The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รายงานสถานการณ์ทางสังคมภาคใต้(5จชต.)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by TPSO 11, 2023-02-24 00:44:57

รายงานสถานการณ์ทางสังคมภาคใต้(5จชต.)

รายงานสถานการณ์ทางสังคมภาคใต้(5จชต.)

ÃÒ§ҹʶҹ¡Òó·Ò§Êѧ¤ÁÃдѺ¡ÅØ‹Á¨Ñ§ËÇÑ´ã¹¾×é¹·Õè 5 ¨Ñ§ËÇÑ´ÀҤ㵌ªÒÂá´¹ (ʧ¢ÅÒ ÊµÙÅ »˜µµÒ¹Õ ÂÐÅÒ ¹ÃÒ¸ÔÇÒÊ »ÃШӻ‚ ¾.È.2562) สำนักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ 12 กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ʧ¢ÅÒ ÊµÙÅ »˜µµÒ¹Õ ÂÐÅÒ ¹ÃÒ¸ÔÇÒÊ


รายงานสถานการณ์ทางสังคมระดับกลุ่มจังหวัดในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (สงขลา สตูล ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๒) คำนำ เมื่อโลกแปรผันสถานการณ์ทางสังคมจึงเกิดการเปลี่ยนแปลง ตามปัจจัยแวดล้อมทางด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง นวัตกรรมและเทคโนโลยีที่มนุษย์สร้างขึ้น ความทันสมัยส่งผลกระทบต่อทุกสังคม ทุกชีวิตและ นำความเจริญมาเข้ามาสู่คุณภาพชีวิตที่ดีแต่สิ่งนั้นก็นำมาซึ่งความเหลื่อมล้ำและปัญหาทางสังคมอย่าง หลีกเลี่ยงไม่ได้ สำนักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการจึงจัดทำรายงานสถานการณ์ทางสังคมระดับกลุ่ม จังหวัดภาคใต้ชายแดน เขตพื้นที่รับผิดชอบ ๕ จังหวัด ได้แก่ จังหวัดสงขลา จังหวัดสตูล จังหวัดยะลา จังหวัด ปัตตานีและจังหวัดนราธิวาส เพื่อการศึกษาวิเคราะห์สถานการณ์และสภาพแวดล้อม คาดการณ์แนวโน้มของ สถานการณ์ทางสังคมและผลกระทบที่จะเกิดขึ้น รวมทั้งให้ข้อเสนอแนะแก่กลุ่มเป้าหมาย อาทิ หน่วยงาน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง องค์กรภาคเอกชนและประชาชน ในพื้นที่รับผิดชอบ เพื่อให้หน่วยงานและภาคีเครือข่าย มีข้อมูลใช้ ประกอบการดำเนินงาน และการจัดทำแผนงานที่ทันต่อเหตุการณ์ทั้งในปัจจุบันและอนาคต ดังนั้น สำนักงาน ส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ ๑๒ หวังเป็นอย่างยิ่งว่า รายงานสถานการณ์ทางสังคมระดับกลุ่มจังหวัดภาคใต้ ชายแดนฉบับนี้จะเป็นประโยชน์ต่อหน่วยงานและผู้สนใจทั่วไป ในการนำข้อมูลไปประกอบการวิเคราะห์และ เฝ้าระวังสถานการณ์ทางสังคม เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาทางสังคมที่เกิดขึ้นต่อไป กลุ่มนโยบายและยุทธศาสตร์ สำนักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ ๑๒


ก รายงานสถานการณ์ทางสังคมระดับกลุ่มจังหวัดในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (สงขลา สตูล ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๒) บทสรุปผู้บริหาร การจัดทำรายงานสถานการณ์ทางสังคมระดับกลุ่มจังหวัดภาคใต้ชายแดน มีเขตพื้นที่รับผิดชอบ 5 จังหวัด ได้แก่ สงขลา สตูล ปัตตานี ยะลา นราธิวาส มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์การจัดทำรายงานสถานการณ์ทางสังคมและ การคาดการณ์แนวโน้มสถานการณ์ทางสังคมในพื้นที่กลุ่มจังหวัดที่มีความเชื่อมโยงกับพื้นที่จังหวัด บนข้อมูลพื้นฐานด้าน สถิติที่เป็นประเด็นสำคัญในด้านต่าง ๆ ทั้งข้อมูลพื้นที่ ประชากร การศึกษา สาธารณสุข แรงงาน ที่อยู่อาศัย เศรษฐกิจ เป็นต้น เพื่อรวบรวมวิเคราะห์ และประมวลผลจากข้อมูลข้างต้นมาจัดทำเป็นรายงานสถานการณ์ทางสังคม ในพื้นที่ 5 จังหวัดภาคใต้ชายแดน ซึ่งมีลักษณะเฉพาะที่น่าสนใจและมีความแตกต่างจากพื้นที่อื่น ๆ ของประเทศ ทั้งด้านภาษา ศาสนา และวัฒนธรรม รวมไปถึงสถานการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเป็นปัจจัยที่ สำคัญที่ส่งผลต่อการพัฒนาพื้นที่ และนำไปสู่ปัญหาอื่น ๆให้เกิดขึ้นตามมา ทั้งนี้เพื่อเป็นประโยชน์ในการจัดทำแผนงาน โครงการ กิจกรรม อันจะนำไปสู่การบูรณาการการทำงานร่วมกันของหน่วยงานต่าง ๆ ในพื้นที่ ทั้งภาครัฐ หน่วยงาน ระดับท้องถิ่น เอกชน หรือองค์กรภาคประชาสังคมในพื้นที่ โดยรายงานสถานการณ์ทางสังคมฉบับนี้ จะประกอบด้วย ข้อมูลต่าง ๆ ที่สำคัญ 4 ส่วน ได้แก่ บทนำ ข้อมูลพื้นฐานทางสังคม ในพื้นที่กลุ่มจังหวัด สถานการณ์เชิงกลุ่มเป้าหมาย หรือเชิงประเด็นในพื้นที่กลุ่มจังหวัด บทสรุปและข้อเสนอแนะ โดยสรุปได้ดังนี้ กลุ่มจังหวัดชายแดนภาคใต้ตั้งอยู่ตอนล่างสุดปลายด้ามขวานของประเทศไทย บริเวณที่ตั้งอยู่ระหว่างเส้นรุ้งที่ 5 องศา 30 ลิปดาเหนือ ถึง 8 องศาเหนือ และเส้นแวงที่ 99 องศาตะวันออก ถึง 105 องศา 15 ลิปดาตะวันออก ห่างจากกรุงเทพฯ โดยทางรถไฟ ประมาณ 937 กิโลเมตร โดยทางรถยนต์ 1,200 กิโลเมตร ทางทะเล 725 กิโลเมตร ติดต่อทะเลอ่าวไทย ด้านทิศตะวันออก ระยะทาง 330 กิโลเมตร ติดต่อทะเลอันดามัน ด้านทิศตะวันตก ระยะทาง 144.3 กิโลเมตร ส่วนด้านทิศใต้ติดต่อประเทศมาเลเซียระยะทาง 500 กิโลเมตร มีพื้นที่รวมทั้งสิ้น 20,809.730 ตาราง กิโลเมตร แบ่งพื้นที่ออกเป็น 5 จังหวัด ประกอบด้วย จังหวัดสงขลา สตูล ปัตตานี ยะลา นราธิวาส โดยจังหวัดที่มีพื้นที่ มากที่สุดคือจังหวัดสงขลา รองลงมาคือจังหวัดยะลา นราธิวาส สตูล และปัตตานี ตามลำดับ ลักษณะภูมิประเทศมีพื้นที่ ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่การเกษตร มีเทือกเขาสำคัญคือ เทือกเขาสันกลาคีรี ลักษณะภูมิอากาศของกลุ่มจังหวัดภาคใต้ ชายแดน สามารถแบ่งลักษณะออกเป็น 2 บริเวณ คือฝั่งตะวันออกซึ่งอยู่ในกลุ่มภูมิอากาศเขตร้อนชื้น ส่วนฝั่งตะวันตก จัดอยู่ในภูมิอากาศเขตฝนมรสุม มีการปกครองส่วนภูมิภาค ประกอบด้วย 56 อำเภอ 413 ตำบล 2913 หมู่บ้าน ประชากรทั้งสิ้น 3,746,853 คน แบ่งเป็นประชากรชาย 1,843,188 ประชากรหญิง 1,903,665 ความหนาแน่น ของประชากรต่อพื้นที่คิดเป็น 981.93 คน/ตร.กม. หนาแน่นมากที่สุดคือ จังหวัดปัตตานี 365.81 คน/ตร.กม. การ ให้บริการด้านสาธารณสุขในพื้นที่ ประกอบด้วยโรงพยาบาลศูนย์ 2 แห่ง โรงพยาบาลทั่วไป 6 แห่ง โรงพยาบาลชุมชน 49 แห่ง โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบล 550 แห่ง โรงพยาบาลเอกชน 7 แห่ง รวม 614 แห่ง โดยมีสัดส่วน


ข รายงานสถานการณ์ทางสังคมระดับกลุ่มจังหวัดในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (สงขลา สตูล ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๒) ประชากรต่อแพทย์อยู่ที่ 1 : 2,010 ด้านการศึกษา มีสถานศึกษาทั้งในระบบและนอกระบบรวม 2,516 แห่ง ข้อมูลด้านแรงงาน ภาวะการมีงานทำของประชากรในพื้นที่ แบ่งเป็น กำลังแรงงานในปัจจุบัน 1,910,481 คน กำลังแรงงานที่รอฤดูกาล 2,771 คน และผู้ที่ไม่อยู่ในกำลังแรงงาน 862,629 คน รวมทั้งสิ้น 2,775,881 คน โดยมีประชากรต่างด้าวที่ได้รับใบอนุญาตในการทำงานคงเหลือ จำนวน 61,537 ด้านที่อยู่อาศัย มีประชากรที่อาศัยอยู่ ในชุมชนผู้มีรายได้น้อยจำนวน 171,936 คน อาศัยอยู่ใน 144 ชุมชน แบ่งเป็นชุมชนแออัด 100 ชุมชน ชุมชนเมือง 18 ชุมชน และชุมชนชานเมือง 26 ชุมชน ด้านเศรษฐกิจ มีการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัดในปี 2560 (GDP) ภาพรวม 5 จังหวัด คิดเป็นร้อยละ -5.7 ขยายตัวสูงสุดคือจังหวัดสตูล คิดเป็นร้อยละ 3.3 และขยายตัวต่ำสุดคือ จังหวัดนราธิวาส คิดเป็นร้อยละ -3.5 ส่วนข้อมูลผลิตภัณฑ์จังหวัดต่อหัว (GPP per capita) ในปี 2559 คิดเป็น 527,677 บาทต่อปีสูงสุดคือจังหวัดสงขลา คิดเป็น 157,029 บาทต่อปี และต่ำสุดคือจังหวัดนราธิวาส คิดเป็น 61,115 บาทต่อปีรายได้โดยเฉลี่ยต่อครัวเรือนในปี 2560 สูงสุดในพื้นที่จังหวัดสงขลา คิดเป็น 26,702.74 บาทต่อ เดือนต่อครัวเรือน ต่ำสุดคือจังหวัดนราธิวาส คิดเป็น 17,179.61 บาทต่อ ข้อมูลด้านกลุ่มเป้าหมาย ประกอบด้วย ข้อมูลผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ด้อยโอกาส รวมถึงข้อมูลด้านภาคีเครือข่าย


ข รายงานสถานการณ์ทางสังคมระดับกลุ่มจังหวัดในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (สงขลา สตูล ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๒) สารบัญ หน้า คำนำ บทสรุปผู้บริหาร ก สารบัญ ค สารบัญตาราง ง ส่วนที่ ๑ บทนำ ๑ ๑.๑ หลักการและเหตุผล ๑ ๑.๒ วัตถุประสงค์ ๑ ส่วนที่ ๒ ข้อมูลพื้นฐานในพื้นที่ภาคใต้ชายแดน ๒ ๒.๑ ที่ตั้งและอาณาเขต ๓ ๒.๒ ลักษณะภูมิประเทศ ๓ ๒.๓ ลักษณะภูมิอากาศ ๔ ๒.๔ ข้อมูลการปกครอง ๔ ๒.๕ ข้อมูลประชากร ๕ ๒.๖ ศาสนา ประเพณี วัฒนธรรมและชาติพันธุ์ ๖ ๒.๗ ด้านสาธารณสุข ๘ ๒.๘ ด้านการศึกษา ๑๐ ๒.๙ ด้านแรงงาน ๑๓ ๒.๑๐ ด้านที่อยู่อาศัย ๑๔ ๒.๑๑ ด้านเศรษฐกิจ ๑๕ ๒.๑๒ ข้อมูลด้านกลุ่มเป้าหมาย ๑๘ ๒.๑๓ ข้อมูลภาคีเครือข่าย ๒๒ ส่วนที่ ๓ บทสรุปและข้อเสนอแนะ ภาคผนวก - เอกสารอ้างอิง


ง รายงานสถานการณ์ทางสังคมระดับกลุ่มจังหวัดภาคใต้ชายแดน และภาคใต้ชายแดน (สงขลา สตูล ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๒) สารบัญตาราง หน้า ตารางที่ ๑ ขนาดพื้นที่จำแนกตามกลุ่มจังหวัดในกลุ่มจังหวัดภาคใต้ชายแดน ๓ ตารางที่ ๒ อาณาเขตพื้นที่ติดต่อ ๓ ตารางที่ ๓ จำนวนวนเขตการปกครองในพื้นที่ ๓ จังหวัดภาคใต้ชายแดน ๔ ตารางที่ ๔ จำนวนประชากรจำแนกตามเพศช่วงอายุในพื้นที่ ๓ จังหวัดภาคใต้ชายแดน ๕ ตารางที่ ๕ แสดงสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติ อารยธรรม และงานประเพณี ๖ ของกลุ่มจังหวัดภาคใต้ชายแดน ตารางที่ ๖ จำนวนหน่วยบริการสาธารณสุข ภาครัฐและภาคเอกชน ของกลุ่มจังหวัดภาคใต้ชายแดน ๘ ตารางที่ ๗ จำนวนประชากรต่อแพทย์รายจังหวัดของกลุ่มจังหวัดภาคใต้ชายแดน ๙ ตารางที่ ๘ สาเหตุการตายจากโรคต่างๆ ของภาคใต้ชายแดน ๙ ตารางที่ ๙ สถานศึกษาในระบบ จำแนกรายสังกัด รายจังหวัด ปีการศึกษา ๒๕๖๑ ๑๐ ตารางที่ ๑๐ จำนวนนักเรียน นักศึกษา จำแนกตามระดับชั้น ปีการศึกษา ๒๕๖๑ ๑๑ ตารางที่ ๑๑ คะแนนเฉลี่ยการทดสอบ O-Net ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (%) ๑๒ ปี พ.ศ.๒๕๕๙-๒๕๖๐ รายปี ตารางที่ ๑๒ ค่าเฉลี่ยเชาว์ปัญญา (IQ) ของเด็กนักเรียนไทยชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ (คะแนน) ๑๒ ปี พ.ศ.๒๕๕๙ ตารางที่ ๑๓ จำนวนนักเรียนออกกลางคัน จำแนกสาเหตุ ระดับชั้น พ.ศ.๒๕๖๐ ๑๓ ตารางที่ ๑๔ ภาวการณ์มีงานทำของประชากรกลุ่มจังหวัดภาคใต้ชายแดน ๑๓ ตารางที่ ๑๕ จำนวนคนต่างด้าวที่ได้รับอนุญาตทำงานคงเหลือ พ.ศ.๒๕๕๗-๒๕๖๑ ๑๔ กลุ่มจังหวัดภาคใต้ชายแดน ตารางที่ ๑๖ จำนวนชุมชนผู้มีรายได้น้อยของกลุ่มจังหวัดภาคใต้ชายแดน ๑๔ ตารางที่ ๑๗ การขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมกลุ่มจังหวัดภาคใต้ชายแดน ๑๕ ตารางที่ ๑๘ ผลิตภัณฑ์จังหวัดต่อหัว (GPP per capita) ปี๒๕๕๙ ๑๕ ตารางที่ ๑๙ รายได้โดยเฉลี่ยต่อเดือนต่อครัวเรือนของกลุ่มจังหวัดภาคใต้ชายแดน ๑๖ ปี พ.ศ. ๒๕๕๒-๒๕๖๐


จ รายงานสถานการณ์ทางสังคมระดับกลุ่มจังหวัดภาคใต้ชายแดน และภาคใต้ชายแดน (สงขลา สตูล ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๒) ตารางที่ ๒๐ หนี้สินเฉลี่ยต่อครัวเรือน จำแนกตามวัตถุประสงค์ของการกู้ยืม ๑๖ ของกลุ่มจังหวัดภาคใต้ชายแดน พ.ศ.๒๕๕๖-๒๕๖๐ ตารางที่ ๒๑ จำนวนผู้สูงอายุที่ได้รับเงินตามกองทุนผู้สูงอายุของภาคใต้ชายแดน ๑๘ ปีงบประมาณ ๒๕๕๗-๒๕๖๑ ตารางที่ ๒๒ จำนวนผู้สูงอายุที่ได้รับเบี้ยยังชีพของภาคใต้ชายแดน ปี พ.ศ. ๒๕๕๗-๒๕๖๒ ๑๘ ตารางที่ ๒๓ ร้อยละของผู้สูงอายุอยู่ตามลำพังคนเดียว (%) ปี พ.ศ.๒๕๕๕-๒๕๖๐ ๑๙ ตารางที่ ๒๔ สถิติข้อมูลคนพิการที่มีบัตรประจำตัวคนพิการ จำแนกตามประเภทความพิการ และเพศ ๒๐ ตารางที่ ๒๕ จำนวนคนพิการที่ได้รับเบี้ยยังชีพของภาคใต้ชายแดน ปี พ.ศ. ๒๕๕๗-๒๕๖๑ ๒๑ ตารางที่ ๒๖ จำนวนคนไร้ที่พึ่งและขอทานของภาคใต้ชายแดน ปี พ.ศ. ๒๕๖๐-๒๕๖๑ ๒๑ ตารางที่ ๒๗ จำนวนองค์กรภาคีเครือข่ายกลุ่มจังหวัดภาคใต้ชายแดน ๒๒ ตารางที่ ๒๘ จำนวนภาคีเครือข่ายอาสาสมัครกลุ่มจังหวัดภาคใต้ชายแดน ๒๒


๑ รายงานสถานการณ์ทางสังคมระดับกลุ่มจังหวัดในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (สงขลา สตูล ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๒) ส่วนที่ ๑ บทนำ ๑.๑ หลักการและเหตุผล สำนักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ ๑๒ เป็นหน่วยงานราชการส่วนกลางของกระทรวงการ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ตามกฎกระทรวงการแบ่งส่วนราชการ พ.ศ. ๒๕๔๕ โดยปรับบทบาทหน้าที่ จากศูนย์พัฒนานิคมภาคใต้ ซึ่งรับผิดชอบเป็นศูนย์กลางทางวิชาการสนับสนุนการบริหารงานพัฒนาของ ๑๔ นิคม สร้างตนเองในภาคใต้ มาเป็นหน่วยงานทางวิชาการสนับสนุนหน่วยงานสังกัดกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ ซึ่งมี หน้าที่รับผิดชอบ ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้แก่ จังหวัดสงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส และสตูล มีบทบาท หน้าที่ในการวิเคราะห์ วิจัย พัฒนาทางวิชาการด้านการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ให้สอดคล้องกับพื้นที่ และกลุ่มเป้าหมาย ส่งเสริมและสนับสนุนงานด้านวิชาการ องค์ความรู้ ข้อมูลสารสนเทศ ให้คำปรึกษาแนะนำแก่ หน่วยงานบริการทุกกลุ่มเป้าหมายในพื้นที่ให้บริการความรับผิดชอบของกระทรวงรวมทั้งองค์กรปกครองส่วน ท้องถิ่น หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง องค์กรภาคเอกชนและประชาชน ศึกษาวิเคราะห์สถานการณ์และสภาพแวดล้อมเพื่อ คาดการณ์แนวโน้มของสถานการณ์ทางสังคมและผลกระทบรวมทั้งให้ข้อเสนอแนะการพัฒนาสังคมและจัด ยุทธศาสตร์ในพื้นที่กลุ่มจังหวัด เป็นศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสังคมและจัดสวัสดิการสังคมในระดับพื้นที่กลุ่มจังหวัด สนับสนุนการนิเทศงาน ติดตาม ประมินผลการดำเนินงานเชิงวิชาการตามนโยบายและภารกิจของกระทรวงในพื้นที่ กลุ่มจังหวัดดังนั้นสำนักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ ๑๒ จึงได้ จัดทำรายงานสถานการณ์ทางสังคมระดับกลุ่ม จังหวัด โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาวิเคราะห์สถานการณ์ และสภาพแวดล้อม เพื่อคาดการณ์แนวโน้มของ สถานการณ์ทางสังคมและผลกระทบที่จะเกิดขึ้น รวมทั้งให้ข้อเสนอแนะ แก่กลุ่มเป้าหมายผู้รับบริการของหน่วยงาน ในสังกัดกระทรวง การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง องค์กรภาคประชาชนและประชาชน ในพื้นที่ ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้แก่ จังหวัดสงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส และสตูล เพื่อให้หน่วยงานและภาคีเครือข่าย มีข้อมูลสารสนเทศทางสังคม ใช้ประกอบการจัดทำแผนงาน โครงการ กิจกรรม ที่ทันต่อสถานการณ์ทั้งในปัจจุบันและอนาคต ๑.๒ วัตถุประสงค์ ๑) เพื่อรวบรวม ประมวลวิเคราะห์และจัดทำรายงานสถานการณ์ทางสังคม ในพื้นที่ ๕ จังหวัดชายแดน ภาคใต้ได้แก่ จังหวัดสงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส และสตูล ๒) เพื่อสนับสนุนข้อมูลในการจัดทำแผนงาน โครงการ กิจกรรม และการบูรณาการแผนงานโครงการ กิจกรรม ในระดับจังหวัดและกลุ่มจังหวัด ให้กับหน่วยงานระดับท้องถิ่น เจ้าหน้าที่นักวิชาการขององค์กรและ หน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง นำไปใช้ประโยชน์ และแก้ไขปัญหาสังคมที่เกิดขึ้น


