The __________ solar eclipse has a period of totality. Looking directly at the sun can cause an eye __________. It is never safe to look __________ at an eclipse. SSOOLLAARR SSYYSSTTEEMM รระะบบบบสุสุริ สุ ริ สุ ย ริ ย ริ ะะ จัด จั ทำ โดย นางสาวนิริศริรา สีอ สี าจ เลขที่1ที่ 9 ชั้นชั้มัธมัยมศึก ศึ ษาปีที่ ปี ที่6/2 เสนอ คุณ คุ ครูส รู งบ ดุษ ดุ ฎีธั ฎี ญ ธั กุล กุ รายวิชวิาโลกและดาราศาสตร์ รหัส หั วิชวิา ว30162 โรงเรียรีนเตรียรีมอุด อุ มศึก ศึ ษา ภาคเหนือนื สำ นักนังานเขตพื้น พื้ ที่ก ที่ ารศึก ศึ ษามัธมัยมศึก ศึ ษาพิษพิณุโ ณุ ลก อุต อุ รดิตดิถ์
The __________ solar eclipse has a period of totality. Looking directly at the sun can cause an eye __________. It is never safe to look __________ at an eclipse. คำ นำ รายงานเล่มล่นี้เ นี้ป็น ป็ ส่วส่นหนึ่ง นึ่ ของรายวิชวิาโลกและดาราศาสตร์ ชั้น ชั้ มัธมัยมศึก ศึ ษาปีที่ ปีที่6เป็น ป็ เนื้อ นื้ เรื่อ รื่ งเกี่ย กี่ วกับกัเรื่อ รื่ งระบบสุริ สุ ยริะรายงานเล่มล่นี้ทำ นี้ ทำขึ้น ขึ้ เพื่อ พื่ ให้ค ห้ วามรู้เรู้กี่ย กี่ วกับกัระบบสุริ สุ ยริะรายงานเล่มล่ นี้จั นี้ ดจัทำ เพื่อ พื่ ให้ส ห้ อดคล้อ ล้ งกับกัหลักลัสูต สู รการสอนภายในโรงเรีย รี นตามความเหมาะสม หวังวัว่าว่รายงานเล่มล่นี้จ นี้ ะเป็น ป็ประโยชน์ใน์ นการหาความรู้ไรู้ด้อ ด้ ย่าย่งมีปมี ระสิทสิธิภธิาพและเป็น ป็ไปตาม จุด จุ มุ่งมุ่ หมาย หากมีข้ มี อ ข้ ผิดผิพลาดประการใดก็ข ก็ ออภัยภัมาณที่นี้ ที่ ด้ นี้ ว ด้ ย นิรินิศริราสีอ สี าจ ผู้จัผู้ดจัทำ
The __________ solar eclipse has a period of totality. Looking directly at the sun can cause an eye __________. It is never safe to look __________ at an eclipse. สารบัญ บั ระบบสุริ สุ ย ริ ะ ดวงอาทิตย์ ดาวพุธ ดาวศุก ศุ ร์ โลก ดาวอังคาร ดาวพฤหัส หั ดาวเสาร์ ดาวยูเรนัส นั ดาวเนปจูน ดาวเคราะแคระ ดาวซีรี ซี ส รี ดาวพลูโ ลู ต ดาวเฮาเมอา ดาวมาคีมาคี ดาวอีรีส รี ดาวหาง อุกาบาท อ้างอิง 1 6 9 13 16 22 25 26 27 28 30 32 39 40 41 29 42 49 50
The __________ solar eclipse has a period of totality. Looking directly at the sun can cause an eye __________. It is never safe to look __________ at an eclipse. ระบบสุริ สุ ยะ ระบบสุริ สุ ยริะ (อังกฤษ: Solar System) คือระบบดาวซึ่ง ซึ่ประกอบด้วยดวง อาทิตย์และวัตถุอื่ ถุอื่น ๆ ที่โคจรรอบดวงอาทิตย์เ ย์ นื่อ นื่ งจากแรงโน้ม น้ ถ่วง ได้แก่ ดาวเคราะห์ 8 ดวงกับดวงจันทร์บ ร์ ริวริารที่ค้นพบแล้ว 279 ดวงดาว เคราะห์แ ห์ คระ 5 ดวงกับดวงจันทร์บ ร์ ริวริารที่ค้นพบแล้ว 4 ดวง กับวัตถุ ขนาดเล็กอื่น ๆ อีกนับนัล้านชิ้นชิ้ซึ่ง ซึ่ รวมถึง ดาวเคราะห์น้ ห์ อ น้ ย วัตถุใ ถุ นแถบไค เปอร์ ดาวหาง สะเก็ดดาว และฝุ่นฝุ่ ระหว่างดาวเคราะห์ ดาวเคราะห์ทั้ ห์ ทั้ง 8 ดวงในระบบสุริ สุ ยริะ เรีย รี งลำ ดับจากใกล้ดวงอาทิตย์ที่ ย์ที่สุด สุ ออกไป มีดั มี ดังนี้คื นี้ คื อ ดาวพุธ พุ ดาวศุก ศุ ร์ โลก ดาวอังคาร ดาวพฤหัสหับดี ดาว เสาร์ ดาวยูเรนัสนัและดาวเนปจูน 1
The __________ solar eclipse has a period of totality. Looking directly at the sun can cause an eye __________. It is never safe to look __________ at an eclipse. ระบบสุริ สุ ยะ การค้นพบ นับนัเป็น ป็ เวลาหลายพันปีใปีนอดีตกาลที่มนุษนุยชาติไม่เม่คยรับรัรู้มรู้าก่อนว่ามีสิ่มีงสิ่ที่เรียรีกว่า "ระบบ สุริสุยริะ" แต่เดิมมนุษนุย์นั้ย์ นั้นั้เชื่อชื่ว่าโลกเป็น ป็ ศูนศูย์กย์ลางจักรวาลที่อยู่นิ่ยู่งนิ่มีดมีวงดาวต่าง ๆ โคจรไปรอบ ๆ โลกผ่าผ่นไปบนท้องฟ้า แม้ว่ม้ว่านักนัดาราศาสตร์แร์ละนักนัคณิตณิศาสตร์ชร์าวอินเดีย อารยภัฏ (สันสัสกฤต: आर्यभट) และนักนัปรัชรัญาชาวกรีกรีแอริสริตาร์คัร์ คัส (กรีกรี: Ἀρίσταρχος ὁ Σάμιος) เคยมีแมีนวคิดเกี่ยวกับการที่ดวงอาทิตย์เย์ป็น ป็ ศูนศูย์กย์ลางจักรวาล และจัดลำ ดับจักรวาลเสียสี ใหม่ แต่ผู้ที่ผู้ที่สามารถคิดค้นแบบจำ ลองทางคณิตณิศาสตร์เร์พื่อพื่พิสูพิจสูน์แน์นวคิดนี้ไนี้ด้สำ เร็จ ร็ เป็น ป็ คนแรกคือ นิโนิคเลาส์ โคเปอร์นิร์คันิ คัส ในคริสริต์ศตวรรษที่ 17 มีผู้มีสืผู้ บสืทอดแนวทางการศึกศึษาของเขาต่อมา คือ กาลิเลโอ กาลิเลอี, โยฮันเนิสนิเค็พเพลอร์ และไอแซค นิวนิตัน พวกเขาพยายามทำ ความเข้าข้ใจ ระบบทางฟิสิกสิส์และเสาะหาหลักฐานการพิสูจสูน์ยืน์นยืยันยัว่า โลกเคลื่อนไปรอบ ๆ ดวงอาทิตย์ และดาวเคราะห์ทั้ห์ ทั้งหลายต่างก็ดำ เนินนิ ไปภายใต้กฎทางฟิสิฟิกสิส์แส์บบเดียวกันนี้ ในยุคหลังต่อมา จึงเริ่มริ่มีกมีารสืบสืสวนค้นหาปรากฏการณ์ทณ์างภูมิภูธมิรณีต่ณี ต่าง ๆ เช่นช่เทือกเขา แอ่งหินหิ ปรากฏการณ์ สภาพอากาศที่แปรเปลี่ยนตามฤดูกดูาล การศึกศึษาเกี่ยวกับเมฆ พายุทราย และยอดเขาน้ำ แข็ง ข็ บนดาวเคราะห์ดห์วงอื่น ๆ กำ เนิด นิ และวิวัฒนาการ ระบบสุริสุยริะถือกำ เนิดนิขึ้นขึ้จากการแตกสลายด้วยแรงโน้มน้ถ่วงภายในของเมฆโมเลกุลกุขนาดยักยัษ์ เมื่อมื่กว่า 4,600 ล้านปีมปีาแล้ว เมฆต้นกำ เนิดนินี้มีนี้คมีวามกว้างหลายปีแปีสง และอาจเป็น ป็ ต้นกำ เนิดนิ ของดาวฤกษ์อื่นอีกจำ นวนมากเมื่อมื่ย่าย่นเนบิวบิลาก่อนสุริสุยริะ ซึ่งซึ่น่าน่จะเป็น ป็ จุดกำ เนิดนิของระบบ สุริสุยริะเกิดแตกสลายลง โมเมนตัมเชิงมุมมุที่มีอมียู่ทำยู่ ทำ ให้มันมัหมุนมุตัวไปเร็ว ร็ ยิ่งยิ่ขึ้นขึ้ที่ใจกลางของย่าย่น ซึ่งซึ่เป็น ป็ ศูนศูย์รย์วมมวลอันหนาแน่นน่มีอุมีอุณหภูมิภูเมิพิ่มพิ่สูงสูมากขึ้นขึ้กว่าแผ่นผ่จานที่หมุนมุอยู่รยู่อบ ๆ[16]ขณะที่เนบิวบิลานี้หนี้ดตัวลง มันมัก็เริ่มริ่มีทมีรงแบนยิ่งยิ่ขึ้นขึ้และค่อย ๆ ม้วม้นตัวจนกลายเป็น ป็ จาน ดาวเคราะห์ก่อนเกิด ที่มีเมีส้นส้ผ่าผ่นศูนศูย์กย์ลางราว 200 AUพร้อร้มกับมีดมีาวฤกษ์ก่อนเกิดที่หนา แน่นน่และร้อร้นจัดอยู่ ณ ใจกลางเมื่อมื่การวิวัฒนาการดำ เนินนิมาถึงจุดนี้ เชื่อว่าดวงอาทิตย์ไย์ด้มี สภาพเป็น ป็ ดาวฤกษ์ชนิดนิ T Tauri ผลจากการศึกศึษาดาวฤกษ์ชนิดนิ T Tauri พบว่ามันมัมักมัมีแมีผ่นผ่ จานของมวลสารดาวเคราะห์ก่อนเกิดที่มีมมีวลประมาณ 0.001-0.1 เท่าของมวลดวงอาทิตย์ กับ มวลของเนบิวบิลาในตัวดาวฤกษ์เองอีกเป็น ป็ ส่วส่นใหญ่จำญ่ จำนวนมหาศาลดาวเคราะห์ก่ห์ ก่อตัวขึ้นขึ้จาก แผ่นผ่จานรวมมวลเหล่านี้ภนี้ายในช่วช่งเวลา 50 ล้านปี ความดันและความหนาแน่นน่ของไฮโดรเจน ที่ใจกลางของดาวฤกษ์ก่อนเกิดก็มีมมีากพอจะทำ ให้เห้กิดปฏิกิริยริาการหลอมนิวนิเคลียสขึ้นขึ้ ได้ทั้ง อุณหภูมิภูมิอัตราการเกิดปฏิกิริยริา ความดัน ตลอดจนความหนาแน่นน่ต่างเพิ่มพิ่ขึ้นขึ้เรื่อรื่ย ๆ จน กระทั่งถึงสภาวะสมดุลดุอุทกสถิต โดยมีพมีลังงานความร้อร้นที่มากพอจะต้านทานกับการหดตัว ของแรงโน้มน้ถ่วงได้ ณ จุดนี้ดนี้วงอาทิตย์จึย์ จึงได้วิวัฒนาการเข้าข้สู่แสู่ถบลำ ดับหลักอย่าย่งสมบูรณ์ 2
The __________ solar eclipse has a period of totality. Looking directly at the sun can cause an eye __________. It is never safe to look __________ at an eclipse. ระบบสุริ สุ ยะ ระบบสุริสุยริะจะดำ รงสภาพอย่าย่งที่เรารู้จัรู้ จักกันในปัจปัจุบันบันี้ ไปตราบจนกระทั่ง ดวงอาทิตย์ไย์ด้วิวัฒนาการจนออกพ้นพ้ จากแถบลำ ดับหลักบนไดอะแกรมของเฮิร์ตร์สปรังรั-รัสรั เซลล์ เมื่อ มื่ ดวงอาทิตย์เย์ผาผลาญเชื้อ ชื้ เพลิงไฮโดรเจนภายใน ไปเรื่อ รื่ ย ๆ พลังงานที่คอยค้ำ จุนแกนกลางของดาวอยู่ก็ยู่ ก็ จะ ลดน้อน้ยถอยลง ทำ ให้มัห้นมัหดตัวและแตกสลายลงไป การ หดตัวจะทำ ให้แห้รงดันความร้อร้นในแกนกลางเพิ่มพิ่มากขึ้นขึ้ และทำ ให้มัห้นมัยิ่งยิ่เผาผลาญเชื้อ ชื้ เพลิงเร็ว ร็ ขึ้นขึ้ผลที่เกิดคือ ดวงอาทิตย์จย์ะส่อส่งสว่างมากยิ่งยิ่ขึ้นขึ้ โดยมีอั มี อัตราเพิ่มพิ่ขึ้นขึ้ ประมาณ 10% ในทุกทุ ๆ 1,100 ล้านปี ในอีกประมาณ 5,400 ล้านปีข้ ปี า ข้ งหน้า น้ ไฮโดรเจนในแกนกลางของดวงอาทิตย์จ ย์ ะ เปลี่ยนไปเป็น ป็ ฮีเลียมทั้งหมด ซึ่ง ซึ่ เป็น ป็ อันจบกระบวนการวิวัฒนาการบนแถบลำ ดับหลัก ในเวลานั้นนั้ชั้นชั้ผิวผิรอบนอกของดวงอาทิตย์จ ย์ ะขยายใหญ่ขึ้ญ่ขึ้น ขึ้ประมาณ 260 เท่าของ ขนาดเส้น ส้ ผ่าผ่นศูนศูย์ก ย์ ลางในปัจปัจุบันบัดวงอาทิตย์จ ย์ ะกลายเป็น ป็ ดาวยักยัษ์แดง การที่พื้น ผิวผิของดวงอาทิตย์ข ย์ ยายตัวขึ้น ขึ้ อย่าย่งมหาศาล ทำ ให้อุ ห้อุณหภูมิภูที่มิที่พื้น พื้ ผิวผิของมันมัเย็น ย็ ลงยิ่งยิ่ กว่าที่เคยเป็น ป็ เมื่อ มื่ อยู่บยู่นแถบลำ ดับหลัก (ตำ แหน่งน่เย็น ย็ ที่สุดสุคือ 2600 K)สิ่งสิ่ที่เกิดขึ้น ขึ้ ตามมาก็คือ ชั้นชั้ผิวผินอกของดวงอาทิตย์จ ย์ ะแตกสลาย กลายไปเป็น ป็ ดาวแคระขาว คือ วัตถุที่ถุที่มีค มี วามหนาแน่นน่อย่าย่งยิ่งยิ่ยวด มวลประมาณครึ่ง รึ่ หนึ่ง นึ่ ของมวลดั้งเดิมของดวง อาทิตย์จ ย์ ะอัดแน่นน่อยู่ใยู่นพื้นที่ของวัตถุขถุนาดประมาณเท่ากับโลก[26] การแตกสลาย ของชั้นชั้ผิวผิรอบนอกของดวงอาทิตย์จ ย์ ะทำ ให้เ ห้ กิดปรากฏการณ์ที่ ณ์ที่เรีย รี กว่า เนบิวบิลาดาว เคราะห์ ซึ่ง ซึ่ เป็น ป็ การส่งส่คืนสสารต่าง ๆ อันประกอบขึ้น ขึ้ เป็น ป็ ดวงอาทิตย์ก ย์ ลับคืนให้แ ห้ ก่ สสารระหว่างดาว 3
The __________ solar eclipse has a period of totality. Looking directly at the sun can cause an eye __________. It is never safe to look __________ at an eclipse. ระบบสุริ สุ ยะ เมื่อมื่ศึกศึษาถึงระยะห่าห่งระหว่างดาวเคราะห์ให์นที่ว่างมหาศาลของระบบ เราพบว่า ยิ่งยิ่ดาวเคราะห์หห์รือรื แถบต่าง ๆ อยู่ไยู่กลจากดวงอาทิตย์เย์ท่าไร มันมัก็จะยิ่งยิ่อยู่ห่ยู่าห่งจากวัตถุอื่ถุอื่นใกล้เคียงมากเท่านั้นนั้ตัวอย่าย่ง เช่นช่ดาวศุกศุร์มีรมีะยะห่าห่งจากดาวพุธประมาณ 0.33 หน่วน่ยดาราศาสตร์ ส่วส่นดาวเสาร์อยู่ห่ยู่าห่งจากดาว พฤหัสหับดีไป 4.3 หน่วน่ยดาราศาสตร์ และดาวเนปจูนอยู่ห่ยู่าห่งจากดาวยูเรนัสนัออกไปถึง 10.5 หน่วน่ยดาราศาสตร์ เคยมีคมีวามพยายามศึกศึษาและอธิบธิายถึงระยะห่าห่งระหว่างวงโคจรของดาวต่าง ๆ (ดูรดูายละเอียดใน กฎของทีทซีอุซีอุส–โบเดอ) แต่จนถึงปัจปัจุบันบัยังยัไม่มีม่ทมีฤษฎีใดเป็น ป็ ที่ยอมรับรั ดาวเคราะห์ส่ห์วส่นมากในระบบสุริสุยริะจะมีรมีะบบเล็ก ๆ ของตัวเองด้วย โดยจะมีวัมีวัตถุคถุล้ายดาวเคราะห์ ขนาดเล็กโคจรไปรอบตัวเองเป็น ป็ ดาวบริวริาร หรือรืดวงจันทร์ ดวงจันทร์บร์างดวงมีขมีนาดใหญ่กญ่ว่าดาว เคราะห์เห์สียสีอีก ดาวบริวริารขนาดใหญ่เญ่หล่านี้จนี้ะมีวมีงโคจรที่สอดคล้องกันเป็น ป็ ส่วส่นใหญ่ คือจะหันหัหน้าน้ ด้านหนึ่งนึ่ของดาวเข้าข้หาดาวเคราะห์ดห์วงแม่ขม่องมันมัเสมอ ดาวเคราะห์ให์หญ่ที่ญ่ที่สุดสุในระบบสุริสุยริะ 4 ดวงยังยั มีวมีงแหวนดาวเคราะห์อห์ยู่รยู่อบตัวด้วย เป็น ป็ แถบบาง ๆ ที่ประกอบด้วยเศษชิ้นชิ้ส่วส่นเล็ก ๆ โคจรไปรอบ ๆ อย่าย่งเป็น ป็ อันหนึ่งนึ่อันเดียวกัน โครงสร้างและองค์ประกอบ องค์ประกอบหลักที่สำ คัญของระบบสุริสุยริะคือ ดวงอาทิตย์ ดาวฤกษ์ในแถบลำ ดับหลักประเภท G2 ซึ่งซึ่มีมมีวลคิดเป็น ป็ 99.86% ของมวลรวมทั้งระบบเท่าที่เป็น ป็ ที่รู้จัรู้ จัก และเป็น ป็ แหล่งแรงโน้มน้ถ่วงหลักของระบบ โดยมีดมีาวพฤหัสหับดีและ ดาวเสาร์ซึ่งซึ่เป็น ป็ วัตถุใถุนวงโคจรใหญ่ที่ญ่ที่สุดสุสองดวงครอบครอง มวลอีก 90% ของมวลส่วส่นที่เหลือ วัตถุใถุหญ่ ๆ ในวงโคจรรอบดวงอาทิตย์จย์ะเคลื่อนที่อยู่บยู่น ระนาบใกล้เคียงกับระนาบโคจรของโลก ที่เรียรีกว่า ระนาบ สุริสุยริวิถี ดาวเคราะห์ทั้ห์ ทั้งหมดจะเคลื่อนที่ใกล้เคียงกับระนาบนี้ ขณะที่ดาวหางและวัตถุใถุนแถบไคเปอร์มักมัเคลื่อนที่ทำ มุมมุกับ ระนาบค่อนข้าข้งมาก ดาวเคราะห์ทั้ห์ ทั้งหมดและวัตถุส่ถุวส่นใหญ่ใญ่นระบบยังยัโคจรไปในทิศทางเดียวกับการหมุนมุรอบตัวเองของ ดวงอาทิตย์ (ทวนเข็ม ข็ นาฬิกา เมื่อมื่มองจากมุมมุมองด้านขั้วขั้เหนือนืของดวงอาทิตย์)ย์มีเมีพียพีงบางส่วส่นที่เป็น ป็ ข้อข้ยกเว้นไม่เม่ ป็น ป็ ไปตามนี้ เช่นช่ดาวหางฮัลเลย์ เป็น ป็ ต้น 4
The __________ solar eclipse has a period of totality. Looking directly at the sun can cause an eye __________. It is never safe to look __________ at an eclipse. ระบบสุริ สุ ยะ คำ จำ กัดความ ระบบสุริสุยริะสามารถแบ่งบ่ออกเป็น ป็ ย่าย่นต่าง ๆ ได้แบบไม่เม่ ป็น ป็ ทางการ ระบบสุริสุยริะส่วส่นในประกอบด้วยดาว เคราะห์ 4 ดวงกับแถบดาวเคราะห์น้ห์อน้ย ระบบสุริสุยริะส่วส่นนอกคือส่วส่นที่อยู่พ้ยู่นพ้แถบดาวเคราะห์น้ห์อน้ยออกไป ประกอบด้วยดาวแก๊สยักยัษ์ 4 ดวง ต่อมาเมื่อมื่มีกมีารค้นพบแถบไคเปอร์ จึงจัดเป็น ป็ ย่าย่นไกลที่สุดสุของระบบสุริสุยริะ เรียรีกรวม ๆ ว่าเป็น ป็ วัตถุพ้ถุนพ้ดาวเนปจูน เมื่อมื่พิจพิารณาจากทั้งแง่กายภาพและการเคลื่อนที่ วัตถุที่ถุที่โคจรรอบดวงอาทิตย์สย์ามารถแบ่งบ่ออกได้เป็น ป็ สาม ประเภทคือ ดาวเคราะห์ ดาวเคราะห์แห์คระ และ วัตถุขถุนาดเล็กในระบบสุริสุยริะ ดาวเคราะห์ไห์ม่ว่ม่ ว่าจะมีขมีนาดใด ก็ตามที่โคจรรอบดวงอาทิตย์ จะมีมมีวลมากพอจะสร้าร้งตัวเองให้มีห้รูมีรูปร่าร่งเป็น ป็ สัณสัฐานกลม และขับขั ไล่ชิ้นชิ้ส่วส่น เล็ก ๆ ที่อยู่รยู่อบตัวเองให้อห้อกไปให้พ้ห้นพ้ระยะ จากคำ จำ กัดความนี้ ดาวเคราะห์ให์นระบบสุริสุยริะจึงมี 8 ดวง ได้แก่ ดาวพุธพุดาวศุกศุร์ โลก ดาวอังคาร ดาวพฤหัสหับดี ดาวเสาร์ ดาวยูเรนัสนัและดาวเนปจูน ส่วส่นดาวพลูโลูตถูกถูปลด ออกจากตำ แหน่งน่ดาวเคราะห์เห์นื่อนื่งจากมันมั ไม่สม่ามารถขับขั ไล่วัตถุเถุล็ก ๆ อื่น ๆ ในบริเริวณแถบไคเปอร์อร์อกไปพ้นพ้ วงโคจรของมันมั ได้ ดาวเคราะห์แห์คระ คือวัตถุท้ถุท้องฟ้าฟ้ที่โคจรรอบดวงอาทิตย์แย์ละมีมมีวลมากพอจะทำ ให้ตัห้ ตัวเองมีสัมีณสัฐานกลม เนื่อนื่งจากแรงโน้มน้ถ่วง แต่ไม่สม่ามารถขจัดชิ้นชิ้ส่วส่นก่อนเกิดดาวเคราะห์อห์อกไป ทั้งไม่สม่ามารถเป็น ป็ ดาวบริวริารจาก คำ จำ กัดความนี้ ระบบสุริสุยริะจึงมีดมีาวเคราะห์แห์คระที่รู้จัรู้ จักแล้ว 5 ดวงคือ ซีรีซีสรีพลูโลูต เฮาเมอา มาคีมาคี และ เอริ สวัตถุอื่ถุอื่น ๆ ที่อาจสามารถจัดประเภทเป็น ป็ ดาวเคราะห์แห์คระได้ ได้แก่ เซดนา ออร์กัร์ กัส และควาอัวร์ ดาวเคราะห์ แคระที่โคจรอยู่ใยู่นย่าย่นพ้นพ้ดาวเนปจูนเรียรีกชื่อชื่รวม ๆ ว่า "พลูตลูอนยด์"นอกเหนือนืจากนี้ วัตถุขถุนาดเล็กอื่น ๆ ที่ โคจรไปรอบดวงอาทิตย์จัย์ จัดว่าเป็น ป็ วัตถุขถุนาดเล็กในระบบสุริสุยริะ 5
