5 ส ำนักงำนส่งเสริมและสนับสนุนวิชำกำร 12 “สถานการณ์ปัญหายาเสพติดในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้” จากสถิติการจับกุมคดียาเสพติดทุกข้อหา ห้วงเดือนตุลาคม 2560 - มีนาคม 2561 มีการ จับกุมรวม 18,178 คดี ผู้ต้องหา 19,803 คน เมื่อเปรียบเทียบกับห้วงปีงบประมาณที่ผ่านมาการจับกุมมีจ านวนคดีเพิ่มขึ้น คิดเป็นร้อยละ 21.05 (ห้วงเดือนตุลาคม 2559 - มีนาคม 2560 มีการจับกุมรวม 15,016 คดี ผู้ต้องหา 17,093 คน) โดยจังหวัด สงขลา มีสถิติการจับกุมสูงสุด รองลงมาได้แก่ จังหวัด นราธิวาส ปัตตานี สตูล และยะลา ตามล าดับ (ทุกจังหวัดมีสถิติ การจับกุมสูงขึ้น) สถิติการจับกุมคดียาเสพติดจ าแนกตามตัวยา ห้วงเดือน ต.ค. 2559 – ก.ย. 2560 กับห้วงเดือน ต.ค. – มี.ค. 2561 ตัวยาที่มีการค้า และแพร่ระบาดในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่างมีหลายชนิดตัวยา ได้แก่ พืช กระท่อม ยาบ้า ไอซ์ กัญชาแห้ง เฮโรอีน กัญชาสด ยาอี คีตามีน โดย ในช่วงเดือนตุลาคม 2560 - มีนาคม 2561 พบ ตัวยาที่แพร่ ระบาดมาก 5 อันดับแรก ได้แก่ ยาบ้า พืชกระท่อม ไอซ์กัญชาแห้ง และเฮโรอีน ซึ่งแตกต่าง จากห้วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมาที่พบว่า พืชกระท่อมมีการแพร่ระบาดมากเป็นอันดับ 1 สถิติการจับกุมคดียาเสพติดจ าแนกตามตัวยารายจังหวัด 5 อันดับแรกห้วงเดือนตุลาคม 2559 – กันยายน 2560 กับห้วงเดือนตุลาคม –มีนาคม 2561 จังหวัด/ตัวยา อับดับ 1 อับดับ 2 อับดับ 3 อับดับ 4 อับดับ 5 สงขลา กระท่อม ร้อยละ39.55 ยาบ้า ร้อยละ 35.1 ไอซ์ ร้อยละ 21.24 กัญชาแห้ง ร้อยละ 2.7 เฮโรอีน ร้อยละ 0.73 สตูล ยาบ้า ร้อยละ 50.86 กระท่อม ร้อยละ 41.78 กัญชาแห้ง ร้อยละ3.14 ไอซ์ ร้อยละ 2.34 ยาแก้ไอ ร้อยละ 0.96 ปัตตานี ยาบ้า ร้อยละ 52.83 กระท่อม ร้อยละ 42.01 เฮโรอีน ร้อยละ 1.97 ไอซ์ ร้อยละ 1.17 กัญชาแห้ง ร้อยละ 1.03 ยะลา กระท่อม ร้อยละ 45.83 ยาบ้า ร้อยละ 40.49 ไอซ์ ร้อยละ 5.94 กัญชาแห้ง ร้อยละ 3.60 ยาแก้ไอ ร้อยละ 3.18 นราธิวาส ยาบ้า ร้อยละ 56.91 กระท่อม ร้อยละ 34.12 เฮโรอีน ร้อยละ 4.30 ไอซ์ ร้อยละ 1.83 กัญชาแห้ง ร้อยละ 1.47 เมื่อพิจารณาข้อมูลตัวยาที่แพร่ระบาดรายจังหวัด พบว่ายาบ้ามีการแพร่ระบาดมากเป็นอันดับ 1 ในพื้นที่ จังหวัด ได้แก่ จังหวัดสตูล ปัตตานี และนราธิวาส และพืชกระท่อมมีการแพร่ระบาดมากเป็นอันดับ 1 ในพื้นที่ 2 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดสงขลา และจังหวัดยะลา
6 ส ำนักงำนส่งเสริมและสนับสนุนวิชำกำร 12 การน าเข้า รูปแบบการลักลอบน าเข้ายาเสพติดเพื่อนน ามาแบ่งจ าหน่ายในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่างเป็นการน าเข้า มาพร้อม ตัวบุคคลและการซุกซ่อนในยานพาหนะ ส าหรับยาเสพติดที่มีการลักลอบน าเข้ามาในพื้นที่ ได้แก่ พืชกระท่อม เป็น การน าเข้ามาจากประเทศเพื่อนบ้านโดยนักค้ายาเสพติดชาวไทย ส่วนใหญ่เป็นนักค้ายาเสพติด ใน 3 จังหวัดชายแดน ภาคใต้ ส าหรับช่องทางที่มีการลักลอบน าเข้ายาเสพติดมีทั้งด่านศุลกากร ด่านตรวจคนเข้าเมือง จุดตรวจ พรมแดน และช่องทางธรรมชาติต่าง ๆ ได้แก่ ▪ ด่านศุลกากรสะเดา และด่านตรวจคนเข้าเมืองปาดังเบซาร์ อ าเภอสะเดา จังหวัดสงขลา ▪ ด่านศุลกากรบ้านประกอบ อ าเภอนาทวี จังหวัดสงขลา ▪ ด่านศุลกากรสุไหงโก-ลก และด่านตรวจคนเข้าเมืองสุไหงโก-ลก อ าเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส ▪ ด่านศุลกากรเบตง จุดตรวจพรมแดนเบตง และด่านตรวจคนเข้าเมืองเบตง อ าเภอเบตง จังหวัดยะลา ▪ จุดตรวจพิสุทธิ์ศักดิ์ อ าเภอควนโดน จังหวัดสตูล ▪ ช่องทางธรรมชาติที่อ าเภอชายแดนต่าง ๆ เช่น อ าเภอควนโดน จังหวัดสตูล อ าเภอสะเดา จังหวัดสงขลา อ าเภอนาทวี จังหวัดสงขลา อ าเภอเบตง จังหวัดยะลา และอ าเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส สถานการณ์ในพื้นที่จังหวัดสงขลา สถานการณ์ยาเสพติดจังหวัดสงขลา พบว่ามี การแพร่ระบาดของพืชกระท่อมมากที่สุด คิดเป็นร้อย ละ 57.84 ในพื้นที่อ าเภอหาดใหญ่,อ าเภอสะเดา และ อ าเภอเมืองสงขลา รองลงมาคือยาบ้า ร้อยละ 18.49 ในพื้นที่อ าเภอเมืองสงขลา, อ าเภอนาทวีและอ าเภอ สิงหนคร และไอซ์ ร้อยละ 13.52 ในพื้นที่อ าเภอ หาดใหญ่,อ าเภอสะเดาและอ าเภอเมืองสงขลา ซึ่ง ปัจจุบันมีการแพร่ระบาดของพืชกระท่อมเพิ่ม มากขึ้นในขณะที่ยาบ้าและไอซ์ มีการแพร่ระบาดที่ ลดลง จากปีงบประมาณ 2561 เนื่องจากยังมีการ ลักลอบน าเข้าพืชกระท่อมอย่างต่อเนื่อง จากจังหวัด และประเทศใกล้เคียง ด้านของการบ าบัดรักษาผู้เสพผู้ติดยาเสพติด ทุกระบบ ทั้งระบบสมัครใจ ระบบบังคับบ าบัด และ ระบบต้องโทษปี2561 มีรายละเอียดดังนี้ ส่วนใหญ่ เป็นเพศชายร้อยละ 93.44 เพศหญิง ร้อยละ 6.55 อายุของผู้เข้ารับการบ าบัดรักษาฯในทุกระบบส่วน ใหญ่อายุระหว่าง 18.24 ปี ร้อยละ 33.90 รองลงมา คืออายุระหว่าง 25-29 ปี ร้อยละ 22.12 และอายุ ระหว่าง 30-34 ปี ร้อยละ 16.51 อาชีพของผู้เข้ารับ การบ าบัดรักษาฯส่วนใหญ่อาชีพรับจ้างร้อยละ 39.07 รองลงมาคือว่างงาน ร้อยละ 17.11 และการเกษตร ร้อยละ 15.13 สารเสพติดที่ใช้มากที่สุด/ชนิดแรก ส่วนใหญ่ใช้ยาบ้า ร้อยละ 60.81 รองลงมาคือ ไอซ์ ร้อยละ 14.85 และ กระท่อม ร้อยละ 12.85 การ จ าแนกผู้ป่วยส่วนใหญ่ที่เข้ารับการบ าบัดรักษาฯ คิด เป็นเป็นผู้เสพร้อยละ 63.57 ผู้ติดร้อยละ 33.31 และ ผู้ใช้ร้อยละ 2.31
