4. ใฝเ่ รียนรู้ 7. รกั ความเป็นไทย
8. มีจติ สาธารณะ
สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รียน ผู้เรยี นมีพฤติกรรม ดงั น้ี
1. ความสามารถในการสือ่ สาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการแก้ปญั หา
4. ความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ติ
5. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
หลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง ผู้เรยี นมีพฤตกิ รรม ดงั น้ี
หลักพอประมาณ หลกั มีเหตผุ ล ภมู คิ ้มุ กันทดี่ ีในตวั
1. แบ่งเวลาในการทำกิจกรรมให้ 1. สามารถใชค้ วามรใู้ นการ 1. มที กั ษะในการคิดแกป้ ญั หาและ
เสรจ็ ทันเวลา ปฏบิ ัตกิ ิจกรรมการเรยี นรูไ้ ดอ้ ย่าง ตัดสินใจ
2. ใช้วัสดุ อุปกรณแ์ ละ สมเหตุสมผล 2. มีความเข้าใจในบริบทของตนเอง
ทรัพยากรธรรมชาตอิ ยา่ งค้มุ คา่ 2. นำความรทู้ ไ่ี ด้เรียนไปประยุกต์ เพ่ือน ชมุ ชนท่ผี เู้ รียนเป็นสมาชิกและ
และประหยดั ใชใ้ นการดำเนนิ ชีวติ ประจำวัน มคี วามรักชุมชนของตน
3. รจู้ ักประเมินความสามารถของ 3. มีความเขา้ ใจในการนำความรู้
ตนเองและสมาชกิ ในกลุ่ม ไปใชใ้ นชวี ิตประจำวัน
4. เรยี นรู้ทีจ่ ะแบง่ ภาระหน้าที่
และแกป้ ญั หาตามความสามารถ
ของตนเองและสมาชกิ ในกลุ่ม
คา่ นิยมไทย 12 ประการ ผูเ้ รียนมพี ฤติกรรม ดงั น้ี
6. มศี ีลธรรม รักษาความสตั ย์ หวงั ดตี อ่ ผู้อื่น เผ่อื แผ่และแบ่งปนั
9. มีสตริ ู้ตัว รู้คดิ รทู้ ำ รูป้ ฏบิ ตั ิตามพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจา้ อยู่หัว
12. คำนึงถึงผลประโยชนข์ องส่วนรวม และของชาติมากกวา่ ผลประโยชนข์ องตนเอง
สาระการเรียนรู้
คำศัพทแ์ ละสำนวนภาษา
- pesticide (n.):a chemical used to kill pests (สารเคมีท่ีใช้ฆา่ แมลงหรอื สัตว์ท่ีรบกวนหรอื กอ่ ความ
เสยี หาย)
- groceries (n. pl.): food and other household things (อาหารและของใชท้ ข่ี ายภายในรา้ นของ
ชำหรือซุปเปอร์มารเ์ ก็ต)
- product (n.): food products, especially vegetables (ผลผลติ ที่เปน็ อาหารโดยเฉพาะผกั )
- pest (n.): a small animal or an insect that causes damage to food or crops, or
otherwise bothers human beings (สตั วเ์ ลก็ หรือแมลงทกี่ อ่ ความเสยี หายแก่อาหารหรอื พชื ผล หรอื รบกวนคน)
- organism (n.):a living creature (สิ่งมีชีวติ )
- mold (n.): a fungus that grows on materials, such as cloth, rubber, plants, etc. (รา)
- rot (v.): to decay (ผพุ ัง, เปื่อยยยุ่ )
- rodent (n.): a general class of animals that includes rats, mice, and squirrels. (สัตว์
จำพวกมฟี นั แทะ เชน่ หนู กระรอก ฯลฯ)
- interfere with (phrv.):to prevent something from succeeding or from happening in the
way that was planned (ขัด, ขดั ขวาง)
- eliminate (v.):to remove or get rid of (กำจดั )
- absorb (v.): to take something in, especially gradually (ดูดซมึ )
- slug (n.): a small, snail-like animal without a shell (ทาก)
- nibble (v.): to eat in small bites (แทะ, เล็ม, กดั ทลี ะนิด)
- ingest (v.): to eat or drink something (กนิ )
- brush (n.): small, low brushes (พงหญา้ , ที่ท่ีหญา้ ข้นึ รกรงุ รงั )
- herbicide (n.): a weed killer (สารเคมีที่ใช้ฆา่ วัชพืช)
- weed (n.): a wild plant that is not wanted in a yard or garden (วชั พชื )
- coat (v.): to cover something with a layer of a particular substance (หมุ้ , เคลือบ, ฉาบ
ฯลฯ ส่ิงใดสงิ่ หนึง่ )
- droplet (n.): a small drop (หยดเล็ก ๆ)
- harsh (adj.): unpleasant ((อากาศ) ปรวนแปร, เลวร้าย)
- susceptible to (adj.): easily influenced or harmed by something (ท่มี ีความเสย่ี งสูงที่จะไดร้ ับ
อทิ ธพิ ล รบั ผลกระทบ ฯลฯ)
- resistant (adj.): not harmed or affected by something (ต่อตา้ น)
- modify (v.): to change something (ปรับปรุงเปลี่ยนแปลง)
ความเข้าใจท่ีคงทน
นกั เรียนเข้าใจวา่ ประโยคต่าง ๆ ในขอ้ เขยี นภาษาอังกฤษมคี วามหมายเกาะเกยี่ วตอ่ เนื่องกนั อยา่ ง
สมเหตุสมผล
ชนิ้ งานหรอื ภาระงาน (หลกั ฐาน รอ่ งรอยแสดงความรู)้
- คำตอบของคำถามในกิจกรรม Reading Skill Questions ในหนงั สอื เรียน หน้า 37 และกจิ กรรม
Comprehension Questions ในหนงั สือเรยี น หนา้ 38
- Graphic Organizer ในหนงั สอื เรียน หนา้ 39 ท่ีบรรจขุ อ้ มูลลงไปแล้ว
การวดั และประเมินผล วิธีการวัด เคร่อื งมือวัด เกณฑก์ ารวัดและประเมิน
ส่ิงที่ตอ้ งการวัด
ตรวจบทอา่ นจากจำนวน ประเมนิ ผลความเข้าใจ ทำแบบฝกึ หดั ถูกต้อง
1. ด้านความรู้ 60% ข้ึนไป
2. ดา้ นทักษะ คำตอบทถ่ี ูกตอ้ งในการทำ บทอ่านจากจำนวน
3. ดา้ นคุณธรรมและ กจิ กรรม Reading Skill คำตอบทถ่ี กู ตอ้ งในการทำ
จริยธรรม Questions และ กจิ กรรม Reading Skill
Comprehension Questions และ
1. กจิ กรรม Reading Comprehension
Skill Questions Questions
ในหนงั สอื เรยี น
ความเสยี สละ ความ ไดค้ ะแนนในระดับดขี ึน้ ไป
การสังเกตพฤติกรรมการ สมเหตุสมผล มีวนิ ัย
เรยี น รบั ผิดชอบ อดทน
ประหยัดซ่ือสัตยร์ อบคอบ
เอือ้ เฟ้อื เผอ่ื แผ่ มีน้ำใจ
และตรงต่อเวลา
กระบวนการจัดการเรียนรู้
ข้นั นำเข้าสบู่ ทเรยี น
กจิ กรรมก่อนอ่าน
1. แจง้ จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
- ครูบอกนกั เรยี นวา่ ในบทเรยี นน้ีนักเรยี นจะได้เรยี นรคู้ วามสมั พนั ธร์ ะหวา่ งประโยคตา่ ง ๆ ในขอ้ เขยี นทม่ี ี
ความหมายเกาะเก่ยี วกนั อย่างมีเหตมุ ีผล การเรียนรูน้ ้อี าศยั พ้นื ฐานจากส่งิ ทน่ี กั เรียนเรียนรู้ในบทเรยี นกอ่ น ๆ
2. พัฒนาความรพู้ ื้นฐานเก่ียวกับการเกาะเกี่ยวความ (Coherence)
- ครูทำสำเนาใบเรยี นรูท้ ่ี 1 Coherence แจกนกั เรียนทุกคน
- ครอู ่านนออกเสยี งคำถาม What is coherence and how is it achieved? และคำตอบ นกั เรียนอ่านในใจตาม
- ครอู ธบิ ายสรปุ ว่า Coherence คือ การจัดความคิดอย่างสมเหตสุ มผล เพอื่ แสดงความสัมพนั ธ์ระหวา่ งคดิ โดยใช้
เทคนิคการเขยี นหลัก ๆ คือ
1. คำเชอื่ มความ (Transitional Terms)
2. คำสรรพนาม (Pronoun Reference)
3. การยำ้ คำสำคัญ (Repetition of Key Words)
4. การใช้คำเหมอื น (Synonyms)
5. โครงสรา้ งคขู่ นาน (Parallel Structure)
3. ตรวจสอบความสัมพันธข์ องประโยคในยอ่ หนา้
- ครอู ่านออกเสยี งประโยคข้อความทอ่ี ยู่ในหัวข้อ Recognizing Coherence ในหนงั สอื เรียน หน้า 85 ครูอธิบาย
สรุปว่าในคำถามชนิดนี้ จะกำหนดประโยคมาให้ 1 ประโยค นักเรียนตอ้ งนำประโยคนไี้ ปใสล่ งในที่ท่เี หมาะสมในย่อ
หน้า การทำเช่นน้ีได้นกั เรยี นจะตอ้ งเขา้ ใจตรรกะของยอ่ หนา้ และการเชื่อมโยงทางไวยากรณ์ระหวา่ งประโยค
- ครูอ่านออกเสียงคำส่งั และคำถามท่อี ยตู่ อนกลางของหนังสือเรียน หนา้ 85 บอกนักเรยี นใหอ้ า่ นยอ่ หน้าใตค้ ำถาม
แล้วนำขอ้ ความท่ีกำหนดให้ไปใสไ่ ว้ในท่ีทเ่ี หมาะสมทีส่ ุด
- ครูใหน้ กั เรียนช่วยกนั บอกคำตอบ คำตอบท่ีถกู ต้อง คือ d. ครูชใี้ หน้ กั เรยี นเหน็ ว่าเทคนิคท่ีผ้เู ขยี นใช้ในการเกาะ
เกีย่ วข้อความคอื Transitional Term กลุ่ม Summary คือ It is no wonder that...