ดวงอาทิตย์ คือดาวฤกษ์ดวงแม่ที่ม่ที่เป็น ป็ หัวใจของระบบสุริสุยริะ มีข มี นาดประมาณ 332,830 เท่าของมวลของโลก ด้วยปริมริาณมวลที่มีอ มี ยู่มยู่หาศาลทำ ให้ดห้วงอาทิตย์มี ย์ ค มี วามหนาแน่นน่ ภายในที่สูงสูมากพอจะทำ ให้เกิดปฏิกิริยริาการหลอมนิวนิเคลียสอย่าย่งต่อเนื่อ นื่ ง และปลด ปล่อยพลังงานมหาศาลออกมา โดยมากเป็น ป็ พลังงานที่แผ่อผ่อกไปในลักษณะ ของคลื่นแม่เม่หล็กไฟฟ้าฟ้เช่นช่แสง ดวงอาทิตย์จั ย์ จัดว่าเป็น ป็ ดาวแคระเหลืองขนาดใหญ่ปญ่านกลาง ทว่าเมื่อ มื่ เปรีย รี บเทียบกับ ดาวฤกษ์อื่น ๆ ที่อยู่ใยู่นดาราจักรของเรา ถือได้ว่าดวงอาทิตย์มี ย์ ข มี นาดใหญ่แญ่ละสว่างมาก การจัดประเภทของดาวฤกษ์นี้เ นี้ป็น ป็ ไปตามไดอะแกรมของเฮิร์ต ร์ สปรังรั-รัสรัเซลล์ ซึ่ง ซึ่ เป็น ป็ แผนภูมิภูขมิองกราฟระหว่างความสว่างของดาวฤกษ์เทียบกับอุณหภูมิภูพื้มิพื้น พื้ ผิวผิ โดยทั่วไป ดาวฤกษ์ที่มีอุ มีอุณหภูมิภูสูมิงสูกว่ามักมัจะสว่างกว่า ซึ่ง ซึ่ ดาวฤกษ์ใด ๆ ที่มีคุ มี ณคุสมบัติบั ติเป็น ป็ ไปดังที่ว่า มานี้ก็ นี้ก็ จะเรีย รี กว่าเป็น ป็ ดาวฤกษ์ที่อยู่ใยู่นแถบลำ ดับหลัก ดวงอาทิตย์ข ย์ องเราก็อยู่บยู่นแถบ ลำ ดับหลักโดยอยู่ใยู่นช่วช่งกึ่งกลางทางด้านขวา แต่มีด มี าวฤกษ์จำ นวนไม่มม่ากนักนัที่จะสว่าง กว่าและมีอุ มีอุณหภูมิภูสูมิงสูกว่าดวงอาทิตย์ข ย์ องเรา ส่วส่นมากจะอ่อนแสงกว่าและมีอุ มีอุณหภูมิภูต่ำมิ ต่ำ กว่าทั้งนั้นนั้ ดวงอาทิย์ sunshine เชื่อว่าตำ แหน่งน่ของดวงอาทิตย์บ ย์ นแถบลำ ดับหลักนั้นนั้จัดได้ว่าอยู่ใยู่น "ช่วช่งรุ่งรุ่ โรจน์ข น์ องยุค" ของอายุดาวฤกษ์ มันมัยังยัมีไมี ฮโดรเจนมากเพีย พี งพอที่จะสร้าร้งปฏิกิริยริาการหลอมนิวนิเคลียส ไปอีกนาน ดวงอาทิตย์กำ ย์ กำลังเพิ่มพิ่พูนพูความสว่างมากขึ้น ขึ้ ในอดีตดวงอาทิตย์เ ย์ คยมีค มี วาม สว่างเพีย พี งแค่ 70% ของความสว่างอย่าย่งที่เป็น ป็ อยู่ใยู่นปัจปัจุบันบั 6
สนามแม่เม่หล็กของโลกช่วช่ยป้อป้งกันชั้นชั้บรรยากาศเอาไว้มิใมิห้เห้กิดปฏิกิริยริากับลมสุริสุยริะ ขณะที่ดาวศุกศุร์กัร์ กับ ดาวอังคารไม่มีม่สมีนามแม่เม่หล็ก ลมสุริสุยริะจึงสามารถขับขั ไล่ชั้นชั้บรรยากาศของดาวทั้งสองออกสู่อสู่วกาศไปที ละน้อน้ยได้การปะทะระหว่างลมสุริสุยริะกับสนามแม่เม่หล็กของโลกทำ ให้เห้กิดปรากฏการณ์อณ์อโรรา หรือรืแสง เหนือนื-แสงใต้ ที่พบเห็นบริเริวณใกล้ขั้วขั้โลก รังรัสีคสีอสมิกมิมีกำมีกำเนิดนิมาจากห้วงอวกาศอื่นนอกระบบสุริสุยริะ เฮลิโอสเฟียฟีร์ทำร์ ทำหน้าน้ที่ปกป้อป้งระบบสุริสุยริะ เอาไว้ส่วส่นหนึ่งนึ่ โดยสนามแม่เม่หล็กของดาวเคราะห์ (สำ หรับรัดวงที่มี)มีก็ช่วช่ยทำ หน้าน้ที่ป้อป้งกันรังรัสีด้สี ด้วยอีก ส่วส่นหนึ่งนึ่ความหนาแน่นน่ของรังรัสีคสีอสมิกมิ ในสสารระหว่างดาวกับความเข้มข้ของสนามแม่เม่หล็กของดวง อาทิตย์จย์ะเปลี่ยนแปลงไปเมื่อมื่เวลาผ่าผ่นไปนาน ๆ ดังนั้นนั้ระดับของการแผ่รัผ่งรัสีคสีอสมิกมิ ในระบบสุริสุยริะจึง ไม่แม่น่ไน่ม่นม่อน แต่จะมีอมียู่เยู่ ป็น ป็ ปริมริาณเท่าใดไม่อม่าจระบุได้ ดวงอาทิย์ sunshine นอกเหนือนืจากแสง ดวงอาทิตย์ยัย์งยัแผ่รัผ่งรัสีที่สีที่ประกอบด้วยกระแสของประจุอนุภนุาคจำ นวนมากต่อเนื่อนื่ง กัน (เป็น ป็ พลาสมาชนิดนิหนึ่งนึ่ที่รู้จัรู้ จักกันในชื่อชื่ลมสุริสุยริะ) กระแสประจุนี้แนี้ผ่อผ่อกไปด้วยความเร็ว ร็ประมาณ 1.5 ล้านกิโลเมตรต่อชั่วชั่โมงทำ ให้เห้กิดชั้นชั้บรรยากาศบาง ๆ ขึ้นขึ้เรียรีกว่า เฮลิโอสเฟียฟีร์ ที่แผ่ปผ่กคลุมลุทั่ว ระบบสุริสุยริะออกไปเป็น ป็ ระยะทางอย่าย่งน้อน้ย 100 หน่วน่ยดาราศาสตร์ (ดูเดูพิ่มพิ่ที่ เฮลิโอพอส) ทั้งหมดนี้เนี้ป็น ป็ สิ่งสิ่ที่เรียรีกกันว่า สสารระหว่างดาวเคราะห์พายุแม่เม่หล็กไฟฟ้าฟ้ที่เกิดขึ้นขึ้บนพื้นพื้ผิวผิดวงอาทิตย์เย์ช่นช่ โซลาร์ แฟลร์ หรือรืลำ อนุภนุาคโคโรนา จะทำ ให้เห้กิดการรบกวนต่อเฮลิโอสเฟียฟีร์ และสร้าร้งสภาวะที่เรียรีกว่า space weather ขึ้นขึ้สนามแม่เม่หล็กของดวงอาทิตย์ที่ย์ที่หมุนมุวนไปสร้าร้งผลกระทบต่อสสารระหว่างดาว เคราะห์ทำ ให้เกิดแผ่นผ่กระแสเฮลิโอสเฟียฟีร์ (heliospheric current sheet) ขึ้นขึ้ซึ่งซึ่ถือเป็น ป็ โครงสร้าร้งที่ ใหญ่ที่ญ่ที่สุดสุในระบบสุริสุยริะ สสารระหว่างดาวเคราะห์เป็น ป็ แหล่งกำ เนิดนิของย่าย่นแผ่นผ่จานฝุ่นฝุ่ คอสมิกมิอย่าย่งน้อน้ย 2 แห่งห่แห่งห่ แรกคือเมฆฝุ่นฝุ่ จักรราศี ซึ่งซึ่อยู่ใยู่นระบบสุริสุยริะชั้นชั้ ในและเป็น ป็ ต้นเหตุกตุารเกิดแสงจักรราศี โดยมาก เป็น ป็ เศษชิ้นชิ้ส่วส่นในแถบดาวเคราะห์น้ห์อน้ยที่เกิดขึ้นขึ้จากการปะทะกับดาวเคราะห์แห์ผ่นผ่จานฝุ่นฝุ่ แห่งห่ที่ สองแผ่คผ่รอบคลุมลุพื้นพื้ที่ตั้งแต่ระยะ 10 หน่วน่ยจนถึง 40 หน่วน่ยดาราศาสตร์ ซึ่งซึ่น่าน่จะเกิดขึ้นขึ้จาก การปะทะในลักษณะเดียวกันในแถบไคเปอร์ ดวงอาทิตย์จัย์ จัดเป็น ป็ ดาวฤกษ์ชนิดนิดารากร 1 ถือกำ เนิดนิขึ้นขึ้ ในช่วช่งปลาย ๆ ของวิวัฒนาการของเอกภพ มี องค์ประกอบธาตุหตุนักนัที่หนักนักว่าไฮโดรเจนและฮีเลียม (ในภาษาดาราศาสตร์จร์ะเรียรีกว่า "โลหะ") มากกว่าดาวฤกษ์ชนิดนิดารากร 2 ซึ่งซึ่มีอมีายุมากกว่า[37]ธาตุหตุนักนัเหล่านี้ก่นี้ก่อกำ เนิดนิขึ้นขึ้จากแก่นกลาง ของดาวฤกษ์โบราณที่ระเบิดออก ดังนั้นนั้ดาวฤกษ์ในยุคแรกเริ่มริ่จึงต้องแตกดับไปเสียสีก่อนจึงจะทำ ให้ เอกภพเต็มไปด้วยอะตอมธาตุเตุหล่านี้ไนี้ด้ ดาวฤกษ์ที่มีอมีายุเก่าแก่มาก ๆ จะไม่ค่ม่ ค่อยมีอมีงค์ประกอบโลหะ มากนักนัขณะที่ดาวฤกษ์ที่เกิดในยุคหลังจะมีโมีลหะมากกว่า สันสันิษนิฐานว่า การมีอมีงค์ประกอบโลหะ จำ นวนมากนี้น่นี้าน่จะเป็น ป็ สาเหตุสำตุสำคัญที่ทำ ให้ดห้วงอาทิตย์สย์ามารถสร้าร้งระบบดาวเคราะห์ของตัวเองขึ้นขึ้ มาได้ เพราะดาวเคราะห์ก่อตัวขึ้นขึ้มาจากการรวมตัวกันของธาตุหตุนักนัเหล่านั้นนั้ 7
โครงสร้าง ดวงอาทิตย์เย์ป็น ป็ วัตถุที่ถุที่มีขมีนาดใหญ่ที่ญ่ที่สุดสุในระบบสุริสุยริะ มีมมีวลคิดเป็น ป็ ร้อร้ยละ 99 ของระบบสุริสุยริะ ดวงอาทิตย์เย์ป็น ป็ ดาวฤกษ์ที่มีรูมีรูปทรง เกือบเป็น ป็ ทรงกลม โดยมีคมีวามแบนที่ขั้วขั้เพียพีงหนึ่งนึ่ในเก้าล้าน[13] ซึ่งซึ่หมายความว่าความแตกต่างของเส้นส้ผ่าผ่นศูนศูย์กย์ลางที่ขั้วขั้กับเส้นส้ ผ่าผ่นศูนศูย์กย์ลางที่เส้นส้ศูนศูย์สูย์ตสูรมีเมีพียพีง 10 กิโลเมตร จากการที่ดวง อาทิตย์มีย์เมีฉพาะส่วส่นที่เป็น ป็ พลาสมา ไม่มีม่ส่มีวส่นที่เป็น ป็ ของแข็ง ข็ ทำ ให้ อัตราเร็ว ร็ ของการหมุนมุรอบตัวเองในแต่ละส่วส่นมีคมีวามต่างกัน เช่นช่ที่ เส้นส้ศูนศูย์สูย์ตสูรจะหมุนมุเร็ว ร็ กว่าที่ขั้วขั้ที่เส้นส้ศูนศูย์สูย์ตสูรของดวงอาทิตย์มีย์ มี คาบการหมุนมุรอบตัวเอง 25 วัน ส่วส่นที่ขั้วขั้มีคมีาบ 35 วัน แต่เมื่อมื่ สังสัเกตบนโลกแล้วจะพบว่าคาบของการหมุนมุรอบตัวเองที่ เส้นส้ศูนศูย์สูย์ตสูรของดวงอาทิตย์คืย์ คือ 28 วัน ดวงอาทิตย์มี ย์ ค มี วามหนาแน่นน่มากที่สุดสุบริเริวณแกน ซึ่ง ซึ่ เป็น ป็ แหล่งผลิตพลังงาน และมีค่ มี ค่าน้อน้ย ลงเกือบเป็น ป็ รูปเอ็กโพเนนเชีย ชี ลตามระยะทางที่ห่าห่งออกมาจากแกน และแม้ว่ม้ว่าภายในดวง อาทิตย์นั้ ย์ นั้นั้จะไม่สม่ามารถมองเห็นได้ แต่นักนัวิทยาศาสตร์ก็ ร์ ก็ สามารถศึก ศึ ษาภายในได้ผ่าผ่น ทางการใช้คช้ลื่นสะเทือนในดวงอาทิตย์ แกน ทุกทุ ๆ วินาที จะมีนิ มี วนิเคลียสของไฮโดรเจน 3.4×10^38 ตัว ถูกถูแปรรูปเป็น ป็ ฮีเลียม ผลิต พลังงานได้ 383×1024 จูล หรือ รื เทียบได้กับระเบิดไตรไนโตรโทลูอีลูอี น (TNT) ถึง 9.15×10^19 กิโลกรัมรัพลังงานจากแกนของดวงอาทิตย์ใย์ ช้เช้วลานานมากในการขึ้น ขึ้ สู่พื้สู่พื้น พื้ ผิวผิอย่าย่งมากเป็น ป็ 50 ล้านปี อย่าย่งน้อน้ยเป็น ป็ 17,000 ปี เพราะโฟตอนพลังงานสูงสู (รังรัสีเ สี อกซ์แ ซ์ ละรังรัสีแ สี กมมา) ถูกถูดูดดูกลืน ไปในพลาสมา แล้วเปล่งพลังงานออกมาสลับกันเรื่อ รื่ ย ๆ ทุกทุ ๆ ระยะไม่กี่ม่กี่มิลมิลิเมตร บรรยากาศ บรรยากาศของดวงอาทิตย์ประกอบด้วย 3 ชั้นชั้ ได้แก่ ชั้นชั้อุณหภูมิ ภู ต่ำมิ ต่ำ สุด สุ (temperature minimum) โครโมสเฟีย ฟี ร์(ร์ chromosphere) เขตเปลี่ย ลี่ นผ่าผ่น (transition region) โคโรนา (corona) และเฮลิโอสเฟีย ฟี ร์ (heliosphere) ตามลำ ดับจากต่ำ ไปสูงสู ชั้นชั้แรก ชั้นชั้อุณหภูมิภูต่ำมิ ต่ำ สุดสุมีอุ มีอุณหภูมิภูปมิระมาณ 4,000 เคลวินและหนา 500 กิโลเมตร ชั้นชั้ ถัดไปคือโครโมสเฟีย ฟี ร์ ซึ่ง ซึ่ แปลว่ารงคมณฑล หรือ รื ทรงกลมแห่งห่สี เหตุที่ตุที่เรีย รี กชื่อ ชื่ นี้ก็ นี้ก็ เพราะ เห็นเป็น ป็ แสงสีแ สี วบขณะเกิดสุริสุยุริยุปราคา ชั้นชั้นี้ห นี้ นา 2,000 กิโลเมตร ชั้นชั้ต่อไปเป็น ป็ เขตเปลี่ยน ผ่าผ่นซึ่ง ซึ่ อุณหภูมิภูอมิาจติดลบถึงล้านเคลวิน และยิ่งยิ่ต่ำ ขึ้น ขึ้ ไปอีกในชั้นชั้ โคโรนา ทำ ให้สิ่ห้งสิ่นี้เ นี้ป็น ป็ ปัญปัหาคาใจนักนัวิทยาศาสตร์ ซึ่ง ซึ่ ก็สันสันิษนิฐานว่าอาจเกิดจากการต่อเชื่อ ชื่ มทางแม่เม่หล็ก (magnetic connection) ชั้นชั้ที่เหลือชั้นชั้สุดสุท้ายคือ เฮลิโอสเฟีย ฟี ร์ หรือ รื สุริสุยริมณฑล คือชั้นชั้ที่ อำ นาจของลมสุริสุยริะสามารถไปถึง ซึ่ง ซึ่ อาจมากกว่า 20 หน่วน่ยดาราศาสตร์ (20 เท่าของ ระยะทางจากโลกถึงดวงอาทิตย์)ย์ 8
ดาวพุธ พุ ไม่มีม่ มี ดาวบริวริาร ยานอวกาศเพีย พี งลำ เดียวที่เคยสำ รวจดาวพุธ พุ ในระยะใกล้ คือยานมาริเรินอร์ 10เมื่อ มื่ปี พ.ศ. 2517-2518 (ค.ศ. 1974-1975) และสามารถทำ แผนที่พื้น พื้ ผิวผิดาวพุธ พุ ได้เพีย พี ง 40-45% เท่านั้นนั้ ดาวพุธ พุ มีส มี ภาพพื้น พื้ ผิวผิขรุขระเนื่อ นื่ งจากการพุ่ง พุ่ ชนของอุกกาบาต ไม่มีม่ด มี วงจันทร์ เป็น ป็ บริวริารและไม่มีม่แ มี รงโน้ม น้ ถ่วงมากพอที่จะสร้า ร้ งชั้นชั้บรรยากาศ ดาวพุธ พุ มีแก่น ดาวเป็น ป็ เหล็กขนาดใหญ่ทำญ่ ทำ ให้เ ห้ กิดสนามแม่เม่หล็กความเข้ม ข้ ประมาณ 1 เปอร์เ ร์ ซ็น ซ็ ต์ของสนามแม่เม่หล็กโลกล้อมรอบดาวพุธ พุ ไว้ ชื่อ ชื่ ละตินของดาวพุธ พุ (Mercury) มาจากคำ เต็มว่า Mercurius เทพนำ สารของ พระเจ้า สัญลักษณ์แ ณ์ ทนดาวพุธ พุ คือ ☿ เป็น ป็ รูปคทาของเทพเจ้าเมอคิวรี ก่อน ศตวรรษที่ 5 ดาวพุธ พุ มีส มี องชื่อ ชื่ คือ เฮอร์เ ร์ มส เมื่อ มื่ปรากฏในเวลาหัวหัค่ำ และอ พอลโล เมื่อ มื่ปรากฏในเวลาเช้า ช้ มืด มื เชื่อ ชื่ ว่าพีท พี าโกรัสรัเป็น ป็ คนแรกที่ระบุว่าทั้งสอง เป็น ป็ ดาวเคราะห์ด ห์ วงเดียวกัน ดาวพุธ พุ ดาวพุธ พุ เป็น ป็ ดาวเคราะห์ที่อยู่ใยู่กล้ดวงอาทิตย์มากที่สุด และเป็น ป็ ดาวเคราะห์ที่ ห์ที่ เล็กที่สุดในระบบสุริยริะ ใช้เ ช้ วลาโคจรรอบดวงอาทิตย์ 87.969 วัน ดาวพุธ พุ มัก มั ปรากฏใกล้ หรือ รื อยู่ภยู่ายใต้แสงจ้าของดวงอาทิตย์ทำ ย์ ทำ ให้สั ห้ ง สั เกตเห็น ห็ ได้ยากที่สุด สุ อยู่ใยู่ กล้ดวงอาทิตย์มย์ ากที่สุด สุ 9
ดาวพุธ พุ มีชั้ มีชั้นชั้บรรยากาศเบาบางและมีส มี เถียรภาพต่ำ อันเกิดจากการที่ดาวพุธ พุ มี ขนาดเล็กจนไม่มีม่แ มี รงดึงดูด ดู เพีย พี งพอในการกักเก็บอะตอมของก๊าซเอาไว้ ชั้นชั้ บรรยากาศของดาวพุธ พุ ประกอบไปด้วยไฮโดรเจน, ฮีเลียม, ออกซิเซิจน, โซเดียม, แคลเซีย ซี ม, โพแทสเซีย ซี ม และ น้ำ มีค มี วามดันบรรยากาศประมาณ 10^-14 บาร์ บรรยากาศของดาวพุธ พุ มีก มี ารสูญสู เสีย สี และถูก ถู ทดแทนอยู่ตยู่ลอดเวลาโดยมีแ มี หล่ง ที่มาหลายแหล่ง ไฮโดรเจนและฮีเลียมอาจจะมาจากลมสุริยริะ พวกมันมัแพร่เร่ ข้า มาผ่าผ่นสนามแม่เม่หล็กของดาวพุธ พุ ก่อนจะหลุดออกจากบรรยากาศในที่สุด สุ การ สลายตัวของสารกัมมันมัตรังรัสีจากแก่นดาวก็อาจจะเป็น ป็ อีกแหล่งหนึ่ง นึ่ ที่ช่วช่ยเติม ฮีเลียม โซเดียม และโพแทสเซีย ซี มให้กั ห้ กับบรรยากาศดาวพุธ พุ ไม่เม่คยถูก ถู แสงอาทิตย์โย์ ดยตรงเลย การสำ รวจได้เผยให้เ ห้ ห็น ห็ ถึงแถบสะท้อนเรดาร์ ขนาดใหญ่อญ่ยู่บยู่ริเริวณขั้วของดาว ซึ่ง ซึ่ น้ำ แข็ง ข็ เป็น ป็ หนึ่ง นึ่ในสารไม่กี่ม่กี่ชนิดนิที่สามารถ สะท้อนเรดาร์ไร์ ด้ดีเช่นช่นี้ บริเริวณที่มีน้ำ มี น้ำแข็งนั้นนั้เชื่อ ชื่ กันว่าอยุ่ลึยุ่ ลึ กลงไปใต้พื้น พื้ ผิวผิเพีย พี งไม่กี่ม่กี่เมตร และมีน้ำ มี น้ำแข็ง ข็ ประมาณ 10^14 - 10^15 กิโลกรัมรัเปรีย รี บเทียบกับน้ำ แข็งที่แอนตาร์ก ร์ ติกาของ โลกเราที่มีน้ำ มี น้ำแข็งอยู่ 4 x 10^18กิโลกรัมรัที่มาของน้ำ แข็ง ข็ บนดาวพุธ พุ ยังยัไม่แม่น่ชัน่ดชัแต่เชื่อ ชื่ กันว่าอาจจะ มีที่ มีที่มาจากดาวหางที่พุ่ง พุ่ ชนดาวพุธ พุ เมื่อ มื่ หลายล้านปีก่ ปี ก่อน หรือ รื อาจจะมาจาก ภายในของดาวพุธ พุ เอง พี่ บรรยากาศ 10
ดาวพุธ พุ มีแก่นดาวที่ประกอบด้วยเหล็กในสัดส่วส่นที่สูง (แม้เ ม้ มื่อ มื่ เปรีย รี บ เทียบกับโลก) เป็น ป็ โลหะประมาณ 70% ที่เหลืออีก 30% เป็น ป็ ซิลิ ซิลิ เกต ความหนาแน่นน่เฉลี่ยมีค่ มี ค่า 5,430 กิโลกรัม รั /ลูก ลู บาศก์เมตร ซึ่ง ซึ่ น้อ น้ ยกว่า ความหนาแน่นน่ของโลกอยู่เยู่พีย พี งเล็กน้อ น้ ย. สาเหตุที่ ตุที่ดาวพุธ พุ มีเ มี หล็กอยู่มยู่าก แต่มีค มี วามหนาแน่นน่ต่ำ กว่าโลก เป็น ป็ เพราะโลกมีก มี ารอัดตัวจากแรงโน้ม น้ ถ่วงแน่นน่กว่าดาวพุธ พุ โดยเฉพาะการอัดตัวบริเ ริ วณแก่น ทั้งนี้เ นี้ พราะดาว พุธ พุ มีข มี นาดเล็กกว่า (ดาวพุธ พุ มีม มี วลเพีย พี ง 5.5% ของมวลโลก). ด้วยเหตุนี้ ตุ นี้ จึงสามารถสันนิษ นิ ฐานได้ว่าการที่ดาวพุธ พุ มีค มี วามหนาแน่นน่สูง สู ทั้งๆที่มี ขนาดเล็ก เป็น ป็ เพราะว่าดาวพุธ พุ มีแ มี กนที่ใหญ่แญ่ละอุดมไปด้วยเหล็ก. แก่น ของดาวพุธ พุ มีข มี นาดใหญ่ และมีสั มี ด สั ส่วส่นของเหล็กอยู่มยู่ากกว่าแก่นของ ดาวเคราะห์ให์ หญ่ๆญ่ดวงอื่นของระบบสุริ สุ ย ริ ะทั้งหมด โดยปริม ริ าตรของแก่น ที่เป็น ป็ เหล็กนี้มี นี้ สั มี ดส่วส่นสูง สู ถึง 55% ของปริม ริ าตรดาวพุธ พุ ทั้งดวง (แก่นโลก มีสั มี ดส่วส่นเพีย พี ง 17%) ล้อมรอบด้วยเนื้อ นื้ ดาวหนา 600 กิโลเมตร องค์ประกอบภายใน โครงสร้า ร้ งของดาวพุธ พุ 1. เปลือกดาว - หนา100–200 กม. 2. เนื้อ นื้ ดาว - หนา 600 กม. 3. แก่นดาว - รัศรัมี 1,800 กม. 11
ภูมิ ภู ลั มิลั กษณะ ดาวพุธ พุ มีหลุมอุกกาบาตจำ นวนมากจนดูค ดู ล้ายดวง จันทร์ ภูมิ ภู ลัมิลั กษณ์ที่ ณ์ที่เด่นที่สุดบนดาวพุธ พุ (เท่าที่ สามารถถ่ายภาพได้) คือ แอ่งแคลอริสริหลุม อุกกาบาตที่มีเ มีส้นผ่าผ่นศูน ศู ย์ก ย์ ลางประมาณ 1,350 กิโลเมตร ผิวผิดาวพุธ พุ มีผาชัน ชั อยู่ทั่ยู่ทั่วไป ซึ่ง ซึ่ ก่อตัวขึ้น เมื่อ มื่ หลายพัน พั ล้านปีที่ ปี ที่แล้ว ขณะที่ใจกลางดาวพุธ พุ เย็น ย็ ลงพร้อ ร้ มกับหดตัว จนทำ ให้เปลือกดาวของพุธ พุ ย่นย่ยับ ยั พื้น พื้ ที่ส่วส่นใหญ่ขญ่องดาวพุธ พุ ปกคลุม ลุ ด้วยที่ราบ 2 แบบ ที่มีอ มี ายุต่างกัน ที่ราบที่มีอ มี ายุน้อ น้ ยจะมีห มี ลุม ลุ อุกกาบาตหนาแน่นน่น้อ น้ ยกว่า เป็น ป็ เพราะมีล มี าวาไหล มากลบหลุมอุกกาบาตที่เกิดก่อนหน้า น้ การเคลื่อนที่ และการหมุน มุ รอบตนเอง ดาวพุธ พุ มีร มี ะดับความเยื้อ ยื้ งศูน ศู ย์ก ย์ ลางของวงโคจร มากที่สุดในระบบสุริยริะ โดยมีค่ มี ค่าความเยื้อ ยื้ ง ศูน ศู ย์ก ย์ ลางอยู่ที่ยู่ที่ 0.21 และอาจมีร มี ะยะห่าห่งจาก ดวงอาทิตย์ไย์ ด้ระหว่าง 46 ล้าน ถึง 70 ล้าน กิโลเมตร. ดาวพุธ พุ เคลื่อนรอบดวงอาทิตย์เ ย์ ร็ว ร็ ที่สุด โดยใช้เ ช้ วลาเพีย พี ง 87.969 วันในการโคจร รอบดวงอาทิตย์ 1 รอบ. ดาวพุธ พุ หมุน มุ รอบตัวเองในทิศทางเดียว กับการเคลื่อนรอบดวงอาทิตย์ คือ จากทิศตะวันตกไป ทิศตะวันออก หมุน มุ รอบตัวเองรอบละ 58.6461 วัน เมื่อ มื่ พิจพิารณาจากคาบของการหมุน มุ รอบตัวเอง และการคาบการเคลื่อนที่รอบดวง อาทิตย์ จะพบว่าระยะเวลากลางวัน ถึงกลางคืนบนดาวพุธ พุ ยาวนานถึง 176 วัน ซึ่ง ซึ่ ยาวนานที่สุดในระบบสุริ สุ ยริะ 12
