ยินดีต้อนรับพนักงานใหม่
ปฐมนิเทศพนักงานเข้าใหม่ ประวัติโรงแรม แผนผังโรงแรม ระเบียบข้อบังคับโรงแรม สวัสดิการ กองทุนสำ รองเลี้ยงชีพ
แผนผังคณะผู้บริหาร โรงแรม อันดามัน เอมแบรส ป่าตอง
วิสัยทัศน์ พันธกิจ เราปรารถนาจะเป็นองค์กรชั้นนำ ระดับ นานาชาติในธุรกิจการให้บริการ และ เป็นตัวเลือกที่ดีสำ หรับลูกค้า พนักงาน และคู่ค้าทางธุรกิจของเรา สร้างความพึงพอใจให้กับแขกผู้ มาเยือนเสมอ ด้วยแนวคิดอันมุ่ง มั่นที่จะยกระดับและส่งมอบ ประสบการณ์แห่งการบริการชั้น เลิศของ ANDAMAN EMBRACE
ประวัติโรงแรม ANDAMAN EMBRACE
โรงแรม Andaman Embrace Patong เป็นโรงแรมหรู ระดับ 5ดาว ใกล้หาดป่าตองประมาณ 500 เมตร เป็นที่พักเครือบริษัท ลิ่ม ทรัพย์ พัฒนา โรงแรม Andaman Embrace Patong ก่อตั้งขึ้นเมื่อ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2542 มีห้องพักทั้งหมด 518 ห้องนอน ตกแต่งแบบไทยร่วมสมัยที่ เพิ่งรีโนเวทมาใหม่ และสระว่ายน้ำ ทั้งหมด 6 สระ ได้แก่ สระว่ายน้ำ กลาง 1 สระ, สระว่ายน้ำ เด็กและครอบครัว 1 สระ และสระว่ายน้ำ บน ดาดฟ้า 4 สระ, ห้องอาหาร, พูลบาร์, ฟิตเนสเซ็นเตอร์ 2 แห่ง, คิดส์คลับ 2 แห่ง, พื้นที่ทำ งาน และรูฟท๊อปบาร์ ชมวิวพระอาทิตย์ตกวิวทะเล สวยงามสัมผัสประสบการณ์ของกลิ่นอายของอารยธรรมไทยท่ามกลาง ความเขียวชอุ่มอันเป็นธรรมชาติ และวิวทะเลอันดามัน AndamanEmbracePatong
แผนที่โรงแรม AndamanEmbrace Patong
ANDAMAN EMBRACE PATONG ที่อยู่ 2 ถนนหาดป่าตอง ต.ป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต
การปฏิบัติงานของพนักงาน ฝ่ายการบริก ริ าร
การปฏิบัติงานของพนักงาน ฝ่ายการบริก ริ าร
การปฏิบัติงานของพนักงาน ฝ่ายการบริก ริ าร
การปฏิบัติงานของพนักงาน ฝ่าย OFFICER HUMAN RESOURCE ACCOUNTING MARKETING
การทำ CSR ของโรงแรม กิจกรรมรณรงค์ การปลูกจิตสำ นึกในการรักษา ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตำ บลป่าตอง
การทำ CSR ของโรงแรม กิจกรรม รักป่าตอง รักษ์หาดป่าตอง
(แผนผังองค์กร)
แผนผัง โรงแรมอันดามันเอมเบรส ป่าตอง (ฉบับเต็มรูปแบบ)
แผนผัง โรงแรมอันดามันเอมเบรส ป่าตอง
แผนผัง โรงแรมอันดามันเอมเบรส ป่าตอง Front of the House & Backthe House
ระเบียบข้อบัังคับ
การรับบรรจุ และประเภทพนักงาน 1.1 มีอายุไม่เกิน 40 ปีบริบูรณ์ในวันที่บรรจุเข้าเป็นพนักงานโรงแรม เว้นแต่ในบางตําแหน่งที่มีความต้องการเป็นพิเศษ 1.2 มีสุขภาพพลานามัยสมบูรณ์ แข็งแรงไม่เป็นโรคติดต่อเรื้อรังหรือโรคที่สังคมรังเกียจ 1.3 การคัดเลือกให้เป็นพนักงานบริษัท จะต้องทดลองปฏิบัติงานระยะเวลาหนึ่ง ติดต่อกันไม่เกิน 119 วัน 1.4 นํา หลักฐานประกอบการสมัครงานตามที่บริษัทระบุมา 1.5 บริษัทสงวนไว้ซึ่งสิทธิ์ในอันที่จะเปลี่ยนแปลง หรือโยกย้ายหน้าที่การงานหรือความ รับผิดชอบของพนักงานได้ตามความเหมาะสม 1. การรับและบรรจุพนักนังาน
