ว30206 ฟิสกิ ส์ 6 คำอธบิ ายรายวิชาเพิม่ เติม
ช้นั มัธยมศึกษาปที ่ี 4 - 6 กลุ่มสาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
เวลา 80 ชัว่ โมง จำนวน 2 หน่วยกิต
ศึกษาคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า สเปกตรัมคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า การโพลาไรเซชันของแสง แสงโพลาไรส์เชิงเส้น
และแผ่นโพลารอยด์ การค้นพบอิเล็กตรอน แนวคิดเกี่ยวกับแบบจำลองอะตอม สมมติฐานของพลังค์
ปรากฏการณ์โฟโตอิเล็กทริก ทวิภาวะของคลื่นและอนุภาค กัมมันตภาพรังสี การสลายกัมมันตรังสี ปฏิกิริยา
นิวเคลียร์ พลังงานนวิ เคลียร์ รังสีในธรรมชาติ การปอ้ งกันอนั ตรายและการใช้ประโยชน์จากกัมมนั ตภาพรังสี และ
พลังงานนิวเคลียร์ โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบค้นขอ้ มูล การสำรวจตรวจสอบ เพ่ือให้เกดิ ความรู้
ความเขา้ ใจ ความคดิ มคี วามสามารถในการสื่อสารสิง่ ท่เี รยี นรู้ การตดั สินใจ การนำความรู้ไปใช้ในชีวติ ประจำวนั มี
จิตวิทยาศาสตร์ จรยิ ธรรม คุณธรรมและค่านยิ มทเ่ี หมาะสม
ผลการเรียนรู้
1. อธิบายการเกิดและลักษณะเฉพาะของคล่ืนแมเ่ หล็กไฟฟ้า แสงไม่โพลาไรส์ แสงโพลาไรสเ์ ชิงเส้น และ
แผน่ โพลารอยด์
2. อธิบายการนำคลนื่ แม่เหลก็ ไฟฟ้าในช่วงความถ่ตี ่างๆ ไปประยุกต์ใช้และหลกั การทำงานของอุปกรณ์ที่
เก่ยี วข้อง
3. สืบค้นและอธิบายการสื่อสารโดยอาศัยคลืน่ แม่เหล็กไฟฟ้าในการส่งผ่านสารสนเทศ และเปรียบเทียบ
การสื่อสารดว้ ยสญั ญาณแอนะล็อกกับสญั ญาณดิจติ อล
4. อธบิ ายสมบตั ิของพลงั ค์ ทฤษฎีอะตอมของโบร์ และการเกิดเสน้ สเปกตรัมของอะตอมไฮโดรเจน รวมท้ัง
คำนวณปริมาณต่างๆ ที่เก่ียวข้อง
5. อธบิ ายปรากฎการณ์โฟโตอิเล็กทรกิ และคำนวณพลังงานโฟตอน พลงั งานจลน์ของโฟโตอเิ ล็กตรอนและ
ฟังก์ชนั งานของโลหะ
6. อธบิ ายทวภิ าวะของคล่ืนและอนภุ าค รวมท้ังอธบิ ายและคำนวณความยาวคลื่นเดอบรอยล์
7. อธิบายกมั มันภาพรังสแี ละความแตกตา่ งของรังสีแอลฟา บตี า และแกมมา
8. อธบิ ายและคำนวณ กมั มนั ตภาพของนวิ เคลียสกมั มันตรังสี รวมทงั้ คำนวณจำนวนนิวเคลียสกัมมต
ภาพรงั สที ่เี หลือจากการสลาย และครงึ่ ชีวติ
9. อธบิ ายแรงนวิ เคลยี ส เสถยี รภาพของนิวเคลยี ส และพลังานยึดเหน่ียว
10. อธิบายปฏกิ ริ ยิ านิวเคลยี ร์ ฟิชชนั และฟิวชนั รวมทัง้ คำนวณพลังงานนิวเคลยี ร์
11. อธิบายประโยชนข์ องพลังงานนวิ เคลยี รแ์ ละรังสี รวมทั้งอันตรายและการป้องกนั รงั สี
12. อธิบายการค้นคว้าวิจัยด้านฟิสกิ สอ์ นภุ าค แบบจำลองมาตรฐาน และการใชป้ ระโยชนจ์ ากการ
ค้นควา้ วิจัยด้านฟิสกิ ส์อนุภาคในด้านต่าง ๆ
รวมท้งั หมด 12 ผลการเรียนรู้
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 1
รายวชิ า ฟสิ ิกส์ 6 รหัสวิชา ว30206 ระดบั ช้นั มัธยมศึกษาปที ี่ 6
กลุม่ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ภาคเรียนท่ี 2 ปีการศึกษา 2564
หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 1 คลื่นแมเ่ หล็กไฟฟ้า เวลา 20 ชั่วโมง
เรอื่ ง ทฤษฎีคลื่นแมเ่ หล็กไฟฟ้าของแมกซ์เวลล์และการทดลองของเฮริ ตซ์ เวลา 3 ชั่วโมง
ผสู้ อน นางสาวนิลาวรรณ สระศรี โรงเรยี นกาญจนาภเิ ษกวิทยาลยั สุราษฎรธ์ านี
แนวคิดสำคัญ (สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด)
เฮริ ตซ์ได้พิสูจน์ทฤษฎีคล่ืนแม่เหล็กไฟฟ้าของแมกซ์เวลลโ์ ดยการทำให้เกิดประกายไฟฟ้ากระโดดข้ามช่อง
แคบของปลายเส้นลวดที่ต่อมาจากขดลวดที่พันรอบแกนวงแหวนเมื่อต่อแหล่งกำเนิดไฟฟ้ากระแสสลับเข้ากับ
สายอากาศที่อยู่ในแนวด่ิง ประจุไฟฟ้าในสายอากาศจะเคลื่อนที่กลับไปมาด้วยความเรง่ ในแนวด่ิง ทำให้เกิดคล่ืน
แม่เหล็กไฟฟา้ กระจายไปทกุ ทิศทางยกเว้นทศิ ท่อี ยู่แนวเดียวกบั สายอากาศ
สมบตั ขิ องคลนื่ แมเ่ หลก็ ไฟฟ้า
1. สนามไฟฟ้าและสนามแม่เหล็กมีทิศตั้งฉากซึ่งกันและกันและตั้งฉากกับทิศการเคลื่อนที่ของคล่ืน
แมเ่ หลก็ ไฟฟา้ ดังนน้ั คลนื่ แม่เหลก็ ไฟฟา้ จงึ เปน็ คลืน่ ตามขวาง
2. สนามไฟฟ้าและสนามแม่เหล็กเป็นฟังก์ชันรูปไซน์ และสนามทั้งสองจะเปลี่ยนแปลงตามเวลาด้วย
ความถี่เดยี วกนั และเฟสตรงกัน
คลนื่ ไฟฟา้ มีความถตี่ า่ ง ๆ มากมายและตอ่ เนื่องกนั เรยี กว่าสเปกตรัมคลน่ื แม่เหลก็ ไฟฟ้า คลืน่ ระบบเอเอ็ม
เปน็ การผสมคลื่นเสียงกับคล่ืนวิทยุท่ีเรียกวา่ คลืน่ พาหะแล้วทำให้แอมพลิจูดของคล่นื เปล่ยี นแปลง ส่วนคล่ืนระบบ
เอฟเอม็ เป็นการผสมคลืน่ เสียงกับคล่ืนวทิ ยุทเี่ รียกว่าคลน่ื พาหะแล้วทำให้ความถ่ีของคล่นื เปลย่ี นแปลง นอกจากนี้
ยงั มคี ลื่นทม่ี ชี ่วงความถี่ตำ่ เรยี กว่าคลืน่ ยาว และคลนื่ ความถีส่ งู กว่าน้เี รียกว่าคลนื่ ส้ัน การส่งคลนื่ ไปตามอากาศใกล้
ผิวโลกเรียกว่าคลื่นดนิ สว่ นการสง่ คลนื่ ไปสะท้อนทีช่ ัน้ บรรยากาศไอโอโนสเฟียรเ์ รยี กวา่ คลืน่ ฟา้ คลน่ื ระบบเอฟเอ็ม
จะสะทอ้ นในชนั้ ไอโอโนสเฟียร์ไดไ้ ม่ดีจงึ ต้องสง่ เป็นคลื่นดินซึง่ ส่งไดไ้ กลท่ีสุดประมาณ 80 กโิ ลเมตร ถ้าต้องการให้
สง่ ไปไกลกว่านตี้ ้องใชส้ ถานรี เี ลย์คลนื่ หรอื สง่ คล่นื ขนึ้ ไปใหด้ าวเทียมสง่ ตอ่
คล่ืนไมโครเวฟใชใ้ นเคร่อื งทำอาหาร และการส่อื สาร อปุ กรณ์ทต่ี รวจวดั คลนื่ ไมโครเวฟเรียกว่าเรดาร์ รังสี
อินฟราเรดใชใ้ นกล้องถ่ายรปู ชนดิ พเิ ศษ และในรีโมทคอนโทรล
หลักการทำงานของเคร่อื งกำเนดิ แสงเลเซอร์มี 2 แบบคือ การทำให้เกิดปรากฏการณ์ประชากรผกผัน กับ
การทำให้เกิดการแกว่งกวัดของเลเซอร์ องค์ประกอบของเลเซอร์คือ ตัวกลาง ห้องกำทอนแสง และแหล่งกำเนิด
พลงั งาน เลเซอร์มีทัง้ ชนิดแกส๊ ของแขง็ ของเหลว และไดโอด
รังสีอัลตราไวโอเลตใช้ในการฆ่าเชื้อโรค รังสีเอกซ์ใช้เร่งความเร็วของอิเล็กตรอน รังสีแกมมาใช้ในทาง
การแพทย์
มาตรฐานการเรยี นรู้/ผลการเรยี นรู้
มาตรฐานการเรียนรู้
เขาใจแรงไฟฟ้าและกฎของคูลอมบ สนามไฟฟา ศักยไฟฟา ความจุไฟฟา กระแสไฟฟ้าและกฎของโอหม
วงจรไฟฟ้ากระแสตรง พลังงานไฟฟาและกําลังไฟฟา การเปลี่ยนพลังงานทดแทน เป็นพลังงานไฟฟา สนามแม
เหล็ก แรงแมเหลก็ ท่ีกระทำกับประจไุ ฟฟ้าและกระแสไฟฟา การเหนย่ี วนาํ แมเหลก็ ไฟฟ้าและกฎของฟาราเดย ไฟฟ
ากระแสสลับ คล่ืนแมเหลก็ ไฟฟา้ และการสอ่ื สาร รวมท้ังนําความรูไปใชประโยชน
ผลการเรยี นรู้
1. อธิบายการเกิดและลักษณะเฉพาะของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า แสงไม่โพลาไรส์ แสงโพลาไรส์เชงิ เส้น และ
แผ่นโพลารอยด์
จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1. อธบิ ายการเกิดคลื่นแม่เหล็กไฟฟา้
2. อธบิ ายลักษณะเฉพาะของคลน่ื แม่เหลก็ ไฟฟ้า
สาระการเรียนรู้
ด้านความรู้
คลน่ื แม่เหล็กไฟฟา้
ด้านทักษะ/กระบวนการ
-
ด้านคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ 5. อยูอ่ ย่างพอเพยี ง
1. รักชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์ 6. มุ่งม่นั ในการทำงาน
2. ซือ่ สัตย์สจุ รติ 7. รักความเป็นไทย
3. มวี ินยั 8. มีจติ สาธารณะ
4. ใฝเ่ รยี นรู้
เบญจวถิ ีกาญจนา
1. เทิดทนู สถาบนั
2. กตญั ญู
3. บคุ ลิกดี
4. มวี ินยั
5. ให้เกียรติ
สมรรถนะทีส่ ำคัญของผู้เรียน
1. ความสามารถในการส่ือสาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการแก้ปญั หา
4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวติ
5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
จดุ เน้นสกู่ ารพฒั นาผเู้ รยี น
ความสามารถและทกั ษะที่จำเป็นในการเรียนรใู้ นศตวรรษท่ี 21 (3Rs x 8Cs x 2Ls)
