Regional2 จ ุ ลสารสามิตภาค2ป ท ี ่ 26ฉบับท ี ่ 2 มกราคม-ม ี นาคม2023 EXCISE สำนักงานสรรพสามิตภาคที่2จัดฝกอบรมบุคลากรในสังกัดเพื่อนำ หลักคุณธรรมจริยธรรมและหลักธรรมาภิบาลมาใชในการปฏิบัติงาน สงเสริมองคกรใหมีศักยภาพและประสิทธิภาพปลูกจิตสำนึกใหมีสวนรวม ในการทำความดเีพอ่ืสงัคมและสรางสายสมัพนัธอนัดตีอผรูวมงานในองคกร ณโรงแรมChiangmaiGrandviewจังหวัดเชียงใหม โครงการฝกอบรมหลักสูตร “การเสริมทักษะดานคุณธรรมจริยธรรม และใชหลกัธรรมาภบิาลเพอ่ืเพม่ิประสทิธภิาพในการปฏบิตังิาน”
2 16 46 Tips Health • 39 49 52 55 67 Snooze เพื�อ "ตื�น" ไม่ใช่ "นอนต่อ" ตั�งเลื�อนปล ุกอย่างไรให้สดชื�นตลอดทั�งวัน English Today 61 Excise Law Corner • 59 43 • วิธีผ่อนให้ใช้ชีวิตอย่างมีความส ุข 57 • • ประโยคและบทสนทนาภาษาอังกฤษ เกี�ยวกับการขอความช่วยเหลือ Statistic • Money & Business The Secret Of Work • Problem Solving skills สกิลดีที�ต้องมีไว้ติดตัว Statistic •ผลการจัดเก็บรายได้ภาษีสรรพสามิต Knowledge • • ภาพกิจกรรม Prevention and Suppression • ภาพงานปราบปราม Activity • ข่าวกรมสรรพสามิต ChatGPT คืออะไร Checklist เราเป็ นผู้ฟังที�ดีไหม มาอัพสกิลการฟังให้ดีขึ�นกัน ผลการปฏิบัติงานด้านการปราบปราม IT ประกาศกรมสรรพสามิต
--- ปีที่ 26 ฉบับที่ 2 เดือนมกราคม – มีนาคม 2566 สวัสดีท่านผู้อ่านทุกท่านค่ะ พบกับจุลสารสามิตภาค 2 ฉบับที่ 2 ของปีที่ 26 กันอีกครั้งค่ะ จุลสารสามิตภาค 2 เล่มนี้ยังคงสาระประโยชน์ และเนื้อหาที่น่าติดตามอย่างเช่นเคย เริ่มจากคอลัมน์แรก ของเล่มกับข่าวกรมสรรพสามิต และประกาศกรมสรรพสามิต ออกใหม่ที่ยังคงอยู่คู่กับเล่มจุลสารสามิตภาค 2 ทุกฉบับ ท่านผู้อ่านจะไม่พลาดในการอัพเดตแน่นอนค่ะ คอลัมน์ สุขภาพฉบับนี้นำเสนอเรื่องใกล้ตัวอย่างการตั้งเลื่อนปลุก นาฬิกาในยามเช้าอย่างไรให้เราสดชื่นได้ตลอดทั้งวัน และมารู้เทคนิคบริหารการเงินกับวิธีการผ่อนให้ใช้ชีวิต อย่างมีความสุข สำหรับคอลัมน์ IT เราก็ไม่พลาด ที่จะพูดถึง AI Chatbot อัจฉริยะ อย่าง ChatGPT มารู้จักวิธีใช้งานและค่าบริการได้จากในคอลัมน์ค่ะ มาสร้างสกิลที่ต้องมีไว้ติดตัว อย่างทักษะการแก้ปัญหาและ ตัดสินใจ (Problem Solving Skills) ติดตามอ่านได้ ในคอลัมน์ค่ะ สำหรับ คอลัมน์ English Today ฉบับนี้ นำประโยคและบทสนทนาภาษาอังกฤษเกี่ยวกับ การขอความช่วยเหลือ เผื่อท่านผู้อ่านที่น่ารักจะนำไปใช้ เวลาต้องขอความช่วยเหลือจากชาวต่างชาติค่ะ พร้อมมา Checklist ว่าเราเป็นผู้ฟังที่ดีไหม มาอัพสกิล “การฟัง” ให้ดีขึ้นกันค่ะ ก่อนจากกันติดตามผลการจัดเก็บรายได้ ภาษีสรรพสามิตและผลการปราบปรามผู้กระทำผิด กฎหมายสรรพสามิต รวมทั้งการปฏิบัติงานของสำนักงาน สรรพสามิตภาคที่ 2 ได้ในท้ายเล่มจุลสารค่ะ สุดท้ายนี้หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจุลสารสามิตภาค 2 เล่มนี้ คงจะทำให้ท่านผู้อ่านเพลิดเพลิน ติดตามเนื้อหาได้ ในเล่มกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในฉบับหน้าค่ะ บรรณาธิการบริหาร ประธานที่ปรึกษา นายละนอง แก้วศรีช่วง ที่ปรึกษา นายนพดล พิพัฒน์นภาพร นายสหพัฒน์ ศรีลาพัฒน์ นายอนันต์ วงศ์ซิ้ม นางพงษ์ลดา หมู่ศิริ บรรณาธิการบริหาร นางสุภาพร วัฒนเจริญ บรรณาธิการ นายกฤดิกร รัตนพิสุทธิ์กิจ ผู้ช่วยบรรณาธิการ นางสาวกาญจนา ปิยะธรรมาภาพ กองบรรณาธิการ นายปณิธาน ศรประชุม นางสาววาสนา อ่ำเจริญ นายรภัสสิทธิ์ กำจรอัครหิรัญ ศิลปกรรม นายศุภสิทธิ์ ศรีแจ้ง นายอนุพงศ์ ราชิน บทความ ข้อเสนอ ความคิดเห็น หรือข้อเขียนใด ๆ ที่ลงพิมพ์ในจุลสารเล่มนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียน ไม่ผูกพันกับทางราชการแต่อย่างใด ส่วนเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานสรรพสามิตภาคที่ 2 Editorial Team
ฉบับที่ 1/2566 19 มกราคม 2566 กรมสรรพสามิตสั่งพักงานเจ้าหน้าที่กรณีเรียกรับเงินจากร้านจ าหน่ายอุปกรณ์โทรศัพท์มือถือ เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง หากพบกระท าความผิดจะด าเนินการลงโทษทางวินัยขั้นสูงสุด นายณัฐกร อุเทนสุต ที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบควบคุมทางสรรพสามิต ในฐานะโฆษกกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า ตามที่ปรากฏข่าวทางสื่อกระแสหลักและสื่อสังคมออนไลน์ว่าเจ้าหน้าที่ของกรมสรรพสามิตได้เข้าตรวจค้น ร้านจ าหน่ายอุปกรณ์โทรศัพท์มือถือ ซึ่งตั้งอยู่อาคารเลขที่ 99/110 ซอยอู่ทอง 37/2 ต าบลท้ายบ้านใหม่ อ าเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ โดยได้ด าเนินการจับกุมผู้จัดการร้าน และมีการเรียกรับเงิน เพื่อแลกกับการปล่อยตัว นั้น กรมสรรพสามิตขอชี้แจงและให้ข้อมูลดังนี้ ในการเข้าตรวจค้นจับกุมร้านจ าหน่ายอุปกรณ์ โทรศัพท์มือถือตามที่ปรากฏเป็นข่าวนั้น เจ้าหน้าที่ชุดตรวจค้นจับกุมพบฐานความผิดในร้านดังกล่าวเป็นสินค้า แบตเตอรี่ ประเภทแบตเตอรี่มือถือ จ านวน 465 ก้อน ตามข้อกฎหมาย มาตรา 204 ขายหรือมีไว้เพื่อขายสินค้า ที่มิได้เสียภาษี ระวางโทษจ าคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับตั้งแต่ 5-15 เท่าของค่าภาษีซึ่งเจ้าของร้านให้การสารภาพ และยอมรับความผิด อันเกิดจากการกระท าดังกล่าว มีการเปรียบเทียบปรับ จ านวน 80,101.48 บาท และค่าภาษี 16,020.30 บาท อย่างไรก็ดี จากการที่เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการได้เข้าไปด าเนินการตรวจค้นจับกุมโดยไม่ได้ปฏิบัติ ตามขั้นตอนของระเบียบในการจับกุมตรวจค้น รวมถึงประเด็นในเรื่องของการเรียกรับเงินจากผู้เสียหาย ทางกรมสรรพสามิตจึงได้มีการแต่งตั้งคณะท างานขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมดว่ามีการประพฤติมิชอบหรือไม่ โดยในเบื้องต้นได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ชุดดังกล่าวพักงานและหยุดปฏิบัติหน้าที่ทันที พร้อมทั้งให้มีการตรวจสอบ ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นและรายงานผลให้ทราบภายใน 5 วัน หากพบว่าเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการดังกล่าวได้กระท า ผิดจริง กรมสรรพสามิตจะด าเนินการลงโทษทางวินัยขั้นสูงสุดต่อไป กรมสรรพสามิตขอให้ข้อมูลกับพี่น้องประชาชนว่า การด าเนินการตามขั้นตอนของระเบียบ ในการจับกุมตรวจค้นนั้น เจ้าหน้าที่ต้องแสดงตัว โดยแต่งเครื่องแบบกรมสรรพสามิตหรือแสดงบัตรข้าราชการ ในขณะปฏิบัติหน้าที่ และเมื่อจับกุมแล้วต้องท าบันทึกจับกุม โดยกรณีค่าปรับไม่เกิน 50,000 บาท สามารถปรับที่ ส านักงานสรรพสามิตพื้นที่ได้เลย กรณีค่าปรับเกิน 50,000 บาท ต้องไปลงบันทึกประจ าวัน ณ สถานีต ารวจ ที่เกิดเหตุ ก่อนน าตัวผู้ต้องหามาปรับที่ส านักงานสรรพสามิตพื้นที่ต่อไป ทั้งนี้หากพี่น้องประชาชนพบการกระท า ความผิดของเจ้าหน้าที่สรรพสามิต หรือพบการกระท าผิดกฎหมายสรรพสามิต สามารถแจ้งได้ที่สายด่วน 1713 หรืออีเมล์ [email protected] ***************************************
ฉบับที่ 2/2566 15 กุมภาพันธ์ 2566 สรรพสามิตเตือนภัย “มิจฉาชีพ” แอบอ้าง แนะประชาชนสอบถามข้อมูลได้ที่ สายด่วนกรมสรรพสามิต 1713 กรมสรรพสามิตเตือนภัยผู้ประกอบการและประชาชนอย่าหลงเชื่อ “มิจฉาชีพ” แอบอ้างเป็น เจ้าหน้าที่รัฐ หลอกลวงหรือรีดไถเงิน แนะตรวจสอบข้อมูลก่อนทุกครั้ง ดร. เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า “ขณะนี้ได้มีกลุ่มผู้ไม่หวังดี” หรือ “มิจฉาชีพ” หลอกหลวงประชาชนในหลากหลายรูปแบบเพิ่มเป็นจ านวนมาก โดยเฉพาะในหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องกับการจัดเก็บภาษี จึงได้มอบนโนบายให้เจ้าหน้าที่กรมสรรพสามิต ช่วยกันเฝ้าระวังและให้ข้อมูลกับ พี่น้องประชาชนเพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพ หากผู้ประกอบการหรือประชาชนได้รับการแอบอ้างจากผู้ไม่หวังดีหรือมิจฉาชีพว่าเป็นเจ้าหน้าที่ รัฐเข้าจับกุมตรวจค้นในการปฏิบัติงานเจ้าหน้าที่ต้องแสดงตัวโดยต้องแต่งเครื่องแบบกรมสรรพสามิต พร้อมแสดง บัตรข้าราชการในขณะปฏิบัติหน้าที่ และด าเนินการตามขั้นตอนของระเบียบการตรวจค้นทุกประการ และ เมื่อจับกุมแล้วต้องท าบันทึกจับกุม ส าหรับประเด็นการเปรียบเทียบปรับ ตามระเบียบกรมสรรพสามิตว่าด้วย การเปรียบเทียบคดีพ.ศ. 2560 หมวด 2 ข้อ 8 วรรค 2 ในกรณีที่มีความจ าเป็นจะต้องเปรียบเทียบคดีให้เสร็จสิ้น โดยเร็วที่สุด สามารถไปด าเนินการเปรียบเทียบคดีนอกสถานที่ตั้งปกติของส านักงานได้โดยใช้สถานที่ของ หน่วยงานราชการอื่นแทน ในกรณีการหลอกลวงทางโทรศัพท์ ให้ Add line หรือผ่านทางช่องทางออนไลน์ใด ๆ ตามที่ แอบอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่กรมสรรพสามิตนั้น ขอให้ผู้ประกอบการและประชาชนโปรดระมัดระวัง โดยสามารถ ตรวจสอบกลับมาที่ส านักงานสรรพสามิตภาค หรือพื้นที่ หรือกรมสรรพสามิต เพื่อความปลอดภัย ส าหรับการช าระภาษีสรรพสามิต เพื่อเป็นการอ านวยความสะดวกแก่ผู้เสียภาษี และลดค่าใช้จ่าย ด้านงานเอกสาร ผู้เสียภาษีสามารถเลือกช าระภาษีสรรพสามิตได้หลายรูปแบบ อาทิการช าระเงินด้วยบัตรเดบิต เครดิต Bill Payment QR Code Internet Banking ช าระเงินผ่าน e-Money และ Smart phoneกรมสรรพสามิต ขอแนะน าว่าก่อนการโอนเงินหรือท าธุรกรรมการเงินทุกครั้ง ขอให้ทุกท่านตรวจสอบให้แน่ใจ เพื่อไม่ให้เป็นช่องทาง ของมิจฉาชีพในการรีดไถ รวมถึงการเก็บหลักฐานต่าง ๆ ไว้เผื่อกรณีที่อาจเกิดปัญหาตามมา กรมสรรพสามิตมีความห่วงใยพี่น้องประชาชนและผู้ประกอบการ จึงอยากให้ท าการตรวจสอบ ให้แน่ชัดก่อนช าระภาษีสรรพสามิตหรือเสียค่าปรับทุกครั้ง เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของผู้ไม่หวังดีและมิจฉาชีพ โดยสามารถสอบถามข้อมูลได้ที่สายด่วนกรมสรรพสามิต 1713 หรืออีเมล [email protected]
ฉบับที่ 3/2566 17 กุมภาพันธ์ 2566 สรรพสามิต ครบรอบ 91 ปี ขับเคลื่อนสู่องค์กร ESG ผ่านกลยุทธ์‘EASE Excise’ พร้อมเปิดอาคารอเนกประสงค์อนุรักษ์พลังงาน เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน สรรพสามิต ครบรอบ 91 ปีแห่งการสถาปนา เดินหน้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยภาษีสรรพสามิต มุ่งเน้นสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) สร้างมาตรฐานสากลเดินหน้าประเทศไทยสู่ความยั่งยืน ชูกลยุทธ์‘EASE Excise’ พร้อมต่อยอดสู่ 16 โครงการเรือธง (Flagship Project) และเปิดอาคารอเนกประสงค์ กรมสรรพสามิต ภายใต้แนวคิดที่สอดคล้องกัน ในการประหยัดพลังงานและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน รวมถึงมอบทุนการศึกษาให้ “โรงเรียนเทศบาลสรรพสามิตบ ารุง”ต่อยอด ESG ลงลึกสู่ระดับการศึกษาภาคปฏิบัติ ของนักเรียน ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยในโอกาสครบรอบ 91 ปี วันคล้าย วันสถาปนา ว่า “ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา กรมสรรพสามิตได้มุ่งมั่นปฏิบัติภารกิจอย่างรอบด้าน ทั้งการจัดเก็บ ภาษีสินค้าและบริการบางประเภทที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพ มีลักษณะเป็นของฟุ่มเฟือย ได้รับผลประโยชน์เป็นพิเศษ จากรัฐ หรือก่อให้เกิดมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งภารกิจของกรมสรรพสามิตไม่ได้มุ่งเน้นแค่การจัดเก็บภาษีเข้ารัฐ เท่านั้น แต่กรมสรรพสามิตยังให้ความส าคัญในเรื่องของการดูแลความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนและสังคม โดยได้มีการด าเนินการทั้งในส่วนของการส่งเสริม สนับสนุน การท าธุรกิจที่ช่วยให้พี่น้องประชาชนได้ประโยชน์ทั้ง ในเรื่อง สุขภาพ และชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี รวมถึงการควบคุมธุรกิจใดๆ ก็ตามที่จะส่งผลเสียต่อพี่น้องประชาชน หรือประเทศโดยภาพรวม โดยกรมสรรพสามิตให้ความส าคัญและจะเดินหน้ายุทธศาสตร์ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยภาษี สรรพสามิต