๒ รายงานสถานการณ์ทางสังคมระดับกลุ่มจังหวัดในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (สงขลา สตูล ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๒) ส่วนที่ ๒ ข้อมูลพื้นฐานในพื้นที่ ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ (สงขลา สตูล ปัตตานี ยะลา นราธิวาส) ภาพที่ ๒.๑ แสดงอาณาเขตของกลุ่มจังหวัดภาคใต้ ๒.๑ ขนาดพื้นที่และอาณาเขต จังหวัดชายแดนภาคใต้ตั้งอยู่ตอนล่างสุดปลายด้ามขวานของประเทศไทย ประกอบด้วยพื้นที่ ๕ จังหวัด คือ สงขลา สตูล ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส บริเวณที่ตั้งอยู่ระหว่างเส้นรุ้งที่ ๕ องศา ๓๐ ลิปดาเหนือ ถึง ๘ องศาเหนือ และเส้นแวงที่ ๙๙ องศาตะวันออก ถึง ๑๐๕ องศา ๑๕ ลิปดาตะวันออก ห่างจากกรุงเทพฯ โดย ทางรถไฟ ประมาณ ๙๓๗ กิโลเมตร โดยทางรถยนต์ ๑,๒๐๐ กิโลเมตร ทางทะเล ๗๒๕ กิโลเมตร ติดต่อทะเลอ่าว ไทย ด้านทิศตะวันออก ระยะทาง ๓๓๐ กิโลเมตร ติดต่อทะเลอันดามัน ด้านทิศตะวันตก ระยะทาง ๑๔๔.๓ กิโลเมตร ส่วนด้านทิศใต้ติดต่อประเทศมาเลเซียระยะทาง ๕๐๐ กิโลเมตร มีพื้นที่รวมทั้งสิ้น ๒๐,๘๐๙.๗๓๐ ตาราง กิโลเมตร หรือประมาณ ๑๒.๙๗ ล้านไร่ โดยมีรายละเอียดแต่ละจังหวัด ดังนี้


๓ รายงานสถานการณ์ทางสังคมระดับกลุ่มจังหวัดในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (สงขลา สตูล ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๒) ตารางที่ ๑ : ขนาดพื้นที่จำแนกตามจังหวัดในกลุ่มจังหวัดภาคใต้ชายแดน ขนาดพื้นที่รวม ขนาดพื้นที่จำแนกตามจังหวัดในกลุ่มจังหวัดภาคใต้ชายแดน หน่วย สงขลา สตูล ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ๒๐,๘๐๙.๗๓๐ ๗,๓๙๓.๘๘๙ ๒,๔๗๘.๙๗๗ ๑,๙๔๐.๓๕๖ ๔,๕๒๑.๐๗๘ ๔,๔๗๕.๔๓๐ ตารางกิโลเมตร ๑๒.๙๗ ๔.๖๒ ๑.๕๕ ๑.๒๑ ๒.๘ ๒.๗๙ ล้านไร่ จากข้อมูลตารางที่ ๑ พบว่า จังหวัดสงขลา มีขนาดพื้นที่มากเป็นอันดับ ๑ ของภาคใต้ชายแดน คือ มีพื้นที่ ๗,๓๙๓.๘๘๙ ตารางกิโลเมตร หรือ ๔.๖๒ ล้านไร่ รองลงมา คือ จังหวัดยะลา มีพื้นที่ ๔,๕๒๑.๐๗๘ ตารางกิโลเมตร หรือ ๒.๘ ล้านไร่ จังหวัดนราธิวาส มีพื้นที่ ๔,๔๗๕.๔๓๐ หรือ ๒.๗๙ ล้านไร่ จังหวัดปัตตานี มีพื้นที่ ๑,๙๔๐.๓๕๖ หรือ ๑.๒๑ ล้านไร่และจังหวัดสตูล มีพื้นที่ ๒,๔๗๘.๙๗๗ หรือ ๑.๕๕ ล้านไร่ ตารางที่ ๒ : มีอาณาเขตติดต่อของจังหวัดในพื้นที่ ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ จังหวัด ทิศเหนือ ทิศใต้ ทิศตะวันออก ทิศตะวันตก สงขลา จังหวัดนครศรีธรรมราช และจังหวัดพัทลุง จังหวัดยะลา จังหวัดปัตตานี รัฐเคดาห์และรัฐเปอร์ลิส ประเทศมาเลเซีย อ่าวไทย จังหวัดพัทลุง และจังหวัดสตูล สตูล อำเภอรัตภูมิ จังหวัด สงขลา จังหวัดพัทลุง และ อำเภอปะเหลียน จังหวัด ตรัง รัฐเปอร์ลิสและรัฐเคดาห์ ประเทศมาเลเซีย อำเภอสะเดา จังหวัด สงขลา และรัฐเปอร์ลิส ประเทศมาเลเซีย ทะเลอันดามัน มหาสมุทรอินเดีย ปัตตานี อ่าวไทย อำเภอเมือง อำเภอรามัน จังหวัดยะลา และอำเภอบาเจาะ จังหวัด นราธิวาส อ่าวไทย อำเภอเทพา และอำเภอสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา ยะลา อำเภอสะบ้าย้อย จังหวัด สงขลาและอำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี รัฐเปอร์ลิส ประเทศมาเลเซีย อำเภอบาเจาะ อำเภอรือเสาะ จังหวัด นราธิวาส และรัฐเปอร์ ลิส ประเทศมาเลเซีย จังหวัดสงขลา และรัฐเคดาห์ ประเทศมาเลเซีย นราธิวาส จังหวัดปัตตานีและอ่าว ไทย รัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย อ่าวไทย และรัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย จังหวัดยะลา ๒.๒ ลักษณะภูมิประเทศ พื้นที่ ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่การเกษตร คิดเป็นร้อยละ ๕๒.๙ ของพื้นที่ โดยมี เทือกเขานครศรีธรรมราช และเทือกเขาสันกาลาคีรี เป็นเส้นแบ่งพื้นที่ออกเป็น ๒ ส่วน คือ ที่ราบฝั่งตะวันออก (จังหวัดสงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส) และที่ราบฝั่งตะวันตก (จังหวัดสตูล) ลักษณะภูมิอากาศฝั่งตะวันออก


๔ รายงานสถานการณ์ทางสังคมระดับกลุ่มจังหวัดในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (สงขลา สตูล ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๒) เป็นแบบฝนเมืองร้อน มีฝนตกตลอดปี ส่วนด้านตะวันตกมีสภาพอากาศแบบมรสุมเมืองร้อน มีปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยต่อ ปี และปริมาณป่าไม้สูงกว่าฝั่งตะวันออก ๒.๓ ลักษณะภูมิอากาศ สภาพภูมิอากาศในพื้นที่ ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้อาจแบ่งตามลักษณะภูมิอากาศออกได้เป็น ๒ บริเวณ คือ ฝั่งตะวันออก และฝั่งตะวันตก โดยฝั่งตะวันออกจัดอยู่ในภูมิอากาศเขตร้อนและชื้น (Tropical Wet or Tropical Rainforest) เนื่องด้วยมีฝนตลอดปี ไม่เว้นฤดูแล้ง เว้นแต่ในบางเดือน เช่น ในเดือนกุมภาพันธ์ และ มีนาคม ซึ่งมีฝนตกน้อยกว่าเดือนอื่น ๆ ส่วนฝั่งตะวันตกจัดอยู่ในภูมิอากาศเขตฝนมรสุม (Monsoon Rainforest) ซึ่งมีฤดูแล้งระยะสั้นๆ แต่ในฤดูมรสุมจะมีฝนตกหนัก ปริมาณฝนเฉลี่ยตลอดปีมากกว่าฝั่งตะวันออกของคาบสมุทร จึงทำให้ป่าทางฝั่งตะวันตกมีต้นไม้หนาแน่นกว่าฝั่งตะวันออก อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ระหว่าง ๒๗.๑ – ๒๗.๙ องศา เซลเซียส ความชื้นสัมพันธ์เฉลี่ยอยู่ที่ร้อยละ ๗๕ - ๘๒ มีปริมาณน้ำฝนเฉลี่ย ๒,๑๘๐.๓ มิลลิเมตรต่อปี ๒.๔ ข้อมูลการปกครอง เขตการปกครองของกลุ่มจังหวัดชายแดนภาคใต้ ประกอบด้วย ๕ จังหวัด (สงขลา สตูล ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส) ซึ่งการปกครองส่วนภูมิภาคประกอบด้วย ๕๖ อำเภอ ๔๑๓ ตำบล ๒,๙๑๓ หมู่บ้าน และการปกครอง ส่วนท้องถิ่น ประกอบด้วย ๕ องค์การบริหารส่วนจังหวัด ๓ เทศบาลนคร ๑๙ เทศบาลเมือง ๘๒ เทศบาลตำบล ๓๔๑ องค์การบริหารส่วนตำบล ตารางที่ ๓ : จำนวนเขตการปกครองในพื้นที่ ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ปี พ.ศ.๒๕๖๒ ที่มา: ระบบสถิติทางทะเบียน กรมการปกคราอง , กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น ข้อมูล ณ ธันวาคม ๒๕๖๑ จากข้อมูลตารางที่ ๓ พบว่า ในพื้นที่ ๕ จังหวัด มีจำนวนอำเภอทั้งสิ้น ๕๖ อำเภอ ๔๑๓ ตำบล ๒,๙๑๓ หมู่บ้าน จำนวนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นองค์การบริหารส่วนจังหวัด จำนวน ๕ แห่ง เทศบาลนครฯ ๓ แห่ง เทศบาลเมือง ๑๙ แห่ง เทศบาลตำบล ๘๒ แห่ง และองค์การบริหารส่วนตำบล ๓๔๑ แห่ง โดยจังหวัดที่มีจำนวนอำเภอมากที่สุด คือ จังหวัดสงขลา จำนวน ๑๖ อำเภอ ๑๒๗ ตำบล ๑,๐๒๓ หมู่บ้าน รองลงมา จังหวัดปัตตานีจำนวน ๑๒ อำเภอ ๑๑๕ ตำบล ๖๔๒ หมู่บ้าน จังหวัดนราธวาส จำนวน ๑๓ อำเภอ ๗๗ ตำบล ๕๘๙ หมู่บ้าน จังหวัดยะลา จำนวนอำเภอ ๘ อำเภอ ๕๘ ตำบล๓๘๐ หมู่บ้าน และจังหวัดสตูล จำนวน ๗ อำเภอ ๓๖ ตำบล ๒๗๙หมู่บ้าน จังหวัด อำเภอ ตำบล หมู่บ้าน จำนวนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อบจ. ทน. ทม. ทต. อบต. รวม สงขลา ๑๖ ๑๒๗ ๑,๐๒๓ ๑ ๒ ๑๑ ๓๕ ๙๒ ๑,๐๓๗ สตูล ๗ ๓๖ ๒๗๙ ๑ - ๑ ๖ ๓๔ ๓๖๔ ยะลา ๘ ๕๘ ๓๘๐ ๑ ๑ ๒ ๑๓ ๔๗ ๕๑๐ ปัตตานี ๑๒ ๑๑๕ ๖๔๒ ๑ - ๒ ๑๕ ๙๖ ๘๘๓ นราธิวาส ๑๓ ๗๗ ๕๘๙ ๑ - ๓ ๑๓ ๗๒ ๗๖๘ รวม ๕๖ ๔๑๓ ๒,๙๑๓ ๕ ๓ ๑๙ ๘๒ ๓๔๑ ๓,๕๖๒


รายงานสถานการณ์ทางสังคมระดับกลุ่มจังหวัดในพื้นที่ 5 จังหวัดชาย (สงขลา สตูล ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๒) ๒.๕ ข้อมูลประชากร ข้อมูลจากกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย แสดงให้เห็นถึงจำนวนป ตารางที่ ๔ : จำนวนประชากรแยกตามช่วงอายุในพื้นที่ ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้จำแน ลำดับ จังหวัด อายุ ๐-๑๗ ปี อายุ ๑๘-๒๕ ปี ชาย หญิง รวม ชาย หญิง ๑. สงขลา ๑๗๔,๙๖๙ ๑๖๔,๗๖๕ ๓๓๙,๔๖๑ ๗๕,๕๓๒ ๗๑,๙๒๗ ๑๔ ๒. สตูล ๔๕,๔๔๐ ๔๓,๐๗๔ ๘๘,๑๕๔ ๑๗,๑๙๑ ๑๖,๓๙๕ ๓๓ ๓. ยะลา ๘๔,๐๐๓ ๗๙,๐๖๙ ๑๖๓,๐๗๒ ๓๒,๘๗๒ ๓๑,๐๔๐ ๖๓ ๔. ปัตตานี ๑๑๓,๗๑๙ ๑๐๘,๖๐๒ ๒๒๒,๓๒๑ ๔๖,๗๗๕ ๔๓,๘๐๘ ๙๐ ๕. นราธิวาส ๑๒๓,๔๖๓ ๑๑๖,๙๔๙ ๒๔๐,๔๑๒ ๔๘,๒๔๕ ๔๕,๘๔๗ ๙๔ รวม ๕๔๑,๓๒๑ ๕๑๒,๔๕๙ ๑๐๕๓,๗๘๐ ๒๒๐,๖๑๕ ๒๐๙,๐๑๗ ๔๒ จากข้อมูลตารางที่ ๔ พบว่า ประชากรในช่วงอายุ ๐-๑๗ ปี และ ๑๘ มากที่สุดในช่วงอายุ ๐-๑๘ ปีคือ จังหวัดสงขลา จำนวน ๑๗๔,๙๖๙ คน รองลงม คน จังหวัดสตูล ๔๕,๔๔๐ คน ในช่วงอายุ ๒๖-๕๙ ปี และ ๖๐ ปีขึ้นไป ประชา มากที่สุดคือ จังหวัดสงขลา จำนวน ๑๑๙,๕๕๖ คนรองลงมา จังหวัดนราธิวาส คน จังหวัดสตูล จำนวน ๒๑,๓๐๑ คน จากข้อมูลข้างต้นแสดงให้เห็นว่าอัตราส่ว หญิงมากกว่าเพศชาย จึงสรุปได้ว่าประชากรเพศหญิงมีอายุยืนกว่าเพศชาย


๕ ยแดนภาคใต้ ประชากรในพื้นที่ ๕ จังหวัดภาคใต้ชายแดนในปี ๒๕๖๑ มีจำนวนทั้งสิ้น ๓,๗๔๖,๘๕๓ คน นกตามเพศ (หน่วย : คน) อายุ ๒๖-๕๙ ปี อายุ ๖๐ ปี ขึ้นไป รวม ชาย หญิง รวม ชาย หญิง รวม ๔๗,๔๕๙ ๓๔๑,๒๕๘ ๓๖๔,๗๙๖ ๗๐๖,๐๕๔ ๙๑,๓๖๕ ๑๑๙,๕๕๖ ๒๑๐,๙๒๑ ๓,๕๘๖ ๗๘,๐๖๔ ๗๙,๙๔๙ ๑๕๘,๐๑๓ ๑๗,๗๕๕ ๒๑,๓๐๑ ๓๙,๐๕๖ ๓,๙๑๒ ๑๑๖,๙๑๕ ๑๒๐,๓๖๗ ๒๓๗,๒๘๒ ๒๗,๗๑๑ ๓๓,๙๕๓ ๖๑,๖๖๔ ๐,๕๘๓ ๑๕๓,๖๖๗ ๑๕๗,๔๗๔ ๓๑๑,๑๔๑ ๓๖,๐๙๗ ๔๘,๒๙๓ ๘๔,๓๙๐ ๔,๐๙๒ ๑๗๙,๕๐๘ ๑๘๗,๔๒๕ ๓๖๖,๙๓๓ ๓๘,๙๑๒ ๔๙,๐๗๕ ๘๗,๙๘๗ ๒๙,๖๓๒ ๘๖๙,๔๑๒ ๙๑๐,๐๑๑ ๑,๗๗๙,๔๒๓ ๒๑๑,๘๔๐ ๒๗๒,๑๗๘ ๔๘๔,๐๑๘ ที่มา: ระบบสถิติทางทะเบียน กรมการปกครอง -๒๕ ปี ค่าเฉลี่ยประชากรเพศชายมากกว่าประชากรเพศหญิง โดยจังหวัดที่มีประชากรชาย มา จังหวัดนราธวาส ๑๒๓,๔๖๓ คน จังหวัดปัตตานี ๑๑๓,๗๑๙ คน จังหวัดยะลา ๘๔,๐๐๓ ากรเพศหญิงมากกว่าประชากรเพศชายโดยจังหวัดที่มีประชากรหญิงในช่วงอายุ ๖๐ ปีขึ้นไป จำนวน ๔๙,๐๗๕ คน จังหวัดปัตตานี จำนวน ๔๘,๒๙๓ คน จังหวัดยะลา จำนวน ๓๓,๙๕๓ วนเด็กแรกเกิดจะมีอัตราเกิดเพศชายมากกว่าเพศหญิง แต่เมื่อเข้าสู้วัยสูงอายุอัตราส่วนเพศ


๖ รายงานสถานการณ์ทางสังคมระดับกลุ่มจังหวัดในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (สงขลา สตูล ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๒) ๒.๖ ศาสนา ประเพณี วัฒนธรรม และชาติพันธ์ ศาสนา ประชากรในกลุ่ม ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้มีจำนวนประชากรทั้งสิ้น ๓,๗๔๖,๘๕๓คน ซึ่งแยกเป็น ประชากรชาย ๑,๘๔๓,๑๘๘ คน และประชากรหญิง ๑,๙๐๓,๖๖๕ คน ส่วนใหญ่ร้อยละ ๗๐.๙๙ นับถือศาสนาอิสลาม ร้อยละ ๒๘.๑๐ นับถือศาสนาพุทธ และอีกร้อยละ ๐.๙๑ นับถือศาสนาอื่น ๆ (คริสต์/ฮินดู) ซึ่งประชากรที่อาศัยอยู่ใน พื้นที่ของ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ประกอบด้วยจังหวัดยะลา ปัตตานี และนราธิวาส โดยมีประชากรรวม ๑.๙๕ ล้าน คน ส่วนใหญ่ร้อยละ ๘๓ นับถือศาสนาอิสลาม ทำให้พื้นที่ ๓ จังหวัดภาคใต้ชายแดนมีเอกลักษณ์ทางสังคมและวิถี ประชาชนที่แตกต่างจากพื้นที่ส่วนอื่น ๆ ของประเทศ ประเพณีวัฒนธรรม ชาติพันธ์ พื้นที่ ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นพื้นที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์ และมีความหลากหลายทางธรรมชาติ ทั้งภูเขา ทะเล และพื้นที่ป่าไม้ที่มีความสำคัญ ทำให้มีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สำคัญมากมายที่สร้างมูลค่าและ รายได้ให้กับพื้นที่ อีกทั้งมีพื้นฐานของประชากรที่มีความหลากหลายทางด้านเชื้อชาติ ศาสนา และวัฒนธรรม ประเพณี เนื่องจากมีภูมิประเทศ และประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจที่เป็นมรดกทางอารยธรรม และเป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้อยู่ทั่วทุก พื้นที่ ดังตารางต่อไปนี้ ตารางที่ ๕ : แสดงสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติ อารยธรรม และงานประเพณีของกลุ่มจังหวัดภาคใต้ชายแดน (สงขลา สตูล ยะลา ปัตตานี นราธิวาส) จังหวัด อนุรักษ์ / นิเวศน์ / ธรรมชาติ ประวัติศาสตร์/วัฒนธรรม/อารยธรรม ประเพณี สงขลา "นกน้ำเพลินตา สมิหลาเพลินใจ เมืองใหญ่ สองทะเล เสน่ห์สะพานป๋า ศูนย์การค้า แดนใต้" - หาดสมิหลา - แหลมสนอ่อน - หาดเก้าเส้ง - หาดสะกอม - หาดทรายแก้ว - สถาน แ สด งพั น ธุ์สั ต ว์น้ำ สงขลา - เขาตังกวน - สวนสาธารณะ เทศบาลนคร หาดใหญ่ - อุทยานแห่งชาติน้ำตกโตน งาช้าง - อุทยานนกน้ำคูขุด - น้ำตกบริพัตร - วัดพะโค๊ะ - สถาบันทักษิณคดีศึกษา - ย่านเมืองเก่า (ถนนนางงาม) - อุโมงค์ประวัติศาสตร์เขาน้ำค้าง - วัดพระเจดีย์งาม อำเภอระโรค - วัดจะทิ้งพระ - วัดมัชฌิมาวาส - วัดชัยมงคล - วัดถ้ำลอด - เจดีย์เขาตังกวน - ตัวเมืองเก่า สงขลา - พิพิธภัณฑ์สถาน แห่งชาติสงขลา - วัดมหัตตมังคลา ราม - วัดคงคาเลียบ - พิพิธภัณฑ์พ ธ ามะรงค์ - ตำหนักเขาน้อย - ศาลหลักเมือง สงขลา - ประเพณี การทำบุญวัน สารทเดือนสิบ - ประเพณีชักพระ - ประเพณีตักบาตรเทโว - ประเพณีทอดผ้า ผ้าป่า สามัคคีปิดทองหลวงปู่ ทวด - น้ำทะเลจืด - ประเพณีเปลี่ยน ผ้าพระ สามองค์อำเภอเทพา - ประเพณีแห่ผ้าขึ้น เขากุฎ อำเภอเมือง - ประเพณีตายายย่าน


๗ รายงานสถานการณ์ทางสังคมระดับกลุ่มจังหวัดในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (สงขลา สตูล ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๒) จังหวัด อนุรักษ์ / นิเวศน์ / ธรรมชาติ ประวัติศาสตร์/วัฒนธรรม/อารยธรรม ประเพณี สตูล “สตูล สงบ สะอาด ธรรมชาติ บริสุทธิ์” - อุทยานแห่งชาติตะรุเตา หมู่เกาะ อาดัง-ราวี เกาะ หลีเป๊ะ - ถ้ำภูผาเพชร - แหลมตันหยงโปและหาด ทรายยาว - อ่าวพันเต มะละกา - อ่าวจาก - อ่าวเมาะและ - อ่าวสน - อ่าวตะโละวาว - อ่าวตะโละอุดัง - จุดชมวิว “ผาโต๊ะบู” - อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะ เภตรา - วนอุทยานน้ำตกธารา สวรรค์ - อุทยานแห่งชาติทะเลบัน - พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติสตูล (คฤหาสก์กูเด็น) - วัดชนาธิปเฉลิม - มัสยิดกลางจังหวัดสตูล หรือ มัสยิดมำบัง - ประเพณีการแข่งว่าว - ประเพณีลอยเรือของชาวเล เกาะหลีเป๊ะ ยะลา “ยะลา ใต้สุดสยาม เมืองงาม ชายแดน” - เขื่อนบางลาง - บ่อน้ำร้อนเบตง - สวนขวัญเมือง (พุบาโกย) - - พระพุทธไสยาสน์วัดคูหาภิมุข (วัดถ้ำ) - มหกรรมแข่งขันนกเขาชวา เสียงอาเซียน - งานสมโภชเจ้าพ่อหลัก เมือง - การเต้นร็องเง็ง - ปัญจะสีลัต - ซีละ ปัตตานี “เมืองงาม สามวัฒนธรรม ศูนย์ฮาลาล เลิศล้ำ ชนน้อมนำศรัทธา ถิ่นธรรมชาติ งามตา ปัตตานี สันติสุขแดนใต้” - อุทยานแห่งชาติน้ำตก ทรายขาว - ศูนย์ศึกษาธรรมชาติป่า ชายเลนยะหริ่ง - วัดช้างไห้ - ศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว - มัสยิดกรือเซะ - เมืองโบราณยะรัง - มัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี - งานสมโภชน์เจ้าแม่ลิ้มกอ เหนี่ยว - ประเพณีแห่นก - งานฮารีรายอ - งานแห่พระอีก๋ง หรือแห่ เจ้าพ่อเล่าเอียกง - ประเพณีลาชัง


