The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คำอธิบายการใช้วิอิเล็กทรอนิกส์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Kanchana, 2022-04-26 23:29:54

คำอธิบายการใช้วิอิเล็กทรอนิกส์

คำอธิบายการใช้วิอิเล็กทรอนิกส์

คาํ อธบิ ายการใชว ธิ พี ิจารณาคดที างอเิ ล็กทรอนกิ ส
สวนการพิจารณาคดอี อนไลน

จดั ทําโดย
คณะทํางานนิเทศ ติดตาม สง เสริม และสนบั สนนุ การพิจารณาคดี

ทางอิเล็กทรอนิกสในศาลชนั้ ตน

(๑)

คําปรารภ
ประธานศาลฎีกา

การอํานวยความยุติธรรมและคุมครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนภายใตหลักนิติธรรมถือเปน
เปาหมายหลักของศาลยุติธรรมในฐานะสถาบันหลักในการอํานวยความยุติธรรมใหแกประชาชนและ
สงั คม การดาํ เนินการเพ่อื พฒั นาบุคลากรและระบบงานของศาลยุติธรรมเพือ่ เสรมิ สรางประสิทธิภาพใน
การปฏบิ ัติงานของศาลยตุ ิธรรม ถอื เปน นโยบายหลักและเปน ภาระกิจที่สาํ คัญอกี ประการหนง่ึ ของศาลยุตธิ รรม
ในการคมุ ครองสทิ ธเิ สรีภาพและสง เสรมิ การเขาถงึ ความยตุ ธิ รรมดวยความเสมอภาค และเที่ยงธรรม

การจัดทําคําอธิบายการใชวิธีพิจารณาคดีทางอิเล็กทรอนิกส สวนการพิจารณาคดีออนไลน
มีเจตนารมณเพ่ือจะเสริมสรางองคความรู และพัฒนาความเขาใจใหแกบุคลากรของ
ศาลยตุ ธิ รรม รวมทั้งจะเปนเครือ่ งมือท่ีสาํ คัญสําหรับผูพพิ ากษาศาลยุติธรรมในการศกึ ษาเพื่อประกอบการ
ใชดุลพินิจใหถูกตอง เที่ยงธรรมและสอดคลองกับความเจริญกาวหนาทางเทคโนโลยี และสามารถ
อาํ นวยความยุติธรรมและคุมครองสิทธิเสรีภาพใหประชาชนไดเขาถึงกระบวนการยุติธรรมโดยสะดวก
รวดเร็ว และทั่วถึง จึงขอขอบคุณผูมีสวนเกี่ยวของทุกทานที่เพียรพยายามจัดทําคําอธิบายการใชวิธี
พจิ ารณาคดที างอิเล็กทรอนกิ ส สวนการพิจารณาคดีออนไลน จนสาํ เรจ็ พรอ มที่จะอํานวยประโยชนใ หแกผ ู
พพิ ากษาและบคุ ลากรของศาลยุตธิ รรม ในการอาํ นวยความยตุ ิธรรมไดอยางมปี ระสทิ ธิภาพตอ ไป

(นางเมทินี ชโลธร)
ประธานศาลฎกี า

(๒)

คาํ นํา

สืบเนื่องจากสํานักงานศาลยุติธรรมไดจัดทําคําอธิบายการใชวิธีพิจารณาคดีทางอิเล็กทรอนิกส
สวนการพิจารณาคดีออนไลน ข้ึน โดยมีความมุงหมายท่ีจะใชเปนเครื่องมือ แหลงขอมูล และแนวทาง
เก่ียวกับการน่ังพิจารณาโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส เพื่อใหการปฏิบัติงานของผูพิพากษาและเจาหนาที่
เปนมาตรฐานเดียวกัน ซ่ึงการนําเทคโนโลยีมาปรับใชในการพิจารณาคดีนั้นมีหลกั บางประการท่ีแตกตางจาก
การใชวิธีพจิ ารณาความแพงทวั่ ไป ดงั นั้น จงึ มีความจาํ เปนท่ีจะตองจัดทาํ คําอธบิ ายการใชว ธิ ีพิจารณาคดี
ทางอเิ ล็กทรอนกิ ส สว นการพิจารณาคดอี อนไลน ดังกลาวใหเกิดความกระจา งชัดและมคี วามเขาใจท่ีตรงกัน

การจัดทําคําอธิบายการใชวิธีพิจารณาคดีทางอิเล็กทรอนิกส สวนการพิจารณาคดีออนไลน
จึงเปนการนําเสนอทางวิชาการเพื่อสรางองคความรูและความเขาใจของผูพิพากษาศาลยุติธรรม
และเจาหนาทซี่ ่ึงปฏิบัติหนาท่ีโดยตรง ตลอดจนผูสนใจทว่ั ไป โดยคาํ อธิบายฉบบั น้ีไดรวบรวมหลักการ
สําคัญ คําอธิบายและตัวอยางรายงานกระบวนพิจารณาเกี่ยวกับการพิจารณาคดีทางอิเล็กทรอนิกส
คําถามที่พบบอยเก่ียวกบั การพจิ ารณาคดีทางอิเล็กทรอนิกส ตลอดจนกฎหมายและระเบยี บทีเ่ กี่ยวของ
เพ่อื อาํ นวยความสะดวกในการปฏิบัติงาน การศึกษา และการทําความเขาใจ เกี่ยวกับการน่ังพิจารณา
โดยวธิ ีการทางอิเล็กทรอนิกส ตามขอ กําหนดของประธานศาลฎีกา วา ดวยการพิจารณาคดีทางอิเล็กทรอนิกส
พ.ศ. ๒๕๖๓ ที่ออกโดยอาศัยอํานาจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพง มาตรา ๓๔/๑
มาตรา ๕๑ วรรคสอง และมาตรา ๖๘

โอกาสน้ี คณะทํางานนิเทศ ติดตาม สงเสริม และสนับสนุนการพิจารณาคดีทางอิเล็กทรอนิกส
ในศาลชัน้ ตน ขอขอบคุณคณะทํางานประสานงานศูนยประสานงานการใชวิธีพิจารณาคดีทางอิเล็กทรอนิกส
และผูมีสวนเกี่ยวของทุกทานที่อุทิศเวลา ทุมเทกําลังกายและสติปญญา จนทําใหคําอธิบายการใช
วธิ พี ิจารณาคดีทางอิเล็กทรอนิกส สวนการพิจารณาคดีออนไลน สําเร็จลุลวง และหวังเปนอยางย่ิงวา
คําอธิบายเลมนี้ จะเปนประโยชนและใชเปนแนวทางในการปฏิบัติงานเพ่ือใหศาลสามารถพิจารณาคดีได
ดวยความสะดวก รวดเรว็ และมีประสิทธิภาพตอไป

คณะทํางานฯ
สงิ หาคม ๒๕๖๔

(๓)

สารบญั

หวั ขอ หนา
คําปรารภ ................................................................................................................................... (๑)
คาํ นํา .......................................................................................................................................... (๒)
สารบญั ....................................................................................................................................... (๓)
หมวด ๑ : บททัว่ ไป ……………………………………….…………………………………….......…….............. ๑

๑.๑ ท่มี า ความหมายและประโยชนข องการพจิ ารณาคดที างอิเล็กทรอนกิ ส. ................ ๑
๑.๑.๑ ทมี่ าของการพจิ ารณาคดีทางอเิ ลก็ ทรอนิกส ........................................ ๓
๑.๑.๒ ความหมายของการพจิ ารณาคดที างอิเลก็ ทรอนกิ ส ............................. ๔
๑.๑.๓ ประโยชนข องการพิจารณาคดที างอิเล็กทรอนิกส ................................ ๕

๑.๒ หลักการสําคัญของการพิจารณาคดที างอเิ ลก็ ทรอนิกส …….....................…....…... ๖
๑.๒.๑ การคาํ นึงถงึ ความสามารถในการเขาถงึ เทคโนโลยีของคูความ ............. ๘
๑.๒.๒ การคํานึงถงึ สทิ ธใิ นการตอสคู ดขี องคคู วาม ……………..…................……. ๙
๑.๒.๓ การพิจารณาคดีโดยเปด เผย ………………...………....….....................…..… ๑๐
๑.๒.๔ การดําเนินกระบวนพจิ ารณาเสมอื นหนึง่ ในหองพิจารณา ...…........…… ๑๒
๑.๒.๕ การคมุ ครองขอ มลู สว นบุคคล ............................................................... ๒๒
๑.๒.๖ หลักการท่ีแตกตา งจากการใชว ธิ พี จิ ารณาความแพงทว่ั ไป ………....….… ๒๒
๒๒
หมวด ๒ : การพจิ ารณาคดที างอเิ ลก็ ทรอนิกส ........................................................................ ๒๓
๒.๑ ประเภทคดที ส่ี ามารถใชว ธิ ีพจิ ารณาคดที างอเิ ล็กทรอนิกส ……….....………............. ๒๓
๒.๒ ผมู สี ทิ ธิรอ งขอพจิ ารณาคดีทางอิเลก็ ทรอนกิ ส …………………….........................…... ๒๔
๒.๓ ระยะเวลาในการยืน่ คาํ รอ งขอพิจารณาคดที างอิเล็กทรอนิกส ...................………… ๒๕
๒.๓.๑ ยน่ื คาํ รอ งขอพิจารณาคดที างอิเล็กทรอนกิ สพ รอมกับคาํ คูความ ..........
๒.๓.๒ ยื่นคํารองขอพจิ ารณาคดีทางอิเล็กทรอนกิ สในระหวา งการพิจารณา ...
๒.๔ เงือ่ นไขในการอนญุ าตใหพ จิ ารณาคดที างอิเล็กทรอนกิ ส ………………........……....…

