ แตเ่ ปน็ การประยุกตใ์ ชใ้ หเ้ กดิ ความงามใน
รูปแบบ (Style) ของตัวเราเอง ถ้าหากผู้ออกแบบไมส่ นใจในความเปลย่ี นแปลงท่เี กดิ ขน้ึ ทุก ๆ วนั
ความคดิ สรา้ งสรรคก์ จ็ ะไม่เกดิ แตจ่ ะเหลือเพยี งการจดั ดอกไมท้ ่ีซา้ ซากจาเจ
3) การลงมอื ปฏบิ ัติ (Practicing) การคิดและสังเกตเปน็ เพียงส่วนหน่งึ ของ
กระบวนการออกแบบ ถา้ จะให้สมบูรณต์ อ้ งลงมือปฏบิ ตั ิ แลว้ จะพบปัญหาตา่ ง ๆ มากมายให้เราคดิ ตอ่
32
วา่ จะแกไ้ ขอยา่ งไรใหส้ มบรู ณท์ สี่ ดุ การได้ทามาก ๆ แกป้ ัญหามาก ๆ จะทาให้รู้วิธีการดดั แปลงรูปแบบ
แนวความคดิ เกดิ เปน็ ประสบการณ์ตรงกบั ตัวเอง และแสดงออกมาในรูปแบบเฉพาะตวั
2.5 หลักการออกแบบ
หลกั การออกแบบงานทั่วไปน้ัน ตอ้ งประกอบไปดว้ ยจุดมุ่งหมาย 2 ประการ คือ
1) ประโยชน์ใช้สอย
2) ความหมาย
เพื่อสนองตอบจดุ มงุ่ หมายของการออกแบบท่กี ลา่ วมาขา้ งตน้ จงึ ต้องพจิ ารณา
หลกั การออกแบบจดั ดอกไม้ 7 ประการ ดงั ต่อไปน้ี
1) ตอบสนองจุดมุ่งหมาย
2) เหมาะสมกบั สถานท่ี
3) เหมาะสมกบั วัสดอุ ปุ กรณ์
4) เหมาะสมกบั ท้องถน่ิ และฤดกู าล
5) เหมาะสมกบั เวลา
6) เหมาะสมกบั กาลังงาน
7) เหมาะสมกบั งบประมาณ
1) ตอบสนองจดุ มุ่งหมาย จดุ มุ่งหมายในการจัดดอกไมม้ ี 3 ประการ คอื
(1) บูชาพระรัตนตรัย และส่ิงศักิด์สิทิธ์ที่ตนเคารพนับถือ การออกแบบ
รูปทรงการจัดต้องมีความสวยงามแบบเป็นพิธีการ ชวนให้น้อมนาจิตใจเข้าสู่ความสงบ แบบมองเห็น
ด้านเดียวก็ดูสมบูรณ์แล้ว ไม่จาเป็นต้องจัดแบบมองเห็นรอบด้าน เพราะที่บูชามิได้อยู่กลางห้องโดย
ปกติแลว้ ต้องตง้ั ไวช้ ดิ ฝาผนงั และยกสูงจากพ้นื กว่าสว่ นที่ทากิจกรรมอ่ืน ๆ
(2) ประดับตกแต่งสถานที่ เพื่อช่วยสร้างบรรยากาศให้ดูเป็นโอกาสพิเศษ
เช่นงานศพ ต้องการให้ดอกไม้ช่วยสร้างบรรยากาศท่ีแสดงความรู้สึกอาลัยรักเคารพสงบและศักด์สิทธ์
งานแต่งงาน งานฉลองโชคชยั ต้องการให้ดอกไม้ชว่ ยสร้างบรรยากาศทสี่ ดช่นื รื่นเริงมีชวี ิตชวี าบางงาน
ไม่เป็นพิธีการ บางงานเป็นพิธีการ ข้ึนอยู่กับกิจกรรมในงานที่เจ้าของงานกาหนดไว้งานพิธีทางศาสนา
ต้องการบรรยากาศท่สี วยงามแบบเป็นพธิ ีการ สงบ และศกั ดสิ์ ทิ ธ์ิ
(3) มอบให้บุคลอ่ืน เพื่อแสดงน้าใจและความรู้สึกนึกคิดในโอกาสต่าง ๆ เชน่
- เยี่ยมไข้ในโอกาสเจ็บป่วย แสดงความปรารถนาดีให้ผู้ป่วยสดชื่น
และหายป่วยเร็ว ๆ แต่ถ้าเป็นผูป้ ่ วยหนักอยใู่ นหอ้ ง ไอ.ซี.ยู. เขาจะกาจดั เชอ้ื ต่าง ๆ อย่างเข้มงวด จงึ ไม่
ควรนาดอกไมส้ ดไปเยย่ี ม
- เลอ่ื นยศ ฉลองโชคชัย ขึ้นบา้ นใหม่ ฯลฯ เพอื่ แสดงความยนิ ดี
33
บางครั้งเราใช้ดอกไม้นาไปมอบให้บุคคลอื่น เพ่ือขอขมาลาโทษในสิ่งท่ีเราได้ล่วงเกิน หรือกระทาส่ิงมิ
สมควร เม่ือสานึกผิดไปแล้วจึงนาดอกไม้ไปมอบให้แสดงความเสียใจและขออภัย ดอกไม้จะเป็นส่ือท่ี
ช่วยประสานรอยร้าว ความเจ็บปวด ความรู้สกึ เสียใจ ฯลฯ ได้ดกี ว่าคาพดู ใด ๆ
- และในวาระสุดท้ายของชีวิต คนเราก็ยังคงใช้ดอกไม้เปน็ สื่อแสดง
ความอาลัยรัก ความเสียใจ ฯลฯ โดยการนาพวงหรีดไปเคารพศพ ลูกหลานของผู้ตายพลอยรู้สึกอบอุน่
มีกาลังใจเพราะรู้สึกว่ามีเพื่อนร่วมทุกข์ ร่วมเสียใจด้วยดังนั้น เม่ือทราบจุดมุ่งหมายของการใช้ดอกไม้
ในครั้งน้ัน ๆ จะเป็นโจทย์ข้อหนึ่งท่ีช่วยให้ผู้ออกแบบจัดดอกไม้ทราบรูปทรงและขนาดการจัดได้
คอ่ นขา้ งชดั เจน ไม่ใหญโ่ ตเกนิ ไป
ไม่สูงมาก ไมก่ วา้ งมาก ตอ้ งยกไปง่าย สะดวก และมนั่ คงปลอดภยั ไมโ่ คน่ ลม้ ระหว่างทาง
2) เหมาะสมกับสถานท่ี
(1) ขนาดของสถานท่ี กว้างใหญ่ หรือเล็กคับแคบเพียงใด เป็นห้องระเบียง
หรือกลางแจ้ง ผู้ออกแบบต้องทราบว่าสถานที่ต้ังดอกไม้เป็นอย่างไร สถานที่เตรียมจัดดอกไม้เป็น
อย่างไร เพอื่ การตัดสินใจในเรือ่ งขนาดการจัด รปู ทรงการจัด
(2) ความสว่างของสถานที่ มีความสว่างมากน้อยเพียงใด หรือค่อนข้างมืด
สลัวเพ่ือการตดั สนิ ใจในการเลือกสีของดอกไม้
(3) บรรยากาศของสถานท่ี เป็นสถานที่โอ่อ่า หรูหรา สงบ เงียบ ธรรมดา
หรือชนบท ฯลฯ เพ่ือการตัดสินใจเลือกวัสดุต่าง ๆ เช่น ภาชนะ ดอกไม้ แบบการจัด การจัดดอกไม้
ขนาดใหญ่ท่ีจะต้ังในสถานที่กวา้ งใหญ่ ควรจัดกับที่ท่ีจะตั้งวาง เพ่ือไม่ต้องขนย้าย ลาบาก และเสี่ยงตอ่