2.1 พนักงานทดลองงาน ได้แก่พนักงานทดลองงานรายวันหรือรายเดือนที่บริษัทแจ้งให้ทราบแต่แรกว่าให้ทดลองปฏิบัติงาน ซึ่งในช่วงของการทดลองปฏิบัติงานนั้นๆ บริษัทมีสิทธิบอกเลิกจ้างเมื่อใดก็ได้ 2.2 พนักงานประจํา ได้แก่พนักงานที่ผ่านการทดลองงานแล้วและบริษัทได้บรรจุเป็นพนักงานของบริษัท 2.3 พนักงานสัญญาจ้างพิเศษ ได้แก่พนักงานที่บริษัท ได้ว่าจ้างให้ปฏิบัติงานอันมีลักษณะงานเป็นการเฉพาะหรืองานครั้งคราวงาน งานตามฤดูกาลหรือเป็นงานหรือโครงการเฉพาะที่ไม่ใช่งานปกติของธุรกิจหรือการค้าของบริษัทซึ่งมีเงื่อนไข 2. ประเภทพนักงาน
1. วันทํางานปกติ สํานักงานใหญ่ : ทํางานสัปดาห์ละ 5 วัน จันทร์ - ศุกร์ โรงงาน : ทํางานสัปดาห์ละ 6 วัน โดยมีวันหยุด 1 วัน 2. เวลาทํางานปกติ ทํางานวันละ 8 ชั่วโมง โดยแบ่งเป็นสามประเภท คือ 2.1 งานที่ไม่ใช่งานกะ สํานักงานใหญ่ : เวลาทํางาน 08.30 น. - 17.30 น. โรงงาน : เวลาทํา งาน 08.00 น. - 17.00 น. 2.2 งานกะๆละ 8 ชั่วโมงโดยแบ่งเป็น 3 กะ คือ เช้า บ่าย ดึก กะเช้า : เวลาทํางาน 07.00 น. - 16.00 น. กะบ่าย : เวลาทํางาน 15.00 น. - 24.00 น. กะดึก : เวลาทํางาน 23.00 น. - 08.00 น. วันทำ งาน เวลาทำ งาน และเวลาพัก บริษัทกําหนดวันเวลาทํางานปกติโดยมีวันหยุดประจํา สัปดาห์ ดังนี้
2.3 งานที่กําหนดเวลาไม่แน่นอน ได้แก่ งานที่ต้องออกไปปฏิบัติงานนอกสถานที่เป็นการประจํา อาทิเช่น งานการ ตลาด งานขาย งานขนส่งลําเลียง ฯลฯ ซึ่งสภาพของงานถือว่าไม่อยู่ในข่ายที่จะกําหนดเวลาทํางานปกติที่แน่นอนได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับงานหรือผลสําเร็จของงานตามที่ได้รับมอบหมาย 2.4 บริษัทสงวนไว้ซึ่งสิทธิในอันที่จะเปลี่ยนแปลง หรือแก้ไขเวลาทํางานปกติ งานกะ หรือวันหยุดประจําสัปดาห์ ตามที่กําหนดนี้ได้ตามความจําเป็นและเหมาะสมโดยบริษัทจะปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมายแรงงาน 3. เวลาพัก กําหนดเวลาพักไว้วันละ 1 ชั่วโมง หรือรวมกันแล้วอย่างน้อยวันละ 1 ชั่วโมง งานที่ไม่ใช่งานกะ : เวลาพัก 12.00 น. - 13.00 น. งานกะ : ให้มีเวลาพักวันละ 1 ชั่วโมง หลังจากทํางานมาแล้วไม่เกิน 5 ชั่วโมง
1. วันหยุดประจําสัปดาห์ 1.1 สํานักงานใหญ่ : วันเสาร์ - วันอาทิตย์ เป็นวันหยุดประจําสัปดาห์ 1.2 โรงงาน : พนักงานที่โรงงานจะได้หยุดประจําสัปดาห์ๆ ละ 1 วัน หลังจากที่ได้ปฏิบัติงาน ติดต่อกันแล้ว6วัน โดย บริษัจะจัดวันหยุดประจํา สัปดาห์ให้พนักงาน และจะแจ้งให้ทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 3 วัน 2. วันหยุดตามประเพณี บริษัทจะจัดวันหยุดตามประเพณีไม่น้อยกว่าปีละ 13 วัน โดยรวมวันแรงงานแห่งชาติในวันหยุดดังกล่าวนี้พนักงานจะได้รับค่าจ้าง ตามปกติ ซึ่งในการนี้บริษัทจะประกาศให้พนักงานทราบล่วงหน้าเป็นปี ๆ ไป ในกรณีที่วันหยุดตามประเพณีวันใดตรงกับวันหยุดประ จํา สัปดาห์ให้เลื่อนวันหยุดตามประเพณีวันนั้นไปหยุดชดเชยในวันทํางานถัดไป วันหยุดและหลักเกณฑ์การหยุด บริษัทกําหนดให้มีวันหยุดสำ หรับพนักงาน ดังนี้