7 ส ำนักงำนส่งเสริมและสนับสนุนวิชำกำร 12 สถานการณ์ในพื้นที่จังหวัดสตูล การผลิตยาเสพติด ในพื้นที่ไม่ปรากฏข่าวสาร ที่บ่งชี้ชัดเจน ยกเว้น ป่าพืชกระท่อมที่ขึ้นเองตาม ธรรมชาติ ซึ่งมีเนื้อที่ประมาณ 200 ไร่ อยู่ในเขตรักษา พันธุ์สัตว์ป่าเทือกเขาบรรทัด โดยยังไม่ปรากฏ มีการ ลักลอบน าออกนอกพื้นที่ นอกจากนี้ในปัจจุบันมีการ ลักลอบน าเข้าพืชกระท่อมจากประเทศมาเลเซีย ทางด้านด่านวังประจัน อ.ควนโดน จ.สตูล และมี แนวโน้มสูงขึ้น โดยกลุ่มนักค้าชาวไทยและมาเลเซีย เพราะมีส่วนต่างของราคาที่แตกต่างกันมีผลก าไรมาก จากข้อมูลการจับกุมและข้อมูลการข่าวในไตร มาสที่ 1 ปีงบประมาณ 2561ตุลาคม 2560 – มีนาคม 2561 พบว่ายังมีการน าเข้ายาเสพติดอย่างต่อเนื่องโดย ยาเสพติดที่มีการน าเข้าได้แก่ พืชกระท่อม ไอซ์และ เฮโรอีน ซึ่งรูปแบบการน าเข้ายังคงเป็นรูปแบบการ น าเข้าพร้อมตัวบุคคลและการซุกซ่อนในยานพาหนะ ท้องรถยนต์และเรือประมงโดยพื้นที่ที่มีการลักลอบ น าเข้ายาเสพติดและสามารถจับกุมผู้กระท าผิดได้อย่าง ต่อเนื่อง ส่วนใหญ่จะใช้ทางด่านศุลกากรและตาม ช่องทางธรรมชาติในพื้นที่ชายแดนที่มีอานาเขตที่ติด กับประเทศมาเลเซีย ได้แก่ จุดตรวจพิสุทธิ์ศักดิ์ อ.ควน โดน ด่านศุลกากรวังประจัน อ.ควนโดน และช่องทาง ธรรมชาติทั้งทางบกและทางน้ า ตามแนวชายแดน ต่างๆได้แก่พื้นที่ชายแดน อ.เมือง อ.ควนโดน อ.ท่าแพ สถานการณ์ในพื้นที่จังหวัดปัตตานี สถานการณ์การค้าและแพร่ระบาดยาเสพติด ของจังหวัดปัตตานี ปีงบประมาณ 2560 ได้แก่ยาบ้า ร้อยละ 65.27 กระท่อม ร้อยละ 18.63 และ เฮโรอีน ร้อยละ 12.44 ตามล าดับ สถิติการจับกุมคดียาเสพ ติด เขตสุขภาพที่ 12 ปี2560 ภาพรวมทั้งเขตสุขภาพ จ านวน30,241 คดี เป็นคดีของจังหวัดปัตตานี 3,887 คดี จับกุมข้อหาส าคัญ 1,097 คดี คิดเป็นร้อยละ 28,22 (ข้อมูล ปปส.9) โดยมีผู้เข้ารับการบ าบัดที่เข้าสู่ ระบบการบ าบัดรักษาทุกระบบ จ านวน 1,310 ราย อยู่ในช่วงอายุ 18-24 ปี คิดเป็นร้อย 34.66 ส่วนใหญ่ ประกอบอาชีพ รับจ้าง ร้อยละ 29.47 และเข้าสู่ระบบ สมัครใจใน สถานพยาบาล จ านวน 722 ราย คิดเป็น ร้อยละ 55.12 สมัครใจในศูนย์ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม 2,300ราย คิดเป็นร้อยละ 100ระบบบังคับบ บัด 586 ราย คิดเป็น ร้อยละ 44.73 และไม่มีระบบต้องโทษ การจ าแนกตามประเภทสารเสพติดที่ใช้และ เข้าสู่การบ าบัด ได้แก่ ยาบ้า จ านวน 855 ราย คิดเป็น ร้อยละ 65.27 กระท่อม 244 ราย คิดเป็น ร้อยละ 18.63 และเฮโรอีน 163 ราย คิดเป็นร้อยละ 12.44 (ข้อมูลจาก บสต.) ตามล าดับ โดยพื้นที่ที่มีผู้เข้า บ าบัดรักษามากที่สุดปี ๒๕๖๐ คือ อ าเภอเมือง โคกโพธิ์ หนองจิก และแม่ลาน ตามล าดับ รูปแบบ พฤติกรรมผู้เสพ ส่วนใหญ่จะนัดแนะรวมกลุ่มกันเสพ ในกลุ่มเพื่อน โดย ใช้สถานที่ต่าง ๆ เช่นบ้านเช่า ริม คลอง ริมสวน และแหล่งมั่วสุมต่าง ๆ สาเหตุที่เสพคือ อยากลอง เพื่อนชวน กลุ่มเสี่ยงที่ควรเฝ้าระวัง กลุ่ม นักเรียน นักศึกษา กลุ่มเยาวชนที่อยู่กับเพื่อนตาม หอพัก ไม่ได้อาศัยกับพ่อแม่ และกลุ่มว่างงานพื้นที่ที่ ควรเฝ้าระวังเป็นพิเศษ คือ พื้นที่เขตเมือง ทั้งอ าเภอ เมือง โคกโพธิ์ และหนองจิก สถานการณ์ในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส จังหวัดนราธิวาสเป็นจังหวัดที่มีการแพร่ ระบาดของยาเสพติดค่อนข้างมากโดยอ าเภอที่มีการ แพร่ระบาดเพิ่มขึ้นทุกปี เป็นอ าเภอที่มีพื้นที่ติดกับแนว ชายแดนติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน เช่น อ าเภอเมือง นราธิวาส อ าเภอแว้ง และอ าเภอสุไหงโก-ลก จากสถิติ ในปีงบประมาณ ๒๕๖๒ พบว่า ในช่วงเวลาที่ผ่านมาตั้งแต่ต้นปีงบประมาณมีผู้เข้ารับ การบ าบัดรักษาส่วนใหญ่ เป็นผู้ที่เข้าสู่ระบบบังคับ บ าบัดมากกว่าระบบสมัครใจ โดยมีข้อมูลในภาพรวม
8 ส ำนักงำนส่งเสริมและสนับสนุนวิชำกำร 12 ตั้งแต่ วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๑ จนถึง ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๑ ดังนี้ ระบบบังคับบ าบัด ร้อยละ ๑๒.๑ ระบบ สมัครใจ ร้อยละ ๕.๗๑ และระบบ (ที่มา : ฐานข้อมูล ระบบรายงานยาเสพติด บสต.) สถานการณ์ในพื้นที่จังหวัดยะลา ในพื้นที่จังหวัดยะลาเป็นพื้นที่ที่มีอัตราการ แพร่ระบาดของพืชกระท่อมเป็นจ านวนมากเป็นอันดับ 2 รองจากจังหวัดสงขลา มีการปลูกเพื่อจ าหน่ายแบบ เป็นทางการ ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้พบการ ลักลอบ ปลูกในลักษณะนี้ไม่มากนัก พื้นที่ในการปลูก ส่วนใหญ่จะอยู่ในป่า ใกล้เชิงเขา ยากต่อการเข้าไป ด าเนินการของ เจ้าหน้าที่ จากข้อมูลการจับกุม พบว่า มีการลักลอบปลูกพืชกระท่อมจ านวนมากในพื้นที่ ต าบลตลิ่งชัน อ าเภอบันนังสตา จังหวัดยะลา จ านวน 25 ต้น อีกทั้งพื้นที่จังหวัดยะลายังมีพื้นที่สุ่มเสี่ยงใน การลักลอบน าเข้ายาเสพติดผ่านด่านศุลกากรเบตง จุด ตรวจพรมแดนเบตง และด่านตรวจคนเข้าเมืองเบตง อ าเภอเบตง อีกด้วย ปัญหายาเสพติดกับความมั่นคงในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ สถานการณ์ความขัดแย้งรุนแรงในจังหวัด ชายแดนภาคใต้ ไตรมาสที่ 1/2560 เกิดเหตุการณ์ ความรุนแรงในรอบสามเดือนแรกของปี 2560 มี จ านวนทั้งสิ้น 136 เหตุการณ์ มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต รวมทั้งสิ้น 131 คน ในจ านวนนี้มีผู้เสียชีวิตจ านวน 70 ราย และผู้บาดเจ็บจ านวน 61 คน มีเหตุการณ์ ที่ไม่ สามารถระบุได้ถึง 82 เหตุการณ์ ซึ่งมีสัดส่วนมากที่สุด ในส่วนที่สามารถระบุได้มีเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับ การ ก่อความไม่สงบมากที่สุด จ านวน 26 ครั้ง รองลงมาที่ เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมจ านวน 16 ครั้ง และยาเสพ ติด จ านวน 12 ครั้ง ตามล าดับ ประเด็นที่น่าพิจารณา คือ จ านวนเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมและ ยาเสพติด รวมทั้งเหตุการณ์ที่ไม่สามารถระบุสาเหตุได้ ในเวลาที่เก็บข้อมูลนั้นมีสัดส่วนจ านวนที่มาก เป็นการ บ่งชี้ถึงปัญหา และความสลับซับซ้อนของสถานการณ์ ในพื้นที่ (คณะท างานฐานข้อมูลเหตุการณ์ชายแดนใต้, 2560, น. 1-4) จากข้อมูลดังกล่าว อาจกล่าวได้ว่ายา เสพติดน่าจะเป็นส่วนหนึ่งของปัญหาที่สลับซับซ้อน และส่งผลต่อ ความมั่นคงในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดน ภาคใต้ โดยมีสาเหตุหลักมาจากขบวนการค้ายาเสพติด ในพื้นที่ที่มี ความสัมพันธ์กับกลุ่มผู้มีอิทธิพลอื่น เช่น ค้าของหนีภาษี การพนัน ค้ามนุษย์ ฯลฯ คนกลุ่มนี้ บางส่วนอาจจะ เป็นแหล่งเงินทุนให้กับผู้ก่อความไม่ สงบ ในขณะเดียวกันกลุ่มก่อเหตุความรุนแรงได้อาศัย ผู้ที่ติดยาเสพติด เป็นคนลงมือก่อเหตุอีกกลุ่มหนึ่ง ซึ่ง ปรากฏข้อมูลเชิงลึกว่า กลุ่มก่อเหตุได้บิดเบือนหลัก ศาสนาให้ผู้ติดยาเชื่อว่าผู้ติดยาเสพติดเป็นผู้ท าผิด ศาสนาอย่างร้ายแรง เป็นบาปที่ไม่อาจช าระหรือรับ การอภัยโทษจากพระเจ้า นอกจาก เข้าสู่การญิฮาด และการเป็นชะฮีด (ตายเพื่อศาสนา) เท่านั้น (กรม ประชาสัมพันธ์, 2559)
