The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Santiratwitthayalai, 2021-09-04 08:16:33

แผนการสอน ศ22101

แผนการสอน ศ22101



ภาพผลงานประตมิ ากรรม ภาพผลงานประติมากรรม
ผลงานของชำเรอื ง วิเชยี รเขตต์ ผลงานของชำเรอื ง วิเชยี รเขตต์

ภาพผลงานประตมิ ากรรม “ความปรารถนา” ภาพผลงานประติมากรรม “สนั ตภิ าพ”
ผลงานของนนทิวรรธน์ จนั ทนะผะลนิ ผลงานของนนทิวรรธน์ จันทนะผะลิน

ภาพผลงานสือ่ ผสมในชดุ “หนงั ใหญ่” ภาพผลงานสื่อผสมในชุด “หนังใหญ่”
ผลงานของกมล ทัศนาญชลี ผลงานของกมล ทัศนาญชลี

ที่มา : สชุ าติ เถาทอง และคณะ. [ม.ป.ป.]. หนังสอื เรยี น รายวชิ าพ้นื ฐาน ทัศนศลิ ป์ ม.2. พิมพค์ ร้ังที่ 8.
กรงุ เทพมหานคร : อักษรเจริญทศั น.์

ขอ้ เสนอแนะ/ความคิดเห็น (ผ้อู ำนวยการ/รองผอู้ ำนวยการกลมุ่ บริหารงานวชิ าการ/หวั หน้ากลุ่มสาระฯ/ผ้ทู ่ีไดร้ บั
มอบหมาย)
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงช่อื ………………………………………………………
(………………………………………………………)

ตำแหน่ง………………………………………………….
วนั ท่ี………เดือน………………… พ.ศ…………….

บันทกึ หลงั การจดั กิจกรรมการเรยี นรู้
ผลการจดั กิจกรรม
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ปัญหา/อปุ สรรค
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางการแกไ้ ข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชือ่ ………………………………………………………ผู้สอน
(นางสาวจนิ ตภรณ์ กล่อมบุญธรรม)
วันที่……….. เดอื น……………… พ.ศ. ….......

แผนการจัดการเรยี นรู้

สาระการเรียนรู้ ศลิ ปะ รายวิชา ศิลปะพืน้ ฐาน 3 รหัส ศ 22101

ช้นั มธั ยมศึกษาปที ี่ 2 วาดเส้น สีนำ้ สนี ำ้ มัน หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 3
แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ 8 เรอ่ื ง เวลา 5 ช่วั โมง

1. มาตรฐาน / ตวั ช้ีวดั

มาตรฐานการเรยี นรู้
ศ 1.1 สร้างสรรค์งานทัศนศิลป์ตามจินตนาการ และความคิดสร้างสรรค์ วิเคราะห์ วิพากษ์

วิจารณ์คุณค่างานทัศนศิลป์ ถ่ายทอดความรู้สึก ความคิดต่องานศิลปะอย่างอิสระ ชื่นชมและประยุกต์ใช้ใน
ชวี ติ ประจำวัน

ตวั ช้ีวัด
ศ 1.1 ม.2/3 วาดภาพด้วยเทคนิคทีห่ ลากหลายในการสื่อความหมายและเร่ืองราวต่าง ๆ

2. สาระสำคัญ / ความคิดรวบยอด

วาดเส้นเป็นวิธีถ่ายทอดการแสดงออกเบื้องต้นของผู้สร้างสรรค์ โดยการสร้างรูปจากสิ่งที่เห็นภายนอก
หรือสิ่งที่คิดฝัน จินตนาการข้ึน และสามารถใช้วิธีการทีเ่ ปน็ เทคนคิ พื้นฐาน รวมไปถงึ การใช้ทักษะ ฝีมือ และวัสดุ
อืน่ ๆ ทางศิลปะมาทำใหเ้ กิดภาพข้ึน

สีน้ำ (Watercolor) เป็นสีที่ทำขึ้นจากหิน ดิน ยางไม้ หรือวัสดุธรรมชาติอืน่ ๆ ที่นำมาผสมกันและสามารถ
ละลายน้ำได้ ต่อมาเมอ่ื มีวิทยาการก้าวหน้า นอกเหนอื จากวัสดธุ รรมชาติท่เี คยใช้ในการทำสนี ้ำ มกี ารใช้สีผสมด้วย
สารเคมเี พ่มิ เติมเขา้ ไป จนถงึ ปัจจบุ นั สีน้ำจงึ มกี ารทำแบบบรรจหุ ลอด หรอื อยใู่ นกล่อง ขวดไวใ้ ช้งานไดอ้ ย่างสะดวก
และผสู้ นใจภาพส่วนใหญ่จะเริ่มตน้ วาดภาพดว้ ยเทคนิคสนี ้ำในระยะแรก ๆ ต่อมาจึงคอ่ ยเปลีย่ นไปทดลองวาดด้วย
เทคนิควิธกี ารอ่นื ๆ

สนี ้ำมัน (Oil) ได้ถูกพัฒนาขึ้นในยุคแรกของสมยั เรอเนซองซ์ เป็นสีท่ีเกิดจากผงเนอื้ สธี รรมชาตผิ สม
กับนำ้ มนั ลนิ สีด (Linseed) ซ่ึงทำจากเมล็ดตน้ แฟลก็ (Flax) ที่นำมาจากผา้ ลินนิ เมล็ดต้นแฟล็กมีคณุ สมบตั ิ
ในการละลายหมึกและสี หรือบางครั้งใช้ผงเนื้อสีผสมกับน้ำมันจากดอกคำฝอยหรอื ต้นแสด (Safflower) หรือน้ำมัน
จากดอกป๊อปปี้ (Poppy) สีน้ำมันที่โรงงานผลิตขึน้ จะเป็นหลอด เพื่อให้ง่ายและสะดวกในการเกบ็ รักษาและใช้งาน
แตก่ ม็ ีศลิ ปนิ นิยมทำสีน้ำมนั ข้ึนเองเพ่ือใหไ้ ด้โทนสีท่ีตอ้ งการ โดยวิธีการใช้ผงเนอ้ื สีมาบดให้เข้ากันกับสีน้ำมันลินสีด
(Linseed)

3. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ (K,P,A)

1. บอกช่ืออปุ กรณท์ ี่ใชใ้ นการวาดเสน้ การใช้สนี ำ้ การใชส้ ีนำ้ มัน (K)
2. เลือกใช้อปุ กรณใ์ นการวาดเสน้ การใช้สีนำ้ การใชส้ นี ้ำมนั ได้เหมาะสมกบั รูปแบบของผลงาน (P)
3. เห็นความสำคัญของอปุ กรณก์ ารวาดเส้น การใชส้ ีน้ำ การใช้สีนำ้ มัน ทีห่ ลากหลาย (A)

4. ดา้ นคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์(Attitude)

รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ อยู่อย่างพอเพียง ซ่อื สตั ยส์ ุจรติ ม่งุ มน่ั ในการทำงาน
ใฝเ่ รียนรู้ มีจติ สาธารณะ
มีวินยั รกั ความเปน็ ไทย

5. ด้านสมรรถนะสำคญั ของผูเ้ รยี น

ความสามารถในการ

สอื่ สาร:...................................................................................................................

ความสามารถในการคิด: ทกั ษะการคิดวเิ คราะห์ ,ทักษะการคดิ เชื่อมโยง

ความสามารถในการ

แกป้ ัญหา:..............................................................................................................

ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต: กระบวนการปฏิบตั ,ิ กระบวนการทำงานกลุม่

1. ความสามารถในการใช้

เทคโนโลยี:....................................................................................................

6. ด้านคณุ ลักษณะของผเู้ รยี นตามหลกั สตู รมาตรฐานสากล

เป็นเลิศวชิ าการ สือ่ สารสองภาษา ล้ำหน้าทางความคิด

ผลิตงานอยา่ งสร้างสรรค์ ร่วมกันรบั ผิดชอบตอ่ สังคมโลก

7. บรู ณาการตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง

1. หลักความพอประมาณ : สอดคลอ้ งกับสาระและมาตรฐานการเรยี นรู้

2. หลกั ความมเี หตุผล : สอนบรรลุตามมาตรฐานและตวั ช้ีวดั มีลกั ษณะพงึ ประสงค์

ตามทหี่ ลกั สูตรกำหนด

3. หลักภมู ิคุ้มกนั : วิเคราะห์หลกั สูตรเนอื้ หา ออกแบบและจดั กิจกรรมการ

เรยี นรไู้ ดค้ รบถว้ นตามสาระ

4. เง่ือนไขความรู้ : ประวตั ิความเป็นมาและความรู้ทวั่ ไป

5. เงื่อนไขคุณธรรม : ความรบั ผดิ ชอบ,ความขยัน อดทน,ความสามัคคี,ความคิด

สรา้ งสรรค์,หา่ งไกลจาก

6. ยาเสพติด,ความเสยี สละ

8. ชิ้นงานหรอื ภาระงาน (หลกั ฐาน/ร่องรอยการเรยี นร)ู้

สรา้ งสรรคผ์ ลงานทัศนศิลป์จากงานวาดเสน้ สนี ำ้ สีน้ำมัน ตามเทคนคิ ที่นักเรยี นสนใจ

9. กิจกรรมการเรยี นรู้

ขั้นนำ/ขั้นเตรียม

1. ให้นกั เรยี นรว่ มกนั แสดงความคิดเหน็ โดยครใู ช้คำถามท้าทาย ดงั น้ี
- วสั ดอุ ปุ กรณท์ สี่ ำคญั ท่สี ุดในการสร้างสรรคผ์ ลงานการวาดภาพคอื อะไร

2. ครูนำภาพลายเสน้ มาให้นักเรียนดู จากน้ันร่วมกนั อภปิ รายแสดงความคิดเหน็ โดยครูใชค้ ำถาม ดงั นี้
- ภาพท่นี กั เรียนเห็นเป็นภาพชนิดใด (ตวั อย่างคำตอบ ภาพลายเสน้ )
- ภาพลายเส้นมีความโดดเด่นหรือแตกต่างจากภาพสีอย่างไร (นักเรียนตอบตามประสบการณ์

และความเขา้ ใจ)
- นักเรยี นชอบภาพลายเสน้ หรอื ไม่ เพราะอะไร (นักเรียนตอบตามความรู้สกึ )
- นักเรยี นคิดวา่ การวาดภาพลายเสน้ ให้มีความสวยงามและโดดเด่นต้องอาศัยส่ิงใดบ้าง (ตัวอย่าง

คำตอบ ส่ิงทวี่ าด และอปุ กรณท์ ใ่ี ช้)
ข้นั อธบิ ายและสาธิต

3. ครอู ธิบายใหค้ วามรู้เก่ยี วกบั การวาดเสน้ ดังนี้ วาดเสน้ เปน็ วิธีถ่ายทอดการแสดงออกเบื้องตน้
ของผู้สร้างสรรค์ โดยการสร้างภาพจากสิ่งที่เห็นภายนอก จะเป็นภาพคน สัตว์ สิ่งของ ทิวทัศน์ หรือสิ่งที่คิดฝัน
จนิ ตนาการขึ้น และสามารถใชว้ ิธกี ารทเ่ี ป็นเทคนิคพ้นื ฐานเบอื้ งตน้ ด้วยถ่าน หนิ ไม้ หรอื น้วิ มือ ขดี วาด
รวมไปถึงการใชท้ กั ษะ ฝีมอื และวสั ดอุ ื่น ๆ ทางศิลปะ เช่น ดินสอ ปากกา หมึกมาทำให้เกิดภาพขนึ้

4. ครนู ำตวั อย่างวสั ดอุ ปุ กรณ์ทใี่ ช้ในการวาดภาพลายเสน้ เชน่ ดนิ สอ สีไม้ สเี ทียน ปากกา ไมไ้ ผ่
ถ่านเกรยองมาให้นกั เรียนดู จากนน้ั ใหน้ กั เรียนทดลองใช้อุปกรณ์แต่ละชนิดวาดภาพลายเส้นอย่างง่ายเพ่ือดูความ
แตกต่างของภาพผลงานทเ่ี กดิ จากการใช้อุปกรณ์แต่ละชนิด

5. ครูอธิบายให้ความรู้เกี่ยวกับสีนำ้ ดังนี้ สีน้ำ (Watercolor) เป็นสีที่ทำขึ้นจากหนิ ดิน ยางไม้ หรือวัสดุ
ธรรมชาติอื่น ๆ ที่นำมาผสมกันและสามารถละลายน้ำได้ ต่อมาเมื่อมีวิทยาการก้าวหน้า นอก เหนือจากวัสดุ
ธรรมชาตทิ เ่ี คยใชใ้ นการทำสนี ้ำ มกี ารใชส้ ผี สมดว้ ยสารเคมเี พ่ิมเตมิ เข้าไป จนถึงปัจจุบันสีน้ำจงึ มีการทำแบบบรรจุ
หลอดหรอื อย่ใู นกลอ่ ง ขวดไว้ใช้งานได้อย่างสะดวก และผู้สนใจภาพส่วนใหญจ่ ะเรมิ่ ตน้ วาดภาพด้วยเทคนิคสีน้ำใน
ระยะแรก ๆ ต่อมาจึงคอ่ ยเปล่ยี นไปทดลองวาดด้วยเทคนคิ วิธีการอื่น ๆ

6. ครูนำตัวอย่างผลงานทสี่ รา้ งสรรค์จากสนี ำ้ มาให้นักเรียนดู แลว้ รว่ มกนั อภิปรายลกั ษณะทโ่ี ดดเด่นของสี
นำ้ ทีม่ องเหน็ จากผลงาน

7. ครสู าธติ วิธกี ารใช้สีน้ำสร้างสรรค์ผลงานใหน้ กั เรียนดู พร้อมอธบิ ายประกอบ ดังนี้ สีน้ำจะใช้น้ำผสมให้
เนื้อสีละลายอ่อนแก่ และใช้พู่กันระบายลงบนกระดาษ เป็นความจำเป็นที่จิตรกรต้องแยกแยะให้ได้ระหว่าง
ภาพเขยี นสีน้ำแทแ้ ละภาพเขยี นลักษณะอน่ื ทม่ี าจากรากฐานเดยี วกัน

การใช้สีน้ำจะเรมิ่ ต้นจากการใช้ตวั สี (Pigment) เปน็ ผงสีทผ่ี สมอยใู่ นวัตถุท่ีละลายน้ำได้ เชน่ ยาง
ไม้ อปุ กรณท์ ่ีใช้คือ พกู่ ัน กระดาษ เนอื่ งจากสที ใ่ี ชม้ ีเนอ้ื สที ไ่ี ม่หนาแน่น แสงทสี่ อ่ งลงไปสามารถสะท้อนกลบั ออกมา

