Regional2 จ ุ ลสารสามิตภาค2ป ท ี ่ 26ฉบับท ี ่ 3 เมษายน-มิถ ุ นายน2023 EXCISE วัตถุประสงคเพื่อพัฒนาบุคลากรเพิ่มพูนความรูความสามารถและทักษะ ทห่ีลากหลายมมีาตรฐานการทำงานทช่ีดัเจนถกูตองเปนธรรมและปฏบิตังิาน เปนแนวทางเดียวกันอีกทั้งยังเปนการสรางภาพลักษณที่ดีตอองคกร ณโรงแรมHealthLandResort&Spaพัทยาจังหวัดชลบุรี สำนักงานสรรพสามิตภาคที่2จัดโครงการฝกอบรม หลักสูตร“การเพิ่มประสิทธิภาพดานการจัดเก็บภาษี การตรวจสอบการปองกันและปราบปราม”
2 11 55 Tips Health • 44 63 68 70 80 วิตามินต่างๆ ควรกินตอนไหน กินคู่กับอะไรให้ร่างกายด ูดซึมได้มากที�ส ุด English Today 78 Excise Law Corner • 76 50 • ไขข้อสงสัย ! คนซื�อบ้าน จําเป็ นต้องรีไฟแนนซ์บ้าน ท ุก 3 ปี ไหม 74 • • เปลี�ยนคําขอโทษเป็ นคําขอบค ุณ ในภาษาอังกฤษ โดยใช้ทัศนคติด้านบวก Statistic • Money & Business The Secret Of Work • Agile คืออะไร แนวคิดการทํางานในองค์กรร ุ่นใหม่ ดีจริงหรือไม่ Statistic •ผลการจัดเก็บรายได้ภาษีสรรพสามิต Knowledge • • ภาพกิจกรรม Prevention and Suppression • ภาพงานปราบปราม Activity • ข่าวกรมสรรพสามิต Data Analytics คืออะไร การวิเคราะห์ข้อมูลมีอะไรบ้าง มีประโยชน์อย่างไร Carbon Footprint คืออะไร ผลการปฏิบัติงานด้านการปราบปราม IT ประกาศกรมสรรพสามิต
--- ปีที่ 26 ฉบับที่ 3 เดือนเมษายน – มิถุนายน 2566 สวัสดีท่านผู้อ่านทุกท่านค่ะ พบกับจุลสารสามิตภาค 2 ฉบับที่ 3 ของปีที่ 26 กันอีกครั้งนะคะ จุลสารสามิตภาค 2 ไตรมาสที่ 3 นี้ พบกับข่าว กรมสรรพสามิต และประกาศกรมสรรพสามิตออกใหม่ ประจำเล่ม เล่มนี้ทีมงานคัดสรรเนื้อหาสาระประโยชน์ที่น่าสนใจ มาฝากท่านผู้อ่านทุกท่านอย่างเช่นเคย พบกับคอลัมน์ สุขภาพที่ชวนรู้เกี่ยวกับวิตามินต่าง ๆ ควรกินตอนไหน กินคู่กับอะไรให้ร่างกายดูดซึมได้มากที่สุด พร้อมไขข้อ สงสัย คนซื้อบ้านจำเป็นต้องรีไฟแนนซ์บ้าน ทุก 3 ปีไหม ติดตามอ่านได้ในเล่มค่ะ ส่วนคอลัมน์ที่น่าสนใจอื่น ๆ ที่ไม่ควรพลาดอย่างยิ่งกับคอลัมน์เรื่องการวิเคราะห์ข้อมูล Data Analytics คืออะไร มีประโยชน์อย่างไร คอลัมน์เทคนิคการทำงานกับแนวคิดการทำงานในองค์กร รุ่นใหม่ แนวคิดการทำงานแบบ Agile คืออะไร ดีจริง หรือไม่ และชวนมาทำความเข้าใจว่า Carbon Footprint คืออะไร คำนวณอย่างไร และประโยชน์ของการทำ Carbon Footprint มีอะไรบ้าง สำหรับ ค อลัมน์ English Today ฉบ ับนี้ นำประโยคและบทสนทนาภาษาอังกฤษเกี่ยวกับเปลี่ยน คำขอโทษเป็นคำขอบคุณในภาษาอังกฤษโดยใช้ทัศนคติ ด้านบวก ก่อนจากกันติดตามผลการจัดเก็บรายได้ภาษี สรรพสามิตและผลการปราบปรามผู้กระทำผิดกฎหมาย สรรพสามิต รวมทั้งการปฏิบัติงานของสำนักงาน สรรพสามิตภาคที่ 2 ได้ในท้ายเล่มจุลสารค่ะ สุดท้ายนี้หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจุลสารสามิตภาค 2 เล่มนี้ คงจะทำให้ท่านผู้อ่านเพลิดเพลิน ติดตามเนื้อหาได้ ในเล่มกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในฉบับหน้าค่ะ บรรณาธิการบริหาร ประธานที่ปรึกษา นายละนอง แก้วศรีช่วง ที่ปรึกษา นายนพดล พิพัฒน์นภาพร นายสหพัฒน์ ศรีลาพัฒน์ นายอนันต์ วงศ์ซิ้ม นางพงษ์ลดา หมู่ศิริ บรรณาธิการบริหาร นางสุภาพร วัฒนเจริญ บรรณาธิการ นายกฤดิกร รัตนพิสุทธิ์กิจ ผู้ช่วยบรรณาธิการ นางสาวกาญจนา ปิยะธรรมาภาพ กองบรรณาธิการ นายปณิธาน ศรประชุม นายรภัสสิทธิ์ กำจรอัครหิรัญ นางสาววาสนา อ่ำเจริญ นางสาวพิชชาพร ฐาปนกุลศักดิ์ ศิลปกรรม นายศุภสิทธิ์ ศรีแจ้ง นายอนุพงศ์ ราชิน บทความ ข้อเสนอ ความคิดเห็น หรือข้อเขียนใด ๆ ที่ลงพิมพ์ในจุลสารเล่มนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียน ไม่ผูกพันกับทางราชการแต่อย่างใด ส่วนเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานสรรพสามิตภาคที่ 2 Editorial Team
ฉบับที่ 5/2566 18 เมษายน 2566 สรรพสามิตต่อยอดยุทธศาสตร์ EASE Excise เดินหน้า ESG ทั้งระบบ มอบบุหรี่ของกลาง 3.4 ตัน และองค์ความรู้ให้โรงเรียนทหารการสัตว์ นครนายก ลดปัญหาสิ่งแวดล้อม สร้างประโยชน์สู่ชุมชน ยึดหลักธรรมาภิบาล กรมสรรพสามิตเดินหน้ายุทธศาสตร์ EASE Excise เน้น ESG ทั้งระบบ ยกระดับการปราบปรามสินค้า ผิดกฎหมายที่มีการลักลอบน าเข้าโดยไม่ได้เสียภาษีสู่นโยบายในการจัดการของกลางที่มีประสิทธิภาพ โปร่งใส ตรวจสอบได้ น านวัตกรรมเข้าจัดการใช้ทุกส่วนของบุหรี่ ทั้งใบยา ก้นกรอง ซองกระดาษ และพลาสติก ให้เกิด ประโยชน์สูงสุดตามแนวคิด “Zero Waste” ทั้งยังลดปัญหาผลกระทบในด้านสิ่งแวดล้อม และมลพิษ โดยมอบ ของกลางยาสูบ จ านวน 3.4 ตัน และนวัตกรรมองค์ความรู้ให้กับโรงเรียนทหารการสัตว์ จังหวัดนครนายก น าไป แปรรูปสู่น้ าหมักชีวภาพไล่แมลงศัตรูพืช ส่งต่อให้ชุมชนได้ใช้ประโยชน์ ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า “ตามที่กรมสรรพสามิตได้เปิดศูนย์ ปราบปราบสินค้าผิดกฎหมายออนไลน์ น าเทคโนโลยีมาใช้ในกระบวนการท างาน ตามยุทธศาสตร์ EASE Excise ในการยกระดับเดินหน้าปราบปรามสินค้าผิดกฎหมายที่มีการลักลอบน าเข้าโดยไม่ได้เสียภาษี ซึ่งส่งผลกระทบต่อ ผู้ประกอบการที่ค้าขายอย่างสุจริตให้ได้รับความเป็นธรรม รวมถึงยังเป็นการดูแลผู้บริโภคในเรื่องความปลอดภัยและได้สินค้า ที่มีคุณภาพ ท าให้ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 (ระหว่างวันที่1 ตุลาคม 2565 ถึง 31 มีนาคม 2566) กรมสรรพสามิต สามารถจับกุมคดีสินค้ายาสูบจากทั่วประเทศได้จ านวนมากถึง 4,809 คดี จ านวน 638,519 ซอง เปรียบเทียบปรับ เป็นเงิน 130,000,000 บาท ส่งผลให้มีปริมาณของกลางยาสูบเป็นจ านวนมาก ซึ่งหลังจากคดีสิ้นสุดแล้ว จะต้องมีการ ด าเนินการท าลายของกลางให้ไม่สามารถน ากลับมาบริโภคได้อีก อย่างไรก็ดี ในการท าลายยาสูบของกลางนั้น ต้องค านึงวิธีการที่จะไม่ก่อให้เกิดปัญหาทางด้าน สิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชน ไม่เพียงแค่ควันบุหรี่ที่ส่งผลร้ายต่อสุขภาพ แต่ส่วนอื่น ๆของบุหรี่ยังส่งผลกระทบ ด้วยเช่นกัน จากที่กล่าวมาข้างต้น ด้วยยุทธศาสตร์ของกรมสรรพสามิต EASE Excise ที่มุ่งเน้นสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) กรมสรรพสามิตจึงได้มีแนวคิดที่จะน าของกลางยาสูบมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยมองใน มิติต่าง ๆ ดังนี้ 1) มิติด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) ในการลดมลภาวะ จากเดิมในการจัดการของกลางยาสูบ ด้วยวิธีการเผาท าลาย ซึ่งในบุหรี่ 1 มวน ประกอบด้วย ใบยาสูบ กระดาษที่ใช้มวน และสารเคมีหลายร้อยชนิด เมื่อเกิด การเผาไหม้จะท าให้เกิดสารเคมีที่ส่งผลเสียต่อการท างานของอวัยวะต่าง ๆ ในร่างกาย และปัญหาการเผาท าลายน ามา ซึ่งการเพิ่มปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สู่ชั้นบรรยากาศที่ส่งผลต่อภาวะโลกร้อนอีกด้วย ซึ่งได้มีการน านวัตกรรม [2]
การจัดการของกลางยาสูบมาใช้ ด้วยการสร้าง “เครื่องท าลายของกลางยาสูบต้นทุนต่ า” หนึ่งในตัวอย่างจากส านักงาน สรรพสามิตพื้นที่สระแก้ว ซึ่งได้น ามาสาธิตให้กับโรงเรียนทหารการสัตว์ จังหวัดนครนายก โดยน าเลื่อยวงเดือนมาติดตั้ง บนโต๊ะเพื่อตัดท าลายพร้อมคัดแยกก้นกรองและยาสูบออกจากกัน มีการติดตั้งเครื่องดูดและถังกักเก็บฝุ่นละออง เพื่อลดมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งสามารถตัดท าลายของกลางยาสูบทั้งแบบซองแข็งและซองอ่อนได้ทั้ง carton อย่างต่อเนื่อง ใช้แรงงานควบคุมเพียง 1 คน และใช้เวลาในการตัดท าลาย เพียง 3 วินาที ต่อ 1 carton มีประสิทธิภาพ กว่าเดิมที่ใช้แรงงานจ านวนมาก ตัดท าลายได้คราวละ 1 ซอง ใช้เวลาในการตัดท าลาย 10 นาที ต่อ 1 carton เพื่อบรรเทาปัญหาและอุปสรรคในการจัดการของกลางยาสูบ (การท าลายให้สิ้นสภาพ) และเพื่อปรับปรุงคุณภาพของ กระบวนการจัดการของกลางยาสูบให้มีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังเป็นการใช้ทรัพยากรให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดผ่าน แนวคิด Zero Waste ในการน าทุกส่วนประกอบของยาสูบไปใช้ประโยชน์ดังนี้ (1) ยาสูบ น าไปใช้เป็นส่วนผสมในการผลิตยาก าจัดศัตรูพืช (ชีวภาพ) (2) ก้นกรอง สามารถใช้ทดแทนมะพร้าวส าหรับปลูกไม้ดอกไม้ประดับ สร้างพื้นที่สีเขียว (3) บรรจุภัณฑ์ที่เป็นกระดาษ น าเข้าสู่กระบวนการ Recycle (4) ซองและพลาสติก สู่กระบวนการคัดแยกขยะเพื่อน าไปก าจัดให้ถูกวิธีต่อไป 2) มิติด้านสังคม (Social) การส่งมอบของกลางยาสูบให้กับโรงเรียนทหารการสัตว์ เพื่อแปรรูปเป็น ผลิตภัณฑ์ไล่ศัตรูพืช ส่งเสริมการท าเกษตรปลอดภัยแก่บุคลากรในโรงเรียนและประชาชนในพื้นที่ อีกทั้งยังเป็น การสร้างอาชีพ สร้างรายได้จากการเรียนรู้ และสามารถจัดจ าหน่ายผลผลิตทางการเกษตรในราคาถูกแก่ชุมชนอีกด้วย 3) มิติด้านธรรมาภิบาล (Governance) การบริหารจัดการสินค้ายาสูบของกลางซึ่งมีจ านวนมากให้ เกิดความโปร่งใส