R1– Reading (อา่ นออก) R2– (W)Riting (เขยี นได้) R3 – (A)Rithmetics (คดิ เลขเปน็ )
C1 - Critical Thinking and Problem Solving ( ทกั ษะด้านการคดิ อย่างมวี ิจารณญาณและทกั ษะ
ในการแก้ปญั หา)
C2 - Creativity and Innovation (ทกั ษะด้านการสร้างสรรคแ์ ละนวัตกรรม)
C3 - Cross-cultural Understanding (ทักษะด้านความเขา้ ใจตา่ งวัฒนธรรมตา่ งกระบวนทัศน์)
C4 - Collaboration, Teamwork and Leadership (ทักษะดา้ นความรว่ มมอื การทำงานเป็นทีม
และภาวะผนู้ ำ)
C5 – Communications, Information and Media Literacy (ทกั ษะดา้ นการส่ือสารสารสนเทศ
และร้เู ท่าทันสือ่ )
C6 - Computing and ICT Literacy (ทักษะดา้ นคอมพวิ เตอร์ และเทคโนโลยีสารสนเทศและการ
ส่อื สาร)
C7 - Career and Learning Skills (ทักษะอาชพี และทกั ษะการเรยี นรู้)
C8 – Compassion (ความมีเมตตากรณุ า วินัย คณุ ธรรม จรยิ ธรรม)
L1 – Learning (ทักษะการเรียนรู้) L2 – Leadership (ทกั ษะความเป็นผู้นำ)
การวดั และประเมนิ ผล วิธกี ารวัด เคร่ืองมือ เกณฑท์ ี่ใช้
ด้านความรู้ แบบประเมนิ การตอบคำถาม
สะทอ้ นความคิด ระดบั 3 ดี 3 คะแนน
ภาระงาน/ชนิ้ งาน = ทำไดท้ กุ ตวั ชว้ี ัด
แบบประเมินการสังเกต ระดับ 2 ปานกลาง 2
ตอบคำถาม สะทอ้ น ตรวจคำตอบของคำถามสะทอ้ น พฤตกิ รรมการเรยี นรู้ /การ คะแนน = ทำได้เกิน
ปฏิบตั งิ าน คร่งึ ระดบั 1 ปรับปรุง
ความคิด ความคิด ตามตวั ชวี้ ัดต่อไปนี้ 1 คะแนน = ทำไมไ่ ด้
ถึงทำไดน้ ้อยมาก
1. ความถูกตอ้ งครอบคลมุ ส่ิงทไ่ี ด้ ผ่านเกณฑ์คะแนนไม่
นอ้ ยกวา่ รอ้ ยละ 60
เรยี นรู้
2. ความสมเหตุสมผล
3. การตัง้ คำถามทีอ่ ยากรู้
กิจกรรมสบื คน้ หา ประเมินจากกิจกรรมสบื คน้ หา
ความรู้ ความรู้
ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ
ภาระงาน/ชน้ิ งาน วธิ กี ารวดั เครือ่ งมอื เกณฑท์ ใ่ี ช้
แบบการประเมินผลการ ผ่านเกณฑ์คะแนนไม่
นำเสนอผลการ ประเมินจากการนำเสนอผลการ นำเสนองาน น้อยกว่าร้อยละ 60
สบื คน้ สบื คน้
ด้านคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
ภาระงาน/ชิ้นงาน วิธีการวดั เคร่อื งมือ เกณฑท์ ่ใี ช้
แบบประเมินการสังเกต
พฤตกิ รรมระหว่าง สังเกตการทำงานของผู้เรยี น ตาม พฤตกิ รรมการเรียนรู้ /การ ผา่ นเกณฑ์คะแนนไม่
เรยี น ตวั ชี้วดั ตอ่ ไปน้ี ปฏิบตั ิงาน น้อยกวา่ รอ้ ยละ 60
- ความต้ังใจในการเรียน
- ความสนใจและการชักถาม
- การตอบคำถาม
- ทำงานทนั ตามเวลา
- มสี ่วนรว่ มในกิจกรรม
- การทำงานร่วมกับผอู้ น่ื ไดอ้ ยา่ ง
สรา้ งสรรค์
กจิ กรรมการเรยี นรู้
ใช้กระบวนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบกระบวนการสืบเสาะหาความรู้ (The 5Es of Inquiry-Based
Learning)
ชั่วโมงท่ี 1
ขนั้ ท่ี 1 ขน้ั สร้างความสนใจ
1.1 ใหน้ ักเรียนพูดรับสง่ โทรศัพทม์ ือถือ และดโู ทรทศั น์
1.2 นักเรียนทั้งหมดร่วมกนั ยกตัวอย่างการส่งคลืน่ แม่เหล็กไฟฟ้าในชวี ติ ประจำวนั ร่วมกันอภิปราย
ถงึ การแผ่คล่ืนแม่เหล็กไฟฟ้าจากสายอากาศ สเปกตรมั คล่นื แมเ่ หล็กไฟฟ้า คลน่ื วทิ ยุ คลน่ื โทรทศั น์ คลน่ื ไมโครเวฟ
รงั สีอินฟราเรด แสง รังสีอลั ตราไวโอเลต และรังสีเอกซ์ รวมทั้งการนำไปใช้ประโยชน์
1.3 ให้นักเรียนร่วมกันตั้งคำถามเกี่ยวกับสิ่งที่ต้องการรู้จากเนื้อหาที่เกี่ยวกับเรื่องทฤษฎีคล่ืน
แมเ่ หล็กไฟฟา้ ของแมกซ์เวลล์และการทดลองของเฮริ ตซ์
ขน้ั ท่ี 2 ขั้นสำรวจและค้นหา
2.1 แบง่ นักเรียนเปน็ กลุ่มละ 4 คน
2.2 นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันศึกษาการแผ่คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจากสายอากาศ สเปกตรัมคล่ืน
แม่เหล็กไฟฟา้ คลื่นวิทยุ คล่ืนโทรทัศน์ คล่ืนไมโครเวฟ รงั สีอินฟราเรด แสง รังสีอลั ตราไวโอเลต และรงั สเี อกซ์
2.3 นักเรยี นแต่ละกลุ่มอภิปรายร่วมกันถงึ การแผค่ ลื่นแม่เหลก็ ไฟฟ้าจากสายอากาศ สเปกตรัมคล่ืน
แมเ่ หลก็ ไฟฟ้า คลื่นวทิ ยุ คลืน่ โทรทัศน์ คลื่นไมโครเวฟ รงั สีอนิ ฟราเรด แสง รังสอี ัลตราไวโอเลต และรงั สีเอกซ์
ชั่วโมงที่ 2-3
ขน้ั ท่ี 3 ขน้ั อธิบายและลงข้อสรุป
3.1 นักเรียนแต่ละกลุ่มนำเสนอผลการสืบค้นการแผ่คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจากสายอากาศ สเปกตรัม
คลืน่ แมเ่ หลก็ ไฟฟา้ คล่ืนวทิ ยุ คลื่นโทรทศั น์ คลืน่ ไมโครเวฟ รงั สอี นิ ฟราเรด แสง รังสีอลั ตราไวโอเลต และรงั สเี อกซ์
3.2 นกั เรียนแตล่ ะกลุ่มได้ผลการสบื ค้นเหมือนกันหรือต่างกนั อย่างไร เพราะเหตุใด
3.3 ครตู ั้งคำถามว่า
- จากการทดลองของเฮริ ตซ์ ถ้าใช้ไฟฟ้ากระแสสลับแทนการปิดเปิดสวิตซ์ไฟฟ้ากระแสตรงจาก
แบตเตอร่ี ผลท่เี กิดขน้ึ จะเป็นอย่างไร
- สมบัติของคลน่ื แม่เหล็กไฟฟ้าเปน็ อย่างไร
- สเปกตรมั คลนื่ แม่เหลก็ ไฟฟ้าเป็นอยา่ งไร
- การส่งคลื่นวทิ ยุระบบเอเอ็มกบั เอฟเอม็ แตกต่างกันอย่างไร
- การสง่ คลนื่ โทรทศั นผ์ า่ นดาวเทยี มทำอยา่ งไร
- เรดาร์ทำงานอยา่ งไร
- เส้นใยนำแสงส่งสญั ญาณไดอ้ ย่างไร
- แสงเลเซอร์เกิดไดอ้ ย่างไร และมโี ครงสรา้ งอยา่ งไร
ข้ันท่ี 4 ขัน้ ขยายความรู้
4.1 ครูถามว่า จงเสนอแนวคดิ ในการนำความเขา้ ใจเกย่ี วกบั ทฤษฎีคล่นื แม่เหล็กไฟฟา้ ของแมกซ์เวลล์
และการทดลองของเฮริ ตซ์ไปใชป้ ระโยชน์
4.2 นักเรียนแต่ละกลุ่มรว่ มกนั สรปุ เกี่ยวกับทฤษฎีคลืน่ แม่เหลก็ ไฟฟ้าของแมกซ์เวลล์และการทดลอง
ของเฮิรตซ์
ขน้ั ท่ี 5 ขัน้ ประเมินผล
5.1 นักเรียนนำเสนอผลการสืบค้นการแผ่คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจากสายอากาศ สเปกตรัมคลื่น
แม่เหล็กไฟฟา้ คล่นื วิทยุ คลื่นโทรทศั น์ คลน่ื ไมโครเวฟ รังสีอินฟราเรด แสง รงั สอี ัลตราไวโอเลต และรงั สีเอกซ์
สอ่ื /แหล่งเรียนรู้
ส่อื การเรยี นรู้
1. หนังสือเรียน รายวิชาเพิม่ เติม ฟสิ ิกส์ ชน้ั มธั ยมศึกษาปีที่ 4-6
2. Power point เร่ือง คลื่นแมเ่ หลก็ ไฟฟ้า
แหล่งเรยี นรู้
1. อนิ เตอร์เนต็
สรปุ ผลการจดั การเรยี นรู้ ชว่ งคะแนน จำนวน (คน) คดิ เป็นรอ้ ยละ
ด้านความรู้
กลมุ่ ผเู้ รียน
ดี
ปานกลาง
ปรับปรงุ
ดา้ นทักษะ/กระบวนการ ช่วงคะแนน จำนวน (คน) คดิ เป็นร้อยละ
กลุม่ ผเู้ รยี น
ดี
ปานกลาง
ปรับปรุง
ดา้ นคุณลักษะอันพึงประสงค์
กลุม่ ผู้เรียน ช่วงระดับคุณภาพ จำนวน (คน) คิดเปน็ รอ้ ยละ
ดี 3
ปานกลาง 2
ปรับปรงุ 0-1
บนั ทกึ หลังการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้
ด้านการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………….....………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………........……………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………........…………………………………………………………………………………………………………………
ปัญหาที่พบระหวา่ งหรอื หลงั จัดกจิ กรรม
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………........……………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………........…………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………........………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ข้อเสนอแนะ
………………………………………………………………………………………………………………………………………........…………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………........………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………........……………………………………………………………………………………………
ลงช่อื .................................................ผูส้ อน
(นางสาวนลิ าวรรณ สระศรี)
............/....................../.............
