แผนปฏิบัติการ การขับเคลื่อนโครงการโรงเรียนคุณภาพ ตามนโยบาย 1 อำเภอ 1 โรงเรียนคุณภาพ ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ
คำนำ แผนปฏิบัติการการขับเคลื่อนโครงการโรงเรียนคุณภาพของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา กาญจนบุรี เขต 1 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ดำเนินการสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ(พ.ศ. 2561 - 2580) และเป็นไปตามนโยบายรัฐบาลปัจจุบันที่ต้องการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาที่เป็นรากฐานสำคัญของ ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในสังคมไทย แผนปฏิบัติการการขับเคลื่อนโครงการโรงเรียนคุณภาพของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา กาญจนบุรี เขต 1 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ประกอบด้วยสาระสำคัญ คือ ส่วนที่ 1 บทนำ นำเสนอความ เป็นมาโครงการ การวิเคราะห์การประเมินความพร้อมของโรงเรียน และผลการประเมินความพร้อมของโรงเรียน คุณภาพตามนโยบาย “1 อำเภอ 1 โรงเรียนคุณภาพ” ส่วนที่ 2 บริบทที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ยุทธศาสตร์ชาติ นโยบาย และ คำสั่งที่เกี่ยวข้อง ส่วนที่ 3 แผนปฏิบัติการการขับเคลื่อนโครงการโรงเรียนคุณภาพของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 แสดงรายละเอียดวิสัยทัศน์ พันธกิจ และ ยุทธศาสตร์ของแผนปฏิบัติการฯ ดังกล่าว ความเชื่อมโยงของการจัดทำแผน และข้อมูลชื่อโครงการ ตัวชี้วัดและค่า เป้าหมาย และงบประมาณ ขอขอบพระคุณหน่วยงานและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องที่ให้ความร่วมมือในการจัดทำแผนปฏิบัติการการขับเคลื่อน โครงการโรงเรียนคุณภาพของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 จนสำเร็จ เพื่อเป็นกรอบทิศทางในการดำเนินการขับเคลื่อนโครงการโรงเรียนคุณภาพที่สอดคล้องกับ ยุทธศาสตร์ชาติ และนโยบายสำคัญ อันจะส่งผลให้โรงเรียนในท้องถิ่นระดับอำเภอได้รับการพัฒนาให้มีคุณภาพ ได้ มาตรฐานตามบริบทของตนเอง และเพิ่มโอกาสให้นักเรียนได้เข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1 ก
สารบัญ หน้า คำนำ ก สารบัญ ข ส่วนที่ 1 บทนำ 1 ความเป็นมา 1 ข้อมูลของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1 6 การวิเคราะห์การประเมินความพร้อมของโรงเรียนคุณภาพตามนโยบาย 1 อำเภอ 1 โรงเรียน คุณภาพของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1 ภาพรวมผลคะแนนการประเมินความพร้อมของโรงเรียนคุณภาพตามนโยบาย 1 อำเภอ 1 โรงเรียน คุณภาพของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1 ปี 2567 แนวทางการจัดทำแผนปฏิบัติการการขับเคลื่อนโครงการโรงเรียนคุณภาพตามนโยบาย 1 อำเภอ 1 โรงเรียนคุณภาพของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 20 21 ส่วนที่ 2 บริบทที่เกี่ยวข้อง 22 ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561 - 2580) 22 นโยบายรัฐบาล นายเศรษฐา ทวีสิน ที่แถลงต่อรัฐสภา 24 แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ 24 ส่วนที่ 3 แผนปฏิบัติการการขับเคลื่อนโครงการโรงเรียนคุณภาพตามนโยบาย 1 อำเภอ 1 โรงเรียน คุณภาพของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 31 แผนปฏิบัติการการขับเคลื่อนโครงการโรงเรียนคุณภาพตามนโยบาย 1 อำเภอ 1 โรงเรียน คุณภาพของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 31 ภาคผนวก คำสั่งคณะทำงานจัดทำแผนปฏิบัติการการขับเคลื่อนโครงการโรงเรียนคุณภาพของสำนักงานเขตพื้นที่ การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ข
1 ส่วนที่ 1 บทนำ ความเป็นมา จากสภาพปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาที่เป็นรากฐานสำคัญของความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้น ในสังคมไทย อีกทั้ง สถานการณ์ปัจจุบันจำนวนนักเรียนลดลง ส่งผลให้จำนวนโรงเรียนขนาดเล็กเพิ่มมากขึ้น ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา และนักเรียนขาดโอกาสทางการศึกษา รัฐบาลได้ตระหนักถึงความสำคัญในสถานการณ์ด้านการศึกษา นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ได้แถลง นโยบายที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา ซึ่งได้กำหนดแนวทางการดำเนินการ โดยรัฐบาลจะดำเนินนโยบายปฏิรูปการศึกษาและ สร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต มุ่งส่งเสริมให้เป็นคนดี มีวินัย ภูมิใจในชาติ รวมทั้งเสริมสร้างศักยภาพของผู้เรียน ตามความถนัด ส่งเสริมการอ่าน เพื่อสร้างอนาคต สร้างรายได้กระจายอำนาจการศึกษาให้ผู้เรียนได้เข้าถึงการเรียนรู้ อย่างทั่วถึง ประกอบกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (พลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ) ได้นำนโยบายรัฐบาล มาขับเคลื่อนเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาภายใต้แนวทางการทำงาน “จับมือไว้แล้วไปด้วยกัน” และ ใช้สำนวนที่เข้าใจง่ายคือ “เรียนดี มีความสุข” เมื่อนักเรียนมีความสุขจะส่งผลให้การเรียนดีขึ้น เมื่อการเรียน ดีขึ้นจะส่งผลกลับไปทำให้มีความสุขมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (พลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ) ได้กำหนดนโยบาย 1 อำเภอ 1 โรงเรียนคุณภาพ ที่เป็นหนึ่งในนโยบายที่ต้องเร่งดำเนินการ โดยมอบหมายให้ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานดำเนินงานโครงการโรงเรียนคุณภาพ 1 อำเภอ 1 โรงเรียนคุณภาพ ซึ่งถูกกำหนดเป็น 1 ในนโยบายเร่งด่วน (Quick Win) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 โดยพัฒนาต่อยอด จากโครงการโรงเรียนคุณภาพประจำตำบล โรงเรียนคุณภาพของชุมชน โรงเรียนมัธยมดีสี่มุมเมือง และโรงเรียน ที่สามารถดำรงตนอยู่ได้อย่างมีคุณภาพ (Stand Alone) โดยการผลักดันโรงเรียนคุณภาพ เพื่อขับเคลื่อน ให้แต่ละอำเภอได้มีโรงเรียนที่มีคุณภาพอย่างน้อย 1 โรงเรียนขึ้นไป รวมทั้งสิ้น 1,808 โรงเรียน ซึ่งประกอบด้วย โรงเรียนคุณภาพ ระดับประถมศึกษา จำนวน 901 โรงเรียน ที่มีการพัฒนายกระดับคุณภาพการศึกษา สามารถรองรับนักเรียนโรงเรียนเครือข่ายโดยรอบที่เป็นโรงเรียนขนาดเล็ก ให้มีการเรียนรวมที่โรงเรียนคุณภาพ (โรงเรียนหลัก) มีการแบ่งปันทรัพยากรทางการศึกษาร่วมกันอย่างมีคุณภาพ ส่งผลให้ผู้ปกครองและชุมชน เกิดความเชื่อมั่น โรงเรียนคุณภาพ ระดับมัธยมศึกษา ที่มีการส่งเสริมให้มีศักยภาพ ทั้งในด้านการบริหารจัดการ ที่มีประสิทธิภาพ ด้านวัสดุ อุปกรณ์ สื่อและเทคโนโลยี ที่มีความพร้อมด้านการจัดการเรียนการสอนที่มีคุณภาพ สามารถดึงดูดนักเรียนจากโรงเรียนเครือข่ายโดยรอบ ที่เป็นโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา อีกทั้งเป็นทางเลือก ให้แก่ผู้ปกครองและชุมชน ซึ่งเป็นการลดความเหลื่อมล้ำและเพิ่มโอกาสในการศึกษาของนักเรียน มุ่งหวังให้โรงเรียน ได้รับการพัฒนาด้านการศึกษาให้มีคุณภาพและปลอดภัย ประกอบกับยุทธศาสตร์ชาติด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ที่มีเป้าหมายการพัฒนา ที่สำคัญเพื่อพัฒนาคนในทุกมิติและในทุกช่วงวัยให้เป็นคนดี เก่ง และมีคุณภาพ โดยยุทธศาสตร์ดังกล่าวเป็นผลจาก ทรัพยากรมนุษย์เป็นปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญในการยกระดับการพัฒนาประเทศในทุกมิติไปสู่เป้าหมายการเป็นประเทศ ที่พัฒนาแล้วที่ขับเคลื่อนโดยภูมิปัญญาและนวัตกรรมในอีก 20 ปีข้างหน้า ดังนั้น จึงจำเป็นต้องมีการวางรากฐาน การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของประเทศอย่างเป็นระบบ โดยจำเป็นต้องมุ่งเน้นการพัฒนาและยกระดับคนในทุกมิติ
2 และในทุกช่วงวัยให้เป็นทรัพยากรมนุษย์ที่ดี เก่ง และมีคุณภาพพร้อมขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศไปข้างหน้าได้ อย่างเต็มศักยภาพ จึงได้กำหนดประเด็นยุทธศาสตร์ที่เน้นทั้งการแก้ไขปัญหาการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในปัจจุบัน และการเสริมสร้างและยกระดับการพัฒนา เพื่อสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์อย่างครอบคลุม ประกอบด้วย การพัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต การปฏิรูปการเรียนรู้แบบพลิกโฉมในทุกระดับตั้งแต่ระดับปฐมวัย จนถึงการเรียนรู้ตลอดชีวิต โดยการพัฒนาระบบการเรียนรู้ที่ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21 การเพิ่มประสิทธิภาพระบบบริหารจัดการศึกษา และการพัฒนาระบบการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อพัฒนาผู้เรียน ให้สามารถกำกับการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับตนเองได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งการดำเนินโครงการโรงเรียนคุณภาพตามนโยบาย 1 อำเภอ 1 โรงเรียนคุณภาพต้องมีการคำนึงถึงบทบาทของทุกภาคส่วนไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และ ภาคประชาสังคม เพื่อให้เข้ามามีส่วนร่วมในทุกกระบวนการ ตั้งแต่กระบวนการจัดทำแผน การแปลงยุทธศาสตร์ชาติฯ ไปสู่การปฏิบัติการติดตามประเมินผลและรายงานผลการดำเนินการตามนโยบายให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษา ขั้นพื้นฐานและสาธารณชนได้รับทราบ ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อน โครงการโรงเรียนคุณภาพตามนโยบาย 1 อำเภอ 1 โรงเรียนคุณภาพให้สามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยพัฒนาและยกระดับคุณภาพการศึกษา เพื่อแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาที่เป็นรากฐานสำคัญ ของความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในสังคมไทย สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้กำหนดแนวทางการจัดทำแผนปฏิบัติการการขับเคลื่อน โครงการโรงเรียนคุณภาพตามนโยบาย 1 อำเภอ 1 โรงเรียนคุณภาพ เพื่อให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและโรงเรียน คุณภาพตามนโยบาย 1 อำเภอ 1 โรงเรียนคุณภาพแปลงแนวทางไปสู่การปฏิบัติ โดยการจัดทำแผนปฏิบัติการ การขับเคลื่อนโครงการโรงเรียนคุณภาพตามนโยบาย 1 อำเภอ 1 โรงเรียนคุณภาพ ให้คำนึงถึงความสอดคล้องกับ ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2561 – 2580) และแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2566 - 2580) ฉบับปรับปรุง ประเด็นที่ 12 การพัฒนาการเรียนรู้ จึงนำมาสู่การจัดทำแผนปฏิบัติการการขับเคลื่อนโครงการ โรงเรียนคุณภาพตามนโยบาย 1 อำเภอ 1 โรงเรียนคุณภาพของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ฉบับนี้ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1 จึงได้จัดทำแผนปฏิบัติการการขับเคลื่อน โครงการโรงเรียนคุณภาพตามนโยบาย 1 อำเภอ 1 โรงเรียนคุณภาพของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา กาญจนบุรี เขต 1 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 เพื่อเป็นกรอบทิศทางในการดำเนินการขับเคลื่อนโครงการที่ สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติและนโยบายสำคัญ อันจะส่งผลให้การพัฒนาและยกระดับคุณภาพการศึกษาโรงเรียน เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ข้อมูลของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1 จัดตั้งขึ้นตั้งแต่ปีพุทธศักราช 2546 ซึ่งเป็นผล จากพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 และแก้ไขเพิ่มเติม สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1 มีอำนาจหน้าที่ดำเนินการให้เป็นไปตามอำนาจ หน้าที่ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ และมีอำนาจ หน้าที่ ดังต่อไปนี้