(๔)

หัวขอ หนา
๒.๕ การสงหมายเรียกและการประกาศนัดไตสวนคดีท่ีนั่งพิจารณาคดีโดยวิธีการ
๒๖
ทางอเิ ลก็ ทรอนกิ ส ..................................................................................................................….
๒.๕.๑ การสงหมายเรียก หรือประกาศนัดไตสวน โดยวิธีการลงโฆษณา ๒๖
๒๗
ทางส่อื เทคโนโลยีสารสนเทศ (e-Notice System) …………………................................………...... ๒๘
๒.๕.๒ การสงหมายเรียกพยาน และการมาศาลของพยาน ....…….................... ๒๙
๒๙
๒.๖ การจายคาปวยการ คา พาหนะเดินทาง และคา เชาท่ีพักของพยาน ...................... ๒๙
๒.๗ ขอพึงปฏิบัติในการนง่ั พจิ ารณาคดีโดยวิธกี ารทางอเิ ล็กทรอนกิ ส …....................... ๓๐
๓๑
๒.๗.๑ การปฏบิ ตั ิตนของผูพ พิ ากษา ………....................................................... ๓๑
๒.๗.๒ การปฏบิ ตั ติ นของเจา หนาท่ีหนา บลั ลังก ………...................................... ๓๓
๒.๗.๓ การปฏิบตั ติ นของคูความและทนายความ ………................................... ๓๓
๒.๘ แอปพลิเคชนั ท่ีใชในการนงั่ พจิ ารณาคดีโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส ……............ ๓๓
๒.๙ อุปกรณแ ละเคร่อื งมอื ทจ่ี าํ เปน ในการนง่ั พิจารณาคดโี ดยวธิ กี ารทางอิเลก็ ทรอนกิ ส ๔๐
หมวด ๓ : กระบวนพิจารณาคดีทางอเิ ล็กทรอนกิ ส ………………….…………............……...……..
๓.๑ กระบวนพจิ ารณาคดรี อ งขอจดั การมรดกทางอิเล็กทรอนกิ ส.................................. ๔๖
๓.๑.๑ กระบวนพิจารณากอนวนั นดั ................................................................. ๔๖
๓.๑.๒ กระบวนพจิ ารณาในวนั นัด.................................................................... ๕๑
๓.๒ กระบวนพิจารณาคดีผบู ริโภค คดีมโนสาเร คดีไมมขี อ ยงุ ยาก และคดีแพง สามญั ๖๑
ทางอเิ ลก็ ทรอนิกส....................................................................................................................... ๖๑
๓.๒.๑ กระบวนพจิ ารณากอนวันนดั ................................................................. ๖๑
๓.๒.๒ กระบวนพิจารณาในวนั นดั .................................................................... ๖๖
๓.๓ การสืบพยานสองฝายทางอเิ ล็กทรอนกิ ส................................................................ ๖๖
๓.๓.๑ กระบวนพิจารณากอนวนั นัด ................................................................
๓.๓.๒ กระบวนพิจารณาในวันนดั ...................................................................
๓.๔ การลงลายมอื ชื่ออิเลก็ ทรอนิกสใ นสญั ญาประนปี ระนอมยอมความ ......................
๓.๔.๑ ตอ งกระทําตอ หนา ศาลท่นี ัง่ พจิ ารณา ...................................................

(๕)

หัวขอ หนา
๖๖
๓.๔.๒ มีการพิสจู นต วั ตนและยนื ยนั ตวั ตนของคคู วาม .....................................
๖๗
๓.๔.๓ ปรากฏลายมือชื่อของคูความทั้งสองฝายในรูปแบบของลายมือชื่อ ๖๗
อิเลก็ ทรอนกิ สซ ่งึ แสดงถงึ เจตนาในการลงลายมอื ชอ่ื ในสญั ญาประนปี ระนอมยอมความ ........... ๗๐
๗๐
๓.๔.๔ การยืนยันและบนั ทกึ หลกั ฐาน .............................................................. ๗๒
๓.๕ ตัวอยางรายงานกระบวนพิจารณาคดีทางอิเล็กทรอนกิ ส ...................................... ๗๘
๘๒
๓.๕.๑ คดไี มม ขี อพพิ าท ................................................................................... ๘๓
๓.๕.๒ คดมี ขี อ พพิ าท .......................................................................................
หมวด ๔ : คําถามทพ่ี บบอ ยเกี่ยวกบั วธิ พี ิจารณาคดที างอิเล็กทรอนิกส …………..............….... ๘๔
ภาคผนวก : รวมกฎหมายและระเบยี บเกย่ี วกบั การใชว ธิ พี ิจารณาคดที างอเิ ล็กทรอนิกส .....
ขอกาํ หนดของประธานศาลฎกี า ................................................................................. ๑๐๐
ขอกําหนดของประธานศาลฎีกา วาดวยการไกลเกลี่ย พ.ศ. ๒๕๕๔ ลงวันที่
๒๘ กนั ยายน ๒๕๕๔ ................................................................................................................. ๑๐๕
ขอกําหนดของประธานศาลฎีกา วาดวยแนวทางการนําสืบพยานหลักฐาน
และการสืบพยานบุคคลที่อยูนอกศาลโดยระบบการประชุมทางจอภาพ พ.ศ. ๒๕๕๖ ลงวันท่ี ๑๐๙
๓ พฤษภาคม ๒๕๕๖ .................................................................................................................
ขอกําหนดของประธานศาลฎีกา วาดวยการย่ืน สง และรับคําคูความและ ๑๑๒
เอกสารทางระบบรับสง อิเลก็ ทรอนิกส พ.ศ. ๒๕๖๐ ลงวนั ที่ ๒๖ เมษายน ๒๕๖๐ ...................
ขอกําหนดของประธานศาลฎีกา วาดวยการไกลเกลี่ย (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๐ ๑๑๙
ลงวันที่ ๕ มถิ ุนายน ๒๕๖๐ ........................................................................................................
ขอกําหนดของประธานศาลฎีกา วาดวยการจัดทําสารบบความ สารบบ ๑๒๐
คําพิพากษา และการรวบรวมเกบ็ รักษาเอกสารในสํานวนความในรปู แบบขอ มูลอเิ ล็กทรอนิกส
พ.ศ. ๒๕๖๒ ลงวนั ท่ี ๒๔ มถิ ุนายน ๒๕๖๒ ............................................................................... ๑๒๘
ขอกําหนดของประธานศาลฎีกา วาดวยการยื่น สง และรับคําคูความและ
เอกสารทางระบบรับสง อิเล็กทรอนกิ ส (ฉบบั ท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๖๒ ลงวันที่ ๔ ธันวาคม ๒๕๖๒ ....
ขอกําหนดของประธานศาลฎีกา วาดวยวิธีพิจารณาคดีทางอิเล็กทรอนิกส
พ.ศ. ๒๕๖๓ ลงวันที่ ๑๘ กันยายน ๒๕๖๓ ...............................................................................
ขอกําหนดของประธานศาลฎีกา วาดวยการไกลเกล่ียกอนฟอง พ.ศ. ๒๕๖๓
ลงวันที่ ๔ พฤศจิกายน ๒๕๖๓ ..................................................................................................

(๖)

หัวขอ หนา
๑๓๑
ระเบยี บราชการฝา ยตลุ าการศาลยุตธิ รรม ...............................................................................
ระเบียบราชการฝายตุลาการศาลยุติธรรม วาดวยการดําเนินคดีแพงระหวางท่ีมี ๑๓๒
๑๓๖
การแพรระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Coronavirus Disease : COVID-19) ๑๓๗
พ.ศ. ๒๕๖๔ ............................................................................................................................... ๑๓๙
คาํ แนะนาํ ของประธานศาลฎีกา ............................................................................................... ๑๔๐

คําแนะนําของประธานศาลฎีกา วาดวยการสงเอกสารและการประกาศนัดไตสวน ๑๔๓
โดยวิธีลงโฆษณาทางสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศ พ.ศ. ๒๕๖๑ ...................................................... ๑๔๙
ประกาศสํานกั งานศาลยตุ ธิ รรม ................................................................................................ ๑๖๖
๒๑๕
ประกาศสํานักงานศาลยุติธรรม เรื่อง หลักเกณฑและวิธีการสงเอกสารและการประกาศ ๒๑๖
นัดไตส วนโดยวธิ ลี งโฆษณาทางสอื่ เทคโนโลยีสารสนเทศ ลงวันท่ี ๑ พฤศจกิ ายน ๒๕๖๑ .........
๒๒๗
ประกาศสํานักงานศาลยุติธรรม เร่ือง หลักเกณฑและวิธีการจัดทําสารบบความ ๒๒๙
สารบบคําพิพากษา และการรวบรวมเก็บรักษาเอกสารในสํานวนความในรูปแบบขอมูล ๒๓๐
อเิ ลก็ ทรอนกิ ส ลงวนั ท่ี ๒๒ กรกฎาคม ๒๕๖๒............................................................................ ๒๓๔

ประกาศสํานักงานศาลยุติธรรม เรื่อง หลักเกณฑ วิธีการ และเงื่อนไขในการยื่น สง
และรบั คาํ คูค วามและเอกสารทางระบบรับสงอิเลก็ ทรอนกิ ส ลงวันที่ ๓๐ ธันวาคม ๒๕๖๒ ......