ดาวศุก ศุ ร์ ดาวศุกร์ (อังกฤษ: Venus) เป็น ป็ ดาวเคราะห์ที่อยู่ห่ยู่าห่งจากดวงอาทิตย์เ ย์ป็น ป็ ลำ ดับที่ 2 เมื่อ มื่ มองจากโลกในตอนกลางคืน ดาวศุกร์เ ร์ป็น ป็ วัตถุท้ถุท้ องฟ้า ฟ้ ซึ่ง ซึ่ สว่างรองลงมาจากดวง จันทร์[2][3] ดาวศุกร์มี ร์ ว มี งโคจรอยู่ภยู่ายในวงโคจรของโลก ทำ ให้เ ห้ มื่อ มื่ สังสัเกตแล้วจะไม่ ปรากฏว่าห่าห่งจากดวงอาทิตย์ม ย์ ากนักนักล่าวคือ จะเห็น ห็ ในตอนหัวหัค่ำ ทางทิศตะวันตก เรีย รี กว่า "ดาวประจำ เมือ มื ง" หรือ รื เห็น ห็ ในตอนเช้า ช้ มืด มื ทางทิศตะวันออก เรีย รี กว่า "ดาว ประกายพรึก รึ" หรือ รื "ดาวรุ่งรุ่ " 1 2 ดาวศุกร์โร์ คจรรอบดวงอาทิตย์ช้ ย์ า ช้ มากและหมุนมุรอบตัวเองช้า ช้ เช่นช่กัน โดยโคจรรอบดวง อาทิตย์ห ย์ นึ่ง นึ่ รอบใช้เ ช้ วลา 224.7 วันของโลกและหมุนมุรอบตัวเองครบบริบูริบูรณ์โณ์ ดยใช้เ ช้ วลา 243 วันของโลก แต่มีค มี วามยาววันสุริสุยริคติ 117 วันของโลก ด้วยเหตุนี้ตุนี้ดาวศุกศุร์จึ ร์ จึ งจัด เป็น ป็ ดาวที่หมุนมุรอบตัวเองช้า ช้ ที่สุดสุในระบบสุริสุยริะ นอกจากนี้ ดวงอาทิตย์บ ย์ นดาวศุกศุร์จ ร์ ะ ขึ้น ขึ้ ทางทิศตรงกันข้า ข้ มกับโลก คือ ขึ้น ขึ้ ทางทิศตะวันตกและตกทางทิศตะวันออกดาวศุกศุร์ ไม่มีม่บ มี ริวริารธรรมชาติเช่นช่เดียวกับดาวพุธพุ ดาวศุกร์เ ร์ป็น ป็ ดาวเคราะห์หิ ห์ นหิและมักมักล่าวว่าเป็น ป็ ดาวน้อ น้ งสาวของโลก ด้วยเหตุที่ตุที่มี ขนาดใกล้กัน มวลเกือบเท่ากัน อยู่ใยู่กล้ดวงอาทิตย์เ ย์ หมือ มื นกัน และมีส่ มี วส่นประกอบเป็น ป็ หินหิเหมือ มื นกัน อย่าย่งไรก็ตามนั้นนั้ดาวศุกร์มี ร์ ลั มีลักษณะต่างจากโลกอย่าย่งสุดสุขั้วขั้ในหลายด้าน อาทิ มีค มี วามหนาแน่นน่บรรยากาศสูงสูสุดสุในบรรดาดาวเคราะห์หิ ห์ นหิทั้งสี่ด สี่ วง ความดัน บรรยากาศบนดาวศุกร์มี ร์ ค่ มี ค่าประมาณ 92 เท่าของความดันบรรยากาศโลกที่ระดับน้ำ ทะเลปานกลาง ในบรรยากาศนั้นนั้ก็ประกอบไปด้วยแก๊สคาร์บ ร์ อนไดออกไซด์ 96% อุณหภูมิภูเมิฉลี่ยบนดาวศุกร์มี ร์ ค่ มี ค่า 737 K (464 °C; 867 °F) ซึ่ง ซึ่ สูงสูกว่าดาวพุธพุซึ่ง ซึ่ อยู่ใยู่กล้ดวง อาทิตย์ ดาวศุกร์มี ร์ เ มี มฆซึ่ง ซึ่ประกอบด้วยกรดซัลซัฟิวฟิริกริสะท้อนแสงได้ดีมาก จนไม่เม่ห็น ห็ พื้น พื้ ผิวผิในย่าย่นแสงที่มองเห็น ห็ ในอดีตเชื่อ ชื่ ว่า ดาวศุกร์เ ร์ คยมีม มี หาสมุทมุรแต่ต่อมามหาสมุทมุร ระเหยเหือ หื ดแห้ง ห้ไปอันเนื่อ นื่ งจาก ปรากฏการณ์เรือ รื นกระจกแบบควบคุมคุไม่ไม่ด้ (runaway greenhouse effect)น้ำ ที่ระเหยไปนั้นนั้เชื่อ ชื่ ว่าอาจถูกถูสลายด้วยแสง และไฮโดรเจนจาก น้ำ ก็ถูกถูนำ ออกไปในบรรยากาศโดยลมสุริสุยริะ 13
การที่ดาวศุกร์มี ร์ ค มี วามสว่างมากนี้เ นี้ อง ทำ ให้ม ห้ นุษนุย์มี ย์ ค มี วามสนใจใคร่รู้ร่รู้แ รู้ ละจดบันบัทึกการ โคจร นับนัแต่สองพันพั ปีก่ ปี ก่อนคริสริตกาลครั้นรั้พัฒพันาการสำ รวจอวกาศได้รุดหน้า น้ มนุษนุย์ไย์ ด้ สนใจใคร่รู้ร่รู้แ รู้ ละสำ รวจดาวศุกร์เ ร์ป็น ป็ ดาวแรกเมื่อ มื่ปี พ.ศ. 2505 โดยยานมารีเ รี นอร์ 2 แปด ปีต่ ปี ต่อมายานเวเนรา 7ก็ลงจอดยังยัผิวผิดาวศุกร์ ถึงกระนั้นนั้เนื่อ นื่ งจากดาวศุกร์มี ร์ เ มี มฆหนาทึบ การสำ รวจพื้น พื้ ผิวผิในรายละเอียดก็ไม่สม่ามารถกระทำ ได้ดีนักนัจนกระทั่งมีย มี านมาเจลลัน สำ รวจดาวศุกร์เ ร์ มื่อ มื่ พ.ศ. 2534 ในปัจปัจุบันบัมีค มี วามพยายามศึก ศึ ษาความเป็น ป็ ไปได้ของ ชีวิ ชีวิตบนดาวศุกร์ ซึ่ง ซึ่ ยังยัเป็น ป็ หัวหัข้อ ข้ วิจัยที่มีก มี ารถกเถียงกันอย่าย่งมากอยู่ ชื่อ ชื่ ของดาวศุกร์ใร์ นภาษาอังกฤษ มีที่ มีที่มาจากเทพีแ พี ห่งห่ความรักรั ในเทพปกรณัมโรมันมัส่วส่น ในภาษาไทย มาจากเทพพระศุกร์ หรือ รื ศุกศุระ ผู้เผู้ป็น ป็ ครูของมารและเป็น ป็ เทพแห่งห่ความ งามสัญสัลักษณ์ของดาวศุกร์ใร์ นทางโหราศาสตร์แ ร์ ละดาราศาสตร์ส ร์ ากล คือ ♀ อันเป็น ป็ สัญสัลักษณ์แทนเพศหญิงญิส่วส่นในโหราศาสตร์ไร์ ทย ใช้ ๖ (เลขหกไทย) ลักษณะทางกายถาพ ดาวศุกร์เ ร์ป็น ป็ ดาวเคราะห์หิ ห์ นหิ ในจำ นวนทั้งหมด 4 ดวงในระบบสุริสุยริะ ซึ่ง ซึ่ หมายความว่า ส่วส่นประกอบอันประกอบขึ้น ขึ้ เป็น ป็ ดาวศุกร์นั้ ร์ นั้นั้เป็น ป็ หินหิเช่นช่เดียวกับโลก ยิ่งยิ่กว่านั้นนั้ดาว ศุกร์มี ร์ ข มี นาดและมวลเท่ากับโลก จึงถูกถูขนานนามว่าเป็น ป็ น้อ น้ งสาว หรือ รื ฝาแฝด ของโลก เส้น ส้ ผ่าผ่นศูนย์ก ย์ ลางของดาวศุกร์คื ร์ คื อ 12,103.6 km (7,520.8 mi) ซึ่ง ซึ่ เล็กกว่าโลกไป 638.4 km (396.7 mi) นอกจากนี้ยั นี้ งยัมีม มี วล 81.5% ของมวลโลก อย่าย่งไรก็ตามนั้นนั้ สภาวะบรรยากาศบนดาวศุกร์ต่ ร์ ต่างจากบนโลกอย่าย่งมาก บรรยากาศของดาวศุกศุร์ ประกอบด้วยแก๊สคาร์บ ร์ อนไดออกไซด์ 96.5% มีไมี นโตรเจนเพีย พี ง 3.5% ความดันบรรยากาศและอุณหภูมิภูที่มิที่ผิวผิดาวศุกร์มี ร์ ค่ มี ค่า 9.3 เมกะปาสกาล (93 บาร์)ร์ และ 737 K (464 °C; 867 °F) ตามลำ ดับ ซึ่ง ซึ่ อยู่สูยู่งสูกว่าจุดวิกฤตทางอุณหพลศาสตร์ เป็น ป็ เหตุ ให้บ ห้ รรยากาศของดาวศุกร์มี ร์ ลั มีลักษณะเป็น ป็ ของไหลวิกฤตยวดยิ่งยิ่ 14
บรรยากาศของดาวศุกร์ ประกอบด้วยก๊าซคาร์บร์อนไดออกไซด์97% ไนโตรเจน 3.5% ซัลซัเฟอร์ ไดออกไซด์และ อาร์กร์อน 0.5% มีชั้นชั้เมฆคาร์บร์อนไดออกไซด์ที่หนาทึบมาก ปกคลุมลุดาวศุกศุร์ทั้ร์ ทั้ง ดวงทำ ให้สห้ะท้อนแสงอาทิตย์ไย์ด้ดี จึงเห็น ห็ ดาวศุกศุร์เร์ป็น ป็ ดาวเคราะห์ที่ห์ที่สว่างสุกสุใสมาก และยาน อวกาศที่ไปสำ รวจดาวศุกร์ก็ร์ ก็ไม่สม่ามารถถ่ายภาพพื้นพื้ผิวผิ โดยตรงได้ ต้องอาศัยศัคลื่นเรดาห์ผ่ห์าผ่น ทะลุชั้ลุชั้นชั้เมฆแล้วนำ มาวิเคราะห์ด้ห์ ด้วยคอมพิวพิเตอร์อีร์ อีกครั้งรั้ อุณหภูมิภูขมิองดาวศุกร์ ด้วยชั้นชั้เมฆหนาของดาวศุกร์ทำร์ ทำ ให้เห้กิดสภาวะเรือรืนกระจก อุณหภูมิภูบมิน ดาวศุกร์สูร์งสูมาก ประมาณ 400 องศาเซลเซียซีส ตลอดทั้งกลางวันและกลางคืน การเคลื่อนที่ ดาวศุกร์ห ร์ มุนมุรอบตัวเอง 1 รอบใช้เช้วลานานกว่าการเคลื่อนที่รอบดวงอาทิตย์ 1 รอบ และถ้า เราอยู่บยู่นดาวศุกร์เ ร์ วลา 1 วัน จะไม่ยม่าวเท่ากับเวลาที่ดาวศุกศุร์ห ร์ มุนมุรอบตัวเอง 1 รอบ นี่คื นี่ คื อ ลักษณะพิเพิศษที่ดาวศุกร์ไร์ ม่เม่หมือ มื นดาวเคราะห์ด ห์ วงใดๆ นอกจากนี้ด นี้ าวศุกศุร์ยั ร์ งยัหมุนมุตามเข็ม ข็ นาฬิกฬิาหรือ รื หมุนมุจากทิศตะวันออกไปทิศตะวันตกในขณะที่เคลื่อนที่รอบดวงอาทิตย์จ ย์ ากทิศ ตะวันตกไปทิศตะวันออก ดาวศุกศุร์จึ ร์ จึ งหมุนมุสวนทางกับดาวเคราะห์ด ห์ วงอื่น และหมุนมุสวนทาง กับการเคลื่อนที่รอบดวงอาทิตย์ ดาวศุกร์ห ร์ มุนมุรอบตัวเองรอบละ 243 วัน แต่ 1 วันของดาว ศุกร์ย ร์ าวนานเท่ากับ 117 วันของโลก เพราะตั้งแต่ดวงอาทิตย์ขึ้ ย์ขึ้น ขึ้ จนถึงดวงอาทิตย์ต ย์ ก ยาวนาน 58.5 วันของโลก ดาวศุกร์เ ร์ คลื่อนรอบดวงอาทิตย์ร ย์ อบละ 225 วัน 1 ปีข ปี องดาวศุกศุร์ จึงยาวนาน 225 วันของโลก ดาวศุกร์มี ร์ บ มี รรยากาศหนาแน่นน่มากถึงขั้นขั้ที่ว่าสสารในบรรยากาศเป็น ป็ ของไหลวิกฤตยวดยิ่งยิ่คือ ถูกถูอัดอย่าย่งมากแต่ไม่ถึม่ ถึ งกับเป็น ป็ ของแข็ง ข็ มวลของบรรยากาศของดาวศุกศุร์มี ร์ ค่ มี ค่า 92 เท่าของโลก ส่วส่นความดันบรรยากาศบนดาวศุกร์พื้ ร์พื้น พื้ ผิวผิมีค่ มี ค่า 93 เท่าของโลก ซึ่ง ซึ่ เทียบได้กับความดันใน มหาสมุทมุรลึก 1 km (5⁄8 mi) บนโลก ความหนาแน่นน่บนพื้น พื้ ผิวผิดาวศุกศุร์มี ร์ ค่ มี ค่า 65 kg/m3 คือ ประมาณ 6.5% ของน้ำ หรือ รื 50 เท่าของความดันบรรยากาศโลกที่ระดับน้ำ ทะเลปานกลาง อุณหภูมิภูมิ20 องศาเซลเซีย ซี ส (293 เคลวิน; 20 องศาเซลเซีย ซี ส; 68 องศาฟาเรนไฮต์) 15
โลก โลก (อังกฤษ: Earth) เป็น ป็ ดาวเคราะห์ลำ ดับที่สามจากดวงอาทิตย์ และเป็น ป็ วัตถุทถุาง ดาราศาสตร์เพีย พี งหนึ่ง นึ่ เดียวที่ทราบว่ามีสิ่ มี งสิ่มีชี มี วิ ชีวิต จากการวัดอายุด้วยกัมมันมัตรังรัสีและ แหล่งหลักฐานอื่นได้ความว่าโลกกำ เนิดนิเมื่อ มื่ประมาณ 4,500 ล้านปีก่อนโลกมีอันตรกิริ ยะเชิงชิโน้ม น้ ถ่วงกับวัตถุอื่ถุอื่นในอวกาศโดยเฉพาะดวงอาทิตย์แ ย์ ละดวงจันทร์ ซึ่ง ซึ่ เป็น ป็ ดาว บริวริารถาวรหนึ่ง นึ่ เดียวของโลก โลกโคจรรอบดวงอาทิตย์ใย์ ช้เ ช้ วลา 365.2425 วัน เรีย รี กว่า ปี ซึ่ง ซึ่ ระหว่างนั้นนั้ โลกโคจรรอบแกนตัวเองประมาณ 366.2425 รอบ 1 2 3 แกนหมุนมุของโลกเอียงทำ ให้เ ห้ กิดฤดูกดูาลต่าง ๆ บนผิวผิโลกอันตรกิริยริาความโน้ม น้ ถ่วง ระหว่างโลกกับดวงจันทร์ก่ ร์ ก่อให้เ ห้ กิดน้ำ ขึ้น ขึ้ ลงมหาสมุทมุร ทำ ให้ก ห้ ารหมุนมุบนแกนของโลกมี เสถียรภาพ และค่อย ๆ ชะลอการหมุนมุของโลกโลกเป็น ป็ ดาวเคราะห์ที่ ห์ที่มีค มี วามหนาแน่นน่ สูงสูสุดสุในระบบสุริสุยริะและใหญ่สุญ่ดสุในดาวเคราะห์ค ห์ ล้ายโลก 4 ดวง ธรณีภาคของโลกแบ่งบ่ออกได้เป็น ป็ หลาย ๆ ส่วส่น เรีย รี กว่าแผ่นผ่ธรณีภาค ซึ่ง ซึ่ ย้า ย้ ยที่ตัดผ่าผ่น พื้น พื้ ผิวผิตลอดเวลาหลายล้านปี ร้อ ร้ ยละ 71 ของพื้น พื้ ผิวผิโลกปกคลุมลุด้วยน้ำ ซึ่ง ซึ่ ส่วส่นใหญ่ เป็น ป็ มหาสมุทมุร[29] อีกร้อ ร้ ยละ 29 ที่เหลือเป็น ป็ แผ่นผ่ดินประกอบด้วยทวีปและเกาะซึ่ง ซึ่ มี ทะเลสาบ แม่น้ำม่น้ำและแหล่งน้ำ อื่นจำ นวนมากกอปรเป็น ป็ อุทกภาคบริเริวณขั้วขั้โลกทั้งสอง ปกคลุมลุด้วยน้ำ แข็ง ข็ เป็น ป็ ส่วส่นใหญ่ ได้แก่แผ่นผ่น้ำ แข็ง ข็ แอนตาร์ก ร์ ติก และน้ำ แข็ง ข็ ทะเลของ แพน้ำ แข็ง ข็ ขั้วขั้โลกบริเริวณภายในของโลกยังยัคงมีค มี วามเคลื่อนไหวโดยมีแก่นชั้นชั้ ในซึ่ง ซึ่ เป็น ป็ เหล็กในสถานะของแข็ง ข็ มีแ มี ก่นเหลวชั้นชั้นอกซึ่ง ซึ่ กำ เนิดนิสนามแม่เม่หล็ก และชั้นชั้แมนเทิล พาความร้อ ร้ นที่ขับขัเคลื่อนการแปรสัณสัฐานแผ่นผ่ธรณีภาค ภายในพันพัล้านปีแ ปี รกสิ่งสิ่มีชี มี วิ ชีวิตปรากฏขึ้น ขึ้ ในมหาสมุทมุรและเริ่มริ่ส่งส่ผลกระทบต่อ ชั้นชั้บรรยากาศและผิวผิดาว เกื้อหนุนนุให้เ ห้ กิดการแพร่ขร่ยายของสิ่งสิ่มีชี มี วิ ชีวิตที่ใช้อ ช้ อกซิเซิจน เช่นช่เดียวกับสิ่งสิ่มีชี มี วิ ชีวิตที่ไม่ใม่ช้อ ช้ อกซิเซิจน หลักฐานธรณีวิทยาบางส่วส่นชี้ว่ ชี้ว่าชีวิ ชีวิตอาจกำ เนิดนิ ขึ้น ขึ้ เร็ว ร็ สุดสุ4.1 พันพัล้านปีก่ ปี ก่อน นับนัแต่นั้นนั้ตำ แหน่งน่ของโลกในระบบสุริสุยริะ คุณคุสมบัติบั ติทาง กายภาพของโลก และประวัติศาสตร์ธ ร์ รณีวิทยาของโลกประกอบกันทำ ให้สิ่ ห้ งสิ่มีชี มี วิ ชีวิต วิวัฒนาการและแพร่พัร่นพัธุ์ไธุ์ ด้ 16
ในประวัติศาสตร์ข ร์ องโลก ความหลากหลายทางชีว ชี ภาพผ่าผ่นระยะการขยายยาวนาน แต่ถูกถูขัดขัจังหวะบางครั้งรั้ด้วยการสูญสูพันพัธุ์ค ธุ์ รั้งรั้ใหญ่กญ่ว่าร้อ ร้ ยละ 99 ของสปีชี ปี ส์ ชี ทั้ ส์ ทั้งหมดที่ เคยอยู่อยู่าศัยบนโลกนั้นนั้สูญสูพันพัธุ์ไธุ์ปแล้วประมาณการจำ นวนสปีชี ปี ส์ ชี บ ส์ นโลกปัจปัจุบันบัมี หลากหลายและสปีชี ปี ส์ ชี ส่ ส์ วส่นใหญ่ยัญ่งยัไม่มีม่ผู้ มี อผู้ ธิบธิายมนุษนุย์ก ย์ ว่า 7.6 พันพัล้านคนอาศัยศัอยู่บยู่น โลกและอาศัยชีว ชี มณฑลและทรัพรัยากรธรรมชาติของโลกเพื่อ พื่ การอยู่รยู่อด มนุษนุย์พั ย์ ฒพันา สังสัคมและวัฒนธรรมหลากหลาย ในทางการเมือ มื ง โลกมีรั มี ฐรัเอกราชกว่า 200 รัฐรั ลำ ดับเวลา วัตถุแถุรกเริ่มริ่ที่สุดสุที่พบในระบบสุริสุยริะมีอ มี ายุย้อย้นหลังไปถึง 4.5672±0.0006 พันพัล้านปีก่ ปี ก่อน โลกยุคแรกเริ่มริ่ถือกำ เนิดนิขึ้น ขึ้ เมื่อ มื่ 4.54±0.04 พันพัล้านปีก่ ปี ก่อนการก่อกำ เนิดนิและวิวัฒนาการของ วัตถุต่ถุต่าง ๆ ในระบบสุริสุยริะร่วร่มกับดวงอาทิตย์ ตามทฤษฎีแล้วเนบิวบิลาสุริสุยริะแยกส่วส่นอาณา บริเริวณหนึ่ง นึ่ ออกจากเมฆโมเลกุลกุโดยการยุบตัวจากแรงโน้มน้ถ่วง ซึ่ง ซึ่ เริ่มริ่หมุนมุและแบนลงเป็น ป็ จานรอบดาวฤกษ์ จากนั้นนั้ดาวเคราะห์ต่ ห์ ต่าง ๆ เกิดขึ้น ขึ้ จากจานนั้นนั้พร้อร้มกับดวงอาทิตย์ ใน เนบิวบิลาประกอบด้วยก๊าซ เม็ด ม็ น้ำ แข็ง ข็ และฝุ่นฝุ่ (รวมทั้งนิวนิไคลด์แรกกำ เนิดนิ ) ตามทฤษฎี เนบิวบิลาพลาเนตติซิมัซิลมั (planetesimal) หรือ รื วัตถุแถุข็ง ข็ ที่จะก่อกำ เนิดนิดาวเคราะห์ เกิดขึ้น ขึ้ จาก การงอกพอกพูนพูโดยโลกบรรพกาลใช้เช้วลาก่อกำ เนิดนิ 10–20 ล้านปี ดวงจันทร์กำ ร์ กำเนิดนิขึ้น ขึ้ เมื่อ มื่ประมาณ 4.53 พันพัล้านปีก่ ปี ก่อนการกำ เนิดนิของดวงจันทร์ยั ร์ งยัเป็น ป็ หัวหัข้อข้ การวิจัยในปัจปัจุบันบัสมมติฐานนำ กล่าวว่าดวงจันทร์ถื ร์ ถื อกำ เนิดนิขึ้น ขึ้ โดยการพอกพูนพูจากวัตถุที่ถุที่ หลุดลุออกจากโลกหลังจากโลกถูกถูวัตถุขถุนาดใหญ่เญ่ท่าดาวอังคารชื่อ ชื่ ว่า เธีย ธี (Theia) พุ่งพุ่เข้าข้ชน แบบจำ ลองนี้ก นี้ ะว่ามวลของเธีย ธี คิดเป็น ป็ ประมาณร้อร้ยละ 10 ของมวลโลกพุ่งพุ่เข้าข้ชนโลกใน ลักษณะแฉลบและมวลบางส่วส่นรวมเข้าข้กับโลกในระหว่างเวลาประมาณ 4.1 และ 3.8 พันพั ล้านปีก่ ปี ก่อน ดาวเคราะห์น้ ห์ อน้ยจำ นวนมากพุ่งพุ่ชนระหว่างการระดมชนหนักนัครั้งรั้สุดสุท้าย ก่อให้ เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่าย่งใหญ่หญ่ลวงกับบริเริวณพื้น พื้ ที่ผิวผิส่วส่นใหญ่ขญ่องดวงจันทร์ร ร์ วมทั้งโลก 17
ลักษณะทางกายภาพ โลกมีรูมีรูปร่าร่งประมาณทรงคล้ายทรงกลมแบนขั้วขั้ โลกแบนลง บริเริวณแกนทางภูมิภูศมิสตร์แร์ละโป่งป่บริเริวณแถบศูนย์สูย์ตสูรการ โป่งป่นี้เนี้ป็น ป็ ผลมาจากการหมุนมุรอบตัวเองของโลก เส้นส้ผ่าผ่น ศูนย์กย์ลางในแนวศูนย์สูย์ตสูรยาวกว่าเส้นส้ผ่าผ่นศูนศูย์กย์ลางในแนว ขั้วขั้เหนือนื-ใต้ราว 43 กิโลเมตรจุดบนพื้นพื้ผิวผิโลกที่ห่าห่งจาก จุดศูนย์กย์ลางมวลของโลกมากที่สุดสุคือ ยอดภูเภูขาไฟชิมชิ โบรา โซแถบศูนย์สูย์ตสูรในประเทศเอกวาดอร์ภูร์มิภูปมิระเทศในแต่ละ ท้องที่มีกมีารเบี่ยบี่งเบนไปจากทรงกลมอุดมคติ แต่เมื่อมื่มองใน ระดับโลกทั้งใบการเบี่ยบี่งเบนเหล่านี้ก็นี้ก็ ถือว่าเล็กน้อน้ย จุดที่ ถือว่ามีคมีวามเบี่ยบี่งเบนท้องถิ่นมากที่สุดสุบนพื้นพื้ผิวผิหินหิของโลก ก็คือ ยอดเขาเอเวอเรสต์ด้วยระดับความสูงสู8848 เมตรจาก ระดับน้ำ ทะเลกลาง คิดเป็น ป็ ค่าความเบี่ยบี่งเบนร้อร้ยละ 0.14 และร่อร่งลึกก้นสมุทมุรมาเรียรีนาที่ระดับความลึก 10911 เมตร จากระดับน้ำ ทะเลกลาง คิดเป็น ป็ ค่าความเบี่ยบี่งเบนร้อร้ยละ 0.17 โครงสร้างภายใน โครงสร้าร้งภายในของโลกแบ่งบ่ออกได้เป็น ป็ ชั้นชั้ๆ ตามคุณคุสมบัติบั ติกายภาพ (วิทยากระแส) หรือรืเคมี เช่นช่เดียวกับดาวเคราะห์หิห์นหิดวงอื่น ชั้นชั้นอกของโลกเป็น ป็ เปลือกซิลิซิลิเกตแข็ง ข็ ซึ่งซึ่แยกออกชัดชัเจนด้วย คุณคุสมบัติบั ติทางเคมีโมีดยมีชั้มีชั้นชั้เนื้อนื้ โลก (mantle) แข็ง ข็ ความหนืดนืสูงสูอยู่เยู่บื้อบื้งล่าง มีคมีวามไม่ต่ม่ ต่อเนื่อนื่ง ของโมโฮโลวิคซิคซิ (Mohorovičić discontinuity) คั่นระหว่างเปลือกโลกจากเนื้อนื้ โลก เปลือกโลกมี ความหนาตั้งแต่ประมาณ 6 กิโลเมตรใต้มหาสมุทมุรไปจนถึง 30–50 กิโลเมตรใต้ทวีป เปลือกโลก และสภาพแข็ง ข็ เย็น ย็ ของยอดเนื้อนื้ โลกชั้นชั้บนสุดสุรวมเรียรีกธรณีภาค(lithosphere) ซึ่งซึ่แผ่นผ่ธรณี ภาคนั้นนั้ ประกอบขึ้นขึ้จากธรณีภาคนี้เนี้อง ใต้ธรณีภณีาคเป็น ป็ ฐานธรณีภณีาค (asthenosphere) ซึ่งซึ่เป็น ป็ ชั้นชั้ ความหนืดนืค่อนข้าข้งต่ำ ที่ธรณีภาคลอยอยู่ การเปลี่ยนแปลงโครงสร้าร้งผลึกในเนื้อนื้ โลกเกิดที่ระดับ ความลึก 410 ถึง 660 กิโลเมตรใต้พื้นพื้ผิวผิเป็น ป็ เขตเปลี่ยนผ่าผ่นซึ่งซึ่แยกระหว่างเนื้อนื้ โลกชั้นชั้บนและ ล่าง ใต้เนื้อนื้ โลกเป็น ป็ แก่นชั้นชั้นอกที่เป็น ป็ ของเหลวความหนืดนืต่ำ มากเหนือนืแก่นชั้นชั้ ในที่เป็น ป็ ของแข็ง ข็ แก่นชั้นชั้ ในของโลกอาจหมุนมุด้วยอัตราเร็ว ร็ เชิงชิมุมมุสูงสูกว่าส่วส่นอื่นของดาวเคราะห์เห์ล็กน้อน้ย โดยหมุนมุ 0.1–0.5° ต่อปี รัศรัมีขมีองแก่นชั้นชั้ ในคิดเป็น ป็ ประมาณหนึ่งนึ่ในห้าห้ของรัศรัมีโมีลก ความร้อร้นภายในโลกเป็น ป็ ผลรวมของความร้อร้นที่ยังยัหลงเหลืออยู่จยู่ากการงอกพอกพูนพูของดาว เคราะห์รห์าวร้อร้ยละ 20 อีกร้อร้ยละ 80 เป็น ป็ ความร้อร้นที่ผลิตจากการสลายตัวกัมมันมัตรังรัสีไสีอโซโทป หลักที่สร้าร้งความร้อร้นภายในโลกคิอ โพแทสเซียซีม-40ยูเรเนียนีม-238 ยูเรเนียนีม-235 และ ทอเรียรีม-232 ที่ใจกลางโลกคาดว่าน่าน่จะมีอุมีอุณหภูมิภูสูมิงสูถึง 6,000 องศาเซลเซียซีสและมีคมีวามดันสูงสู ถึง 360 จิกะปาสกาลด้วยการที่ความร้อร้นส่วส่นใหญ่มญ่าจากการสลายตัวกัมมันมัตรังรัสี นักนั วิทยาศาสตร์จึร์ จึงเชื่อชื่ว่าในช่วช่งต้นของประวัติศาสตร์โร์ลกก่อนหน้าน้ที่ไอโซปครึ่งรึ่ชีวิชีวิตสั้นสั้ทั้งหลายจะ หมดไป การสร้าร้งความร้อร้นของโลกจะต้องสูงสูกว่าในปัจปัจุบันบัมาก คาดว่าประมาณ 3 พันพัล้านปีก่ปี ก่อน น่าน่จะมีกมีารผลิตความร้อร้นมากกว่าปัจปัจุบันบัสองเท่าซึ่งซึ่มีผมีลเพิ่มพิ่การพาความร้อร้นของเนื้อนื้ โลกและ การแปรสัณสัฐานแผ่นผ่ธรณีภาค และทำ ให้หิห้นหิอัคนีบนีางประเภทอย่าย่งเช่นช่ โคมาไทต์เกิดขึ้นขึ้ ได้ในขณะ ที่แทบไม่มีม่เมีกิดขึ้นขึ้ ในปัจปัจุบันบั 18