9 ส ำนักงำนส่งเสริมและสนับสนุนวิชำกำร 12 บทสรุปและข้อเสนอแนะ ยาเสพติดถือว่าเป็นปัญหาด้านความมั่นคง ปลอดภัยปัญหาหนึ่งในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเมื่อพิจารณาถึงโครงสร้างหลักของปัญหายาเสพ ติด พบว่า มีอยู่ด้วยกัน 3 ประการ คือ 1) ปัญหา การ ลักลอบปลูกพืชเสพติด 2) ปัญหาการน าเข้ายาเสพติด และ 3) ปัญหาการค้าและแพร่ระบาดยาเสพติด นอกจากนี้ยังพบว่ากลุ่มผู้ค้าและกลุ่มผู้เสพยาเสพติด อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้น ในพื้นที่ด้วย ที่ผ่านมาแม้ว่ารัฐบาลและหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องจะให้ความส าคัญต่อการแก้ไขปัญหายา เสพติด แต่ปัจจุบันปัญหาดังกล่าวยังคงมีแนวโน้ม รุนแรงและมีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น และมีส่วน เกี่ยวข้อง เชื่อมโยง ให้มีการสร้างสถานการณ์ความ รุนแรง โดยมีเป้าหมายให้เกิดความสูญเสียต่อ เจ้าหน้าที่รัฐ พื้นที่ทางเศรษฐกิจ และความสงบสุขใน ชุมชนเมือง เพื่อไม่ให้เกิดการกระจายการพัฒนา ทั้งนี้ การแก้ไขปัญหายาเสพติดไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ในจังหวัด ชายแดนภาคใต้ หรือทั้งประเทศ จ าเป็นที่จะต้องมีการ จัดท าแผนยุทธศาสตร์ที่ชัดเจน มีกลไกในก า ร ขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์ไปสู่การปฏิบัติให้เห็นผล เป็นรูปธรรม จริงจังและมีความต่อเนื่อง ที่ส าคัญ ปัญหายาเสพติดเป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง มีหน่วยงาน ที่ เ กี่ ย ว ข้ อง ม า ก ม า ย ทั้ง ท าง ด้ าน ก า ร ป้ อง กั น ปราบปราม บ าบัด จึงจ าเป็นต้องมีการประสานความ ร่วมมือระหว่างหน่วยงานอย่างเป็นระบบเพื่อร่วมกัน แก้ไขปัญหา และขจัดยาเสพติดให้หมดสิ้นไปจาก ประเทศไทย เอกสารอ้างอิง ส านักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ภาค 9 จังหวัดสงขลา สถานการณ์ปัญหายาเสพติดพื้นที่ 7 จังหวัด ภาคใต้ตอนล่าง ห้วงตุลาคม 2559 – มีนาคม 2560 https://www.oncb.go.th/ONCB_OR9/picture/% E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B 8%99%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3 %E0%B8%93%E0%B9%8C%207%20%E0%B8 %88%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%AB% E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8 %A0%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B9%83% E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%95%E0%B8 %AD%E0%B8%99%E0%B8%A5%E0%B9%88% E0%B8%B2%E0%B8%87%20%E0%B8%95.%E 0%B8%84.%2059%E0%B8%A1%E0%B8%B5.% E0%B8%84.60.pdf แผนยุทธศาสตร์การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด พ.ศ. 2558-2562 ส านักงานยุทธศาสตร์ ส านักงาน ป้องกันและปราบปราบยาเสพติด http://www.oncb.go.th/Home/PublishingImag es/Pages/ProgramsandActivities/strategic_plan 2558-2560.pdf ช าแหละโรงงานและเส้นทางล าเลียงยาเสพติด https://theworldnews.net/thnews/chamaehlathiimaa-orngngaanyaanrkaechesnthaangl-bekhaaaithy-pmltaihyphungthalak กรุงเทพธุรกิจ https://www.bangkokbiznews.com/news/detai l/826219
รายงานสถานการณ์ทางสังคมกลุ่มจังหวัด กลุ่มจังหวัดภาคใต้ชายแดน (ปัตตานี ยะลา นราธิวาส สงขลา และสตูล) ไตรมาสที่ 3 ปี 2562 (กรกฎาคม - กันยายน พ.ศ.2562) 1 ❖ แบบไหนที่เรียกว่า “คนจน” คนจนเป้าหมาย คือ คนจนที่ไปลงทะเบียนสวัสดิการแห่งรัฐ 1,032,987 คน ส ำนักงำนคณะกรรมกำรพัฒนำเศรษฐกิจและ สังคมแห่งชำติ ได้ให้ค ำนิยำม “คนจน” ว่ำ หมำยถึง “บุคคลที่มีควำมเสี่ยงต่อกำรมีภำวะทุพโภชนำ เนื่องจำกควำมยำกจนมีรำยได้ไม่เพียงพอ ที่จะ บริโภคให้ได้มำตรฐำนภำวะโภชนำกำร ธนำคำรโลก (World Bank) ได้ให้ควำมหมำย ของค ำว่ำ “ควำมยำกจน” ในแง่ของควำม ไม่ สมบูรณ์ของสิ่งจ ำเป็นบนพื้นฐำนหรือทำงจิตวิทยำว่ำ หมำยถึง “สภำวะที่ขำดแคลนอย่ำงไม่อำจจะ ยอมรับได้ของมนุษย์ปุถุชน” ซึ่งพิจำรณำควำมอัตคัด ทำงกำยภำพ ทำงจิตใจ และทำงสังคม ซึ่งเกี่ยวพัน โดยตรงกับควำมไม่สมบูรณ์ของสิ่งจ ำเป็นพื้นฐำนทำง วัตถุทำงชีววิทยำ โดยทั่วไปมักหมำยถึง โภชนำกำร สำธำรณสุข กำรศึกษำและที่พักอำศัย นอกเหนือจำก นั้นยังรวมไปถึง กำรขำดแคลนโอกำสและสิ่งจ ำเป็น พื้น ฐ ำน ของ ชี วิต เ ช่น โ อก ำ ส ก ำ รศึกษ ำ ขั้น ประถมศึกษำ โอกำสกำรมีสุขภำพดี สิ่งเหล่ำนี้จะ น ำไปสู่กำร มีงำนท ำและสร้ำงได้ในอนำคต นักวิชำกำรได้อธิบำยถึงลักษณะของคนจนโดย พิจำรณำถึงสภำพควำมเป็นอยู่และสำเหตุของ ควำม ยำกจน แบ่งเป็น 3 ประเภท ได้แก่ 1. คนจนพื้นฐำนหรือคนจนเชิงกำยภ ำพ หมำยถึง คนที่ขำดปัจจัยพื้นฐำนในกำรด ำรงชีวิต มัก ไม่เป็นที่รู้จักของสังคม หำตัวอยำก สำเหตุแห่ง ปัญหำบำงส่วนเกิดจำกที่ดินท ำกินมีจ ำกัดในขณะที่ ครอบครัวขยำยตัว ไม่มีที่ดินพอเพียงที่จะท ำกิน เด็กรุ่น