ประกาศสํานักงานศาลติธรรม เร่ือง การไกลเกลี่ยกอนฟองตามประมวลกฎหมาย
วธิ ีพิจารณาความแพง มาตรา ๒๐ ตรี ลงวนั ที่ ๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๓ ......................................

ประกาศสํานักงานศาลยุติธรรม เรื่อง คูความที่มีสิทธิลงทะเบียนเพ่ือใชงาน
ระบบรบั สงอิเลก็ ทรอนกิ ส (e-Filing System) ลงวันท่ี ๒๗ มกราคม ๒๕๖๔ ..........................

ประกาศสํานักงานศาลยุติธรรม เรื่อง หลักเกณฑ วิธีการและเง่ือนไขเกี่ยวกับการใช
วธิ พี จิ ารณาอเิ ลก็ ทรอนกิ ส ลงวันท่ี ๒๐ กรกฎาคม ๒๕๖๔ ..........................................................

ประกาศสํานักงานศาลยุติธรรม เร่ือง หลักเกณฑ วิธีการและเง่ือนไขในการย่ืน สง
และรับคําคูความและเอกสารในคดีครอบครัวทางระบบบริการออนไลนศาลยุติธรรม ลงวันที่
๒๒ กรกฎาคม ๒๕๖๔ ................................................................................................................
หนังสอื สาํ นักงานศาลยุติธรรม ..................................................................................................

หนงั สอื สํานกั งานศาลยุติธรรม ดว นทส่ี ดุ ที่ ศย ๐๑๖/ว ๕๗๘ ลงวันท่ี ๔ มิถนุ ายน ๒๕๖๔
เร่อื ง ขอพจิ ารณาในการลงลายมือช่อื อเิ ล็กทรอนิกสในสญั ญาประนปี ระนอมยอมความในคดแี พง

หนังสอื สาํ นกั งานศาลยตุ ธิ รรม ดวนทส่ี ดุ ที่ ศย ๐๑๖/ว ๘๔๐ ลงวันท่ี ๒ สิงหาคม ๒๕๖๔
เรือ่ ง แจงแนวทางการน่งั พิจารณาโดยใชว ธิ ีการทางอิเลก็ ทรอนิกสนอกทีท่ ําการ .......................



หมวด ๑ : บททัว่ ไป

ในปจจุบนั ประชาชนมีความคุนเคยกบั การนําเทคโนโลยีมาใชอาํ นวยความสะดวกในการทาํ งาน
และในชีวิตประจาํ วันมากขึ้น “ศาลยุติธรรม” เปนองคกรตุลาการที่มีพันธกิจสําคัญในการอํานวย
ความยุติธรรม พัฒนาและสรางระบบสนับสนุนการอํานวยความยุติธรรมใหมีความรวดเร็ว สะดวก
ทนั สมัย และเปนสากล จึงมีความจําเปนตองปรบั ตัวเพ่ือตอบสนองตอความตองการของประชาชนและ
เปนทางเลือกใหแกประชาชนในการเขารวมกระบวนพิจารณาของศาลไดโดยไมตองเดินทางมาศาล
อันเปนการลดภาระคาใชจายและเพิ่มความสะดวกใหกับประชาชน โดยเฉพาะอยางยิ่งในสถานการณ
การแพรระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Coronavirus Disease: COVID-19) อีกทั้ง
ยังสอดคลองกบั แนวนโยบายประธานศาลฎกี าทมี่ ุง กระจายการเขาถึงความยุติธรรม (Access to Justice)
สูประชาชนในพื้นที่หางไกล และสรางกลไกการดําเนินกระบวนพิจารณาและพิพากษาคดีที่ทันสมัย
แตกระน้ันก็ตาม การนําวิธีพิจารณาคดีทางอิเล็กทรอนิกสมาใชจําเปนตองจํากัดขอบเขตที่ชัดเจนแนนอน
และยังคงตองคํานึงถึงหลักการสําคัญของกฎหมายวิธีพิจารณาความแพง และตองเคารพตอสิทธิ
ในกระบวนการยุติธรรมของประชาชนตามท่ีรัฐธรรมนูญรับรองและคุมครองไว เพ่ือเปนหลักประกัน
ใหแกประชาชนที่จะไดร บั การพจิ ารณาคดีทถี่ กู ตอง รวดเรว็ และเปน ธรรม

คาํ อธิบายการใชวิธีพิจารณาคดีทางอิเล็กทรอนิกส สวนการพิจารณาคดีออนไลน เลมน้ี
มีวัตถุประสงคสําคัญเพื่อสนับสนุนและสรางแนวทางในการพิจารณาคดีทางอิเล็กทรอนิกสใหแกผูพิพากษา
เพื่อใหผูพิพากษาสามารถพิจารณาคดีทางอิเล็กทรอนิกสไดโดยเหมาะสมแกคดีและเปนเอกภาพ
ในแนวทางเดยี วกนั

๑.๑ ท่มี า ความหมายและประโยชนข องการพิจารณาคดีทางอเิ ลก็ ทรอนิกส
๑.๑.๑ ทีม่ าของการพจิ ารณาคดีทางอเิ ล็กทรอนิกส
๑) การแกไ ขประมวลกฎหมายวธิ ีพจิ ารณาความแพง
ศาลยุติธรรมเริ่มเขาสูระบบศาลอิเล็กทรอนิกส นับแตมีพระราชบัญญัติแกไขเพ่ิมเติม

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพง (ฉบับท่ี ๒๘) พ.ศ. ๒๕๕๘ ซ่ึงแกไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมาย
วิธีพิจารณาความแพง มาตรา ๓๔/๑ มาตรา ๕๑ วรรคสอง และมาตรา ๖๘ ใหประธานศาลฎีกามีอํานาจ
ออกขอกําหนดโดยความเห็นชอบของท่ีประชุมใหญศาลฎีกา เพื่อเปนอนุบัญญัติ หรือขอกําหนดกลาง
กาํ หนดหลักการรองรับใหการดําเนินกระบวนพิจารณาของศาลในทุกขั้นตอน นับตั้งแตการฟองคดี
การยื่นและสงคําคูความและเอกสาร การแจงคําสั่งของศาล การจัดทําสารบบความหรือสารบบคําพิพากษา
การสืบพยานและการรับฟงพยานหลักฐาน การวินิจฉัยคดี การดําเนินกระบวนพิจารณาใด ๆ สามารถ



ดําเนนิ การโดยวิธีการทางอเิ ล็กทรอนกิ สห รือกระทําในรปู แบบขอมลู อเิ ล็กทรอนิกส เพื่อเพ่มิ ประสทิ ธิภาพให
การพจิ ารณาพพิ ากษาคดแี ละการใหบริการประชาชนผมู อี รรถคดีเปนไปดว ยความสะดวกรวดเร็ว

๒) การพัฒนาระบบรบั สงอเิ ลก็ ทรอนิกส
ในชวงเร่ิมตน ประธานศาลฎีกาไดออกขอกําหนดของประธานศาลฎีกา วาดวยการยื่น
สง และรบั คาํ คคู วามและเอกสารทางระบบรับสงอเิ ล็กทรอนกิ ส พ.ศ. ๒๕๖๐๑ กาํ หนดหลักการสําคญั ให
การยืน่ ฟองคดีสามารถทําไดผานระบบรับสงอเิ ล็กทรอนิกส โดยใหถอื วา คําฟองและเอกสารท่ีไดย ืน่ และ
สงทางระบบรับสงอิเล็กทรอนิกสตลอดจนคําส่ังหรือการอื่นใดที่กระทาํ โดยผูพิพากษาหรือเจาหนาที่
ถือวามีการลงลายมือชื่อโดยผูท่ีเกี่ยวขอ งซง่ึ เปนผูทาํ รายการ และสงิ่ พิมพออกจากระบบรับสง อิเลก็ ทรอนิกส
ใหถือวาเปนสําเนาท่ีไดรับการรบั รองตามประมวลกฎหมายวธิ พี จิ ารณาความแพง แลว
๓) การพัฒนาสารบบและสํานวนความอเิ ล็กทรอนิกส
ตอมาประธานศาลฎีกาไดออกขอกําหนดของประธานศาลฎีกา วาดวยการจัดทํา
สารบบความ สารบบคําพิพากษา และการรวบรวมเก็บรักษาเอกสารในสํานวนความในรูปแบบขอมูล
อิเล็กทรอนิกส พ.ศ. ๒๕๖๒๒ กําหนดหลักการสําคัญใหจัดทําสารบบความและสารบบคําพิพากษา
หรือสํานวนความในรูปแบบอิเล็กทรอนิกสได รวมถึงสิ่งพิมพออกใหถือวาเปนสาํ เนาที่ไดรับรองตาม
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพงและใหใชแทนตนฉบับได โดยไมตองขอคัดสําเนาและรับรอง
ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพง ตามมาตรา ๕๔ นอกจากน้ี ยังกําหนดใหการรับสงสํานวน
ความและเอกสารท่ีไดร วบรวมเก็บรักษาในรูปแบบขอมลู อเิ ล็กทรอนิกสตามขอ กําหนดดงั กลา วระหวาง
ศาลยังอาจใชว ธิ กี ารทางอิเลก็ ทรอนิกสไ ด
๔) การพัฒนาวิธีพจิ ารณาคดีทางอเิ ล็กทรอนิกส
นอกจากขอ กําหนดของประธานศาลฎีกาท้ังสองฉบับที่เปน อนุบญั ญตั ิรองรับการพัฒนา
ระบบรับสง อิเลก็ ทรอนิกส (e-Filing System) และการพฒั นาสารบบและสาํ นวนอิเล็กทรอนิกส ประธาน
ศาลฎกี าไดออกขอ กําหนดของประธานศาลฎีกา วา ดวยวธิ ีพิจารณาคดีทางอิเลก็ ทรอนิกส พ.ศ. ๒๕๖๓๓
มีสาระสําคัญกําหนดลักการเพ่ือรองรับใหมีการดําเนินกระบวนพิจารณาดวยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส
การจัดทาํ เอกสารในสาํ นวนความในรูปแบบอิเลก็ ทรอนกิ ส การนัง่ พจิ ารณาและบันทึกคาํ เบกิ ความพยาน
โดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส การรับฟงพยานหลักฐานที่เปนขอมูลอิเล็กทรอนิกส การทําคําพิพากษา
หรือคําสั่งและลงลายมือชื่อในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส การประชุมในศาลชั้นอุทธรณและศาลฎีกา