4. ทำกิจกรรม Graphic Organizer
- ครใู ห้นักเรยี นจบั คู่กนั ทำกจิ กรรม Graphic Organizer ในหนังสือเรียน หนา้ 89 ให้นกั เรยี นนำประโยคทก่ี ำหนดให้ไปใส่
ในทีท่ เ่ี หมาะสมทส่ี ุดในยอ่ หน้า และใหบ้ อกเหตุผลด้วย
- ครูให้นกั เรียนจับคู่ Sentence Choices กับ Paragraph กอ่ น และใหน้ กั เรียนช่วยกนั บอกคำตอบ
คำเฉลย
Paragraph 1 sentence 2
Paragraph 2 sentence 1
Paragraph 3 sentence 3
- นกั เรยี นแต่ละค่อู า่ นย่อหน้าทีละย่อหนา้ แล้วนำประโยคที่เลือกไปใส่ในที่ท่เี หมาะสมที่สดุ
ขนั้ จัดการเรยี นรู้
1. วเิ คราะหก์ ารเกาะเก่ยี วความในยอ่ หนา้
- ครูเปิดซีดีบันทึกเสียง Track 17 ย่อหน้าท่ี 1 ของบทอา่ นเรอ่ื ง How Pesticides Keep Food Fresh ในหนังสือ
เรยี น หนา้ 86 ใหน้ ักเรียนฟงั และอ่านในใจตาม
- ครใู ห้นกั เรยี นเขยี นหมายเลข 1, 2, 3... กำกับประโยคในยอ่ หนา้ นี้
- ครูวเิ คราะหก์ ารเกาะเกี่ยวความระหว่างประโยคตา่ ง ๆ ในยอ่ หนา้ ที่ 1 โดยใชเ้ ครื่องมอื ตา่ ง ๆ ใหน้ ักเรยี นเหน็ เปน็
แบบอยา่ ง
- ประโยคท่ี 2 เชอื่ มโยงกบั ประโยคที่ 1 โดยใช้ example (แต่ไมป่ รากฏ Transitional Words)
“Tomatoes, cucumbers, celery, and strawberries” ในประโยคที่ 2 เป็น example ของ “fresh procure”
ในประโยคที่ 1
- ประโยคท่ี 2 เช่อื มความภายในโดยใช้ Parallel Structure คอื “purchased, taken...and put..” รปู
ไวยากรณ์คอื Past Participle
- ประโยคที่ 3 เชือ่ มโยงกบั ประโยคท่ี 2 โดยใช้ Transitional Word กลมุ่ Contrast “But” และใช้
Reference “these fruits and vegetables” ในประโยคที่ 3 คอื “Tomatoes, cucumbers, celery and
strawberries” ในประโยคที่ 2
- ประโยคที่ 4 เชื่อมโยงกับประโยคที่ 3 โดยใช้ Transitional Words กลมุ่ Cause/Reason/Result “The
main reason” และภายในประโยคที่ 4 เองกม็ ีการเช่อื มความโดยใช้ Transitional Words กลุ่ม
Cause/Reason/Result “due to”
- ประโยคท่ี 5 เชอื่ มโยงกบั ประโยคท่ี 4 โดยใช้ Repetition of Key Words คอื “chemical”
- ประโยคที่ 5, 6, 7 และ 8 เช่ือมโยงกนั โดยใช้ Repetition of Key Words คือ “pesticides”
- ประโยคที่ 9 เชอ่ื มโยงกับประโยคท่ี 8 โดยใช้ Pronoun Reference “Others” อ้างองิ กับ “Some
pesticides” ดังนน้ั “Others” หมายความว่า Other Pesticides
- ครูเปิดซีดีบันทึกเสยี ง Track 17 ยอ่ หนา้ ท่ี 2 ให้นกั เรียนฟงั และอา่ นในใจตาม
- ครบู อกความหมายของคำศัพทท์ ี่นักเรียนไม่ทราบเท่าท่จี ำเปน็ พยายามใหน้ กั เรียนเดาความหมายของคำศพั ท์
จากบริบทถ้าเป็นไปได้
- ครูให้นกั เรียนทำกจิ กรรม Reading Skill Questions ขอ้ 1 ในหนงั สือเรียน หน้า 87 ให้นกั เรียนวเิ คราะห์ความ
เช่ือมโยงของประโยคทกี่ ำหนดให้ “The biggest use of pesticides is in agriculture.” กบั ประโยคในยอ่ หน้าท่ี
2 ในหนังสอื เรียน หน้า 86 และหาตำแหนง่ ทีเ่ หมาะสมสำหรบั ประโยคนใี้ นยอ่ หนา้ ดังกลา่ ว
- ครใู ห้นกั เรียนช่วยกันบอกคำตอบ และให้เหตุผลว่าทำไมประโยคนีจ้ ึงเหมาะสมทีจ่ ะอยู่ในตำแหนง่ ท่ีเลอื ก (ดเู ฉลย
คำตอบทา้ ยเลม่ )
- นกั เรียนช่วยกนั อธิบายโดยการช้นี ำของครูดังน้ี ประโยคที่กำหนดให้ The biggest use of pesticides is in
agriculture. กล่าววา่ pesticides ใช้มากทีส่ ุดในเกษตรกรรม ประโยค (A) กล่าวถงึ เปา้ หมายของ pesticides ก็
เพอ่ื กำจัดแมลงทีก่ นิ “crops” ประโยค (B) กล่าวถงึ การใช้ pesticides ให้ไดผ้ ลก็ต้องให้ดูดซึมเข้าไปใน “plant
tissue” ประโยค (C) กล่าววา่ เมอื่ ศัตรูพชื ทั้งหลายแทะเล็ม plant ก็จะกินสารเคมี (pesticides) เข้าไปดว้ ย และก็
ต้องถกู ทำลายไป 3 ประโยคดังกล่าวเปน็ รายละเอียดของการใช้ pesticides ในเกษตรกรรม ซ่ึงขยายความประโยค
The biggest use of pesticides is in agriculture. ดงั น้นั ตำแหน่งท่ีเหมาะสมที่สุดของประโยคน้คี ือ อยหู่ นา้
ประโยค (A) นอกจากนี้ ประโยคนีย้ ังเกาะเกย่ี วความกับประโยคแรกของยอ่ หนา้ โดยใช้ Repetition of Key Words
“pesticides”
- ครูเปิดซดี บี ันทกึ เสยี ง Track 17 ย่อหนา้ ที่ 3 ในหนังสือเรียน หน้า 86-87 ใหน้ กั เรยี นฟังและอา่ นในใจตาม
- ครูเปิดซีดบี นั ทึกเสยี ง Track 17 ย่อหนา้ ที่ 4 ในหนงั สือเรียน หน้า 87 ใหน้ กั เรียนฟังและอา่ นในใจตาม
- ครบู อกความหมายของคำศัพท์ทน่ี ักเรียนไม่ทราบเท่าทีจ่ ำเป็น
- ครูให้นกั เรียนทำกจิ กรรม Reading Skill Questions ข้อ 2 ในหนังสือเรียน หนา้ 87 ใหน้ กั เรยี นวเิ คราะห์ความ
เช่ือมโยงทก่ี ำหนดให้ “This can save farmers in developing countries a lot of money if fewer crops
are destroyed by pests” กบั ประโยคในยอ่ หน้าท่ี 4 ในหนังสือเรียน หน้า 87 และหาตำแหน่งที่เหมาะสมสำหรบั
ประโยคน้ใี นย่อหน้าดังกล่าว
- ครใู หน้ ักเรยี นชว่ ยกันบอกคำตอบ และให้เหตุผลว่าทำไมประโยคนจี้ ึงเหมาะสมท่ีจะอย่ใู นตำแหนง่ ทีเ่ ลอื ก (ดเู ฉลย
คำตอบท้ายเล่ม)
- นักเรยี นช่วยกนั อธิบายโดยการชีน้ ำของครดู ังนี้ ประโยคทีก่ ำหนดใหอ้ ยทู่ ี่ตำแหน่ง (E) ไม่ได้เพราะ “This” ใน
ประโยคนไี้ มม่ ขี ้อความทจ่ี ะอา้ งถงึ เม่ือพจิ ารณาประโยคตา่ ง ๆ ในย่อหน้าน้จี ะพบวา่ แมจ้ ะไม่มี Transitional
Words แตป่ ระโยคที่ 1 และ 2 ก็สัมพันธก์ นั ในเชงิ เหตแุ ละผลลัพธ์ อาจกล่าวได้ว่า 2 ประโยคนี้เกาะเกี่ยวความโดย
ใช้ Implicit Logical Connections ประโยคที่ 2 และ 3 เกาะเกี่ยวความโดยใช้ Repetition of Key Words
“pesticides” ดังนัน้ ตำแหนง่ ท่เี หมาะสมทสี่ ุดของประโยคทีก่ ำหนดให้จึงอย่ทู า้ ยยอ่ หน้า โดยทจ่ี ะเกาะเกยี่ วความ
กับประโยคก่อนโดยใช้ Pronoun Reference “This” ซึ่งอ้างถึงขอ้ ความในประโยคก่อนคอื “Modification of
pesticides (Pesticides are modified) to work in their climates. (= climates of African countries or
parts of Southeast Asia), not just on North America or European farms.
2. ตรวจสอบความเข้าใจ
- ครูให้นักเรียนอ่านบทอ่านเร่อื ง How Pesticides Keep Food Fresh อกี ครงั้ หนึง่ และให้ทำกิจกรรม
Comprehension Questions ในหนงั สือเรียน หน้า 8
ขน้ั สรปุ
1. ประเมนิ ความเข้าใจ
- ครใู หน้ ักเรียนเฉลยคำตอบในกิจกรรม Comprehension Questions (ดเู ฉลยคำตอบท้ายเล่ม)
- ครปู ระเมินผลความเขา้ ใจจากจำนวนคำตอบที่ถูกตอ้ ง จากการทำกจิ กรรม Reading Skill Questions (ทำในขน้ั
ของกิจกรรมก่อนอ่าน) และ Comprehension Questions และใชเ้ กณฑผ์ า่ นร้อยละ 60
2. ทำกจิ กรรม Summary
- ครใู ห้นกั เรียนทำกจิ กรรม Summary ในหนงั สอื เรียน หน้า 88 ใหเ้ ลอื กคำท่ีกำหนดใหม้ าเขยี นลงในช่องว่าง
เพือ่ ให้ไดส้ รปุ ยอ่ เรื่อง How Pesticides Keep Food Fresh ทีส่ มบูรณ์
- ครใู ห้นกั เรียนอ่านออกเสียงย่อหนา้ ที่เติมคำลงในช่องวา่ งแลว้ คนละประโยค และใหน้ ักเรยี นอืน่ ๆ ในช้ัน
ตรวจสอบความถกู ตอ้ ง (ดเู ฉลยคำตอบทา้ ยเล่ม)
สอื่ การเรยี นรแู้ ละแหล่งการเรยี นรู้
1. หนงั สอื เรียน Moving Up Critical Reading 2 หนา้ 85-89
2. ซีดบี ันทึกเสยี ง
3. เครื่องเลน่ ซดี ี
4. ใบความรูท้ ่ี 1: Coherence
วิชาภาษาอังกฤษ (อา่ นวเิ คราะห)์ แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 18 ชน้ั มัธยมศึกษาปที ่ี 5
เรือ่ ง Pesticide รหสั วิชา อ32203 หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 9
เวลา 3 ช่ัวโมง นางสาวสทุ ธิกานต์ บตุ ราช
ผลการเรียนรู้ (เฉพาะรายวชิ าเพิ่มเตมิ )
1. จับใจความสำคญั ระบุข้อเท็จจรงิ และรายละเอียด ลำดับขนั้ ตอนและกระบวนการ ระบสุ าเหตุและผลลพั ธ์