ใหม่ไม่มีทักษะกำรเกษตรและไม่มีที่ไป คนจนพื้นฐำนสำมำรถแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่ม 1.1 กลุ่มคนจนทั่วไป หมำยถึง กลุ่มคนจนที่ มีที่ดินท ำกินบ้ำง แต่มีที่ดินน้อยไม่เพียงพอหรือ ไม่ เหมำะสมส ำหรับท ำกำรเกษตร ไม่มีเงินออมและไม่มี ทรัพย์สินถำวร หรืออำจมีทรัพย์สินถำวรบ้ำง แต่มี มูลค่ำต่ ำ มักเป็นแรงงำนที่มีทักษะขั้นพื้นฐำนเท่ำนั้น ได้รับค่ำจ้ำงขั้นต่ ำ แต่มีภำระเลี้ยงดูครอบครัวมำก เช่น มีสมำชิกในครอบครัวทั้งแต่ 3 คนขึ้นไป ท ำให้ ไม่พ้นสภำพยำกจน กำรศึกษำมักไม่เกินระดับ มัธยมศึกษำตอนต้น 1.2 กลุ่มคนจนเรื้อรัง หมำยถึง กลุ่มที่มี สภำพควำมเป็นอยู่แร้นแค้น ขำดแคลนปัจจัยพื้นฐำน กำรศึกษำไม่เกินระดับประถมศึกษำ ไม่มีเงินออม และไม่มีทรัพย์สินใด ๆ ทั้งทรัพย์สินถำวรและไม่ ถำวร มีภำระครอบครัวสูง เช่น เด็ก คนชรำ ผู้ป่วย เรื้อรัง และรุนแรง คนพิกำรหรือเป็นคนเกษตรกรที่ ไม่มีที่ดิน ท ำกิน เป็นแรงงำนรับจ้ำงหมุนเวียนในภำค เกษตรหรือรับจ้ำงทั่วไป เป็นแรงงำนที่ได้รับค่ำจ้ำง ขั้นต่ ำ หรือ ต่ ำกว่ำนั้น แต่ภำระเลี้ยงดูครอบครัว ตั้งแต่ 3 คนขึ้นไป หรือเป็นแรงงำนเด็กต้องท ำงำน ตั้งแต่อำยุยังน้อย ต้องขำดโอกำสกำรศึกษำเพื่อหลุด พ้นควำมยำกจน หรือคนว่ำงงำนไม่มีรำยได้ทำงอื่น ปีที่ 1 ฉบับที่ 3 เดือนกันยายน 2562
รายงานสถานการณ์ทางสังคมกลุ่มจังหวัด กลุ่มจังหวัดภาคใต้ชายแดน (ปัตตานี ยะลา นราธิวาส สงขลา และสตูล) ไตรมาสที่ 3 ปี 2562 (กรกฎาคม - กันยายน พ.ศ.2562) 2 2. คนเสี่ยงจน คนใกล้จน คนเกือบจน หมำยถึง กลุ่มคนที่มีควำมอ่อนไหวหรือควำมเป็นไปได้ที่ จะ กลำยเป็นคนจนง่ำยดำย เพรำะสำเหตุหรือปัจจัย ภำยนอก ไม่ว่ำจะเป็นดิน ฟ้ำ อำกำศ แผ่นดินไหว น้ ำท่วม หรือ หัวหน้ำครอบครัวเสียชีวิต คนกลุ่มนี้ไม่ ขำดแคลนสิ่งจ ำเป็นหรือไม่มีปัจจัยพื้นฐำนน้อยกว่ำ คนอื่นมำกนัก คนกลุ่มนี้เป็นเกษตรกรที่มีที่ดินท ำกิน เพียงพอ แต่ท ำให้ต้องกู้หนี้นอกระบบหรือมีสินทรัพย์ ถำวรอยู่บ้ำง แต่มีจ ำนวนน้อยหรือมีมูลค่ำต่ ำ เป็น ลูกจ้ำงที่มีรำยได้พอสมควร แต่ไม่มั่นคง เช่น เป็น ลูกจ้ำงชั่วครำว อำยุมำกหรือไม่มีทักษะแรงงำนที่ เหมำะสมกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ มีโอกำสถูกปลด ออกจำกงำนสูงกว่ำแรงงำนทั่วไป ท ำงำนที่มีควำม เสี่ยงต่ออุบัติเหตุสูง มักขำดควำมรู้ในกำรวำงแผน ชีวิตและแผนบริโภคที่ดี 3. คนจนเชิงเปรียบเทียบ คนจนเชิงสัมพัทธ์ คนจนเชิงโครงสร้ำง หมำยถึง กลุ่มคนจนที่ไม่ถึงกับ ขำดแคลนปัจจัยพื้นฐำน แต่ขำดโอกำสในกำรเข้ำถึง ข้อมูลข่ำวสำรเทคโนโลยีและประโยชน์ที่ควรได้รับ จำกกำรพัฒนำต่ำง ๆ เป็นกลุ่มที่มีกำรศึกษำไม่สูงนัก (ไม่เกินมัธยมศึกษำ) คุณภำพหลักสูตรไม่เหมำะสม กำรกระจำยรำยได้ไม่ดีพอ ขำดข้อมูลข่ำวสำร (เมื่อ เปรียบเทียบกับคนชั้นกลำง ข้ำรำชกำร และนำยทุน) มีทุนทำงสังคมอยู่บ้ำง แต่เป็นระบบอุปถัมภ์ มี อ ำนำจต่อรองต่ ำ ❖ สถานการณ์ความยากจนภายในประเทศ และในพื้นที่รับผิดชอบ ค ว ำ ม ย ำ ก จ น ส ำ ม ำ ร ถ วั ด ได้5 มิติ ได้แก่ ด้านสุขภาพ ด้านความเป็นอยู่ ด้าน การศึกษา ด้านรายได้ และด้านการเข้าถึงบริการรัฐ โดยที่คนจน 1 คน มีปัญหาได้มากกว่า 1 ด้าน คนจนสุขภำพ 217,081 คน คนจนควำมเป็นอยู่ 244,739 คน คนจนกำรศึกษำ 378,080 คน คนจนรำยได้376,091 คน คนจนกำรเข้ำถึงบริกำรภำครัฐ 6,490 คน ข้อมูลจำก Thai People Map and Analytics Platform (TPMAP) ระบบบริหำรจัดกำรข้อมูลกำรพัฒนำคนแบบชี้เป้ำ การเข้าถึง บริการภาครัฐ ความเป็นอยู่ สุขภาพ รายได้ การศึกษา
รายงานสถานการณ์ทางสังคมกลุ่มจังหวัด กลุ่มจังหวัดภาคใต้ชายแดน (ปัตตานี ยะลา นราธิวาส สงขลา และสตูล) ไตรมาสที่ 3 ปี 2562 (กรกฎาคม - กันยายน พ.ศ.2562) 3 ประเทศไทยกลำยเป็นประเทศที่มีควำม เหลื่อมล้ ำสูงที่สุดในโลกไปแล้ว เมื่อนับอันดับด้ำน ควำมมั่งคั่ง (wealth) จำกที่ประเทศไทยเคยอยู่ อันดับ 3 ในกำรส ำรวจเมื่อสองปีก่อน แต่ปัจจุบัน กลับแซงหน้ำควำมเหลื่อมล้ ำของรัสเซียและอินเดีย ไปยืนห่ำงจำกทั้งสองประเทศเป็นอันดับ 1 ข้ อ มู ล จ ำ ก ส ำนั กง ำน คณ ะ ก ร รม ก ำ ร พัฒนำกำรเศรษฐกิจและสังคมแห่งชำติ (สศช.)ควำม เหลื่อมล้ ำของประเทศไทยถูกระบุว่ำ 1% ของคน รวย มีสินทรัพย์เพิ่มมำกขึ้น 66.9% วิ่งแซงหน้ำ ประเทศต่ำงๆที่คนรวยๆส่วนใหญ่มีสินทรัพย์ลดลง เมื่อหันไปดูคนไทยที่ยำกจน 10% มีทรัพย์สินเท่ำกับ 0% ถ้ำนับหนี้ด้วยก็อำจติดลบ เป็นเรื่องน่ำกังวลขอ แสดงควำมห่วงใยในเรื่องนี้ก็คือตัวเลขต่ำงๆสะท้อน ให้เห็นว่ำ คนไทยครึ่งประ เทศเป็นพวก “หำเช้ำกิน ค่ ำ” หรือไม่ก็ “เดือนชนเดือน” ไม่มีเหลือเก็บออม แถมก ำลังจะแก่ก่อนมีเงินออมด้วยซ้ ำ ซึ่งจำกกำร ส ำรวจเห็นได้ชัดว่ำควำมยำกจนยังคงกระจุกตัว หนำแน่นอยู่ในภำคใต้ และอยู่ในเขตชนบทมำกกว่ำ เขตเมือง โดยในปี 2560 มีสัดส่วนคนจนร้อยละ 11.84 และเมื่อพิจำรณำแยกพื้นที่เมืองและชนบท พบว่ำ คนจนในเมือง และชนบท คิดเป็นสัดส่วนร้อย ละ 6.05 และร้อยละ 9.82 ตำมล ำดับ ลดลงจำกร้อย ละ 6.63 และร้อยละ 10.65 ในปี 2559 ตำมล ำดับ ปัญหำควำมยำกจนในภูมิภำคส่วนหนึ่งเป็นผลจำก สภำพภูมิประเทศที่ไม่เอื้ออ ำนวยต่อกิจกรรมทำง เศรษฐกิจที่ก่อให้เกิดรำยได้สูง ซึ่งส่งผลต่อกำรมีงำน ท ำ กำรมีรำยได้ และรวมถึงกำรยกระดับ คุณภำพ ชีวิตของคนในพื้นที่ รวมทั้งปัญหำกำรเข้ำถึง โครงสร้ำงพื้นฐำน กำรศึกษำ ที่ส่งผลต่อควำมยำกจน ของคนในพื้นที่ แผนที่ความยากจนรายจังหวัด ปี 2560