๑ ประกาศราชกิจจานุเบกษา ฉบับกฤษฎีกา เลม ๑๓๔ ตอนที่ ๔๙ ก วันที่ ๓ พฤษภาคม ๒๕๖๐ โดยใหมีผลใชบังคับ
ตงั้ แตวันถัดจากวันประกาศในราชกจิ จานุเบกษาเปน ตน ไป

๒ ประกาศราชกิจจานุเบกษา ฉบับกฤษฎกี า เลม ๑๓๖ ตอนท่ี ๘๑ ก วันท่ี ๕ กรกฎาคม ๒๕๖๒ โดยใหมีผลใชบังคบั
ตั้งแตวันถดั จากวนั ประกาศในราชกจิ จานเุ บกษาเปนตน ไป

๓ ประกาศราชกจิ จานเุ บกษา ฉบบั กฤษฎกี า เลม ๑๓๗ ตอนท่ี ๗๘ ก วนั ท่ี ๓๐ กนั ยายน ๒๕๖๓ โดยใหมผี ลใชบังคบั
ตั้งแตว ันถดั จากวนั ประกาศในราชกจิ านเุ บกษาเปน ตนไป



โดยวิธีการประชมุ ผานสื่ออิเลก็ ทรอนิกส ท้งั นี้ เพื่อรองรบั กระบวนพิจารณาของศาลใหสามารถทําในรปู แบบ
อเิ ลก็ ทรอนกิ สไดจนเสร็จสนิ้

๑.๑.๒ ความหมายของการพิจารณาคดที างอเิ ลก็ ทรอนกิ ส
๑) การพจิ ารณา
ประมวลกฎหมายวธิ พี ิจารณาความแพง มาตรา ๑ กลาวถงึ การพจิ ารณา ดงั น้ี
“กระบวนพิจารณา” หมายความวา การกระทําใด ๆ ตามท่ีบญั ญัตไิ วในประมวลกฎหมายน้ี

อนั เกี่ยวดวยคดีซึ่งไดกระทําไปโดยคูความในคดีน้ันหรือโดยศาล หรือตามคําสั่งของศาลไมวาการนั้น
จะเปน โดยคคู วามฝา ยใดทําตอศาลหรอื ตอ คคู วามอีกฝายหนึ่ง หรือศาลทําตอคูความฝายใดฝา ยหนงึ่ หรอื
ทุกฝา ย และรวมถึงการสง คาํ คูค วามและเอกสารอืน่ ๆ ตามทบ่ี ญั ญัตไิ วในประมวลกฎหมายน้ี๔

“การพิจารณา” หมายความวา กระบวนพิจารณาทั้งหมดในศาลใดศาลหนึ่งกอน
ศาลนั้นชี้ขาดตดั สนิ หรือจาํ หนายคดโี ดยคําพิพากษาหรอื คาํ สั่ง๕

“การน่ังพิจารณา” หมายความวา การทศี่ าลออกนง่ั เก่ยี วกบั การพจิ ารณาคดี เชน ชีส้ องสถาน
สบื พยาน ทําการไตส วน ฟง คาํ ขอตา ง ๆ และฟง คําแถลงการณดวยวาจา๖

ดังนั้น การพิจารณาจึงรวมกระบวนพิจารณาทั้งหมด ตั้งแตมีคดีเกิดขึ้นและยื่นฟอง
ตอศาล การกระทําทุกอยางหลังจากนั้นไมวาจะเปนคูความกระทําตอคูความอีกฝายหน่ึง หรือคูความ
กระทําตอศาลหรือศาลกระทําตอคูความ รวมถึงการย่ืน สง และรับ คําฟอง คําคูความ คําใหการและ
เอกสารตาง ๆ ยังรวมถึงการน่ังพิจารณาคดี เชน ช้ีสองสถาน สืบพยาน ทําการไตสวน ฟงคําขอตาง ๆ
และฟงคําแถลงการณดวยวาจา ซ่ึงถาการพิจารณากระทาํ โดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกสก็จะหมายถึง
วิธีพิจารณาคดที างอิเลก็ ทรอนกิ ส

๒) วิธกี ารทางอเิ ลก็ ทรอนกิ ส
ขอ กําหนดของประธานศาลฎีกา วาดวยวิธีพจิ ารณาคดที างอิเล็กทรอนิกส พ.ศ. ๒๕๖๓
ไดใหนิยามคําวา “อิเล็กทรอนิกส” หมายความวา การประยุกตใชวิธีการทางอิเล็กตรอน ไฟฟา
คลื่นแมเหล็กไฟฟา หรือวิธีอื่นใดในลักษณะคลายกัน และใหหมายความรวมถึงการประยุกตใชวิธีการ
ทางแสง วธิ ีการทางแมเ หลก็ หรอื อปุ กรณท เี่ กี่ยวของกบั การประยุกตใชว ิธตี าง ๆ เชนวา นน้ั
ตัวอยางเชน โทรศัพท แฟกซ อีเมล อินเทอรเน็ต สมารทโฟน แท็บเลต โปรแกรม
คอมพิวเตอร สื่อออนไลนก็ถือวาเปนอิเล็กทรอนิกสดวย เพราะคําวา “วิธีการทางอิเล็กตรอนน้ัน”
จะหมายรวมถึงการสงขอมูลไปตามสายโทรศัพท สายแลน สายไฟเบอร หรือแมแตการสงขอมูล
ผา นดาวเทยี มกเ็ ปน การประยกุ ตใ ชว ิธีทางอเิ ลก็ ตรอนทั้งหมด

๔ ประมวลกฎหมายวิธพี ิจารณาความแพง มาตรา ๑ (๗)
๕ ประมวลกฎหมายวธิ ีพจิ ารณาความแพง มาตรา ๑ (๘)
๖ ประมวลกฎหมายวธิ พี ิจารณาความแพง มาตรา ๑ (๙)



๓) วิธพี ิจารณาคดีทางอเิ ลก็ ทรอนกิ ส

วิธีพิจารณาคดีทางอิเล็กทรอนิกส คือ การพิจารณาคดีตามขอ ๑) โดยใชวิธีการทาง
อิเล็กทรอนิกสตามขอ ๒) มาสนับสนนุ ซึ่งหมายถงึ กระบวนการทกุ อยางท่ีศาลดําเนินการ หรือที่คคู วาม
ดําเนินการตอศาล หรือคูความดําเนินการตอคูความดวยกันเอง โดยใชวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส เชน
โทรศพั ท อีเมล แฟกซ อนิ เทอรเนต็ มาสนบั สนุนในการดาํ เนินการ ถือเปนการพิจารณาคดโี ดยใชวิธีการ
ทางอเิ ล็กทรอนกิ สทัง้ สิ้น

๑.๑.๓ ประโยชนข องการพจิ ารณาคดีทางอเิ ลก็ ทรอนกิ ส

การพิจารณาคดีทางอิเล็กทรอนิกสเปนการเพิ่มชองทางการใหบริการของศาล เพ่ิมชองทางการ
เขาถึงกระบวนการยุติธรรมสูประชาชน ทําใหประชาชนสามารถเขาถึงกระบวนการยุติธรรมได
โดยสะดวก รวดเรว็ และมีประสิทธิภาพมากย่ิงขน้ึ โดยมปี ระโยชนทเ่ี ห็นไดช ัดคือ