3 (๑) จัดทำนโยบาย แผนพัฒนา และมาตรฐานการศึกษาของเขตพื้นที่การศึกษาให้สอดคล้องกับนโยบาย มาตรฐานการศึกษา แผนการศึกษา แผนพัฒนาการศึกษาขั้นพื้นฐาน และความต้องการของท้องถิ่น (๒) วิเคราะห์การจัดตั้งงบประมาณเงินอุดหนุนทั่วไปของสถานศึกษา และหน่วยงานในเขตพื้นที่การศึกษา และแจ้งการจัดสรรงบประมาณที่ได้รับให้หน่วยงานข้างต้นรับทราบ รวมทั้งกำกับตรวจสอบ ติดตามการใช้จ่าย งบประมาณของหน่วยงานดังกล่าว (๓) ประสาน ส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนาหลักสูตรร่วมกับสถานศึกษาในเขตพื้นที่การศึกษา (๔) กำกับ ดูแล ติดตาม และประเมินผลสถานศึกษาขั้นพื้นฐานและในเขตพื้นที่การศึกษา (๕) ศึกษา วิเคราะห์ วิจัย และรวบรวมข้อมูลสารสนเทศด้านการศึกษาในเขตพื้นที่การศึกษา (๖) ประสานการระดมทรัพยากรด้านต่าง ๆ รวมทั้งทรัพยากรบุคคล เพื่อส่งเสริม สนับสนุนการจัดและพัฒนา การศึกษาในเขตพื้นที่การศึกษา (๗) จัดระบบประกันคุณภาพการศึกษา และประเมินผลสถานศึกษาในเขตพื้นที่การศึกษา (๘) ประสาน ส่งเสริม สนับสนุน การจัดการศึกษาของสถานศึกษาเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมทั้งบุคคล องค์กรชุมชน องค์กรวิชาชีพ สถาบันศาสนา สถานประกอบการ และสถาบันอื่นที่จัดการศึกษารูปแบบ ที่หลากหลายในเขตพื้นที่การศึกษา (๙) ดำเนินการและประสาน ส่งเสริม สนับสนุนการวิจัยและพัฒนาการศึกษาในเขตพื้นที่การศึกษา (๑๐) ประสาน ส่งเสริม การดำเนินการของคณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ และคณะทำงานด้านการศึกษา (๑๑) ประสานการปฏิบัติราชการทั่วไปกับองค์กรหรือหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐ เอกชน และองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น (๑๒) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือที่ได้รับมอบหมาย โครงสร้างการแบ่งส่วนราชการ (ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1 ตาม แผนปฏิบัติการ) อำนาจหน้าที่ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต ๑ เป็นหน่วยงานภายใต้การกำกับ ดูแลของ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ตามมาตรา ๓๘ แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๔๒ และที่แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.๒๕๔๕ และมาตรา ๓๗ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ.๒๕๔๖ และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๕๓ และประกาศกระทรวงศึกษาธิการเรื่อง การแบ่งส่วนราชการ ภายในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา พ.ศ.2560 ข้อ 5 กำหนดให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา มีอำนาจหน้าที่ ดังนี้ ๑. จัดทำนโยบาย แผนพัฒนาและมาตรฐานการศึกษาของเขตพื้นที่การศึกษาให้สอดคล้องกับนโยบาย มาตรฐานการศึกษา แผนการศึกษา แผนพัฒนาการศึกษาขั้นพื้นฐานและความต้องการของท้องถิ่น ๒. วิเคราะห์การจัดตั้งงบประมาณเงินอุดหนุนทั่วไป ของสถานศึกษาและหน่วยงานในเขตพื้นที่การศึกษา และแจ้งจัดสรรงบประมาณที่ได้รับให้หน่วยงานข้างต้นรับทราบ และกำกับ ตรวจสอบ ติดตามการใช้จ่ายงบประมาณ ของหน่วยงานดังกล่าว ๓. ประสาน ส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนาหลักสูตรร่วมกับสถานศึกษาในเขตพื้นที่การศึกษา ๔. กำกับ ดูแล ติดตาม และประเมินผลสถานศึกษาขั้นพื้นฐานและในเขตพื้นที่การศึกษา ๕. ศึกษา วิเคราะห์ วิจัย และรวบรวมข้อมูลสารสนเทศด้านการศึกษาในเขตพื้นที่การศึกษา ๖. ประสานการระดมทรัพยากรด้านต่าง ๆ รวมทั้งทรัพยากรบุคคล เพื่อส่งเสริม สนับสนุน การจัดและพัฒนา การศึกษาในเขตพื้นที่การศึกษา ๗. จัดระบบการประกันคุณภาพการศึกษา และประเมินผลสถานศึกษาในเขตพื้นที่การศึกษา
4 ๘. ประสาน ส่งเสริม สนับสนุน การจัดการศึกษาของสถานศึกษาเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมทั้งบุคคล องค์กรชุมชน องค์กรวิชาชีพ สถาบันศาสนา สถานประกอบการ และสถาบันอื่น ๆ ที่จัดรูปแบบที่หลากหลายในเขต พื้นที่การศึกษา ๙. ดำเนินการ และประสาน ส่งเสริม สนับสนุนการวิจัยและพัฒนาการศึกษาในเขตพื้นที่การศึกษา ๑๐. ประสาน ส่งเสริมการดำเนินงานของคณะอนุกรรมการ และคณะทำงานด้านการศึกษา ๑๑. ประสานการปฏิบัติราชการทั่วไปกับองค์กร หน่วยงานภาครัฐ เอกชน และองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น ๑๒. ปฏิบัติหน้าที่อื่นเกี่ยวกับกิจการภายในเขตพื้นที่การศึกษา ที่มิได้ระบุให้เป็นหน้าที่ของผู้ใดโดยเฉพาะ หรือปฏิบัติงานอื่นตามที่มอบหมาย การบริหารจัดการศึกษา ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต ๑ แบ่งส่วนราชการ ตามกฎกระทรวงว่าด้วย การกำหนดหลักเกณฑ์การแบ่งส่วนราชการภายในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา พุทธศักราช ๒๕๔๖ ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่องการแบ่งส่วนราชการภายในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา พ.ศ.2560 ข้อ 4 และ ข้อ 6 และประกาศกระทรวงษศึกษาธิการ เรื่องการแบ่งส่วนราชการภายในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2561 ข้อ 1 เพื่อให้สอดคล้องกับภารกิจการกระจายอำนาจการบริหารจัดการศึกษา จากสำนักงาน คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และกระทรวงศึกษาธิการ มีเอกภาพในการบริหารจัดการ พร้อมรับการ เปลี่ยนแปลงและบริหารงานที่มุ่งเน้นผลสัมฤทธิ์ โดยแบ่งส่วนราชการภายในตามโครงสร้างการบริหารงาน ของสำนักงานเขต พื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต ๑ ดังนี้ ๑. กลุ่มอำนวยการ ๒. กลุ่มนโยบายและแผน ๓. กลุ่มส่งเสริมการศึกษาทางไกล เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ๔. กลุ่มบริหารงานการเงินและสินทรัพย์ ๕. กลุ่มบริหารงานบุคคล ๖. กลุ่มพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา ๗. กลุ่มนิเทศ ติดตาม และประเมินผลการจัดการศึกษา ๘. กลุ่มส่งเสริมการจัดการศึกษา 9. กลุ่มกฎหมายและคดี 10. หน่วยตรวจสอบภายใน
5
6 ข้อมูลพื้นฐาน (ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1 ตามแผนปฏิบัติการ) สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1 มีภารกิจหลักในการประสาน ส่งเสริม และสนับสนุนการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน 3 ระดับ คือ ระดับก่อนประถมศึกษา ระดับประถมศึกษา และระดับ มัธยมศึกษาตอนต้น ให้กับประชากรวัยเรียนอายุ 3 – 15 ปี ในพื้นที่ 4 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองกาญจนบุรี อำเภอ ท่าม่วง อำเภอด่านมะขามเตี้ยและอำเภอศรีสวัสดิ์ จำนวนสถานศึกษา มีจำนวนรวมทั้งสิ้น 139 โรงเรียน แยกเป็นสถานศึกษาของรัฐ จำนวน 133 โรงเรียน การจัดการศึกษาโดยครอบครัว 6 แห่ง ตารางที่ 2 ข้อมูลจำนวนสถานศึกษาจำแนกรายอำเภอ สถานศึกษา จำนวนแยกเป็นรายอำเภอ รวม เมืองกาญจนบุรี ท่าม่วง ด่านมะขามเตี้ย ศรีสวัสดิ์ สถานศึกษาของรัฐ 48 40 ๒๖ ๑๙ 133 การจัดการศึกษาโดยครอบครัว 3 1 1 1 6 รวมทั้งสิ้น 51 ๔1 ๒7 20 139 ตารางที่ 3 ข้อมูลจำนวนประเภทสถานศึกษาจำแนกตามระดับชั้นที่เปิดสอน (สถานศึกษาของรัฐ) ประเภทสถานศึกษา จำนวนแยกเป็นรายอำเภอ รวม เมืองกาญจนบุรี ท่าม่วง ด่านมะขามเตี้ย ศรีสวัสดิ์ ประถมศึกษา (อ.๑ - ป.๖) 37 29 ๒๑ ๘ 95 ขยายโอกาสทางการศึกษา(อ.๑ -ม.๓) ๑๑ ๑๑ ๕ ๑๑ ๓๘ รวมทั้งสิ้น 48 ๔0 ๒๖ ๑๙ 133 ตารางที่ 4 ข้อมูลจำนวนสถานศึกษาจำแนกตามขนาด ขนาดโรงเรียน จำนวนแยกเป็นรายอำเภอ รวม เมืองกาญจนบุรี ท่าม่วง ด่านมะขามเตี้ย ศรีสวัสดิ์ ขนาดเล็ก (0 - 120 คน) 24 14 14 6 58 ขนาดกลาง (121 - 600 คน) 21 26 12 13 72 ขนาดใหญ่ (601 – 1,500 คน) 2 - - - 2 ขนาดใหญ่พิเศษ (1,501 ขึ้นไป) 1 - - - 1 รวมทั้งสิ้น 48 40 26 19 133 จำนวนนักเรียน (ข้อมูล ณ วันที่ 10 มิถุนายน 2566)
7 ตารางที่ 5 จำนวนนักเรียน จำแนกเป็นระดับชั้นและเป็นรายอำเภอ ปีการศึกษา 2566 ระดับชั้น จำนวนแยกเป็นรายอำเภอ รวมทั้งสิ้น เมืองกาญจนบุรี ท่าม่วง ด่านมะขามเตี้ย ศรีสวัสดิ์ ระดับปฐมวัย 2,068 1,358 667 534 4,627 ระดับประถมศึกษา 6,864 4,285 2,232 1,878 15,259 ระดับมัธยมศึกษา 1,043 775 195 616 2,629 รวมทั้งสิ้น 9,975 6,418 3,094 3,028 22,515 ตารางที่ 6 จำนวนนักเรียน ห้องเรียนจำแนกรายชั้น และสัดส่วนห้องเรียนต่อนักเรียน ปีการศึกษา ๒๕66 ระดับชั้น นักเรียนชาย นักเรียนหญิง รวม ห้องเรียน ห้อง : นร. อนุบาล ๑ (3 ขวบ) 290 259 549 45 ๑ : 12 อนุบาล ๒ 973 959 1,932 143 ๑ : ๑4 อนุบาล ๓ 1,119 1,027 2,146 145 ๑ : ๑5 รวมก่อนประถมศึกษา 2,382 2,245 4,627 333 ๑ : ๑4 ประถมศึกษาปีที่ ๑ 1,309 1,123 2,432 146 ๑ : ๑๗ ประถมศึกษาปีที่ ๒ 1,321 1,211 2,532 148 ๑ : ๑7 ประถมศึกษาปีที่ ๓ 1,314 1,170 2,484 147 ๑ : ๑7 ประถมศึกษาปีที่ ๔ 1,356 1,238 2,594 149 ๑ : ๑7 ประถมศึกษาปีที่ ๕ 1,373 1,228 2,601 147 ๑ : ๑8 ประถมศึกษาปีที่ ๖ 1,340 1,276 2,616 146 ๑ : ๑8 รวมประถมศึกษา 8,013 7,246 15,259 883 ๑ : ๑๗ มัธยมศึกษาปีที่ ๑ 493 418 911 42 ๑ : ๒2 มัธยมศึกษาปีที่ ๒ 502 397 899 40 ๑ : 22 มัธยมศึกษาปีที่ ๓ 451 368 819 40 ๑ : 20 รวมมัธยมศึกษาตอนต้น 1,446 1,183 2,629 122 ๑ : ๒2 รวมทั้งสิ้น 11,841 10,674 22,515 1,338 ๑ : ๑๗
8 ตารางที่ 7 จำนวนนักเรียนรายชั้นจำแนกตามสัญชาติ ปีการศึกษา 2566 ระดับชั้น สัญชาติ รวม ทั้งสิ้น ไทย กัมพูชา เกาหลี จีนเมียนมา ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย ลาว อินเดีย อื่น อนุบาล 1 505 3 - - 28 - - - - 13 549 อนุบาล 2 1,668 2 - - 127 - - 3 - 132 1,932 อนุบาล 3 1,898 3 - - 93 - - 2 - 150 2,146 รวม 4,071 8 - - 248 - - 5 - 295 4,627 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 2,022 6 - 1 210 - - 4 - 189 2,432 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 2,213 8 - - 187 1 - 5 - 118 2,532 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 2,258 3 - - 115 1 - 3 - 104 2,484 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 2,378 5 - - 126 1 - 1 1 82 2,594 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 2,417 3 - - 116 1 - 5 1 58 2,601 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 2,458 2 - - 106 - - 4 - 46 2,616 รวม 13,746 27 - 1 860 4 22 2 597 15,259 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 826 2 - - 52 - - 1 - 30 911 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 834 2 - - 45 - - - - 18 899 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 762 1 1 - 38 - - - - 17 819 รวม 2,422 5 1 - 135 - - 1 - 65 2,629 รวมทั้งสิ้น 20,239 40 1 1 1,243 4 - 28 2 957 22,515 ตารางที่ 8 จำนวนนักเรียนออกกลางคันจำแนกรายชั้นเรียนและสาเหตุ ปีการศึกษา 2565 ระดับชั้น จำนวนนักเรียน ต้นปีการศึกษา ฐานะยากจน มีปัญหาครอบครัว สมรส มีปัญหาการปรับตัว อพยพตามผู้ปกครอง หาเลี้ยงครอบครัว รวม ร้อยละของนักเรียนออก กลางคันต่อนักเรียนต้นปี อนุบาล 1 481 - - - - - - - - อนุบาล 2 2,087 - - - - - - - - อนุบาล 3 2,153 - - - - - - - - รวมก่อนประถมศึกษา 4,721 - - - - - - - -