การตรวจสอบและความคดิ เหน็ ของหวั หน้ากลมุ่ สาระการเรยี นรู้
สอดคลอ้ งกบั มาตรฐานและตัวชว้ี ัดของหลักสูตรฯ
กิจกรรมการเรียนรเู้ นน้ ผูเ้ รียนเปน็ สำคญั
มีการวดั และประเมินผลตามสภาพจรงิ มคี วามหลากหลายเหมาะสมกบั ผู้เรยี น
ใชส้ อื่ หรอื แหลง่ เรยี นร้ทู ท่ี นั สมยั และสง่ เสรมิ การเรียนรูไ้ ดอ้ ยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ
สอดคล้องตามจดุ เนน้ ของกระทรวงศกึ ษาธกิ าร สพฐ. และจดุ เนน้ ของโรงเรยี น
ส่งเสริมทักษะ 3Rs x 8Cs x 2Ls ส่งเสรมิ เบญจวถิ ีกาญจนา
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………........……………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………........……………………………………
ลงชื่อ..............................................................
(นางสาวทิพวลั ย์ ชอ่ สุวรรณ)
หวั หนา้ กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
การตรวจสอบและความคิดเหน็ ของหวั หน้ากลุ่มบรหิ ารวชิ าการ
ถกู ต้องตามรปู แบบของโรงเรยี น
ผ่านการนเิ ทศตรวจสอบจากหวั หนา้ กลมุ่ สาระการเรียนรู้/กรรมการนิเทศ
ก่อนใชส้ อน หลงั ใช้สอน
มบี ันทกึ หลงั จดั กจิ กรรมการเรยี นรู้
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………........
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชอ่ื ..............................................................
(นายธนพนั ธ์ เพ็งสวสั ด์ิ)
หวั หน้ากล่มุ บริหารวชิ าการ
ความคิดเห็นของรองผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………........……………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชอ่ื ....................................................................
(นางกญั จนช์ ญาณทั วงศ์จิระศกั ดิ์)
รองผ้อู ำนวยการโรงเรยี น กลุม่ บริหารงานวิชาการ
ความคิดเห็นของผ้อู ำนวยการโรงเรียน
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………........……………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่อื ....................................................................
(นางพรทิพย์ นกุ ลู กจิ )
ผูอ้ ำนวยการโรงเรียนกาญจนาภเิ ษกวทิ ยาลัย สุราษฎร์ธานี
แบบประเมนิ การตอบคำถาม สะท้อนความคิด
ครัง้ ท่ี ………… เรอ่ื ง ................................................................
วชิ า .......................... รหัสวชิ า .......................... ภาคเรียนที่…....ปกี ารศึกษา………… ชน้ั ................
ถกู ต้อง ตัวชว้ี ัด การมีสว่ นร่วม รวม
ครอบคลมุ ส่งิ ความ การตง้ั คำถาม ในการแสดง
ลำดับท่ี ชอ่ื – สกลุ ทีไ่ ด้เรียนรู้ สมเหตสุ มผล ทอ่ี ยากรู้ ความคดิ เห็น
เกณฑก์ ารประเมิน หมายถึง มพี ฤตกิ รรมในระดบั ดี
3 คะแนน ทำได้ทุกตัวชี้วดั หมายถึง มีพฤติกรรมในระดับ ปานกลาง
2 คะแนน ทำได้ 2-3 ตวั ชี้วัด หมายถงึ มพี ฤติกรรมในระดับ ปรับปรุง
1 คะแนน ทำไดน้ ้อยกวา่ 1 ตัวชว้ี ัด
ลงช่อื ................................................
(นางสาวนลิ าวรรณ สระศรี)
ครผู สู้ อน / ผู้ประเมิน
แบบประเมินการสงั เกตพฤติกรรมการเรยี นรู้ /การปฏบิ ัตงิ าน
กจิ กรรม....................................................................
พฤติกรรม
ความตั้งใจ ความสนใจ การตอบ ทำงานทนั มีสว่ น รวม 15 ผลการ
คำถาม ตามเวลา ร่วมใน คะแนน ประเมนิ
เลขท่ี ในการ และการชัก กิจกรรม
เรยี น (3) ถาม (3) (3) (3)
(3)
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
พฤตกิ รรม
ความตั้งใจ ความสนใจ การตอบ ทำงานทนั มีส่วน รวม 15 ผลการ
รว่ มใน คะแนน ประเมิน
เลขที่ ในการ และการชกั คำถาม ตามเวลา กิจกรรม
เรียน (3) ถาม (3) (3) (3) (3)
23 จำนวนนกั เรียนทีผ่ า่ นเกณฑ์การประเมนิ ร้อยละ 60
24 คิดเปน็ ร้อยละ
25
26 ดี พอใช้ ปรบั ปรุง
27 จำนวน
28 รอ้ ยละ
29
30
31
32
33
34
35
คุณภาพ
ลงชื่อ..................................ผูป้ ระเมนิ
(นางสาวนิลาวรรณ สระศรี)
เกณฑ์การประเมนิ กจิ กรรมการเรียนรู้ : สงั เกตพฤตกิ รรมการเรียนรูใ้ นชั้นเรียน/การปฏิบัตงิ าน (P)
รายการ นำ้ หนักคะแนน 15 คะแนน
1.ความต้ังใจใน 3 คือ สนใจในการเรียนไมค่ ยุ หรอื เลน่ กันในขณะเรยี น
การเรียน 2 คอื สนใจในการเรยี นคยุ กันเลก็ น้อยในขณะเรยี น
1 คือ สนใจในการเรยี นคยุ กันและเลน่ กันในขณะเรยี นเป็นบางครัง้
0 คือ ไมส่ นใจในการเรียนคุยและเล่นกันในขณะเรยี น
2.ความสนใจ 3 คอื มีการถามในหวั ข้อที่ตนไม่เข้าใจทกุ เร่อื งและกลา้ แสดงออก
และการซักถาม 2 คอื มกี ารถามในหวั ขอ้ ที่ตนไม่เข้าใจเป็นสว่ นมากและกล้าแสดงออก
1 คือ มกี ารถามในหัวข้อทต่ี นไม่เขา้ ใจเปน็ บางคร้ังและไมค่ ่อยกลา้ แสดงออก
0 คอื ไม่ถามในหัวข้อท่ีตนไมเ่ ข้าใจและไมก่ ลา้ แสดงออก
3.การตอบ 3 คือ ร่วมตอบคำถามในเรอ่ื งทีค่ รูถามและตอบคำถามถกู ทุกขอ้
คำถาม 2 คอื ร่วมตอบคำถามในเรือ่ งท่ีครูถามและตอบคำถามสว่ นมากถูก
1 คอื ร่วมตอบคำถามในเรื่องทค่ี รถู ามเปน็ บางครั้งและตอบคำถามถูกเปน็
บางครั้ง
0 คือ ไม่ตอบคำถาม
4.ทำงานทนั 3 คือ ทำงานส่งตามเวลาท่กี ำหนดและถูกต้องชัดเจน
ตามกำหนด 2 คอื ทำงานส่งตามเวลาที่กำหนดและส่วนใหญ่ถูกต้อง
เวลา 1 คอื ส่งงานชา้ และไม่ค่อยถกู ตอ้ งชดั เจน
0 คือ ส่งงานช้าและไมถ่ ูกต้อง
5.มีสว่ นร่วม 3 คือ รว่ มมือและช่วยเหลือเพ่ือนในการทำกจิ กรรม
ในกิจกรรมหรอื 2 คอื รว่ มมอื และชว่ ยเหลอื เพือ่ นเปน็ ส่วนใหญใ่ นการทำกิจกรรม
งานกลมุ่ 1 คือ ร่วมมอื และช่วยเหลอื เพื่อนในการทำกจิ กรรมเป็นบางครั้ง
0 คือ มีความรว่ มมือในขณะทำกจิ กรรม
เกณฑก์ ารประเมิน : คะแนนเตม็ 15 คะแนน มีระดับคณุ ภาพ ดังน้ี
คะแนน 11 – 15 ดี
คะแนน 6 – 10 พอใช้
คะแนน 0 – 5 ปรับปรุง
แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 2
รายวิชา ฟิสิกส์ 6 รหสั วชิ า ว30206 ระดบั ชั้นมัธยมศกึ ษาปีที่ 6
กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ภาคเรียนท่ี 2 ปีการศึกษา 2564
หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 1 คล่ืนแม่เหล็กไฟฟา้ เวลา 20 ชั่วโมง
เร่อื ง โพลาไรเซชั่นของคล่ืนแมเ่ หลก็ ไฟฟ้า เวลา 3 ชัว่ โมง
ผสู้ อน นางสาวนลิ าวรรณ สระศรี โรงเรยี นกาญจนาภิเษกวทิ ยาลยั สุราษฎร์ธานี
แนวคดิ สำคัญ (สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด)
คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่เปลี่ยนแปลงทิศกลับไปกลับมาในแนวเดียวเรียกว่าคลื่นโพลาไรส์ ระนาบการ
เปลีย่ นแปลงทิศกลับไปกลับมาเรียกว่าโพลาไรสเ์ ซชันของคลน่ื แนวทตี่ ัง้ ฉากกับแนวการเรียงตวั ของโมเลกุลโพลา