๘ รายงานสถานการณ์ทางสังคมระดับกลุ่มจังหวัดในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (สงขลา สตูล ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๒) จังหวัด อนุรักษ์ / นิเวศน์ / ธรรมชาติ ประวัติศาสตร์/วัฒนธรรม/อารยธรรม ประเพณี นราธิวาส “ทักษิณ ราชตำหนัก ชนรักศาสนา นราทัศน์เพลินตา บาโจตรึงใจ แหล่งใหญ่แร่ทอง ลองกอง หอมหวาน - เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฮาลาบาลา - อุทยานแห่งชาติอ่าวมะนาว - เขาตันหยง - วัดเขากง - วัดชลธาราสิงเห - มัสยิด ๓๐๐ ปี (มัสยิดวาดีอัลฮู เซ็น) - งานประเพณีเจ้าแม่โต๊ะโม๊ะ - ประเพณีแข่งเรือหน้าพระที่ นั่ง และงานของดีเมืองนรา - ประเพณีบังกุลบัว - ประเพณีลาซัง - ประเพณีลากพระหรือชัก พระ - ประเพณีกินวาน ๒.๗ ด้านสาธารณสุข การบริการด้านการสาธรณสุขในพื้นที่ ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีการให้บริการที่ครอบคลุมใน ทุกพื้นที่ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชากรในพื้นที่ ผ่านสถานบริการสาธารณสุขในรูปแบบต่าง ๆ อาทิ เช่น โรงพยาบาลศูนย์โรงพยาบาลทั่วไป โรงพยาบาลชุมชน โรงพยาบส่งเสริมสุขภาพตำบล ดังนี้ ตารางที่ ๖ : จำนวนหน่วยบริการสาธารณสุข ภาครัฐและภาคเอกชน ของภาคใต้และภาคใต้ชายแดน (หน่วย:แห่ง) จังหวัด ภาครัฐ โรงพยาบาล ภาคเอกชน รวม ศูนย์(รพศ.) โรงพยาบาลทั่วไป (รพท.) โรงพยาบาลชุมชน (รพช.) โรงพยาบาลส่งเสริม สุขภาพตำบล (รพ.สต.) สงขลา ๑ ๑ ๑๕ ๑๗๕ ๕ ๑๙๗ สตูล - ๑ ๖ ๕๔ - ๖๑ ยะลา ๑ ๑ ๖ ๘๑ ๑ ๙๐ ปัตตานี - ๑ ๑๑ ๑๒๙ ๑ ๑๔๒ นราธิวาส - ๒ ๑๑ ๑๑๑ - ๑๒๔ ที่มา : HDC Report กระทรวงสาธารณสุข ข้อมูล วันที่ ๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๐ จากข้อมูลตารางที่ ๖ พบว่า พื้นที่มีโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) มากที่สุด คือ จังหวัดสงขลา จำนวน ๑๗๕ แห่ง (๑๒๗ ตำบล) รองลงมาปัตตานี ๑๒๙ แห่ง (๑๑๕ ตำบล) จังหวัดนราธิวาส ๑๑๑ แห่ง (๗๗ ตำบล) จังหวัดยะลา ๘๑ แห่ง (๕๘ ตำบล) และจังหวัดสตูล ๕๔ แห่ง (๓๖ ตำบล) ทั้งนี้จากการเทียบจำนวน รพ.สต. กับ จำนวนตำบล ทั้งหมดในพื้นที่ ๕ จังหวัด พบว่า บางจังหวัดมีรพ.สต. ประจำตำบลมากกว่า ๑ แห่ง แต่บางจังหวัดมี รพ.สต. น้อยกว่าตำบลที่มีอยู่ในจังหวัดนั้นๆ ดังนั้นแสดงให้เห็นว่าประชาชนบางส่วนเข้าถึงการบริการและบางส่วนยัง เข้าไม่ถึงการรับบริการ


๙ รายงานสถานการณ์ทางสังคมระดับกลุ่มจังหวัดในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (สงขลา สตูล ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๒) ตารางที่ ๗ : จำนวนประชากรต่อแพทย์รายจังหวัดของภาคใต้และภาคใต้ชายแดน (หน่วย : คน) จังหวัด แพทย์ ประชากร ประชากรต่อแพทย์ สงขลา ๑,๑๔๙ ๑,๔๑๒,๑๑๖ ๑:๑,๒๒๘ สตูล ๘๙ ๓๑๘,๑๘๓ ๑:๓,๕๗๕ ยะลา ๒๐๙ ๕๒๓,๔๐๒ ๑:๒,๕๐๔ ปัตตานี ๑๙๖ ๗๐๓,๘๔๗ ๑:๓,๕๙๑ นราธิวาส ๒๒๒ ๗๙๑,๗๓๓ ๑:๓,๕๖๖ รวม ๑,๘๖๕ ๓,๗๔๙,๒๘๑ ๑:๒,๐๑๐ ที่มา : สำนักงานสถิติแห่งชาติ ,ระบบสถิติทางการทะเบียน กรมการปกครอง จากข้อมูลตารางที่ ๗ พบว่า สัดส่วนประชากรต่อแพทย์/พยาบาล รายจังหวัดพื้นที่ภาคใต้ชายแดน จังหวัด สงขลา ประชากร ๑,๒๒๘ คน ต่อ แพทย์ ๑ คน จังหวัดสตูลประชากร ๓,๕๗๕ คน ต่อ แพทย์ ๑ คน จังหวัดยะลา ประชากร ๒,๕๐๔ คน ต่อ แพทย์ ๑ คน จังหวัดปัตตานีประชากร ๓,๕๙๑คน ต่อ แพทย์ ๑ คน และจังหวัดนราธิวาส ประชากร ๓,๕๖๖ คน ต่อ แพทย์๑ คน ซึ่งข้อมูล องค์การอนามัยโลก (WHO) กำหนดจำนวน แพทย์และพยาบาล ต่อ ประชากรไว้ที่ ๒.๒๘ คนต่อประชากร ๑,๐๐๐ คน ดังนั้นพื้นที่ภาคใต้ชายแดน มีจำนวนประชากรต่อแพทย์เกินกว่า จำนวนเกณฑ์ที่ WHO กำหนด อาจทำให้ ประชากรในพื้นที่เข้าถึงบริการทางการแพทย์ไม่สะดวก ตารางที่ ๘ : สาเหตุการตายจากโรคต่าง ๆ ของภาคใต้และภาคใต้ชายแดน (หน่วย:คน) สาเหตุการณ์ตายจากโรคต่าง ๆ ของ ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ชื่อโรค จังหวัดสงขลา จังหวัดสตูล จังหวัดยะลา จังหวัดปัตตานี จังหวัดนราธิวาส ชาย หญิง รวม ชาย หญิง รวม ชาย หญิง รวม ชาย หญิง รวม ชาย หญิง รวม วัยชรา ๒๓๙ ๒๘๙ ๕๒๘ ๓๑ ๒๕ ๕๖ ๓๖ ๒๗ ๖๓ ๘๑ ๙๕ ๑๗๖ ๑๐๕ ๑๔๗ ๒๕๒ หัวใจ ล้มเหลว ๔๑๑ ๒๙๘ ๗๐๙ ๒๙ ๒๖ ๕๕ ๗๐ ๔๖ ๑๑๖ ๑๐๔ ๙๘ ๒๐๒ ๑๒๙ ๑๑๐ ๒๓๙ การติด เชื้อใน กระแส เลือด ๓๘ ๓๖ ๗๔ ๑๔ ๑๗ ๓๑ ๔๓ ๓๓ ๗๖ ความดัน โลหิตสูง ๓๓ ๓๗ ๗๐ ๔๕ ๓๗ ๘๒ ๒๘ ๓๒ ๖๐ ๑๓๒ ๑๔๖ ๒๗๘ ๖๑ ๖๓ ๑๒๔ เบาหวาน ๙ ๑๔ ๒๓ ๒๑ ๒๘ ๔๙ ที่มา : HDC Report กระทรวงสาธารณสุข/แหล่งอื่น ๆ ข้อมูล ณ วันที่ ๑ สิงหาคม ๒๕๖๒


๑๐ รายงานสถานการณ์ทางสังคมระดับกลุ่มจังหวัดในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (สงขลา สตูล ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๒) ข้อมูลจากตารางที่ ๘ พบว่า ส่วนใหญ่สาเหตุการเสียชีวิตของประชากรในพื้นที่ เพราะวัยชราและหัวใจ ล้มเหลว โดย จังหวัดสงขลา ประชากรเสียชีวิตเพราะวัยชรามากที่สุด จำนวน ๕๒๘ คน รองลงมา จังหวัดนราธิวาส จำนวน ๒๕๒ คน จังหวัดปัตตานีจำนวน ๑๗๖ คน และจังหวัดสตูล จำนวน ๕๖ คน ทั้งนี้ เป็นที่น่าสังเกตว่าจังหวัด สงขลา เป็นจังหวัดที่มีประชากรเสียชีวิตเพราะหัวใจล้มเหลวมากที่สุด จำนวน ๗๐๙ คน รองลงมา จังหวัดนราธิวาส ๒๓๙ คน จังหวัดปัตตานี ๒๐๒ คน จังหวัดยะลา ๑๑๖ คน และจังหวัดสตูล ๕๕ คน ตามลำดับ ๒.๘ ด้านการศึกษา การศึกษาในพื้นที่ ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้มีสถานศึกษาที่ค่อนข้างครอบคลุมทั่วทุกพื้นที่ แต่ อย่างไรก็ตามผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาในบางพื้นที่ยังมีผลที่ต่ำกว่าเกณฑ์ระดับประเทศ โดยรายงานสถานการณ์ทาง สังคมฉบับนี้ได้รวบรวม สถานการณ์ด้านการศึกษาในประเด็นต่าง ๆ ดังนี้ ตารางที่ ๙ : สถานศึกษาในระบบ นอกระบบ จำแนกรายสังกัด รายจังหวัด ปีการศึกษา ๒๕๖๑ ที่มา : ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการข้อมูล ณ วันที่ มิถุนายน ๒๕๖๑ จากตารางที่ ๙ พบว่า สถานศึกษาในพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นการศึกษาในระบบ สังกัดสำนักงานคณะกรรมการ การศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) โดย จังหวัดสงขลามีสถานศึกษาสังกัด สพฐ. มากที่สุด จำนวน ๕๐๓ แห่ง รองลงมา จังหวัดนราธิวาส ๓๕๗ แห่ง และจังหวัดปัตตานี ๓๓๕ แห่ง จังหวัดยะลา ๒๒๓ แห่ง นอกจากนี้ยังมีสถานศึกษานอก ระบบ การศึกษานอกระบบและ การศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) ซึ่งจังหวัดสงขลา กศน. มากที่สุด จำนวน ๑๖ แห่ง รองลงมา จังหวัดนราธิวาส ๑๓ แห่ง จังหวัดปัตตานี ๑๒ แห่ง จังหวัดยะลา ๘ แห่ง และจังหวัดสตูล ๗ แห่ง ตามลำดับ จังหวัด รายการสถานศึกษา ในระบบ นอกระบบ รวม สพฐ. เอกชน อาชีวศึกษา ท้องถิ่น สำนักพุทธ ศาสนาแห่งชาติ กศน. สงขลา ๕๐๓ ๑๗๒ ๒๓ ๓๐ ๕ ๑๖ ๗๔๙ สตูล ๑๗๑ ๔๒ ๕ ๕ ๑ ๗ ๒๓๑ ยะลา ๒๒๓ ๙๓ ๗ ๑๖ ๑ ๘ ๕๗๙ ปัตตานี ๓๓๕ ๑๒๘ ๘ ๑๖ - ๑๒ ๔๙๙ นราธิวาส ๓๕๗ ๘๙ ๒ ๑๐ - ๑๓ ๔๗๑ รวม ๑,๕๘๙ ๕๒๔ ๔๕ ๗๗ ๗ ๕๖ ๒,๕๒๙


๑๑ รายงานสถานการณ์ทางสังคมระดับกลุ่มจังหวัดในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (สงขลา สตูล ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๒) ตารางที่ ๑๐ : จำนวนนักเรียน นักศึกษา จำแนกตามระดับชั้น ที่มา : สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ,สำนักงานสถิติแห่งชาติข้อมูล ณ วันที่ มิถุนายน ๒๕๖๑ จากตารางที่ ๑๐ พบว่า จำนวนนักเรียน จำแนกตามระดับชั้น ในพื้นที่ ๕ จังหวัด ส่วนใหญ่ อยู่ในช่วงระดับ ประถมศึกษามากที่สุด 304,971คน รองลงมา ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น 139,877 คน ระดับอนุบาล 123,064 คนและ ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ๘๘,๗๓๕ คน โดยจังหวัดที่มีประชากรระดับมัธยมศึกษาตอนต้นมากที่สุด คือ จังหวัดนราธิวาส ๘๒,๐๕๒คน รองลงมา ปัตตานี ๗๒,๗๙๓ คน สงขลา ๖๔,๘๔๘ คน ยะลา ๕๕,๕๐๕ คน และสตูล ๒๙,๗๗๓ คน ทั้งนี้ พบว่าส่วนใหญ่นักเรียน นักศึกษา จะอยู่ในระบบการศึกษา สายสามัญ แสดงให้เห็นถึงค่านิยมของ ผู้ปกครองที่ยังคงให้ความสำคัญกับการศึกษาในสายสามัญมากกว่าสายอาชีพ การเรียนในสายสามัญ เน้นไปที่การ จัดการขั้นพื้นฐานตามที่กระทรวงศึกษาธิการได้มีการกำหนดเอาไว้ ส่วนสายอาชีพวิชาเรียนเน้นการทำงานจริงเป็นหลัก ได้พุ่งเป้าไปที่การเรียนในด้านนั้นๆ เพื่อการประกอบอาชีพในอนาคต จังหวัด เพศ ระดับการศึกษา อนุบาล ประถม ม.ต้น ม.ปลาย สงขลา ชาย ๙,๙๗๗ ๓๔,๐๑๐ ๑๔,๔๓๙ ๕,๙๔๙ หญิง ๙,๓๖๗ ๓๐,๘๓๘ ๑๕,๖๙๘ ๑๑,๑๓๓ รวม ๑๙,๓๔๔ ๖๔,๘๔๘ ๓๐,๑๓๗ ๑๗,๐๘๒ สตูล ชาย ๕,๙๙๘ ๑๕,๔๔๗ ๕,๙๔๙ ๒,๓๕๒ หญิง ๕,๔๘๕ ๑๔,๓๒๖ ๖,๗๔๙ ๔,๔๔๑ รวม ๑๑,๔๘๓ ๒๙,๗๗๓ ๑๒,๖๙๘ ๖,๗๙๓ ยะลา ชาย ๑๓,๓๖๕ ๒๘,๗๕๖ ๑๐,๒๕๔ ๔,๖๘๔ หญิง ๑๒,๕๒๒ ๒๖,๗๔๙ ๑๒,๓๕๒ ๙,๑๕๓ รวม ๒๕,๘๘๗ ๕๕,๕๐๕ ๒๒,๖๐๖ ๑๓,๘๓๗ ปัตตานี ชาย ๑๗,๐๔๖ ๓๗,๖๖๑ ๑๖,๒๒๐ ๘,๘๐๕ หญิง ๑๕,๗๐๒ ๓๕,๑๓๒ ๑๗,๕๑๕ ๑๓,๔๗๕ รวม ๓๒,๗๔๘ ๗๒,๗๙๓ ๓๓,๗๓๕ ๒๒,๒๘๐ นราธิวาส ชาย ๑๗,๒๙๖ ๔๓,๙๙๗ ๒๑,๖๗๔ ๑๓,๓๖๘ หญิง ๑๖,๓๐๖ ๓๙,๗๕๙ ๑๙,๐๒๗ ๑๕,๓๗๕ รวม ๓๓,๖๐๒ ๘๒,๐๕๒ ๔๐,๗๐๑ ๒๘,๗๔๓ รวม ทุกเพศ 123,064 304,971 139,877 88,735 (หน่วย:คน)


๑๒ รายงานสถานการณ์ทางสังคมระดับกลุ่มจังหวัดในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (สงขลา สตูล ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๒) ตารางที่ ๑๑ : คะแนนเฉลี่ยการทดสอบ O-Net ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (%) ปี พ.ศ. ๒๕๕๖ - ๒๕๖๐ รายปี จังหวัด ปีการศึกษา ๒๕๕๖ ๒๕๕๗ ๒๕๕๘ ๒๕๕๙ ๒๕๖๐ ระดับประเทศ ๓๗.๔๔ ๓๗.๕๘ ๓๔.๘๑ ๓๔.๔๘ ๓๓.๒๓ สงขลา ๓๙.๒๑ ๓๙.๒๓ ๓๖.๙๖ ๓๖.๗๘ ๓๕.๗๘ สตูล ๓๔.๘๐ ๓๕.๐๓ ๓๓.๒๓ ๓๓.๓๖ ๓๑.๒๗ ยะลา ๓๐.๗๘ ๓๐.๖๑ ๒๙.๕๒ ๒๘.๙๖ ๒๗.๕๐ ปัตตานี ๒๙.๙๗ ๒๙.๕๐ ๒๘.๕๗ ๒๘.๑๙ ๒๗.๑๐ นราธิวาส ๓๐.๒๕ ๒๙.๗๑ ๒๘.๖๓ ๒๗.๕๗ ๒๖.๕๐ ที่มา : สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ข้อมูล ณ วันที่ มิถุนายน ๒๕๖๑ จากตารางที่ ๑๑ พบว่า คะแนนเฉลี่ยการทดสอบ O-Net ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ปี พ.ศ. ๒๕๕๖ - ๒๕๖๐ รายปี ในพื้นที่ ๕ จังหวัด เมื่อเปรียบเทียบกับระดับประเทศ ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๕๖ - ๒๕๖๐ ไม่ แตกต่างกัน และพบว่าปี ๒๕๖๐ คะแนนเฉลี่ยการทดสอบ O-Net ระดับประเทศเท่ากับ ๓๓.๒๓% ซึ่งจังหวัดสงขลา มี คะแนนเฉลี่ยเท่ากับ ๓๕.๗๘% สูงกว่าคะแนนเฉลี่ยระดับประเทศ ตารางที่ ๑๒ : ค่าเฉลี่ยเชาวน์ปัญญา (IQ) ของเด็กนักเรียนไทยชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ (คะแนน) ปี พ.ศ. ๒๕๖๐ จังหวัด ค่าเฉลี่ยเชาวน์ปัญญา (IQ) ระดับประเทศ ๙๘.๒๓ สงขลา ๙๙.๑๑ สตูล ๙๖.๖๖ ยะลา ๙๓.๕๑ ปัตตานี ๘๘.๓๒ นราธิวาส ๙๒.๖๔ ที่มา : กรมสุขภาพจิตร่วมกับสถาบันราชานุกูล กระทรวงสาธารณสุข ข้อมูล ณ วันที่ มิถุนายน ๒๕๖๑ จากตารางที่ ๑๒ พบว่า ค่าเฉลี่ยเชาวน์ปัญญา (IQ) ของเด็กนักเรียนไทยชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ ปี พ.ศ. ๒๕๖๐ ส่วนใหญ่ค่าเฉลี่ยต่ำกว่าระดับประเทศ ๙๘.๒๓ โดยจังหวัดที่นักเรียนมี IQ สูงที่สุดเกินค่าเฉลี่ยระดับประเทศ คือ จังหวัดสงขลา ค่าเฉลี่ย ๙๙.๑๑ รองลงมาคือจังหวัดที่มีค่าเฉลี่ย IQ ต่ำกว่าระดับประเทศ จังหวัดสตูล ค่าเฉลี่ย ๙๖.๖๖ จังหวัดยะลา ๙๓.๕๑ จังหวัดนราธิวาส ค่าเฉลี่ย ๙๒.๖๔ และจังหวัดปัตตานีค่าเฉลี่ย ๘๘.๓๒ ตามลำดับ ดังนั้น บุคลากรทางการศึกษาและครอบครัวควรให้ความสำคัญและส่งเสริมพัฒนา IQ ของเด็กในจังหวัดที่ IQ ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย ระดับประเทศ