๑) ประหยัดคาใชจ า ยและเวลา
เดิมคูความหรือพยานตองเดินทางมาศาลตามนัดเพ่ือเขารวมการพิจารณา แตเมื่อใช
การน่ังพิจารณาโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส คูความหรือพยานสามารถใหการหรือเบิกความนอกศาล
โดยอาจเปนบานพัก ท่ีทํางาน หรือสถานอื่น ๆ ที่คูความหรือพยานนั้นสะดวก การน่ังพิจารณาโดยวิธีการ
ทางอิเล็กทรอนิกส จึงเปนการลดภาระคาใชจายและเวลาเดินทางของคูความหรือพยาน ไมวาจะเปน
คาใชจายท่ีเกิดจากการเดินทาง การหยุดงาน คาท่ีพัก หรือคาใชจายอื่น ๆ ที่คคู วามอาจจะตองสูญเสีย
เม่ือตองเดินทางมาศาล
๒) เพ่ิมความโปรงใสในการดาํ เนินคดีและความปลอดภยั ของเอกสารในคดี
การย่ืนและจัดเก็บเอกสารโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกสทําใหคูความสามารถเขาถึง
เอกสารในคดไี ดส ะดวกรวดเร็วมากยง่ิ ขึน้ โดยคูความสามารถเขา ถึงเอกสารในคดจี ากทใ่ี ดกไ็ ด ในเวลาใด
กไ็ ด แตเ ดิมคคู วามตองเดนิ ทางมาศาลเพอ่ื ขอตรวจดสู าํ นวนหรือคดั ถา ยเอกสารในเวลาราชการโดยตอ ง
ยืน่ คาํ รอ งและรอใหศ าลส่ังอนุญาต นอกจากน้นั เอกสารทางคดีในรปู แบบกระดาษมีความเส่ียงทจ่ี ะถูกแกไข
หรอื ทาํ ลายโดยยากแกการตรวจสอบ ตา งจากขอมลู อิเล็กทรอนกิ สทส่ี ามารถตรวจสอบการเปลี่ยนแปลง
และผูท่เี ปลีย่ นแปลงเอกสารไดงายกวา
๓) อาํ นวยความสะดวกและมีประสทิ ธิภาพ
เม่ือศาลอนุญาตใหคูความฝายใดใชวิธีพิจารณาคดีทางอิเล็กทรอนิกส คูความสามารถ
ยื่น สง หรือรับคําคูความหรือเอกสารในรูปแบบอิเล็กทรอนิกสผานระบบรับสงอิเล็กทรอนิกสของ
สํานักงานศาลยุตธิ รรม ซ่งึ คูค วามสามารถเขาตรวจดเู อกสารตาง ๆ ท่ีคคู วามไดย่ืนไวผานระบบดงั กลาว
ไดตลอดเวลา รวมทั้งสามารถตรวจสอบคําสั่งศาล ความคืบหนาของคดี หรือวันและเวลาที่ศาลนัด
พิจารณาคดี อีกทงั้ ยังเปนการลดข้นั ตอนการดําเนินงานทางธรุ การ ลดการดาํ เนินการที่ตอ งใชกระดาษ
ลดภาระในการดูแลและคาใชจา ยในการจัดเกบ็ สํานวนความปลอดภัย



๔) ความปลอดภยั ของคูความในสถานการณพ ิเศษ
ในสถานการณการฉุกเฉิน เชน การแพรระบาดของโรคติดตอ การเกิดภัยธรรมชาติ
การจลาจล ฯลฯ อาจทําใหป ระชาชนไมสะดวกในการเดินทางมาศาล การพิจารณาคดที างอิเล็กทรอนกิ ส
ชวยใหประชาชนที่มีความจําเปนตองมาศาลสามารถเลือกใชวิธีพิจารณาคดีทางอิเล็กทรอนิกสแทน
การเดนิ ทางมาศาลในสถานการณพเิ ศษได

๑.๒ หลกั การสาํ คญั ของการพจิ ารณาคดีทางอเิ ลก็ ทรอนกิ ส
ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพง มาตรา ๓๔/๑ และขอ ๔ ของขอกําหนดของ

ประธานศาลฎีกา วาดวยการพิจารณาคดีทางอิเล็กทรอนิกส พ.ศ. ๒๕๖๓ กําหนดวัตถุประสงค
ในการดาํ เนินกระบวนพิจารณาดว ยวธิ กี ารทางอเิ ลก็ ทรอนกิ สวา จะตอ งเปนไปเพอ่ื ใหการดําเนนิ กระบวน
พจิ ารณาเปน ไปโดยสะดวก รวดเรว็ และเที่ยงธรรม และประกาศสํานกั งานศาลยตุ ิธรรม เรอ่ื ง หลักเกณฑ
วิธีการและเงื่อนไขเก่ียวกับการใชวิธีพิจารณาทางอิเล็กทรอนิกส กําหนดใหเม่ือศาลเห็นสมควรหรือ
คูความฝายหน่ึงฝายใดรองขอ ศาลอาจใชดุลพินิจกาํ หนดใหมีการนั่งพิจารณาโดยท่ีคูความหรือบุคคล
ท่ีเก่ียวของในคดีอยูนอกศาลโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกสก็ได๗ ซึ่งการดําเนินกระบวนพิจารณาดวย
วิธดี งั กลา วมขี อทต่ี องพิจารณา ดังนี้

๑.๒.๑ การคาํ นงึ ถงึ ความสามารถในการเขา ถงึ เทคโนโลยีของคูความ
ในการดาํ เนนิ กระบวนพิจารณาดวยวธิ กี ารทางอิเล็กทรอนิกส ศาลตอ งคาํ นงึ ถึงความสะดวกและ
ประหยดั ในการเขาถงึ เทคโนโลยีของคูความดว ยเสมอ๘ โดยใชดุลพินิจพเิ คราะหเปน รายกรณวี ามเี หตุผล
สมควรใหมีการดาํ เนินกระบวนพิจารณาดวยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกสหรือไม เน่ืองจากความสามารถ
ในการเขาถึงเทคโนโลยีของคูความแตละคนอาจแตกตางกันและเปนเร่ืองเฉพาะตัวอันถือเปนขอจํากัด
ตอการใชวิธีพิจารณาคดีอิเล็กทรอนิกส ซึ่งความพรอมในการเขาถึงเทคโนโลยีนั้นประกอบดวย
ปจจัย ๒ สวน คือ

๑) อปุ กรณและซอฟตแ วร (hardware and software) คูค วามตอ งมอี ปุ กรณทสี่ ามารถ
เขาถึงเทคโนโลยีได เชน คอมพิวเตอร โดยสามารถใชไดท้ังคอมพิวเตอรสวนบุคคลแบบตั้งโตะ (Desktop
Computer) คอมพวิ เตอรส ว นบุคคลโนตบุก (Notebook Laptop) หรือแทบ็ เลต็ คอมพวิ เตอร (Tablet)

๗ ประกาศสํานักงานศาลยตุ ิธรรม เรอ่ื ง หลักเกณฑ วธิ ีการและเงื่อนไขเกี่ยวกับการใชวธิ พี ิจารณาทางอิเล็กทรอนิกส
พ.ศ. ๒๕๖๓ ลงวันท่ี ๒๐ กรกฎาคม ๒๕๖๔ ขอ ๑๒ “เม่ือศาลเห็นสมควรหรือคูความรองขอ ไมวาคคู วามฝายใดฝายหน่ึงขาดนัด
หรือไมกต็ าม ศาลอาจกาํ หนดใหม ีการน่ังพจิ ารณาโดยท่คี ูความหรอื บุคคลทีเ่ กย่ี วขอ งในคดีอยนู อกศาลโดยวธิ ีการทางอิเล็กทรอนิกส”

๘ ขอกําหนดของประธานศาลฎีกา วาดวยวิธีพิจารณาคดีทางอิเล็กทรอนิกส พ.ศ. ๒๕๖๓ ลงวันท่ี ๑๘ กันยายน ๒๕๖๓
ขอ ๔ “เพ่ือใหการดําเนินกระบวนพิจารณาเปนไปโดยสะดวก รวดเร็ว และเท่ียงธรรม เมื่อศาลเหน็ สมควรหรือคูความรองขอ
ศาลอาจกําหนดใหดําเนนิ กระบวนพิจารณาดวยวิธีการตามขอกาํ หนดนี้ โดยคํานึงถึงความสะดวกและประหยัดสาํ หรับคูค วาม
ท่ยี งั ไมสามารถเขาถึงเทคโนโลยีดว ย ทง้ั นี้ ประเภทคดี หลกั เกณฑแ ละวธิ กี ารใหเปน ไปตามที่สํานักงานศาลยุติธรรมประกาศกาํ หนด”



เคร่ืองพิมพเอกสาร (printer) เครื่องสแกนเอกสาร (scanner) โทรศัพทเคล่ือนท่ีสมารทโฟน (Smartphone)
อินเทอรเน็ต เปนตน ซึ่งอุปกรณดังกลาวตองสามารถติดตั้งแอปพลิเคชันที่ใชในการพิจารณาคดี
ทางอเิ ล็กทรอนกิ สด ว ย

๒) ทักษะ (skill) หมายถึง ทักษะความสามารถในการใชงานอุปกรณอิเล็กทรอนิกส
ซึ่งทักษะเปนปจจัยสาํ คัญตอการเขาถึงทางดานเทคโนโลยี เชน มีอุปกรณคอมพิวเตอรแตไมสามารถ
ใชงานได มีอุปกรณสมารทโฟนแตสามารถใชงานไดเพียงทักษะพื้นฐาน ยอมถือวาไมมีความพรอม
ในการเขา ถงึ เทคโนโลยีทาํ ใหไ มพรอ มท่ีจะใชบ ริการทางการศาลในรูปแบบอิเลก็ ทรอนกิ ส