รอยดเ์ รยี กว่าทศิ ของโพลาไรซ์ แสงจากดวงอาทติ ยแ์ ผไ่ ปไดท้ กุ ทิศทางจงึ เปน็ แสงไมโ่ พลาไรส์
การสร้างแสงโพลาไรส์
1. ให้แสงผา่ นแผน่ โพลารอยด์ สมบัติของแสงโพลาไรสท์ ไ่ี ดม้ ีดังนี้
1.1 แสงทสี่ นามไฟฟา้ มีทิศขนานกบั ทศิ ของโพลาไรซส์ ามารถผ่านแผ่นโพลารอยดไ์ ด้
1.2 แสงที่สนามไฟฟ้ามิทิศตั้งฉากกับทิศของโพลาไรซ์จะถูกแผ่นโพลารอยด์ดูดกลืนเม่ือแสงไมโ่ พลา
ไรสผ์ า่ นแผน่ โพลารอยดจ์ ะออกมาเป็นแสงโพลาไรซ์ เปน็ การทำแสงโพลาไรซโ์ ดยการดูดกลืนแสง
2. ใช้วิธกี ารสะท้อนแสงทีผ่ ิวแก้วน้ำหรอื กระเบอ้ื งด้วยมมุ ตกกระทบคา่ หนง่ึ เรียกว่ามมุ บรูสเตอร์
3. ใชว้ ธิ กี ารผา่ นแสงเขา้ ไปในผลึกแคลไซตห์ รอื ควอตซแ์ ลว้ หกั เหออกมาเป็นแสงโพลาไรซ์
4. ใหแ้ สงผา่ นอากาศแล้วเกิดการกระเจิงแสง อิเลก็ ตรอนทีเ่ คลื่อนท่ีในแนวระดบั จะทำใหเ้ กดิ แสงโพลาไรซ์
ในแนวระดับ อเิ ลก็ ตรอนทเี่ คล่ือนที่ในแนวด่ิงจะทำให้เกิดแสงโพลาไรซ์ในแนวดิง่ ซ่งึ สามารถตรวจสอบได้จากการ
มองผ่านแผ่นโพลารอยด์
มาตรฐานการเรยี นรู้/ผลการเรยี นรู้
มาตรฐานการเรยี นรู้
เขาใจแรงไฟฟา้ และกฎของคูลอมบ สนามไฟฟา ศักยไฟฟา ความจุไฟฟา กระแสไฟฟา้ และกฎของโอหม
วงจรไฟฟ้ากระแสตรง พลังงานไฟฟาและกําลังไฟฟา การเปลี่ยนพลังงานทดแทน เป็นพลังงานไฟฟา สนามแม
เหล็ก แรงแมเหล็กทก่ี ระทำกบั ประจไุ ฟฟา้ และกระแสไฟฟา การเหนย่ี วนําแมเหลก็ ไฟฟ้าและกฎของฟาราเดย ไฟฟ
ากระแสสลบั คลน่ื แมเหลก็ ไฟฟ้าและการสือ่ สาร รวมท้งั นาํ ความรูไปใชประโยชน
ผลการเรยี นรู้
1. อธิบายการเกิดและลักษณะเฉพาะของคล่ืนแม่เหล็กไฟฟ้า แสงไม่โพลาไรส์ แสงโพลาไรส์เชิงเส้น และ
แผน่ โพลารอยด์
จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1. อธิบายโพลาไรเซชันของแสง แสงไม่โพลาไรสแ์ ละแสงโพลาไรส์เชงิ เส้น
2. สงั เกตความสว่างของแสงเม่ือผ่านแผนโ่ พลารอยด์สองแผน
สาระการเรยี นรู้
ด้านความรู้
โพลาไรเซชันของแสง
ด้านทกั ษะ/กระบวนการ
-
ดา้ นคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ 5. อยอู่ ยา่ งพอเพยี ง
1. รกั ชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์ 6. มงุ่ ม่ันในการทำงาน
2. ซ่อื สัตย์สุจรติ 7. รักความเป็นไทย
3. มวี ินยั 8. มีจิตสาธารณะ
4. ใฝเ่ รียนรู้
เบญจวถิ ีกาญจนา
1. เทิดทนู สถาบัน
2. กตัญญู
3. บคุ ลกิ ดี
4. มวี ินยั
5. ให้เกยี รติ
สมรรถนะทีส่ ำคญั ของผ้เู รยี น
1. ความสามารถในการสือ่ สาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการแก้ปญั หา
4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต
5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
จดุ เนน้ สกู่ ารพัฒนาผเู้ รียน
ความสามารถและทกั ษะท่ีจำเปน็ ในการเรียนรูใ้ นศตวรรษท่ี 21 (3Rs x 8Cs x 2Ls)
R1– Reading (อา่ นออก) R2– (W)Riting (เขยี นได้) R3 – (A)Rithmetics (คดิ เลขเป็น)
C1 - Critical Thinking and Problem Solving ( ทักษะดา้ นการคิดอยา่ งมวี ิจารณญาณและทกั ษะ
ในการแกป้ ัญหา)
C2 - Creativity and Innovation (ทกั ษะด้านการสร้างสรรค์และนวัตกรรม)
C3 - Cross-cultural Understanding (ทักษะด้านความเขา้ ใจต่างวฒั นธรรมต่างกระบวนทัศน์)
C4 - Collaboration, Teamwork and Leadership (ทกั ษะดา้ นความรว่ มมอื การทำงานเปน็ ทมี
และภาวะผ้นู ำ)
C5 – Communications, Information and Media Literacy (ทกั ษะด้านการส่ือสารสารสนเทศ
และรูเ้ ทา่ ทันสือ่ )
C6 - Computing and ICT Literacy (ทักษะดา้ นคอมพวิ เตอร์ และเทคโนโลยีสารสนเทศและการ
สื่อสาร)
C7 - Career and Learning Skills (ทกั ษะอาชพี และทกั ษะการเรียนร)ู้
C8 – Compassion (ความมีเมตตากรณุ า วินยั คณุ ธรรม จริยธรรม)
L1 – Learning (ทักษะการเรยี นรู้) L2 – Leadership (ทกั ษะความเป็นผู้นำ)
การวดั และประเมนิ ผล วิธกี ารวัด เคร่อื งมอื เกณฑท์ ใี่ ช้
ด้านความรู้ แบบประเมิน การตอบคำถาม
สะท้อนความคดิ ระดับ 3 ดี 3 คะแนน
ภาระงาน/ชน้ิ งาน = ทำไดท้ กุ ตวั ชว้ี ัด
แบบการประเมินผลการ ระดบั 2 ปานกลาง 2
ตอบคำถาม สะท้อน ตรวจคำตอบของคำถามสะทอ้ น นำเสนองาน คะแนน = ทำได้เกนิ
ครึง่ ระดับ 1 ปรบั ปรุง
ความคดิ ความคิด ตามตัวชวี้ ัดตอ่ ไปน้ี 1 คะแนน = ทำไมไ่ ด้
ถงึ ทำไดน้ ้อยมาก
1. ความถูกต้องครอบคลุมส่งิ ทไี่ ด้ ผ่านเกณฑ์คะแนนไม่
นอ้ ยกว่าร้อยละ 60
เรยี นรู้
2. ความสมเหตุสมผล
3. การตง้ั คำถามที่อยากรู้
นำเสนอผลการศึกษา ประเมนิ จากการนำเสนอผล
ความสว่างของแสง การศึกษาความสว่างของแสงเมื่อ
เมื่อผ่านแผ่นโพลา ผา่ นแผ่นโพลารอยด์ และการ
รอยด์ และการ
ตรวจสอบโพลาไรเซ ตรวจสอบโพลาไรเซชันของแสง
ชนั ของแสง
ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ
ภาระงาน/ช้ินงาน วิธีการวดั เครอ่ื งมือ เกณฑ์ท่ใี ช้
ผ่านเกณฑ์คะแนนไม่
นำเสนอผลการศกึ ษา ประเมนิ จากการนำเสนอผล แบบการประเมนิ ผลการ นอ้ ยกวา่ ร้อยละ 60
ความสว่างของแสง การศึกษาความสว่างของแสงเมอ่ื นำเสนองาน ผ่านเกณฑ์คะแนนไม่
นอ้ ยกว่ารอ้ ยละ 60
เมอ่ื ผ่านแผ่นโพลา ผา่ นแผ่นโพลารอยด์ และการ
รอยด์ และการ ตรวจสอบโพลาไรเซชันของแสง
ตรวจสอบโพลาไรเซ
ชนั ของแสง
กจิ กรรม ความสวา่ ง ประเมนิ จากการทำกจิ กรรม ความ แบบบันทึกผลการปฏิบตั ิการ
ของแสงเม่ือผ่านแผน่ สวา่ งของแสงเม่อื ผา่ นแผน่ โพลา ทดลอง
โพลารอยด์ รอยด์
ดา้ นคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์
ภาระงาน/ช้นิ งาน วิธกี ารวดั เครื่องมอื เกณฑ์ทใ่ี ช้
แบบประเมินการสังเกต
พฤติกรรมระหวา่ ง สงั เกตการทำงานของผู้เรยี น ตาม พฤติกรรมการเรยี นรู้ /การ ผา่ นเกณฑ์คะแนนไม่
เรยี น ตวั ชว้ี ัด ต่อไปนี้ ปฏบิ ตั งิ าน น้อยกวา่ ร้อยละ 60
- ความต้งั ใจในการเรียน
- ความสนใจและการชกั ถาม
- การตอบคำถาม
- ทำงานทนั ตามเวลา
- มีสว่ นร่วมในกจิ กรรม
- การทำงานร่วมกบั ผ้อู ่นื ได้อย่าง
สร้างสรรค์
กจิ กรรมการเรยี นรู้
ใช้กระบวนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบกระบวนการสืบเสาะหาความรู้ (The 5Es of Inquiry-Based
Learning)
ชว่ั โมงที่ 1-2
ขัน้ ท่ี 1 ขัน้ สรา้ งความสนใจ
1.1 นักเรียนทั้งหมดร่วมกันยกตัวอยา่ งการส่งคลืน่ แม่เหล็กไฟฟ้าในชีวิตประจำวัน ร่วมกันอภปิ ราย
ถงึ โพลาไรเซชนั ของแสง รวมท้ังการนำไปใช้ประโยชน์
1.2 ใหน้ ักเรียนร่วมกันคำถามเก่ยี วกบั ส่ิงท่ีตอ้ งการรู้ จากเนื้อหาทีเ่ กย่ี วกบั เรอ่ื งโพลาไรเซช่ันของคล่ืน
แม่เหล็กไฟฟา้
ขัน้ ท่ี 2 ขน้ั สำรวจและคน้ หา
2.1 แบง่ นกั เรียนเป็นกล่มุ ละ 4 คน
2.2 นกั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ ร่วมกนั ศึกษาความสว่างของแสงเมอ่ื ผ่านแผ่นโพลารอยด์ และการตรวจสอบ