๑๓ รายงานสถานการณ์ทางสังคมระดับกลุ่มจังหวัดในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (สงขลา สตูล ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๒) ตารางที่ ๑๓ : จำนวนของนักเรียนออกกลางคัน จำแนกตามสาเหตุ ระดับชั้น พ.ศ.๒๕๖๐ (หน่วย:คน) สาเหตุ จังหวัดสงขลา จังหวัดสตูล จังหวัดปัตตานี จังหวัดยะลา จังหวัดนราธิวาส ประถมศึกษา/ รวม มัธยมศึกษา ประถมศึกษา/ มัธยมศึกษา ประถมศึกษา/ มัธยมศึกษา ประถมศึกษา/ มัธยมศึกษา ประถมศึกษา/ มัธยมศึกษา ฐานะยากจน ๘ ๑ ๒ ๑๕ ๑๑๔ ๑๔๐ มีปัญหาครอบครัว ๖๘ ๑๔ ๓ ๒๐ ๓๔ ๑๓๙ สมรสแล้ว ๑๑ ๑๓ ๒ ๓ ๔ ๓๓ มีปัญหาในการปรับตัว ๗๒ ๑๖ ๘ ๓๘ ๖๗ ๒๐๑ ต้องคดี/ถูกจับ ๒ ๐ ๐ ๐ ๐ ๒ เจ็บป่วย/อุบัติเหตุ ๒ ๐ ๐ ๐ ๑๔ ๑๖ อพยพตามผู้ปกครอง ๓๕ ๓๘ ๘ ๕๑๓ ๓๑๕ ๙๐๙ หาเลี้ยงครอบครัว ๔ ๕ ๓ ๐ ๓๘ ๕๐ อายุนอกเกณฑ์ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ กรณีอื่น ๆ ๐ ๙๓ ๐ ๕๕๐ ๒๔๐ ๘๘๓ รวม ๒๐๒ ๑๘๐ ๒๖ ๑,๑๓๙ ๘๒๖ ๒,๓๗๓ ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จากตารางที่ ๑๓ พบว่า จำนวนของนักเรียนออกกลางคันในพื้นที่ ๕ จังหวัดภาคใต้ชายแดนมีสาเหตุมาจากการ อพยพตามผู้ปกครองมากที่สุดโดย จังหวัดที่มีค่าเฉลี่ยมากที่สุดคือ จังหวัดยะลาจำนวน ๕๑๓ คน รองลงมา จังหวัด นราธิวาสจำนวน ๓๑๕ คน จังหวัดสตูลจำนวน ๓๘ คน จังหวัดสงขลา จำนวน ๓๕ คน และจังหวัดปัตตานี ๘ คน ตามลำดับ นอกจากนี้ยังมีสาเหตุอื่นที่นักเรียนต้องออกกลางคันอีกหลายด้านสามารถดูได้จากข้อมูลตารางข้างต้น ๒.๙ ด้านแรงงาน ข้อมูลด้านแรงงานในพื้นที่ ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตารางที่ ๑๔ : ภาวะการมีงานทำของประชากรภาคใต้และภาคใต้ชายแดน (หน่วย:คน) ที่มา : สำนักงานสถิติแห่งชาติ ข้อมูล ณ วันที่ มีนาคม ๒๕๖๒ จังหวัด กำลังแรงงานในปัจจุบัน กำลังแรงงานที่รอ ฤดูกาล ผู้ไม่อยู่ในกำลังแรงงาน ผู้มีงานทำ ผู้ว่างงาน ทำงานบ้าน เรียนหนังสือ อื่น ๆ สงขลา ๘๖๒,๑๘๔ ๒๐,๐๘๒ ๑,๙๑๐ ๙๔,๑๐๔ ๑๑๕,๖๑๓ ๑๕๗,๐๘๑ สตูล ๑๔๘,๐๐๓ ๒,๓๑๐ ๓๖๓ ๒๓,๓๑๔ ๑๓,๔๐๘ ๒๗,๕๐๗ ยะลา ๒๒๘,๒๖๓ ๙๗๙ ๐ ๒๔,๖๘๗ ๔๗,๒๘๒ ๓๑,๓๕๒ ปัตตานี ๓๐๒,๐๖๙ ๖,๒๒๓ ๔๖๓ ๕๑,๑๕๔ ๕๒,๒๙๘ ๕๒,๙๑๑ นราธิวาส ๓๑๙,๙๔๕ ๒๐,๔๒๓ ๓๕ ๕๗,๐๒๓ ๔๒,๓๒๗ ๗๒,๕๖๘ รวม ๑,๘๖๐,๔๖๔ ๕๐,๐๑๗ ๒,๗๗๑ ๒๕๐,๒๘๒ ๒๗๐,๙๒๘ ๓๔๑,๔๑๙ รวม(แยกประเภท) ๑,๙๑๐,๔๘๑ ๒,๗๗๑ ๘๖๒,๖๒๙ รวมทั้งสิ้น ๒,๗๗๕,๘๘๑


๑๔ รายงานสถานการณ์ทางสังคมระดับกลุ่มจังหวัดในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (สงขลา สตูล ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๒) จากข้อมูลตารางที่ ๑๔ พบว่า ภาวะการมีงานทำของประชากรรายจังหวัดพื้นที่ภาคใต้ชายแดน ๕ จังหวัดที่ มีผู้ อยู่ในกำลังแรงงานเป็นผู้มีงานทำมากที่สุด คือ จังหวัดสงขลา ๘๖๒,๑๘๔ คน ผู้ว่างงาน ๒๐,๐๘๒ คนรองลงมา จังหวัด นราธิวาส ผู้มีงานทำ ๓๑๙,๙๔๕ คน ผู้ว่างงาน ๒๐,๔๒๓ คน จังหวัดปัตตานี ผู้มีงานทำ ๓๐๒,๐๖๙ คน ผู้ว่างงาน ๖,๒๒๓ คน จังหวัดยะลา ผู้มีงานทำ ๒๒๘,๒๖๓ ผู้ว่างงาน ๙๗๙ คน และจังหวัดสตูล ผู้มีงานทำ ๑๔๘,๐๐๓ คน ผู้ ว่างงาน ๒,๓๑๐ คน ทั้งนี้จังหวัดสงขลาเป็นจังหวัดที่มีผู้ไม่อยู่ในกำลังแรงงานมากกว่าจังหวัดอื่น ประกอบด้วย ทำงาน บ้าน ๙๔,๑๐๔ คน เรียนหนังสือ ๑๑๕,๖๑๓ คน และ อื่นๆ ๑๕๗,๐๘๑ คน ตารางที่ ๑๕ จำนวนคนต่างด้าวที่ได้รับอนุญาตทำงานคงเหลือ พ.ศ.๒๕๕๖-๒๕๖๐ ของภาคใต้และภาคใต้ชายแดน (หน่วย: คน) จังหวัด ๒๕๕๖ ๒๕๕๗ ๒๕๕๘ ๒๕๕๙ ๒๕๖๐ สงขลา ๗๙,๐๒๕ ๗๐,๘๙๖ ๕๒,๒๙๑ ๓๙,๙๓๑ ๕๑,๒๘๗ สตูล ๔๕๖ ๕,๔๗๙ ๖,๔๑๒ ๖,๓๙๖ ๓,๑๓๗ ยะลา ๒,๓๙๗ ๒,๗๘๖ ๑,๓๓๐ ๑,๔๑๖ ๒,๐๖๓ ปัตตานี ๓,๗๑๘ ๔,๑๒๙ ๔,๓๑๓ ๓,๓๙๐ ๓,๖๓๒ นราธิวาส ๒,๒๕๕ ๒,๙๒๔ ๓,๑๓๗ ๑,๖๕๗ ๑,๔๑๘ ที่มา : สำนักงานสถิติแห่งชาติ ข้อมูล ณ เดือนเมษายน ๒๕๖๒ จากข้อมูลตารางที่ ๑๕ พบว่า ปี ๒๕๕๙ และ ๒๕๖๐ จำนวนคนต่างด้าวที่ได้รับอนุญาตทำงานมีจำนวนเพิ่มขึ้น ในทุกจังหวัด ยกเว้นจังหวัดสตูลและจังหวัดนราธิวาสที่ลดลงเพียงเล็กน้อยซึ่งอาจจะมีผลมาจากการบังคับใช้กฎหมาย แรงงานที่เข้มงวด และการเปิดโอกาสให้แรงงานผิดกฎหมายลงทะเบียน ตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๓๓/๒๕๖๐ เรื่อง มาตรการชั่วคราวเพื่อแก้ไขข้อขัดข้องในการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว ลงวันที่ ๔ กรกฎาคม ๒๕๖๐ จึงส่งผลให้จำนวนแรงงานต่างด้าวที่ได้รับอนุญาตทำงานมีจำนวนเพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับปี ๒๕๕๙ ๒.๑๐ ด้านที่อยู่อาศัย ตารางที่ ๑๖ จำนวนชุมชนผู้มีรายได้น้อยของภาคใต้และภาคใต้ชายแดน พ.ศ. ๒๕๖๐ (หน่วย:แห่ง:คน) จังหวัด จำนวน ชุมชน ชุมชนแออัด ชุมชนเมือง ชุมชนชานเมือง จำนวน บ้าน จำนวน ครัวเรือน จำนวน ชุมชน ครัวเรือน ชุมชน ครัวเรือน ชุมชน ครัวเรือน ประชากร สงขลา ๔๙ ๔๗ ๓,๙๔๑ ๐ ๐ ๒ ๙๐ ๓,๔๗๘ ๔,๐๓๑ ๑๖,๑๒๔ สตูล ๔ ๔ ๑๗๗ ๐ ๐ ๐ ๐ ๑๕๖ ๑๗๗ ๗๐๘ ยะลา ๑๖ ๑๖ ๑}๐๕๘ ๐ ๑๐๐ ๐ ๐ ๔,๖๓๒ ๑,๑๕๘ ๑๘,๕๒๘ ปัตตานี ๒๗ ๑๓ ๒,๔๓๐ ๗ ๔๕๐ ๗ ๓๙๓ ๑๓,๐๙๒ ๓,๒๗๓ ๕๒,๓๖๘ นราธิวาส ๔๘ ๒๐ ๑,๖๖๖ ๑๑ ๑,๘๗๒ ๑๗ ๑,๗๒๕ ๒๑,๐๕๒ ๕,๒๖๓ ๘๔,๒๐๘ ที่มา : กองยุทธศาสตร์และสารสนเทศที่อยู่อาศัย ฝ่ายวิชาการพัฒนาที่อยู่อาศัย การเคหะแห่งชาติ ข้อมูล ณ เมษายน ๒๕๖๒ จากข้อมูลตารางที่ ๑๖ พบว่า จังหวัดที่มีจำนวนชุมชนผู้มีรายได้น้อยมากที่สุด ปี ๒๕๖๐ คือ จังหวัดสงขลา มี ชุมชน ๔๙ แห่ง มีบ้าน ๓,๔๗๘ แห่ง มี ๔,๐๓๑ ครัวเรือน และมีประชากร ๑๖,๑๒๔ คน รองลงมา จังหวัดนราธิวาส มี ชุมชน ๔๘ แห่ง มีบ้าน ๒๑,๐๕๒ แห่ง มีครัวเรือน ๔,๒๖๓ ครัวเรือน และมีประชากร ๘๔,๒๐๘ คน จังหวัดปัตตานีมี ชุมชน ๒๗ แห่ง มีบ้าน ๑๓,๐๙๒ แห่ง มีครัวเรือน ๓,๒๗๓ ครัวเรือน และมีประชากร ๕๒,๓๖๘ คน จังหวัดยะลา มีชุมชน ๑๖ แห่ง มีบ้าน ๔,๖๓๒ แห่ง มีครัวเรือน ๑,๑๕๘ ครัวเรือน และมีประชากร ๑๘,๕๒๘ คน และจังหวัดสตูล มีชุมชน ๔


๑๕ รายงานสถานการณ์ทางสังคมระดับกลุ่มจังหวัดในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (สงขลา สตูล ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๒) แห่ง มีบ้าน ๑๕๖ แห่ง มีครัวเรือน ๑๗๗ ครัวเรือน แห่ง และมีประชากร ๗๐๘ คน ซึ่งจากข้อมูลตารางบ่งชี้ถึงจังหวัดที่มี จำนวนชุมชนผู้มีรายได้น้อยมากที่สุด คือจังหวัดสงขลา และจำนวนชุมชนผู้มีรายได้น้อยน้อยที่สุด คือจังหวัดสตูล แต่ เมื่อเปรียบเทียวถึงประชากรที่อาศัยอยู่ในชุมชนปรากฎว่าจังหวัดนราธิวาสมีประชากรอาศัยอยู่ในชุมชุนแออัดมากที่สุด คือ จังหวัดนราธิวาส ปัตตานี ยะลา สงขลา สตูล ตามลำดับ ๒.๑๐ ด้านเศรษฐกิจ ผลิตภัณฑ์มวลรวม ตารางที่ ๑๗ การขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัดภาคใต้และภาคใต้ชายแดน ลำดับ จังหวัด อัตราการขยายตัว GPP (ร้อยละ) ปี ๒๕๕๙ ปี ๒๕๖๐ ๑ สงขลา ๐.๙ -๒.๗ ๒ สตูล ๒.๖ ๓.๓ ๓ ยะลา ๔.๐ -๒.๒ ๔ ปัตตานี ๖.๘ -๐.๖ ๕ นราธิวาส ๔.๖ -๓.๕ รวม ๑๘.๙ -๕.๗ ที่มา: ผลิตภัณฑ์ภาคและจังหวัด แบบปริมาณลูกโซ่ ฉบับ พ.ศ. ๒๕๕๙ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ จากข้อมูลตารางที่ ๑๗ การขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมรายจังหวัดในพื้นที่ภาคใต้ชายแดน (GPP) พบว่า เมื่อเปรียบเทียบอัตราการขยายตัว GPP ปี ๒๕๕๙ กับ ปี ๒๕๖๐ จังหวัดส่วนใหญ่มีการขยายตัวของ GPP ลดขึ้น ซึ่ง ในปี ๒๕๖๐ จังหวัดสตูลมีการขยายตัวมากที่สุด คือ ร้อยละ ๓.๓ และจังหวัดอื่นๆไม่มีการขยายตัว คือ ปัตตานี ร้อยละ -๐.๖ ยะลา ร้อยละ -๒.๒ สงขลา ร้อยละ -๒.๗ และนราธิวาส ร้อยละ -๕.๗ ตารางที่ ๑๘ ผลิตภัณฑ์จังหวัดต่อหัว (GPP per capita) ภาคใต้และภาคใต้ชายแดน ปีพ.ศ. ๒๕๕๙ ลำดับ จังหวัด บาทต่อปี ๑ สงขลา ๑๕๗,๐๒๙ ๒ สตูล ๑๒๔,๔๐๐ ๓ ยะลา ๙๘,๕๖๒ ๔ ปัตตานี ๘๖,๕๗๑ ๕ นราธิวาส ๖๑,๑๑๕ รวม ๕๒๗,๖๗๗ ที่มา: ผลิตภัณฑ์ภาคและจังหวัด แบบปริมาณลูกโซ่ ฉบับ พ.ศ. ๒๕๕๙ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ จากข้อมูลตารางที่ ๑๘ พบว่า ผลิตภัณฑ์จังหวัดต่อหัว (GPP per capita) ปี ๒๕๕๙ ในพื้นที่ ๕ จังหวัด โดย จังหวัดสงขลามีผลิตภัณฑ์จังหวัดต่อหัวมากที่สุด ๑๕๗,๐๒๙ บาทต่อปี รองลงมา สตูล ๑๒๔,๔๐๐ บาทต่อปี ยะลา ๙๘,๕๖๒ บาทต่อปี ปัตตานี ๘๖,๕๗๑ บาทต่อปี และนราธิวาส ๖๑,๑๑๕ บาทต่อปี ซึ่งทุกจังหวัด มีผลิตภัณฑ์จังหวัด ต่อหัว น้อยกว่า ระดับประเทศ คือ ๒๒๘,๓๙๘ บาทต่อปี ดังนั้นทุกจังหวัดควรเร่งพัฒนาเศรษฐกิจให้มากขึ้น


๑๖ รายงานสถานการณ์ทางสังคมระดับกลุ่มจังหวัดในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (สงขลา สตูล ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๒) ตารางที่ ๑๙ รายได้โดยเฉลี่ยต่อเดือนต่อครัวเรือนของภาคใต้และภาคใต้ชายแดน พ.ศ.๒๕๕๒ –๒๕๖๐ (หน่วย:บาท) จังหวัด ๒๕๕๒ ๒๕๕๔ ๒๕๕๖ ๒๕๕๘ ๒๕๖๐ สงขลา ๒๗,๓๕๖.๐๐ ๒๖,๗๑๑.๒๐ ๒๖,๘๒๔.๑๐ ๒๗,๖๕๙.๙๐ ๒๖,๗๐๒.๗๔ สตูล ๒๐,๖๙๕.๐๐ ๒๑,๐๔๖.๘๐ ๒๐,๑๙๙.๑๐ ๑๗,๕๑๓.๐๐ ๑๙,๔๙๕.๕๑ ยะลา ๑๙,๖๑๙.๐๐ ๒๑,๘๕๘.๘๐ ๒๒,๔๘๓.๑๐ ๑๕,๕๘๓.๘๐ ๑๘,๐๑๘.๒๑ ปัตตานี ๑๓,๕๑๑.๐๐ ๑๖,๑๒๑.๕๐ ๒๐,๑๙๙.๑๐ ๑๗,๕๑๓.๐๐ ๑๙,๔๙๕.๕๑ นราธิวาส ๑๑,๒๔๔.๐๐ ๑๖,๘๓๔.๔๐ ๑๖,๗๗๒.๘๐ ๑๙,๘๘๙.๖๐ ๑๗,๑๗๙.๖๑ ที่มา: สำนักงานสถิติแห่งชาติ จากข้อมูลตารางที่ ๑๙ พบว่า รายได้โดยเฉลี่ยต่อเดือนต่อครัวเรือนจังหวัดพื้นที่ภาคใต้ชายแดน พ.ศ.๒๕๕๖ - ๒๕๖๐ เมื่อเปรียบเทียบ ๓ ปี มีการเพิ่มขึ้นลดลง แต่เมื่อเปรียบเทียบกับรายได้เฉลี่ยของประเทศ ในปี ๒๕๖๐ พบว่า ทุกจังหวัดมีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนต่อครัวเรือนต่ำกว่ารายได้เฉลี่ยของประเทศ ๒๖,๙๔๖ บาท ตารางที่ ๒๐ หนี้สินเฉลี่ยต่อครัวเรือน จำแนกตามวัตถุประสงค์ของการกู้ยืม ของภาคใต้และภาคใต้ชายแดน พ.ศ. ๒๕๕๒ – ๒๕๖๐ (หน่วย:บาท) จังหวัด วัตถุประสงค์ของการกู้ยืม ๒๕๕๒ ๒๕๕๔ ๒๕๕๖ ๒๕๕๘ ๒๕๖๐ สงขลา หนี้สินทั้งสิ้น ๑๑๕,๐๗๙ ๑๐๗,๔๑๗.๙๐ ๑๖๑,๕๒๖ ๑๗๒,๒๗๒.๑๐ ๑๗๔,๔๐๕.๒๑ เพื่อใช้จ่ายในครัวเรือน ๔๖,๔๔๒ ๔๗,๓๒๓.๙๐ ๖๕,๗๕๖.๖๐ ๗๗,๑๙๑.๙๐ ๗๐,๑๐๔.๒๔ เพื่อใช้ทำธุรกิจที่ไม่ใช่การเกษตร ๗,๗๖๗ ๑๔,๒๐๖.๓๐ ๙,๕๕๖.๖๐ ๔๓,๗๐๑.๑๐ ๑๔,๕๓๙.๓๐ เพื่อใช้ทำการเกษตร ๓,๙๖๐ ๗,๗๓๓.๓๐ ๑,๔๙๖.๑๐ ๙,๙๓๑ ๖,๗๑๕.๔๓ เพื่อใช้ในการศึกษา ๒,๙๑๘ ๑,๑๖๗.๙๐ ๓,๖๕๗.๖๐ ๒,๑๘๘.๗๐ ๕,๑๑๑.๕๗ เพื่อใช้ซื้อ/เช่าซื้อบ้านและที่ดิน ๕๓,๙๔๙ ๓๗,๐๔๐.๖๐ ๘๑,๐๕๙.๑๐ ๓๒,๕๔๐.๘๐ ๗๗,๘๕๕.๔๐ อื่น ๆ ๔๓ ๐ ๐ ๖,๗๑๘.๕๐ ๗๙.๒๗ (หน่วย:บาท) จังหวัด วัตถุประสงค์ของการกู้ยืม ๒๕๕๒ ๒๕๕๔ ๒๕๕๖ ๒๕๕๘ ๒๕๖๐ สตูล หนี้สินทั้งสิ้น ๑๘๓,๑๒๓ ๑๐๑,๓๕๕ ๑๕๕,๓๑๔.๔๐ ๑๔๕,๔๕๘ ๑๖๖,๓๖๐ เพื่อใช้จ่ายในครัวเรือน ๖๘,๑๙๙ ๖๘,๓๔๑.๓๐ ๑๐๕,๘๗๔.๖๐ ๖๔,๐๑๔.๗๐ ๕๓,๐๙๑.๘๖ เพื่อใช้ทำธุรกิจที่ไม่ใช่การเกษตร ๑๖,๘๔๗ ๗,๗๑๓.๓๐ ๓,๒๓๐.๒๐ ๗,๔๗๔.๙๐ ๒๓,๕๘๘.๓๓ เพื่อใช้ทำการเกษตร ๕๐,๓๓๓ ๔,๔๓๕.๙๐ ๙,๐๙๐.๖๐ ๓๐,๙๑๙.๕๐ ๕,๖๒๓.๓๒ เพื่อใช้ในการศึกษา ๓,๑๖๖ ๒,๓๓๘.๒๐ ๒,๒๙๐.๑๐ ๒,๑๓๗.๕๐ ๔,๐๙๓.๕๐ เพื่อใช้ซื้อ/เช่าซื้อบ้านและที่ดิน ๔๒,๘๗๔ ๑๖,๗๐๙.๙๐ ๓๔,๖๒๖.๗๐ ๓๙,๘๕๐.๗๐ ๗๙,๙๖๓.๙๔ อื่น ๆ ๑,๗๐๕ ๑,๘๑๖.๘๐ ๒๐๒.๓๐ ๖๐.๘๐ ๐.๐๐