ระบจุ ุดประสงคข์ องผู้เขยี น เปรยี บเทยี บความเหมือนและความตา่ ง และอนุมานและสรุปความจาก
บทความเกยี่ วกับสุขภาพและสวัสดกิ าร สงิ่ ก่อสร้าง วถิ ชี ีวิตสัตว์โลก ภยั ธรรมชาติ การสำรวจค้นพบ ฯลฯ
2. นำทักษะการอ่านและการคิดไปใช้ในการตอบคำถาม และบรรจุขอ้ มูลลงในแผนผังความคิด
3. ใฝ่เรยี นรู้ มีเหตุผล และมุง่ มน่ั ในการทำงาน
4. เห็นคณุ ค่าของการทำงานร่วมกัน
5. มีความตระหนกั ในความสำคญั ของการอา่ นและมเี จตคติท่ดี ตี ่อการอา่ น
สาระสำคญั
หน่วยการเรียนรู้นี้มุ่งพัฒนาทักษะการอา่ นวิเคราะห์ : การจับใจความสำคัญเป็นหลัก โดยใช้บทอ่านท่ี
เกี่ยวข้องกับกลุ่มสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์ และสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ทักษะการคิดทีไ่ ด้รับการ
พฒั นาควบคู่ไปกับทกั ษะการอ่าน คอื การสรปุ ยอ่ การวิเคราะห์ และการสรุปอ้างอิง นักเรียนต้องวเิ คราะห์ข้อมูลใน
บทอา่ นเพอ่ื ตอบคำถามและบรรจขุ ้อมลู ลงในแผนผงั ความคิด
จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1. ด้านความรู้ ผู้เรียนสามารถจับใจความสำคัญ วิเคราะห์ความ สรุปความ ตีความ และแสดงความคดิ เห็นจากการ
อา่ นเร่ืองท่ีเป็นสารคดี
สาระท่ี 1 : ภาษาเพอ่ื การส่อื สาร
มาตรฐาน ต 1.1 ม.4-6/4
สมรรถนะสำคัญของผูเ้ รยี น คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
ความสามารถในการสอ่ื สาร การคิด ใฝเ่ รียนรู้ : ค้นคว้าความรู้จากแหล่งการเรียนรู้
ต่าง ๆ
2. ด้านทกั ษะ/ทักษะกระบวนการ/ทักษะการคดิ
- การสรปุ ยอ่
- การวิเคราะห์
- การสรุปอ้างอิง
คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พื้นฐาน 2551 ผู้เรยี นมีพฤติกรรม ดงั นี้
1. รกั ชาติ ศาสน์ กษตั ริย์ 5. อยู่อย่างพอเพียง
2. ซอื่ สตั ย์ สจุ รติ 6. มงุ่ มั่นในการทำงาน
3. มีวนิ ัย 7. รักความเป็นไทย
4. ใฝเ่ รียนรู้ 8. มจี ติ สาธารณะ
สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รียน ผ้เู รยี นมีพฤตกิ รรม ดังนี้
1. ความสามารถในการส่ือสาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการแก้ปัญหา
4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวติ
5. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
หลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง ผู้เรยี นมพี ฤตกิ รรม ดงั น้ี
หลักพอประมาณ หลักมีเหตุผล ภูมิคมุ้ กนั ทด่ี ีในตัว
1. แบง่ เวลาในการทำกิจกรรมให้ 1. สามารถใชค้ วามร้ใู นการ 1. มีทักษะในการคิดแกป้ ญั หาและ
เสร็จทนั เวลา ปฏบิ ัตกิ จิ กรรมการเรียนรูไ้ ด้อยา่ ง ตัดสนิ ใจ
2. ใช้วสั ดุ อปุ กรณแ์ ละ สมเหตุสมผล 2. มคี วามเข้าใจในบริบทของตนเอง
ทรัพยากรธรรมชาตอิ ยา่ งคุ้มค่า 2. นำความรู้ที่ไดเ้ รียนไปประยกุ ต์ เพ่อื น ชมุ ชนทผ่ี ู้เรียนเปน็ สมาชิกและ
และประหยัด ใช้ในการดำเนนิ ชวี ิตประจำวัน มคี วามรกั ชมุ ชนของตน
3. รู้จกั ประเมนิ ความสามารถของ 3. มีความเขา้ ใจในการนำความรู้
ตนเองและสมาชิกในกลมุ่ ไปใช้ในชีวติ ประจำวนั
4. เรียนรทู้ ีจ่ ะแบง่ ภาระหน้าท่ี
และแก้ปัญหาตามความสามารถ
ของตนเองและสมาชกิ ในกลุ่ม
คา่ นยิ มไทย 12 ประการ ผ้เู รียนมพี ฤตกิ รรม ดังน้ี
6. มศี ลี ธรรม รกั ษาความสัตย์ หวังดีต่อผู้อ่นื เผอื่ แผ่และแบง่ ปนั
9. มีสตริ ้ตู วั รู้คดิ รู้ทำ รู้ปฏิบัติตามพระราชดำรสั ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยหู่ ัว
12. คำนงึ ถงึ ผลประโยชนข์ องส่วนรวม และของชาติมากกว่าผลประโยชนข์ องตนเอง
สาระการเรียนรู้
คำศพั ทแ์ ละสำนวนภาษา
- awareness (n.): knowledge about, understanding about (ความรู้ ความเขา้ ใจเก่ียวกับบาง
ส่งิ บางอยา่ ง)
- potential (n.):ability (ความสามารถ)
- dose (n.): an amount of something one receives (ปริมาณของส่งิ ใดสงิ่ หนึ่งทไี่ ด้รบั )
- adversely (adv.): harmfully (อย่างเป็นอนั ตราย)
- reliance (n.): the state of depending on someone or something (การข้ึนอย่กู บั สง่ิ หนึง่ สิง่ ใด)
- soar (v.): to rise very quickly (เพิ่มสงู ขึ้นอยา่ งรวดเรว็ )
- claim (v.): to say that something is true or is a fact (กล่าวอา้ งว่าจรงิ )
- carcinogenic (adj.): describes a substance which causes cancer ((สาร) ที่ก่อให้เกิดมะเร็ง)
- contamination (n.): making something less pure or making it poisonous (การทำให้
ปนเปื้อนหรือเปน็ พิษ)
- regulate (v.): to control something (ควบคุม)
- controversy (n.): a lot of disagreement or argument about something (การโตเ้ ถยี งหรอื
ขัดแยง้ กนั )
ความเข้าใจท่ีคงทน
นักเรียนเขา้ ใจว่า ประโยคต่าง ๆ ในข้อเขยี นภาษาองั กฤษมีความหมายเกาะเกยี่ วตอ่ เนื่องกันอย่าง
สมเหตุสมผล
ชิน้ งานหรอื ภาระงาน (หลกั ฐาน รอ่ งรอยแสดงความรู้)
- คำตอบของคำถามในกิจกรรม Reading Skill Questions ในหนังสือเรียน หน้า 41 และกจิ กรรม
Comprehension Questions ในหนังสือเรียน หน้า 42
- Graphic Organizer ในหนงั สือเรยี น หน้า 43 ที่บรรจขุ อ้ มูลลงไปแลว้
การวดั และประเมินผล
สง่ิ ทตี่ อ้ งการวัด วิธกี ารวดั เครือ่ งมอื วัด เกณฑ์การวดั และประเมนิ
1. ดา้ นความรู้ ตรวจบทอ่านจากจำนวน บทอ่านจาก Reading ทำแบบฝกึ หดั ถูกต้อง
2. ดา้ นทกั ษะ คำตอบท่ถี ูกตอ้ งในการทำ Skill Questions และ 60% ขนึ้ ไป
กิจกรรม Reading Skill Comprehension
Questions และ 1. Reading Skill
Comprehension Questions
1. กิจกรรม Reading ในหนังสอื เรียน และ
Skill Questions Comprehension
ในหนังสอื เรยี น Questions
ในหนังสอื เรียน
2.Graphic Organizer
ในหนังสือเรียน
3. ด้านคณุ ธรรมและ การสังเกตพฤตกิ รรมการ ความเสยี สละ ความ ไดค้ ะแนนในระดบั ดีขน้ึ ไป
จรยิ ธรรม เรยี น สมเหตุสมผล มีวนิ ัย
รับผิดชอบ อดทน
ประหยัดซื่อสัตยร์ อบคอบ
เอือ้ เฟอ้ื เผอื่ แผ่ มนี ำ้ ใจ
และตรงต่อเวลา
กระบวนการจัดการเรียนรู้
ข้ันนำเขา้ ส่บู ทเรยี น
1. แจ้งจุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
- ครบู อกนักเรียนว่า ในบทเรยี นนน้ี กั เรยี นจะไดเ้ รยี นรูค้ วามสัมพนั ธร์ ะหว่างประโยคตา่ ง ๆ ในขอ้ เขียนทีม่ ี
ความหมายเกาะเกย่ี วกนั อย่างมเี หตมุ ีผล การเรียนรนู้ ้ีอาศัยพืน้ ฐานจากส่ิงที่นักเรียนเรยี นรูใ้ นบทเรยี นก่อน ๆ
2. พฒั นาความรู้พ้ืนฐานเกีย่ วกับการเกาะเกี่ยวความ (Coherence)
- ครูทำสำเนาใบเรียนรู้ท่ี 1 Coherence แจกนักเรียนทกุ คน
- ครอู ่านนออกเสยี งคำถาม What is coherence and how is it achieved? และคำตอบ นกั เรียนอา่ นในใจตาม
- ครอู ธิบายสรุปว่า Coherence คอื การจัดความคดิ อยา่ งสมเหตสุ มผล เพื่อแสดงความสัมพันธร์ ะหว่างคิดโดยใช้
เทคนิคการเขยี นหลัก ๆ คือ
1. คำเชือ่ มความ (Transitional Terms)
2. คำสรรพนาม (Pronoun Reference)
3. การย้ำคำสำคญั (Repetition of Key Words)
4. การใชค้ ำเหมอื น (Synonyms)
5. โครงสร้างค่ขู นาน (Parallel Structure)
- ครูให้นกั เรยี นจับค่กู ันศกึ ษา Transitional Word and Phrases กลุม่ ต่าง ๆ บางคำ/บางกลมุ่ อาจจดั อยู่
ใน 2 กลุม่ เช่น likewise จัดอยใู่ นกลมุ่ Addition และ Comparison และ Example/Illustration ฯลฯ
- ครใู หน้ ักเรียนบอก Transitional Words and Phrases ทเ่ี คยเรยี นมาแล้วในแต่ละกลุ่ม ครูบอกให้นักเรยี นใช้
คำ/กลุม่ คำในใบความรูน้ เ้ี ปน็ แหลง่ ความรู้ ในการทำกิจกรรมในบทเรียนนี้
- ครอู ่านออกเสียงขอ้ ความตัวอยา่ งการใช้เทคนคิ Transitional Terms ในการจัดเรียบเรยี งความคิด ครชู ้ี
ให้นกั เรียนเหน็ ว่า ขอ้ ความตัวอยา่ งท่ี 1 ผู้เขียนใช้ Transition กลุ่ม Addition และขอ้ ความตัวอย่างที่ 2 ผูเ้ ขยี นใช้