มุ่งเน้นสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) สร้างมาตรฐานสากล เดินหน้าประเทศไทยสู่ความ ยั่งยืน ด้วยกลยุทธ์ ‘EASE Excise’ พร้อมต่อยอด 16 โครงการเรือธง (Flagship Project) อาทิโครงการขับเคลื่อน กรมสรรพสามิตสู่การเป็นองค์กรแห่งนวัตกรรม (Innovation Culture) โครงการยกระดับการให้บริการของกรม สรรพสามิตด้วย UX & Service Journey Design โครงการศึกษาแนวทางการจัดเก็บภาษีคาร์บอน โครงการ ศึกษาและวางแผน ESG ของกรมสรรพสามิต เป็นต้น ซึ่งยุทธศาสตร์ที่วางไว้นั้น จะเป็นการยกระดับทั้งในด้านของ การด าเนินงาน การให้การบริการแก่ผู้ประกอบการและพี่น้องประชาชน การบรรลุเป้าหมายในการจัดเก็บรายได้ และภารกิจที่ได้วางไว้ สามารถรองรับการเติบโตของธุรกิจ สังคม และเศรษฐกิจ และที่ส าคัญที่สุดคือการเป็น ฟันเฟืองส าคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยเดินหน้าสู่ความยั่งยืน [4]
“จากความท้าทายต่าง ๆ กรมสรรพสามิตไม่ได้มีหน้าที่เพียงการจัดเก็บรายได้อย่างเดียว แต่เป็นเครื่องมือ ส าคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยด้วย จึงได้ประกาศตัวเป็นกรม ESG สู่การเป็นองค์กรอัจฉริยะด้วยการน า เทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้(Digital Transformation) น าประสบการณ์ของผู้เสียภาษีมาสร้างมาตรฐานการให้บริการที่ ดีขึ้น นอกจากนี้เรายังให้ความส าคัญกับสิ่งแวดล้อม และพันธสัญญาที่ประเทศไทยสัญญาว่าจะบรรลุเป้า หมายความเป็นกลางทางคาร์บอน หรือ carbon neutrality ภายในปี 2050 และไปสู่ Net Zero ในปี 2065 ในการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ ซึ่งกรมสรรพสามิตจะเป็นตัวช่วยส าคัญในการขับเคลื่อนให้ประเทศไทยท า ตามพันธสัญญาเรื่องนี้ได้” ดร.เอกนิติกล่าว โดยการด าเนินงานในปีนี้และปีถัดไป กรมจะเน้นขับเคลื่อนในทุกมิติ โดยเน้นไปที่แผนการจัดเก็บภาษี เพื่อความยั่งยืนแห่งอนาคต ประกอบด้วย มาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าประเภทรถยนต์และ รถจักรยานยนต์เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์และส่งเสริมไทยเป็นฮับอีวีในภูมิภาค การก าหนดอัตราภาษี น้ ามันเชื้อเพลิงไอพ่นในอัตราที่เหมาะสม หลังจากที่มีการลดอัตราภาษีให้ในช่วงโควิด แต่จากการฟื้นตัวของ อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและการบิน กรมสรรพสามิตจึงจ าเป็นต้องพิจารณาก าหนดอัตราภาษีน้ ามันเครื่องบินไอ พ่น ที่เหมาะสม เนื่องจากการบริโภคน้ ามันส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับการ จัดเก็บภาษีน้ ามันเชื้อเพลิงในภาคการขนส่งอื่น ๆ การปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตแบตเตอรี่ที่มีความจุสูง เพื่อ รองรับการเป็นฐานการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าของภูมิภาค สร้างแรงจูงใจให้เกิดการพัฒนากระบวนการผลิตแบตเตอรี่ที่ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเพิ่มขึ้น การส่งเสริมอุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพ (Bio Plastic) โดยการน าเอทานอล บริสุทธิ์มาใช้ในการผลิต นอกจากนี้กรมฯ อยู่ระหว่างการศึกษาการจัดเก็บภาษีคาร์บอน (Carbon Tax) ซึ่งเป็น การจัดเก็บภาษีตามหลักสิ่งแวดล้อม และการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องเป้าหมายรัฐบาลในการลด การปล่อยก๊าซ CO2 รวมไปถึงการจัดเก็บภาษีคาร์บอนเพื่อรองรับมาตรการ CBAM จากสหภาพยุโรปที่จะบังคับใช้ กับประเทศไทยอย่างเต็มรูปแบบภายใน 3 ปีข้างหน้า กรมสรรพสามิตยังคงให้ความส าคัญกับคุณภาพชีวิตที่ดีของพี่น้องประชาชน จึงได้ให้ความส าคัญ ทั้งใน เรื่องของสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาลเป็นส าคัญ ซึ่งการจัดเก็บภาษีความหวานตามปริมาณน้ าตาลในสินค้า เครื่องดื่มนั้น ได้ค านึงถึงสุขภาพของประชาชนตามแนวทางป้องกันและควบคุมโรคไม่ติดต่อขององค์การอนามัย โลก (WHO) และยังเป็นกลไกส าคัญในการวางรากฐานสังคม ให้ประชาชนมีสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดี นอกจากนี้ กรมฯ ยังอยู่ระหว่างการศึกษาเพื่อพิจารณาก าหนดพิกัดอัตราภาษีใหม่ ๆ ส าหรับสินค้าสุราและ เครื่องดื่มที่มีอัตลักษณ์หรือเครื่องดื่มนวัตกรรมในรูปแบบใหม่ๆ เช่น เครื่องดื่มที่มีลักษณะเทียมสุรา โดยยังคงมี หลักการจัดเก็บภาษีที่สะท้อนทั้งด้านสุขภาพและด้านความฟุ่มเฟือย ในด้านบทบาทของการปราบปราม กรมฯ ได้มีการเปิดศูนย์ปราบปรามออนไลน์ และยกระดับการด าเนินการด้วยการน าเทคโนโลยีมาใช้ในกระบวนการ ท างาน เชื่อมต่อข้อมูลกับองค์กรภายนอก เพื่อยกระดับการปราบปรามสินค้าออนไลน์ทุกชนิด ซึ่งเป็นการช่วยให้ ผู้ประกอบการที่ท าธุรกิจจ่ายภาษีสุจริตให้ได้รับความเป็นธรรม พร้อมดูแลผู้บริโภคให้ได้สินค้าที่ปลอดภัยและได้ มาตรฐาน ยกกระดับคุณภาพชีวิตให้กับประชาชนชาวไทยให้มีสุขภาพที่ดี เพื่อสร้างความมั่นคง สร้างเศรษฐกิจไทย ให้เติบโตอย่างยั่งยืน รวมถึงการสร้างธรรมาภิบาล อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าว [5]