ผ่านสีบนผวิ หน้าของกระดาษ ทำให้เกิดความสว่าง สดใส และเบา ซงึ่ เปน็ ลักษณะสำคญั ของการ
วาดภาพสนี ้ำ แต่ภายใต้หลกั เกณฑน์ ้ี จติ รกรสามารถลดความโปรง่ แสงไดโ้ ดยการผสมสีขาว (Opaque White) ลง

ไป จะไดเ้ นอื้ สีที่ขน้ แบบสนี ้ำทึบแสง (Gouache) หรือที่เรยี กว่า Body colour
การใช้สีนำ้ ในการวาดภาพทำได้โดยการศึกษาธรรมชาติ แล้วแสดงออกสะท้อนส่งิ ท่ีเห็น หรอื วาด

ในลกั ษณะเชิงความคิด และใช้หลกั องคป์ ระกอบศิลป์ประกอบรปู ทรงและสีขึน้

8. ให้นกั เรียนร่วมกันแสดงความคดิ เห็น โดยครูใชค้ ำถามท้าทาย ดังนี้
- สีนำ้ มนั แตกต่างจากสีน้ำอยา่ งไรบา้ ง

ขัน้ ฝกึ ทกั ษะ
9. ครนู ำสนี ำ้ มนั มาใหน้ กั เรียนดู จากน้ันอธิบายความรเู้ กีย่ วกบั สนี ้ำมัน ดงั นี้ สีน้ำมัน (Oil) ไดถ้ กู พฒั นาขึ้น

ในยุคแรกของสมัยเรอเนซองซ์ เป็นสีที่เกิดจากผงเนื้อสีธรรมชาติผสมกบั น้ำมนั ลินสีด (Linseed) ซึ่งทำจากเมลด็

ต้นแฟล็ก (Flax) ที่นำมาจากผ้าลินิน เมล็ดต้นแฟล็กมีคุณสมบัติในการละลายหมกึ และสี หรือบางคร้ังใช้ผงเนื้อสี
ผสมกบั น้ำมนั จากดอกคำฝอยหรือต้นแสด (Safflower) หรอื นำ้ มนั จากดอกปอ๊ ปป้ี (Poppy) สนี ้ำมนั ท่โี รงงานผลิต

ขึ้นจะเป็นหลอด เพื่อให้ง่ายและสะดวกต่อการเกบ็ รักษาและใช้งาน แต่ก็มีศิลปินนิยมทำสีน้ำมันข้ึนเองเพื่อให้ได้
โทนสที ่ตี อ้ งการ โดยวธิ ีการใชผ้ งเนอ้ื สมี าบดให้เขา้ กนั กบั สนี ้ำมันลินสดี (Linseed)

10. ครูสาธิตวธิ ีการใชส้ นี ำ้ มันสรา้ งสรรคผ์ ลงานใหน้ กั เรยี นดู พร้อมอธิบายประกอบ ดงั นี้ สีนำ้ มนั ใชว้ าดลง

บนผ้าใบ ลินิน หรือแผ่นไม้อัด ปัจจุบันนยิ มใช้ผ้าใบสำเรจ็ รปู หากต้องการขนาดใหญ่ต้องหาผ้าใบหน้ากวา้ ง แล้ว
นำมาเตรียมพื้นที่ด้วยสีฝุ่นผสมกาวกระถิน หรือกาวกระดูกกระต่าย แล้วใช้สีฝุ่นผสมน้ำมันลินสีดทาทับอีก 2-3

ครัง้ กส็ ามารถใช้งานได้ แต่ปจั จุบันมีการผลิตสีรองพน้ื (Gesso) ซึ่งใช้ผสมน้ำทาทับ 2 - 3 ครง้ั ก็ใชไ้ ด้ดีเช่นกัน มี
ศลิ ปินบางคนต้องการใหพ้ ื้นภาพแขง็ จึงใช้ผา้ ใบหุม้ บนแผน่ ไมอ้ ัด แลว้ ทำสีรองพืน้ กอ่ นนำไปเขียนก็มี สำหรับผ้าใบ
จะใช้หยาบหรือละเอียดขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้วาดภาพ ซึ่งมีจุดประสงค์ในการวาดแตกต่างกันไป ถ้าต้องการ

เขียนรายละเอียดมาก ๆ ต้องใช้แบบละเอียด ถ้าต้องการใหม้ ีฝีแปรงสนุกสนานอาจจะใหห้ ยาบขึ้น แต่ทั้งน้ขี ้นึ อยู่
กับความเหมาะสมตามเนือ้ หาทว่ี าดเปน็ สำคญั

11. ครูนำสีน้ำมันแท่งมาใหน้ ักเรียนดู จากนั้นอธิบายให้นักเรียนฟังวา่ สีน้ำมันได้พฒั นาการผลติ จากแบบ
หลอดเปน็ แบบแทง่ เพ่ือใหส้ ะดวกต่อการนำไปเขยี นนอกสถานที่ หรือสามารถทำงานร่างภาพเบื้องต้นใหเ้ ร็วข้ึน สี
น้ำมนั แบบแท่งมีคุณสมบัติคอ่ นข้างดีเพราะผูน้ ิยมใช้มักเปน็ ศิลปิน ดังน้ันคณุ ภาพของสีที่ผลิตจึงมีคุณภาพระดับสี

ของศลิ ปนิ สนี ำ้ มนั แท่งแตกตา่ งกับสีชอล์กน้ำมันและเกรยองเพราะมีเน้ือสีมากกว่าและสามารถละลายด้วยเทคนิค
ของสีน้ำมันโดยการใช้พูก่ ันผสมสีให้เข้ากัน หรือใช้นำ้ มนั ผสมสีตา่ ง ๆ ผสมสีให้เกิดความเขม้ ใส บาง ทึบ หนาได้

และจะใช้พู่กัน ใบมีด หรือวัสดุที่ทำให้เกิดพื้นผิวที่มีความหนา (Impasto) ก็ทำได้เช่นกัน คุณสมบัติที่ดีนอกจาก
การใชง้ านเพอื่ ความสะดวกในการวาดภาพนอกสถานที่อีกประการหนึง่ ก็คือสามารถใช้เส้น หนา บาง คมชัด หรือ
ทึบตามประสงค์ และสีนำ้ มันแบบแท่งจะแหง้ เร็วกว่าสนี ำ้ มันแบบหลอด

ขนั้ สรุป
12. นกั เรยี นและครูรว่ มกนั สรปุ ความรู้ ดังน้ี

- วาดเสน้ เปน็ วิธีถ่ายทอดการแสดงออกเบ้อื งต้นของผูส้ ร้างสรรค์ โดยการสรา้ งภาพจากสง่ิ ที่

เห็นภายนอก จะเป็นภาพคน สัตว์ สิ่งของ ทิวทัศน์ หรือสิ่งที่คิดฝันจินตนาการขึ้น และสามารถใช้วิธีการที่เป็น
เทคนิคพ้ืนฐานเบ้อื งต้นด้วยถ่าน หนิ ไม้ หรอื น้วิ มอื ขดี วาด รวมไปถงึ การใชท้ กั ษะ ฝมี อื และวัสดุอน่ื ๆ ทางศิลปะ

เชน่ ดนิ สอ ปากกา หมกึ มาทำให้เกิดภาพขึ้น
- นกั เรียนสามารถสรุปได้ว่า สนี ำ้ (Watercolor) เป็นสที ีท่ ำขน้ึ จากหิน ดนิ ยางไม้ หรือวัสดุ

ธรรมชาติอื่น ๆ ที่นำมาผสมกันและสามารถละลายน้ำได้ ต่อมาเมื่อมีวิทยาการก้าวหน้า นอกเหนือจากวัสดุ
ธรรมชาตทิ ี่เคยใช้ในการทำสีน้ำ มีการใช้สผี สมดว้ ยสารเคมเี พม่ิ เตมิ เข้าไป จนถึงปจั จบุ นั สนี ้ำจึงมกี ารทำแบบบรรจุ
หลอดหรอื อยใู่ นกล่อง ขวดไว้ใชง้ านไดอ้ ยา่ งสะดวก และผสู้ นใจภาพส่วนใหญ่จะเริ่มต้นวาดภาพดว้ ยเทคนิคสีน้ำใน

ระยะแรก ๆ ต่อมาจึงคอ่ ยเปล่ียนไปทดลองวาดดว้ ยเทคนิควิธกี ารอื่น ๆ
- สนี ำ้ มัน (Oil) ได้ถูกพฒั นาขึน้ ในยุคแรกของสมยั เรอเนซองซ์ เปน็ สที ่ีเกดิ จากผงเนื้อสีธรรมชาติ

ผสมกบั น้ำมันลินสีด (Linseed) ซึ่งทำจากเมลด็ ตน้ แฟลก็ (Flax) ทีน่ ำมาจากผา้ ลินิน เมล็ดตน้ แฟลก็ มีคุณสมบัติใน
การละลายหมกึ และสี หรือบางครั้งใช้ผงเนื้อสีผสมกับน้ำมันจากดอกคำฝอยหรอื ตน้ แสด (Safflower) หรือน้ำมัน
จากดอกป๊อปป้ี (Poppy)

10. ส่ือ / แหล่งการเรยี นรู้

1. วสั ดุอุปกรณท์ ี่ใช้ในการวาดเส้น เช่น ดินสอ สีไม้ สเี ทยี น ปากกาไมไ้ ผ่ ถ่านเกรยอง
2. สีนำ้ สีนำ้ มัน ผา้ ใบ กระดาษ พกู่ นั

3. ภาพตัวอย่างจากการใช้สีนำ้ และสนี ้ำมัน
4. หนังสือเรียนทศั นศิลป์ ม.2

11. การวดั และประเมินผล

เกณฑ์การประเมิน 4 ระดับคะแนน

การสร้างสรรค์ผลงาน สรา้ งสรรค์ผลงาน 321
ทศั นศิลป์จากการวาด ทัศนศลิ ปจ์ ากการวาด สร้างสรรคผ์ ลงาน สร้างสรรค์ผลงาน สร้างสรรค์ผลงาน
เส้น สนี ้ำ สนี ำ้ มนั เส้น สีน้ำ สีน้ำมันได้ ทัศนศิลปจ์ ากการวาด ทัศนศิลป์จากการวาด ทศั นศิลปจ์ ากการวาด
สวยงาม ใช้อปุ กรณไ์ ด้ เสน้ สีน้ำ สนี ำ้ มันได้ เสน้ สนี ้ำ สีน้ำมันได้ เสน้ สนี ำ้ สีน้ำมันได้
เหมาะสม สวยงาม ใช้อปุ กรณไ์ ด้ ใช้อปุ กรณไ์ ดเ้ หมาะสม โดยใช้อปุ กรณ์ตาม
แสดงถึงความคิด- เหมาะสม แสดงถงึ แสดงถึงความคิด คำแนะนำของผู้อ่ืน
สร้างสรรคม์ าก ความคดิ -สร้างสรรค์ สรา้ งสรรค์เล็กนอ้ ย
แตกต่างจากที่ครู บ้าง แตกต่างจากท่คี รู โดยตอ้ งใหผ้ ้อู น่ื
ยกตวั อย่าง ยกตวั อย่าง แตไ่ ม่ แนะนำบา้ ง
และสามารถให้ สามารถให้คำแนะนำ
คำแนะนำกบั ผอู้ น่ื ได้ ผ้อู ่นื ได้



ภาพวาดลายเส้นด้วยปากกาคอแรง้

ภาพวาดห่นุ น่ิงระบายดว้ ยสีน้า ภาพวาดทิวทศั น์ระบายดว้ ยสีน้า

ขอ้ เสนอแนะ/ความคิดเหน็ (ผอู้ ำนวยการ/รองผอู้ ำนวยการกลมุ่ บริหารงานวิชาการ/หัวหนา้ กลมุ่ สาระฯ/ผทู้ ี่ได้รับ

มอบหมาย)

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชอื่ ………………………………………………………
(………………………………………………………)

ตำแหน่ง………………………………………………….
วนั ที่………เดอื น………………… พ.ศ…………….

บันทกึ หลงั การจดั กิจกรรมการเรยี นรู้
ผลการจดั กิจกรรม
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ปัญหา/อปุ สรรค
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางการแกไ้ ข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชือ่ ………………………………………………………ผู้สอน
(นางสาวจนิ ตภรณ์ กล่อมบุญธรรม)
วันที่……….. เดอื น……………… พ.ศ. ….......

แผนการจัดการเรียนรู้

สาระการเรยี นรู้ ศลิ ปะ รายวิชา ศลิ ปะพน้ื ฐาน 3 รหสั ศ 22101

ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 2 หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 3

แผนการจัดการเรียนรูท้ ี่ 9 เร่อื ง การวาดภาพโดยใช้เทคนคิ ที่หลากหลาย เวลา 3 ชัว่ โมง

1. มาตรฐาน / ตัวชว้ี ดั

มาตรฐานการเรยี นรู้
ศ 1.1 สร้างสรรค์งานทัศนศิลป์ตามจินตนาการ และความคิดสร้างสรรค์ วิเคราะห์ วิพากษ์

วิจารณ์คุณค่างานทัศนศิลป์ ถ่ายทอดความรู้สึก ความคดิ ตอ่ งานศิลปะอย่างอิสระ ช่นื ชมและประยุกต์ใช้
ในชีวิตประจำวัน
ตวั ช้ีวัด

ศ 1.1 ม.2/3 วาดภาพด้วยเทคนิคทห่ี ลากหลายในการสอ่ื ความหมายและเรื่องราวต่าง ๆ

2. สาระสำคัญ / ความคดิ รวบยอด

การสร้างงานทัศนศิลป์นั้นมีเทคนิคท่ีหลากหลาย ขึ้นอยู่กบั จินตนาการและการลงมือปฏิบัติของศิลปินว่า
จะใชเ้ ทคนคิ ใดบา้ ง ซ่งึ การใชเ้ ทคนิคในการสรา้ งสรรค์ผลงานน้ัน ศลิ ปนิ จะต้องมีความรอบรู้ และตอ้ งหมั่นศกึ ษาทั้ง
เรอื่ งเสน้ สี ฯลฯ เพื่อเปน็ พ้ืนฐาน และเป็นประสบการณใ์ นการสร้างสรรค์และพัฒนาผลงานต่อไป

3. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ (K,P,A)

1. อธิบายลักษณะและคุณสมบตั ิของสีท่ใี ช้ในการสร้างสรรคผ์ ลงานของตนเอง (K)
2. สร้างสรรค์ผลงานทัศนศิลปจ์ ากเทคนิคทชี่ ่นื ชอบ (P)
3. เห็นคณุ ค่าและความงามของงานทัศนศลิ ป์ที่สร้างสรรคจ์ ากสีที่หลากหลาย (A)

4. ด้านคุณลักษณะอนั พึงประสงค(์ Attitude)

รักชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์ อยู่อย่างพอเพียง ซือ่ สัตย์สุจริต มุง่ มน่ั ในการทำงาน
ใฝเ่ รยี นรู้ มีจิตสาธารณะ
มวี ินัย รกั ความเปน็ ไทย

5. ด้านสมรรถนะสำคญั ของผูเ้ รียน

ความสามารถในการ
สือ่ สาร:...................................................................................................................
ความสามารถในการคดิ : ทกั ษะการคดิ วิเคราะห์ ,ทักษะการคดิ เชือ่ มโยง

ความสามารถในการ

แกป้ ญั หา:..............................................................................................................

ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ิต: กระบวนการปฏบิ ัติ,กระบวนการทำงานกลุม่

1. ความสามารถในการใช้

เทคโนโลยี:....................................................................................................

6. ด้านคุณลักษณะของผู้เรยี นตามหลักสูตรมาตรฐานสากล

เปน็ เลิศวิชาการ สอ่ื สารสองภาษา ล้ำหน้าทางความคิด

ผลิตงานอย่างสร้างสรรค์ ร่วมกนั รับผดิ ชอบตอ่ สงั คมโลก

7. บรู ณาการตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง

1. หลักความพอประมาณ : สอดคลอ้ งกับสาระและมาตรฐานการเรยี นรู้

2. หลักความมเี หตผุ ล : สอนบรรลุตามมาตรฐานและตัวช้วี ดั มีลกั ษณะพงึ ประสงค์

ตามที่หลักสตู รกำหนด

3. หลักภมู ิคมุ้ กนั : วเิ คราะห์หลกั สูตรเนื้อหา ออกแบบและจัดกิจกรรมการ

เรียนร้ไู ด้ครบถ้วนตามสาระ

4. เงื่อนไขความรู้ : ประวัติความเป็นมาและความรทู้ ัว่ ไป

5. เงื่อนไขคณุ ธรรม : ความรับผิดชอบ,ความขยนั อดทน,ความสามัคคี,ความคดิ

สรา้ งสรรค์,หา่ งไกลจาก

6. ยาเสพติด,ความเสยี สละ

8. ชิน้ งานหรอื ภาระงาน (หลักฐาน/รอ่ งรอยการเรียนรู)้

สร้างสรรค์ผลงานทัศนศิลป์การวาดภาพสอื่ ความหมายและเร่ืองราว

9. กจิ กรรมการเรียนรู้

ข้นั นำ/ข้ันเตรียม

1. ครูนำภาพผลงานของศิลปินที่มีชื่อเสียงมาให้นักเรียนดู 1 ผลงาน จากนั้นร่วมกันอภิปรายแสดงความ
คิดเหน็ เก่ียวกบั เทคนคิ และวิธีการทศ่ี ิลปินใช้ในการสรา้ งสรรคผ์ ลงานชน้ิ นนั้

2. นกั เรยี นทบทวนความรเู้ ก่ยี วกบั เทคนิคในการวาดภาพที่ได้เรียนในบทนี้ โดยครใู ชค้ ำถาม ดังนี้
- ในบทนนี้ ักเรียนได้เรยี นรู้เทคนคิ ในการวาดภาพเทคนิคใดบา้ ง (นักเรยี นตอบตามประสบการณ์ เชน่ การ
วาดเสน้ การใชส้ ีนำ้ การใช้สีนำ้ มัน การใชส้ ีฝุน่ การใชส้ ีอะครลิ ิก การใช้สชี อล์ก)
- สีแต่ละสีท่นี กั เรียนได้เรยี นรูม้ ีลกั ษณะและคุณสมบัติอยา่ งไรบ้าง (ครสู ่มุ เลือกตัวแทนนักเรียนให้อธิบาย
ลกั ษณะและคุณสมบตั ิของสีแต่ละชนดิ ดงั นี้

- สีนำ้ (Watercolour)
- สนี ำ้ มัน (Oil)

- สฝี ่นุ (Tempera)
- สอี ะครลิ ิก (Acrylic)

- สชี อลก์ (Pastel))
- จากการใช้เทคนิคที่หลากหลายในการสร้างสรรค์ผลงาน นักเรียนชอบผลงานจากการใช้เทคนิคใดมาก
ทีส่ ุด เพราะอะไร (นกั เรียนตอบตามความรูส้ กึ เช่น สีอะครลิ ิก เพราะมีความคงทนถาวร)

- ถ้าให้นักเรียนสร้างสรรค์ผลงานจากเทคนคิ ที่ได้เรียนมาแล้ว 1 ผลงาน นักเรียนจะเลือกใช้เทคนิคใดใน
การสรา้ งสรรค์ เพราะอะไร (นักเรียนตอบตามความรู้สึก)

ข้นั อธิบายและสาธติ
3. ให้นักเรียนเตรยี มวสั ดุอุปกรณท์ ่ีจะใช้ในการสรา้ งสรรคผ์ ลงานของตนเอง โดยเลือกใชเ้ ทคนิค

ในการวาดภาพทตี่ นเองช่ืนชอบ 1 เทคนคิ

4. ใหน้ ักเรียนสร้างสรรคผ์ ลงานการวาดภาพจากเทคนิคท่ีแตล่ ะคนเลือก
5. เมื่อสร้างสรรค์ผลงานเสร็จสมบูรณ์แล้ว ให้ชว่ ยกนั เกบ็ วัสดุอปุ กรณท์ ี่ใช้และทำความสะอาดบริเวณที่ใช้

ในการสรา้ งสรรคผ์ ลงานใหส้ ะอาดเรียบร้อย
6. นกั เรียนนำผลงานของตนเองออกมานำเสนอ โดยนำเสนอแรงบันดาลใจในการสรา้ งสรรค์ผลงาน และ

เหตุผลท่ีเลือกใช้เทคนิคน้นั ๆ ในการสรา้ งสรรค์ผลงาน ครูและนักเรยี นคนอนื่ ๆ รว่ มกนั วจิ ารณ์ผลงานของแต่ละ

คนอยา่ งสร้างสรรค์
ข้นั ฝกึ ทักษะ

7. ให้นักเรียนรว่ มกันแสดงความคิดเหน็ เกีย่ วกับการใช้เทคนิคต่าง ๆ ในการสร้างสรรค์ผลงาน โดยครูใช้
คำถาม ดังน้ี

- การสร้างสรรค์ผลงานทม่ี ีคุณภาพและมีความโดดเด่นตอ้ งอาศัยส่งิ ใดบ้าง (ตัวอยา่ งคำตอบ การเลือกใช้

เทคนคิ ในการสรา้ งสรรค์ จินตนาการของแตล่ ะบุคคล)
- ถ้านักเรียนต้องการสร้างสรรค์ผลงานให้มีความสวยงามและโดดเด่นควรทำอย่างไร (ตัวอย่างคำตอบ

หมน่ั ศกึ ษาทง้ั เร่ืองเส้น สี และฝึกฝนการวาดภาพเป็นประจำ)
ขั้นสรปุ

8. นักเรียนและครรู ว่ มกนั สรุปความรู้ ดงั น้ี

- การสร้างงานทัศนศลิ ปน์ ัน้ มเี ทคนิคท่หี ลากหลาย ขึ้นอยกู่ ับจินตนาการและการลงมือปฏิบตั ขิ องศิลปินว่า
จะใช้เทคนคิ ใดบ้าง ซง่ึ การใชเ้ ทคนิคในการสร้างสรรคผ์ ลงานน้นั ศลิ ปินจะตอ้ งมคี วามรอบรู้ และต้องหมั่นศกึ ษาทั้ง

เรอื่ งเสน้ สี ฯลฯ เพ่ือเป็นพ้นื ฐาน และเป็นประสบการณ์ในการสรา้ งสรรค์และพฒั นาผลงานตอ่ ไป
9. ใหน้ กั เรียนรว่ มกันแสดงความคดิ เหน็ โดยครูใช้คำถามท้าทาย ดงั นี้
- นักเรียนคดิ ว่าสีชนิดใดเม่ือนำมาสร้างสรรคผ์ ลงานแลว้ ทำให้ผลงานมีความโดดเด่นมากท่ีสุด

10. ให้นักเรยี นทำชิน้ งานที่ 3 เร่ือง การวาดภาพส่ือความหมายและเร่ืองราว

ภาพ “พระคขู่ วญั ของแผ่นดิน 1” ภาพ “พระค่ขู วญั ของแผ่นดิน 2”
ผลงานของพรชีวินทร์ มลิพนั ธ์ุ ผลงานของพรชีวินทร์ มลิพนั ธ์ุ

ภาพ “ท่าเรอื เมอื งตรงั ” ภาพ “ฟ้าคร้มึ ท่ีนครไชยศรี”
ผลงานของสมโภชน์ สิงห์ทอง ผลงานของไพบูลย์ ธรรมเรืองฤทธ์ิ

10. ส่อื / แหล่งการเรียนรู้

1. วัสดุอปุ กรณ์ที่ใช้ในการวาดภาพระบายสี
2. ภาพตวั อยา่ งของศลิ ปินทม่ี ีชือ่ เสยี ง

3. หนังสือเรยี นทศั นศลิ ป์ ม.2

11. การวดั และประเมนิ ผล

เกณฑก์ ารประเมนิ ระดับคะแนน

การวาดภาพเพ่ือส่ือ 4321
ความหมายและ
เรือ่ งราวทปี่ ระทับใจ วาดภาพเพอื่ ส่อื วาดภาพเพอ่ื ส่ือ วาดภาพเพ่อื สอ่ื วาดภาพเพ่อื ส่ือ
ความหมายและ ความหมายและ ความหมายและ ความหมายและ
เรื่องราวทปี่ ระทบั ใจ เรอื่ งราวท่ปี ระทับใจ เรื่องราวทป่ี ระทบั ใจ เรอื่ งราวทีป่ ระทบั ใจ
ได้สัมพันธก์ ับชื่อภาพ ไดส้ มั พนั ธ์กับช่อื ภาพ ได้สัมพันธ์กับชื่อ ได้สัมพันธ์กับช่อื ภาพ
มีการใช้เทคนคิ มีการใช้เทคนคิ ภาพ แตม่ ีการใช้ ไมม่ ีการใชเ้ ทคนิคใน
หลากหลายมากขนึ้ หลากหลายมากขนึ้ เทคนคิ ไม่หลากหลาย การวาดภาพ
และมีความนา่ สนใจ แตไ่ ม่นา่ สนใจ

ขอ้ เสนอแนะ/ความคดิ เหน็ (ผ้อู ำนวยการ/รองผอู้ ำนวยการกล่มุ บรหิ ารงานวชิ าการ/หัวหนา้ กลมุ่ สาระฯ/ผทู้ ่ไี ดร้ บั

มอบหมาย)

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชื่อ………………………………………………………
(………………………………………………………)

ตำแหนง่ ………………………………………………….
วันที่………เดือน………………… พ.ศ…………….

บันทกึ หลงั การจดั กิจกรรมการเรยี นรู้
ผลการจดั กิจกรรม
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ปัญหา/อปุ สรรค
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางการแกไ้ ข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชือ่ ………………………………………………………ผสู้ อน
(นางสาวจนิ ตภรณ์ กล่อมบุญธรรม)
วันที่……….. เดอื น……………… พ.ศ. ….......

แผนการจัดการเรียนรู้

สาระการเรยี นรู้ ศิลปะ รายวิชา ศิลปะพ้ืนฐาน 3 รหสั ศ 22101

ช้นั มัธยมศกึ ษาปีที่ 2 หน่วยการเรยี นรู้ที่ 3

แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 10 เรื่อง การวาดภาพเหมอื น โครงสรา้ งมนษุ ย์ เวลา 4 ชั่วโมง

1. มาตรฐาน / ตวั ชี้วดั

มาตรฐานการเรยี นรู้
ศ 1.1 สร้างสรรค์งานทัศนศิลป์ตามจินตนาการ และความคิดสร้างสรรค์ วิเคราะห์ วิพากษ์

วิจารณ์คุณค่างานทัศนศิลป์ ถ่ายทอดความรู้สึก ความคิดต่องานศิลปะอย่างอิสระ ชื่นชมและประยุกต์ใช้ใน
ชีวิตประจำวนั

ตัวชี้วัด
ศ 1.1 ม.2/6 วาดภาพแสดงบุคลิกลกั ษณะของตวั ละคร

2. สาระสำคัญ / ความคดิ รวบยอด

การวาดภาพตวั ละคร หรือการวาดภาพบุคคล เป็นการวาดภาพเพื่อถา่ ยทอดความเหมอื นจรงิ ของตัวแบบ
ตามหลักกายวิภาคศาสตร์ และการถ่ายทอดอารมณ์ของตัวละครให้ปรากฏออกมาในภาพวาด ผู้ที่จะวาดได้ต้อง
อาศัยทักษะทางศิลปะ การใช้ประสาทสัมผัสทางตา การใช้ความรู้สึกภายในและความรู้สึกเข้าใจในกาย -วิภาค
ศาสตร์

การวาดภาพเหมือนคร่งึ ตวั ตอ้ งศกึ ษาโครงสร้างและสัดสว่ นของมนุษย์ท่มี คี วามแตกตา่ งกันออกไป
ตามเพศและวยั ความยากในการวาดภาพตวั ละครให้สมบูรณ์ไม่ได้มีเพียงความรคู้ วามเข้าใจในกายวภิ าคและทักษะ
ในการวาดเท่านัน้ แต่ผู้วาดจะตอ้ งใช้ความรู้สกึ จากภายในเข้าไปจบั ลักษณะและอารมณ์ของตัวละคร เพื่อที่จะได้
ถา่ ยทอดออกมาไดอ้ ยา่ งสมบูรณ์

สดั สว่ นของร่างกายคนแบง่ เป็น 7 ½ ส่วน การเขา้ ใจเรอื่ งสดั สว่ นจะทำใหว้ าดภาพได้สมบูรณ์

3. จดุ ประสงค์การเรียนรู้ (K,P,A)

1. อธบิ ายการรา่ งภาพโครงสรา้ งและสัดสว่ นของคน (K)
2. ร่างภาพโครงสรา้ งและสดั สว่ นของคน (P)
3. ชนื่ ชมการร่างภาพโครงสร้างและสดั สว่ นของตนเองและผู้อ่ืน (A)

4. ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค(์ Attitude)

รักชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์ อยู่อย่างพอเพียง ซ่อื สัตย์สุจรติ มงุ่ มัน่ ในการทำงาน
ใฝ่เรียนรู้ มีจติ สาธารณะ
มีวนิ ัย รักความเปน็ ไทย

5. ด้านสมรรถนะสำคัญของผเู้ รียน

ความสามารถในการ

สือ่ สาร:...................................................................................................................