รายงานสถานการณ์ทางสังคมกลุ่มจังหวัด กลุ่มจังหวัดภาคใต้ชายแดน (ปัตตานี ยะลา นราธิวาส สงขลา และสตูล) ไตรมาสที่ 3 ปี 2562 (กรกฎาคม - กันยายน พ.ศ.2562) 4 คนจนมีกี่คน อยู่ที่ไหนกันบ้ำงใน 5 จังหวัด ข้อมูลจำก TPMAP แสดงจ ำนวนและสัดส่วนคน จนภำยในจังหวัดที่รับผิดชอบ สงขลำ 13,641 คน สตูล 12,425 คน ยะลำ 15,579 คน นรำธิวำส 17,975 คน ปัตตำนี 17,407 คน จังหวัดนรำธิวำสเป็นจังหวัดที่มีสัดส่วนคน จนมำกที่สุดใน 5 จังหวัดชำยแดนภำคใต้ที่รับผิดชอบ รองลงมำได้แก่ จังหวัดปัตตำนี ยะลำ สงขลำ และ สตูล เมื่อพิจำรณำจำกดัชนีควำมก้ำวหน้ำของคน (Human Achievement Index: HAI) ในปี 2560 โดยเฉพำะในจังหวัดนรำธิวำส และ ปัตตำนี ที่มีค่ำ HAI ต่ ำที่สุดใน 5 จังหวัด โดยจังหวัดนรำธิวำสจะมี ระดับควำมก้ำวหน้ำในด้ำนสุขภำพที่ต่ ำ ขณะที่ จังหวัดปัตตำนีมีระดับควำมก้ำวหน้ำด้ำนชีวิตกำร งำนต่ ำ เป็นต้น จังหวัดมีโครงสร้ำงทำงเศรษฐกิจที่ใช้ แรงงำนเป็นหลัก โดยอัตรำกำรมีส่วนร่วมของ แรงงำนต่อผลิตภัณฑ์มวลรวม (Contribution of Labor to GPP) อยู่ที่ร้อยละ -0.5 ถึง - 3.5 โดย แรงงำนส่วนใหญ่ท ำงำนในภำคกำรเกษตร ส่งผลให้ ผ ล ต อบ แทน แ รงง ำนใน จังห วัด ดังก ล่ ำ ว ต่ ำ นอกจำกนั้นจังหวัดยะลำ ปัตตำนีและนรำธิวำสซึ่งมี ปัญหำควำมไม่สงบฯ รวมถึงปัญหำโครงสร้ำงพื้นฐำน ในพื้นที่ห่ำงไกล ท ำให้ไม่มีกิจกรรมทำงเศรษฐกิจที่ ก่อให้เกิดรำยได้สูง เช่น อุตสำหกรรม เป็นต้น แม้ว่ำ จะมีศักยภำพในด้ำนกำรท่องเที่ยว แต่มีควำม เหมำะสมในกำรท่องเที่ยวในบำงฤดูกำลเท่ำนั้น ใน ส่วนของควำมยำกจนที่เกิดขึ้นภำยใน 3 จังหวัด ภำคใต้ชำยแดนส่วนหนึ่งมีสำเหตุมำจำกเหตุกำรณ์ไม่ สงบฯ จึงท ำให้ผู้ประกอบกำรไม่กล้ำเข้ำมำลงทุนและ ส่งผลกระทบต่อกำรจ้ำงงำน กำรขยำยตัวทำงด้ำน เศรฐกิจ จ ำนวนเงินหมุนเวียนในระบบมีน้อย จำก สำเหตุดังกล่ำวท ำให้ ค่าจ้างขั้นต่่าถูกที่สุดในประเทศ ประชำกรวัยแรงงำนส่วนใหญ่ออกนอกพื้นที่เพื่อหำ งำนท ำ จึงท ำให้บำงครัวเรือนไม่สำมำรถเข้ำถึงแหล่ง ทุน หนี้สินเฉลี่ยต่อครัวเรือนของทุกจังหวัดจึงเพิ่ม สูงขึ้นในทุกๆปี พบว่ำคนที่มีฐำนะทำงเศรษฐกิจต่ ำส่วนใหญ่ เป็นผู้ที่ท ำงำนในสำขำเกษตรกรรม ซึ่งท ำให้มีรำยได้ ต่ ำไปด้วย โดยเมื่อพิจำรณำ ค่ำจ้ำงแรงงำนจ ำแนก ตำมอุตสำหกรรม พบว่ำ แรงงำนในภำคเกษตรกรรม ได้รับค่ำจ้ำงต่ ำมำโดยตลอด โดยค่ำจ้ำงแรงงำนภำค เกษตร ในช่วงปี 2556 -2560 เพิ่มขึ้นเพียงร้อยละ 0.9 โดยในปี 2556 ค่ำจ้ำงแรงงำนภำค เกษตร เท่ำกับ 5,574 บำทต่อเดือน และเพิ่มเป็น 5,772 บำทต่อเดือนในปี 2560 โดยค่ำจ้ำงดังกล่ำวไม่เคย เพิ่มขึ้นเกินกว่ำ 6,000 บำทเลยในตลอดระยะเวลำ 5 ปีที่ผ่ำนมำ ขณะที่ค่ำจ้ำงแรงงำนภำคอุตสำหกรรม และ ภำคบริกำรเพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 2.2 และ 1.5 ต่อปี ตำมล ำดับ โดยในปี 2560 ค่ำจ้ำงแรงงำนใน ภำคอุตสำหกรรม อยู่ที่ 12,532 บำทต่อเดือน และ ค่ำจ้ำงแรงงำนในภำคบริกำรอยู่ที่ 14,867 บำทต่อ เดือน ควำมแตกต่ำงระหว่ำง กำรเพิ่มขึ้นของค่ำจ้ำง แรงงำน ส่งผลต่อควำมเหลื่อมล้ ำอย่ำงมำก
รายงานสถานการณ์ทางสังคมกลุ่มจังหวัด กลุ่มจังหวัดภาคใต้ชายแดน (ปัตตานี ยะลา นราธิวาส สงขลา และสตูล) ไตรมาสที่ 3 ปี 2562 (กรกฎาคม - กันยายน พ.ศ.2562) 5 ขณะเดียวกันเมื่อพิจำรณำระดับกำรศึกษำ ตำมสถำนะทำงเศรษฐกิจของครัวเรือน ยังพบด้วยว่ำ ครัวเรือนที่มีสถำนะทำงเศรษฐกิจต่ ำมีกำรศึกษำใน ระดับต่ ำ มีผลต่อค่ำจ้ำงและรำยได้ของครัวเรือนใน กลุ่ม ดังกล่ำวต่ ำไปด้วย จำกข้อมูลกำรส ำรวจ ภำวะกำรท ำงำนของประชำกรใน 2560 พบว่ำ ผู้มี งำนท ำที่จบกำรศึกษำ ระดับประถมศึกษำและต่ ำ กว่ำ ได้รับค่ำจ้ำงเฉลี่ย เพียง 8,060 บำทต่อเดือน และค่ำจ้ำงจะเพิ่มขึ้นตำมระดับ กำรศึกษำที่เพิ่ม โดย ผู้มีงำนท ำที่จบกำรศึกษำในระดับอุดมศึกษำได้รับ ค่ำจ้ำงเฉลี่ยสูงถึง 25,259 บำทต่อเดือนสูง กว่ำ ค่ำจ้ำงเฉลี่ยของผู้จบกำรศึกษำระดับประถมศึกษำ แลต่ ำกว่ำถึง 3 เท่ำ กำรเข้ำถึงสวัสดิกำรด้ำนสุขภำพของคนไทย จ ำแนกตำมกลุ่มรำยได้ พบว่ำ ทุกกลุ่มรำยได้มีกำร เข้ำถึงในระดับสูงกว่ำร้อยละ 90 โดยคนยำกจนที่สุด ร้อยละ 10 มีหลักประกันด้ำนสุขภำพคิดเป็น สัดส่วน ร้อยละ 98.42 อย่ำงไรก็ดีแม้ว่ำสวัสดิกำรด้ำน สำธำรณสุขจะครอบคลุมประชำกรเกือบทั้งหมด แต่ เมื่อ พิจำรณำรำยจ่ำยที่เกี่ยวข้องกับสุขภำพของคน แต่ละกลุ่ม ยังพบว่ำ คนที่มีรำยได้ต่ ำสุดมีสัดส่วน รำยจ่ำยด้ำนสุขภำพ สูงกว่ำคนที่มีรำยได้สูง โดยคน ที่มีรำยได้ต่ ำสุดมีรำยจ่ำยด้ำนสุขภำพ (ค่ำยำและ เวชภัณฑ์ รวมค่ำรักษำผู้ป่วยคนไข้ส ำนักงำน คณะกรรมกำรพัฒนำกำรเศรษฐกิจและสังคม แห่งชำติในและนอก) คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 11.54 ของรำยได้ ขณะที่คนรวยที่สุดมีรำยจ่ำยด้ำนสุขภำพ คิดเป็นสัดส่วนเพียง ร้อยละ 8.77 ต่อรำยได้เท่ำนั้น ควำมแตกต่ำงข้ำงต้นสะท้อนให้เห็นว่ำ ถึงแม้คนจน จะเข้ำถึงนโยบำยและ หลักประกันสุขภำพถ้วนหน้ำ ในอัตรำส่วนที่สูงแต่ก็ยังเป็นกลุ่มที่มีภำระรำยจ่ำย สูงที่สุด กระบวนกำรยุติธรรมทำงอำญำของประเทศ ไทยยังมีปัญหำควำมเหลื่อมล้ ำที่ยังปรำกฎให้เห็นอยู่ สม่ ำเสมอ จำกรำยงำน (ร่ำง) แผนแม่บทกำร บริหำรงำนยุติธรรมแห่งชำติ พ.ศ. 2562 – 2565 พบว่ำ จุดอ่อนของกระบวนกำรยุติธรรมทำงอำญำ คื อ ก ำ ร ห ำ ห ลั ก ป ร ะ กั นใ น ก ำ ร ป ร ะ กั น ตั ว ขณะเดียวกันกำรก ำหนด และบังคับโทษปรับ ยังเอื้อ ประโยชน์ให้คนที่มีสถำนะทำงเศรษฐกิจดีซึ่งสำมำรถ ช ำระค่ำปรับ และได้รับกำรปล่อยตัวเป็นอิสระท ำให้ โทษปรับไม่สำมำรถยับยั้งผู้กระท ำควำมผิดกลุ่มนี้ได้ และกลุ่มคนยำกจนที่ไม่มีหลักทรัพย์ในกำรประกัน ตัวเพียงพอ ได้รับกำรฝำกขังและด ำเนินกำรต่อในชั้น ศำลจนกว่ำจะสิ้นสุดคดีควำม