การเสียรูปทรง เสียเวลาปรับรูปทรงใหม่ เป็นการทางานหลายคร้ัง หรือแม้แต่การจัดขนาดม่ันคง
แข็งแรง แม้จะยกขนย้ายไปไกลก็คงรูปและคงความสดดี ไม่เช่นนั้นต้องวางแผนให้มีที่จัดใกล้ ๆ ที่ต้ัง
หลังจากเตรียมวัสดุอุปกรณ์ทุกอย่างไว้พร้อมที่จะจัด เมื่อผู้ออกแบบทราบความมุ่งหมายและสถานที่
แลว้ การออกแบบรปู ทรง ขนาด จานวนท่ีจะเป็นภาพค่อนขา้ งชัดเจน
3) เหมาะสมกับวสั ดอุ ุปกรณ์ มีวัสดอุ ุปกรณ์พรอ้ ม ควรสารวจดวู า่ วสั ดุอุปกรณ์
ในการจัดดอกไม้ท่ีมีอยู่เดิมอะไรบ้าง ที่ขาดต้องการอะไรเพ่ิมบ้าง ส่ิงท่ีขาด
นัน้ สงิ่ ใดตอ้ งซื้อ สิ่งใดทพ่ี อจะดัดแปลงวสั ดุเหลอื ใช้ หรอื วสั ดุอน่ื ในบ้านให้ใชท้ ดแทนกันได้
(1) วสั ดอุ ุปกรณ์ท่จี าเป็น
- ดอกไม้ ใบไม้
- ภาชนะสาหรับจดั ดอกไม้
- ตะปทู ี่ยึดดอกไม้
- เครอ่ื งมอื เครือ่ งใช้
(2) วสั ดุอปุ กรณ์ที่ช่วยสร้างบรรยากาศ
34
- ทร่ี องภาชนะ
- เครือ่ งประดับตกแตง่
หลังจากสารวจวัสดุอุปกรณ์ที่มีอยู่แล้ว ก็จะทราบว่าส่ิงใดควรจัดหา จัดซื้อให้เหมาะสมกับ
จุดมุ่งหมายของงาน และสถานที่ต้ัง ซ่ึงจะช่วยให้การออกแบบชดั เจนขึ้น การจัดหาจัดซื้อวัสดอุ ุปกรณ์
น้ันควรพิจารณาความถ่ีในการใช้ ถ้าใช้บ่อย ๆ เช่น ภาชนะ ซ้ือแบบเรียบแข็งแรง ทนทาน ถ้าใช้ครั้ง
เดียว หรือนาน ๆ ครั้ง ควรดัดแปลงใช้ภาชนะอื่นที่มีอยู่ในครัวเรือนเพราะถ้าซ้ือแล้วใช้ไม่คุ้มค่าราคา
เงนิ ที่จา่ ยไปแล้วยงั เกะกะส้นิ เปลอื งเนื้อท่เี ก็บ ดูแล รักษา
4) เหมาะสมกับท้องถิ่นและฤดูกาลของดอกไม้ หมายถึง ใช้ดอกไม้ที่มีอยู่ในท้องถ่ิน
และตามฤดูกาล เพ่อื ประโยชนด์ งั นี้
(1) ดอกไมส้ ดและสวย การขนส่งระยะใกลท้ าใหเ้ กิดการชารดุ น้อย
(2) มีปรมิ าณมากให้เลือกซ้ือ
(3) ราคาถูก ชว่ ยใหป้ ระหยัด
(4) เงินตราไม่รั่วไหลออกนอกประเทศเกนิ โดยไมจ่ าเปน็
ผู้ออกแบบจัดดอกไม้ต้องทราบว่าฤดูนั้นดอกไม้ในท้องถ่ินมีอะไรบ้าง ท้ังยัง
ต้องหลีกเล่ียงการใช้ดอกไม้ที่นิยม เช่น ไหว้ครู วันแต่งงาน วันบวช วันพระ เจ้าของงานบางรายมี
งบประมาณมาก ตอ้ งการความแปลกตา จึงเจาะจงให้ใช้ดอกไม้ตา่ งถิ่น หรือนอกฤดูกาล ดงั นี้เป็นกรณี
พิเศษ เม่ือทราบว่าจะใชด้ อกไม้ ใบไม้อะไรแล้ว จะช่วยให้ออกแบบรูปทรงการจัดไดช้ ัดข้ึนกาหนดที่ยึด
วัสดุ ชว่ ยต่อก่ิง ดามกงิ่ ฯลฯ
5) เหมาะสมกบั เวลา
(1) ช่วงเวลาที่ใช้ดอกไม้ 1-3 ช่ัวโมง 1 วัน 3 วัน 5 วัน 7 วัน 1 เดือน หรือ2
เดือน ผู้ออกแบบจะได้ตดั สินใจเลอื กวัสดใุ หเ้ หมาะสม ซึง่ ต้องพิจารณาแรงงานในการดูแลรักษา
ตลอดระยะเวลาทีใ่ ชง้ านดว้ ย
(2) ช่วงเวลาในการเตรียมก่อนจัดและจัดดอกไม้ตลอดจนขนย้าย จัดตั้งวาง
เข้าท่ี ผู้ออกแบบและผู้จัดต้องทราบเวลาที่มีอยู่ กาลังงาน สถานท่ี จึงจะสามารถเลือกออกแบบได้ว่า
จะใช้แบบใด เพราะบางแบบใชเ้ วลาและแรงงานมาก เช่น แบบไทยประณีตศิลป์ บางแบบใช้เวลาและ
แรงงานน้อย เช่น แบบไทยธรรมดาและแบบสากล แมง่ านตอ้ งวางแผนการใชเ้ วลา สง่ิ ใดควร
ทาก่อน หรือทาทีหลังตามลาดับ ส่ิงใดควรทาล่วงหน้าก่อนวันงานสามวัน สองวัน หน่ึงวัน และส่ิงใด
ควรทาในวันงาน เพ่ือให้ได้ดอกไม้สดท่ีสดช่ืนสวยงาม เสร็จและทันเวลา ดอกไม้ควรจัดเสร็จก่อนแขก
มาในงาน 15 - 30 นาที
35
6) เหมาะสมกับกาลงั งาน
(1) แบบไทยประณีตศิลป์ ต้องใช้เวลาและแรงงานมาก และส่วนหน่ึงต้อง
เป็นแรงงานทมี่ ฝี มี ือที่ไดฝ้ ึกไวแ้ ล้วอยา่ งชานาญในการประดษิ ฐ์ดอกไม้ รอ้ ยกรอง เย็บแบบ ปักพานหรือ
แกะสลกั อีกส่วนหนึ่งเปน็ แรงงานท่ฝี ึกใชท้ นั ทที นั ใดไดค้ ือ ประเภทท่ไี ม่ตอ้ งใชฝ้ มี ือมาก
(2) แบบไทยประยุกต์ หรือแบบผสม ใช้เวลาและแรงงานน้อยกว่าแบบแรก
แรงงานใช้ผมี อื ในการประดษิ ฐด์ อกไม้กอ่ นจดั น้อยกวา่ แรงงานทีไ่ ม่ใช้ฝีมือกต็ อ้ งการน้อยกวา่
(3) แบบไทยธรรมดา แบบธรรมชาติ หรือแบบสากล ใช้เวลาแรงงานน้อย
กวา่ ทกุ แบบ แรงงานท่ใี ช้ผมี ือในการจัดรูปทรงก็สามารถฝกึ ฝนใชไ้ ด้ในเวลาไม่ช้านัก
(4) รูปทรงเรขาคณิตแบบมองเห็นรอบดา้ น เปลอื งวสั ดุ และแรงงานมากกวา่
แบบมองเห็นด้านเดียว
(5) รปู ทรงตัวอักษร แบบญ่ปี นุ่ และแบบสวนป่ า เป็นแบบท่ใี ชว้ ัสดุ แรงงาน
และเวลาน้อยท่ีสุด นับว่าเป็นแบบประหยัด ผู้ออกแบบ ผู้จัด หรือแม่งาน ต้องทราบว่าตนจะมีกาลัง