ความสามารถในการคิด: ทกั ษะการคดิ วเิ คราะห์ ,ทกั ษะการคิดเชอ่ื มโยง

ความสามารถในการ

แก้ปัญหา:..............................................................................................................

ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ิต: กระบวนการปฏบิ ตั ,ิ กระบวนการทำงานกลมุ่

1. ความสามารถในการใช้

เทคโนโลยี:....................................................................................................

6. ด้านคณุ ลักษณะของผู้เรยี นตามหลักสตู รมาตรฐานสากล

เปน็ เลิศวชิ าการ ส่ือสารสองภาษา ล้ำหน้าทางความคิด

ผลิตงานอย่างสร้างสรรค์ ร่วมกันรับผดิ ชอบตอ่ สังคมโลก

7. บรู ณาการตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง

1. หลกั ความพอประมาณ : สอดคลอ้ งกบั สาระและมาตรฐานการเรียนรู้

2. หลกั ความมีเหตผุ ล : สอนบรรลตุ ามมาตรฐานและตัวช้วี ดั มีลกั ษณะพึงประสงค์

ตามท่ีหลักสตู รกำหนด

3. หลักภูมคิ ุ้มกนั : วเิ คราะห์หลกั สูตรเนือ้ หา ออกแบบและจัดกิจกรรมการ

เรยี นรไู้ ดค้ รบถ้วนตามสาระ

4. เงอ่ื นไขความรู้ : ประวตั คิ วามเปน็ มาและความรทู้ ่วั ไป

5. เงื่อนไขคณุ ธรรม : ความรบั ผดิ ชอบ,ความขยัน อดทน,ความสามคั คี,ความคิด

สรา้ งสรรค์,หา่ งไกลจาก

6. ยาเสพติด,ความเสยี สละ

8. ช้ินงานหรือภาระงาน (หลักฐาน/รอ่ งรอยการเรยี นรู้)

วาดภาพเหมือน (คน)

9. กิจกรรมการเรยี นรู้

ขัน้ นำ/ขน้ั เตรยี ม

1. ครูอธิบายความรู้เกี่ยวกับการวาดภาพตัวละคร ดังนี้ การวาดภาพตัวละคร หรือการวาดภาพบุคคล

เปน็ การวาดภาพเพ่ือถ่ายทอดความเหมอื นจรงิ ของตัวแบบตามหลักกายวิภาคศาสตร์ และการถ่ายทอดอารมณ์ของ

ตัวละครใหป้ รากฏออกมาในภาพวาด ผู้ทจ่ี ะวาดไดต้ ้องอาศยั ทักษะทางศลิ ปะ การใช้ประสาทสมั ผสั ทางตา การใช้

ความรสู้ ึกภายในและความรูส้ กึ เขา้ ใจในกายวภิ าคศาสตร์ โดยเฉพาะการศกึ ษาโครงสร้างและสัดส่วนของมนุษย์ท่ีมี

ความแตกต่างกันออกไปตามเพศและวัย ความยากในการวาดภาพตัวละครให้สมบูรณ์ไม่ได้มีเพียงความรู้ความ

เข้าใจในกายวิภาคและทักษะในการวาดเท่านั้น แต่ผู้วาดจะต้องใช้ความรู้สึกจากภายในเข้าไปจับลักษณะและ

อารมณ์ของตวั ละคร เพื่อท่ีจะได้ถ่ายทอดออกมาไดอ้ ยา่ งสมบรู ณ์

ขน้ั อธิบายและสาธิต
2. ใหน้ ักเรียนศกึ ษาความรู้เพิม่ เตมิ เก่ยี วกับการวาดภาพเหมือน จากน้นั ร่วมกันอภปิ รายเพื่อสรปุ ความรู้
3. ครเู ขียนอธิบายวธิ ีการแบง่ โครงสร้างและสัดส่วนของใบหนา้ คนแบ่งออกเป็น 3 ½ ส่วน
สว่ นที่ 1 ปลายคางถงึ โคนจมกู
สว่ นที่ 2 โคนจมูกถงึ ควิ้
สว่ นท่ี 3 คิ้วถึงโคนผม
สว่ นที่ 3 ½ โคนผมถงึ ศีรษะด้านบน
4. ครสู าธิตการแบง่ โครงสรา้ งและสดั ส่วนของใบหน้าให้นกั เรยี นดู
5. ครูสาธติ วธิ ีการแบง่ โครงสร้างและสัดสว่ นของใบหน้าใหน้ ักเรียนดูอกี ครัง้ จากนนั้ ให้นักเรียนฝึกปฏิบัติ

ไปพร้อม ๆ กับครู ในรอบที่ 2 ครูอธิบายเพิ่มเติมว่า ในการวาดภาพใบหน้าคน สัดส่วนนี้อาจเปลี่ยนแปลงบ้าง
เล็กน้อยตามลกั ษณะของแต่ละคน
ขนั้ ฝึกทักษะ

6. นักเรียนนำผลงานที่ได้จากการฝึกร่างภาพโครงสร้างและสัดส่วนของใบหน้ามาส่งครู ครูตรวจผลงาน
พร้อมให้ขอ้ เสนอแนะในจดุ ท่ียังบกพรอ่ งและไมส่ มบูรณ์ เพอ่ื ใหน้ ักเรยี นนำไปปรับปรุงและแก้ไขเปน็ การบา้ น

7. นกั เรยี นทบทวนการแบ่งโครงสร้างและสัดส่วนของใบหน้าอีกครง้ั เพ่อื สรปุ ความรู้
8. นกั เรยี นและครูร่วมกันสรปุ ความรู้ ดงั น้ี

สัดส่วนใบหนา้ คนแบง่ ออกเปน็ 3 ½ สว่ น ดังนี้
- สว่ นท่ี 1 ปลายคางถงึ โคนจมกู
- สว่ นที่ 2 โคนจมกู ถงึ ควิ้
- สว่ นที่ 3 คิ้วถงึ โคนผม
- สว่ นที่ 3 ½ โคนผมถงึ ศีรษะด้านบน

9. ครูสาธิตการวาดภาพคนเหมอื นครึ่งตวั ให้นักเรียนดู พร้อมอธบิ ายประกอบ ดงั นี้
- กำหนดโครงสรา้ งให้เหมาะสมกบั หนา้ กระดาษ แล้วรา่ งภาพดว้ ยการวาดเส้นเบา ๆ

ของรูปรา่ งภายนอก โดยกำหนดสดั สว่ นของภาพรวมให้ถกู ตอ้ ง
- ร่างภาพโครงสร้างภายในรูปรา่ ง ไดแ้ ก่ ตา หู จมกู ปาก
- รา่ งภาพในสว่ นรายละเอยี ดอนื่ ๆ เพมิ่ เตมิ ไดแ้ ก่ ทรงผม เสือ้ ผา้
- เพิ่มเติมรายละเอียดให้สมบรู ณ์ข้ึน ร่างโครงสร้างของร่างกาย เสื้อผ้าให้เหมอื นจริงก่อนการแร

เงา
- กำหนด แสง-เงา เว้นบรเิ วณที่โดนแสงสวา่ งไว้ คอ่ ย ๆ แรเงาไล่ระยะนำ้ หนักเงาในภาพแล้วเก็บ

รายละเอยี ดใหภ้ าพเหมือนจริงยงิ่ ข้ึน
ขน้ั สรปุ

10. ครูอธบิ ายการแบ่งโครงสรา้ งและสัดส่วนของร่างกายให้นกั เรยี นฟัง โดยให้นักเรยี นท่ีอยหู่ นา้
ชนั้ เรยี นเปน็ สือ่ ในการแบ่งสัดสว่ นของร่างกายคน ซึ่งแบ่งออกเป็น 7 ½ สว่ น ดังนี้

ส่วนที่ 1 ศีรษะถงึ ปลายคาง
สว่ นที่ 2 ปลายคางถงึ กลางหนา้ อก
ส่วนท่ี 3 กลางหนา้ อกถงึ สะดอื
สว่ นที่ 4 สะดอื ถึงโคนขา
ส่วนที่ 5 โคนขาถึงกึง่ กลางขาออ่ น
ส่วนที่ 6 ก่งึ กลางขาออ่ นถึงนอ่ ง
สว่ นที่ 7 น่องถึงข้อเทา้
สว่ นท่ี 7 ½ ข้อเท้าถงึ ส้นเท้า
11. ครูสาธิตการร่างภาพโครงสร้างและสัดส่วนของร่างกายให้นักเรียนดู พร้อมอธิบายให้นักเรียนฟังว่า
โครงสร้างและสัดส่วนของคนแตล่ ะวัยมคี วามแตกต่างกัน เช่น วัยแรกเกิดจะมีสัดส่วนประมาณ 4 ส่วน กะโหลก
ศรี ษะใหญ่ แขน ขา สนั้ วยั ชราสัดส่วนจะลดลงเหลอื 7 ส่วน เพราะกระดูกสนั หลังคอ่ ม
12. นักเรียนฝึกร่างภาพโครงสร้างและสัดส่วนของร่างกายตามขั้นตอนที่ครูสาธิต โดยมีครูคอยให้
คำแนะนำและเสนอแนะเพมิ่ เติมเพอ่ื ใหไ้ ดผ้ ลงานท่ีใกลเ้ คยี งมากท่สี ุด

10. ส่ือ / แหลง่ การเรียนรู้

1. วัสดอุ ุปกรณ์ที่ใช้ในการวาดภาพ
2. ภาพตัวอยา่ งของศลิ ปนิ ทม่ี ชี อ่ื เสยี ง
3. หนงั สือเรียนทัศนศิลป์ ม.2



ภาพวาดจากวรรณคดีเรือ่ ง ลิลิตพระลอ
ภาพวาดจากวรรณคดีเรอ่ื ง รามเกียรต์ิ

11. การวดั และประเมนิ ผล

เกณฑ์การประเมิน ระดบั คะแนน

การสร้างสรรคผ์ ลงานการ 43 2 1
วาดภาพเหมือน (คน)
วาดภาพเหมือน (คน) วาดภาพเหมือน วาดภาพเหมือน(คน) วาดภาพเหมือน
(คน) ได้ได้ แต่
ไดส้ ดั สว่ น (คน) ไดส้ ดั สว่ น ได้สดั สว่ น ตอ้ งใหผ้ ู้อืน่ แนะนำ
และไมแ่ สดงถึง
ถูกตอ้ ง เหมาะสม ถกู ต้อง เหมาะสม แสดงถึงความคดิ - ความคิดสร้างสรรค์

แสดงถึงความคิด- แสดงถงึ ความคิด- สร้างสรรค์เล็กน้อย

สรา้ งสรรคม์ าก สรา้ งสรรคบ์ า้ ง โดยต้องใหผ้ ูอ้ ื่น

แตกตา่ งจากที่ครู แตกตา่ งจากท่ีครู แนะนำบ้าง

ยกตวั อยา่ งและ ยกตวั อยา่ ง แตไ่ ม่

สามารถให้ สามารถให้

คำแนะนำกับผู้อ่นื ได้ คำแนะนำกบั ผ้อู ื่น

ได้

ข้อเสนอแนะ/ความคิดเห็น (ผู้อำนวยการ/รองผอู้ ำนวยการกล่มุ บริหารงานวิชาการ/หัวหน้ากลุ่มสาระฯ/ผู้ที่ได้รับ

มอบหมาย)

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงช่อื ………………………………………………………
(………………………………………………………)

ตำแหน่ง………………………………………………….
วนั ท่ี………เดอื น………………… พ.ศ…………….

บันทกึ หลงั การจดั กิจกรรมการเรียนรู้
ผลการจดั กิจกรรม
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ปัญหา/อปุ สรรค
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางการแกไ้ ข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชอ่ื ………………………………………………………ผูส้ อน
(นางสาวจินตภรณ์ กลอ่ มบญุ ธรรม)
วนั ที่……….. เดือน……………… พ.ศ. ….......

แผนการจัดการเรียนรู้

สาระการเรยี นรู้ ศิลปะ รายวชิ า ศิลปะพืน้ ฐาน 3 รหัส ศ 22101

ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 2 หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 4
แผนการจดั การเรียนรูท้ ่ี 11 เรอื่ ง
เวลา 4 ช่ัวโมง การนำเสนอผลงาน การประเมนิ และวจิ ารณ์ผลงานทางทัศนศิลป์

1. มาตรฐาน / ตัวชีว้ ัด

มาตรฐานการเรียนรู้
ศ 1.1 สร้างสรรค์งานทัศนศิลป์ตามจินตนาการ และความคิดสร้างสรรค์ วิเคราะห์ วิพากษ์

วิจารณ์คุณค่างานทัศนศิลป์ ถ่ายทอดความรู้สึก ความคิดต่องานศิลปะอย่างอิสระ ชื่นชมและประยุกต์ใช้ใน
ชีวิตประจำวัน

ตวั ชีว้ ัด
ศ 1.1 ม.2/4 สรา้ งเกณฑ์ในการประเมนิ และวิจารณ์งานทัศนศิลป์
ศ 1.1 ม.2/5 นำผลการวิจารณ์ไปปรับปรุงแกไ้ ขและพัฒนางาน

2. สาระสำคัญ / ความคิดรวบยอด

การนำเสนอผลงานหน้าชั้นเรียนเพื่อประเมินผล คือผู้สร้างผลงานออกไปบรรยายลำดับขั้นตอนของ
แนวความคิด วิธกี ารทำ รวมถึงการวเิ คราะหป์ ญั หา อุปสรรค และการแก้ปัญหา พัฒนาผลงาน โดยตอบข้อซักถาม
ของอาจารยแ์ ละผู้ชมผลงานในช้นั เรยี น รวมทัง้ รบั ฟังคำวจิ ารณ์

การพฒั นาผลงานทางทัศนศลิ ป์เปน็ ขน้ั ตอนตอ่ จากการวจิ ารณผ์ ลงาน โดยนำคำวจิ ารณ์เกี่ยวกบั ผลงานชิ้น
นั้นมาปรับปรุง แก้ไข และพัฒนาชิ้นงานให้มีคุณภาพยิ่งขึ้น ซึ่งผลงานทัศนศิลป์บางชิ้นงานอาจต้องผ่านการ
ปรบั ปรุงและแกไ้ ขหลายครง้ั จงึ จะออกมาเปน็ ผลงานท่มี ีความสมบรู ณ์

3. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ (K,P,A)

1. อธบิ ายข้ันตอนการนำเสนอผลงาน การประเมินและวจิ ารณง์ านทัศนศลิ ป์ (K)
2. นำเสนอผลงาน ประเมนิ และวจิ ารณ์ผลงานทางทศั นศิลป์ (P)
3. เห็นประโยชน์จากการประเมินและวจิ ารณผ์ ลงานทางทัศนศลิ ป์ (A)

4. ด้านคุณลกั ษณะอันพึงประสงค(์ Attitude)

รกั ชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์ อยู่อย่างพอเพียง ซือ่ สตั ยส์ ุจรติ มงุ่ มัน่ ในการทำงาน
ใฝเ่ รยี นรู้ มจี ิตสาธารณะ
มวี ินัย รกั ความเป็นไทย

5. ด้านสมรรถนะสำคญั ของผเู้ รียน

ความสามารถในการ

สอ่ื สาร:...................................................................................................................

