The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการจัดการเรียนรู้วิชาภาษาอังกฤษ นักเรียนชั้นม.5

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by suttikarn_b, 2022-05-22 09:51:36

แผนการจัดการเรียนรู้วิชาภาษาอังกฤษ นักเรียนชั้นม.5

แผนการจัดการเรียนรู้วิชาภาษาอังกฤษ นักเรียนชั้นม.5

แผนการจัดการเรียนรู้

โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ภาคตะวนั ออกเฉียง

ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขน้ั พนื้ ฐาน
พุทธศกั ราช 2550 (ฉบับปรบั ปรงุ พทุ ธศักราช 2562)

รายวิชา
ภาษาอังกฤษ

เพ่มิ เตมิ

ระดบั ช้ัน
มัธยมศึกษาปีท่ี 5

โรงเรยี นเตรียมอุดมศกึ ษา ภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือ

สานกั งานเขตพ้ืนที่การศึกษามธั ยมศกึ ษาสกลนคร
สานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้นื ฐาน
กระทรวงศึกษาธิการ

คำอธิบายรายวิชาภาษาองั กฤษเพิม่ เตมิ

รหสั วิชา อ32203 ภาษาอังกฤษ (อ่านวเิ คราะห)์ Moving Up Critical Reading 2

กล่มุ สาระการเรยี นรู้ภาษาต่างประเทศ

ช้ันมัธยมศกึ ษาปที ่ี 5 ภาคเรียนที่ 2 เวลา 40 ช่ัวโมง จำนวน 1 หน่วยกิต

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

1. คำอธิบายรายวิชาภาษาองั กฤษเพ่ิมเติม

อ่านและวิเคราะหบ์ ทความเกย่ี วกับสขุ ภาพและสวัสดิการ สิ่งก่อสรา้ ง วิถีชวี ิตสตั วโ์ ลก ภยั ธรรมชาติ การ

สำรวจค้นพบ ฯลฯ โดยใช้ทักษะ/กลยทุ ธ์การอา่ นจับใจความสำคัญ ระบุข้อเท็จจรงิ และรายละเอยี ด ลำดับขนั้ ตอน
ในกระบวนการ ระบุสาเหตุและผลลพั ธ์ ระบจุ ดุ ประสงค์ของผเู้ ขยี น เปรียบเทียบความเหมอื นและความตา่ ง และ

อนุมานและสรปุ ความ พัฒนาทักษะการคิดควบคู่กบั ทักษะการอา่ น คอื การสรุปยอ่ การสรุปอา้ งองิ การสงั เกต
การระบุ การเชื่อมโยง การใหเ้ หตุผล การวเิ คราะห์ การเรยี งลำดบั การตีความ และการเปรยี บเทียบ นกั เรียน
สามารถนำทักษะการอา่ นและการคดิ เหล่านี้ไปใช้ในการตอบคำถาม และบรรจุขอ้ มูลลงในแผนผังความคิด และ

สามารถพัฒนาตนเองให้เป็นผใู้ ฝ่เรยี นรู้ มเี หตุผล และมงุ่ ม่นั ในการทำงาน ใฝร่ ใู้ ฝ่เรยี น มีจิตสาธารณะและอนรุ กั ษ์
ส่ิงแวดลอ้ ม

โดยใช้ทักษะ กระบวนการฝกึ ทักษะทางภาษาเพ่ือการส่อื สารท่เี น้นงานปฏิบตั ซิ งึ่ บรู ณาการ ทักษะการฟัง
พูด อ่าน และเขยี นเข้าด้วยกัน

เพ่ือให้เกดิ ความรู้ ความเข้าใจโดยมีคุณลกั ษณะอนั พึง่ ประสงค์คอื ซ่อื สตั ย์ (Honesty and Integrity) มี

วินัย (Self-discipline) ใฝ่เรียนรู้ (Avidity for learning) มจี ิตสาธารณะ (public-mindedness) มคี วามสามารถ
ในการสื่อสาร (Ability in communication) และมีทักษะการประสานความสมั พนั ธ์

(Communicators)
2. ผลการเรียนรู้
1. จับใจความสำคญั ระบขุ อ้ เท็จจรงิ และรายละเอยี ด ลำดบั ขัน้ ตอนและกระบวนการ ระบสุ าเหตุและผลลัพธ์

ระบจุ ุดประสงคข์ องผเู้ ขยี น เปรยี บเทียบความเหมอื นและความตา่ ง และอนุมานและสรปุ ความจาก
บทความเก่ียวกับสุขภาพและสวัสดกิ าร สงิ่ ก่อสร้าง วถิ ีชีวติ สตั วโ์ ลก ภัยธรรมชาติ การสำรวจค้นพบ ฯลฯ

2. นำทกั ษะการอ่านและการคดิ ไปใชใ้ นการตอบคำถาม และบรรจขุ อ้ มูลลงในแผนผังความคดิ
3. ใฝ่เรยี นรู้ มีเหตุผล และมุ่งมน่ั ในการทำงาน
4. เหน็ คณุ ค่าของการทำงานรว่ มกัน

5. มีความตระหนักในความสำคัญของการอา่ นและมีเจตคติท่ีดตี อ่ การอ่าน
รวมทง้ั หมด 5 ผลการเรียนรู้

3. เคา้ โครงวิชา

รหสั วชิ า อ32203 รายวิชา ภาษาอังกฤษ (อ่านวเิ คราะห)์ Moving Up Critical Reading 2

ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 5 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 40 ช่ัวโมง จำนวน 1 หนว่ ยกติ

สดั สว่ นคะแนนระหวา่ งภาคเรยี น 70 : 30

unit Title Learning Outcome Time Scores Work

6 Ocean จบั ใจความสำคัญ 8 10 - คำตอบของคำถาม

วเิ คราะห์ความ สรปุ ความ ตีความ ในกจิ กรรม Reading

และแสดงความคดิ เห็นจากการ Skill Questions

อ่านเรือ่ งทเี่ ป็นสารคดี ในหนงั สอื เรียน หนา้ 57

และกิจกรรม

Comprehension

Questions

ในหนังสือเรียน หน้า 58

- Graphic Organizer

ในหนงั สอื เรยี น หนา้ 59

ทีบ่ รรจุข้อมูลลง

7 Vertebrates นักเรยี นเข้าใจวา่ ในขอ้ ความที่ 8 10 -- คำตอบของคำถาม
อา่ นมีเงื่อนงำทอี่ าจใช้เป็นพื้นฐาน ในกิจกรรม Reading
Skill Questions
ในการเดาความหมายของคำศพั ท์ ในหนงั สอื เรียน หนา้ 67
ยาก และกิจกรรม
Comprehension
8 Magnets หน่วยการเรยี นรนู้ ้ีมงุ่ พฒั นาทักษะ 8 Questions
การวิเคราะหจ์ ดุ ประสงค์ของ ในหนงั สอื เรยี น หน้า 68
ผู้เขียน โดยใช้บทอ่านทีเ่ ก่ียวขอ้ ง - คำตอบท่ีไดจ้ ากการทำ
กิจกรรม Worksheet 1
- Graphic Organizer
ในหนังสือเรียน หน้า 69
ทบ่ี รรจขุ ้อมลู ลงไปแล้ว

10 - คำตอบของคำถาม
ในกจิ กรรม Reading
Skill Questions

กบั กลุ่มสาระการเรยี นรู้ ในหนงั สือเรียน หนา้ 77
วิทยาศาสตร์ และสงั คม และกจิ กรรม
ศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม Comprehension

ทกั ษะการคิดทีไ่ ด้รับการพัฒนา Questions
ควบค่กู บั ทักษะ ในหนงั สือเรยี น หนา้
การอ่าน ได้แก่ ทักษะการคิด
: การวเิ คราะห์ การสรุป 78
อ้างอิง นกั เรียนตอ้ งวิเคราะห์ - คำตอบท่ีไดจ้ ากการทำ
ข้อมลู ในบทอ่านเพ่ือตอบคำถาม กจิ กรรมใน Worksheet
และบรรจุข้อมูลลงในแผนผงั
ความคดิ 1, 2, 3, 4
- Graphic Organizer

ในหนงั สือเรยี น หน้า 79
ทบ่ี รรจขุ อ้ มลู ลงไปแลว้

9 Pesticide หนว่ ยการเรียนรนู้ ้ีมุง่ พฒั นา 8 10 - คำตอบของคำถาม

ความรเู้ ก่ยี วกบั การเกาะเกี่ยว ในกิจกรรม Reading

ข้อความ (Coherence) นักเรยี น Skill Questions

จะได้เรยี นร้วู ่าประโยคตา่ ง ๆ ใน ในหนงั สอื เรียน หนา้ 87

ขอ้ เขียนมคี วามหมายเกาะเกี่ยว และกิจกรรม

ต่อเน่อื งกนั อย่างมีเหตมุ ีผล Comprehension

Questions

ทักษะการคิดท่ไี ดร้ ับการพฒั นาใน ในหนงั สอื เรยี น หน้า 88

หนว่ ยการเรยี นรนู้ ีไ้ ดแ้ ก่ - Graphic Organizer

ทักษะการคิด : การเชอ่ื มโยง การ ในหนงั สอื เรียน หน้า 89

ให้เหตุผลการเปรยี บเทยี บการ ทบ่ี รรจขุ ้อมลู ลงไปแล้ว

เรียงลำดบั นักเรยี นตอ้ งวิเคราะห์

ข้อมูลในบทอ่านเพอื่ ตอบ

คำถาม และบรรจขุ ้อมูลลงใน

แผนผงั ความคดิ

10 Senses หน่วยการเรยี นรู้นม้ี งุ่ พฒั นา 8 10 - คำตอบของคำถาม

ทักษะการอ่านสรปุ ความ โดยใช้ ในกจิ กรรม Reading

บทอ่านทเี่ ก่ยี วขอ้ งกับกลมุ่ สาระ Skill Questions

การเรยี นรูว้ ิทยาศาสตร์ ในหนังสือเรยี น หน้า 97

และสงั คมศกึ ษา ศาสนา และ และกจิ กรรม
วฒั นธรรม Comprehension
Questions
ทักษะการคดิ ทไี่ ด้รับการพฒั นา
ควบค่กู ับทักษะการอ่าน ไดแ้ ก่ ในหนังสอื เรยี น หนา้ 98
ทกั ษะการคดิ : การสรุปอ้างองิ - คำตอบทีไ่ ด้จากการทำ
การสังเกต การเช่อื มโยง การให้
เหตผุ ล การสรปุ ลงความเหน็ การ กจิ กรรมใน Worksheet
วิเคราะห์ นกั เรียนต้องวเิ คราะห์ 1
ข้อมลู ในบทอ่านเพ่อื ตอบคำถาม - Graphic Organizer
และบรรจขุ ้อมลู ในแผนผัง
ความคดิ ในหนังสือเรยี น หน้า 99
ที่บรรจุขอ้ มูลลงไปแลว้

วิชาภาษาองั กฤษ (อา่ นวิเคราะห์) แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี 11 ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 5
เรื่อง Environmental Concerns รหสั วชิ า อ32203 หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 6
เวลา 5 ชว่ั โมง นางสาวสุทธิกานต์ บตุ ราช

ผลการเรียนรู้ (เฉพาะรายวชิ าเพมิ่ เติม)
1. จับใจความสำคัญ ระบขุ อ้ เท็จจรงิ และรายละเอยี ด ลำดับขั้นตอนและกระบวนการ ระบสุ าเหตุและผลลพั ธ์

ระบุจดุ ประสงค์ของผ้เู ขยี น เปรียบเทียบความเหมอื นและความตา่ ง และอนุมานและสรุปความจาก
บทความเกย่ี วกบั สุขภาพและสวัสดิการ สง่ิ ก่อสร้าง วิถีชวี ติ สตั วโ์ ลก ภัยธรรมชาติ การสำรวจค้นพบ ฯลฯ

2. นำทกั ษะการอ่านและการคดิ ไปใช้ในการตอบคำถาม และบรรจขุ ้อมูลลงในแผนผังความคิด
3. ใฝ่เรียนรู้ มีเหตผุ ล และม่งุ มัน่ ในการทำงาน
4. เหน็ คณุ ค่าของการทำงานรว่ มกนั

5. มีความตระหนักในความสำคัญของการอา่ นและมีเจตคติทด่ี ีตอ่ การอา่ น
สาระสำคญั

หน่วยการเรียนรูน้ ี้มุ่งพัฒนาทักษะการอา่ นวิเคราะห์ : การจับใจความสำคัญเป็นหลัก โดยใช้บทอ่านท่ี
เกี่ยวข้องกับกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ และสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ทักษะการคิดทีไ่ ด้รับการ
พฒั นาควบคไู่ ปกบั ทกั ษะการอ่าน คอื การสรุปย่อ การวเิ คราะห์ และการสรุปอ้างอิง นกั เรียนต้องวิเคราะห์ข้อมูลใน

บทอ่านเพื่อตอบคำถามและบรรจุข้อมูลลงในแผนผงั ความคิด

จุดประสงค์การเรยี นรู้
1. ด้านความรู้ ผู้เรียนสามารถจับใจความสำคัญ วิเคราะห์ความ สรุปความ ตีความ และแสดงความคดิ เห็นจากการ

อา่ นเร่อื งทีเ่ ปน็ สารคดี

สาระที่ 1 : ภาษาเพ่อื การสื่อสาร
ต 1.1 ม.4-6/4

สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์

ความสามารถในการสือ่ สาร การคดิ ใฝเ่ รยี นรู้ : ค้นคว้าความร้จู ากแหลง่ การเรยี นรู้
ตา่ ง ๆ

2. ด้านทักษะ/ทักษะกระบวนการ/ทกั ษะการคดิ
- การสรุปย่อ
- การวเิ คราะห์

- การสรุปอา้ งองิ

คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พนื้ ฐาน 2551 ผเู้ รียนมีพฤติกรรม ดงั น้ี

1. รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ 5. อยู่อย่างพอเพียง

2. ซอ่ื สัตย์ สจุ ริต 6. มงุ่ มนั่ ในการทำงาน

3. มวี ินยั 7. รกั ความเปน็ ไทย

4. ใฝ่เรียนรู้ 8. มีจติ สาธารณะ

สมรรถนะสำคัญของผเู้ รยี น ผ้เู รียนมีพฤติกรรม ดังน้ี

1. ความสามารถในการสอ่ื สาร 2. ความสามารถในการคิด

3. ความสามารถในการแกป้ ัญหา 4. ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวิต

5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี

หลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง ผ้เู รยี นมีพฤตกิ รรม ดังนี้

หลักพอประมาณ หลักมเี หตผุ ล ภมู คิ มุ้ กนั ที่ดีในตวั

1. แบง่ เวลาในการทำกิจกรรมให้ 1. สามารถใชค้ วามรู้ในการ 1. มที ักษะในการคิดแก้ปัญหาและ

เสร็จทันเวลา ปฏิบตั กิ ิจกรรมการเรียนร้ไู ดอ้ ยา่ ง ตัดสนิ ใจ

2. ใชว้ สั ดุ อปุ กรณแ์ ละ สมเหตุสมผล 2. มคี วามเข้าใจในบรบิ ทของตนเอง

ทรัพยากรธรรมชาติอย่างคมุ้ ค่า 2. นำความรูท้ ่ีไดเ้ รียนไปประยุกต์ เพ่อื น ชุมชนท่ีผูเ้ รียนเปน็ สมาชิกและ

และประหยัด ใช้ในการดำเนินชวี ติ ประจำวัน มีความรกั ชุมชนของตน

3. รู้จกั ประเมินความสามารถของ 3. มีความเขา้ ใจในการนำความรู้

ตนเองและสมาชิกในกลุ่ม ไปใชใ้ นชีวิตประจำวัน

4. เรียนรู้ที่จะแบง่ ภาระหนา้ ท่ี

และแก้ปัญหาตามความสามารถ

ของตนเองและสมาชกิ ในกล่มุ

ค่านยิ มไทย 12 ประการ ผ้เู รียนมีพฤติกรรม ดังนี้
6. มศี ลี ธรรม รักษาความสัตย์ หวงั ดีต่อผ้อู ่ืน เผอื่ แผแ่ ละแบ่งปัน

9. มีสตริ ตู้ ัว รู้คิด ร้ทู ำ รปู้ ฏิบัติตามพระราชดำรสั ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอย่หู วั
12. คำนงึ ถึงผลประโยชนข์ องส่วนรวม และของชาตมิ ากกวา่ ผลประโยชน์ของตนเอง

สาระการเรยี นรู้ to communicate an idea or feeling without saying directly (บ่งบอก
- คำศัพท์และสำนวนภาษา เป็นนัย)
a tragic end (ชะตากรรม)
- imply (v.): to gradually became lower (ลดลงทลี ะเล็กละนอ้ ย)
able to sense or feel (มีปฏิกริ ิยาตอ่ สงิ่ หน่งึ ส่ิงใดได้ง่าย)
- fate (n.):
- decline (v.):
- sensitive (adj.):

- absorb (v.): to take something in (ดดู ซับ)
- reflect (v.): to send back (สะทอ้ นกลบั )
- reflection (n.): the image of something in a mirror or on any reflective surface (เงา
สะท้อน, เงาในกระจก)
- transmit (v.): to send (สง่ )
- scatter (v.): to (cause to) move far apart in different directions (ทำให้กระจัด
กระจายไป)
- misconception (n.): misunderstanding (ความเข้าใจผิด ๆ)

ความเข้าใจทคี่ งทน
นักเรียนเขา้ ใจว่า ในขอ้ ความที่อา่ นมีเง่ือนงำทอ่ี าจใช้เป็นพนื้ ฐานในการเดาความหมายของคำศัพท์ยาก

ชิ้นงานหรอื ภาระงาน (หลกั ฐาน รอ่ งรอยแสดงความรู)้
- คำตอบของคำถามในกิจกรรม Reading Skill Questions ในหนงั สือเรียน หนา้ 57 และกิจกรรม

Comprehension Questions ในหนังสอื เรยี น หน้า 58
- Graphic Organizer ในหนังสอื เรียน หน้า 59 ที่บรรจขุ อ้ มลู ลงไปแล้ว

การวัดและประเมนิ ผล วธิ ีการวัด เคร่ืองมือวัด เกณฑก์ ารวดั และประเมิน
สิง่ ท่ีตอ้ งการวัด
ประเมินผลความเข้าใจ 1. กจิ กรรม Reading ทำแบบฝึกหัดถูกตอ้ ง
1. ดา้ นความรู้
2. ด้านทกั ษะ บทอ่านจากจำนวน Skill Questions ใน 60% ข้ึนไป

3. ด้านคณุ ธรรมและ คำตอบที่ถูกต้องในการทำ หนงั สือเรียน หน้า 57
จริยธรรม
กจิ กรรม Reading Skill 2. กจิ กรรม