รายงานสถานการณ์ทางสังคมกลุ่มจังหวัด กลุ่มจังหวัดภาคใต้ชายแดน (ปัตตานี ยะลา นราธิวาส สงขลา และสตูล) ไตรมาสที่ 3 ปี 2562 (กรกฎาคม - กันยายน พ.ศ.2562) 6 ❖ บทสรุปและแนวทางการแก้ไข คนจนในประเทศไทยแบ่งเป็นสองกลุ่มคือคน จนในสังคมชนบทและคนจนในสังคมเมือง ดังนั้น แนวทำงในกำรแก้ไขปัญหำควำมยำกจนจึงควร ออกแบบให้ครอบคลุมกับคนจนทุกประเภท โดย ยกตัวอย่ำงแนวทำงกำรแก้ไขปัญหำควำมยำกจน ของธนำคำรโลกที่ได้ให้แนวทำงไว้กว้ำง ๆ ได้แก่ กำร สร้ำงโอกำสโดยกำรขยำยโอกำสทำงเศรษฐกิจ ส ำห รับคนจนโดยกร ะตุ้นเศรษฐกิจส่ วน ร ว ม เสริมสร้ำงเพิ่มพูนสินทรัพย์ของคนจน เช่น ที่ดินและ กำรศึกษำ และเพิ่มผลตอบแทนจำกสินทรัพย์ด้วย กำรท ำงำนที่เกี่ยวข้องและไม่เกี่ยวข้องกับกลไกตลำด กำรเสริมสร้ำงสิทธิและอ ำนำจของคนจน โดยท ำให้ กฎระเบียบของสถำบันของรัฐมีควำมรับผิดชอบต่อ สังคม และตอบสนองต่อคนจนมำกขึ้นส่งเสริมให้คน จนเข้ำมำ มีส่วนร่วมในกระบวนกำรทำงกำรเมือง และกำรตัดสินใจระดับท้องถิ่น กำรมีงำนท ำเป็นปัจจัยหลักที่ท ำให้คนยำกจน สำมำรถหลุดพ้นจำกปัญหำควำมยำกจนได้อีกทั้งยัง ช่วยลดควำมเหลื่อมล้ ำทำงสังคม เนื่องจำกมีคน ยำกจนจ ำนวนมำกที่ไม่ได้ท ำงำน มีแนวทำงที่ส ำคัญ คือ 1) กำรพัฒนำทักษะแรงงำน เพื่อเพิ่มผลิตภำพ แรงงำนไทยให้เป็นแรงงำนฝีมือที่มีคุณภำพและมี ควำมคิดริเริ่มสร้ำงสรรค์ โดยกำรพัฒนำคุณภำพ แรงงำนทั้งด้ำนทักษะฝีมือแรงงำน ทักษะกำรใช้ เทคโนโลยีทักษะทำงภำษำ และทักษะด้ำนกำร จัดกำร 2) ส่งเสริมกำรจ้ำงงำนผู้สูงอำยุด้วยกำรยืด ช่วงเวลำท ำงำนและเพิ่มโอกำสในกำรท ำงำน 3) กำรส่งเสริมให้มีโครงสร้ำงค่ำจ้ำงในสถำน ประกอบกำรที่สอดคล้องกับควำมสำมำรถและ ประสบกำรณ์รวมทั้งยกระดับกลไกกำรดูแลคุ้มครอง สวัสดิภำพของผู้ใช้แรงงำนให้เป็นไปตำมมำตรฐำนสำกล 4) กำรส่งเสริมกำรเพิ่มมูลค่ำสินค้ำเกษตร โดย กำรน ำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมำใช้ในกระบวนกำร ผลิต กำรแปรรูปรวมถึงกำรจัดหำช่องทำงกำรตลำด 5) จัดหำแหล่งทุนให้เกษตรกรรำยย่อยมีทุนใน กำรพัฒนำกำรเกษตรและยกระดับเป็นผู้ประกอบกำร กำรเกษตร 6) กำรส่งเสริมกำรมีที่ดินท ำกินกระจำยกำรถือ ครองที่ดินและกำรเข้ำถึงทรัพยำกรโดยแก้ไขปัญหำ •ควำมขัดแย้งระหว่ำงเขตพื้นที่ป่ำทับซ้อน พื้นที่ท ำกินของประชำชน • รับรองสิทธิชุมชนในกำรเข้ำใช้ประโยชน์ ที่ดิน ก ำหนดมำตรกำรเพื่อให้เกิด กำรใช้ประโยชน์ ที่ดินที่มีกรรมสิทธิ์อย่ำงเป็นธรรม และกระจำยกำร ถือครองที่ดินในขนำดที่เหมำะสมต่อกำรประกอบ อำชีพเพื่อให้เกิดควำมเป็นธรรมในกำรถือครองที่ดิน •ปรับระบบเอกสำรสิทธิ์กำรถือครองที่ดิน ประเภทต่ำงๆ ให้ผู้มีรำยได้น้อยและผู้ที่ไม่มีที่ดินเป็น กรรมสิทธิ์ใช้เป็นหลักฐำนประกอบกำรขอพิจำรณำ สินเชื่อกับ สถำบันกำรเงินได้ รวมถึงกำรปรับปรุง กฎระเบียบที่เกี่ยวข้องในกำรใช้ประโยชน์ที่ดิน สำธำรณะเพื่อกำรประกอบ อำชีพส ำหรับประชำชน เพื่อให้ผู้มีรำยได้น้อยเข้ำถึงกำรใช้ประโยชน์ที่ดินได้ อย่ำงเป็นธรรมและมีที่อยู่อำศัยที่ มั่นคง
รายงานสถานการณ์ทางสังคมกลุ่มจังหวัด กลุ่มจังหวัดภาคใต้ชายแดน (ปัตตานี ยะลา นราธิวาส สงขลา และสตูล) ไตรมาสที่ 3 ปี 2562 (กรกฎาคม - กันยายน พ.ศ.2562) 7 ➢ ด้านสวสัดิการ กำรมีสวัสดิกำรที่ตรงจุด และตอบสนองต่อ ปัญหำของกลุ่มคนจน จะเป็นกำรช่วยลดทั้งปัญหำ ควำมยำกจนและเหลื่อมล้ ำ โดยแนวทำงกำรจัด สวัสดิกำรมีดังนี้ 1) พัฒนำระบบสวัสดิกำร หลักประกันทำงสังคม และหลักประกันทำงเศรษฐกิจที่มีประสิทธิภำพและ คุ้มค่ำ โดยใช้ระบบฐำนข้อมูลในกำรจัดสวัสดิกำรให้ เหมำะสมกับกลุ่มเป้ำหมำย โดยหลักประกันทำง เศรษฐกิจที่ส ำคัญได้แก่ หลักประกันรำยได้ของกลุ่ม เกษตรกร หลักประกันด้ำนกำรออม และกำรบริหำร จัดกำรกำรเงินต้องส่งเสริมให้คนยำกจนทุกคนมีกำร ออมในระดับที่เหมำะสม ไม่เป็นภำระเมื่อเข้ำสู่ช่วง สูงวัย 2) กำรกระจำยบริกำรสำธำรณสุขอย่ำงทั่วถึง และมีคุณภำพ มีเป้ำหมำยเพื่อลดควำมเหลื่อมล้ ำใน กำรเข้ำถึงบริกำรทำงสำธำรณสุข ด้วยกำรพัฒนำ สถำนพยำบำลให้เพิ่มก ำลังคนและน ำเทคโนโลยี ดิจิทัลมำช่วยในกำรขยำยกำรให้บริกำร รวมทั้ง ยกระดับคุณภำพกำรให้บริกำรตำมมำตรฐำนสำกล ทั่วทุกพื้นที่ และส่งเสริมให้ประชำชนเข้ำถึงควำมรู้ เพื่อกำรดูแลสุขภำพตนเองและครอบครัวได้มำกขึ้น 3) เน้นกำรสร้ำงโอกำสในกำรเข้ำถึงกำรศึกษำที่ มีคุณภำพ โดยเฉพำะกลุ่มประชำกรในพื้นที่ ห่ำงไกล และยำกจน และกลุ่มเป้ำหมำยที่ต้องกำรกำรดูแล เป็นพิเศษ กำรสนับสนุนกลไกควำมร่วมมือของ ภำค ส่วนต่ำงๆ เพื่อพัฒนำกำรศึกษำในระดับจังหวัด เน้น กำรใช้เทคโนโลยีเพื่อส่งเสริมกำรเรียนรู้ รวมถึงระบบ กำรติดตำมสนับสนุนและประเมินผลเพื่อสร้ำง หลักประกันสิทธิกำรได้รับกำรศึกษำที่มีคุณภำพของ ประชำชน โครงสร้ำงพื้นฐำนเป็นสิ่งหนึ่งที่รัฐจ ำเป็นต้องจัดหำ ให้กับประชำชนอย่ำงเท่ำเทียมจำกข้อมูล พบว่ำ ยังมี โครงสร้ำงพื้นฐำนในบำงประเภทที่ยังเหลื่อมล้ ำอยู่ โดยเฉพำะในด้ำนเทคโนโลยี ซึ่งแนวทำงในกำร ด ำเนินกำรแก้ไข เป็นดังนี้กำรกระจำยโครงสร้ำง พื้นฐำนด้ำนเทคโนโลยี คมนำคม ขนส่งมวลชน กำร สื่อสำร พลังงำน สิ่งแวดล้อม โดยให้กำรจัดท ำผัง เมืองและผังภำค เป็นเครื่องมือในกำรบริหำรจัดกำร ทรัพยำกร เพิ่มประสิทธิภำพ กำรใช้ประโยชน์ที่ดิน ลดกำรกระจัดกระจำยของเมือง ปกปูองพื้นที่ เกษตรกรรม วำงแผนโครงสร้ำงพื้นฐำนและ ส ำธ ำ รณูปโภคให้มีคว ำมคุ้มค่ ำต่อก ำ รลงทุน ก่อให้เกิดควำมสมดุลระหว่ำงโครงสร้ำงพื้นฐำนกับ จ ำนวนประชำกร และกำรเติบโตทำงเศรษฐกิจ ตลอดจนกระตุ้นให้เกิดกำรขยำยตัวของแหล่งงำน และกำรจ้ำงงำน
รายงานสถานการณ์ทางสังคมกลุ่มจังหวัด กลุ่มจังหวัดภาคใต้ชายแดน (ปัตตานี ยะลา นราธิวาส สงขลา และสตูล) ไตรมาสที่ 3 ปี 2562 (กรกฎาคม - กันยายน พ.ศ.2562) 8 เอกสารอ้างอิง ระบบบริหำรจัดกำรข้อมูลกำรพัฒนำคนแบบชี้เป้ำภำพรวมคนจนในปี พ.ศ. 2561 www.tpmap.in.th/2561 รำยงำนกำรพัฒนำคุณภำพชีวิตประชำกรจังหวัดสงขลำ ปี 2561 http://pubhtml5.com/ztuk/wnto บทควำมสถำนกำรณ์ควำมยำกจนและควำมเหลื่อมล้ ำ (อะไรที่ไม่ปรำกฎในข่ำว) https://www.the101.world/secrets-on-poverty-and-inequality/ รำยงำนสถำนกำรณ์ควำมยำกจนและควำมเหลื่อมล้ ำปี 2559-2560 http://social.nesdb.go.th/social/Portals ระบบฐำนข้อมูลทำงสังคมและคุณภำพชีวิต http://social.nesdb.go.th/social/Default.aspx?tabid=125&articleType=ArticleView&articleId=202 ประชำชำติธุรกิจแนวทำงกำรแก้ไขปัญหำควำมยำกจน https://www.prachachat.net/finance/news-313175 ส ำนักงำนพัฒนำเศรษฐกิจและสังคมแห่งชำติ https://www.nesdb.go.th/main.php?filename=intro