Transition กลุ่ม Cause/Reason/Result
- ครูใหน้ ักเรียนจบั คกู่ ันศกึ ษาการใช้เทคนิค Pronoun Reference ในการจดั เรียบเรยี งความคดิ รวมทง้ั
ตวั อย่าง แลว้ ครอู ธบิ ายสรปุ ว่า ผู้เขียนมักใช้ Pronoun แทนท่ี Noun ที่อยู่ในประโยคหรืออนปุ ระโยคทอี่ ย่ขู ้างหน้า
เป็นการชว่ ยให้ ความคดิ ของผอู้ ่านลนื่ ไหลจากประโยคหน่ึงไปยงั ประโยคต่อไป โดยไมจ่ ำเป็นตอ้ งมีการซ้ำคำนาม
ในขอ้ ความตวั อยา่ งจะเห็นไดว้ า่ Most ในประโยคที่ 2 อ้างถึง majority of parents ในประโยคที่ 1 และ they
ทกุ ตัวในประโยคที่ 2 และ 3 อา้ งถงึ Most หรือ majority of parents
- ครูให้นกั เรียนแตล่ ะคู่ศึกษาการใช้เทคนคิ Repetition of Key Words และตวั อย่างในใบความรู้ และ
อธิบายสรุปวา่ การใช้คำสำคญั ซำ้ ทำให้เกิดการเกาะเกยี่ วขอ้ ความ เม่อื นำคำสำคญั มากล่าวซ้ำ ความคิดกไ็ ด้รบั การ
เนน้ ย้ำ ครชู ้ีใหน้ กั เรยี นเหน็ การกลา่ วซ้ำคำสำคัญ ดงั นี้
- The time has come to (set aside…) ประโยคท่ี 1
- The time has come to (reaffirm…) ประโยคที่ 2
- all (are equal) ประโยคท่ี 2
- all (are free) ประโยคท่ี 2
- all (deserve a chance …) ประโยคท่ี 2
- ครูให้นกั เรียนแตล่ ะค่ศู ึกษาการใช้เทคนิค Synonyms และตวั อย่างในใบความรู้ และอธิบายสรุปว่าการ
ใช้ Synonyms เปน็ การเชอ่ื มความคดิ เดยี วกนั ทำให้เกิดการเกาะเกยี่ วขอ้ ความ ครชู ีใ้ ห้เห็นการใช้ Synonyms ใน
ข้อความตวั อยา่ งที่ 1 scoundrel คอื คำท่มี ีความหมายคล้ายคลงึ กบั villain และในข้อความตัวอย่างที่ 2 dispute
คอื คำทีม่ คี วามหมายคล้ายคลึงกับ argument
- ครูใหน้ กั เรียนแต่ละคู่ศึกษาการใชเ้ ทคนิค Parallel Structure พร้อมทง้ั ตัวอยา่ ง แลว้ ครอู ธิบายสรุปว่า
Parallel Structure คอื การนำเสนอความคิดเป็นรายการตอ่ เนื่องโดยใช้รปู ไวยากรณ์เก่ยี วกนั และครชู ี้ให้นักเรียน
เห็นการใช้ Parallel Structure ในขอ้ ความตัวอย่างท่ี 1 คอื hiking, swimming, riding (รปู ไวยากรณ์: Gerund)
และข้อความท่ี 2 growth of the technology และ growth of automobile transportation (รูปไวยากรณ์:
Noun Phrase)
- ครใู ห้นักเรียนดูตัวอยา่ งการเชื่อมโยงความคิดอย่างสมเหตุสมผล (Logical Connections between
Ideas) ครอู ่านออกเสียงข้อความและนกั เรยี นอา่ นในใจตาม ครอู ธิบายว่ายอ่ หนา้ สนั้ ๆ นมี้ กี ารเกาะเก่ยี ว
ขอ้ ความ แมว้ า่ จะไมม่ กี ารใช้ Transitional Expression เลย เหน็ ได้ชดั วา่ เม่ือผู้เขยี นกล่าวในประโยคแรกว่า
Chinatown เป็นหนึ่งใน ..grocery districts ในประเทศแลว้ ในประโยคต่อไปกย็ งั กลา่ วต่อไปเก่ยี วกับ grocery
stores ใน Chinatown โดยให้รายละเอียดทน่ี า่ สนใจเก่ียวกับรา้ นเหลา่ นน้ั
3. ตรวจสอบความสมั พนั ธข์ องประโยคในยอ่ หนา้
- ครอู า่ นออกเสยี งประโยคขอ้ ความทอ่ี ย่ใู นหัวขอ้ Recognizing Coherence ในหนงั สอื เรียน หน้า 85 ครูอธิบาย
สรุปว่าในคำถามชนดิ นี้ จะกำหนดประโยคมาให้ 1 ประโยค นกั เรียนต้องนำประโยคนไ้ี ปใส่ลงในท่ีทเี่ หมาะสมในย่อ
หน้า การทำเชน่ น้ไี ด้นักเรยี นจะตอ้ งเข้าใจตรรกะของย่อหน้า และการเชอื่ มโยงทางไวยากรณร์ ะหวา่ งประโยค
- ครอู า่ นออกเสียงคำสง่ั และคำถามทอ่ี ยู่ตอนกลางของหนงั สอื เรยี น หนา้ 85 บอกนักเรยี นให้อ่านยอ่ หนา้ ใต้
คำถาม แลว้ นำข้อความที่กำหนดใหไ้ ปใสไ่ ว้ในทท่ี ี่เหมาะสมท่ีสุด
- ครใู ห้นกั เรยี นชว่ ยกันบอกคำตอบ คำตอบที่ถกู ต้อง คือ d. ครชู ี้ใหน้ กั เรยี นเห็นว่าเทคนคิ ที่ผ้เู ขียนใช้ในการเกาะ
เกย่ี วขอ้ ความคือ Transitional Term กล่มุ Summary คอื It is no wonder that...
4. ทำกิจกรรม Graphic Organizer
- ครูให้นักเรียนจบั คกู่ นั ทำกิจกรรม Graphic Organizer ในหนงั สือเรียน หนา้ 89 ให้นักเรียนนำประโยคท่ี
กำหนดใหไ้ ปใส่ในทีท่ ี่เหมาะสมท่ีสดุ ในยอ่ หนา้ และใหบ้ อกเหตุผลด้วย
- ครูให้นักเรยี นจับคู่ Sentence Choices กบั Paragraph ก่อน และให้นกั เรียนช่วยกนั บอกคำตอบ
คำเฉลย
Paragraph 1 sentence 2
Paragraph 2 sentence 1
Paragraph 3 sentence 3
- นักเรยี นแต่ละค่อู ่านยอ่ หนา้ ทลี ะย่อหนา้ แล้วนำประโยคท่เี ลือกไปใส่ในท่ที ี่เหมาะสมท่ีสดุ
- ครใู ห้นกั เรยี นช่วยกนั เฉลยคำตอบ
เฉลยคำตอบ
Paragraph 1 B
Paragraph 2 F
Paragraph 3 H
- นกั เรยี นทงั้ ช้นั ช่วยกันตอบคำถาม Why? โดยการชนี้ ำของครู ครใู ห้นักเรียนคนหน่ึงออกมาเขียน Paragraph 1 ท่ี
เติมประโยคที่กำหนดให้แลว้ บนกระดานดงั นี้
- Every day, people go shopping for groceries and fresh produce. They make grocery list
and check the shelves of the supermarket. Tomatoes, cucumbers, celery, and strawberries are
purchased, taken home and put in the refrigerator.
- ครใู หน้ ักเรียนดูย่อหนา้ บนกระดาน และใหน้ กั เรยี นบอกวา่ ผูเ้ ขยี นใชเ้ ทคนคิ อะไรในการเกาะเกี่ยวขอ้ ความ
ระหวา่ งประโยคที่ 1 และ 2 นักเรยี นควรบอกได้วา่ Pronoun Reference คือใช้ They อา้ งถึง people ใน
ประโยคท่ี 1 ครูเขยี นข้อความ Coherence is achieved through the use of pronoun reference. และ
ให้นกั เรยี นเขยี นข้อความลงในกรอบ Why?
- ครใู หน้ ักเรียนคนหนึง่ ออกมาเขยี น Paragraph 2 ท่ีเตมิ ประโยคท่ีกำหนดให้แลว้ บนกระดานดงั น้ี
- One common type of pesticide is called a herbicide. Herbicides can be used to clear
roadside weeds, trees and brush. There are some negative side effects of herbicides, so they
should be used with caution.
- ครใู ห้นกั เรียนชว่ ยกันดยู อ่ หนา้ บนกระดาน และให้ช่วยกันบอกเทคนคิ ที่ผเู้ ขยี นใชใ้ นการเกาะเก่ยี วข้อความ
นักเรยี นอาจจะบอกว่า Repetition of Key Words เพราะมกี ารกลา่ วคำ herbicide ในประโยคทั้ง 3 ประโยค ครู
บอกว่าทนี่ กั เรยี นบอกก็ถกู แต่คำถามต้องการใหบ้ อกเหตุผลของการวางประโยคทีก่ ำหนดใหไ้ ว้ในตำแหน่งดังกลา่ ว
นกั เรียนจงึ ต้องหาความเชือ่ มโยงระหวา่ งประโยคที่ 2 และ 3 แมว้ า่ ประโยคที่ 3 จะไม่มี Transitional Term แต่
โดยนยั แล้วประโยคท่ี 2 และ 3 มคี วามสัมพันธก์ นั ในเชิง Contrast ดังน้ันถ้าจะใหเ้ หตุผล นกั เรียนควรเขยี นว่า
Coherence is achieved through the use of repetition of key words and through implicit logical
connections. ครเู ขยี นขอ้ ความนี้บนกระดาน และให้นักเรียนลอกลงในกรอบ Why?
- ครูให้นักเรยี นคนหน่งึ ออกมาลอก Paragraph 3 ท่ีเตมิ ประโยคท่ีกำหนดให้แล้วบนกระดานดงั น้ี
- Farmers often use a small airplane that flies over the farm, spraying various types of
pesticides. Packed inside the airplane fuselage is a device that sprays pesticides into the air.
Another method is for mechanical sprayers along the side of the field to spray the pesticide in
the small droplets.
- ครใู ห้นักเรยี นชว่ ยกนั ดยู ่อหน้าบนกระดาน และใหช้ ่วยกันบอกเทคนคิ ที่ผเู้ ขยี นใชใ้ นการเกาะเกย่ี ว
ข้อความ นักเรยี นจะพบ Another ในประโยคที่ 3 ซ่ึงเปน็ Transitional Term กลุม่ Addition ประโยคท่ี 3
กลา่ วถงึ Another method ...หมายความว่ากอ่ นหนา้ น้จี ะต้องมี method หนึง่ นนั่ ก็คอื ใช้ airplane… spraying
various types of pesticides ซึง่ ปรากฏในประโยคที่ 2 เกาะเกีย่ วกบั ประโยคที่ 1 โดย Repetition of Key
Words คือคำวา่ airplane จะปรากฏทง้ั ในประโยคท่ี 1 และ 2 ดังน้ันในการให้เหตุผลนักเรยี นควรเขียนว่า
Coherence is achieved through the use of both repetition of key words and a transitional term.