ตรวจสอบได้อีกทั้งยังเป็นการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสีย การสร้างความรับผิดชอบต่อสังคมและ ชุมชน รวมถึงยังเป็นการสร้างความคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด ตามหลักธรรมาภิบาล “การน าบุหรี่ของกลางที่คดีสิ้นสุดแล้วมาแปรรูปเป็นน้ าหมักชีวภาพเพื่อใช้ในการไล่ศัตรูพืชนี้ เป็นโมเดลเศรษฐกิจ BCG ในการแปรรูปเพื่อใช้ประโยชน์ในด้านเกษตรกรรม ที่ปลอดภัยต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม ทดแทนการใช้สารเคมี (B: Bio) ถือเป็นการน าของเหลือใช้มาหมุนเวียนสร้างคุณค่า (Circular) ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อให้เกิดการพัฒนาภาคเกษตรสู่การเติบโตสีเขียว (Green) ทั้งยังเป็นการลดต้นทุนในการท าเกษตรให้กับเกษตรกร เป็นการต่อยอดนวัตกรรมและองค์ความรู้การท าลายยาสูบของกลาง ให้เป็นไปตามนโยบายและยุทธศาสตร์ของกรมฯ EASE Excise ที่กรมฯ มุ่งเน้นในเรื่องสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล ซึ่งเห็นเป็นรูปธรรมในการด าเนินการ ให้เป็นไปตามนโยบายและแผนยุทธศาสตร์ของกรมฯ ในการให้ความส าคัญกับเรื่องสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล ซึ่งเป็นทั้งภารกิจหลักของกรมฯ และยังเป็นสิ่งที่พวกเราทุกคนต้องช่วยกัน โดยทางส านักงานสรรพสามิตพื้นที่สระแก้ว มีการสาธิตนวัตกรรมเครื่องตัดท าลายของกลางยาสูบ และมอบองค์ความรู้แลกเปลี่ยนสูตรการท าน้ าหมักเพื่อใช้ใน การไล่ศัตรูพืช กับทางโรงเรียนทหารการสัตว์ เพื่อน าไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อชุมชนทั้งในด้านองค์ความรู้ในภาค การเกษตร การน ามาแปรรูปเพื่อเป็นยาไล่แมลงศัตรูพืช เพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ เชื่อมโยงสู่เศรษฐกิจพอเพียง และสร้างประโยชน์ให้ต่อชุมชนและพี่น้องประชาชนต่อไป” ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวทิ้งท้าย ******************************** [3]
ฉบับที่ 7/2566 6 มิถุนายน 2566 สรรพสามิต ยืนยันเหตุเพลิงไหม้ไม่กระทบเอกสารส าคัญ หลังยกระดับสู่องค์กรดิจิทัล พร้อมเป็นผู้น าการขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนและครบวงจร จากกรณีที่มีการน าเสนอข้อมูลข่าวสารการเกิดเหตุเพลิงไหม้ที่ชั้น 3 อาคารกรมสรรพสามิต เมื่อบ่ายวันที่ 5 มิถุนายน 2566 โดยมีการแชร์ข้อความกันในสื่อโซเชียลมีเดียในประเด็นว่ามีผู้ได้ยินเสียงระเบิด และไฟไหม้ในบริเวณห้องเก็บเอกสารลับ ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น นายเกรียงไกร พัฒนาภรณ์ รองอธิบดีกรมสรรพสามิต ในฐานะโฆษกกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า “ตามที่มีการสื่อสารข้อมูลกันในสื่อโซเชียลมีเดียในประเด็นว่ามีผู้ได้ยินเสียงระเบิด และเหตุเพลิงไหม้ ที่ชั้น 3 อาคาร กรมสรรพสามิตเกิดในบริเวณห้องเก็บเอกสารลับนั้น เป็นข้อมูลที่คลาดเคลื่อนไปจากข้อเท็จจริง โดยในข้อเท็จจริง บริเวณที่เกิดเหตุเป็นห้องส่วนวางแผนและพัฒนาคุณภาพการบริหารงาน ส านักแผนภาษี ซึ่งรับผิดชอบงาน ด้านยุทธศาสตร์ของกรมสรรพสามิต เหตุการณ์ครั้งนี้แม้ว่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ทรัพย์สินทางราชการและเอกสารบางส่วน แต่ไม่สร้างความเสียหายด้านข้อมูล และไม่กระทบกับการด าเนินงานของกรมสรรพสามิต เนื่องจากกรมสรรพสามิต ได้มีการยกระดับการท างานด้วยการบันทึกเอกสารทั้งหมดไว้ในรูปแบบไฟล์ดิจิทัลไว้แล้ว” ทั้งนี้ภายใต้การบริหารงานของ ดร. เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพสามิต กรมสรรพสามิต ได้ประกาศและเดินหน้ายุทธศาสตร์พัฒนาองค์กรให้ทันสมัยและเท่าทันการเปลี่ยนแปลงของโลก ด้วยการยกระดับ สู่องค์กรดิจิทัล (Digital Transformation) โดยการบูรณาการระบบเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ากับกระบวนการท างาน อย่างเป็นระบบ มีการเชื่อมโยงในส่วนของกระบวนการท างาน ข้อมูลที่ใช้ในการปฏิบัติงาน ระบบงานสารสนเทศ รวมถึงโครงสร้างพื้นฐาน เข้ากันอย่างไร้รอยต่อระหว่างโลกดิจิทัลและโลกแห่งความเป็นจริง และสร้างต้นแบบ หน่วยงานบริการแบบไร้กระดาษ (Paperless) เพื่อจัดเก็บเอกสารราชการต่าง ๆ ในรูปแบบไฟล์ดิจิทัล สะท้อนการเป็น องค์กรที่มุ่งสู่การเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และการด าเนินการสู่ความยั่งยืน เหตุการณ์เพลิงไหม้ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ จึงไม่เกิดผลกระทบต่อกระบวนการด าเนินงานของกรมสรรพสามิต และไม่สร้างความเสียหายแก่ข้อมูลของประชาชน ผู้ประกอบการ หรือผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอื่น ๆ และกรมสรรพสามิต ยังสามารถเปิดท าการได้ตามปกติ ส าหรับสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ ยังอยู่ในกระบวนการตรวจสอบและพิสูจน์หลักฐาน เบื้องต้น เจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าอาจจะเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรและท าให้เกิดเสียงดังคล้ายระเบิดโดยจะแจ้งข้อเท็จจริงให้ทราบต่อไป *********************************
ฉบับที่ 8/2566 6 มิถุนายน 2566 อธิบดีสรรพสามิตสั่งสอบด่วน เหตุมีการอ้างเป็น จนท.ระดับสูงสรรพสามิต โทรเคลียร์รถขนน ้ามันเถื่อน อธิบดีกรมสรรพสามิต สั่งตรวจสอบข้อเท็จจริงด่วน กรณีมีกระแสข่าวเจ้าหน้าที่ระดับสูงของ กรมสรรพสามิตรายหนึ่งโทรศัพท์มาขอเจรจาไม่ให้เจ้าหน้าที่ต้ารวจด้าเนินคดีรถบรรทุกน ้ามันเถื่อน หากพบว่า มีมูลความผิดจริงจะให้พักหรือออกจากราชการทันที จากกรณีกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว ผบก.ปปป. รรท.ผบก.ทล. สั่งการ พ.ต.อ.วชิรา ยาวไทยสงค์ ผกก.4 บก.ทล. พ.ต.ต.พุทธางกูร เรืองธรรม สว.ส.ทล.3 กก.2 บก.ทล. สนธิก้าลังกับเจ้าหน้าที่สรรพสามิตประจวบคีรีขันธ์ จับกุม นายสมบัติ อายุ 47 ปี ในความผิดฐาน “มีไว้ในครอบครองซึ่งสินค้าที่มิได้เสียภาษี” ได้ที่บริเวณริมถนน เพชรเกษม ทล.4 กม.308 ขาเข้า ต.เกาะหลัก อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยมีรถบรรทุกน ้ามันดีเซล 15,000 ลิตร เป็นของกลางในคดี และมีการรายงานว่า ภายหลังการจับกุมนายสมบัติ ได้มีเจ้าหน้าที่ระดับสูง ของกรมสรรพสามิตรายหนึ่ง โทรศัพท์มาขอเจรจาไม่ให้ด้าเนินคดีกับนายสมบัติ แต่เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ไม่ยินยอมพร้อมปฏิเสธกลับไป เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2566 ตามที่เสนอข่าวไปนั น นายเกรียงไกร พัฒนาภรณ์ รองอธิบดีกรมสรรพสามิต ในฐานะโฆษกกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า ขณะนี ดร. เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพสามิต ได้รับรายงานเรื่องดังกล่าวแล้ว และไม่ได้นิ่งนอนใจต่อกระแสข่าวที่เกิดขึ น เนื่องจากเป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมและไม่เคารพต่อกฎหมาย จึงได้สั่งตั งคณะกรรมการเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยเร่งด่วน โดยการตรวจสอบข้อเท็จจริงจะแบ่งเป็น 2 ส่วน ได้แก่ ผู้โทรศัพท์มาขอเจรจาเป็นเจ้าหน้าที่ของกรมสรรพสามิตจริงหรือไม่ และตรวจสอบว่าน ้ามัน จ้านวนดังกล่าว เป็นน ้ามันเถื่อนหรือน ้ามันที่ขนส่งโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือไม่ หากพบว ่ามีการกระท้า ความผิดจริง กรมสรรพสามิตจะด้าเนินการต่อบุคคลที่กระท้าความผิดตามระเบียบและกฎหมายโดยไม่มี ข้อยกเว้นทันที นายเกรียงไกร กล่าวต่อว่า กรมสรรพสามิตพร้อมให้ความร่วมมือกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง อย่างเต็มที่ ทั งต้ารวจ และส้านักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ปปท.) เพื่อเอาตัวผู้กระท้าความผิดมาลงโทษให้ถึงที่สุด และหากพบว่ามีเจ้าหน้าที่รายอื่นสมรู้ร่วมคิดด้วย ก็จะด้าเนินการตรวจสอบเพิ่มเติมและเอาผิดกับทุกคนที่กระท้าความผิด เพราะถือว่าเป็นการกระท้า ที่ไม่ซื่อสัตย์สุจริต ทั งนี กรมสรรพสามิต ขอยืนยันว่าจะด้าเนินการทุกขั นตอนและตรวจสอบทุกประเด็นด้วย ความโปร่งใส เป็นธรรมกับทุกฝ่าย เพื่อให้ประชาชนรับทราบข้อเท็จจริงและเชื่อมั่นในการด้าเนินการของกรม สรรพสามิตต่อไป ******************************** [6]
