The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

김동인 작가의 단편소설을 선별하여 번역한 책입니다. 한국 현대문학에 관심이 있는 분들을 위한 책입니다. หนังสือรวมเรื่องสั้นคัดสรรของคิมดงอิน สำหรับผู้สนใจวรรณกรรมเกาหลีร่วมสมัย

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by SWU HM (Japanese, Chinese, Korean), 2023-11-14 19:54:39

รวมเรื่องสั้นเกาหลีของคิมดงอิน

김동인 작가의 단편소설을 선별하여 번역한 책입니다. 한국 현대문학에 관심이 있는 분들을 위한 책입니다. หนังสือรวมเรื่องสั้นคัดสรรของคิมดงอิน สำหรับผู้สนใจวรรณกรรมเกาหลีร่วมสมัย

Keywords: Korea short stories

95 ซอบกผู้ซึ่งออกไปขุดสมุนไพรทุกวัน ภูเขาลูกนี ้เป็ นภูเขาที่อุดมไปด้วยหุบเขาและยอดเขามากมายที่ จะหาได้ที่ภูเขาอื่นในทุกวันหากมองลงมาจากบนนั ้น จะเห็นหุบเขาหนึ่งที่มีล าธารน ้าที่ใสเสียจนองเห็น แม้กระทั่งเม็ดทรายเพียงแค่เม็ดเดียว หากมองดูจะเห็นก้อนหินรูปร่างแปลกประหลาดกองทับถมอยู่ท่ามกลางต้นสนที่เขียวขจี อุดมไป ด้วยดอกไม้ที่งดงาม ที่นี่คือดินแดนแห่งเซียนของโลกมนุษย์นี่เอง มองทุกวันก็ยังงดงาม แม้จะมาทุกวันก็เป็ นยังเป็ นที่ที่ สวยงามน่าอยู่ “อ่า นี่มันดินแดนแห่งเซียนนี่ ถ้าข้าลงไปก็คงจะดี” ปกติซอบกเป็ นคนที่ข้ามหุบเขาข้ามโขดหินมาเพียงเพื่อขุดสมุนไพรไม่เคยวอกแวกมากก่อน แต่ครั ้ง นี ้เมื่อเขาได้เห็นทิวทัศน์อันงดงามนี ้ เขาเองก็ไม่สามารถที่จะละสายตาไปได้เลย ซอบกหยุดเพื่อขุดสมุนไพรที่หุบเขาอันงดงามแห่งนี ้ จนเมื่อถึงเวลาเที่ยงเขาก็พักนั่งกินข้าวที่ โขดหินข้างน ้าพุหลังจากกินข้าวเที่ยงเสร็จเขาก็งีบหลับไป ในขณะที่หลับ เขาก็ฝันเห็นก้อนหินประหลาดอยู่ ตรงหน้า เขารู้สึกลุ่มหลงมันมาก เขาเงยหน้ามองมันอย่างคลั่งไคล้ชั่วขณะหนึ่ง และเขาก็นึกถึงตอนที่ลี ้ภัยออกนอกอาณาจักรมา คนที่หมู่บ้านเกือบ500คนถูกชีฮวังเจจับและฝังลงในดินจนตาย เขาเพียงอยากมีชีวิตรอด จึงต้องหนีแล้วหนี อีกตามหาที่ๆไม่มีชาวจีน(漢族) ที่โยดง(遼東)มีชาวจีนอยู่ ข้ามแม่น ้าอัมนกมาก็ยังมี เปี ยงยางก็มี เขาจึงหนีเข้าหุบเขาแล้วหุบเขาเล่า จนมาถึงอาณาจักรชังแฮแห่งเซียน ช่วงแรกพวกเขาก็คิดถึงบ้านเกิดเมืองนอน ญาติพี่น้อง เพื่อนฝูง การใช้ชีวิตที่นี่นั ้นเหงาแต่เมื่อเวลา ผ่านไป เขาก็ชักจะถูกใจกับที่นี่เข้าเสียแล้ว


96 ตอนนี ้เขาก าลังตัดสินใจว่าจะให้ลูกหลานของเขาฝังกระดูกของเขาที่ดินแดนเซียนนี ้ และสืบสาย ตระกูลที่นี ้ดีหรือไม่ เขาตกอยู่ในห้วงแห่งความคิดนี ้อยู่พักหนึ่ง “ช่างเถอะ ไปขุดต่อดีกว่า” เขาพูดกับตัวเอง และลุกขึ ้น เดินได้สามสี่ก้าว ก็สะดุดตาเข้ากับต้นหญ้าหน้าตาประหลาดที่อยู่ ตรงหน้า “นั่นมันอะไรกัน” เขาตั ้งใจจะเอามาดูจึงจับแล้วก็กระชากมันขึ ้นมา แต่แปลกที่มันกลับดึงไม่ออก รอบนี ้เขาเอาจอบขุดทั ้งสี่ด้านแล้วจึงดึงออกมา จะบอกว่าเหมือนหัวไชเท้า(蕪)ที่ขนาดเท่าฝ่ ามือก็ใช่ จะว่าเหมือนรากโทราจีก็เหมือน เป็ นสิ่งที่เขา ไม่เคยพบเห็นมาก่อน เขาลองเคี ้ยวดู รสมันขมจัดและมีกลิ่นรุนแรงมาก “นี่มันอะไรกันแน่” เพราะกลิ่นมันฉุนมากเขาจึงกลืนมันเข้าไปทั ้งหมด หลังจากนั ้นเขาก็พยายามจะลุกขึ ้น แต่ร่างกาย กลับรู้สึกเหนื่อยล้าไร้เรี่ยวแรง จึงต้องทรุดตัวลงนั่ง เขารู้สึกเมาราวกับดื่มเหล้าพิษเข้าไป หลังจากนั ้นซอบก ก็ไม่รู้สึกตัว จนเวลาผ่านไปหนึ่งวัน ตอนนี ้เป็ นเวลากลางวันของอีกวัน เขาตื่นขึ ้นมา และรู้ สึกเหมือนร่างกายได้ฟื ้นตัวขึ ้นมาใหม่ ทั ้ง ร่างกายและจิตใจมีพลังมากมายมหาศาลเสียจนน่าตกใจ ซอบกทดสอบร่างกายโดยการลุกขึ ้นวิ่งเพื่อ ทดสอบก าลังขา พลังจากภายใน หน้าผาที่แต่ก่อนเคยต้องปี นขึ ้นอย่างยากล าบากในตอนนี ้สามารถขึ ้นได้ แล้ว “สิ่งนี ้คือโสมภูเขาที่เคยได้ยินนี่เอง โสมภูเขาอยู่ในสถานที่ที่มีเทพเจ้าสถิตอยู่อาณาจักรชังแฮแห่งนี ้ นี ้ถึงได้ถูกเรียกว่าดินแดนสวรรค์หรือเปล่า บางทีทิวทัศน์พวกนี ้อาจจะเป็ นสวรรค์อย่างที่คิดไว้ก็ได้”


97 ซอบกที่ได้ลิ ้มลองโสมภูเขาแล้ว ก็ได้พยายามที่จะหาโสมภูเขาอีก เขาไม่สนใจสมุนไพรอื่นมองหา เพียงแต่โสมภูเขาเท่านั ้น วันนั ้นซอบกก็กลับบ้านช้าอีกแล้ว ภรรยานั ้นดีใจมากเพราะสามีนั ้นออกไปตั ้งแต่เมื่อวานแต่เพิ่งจะ กลับเข้ามาวันนี ้ ซอบกได้เล่าทุกอย่างที่เกิดขึ ้นให้ภรรยาฟัง พอวันถัดมาซอบกก็จะเอาแต่ขึ ้นเขาเพื่อที่จะไปขุดโสม ภูเขาอย่างเดียว เมื่อเจอสมุนไพรใดๆเขาก็ขุดมา แต่ถึงอย่างไรจุดประสงค์หลักของเขาก็ยังคงเป็ นโสมภูเขาอยู่ เพียงแต่โสมภูเขาไม่ได้หาได้ง่ายอย่างนั ้น เขาไม่พบมันอีกเลยตั ้งแต่ที่เขาตั ้งเป้ าหมายว่าจะหาโสมภูเขา เขากลับเจอแต่สมุนไพรอื่นที่เขาไม่ได้ตั ้งใจจะหา โสมภูเขา! โสมภูเขา! ราวกับเป็ นคนคลั่งโสมภูเขาไปแล้ว เขาไม่สามารถหาโสมภูเขาอย่างที่ตั ้งใจไว้ได้ ขณะที่ขุดสมุนไพรอื่นจนเกือบจะเพียงพอส าหรับเอา ไปแลกเสบียงอาหารของบ้านซอบกแล้ว ตอนนี ้เขาท าได้แค่เอาสมุนไพรที่ขุดได้ไปแลกเสบียงอาหารเท่านั ้น ซอบกน าสมุนไพรที่ภรรยาจัดแจงไว้ให้เอาไปตากให้แห้ง น ามาห่อในผ้าและมัดจนเรียบร้ อย เขาก็ได้ออก เดินทางไปยังหมู่บ้านอันห่างไกล เขามาที่นี่เพื่อเอาสมุนไพรมาแลกเสบียงอาหารกับเจ้าของร้านสมุนไพรซึ่ง เป็ นร้านประจ าของเขา ร้านนี ้เป็ นร้านสมุนไพรขนาดใหญ่ และเป็ นที่รวมตัวของคนมากหน้าหลายตา พวกเขาก าลังคุยไร้สาระตามประสาของพวกเขา แต่อยู่ๆซอบกก็ได้ยินค าว่า ‘ชีฮวังเจ’ เขาจึงเงี่ยหู ฟัง และได้ยินพวกเขาคุยกันว่า “ข้าได้ยินมาว่าชีฮวังเจก าลังตามหาโสมภูเขาอยู่ล่ะ ในอาณาจักรฉินมีโสมภูเขาที่ไหนกัน” “ฮ่าๆๆ ก็ว่าไปถ้าหากเราหาไปให้ได้ อาจได้รับต าแหน่งดีๆและรางวัลอย่างงามเลยก็ได้นะ”


98 “คนโง่ถึงอย่างไรก็เป็ นคนนี่ ได้ก าจัดเมืองจงจูและตั ้งตัวเองเป็ นจักรพรรดิในฐานะขุนนางของรัฐจู คนบ้าบิ่นแบบนั ้นควรฟังอย่างนั ้นหรือ” “ถ้าอย่างนั ้น หากพวกเราเจอโสมภูเขาโดยบังเอิญ ก็ขุดไปให้พระราชาของเราสิ คงไม่มีใครหน้า ไหนเอาไปให้ชีฮวังเจหรอก” “ใช่ แน่นอน” “เอาเป็ นว่าโสมภูเขาที่เป็ นของเซ่นไหว้นี่ หากตัดสินใจว่าจะตั ้งใจหาแล้วล่ะก็ แม้อยู่ตรงหน้าก็มอง ไม่เห็นหรอก” “อยู่ๆมันจะเจอได้ยังไงล่ะ” “จริงๆถ้าทุ่มเทอย่างสุดความสามารถในการขุดหา ก็อาจจะหาเจอก็ได้” “ไม่รู้สิ” “เราลองเอาต้นโทราจีไปให้ชีฮวังเจ แล้วหลอกว่าเป็ นโสมภูเขาดูไหม” “ฮ่าๆๆ” และพวกเขาก็เปลี่ยนไปคุยเรื่องอื่นกัน ค าพูดเหล่านั ้นฝังอยู่ในใจของซอบก หลังจากนั ้นเค้าก็แบกเสบียงและกลับบ้านไป เมื่อกลับมาถึงหมู่บ้าน แม้ซอบกจะออกไปเพื่อหาโสมภูเขาและสมุนไพร แต่เขากลับเหม่อลอยและ ไร้จุดหมาย เขาหมกมุ่นเพ้อฝันอยู่พักหนึ่ง จนเวลาผ่านไปโดยที่เขาไม่รู้ตัวเลย เป็ นหนึ่งในจินตนาการของเขาที่เกิดขึ ้นในใจ เขามีความฝันที่ไม่ใช่อะไรอื่น แต่เป็ นความคิดที่ว่า มีกฎหมายไหนกันที่ห้ามไม่ให้ฉันเป็ นราชา ความคิดนี ้ผุดขึ ้นมาในหัวอย่างไม่มีที่มาที่ไป ต้นเหตุที่ท าให้เกิดความคิดนี ้มีอยู่เพียงพอแล้ว ต้นเรื่องของความคิดเพ้อฝันของซอบกก็มีสาระส าคัญเท่านี ้