3. วันหยุดพักผ่อนประจําปี บริษัทได้กํำ หนดวันหยุดพักผ่อนประจําปี โดยพนักงานจะได้รับค่าจ้างตามปกติตามหลักเกณฑ์ต่อไปนี้ 3.1 มีอายุงานครบ 1 ปีขึ้นไปนับตั้งแต่วันเริ่มงานหยุดพักผ่อนประจํา ปีได้ปีละ 6 วัน 3.2 มีอายุงานครบ 3 ปีขึ้นไปนับตั้งแต่วันเริ่มงานหยุดพักผ่อนประจํา ปีได้ปีละ 8 วัน 3.3 มีอายุงานครบ 5 ปีขึ้นไปนับตั้งแต่วันเริ่มงาน หยุดพักผ่อนประจํา ปีได้ปีละ 10 วัน 3.4 มีอายุงานครบ 10ปีขึ้นไปนับตั้งแต่วันเริ่มงานหยุดพักผ่อนประจําปีได้ปีละ14 วัน กรณีที่พนักงานมีอายุงานครบ 3 , 5 หรือ 10 ปีบริบูรณ์ ในปีใดจะได้สิทธิเพิ่มวันหยุดพักผ่อนในปี นั้นๆ และใช้สิทธิได้จนสิ้นปีปฏิทิน บริษัทฯ จะพิจารณากําหนดวันหยุดพักผ่อนประจําปีให้กับพนักงาน โดยบริษัทจะประกาศช่วงระยะ เวลาการลาหยุดให้ทราบเป็นปีๆไป
พนักงานที่ประสงค์จะลาหยุดพักผ่อนประจําปี ต้องยื่นความจํานงค์เพื่อขออนุญาตลาหยุด พักผ่อนประจําปีเป็นลายลักษณ์อักษรล่วงหน้าต่อผู้บังคับบัญชาไม่น้อยกว่า 7วันการหยุดพัก ผ่อนประจําปีไปโดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้บังคับบัญชา ถือว่าเป็นการขาดงาน บริษัทฯไม่อนุญาตให้นําวันหยุดพักผ่อนประจําปีของปีใดปีหนึ่งสะสมไปใช้ในปีต่อไป
วันลา และหลักเกณฑ์การลา เพื่อให้พนักงานได้มีโอกาสหยุดพักรักษาสุขภาพหรือมีเวลาเพื่อไปประกอบกิจธุระส่วนตัวตามความ จํา เป็นบริษัทจึงได้กําหนดวันลาและหลักเกณฑ์การลา สําหรับพนักงานไว้ดังนี้ 1. ลาป่วย พนักงานลาป่วยอันมิใช่เนื่องจากการปฏิบัติงานให้แก่บริษัท มีสิทธิลาป่วยได้เท่าที่ป่วยจริงโดยได้รับ ค่าจ้างปีละไม่เกิน 30 วันทํางาน กรณีที่พนักงานลาป่วยตั้งแต่ 3 วันทํางานติดต่อกันพนักงานจะต้องแสดงใบรับรองแพทย์แผน ปัจจุบันพนักงานที่ไม่สามารถทํางานได้เนื่องจากประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยที่เกิดขึ้นเนื่องจากการทํา งานให้บริษัทมีสิทธิที่จะลาป่วยได้ตามคํา วินิจฉัยของแพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่ง
2. ลากิจ ในรอบปีปฏิทินหนึ่ง บริษัทอนุญาตให้พนักงานลากิจตามความจําเป็นได้ปีละไม่เกิน 3 วัน ทํา งานโดยได้รับค่าจ้าง ตามปกติ หมายเหตุ การลาป่วยที่มิใช่เกิดเนื่องจากอุบัติเหตุจากการปฏิบัติงาน ไม่ได้เป็นไปตามควาเห็นของแพทย์รวมทั้ง การลากิจนี้ บริษัทจะนํามาพิจารณาประกอบการประเมินผลการปฏิบัติงานของพนักงานด้วย 3. ลาเพื่อการคลอด 3.1 บริษัทฯอนุญาตให้พนักงานที่เป็นหญิงลาคลอดครรภ์หนึ่งได้ไม่เกิน 90 วัน โดยบริษัทจะจ่ายค่าจ้างในวันที่ลา คลอดเท่ากับค่าจ้างในวันทํางานตลอดระยะเวลาที่ลาแต่ไม่เกิน 45วันทั้งนี้วันลาคลอดให้รวมวันหยุดที่มีระหว่างวันลา ด้วย 3.2 ในกรณีพนักงานมีครรภ์และมีใบรับรองแพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่งแสดงว่าไม่อาจปฏิบัติหน้าที่เดิมได้บริษัทจะ พิจารณาเปลี่ยนแปลงหน้าที่งานใหม่ให้แก่พนักงานเป็นการชั่วคราวก่อนหรือหลังคลอดได้ตามที่บริษัทเห็นสมควร