ฉบับที่ 9/2566 8 มิถุนายน 2566 สรรพสามิตตั้งคณะกรรมการสอบ ปมเจ้าหน้าที่โทรเคลียร์ รถขนน้้ามันเถื่อน ย้้าเอาผิดให้ถึงที่สุด อธิบดีกรมสรรพสามิตสั่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ปมเจ้าหน้าที่โทรเคลียร์รถขนน้้ามันเถื่อน ก้าชับสอบสวนให้รอบด้าน พร้อมลงโทษผู้กระท้าความผิดทั้งวินัยและอาญาให้ถึงที่สุด วันที่ 8 มิ.ย.66 นายเกรียงไกร พัฒนาภรณ์ รองอธิบดีกรมสรรพสามิต ในฐานะโฆษกกรมสรรพสามิต กล่าวถึงความคืบหน้าภายหลังกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) สนธิ ก าลังกับเจ้าหน้าที่สรรพสามิตประจวบคีรีขันธ์ จับกุม นายสมบัติ อายุ 47 ปี ในความผิดฐาน ’มีไว้ใน ครอบครองซึ่งสินค้าที่มิได้เสียภาษี’ หรือ ’น ามันเถื่อน’ ได้ที่บริเวณริมถนนเพชรเกษม ทล.4 กม.308 ขาเข้า ต.เกาะหลัก อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยมีรถบรรทุกน ามันดีเซล 15,000 ลิตร เป็นของกลางในคดี และมี การรายงานว่าภายหลังการจับกุมนายสมบัติ ได้มีเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกรมสรรพสามิตรายหนึ่ง โทรศัพท์มา ขอเจรจาไม่ให้ด าเนินคดีกับนายสมบัติ แต่เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมไม่ยินยอม ปฏิเสธกลับไปนั น ขณะนี กรมสรรพสามิตได้ตั งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงข้าราชการรายดังกล่าวตั งแต่เมื่อวานนี (7 มิ.ย.66) ส าหรับการตรวจสอบเบื องต้นพบว่าน ามันดีเซลของกลางทั งหมดจ านวน 15,000 ลิตร ไม่มี หลักฐานการเสียภาษีสรรพสามิต ถือว่าเป็นการครอบครองสินค้าที่ยังไม่ได้มีการเสียภาษีสรรพสามิต ซึ่งกรมฯ จะด าเนินการตามมาตรา 203 แห่งพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 โดยมีโทษปรับสูงสุด 10 เท่า ต่อไป ส่วนเจ้าหน้าที่สรรพสามิตที่โทรมาขอเจรจานั น เพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ผู้ถูกกล่าวหา และเพื่อยกระดับ ประสิทธิภาพในการตรวจสอบข้อเท็จจริงให้สามารถน าตัวผู้ถูกกล่าวหามาด าเนินการตามกฎหมายได้อย่าง รวดเร็ว กรมสรรพสามิตจึงได้ประสานงานไปยังกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ - บก.ปปป. เพื่อบูรณาการความร่วมมือในการตรวจสอบข้อมูลเพื่อเอาตัวผู้กระท าผิดมาลงโทษให้ถึงที่สุด และ หากมีข้อมูลชี ถึงผู้บริหารระดับสูง กรมฯ พร้อมน าข้อมูลหลักฐานดังกล่าวมาตรวจสอบข้อเท็จจริงและ ด าเนินการตามระเบียบวินัยราชการโดยไม่มีข้อยกเว้น ทั งนี กรมสรรพสามิตจะให้ความส าคัญกับเรื่องนี และมีการติดตามอย่างใกล้ชิด เนื่องจากกรมฯ มีนโยบายที่ชัดเจนในเรื่องการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในทุกระดับ และจะน าข้อมูลที่ได้รับไปรวบรวม และวิเคราะห์เพื่อหามาตรการขับเคลื่อนมาตรการป้องกันการทุจริตเชิงรุกให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม และ ยับยั งปัญหาการทุจริตที่อาจเกิดขึ นต่อไป [7]
ฉบับที่ 10/2566 16 มิถุนายน 2566 สรรพสามิตสั่งพักงานเจ้าหน้าที่กรณีโทรเคลียร์รถขนน ้ามันเถื่อน พร้อมขยายผลเอาผิดทั งขบวนการ อธิบดีกรมสรรพสามิตสั่งพักงานเจ้าหน้าที่ปมโทรเคลียร์ต้ารวจ ปล่อยรถบรรทุกลอบขน น ้ามันเถื่อน พร้อมบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเอาผิดทั งขบวนการ วันที่ 16 มิ.ย.66 นายเกรียงไกร พัฒนาภรณ์ รองอธิบดีกรมสรรพสามิต ในฐานะโฆษกกรมสรรพสามิต กล่าวถึงความคืบหน้าการขยายผลการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีกองบังคับการต ารวจทางหลวง (บก.ตร.ทล.) สนธิก าลังกับเจ้าหน้าที่สรรพสามิตประจวบคีรีขันธ์ จับกุม นายสมบัติ อายุ 47 ปี ในความผิดฐาน ‘มีไว้ในครอบครองซึ่งสินค้าที่มิได้เสียภาษี’ หรือ ‘น ามันเถื่อน’ ได้ที่บริเวณริมถนนเพชรเกษม ทล.4 กม.308 ขาเข้า ต.เกาะหลัก อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยมีรถบรรทุกน ามันดีเซล 40,000 ลิตร เป็นของกลางในคดี และมีการรายงานว่าภายหลังการจับกุมนายสมบัติ ได้มีเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกรมสรรพสามิตรายหนึ่ง โทรศัพท์มาขอเจรจาไม่ให้ด าเนินคดีกับนายสมบัติ แต่เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมไม่ยินยอมปฏิเสธกลับไปเมื่อวันที่ 6 มิ.ย. ตามที่เสนอข่าวไปนั น จากการตรวจสอบข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย และพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องของคณะกรรมการสืบสวน ข้อเท็จจริง พบว่า ผู้อ านวยการส่วนฯ ส านักตรวจสอบป้องกันและปราบปราม เป็นผู้โทรศัพท์ไปยังเจ้าหน้าที่ สรรพสามิตพื นที่ประจวบคีรีขันธ์จริงตามข้อกล่าวหา ซึ่งการกระท าดังกล่าวถือว่าเป็นการกระท าที่ผิดวินัย อย่างร้ายแรง และพิจารณาว่าหากเจ้าหน้าที่รายดังกล่าวยังปฏิบัติในหน้าที่ราชการต่อไปอาจเกิดความเสียหาย แก่ราชการได้ กรมสรรพสามิตจึงมีค าสั่งให้พักราชการ ตั งแต่วันที่ 13 มิถุนายน 2566 เป็นต้นไป นอกจากนี กรมสรรพสามิตได้บูรณาการความร่วมมือกับกองบังคับการต ารวจทางหลวงเพื่อขอ ความอนุเคราะห์ข้อมูล พยานหลักฐาน และเอกสารที่เกี่ยวข้องกับประเด็นดังกล่าวทั งหมด และที่เกี่ยวข้องกับ เจ้าหน้าที่สรรพสามิตทุกระดับ โดยเฉพาะหลักฐานที่ระบุถึงเจ้าหน้าที่กรมสรรพสามิตที่มีการโทรศัพท์มา ขอเจรจากับเจ้าหน้าที่ต ารวจเพื่อไม่ให้ด าเนินคดีกับนายสมบัติผู้ขับรถขนน ามันเถื่อน เนื่องจากจะเป็น หลักฐานส าคัญที่สามารถน าไปขยายผลเพื่อเอาผิดกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทั งขบวนการตามระเบียบราชการให้ ถึงที่สุด โดยไม่มีข้อยกเว้นแต่อย่างใด [8]
นายเกรียงไกรฯ เปิดเผยเพิ่มเติมว่า จากการบูรณาการความร่วมมือระหว่างกรมสรรพสามิตและ กองบังคับการต ารวจทางหลวงโดยสถานีต ารวจทางหลวง 3 กองก ากับการ 2 เพื่อตรวจพิสูจน์ผลทาง วิทยาศาสตร์ของตัวอย่างน ามันของกลาง ผลการทดสอบพบว่าน ามันดังกล่าวจัดเป็นน ามันดีเซลและน ามันอื่นๆ ที่คล้ายกันตามพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 ซึ่งจากการตรวจสอบไม่พบว่ามีหลักฐานการ เสียภาษีสรรพสามิตถูกต้องตามกฎหมาย เจ้าหน้าที่ต ารวจทางหลวงจึงได้ท าการแจ้งให้ผู้ต้องหาซึ่งเป็นเจ้าของรถบรรทุกน ามันดังกล่าวทราบ รายงานผลการทดสอบ และได้พาผู้ต้องหาไปยังส านักสรรพสามิตพื นที่ประจวบคีรีขันธ์ โดยผู้ต้องหาให้การ รับว่าน ามันจ านวนดังกล่าวข้างต้นเป็นน ามันที่ไม่ได้มีการเสียภาษีจริง และประสงค์จะขอเปรียบเทียบคดี และ เจ้าพนักงานสรรพสามิตได้ท าการเปรียบเทียบปรับและรับช าระภาษีครบถ้วนแล้ว อย่างไรก็ตาม แม้ผู้ต้องหาจะมีการเสียค่าปรับครบถ้วนแล้ว กรมสรรพสามิตยังได้มีการขยายผล เพื่อด าเนินคดีตามกฎหมายเพิ่มเติม เนื่องจากเป็นการกระท าที่ไม่เกรงกลัวกฎหมายและท าให้ประเทศชาติ เสียหาย โดยกรมสรรพสามิตได้จัดตั งทีมเฉพาะกิจเพื่อลงพื นที่สอบสวนเกี่ยวกับขบวนการค้าน ามันเถื่อน อย่างรอบด้าน เพื่อเอาผิดต่อผู้กระท าผิดทั งขบวนการต่อไป ส าหรับสถิติการจับกุมคดีน ามันเถื่อนของกรมสรรพสามิตในปีนี มีแนวโน้มเพิ่มขึ นจากปีก่อนอย่าง ชัดเจน โดยล่าสุด ช่วง 8 เดือนของปีงบ 66 ตั งแต่เดือน ต.ค.65-พ.ค.66 สามารถจับกุมได้ 986 คดีคิดเป็นเงิน ค่าปรับ 37.7 ล้านบาท มีน ามันของกลางปริมาณ 4.13 ล้านลิตร แบ่งเป็นเบนซิน 0.13 ล้านลิตร ดีเซล 2.75 ล้านลิตร น ามันชนิดอื่นๆ 1.25 ล้านลิตร โดยสถิติเพิ่มจากปี 65 ที่มีสถิติการจับกลุ่มคดีน ามันเถื่อนทั งปีอยู่ที่ 814 คดี คิดเป็นค่าปรับ 30.67 ล้านบาท ปริมาณของกลางรวม 1.63 ล้านลิตร แยกเป็นเบนซิน 0.97 ล้านลิตร ดีเซล 0.31 ล้านลิตร น ามันชนิดอื่นๆ 0.35 ล้านลิตร ทั งนี หากประชาชนท่านใดทราบเบาะแสการกระท าความผิดเกี่ยวกับสินค้าที่ต้องเสียภาษีสรรพสามิต สามารถแจ้งโดยตรงได้ที่กรมสรรพสามิต หรือส านักงานสรรพสามิตพื นที่ทุกแห่งทั่วประเทศหรือ Call center 1713 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง หรือที่ www.excise.go.th ซึ่งกรมสรรพสามิตจะปกปิดข้อมูลของผู้แจ้งเบาะแส เป็นความลับ ******************************** [9]
ฉบับที่97/2566 วันที่13 มิถุนายน 2566 สรรพสามิตส่งเสริม “เอทานอล” น าไปใช้ในอตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพ ( ุ Bio Plastic) ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ตามยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยภาษีสรรพสามิต ม่งเุ น้นสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) สร้างมาตรฐานสากล เดินหน้าประเทศไทยส่ความยั่งยืนู __________________________________________________________ คณะรัฐมนตรี รับทราบตามที่กระทรวงการคลัง เสนอให้สามารถน าเอทานอลไปผลิตอุตสาหกรรม พลาสติกชีวภาพ นอกเหนือการเป็ นเชื้อเพลิงชีวภาพและการผลิตสุรา สอดรับหลักการ BCG Model ด้านกรมสรรพสามิต ขานรับนโยบายหนุนอุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพ (Bio Plastic)รองรับการขยายตัวตามเทรนด์โลกในการลดผลกระทบต่อ สิ่งแวดล้อม ตามยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยภาษีสรรพสามิต ม่งเน้นสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล ( ุ ESG) สร้างมาตรฐานสากล เดินหน้าประเทศไทยส่ความยั่งยืนู นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิ ดเผยว่า คณะรัฐมนตรีได้มีมติ เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2566 รับทราบแนวทางส่งเสริมการน าเอทานอลไปใช้ในอุตสาหกรรมอื่นนอกเหนือจากการเป็ นเชื้อเพลิง ชีวภาพและการผลิตสุรา ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ ซึ่ งเป็ นส่วนหนึ่งของแนวทางการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศด้วย โมเดลเศรษฐกิจ BCG อันจะเป็ นการสร้างระบบนิเวศน์เพื่อกระตุ้นการลงทุนของภาคเอกชนและสนับสนุนการเปลี่ยนผาน่ ส าหรับผู้ผลิตเอทานอลในประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อรองรับเป้าหมายการเป็ นกลางทางคาร์บอน ภายในปี พ.