พร้อมกันนี้ ในโอกาสครบรอบการสถาปนาในครั้งนี้ ได้จัดให้มีพิ ธีเปิดอาคารอเนกประสงค์ กรมสรรพสามิต โดยเจ้าประคุณสมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี (ธงชัย ธมฺมธโช) เจ้าคณะใหญ่หนกลาง กรรมการมหา เถรสมาคมวัดไตรมิตรวิทยาราม กรุงเทพมหานคร ท าการเจิมป้ายและประพรมน้ าพระพุทธมนต์ เพื่อความเป็น สิริมงคล ซึ่งอาคารอเนกประสงค์แห่งนี้ มาจากแนวคิดที่ค านึงถึงการประหยัดพลังงาน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตลอดจนก่อให้เกิดคุณภาพชีวิตที่ดีต่อผู้ใช้งานอาคาร ได้น าเกณฑ์การประเมินความยั่งยืนทางพลังงานและ สิ่งแวดล้อมไทย (Thai’s Rating of Energy and Environmental Sustainability; TREES) จากสถาบันอาคาร เขียวไทย (Thai Green Building Institute; TGBI) มาใช้ในการออกแบบและก่อสร้างโครงการ เพื่อให้เป็นอาคาร ส านักงานอนุรักษ์พลังงานและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน 1. ลดการใช้พลังงาน 28% โดยใช้ระบบปรับอากาศ แบบ VRF 2. ประหยัดพลังงาน 54% โดยใช้หลอดประหยัดไฟแบบ LED 3. ลดการใช้น้ า 45% ด้วยการเลือกใช้ สุขภัณฑ์และก๊อกน้ าที่ประหยัดน้ า 4. ใช้วัสดุจากการรีไซเคิล 30% รวมไปถึงเลือกใช้วัสดุที่มีสารพิษต่ า 5. ใช้วัสดุ ผลิตในประเทศไทย 30% ลดการใช้น้ ามันในการขนส่ง และส่งเสริมการใช้ผลิตภัณฑ์ในประเทศ รวมไปถึงกรมสรรพสามิตได้มอบทุนการศึกษาให้กับโรงเรียนเทศบาลสรรพสามิตบ ารุง ระดับชั้นอนุบาล ปีที่ 1–3 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1–6 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1–3 ซึ่งเป็นโรงเรียนที่สร้างบนพื้นที่โรงงานสุราเดิม ซึ่งน า พื้นที่ที่ไม่ได้ใช้แล้ว มาใช้เป็นพื้นที่ที่ก่อให้เกิดประโยชน์ และทางกรมสรรพสามิตได้ให้การสนับสนุนด้านการศึกษา มาอย่างต่อเนื่อง ทางโรงเรียนได้มีการด าเนินการปลูกฝังให้ความรู้เด็กนักเรียนในด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม ด้วยกิจกรรมการ คัดแยกขยะ เพื่อจ าหน่าย และน าเงินไปต่อยอดสู่โครงการอาหารกลางวันส าหรับเด็ก รวมถึง การน าไปซื้อเมล็ดพันธุ์ผัก เพื่อปลูกประกอบอาหารกลางวัน และจ าหน่ายให้กับพ่อแม่ผู้ปกครอง ชุมชน รวมถึง การจัดท าโรงเรือนปลูก ซึ่งจะท าให้เกิดการปลูกฝังเรื่อง ESG ได้อย่างยั่งยืน สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของ กรมสรรพสามิตในการมุ่งเน้นสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล เพื่อเดินหน้าประเทศไทยสู่ความยั่งยืน *****************************
ฉบับที่ 4/2566 19 กุมภาพันธ์ 2566 สรรพสามิตยืนยันกรณีจับกุมสุราเถื่อน จ.แพร่ เป็นไปด้วยความชอบธรรม และปฏิบัติตามหลักมนุษยธรรม นายณัฐกร อุเทนสุต ที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบควบคุมทางสรรพสามิต ในฐานะโฆษก กรมสรรพสามิต เปิดเผยว่าตามที่ปรากฏข่าวทางสื่อออนไลน์เกี่ยวกับการปฏิบัติงานของเจ้าพนักงาน สรรพสามิต สังกัดส านักงานสรรพสามิตพื้นที่แพร่ กรณีจับกุมผู้กระท าผิดกฎหมายตามพระราชบัญญัติภาษี สรรพสามิต พ.ศ. 2560 ขนสุราที่ผลิตขึ้นโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยใช้รถจักรยานยนต์และเกิดอุบัติเหตุ เฉี่ยวชนกับรถยนต์ของทางราชการ จนเป็นเหตุให้ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ได้รับบาดเจ็บ โดยระบุว่าเป็น การท าเกินกว่าเหตุ ใช้รถของทางราชการพุ่งเข้าชน นั้น กรมสรรพสามิต ขอชี้แจงข้อเท็จจริงดังนี้ ก่อนวันเกิดเหตุสรรพสามิตพื้นที่แพร่ได้รับแจ้ง จากสายข่าวว่าจะมีการขนสุราที่ผลิตขึ้นโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งลักลอบผลิตบริเวณป่าเขา เขตพื้นที่บ้านนาตอง ต าบลช่อแฮ อ าเภอเมือง จังหวัดแพร่ โดยจะใช้รถจักรยานยนต์เป็นพาหนะในการขนสุราที่ผลิตได้ และ จะท าการขนในกลางคืน ประมาณเวลา 21.00 น. เป็นต้นไป โดยจะน าสุราซึ่งบรรจุอยู่ภายในถุงพลาสติกที่มี ปริมาณน้ าสุราประมาณ 25 ลิตร และห่อหุ้มด้วยถุงผ้า วางไว้บริเวณหว่างขาของผู้ขับ จะมาตามเส้นทาง ถนนช่อแฮ – นาตอง เพื่อน าไปจ าหน่ายให้แก่ประชาชนทั่วไปในต าบลช่อแฮและต าบลใกล้เคียง สายตรวจส านักงานสรรพสามิตพื้นที่แพร่ จึงได้ร่วมกันวางแผนเข้าตรวจสอบจับกุม ในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2566 โดยก าหนดจุดเพื่อท าการตรวจสอบ ณ บริเวณถนนสายช่อแฮ-นาตอง ห่างจาก ปากทางเข้าวัดพระธาตุดอยเล็ง ต.ช่อแฮ ประมาณ 150 เมตร ซึ่งบริเวณดังกล่าวมีไฟฟ้าส่องสว่างข้างทาง ชัดเจน จนเวลาประมาณ 22.50 น. เจ้าพนักงานฯ ได้สังเกตเห็นรถจักรยานยนต์วิ่งตามกันมา 2 คัน สังเกตเห็นลักษณะตามที่ได้รับแจ้ง จึงได้ส่งสัญญาณไฟเพื่อให้หยุด เมื่อรถจักรยานยนต์ทั้ง 2 หยุดแล้ว เจ้าพนักงานฯ จึงได้แสดงตนเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่กรมสรรพสามิตขอตรวจสอบ โดยแยกกันตรวจสอบ คันแรก ผู้ขับขี่เป็นผู้หญิง คันที่สองผู้ขับขี่เป็นผู้ชาย ขณะท าการตรวจสอบรถคันที่สอง ผู้ขับขี่ได้เร่งเครื่องยนต์ ย้อนกลับไปทางเดิม โดยมีเจ้าพนักงานฯ ได้พยายามคว้าจับรถจักรยานยนต์เพื่อให้หยุด แต่ไม่สามารถท าให้ รถจักรยานยนต์หยุดได้ และท าให้ถุงผ้าขนาดใหญ่ จ านวน 1 ถุง ที่วางอยู่บริเวณหว่างขา ตกหล่นบนถนน ห่างจากจุดหยุดรถประมาณ 6 – 8 เมตร เจ้าพนักงานฯ จึงวิ่งไล่ตามและส่วนหนึ่งได้ขับรถยนต์ราชการ ตามไปเพื่อแซงและส่งสัญญาณให้หยุด แต่ได้เกิดอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ของผู้กระท าผิดเฉี่ยวชนกับรถยนต์ [7]
ของทางราชการ บริเวณแก้มซ้ายและประตูหลังซ้ายของรถยนต์ เป็นเหตุให้รถจักรยานยนต์ล้มลงและผู้ขับขี่ ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งบริเวณเกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนกันห่างจากจุดตรวจสอบประมาณ 100 เมตร หลังจากนั้น เจ้าพนักงานฯ ได้เข้าช่วยเหลือผู้บาดเจ็บและได้ตรวจสอบถุงผ้าขนาดใหญ่ทั้ง 2 ถุง ปรากฏว่าเป็นสุรากลั่น ชนิดสุราขาว บรรจุอยู่ในถุงพลาสติกห่อหุ้มด้วยถุงผ้า ส่วนผู้ขับขี่ผู้หญิงทราบชื่อภายหลัง ชื่อนางสายพิน แผ่นทอง เจ้าพนักงานฯ จึงแจ้งแก่ นางสายพินฯ ว่าได้กระท าผิดกฎหมายสรรพสามิตตามพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 และ แจ้งสิทธิตามกฎหมาย พร้อมน าตัวและของกลางส่งส านักงานสรรพสามิตพื้นที่แพร่ สาขาเมืองแพร่ เพื่อด าเนินการต่อไป และผู้มีอ านาจเปรียบเทียบคดีได้ท าการเปรียบเทียบปรับเป็นเงิน 30,000 บาท ตามใบเสร็จรับเงินเล่มที่ 00089 เลขที่ 46 ลงวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2566 คดีที่ 20/2566 ส่วนกรณีชายผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ที่เกิดอุบัติเหตุทราบชื่อภายหลังชื่อนายสมบัติ แผ่นทอง ซึ่งมีบางสื่ออ้างว่าเจ้าหน้าที่สรรพสามิตพยายามแก้ปัญหาโดยการน าผู้บาดเจ็บและจักรยานยนต์ช