งานประเภทฝีมือ และประเภทไม่มีฝีมือเป็นลูกมือในงานนั้นอยู่เท่าใด จึงจะสามารถออกแบบเลือก
แบบไดเ้ หมาะสม ต้องวางแผนใช้ลกู มือ แจกงานให้เหมาะกับฝมี ือ ตอ้ งรวู้ า่ ส่งิ ใดควรให้ใครทาส่ิงใดต้อง
ทาดว้ ยตนเอง
7) เหมาะสมกับงบประมาณ
ผู้ออกแบบจัดดอกไม้ต้องรู้ว่ามีงบประมาณอยู่เท่าใด มากหรือน้อย ต้อง
ประหยัดมาก ๆ หรือไม่ งบประมาณจะเป็นสิ่งที่ช่วยให้ตัดสินใจได้ชัดเจนในการออกแบบรูปทรงการ
จัดขนาดการจัด จานวนที่จัด การเลือกดอกไม้ท่ีผู้อืน่ ไม่นิยมใชก้ ็ช่วยประหยัดได้วิธีหน่ึง ผู้จัดซื้อ หรือผู้
จ่ายตลาดต้องฉลาดในการปรับเปล่ียนวัสดุทั้งชนิดและปริมาณให้พอเหมาะกับงบประมาณ ถ้าเกิด
บังเอิญดอกไม้มีราคาแพงในวันนั้น ต้องซ้ือปริมาณให้น้อยลง ให้อยู่ในวงเงิน แล้วจัดให้โปร่งบางกวา่ ที่
ออกแบบไว้ หรือลดจานวนลงตั้งวางให้น้อยจุดลง หรืออาจจะเพ่ิมใบ ซ่ึงมีราคาถูกให้มากขึ้น ไม่ควร
อย่างยิ่งท่ีจ่ายเกินงบประมาณ เพราะเท่ากับเพ่ิมปัญหาให้เจ้าของงาน ซึ่งมีรายจ่ายในเร่ืองอ่ืน ๆ อยู่
มากและจาเป็น เช่น ค่าอาหาร เคร่ืองดื่ม เฉพาะเร่ืองดอกไม้แม้จะน้อยไปบ้าง ถ้ามีศิลปะในการจัดก็
จะจัดไดส้ วยเหมาะกับงานและเงนิ ท่ีมีอยู่ เม่ือพิจารณาหลักเจ็ดประการในการออกแบบจัดดอกไมแ้ ล้ว
ยอ่ มเปน็ ที่แน่ใจว่าผ้อู อกแบบสามารถออกแบบรปู ทรง สีสนั เลอื กวสั ดทุ กุ ชนิดไดเ้ หมาะสมกลมกลืนกบั
บรรยากาศของสถานท่ี บรรลุจดุ ประสงค์ของงาน ไม่มีอปุ สรรคปญั หาตา่ ง ๆ ในการดาเนนิ งาน หรือถ้า
มีบ้างก็เพยี งเลก็ นอ้ ย และจะสามารถแก้ปัญหาเฉพาะหนา้ ได้อยา่ งดี เสร็จทันเวลา
3.3 การจดั ดอกไมร้ ปู ทรงพนื้ ฐาน
3.1 การจัดดอกไมร้ ูปทรงสามเหล่ยี มหนา้ จว่ั
3.2 การจดั ดอกไม้รปู ทรงสามเหลี่ยมดา้ นเท่า
36
3.3 การจัดดอกไมร้ ปู ทรงสามเหลย่ี มดา้ นไมเ่ ท่า
3.4 การจดั ดอกไม้รปู ทรงกลม
3.5 การจดั ดอกไมร้ ูปทรงแนวนอน
3.6 การจัดดอกไมร้ ูปทรงพัด
3.7 การจดั ดอกไมร้ ปู ทรงตัวเอส ( S )
3.8 การจดั ดอกไม้รปู ทรงพระจนั ทร์เสยี้ ว
3.1 การจัดดอกไมร้ ปู ทรงสามเหลย่ี มหน้าจว่ั
การจัดดอกไม้รูปทรงสามเหล่ียมหน้าจั่ว เป็นรูปแบบที่นิยมมาแตค่ รั้งโบราณ และถือ
ว่าเป็นรูปทรงพื้นฐานในการเริ่มจัดดอกไม้ อีกท้ังยังสามารถดัดแปลงไปจัดเปน็ รูปทรงอื่น ๆ ได้ง่ายข้ึน
และสามารถกาหนดการปักไดแ้ นน่ อนเปน็ พน้ื ฐานการวางชอ่ งวา่ งของดอกไมท้ ี่ดี
วสั ดุและอปุ กรณ์
1. ดอกกุหลาบ 13 ดอก 2. ดอกสแตตสิ 2 ช่อ
3. ดอกเบญจมาศช่อ 2 ชอ่ 4. เฟิรน์ ใบมะขาม 25 ใบ
5. โฟมปกั ดอกไมส้ ด 1/2 กอ้ น 6. แจกนั สงู ประมาณ 8-10 นว้ิ 1 ใบ
7. กรรไกรตดั ก่ิงไม้ 1 เล่ม 8. ถาดใสว่ สั ดุ 1 ใบ
9. มีดบาง 1 เลม่ 10. ทฉ่ี ดี น้า 1 อัน
11. ถงั พกั ดอกไม้ 1 ใบ
ลาดบั ขนั้ ตอนการปฏบิ ัติ
1. การเตรยี มก้อนโฟมปกั ดอกไมส้ ด
1.1 นาก้อนโฟมปักดอกไม้สดแช่น้า โดยใส่น้าให้เต็มถังปล่อยก้อนโฟมปักดอกไม้สด
ลงในนา้ ท้ิงไวจ้ นกวา่ จะจมเองประมาณ 20 นาที เพอ่ื ให้สนิมนา้ ในกอ้ นโฟมปกั ดอกไมส้ ด ซ่ึงมีสีนา้ ตาล
ซึมออกมาจนหมด
1.2 นาก้อนโฟมปักดอกไม้สดใส่ลงในแจกัน โดยเฉือนก้อนโฟมด้วยมีด ให้ก้อนโฟ
มปักดอกไมส้ ดสงู กวา่ ขอบปากแจกนั ประมาณ 1 นว้ิ
2. การเตรยี มดอกไม้ ใบไม้
2.1 ดอกกหุ ลาบ เดด็ ใบ เดด็ หนาม แลว้ ตัดกา้ นแชน่ ้าพกั ไว้
2.2 ดอกเบญจมาศชอ่ ตัดกา้ นพกั ไวใ้ นนา้
2.3 ดอกสแตติส แยกเปน็ ก่ิงเล็ก ๆ พักไว้ในนา้ เช่นกนั
2.4 เฟิร์นใบมะขาม แยกออกเปน็ ใบ ๆ ตกแตง่ ใหส้ วยงาม พกั ไว้
37
3. การปกั ใบไม้
3.1 ตเี สน้ หนา้ ก้อนโฟมปกั ดอกไม้สด โดยมีเสน้ ตั้ง 3 เส้น เส้นนอน 3 เสน้
3.2 กาหนดจุดแรกที่จะปักคือ จุด A ใช้ใบเฟิร์นปักตรงจุด A เลือกใบท่ียาวและก้าน
ตรงท่สี ดุ และแผนผงั การกาหนดจดุ ปักดอกไมใ้ นหน้า
3.3 กาหนดจดุ ตอ่ ไป ได้แก่ จุด B1 และ B2 ใหอ้ ยดู่ า้ นข้าง โดยใชเ้ ส้นแนวนอนบนสดุ
เปน็ เกณฑ์ ใหม้ คี วามยาวของใบประมาณ 1/4 ของ A
3.4 กาหนดให้จดุ ด้านหน้าจุดที่ 4 คือ จุด C ความยาวเท่ากับ B1 และ B2
3.5 ปักใบที่ 5 เป็นจุด F ให้อยู่ก่ึงกลาง เส้นกลางตัดกันให้ความยาวจากปลายใบอยู่ท่ี เส้นที่ลากจากA
ถึง C
4. การปักดอกไมด้ อกหลกั