บริษัทอาจไม่อนุญาตให้พนักงานลาเพื่อการฝึกอบรมพัฒนาความรู้ ความสามารถใน กรณีดังต่อไปนี้ - ในปีที่ลานั้นพนักงานเคยได้รับอนุญาตให้ลาเพื่อการฝึกอบรม ไม่น้อยกว่า 30 วัน หรือ 3 ครั้ง - ถ้าบริษัทพิจารณาเห็นว่าการลาของพนักงานอาจก่อให้เกิดความเสียหาย การลาเพื่อฝึกอบรมหรือพัฒนา ความรู้ ความสามารถ บริษัทจะพิจารณาจ่ายค่าจ้าง ในวันลาให้กับพนักงานเป็นกรณีๆไป 4.ลาอุปสมบทและลาพิธีการทางศาสนา บริษัทอนุญาตให้พนักงานลาอุปสมบทได้ตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้ 4.1 พนักงานที่ปฏิบัติงานครบ 1 ปีบริบูรณ์ นับตั้งแต่วันเริ่มเข้าทํางาน บริษัทอนุญาตให้ลาอุปสมบทได้ ไม่เกิน 7 วัน โดยได้รับค่าจ้างตามปกติ พนักงานที่ปฏิบัติงานครบ 2 ปีบริบูรณ์ นับตั้งแต่วันเริ่มเข้าทํางาน บริษัทอนุญาตให้ลาอุปสมบทได้ไม่เกิน 15วัน โดยได้รับค่าจ้างตามปกติ
พนักงานที่ปฏิบัติงานครบ 3 ปีบริบูรณ์ นับตั้งแต่วันเริ่มเข้าทํางาน บริษัทอนุญาตให้ลาอุปสมบทได้ไม่เกิน 90 วันหรือสามเดือน โดยบริษัทจะจ่ายค่าจ้างให้ 30 วันทํางาน 4.2 การขอลาอุปสมบทต้องยื่นใบลาต่อผู้บังคับบัญชาล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 60 วัน 4.3 พนักงานจะหยุดงานเพื่ออุปสมบทได้ต่อเมื่อได้รับอนุญาตจากผู้บังคับบัญชาเป็นลายลักษณ์อักษรแล้วนั้น อนึ่ง การลาทุกประเภทดังกล่าวข้างต้นนี้พนักงานจะต้องยื่นขออนุมัติเป็นลายลักษณ์อักษรล่วงหน้าต่อผู้ บังคับบัญชาทุกครั้ง เว้นแต่กรณีเจ็บป่วยกะทันหันซึ่งพนักงานต้องรีบแจ้งหรือติดต่อผู้บังคับบัญชา การลาทุก ประเภทหรือหยุดงานไปโดยไม่ได้รับอนุมัติจากผู้บังคับบัญชา บริษัถือว่าเป็นการขาดงานจะไม่ได้รับค่าจ้างใน วันที่ขาดงานนั้น และอาจจะถูกลงโทษตามระเบียบบริษัท
การบริหารค่าจ้าง บริษัทฯ ได้กําหนดค่าจ้างและเงินเดือนของพนักงานทุกระดับ โดยใช้องค์ประกอบ หรือปัจจัยดังต่อไปนี้เป็น เกณฑ์พิจารณา 1. ขอบเขตความรับผิดชอบของตํา แหน่งงาน 2. ความรู้ความสามารถ และผลการปฏิบัติงาน ตลอดจนความประพฤติของพนักงาน 3. สภาวะเศรษฐกิจ และอัตราค่าจ้างในธุรกิจโดยทั่วไป รวมถึงอัตราการจ้างของธุรกิจอุตสาหกรรมใน ประเภทหรือขนาดเดียว หรือใกล้เคียงกันกับธุรกิจของบริษัท 4. ลักษณะความสําคัญของงานนั้นๆในองค์กร การปรับค่าจ้าง เพื่อให้พนักงานของบริษัทได้รับค่าตอบแทนจากการทํา งานในรูปค่าจ้างที่ยุติธรรม บริษัท จึงกํา หนดนโยบายในการบริหารค่าจ้าง ดังนี้
1.การขึ้นค่าจ้างตามความสามารถในการปฏิบัติงาน การวัดความสามารถในการปฏิบัติงานของพนักงานเพื่อประกอบการพิจารณาขึ้นค่าจ้างนั้นบริษัทจะพิจารณาจาก การประเมินผลการปฎิบัติงานของพนักงานแต่ละคนที่ผู้บังคับบัญชาได้จัดทํา ขึ้นและได้รับความเห็นชอบจากผู้บังคับ บัญชาชั้นเหนือขึ้นไป อัตราหรือจํานวนค่าจ้างที่จะขึ้นแต่ละคราวนั้นบริษัทจะเป็นผู้กําหนดขึ้นตามความเหมาะสมแก่สภาวการณ์บริษัท จะขึ้นค่าจ้างให้เฉพาะพนักงานที่มีผลการปฏิบัติงานไม่ต่ํา กว่ามาตรฐานที่กํา หนดไว้ และประพฤติตนเหมาะสมกับ ระเบียบและกฎข้อบังคับของบริษัท
2. การปรับค่าจ้างในกรณีที่พนักงานได้รับการเลื่อนตําแหน่ง เมื่อพนักงานได้รับการเลื่อนตํา แหน่งให้ดํา รงตํา แหน่งที่สูงขึ้นไป ซึ่งมีความรับผิดชอบ และความสําคัญ ของงานมากขึ้นก็จะได้รับการพิจารณาปรับค่าจ้างตามสมควรแก่กรณี ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ต่างๆที่บริษัทกํา หนด 3. การกําหนดหรือเปลี่ยนแปลงค่าจ้าง การกําหนดหรือเปลี่ยนแปลงค่าจ้างของพนักงานต้องได้รับอนุมัติจากบริษัททุกครั้ง 4.ภาษีเงินได้ พนักงานเป็นผู้ออกภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สํา หรับเงินได้ที่พนักงานได้รับจากบริษัท