9 ระดับชั้น จำนวนนักเรียน ต้นปีการศึกษา ฐานะยากจน มีปัญหาครอบครัว สมรส มีปัญหาการปรับตัว อพยพตามผู้ปกครอง หาเลี้ยงครอบครัว รวม ร้อยละของนักเรียนออก กลางคันต่อนักเรียนต้นปี ประถมศึกษาปีที่ ๑ 2,548 - - - - - - - - ประถมศึกษาปีที่ ๒ 2,534 - - - - - - - - ประถมศึกษาปีที่ ๓ 2,621 - - - - - - - - ประถมศึกษาปีที่ ๔ 2,597 - - - - - - - - ประถมศึกษาปีที่ ๕ 2,643 - - - - - - - - ประถมศึกษาปีที่ ๖ 2,475 - - - - - - - รวมประถมศึกษา 15,418 - - - - - - - - มัธยมศึกษาปีที่ ๑ 985 - - - - - - - - มัธยมศึกษาปีที่ ๒ 889 - - - - - - - - มัธยมศึกษาปีที่ ๓ 855 - - - - - - - - รวมมัธยมศึกษาตอนต้น 2,729 - - - - - - - - รวมทั้งสิ้น 22,868 - - - - - - - - ตารางที่ 9 จำนวนนักเรียนจบการศึกษาชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ และชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ ปีการศึกษา ๒๕65 ที่ศึกษาต่อและไม่ศึกษาต่อ ปีการศึกษา ๒๕๖6 รายการ ประถมศึกษาปีที่ ๖ มัธยมศึกษาปีที่ ๓ จำนวน(คน) ร้อยละ จำนวน(คน) ร้อยละ นักเรียนจบการศึกษา 2,406 782 - ศึกษาต่อ 2,406 100 724 92.58 - ประกอบอาชีพ - - 55 7.03 -ไม่ประกอบอาชีพ/ไม่ศึกษาต่อ - - 3 0.39 - อื่นๆ - - - - ไม่ม ี นกัเร ี ยนออก กลางคัน
10 ตารางที่ 10 เปรียบเทียบจำนวนโรงเรียน นักเรียนและห้องเรียน 3 ปีการศึกษาย้อนหลัง รายการ ปีการศึกษา พ.ศ. 2564 พ.ศ. 2565 พ.ศ.2566 โรงเรียน 136 135 133 นักเรียน 23,203 22,868 22,515 -ก่อนประถมศึกษา 4,934 4,721 4,627 - ประถมศึกษา 15,525 15,418 15,259 - มัธยมศึกษา 2,744 2,729 2,629 ตารางที่ 11 เปรียบเทียบจำนวนและร้อยละของนักเรียนออกกลางคัน จำแนกรายชั้นเรียน 3 ปีการศึกษา ย้อนหลัง (ปีการศึกษา 2563 – 2565) ระดับชั้น ปีการศึกษา 2563 ปีการศึกษา 2564 ปีการศึกษา 2565 นร.ต้นปี ออกกลางคัน ร้อยละ นร.ต้นปี ออกกลางคัน ร้อยละ นร.ต้นปี ออกกลางคัน ร้อยละ ประถมศึกษาปีที่ ๑ 2,704 - - 2,610 1 0.01 2,548 - - ประถมศึกษาปีที่ ๒ 2,646 - - 2,621 - - 2,534 - - ประถมศึกษาปีที่ ๓ 2,646 - - 2,617 - - 2,621 - - ประถมศึกษาปีที่ ๔ 2,516 - - 2,653 - - 2,597 - - ประถมศึกษาปีที่ ๕ 2,520 - - 2,521 - - 2,643 - - ประถมศึกษาปีที่ ๖ 2,623 - - 2,503 - - 2,475 - - รวมประถมศึกษา 15,655 - - 15,525 1 0.01 15,418 - - มัธยมศึกษาปีที่ ๑ 971 - - 965 - - 985 - - มัธยมศึกษาปีที่ ๒ 515 - - 909 - - 889 - - มัธยมศึกษาปีที่ ๓ 808 - - 870 - - 855 - - รวมมัธยมศึกษาตอนต้น 2,694 - - 2,744 - - 2,729 - - รวมทั้งสิ้น 18,349 - - 18,269 1 0.01 18,147 - -
11 ตารางที่ 12 จำนวนบุคลากรและลูกจ้างในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต ๑ จำแนกตามตำแหน่ง/กลุ่ม (ข้อมูล ตาม จ.18 ณ วันที่ 1 พฤศจิกายน 2566) ตำแหน่ง/กลุ่ม บุคลากรทางการศึกษา ลูกจ้าง ประจำ พนักงาน ราชการ ลูกจ้าง ชั่วคราว ๓๘ รวม ข ๓๘ค (๑) 38ค (๒) อัตรา ว่าง ผอ. สพป. 1 - - - - - 1 รอง ผอ.สพป. 3 - - 2 - - - 5 กลุ่มอำนวยการ - - 5 - 4 1 2 12 กลุ่มบริหารงานการเงินและสินทรัพย์ - - 6 2 - - 1 9 กลุ่มบริหารงานบุคคล - - 9 - - - - 9 กลุ่มพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา - - 1 - - - 1 2 กลุ่มกฎหมายและคดี - - 1 1 - - - 2 กลุ่มนโยบายและแผน - - 5 2 - - 1 8 กลุ่มส่งเสริมการจัดการศึกษา - - 6 - - 1 - 7 กลุ่มนิเทศ ติดตามและประเมินผลฯ - 18 1 2 - - - 21 กลุ่มส่งเสริมทางไกลและเทคโนโลยี - - - - - - 1 1 หน่วยตรวจสอบภายใน - - 1 1 - - - 2 รวมทั้งสิ้น 4 18 35 10 4 2 6 79 ตารางที่ 13 จำนวนบุคลากรในสถานศึกษา จำแนกตามประเภท (ข้อมูล ตาม จ.18 ณ วันที่ 1 พฤศจิกายน 2566) รายการ จำแนกตามวิทยฐานะ รวม อัตรา ว่าง รวม ครู ทั้งสิ้น ผู้ช่วย คศ.1 คศ.2 คศ.3 คศ.4 คศ.5 ผอ.สถานศึกษา - - 3 106 2 - 111 24 135 รอง ผอ.สถานศึกษา - - 9 11 - - 20 - 20 ครู 219 365 346 393 1 - 1,324 71 1,395 รวม 219 365 358 510 3 - 1,455 95 1,550 พนักงานราชการ - - - - - - 39 3 42 ลูกจ้างประจำ - - - - - - 42 - 42 ลูกจ้างชั่วคราว * ครูวิทยาศาสตร์ , คณิตศาสตร์ - - - - - - 6 - 6 * ครูขาดแคลนขั้นวิกฤต - - - - - - 26 - 26 * พี่เลี้ยงเด็กพิการ - - - - - - 14 - 14 * ธุรการโรงเรียน - - - - - - 106 - 106 * นักการภารโรง - - - - - - 42 - 42 รวม 275 3 278 รวมทั้งสิ้น 1,730 98 1,828
12 ตารางที่ 14 เครือข่ายพัฒนาคุณภาพการศึกษา จำนวน 19 เครือข่าย 133 โรงเรียน เครือข่าย/โรงเรียน จำนวนโรงเรียน เครือข่าย/โรงเรียน จำนวนโรงเรียน อำเภอเมืองกาญจนบุรี จำนวน 48 โรงเรียน เครือข่ายสะพานข้ามแม่น้ำแคว 1.อนุบาลวัดไชยชุมพลชนะสงคราม 2.วัดท่ามะขาม 3.บ้านหัวหิน 4.วัดบ้านยาง 5.บ้านวังสารภี 6.บ้านหัวนา 7.อนุบาลกาญจนบุรี 7 เครือข่ายหนองบัว-แก่งเสี้ยน 1.บ้านพุเลียบ 2.วัดท่าน้ำตื้น 3.บ้านหนองสองตอน 4.ท่าพะเนียดกุญชร 5.บ้านหนองบัว 6.สมาคมนักเรียนเก่าราชินี 7.บ้านพุประดู่ 8.วัดศรีอุปลาราม 8 เครือข่ายลาดหญ้า 1. วัดทุ่งลาดหญ้า “ลาดหญ้าวิทยา” 2.วัดกาญจนบุรีเก่า “อุดมราษฎร์วิทยา” 3.บ้านทุ่งนานางหรอก “เพ็ญชาติอุปถัมภ์” 4.บ้านท่าหวี 5.บ้านจันอุย 6.บ้านหนองแก (สามัคคีวิทยา) 6 เครือข่ายวังด้ง-ช่องสะเดา 1.บ้านท่าทุ่ม 2.บ้านหนองสามพราน 3.บ้านวังด้ง 4.บ้านท่ามะนาว 5.บ้านท่าโป่ง 6.วัดเขาน้อย 7.บ้านช่องสะเดา (การไฟฟ้าฝ่ายผลิตอุปถัมภ์) 7 เครือข่ายเกาะสำโรง 1.วัดไทยวิวัฒนาราม 2.บ้านทุ่งนาคราช 3.บ้านเขาปูน 4.บ้านวังปลาหมู 5.บ้านวังลาน 6.บ้านแก่งหลวง 7.วัดถ้ำมังกรทอง 7 เครือข่ายวังเย็น 1.บ้านวังตะเคียน 2.บ้านดงยาง 3.บ้านนากาญจน์ 4.บ้านหนองกลางพง 5.ลุ่มโป่งเสี้ยว 5
13 เครือข่าย/โรงเรียน จำนวนโรงเรียน เครือข่าย/โรงเรียน จำนวนโรงเรียน เครือข่ายบ้านเก่า 1.บ้านตะเคียนงาม 2.วัดบ้านเก่า 3.บ้านห้วยน้ำขาว 4.พัฒน์พงศ์ 5.บ้านทุ่งศาลา 6.หนองบ้านเก่าสามัคคี 7.วัดพุน้อย 8.ตชด.บ้านประตูด่าน 8 อำเภอท่าม่วง จำนวน 40 โรงเรียน เครือข่ายหนองขาว-ท่าล้อ 1.วัดอินทาราม “โกวิทอินทราทร” 2.บ้านห้วยตลุง 3.วัดท่าล้อ 4.เขาดินวิทยาคาร 4 เครือข่ายบ้านใหม่ 1.วัดชุกพี้ 2.วัดม่วงชุม 3.วัดลำสำรอง 4.บ้านสระเศรษฐี 5.บ้านหนองน้ำขุ่น 6.บ้านใหม่ (จีนาภักดิ์วิทยา) 7.บ้านดอนคราม 7 เครือข่ายเขาน้อย 1.วัดขุนไทยธาราราม 2.บ้านถ้ำ 3.บ้านห้วยน้ำโจน 4.วัดหนองตะโก 5.วัดสระกลอยสามัคคีธรรม 6.บ้านรางสาลี่ 6 เครือข่ายชาววัง 1.วัดวังขนายทายิการาม 2.บ้านมะกอกหมู่ (ปุญสิริวิทยา) 3.บ้านหนองตาบ่ง 4.วัดวังศาลา 5.วัดโพธิ์ศรีสุขาราม 6.บ้านหนองสะแก 7.วัดหนองเสือ 7 เครือข่ายพังตรุ 1.วัดหนองพังตรุ 2.ตลาดสำรอง 3.บ้านรางสะเดา 4.บ้านห้วยไร่ 5.บ้านหนองเป็ด 6 เครือข่ายหนองตากยา 1.ดิศกุล 2.วัดหนองตะครอง 3.บ้านหนองอีเห็น 4.บ้านหนองสองห้อง 5.บ้านโกรกตารอด 6
14 เครือข่าย/โรงเรียน จำนวนโรงเรียน เครือข่าย/โรงเรียน จำนวนโรงเรียน 6.วัดท่าตะคร้อ 6.จำรูญเนติศาสตร์ เครือข่ายแม่กลอง 1.วัดศรีโลหะราษฎร์บำรุง 2.อนุบาลท่าม่วง 3.วัดกร่างทองราษฎร์บูรณะ 4.วัดศรีสุวรรณาราม 4 อำเภอด่านมะขามเตี้ย จำนวน 26 โรงเรียน เครือข่ายพ่อขุนด่าน 1.อนุบาลด่านมะขามเตี้ย 2.ไทยรัฐวิทยา103 (บ้านหนองผู้เฒ่า) 3.บ้านเนินไพร 4.บ้านหนองปล้อง 5.บ้านท่าแย้ 6.บ้านหนองหิน 7.บ้านท่าพุ 8.บ้านหนองไผ่ 9.บ้านหนองปากดง 10.บ้านหินแด้น 10 เครือข่ายกลอนโด 1.วัดยางเกาะ 2.บ้านกลอนโด 3.บ้านแหลมทอง 4.บ้านทุ่งมะขามเฒ่า 5.วัดหนองบัว 5 เครือข่ายจรเข้เผือก 1.วัดจรเข้เผือก 2.บ้านท่าเสด็จ 3.บ้านท่ามะเฟือง 4.วัดถ้ำอ่างหิน 5.บ้านท่ามะไฟ 6.บ้านไทรทอง 7.บ้านโป่งโก 8.บ้านหนองโสน 9.บ้านหนองหญ้าปล้อง 10.บ้านหนองกวาง 11.บ้านทุ่งยาว 11
15 เครือข่าย/โรงเรียน จำนวนโรงเรียน เครือข่าย/โรงเรียน จำนวนโรงเรียน อำเภอศรีสวัสดิ์ จำนวน 19 โรงเรียน เครือข่ายศรีสวัสดิ์ 1 1.บ้านปากนาสวน 2.บ้านนาสวน 3.วัดถ้ำองจุ 4.บ้านองหลุ 5.บ้านองสิต 6.บ้านโป่งหวาย 7.บ้านดงเสลา 8.บ้านน้ำพุ 9.บ้านสามหลัง 9 เครือข่ายศรีสวัสดิ์ 2 1.ชุมชนบ้านท่ากระดาน 2.บ้านบนเขาแก่งเรียง 3.บ้านเจ้าเณร 4.บ้านหม่องกระแทะ 5.บ้านพุน้ำเปรี้ยว 6.บ้านท่าสนุ่น 7.บ้านน้ำมุด 8.บ้านต้นมะพร้าว 9.อนุบาลศรีสวัสดิ์ 10.บ้านทุ่งนา 10 ตารางที่ 15 โรงเรียนต้นแบบและโรงเรียนในโครงการต่าง ๆ จำแนกเป็นรายอำเภอ อำเภอเมืองกาญจนบุรี อำเภอท่าม่วง อำเภอด่านมะขามเตี้ย อำเภอศรีสวัสดิ์ โรงเรียนโครงการกองทุนการศึกษา จำนวน 3 แห่ง - - - 1.บ้านโป่งหวาย 2.บ้านดงเสลา 3.วัดถ้ำองจุ โรงเรียนคุณภาพประจำตำบล จำนวน 36 แห่ง 1.อนุบาลวัดไชยชุมพล ชนะสงคราม 2.บ้านหัวหิน 3.บ้านวังสารภี 4.อนุบาลกาญจนบุรี 5.หนองสองตอน 6.วัดศรีอุปลาราม 7.วัดทุ่งลาดหญ้า “ลาดหญ้าวิทยา” 8.บ้านวังด้ง 9.บ้านช่องสะเดา (การไฟฟ้าฝ่ายผลิตอุปถัมภ์) 10.บ้านวังลาน 11.บ้านแก่งหลวง 1.วัดอินทาราม “โกวิทอินทราทร” 2.เขาดินวิทยาคาร 3.วัดม่วงชุม 4.บ้านใหม่ (จีนาภักดิ์วิทยา) 5.วัดขุนไทยธาราราม 6.วัดหนองตะโก 7.วัดวังขนายทายิการาม 8.วัดโพธิ์ศรีสุขาราม 9.ตลาดสำรอง 10.วัดท่าตะคร้อ 11.วัดศรีโลหะราษฎร์บำรุง 12.วัดกร่างทองราษฎร์บูรณะ 13.บ้านหนองสองห้อง 1.อนุบาลด่านมะขามเตี้ย 2.บ้านหนองไผ่ 3.วัดยางเกาะ 4.บ้านไทรทอง 1.บ้านนาสวน 2.บ้านสามหลัง 3.ชุมชนบ้านท่ากระดาน 4.บ้านพุน้ำเปรี้ยว 5.บ้านต้นมะพร้าว 6.อนุบาลศรีสวัสดิ์
16 อำเภอเมืองกาญจนบุรี อำเภอท่าม่วง อำเภอด่านมะขามเตี้ย อำเภอศรีสวัสดิ์ 12.บ้านวังตะเคียน 13.วัดบ้านเก่า โรงเรียนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา จำนวน 16 แห่ง 1.บ้านวังสารภี 2.อนุบาลกาญจนบุรี 3.อนุบาลวัดไชยชุมพล ชนะสงคราม 4.บ้านพุเลียบ 5.วัดทุ่งลาดหญ้า “ลาดหญ้าวิทยา” 6.บ้านทุ่งนานางหรอก “เพ็ญชาติอุปถัมภ์” 7.บ้านวังลาน 8.บ้านห้วยน้ำขาว 1.วัดอินทาราม “โกวิทอินทราทร” 2.บ้านห้วยตลุง 3.เขาดินวิทยาคาร 4.วัดหนองพังตรุ 5.ตลาดสำรอง 6.บ้านหนองสองห้อง 1.อนุบาลด่านมะขามเตี้ย 1.อนุบาลศรีสวัสดิ์ โรงเรียนในโครงการ MEP (Mini English Program) จำนวน 2 แห่ง 1.อนุบาลวัดไชยชุมพล ชนะสงคราม 2.อนุบาลกาญจนบุรี - - - โรงเรียนศูนย์เด็กปฐมวัยต้นแบบและต้นแบบเครือข่าย จำนวน 8 แห่ง 1.อนุบาลกาญจนบุรี 2.วัดกาญจนบุรีเก่า “อุดมราษฎร์วิทยา” 1.อนุบาลท่าม่วง 2.วัดศรีโลหะราษฎร์บำรุง 1.อนุบาลด่านมะขามเตี้ย 2.บ้านหนองไผ่ 1.อนุบาลศรีสวัสดิ์ 2.บ้านโป่งหวาย โรงเรียนศูนย์พัฒนาการเรียนการสอนภษาอังกฤษ ระดับประถมศึกษา (Primary Education Emglish Resource Center : PEER Center) จำนวน 4 แห่ง อนุบาลวัดไชยชุมพล ชนะสงคราม วัดศรีโลหะราษฎร์บำรุง อนุบาลด่านมะขามเตี้ย บ้านนาสวน โรงเรียนประชารัฐ (ดีใกล้บ้าน) จำนวน 18 แห่ง 1.บ้านวังด้ง 2.บ้านวังลาน 3.บ้านแก่งหลวง 4.บ้านวังตะเคียน 5.วัดบ้านเก่า 1.วัดชุดพี้ 2.บ้านใหม่ (จีนาภักดิ์วิทยา) 3.วัดหนองตะโก 4.วัดวังขนายทายิการาม 5.วัดท่าตะคร้อ 6.วัดกร่างทองราษฎร์บูรณะ 7.วัดศรีโลหะราษฎร์บำรุง - 1.ชุมชนบ้านท่ากระดาน 2.บ้านโป่งหวาย 3.บ้านน้ำมุด 4.บ้านนาสวน 5.บ้านน้ำพุ 6.อนุบาลศรีสวัสดิ์ โรงเรียนต้นแบบการศึกษามอนเตสซอรี (Montessor Education) จำนวน 3 แห่ง - - - 1.บ้านโป่งหวาย 2.บ้านดงเสลา