(ดูเฉลยกิจกรรม Graphic Organizer ทท่ี ้ายเล่ม)
ขนั้ จดั การเรียนรู้
กจิ กรรมระหวา่ งอ่าน
1. วเิ คราะห์การเกาะเกยี่ วความในย่อหนา้
- ครูเปิดซดี ีบนั ทกึ เสยี ง Track 17 ยอ่ หนา้ ที่ 1 ของบทอ่านเร่อื ง How Pesticides Keep Food Fresh ในหนังสือ
เรยี น หน้า 86 ใหน้ กั เรียนฟงั และอ่านในใจตาม
- ครูให้นกั เรียนเขียนหมายเลข 1, 2, 3... กำกบั ประโยคในยอ่ หน้านี้
- ครวู ิเคราะหก์ ารเกาะเกยี่ วความระหว่างประโยคต่าง ๆ ในยอ่ หนา้ ท่ี 1 โดยใชเ้ ครื่องมือตา่ ง ๆ ใหน้ ักเรียนเหน็ เปน็
แบบอยา่ ง
- ประโยคท่ี 2 เชือ่ มโยงกับประโยคที่ 1 โดยใช้ example (แต่ไม่ปรากฏ Transitional Words)
“Tomatoes, cucumbers, celery, and strawberries” ในประโยคที่ 2 เปน็ example ของ “fresh procure”
ในประโยคท่ี 1
- ประโยคท่ี 2 เชือ่ มความภายในโดยใช้ Parallel Structure คือ “purchased, taken...and put..” รูป
ไวยากรณค์ อื Past Participle
- ประโยคท่ี 3 เช่ือมโยงกบั ประโยคที่ 2 โดยใช้ Transitional Word กลุ่ม Contrast “But” และใช้
Reference “these fruits and vegetables” ในประโยคท่ี 3 คือ “Tomatoes, cucumbers, celery and
strawberries” ในประโยคท่ี 2
- ประโยคท่ี 4 เชอ่ื มโยงกบั ประโยคที่ 3 โดยใช้ Transitional Words กลุ่ม Cause/Reason/Result “The
main reason” และภายในประโยคท่ี 4 เองกม็ ีการเช่อื มความโดยใช้ Transitional Words กลุ่ม
Cause/Reason/Result “due to”
- ประโยคที่ 5 เชอ่ื มโยงกบั ประโยคท่ี 4 โดยใช้ Repetition of Key Words คอื “chemical”
- ประโยคที่ 5, 6, 7 และ 8 เชือ่ มโยงกนั โดยใช้ Repetition of Key Words คือ “pesticides”
- ประโยคที่ 9 เช่อื มโยงกับประโยคที่ 8 โดยใช้ Pronoun Reference “Others” อา้ งองิ กบั “Some
pesticides” ดงั นนั้ “Others” หมายความวา่ Other Pesticides
- ครเู ปิดซีดบี นั ทึกเสียง Track 17 ย่อหนา้ ท่ี 2 ให้นักเรียนฟงั และอ่านในใจตาม
- ครูบอกความหมายของคำศพั ทท์ ี่นกั เรียนไม่ทราบเท่าท่ีจำเปน็ พยายามให้นกั เรียนเดาความหมายของคำศัพท์
จากบรบิ ทถ้าเปน็ ไปได้
- ครูใหน้ กั เรยี นทำกิจกรรม Reading Skill Questions ข้อ 1 ในหนงั สือเรยี น หนา้ 87 ใหน้ ักเรยี นวเิ คราะหค์ วาม
เชอ่ื มโยงของประโยคทก่ี ำหนดให้ “The biggest use of pesticides is in agriculture.” กับประโยคในยอ่ หนา้ ท่ี
2 ในหนังสอื เรยี น หน้า 86 และหาตำแหนง่ ท่ีเหมาะสมสำหรบั ประโยคนใ้ี นยอ่ หนา้ ดงั กลา่ ว
- ครใู ห้นกั เรยี นช่วยกันบอกคำตอบ และให้เหตผุ ลว่าทำไมประโยคน้ีจึงเหมาะสมท่จี ะอยใู่ นตำแหนง่ ทเี่ ลือก (ดูเฉลย
คำตอบทา้ ยเลม่ )
- นกั เรยี นช่วยกนั อธิบายโดยการชี้นำของครดู งั นี้ ประโยคท่ีกำหนดให้ The biggest use of pesticides is in
agriculture. กลา่ วว่า pesticides ใชม้ ากท่สี ดุ ในเกษตรกรรม ประโยค (A) กล่าวถงึ เปา้ หมายของ pesticides ก็
เพอ่ื กำจัดแมลงทกี่ นิ “crops” ประโยค (B) กล่าวถึงการใช้ pesticides ใหไ้ ด้ผลกต็ อ้ งใหด้ ดู ซมึ เขา้ ไปใน “plant
tissue” ประโยค (C) กลา่ ววา่ เมอื่ ศัตรพู ชื ท้งั หลายแทะเลม็ plant กจ็ ะกนิ สารเคมี (pesticides) เข้าไปดว้ ย และก็
ต้องถกู ทำลายไป 3 ประโยคดังกล่าวเปน็ รายละเอียดของการใช้ pesticides ในเกษตรกรรม ซงึ่ ขยายความ
ประโยค The biggest use of pesticides is in agriculture. ดงั นนั้ ตำแหนง่ ท่ีเหมาะสมที่สดุ ของประโยคนี้คอื
อยู่หน้าประโยค (A) นอกจากนี้ ประโยคน้ยี ังเกาะเก่ียวความกบั ประโยคแรกของย่อหน้าโดยใช้ Repetition of
Key Words “pesticides”
- ครเู ปิดซีดีบันทกึ เสียง Track 17 ยอ่ หน้าท่ี 3 ในหนงั สือเรยี น หน้า 86-87 ใหน้ กั เรยี นฟงั และอ่านในใจตาม
- ครูเปิดซีดบี ันทกึ เสยี ง Track 17 ย่อหน้าที่ 4 ในหนงั สือเรียน หน้า 87 ให้นักเรียนฟงั และอา่ นในใจตาม
- ครูบอกความหมายของคำศัพทท์ น่ี ักเรียนไมท่ ราบเทา่ ทีจ่ ำเปน็
- ครูให้นกั เรียนทำกจิ กรรม Reading Skill Questions ขอ้ 2 ในหนงั สอื เรียน หนา้ 87 ให้นกั เรยี นวิเคราะห์ความ
เชอื่ มโยงที่กำหนดให้ “This can save farmers in developing countries a lot of money if fewer crops
are destroyed by pests” กับประโยคในย่อหนา้ ที่ 4 ในหนงั สอื เรยี น หน้า 87 และหาตำแหน่งที่เหมาะสม
สำหรบั ประโยคนีใ้ นยอ่ หนา้ ดงั กล่าว
- ครใู หน้ ักเรียนชว่ ยกันบอกคำตอบ และให้เหตุผลวา่ ทำไมประโยคนี้จงึ เหมาะสมท่ีจะอยใู่ นตำแหนง่ ทีเ่ ลือก (ดเู ฉลย
คำตอบทา้ ยเลม่ )
- นักเรียนช่วยกันอธิบายโดยการชน้ี ำของครดู ังน้ี ประโยคทก่ี ำหนดใหอ้ ยทู่ ่ีตำแหน่ง (E) ไม่ไดเ้ พราะ “This” ใน
ประโยคนี้ไม่มีขอ้ ความทจี่ ะอา้ งถงึ เมื่อพจิ ารณาประโยคตา่ ง ๆ ในยอ่ หนา้ นจี้ ะพบว่า แมจ้ ะไม่มี Transitional
Words แต่ประโยคท่ี 1 และ 2 ก็สมั พันธ์กันในเชิงเหตุและผลลพั ธ์ อาจกลา่ วไดว้ า่ 2 ประโยคน้ีเกาะเกย่ี วความโดย
ใช้ Implicit Logical Connections ประโยคที่ 2 และ 3 เกาะเกย่ี วความโดยใช้ Repetition of Key Words
“pesticides” ดงั น้นั ตำแหน่งที่เหมาะสมทส่ี ุดของประโยคทกี่ ำหนดให้จงึ อยู่ท้ายยอ่ หน้า โดยที่จะเกาะเก่ยี วความ
กบั ประโยคกอ่ นโดยใช้ Pronoun Reference “This” ซง่ึ อ้างถงึ ขอ้ ความในประโยคก่อนคอื “Modification of
pesticides (Pesticides are modified) to work in their climates. (= climates of African countries or
parts of Southeast Asia), not just on North America or European farms.
2. ตรวจสอบความเขา้ ใจ
- ครใู หน้ ักเรียนอ่านบทอ่านเรือ่ ง How Pesticides Keep Food Fresh อีกครง้ั หน่งึ และให้ทำกจิ กรรม
Comprehension Questions ในหนงั สือเรียน หน้า 88
ขัน้ สรุป
กิจกรรมหลงั อา่ น
1. ประเมนิ ความเขา้ ใจ
- ครูใหน้ กั เรยี นเฉลยคำตอบในกจิ กรรม Comprehension Questions (ดเู ฉลยคำตอบทา้ ยเลม่ )
- ครปู ระเมนิ ผลความเขา้ ใจจากจำนวนคำตอบที่ถูกตอ้ ง จากการทำกจิ กรรม Reading Skill Questions (ทำในขนั้
ของกจิ กรรมกอ่ นอ่าน) และ Comprehension Questions และใชเ้ กณฑผ์ ่านรอ้ ยละ 60
2. ทำกิจกรรม Summary
- ครใู หน้ ักเรยี นทำกจิ กรรม Summary ในหนงั สอื เรยี น หน้า 88 ใหเ้ ลือกคำทก่ี ำหนดให้มาเขยี นลงในช่องวา่ ง
เพื่อใหไ้ ด้สรปุ ย่อเร่อื ง How Pesticides Keep Food Fresh ทีส่ มบรู ณ์
- ครใู ห้นกั เรียนอ่านออกเสยี งยอ่ หนา้ ที่เตมิ คำลงในช่องว่างแล้วคนละประโยค และให้นักเรียนอ่นื ๆ ในช้ัน
ตรวจสอบความถกู ตอ้ ง (ดูเฉลยคำตอบทา้ ยเลม่ )
สือ่ การเรียนรแู้ ละแหล่งการเรยี นรู้
1. หนังสอื เรยี น Moving Up Critical Reading 2 หนา้ 85-89
2. ซีดบี นั ทกึ เสียง
3. เครอ่ื งเลน่ ซีดี
4. ใบความร้ทู ่ี 1: Coherence
วิชาภาษาองั กฤษ (อา่ นวเิ คราะห)์ แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 19 ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ี่ 5
เรื่อง Senses รหัสวิชา อ32203 หนว่ ยการเรยี นรูท้ ่ี 10
เวลา 5 ชวั่ โมง นางสาวสทุ ธิกานต์ บตุ ราช
ผลการเรยี นรู้ (เฉพาะรายวชิ าเพ่มิ เติม)
1. จับใจความสำคญั ระบขุ ้อเท็จจริงและรายละเอียด ลำดบั ขัน้ ตอนและกระบวนการ ระบุสาเหตุและผลลัพธ์
ระบจุ ุดประสงคข์ องผ้เู ขียน เปรยี บเทียบความเหมอื นและความตา่ ง และอนมุ านและสรปุ ความจาก
บทความเกีย่ วกบั สขุ ภาพและสวัสดกิ าร ส่ิงกอ่ สรา้ ง วิถีชวี ติ สตั วโ์ ลก ภัยธรรมชาติ การสำรวจค้นพบ ฯลฯ
2. นำทักษะการอ่านและการคิดไปใช้ในการตอบคำถาม และบรรจุขอ้ มูลลงในแผนผังความคดิ
3. ใฝเ่ รยี นรู้ มเี หตุผล และม่งุ ม่ันในการทำงาน
4. เห็นคุณค่าของการทำงานร่วมกัน
5. มีความตระหนักในความสำคัญของการอา่ นและมเี จตคติที่ดตี อ่ การอา่ น
สาระสำคญั
หน่วยการเรียนรู้น้ีมุ่งพัฒนาทักษะการอ่านวิเคราะห์ : การจับใจความสำคัญเป็นหลัก โดยใช้บทอ่านท่ี
เกี่ยวข้องกับกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ และสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ทักษะการคิดทีไ่ ด้รับการ
พฒั นาควบค่ไู ปกับทักษะการอ่าน คือ การสรปุ ยอ่ การวิเคราะห์ และการสรุปอ้างอิง นักเรยี นต้องวเิ คราะห์ข้อมูลใน
บทอ่านเพอ่ื ตอบคำถามและบรรจขุ อ้ มูลลงในแผนผงั ความคิด
จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1. ดา้ นความรู้ ผู้เรยี นสามารถจับใจความสำคญั วิเคราะห์ความ สรุปความ ตีความ และแสดงความคดิ เหน็ จากการ
อ่านเรอื่ งทีเ่ ป็นสารคดี
สาระที่ 1 : ภาษาเพื่อการสือ่ สาร
มาตรฐาน ต 1.1 ม.4-6/4
สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
ความสามารถในการส่อื สาร การคิด ใฝ่เรียนรู้ : ค้นคว้าความรู้จากแหลง่ การเรียนรู้
ตา่ ง ๆ
2. ดา้ นทกั ษะ/ทักษะกระบวนการ/ทักษะการคดิ
- การสรุปย่อ
- การวเิ คราะห์
- การสรปุ อ้างองิ
คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขน้ั พื้นฐาน 2551 ผเู้ รียนมีพฤตกิ รรม ดังนี้
1. รกั ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ 5. อยู่อย่างพอเพียง
2. ซือ่ สตั ย์ สุจรติ 6. มงุ่ มน่ั ในการทำงาน
3. มีวนิ ยั 7. รักความเป็นไทย
4. ใฝเ่ รียนรู้ 8. มีจิตสาธารณะ
สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน ผู้เรียนมพี ฤติกรรม ดังน้ี
1. ความสามารถในการสือ่ สาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการแก้ปัญหา
4. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวติ
5. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
หลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง ผ้เู รียนมีพฤติกรรม ดังน้ี
หลักพอประมาณ หลักมเี หตผุ ล ภูมิคมุ้ กันท่ดี ใี นตวั
1. แบ่งเวลาในการทำกิจกรรมให้ 1. สามารถใชค้ วามรูใ้ นการ 1. มีทกั ษะในการคดิ แกป้ ญั หาและ
เสรจ็ ทันเวลา ปฏบิ ัติกจิ กรรมการเรยี นรไู้ ดอ้ ยา่ ง ตดั สินใจ
2. ใชว้ ัสดุ อปุ กรณแ์ ละ สมเหตุสมผล 2. มีความเข้าใจในบรบิ ทของตนเอง
ทรพั ยากรธรรมชาตอิ ย่างค้มุ คา่ 2. นำความร้ทู ีไ่ ด้เรยี นไปประยุกต์ เพอ่ื น ชุมชนทผ่ี ู้เรยี นเปน็ สมาชกิ และ
และประหยดั ใชใ้ นการดำเนนิ ชีวิตประจำวัน มคี วามรักชมุ ชนของตน
3. ร้จู กั ประเมินความสามารถของ 3. มีความเขา้ ใจในการนำความรู้
ตนเองและสมาชกิ ในกลมุ่ ไปใช้ในชวี ติ ประจำวนั
4. เรียนรู้ที่จะแบ่งภาระหน้าที่
และแก้ปัญหาตามความสามารถ
ของตนเองและสมาชกิ ในกลุ่ม
คา่ นยิ มไทย 12 ประการ ผเู้ รยี นมีพฤติกรรม ดงั นี้
6. มศี ลี ธรรม รกั ษาความสตั ย์ หวงั ดีต่อผ้อู ื่น เผอื่ แผแ่ ละแบง่ ปัน
9. มีสตริ ู้ตัว รู้คิด รทู้ ำ รู้ปฏิบตั ิตามพระราชดำรสั ของพระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอย่หู ัว
12. คำนึงถึงผลประโยชน์ของสว่ นรวม และของชาตมิ ากกว่าผลประโยชน์ของตนเอง
สาระการเรียนรู้
คำศพั ท์และสำนวนภาษา
- echolocation (n.): locating an object using sound waves and echoes (การกำหนด
ตำแหนง่ ของวตั ถุโดยใช้เสยี งสะทอ้ น)
- pulse (n.): any burst of light energy wave etc. (กระแสไฟฟ้า แสง เสียง ฯลฯ ทถ่ี ูกปลอ่ ย
ออกมาเป็นช่วง ๆ)
- detect (v.): to notice, to observe, to find (สงั เกตเหน็ พบ)
- sensitive (adj.): able to sense or feel in a stronger than normal way (ที่ไวต่อสมั ผัส, ที่
มีปฏิกริ ิยาต่อสิ่งใดสง่ิ หนง่ึ ได้งา่ ย)
- navigate (v.): to find a direction (หาตำแหนง่ หรอื เสน้ ทาง)
- adapt (v.): to adjust (ปรบั ตวั )
- peculiar (adj.): strange (ประหลาด)
- bounce (v.): to (cause to) move up or away after hitting a surface (กระเดง้ หรือกระดอน)
- earflap (n.): one of the two pieces of material or fur on some hats that can be pulled
down to cover the ear (แผ่นปดิ หทู ่ยี ่ืนลงมาจากหมวกสำหรบั กันหนาว ในบทอ่านนหี้ มายถงึ ในหูใหญข่ อง
คา้ งคาว)
- eardrum (n.): the part inside the ear that moves so that one can hear sound (แกว้ ห)ู
- stuff (v.): to fill tightly or completely by pushing something into something else (ยัด
, ใสจ่ นเต็ม)
- ultrasonic (adj.): related to sound beyond the range of human hearing (เก่ยี วกบั หรือ
เปน็ เสยี งท่มี คี ล่ืนความถส่ี งู เกนิ กวา่ หูมนุษย์จะได้ยนิ )
ความเขา้ ใจทีค่ งทน
นกั เรียนเขา้ ใจวา่ การสรปุ ความต้องใช้ทัง้ ความรู้เดมิ และข้อมูลท้ังที่ระบไุ วช้ ดั แจง้ และอนมุ านจากข้อเขยี น
ช้นิ งานหรือภาระงาน (หลกั ฐาน ร่องรอยแสดงความร)ู้
- คำตอบของคำถามในกจิ กรรม Reading Skill Questions ในหนังสือเรยี น หน้า 97 และกิจกรรม
Comprehension Questions ในหนังสือเรียน หนา้ 98
- คำตอบที่ไดจ้ ากการทำกิจกรรมใน Worksheet 1
- Graphic Organizer ในหนงั สอื เรยี น หน้า 99 ทบ่ี รรจุขอ้ มลู ลงไปแลว้
การวัดและประเมนิ ผล วธิ กี ารวัด เครื่องมอื วดั เกณฑ์การวดั และประเมิน
สงิ่ ทตี่ อ้ งการวดั ทำแบบฝกึ หัดถูกต้อง
ตรวจบทอ่านจากจำนวน บทอา่ นจาก Reading 60% ขน้ึ ไป
1. ดา้ นความรู้
2. ดา้ นทกั ษะ คำตอบทถี่ ูกตอ้ งในการทำ Skill Questions และ ไดค้ ะแนนในระดับดขี ึ้นไป
3. ด้านคณุ ธรรมและ กจิ กรรม Reading Skill Comprehension
จริยธรรม
Questions และ 1. Reading Skill
Comprehension Questions
1. กิจกรรม Reading ในหนังสอื เรยี น และ
Skill Questions Comprehension
ในหนังสือเรียน Questions
ในหนงั สอื เรียน
2.Graphic Organizer
ในหนงั สอื เรียน
การสงั เกตพฤตกิ รรมการ ความเสยี สละ ความ
เรียน สมเหตุสมผล มวี ินยั
รบั ผดิ ชอบ อดทน
ประหยัดซอ่ื สัตย์รอบคอบ
เอ้อื เฟ้อื เผื่อแผ่ มนี ้ำใจ
และตรงต่อเวลา
กระบวนการจัดการเรียนรู้
ขน้ั นำเขา้ สู่บทเรยี น
กิจกรรมกอ่ นอา่ น
1. แจ้งจุดประสงค์การเรียนรู้
- ครูบอกนกั เรยี นวา่ ในบทเรียนน้นี กั เรยี นจะได้เรียนรู้ทกั ษะการอ่านสรปุ ความ นักเรียนจะได้รับการฝกึ สรุปความ
ในยอ่ หนา้ สนั้ ๆ จนสามารถสรุปความในบทอา่ นขนาดยาวได้ ตลอดจนสามารถหาข้อความในบทอ่านทีใ่ ชเ้ ปน็
ขอ้ มูลพน้ื ฐานในการสรุปความ
2. พัฒนาทักษะการคดิ : การสรุปความ
- ครทู ำสำเนาใบความรู้ที่ 1 Drawing Conclusions แจกนักเรยี นทุกคน
- ครูให้นักเรยี นจบั คกู่ นั ศกึ ษา What is “Drawing Conclusions?” และอธิบายสรปุ ว่า ในการสรปุ น้ัน นกั เรียนอาจ
ตอ้ งอนุมานความกอ่ นหลงั จากนั้นจงึ หาความเชอ่ื มโยงของสิ่งที่อนมุ านและสงั เกตเหน็ ซึง่ ทำใหไ้ ดข้ อ้ สรุป ในการ
สรุปบทอ่าน นกั เรียนจะต้องหารายละเอียดทส่ี นับสนนุ และนำมารวมกบั สง่ิ ท่ีนักเรียนเคยร้มู ากอ่ น นกั เรยี นอาจตงั้
คำถามถามตนเองวา่
- I conclude that ... because the paragraph said that ... and I know that ...
- ครอู า่ นออกเสยี งยอ่ หน้าตวั อยา่ ง Paragraph 1 และคำถาม ให้นักเรยี นอา่ นในใจตาม
- ครูอ่านออกเสยี งคำถามท่ีจะนำไปสูก่ ารสรุปข้อ 1 และให้นกั เรียนคนหนง่ึ อา่ นออกเสยี งคำตอบ
- ครอู า่ นออกเสียงคำถามนำขอ้ 2 ใหน้ ักเรียนอกี คนหนึง่ อ่านออกเสยี งคำตอบ
- ครูอ่านออกเสียงคำสง่ั ในข้อ 3 Draw a Conclusion และใหน้ กั เรยี นอีกคนหนง่ึ อา่ นออกเสยี งคำตอบ
- ครใู หน้ กั เรยี นสงั เกตข้ันตอนของการคดิ จนถึงการสรปุ ความจาก Paragraph 1
- ครูอา่ นออกเสียงยอ่ หน้าตวั อย่าง Paragraph 2 และดำเนนิ การทำกิจกรรมเชน่ เดียวกบั ทท่ี ำใน Paragraph 1
- ครูให้นักเรยี นจับคูก่ ันทำกิจกรรมใน Worksheet 1
- ครูให้นกั เรยี นช่วยกันเฉลยคำตอบ (ดูเฉลยคำตอบท้าย Worksheet 1)
- ครูให้นกั เรยี นทำกจิ กรรม Drawing Conclusions ในหนงั สือเรียน หน้า 95
- ครอู ่านออกเสียงข้อความใตห้ วั ขอ้ Drawing Conclusions ในหนังสือเรยี น หนา้ 95 นักเรียนอา่ นในใจตาม ครู
อธิบายสรปุ วา่ Drawing a Conclusion หรอื การสรปุ ความ หมายถึง การลงความเหน็ โดยอาศยั หลกั ฐาน คนที่
สามารถสรปุ ความได้ถกู ต้อง จะต้องมีความสามารถในการอ่านอย่างพินิจพิเคราะห์
- ครใู ห้นกั เรยี นอา่ นย่อหน้า ในกรอบกลางหนา้ 95 และเลือกข้อความทีเ่ ปน็ ขอ้ สรุปจากยอ่ หน้าทีอ่ ่าน
- ครใู ห้นักเรียนบอกคำตอบ และให้เหตผุ ลวา่ ข้อความทเี่ ลือกคือข้อสรปุ และขอ้ ความอื่น ๆ ไม่ใช่ข้อสรุปสงิ่ ท่ี
นักเรียนควรอธิบายคอื ตัวเลอื ก a. ไม่เปน็ ความจรงิ เพราะ Jonathan ไมไ่ ด้อาบนำ้ กอ่ นที่จะไดย้ นิ เสียงเรียกจาก
โทรศพั ท์
- ตวั เลือก c. ไม่มหี ลักฐานปรากฏในยอ่ หนา้ วา่ นำ้ เยน็ เกนิ ไป
- ตัวเลอื ก d. ในยอ่ หน้าไม่ไดก้ ลา่ วถงึ น้องสาวของ Jonathan เลย
ตวั เลือก b. เปน็ ขอ้ สรุปท่ีสมเหตสุ มผล เม่ือ Jonathan ไดย้ ินเสยี งโทรศพั ท์ “The tub was almost full.”