รายงานสถานการณ์ทางสังคมระดับกลุ่มจังหวัดในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (สงขลา สตูล ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๒) ข้อเสนอแนะ การพัฒนาประเทศไทยในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๒ (พ.ศ. ๒๕๖๐- ๒๕๖๔) อยู่ในห้วงเวลาของการปฏิรูปประเทศเพื่อแก้ปัญหาพื้นฐานหลายด้านที่สั่งสมมานานท่ามกลาง สถานการณ์โลกที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็วและเชื่อมโยงกันใกล้ชิดมากขึ้น ท่ามกลางปัญหาท้าทายหลากหลายที่ทุก ภาคส่วนต้องตระหนักว่าการพัฒนาประเทศไทยไปสู่การเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วมี“ความมั่นคง มั่งคั่ง และ ยั่งยืน “ ในระยะยาวได้นั้น นับเป็นจังหวะเวลาที่ท้าทายอย่างมากที่ประเทศไทยต้องปรับตัว ขนานใหญ่ โดย จะต้องเร่งพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การวิจัยและพัฒนา และนวัตกรรมให้เป็นปัจจัยหลัก ในการ ขับเคลื่อนการพัฒนาในทุกด้านเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยท่ามกลาง การแข่งขัน ในโลกที่รุนแรงขึ้นมากแต่ประเทศไทยมีข้อจำกัดหลายด้าน อาทิคุณภาพคนไทยยังต่ำ แรงงาน ส่วนใหญ่มี ปัญหาทั้งในเรื่ององค์ความรู้ ทักษะ และทัศนคติ สังคมขาดคุณภาพและมีความเหลื่อมล้ำาสูงที่เป็น อุปสรรค ต่อการยกระดับศักยภาพการพัฒนา โครงสร้างประชากรเข้าสู่สังคมสูงวัยส่งผลให้ขาดแคลนแรงงาน สถานการณ์ปัญหาด้านสาธารณสุข การบริการด้านสาธารณสุขในพื้นที่ ๕ จังหวัดภาคใต้ชายแดน ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติบ่ง ชี้ให้เห็นได้ชัดว่าจำนวนของแพทย์ไม่เพียงพอต่อประชากร เมื่อเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยรวมจะเห็นได้ชัดว่า แพทย์ ๑ คน ต่อประชากร ๒,๐๑๐ คน ในส่วนของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) มีจำนวนน้อยกว่า จำนวนตำบลทั้งหมดในแต่ละจังหวัดจึงเข้าไม่ทั่วถึงประชากรภายในจังหวัด ประกอบกับข้อมูลจากกระทรวง สาธารณสุขบ่งชี้ถึงการผลิตบุคลากรด้านสาธารณสุขของประเทศไทยประจำปี 2560 มีไม่เพียงพอจักเห็นได้ จากการผลิตแพทย์ของกระทรวงสาธารณะสุข 933 คน นอกกระทรวงสาธารณสุข 1,626 คน ทันตแพทย์ นอกกระทรวงสาธารณสุข 843 คน เภสัชกรนอกกระทรวงสาธารณสุข 2,015 คน พยาบาลกระทรวง สาธารณสุข 4,000 คน พยาบาลนอกกระทรวงสาธารณสุข 5,860 คน นักเทคนิคการแพทย์นอกกระทรวง สาธารณสุข 1,365 คน นักกายภาพบำบัดนอกกระทรวงสาธารณสุข 800-1,000 คน และอื่นๆ สถานการณ์ปัญหาด้านเศรษฐกิจ ข้อมูลจากสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติแสดงผลการขยายตัวของ ผลิตภัณฑ์มวลรวม ๕ จังหวัดภาคใต้ชายแดน ปีล่าสุดเห็นได้ชัดว่า ๔ จังหวัด (สงขลา ยะลา ปัตตานี นราธิวาส) ไม่มีการขยายตัวและเศรษฐกิจยังซบเซาจากปีที่ผ่านมาค่อนข้างมาก ส่งผลให้เกิดการกู้ยืม เพื่อมาใช้จ่ายใน ครัวเรือนหนี้สินเฉลี่ยต่อครัวเรือนจึงเพิ่มมากขึ้น สถานการณ์ปัญหาด้านความยากจน ปัญหาความยากจนเป็นประเด็นปัญหาที่จังหวัดในภาคใต้และภาคใต้ชายแดนต้องเผชิญมาเป็นระยะ เวลานาน ซึ่งข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติระบุข้อมูลสัดส่วนคนจน พบว่าจังหวัดปัตตานีเป็นจังหวัดยากจน ที่สุดในประเทศไทยโดยสัดส่วนคนจนเท่ากับร้อยละ 34.20 รองลงมาได้แก่ จังหวัดนราธิวาส โดย ๒ จังหวัดนี้
รายงานสถานการณ์ทางสังคมระดับกลุ่มจังหวัดในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (สงขลา สตูล ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๒) เป็นจังหวัดที่ติดอันดับ ๑ ใน 10 ของจังหวัดที่มีสัดส่วนคนจนสูงที่สุด นอกจากนี้จังหวัดดังกล่าวยังมี ระดับการพัฒนาที่ต่ำเมื่อพิจารณาจากดัชนีความก้าวหน้าของคน ซึ่งจังหวัดนราธิวาสจะมีระดับความก้าวหน้า ใน ด้านสุขภาพที่ต่ำา ขณะที่จังหวัดปัตตานีมีระดับความก้าวหน้าด้านชีวิตการงานต่ำ แนวทางการแก้ไขปัญหา 1. การส่งเสริมการมีงานทำ การมีงานทำเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้คนยากจนสามารถหลุดพ้นจากปัญหาความยากจนได้อีกทั้งยังช่วย ลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม เนื่องจากมีคนยากจนจำนวนมากที่ไม่ได้ทำงาน มีแนวทางที่สำคัญ คือ 1) การพัฒนาทักษะแรงงาน เพื่อเพิ่มผลิตภาพแรงงานไทยให้เป็นแรงงานฝีมือที่มีคุณภาพและ ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ โดยการพัฒนาคุณภาพแรงงานทั้งด้านทักษะฝีมือแรงงาน ทักษะการใช้เทคโนโลยี ทักษะทางภาษา และทักษะด้านการจัดการ 2) ส่งเสริมการจ้างงานผู้สูงอายุด้วยการยืดช่วงเวลาทำงานและเพิ่มโอกาสในการทำงาน 3) การส่งเสริมให้มีโครงสร้างค่าจ้างในสถานประกอบการที่สอดคล้องกับความสามารถและ ประสบการณ์ รวมทั้งยกระดับกลไกการดูแลคุ้มครองสวัสดิภาพของผู้ใช้แรงงานให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล 4) การส่งเสริมการเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร โดยการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้ใน กระบวนการ ผลิต การแปรรูป รวมถึงการจัดหาช่องทางการตลาด สถานการณ์ปัญหาด้านสภาพที่อยู่อาศัย จากการสำรวจของการเคหะแห่งชาติพบว่าภาคใต้ชายแดนมีสภาพความเป็นอยู่ ความไม่มั่นคงในที่อยู่ อาศัยและบ้านมีสภาพไม่คงทนถาวร อยู่กันอย่างแออัดในพื้นที่ใช้สอยจำกัด ซึ่งเห็นได้ว่าอัตราส่วนของชุมชน แออัดแต่ละจังหวัดเกินครึ่งหนึ่งของจำนวนชุมชนที่มีผู้อยู่อาศัยทั้งหมด สาเหตุเนื่องมาจากประชากรมีฐานะ ยากจนและสภาพแวดล้อมบริเวณข้างเคียงไม่สามารถขยับขยายหรือปรับสภาพที่อยู่อาศัยได้ซึ่งที่ผ่านมา หน่วยงานของ พมจ.ร่วมกับหน่วยงานส่วนท้องถิ่นดำเนินงานแบบบูรณาการให้ความช่วยเหลือแก้ไขปัญหา อย่างต่อเนื่องและทั่วถึง