17 อำเภอเมืองกาญจนบุรี อำเภอท่าม่วง อำเภอด่านมะขามเตี้ย อำเภอศรีสวัสดิ์ 3.วัดถ้ำองจุ โรงเรียนคุณภาพที่สามารถดำรงตนอยู่ได้อย่างมีคุณภาพ (stand Alone) จำนวน 1 แห่ง - - - บ้านองหลุ โรงเรียนคุณภาพตามนโยบาย “1 อำเภอ 1 โรงเรียนคุณภาพ” ระดับประถมศึกษา วัดทุ่งลาดหญ้า “ลาดหญ้าวิทยา” วัดศรีโลหะราษฎร์บำรุง อนุบาลด่านมะขามเตี้ย อนุบาลศรีสวัสดิ์ สถานศึกษาที่ตั้งในพื้นที่ลักษณะพิเศษ (พื้นที่สูงในถิ่นทุรกันดาร) จำนวน 18 แห่ง - - - 1.บ้านท่าสนุ่น 2.บ้านดงเสลา 3.บ้านโป่งหวาย 4.บ้านพุน้ำเปรี้ยว 5.ชุมชนบ้านท่ากระดาน 6.บ้านหม่องกระแทะ 7.บ้านปากนาสวน 8.บ้านองสิต 9.อนุบาลศรีสวัสดิ์ 10.บ้านทุ่งนา 11.บ้านสามหลัง 12.บ้านบนเขาแก่งเรียง 13.บ้านนาสวน 14.วัดถ้ำองจุ 15.บ้านน้ำมุด 16.บ้านองหลุ 17.บ้านต้นมะพร้าว 18.บ้านน้ำพุ
18 วิสัยทัศน์(ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1 ตามแผนปฏิบัติการ) สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1 เป็นองค์กรคุณภาพ สร้างคนดี มีความสุข โดย น้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน พันธกิจ (ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1 ตามแผนปฏิบัติการ) 1. จัดการศึกษาเพื่อเสริมสร้างจิตสำนึกและความมั่นคงของสถาบัน ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการ ปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข 2. ส่งเสริม พัฒนา ผู้เรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา ให้ได้รับความปลอดภัย 3. สร้างโอกาส ความเสมอภาค ลดความเหลื่อมล้ำ ให้ผู้เรียนทุกคนได้รับบริการทางการศึกษาอย่างทั่วถึง 4. พัฒนาผู้เรียนให้มีสมรรถนะตามหลักสูตร และทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 มีความเป็นเลิศ ทางวิชาการเพื่อสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน 5.พัฒนาผู้บริหาร ครู และบุคลากรทางการศึกษา ให้มีสมรรถนะตามมาตรฐานวิชาชีพ มีความ เป็นมืออาชีพ สมรรถนะด้านภาษาและการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Technology) 6. ส่งเสริม สนับสนุนการจัดการศึกษา เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ยึดหลักปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียงสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) 7. พัฒนาระบบการบริหารจัดการศึกษาทุกระดับและจัดการศึกษาโดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Technology) เป้าประสงค์(ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1 ตามแผนปฏิบัติการ) 1. ผู้เรียนมีความสำนึกรักชาติ ปฏิบัติตนตามหลักศาสนา จงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ยึดมั่นการ ปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เป็นพลเมืองที่รู้สิทธิและหน้าที่อย่างรับผิดชอบ มีจิตสาธารณะ รักและภาคภูมิใจในความเป็นไทย 2. ผู้เรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา มีความรู้ ความเข้าใจ และได้รับการดูแลความปลอดภัยจากภัย คุกคามทุกรูปแบบ รวมทั้ง สามารถปรับตัวต่อโรคอุบัติใหม่ โรคอุบัติซ้ำ 3. ผู้เรียนได้รับโอกาสความเสมอภาค ลดความเหลื่อมล้ำได้รับบริการทางการศึกษาอย่างทั่วถึง 4. ผู้เรียนได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพตามมาตรฐานสอดคล้องกับศักยภาพ มีสมรรถนะและทักษะ ที่จำเป็นสำหรับอนาคต มีความรู้ความเข้าใจ สามารถวางแผนในการศึกษาต่อเพื่อการมีงานทำและสามารถปรับตัวใน การดำรงชีวิตอยู่ในสังคมอย่างมีความสุข 5. ผู้เรียนที่มีความสามารถพิเศษด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ ศิลปะ ดนตรี กีฬา ภาษาและอื่นๆ ได้รับการพัฒนาอย่างเต็มศักยภาพ และมีความสามารถในการใช้เทคโนโลยีด้านดิจิทัล (Digital Technology) 6. ผู้บริหาร ครู และบุคลากรทางการศึกษา เป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้มีสมรรถนะความรู้ ความเชี่ยวชาญ และจรรยาบรรณตามมาตรฐานวิชาชีพ 7. สถานศึกษาจัดการศึกษาเพื่อการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development Goals : SDGs) บูรณาการ soft power และสร้างเสริมคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ตามหลักปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียง 8. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษาได้รับการพัฒนาระบบบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ การ วิเคราะห์การประเมินคุณภาพของโรงเรียนคุณภาพตามนโยบาย 1 อำเภอ 1 โรงเรียนคุณภาพของสำนักงานเขตพื้นที่ การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1 สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้พัฒนาเครื่องมือการประเมินคุณภาพของโรงเรียนคุณภาพ ตามนโยบาย 1 อำเภอ 1 โรงเรียนคุณภาพ โดยปรับปรุงเกณฑ์การประเมินคุณภาพ และจัดระดับคุณภาพโรงเรียน
19 เพื่อเป็นเกณฑ์ในการประเมินการดำเนินงานและวัดพัฒนาการของโรงเรียนในแต่ละด้าน สามารถนำไปสู่ การขับเคลื่อนพัฒนาโรงเรียนได้อย่างตรงจุดและมีประสิทธิภาพสูงสุด สำนักพัฒนานวัตกรรมการจัดการศึกษา โดยศูนย์ขับเคลื่อนโครงการโรงเรียนคุณภาพประจำตำบล ได้พัฒนานวัตกรรมเครื่องมือการประเมินมาใช้ประเมิน โรงเรียนคุณภาพตามนโยบาย 1 อำเภอ 1 โรงเรียนคุณภาพ การประเมินคุณภาพของโรงเรียนคุณภาพตามนโยบาย 1 อำเภอ 1 โรงเรียนคุณภาพ เป็นการประเมินเชิงบวก ที่ทำให้เห็นสถานะความพร้อมของโรงเรียนในแต่ละด้าน ตั้งแต่ด้านโครงสร้างพื้นฐานและระบบสนับสนุนนักเรียน ด้านผู้บริหาร ครู และบุคลากรทางการศึกษา ด้านการบริหารจัดการ ด้านการจัดการเรียนรู้ และด้านนักเรียน สามารถนำข้อมูลไปใช้ในการวางแผนการพัฒนาโรงเรียนคุณภาพให้สอดคล้องกับบริบทพื้นที่ได้ กรอบการประเมินคุณภาพของโรงเรียนคุณภาพตามนโยบาย 1 อำเภอ 1 โรงเรียนคุณภาพ กรอบการประเมินคุณภาพของโรงเรียนคุณภาพตามนโยบาย 1 อำเภอ 1 โรงเรียนคุณภาพ ประจำปี งบประมาณ พ.ศ. 2567 แบ่งออกเป็น 5 องค์ประกอบ ดังนี้ 1. ด้านโครงสร้างพื้นฐานและระบบสนับสนุนนักเรียน 2. ด้านผู้บริหาร ครู และบุคลากรทางการศึกษา 3. ด้านการบริหารจัดการ 4. ด้านการจัดการเรียนรู้ 5. ด้านนักเรียน สำหรับการประเมินในปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 กรอบการประเมินคุณภาพของโรงเรียนคุณภาพ ตามนโยบาย 1 อำเภอ 1 โรงเรียนคุณภาพ แบ่งออกเป็น 20 องค์ประกอบย่อย ดังนี้ 1) อาคารเรียน อาคารประกอบ 2) ระบบสาธารณูปโภค 3) ระบบสนับสนุนนักเรียนและแหล่งเรียนรู้ 4) ระบบความปลอดภัย 5) ผู้บริหาร 6) ครูและบุคลากรทางการศึกษา 7) โครงสร้างการบริหารองค์กร 8) การบริการ 9) การบริหารทรัพยากรบุคคล 10) การบริหารงบประมาณ 11) วัสดุ อุปกรณ์ 12) การบริหารจัดการ 13) หลักสูตร 14) การจัดการเรียนรู้ 15) ผลการทดสอบระดับชาติ (RT, NT, O-NET)
20 16) ผลสัมฤทธิ์ทางวิชาการของนักเรียน 17) การประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ 18) อัตราการเข้าเรียนและการศึกษาต่อ 19) รางวัลและผลงานของนักเรียน 20) ทักษะอาชีพ และการมีรายได้ระหว่างเรียนของนักเรียน เครื่องมือในการประเมินคุณภาพของโรงเรียนคุณภาพตามนโยบาย 1 อำเภอ 1 โรงเรียนคุณภาพ เครื่องมือที่ใช้ในการประเมินคุณภาพของโรงเรียนคุณภาพตามนโยบาย 1 อำเภอ 1 โรงเรียนคุณภาพ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 มี 1 เครื่องมือ ได้แก่ แบบสำรวจคุณภาพของโรงเรียนคุณภาพตามนโยบาย 1 อำเภอ 1 โรงเรียนคุณภาพ (School Grading) คะแนนภาพรวมของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1 ปี 2567 โรงเรียนคุณภาพตามนโยบาย 1 อำเภอ 1 โรงเรียนคุณภาพของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษา กาญจนบุรี เขต 1 ได้ดำเนินการประเมินคุณภาพของโรงเรียนคุณภาพตามนโยบาย 1 อำเภอ 1 โรงเรียนคุณภาพ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 โดยผลการประเมินคุณภาพของโรงเรียนคุณภาพตามนโยบาย 1 อำเภอ 1 โรงเรียนคุณภาพ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 แสดงดังนี้ (ตัวอย่าง) ปีงบประมาณ พ.ศ. ผลการประเมินคุณภาพ ด้านที่ 1 โครงสร้าง พื้นฐาน และระบบ สนับสนุน นักเรียน ด้านที่ 2 ผู้บริหาร ครู และบุคลากร ทางการศึกษา ด้านที่ 3 การบริหาร จัดการ ด้านที่ 4 การจัด การเรียนรู้ ด้านที่ 5 นักเรียน ผลรวม เฉลี่ย 5 ด้าน 2567 53.13 97.44 85.79 93.21 77.63 82.53 * หมายเหตุ สีเขียว คะแนน 85 - 100 สีเหลือง คะแนน 75 - 84 สีแดง คะแนน 0 - 74
21 แนวทางการจัดทำแผนปฏิบัติการการขับเคลื่อนโครงการโรงเรียนคุณภาพตามนโยบาย 1 อำเภอ 1 โรงเรียนคุณภาพของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 การจัดทำแผนปฏิบัติการการขับเคลื่อนโครงการโรงเรียนคุณภาพตามนโยบาย 1 อำเภอ 1 โรงเรียนคุณภาพ ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 มีแนวทางและ ขั้นตอนดังต่อไปนี้ 1. ทบทวนข้อมูลและบริบทที่เกี่ยวข้อง 2. จัดทำแผนปฏิบัติการการขับเคลื่อนโครงการโรงเรียนคุณภาพตามนโยบาย 1 อำเภอ 1 โรงเรียนคุณภาพ ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 โดยใช้กรอบ แนวทางตามยุทธศาสตร์ชาติ และ แผนปฏิบัติการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ของสำนักงานคณะกรรมการ การศึกษา ขั้นพื้นฐาน 3. เสนอแผนปฏิบัติการการขับเคลื่อนโครงการโรงเรียนคุณภาพตามนโยบาย 1 อำเภอ 1 โรงเรียนคุณภาพ ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ต่อ เลขาธิการ คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบให้หน่วยงานถือปฏิบัติ
22 ส่วนที่ 2 บริบทที่เกี่ยวข้อง ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561 - 2580) ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี พ.ศ. 2561 - 2580 เป็นแผนการพัฒนาประเทศ ที่กำหนดกรอบและแนวทาง การพัฒนาให้หน่วยงานของรัฐทุกภาคส่วนต้องทำตาม เพื่อให้บรรลุวิสัยทัศน์ประเทศไทยที่ว่า”ประเทศไทย มีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว ด้วยการพัฒนาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” หรือ เป็นคติพจน์ประจำชาติว่า “มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” เพื่อสนองตอบต่อผลประโยชน์แห่งชาติ โดยที่รัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 65 กำหนดให้รัฐพึงจัดให้มียุทธศาสตร์ชาติเป็นเป้าหมายการพัฒนาประเทศ อย่างยั่งยืนตามหลักธรรมาภิบาลเพื่อใช้เป็นกรอบในการจัดทำแผนต่างๆให้สอดคล้องและบูรณาการกัน เพื่อให้เกิด พลังผลักดันร่วมกันไปสู่เป้าหมายดังกล่าว นำไปสู่การพัฒนาให้คนไทยมีความสุขและตอบสนองตอบต่อการบรรลุ ซึ่งผลประโยชน์แห่งชาติ ในการที่จะพัฒนาคุณภาพชีวิต สร้างรายได้ระดับสูงเป็นประเทศพัฒนาแล้ว และ สร้างความสุขของคนไทย สังคมมีความมั่นคง เสมอภาคและเป็นธรรม ประเทศสามารถแข่งขันได้ในระบบเศรษฐกิจ โดยมีกรอบยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปี(พ.ศ. 2561 – 2580) ดังนี้ 1. ด้านความมั่นคง (1) เสริมสร้างความมั่นคงของสถาบันหลักและการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุข (2) ปฏิรูปกลไกการบริหารประเทศและพัฒนาความมั่นคงทางการเมือง ขจัดคอร์รัปชั่น สร้างความเชื่อมั่น ในกระบวนการยุติธรรม (3) การรักษาความมั่นคงภายในและความสงบเรียบร้อยภายในตลอดจนการบริหารจัดการความมั่นคง ชายแดนและชายฝั่งทะเล (4) การพัฒนาระบบ กลไก มาตรการและความร่วมมือระหว่างประเทศทุกระดับ และรักษาดุลยภาพ ความสัมพันธ์กับประเทศมหาอำนาจ เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาความมั่นคงรูปแบบใหม่ (5) การพัฒนาเสริมสร้างศักยภาพการผนึกกำลังป้องกันประเทศการรักษาความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ สร้างความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านและมิตรประเทศ (6) การพัฒนาระบบการเตรียมพร้อมแห่งชาติและระบบบริหารจัดการภัยพิบัติ รักษาความมั่นคง ของฐานทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อม (7) การปรับกระบวนการทำงานของกลไกที่เกี่ยวข้องจากแนวดิ่งสู่แนวระนาบมากขึ้น 2. ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน (1) การพัฒนาสมรรถนะทางเศรษฐกิจ ส่งเสริมการค้า การลงทุน พัฒนาสู่ชาติการค้า (2) การพัฒนาภาคการผลิตและบริการ เสริมสร้างฐานการผลิตเข้มแข็ง ยั่งยืน และส่งเสริมเกษตรกรรายย่อย สู่เกษตรยั่งยืนเป็นมิตรกับ สิ่งแวดล้อม (3) การพัฒนาผู้ประกอบการและเศรษฐกิจชุมชน พัฒนาทักษะ ผู้ประกอบการ ยกระดับผลิตภาพแรงงาน และพัฒนา SMEs สู่สากล