4.1 ให้หากรอบของงานโดยปักดอกไม้ลงไปแทนที่ใบในจุดเดียวกัน และใบไม้ก็ยังคง
อยู่ทจ่ี ุด A โดยใชด้ อกกุหลาบตมู ก้านต้ังตรงยาว 2 เท่า ของความสงู ของแจกนั
4.2 ปกั ดอกทจี่ ดุ B1 และ B2 แทนทใ่ี บสาหรบั ขนาดของดอกควรเป็นดอกทีม่ ี
ลกั ษณะใกลเ้ คยี งกันทัง้ 2 ดอก
4.3 ปัก C ด้านหน้าของแจกันตรงจุดทปี่ ักใบไว้
4.4 ปกั F ตรงจุดก่งึ กลางหาดอกท่ีสวยท่สี ดุ และกาลังบานได้รูปสวย เพราะจะเป็น
จุดเด่นของงานท่เี ราเรียกว่า Focus Poins
4.5 ดอกทเ่ี หลอื อยู่ 7 ดอก ใหป้ กั ใหท้ ั่วแจกัน โดยหาดอกตมู เรมิ่ จากบนก่อน ปกั เรียง
ไปตามลาดบั จากบน ลงล่าง การปกั ดอกไมต้ ้องคานงึ ถึงวา่ เสมอื นประหน่งึ วา่ ดอกไมอ้ อกจากจุด
ศนู ยก์ ลางเดยี วกัน
5. การปักใบไม้และดอกไม้แซม
5.1 ให้ปกั ใบท่ีเหลอื อย่ใู ห้ทัว่ แจกนั โดยคานึงถงึ รูปสามเหลีย่ มว่าปลายใบทกุ ใบจะไม่
ออกนอกกรอบ และด้านหลังควรปักใบไม้ให้เต็มอย่าให้เห็นก้อนโฟมปักดอกไม้ โดยใบไม้ก็ต้องดูเป็น
ธรรมชาติ
5.2 การปกั ดอกไม้แซม ไดแ้ ก่ ดอกเบญจมาศชอ่ และดอกสแตติส ให้ลงในทุกชอ่ งวา่ ง
ใหม้ ีท้ัง 2 ชนิด เป็นรูปสามเหลีย่ มทซี่ ้อนกนั อยู่
5.3 ปักกงิ่ แซมเรียบร้อย แล้วฉีดน้าใหท้ ัว่ ทงั้ แจกนั
ข้อเสนอแนะ
1. การใช้ดอกไม้ในการจัดดอกไม้รูปทรงสามเหล่ียมหน้าจั่วน้ัน สามารถเลือกได้ตามความ
เหมาะสม หรือตามฤดกู าล หรอื ดอกไมท้ ี่มีในทอ้ งถนิ่ เป็นตน้
38
2. การเลือกสีของดอกไม้ เลือกได้ตามความต้องการ แต่ควรคานึงถึงโทนสีด้วย ถ้าเป็นสีตรง
ข้ามกันและตัดกันรุนแรง ก็ต้องระวังในเรื่องปริมาณท่ีใช้ ถ้าใช้ 50:50 ก็จะทาให้ดูกระด้างเกินไป ควร
ใช้ประมาณ 80:20 เท่านนั้ แต่ถา้ ใช้สอี ่อนแกโ่ ทนเดียวกันกจ็ ะไม่มีปญั หาเร่อื งปรมิ าณท่ีใช้
สรปุ การจัดดอกไมร้ ูปทรงสามเหลี่ยมหนา้ จวั่ เป็นท่นี ิยมในทอ้ งตลาด เนือ่ งจากจดั งา่ ยและ
เป็นพ้นื ฐานของการเรยี น การจดั ดอกไม้ทาให้สามารถพฒั นาไปจดั ในรูปทรงอืน่ ๆ ไดง้ า่ ยขึ้
3.2 การจัดดอกไมร้ ปู ทรงสามเหลี่ยมด้านเทา่
การจัดดอกไม้รูปทรงสามเหล่ียมด้านเท่า เป็นการจัดดอกไม้ขั้นพ้ืนฐานอีกแบบหน่ึง
ซ่ึงการจัดจะคล้ายคลงึ กับการจัดดอกไมร้ ูปทรงสามเหลี่ยมหนา้ จั่ว การจัดรปู ทรงนเ้ี ป็นการทบทวนการ
จัดดอกไมร้ ูปทรงสามเหลีย่ มหนา้ จ่วั เน่อื งจากจุดท่ีปักจะเหมือนกันทง้ั หมดตา่ งกันเพียงขนาดความยาว
ของกา้ นดอกเทา่ น้นั
วัสดแุ ละอุปกรณ์
1. ดอกกหุ ลาบ 15 ดอก 2. ดอกสแตตสิ 2 ช่อ
3. เบญจมาศช่อ 2 ชอ่ 4. เฟริ น์ ใบมะขาม 25 ใบ
5. โฟมปักดอกไมส้ ด 1/3 ก้อน 6. แจกนั สงู ประมาณ 8-10 นว้ิ 1 ใบ
39
7. กรรไกรตดั กงิ่ ไม้ 1 เล่ม 8. ถาดใส่วัสดุ 1 ใบ
9. มีดบาง 1 เล่ม 10. ผ้าเช็ดมือ 1 ผืน
11. ที่ฉดี นา้ 1 อัน 12. ถังพักดอกไม้ 1 ใบ
ลาดบั ข้ันตอนการปฏบิ ัติ
1. การเตรยี มก้อนโฟมปักดอกไม้สด
1.1 นาก้อนโฟมปักดอกไม้สดแช่น้า โดยใส่น้าให้เต็มถังปล่อยก้อนโฟมปักดอกไม้สด
ลงในน้าปล่อยไว้จนกว่าจะจมเองประมาณ 20 นาที เพื่อให้สนิมน้าในก้อนโฟมปักดอกไม้สดซ่ึงมีสี
น้าตาลซมึ ออกมาใหห้ มด
1.2 นากอ้ นโฟมปกั ดอกไม้สดใสล่ งในแจกัน โดยเฉอื นกอ้ นโฟมดว้ ยมีด ให้กอ้ นโฟม
ปักดอกไมส้ ดสงู กวา่ ขอบปากแจกนั ประมาณ 1 นว้ิ
2. การเตรยี มดอกไม้ใบไม้
2.1 ดอกกุหลาบเลาะใบ เลาะหนามแลว้ ตัดก้านแชน่ ้าพักไว้
2.2 ดอกเบญจมาศชอ่ ตัดกา้ นพกั ไวใ้ นนา้
2.3 ดอกสแตตสิ แยกเป็นก่งิ เลก็ ๆ พกั ไว้ในนา้ เชน่ กัน
2.4 เฟริ น์ ใบมะขาม แยกออกเปน็ ใบ ๆ ตกแต่งให้สวยงาม พักไว้
3. การปักใบไม้
3.1 หน้ากอ้ นโฟมปักดอกไม้สด ตเี ส้นตง้ั 3 เส้น เส้นนอน 3 เสน้
3.2 กาหนดจุดแรกที่จะปักคือ จุด A ใช้ใบเฟิร์นปักตรงจุดAเลือกใบท่ียาวและก้าน
ตรงที่สดุ
3.3 กาหนดจดุ ตอ่ ไป ได้แก่ จุด B1 และ B2 ให้อยู่ดา้ นขา้ ง โดยใช้เสน้ แนวนอนบนสดุ
เปน็ เกณฑใ์ หม้ คี วามยาวของใบประมาณ 1/2 ของ A
3.4 กาหนดให้จุดด้านหน้าจดุ ท่ี 4 คือจดุ C ความยาวเท่ากับ B1 และ B2
3.5 ปักใบท่ี 5 เป็นจุด F ให้จุดท่ีปักอยู่กึ่งกลางของเส้นกลางตัดกันโดยให้ความยาว
จากปลายใบอยูท่ ีก่ ่งึ กลางของเส้น จาก A ถึง C
4. การปักดอกไม้ดอกหลกั
4.1 ให้หากรอบของงานโดยปกั ดอกไมล้ งไปแทนทใ่ี บในจดุ เดยี วกนั และใบไมก้ ย็ งั คง