99 ตอนนี ้ตนเองขุดโสมภูเขาได้หนึ่งต้น อย่างนั ้นถ้าเอามันไปให้แคว้นฉิน ปลอมแปลงเป็ นผู้ศึกษา อาคมจากเซียนไปเข้าเฝ้ าชีฮวังเจและมอบโสมภูเขานั ้นให้แก่พระองค์ถ้าเป็ นอย่างนั ้นชีฮวังเจไม่มีทางพอ พระทัยแน่ๆ พระองค์จะต้องรับสั่งให้ไปหามาเพิ่มอีก และตอนนี ้ล่ะที่ความฝันของเขาจะเป็ นจริง จากที่ได้ยินมาพระราชาชองกุกไม่ค่อยฉลาดสักเท่าไหร่ ตระกูลโดที่มีความโลภอยู่เล็กน้อยก็ได้รับ ความเชื่อใจคนแบบนั ้นหากตั ้งใจท าให้เป็ นพวกก็สามารถท าให้ได้ ตนเองนั ้นจะทูลชีฮวังเจว่า “เนื่องจากโสมภูเขาเป็ นพืชวิเศษ จึงจะไม่ปรากฏต่อหน้าคนชั่ว หากต้องการโสมภูเขาเยอะๆ ได้ โปรดทรงมอบเด็กชายหญิงจ านวนห้าร้อยคนให้หม่อมฉันเถิด” แล้วก็จะเอาเสบียงข้าวของเครื่องใช้ส าหรับเด็กชายหญิงห้าร้ อยคนเหล่านั ้นมา รวมถึงของตอบ แทนจ านวนมาก แล้วน าข้ามมายังอาณาจักรชองกุก คนตระกูลโดแห่งเมืองนี ้ ถ้าหากเป็ นของตอบแทนเล็กๆน้อยๆคงกลายเป็ นสินบนได้ ให้สินบนแก่ พวกเขาแล้วก็ตั ้งถิ่นฐานในดินแดนเซียน จับคู่เด็กชายหญิง หลังจากนั ้นสองสามปี ประชากรก็จะเพิ่มขึ ้น เอง ถ้าอย่างนั ้นตัวเองก็จะได้เป็ นพระราชาของดินแดนเทพเจ้าได้หากผ่านไปสักหนึ่งปี สองปี สามปี ก็คงจะ ตั ้งถิ่นฐานได้อย่างเพียงพอ ถ้าเอาเครื่องนุ่งห่มและอาหารมาจากชีฮวังเจหลังจากนั ้น ก็จะสามารถหาเลี ้ยง ตัวเองได้อย่างไม่ขาดในพื ้นที่ที่ปรับไว้ให้เรียบแล้ว ซอบกจมอยู่กับความคิดเพ้อฝันเหล่านี ้พักหนึ่ง และเขายิ่งตั ้งใจกวาดสายตามองหาโสมภูเขามาก ยิ่งขึ ้นอีก เขาตามหามันอยู่พักหนึ่ง แต่ก็ไม่เจอแม้แต่เงาโสมภูเขา ค าพูดที่ซอบกได้ยินที่ร้านสมุนไพรเมื่อวัน ก่อนจึงผุดขึ ้นมาในหัว โสมภูเขาอะไรนี่ ถ้าตั ้งใจจะหาก็จะเจอ ดังค าที่ว่าต้องมอบกายอุทิศตน ซอบกจึงตัดสินใจ ทุ่มเท อย่างจริงจังกับมันที่ดินผืนนี ้ไม่มีที่ที่ไม่เรียบร้อยและไม่สะอาด แต่ซอบกกลับเลือกที่ตรงกลางนั ้นในสถานที่ ที่สะอาดสะอ้านและงดงามที่มีแท่นบูชากองรวมอยู่เขาได้ช าระล้างกายใจให้สะอาดบริสทุธิ์และกราบขอ พรทุกวัน


100 เขาท าเช่นนั ้นอยู่จนกระทั่งเป็ นเวลาหนึ่งร้ อยวัน ในวันที่หนึ่งร้อยนั ้น ซอบกได้ช าระล้างร่างกายจน สะอาดบริสุทธิ์และสวดภาวนาอย่างเคย เมื่อสวดภาวนาเสร็จสิน้แล้วก็รู้สึกผ่อนคลายจึงเอนตวันอนลง ตรงที่นั ้นอย่างสบายใจและผล็อยหลับไป หลังจากนอนไปซักพักเขาก็ลืมตาขึ ้น ทันทีที่ลืมตานั ้นเองเขาก็มองเห็นใบของโสมภูเขาในทิศทางที่ สายตามองอยู่พอดี ซอบกรีบวิ่งไปดูก็พบว่าสิ่งนั ้นคือโสมภูเขาจริงๆ แม้จะไม่อาจรู้ว่าเป็ นเพราะความบังเอิญหรือเป็ น ผลมาจากการสวดภาวนา แต่ก็มีโสมต้นหนึ่งโผล่ให้เห็นขึ ้นมาราวกับรอซอบกอยู่ตรงนั ้นจริงๆ ซอบุกขุดรอบๆอย่างระมัดระวังแล้วดึงตัวโสมขึ ้นมาจากดิน "โอ้!" ซอบกถึงกับอุทานออกมาเสียงดัง โสมที่เขาพบนั ้นมีขนาดใหญ่ประมาณต้นแขนของคนได้ ดูอย่างไรก็น่าจะ เป็ นโสมเก่าแก่มีอายุอย่างน้อยหลายร้อยปี แน่นอน "ขอบพระคุณจริงๆขอรับท่านเทวดา" เขาไปที่แท่นบูชาอีกครั ้งแล้วแสดงความขอบคุณ นับครั ้งไม่ถ้วน หลังจากนั ้นซอบกก็น าโสมที่ขุดได้กลับไปที่บ้าน "วันนี ้เป็ นอย่างไรบ้าง" ซอบกไม่ตอบค าถามของอันแฮ แต่กลับน าโสมที่ ขุดได้ให้ดูแทน "ตายแล้ว นี่มันหัวไชเท้านี่" "นี่เจ้า พูดอะไรโง่ๆเช่นนั ้นกัน" "ถ้าเช่นนั ้นมันคือสิ่งใดกัน"


101 "มันคือโสมวิเศษที่ใช้เป็ นยาอายุวัฒนะอย่างไรล่ะ" "สิ่งนี ้น่ะหรือ" อันแฮพูดด้วยดวงตาเบิกโพลง "ถ้าเช่นนั ้นพวกเราก็..." "อืม" "ท่านจะน ามันไปให้อาณาจักรฉินรึ" "ยังไม่แน่ใจนัก" "ถ้าท่านน ามันไปแล้วทุกอย่างเป็ นไปอย่างหวังก็คงจะเป็ นเรื่องดี แต่ข้าก็ยังกังวลอยู่ว่าหากกษัตริย์ อาณาจักรฉินรู้ชาติก าเนิดของท่านเข้าจะเป็ นเรื่องใหญ่เอาได้นะ" "เลิกกังวลเรื่องนั ้นไปได้เลย ในอาณาจักรฉินมีคนที่รู้จักข้าที่ใดอีกกัน ไม่ต้องห่วงเรื่องนั ้นหรอก" ตั ้งแต่วันนั ้นซอบกก็ไม่ได้ออกไปขุดหาสมุนไพรอีก สองสามีภรรยาต่างยุ่งวุ่นวายกับการเตรียมการเพื่อออกเดินทาง หากซอบกเดินทางไปก็จะต้องทิ ้งให้อันแฮซึ่งเป็ นผู้หญิงอยู่คนเดียวในหุบเขาที่ห่างไกลผู้คน พวก เขาจึงต้องสร้างรั ้วบ้านใหม่ให้มั่นคงแข็งแรงและตัดต้นไม้บริเวณรอบๆทิ ้ง นอกจากนี ้ก็ยังต้องเตรียมเสื ้อผ้า ให้เพียงพอส าหรับการเดินทางไกลอีก ทั ้งซอบกและอันแฮต่างยุ่งอยู่กับหน้าที่ที่แต่ละคนต้องท าอยู่หลายวัน จนในที่สุดก็เตรียมการเสร็จ สิ ้นพร้อมส าหรับการออกเดินทาง ถ้าหากทุกอย่างเป็ นไปตามแผน ซอบกจะได้เป็ นราชาส่วนอันแฮจะได้เป็ นราชินี ช่างเป็ นอนาคตที่ หอมหวานเหลือเกิน เมื่อถึงวันออกเดินทางซอบกห่อโสมด้วยกระดาษอย่างดีหลายชั ้นใส่ไว้ลึกๆในห่อผ้าสัมภาระ สะพายหลัง จากนั ้นก็กินอาหารที่อันแฮท าไว้ให้ตั ้งแต่เช้ามืด เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยแล้วอันแฮและซอบกจึง ลากันก่อนที่จะต้องออกเดินทาง


102 "ระหว่างที่ข้าไม่อยู่ก็ดูแลตัวเองให้ดี" "ไปดีมาดีนะท่าน" "ที่นี่ห่างไกลผู้คนดังนั ้นจงนอนให้เร็วแล้วตื่นสายๆนะ ปิ ดประตูหน้าต่างให้แน่นหนาด้วย" "ไม่ต้องกังวลเรื่องทางนี ้หรอก ท่านต่างหาก ระวังอย่าให้ใครรู้เรื่องบ้านเกิดเข้าล่ะ เรื่องนี ้ต่างหากที่ น่ากังวลที่สุด" "เรื่องนั ้นยิ่งไม่ต้องกังวลเลย เช่นนั ้นข้าไปล่ะนะ" "ไปดีมาดีนะ" ซอบกเริ่มออกเดินในขณะที่เหลียวหลังมามองอันแฮที่ยืนส่งอยู่เป็ นระยะ การจากลานั ้นท าให้รู้สึกใจหาย ทว่าความทะเยอทะยานในจิตใจและภาพเพ้อฝันถึงอนาคตก็ท าให้ ทั ้งอันแฮและซอบกไม่โศกเศร้าอาลัยอาวรณ์ ในใจมีเพียงความหวังถึงอนาคตข้างหน้าเท่านั ้น ซอบกเดินทางในตอนกลางวันและขออาศัยพักแรมตามบ้านเรือนในเวลากลางคืน ท าเช่นนี ้เรื่อยไป จนผ่านเมืองคีบูโชซอน ข้ามแม่น ้าอัมนก ผ่านอาณาจักรพูยอ และเข้าไปในอาณาเขตอาณาจักรฉินในที่สุด สิ่งแรกที่รู้สึกหลังจากเข้าเขตอาณาจักรฉินคือความรู้สึกผูกพันที่มีต่อบ้านเกิด ผู้คนสวมเสื ้อผ้าที่คุ้น ตาพูดภาษาที่คุ้นเคยเดินกันขวักไขว่ เมื่อได้กลับมาสัมผัสบรรยากาศที่คุ้นเคยเช่นนี ้ซอบกจึงได้รู้ สึกว่าเขา คิดถึงแผ่นดินเกิดแห่งนี ้มากยิ่งนัก แม้เคยตั ้งใจเอาไว้ว่าจะไม่กลับมาอีกแต่เมื่อได้กลับมาเหยียบที่นี่อีกครั ้ง ก็รู้สึกยินดีเหลือเกิน ในตอนนั ้นเองที่ซอบกได้ตระหนักว่ามนุษย์เรานั ้นไม่ว่าใครก็ไม่มีทางตัดขาดความรัก ความผูกพันที่มีต่อแผ่นดินเกิดได้จริงๆ หลังจากเข้ามาในอาณาจักรฉินแล้ว ซอบกก็ได้ยินพวกชาวบ้านตามทางที่ผ่านมาคุยกันกระทั่งจับ ความได้ว่าฮ่องเต้อยู่ในระหว่างเสด็จประพาสรอบอาณาจักรและในขณะนี ้น่าจะพ านักอยู่ในแคว้นฉี เมื่อทราบดังนั ้น ซอบกที่เดิมทีก าลังมุ่งหน้าไปทางเมืองเสียนหยาง ก็เปลี่ยนเส้นทางเพื่อมุ่งหน้าไป ยังแคว้นฉีแทน


103 เขาผูกห่อผ้าสัมภาระซึ่งบรรจุโสมล ้าค่าที่มีความส าคัญต่ออนาคตของเขาอย่างมากไว้กับหลังและ ไม่เคยปล่อยให้ห่างกายแม้กระทั่งเวลานอน เก็บรักษาไว้อย่างดีจนกระทั่งถึงตอนนี ้ [จิ๋นซีฮ่องเต้] ซอบกเดินทางอยู่หลายวันก็ถึงแคว้นฉีอย่างที่ตั ้งใจ ในเมืองเต็มไปด้วยเหล่าทหารคุ้มกันเนื่องจากครั ้งนี ้เป็ นการเสด็จประพาสเพื่อแสดงถึงบารมีของ ฮ่องเต้ให้เหล่าราษฎรได้ประจักษ์ จึงต้องมีเหล่าทหารกองเกียรติยศติดตามมาเป็ นจ านวนมาก ซึ่งฮ่องเต้ได้ เกิดประชวรอย่างกะทันหันและต้องพ านักอยู่เมืองนี ้เป็ นการชั่วคราว แม้จะให้หมอที่โด่งดังมีฝี มือจากทุกสารทิศมาตรวจหรือลองกินยาที่ว่ากันว่ายอดเยี่ยมทุกชนิดดู แล้ว พระอาการก็ไม่ดีขึ ้นเลยแม้แต่น้อยและค่อยๆทรุดหนักขึ ้นทุกวันบรรดาหมอที่มีชื่อเสียงทั ้งหลายต่าง พูดเป็ นเสียงเดียวกันว่า "คงจะมีเพียงโสมจากดินแดนแห่งเทพเจ้าเท่านั ้นที่จะช่วยได้ หากไม่มีมันการรักษาฝ่ าบาทให้หาย กลับคืนสู่สภาวะปกตินั ้นคงจะเป็ นไปได้ยาก" ในช่วงเวลาเช่นนี ้ ซอบกก็ได้น าโสมภูเขามา เขาเปลี่ยนเสื ้อผ้าจากชุดธรรมดาเป็ นชุดของนักบวช เข้าไปในพระต าหนักที่ประทับชั่วคราวแล้วแจ้งว่า "ข้ามาที่นี่เพื่อน าโสมหนึ่งต้นที่หามาจากแดนสวรรค์นี ้มาถวายแก่ฮ่องเต้"