ความสามารถในการคดิ : ทกั ษะการคดิ วเิ คราะห์ ,ทกั ษะการคดิ เชื่อมโยง

ความสามารถในการ

แกป้ ญั หา:..............................................................................................................

ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวิต: กระบวนการปฏบิ ตั ,ิ กระบวนการทำงานกล่มุ

1. ความสามารถในการใช้

เทคโนโลยี:....................................................................................................

6. ด้านคุณลกั ษณะของผูเ้ รยี นตามหลักสตู รมาตรฐานสากล

เปน็ เลิศวชิ าการ สอ่ื สารสองภาษา ล้ำหน้าทางความคิด

ผลิตงานอย่างสรา้ งสรรค์ รว่ มกนั รับผิดชอบตอ่ สังคมโลก

7. บูรณาการตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง

1. หลักความพอประมาณ : สอดคลอ้ งกบั สาระและมาตรฐานการเรยี นรู้

2. หลกั ความมเี หตผุ ล : สอนบรรลตุ ามมาตรฐานและตวั ช้ีวดั มีลกั ษณะพงึ ประสงค์

ตามท่หี ลักสูตรกำหนด

3. หลกั ภมู ิคุ้มกนั : วิเคราะห์หลักสูตรเนอ้ื หา ออกแบบและจดั กจิ กรรมการ

เรียนรไู้ ดค้ รบถ้วนตามสาระ

4. เงื่อนไขความรู้ : ประวตั ิความเป็นมาและความรู้ทวั่ ไป

5. เงือ่ นไขคุณธรรม : ความรบั ผิดชอบ,ความขยนั อดทน,ความสามัคคี,ความคดิ

สรา้ งสรรค์,หา่ งไกลจาก

6. ยาเสพติด,ความเสียสละ

8. ช้ินงานหรือภาระงาน (หลักฐาน/ร่องรอยการเรยี นร)ู้

นำเสนอผลงาน ประเมิน และวจิ ารณ์ผลงานทางทัศนศลิ ป์

9. กิจกรรมการเรยี นรู้

ข้นั นำ/ขนั้ เตรยี ม

1. ให้นกั เรียนร่วมกันแสดงความคดิ เหน็ โดยครูใช้คำถามทา้ ทาย ดังน้ี
- การนำเสนอผลงานมีความสำคัญอยา่ งไร

2. ให้นักเรยี นสร้างสรรค์ผลงานทางทัศนศิลปอ์ ยา่ งงา่ ยคนละ 1 ผลงาน เชน่ การวาดภาพ หรอื การป้ันดิน
นำ้ มัน

3. ครูสุ่มเลือกตัวแทนนักเรียน 1 - 2 คนออกมานำเสนอผลงานของตนเองหน้าชั้นเรียน โดยให้อิสระใน
การนำเสนอ จากน้ันรว่ มกนั แสดงความคิดเห็นเก่ยี วกับขัน้ ตอนการนำเสนองาน โดยครใู ชค้ ำถาม ดังนี้

- เพื่อนนำเสนอผลงานได้รายละเอียดครบถ้วนสมบูรณ์หรือไม่ อย่างไร (นักเรียนตอบตาม
ประสบการณ์และความเขา้ ใจ เช่น ครบถ้วนสมบรู ณ์ ไม่ครบถว้ น เพราะขาด...)

- นักเรียนคิดว่าการนำเสนอผลงานที่ถูกต้องมีขั้นตอนอย่างไร (นักเรียนตอบตามประสบการณ์

และความเขา้ ใจ ครเู ขยี นคำตอบของนักเรยี นลงบนกระดาน)
ข้นั อธบิ ายและสาธติ

4. ครูอธบิ ายความหมายของการนำเสนอผลงาน ดังน้ี การนำเสนอผลงานหน้าชน้ั เรียนเพ่ือประเมนิ ผล คอื
ผู้สร้างผลงานออกไปบรรยายลำดับข้นั ตอนของแนวความคิด วธิ ีการทำ รวมถงึ การวิเคราะหป์ ัญหา อปุ สรรค และ
การแก้ปญั หา พัฒนาผลงาน โดยตอบข้อซกั ถามของอาจารย์และผ้ชู มผลงานในช้นั เรยี น รวมท้งั รบั ฟังคำวจิ ารณ์

5. ครอู ธบิ ายข้นั ตอนการนำเสนอผลงานทถ่ี กู ต้อง ดงั นี้
ขน้ั ตอนที่ 1 แนะนำตัว โดยบอกชื่อ - สกุล เลขท่ี ช้นั

ขนั้ ตอนที่ 2 แนะนำผลงานและทีม่ าของแรงบันดาลใจ โดยบอกชอื่ ผลงาน/รายละเอียดของงาน
ขั้นตอนที่ 3 แนวความคิดในการสร้างสรรค์ นำสิ่งที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจินตนาการตาม
ความคิดสว่ นตวั

ขั้นตอนที่ 4 เทคนคิ วสั ดุ และอุปกรณ์ สงิ่ ท่ีใชใ้ นการสร้างผลงาน
ขนั้ ตอนที่ 5 วิธที ำ ขนั้ ตอนวิธีการสรา้ งผลงานจากแนวความคิดไปส่แู บบร่าง และการลงมอื ปฏิบัติ

ขัน้ ตอนท่ี 6 ปญั หา อปุ สรรค ปญั หาทพ่ี บในการสร้างผลงาน
ข้นั ตอนที่ 7 แนวทางในการแกไ้ ขและการพฒั นา วิธแี กป้ ญั หาในการสร้างผลงาน
ข้นั ตอนที่ 8 ถาม - ตอบ เปิดโอกาสใหผ้ ู้ชมถามข้อสงสัย

ขั้นตอนที่ 9 สรปุ ผล ความพงึ พอใจในผลงานของผสู้ ร้างผลงาน และผลตอบรบั จากผชู้ ม
ข้นั ฝึกทกั ษะ

6. นกั เรียนรว่ มกันแสดงความคดิ เหน็ เกยี่ วกบั การวิจารณ์ผลงานทางทศั นศลิ ป์ โดยครใู ช้คำถาม ดงั น้ี
- เมื่อศิลปินได้นำเสนอผลงานแล้ว ในฐานะผู้ชมและผู้ฟังการนำเสนอผลงานที่ดีควรทำอย่างไร

(นักเรียนตอบตามความเข้าใจ เช่น ประเมินผลงาน ชื่นชมผลงาน ให้กำลังใจผู้นำเสนอ ให้ข้อเสนอแนะที่เป็น

ประโยชน์)
ครอู ธิบายใหน้ กั เรียนฟงั ว่า ในฐานะของผู้ชมและผู้ฟังการนำเสนอผลงานทางทัศนศลิ ป์

เม่ือรับฟังการนำเสนอกอ่ นจบ ควรมีการประเมนิ และวิจารณผ์ ลงานของผู้นำเสนอ การประเมนิ และวจิ ารณ์ผลงาน
ทางทัศนศิลปน์ ้ันควรเป็นไปในทางสรา้ งสรรค์

7. ครอู ธบิ ายขนั้ ตอนการประเมนิ และวจิ ารณ์งานทศั นศลิ ป์ ดงั นี้

• วจิ ารณ์ขน้ั ตอนของสว่ นที่เปน็ แรงบันดาลใจ (Inspiration)
• วิจารณ์ขั้นตอนการพฒั นาข้อมูลมาส่แู นวความคิด (Concept - Theme - Idea)

• วจิ ารณข์ ั้นตอนของการทำแบบรา่ ง (Sketch)

• วจิ ารณ์กระบวนการสร้างสรรค์ (Process - Technique)
• วิจารณ์ผลสัมฤทธข์ิ องผลงาน (Work of Art)

ขน้ั สรปุ
8. ครสู มุ่ เลอื กตวั แทนนักเรยี น 1 คนออกมานำเสนอผลงานทสี่ รา้ งสรรคจ์ ากข้อ 2 ตามขนั้ ตอนที่ครูอธบิ าย

จากน้ันครูและนกั เรยี นคนอนื่ ๆ รว่ มกนั ตรวจสอบความถูกตอ้ งของข้นั ตอนการนำเสนอ
9. ครมู อบหมายให้นักเรียนวาดภาพตามความคิดและจินตนาการเปน็ การบา้ นคนละ 1 ภาพ

แล้วเตรยี มนำเสนอผลงานตามขนั้ ตอนที่ถกู ตอ้ งในชั่วโมงต่อไป



ภาพ “โมนา ลิซา” ผลงานของเลโอนารโ์ ด ดา วินชี ภาพ “เพลิงพยคั ฆา” ผลงานของถวลั ย์ ดชั นี

ภาพ “ขลุ่ยทิพย”์ ผลงานของเขยี น ยิ้มศิริ ภาพ “ส่วนโคง้ ” ผลงานของชาเรือง วิเชียรเขตต์

10. สื่อ / แหลง่ การเรียนรู้

1. วัสดุอปุ กรณท์ ี่ใช้ในการสรา้ งสรรคผ์ ลงานทางทัศนศิลป์
2. ภาพตัวอยา่ งของศิลปินทีม่ ชี ื่อเสยี ง

3. หนงั สือเรียนทศั นศลิ ป์ ม.2

11. การวัดและประเมนิ ผล

เกณฑ์การประเมนิ 4 ระดับคะแนน 1
32

การประเมนิ และ เขยี นเกณฑ์ประเมนิ เขยี นเกณฑป์ ระเมิน เขียนเกณฑป์ ระเมนิ เขียนเกณฑป์ ระเมิน

วจิ ารณ์ผลงานทาง และวจิ ารณผ์ ลงาน และวิจารณผ์ ลงาน และวจิ ารณ์ผลงาน และวิจารณ์ผลงาน

ทศั นศลิ ป์ ทางทัศนศิลปไ์ ด้ ทางทศั นศิลป์ได้ ทางทศั นศิลปไ์ ด้ ทางทัศนศิลปไ์ ด้

สัมพนั ธก์ ับหวั ขอ้ ที่ สัมพนั ธก์ บั หวั ข้อท่ี สมั พนั ธก์ ับหวั ข้อที่ สัมพันธ์กบั หวั ข้อที่

กำหนดและ กำหนด และ กำหนดตามท่ีครู กำหนดตามท่ีครู

แตกตา่ งจากท่ีครู แตกต่างจากท่ีครู ยกตัวอยา่ ง แต่มี ยกตัวอย่าง

ยกตัวอยา่ ง มกี าร ยกตัวอย่าง แต่ การดดั แปลงให้

เช่ือมโยงให้เห็นถงึ เช่ือมโยงใหเ้ ห็น แตกต่าง

ความสัมพันธ์กบั เฉพาะตนเอง

ตนเองและผอู้ ืน่

ขอ้ เสนอแนะ/ความคิดเหน็ (ผ้อู ำนวยการ/รองผอู้ ำนวยการกลุม่ บรหิ ารงานวิชาการ/หวั หน้ากลุม่ สาระฯ/ผู้ที่ได้รบั

มอบหมาย)

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงช่ือ………………………………………………………
(………………………………………………………)

ตำแหนง่ ………………………………………………….
วนั ที่………เดือน………………… พ.ศ…………….

บันทกึ หลงั การจดั กิจกรรมการเรยี นรู้
ผลการจดั กิจกรรม
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ปัญหา/อปุ สรรค
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางการแกไ้ ข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชือ่ ………………………………………………………ผู้สอน
(นางสาวจนิ ตภรณ์ กล่อมบุญธรรม)
วันที่……….. เดอื น……………… พ.ศ. ….......

แผนการจดั การเรยี นรู้

สาระการเรียนรู้ ศลิ ปะ รายวชิ า ศลิ ปะพนื้ ฐาน 3 รหสั ศ 22101

ชนั้ มัธยมศึกษาปีท่ี 2 หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 4

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 12 เรอื่ ง ความหมายของการออกแบบโฆษณา เวลา 1 ชั่วโมง

1. มาตรฐาน / ตัวช้วี ดั

มาตรฐานการเรยี นรู้
ศ 1.1 สร้างสรรค์งานทัศนศิลป์ตามจินตนาการ และความคิดสร้างสรรค์ วิเคราะห์ วิพากษ์

วิจารณ์คุณค่างานทัศนศิลป์ ถ่ายทอดความรู้สึก ความคิดต่องานศิลปะอย่างอิสระ ชื่นชมและประยุกต์ใช้ใน
ชีวิตประจำวัน

ตวั ช้วี ัด
ศ 1.1 ม.2/7 บรรยายวธิ ีการใชง้ านทัศนศิลป์ในการโฆษณาเพอ่ื โนม้ น้าวใจและนำเสนอ

ตวั อย่างประกอบ

2. สาระสำคญั / ความคิดรวบยอด

การโฆษณาเปน็ การชแ้ี นะและชกั ชวนทางดา้ นผลติ ภัณฑ์ (Product) บริการ (Service) และความคดิ (Idea) จาก
ความคิดของคน ๆ หนึ่ง หรือกลุ่มหนึ่งไปสู่กลุ่มชนโดยส่วนรวม สำหรับในสังคมทุนนิยมที่มีนายทุนเอกชนเป็น
ผู้ประกอบการธุรกิจการค้า การออกแบบโฆษณาได้กลายเป็นสิ่งจำเป็นอย่างหนึ่งสำหรับการดำรงชีวิตของ
ประชาชนและระบบธรุ กิจ เพราะการออกแบบโฆษณาไดม้ สี ภาพเปน็ แรงกระตนุ้ หรือแรงผลักดนั อยา่ งหน่ึงในสังคม
เพื่อให้ประชาชนเกิดความต้องการและเกิดการเปรียบเทียบสิ่งที่โฆษณาแต่ละอย่างเพื่อเลือกซื้อ เลือกใช้บริการ
หรือเลอื กแนวคดิ มาใช้ให้เปน็ ประโยชนใ์ นชีวติ ประจำวนั ของตนเอง

3. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ (K,P,A)

1. อธบิ ายความหมายของการออกแบบโฆษณา (K)
2. นำเสนอผลการวิเคราะห์รูปแบบและวธิ กี ารโฆษณา (P)
3. เห็นประโยชนแ์ ละความสำคัญของการโฆษณา (A)

4. ดา้ นคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค(์ Attitude)

รักชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์ อยู่อย่างพอเพียง ซือ่ สัตยส์ ุจรติ มุง่ มั่นในการทำงาน
ใฝเ่ รยี นรู้ มจี ติ สาธารณะ
มวี ินัย รักความเปน็ ไทย

5. ด้านสมรรถนะสำคัญของผูเ้ รียน

ความสามารถในการ

สอื่ สาร:...................................................................................................................