อย่ทู จ่ี ดุ โดยใช้ดอกกุหลาบตูมก้านตงั้ ตรงยาว 2 เท่า ของความสูงของแจกนั
4.2 ปักดอกทจ่ี ุด B1 และ B2 แทนทใ่ี บตามรปู สาหรบั ขนาดของดอกควรเปน็ ดอกท่ี
มีลักษณะ ใกล้เคยี งกนั ทั้ง 2 ดอกความยาวเทา่ กบั ½ ของ A
4.3 ปกั C ด้านหนา้ ของแจกันตรงจุดท่ปี ักใบไว้ ความยาวของ Cเท่ากบั ¼ ของ A
4.4 ปกั F ตรงจดุ กงึ่ กลางหาดอกที่สวยท่ีสดุ และกาลังบานใหไ้ ด้รปู สวย เพราะจะเป็น
40
จุดเดน่ ของงานทเี่ ราเรียกว่า Focus Poins ถ้าดูจากด้านข้างจะไดก้ ึ่งกลางระหวา่ งC
4.5 ดอกทีเ่ หลอื อยู่ 10 ดอก ให้ปกั ใหท้ ่วั แจกนั โดยหาดอกตมู เร่มิ จากบนก่อนโดยปกั
เรียงไปตามลาดับจากบนลงล่าง การปักดอกไม้ต้องคานึงถึงว่าเสมือนประหน่ึงว่าดอกไม้ออกจากจุด
ศนู ยก์ ลางเดียวกนั
5. การปกั ใบไม้และดอกไมแ้ ซม
5.1 ใหป้ กั ใบทีเ่ หลืออยู่ให้ทั่วแจกัน โดยคานึงถึงรปู สามเหลี่ยมวา่ ปลายใบทุกใบจะไม่ออกนอก
กรอบ และด้านหลังต้องลงใบอย่าให้เห็นก้อนโฟมปกั ดอกไม้ โดยใบกต็ อ้ งดเู ปน็ ธรรมชาติ
5.2 การปกั ดอกไม้แซม ไดแ้ ก่ ดอกเบญจมาศชอ่ และดอกสแตติส ให้ลงในทุกช่องว่างให้มที ้ัง2
ชนิด เป็นรูปสามเหลี่ยมทีซ่ ้อนกนั อยู่
5.3 ปกั ก่งิ ใบไม้แซมให้เรียบรอ้ ยแลว้ ฉีดน้าใหท้ ั่วท้งั แจกันรวมถงึ ดา้ นหลังแจกนั
ข้อเสนอแนะ
1. ถ้าปากแจกนั ทน่ี ามาจดั กวา้ งมาก ต้องลดความยาวของ B1 และ B2 ให้สัน้ กวา่ ทกี่ าหนด
2. การหาความยาวของ F ให้ใช้ดอกกุหลาบวัดจากจุดท่ีปักก่ึงกลางของตาราง วัดขึ้นมาหา
เส้นที่ลากจาก A ไป C คร่ึงหน่ึงของเส้น จะเป็นที่อยู่ดอก F ดูภาพท่ี 5.41 แล้วบวกก้านท่ีจะปักลงไป
อกี 1 นว้ิ
สรุปการจัดดอกไม้รปู สามเหล่ยี ม สามารถนาไปใช้เปน็ ดอกไมต้ กแตง่ สถานท่ี ในงานศพ หรอื
งานมงคลไดท้ ุกงาน โดยเฉพาะแจกนั ดอกไม้ทีม่ ีขายอยู่ตามทอ้ งตลาดสว่ นใหญ่นิยมรูปทรงนี้
41
3.3 การจัดดอกไม้รูปทรงสามเหล่ยี มด้านไม่เทา่
การจัดดอกไมร้ ปู ทรงสามเหลย่ี มด้านไม่เทา่ เป็นการจัดดอกไมร้ ปู ทรงสามเหลี่ยมอีก
แบบหนึง่ แตม่ คี วามโดดเดน่ ตรงทดี่ า้ นของรูปทรงจะไมเ่ ทา่ กัน เป็นท่นี ิยมมากในท้องตลาด ทาให้
รูปทรงนี้ นิยมจดั เพอ่ื การจาหนา่ ยและงานจัดแสดงผลงานตามสมยั นิยมและร่วมสมัยอย่เู สมอ
วสั ดุและอุปกรณ์
1. ดอกกหุ ลาบ 17 ดอก 2. ดอกสแตตสิ 2 ชอ่
3. เฟริ น์ ใบมะขาม 25 ใบ 4. โฟมปักดอกไม้สด 1/3 กอ้ น
5. แจกันสงู ประมาณ 8-10 นว้ิ 1 ใบ 6. กรรไกรตดั กิง่ ไม้ 1 เลม่
7. ถาดใสว่ ัสดุ 1 ใบ 8. มดี บาง 1 เล่ม
9. ผ้าเชด็ มอื 1 ผนื 10. ทฉ่ี ดี นา้ 1 อนั
11 . ถังพักดอกไม้ 1 ใบ
ลาดบั ขน้ั ตอนการปฏบิ ตั ิ
1. การเตรยี มก้อนโฟมปักดอกไมส้ ด
1.1 นาก้อนโฟมปักดอกไม้สดแช่น้า โดยใส่น้าให้เต็มถังปล่อยก้อนโฟมปักดอกไม้สด
ลงในน้าท้ิงไว้จนกว่าจะจมเองประมาณ 20 นาที เพื่อให้สนิมน้าในก้อนโฟมปักดอกไมส้ ด ซึ่งมีสีน้าตาล
ซึมออกมาใหห้ มด
1.2 นาก้อนโฟมปกั ดอกไม้สดใส่ลงในแจกัน โดยเฉอื นกอ้ นโฟมด้วยมดี ให้ก้อนโฟม
ปกั ดอกไม้สดสูงกว่าขอบปากแจกันประมาณ 1 นว้ิ
2. การเตรยี มดอกไมใ้ บไม้
2.1 ดอกกุหลาบเด็ดใบ เด็ดหนามแล้วตัดก้านแช่น้าพกั ไว้
2.2 ดอกสแตตสิ แยกเปน็ กิ่งเล็ก ๆ พักไวใ้ นน้าเชน่ กัน
2.3 เฟริ ์นใบมะขาม แยกออกเปน็ ใบ ๆ ตกแต่งให้สวยงาม พักไว้
42
3. การปักใบไม้
3.1 ตตี ารางหนา้ กอ้ นโฟมปักดอกไมส้ ด โดยการตีเส้นตั้ง 3 เส้น เสน้ นอน 3 เสน้
3.2 กาหนดจุดแรกที่จะปักคือ จุด A ใช้ใบเฟิร์นปักตรงจุด A เลือกใบท่ียาวและก้าน
ตรงทสี่ ุด จุด A ใช้เสน้ ท่ี 1 แนวต้ัง ตัดกับ เส้นท่ี 1 แนวนอน ตัดกัน
3.3 กาหนดจุดต่อไป ได้แก่ จุด B1 ให้อยู่ด้านข้าง โดยใช้เส้นแนวนอนบนสุดเป็น
เกณฑ์ใหม้ คี วามยาวของใบประมาณ 1/4 ของ A
3.4 จุด B2 ให้ใช้เส้นแนวนอนบนสุดด้านขวาเป็นจุดปัก โดยมีความยาวของใบ
เทา่ กับ¾ ของ A จุดปกั หนา้ ก้อนโฟมปักดอกไม้
3.5 กาหนดใหจ้ ดุ ด้านหน้าจดุ ที่ 4 คอื จดุ C ตามยาวเทา่ กับ B1
4. การปักดอกไมด้ อกหลัก
4.1 ให้หากรอบของงานโดยปักดอกไม้ลงไปแทนทใ่ี บในจดุ เดยี วกัน และใบไม้กย็ ัง
คงอยูท่ จ่ี ุด A โดยใช้ดอกกุหลาบตูมก้านตงั้ ตรงยาว 2 เทา่ ของความสงู ของแจกัน