Jonathan วิง่ ไปรับโทรศพั ท์ (โดยมิไดป้ ดิ กอ๊ กนำ้ ) จึงเปน็ ไปไดท้ นี่ ำ้ ในอา่ งอาบน้ำจะไหลล้นออกมา
3. ตง้ั จุดประสงค์ในการอ่าน
- ครเู ขยี นคำวา่ Bats บนกระดาน ให้นกั เรียนบอกสิง่ ท่ีตนร้เู ก่ยี วกับ Bats และครเู ขียนทุกสงิ่ ทนี่ ักเรยี นบอกบน
กระดาน โดยไมค่ ำนึงว่าจรงิ หรือไมจ่ รงิ
- ครูใหน้ ักเรยี นใชข้ ้อความที่เกย่ี วกบั Bats บนกระดานเปน็ จุดประสงคใ์ นการอา่ น อ่านเพือ่ ยืนยนั วา่ ส่ิงที่นักเรยี นรู้
เก่ยี วกับ Bats จรงิ หรอื ไมจ่ รงิ ครบู อกนกั เรียนวา่ ข้อมลู ท่นี ักเรียนใหม้ าอาจไม่มใี นบทอ่าน และในบทอา่ นกอ็ าจให้
ขอ้ มลู เกย่ี วกับ Bats ที่นกั เรียนยังไมร่ ู้
ขน้ั จดั การเรียนรู้
กิจกรรมระหวา่ งอ่าน
1. อ่านเพอื่ ยนื ยนั ข้อมูลตามจดุ ประสงคท์ ี่ตั้งไว้
- ครูให้นักเรยี นลอกข้อความทนี่ ักเรยี นช่วยกนั บอกเกย่ี วกับ Bats บนกระดาน
- นักเรยี นจบั คกู่ ันชว่ ยกันหาขอ้ มูลในบทอ่าน เรื่อง Sensory System of Bats ในหนงั สือเรยี น หนา้ 96-97 มา
ยืนยันความถกู ตอ้ งของขอ้ มลู ที่ตนมีอยู่ ถา้ ขอ้ มูลตรงกนั ใหเ้ ขียนเคร่ืองหมาย ✓ ขา้ งหน้าขอ้ ความที่ลอกจาก
กระดาน ถ้าข้อมูลไม่ตรงกนั ใหเ้ ขียนเครอ่ื งหมาย ถา้ ไมม่ ขี ้อมลู ในหนงั สอื เรยี น ใหเ้ ขยี นเคร่อื งหมาย ? ไว้ขา้ ง
หนา้ ขอ้ ความ
- ครูใหน้ ักเรียนบอกข้อมูลที่ยนื ยันความถกู ตอ้ งได้ และใหช้ ี้ตำแหน่งของขอ้ มลู ในหนงั สอื เรียนดว้ ย
2. ตรวจสอบความเขา้ ใจ
- ครเู ปิดซีดบี ันทกึ เสียง Track 19 ย่อหนา้ ท่ี 1 ของบทอา่ นเรื่อง Sensory System of Bats ในหนงั สือเรียน
หน้า 96 นกั เรียนฟังและอา่ นในใจตาม
- ครูใหน้ กั เรียนอ่านยอ่ หนา้ ที่ 1 อกี คร้งั หนึ่ง และต้งั คำถามใหน้ กั เรียนตอบเพ่อื ตรวจสอบความเข้าใจดังน้ี
T: What does “This term” in line 7 refer to?
Ss: (Echolocation.)
T: What does “echolocation” mean?
Ss: (A means of locating an object using sound waves and echoes.) (ดจู าก Glossary)
T: What does “those sounds” in line 9 refer to?
Ss: (Sound impulses.)
T: What does “this system” in line 10 refer to?
Ss: (Sensing system called echolocation.)
T: What do you learn about bats from this paragraph?
Ss: (Bats use sensing system called echolocation to navigate through the air.)
- ครูเปิดซดี ีบันทกึ เสียง Track 19 ย่อหน้าที่ 2 ในหนงั สือเรียน หน้า 96 นักเรียนฟงั และอ่านในใจตาม
- ครูใหน้ ักเรียนอ่านยอ่ หนา้ ท่ี 2 อกี ครัง้ หนง่ึ และตรวจสอบความเขา้ ใจ โดยต้ังคำถามใหน้ กั เรยี นตอบดังนี้
T: What does “this peculiar living arrangement” of bats?
Ss: (Hanging upside down in their caves.)
T: What does a bat do when it wants to fly to a certain place?
Ss: (It uses the echolocation technique to navigate.)
T: How do bats use echolocation?
Ss: (They send out sound pulse either through their mouths or noses and when it
bounces off an object, the echo comes back to them.)
- ครเู ปิดซดี ีบันทึกเสียง Track 19 ย่อหนา้ ท่ี 3 ในหนังสือเรยี น หน้า 96-97 นกั เรียนฟังและอ่านในใจตาม
- ครใู หน้ ักเรยี นอา่ นยอ่ หน้าที่ 3 อีกครง้ั หน่งึ และตรวจสอบความเขา้ ใจ โดยตงั้ คำถามให้นกั เรยี นตอบดังน้ี
T: What did the Italian and Swiss Scientists discover?
Ss: (The bat could not navigate properly when their ears were blocked and their heads
covered.)
T: How did Donald Griffen detect ultrasonic signals produced by bats?
Ss: (He used microphones.)
- ครูให้นักเรยี นทำกจิ กรรม Reading Skill Questions ในหนงั สือเรยี น หนา้ 97 และกจิ กรรม
Comprehension Questions ในหนงั สือเรยี น หน้า 98
ข้นั สรปุ
1. ประเมินผลความเข้าใจ
- ครใู หน้ ักเรยี นชว่ ยกันบอกคำตอบของคำถามในกิจกรรม Reading Skill Questions และ Comprehension
Questions (ดเู ฉลยคำตอบทา้ ยเล่ม)
- ครูประเมนิ ผลความเข้าใจจากจำนวนคำตอบที่ถูกต้องจากการทำกจิ กรรมทง้ั 2 ดงั กลา่ ว และใชเ้ กณฑผ์ า่ นรอ้ ยละ
60
2. บรรจุข้อมลู ลงในแผนผังความคิด
- ครูชน้ี ำให้นกั เรียนทำกจิ กรรม Graphic Organizer ในหนงั สอื เรียน หน้า 99
- ครูใหน้ กั เรยี นชว่ ยกนั สรปุ เกี่ยวกบั Bats ครเู ขียนข้อสรุปของนกั เรยี นแตล่ ะคนทเี่ สนอมาบนกระดาน แลว้ ชว่ ยกนั
เลอื กขอ้ สรปุ ทเี่ หมาะสมที่สุดมาเขยี นลงในวงกลมท่ีมีคำ Conclusion ใน Graphic Organizer เช่น Since bats do
not use eyes to navigate, they can fly in the dark in search of food.
- ครใู หน้ ักเรยี นหาข้อมลู ในบทอา่ นท่ีใช้เปน็ พืน้ ฐานในการสรปุ ดังกลา่ ว ครูเขยี นขอ้ ความท่ีนักเรียนบอกบนกระดาน
และใหน้ ักเรยี นช่วยกนั เลือกข้อความ 3 ข้อความที่เหมาะสมท่ีสดุ มาเขยี นลงในกรอบสเ่ี หลี่ยมทงั้ 3 ใน Graphic
Organizer เช่น
- Text Info 1
Its sensitive ears and brain “see” their surrounding, much like radar on an airplane.
- Text Info 2
When a bat wants to fly to a certain place, it uses the echolocation technique to
navigate.
- Text Info 3
Griffen proved that bats used the echoes from the ultrasonic signals to navigate.
(ดเู ฉลยคำตอบท้ายเล่ม)
3. ทำกิจกรรม Summary
- ครใู ห้นักเรยี นทำกจิ กรรม Summary ในหนังสือเรยี น หน้า 98 ใหเ้ ลือกคำทกี่ ำหนดให้มาเขียนลงในชอ่ งวา่ ง
เพ่ือให้ไดส้ รุปยอ่ เรื่อง Sensory System of Bats ทส่ี มบูรณ์
- ครใู ห้นกั เรียนอ่านออกเสยี งยอ่ หนา้ ทเี่ ตมิ คำลงในช่องวา่ งแลว้ คนละประโยค และใหน้ ักเรียนอื่น ๆ ในชั้น
ตรวจสอบความถูกตอ้ ง (ดเู ฉลยคำตอบท้ายเลม่ )
สอื่ การเรยี นรู้และแหลง่ การเรียนรู้
1. หนงั สอื เรียน Moving Up Critical Reading 2 หนา้ 95-99
2. ซีดีบันทกึ เสยี ง
3. เครือ่ งเลน่ ซีดี
4. ใบความรทู้ ่ี 1: Drawing Conclusions
5. Worksheet 1
วิชาภาษาอังกฤษ (อ่านวเิ คราะห)์ แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 20 ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ 5
เรือ่ ง Science and Technology รหสั วิชา อ32203 หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 10
เวลา 3 ชว่ั โมง นางสาวสทุ ธิกานต์ บตุ ราช
ผลการเรียนรู้ (เฉพาะรายวิชาเพ่ิมเตมิ )
1. จับใจความสำคญั ระบุข้อเท็จจริงและรายละเอียด ลำดับข้ันตอนและกระบวนการ ระบสุ าเหตุและผลลัพธ์
ระบจุ ุดประสงคข์ องผู้เขียน เปรียบเทยี บความเหมอื นและความตา่ ง และอนมุ านและสรปุ ความจาก
บทความเกีย่ วกบั สขุ ภาพและสวัสดิการ สิ่งก่อสร้าง วถิ ชี วี ิตสตั ว์โลก ภยั ธรรมชาติ การสำรวจคน้ พบ ฯลฯ
2. นำทกั ษะการอา่ นและการคิดไปใช้ในการตอบคำถาม และบรรจขุ ้อมูลลงในแผนผังความคดิ
3. ใฝเ่ รยี นรู้ มีเหตผุ ล และมงุ่ มนั่ ในการทำงาน
4. เหน็ คณุ ค่าของการทำงานรว่ มกัน
5. มคี วามตระหนกั ในความสำคญั ของการอา่ นและมีเจตคติท่ีดีต่อการอา่ น
สาระสำคัญ
หน่วยการเรียนรู้นี้มุ่งพัฒนาทักษะการอา่ นวิเคราะห์ : การจับใจความสำคัญเป็นหลัก โดยใช้บทอ่านท่ี
เกี่ยวข้องกับกลุ่มสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์ และสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ทักษะการคิดที่ได้รับการ
พฒั นาควบคู่ไปกับทกั ษะการอ่าน คอื การสรปุ ย่อ การวเิ คราะห์ และการสรุปอ้างองิ นกั เรยี นต้องวิเคราะห์ข้อมูลใน
บทอ่านเพื่อตอบคำถามและบรรจุขอ้ มลู ลงในแผนผังความคิด
จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1. ด้านความรู้ ผู้เรียนสามารถจับใจความสำคัญ วิเคราะหค์ วาม สรุปความ ตคี วาม และแสดงความคดิ เหน็ จากการ
อา่ นเรือ่ งทีเ่ ปน็ สารคดี
สาระท่ี 1 : ภาษาเพื่อการส่ือสาร
มาตรฐาน ต 1.1 ม.4-6/4
สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
ความสามารถในการสอ่ื สาร การคิด ใฝ่เรยี นรู้ : ค้นควา้ ความรู้จากแหล่งการเรียนรู้
ตา่ ง ๆ
2. ดา้ นทักษะ/ทักษะกระบวนการ/ทักษะการคดิ
- การสรปุ ย่อ
- การวเิ คราะห์
- การสรุปอ้างอิง
คุณลักษณะอนั พึงประสงค์ ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พ้ืนฐาน 2551 ผเู้ รียนมพี ฤตกิ รรม ดงั นี้
1. รกั ชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์ 5. อยู่อย่างพอเพียง
2. ซ่ือสตั ย์ สุจรติ 6. มุ่งมั่นในการทำงาน
3. มวี นิ ัย
4. ใฝ่เรียนรู้ 7. รกั ความเป็นไทย
8. มจี ิตสาธารณะ
สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน ผู้เรยี นมีพฤติกรรม ดังน้ี
1. ความสามารถในการสื่อสาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการแกป้ ญั หา
4. ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ติ