ารุด ออกจากที่เกิดเหตุโดยไม่แจ้งเจ้าหน้าที่นั้น กรมสรรพสามิตขอชี้แจงว่าข้อความดังกล่าวไม่เป็นความจริง โดยเจ้าพนักงานฯ ได้โทรศัพท์แจ้งหน่วยกู้ภัย ณ ที่เกิดอุบัติเหตุทันที เพื่อให้มารับตัวนายสมบัติฯ ไปรักษาพยาบาลที่โรงพยาบาลแพร่ โดยมีเจ้าพนักงานฯ ให้ความช่วยเหลือขึ้นติดตามไปกับรถกู้ภัยและ อยู่ดูแลตั้งแต่เข้าห้องฉุกเฉิน จนนายสมบัติฯ ถูกส่งตัวขึ้นไปพักรักษาพยาบาลที่ตึกศัลยกรรมกระดูกชาย โรงพยาบาลแพร่ ในเบื้องต้นพบอาการบาดเจ็บที่บริเวณต้นขาซ้าย ส าหรับพนักงานขับรถยนต์ราชการได้ไปพบพนักงานสอบสวน ที่สถานีต ารวจภูธรพระธาตุ ช่อแฮ ต ารวจภูธรจังหวัดแพร่ เพื่อเข้าให้ถ้อยค ากับพนักงานสอบสวน วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา 01.50 น. หลังวันเกิดเหตุ ในวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2566 เวลาประมาณ 09.30 น. ได้มีการน ารถยนต์ ของทางราชการที่เกิดอุบัติเหตุไปที่สถานีต ารวจภูธรเมืองแพร่ เพื่อให้พิสูจน์หลักฐานจังหวัดแพร่ด าเนินการ ตรวจสอบพิสูจน์หลักฐานการเกิดอุบัติเหตุ ร่องรอยการเฉี่ยวชนพร้อมรถจักรยานยนต์ที่เจ้าหน้าที่ต ารวจ ได้ด าเนินการตรวจยึดไว้ และเวลา 14.00 น. เจ้าพนักงานสรรพสามิตที่อยู่ในวันเกิดเหตุได้เดินทางไปชี้ สถานที่เกิดเหตุ เพื่อจ าลองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นพร้อมพนักงานสอบสวน ทางด้านการช่วยเหลือดูแลผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ที่ได้รับบาดเจ็บนั้น ทางกรมสรรพสามิต ไม่ได้นิ่งดูดาย ได้มีเจ้าพนักงานสรรพสามิตพื้นที่แพร่เข้าเยี่ยมด้วยความห่วงใย ณ โรงพยาบาลแพร่ พร้อมกันนี้ ยังได้ประสานแจ้งบริษัทประกันภัยรถยนต์ ให้ดูแลผู้บาดเจ็บได้ใช้สิทธิในการรักษาพยาบาลจาก ประกันภัยด้วย [8]
เบื้องต้นจากการที่เจ้าพนักงานฯ ได้พูดคุยผู้ได้รับบาดเจ็บทราบว่า นายสมบัติฯ เคยเป็น ผู้ได้รับอนุญาตให้ท าสุราชุมชนแต่ได้เลิกกิจการไปแล้ว ในส่วนของกลางสุรากลั่นบรรจุถุงพลาสติกและห่อหุ้ม ด้วยถุงผ้าที่ตกหล่นบนถนนนั้น ได้น าส่งส านักงานสรรพสามิตพื้นที่แพร่ สาขาเมืองแพร่ เพื่อด าเนินการ ตามกฎหมายต่อไป “กรมสรรพสามิต ขอยืนยันว่า การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงานฯ ดังกล่าว เป็นไปตาม หลักปฏิบัติในการเข้าตรวจสอบจับกุม และไม่ได้ตั้งใจที่จะท าให้เกิดอุบัติเหตุจนมีผู้ได้รับบาดเจ็บ ทั้งได้ดูแล ตามหลักมนุษยธรรมอีกด้วย อย่างไรก็ดี กรมสรรพสามิตขอย้ าเตือนว่า การผลิตสุราเถื่อนมีความผิดทาง กฎหมาย และเป็นอันตรายต่อสุขภาพของผู้บริโภคจนอาจท าให้เสียชีวิตได้ จึงอยากรณรงค์ให้ปฏิบัติ ตามกฎระเบียบที่ถูกต้อง” นายณัฐกร กล่าวสรุป หากผู้ใดพบการกระท าความผิดของเจ้าหน้าที่สรรพสามิต หรือพบการกระท าผิดกฎหมาย สรรพสามิต สามารถแจ้งได้ที่สายด่วน 1713 หรืออีเมล์ [email protected] *********************************
ฉบับที่38/2566 วันที่ 7 มีนาคม 2566 ครม. เห็นชอบขยายเวลาจัดเก็บภาษีสรรพสามิตอัตราศูนย์ส าหรับน ้ามันดีเซล และน ้ามันเตาที่น าไปผลิตกระแสไฟฟ้าออกไปอีก 6 เดือน ___________________________________________________ นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิ ดเผยผลการประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2566 มีมติเห็นชอบขยายเวลาจัดเก็บภาษีสรรพสามิตอัตราศูนย์ส าหรับน ้ามันดีเซล (บี0) และ น ้ามันเตาที่ใช้ในการผลิตกระแสไฟฟ้าตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีประกาศกาหนด ออกไปอีก 6 เดือน ตั้งแต่วันที่ 16 มีนาคม 2566ถึง 15 กนยายนั2566 เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนและภาค ธุรกิจเรื่องค่าไฟฟ้า ในช่วงที่เศรษฐกิจเพิ่งเริ่มฟื้นตัว ราคาเชื้อเพลิงต่าง ๆ ในตลาดโลกยังคงผันผวน นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ ประภาศ อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวเพิ่มเติ มว่า “ตามนโยบายของ กระทรวงการคลังที่มอบหมายให้กรมสรรพสามิตด าเนินมาตรการภาษีเพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ ประชาชนและผู้ประกอบการ มาอยางต่ ่อเนื่องตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2565 นั้น ด้วยภาวะเศรษฐกิจถดถอยในหลาย ประเทศ ความขัดแย้งระหวางรัสเซีย ่ และยูเครนที่ยังไม่ยุติท าให้สถานการณ์ก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) มีแนวโน้มที่ ยังคงมีความผันผวน รวมถึงสถานการณ์เศรษฐกิจภาพรวมในประเทศเพิ่งฟื้นตัวหลังจากการแพร่ระบาดของโควิด19จึงมีความจ าเป็ นต้องใช้มาตรการทางภาษีต่อไปอีกระยะหนึ่ง ซึ่งยังต้องมีการใช้และส ารองน ้ามันดีเซล (บี0) และ น ้ามันเตาในการผลิตกระแสไฟฟ้า รวมถึงเตรียมรับมือกรณีสถานการณ์ราคา LNG ที่อาจเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยยะ รวมถึงเพื่อควบคุมไม่ให้ต้นทุนค่าไฟฟ้าเพิ่มสูงขึ้นจนส่งผลกระทบต่อการด าเนินชีวิตของพี่น้องประชาชน และ ความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจ เนื่องจากไฟฟ้าเป็ นสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานที่เป็ นต้นทุนการผลิตในทุกภาค ส่วนของทุกอุตสาหกรรม” กรมสรรพสามิตจึงเสนอขยายเวลาจัดเก็บภาษีสรรพสามิตอัตราศูนย์ส าหรับน ้ามันดีเซล (บี0) และน ้ามันเตา ที่ใช้ในการผลิตกระแสไฟฟ้าตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีประกาศกาหนด เพื่อเป็ นการบรรเทาความ เดือดร้อนให้แก่พี่น้องประชาชนและภาคธุรกิจที่จะเกิดขึ้นจากค่าไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น รวมถึงช่วยให้เศรษฐกิจภาพรวม ของประเทศสามารถขับเคลื่อนต่อไปได้ ซึ่ งครม. อนุมัติให้ขยายเวลาจัดเก็บออกไปอีก 6 เดือน เริ่มตั้งแต่วันที่ 16 มีนาคม 2566ถึงวันที่ 15 กนยายน 2566ั [10]