ศ. 2593 และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็ นศูนย์ภายในปี พ.ศ. 2608 กระทรวงการคลังจึงกาหนดแนวทาง การส่ งเสริม การน าเอทานอลไปใช้ในอุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพ ซึ่งจะท าให้เกิดการผลิตเม็ดพลาสติกที่เป็ นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ช่วย ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์ในชั้นบรรยากาศ รวมถึงลดการใช้ ปิ โตรเคมีจากเชื้อเพลิงฟอสซิลในการผลิตเม็ด พลาสติก นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ ประภาศ อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวว่า กรมสรรพสามิตและกรมศุลกากร พร้อมด าเนินการตามที่ได้รับมอบหมายจากกระทรวงการคลัง โดยจะสนับสนุนให้น าเอทานอลไปผลิตพลาสติกชีวภาพได้ โดยกาหนดให้ผู้ใช้เอทานอลจะต้องใช้เอทานอลที่ผลิตในประเทศก ่อนเป็ นล าดับแรก [10]
-2- ส าหรับแนวทางในการน าเอทานอลไปใช้ในอุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพ สามารถสรุปสาระส าคัญ ดังนี้ 1. จัดท ามาตรฐานการผลิตเอทานอลภายในประเทศ ซึ่ งมีส านักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมแห่งชาติ เป็ นหน่วยงานหลักในการจัดท ามาตรฐานการผลิตเอทานอลร่วมกบผู้เชี่ยวชาญ ั ภายในประเทศ ผู้ผลิตเอทานอลและผู้ใช้เอทานอล รวมถึงสนับสนุนการพัฒนามาตรฐานทางเทคนิคและการพัฒนาบุคลากร ให้สามารถเป็ นผู้ตรวจประเมินตามมาตรฐานที่กาหนด 2. กระทรวงการคลังจะแต่งตั้งคณะกรรมการ ประกอบด้วยผู้แทนภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณาปริมาณการผลิตเอทานอลที่เป็ นไปตามมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับร่วมกนระหวั ่างผู้ผลิตเอทานอลและผู้ใช้ เอทานอลจากผู้ผลิตในประเทศล่วงหน้าในแต่ละปี ในกรณี ที่ผู้ผลิตในประเทศไม่สามารถผลิตเอทานอลได้ตรงตาม มาตรฐานและไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้ใช้เอทานอล จะกาหนดปริมาณการน าเข้าเอทานอลที่จะได้รับสิทธิอากร ขาเข้าในอัตราพิเศษเพื่อน ามาใช้ในการผลิตพลาสติกชีวภาพ 3. ภาครัฐให้การสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพเกษตรกรและผู้ผลิตเอทานอลในประเทศให้สามารถจ าหน่าย เอทานอลในราคาที่สามารถแข่งขันกบเอทานอลน าเข้าได้อย ั างยั ่ งยืน ่ 4. กระทรวงการคลังโดยกรมสรรพสามิตและกรมศุลกากรจะพิจารณาด าเนินการออกมาตรการทางภาษี เพื่อสนับสนุนการน าเอทานอลไปใช้ในการผลิตพลาสติกชีวภาพ โดยคาดวาในเบื ่้องต้นจะมีความต้องการใช้เอทานอลประมาณ 450 ล้านลิตรต่อปี ซึ่งแนวทางการส่งเสริม เอทานอลชีวภาพในครั้งนี้ จะเป็ นการเพิ่มความเชื่อมันให้ก ่ บเกษตรกรและผู้ผลิตเอทานอลในการลงทุนเพื่อพัฒนาคุณภาพ ั ของเอทานอลในประเทศไทย รวมถึงเป็ นการเพิ่มตลาดใหม่เพื่อรองรับการเปลี่ยนผานการใช้เอทานอลในภาคการขนส ่ ่งจาก นโยบายการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า” นายเอกนิติกล่าว ทั้งนี้ ที่ผานมาประเทศไทยมีการผลิตพลาสติกจากวัตถุดิบปิ โตรเลียม ประมาณ ่ 5ล้านตันต่อปี เพื่อใช้ใน ประเทศและส่งออก ซึ่งหากเปลี่ยนวัตถุดิบเป็ นเอทานอลที่มาจากพืช เช่น อ้อย หรือมันส าปะหลัง ซึ่ งเป็ นวัตถุดิบชีวภาพ (Bio-based)จะสามารถช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้จ านวนมาก โดยกระบวนการปลูกพืช เพื่อน ามาผลิตเอทานอล และน าไปใช้ในการผลิตเป็ นพลาสติกชีวภาพเป็ นกระบวนการผลิตที่มี Carbon Footprint ต ่า สามารถดูดซับก๊าซเรือนกระจก ได้ประมาณ 15ล้านตันต่อปี นอกจากนี้ ในการผลิตพลาสติกชีวภาพ ผู้ประกอบอุตสาหกรรมไม่จ าเป็ นต้องมีการปรับปรุง เปลี่ยนแปลงเครื่องจักร จึงเป็ นการช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยบนเวทีโลก และหากประเทศ ไทยสามารถปรับกระบวนการผลิตเป็ นพลาสติกชีวภาพได้ทั้งหมด 5ล้านตัน จะช่วยสนับสนุนความต้องการเอทานอล มากกวา ่ 10,000ล้านลิตรต่อปี ท าให้เกษตรกรและผู้ผลิตมีความมันใจในการลงทุนพัฒนาคุณภาพเอทานอลในประเทศให้มี ่ มาตรฐานระดับสากล ส่งเสริมและสร้างขีดความสามารถทางการแข่งขันให้กบัผู้ประกอบการ ซึ่งส่งผลดีในการขับเคลื่อน เศรษฐกิจของประเทศจากโอกาสดังกล่าว ที่ส าคัญยังเป็ นการตอบสนองต่อฉันทามติสากลในการลดการปล่อยคาร์บอนสู่ชั้น บรรยากาศ และส่งเสริมโมเดลเศรษฐกิจ BCG อยางแท้จริง ่ _______________________________________________ ฝ่ ายประชาสัมพันธ์ ส านักงานเลขานุการกรม กรมสรรพสามิต โทร. 02-2415600-18 ต่อ 552302 [11]
[12]
[13]
[14]
[15]
[16]
[17]
[18]
[19]
(2) ประเภทวัตถุดิบ....................................................ประเภทสุรา ..................................................... (3) ประจ าเดือน...............................................หน่วยนับ......................................... (4) (5) (6) (7) (8) (9) (10) วัน เดือน ปี รายการ หลักฐานเลขที่ จ านวนรับ จ านวนจ่าย คงเหลือ หมายเหตุ ยอดยกมา (11) รวมเดือนนี้ (12) รวมแต่ต้นปีถึงเดือนนี้ (๑) ชื่อโรงอุตสาหกรรม...............................................ทะเบียนสรรพสามิตเลขที่ - - โรงอุตสาหกรรมสุราขนาดเล็ก โรงอุตสาหกรรมสุราขนาดกลาง.... ภส.07-01/1 กรมสรรพสามิต กระทรวงการคลัง บัญชีประจ ำวันแสดงกำรรับและกำรจ่ำยวัตถุดิบที่ผลิตสุรำเพื่อกำรค้ำ ส ำหรับโรงอุตสำหกรรมสุรำขนำดเล็ก และโรงอุตสำหกรรมสุรำขนำดกลำง ตำมมำตรำ 118 แห่งพระรำชบัญญัติภำษีสรรพสำมิต พ.ศ. 2560 ประเภท สุรำกลั่นชนิดสุรำขำว/สุรำแช่ที่ไม่ใช่เบียร์ [20]
ค ำอธิบำยบัญชีประจ ำวันแสดงกำรรับและกำรจ่ำยวัตถุดิบที่ผลิตสุรำเพื่อกำรค้ำ ส ำหรับโรงอุตสำหกรรมสุรำขนำดเล็ก และโรงอุตสำหกรรมสุรำขนำดกลำง ประเภท สุรำกลั่นชนิดสุรำขำว/สุรำแช่ที่ไม่ใช่เบียร์ (ภส.07-01/1) ชื่อช่องรำยกำร ค ำอธิบำย (1) ชื่อโรงอุตสาหกรรม ทะเบียนสรรพสามิตเลขที่ โรงอุตสาหกรรมสุราขนาดเล็ก โรงอุตสาหกรรมสุราขนาดกลาง ระบุชื่อโรงอุตสาหกรรม เลขทะเบียนสรรพสามิต และขนาดโรงอุตสาหกรรมสุรา ของผู้ได้รับอนุญาตผลิตสุรา (2) ประเภทวัตถุดิบ ประเภทสุรา ชื่อวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิต เช่น ข้าวเหนียว กระเจี๊ยบ องุ่น เป็นต้น ประเภทสุราที่ผลิต เช่น สุรากลั่น หรือ สุราแช่ (3) ประจ าเดือน หน่วยนับ เดือนที่ท าการบันทึกรายการบัญชีประจ าวัน และหน่วยนับของวัตถุดิบ เช่น ลิตร กิโลกรัม เป็นต้น (4) วัน เดือน ปี วันเดือนปี ตามเอกสารที่เกิดรายการรับหรือจ่ายวัตถุดิบ ซึ่งจะต้องแสดงไว้ ตามล าดับก่อนหลัง โดยให้มีการบันทึกบัญชีทุกวัน หากไม่มีรายการใดเกิดขึ้น ให้ใช้เครื่องหมาย “ -ย” เพื่อแสดงว่าไม่มีรายการในวันนั้น (5) รายการ เอกสารที่แสดงถึงการได้มาหรือจ่ายวัตถุดิบออกไป เช่น ใบก ากับภาษีซื้อ ใบรับวัตถุดิบ หรือใบเบิกวัตถุดิบ เป็นต้น (6) หลักฐานเลขที่ เลขที่ของเอกสารจากช่อง (5) เช่น เลขที่ใบก ากับภาษีซื้อ เลขที่ใบรับวัตถุดิบ หรือเลขที่ใบเบิกวัตถุดิบ เป็นต้น หากไม่มีเอกสาร ให้ใช้เครื่องหมาย “ -ย” เพื่อแสดงว่าไม่มีรายการในวันนั้น (7) จ านวนรับ จ านวนหน่วยของวัตถุดิบที่รับมาผลิตสุรา (8) จ านวนจ่าย จ านวนหน่วยของวัตถุดิบที่จ่ายไปผลิตสุรา ผลิตสินค้าอื่น เสียหาย หรืออื่น ๆ เช่น การน าวัตถุดิบไปจ าหน่าย เป็นต้น (9) ยอดคงเหลือ ยอดยกมา + (7) – (8) (10) หมายเหตุ ส าหรับบันทึกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพื่อเตือนความจ า (11) รวมเดือนนี้ ผลรวมทั้งเดือนในช่อง (7) และ (8) (12) รวมแต่ต้นปีถึงเดือนนี้ ผลรวมทั้งปีในช่อง (7) และ (8) [21]