5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง ผ้เู รยี นมีพฤติกรรม ดงั น้ี
หลักพอประมาณ หลักมเี หตผุ ล ภูมิคมุ้ กนั ทด่ี ใี นตัว
1. แบง่ เวลาในการทำกิจกรรมให้ 1. สามารถใชค้ วามรูใ้ นการ 1. มีทกั ษะในการคดิ แก้ปัญหาและ
เสรจ็ ทนั เวลา ปฏิบัติกิจกรรมการเรยี นรไู้ ดอ้ ย่าง ตัดสินใจ
2. ใชว้ ัสดุ อปุ กรณ์และ สมเหตุสมผล 2. มคี วามเขา้ ใจในบรบิ ทของตนเอง
ทรัพยากรธรรมชาตอิ ยา่ งค้มุ คา่ 2. นำความรทู้ ่ไี ด้เรยี นไปประยุกต์ เพือ่ น ชมุ ชนทผี่ ู้เรยี นเป็นสมาชิกและ
และประหยัด ใช้ในการดำเนินชวี ิตประจำวัน มีความรกั ชุมชนของตน
3. รจู้ ักประเมินความสามารถของ 3. มีความเข้าใจในการนำความรู้
ตนเองและสมาชกิ ในกล่มุ ไปใช้ในชวี ติ ประจำวัน
4. เรยี นรูท้ ี่จะแบ่งภาระหน้าท่ี
และแก้ปัญหาตามความสามารถ
ของตนเองและสมาชิกในกลุ่ม
ค่านิยมไทย 12 ประการ ผเู้ รียนมีพฤติกรรม ดงั น้ี
6. มีศีลธรรม รกั ษาความสัตย์ หวงั ดตี ่อผู้อื่น เผอื่ แผ่และแบง่ ปัน
9. มสี ตริ ตู้ วั รู้คดิ ร้ทู ำ รู้ปฏบิ ตั ิตามพระราชดำรสั ของพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยู่หวั
12. คำนงึ ถึงผลประโยชนข์ องส่วนรวม และของชาติมากกวา่ ผลประโยชน์ของตนเอง
สาระการเรียนรู้
คำศัพทแ์ ละสำนวนภาษา
- retina (n.): the area at the back of the eye that receive light and send pictures of what
the eye sees to the brain (จอตา)
- cutting-edge (adj.): very modern and with all the newest features (ทนั สมยั มาก)
- implant (v.): to put an organ, group of cells, or device into the body in a medical
operation (ปลูกถ่ายอวัยวะ เนอ้ื เยือ่ ฯลฯ)
- electrode (n.): the point at which an electric current enters or leaves something,
for example, a battery (ขวั้ ไฟฟา้ ที่ส่งกระแสไฟฟา้ เข้าไปในระบบ)
- restore (v.): to bring back into use (ทำให้ใช้ได้ดังเดมิ )
- devastating (adj.): causing a lot of damage or destruction (ทำให้เสียหายอย่างหนกั )
- radiate (v.): to produce heat and/or light (แผค่ วามรอ้ น, แสง)
- receptor (n.): a nerve ending that reacts to a change, such as heat or cold, in the body
by sending a message to the central nervous system (ปลายประสาททม่ี ีปฏกิ ริ ิยาตอ่ การเปลี่ยนแปลงใน
ร่างกาย โดยส่งสารไปยังศูนย์ระบบประสาท)
- transmit (v.): to pass something from one place to another (สง่ ผ่านจากทหี่ น่งึ ไปยงั อกี
ทีห่ นึ่ง)
- awkward (adj.): difficult to use, do, or deal with (ใช้ยาก)
- clunky (adj.): heavy and solid in an ugly way (หนกั และตันอยา่ งนา่ เกลยี ด)
- coordinate (v.): to make various different things work effectively as a whole (ทำงาน
ประสานกันได้)
- rude (adj.): simple and not skillfully done or made (หยาบ ๆ)
ความเข้าใจทค่ี งทน
นกั เรียนเขา้ ใจว่า การสรปุ ความตอ้ งใช้ทง้ั ความร้เู ดิมและขอ้ มลู ท้ังทร่ี ะบไุ ว้ชดั แจ้ง และอนุมานจากขอ้ เขียน
ชิ้นงานหรอื ภาระงาน (หลักฐาน รอ่ งรอยแสดงความร)ู้
- คำตอบของคำถามในกจิ กรรม Reading Skill Questions ในหนังสือเรยี น หน้า 101 และกิจกรรม
Comprehension Questions ในหนงั สอื เรียน หนา้ 102
- Graphic Organizer ในหนังสือเรียน หนา้ 103 ท่ีบรรจุขอ้ มูลลงไปแลว้
การวดั และประเมนิ ผล วิธีการวดั เคร่อื งมือวัด เกณฑก์ ารวัดและประเมิน
สงิ่ ท่ีตอ้ งการวัด
ตรวจบทอา่ นจากจำนวน บทอา่ นจาก Reading ทำแบบฝกึ หัดถูกตอ้ ง
1. ดา้ นความรู้ 60% ข้นึ ไป
2. ด้านทักษะ คำตอบที่ถกู ต้องในการทำ Skill Questions และ
กจิ กรรม Reading Skill Comprehension
Questions และ 1. Reading Skill
Comprehension Questions
1. กิจกรรม Reading ในหนงั สือเรยี น และ
Skill Questions Comprehension
ในหนังสอื เรยี น Questions
ในหนงั สือเรยี น
2.Graphic Organizer
ในหนงั สอื เรยี น
3. ด้านคุณธรรมและ การสังเกตพฤตกิ รรมการ ความเสียสละ ความ ไดค้ ะแนนในระดับดขี ึ้นไป
จริยธรรม เรยี น สมเหตุสมผล มีวนิ ัย
รับผิดชอบ อดทน
ประหยัดซือ่ สัตย์รอบคอบ
เออื้ เฟ้ือ เผอ่ื แผ่ มีน้ำใจ
และตรงต่อเวลา
กระบวนการจดั การเรยี นรู้
ขนั้ นำเข้าสบู่ ทเรยี น
1. แจ้งจดุ ประสงค์การเรยี นรู้
- ครบู อกนกั เรียนว่า ในบทเรยี นนีน้ ักเรยี นจะไดร้ บั การฝึกการสรุปความจากบทอ่านเพิม่ เติม
ขั้นจดั การเรียนรู้
1. ตรวจสอบความเขา้ ใจ
- ครูเปิดซดี ีบนั ทึกเสียง Track 20 ย่อหน้าท่ี 1 ของบทอ่านเร่อื ง Helping the Blind See ในหนงั สือเรียน หนา้
100 ให้นกั เรียนฟงั และอา่ นในใจตาม
- ครูต้ังคำถามเก่ียวกบั ยอ่ หนา้ ที่ 1 ใหน้ กั เรยี นตอบปากเปลา่ ดังน้ี
T: What is this paragraph mainly about?
Ss: (People suffering from impaired vision.)
T: What does the paragraph tell about these people?
Ss: (They are hopeful about modern surgical technique.)
- ครูเปิดซีดีบนั ทกึ เสียง Track 20 ยอ่ หน้าท่ี 2 ในหนงั สือเรยี น หนา้ 100 ใหน้ กั เรยี นฟงั และอา่ นในใจตาม
- ครูตง้ั คำถามเก่ยี วกบั ย่อหนา้ ที่ 2 ใหน้ กั เรียนตอบปากเปลา่ ดังน้ี
T: Who is Barbara Campbell?
Ss: (A subject in the three-year research project.)
T: What was her problem?
Ss: (She had an eye disease.)
T: How was she treated?
Ss: (The electrodes were surgically implanted into her eyes.)
T: What happened to her after the surgery?
Ss: (She can only see objects that radiate a lot of heat.)
- ครูเปิดซีดบี ันทกึ เสียง Track 20 ยอ่ หนา้ ท่ี 3 ในหนงั สอื เรยี น หนา้ 100-101 ใหน้ ักเรียนฟงั และอ่านในใจตาม
- ครูตั้งคำถามเก่ยี วกบั ย่อหน้าท่ี 3 ให้นักเรียนตอบดังน้ี
T: What is retina?
Ss: (A light-sensitive membrane in the eye that receives light and images.)
Or
(The area at the back of the eye that receives light and sends pictures of what the
eye sees to the brain.)
- ครเู ปิดซีดีบนั ทกึ เสยี ง Track 20 ยอ่ หน้าที่ 4 ในหนังสือเรียน หน้า 101 ใหน้ กั เรียนฟงั และอา่ นในใจตาม
- ครตู ัง้ คำถามเกยี่ วกบั ยอ่ หน้าท่ี 4 ใหน้ กั เรยี นตอบดงั น้ี
T: Who is the New York resident?
Ss: (Campbell.)
T: What is awkward technology?
Ss: (The technology to improve people’s vision which is not comfortable to use.)
T: Why is it not comfortable to use?
Ss: (The person using this technology has the electrodes in the eyes, and also has a
small camera taped to the nose, a video processor strapped to the waist to coordinate the signal.)
- ครใู หน้ ักเรยี นอ่านบทอ่านเรื่อง Helping the Blind See อกี ครงั้ หน่งึ แล้วทำกจิ กรรม Reading Skill
Questions ในหนังสือเรียน หน้า 101 และกิจกรรม Comprehension Questions ในหนงั สอื เรยี น หนา้
102
ข้ันสรปุ
กิจกรรมหลงั อ่าน
1. ประเมนิ ผลความเข้าใจ
- ครูให้นกั เรยี นช่วยกันเฉลยคำตอบของคำถามในกิจกรรม Reading Skill Questions และ Comprehension
Questions (ดูเฉลยคำตอบทา้ ยเลม่ )
- ครูประเมินผลความเขา้ ใจจากจำนวนคำตอบที่ถูกต้องจากการทำกิจกรรม Reading Skill Questions และ
กิจกรรม Comprehension Questions และใช้เกณฑ์ผา่ นรอ้ ยละ 60
2. บรรจขุ อ้ มลู ลงในแผนผงั ความคิด
- ครแู บ่งนกั เรยี นเปน็ กลุ่ม กลมุ่ ละ 4 คนให้ทำกจิ กรรม Graphic Organizer ในหนังสือเรียน หน้า 103
- ครูลอก Graphic Organizer จากหนงั สอื เรียน หน้า 103 ลงบนกระดาน ใหผ้ แู้ ทนกล่มุ ต่าง ๆ ผลัดกันออกมาเขียน
คำตอบ แลว้ นกั เรียนทงั้ ชนั้ ชว่ ยกนั ปรบั แกไ้ ข โดยครูชว่ ยชนี้ ำนกั เรยี นแตล่ ะกล่มุ เปรยี บเทยี บคำตอบของตนกบั
คำตอบบนกระดาน (ดเู ฉลยคำตอบทา้ ยเล่ม)
3. ทำกิจกรรม Summary
- ครูให้นักเรยี นทำกจิ กรรม Summary ในหนงั สอื เรยี น หนา้ 102 ใหเ้ ลือกคำท่กี ำหนดให้มาเขียนลงในชอ่ งว่าง
เพอ่ื ใหไ้ ดส้ รปุ ยอ่ เรื่อง Helping the Blind See ที่สมบรู ณ์
- ครใู ห้นกั เรียนอ่านออกเสียง Summary ทเี่ ติมคำลงในชอ่ งวา่ งแล้วคนละประโยค และให้นักเรียนอน่ื ๆ ในชั้น
ตรวจสอบความถูกตอ้ ง (ดูเฉลยคำตอบท้ายเลม่ )
4. ทบทวนคำศพั ท์
- ครใู หน้ ักเรยี นทำกจิ กรรม Check Your Vocabulary ในหนังสือเรียน หน้า 104
- ครูให้นกั เรยี นช่วยกนั บอกคำตอบ โดยครอู ่านออกเสยี งประโยคทีม่ คี ำศพั ท์ และนักเรียนผลดั กันอ่านออกเสยี ง
ข้อความทเี่ ป็นความหมายของคำน้ัน (ดูเฉลยคำตอบท้ายเล่ม)
ส่อื การเรยี นร้แู ละแหลง่ การเรียนรู้
1. หนังสือเรียน Moving Up Critical Reading 2 หน้า 100-104
2. ซดี บี นั ทึกเสียง
3. เคร่ืองเล่นซดี ี