ความสามารถในการคิด: ทักษะการคดิ วเิ คราะห์ ,ทักษะการคดิ เชือ่ มโยง

ความสามารถในการ

แกป้ ัญหา:..............................................................................................................

ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวติ : กระบวนการปฏิบตั ,ิ กระบวนการทำงานกลุ่ม

1. ความสามารถในการใช้

เทคโนโลยี:....................................................................................................

6. ด้านคุณลักษณะของผูเ้ รียนตามหลกั สตู รมาตรฐานสากล

เปน็ เลิศวชิ าการ สื่อสารสองภาษา ล้ำหนา้ ทางความคิด

ผลิตงานอย่างสร้างสรรค์ ร่วมกันรับผดิ ชอบตอ่ สงั คมโลก

7. บูรณาการตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

1. หลกั ความพอประมาณ : สอดคล้องกบั สาระและมาตรฐานการเรียนรู้

2. หลักความมีเหตุผล : สอนบรรลตุ ามมาตรฐานและตัวชว้ี ดั มีลกั ษณะพึงประสงค์

ตามทีห่ ลักสูตรกำหนด

3. หลักภูมิคมุ้ กัน : วเิ คราะหห์ ลกั สูตรเนอ้ื หา ออกแบบและจัดกิจกรรมการ

เรยี นรไู้ ด้ครบถ้วนตามสาระ

4. เง่อื นไขความรู้ : ประวตั คิ วามเป็นมาและความรทู้ วั่ ไป

5. เงอ่ื นไขคุณธรรม : ความรบั ผิดชอบ,ความขยนั อดทน,ความสามัคคี,ความคดิ

สรา้ งสรรค์,หา่ งไกลจาก

6. ยาเสพติด,ความเสยี สละ

8. ช้ินงานหรอื ภาระงาน (หลกั ฐาน/ร่องรอยการเรยี นรู)้

นำเสนอผลการวิเคราะหร์ ูปแบบและวิธีการโฆษณา

9. กิจกรรมการเรยี นรู้

ข้นั นำ/ขั้นเตรียม

1. ให้นกั เรยี นร่วมกนั แสดงความคิดเหน็ โดยครูใช้คำถามท้าทาย ดงั น้ี
- นักเรยี นคดิ วา่ งานโฆษณาเกดิ ข้ึนเพราะอะไร

2. ให้นักเรียนดูภาพโฆษณาจากรายการโทรทัศน์ หรือจากหนังสือพิมพ์วารสารต่าง ๆ จากนั้นร่วมกัน
อภิปรายแสดงความคดิ เหน็ โดยครใู ชค้ ำถาม ดังน้ี

- ภาพโฆษณาที่นกั เรยี นเห็นเป็นภาพโฆษณาทเ่ี กย่ี วกับอะไร (นักเรยี นตอบตามความเข้าใจ)
- นกั เรียนเหน็ โฆษณาน้แี ลว้ ร้สู ึกอยา่ งไร (นักเรยี นตอบตามความรู้สกึ เชน่ สนกุ สนาน

ตอ้ งการใชผ้ ลติ ภณั ฑใ์ นโฆษณา มอี ารมณ์ร่วมกับโฆษณา)
- นอกจากโฆษณาที่นักเรียนเห็น นักเรียนยังเคยเห็นโฆษณาทางสื่ออะไรอีกบ้าง (นักเรียนตอบ

ตามประสบการณ์ เชน่ โทรทศั น์ วทิ ยุ วารสาร แผน่ ป้ายโฆษณา รถโฆษณา)

- นกั เรียนคดิ ว่าโฆษณาเกดิ ข้นึ เพือ่ วตั ถปุ ระสงคใ์ ด (นักเรยี นตอบตามความเข้าใจ เชน่
โน้มน้าวใจใหค้ นซอ้ื สินคา้ และบรกิ าร)

- นกั เรียนคิดว่าโฆษณาหมายถึงอะไร (นกั เรียนตอบตามความเข้าใจ)
ขนั้ อธบิ ายและสาธติ

3. ครูอธิบายความหมายของการโฆษณาว่า การโฆษณาเป็นการชี้แนะและชักชวนทางด้านผลิตภัณฑ์

(Product) บริการ (Service) และความคิด (Idea) จากความคิดของคน ๆ หนึ่ง หรือกลุ่มหนึ่งไปสู่กลุ่มชนโดย
สว่ นรวม สำหรบั ในสงั คมทุนนยิ มทม่ี นี ายทนุ เอกชนเปน็ ผู้ประกอบการธรุ กจิ การคา้ การออกแบบโฆษณา

ไดก้ ลายเปน็ สิ่งจำเป็นอย่างหนง่ึ สำหรับการดำรงชีวติ ของประชาชนและระบบธุรกจิ เพราะการออกแบบโฆษณาได้
มีสภาพเป็นแรงกระตุ้น หรือแรงผลักดันอย่างหนึ่งในสังคม เพื่อให้ประชาชนเกิดความต้องการและเกิดการ
เปรียบเทียบสิ่งที่โฆษณาแต่ละอย่างเพื่อเลือกซื้อ เลือกใช้บริการ หรือเลือกแนวคิดมาใช้ให้เป็นประโยชน์ใน

ชีวติ ประจำวนั ของตนเอง
ข้นั ฝกึ ทกั ษะ

4. ให้นักเรียนศึกษาโฆษณาตามสื่อต่าง ๆ เช่น หนังสือพิมพ์ วารสาร โทรทัศน์ แผ่นป้ายประชาสัมพันธ์
เลอื กโฆษณามา 1 ชน้ิ หรือ 1 ภาพ แลว้ อธบิ ายสิ่งที่โฆษณา วิธกี ารโฆษณา จดุ เดน่ และจดุ ด้อยของโฆษณา รวมทั้ง
บรรยายความรสู้ กึ ทมี่ ีต่อโฆษณาชิน้ นั้น ๆ ลงใตภ้ าพโฆษณา

5. ให้นักเรยี นออกมานำเสนอผลการวเิ คราะหผ์ ลงานโฆษณาที่ตนเองเลอื กหนา้ ชน้ั เรียน
6. นักเรยี นรว่ มกันอภปิ รายเพอื่ สรปุ ความรเู้ กีย่ วกบั ความหมายของการโฆษณา

ข้ันสรปุ
7. นกั เรียนและครูรว่ มกนั สรปุ ความรู้ ดงั นี้
การโฆษณา เป็นการชี้แนะและชักชวนทางด้านผลิตภัณฑ์ (Product) บริการ (Service) และ

ความคิด (Idea) จากความคิดของคน ๆ หนึ่ง หรือกลุ่มหนึง่ ไปสู่กลุ่มชนโดยส่วนรวม สำหรับในสังคมทุนนิยม ที่มี
นายทุนเอกชนเป็นผู้ประกอบการธุรกิจการค้า การออกแบบโฆษณาได้กลายเป็นสิ่งจำเป็นอย่างหนึ่งสำหรับการ

ดำรงชีวิตของประชาชนและระบบธุรกิจ เพราะการออกแบบโฆษณาได้มีสภาพเป็นแรงกระตุ้นหรือแรงผลักดัน
อย่างหน่ึงในสงั คม เพอ่ื ให้ประชาชนเกิดความตอ้ งการและเกิดการเปรียบเทยี บสิง่ ที่โฆษณาแตล่ ะอยา่ งเพ่ือเลือกซื้อ
เลอื กใช้บริการ หรือเลอื กแนวคดิ มาใช้ใหเ้ ป็นประโยชนใ์ นชวี ิตประจำวนั ของตนเอง

10. ส่อื / แหล่งการเรียนรู้

1. โฆษณาในหนังสือพิมพ์ หรอื วารสารต่าง ๆ
2. หนังสือเรยี นทัศนศลิ ป์ ม.2



ภาพโปสเตอรภ์ าพยนตร์ ภาพโปสเตอรร์ ณรงคต์ ่อต้านยาเสพติด

ภาพแผน่ พบั ประชาสมั พนั ธ์การแข่งขนั กีฬา ภาพแผ่นพบั แนะนาสถานท่ีท่องเที่ยว

11. การวัดและประเมนิ ผล

ลำดบั ที่ รายการประเมนิ ระดับคะแนน
4321

1 นำเสนอเน้อื หาในผลงานได้ถูกต้อง
2 การลำดบั ข้ันตอนของเน้ือเรอ่ื ง
3 การนำเสนอมคี วามน่าสนใจ
4 การมสี ว่ นร่วมของสมาชิกในกลมุ่
5 การตรงต่อเวลา

รวม

ข้อเสนอแนะ/ความคิดเห็น (ผอู้ ำนวยการ/รองผอู้ ำนวยการกลมุ่ บริหารงานวชิ าการ/หัวหน้ากลุม่ สาระฯ/ผ้ทู ี่ได้รับ
มอบหมาย)

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชอื่ ………………………………………………………
(………………………………………………………)

ตำแหนง่ ………………………………………………….
วนั ที่………เดอื น………………… พ.ศ…………….

บนั ทกึ หลังการจดั กิจกรรมการเรยี นรู้
ผลการจัดกิจกรรม
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ปัญหา/อุปสรรค
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ข้อเสนอแนะ/แนวทางการแกไ้ ข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงช่อื ………………………………………………………ผู้สอน
(นางสาวจนิ ตภรณ์ กลอ่ มบญุ ธรรม)
วนั ท่ี……….. เดอื น……………… พ.ศ. ….......

แผนการจัดการเรยี นรู้

สาระการเรียนรู้ ศลิ ปะ รายวิชา ศิลปะพืน้ ฐาน 3 รหัส ศ 22101

ชั้นมัธยมศกึ ษาปีท่ี 2 หน่วยการเรียนร้ทู ี่ 4
เวลา 1 ชวั่ โมง
แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ 13 เรอื่ ง องค์ประกอบของโฆษณา

1. มาตรฐาน / ตวั ชวี้ ัด

มาตรฐานการเรียนรู้
ศ 1.1 สร้างสรรค์งานทัศนศิลป์ตามจินตนาการ และความคิดสร้างสรรค์ วิเคราะห์ วิพากษ์

วิจารณ์คุณค่างานทัศนศิลป์ ถ่ายทอดความรู้สึก ความคิดต่องานศิลปะอย่างอิสระ ชื่นชมและประยุกต์ใช้ใน
ชีวติ ประจำวัน

ตัวชีว้ ัด
ศ 1.1 ม.2/7 บรรยายวิธกี ารใช้งานทศั นศิลป์ในการโฆษณาเพอื่ โนม้ น้าวใจและนำเสนอ

ตวั อย่างประกอบ

2. สาระสำคญั / ความคิดรวบยอด

การเข้าใจองค์ประกอบที่สำคัญ ๆ ในงานโฆษณา จะทำให้ใช้งานทัศนศิลป์ในการออกแบบโฆษณาได้
เหมาะสม

3. จุดประสงค์การเรยี นรู้ (K,P,A)

1. อธิบายองค์ประกอบของโฆษณา (K)
2. นำเสนอผลการวเิ คราะห์องคป์ ระกอบของการโฆษณา (P)
3. เหน็ ประโยชน์และความสำคญั ของการโฆษณา (A)

4. ดา้ นคุณลักษณะอันพึงประสงค์(Attitude)

รกั ชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์ อยู่อย่างพอเพียง ซื่อสัตยส์ ุจรติ มุ่งม่ันในการทำงาน
ใฝเ่ รียนรู้ มจี ติ สาธารณะ
มวี นิ ัย รักความเปน็ ไทย

5. ด้านสมรรถนะสำคัญของผ้เู รยี น

ความสามารถในการ
สอ่ื สาร:...................................................................................................................

ความสามารถในการคิด: ทักษะการคิดวเิ คราะห์ ,ทักษะการคดิ เชอื่ มโยง

ความสามารถในการ

แกป้ ัญหา:..............................................................................................................

ความสามารถในการใช้ทักษะชีวติ : กระบวนการปฏิบตั ิ,กระบวนการทำงานกลุ่ม

1. ความสามารถในการใช้

เทคโนโลยี:....................................................................................................