104 ถึงแม้จะมีโสมที่แสนล ้าค่าอยู่ในครอบครองแต่เนื่องด้วยมีสถานะเป็ นเพียงแค่นักบวช การขอเข้า เฝ้ าฮ่องเต้จึงไม่ใช่เรื่องง่ายนัก ซอบกถูกสั่งให้รออยู่ในห้องในขณะที่โสมถูกน าไปเพื่อถวายต่อหน้าพระ พักตร์ ซอบกรออย่างไม่กังวลนัก เนื่องจากเขาเคยเห็นผลลัพธ์ของโสมมาก่อนแล้วจึงรู้ สึกมั่นใจใน ประสิทธิภาพของมัน นอกจากนี ้ตอนนี ้ก็ได้เข้ามารออยู่ถึงในต าหนักแล้ว ซอบกเชื่อว่าอย่างไรเสียซักวันหนึ่ง ก็ต้องมีโอกาสโดนเรียกไปเข้าเฝ้ าอย่างแน่นอน และเขาก็ไม่ต้องรอนานนัก วันต่อมาในตอนบ่าย ขุนนางที่มียศค่อนข้างสูงได้มาเรียกซอบกด้วย ตนเองและแจ้งว่าฮ่องเต้มีรับสั่งให้ซอบกไปเข้าเฝ้ าเดี๋ยวนี ้ ขุนนางผู้นั ้นเล่าว่าฮ่องเต้ได้เสวยโสมนั ้นเข้าไปและบรรทมตามปกติ เมื่อตื่นพระบรรทมขึ ้นก็ในตอน เช้าอาการป่ วยที่เคยทรุดหนักก็กลับหายเป็ นปลิดทิ ้งไปเสียแล้ว ฮ่องเต้ได้รับสั่งให้ซอบกเข้าเฝ้ าในห้องพระบรรทมซึ่งเป็ นกรณีที่พิเศษอย่างยิ่ง ทันทีที่ประตูห้องบรรทมเปิ ดออก ซอบกที่ได้พบฮ่องเต้เป็ นครั ้งแรกก็ตกตะลึงในความน่าเกรงขาม กระทั่งหมอบลงไปกับพื ้นอย่างไม่รู้ตัว "มันช่างเป็ นยาที่วิเศษจริงๆ" ซอบกได้ยินเสียงกล่าวจากในห้องบรรทม คาดว่าคงเป็ นเสียงของฮ่องเต้ไม่ผิดแน่ แม้จะเป็ นการพูด แบบธรรมดาแต่กลับดังก้องสะท้อนไปทั่วห้อง ซอบกจึงยิ่งก้มศีรษะซุกลงไปมากกว่าเดิม "เอาล่ะ เข้ามาในห้องซะสิ" "พะยะค่ะ" ซอบกไม่สามารถขยับตัวได้ ท าได้เพียงส่งเสียงตอบรับไปเท่านั ้น ฮ่องเต้จึงรับสั่งอีกครั ้งว่า "ข้าอยากจะขอบคุณเจ้าและก็มีเรื่องที่ต้องปรึกษาเจ้าด้วย เข้ามาข้างในเสียเถอะ" "พะยะค่ะ"


105 ซอบกขานรับและหมอบคลานเข้าไปในห้อง "เงยหน้าได้" "พะยะค่ะ" ซอบกขานรับแต่ทว่ายังคงไม่กล้าเงยหน้าขึ ้น "เจ้าน่ะ เงยหน้าขึ ้นมาสิ" "พะยะค่ะ" ซอบกเงยหน้าขึ ้นเล็กน้อย ในชั่วขณะนั ้นก็เหลือบตาขึ ้นเพื่อจะมองฮ่องเต้ ทว่าเมื่อมองขึ ้นไปถึง เพียงแค่ที่ประทับเท่านั ้นก็รู้สึกหวาดเกรงขึ ้นมาจนไม่กล้ามองต่อ "เจ้าไปหาโสมวิเศษนั่นมาจากที่ไหนรึ" "พะยะค่ะ" "ตอบข้ามาสิ" "พะยะค่ะ มีเกาะแห่งเซียนอยู่ห่างออกไปทางทะเลตะวันออกห้าพันลี ้พะยะค่ะ กระหม่อมออกเรือ ไปหาปลาแล้วลมก็พัดพาไปที่นั่นด้วยความบังเอิญ กระหม่อมจึงได้มาจากที่นั่นต้นหนึ่งและน ามาที่นี่เพื่อ ถวายฝ่ าบาทพะยะค่ะ" "โอ้ ขอบใจเจ้ามาก ช่างเป็ นยาวิเศษจริงๆ" "เป็ นพระกรุณาพะยะค่ะ" "เจ้าสามารถหามันมาอีกได้หรือไม่" ค าถามที่ฮ่องเต้ถามนั ้นเป็ นสิ่งที่ชอบคาดการณ์และได้เตรียมค าตอบไว้ทั ้งหมด เขาตอบออกไป อย่างไม่ลังเล "แม้ว่าจะเป็ นเรื่องยากยิ่ง แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะหาไม่ได้ซะทีเดียวพะยะค่ะ" "ถ้าอย่างนั ้นเจ้ามีแผนอยู่รึไม่"


106 "มีพะยะค่ะ โสมนั ้นเป็ นของวิเศษที่หากเราตั ้งใจจะหามัน เราจะหามันไม่พบพะยะค่ะ" "ถ้าเช่นนั ้น ต้องท าอย่างไรจึงจะได้มาล่ะ" "ถ้าเราใช้ให้เดก็ชายหรือเดก็หญิงที่บริสทุธิ์ออกตามหาอาจจะมีโอกาสหาพบพะยะคะ่ "อืม" "หากฝ่ าบาทประทานเด็กชายหญิงอย่างละห้าร้ อยคนนี ้มาให้ได้ กระหม่อมจะน าพาพวกเขาไปที่ เกาะแห่งเซียนแล้วออกตามหาโสมวิเศษมาให้ฝ่ าบาทอย่างสุดความสามารถพะยะค่ะ" "ไม่ใช่เรื่องยากล าบากอะไร เลือกเอาไปวันนี ้เลยก็ยังได้" "เป็ นพระมหากรุณาธิคุณพะยะค่ะ แต่กระหม่อมยังมีเรื่องต้องกราบทูลอีกคือ กระหม่อมต้องการ เวลาอย่างน้อยสามปี เพื่อหาโสมพะยะค่ะ เนื่องด้วยมันไม่ใช่สิ่งที่สามารถหาได้ง่ายๆภายในเวลา เพียงวันหรือสองวัน และในเวลาสามปี นี ้ก็ขอให้ประทานเครื่องนุ่งห่มและเสบียงอาหารแก่เด็กหญิงชายหนึ่ง พันคนนั ้นด้วยได้หรือไม่พะยะค่ะ" "เรื่องนั ้นก็ไม่ใช่เรื่องยากล าบากอะไร เอาไปตอนนี ้เลยก็ยังได้" "และอีกประการหนึ่ง เนื่องด้วยกระหม่อมต้องเดินทางในระยะทางที่ไกล กระหม่อมต้องการเรือชั ้น ดีจ านวนสิบล าพะยะค่ะ" "ข้าจะรีบจัดการให้คนเตรียมเรือให้ นอกจากนี ้มีอะไรที่จ าเป็ นต้องใช้อีกหรือไม่" "เพียงเท่านี ้ก็เห็นจะเพียงพอแล้วพะยะค่ะ" "ข้าจะสั่งเตรียมของทั ้งหมดให้ ภายในเวลาสามปี ขอให้เจ้าจงหาโสมกลับมาให้ได้เยอะๆล่ะ" "พะยะค่ะ กระหม่อมจะทุ่มเทอย่างเต็มที่เพื่อท าตามพระราชโองการพะยะค่ะ" "อืม ขอบใจเจ้ามากส าหรับโสมที่เจ้าน ามาเมื่อวานและข้าก็ซาบซึ ้งใจที่เจ้ากล้าท างานที่ยากล าบาก นี ้เพื่อข้า" "มิบังอาจพะยะค่ะ"


107 "ตอนนี ้เจ้าไปได้ วันหลังข้าจะเรียกมาใหม่" "พะยะค่ะ ขอจงทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่นปี หมื่นหมื่นปี " ซกบกออกมาจากห้องบรรทมด้วยท่าหมอบคลานเช่นเดิม รอจนกระทั่งประตูปิ ดลงจึงได้เงยศีรษะ ขึ ้นและพบกับหัวหน้าขันทีที่มาเพื่อน าทางไปห้องพักของเขารออยู่ก่อนแล้ว เมื่อเดินตามการน าของหัวหน้าขันทีจนถึงห้องแล้วก็ก็พบว่าห้องพักของเขาไม่ใช่ห้องเดิมที่เคย อาศัยชั่วคราวเมื่อวันก่อน ห้องนี ้กว้างใหญ่และหรูหรากว่าห้องเดิมมาก ยิ่งไปกว่านั ้นยังมีขันทีถึงสี่คนคอย รับใช้ซอบกอยู่ที่นั่น ซอบกรู้สึกพออกพอใจมากที่ตอนนี ้ทุกอย่างก าลังด าเนินไปด้วยดีอย่างที่ต้องการ ตอนนี ้สิ่งที่เคยวางแผนไว้ก็ส าเร็จไปแล้วถึงสามในสี่ส่วน เหลือเพียงแค่รอแล้วน าเด็กชายหญิงหนึ่ง พันคน เสบียงอาหาร อุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมืออื่นๆที่ฮ่องเต้ประทานให้บรรทุกขึ ้นเรือแล้วออกเดินทางไป อาณาจักรชังแฮกุกเท่านั ้น ในขณะที่ล้มตัวลงนอนแผ่อย่างสบายใจในห้องอันหรูหราของตนเองในต าหนัก ซอบกยิ ้มไม่ยอม หุบด้วยความความภาคภูมิใจในความส าเร็จ ในเย็นวันนั ้นเอง ซอบกยังได้รับของตอบแทนเรื่องโสมจากฮ่องเต้เป็ นทองจ านวนห้ากึน ทองค าขาว


108 จ านวนห้าสิบกึนและผ้าแพรสามร้อยม้วน ตอนแรกนั ้นฮ่องเต้ได้ล้มป่ วยระหว่างเสด็จประพาสจนต้องหยุดพ านักในแคว้นฉี แต่เมื่ออาการ ประชวรหายดีแล้วด้วยฤทธิ์โสม ขบวนเดินทางจึงเริ่มออกเดินทางอีกครั ้ง ซอบกได้ร่วมเดินทางไปด้วยตามโองการของฮ่องเต้ เขาไม่ได้เป็ นเพียงแค่ผู้ติดตามธรรมดาแต่ยังได้ ร่วมกลุ่มเดินทางไปกับพวกผู้ติดตามที่มีต าแหน่งส าคัญ จึงท าให้ซอบกรู้สึกภาคภูมิและล าพองใจเป็ นอย่าง มากราวกับโลกทั ้งใบอยู่ใต้ฝ่ าเท้าของตนเอง ยิ่งได้ใช้ชีวิตแต่ละวันในสภาพแวดล้อมเช่นนี ้นานเท่าไหร่ซอ บกก็ยิ่งรู้สึกฝักใฝ่ ในอ านาจมากขึ ้นเรื่อยๆ เขาคิดฝันว่าในตอนนี ้แค่ได้เป็ นผู้ติดตามของราชาก็พึงพอใจอย่างล้นเหลือแล้ว ถ้าหากในวัน ข้างหน้าตนเองได้กลายเป็ นราชาเสียเองจะมีความสุขสมหวังซักเพียงไหนกันตอนนี ้แผนที่วางไว้ก็ใกล้จะ ส าเร็จเรียบร้อย อีกไม่นานวันที่ตนจะได้เป็ นราชาก็จะมาถึง ซอบกได้แต่รอคอยอย่างกระวนกระวายหวังจะ ให้วันนั ้นมาถึงเร็วๆ ผ่านไปราวสองเดือนการเสด็จประพาสก็สิ ้นสุดลง คณะเดินทางก็เวียนกลับมาถึงที่เมืองเสียนหยาง อีกครั ้ง ขณะนั ้นในพระราชวังหลวงได้มีเด็กชายเด็กหญิงหกพันคนเตรียมรอไว้ให้ซอบกเลือกเรียบร้อยแล้ว ซอบกตัดสินใจคัดเลือกเพียงหนึ่งพันคนจากหกพันคนโดยพิจารณาจากรูปร่างหน้าตาเป็ นส าคัญ เนื่องจาก เขาต้องการให้พลเมืองของอาณาจักรในฝันของตนในอนาคตไม่มีคนที่รูปร่างหน้าตาอัปลักษณ์ ซอบกท าการเลือกไปสองครั ้ง ผู้ที่ได้รับคัดเลือกไม่ว่าจะหญิงหรือชายล้วนมีรูปร่างหน้าตาสวยงามชวนมอง เมื่อเห็นเด็กชายหญิงเหล่านั ้นที่ตนได้คัดมาด้วยตนเองซอบกก็หัวเราะออกมาด้วยความพึงพอใจ ในตอนนี ้ซอบกได้คนที่ต้องการเรียบร้อย สิ่งจ าเป็ นในการด ารงชีวิตอย่างเช่น เสื ้อผ้า, เครื่องใช้อื่นๆ ที่จ าเป็ นตลอดระยะเวลาสามปี ของคนเหล่านี ้ก็สามารถเบิกขอจากพระคลังเมื่อใดก็ได้ เหลือเพียงแค่เรือ เท่านั ้นที่ยังต้องใช้เวลา ซอบกจึงพ านักอยู่ที่เมืองเสียนหยางต่ออีกระยะหนึ่ง ผ่านไปหลายวัน ในที่สุดเรือทั ้งหมดก็พร้อมส าหรับการมอบให้ซอบกน าไปใช้งาน ของที่ต้องการทุก อย่างครบเรียบร้อย เหลือเพียงแค่ออกเดินทางเท่านั ้น