Questions และ Comprehension

Comprehension Questions ในหนงั สอื

Questions เรยี น หนา้ 58

การสังเกตพฤติกรรมการ ความเสยี สละ ความ ไดค้ ะแนนในระดบั ดีขน้ึ ไป

เรียน สมเหตุสมผล มีวินัย

รบั ผดิ ชอบ อดทน

ประหยัดซ่ือสตั ยร์ อบคอบ

เอ้ือเฟือ้ เผอ่ื แผ่ มนี ้ำใจ

และตรงต่อเวลา

กระบวนการจัดการเรียนรู้
ขัน้ นำเข้าสบู่ ทเรียน
1. แจ้งจุดประสงคก์ ารเรยี นรู้

- ครูบอกนักเรยี นวา่ ในบทเรยี นนี้นกั เรยี นจะได้เรียนรู้ Making An Inference หรอื อนมุ าน เมอื่ จบบทเรยี น
นกั เรยี นจะสามารถอนมุ านจากขอ้ ความท่ีกำหนดให้ได้

2. การพฒั นาทกั ษะการอนมุ านความ
- ครูสรา้ งโปสเตอร์ซง่ึ มขี ้อความตอ่ ไปนี้ แล้วนำไปติดไว้ที่กระดาน

ขนั้ จัดการเรียนรู้
1. อ่านเพ่ือตอบคำถามตามจุดประสงค์

- ครูเปิดซดี ีบนั ทึกเสียง Track 11 ยอ่ หนา้ ท่ี 1 ในหนังสอื เรียน หน้า 56 นกั เรยี นฟงั และอา่ นในใจตาม
- ครูใหน้ ักเรียนอ่านในใจย่อหน้าท่ี 1 อีกคร้ังหนง่ึ แล้วถามว่าพบคำตอบของคำถาม What Makes the

Ocean Blue? ไหม นกั เรยี นอาจจะบอกวา่ ย่อหนา้ นก้ี ล่าวถงึ “two reasons that cause the human
eye to see the ocean as blue.” (บรรทัดท่ี 3-4) แตก่ ็ยังไมไ่ ด้คำตอบที่ต้องการ
- ครูใหน้ ักเรยี นบอก “two reasons” ดังกล่าว และชว่ ยนกั เรยี นสรุปออกมาเป็นแผนผังความคิดบนกระดาน
ดังน้ี

Why human eye see the ocean blue

How humans see light waves coming
from the sun

the distance from the person to the
ocean

- ครูเปิดซดี บี นั ทึกเสยี ง Track 11 ย่อหนา้ ท่ี 2 ในหนังสือเรยี น หน้า 56 นักเรยี นฟงั และอ่านในใจตาม
- ครูใหน้ กั เรียนอ่านยอ่ หน้านีใ้ นใจอกี ครัง้ หนึ่ง และตรวจสอบวา่ มคี ำตอบของคำถามทตี่ ั้งเปน็ จุดประสงค์หรือไม่

นักเรียนจะพบคำตอบในประโยค “... only the green and blue spectrum of light gets reflected
back to the human eye. This is why the ocean seems blue.”
- ครูให้นักเรยี นนำคำตอบทไ่ี ดไ้ ปเปรียบเทยี บกับคำตอบของนกั เรียนที่ใหไ้ ว้กอ่ นอ่านว่าเหมือนหรือแตกต่างกัน
มากน้อยเพยี งใด
2. อ่านเพ่อื อนุมาน
- ครูใหน้ กั เรยี นอ่านย่อหน้าที่ 2 ซ้ำ และใหช้ ว่ ยกนั อนุมานเก่ยี วกับ Light Spectrum โดยใช้ KIS Strategy
โดยครชู ้นี ำ
- ช้นั K หา Key Words จาก Text ได้แก่

- When the Sun shines on the ocean, all colors of light enter water in the ocean.
- Humans can see only green and blue spectrum of light in the water.

- the color of water as seen by humans is a result of how light interacts with water.
- ข้นั I infer จาก Facts ท่ไี ด้จาก Text

- Humans cannot see all color spectrum of light.
- The ocean does not look blue or bluish-green on a cloudy or stormy day.
- ขน้ั S นกั เรียนย้อนคดิ ถงึ ประสบการณ์ทตี่ นเห็นสขี องนำ้ ทะเลในวนั ทแ่ี ดดจา้ ซงึ่ แตกต่างจากสขี องวนั ที่
มดื ครม้ึ
- ครูเปิดซีดบี ันทกึ เสียง Track 11 ยอ่ หนา้ ที่ 3 ในหนงั สือเรยี น หนา้ 56-57 ใหน้ ักเรียนฟังและอา่ นในใจตาม
- ครูใหน้ กั เรียนอ่านย่อหน้าที่ 3 ในใจอีกครัง้ หนง่ึ แล้วแบ่งนักเรียนเปน็ กล่มุ กลุ่มละ 4 คน ให้ infer จากข้อมูล
ท่ีได้จากย่อหน้านี้ โดยใช้ KIS Strategy
- ครูใหน้ ักเรียนแต่ละกลุ่มชว่ ยกันบอกคำตอบ โดยครเู ขียนบนกระดานดงั นี้
- ขั้น K: หา Key Words
- color of water depends on distance.
- water in a bathtub or a glass looks clear.
- deep water looks blue or bluish-green.
- deeper water looks dark blue.
- ขั้น I: Inferences
- If you are in a bathtub, the water looks clear.
- If you are on the beach, the water near it looks light blue while the water far away

looks dark blue.
- ขั้น S: นักเรยี นนกึ ถงึ ประสบการณท์ ม่ี ขี ณะทอ่ี าบน้ำในอ่างนำ้ กบั การมองทะเลในระยะใกล้และไกลจาก

ชายฝ่งั สีของน้ำทเี่ ห็นเป็นไปตามทีอ่ นุมานหรือไม่
- ครเู ปดิ ซีดบี นั ทกึ เสียง Track 11 ยอ่ หนา้ ที่ 4 ในหนังสอื เรยี น หนา้ 57 ให้นักเรยี นฟงั และอ่านในใจตาม
- ครใู ห้นกั เรียนจับคูก่ ันอ่านยอ่ หน้าน้อี ีกคร้ังหน่ึง และให้อนุมานจากข้อมลู ในยอ่ หน้านี้ โดยใช้ KIS Strategy
- ครใู หน้ ักเรียนชว่ ยกนั บอกสิง่ ทอี่ นุมานและเขยี นบนกระดานดงั นี้

- ขัน้ K: หา Key Words
Beliefs
- ocean, rivers and lakes are blue because of blue sky.
- blue sky is reflected off the water.

- ขน้ั I: Inference
- Teaching how light interacts with water can correct the misconceptions about the
color of water in the oceans, rivers and lakes.

- ขน้ั S: นกั เรยี นย้อนคิดถงึ สิ่งที่ไดเ้ รียนรเู้ กี่ยวกบั แสงและ spectrum ในวิชาวิทยาศาสตร์
3. บรรจุขอ้ มูลลงในแผนผงั ความคดิ

- นกั เรียนนำ Facts และ Inferences จาการทำกจิ กรรมที่แล้ว มาเขยี นลงใน Graphic Organizer ในหนังสือ
เรยี น หน้า 59 และด้วยเหตุที่ใช้ KIS Strategy นักเรียนอาจเขียนข้อมูลเพม่ิ ในกรอบ Text Info เทา่ ทจ่ี ำเป็น
และเขียนส่ิงท่ีอนมุ านลงในกรอบ Inference (ดคู ำตอบท่เี สนอแนะท้ายเล่ม)

4. ตรวจสอบความเข้าใจ
- ครูให้นกั เรียนทำกิจกรรม Reading Skill Questions ในหนังสอื เรียน หน้า 57 และกิจกรรม Comprehension
Questions ในหนงั สือเรียน หน้า 58

ขัน้ สรุป
1. ประเมินผลความเข้าใจ

- ครูให้นกั เรียนช่วยกนั บอกคำตอบของคำถามในกจิ กรรม Reading Skill Questions และ Comprehension
Questions (ดูเฉลยคำตอบท้ายเล่ม)

- ครูประเมินผลความเข้าใจจากจำนวนคำตอบที่ถกู ตอ้ งจากการทำกิจกรรมท้ัง 2 ดังกลา่ ว และใชเ้ กณฑ์ผ่าน
รอ้ ยละ 60

2. ทำกิจกรรม Summary
- ครใู หน้ ักเรยี นทำกิจกรรม Summary ในหนังสอื เรียน หนา้ 58 ใหเ้ ลอื กคำท่กี ำหนดให้มาเขียนลงในชอ่ งว่าง
เพือ่ ใหไ้ ดส้ รปุ ย่อเร่ือง What Makes the Ocean Blue? ท่ีสมบูรณ์
- ครูให้นักเรียนอ่านออกเสียง Summary ที่เติมคำลงในช่องว่างคนละประโยค และให้นักเรียนอื่น ๆ ในช้ัน
ตรวจสอบความถูกตอ้ ง (ดเู ฉลยคำตอบทา้ ยเลม่ )

ส่ือการเรียนรแู้ ละแหล่งการเรียนรู้
1. หนงั สอื เรียน Moving Up Critical Reading 2 หนา้ 55-59
2. ซดี บี ันทึกเสียง
3. เคร่อื งเล่นซดี ี
4. โปสเตอร์ What is Inference และ KIS Strategy

วชิ าภาษาองั กฤษ (อา่ นวิเคราะห)์ แผนการจดั การเรียนร้ทู ี่ 12 ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีที่ 5
เร่อื ง Environmental Concerns รหสั วชิ า อ32203 หน่วยการเรยี นรู้ที่ 6
เวลา 3 ช่ัวโมง นางสาวสทุ ธิกานต์ บตุ ราช

ผลการเรยี นรู้ (เฉพาะรายวชิ าเพมิ่ เตมิ )

1. จับใจความสำคัญ ระบุขอ้ เท็จจรงิ และรายละเอยี ด ลำดับขัน้ ตอนและกระบวนการ ระบสุ าเหตุและผลลพั ธ์

ระบจุ ดุ ประสงค์ของผูเ้ ขยี น เปรยี บเทยี บความเหมอื นและความต่าง และอนุมานและสรุปความจาก
บทความเกยี่ วกบั สุขภาพและสวัสดกิ าร สงิ่ ก่อสร้าง วิถีชีวติ สัตวโ์ ลก ภยั ธรรมชาติ การสำรวจคน้ พบ ฯลฯ

2. นำทกั ษะการอ่านและการคิดไปใช้ในการตอบคำถาม และบรรจขุ ้อมูลลงในแผนผงั ความคดิ
3. ใฝเ่ รยี นรู้ มีเหตผุ ล และมุ่งมั่นในการทำงาน

4. เห็นคณุ คา่ ของการทำงานร่วมกัน

5. มีความตระหนักในความสำคัญของการอ่านและมีเจตคติท่ีดตี อ่ การอา่ น
สาระสำคัญ

หน่วยการเรียนรู้น้ีมุ่งพัฒนาทักษะการอ่านวิเคราะห์ : การจับใจความสำคัญเป็นหลัก โดยใช้บทอ่านที่
เกี่ยวข้องกับกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ และสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ทักษะการคิดที่ได้รับการ

พัฒนาควบคู่ไปกับทกั ษะการอ่าน คือ การสรุปยอ่ การวิเคราะห์ และการสรุปอ้างองิ นักเรียนต้องวิเคราะห์ข้อมูลใน
บทอา่ นเพอื่ ตอบคำถามและบรรจุข้อมูลลงในแผนผังความคิด
จุดประสงค์การเรยี นรู้

1. ด้านความรู้ ผู้เรียนสามารถจับใจความสำคัญ วิเคราะหค์ วาม สรุปความ ตีความ และแสดงความคดิ เห็นจากการ
อ่านเรื่องทเี่ ปน็ สารคดี

สาระที่ 1 : ภาษาเพื่อการส่อื สาร
ต 1.1 ม.4-6/4

สมรรถนะสำคัญของผเู้ รียน คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์

ความสามารถในการสือ่ สาร การคดิ ใฝ่เรียนรู้ : คน้ ควา้ ความรจู้ ากแหล่งการเรียนรู้
ต่าง ๆ

2. ด้านทกั ษะ/ทักษะกระบวนการ/ทกั ษะการคดิ
- การสรปุ ย่อ

- การวิเคราะห์
- การสรปุ อา้ งอิง

คุณลักษณะอนั พึงประสงค์ ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาข้ันพน้ื ฐาน 2551 ผู้เรียนมพี ฤติกรรม ดงั น้ี

1. รักชาติ ศาสน์ กษตั ริย์ 5. อยู่อย่างพอเพียง

2. ซือ่ สัตย์ สจุ รติ 6. มุง่ มัน่ ในการทำงาน

3. มวี นิ ยั

4. ใฝ่เรยี นรู้ 7. รักความเปน็ ไทย
8. มีจิตสาธารณะ

สมรรถนะสำคัญของผเู้ รยี น ผเู้ รยี นมีพฤติกรรม ดงั น้ี

1. ความสามารถในการสอื่ สาร 2. ความสามารถในการคิด

3. ความสามารถในการแก้ปัญหา 4. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวติ

5. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี

หลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง ผ้เู รียนมีพฤตกิ รรม ดังนี้

หลกั พอประมาณ หลกั มเี หตผุ ล ภมู คิ ุ้มกันทีด่ ใี นตวั

1. แบง่ เวลาในการทำกิจกรรมให้ 1. สามารถใช้ความรู้ในการ 1. มที ักษะในการคดิ แก้ปญั หาและ

เสร็จทันเวลา ปฏบิ ตั กิ จิ กรรมการเรยี นรูไ้ ด้อยา่ ง ตดั สนิ ใจ

2. ใช้วัสดุ อปุ กรณ์และ สมเหตุสมผล 2. มคี วามเขา้ ใจในบรบิ ทของตนเอง

ทรัพยากรธรรมชาตอิ ย่างค้มุ ค่า 2. นำความรทู้ ่ไี ดเ้ รียนไปประยกุ ต์ เพอื่ น ชมุ ชนทผี่ เู้ รียนเปน็ สมาชิกและ

และประหยัด ใช้ในการดำเนินชวี ติ ประจำวนั มคี วามรักชุมชนของตน

3. รจู้ ักประเมินความสามารถของ 3. มคี วามเขา้ ใจในการนำความรู้

ตนเองและสมาชิกในกล่มุ ไปใชใ้ นชวี ติ ประจำวนั

4. เรียนรทู้ จ่ี ะแบ่งภาระหนา้ ท่ี

และแก้ปัญหาตามความสามารถ

ของตนเองและสมาชิกในกลมุ่

ค่านิยมไทย 12 ประการ ผเู้ รยี นมีพฤติกรรม ดงั น้ี
6. มศี ลี ธรรม รักษาความสตั ย์ หวังดีตอ่ ผอู้ นื่ เผือ่ แผแ่ ละแบง่ ปนั
9. มีสติร้ตู วั รู้คดิ รู้ทำ รูป้ ฏบิ ัติตามพระราชดำรัสของพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ ัว

12. คำนงึ ถึงผลประโยชนข์ องสว่ นรวม และของชาติมากกวา่ ผลประโยชนข์ องตนเอง

สาระการเรียนรู้ a gradual increase in world temperature caused by gases such as
carbon dioxide that are collecting in the air around the earth and
- คำศพั ท์และสำนวนภาษา stopping heat escaping into space (การทอ่ี ณุ หภูมิของโลกเพ่ิมขน้ึ ทีละ
- global warming (n.): เลก็ ละน้อยเนอ่ื งจากแก๊ส เชน่ คาร์บอนไดออกไซดท์ ีร่ วมตัวในอากาศรอบ
โลก ปิดกน้ั ไม่ให้ความร้อนไปสูอ่ วกาศ)

- greenhouse gas (n.): a gas which causes the greenhouse effect, especially carbon

dioxide (แกส๊ ท่ที ำให้เกิดปรากฏการณเ์ รือนกระจก โดยเฉพาะ

คาร์บอนไดออกไซด์)

- alarming (adj.): causing worry or fear (ทที่ ำให้ตระหนกตกใจ)

- consecutive (adj.): following one after the other in regular order (ที่ตดิ ตอ่ กนั มา)

- ice cap (n.): a thick layer of ice that permanently covers an area of land (พดื

น้ำแขง็ ขนาดใหญ่ทป่ี กคลมุ ยอดเขาสงู หรือพื้นดนิ พน้ื น้ำบรเิ วณขว้ั โลก)

- abandon (v.): to leave a place (ละทง้ิ สถานท่)ี

- seep (v.): (for a liquid) to flow slowly through something ((ของเหลว) ไหลซึม

เขา้ ไป)

- subcontinent (n.): a large area of land that is part of a continent, often referring to

South Asia: the Indian subcontinent (ผืนแผ่นดินใหญ่ที่เป็นส่วนหนึ่ง

ของทวปี มกั หมายถงึ เอเชยี ใต้ ประเทศอนิ เดยี รวมอยใู่ นบริเวณดงั กลา่ ว)

- delta (n.): an area of low, flat land, sometimes shaped like a triangle,

where a river divides into several smaller rivers before flowing

into the sea (ดินดอนสามเหลี่ยมปากแมน่ ำ้ )

- submerge (v.): to go or put beneath the surface of water (ทำใหจ้ มอยู่ในผิวน้ำ)
- retreat (v.): to move away from something (ถอยออกไปจากสงิ่ ใดส่งิ หนงึ่ )

ความเข้าใจทีค่ งทน

นักเรียนเข้าใจว่า ตวั บท (Text) มีใจความสำคัญท่อี าจปรากฏให้เหน็ ชดั เจน หรือต้องสรปุ อ้างองิ

ชน้ิ งานหรอื ภาระงาน (หลักฐาน รอ่ งรอยแสดงความรู้)

- คำตอบของคำถามในกิจกรรม Reading Skill Questions ในหนงั สอื เรยี น หนา้ 61 และกจิ กรรม

Comprehension Questions ในหนงั สือเรียน หน้า 62

- Graphic Organizer ในหนงั สือเรยี น หนา้ 63 ที่บรรจขุ ้อมลู ลงไปแล้ว

การวัดและประเมินผล วธิ กี ารวดั เคร่อื งมือวดั เกณฑก์ ารวัดและประเมิน

สิง่ ทีต่ ้องการวัด ตรวจจำนวนคำตอบท่ี คำตอบของคำถามใน ทำแบบฝึกหดั ถูกตอ้ ง

1. ด้านความรู้ ถูกตอ้ งในการทำกิจกรรม กิจกรรม Reading Skill 60% ขึน้ ไป
2. ดา้ นทักษะ