เปลือกโลกส่วส่นทวีปประกอบด้วยวัตถุคถุวามหนาแน่นน่ต่ำ อย่าย่งเช่นช่หินหิอัคนีแกรนิตนิและแอนดีไซต์ ที่ พบน้อน้ยกว่าคือบะซอลต์ซึ่งซึ่เป็น ป็ หินหิภูเภูขาไฟความหนาแน่นน่สูงสูและเป็น ป็ องค์ประกอบหลักของพื้นพื้ มหาสมุทมุร หินหิตะกอนซึ่งซึ่ก่อตัวขึ้นขึ้จากการสะสมตัวของตะกอนที่ทับถมบีบบีอัดตัวเข้าข้ด้วยกัน เกือบ ร้อร้ยละ 75 ของพื้นพื้ผิวผิทวีปถูกถูปกคลุมลุด้วยหินหิตะกอนโดยคิดเป็น ป็ ประมาณร้อร้ยละ 5 ของเปลือก โลกวัตถุหิถุนหิที่พบบนโลกรูปแบบที่สามคือหินหิแปร ก่อกำ เนิดนิ โดยการแปรเปลี่ยนมาจากหินหิดั้งเดิมที่ มีอมียู่ก่ยู่ ก่อนผ่าผ่นความดันสูงสูหรือรือุณหภูมิภูสูมิงสูหรือรืทั้งสองอย่าย่ง แร่ซิร่ลิซิลิเกตที่พบมากที่สุดสุบนผิวผิโลก ประกอบด้วย ควอตซ์ เฟลด์สปาร์แอมฟิโฟิบล ไมกา ไพรอกซีนซีและโอลิวีน แร่คร่าร์บร์อเนตที่พบทั่วไปประกอบด้วย แคลไซต์ (พบในหินหิ ปูน) และโดโลไมต์ ระดับความสูงสูของพื้นพื้ผิวผิดินแตกต่างกันตั้งแต่จุดต่ำ สุดสุที่ −418 เมตร ณ ทะเลเดดซี ไปจนถึงจุด สูงสูสุดสุที่ 8,848 เมตร ณ ยอดเขาเอเวอเรสต์ ค่าเฉลี่ยความสูงสูของพื้นพื้ดินเหนือนืระดับน้ำ ทะเลอยู่ที่ยู่ที่ 797 เมตร เพโดสเฟียฟีร์ (pedosphere) เป็น ป็ ชั้นชั้นอกสุดสุของพื้นพื้ผิวผิทวีปของโลก ประกอบด้วยดิน และผ่าผ่นกระบวนการกำ เนิดนิดิน ดินเพาะปลูกลูได้ทั้งหมดคิดเป็น ป็ ร้อร้ยละ 10.9 ของผิวผิดิน โดยร้อร้ย ละ 1.3 เป็น ป็ ที่เพาะปลูกลูพืชพืผลถาวรผิวผิดินของโลกเกือบร้อร้ยละ 40 ใช้เช้พื่อพื่เกษตรกรรม หรือรืคิดเป็น ป็ ประมาณ 16.7 ล้านตารางกิโลเมตรสำ หรับรัการเพาะปลูกลูและประมาณ 33.5 ล้านตารางกิโลเมตร สำ หรับรัทุ่งทุ่หญ้าญ้เลี้ยงสัตสัว์ พื้น พื้ ผิว ผิ พื้นพื้ที่ผิวผิทั้งหมดของโลกมีปมีระมาณ 510 ล้านตารางกิโลเมตร พื้นพื้ที่กว่าร้อร้ยละ 70.8หรือรื 361.13 ล้านตารางกิโลเมตร อยู่ ใต้ระดับน้ำ ทะเลและปกคลุมลุด้วยน้ำ มหาสมุทมุรพื้นพื้ที่ใต้น้ำ เหล่านี้มีนี้ทั้มีทั้งที่เป็น ป็ ไหล่ทวีป ภูเภูขา ภูเภูขาไฟ ร่อร่งลึกก้นสมุทมุร หุบหุเหวใต้ทะเล ที่ราบสูงสูพื้นพื้สมุทมุร ที่ราบก้นสมุทมุร และระบบ สันสักลางมหาสมุทมุรที่ทอดตัวทั่วโลก พื้นพื้ที่ที่เหลืออีกราวร้อร้ย ละ 29.2 หรือรื 148.94 ล้านตารางกิโลเมตร ไม่ถูม่กถูน้ำ ปกคลุมลุ มีภูมีมิภูปมิระกาศหลากหลายตามสถานที่ ได้แก่ ภูเภูขา พื้นพื้ที่แห้งห้ แล้งที่ราบ ที่ราบสูงสูและภูมิภูปมิระเทศรูปแบบอื่น ธรณีแปร สัณสัฐานและการกร่อร่น การปะทุขทุองภูเภูขาไฟ การเกิดอุทกภัย การผุพัผุงพัอยู่กัยู่ กับที่ การเปลี่ยนสภาพโดยธารน้ำ แข็ง ข็ การเติบโต ของพืดพืหินหิ ปะการังรัและการพุ่งพุ่ชนของอุกกาบาตเป็น ป็ กระ บวนการที่เปลี่ยนโฉมผิวผิโลกอยู่เยู่รื่อรื่ย ๆ ตามคาบเวลาทาง ธรณีวิทยา 19
น้ำ ประมาณร้อร้ยละ 97.5 เป็น ป็ น้ำ เค็ม อีกร้อร้ยละ 2.5 ที่เหลือเป็น ป็ น้ำ จืด ส่วส่นใหญ่ขญ่องน้ำ จืดหรือรืราว ร้อร้ยละ 68.7 อยู่ใยู่นรูปของน้ำ แข็ง ข็ในน้ำ แข็ง ข็ ขั้วขั้โลกและธารน้ำ แข็ง ข็ ต่าง ๆ ค่าเฉลี่ยความเค็มของ มหาสมุทมุรโลกอยู่ที่ยู่ที่ประมาณ 35 กรัมรัเกลือต่อกิโลกรัมรัน้ำ ทะเล (มีเมีกลือร้อร้ยละ 3.5)เกลือส่วส่นมาก ถูกถูขับขัออกจากกัมมันมัตภาพภูเภูขาไฟหรือรืชะออกมาจากหินหิอัคนีเนีย็น ย็ มหาสมุทมุรยังยัเป็น ป็ แหล่งสะสม ของก๊าซในบรรยากาศที่ละลายได้ซึ่งซึ่มีคมีวามจำ เป็น ป็ ต่อการอยู่รยู่อดของสิ่งสิ่มีชีมีวิชีวิตที่อาศัยศั ในน้ำ จำ นวนมากน้ำ ทะเลถือว่ามีอิมี อิทธิพธิลสำ คัญต่อภูมิภูอมิากาศโลกโดยมหาสมุทมุรเป็น ป็ แหล่งสะสมความ ร้อร้นขนาดใหญ่กญ่ารเปลี่ยนแปลงการกระจายของอุณหภูมิภูมมิหาสมุทมุรสามารถทำ ให้เห้กิดการ เปลี่ยนแปลงของลมฟ้าฟ้อากาศอย่าย่งสำ คัญได้ เช่นช่เอลนีโนีญ–ความผันผัแปรของระบบอากาศในซีกซี โลกใต้ใน อุทกภาค ความอุดมของน้ำ บนผิวผิโลกเป็นป็ลักษณะเอกลักษณ์ซึ่ณ์ซึ่งซึ่แยก "ดาว เคราะห์สีห์น้ำสีน้ำเงิน" ออกจากดาวเคราะห์อื่ห์อื่น ๆ ในระบบสุริสุยริะ อุทกภาค ของโลกประกอบด้วยมหาสมุทมุรเป็นป็ส่วส่นใหญ่ ที่เหลือประกอบด้วย ผิวผิน้ำ ทั้งหมดในโลกได้แก่ ทะเลในแผ่นผ่ดิน ทะเลสาบ แม่น้ำม่น้ำ น้ำ ใต้ดิน ลึกลงไป 2,000 เมตร ตำ แหน่งน่ ใต้น้ำ ที่ลึกที่สุดสุคือ แชลเลนเจอร์ ดีปบริเริวณร่อร่งลึกก้นสมุทมุรมาเรียรีนาในมหาสมุทมุรแปซิฟิซิกฟิ โดยมี ความลึกที่ 10,911.4 เมตร มหาสมุทมุรรวมมีมมีวลคิดเป็นป็ ประมาณ 1.35×10^18 เมตริกริตันหรือรืราว 1 ใน 4,400 ของมวลทั้งหมดของ โลก มหาสมุทมุรปกคลุมลุเป็นป็พื้นพื้ที่ 3.618×10^8 ตารางกิโลเมตร โดย มีคมีวามลึกเฉลี่ย 3682 เมตร เป็นป็ผลให้มีห้ ปมีริมริาตรโดยประมาณ เท่ากับ 1.332×10^9 ลูกลูบาศก์กิโลเมตร หากพื้นพื้ผิวผิเปลือกโลก ทั้งหมดมีคมีวามสูงสูเท่ากันคือกลมเสมอกันทั้งใบ โลกก็จะกลายเป็นป็ มหาสมุทมุรทั้งหมดด้วยความลึกราว 2.7 ถึง 2.8 กิโลเมตร บรรยากาศ ความกดอากาศบนพื้นพื้ผิวผิโลกมีค่มี ค่าเฉลี่ยที่ 101.325 กิโลปาสกาลคิดเป็นป็อัตราความสูงสูประมาณ 8.5 กิโลเมตร[3] มีอมีงค์ ประกอบเป็นป็ธาตุไตุนโตรเจนร้อร้ยละ 78 ธาตุอตุอกซิเซิจนร้อร้ยละ 21 รวมถึงไอน้ำ คาร์บร์อนไดออกไซด์ และก๊าซในรูปโมเลกุลกุ ชนิดนิอื่นปริมริาณเล็กน้อน้ย ความสูงสูของชั้นชั้ โทรโพสเฟียฟีร์ผันผัแปรตามละติจูด มีพิมีสัพิยสัตั้งแต่ 8 กิโลเมตรที่บริเริวณขั้วขั้โลกไปจนถึง 17 กิโลเมตรที่เส้นส้ศูนย์สูย์ตสูร โดยมีคมีวามเบี่ยบี่นเบนเล็กน้อน้ยจากผลของสภาพอากาศและปัจปัจัยหลายประการตามฤดูกดูาล ชีวชีมณฑลของโลกส่งส่ผลเปลี่ยนแปลงอย่าย่งมีนัมียนัสำ คัญต่อบรรยากาศ การสังสัเคราะห์ด้ห์ ด้วยแสงแบบสร้าร้งออกซิเซิจนวิวัฒน์ขึ้น์ขึ้นขึ้ เมื่อมื่ราว 2.7 พันพัล้านปีก่ปี ก่อน ได้สร้าร้งบรรยากาศที่มีไมีนโตรเจนและออกซิเซิจนเป็นป็หลักดังเช่นช่ ในปัจปัจุบันบัการเปลี่ยนแปลงนี้ทำนี้ ทำ ให้ สิ่งสิ่มีชีมีวิชีวิตที่ใช้อช้อกซิเซิจนสามารถแพร่กร่ระจายได้ และมีผมีลโดยอ้อมเกิดการก่อรูปของชั้นชั้ โอโซนเนื่อนื่งากการเปลี่ยน O2 ใน บรรยากาศเป็นป็ O3 ชั้นชั้ โอโซนกั้นการแผ่รัผ่งรัสีอัสี อัลตราไวโอเลตจากดวงอาทิตย์ ทำ ให้สิ่ห้งสิ่มีชีมีวิชีวิตสามารถเกิดขึ้นขึ้บนโลกได้ บรรยากาศยังยัทำ หน้าน้ที่อื่นที่สำ คัญต่อสิ่งสิ่มีชีมีวิชีวิตได้แก่ การเคลื่อนย้าย้ยไอน้ำ อำ นวยก๊าซที่เป็นป็ ประโยชน์ ทำ ให้สะเก็ดดาวขนาด เล็กเผาไหม้ไม้ปหมดก่อนที่จะกระทบพื้นพื้และการปรับรัอุณหภูมิภูไมิม่ใม่ห้ร้ห้อร้นหรือรืเย็นย็เกินปรากฏการณ์สุณ์ดสุท้ายนี้เนี้รียรีก ปรากฏการณ์เรือรืนกระจก โมเลกุลกุของก๊าซสัดสัส่วส่นเล็กน้อน้ยภายในบรรยากาศทำ หน้าน้ที่กักเก็บพลังงานความร้อร้นที่แผ่อผ่อก จากพื้นพื้ดินเป็นป็ผลให้อุห้อุณหภูมิภูเมิฉลี่ยเพิ่มพิ่สูงสูขึ้นขึ้ ไอน้ำ คาร์บร์อนไดออกไซด์ มีเมีทน และโอโซน เป็นป็แก๊สเรือรืนกระจกหลักใน บรรยากาศ หากปราศจากปรากฏการณ์กัณ์ กัเก็บความร้อร้นนี้ อุณหภูมิภูเมิฉลี่ยที่พื้นพื้ผิวผิจะเป็นป็ −18 องศาเซลเซียซีส เมื่อมื่เทียบกับ อุณหภูมิภูปัมิจปัจุบันบัที่ +15 องศาเซลเซียซีสและอาจไม่มีม่สิ่มีงสิ่มีชีมีวิชีวิตบนโลกในรูปลักษณ์ปัณ์จปัจุบันบั 20
วงโคจรรอบตัวเอง คาบการหมุนมุรอบตัวเองของโลกสัมสัพัทพัธ์กัธ์ กับดวงอาทิตย์หย์รือรื วันสุริสุยริคตินั้นนั้เท่ากับ 86400 วินาทีของเวลาสุริสุยริคติกลาง (86400.0025 วินาทีเอสไอ)เพราะวันสุริสุยริะของโลกใน ปัจปัจุบันบัยาวกว่าวันในช่วช่งกลางคริสริต์ศตวรรษที่ 19 เล็กน้อน้ย อันเนื่อนื่งมาจากผลความเร่งร่น้ำ ขึ้นขึ้ลง ในแต่ละวันจึงยาวขึ้นขึ้ ผันผัแปรไประหว่าง 0 ถึง 2 มิลมิลิวินาที เอสไอคาบการหมุนมุ รอบตัวเองของโลกสัมสัพัทพัธ์กัธ์ กับดาวฤกษ์ไม่เม่คลื่อนที่เรียรีกว่า วันดาราคติ โดยหน่วน่ยงานการหมุนมุของโลกและระบบอ้างอิง สากล (IERS: International Earth Rotation and Reference Systems Service) คือ 86164.098903691 วินาที จากเวลาสุริสุยริคติกลาง คาบการหมุนมุรอบตัวเองของโลกสัมสัพัทพัธ์กัธ์ กับการหมุนมุควงหรือรืการเคลื่อนที่เฉลี่ยของจุดวสันสัตวิษุวัต มักมัเรียรีกว่า วันดาวฤกษ์ คือ 86,164.09053083288 วินาที จากเวลาสุริสุยริคติกลางคาบการหมุนมุรอบ ตัวเองของโลกสัมสัพัทพัธ์กัธ์ กับการหมุนมุควงหรือรืการเคลื่อนที่เฉลี่ยของจุดวสันสัตวิษุวัตมักมัเรียรีกว่า วัน ดาวฤกษ์ คือ86,164.09053083288 วินาที จากเวลาสุริสุยริคติกลาง หรือรืณ ปี ค.ศ. 1982 ดังนั้นนั้เองวัน ดาวฤกษ์จึงสั้นสั้กว่าวันดาราคติประมาณ 8.4 มิลมิลิวินาที ความยาวของเวลาสุริสุยริคติกลางในหน่วน่ยวินาทีเอสไอสามารถนำ มาใช้อ้ช้อ้างอิงได้จากหน่วน่ยงานไออี อาร์เร์อสสำ หรับรัช่วช่งเวลาจากปี ค.ศ. 1623–2005 และปี ค.ศ. 1962–2005 ต่างจากดาวตกใน บรรยากาศและดาวเทียมวงโคจรต่ำ ต่าง ๆ เทหฟ้าฟ้โดยมากมีกมีารเคลื่อนที่ปรากฏไปทางด้านตะวันตก ของท้องฟ้าฟ้ของโลกในอัตรา 15 องศาต่อชั่วชั่โมง หรือรื 15 ลิปดาต่อนาที สำ หรับรัวัตถุที่ถุที่อยู่ใยู่กล้กับ เส้นส้ศูนย์สูย์ตสูรฟ้าฟ้จะเคลื่อนไปเทียบเท่ากับเส้นส้ผ่าผ่นศูนศูย์กย์ลางปรากฏของดวงอาทิตย์หย์รือรืดวงจันทร์ใร์น ทุกทุ ๆ สองนาที เมื่อมื่มองจากพื้นพื้ โลกขนาดปรากฏโดยประมาณของดวงอาทิตย์แย์ละดวงจันทร์นั้ร์ นั้นั้ ถือว่าเท่ากัน โลกโคจรรอบดวงอาทิตย์ด้ย์ ด้วยระยะห่าห่งเฉลี่ยประมาณ 150 ล้านกิโลเมตรในทุกทุ ๆ 365.2564 วันสุริสุยริะกลาง หรือรืหนึ่งนึ่ปีดปีาวฤกษ์ส่งส่ผลให้กห้ารเคลื่อนที่ปรากฏของดวงอาทิตย์คย์ล้อยไป ทางตะวันออกเทียบกับดาวฤกษ์ฉากหลังในอัตราราวหนึ่งนึ่องศาต่อวัน หรือรืเทียบเท่าขนาดปรากฏ ของดวงอาทิตย์หย์รือรืดวงจันทร์ใร์นทุกทุ ๆ 12 ชั่วชั่โมง การเคลื่อนไปเช่นช่นี้ในี้ช้เช้วลาเฉลี่ยราว 24 ชั่วชั่โมง หรือรืหนึ่งนึ่วันสุริสุยริะสำ หรับรัการหมุนมุรอบตัวเองตามแกนครบหนึ่งนึ่รอบของโลกซึ่งซึ่ดวงอาทิตย์กย์ลับสู่ เมอริเริดียนอีกครั้งรั้ความเร็ว ร็ ของโลกในวงโคจรโดยเฉลี่ยประมาณ 29.8 กิโลเมตรต่อวินาที (107,000 กิโลเมตรต่อชั่วชั่โมง) ซึ่งซึ่เร็ว ร็ มากพอที่จะเคลื่อนผ่าผ่นระยะทางเท่ากันกับเส้นส้ผ่าผ่นศูนศูย์กย์ลางของโลกที่ ประมาณ 12,742 กิโลเมตรในเจ็ดนาที และผ่าผ่นระยะทางถึงดวงจันทร์ที่ร์ที่ประมาณ 384,000 กิโลเมตร ในเวลาราว 3.5 ชั่วชั่โมง โลกและดวงจันทร์โร์คจรรอบจุดศูนย์กย์ลางมวลร่วร่มในทุกทุ ๆ 27.32 วัน สัมสัพัทพัธ์กัธ์ กับดาวฤกษ์พื้นพื้หลัง เมื่อมื่ประกอบกันเข้าข้กับวงโคจรร่วร่มโลก–ดวงจันทร์รร์อบดวงอาทิตย์ แล้ว เกิดเป็น ป็ คาบของเดือนจันทรคตินับนัจากอมาวสีหนึ่งนึ่ไปอีกอมาวสีหสีนึ่งนึ่ราว 29.53 วัน เมื่อมื่มองจาก ขั้วขั้ฟ้าฟ้เหนือนืการเคลื่อนที่ของโลก ดวงจันทร์ และการหมุนมุรอบแกนดาวของทั้งคู่ล้คู่ล้วนเป็น ป็ ไปในทิศ ทวนเข็ม ข็ นาฬิกฬิา เมื่อมื่มองจากจุดสูงสูเหนือนืขั้วขั้เหนือนืของทั้งดวงอาทิตย์แย์ละโลก วงโคจรของโลกจะมี ทิศทางทวนเข็ม ข็ นาฬิกฬิารอบดวงอาทิตย์ วงโคจรและระนาบแกนไม่ไม่ด้วางตัวอยู่ใยู่นแนวเดียวกันโดย แกนหมุนมุของโลกมีกมีารเอียงประมาณ 23.4 องศาจากแนวตั้งฉากกับระนาบโคจรของโลกรอบดวง อาทิตย์ (หรือรืสุริสุยริวิถี) และระนาบโคจรของดวงจันทร์รร์อบโลกเอียง ±5.1 องศาเทียบกับระนาบโลก– ดวงอาทิตย์ หากปราศจากการเอียงเช่นช่นี้ จะเกิดอุปราคาทุกทุสองสัปสัดาห์สห์ลับกันระหว่าง จันทรุปราคาและสุริสุยุริยุปราคา 21
ดาวอังคาร ดาวอังคาร (อังกฤษ: Mars) เป็น ป็ ดาวเคราะห์ลำ ดับที่สี่จสี่ากดวงอาทิตย์ เป็น ป็ ดาวเคราะห์เห์ล็กที่สุดสุ อันดับที่สองในระบบสุริสุยริะรองจากดาวพุธพุในภาษาอังกฤษได้ชื่อชื่ตามเทพเจ้าแห่งห่สงครามของโรมันมั มักมั ได้รับรัขนานนาม "ดาวแดง" เพราะมีอมีอกไซด์ของเหล็กดาษดื่นบนพื้นพื้ผิวผิทำ ให้มีห้สีมีอสีอกแดงเรื่อรื่ ดาวอังคารเป็น ป็ ดาวเคราะห์หิห์นหิที่มีบมีรรยากาศเบาบาง มีลัมีลักษณะพื้นพื้ผิวผิคล้ายคลึงกับทั้งหลุมลุ อุกกาบาตบนดวงจันทร์ และภูเภูขาไฟ หุบหุเขา ทะเลทราย ตลอดจนพิดพิน้ำ แข็ง ข็ ขั้วขั้ดาวที่ปรากฏบน โลก คาบการหมุนมุรอบตัวเองและวัฏจักรฤดูกดูาลของดาวอังคารก็มีคมีวามคล้ายคลึงกับโลกซึ่งซึ่ความ เอียงก่อให้เห้กิดฤดูกดูาลต่าง ๆ ดาวอังคารเป็น ป็ ที่ตั้งของโอลิมปัสปัมอนส์ ภูเภูขาไฟใหญ่ที่ญ่ที่สุดสุบนดาว อังคารและสูงสูสุดสุอันดับสองในระบบสุริสุยริะเท่าที่มีกมีารค้นพบ และเป็น ป็ ที่ตั้งของเวลส์มส์าริเรินริสริแคน ยอนขนาดใหญ่อัญ่ อันดับต้น ๆ ในระบบสุริสุยริะ แอ่งบอเรียรีลิสที่ราบเรียรีบในซีกซีเหนือนืของดาวปกคลุมลุ กว่าร้อร้ยละ 40 ของพื้นพื้ที่ทั้งหมดและอาจเป็น ป็ ลักษณะการถูกถูอุกกาบาตชนครั้งรั้ใหญ่ ลักษณะทางกายภาพ ดาวอังคารมีขมีนาดเส้นส้ผ่าผ่ศูนย์กย์ลางประมาณครึ่งรึ่หนึ่งนึ่ของโลก และมีพื้มีพื้นพื้ที่ผิวผิน้อน้ยกว่าพื้นพื้ที่ผิวผิดิน ทั้งหมดของโลกรวมกันเพียพีงเล็กน้อน้ยดาวอังคารมีคมีวามหนาแน่นน่น้อน้ยกว่าโลก มีปมีริมริาตรประมาณ ร้อร้ยละ 15 ของโลก และมีมมีวลประมาณร้อร้ยละ 11 ของมวลของโลก ลักษณะปรากฏสีแสีดงปนส้มส้ ของพื้นพื้ผิวผิดาวอังคารมีสมีาเหตุมตุาจากไอเอิร์นร์ (III) ออกไซด์ หรือรืสนิมนิเหล็กอาจมองเห็น ห็ คล้ายกับบัตบั เตอร์สร์กอตช์แช์ละสีอื่สีอื่น ๆ ที่ปรากฏทั่วไปตามพื้นพื้ผิวผินั้นนั้มีไมีด้ทั้งสีทสีอง สีน้ำสีน้ำตาล สีน้ำสีน้ำตาลอ่อน หรือรืสี ออกเขียขีวขึ้นขึ้อยู่กัยู่ กับแร่อร่งค์ประกอบ โครงสร้างภายใน ดาวอังคารมีกมีารแยกชั้นชั้องค์ประกอบเช่นช่เดียวกับโลก โดยแบ่งบ่เป็น ป็ ส่วส่นแก่นโลหะความหนาแน่นน่ สูงสูซึ่งซึ่ถูกถูห่อห่หุ้มหุ้ อยู่ภยู่ายใต้ส่วส่นประกอบอื่น ๆ ที่มีคมีวามหนาแน่นน่น้อน้ยกว่าแบบจำ ลองปัจปัจุบันบัของ โครงสร้าร้งภายในแสดงรัศรัมีอมีาณาบริเริวณของแก่นดาวอยู่ที่ยู่ที่ประมาณ 1794±65 กิโลเมตร มีอมีงค์ ประกอบหลักเป็น ป็ เหล็กและนิกนิเกิล โดยมีกำมีกำมะถันรวมอยู่ด้ยู่ ด้วยประมาณร้อร้ยละ 16–17คาดว่าแก่น ไอเอิร์นร์ (II) ซัลซั ไฟด์นั้นนั้มีธมีาตุเตุบาเป็น ป็ องค์ประกอบมากกว่าแก่นของโลกถึงสองเท่าแก่นดาวล้อม รอบไปด้วยเนื้อนื้ดาวซิลิซิลิเกตซึ่งซึ่ประกอบขึ้นขึ้เป็น ป็ โครงสร้าร้งทางธรณีสัณีณสัฐานและภูเภูขาไฟต่าง ๆ บน ดาวเคราะห์ซึ่ห์ซึ่งซึ่ในปัจปัจุบันบัเหมือมืนจะสงบนิ่งนิ่นอกเหนือนืจากซิลิซิลิกอนและออกซิเซิจน ธาตุที่ตุที่มีมมีากที่สุดสุ ในเปลือกผิวผิของดาวอังคารได้แก่ เหล็ก แมกนีเนีซียซีม อะลูมิลูเมินียนีมแคลเซียซีม และโพแทสเซียซีม ความ หนาเฉลี่ยของเปลือกดาวอยู่ที่ยู่ที่ประมาณ 50 กิโลเมตร มีคมีวามหนาสูงสูสุดสุที่ประมาณ 125 กิโลเมตร ส่วส่นเปลือกโลกซึ่งซึ่มีคมีวามหนาเฉลี่ย 40 กิโลเมตร 1 2 3 4 22