๑๗ รายงานสถานการณ์ทางสังคมระดับกลุ่มจังหวัดในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (สงขลา สตูล ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๒) (หน่วย:บาท) จังหวัด วัตถุประสงค์ของการกู้ยืม ๒๕๕๒ ๒๕๕๔ ๒๕๕๖ ๒๕๕๘ ๒๕๖๐ ยะลา หนี้สินทั้งสิ้น ๑๘,๙๐๑ ๖๐,๑๖๖.๗๐ ๓๕,๘๒๘.๙๐ ๒๒,๒๗๒.๔๐ ๒๘,๔๓๗.๘๔ เพื่อใช้จ่ายในครัวเรือน ๓,๑๓๗ ๑๖,๒๗๕.๖๐ ๕,๖๑๑.๙๐ ๑๐,๑๓๗.๑๐ ๑๔,๐๑๒.๖๔ เพื่อใช้ทำธุรกิจที่ไม่ใช่การเกษตร ๒,๕๐๘.๐๐ ๒,๗๖๒.๑๐ ๑๑,๖๙๓.๕๐ ๑,๖๗๗.๑๐ ๔,๙๙๔.๓๑ เพื่อใช้ทำการเกษตร ๔๒๑.๐๐ ๑,๕๐๕.๘๐ ๑๖๓.๘๐ ๓๖.๑๐ ๖๘๓.๕๓ เพื่อใช้ในการศึกษา ๑,๘๓๔.๐๐ ๑,๔๓๖.๑๐ ๑,๖๖๙.๗๐ ๐ ๓๗๕๔.๒๙ เพื่อใช้ซื้อ/เช่าซื้อบ้านและที่ดิน ๑๐,๘๔๘.๐๐ ๓๘,๑๘๗.๑๐ ๑๖,๖๙๐.๑๐ ๑๐,๔๒๒.๑๐ ๔,๙๙๓.๐๗ อื่น ๆ ๑๕๔.๐๐ ๐ ๐ ๐ ๐ (หน่วย:บาท) จังหวัด วัตถุประสงค์ของการกู้ยืม ๒๕๕๒ ๒๕๕๔ ๒๕๕๖ ๒๕๕๘ ๒๕๖๐ ปัตตานี หนี้สินทั้งสิ้น ๘๒,๓๗๐.๐๐ ๘๓,๗๗๖.๕๐ ๑๐๙,๑๐๒.๕๐ ๑๔๑,๕๔๐.๑๐ ๑๓๗,๕๙๑.๘๔ เพื่อใช้จ่ายในครัวเรือน ๓๓,๑๖๒.๐๐ ๔๓,๗๖๓.๓๐ ๔๔,๖๘๗.๒๐ ๕๗,๓๖๘.๓๐ ๗๓,๙๖๖.๒๕ เพื่อใช้ทำธุรกิจที่ไม่ใช่การเกษตร ๑๖,๐๔๕.๐๐ ๕,๓๕๐.๓๐ ๑๕,๙๗๘.๓๐ ๓๒,๐๓๔.๓๐ ๒๓,๙๓๑.๔๖ เพื่อใช้ทำการเกษตร ๕,๒๔๒.๐๐ ๒๗๐.๙๐ ๙,๘๑๐.๐๐ ๕๘๙.๕๐ ๙๗๑.๓๘ เพื่อใช้ในการศึกษา ๔,๖๙๓.๐๐ ๑๐,๔๒๖.๙๐ ๗,๕๗๓.๕๐ ๑๐,๘๒๖.๕๐ ๗,๔๒๕.๒๓ เพื่อใช้ซื้อ/เช่าซื้อบ้านและที่ดิน ๒๐,๗๕๘.๐๐ ๒๓,๐๖๐.๒๐ ๒๙,๖๖๙.๖๐ ๔๐,๒๘๙.๕๐ ๒๘,๙๘๘.๕๐ อื่น ๆ ๒,๔๗๐.๐๐ ๙๐๔.๘๐ ๑,๓๘๔.๐๐ ๔๓๑.๙๐ ๒,๓๐๙.๐๔ (หน่วย:บาท) จังหวัด วัตถุประสงค์ของการกู้ยืม ๒๕๕๒ ๒๕๕๔ ๒๕๕๖ ๒๕๕๘ ๒๕๖๐ นราธิวาส หนี้สินทั้งสิ้น ๒๖,๒๔๖.๐๐ ๔๐,๙๔๒.๕๐ ๔๔,๙๗๔.๑๐ ๔๐,๕๖๖.๙๐ ๖๐,๒๘๒.๗๕ เพื่อใช้จ่ายในครัวเรือน ๗,๐๔๕.๐๐ ๒๗,๐๑๘.๙๐ ๓๓,๖๙๕.๐๐ ๒๗,๒๒๐.๑๐ ๔๓,๗๐๙.๕๗ เพื่อใช้ทำธุรกิจที่ไม่ใช่การเกษตร ๕,๓๖๘.๐๐ ๑,๐๑๑.๗๐ ๒,๑๖๔.๗๐ ๒,๐๐๔.๕๐ ๓,๘๐๓.๘๑ เพื่อใช้ทำการเกษตร ๒,๒๕๘.๐๐ ๕๑๐.๔๐ ๑,๐๘๒.๖๐ ๐ ๗๖๘.๔๖ เพื่อใช้ในการศึกษา ๒,๐๑๔.๐๐ ๑,๗๘๗.๗๐ ๒๗๐.๒๐ ๕๓๔.๓๐ ๑๑๔.๗๖ เพื่อใช้ซื้อ/เช่าซื้อบ้านและที่ดิน ๗,๔๘๒.๐๐ ๑๐,๕๖๑.๙๐ ๗,๗๖๑.๖๐ ๑๐,๘๐๗.๙๐ ๑๑,๘๘๖.๑๕ อื่น ๆ ๒,๐๘๐.๐๐ ๕๑.๙๐ ๐ ๐ ๐ ที่มา: สำนักงานสถิติแห่งชาติกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ข้อมูล ณ มกราคม ๒๕๖๑ จากข้อมูลตารางที่ ๒๐ พบว่า หนี้สินเฉลี่ยต่อครัวเรือน จำแนกตามวัตถุประสงค์ของการกู้ยืม พ.ศ.๒๕๕๒ – ๒๕๖๐ พื้นที่ภาคใต้ชายแดน (สงขลา สตูล ยะลา ปัตตานี นราธิวาส) ส่วนใหญ่มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้จ่ายในครัวเรือน และเพื่อใช้ซื้อ/เช่าซื้อบ้านและที่ดิน


๑๘ รายงานสถานการณ์ทางสังคมระดับกลุ่มจังหวัดในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (สงขลา สตูล ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๒) ๒.๑๑ ข้อมูลด้านกลุ่มเป้าหมาย ๒.๑๑.๑ ผู้สูงอายุ ตารางที่ ๒๑ จำนวนผู้สูงอายุที่ได้รับเงินตามกองทุนผู้สูงอายุของภาคใต้และภาคใต้ชายแดน ปีงบประมาณ ๒๕๕๗ – ๒๕๖๑ (หน่วย:ราย บาท) จังหวัด ๒๕๕๗ ๒๕๕๘ ๒๕๕๙ ๒๕๖๐ ๒๕๖๑ ผู้ ได้รับ อนุมัติ (ราย) เงินอนุมัติ (บาท) ผู้ ได้รับ อนุมัติ (ราย) เงินอนุมัติ (บาท) ผู้ ได้รับ อนุมัติ (ราย) เงินอนุมัติ (บาท) ผู้ ได้รับ อนุมัติ (ราย) เงินอนุมัติ (บาท) ผู้ ได้รับ อนุมัติ (ราย) เงินอนุมัติ (บาท) สงขลา ๕ ๑๓๖,๓๐๐ ๔๖ ๑,๓๔๗,๘๐๐ ๖๐ ๑,๗๐๐,๘๐๐ ๔๖ ๑,๑๘๘,๐๐๐ ๑๑ ๓๒๕,๐๐๐ สตูล ๒๑๓ ๖,๐๖๙,๒๐๐ ๘๖ ๒,๒๘๔,๑๐๐ ๑๐๘ ๒,๖๓๓,๐๐๐ ๙๑ ๒,๑๙๖,๐๐๐ ๔๘ ๑,๒๒๓,๐๐๐ ยะลา ๖๑ ๑,๘๐๔,๙๐๐ ๓๐ ๙๐๐,๐๐๐ ๕๕ ๑,๕๖๔,๐๐๐ ๗๑ ๒,๐๑๐,๐๐๐ ๕๒ ๑,๕๕๔,๐๐๐ ปัตตานี ๐ ๐ ๗ ๒๑๐,๐๐๐ ๑๖ ๔๔๐,๐๐๐ ๗๗ ๒,๐๘๙,๐๐๐ ๗๑ ๒,๐๙๒,๐๐๐ นราธิวาส ๔๖ ๑,๓๗๕,๐๐๐ ๓๔ ๖๙๐,๐๐๐ ๓๗ ๑,๐๑๑,๐๐๐ ๖๑ ๑,๗๕๖,๐๐๐ ๖๒ ๑,๗๗๑,๐๐๐ ที่มา:...กรมกิจการผู้สูงอายุ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จากข้อมูลตารางที่ ๒๑ พบว่า จำนวนผู้สูงอายุที่ได้รับเงินตามกองทุนผู้สูงอายุของภาคใต้ชายแดนจังหวัดที่มี ผู้สูงอายุที่ได้รับเงินกองทุนมากที่สุดคือ จังหวัดปัตตานี จำนวน ๗๑ ราย รองลงมาจังหวัดนราธิวาส ๖๒ ราย ยะลา ๕๒ ราย สตูล ๔๘ ราย สงขลา ๑๑ ราย เมื่อเปรียบเทียบกับปี พ.ศ. ๒๕๖๐ แล้วเห็นได้ชัดว่ามีเพียงจังหวัดนราธิวาสจังหวัด เดียวที่มีผู้ได้รับอนุมัติเพิ่มขึ้นนอกจากนั้น จังหวัดสงขลา สตูล ยะลา ปัตตานี ผู้ได้รับอนุมัติตามกองทุนผู้สูงอายุลดลง ตารางที่ ๒๒ จำนวนผู้สูงอายุที่ได้รับเบี้ยยังชีพของภาคใต้และภาคใต้ชายแดน ปี พ.ศ.๒๕๕๗-๒๕๖๒ (หน่วย:ราย) จังหวัด ๒๕๕๙ ๒๕๖๐ ๒๕๖๑ ๒๕๖๒ สงขลา ๑๙๕,๕๓๙ ๒๐๒,๗๙๖ ๒๑๐,๙๒๑ ๒๑๗,๕๗๘ สตูล ๓๖,๒๐๑ ๓๗,๕๗๑ ๓๙,๐๕๖๑ ๓๙,๖๘๓ ยะลา ๕๘,๒๘๖ ๕๙,๗๔๔ ๖๑,๖๖๔ ๖๓,๗๙๙ ปัตตานี ๘๐,๗๔๒ ๘๑,๙๕๖ ๘๔,๓๙๐ ๘๘,๒๒๖ นราธิวาส ๘๓,๖๗๑ ๘๕,๔๑๐ ๘๗,๙๘๗ ๙๓,๕๙๒ ที่มา: กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น/กรมกิจการผู้สูงอายุ


๑๙ รายงานสถานการณ์ทางสังคมระดับกลุ่มจังหวัดในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (สงขลา สตูล ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๒) จากข้อมูลตารางที่ ๒๒ พบว่า จำนวนผู้สูงอายุที่ได้รับเบี้ยยังชีพของภาคใต้และภาคใต้ชายแดนทุกจังหวัดมี ผู้สูงอายุที่ได้รับเบี้ยยังชีพเพิ่มสูงขึ้นเมื่อเปรียบเทียบระหว่างปี พ.ศ.๒๕๖๑-๒๕๖๒ ซึ่งบ่งชี้ให้เห็นว่าแนวโน้มผู้สูงอายุ เพิ่มขึ้นทุกปี ตารางที่ ๒๓ ร้อยละของผู้สูงอายุที่อยู่ตามลำพังคนเดียวของภาคใต้และภาคใต้ชายแดน (%) ปี พ.ศ. ๒๕๕๕ - ๒๕๖๐ จังหวัด ๒๕๕๕ ๒๕๕๖ ๒๕๕๗ ๒๕๕๘ ๒๕๕๙ ๒๕๖๐ สงขลา ๕.๘๗ ๕.๓๑ ๖.๐๑ ๗.๐๕ ๘.๒๗ ๗.๔๑ สตูล ๓.๓ ๒.๔๕ ๕.๕๙ ๕.๘๓ ๕.๘๓ ๓.๒๘ ยะลา ๔.๕๗ ๖.๔๘ ๖.๒๘ ๗.๘๗ ๓.๒๘ ๕.๘๘ ปัตตานี ๔.๑๓ ๔.๗๒ ๖.๐๙ ๖.๖๖ ๗.๙๐ ๗.๖๓ นราธิวาส ๕.๕๑ ๕.๗๕ ๔.๑๘ ๔.๕๙ ๔.๑๒ ๕.๓๖ ที่มา:สำนักงานสถิติแห่งชาติ ..ข้อมูล ณ วันที่ พฤศจิกายน ๒๕๖๑ จากข้อมูลตารางที่ ๒๓ พบว่า ร้อยละของผู้สูงอายุที่อยู่ตามลำพังคนเดียวของภาคใต้และภาคใต้ชายแดน เปรียบเทียบระหว่าง ปี พ.ศ ๒๕๕๙-๒๕๖๐ สังเกตุได้ว่าอัตราของผู้สูงอายุที่อยู่ตามลำพังคนเดียวมีทั้งที่เพิ่มสูงขึ้นและ ลดลงปะปนกันไป จังหวัดที่มีผู้สูงอายุที่อยู่ตามลำพังในปี ๒๕๖๐ มากที่สุดคือ จังหวัดปัตตานี รองลงมา สงขลา ยะลา นราธิวาส สตูล ตามลำดับ


รายงานสถานการณ์ทางสังคมระดับกลุ่มจังหวัดภาคใต้ชายแดน และภ (สงขลา สตูล ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๒) ๒.๑๑.๒ คนพิการ ตารางที่ ๒๔ สถิติข้อมูลคนพิการที่มีบัตรประจำตัวคนพิการ สถิติข้อมูลคนพิการที่มีบัตรประจำตัวคนพิการ ตั้งแต่วันที่ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๓ จากข้อมูลตารางที่ ๒๔ พบว่าข้อมูลคนพิการที่มีบัตรประจำตัวคนพิการ จำแน สาเหตุมากที่สุด จำนวน ๓๓,๕๗๗ ราย รองลงมา นราธิวาส ๒๑,๑๘๒ ราย ภาค/ จังหวัด ประเภทความพิกา ทางการเห็น ทางการได้ยิน หรือสื่อความหมาย ทางการเคลื่อนไหว หรือทางร่างกาย ทางจิตใจ หรือพฤติกรรม ทางสติป ชาย หญิง รวม ชาย หญิง รวม ชาย หญิง รวม ชาย หญิง รวม ชาย หญิ สงขลา ๑,๐๘๓ ๙๓๕ ๒,๐๑๘ ๓,๖๖๔ ๔,๐๓๓ ๗,๖๙๗ ๘,๔๗๖ ๖,๗๔๐ ๑๕,๒๑๖ ๑,๔๘๘ ๙๐๖ ๒,๓๙๔ ๑,๒๙๒ ๑,๑ สตูล ๒๘๖ ๒๒๘ ๕๑๔ ๘๔๙ ๘๒๖ ๑,๖๗๕ ๒,๒๐๓ ๑,๙๖๕ ๔,๑๖๘ ๓๙๖ ๑๘๐ ๕๗๖ ๔๕๖ ๓๙ ยะลา ๕๑๙ ๔๙๕ ๑,๐๑๔ ๑,๐๗๕ ๑,๐๒๒ ๒,๐๙๗ ๓,๑๔๖ ๒,๓๔๑ ๕,๔๘๗ ๘๔๗ ๔๒๔ ๑,๒๗๑ ๖๔๘ ๗๓ ปัตตานี ๖๙๕ ๗๐๗ ๑,๔๐๒ ๑,๓๔๓ ๑,๓๕๗ ๒,๗๐๐ ๔,๓๑๙ ๓,๘๗๓ ๘,๑๙๒ ๑,๕๘๑ ๗๗๕ ๒,๓๕๖ ๗๖๘ ๖๗ นราธิวาส ๘๑๕ ๗๘๐ ๑,๕๙๕ ๑,๗๑๖ ๑,๖๖๓ ๓,๓๗๙ ๕,๗๔๓ ๔,๕๓๖ ๑๐,๒๗๙ ๑,๔๙๒ ๖๘๑ ๒,๑๗๓ ๑,๐๑๙ ๘๓


๒๐ าคใต้ชายแดน ร จำแนกตามประเภทความพิการ และเพศ จำแนกตามจังหวัด ประเภทความพิการ และเพศ ๓๗ ถึงวันที่ ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๖๒ (หน่วย:ราย) นกตามจังหวัด ประเภทความพิการ และเพศ จังหวัดสงขลาเป็นจังหวัดที่มีผู้พิการรวมทุก ย ปัตตานี ๑๘,๔๐๖ ราย ยะลา ๑๒,๓๑๓ ราย และสตูล ๘,๖๕๐ ตามลำดับ าร ปัญญา ทางการเรียนรู้ ทางออทิสติก พิการมากกว่า ๑ ประเภท ไม่ระบุ รวม ญิง รวม ชาย หญิง รวม ชาย หญิง รวม ชาย หญิง รวม ชาย หญิง รวม ชาย หญิง รวม ๑๓๓ ๒,๔๒๕ ๑๘๑ ๘๐ ๒๖๑ ๑๙๒ ๔๔ ๒๓๖ ๑,๘๑๐ ๑,๔๗๘ ๓,๒๘๘ ๑๙ ๒๓ ๔๒ ๑๘,๒๐๕ ๑๕,๓๗๒ ๓๓,๕๗๗ ๙๔ ๘๕๐ ๘๖ ๓๘ ๑๒๔ ๕๑ ๑๓ ๖๔ ๓๗๓ ๒๙๙ ๖๗๒ ๔ ๓ ๗ ๔,๗๐๔ ๓,๙๔๖ ๘,๖๕๐ ๓๐ ๑,๒๗๘ ๔๗ ๑๖ ๖๓ ๕๔ ๑๐ ๖๔ ๕๓๒ ๔๐๒ ๙๓๔ ๓ ๒ ๕ ๖,๙๕๓ ๕,๓๖๐ ๑๒,๓๑๓ ๗๗ ๑,๔๔๕ ๔๕ ๒๖ ๗๑ ๕๔ ๑๔ ๖๘ ๑,๑๙๐ ๙๖๔ ๒,๑๕๔ ๙ ๙ ๑๘ ๑๐,๐๐๔ ๘,๔๐๒ ๑๘,๔๐๖ ๓๖ ๑,๘๕๕ ๖๙ ๒๘ ๙๗ ๓๕ ๑๘ ๕๓ ๙๕๒ ๗๖๐ ๑,๗๑๒ ๒๖ ๑๓ ๓๙ ๑๑,๘๖๗ ๙,๓๑๕ ๒๑,๑๘๒


๒๑ รายงานสถานการณ์ทางสังคมระดับกลุ่มจังหวัดภาคใต้ชายแดน และภาคใต้ชายแดน (สงขลา สตูล ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๒) ตารางที่ ๒๕ จำนวนคนพิการที่ได้รับเบี้ยยังชีพของภาคใต้และภาคใต้ชายแดน ปี พ.ศ.๒๕๕๗-๒๕๖๑ (หน่วย:ราย) จังหวัด ๒๕๕๗ ๒๕๕๘ ๒๕๕๙ ๒๕๖๐ ๒๕๖๑ สงขลา ๒๓,๕๐๓ ๒๖,๐๙๓ ๒๖,๒๗๔ ๒๗,๑๒๖ ๓๐,๓๗๔ สตูล ๖,๖๖๘ ๗,๒๙๒ ๗,๐๐๓ ๗,๗๐๙ ๗,๙๖๓ ยะลา ๙,๑๗๓ ๑๐,๐๕๓ ๙,๘๑๐ ๑๐,๙๑๒ ๑๑,๒๐๓ ปัตตานี ๑๓,๑๒๙ ๑๔,๒๐๔ ๑๔,๑๘๒ ๑๕,๙๑๗ ๑๖,๕๔๙ นราธิวาส ๑๔,๘๔๙ ๑๖,๐๗๗ ๑๖,๒๘๗ ๑๘,๖๖๓ ๑๙,๓๔๗ ที่มา:กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น จากข้อมูลตารางที่ ๒๕ พบว่า จังหวัดที่มีจำนวนคนพิการที่ได้รับเบี้ยยังชีพมากที่สุดคือ จังหวัดสงขลา จำนวน ๓๐,๓๗๔ ราย นราธิวาส จำนวน ๑๙,๓๔๗ ราย ปัตตานี จำนวน ๑๖,๕๔๙ ราย ยะลา ๑๑,๒๐๓ ราย สตูล จำนวน ๗,๙๖๓ รายตามลำดับ ซึ่งจังหวัดที่มีประชากรมากที่สุดเช่นสงขลามีจำนวนผู้สูงอายุมากตามไปด้วย ๒.๑๑.๓ ผู้ด้อยโอกาส ตารางที่ ๒๖ จำนวนคนไร้ที่พึ่งและขอทานของภาคใต้และภาคใต้ชายแดน พ.ศ. ๒๕๖๐-๒๕๖๑ (หน่วย:ราย) ๒๕๖๐ จังหวัด ให้บริการภายใน (เข้าพัก) รวม ให้บริการภายนอก (ไม่เข้าพัก) คนไร้ที่พึ่ง จิตเวช ขอทาน คนไร้ที่พึ่ง จิตเวช ขอทาน ชาย หญิง ชาย หญิง ชาย หญิง ชาย หญิง ชาย หญิง ชาย หญิง สงขลา ๕๙ ๗๒ ๑๐ ๑๒ ๐ ๐ ๑๕๓ ๔ ๑ ๔ ๕ ๓ ๔ สตูล ๑ ๒ ๐ ๐ ๐ ๐ ๓ ๘ ๔ ๑ ๒ ๔ ๓ ยะลา ๑๒ ๓ ๕ ๔ ๑ ๐ ๓๑ ๐ ๐ ๓ ๓ ๐ ๐ ปัตตานี ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๑๖ ๙ ๔ ๐ ๒ ๐ ๑ นราธิวาส ๓ ๒ ๐ ๒ ๐ ๐ ๒๒ ๕ ๗ ๑ ๑ ๑ ๐ ที่มา: ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง ๗๗ จังหวัด ปีงบประมาณ ๒๕๕๙-๒๕๖๒ กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ จากข้อมูลตารางที่ ๒๖ พบว่า จำนวนคนไร้ที่พึ่งและขอทานที่มากที่สุดอาศัยในพื้นที่จังหวัดสงขลา จำนวน ๑๕๓ ราย ยะลา ๓๑ ราย นราธิวาส ๒๒ ราย ปัตตานี ๑๖ ราย สตูล ๓ ราย ตามลำดับ สังเกตุเห็นว่ายังมีคนไร้ที่พึ่งและ ขอทานที่ไม่เข้าพักอยู่จำนวนหนึ่งที่ซึ่งอยู่ในความดูแลของรัฐ


๒๒ รายงานสถานการณ์ทางสังคมระดับกลุ่มจังหวัดภาคใต้ชายแดน และภาคใต้ชายแดน (สงขลา สตูล ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๒) ๒.๑๒ ภาคีเครือข่าย ตารางที่ ๒๗ จำนวนองค์กรภาคีเครือข่าย (หน่วย:แห่ง ) องค์กร สงขลา สตูล ยะลา ปัตตานี นราธิวาส รวม องค์กรที่จดแจ้งตาม พ.ร.บ.การจัดสวัสดิการสังคมฯ ๔๑๒ ๖๗ ๑๑ ๔๘ ๒๘ ๕๖๖ องค์กรคนพิการ ๒๘ ๑๙ ๕ ๗ ๑ ๖๐ องค์กรสตรี ๑๔๔ ๑ ๒๑ ๑๒๘ ๑๓ ๓๔๗ สภาองค์กรชุมชน ๙๕ ๓๔ ๖๑ ๗๘ ๘๐ ๓๔๘ ศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและ ส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ (ศพอส.) ๑๒ ๗ ๙ ๑๔ ๑๗ ๕๙ กองทุนสวัสดิการชุมชน ๒๑๗ ๑๓ ๕๘ ๙๘ ๒๘ ๔๑๔ องค์กรผู้สูงอายุ ๒๖๕ ๗๖ ๕๗ ๖๓ ๗๓ ๕๓๔ ศูนย์พัฒนาครอบครัว (ศพค.) ๑๔๐ ๔๑ ๕๘ ๑๑๖ ๗๗ ๔๓๒ รวม ๑,๓๑๓ ๒๕๘ ๒๘๐ ๕๕๒ ๓๑๗ ๒,๗๖๐ ที่มา: สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด จากข้อมูลตารางที่ ๒๗ พบว่า จำนวนองค์กรภาคีเครือข่าย ส่วนใหญ่เป็นองค์กรที่จดแจ้งตาม พ.ร.บ.การจัด สวัสดิการสังคมฯ จำนวน ๕๖๖ แห่ง รองลงมาองค์กรผู้สูงอายุจำนวน ๕๓๔ แห่ง ศูนย์พัฒนาครอบครัว (ศพค.) จำนวน ๔๓๒ แห่ง กองทุนสวัสดิการชุมชน จำนวน ๔๑๔ สภาองค์กรชุมชนจำนวน ๓๔๘ แห่ง องค์กรสตรีจำนวน ๓๔๗ แห่ง องค์กรคนพิการจำนวน ๖๐ แห่ง ศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ (ศพอส.)จำนวน ๕๙ แห่ง ซึ่งเป็นที่ น่าสนใจว่าจังหวัดจังหวัดสงขลามีจำนวนองค์กรเครือข่ายมากกว่าจังหวัดอื่นๆ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเข้มแข็งของ เครือข่ายในจังหวัด ตารางที่ ๒๘ จำนวนภาคีเครือข่ายอาสาสมัคร (หน่วย : คน ) องค์กร สงขลา สตูล ยะลา ปัตตานี นราธิวาส รวม สภาเด็กและเยาวชน ๒,๕๑๗ ๗๒๐ ๖๓ ๑,๓๐๐ ๑๐๒ ๔,๗๐๒ อาสาสมัครพัฒนาสังคมและ ความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) ๒,๑๙๔ ๑,๑๒๘ ๗๙๙ ๗๙๑ ๕๐๖ ๔,๒๙๐ คลังปัญญาผู้สูงอายุ ๔๐๑ ๑๖๐ ๗๑ ๒๔๐ ๑๒๐ ๙๙๒ อาสาสมัครดูแลผู้สูงอายุ (อผส.) ๐ ๕๗๘ ๐ ๑,๐๖๔ ๑๐๐ ๖๗๘ อาสาสมัครพัฒนาสังคม ช่วยเหลือคนพิการ (อพมก.) ๓๙ ๗๖ ๕๐ ๒๕ ๒๕ ๒๑๕ รวม ๕,๑๕๑ ๑,๕๓๔ ๙๘๓ ๒,๓๕๖ ๘๕๓ ๑๐,๘๗๗ ที่มา:สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด


๒๓ รายงานสถานการณ์ทางสังคมระดับกลุ่มจังหวัดภาคใต้ชายแดน และภาคใต้ชายแดน (สงขลา สตูล ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๒) จากข้อมูลตารางที่ ๒๘ พบว่า จำนวนภาคีเครือข่ายอาสาสมัครพื้นที่ภาคใต้ส่วนใหญ่เป็นสมาชิกของ สภาเด็กและเยาวชน ๔,๗๐๒ คน รองลงมา อาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) ๔,๒๙๐ คน และ คลังปัญญาผู้สูงอายุ ๙๙๒ คน อาสาสมัครดูแลผู้สูงอายุ (อผส.) ๖๗๘ คน อาสาสมัครพัฒนาสังคมช่วยเหลือคนพิการ (อพ มก. ๒๑๕ คน ทั้งนี้ จังหวัดสงขลา มีจำนวนสมาชิกสภาเด็กและเยาวชนมากสุดที่ ๒,๕๑๗ คน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความ เข้มแข็ง ความมีจิตรอาสาของคนในจังหวัดและของเครือข่ายในจังหวัด


รายงานสถานการณ์ทางสังคมระดับกลุ่มจังหวัด ไตรมาส 1 (ตุลาคม - ธันวาคม พ.ศ. 2561)ประจ าปีงบประมาณ 2562 จัดท าขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้มีข้อมูลสถานการณ์ทางสังคมในระดับกลุ่ม จังหวัดที่มีความถูกต้อง ชัดเจน ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมาย ที่สามารถ น าไปใ ช้ป ร ะโ ย ชน์ใ น ก า รป ร ะ ก อบ จั ดท า แ ผ นพัฒ น าท้ อง ถิ่น แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัด แผนปฏิบัติการพัฒนาสังคมจังหวัด แผนงานและโครงการอื่นๆ ตลอดจนใช้เป็นข้อมูลในการประกอบ การจัดบริการสังคมและแก้ไขปัญหาสังคมของท้องถิ่น จังหวัด ได้ถูกต้อง ตรงตามความต้องการและสภาพปัญหาปัญหาสังคมของแต่ละพื้นที่ เป็น การรวบรวมและเชื่อมโยงข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ทางสังคม ประเด็นความรุนแรงในครอบครัว ในพื้นที่รับผิดชอบ ของส านักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ 12 ประกอบด้วย จังหวัดนราธิวาส จังหวัดปัตตานีจังหวัดยะลา จังหวัด สงขลา และจังหวัดสตูล ประกอบด้วย ข้อมูลทั่วไปของกลุ่มจังหวัด สถานการณ์ความรุนแรงในครอบครัวและสังคม สถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ และข้อเสนอแนะการแก้ไขและป้องกันสถานการณ์ความรุนแรงใน ครอบครัวของกลุ่มจังหวัดชายแดนใต้ สถานการณ์ความรุนแรงในครอบครัวนับว่าเป็นสถานการณ์ทางสังคมที่ควรมีการเฝ้าระวัง อย่างใกล้ชิด โดยเมื่อพิจารณาจากข้อมูลจากศูนย์ช่วยเหลือสังคม 1300 ในช่วงตั้งแต่เดือนตุลาคม 2560- เดือน ธันวาคม 2561 พบว่า ศูนย์ช่วยเหลือสังคม 1300 ได้รับแจ้งขอความช่วยเหลือเกี่ยวกับความรุนแรงในครอบครัว ที่เกิดขึ้นในเขตพื้นที่รับผิดชอบของ สสว.12 จ านวน 106 ครั้งคิดเป็นร้อยละ 5.98 เมื่อเปรียบเทียบกับภาพรวม สถานการณ์ความรุนแรงในครอบครัวในระดับประเทศที่เกิดขึ้น จ านวน 1,774 ครั้ง เมื่อพิจารณารายจังหวัด พบว่า จังหวัดที่มีการแจ้งขอความช่วยเหลือเกี่ยวกับความรุนแรง ในครอบครัวมากที่สุด ได้แก่ จังหวัดสงขลา จ านวน 42 ครั้ง คิดเป็นร้อยละ 2.37 รองลงมาคือ จังหวัดสตูล จ านวน 39 ครั้ง คิดเป็นร้อยละ 2.20 ส่วนอีก 3 จังหวัดชายแดนใต้มีสถานการณ์ความรุนแรงในครอบครัวเกิดขึ้น ค่อนข้างน้อย มีอัตราส่วนไม่ถึงร้อยละ 1.00 ตารางที่ 1 ตารางเปรียบเทียบความรุนแรงในครอบครัว ระดับ ประเทศ สงขลา สตูล ปัตตานี ยะลา นราธิวาส รวม จ านวน 1,774 42 39 9 5 11 106 ร้อยละ 100 2.37 2.20 0.51 0.28 0.62 5.98 ที่มา: ข้อมูลสถิติการให้บริการศูนย์ช่วยเหลือสังคม 1300 สืบค้นเมื่อ 18 มกราคม 2562 สถานการณ์ทางสังคมระดับกลุ่มจังหวัด ในเขตพื้นที่รับผิดชอบของส านักงานส่งเสริมละสนับสนุนวิชาการ 12 (กลุ่มจังหวัดชายแดนภาคใต้ สงขลา สตูล ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส) ประเด็นความรุนแรงในครอบครัวและสังคมไตรมาส 4 (ตุลาคม – ธันวาคม พ.ศ. 2561 ) สถานการณ์ความรุนแรงในครอบครัว


โดยในส่วนของผู้ถูกกระท าความรุนแรง ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง ซึ่งมีจ านวน 99 คน คิดเป็น ร้อยละ 93.40 และเมื่อพิจารณาตามประเภทของ ความรุนแรงที่เกิดขึ้น พบว่าเป็นความรุนแรงทาง ด้านร่างกายเป็นส่วนใหญ่ โดยมีจ านวน 92 ครั้ง รองลงมาด้านจิตใจ จ านวน 54 ครั้ง และด้านเพศ จ านวน 8 ครั้ง ส าหรับผู้กระท าความรุนแรงในครอบครัว ส่วนใหญ่เป็นสามีกระท าต่อภรรยา โดยมีสาเหตุส าคัญ มาจากการเสพสิ่งมึนเมา ได้แก่ สุรา ยาเสพติด รองลงมา คือ ความหึงหวง/การนอกใจ และสภาวะอารมณ์ เช่น ความเครียด การบันดาลโทสะ การไม่เข้าใจซึ่งกัน และกัน ตารางที่ 2 ตารางแสดงจ านวนผู้ถูกระท าความรุนแรงในครอบครัว ล าดับ จังหวัด จ านวน เหตุการณ์ จ านวนผู้ถูกระท า (ราย) ประเภทความรุนแรง ชาย หญิง รวม ร่างกาย จิตใจ เพศ 1 สงขลา 42 2 40 42 39 41 1 2 สตูล 39 2 37 39 32 6 5 3 ปัตตานี 9 1 8 9 8 - 1 4 ยะลา 5 1 4 5 3 1 - 5 นราธิวาส 11 1 10 11 10 6 1 รวม 106 7 99 106 92 54 8 ที่มา: ระบบฐานข้อมูล www.vio;ence.in.th สืบค้นเมื่อ 18 มกราคม 2562 นอกจากความรุนแรงที่เกิดขึ้นในครอบครัวแล้ว ความรุนแรงที่เกิดขึ้นนอกครอบครัวยังเป็น สถานการณ์ที่ควรเฝ้าระวังควบคู่กันไป เนื่องจากจ านวนที่ศูนย์ช่วยเหลือสังคม 1300 ได้รับการแจ้งขอ ความช่วยเหลือเกี่ยวกับความรุนแรงที่เกิดขึ้นนอกครอบครัวมีความใกล้เคียงกับสถานการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้น ในครอบครัว คือ 30 ราย จากการส ารวจข้อมูล พม. POLL ศูนย์ส ารวจความคิดเห็นทางสังคม โดยส านักงานส่งเสริม และสนับสนุนวิชาการ 12 ร่วมกับ ศูนย์ส ารวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” ส ารวจความคิดเห็น เรื่อง “ความรุนแรงใน สังคมไทย ลดลงได้ด้วย (ใคร)? คุณ” ระหว่างเดือนตุลาคม - พฤศจิกายน 2561 จากประชาชนทั่วไปที่มีอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไปในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ กระจายทุกระดับการศึกษา จ านวน 400 หน่วยตัวอย่างพบว่า ความ รุนแรงในสังคมที่นึกถึงมากที่สุด ได้แก่ การท าร้ายร่างกาย ร้อยละ 59.00 การล่วงละเมิดทางเพศ ร้อยละ 24.75 การ และการท าร้ายจิตใจ ร้อยละ 13.50 โดยปัจจัยที่ท าให้เกิดปัญหาความรุนแรง ได้แก่ สุรา/ยา เสพติด ร้อยละ 26.75 รวมถึงการอบรมเลี้ยงดู และการคบเพื่อนเป็นปัจจัยที่ส าคัญ ทั้งนี้เห็นว่าสื่อที่น าเสนอ ความรุนแรงทางสังคมที่ท าให้เกิดการเลียนแบบมากที่สุด คือ สื่อสังคมออนไลน์ คลิปวีดิโอ ไลฟ์สด ร้อยละ 24.78 และสื่ออินเตอร์เน็ต เวปไซต์ ร้อยละ 24.11 ส าหรับแนวทางการแก้ไขปัญหา คือ สร้างความสัมพันธ์ที่ดีครอบครัว/ อบรม สั่งสอน 48.25% รองลงมา คือ การบังคับใช้กฎหมายที่เด็ดขาด 43.75 % และการให้ความรู้เรื่องการยุติ “ความรุนแรงในสังคม ลดลงด้วย (ใคร) คุณ” ผลส ารวจความคิดเห็นของประชาชน


จากเหตุการณ์ความไม่สงบส่งผลให้ มีผู้ได้รับผลกระทบ ทั้งสิ้นจ านวน 20,170 ราย เป็นผู้เสียชีวิต 5,124 ราย ผู้ได้รับบาดเจ็บ 14,349 ราย ผู้พิการฯ 697ราย ความรุนแรงตั้งแต่เด็ก 42.75% ซึ่งสอดคล้องกับที่ ธีรวุฒิ นิลเพ็ชร์* ได้ให้ข้อเสนอแนวทางการป้องกันและแก้ไข ปัญหาความรุนแรงในครอบครัวของสังคมไทย ไว้ในบทความวิชาการ “ความรุนแรงในครอบครัว: การวิเคราะห์ สาเหตุและการป้องกันปัญหาในสังคมไทย” โดยแบ่งแนวทางในการด าเนินงานออกเป็น 4 ระดับ ได้แก่ 1) การป้องกันความรุนแรงในระดับบุคคล เน้นการปลูกฝังการใช้เหตุผลและการส่งเสริมจริยธรรม และการเลือก เลียนแบบพฤติกรรมที่เหมาะสม 2) การป้องกันความรุนแรงในระดับครอบครัว เน้นการเสริมสร้างความสัมพันธ์ อันดีภายในครอบครัว รวมไปถึงการส่งเสริม ให้เกิดการส่งผ่านความเชื่อและค่านิยมที่ดีงามและถูกต้องจากรุ่นสู่รุ่น 3) การป้องกันความรุนแรงในระดับชุมชน ที่เน้นการมีส่วนร่วมของคนในชุมชน รวมไปถึงการจัดสภาพชุมชน ให้เอื้อต่อการป้องกันปัญหา และ 4) การป้องกันความรุนแรงในระดับชาติ ที่เน้นการบูรณาการการด าเนินงาน จากทุกภาคส่วน เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนการด าเนินงานไปพร้อม ๆ กัน ส านักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ 12 ได้รวบรวมข้อมูลสถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัด ชายแดนภาคใต้ (ที่มาข้อมูล : ศูนย์ประสานงานวิชาการให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุความไม่สงบ จังหวัดชายแดนใต้) ตั้งแต่ 2547-ปัจจุบัน เกิดเหตุการณ์ความรุนแรงทั้งสิ้น 12,809 ครั้ง พบว่า เกิดสถานการณ์ ความไม่สงบ จ านวน 7,542 ครั้ง และสถานการณ์อื่นๆ 5,267 ครั้ง โดยมีความรุนแรงสูงสุดในปี 2550 465 763 905 1,487 772 731 602 482 388 416 216 97 106 81 31 443 429 368 219 306 379 317 402 512 556 497 405 290 66 78 - 500 1,000 1,500 2,000 2547 2548 2549 2550 2551 2552 2553 2554 2555 2556 2557 2558 2559 2560 ตุลา 61 เหตุการณ์ความไม่สงบฯ 7,542 ครั้ง เหตุการณ์อื่นๆ 5,267 ครั้ง พิการ, 697 บาดเจ็บ, 14,349 เสียชีวิต, 5,124 สถานการณ์ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนใต้


ในปัจจุบันกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้ให้ความช่วยเหลือ ผู้ได้รับ ผลกระทบจากสถานการณ์ จ านวน 10,959 ราย ซึ่งประกอบด้วย มีเด็กก าพร้า 5,274 ราย เด็กได้รับผลกระทบ กรณีพ่อแม่บาดเจ็บสาหัสหรือ พิการจากสถานการณ์ 1,982 ราย และผู้พิการฯ 697 ราย สตรีหม้ายฯ 3,006 ราย เมื่อเทียบรายจังหวัดพบว่า มีเด็กก าพร้าฯ ได้รับผลกระทบสูงสุด คือ จังหวัด ปัตตานีและรองลงมา คือ จังหวัดนราธิวาส เด็กได้รับผลกระทบกรณีพ่อแม่บาดเจ็บสาหัสหรือพิการจากสถานการณ์ได้รับผลกระทบ สูงสุด คือ จังหวัดปัตตานี รองลงมาคือ จังหวัดยะลา และคนพิการได้รับกระทบสูงสุด คือ จังหวัดนราธิวาส รองลงมา คือ จังหวัดยะลา และสตรีหม้ายได้รับผลกระทบสูงสุด คือ จังหวัดปัตตานี รองลงมา คือ จังหวัดยะลา ซึ่งผู้ได้รับผลกระทบฯ ดังกล่าว พม.ให้การช่วยเหลือเยียวยาตามหลักเกณฑ์ ในบริบทพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ความไม่สมบูรณ์แบบของครอบครัวที่เกิดขึ้นส่วนหนึ่ง เป็นผลจากสถานการณ์ความไม่สงบ และการใช้ความรุนแรงที่เกิดจากทุกฝ่าย ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นภาพจดจ าที่มี โอกาสส่งผลให้เด็กที่สูญเสียพ่อหรือแม่ เลือกใช้ความรุนแรงในการตอบโต้ผู้ที่กระท าต่อครอบครัวเขา หรือสังคม ที่เขาอยู่ รวมถึงการกระท าความรุนแรงต่อบุคคลในครอบครัว เมื่อเด็กเหล่านี้เติบโตขึ้น และมีครอบครัว เป็นของตนเอง เพราะเป็นสิ่งที่เด็กเหล่านั้นมีประสบการณ์ตรงในการเห็นทางออกในการแก้ปัญหาความรุนแรง ด้วยการตอบโต้โดยใช้ความรุนแรง “การลดโอกาสของการใช้ความรุนแรงในกลุ่มเด็กก าพร้าในพื้นที่ จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่มีโอกาศในกานการเติบโตเป็นผู้ใหญ่และมีครอบครัวเป็นของตนเอง จึงควรให้โอกาส ทางการศึกษา เพราะจะยกระดับความคิดเพื่อให้เด็กกลุ่มนี้ได้มีโอกาสขัดเกลาทางความคิด เห็นมุมมองในการ ใช้ชีวิตกับโลกภายนอก รวมถึงการมีโอกาสท างานที่ดี เพื่อดูแลตนเอง ครอบครัว และสังคมต่อไป 5,274 1,982 697 3,006 เด็กก าพร้า (กรณีพ่อแม่เสียชีวิตจากสถานการณ์) เด็ก (กรณีพ่อแม่บาดเจ็บสาหัส/พิการจากสถานการณ์) ผู้พิการจากสถานการณ์ สตรีหม้ายจากสถานการณ์


สถานการณ์ทางสังคมกลุ่มจังหวัด ในเขตพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (สงขลา สตูล ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส) ประเด็นผู้สูงอายุ ไตรมาสที่ 1 ปี 2562 (มกราคม - มีนาคม พ.ศ.2562) 1 ส ำนักงำนส่งเสริมและสนับสนุนวิชำกำร 12 สูงวัย ไม่โดดเดี่ยว *ไม่รวมแรงงานข้ามชาติ ประมาณ 3-4 ล้านคน รวมประชากรที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย 70 ล้านคน ใครคือผู้สูงอายุ? ส ำหรับประเทศไทย เพื่อไม่ให้เป็นที่ถกเถียงกัน มำก ในพระรำชบัญญัติผู้สูงอำยุ พ.ศ.๒๕๔๖ มำตรำ ๓ ได้บัญญัติว่ำ ผู้สูงอำยุ หมำยถึง “บุคคลซึ่งมีอำยุ เกินหกสิบ ปีบริบูรณ์ขึ้นไปและมีสัญชำติไทย” สังคมก ำลังเข้ำสู่สังคมสูงอำยุ (Aging Society) หมำยถึง สังคมนั้นมีแนวโน้มกำรเพิ่มขึ้นของจ ำนวน ประชำกรอำยุ 60 ปีขึ้นไป ซึ่งถือเป็นผู้สูงอำยุ อย่ำง ต่อเนื่อง สังคมสูงอำยุ (Aged Society) หมำยถึง สังคม ที่มีประชำกรอำยุ 60 ปีขึ้นไป เกินกว่ำร้อยละ 10 ของ ประชำกรทั้งประเทศ หรือเป็นสังคมที่มี ประชำกรอำยุ65 ปีขึ้นไป เกินกว่ำร้อยละ 7 ของ ประชำกรทั้งหมด สังคมสูงอำยุอย่ำงสมบูรณ์ (Completely Aged Society) หมำยถึง สังคมที่มีประชำกรอำยุ 60 ปีขึ้นไป เกินกว่ำร้อยละ 20 ของประชำกรทั้ง ประเทศ หรือเป็น สังคมที่มีประชำกรอำยุ 65 ปีขึ้น ไป เกินกว่ำร้อยละ 14 ของประชำกรทั้งหมด สังคมสูงอำยุระดับสุดยอด (Super-Aged Society) หมำยถึง สังคมที่มีประชำกรอำยุ 60 ปีขึ้นไป เกินกว่ำ ร้อยละ 28 ของประชำกรทั้งประเทศ หรือเป็นสังคม ที่มีประชำกร อำยุ 65 ปีขึ้นไป เกินกว่ำร้อยละ 20 ของประชำกรทั้งหมด ดูจำกกำรแบ่งชั้นข้ำงต้น สรุป ได้ว่ำ ประเทศไทย เข้ำสู่สังคมผู้สูงอำยุแล้ว อย่ำงไม่ ต้องสงสัย เพรำะมีจ ำนวนประชำกรอำยุ 60 ปีขึ้นไป คิดเป็นร้อยละ 17.1 แต่ที่น่ำกังวลกว่ำก็คือ เรำก ำลัง เข้ำใกล้กำรเป็นสังคมสูงอำยุอย่ำงสมบูรณ์ ในรำวปี พ.ศ. 2564 และในอีก 20 ปีข้ำงหน้ำ คำดว่ำประเทศ ไทยจะมีสัดส่วนของผู้สูงอำยุประมำณ 1 ใน 3 ของ ประชำกรทั้งประเทศ นั่นคือกำรเข้ำสู่สังคมสูงอำยุ ระดับสุดยอดนั่นเอง ปี 2561 ประชากรไทย 66* ล้านคน ปีที่ 1 ฉบับที่ 1 เดือนมีนาคม 2562