Reading Skill Questions ในหนังสอื

Questions และ เรยี น หน้า 61 และ

Comprehension กจิ กรรม

Comprehension

3. ดา้ นคุณธรรมและ 1. กิจกรรม Reading Questions ในหนังสอื
จรยิ ธรรม Skill Questions เรียน หน้า 62
ในหนังสือเรียน
ความเสียสละ ความ ไดค้ ะแนนในระดบั ดีขน้ึ ไป
การสงั เกตพฤติกรรมการ สมเหตุสมผล มีวนิ ัย
เรยี น รบั ผิดชอบ อดทน
ประหยัดซื่อสตั ย์รอบคอบ
เออื้ เฟือ้ เผอ่ื แผ่ มีน้ำใจ
และตรงตอ่ เวลา

กระบวนการจัดการเรยี นรู้
ขนั้ นำเข้าสูบ่ ทเรียน
1. แจง้ จุดประสงค์การเรียนรู้

- ครบู อกนกั เรียนว่า ในบทเรียนนน้ี ักเรียนจะได้ฝกึ Infer จาก Facts ทม่ี ีอยใู่ นบทอา่ น
2. ตรวจสอบความรเู้ ดมิ

- ครูเขียนชื่อบทอา่ นบนกระดาน How Global Warming Changes the World และให้นักเรียนบอกสิ่ง
ท่ีตนเองรเู้ ก่ียวกบั Global Warming โดยครเู ขยี นคำชีน้ ำเป็นแนวทางไวบ้ นกระดานดงั น้ี

Global Warming

causes effects

- ครูเขยี นสาเหตุและผลลัพธข์ อง Global Warming ตามท่ีนกั เรียนบอกบนกระดาน

ขนั้ จัดการเรียนรู้
1. แจ้งจุดประสงค์การเรียนรู้

- ครูบอกนกั เรยี นวา่ ในบทเรียนนนี้ ักเรยี นจะไดฝ้ ึก Infer จาก Facts ท่ีมีอยู่ในบทอ่าน
2. ตรวจสอบความรเู้ ดิม

- ครูเขียนชื่อบทอ่านบนกระดาน How Global Warming Changes the World และให้นักเรียนบอกสิ่ง
ทตี่ นเองรเู้ กยี่ วกบั Global Warming โดยครูเขียนคำชี้นำเปน็ แนวทางไวบ้ นกระดานดังนี้

Global Warming

causes effects

- ครูเขียนสาเหตุและผลลัพธข์ อง Global Warming ตามทีน่ ักเรียนบอกบนกระดาน

กจิ กรรมระหว่างอา่ น

1. ใชท้ กั ษะการคิด : การให้เหตุผล

- ครเู ปดิ ซดี บี ันทึกเสียง Track 12 ยอ่ หน้าที่ 1 ใหน้ กั เรียนฟังและอ่านในใจตาม

- ครูให้นักเรียนอ่านย่อหน้าที่ 1 ในใจอีกครั้งหนึ่ง แล้วจับคู่กันเขียนวงล้อมรอบคำ/กลุ่มคำที่เป็นสัญญาณ

แสดงเหตแุ ละผล

- คำ/กลมุ่ คำที่นักเรียนเขียนวงลอ้ มรอบ คอื

- are leading to (บรรทดั ที่ 1-2)

- is caused by (บรรทดั ที่ 3)

- lead to (บรรทดั ท่ี 5)

- Hence (บรรทดั ท่ี 8)

- leads to (บรรทดั ที่ 10)

- ครูชน้ี ำให้นักเรยี นท้งั ช้นั ช่วยกันบอกความสัมพันธ์เชงิ เหตผุ ลในย่อหนา้ ท่ี 1 น้ี โดยต้งั คำถามนำดงั น้ี

T: What has happened?

Ss: Global Warming.

- ครูเขียนสว่ นหนง่ึ ของ Graphic Organizer บนกระดานดงั น้ี

Effect

Global Warming

- ครูต้ังคำถามตอ่
T: What causes global warming?
Ss: (Greenhouse gases.)
T: What causes greenhouse gases?
Ss: (Pollution from automobiles, factories and agriculture.)
T: Who/What causes pollution from automobiles, factories and agriculture?
Ss: (Humans.)
T: What are the effects of greenhouse gases?
Ss: (Glaciers melt and ocean water temperature rises.)
T: What is the result of the rise of ocean water temperature?
Ss: (Hurricanes and typhoons.)

- นักเรียนช่วยกันนำคำตอบของตนมาสร้าง Graphic Organizer แสดงความเชื่อมโยงเชิงเหตุผลเกี่ยวกับ
Global Warming ต่อจากหวั ขอ้ น้ที ีอ่ ยูบ่ นกระดานแล้ว ดงั น้ี

Cause
Humans

Effect/Cause
Pollution from automobiles,
factories, agriculture

Effect/Cause
Greenhouse gases

Effect/Cause
Global Warming

Effect/Cause
Glaciers melt and ocean water temperature rises.

Effect
Hurricanes and typhoons

- ครูเปิดซีดบี นั ทกึ เสียง Track 12 ยอ่ หนา้ ที่ 2 ในหนังสอื เรียน หนา้ 60 ให้นกั เรยี นฟังและอา่ นในใจตาม
- ครูตั้งคำถาม What has happened to Tuvalu? ให้นักเรียนช่วยกันบอกคำตอบ และหาสาเหตุที่ทำให้

เกดิ และผลลพั ธ์ท่ีตามมา ครูบอกนกั เรยี นว่าในย่อหน้าน้นี กั เรยี นจะไม่พบสัญญาณบอกเหตุและผลเหมือน
ในย่อหน้าแรก นกั เรียนจะต้องอนุมาน หรือสรปุ เหตุและผลจากข้อความในยอ่ หนา้ รอง
- ครเู ขียนคำตอบทน่ี กั เรยี นช่วยกันบอกบนกระดานในรูป Graphic Organizer ดังนี้

Cause Effect/Cause

Global Sea level Effect/Cause
Warming rises.
Many houses
being destroyed
- ครเู ปดิ ซดี ีบนั ทกึ เสียง Massive ยอ่ หนา้ ที่ 60-61 Effect
flooding 3Sใaนltหwนaงั teสrือsเeรeยี pนsหinนto้า People abandon homes

Track 12 ใหt้นoักfiเnรdยี นneฟwงั แpลlaะcอe่าsนtoในlivใeจ.ตาม
- นครกั ใูเหรยีน้ นกั ชเรว่ ียยนกอนั ่าตนอยบ่อคหำนถ้าานม้ใีแนลใะจบออีกกคสราั้งเหหนตึ่งุทแ่ที ลำะnใตoหrั้งmเ้ คsกauำดิ lpถdpแาrlมiลyn.วะk่าiผnลgWลัพhaธt์ทตี่isาhมaมpาpening to the Maldives? ให้

- ครูนำคำตอบของนักเรียนมาสร้าง Graphic Organizer บนกระดาน ดงั น้ี

Cause Effect
Seas rise. 311,000 inhabitants consider moving.

Most of the tiny islands are less than two
meters above sea level.

- ครูตั้งคำถามอีกคำถามหนึ่งว่า What is expected to happen during the 21st century? ให้นักเรียน
ชว่ ยกันหาคำตอบในย่อหนา้ ท่ี 3

- ครูนำคำตอบของนกั เรียนมาสร้าง Graphic Organizer บนกระดาน ดงั นี้

Effect

Cause Cities on coastlines are affected-low lying areas will be partially
Oceans rise submerged under water.
another one meter.

For each millimeter rise in the sea level, the shoreline retreats an
average of 1.5 meters.

2. ใชท้ ักษะการคิด : การสรปุ อ้างอิงในการบรรจขุ อ้ มูลลงในแผนผงั ความคิด
- ครูใหน้ ักเรียนจับคู่กันทำกจิ กรรม Graphic Organizer ในหนังสอื เรยี น หน้า 63 ใหน้ กั เรยี นสรปุ อ้างอิง โดยใช้
ขอ้ ความในบทอ่านเป็นพ้นื ฐาน ความยาวอาจเกินกว่า 1 ประโยค
- ครใู หน้ กั เรียนผลัดกันออกมาเขียน Inference บนกระดาน และอ่านออกเสยี งข้อความในหนังสอื เรียนทีต่ น
ใช้เปน็ พนื้ ฐาน และใหน้ กั เรียนอ่ืน ๆ ชว่ ยกนั อภปิ รายคำตอบทเ่ี พื่อนเขยี นบนกระดาน และขอ้ มลู ที่นำมาใช้
เปน็ พ้ืนฐาน ครชู ว่ ยตรวจแกไ้ ขให้เหมาะสม (ดูคำตอบทเ่ี สนอแนะท้ายเลม่ )

3. ตรวจสอบความเข้าใจ
- ครูให้นักเรียนทำกิจกรรม Reading Skill Questions ในหนังสอื เรียน หนา้ 61 และกิจกรรม Comprehension
Questions ในหนังสือเรยี น หนา้ 62

ข้นั สรุป

- ครูให้นักเรียนช่วยกนั เฉลยคำตอบของคำถามในกิจกรรม Reading Skill Questions และ Comprehension
Questions (ดูเฉลยคำตอบท้ายเลม่ )

- ครูประเมินผลความเข้าใจจากจำนวนคำตอบที่ถูกต้องจากการทำกิจกรรม Graphic Organizer กิจกรรม
Reading Skill Questions และกิจกรรม Comprehension Questions รวมกัน และใช้เกณฑ์ผ่านร้อยละ
60

2. ทำกิจกรรม Summary
- ครใู ห้นกั เรยี นทำกิจกรรม Summary ในหนงั สอื เรียน หน้า 62 ให้เลือกคำที่กำหนดให้มาเติมลงในช่องว่าง
เพ่ือให้ได้สรุปยอ่ เรือ่ ง How Global Warming Changes Our World ท่ีสมบรู ณ์

- ครูให้นักเรียนอ่านออกเสียง Summary ที่เติมคำลงในช่องว่างคนละประโยค และให้นักเรียนอื่น ๆ ในช้ัน
ตรวจสอบความถูกตอ้ ง (ดเู ฉลยคำตอบท้ายเล่ม)

3. ทบทวนคำศพั ท์
- ครูให้นักเรยี นทำกจิ กรรม Check Your Vocabulary ในหนงั สอื เรยี น หน้า 64
- ครูให้นักเรียนช่วยกันบอกคำตอบ โดยครูอ่านออกเสียงประโยคที่มีคำศัพท์ และนักเรียนผลัดกันอ่านออก
เสียงข้อความท่เี ป็นความหมายของคำนน้ั (ดเู ฉลยคำตอบทา้ ยเล่ม)

สอื่ การเรียนร้แู ละแหลง่ การเรียนรู้
1. หนังสือเรยี น Moving Up Critical Reading 2 หนา้ 60-64
2. ซดี บี ันทึกเสียง
3. เคร่ืองเลน่ ซีดี

วิชาภาษาอังกฤษ (อา่ นวิเคราะห)์ แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ 13 ช้ันมัธยมศกึ ษาปที ี่ 5
เรื่อง Parts of the Body รหัสวิชา อ32203 หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 7
เวลา 5 ชวั่ โมง นางสาวสทุ ธิกานต์ บตุ ราช

ผลการเรียนรู้ (เฉพาะรายวชิ าเพิ่มเติม)

1. จับใจความสำคัญ ระบุข้อเท็จจรงิ และรายละเอยี ด ลำดบั ขนั้ ตอนและกระบวนการ ระบสุ าเหตุและผลลัพธ์

ระบุจดุ ประสงค์ของผู้เขยี น เปรยี บเทยี บความเหมอื นและความตา่ ง และอนุมานและสรปุ ความจาก
บทความเก่ยี วกับสุขภาพและสวัสดิการ ส่ิงกอ่ สร้าง วถิ ชี วี ิตสัตวโ์ ลก ภยั ธรรมชาติ การสำรวจค้นพบ ฯลฯ

2. นำทักษะการอา่ นและการคดิ ไปใช้ในการตอบคำถาม และบรรจุข้อมูลลงในแผนผงั ความคิด
3. ใฝ่เรยี นรู้ มีเหตุผล และมงุ่ มัน่ ในการทำงาน

4. เหน็ คณุ คา่ ของการทำงานรว่ มกัน

5. มคี วามตระหนกั ในความสำคัญของการอา่ นและมีเจตคติทดี่ ตี ่อการอ่าน
สาระสำคัญ

หน่วยการเรยี นรูน้ มี้ ุ่งพฒั นาการอ่านวิเคราะห์ : การวเิ คราะหข์ อ้ เท็จจรงิ และรายละเอียด โดยใช้บทอ่าน
ท่ีเกี่ยวขอ้ งกบั กลุม่ สาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์ และสงั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ทกั ษะการคิดท่ีได้รับการ

พัฒนาควบคูก่ บั ทกั ษะการอ่าน คอื การระบุ การเชอื่ มโยง การสรปุ ย่อ การสรปุ อ้างอิง และการวเิ คราะห์ นักเรียน
ต้องวเิ คราะห์ข้อมลู ในบทอา่ นเพอ่ื ตอบคำถาม และบรรจขุ อ้ มูลลงในแผนผัง
จดุ ประสงค์การเรยี นรู้

1. ด้านความรู้ ผู้เรียนสามารถจับใจความสำคัญ วิเคราะหค์ วาม สรปุ ความ ตคี วาม และแสดงความคดิ เห็นจากการ
อา่ นเร่อื งท่เี ป็นสารคดี

สาระที่ 1 : ภาษาเพอ่ื การส่อื สาร
มาตรฐาน ต 1.1 ม.4-6/4

สมรรถนะสำคญั ของผู้เรยี น คุณลักษณะอันพึงประสงค์

ความสามารถในการส่ือสาร การคิด ใฝเ่ รยี นรู้ : คน้ ควา้ ความรจู้ ากแหลง่ การเรียนรู้
ตา่ ง ๆ

2. ด้านทักษะ/ทกั ษะกระบวนการ/ทักษะการคิด
- การสรปุ ย่อ

- การวิเคราะห์
- การสรปุ อา้ งองิ
คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พ้นื ฐาน 2551 ผเู้ รียนมีพฤติกรรม ดงั น้ี

สมรรถนะสำคัญของผู้เรยี น ผเู้ รยี นมพี ฤติกรรม ดงั นี้

1. รักชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์ 5. อยู่อย่างพอเพียง
2. ซื่อสัตย์ สุจริต 6. มุ่งมั่นในการทำงาน

3. มีวนิ ยั 7. รักความเปน็ ไทย
4. ใฝเ่ รียนรู้ 8. มจี ิตสาธารณะ

1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคิด

3. ความสามารถในการแก้ปญั หา 4. ความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ิต

5. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี

หลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ผเู้ รียนมีพฤตกิ รรม ดังนี้

หลักพอประมาณ หลกั มีเหตผุ ล ภูมคิ ุ้มกันที่ดีในตัว

1. แบง่ เวลาในการทำกิจกรรมให้ 1. สามารถใช้ความรู้ในการ 1. มีทกั ษะในการคดิ แก้ปัญหาและ

เสรจ็ ทันเวลา ปฏบิ ัติกิจกรรมการเรียนรูไ้ ด้อย่าง ตัดสนิ ใจ

2. ใชว้ ัสดุ อปุ กรณ์และ สมเหตุสมผล 2. มีความเขา้ ใจในบริบทของตนเอง

ทรพั ยากรธรรมชาติอย่างคมุ้ ค่า 2. นำความรู้ที่ได้เรยี นไปประยกุ ต์ เพอ่ื น ชุมชนท่ผี ู้เรยี นเปน็ สมาชกิ และ

และประหยัด ใช้ในการดำเนินชีวติ ประจำวนั มคี วามรกั ชุมชนของตน

3. รู้จกั ประเมนิ ความสามารถของ 3. มคี วามเขา้ ใจในการนำความรู้

ตนเองและสมาชิกในกลุม่ ไปใช้ในชีวติ ประจำวนั

4. เรียนร้ทู ่ีจะแบ่งภาระหน้าที่

และแก้ปญั หาตามความสามารถ

ของตนเองและสมาชกิ ในกลมุ่

ค่านิยมไทย 12 ประการ ผู้เรยี นมพี ฤตกิ รรม ดังนี้

6. มีศลี ธรรม รกั ษาความสัตย์ หวงั ดีต่อผูอ้ ื่น เผอ่ื แผ่และแบ่งปัน
9. มสี ติรู้ตัว รู้คดิ รู้ทำ รู้ปฏบิ ตั ิตามพระราชดำรสั ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยหู่ ัว
12. คำนึงถงึ ผลประโยชนข์ องสว่ นรวม และของชาติมากกว่าผลประโยชนข์ องตนเอง

สาระการเรียนรู้

- คำศพั ทแ์ ละสำนวนภาษา
- vertebrates (n.): an animal with spine (สตั วม์ ีกระดูกสนั หลงั )
- backbone (n.): the spine (กระดกู สนั หลงั )

- reptile (n.): the type of animal that lays eggs and whose body is covered in scales
(สตั วเ์ ล้อื ยคลาน, สตั ว์ท่วี างไข่และมเี กล็ดบนตวั )

- evolve (v.): when a type of plant or animal evolves, its physical form changes over a
long period of time ((พืชหรอื สัตว์) มวี วิ ัฒนาการ)

- comprise (v.):to include, contain (รวมทงั้ , ประกอบด้วย)
- limb (n.): an arm, leg, or wing of an animal (แขน ขา หรือปกี ของสตั ว)์
- represent (v.): to show, give a picture or symbol of something (แสดง, เป็นสญั ลักษณข์ อง
บางส่งิ บางอยา่ ง)
- mobile (adj.): able to move and walk (สามารถเคลื่อนที่และเดิน)
- shock absorber (n.): an object filled to the wheels of a vehicle that makes driving over
rough roads more comfortable (อปุ กรณ์ลดแรงสนั่ สะเทอื นของรถ, โช้คอัพ)
- distinct (adj.): separate and different in a way that is clear (ท่แี ตกตา่ งกัน, ทแี่ ยกหรอื จำแนกได้
ชดั เจน)
- ligament (n.): a part inside your body that holds bones together or keep organs in place
(สว่ นทีอ่ ยู่ภายในรา่ งกายท่ยี ึดกระดูกเข้าไว้ด้วยกนั หรือทำใหอ้ วยั วะเข้าท)ี่
- absorb (v.): to reduce the harmful effects of a physical force (รบั ผลกระทบ แรงกระแทก
ไว)้
- shock (n.): unexpected event, situation (เหตกุ ารณ์, สถานการณ์ท่ไี ม่คาดหมาย)
- joint (n.): the connection point between moving parts in a living body (ขอ้ ตอ่ ของ
ร่างกายมนษุ ยแ์ ละสตั ว)์