109 ในตอนนั ้น ได้มีรับสั่งให้ซอบกไปเข้าเฝ้ าหน้าพระพักตร์อีกครั ้ง ซึ่งแตกต่างจากคราวเข้าเฝ้ าในพระ ต าหนักชั่วคราวที่แคว้นฉีอย่างมาก ครั ้งนี ้เป็ นการเข้าเฝ้ าในวังหลวงหน้าพระราชบัลลังก์อย่างเป็ นทางการ ตามแบบแผน ซอบกหมอบราบอยู่หน้าพระพักตร์ "เจ้าจะต้องออกเดินทางไปไกลสินะ" ฮ่องเต้ตรัสแสดงความห่วงใย "พะยะค่ะ กระหม่อมจะเดินทางออกจากเมืองหลวงวันพรุ่งนี ้พะยะค่ะ" "เจ้าต้องมาล าบากเพื่อข้าแท้ๆเชียว" "กระหม่อมเป็ นข้ารองพระบาทของพระองค์ การท าเพื่อฝ่ าบาทเพียงเท่านี ้ไม่ถือว่าเป็ นความ ล าบาก หรอกพะยะค่ะ กระหม่อมกังวลเพียงว่าจะไม่สามารถหาโสมมาจนเต็มเรือทั ้งสิบล าได้เท่านั ้นพะยะ ค่ะ" "หากได้มาเพียงสิบต้นข้าก็คงมีชีวิตอยู่ได้ซักร้อยปี แล้วล่ะ" "ร้อยปี อันใดกันพะยะค่ะ พระองค์ต้องทรงอายุยืนเป็ นหมื่นปี แน่นอนพะยะค่ะ" "ขอบใจเจ้ามาก มีอะไรที่เจ้าต้องการอีกหรือไม่" "มีอยู่ประการหนึ่งพะยะค่ะ" ซอบกได้เกิดแผนใหม่ขึ ้นมาอีกหนึ่งอย่าง "สิ่งใดกัน" "กระหม่อมอยากจะขอต าแหน่งหมอหลวงแห่งอาณาจักรฉินไว้เพื่อความสบายใจพะยะค่ะ” ค าขอนี ้ดูจะเป็ นค าขอที่ไม่สมเหตุสมผลเอาเสียเลย หากซอบกไปที่เกาะแห่งเซียนแล้วจะต้องการ ต าแหน่งหมอหลวงของอาณาจักรฉินไปเพื่อสิ่งใด ฮ่องเต้เองก็เกิดความสงสัยและมองจ้องลงมาที่ซอบก ซอบกที่ได้เตรียมค าตอบมาแล้วก็กล่าวต่อไปอย่างไม่ติดขัดว่า


110 "ถ้าหากกระหม่อมไปขุดโสมกลับมาแล้วเกิดเหตุร้ายระหว่างทางอย่างเช่นอาจโดนลมพัดพาเรือไป ติดอยู่ตามบ้านป่ าเมืองเถื่อน ในเหตุการณ์เช่นนี ้หากไม่มีต าแหน่งอะไรรับรองตัวกระหม่อมได้ กระหม่อมก็ เกรงว่าโสมอาจถูกขโมยไปได้พะยะค่ะ" "เช่นนั ้นเองรึ ข้าตกลง นอกจากนี ้เจ้ายังมีอะไรจะขออีกรึไม่" "กระหม่อมขอให้พระองค์ทรงพระเจริญพะยะค่ะ และกระหม่อมก็หวังเพียงแค่ว่าจะสามารถหายา วิเศษกลับมาได้เป็ นจ านวนมากๆพะยะค่ะ" "โอ ขอบใจมาก การเดินทางทางน ้านั ้นอันตรายนัก ข้าขอให้เจ้าเดินทางปลอดภัย" และการเข้าเฝ้ าก็สิ ้นสุดลงเช่นนั ้น หลังจากที่ซอบกกลับถึงห้องพักของตนเองไม่นานนักสัญญาบัตร ต าแหน่งหมอหลวงก็ได้ถูกส่งมา ที่ห้อง สัญญาบัตรนี ้มีความส าคัญต่อซอบกอยู่สองประการ ประการแรกคือ ในวันข้างหน้าซอบกวางแผนจะน าสัญญาบัตรนี ้ไปยืนยันต าแหน่งของตนเองกับ ราชาของอาณาจักรชังแฮกุกและขออนุญาตเข้าอาณาจักรไปขุดหาพืชสมุนไพรเป็ นระยะเวลาหนึ่ง ประการที่สองคือ เขาต้องการแบบของตราราชลัญจกร ที่ประทับอยู่บนสัญญาบัตรนี ้เพื่อน าไปท า ตราประทับปลอมขึ ้นมาใหม่ไว้ใช้อันหนึ่ง เหตุผลที่เขาต้องการตราประทับปลอมก็มีอยู่สองประการ ประการแรกคือ การที่คนจ านวนมากขนาดหนึ่งพันคนจะลงเรือที่คีบูโชซอนและเดินทางผ่านคีบูโช ซอนไปจนถึงอาณาจักรชังแฮกุกโดยไม่มีราชสาสน์จากอาณาจักรฉินนั ้นเป็ นเรื่องยาก เนื่องจากจ านวนคน ไม่ใช่เพียงแค่สองสามคนหรือสิบกว่าคนแต่เป็ นหนึ่งพันคน โดยปกติแล้วไม่มีใครสามารถน าคนจ านวนมาก ขนาดนี ้ผ่านเข้าอาณาจักรของผู้อื่นโดยไม่บอกกล่าวได้ จึงต้องการตราประทับไว้ใช้ประทับลงบนราชสาสน์ ที่จะท าปลอมขึ ้นนั่นเอง


111 อีกประการหนึ่งคือ เขายังต้องการจะน ามาใช้กับราชสาสน์ปลอมอีกอันที่จะท าขึ ้นเพื่อถวายกษัตริย์ ของอาณาจักรชังแฮกุกด้วย เป็ นราชสาสน์ที่มีเนื ้อความยกยอกษัตริย์ของชังแฮกุกอย่างนอบน้อมที่สุดและ ร้องขอให้ช่วยดูแลสนับสนุนหมอหลวงจากอาณาจักรฉินที่ได้ส่งไปเพื่อหาสมุนไพรในอาณาจักรชังแฮกุก ซอบกเชื่อว่ามีราชสาสน์เช่นนี ้จากฮ่องเต้แห่งอาณาจักรฉินส่งไป กษัตริย์ชังแฮกุกคงลิงโลดด้วย ความปลาบปลื ้มใจเป็ นแน่ ในขณะนี ้ ต้องการเพียงแค่ราชสาสน์สองฉบับนี ้กับตราประทับปลอมเพื่อพกติดตัวไว้เผื่อเกิด สถานการณ์ที่จ าเป็ นต้องใช้ ด้วยเหตุนี ้ ซอบกจึงตั ้งใจว่าจะท าปลอมตราราชลัญจกรนี ้เก็บเอาไว้อันหนึ่ง แต่ทว่าการจะท าตราประทับปลอมที่นี่นั ้นเป็ นไปได้ยากมาก ผู้ที่จะท าให้ก็คาดว่าจะไม่มีอีกทั ้งหาก ถูกจับได้ศีรษะคงต้องหลุดออกจากบ่าเป็ นแน่ ซอบกจึงวางแผนไว้ว่าจะค่อยไปหาคนท าให้จากในหมู่บ้านที่ ไม่ภักดีต่อราชวงศ์ฉินตามแถบภูเขาระหว่างทาง เย็นวันนั ้น ซอบกมีเรื่องที่ต้องท าจึงจะออกไปข้างนอกที่พัก ในขณะที่ออกมาหน้าประตูนั ้นซอบกก็ เห็นคนรูปร่างสูงใหญ่ยืนอยู่ตรงก าแพงที่พักของตน เมื่อคนผู้นั ้นเห็นว่าเขาออกมาก็เร้ นกายหายไป ซอบก เกิดความรู้สึกแปลกๆและสงสัยเล็กน้อยเพราะลักษณะท่าทางของคนที่เขาเห็นดูแล้วน่าจะเป็ นชาวชังแฮกุก เขาเดินไปตามตามทางขณะที่ในหัวก็คิดสงสัยไปด้วย ขณะที่ซอบกเดินไปถึงทางเลี ้ยวนั ้นเองเขาก็ได้เหลือบ ไปมองด้านหลังอย่างไม่ตั ้งใจและพบว่าคนที่เขาเห็นเมื่อซักครู่ก าลังสะกดรอยตามเขาอยู่เมื่อเห็นเช่นนั ้น ระหว่างทางเขาจึงหันไปแอบมองด้านหลังเป็ นระยะๆ แต่คนน่าสงสัยคนนั ้นก็เพียงแค่เดินตามซอบกมา เฉยๆเท่านั ้น เมื่อซอบกท าธุระเสร็จเรียบร้ อยก็เดินกลับที่พัก ขณะเดินกลับคนท่าทางน่าสงสัยผู้นั ้นก็ยังลอบ ติดตามอยู่ไกลๆ ซอบกรู้สึกไม่สบายใจเอาเสียเลย ตอนนี ้ตนเองก าลังจะออกเดินทางไปขุดหาโสมที่อาณาจักรชังแฮ กุกแล้ว และเกิดมีคนรูปร่างหน้าตาเหมือนชาวชังแฮกุกมาลอบสะกดรอยตามเช่นนี ้ ท าให้ซอบกรู้สึกค้างคา ใจอย่างมาก


112 เมื่อกลับถึงบ้านพักแล้วซอบกจึงสั่งให้ทาสรับใช้ไปตรวจดูบริเวณนอกบ้าน ก็พบว่าคนที่ดูไม่น่า ไว้ใจคนนั ้นยังคงเดินเตร็ดเตร่อยู่ข้างนอก ซอกบกเริ่มรู้สึกหวาดกลัวจึงสั่งให้ทาสรับใช้ไปเรียกทหารยามมา จับตัวคนผู้นั ้นไปเสีย ทว่าเขาคนนั ้นมีพละก าลังมหาศาล ระหว่างเกิดการต่อสู้ได้เสียทหารยามไปหลายคนแต่ในที่สุดก็ จับตัวชายผู้นั ้นไว้ได้อย่างหวุดหวิด เมื่อจับมาสอบสวนก็ได้ความว่า ชายผู้นี ้มีนามว่ายอแฮ แต่นอกจากชื่อ แล้วก็ไม่ยอมตอบค าถามใดๆอีก 'ยอแฮอย่างนั ้นรึ' เมื่อได้ฟังชื่อนั ้นซอบกก็เอียงศีรษะคิด เหมือนจะเป็ น นามที่เคยได้ยินที่ไหนมาก่อน ในที่สุดก็นึกขึ ้นได้ว่ายอแฮเป็ นชื่อน้องชายของซังแดบู แห่งอาณาจักรชังแฮกุกนั่นเอง และคนที่ถูกจับได้ในวันนั ้นก็คือยอแฮ ผู้ที่ลักลอบเข้ามาในอาณาจักรฉินโดยค าสั่งของพี่ชายที่ชื่อ ยอบัง การเข้ามาเยือนอาณาจักรของซอบก วันหนึ่งในฤดูร้อนที่ร้อนระอุอย่างไม่มีสิ ้นสุด เช้าวันนั ้น ยอมินองก าลังใช้ชีวิตอย่างสุขส าราญใจ สหายของเขานามว่าฮอบีที่อาศัยอยู่ในเมือง ชอกจูก็ได้มาหา ทั ้งคู่อายุสิบแปดต้นๆเท่ากัน มีความตั ้งใจ ปัญญาและพละก าลังที่เหมือนกัน อีกทั ้งต่างก็มาจาก ตระกูลที่มีชื่อเสียงเหมือนกันด้วย โดยฮอบีนั ้นประกอบอาชีพด้วยการล่าสัตว์ ฮอบีจับหมูป่ าได้หนึ่งตัวตรงหุบระหว่างทางที่มาเมืองหลวงเมื่อเช้านี ้ แล้วจึงแบกมากินแกล้มเหล้า ด้วยกันกับสหาย ยอมินองออกไปพบสหายที่ไม่ได้พบกันนานตรงริมธารหลังบ้านแล้วก็กินหมูป่ าแกล้มเหล้าอย่าง ส าราญใจ หลังจากนัดหมายเพื่อมาพบกันใหม่อีกครั ้งแล้ว ยอมินองก็กลับมาถึงบ้านตอนประมาณสายๆ เพราะดื่มเหล้ามากเกินไปหน่อย พอกลับมาถึงบ้านเขาจึงนอนลงบนหมอนไม้ในห้องรับรอง แล้ว ผล็อยหลับไป