สถานการณ์ทางสังคมกลุ่มจังหวัด ในเขตพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (สงขลา สตูล ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส) ประเด็นผู้สูงอายุ ไตรมาสที่ 1 ปี 2562 (มกราคม - มีนาคม พ.ศ.2562) 2 ส ำนักงำนส่งเสริมและสนับสนุนวิชำกำร 12 ข้อมูประชำกร ประเทศไทย ชำย หญิง รวม จ านวนประชากร 32,556,271 33,857,708 66,413,979 จ านวนผู้สูงอายุ 4,715,598 5,951,205 10,666,803 คิดเป็นร้อยละ 14.48% 17.58% 16.06% ❖สถานการณ์เด่นทางสังคม จำกกำรส ำรวจประชำกรไทยทั่วประเทศ มีจ ำนวน 66.4 ล้ำนคน ในปี 2561 เป็นชำย 32.5 ล้ำนคน และหญิง 33.9 ล้ำนคน มีประชำกรอำยุ 60 ปีขึ้นไป จ ำนวน 10.67 ล้ำนคน คิดเป็นร้อยละ 16.06 ของประชำกรทั้งหมด เป็นชำย 4.72 ล้ำนคน (ร้อยละ 14.48) เป็นหญิง 5.95 ล้ำนคน (ร้อยละ 17.58) ในปี 2564 ประเทศไทยจะเข้ำสู่ “สังคมสูงวัยอย่ำง สมบูรณ์” (Complete aged society) เมื่อประชำกร อำยุ 60 ปีขึ้นไปมีสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 20 ของ ประชำกรทั้งหมด และในปี 2574 ประเทศไทยจะ เข้ำสู่ “สังคมสูงวัยระดับสุดยอด” (Super aged society) เมื่อประชำกรอำยุ 60 ปีขึ้นไป มีสัดส่วนสูง ถึงร้อยละ 28 ของประชำกรทั้งหมด ส ำหรับประชำกรผู้สูงอำยุในจังหวัดชำยแดน ภำคใต้ มีจ ำนวนผู้สูงอำยุในอัตรำส่วนเกินร้อยละ 10 ของประชำกร เข้ำสู่สังคมสูงวัย ส ำหรับกำรท ำงำน ในปี 2560 ผู้สูงอำยุที่ ท ำงำนมี 3.9 ล้ำนคน หรือร้อยละ 35.1 โดยผู้สูงอำยุ ชำยที่ยังคงท ำงำนอยู่สูงกว่ำหญิง ผู้สูงอำยุส่วนใหญ่ ท ำงำนในฐำนะผู้ประกอบธุรกิจส่วนตัวโดยไม่มีลูกจ้ำง ส ำหรับอำชีพที่ผู้สูงอำยุส่วนใหญ่ท ำอยู่ใน 5 อันดับ แรก ได้แก่ ผู้ปฏิบัติงำนที่มีฝีมือด้ำนกำรเกษตร ผู้ปฏิบัติงำนบริกำรและจ ำหน่ำยสินค้ำ ผู้ประกอบ อำชีพขั้นพื้นฐำน ช่ำงฝีมือและผู้ปฏิบัติงำนที่เกี่ยวข้อง และผู้ปฏิบัติิงำนด้ำนเครื่องจักร โดยผู้สูงอำยุที่ยัง ท ำงำนอยู่ให้เหตุผลที่ยังคงต้องท ำงำนว่ำ สุขภำพ แข็งแรง ยังมีแรงท ำงำน ต้องหำรำยได้เลี้ยงครอบครัว หรือตนเอง และเป็นอำชีพประจ ำไม่มีผู้ดูแลแทน ที่มำ : ข้อมูลจำกระบบสถิติกำรจดทะเบียน กรมกำรปกครอง ณ 31 ธ.ค.2561


สถานการณ์ทางสังคมกลุ่มจังหวัด ในเขตพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (สงขลา สตูล ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส) ประเด็นผู้สูงอายุ ไตรมาสที่ 1 ปี 2562 (มกราคม - มีนาคม พ.ศ.2562) 3 ส ำนักงำนส่งเสริมและสนับสนุนวิชำกำร 12 ❖ สถานการณ์ผู้สูงอายุในกลุ่มจังหวัด ที่มำ : ระบบสถิติกำรลงทะเบียน กรมกำรปกครอง 31 ธ.ค. 61 จังหวัด จ านวน ประชากร(คน) จ านวน ผู้สูงอายุ(คน) สัดส่วน ทั่วประเทศ 66,413,979 10,666,803 16.06 กลุ่มจังหวัด 3,746,853 484,018 12.92 สงขลา 1,403,895 210,921 15.02 สตูล 319,169 39,056 12.24 นราธิวาส 789,424 87,987 11.15 ปัตตานี 708,435 84,390 11.91 ยะลา 525,930 61,664 11.72 เมื่อพิจำรณำสัดส่วนประชำกรผู้สูงอำยุ เมื่อ เปรียบเทียบกับจ ำนวนประชำกรทั้งหมด ของแต่ละ จังหวัด ในพื้นที่กลุ่มจังหวัดรับผิดชอบ ของสสว.12 พบว่ำ จังหวัดสงขลำ 15.02% (210,921 คน) จังหวัดสตูล 12.24% (39,056 คน) จังหวัดนรำธิวำส 11.15% (87,987 คน) จังหวัดปัตตำนี 11.91% (84,390 คน) จังหวัดยะลำ 11.72% (61,664 คน) พิจำรณำ ตำมเกณฑ์ประชำชำติขององค์ก ำร สหประชำชำติ (UN) ทุกจังหวัดเข้ำสู่สังคม ผู้สูงอำยุ แล้ว (Aging Society) สังเกตเห็นได้ว่ำผู้สูงอำยุ เพิ่มขึ้น ในขณะที่สัดส่วนวัยแรงงำนลดลง ซึ่งกำร เปลี่ยนแปลงโครงสร้ำงประชำกรเช่นนี้ ส่งผลให้เกิด อัตรำกำรพึ่งพิงสูงขึ้น กล่ำวคือ ผู้ที่อยู่ในวัยแรงงำน ต้องรับภำระกำรเลี้ยงดูผู้สูงอำยุเพิ่มขึ้น ในขณะที่ อัตรำ กำรพึ่งพึงวัยเด็กลดลงอย่ำงต่อเนื่องเช่นกัน ข้อสังเกต กำรเปลี่ยนแปลงโครงสร้ำงประชำกรตำม กลุ่มอำยุที่ส ำคัญ คือ ประชำกรวัยเด็กอำยุ (0-12 ปี) มีจ ำนวนประชำกรและสัดส่วนลดลง ประชำกรวัย แรงงำนอำยุ (15-60 ปี) จ ำนวนประชำกรและ สัดส่วนลดลง ประชำกรสูงอำยุ (60 ปีขึ้นไป) มี แนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่ำงต่อเนื่อง จึงท ำให้ประชำกรใน วัยแรงงำนต้องดูแลกลุ่มประชำกรวัยพึ่งพิง (เด็ก เยำวชนและผู้สูงอำยุ) ซึ่งสำมำรถดูได้จำกอัตรำส่วน กำรพึ่งพิงวัยท ำงำนตำมรูปด้ำนข้ำง สงขลา สตูล ปัตตานี ยะลา นราธิวาส 87,987 (ร้อยละ 10.96) 61,664 (ร้อยละ 11.58) 210,921 (ร้อยละ 14.72) 39,056 (ร้อยละ 12.15) 84,390 (ร้อยละ 11.75)


สถานการณ์ทางสังคมกลุ่มจังหวัด ในเขตพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (สงขลา สตูล ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส) ประเด็นผู้สูงอายุ ไตรมาสที่ 1 ปี 2562 (มกราคม - มีนาคม พ.ศ.2562) 4 ส ำนักงำนส่งเสริมและสนับสนุนวิชำกำร 12 ❖ สถานการณ์ผู้สูงอายุที่มีงานท า กำรส ำรวจภำวะกำรท ำงำนของประชำกรหรือกำร ส ำรวจแรงงำน ในปี 2561 พบว่ำ มีจ ำนวนผู้สูงอำยุ ที่ ท ำงำน 4.36 ล้ำนคน (ร้อยละ 36.9) จำกจ ำนวน ผู้สูงอำยุทั้งสิ้น 11.80 ล้ำนคน อยู่ในภำคใต้ 5.54 แสน คน โดยผู้สูงอำยุชำยที่ยังคงท ำงำนอยู่สูงกว่ำหญิง ผู้สูงอำยุส่วนใหญ่ท ำงำนในฐำนะผู้ประกอบธุรกิจ ส่วนตัวโดยไม่มีลูกจ้ำง ส ำหรับอำชีพที่ผู้สูงอำยุส่วนใหญ่ ท ำอยู่ใน 5 อันดับแรก ได้แก่ ผู้ปฏิบัติงำนที่มีฝีมือด้ำน กำรเกษตรและประมงร้อยละ 58.0 รองลงมำพนักงำน บริกำรและผู้จ ำหน่ำยสินค้ำร้อยละ 18.6 ผู้ประกอบ อำชีพขั้นพื้นฐำนร้อยละ 6.7 ช่ำงฝีมือและผู้ปฏิบัติงำนที่ เกี่ยวข้องร้อยละ 8.7 ส่วนที่เหลือกระจำยอยู่ในอำชีพ อื่นๆ โดยผู้สูงอำยุที่ยังท ำงำนอยู่ให้เหตุผลที่ยังคงต้อง ท ำงำนว่ำ สุขภำพแข็งแรง ยังมีแรงท ำงำน ต้องหำ รำยได้เลี้ยงครอบครัวหรือตนเอง และเป็นอำชีพประจ ำ ไม่มีผู้ดูแลแทน เมื่อพิจำรณำผู้สูงอำยุที่ท ำงำนตำม กิจกรรมทำงเศรษฐกิจที่ส ำคัญในปี 2561 พบว่ำ ส่วน ใหญ่เป็นผู้สูงอำยุที่ท ำงำนในภำคเกษตรกรรม ร้อยละ 60.2 รองลงมำเป็น ภำคกำรค้ำและกำรบริกำร ร้อยละ 25.2 และภำคกำรผลิตร้อยละ 14.6 ชั่วโมงกำรท ำงำนต่อสัปดำห์ของผู้สูงอำยุ เมื่อ พิจำรณำชั่วโมงกำรท ำงำนต่อสัปดำห์ พบว่ำผู้สูงอำยุที่ ท ำงำน ท ำงำนเฉลี่ยประมำณ 40 ชั่วโมงต่อสัปดำห์ โดย ท ำงำน 40-49 ชั่วโมงต่อสัปดำห์ ร้อยละ 37.3 ท ำงำน 30-39 ชั่วโมงต่อสัปดำห์ และ 50 ชั่วโมงขึ้นไปต่อ สัปดำห์ มีสัดส่วนใกล้เคียงกันคือ ร้อยละ 22.4 และร้อย ละ 19.5 ตำมล ำดับ ท ำงำน 20-29 ชั่วโมง ต่อสัปดำห์ ร้อยละ 14.1 และท ำงำน 0-19 ชั่วโมงต่อสัปดำห์ ร้อยละ 6.7 ร้อยละของผู้สูงอายุที่ท างาน จ าแนกตามกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ปี พ.ศ.2561 ค่าจ้างเฉลี่ย ค่ำจ้ำงเฉลี่ยต่อเดือนผู้สูงอำยุที่ท ำงำน 11,600 บำท


สถานการณ์ทางสังคมกลุ่มจังหวัด ในเขตพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (สงขลา สตูล ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส) ประเด็นผู้สูงอายุ ไตรมาสที่ 1 ปี 2562 (มกราคม - มีนาคม พ.ศ.2562) 5 ส ำนักงำนส่งเสริมและสนับสนุนวิชำกำร 12 ผู้สูงอายุที่ท างานจ าแนกตามแรงงานในระบบและ แรงงานนอกระบบ และเพศ พ.ศ. 2561 ❖ แรงงานที่มีความต้องการพัฒน าขีด ความสามารถ แรงงำนในระบบและแรงงำนนอกระบบ เมื่อพิจำรณำผู้สูงอำยุที่ท ำงำนจ ำแนกตำมกำรเป็น แรงงำนในระบบและ แรงงำนนอกระบบ พบว่ำ ผู้สูงอำยุที่เป็นแรงงำนนอกระบบหรือผู้ท ำงำนที่ ไม่ได้รับ ควำมคุ้มครองหรือไม่มีหลักประทำงสังคม จำกกำรท ำงำน จ ำนวน 3.85 ล้ำนคน หรือ ร้อยละ 88.2 โดยเป็นเพศชำย 2.22 ล้ำนคน (ร้อยละ 57.7) และเพศหญิง 1.63 ล้ำนคน (ร้อยละ 42.3) และเป็น แรงงำนในระบบซึ่งหมำยถึงผู้ท ำงำนที่ได้รับควำม คุ้มครอง หรือมีหลักประกันทำงสังคมจำกกำร ท ำงำน มีจ ำนวน 5.14 แสนคน หรือร้อยละ 11.8 แรงงำนในระบบและแรงงำนนอกระบบ ที่มีต้องกำรพัฒนำขีดควำมสำมำรถอยู่อย่ำงต่อเนื่อง ของพื้นที่จังหวัดที่รับผิดชอบอ้ำงอิงจำกส ำนักงำน สถิติแห่งชำติปี พ.ศ. 2562 ผู้สูงอายุที่มีความต้องการพัฒนาขีดความสามารถ จังหวัดสงขลำจ ำนวน 5,429 คน ไม่ต้องกำร 229,722 คน จังหวัดสตูลต้องกำร 248 คน ไม่ต้องกำร 37,217คน จังหวัดปัตตำนีต้องกำร 1,637 คน ไม่ต้องกำร86,775 คน จังหวัดยะลำต้องกำร 1,997 คน ไม่ต้องกำร 53,991 คน จังหวัดนรำธิวำสต้องกำร 990 คน ไม่ต้องกำร 87,119 คน


สถานการณ์ทางสังคมกลุ่มจังหวัด ในเขตพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (สงขลา สตูล ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส) ประเด็นผู้สูงอายุ ไตรมาสที่ 1 ปี 2562 (มกราคม - มีนาคม พ.ศ.2562) 6 ส ำนักงำนส่งเสริมและสนับสนุนวิชำกำร 12 จำกกำรส ำรวจของส ำนักงำนสถิติ แห่งชำติจ ำนวนผู้สูงอำยุที่อยู่ตำมล ำพังของ กลุ่มจังหวัดที่รับผิดชอบเมื่อเปรียบเทียบแต่ ละปีสังเกตุเห็นได้ว่ำมีกำรเปลี่ยนแปลงสูงขึ้น และต่ ำลงสลับกับไป เนื่องจำกครอบครัวไทย ในปัจจุบันได้เปลี่ยนรูปแบบ ไปมำก จำกที่ เคยเป็นครอบครัวขยำย คนหลำยรุ่นอำศัยอยู่ ด้วยกันเป็นครอบครัวใหญ่ เปลี่ยนเป็น ครอบครัวเดี่ยวที่สมำชิกในครัวเรือนน้อยลง ไปจนถึงครัวเรือนที่คนคนเดียวอำศัยอยู่ หรือ อยู่ด้วยกันกับคนที่ไม่ใช่ญำติพี่น้องจนไม่อำจ เรียกว่ำเป็น “ครอบครัว” จึงท ำให้ผู้สูงอำยุ อยู่ตำมล ำพังมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งเมื่อสังเกตุจำกกำรส ำรวจของส ำนักงำนสถิติแห่งชำติพบว่ำครัวเรือนผู้สูงอำยุกับควำมต้องกำรกำรดูแลใน ที่นี้ครัวเรือนที่มีผู้สูงอำยุอย่ำงน้อย 1 คนที่รำยงำนว่ำต้องกำรผู้ดูแลปรนนิบัติใน กำรท ำกิจวัตรประจ ำวัน จะหมำยถึง “ครัวเรือนผู้สูงอำยุที่ต้องกำรกำรดูแล” และ หำกครัวเรือนเหล่ำนี้ไม่สำมำรถหำหรือมีผู้ดูแลได้ ก็จัดว่ำเป็น “ครัวเรือนผู้สูงอำยุที่ควำมต้องกำรกำรดูแลยังไม่สัมฤทธิ์” (Unmet care need) จำกกำรวิเครำะห์ข้อมูลกำรส ำรวจ ประชำกรสูงอำยุในประเทศไทย พ.ศ. 2554 พ.ศ. 2557 และ พ.ศ. 2560 พบว่ำจำกครัวเรือนผู้สูงอำยุทั้งหมด มีถึง เกือบร้อยละ 20 ที่เป็นครัวเรือนที่ต้องกำรกำรดูแลในปี 2554 มีครัวเรือนผู้สูงอำยุที่ควำมต้องกำรกำรดูแล ยังไม่ สัมฤทธิ์มีอยู่รำวร้อยละ 46 ของครัวเรือนผู้สูงอำยุที่ต้องกำรกำรดูแลทั้งหมด สัดส่วนนี้ลดลงเหลือร้อยละ 36 และ 33 ในปี 2557 และปี 2560 ตำมล ำดับ (ลดลงเหลือ 33%) จังหวัด 2555 2556 2557 2558 2559 2560 สงขลำ 5.87 5.31 ๖.๐๑ ๗.๐๕ ๘.๒๗ ๗.๔๑ สตูล ๓.๓ ๒.๔๕ ๕.๕๙ ๕.๘๓ ๕.๘๓ ๓.๒๘ ยะลำ ๔.๕๗ ๖.๔๘ ๖.๒๘ ๗.๘๗ ๓.๒๘ ๕.๘๘ ปัตตำนี ๔.๑๓ ๔.๗๒ ๖.๐๙ ๖.๖๖ ๗.๙๐ ๗.๖๓ นรำธิวำส ๕.๕๑ ๕.๗๕ ๔.๑๘ ๔.๕๙ ๔.๑๒ ๕.๓๖ ❖ สถานการณ์ผู้สูงอายุที่อยู่ตามล าพัง ร้อยละของผู้สูงอายุที่อยู่ตามล าพังคนเดียว


สถานการณ์ทางสังคมกลุ่มจังหวัด ในเขตพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (สงขลา สตูล ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส) ประเด็นผู้สูงอายุ ไตรมาสที่ 1 ปี 2562 (มกราคม - มีนาคม พ.ศ.2562) 7 ส ำนักงำนส่งเสริมและสนับสนุนวิชำกำร 12 ➢ หำกเรำไม่มีนโยบำยและมำตรกำร ที่เหมำะสมเพื่อรองรับสถำนกำรณ์ ผู้สูงอำยุในอนำคต ผู้สูงอำยุที่ อ่อนแอ และช่วยตัวเองไม่ได้ ก็จะเป็นภำระที่หนักมำกให้กับครอบครัว สังคม และรัฐ ❖ บทสรุปและข้อเสนอแนะ ประเทศไทยก้ำวเข้ำสู่สังคมผู้สูงอำยุตั้งแต่ ปี 2548 โครงสร้ำงประชำกร เศรษฐกิจและสังคม ของประเทศเปลี่ยนแปลงไป และสร้ำงผลกระทบ ระบบเศรษฐกิจของประเทศในภำพรวม โดย ปริมำณและกำรคำดกำรณ์ประชำกรผู้สูงอำยุมี แนวโน้มม ำกขึ้นทุกปี ป ระกอบกับปัจจุบัน เทคโนโลยีทำงกำรแพทย์พัฒนำ วิทยำกำรสูงขึ้น ส่งผลให้ประชำกรทั่วโลกมีอำยุขัยยืนยำวขึ้น ในขณะที่สัดส่วนประชำกรวัยเด็ก และวัย แรงงำน เป็นไปอย่ ำงลดลง ทั้งนี้เพื่อเป็นก ำ ร รับมือ ผลกระทบกำรขำดแคลนแรงงำน ลดกำรพึ่งพิง ภำครัฐและ ครอบครัวในวัยผู้สูงอำยุ แม้รัฐจะมี มำตรกำรรับมือในด้ำนต่ำง ๆ อำทิ กำรให้เบี้ยยัง ชีพผู้สูงอำยุ กำรลดภำษีนิติบุคคลให้กับสถำน ประกอบกำรที่มีกำรจ้ำงผู้สูงอำยุท ำงำน มำตรกำร ดังกล่ำวยังไม่ครอบคลุมมิติของผู้สูงอำยุได้ทั้งหมด รวมไปถึงกำรที่ภำครัฐน ำสถำนกำรณ์ผู้สูงอำยุไป เป็นมำตรกำรของภำครัฐ(วำระแห่งชำติ)อย่ำง จริงจังตัวอย่ำงมำตรกำร • กำรพัฒนำคุณภำพชีวิตผู้สูงอำยุและคน ทุกวัยโดยส่งเสริมกำรมีงำนท ำและมีรำยได้ของ ผู้สูงอำยุโดยให้มีกำรก ำหนดงำน อำชีพ และ ระยะเวลำที่เหมำะสมกับผู้สูงอำยุสร้ำงผลิตภัณฑ์ สินค้ำที่เป็นแบรนด์ของผู้สูงอำยุ ผ่ำนกำรสนับสนุน จำกประชำรัฐ วิสำหกิจชุมชน และวิสำหกิจเพื่อ สังคม • ระบบสุขภำพเพื่อรองรับสังคมสูงอำยุ เชื่อมโยงระบบกำรดูแลผู้สูงอำยุ เริ่มตั้งแต่ในระดับ ปฐมภูมิ ทุติยภูมิ ตติยภูมิ และศูนย์เชี่ยวชำญ กำร ดูแลระยะกลำง ระยะยำว และกำรดูแลระยะสุดท้ำย รวมทั้งกำรดูแลผู้สูงอำยุที่มีควำมจ ำเป็นเฉพำะกลุ่ม และกำรเตรียมควำมพร้อม ด้ำนสุขภำพของกลุ่มก่อน วัยสูงอำยุ • ป รับสภ ำพแวดล้อมชุมชนและบ้ ำนให้ ปลอดภัยกับผู้สูงอำยุ มีกำรปรับสภำพแวดล้อม ภำยในบ้ำน ชุมชน และโครงสร้ำงพื้นฐำนเดิม ให้ เหมำะสมและเอื้อต่อกำรด ำเนินชีวิต ของผู้สูงอำยุ ถึงอย่ำงไรก็ตำมรัฐก็ยังไม่สำมำรถกระตุ้นกำร จ้ำงงำนผู้สูงอำยุได้เพิ่มมำกขึ้น เพรำะฉะนั้นรัฐควร ออกแบบนโยบำยด้ำนแรงงำนที่เหมำะสมต่อกำร ท ำงำนของผู้สูงอำยุ ทั้งกำรเพิ่มทักษะตลอดช่วงชีวิต ตั้งแต่อยู่ในวัยเรียนและวัยแรงงำนรวมไปถึงสร้ำง รูปแบบกำรท ำงำนที่เอื้อและยืดหยุ่นให้กับกำรท ำงำน ของผู้สูงอำยุ หรือกระทั่งว่ำกำรส่งเสริมกำรออมของ ลูกจ้ำง พนักงำน หรือแม้แต่ข้ำรำชกำร ซึ่งเป็นกำร ออมเพื่อกำรลงทุนในระยะยำวคือเบี้ยที่สำมำรถ น ำมำใช้จ่ำยได้ในช่วงเกษียณอำยุกำรท ำงำนเพื่อลด อัตรำกำรพึ่งพิงครอบครัว สังคม ประเทศชำติใน อนำคต