โพลาไรเซชันของแสง
2.3 นักเรียนแต่ละกลุ่มอภิปรายร่วมกันถึงความสว่างของแสงเมื่อผ่านแผ่นโพลารอยด์ และการ
ตรวจสอบโพลาไรเซชนั ของแสง
2.4 นกั เรยี นสรุปใจความสำคญั จากการศึกษาเปน็ ผลงาน 1 งาน
ชั่วโมงท่ี 3
ขน้ั ท่ี 3 ขนั้ อธบิ ายและลงข้อสรปุ
3.1 นักเรียนแต่ละกลุ่มนำเสนอผลการศึกษาความสว่างของแสงเมื่อผ่านแผ่นโพลารอยด์ และการ
ตรวจสอบโพลาไรเซชันของแสง
3.2 นกั เรียนแต่ละกลุ่มไดผ้ ลการศึกษาเหมือนกันหรือต่างกันอยา่ งไร เพราะเหตใุ ด
3.3 ครตู ้ังคำถามวา่
- ความสว่างของแสงซง่ึ ผา่ นแผ่นโพลารอยด์ 1 แผ่นต่างจากความสวา่ งของแสงขณะไม่มี
แผน่ โพลารอยดก์ ้ันหรือไม่
- เมอื่ หมุนแผ่โพลารอยด์ 1 แผน่ ไปจนครบ 1 รอบ ความสว่างของแสงที่ผ่านออกมาแต่
ละขณะแตกต่างกันหรือไม่
- ความสว่างขแงแสงที่ผ่านแผ่นโพลารอยด์ 2 แผ่น ซึ่งประกบกัน เปลี่ยนแปลงหรือไม่
อย่างไร เมือ่ หมุนแผ่นโพลารอยด์แผ่นหนึ่งไปจนครบ 1 รอบ
- มุมระหวา่ งแผ่นโพลารอยดท์ ั้งสองสัมพันธกับความสว่างของแสงทีผ่ ่านออกมาอย่างไร
- แสงจากวตั ถใุ ดบา้ งทีใ่ หค้ วามสวา่ งคงตัว เพราะเหตุใด
- แสงจากวตั ถุใดบา้ งทค่ี วามสวา่ งเปลยี่ นแปลง เพราะเหตใุ ด
- ถา้ ตอ้ งการทราบว่าแสงมีโพลาไรเซชันหรอื ไม่ จะมวี ธิ ีตรวจสอบได้อยา่ งไร
3.4 นักเรียนทั้งหมดร่วมกันสรุปผลจากการศึกษาความสว่างของแสงเม่ือผ่านแผ่นโพลารอยด์ และ
การตรวจสอบโพลาไรเซชันของแสง
ช่วั โมงท่ี 4
ขั้นท่ี 4 ขน้ั ขยายความรู้
4.1 ครใู ห้นกั เรยี นแบ่งกลมุ่ 4-5 เพอ่ื ทำกจิ กรรม ความสวา่ งของแสงเมื่อผ่านแผน่ โพลารอยด์
4.2 ครูช้แี จงการทำกจิ กรรม
1. จุดประสงค์ เพ่ือศกึ ษาความสว่างของแสงเมื่อผา่ นแผ่นโพลารอยด์
4.3 นักเรียนลงมือทำกิจกรรมและบันทึกผลกิจกรรม ลงในใบกิจกรรมความสว่างของแสงเมื่อผ่าน
แผน่ โพลารอยด์ ใชเ้ วลา 25 นาที
4.4 นักเรยี นแต่ละกลุ่ม นำเสนอผลการทดลอง ความสว่างของแสงเมอ่ื ผ่านแผน่ โพลารอยด์
4.5 ครแู ละนักเรียนรว่ มกันอภิปราย ผลการทดลอง จนได้ข้อสรปุ
“จนสรปุ ได้ว่า แสงท่ีผ่านแผ่นโพลารอยด์ 1 แผ่น ความสว่างจะลดลง เมื่อหมนุ แผ่น โพลารอยด์
ยงั มีความสวา่ งคงตัว เมอื่ นำาแผน่ โพลารอยดอ์ กี หน่งึ แผ่นมาซ้อนแล้วหมนุ ตำแหนง่ ของแผ่นโพลารอยด์ท่ี 2 ท่ีแสง
มคี วามสว่างมากทส่ี ดุ กบั ตำแหนง่ ที่แสงมีความสว่างน้อยท่ีสุด เปน็ มุม ต่างกนั 90 องศา
ครูถามว่า จงเสนอแนวคิดในการนำความเข้าใจเก่ียวกับทฤษฎีคลื่นแม่เหลก็ ไฟฟา้ ของแมกซเ์ วลล์และการทดลอง
ของเฮิรตซ์ไปใชป้ ระโยชน์
4.2 นักเรียนแตล่ ะกลุม่ ร่วมกันสรปุ เกี่ยวกับทฤษฎีคล่นื แมเ่ หลก็ ไฟฟ้าของแมกซ์เวลล์และการทดลอง
ของเฮริ ตซ์
ขั้นท่ี 5 ขนั้ ประเมินผล
5.1 นักเรียนแต่ละกลุ่มนำเสนอผลการศึกษาความสว่างของแสงเมื่อผ่านแผ่นโพลารอยด์ และการ
ตรวจสอบโพลาไรเซชันของแสง
5.2 นักเรียนทำกิจกรรม ความสว่างของแสงเมอื่ ผา่ นแผ่นโพลารอยด์
5.3 นักเรียนส่งใบกิจกรรม ความสว่างของแสงเมื่อผ่านแผน่ โพลารอยด์
ส่อื /แหล่งเรยี นรู้
ส่ือการเรยี นรู้
1. หนงั สอื เรยี น รายวชิ าเพมิ่ เตมิ ฟิสิกส์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4-6
2. ใบกิจกรรม ความสวา่ งของแสงเมือ่ ผ่านแผน่ โพลารอยด์
3. Power point เร่อื ง คลนื่ แม่เหล็กไฟฟ้า
แหล่งเรยี นรู้
1. อนิ เตอรเ์ นต็
สรปุ ผลการจดั การเรยี นรู้ ชว่ งคะแนน จำนวน (คน) คดิ เป็นรอ้ ยละ
ด้านความรู้
กลมุ่ ผเู้ รียน
ดี
ปานกลาง
ปรับปรงุ
ดา้ นทักษะ/กระบวนการ ช่วงคะแนน จำนวน (คน) คดิ เป็นร้อยละ
กลุม่ ผเู้ รยี น
ดี
ปานกลาง
ปรับปรุง
ดา้ นคุณลักษะอันพึงประสงค์
กลุม่ ผู้เรียน ช่วงระดับคุณภาพ จำนวน (คน) คิดเปน็ รอ้ ยละ
ดี 3
ปานกลาง 2
ปรับปรงุ 0-1
บนั ทกึ หลงั การจดั กิจกรรมการเรยี นรู้
ด้านการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………….....………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………........……………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………........…………………………………………………………………………………………………………………
ปญั หาที่พบระหวา่ งหรอื หลังจัดกจิ กรรม
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………........……………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………........…………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………........………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ขอ้ เสนอแนะ
………………………………………………………………………………………………………………………………………........…………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………........………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………........……………………………………………………………………………………………
ลงช่ือ.................................................ผู้สอน
(นางสาวนิลาวรรณ สระศรี)
............/....................../.............
การตรวจสอบและความคดิ เหน็ ของหวั หน้ากลมุ่ สาระการเรยี นรู้
สอดคลอ้ งกบั มาตรฐานและตัวชว้ี ัดของหลักสูตรฯ
กิจกรรมการเรียนรเู้ นน้ ผูเ้ รียนเปน็ สำคญั
มีการวดั และประเมินผลตามสภาพจรงิ มคี วามหลากหลายเหมาะสมกบั ผู้เรยี น
ใชส้ อื่ หรอื แหลง่ เรยี นร้ทู ท่ี นั สมยั และสง่ เสรมิ การเรียนรูไ้ ดอ้ ยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ
สอดคล้องตามจดุ เนน้ ของกระทรวงศกึ ษาธกิ าร สพฐ. และจดุ เนน้ ของโรงเรยี น
ส่งเสริมทักษะ 3Rs x 8Cs x 2Ls ส่งเสรมิ เบญจวถิ ีกาญจนา
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………........……………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………........……………………………………
ลงชื่อ..............................................................
(นางสาวทิพวลั ย์ ชอ่ สุวรรณ)
หวั หนา้ กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
การตรวจสอบและความคิดเหน็ ของหวั หน้ากลุ่มบรหิ ารวชิ าการ
ถกู ต้องตามรปู แบบของโรงเรยี น
ผ่านการนเิ ทศตรวจสอบจากหวั หนา้ กลมุ่ สาระการเรียนรู้/กรรมการนิเทศ
ก่อนใชส้ อน หลงั ใช้สอน
มบี ันทกึ หลงั จดั กจิ กรรมการเรยี นรู้
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………........
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชอ่ื ..............................................................
(นายธนพนั ธ์ เพ็งสวสั ด์ิ)
หวั หน้ากล่มุ บริหารวชิ าการ
ความคิดเห็นของรองผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………........……………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชอ่ื ....................................................................