“การด าเนินมาตรการภาษีในครั้งนี้แม้จะส่งผลให้กรมสรรพสามิตสูญเสียรายได้ที่ควรจะได้รับจาก การจัดเก็บภาษีสรรพสามิตน ้ามันประมาณ 8,050 ล้านบาท โดยสูญเสียจากน ้ามันดีเซล (บี0) ประมาณ 7,920 ล้านบาท และจากน ้ามันเตาประมาณ 130 ล้านบาท ก ็ ตาม แต่กรมสรรพสามิตให้ความส าคัญต่อการบรรเทาความ เดือดร้อนให้แก่พี่น้องประชาชนและภาคธุรกิจซึ่งมีความส าคัญอยางยิ ่งต่่อเศรษฐกิจภาพรวมของประเทศ อยางไรก ่ ็ดี การด าเนินมาตรการภาษีในครั้งนี้ไม่กระทบต่อเป้าหมายการจัดเก็บรายได้ภาษีสรรพสามิต เนื่องจากรายได้ที่สูญเสีย ดังกล่าวไม่ได้ถูกน าไปรวมในเป้าหมายตั้งแต่ต้น” นายเอกนิติ กล่าวทิ้งท้าย ------------------------------------- ฝ่ ายประชาสัมพันธ์ ส านักงานเลขานุการกรม กรมสรรพสามิต โทร. 02-2415600-18 ต่อ 552302 [11]
ฉบับที่48/2566 วันที่ 14 มีนาคม 2566 ครม.เห็นชอบขยายเวลาปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตน ้ามันดีเซลลงลิตรละ 5 บาท ถึงวันที่ 20 ก.ค.นี้ ช่วยฟื้ นฟูเศรษฐกิจ บรรเทาความเดือดร้อนให้ประชาชนและภาคธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ____________________________________________________ นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิ ดเผยผลการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2566 มีมติเห็นชอบขยายระยะเวลาปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตน ้ามันดีเซลลงลิตรละ 5 บาท ออกไปอีก2 เดือน ตั้งแต่วันที่ 21 พฤษภาคม -20 กรกฎาคม 2566 เพื่อไม่ให้ราคาขายปลีกน ้ามันดีเซลเพิ่มสูงขึ้นจนเป็ นอุปสรรคต่อการฟื้นฟู เศรษฐกิจของประเทศ และความเป็ นอยูของประชาชนจากภาระค ่ ่าครองชีพที่สูงขึ้นตามสถานการณ์ราคาน ้ามันดิบที่ผันผวน อันเนื่องมาจากวิกฤตความขัดแย้งระหวางรัสเซียและยูเครน ประกอบก ่บคั ่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงจนส่งผลกระทบต่อต้นทุน การน าเข้าน ้ามันดิบ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวเพิ่มเติมวา กรมสรรพสามิตได้ด าเนิน ่ มาตรการทางภาษีเพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนจากสถานการณ์ราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นอยาง่ ต่อเนื่อง ผานการปรับลดอัตราภาษีน ่ ้ามันและผลิตภัณฑ์น ้ามันหลายประเภทและหลายครั้งมาโดยตลอด โดยเฉพาะอยางยิ ่่ง น ้ามันดีเซล เนื่องจากถูกใช้เป็ นเชื้อเพลิงหลักในทุกภาคส่วนตั้งแต่ต้นน ้าถึงปลายน ้า ท าให้เป็ นต้นทุนในภาคการผลิต สินค้า ไฟฟ้า และภาคการขนส่งในทุกอุตสาหกรรม ซึ่งการปรับลดอัตราภาษีน ้ามันดีเซลลง 5 บาทต่อลิตรนั้น จะมีผลใช้ บังคับถึงวันที่ 20 พฤษภาคม 2566 เพื่อเป็ นการบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนและภาคธุรกิจ รวมถึงเป็ นการ กระตุ้นและฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศโดยรวม โดยกรมสรรพสามิตเสนอและครม.มีมติเห็นชอบในการขยายระยะเวลา การปรับลดอัตราภาษีน ้ามันดีเซลลง 5 บาท ต่อลิตร ต่อไปอีก2 เดือน ตั้งแต่วันที่ 21 พฤษภาคม - 20กรกฎาคม 2566 การลดอัตราภาษีสรรพสามิตสินค้าน ้ามันและผลิตภัณฑ์น ้ามันในครั้งนี้จะช่วยรักษาระดับราคาขายปลีก น ้ามันดีเซลในประเทศไม่ให้เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วจนกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชนและเป็ นอุปสรรคต่อการฟื้นฟู เศรษฐกิจของประเทศ แม้วาโดยภาพรวมจะท าให้กรมสรรพสามิตสูญเสียรายได้จากการจัดเก ่ ็บภาษีสรรพสามิตสินค้าน ้ามัน และผลิตภัณฑ์น ้ามัน ประมาณ 20,000 ล้านบาทก็ตาม ทั้งนี้เพื่อช่วยให้ภาพรวมในทุกมิติเติบโตได้ ภายใต้ยุทธศาสตร์ของ กรมสรรพสามิตในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยภาษีสรรพสามิต มุ่งเน้นสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล เพื่อเดินหน้า ประเทศไทยสู่ความยังยืน ่ _______________________________________________ ฝ่ ายประชาสัมพันธ์ ส านักงานเลขานุการกรม กรมสรรพสามิต โทร. 02-2415600-18 ต่อ 552302 [13]
[16]
[17]
[18]
[19]
[20]
[21]
[22]
[23]
[24]
[25]
[26]
[27]
[28]
[29]
[30]
[31]
[32]
[33]
[34]
[35]
[36]
[37]
[38]
By Mission To The Moon กริ๊ง ๆๆๆ เสียงนาฬิกาปลุกยามเช้า เป็นสัญญาณที่บอกว่าเราควรลุกออกจากเตียง เสียทีเพื่อเตรียมตัวเริ่มต้นวันใหม่ แต่ทว่าหากเรายังไม่พร้อมล่ะ ไม่พร้อมที่จะ เริ่มต้นวันใหม่ ไม่พร้อมที่จะลุกไปล้างหน้าแปรงฟัน ไม่พร้อมที่จะเตรียมตัวไปทำงาน ที่ออฟฟิศ ด้วยอารมณ์ชั่ววูบนั้น เราก็ตัดสินใจกดปุ่ม Snooze ปุ่มนั้น เพื่อเลื่อน เวลาตื่นของเราออกไป ขอนอนต่ออีกแค่ 5 นาทีก็ยังดี การกดปุ่ม Snooze นี่มันช่างฟินเสียนี่กระไร เชื่อว่าเช้าวันใหม่ของใครหลาย ๆ คนคงมีภาพที่ใกล้เคียงกับคำอธิบาย ด้านบนนี้ ซึ่งก็เป็นที่รู้กันอยู่ว่า การกดปุ่ม Snooze แล้วนอนต่อนั้น มักส่งผลเสีย ให้แก่ร่างกายมากกว่าผลดี ทำให้สมองทำงานช้าลง สะลึมสะลือ ร่างกายไม่สดชื่น ตลอดวัน แถมที่สำคัญที่สุด มันอาจทำให้เราเผลอนอนต่อนานเกินไปจนตื่นสาย ในวันสำคัญ แต่อันที่จริงแล้ว การกดปุ่ม Snooze เองก็มีข้อดีของมันนะ เพียงแค่เราต้อง เรียนรู้ที่จะใช้มันอย่างถูกวิธีเท่านั้นเอง Snooze เพื่อ “ตื่น” ไม่ใช่ “นอนต่อ” ตั้งเลื่อนปลุกอย่างไรให้สดชื่นตลอดทั้งวัน ภาพจาก : Freepik [39]