ความเขา้ ใจที่คงทน
- นักเรยี นเขา้ ใจว่า แต่ละย่อหน้ามีรายละเอียดหลักและรายละเอยี ดรองทส่ี นับสนนุ ใจความสำคญั

ชนิ้ งานหรอื ภาระงาน (หลกั ฐาน ร่องรอยแสดงความรู้)
- คำตอบที่ไดจ้ ากการทำกจิ กรรม Worksheet 1
- Graphic Organizer ในหนงั สือเรยี น หนา้ 69

การวัดและประเมินผล วิธกี ารวัด เครือ่ งมือวดั เกณฑก์ ารวัดและประเมิน

สิง่ ทีต่ ้องการวดั ประเมินผลความเข้าใจ คำตอบของคำถาม ทำแบบฝกึ หดั ถูกต้อง
60% ขึน้ ไป
1. ด้านความรู้ บทอา่ นจากจำนวน ในกจิ กรรม Reading
2. ดา้ นทักษะ

คำตอบท่ีถูกต้องในการทำ Skill Questions

กิจกรรม Reading Skill ในหนังสอื เรยี น หน้า 67

Questions และ และกจิ กรรม

Comprehension Comprehension

Questions Questions

ในหนงั สือเรียน หน้า 68

3. ดา้ นคณุ ธรรมและ การสงั เกตพฤตกิ รรมการ ความเสียสละ ความ ไดค้ ะแนนในระดับดีขึ้นไป
จรยิ ธรรม เรยี น สมเหตุสมผล มวี นิ ยั
รับผิดชอบ อดทน

ประหยัดซือ่ สัตยร์ อบคอบ
เออ้ื เฟอ้ื เผื่อแผ่ มนี ำ้ ใจ

และตรงต่อเวลา

กระบวนการจดั การเรียนรู้
ขั้นนำเขา้ สู่บทเรยี น

กิจกรรมก่อนอ่าน

1. แจ้งจดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
- ครบู อกนักเรียนวา่ ในบทเรยี นนี้ นักเรียนจะไดเ้ รยี นรู้วิธที ใ่ี ช้เดาความหมายของคำศพั ท์จากบริบท (Context)
หรอื
คำ กลุ่มคำ ขอ้ ความทอ่ี ยูร่ อบ ๆ คำนนั้ การเรียนรู้นี้ชว่ ยใหก้ ารอ่านของนกั เรยี นดำเนินไปไดโ้ ดยไมต่ ิดขดั

2. พฒั นาทกั ษะการระบุความหมายของคำจากบริบท
- ครูทำสำเนาใบความรู้ที่ 1 แจกนักเรียนทกุ คน
- ครูอา่ นออกเสยี งความหมายในกรอบ How to Use Context Clues และนกั เรียนอา่ นในใจตาม
- ครูอธิบายสรปุ วา่ ถา้ Context Clues คอื is, are, was, were, or, such as หรือ means ความหมายของคำจะ
อย่หู ลงั คำและ Context Clues และถ้า Context Clues คอื are known as, is knows as, is called หรอื are
called ความหมายจะอยขู่ า้ งหนา้ คำที่เราต้องการทราบความหมาย
- ครูใหน้ ักเรียนดตู วั อย่างประโยคท่อี ย่ดู ้านล่างของใบความรู้ ครูอา่ นออกเสยี งทีละประโยค และอธิบายดงั น้ี
- ประโยคที่ 1 คำศัพทค์ ือ “Precipitation” Context Clue คอื “is” ความหมายคือ “what that falls
to the earth as rain or snow”. อยู่หลงั คำศพั ทแ์ ละ “is”
- ประโยคที่ 2 คำศัพท์คอื “precipitation” Context Clue คอื “is called” ความหมายคอื “what that
falls to the earth as rain or snow”. อยหู่ นา้ คำศัพท์และ “is called”
- ประโยคที่ 3 คำศพั ท์คอื “Flurries” Context Clue คือ “are” ความหมายคือ “a light snow which
falls for a short time”. อยหู่ ลังคำศัพทแ์ ละ “are”
- ประโยคท่ี 4 คำศัพท์คอื “flurries” Context Clue คอื “is known as” ความหมายคือ “a light snow
which falls for a short time”. อยูข่ า้ งหนา้ คำศพั ทแ์ ละ “is known as”
- ประโยคท่ี 5 คำศัพท์คือ “Accumulate” Context Clue คอื “means” ความหมายคือ “to pile up”
อยขู่ ้างหลงั คำศพั ท์และ “means”
- ประโยคที่ 6 คำศัพท์คือ “accumulates” Context Clue คือ “or” ความหมายคอื “to pile up” อยู่
ขา้ งหลงั คำศัพทแ์ ละ “or”
- ครูให้นักเรียนจับคกู่ ันทำกิจกรรมใน Worksheet 1 เสร็จแล้วให้นักเรียนในชัน้ ผลัดกันออกมาเขียนคำตอบบน
กระดานและทุกคนชว่ ยกันตรวจสอบความถูกต้อง

- ครใู ห้นักเรยี นอ่านย่อหน้าส้นั ๆ ในหนังสือเรียน หนา้ 66 และหาคำศัพท์ในยอ่ หนา้ ที่มีความหมายตรงกันกบั 4 คำ
ทีก่ ำหนดใหโ้ ดยครชู น้ี ำ ครใู หน้ ักเรยี นสังเกต Part of Speech ของแตล่ ะคำ

- a. giving เปน็ verb: present participle
- b. upper level เป็น noun
- c. constantly เปน็ adverb
- d. assess เป็น verb
- ครูบอกนักเรยี นวา่ ความรดู้ า้ นไวยากรณช์ ่วยในการเดาความหมายของคำศพั ท์ ดังนี้
- a. giving: นักเรยี นจะตอ้ งหาคำในย่อหน้าท่มี รี ูปกรยิ าเดยี วกัน และก็พบคำวา่ assigning นกั เรยี นกล็ อง
นำ giving ไปแทนที่ assigning และดูวา่ giving homework every day… (ใหก้ ารบ้านทกุ วนั ) ไดค้ วามหมาย
หรอื ไม่ ซึ่งพิจารณาแล้วก็ได้ความ นอกจากนั้น เมอื่ อ่านประโยคตอ่ ไปกพ็ บ Giving lots of homework… ทำให้
เชอ่ื มั่นขึน้ วา่ คำในย่อหน้าทมี่ ีความหมายตรงกบั giving คอื assigning
- b. upper level: นักเรียนจะเหน็ วา่ ในประโยคแรกมคี ำว่า upper level จะเห็นได้วา่ level เปน็ ตัวชน้ี ำ
และเมือ่ เปรียบเทียบ upper และ higher กพ็ บว่าท้ัง 2 คำ มีความหมายคลา้ ยคลงึ กัน
- - c. constantly: ในประโยคท่ี 2 มี adverb ในขอ้ ความ ... they continually review material เม่อื
ลองนำ constantly มาแทนที่ continually กพ็ บวา่ ได้ความหมายตรงกัน
- d. assess: นกั เรยี นจะเหน็ ว่าในยอ่ หนา้ มี verb รปู เดียวกบั assess หลายคำเชน่ believe, reach,
review, measure ใหน้ ักเรียนลองนำคำ assess ซง่ึ มคี วามหมายว่า ประเมนิ ไปแทนท่คี ำกรยิ าดังกลา่ ว และจะ
พบว่า assess แทนที่ measure ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
3. ตง้ั จุดประสงคใ์ นการอ่าน
- ครใู หน้ ักเรยี นอ่านบทอา่ นในหนังสือเรียน หนา้ 66-67 และหา Main Idea ในแตล่ ะยอ่ หนา้

ขั้นจดั การเรยี นรู้

กิจกรรมระหว่างอ่าน

1. อา่ นเพอื่ จับใจความสำคัญในย่อหน้า (ตามจุดประสงค์)
- ครเู ปิดซีดีบนั ทกึ เสียง Track 13 ยอ่ หน้าท่ี 1 ในหนังสือเรยี น หน้า 66 ใหน้ ักเรยี นฟงั และอ่านในใจตาม
- ครูเขยี น 2 คำถามบนกระดาน ดงั น้ี
1. What is the (first, second, third) paragraph mainly about?
2. What does the paragraph tell about (answer to questions)?
- ครูใหน้ ักเรยี นจบั คู่กันอ่านย่อหน้าที่ 1 ซำ้ และช่วยกันตอบคำถามบนกระดาน
- ครใู หน้ ักเรียนอาสาสมัครออกมาเขยี นคำตอบบนกระดาน และให้นักเรยี นอ่นื ชว่ ยกนั ปรบั แก้ใหเ้ หมาะสม
คำตอบท่เี สนอแนะ
1. What is the first paragraph mainly about?
- It’s about the backbone.
2. What does the paragraph tell about the backbone?

- The backbone is the set of bones that runs down the back of a human being
and an animal and protects and supports the nerves inside.

- ครูฝกึ นักเรยี นใหห้ าความหมายของคำจากบริบท โดยต้ังคำถามให้นักเรียนตอบดงั น้ี
T: What are vertebrates (line 5)?

Ss: (Vertebrates are all living species that have a backbone.)
T: Which clue have you used to identify the meaning?
Ss: (...are called.)

T: What is a spinal column (line 7-8)?
Ss: (Another word for backbone.)

T: What clue have you used to identify the meaning?
Ss: (is … called.)
- ครเู ปิดซีดบี ันทึกเสียง Track 13 ยอ่ หน้าที่ 2 ในหนังสอื เรียน หน้า 66 ใหน้ กั เรียนฟงั และอ่านในใจตาม

- ครูให้นกั เรยี นจับคูก่ ันอา่ นย่อหน้าท่ี 2 ซำ้ และช่วยกนั ตอบคำถามบนกระดาน
- ครูใหน้ กั เรยี นอาสาสมัครออกมาเขียนคำตอบบนกระดาน ใหน้ ักเรียนอนื่ ๆ ชว่ ยกันปรับแกใ้ ห้เหมาะสม

คำตอบทเี่ สนอแนะ
1. What is the second paragraph main about?

- It’s about vertebrates.

2. What does the paragraph tell about vertebrates?
- All vertebrates have muscles and skeletons and also two pairs of limbs, which

enable them to be mobile.
- ครเู ปิดซีดบี นั ทกึ เสยี ง Track 13 ย่อหน้าท่ี 3 ในหนงั สอื เรียน หน้า 66-67 ให้นักเรียนฟังและอา่ นในใจตาม
- ครใู หน้ ักเรยี นจับคูก่ นั อา่ นย่อหนา้ ท่ี 3 ซ้ำ และชว่ ยกนั ตอบคำถามบนกระดาน

- ครูให้นกั เรียนอาสาสมคั รออกมาเขียนคำตอบบนกระดาน และให้นักเรยี นอ่นื ๆ ชว่ ยกนั ปรับแก้ใหเ้ หมาะสม
คำตอบที่เสนอแนะ

1. What is the third paragraph mainly about?
- It’s about the three parts inside the spinal column.

2. What does the paragraph tell about the three parts inside the spinal column?

- The three parts inside the spinal column - vertebrae bones, discs, and
ligaments - function as a joint, allowing our body to bend or twist.

- ครูใหน้ กั เรยี นฝกึ หาความหมายของคำศัพทจ์ ากบริบทโดยตง้ั คำถามให้นักเรียนตอบดงั นี้
T: What does “rotate” (line29) mean?
Ss: (“Move around.”)

T: What clue have you used to identify the meaning?
Ss: (“or.”)

T: What are ligaments (line32)?

Ss: (They are tissues that connect vertebra bones and discs.)
T: What clue have you used to identify the meaning?
Ss: (“is…called.”)
2. บรรจขุ อ้ มูลลงในแผนผงั ความคดิ
- ครใู หน้ กั เรยี นทำกิจกรรม Graphic Organizer ในหนงั สอื เรียน หน้า 69 โดยการชนี้ ำของครู
- ครูลอก Graphic Organizer จากหนงั สอื เรยี นมาไว้บนกระดาน ใหน้ ักเรยี นใชค้ ำหรอื วลสี ำคญั (Key Words or
Phrases) จากบทอา่ นในหนังสือเรียน หน้า 66-67 มาเขยี นลงในกรอบใน Graphic Organizer ตามท่กี ำหนดไว้
เทา่ ที่จะเขียนได้
- ครใู หน้ ักเรยี นดูคำศัพท์ที่กำหนดใหท้ ีละคำ คำแรกคอื vertebrate
- Definition: Vertebrates are all living species that have a backbone. (จากบรรทัดท่ี 4-5)
Synonyms: -

- Sentence containing word/phrase: Dolphins, chimpanzees, elephants and humans are
vertebrates. (จากบรรทัดที่ 14-15)
- ครอู ธบิ ายวา่ Synonym หมายถึง “คำ” ทมี่ คี วามหมายเหมอื นอกี คำหน่ึง (a word that has the same
meaning as another word) เชน่ scared เป็น synonym ของ afraid แต่ vertebrates ไม่มคี ำท่เี ป็น synonym
จึงเวน้ ว่างไว้
- ครูให้นักเรยี นเขยี นคำ/กลุ่มคำ/ประโยคลงในคอลมั น์ท่ี 2 ใน Graphic Organizer เกี่ยวกับ backbone
- Definition: The backbone is the sets of bone that runs down the back of an animal and
a human and protects and supports the nerves inside. (จากบรรทัดท่ี 2-3 และ 8-9)
- Synonym: spine
- Sentence containing word/phrase: The backbone is one of the most essential parts of
our bodies. (จากบรรทดั ท่ี 1-2)
- ครูให้นักเรยี นเขยี นคำ/กลุ่มคำ/ประโยคลงในคอลมั น์ท่ี 3 ใน Graphic Organizer เกยี่ วกับ comprised และด้วย
เหตทุ ่ีคำคำนไี้ ม่สามารถหาความหมายจากบริบทได้ ครจู ึงให้นกั เรยี นใช้ขอ้ มูลจากพจนานุกรม
- Definition: To comprise means to form something.
- Synonym: consist of
- Sentence containing word/phrase: The house comprises two bedrooms, a kitchen, and
living room.
- ครใู ห้นกั เรียนเขยี นคำ/กล่มุ คำ/ประโยคลงในคอลัมน์ที่ 4 ใน Graphic Organizer เกี่ยวกบั shock absorber และ
ด้วยเหตุท่ีคำคำนไ้ี มส่ ามารถหาความหมายจากบริบทได้ ครจู ึงใหน้ กั เรียนใชข้ อ้ มูลจากพจนานกุ รม
- Definition: A shock absorber is a piece of equipment connected to each wheel of a
vehicle to make driving over rough roads more comfortable.
- Synonym: -
- Sentence containing word/phrase: Every car has shock absorber.

3. ตรวจสอบความเข้าใจ
- ครูใหน้ กั เรียนอ่านบทอา่ นเรอื่ ง Vertebrates: Their Role and Function ในหนงั สือเรียน หนา้ 66-67 อีก
ครงั้ หนึง่ แลว้ ทำกจิ กรรม Reading Skill Questions ในหนังสอื เรยี น หน้า 67 และ Comprehension
Questions ในหนังสือเรยี น หนา้ 68

ขน้ั สรุป
1. ประเมินผลความเข้าใจ

- ครูให้นกั เรียนชว่ ยกันเฉลยคำตอบในกิจกรรม Reading Skill Questions และ Comprehension Questions (ดู
เฉลยคำตอบท้ายเลม่ )
- ครูประเมินผลความเขา้ ใจจากจำนวนคำตอบท่ีถูกตอ้ งจากการทำกจิ กรรมทง้ั 2 ดังกล่าว และใช้เกณฑ์ผา่ นร้อยละ
60
2. กจิ กรรม Summary
- ครใู หน้ กั เรยี นทำกิจกรรม Summary ในหนงั สอื เรยี น หนา้ 68 ให้เลอื กคำที่กำหนดใหม้ าเขียนลงในชอ่ งว่าง
เพอื่ ใหไ้ ด้สรุปย่อเรือ่ ง Vertebrates: Their Role and Function ทสี่ มบูรณ์
- ครูใหน้ ักเรียนอา่ นออกเสยี งยอ่ หน้า ท่ีเติมคำลงในช่องวา่ งแล้วคนละประโยค และใหน้ ักเรยี นอ่นื ๆ ในช้ัน
ตรวจสอบความถกู ต้อง (ดูเฉลยคำตอบท้ายเล่ม)
สื่อการเรยี นรูแ้ ละแหลง่ การเรยี นรู้
1. หนงั สือเรยี น Moving Up Critical Reading หน้า 65-69
2. ซดี ีบันทึกเสยี ง
3. เครอ่ื งเลน่ ซีดี
4. ใบความรู้ท่ี 1: How to Use Context Clues
5. Worksheet 1

วิชาภาษาองั กฤษ (อา่ นวเิ คราะห์) แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 14 ช้ันมัธยมศกึ ษาปที ่ี 5
เรื่อง Parts of the Body รหัสวิชา อ32203 หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 7
เวลา 3 ชั่วโมง นางสาวสทุ ธกิ านต์ บตุ ราช

ผลการเรียนรู้ (เฉพาะรายวิชาเพ่ิมเตมิ )

1. จับใจความสำคัญ ระบุขอ้ เท็จจริงและรายละเอียด ลำดับขัน้ ตอนและกระบวนการ ระบุสาเหตุและผลลพั ธ์

ระบจุ ุดประสงค์ของผู้เขยี น เปรยี บเทยี บความเหมือนและความต่าง และอนุมานและสรปุ ความจาก
บทความเก่ยี วกับสุขภาพและสวัสดิการ สิง่ ก่อสร้าง วถิ ชี วี ิตสัตว์โลก ภยั ธรรมชาติ การสำรวจคน้ พบ ฯลฯ

2. นำทกั ษะการอา่ นและการคดิ ไปใชใ้ นการตอบคำถาม และบรรจขุ อ้ มูลลงในแผนผังความคดิ
3. ใฝ่เรียนรู้ มีเหตุผล และมุ่งมั่นในการทำงาน

4. เห็นคณุ ค่าของการทำงานรว่ มกนั

5. มคี วามตระหนักในความสำคัญของการอ่านและมเี จตคติที่ดตี อ่ การอา่ น
สาระสำคญั

หน่วยการเรียนรู้นี้มุ่งพัฒนาทักษะการอ่านวิเคราะห์ : การจับใจความสำคัญเป็นหลัก โดยใช้บทอ่านที่
เกี่ยวข้องกับกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ และสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ทักษะการคิดทีไ่ ด้รับการ

พัฒนาควบคู่ไปกบั ทักษะการอ่าน คือ การสรปุ ย่อ การวิเคราะห์ และการสรุปอ้างองิ นกั เรียนต้องวิเคราะห์ข้อมูลใน
บทอา่ นเพือ่ ตอบคำถามและบรรจุข้อมลู ลงในแผนผงั ความคิด
จุดประสงค์การเรยี นรู้