(นางกญั จนช์ ญาณทั วงศ์จิระศกั ดิ์)
รองผ้อู ำนวยการโรงเรยี น กลุม่ บริหารงานวิชาการ
ความคิดเห็นของผ้อู ำนวยการโรงเรียน
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………........……………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่อื ....................................................................
(นางพรทิพย์ นกุ ลู กจิ )
ผูอ้ ำนวยการโรงเรียนกาญจนาภเิ ษกวทิ ยาลัย สุราษฎร์ธานี
บทท่ี 1 คล่ืนแม่เหล็กไฟฟ้า รายวิชา ฟิสิกส์ 6
กิจกรรม เรอื่ ง ความสวา่ งของแสงเมือ่ ผ่านแผน่ โพลารอยด์
จุดประสงค์
1. เพือ่ ศึกษาความสว่างของแสงเมื่อผ่านแผ่นโพลารอยด์
วสั ดแุ ละอุปกรณ์
1. แผ่นโพลารอยด์ 2 แผน่
2. หม้อแปลงโวลต์ต่ำา 1 เคร่อื ง
3. สายไฟ 2 เส้น
4. กลอ่ งแสง 1 กล่อง
บนั ทึกผลการทดลอง
แบบประเมนิ การตอบคำถาม สะท้อนความคิด
ครัง้ ท่ี ………… เรอ่ื ง ................................................................
วชิ า .......................... รหัสวชิ า .......................... ภาคเรียนที่…....ปกี ารศึกษา………… ชน้ั ................
ถกู ต้อง ตัวชว้ี ัด การมีสว่ นร่วม รวม
ครอบคลมุ ส่งิ ความ การตง้ั คำถาม ในการแสดง
ลำดับท่ี ชอ่ื – สกลุ ทีไ่ ด้เรียนรู้ สมเหตสุ มผล ทอ่ี ยากรู้ ความคดิ เห็น
เกณฑก์ ารประเมิน หมายถึง มพี ฤตกิ รรมในระดบั ดี
3 คะแนน ทำได้ทุกตัวชี้วดั หมายถึง มีพฤติกรรมในระดับ ปานกลาง
2 คะแนน ทำได้ 2-3 ตวั ชี้วัด หมายถงึ มพี ฤติกรรมในระดับ ปรับปรุง
1 คะแนน ทำไดน้ ้อยกวา่ 1 ตัวชว้ี ัด
ลงช่อื ................................................
(นางสาวนลิ าวรรณ สระศรี)
ครผู สู้ อน / ผู้ประเมิน
แบบประเมนิ การสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้ /การปฏบิ ตั ิงาน
กิจกรรม....................................................................
พฤตกิ รรม
ความตั้งใจ ความสนใจ การตอบ ทำงานทัน มีส่วน รวม 15 ผลการ
คำถาม ตามเวลา รว่ มใน คะแนน ประเมิน
เลขท่ี ในการ และการชกั กิจกรรม
เรียน (3) ถาม (3) (3) (3)
(3)
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
พฤตกิ รรม
ความต้ังใจ ความสนใจ การตอบ ทำงานทัน มสี ่วน รวม 15 ผลการ
ร่วมใน คะแนน ประเมิน
เลขที่ ในการ และการชัก คำถาม ตามเวลา กิจกรรม
เรียน (3) ถาม (3) (3) (3) (3)
22 จำนวนนกั เรยี นท่ผี า่ นเกณฑก์ ารประเมนิ ร้อยละ 60
23 คดิ เปน็ ร้อยละ
24
25 ดี พอใช้ ปรบั ปรงุ
26 จำนวน
27 ร้อยละ
28
29
30
31
32
33
34
35
คุณภาพ
ลงชอ่ื ..................................ผ้ปู ระเมิน
(นางสาวนิลาวรรณ สระศรี)
เกณฑ์การประเมนิ กจิ กรรมการเรียนรู้ : สงั เกตพฤตกิ รรมการเรียนรูใ้ นชั้นเรียน/การปฏิบัตงิ าน (P)
รายการ นำ้ หนักคะแนน 15 คะแนน
1.ความต้ังใจใน 3 คือ สนใจในการเรียนไมค่ ยุ หรอื เลน่ กันในขณะเรยี น
การเรียน 2 คอื สนใจในการเรยี นคยุ กันเลก็ น้อยในขณะเรยี น
1 คือ สนใจในการเรยี นคยุ กันและเลน่ กันในขณะเรยี นเป็นบางครัง้
0 คือ ไมส่ นใจในการเรียนคุยและเล่นกันในขณะเรยี น
2.ความสนใจ 3 คอื มีการถามในหวั ข้อที่ตนไม่เข้าใจทกุ เร่อื งและกลา้ แสดงออก
และการซักถาม 2 คอื มกี ารถามในหวั ขอ้ ที่ตนไม่เข้าใจเป็นสว่ นมากและกล้าแสดงออก
1 คือ มกี ารถามในหัวข้อทต่ี นไม่เขา้ ใจเปน็ บางคร้ังและไมค่ ่อยกลา้ แสดงออก
0 คอื ไม่ถามในหัวข้อท่ีตนไมเ่ ข้าใจและไมก่ ลา้ แสดงออก
3.การตอบ 3 คือ ร่วมตอบคำถามในเรอ่ื งทีค่ รูถามและตอบคำถามถกู ทุกขอ้
คำถาม 2 คอื ร่วมตอบคำถามในเรือ่ งท่ีครูถามและตอบคำถามสว่ นมากถูก
1 คอื ร่วมตอบคำถามในเรื่องทค่ี รถู ามเปน็ บางครั้งและตอบคำถามถูกเปน็
บางครั้ง
0 คือ ไม่ตอบคำถาม
4.ทำงานทนั 3 คือ ทำงานส่งตามเวลาท่กี ำหนดและถูกต้องชัดเจน
ตามกำหนด 2 คอื ทำงานส่งตามเวลาที่กำหนดและส่วนใหญ่ถูกต้อง
เวลา 1 คอื ส่งงานชา้ และไม่ค่อยถกู ตอ้ งชดั เจน
0 คือ ส่งงานช้าและไมถ่ ูกต้อง
5.มีสว่ นร่วม 3 คือ รว่ มมือและช่วยเหลือเพ่ือนในการทำกจิ กรรม
ในกิจกรรมหรอื 2 คอื รว่ มมอื และชว่ ยเหลอื เพือ่ นเปน็ ส่วนใหญใ่ นการทำกิจกรรม
งานกลมุ่ 1 คือ ร่วมมอื และช่วยเหลอื เพื่อนในการทำกจิ กรรมเป็นบางครั้ง
0 คือ มีความรว่ มมือในขณะทำกจิ กรรม
เกณฑก์ ารประเมิน : คะแนนเตม็ 15 คะแนน มีระดับคณุ ภาพ ดังน้ี
คะแนน 11 – 15 ดี
คะแนน 6 – 10 พอใช้
คะแนน 0 – 5 ปรับปรุง
แบบบนั ทกึ ผลการปฏบิ ตั ิการทดลอง
ชอื่ กจิ กรรม..............................................................
การวางแผน การ ความ การ ผลการประเมิน
กลุ่มท่/ี วิธีดำเนินการ ปฏบิ ัตกิ าร คล่องแคลว่ นำเสนอ
เลขท่ี ทดลอง ทดลอง ในการทำ
การทดลอง รวม ผ่าน ไมผ่ ่าน ระดบั
คณุ ภาพ
(4) (4) (4) (4) (16)
1
2
3
4
2
2
3
4
3
2
3
4
5
4
2
3
4
5
2
3
4
5
การวางแผน การ ความ การ ผลการประเมนิ
รวม ผ่าน ไม่ผา่ น ระดับ
กลมุ่ ที่/ วธิ ดี ำเนนิ การ ปฏบิ ัติการ คล่องแคลว่ นำเสนอ
เลขท่ี ทดลอง ทดลอง ในการทำ คุณภาพ
การทดลอง (16)
(4) (4) (4) (4) ปรับปรงุ
6
2
3
4
7
2
3
4
8
2
3
4
จำนวนนกั เรียนที่ผา่ นเกณฑ์การประเมินร้อยละ 60
คดิ เป็นรอ้ ยละ
ดี พอใช้
คณุ ภาพ
ลงชือ่ ..................................ผู้ประเมิน
(นางสาวนิลาวรรณ สระศร)ี
เกณฑ์การประเมนิ ผลการปฏิบตั กิ ารทดลอง (P)
รายการ นำ้ หนักคะแนน 16 คะแนน
1.การวางแผน 4 คือ วางแผนการทดลองและออกแบบการทดลองได้ถูกต้อง เหมาะสมกับ
วธิ กี าร
ดำเนนิ การ เวลา สามารถเลอื กใช้เครอ่ื งมอื และวัสดอุ ุปกรณใ์ นการทดลองไดถ้ กู ตอ้ ง
ทดลอง เหมาะสม ครบถว้ น
3 คอื วางแผนการทดลองและออกแบบการทดลองไดถ้ กู ต้องและเหมาะสมกับ
2.การ เวลา แต่การเลือกใชเ้ คร่ืองมือและวัสดอุ ุปกรณย์ ังไมเ่ หมาะสมหรอื ไม่
ปฏบิ ตั ิการ ครบถว้ น
ทดลอง 2 คอื วางแผนการทดลองและออกแบบการทดลองได้ไม่ถูกต้องและไม่
เหมาะสมกบั เวลา ต้องให้ความช่วยเหลือในการเลอื กใช้เคร่ืองมอื และ
3.ความ วัสดอุ ปุ กรณ์
คล่องแคล่ว 1 คอื ไม่สามารถวางแผนและออกแบบการทดลองไดเ้ อง ต้องใหค้ วาม
ในขณะ ชว่ ยเหลืออย่างมากในการวางแผนการทดลอง การออกแบบการทดลอง
ปฏบิ ัตกิ าร การเลอื กใช้เครื่องมือและวสั ดุอุปกรณ์
4 คือ ดำเนนิ การทดลองเปน็ ขั้นตอน และใชอ้ ุปกรณ์ตา่ งๆ ไดเ้ องอยา่ งถูกตอ้ ง
3 คือ ดำเนนิ การทดลองไดเ้ อง แต่ต้องการคำแนะนำการใชอ้ ุปกรณเ์ ป็น
บางครง้ั
2 คอื ต้องให้ความช่วยเหลือเปน็ บางคร้งั ในการดำเนนิ การทดลองและการใช้
อปุ กรณ์
1 คอื ต้องให้ความช่วยเหลอื ตลอดเวลาในการดำเนินการทดลองและการใช้
อปุ กรณ์
4 คอื ดำเนินการทดลองและใช้อุปกรณ์ทำการทดลองไดเ้ หมาะสม
มคี วามปลอดภัยและทำไดเ้ สร็จทนั เวลา
3 คือ ทำการทดลองและใช้อุปกรณไ์ ด้ทนั เวลาที่กำหนด แตย่ ังตอ้ งการ
คำแนะนำการใชอ้ ุปกรณบ์ า้ งเปน็ บางครัง้ คราว
2 คือ ทำการทดลองไม่ทนั เวลาทีก่ ำหนด แต่ใช้อุปกรณไ์ ด้ถูกต้องและไม่มกี าร
เสียหาย
1 คือ ทำการทดลองไม่ทันเวลาทก่ี ำหนด และทำอุปกรณ์เคร่อื งใช้บางชิ้นชำรดุ
เสยี หาย
รายการ นำ้ หนกั คะแนน 16 คะแนน