กดปุ่ม Snooze เพื่อ “ตื่น” ไม่ใช่เพื่อ “หลับต่อ” แน่นอนว่าเมื่อเวลาที่เรากดปุ่ม Snooze ไปอีก 5 หรือ 10 นาที เชื่อว่า แทบจะทุกคนจะใช้ช่วงเวลาอันน้อยนิดแสนล้ำค่านั้น “นอนต่อ” ซึ่งนอกจากจะไม่ได้ ช่วยให้เรารู้สึกสดชื่นขึ้นแล้ว อาจจะส่งผลแย่ต่อร่างกายเราไปทั้งวันอีก แต่วิธีการ ที่ถูกต้องในการกดปุ่ม Snooze อย่างมีประสิทธิภาพนั้น ไม่ใช่เพื่อนอนหลับ แต่เพื่อเป็นการทำให้ร่างกายของเราค่อย ๆ ปรับสภาพในการ “ตื่น” อย่างช้า ๆ และค่อยเป็นค่อยไปต่างหาก โดย David Dinges หัวหน้าแผนก Sleep and Chronobiology แห่งมหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย อธิบายกับ The Wall Street Journal ว่า มันก็ จริงอยู่ที่เราไม่ควรจะกดปุ่ม Snooze เพื่อนอนต่อจนเลยเวลา แต่ทุกคนควรกดปุ่ม Snooze เพื่อทำให้เรามี “ช่วงเวลาในการตื่น” ได้นานขึ้น โดย Dinges ได้อธิบายต่อว่า เมื่อเรากดปุ่ม Snooze แล้ว เราไม่ควร ที่จะกลับไปนอนต่อทันที แต่ก็ไม่ควรฝืนตัวเองในการรีบลุกขึ้นมาไปอาบน้ำแต่งตัว ทั้ง ๆ ที่ร่างกายยังไม่พร้อม โดยเมื่อเรากดปุ่ม Snooze นั้น ก็ควรใช้ช่วงเวลาประมาณ 5-10 นาทีตรงนั้นในการลุกขึ้นมานั่ง ตั้งสติ ดึงตัวเองออกมาจากภวังค์ ของการนอนหลับด้วยการยืดเส้นยืดสาย ขยับเขยื้อนร่างกายสักหน่อย ให้เวลา ร่างกายของเราได้มีการปรับตัวเล็กน้อย และเมื่อเสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้นมาอีกครั้ง ก็ค่อยลุกไปอาบน้ำแปรงฟัน ซึ่งวิธีนี้จะทำให้เราไม่จำเป็นต้องฝืนเริ่มต้นเช้าวันใหม่ อย่างเร่งรีบ แถมยังช่วยเพิ่มความสดชื่นให้เราตลอดทั้งวันได้อีกด้วย ภาพจาก : Freepik [40]
แต่ถ้าให้ดีที่สุด ก็ควรหยุด Snooze แต่ถึงแม้ว่าเราจะเรียนรู้วิธีการกดปุ่ม Snooze ตื่นอย่างมีประสิทธิภาพไปแล้ว แต่สำหรับหลายคน การกดปุ่ม Snooze เองก็ยังเป็นอะไรที่สะดวกสบายเกินไป และไม่สามารถห้ามใจตัวเองไม่ให้ลงไปนอนต่อได้จนติดเป็นนิสัย ซึ่งการทำแบบนี้บ่อย ๆ จะทำ ให้ร่างกายของเราอยู่ในอาการ “เฉื่อย” และอาจส่งผลเสียทางด้านสุขภาพได้ในระยะยาว เพราะฉะนั้น ใครก็ตามที่คิดว่าตัวเองกำลังมีนิสัยเสียชอบกดเลื่อนปลุกเพื่อนอนต่อแบบนี้แล้ว อยากจะเปลี่ยนพฤติกรรม ก็สามารถลอง 5 วิธีนี้ เพื่อที่จะช่วยให้เราเลิกนิสัยเสียนี้ได้ 1. ปรับปรุงสุขอนามัยการนอนหลับ อาการ “เฉื่อย” ที่เกิดขึ้นจากการนอนไม่พอนั้น ป้องกันได้ด้วยสุขอนามัย การนอนหลับที่เหมาะสม โดยมีวิธีมากมายที่เราสามารถทำได้เพื่อปรับปรุงสุขอนามัย ในการนอนหลับของเราให้ดีขึ้น เช่น ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เข้านอนเวลาเดิมทุกคืน ตื่นนอนเวลาเดิมทุกเช้า ทำความสะอาดห้องนอนเป็นประจำ หลีกเลี่ยงการดื่มน้ำปริมาณมาก ก่อนนอน และอีกมากมาย 2. ตั้งเวลาปลุกตามความเป็นจริง หลายคนชอบตั้งนาฬิกาปลุกแบบถี่ ๆ เพื่อ “เผื่อเวลา นอนต่อ” เช่น 06.00, 06.05, 06.10 ไปเรื่อย ๆ จนกว่า จะตื่นจริง ๆ ก็ 07.00 เพราะฉะนั้น ถ้าเรารู้ว่าเราจะตื่นนอน จริง ๆ ตอน 7 โมงเช้า เราก็ควรตั้งนาฬิกาปลุกตอน 07.00 หรือไม่ก็ 06.55 เพื่อเผื่อเวลาในการ Snooze หนึ่งครั้ง เพื่อให้ร่างกายค่อย ๆ ตื่น อย่างช้า ๆ ภาพจาก : Freepik ภาพจาก : Freepik [41]
3. ลุกขึ้นนั่งทันทีที่ตื่น เมื่อเสียงนาฬิกาปลุกดัง การเปลี่ยน ท่าทางง่าย ๆ จะช่วยปลุกร่างกายให้ตื่นและ ป้องกันไม่ให้เราเอื้อมมือไปกดปุ่ม Snooze และกลับไปนอนอีก 4. เปิดไฟทันทีเมื่อนาฬิกาปลุกดัง แสงไฟ หรือแสงแดด เป็นการส่งสัญญาณว่าถึงเวลาที่ร่างกายจะต้องตื่นและยับยั้ง การผลิตเมลาโทนิน ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ส่งเสริมการนอนหลับ การเปิดเผยตัวเราให้ถูกแสง ทันทีที่เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้นจะสามารถช่วยปลุกเราให้พ้นจากความเฉื่อยในการนอนหลับ และเข้าสู่สภาวะตื่นตัวมากขึ้น ถ้าหากเรายังไม่สามารถห้ามใจตัวเองได้ ลองเปิดม่านทิ้งไว้เพื่อให้แสงแดดส่องเข้ามา โดนเราแบบอัตโนมัติ อาจลองใช้หลอดไฟอัจฉริยะและตั้งเวลาให้ตรงกับเวลาปลุกของเราก็ได้ เช่นเดียวกัน 5. วางโทรศัพท์หรือนาฬิกาปลุกไว้ไกล ๆ เป็นเคล็ดลับง่าย ๆ ที่ใครหลายคนก็คงเคยลองใช้กันมาบ้าง นั่นก็คือการวาง โทรศัพท์หรือนาฬิกาปลุกให้ไกลจากเตียง พอเสียงปลุกดังก็จะต้องลุกจากเตียงขึ้นไปเพื่อปิด โดยวิธีนี้จะช่วยให้เราต้องมีการขยับร่างกายเล็กน้อยไปปิดนาฬิกาปลุกเพราะรำคาญเสียง และพอเราได้มีการขยับเขยื้อนร่างกายนิดหน่อย เราก็จะรู้สึกตื่นตัวขึ้นมาเอง อย่างไรก็ตาม การกดปุ่ม Snooze เองนั้นก็ยังคงเป็นแค่เครื่องมือที่เราใช้เป็นตัวช่วย เท่านั้น ถ้าเรารู้ข้อดีของการนอนหลับให้เต็มอิ่มและรู้ข้อเสียของการนอนไม่พอแล้วนั้น เราเองก็ควรฝึกนิสัยตื่นนอนให้ตรงเวลาและพยายามไม่กดปุ่ม Snooze บ่อย ๆ เพื่อสุขภาพร่างกายที่ดี อ้างอิง : https://on.wsj.com/3K2zRwd https://bit.ly/3KkCzxn https://bit.ly/3A4RXcd https://bit.ly/3dGqt5p https://bit.ly/3SZ76V7 ข้อมูลจาก : https://missiontothemoon.co/inspiration-snooze/ ภาพจาก : Freepik [42]
เมื่อไม่นานมานี้มีดราม่าบนโลกโซเชียล "คนไทยชอบผ่อน" "การผ่อน" ไม่ใช่เรื่องผิด หากมีวินัยการเงินก ากับ LUMPSUM จึงจะพาทุกคนไปดูพร้อมกัน ถึงวิธีการผ่อน ที่จะท าให้เรายังสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข ข้อดี - ข้อเสียของการผ่อน แม้การผ่อนจะมีข้อดีที่ไม่ต้องใช้ เงินสดเป็นก้อนใหญ่ทันที และบางครั้ง การผ่ อนจ่ ายไ ม่ ต้อง เสี ยดอก เ บี้ย (กรณี 0%) และได้สิทธิ พิเศษอื่ น ๆ ตามเงื่อนไข เช่น สะสมแต้ม รับเงินคืน เป็นต้น แต่ก็ต้องระวัง เพราะหากขาดวินัย การเงิ น เช่ น ผ่ อนจ่ ายหลายก้อน เมื่อรวมกันก็จะกลายเป็ นหนี้ก้อนโต จนเป็นสาเหตุให้ชีวิตการเงินพังเอาได้ ฉะนั้น จ าเป็นต้องมีวิธีการผ่อนและวินัย การเงินที่ดี [43]
วิธีการผ่อน ส าหรับคนไม่มีหนีก้อนใหญ่้ ส าหรับคนที่ไม่เป็นหนี้ก้อนใหญ่ แม้ดูเหมือนจะสามารถก่อหนี้หรือผ่อนจ่าย ได้มากกว่ า แต่ ก็ ควรมี วิ นั ยก ากั บ ในทางทฤษฎีระบุว่าค่างวดผ่อนต่อเดือน ไม่ควรเกิน 20% ของรายได้ต่อเดือน อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันเริ่มเข้าสู่ สังคมไร้เงินสด หลายคนเลือกใช้จ่าย ผ่านบัตรเครดิต (โดยเฉพาะมนุษย์ เงินเดือน) ทั้งในส่วนค่าใช้จ่ายจ าเป็ น และการให้รางวัลตัวเอง แต่ก็ต้องมีวินัย ก า กั บ ค ว ร จ่ า ย คื น ด้ ว ย ย อ ด เ ต็ ม เพื่อป้องกันการเสียดอกเบี้ย ส่วนยอดที่ ผ่อน 0% ก็ไม่ควรมีเยอะจนเกินไป วิธีการผ่อน ส าหรับคนมีหนีก้อนใหญ่้ ส าหรับคนที่มีหนี้ก้อนใหญ่ เช่น ต้องผ่อนบ้าน ผ่อนรถ เป็นต้น เมื่อรวมกับ ภาระหนี้อื่นที่ต้องผ่อนแล้วไม่ควรเกิน 45% ของรายได้ต่อเดือน หากว่ากันตามทฤษฎี ภาระหนี้ ก้อนใหญ่ไม่ควรเกิน 30% ของรายได้ ต่อเดือน ฉะนั้น ค่างวดส าหรับการผ่อนอื่น นอกเหนือจากหนี้สินจดจ านอง จึงไม่ควร เกิน 15% ของรายได้ต่อเดือน [44]