จับใจความสำคัญ วเิ คราะห์ความ สรปุ ความ ตีความ และแสดงความคดิ เห็นจากการอ่านเรือ่ งท่เี ป็นสารคดี
สาระที่ 1 : ภาษาเพอื่ การส่อื สาร

มาตรฐาน ต 1.1 ม.4-6/4

สมรรถนะสำคัญของผเู้ รยี น คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์

ความสามารถในการสอื่ สาร การคิด ใฝ่เรียนรู้ : คน้ คว้าความรจู้ ากแหลง่ การเรียนรู้

ต่าง ๆ

2. ด้านทกั ษะ/ทกั ษะกระบวนการ/ทกั ษะการคดิ

- การสรุปย่อ
- การวเิ คราะห์

- การสรุปอ้างอิง

คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขนั้ พื้นฐาน 2551 ผู้เรยี นมพี ฤติกรรม ดงั น้ี

1. รักชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์ 5. อยู่อย่างพอเพียง

2. ซ่อื สตั ย์ สุจรติ 6. มงุ่ มน่ั ในการทำงาน

3. มวี ินัย 7. รักความเปน็ ไทย

4. ใฝ่เรยี นรู้ 8. มจี ิตสาธารณะ

สมรรถนะสำคัญของผู้เรยี น ผเู้ รียนมพี ฤตกิ รรม ดังน้ี

1. ความสามารถในการสอื่ สาร 2. ความสามารถในการคิด

3. ความสามารถในการแกป้ ญั หา 4. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวติ

5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี

หลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง ผู้เรียนมพี ฤติกรรม ดังนี้

หลักพอประมาณ หลกั มเี หตุผล ภมู ิคุ้มกนั ทดี่ ใี นตัว

1. แบง่ เวลาในการทำกิจกรรมให้ 1. สามารถใช้ความร้ใู นการ 1. มีทักษะในการคดิ แกป้ ญั หาและ

เสรจ็ ทนั เวลา ปฏิบตั ิกิจกรรมการเรียนรไู้ ดอ้ ยา่ ง ตดั สนิ ใจ

2. ใชว้ ัสดุ อปุ กรณแ์ ละ สมเหตุสมผล 2. มคี วามเขา้ ใจในบริบทของตนเอง

ทรพั ยากรธรรมชาติอย่างคุ้มคา่ 2. นำความรู้ท่ไี ด้เรยี นไปประยุกต์ เพื่อน ชุมชนทีผ่ ู้เรียนเป็นสมาชกิ และ

และประหยดั ใชใ้ นการดำเนนิ ชีวติ ประจำวนั มคี วามรกั ชุมชนของตน

3. รู้จกั ประเมนิ ความสามารถของ 3. มคี วามเขา้ ใจในการนำความรู้

ตนเองและสมาชิกในกลมุ่ ไปใชใ้ นชีวติ ประจำวนั

4. เรยี นร้ทู จ่ี ะแบ่งภาระหนา้ ที่

และแก้ปัญหาตามความสามารถ

ของตนเองและสมาชกิ ในกลุม่

ค่านิยมไทย 12 ประการ ผ้เู รียนมพี ฤติกรรม ดังน้ี
6. มศี ีลธรรม รักษาความสตั ย์ หวังดตี ่อผ้อู นื่ เผือ่ แผแ่ ละแบง่ ปัน

9. มีสติรตู้ ัว รู้คดิ รู้ทำ รปู้ ฏิบตั ิตามพระราชดำรัสของพระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยู่หัว
12. คำนึงถงึ ผลประโยชนข์ องส่วนรวม และของชาตมิ ากกว่าผลประโยชนข์ องตนเอง

สาระการเรียนรู้
- คำศพั ท์และสำนวนภาษา

- spinal cord (n.): the set of nerves inside the spine that connect the brain to other nerves

in the body (ไขสันหลัง : เสน้ ประสาททอ่ี ยใู่ นกระดกู สนั หลงั ท่เี ชอื่ มสมองกับเสน้ ประสาทอน่ื ๆ ในร่างกาย)
- tragic (adj.): very sad (เศรา้ มาก)

- severely (adv.): very seriously (ร้ายแรง, สาหัสมาก)
- damage (v.): to harm or spoil something (ทำให้เสยี หาย)
- paralyzed (adj.): unable to move or act (ไม่สามารถเคลือ่ นไหวได้, เปน็ อมั พาต)

- torso (n.): the area of the human body from the hips to the neck (ลำตวั ตั้งแต่สะโพกถงึ คอ)

- crush (v.): to press something very hard so that it is broken or its shape is destroyed (บีบ
อัดอย่างแรงจนหกั หรือเสียรปู รา่ ง)

- contact sport (n.): a sport such as rugby or American football in which players are
allowed to touch each other when, for example, they are trying to get the ball (กฬี า เชน่ รกั บห้ี รือ

อเมริกันฟตุ บอลซ่ึงยอมให้ผเู้ ลน่ สัมผสั ตัวกันได้ เช่น ในขณะท่กี ำลังพยายามแยง่ ลูกบอล)
- mobility (n.): the ability to move freely or be easily moved (ความสามารถในการเคล่อื นที่ได้

โดยอิสระ)

- quadriplegia (n.): inability to move any part of your body below your neck (การท่ไี ม่
สามารถเคล่ือนไหวสว่ นของร่างกายต้งั แต่คอลงมา)

- paraplegia (n.): inability to move your legs and the lower part of your body (การท่ไี ม่
สามารถเคลื่อนไหวขาและรา่ งกายส่วนล่าง)

- sore (n.): a painful area on the surface of a body, especially an infected area (แผลเปอื่ ย

บนรา่ งกาย โดยเฉพาะบรเิ วณทต่ี ิดเชื้อ)
- sensation (n.): the ability to feel something physically, especially by touching

(ความสามารถในการสัมผัสทางกายภาพ)
- treatment (n.): the use of drugs, exercises, etc. to cure a person of an illness or injury

(การใช้ยา การออกกำลังกาย ฯลฯ เพื่อรกั ษาคนท่ีเจบ็ ไข้หรือบาดเจ็บ)

- virtually (adv.): almost (เกอื บ)
- repair (v.): to put something that is damaged back into good condition (ทำให้สิ่งทเ่ี สียหาย

กลบั คืนสู่สภาพดี, ซ่อมแซม)
- therapy (n.): a treatment which helps someone feel better, grow stronger, etc.,

especially after an illness (การรกั ษาซงึ่ ช่วยใหค้ นรสู้ กึ ดขี นึ้ แข็งแรงข้นึ ฯลฯ โดยเฉพาะหลงั จากเจบ็ ปว่ ย)

- rehabilitation (n.): returning someone to a good or healthy condition (การทำให้บคุ คล
กลบั คืนสู่สภาพด)ี

- undergo (v.): to experience something that is unpleasant (ประสบ, พบพานบางส่ิงบางอย่างท่ี
ไม่ดี)

- productive (adj.): producing good results, useful (ได้ผลด)ี

- renewed (adj.): happening again after a pause, and with move energy, strength, or
enthusiasm than before (เกดิ ข้ึนอกี ครง้ั หนึง่ หลงั จากหยุดไป ดว้ ยพลังและความกระตือรอื ร้นมากกวา่ แต่ก่อน)

- prosthetic limb (n.): an artificial limb (hand, arm, leg, etc.) แขนขาเทียม
ความเขา้ ใจที่คงทน

- นักเรียนเรยี นรู้ จบั ใจความสำคัญ วเิ คราะห์ความ สรปุ ความ ตคี วาม และแสดงความคดิ เห็นจากการอ่าน

เร่อื งทีเ่ ปน็ สารคดี
ช้นิ งานหรอื ภาระงาน (หลักฐาน รอ่ งรอยแสดงความรู)้

- คำตอบของคำถามในกจิ กรรม Reading Skill Questions ในหนังสอื เรยี น หนา้ 73 และกิจกรรม
Comprehension Questions ในหนงั สือเรยี น หน้า 73

การวัดและประเมนิ ผล วิธกี ารวัด เครอื่ งมือวัด เกณฑก์ ารวัดและประเมนิ
ส่งิ ท่ีต้องการวดั
ตรวจบทอา่ นจากจำนวน บทอา่ นจาก Reading ทำแบบฝึกหัดถกู ต้อง
1. ด้านความรู้
2. ดา้ นทักษะ คำตอบทีถ่ ูกต้องในการทำ Skill Questions และ 60% ข้นึ ไป

3. ด้านคุณธรรมและ กจิ กรรม Reading Skill Comprehension
จริยธรรม
Questions และ 1 Graphic Organizer

Comprehension ในหนงั สอื เรียน หนา้ 73

1. กจิ กรรม Reading

Skill Questions

ในหนังสอื เรยี น

การสงั เกตพฤติกรรมการ ความเสียสละ ความ ได้คะแนนในระดบั ดีข้นึ ไป

เรยี น สมเหตุสมผล มวี ินัย

รบั ผิดชอบ อดทน

ประหยัดซ่อื สตั ยร์ อบคอบ

เอ้อื เฟื้อ เผอ่ื แผ่ มนี ้ำใจ

และตรงต่อเวลา

กระบวนการจดั การเรยี นรู้
ขัน้ นำเข้าสู่บทเรียน

กจิ กรรมกอ่ นอ่าน
1. แจ้งจดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้

- ครูแจ้งให้นกั เรียนทราบวา่ ในบทเรียนนีน้ ักเรียนจะไดเ้ รยี นรวู้ ธิ กี ารหาความหมายของคำศพั ท์จากบรบิ ทเพิ่มเตมิ
และฝกึ อา่ นกวาดตาเพื่อหาข้อมูลทเี่ ฉพาะเจาะจง
2. ตง้ั จดุ ประสงค์ในการอา่ น

- ครูใหน้ กั เรียนดูชอื่ บทอ่าน Injuries to the Spinal Cord และภาพบุคคล 2 ภาพ ในหนงั สอื เรียน หนา้ 70-71
ให้นักเรยี นช่วยกันใหข้ ้อมูลเกี่ยวกบั ชายในภาพ โดยใชช้ ือ่ บทอ่านและภาพทง้ั 2 เปน็ พืน้ ฐาน ครเู ขียนสง่ิ ทน่ี กั เรียน

ช่วยกนั บอกบนกระดาน เช่น
- He played the role of Superman in the movie.
- He was badly injured.

- His spinal cord was damaged.
- He was unable to walk.

- He spent his life in a wheel air.

ฯลฯ
นกั เรียนบางคนทเ่ี คยดภู าพยนตร์ทชี่ ายผนู้ ้แี สดงอาจบอกได้วา่ He is Christopher Reeve หรือ His name is

Christopher Reeve.
- ครใู ห้นกั เรยี นอ่านบทอา่ นเรอื่ ง Injuries to the Spinal Cord เพ่ือหาข้อมูลในบทอ่านมายนื ยันความ

ถูกต้องของข้อมูลท่ีนกั เรยี นช่วยกันบอกจากชือ่ เร่ืองและภาพโดยใช้วธิ ีอ่านแบบกวาดตาเพื่อหาข้อมูล
เฉพาะทีต่ อ้ งการเทา่ นน้ั
ขน้ั จัดการเรยี นรู้

1. อ่านเพ่ือหาข้อมูลเฉพาะเก่ยี วกบั บุคคลในภาพ
- นักเรียนอ่านบทอ่านเร่อื ง Injuries to the Spinal Cord ในหนงั สอื เรียน หนา้ 70-71 โดยกวาดตาหาขอ้ มูลท่ี

ตรงกบั ขอ้ มูลบนกระดาน
- นกั เรียนบอกครวู ่าข้อมูลในหนังสอื เรียนยืนยนั ความถูกต้องของขอ้ มลู เก่ียวกับบุคคลในภาพ
- ครูใหน้ ักเรียนใหข้ ้อมูลท่ีพบในหนังสือเรียนเกีย่ วกบั บุคคลในภาพท่ไี มม่ บี นกระดาน นักเรยี นอาจให้ขอ้ มลู ดังนี้

- In 1955, he fell off a horse. He was paralyzed from the neck down and could not move
his arms, legs, or torso.

- His injury was renewed interest and funding in spinal cord research.
2. พฒั นาทกั ษะการบอกความหมายของคำศพั ท์โดยใช้ Example Clues และ General Knowledge

- ครูเปิดซดี ีบันทกึ เสียง Track 14 ย่อหนา้ ที่ 1 ให้นกั เรียนฟงั และอ่านในใจตาม

- ครูถามนักเรยี น What does “paralyzed” mean? และบอกนักเรียนวา่ General Knowledge หรือความรู้
รอบตวั จะช่วยใหน้ ักเรยี นเดาความหมายได้ ประโยคท่มี ีคำน้ีคอื He was paralyzed from the neck down and

could not move his arms, legs, or torso. จับใจความได้ว่า “เขา paralyzed ตงั้ แตค่ อลงมา และไม่สามารถ
เคลอ่ื นไหวแขน ขา หรอื ลำตวั ” ความรูร้ อบตวั จะทำให้นกั เรยี นบอกได้วา่ คนทม่ี ีอาการดงั กล่าวเรยี กว่าเป็นอัมพาต
ดังนน้ั paralyzed กค็ อื เป็นอมั พาตนน่ั เอง และประโยคตอ่ ไปก็ช่วยยืนยันการเดานี้ ประโยคน้มี ี clue คือ means

หมายความว่า ความหมาย paralysis คอื ขอ้ ความท่ีอยูข่ ้างหลงั means คอื the loss of movement and
sensation of a particular part of the body (ขาดความสามารถในการเคลื่อนไหว และขาดความรู้สกึ เฉพาะ

ส่วนของรา่ งกาย) ดงั นน้ั paralysis ซงึ่ เป็นคำนามของกริยา paralyze
- ครูเปิดซดี ีบันทกึ เสยี ง Track 14 ยอ่ หน้าที่ 2 ในหนงั สือเรียน หนา้ 70 ให้นักเรยี นฟงั และอา่ นในใจตาม
- ครูเขียนประโยคต่อไปน้ีบนกระดาน

- Athletes who play contact sports like football, rugby, hockey or basketball often suffer
from sports-related injuries.

- ครูชี้ใหน้ กั เรียนดู like ซ่ึงเป็น clue บอกนกั เรยี นวา่ football, rugby, hockey, basketball เปน็ ตวั อย่างของ
contact sports นน่ั ก็คอื ผู้เล่นกีฬาเหล่านสี้ มั ผัสกันทางร่างกาย โดยเฉพาะเม่ือแยง่ ลกู บอลกัน จะเหน็ ได้ว่าเรา
สามารถเดาความหมายของคำศัพทไ์ ดจ้ ากตัวอยา่ งทย่ี กมา เราเรยี ก clue ชนิดนี้วา่ Example Clues และนอกจาก

like แลว้ สญั ญาณอ่ืน ๆ ก็ไดแ้ ก่ for example, for instant, such as ฯลฯ
- ครใู ห้นกั เรยี นสังเกตสัญญาณ is called ทเ่ี รยี นรู้มาแลว้ ในบทเรยี นกอ่ น ในบทอ่านที่นกั เรยี นใชส้ ญั ญาณ is

called บอกความหมายของ quadriplegia (บรรทัดที่ 14 ) และ paraplegia (บรรทัดที่ 15)

- ครูเปิดซีดบี นั ทึกเสยี ง Track 14 ยอ่ หน้าท่ี 3 ในหนังสือเรียน หน้า 70-71 ให้นกั เรียนฟงั และอา่ นในใจตาม
- ครอู ่านออกเสียงประโยคท่ี 3 ในยอ่ หน้านี้ และให้นักเรียนหา clue ทจี่ ะใช้หาความหมายของ therapy นกั เรียน

น่าจะบอกได้วา่ or เปน็ clue เพราะไดเ้ รยี นรแู้ ล้วจากบทเรยี นกอ่ น แตใ่ นกรณนี ี้ไม่วา่ จะเปน็ therapy หรอื
rehabilitation ต่างก็เปน็ ศัพท์ทีน่ ักเรยี นไมท่ ราบความหมายท้งั 2 คำ ครูอ่านออกเสยี งประโยคท่ีมคี ำท้ัง 2 นี้ซ้ำ

“One of the few ways to help a person who has lost movement in their body is to offer them
therapy or rehabilitation.”(วิธีหนึง่ ใน 2-3 วธิ ที จี่ ะชว่ ยคนทเ่ี คลอื่ นไหวรา่ งกายไมไ่ ด้ ก็คือให้ therapy หรอื
rehabilitationแก่เขา)ครอู ่านออกเสียง

ประโยคต่อไป “The patient has to undergo many hours of treatment with physical therapists and
nurses.” และชี้ให้เหน็ ว่าประโยคน้ีขยายความประโยคกอ่ นคือการให้ therapy หรอื rehabilitation ก็คอื คนไข้

ต้องผ่านการบำบดั หลายช่ัวโมงจาก therapists และพยาบาล นกั เรยี นจะเห็นวา่ treatment เป็นคำท่ีใชแ้ ทน
therapyในประโยคกอ่ น และการทำงานรว่ มกนั ระหว่าง therapists และพยาบาลในการรักษา ทำใหเ้ ดาจาก
ประสบการณไ์ ด้ว่า therapists น่าจะเปน็ ผบู้ ำบดั รกั ษา ดงั น้นั therapy กน็ ่าจะหมายความวา่ การบำบัดรักษา และ

ดว้ ยเหตุท่ี or เป็น clue ชว่ ยช้บี ง่ ความหมายของ therapy และ rehabilitation ดังนัน้ rehabilitation น่าจะ
หมายถงึ การบำบัดรักษาเช่นกัน

- ครเู ปิดซีดบี นั ทกึ เสียง Track 14 ย่อหนา้ ที่ 4 ในหนังสอื เรยี น หนา้ 71 ให้นกั เรียนฟงั และอา่ นในใจตาม
- ครใู หน้ ักเรียนดปู ระโยคที่ 2 ทมี่ ี or เป็น clue ทำให้นกั เรียนบอกความหมายของ regenerate ไดว้ ่า grow again
- ครอู ่านออกเสยี งประโยค Now, people can use prosthetic limbs for their arms or legs. ประโยคน้ี

prosthetic เปน็ คำศัพท์ยาก แตน่ กั เรยี นสามารถหาความหมายได้จากประโยชนถ์ ดั ไปคอื This enables them to
use their hands to eat, write, use a computer or even drive a car. นกั เรียนจะตอ้ งตคี วามให้ไดก้ อ่ นว่า