4.2 ปกั ดอกทจ่ี ดุ B1 และ B2 แทนท่ใี บตามรปู สาหรับขนาดของดอกควรเป็นดอกท่ี
มลี กั ษณะใกล้เคยี งกันทง้ั 2 ดอก โดยความยาวเท่ากับใบในข้อ 3.3
4.3 ปกั C ด้านหน้าของแจกันตรงจดุ ทปี่ กั ใบไว้
4.5 ดอกทเี่ หลืออยู่ 10 ดอก ใหป้ ักให้ทวั่ แจกนั โดยหาดอกตูมเรมิ่ จากบนก่อนโดยปัก
เรียงไปตามลาดับจากบนลงลา่ ง การปกั ดอกไมต้ อ้ งคานึงถึงวา่ เสมือนประหนึ่งวา่ ดอกไมอ้ อกจาก
จดุ ศูนยก์ ลางเดียวกัน
5. การปักใบไมแ้ ละดอกไมแ้ ซม
5.1 ให้ปักใบท่ีเหลืออยู่ให้ทั่วแจกัน โดยคานึงถึงรูปสามเหล่ียมของเราว่าปลายใบทุก
ใบจะไมอ่ อกนอกกรอบ และดา้ นหลังต้องลงใบใหป้ ิดก้อนโฟมปักดอกไม้ โดยใบกต็ อ้ งดเู ป็น
ธรรมชาติ (ตามภาพที่ 5.66)
5.2 การปกั ดอกไม้แซม ไดแ้ ก่ ดอกเบญจมาศชอ่ และดอกสแตตสิ ปักลงในทกุ ชอ่ งว่าง
ให้มีท้งั 2 ชนดิ
5.3 เปน็ รูปสามเหลยี่ มที่ซ้อนกนั อยู่
5.4 เกบ็ ความเรยี บรอ้ ยแลว้ ฉีดนา้ ใหท้ ่วั ทัง้ แจกนั รวมถึงด้านหลงั แจกัน
เทคนิคการปฏิบัติ : แผนผังการกาหนดจดุ ปกั ดอกไมร้ ูปทรงสามเหล่ียมด้านไมเ่ ท่า
ข้อเสนอแนะ
1. ใบท่ีใช้กับแจกันทรงสามเหล่ียมด้านไม่เท่า ควรมีลักษณะพลิ้ว อ่อนช้อย เช่น ใบหลิวใบ
โปร่งฟ้า จะชว่ ยใหม้ ุมดา้ น B2 ดูพลว้ิ
2. ดอกไม้แซมก็จะชว่ ยให้ช้ินงานดูมีความพล้ิว อ่อนหวานไดอ้ ีกแบบหนึง่
43
สรปุ การจดั แจกนั ดอกไม้รูปทรงสามเหลย่ี มดา้ นไมเ่ ท่านิยมใชเ้ ป็นแจกนั อวยพร หรอื ตกแตง่
สถานที่
3.4 การจัดดอกไมร้ ูปทรงกลม
การจัดดอกไม้รูปทรงกลมน้ัน เป็นทรงท่ีนับว่าเป็นที่นิยมมาแต่คร้ังโบราณ รูปแบบ
การจัดอาจคลา้ ยคลึงกันได้ เทคนคิ ประกอบจะทาให้งานที่ออกมาแตกต่างกันออกไป สามารถดดั แปลง
ไปใช้ได้หลายงาน เช่น ตัง้ โต๊ะรับแขก ใช้ปักพานรับน้าพระพุทธมนต์ เป็ นตน้ ดอกไมท้ ่ใี ช้จัดเปน็ ดอกท่ี
เรยี กวา่ ดอกเดีย่ ว จะเหมาะสมสาหรบั รูปทรงนี้ แต่ถ้าเปน็ ดอกกลมุ่ ก็อาจดัดแปลงมาใช้ได้โดยการแยก
ออกเป็นดอกเดีย่ ว ๆ ตามลักษณะของกง่ิ ใหใ้ ชค้ วามยาวของกิง่ แขนงตามความเหมาะสม
วสั ดุและอุปกรณ์
1. ดอกกหุ ลาบ 25 ดอก 2. ดอกสแตตสิ 2 ชอ่
3. เบญจมาศชอ่ สขี าว 2 กง่ิ 4. ใบโปรง่ ฟ้า 25 ใบ
5. โฟมปักดอกไม้สด 1/3 กอ้ น 6. แจกนั สูงประมาณ 6 นว้ิ 1 ใบ
7. กรรไกรตัดก่งิ ไม้ 1 เลม่ 8. ถาดใสว่ สั ดุ 1 ใบ
9. มดี บาง 1 เลม่ 10. ผ้าเช็ดทาความสะอาด 1 ผืน
11. ท่ฉี ดี นา้ 1 อนั 12. ถงั พักดอกไม้ 1 ใบ
44
ลาดบั ขนั้ ตอนการปฏิบตั ิ
1. การเตรียมก้อนโฟม
1.1 ก้อนโฟมปกั ดอกไม้สดแชน่ า้ โดยใสน่ ้าให้เตม็ ถงั ปล่อยกอ้ นโฟมปักดอกไมล้ งใน
น้าปลอ่ ยไว้จนกวา่ จะจมเองท้งิ ไว้ประมาณ 20 นาที หรือจนกว่าสนมิ นา้ ในก้อนโฟมปักดอกไม้สดซ่ึงมสี ี
ออกนา้ ตาลจะซมึ ออกมา จึงเอาข้นึ จากนา้ พักไว้
1.2 นาก้อนโฟมปักดอกไม้สดเฉือนออกตามรูปแจกัน ให้ก้อนโฟมดอกไม้สดสูงกว่า
แจกนั ประมาณ 1 1/2 นว้ิ
2. การเตรยี มดอกไม้ ใบไม้
2.1 ดอกกุหลาบ เด็ดใบ เด็ดหนาม ตดั กา้ นออกนิดหนอ่ ย เพื่อใหด้ ูดน้าได้ดขี น้ึ แล้วแช่
ไว้ในน้าทอี่ ยใู่ นถังพกั ดอกไม้
2.2 ดอกเบญจมาศชอ่ และดอกสแตติส ให้ตดั ก้านออกนิดหน่อย แลว้ แชน่ ้าทอี่ ยู่ในถงั
พักดอกไมไ้ ว้
2.3 โปรง่ ฟา้ เอาผา้ ขาวบางชุบน้าใหห้ มาดคลมุ ไว้
3. การปกั ดอกไม้
3.1 โฟมปักดอกไม้สดท่ีสงู กวา่ ปากแจกนั ขน้ึ มานน้ั ให้เฉือนออกใหม้ นตามรปู แจกัน
3.2 เริ่มปักตรงก่ึงกลางแจกันก่อน 1 ดอก ให้ความยาวเท่ากันทุกดอกโดยให้ยาว
ประมาณ 4 นว้ิ แลว้ ปกั กรอบของงานดา้ นหนา้ ด้านหลัง ดา้ นซ้าย และด้านขวา
3.3 เมอื่ ปกั ได้ 5 ดอกแรกแลว้ จะไดก้ รอบของงาน ให้ปักสับหว่างใกล้จุดศูนยก์ ลางอีก
4 ดอก
3.4 ดอกไม้ทเ่ี หลอื อยู่อีก 20 ดอกให้ปักตรงเน้อื ทว่ี ่างจนหมดโดยใหช้ ่องว่างห่างพอ ๆ
กนั
4. การปกั ดอกไม้และใบไม้แซม
4.1 ปกั ดอกเบญจมาศชอ่ ทกุ ช่องวา่ ง
4.2 ปักใบโปรง่ ฟ้าทกุ ช่องวา่ งระหว่างดอกไม้
4.3 ปกั ดอกสแตตสิ เพ่ือเพม่ิ ความสวยงาม
4.4 เกบ็ รายละเอยี ดโดยการแซมดอกไม้และใบไมใ้ ห้สวยงาม
เทคนิคการปฏบิ ตั ิ
การกาหนดจดุ ปักดอกไม้รปู ทรงกลม ใหต้ ีตารางเคร่อื งหมาย + หนา้ ก้อนโฟมปกั ดอกไมแ้ ละ
ใหเ้ ริ่มจากจดุ กง่ึ กลางกอ่ น ตามดว้ ยจุดดา้ นซา้ ย ขวา หนา้ และหลัง ความยาวของก้านดอกไมท้ ุกดอก