ดาวอังคาร ดาวอังคารเป็น ป็ ดาวเคราะห์หิห์นหิ ประกอบขึ้นขึ้จากแร่ชร่นิดนิต่าง ๆ ที่มีซิมีลิซิลิกอน ออกซิเซิจน โลหะ ตลอดจนธาตุอื่ตุอื่น ๆ อีกหลายชนิดนิ เป็น ป็ องค์ประกอบรวมกันเข้าข้เป็น ป็ แม้ว่ม้ว่าหลายส่วส่นเป็น ป็ หินหิชนิดนิ ที่มีซิมีลิซิลิกาสูงสูมากกว่าหินหิบะซอลต์ทั่วไปและอาจมีคมีวาม คล้ายคลึงกับหินหิแอนดีไซต์บนโลกหรือรืแก้วซิลิซิลิเกต ภูมิภูภมิาคที่มี อัตราส่วส่นสะท้อนต่ำ แสดงการมีเฟลด์สปาร์กลุ่มลุ่เพลจิโอ เคลสหนาแน่นน่ ในขณะที่ภูมิภูภมิาคที่มีอัมี อัตราส่วส่นสะท้อนต่ำ ทาง ตอนเหนือนืเผยให้เห้ห็น ห็ การมีแมีผ่นผ่ซิลิซิลิเกตและแก้วชนิดนิที่มีซิมีลิซิลิ กอนสูงสูด้วยความหนาแน่นน่สูงสูกว่าปกติ ในหลายส่วส่นของ ภูมิภูภมิาคที่ราบสูงสูตอนใต้ตรวจพบไพรอกซีนซีชนิดนิแคลเซียซีมสูงสู รวมอยู่เยู่ ป็น ป็ ปริมริาณมาก นอกจากนั้นนั้ยังยัมีกมีารพบฮีมาไทต์และ โอลิวีนหนาแน่นน่ ในภูมิภูภมิาคจำ เพาะบางแห่งห่หินหิพื้นพื้ผิวผิของดาว อังคารมีหิมีนหิบะซอลต์ชนิดนิ โทเลอิทิกเป็น ป็ องค์ประกอบหลัก พื้นพื้ที่ผิวผิส่วส่นใหญ่ถูญ่กถูปกคลุมลุด้วยชั้นชั้หนาของเม็ด ม็ ฝุ่นฝุ่ ไอ เอิร์นร์ (III) ออกไซด์ละเอียด ดิน ข้อข้มูลมูจากยานส่วส่นลงจอด ฟีนิฟีกนิซ์ ที่ส่งส่กลับมาแสดงว่าดินดาว อังคารมีคมีวามเป็น ป็ ด่างเล็กน้อน้ยและประกอบด้วยธาตุต่ตุต่าง ๆ อาทิเช่นช่แมกนีเนีซียซีม โซเดียม โพแทสเซียซีม และคลอรีนรีสาร อาหารเหล่านี้สนี้ามารถพบได้ทั่วไปในสวนบนโลกและต่างก็ จำ เป็น ป็ ต่อการเจริญริเติบโตของพืชพืการทดสอบโดนยานสำ รวจ เผยว่าดินดาวอังคารมีสมีมบัติบั ติเป็น ป็ ด่างด้วยค่า พีเพีอชที่ 7.7 และ มีเกลือเปอร์คร์ลอเรตอยู่รยู่าวร้อร้ยละ 0.6 มีภูมีมิภูปมิระเทศที่เป็น ป็ เส้นส้ พาดขวางอยู่ทั่ยู่ทั่วไปบนดาวอังคารและที่เกิดขึ้นขึ้ ใหม่ ๆ ปรากฏ บ่อบ่ยครั้งรั้ในบริเริวณส่วส่นลาดที่สูงสูชันชัของหลุมลุตกกระทบ ร่อร่งลึก และหุบหุเหว รอยเส้นส้พาดจะมีสีมีคสีล้ำ ในช่วช่งแรกแล้วค่อย ๆ จาง ลงเมื่อมื่เวลาผ่าผ่นไป ในบางครั้งรั้รอยเส้นส้เริ่มริ่ต้นในพื้นพื้ที่เล็ก ๆ ก่อนที่จะแผ่ขผ่ยายกว้างออกไปได้เป็น ป็ หลายร้อร้ยเมตร สามารถ มองเห็น ห็ ได้ตามขอบของหินหิขนาดใหญ่แญ่ละเครื่อรื่งกีดขวางต่าง ๆ ตามเส้นส้ทางอีกด้วย ทฤษฎีที่ได้รับรัการยอมรับรั โดยทั่วไป กล่าวว่ารอยเส้นส้ เหล่านั้นนั้เป็น ป็ ดินชั้นชั้ล่างซึ่งซึ่มีสีมีคสีล้ำ แต่ถูกถูเปิดปิออกมาให้เห้ห็น ห็ จากการพังพัทลายของฝุ่นฝุ่ สีจสีางทางด้าน บนหรือรื โดยพายุฝุ่นฝุ่ มีกมีารเสนอคำ อธิบธิายไปอีกหลายแนวทาง บางส่วส่นอธิบธิายว่าเกี่ยวข้อข้งกับน้ำ หรือรืแม้กม้ระทั่งว่าเป็น ป็ การเจริญริเติบโตของสิ่งสิ่มีชีมีวิชีวิต 23
การหมุนรอบตัวเอง ดาวอังคารไกลจากดวงอาทิตย์ด้ย์ ด้วยระยะทางเฉลี่ย 230 ล้านกิโลเมตรโดยประมาณ (1.5 หน่วน่ยดาราศาสตร์)ร์และมีคมีาบการโคจรเท่ากับ 687 วันของโลก หนึ่งนึ่วันสุริสุยริะบนดาวอังคารยาวกว่า หนึ่งนึ่วันของโลกเพียพีงเล็กน้อน้ยคือเท่ากับ 24 ชั่วชั่โมง 39 นาที 35.244 วินาที หนึ่งนึ่ปีขปีองดาวอังคาร เท่ากับ 1.8809 ปีขปีองโลก หรือรื 1 ปี 320 วัน กับอีก 18.2 ชั่วชั่โมง ดาวอังคารมีคมีวามเอียงของแกนเท่ากับ 25.19 องศา สัมสัพัทพัธ์กัธ์ กับระนาบการโคจรซึ่งซึ่คล้ายคลึงกับ ความเอียงของแกนโลกเป็น ป็ ผลให้ดห้าวอังคารมีฤมีดูกดูาลคล้ายโลกแม้ว่ม้ว่าแต่ละฤดูบดูนดาวอังคารจะยาว เกือบสองเท่าเพราะคาบการโคจรที่ยาวนานกว่า ณ ปัจปัจุบันบัขั้วขั้เหนือนืของดาวอังคารมีกมีารวางตัวชี้ไชี้ป ใกล้กับดาวฤกษ์เดเนบดาวอังคารผ่าผ่นจุดไกลดวงอาทิตย์ที่ย์ที่สุดสุในเดือนกุมกุภาพันพัธ์ 2012ผ่าผ่นจุดใกล้ ดวงอาทิตย์ที่ย์ที่สุดสุในเดือนมกราคม 2013 จุดไกลดวงอาทิตย์ที่ย์ที่สุดสุถัดไปคือมกราคม 2014และจุดใกล้ดวงอาทิตย์ที่ย์ที่สุดสุถัดไปคือธันธัวาคมปี เดียวกัน ดาวอังคารมีคมีวามเยื้อยื้งศูนย์กย์ลางของวงโคจรค่อนข้าข้งเด่นชัดชัที่ประมาณ 0.09 เมื่อมื่เทียบกับดาว เคราะห์อื่ห์อื่นอีกเจ็ดดวงในระบบสุริสุยริะแล้ว มีเมีพียพีงดาวพุธพุเท่านั้นนั้ที่มีคมีวามเยื้อยื้งศูนย์กย์ลางของวงโคจร มากกว่า เป็น ป็ ที่ทราบว่าในอดีตดาวอังคารมีวมีงโคจรที่กลมมากกว่าในปัจปัจุบันบัมาก ที่ขณะหนึ่งนึ่เมื่อมื่ 1.35 ล้านปีก่ปี ก่อน ดาวอังคารมีคมีวามเยื้อยื้งศูนศูย์กย์ลางที่ราว 0.002 ซึ่งซึ่น้อน้ยยิ่งยิ่กว่าโลกในตอนนี้วันี้วัฏจักร ความเยื้อยื้งศูนย์กย์ลางของดาวอังคารอยู่ที่ยู่ที่ 96,000 ปีโปีลก เทียบกับโลกที่วัฏจักรเดียวกันอยู่ที่ยู่ที่ 100,000 ปี ดาวอังคารยังยัมีวัมีวัฏจักรความเยื้อยื้งศูนศูย์กย์ลางอีกแบบหนึ่งนึ่ที่กินเวลายาวนานกว่านี้ด้นี้ ด้วยคาบราว 2.2 ล้านปีโปีลก ซึ่งซึ่มีคมีวามสำ คัญบดบังบักราฟวัฏจักร 96,000 ปี นับนัจาก 35,000 ปีที่ปี ที่ผ่าผ่นมา วงโคจรของ ดาวอังคารมีคมีวามเยื้อยื้งศูนย์กย์ลางเพิ่มพิ่ขึ้นขึ้ทีละน้อน้ยเพราะผลกระทบเชิงชิโน้มน้ถ่วงจากดาวเคราะห์ดห์วง อื่น ๆ ระยะที่ใกล้ที่สุดสุระหว่างโลกและดาวอังคารจะลดลงอย่าย่งค่อยเป็น ป็ ค่อยไปต่อเนื่อนื่งตลอดระยะ เวลา 25,000 ปีข้ปีาข้งหน้าน้ 24
ดาวพฤหัสหับดี เป็น ป็ ดาวเคราะห์ที่ห์ที่อยู่ห่ยู่าห่งจากดวงอาทิตย์เป็น ป็ ลำ ดับที่ 5 ใหญ่ที่ญ่ที่สุดสุในระบบสุริสุยริะ นอกจาก ดาวพฤหัสหับดี ดาวเคราะห์แห์ก๊สดวงอื่นๆ ในระบบสุริสุยริะได้แก่ ดาวเสาร์ ดาวยูเรนัสนัและดาวเนปจูน ชื่อ ละตินของดาวพฤหัสหับดี (Jupiter) มาจากเทพเจ้าโรมันมัสัญสัลักษณ์แณ์ทนดาวพฤหัสหับดี คือ ♃ เป็น ป็ สายฟ้าฟ้ ของเทพเจ้าซุส หรือรืเรียรีกอีกอย่าย่งหนึ่งนึ่ว่า ดาวยักยัษ์ ดาวพฤหัสหับดีมีมวลสูงสูกว่ามวลของดาวเคราะห์อื่ห์อื่น รวมกันราว 2.5 เท่า ทำ ให้ศูห้นศูย์รย์ะบบมวลระหว่างดาวพฤหัสหับดีกับดวงอาทิตย์ อยู่เยู่หนือนืผิวผิดวงอาทิตย์ (1.068 เท่าของรัศรัมีดมีวงอาทิตย์ เมื่อมื่วัดจากศูนศูย์กย์ลางดวงอาทิตย์)ย์ดาวพฤหัสหับดีหนักนัว่าโลก318 เท่า เส้นส้ผ่าผ่นศูนศูย์กย์ลางยาวกว่าโลก 11 เท่า และมีปริมริาตรคิดเป็น ป็ 1,300 เท่าของโลก เชื่อชื่กันว่าหากดาว พฤหัสหับดีมีมมีวลมากกว่านี้สันี้กสั 60-70 เท่า อาจเพียพีงพอที่จะให้เห้กิดปฏิกิริยริานิวนิเคลียร์จนกลายเป็น ป็ ดาวฤกษ์ได้ ดาวพฤหัสหับดีหมุนมุรอบตัวเองด้วยอัตราเร็ว ร็ สูงสูที่สุดสุเมื่อมื่เทียบกับดาวเคราะห์ดห์วงอื่นในระบบ สุริสุยริะ ทำ ให้มีห้รูมีรูปร่าร่งแป้นป้เมื่อมื่ดูผ่ดูาผ่นกล้องโทรทรรศน์ นอกจากชั้นชั้เมฆที่ห่อห่หุ้มหุ้ ดาวพฤหัสหับดี ร่อร่งรอยที่ เด่นชัดที่สุดสุบนดาวพฤหัสหับดี คือ จุดแดงใหญ่ ซึ่งซึ่เป็น ป็ พายุหมุนมุที่มีขมีนาดใหญ่กญ่ว่าโลก โดยทั่วไป ดาว พฤหัสหับดีเป็น ป็ วัตถุที่ถุที่สว่างที่สุดสุเป็น ป็ อันดับที่ 4 ในท้องฟ้าฟ้ (รองจากดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ และดาวศุกศุร์ อย่าย่งไรก็ตาม บางครั้งรั้ดาวอังคารก็ปรากฏสว่างกว่าดาวพฤหัสหับดี) จึงเป็น ป็ ที่รู้จัรู้ จักมาตั้งแต่ยุคก่อน ประวัติศาสตร์ การค้นพบดาวบริวริารขนาดใหญ่ 4 ดวง ได้แก่ ไอโอ, ยูโรปา, แกนีมีนีดมีและคัลลิสโตโดยกา ลิเลโอ กาลิเลอี เมื่อมื่ค.ศ. 1610 เป็น ป็ การค้นพบวัตถุที่ถุที่ไม่ไม่ด้โคจรรอบโลกเป็น ป็ ครั้งรั้แรก นับนัเป็น ป็ จุดที่ สนับนัสนุนนุทฤษฎีดวงอาทิตย์เย์ป็น ป็ ศูนศูย์กย์ลางที่เสนอโดยโคเปอร์นิร์คันิ คัส การออกมาสนับนัสนุนนุทฤษฎีนี้ทำนี้ ทำ ให้กห้า ลิเลโอต้องเผชิญกับการไต่สวน ดาวพฤหัสหับดี หมุนมุรอบตัวเองใช้เช้วลา 10 ชั่วชั่โมง ดาวพฤหัส หั 1 2 3 4 5 วงแหวนรอบดาวพฤหัส หั บดี ดาวพฤหัสหับดีมีดีวมีงแหวนเช่นช่เดียวกับดาวเสาร์ แต่มีคมีวาม เลือนลางและขนาดเล็กกว่า สามารถเห็น ห็ ได้ในรังรัสี อินฟราเรดทั้งจากกล้องโทรทรรศน์ที่น์ที่พื้นพื้ โลกและจากยานกา ลิเลโอ วงแหวนของดาวพฤหัสหัค่อนข้าข้งมืดมืซึ่งซึ่อาจประกอบ ด้วยเศษหินหิขนาดเล็ก และไม่พม่บน้ำ แข็ง ข็ เหมือมืนที่พบใน วงแหวนของดาวเสาร์ วัตถุที่ถุที่อยู่ใยู่นวงแหวนของดาวพฤหัสหั อาจไม่อม่ยู่ใยู่นวงแหวนนาน เนื่อนื่งจากแรงเหวี่ยงที่เกิดจาก บรรยากาศและสนามแม่เม่หล็ก มีหมีลักฐานที่แสดงให้เห้ห็น ห็ ว่า วงแหวนได้วัตถุเถุพิ่มพิ่เติมจากฝุ่นฝุ่ ที่เกิดจากอุกกาบาตตกชน ดาวบริวริารวงใน ซึ่งซึ่เนื่อนื่งจากพลังงานมหาศาลจากแรงดึงดูดดู ขนาดใหญ่ขญ่องดาวพฤหัสหับดี 25
ดาวเสาร์ (อังกฤษ: Saturn) เป็น ป็ ดาวเคราะห์ดห์วงที่ 6 จากดวงอาทิตย์ ถัดจากดาวพฤหัสหับดี เป็น ป็ ดาว เคราะห์ที่ห์ที่มีขมีนาดใหญ่เญ่ ป็น ป็ อันดับ 2 ของระบบสุริสุยริะ รองจาก ดาวพฤหัสหับดี ดาวเสาร์เร์ป็น ป็ ดาวเคราะห์ก๊ห์ ก๊าซ ยักยัษ์ ที่มีรัมีศรัมีเมีฉลี่ยมากกว่าโลกประมาณเก้าเท่า[3][4] แม้ว่ม้ว่าจะมีคมีวามหนาแน่นน่เป็น ป็ หนึ่งนึ่ในแปดของโลก แต่มวลของมันมัมีมมีากกว่าโลกถึง 95 เท่าดาวเสาร์ตั้ร์ ตั้งชื่อชื่ตามเทพโรมันมัแห่งห่การเกษตร สัญสัลักษณ์ทณ์าง ดาราศาสตร์ของดาวเสาร์ (♄) แทนเคียวของเทพเจ้า เสาร์ 1 2 3 4 5 6 ลักษณะทางกายภาพ ดาวเสาร์มีร์รูมีรูปร่าร่งป่อป่งออกตามแนวเส้นส้ศูนศูย์สูย์ตสูร ที่เรียรีกว่าทรงกลมแป้นป้ (oblate spheroid) เส้นส้ผ่าผ่น ศูนศูย์กย์ลางตามแนวขั้วขั้สั้นสั้กว่าตามแนวเส้นส้ศูนศูย์สูย์ตสูรเกือบ 10% เป็น ป็ ผลจากการหมุนมุรอบตัวเองอย่าย่ง รวดเร็ว ร็ ดาวเคราะห์ดห์วงอื่นๆ ก็มีลัมีลักษณะเป็น ป็ ทรงกลมแป้นป้เช่นช่กัน แต่ไม่มม่ากเท่าดาวเสาร์ ดาวเสาร์เร์ป็น ป็ ดาวเคราะห์เห์พียพีงดวงเดียวในระบบสุริสุยริะ ที่มีคมีวามหนาแน่นน่เฉลี่ยน้อน้ยกว่าน้ำ (0.70 กรัมรั /ลูกลูบาศก์ เซนติเมตร) อย่าย่งไรก็ตาม บรรยากาศชั้นชั้บนของดาวเสาร์มีร์คมีวามหนาแน่นน่น้อน้ยกว่านี้ ขณะที่ที่แกนมี ความหนาแน่นน่มากกว่าน้ำ วงแหวนของดาวเสาร์ปร์ระกอบไปด้วย เศษหินหิและน้ำ แข็ง ข็ ขนาดเล็ก เรียรีงตัว อยู่ใยู่นระนาบเดียวกัน และวงแหวนของดาวเสาร์ก็ร์ ก็ประกอบไปด้วย วงแหวนย่อย่ยๆมากมาย ความจริงริแล้ว วงแหวนดาวเสาร์นั้ร์ นั้นั้บางมาก โดยมีคมีวามหนาเฉลี่ยเพียพีง 500 กิโลเมตรเท่านั้นนั้แต่เศษวัตถุใถุนวงแหวนมี ความสามารถในการสะท้อนแสงดี และกว้างกว่า 80,000 กิโลเมตร จึงสามารถสังสัเกตได้จากโลก วงเเหวน วงแหวนของดาวเสาร์ ประกอบด้วยอนุภนุาคขนาดเล็กจำ นวนมากนับนั ไม่ถ้ม่ ถ้วน ที่มีขมีนาดตั้งแต่ไม่กี่ม่กี่ ไมโครเมตรไปจนถึงหลายเมตร กระจุกตัวรวมกันอยู่แยู่ละโคจรไปรอบๆ ดาวเสาร์ อนุภนุาคในวงแหวนส่วส่น ใหญ่เญ่ ป็น ป็ น้ำ แข็ง ข็ มีบมีางส่วส่นที่เป็น ป็ ฝุ่นฝุ่ และสสารอื่น 26
ดาวยูเรนัส (อังกฤษ: Uranus หรือรืมฤตยู) เป็น ป็ ดาวเคราะห์ที่ห์ที่อยู่ห่ยู่าห่งจากดวงอาทิตย์เป็น ป็ ลำ ดับที่ 7 ใน ระบบสุริสุยริะ จัดเป็น ป็ ดาวเคราะห์แห์ก๊ส มีเมีส้นส้ผ่าผ่นศูนศูย์กย์ลาง 50,724 กิโลเมตร นับนั ได้ว่ามีขมีนาดใหญ่เญ่ ป็น ป็ อันดับที่3 ในระบบสุริสุยริะของเรา ยูเรนัสนัถูกถูตั้งชื่อตามเทพเจ้ายูเรนัสนั (Ouranos) ของกรีกรีสัญสัลักษณ์แณ์ทน ดาวยูเรนัสนัคือ หรือรื (ส่วส่นใหญ่ใญ่ ช้ในดาราศาสตร์) ชื่อไทยของยูเรนัสนัคือ ดาวมฤตยู ดาวยูเรนัส นั 1 2 3 4 5 6 7 ลักษณะทางกายภาพ โครงสร้าร้งภายใน บรรยากาศชั้นนอก ประกอบด้วยไฮโดรเจน และฮีเลียม เป็น ป็ ส่วส่นใหญ่ แต่ลึกลงไปชั้น ในมีส่มีวส่นประกอบของ แอมโมเนียนีมีเมีทนผสมอยู่ด้ยู่ ด้วย ดาวยูเรนัสนัแผ่คผ่วามร้อร้นออกจากตัวดาวน้อน้ยมาก อาจจะเป็น ป็ เพราะภายในดาวไม่มีม่กมีารยุบตัวแล้ว หรือรือาจมีบมีางอย่าย่งได้ปิดปิกั้นไว้แต่ก็ยังยัไม่ทม่ราบอย่าย่ง แน่ชั น่ด นักนัดาราศาสตร์คร์าดว่า แกนของดาวยูเรนัสนัมีลัมีลักษณะคล้ายกับดาวเสาร์แร์ละดาวพฤหัสหับดี ถัดมา เป็น ป็ แกนชั้นนอกที่เต็มไปด้วยแอมโมเนียนีและมีเมีทน ซึ่งซึ่ทำ ให้เห้รามองดาวยูเรนัสนัมีลัมีลักษณะเป็น ป็ สีฟ้สีาฟ้แกน กลางของดาวยูเรนัสนัเป็น ป็ หินหิแข็ง ข็ เส้นส้ผ่าผ่นศูนศูย์กย์ลางยาว 17,000 กิโลเมตร ล้อมไปด้วยชั้นชั้ของเหลวที่ ประกอบไปด้วยนํ้า นํ้ และแอมโมเนียนีแมนเทิลชั้นชั้นอกประกอบด้วยฮีเลียมเหลว ไฮโดรเจนเหลวที่ผสม กลมกลืนกับชั้นบรรยากาศ คาบการหมุนมุรอบดวงอาทิตย์ ดาวยูเรนัสนั โคจรรอบดวงอาทิตย์ใย์ช้เช้วลา 84 ปี แกนของดาวทำ มุมมุกับ ระนาบระบบสุริสุยริะถึง 98 องศา ทำ ให้ฤห้ดูกดูาลบนดาวยาวนานมาก คือ ด้านหนึ่งนึ่จะมีฤมีดูหดูนาว 42 ปี และ อีกด้านจะร้อร้นนาน 42 ปี และบางที่บนดาวพระอาทิตย์จย์ะไม่ตม่กเลยตลอด 42 ปี และบางที่ก็จะไม่ไม่ด้รับรั แสงเลยตลอด 42 ปี ที่ระยะนี้ พลังงานความร้อร้นจากดวงอาทิตย์แย์ผ่มผ่าน้อน้ยมาก จึงทำ ให้กห้ลางวันและ กลางคืนของดาวยูเรนัสนัมีอุมีอุณหภูมิภูต่มิ ต่างกัน 2 องศาเซลเซียซีสเท่านั้นนั้ทั้งนี้กนี้ารหมุนมุรอบตัวเองของดาว ยูเรนัสนัยังยัตรงข้าข้มกับดาวเคราะห์ดห์วงอื่น ๆ คือหมุนมุไปในทิศตามเข็ม ข็ นาฬิกฬิาเหมือมืนกันกับดาวศุกศุร์ วงแหวน วงแหวนของดาวยูเรนัสนัมีคมีวามมืดมืมาก ผิดผิกับวงแหวนที่สว่างของดาวเสาร์ ถ้าไม่มม่องด้วย กล้องโทรทรรศน์ก็น์ ก็ จะมองไม่เม่ห็น ห็ วงแหวนของดาวยูเรนัสนัถูกถูพบโดยหอดูดดูาวแอร์บร์อร์นร์ ในปี 1977 ซึ่งซึ่เป็น ป็ ยานชนิดนิพิเพิศษที่นำ กล้องโทรทัศน์ไน์ปด้วย นักนัดาราศาสตร์บร์นเครื่อรื่งบินบิเฝ้าฝ้มองดูดดูาวยูเรนัสนัเมื่อมื่มี ดาวฤกษ์เคลื่อนไหวมาตรงข้าข้มหน้าน้ของมันมัยานวอยเอเจอร์ 2 มองดูที่ดูที่วงแหวนเมื่อมื่มันมับินบิผ่าผ่นดาวยูเรนัสนั วงแหวนของดาวยูเรนัสนัจะแคบ วงแหวนที่กว้างที่สุดสุคือช่อช่งว่างที่ใหญ่ซึ่ญ่ซึ่งซึ่ประกอบไปด้วยก้อนฝุ่นฝุ่ ยานว อเยเจอร์พร์บส่วส่นโค้งบางอย่าย่ง ซึ่งซึ่เป็น ป็ ส่วส่นของวงแหวนที่ไม่สม่มบูรณ์ วงแหวนของดาวยูเรนัสนัประกอบ ด้วยชิ้นชิ้น้ำ แข็ง ข็ มืดมืที่เคลื่อนไหว น้ำ แข็ง ข็ประกอบด้วยมีเมีทนแข็ง ข็ ชิ้นชิ้ส่วส่นของมันมัอาจจะชนกันและทำ ให้เห้กิด ฝุ่นฝุ่ ที่อยู่ใยู่นช่อช่งว่างระหว่างวงแหวน 27
ดาวเนปจูน (อังกฤษ: Neptune) มีชื่ มีชื่อไทยว่า ดาวเกตุ เป็น ป็ ดาวเคราะห์ให์นระบบสุริสุยริะลำ ดับสุดสุท้ายมี ขนาดเส้นส้ผ่าผ่นศูนศูย์กย์ลางใหญ่เญ่ ป็น ป็ อันดับที่ 4 รองจากดาวพฤหัสหับดี ดาวเสาร์ ดาวยูเรนัสนัและมีมมีวลเป็น ป็ ลำ ดับที่ 3 รองจากดาวพฤหัสหับดีและดาวเสาร์ คำ ว่า "เนปจูน" นั้นนั้ตั้งชื่อตามเทพเจ้าแห่งห่ท้องทะเลของ โรมันมัเหนือนื (กรีกรี: โปเซดอน) มีสัมีญสัลักษณ์เณ์ป็น ป็ (♆). ดาวเนปจูนมีสีมีน้ำสีน้ำเงิน เนื่อนื่งจากองค์ประกอบหลักของบรรยากาศผิวผินอกเป็น ป็ ไฮโดรเจน ฮีเลียม และ มีเมีทน บรรยากาศของดาวเนปจูน มีกมีระแสลมที่รุนแรง (2500 กม/ชม.) อุณหภูมิภูพื้มิพื้นพื้ผิวผิอยู่ที่ยู่ที่ประมาณ -220℃ (-364 °F) ซึ่งซึ่หนาวเย็น ย็ มาก เนื่อนื่งจาก ดาวเนปจูนอยู่ไยู่กลดวงอาทิตย์มาก แต่แกนกลางภายใน ของดาวเนปจูน ประกอบด้วยหินหิและก๊าซร้อร้น อุณหภูมิภูปมิระมาณ 7,000℃ (12,632 °F) ซึ่งซึ่ร้อร้นกว่าพื้นพื้ ผิวผิของดวงอาทิตย์ ยานวอยเอเจอร์ 2 เป็น ป็ ยานอวกาศจากโลกเพียพีงลำ เดียวเท่านั้นนั้ที่เคยเดินทางไปถึงดาวเนปจูนเมื่อมื่ 25 สิงสิหาคม พ.ศ. 2532 (ค.ศ. 1989) ภาพของดาวเนปจูนซึ่งซึ่ได้ถ่ายลักษณะของดาวมาแสดงให้เห้ราเห็น ห็ จุด ดำ ใหญ่ (คล้ายจุดแดงใหญ่ ของดาวพฤหัสหับดี) อยู่ค่ยู่ ค่อนมาทางซีกซี ใต้ของดาว มีวมีงแหวนบางๆสีเสีข้มข้อยู่ โดยรอบ (วงแหวนของดาวเนปจูน ค้นพบก่อนหน้าน้นั้นนั้ โดย เอ็ดเวิร์ดร์กิแนน (Edward Guinan) ดาวเนปจูนมีดมีวงจันทร์บร์ริวริาร 8 ถึง 14 ดวง และดวงใหญ่มญ่ากที่สุดสุมีชื่มีชื่อชื่ว่า ไทรทัน ส่วส่นดวงเล็กมากที่สุดสุ มีชื่ มีชื่อว่า S/2004 N 1 ดาวยูเนปจูน 1 2 3 4 5 6 7 8 28