113 เสียงจากผู้คนข้างนอกได้ปลุกให้มินองตื่นขึ ้น เมื่อลืมตาขึ ้นมาก็ได้ยินเสียงยอบังผู้เป็ นพ่อ ซึ่งเป็ น ข้าราชการต าแหน่งซังแดบู ที่ตอนนี ้กลับมาจากการหารือเกี่ยวกับการเมืองในอาณาจักรและก าลังกล่าวลา ทาสที่ติดตามอยู่ มินองลุกขึ ้นพรวดแล้วไปเปิ ดประตูต้อนรับท่านพ่อ “กลับมาแล้วหรือขอรับท่านพ่อ” ในขณะเดียวกันเขาก็ได้พิจารณาสีหน้าของผู้เป็ นพ่อ ซึ่งมีสีหน้าโกรธจัดและอารมณ์เสียมาจาก เรื่องอะไรสักอย่างเป็ นอย่างมาก “ไอ้ลูกชาย เจ้าไม่ใช่เด็กเล็กแล้วนะ ท าไมถึงนอนกลางวันแบบนี ้” มินองท าได้เพียงแค่สลดใจแล้วโค้งตัวท าความเคารพท่านพ่อ ถึงจะรู้ สึกสลดใจแต่ข้างในก็รู้ สึก แปลกๆ เพราะเขาไม่เคยได้ยินค าดุด่าแบบนี ้จากท่านพ่อเลย ค าต าหนิก็แทบไม่มี ไม่ว่าจะท าผิดอย่างไร ท่านพ่อก็ท าแค่เพียงตักเตือนเล็กน้อย ไม่เคยดุด่าแรงๆแบบนี ้ “ท่านพ่อคงร้อนมากสินะขอรับ” มินองเดินมาตรงข้างๆท่านพ่อที่เข้ามานั่งในบ้านแล้วจึงพัดให้ แต่ทว่าไม่อาจคลายความโมโหของ ท่านพ่อได้ “ข้าจะอาเจียนกับกลิ่นเหล้า กินเหล้าเมาตั ้งแต่เช้าแล้วยังนอนกลางวันอีก ถอยออกไปซะ” มินองยิ่งรู้สึกสลดใจมากขึ ้น จึงถอยมานั่งแล้วยื่นแขนออกไปพัดให้ท่านพ่อ ความเงียบเข้าครอบคลุมชั่วขณะหนึ่ง หลังจากนั ้นมินองจึงเอ่ยถามด้วยถ้อยค าแผ่วเบา “ท่านพ่อ ท่านไปเจอเรื่องอะไรไม่พอใจมาหรือขอรับ” “ไม่ใช่เรื่องของไอ้ลูกชายที่มันกินเหล้าตั ้งแต่เช้าแล้วยังนอนกลางวันก็แล้วกัน ออกไปซะ ข้าเหม็น กลิ่นเหล้า” มินองยอมถอยออกมาอย่างช่วยไม่ได้ หลังจากที่มินองถอยออกมา ท่านพ่อก็สั่งให้ทาสน าเหล้ามาให้


114 ท่านพ่อสั่งเหล้ามาดื่มเรื่อยๆ โดยดื่มมากกว่าปกติเป็ นสองเท่า จากนั ้นก็ล้มตัวลงนอนตรงที่ เดียวกับที่ลูกชายเมาเหล้าแล้วหลับเมื่อกี ้นี ้ จากนั ้นจึงผล็อยหลับไป มินองออกจากห้องที่โดนพ่อต าหนิแล้วมานั่งอยู่ตรงที่ที่ดูเหมือนเป็ นห้องรับรอง พอนึกถึงอากัป กริยาของผู้เป็ นพ่อก็รู้สึกหนักหน่วงในหัวใจยิ่งนัก เกิดเรื่องอะไรขึ ้นท่านพ่อถึงได้โมโหขนาดนี ้กัน ในใจของท่านพ่อดูมีเรื่องบางอย่างที่หนักหนาอย่าง เห็นได้ชัด ถึงได้ดูเป็ นทุกข์ยิ่งนัก มินองนั่งอยู่ตรงมุมหนึ่งของลานบ้านโดยไม่รับรู้ถึงความร้อนของแสงแดดหรือความหิวจากการอด มื ้อกลางวันเลยแม้แต่น้อย จนมื ้อเย็นมาถึง ท่านพ่อก็ยังไม่ตื่น แต่เมื่อดึกมากขึ ้นท่านพ่อจึงตื่น มินองตรงเข้าไปจุดไฟทิ ้งไว้ แล้วถามผู้เป็ นพ่อที่ดื่มน ้าเย็นอันสดชื่นถ้วยหนึ่งจนหมดว่า “ให้ยกส ารับอาหารมาไหมขอรับ”’ “ไปเอาเหล้ามา” ท่านพ่อเรียกหาเหล้าอีกแล้ว มินองลังเลใจชั่วครู่แล้วจึงเอ่ยปากขึ ้น “สุราเอาไว้กินคู่กับข้าวสินะขอรับ” “ข้าเกลียดข้าว จงเอาเหล้ามา” มินองเกิดความลังเลใจอีกครั ้ง แล้วจึงเอ่ยถามว่า “ท่านพ่อ มีเรื่องขุ่นเคืองใจอะไรหรือขอรับ” ถ้าไม่ใช่งานของแผ่นดิน ท่านพ่อจะไม่เป็ นกังวลขนาดนี ้ การที่ท่านพ่อดูโมโหแบบนี ้ต้องเป็ นเรื่อง ส าคัญมากแน่ๆ “ไม่มีอะไร เดี๋ยวข้าค่อยกินข้าวตอนกลางคืน ไปเอาเหล้ามาเร็วๆ” มินองเข้าไปข้างในบ้านอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ปลุกทาสแล้วท ากับแกล้มปริมาณเยอะแต่เหล้า ปริมาณน้อย จัดโต๊ะด้วยตัวเองแล้วยกไปยังห้องรับรองของท่านพ่อ


115 มินองน ากาใส่เหล้าและกับแกล้มจ านวนมากไปให้ท่านพ่อเพื่อจะได้ให้ท่านพ่อทานกับแกล้ม เยอะๆและดื่มเหล้าน้อยๆ ทุกครั ้งเขาจะรินเหล้าทีละครึ่งแก้ว และเมื่อเห็นว่าท่านพ่อทานกับแกล้มไปเยอะ แล้วจึงค่อยรินใหม่อีกครึ่งแก้ว เมื่อเริ่มเมานิดๆ จู่ๆก็มีเสียงถอนหายใจเฮือกหนึ่งออกมาจากปากท่านพ่อ เพื่อเป็ นการคว้าโอกาสนี ้ไว้ มินองจึงลองเอ่ยปากถามอีกครั ้ง “ท่านพ่อ ถึงข้าจะถามแต่ค าถามเดิมๆ แต่มันเกิดอะไรขึ ้นกันแน่หรือขอรับ” “ไม่ใช่เรื่องของเด็กที่กินเหล้าแต่เช้าแล้วนอนกลางวันก็แล้วกัน รินเหล้าเร็วๆซิ” “ท่านพ่อ เมื่อเช้าฮอบีที่อาศัยอยู่เมืองชอกจูมาหาข้าขอรับ เราชวนกันกินเหล้าแกล้มกับหมูป่ าหนึ่ง ตัว ก็เลยใช้เวลาพบกันนานไปหน่อยครับ” ผู้เป็ นพ่อเมื่อได้ยินชื่อฮอบี แก้วเหล้าที่ก าลังถูกยกขึ ้นกระดกก็หยุดชะงักแล้วฟังค าพูดของลูกชาย “ฮอบีที่เป็ นบุตรของฮออุงน่ะหรือ” “ใช่ขอรับ”


116 “ตอนนี ้อยู่เมืองหลวงหรือกลับไปแล้วล่ะ” “เขาบอกว่าพรุ่งนี ้เช้าก่อนท่านพ่อจะออกไปส านักราชการ จะแวะมาทักทายขอรับ” “อืม” เพราะชื่อของฮอบีท าให้ใจของท่านพ่อสงบลง มินองจึงถือโอกาสนี ้เอ่ยปากถามอีกครั ้ง “ท่านพ่อ เกิดเรื่องอะไรขึ ้นกันแน่หรือขอรับ ฮอบี พีทง ข้า และบรรดาสหายของข้า เราทั ้งห้าคนถึง จะโง่เขลาไปหน่อยแต่ก็มีความตั ้งใจแน่วแน่นะขอรับ นอกจากนี ้ถ้าหากเอาพลังของเราทั ้งห้ามารวมกันแล้ว จะสามารถเอาชนะคนห้าร้อยคนได้แน่นอนขอรับ เพราะฉะนั ้นหากมีเรื่องอยากให้ข้าช่วยหรือแม้ว่าไม่ได้ อยากให้ช่วย เพียงแต่บอกเรื่องราวภายในให้ข้าได้รู้บ้าง ก็จะดีมากเลยขอรับ” ในที่สุดท่านพ่อก็หยุดดื่มแก้วที่ถืออยู่เมื่อสักครู่แล้ววางมันลง ขอบตาที่มีริ ้วรอยก็มีน ้าตาไหลริน ออกมาเล็กน้อย “ตอนนี ้อาณาจักรของเรายุ่งเหยิงไปหมดแล้ว” “หมายความว่าอย่างไรหรือขอรับ” “อาณาจักรของเราถูกซื ้อด้วยผ้าไหมสามร้อยม้วนไปแล้วล่ะ” “อะไรนะขอรับ หมายความว่าอย่างไรหรือขอรับ” ท่านพ่อไม่ได้ตอบอะไร เพียงแค่ถอนหายใจ “ท่านพ่อ มันหมายความว่าอย่างไรหรือขอรับ” ถามอยู่หลายครั ้ง จนในที่สุดก็เกิดเรื่องอัศจรรย์ขึ ้นคือผู้เป็ นพ่อยอมเล่าเรื่องให้ลูกชายฟัง โดยเรื่อง นั ้นมีอยู่ว่า เมื่อวันก่อน มีคนจากอาณาจักรฉินคนหนึ่งเข้ามายังเมืองหลวง คนนั ้นมีนามว่าซอบก ซอบกเข้ามายังเมืองหลวง แล้วติดสินบนด้วยการมอบผ้าไหมจากอาณาจักรฉินจ านวนห้าสิบม้วน แก่โดจอนกักที่เป็ นจุงแดบู แล้วก็เข้าออกบ้านของโดจอนกักอยู่บ่อยครั ้ง


117 จากนั ้น ซอบกก็ได้บอกว่าตัวเองเป็ นหมอหลวงแห่งอาณาจักรฉิน เข้ามายังอาณาจักรแห่งนี ้ใน ฐานะทูตของจิ๋นซีฮ่องเต้ พร้อมทั ้งน าเอกสารทางการทูตมาด้วย โดยหน้าที่ของตนนั ้นมีความส าคัญอย่างยิ่ง อีกทั ้งยังพาผู้ติดตามมาเป็ นจ านวนกว่าหนึ่งพันคน และต้องการมายังส านักราชการเพื่อขอเข้าเฝ้ ากษัตริย์ แน่นอนเขาจะพาโดจอนกักมาด้วย ยอบังได้ลองไปพบผู้ยิ่งใหญ่นามว่าซอบกที่ส านักราชการมาเมื่อวานนี ้ โดจอนกักยืนกรานว่าซอบก ถกูแตง่ตงั้ให้ด ารงต าแหน่งสงูศกัดิ์เทียบเท่ากบัทตูของจกัรพรรดิเพราะเหตนุีย้อบงัจึงกล่าวด้วยวาจาเสียง ดัง “ถ้าอาณาจักรฉินคืออาณาจักร อาณาจักรของเราก็คืออาณาจักร และถ้าจิ๋นซีฮ่องเต้คือกษัตริย์ กษัตริย์ของเราก็คือกษัตริย์เช่นเดียวกัน หมอหลวงแห่งอาณาจักรฉินก็เหมือนกับต าแหน่งหมอหลวงของ อาณาจักรเรา” ซอบกที่หลอกล่อด้วยนามปลอมๆว่าเป็ นทูตของจิ๋นซีฮ่องเต้กลับอดกลั ้นต่อความคับข้องใจของซัง แดบู จากนั ้นทูตจากอาณาจักรเล็กก็แสดงท่าทีสุภาพต่อขุนนางจากอาณาจักรใหญ่ แล้วเอ่ยว่า …ตอนนี ้จักรพรรดิทรงมีพระราชประสงค์อาณาจักรเซียนแห่งนี ้เป็ นอย่างมาก และเพื่อที่จะได้ ศึกษาเล่าเรียนถึงจิตวิญญาณแห่งขุนเขาและล าธารของที่แห่งนี ้ จึงได้เลือกหนุ่มสาวอย่างละห้าร้อยคนส่ง มายังอาณาจักรแห่งนี ้ แต่ทว่าไม่สามารถข้ามเขตแดนมาอย่างไม่ได้รับอนุญาตได้ จึงหยุดอยู่ที่คีบูโชซอน แล้วล่วงหน้ามาคนเดียวก่อนเพื่อขอรับพระราชทานพระบรมราชานุญาตจากกษัตริย์ของอาณาจักรนี ้ และ ในช่วงเวลาที่จะมาศึกษาเล่าเรียนในอาณาจักรแห่งนี ้นั ้น ได้น าของกินของใช้มาหมดแล้ว เพราะฉะนั ้นจะไม่ ท าความเดือดร้อนให้เลยแม้แต่น้อย ฯลฯ ทั ้งหมดนี ้ก็เพื่อขอร้องให้ช่วยกราบทูลแก่กษัตริย์เพื่อที่จะสามารถ เข้าเฝ้ ากษัตริย์ได้ ถ้าเพียงแค่มาศึกษาเล่าเรียนอย่างเดียวก็คงไม่เป็ นภัยอะไร ยิ่งไปกว่านั ้นขุนนางเองก็ยอมรับว่า อยากโอ้อวดอาณาจักรของตนแก่อาณาจักรอื่นเช่นกัน แต่ถ้าแค่มีจุดประสงค์ที่จะมาศึกษาเล่าเรียนแล้ว ตามความสมเหตุสมผลท าไมถึงไม่มาหาเขาที่เป็ นซังแดบู แต่ไปหาโดจอนกักที่เป็ นจุงแดบูก่อนแล้วยังติด สินบนโดจอนกักอีก ถ้าจะให้ระแวงก็ย่อมได้ แต่ว่าเพราะไม่ได้พากองทัพทหารมาเลย พามาเพียงแค่เด็กๆ เท่านั ้นจึงไม่มีเรื่องใดๆให้กังวลและเพียงถ้าแค่ต้องการเข้ามาชมแดนแห่งเซียนนี ้สักครั ้ง จึงไม่มีความ จ าเป็ นที่จะต้องปฏิเสธ ดังนั ้นเขาจะประสานงานเพื่อที่จะเข้าเฝ้ ากษัตริย์ให้ในวันพรุ่งนี ้