สถานการณ์ทางสังคมกลุ่มจังหวัด ในเขตพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (สงขลา สตูล ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส) ประเด็นผู้สูงอายุ ไตรมาสที่ 1 ปี 2562 (มกราคม - มีนาคม พ.ศ.2562) 8 ส ำนักงำนส่งเสริมและสนับสนุนวิชำกำร 12 ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายด้านความมั่นคง • ให้มีหลักประกันในกำรคุ้มครองควำม ปลอดภัย และศักดิ์ศรี (เกียรติภูมิ) ของ ผู้สูงอำยุ โดยค ำนึงถึงควำมต้องกำรและสิทธิ ด้ำนควำมมั่นคงทำงกำย กำรเงิน และสังคม เมื่อคนมีอำยุสูงขึ้นเรื่อยๆ • ลดควำมเหลื่อมล้ ำในสิทธิที่เกี่ยวกับ ควำมมั่นคง และควำมจ ำเป็นของสตรีสูงอำยุ ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายด้านต่างๆ ด้ำนที่อยู่อำศัย • สนับสนุนให้ผู้สูงอำยุคงอยู่ในที่อยู่ อำศัยเดิม ในครอบครัว ชุมชน และสิ่งแวดล้อม ที่ตนคุ้นชินโดยปรับปรุงสถำนที่และสิ่งก่อสร้ำง ทั้งภำยในบ้ำนและภำยนอกบ้ำน ให้เอื้อต่อ กำรใช้ชีวิตของผู้สูงอำยุ • สนับสนุนคนในครอบครัวที่ท ำหน้ำที่ ดูแลผู้สูงอำยุ เช่น ให้ข้อมูลข่ำวสำร และควำมรู้ เกี่ยวกับกำรดูแลผู้สูงอำยุ • ส่งเสริมให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) และเครือข่ำยในชุมชน มีส่วนร่วมใน กำรสร้ำงกลไกเฝ้ำระวังและดูแลผู้สูงอำยุ เช่น มีระบบอำสำสมัคร เยี่ยมบ้ำน ศูนย์ดูแล ผู้สูงอำยุกลำงวัน • ส่งเสริมให้ อปท. และชุมชน ปรับปรุง สิ่ง แ ว ด ล้ อ ม แ ล ะ จั ดบ ริ ก ำ ร ส ำ ธ ำ ร ณ ะ โดยเฉพำะกำรขนส่งสำธำรณะที่เอื้อต่อกำรใช้ ชีวิตนอกบ้ำนของผู้สูงอำยุ • ยกระดับมำตรฐำนของที่อยู่อำศัย ไม่ ว่ำจะด ำเนินกำรโดยรัฐหรือเอกชน ส ำหรับ ผู้สูงอำยุที่จ ำเป็นต้องไปอยู่ในที่อยู่อำศัยใหม่ ด้ำนหลักประกันรำยได้ที่มั่นคงและยั่งยืน • ส่งเสริมให้มีกำรจ้ำงงำนผู้สูงอำยุ • สร้ำงมโนทัศน์ใหม่เกี่ยวกับนิยำมผู้สูงอำยุ เพื่อให้สังคมเห็นว่ำผู้สูงอำยุยังมีพลัง และมี ศักยภำพเป็นผู้ผลิตในตลำดแรงงำนได้ • ส่งเสริมให้ประชำชนมีควำมรู้และวำง แผนกำรออมเงินและใช้จ่ำยอย่ำงประหยัด เพื่อเป็น เงินออมไว้ใช้จ่ำยยำมชรำภำพ • สนับสนุนให้กองทุนกำรออมแห่งชำติมี ควำมเข้มแข็งและมีกำรบริหำรจัดกำรที่ดี • มุ่งพัฒนำระบบบำนำญให้ครอบคลุม ผู้สูงอำยุอย่ำงถ้วนหน้ำรวมทั้งปรับปรุง ระบบเบี้ย ยังชีพให้เหมำะสมกับค่ำครองชีพ/ ภำวะเงินเฟ้อที่ สูงขึ้น


สถานการณ์ทางสังคมกลุ่มจังหวัด ในเขตพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (สงขลา สตูล ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส) ประเด็นผู้สูงอายุ ไตรมาสที่ 1 ปี 2562 (มกราคม - มีนาคม พ.ศ.2562) 9 ส ำนักงำนส่งเสริมและสนับสนุนวิชำกำร 12 เอกสารอ้างอิง ข้อมูลประชำกร ระบบสถิติกำรลงทะเบียน กรมกำรปกครอง 31 ธ.ค. 61 ข้อมูลควำมจ ำเป็นขั้นพื้นฐำน ปี 2560 กรมกำรพัฒนำชุมชน สรุปผลที่ส ำคัญกำรท ำงำนของผู้สูงอำยุในประเทศไทย http://www.nso.go.th/sites/2014/Pages/ส ำรวจ/ด้ำนสังคม/แรงงำน/กำรท ำงำนของผู้สูงอำยุใน ประเทศไทย.aspx กำรส ำรวจกำรท ำงำนของผู้สูงอำยุในประเทศไทย ส ำนักงำนสถิติแห่งชำติ กำรส ำรวจแรงงำนนอกระบบ ส ำนักงำนสถิติแห่งชำติ รำยงำนกำรส ำรวจประชำกรสูงอำยุในประเทศไทย ส ำนักงำนสถิติแห่งชำติ http://statbbi.nso.go.th/staticreport/page/sector/th/02.aspx รำยงำนสถำนกำรณ์/สถิติผู้สูงอำยุรำยภำคปี 2561 http://www.dop.go.th/th/know/2 http://www.dop.go.th/th/know/1 สังคมสูงวัยกับควำมท้ำทำยของตลำดแรงงำนไทย กรกฎำคม 2561 สำยนโยบำยกำรเงิน ธนำคำรแห่งประเทศไทย https://www.bot.or.th/Thai/MonetaryPolicy/EconomicConditions/AAA/AgePeriodCohort.pdf แถลงข่ำว “สถิติบอกอะไร ผู้สูงวัยปัจจุบันและอนำคต” http://www.nso.go.th/sites/2014/Pages/Press_Release/2561/N10-04-61-1.aspx สรุปผลที่ส ำคัญ กำรท ำงำนของผู้สูงอำยุในประเทศไทย พ.ศ. 2561 ส ำนักงำนสถิติแห่งชำติ กระทรวงดิจิทัล เพื่อ เศรษฐกิจและสังคม (ระดับจังหวัดที่รับผิดชอบ) http://www.nso.go.th/sites/2014/nsopublic


1 ส ำนักงำนส่งเสริมและสนับสนุนวิชำกำร 12 สถานการณ์ปัญหายาเสพติดโลก ข้อมูลจากส านักงานยาเสพติดแลอาชญากรรม แห่งสหประชาชาติ (UNODC) ชี้แนวโน้มว่าประเทศ อัฟกานิสถานยังคงเป็นแหล่งผลิตฝิ่นรายใหญ่ที่สุดของ โลก รองลงมาเป็นประเทศสหภาพเมียนมาร์ ส่วนพื้นที่ ปลูกโคคารายใหญ่ของโลกได้แก่ ประเทศโคลอมเบีย โบลีเวีย และเปรู และประเทศที่เป็น แหล่งผลิตสาร ตั้งต้นที่ส าคัญคือ ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน อินเดีย เยอรมนี และไต้หวัน แหล่งผลิตยาเสพติดจาก พื้นที่พระจันทร์เสี้ยวทองค า สามเหลี่ยมทองค า และอเมริกาใต้ยังคงส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ ยาเสพติดโลก โดยข้อมูลจากส านักงานยาเสพติด และอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) ชี้แนวโน้มว่า จะมีสารกระตุ้นประสาทชนิดใหม่ (New Psychoactive Substance) ซึ่งมิได้อยู่ภายใต้ การควบคุม ระหว่างประเทศจะแพร่หลายมากขึ้น มีการใช้สารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ที่ไม่ถูกควบคุมในการ ผลิตยาเสพติด รวมทั้งการดัดแปลงสารตั้งต้นและ เคมีภัณฑ์ไปใช้ในทางที่ผิดมากขึ้น ด้วยเหตุที่ปัญหา ยาเสพติดเป็นปัญหาสากล ประเทศต่าง ๆ จึงเรียกร้อง ให้สังคมโลก หันมาร่วมมือกันในการแก้ไขปัญหา ยาเสพติด โดยประเด็นที่มีการหยิบยกขึ้นมาหารือ อย่างกว้างขวาง ในเวทีระหว่างประเทศ อาทิเช่น มาตรการลดอันตรายจากการใช้ยา มาตรการลดทอน ความเป็นอาชญากรรม การควบคุมสารตั้งต้นและวัตถุ ที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทชนิดใหม่ การยกเลิก โทษประหารชีวิต ด้วยเหตุนี้จึงส่งผลให้ประชาคมโลก เกิดการเมืองแบบหลายขั้วอ านาจ และมีการขยาย อิทธิพลของประเทศ มหาอ านาจในภูมิภาค สถานการณ์ยาเสพติด 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ รายงานสถานการณ์ทางสังคม สงขลา สตูล ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ปีที่ 1 ฉบับที่ 2 เดือนมิถุนายน 2562 ไตรมาสที่ 2 ปี 2562 (เมษายน-มิถุนายน พ.ศ.2562) UNODC


2 ส ำนักงำนส่งเสริมและสนับสนุนวิชำกำร 12 สถานการณ์ปัญหายาเสพติดในอาเซียน ปัญหายาเสพติดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรืออาเซียน พบว่าเป็นอีกหนึ่งแหล่งผลิตยาเสพติดที่ ส าคัญของโลก คือพื้นที่สามเหลี่ยมทองค า ด้วยปัจจัย หลายประการที่ส าคัญ ไม่ว่าจะเป็นด้านภูมิศาสตร์ที่ตั้ง ของแหล่งผลิตที่มีพื้นที่ส่วยใหญ่อยู่ภายใต้อิทธิพลของ กลุ่มชาติพันธุ์ที่มีกองก าลังติดอาวุธในเมียนมา ในแถบ ชายแดนเมียนมา - จีน และชายแดนเมียนมา - ภาคเหนือของไทย และยังพบว่ามีพื้นที่ติดต่อกับแหล่ง ของสารตั้งต้นและสารเคมีที่น าไปใช้ในกระบวนการ ผลิตยาเสพติดที่ส าคัญอย่าง ประเทศจีน และอินด้วย อีกด้วย ปัจจุบันกลุ่มขบวนการยาเสพติดในพื้นที่ สามเหลี่ยมทองค า ยังคงพยายามจัดหาสารตั้งต้นและ เคมีภัณฑ์ที่ใช้ในการผลิตยาเสพติดได้อย่างต่อเนื่อง ยา เสพติดส าคัญที่มีการผลิตจากแหล่งผลิตสามเหลี่ยม ทองค าได้แก่ ยาบ้า ไอซ์และเฮโรอีน ซึ่งส่งออกไปยัง ตลาดทั้งในและนอกภูมิภาคได้อย่างต่อเนื่อง ยาบ้า ตลาดหลักยังอยู่ที่ประเทศไทยและบังคลาเทศ เห็นได้ จากการจับกุมยาบ้าปริมาณมากได้อย่างต่อเนื่อง บริเวณชายแดนภาคเหนือและตอนในของประเทศไทย รวมทั้งบริเวณรัฐยะไข่ชายแดนเมียนมา-บังคลาเทศ ไอซ์และเฮโรอีน มีแนวโน้มการส่งออกไปสู่กลุ่ม ประเทศ นอกภูมิภาคลุ่มแม่น้ าโขงมากขึ้น โดยล าเลียง ผ่านประเทศไทย ลาว เวียดนาม กัมพูชา และมาเลเซีย ส่วน คีตามีนเป็นยาเสพติดอีกชนิดหนึ่งที่ปรากฏ ข่าวสารว่ามีการผลิตในพื้นที่สามเหลี่ยมทองค า นอกจากนี้ยังพบว่าหลายประเทศในภูมิภาค เอเชียตะวันออกเฉียงใต้เช่น สปป.ลาว เวียดนาม กัมพูชา ไทย และมาเลเซีย ถูกกลุ่มเครือข่ายยาเสพติด ข้ามชาติที่ใช้ประเทศไทยเป็นฐานเคลื่อนไหวเกี่ยวกับ การจัดหาล าเลียงผ่านยาเสพติด และฟอกเงินไปยัง ประเทศอื่น ๆ ทั้งในและนอกภูมิภาคเอเชียตะวันออก เฉียงใต้ซึ่งส่วนหนึ่ง เป็นผลมาจากการรวมกลุ่มประเทศ ในอาเซียน มีความเชื่อมโยงการคมนาคม รวมทั้งการ พัฒนาเทคโนโลยีที่ทันสมัยท าให้เอื้อต่อการค้ายาเสพ ติดได้ง่ายขึ้น ซึ่งการแพร่ระบาดยาเสพติด พบผู้เข้า บ าบัดเมทแอมเฟตามีนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียง ใต้สูงสุดถึง 80% รองลงมา คือ เฮโรอีน กัญชา และฝิ่น รวมทั้งสารออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทชนิดใหม่ (NPS) ที่มี แนวโน้มเพิ่มขึ้นทั้งจ านวนและปริมาณ


3 ส ำนักงำนส่งเสริมและสนับสนุนวิชำกำร 12 สถานการณ์ปัญหายาเสพติดในประเทศ สถานการณ์ปัญหายาเสพติดของไทยในช่วง ปี ๒๕๕๕-๒๕๕๖ เมื่อพิจารณาจากข้อมูลการจับกุม คดียาเสพติดและผู้เข้ารับการบ าบัดรักษาพบว่า มีผู้เข้า ไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติดสูงที่สุด และเริ่มลดลงอย่าง ต่อเนื่องตั้งแต่ปี ๒๕๕๗-๒๕๕๙ แต่ในช่วงปลายปี ๒๕๕๙ ต่อเนื่องถึงปี ๒๕๖๐ สถานการณ์เริ่มมีแนวโน้ม รุนแรงขึ้น มียาเสพติดจ านวนมากถูกลักลอบน าเข้า ประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งยาบ้าและไอซ์ จนเกิด ภ า ว ก า ร ณ์ ผ ลิ ต ม า ก ก ว่ า คว า ม ต้ อง ก า ร ใ ช้ ภายในประเทศ (Over supply) ส่งผลให้นักค้ายาเสพ ติดพยายามกระตุ้นความต้องการใช้ยาเสพติด ในห้วงที่ ผ่านมามีการตรวจยึดและจับกุมยาเสพติด ทั้งในพื้นที่ ชายแดนและพื้นที่ตอนในที่มีปริมาณมากขึ้น คาดว่า เป็นผลมาจากปัจจัยด้านการขยายตัวของการผลิตยา เสพติดและการน าเข้ายาเสพติดเพื่อทดแทนส่วนที่ถูก จับกุม ประกอบกับสถานการณ์ปัจจุบันรัฐบาลเมียนมา มุ่งเจรจาต่อรองเพื่อสร้างสันติภาพในชนกลุ่มน้อยกลุ่ม ต่าง ๆ และกดดันให้ชนกลุ่มน้อยวางอาวุธและเข้าสู่ การปรองดองใน ๔-๕ ปีข้างหน้า โดยทหารเมียนมาจะ ท าการโจมตีชนกลุ่มน้อยที่ยังไม่ยอมวางอาวุธ ซึ่งเป็น กลุ่มว้าหรือชนกลุ่มน้อยอื่นที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด โดยมีกลุ่มว้าเป็นผู้น าจึงเป็นปัจจัยส าคัญที่ชนกลุ่มน้อย เหล่านี้ต้องเร่งผลิตและจ าหน่ายยาเสพติดให้มากที่สุด เพื่อเพิ่มก าลังอ านาจทางการเงินส าหรับจัดหาอาวุธ/ ยุทโธปกรณ์ไว้ต่อสู้กับทหารของรัฐบาลเมียนมาและ นอกจากประเทศไทยจะเป็นตลาดของการค้ายาเสพ ติดแล้ว ยังเป็นทางผ่านไปยังประเทศที่สามอีกด้วย ดังนั้น จึงมีแนวโน้มว่าสถานการณ์ยาเสพติดจะยังคงมี ความรุนแรงและขยายตัวสูงขึ้น ด้าน นายแพทย์ภาสกร ชัยวานิชศิริ รอง อธิบดีกรมการแพทย์กล่าวว่า ปัญหายาเสพติดเป็น ปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อตัวผู้เสพและความเป็นอยู่ของ ป ระช าชนในสังคม จ ากสถิติของผู้เข้ า รับก า ร บ าบัดรักษายาเสพติดของสถาบันบ าบัดรักาและฟื้นฟู ยาเสพติดแห่งชาติปี 2561 พบผู้ป่วยทั้งหมด 6,199 คน เป็นเพศชาย 5,353 คน คิดเป็นร้อยละ 86.35 และเพศหญิง 846 คน คิดเป็นร้อยละ 13.65 โดยกลุ่ม ผู้ป่วยที่มากที่สุดอยู่ในช่วงอายุระหว่าง 25-29 ปี จ านวน 1,137 คน รองลงมาได้แก่ช่วงอายุระหว่าง 20 - 24 ปี จ านวน 1,116 คน และช่วงอายุระหว่าง 30-34 ปี จ านวน 963 คน ตามล าดับ ส่วนใหญ่ ประกอบอาชีพรับจ้าง ว่างงาน ประเภทของยาเสพติด ที่ใช้มากที่สุดคือยาบ้า จ านวน 3,369 คน รองลงมา ได้แก่ สุรา จ านวน 1,050 คน ทั้งนี้ ยาบ้า เป็นสารเสพ ติดออกฤทธิ์กระตุ้นประสาทส่วนกลาง เมื่อเสพยาบ้า เ ข้ า สู่ร่าง ก า ย ท า ใ ห้ เ กิ ด อ า ร ม ณ์ ส นุ ก ส น า น กระปรี้กระเปร่า ไม่ง่วง ไม่หิว ออกฤทธิ์นาน 8-24 ชั่วโมง การเสพยาบ้าซ้ าหลาย ๆ ครั้งใน 1 วัน ท าให้ ปริมาณเมทแอมเฟตามีนในเลือดสูงขึ้น เกิดอาการ ประสาทหลอน หูแว่ว หวาดระแวง เห็นภาพหลอน คลุ้มคลั่ง ท าร้ายตัวเอง รวมถึงท าร้ายผู้อื่น และที่ ส าคัญที่สุดท าให้เกิดโรคสมองติดยา โดยสมองในส่วน การควบคุมความคิดจะถูกท าลาย ท าให้ผู้เสพมี พฤติกรรมก้าวร้าว รุนแรง และเกิดอาการทางจิต ประสาท


4 ส ำนักงำนส่งเสริมและสนับสนุนวิชำกำร 12 “เปิดเส้นทางการล าเลียงยาเสพติด จากภาคเหนือลงสู่ภาคใต้” “สามเหลี่ยมทองค า” ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่า เป็นที่ตั้งของโรงงานและฐานการผลิตยาเสพติดที่ ส าคัญ ส่วนหนึ่งตั้งอยู่ในรัฐฉานตะวันออก ติดชายแดน ภาคเหนือของไทย ซึ่งนอกจากเส้นทางสามเหลี่ยม ทองค าแล้ว เจ้าหน้าที่ปปส. เผยข้อมูลเส้นทาง ลอบ น าเข้ายาเสพติด จากฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน สู่ประเทศ ไทย ไม่ว่าจะเป็น ยาบ้า ยาอี ยาไอซ์ และเฮโรอีน ส่วน ยาบ้านั้นเป็นที่ทราบกันดีว่ามีโรงงานแหล่งผลิต มากมายตั้งอยู่ในเขตปกครองพิเศษกลุ่มชนต่างๆ ของ ประเทศเมียนมา เส้นทางการขนล าเลียงยา ดังนี้ 1. เข้าทางด้าน จ.เชียงราย ฝั่ง อ.แม่สาย, อ.แม่ ฟ้ าห ล วง, อ . แ ม่ จั น ผ่ าน อ . เ มื อง เ ชี ยง ร า ย จ.ล าปาง จ.ตาก จ.ก าแพงเพชร จ.นครสวรรค์ จ.ชัยนาท จ.สุพรรณบุรี จ.เพชรบุรี ก่อนจะขับรถมุ่ง หน้าลงใต้ โดยขับหลีกเลี่ยงด่านไปตามเส้นทางต่าง ๆ เพื่อล าเลียงยาเสพติดไปสู่จุดหลัก ได้แก่ ท่าเรือ จ.สตูล เพื่อน าส่งออกต่อประเทศเพื่อนบ้าน / ด่าน สะเดา อ าเภอหาดใหญ่ จ.สงขลา เพื่อน าส่งออกต่อ ประเทศเพื่อนบ้าน / ด่านชายแดนไทย-มาเลเซีย จ.นราธิวาส เพื่อน าส่งออกต่อประเทศเพื่อนบ้าน 2. เข้าทางด้าน จ.เชียงราย ฝั่ง อ.เชียงแสน, อ.เชียงของ, อ.เวียงแก่น, อ.เทิง ผ่าน อ.เชียงค า จ.พะเยา จ.แพร่ จ.อุตรดิตถ์ จ.พิษณุโลก จ.นครสวรรค์ จ.ชัยนาท จ.สุพรรณบุรี จ.นครปฐม จ.ราชบุรี จ.เพชรบุรี มุ่งหน้าลงใต้ โดยขับหลีกเลี่ยงด่านไปตาม เส้นทางต่าง ๆ เพื่อล าเลียงยาเสพติดไปสู่จุดหลัก ได้แก่ท่าเรือ จ.สตูล เพื่อน าส่งออกต่อประเทศเพื่อน บ้าน /ด่านสะเดา อ าเภอหาดใหญ่ จ.สงขลา เพื่อ น าส่งออกต่อประเทศเพื่อนบ้าน / ด่านชายแดนไทยมาเลเซีย จ.นราธิวาส น าส่งออกสู่ประเทศเพื่อนบ้าน 3. เข้าทางด้าน จ.เชียงใหม่ ด้าน อ.แม่อาย, อ.ฝาง, อ.เชียงดาว ผ่าน อ.เมือง จ.เชียงใหม่ จ.ล าพูน จ.ล าปาง จ.ตาก จ.ก าแพงเพชร จ.นครสวรรค์ จ.ชัยนาท จ.สุพรรณบุรี จ.นครปฐม จ.ราชบุรี จ.เพชรบุรี มุ่งหน้าลงใต้ โดยขับหลีกเลี่ยงด่านไปตาม เส้นทางต่าง ๆ เพื่อล าเลียงยาเสพติดไปสู่จุดหลัก ได้แก่ ท่าเรือ จ.สตูล เพื่อน าส่งออกต่อประเทศเพื่อน บ้าน / ด่านสะเดา อ าเภอหาดใหญ่ จ.สงขลา เพื่อ น าส่งออกต่อประเทศเพื่อนบ้าน / ด่านชายแดนไทยมาเลเซีย จ.นราธิวาส น าส่งออกสู่ประเทศเพื่อนบ้าน 4. ลอบขนผ่านเส้นตะเข็บชายแดนพม่าสู่ลาว ก่อนลัดเลาะเข้าไทย ลอบขนยาเสพติดตามแนวตะเข็บ ชายแดน ลัดเลาะมายังฝั่งประเทศลาวติดกับจังหวัด ทางภาคอีสานของประเทศไทย ด้านจังหวัดเลย หนองคาย นครพนม มุกดาหาร ก่อนจะอาศัยจังหวะ ล าเลียงเข้าไทย พร้อมน าสู่จุดหมายปลายทาง เดียวกันในภาคใต้ตอนล่าง


Click to View FlipBook Version