เงินรางวัลประจํา ปี (โบนัส) บริษัทเป็นผู้กําหนดอัตราเงินรางวัลประจําปี ซึ่งจะพิจารณาให้กับพนักงานที่ได้รับการบรรจุแล้ว เป็นปีๆไปตามความเหมาะสม ทางแต่สภาวการณ์เป็นคราวๆไปการมีสิทธิได้รับเงินรางวัลประจําปี พนักงานที่มีสิทธิได้รับเงินรางวัลประจําปี จะต้องมีสภาพเป็นพนักงานของบริษัท ณ วันที่บริษัทจ่าย เงินรางวัลประจําปี เว้นแต่บริษัทจะกําหนดไว้เป็นอย่างอื่น เงินรางวัลประจําปีบริษัทจะเป็นผู้กําหนดรายละเอียดหลักเกณฑ์ในการให้รางวัลแก่พนักงานเป็น ปีๆ ไปตามสภาวการณ์และผลกํา ไรของบริษัท
กําหนดการจ่ายค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา และค่าทํางานในวันหยุด บริษัทจะจ่ายค่าจ้าง ค่าล่วงเวลาและค่าทํางานในวันหยุดให้แก่พนักงานในสถานที่ทําการของบริษัท หรือจ่ายผ่านทางธนาคาร โดยได้รับความยินยอมจากพนักงาน กําหนดแนวปฏิบัติไว้ดังนี้ 1.1 สํานักงานใหญ่ : บริษัทจะจ่ายให้แก่พนักงานเดือนละครั้งภายในวันที่ 25 ของเดือนนั้นๆ 1.2 โรงงาน : บริษัทจะจ่ายให้แก่พนักงานเดือนละ 2 ครั้ง โดยแบ่งเป็นงวดกลางเดือนกับงวด สิ้น เดือนหรือที่เห็นว่าเหมาะสมโดยได้รับความยินยอมจากพนักงาน การจ่ายค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา และค่าทำ งานในวันหยุด
1. การทํางานล่วงเวลาและการทํางานในวันหยุด ในกรณีที่มีเหตุจําเป็นฉุกเฉินหรือเร่งด่วน ซึ่งอาจส่งผลเสียหายต่อการดําเนินธุรกิจของบริษัท หากไม่มีการทํางานโดยต่อเนื่องบริษัทจึงจําเป็นต้องให้พนักงานมาทํางานล่วงเวลาโดยจะแจ้งให้พนักงานทราบ ล่วงหน้า ทั้งนี้จะต้องได้รับความยินยอมจากพนักงานด้วย 1.1 การทํางานล่วงเวลา หมายถึงการปฏิบัติงานนอกหรือเกินจากเวลาทํางานตามปกติหรือในวันหยุด 1.2 การทํางานในวันหยุด หมายถึงการที่พนักงานได้รับคำ สั่งให้มาปฏิบัติงานในวันหยุดของ พนักงาน 2. อัตราการจ่ายค่าล่วงเวลา ค่าทํา งานในวันหยุด และค่าล่วงเวลาในวันหยุด บริษัทได้กําหนดหลักเกณฑ์การจ่ายค่าล่วงเวลา ค่าทํางานในวันหยุดและค่าล่วงเวลาในวันหยุดไว้ดังนี้
2.1 การทํางานล่วงเวลาในวันทํางานปกติ บริษัทจะจ่ายค่าล่วงเวลาให้ในอัตรา 1.5 เท่าของค่าจ้างมูลฐานโดยคํานวณตามชั่วโมงที่ทํางานล่วงเวลาในวันทํางานปกติ 2.2 การทํางานในวันหยุด 2.2.1 พนักงานรายวัน ซึ่งไม่ได้รับค่าจ้างในวันหยุดประจําสัปดาห์ บริษัทจะจ่ายค่าทํางานในวันหยุดให้ในอัตรา 2 เท่าของ ค่าจ้างมูลฐานโดยคํานวณตามจํานวนชั่วโมงที่ทํางานในวันหยุด 2.2.2 พนักงานรายวัน ซึ่งได้รับค่าจ้างในวันหยุดตามประเพณี วันหยุดพักผ่อนประจําปีมาทํางานในวันหยุดบริษัทจะจ่าย ค่าทํา งานในวันหยุดเพิ่มขึ้นในอัตรา 1 เท่าของค่าจ้างมูลฐานโดยคํา นวณตามจํานวนชั่วโมงที่ทํางานในวันหยุด 2.2.3 พนักงานรายเดือน ซึ่งได้รับค่าจ้างในวันหยุดประจําสัปดาห์วันหยุดตามประเพณีวันหยุดพักผ่อนประจําปีบริษัทจะจ่าย ค่าทํางานในวันหยุดให้เพิ่มขึ้นอีกในอัตรา 1 เท่า ของค่าจ้างมูลฐานโดยคํานวณตามจํานวนชั่วโมงที่ทํางานในวันหยุด