This แทนทปี่ ระโยคขา้ งหนา้ ดงั น้คี ือ “People’s using prosthetic limbs…” และนำกลุ่มคำนีม้ าแทนที่ This ใน
ประโยคสุดท้ายจบั ความได้วา่ “การท่ีคนใช้ prosthetic limbs ทำใหเ้ ขาใชม้ ือในการกนิ เขยี น ใช้คอมพิวเตอร์ หรอื
แมก้ ระท่ังขบั รถ”ดงั นน้ั prosthetic limbs ก็น่าจะเป็น “แขนขาเทียม”

3. ทำกิจกรรม Graphic Organizer
- ครูให้นกั เรยี นทำกิจกรรม Graphic Organizer ในหนงั สอื เรียน หนา้ 73 ครูอ่านออกเสยี งคำสงั่ ของกจิ กรรมขอ้ 1

บอกนกั เรียนว่าใหอ้ า่ นประโยคทกี่ ำหนดให้ และเลอื กประโยค a., b., c. หรือ d. ทีก่ ล่าวถึงข้อมลู สำคัญในประโยค
เป้าหมายไดอ้ ยา่ งดที ี่สุด
- ครใู ห้นกั เรยี นช่วยกันบอกคำตอบ (ดูเฉลยคำตอบทา้ ยเลม่ )

- ครอู า่ นออกเสยี งคำส่งั กจิ กรรม Graphic Organizer ข้อ 2 บอกนักเรียนใหเ้ ลือกคำศัพท์ 3 คำจากบทอ่าน เขยี น
นิยามของแต่ละคำ และประโยคทมี่ ีคำท่เี ลอื กลงในกรอบเลก็ ของแผนภูมิ นกั เรยี นอาจใชพ้ จนานุกรมไดเ้ ท่าท่จี ำเปน็

- ครูใหน้ ักเรียน 3-4 คน ออกมาเขยี นนิยามและประโยคทม่ี ีคำท่ีตนเลอื กบนกระดาน และครูชว่ ยปรบั แก้ให้ถกู ตอ้ ง
(ดูคำตอบทเี่ สนอแนะท้ายเลม่ )
4. ตรวจสอบความเข้าใจ

- ครใู หน้ กั เรยี นอ่านบทอ่านเร่อื ง Injuries to the Spinal Cord ในหนังสอื เรยี น หน้า 70-71 อีกคร้ังหนงึ่ แลว้ ทำ
กิจกรรม Reading Skill Questions ในหนังสือเรียน หนา้ 71 และทำกจิ กรรม Comprehension Questions ใน

หนังสือเรยี น หน้า 72

ขั้นสรปุ
1. ประเมินผลความเข้าใจ

- ครใู ห้นกั เรยี นชว่ ยกันบอกคำตอบในกจิ กรรม Reading Skill Questions และ Comprehension Questions (ดู
เฉลยคำตอบท้ายเลม่ )

- ครูประเมนิ ผลความเขา้ ใจจากจำนวนคำตอบท่ีถกู ตอ้ งจากการทำกิจกรรม Graphic Organizer ข้อ 1 และ 2
กจิ กรรม Reading Skill Questions และกจิ กรรม Comprehension Questions รวมกัน โดยใช้เกณฑ์ผา่ นร้อย
ละ 60

2. ทำกิจกรรม Summary
- ครูให้นักเรียนทำกจิ กรรม Summary ในหนังสือเรยี น หนา้ 72 ให้เลอื กคำท่ีกำหนดให้เขยี นลงในช่องวา่ ง เพือ่ ให้

ได้สรุปย่อเรื่อง Injuries to the Spinal Cord ทส่ี มบูรณ์
- ครใู ห้นกั เรียนอา่ นอออกเสยี ง Summary ทีเ่ ติมคำลงในช่องวา่ งคนละประโยค และให้นกั เรียนอนื่ ๆ ในช้ัน
ตรวจสอบความถกู ตอ้ ง (ดูเฉลยคำตอบทา้ ยเลม่ )

3. ทบทวนคำศัพท์
- ครใู ห้นกั เรยี นทำกจิ กรรม Check Your Vocabulary ในหนังสือเรยี น หนา้ 74

- ครใู ห้นกั เรยี นชว่ ยกนั บอกคำตอบโดยครอู า่ นออกเสยี งประโยคท่มี คี ำศพั ท์ และนักเรยี นผลดั กันอ่านออกเสยี ง
ขอ้ ความทเ่ี ป็นความหมายของคำน้นั (ดูเฉลยคำตอบท้ายเล่ม)
สอ่ื การเรยี นรู้และแหลง่ การเรยี นรู้

1. หนังสือเรยี น Moving Up Critical Reading 2 หน้า 70-74
2. ซดี บี ันทกึ เสียง

3. สื่ออเิ ลก็ ทรอนิกส์
- http://pongphun.wordpress.com/2009/05/27/

วชิ าภาษาองั กฤษ (อา่ นวเิ คราะห์) แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 15 ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ่ี 5
เร่ือง Science and Technology รหสั วิชา อ32203 หน่วยการเรียนรู้ที่ 8
เวลา 5 ช่วั โมง นางสาวสุทธิกานต์ บุตราช

ผลการเรียนรู้ (เฉพาะรายวิชาเพม่ิ เตมิ )

1. จับใจความสำคญั ระบขุ อ้ เท็จจริงและรายละเอยี ด ลำดับขั้นตอนและกระบวนการ ระบสุ าเหตุและผลลพั ธ์

ระบจุ ดุ ประสงค์ของผู้เขยี น เปรยี บเทยี บความเหมือนและความตา่ ง และอนมุ านและสรุปความจาก
บทความเกีย่ วกบั สขุ ภาพและสวัสดิการ สิง่ กอ่ สร้าง วถิ ีชีวติ สัตว์โลก ภยั ธรรมชาติ การสำรวจคน้ พบ ฯลฯ

2. นำทักษะการอ่านและการคิดไปใช้ในการตอบคำถาม และบรรจขุ ้อมูลลงในแผนผงั ความคดิ
3. ใฝเ่ รียนรู้ มเี หตผุ ล และมงุ่ มั่นในการทำงาน

4. เหน็ คณุ ค่าของการทำงานร่วมกนั

5. มคี วามตระหนักในความสำคัญของการอา่ นและมเี จตคติที่ดีต่อการอ่าน
สาระสำคัญ

หน่วยการเรียนรู้นี้มุ่งพัฒนาทักษะการอ่านวิเคราะห์เชิงลำดับ ซึ่งมี 2 ลักษณะ คือ การลำดับขั้นตอนใน
กระบวนการและการลำดับเหตุการณ์ตามท่ีเกดิ ขึน้ ก่อนและหลงั โดยใช้บทอ่านท่ีเกีย่ วข้องกับกลุ่มสาระการเรียนรู้

วิทยาศาสตร์ และสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ทักษะการคิดที่ได้รับการพัฒนาควบคู่กับทักษะการ
อ่าน คือ ทักษะการคิด การเรียงลำดับ การระบุ การวิเคราะห์ และการให้เหตุผล นักเรียนต้องวิเคราะห์ข้อมลู ใน
บทอ่านเพอ่ื ตอบคำถาม และบรรจขุ อ้ มลู ลงในแผนผงั ความคิด

จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. ด้านความรู้ ผู้เรยี นสามารถ

สาระท่ี 1 : ภาษาเพอื่ การส่ือสาร
มาตรฐาน ต 1.1 ม.4-6/4

สมรรถนะสำคญั ของผ้เู รยี น คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์

ความสามารถในการสื่อสาร การคิด ใฝ่เรียนรู้ : คน้ ควา้ ความรู้จากแหลง่ การเรยี นรู้
ตา่ ง ๆ

2. ดา้ นทกั ษะ/ทักษะกระบวนการ/ทักษะการคิด
- การสรุปยอ่

- การวเิ คราะห์
- การสรุปอา้ งอิง
คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาข้นั พื้นฐาน 2551 ผู้เรยี นมพี ฤตกิ รรม ดังน้ี

1. รกั ชาติ ศาสน์ กษตั ริย์ 5. อยู่อย่างพอเพียง

2. ซอื่ สตั ย์ สจุ ริต 6. มุ่งมน่ั ในการทำงาน
3. มีวนิ ัย 7. รกั ความเป็นไทย
4. ใฝเ่ รยี นรู้ 8. มีจิตสาธารณะ

สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน ผเู้ รียนมพี ฤตกิ รรม ดังนี้ 2. ความสามารถในการคิด
1. ความสามารถในการสือ่ สาร 4. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวติ
3. ความสามารถในการแกป้ ญั หา
5. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี

หลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง ผเู้ รยี นมีพฤติกรรม ดังนี้

หลักพอประมาณ หลกั มเี หตผุ ล ภมู คิ ุ้มกันท่ดี ใี นตวั

1. แบง่ เวลาในการทำกิจกรรมให้ 1. สามารถใช้ความรใู้ นการ 1. มที ักษะในการคดิ แกป้ ญั หาและ

เสรจ็ ทนั เวลา ปฏบิ ัติกจิ กรรมการเรยี นรไู้ ดอ้ ยา่ ง ตดั สินใจ

2. ใช้วสั ดุ อุปกรณแ์ ละ สมเหตุสมผล 2. มีความเขา้ ใจในบรบิ ทของตนเอง

ทรัพยากรธรรมชาตอิ ยา่ งคมุ้ ค่า 2. นำความรู้ทีไ่ ดเ้ รยี นไปประยุกต์ เพ่อื น ชมุ ชนท่ผี ู้เรียนเป็นสมาชิกและ

และประหยดั ใช้ในการดำเนนิ ชีวติ ประจำวัน มีความรักชมุ ชนของตน

3. รู้จักประเมนิ ความสามารถของ 3. มีความเข้าใจในการนำความรู้

ตนเองและสมาชิกในกลุ่ม ไปใชใ้ นชวี ิตประจำวัน

4. เรียนรู้ทีจ่ ะแบ่งภาระหน้าที่

และแกป้ ัญหาตามความสามารถ

ของตนเองและสมาชิกในกลมุ่

ค่านยิ มไทย 12 ประการ ผู้เรียนมพี ฤตกิ รรม ดงั นี้

6. มีศลี ธรรม รกั ษาความสตั ย์ หวังดีตอ่ ผู้อน่ื เผ่ือแผ่และแบ่งปนั
9. มีสติรู้ตัว รู้คดิ รู้ทำ รู้ปฏิบัติตามพระราชดำรัสของพระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยหู่ ัว
12. คำนึงถงึ ผลประโยชนข์ องส่วนรวม และของชาตมิ ากกวา่ ผลประโยชน์ของตนเอง

สาระการเรยี นรู้
คำศัพท์และสำนวนภาษา

- explicitly (adv.): (explained) in an extremely clear way, so that you cannot doubt what is

meant (อยา่ งชัดเจน แจ่มแจง้ )
- intent (n.): purpose (ความต้ังใจ, จุดประสงค์)

- tone (n.): the general attitude shown by a piece of writing (นำ้ เสียง, เจตคติทีแ่ สดงในข้อเขยี น)
- swarm with (phrv.): to be crowded (เต็มไปดว้ ย)
- trendy (adj.): fashionable (ทนั สมัย, เปน็ ไปตามสมัยนิยม)

- skyrocket (v.): to go up high and quickly (พุ่งสูงลวิ่ อย่างรวดเร็ว)

- magnetic field (n.): an area that the power of a magnet affects (สนามแมเ่ หล็ก, บริเวณทีอ่ ยู่
ภายใต้แรงดึงดูดของแม่เหล็ก)

- attract (v.): to make something move toward another thing (ทำให้ส่งิ หนง่ึ ส่งิ ใดเคลอ่ื นเขา้ หา
อกี สงิ่ หน่งึ )

- repel (v.): to make something go away (ขว้ั ไฟฟ้า ขวั้ แม่เหล็ก ผลักกนั )
- practical (adj.): realistic (ท่ใี ชไ้ ด้หรอื นา่ จะใช้การไดด้ ีในสถานการณ์จรงิ )
- compass (n.): a device to determine direction (north, south, east, west, etc.) (เข็มทิศ)

- critical (adj.): important (สำคญั )

ความเขา้ ใจทค่ี งทน
- นกั เรยี นเขา้ ใจว่า การรู้ประเภทของขอ้ เขยี นที่ผูเ้ ขียนใชท้ ำให้บอกจดุ ประสงคข์ องผูเ้ ขยี นได้

ชน้ิ งานหรือภาระงาน (หลกั ฐาน ร่องรอยแสดงความร)ู้
- Comprehension Questions ในหนังสอื เรียน หนา้ 78

- คำตอบทไ่ี ด้จากการทำกิจกรรมใน Worksheet 1, 2, 3, 4
- Graphic Organizer ในหนังสอื เรียน หนา้ 79 ทบ่ี รรจุขอ้ มลู ลงไปแลว้

การวัดและประเมินผล วิธีการวัด เครอ่ื งมอื วดั เกณฑก์ ารวัดและประเมนิ

สิ่งทต่ี อ้ งการวดั ประเมนิ ผลความเข้าใจ - - คำตอบของคำถามใน ทำแบบฝึกหดั ถูกต้อง

1. ด้านความรู้ บทอา่ นจากจำนวน กจิ กรรม Reading Skill 60% ขนึ้ ไป
2. ดา้ นทกั ษะ

คำตอบทถ่ี กู ต้องในการทำ Questions ในหนังสือ

กิจกรรม Reading Skill เรียน หนา้ 77 และ

Questions และ กิจกรรม

Comprehension Comprehension

Questions Questions

ในหนังสือเรียน หน้า 78

- - คำตอบที่ได้จากการทำ

กจิ กรรมใน Worksheet

1, 2, 3, 4

- - Graphic Organizer ใน

หนงั สือเรยี น หนา้ 79 ท่ี

บรรจุข้อมลู ลงไปแล้ว

3. ดา้ นคณุ ธรรมและ การสงั เกตพฤตกิ รรมการ ความเสยี สละ ความ ไดค้ ะแนนในระดบั ดีขน้ึ ไป

จริยธรรม เรียน สมเหตุสมผล มวี นิ ยั

รบั ผิดชอบ อดทน

ประหยัดซอื่ สตั ยร์ อบคอบ

เออ้ื เฟ้อื เผอ่ื แผ่ มีน้ำใจ

และตรงต่อเวลา

กระบวนการจัดการเรยี นรู้

ข้ันนำเข้าสูบ่ ทเรียน

1. แจง้ จุดประสงคใ์ นการอ่าน

- ครบู อกนกั เรียนวา่ ในบทเรยี นนี้นักเรยี นจะได้เรียนรู้การบอกจดุ ประสงค์ของผ้เู ขียนและน้ำเสียงของผู้เขียน

2. พฒั นาทักษะการช้ีบ่งจดุ ประสงค์ของผูเ้ ขยี น

- ครทู ำสำเนาใบความรู้ 1 Writer’s Purpose แจกนักเรยี นทุกคน

- ครูให้นกั เรียนศึกษาข้อมูลเก่ยี วกับ Writer’s Purpose ในใบความรู้ และช่วยกนั สรปุ ได้ดังนี้

- Writer’s Purpose คือ เหตุผลในการเขยี นของผู้เขยี น

- จดุ ประสงค์ตามปกติกม็ ี

- To inform - เพ่อื ให้ขอ้ มูลเกีย่ วกับเรื่องหรอื ประเด็นท่เี ขยี น ผ้เู ขยี นทมี่ ีจุดประสงคท์ ี่ต้องการให้

ขอ้ เทจ็ จรงิ ซ่งึ อธบิ าย หรือสั่งสอนบางสิ่งบางอย่างแก่ผอู้ ืน่

- To entertain - เพอ่ื ทำให้ผอู้ ่านสนุกสนานและพอใจ เข้าถึงประสาทสมั ผัสและจินตนาการของ

ผอู้ ่าน ผเู้ ขยี นที่มีจดุ ประสงค์น้ตี อ้ งการดงึ ดดู ความสนใจของผู้อ่าน

- To persuade - เพอื่ โน้มนา้ วผอู้ ่านใหเ้ หน็ คล้อยตามความคิดเห็นของผเู้ ขยี นเก่ียวกับเร่ืองใด

เรือ่ งหนึ่ง ผ้เู ขยี นทม่ี จี ดุ ประสงคน์ ้อี าจใหข้ ้อเทจ็ จริง แตเ่ ป้าหมายหลกั ก็คอื โต้เถียง หรอื พสิ ูจนป์ ระเดน็ ของตนตอ่

ผอู้ า่ น

- นอกจากจดุ ประสงค์ทงั้ 3 ที่กล่าวมาแล้ว ผ้เู ขยี นอาจจะมีจดุ ประสงคเ์ ฉพาะ ซ่งึ ไดร้ ะบไุ วใ้ นแผนภูมดิ า้ นล่าง

3. วเิ คราะหข์ ้อเขียนทจ่ี ุดประสงคข์ องผู้เขยี นคือ To inform

- ครแู จก Worksheet 1 ใหน้ กั เรยี นทกุ คน ครูอา่ นออกเสยี งขอ้ ความบรรยายและคำสัง่ ที่อยู่ตอนบน บอกนกั เรยี น

ว่าจุดประสงค์ของผู้เขยี น Passage นค้ี อื To inform ให้นักเรยี นหา Facts อย่างนอ้ ย 3 ประการท่ปี รากฏใน

Passage

- ครชู ้นี ำนกั เรยี นในการทำกจิ กรรมตามขั้นตอนต่อไปนี้

- ครูอา่ นออกเสียงประโยคที่ 1 Spain is a country in the continent of Europe. ใหน้ กั เรียนเขยี น

ประโยคนไ้ี ว้ในกรอบแรกของคอลมั นแ์ รก และถามนักเรยี นวา่ ข้อความนเ้ี ปน็ Fact เกยี่ วกับอะไร นกั เรยี นอาจตอบ

เปน็ ภาษาไทยว่า ท่ีต้ังของประเทศสเปน ครูใหน้ ักเรียนเขียน Fact about location ในกรอบแรกของคอลมั น์ท่ี 2

- ครอู ่านออกเสียงประโยคที่ 2 The capital of Spain is called Madrid, and its official language is

Spanish. ครถู ามนักเรียนว่าประโยคนีเ้ ปน็ Fact เก่ียวกบั อะไร นักเรียนควรตอบว่า Fact about Spain เน่อื งจาก

ประโยคน้เี ปน็ Fact ต่างประเภทกบั ประโยคท่ี 1 ครูใหน้ ักเรียนเขยี นประโยคไว้ในกรอบท่ี 2 ของคอลมั นแ์ รก และ

Fact about Spain ในกรอบที่ 2 ของคอลมั นท์ ี่ 2

- ครูอา่ นออกเสียงประโยคที่ 3 Spain has both a King, and a Prime Minister. แลว้ ถามนกั เรียนว่า
ประโยคน้ีเปน็ Fact เกี่ยวกับอะไร นกั เรยี นอาจบอกว่าเก่ยี วกับการปกครอง และเน่ืองจาก Fact ท่ีตา่ งจาก Fact