23 (4) การพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษและเมือง พัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ ชายแดน และพัฒนาระบบเมือง ศูนย์กลางความเจริญ (5) การลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ด้านการขนส่ง ความมั่นคงและพลังงาน ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ และการวิจัย และพัฒนา (6) การเชื่อมโยงกับภูมิภาคและเศรษฐกิจโลก สร้างความเป็นหุ้นส่วน การพัฒนากับนานาประเทศ ส่งเสริม ให้ไทยเป็นฐานของการประกอบ ธุรกิจ ฯลฯ 3. ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพคน (1) พัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต (2) การยกระดับการศึกษาและการเรียนรู้ให้มีคุณภาพเท่าเทียมและทั่วถึง (3) ปลูกฝังระเบียบวินัย คุณธรรม จริยธรรม ค่านิยมที่พึงประสงค์ (4) การสร้างเสริมให้คนมีสุขภาวะที่ดี (5) การสร้างความอยู่ดีมีสุขของครอบครัวไทย 4. ด้านการสร้างโอกาสความเสมอภาค และเท่าเทียมกันทางสังคม (1) สร้างความมั่นคงและการลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคม (2) พัฒนาระบบบริการและระบบบริหารจัดการสุขภาพ (3) มีสภาพแวดล้อมและนวัตกรรมที่เอื้อต่อการดำรงชีวิตในสังคมสูงวัย (4) สร้างความเข้มแข็งของสถาบันทางสังคม ทุนทางวัฒนธรรมและ ความเข้มแข็งของชุมชน (5) พัฒนาการสื่อสารมวลชนให้เป็นกลไกในการสนับสนุนการพัฒนา 5. ด้านการสร้างการเติบโตบน คุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (1) จัดระบบอนุรักษ์ ฟื้นฟูและป้องกันการทำลาย ทรัพยากรธรรมชาติ (2) วางระบบบริหารจัดการน้ำให้มีประสิทธิภาพทั้ง 25 ลุ่มน้ำ เน้นการปรับระบบการบริหารจัดการอุทกภัย อย่างบูรณาการ (3) การพัฒนาและใช้พลังงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (4) การพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศและเมืองที่เป็น มิตรกับสิ่งแวดล้อม (5) การร่วมลดปัญหาโลกร้อนและปรับตัวให้พร้อมกับการ เปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (6) การใช้เครื่องมือทางเศรษฐศาสตร์และนโยบายการคลัง เพื่อสิ่งแวดล้อม 6. ด้านการปรับสมดุลและพัฒนา ระบบการบริหารจัดการภาครัฐ (1) การปรับปรุงโครงสร้าง บทบาท ภารกิจของหน่วยงาน ภาครัฐ ให้มีขนาดที่เหมาะสม (2) การวางระบบบริหารราชการแบบบูรณาการ (3) การพัฒนาระบบบริหารจัดการกำลังคนและพัฒนา บุคลากรภาครัฐ (4) การต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบ (5) การปรับปรุงกฎหมายและระเบียบต่าง ๆ (6) ให้ทันสมัย เป็นธรรมและเป็นสากล
24 (7) พัฒนาระบบการให้บริการประชาชนของหน่วยงานภาครัฐ (8) ปรับปรุงการบริหารจัดการรายได้และรายจ่ายของภาครัฐ นโยบายรัฐบาล นายเศรษฐา ทวีสิน ที่แถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีต่อรัฐสภา ตามที่คณะรัฐมนตรีนายเศรษฐา ทวีสิน ได้แถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีต่อรัฐสภา เมื่อวันศุกร์ที่ 11 กันยายน 2566 ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา ได้กำหนดแนวทางดำเนินการนโยบายด้านการศึกษา ไว้ในกรอบนโยบาย ในการบริหารและพัฒนาประเทศ ระยะกลางและระยะยาว เพื่อเสริมขีดความสามารถให้กับประชาชน ผ่านการสร้างรายได้ ลดรายจ่าย สร้างโอกาส ลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้กับประชาชนทุกคน รัฐบาลจะดำเนินนโยบายปฏิรูปการศึกษา และสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต มุ่งส่งเสริมให้เป็นคนดี มีวินัย ภูมิใจในชาติ รวมทั้งเสริมสร้างศักยภาพของผู้เรียนตามความถนัด ส่งเสริมการอ่าน เพื่อสร้างอนาคต สร้างรายได้ กระจายอำนาจการศึกษาให้ผู้เรียนได้เข้าถึงการเรียนรู้อย่างทั่วถึง มีอุปกรณ์การเรียนที่เหมาะสม ต่อผู้เรียนแต่ละวัย และใช้ระบบเทคโนโลยีการศึกษาสมัยใหม่ จัดทำหลักสูตรและให้คำแนะนำที่เหมาะสมกับความรู้ ความสนใจของผู้เรียน ส่งเสริมงานวิจัยและพัฒนาทั้งในด้านสังคม ด้านวิทยาศาสตร์ประยุกต์ ( Applied Science) และการวิจัยขั้นแนวหน้า (Frontier Research) เพื่อต่อยอดให้เกิดการพัฒนาองค์ความรู้ เทคโนโลยีและนวัตกรรม โดยไม่ละเลยการศึกษาประวัติศาสตร์ความเป็นมาของประเทศ และการปลูกฝังความรักในสถาบันหลักของชาติ เพื่อให้มีความพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองของโลกสมัยใหม่อย่างมีคุณธรรม และจริยธรรม รัฐบาลจะให้ความสำคัญต่อความมีคุณภาพของครูทั้งประเทศ รวมไปถึงครูแนะแนว เพื่อช่วยให้ นักเรียนได้รับคำแนะนำด้านเนื้อหาของวิชาการและการเข้าถึงข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการตัดสินใจเลือกเรียน และประกอบอาชีพ รวมไปถึงการดูแลสุขภาพกายและสุขภาพใจของนักเรียนทุกคน นอกจากนี้ รัฐบาลจะส่งเสริม การสร้างรายได้ให้แก่นักเรียน นักศึกษา ทั้งสายวิชาการและสายอาชีพให้มีรายได้จากวิชาที่เรียน โอกาสฝึกงาน ระหว่างเรียน เพื่อสร้างบุคลากรที่มีทักษะและความสามารถตรงต่อความต้องการของการจ้างงาน และที่สำคัญที่สุด รัฐบาลจะดำเนินการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาที่เป็นรากฐานสำคัญของความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ ที่เกิดขึ้นในสังคมไทย นโยบายด้านการศึกษาดังกล่าว สอดคล้องกับหน้าที่ของรัฐและแนวนโยบายแห่งรัฐ ของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย หมวด 5 มาตรา 54 และยุทธศาสตร์ชาติ ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากร มนุษย์ ดังนี้ 1. การปรับเปลี่ยนค่านิยมและวัฒนธรรม มุ่งเน้นให้สถาบันทางสังคมร่วมปลูกฝังค่านิยมและวัฒนธรรม ที่พึงประสงค์ 2. การพัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต 3. ปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้ที่ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลง ในศตวรรษที่ 21 และ 4. การตระหนักถึงพหุปัญญาของมนุษย์ที่หลากหลาย แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ การพัฒนาการเรียนรู้ มุ่งเน้นผู้เรียนให้มีทักษะการเรียนรู้และมีใจใฝ่เรียนรู้ตลอดเวลา มีการออกแบบระบบ การเรียนรู้ใหม่ การเปลี่ยนบทบาทครู การเพิ่มประสิทธิภาพระบบบริหารจัดการศึกษา การพัฒนาระบบการเรียนรู้ ตลอดชีวิต การวางพื้นฐานระบบรองรับการเรียนรู้ โดยใช้ดิจิทัลแพลตฟอร์ม และการสร้างระบบการศึกษา เพื่อเป็นเลิศทางวิชาการระดับนานาชาติ อีกทั้งยังให้ความสำคัญกับการส่งเสริมพการพัฒนาคนไทยตามพหุปัญญาให้ เต็มตามศักยภาพ การสร้างเสริมศักยภาพผู้มีความสามารถพิเศษให้สามารถต่อยอดการประกอบอาชีพได้อย่างมั่งคั่ง รวมถึงการพัฒนากลไกการทำงานในลักษณะการรวมตัวของกลุ่มผู้มีความสามารถพิเศษในหลากสาขาวิชา ในการรวม
25 นักวิจัยและนักเทคโนโลยีชั้นแนวหน้าเพื่อพัฒนาต่อยอดงานวิจัยในการสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์การพัฒนา ประเทศ และเสริมสร้างศักยภาพและความเข้มแข็งของประเทศ เป้าหมายการพัฒนาตามยุทธศาสตร์ชาติ ยุทธศาสตร์ชาติด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ 1.1 คนไทยเป็นคนดี คนเก่ง มีคุณภาพ พร้อมสำหรับวิถีชีวิตในศตวรรษที่ 21 1.2 สังคมไทยมีสภาพแวดล้อมที่เอื้อและสนับสนุนต่อการพัฒนาคนตลอดช่วงชีวิต ประเด็นภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ยุทธศาสตร์ชาติด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ 1.1 ปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้ที่ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21 1.1.1 การปรับเปลี่ยนระบบการเรียนรู้ให้เอื้อต่อการพัฒนาทักษะสำหรับศตวรรษที่ 21 1.1.2 การเปลี่ยนโฉมบทบาท “ครู” ให้เป็นครูยุคใหม่ 1.1.3 การเพิ่มประสิทธิภาพระบบการบริหารจัดการศึกษาในทุกระดับ ทุกประเภท 1.1.4 การพัฒนาระบบการเรียนรู้ตลอดชีวิต 1.1.5 การสร้างความตื่นตัวให้คนไทยตระหนักถึงบทบาท ความรับผิดชอบ และการวาง ตำแหน่งของประเทศไทยในภูมิภาคเอเชียอาคเนย์และประชาคมโลก 1.1.6 การวางพื้นฐานระบบรองรับการเรียนรู้โดยใช้ดิจิทัลแพลตฟอร์ม 1.1.7 การสร้างระบบการศึกษาเพื่อเป็นเลิศทางวิชาการระดับนานาชาติ 1.2 การตระหนักถึงพหุปัญญาของมนุษย์ที่หลากหลาย 1.2.1 การพัฒนาและส่งเสริมพหุปัญญาผ่านครอบครัว ระบบสถานศึกษา สภาพแวดล้อม รวมทั้งสื่อ 1.2.2 การสร้างเส้นทางอาชีพ สภาพแวดล้อมการทำงาน และระบบสนับสนุนที่เหมาะสม สำหรับผู้มีความสามารถพิเศษผ่านกลไกต่าง ๆ
26 เป้าหมายและตัวชี้วัดของแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ประเด็น การพัฒนาการเรียนรู้ แผนย่อยของแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติประเด็น การพัฒนาการเรียนรู้ ทิศทางการพัฒนาการเรียนรู้ที่เสริมสร้างทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 ทักษะสื่อสารภาษาอังกฤษภาษาที่ 3 และภาษาท้องถิ่น ทักษะการเรียนรู้และมีใจใฝ่เรียนรู้ตลอดเวลา มีการออกแบบระบบการเรียนรู้ใหม่ การเปลี่ยนบทบาทครู การเพิ่มประสิทธิภาพระบบบริหารจัดการศึกษา การพัฒนาระบบการเรียนรู้ตลอดชีวิต การวางพื้นฐานระบบรองรับ การเรียนรู้โดยใช้ดิจิทัลแพลตฟอร์ม การสร้างระบบการศึกษาเพื่อเป็นเลิศทางวิชาการระดับนานาชาติโดยคำนึงถึง การพัฒนาเต็มตามศักยภาพตามความถนัดและความสามารถของพหุปัญญาของมนุษย์ที่หลากหลาย อาทิ ภาษา ตรรกะ และคณิตศาสตร์ ด้านทัศนะและมิติดนตรี กีฬาและการเคลื่อนไหวของร่างกาย การจัดการตนเอง มนุษยสัมพันธ์ รวมถึง ผู้มีความสามารถอันโดเด่นด้านใดด้านหนึ่ง หรือหลายด้าน โดยมุ่งเน้นการพัฒนาและรักษากลุ่มผู้มีความสามารถพิเศษ ของพหุปัญญาแต่ละประเภท การสร้างสภาพแวดล้อมและระบบสนับสนุนประชากรไทยมีอาชีพบนฐานพหุปัญญา การสร้างเสริมศักยภาพผู้มีความสามารถพิเศษให้สามารถต่อยอดการประกอบอาชีพได้อย่างมั่นคง เพื่อบรรลุเป้าหมาย สู่คนไทยที่มีทักษะสูง เป็นนวัตกร นักคิด ผู้ประกอบการ เกษตรกรยุคใหม่และอื่นๆ มีสัมมาชีพตามความถนัดของตนเอง โดยมีแผนย่อย 2 แผนย่อย ดังนี้ เป้าหมาย ตัวชี้วัด ค่าเป้าหมาย ปี 2561 - 2565 ปี 2566 – 2570 ปี 2571 - 2575 ปี 2576 - 2580 1. คนไทยมีการศึกษาที่มี คุณภาพตามมาตรฐานสากล เพิ่มขึ้น มีทักษะที่จำเป็น ของโลกศตวรรษที่ 21 มีความสามารถในการ แก้ปัญหาปรับตัว สื่อสาร และทำงานร่วมกับผู้อื่น ได้อย่างมีประสิทธิผล เพิ่มขึ้น มีนิสัยใฝ่เรียนรู้ อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต คะแนน PISA ด้าน การอ่าน คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ (คะแนนเฉลี่ย) เฉลี่ย 470 คะแนน เฉลี่ย 480 คะแนน เฉลี่ย 490 คะแนน เฉลี่ย 510 คะแนน อันดับขีด ความสามารถในการ แข่งขันของประเทศ ด้านการศึกษา อันดับที่ 45 อันดับที่ 40 อันดับที่ 35 อันดับที่ 30 2. คนไทยได้รับการพัฒนา เต็มตามศักยภาพตามความ ถนัดและความสามารถของ พหุปัญญาดีขึ้น ความสามารถในการ แข่งขันของประเทศ ไทยในระดับสากลดี ขึ้น (GTCI) (คะแนน) ไม่น้อยกว่า 50.1 คะแนน ไม่น้อยกว่า 56.63 คะแนน (เทียบเท่า ค่าเฉลี่ยของ ภูมิภาคยุโรป) ไม่น้อยกว่า 69 คะแนน ไม่น้อยกว่า 72.49 คะแนน (เทียบเท่า ค่าเฉลี่ยของ ภูมิภาค อเมริกาเหนือ)