2.3 การทํา งานล่วงเวลาในวันหยุด กรณีที่พนักงานมาปฏิบัติงานในวันหยุดและได้ทํางานนอกเหนือจากเวลาปกติของการทํางาน บริษัท จะจ่ายค่าทํางานล่วงเวลาในวันหยุดในอัตรา3เท่าของค่าจ้างมูลฐานตามจํานวนเวลาที่ทําเกินเวลาปกติ 2.4 พนักงานที่ไม่มีสิทธิ์ได้รับค่าล่วงเวลาและค่าล่วงเวลาในหยุด 2.4.1 พนักงานซึ่งมีอํานาจหน้าที่ทําการแทนบริษัทสําหรับกรณีการจ้าง การให้บําเหน็จการลดค่าจ้างหรือ การเลิกจ้าง 2.4.2 พนักงานที่ทํา หน้าที่เฝ้าหรือดูแลสถานที่ หรือทรัพย์สินของบริษัทอันมิใช่หน้าที่การทํางานปกติ 2.4.3 พนักงานที่ทํางานนอกสถานที่ โดยสภาพของงานไม่อาจกําหนดเวลาทํางานแน่นอนได้ 2.4.4 งานอื่นๆตามที่บริษัทจะประกาศให้ทราบในโอกาสต่อไปตามที่ทางราชการจะให้กําหนดในภายหน้า 2.5 พนักงานตามข้อ 2.4.1 ไม่มีสิทธิได้รับค่าทํางานในวันหยุด
3. การจ่ายค่าจ้างในกรณีบริษัทมีความจําเป็นต้องหยุดกิจการชั่วคราว 3.1 ในกรณีที่บริษัทมีความจําเป็นต้องหยุดกิจการทั้งหมดหรือบางส่วนเป็นการชั่วคราวโดยเหตุหนึ่งเหตุใดที่มิใช่ เหตุสุดวิสัยบริษัทจะจ่ายเงินให้แก่พนักงานไม่น้อยกว่าร้อยละ 75 ของค่าจ้างในวันทํางานที่พนักงานได้รับก่อนบริษัท หยุดกิจการตลอดระยะเวลาที่บริษัทไม่ได้ให้พนักงานเข้าทํางาน 3.2 บริษัทจะแจ้งให้พนักงานและพนักงานตรวจแรงงานทราบล่วงหน้าเป็นหนังสือก่อนวันเริ่มหยุดกิจการไม่น้อย กว่า 3 วันทําการ
เพื่อเป็นการช่วยเหลือบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายบริษัทจึงได้จัดให้มีสวัสดิการสําหรับพนักงานโดย พิจารณาองค์ประกอบการจัดสวัสดิการของธุรกิจอุตสาหกรรมดังนี้ 1. กองทุนสํารองเลี้ยงชีพ บริษัทได้จัดตั้งกองทุนสํารองเลี้ยงชีพ เพื่อให้พนักงานได้สะสมเงินได้ส่วนหนึ่งไว้และบริษัทสมทบเพิ่มอีก ส่วนหนึ่งเพื่อความมั่นคงในอนาคตของพนักงานเองซึ่งหลักเกณฑ์เป็นไปตามที่บริษัทกําหนด สวัสดิการและผลประโยชน์อื่นๆ
2. ของเยี่ยมกรณีคลอดบุตร เมื่อพนักงานคลอดบุตรหรือมีบุตร บริษัทจะจัดของเยี่ยมเพื่อสร้างขวัญและกําลังใจแก่พนักงานเป็นไปตามหลักเกณฑ์ ที่บริษัทกําหนด 3. ของเยี่ยมไข้กรณีเจ็บป่วย เมื่อพนักงานเจ็บป่วยซึ่งจะต้องเข้ารับการดูแลรักษาในสถานพยาบาลตั้งแต่ 1 คืนขึ้นไป บริษัทจะส่งผู้แทนไปเยี่ยม พนักงานพร้อมทั้งของเยี่ยม 4. เงินช่วยเหลือกรณีเสียชีวิต บริษัทได้จัดสวัสดิการเงินช่วยเหลือกรณีเสียชีวิตของบุคคลในครอบครัวของพนักงาน หรือพนักงานเสียชีวิต
5. เงินยืมฉุกเฉิน บริษัทได้จัดให้มีเงินยืมฉุกเฉินเพื่อช่วยเหลือพนักงาน 6. เงินช่วยเหลือกรณีใช้พาหนะส่วนตัวในกิจการบริษัท บริษัทได้จัดสวัสดิการเงินช่วยเหลือกรณีที่พนักงานใช้รถส่วนตัวไปติดต่อ หรือทํางานให้บริษัท ตามหลักเกณฑ์ที่บริษัทกําหนด 7. เงินช่วยเหลือเนื่องจากการโยกย้ายฐาน การโยกย้ายสถานที่ทํางานใหม่ อันมีผลให้พนักงานต้องย้ายถิ่นที่อยู่บริษัทจึงจัดให้มีเงินช่วยเหลือดังกล่าว ตามหลักเกณฑ์ที่บริษัทกําหนด