ดาวเคราะห์แ ห์ คระ (Dwarf Planets) ดาวเคราะห์แ ห์ คระ (Dwarf planets) คือดวงดาวที่มีลั มีลักษณะคล้ายดาวเคราะห์ หรือ รื ดาว เคราะห์น้ ห์ อน้ย โดยมีคุ มี ณสมบัติบั ติที่สำ คัญ 4 ประการ คือ 1) โคจรรอบดวงอาทิตย์ 2) มีม มี วลมากพอที่ก่อให้เห้กิดสมดุลดุไฮโดรสแตติก (Hydrostatic equilibrium) จากการ ต้านกัน ระหว่างแรงโน้มน้ถ่วงของดวงดาวและแรงที่กระทำ ต่อวัตถุแถุข็ง ข็ เกร็ง ร็ (Rigid body forces) ซึ่ง ซึ่ ทำ ให้ดห้วงดาวมีรู มีรูปร่าร่งเป็น ป็ ทรงกลม หรือ รื ทรงกลมเกือบสมบูรณ์ 3) มีว มี งโคจรไม่แม่น่ชัน่ดชัและไม่สม่ามารถควบคุมแรงดึงดูดดูและวงโคจรของวัตถุต่ถุต่างๆ ที่ อยู่รยู่อบวงโคจรของตัวเองได้ 4) ไม่เม่ ป็น ป็ ดวงจันทร์บ ร์ ริวริารของดาวดวงอื่น ดาวเคราะห์แ ห์ คระได้รับรัการเสนอขึ้น ขึ้ โดยสหพันพัธ์ด ธ์ าราศาสตร์ส ร์ ากล (International Astronomical Union หรือ รื IAU) ตามการจำ แนกชนิดนิดาวเคราะห์ เมื่อ มื่ วันที่ 24 สิงสิหาคม ปี 2006 เช่นช่เดียวกับการเปลี่ยนสถานะของดาวพลูโลูตจากดาวเคราะห์เ ห์ป็น ป็ ดาวเคราะห์แ ห์ คระ หลังการค้นพบวัตถุแถุข็ง ข็ และดาวเคราะห์น้ ห์ อน้ยจำ นวนมากในระบบ สุริสุยริะชั้นชั้นอก (Outer solar system) ผสานกับคุณสมบัติบั ติของดาวพลูโลูตที่มีว มี งโคจรไม่ สมบูรณ์เ ณ์ หมือ มื นดาวเคราะห์ด ห์ วงอื่น ซึ่ง ซึ่ ดาวพลูโลูตนั้นนั้ โคจรเป็น ป็ วงรีแ รี ละมีบ มี างส่วส่นของวง โคจรซ้อซ้นทับกับวงโคจรของดาวเนปจูน อีกทั้ง ดาวพลูโลูตยังยัเป็น ป็ ดวงดาวที่ไม่สม่ามารถ ควบคุมแรงดึงดูดดูของตัวเองได้อีกด้วย ขณะนี้ นอกจากดาวเคราะห์ 8 ดวง ในระบบสุริสุยริะยังยัมี ดาวเคราะห์แ ห์ คระ ซึ่ง ซึ่ใน ปัจปัจุบันบัมีส มี ถานะอย่าย่งเป็น ป็ ทางการ 5 ดวงได้แก่ ดาวพลูโลูต (Pluto) ดาวซีรี ซี ส รี (Ceres) ดาวอีริสริ (Eris) ดาวเฮาเมอา (Haumea) และดาวมาคีมาคี (Makemake) โดยดาว เคราะห์แ ห์ คระซีรี ซี ส รี ซึ่ง ซึ่ อยู่ใยู่นแถบดาวเคราะห์น้ ห์ อน้ย (Asteroid Belt) ส่วส่นดาวเคราะห์ แคระอีก 4 ดวง จัดอยู่ใยู่นระบบสุริสุยริะชั้นชั้นอก หรือ รื แถบไคเปอร์ (Kuiper Belt) 29
ดาวซีรีซี ส (Ceres ) ซีรี ซี ส รี (อังกฤษ: Ceres; สัญสัลักษณ์: )[11] หรือ รื ชื่อ ชื่ อย่าย่งเป็น ป็ ทางการว่า 1 ซีรี ซี ส รี เป็น ป็ ดาวเคราะห์น้ ห์ อน้ยดวงใหญ่ที่ญ่ที่สุดสุและเป็น ป็ ดาวเคราะห์แ ห์ คระดวงเดียวในระบบสุริสุยริะชั้นชั้ ใน[12][13][14] เป็น ป็ ดาวเคราะห์น้ ห์ อน้ยดวงแรกที่ถูกถูค้นพบ โดยจูเซปเป ปีอั ปี อัซซี นักนั ดาราศาสตร์ช ร์ าวอิตาลี เมื่อ มื่ วันที่ 1 มกราคม ค.ศ. 1801 ตั้งตามชื่อ ชื่ ซีรี ซี ส รี เทพีโพี รมันมั แห่งห่การปลูกลูพืช พื เก็บเกี่ยวและความรักรัอย่าย่งมารดา ซีรี ซี ส รี เป็น ป็ ดาวเคราะห์แ ห์ คระที่อยู่ใยู่กล้ดวงอาทิตย์ที่ ย์ที่สุดสุและเป็น ป็ ดาวเคราะห์แ ห์ คระดวง เดียวที่อยู่ใยู่นแถบดาวเคราะห์น้ ห์ อน้ย (Asteroid Belt) หรือ รื อยู่ใยู่นระบบสุริสุยริะชั้นชั้ ใน (Inner solar system) และยังยัเป็น ป็ ดวงดาวที่มีข มี นาดใหญ่ที่ญ่ที่สุดสุในแถบดาวเคราะห์น้ ห์ อน้ย อีกด้วย ซีริ ซี สริเป็น ป็ ดาวเคราะห์แ ห์ คระดวงแรกที่ได้รับรัการสำ รวจในปี 2013 โดยมีรั มี ศรัมีร มี าว 476 กิโลเมตร ใช้เช้วลาหมุนมุรอบตัวเองเพีย พี ง 9 ชั่วชั่โมง แต่ใช้เช้วลาถึง 4 ปีค ปี รึ่ง รึ่โคจรรอบดวง อาทิตย์ ดาวเคราะห์แ ห์ คระซีรี ซี ส รี ไม่มีม่ชั้ มีชั้นชั้บรรยากาศ ทำ ให้มีห้อุ มีอุณหภูมิภูเมิฉลี่ยอยู่ที่ยู่ที่ลบ 105 องศาเซลเซีย ซี ส มีไมี อน้ำ พวยพุ่งพุ่ขึ้น ขึ้ มาจากพื้น พื้ ผิวผิของดวงดาวเป็น ป็ ระยะ เนื่อ นื่ งจากองค์ประกอบหลักเป็น ป็ หินหิและน้ำ แข็ง ข็ นักนัวิทยาศาสตร์จึ ร์ จึ งสันสันิษนิฐานว่า ภายในแก่นดาวซีริ ซี สริอาจมีส มี สารความหนาแน่นน่ต่ำ อย่าย่งน้ำ อยู่ภยู่ายในจนทำ ให้เห้กิด ปฏิกิริยริาของไอน้ำ ที่พวยพุ่งพุ่ขึ้น ขึ้ มาอย่าย่งเห็น ห็ ได้ชัดชัจากพื้น พื้ ผิวผิของดวงดาว ดาวซีริ ซี สริ ไม่มีม่ มี ดวงจันทร์บ ร์ ริวริารและไม่มีม่ว มี งแหวน 30
ดาวซีรีซี ส (Ceres ) ล่าสุดสุทีมนักนัวิทยาศาสตร์จ ร์ ากสหรัฐรัอเมริกริาและยุโรปได้วิเคราะห์ภ ห์ าพที่จับได้จากดาว เคราะห์ด ห์ วงน้อ น้ ยนี้ในี้ นระยะทางประมาณ 35 กิโลเมตร ซึ่ง ซึ่ ทีมมุ่งมุ่ความสนใจไปที่หลุมลุ อุกกาบาตออกเคเตอร์ (Occator) อายุ 20 ล้านปี และพิจพิารณาว่าพื้น พื้ ที่ดังกล่าวน่าน่จะ มีแ มี หล่งกักเก็บของเหลวที่กว้างใหญ่อญ่ยู่ใยู่ต้พื้น พื้ ผิวผิทีมได้ค้นพบการปรากฏตัวของสาร ประกอบไฮโดรฮาไลต์ (hydrohalite) ซึ่ง ซึ่ เป็น ป็ แร่ที่ร่ที่พบได้ทั่วไปในน้ำ แข็ง ข็ในทะเล แต่ จนถึงขณะนี้ยั นี้ งยัไม่เม่คยมีใมี ครสังสัเกตเห็น ห็ จากโลก ซึ่ง ซึ่ นักนัวิทยาศาสตร์จ ร์ ากสถาบันบัวิจัยดาราศาสตร์แ ร์ ห่งห่ชาติอิตาลี ในกรุงโรม เผยว่าไฮ โดรฮาไลต์เป็น ป็ สัญสัญาณที่ชัดชัเจนว่าซีรี ซี ส รี เคยมีน้ำ มี น้ำทะเล และตอนนี้ส นี้ ามารถพูดพูได้ว่าดาว เคราะห์แ ห์ คระซีรี ซี ส รี เป็น ป็ โลกแห่งห่มหาสมุทมุรเช่นช่เดียวกับดวงจันทร์บ ร์ ริวริารของดาวเสาร์ และดวงจันทร์บ ร์ ริวริารของดาวพฤหัสหับดี ดอว์น (Dawn) ที่แปลว่า "อรุณรุ่งรุ่ " เป็น ป็ ชื่อ ชื่ ยานอวกาศที่องค์การนาซาส่งส่ออกไปนอก โลกเมื่อ มื่ วันที่ 27 กันยายน 2007 เพื่อ พื่ เดินทางไปในภารกิจสำ รวจดาวเคราะห์น้ ห์ อ น้ ยสอง ดวงคือซีรี ซี ส รี (Ceres) กับเวสตา (Vesta) 31
ดาวพลูโ ลู ต (Pluot) ดาวพลูโลูต (อังกฤษ: Pluto; ดัชนีด นี าวเคราะห์น้อน้ย: 134340 พลูโลูต; สัญสัลักษณ์:ณ์ [8] หรือ รื เป็น ป็ ดาวเคราะห์แคระในแถบไคเปอร์ วงแหวนของวัตถุพ้ถุนพ้ดาวเนปจูนโดยเป็น ป็ วัตถุแถุถบไคเปอร์ ชิ้นชิ้แรกที่ถูกถูค้นพบ มันมัมีข มี นาดใหญ่ที่ญ่ที่สุดสุและมีม มี วลมากที่สุดสุเป็น ป็ อันดับสองในบรรดาดาว เคราะห์แคระที่รู้จัรู้ จักในระบบสุริสุยริะ และยังยัเป็น ป็ วัตถุที่ถุที่มีข มี นาดใหญ่เญ่ ป็น ป็ อันดับที่ 9 และมวล มากเป็น ป็ อันดับที่ 10 ในระบบสุริสุยริะที่โคจรรอบดวงอาทิตย์ ดาวพลูโลูตเป็น ป็ วัตถุแถุถบไคเปอร์ที่ร์ที่ ใหญ่ที่ญ่ที่สุดสุโดยปริมริาตร แต่มีม มี วลน้อน้ยกว่าอีริสริซึ่งซึ่เป็น ป็ วัตถุใถุนแถบหินกระจาย ดาวพลูโลูตมี ลักษณะเหมือ มื นกับวัตถุอื่ถุอื่น ๆ ในบริเริวณเดียวกัน กล่าวคือ ประกอบไปด้วยหินหิและน้ำ แข็ง ข็ เป็น ป็ ส่วส่นใหญ่มีญ่ม มี วลและปริมริาตรประมาณ 1 ใน 6 และ 1 ใน 3 ของดวงจันทร์ตร์ามลำ ดับ วง โคจรของดาวพลูโลูตมีค มี วามเยื้อ ยื้ งศูนศูย์กย์ลางมาก อยู่ที่ยู่ที่ 30 ถึง 49 หน่วน่ยดาราศาสตร์ (4.4 – 7.4 พันพัล้านกิโลเมตร) จากดวงอาทิตย์ หมายความว่าเมื่อ มื่ ดาวพลูโลูตอยู่ใยู่นตำ แหน่งน่ที่ใกล้ดวง อาทิตย์มย์ากที่สุดสุมันมัจะอยู่ใยู่กล้กว่าวงโคจรของดาวเนปจูนเสีย สี อีก แต่เนื่อ นื่ งด้วยการสั่นสั่พ้อพ้ง ของวงโคจร ทำ ให้ดาวเคราะห์ทั้งสองดวงไม่สม่ามารถโคจรมาชนกันได้ ในปี พ.ศ. 2557 ดาว พลูโลูตมีร มี ะยะห่าห่งจากดวงอาทิตย์ปย์ระมาณ 32.6 หน่วน่ยดาราศาสตร์ แสงจากดวงอาทิตย์ใย์ช้ เวลาประมาณ 5.5 ชั่วชั่โมง ถึงจะไปถึงดาวพลูโลูตที่ระยะทางเฉลี่ย (39.5 หน่วน่ยดาราศาสตร์)ร์ 32
ดาวพลูโลูตถูกถูค้นพบในปี พ.ศ. 2473 โดยไคลด์ ทอมบอ และถูกถูจัดให้เป็น ป็ ดาวเคราะห์ดวงที่ 9 ที่โคจรรอบดวงอาทิตย์ สถานะการเป็น ป็ ดาวเคราะห์ของมันมัเริ่มริ่เป็น ป็ ที่สงสัยสัเมื่อ มื่ มีก มี ารค้น พบวัตถุปถุระเภทเดียวกันจำ นวนมากซึ่ง ซึ่ ถูกถูค้นพบในภายหลังในบริเริวณแถบไคเปอร์ ความรู้ ที่ว่าดาวพลูโลูตเป็น ป็ ดาวเคราะห์หินขนาดใหญ่ที่ญ่ที่เป็น ป็ น้ำ แข็ง ข็ เริ่มริ่ถูกถูคัดค้านจากนักนัดาราศาสตร์ หลายคนที่เรีย รี กร้อร้งให้มีก มี ารจัดสถานะของดาวพลูโลูตใหม่ ในปี พ.ศ. 2548 มีก มี ารค้นพบอีริสริ วัตถุใถุนแถบหินกระจาย ซึ่ง ซึ่ มีข มี นาดใหญ่กญ่ว่าดาวพลูโลูต 27% ซึ่ง ซึ่ ทำ ให้สหพันพัธ์ด ธ์ าราศาสตร์ สากล (IAU) จัดการประชุมซึ่ง ซึ่ เกี่ยวกับการตั้ง "นิยนิาม" ของดาวเคราะห์ขึ้น ขึ้ มาครั้งรั้แรก ในปี เดียวกัน หลังสิ้นสิ้สุดสุการประชุม ดาวพลูโลูตถูกถูลดสถานะให้เห้ป็น ป็ กลุ่มลุ่"ดาวเคราะห์แคระ" แต่ ยังยัมีนั มี กนัดาราศาสตร์บ ร์ างคนที่ยังยัคงจัดให้ดาวพลูโลูตเป็น ป็ ดาวเคราะห์ ดาวพลูโลูตมีดาวบริวริารที่ทราบแล้ว 5 ดวง ได้แก่ แครอน (มีข มี นาดใหญ่ที่ญ่ที่สุดสุโดยมีเ มี ส้นส้ผ่าผ่น ศูนศูย์ก ย์ ลางเป็น ป็ ครึ่ง รึ่ หนึ่ง นึ่ ของดาวพลูโลูต) สติกซ์ นิกนิซ์ เคอร์เ ร์ บอรอส และไฮดรา[14] บางครั้งรั้ ดาวพลูโลูตและแครอนถูกถูจัดเป็น ป็ ระบบดาวคู่ เนื่อ นื่ งจากจุดศูนศูย์ก ย์ ลางมวลของวงโคจรไม่ไม่ด้อยู่ ในดาวดวงใดดวงหนึ่ง นึ่ เฉพาะ[15] ไอเอยูยังยัไม่มีม่ก มี ารให้คำ นิยนิามของระบบดาวเคราะห์แคระ คู่อคู่ย่าย่งเป็น ป็ ทางการ และแครอนกลายเป็น ป็ ดาวบริวริารของดาวพลูโลูตอย่าย่งเป็น ป็ ทางการแล้ว ในเดือนกันยายน พ.ศ. 2559 นักนัดาราศาสตร์ปร์ ระกาศว่าบริเริวณสีน้ำ สี น้ำตาลแดงที่ขั้วขั้โลกของ แครอนนั้นนั้มีอ มี งค์ประกอบของโทลีน สารประกอบอินทรีย์ รี ข ย์ นาดใหญ่ที่ญ่ที่อาจเป็น ป็ ต้นกำ เนิดนิ ของสิ่งสิ่มีชี มี วิ ชีวิต และผลิตได้จากมีเ มี ทน ไนโตรเจนและแก๊สที่เกี่ยวข้อข้งซึ่ง ซึ่ปล่อยออกมาจากชั้นชั้ บรรยากาศของดาวพลูโลูต และเคลื่อนที่เป็น ป็ ระยะทางกว่า 19,000 กิโลเมตร รอบดาวบริวริาร ในวันที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2558 ยานอวกาศนิวนิฮอไรซันซัส์ก ส์ ลายเป็น ป็ ยานอวกาศลำ แรกที่ บินบิผ่าผ่นดาวพลูโลูตสำ เร็จ ร็ ระหว่างเส้นส้ทางนิวนิฮอไรซันซัส์ก็ ส์ ก็ได้เก็บข้อข้มูลมูต่าง ๆ เกี่ยวกับดาว พลูโลูตและดาวบริวริารของมันมั ไปด้วย ดาวพลูโ ลู ต (Pluot) 33
คาบการหมุนมุรอบดวงอาทิตย์ข ย์ องดาวพลูโลูต คือ 248 ปี โลก วงโคจรของดาวพลูโลูตแตกต่างไปจากวงโคจรของ ดาวเคราะห์ดวงอื่น ซึ่ง ซึ่ มีว มี งโคจรในลักษณะใกล้เคียงกับ วงกลมและแบนราบไปกับระนาบสุริสุยริวิถี แต่ดาวพลูโลูตมี ค่าความเอียงของวงโคจรมาก (มากกว่า 17°) และความ เยื้อ ยื้ งศูนศูย์ก ย์ ลางก็มาก นั่นนั่หมายความว่าในช่วช่งระยะ เวลาหนึ่ง นึ่ ดาวพลูโลูตจะโคจรใกล้ดวงอาทิตย์ก ย์ ว่าดาว เนปจูน จุดศูนศูย์ก ย์ ลางมวลของระบบดาว พลูโลูต-แครอนอยู่ใยู่นตำ แหน่งน่ ใกล้ดวงอาทิตย์ม ย์ ากที่สุดสุ เมื่อ มื่ วันที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2532 และอยู่ใยู่กล้ดวงอาทิตย์ กว่าดาวเนปจูนในวันที่ 7 กุมกุภาพันพัธ์ พ.ศ. 2522 และ 11 กุมกุภาพันพัธ์ พ.ศ. 2542 ดาวพลูโ ลู ต (Pluot) วงหมุนโคจร โดยรวมแล้ว วงโคจรของดาวพลูโลูตไม่มีม่ค มี วามเสถียรภาพ ถึงแม้ว่ม้ว่าการประมวลผลจากคอมพิวพิเตอร์จ ร์ ะสามารถ คำ นวณตำ แหน่งน่ของดาวพลูโลูตได้ถึงหลายล้านปีข้ ปี าข้งหน้าน้ (ทั้งไปข้าข้งหน้าน้และย้อย้นกลับ) แต่หลังจากที่คำ นวณจนไป ถึงช่วช่งเวลาเลียปูนอฟของ 10–20 ล้านปี และมากกว่า นั้นนั้การคำ นวณจะเริ่มริ่ผิดผิพลาดมากขึ้น ขึ้ : ดาวพลูโลูตมี ความว่องไวต่อรายละเอียดที่เล็กเกินกว่าจะวัดได้ของ ระบบสุริสุยริะ ปัจปัจัยที่คาดเดาได้ยากเหล่านั้นนั้เป็น ป็ ตัวทำ ให้ วงโคจรของดาวพลูโลูตค่อยๆมีก มี ารเปลี่ยนแปลง 34
ดาวพลูโ ลู ต (Pluot) ระนาบโคจรเพีย พี งอย่าย่งเดียว ไม่สม่ามารถช่วช่ยปกป้อป้งดาวพลูโลูตได้มากพอ เพราะ การรบกวน จากดาวเคราะห์ข้าข้งเคียง (โดยเฉพาะ ดาวเนปจูน) สามารถเบี่ย บี่ งเบนเส้นส้ทางการโคจรของ ดาวพลูโลูต (เช่นช่การหมุนมุควงของวงโคจร) จนทำ ให้การปะทะกันมีค มี วามเป็น ป็ ไปได้มากขึ้นขึ้ กระบวนการป้อป้งกันบางอย่าย่งจึงต้องมีขึ้ มีขึ้นขึ้ โดยกระบวนการที่สำ คัญที่สุดสุคือ การที่ดาวพลูโลูต และดาวเนปจูนเกิดการสั่นสั่พ้อพ้งของวงโคจร โดยเมื่อ มื่ ดาวพลูโลูตโคจรรอบดวงอาทิตย์ไย์ปได้สอง รอบ แล้วดาวเนปจูนจะเคลื่อนที่รอบดวงอาทิตย์ไย์ด้สามรอบ และเมื่อ มื่ วัตถุทั้ถุทั้งสองโคจรกลับมา ในตำ แหน่งน่แรกเริ่มริ่กระบวนการนี้ก็ นี้ก็ ยังยัดำ เนินนิต่อไป โดยกินเวลาประมาณ 500 ปี ในแต่ละวัฎ จักร 500 ปีนี้ ปี นี้เมื่อ มื่ ดาวพลูโลูตโคจรมาอยู่ใยู่นตำ แหน่งน่ที่ใกล้ดวงอาทิตย์ที่ย์ที่สุดสุดาวเนปจูนจะอยู่ เยื้อ ยื้ งหลังดาวพลูโลูตไปกว่า 50° เมื่อ มื่ ดาวพลูโลูตโคจรมาอยู่ใยู่นตำ แหน่งน่นี้อี นี้ อี กครั้งรั้หนึ่งนึ่ดาวเนปจูน จะโคจรไปได้หนึ่งนึ่รอบครึ่งรึ่ซึ่งซึ่เป็น ป็ ไปในกรณีเ ณี ดียวกันกับเมื่อ มื่ ดาวเนปจูนโคจรมาอยู่ใยู่นตำ แหน่งน่ ที่ใกล้ดวงอาทิตย์ที่ย์ที่สุดสุนั่นนั่ทำ ให้ระยะห่าห่งระหว่างดาวพลูโลูตกับดาวเนปจูนมีค่ มี ค่าเท่ากับ 17 หน่วน่ยดาราศาสตร์ ซึ่งซึ่มากกว่าระยะห่าห่งระหว่างดาวพลูโลูตกับดาวยูเรนัสนั (11 หน่วน่ยดาราศาสตร์)ร์ ความสัม สั พัน พั ธ์กั ธ์ กั บดาวพลูโ ลู ต แม้ว่ม้ว่า เมื่อ มื่ มองจากมุมมุมองด้านบนแล้ว วงโคจรของดาวพลูโลูตปรากฏทับกันกับวงโคจรของดาว เนปจูน แต่ด้วยตำ แหน่งน่ของวัตถุทั้ถุทั้งสอง ทำ ให้วัตถุนั้ถุนั้นั้ ไม่ชม่นหรือ รื แม้แม้ต่จะเข้าข้ใกล้กันเลย ซึ่งซึ่มี สาเหตุหตุลายประการ โดยพื้น พื้ ฐาน มีนั มี กนัดาราศาสตร์บร์างคนพบว่าวงโคจรของดาวพลูโลูตไม่ไม่ด้ตัดกับดาวเนปจูน แม้ เมื่อ มื่ ดาวพลูโลูตเข้าข้ใกล้ดวงอาทิตย์ที่ย์ที่สุดสุหรือ รื จะอยู่ใยู่นช่วช่งที่กำ ลังข้าข้มวงโคจร ตัวดาวยังยัอยู่ห่ยู่าห่ง จากวงโคจรของดาวเนปจูนอีกมาก วงโคจรของดาวพลูโลูตข้าข้มวงโคจรของดาวเนปจูนที่ 8 หน่วน่ยดาราศาสตร์ เหนือ นื ดาวเนปจูน ซึ่งซึ่ป้อป้งกันการปะทะ และระนาบโคจรของดาวพลูโลูตยังยั เอียงกว่าของดาวเนปจูน 21° บริวารเสมือน มีวั มีวัตถุขถุนาดเล็กอย่าย่งน้อน้ยหนึ่งนึ่ดวงที่เป็น ป็ ดาวบริวริารเสมือ มื น ซึ่งซึ่ก็คือ (15810) 1994 JR1 อัน เป็น ป็ รูปแบบดาวบริวริารที่โคจรแตกต่างออกไป[80] วัตถุนี้ถุนี้เ นี้ป็น ป็ ดาวบริวริารเสมือ มื นของดาวพลูโลูต มากว่า 100,000 ปี และจะยังยัคงอยู่อยู่ย่าย่งนั้นนั้ ไปอีก 250,000 ปี โดยมีร มี ะยะเวลาการเกิดซ้ำ อยู่ 2,000,000 ปีแ ปี ละอาจจะมีด มี าวบริวริารเสมือ มื นของดาวพลูโลูตอีก 35