ดว ยเหตุนี้ หากคูความไมมคี วามพรอ มในการเขา ถงึ เทคโนโลยตี ามปจ จยั ดงั กลา วขา งตน
ไมวาสวนหนึ่งสวนใด ศาลไมอาจบังคับใหใชวิธีการทางอิเล็กทรอนิกสกับคูความฝายที่ไมพรอม
ทางเทคโนโลยีได อยางไรก็ตาม ความสามารถในการเขาถึงเทคโนโลยีเปนปญหาขอเท็จจริงและ
เปนเรอื่ งเฉพาะตัว เมอ่ื มีคคู วามกลา วอางวา ตนไมสามารถเขาถึงเทคโนโลยีศาลก็พึงใชด ลุ พินิจวาคูค วาม
ไมมีความพรอมในการเขาถึงเทคโนโลยีโดยแทจริงหรือเปนเพียงขออางในการประวิงคดี เชน
เมื่อพิจารณาจากสถานะของคูความแลวนาจะจัดหาอุปกรณท่ีจําเปนตองใชในการดําเนินกระบวนพิจารณา
ดวยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกสหรือไม ตัวอยางเชน หากคูความเปนนิติบุคคลที่ประกอบธุรกิจเปนปกติ
และมีทนายความขออางที่วาไมสามารถจัดหาอุปกรณที่จําเปนจําเปนตองใชในการดําเนินกระบวน
พิจารณาดวยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกสอาจฟงไมข้ึน อีกท้ังการอนุญาตใหคูความฝายท่ีมีความพรอม
ในการดําเนินกระบวนพิจารณาดวยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกสใ ชวิธีการทางอิเล็กทรอนกิ สโดยคูความอีกฝาย
ยังสามารถเดินทางมาศาลและใชวธิ พี ิจารณาแบบปกติก็มิไดท าํ ใหเสียความเปนธรรม

๑.๒.๒ การคํานงึ ถงึ สทิ ธใิ นการตอสูคดขี องคคู วาม
เมื่อศาลพิจารณาถึงความสามารถของคูความในการใชวิธีการพิจารณาทางอิเล็กทรอนิกสแลว
ประเด็นตอมาที่ศาลตอ งพิจารณากค็ ือ การพจิ ารณาดวยวิธีการทางอิเลก็ ทรอนกิ สกอใหเกิดความไมเปนธรรม
หรือสิทธิในการดาํ เนินคดหี รอื ตอ สคู ดีของคคู วามฝา ยใดฝา ยหนึง่ ลดลงหรอื ไม กลาวคอื
การที่ศาลจะใชด ุลพนิ ิจในการสง่ั ใหคดใี ดใชว ิธีพิจารณาคดีทางอิเล็กทรอนิกสน ั้น นอกจากศาลจะตอง
คํานึงถึงความสามารถในการเขาถึงเทคโนโลยีของคูความแลว ส่ิงสําคัญอีกประการหนึ่งท่ีศาลตองคํานึงถึง
คือ การใชวิธีพิจารณาคดีอิเล็กทรอนิกสนั้นตองไมทําใหสิทธิในการตอสูคดีของคูความลดนอยลง
อันจะทําใหเกิดความไดเปรียบเสียเปรียบในทางคดี ขอกําหนดของประธานศาลฎีกา วาดวยวิธีพิจารณาคดี
ทางอิเล็กทรอนิกส พ.ศ. ๒๕๖๓ ขอ ๑๓๙ เพ่ือใหเกิดความเปนธรรมแกคูความทั้งสองฝาย ดังน้ัน

๙ ขอกําหนดของประธานศาลฎีกา วาดวยวิธีพิจารณาคดีทางอิเล็กทรอนิกส พ.ศ. ๒๕๖๓ ลงวันท่ี ๑๘ กันยายน ๒๕๖๓
ขอ ๑๓ “ศาลอาจกําหนดใหมีการนัง่ พจิ ารณาและบันทึกคาํ เบิกความพยานโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกสท ้ังหมดหรือบางสว น
ก็ได เพื่อใหการพิจารณาเปนไปดวยความสะดวก รวดเร็วและเท่ียงธรรม โดยตองไมทําใหสิทธิในการตอสูคดีของคูความลด
นอ ยลง ทั้งนี้ หลกั เกณฑและวิธกี ารใหเ ปน ไปตามทส่ี ํานักงานศาลยตุ ิธรรมประกาศกาํ หนด”



การใชดุลพินจิ ของศาลในการพิจารณาส่ังคํารอง คําขอหรือมีคําสั่งใด ๆ ภายใตการดําเนินกระบวนพิจารณา
ดวยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกสนี้เอง ศาลพึงคํานึงถึงคูความที่ยังไมสามารถเขาถึงเทคโนโลยีวา
การใชวิธีการทางอิเล็กทรอนิกสดังกลาวน้ันตองไมทําใหสิทธิในการตอสูคดีของคูความลดนอยลง หรือ
อาจกลาวอีกนัยหน่ึง คือ คคู วามทั้งสองฝายตองเขาถงึ เทคโนโลยีได โดยอาจพิจารณาจากคูความท้งั สองฝาย
ไดย่ืนคําฟอ ง คําใหก าร และเอกสารผานระบบรับสงอิเล็กทรอนิกส (e-Filing system) หรือไดย่ืนคําคูความ
และเอกสารผานระบบบริการออนไลนศาลยุติธรรม (Court Integral Online Service : CIOS)๑๐ หรือ
คคู วามท้งั สองฝา ยรอ งขอใหศ าลดาํ เนินกระบวนพิจารณาดว ยวิธีการทางอิเลก็ ทรอนกิ ส

ทั้งน้ี ศาลอาจใชดุลพินิจสอบถามคูความท้ังสองฝายเพ่ือใหมีขอมูลเพียงพอเกี่ยวกับ
ความพรอมและความสามารถในการเขาถึงเทคโนโลยีของคูความในคดี เชน การสืบพยานบุคคลที่เปน
ประจักษพยานสําคัญในคดีที่คูความอีกฝายหนึ่งประสงคใหสืบพยานแบบเผชิญหนาเพื่อใชสิทธิ
ในการถามคาน ศาลอาจพิจารณาไมอนุญาตใหสืบพยานออนไลนก็ได แตหากคดีไมยุงยากและเปน
การสืบพยานตามเอกสารศาลอาจพิจารณาอนุญาตใหสืบพยานออนไลนก็ไดและหากศาลมีคําส่ังหรือ
อนญุ าตตามคาํ รอ งใหดําเนนิ กระบวนพิจารณาดวยวธิ ีการดังกลาวแลว กอ็ าจสง่ั ไวใ นรายงานกระบวนพิจารณา
เพ่ือเปน หลักฐานปรากฏในสํานวน

การคํานึงถึงสิทธิในการตอสูคดีของคูความนั้นมีอยูตลอดการพิจารณาคดี หากระหวาง
การพิจารณาทางอิเล็กทรอนิกสศาลเห็นวามีเหตุท่ีทําใหเกิดความไมเ ปนธรรมหรือสทิ ธใิ นการดําเนนิ คดี
หรือตอสคู ดีของคูความฝายใดฝายหนึ่งลดลง ศาลอาจใชดลุ พินิจพักหรือเล่ือนการพิจารณาหากเหตุน้ัน
เปนเหตุถาวรศาลอาจใชดุลพินิจยกเลิกการพิจารณาคดีทางอิเล็กทรอกนิกสก็ได ท้ังนี้ การใชดุลพินิจ
กํ า ห น ด ใ ห ดํ า เ นิ น ก ร ะ บ ว น พิ จ า ร ณ า ด ว ย วิ ธี ก า ร ท า ง อิ เ ล็ ก ท ร อ นิ ก ส ห รื อ ไ ม นั้ น อ า จ พิจ า ร ณ า จ า ก
สถานการณหรือเหตุจําเปนในหวงเวลานั้นดวยวาหากไมอนุญาตใหดําเนินกระบวนพิจารณาดวย
วิธกี ารทางอิเล็กทรอนิกสแ ลว จะเปน เหตุใหค ดีตองเลือ่ นการพจิ ารณาออกไปอยางไมม กี าํ หนดหรอื ไม

๑๐ ประกาศสํานกั งานศาลยุติธรรม เรอ่ื ง หลักเกณฑ วธิ ีการและเง่ือนไขเกี่ยวกบั การใชว ิธีพจิ ารณาทางอิเลก็ ทรอนกิ ส
พ.ศ. ๒๕๖๓ ลงวันที่ ๒๐ กรกฎาคม ๒๕๖๔ ขอ ๗ “การยื่น สง หรือรับเอกสารในรูปแบบอิเล็กทรอนิกสหรือขอมูล
อิเล็กทรอนิกสที่จัดทําข้ึนตามประกาศน้ี ใหคูความและเจาหนาท่ีดําเนินการโดยทางระบบรับสงอิเล็กทรอนิกส (ระบบรับสง
อิเล็กทรอนิกส (e-Filing).หรือระบบบริการออนไลนศาลยุติธรรม (Court.Integral Online.Service.:.CIOS)) หรือระบบ
อเิ ล็กทรอนิกสอนื่ ของสาํ นักงานศาลยุตธิ รรม”



๑.๒.๓ การพจิ ารณาคดโี ดยเปด เผย

ตามประมวลกฎหมายวิธพี จิ ารณาความแพง มาตรา ๓๖ บญั ญัตวิ า “การนั่งพจิ ารณาคดีจะตอ งกระทํา
ในศาลตอ หนาคคู วามท่ีมาศาลและโดยเปดเผย...” โดยมขี อพิจารณาเกย่ี วกับบทบัญญตั ิดงั กลา วและการ
ใชวธิ ีพจิ ารณาคดที างอเิ ลก็ ทรอนกิ ส ดงั น้ี