ควรเทา่ กัน
45
ข้อเสนอแนะ
ดอกไม้ที่นามาจัดสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามฤดูกาลและท้องถ่ิน แต่ลักษณะของดอกไม้ท่ี
นามาจัดต้องดูขนาดให้เหมาะสมกับแจกัน และดอกไม้ท่ีมีลักษณะช่อก้านยาว เช่น ดอกกล้วยไม้
ดอกไลอาทิส ดอกแกลดิโอรัส ไม่เหมาะสมกับการจัดดอกไม้รูปทรงกลมท่ีอยู่ในแจกันขนาดเล็กและ
ขนาดกลาง เปน็ ต้น
สรปุ การจดั ดอกไม้ทรงกลม นิยมใช้วางโตะ๊ รับแขกเพราะมองเห็นได้รอบด้าน นอกจากนั้นยงั
สามารถดดั แปลงเปน็ พานดอกไม้รับน้าสงั ขใ์ นงานมงคลสมรสอกี ด้วย
46
3.5 การจดั ดอกไมร้ ูปทรงแนวนอน
การจัดดอกไม้รปู ทรงแนวนอน เป็นรปู ทรงทเี่ หมาะสมสาหรับต้ังในพืน้ ทแ่ี คบและยาว
และไม่ต้องการความสูง เช่น บริเวณกลางโต๊ะอาหาร บริเวณโต๊ะประชุม หน้าห้อง หรือบนโพเดียม
(Podium) เป็นต้น
วสั ดอุ ุปกรณ์
1. โฟมปักดอกไมส้ ด ½ กอ้ น 2. ดอกกุหลาบ 25 ดอก
3. โปร่งฟา้ 25 ใบ 4. แคสเปีย 2 กง่ิ
5. สแตติส 1 กง่ิ 6. แจกันทรงแนวนอน 1 ใบ
7. กรรไกรตัดกิ่งไม้ 1 เล่ม 8. มดี บาง 1 เลม่
9. ทีฉ่ ีดน้า 1 อัน 10. ผ้าเช็ดมอื 1 ผืน
11. ถังพักดอกไม้ 1 ใบ
ลาดบั ข้ันตอนการปฏบิ ัติ
1. การเตรยี มกอ้ นโฟมปกั ดอกไมส้ ด
1.1 ตดั กอ้ นโฟมปักดอกไม้สดตามความยาวของก้อน แบง่ ครึง่ กอ้ นโฟมปักดอกไมส้ ด
ตามดา้ นทก่ี ว้างหรอื ด้านหน้าทมี่ ตี ัวหนงั สือ (ตามภาพที่ 5.82)
1.2 นาโฟมปกั ดอกไมส้ ดไปแชน่ ้าในถังนา้ ท่มี ีนา้ อยเู่ ต็มถงั ใหน้ ้าซึมเข้าโฟมปกั ดอกไม้
สดใหอ้ มิ่ ตวั รอจนกว่าน้าสนิมสีน้าตาลจะออกมา ค่อยเอาข้ึนพักไว้
1.3 นาโฟมปักดอกไม้สดลงแจกันแนวนอนให้ก้อนโฟมปักดอกไม้สดสูงกว่าแจกัน
เพือ่ ใหม้ ีพ้ืนท่ีดา้ นขา้ งไวป้ กั ดอกไม้ (ตามภาพท่ี 5.83)
2. การเตรยี มดอกไม้ ใบไม้
2.1 ดอกกหุ ลาบเลาะใบ เลาะหนาม ตัดกา้ นออกนดิ หน่อย โดยให้กา้ นเฉยี งลง เพือ่ ให้
ดูดนา้ ไดด้ ีขน้ึ แลว้ นาไปใส่ในถังนา้ ท่มี ีน้าอยูป่ ระมาณ ¼ ของถงั
2.2 ดอกสแตติสและดอกแคสเปยี ตดั กา้ นออกแช่นา้ ไว้
2.3 โปร่งฟ้ า วางบนผา้ ขาวบางท่ีชุบน้าหมาดและคลมุ ไว้อีกคร้ังหน่ึง
3. การปกั ดอกไม้
3.1 ใหเ้ รม่ิ ปักดอกไม้ ตดั กา้ นยาวประมาณ 4 นว้ิ เวลาตดั อย่าใหต้ ิดข้อใบ ถ้าพอดกี บั
ขอ้ ใบให้หลบขนึ้ หรอื ลงแล้วแต่ความเหมาะสม แล้วตดั ยาวเท่าเดมิ ปักขา้ งหน้าและข้างหลงั
3.2 ปักดอกก้านยาวและตูมด้านซ้ายและขวา โดยกาหนดให้ยาวประมาณ 8 น้ิว
เท่ากันทง้ั 2 ขา้ ง เราจะไดก้ รอบของงาน
3.3 ตัดก้านดอกไมย้ าวประมาณ 4 ½ นว้ิ จานวน 4 ดอก ปกั รอบดอกกลางใหส้ บั
หวา่ ง กบั 4 ดอกด้านลา่ ง
47
3.4 ปักดอกตูมเพิ่มอีก 4 ดอก แล้วส่งก้านไปทางดอกยาวทั้ง 2 ข้าง ให้ส้ันกว่า
เลก็ น้อยแล้วปัก
3.5 ดอกไม้ที่เหลืออยู่อีก 12 ดอก ให้ปักในพ้ืนที่เหลืออยู่ โดยระยะการปักทุกดอก
ตอ้ งหา่ งพอ ๆ กนั กา้ นดอกไมไ้ ม่ไขวก้ นั ดอกอยู่ทางซา้ ยตอ้ งปกั บริเวณพืน้ ที่ซา้ ย ดอกจะให้อยขู่ วาตอ้ ง
ปักทางขวา
4. การปักใบไมแ้ ละดอกไม้แซม
4.1 ใหป้ ักใบโปรง่ ฟา้ โดยปกั ใบยาวด้านซา้ ยและขวาก่อน (ตามภาพที่ 5.89)
4.2 หลงั จากนั้นใหน้ าใบโปร่งฟ้ า จับใหเ้ ป็นกลมุ่ (ตามภาพที่ 5.90)
4.3 ปกั ใบโปรง่ ฟ้ าทุกช่องว่างทวี่ า่ งอยู่ (ตามภาพที่ 5.91)
4.4 การปกั ดอกแซมใช้ดอกแคสเปียปกั ทุกช่องว่างให้สวยงาม
เทคนิคการปฏบิ ตั ิ
แผนผังการกาหนดจุดปักดอกไม้รูปทรงแนวนอนจะคล้ายกับการปักดอกไม้รูปทรงกลมแตจ่ ะ
ต่างกันตรงที่ก้านดอกไม้ด้านข้างของรูปทรงแนวนอนจะยาวกว่าโดยทั้ง 2 ด้าน ดอกไม้ด้านซ้ายและ
ดอกไมด้ ้านขวา กา้ นดอกไมจ้ ะยาวเทา่ กนั และควรใชด้ อกตมู ในการร้อย
ขอ้ เสนอแนะ
1. การจดั ดอกไมร้ ูปทรงแนวนอน สามารถใช้ดอกไมแ้ ละใบไมท้ ่มี ลี ักษณะเปน็ ช่อยาวมาจดั ได้
2. ในกรณีหาแจกันทรงแนวนอนไม่ได้ ให้ใช้จานเปลหรือกระดาษแก้ว และกระดาษสาห่อ
กอ้ นโฟมปักดอกไม้สด ครงึ่ หน่งึ หอ่ แบบทอ๊ ฟฟ่ี แตเ่ ปดิ หน้ากอ้ นโฟมไว้เพื่อใหป้ กั ดอกไม้
สรปุ การจัดดอกไม้รูปทรงแนวนอน ใชส้ าหรับวางโพรเดียม หรือโต๊ะประชุม หรอื จุดโชวห์ ลงั ตู้
ยาว ในการจัดดอกไมค้ ลุมไตร ก็ใช้วิธีการจัดดอกไม้รูปทรงแนวนอนอยูด่ ้านบนเช่นกนั และในการจดั