ก รายงานสถานการณ์ทางสังคมระดับกลุ่มจังหวัดในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (สงขลา สตูล ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๒) บทสรุปผู้บริหาร การจัดทำรายงานสถานการณ์ทางสังคมระดับกลุ่มจังหวัดภาคใต้ชายแดน มีเขตพื้นที่รับผิดชอบ 5 จังหวัด ได้แก่ สงขลา สตูล ปัตตานี ยะลา นราธิวาส มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์การจัดทำรายงานสถานการณ์ทางสังคมและ การคาดการณ์แนวโน้มสถานการณ์ทางสังคมในพื้นที่กลุ่มจังหวัดที่มีความเชื่อมโยงกับพื้นที่จังหวัด บนข้อมูลพื้นฐานด้าน สถิติที่เป็นประเด็นสำคัญในด้านต่าง ๆ ทั้งข้อมูลพื้นที่ ประชากร การศึกษา สาธารณสุข แรงงาน ที่อยู่อาศัย เศรษฐกิจ เป็นต้น เพื่อรวบรวมวิเคราะห์ และประมวลผลจากข้อมูลข้างต้นมาจัดทำเป็นรายงานสถานการณ์ทางสังคม ในพื้นที่ 5 จังหวัดภาคใต้ชายแดน ซึ่งมีลักษณะเฉพาะที่น่าสนใจและมีความแตกต่างจากพื้นที่อื่น ๆ ของประเทศ ทั้งด้านภาษา ศาสนา และวัฒนธรรม รวมไปถึงสถานการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเป็นปัจจัยที่ สำคัญที่ส่งผลต่อการพัฒนาพื้นที่ และนำไปสู่ปัญหาอื่น ๆให้เกิดขึ้นตามมา ทั้งนี้เพื่อเป็นประโยชน์ในการจัดทำแผนงาน โครงการ กิจกรรม อันจะนำไปสู่การบูรณาการการทำงานร่วมกันของหน่วยงานต่าง ๆ ในพื้นที่ ทั้งภาครัฐ หน่วยงาน ระดับท้องถิ่น เอกชน หรือองค์กรภาคประชาสังคมในพื้นที่ โดยรายงานสถานการณ์ทางสังคมฉบับนี้ จะประกอบด้วย ข้อมูลต่าง ๆ ที่สำคัญ 4 ส่วน ได้แก่ บทนำ ข้อมูลพื้นฐานทางสังคม ในพื้นที่กลุ่มจังหวัด สถานการณ์เชิงกลุ่มเป้าหมาย หรือเชิงประเด็นในพื้นที่กลุ่มจังหวัด บทสรุปและข้อเสนอแนะ โดยสรุปได้ดังนี้ กลุ่มจังหวัดชายแดนภาคใต้ตั้งอยู่ตอนล่างสุดปลายด้ามขวานของประเทศไทย บริเวณที่ตั้งอยู่ระหว่างเส้นรุ้งที่ 5 องศา 30 ลิปดาเหนือ ถึง 8 องศาเหนือ และเส้นแวงที่ 99 องศาตะวันออก ถึง 105 องศา 15 ลิปดาตะวันออก ห่างจากกรุงเทพฯ โดยทางรถไฟ ประมาณ 937 กิโลเมตร โดยทางรถยนต์ 1,200 กิโลเมตร ทางทะเล 725 กิโลเมตร ติดต่อทะเลอ่าวไทย ด้านทิศตะวันออก ระยะทาง 330 กิโลเมตร ติดต่อทะเลอันดามัน ด้านทิศตะวันตก ระยะทาง 144.3 กิโลเมตร ส่วนด้านทิศใต้ติดต่อประเทศมาเลเซียระยะทาง 500 กิโลเมตร มีพื้นที่รวมทั้งสิ้น 20,809.730 ตาราง กิโลเมตร แบ่งพื้นที่ออกเป็น 5 จังหวัด ประกอบด้วย จังหวัดสงขลา สตูล ปัตตานี ยะลา นราธิวาส โดยจังหวัดที่มีพื้นที่ มากที่สุดคือจังหวัดสงขลา รองลงมาคือจังหวัดยะลา นราธิวาส สตูล และปัตตานี ตามลำดับ ลักษณะภูมิประเทศมีพื้นที่ ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่การเกษตร มีเทือกเขาสำคัญคือ เทือกเขาสันกลาคีรี ลักษณะภูมิอากาศของกลุ่มจังหวัดภาคใต้ ชายแดน สามารถแบ่งลักษณะออกเป็น 2 บริเวณ คือฝั่งตะวันออกซึ่งอยู่ในกลุ่มภูมิอากาศเขตร้อนชื้น ส่วนฝั่งตะวันตก จัดอยู่ในภูมิอากาศเขตฝนมรสุม มีการปกครองส่วนภูมิภาค ประกอบด้วย 56 อำเภอ 413 ตำบล 2913 หมู่บ้าน ประชากรทั้งสิ้น 3,746,853 คน แบ่งเป็นประชากรชาย 1,843,188 ประชากรหญิง 1,903,665 ความหนาแน่น ของประชากรต่อพื้นที่คิดเป็น 981.93 คน/ตร.กม. หนาแน่นมากที่สุดคือ จังหวัดปัตตานี 365.81 คน/ตร.กม. การ ให้บริการด้านสาธารณสุขในพื้นที่ ประกอบด้วยโรงพยาบาลศูนย์ 2 แห่ง โรงพยาบาลทั่วไป 6 แห่ง โรงพยาบาลชุมชน 49 แห่ง โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบล 550 แห่ง โรงพยาบาลเอกชน 7 แห่ง รวม 614 แห่ง โดยมีสัดส่วน
ข รายงานสถานการณ์ทางสังคมระดับกลุ่มจังหวัดในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (สงขลา สตูล ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๒) ประชากรต่อแพทย์อยู่ที่ 1 : 2,010 ด้านการศึกษา มีสถานศึกษาทั้งในระบบและนอกระบบรวม 2,516 แห่ง ข้อมูลด้านแรงงาน ภาวะการมีงานทำของประชากรในพื้นที่ แบ่งเป็น กำลังแรงงานในปัจจุบัน 1,910,481 คน กำลังแรงงานที่รอฤดูกาล 2,771 คน และผู้ที่ไม่อยู่ในกำลังแรงงาน 862,629 คน รวมทั้งสิ้น 2,775,881 คน โดยมีประชากรต่างด้าวที่ได้รับใบอนุญาตในการทำงานคงเหลือ จำนวน 61,537 ด้านที่อยู่อาศัย มีประชากรที่อาศัยอยู่ ในชุมชนผู้มีรายได้น้อยจำนวน 171,936 คน อาศัยอยู่ใน 144 ชุมชน แบ่งเป็นชุมชนแออัด 100 ชุมชน ชุมชนเมือง 18 ชุมชน และชุมชนชานเมือง 26 ชุมชน ด้านเศรษฐกิจ มีการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัดในปี 2560 (GDP) ภาพรวม 5 จังหวัด คิดเป็นร้อยละ -5.7 ขยายตัวสูงสุดคือจังหวัดสตูล คิดเป็นร้อยละ 3.3 และขยายตัวต่ำสุดคือ จังหวัดนราธิวาส คิดเป็นร้อยละ -3.5 ส่วนข้อมูลผลิตภัณฑ์จังหวัดต่อหัว (GPP per capita) ในปี 2559 คิดเป็น 527,677 บาทต่อปีสูงสุดคือจังหวัดสงขลา คิดเป็น 157,029 บาทต่อปี และต่ำสุดคือจังหวัดนราธิวาส คิดเป็น 61,115 บาทต่อปีรายได้โดยเฉลี่ยต่อครัวเรือนในปี 2560 สูงสุดในพื้นที่จังหวัดสงขลา คิดเป็น 26,702.74 บาทต่อ เดือนต่อครัวเรือน ต่ำสุดคือจังหวัดนราธิวาส คิดเป็น 17,179.61 บาทต่อ ข้อมูลด้านกลุ่มเป้าหมาย ประกอบด้วย ข้อมูลผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ด้อยโอกาส รวมถึงข้อมูลด้านภาคีเครือข่าย
Êӹѡ§Ò¹Ê‹§àÊÃÔÁáÅÐʹѺʹعÇÔªÒ¡Òà ñò กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์