27 1. แผนย่อยการปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้ที่ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21 การปรับเปลี่ยนระบบการเรียนรู้สำหรับศตวรรษที่ 21 โดยออกแบบกระบวนการเรียนรู้ในทุกระดับชั้นอย่าง เป็นระบบ ตั้งแต่ระดับปฐมวัยจนถึงอุดมศึกษาที่มุ่งเน้นการใช้ฐานความรู้และระบบคิดในลักษณะสหวิทยาการ อาทิ ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และการตั้งคำถาม ความเข้าใจและความสามารถในการใช้เทคโนโลยี และการคิดเพื่อหาทาง แก้ปัญหา การพัฒนาระบบการเรียนรู้เชิงบูรณาการที่เน้นการลงมือปฏิบัติ มีการสะท้อนความคิด การสร้างผู้เรียนให้ สามารถกำกับการเรียนรู้ของตนได้ การหล่อหลอมทักษะการเรียนรู้และความคิดสร้างสรรค์ที่ผู้เรียนสามารถนำองค์ ความรู้ไปใช้ในการสร้างรายได้หลายช่องทาง รวมทั้งการเรียนรู้ด้านวิชาชีพและทักษะชีวิต การเปลี่ยนโฉมบทบาท “ครู” ให้เป็นครูยุคใหม่ โดยปรับบทบาทจาก “ครูสอน” เป็น “โค้ช” หรือ “ผู้อำนวยการเรียนรู้” ทำหน้าที่กระตุ้น สร้างแรงบันดาลใจ แนะนำวิธีเรียนรู้และวิธีจัดระเบียบการสร้างความรู้ ออกแบบกิจกรรมและสร้างนวัตกรรมการเรียนรู้ให้ผู้เรียน และมีบทบาทเป็นนักวิจัยพัฒนากระบวนการเรียนรู้ เพื่อผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียน รวมทั้งปรับระบบการผลิตและพัฒนาครูตั้งแต่การดึงดูด คัดสรรผู้มีความสามารถสูง ให้เข้ามาเป็นครูคุณภาพ รวมถึงการพัฒนาครูที่มีความเชี่ยวชาญด้านการสอนมาเป็นผู้สร้างครูรุ่นใหม่อย่างเป็นระบบ และวัดผลงานจากการพัฒนาผู้เรียนโดยตรง การเพิ่มประสิทธิภาพระบบการบริหารจัดการศึกษาในทุกระดับ ทุกประเภท จัดให้มีมาตรฐานขั้นต่ำ ของโรงเรียนในทุกระดับ จัดโครงสร้างการจัดการศึกษาเพื่อสร้างความรับผิดชอบต่อผลลัพธ์และให้เอื้อต่อ การเข้าถึงการศึกษาอย่างเสมอภาค ทั่วถึง และใช้ทรัพยากรได้อย่างมีประสิทธิภาพ การยกระดับสถาบันการศึกษา ในสาขาที่มีความเชี่ยวชาญสู่ความเป็นเลิศ ปฏิรูปการคลังด้านการศึกษาเพื่อเพิ่มคุณภาพและประสิทธิภาพการจัด การศึกษาโดยการจัดสรรงบประมาณตรงสู่ผู้เรียน รวมทั้งมีการปฏิรูประบบการสอบที่นำไปสู่การวัดผลในเชิงทักษะ ที่จำเป็นสำหรับศตวรรษที่ ๒๑ มากกว่าการวัดระดับความรู้ ตลอดจนมีการวิจัยและใช้เทคโนโลยีในการสร้าง และจัดการความรู้ในการจัดการเรียนการสอน การจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะอาชีพที่สอดคล้องกับบริบทพื้นที่ การพัฒนาระบบการเรียนรู้ตลอดชีวิต โดยเน้นการจัดระบบการศึกษาและระบบฝึกอบรมบนฐานสมรรถนะ ที่มีคุณภาพสูงและยืดหยุ่นผ่านการพัฒนากลไกต่าง ๆ อาทิ การพัฒนาการศึกษาออนไลน์แบบเปิด การพัฒนาระบบ การเรียนรู้เกี่ยวกับทักษะการรู้ดิจิทัล จูงใจให้คนเข้าสู่การยกระดับทักษะ การให้สถานประกอบการเพิ่มผลิตภาพ แรงงานผ่าน การพัฒนาความสามารถทางวิชาชีพอย่างต่อเนื่องภายใต้กรอบคุณวุฒิวิชาชีพ นอกจากนี้ต้องพัฒนา ระบบการเรียนรู้ในชุมชนให้เข้าถึงความรู้ได้ทุกที่ ทุกเวลา ปรับปรุงแหล่งเรียนรู้ในชุมชนให้เป็นพื้นที่เรียนรู้ เชิงสร้างสรรค์และมีชีวิต รวมถึงการเรียนรู้และทบทวนทักษะพื้นฐาน ได้แก่การอ่านออก เขียนได้คิดเลขเป็น โดยระดมทรัพยากรจากภาคเอกชนและภาคประชาสังคม การพัฒนาทัศนคติและแรงบันดาลใจที่อยากเรียนรู้ การสร้างนิสัยใฝ่เรียนรู้และให้ผู้เรียนได้ตระหนักถึงสิ่งที่เกิดขึ้นรอบตัว รวมทั้งน ำความรู้ไปพัฒนาต่อยอด หรือประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิตได้ รวมทั้งการวางพื้นฐานระบบรองรับการเรียนรู้โดยใช้ดิจิทัลแพลตฟอร์ม โดยเน้น การพัฒนาทักษะดิจิทัล การพัฒนาสื่อ การเรียนรู้ที่มีคุณภาพที่ประชาชนสามารถเข้าถึงทรัพยากรและใช้ประโยชน์ จากระบบการเรียนรู้และพัฒนาตนเองผ่านเทคโนโลยีการเรียนรู้สมัยใหม่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับการสร้างความตื่นตัวให้คนไทยตระหนักถึงบทบาทความรับผิดชอบ และการวางตำแหน่งของประเทศไทยในภูมิภาคเอเชียอาคเนย์และประชาคมโลก บนพื้นฐานของความเข้าใจ ลุ่มลึกในประวัติศาสตร์ ประเพณีวัฒนธรรมของไทยและพัฒนาการของประเทศเพื่อนบ้าน เพิ่มการรับรู้ของคนไทย ด้านพหุวัฒนธรรม การเห็นคุณค่าและมีความอดกลั้น ต่อความแตกต่างทางความเชื่อ ความคิด วิถีชีวิต
28 ผ่านความสามารถในการใช้ภาษาเพื่อนบ้าน การแลกเปลี่ยนเด็ก เยาวชน และนักเรียน การฝังตัวและการท ำงาน ระยะสั้นในประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคเอเชียอาคเนย์ 1.1แนวทางการพัฒนา ๑) ปรับเปลี่ยนระบบการเรียนรู้สำหรับศตวรรษที่ ๒๑ ประกอบด้วย ๔ แนวทางย่อย ได้แก่ (๑) พัฒนากระบวนการเรียนรู้ในทุกระดับชั้น ตั้งแต่ปฐมวัยจนถึงอุดมศึกษา มีการวิจัยและพัฒนาหลักสูตรแกนกลาง การศึกษาขั้นพื้นฐานที่เป็นหลักสูตรฐานสมรรถนะให้ได้มาตรฐานกับหลักสูตรในระบบการศึกษาชั้นน ำที่ได้รับ การยอมรับในระดับนานาชาติอย่างต่อเนื่อง ปฏิรูปหลักสูตรและรูปแบบการเรียนการสอนอาชีวศึกษาให้สอดคล้องกับ กรอบมาตรฐานฝีมือแรงงานและมาตรฐานอาชีพ โดยเน้นการศึกษาอาชีวศึกษาระบบทวิภาคีและการฝึกงาน ในสถานประกอบการ ปฏิรูปการจัดการศึกษาในระดับอุดมศึกษาโดยเน้นการเรียนรู้ที่ผูกกับงานเพื่อวางรากฐาน ให้มีสถาบันอุดมศึกษาที่สามารถตอบสนองความต้องการของประเทศได้ในหลากหลายมิติทั้งในด้านการผลิตกำลังคน ที่มีสมรรถนะและทักษะในสาขาที่เป็นที่ต้องการของตลาด (๒) พัฒนากระบวนการเรียนรู้ของผู้เรียนทุกระดับ การศึกษา รวมถึงจัดกิจกรรมเสริมทักษะเพื่อพัฒนาทักษะสำหรับศตวรรษที่ ๒๑ มีการผสมผสานเทคโนโลยีเข้ากับ เนื้อหาและวิธีการสอน โดยใช้เทคโนโลยีสนับสนุนทฤษฎีการเรียนรู้แบบใหม่ในการพัฒนาเนื้อหาและทักษะแบบใหม่ เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้ในศตวรรษที่ ๒๑ (๓) พัฒนาระบบการเรียนรู้เชิงบูรณาการที่เน้นการลงมือปฏิบัติ มีการสะท้อนความคิด/ทบทวนไตร่ตรอง โดยเน้นการเรียนการสอนที่เสริมสร้างทักษะชีวิต และสามารถน ำมาใช้ ต่อยอดในการประกอบอาชีพได้จริง และ (๔) พัฒนาระบบการเรียนรู้ที่ให้ผู้เรียนสามารถกำกับการเรียนรู้ของตน ได้เพื่อให้สามารถนำองค์ความรู้ไปใช้สร้างรายได้รวมถึงมีทักษะด้านวิชาชีพและทักษะชีวิต โดยใช้สื่อผสม อย่างหลากหลาย ปรับเปลี่ยนตามความสามารถและระดับของผู้เรียน มีเนื้อหาที่ไม่ยึดติดกับตัวสื่อ โดยผู้เรียนมีความรู้ ทักษะ และสมรรถนะที่เป็นที่ต้องการของตลาดแรงงาน 2) เปลี่ยนโฉมบทบาท “ครู” ให้เป็นครูยุคใหม่ ประกอบด้วย ๓ แนวทางย่อย ได้แก่ (๑) วางแผน การผลิต พัฒนาและปรับบทบาท “ครู คณาจารย์ยุคใหม่” ให้เป็น “ผู้อำนวยการการเรียนรู้” มีหลักสูตรผลิต ครูอาชีวะยุคใหม่ที่สอดคล้องกับกรอบมาตรฐานฝีมือแรงงานและมาตรฐานอาชีพ โดยเน้นการเป็นผู้เชี่ยวชาญและ มีประสบการณ์ในการปฏิบัติงานจริงในสถานประกอบการในสาขาที่ตนเองสอน (๒) ปรับระบบการผลิตและพัฒนาครู ตั้งแต่การดึงดูด คัดสรร ผู้มีความสามารถสูงให้เข้ามาเป็นครู ปฏิรูประบบการผลิตครูยุคใหม่โดยใช้หลักสูตรฐาน สมรรถนะของวิชาชีพครูที่สามารถสร้างทักษะในการจัดการเรียนการสอนในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่เป็นหลักสูตรฐานสมรรถนะ และมีครูที่ชำนาญในด้านการสอนภาษาอังกฤษและภาษาที่ ๓ ที่ได้มาตรฐานในระดับ นานาชาติ ในจำนวนที่เพียงพอต่อความต้องการของนักเรียน อีกทั้งยังมีระบบการอบรมและเสริมสมรรถนะครู ที่ผ่านการศึกษาในระบบเดิม หรือครูภาษาอังกฤษและภาษาที่ ๓ ที่ยังไม่ผ่านการประเมินมาตรฐานในระดับนานาชาติ และ (๓) ส่งเสริมสนับสนุนระบบการพัฒนาศักยภาพและสมรรถนะครูอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมทั้งเงินเดือน สายอาชีพ และระบบสนับสนุนอื่น ๆ ปฏิรูประบบการผลิตครูอาชีวะยุคใหม่ โดยผู้ที่มีใบประกอบวิชาชีพจะต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญ และมีประสบการณ์ในการปฏิบัติงานจริงในสถานประกอบการในสาขาที่ตนเองสอน มีความรู้ ทักษะ และสามารถ สร้างสมรรถนะที่สอดคล้องกับกรอบมาตรฐานฝีมือแรงงานและมาตรฐานอาชีพให้แก่ผู้เรียน และมีอัตรากำลังเพียงพอ ต่อความต้องการของสถานศึกษาตามเกณฑ์มาตรฐานอัตรากำลังของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา 3) เพิ่มประสิทธิภาพระบบบริหารจัดการศึกษาในทุกระดับ ทุกประเภท ประกอบด้วย ๖ แนวทางย่อย ได้แก่ (๑) ปฏิรูปโครงสร้างองค์กรด้านการศึกษาให้มีประสิทธิภาพ โดยเน้นการสร้างความรับผิดชอบ ต่อผลลัพธ์ ตั้งแต่ระดับบนสุดลงไปจนถึงระดับโรงเรียน รวมถึงมีโครงสร้างแรงจูงใจและความรับผิดชอบของหน่วยงาน
29 และบุคลากรทางการศึกษาทั้งระบบที่เหมาะสม (๒) จัดให้มีมาตรฐานขั้นต่ำของโรงเรียนในทุกระดับ เพื่อผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนที่สูงขึ้นมีการกำหนดมาตรฐานขั้นต่ำของโรงเรียนในทุกระดับ ที่เหมาะสมกับบริบทของประเทศ ในด้านความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐาน อุปกรณ์การเรียนการสอน การบริหารจัดการโรงเรียน จำนวนครูที่ครบชั้น ครบวิชา จำนวนพนักงานสนับสนุนงานบริหารจัดการโรงเรียน (๓) ปรับปรุงโครงสร้างการจัดการศึกษา ให้มีประสิทธิภาพและเพิ่มคุณภาพการศึกษา มีการปรับปรุงโครงสร้าง การศึกษาที่เน้นสายอาชีพมากขึ้น มีการเรียน การสอนและการเรียนรู้ที่ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ เกิดทักษะความ เข้าใจและใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ทักษะภาษาที่ ๓ ทักษะและความรู้ในการประกอบอาชีพใหม่ ๆ อย่างคล่องตัว เพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรทางการศึกษา อย่างเป็นรูปธรรม (๔) เพิ่มการมีส่วนร่วมจากภาคเอกชนใน การจัดการศึกษา ส่งเสริมภาคประชาสังคมปรับปรุง แหล่งเรียนรู้ในชุมชนให้เป็นพื้นที่เรียนรู้เชิงสร้างสรรค์และ มีชีวิต รวมถึงการเรียนรู้และทบทวนทักษะพื้นฐาน ได้แก่ การอ่านออก เขียนได้คิดเลขเป็น โดยระดม ทรัพยากรจากภาคเอกชนและภาคประชาสังคม (๕) พัฒนาระบบประกัน คุณภาพการศึกษา โดยแยกการ ประกันคุณภาพการศึกษาออกจากการประเมินคุณภาพและการรับรองคุณภาพ และการกำกับดูแลคุณภาพ การศึกษา และปฏิรูประบบการสอบที่นำไปสู่การวัดผลในเชิงทักษะที่จำเป็นสำหรับ ศตวรรษที่ ๒๑ มากกว่า การวัดระดับความรู้และ (๖) ส่งเสริมการวิจัยและใช้เทคโนโลยีในการสร้างและจัดการความรู้ การเรียนการสอน และการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะอาชีพที่สอดคล้องกับบริบทพื้นที่ ซึ่งรวมถึงการบูรณาการ ความร่วมมือระหว่างสถาบันอุดมศึกษากับภาคอุตสาหกรรม ชุมชน และภาครัฐ เพื่อเสริมสร้างระบบนิเวศ นวัตกรรม ที่เข้มแข็ง ๔) พัฒนาระบบการเรียนรู้ตลอดชีวิต ประกอบด้วย ๕ แนวทางย่อย ได้แก่ (๑) จัดให้มีระบบ การศึกษาและระบบฝึกอบรมบนฐานสมรรถนะที่มีคุณภาพสูงและยืดหยุ่น (๒) มีมาตรการจูงใจและ ส่งเสริมสนับสนุน ให้คนเข้าสู่ใฝ่เรียนรู้ พัฒนาตนเอง รวมถึงการยกระดับทักษะวิชาชีพ (๓) พัฒนาระบบการเรียนรู้ชุมชนให้เข้าถึงได้ทุก ที่ทุกเวลา โดยความร่วมมือจากภาครัฐ ภาคเอกชนและภาคประชาสังคม (๔) พัฒนาระบบเครือข่ายเทคโนโลยีดิจิทัล และดิจิทัลแฟลตฟอร์ม สื่อดิจิทัลเพื่อการศึกษาในทุกระดับ ทุกประเภทการศึกษาอย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพ และ (๕) พัฒนาโปรแกรมประยุกต์หรือสื่อการเรียนรู้ดิจิทัลที่มีคุณภาพที่นักเรียน นักศึกษา และประชาชนสามารถเข้าถึง และใช้ประโยชน์ในการเรียนรู้และพัฒนาตนเองผ่านเทคโนโลยีสมัยใหม่ได้ ๕) สร้างระบบการศึกษาเพื่อเป็นเลิศทางวิชาการระดับนานาชาติประกอบด้วย ๕ แนวทางย่อย ได้แก่ (๑) ส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพสถาบันการศึกษาที่มีความเชี่ยวชาญและมีความโดดเด่นเฉพาะสาขา สู่ระดับ นานาชาติ มีกรอบมาตรฐานฝีมือแรงงานและมาตรฐานอาชีพที่กำหนดสมรรถนะและทักษะพื้นฐาน สำหรับสาขา อาชีพต่าง ๆ ที่สอดคล้องกับความต้องการของอุตสาหกรรม โดยเฉพาะใน ๑๐ กลุ่มอุตสาหกรรม เป้าหมาย S-curve และ New S-curve เพื่อเป็นเครื่องมือในการยืนยัน และพัฒนาสมรรถนะของแรงงาน และมีกรอบแนวคิด ในการคาดการณ์อุปสงค์แรงงานในอนาคตในสาขาอาชีพต่าง ๆ และมีแนวทางทบทวนและ ปรับปรุงให้แม่นยำมากขึ้น เป็นระยะ (๒) สร้างเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการและแลกเปลี่ยนนักเรียน นักศึกษาและบุคลากรในระดับ นานาชาติ รวมถึงการพัฒนาศูนย์วิจัย ศูนย์ฝึกอบรม และทดสอบในระดับ ภูมิภาค (๓) จัดให้มีการเรียนรู้ ประวัติศาสตร์ชาติไทยและประวัติศาสตร์ท้องถิ่น (๔) จัดให้มีการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ประเพณี วัฒนธรรมของไทย
30 และพัฒนาการของประเทศเพื่อนบ้านในสถานศึกษา และสำหรับ ประชาชน และ (๕) ส่งเสริมสนับสนุน การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของเด็ก เยาวชน และนักเรียนกับประเทศ เพื่อนบ้านในภูมิภาคเอเชียอาคเนย์ เป้าหมายและตัวชี้วัด เป้าหมาย ตัวชี้วัด ค่าเป้าหมาย ปี 2561 - 2565 ปี 2566 – 2570 ปี 2571 - 2575 ปี 2576 - 2580 คนไทยได้รับ การศึกษาที่มี คุณภาพตาม มาตรฐาน มีทักษะ การเรียนรู้ และ ทักษะที่จำเป็นของ โลกศวรรษที่ 21 สามารถเข้าถึงการ เรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ตลอดชีวิตดีขึ้น สัดส่วนครูผ่านการ ทดสอบสมรรถนะราย สาขาในระดับสูงตาม มาตรฐานนานาชาติ ร้อยละ 50 ร้อยละ 100 ร้อยละ 100 ร้อยละ 100 อัตราความแตกต่างของ คะแนน PISA ในแต่ละ กลุ่มโรงเรียนลดลง ลดลง ร้อยละ 20 ลดลง ร้อยละ 20 ลดลง ร้อยละ 20 ลดลง ร้อยละ 20 อัตราการเข้าเรียนสุทธิ ระดับมัธยมศึกษา ตอนต้น ร้อยละ 80 ร้อยละ 90 ร้อยละ 100 ร้อยละ 100
31 ส่วนที่ 3 แผนปฏิบัติการการขับเคลื่อนโครงการโรงเรียนคุณภาพ ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 วิสัยทัศน์ : สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1 เป็นองค์กรคุณภาพ สร้างคนดี มีความสุข โดยน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน พันธกิจ : 1. จัดการศึกษาเพื่อเสริมสร้างจิตสำนึกและความมั่นคงของสถาบัน ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข 2. ส่งเสริม พัฒนา ผู้เรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา ให้ได้รับความปลอดภัย 3. สร้างโอกาส ความเสมอภาค ลดความเหลื่อมล้ำ ให้ผู้เรียนทุกคนได้รับบริการทางการศึกษาอย่างทั่วถึง 4. พัฒนาผู้เรียนให้มีสมรรถนะตามหลักสูตร และทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 มีความเป็นเลิศ ทางวิชาการเพื่อสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน 5. พัฒนาผู้บริหาร ครู และบุคลากรทางการศึกษา ให้มีสมรรถนะตามมาตรฐานวิชาชีพ มีความ เป็นมืออาชีพ สมรรถนะด้านภาษาและการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Technology) 6. ส่งเสริม สนับสนุนการจัดการศึกษา เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ยึดหลักปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียงสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) 7. พัฒนาระบบการบริหารจัดการศึกษาทุกระดับและจัดการศึกษาโดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Technology) เป้าประสงค์ : 1. ผู้เรียนมีความสำนึกรักชาติ ปฏิบัติตนตามหลักศาสนา จงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ยึดมั่นการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เป็นพลเมืองที่รู้สิทธิและหน้าที่อย่าง รับผิดชอบ มีจิตสาธารณะ รักและภาคภูมิใจในความเป็นไทย 2. ผู้เรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา มีความรู้ ความเข้าใจ และได้รับการดูแลความปลอดภัยจากภัย คุกคามทุกรูปแบบ รวมทั้ง สามารถปรับตัวต่อโรคอุบัติใหม่ โรคอุบัติซ้ำ 3. ผู้เรียนได้รับโอกาสความเสมอภาค ลดความเหลื่อมล้ำได้รับบริการทางการศึกษาอย่างทั่วถึง 4. ผู้เรียนได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพตามมาตรฐานสอดคล้องกับศักยภาพ มีสมรรถนะและทักษะ ที่จำเป็น สำหรับอนาคต มีความรู้ความเข้าใจ สามารถวางแผนในการศึกษาต่อเพื่อการมีงานทำและสามารถปรับตัวในการ ดำรงชีวิตอยู่ในสังคมอย่างมีความสุข 5. ผู้เรียนที่มีความสามารถพิเศษด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ ศิลปะ ดนตรี กีฬา ภาษาและอื่นๆ ได้รับการ พัฒนาอย่างเต็มศักยภาพ และมีความสามารถในการใช้เทคโนโลยีด้านดิจิทัล (Digital Technology) 6. ผู้บริหาร ครู และบุคลากรทางการศึกษา เป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้มีสมรรถนะความรู้ ความเชี่ยวชาญ และจรรยาบรรณตามมาตรฐานวิชาชีพ 7. สถานศึกษาจัดการศึกษาเพื่อการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development Goals : SDGs) บูรณาการ soft power และสร้างเสริมคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ตามหลักปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียง 8. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษาได้รับการพัฒนาระบบบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ
32 ตัวชี้วัดของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 1. ความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานและระบบสนับสนุนนักเรียน ร้อยละ 90 2. ความเพียงพอและคุณภาพของบุคลากร ร้อยละ 90 3. คุณภาพของการบริหารจัดการสถานศึกษา ร้อยละ 90 4. คุณภาพของการจัดการเรียนรู้ของสถานศึกษา ร้อยละ 90 5. ผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษา ร้อยละ 90 6. สถานศึกษาที่ผ่านเกณฑ์การประเมิน ITA ได้คะแนน 90 คะแนนขึ้นไป ร้อยละ 90 กลยุทธ์: 1. ส่งเสริม พัฒนา ผู้เรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษา ให้มีความปลอดภัยจากภัยทุกรูปแบบ 2. สร้างโอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษาให้กับประชากรวัยเรียนทุกคน 3. ยกระดับคุณภาพการศึกษาให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21 4. เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการศึกษา รายละเอียดกลยุทธ์ เป้าประสงค์ ตัวชี้วัด และค่าเป้าหมาย กลยุทธ์ 1 ส่งเสริม พัฒนา ผู้เรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา ให้มีความปลอดภัยจากภัยทุกรูปแบบ เป้าหมาย 1. ผู้เรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา มีความรู้ ความเข้าใจ และได้รับการดูแลความปลอดภัยจาก ภัยคุกคามทุกรูปแบบ รวมทั้งสามารถปรับตัวต่อโรคอุบัติใหม่ โรคอุบัติซ้ำ 2. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สถานศึกษา ได้รับการพัฒนาให้มีความปลอดภัย และจัดการศึกษาได้ อย่างมีประสิทธิภาพ 3. สถานศึกษา ได้รับการส่งเสริมให้มีความร่วมมือกับหน่วยงานภายนอกที่เกี่ยวข้อง เพื่อความปลอดภัย ของผู้เรียน ตัวชี้วัด/ค่าเป้าหมาย ที่ KPI ตัวชี้วัด หน่วยนับ ค่าเป้าหมาย กิจกรรม/โครงการ งบประมาณ 1 ร้อยละของผู้เรียน ที่มี ความรู้ความเข้าใจ และ ทักษะเพื่อรับมือกับภัย คุกคามรูปแบบใหม่ทุก รูปแบบ และทุกประเภท ร้อยละ 100 2 ร้อยละของสถานศึกษาที่มี การประเมินความเสี่ยง และมีแผน/มาตรการ กิจกรรมในการสร้างความ ตระหนักรู้ (SafetyAwareness) หรือ ร้อยละ 100
33 ที่ KPI ตัวชี้วัด หน่วยนับ ค่าเป้าหมาย กิจกรรม/โครงการ งบประมาณ ทักษะในการรับมือด้าน ความปลอดภัย (Safety Action) ทุกรูปแบบ และมีการ ดำเนินการตามแผนอย่างเป็น ระบบ ร้อยละ 100 3 ร้อยละของบุคลากรใน สำนักงานเขตพื้นที่ การศึกษา มีความรู้ ความ เข้าใจ และทักษะเพื่อ รับมือกับภัยคุกคามทุก รูปแบบ และมีความ ปลอดภัยจากภัยทุก ประเภท และสามารถ ถ่ายทอดไปสู่สถานศึกษา ร้อยละ 100 กลยุทธ์ 2 สร้างโอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษาให้กับประชากรวัยเรียนทุกคน เป้าหมาย 1. ผู้เรียนระดับปฐมวัยได้มีโอกาสเข้ารับการพัฒนาที่เหมาะสมตามวัย 2. ประชากรวัยเรียนได้รับโอกาสทางการศึกษาอย่างเสมอภาคจนจบการศึกษาภาคบังคับ 3. เด็กพิการและเด็กด้อยโอกาส ได้รับโอกาสทางการศึกษาที่มีคุณภาพ 4. ผู้เรียนที่มีความสามารถพิเศษ ได้รับการส่งเสริมและพัฒนาเต็มตามศักยภาพ 5. เด็กกลุ่มเสี่ยงที่จะออกจากระบบการศึกษา เด็กตกหล่น และเด็กออกกลางคัน ได้รับการ ช่วยเหลือให้ได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ตัวชี้วัด/ค่าเป้าหมาย ที่ KPI ตัวชี้วัด หน่วยนับ ค่าเป้าหมาย กิจกรรม/โครงการ งบประมาณ 1 อัตราการเข้าเรียนสุทธิ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ร้อยละ 85 2 ร้อยละของเด็กออกกลางคัน ระดับการศึกษาภาคบังคับ กลับเข้าสู่ระบบการศึกษา หรือได้รับการศึกษาด้วย รูปแบบที่เหมาะสม ร้อยละ 90
34 ที่ KPI ตัวชี้วัด หน่วยนับ ค่าเป้าหมาย กิจกรรม/โครงการ งบประมาณ 3 จำนวนของผู้เรียนที่เป็นผู้ พิการ ผู้ด้อยโอกาส ได้รับ การศึกษาที่เหมาะสม ตาม ความจำเป็นและศักยภาพ คน ไม่น้อยกว่า 5,000 4 จำนวนของผู้เรียนที่เป็นผู้มี ความสามารถพิเศษ ได้รับ การส่งเสริมศักยภาพที่ เหมาะสม 85 ไม่น้อยกว่า 100 5 ร้อยละของสถานศึกษามี การนำข้อมูลสารสนเทศ มาใช้ในการรับและ ให้บริการการศึกษา รวมถึงการส่งต่อ ผู้เรียน ระดับปฐมวัย และการศึกษา ขั้นพื้นฐานอย่างเป็นระบบ ร้อยละ 90 6 ร้อยละของสถานศึกษาที่ จัดการศึกษาในรูปแบบ ที่หลากหลายเหมาะสมกับ ผู้เรียน ร้อยละ 75 7 ร้อยละของผู้เรียนที่ได้รับ เงินอุดหนุนปัจจัยพื้นฐาน สำหรับนักเรียนยากจน ร้อยละ 20 กลยุทธ์ 3 ยกระดับคุณภาพการศึกษาให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21 เป้าหมาย 1. เด็กปฐมวัยในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษกาญจนบุรี เขต 1 มีพัฒนาการ สมวัย 2. ผู้เรียนทุกช่วงวัยในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน มีความรักในสถาบันหลักของชาติ และ ยึดมั่นการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เป็นพลเมืองที่รู้สิทธิและหน้าที่ อย่างมีความรับผิดชอบ มีจิตสาธารณะ มีความรักและความภูมิใจในความเป็นไทย 3. ผู้เรียนทุกช่วงวัยในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพ ตามมาตรฐาน สอดคล้องกับศักยภาพ ให้เป็นผู้มีสมรรถนะและทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21