๑) การนั่งพจิ ารณาคดจี ะตอ งกระทาํ ในศาล
ประกาศสํานักงานศาลยุติธรรมเร่ือง หลักเกณฑ วิธีการและเง่ือนไขเกี่ยวกับการใช
วิธีพิจารณาคดีทางอิเล็กทรอนิกส ขอ ๒๑ กําหนดวาการนัง่ พิจารณาทางระบบอิเล็กทรอนิกสใหดําเนินการ
ในหองพิจารณา ประกอบกับการนั่งพิจารณาโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกสจะตองมีเจาหนาที่ศาลและ
อปุ กรณม ากกวาการนงั่ พจิ ารณาในกรณีปกติ ดังน้ัน การนง่ั พิจารณาคดีทใี่ ชวิธีพิจารณาคดีทางอเิ ลก็ ทรอนกิ ส
ผูพิพากษาและเจาหนาที่จึงตองกระทําในหองพิจารณาของศาล อยางไรก็ตาม ในกรณีมีเหตุฉุกเฉิน
หรือเปนการจําเปน ศาลมีอํานาจสั่งกําหนดใหมีการนั่งพิจารณา ณ สถานท่ีอื่นนอกท่ีทําการศาลก็ได๑๑
ตามประมวลกฎหมายวธิ ีพิจารณาความแพง มาตรา ๓๕ วรรคหน่งึ ๑๒
๒) การน่ังพิจารณาคดีจะตอ งกระทําตอหนา คคู วามท่ีมาศาล
การที่ศาลอนุญาตใหใชวิธีพิจารณาคดีทางอิเล็กทรอนิกส เนื่องจากคูความหรือ
พยานฝายท่ีรองขอไมสามารถเดินทางมาศาลได หรือมีความจําเปนอื่น ๆ ท่ีศาลเห็นสมควรวา คูความ
หรือพยานนั้นไมจําเปนตองเดินทางมาศาล ดังนั้น โดยลักษณะของการนั่งพิจารณาคดีโดยวิธีการ
ทางอิเล็กทรอนิกสคูความหรือพยานนั้นจึงมิไดมาปรากฏตัวที่ศาลโดยกายภาพ แตอยูนอกศาลและ
ปรากฏตัวเปนภาพและเสียงผานส่ืออิเล็กทรอกนิกส อยางไรก็ตาม โดยอาศัยขอกําหนดประธานศาลฎีกา
วาดวยวิธีพิจารณาคดีทางอิเล็กทรอนิกส พ.ศ. ๒๕๖๓ ขอ ๑๓ ประกอบหลักเกณฑและวิธีการท่ี
สํานักงานศาลยุติธรรมประกาศกําหนด๑๓ การน่ังพิจารณาที่คูความหรือพยานบุคคลอยูนอกศาล

๑๑ สาํ นกั งานศาลยุติธรรมไดกําหนดรายละเอียดเกย่ี วกบั แนวทางการนงั่ พิจารณาโดยใชว ิธกี ารทางอิเล็กทรอนิกสนอก
ท่ีทาํ การไวตามหนังสือสํานักงานศาลยตุ ธิ รรม ดว นทีส่ ดุ ที่ ศย ๐๑๖/ว ๘๔๐ ลงวนั ท่ี ๒ สิงหาคม ๒๕๖๔ เร่อื ง แจงแนวทางการ
น่ังพิจารณาโดยใชวธิ กี ารทางอเิ ล็กทรอนิกสนอกทีท่ าํ การ

๑๒ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพง มาตรา ๓๕ “ถาประมวลกฎหมายนี้มิไดบัญญัติไวเปนอยาง
อื่น การนั่งพิจารณาคดีที่ยื่นไวตอศาลใดจะตองกระทําในศาลนั้นในวันที่ศาลเปดทําการและตามเวลาทํางานที่ศาลได
กําหนดไว แตในกรณีมีเหตุฉุกเฉินหรือเปนการจําเปนศาลจะมีคําสั่งกําหนดการนั่งพิจารณา ณ สถานที่อื่น หรือใน
วันหยุดงาน หรอื ในเวลาใด ๆ ก็ได

ใหผูพิพากษาและเจาพนักงานศาลซ่ึงปฏิบัติงานในวันหยุดงาน หรือในเวลาใด ๆนอกเวลาทําการปกติไดรับ
คาตอบแทนเปนพเิ ศษ ตามระเบียบที่กระทรวงยตุ ิธรรมกําหนด โดยไดรับความเหน็ ชอบจากกระทรวงการคลัง”

๑๓ ประกาศสาํ นักงานศาลยุตธิ รรม เร่ือง หลักเกณฑ วธิ ีการและเงือ่ นไขเกี่ยวกับการใชว ิธีพิจารณาคดีทางอิเล็กทรอนิกส
ลงวันท่ี ๒๐ กรกฎาคม ๒๕๖๓ ขอ ๑๔ “การนั่งพิจารณาที่คูความหรือบุคคลท่ีเกี่ยวของในคดีอยูนอกศาลโดยวิธีการทาง
อเิ ล็กทรอนกิ ส ใหดําเนนิ การทางระบบอิเล็กทรอนิกสหรือแอปพลิเคชนั ทีส่ าํ นกั งานศาลยุตธิ รรมกําหนดที่สามารถส่ือสารภาพ
และเสยี งไดอยา งชัดเจนและตอเน่อื ง โดยถอื วา บุคคลนั้นไดมาดําเนินกระบวนพิจารณาที่ศาล”



โดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส ซึ่งสามารถสื่อสารภาพและเสียงไดอยางชัดเจนและตอเน่ืองดวยระบบ
อเิ ล็กทรอนกิ สท่ีประกาศกําหนด ใหถอื วาคูค วามหรือพยานนนั้ ไดม าดาํ เนนิ กระบวนพจิ ารณาทีศ่ าลแลว

๓) การนงั่ พิจารณาคดีจะตองกระทําโดยเปด เผย
การนั่งพิจารณาโดยเปดเผย คือการที่ศาลอนุญาตใหประชาชนเขาฟงการพิจารณา
เพื่อความโปรงใสและคุมครองคูความจากการพิจารณาที่เปนการลับ ดังไดกลาวขางตนวา การท่ีศาล
อนุญาตใหใชว ธิ ีพิจารณาคดที างอิเล็กทรอนิกสศ าลยังคงจะตอ งนัง่ พจิ ารณาในศาล ประกอบกบั ประกาศ
สาํ นักงานศาลยตุ ิธรรม เร่ือง หลักเกณฑ วิธีการและเงอ่ื นไขเก่ียวกบั การใชวิธีพจิ ารณาคดีทางอิเล็กทรอนิกส
ขอ ๒๑ กําหนดวา “การนั่งพิจารณาทางระบบอิเล็กทรอนิกสใหดําเนินการในหองพิจารณาโดยให
ถายทอดภาพและเสียงของคูความหรือบุคคลที่เกี่ยวของในคดีท่ีใชระบบอยูนอกศาลมาเผยแพรใน
หองพิจารณาอยางเปดเผย” ดังนั้น ประชาชนจึงยังสามารถเขาฟงการพิจารณาในหองพิจารณาได
หาใชการพจิ ารณาโดยไมเปดเผยไม
ขอสงั เกต ตามระเบียบคณะกรรมการบริหารศาลยุตธิ รรม วาดวยการใหขาวและบรกิ าร
ขาวสารของศาลยตุ ธิ รรม พ.ศ. ๒๕๔๕ ขอ ๑๓ วรรคหนึ่ง กาํ หนดวา การกระทําไมวาโดยวิธีการใด ๆ
ใหปรากฏซึ่งภาพหรือเสียง หรือทั้งภาพและเสียง การถายภาพ ภาพยนตร บันทึกภาพหรือเสียง
หรือการกระทาํ อยางอื่นในทาํ นองเดียวกันในระหวางการนั่งพิจารณาและพิพากษาคดีของศาลจะ
กระทํามิได เวนแตเปนการกระทําในการพิจารณาคดีตามกฎหมาย” ดังน้ัน แมศาลจะพิจารณาคดี
โดยเปดเผย แตก็มีขอบเขตตามขอ หามดังกลาว ซึ่งบงั คับใชท้ังกับการน่ังพจิ ารณากรณีปกติและการน่ัง
พิจารณาโดยวธิ กี ารทางอิเล็กทรอนกิ ส

๑.๒.๔ การดาํ เนนิ กระบวนพจิ ารณาเสมอื นหนงึ่ ในหอ งพจิ ารณา
การน่ังพิจารณา หมายความวา การท่ีศาลออกนั่งเก่ียวกับการพิจารณาคดี เชน ช้ีสองสถาน
สบื พยาน ทําการไตส วน ฟง คําขอตาง ๆ และฟง คาํ แถลงการณดวยวาจา ซึง่ โดยหลักแลว การนงั่ พิจารณาคดี
ทยี่ ่ืนไวตอ ศาลใดจะตองกระทําในศาลนัน้ ในวันที่ศาลเปดทําการและตามเวลาทาํ งานที่ศาลไดกําหนดไว
ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพง มาตรา ๓๕ และคูความท่ีเกี่ยวของตองมาศาล มิฉะน้ัน
อาจสงผลตอรูปคดี เชน ถาคูความฝายใดไมมาศาลในวันสืบพยานคือวันที่ศาลเริ่มตนทําการสืบพยาน
คูความฝายนั้นจะตกเปนผูขาดนัดพิจารณา ตามมาตรา ๒๐๐ วรรคหน่ึง หรือคูความฝายใดไมมาศาล
ในวันนัดชี้สองสถานหรือวันนัดอื่นท่ีมิใชวันสืบพยาน ถือวาคูความฝายนั้นสละสิทธิการดําเนินกระบวน
พิจารณาของตนและทราบกระบวนพจิ ารณาที่ศาลดําเนนิ การไปในนัดน้ัน ตามมาตรา ๑๘๓ ทวิ วรรคหน่ึง
และมาตรา ๒๐๐ วรรคสอง
อยางไรก็ตาม ประมวลกฎหมายวิธพี ิจารณาความแพง มาตรา ๓๔/๑ กําหนดใหประธานศาลฎีกา
โดยความเหน็ ชอบของที่ประชุมใหญศาลฎกี ามอี ํานาจออกขอ กาํ หนดเกี่ยวกับการฟอ งคดี การสืบพยาน
และการรบั พงั พยานหลักฐาน การวนิ ิจฉยั คดี ตลอดจนการดาํ เนนิ กระบวนพจิ ารณาใด ๆ ไดตามความจาํ เปน