สองประเภทแรก ครูใหน้ ักเรียนเขียนประโยคนี้ลงในกรอบที่ 3 ของคอลัมน์ที่ 1 และเขียน Fact about Spain’s
government, ruling system ในกรอบท่ี 3 ของคอลัมนท์ ี่ 3

- ครอู า่ นประโยคที่ 4 Spain’s national anthem is called the Royal March, or in Spanish, the
Marcha Real. แล้วถามนักเรียนว่าประโยคน้ีเป็น Fact เกย่ี วกบั อะไร นกั เรียนอาจบอกว่าเกย่ี วกบั วฒั นธรรม และ
เนอื่ งจาก Fact น้ีตา่ งจาก Fact 3 ประเภทแรก ครูใหน้ กั เรยี นเขียนประโยคน้ีลงในกรอบท่ี 4 ของคอลัมนท์ ี่ 1 และ

เขียน Fact about Spain’s culture ไว้ในกรอบท่ี 4 ของคอลัมน์ท่ี 2
- ครอู า่ นออกเสยี งประโยคที่ 5 Spain is the 51st largest country in the world, and has a

population of over
46,000,000 people. แล้วถามนกั เรยี นวา่ ประโยคนี้เปน็ Fact เกีย่ วกบั อะไร นกั เรียนอาจบอกว่าเกีย่ วกับ
ประชากร และเน่อื งจาก Fact นต้ี ่างจาก Fact ท่ีกลา่ วถึงกอ่ นหน้าน้ี ครูจงึ ใหน้ ักเรยี นเขยี นประโยคนีไ้ ว้ในกรอบท่ี

5 ใน คอลมั นท์ ่ี 1 และเขียน Facts about Spain’s demographic ไว้ในกรอบที่ 5 คอลัมน์ที่ 2
- ครอู ่านประโยคท่ี 6 In Spain, people use the euro as currency because Spain is part of the European

Union. แลว้ ใหน้ กั เรยี นบอกว่าเป็น Fact เก่ยี วกบั อะไร นกั เรียนนา่ จะบอกไดว้ ่า Fact informing about Spain
ครบู อกให้นกั เรียนนำข้อความนไ้ี ปเขียนในกรอบท่ี 2 ของคอลมั นท์ ่ี 1
- ครูอ่านประโยคที่ 7 A person from Spain is either Spanish, or a Spaniard. แลว้ ใหน้ ักเรยี นบอกวา่ เป็น

Fact เกีย่ วกับอะไร นักเรียนนา่ จะบอกได้วา่ Fact about Spain’s culture ครบู อกนักเรยี นให้นำขอ้ ความน้ีไป
เขยี นในกรอบที่ 4 ของคอลมั นท์ ี่ 1

- ครอู า่ นประโยคสดุ ท้าย Spain’s neighbors are France, Andorra, and Portugal. แล้วให้นกั เรยี นบอกวา่ เปน็
Fact เกยี่ วกับอะไร นกั เรียนน่าจะบอกไดว้ ่า Fact about location ครบู อกให้นกั เรียนนำขอ้ ความนไ้ี ปเขยี นใน
กรอบท่ี 1 ของคอลัมน์ท่ี 1 (ดูเฉลยคำตอบในหนา้ ถัดจาก Worksheet 1)

4. วเิ คราะหข์ ้อเขยี นที่จุดประสงคข์ องผู้เขยี น คือ To persuade
- ครูแจก Worksheet 2 ใหน้ ักเรยี นทกุ คน ครูอ่านออกเสียงคำอธิบายและคำสงั่ ทีอ่ ยู่ตอนบนของ Worksheet 2

บอกนกั เรยี นวา่ จดุ ประสงคข์ องผู้เขยี น Passage น้คี ือ To persuade ให้นกั เรียนขดี เส้นใต้ข้อความอยา่ งนอ้ ย 3
ข้อความทแี่ สดงวา่ ย่อหนา้ นีค้ อื Persuasive passage และเขียนลงในแผนภมู ิเดยี วกับสิง่ ที่ Passage พยายามโนม้
น้าวให้ผู้อา่ นทำ

- ครูใหน้ กั เรียนจบั คกู่ นั ขดี เสน้ ใต้ขอ้ ความในยอ่ หนา้ ที่มีลกั ษณะโนม้ น้าวให้ทำ
- ครูให้นกั เรียนชว่ ยกันบอกคำตอบ (ดูเฉลยคำตอบในหนา้ ถัดจาก Worksheet 2)

- ครชู น้ี ำนกั เรยี นให้ช่วยกนั บอกสง่ิ ท่ี Passage พยายามโน้มนา้ วให้ทำ
- จากประโยค Everyone should visit Spain. ทำให้ร้วู า่ ผเู้ ขียน “Tries to convince you to visit

Spain.” ครูใหน้ ักเรยี นเขยี นข้อความนี้ลงในช่องแรกของแผนภมู ิ

- จากขอ้ ความ “...full of beautiful architecture… และ “…. beautiful scenery…” ทำให้รูว้ า่ ผเู้ ขียน
“Tries to convince you that Spain has beautiful architecture and scenery.” ครูให้นกั เรยี นเขียนข้อความ

นี้ลงในชอ่ งที่ 2 ของแผนภมู ิ

- จากข้อความ “…has a rich history of music and dance…” “…anyone who enjoys dancing
will have a good time in Spain.” และ “…enjoyable music…” ทำให้ร้วู า่ ผ้เู ขยี น “Tries to convince you
that Spanish music is enjoyable, and that Spain is a good place to enjoy dancing.”

- จากข้อความ “…most delicious food…” และ “…mouth-watering food …” ทำให้รู้ว่าผู้เขียน
“Tries to convince you that Spain has delicious food.”
5. วเิ คราะหข์ ้อเขยี นทจ่ี ุดประสงคข์ องผู้เขยี นคือ to entertain
- ครูแจก Worksheet 3 ใหน้ กั เรียนทกุ คน ครอู า่ นออกเสียงคำอธิบาย และบอกนักเรียนให้อ่านขอ้ ความ
- ครูและนกั เรียนพูดโต้ตอบกันดงั ตวั อย่างตอ่ ไปนี้
T: What proves that this passage is written to entertain?
Ss: (It’s funny.)
T: What makes this passage funny?
Ss: (Unexpected happenings.)
T: What are they?
Ss: (The parakeet was let out of the cage and the dog chased it around the house. While trying
to catch the bird, a boy knocked over the hamster cage. Finally, the hamster and the parakeet
were put back in their cage. Meanwhile the dog ate up the pizza dinner.)

6. พัฒนาการอา่ น: การชบ้ี ่งนำ้ เสยี ง (Tone) ของผูเ้ ขียน
- ครูทำสำเนาใบความรู้ที่ 2 แจกนกั เรียนทุกคน
- ครูให้นักเรียนจบั คกู่ นั ศึกษาเกีย่ วกบั Tone ในใบความร้ทู ่ี 2 Writer’s Tone
- ครอู ธบิ ายสรุปดังนี้
- Tone หมายถงึ การทผ่ี ู้เขียนใช้คำและลีลาการเขยี นในการแสดงเจตคตขิ องตนต่อเร่อื งท่เี ขยี น
- ถา้ นักเรียนตคี วาม Tone ผิด ก็จะทำใหต้ ีความข้อความทอ่ี า่ นผดิ
- Tone และ Purpose ไปดว้ ยกนั (ถ้านกั เรียนยงั จำข้อความใน Worksheet ที่ 3 ได้ นักเรียนจะพบวา่
Writer’s Tone ของขอ้ ความนนั้ คอื funny และการทีน่ กั เรยี นรู้ Writer’s Tone ก็ทำให้นักเรยี นบอก Writer’s
Purpose ได้ น้ันกค็ อื To entertain)
- ในการวิเคราะห์ Writer’s tone ให้นักเรียนถามตนเองวา่ นำ้ เสียงของผู้เขยี นจะเปน็ อย่างไร ถา้ เขาพูดคำ/
ขอ้ ความเหล่านน้ั แทนที่จะเขยี น
- ครูใหน้ กั เรียนดตู วั อยา่ ง Tone ใน 3 ข้อความซึ่งเป็นการพูดถงึ ครูทีต่ ้องการให้นักเรยี นเอาใจใส่การเรยี น
- นักเรียนคนที่ 1 กลา่ ววา่ “ครเู ขม้ งวด แตจ่ รงิ ๆ แลว้ ดี ฉันเรียนรจู้ ากครมู ากกวา่ จากครูคนอน่ื ”
Tone: เป็นธรรม, ปราศจากอคติ
- นกั เรียนคนที่ 2 กล่าววา่ “ใช่แลว้ ฉันรักครูเหมือนอย่างกับรักท่จี ะนอนบนเตียงตะปู หรอื มีใครเอาเศษไมไ้ ผท่ ิ่มเข้า
ไปใตเ้ ล็บ”
Tone: ประชดประชัน
- นักเรยี นคนที่ 3 กลา่ ววา่ “ฉันนา่ จะเลกิ เข้าเรียนไดแ้ ลว้ ฉันไม่มีวนั ท่จี ะเขา้ ใจส่งิ ท่เี รียน หมดหวงั แล้ว”

Tone: มองโลกในแงร่ ้าย
- ครูอ่านออกเสียงคำถาม “To accomplish his purpose, the author uses a tone that .” ในหนังสอื
เรียน หนา้ 75 ใหน้ ักเรยี นอ่านย่อหน้าใตค้ ำถาม แลว้ เลือกคำตอบที่เหมาะสมทีจ่ ะมาเตมิ ลงในประโยคคำถาม โดย
ยงั ไม่ต้องดเู ฉลยคำตอบ
- ครใู หน้ ักเรียนบอกคำตอบแลว้ จึงอา่ น Strategy to Answer ในหนงั สือเรยี น หนา้ 75 เพื่อดูว่าทำไมตวั เลือก d.
จงึ เปน็ คำตอบที่ถูกต้อง
7. ต้ังจดุ ประสงคใ์ นการอ่าน
- ครใู ห้นกั เรยี นอา่ นบทอ่านเร่ือง Magnets: Their Uses and How They Work และใหบ้ อกจุดประสงค์หลกั
ในการเขยี นแต่ละย่อหนา้ ของผูเ้ ขียน To inform, To persuade หรือ To entertain

ขั้นจดั การเรียนรู้
1. อ่านเพื่อตอบคำถามตามจุดประสงค์

- ครเู ปิดซดี บี นั ทกึ เสียง Track 15 ย่อหนา้ ที่ 1 ในหนงั สอื เรยี น หนา้ 76 ให้นักเรียนฟังและอ่านในใจตาม
- ครูให้นกั เรียนอา่ นย่อหน้าที่ 1 ในใจอกี ครัง้ หน่ึง และให้วิเคราะหจ์ ุดประสงคข์ องผู้เขียน
- ครูใหน้ ักเรยี นบอกคำตอบ นกั เรยี นควรบอกได้วา่ จดุ ประสงค์ในการเขยี นย่อหนา้ ที่ 1 คือ To inform
- ครูเปิดซีดีบันทกึ เสยี ง Track 15 ย่อหน้าท่ี 2 ในหนังสือเรียน หนา้ 76 ใหน้ ักเรยี นฟังและอ่านในใจตาม
- ครใู ห้นกั เรยี นอา่ นย่อหน้าที่ 2 ในใจอีกคร้ังหนง่ึ และให้วิเคราะห์จุดประสงคข์ องผ้เู ขียน
- ครูใหน้ ักเรยี นบอกคำตอบ นกั เรียนควรบอกไดว้ า่ จุดประสงค์ในการเขียนยอ่ หน้าที่ 2 คอื To inform
- ครูเปิดซีดีบันทกึ เสยี ง Track 15 ย่อหน้าท่ี 3 ในหนงั สอื เรียน หน้า 76-77 ใหน้ ักเรยี นฟังและอ่านในใจตาม
- ครใู ห้นกั เรียนอา่ นยอ่ หน้าท่ี 3 ในใจอีกครงั้ หน่ึง และให้วิเคราะหจ์ ุดประสงค์ของผเู้ ขียน
- ครูใหน้ ักเรยี นบอกคำตอบ นักเรียนควรบอกได้ว่าจุดประสงค์ในการเขียนย่อหน้าท่ี 3 คอื To inform

ข้นั สรุป
1. ประเมินผลความเขา้ ใจ
- ครใู หน้ กั เรียนชว่ ยกนั เฉลยคำตอบในกจิ กรรม Reading Skill Questions และ Comprehension Questions (ดู
เฉลยคำตอบท้ายเล่ม)
- ครปู ระเมินผลความเขา้ ใจจากจำนวนคำตอบทีถ่ ูกตอ้ ง จากการทำกิจกรรมท้งั 2 ดังกลา่ ว และใช้เกณฑผ์ ่านร้อยละ
60
2. ทำกิจกรรม Summary
- ครูใหน้ ักเรียนทำกิจกรรม Summary ในหนงั สอื เรยี น หน้า 78 ให้เลือกคำทก่ี ำหนดให้ มาเขียนลงในชอ่ งว่าง
เพ่ือให้ได้สรปุ ยอ่ เร่ือง Magnets: Their Uses and How They Work ที่สมบรู ณ์
- ครใู หน้ ักเรยี นอ่านออกเสียงย่อหนา้ ท่ีเติมคำลงในชอ่ งวา่ งแลว้ คนละประโยค และใหน้ กั เรียนอืน่ ๆ ในช้ัน
ตรวจสอบความถกู ต้อง (ดเู ฉลยคำตอบทา้ ยเล่ม)
ส่อื การเรียนรูแ้ ละแหล่งการเรียนรู้
1. หนงั สอื เรียน Moving Up Critical Reading หน้า 75-79

2. ซีดบี นั ทึกเสยี ง
3. เครอ่ื งเล่นซดี ี
4. ใบความรูท้ ่ี 1: Writer’s Purpose

วิชาภาษาองั กฤษ (อา่ นวเิ คราะห์) แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 16 ช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 5
เร่อื ง Science and Technology รหสั วิชา อ32203 หน่วยการเรียนรูท้ ่ี 8
เวลา 3 ชว่ั โมง นางสาวสุทธิกานต์ บตุ ราช

ผลการเรียนรู้ (เฉพาะรายวชิ าเพิ่มเตมิ )

1. จับใจความสำคัญ ระบุข้อเท็จจรงิ และรายละเอียด ลำดบั ข้ันตอนและกระบวนการ ระบสุ าเหตุและผลลพั ธ์

ระบจุ ดุ ประสงคข์ องผ้เู ขียน เปรียบเทียบความเหมือนและความต่าง และอนมุ านและสรปุ ความจาก
บทความเกย่ี วกับสขุ ภาพและสวัสดกิ าร ส่ิงกอ่ สร้าง วถิ ชี ีวติ สตั ว์โลก ภยั ธรรมชาติ การสำรวจค้นพบ ฯลฯ

2. นำทกั ษะการอ่านและการคิดไปใชใ้ นการตอบคำถาม และบรรจุข้อมูลลงในแผนผงั ความคิด
3. ใฝเ่ รียนรู้ มเี หตผุ ล และมงุ่ ม่ันในการทำงาน

4. เหน็ คณุ คา่ ของการทำงานรว่ มกนั

5. มคี วามตระหนกั ในความสำคญั ของการอ่านและมีเจตคติท่ดี ีต่อการอ่าน
สาระสำคัญ

หน่วยการเรียนรู้น้ีมุ่งพัฒนาทักษะการอ่านวิเคราะห์ : การจับใจความสำคัญเป็นหลัก โดยใช้บทอ่านท่ี
เกี่ยวข้องกับกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ และสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ทักษะการคิดที่ได้รับการ

พฒั นาควบคู่ไปกบั ทักษะการอ่าน คอื การสรปุ ยอ่ การวเิ คราะห์ และการสรุปอ้างองิ นักเรยี นต้องวิเคราะห์ข้อมูลใน
บทอา่ นเพ่ือตอบคำถามและบรรจขุ อ้ มลู ลงในแผนผังความคิด
จดุ ประสงค์การเรยี นรู้

1. ด้านความรู้ ผู้เรยี นสามารถ
สาระท่ี 1 : ภาษาเพ่อื การสื่อสาร

มาตรฐาน ต 1.1 ม.4-6/4

สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รยี น คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์

ความสามารถในการส่อื สาร การคิด ใฝเ่ รียนรู้ : ค้นคว้าความรจู้ ากแหล่งการเรยี นรู้

ตา่ ง ๆ

2. ดา้ นทักษะ/ทักษะกระบวนการ/ทักษะการคิด

- การสรุปย่อ
- การวเิ คราะห์

- การสรปุ อา้ งองิ

คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขน้ั พ้นื ฐาน 2551 ผู้เรียนมพี ฤติกรรม ดังน้ี

1. รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ 5. อยู่อย่างพอเพียง

2. ซอ่ื สัตย์ สจุ รติ 6. มงุ่ มัน่ ในการทำงาน

3. มวี ินยั 7. รกั ความเป็นไทย

4. ใฝ่เรยี นรู้ 8. มีจติ สาธารณะ

สมรรถนะสำคญั ของผ้เู รยี น ผ้เู รียนมพี ฤตกิ รรม ดังน้ี

1. ความสามารถในการสอ่ื สาร

2. ความสามารถในการคิด

3. ความสามารถในการแก้ปญั หา

4. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวติ

5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี

หลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง ผูเ้ รยี นมีพฤตกิ รรม ดังน้ี

หลักพอประมาณ หลกั มีเหตุผล ภมู คิ มุ้ กนั ทดี่ ใี นตวั

1. แบ่งเวลาในการทำกิจกรรมให้ 1. สามารถใชค้ วามรูใ้ นการ 1. มที ักษะในการคดิ แกป้ ัญหาและ

เสรจ็ ทันเวลา ปฏบิ ัตกิ จิ กรรมการเรยี นรู้ไดอ้ ยา่ ง ตัดสนิ ใจ

2. ใช้วัสดุ อปุ กรณแ์ ละ สมเหตุสมผล 2. มีความเขา้ ใจในบริบทของตนเอง

ทรัพยากรธรรมชาติอยา่ งคุม้ ค่า 2. นำความรทู้ ีไ่ ด้เรยี นไปประยุกต์ เพื่อน ชุมชนทผ่ี ้เู รียนเปน็ สมาชกิ และ