ข้อมูลจาก : https://www.lumpsum.in.th/knowledge/read/to-live-happy-life?_trms=c2e30d3ce39cb504.1680685110401 วิธีการผ่อนให้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข การผ่อนมีประโยชน์ ทั้งในแง่ไม่ต้องใช้เงินสดก้อนใหญ่ทีเดียว ได้สิทธิพิเศษอื่น ๆ แต่ก็ต้องมีวินัยการเงินก ากับ มีลิมิตยอดผ่อนช าระคืนต่อเดือน หากท าได้อย่างดีและสม ่าเสมอ จนกลายเป็นวินัยทางการเงิน เราก็จะผ่อนพร้อมกับใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขนั่นเอง ภาพจาก : ธนาคารกรุงไทย [45]
ChatGPT คืออะไร รู้จักวิธีใช้งานและค่าบริการของ AI แชตบอทอัจฉริยะ ChatGPT พัฒนาโดยบริษัท OpenAI ถือเป็นปัญญาประดิษฐ์อัจฉริยะที่สร้างเสียงฮือฮา ให้กับหลาย ๆ วงการ เนื่องด้วยศักยภาพและความชาญฉลาดของเทคโนโลยีในการแก้ปัญหา ตอบคำถาม หรือแม้กระทั่งเขียนโค้ดเบื้องต้น ซึ่งหลังจากเปิดตัวไม่นาน มีผู้ใช้งานสูงกว่า 50 ล้านคน และคาดว่าจะมีผู้ใช้งานหน้าใหม่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ด้วยเหตุผลดังกล่าว ทำให้หลาย ๆ คนเกิดความสงสัยว่า ปัญญาประดิษฐ์หรือ AI จะเข้ามา แทนที่มนุษย์หรือไม่ ในขณะเดียวกัน หลายคนก็อาจจะสงสัยว่า ChatGPT ใช้ยังไง ให้ช่วยต่อยอด ในการทำงาน ซึ่งสามารถติดตามข้อมูลเกี่ยวกับ ChatGPT App ได้ในบทความนี้ ChatGPT App เปิดตัวช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน ปี 2565 ที่ผ่านมา ถือเป็นระบบ AI ในรูปแบบ Chatbot (แชตบอท) พัฒนาโดย OpenAI บริษัทเทคโนโลยีที่หลายคนคุ้นเคย ซึ่งหลังจาก เปิดตัวเพียงไม่นาน ChatGPT App กลับได้รับ กระแสตอบรับล้นหลาม และสร้างความฮือฮา ในหลาย ๆ วงการ เนื่องจาก ChatGPT ถูกพัฒนา ให้จดจำข้อความจากอินเทอร์เน็ต สำหรับตอบ คำถามและแก้ปัญหาให้กับผู้ใช้งานได้ทุกข้อสงสัย ภายใต้การตอบกลับที่เป็นธรรมชาติ คล้ายกับมนุษย์ เรียกได้ว่าสามารถทำงานได้อย่างชาญฉลาด ChatGPT ย่อมาจากคำว่า "Chat" และ "Generative Pre-training Transformer" หรือก็ คือ โมเดลภาษาที่ถูกเขียนขึ้น เพื่อให้สามารถใช้งานและตอบโจทย์กับทุกคำถามหรือข้อสงสัยได้ อย่างครอบคลุม เช่น การให้ข้อมูล สูตรอาหาร แก้โจทย์คณิตศาสตร์ เขียนโค้ด เขียนโปรแกรม เบื้องต้น แต่งเพลง จัดทริป การเล่นมุกตลก ภาพจาก : https://crast.net/ [46]
ChatGPT วิธีใช้งานง่าย ๆ หนึ่งในตัวช่วยในการทำงาน วิธีใช้งาน ChatGPT Login ได้ง่าย ๆ ผ่าน ChatGPT Website ดังนี้ 1. Login บนเว็บไซต์ https://chat.openai.com/auth/login สำหรับผู้ใช้ใหม่ให้ Sign up หรือ สร้างบัญชีใหม่ก่อน 2. การสร้างบัญชีใหม่สามารถทำได้ 3 ช่องทาง กรณีสร้างบัญชีผ่านช่องทางอีเมล สามารถทำได้ดังนี้ • กรอกอีเมลสำหรับใช้งาน ตั้งค่ารหัสผ่าน และกดยืนยันตัวตนผ่านอีเมล • กรอกชื่อ-สกุล และเบอร์โทรศัพท์ เพื่อกรอกรหัส OTP จากนั้นจะสามารถใช้งานได้ทันที กรณีสร้างบัญชีผ่านช่องทาง Google สามารถทำได้ดังนี้ • กดเลือกเชื่อมต่อกับบัญชี Google Account ที่มีอยู่ • กรอกชื่อ-สกุล และเบอร์โทรศัพท์ เพื่อกรอกรหัส OTP จากนั้นจะสามารถใช้งานได้ทันที กรณีสร้างบัญชีผ่านช่องทาง Continue with Microsoft Account สามารถทำได้ดังนี้ • กดเลือกเชื่อมต่อกับบัญชี Microsoft Account ที่มีอยู่ โดยสามารถทำตามขั้นตอน เช่นเดียวกับช่องทางอื่น ๆ 3. หลังจากสร้างบัญชี ChatGPT เรียบร้อย ระบบจะแสดงรายละเอียดการใช้งานในเบื้องต้น จากนั้น จะสามารถเลือกพิมพ์ถามข้อสงสัยหรือคำถาม ที่ต้องการคำตอบในช่องว่างได้ทันที ChatGPT ภาษาไทยใช้งานได้หรือไม่ แม้ว่าเมนูหรือคำสั่งใน ChatGPT จะเป็นภาษาอังกฤษเพียงอย่างเดียว แต่ในการถาม หรือตอบ จะยังคงสามารถใช้ภาษาไทยได้ เพียงแต่คำตอบภาษาไทยอาจจะมีข้อผิดพลาดและสร้าง ความสับสน เนื่องจากการเรียบเรียงประโยค การใช้คำ รวมถึงการแปลภาษายังไม่สมบูรณ์ 5 ข้อควรรู้ก่อนใช้ ChatGPT แชตบอท 1. ChatGPT เป็นปัญญาประดิษฐ์ในด้านแชตบอท ดังนั้น จึงสามารถทำงานได้โดยการพิมพ์พูดคุย หรือตอบคำถาม ไม่สามารถส่งไฟล์เสียง รูปภาพ หรือวิดีโอได้ 2. ChatGPT ไม่สามารถตอบข้อสงสัยหรือให้ข้อมูลที่ใหม่กว่าปี 2021 รวมถึงข้อมูลแบบเรียลไทม์ [47]
3. ระบบการแปลภาษาของ ChatGPT ยังมีความคลาดเคลื่อน ทั้งในด้านของการเรียบเรียง รูปประโยค การใช้คำเฉพาะ 4. ChatGPT จะทำการแยกห้องแชตตามหัวข้อให้อัตโนมัติ บริเวณเมนูด้านบนฝั่งซ้าย ซึ่งหากต้องการ พูดคุยหรือสอบถามหัวข้อใหม่ ก็สามารถทำได้ง่าย ๆ โดยการกด “New chat” 5. ChatGPT จะไม่สามารถตอบข้อมูลในเชิงปัจเจกบุคคล แต่จะเน้นให้ข้อมูลและให้ผู้ถามเป็นฝ่าย ตัดสินใจเอง นอกจากนี้ยังไม่นำเสนอข้อมูลที่สร้างความแตกแยกอีกด้วย ChatGPT ค่าบริการเดือนละเท่าไร? ปัจจุบัน ChatGPT เปิดให้บริการ 2 รูปแบบ ดังนี้ • บัญชีแบบฟรีมาพร้อมกับข้อจำกัดคือ ไม่สามารถใช้งานได้ขณะมีผู้ใช้งานจำนวนมาก รวมถึง ระบบยังไม่เสถียรมากนัก • บัญชี ChatGPT Plus คิดค่าบริการเดือนละ 20 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว ๆ 700 บาท ข้อดี คือ สามารถใช้งานได้ทุกช่วงเวลา แม้ว่าจะเป็นช่วงที่มีผู้ใช้งานจำนวนมาก ทำงานได้อย่าง รวดเร็ว รวมถึงสามารถให้คำตอบได้อย่างแม่นยำมากยิ่งขึ้น ป ฏ ิ เส ธไม ่ ได ้ ว ่ า ChatGPT เป็ น ปัญญาประดิษฐ์ที่มีความอัจฉริยะ ซึ่งใน อนาคตอาจจะมีการพัฒนาให้ระบบหรือ การทำงานสมบูรณ์ ตลอดจนอาจจะมี เทคโนโลยีใหม่ ๆ เข้ามาแทนที่ เพียงแค่มนุษย์ ทำความเข้าใจ เรียนรู้ ตลอดจนปรับตัว เลือกใช้เทคโนโลยีเหล่านี้อย่างถูกวิธี ก็จะสามารถ ต่อยอดไอเดีย สร้างมูลค่าให้กับงาน หรือ เพิ่มความสะดวกสบายให้ตนเองได้มากยิ่งขึ้น ข้อมูลจาก : https://www.thairath.co.th/lifestyle/tech/2640561 ภาพจาก : https://thehill.com/ [48]