6. ด้านคุณลักษณะของผู้เรยี นตามหลักสูตรมาตรฐานสากล

เปน็ เลิศวิชาการ สื่อสารสองภาษา ลำ้ หน้าทางความคิด

ผลิตงานอยา่ งสรา้ งสรรค์ ร่วมกันรบั ผดิ ชอบตอ่ สงั คมโลก

7. บรู ณาการตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง

1. หลกั ความพอประมาณ : สอดคลอ้ งกับสาระและมาตรฐานการเรียนรู้

2. หลักความมีเหตผุ ล : สอนบรรลตุ ามมาตรฐานและตวั ชว้ี ัดมีลักษณะพึงประสงค์

ตามทหี่ ลกั สตู รกำหนด

3. หลกั ภมู ิคมุ้ กนั : วเิ คราะหห์ ลกั สูตรเนอื้ หา ออกแบบและจัดกจิ กรรมการ

เรียนรู้ได้ครบถว้ นตามสาระ

4. เงือ่ นไขความรู้ : ประวตั ิความเป็นมาและความรทู้ ว่ั ไป

5. เงอ่ื นไขคณุ ธรรม : ความรับผิดชอบ,ความขยัน อดทน,ความสามคั คี,ความคิด

สร้างสรรค์,หา่ งไกลจาก

6. ยาเสพติด,ความเสียสละ

8. ช้ินงานหรอื ภาระงาน (หลกั ฐาน/รอ่ งรอยการเรียนร)ู้

นำเสนอผลการวเิ คราะหอ์ งคป์ ระกอบของการโฆษณา

9. กจิ กรรมการเรยี นรู้

ข้นั นำ/ขัน้ เตรยี ม

1. ให้นกั เรยี นรว่ มกนั แสดงความคดิ เหน็ โดยครูใช้คำถามท้าทาย ดังนี้
- นกั เรยี นคิดวา่ งานโฆษณามีองคป์ ระกอบอะไรบ้าง

2. ครเู ปดิ โฆษณาทางโทรทศั น์ใหน้ ักเรยี นดู

ข้ันอธบิ ายและสาธติ
3. ครูนำภาพโฆษณาจากหนังสือพิมพ์ หรือนำภาพป้ายโฆษณาต่าง ๆ มาให้นักเรียนดู จากนั้นร่วมกัน

อภปิ รายแสดงความคดิ เห็น โดยครูใช้คำถาม ดงั น้ี
- โฆษณาท่ีนกั เรยี นเห็นจากโทรทัศน์และหนังสือพิมพ์เป็นโฆษณาที่เกี่ยวกับอะไรบ้าง (นักเรียน

ตอบตามความเขา้ ใจ)
- โฆษณาทัง้ 2 เร่อื งมคี วามแตกตา่ งกนั ในเร่อื งอะไรบ้าง (นกั เรยี นตอบตามประสบการณ์

และความเขา้ ใจ)
- สอ่ื โฆษณาในปจั จุบันมกี ีช่ นิด อะไรบา้ ง (นักเรยี นตอบตามความเขา้ ใจ)
- นักเรียนคิดว่าการจะสรา้ งผลงานโฆษณาขึ้นมา 1 ชิ้น ต้องใช้องคป์ ระกอบอะไรบา้ ง (นักเรียน

ตอบตามความเขา้ ใจ)
ขนั้ ฝึกทกั ษะ

4. ให้นักเรียนศึกษาองคป์ ระกอบของการโฆษณา จากนั้นร่วมกันอภิปรายเพ่ือสรุปความรู้ท่ีได้ โดยครูใช้
คำถาม ดงั นี้

- องค์ประกอบของงานโฆษณามีอะไรบ้าง (ตวั อย่างคำตอบ สิ่งท่ีจะโฆษณา สื่อทีใ่ ชใ้ นการโฆษณา
ผทู้ ีร่ ับรงู้ านโฆษณา และประเภทของสอ่ื โฆษณา)

- สิ่งที่จะโฆษณาคอื อะไร (นักเรยี นตอบตามทีไ่ ด้ศึกษามา)
- สือ่ ท่ีจะใชใ้ นการโฆษณามอี ะไรบา้ ง (นักเรียนตอบตามทไี่ ดศ้ ึกษามา)
- ผทู้ รี่ บั รงู้ านโฆษณาคอื ใคร (นกั เรยี นตอบตามทีไ่ ด้ศกึ ษามา)
- ประเภทของสอื่ โฆษณามีอะไรบา้ ง (นักเรยี นตอบตามทีไ่ ดศ้ กึ ษามา)
ขั้นสรปุ
5. ครูให้นักเรียนดูภาพโฆษณาจากหนังสือพิมพ์อีก 1 โฆษณา จากนั้นให้นักเรียนวิเคราะห์องค์ประกอบ
ของงานโฆษณาชิ้นนน้ั ดงั ต่อไปนี้
- ส่งิ ที่โฆษณาคอื อะไร
- สอื่ ทีใ่ ชใ้ นการโฆษณาคืออะไร
- ผทู้ ีร่ บั รู้งานโฆษณามีใครบา้ ง
- ประเภทของสื่อโฆษณาคืออะไร

10. ส่ือ / แหลง่ การเรียนรู้

1. โฆษณาในหนังสอื พมิ พ์ หรือวารสารต่าง ๆ
2. หนังสอื เรียนทศั นศิลป์ ม.2



ภาพโปสเตอรโ์ ฆษณาอาหาร ภาพโปสเตอรโ์ ฆษณาเคร่ืองด่ืม

ภาพโปสเตอรป์ ระชาสมั พนั ธ์กิจกรรมวนั เดก็ ภาพโปสเตอรป์ ระชาสมั พนั ธ์
กิจกรรมการประกวดสอื่ การเรียนรู้

11. การวัดและประเมนิ ผล

ลำดบั ที่ รายการประเมนิ ระดับคะแนน
4321

1 นำเสนอเน้อื หาในผลงานได้ถูกต้อง
2 การลำดบั ข้ันตอนของเน้ือเรอ่ื ง
3 การนำเสนอมคี วามน่าสนใจ
4 การมสี ว่ นร่วมของสมาชิกในกลมุ่
5 การตรงต่อเวลา

รวม

ข้อเสนอแนะ/ความคิดเห็น (ผอู้ ำนวยการ/รองผอู้ ำนวยการกลมุ่ บริหารงานวชิ าการ/หัวหน้ากลมุ่ สาระฯ/ผ้ทู ไี่ ด้รับ
มอบหมาย)

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชอื่ ………………………………………………………
(………………………………………………………)

ตำแหนง่ ………………………………………………….
วนั ที่………เดอื น………………… พ.ศ…………….

บันทกึ หลงั การจดั กิจกรรมการเรียนรู้
ผลการจดั กิจกรรม
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ปัญหา/อปุ สรรค
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางการแกไ้ ข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงช่อื ………………………………………………………ผู้สอน
(นางสาวจนิ ตภรณ์ กล่อมบญุ ธรรม)
วันที่……….. เดือน……………… พ.ศ. ….......

แผนการจัดการเรียนรู้

สาระการเรียนรู้ ศิลปะ รายวิชา ศิลปะพนื้ ฐาน 3 รหัส ศ 22101

ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 2 หนว่ ยการเรยี นรูท้ ่ี 4

แผนการจดั การเรียนรูท้ ่ี 14 เร่ือง งานทัศนศลิ ป์และงานออกแบบในการโฆษณา เวลา 2 ชั่วโมง

1. มาตรฐาน / ตวั ช้วี ดั

มาตรฐานการเรยี นรู้
ศ 1.1 สร้างสรรค์งานทัศนศิลป์ตามจินตนาการ และความคิดสร้างสรรค์ วิเคราะห์ วิพากษ์

วิจารณ์คุณค่างานทัศนศิลป์ ถ่ายทอดความรู้สึก ความคิดต่องานศิลปะอย่างอิสระ ชื่นชมและประยุกต์ใช้ใน
ชวี ิตประจำวัน

ตวั ชีว้ ัด
ศ 1.1 ม.2/7 บรรยายวธิ กี ารใช้งานทศั นศลิ ป์ในการโฆษณาเพื่อโน้มนา้ วใจและนำเสนอ

ตวั อย่างประกอบ

2. สาระสำคญั / ความคดิ รวบยอด

งานทัศนศิลปจ์ ะมคี วามงามข้นึ มาได้น้ันก็ดว้ ยการนำเอามวลธาตทุ างทศั นศลิ ปม์ าจัดวางอย่างลงตัว

3. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ (K,P,A)

1. อธบิ ายเกีย่ วกบั งานทศั นศิลป์และงานออกแบบในการโฆษณา (K)
2. นำเสนอผลการวเิ คราะหง์ านทัศนศลิ ป์และงานออกแบบในการโฆษณา (P)
3. เห็นประโยชน์และความสำคัญของการโฆษณา (A)

4. ดา้ นคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค(์ Attitude)

รกั ชาติ ศาสน์ กษตั ริย์ อยู่อย่างพอเพียง ซ่ือสัตย์สุจรติ มงุ่ มนั่ ในการทำงาน
ใฝ่เรยี นรู้ มีจิตสาธารณะ
มวี ินยั รกั ความเปน็ ไทย

5. ด้านสมรรถนะสำคญั ของผ้เู รียน

ความสามารถในการ
ส่อื สาร:...................................................................................................................
ความสามารถในการคดิ : ทักษะการคดิ วเิ คราะห์ ,ทักษะการคดิ เชือ่ มโยง

ความสามารถในการ

แกป้ ัญหา:..............................................................................................................

ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวติ : กระบวนการปฏบิ ัติ,กระบวนการทำงานกลมุ่

1. ความสามารถในการใช้

เทคโนโลยี:....................................................................................................

6. ด้านคุณลกั ษณะของผ้เู รียนตามหลักสูตรมาตรฐานสากล

เป็นเลิศวชิ าการ สอื่ สารสองภาษา ล้ำหนา้ ทางความคิด

ผลิตงานอยา่ งสรา้ งสรรค์ รว่ มกนั รบั ผิดชอบตอ่ สงั คมโลก

7. บูรณาการตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

1. หลกั ความพอประมาณ : สอดคลอ้ งกบั สาระและมาตรฐานการเรียนรู้

2. หลักความมีเหตุผล : สอนบรรลุตามมาตรฐานและตวั ช้ีวดั มีลกั ษณะพึงประสงค์

ตามท่หี ลักสตู รกำหนด

3. หลกั ภูมคิ ุม้ กนั : วเิ คราะหห์ ลักสูตรเนือ้ หา ออกแบบและจัดกิจกรรมการ

เรียนรู้ได้ครบถว้ นตามสาระ

4. เงื่อนไขความรู้ : ประวัตคิ วามเปน็ มาและความรทู้ วั่ ไป

5. เง่ือนไขคณุ ธรรม : ความรบั ผดิ ชอบ,ความขยนั อดทน,ความสามคั คี,ความคดิ

สรา้ งสรรค์,หา่ งไกลจาก

6. ยาเสพติด,ความเสยี สละ

8. ชิน้ งานหรอื ภาระงาน (หลกั ฐาน/รอ่ งรอยการเรยี นร้)ู

นำเสนอผลการวเิ คราะห์องคป์ ระกอบของการโฆษณา

9. กจิ กรรมการเรยี นรู้

ขน้ั นำ/ข้นั เตรยี ม

1. ให้นักเรยี นร่วมกันแสดงความคิดเหน็ โดยครใู ชค้ ำถามทา้ ทาย ดังนี้
- นกั เรยี นคิดว่าเพราะเหตุใดจงึ ตอ้ งใชง้ านทัศนศิลป์ในการโฆษณา

2. นักเรยี นทบทวนความหมายและองคป์ ระกอบของงานโฆษณา โดยครูใช้คำถาม ดังนี้
- งานโฆษณาคืออะไร (นักเรยี นตอบตามประสบการณเ์ ดมิ )
- งานโฆษณามีองค์ประกอบอะไรบ้าง (นกั เรยี นตอบตามประสบการณ์เดิม)

ขั้นอธิบายและสาธิต
3. ครูนำภาพโฆษณาท่ีมกี ารใช้งานทศั นศลิ ป์ในการออกแบบจากหนงั สือพมิ พ์ หรอื นำภาพ

ป้ายโฆษณาตา่ ง ๆ มาให้นกั เรยี นดู จากนั้นร่วมกนั อภปิ รายแสดงความคิดเหน็ โดยครูใชค้ ำถาม ดงั นี้
- ภาพงานโฆษณาชน้ิ นเ้ี ปน็ โฆษณาเกี่ยวกับอะไร (นักเรียนตอบตามความเข้าใจ)

- โฆษณาชน้ิ นี้ใช้รูปแบบใดในการโฆษณา (นักเรยี นตอบตามประสบการณ์และความเขา้ ใจ)
- งานโฆษณาช้ินน้ีเกยี่ วข้องกับงานทศั นศิลป์ในส่วนใดบ้าง (นักเรียนตอบตามความเข้าใจ เช่น ใช้
การวาดภาพมาเป็นส่วนประกอบ)

- งานโฆษณาชิ้นนี้ใช้งานทัศนศิลป์อะไรในการโฆษณาบ้าง (นักเรียนตอบตามความเข้าใจ เช่น
ภาพวาด ตัวอกั ษร)

4. ครูอธิบายความรเู้ กยี่ วกับงานทศั นศลิ ปแ์ ละงานออกแบบในการโฆษณาว่า งานทัศนศิลปจ์ ะมี
ความงามขน้ึ มาไดน้ ัน้ ก็ด้วยการนำเอามวลธาตทุ างทัศนศลิ ป์ ซง่ึ ได้แก่ จดุ เสน้ สี รูปร่าง รูปทรงมาจัดวาง
ให้เกิดความสวยงาม โดยมีการจัดองค์ประกอบศลิ ปท์ ง้ั หมดให้เกิดความมเี อกภาพ (Unity) ความสมดุล (Balance)

จังหวะและจุดสนใจ (Rhythm and Emphasis) ความกลมกลืนและความขัดแย้ง (Harmony and Contrast)
และสัดส่วน (Proportion) อย่างลงตัว จึงจะไดผ้ ลงานทศั นศิลป์ออกมาอยา่ งสวยงาม

5. ให้นกั เรยี นดตู วั อย่างวธิ กี ารใชง้ านทัศนศิลปแ์ ละการออกแบบในงานโฆษณาจากหนงั สือเรียน ดงั นี้
- ตัวอยา่ งโฆษณาดว้ ยการออกแบบ เชน่ ตัวอกั ษร รูปภาพ กราฟิก
- ตวั อยา่ งโฆษณาโดยภาพทางทศั นศิลป์และภาพท่อี อกแบบ

- ตัวอยา่ งโฆษณาโดยใชภ้ าพ หรอื โลโกของบรษิ ทั สถาบัน ฯลฯ
- ตัวอย่างโฆษณาโดยใช้ภาพทางประวัติศาสตร์ หรือเหตุการณ์ที่สำคัญผ่านทางสื่อต่าง ๆ เช่น

สิง่ พิมพ์
- ตวั อยา่ งโฆษณาโดยใชภ้ าพท่เี กยี่ วข้องกบั การเมือง เชน่ การโฆษณาชวนเชอ่ื การเลือกตัง้

ขั้นฝกึ ทกั ษะ

6. ให้นักเรยี นศกึ ษาโฆษณาทางสื่อส่ิงพมิ พ์ต่าง ๆ คนละ 1 โฆษณา วเิ คราะหร์ ปู แบบงานทัศนศลิ ป์
ในการโฆษณา จุดเดน่ จดุ ดอ้ ยของโฆษณาชิ้นนัน้

7. นักเรียนนำผลงานวเิ คราะห์ออกมานำเสนอหน้าชนั้ เรียน
8. นักเรยี นร่วมกนั อภิปรายเพ่ือสรปุ ความรเู้ กีย่ วกบั งานทัศนศิลปแ์ ละงานออกแบบในการโฆษณา
ขั้นสรุป

9. นักเรยี นและครรู ่วมกันสรปุ ความรู้ ดังน้ี
- งานทัศนศลิ ปจ์ ะมีความงามขึน้ มาไดน้ น้ั กด็ ว้ ยการนำเอามวลธาตทุ างทศั นศลิ ป์ ซงึ่ ได้แก่ จดุ

เสน้ สี รูปรา่ ง รูปทรงมาจดั วางให้เกิดความสวยงาม โดยมีการจัดองคป์ ระกอบศิลป์ท้ังหมดให้เกิดความมีเอกภาพ
(Unity) ความสมดลุ (Balance) จงั หวะและจดุ สนใจ (Rhythm and Emphasis) ความกลมกลนื และความขัดแย้ง
(Harmony and Contrast) และสัดสว่ น (Proportion) อยา่ งลงตวั จึงจะไดผ้ ลงานทัศนศิลปอ์ อกมาอยา่ งสวยงาม

10. สื่อ / แหล่งการเรียนรู้

1. โฆษณาในหนังสือพิมพ์ หรือวารสารตา่ ง ๆ
2. หนังสอื เรยี นทัศนศิลป์ ม.2

11. การวดั และประเมนิ ผล

ลำดับที่ รายการประเมิน ระดับคะแนน
4321

1 การออกแบบผลงาน

2 การใช้ภาษา

3 การบรรยายวธิ กี ารใชง้ านทัศนศิลป์ในการโฆษณา
เพื่อโน้มน้าวใจ

4 ความคิดรเิ ริ่มสร้างสรรค์

รวม

ข้อเสนอแนะ/ความคดิ เหน็ (ผ้อู ำนวยการ/รองผอู้ ำนวยการกลมุ่ บริหารงานวชิ าการ/หัวหนา้ กลุม่ สาระฯ/ผทู้ ไ่ี ด้รบั
มอบหมาย)

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชือ่ ………………………………………………………
(………………………………………………………)

ตำแหนง่ ………………………………………………….
วันที่………เดอื น………………… พ.ศ…………….