35 4. ผู้บริหาร ครู และบุคลากรทางการศึกษาเป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้ ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของ เทคโนโลยี มีสมรรถนะ ความรู้ ความเชี่ยวชาญ จรรยาบรรณและมาตรฐานวิชาชีพ และจิตวิญญาณ ความเป็น ครู 5. สถานศึกษาจัดการศึกษาเพื่อการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development Goals : SDGs) ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 6. สถานศึกษา สามารถจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) และมีระบบการวัดและ ประเมินผลเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียน (Assessment for Learning) ด้วยวิธีการที่หลากหลาย ยืดหยุ่น ตอบสนองต่อความถนัดและความสนใจของผู้เรียน เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้เป็นรายบุคคล (Personalized Learning) ตัวชี้วัด/ค่าเป้าหมาย ที่ KPI ตัวชี้วัด หน่วยนับ ค่าเป้าหมาย กิจกรรม/โครงการ งบประมาณ 1 ร้อยละของผู้เรียนมี คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ระดับดีขึ้นไป ร้อยละ 90 2 ร้อยละของผู้เรียนปฐมวัย ในสังกัด มีพัฒนาการสมวัย ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ วินัย อารมณ์ สังคม และ สติปัญญา ร้อยละ 90 3 ร้อยละของผู้เรียนได้รับ การพัฒนาให้มี สมรรถนะ และทักษะที่ จำเป็นในศตวรรษที่ 21 ร้อยละ 90 4 ร้อยละของผู้เรียนได้รับ การส่งเสริมพหุปัญญา โดย ใช้เครื่องมือคัดกรอง/ สำรวจแวว/วัด ความสามารถความถนัด ของผู้เรียน ร้อยละ 60 5 ร้อยละของสถานศึกษาที่ ได้รับการส่งเสริมสนับสนุน เสริมสร้างศักยภาพ ด้าน การประเมินให้กับ ครูผู้สอนในระดับ มัธยมศึกษาตอนต้น ร้อยละ 70
36 ที่ KPI ตัวชี้วัด หน่วยนับ ค่าเป้าหมาย กิจกรรม/โครงการ งบประมาณ ให้สามารถสร้างและใช้ เครื่องมือประเมิน สมรรถนะความฉลาดรู้ของ ผู้เรียนด้านการอ่าน ด้าน วิทยาศาสตร์ และด้าน คณิตศาสตร์ในระดับชั้น เรียน เพื่อการพัฒนาการ เรียนรู้ ร้อยละ 70 6 ร้อยละของสถานศึกษาที่ สอนในระดับมัธยมศึกษา ตอนต้น ส่งเสริมการ ประเมินความฉลาดรู้ตาม แนวทางการประเมิน PISA ให้กับนักเรียนระดับ ชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น เพื่อเตรียมความพร้อม รับการประเมินระดับ นานาชาติ ร้อยละ 70 7 สัดส่วนนักเรียนระดับชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่มีผล การทดสอบ O-NET ใน 4 วิชาหลัก(ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์) ตั้งแต่ ร้อยละ 50 ขึ้นไป ต่อ จำนวนนักเรียนระดับ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่เข้า รับการทดสอบ (ร้อยละในแต่ละวิชา) ร้อยละ ภาษาไทย 62 อังกฤษ 2 คณิตฯ 2 วิทย์ฯ 3 8 ร้อยละของสถานศึกษาใน สังกัดที่มีหลักสูตร สถานศึกษาที่ยืดหยุ่น ตอบสนองต่อความถนัด และความสนใจของผู้เรียน ร้อยละ 85
37 ที่ KPI ตัวชี้วัด หน่วยนับ ค่าเป้าหมาย กิจกรรม/โครงการ งบประมาณ 9 ร้อยละของสถานศึกษามี นโยบายและจัดกิจกรรม สิ่งแวดล้อมศึกษา ให้ ความรู้ที่ถูกต้อง และสร้าง นักเรียนให้มีคุณลักษณะ และพฤติกรรมที่พึงประสงค์ ด้านสิ่งแวดล้อมและ คุณภาพชีวิตที่ดี นำไป ปฏิบัติที่บ้านและชุมชน ร้อยละ 40 10 ร้อยละของสถานศึกษา ได้รับการพัฒนาให้มี ความรู้ความเข้าใจ ในการ สร้างนวัตกรรมการบริหาร เพื่อพัฒนาผู้เรียนตาม เป้าหมายการพัฒนาที่ ยั่งยืน ร้อยละ 50 11 ร้อยละของสถานศึกษาที่มี การจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) และมี การวัดและประเมินผล เพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของ ผู้เรียน (Assessment for Learning) ด้วยวิธีการ ที่หลากหลาย เพื่อส่งเสริม การเรียนรู้เป็นรายบุคคล (Personalized Learning) ร้อยละ 80 12 ร้อยละของสถานศึกษาที่มี การส่งเสริม และพัฒนา ผู้เรียน ครู ให้เข้าถึง แพลตฟอร์มสื่อการเรียนรู้ที่ ใช้ในการจัดการเรียนการ สอน การวัด ประเมิน และ พัฒนาผู้เรียน เพื่อส่งเสริม การเรียนรู้เป็น รายบุคคล สำหรับผู้เรียนทุก ช่วงวัย ร้อยละ 80
38 ที่ KPI ตัวชี้วัด หน่วยนับ ค่าเป้าหมาย กิจกรรม/โครงการ งบประมาณ 13 ร้อยละของครูสอน ภาษาอังกฤษในระดับชั้น ประถมศึกษาและ มัธยมศึกษาทุกคน ได้รับ การพัฒนาและยกระดับ ความรู้ภาษาอังกฤษของ ครูที่สอนภาษาอังกฤษโดย ใช้ระดับการพัฒนาทาง ด้านภาษา (CEFR) ตาม เกณฑ์ที่กำหนด ร้อยละ 100 14 จำนวนครูและบุคลากร ทางการศึกษาที่สามารถ จัดการเรียนรู้เชิงรุก ร้อยละ 600 15 ร้อยละของครูและบุคลากร ทางการศึกษาที่ได้รับการ พัฒนาทักษะเทคโนโลยี ดิจิทัล ร้อยละ 80 16 ร้อยละของข้าราชการครูและ บุคลากรทางการศึกษา ที่ได้รับการพัฒนาให้มี สมรรถนะตามมาตรฐาน วิชาชีพ ร้อยละ 80 กลยุทธ์ 4 เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการศึกษา เป้าหมาย 1. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษามีการนำระบบข้อมูลสารสนเทศ และเทคโนโลยีดิจิทัลมา ใช้ในการบริหารจัดการและการให้บริการอย่างมีประสิทธิภาพ 2. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษา มีระบบการบริหารจัดการที่ได้มาตรฐาน 3. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษามีระบบการจัดสรรทรัพยากร โดยเฉพาะอัตรากำลังและ งบประมาณ ที่มีประสิทธิภาพ เหมาะสมกับบริบท 4. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษามีการส่งเสริมการมีส่วนร่วม ที่มีประสิทธิภาพ เหมาะสม กับบริบท 5. สถานศึกษาในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา สถานศึกษาที่อยู่ในเขตพื้นที่ลักษณะพิเศษและ โรงเรียนคุณภาพ ได้รับการพัฒนาประสิทธิภาพที่เหมาะสมกับบริบท ตัวชี้วัด/ค่าเป้าหมาย
39 ที่ KPI ตัวชี้วัด หน่วยนับ ค่าเป้าหมาย กิจกรรม/โครงการ งบประมาณ 1 ร้อยละของสำนักงานเขต พื้นที่การศึกษาและ สถานศึกษา มีการพัฒนา บริหารจัดการและการ ให้บริการการศึกษาด้วย เทคโนโลยีดิจิทัล ร้อยละ 100 2 ร้อยละของสถานศึกษาที่มี ผลการประกันคุณภาพ ภายในระดับดีเลิศขึ้นไป ร้อยละ 77 3 ร้อยละของสำนักงานเขต พื้นที่การศึกษาและ สถานศึกษาเป้าหมาย ที่ ผ่านเกณฑ์การประเมิน ITA Online ร้อยละ 86 4 ร้อยละของสำนักงานเขต พื้นที่การศึกษา และ สถานศึกษาที่ส่งเสริมการมี ส่วนร่วมกับชุมชน/ หน่วยงาน/องค์กร/ บุคคลภายนอก ในการ บริหารจัดการและการ ให้บริการการศึกษา ร้อยละ 87 5 ร้อยละของสถานศึกษานำ ร่องในพื้นที่นวัตกรรม การศึกษา สถานศึกษา พื้นที่สูงในถิ่นทุรกันดาร และโรงเรียนคุณภาพ ได้รับ การพัฒนาประสิทธิภาพ การจัดการศึกษาตาม บริบทพื้นที่ ร้อยละ 85 6 ร้อยละของโรงเรียน คุณภาพที่มีการบริหาร จัดการและการใช้ ทรัพยากรร่วมกันได้สำเร็จ ตามเป้าหมาย ร้อยละ 85
40 ที่ KPI ตัวชี้วัด หน่วยนับ ค่าเป้าหมาย กิจกรรม/โครงการ งบประมาณ 7 จำนวนครั้งของประชาชนที่ เข้าถึงหลักสูตร สื่อ แหล่งเรียนรู้ที่จัดการศึกษา ในรูปแบบการเรียนรู้ตลอด ชีวิตทุกที่ทุกเวลา (Lifelong Learning) ร้อยละ 10,000 8 ร้อยละความสำเร็จของ กระบวนงานที่ได้รับการ ปรับเปลี่ยนให้เป็นดิจิทัล (สัดส่วนของกระบวนงาน ที่ปรับเปลี่ยนให้เป็นดิจิทัล ต่อกระบวนงานทั้งหมด ที่ สามารถปรับเปลี่ยนให้อยู่ ในรูปแบบดิจิทัล) ร้อยละ 60
แผนปฏิบัติการการขับเคลื่อนโครงการโรงเรียนคุณภาพของสประจำปีงบประมกลยุทธ์ ตัวชี้วัด โครงการ / กิจกรรม กลุ่ม เป้า หมาย งบ ประมาณ1 ส่งเสริม พัฒนา ผู้เรียน ครูและ บุคลากรทางการ ศึกษาให้มีความ ปลอดภัยจากภัยทุก รูปแบบ ตัวชี้วัดที่ 1 ร้อยละ 100ของผู้เรียน ที่ มีความรู้ความเข้าใจ และทักษะเพื่อ รับมือกับภัยคุกคามรูปแบบใหม่ ทุกรูปแบบและทุกประเภท ตัวชี้วัดที่ 2 ร้อยละ 100 ของ สถานศึกษาที่มีการประเมินความเสี่ยง และ มีแผน /มาตรการ กิจกรรมในการสร้าง ความตระหนักรู้ (Safety Awareness) หรือทักษะในการรับมือด้านความ ปลอดภัย (Safety Action) ทุกรูปแบบ และมีการดำเนินการตามแผนอย่างเป็น ระบบ ตัวชี้วัดที่ 3 ร้อยละ 100ของบุคลากร ในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา มี ความรู้ ความเข้าใจ และทักษะ เพื่อ รับมือกับภัยคุกคาม ทุกรูปแบบ และมีความปลอดภัยจากภัยทุก ประเภท และสามารถถ่ายทอดไปสู่ สถานศึกษา
41 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1 มาณ พ.ศ. 2567 ณ ระยะเวลาดำเนินการ ผู้รับ ผิด ชอบ ไตรมาส 1 ไตรมาส 2 ไตรมาส 3 ไตรมาส 4 ต.ค. 66 พ.ย. 66 ธ.ค. 66 ม.ค. 67 ก.พ. 67 มี.ค. 67 เม.ย. 67 พ.ค. 67 มิ.ย. 67 ก.ค. 67 ส.ค. 67 ก.ย. 67
กลยุทธ์ ตัวชี้วัด โครงการ / กิจกรรม กลุ่ม เป้า หมาย งบ ประมาณที่ 2 สร้างโอกาส และความเสมอภาค ทางการศึกษาให้กับ ประชากรวัยเรียน ทุกคน ตัวชี้วัดที่ 2 ร้อยละ 90 ของเด็กออก กลางคัน ระดับการศึกษาภาคบังคับ กลับ เข้า สู่ระบบการศึกษา หรือได้รับ การศึกษาด้วยรูปแบบที่เหมาะสม ตัวชี้วัดที่ 3 จำนวนของผู้เรียนที่เป็นผู้ พิการ ผู้ด้อยโอกาสได้รับการศึกษาที่ เหมาะสม ตามความจำเป็นและศักยภาพ ตัวชี้วัดที่ 7 ร้อยละ 20 ของผู้เรียนที่ ได้รับเงินอุดหนุนปัจจัยพื้นฐานสำหรับ นักเรียนยากจน ตัวชี้วัดที่ 6 ร้อยละ 75 ของ สถานศึกษาที่จัดการศึกษา ในรูปแบบที่หลากหลายเหมาะสมกับ ผู้เรียน ตัวชี้วัดที่ 3 จำนวนของผู้เรียนที่เป็นผู้ พิการ ผู้ด้อยโอกาส ได้รับการศึกษาที่ เหมาะสม ตามความจำเป็นและศักยภาพ
42 ณ ระยะเวลาดำเนินการ ผู้รับ ผิด ชอบ ไตรมาส 1 ไตรมาส 2 ไตรมาส 3 ไตรมาส 4 ต.ค. 66 พ.ย. 66 ธ.ค. 66 ม.ค. 67 ก.พ. 67 มี.ค. 67 เม.ย. 67 พ.ค. 67 มิ.ย. 67 ก.ค. 67 ส.ค. 67 ก.ย. 67
กลยุทธ์ ตัวชี้วัด โครงการ / กิจกรรม กลุ่ม เป้า หมาย งบ ประมาณ3 ยกระดับคุณภาพ การศึกษาให้ สอดคล้องกับการ เปลี่ยนแปลงใน ศตวรรษที่ 21 ตัวชี้วัดที่ 3 ร้อยละ 90ของผู้เรียน ได้รับการพัฒนาให้มีสมรรถนะ และ ทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 ตัวชี้วัดที่ 4 ร้อยละ 60 ของผู้เรียน ได้รับการส่งเสริมพหุปัญญา โดยใช้ เครื่องมือคัดกรอง/สำรวจแวว/ วัด ความสามารถความถนัดของผู้เรียน ตัวชี้วัดที่ 3 ร้อยละ 90ของผู้เรียน ได้รับการพัฒนาให้มีสมรรถนะ และ ทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 ตัวชี้วัดที่ 11 ร้อยละ 80 ของ สถานศึกษาที่มีการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) และมีการวัดและ ประเมินผลเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของ ผู้เรียน (Assessment for Learning) ด้วยวิธีการ ที่หลากหลาย เพื่อส่งเสริม การเรียนรู้เป็นรายบุคคล (Personalized Learning)
43 ณ ระยะเวลาดำเนินการ ผู้รับ ผิด ชอบ ไตรมาส 1 ไตรมาส 2 ไตรมาส 3 ไตรมาส 4 ต.ค. 66 พ.ย. 66 ธ.ค. 66 ม.ค. 67 ก.พ. 67 มี.ค. 67 เม.ย. 67 พ.ค. 67 มิ.ย. 67 ก.ค. 67 ส.ค. 67 ก.ย. 67
กลยุทธ์ ตัวชี้วัด โครงการ / กิจกรรม กลุ่ม เป้า หมาย งบ ประมาณตัวชี้วัดที่ 11 ร้อยละ 80ของ สถานศึกษาที่มีการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) และมีการวัดและ ประเมินผลเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของ ผู้เรียน (Assessment for Learning) ด้วยวิธีการ ที่หลากหลาย เพื่อส่งเสริม การเรียนรู้เป็นรายบุคคล (Personalized Learning) ตัวชี้วัดที่ 10 ร้อยละ 50ของ สถานศึกษาได้รับการพัฒนาให้มีความรู้ ความเข้าใจ ในการสร้างนวัตกรรมการ บริหารเพื่อพัฒนาผู้เรียนตามเป้าหมาย การพัฒนาที่ยั่งยืน ตัวชี้วัดที่ 8 ร้อยละ 85 ของสถานศึกษา ในสังกัดที่มีหลักสูตรสถานศึกษาที่ยืดหยุ่น ตอบสนองต่อ ความถนัดและความสนใจ ของผู้เรียน