118 ในวันนั ้น ซอบกกล่าวว่า ‘เพื่อเป็ นการแสดงความเคารพเลื่อมใสต่ออาณาจักรชังแฮกุกของจิ๋นซี ฮ่องเต้แห่งอาณาจักรฉิน จึงขอถวายของก านัลเล็กๆน้อยๆแด่กษัตริย์แห่งชังแฮกุก‘ จากนั ้นจึงถวายผ้าไหม อย่างดีจ านวนสามร้ อยม้วน ในวันถัดมาซอบกก็ได้เข้าเฝ้ ากษัตริย์แห่งชังแฮกุก แล้วเริ่มจากการถวาย เอกสารทางการทูต แน่นอนเอกสารนั ้นเป็ นเอกสารที่ซอบกปลอมแปลงขึ ้นมาเอง โดยเนื ้อหาส าคัญของ เอกสารมีดังนี ้ …ข้ากษัตริย์แห่งสามัญชน ขอถวายพระราชสาสน์นี ้แด่กษัตริย์แห่งอาณาจักรเซียนด้วยความนอบ น้อม ขออภัยเป็ นอย่างยิ่งที่กษัตริย์แห่งสามัญชนผู้นี ้ก าลังยุ่งวุ่นวายกับการเฝ้ าปรารถนาจะกลับอาณาจักร เป็ นเวลานานจึงไม่สามารถมาเยี่ยมเยือนได้ เนื ้อหาโดยย่อคือ เดิมทีกษัตริย์ผู้นี ้มีโรครุมเร้ามากมายและได้ ลองทดสอบสมุนไพรที่มีอยู่ที่นี่หมดแล้วแต่ก็ไม่เป็ นผล และค ากล่าวของเทพเบื ้องบนได้บอกว่ามีเพียง สมุนไพรของแดนแห่งเซียนเท่านั ้นที่จะได้ผล ตอนนี ้จึงได้มอบหมายให้ซอบกที่เป็ นหมอหลวง พาหนุ่มสาว หนึ่งพันคนส่งกลับมายังอาณาจักร หากท่านกษัตริย์ผู้ประเสริฐยิ่งรู้ สึกเวทนากษัตริย์แห่งสามัญชนผู้นี ้ ขอให้ท่านกษัตริย์ทรงพระราชทานให้ยืมมุมหุบเขาแห่งหนึ่งชั่วคราวเถิด ก าหนดการนี ้จะไม่ใช้เวลานาน เพียงแค่สามปี ก็เพียงพอแล้ว อีกทั ้งสามัญชนเหล่านั ้นก็ได้ตระเตรียมสิ่งของส าหรับกินและใช้เพื่อด ารงชีพ มาแล้ว ไม่ต้องเป็ นกังวลส าหรับเรื่องนี ้ ฯลฯ ยอบังผู้เป็ นซังแดบู เห็นเอกสารการทูตนี ้แล้วก็ตกใจผงะ แต่ก็กลั ้นไว้ในใจอย่างแนบเนียน จะมาอยู่ ชั่วคราวเป็ นเวลาสามปี แล้วก็กลับไป นี่มันเรื่องไร้สาระอะไรกัน แต่ว่าเป็ นเพราะอยู่ต่อหน้ากษัตริย์จึงไม่สามารถถลึงตาและกล่าววาจาเสียงดังได้ ดังนั ้นก็เลยลอง ส่ายหัวเพื่อเป็ นการบอกแก่กษัตริย์ว่าไม่ได้ แน่นอนว่าเปล่าประโยชน์ เพราะประการแรกคือ กษัตริย์ถูกซื ้อใจด้วยผ้าไหมสามร้ อยม้วนไปแล้ว ประการที่สองคือ จิ๋นซีฮ่องเต้ผู้เป็ นที่หวาดกลัวและรู้จักกันว่าเป็ นเจ้าของโลกในตอนนี ้ ได้ลดตัวลงมาเรียก ตัวเองว่ากษัตริย์แห่งสามัญชน แล้วยังยกย่องให้เป็ นกษัตริย์ผู้ประเสริฐยิ่งแห่งอาณาจักรเซียนนั ้น ไม่มี เหตุผลที่จะไม่รู้สึกปลื ้มปิ ติ พระบรมราชานุญาตของกษัตริย์ได้ถูกออกค าสั่งในทันที โดยออกค าสั่งให้สร้างหมู่บ้านตรงไหนก็ ได้ที่ถูกใจ และจงขุดหาสมุนไพรดีๆมากมายแล้วน ากลับไปให้จิ๋นซีฮ่องเต้ปลื ้มปิ ติให้จงได้


119 ซอบกได้รับพระบรมราชานุญาต ยิ ้มอย่างพึงพอใจและขอตัวลากลับจากพระราชวังไปด้วยกันกับ โดจอนกัก แต่ทว่ายอบังไม่ได้ขอตัวลากลับไป เขายังคงนั่งคุกเข่าอยู่นิ่งๆ กษัตริย์ทอดพระเนตรไปยังยอบังแล้วตรัสว่า “ซังแดบู แม้แต่จิ๋นซีฮ่องเต้ก็ยังอยู่ต ่ากว่าข้า ข้าคิดถูกใช่ไหม” “ท่านกษัตริย์พะยะค่ะ” “ท าไมรึ” “ท่านได้แบ่งพื ้นที่ของอาณาจักรให้แก่คนแปลกหน้าไปอย่างง่ายดายแล้วพะยะค่ะ” “แบ่งอะไรกัน เจ้าหมายความว่าอย่างไร” “ไม่ใช่อย่างนั ้นพะยะค่ะ คือว่าถ้าหากหนุ่มสาวหนึ่งพันคนมาอาศัยอยู่เป็ นเวลาสามปี ก็จะให้ ก าเนิดบุตรและจะมีสมาชิกครอบครัวเพิ่มมากถึงพันสองร้อยคนพะยะค่ะ” “ครบสามปี พวกเขาก็จะไปไม่ใช่รึ” “แล้วถ้าไม่ไป ท่านจะท าเยี่ยงไรหรือพะยะค่ะ” “ถ้าไม่ไป ข้าจะส่งกองทัพทหารไปขับไล่ซะ” “แล้วถ้าหากคนพวกนั ้นไปจับจองพื ้นที่ตรงใจกลางหุบเขาแล้วต่อต้านด้วยอาวุธชั ้นเยี่ยมจาก อาณาจักรฉินล่ะพะยะค่ะ” “ซังแดบู เจ้าน่ะคิดมากเกินไปแล้ว อาณาจักรฉินไม่มีพื ้นที่ว่างก็เลยจะมาอาศัยอยู่ที่นี่อย่างนั ้นรึ” “ถ้าอย่างนั ้น เหตุใดจึงต้องส่งหนุ่มสาวห้าร้อยคู่มาล่ะพะยะค่ะ ถ้าส่งมาแค่ผู้ชายก็ผู้ชายอย่างเดียว ผู้หญิงก็ผู้หญิงอย่างเดียวก็ได้ไม่ใช่หรือพะยะค่ะ” “ซังแดบู แน่นอนว่าเจ้ามีใจที่ค านึงถึงอาณาจักร แต่เจ้าค่อนข้างมีอคติไปหน่อยนะ” กษัตริย์ตรัสแล้วสรวลจากนั ้นก็เสด็จกลับต าหนักไป


120 ด้วยเหตุนี ้ประชาชนจากอาณาจักรฉินหนึ่งพันคนจึงได้รับสิทธิ์ในการไปจบัจองพืน้ที่ที่ถูกใจ และ ก่อตั ้งหมู่บ้านตรงไหนก็ได้ในอาณาจักรชังแฮกุกได้อย่างเปิ ดเผย ผู้เป็ นพ่อหยุดเล่าแล้วก้มหน้าลงอย่างเงียบๆ มินองก็ก้มหน้าลงชั่วครู่โดยที่ไม่สามารถเอ่ยค าพูดใดๆออกมาได้ แล้วหลังจากนั ้น มินองก็เป็ นฝ่ ายเงยหน้าขึ ้นอย่างเบิกบานแล้วพูดว่า “ข้าน่ะ มีพลังเทียบเท่าเด็กชายกว่าสองร้อยคนเลยนะขอรับ เพียงแค่ข้าและผองเพื่อนทั ้งห้าคนใส่ ชุดเกราะก็เอาชนะพวกมันทั ้งหมดได้แน่นอน” “ก่อนจะท าเช่นนั ้น ก็ต้องไปสืบก่อนสิ” “ข้าจะไปสืบเองขอรับ” “พูดอะไรของเจ้า อาของเจ้าน่ะเข้าไปสืบยังอาณาจักรฉินเป็ นเวลาหนึ่งปี แล้ว แต่ก็ยังไม่กลับมา ข่าวคราวก็ไม่มี ไม่รู้ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ ้น” “ไอ้คนที่ชื่อว่าซอบกนี่มันเป็ นใครแน่ขอรับ ถ้าเป็ นคนที่จิ๋นซีฮ่องเต้ส่งมาตามหาสมุนไพร ไม่ใช่ว่าจะ กลับไปภายในสามปี หรือขอรับ” “มันคือไอ้คนฝันเฟื่ องที่หลอกลวงจิ๋นซีฮ่องเต้แล้วเอาเอกสารทางการทูตกับเด็กๆมาเอง” “ยิ่งถ้าเป็ นไอ้คนแบบนั ้น ข้ากับเหล่าสหายยิ่งจะต้องเอาชนะมันให้ได้” ยอบังทอดมองไปยังลูกชาย ภายใต้ตะเกียงที่มืดมิด เผยให้เห็นแววตาเป็ นประกายและกล้ามเนื ้ออันแข็งแกร่งภายใต้เสื ้อบางๆ ของลูกชาย ถึงแม้ว่าจะรู้สึกเป็ นกังวล แต่พอเห็นภาพนั ้นแล้ว อดยิ ้มอย่างอิ่มเอมใจไม่ได้


121 อาณาจักรอูซาน ซอบกได้พาหนุ่มสาวจ านวนหนึ่งพันคนเข้ามายังอาณาจักรชังแฮกุกอย่างเปิ ดเผย ซอบกที่ เตรียมการมาแล้วล่วงหน้า จึงได้เข้ามายังทุ่งอันกว้างขวางที่ถูกเรียกว่า‘คึมนันดง’ ทางทิศเหนือ ทิศ ตะวันออก และทิศตะวันตกของคึมนันดงล้อมรอบด้วยภูเขาที่สูงชัน มีเพียงทิศใต้เท่านั ้นที่มีการขยาย ออกเป็ นรูปร่างเหมือนปากขวด เมื่อเข้าไปยังคึมนันดงแล้ว เขาจึงสั่งผู้ที่อยู่ใต้บังคับบัญชาให้ตัดต้นไม้และต้นหญ้าออกเพื่อสร้ าง เป็ นกระท่อมอย่างง่ายๆไว้อยู่ชั่วคราวก่อน หลังจากนั ้นก็ให้ผู้ที่มีประสบการณ์ด้านการเผากระเบื ้องมาท า กระเบื ้องหลังคา ให้ผู้ที่มีประสบการณ์ด้านการแปรรูปไม้มาประกอบประตู และให้ผู้ที่มีประสบการณ์ด้าน กระดาษ ท ากระดาษขึ ้น จากนั ้นก็เปลี่ยนหุบเขาแห่งนี ้ไปอย่างสิ ้นเชิงด้วยการตัดต้นไม้และแกะสลักหิน แล้วก็สร้างบ้านขึ ้นกว่าห้าร้อยหลัง ซอบกสร้างบ้านให้ตัวเองอาศัยอย่างใหญ่โตมโหฬาร และสร้างที่อยู่อาศัยให้พวกคนที่รู้แผนการลับ ไม่กี่คนที่เขาติดสินบนไว้ด้วย นอกจากนี ้ก็ได้สร้างบ้านที่ดูคล้ายกับส านักราชการขึ ้นสองสามหลังเช่นกัน การเข้ามายังคึมนันดงของซอบกนั ้นเป็ นไปอย่างรุ่งโรจน์ เมื่อถึงช่วงฤดูใบไม้ร่วง บ้านที่ถูกสร้างมา ตั ้งแต่ฤดูร้อนทั ้งหมดก็เสร็จสมบูรณ์ หลังจากบ้านถูกสร้ างเสร็จหมดแล้ว ก็ออกค าสั่งให้หนุ่มสาวห้าร้ อยคู่ ท าการเลือกคู่ครองตามใจชอบ แต่ว่าถึงแม้ไม่มีค าสั่งของซอบก พวกเขาก็ได้ท าการเลือกคู่กันเองแล้ว เรียบร้อย เนื่องจากได้รับปัจจัยในการด ารงชีพเป็ นเวลาสามปี มาจากจิ๋นซีฮ่องเต้แล้ว จึงไม่มีเรื่องใดๆให้กังวล เลย ในแดนแห่งสวรรค์กลางหุบเขาแห่งนี ้ หนุ่มสาวสามารถใช้ช่วงเวลาของฤดูหนาวเพลิดเพลินไปกับการ สมรสใหม่ได้อย่างไม่มีความกังวลใดๆ