8. เบี้ยขยัน บริษัทจัดให้มีเบี้ยขยันสําหรับพนักงานที่เป็นพนักงานของบริษัทเพื่อเป็นการส่งเสริมและเพิ่มขวัญกํา ลังใจในการปฏิบัติงานของพนักงาน 9. เบี้ยเลี้ยงค่าที่พัก บริษัทได้จัดให้มีเงินช่วยเหลือในกรณีที่พนักงานไปปฏิบัติงานตามคําสั่งของบริษัท เป็นการชั่วคราว ณ ที่ทํางานใหม่ 10. เครื่องแบบพนักงาน บริษัทได้จ่ายเครื่องแบบให้พนักงาน เมื่อเข้าทํางานและเมื่อครบรอบปี 11. การตรวจสุขภาพประจําปี บริษัทจะจัดตรวจสุขภาพพนักงานตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกําหนด
12. ประกันอุบัติเหตุ บริษัทได้จัดให้มีการประกันอุบัติเหตุหมู่ ไว้สําหรับพนักงานรายเดือนซึ่งจะได้รับสิทธิประโยชน์ตามที่กํา หนด ไว้ในกรมธรรม์ทุกประการ 13. อุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล จึงได้จัดให้มีอุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล อาทิเช่น รองเท้าบู๊ต ถุงมือยาง ถุงมือผ้า ผ้ายางกันน้ํา หน้ากากกันฝุ่น อุปกรณ์ลดเสียง เป็นต้น
วินัยและการลงโทษ เพื่อป้องกันการกระทําใดๆอันอาจเป็นอันตรายต่อชีวิตทรัพย์สินและชื่อเสียงทั้งของพนักงาน ครอบครัวจึงได้กําหนดวินัย และการลงโทษทางวินัยไว้ดังนี้ 1. ความประพฤติหรือการกระทํา ที่ฝ่าฝืนระเบียบวินัย พนักงานที่ประพฤติหรือกระทํา การดังต่อไปนี้ บริษัทถือว่าพนักงานได้ประพฤติผิดหรือฝ่าฝืนระเบียบวินัยของบริษัทซึ่งจะถูก พิจารณาโทษตามที่กําหนดไว้ 1.1 มาทํา งานสาย 1.2 ไม่บันทึกเวลาเข้างาน หรือเลิกงาน 1.3 ไม่ติดบัตรประจํา ตัวพนักงานในขณะอยู่ในบริเวณบริษัท
1.4 เจตนาปฏิบัติงานให้ล่าช้า นอนหรือหลับในเวลาทํางานละทิ้ง 1.5 ฝ่าฝืนละเลย หลีกเลี่ยง เพิกเฉย หรือไม่ปฏิบัติตามคําสั่งอันชอบของผู้บังคับบัญชา 1.6 แจ้ง หรือรายงานเท็จต่อบริษัทหรือต่อผู้บังคับบัญชา 1.7 กระทํา การใด ๆ อันก่อให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินของบริษัท โดยเจตนาหรือประมาท 1.8 นําเครื่องมือเครื่องใช้ หรือทรัพย์สินของบริษัทออกไปนอกสถานที่ทําการของบริษัทโดยมิได้รับอนุญาต 1.9 ใช้วัสดุเครื่องมือ หรืออุปกรณ์ของบริษัทเพื่อประโยชน์ส่วนตัวและบริษัทอื่น 1.10 เล่นเกมส์ในเครื่องคอมพิวเตอร์ทั้งในและนอกเวลางาน 1.11 ฝ่าฝืน ละเลย หลีกเลี่ยงเพิกเฉย หรือไม่ปฏิบัติตามกฎข้อบังคับหรือระเบียบการเข้า-ออก บริเวณโรงงาน / บริษัท หรือการป้องกันอุบัติหรือ ความปลอดภัยในการทํา งาน 1.12 รับประทานอาหารในสถานที่ทํางาน 1.13 เข้ามาในสถานที่ทํา งาน หรือบริเวณบริษัทในสภาพมึนเมา 1.14 แพร่ข่าวอกุศลใส่ร้าย หรือก่อให้เกิดความเข้าใจ 1.15 แสดงกริยา หรือใช้วาจา หรือขีดเขียนข้อความหยาบคาย ก้าวร้าวดูหมิ่น 1.16 ทําธุรกิจส่วนตัวและธุรกิจของบริษัทอื่นในสถานที่ทํางาน หรือบริเวณบริษัท 1.17 ทะเลาะวิวาท ทําร้าย หรือทําร้ายร่างกายซึ่งกันและกัน 1.18 ฝ่าฝืน ละเลย หลีกเลี่ยงเพิกเฉย หรือไม่ปฏิบัติตามกฎข้อบังคับหรือ ระเบียบการลา การแต่งกาย หรือเครื่องแบบ