4. การนำเสนอ 4 คือ บนั ทึกผลการทดลองและสรปุ ผลการทดลองถกู ต้อง รดั กมุ เขียนรายงาน
(บนั ทกึ ผลการ การทดลองไดอ้ ย่างสมบูรณ์ เปน็ ขั้นตอนทชี่ ัดเจน
ทดลองและการ 3 คอื บันทึกผลการทดลองและสรุปผลการทดลองได้เอง เขียนรายงานการ
เขยี นรายงาน ทดลองยงั ไม่เปน็ ขั้นตอนท่ีสมบรู ณ์
การทดลอง 2 คือ ตอ้ งให้คำแนะนำเปน็ บางครั้งในการบันทกึ ผลการทดลอง การสรุปผล
การทดลอง รวมทั้งการเขียนรายงานการทดลอง
1 คอื ตอ้ งให้ความชว่ ยเหลืออยา่ งมากในการบนั ทึกผลการทดลอง การสรปุ ผล
การทดลอง รวมทัง้ เขียนรายงานการทดลอง
เกณฑก์ ารประเมิน : คะแนนเตม็ 16 คะแนน มีระดบั คณุ ภาพ ดังนี้
คะแนน 12 – 16 ดี
คะแนน 7 – 11 พอใช้
คะแนน 0 – 6 ปรบั ปรงุ
แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 3
รายวชิ า ฟสิ ิกส์ 6 รหสั วชิ า ว30206 ระดับช้ันมัธยมศกึ ษาปที ่ี 6
กล่มุ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ภาคเรยี นที่ 2 ปีการศึกษา 2564
หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 1 คลนื่ แม่เหล็กไฟฟ้า เวลา 20 ชั่วโมง
เร่ือง การแปลงสัญญาณไฟฟ้าแบบอนาลอกใหเ้ ปน็ แบบดจิ ติ อล เวลา 3 ชัว่ โมง
ผสู้ อน นางสาวนิลาวรรณ สระศรี โรงเรยี นกาญจนาภเิ ษกวิทยาลัย สรุ าษฎรธ์ านี
แนวคิดสำคัญ (สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด)
การนำความร้ทู างอเิ ลก็ ทรอนิกส์ไปใชง้ านทางวิทยาศาสตร์ ไดแ้ ก่การเกบ็ ขอ้ มลู ท่ตี ่อเน่อื งกนั ดว้ ยเคร่ืองวัด
การใช้เครื่องคอมพิวเตอร์เก็บรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ผล และแสดงผล เป็นแผนภูมิต่าง ๆ และการใช้สัญญาณ
อนาลอกให้เปน็ แบบดจิ ติ อล
มาตรฐานการเรียนร/ู้ ผลการเรียนรู้
มาตรฐานการเรียนรู้
เขาใจแรงไฟฟ้าและกฎของคูลอมบ สนามไฟฟา ศักยไฟฟา ความจุไฟฟา กระแสไฟฟ้าและกฎของโอหม
วงจรไฟฟ้ากระแสตรง พลังงานไฟฟาและกําลังไฟฟา การเปลี่ยนพลังงานทดแทน เป็นพลังงานไฟฟา สนามแม
เหล็ก แรงแมเหลก็ ทก่ี ระทำกับประจไุ ฟฟ้าและกระแสไฟฟา การเหน่ียวนําแมเหลก็ ไฟฟา้ และกฎของฟาราเดย ไฟฟ
ากระแสสลบั คลนื่ แมเหลก็ ไฟฟา้ และการสื่อสาร รวมทงั้ นําความรูไปใชประโยชน
ผลการเรยี นรู้
1. สืบค้นและอธิบายการสือ่ สารโดยอาศัยคลื่นแมเ่ หล็กไฟฟ้าในการส่งผ่านสารสนเทศ และเปรียบเทียบ
การส่อื สารดว้ ยสญั ญาณแอนะล็อกกับสัญญาณดิจิตอล
จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1. สืบค้นและอธบิ ายการส่อื สารโดยอาศยั คลื่นแมเ่ หลก็ ไฟฟ้า
2. เปรยี บเทยี บการสื่อสารดว้ ยสญั ญาณแอนะล็อกกบั สัญญาณดิจิทัล
สาระการเรยี นรู้
ดา้ นความรู้
การสื่อสารดว้ ยสญั ญาณแอนะล็อกกับสัญญาณดจิ ทิ ัล
ด้านทักษะ/กระบวนการ
-
ด้านคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์
1. รกั ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ 5. อยอู่ ย่างพอเพยี ง
2. ซอื่ สตั ย์สุจริต 6. มุ่งม่ันในการทำงาน
3. มีวนิ ัย 7. รกั ความเป็นไทย
4. ใฝ่เรียนรู้ 8. มีจิตสาธารณะ
เบญจวถิ ีกาญจนา
1. เทิดทูนสถาบนั
2. กตญั ญู
3. บคุ ลกิ ดี
4. มีวินยั
5. ให้เกยี รติ
สมรรถนะทส่ี ำคัญของผเู้ รียน
1. ความสามารถในการสื่อสาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการแกป้ ัญหา
4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต
5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
จดุ เน้นสู่การพัฒนาผเู้ รยี น
ความสามารถและทกั ษะท่ีจำเป็นในการเรียนรูใ้ นศตวรรษท่ี 21 (3Rs x 8Cs x 2Ls)
R1– Reading (อ่านออก) R2– (W)Riting (เขียนได)้ R3 – (A)Rithmetics (คดิ เลขเปน็ )
C1 - Critical Thinking and Problem Solving ( ทักษะดา้ นการคดิ อย่างมีวิจารณญาณและทกั ษะ
ในการแก้ปัญหา)
C2 - Creativity and Innovation (ทักษะด้านการสร้างสรรค์และนวัตกรรม)
C3 - Cross-cultural Understanding (ทกั ษะด้านความเข้าใจตา่ งวฒั นธรรมต่างกระบวนทศั น์)
C4 - Collaboration, Teamwork and Leadership (ทกั ษะด้านความรว่ มมือ การทำงานเปน็ ทมี
และภาวะผนู้ ำ)
C5 – Communications, Information and Media Literacy (ทักษะด้านการสอื่ สารสารสนเทศ
และรูเ้ ท่าทันส่อื )
C6 - Computing and ICT Literacy (ทักษะด้านคอมพวิ เตอร์ และเทคโนโลยีสารสนเทศและการ
สอ่ื สาร)
C7 - Career and Learning Skills (ทักษะอาชพี และทกั ษะการเรียนร)ู้
C8 – Compassion (ความมเี มตตากรณุ า วินัย คุณธรรม จรยิ ธรรม)
L1 – Learning (ทักษะการเรียนรู้) L2 – Leadership (ทักษะความเป็นผู้นำ)
การวัดและประเมินผล วธิ กี ารวัด เครื่องมือ เกณฑ์ทใ่ี ช้
ด้านความรู้ แบบประเมิน การตอบคำถาม
สะท้อนความคดิ ระดับ 3 ดี 3 คะแนน
ภาระงาน/ชน้ิ งาน = ทำไดท้ ุกตวั ช้วี ดั
ระดบั 2 ปานกลาง 2
ตอบคำถาม สะท้อน ตรวจคำตอบของคำถามสะทอ้ น คะแนน = ทำได้เกิน
ครง่ึ ระดับ 1 ปรับปรงุ
ความคิด ความคดิ ตามตัวชว้ี ัดต่อไปนี้ 1 คะแนน = ทำไม่ได้
ถึงทำได้น้อยมาก
1. ความถูกตอ้ งครอบคลมุ ส่งิ ที่ได้
เรียนรู้
2. ความสมเหตุสมผล
3. การต้ังคำถามทอี่ ยากรู้
ภาระงาน/ช้นิ งาน วธิ กี ารวดั เครือ่ งมือ เกณฑ์ที่ใช้
ผ่านเกณฑ์คะแนนไม่
นำเสนอผลการศกึ ษา ประเมนิ จากการนำเสนอผล แบบการประเมนิ ผลการ นอ้ ยกวา่ ร้อยละ 60
การแปลง การศกึ ษาการแปลงสัญญาณไฟฟ้า นำเสนองาน เกณฑท์ ใี่ ช้
ผ่านเกณฑ์คะแนนไม่
สญั ญาณไฟฟ้าแบบ แบบอนาลอกให้เปน็ แบบดิจติ อล นอ้ ยกวา่ ร้อยละ 60
อนาลอกใหเ้ ป็นแบบ
ดิจิตอล
ด้านทักษะ/กระบวนการ
ภาระงาน/ชิน้ งาน วิธกี ารวัด เครือ่ งมอื
นำเสนอผลการศกึ ษา ประเมนิ จากการนำเสนอผล แบบการประเมินผลการ
การแปลง การศกึ ษาการแปลงสญั ญาณไฟฟา้ นำเสนองาน
สญั ญาณไฟฟ้าแบบ แบบอนาลอกให้เป็นแบบดิจติ อล
อนาลอกให้เป็นแบบ
ดจิ ติ อล
ด้านคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์
ภาระงาน/ช้ินงาน วธิ ีการวัด เครื่องมอื เกณฑท์ ่ใี ช้
แบบประเมินการสังเกต
พฤตกิ รรมระหว่าง สงั เกตการทำงานของผู้เรยี น ตาม พฤตกิ รรมการเรยี นรู้ /การ ผ่านเกณฑ์คะแนนไม่
เรยี น ตัวชวี้ ัด ต่อไปนี้ ปฏบิ ตั ิงาน น้อยกวา่ ร้อยละ 60
- ความตัง้ ใจในการเรียน
- ความสนใจและการชกั ถาม
- การตอบคำถาม
- ทำงานทนั ตามเวลา
- มีสว่ นร่วมในกจิ กรรม
- การทำงานรว่ มกบั ผอู้ ่นื ไดอ้ ย่าง
สรา้ งสรรค์
กิจกรรมการเรยี นรู้
ใช้กระบวนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบกระบวนการสืบเสาะหาความรู้ (The 5Es of Inquiry-Based
Learning)
ชั่วโมงท่ี 1-2
ขัน้ ท่ี 1 ขนั้ สร้างความสนใจ
1.1 ใหน้ กั เรียนสังเกตวงจรการส่งสญั ญาณด้วยเส้นใยนำแสง
1.2 นักเรียนท้งั หมดรว่ มกันยกตวั อย่างอุปกรณ์ทมี่ กี ารแปลงสญั ญาณไฟฟา้ แบบอนาลอกให้เป็นแบบ
ดิจติ อลแบบต่าง ๆ ร่วมกันอภปิ รายถงึ หลกั การทำงาน รวมทง้ั การนำไปใช้ประโยชน์
1.3 ให้นักเรียนร่วมกันกำหนดขอบเขตและเป้าหมาย จากเนื้อหาที่เกี่ยวกับเรื่องการแปลง
สญั ญาณไฟฟา้ แบบอนาลอกให้เป็นแบบดิจติ อล
ขั้นท่ี 2 ขั้นสำรวจและคน้ หา
2.1 แบง่ นกั เรียนเปน็ กลมุ่ ละ 4-5 คน