122 จนฤดูใบไม้ผลิปี ถัดไปได้มาถึง หมู่บ้านที่ก่อตั ้งส าเร็จแล้วในคึมนันดงเป็ นเพียงแค่มุมๆหนึ่งของทิศตะวันตกเฉียงเหนือเท่านั ้น ยังมี ทุ่งอันกว้างขวางว่างเหลืออยู่ ซอบกได้ท าการแบ่งทุ่งออกไปสองฝั่ง แล้วปรับให้ฝั่งหนึ่งเป็ นนา อีกฝั่งหนึ่ง เป็ นไร่ ตรงริมทางและตามคันนาคันไร่ก็ได้ท าการปลูกมัลเบอร์รี่ด้วย เหล่าชายฉกรรจ์ได้ถูกจัดแบ่งออกเป็ น สามกลุ่ม โดยมอบหมายหน้าที่ คือ ท านาหนึ่งกลุ่ม ท าไร่หนึ่งกลุ่ม และขุดหาสมุนไพรกับล่าสัตว์หนึ่งกลุ่ม แผนการเป็ นไปอย่างเสมอต้นเสมอปลาย รวมทั ้งยังได้เตรียมสัตว์เลี ้ยง เช่น ม้า วัว หมู สุนัข และไก่ มาล่วงหน้าแล้ว พวกอุปกรณ์ทางการเกษตร, ทอผ้า, และอาวุธจึงไม่ขาดแคลนเลย ความฝันของซอบกเริ่มสมหวังทีละนิดอย่างไม่มีผิดพลาด แต่ในขณะที่ซอบกก าลังเพลิดอยู่กับที่ แห่งนี ้ก็เกิดความลังเลขึ ้นเรื่องหนึ่ง ซึ่งไม่ใช่เรื่องอื่นไกล แต่เป็ นเรื่องที่ว่าจะปกครองอาณาจักรที่ก่อตั ้งขึ ้น ใหม่นี ้ด้วยระบอบการปกครองแบบเดียวกับอาณาจักรฉินหรืออาณาจักรชังแฮกุกดีนะ หรือถ้ากล่าวอีกแบบ คือ จะแบ่งต าแหน่งสูงต ่าหรือให้ความเสมอภาคแก่ประชาชนดี


123 แม้จะเป็ นความรู้ สึกที่สลดใจ แต่การได้ขึ ้นรับต าแหน่งกษัตริย์ที่อยู่เหนือสามัญชนคนอื่นๆและมี งานอดิเรกคือการได้ออกค าสั่งนั ้นเป็ นสิ่งที่น่าหลงใหลอย่างไม่อาจเทียบกับอะไรได้ แต่ว่าการท าแบบนี ้ก็ เป็ นอันตรายมาก เพราะการให้ต าแหน่งที่แตกต่างกันแก่ประชาชนนั ้น สุดท้ายแล้วแม้แต่ต าแหน่งกษัตริย์ก็ อาจเกิดการแย่งชิงขึ ้นได้อย่างง่ายดาย และสาเหตุที่เมืองฮา เมืองซัง เมืองจู และบรรดาเมืองที่บริหารด้วย ระบบขุนนางกว่าหลายพันเมืองพังพินาศลงนั ้นก็เพราะการที่เหล่าประชาชนที่มีต าแหน่งต ่าอยากขึ ้นไปอยู่ ต าแหน่งที่สูงขึ ้นนั่นเอง ถ้าเช่นนั ้นระบอบการปกครองของอาณาจักรชังแฮกุกเป็ นอย่างไรกัน ที่ชังแฮกุกนั ้นแม้จะมีความ แตกต่างทางต าแหน่งตั ้งแต่ขุนนางชั ้นสูงไปจนถึงประชาชนที่ไร้ชื่อเสียงเรียงนาม แต่ก็ไม่มีค าว่า “ชนชั ้นสูง” กับ “ชนชั ้นต ่า” ถึงจะมีต าแหน่งเป็ นถึงซังแดบูแต่เวลาว่างจากงานราชการก็ต้องท าหน้าที่ของตัวเองเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็ น ท าเกษตร ล่าสัตว์ จับปลา ปั ้นถ้วยปั ้นชาม ฯลฯ ก็ต้องท า เพราะว่ามีบรรดาครัวเรือนที่จะต้อง เลี ้ยงดูเป็ นจ านวนมาก แม้ว่าจะท างานอย่างขยันขันแข็งแล้วก็ตาม ก็ต้องให้การสนับสนุนส่วนที่ขาดแคลน ของประชาชนในอาณาจักร ผู้ที่เป็ นประชาชนต้องถวายภาษีอัตราร้ อยละสิบเอ็ดจากรายได้ของตัวเองให้แก่อาณาจักร แล้ว อาณาจักรก็จะน าเงินส่วนนี ้ไปส่งเสริมในค่าใช้จ่ายของอาณาจักร คนที่มีสิทธิ์ใช้ชีวิตในอาณาจักรแห่งนี ้โดยไม่ต้องท างานหาเงินก็คือ ทหาร องครักษ์ เจ้าหน้าที่ ราชทัณฑ์ รวมทั ้งครอบครัวของพวกเขาเหล่านี ้(ผู้สูงอายุ ผู้หญิง เด็กและคนพิการที่ไม่มีคนช่วยดูแล)เท่านั ้น สิทธิพิเศษของข้าราชการมีเพียงแค่การได้รับการงดเว้นภาษีเท่านั ้น และยังสามารถพบเห็นคนที่ ท างานอุทิศแด่อาณาจักรอันเป็ นที่รักโดยไม่รับเงินตอบแทนได้ด้วย นอกจากนี ้การเห็นภาพขุนนางท า การเกษตรเยี่ยงสามัญชนก็ไม่ใช่ภาพที่แปลกประหลาดส าหรับอาณาจักรนี ้ แม้แต่แจดันกวัน เอง ถ้าหาก ก าลังป้ อนน ้าหมูอยู่แล้วเกิดเหตุส าคัญขึ ้น ก็แค่ล้างมือ เปลี่ยนชุด แล้ววิ่งไปยังส านักราชการเพื่อขอความ ช่วยเหลือก็เป็ นเรื่องปกติ เพราะอย่างนั ้น ในอาณาจักรนี ้นอกจากคนที่มีความพิเศษ ก็ไม่มีใครอยากได้ต าแหน่งสูงๆเลย จึงมี ความสงบสุขอยู่เสมอทุกเมื่อ อาณาจักรแห่งนี ้ทั ้งดูฉลาดแกมโกงและใสสะอาดในเวลาเดียวกัน ซอบกจึงเสียดายที่จะละทิ ้ง


124 ทั ้งสองอาณาจักรต่างก็มีเอกลักษณ์เป็ นของตัวเอง ส าหรับซอบกนั ้นจึงสามารถเลือกได้ตาม อ าเภอใจราวกับมีให้เลือกอยู่ตรงหน้าไม่ว่าจะเป็ นสิ่งต่างๆในอดีตหรือในอนาคตมันก็ล้วนเป็ นสิ่งที่ขึ ้นอยู่กับ เขา เพราะไม่มีคนคอยแทรกแซงว่าต้องท าอย่างนั ้นอย่างนี ้ ในทุกๆวัน ซอบกได้ปกครองบรรดาข้าราชบริพาร ดูแลสั่งการและเป็ นผู้น าที่ท าการวางแผนและ จัดการอาณาจักรนี ้ด้วยตนเอง แผนการลับที่ถูกด าเนินการไปทีละขั ้นๆ – แต่ความหวังของซอบกไม่ใช่แค่คึมนันดง แต่คือการ ขยายพื ้นที่ให้กว้างขึ ้นและเพิ่มจ านวนประชากรให้มากขึ ้น เมื่อข่าวลือที่ว่ามีหมู่บ้านน่าอยู่แห่งใหม่ได้ถือก าเนิดขึ ้นที่คึมนันดงได้แพร่ออกไป คนจากอาณาจักร ชังแฮก็ได้อพยพมายังที่แห่งนี ้เช่นเดียวกัน ซึ่งซอบกก็ได้ต้อนรับคนเหล่านี ้อย่างอบอุ่น คึมนันดงก็ได้ขยายใหญ่มากขึ ้นเรื่อยๆ และในปี ถัดไปจากตอนนั ้น พื ้นดินที่ยังไม่ได้ปรับในปี ที่แล้ว ก็ได้ถูกปรับหมดแล้ว เห็นได้ว่าเป็ น ผลงานของปี ที่แล้ว และในปี นี ้ ก็จะมีข้าวหนึ่งพันซอก ให้บริโภคได้อย่างเหลือเฟื อ ดังนั ้น ซอบกจึงได้เริ่มสอนศิลปะการต่อสู้ให้แก่ชาวบ้านจ านวนสามร้อยคน และคนที่ตามมาอีกนับ ร้อย ด้วยวิสัยทัศน์และความสามารถอันโดดเด่น (ที่ได้รับมา) เพื่อให้ชาวบ้านสามารถป้ องกันตนเองได้ เมื่อความรู้ที่ได้รับมาอย่างเพียงพอจากชีฮวังเจได้ถูกเตรียมไว้พร้อม อีกทั ้งสิ่งที่ผลิตได้จากที่แห่งนี ้ ก็มีไม่น้อย ส่วนที่เหลือนั ้นเป็ นของโชซอนทั ้งหมดและได้แลกมีการเปลี่ยนเหล็กจากอาณาจักรชังแฮ มาฮัน และที่อื่นๆ ส่วนหนึ่งไว้ใช้ผลิตอาวุธ และอีกส่วนหนึ่งก็ใช้ในการฝึ กศิลปะการต่อสู้ การที่ทุกอย่างเป็ นไปตามความประสงค์นี ้ ท าให้ ความโลภที่เกิดขึ ้นภายในใจของซอบกนั ้น เหมือนกับของจิ๋นซีฮ่องเต้ไม่มีผิด คือการมีสุขภาพแข็งแรงและอายุขัยอันยืนยาว – ถึงแม้ว่าจะได้ ครอบครองโลกทั ้งใบ แต่ถ้าหากไม่มีลมหายใจจะมีความหมายอะไร ที่นี่เป็ นแหล่งผลิตยาคุณภาพเลิศและ โสมภูเขา –ซอบกได้กล่าวกับกองก าลังสมุนไพรจ านวนหนึ่งร้อยเจ็ดสิบคน ว่า “สมุนไพรอื่นๆก็คือสมุนไพร แต่ให้ยึดเอาโสมภูเขาเป็ นหลัก” ได้คอยบอกอยู่เช่นนี ้วันแล้ววันเล่า


125 แต่โสมภูเขาไม่สามารถหาได้ง่ายขนาดนั ้น และกองก าลังสมุนไพรก็ไม่รู้ว่าต้นอ่อนโสมภูเขาเกิดขึ ้น ได้อย่างไร อาจจะคิดเอาเองว่านั่นคือโสมภูเขา นี่คือโสมภูเขา แล้วเลือกเก็บเองตามอ าเภอใจ จึงเป็ นแค่การ ไปภูเขาอย่างไร้ความหมายเท่านั ้น ในที่สุด ซอบกก็ตัดสินใจที่จะจัดการกับโสมภูเขาด้วยตนเอง ก่อนหน้านี ้ที่ได้เคยทุ่มเทอธิษฐาน เป็ นเวลาหนึ่งร้ อยวัน จนได้รากโสมภูเขามาหนึ่งต้นแล้ว ครั ้งนี ้ก็จะใช้วิธีการเดียวกันกับคราวที่แล้ว เช่นเดียวกัน ภูเขาและหุบเขาที่อยู่รอบๆบริเวณนี ้ ได้ถูกกองก าลังสมุนไพรเข้าส ารวจจนหมดแล้ว ดังนั ้น เขาจึง ท าได้แค่ตามหาพื ้นที่ตั ้งของแท่นบูชาที่อยู่ไกลออกไป ซอบกได้เลือกพื ้นที่ตั ้งของแท่นบูชาที่อยู่ห่างจากคึมนันดงออกไปมาก เนื่องจากไม่สามารถสัญจร ไปมาได้ทุกวัน จึงได้เตรียมของใช้ส าหรับหนึ่งร้อยวัน และออกเดินทางจากคึมนันดง ก่อนหน้านี ้ เป็ นการอธิษฐานเพื่อโสมภูเขาของชีฮวังเจซึ่งเป็ นแผนการโดยบังคับ แต่ครั ้งนี ้เป็ นการ อธิษฐานเพื่อโสมภูเขาส าหรับสุขภาพที่แข็งแรงและอายุขัยยืนยาวของตนเอง เขาจึงได้ทุ่มเทในการ อธิษฐานมากยิ่งขึ ้น เก้าสิบแปดวันผ่านไปโดยไม่รู้ ตัว และนี่ถือเป็ นการอธิษฐานวันที่เก้าสิบเก้า ตอนนั ้นที่ เขาออกเดินทางมาจากคึมนันดงเป็ นช่วงต้นฤดูร้อน ระหว่างนั ้นฤดูร้อนก็ผ่านไป จนมาถึงช่วงต้นฤดูหนาว - ในตอนรุ่งเช้า หลังจากที่ช าระล้างร่างกายที่บ่อน ้าด้วยความสดชื่น ซึ่งถือเป็ นการช าระล้างร่างกายให้ สะอาดเป็ นครั ้งที่เก้าสิบเก้า และได้อธิษฐานอย่างตั ้งใจจนเสร็จเรียบร้อย จึงได้ลุกขึ ้นยืน ร่างกายของเขาลอยขึ ้นไปในอากาศ รู้สึกหายใจติดขัด สติก็ได้หลุดลอยไปไกล พลางคิดในใจว่านี่ มันเรื่องอะไรกัน(ในชั่วขณะหนึ่ง) ช่วงเวลาที่ลืมตา เท้าที่มีขนาดใหญ่มากจนน่าตกใจก็ก้าวออกมา และ เหยียบเครื่องเซ่นไหว้ที่เขาได้ตั ้งใจเตรียมเอาไว้จนแตกกระจายไปหมด แท่นบูชาเองก็ได้ถล่มลงมาพร้ อม กับเสียงฝี เท้าที่เหยียบย ่าลงไปเช่นเดียวกัน เขาที่รับรู้ถึงสิ่งที่เกิดขึ ้นไม่สามารถตั ้งสติได้อีกแล้ว แต่ก็แค่ชั่วครู่ เท่านั ้น เมื่อเขาถูกซัดขึ ้นไปกลางอากาศแล้วตกลงมาบนโขดหิน จึงได้สติขึ ้นมา เมื่อได้สติ เขาก็เห็นว่าชังซึง ก าลังจ้องมองเขาอยู่จากข้างบน สติของเขาเตลิดอีกครั ้งกับการปรากฏตัวของชังซึง เสียงของชังซึงนั ้นดังมากจนเหมือนว่าภูเขาทั ้ง ลูกจะหายไป