บนั ทึกหลังการจดั กิจกรรมการเรียนรู้
ผลการจดั กิจกรรม
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ปญั หา/อปุ สรรค
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางการแกไ้ ข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงช่ือ………………………………………………………ผสู้ อน
(นางสาวจนิ ตภรณ์ กลอ่ มบุญธรรม)
วนั ท่ี……….. เดอื น……………… พ.ศ. ….......

แผนการจัดการเรยี นรู้

สาระการเรียนรู้ ศลิ ปะ รายวชิ า ศิลปะพ้ืนฐาน 3 รหัส ศ 22101

ช้ันมัธยมศึกษาปที ่ี 2 หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 5

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 15 เร่อื ง งานทศั นศลิ ป์ของไทยในแต่ละยุคสมัย เวลา 2 ชั่วโมง

1. มาตรฐาน / ตวั ชี้วดั

มาตรฐานการเรียนรู้
ศ 1.2 เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างทัศนศิลป์ ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม เห็นคุณค่างาน

ทศั นศลิ ป์ที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญาทอ้ งถ่นิ ภูมปิ ญั ญาไทยและสากล
ตัวชี้วัด ศ 1.2 ม.2/2 บรรยายถึงการเปล่ียนแปลงของงานทัศนศิลปข์ องไทยแต่ละยุคสมัย โดย

เน้นถงึ แนวคดิ และเนื้อหาของงาน

2. สาระสำคัญ / ความคดิ รวบยอด

ศลิ ปะไทยมีต้นกำเนดิ มาต้ังแต่สมัยอดีตกาล จากหลักฐานการค้นพบตา่ ง ๆ ทแี่ สดงใหเ้ หน็ วา่ มนุษย์ในยุค
โบราณรู้จกั การขีดเขียนลวดลายโดยใช้กระดกู สัตว์ หรอื การตกแตง่ ลวดลายบนภาชนะดินเผา สง่ิ ที่คน้ พบเหล่านี้ได้
กลายมาเป็นส่ิงทส่ี ืบทอดกนั มาเปน็ มรดกตกทอดของบรรพบรุ ุษในยคุ โบราณ

3. จุดประสงค์การเรียนรู้ (K,P,A)

1. อธบิ ายเก่ยี วกับงานทศั นศิลปข์ องไทยในแตล่ ะยคุ สมัย (K)
2. นำเสนอผลการค้นคว้างานทศั นศิลป์ของไทยในแต่ละยคุ สมัย (P)
3. เห็นคุณค่าของงานทัศนศิลปข์ องไทยในแตล่ ะยุคสมยั (A)

4. ดา้ นคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค(์ Attitude)

รักชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์ อยู่อย่างพอเพียง ซ่ือสัตยส์ ุจรติ มงุ่ มั่นในการทำงาน
ใฝเ่ รยี นรู้ มจี ติ สาธารณะ
มวี ินยั รักความเปน็ ไทย

5. ด้านสมรรถนะสำคญั ของผูเ้ รียน

ความสามารถในการ
สื่อสาร:...................................................................................................................
ความสามารถในการคิด: ทักษะการคิดวเิ คราะห์ ,ทกั ษะการคิดเชอื่ มโยง

ความสามารถในการ

แก้ปญั หา:..............................................................................................................

ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต: กระบวนการปฏบิ ตั ,ิ กระบวนการทำงานกลุม่

1. ความสามารถในการใช้

เทคโนโลยี:....................................................................................................

2.

6. ด้านคุณลกั ษณะของผู้เรียนตามหลกั สตู รมาตรฐานสากล

เปน็ เลิศวิชาการ ส่อื สารสองภาษา ล้ำหนา้ ทางความคิด

ผลิตงานอย่างสร้างสรรค์ ร่วมกันรบั ผดิ ชอบต่อสงั คมโลก

7. บรู ณาการตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

1. หลกั ความพอประมาณ : สอดคล้องกับสาระและมาตรฐานการเรียนรู้

2. หลักความมเี หตผุ ล : สอนบรรลุตามมาตรฐานและตัวชว้ี ดั มีลักษณะพึงประสงค์

ตามทห่ี ลักสตู รกำหนด

3. หลกั ภูมคิ ้มุ กนั : วิเคราะหห์ ลกั สูตรเน้ือหา ออกแบบและจดั กิจกรรมการ

เรียนรไู้ ด้ครบถ้วนตามสาระ

4. เงอ่ื นไขความรู้ : ประวัติความเป็นมาและความรูท้ ่วั ไป

5. เง่ือนไขคุณธรรม : ความรบั ผดิ ชอบ,ความขยนั อดทน,ความสามคั คี,ความคดิ

สรา้ งสรรค์,หา่ งไกลจาก

6. ยาเสพติด,ความเสยี สละ

8. ชิน้ งานหรือภาระงาน (หลกั ฐาน/รอ่ งรอยการเรยี นร)ู้

นำเสนอผลการคน้ คว้างานทศั นศลิ ปข์ องไทยในแต่ละยคุ สมยั

9. กจิ กรรมการเรยี นรู้

ข้ันนำ/ขัน้ เตรียม

1. ให้นกั เรียนร่วมกันแสดงความคดิ เหน็ โดยครูใชค้ ำถามท้าทาย ดงั น้ี
- นักเรียนคิดวา่ งานทัศนศลิ ป์มีมาต้งั แตส่ มยั ใด

ขัน้ อธิบายและสาธิต
2. ครนู ำภาพถ่ายเครอ่ื งป้ันดนิ เผาบ้านเชียง หรือภาพเขียนสีท่ีผาแต้มมาให้นักเรียนดู จากน้ันให้นักเรียน

ร่วมกนั แสดงความคดิ เห็น โดยครใู ชค้ ำถาม ดังนี้

- ภาพทีน่ กั เรียนเห็นเปน็ ภาพอะไร (นักเรยี นตอบตามความเข้าใจ เชน่ เครื่องปัน้ ดนิ เผาบ้านเชียง
ภาพเขียนสที ผี่ าแต้ม)

- นกั เรยี นคิดว่าผลงานจิตรกรรมในภาพเกดิ ขน้ึ ตัง้ แต่สมัยใด (นักเรียนตอบตามประสบการณ์และ
ความเข้าใจ)

3. ครูอธิบายให้นักเรยี นฟงั ว่า ศิลปะไทยมตี น้ กำเนดิ มาตง้ั แต่สมัยอดีตกาล จากหลกั ฐานการคน้ พบต่าง ๆ
ที่แสดงให้เห็นว่า มนุษย์ในยุคโบราณรู้จักการขีดเขียนลวดลายโดยใช้กระดูกสัตว์ หรือการตกแต่งลวดลายบน
ภาชนะดนิ เผา ส่ิงทีค่ น้ พบเหลา่ นไ้ี ดก้ ลายมาเปน็ ส่งิ ท่ีสืบทอดกันมาเปน็ มรดกตกทอดของบรรพบรุ ษุ

ในยุคโบราณ
ข้นั ฝกึ ทักษะ

4. ให้นักเรียนร่วมกันอภปิ รายแสดงความคิดเหน็ เกี่ยวกับความแตกต่างระหวา่ งผลงานจิตรกรรมในอดีต
กบั ผลงานจิตรกรรมในสมยั ปจั จุบัน โดยครใู ชค้ ำถาม ดงั น้ี

- นักเรียนคิดว่าผลงานจิตรกรรมในอดีตแตกต่างจากผลงานจิตรกรรมสมัยปัจจุบันอย่างไรบ้าง

(นกั เรยี นตอบตามความเขา้ ใจ)
5. ให้นักเรียนแบ่งกลุ่มออกเป็น 9 กลุ่ม กลุ่มละเท่า ๆ กัน จากนั้นให้แต่ละกลุ่มไปศึกษาค้นคว้างาน

ทัศนศลิ ปข์ องไทยในแต่ละยคุ สมยั พรอ้ มภาพตัวอยา่ งประกอบในหวั ขอ้ ตอ่ ไปน้ี
กลมุ่ ที่ 1 ยคุ หิน
กลมุ่ ที่ 2 ยุคโลหะ

กลุม่ ท่ี 3 สมัยทวารวดี
กลมุ่ ที่ 4 สมยั ศรีวิชัย

กลุ่มท่ี 5 สมยั ลพบุรี (ละโว้)
กลมุ่ ที่ 6 สมยั เชียงแสน หรอื ลา้ นนา
กลุ่มที่ 7 สมยั สโุ ขทัย

กลุ่มท่ี 8 สมัยอยุธยา
กลุ่มท่ี 9 สมยั รตั นโกสินทร์

6. ใหแ้ ตล่ ะกลุม่ ศกึ ษาตามหวั ข้อในข้อ 5 จดั ทำเป็นรูปเลม่ รายงาน จากน้นั ออกมานำเสนอหน้าชั้นเรียนที
ละกลุ่ม โดยเปิดโอกาสให้กลมุ่ อน่ื ๆ ซกั ถามหลังจากนำเสนอจบ

7. นักเรยี นแตล่ ะคนสรุปย่อความรู้เก่ียวกับงานทัศนศิลปข์ องไทยในแต่ละยุคสมัยท่แี ต่ละกลุ่มรายงานลง

ในสมดุ ส่งครูผสู้ อน
8. นักเรยี นร่วมกนั แสดงความคิดเหน็ เกีย่ วกบั การเปล่ียนแปลงของงานทัศนศิลป์ตง้ั แต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

โดยครใู ช้คำถาม ดงั นี้
นกั เรียนคดิ ว่ามปี ัจจยั ใดบ้างท่ีทำให้งานทัศนศิลป์ในแต่ละยุคสมยั แตกต่างกนั (นกั เรียนตอบตาม

ความเข้าใจ เช่น สภาพสังคมที่เปลี่ยนไป วัฒนธรรมต่างชาติเข้ามามีอิทธิพล แนวคิดที่เปลี่ยนไปของศิลปิน

สมยั ใหม)่
- นักเรียนคิดว่าต่อไปงานทัศนศิลป์ของไทยจะมีรูปแบบเป็นอย่างไร (นักเรียนตอบตามความ

เข้าใจ)

ขนั้ สรุป
9. นักเรียนร่วมกันอภิปรายเพือ่ สรปุ ความรู้เก่ยี วกบั งานทศั นศลิ ป์ของไทยในแต่ละยุคสมยั
10. ครอู ธบิ ายเพม่ิ เติมเกีย่ วกบั ความรอู้ าเซยี น ดังนี้

สถานทีน่ า่ สนใจท่ีสำคญั เก่ียวกบั ประวัติศาสตร์เขมรในประเทศไทยได้แก่ พระปรางค์สามยอด
จงั หวดั ลพบรุ ี ปราสาทหนิ พมิ าย จงั หวัดนครราชสมี า

11. นกั เรยี นและครูรว่ มกนั สรปุ ความรู้ ดังนี้
- ศิลปะไทยมีต้นกำเนิดมาตั้งแต่สมัยอดีตกาล จากหลักฐานการค้นพบต่าง ๆ ที่แสดงให้เห็นวา่

มนุษย์ในยุคโบราณรู้จักการขีดเขียนลวดลายโดยใช้กระดูกสัตว์ หรือการตกแต่งลวดลายบนภาชนะดินเผา สิ่งที่
ค้นพบเหลา่ นไี้ ด้กลายมาเปน็ ส่ิงทส่ี บื ทอดกนั มาเป็นมรดกตกทอดของบรรพบรุ ุษในยคุ โบราณ

10. ส่อื / แหล่งการเรียนรู้

1. ภาพถ่ายเครื่องปนั้ ดินเผาบ้านเชยี ง หรอื ภาพเขียนสีทผี่ าแตม้
2. หนังสือเรยี นทศั นศลิ ป์ ม.2

11. การวัดและประเมนิ ผล

ลำดบั ท่ี รายการประเมนิ 4 ระดับคะแนน 1
32

1 การอธิบายลกั ษณะของผลงานทัศนศิลปไ์ ทย
ในแต่ละยุคสมัย

2 การอธิบายการเปล่ยี นแปลงของผลงานทศั นศิลปไ์ ทย
ในแต่ละยคุ สมัย

3 การวเิ คราะหแ์ นวคิดในการสร้างสรรค์ผลงาน
ทัศนศลิ ป์ไทยในแต่ละยุคสมัย

4 การวิเคราะหเ์ นอื้ หาของผลงานทัศนศิลป์ไทย
ในแตล่ ะยุคสมยั

รวม


Click to View FlipBook Version