2.2 นักเรยี นแตล่ ะกลุ่มร่วมกนั ศกึ ษาการแปลงสญั ญาณไฟฟ้าแบบอนาลอกใหเ้ ป็นแบบดจิ ิตอล
2.3 นกั เรยี นแตล่ ะกลุ่มอภปิ รายร่วมกันถึงการแปลงสัญญาณไฟฟา้ แบบอนาลอกใหเ้ ปน็ แบบดจิ ิตอล
ชวั่ โมงท่ี 2
ขนั้ ท่ี 3 ขัน้ อธิบายและลงขอ้ สรปุ
3.1 นักเรียนแต่ละกลุ่มนำเสนอผลการศึกษาการแปลงสัญญาณไฟฟ้าแบบอนาลอกให้เป็นแบบ
ดจิ ิตอล
3.2 นกั เรียนแต่ละกลุ่มได้ผลการศึกษาเหมอื นกนั หรอื ต่างกันอยา่ งไร เพราะเหตุใด
3.3 ครตู งั้ คำถามวา่
- การแปลงสัญญาณไฟฟ้าแบบอนาลอกให้เปน็ แบบดิจิตอล ใชใ้ นอปุ กรณห์ รือเคร่ืองมือ
ใดบ้าง
3.4 นักเรยี นทง้ั หมดร่วมกันสรุปผลจากการศึกษาการแปลงสญั ญาณไฟฟ้าแบบอนาลอกให้เป็นแบบ
ดจิ ติ อล
ขน้ั ท่ี 4 ขัน้ ขยายความรู้
4.1 นักเรียนแตล่ ะกลุม่ เสนอแนวคิดในการออกแบบสรา้ งเคร่ืองมือทไ่ี ด้จากการแปลงสัญญาณไฟฟ้า
แบบอนาลอกให้เปน็ แบบดจิ ติ อล
4.2 นกั เรียนแต่ละกลุ่มร่วมกนั สรุปเกีย่ วกับการแปลงสัญญาณไฟฟา้ แบบอนาลอกให้เป็นแบบดจิ ิตอล
ข้ันท่ี 5 ข้ันประเมนิ ผล
5.1 นักเรียนแต่ละกลุ่มนำเสนอผลการศึกษาการแปลงสัญญาณไฟฟ้าแบบอนาลอกให้เป็นแบบ
ดิจิตอล
ส่ือ/แหลง่ เรียนรู้
สอ่ื การเรยี นรู้
1. หนงั สอื เรียน รายวชิ าเพม่ิ เตมิ ฟสิ กิ ส์ ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 4-6
2. Power point เรื่อง คล่ืนแม่เหล็กไฟฟา้
แหลง่ เรยี นรู้
1. อินเตอรเ์ นต็
สรปุ ผลการจดั การเรยี นรู้ ชว่ งคะแนน จำนวน (คน) คดิ เป็นรอ้ ยละ
ด้านความรู้
กลมุ่ ผเู้ รียน
ดี
ปานกลาง
ปรับปรงุ
ดา้ นทักษะ/กระบวนการ ช่วงคะแนน จำนวน (คน) คดิ เป็นร้อยละ
กลุม่ ผเู้ รยี น
ดี
ปานกลาง
ปรับปรุง
ดา้ นคุณลักษะอันพึงประสงค์
กลุม่ ผู้เรียน ช่วงระดับคุณภาพ จำนวน (คน) คิดเปน็ รอ้ ยละ
ดี 3
ปานกลาง 2
ปรับปรงุ 0-1
บนั ทกึ หลงั การจดั กิจกรรมการเรยี นรู้
ด้านการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………….....………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………........……………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………........…………………………………………………………………………………………………………………
ปญั หาที่พบระหวา่ งหรอื หลังจัดกจิ กรรม
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………........……………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………........…………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………........………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ขอ้ เสนอแนะ
………………………………………………………………………………………………………………………………………........…………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………........………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………........……………………………………………………………………………………………
ลงช่ือ.................................................ผู้สอน
(นางสาวนิลาวรรณ สระศรี)
............/....................../.............
การตรวจสอบและความคดิ เหน็ ของหวั หน้ากลมุ่ สาระการเรยี นรู้
สอดคลอ้ งกบั มาตรฐานและตัวชว้ี ัดของหลักสูตรฯ
กิจกรรมการเรียนรเู้ นน้ ผูเ้ รียนเปน็ สำคญั
มีการวดั และประเมินผลตามสภาพจรงิ มคี วามหลากหลายเหมาะสมกบั ผู้เรยี น
ใชส้ อื่ หรอื แหลง่ เรยี นร้ทู ท่ี นั สมยั และสง่ เสรมิ การเรียนรูไ้ ดอ้ ยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ
สอดคล้องตามจดุ เนน้ ของกระทรวงศกึ ษาธกิ าร สพฐ. และจดุ เนน้ ของโรงเรยี น
ส่งเสริมทักษะ 3Rs x 8Cs x 2Ls ส่งเสรมิ เบญจวถิ ีกาญจนา
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………........……………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………........……………………………………
ลงชื่อ..............................................................
(นางสาวทิพวลั ย์ ชอ่ สุวรรณ)
หวั หนา้ กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
การตรวจสอบและความคิดเหน็ ของหวั หน้ากลุ่มบรหิ ารวชิ าการ
ถกู ต้องตามรปู แบบของโรงเรยี น
ผ่านการนเิ ทศตรวจสอบจากหวั หนา้ กลมุ่ สาระการเรียนรู้/กรรมการนิเทศ
ก่อนใชส้ อน หลงั ใช้สอน
มบี ันทกึ หลงั จดั กจิ กรรมการเรยี นรู้
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………........
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชอ่ื ..............................................................
(นายธนพนั ธ์ เพ็งสวสั ด์ิ)
หวั หน้ากล่มุ บริหารวชิ าการ
ความคิดเห็นของรองผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………........……………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชอ่ื ....................................................................
(นางกญั จนช์ ญาณทั วงศ์จิระศกั ดิ์)
รองผ้อู ำนวยการโรงเรยี น กลุม่ บริหารงานวิชาการ
ความคิดเห็นของผ้อู ำนวยการโรงเรียน
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………........……………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่อื ....................................................................
(นางพรทิพย์ นกุ ลู กจิ )
ผูอ้ ำนวยการโรงเรียนกาญจนาภเิ ษกวทิ ยาลัย สุราษฎร์ธานี
แบบประเมนิ การตอบคำถาม สะท้อนความคิด
ครัง้ ท่ี ………… เรอ่ื ง ................................................................
วชิ า .......................... รหัสวชิ า .......................... ภาคเรียนที่…....ปกี ารศึกษา………… ชน้ั ................
ถกู ต้อง ตัวชว้ี ัด การมีสว่ นร่วม รวม
ครอบคลมุ ส่งิ ความ การตง้ั คำถาม ในการแสดง
ลำดับท่ี ชอ่ื – สกลุ ทีไ่ ด้เรียนรู้ สมเหตสุ มผล ทอ่ี ยากรู้ ความคดิ เห็น
เกณฑก์ ารประเมิน หมายถึง มพี ฤตกิ รรมในระดบั ดี
3 คะแนน ทำได้ทุกตัวชี้วดั หมายถึง มีพฤติกรรมในระดับ ปานกลาง
2 คะแนน ทำได้ 2-3 ตวั ชี้วัด หมายถงึ มพี ฤติกรรมในระดับ ปรับปรุง
1 คะแนน ทำไดน้ ้อยกวา่ 1 ตัวชว้ี ัด
ลงช่อื ................................................
(นางสาวนลิ าวรรณ สระศรี)
ครผู สู้ อน / ผู้ประเมิน
แบบประเมนิ การสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้ /การปฏบิ ตั ิงาน
กิจกรรม....................................................................
พฤตกิ รรม
ความตั้งใจ ความสนใจ การตอบ ทำงานทัน มีส่วน รวม 15 ผลการ
คำถาม ตามเวลา รว่ มใน คะแนน ประเมิน
เลขท่ี ในการ และการชกั กิจกรรม
เรียน (3) ถาม (3) (3) (3)
(3)
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
พฤตกิ รรม
ความต้ังใจ ความสนใจ การตอบ ทำงานทัน มสี ่วน รวม 15 ผลการ
ร่วมใน คะแนน ประเมิน
เลขที่ ในการ และการชัก คำถาม ตามเวลา กิจกรรม
เรียน (3) ถาม (3) (3) (3) (3)
22 จำนวนนกั เรยี นท่ผี า่ นเกณฑก์ ารประเมนิ ร้อยละ 60
23 คดิ เปน็ ร้อยละ
24
25 ดี พอใช้ ปรบั ปรงุ
26 จำนวน
27 ร้อยละ
28
29
30
31
32
33
34
35
คุณภาพ
ลงชอ่ื ..................................ผ้ปู ระเมิน
(นางสาวนิลาวรรณ สระศรี)