126 “เจ้านี่! เจ้ามนุษย์ที่เหมือนกับหมัด” ซอบกไม่รู้ตัวแม้กระทั่งว่าตัวเองก าลังท าอะไรอยู่ เขาได้ลุกขึ ้นมาอย่างรวดเร็ว แล้วคุกเข่าไปหมอบ อยู่ตรงหน้าของชังซึง “ขอรับ ยังหาไม่เจอขอรับ” “หาไม่เจองั ้นรึ? ฮ่าฮ่าฮ่า เจ้ากลัวก็เลยสารภาพออกมาเองสินะ อย่าว่าแต่หาเลย แค่เจ้าเอามือ สัมผัสมัน เจ้าก็กลายเป็ นผุยผงแล้ว” “ยกโทษให้ข้าด้วยขอรับ” “ถ้ายกโทษให้ก็เท่ากับไว้ชีวิตเจ้าน่ะสิ เอาล่ะ ข้าจะยกโทษให้ครั ้งนี ้แค่ครั ้งเดียว ดังนั ้นให้เจ้า กลับไปที่คึมนันดง รวบรวมฝูงหมู แล้วกลับอาณาจักรเจ้าไปเสีย เจ้าพวกหนูในแผ่นดินอันกว้างใหญ่” จากหมัดกลายมาเป็ นหมู จากหมูกลายเป็ นหนู -ซอบุกได้ก้มค านับขึ ้นๆลงๆเกินสามสิบครั ้ง อย่า ว่าแต่รวมฝูงหมูเลย แค่ตนเองเพียงคนเดียวก็อยากรีบๆหนีไปยังอาณาจักรที่ไม่มีชังซึงแบบนี ้แล้ว “ได้ขอรับ จะไปในวันนี ้เลยขอรับ” “เจ้าลูกหมูพวกนั ้นเพิ่มจ านวนมากขึ ้นแค่ไหนแล้ว?” “เพิ่มขึ ้นประมาณสามร้อยตัวได้ขอรับ” ไม่สามารถบอกได้ “รวมแล้วหนึ่งพันสามร้ อยตัว – เจ้าพวกแมลงที่บงัอาจท าให้เขตศักดิ์สิทธิ์ต้องแปดเปื้อน ให้ เดินทางกลับไปยังอาณาจักรของเจ้าเสีย ถ้ายังเห็นเคลื่อนไหวแม้แต่คนเดียว ข้าจะไม่เหลือไว้ให้เก็บซาก แม้แต่เศษผงสักนิดเดียว” ตอนนี ้กลายมาเป็ นแมลงแล้ว “ขอรับ ข้าจะไม่เชื่อฟังค าบัญชาของท่านผู้สูงส่งได้อย่างไรกัน” เริ่มจากหมัด กลายเป็ นแมลง ระหว่างที่เปลี่ยนร่างถึงสี่ครั ้ง เหงื่อทุกหยดในร่างกายก็ได้ไหลออกมา หลังจากที่ชังซึงที่ได้หายตัวไปช้าๆซอบกก็รีบตั ้งสติ และกลับมายังกระท่อม เห็นข้ารับใช้ก าลังทรุดตัวพิง


127 กระท่อมพร้ อมๆกับอาการตื่นตระหนก แน่นอนว่าข้ารับใช้เองได้เห็นชังซึงจากที่ไกลๆและดูจะตื่นกลัวไม่ น้อย ซอบกได้เอาน ้ามาพรมใส่หน้าข้ารับใช้เพื่อเรียกสติ และจัดการเก็บของอย่างรีบร้ อน เอาทุกอย่าง บรรทุกลงม้า แล้วกลับไปยังคึมนันดง พอกลับมา ก็ได้รู้ว่าที่คึมนันดง ก็มีเรื่องที่น่าตกใจเกิดขึ ้นเช่นเดียวกัน เมื่อครู่นี ้ – หรือช่วงเวลาที่ซอบกก าลังเผชิญหน้ากับความล าบากอยู่ที่หน้าแท่นบูชา ที่คึมนันดงก็มี ชังซึง – ไม่สิ เรียกว่าสัตว์เดรัชฉานน่าจะถูกเสียกว่า มันปรากฏตัวออกมา ทั ้งร่างกายเต็มไปด้วยขน เจ้าขนได้เข้ามาที่คึมนันดง แล้วไปทางโรงเก็บอาวุธอย่างช้าๆ เมื่อผู้ดูแลอาวุธถามว่าเป็ นใครก็ไม่ ตอบ แต่กลับตรงไปในโรงเก็บอาวุธ ดึงเสาออกมาสองต้นแล้วขว้างทิ ้งเหมือนกับกิ่งไม้ โรงเก็บอาวุธก็ได้ ทรุดตัวลง ในขณะเดียวกัน มีด หอก ขวาน หรือโล่ ที่ได้ท าเก็บเอาไว้ที่คึมนันดงในระยะเวลาหลายเดือนที่ ผ่านมา ก็ถูกมองเห็นได้ผ่านทางช่องว่างของก าแพงที่พังลงไป หลังจากที่เจ้าขนได้พลิกก าแพงจนหงาย ก็ได้หอบเอาบรรดามีดและปื นที่อยู่ที่นั่น มาวางไว้บนเข่า แล้วหักโยนทิ ้งเรื่อยๆ พอดีกับที่อีกด้านหนึ่งของสนามยิงธนูนั ้น เหล่าพลทหารก าลังซ้อมยิงธนูอยู่พอดี พวกเขาโกรธกับ ความไร้เหตุผลของเจ้าสัตว์เดรัชฉาน จึงพุ่งเป้ าโจมตีไปที่มันโดยเฉพาะ เจ้าสัตว์ร้ ายเหมือนจะร าคาญ จึง ถือมีดหนึ่งอันแล้วหมุนไปรอบๆ แต่ก็ไม่เห็นอะไร จึงได้แกว่งมีดไปมาข้างหลังเหมือนๆกับก าลังพัดบางสิ่ง อยู่ดังนั ้นธนูที่ตอนนี ้คนนับร้อยชีวิตกระหน ่ายิงไป จึงไม่สามารถแตะต้องร่างกายของเขาได้สักนิด มันล้วน พุ่งไปโดนมีดแล้วก็ตกลงมา มีดนั ้นเหมือนกับกังหันลมที่ก าลังหมุน ตอนที่พระอาทิตย์ก าลังขึ ้น เขาได้วาด วงกลมกลางอากาศด้วยมีดที่สะท้อนกับแสงอาทิตย์แล้วจึงกลับไป หลังจากที่ท าอาวุธในที่เก็บอาวุธแตกหัก จนหมดด้วยมือและเท้าของผู้อื่น ก็ได้ลุกขึ ้นมาแล้วหันหลังกลับ “ไอ้พวกนี ้! เจ้าพวกตัวอ่อนหนอน” ราวกับเสียงฟ้ าร้อง เสียงตะโกนได้ดังก้องข้ามไปข้ามมายังภูเขาลูกนั ้นลูกนี ้อยู่พักใหญ่ๆ


128 “สิ่งที่เป็ นเหล็ก ไม่ว่าจะเป็ นหม้อ เครื่องมือเกษตร มีดท าอาหาร หรือบานพับประตู เอาเหล็กที่ เสียดายกันนักมาใช้ที่นี่ให้หมด เจ้าพวกเหา! ถ้ายังอยู่ที่อื่นอีก ก็ออกมาให้หมด” สักพักการยิงธนูก็ได้หยุดลง บรรดากองก าลังที่ซ่อนตัวเพื่อยิงธนูอยู่ตามมุมบ้านแต่ละบ้าน ก็ไม่มี ท่าทีว่าจะหนีเลยแม้แต่น้อย นอกจากกองก าลัง 70 คนแล้ว ก็เหลือแต่คนดูแลกองอาวุธเพียงคนเดียวที่ขยับ เขยื ้อนไม่ได้ และเห็นว่ายังอยู่แถวๆนั ้น เจ้าสัตว์เดรัชฉานได้ตรงไปยังผู้ดูแลกองอาวุธและจับเขายกขึ ้น คนดูแลอาวุธก็เลยได้สติขึ ้นมา เจ้าสัตว์ร้ ายได้ให้ผู้คุมกองอาวุธเป็ นผู้น าในการออกตามหากองทหาร (ที่ซ่อนอยู่ลึก) แล้วต่อด้วย การให้กองทหารน าทางไปจนสุดท้ายก็ตามหาอาวุธที่อยู่ในคึมนันดงได้จนครบทั ้งหมด และได้เกณฑ์วัวจ านวนหนึ่งร้ อยตัวเพื่อบรรทุกพวกอาวุธที่ท าหักไปและอาวุธที่เพิ่งหาได้ในตอนนี ้ ลงไปทั ้งหมด จากนั ้นก็ได้เกณฑ์กองทัพเล็กสิบคนเอาไว้ข้างหลัง (ที่บรรทุกเหล็กอยู่คนละมัด) และต้อนวัว ทั ้งหมดให้ออกมาจากคึมนันดงไปยังแม่น ้าที่อยู่ห่างออกไปเล็กน้อย เขาได้เลือกเอาที่ที่อยู่ลึกที่สุด และใส่ เหล็กจ านวนสิบบารี ที่บรรทุกด้วยวัวลงไปในแม่น ้าทั ้งหมด หลังจากนั ้นก็ฮัมเพลงในล าคออย่างสบายใจ และหายไปอย่างไร้ร่องรอย ซอบกที่ได้ยินเรื่อง ก็รู้ สึกเย็นยะเยือกในจิตใจ ชังซึงที่ปรากฏอยู่ที่แท่นบูชาเมื่อครู่ และเจ้าสัตว์ เดรัจฉานที่ปรากฏอยู่ที่คึมนันดง ล้วนเป็ นคน และยิ่งไปกว่านั ้นคือเป็ นคนชังเฮอย่างนั ้นหรือ ปกติแล้วคนชังเฮมีรูปร่างใหญ่และมีพละก าลังมากอยู่แล้ว ที่ชังเฮมีข่าวลือมาว่าพอจะมีคนที่มีแรง เยอะอยู่บ้างประปราย แต่ถ้าสิ่งเมื่อกี ้เป็ นคนล่ะก็ ก็คงจะเป็ นคนชังเฮแน่ๆ และถ้าหากว่าเป็ นอย่างนั ้น ก็คงจะไม่ใช่อาณาจักรที่ดูไม่แข็งแกร่ง ไม่ใช่พื ้นดินที่ไม่มีค่าอีกต่อไป ควรจะย้ายไปที่อื่น ถ้าวางตัวไม่เหมาะสมที่นี่ ก็อาจจะกลายเป็ นซากศพโดยที่ไม่มีแม้แต่ผีตนไหนรู้ก็เป็ นได้ ในใจของซอบกได้เกิดความกลัวอันไม่มีที่สิ ้นสุดขึ ้นมา สิ่งที่ปรากฏตัวอยู่หน้าแท่นบูชาคือยองมินอง และสิ่งที่ท าให้อาวุธหายไปอย่างไม่มีสาเหตุที่คึมนัน ดงนั่นก็คือฮอบีนั่นเอง (จบไม่สมบูรณ์)


129 ภาคผนวก ประวัติและผลงานของนักเขียนคิมดงอิน ที่มา : https://namu.wiki/ คิมดงอิน เกิดเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม ปี ค.ศ. 1900 ในเมืองพยองยัง เป็ นผู้นักเขียนบุกเบิกแนวสัจจ นิยมและธรรมชาตินิยมในวรรณกรรมสมัยใหม่ของเกาหลี คิมดงอินเข้าศึกษาในสถาบันเมจิ กรุงโตเกียว และ Kawabata School of Fine Arts คิมทิ ้งเมื่อเขาตัดสินใจที่จะเขียนตามอาชีพ คิมดงอินเป็ นหนึ่งในนักเขียนที่มีอิทธิพลของยุคสมัย เขาและเพื่อนนักเขียนได้เปิ ดตัววารสารที่มี อิทธิพลในประเทศญี่ปุ่ นเผยแพร่เรื่องสั ้นเรื่อง "The Sorrows of the Yak" (Yakhanjaui seulpeum ) ในปี ค.ศ. 1925 คิมได้ตีพิมพ์ผลงานที่มีชื่อเสียงมากที่สุดชิ ้นหนึ่งของเขาคือ "Potato" ซึ่งเป็ นต้นแบบผลงาน วรรณกรรมแนว "สัจจนิยม" ของเกาหลีและได้รับการยกย่องอย่างต่อเนื่อง หลังเกาหลีเป็ นอิสรภาพจากอาณานิคมญี่ปุ่ น คิมดงอินก็มีส่วนส าคัญในการจัดตั ้งสมาคมนักเขียน เกาหลี (Pan-Korea Writers Association) ซึ่งสนับสนุนวรรณกรรมของผู้ใช้แรงงาน (Proletarian literature) ในปี ต่อมาคิมดงอินได้ตีพิมพ์เรื่องราวรวมถึง "คนทรยศ" (Banyeokja, 1946) และ "Man Without Nation" (Manggugingi, 1947) ต่อต้านผลงานของนักเขียนแนวสนับสนุนญี่ปุ่ น (Pro-Japanese) คิมดงอินเสียชีวิตเมื่อวันที่ 5 มกราคม 1951 ที่กรุงโซล


Click to View FlipBook Version