ดอกไมร้ ูปทรงแนวนอนนน้ั สว่ นปลายช่อดอกทางยาวควรมลี ักษณะเรยี วแหลมจึงจะทาให้งานดแู ล้ว
อ่อนหวานข้ึน
48
3.6 การจัดดอกไมร้ ูปทรงพดั
การจัดดอกไม้รูปทรงพัด เป็นการจัดที่ใช้ในงานพิธีการ การจัดดอกไม้แบบนี้เป็น
รูปแบบคลาสสคิ แบบหนงึ่ วิธปี ักวางกา้ นดอกไม้มีลกั ษณะเปน็ รัศมี ซ่ึงพุง่ ออกจากจุดศูนยก์ ลางแผ่กว้า
ออกไปดังพัดที่คล่ีออก รูปทรงของการจัดดไู ม่ยาก อาจจะจัดให้มองเหน็ ดา้ นเดยี ว หรือท้ังสองดา้ นกไ็ ด้
ขอ้ สาคญั ของการจัดรูปทรงพัดกค็ อื การเลือกดอกไมใ้ หม้ คี วามหนาลกึ ของรูปทรง
วัสดุและอปุ กรณ์
1. กอ้ นโฟมปกั ดอกไม้สด ½ กอ้ น 2. ดอกกุหลาบ 25 ดอก
3. เฟิรน์ ใบมะขาม 25 ใบ 4. ดอกแคสเปยี 2 กง่ิ
5. ดอกสแตตสิ 1 กง่ิ 6. แจกันทรงแนวนอน 1 ใบ
7. กรรไกรตดั ก่ิงไม้ 1 เล่ม 8. มดี บาง 1 เล่ม
9. ทีฉ่ ีดนา้ 1 อัน 10. ผ้าเชด็ มอื 1 ผืน
11. ถังพกั ดอกไม้ 1 ใบ
ลาดบั ข้ันตอนการปฏิบัติ
1. การเตรียมโฟมปักดอกไม้
1.1 ตัดก้อนโฟมปักดอกไม้สดตามความยาวของก้อน แบ่งครึ่งตามด้านท่ีกว้างหรือ
ด้านหนา้ ที่มตี วั หนงั สือ
1.2 นาก้อนโฟมปักดอกไม้สดแช่น้า ให้น้าซึมเข้าก้อนโฟมปักดอกไม้สดให้อ่ิมตัวรอ
จนกวา่ นา้ สนมิ สนี า้ ตาลจะซมึ ออกมาจนหมด นาข้ึนจากน้าพกั ไว้
1.3 นาก้อนโฟมปักดอกไม้สดใส่ลงแจกันแนวนอน ให้ก้อนโฟมปักดอกไม้สดสูงกว่า
แจกนั เพ่อื ให้มพี น้ื ท่ีด้านข้างไว้ปักดอกไม้
49
2. การเตรยี มดอกไม้ ใบไม้
2.1 ดอกกหุ ลาบ เดด็ ใบ เด็ดหนาม ตดั ก้านออกนิดหน่อยโดยให้กา้ นเฉยี งลง เพื่อให้
ดูดนา้ ได้ดขี ึ้น แล้วนาไปใสใ่ นกระป๋ องทมี่ นี า้ แชอ่ ยู่
2.2 ดอกสแตติสตัดก้านออกแช่น้าไว้
2.3 เฟิร์นใบมะขามแกะกาออก จดั เรยี งใบและตกแตง่ ใบให้สวยงามแลดูเป็น
ธรรมชาติ
2.4 ดอกแคสเปยี ตัดกา้ นออกเลก็ น้อยแชน่ า้ ไว้
3. การปักดอกไม้
3.1 ให้เร่ิมปักใบเฟิร์นก่อนให้เป็นรูปพัด เร่ิมตรงกลางแนวหลังเป็นจุดแรกแล้วไล่ไป
ทางดา้ นข้างรวม 7 ใบ จะเป็นรูปพัด
3.2 แนวหน้าดา้ นล่างของกอ้ นโฟมปกั ดอกไมส้ ด ให้ปักเฟริ น์ ใหเ้ ป็นรูปพดั
เช่นเดยี วกนั
3.3 เร่มิ ปักดอกกุหลาบหนา้ ใบเฟิร์นใหเ้ ปน็ เหมอื นการคลีพ่ ดั จานวน 7 ดอก
3.4 ปกั ดอกกหุ ลาบแถวท่ี 2 ให้สบั หว่างกบั แถวแรก จานวน 6 ดอก
3.5 ปกั ดอกกุหลาบแถวท่ี 3 อีก 5 ดอก ให้สับหวา่ งกันแล้ว 2 ดอกสดุ ท้ายตรงล่างสุด
สบั หวา่ งเช่นกนั
3.6 ปกั ดอกกหุ ลาบแถวที่ 4 สบั หว่างกับแถวที่ 3 จนหมดดอกกหุ ลาบ
3.7 แซมใบพุดใหท้ ั่วทงั้ แจกนั โดยตัดใบพุดให้เหนือจากข้อขึน้ ไป แซมทุกช่องว่าง
4. การปกั ใบไมด้ อกไมแ้ ซม
4.1 แซมใบเฟริ น์ ก้างปลาให้ทว่ั ทง้ั แจกันถงึ ดา้ นล่างข้างหน้าทกุ ชอ่ งว่างระหว่าง
ดอกไม้
4.2 ด้านหลงั ปักใบเฟิรน์ เพือ่ ปิดบังกอ้ นโฟมปักดอกไม้สดให้เรียบร้อย
4.3 ปกั ดอกแคสเปียระหวา่ งดอกกหุ ลาบทกุ ดอก
4.4 ปักดอกสแตติสทกุ ช่องว่างของดอกกุหลาบให้ทั่วทง้ั แจกนั
เทคนิคการปฏบิ ตั ิ
แผนผังการปกั ดอกไม้สดรปู ทรงพดั
ขอ้ เสนอแนะ
1. การจัดดอกไม้รูปทรงพัด ดอกไม้ที่ใช้จัดได้สวยควรเป็นดอกไม้ก้านยาว เช่น แกลดิโอรัส
กล้วยไม้หวายกา้ นยาว ไลอาทสิ เป็นต้น
2. การปกั ใบด้านหลงั ตอ้ งไล่ใบ ตั้งแต่ยาวไปหาสั้นและปักให้เปน็ ธรรมชาติ
50
สรปุ การจัดดอกไมร้ ปู ทรงพดั ใชต้ ้ังโตะ๊ หน้าหอ้ งประชมุ หรอื ต้งั บนโพรเดียม หรือดดั แปลง
ขยายใหใ้ หญข่ นึ้ เพ่ือตั้งเคารพศพได้
3.7 การจัดดอกไมร้ ปู ทรงตวั เอส ( S )
การจัดดอกไม้รูปทรงตัวเอส( S ) นักจัดดอกไม้นารูปทรงตัวเอส( S )มาใช้ในการจัด
ดอกไม้โดยเรียกช่อื การจัดดอกไม้ทรงโค้งน้ีว่า โค้งฮาการ์ด ตามช่อื ของ วคิ เทร ผู้ค้นพบชาวอังกฤษเขา
แนะนาให้ชาวโลกศิลปะรู้ว่าเส้นแนวตัว S คือ เส้นแนวแห่งความสวยงาม ซึ่งการจัดดอกไม้ทรงนี้เป็
นทรงพื้นฐานที่มีลักษณะการจัดที่มีการดัดแปลงอาศัยหลักของการออกแบบรูปทรงไว้ตามจินตนาการ
เพอ่ื ใหเ้ กิดชิน้ งานท่อี อ่ นช้อยสวยงาม
วสั ดุและอุปกรณ์
1. ก้อนโฟมปักดอกไม้สด 1/3 ก้อน 2. แจกันทรงสงู 1 ใบ
3. ใบโปร่งฟา้ ขนาดกลาง 12 ใบ 4. ดอกแคสเปีย 2 กง่ิ
5. ดอกสเปรย์คารเ์ นชนั่ 3 กง่ิ 6. ดอกกุหลาบ 15 ดอก
7. ดอกสแตติส 2 กง่ิ 8. กรรไกรตัดก่ิงไม้ 1 เลม่
9. ท่ีฉดี น้า 1 อนั 10. มีดบาง 1 เลม่