ดาวพลูโ ลู ต (Pluot) การหมุน คาบการหมุนมุรอบตัวเองของดาวพลูโลูต เท่ากับ 6.39 วันโลก ดาวพลูโลูตยังยัหมุนมุรอบตัวเองบน "ด้านข้าข้ง" ของระนาบโคจร ด้วยค่าความเอียง 120° เช่นช่เดียวกับดาวยูเรนัสนัและฤดูบดูนดาว พลูโลูตก็แตกต่างออกไปมาก ที่ตำ แหน่งน่อายันยัของมันมั 1 ใน 4 ของพื้น พื้ ผิวผิดาวพลูโลูตจะได้รับรัแสง อาทิตย์ตย์ลอด ในขณะที่บริเริวณที่เหลือจะอยู่ใยู่นความมืด มื ตลอด กลางวัน ปริมริาณแสงที่ได้รับรัของดาวพลูโลูตมีค่ มี ค่าน้อน้ยมาก มีค่ มี ค่าเท่ากับเวลาพลบค่ำ บนโลก นาซาได้โพสต์เครื่อ รื่ งคำ นวณ "เวลาพลูโลูต" ซึ่งซึ่ใช้หช้าว่าเวลาใดที่แสงบนโลกจะเท่ากับแสงบน ดาวพลูโลูตในวันที่ปลอดโปร่งร่ตัวอย่าย่งเช่นช่ ในวันที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2558 ณ ตำ แหน่งน่ที่ตั้ง ของห้องปฏิบัติบั ติการวิทยาศาสตร์ปร์ระยุกต์ เวลาพลูโลูต คือ 20:38 น. 4 นาทีหลังจากดวงอาทิตย์ ตกตอนเวลา 20:34 น. รายงานสำ หรับรัพื้น พื้ ที่นั้นนั้ โดย NOAA ธรณีวิทยา เนื่อ นื่ งจากดาวพลูโลูตอยู่ห่ยู่าห่งจากโลกมาก การศึกศึษาแบบเจาะลึกจากโลกยังยัเป็น ป็ ไปได้ยาก ในวัน ที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2558 ยานนิวนิฮอไรซันซัส์ขส์องนาซาสำ เร็จ ร็ การบินบิผ่าผ่นระบบดาวพลูโลูต ซึ่งซึ่ ช่วช่ยให้ทราบถึงข้อข้มูลมูเกี่ยวกับลักษณะภูมิภูปมิระเทศของดาวพลูโลูตมากขึ้นขึ้และส่งส่มาเรื่อ รื่ ย ๆ จน กระทั่งปลาย พ.ศ. 2559 36
ดาวพลูโ ลู ต (Pluot) พื้น พื้ ผิว ผิ ผิวผิดาวพลูโลูตประกอบไปด้วยไนโตรเจนแข็ง ข็ ถึง 98% และน้ำ แข็ง ข็ มีเ มี ทนกับคาร์บร์อนมอนอกไซด์ อีกจำ นวนเล็กน้อน้ย หน้าน้ของดาวพลูโลูตที่หันเข้าข้มาแครอนประกอบไปด้วยน้ำ แข็ง ข็ มีเ มี ทนเป็น ป็ ส่วส่นใหญ่ ต่างกับอีกด้านหนึ่งนึ่ของดาวพลูโลูตซึ่งซึ่ประกอบไปด้วยไนโตรเจนแข็ง ข็ และ คาร์บร์อนมอนอกไซด์เป็น ป็ ส่วส่นใหญ่ ผิวผิของดาวพลูโลูตค่อนข้าข้งที่จะแปลกประหลาด ด้วยความแตกต่างอย่าย่งมากของสีแ สี ละความ สว่างของพื้น พื้ ผิวผิ ดาวพลูโลูตเป็น ป็ หนึ่งนึ่ในดาวที่มีพื้ มีพื้น พื้ ผิวผิตัดกันอย่าย่งชัดชัเจน เช่นช่เดียวกับ ไอแอพิตัพิ ตัสดาวบริวริารของ ดาวเสาร์ สีข สี องพื้น พื้ ผิวผิเปลี่ยนจากสีดำ สี ดำถ่านไปยังยัสีส้ สี มส้เข้มข้และสีข สี าว สีข สี องดาวพลูโลูตคล้ายกับสีข สี องไอโอ เนื่อ นื่ งจากมีเ มี ฉดสีเ สี ดียวกัน คือ สีส้ สี มส้ลักษณะภูมิภูลัมิลักษณ์บณ์นดาวพลูโลูตที่สำ คัญ เช่นช่ทอมบอเรจีโอ (Tombaugh Regio) หรือ รื "หัวใจ" (อาณาเขตสว่างขนาดใหญ่ใญ่นด้านตรงข้าข้มกับแครอน) คูลคูฮูเรจีโอ (Cthulhu Regio) หรือ รื "วาฬ" (อาณาเขตสีเ สี ข้มข้ขนาดใหญ่ที่ญ่ที่คลอบคลุมลุเกือบซีก ซี ของ ดาวพลูโลูต) และบราสนัคนัเคิล (แถบสีเ สี ข้มข้บริเริวณเส้นส้ศูนศูย์สูย์ตสูรของดาวพลูโลูต) สปุตนิกนิพลานัมนั (กลีบซ้าซ้ยของ "หัวใจ") เป็น ป็ ที่ราบกว้าง 1000 กิโลเมตร ประกอบด้วยไนโตรเจนแข็ง ข็ และ คาร์บร์อนไดออกไซด์แข็ง ข็ และมีสั มี ญสัญาณที่ชี้ว่ ชี้ว่ามีก มี ารไหลของธารน้ำ แข็ง ข็ ทั้งเข้าข้และออกจาก ที่ราบนั้นนั้ดาวพลูโลูตไม่มีม่ห มี ลุมลุอุกกาบาตเท่าที่เห็นได้โดยยานนิวนิฮอไรซันซัส์ หมายความว่าผิวผิ ดาวจะต้องมีอ มี ายุไม่เม่กิน 10 ล้านปี คณะนักนัวิทยาศาสตร์ขร์องนิวนิฮอไรซันซัส์ไส์ด้สรุปผลการวิจัย เบื้อ บื้ งต้นว่า "ดาวพลูโลูตแสดงลักษณะทางกายภาพที่หลากหลายจนน่าน่ตกใจ รวมทั้งผลลัพธ์ จากธารน้ำ แข็ง ข็ และการมีปมี ฏิสัมสัพันพัธ์ขธ์องผิวผิดาวกับชั้นชั้บรรยากาศ การปะทะ แผ่นผ่ธรณีภ ณี าค เคลื่อนที่ ภูเภูขาไฟน้ำ แข็ง ข็ และกระบวนการสูญสูเสีย สี มวล" โครงสร้างภายใน ดาวพลูโลูตมีค มี วามหนาแน่นน่อยู่ที่ยู่ที่ 1.87±0.06 กรัมรั /ลูกลูบาศก์เซนติเมตร เนื่อ นื่ งจากการสลายตัว ของธาตุกัตุกัมมันมัตรังรัสีไสี ด้ก่อให้เกิดความร้อร้นที่จะทำ ให้น้ำ แข็ง ข็ บนดาวละลาย และแยกชั้นชั้กับหิน อย่าย่งชัดชัเจน นักนัวิทยาศาสตร์คร์าดว่าโครงสร้าร้งภายในของดาวพลูโลูตมีค มี วามแตกต่างออกไป โดยแก่นดาวจะประกอบไปด้วยหิน ล้อมรอบด้วยเนื้อ นื้ ดาวที่เป็น ป็ น้ำ แข็ง ข็ มีเ มี ทน เส้นส้ผ่าผ่น ศูนศูย์กย์ลางของแก่นดาวถูกถูประมาณไว้อยู่ที่ยู่ที่ 1,700 กิโลเมตร หรือ รื 70% ของเส้นส้ผ่าผ่นศูนศูย์กย์ลาง ดาวพลูโลูต แก่นดาวถูกถูคาดว่ายังยัคงจะมีค มี วามร้อร้นอยู่ ทำ ให้เกิดมหาสมุทมุรขนาดเล็กที่เกิดจาก การละลายของน้ำ แข็ง ข็ ในบริเริวณ 100-180 กิโลเมตรระหว่างแก่นและเนื้อ นื้ ดาว 37
ดาวพลูโ ลู ต (Pluot) ชั้น ชั้ บรรยากาศ ดาวพลูโลูตมีชั้ มีชั้นชั้บรรยากาศที่ประกอบไปด้วยไนโตรเจน (N2) มีเ มี ทน (CH4) และ คาร์บ ร์ อนมอนอกไซด์ (CO) ซึ่ง ซึ่ อยู่ใยู่นภาวะเป็น ป็ ไอน้ำแข็ง ข็ บนผิวผิดาวพลูโลูต จากผลการวัด ของยานน้อยกว่าประมาณ 1 แสน ถึง 1 ล้านเท่าของโลก ในเบื้อ บื้ งต้น นักนัดาราศาสตร์มี ร์ มี ความเห็น ห็ ว่า เมื่อ มื่ ดาวพลูโลูตเคลื่อนห่าห่งจากดวงอาทิตย์ ชั้นชั้บรรยากาศจะเกิดการแข็ง ข็ ตัว แล้วร่วร่งลงสู่ผิสู่วผิดาว แต่เมื่อ มื่ ถึงช่วช่งที่ดาวพลูโลูตอยู่ใยู่กล้ดวงอาทิตย์ อุณหภูมิภูพื้มิพื้น พื้ ผิวผิเพิ่มพิ่สูงสู ขึ้น ขึ้ ทำ ให้น้ำ ห้น้ำแข็ง ข็ เหล่านั้นระเหิดหิกลับขึ้น ขึ้ ไปบนท้องฟ้าฟ้นิวฮอไรซันซัส์ ความดันที่ผิวผิดาวอยู่ที่ยู่ที่ 1 ปาสกาล (10 ไมโครบาร์)ถึงกระนั้น ข้อข้มูลมูจากยานนิวนิฮอไรซันซัส์ แสดงให้เห้ห็น ห็ ว่า จริงริๆ แล้ว ความหนาแน่นน่ชั้นชั้บรรยากาศของดาวพลูโลูตกำ ลังเพิ่มพิ่ขึ้น ขึ้ และดูเดูหมือ มื นว่าจะหลุดลุ ลอยเป็น ป็ แก๊สตามวงโคจรการสำ รวจของนิวนิฮอไรซันซัส์ ยังยัพบว่าไนโตรเจนในชั้นชั้ บรรยากาศหลุดลุออกมาในปริมริาณน้อน้ยกว่าจากที่คาดไว้ 10,000 เท่า แอลัน สเติร์น ร์ ยืน ยื ยันยั ว่าเพีย พี งแค่อุณหภูมิภูผิมิวผิดาวพลูโลูตเพิ่มพิ่ขึ้น ขึ้ เล็กน้อน้ย จะทำ ให้คห้วามหนาแน่นน่ชั้นชั้บรรยากาศ เพิ่มพิ่ขึ้น ขึ้ เป็น ป็ ทวีคูณคูจาก 18 มิลมิลิบาร์เ ร์ป็น ป็ 280 มิลมิลิบาร์ (3 เท่าของดาวอังคาร และหนึ่ง นึ่ใน สี่ข สี่ องโลก) ที่ความหนาแน่นน่ขนาดนั้นนั้ ไนโตรเจนอาจไหลผ่าผ่นชั้นชั้บรรยากาศในรูป ของเหลวความหนาของชั้นชั้บรรยากาศดาวพลูโลูตสามารถเพิ่มพิ่สูงสูได้ถึง 1,670 กิโลเมตร แม้ชั้ม้ชั้นชั้บรรยากาศส่วส่นบนจะไม่มีม่รู มีรูปร่าร่งที่แน่นน่อน การมีอมียู่ขยู่องมีเมีทน ซึ่งซึ่เป็น ป็ แก๊สเรือรืนกระจกรุนแรง ในชั้นชั้บรรยากาศของดาวพลูโลูต ทำ ให้ เกิดการสลับที่ของอุณหภูมิภูมิโดยอุณหภูมิภูใมินชั้นชั้บรรยากาศสูงสูกว่าอุณหภูมิภูที่มิที่ผิวผิดาวแม้กม้าร สำ รวจจากยานนิวฮอไรซันซัส์จส์ะเผยว่าบรรยากาศชั้นชั้บนของดาวพลูโลูต อาจมีอุมีอุณหภูมิภูต่ำมิ ต่ำ กว่าที่คาดไว้มาก (70 K ซึ่งซึ่ผิดผิจากที่คาดไว้ 100 K)ชั้นชั้บรรยากาศของดาวพลูโลูตแบ่งบ่ออก เป็น ป็ ชั้นชั้หมอกทั้งหมด 20 ชั้นชั้ซึ่งซึ่หนาประมาณ 150 กิโลเมตร คาดว่าจะเกิดจากคลื่นความ ดันที่สร้าร้งขึ้นขึ้ โดยการไหลของอากาศผ่าผ่นภูเภูขาบนดาวพลูโลูต 38
ดาวเฮาเมอา (Haumea ) เฮาเมอา (การตั้งชื่อ ชื่ ดาวเคราะห์น้ห์อน้ย: 136108 เฮาเมอา; อังกฤษ: Haumea, IPA: [haʊ ˈmeɪə]; สัญสัลักษณ์: )เป็น ป็ ดาวเคราะห์แห์คระดวงหนึ่งนึ่ในแถบไคเปอร์ มีม มี วลขนาดหนึ่งนึ่ในสาม ของดาวพลูโลูต ถูกถูค้นพบในปี พ.ศ. 2547 โดยไมเคิล อี. บราวน์ (Michael E. Brown) และทีม ค้นหาจากสถาบันบัเทคโนโลยีแ ยี คลิฟอร์เร์นีย นี (แคลเทค) และหอดูดดูาวเมานาเคอาใน สหรัฐรัอเมริกริา และในปี พ.ศ. 2548 โดยโฆเซ ลุยลุส์ ออร์ติร์ ติซ โมเรโน (José Luis Ortiz Moreno) และทีมค้นหาจากหอดูดดูาวซิเซิอร์รร์าเนบาดาในประเทศสเปน (แต่การอ้างว่าเป็น ป็ ผู้ค้ผู้ ค้นพบของ ฝ่าฝ่ยหลังถูกถูโต้แย้งย้) ในวันที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2551 สหภาพดาราศาสตร์นร์านาชาติได้จัดดาว ดวงนี้ในี้ ห้อห้ยู่ใยู่นกลุ่มลุ่ของดาวเคราะห์แห์คระ และตั้งชื่อ ชื่ ตามเฮาเมอา เทพีแ พี ห่งห่การให้กำห้กำเนิดนิของ ชาวฮาวาย เฮาเมอามีลั มีลักษณะพิเพิศษต่างจากวัตถุพ้ถุนพ้ดาวเนปจูนเท่าที่ค้นพบแล้วดวงอื่น ๆ เนื่อ นื่ งจากทำ มุมมุห่าห่งจากดวงอาทิตย์กย์ว้างมาก แม้ว่ม้ว่ายังยัจะไม่มีม่ก มี ารสำ รวจรูปร่าร่งของมันมั โดยตรง แต่จากการ คำ นวณจากเส้นส้ความสว่าง (light curve) ทำ ให้สัห้นสันิษนิฐานได้ว่าดาวเคราะห์แห์คระดวงนี้เ นี้ป็น ป็ วัตถุทถุรงรี มีแ มี กนหลักยาวเป็น ป็ สองเท่าของแกนรอง แต่กระนั้นนั้ก็เชื่อ ชื่ ว่ามันมัมีแรงโน้มน้ถ่วงมาก พอที่จะดึงดูดดูตัวเองให้อห้ยู่ใยู่นภาวะสมดุลดุอุทกสถิต (hydrostatic equilibrium) ได้ ดังนั้นนั้ดาว ดวงนี้จึ นี้จึงมีลั มีลักษณะตรงตามคำ จำ กัดความของดาวเคราะห์แห์คระ สันสันิษนิฐานว่าการทำ มุมมุเช่นช่นี้ รวมทั้งลักษณะอื่น ๆ เช่นช่การหมุนมุรอบตัวเองเร็ว ร็ ผิดผิปกติ ความหนาแน่นน่สูงสูและอัตราส่วส่น สะท้อน (albedo) สูงสู (ซึ่งซึ่เชื่อ ชื่ ว่าเป็น ป็ เพราะชั้นชั้น้ำ แข็ง ข็ บนพื้น พื้ ผิวผิ) เป็น ป็ ผลมาจากการชนกันครั้งรั้ ใหญ่ซึ่ญ่ซึ่งซึ่ทำ ให้เห้ฮาเมอากลายเป็น ป็ สมาชิกชิที่มีข มี นาดใหญ่ที่ญ่ที่สุดสุของตระกูลกูวัตถุที่ถุที่เกิดจากการชน กัน (collisional family) ของมันมัเองซึ่งซึ่รวมดวงจันทร์บร์ริวริารที่ค้นพบแล้ว 2 ดวงของมันมั ไว้ด้วย 39
ดาวมาคีมาคี (Makemake) มาคีม คี าคี (การตั้งชื่อ ชื่ ดาวเคราะห์น้ ห์ อ น้ ย: 136472 มาคีม คี าคี; คี อังกฤษ: Makemake; / ˌmɑːkiːˈmɑːkiː/ ภาษาราปานุยนุ: มาเกมาเก [ˈmakeˈmake]; เป็น ป็ ดาวเคราะห์แ ห์ คระที่ใหญ่ที่ญ่ที่สุดสุเป็น ป็ อันดับที่ 3 ในระบบสุริสุยริะ (เท่าที่ค้นพบแล้วในขณะนี้)นี้ และเป็น ป็ หนึ่ง นึ่ในสองวัตถุที่ถุที่ ใหญ่ที่ญ่ที่สุดสุของแถบไคเปอร์(KBO) ซึ่ง ซึ่ อยู่ใยู่นหมู่วัมู่ วัตถุชั้ถุชั้นชั้เอกของแถบไคเปอร์ ดาวมาคี มาคีมีเ มี ส้น ส้ ผ่าผ่นศูนศูย์ก ย์ ลางสามในสี่ข สี่ องดาวพลูโลูต ไม่มีม่ด มี วงจันทร์บ ร์ ริวริาร ซึ่ง ซึ่ แปลกจาก วัตถุขถุนาดใหญ่อื่ญ่อื่น ๆ แถบไคเปอร์ด้ ร์ ด้ วยกัน อุณหภูมิภูเมิฉลี่ยที่ต่ำ มากของดาวดวงนี้ (ประมาณ 30 เคลวิน) แสดงให้เ ห้ ห็น ห็ ว่าพื้น พื้ ผิวผิของมันมัถูกถูปกคลุมลุด้วยมีเ มี ทน อีเทน และ อาจจะมีไมี นโตรเจนแข็ง ข็ ด้วย จากเริ่มริ่แรกที่มีชื่ มีชื่อ ชื่ ว่า 2005 FY9 (และต่อมามีห มี มายเลขดาวเคราะห์น้ ห์ อ น้ ย 136472 กำ กับ) ดาวมาคีมาคีถูกถูค้นพบเมื่อ มื่ วันที่ 31 มีน มี าคม พ.ศ. 2548 โดยไมเคิล อี. บราวน์ (Michael E. Brown) พร้อ ร้ มทีมค้นหา ประกาศการค้นพบเมื่อ มื่ วันที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2548 และในวันที่ 11 มิถุมินถุายน พ.ศ. 2551สหภาพดาราศาสตร์น ร์ านาชาติได้ รวมมาคีมาคีไว้ในรายชื่อ ชื่ วัตถุที่ถุที่มีส มี ภาพเหมาะสมที่จะได้รับรัสถานะ "พลูตลูอยด์" (Plutoid) ซึ่ง ซึ่ เป็น ป็ คำ ที่ใช้เ ช้ รีย รี กประเภทของดาวเคราะห์แ ห์ คระที่อยู่เยู่ลยวงโคจรของ ดาวเนปจูนออกไป บริเริวณเดียวกับดาวพลูโลูตและดาวอีริสริ ในที่สุดสุมาคีมาคีก็ได้รับรั การจัดให้เ ห้ป็น ป็ พลูตลูอยด์อย่าย่งเป็น ป็ ทางการในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2551 40
ดาวอีรีส (Eris) 136199 เอริสริ (Eris, สัญสัลักษณ์: )หรือ รื 2003 UB313เป็น ป็ ดาวเคราะห์แ ห์ คระหนึ่ง นึ่ใน วัตถุพ้ถุน พ้ ดาวเนปจูน (Trans-Neptunian Object - TNO) เป็น ป็ ดาวเคราะห์แ ห์ คระดวง ใหญ่ เป็น ป็ ลำ ดับที่ 2 ในระบบสุริสุยริะที่ถูกถูค้นพบในปัจปัจุบันบัมีข มี นาดเล็กกว่าดาวพลูโลูต เล็กน้อ น้ ย มีเ มี ส้น ส้ ผ่าผ่นศูนศูย์ก ย์ ลางประมาณ 1445 กิโลเมตร(ขนาดดาวพลูโลูต 1473 กิโลเมตร) มีด มี วงจันทร์บ ร์ ริวริาร 1 ดวง ชื่อ ชื่ ดิสโนเมีย มี (Dysnomia) เอริสริถูกถูค้นพบโดย ไมเคิล อี. บราวน์และคณะ เมื่อ มื่ วันที่ 5 มกราคม ค.ศ. 2005 จาก ภาพที่ถ่ายไว้เมื่อ มื่ วันที่ 21 ตุลตุาคม ค.ศ. 2003 ด้วยกล้องโทรทรรศน์ของหอดูดดูาวพา โลมาร์ รัฐรัแคลิฟอร์เ ร์ นีย นี คณะผู้ค้ผู้ ค้ นพบได้เสนอให้ตั้ ห้ตั้งชื่อ ชื่ ดาวที่พบใหม่นี้ม่นี้ว่ นี้ว่า ซีน ซี า (Xena) ตามชื่อ ชื่ ของละครโทรทัศน์ Xena: Warrior Princess โดยตัวอักษร X หมาย ถึง ดาวเคราะห์ X ที่เปอร์ซิ ร์ วัซิวัล โลเวลล์ เคยเสนอไว้ และให้ด ห้ วงจันทร์บ ร์ ริวริารของมันมั ใช้ชื่ ช้ชื่อ ชื่ ว่า แกเบรีย รี ลล์ (Gabrielle) แต่ไม่ไม่ด้มีก มี ารประกาศใช้ชื่ ช้ชื่อ ชื่ นี้อ นี้ ย่าย่งเป็น ป็ ทางการ ภายหลังการค้นพบ คณะผู้ค้ผู้ ค้ นพบและนาซาได้ประกาศว่าเอริสริเป็น ป็ ดาวเคราะห์ดวง ที่ 10 แต่จากการประชุมสหพันพัธ์ด ธ์ าราศาสตร์ส ร์ ากล ที่กรุงปราก สาธารณรัฐรัเช็ก ช็ เมื่อ มื่ วันที่ 24 สิงสิหาคม พ.ศ. 2549 ได้ข้อ ข้ สรุปว่าเอริสริ ไม่จัม่ จัดเป็น ป็ ดาวเคราะห์ แต่เป็น ป็ ดาว เคราะห์แ ห์ คระ ชื่อ ชื่ เอริสริมาจากชื่อ ชื่ ของเทพเจ้าแห่งห่ความวุ่นวาย ผู้วผู้ างอุบายโดยใช้แ ช้ อปเปิลปิทองคำ เพื่อ พื่ ทำ ให้เ ห้ ฮรา อาเทนา และอะโฟรไดต์ ซึ่ง ซึ่ เป็น ป็ สามเทวีพรหมจรรย์ใย์ นบรรดาเทพ แห่งห่ โอลิมปัสปัแตกคอกัน เพราะว่าไม่ไม่ด้เชิญชินางมางานเลี้ยงของเทพ ส่วส่น ดิสโนเมีย มี คือชื่อ ชื่ ธิดธิาของเอริสริ 41
ดาวหาง ดาวหาง (อังกฤษ: comet) คือ วัตถุท้ถุท้องฟ้าฟ้ชนิดนิหนึ่งนึ่ในระบบสุริสุยริะที่โคจรรอบดวงอาทิตย์ มีส่ มี วส่นที่ระเหิดหิเป็น ป็ แก๊สเมื่อ มื่ เข้าข้ใกล้ดวงอาทิตย์ ทำ ให้เห้กิดชั้นชั้ ฝุ่นฝุ่ และแก๊สที่ฝ้าฝ้มัวมัล้อมรอบ และทอดเหยีย ยี ดออกไปภายนอกจนดูเดูหมือ มื นหาง ซึ่งซึ่เป็น ป็ ปรากฏการณ์จณ์ากการแผ่รัผ่งรัสีข สี อง ดวงอาทิตย์ไย์ปบนนิวนิเคลียสของดาวหาง นิวนิเคลียสหรือ รื ใจกลางดาวหางเป็น ป็ "ก้อนหิมหิะ สกปรก" ประกอบด้วยน้ำ แข็ง ข็ คาร์บร์อนไดออกไซด์ มีเ มี ทน แอมโมเนีย นี และมีฝุ่มี นฝุ่ กับหินหิแข็ง ข็ ปะปนอยู่ด้ยู่ ด้วยกัน มีข มี นาดเส้นส้ผ่าผ่นศูนศูย์กย์ลางตั้งแต่ไม่กี่ม่กี่กิโลเมตรไปจนถึงหลายสิบสิ กิโลเมตร คาบการโคจรของดาวหางมีค มี วามยาวนานแตกต่างกันได้หลายแบบ ตั้งแต่คาบโคจรเพีย พี ง ไม่กี่ม่กี่ปี คาบโคจร 50-100 ปี จนถึงหลายร้อร้ยหรือ รื หลายพันพั ปี เชื่อ ชื่ ว่าดาวหางบางดวงเคย ผ่าผ่นเข้าข้มาในใจกลางระบบสุริสุยริะเพีย พี งครั้งรั้เดียว แล้วเหวี่ยงตัวเองออกไปสู่อสู่วกาศระหว่าง ดาว ดาวหางที่มีค มี าบการโคจรสั้นสั้นั้นนั้เชื่อ ชื่ ว่าแต่เดิมเป็น ป็ ส่วส่นหนึ่งนึ่อยู่ใยู่นแถบไคเปอร์ที่อยู่ เลยวงโคจรของดาวเนปจูนออกไป ส่วส่นดาวหางที่มีค มี าบการโคจรยาวอาจมาจากแหล่งอื่น ๆ ที่ไกลจากดวงอาทิตย์ขย์องเรามาก เช่นช่ ในกลุ่มลุ่เมฆออร์ตร์ซึ่งซึ่ประกอบด้วยเศษซากที่หลง เหลืออยู่จยู่ากการบีบ บี อัดตัวของเนบิวบิลา ดาวหางเหล่านี้ไนี้ ด้รับรัแรงโน้มน้ถ่วงรบกวนจากดาว เคราะห์รห์อบนอก (กรณีข ณี องวัตถุใถุนแถบไคเปอร์)ร์จากดวงดาวอื่นใกล้เคียง (กรณีข ณี องวัตถุ ในกลุ่มลุ่เมฆออร์ตร์ ) หรือ รื จากการชนกัน ทำ ให้มัห้นมัเคลื่อนเข้าข้มาใกล้ดวงอาทิตย์ ดาวเคราะห์ น้อน้ยมีกำ มีกำเนิดนิจากกระบวนการที่ต่างไปจากนี้ อย่าย่งไรก็ดี ดาวหางที่มีอ มี ายุเก่าแก่มากจน กระทั่งส่วส่นที่สามารถระเหิดหิเป็น ป็ แก๊สได้สูญสูสลายไปจนหมดก็อาจมีส มี ภาพคล้ายคลึงกับ ดาวเคราะห์น้ห์อน้ยก็ได้ เชื่อ ชื่ ว่าดาวเคราะห์น้ห์อน้ยใกล้โลกหลายดวงเคยเป็น ป็ ดาวหางมาก่อน 42
นับนัถึงเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 2009 มีร มี ายงานการค้นพบดาวหางแล้ว 3,648 ดวงในจำ นวน นี้ห นี้ ลายร้อร้ยดวงเป็น ป็ ดาวหางคาบสั้นสั้การค้นพบยังยัคงมีอ มี ย่าย่งต่อเนื่อ นื่ ง ซึ่งซึ่ส่วส่นที่ค้นพบแล้ว เป็น ป็ แค่เศษเสี้ย สี้ วเพีย พี งเล็กน้อน้ยของจำ นวนดาวหางทั้งหมดเท่านั้นนั้วัตถุอถุวกาศที่มีลั มีลักษณะ คล้ายกับดาวหางในระบบสุริสุยริะรอบนอกอาจมีจำ มีจำนวนมากกว่าหนึ่งนึ่ล้านล้านชิ้นชิ้ดาวหางที่ สามารถมองเห็น ห็ ได้ด้วยตาเปล่ามีปมี รากฏโดยเฉลี่ยอย่าย่งน้อน้ยปีล ปี ะหนึ่งนึ่ดวงในจำ นวนนี้ หลายดวงมองเห็น ห็ ได้เพีย พี งจาง ๆ เท่านั้นนั้ ดาวหางที่สว่างมากจนสามารถสังสัเกตเห็น ห็ ด้วยตาเปล่าได้โดยง่ายมักมัเรีย รี กว่าดาวหางใหญ่ (อังกฤษ: great comet) นอกจากนี้ยั นี้ งยัมีด มี าวหางประเภทเฉีย ฉี ดดวงอาทิตย์ ซึ่งซึ่มักมัจะแตก สลายเมื่อ มื่ เข้าข้ใกล้ดวงอาทิตย์มย์าก ๆ อันเป็น ป็ ผลจากแรงโน้มน้ถ่วงมหาศาล เป็น ป็ ที่มาของฝน ดาวตกต่าง ๆ และดาวหางอีกจำ นวนนับนัพันพัดวงที่มีว มี งโคจรไม่เม่สถียร ลักษณะทางกายภาพ ลักษณะทางกายภาพของดาวหางสามารถแบ่งบ่ออกได้เป็น ป็ 3 ส่วส่น คือ ส่วส่นนิวนิเคลียส โคม่าม่และหาง นิวเคลียลีสของดาวหางมีขมีนาดตั้งแต่ 0.5 กิโลเมตรไปจนถึง 50 กิโลเมตร ประกอบไปด้วยหินหิแข็ง ข็ ฝุ่นฝุ่ น้ำ แข็ง ข็ และแก๊ส แข็ง ข็ เช่นช่คาร์บร์อนมอนอกไซด์ คาร์บร์อนไดออกไซด์ มีเมีทน และแอมโมเนียนี องค์ประกอบนี้มันี้กมันิยนิมเรียรีกกันว่า "ก้อนหิมหิะสกปรก" แม้ จากการสังสัเกตเมื่อมื่ ไม่นม่านมานี้พนี้บว่าพื้นพื้ผิวผิของดาวหางนั้นนั้ แห้งห้และเป็น ป็ พื้นพื้หินหิสันสันิษนิฐานว่าก้อนน้ำ แข็ง ข็ ซ่อซ่นอยู่ใยู่ต้ เปลือก ในดาวหางยังยัมีสมีารประกอบอินทรีย์รี ย์ปรากฏอยู่ด้ยู่ ด้วย นอกเหนือนืจากแก๊สหลายชนิดนิดังกล่าวข้าข้งต้นแล้ว ยังยัมีเมีม ทานอลไฮโดรเจนไซยาไนด์ ฟอร์มัร์ลมัดีไฮด์ เอทานอล และอี เทน บางทีก็มีโมีมเลกุลกุที่ซับซัซ้อซ้นมากขึ้นขึ้เช่นช่สารประกอบ ไฮโดรคาร์บร์อนห่วห่งโซ่ยซ่าว และกรดอะมิโมิน นอกจากนี้ จากการศึกศึษาดาวหางในย่าย่นความถี่อัลตราไวโอเลต พบว่ามีชั้ มีชั้นชั้ของ ไฮโดรเจนห่อห่หุ้มหุ้ ดาวหางอีกชั้นชั้หนึ่งนึ่ ไฮโดรเจนเหล่านี้เ นี้ กิดจากไอน้ำ ที่แตกตัวอันเนื่อ นื่ งมา จากรังรัสีจ สี ากดวงอาทิตย์ นิวนิเคลียสของดาวหางมีรู มีรูปร่าร่งบิดบิเบี้ย บี้ วไม่เม่ ป็น ป็ ทรง เพราะมันมั ไม่มีม่ มี มวล (ซึ่งซึ่แปรผันผักับแรงโน้มน้ถ่วง) มากพอที่จะกลายเป็น ป็ ทรงกลมได้ ในระบบสุริสุยริะรอบ นอก ดาวหางจะคงสภาพแช่แช่ข็ง ข็ และไม่สม่ามารถสังสัเกตได้จากโลกหรือ รื สังสัเกตได้ยากมาก เนื่อ นื่ งจากมันมัมีข มี นาดเล็กมาก (แต่ก็มีนิ มี วนิเคลียสดาวหางบางดวงในแถบไคเปอร์ที่สามารถ มองเห็น ห็ ได้เมื่อ มื่ ดาวหางเคลื่อนเข้าข้มาสู่รสู่ะบบสุริสุยริะรอบใน ใกล้ดวงอาทิตย์มย์ากขึ้นขึ้ความ ร้อร้นจากดวงอาทิตย์จย์ะทำ ให้น้ำห้น้ำแข็ง ข็ และแก๊สแข็ง ข็ ระเหิดหิเป็น ป็ ไอ และปล่อยแก๊สออกมา เกาะกลุ่มลุ่กับฝุ่นฝุ่ ผงในอวกาศกลายเป็น ป็ ม่าม่นทรงกลมขนาดมหึมหึาล้อมรอบนิวนิเคลียส เรีย รี ก ว่า โคม่าม่ซึ่งซึ่โคม่าม่อาจมีข มี นาดเส้นส้ผ่าผ่นศูนศูย์กย์ลางถึงหลายล้านกิโลเมตรก็ได้ แรงดัน จากรังรัสีที่ สีที่แผ่จผ่ากดวงอาทิตย์แย์ละลมสุริสุยริะจะกระทำ ต่อโคม่าม่นี้ ทำ ให้เห้กิดเป็น ป็ ละอองขนาด ใหญ่ลญ่ากยาวออกไปเป็น ป็ หาง ในทิศทางตรงกันข้าข้มกับดวงอาทิตย์ 43
กระแสฝุ่นฝุ่ และแก๊สทำ ให้เห้กิด "หาง" ในรูปแบบที่แตกต่างกัน คือ หางแก๊ส หรือ รื หาง พลาสมา หรือ รื หางไอออน ประกอบด้วยไอออน และโมเลกุลกุที่ส่อส่งสว่างโดยการเรือ รื งแสง ถูกถูผลักออกไปโดยสนามแม่เม่หล็กในลมสุริสุยริะ ดังนั้นนั้ความผันผัแปรของลมสุริสุยริะจึงมีผ มี ลต่อ การเปลี่ยนรูปร่าร่งของหางแก๊สด้วย หางแก๊สจะอยู่ใยู่นระนาบวงโคจรของดาวหาง และชี้ไชี้ป ในทิศเกือบตรงข้าข้มดวงอาทิตย์พย์อดี หางอีกชนิดนิหนึ่งนึ่คือ หางฝุ่นฝุ่ ประกอบด้วยฝุ่นฝุ่ หรือ รื อนุภนุาคอื่น ๆ ที่เป็น ป็ กลางทางไฟฟ้าฟ้ถูกถูผลักออกจากดาวหางด้วยแรงดันจากการแผ่รัผ่งรัสี กลายเป็น ป็ หางที่มีรู มีรูปทรงห่อห่ โค้งไปด้านหลัง ในขณะที่ดาวหางเข้าข้ใกล้ดวงอาทิตย์ หางของ มันมัอาจยาวได้ถึงหลายร้อร้ยล้านกิโลเมตร ความยาวของหางแก๊สเคยบันบัทึกได้สูงสูสุดสุ มากกว่า 1 หน่วน่ยดาราศาสตร์ (ประมาณ 150 ล้านกิโลเมตร) ทั้งโคม่าม่และหางจะเรือ รื งแสงได้จากดวงอาทิตย์ และสามารถมองเห็น ห็ ได้จากโลกเมื่อ มื่ ดาวหางเคลื่อนเข้าข้มาสู่รสู่ะบบสุริสุยริะชั้นชั้ ใน ฝุ่นฝุ่ สะท้อนแสงอาทิตย์ไย์ด้โดยตรง ขณะที่กลุ่มลุ่ แก๊สเรือ รื งแสงได้ด้วยการแตกตัวเป็น ป็ ไอออน ดาวหางส่วส่นใหญ่จญ่ะมีค มี วามสว่างเพีย พี งจาง ๆ ซึ่งซึ่จะมองเห็น ห็ ได้โดยใช้กล้องโทรทรรศน์ แต่ก็มีด มี าวหางจำ นวนหนึ่งนึ่ที่มีค มี วามสว่างพอจะ มองเห็น ห็ ได้ด้วยตาเปล่า ผ่าผ่นเข้าข้มาใกล้ทุกทุ ๆ ทศวรรษ บางครั้งรั้ก็มีก มี ารระเบิดบิ ใหญ่ขึ้ญ่ขึ้นขึ้แบบ ฉับฉัพลันในกลุ่มลุ่แก๊สและฝุ่นฝุ่ ทำ ให้ขห้นาดของโคม่าม่ขยายตัวขึ้นขึ้มากชั่วชั่ขณะหนึ่งนึ่เหตุกตุารณ์ นี้เ นี้ คยเกิดขึ้นขึ้ ในปี พ.ศ. 2550 กับดาวหางโฮมส์ ข้อข้มูลมูที่น่าน่พิศพิวงคือ นิวนิเคลียสของดาวหางนับนัเป็น ป็ วัตถุอถุวกาศที่มืด มื ที่สุดสุพวกหนึ่งนึ่ใน บรรดาวัตถุใถุนระบบสุริสุยริะ ยานจอตโตพบว่านิวนิเคลียสของดาวหางฮัลเลย์มีค มี วามสามารถ สะท้อนแสงเพีย พี ง 4% เท่านั้นนั้ส่วส่นยานดีปสเปซ 1 พบว่าพื้น พื้ ผิวผิของดาวหางโบร์เร์รลลี สามารถสะท้อนแสงได้ราว 2.4 ถึง 3% ขณะที่พื้น พื้ ผิวผิยางมะตอยสามารถสะท้อนแสงได้ 7% คาดกันว่าสารประกอบอินทรีย์ รี อัย์ อันซับซัซ้อซ้นของนิวนิเคลียสเหล่านั้นนั้เป็น ป็ วัสดุที่ดุที่มีพื้ มีพื้น พื้ ผิวผิ มืด มื ความร้อร้นจากแสงอาทิตย์ทำย์ ทำ ให้อห้งค์ประกอบที่ระเหยง่ายกลายเป็น ป็ ไอหายไป เหลือ แต่สารประกอบอินทรีย์ รี แย์บบห่วห่งโซ่ยซ่าวซึ่งซึ่เป็น ป็ สสารมืด มื เหมือ มื นอย่าย่งน้ำ มันมัดินหรือ รื น้ำ มันมั ดิบ พื้น พื้ ผิวผิที่มืด มื ของดาวหางทำ ให้มัห้นมัสามารถดูดดูซับซัความร้อร้นได้ดีและยิ่งยิ่ระเหิดหิ ได้ง่ายขึ้นขึ้ ในปี พ.ศ. 2539 มีก มี ารค้นพบว่าดาวหางปลดปล่อยรังรัสีเ สี อกซ์ออกมาด้วยซึ่งซึ่ทำ ให้เห้หล่านักนั วิจัยพากันประหลาดใจ เพราะไม่เม่คยคาดกันมาก่อนว่าจะมีก มี ารปล่อยรังรัสีเ สี อกซ์จซ์าก ดาวหาง เชื่อ ชื่ ว่ารังรัสีเ สี อกซ์เซ์กิดจากปฏิกิริยริาระหว่างดาวหางกับลมสุริสุยริะขณะที่ประจุไฟฟ้าฟ้ ศักศัย์สูย์งสูเคลื่อนผ่าผ่นบรรยากาศรอบดาวหางแล้วเกิดปะทะกับอะตอมและโมเลกุลกุของ ดาวหาง ในการปะทะนั้นนั้ ไอออนได้จับกับอิเล็กตรอนจำ นวนหนึ่งนึ่แล้วปล่อยรังรัสีเ สี อกซ์รซ์วม ถึงโฟตอนที่ความถี่ระดับอัลตราไวโอเลตไกล 44
ลักษณะของวงโคจร ดาวหางส่วส่นใหญ่มีญ่ว มี งโคจรเป็น ป็ วงรีที่ รีที่เรีย รี วมาก ๆ โดยมีปมี ลายข้า ข้ งหนึ่ง นึ่ ของวงรีเ รี ข้า ข้ใกล้ดวงอาทิตย์ ส่วส่นปลายอีกข้า ข้ งหนึ่ง นึ่ ทอดไกลออกไปยังยัด้าน นอกของระบบสุริ สุ ยริะ สามารถแบ่งบ่ ประเภทของ ดาวหางได้เป็น ป็ กลุ่ม ลุ่ ตามคาบการโคจร ยิ่งยิ่ ดาวหางมีค มี าบการโคจรยาวเท่าใด รูปวงรีก็ รีก็ จะยิ่งยิ่ เรีย รี วมากขึ้น ขึ้ ดาวหางคาบสั้นสั้ (อังกฤษ: Short-period comets) เป็น ป็ ดาวหางที่มีคมีาบการโคจรรอบดวงอาทิตย์ น้อน้ยกว่า 200 ปี โดยทั่วไปมักมัมีรมีะนาบวงโคจรใกล้เคียงกับระนาบสุริสุยริวิถี และเคลื่อนที่ไปในทิศทาง เดียวกับดาวเคราะห์ จุดปลายของวงรีอีรี อีกด้านที่ไกลจากดวงอาทิตย์ที่ย์ที่สุดสุมักมัอยู่ใยู่นแถบของดาว เคราะห์รห์อบนอกของระบบสุริสุยริะ (ตั้งแต่ดาวพฤหัสหับดีออกไป) ตัวอย่าย่งเช่นช่ดาวหางฮัลเลย์มีจุมีจุดไกล ที่สุดสุจากดวงอาทิตย์อย์ยู่ใยู่นบริเริวณวงโคจรของดาวเนปจูนส่วส่นดาวหางที่มีคมีาบโคจรสั้นสั้กว่านั้นนั้เช่นช่ ดาวหางเองเคอ (อังกฤษ: Comet Encke) มีจุมีจุดไกลที่สุดสุเพียพีงไม่เม่กินวงโคจรของดาวพฤหัสหับดี ดาวหางคาบสั้นสั้สามารถแบ่งบ่ ได้เป็น ป็ 2 กลุ่มลุ่คือ กลุ่มลุ่ดาวพฤหัสหับดี (คาบโคจรไม่เม่กิน 20 ปี)ปีและกลุ่มลุ่ ดาวหางฮัลเลย์ (คาบโคจรระหว่าง 20 ถึง 200 ปี)ปี ดาวหางคาบยาว (อังกฤษ: Long-period comets) มีคมีวามรีขรีองวงโคจรมากกว่า และมีคมีาบโคจร ตั้งแต่ 200 ปีขึ้ปี ขึ้นขึ้ ไปจนถึงหลายพันพัหรือรืหลายล้านปี (ตามนิยนิามแล้ว ดาวหางเหล่านี้จนี้ะต้องยังยัคงอยู่ ภายใต้แรงโน้มน้ถ่วงของดวงอาทิตย์ ดาวหางที่ถูกถูดีดออกจากระบบสุริสุยริะหลังจากเคลื่อนผ่าผ่นดาว เคราะห์ขห์นาดใหญ่จญ่ะไม่นัม่บนัว่าเป็น ป็ ดาวหางที่มี "คาบโคจร" อีกต่อไป) จุดปลายของวงรีด้รี ด้านที่ไกล จากดวงอาทิตย์จย์ะอยู่นยู่อกเขตแดนดาวเคราะห์รห์อบนอกออกไปอีก และระนาบโคจรของดาวหาง กลุ่มลุ่นี้อนี้าจไม่อม่ยู่ใยู่นระนาบเดียวกับสุริสุยริวิถีก็ได้ ดาวหางแบบปรากฏครั้งรั้เดียว (อังกฤษ: Single-apparition comets) มีลัมีลักษณะคล้ายคลึงกับ ดาวหางคาบยาว แต่มักมัมีเมีส้นส้ทางแบบพาราโบลาหรือรื ไฮเพอร์โร์บลา ทำ ให้มัห้นมัผ่าผ่นเข้าข้มาในระบบ สุริสุยริะเพียพีงครั้งรั้เดียว นักนัวิชาการบางคนใช้คำช้ คำว่า "ดาวหางรายคาบ" (อังกฤษ: Periodic comet) สำ หรับรัดาวหางใด ๆ ที่มี วงโคจรเป็น ป็ วงรี (ได้แก่ทั้งดาวหางคาบสั้นสั้และดาวหางคาบยาว) [18] แต่บางคนก็นับนัแต่เพียพีง ดาวหางคาบสั้นสั้เท่านั้นนั้ [19] ในทำ นองเดียวกัน แม้คำม้ คำว่า "ดาวหางแบบไม่มีม่คมีาบ" (non-periodic comet) จะมีคมีวามหมายเดียวกับดาวหางแบบปรากฏครั้งรั้เดียว แต่นักนัวิชาการบางคนก็ใช้ใช้นความ หมายรวมถึงดาวหางคาบยาว หรือรืคาบยาวนานกว่า 200 ปีด้ปี ด้วย ในระยะหลังมีกมีารค้นพบแถบ ดาวหางหลัก(อังกฤษ: Main-belt comets) ซึ่งซึ่ทำ ให้เห้กิดการแบ่งบ่ ประเภทเพิ่มพิ่ขึ้นขึ้อีกหนึ่งนึ่ชนิดนิ ดาวหางในกลุ่มลุ่นี้มีนี้วมีงโคจรค่อนข้าข้งกลมมากกว่ากลุ่มลุ่อื่น ๆ ในระยะเดียวกันกับแถบดาวเคราะห์น้ห์อน้ย 45
ลักษณะของวงโคจร เมื่อมื่ดูจดูากลักษณะของวงโคจร เชื่อชื่กันว่าดาวหางคาบสั้นสั้น่าน่จะมีต้มี ต้นกำ เนิดนิมาจากแถบไคเปอร์ ซึ่งซึ่อยู่ใยู่นห้วห้งอวกาศแถบวงโคจรของดาวเนปจูน ส่วส่นดาวหางคาบยาวน่าน่จะมาจากแหล่งที่ ไกลกว่านั้นนั้เช่นช่ ในกลุ่มลุ่เมฆออร์ตร์ (ตั้งชื่อชื่ตามนักนัดาราศาสตร์ชร์าวเนเธอร์แร์ลนด์ เจน เฮนดริกริ ออร์ตร์ผู้ค้ผู้ ค้นพบ) [22] เชื่อชื่กันว่า มีวัมีวัตถุลัถุลักษณะคล้ายดาวหางจำ นวนมากโคจรรอบดวงอาทิตย์ เป็น ป็ วงเกือบกลมในระยะวงโคจรราว ๆ นั้นนั้อยู่แยู่ล้ว แต่อิทธิพธิลจากแรงโน้มน้ถ่วงของดาว เคราะห์รห์อบนอก (กรณีแณีถบไคเปอร์)ร์หรือรืแรงโน้มน้ถ่วงจากดวงดาวอื่น (กรณีกณีลุ่มลุ่เมฆออร์ตร์ ) อาจส่งส่ผลโดยบังบัเอิญทำ ให้วัห้ วัตถุอถุวกาศในเขตนั้นนั้เปลี่ยนวงโคจรกลายเป็น ป็ วงรีแรีละเคลื่อน เข้าข้หาดวงอาทิตย์ จนกลายมาเป็น ป็ ดาวหางที่เรามองเห็น ห็ แต่ทว่าการปรากฏของดาวหางใหม่ ๆ ตามสมมุติมุติฐานข้อข้นี้ยันี้งยัไม่อม่าจคาดการณ์ไณ์ด้ วงโคจรอันเป็น ป็ วงรีทำรี ทำ ให้ดห้าวหางผ่าผ่นเข้าข้ไปใกล้ดาวเคราะห์ขห์นาดใหญ่บ่ญ่อบ่ยครั้งรั้ทำ ให้วห้งโคจร ของดาวหางบิดบิเพี้ยพี้นไป ดาวหางคาบสั้นสั้มักมัมีจุมีจุดปลายสุดสุของวงโคจรด้านไกลดวงอาทิตย์อย์ยู่ ในรัศรัมีวมีงโคจรของดาวเคราะห์ขห์นาดใหญ่ เช่นช่ดาวพฤหัสหับดี ซึ่งซึ่มีมมีวลรวมมากกว่าดาว เคราะห์ที่ห์ที่เหลือทั้งหมดรวมกัน ในบางครั้งรั้ดาวหางคาบยาวก็อาจถูกถูแรงโน้มน้ถ่วงรบกวนเส้นส้ ทางโคจรจนทำ ให้กห้ลายมาเป็น ป็ ดาวหางคาบสั้นสั้ ได้ (ดาวหางฮัลเลย์อาจเป็น ป็ ตัวอย่าย่งหนึ่งนึ่ของ กรณีนี้ณีนี้)นี้ การเฝ้าฝ้สังสัเกตการณ์ใณ์นยุคแรกไม่ค่ม่ ค่อยพบดาวหางที่มีวมีงโคจรแบบไฮเพอร์โร์บลา (หรือรืดาวหาง แบบไม่มีม่คมีาบ) แต่ไม่มีม่ดมีาวหางดวงใดจะรอดพ้นพ้แรงโน้มน้ถ่วงรบกวนจากดาวพฤหัสหับดีไปได้ หากดาวหางเคลื่อนไปในห้วห้งอวกาศระหว่างดาว มันมัจะต้องเคลื่อนที่ไปด้วยความเร็ว ร็ในระดับ เดียวกับความเร็ว ร็ สัมสัพัทพัธ์ขธ์องดาวที่อยู่ใยู่กล้ดวงอาทิตย์ (ระดับหลายสิบสิกิโลเมตรต่อวินาที) เมื่อมื่วัตถุเถุหล่านั้นนั้เข้าข้มาในระบบสุริสุยริะก็มักมัจะมีวิมีวิถีโคจรเป็น ป็ แบบไฮเพอร์โร์บลา จากการคำ นวณ อย่าย่งหยาบ ๆ พบว่าจะมีดมีาวหางที่มีวมีงโคจรแบบไฮเพอร์โร์บลาเกิดขึ้นขึ้ประมาณศตวรรษละสี่ ดวง ปัจปัจุบันบัดาวหางรายคาบที่ค้นพบในศตวรรษที่แล้วจำ นวนหนึ่งนึ่ได้ "สูญสูหายไป" แต่วงโคจร ของมันมัเท่าที่ตรวจวัดยังยัไม่ลม่ะเอียดดีพอสำ หรับรัทำ นายการปรากฏตัวในอนาคต อย่าย่งไรก็ดี มี การค้นพบ "ดาวหางใหม่"ม่บางดวง และเมื่อมื่คำ นวณวงโคจรของมันมัแล้ว อาจเป็น ป็ ไปได้ว่ามันมั คือดาวหางเก่าที่ "สูญสูหายไป" นั่นนั่เอง ตัวอย่าย่งเช่นช่ดาวหางเทมเพล-ซวิฟท์-ลีเนียนีร์ ซึ่งซึ่ค้นพบ ในปี พ.ศ. 2412 (ค.ศ. 1869) แต่ไม่สม่ามารถสังสัเกตการณ์ไณ์ด้อีกหลังจากปี พ.ศ. 2451 เนื่อนื่งจากการรบกวนวงโคจรของดาวพฤหัสหับดี กลับมาปรากฏตัวอีกครั้งรั้โดยบังบัเอิญโดย โครงการลีเนียนีร์ (อังกฤษ: LINEAR; Lincoln Laboratory Near-Earth Asteroid Research project : โครงการความร่วร่มมือมืระหว่างกองทัพอากาศสหรัฐรัฯ, นาซา และเอ็มไอที) ในปี พ.ศ. 2544 56 46
ดาวหางเฉีย ฉี ดดวงอาทิตย์ ดาวหางเฉียฉีดดวงอาทิตย์ (Sungrazing comet) คือดาวหางที่เข้าข้ใกล้ดวงอาทิตย์มย์ากเป็น ป็ พิเพิศษ บางครั้งรั้เข้าข้ใกล้เพียพีงไม่กี่ม่กี่พันพักิโลเมตรจากพื้นพื้ผิวผิดวงอาทิตย์ ดาวหางขนาดเล็กอาจ ระเหิดหิหายไปเลยเมื่อมื่เข้าข้ใกล้ดวงอาทิตย์มย์าก ๆ แต่ถ้าดวงใหญ่สัญ่กสัหน่อน่ยก็จะสามารถเคลื่อน ผ่าผ่นจุดใกล้ดวงอาทิตย์ที่ย์ที่สุดสุได้หลายครั้งรั้แต่ส่วส่นใหญ่แญ่ล้วแรงโน้มน้ถ่วงมหาศาลของดวง อาทิตย์มัย์กมัจะส่งส่ผลให้มัห้นมัแตกออกเป็น ป็ เสี่ยสี่ง ๆ เสียสีมากกว่า ประมาณ 90% ของดาวหางประเภทนี้ที่นี้ที่สังสัเกตการณ์โณ์ดยยานโซโฮ มักมัเป็น ป็ ดาวหางในตระกูลกูค รอทซ์ (Kreutz) ซึ่งซึ่มีกำมีกำเนิดนิจากดาวหางขนาดยักยัษ์ดวงหนึ่งนึ่ที่แตกเป็น ป็ ชิ้นชิ้เล็กชิ้นชิ้น้อน้ยระหว่าง การเข้าข้สู่รสู่ะบบสุริสุยริะชั้นชั้ ในเป็น ป็ ครั้งรั้แรกส่วส่นอีก 10% ที่เหลือเป็น ป็ ดาวหางทั่วไป ยังยัมีกมีลุ่มลุ่ของ ดาวหางอีก 4 กลุ่มลุ่ที่ถูกถูจัดอยู่ใยู่นประเภทนี้ ได้แก่ ดาวหางตระกูลกูครอต (Kracht), ครอต 2 เอ (Kracht 2a), มาร์สร์เดน (Marsden) และมีเมียอร์ (Meyer) กลุ่มลุ่ดาวหางมาร์สร์เดนและครอตต่าง เกี่ยวข้อข้งกับดาวหางมัคมั โฮลซ์ (96P/Machholz) ซึ่งซึ่เป็น ป็ ดาวหางต้นกำ เนิดนิของธารสะเก็ดดาว ในฝนดาวตกควอดแดรนต์ (Quadrantids) และฝนดาวตกแกะ(Arietids) ดาวหางที่ผิ ที่ ดผิปกติ ในบรรดาดาวหางซึ่งซึ่เรารู้จัรู้ จักแล้วเป็น ป็ จำ นวนนับนัพันพัดวง มีบมีางดวงที่เป็น ป็ ดาวหางผิดผิปกติ ดาว หางเองเคอมีวมีงโคจรตั้งแต่เขตรอบนอกของแถบดาวเคราะห์น้ห์อน้ยเข้าข้มาจนถึงวงโคจรของดาว พุธพุขณะที่ดาวหางชวาสมานน์-น์วัคมานน์(น์29P/Schwassmann-Wachmann) มีวมีงโคจรที่ เคลื่อนอยู่รยู่ะหว่างดาวพฤหัสหับดีและดาวเสาร์เท่านั้นนั้ดาวหาง 2060 ไครอน ซึ่งซึ่มีวมีงโคจรที่ไม่ เสถียร เปลี่ยนแปรอยู่รยู่ะหว่างดาวเสาร์กัร์ กับดาวยูเรนัสนัถูกถูจัดประเภทเป็น ป็ ดาวเคราะห์น้ห์อน้ยเมื่อมื่ ตอนที่ค้นพบครั้งรั้แรก จนกระทั่งต่อมามีกมีารค้นพบหางโคม่าม่อย่าย่งจาง ๆในทำ นองเดียวกัน ดาวหางชูเมกเกอร์-ร์เลวี 2 ก็ถูกถูจัดประเภทเริ่มริ่ต้นเป็น ป็ ดาวเคราะห์น้ห์อน้ย 1990 UL3คาดว่าดาว เคราะห์น้ห์อน้ยที่เข้าข้มาใกล้โลกประมาณ 6% เป็น ป็ นิวนิเคลียสของดาวหางที่หมดอายุ ไม่มีม่แมีก๊ส หลงเหลืออยู่อียู่ อีกต่อไปแล้ว ประเภทดาวหาง 47