(๑) ชื่อโรงอุตสาหกรรม....................................................................................... ทะเบียนสรรพสามิตเลขที่ - - โรงอุตสาหกรรมสุราขนาดเล็ก โรงอุตสาหกรรมสุราขนาดกลาง...................................................................................... (2) ชื่อสุรา............................................................................................................................. ประเภทสุรา .................................................................... (3) ประจ าเดือน................................................................. (4) (7) (9) (10) (12) (13) ครั้งที่/วันเดือนปี ที่หมัก จ านวนภาชนะ (หน่วย) ปริมาณบรรจุจริง ต่อภาชนะ (ลิตร) ปริมาณสุทธิ (ลิตร) ครั้งที่/วันเดือนปี ที่หมัก จ านวนภาชนะ (หน่วย) ปริมาณบรรจุจริง ต่อภาชนะ (ลิตร) ปริมาณสุทธิ (ลิตร) (ลิตร) ดีกรี ลิตร (ลิตร) (ลิตร) ขนาดบรรจุ (ลิตร) ...... ดีกรี (หน่วย) ...... ดีกรี (หน่วย) ...... ดีกรี (หน่วย) ปริมาณสุทธิ (ลิตร) (ลิตร) ยอดยกมา (14) รวมเดือนนี้ (15) รวมแต่ต้นปีถึงเดือนนี้ (16) ปริมาณสุทธิของภาชนะส าหรับบรรจุน้ าหมักส่า 1 หน่วย มีขนาดบรรจุ ................. ลิตร (ถัง/โอ่ง/ไห/ฯลฯ) วัน เดือน ปี (8) การหมักส่า การน าน้ าหมักส่าไปกลั่นสุรา ปริมาณน้ าหมักส่า คงเหลือ หมายเหตุ (5) (6) ปริมาณน้ าสุรา หลังปรุงแต่ง คงเหลือสุทธิ ปริมาณน้ าสุราที่ น าไปปรุงแต่ง ปริมาณน้ าสุรา ก่อนปรุงแต่ง คงเหลือ (11) ปริมาณน้ าสุราที่ปรุงแต่ง เพื่อน าไปบรรจุภาชนะ ปริมาณน้ าสุราที่ กลั่นได้ก่อนปรุงแต่ง (5.1) ภส. 07-02/1 กรมสรรพสามิต กระทรวงการคลัง บัญชีประจ ำวันแสดงกำรผลิตสุรำเพื่อกำรค้ำ ส ำหรับโรงอุตสำหกรรมสุรำขนำดเล็ก และโรงอุตสำหกรรมสุรำขนำดกลำง ตำมมำตรำ 118 แห่งพระรำชบัญญัติภำษีสรรพสำมิต พ.ศ. 2560 ประเภท สุรำกลั่นชนิดสุรำขำว (5.2) (5.3) (5.4) (6.1) (6.2) (6.3) (6.4) (11.1) (11.3) (11.2)
ค ำอธิบำยบัญชีประจ ำวันแสดงกำรผลิตสุรำเพื่อกำรค้ำ ส ำหรับโรงอุตสำหกรรมสุรำขนำดเล็ก และโรงอุตสำหกรรมสุรำขนำดกลำง ประเภท สุรำกลั่นชนิดสุรำขำว (ภส.07-02/1) ชื่อช่องรำยกำร ค ำอธิบำย (1) ชื่อโรงอุตสาหกรรม ทะเบียนสรรพสามิตเลขที่ โรงอุตสาหกรรมสุราขนาดเล็ก โรงอุตสาหกรรมสุราขนาดกลาง ระบุชื่อโรงอุตสาหกรรม เลขทะเบียนสรรพสามิต และขนาดโรงอุตสาหกรรมสุรา ของผู้ได้รับอนุญาตผลิตสุรา (2) ชื่อสุรา ประเภทสุรา ชื่อสุราที่ผลิต ประเภทสุราที่ผลิต เช่น สุรากลั่น หรือ สุราแช่ (3) ประจ าเดือน เดือนที่ท าการบันทึกรายการบัญชีประจ าวัน (4) วัน เดือน ปี วันเดือนปี ที่เกิดรายการรับหรือจ่ายสุรา ซึ่งจะต้องแสดงไว้ตามล าดับ ก่อนหลัง โดยให้มีการบันทึกบัญชีทุกวัน หากไม่มีรายการใดเกิดขึ้น ให้ใช้เครื่องหมาย “ -ย” เพื่อแสดงว่าไม่มีรายการในวันนั้น (5) การหมักส่า (5.1) ครั้งที่/วันเดือนปีที่หมัก (5.2) จ านวนภาชนะ (หน่วย) (5.3) ปริมาณบรรจุจริงต่อภาชนะ (ลิตร) (5.4) ปริมาณสุทธิ (ลิตร) ระบุขั้นตอนการหมักน้ าส่า น าวัตถุดิบผสมกันเพื่อท าการหมักในภาชนะ ครั้งที่หมัก/วันเดือนปีที่หมักเช่น ครั้งที่ 1 /1 ม.ค. 2565 จ านวนภาชนะที่ใช้บรรจุน้ าหมักส่า เช่น 10 ถัง 10 ไห เป็นต้น ปริมาณน้ าหมักส่าที่บรรจุจริงต่อภาชนะ เช่น ถังขนาดบรรจุสุทธิ(เต็มถัง) 20 ลิตร มีปริมาณน้ าหมักส่าที่บรรจุจริงต่อภาชนะ = 18 ลิตร ปริมาณบรรจุทั้งหมด โดยน าจ านวนภาชนะ(5.2) x ปริมาณบรรจุจริง ต่อภาชนะ (5.3) = ปริมาณสุทธิ (ลิตร) (6) การน าน้ าหมักส่าไปกลั่นสุรา (6.1) ครั้งที่/วันเดือนปีที่หมัก (6.2) จ านวนภาชนะ (หน่วย) (6.3) ปริมาณบรรจุจริงต่อภาชนะ (ลิตร) (6.4) ปริมาณสุทธิ (ลิตร) ระบุขั้นตอนการน าน้ าหมักส่าไปกลั่นสุรา ดังนี้ น้ าหมักส่าของครั้งที่หมัก/วันเดือนปีที่หมักเช่น ครั้งที่ 1 /1 ม.ค. 2565 จ านวนภาชนะบรรจุน้ าหมักส่าที่น ามากลั่นสุรา เช่น 10 ถัง 10 ไห เป็นต้น ปริมาณน้ าหมักส่าที่บรรจุจริงต่อภาชนะเช่น ถังขนาดบรรจุสุทธิ (เต็มถัง) 20 ลิตร มีปริมาณน้ าหมักส่าที่บรรจุจริงต่อภาชนะ = 18 ลิตร ปริมาณบรรจุทั้งหมด โดยน าจ านวนภาชนะ(6.2)x ปริมาณบรรจุจริง ต่อภาชนะ (6.3) = ปริมาณสุทธิ (ลิตร) (7) ปริมาณน้ าหมักส่าคงเหลือ (ลิตร) ปริมาณน้ าหมักส่าคงเหลือในวันนี้ โดยน ายอดคงเหลือของวันก่อน มาบวกปริมาณสุทธิของการหมักส่า (5.4) แล้วหักปริมาณสุทธิของการน า น้ าหมักส่าไปกลั่นสุรา (6.4) (8) ปริมาณน้ าสุราที่กลั่นได้ก่อนปรุงแต่ง ดีกรี ลิตร ปริมาณน้ าสุราที่ได้จากการกลั่นสุรา ระบุแรงแอลกอฮอล์(ดีกรี) ระบุปริมาณน้ าสุราที่กลั่นได้ก่อนปรุงแต่ง หน่วยเป็นลิตร (9) ปริมาณน้ าสุราที่น าไปปรุงแต่ง (ลิตร) ปริมาณน้ าสุราที่กลั่นได้ ที่น าไปปรุงแต่ง หน่วยเป็นลิตร (10) ปริมาณน้ าสุราก่อนปรุงแต่งคงเหลือ (ลิตร) ปริมาณน้ าสุราที่กลั่นได้ก่อนปรุงแต่ง (8) หักปริมาณน้ าสุราที่น าไป ปรุงแต่ง (9) [23]
- ๒ - ชื่อช่องรำยกำร ค ำอธิบำย (11) ปริมาณน้ าสุราที่ปรุงแต่ง เพื่อน าไป บรรจุภาชนะ (11.1) ขนาดบรรจุ (ลิตร) (11.2) ดีกรี (หน่วย) (11.3) ปริมาณสุทธิ (ลิตร) ระบุขั้นตอนการน าน้ าสุราที่ปรุงแต่งแล้วไปบรรจุภาชนะ เป็นสินค้าส าเร็จรูป พร้อมดื่ม ปริมาณน้ าสุราที่บรรจุในภาชนะ เช่น 0.330 ลิตร 0.625 ลิตร เป็นต้น ระบุดีกรีบนหัวของตารางและระบุจ านวนของภาชนะที่ใช้บรรจุ ลงในตาราง เช่น 35 ดีกรี 10 ขวด เป็นต้น ปริมาณบรรจุทั้งหมด โดยน าจ านวนภาชนะที่ใช้บรรจุ (11.2) xขนาดบรรจุ (11.1) = ปริมาณสุทธิ (ลิตร) (12) ปริมาณน้ าสุราหลังปรุงแต่งคงเหลือสุทธิ (ลิตร) ปริมาณน้ าสุราที่น าไปปรุงแต่ง (9) หักปริมาณสุทธิของปริมาณน้ าสุราที่ ปรุงแต่ง เพื่อน าไปบรรจุภาชนะ (11.3) (13) หมายเหตุ ส าหรับบันทึกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพื่อเตือนความจ า (14) รวมเดือนนี้ ผลรวมทั้งเดือนในช่อง (5.4) (6.4) (7) (9) (10) (11.3) และ (12) (15) รวมแต่ต้นปีถึงเดือนนี้ ผลรวมทั้งปีในช่อง (5.4) (6.4) (7) (9) (10) (11.3) และ (12) (16) ปริมาณสุทธิของภาชนะส าหรับบรรจุ น้ าหมักส่า 1 หน่วย มีขนาดบรรจุ ........ ลิตร (ถัง/โอ่ง/ไห/ฯลฯ) ขนาดบรรจุสุทธิของภาชนะ 1 หน่วย ที่ใช้บรรจุน้ าหมักส่า เช่น ภาชนะ ที่ใช้บรรจุเป็นถัง มีขนาดบรรจุสุทธิ (เต็มถัง) 20 ลิตร [24]
(๑) ชื่อโรงอุตสาหกรรม....................................................... ทะเบียนสรรพสามิตเลขที่ - - โรงอุตสาหกรรมสุราขนาดเล็ก โรงอุตสาหกรรมสุราขนาดกลาง............................................. (2) ชื่อสุรา.................................................................................................... ประเภทสุรา ...................................................... (3) ประจ าเดือน................................................................. (4) (7) (9) (10) จ านวนภาชนะ ปริมาณบรรจุต่อภาชนะ ปริมาณสุทธิ น าหมักของ แรงแอลกอฮอล์ ปริมาณน าสุราแช่ ขนาดบรรจุ .........ดีกรี ปริมาณสุทธิ (หน่วย) (ลิตร) (ลิตร) (ครั งที่หมัก/ปี) (ดีกรี) (ลิตร) (ลิตร) (ลิตร) (หน่วย) (ลิตร) (ลิตร) ยอดยกมา (11) รวมเดือนนี (12) รวมแต่ต้นปีถึงเดือนนี (13) ปริมาณสุทธิของภาชนะส าหรับบรรจุน าหมัก 1 หน่วย มีขนาดบรรจุ ................. ลิตร (ถัง/โอ่ง/ไห/ฯลฯ) หมายเหตุ (6) (5) ปริมาณน าสุราแช่ คงเหลือ (8) ปริมาณการบรรจุภาชนะ วัน เดือน ปี ปริมาณน าสุราแช่ที่ผลิตได้ และรอบรรจุ ครั งที่หมัก/ปี การหมัก ปริมาณน าหมัก คงเหลือ ภส. 07-02/1(1) กรมสรรพสามิต กระทรวงการคลัง บัญชีประจ ำวันแสดงกำรผลิตสุรำเพื่อกำรค้ำ ส ำหรับโรงอุตสำหกรรมสุรำขนำดเล็ก และโรงอุตสำหกรรมสุรำขนำดกลำง ตำมมำตรำ 118 แห่งพระรำชบัญญัติภำษีสรรพสำมิต พ.ศ. 2560 ประเภท สุรำแช่ที่ไม่ใช่เบียร์
ค ำอธิบำยบัญชีประจ ำวันแสดงกำรผลิตสุรำเพื่อกำรค้ำ ส ำหรับโรงอุตสำหกรรมสุรำขนำดเล็ก และโรงอุตสำหกรรมสุรำขนำดกลำง ประเภท สุรำแช่ที่ไม่ใช่เบียร์ (ภส.07-02/1(1)) ชื่อช่องรำยกำร ค ำอธิบำย (1) ชื่อโรงอุตสาหกรรม ทะเบียนสรรพสามิตเลขที่ โรงอุตสาหกรรมสุราขนาดเล็ก โรงอุตสาหกรรมสุราขนาดกลาง ระบุชื่อโรงอุตสาหกรรม เลขทะเบียนสรรพสามิต และขนาด โรงอุตสาหกรรมสุราของผู้ได้รับอนุญาตผลิตสุรา (2) ชื่อสุรา ประเภทสุรา ชื่อสุราที่ผลิต ประเภทสุราที่ผลิต เช่น สุรากลั่น หรือ สุราแช่ (3) ประจ าเดือน เดือนที่ท าการบันทึกรายการบัญชีประจ าวัน (4) วัน เดือน ปี วันเดือนปี ที่เกิดรายการรับหรือจ่ายสุราซึ่งจะต้องแสดงไว้ตามล าดับ ก่อนหลัง โดยให้มีการบันทึกบัญชีทุกวัน หากไม่มีรายการใดเกิดขึ้น ให้ใช้เครื่องหมาย “-ย”เพื่อแสดงว่าไม่มีรายการในวันนั้น (5) การหมัก การน าวัตถุดิบผสมกันเพื่อท าการหมักในภาชนะ ให้บอกครั้งที่ ให้บอกครั้งที่หมัก/ปี จ านวนภาชนะที่ใช้บรรจุ (หน่วย) ปริมาณบรรจุต่อภาชนะ (ลิตร) และให้น าจ านวนภาชนะที่ใช้บรรจุ x ปริมาณบรรจุต่อภาชนะ = ปริมาณสุทธิ(ลิตร) (6) ปริมาณน้ าสุราแช่ที่ผลิตได้และรอบรรจุ ให้บอกปริมาณน้ าสุราแช่ที่ผลิตได้และรอบรรจุ โดยระบุว่าใช้น้ าหมักของครั้งที่หมัก/ปี ใดมาท าการผลิตสุราแช่ ระบุแรงแอลกอฮอล์ (ดีกรี) และปริมาณน้ าสุราแช่ที่ผลิตได้(ลิตร) (7) ปริมาณน้ าหมักคงเหลือ (ลิตร) ปริมาณน้ าหมักคงเหลือในวันนี้ โดยน าปริมาณคงเหลือของวันก่อน บวกกับปริมาณสุทธิของการหมัก (5) แล้วหักปริมาณน้ าสุราแช่ ที่ผลิตได้และรอบรรจุ (6) (8) ปริมาณการบรรจุภาชนะ การน าน้ าสุราแช่ที่ผลิตได้และรอบรรจุ ไปบรรจุภาชนะเพื่อจ าหน่าย โดยระบุขนาดบรรจุ (ลิตร) เช่น 0.330 ลิตร ระบุแรงแอลกอฮอล์ (ดีกรี) บนหัวของตาราง เช่น 14 ดีกรี ระบุจ านวนภาชนะที่ใช้บรรจุ (หน่วย)ลงในตารางเช่น 10 ไห 10 ขวด ส่วนปริมาณสุทธิ (ลิตร) ให้น าจ านวนภาชนะที่ใช้บรรจุสุราx ขนาดบรรจุ เช่น 100 ไห x 0.330 ลิตร = 33 ลิตร (9) ปริมาณน้ าสุราแช่คงเหลือ (ลิตร) ปริมาณน้ าสุราแช่คงเหลือในวันนี้ โดยน าปริมาณคงเหลือของวันก่อน บวกกับปริมาณน้ าสุราแช่ที่ผลิตได้และรอบรรจุ (6) แล้วหักปริมาณการน าน้ าสุราแช่บรรจุภาชนะ (8) (10) หมายเหตุ ส าหรับบันทึกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพื่อเตือนความจ า (11) รวมเดือนนี้ ผลรวมทั้งเดือนในช่อง (5) (6) (7) (8) และ (9) (12) รวมแต่ต้นปีถึงเดือนนี้ ผลรวมทั้งปีในช่อง (5) (6) (7) (8) และ (9) (13) ปริมาณสุทธิของภาชนะส าหรับบรรจุ น้ าหมัก 1 หน่วย มีขนาดบรรจุ .......... ลิตร (ถัง/โอ่ง/ไห/ฯลฯ) ขนาดบรรจุสุทธิของภาชนะ 1 หน่วย ที่ใช้บรรจุน้ าหมัก เช่น ภาชนะที่ใช้บรรจุเป็นถัง มีขนาดบรรจุสุทธิ (เต็มถัง) 20 ลิตร [26]