1.19 ทําลาย แก้ไข ต่อเติม หรือเพิ่มเติมข้อความในประกาศระเบียบบันทึก หรือคําสั่งของบริษัทหรือ ประกาศของผู้อื่นซึ่งได้รับอนุญาตให้ติด ประกาศในสถานที่ทํางาน 1.20 ติดหรือแจกประกาศหรือเอกสารแผ่นปลิวในสถานที่ทํางานหรือบริเวณบริษัท 1.21 เปิดเผยข้อความ หรือเอกสารใดๆอันเป็นความลับของบริษัท 1.22 นํา อาวุธเข้ามาในบริเวณบริษัทหรือบริเวณบ้านพักที่บริษัทจัดให้โกดังสินค้าบริษัท 1.23 การกระทํา ใด ๆ อันทํา ให้เกิดผลร้ายแก่บริษัททั้งทางตรงและทางอ้อม หมายเหตุ: พนักงานที่ประพฤติผิด หรือฝ่าฝืนระเบียบวินัยดังกล่าวข้างต้นนี้ นอกจากจะได้รับโทษทางวินัยแล้ว บริษัทจะนํามาพิจารณาประกอบ การประเมินผลการปฏิบัติงานของพนักงานด้วย 2. ความประพฤติหรือการกระทํา ที่ฝ่าฝืนระเบียบวินัยขั้นร้ายแรง พนักงานที่ประพฤติ หรือกระทําการดังต่อไปนี้ บริษัทถือว่าพนักงานได้ประพฤติผิด หรือฝ่าฝืนระเบียบวินัยร้ายแรง ซึ่งบริษัทจะพิจารณาโทษ โดยการเลิกจ้างโดยไม่ได้รับค่าชดเชย ในกรณีดังต่อไปนี้ 2.1 ทุจริตต่อหน้าที่ หรือกระทํา ความผิดอาญาโดยเจตนาแก่บริษัท 2.2 จงใจทํา ให้บริษัท ได้รับความเสียหาย 2.3 ฝ่าฝืนข้อบังคับ หรือระเบียบเกี่ยวกับการทํา งานหรือคําสั่งอันชอบด้วยกฎหมายและเป็นธรรมของบริษัทและบริษัท ได้ตักเตือนเป็นหนังสือแล้ว ซึ่งหนังสือตักเตือนนั้นมีผลบังคับไม่เกิน 1ปี นับตั้งแต่วันที่ลูกจ้างได้กระทํา ความผิด เว้นแต่เป็นกรณีร้ายแรง บริษัทไม่จํา เป็นต้องตักเตือน
2.4 ขาดงาน หรือละทิ้งหน้าที่เป็นเวลา 3วันทํา งานติดต่อกันไม่ว่าจะมีวันหยุดคั่นหรือไม่ก็ตามโดยไม่มีเหตุอันสมควร 2.5 ประมาท เลินเล่อ เป็นเหตุให้บริษัทได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง 2.6 ได้รับโทษจําคุกตามคําพิพากษาถึงที่สุดให้จําคุก ความประพฤติหรือการกระทํา ดังต่อไปนี้บริษัท ถือเป็นการกระทํา ที่ ฝ่าฝืนระเบียบวินัยขั้นร้ายแรงตามข้อ 2.3 ด้วย ก) เล่นการพนัน หรือร่วมในวงการพนันทุกประเภทในสถานที่ทํางาน ข) เสพยาเสพติด หรือนํา ยาเสพติดเข้ามาในสถานที่ทํางานหรือบริเวณบริษัท ค) ทําร้ายร่างกายซึ่งกันและกัน หรือต่อผู้บังคับบัญชา หรือต่อบุคคลอื่นในสถานที่ทํางานหรือบริเวณบริษัทหรือ ภายนอกบริษัทโดยใช้อาวุธ หรือไม่ใช้อาวุธใด ๆ ก็ตาม ง) สูบบุหรี่หรือกระทําการใดๆ ให้เกิดประกายไฟ เปลวเพลิง ในบริเวณที่กํา หนดไว้เป็นเขตหวงห้ามเด็ดขาด จ) ให้ผู้อื่นบันทึกบัตรลงเวลาให้ หรือบันทึกบัตรลงเวลาแทนผู้อื่น ฉ) ลักขโมย ทรัพย์สินของบริษัท และผู้อื่น
3. การลงโทษทางวินัย ในกรณีที่พนักงานประพฤติผิด หรือฝ่าฝืนระเบียบวินัยข้างต้น บริษัทจะพิจารณาโทษตามความหนักเบาของลักษณะความผิดที่ พนักงานผู้นั้นได้ก่อขึ้น ดังนี้ 3.1 ตักเตือนด้วยวาจา 3.2 ตักเตือนเป็นลายลักษณ์อักษร 3.3 เลิกจ้าง ก) โดยได้รับค่าชดเชย ข) โดยไม่ได้รับค่าชดเชย อนึ่ง การพิจารณาลงโทษนี้ ขึ้นอยู่กับลักษณะและความหนักเบาของความผิดนั้นๆในกรณีที่มีความผิดหลายลักษณะเกิดขึ้นใน เวลาเดียวกัน ผู้บังคับบัญชาจะพิจารณาลงโทษขั้นที่สูงสุดของลักษณะความผิดนั้นลักษณะเดียว สําหรับลักษณะความผิดใดที่เกิดขึ้น นอกเหนือจากที่ระบุไว้ตามข้อ 1 และ 2 ให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้บังคับบัญชาที่จะพิจารณา หรือเทียบเคียงกันลักษณะความผิดตามที่ ได้ระบุไว้แล้ว