และประหยัด ใช้ในการดำเนนิ ชีวติ ประจำวนั มคี วามรักชุมชนของตน

3. รู้จักประเมนิ ความสามารถของ 3. มีความเขา้ ใจในการนำความรู้

ตนเองและสมาชิกในกลมุ่ ไปใชใ้ นชวี ิตประจำวัน

4. เรยี นรูท้ ี่จะแบ่งภาระหน้าท่ี

และแก้ปญั หาตามความสามารถ

ของตนเองและสมาชกิ ในกลมุ่

คา่ นิยมไทย 12 ประการ ผู้เรียนมีพฤตกิ รรม ดงั น้ี

6. มศี ลี ธรรม รกั ษาความสตั ย์ หวังดีต่อผอู้ ่นื เผ่อื แผแ่ ละแบ่งปัน
9. มสี ตริ ้ตู ัว รู้คิด ร้ทู ำ รู้ปฏิบตั ิตามพระราชดำรัสของพระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยหู่ วั
12. คำนึงถงึ ผลประโยชนข์ องส่วนรวม และของชาติมากกว่าผลประโยชนข์ องตนเอง

สาระการเรยี นรู้
คำศพั ทแ์ ละสำนวนภาษา

- stuck (adj.): unable to continue (ไม่สามารถกา้ วหน้าไปได้, ติดแหง็กอยู่)

- fantasy (n.): a state or situation that is not true or real (สภาวะท่ีไมเ่ ป็นจริง)
- levitation (n.): rising and floating in the air (ลอยข้นึ ในอากาศ)

- friction (n.): resistance that results when two surfaces are rubbed together (แรงเสียดทาน)
- conventional (adj.): traditional (ท่เี ป็นไปตามแบบแผนเดมิ )
- resistance (n.): a force that slows down a moving object (แรงตา้ นทาน)

- likewise (adv.): in the same way or in a similar way (ในทำนองเดียวกัน)
- operational (adj.): working effectively (ทำงานไดอ้ ยา่ งมีประสิทธผิ ล)

- currently (adv.): at this time, now (ขณะนี)้
- operate (v.): to function, work (ปฏิบัติงาน)

- disadvantage (n.): something that makes someone or something less effective,
successful (ข้อด้อย)

ความเข้าใจที่คงทน
นักเรยี นเขา้ ใจว่า การรปู้ ระเภทของข้อเขียนที่ผเู้ ขียนใช้ทำใหบ้ อกจดุ ประสงค์ของผ้เู ขียนได้

ชนิ้ งานหรอื ภาระงาน (หลกั ฐาน รอ่ งรอยแสดงความร)ู้
- คำตอบของคำถาในกจิ กรรม Reading Skill Questions ในหนงั สือเรยี น หน้า 31 และกิจกรรม

Comprehension Questions ในหนังสือเรียน หนา้ 32
- Graphic Organizer ในหนงั สอื เรียน หนา้ 33 ท่ีบรรจุข้อมูลลงไปแลว้

การวดั และประเมนิ ผล วิธีการวัด เครอ่ื งมอื วดั เกณฑ์การวดั และประเมนิ
ส่ิงทต่ี อ้ งการวัด
ตรวจบทอา่ นจากจำนวน - - คำตอบของคำถาม ทำแบบฝกึ หัดถูกตอ้ ง
1. ดา้ นความรู้
2. ด้านทักษะ คำตอบทถ่ี ูกตอ้ งในการทำ ในกจิ กรรม Reading 60% ขึน้ ไป

3. ด้านคณุ ธรรมและ กจิ กรรม Reading Skill Skill Questions
จรยิ ธรรม
Questions และ ในหนังสือเรียน หน้า 81

Comprehension และกจิ กรรม

1. กิจกรรม Reading Comprehension

Skill Questions Questions

ในหนังสอื เรียน ในหนงั สอื เรยี น หนา้ 82

- - คำตอบท่ไี ด้จากการทำ

กิจกรรมใน Worksheet

4

- Graphic Organizer

การสงั เกตพฤตกิ รรมการ ความเสยี สละ ความ ไดค้ ะแนนในระดบั ดขี น้ึ ไป

เรียน สมเหตุสมผล มวี ินยั

รบั ผดิ ชอบ อดทน

ประหยัดซ่ือสัตยร์ อบคอบ

เออ้ื เฟอื้ เผื่อแผ่ มนี ้ำใจ

และตรงตอ่ เวลา

กระบวนการจัดการเรียนรู้
ขัน้ นำเข้าส่บู ทเรียน
1. แจง้ จุดประสงค์การเรียนรู้
- ครบู อกนกั เรียนว่า ในบทเรียนน้ีนักเรียนจะได้เรยี นร้กู ารชบี้ ง่ จดุ ประสงคข์ องผเู้ ขียน โดยใชโ้ ครงสร้างขอ้ เขยี น
(Text structure) ที่ผู้เขยี นเลือกใชเ้ ปน็ แนวทาง
2. พัฒนาทกั ษะการช้บี ่งจดุ ประสงค์ของผู้เขยี น
- ครทู ำสำเนาใบความความรู้ที่ 3 Text structure and Writer’s Purpose แจกนักเรียนทกุ คน
- ครูใหน้ กั เรียนจับคูก่ นั ศกึ ษาความเก่ยี วข้องระหว่าง Text structure และ Writer’s Purpose ในใบความรู้
- ครูอธบิ ายซำ้ ว่า Text structure ก็คอื วิธีการท่ีผเู้ ขียนใชเ้ รียบเรยี งงานเขียนของตน ผูเ้ ขยี นอาจใช้ Text structure
ตา่ ง ๆ ข้นึ อย่กู ับจุดประสงคใ์ นการเขียน นกั เรยี นได้เรียนรู้บาง Text structure มาแล้วในบทเรียนก่อน ๆ เชน่
sequence, cause and effect, compare and contrast ในบทเรียนนี้ นักเรยี นจะไดน้ ำความรู้ Text structure
มาช้บี ่งจุดประสงค์ของผู้เขียน และที่นักเรยี นเหน็ ในใบความรู้เป็นจุดประสงคโ์ ดยรวมของผู้เขยี นเพื่อเลือกใช้ Text
structure ประเภทใดประเภทหนึ่ง ผเู้ ขียนมจี ุดประสงค์เฉพาะเจาะจงในการเขียนหวั ขอ้ ใดหวั ขอ้ หนึง่
- ครูทำสำเนาใบความรู้ท่ี 4 The Great Chicago Fire แจกนกั เรียนทกุ คน
- ครอู ่านออกเสยี งบทอ่านเรื่อง The Great Chicago Fire และนักเรียนอา่ นในใจตาม
- ครูช้ีให้นกั เรียนเห็นวา่ สญั ญาณต่อไปนี้บง่ บอกวา่ Text structure นี้ คอื Chronological Order

- at around 8.30 p.m. on October 8
- By 9.30 p.m.
- In another 3 hours
- By that time
- ครตู ้ังคำถาม Why did the writer choose to use this structure? ให้นกั เรียนตอบโดยใชข้ อ้ มูลจากใบความรู้
- To show how something happened in time order
- To inform the reader about the events at the start of Great Chicago Fire
- ครชู ี้ใหน้ ักเรียนเหน็ ว่า จุดประสงค์แรกเปน็ จุดประสงค์โดยรวม การเลือกใช้ Chronological Order ในการเขยี น
ของผเู้ ขียน ส่วนจดุ ประสงคท์ ่ี 2 เป็นการเลือกใช้ Chronological Order ในการเขียน
เก่ยี วกับ Great Chicago Fire โดยเฉพาะ

ขั้นจดั การเรียนรู้
กจิ กรรมระหว่างอา่ น
1. อา่ นเพือ่ ตอบคำถามตามจุดประสงค์
- ครเู ปิดซีดีบันทึกเสียง Track 16 ย่อหน้าที่ 1 ในหนังสอื เรียน หน้า 80 ใหน้ กั เรียนฟงั และอ่านในใจตาม
-ครูใหน้ ักเรยี นจบั คู่กันอ่านย่อหน้าที่ 1 ซำ้ และเขียนจดุ ประสงคข์ องผู้เขยี น และโครงสรา้ งข้อเขียนทผ่ี ูเ้ ขียนใช้
เขียนยอ่ หนา้ นีล้ งในกระดาษ
- ครูใหน้ กั เรยี นอาสาสมคั รมาเขียนคำตอบบนกระดาน และครปู รับแก้ไขให้ถกู ตอ้ ง

คำตอบท่เี สนอแนะ

Writer’s Purpose: To describe the magnetic field of a magnet
Text structure: Description

- ครเู ปิดซดี บี ันทกึ เสยี ง Track 16 ย่อหนา้ ที่ 2 ในหนังสอื เรียน หนา้ 80 ให้นักเรยี นฟังและอา่ นในใจตาม
- ครูให้นักเรยี นจับคกู่ ันอา่ นยอ่ หน้าท่ี 2 ซ้ำ และเขียนจุดประสงคข์ องผู้เขยี น และโครงสรา้ งขอ้ เขยี นท่ีผูเ้ ขยี นใช้

เขยี นยอ่ หน้านีล้ งในกระดาษ
- ครูให้นกั เรยี นอาสาสมคั รมาเขียนคำตอบบนกระดาน และครปู รบั แกไ้ ขให้ถกู ต้อง

คำตอบทีเ่ สนอแนะ

Writer’s Purpose: To show how a maglev train works
Text structure: Description

- ครเู ปิดซีดบี นั ทึกเสียง Track 16 ยอ่ หน้าที่ 3 ในหนงั สอื เรยี น หนา้ 80 ให้นกั เรียนฟังและอา่ นในใจตาม
-ครูให้นักเรียนจบั คู่กันอ่านยอ่ หน้าที่ 3 ซำ้ และเขียนจุดประสงค์ของผ้เู ขยี น และโครงสรา้ งข้อเขยี นท่ีผ้เู ขยี นใช้
เขียนย่อหน้านลี้ งในกระดาษ

- ครูใหน้ ักเรยี นอาสาสมคั รมาเขยี นคำตอบบนกระดาน และครปู รับแกไ้ ขให้ถกู ตอ้ ง
คำตอบที่เสนอแนะ

Writer’s Purpose: To inform about maglev trains in 3 countries
Text structure: Description
- ครเู ปิดซีดีบนั ทึกเสยี ง Track 16 ย่อหนา้ ที่ 4 ในหนังสอื เรยี น หน้า 81 ใหน้ ักเรยี นฟังและอา่ นในใจตาม

- ครูใหน้ กั เรียนจับคู่กัน อา่ นย่อหน้าที่ 4 ซ้ำ และเขียนจุดประสงคข์ องผเู้ ขยี น และโครงสร้างที่ผ้เู ขียนใชเ้ ขียนย่อ
หน้านี้ลงในกระดาษ

- ครใู ห้นักเรียนอาสาสมัครมาเขียนคำตอบบนกระดาน และครปู รับแก้ไขให้ถูกต้อง
คำตอบทีเ่ สนอแนะ
Writer’s Purpose: To inform about advantages and disadvantages of maglev trains

Text structure: Compare and Contrast
2. ทำกิจกรรม Graphic Organizer

- ครูใหน้ กั เรียนทำกจิ กรรม Graphic Organizer ในหนงั สือเรียน หน้า 83 ครูอธิบายวา่ กิจกรรมทจี่ ะตอ้ ง
ทำคอื อ่านขอ้ ความในย่อหน้าที่ 1, 2 และ 4 ทง้ั หมด ไม่ใช่เพยี งแคท่ ่ีปรากฏในกรอบแถวแรก
ของ Graphic Organizer เท่าน้นั เพราะถ้าอ่านเพียงเทา่ ท่เี หน็ จะไม่สามารถตอบคำถามทอี่ ยู่ในกรอบในแถวที่ 2

คือ What writing technique did the writer use to make his point? และครอู ธบิ ายว่า “writing
technique the writer used to make his point”

กค็ อื โครงสร้างข้อเขยี นหรอื Text structure น่ันเอง และเนือ่ งจากนักเรยี นได้ทำกิจกรรมตอบคำถามตาม
จดุ ประสงค์มาแลว้ นกั เรยี นสามารถนำขอ้ มลู ท่ีเขียนในกระดาษและครูได้แก้ไขบนกระดานแลว้ มาเขียนตอบ
คำถามในกรอบแถวที่ 2 ของ Graphic Organizer (ดเู ฉลยคำตอบท้ายเล่ม)

- ครใู ห้นกั เรียนสร้างกรอบในแถวที่ 3 ของ Graphic Organizer และเขยี นคำถามดังนี้

Paragraph 1 Paragraph 2 Paragraph 4

Q. What was the writer’s Q. What was the writer’s Q. What was the writer’s
purpose? purpose? purpose?

A. A. A.

- ครใู ห้นกั เรยี นเขียน Writer’s Purpose ในการเขยี นย่อหนา้ ที่ 1, 2 และ 4 ลงในกรอบที่นกั เรยี นสรา้ งข้นึ ใหม่

นกั เรียนสามารถลอก Writer’s Purpose เหล่าน้ีจากกระดาษทน่ี ักเรียนทำกิจกรรมตอบคำถามตามจดุ ประสงคก์ บั
คู่ของนกั เรียน และครชู ่วยปรับแกไ้ ขให้ดบู นกระดานแลว้ (ดูเฉลยคำตอบทา้ ยเล่ม)

3. ตรวจสอบความเขา้ ใจ
- ครูให้นกั เรียนทำกิจกรรม Reading Skill Questions ในหนงั สอื เรียน หน้า 81 และกิจกรรม Comprehension
Questions ในหนงั สือเรียน หน้า 82

ขั้นสรุป
1. ประเมินผลความเข้าใจ

- ครใู หน้ ักเรยี นชว่ ยกันเฉลยคำตอบของคำถามในกจิ กรรม Reading Skill Questions และ Comprehension
Questions (ดูเฉลยคำตอบท้ายเลม่ )
- ครูประเมนิ ผลความเขา้ ใจจากจำนวนคำตอบที่ถูกตอ้ งจากการทำกิจกรรม Reading Skill Questions และ

Comprehension Questions และใช้เกณฑผ์ ่านร้อยละ 60
2. ทำกิจกรรม Summary

-ครใู ห้นักเรยี นทำกจิ กรรม Summary ในหนังสือเรียน หน้า 82 ใหเ้ ลือกคำทก่ี ำหนดให้มาเขยี นลงในชอ่ งวา่ ง
เพอื่ ให้ไดส้ รุปย่อเรื่อง Maglev Trains ทส่ี มบรู ณ์
- ครูใหน้ ักเรียนอา่ นออกเสยี ง Summary ทีเ่ ติมคำลงในชอ่ งว่างแลว้ คนละประโยค และใหน้ กั เรียนอืน่ ๆ ในชน้ั

ตรวจสอบความถกู ตอ้ ง (ดเู ฉลยคำตอบท้ายเลม่ )
3. ทบทวนคำศพั ท์

- ครูใหน้ ักเรยี นทำกจิ กรรม Check Your Vocabulary ในหนงั สือเรียน หน้า 84
- ครูให้นกั เรยี นช่วยกนั บอกคำตอบ โดยครูอา่ นออกเสยี งประโยคทีม่ คี ำศัพท์ และนกั เรียนผลดั กันอา่ นออกเสยี ง
ขอ้ ความทเ่ี ป็นความหมายของคำนนั้ (ดูเฉลยคำตอบท้ายเล่ม)

ส่ือการเรยี นรแู้ ละแหลง่ การเรียนรู้
1. หนังสอื เรียน Moving Up Critical Reading 2 หนา้ 80-84

2. ซีดบี นั ทึกเสยี ง

3. เครื่องเลน่ ซีดี
4. ใบความรู้ที่ 3: Text Structure and Writer’s Purpose

5. ใบความรู้ท่ี 4: The Great Chicago Fire
6. Worksheet 4

วชิ าภาษาองั กฤษ (อา่ นวเิ คราะห)์ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 17 ชนั้ มัธยมศึกษาปีท่ี 5
เร่อื ง Pesticide รหัสวิชา อ32203 หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 9
เวลา 5 ช่ัวโมง นางสาวสทุ ธกิ านต์ บุตราช

ผลการเรียนรู้ (เฉพาะรายวิชาเพมิ่ เติม)

1. จับใจความสำคัญ ระบขุ ้อเท็จจริงและรายละเอียด ลำดับขนั้ ตอนและกระบวนการ ระบุสาเหตุและผลลพั ธ์

ระบจุ ุดประสงคข์ องผ้เู ขียน เปรยี บเทยี บความเหมือนและความต่าง และอนมุ านและสรปุ ความจาก
บทความเกยี่ วกบั สุขภาพและสวัสดิการ สิง่ กอ่ สรา้ ง วถิ ีชีวิตสัตว์โลก ภยั ธรรมชาติ การสำรวจคน้ พบ ฯลฯ

2. นำทักษะการอา่ นและการคดิ ไปใชใ้ นการตอบคำถาม และบรรจุข้อมูลลงในแผนผังความคดิ
3. ใฝ่เรยี นรู้ มีเหตุผล และมงุ่ มน่ั ในการทำงาน

4. เหน็ คณุ ค่าของการทำงานร่วมกัน

5. มคี วามตระหนกั ในความสำคัญของการอา่ นและมีเจตคติท่ีดตี ่อการอา่ น
สาระสำคัญ

หน่วยการเรียนรู้นี้มุ่งพัฒนาทักษะการอ่านวิเคราะห์ : ระบุสาเหตุและผลลัพธ์ โดยใช้บทอ่านที่เกี่ยวข้อง
กับกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ และสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ทักษะการคิดที่ได้รับการพัฒนา

ควบคู่กับทักษะการอา่ น : การใหเ้ หตผุ ล การสรปุ ยอ่ การวิเคราะห์ การสรุปอา้ งอิง นักเรยี นต้องวเิ คราะห์ข้อมูลใน
บทอา่ นเพ่ือตอบคำถาม และบรรจุขอ้ มลู ลงในแผนผงั ความคดิ
จุดประสงค์การเรียนรู้

1. ดา้ นความรู้ ผู้เรยี นสามารถจับใจความสำคัญ วิเคราะห์ความ สรปุ ความ ตีความ และแสดงความคดิ เห็นจากการ
อ่านเรื่องท่เี ปน็ สารคดี

สาระที่ 1 : ภาษาเพ่ือการสื่อสาร
มาตรฐาน ต 1.1 ม.4-6/4

สมรรถนะสำคญั ของผูเ้ รียน คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์

ความสามารถในการสื่อสาร การคิด ใฝ่เรียนรู้ : คน้ ควา้ ความรู้จากแหล่งการเรียนรู้
ตา่ ง ๆ

2. ด้านทักษะ/ทักษะกระบวนการ/ทกั ษะการคิด
- การสรปุ ย่อ

- การวเิ คราะห์
- การสรปุ อ้างอิง

คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาข้นั พืน้ ฐาน 2551 ผเู้ รียนมพี ฤตกิ รรม ดังนี้

1. รกั ชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์ 5. อยู่อย่างพอเพียง

2. ซือ่ สัตย์ สุจริต 6. มุง่ มัน่ ในการทำงาน

3. มวี ินยั


Click to View FlipBook Version