(๑) ชื่อโรงอุตสาหกรรม....................................................... ทะเบียนสรรพสามิตเลขที่ - - โรงอุตสาหกรรมสุราขนาดเล็ก โรงอุตสาหกรรมสุราขนาดกลาง (2) ชื่อสุรา.......................................................ประเภทสุรา....................................ชนิดสุรา......................................แรงแอลกอฮอล์.............ดีกรี ขนาดบรรจุ...................ลิตร หน่วยนับ.................................. (3) ประจ าเดือน..................................................... (4) (5) (6) (7) (8) (9) (10) วัน เดือน ปี รายการ หลักฐานเลขที่ จ านวนรับ (หน่วย) จ านวนจ่าย (หน่วย) คงเหลือ (หน่วย) หมายเหตุ (11) รวมเดือนนี้ (12) รวมแต่ต้นปีถึงเดือนนี้ ภส.07-02/1(2) กรมสรรพสามิต กระทรวงการคลัง บัญชีประจ าวันแสดงการรับและการจ่ายสุราที่ผลิตเพื่อการค้า ที่บรรจุภาชนะและปิดแสตมป์แล้ว ส าหรับโรงอุตสาหกรรมสุราขนาดเล็ก และโรงอุตสาหกรรมสุราขนาดกลาง ตามมาตรา 118 แห่งพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 ประเภท สุรากลั่นชนิดสุราขาว/สุราแช่ที่ไม่ใช่เบียร์ [27]
ค ำอธิบำยบัญชีประจ ำวันแสดงกำรรับและกำรจ่ำยสุรำที่ผลิตเพื่อกำรค้ำ ที่บรรจุภำชนะและปิดแสตมป์แล้ว ส ำหรับโรงอุตสำหกรรมสุรำขนำดเล็ก และโรงอุตสำหกรรมสุรำขนำดกลำง ประเภท สุรำกลั่นชนิดสุรำขำว/สุรำแช่ที่ไม่ใช่เบียร์ (ภส.07-02/1(2)) ชื่อช่องรำยกำร ค ำอธิบำย (1) ชื่อโรงอุตสาหกรรม ทะเบียนสรรพสามิตเลขที่ โรงอุตสาหกรรมสุราขนาดเล็ก โรงอุตสาหกรรมสุราขนาดกลาง ระบุชื่อโรงอุตสาหกรรม เลขทะเบียนสรรพสามิต และขนาดโรงอุตสาหกรรมสุรา ของผู้ได้รับอนุญาตผลิตสุรา (2) ชื่อสุรา ประเภทสุรา ชนิดสุรา แรงแอลกอฮอล์ ขนาดบรรจุ หน่วยนับ ระบุชื่อสุรา ประเภทสุรา ชนิดสุรา แรงแอลกอฮอล์ ขนาดบรรจุ และหน่วยนับ ของสุราที่ผลิต เช่น ชื่อ แช่ทอง สุราแช่ สุราแช่ผลไม้ 5 ดีกรี ขนาด 0.320 ลิตร หน่วยนับ เช่น ขวด ไห เป็นต้น (3) ประจ าเดือน เดือนที่ท าการบันทึกรายการบัญชีประจ าวัน (4) วัน เดือน ปี วันเดือนปี ที่เกิดรายการรับหรือจ่ายสุรา ซึ่งจะต้องแสดงไว้ตามล าดับก่อนหลัง โดยให้มีการบันทึกบัญชีทุกวัน หากไม่มีรายการใดเกิดขึ้นให้ใช้เครื่องหมาย “ -ย” เพื่อแสดงว่าไม่มีรายการในวันนั้น (5) รายการ เอกสารที่แสดงถึงการได้มาหรือจ่ายสุราออกไป เช่น ใบรับสินค้า ใบรับสุราส าเร็จรูป หรือใบเบิกสุรา ใบส่งของ ใบขนย้ายสุรา ใบก ากับภาษีขาย เป็นต้น (6) หลักฐานเลขที่ เลขที่ของเอกสารจากช่อง (5) เช่น เลขที่ใบรับสินค้า เลขที่ใบรับสุราส าเร็จรูป หรือเลขที่ใบเบิกสุรา เลขที่ใบส่งของ เลขที่ใบขนย้ายสุรา เลขที่ใบก ากับภาษีขาย เป็นต้น (7) จ านวนรับ (หน่วย) จ านวนหน่วยของการรับสุราที่บรรจุภาชนะและปิดแสตมป์แล้วในวันนี้ (8) จ านวนจ่าย (หน่วย) จ านวนหน่วยของการจ่ายสุราที่บรรจุภาชนะและปิดแสตมป์แล้วน าออกจาก โรงอุตสาหกรรม (9) คงเหลือ (หน่วย) จ านวนสุราที่บรรจุภาชนะและปิดแสตมป์แล้วที่คงเหลือในวันนี้ โดยน ายอดคงเหลือ ของวันก่อนบวกจ านวนรับ (7) แล้วหักจ านวนจ่าย (8) (10) หมายเหตุ ส าหรับบันทึกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพื่อเตือนความจ า (11) รวมเดือนนี้ ผลรวมทั้งเดือนในช่อง (7) และ (8) (12) รวมแต่ต้นปีถึงเดือนนี้ ผลรวมทั้งปีในช่อง (7) และ (8) [28]
(๑) ชื่อโรงอุตสาหกรรม....................................................... ทะเบียนสรรพสามิตเลขที่ - - โรงอุตสาหกรรมสุราขนาดเล็ก โรงอุตสาหกรรมสุราขนาดกลาง...................................................................... (2) ประเภทสุรา.................................................................... ชนิดสุรา.......................................................................... (3) ประจ าเดือน............................................. (5) .................................. (5) .................................. (5) .................................. (5) .................................. (5) .................................. (5) .................................. (6) คงเหลือยกมา (7) รับเดือนนี้ (8) รวม (9) ผลิตสินค้าตามพิกัดฯ (10) ผลิตสินค้าอื่น (11) เสียหาย (12) อื่น ๆ (13) คงเหลือยกไป (15) คงเหลือยกมา (16) รับจากการผลิตและปิดแสตมป์แล้ว (17) รวม (18) จ าหน่ายในประเทศ (19) จ าหน่ายต่างประเทศ (20) เสียหาย (21) อื่น ๆ (22) คงเหลือยกไป (4) ข้าพเจ้าขอรับรองว่ารายการที่แสดงไว้เป็นความจริงทุกประการ (ลงชื่อ).........................................................................................ผู้ประกอบอุตสาหกรรม/ผู้แทน (.......................................................................................) วันที่...................................................................................................... (5) ประเภทวัตถุดิบ/ หน่วยนับ (14) ........................................ 1. งบวัตถุดิบ 2. งบการผลิต (14) ........................................ (14) ........................................ (14) ........................................ (14) ........................................ (14) ........................................ กรมสรรพสามิต กระทรวงการคลัง งบเดือนแสดงรายการเกี่ยวกับวัตถุดิบ การผลิต การจ าหน่าย และยอดคงเหลือสุราที่ผลิตเพื่อการค้า ส าหรับโรงอุตสาหกรรมสุราขนาดเล็ก และโรงอุตสาหกรรมสุราขนาดกลาง ตามมาตรา 118 แห่งพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 ประเภท สุรากลั่นชนิดสุราขาว/สุราแช่ที่ไม่ใช่เบียร์ ส ำหรับเจ้ำหน้ำที่ เลขที่รับ...................................... วันเดือนปีที่รับ............................ เจ้าหน้าที่ผู้รับ............................. รายการ รายการ หน่วยนับ (14) ชื่อสุรา/แรงแอลกอฮอล์ (ดีกรี) / ขนาดบรรจุ (ลิตร)/ ภส.07-04/1 (5) ชื่อวัตถุดิบ ..................................... หน่วยนับ ......................... (5) ชื่อวัตถุดิบ ...................................... หน่วยนับ ......................... (14) ชื่อสุรา ............................................... .......... ดีกรี ขนาดบรรจุ...................ลิตร หน่วยนับ ............................. (14) ชื่อสุรา ............................................... ........... ดีกรี ขนาดบรรจุ..................ลิตร หน่วยนับ ............................. 14) ชื่อสุรา ................................................ ........... ดีกรี ขนาดบรรจุ..................ลิตร หน่วยนับ ............................. 14) ชื่อสุรา ................................................ ........... ดีกรี ขนาดบรรจุ..................ลิตร หน่วยนับ ............................. 14) ชื่อสุรา ................................................ ........... ดีกรี ขนาดบรรจุ..................ลิตร หน่วยนับ ............................. 14) ชื่อสุรา ............................................... ........... ดีกรี ขนาดบรรจุ..................ลิตร หน่วยนับ ............................. (5) ชื่อวัตถุดิบ ....................................... หน่วยนับ ......................... (5) ชื่อวัตถุดิบ ....................................... หน่วยนับ ......................... (5) ชื่อวัตถุดิบ ....................................... หน่วยนับ ......................... (5) ชื่อวัตถุดิบ ....................................... หน่วยนับ .........................
ค ำอธิบำยงบเดือนแสดงรำยกำรเกี่ยวกับวัตถุดิบ กำรผลิต กำรจ ำหน่ำยและยอดคงเหลือสุรำที่ผลิตเพื่อกำรค้ำ ส ำหรับโรงอุตสำหกรรมสุรำขนำดเล็ก และโรงอุตสำหกรรมสุรำขนำดกลำง ประเภท สุรำกลั่นชนิดสุรำขำว/สุรำแช่ที่ไม่ใช่เบียร์ (ภส.07-04/1) ชื่อช่องรำยกำร ค ำอธิบำย (1) ชื่อโรงอุตสาหกรรม ทะเบียน สรรพสามิตเลขที่ โรงอุตสาหกรรมสุราขนาดเล็ก โรงอุตสาหกรรมสุราขนาดกลาง ระบุชื่อโรงอุตสาหกรรม เลขทะเบียนสรรพสามิต และขนาดโรงอุตสาหกรรมสุรา ของผู้ได้รับอนุญาตผลิตสุรา (2) ประเภทสุรา ชนิดสุรา ระบุประเภทสุรา เช่น สุรากลั่น สุราแช่ ชนิดสุรา เช่น ชนิดสุราขาว สุราแช่ สุราแช่ผลไม้ สุราแช่ชนิดสุราพื้นเมือง (อุ สาโท) เป็นต้น (3) ประจ าเดือน เดือนที่ท าการบันทึกรายการงบเดือน (4) ลงนามผู้ประกอบอุตสาหกรรม/ ผู้แทน ลงนามรับรองความถูกต้องของข้อมูลบัญชีงบเดือนแสดงรายการเกี่ยวกับ วัตถุดิบ การผลิต การจ าหน่ายและยอดคงเหลือสุราที่ผลิตเพื่อการค้า 1. งบวัตถุดิบ ชื่อช่องรายการ ค าอธิบาย (5) ประเภทวัตถุดิบ/ หน่วยนับ ชื่อวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิต และหน่วยนับของวัตถุดิบ จากแบบ ภส.07-01/1 ช่อง (2) และ (3) (6) คงเหลือยกมา จ านวนวัตถุดิบคงเหลือจากเดือนก่อน (7) รับเดือนนี้ ผลรวมจ านวนหน่วยของการรับวัตถุดิบในเดือนนี้ จากแบบ ภส.07-01/1 ช่อง (7) (8) รวม ผลรวมของช่อง (6) + (7) (9) ผลิตสินค้าตามพิกัดฯ ผลรวมจ านวนหน่วยของการจ่ายวัตถุดิบเพื่อใช้ในการผลิตสินค้าในพิกัดอัตรา ภาษีสรรพสามิตในเดือนนี้ จากแบบ ภส.07-01/1 ช่อง (8) (10) ผลิตสินค้าอื่น ผลรวมจ านวนหน่วยของการจ่ายวัตถุดิบเพื่อใช้ในการผลิตสินค้าอื่นในเดือนนี้ จากแบบ ภส.07-01/1 ช่อง (8) (11) เสียหาย ผลรวมจ านวนหน่วยของการจ่ายวัตถุดิบที่เสียหายในเดือนนี้ จากแบบ ภส.07-01/1 ช่อง (8) (12) อื่น ๆ ผลรวมจ านวนหน่วยของการจ่ายวัตถุดิบกรณีอื่น ๆ ในเดือนนี้ จากแบบ ภส.07-01/1 ช่อง (8) (13) คงเหลือยกไป จ านวนวัตถุดิบคงเหลือ ณ วันสิ้นเดือน ผลต่างของช่อง (8) - (9) - (10) - (11) - (12) [30]
- ๒ - ๒. งบกำรผลิต ช่องรำยกำร ค ำอธิบำย (14) ชื่อสุรา/แรงแอลกอฮอล์ (ดีกรี)/ขนาดบรรจุ(ลิตร)/ หน่วยนับ ชื่อสุรา แรงแอลกอฮอล์ ขนาดบรรจุ จากแบบ ภส.07-02/1 หรือแบบ ภส.07-02/1 (1) หน่วยนับของสุราส าเร็จรูป เช่น ถัง ขวด กระป๋อง เป็นต้น (15) คงเหลือยกมา จ านวนสินค้าส าเร็จรูปคงเหลือจากเดือนก่อน (16) รับจากการผลิตและ ปิดแสตมป์แล้ว ผลรวมจ านวนหน่วยของการรับสินค้าส าเร็จรูปจากการผลิตและปิดแสตมป์แล้ว ในเดือนนี้ จากแบบ ภส.07-02/1 (2) ช่อง (7) (17) รวม ผลรวมของช่อง (15) + (16) (18) จ าหน่ายในประเทศ ผลรวมจ านวนหน่วยของการจ่ายสินค้าส าเร็จรูปที่ปิดแสตมป์แล้วจ าหน่าย ภายในประเทศในเดือนนี้ จากแบบ ภส.07-02/1 (2) ช่อง (8) (19) จ าหน่ายต่างประเทศ ผลรวมจ านวนหน่วยของการจ่ายสินค้าส าเร็จรูปที่ปิดแสตมป์แล้วจ าหน่าย ต่างประเทศในเดือนนี้ จากแบบ ภส.07-02/1 (2) ช่อง (8) (20) เสียหาย ผลรวมจ านวนหน่วยของการจ่ายสินค้าส าเร็จรูปที่เสียหายในเดือนนี้ จากแบบ ภส.07-02/1 (2) ช่อง (8) (21) อื่น ๆ ผลรวมจ านวนหน่วยของการจ่ายสินค้าส าเร็จรูปกรณีอื่น ๆ ในเดือนนี้ จากแบบ ภส.07-02/1 (2) ช่อง (8) (22) คงเหลือยกไป จ านวนสินค้าส าเร็จรูปคงเหลือ ณ วันสิ้นเดือน ผลต่างของช่อง (17) - (18) - (19) - (20) - (21) [31]
(7) (8) (10) (11) (12) (13) (14) วันเดือนปี รายการ (9.1) จ านวน รับ (หน่วย) (9.2) จ านวน จ่าย (หน่วย) (9.3) จ านวน คงเหลือ (หน่วย) ปริมาณน าสุรา ที่ผลิตได้ (ลิตร) ปริมาณน าสุรา ที่บริโภค (ลิตร) จ านวนภาษีสุรา (บาท) ปริมาณน าสุรา คงเหลือ (ลิตร) หมายเหตุ ยอดยกมา (๒) ข้าพเจ้าขอรับรองว่ารายการที่แสดงไว้เป็นความจริงทุกประการ (ลงชื่อ)............................................................ ผู้ได้รับอนุญาต/ผู้แทน (..........................................................) วันที่........................................................................ หมายเหตุ 1. ให้เก็บบัญชีประจ าวัน /งบเดือน ตามแบบ ภส.07-01 (1) ไว้ ณ สถานที่ผลิตสุรา 2. บัญชีประจ าวัน /งบเดือน ตามแบบ ภส.07-01 (1) ให้ยื่นต่อเจ้าพนักงานสรรพสามิต ณ ส านักงานสรรพสามิตพื นที่สาขาหรือส านักงานสรรพสามิตพื นที่ที่สถานที่ผลิตสุราตั งอยู่ (๑) ชื่อผู้ที่ได้รับอนุญาต............................................................ ทะเบียนสรรพสามิตเลขที่ - - (3) ประจ าเดือน............................................. (4) ประเภทสุรา...................................................................... (5) ชนิดสุรา.................................................................... (6) แรงแอลกอฮอล์............................ดีกรี (9) รายการวัตถุดิบ (15) รวมเดือนนี (16) รวมแต่ต้นปีถึงเดือนนี กรมสรรพสามิต กระทรวงการคลัง บัญชีประจ ำวัน / งบเดือน แสดงกำรใช้วัตถุดิบ กำรผลิต และกำรบริโภค ตำมมำตรำ 118 แห่งพระรำชบัญญัติภำษีสรรพสำมิต พ.ศ. 2560 ส ำหรับกำรผลิตสุรำที่มิใช่เพื่อกำรค้ำ ส ำหรับเจ้ำหน้ำที่ เลขที่รับ............................. วันเดือนปีที่รับ................... เจ้าหน้าที่ผู้รับ.................... ภส.๐๗-๐๑(๑) [32]
ค ำอธิบำยบัญชีประจ ำวัน / งบเดือน แสดงกำรใช้วัตถุดิบ กำรผลิต และกำรบริโภค ส ำหรับกำรผลิตสุรำที่มิใช่เพื่อกำรค้ำ (ภส.07-01(1)) ชื่อช่องรำยกำร ค ำอธิบำย (1) ชื่อผู้ที่ได้รับอนุญาต ทะเบียนสรรพสามิตเลขที่ ชื่อผู้ที่ได้รับอนุญาตให้ผลิตสุราซึ่งเป็นชื่อที่ใช้จดทะเบียนสรรพสามิต เลขทะเบียนสรรพสามิต (2) ผู้ได้รับอนุญาต/ผู้แทน ลงชื่อผู้ได้รับอนุญาตหรือผู้แทน และวันที่ยื่นบัญชีประจ าวัน/งบเดือน แสดงการใช้วัตถุดิบ การผลิต และการบริโภค ส าหรับการผลิตสุราที่มิใช่ เพื่อการค้า (3) ประจ าเดือน เดือนที่ท าการบันทึกรายการบัญชีประจ าวัน/งบเดือน (4) ประเภทสุรา ประเภทสุราที่ผลิต เช่น สุรากลั่น สุราแช่ (5) ชนิดสุรา ชนิดย่อยของประเภทสุราตามพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต (6) แรงแอลกอฮอล์ ระบุแรงแอลกอฮอล์ (ดีกรี) (7) วันเดือนปี วันเดือนปีที่เกิดรายการรับหรือจ่ายวัตถุดิบ รวมทั้งกระบวนการผลิต น้ าสุราทั้งหมด ซึ่งจะต้องแสดงไว้ตามล าดับก่อนหลัง โดยให้มีการบันทึก บัญชีทุกวัน หากไม่มีรายการใดเกิดขึ้น ให้ใช้เครื่องหมาย “ – ” เพื่อ แสดงว่าไม่มี (8) รายการ รายชื่อวัตถุดิบที่ใช้ผลิตสุรา และรายการของสุราที่ผลิตได้ (9) รายการวัตถุดิบ (9.1) จ านวนรับ (หน่วย) (9.2) จ านวนจ่าย (หน่วย) (9.3) จ านวนคงเหลือ (หน่วย) จ านวนการรับและจ่ายวัตถุดิบส าหรับผลิตสุราและจ านวนคงเหลือของวัตถุดิบ ระบุจ านวนของวัตถุดิบที่รับมาเพื่อผลิตสุราและหน่วยนับของวัตถุดิบ เช่น 5 กก. 2 เม็ด 1 ช้อนชา เป็นต้น ระบุจ านวนของวัตถุดิบที่จ่ายไปเพื่อผลิตสุราและหน่วยนับของวัตถุดิบ เช่น 5 กก. 2 เม็ด 1 ช้อนชา เป็นต้น ผลต่างของจ านวนรับ (9.1) หักด้วยจ านวนจ่าย (9.2) (10) ปริมาณน้ าสุราที่ผลิตได้(ลิตร) ปริมาณน้ าสุราที่ผลิตได้ หน่วยเป็นลิตร (11) ปริมาณน้ าสุราที่บริโภค (ลิตร) ปริมาณน้ าสุราที่น าไปบริโภค หน่วยเป็นลิตร โดยค านวณจาก จ านวนภาชนะที่ใช้บรรจุสุรา x ขนาดบรรจุ เช่น 100 ขวด x 0.330 ลิตร = 33 ลิตร (12) จ านวนภาษีสุรา (บาท) จ านวนภาษีสุราที่ต้องเสีย หน่วยเป็นบาท โดยค านวณจาก ภาษีสรรพสามิตตามมูลค่า + ภาษีสรรพสามิตตามปริมาณ (13) ปริมาณน้ าสุราคงเหลือ (ลิตร) ปริมาณน้ าสุราคงเหลือในวันนี้ โดยน าปริมาณน้ าสุราที่ผลิตได้(10) หักปริมาณน้ าสุราที่บริโภค (11) (14) หมายเหตุ ส าหรับบันทึกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพื่อเตือนความจ า (15) รวมเดือนนี้ ผลรวมทั้งเดือนในช่อง (10) (11) (12) และ (13) (16) รวมตั้งแต่ต้นปีถึงเดือนนี้ ผลรวมทั้งปีในช่อง (10) (11) (12) และ (13) [33]
[34]
[35]
[36]
[37]
[38]
[40]
[41]
[42]
[43]
เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุดในการรับประทานอาหารเสริม เราควรกินวิตามินต่าง ๆ ตอนไหนดี ลองมาเคลียร์ใจให้ได้เวลาที่ใช่กัน วิตามินและอาหารเสริมเป็นตัวช่วยเติมสารอาหารที่ร่างกายเราขาดไป และ ไม่ใช่แค่บำรุงสุขภาพเท่านั้น แต่บางคนยังกินวิตามินเพื่อบำรุงผิว บำรุงผม หรือ บางคนก็กินวิตามินเพื่อลดสิว ลดหน้ามันด้วย แต่การกินวิตามินให้ได้ผลดีควรกิน ตอนไหน ยังไงบ้าง ลองมาเช็กเรื่องเวลาที่ควรกินวิตามินชนิดต่าง ๆ ให้เคลียร์ 1. วิตามินซี กินตอนไหนดี วิตามินซีเป็นวิตามินที่คนเลือกกินเพื่อ สุขภาพมากที่สุด ด้วยสรรพคุณช่วยเสริม ภูมิคุ้มกัน ป้องกันหวัด แก้อาการเลือดออก ตามไรฟัน ทั้งนี้ เราควรกินวิตามินซีในช่วงหลัง อาหารเช้านะคะ เพราะวิตามินซีมีกรดที่อาจทำให้ กระเพาะอาหารระคายเคืองได้ อีกทั้งอาหารจะเป็น ตัวช่วยให้ร่างกายดูดซึมวิตามินซีได้ดีขึ้นด้วย ภาพจาก : https://www.freepik.com/ https://www.freepik.com/https://www .freepik.com/search?format=search&q uery=%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0% B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0 %B8%B4%E0%B8%99%E0%B9%80%E 0%B8%A1%E0%B9%87%E0%B8%94&t ype=vector วิตามินต่าง ๆ ควรกินตอนไหน กินคู่กับอะไรให้ร่างกายดูดซึมได้มากที่สุด ภาพจาก : https://www.freepik.com/ https://www.freepik.com/https://www .freepik.com/search?format=search&q uery=%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0% B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0 %B8%B4%E0%B8%99%E0%B9%80%E [44]
อย่างไรก็ตาม ร่างกายเราจะดูดซึมวิตามินซีได้เพียง 50% จากปริมาณ ที่เรากินไปเท่านั้น และจะอยู่ในร่างกายได้ไม่นาน เพราะจะถูกขับออกทางปัสสาวะ ดังนั้น ควรแบ่งรับประทาน เช่น กินวิตามินซี ขนาด 500 มิลลิกรัม วันละ 2-3 ครั้ง หรือจนครบขนาดที่แนะนำ แทนการกินวิตามินซี 1,000 มิลลิกรัม เพียงครั้ง เดียว นอกจากนี้ หากหวังผลในเรื่องบำรุงผิว ชะลอความเสื่อมของผิวพรรณ ก็สามารถกินวิตามินซีคู่กับคอลลาเจน หรือกลูต้าไธโอน ได้ 2. วิตามินบี กินตอนไหนดี วิตามินบีเป็นวิตามินชนิดที่ละลายในน้ำ ดังนั้น เพื่อประโยชน์สูงสุดของการกินวิตามินบี รวม วิตามินบี 12 บี 6 หรือวิตามินบีอื่น ๆ ควรกินในตอนเช้าขณะที่ท้องว่างจะดีที่สุด เพื่อให้ร่างกายดูดซึมได้ดี หรือถ้ากินตอนท้องว่าง แล้วรู้สึกระคายเคืองกระเพาะอาหาร แนะนำให้ กินระหว่างมื้ออาหารเช้า หรือหลังอาหารเช้าแทน จะช่วยกระตุ้นระบบประสาท ให้ร่างกายกระปรี้กระเปร่า พร้อมทำกิจกรรมต่าง ๆ และด้วยสรรพคุณนี้ จึงไม่ควรกินวิตามินบีตอนเย็น หรือก่อนนอน เพราะอาจทำให้นอนไม่หลับได้ 3. วิตามินอี กินตอนไหนดี วิตามินอีเป็นวิตามินที่ละลายในไขมัน หมายความว่าร่างกายจะดูดซึมวิตามินอี ได้ดีเมื่อกินร่วมกับอาหารที่มีไขมันนั่นเอง ดังนั้นควรกินวิตามินอีร่วมกับอาหารที่มี ไขมันเล็กน้อย เช่น นม โยเกิร์ต อัลมอนด์ ถั่วต่าง ๆ หรือจะกินคู่กับอะโวคาโดก็ได้ แต่สำหรับคนที่อยากผิวสวยและอยาก กินอีฟนิ่งพริมโรส (EPO) พร้อมกับวิตามินอี บอกเลยว่าเบาได้เบา เพราะทั้งสองตัวนี้คือ วิตามินอีด้วยกันทั้งคู่ หากกินคู่กันก็อาจได้ วิตามินอีเกินความต้องการของร่างกาย และอาจมากเกินไปจนส่งผลกระทบกับหัวใจแทน ดังนั้น ควรเลือกกินวิตามินอี หรืออีฟนิ่ง พริมโรส (EPO) ตัวใดตัวหนึ่งก็พอ และการกินอีฟนิ่งพริมโรส (EPO) ก็ควรกิน ร่วมกับอาหารที่มีไขมันเหมือนกับวิตามินอีเลยค่ะ ภาพจาก : https://www.freepik.com/ https://www.freepik.com/https://www .freepik.com/search?format=search&q uery=%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0% B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0 %B8%B4%E0%B8%99%E0%B9%80%E 0%B8%A1%E0%B9%87%E0%B8%94&t ype=vector [45]
4. วิตามินดี กินตอนไหนดี อีกหนึ่งชนิดวิตามินที่ละลายได้ดีในไขมัน จึงควรกินวิตามินดีระหว่าง มื้ออาหาร หรือหลังอาหารเช้าหรือเที่ยงไม่เกิน 30 นาที ซึ่งเป็นช่วงที่ร่างกาย จะเริ่มดูดซึมสารอาหาร และไขมันจากอาหารจะมาช่วยเป็นตัวทำละลาย ให้ร่างกาย ดูดซึมวิตามินดีอย่างเต็มที่มากขึ้น ทั้งนี้ ควรหลีกเลี่ยงการกินวิตามินดี ในช่วงบ่ายแก่ ๆ หรือตอนเย็น เพราะอาจรบกวนการนอนหลับได้ 5. วิตามินเอ กินตอนไหนดี วิตามินเอก็ละลายได้ดีในไขมัน ดังนั้นกินระหว่างมื้ออาหารหรือ หลังอาหารไม่เกิน 30 นาที ได้เลย 6. วิตามินเค กินตอนไหนดี หากจะกินวิตามินเคก็ควรกินระหว่างมื้ออาหารหรือหลังอาหารไม่เกิน 30 นาที เพราะเป็นวิตามินชนิดที่ละลายได้ดีในไขมันเช่นกัน 7. แคลเซียม กินตอนไหนดี สำหรับคนที่กินแคลเซียมควรดูว่าที่จะกินเป็นแคลเซียมชนิดไหน หากเป็น แคลเซียมคาร์บอเนต (Calcium carbonate) ควรกินหลังอาหารทันที เพราะแคลเซียมชนิดนี้ต้องใช้กรดในกระเพาะช่วยในการแตกตัว ส่วนคนที่กินแคลเซียมซิเตรต (Calcium citrate) ควรกินตอนท้องว่าง เพราะร่างกายจะดูดซึมได้ดีกว่า โดยเฉพาะถ้ากินคู่กับวิตามินดี แต่ทั้งนี้ก็ควรเลี่ยงกิน พร้อมยาตัวอื่น ๆ เพราะอาจไปลดการดูดซึมได้ และไม่ควรกินแคลเซียมซิเตรต พร้อมผักปริมาณมาก ๆ รวมทั้งอย่ากินแคลเซียมร่วมกับกาแฟหรือเครื่องดื่ม ที่มีคาเฟอีน เนื่องจากจะขัดขวางการดูดซึมแคลเซียมของร่างกาย [46]
อย่างไรก็ตาม แคลเซียมซิเตรตและแคลเซียมคาร์บอเนต จะมีปริมาณ แคลเซียมที่ร่างกายดูดซึมไปใช้ได้ต่างกัน โดยแคลเซียมคาร์บอเนตมีปริมาณ แคลเซียมที่ร่างกายดูดซึมได้ 40% ส่วนแคลเซียมซิเตรต มีปริมาณแคลเซียม ที่ร่างกายดูดซึมได้เพียง 21% ดังนั้นการเลือกซื้อก็ควรดูว่าร่างกายต้องการ แคลเซียมมาก-น้อยแค่ไหน ซึ่งการตรวจเลือดก็จะให้ผลที่แม่นยำที่สุดว่าร่างกาย เราขาดวิตามิน หรือสารอาหารชนิดใดบ้าง 8. ธาตุเหล็ก กินตอนไหนดี ธาตุเหล็กเป็นกลุ่มแร่ธาตุชนิดละลายน้ำ ดังนั้นควรกินธาตุเหล็กตอนท้องว่าง เพื่อให้ร่างกายดูดซึมธาตุเหล็กได้อย่างเต็มที่ และถ้าจะให้ดียิ่งขึ้นไปอีกก็แนะนำให้กิน ธาตุเหล็กร่วมกับน้ำส้ม หรืออาหารที่มีวิตามินซีสูง เพราะวิตามินซีจะเสริมให้ ร่างกายดูดซึมธาตุเหล็กได้ดีขึ้น แต่หากกินธาตุเหล็กตอนท้องว่างแล้วรู้สึกระคาย เคืองกระเพาะอาหาร ก็สามารถกินขนม หรือของว่างไขมันต่ำร่วมได้ แต่ก็ไม่ควรกิน ธาตุเหล็กร่วมกับแคลเซียม วิตามินอี และสังกะสี เพราะจะขัดขวางการดูดซึม ธาตุเหล็กของร่างกาย 9. สังกะสี Zinc กินตอนไหนดี Zinc ที่เรามักจะกินเพื่อลดสิว ผิวมัน โดยปกติควรกินตอนท้องว่างเช่นกัน เพราะ ร่างกายจะดูดซึมได้ดีที่สุด แต่หากมีหลายคน มักมีอาการระคายเคืองกระเพาะอาหาร รู้สึก คลื่นไส้ จึงแนะนำให้กิน Zinc หลังอาหารได้ แต่ไม่ควรกิน Zinc พร้อมกับธาตุเหล็กหรือ แคลเซียมนะคะ ภาพจาก : https://www.freepik.com/ https://www.freepik.com/https://www .freepik.com/search?format=search&q uery=%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0% B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0 %B8%B4%E0%B8%99%E0%B9%80%E ภาพจาก : https://plusaround.com/ [47]
10. น้ำมันปลา (Fish oil) กินตอนไหนดี น้ำมันปลาหรือ Fish oil ที่นิยมกิน เพื่อเติมกรดไขมันดีให้ร่างกาย ควรกิน หลังมื้ออาหารไม่เกิน 30 นาที เพื่อให้ ร่างกายดูดซึมน้ำมันปลาได้ดีที่สุด แต่ทั้งนี้หากป่วยและกินยาแอสไพรินอยู่ ก็ควรงดกินน้ำมันปลาด้วย เนื่องจาก ทั้งน้ำมันปลาและแอสไพรินมีฤทธิ์ช่วยให้ ไม่เกิดลิ่มเลือดจับตัวเป็นก้อน ซึ่งอาจทำให้เกิดภาวะเลือดออกง่าย หรือเลือดไหล ไม่หยุด 11. โคเอนไซม์ คิว 10 กินตอนไหนดี สำหรับโคเอนไซม์ คิว 10 (Co-enzyme Q10) ก็ละลายได้ดีในไขมัน เหมือนกับวิตามินเอ ดีอี และเค ดังนั้น จึงแนะนำให้กินหลังมื้ออาหารไม่เกิน 30 นาที ซึ่งเป็นระยะเวลาที่ร่างกายกำลังดูดซึมสารอาหารต่าง ๆ 12. Grape seed กินตอนไหนดี สารสกัดจากเมล็ดองุ่น หรือ Grape seed ควรกินในขณะท้องว่าง โดยอาจจะกินตอนเช้าหลังตื่นนอน หรือ หลังอาหาร 2 ชั่วโมง เพราะโปรตีนจาก อาหารที่เรากินเข้าไปอาจไปจับสารสำคัญ ใน Grape seed จนทำให้ร่างกาย ดูดซึมได้ไม่เต็มที่ และหากกิน Grape seed ก็ต้องงดกินยาแอสไพรินหรือยาที่มีฤทธิ์ละลายลิ่มเลือดด้วยนะคะ เพราะ Grape seed อาจไปเสริมฤทธิ์ละลายลิ่มเลือด จนเสี่ยงต่ออาการเลือดออก เยอะมาก หรือเลือดไหลไม่หยุดได้ 13. มัลติวิตามิน (Multivitamin) กินตอนไหนดี ใครที่กินมัลติวิตามิน ที่มีหลากหลายวิตามินและสารอาหารในเม็ดเดียว สามารถกินมัลติวิตามินหลังอาหารกลางวันไม่เกิน 30 นาที เพื่อลดอาหารระคายเคือง กระเพาะอาหารจากวิตามินบางตัว และเพื่อให้ไขมันจากอาหารมื้อใหญ่ในตอนเที่ยง ที่กินเข้าไปช่วยเป็นตัวละลายให้ร่างกายดูดซึมวิตามิน แร่ธาตุได้ดีขึ้นด้วย [48]