๑๐

เพ่ือใหการพิจารณาพิพากษาคดีเปน ไปโดยสะดวก รวดเร็ว และเท่ยี งธรรม หรอื เพอื่ ความเหมาะสมสําหรับ
คดีบางประเภท ซึ่งเปนท่ีมาของขอกําหนดของประธานศาลฎีกา วาดวยวิธีพิจารณาคดีทางอิเล็กทรอนิกส
พ.ศ. ๒๕๖๓ โดยตามขอ ๑๓ ของขอกําหนดดังกลาว ศาลอาจกาํ หนดใหมกี ารนั่งพิจารณาทางออนไลน
ผา นแอปพลิเคชนั ซึ่งถือเปนการนั่งการพิจารณาโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส และบันทกึ คําเบิกความพยาน
โดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกสทั้งหมดหรือบางสวนก็ได เพ่ือใหการพิจารณาคดีเปนไปดวยความสะดวก
รวมเรว็ และเท่ียงธรรม ดังนน้ั การที่ศาลนง่ั พิจารณาและคูความเขา รวมการพิจารณาทางออนไลนผาน
แอปพลิเคชันจึงถือเสมือนวาเปน การดําเนินกระบวนพิจารณาในหองพิจารณา โดยถือวาคูความท่ีปรากฏตัว
และปฏิบัติตามหลักเกณฑ วิธีการ และเง่ือนไขเกี่ยวกับการใชวิธีพิจารณาคดีทางอิเล็กทรอนิกสไดมา
ดําเนินกระบวนพิจารณาที่ศาลแลว๑๔ เม่ือการพิจารณาคดีทางออนไลนถือเสมือนวาเปนการดําเนิน
กระบวนพิจารณาในหองพิจารณา หากคูความประพฤติตนไมเ รียบรอ ยในระหวา งพจิ ารณาทางออนไลน
จึงอาจเปนความผิดฐานละเมิดอาํ นาจศาลได เชน การลักลอบบนั ทึกภาพและเสยี งระหวา งการพิจารณา
คดโี ดยไมไ ดร ับอนุญาต

ท้ังนี้ ในการย่ืนคํารองขอพิจารณาคดีออนไลนคูความจะตองระบุสถานท่ีที่คูความหรือบุคคล
ทเ่ี ก่ียวขอ งในคดีจะใชในการเขารวมการพิจารณาคดีออนไลนเพ่ือประกอบดลุ พินิจศาลในการพิจารณา
ส่งั คํารองขอพิจารณาคดีทางอเิ ล็กทรอนิกสต อไป อยางไรก็ตามในวนั นัดพิจารณาคูความอาจขอเปล่ียน
สถานท่ที ี่ใชใ นการเขารว มการพิจารณาคดีไดโดยใหแถลงขออนุญาตตอ ศาลในโอกาสแรก

๑.๒.๕ การคมุ ครองขอมลู สวนบุคคล
การพิจารณาคดีของศาลจําเปนตองเกี่ยวของกับขอมูลที่ทําใหร ะบุตัวบุคคลได เชน ชื่อ ช่ือสกุล
ท่ีอยู เลขบัตรประจาํ ตัวประชาชน หมายเลขโทรศัพท จดหมายอิเล็กทรอนิกส ประวัติอาชญากรรม
เปนตน ซ่ึงขอมลู ดังกลา วอยภู ายใตการคมุ ครองขอ มูลสว นบคุ คลตามประมวลกฎหมายวธิ พี ิจารณาความแพง
มาตรา ๕๔ มาแตเดิม และถือวาเปนขอมูลสวนบุคคล ตามพระราชบัญญัติคุมครองขอมูลสวนบุคคล
พ.ศ. ๒๕๖๒๑๕ และพระราชบญั ญตั ิขอ มูลขา วสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐๑๖ แมต ามกฎหมายดังกลาว

๑๔ ประกาศสาํ นกั งานศาลยุติธรรม เรอื่ ง หลักเกณฑ วิธีการและเงื่อนไขเก่ียวกบั การใชว ิธีพิจารณาคดีทางอเิ ลก็ ทรอนิกส
ลงวันท่ี ๒๐ กรกฎาคม ๒๕๖๔ ขอ ๑๔ “การน่งั พจิ ารณาที่คูความหรอื บุคคลที่เกีย่ วขอ งในคดีอยนู อกศาลโดยวิธกี ารทางอเิ ลก็ ทรอนิกส
ใหดําเนินการทางระบบอิเล็กทรอนิกสหรือแอปพลิเคชันท่ีสํานักงานศาลยุติธรรมกําหนดที่สามารถสื่อสารภาพและเสียงได
อยา งชัดเจนและตอ เนอ่ื ง โดยถอื วา บคุ คลน้นั ไดมาดาํ เนนิ กระบวนพิจารณาที่ศาล”

๑๕ พระราชบัญญัติคุมครองขอมูลสวนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ มาตรา ๖ “ขอมูลสวนบุคคล” หมายความวา ขอมูล
เกี่ยวกบั บคุ คลซงึ่ ทําใหสามารถระบุตวั บคุ คลนนั้ ไดไมวา ทางตรงหรือทางออ ม แตไมรวมถงึ ขอมลู ของผถู งึ แกก รรมโดยเฉพาะ”

๑๖ พระราชบัญญัติขอมูลขาวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐ มาตรา ๔ “ขอมูลขาวสารสวนบุคคล” หมายความวา
ขอมูลขาวสารเก่ียวกับส่ิงเฉพาะตัวของบคุ คล เชน การศึกษา ฐานะการเงิน ประวัตสิ ุขภาพ ประวัติอาชญากรรม หรือประวัติ
การทํางาน บรรดาที่มีชื่อของผูน้นั หรือมีเลขหมาย รหัส หรือส่ิงบอกลักษณะอ่ืนท่ีทําใหรูตัวผูน ้ันได เชน ลายพมิ พน ้ิวมือ แผนบันทึก
ลักษณะเสียงของคนหรือรูปถาย และใหห มายความรวมถงึ ขอมูลขาวสารเกีย่ วกบั สิง่ เฉพาะตวั ของผูทีถ่ ึงแกก รรมแลวดวย”

๑๑

จะยกเวนไมน ํามาบังคับใชกับการพิจารณาพิพากษาคดีของศาล๑๗ แตถาไมใชการดําเนินการท่ีเกี่ยวกับ
การพิจารณาคดีของศาล ถึงแมเปนขอมูลในคดีก็อยูภายใตบังคับของพระราชบัญญัติคุมครอง
ขอมูลสวนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ ซึ่งกําหนดใหผูควบคุมขอมูลสวนบุคคลท่ีไดร ับการยกเวนยังคงตองจัดใหมี
การรักษาความมั่นคงปลอดภัยของขอมูลสวนบุคคลใหเปนไปตามมาตรฐาน๑๘ โดยพระราชบัญญัติ
คุมครองขอมูลสวนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ ไดนิยามคําวา “ผูควบคุมขอมูลสวนบุคคล” หมายความวา
บคุ คลหรือนิตบิ ุคคลซ่ึงมีอาํ นาจหนาทีต่ ัดสินใจเกย่ี วกับการเก็บรวบรวม ใช หรือเปดเผยขอมลู สวนบุคคล
ดังน้ัน ศาลซ่ึงเปนผูพิจารณาคดี และสํานักงานศาลยุติธรรมซ่ึงเปนหนวยงานธุรการและเปนผูพัฒนาระบบ
การพิจารณาคดีทางอิเล็กทรอนิกส จึงอยูในฐานะผูควบคุมขอมูลสวนบุคคลและมีหนาที่ในการรักษา
ความมั่นคงปลอดภัยของขอมูลสวนบุคคลซ่ึงเปนคูความในคดีใหเปนไปตามมาตรฐานตามกฎหมาย
ดงั กลา ว

กระทรวงดิจิทัลเพ่ือเศรษฐกิจและสังคมไดออกประกาศ เรื่อง มาตรฐานการรักษาความมั่นคง
ปลอดภัยของขอมูลสว นบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๓ โดยขอ ๕ กําหนดใหผูควบคุมขอมูลสวนบคุ คลตองจัดใหมี
มาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของขอมูลสวนบุคคล ซึ่งควรครอบคลุมถึงมาตรการปองกัน
ดา นการบรหิ ารจดั การ (administrative safeguard) มาตรการปอ งกันดานเทคนิค (technical safeguard)
และมาตรการปองกันทางกายภาพ (physical safeguard) ในเรื่องการเขาถึงหรือควบคุมการใชงาน
ขอมูลสว นบุคคลโดยอยางนอยตองประกอบดวยการดําเนนิ การ ดังตอไปน้ี

๑) การควบคุมการเขาถึงขอมูลสวนบุคคลและอุปกรณในการจัดเก็บและประมวลผล
ขอมลู สวนบคุ คลโดยคาํ นงึ ถงึ การใชง านและความม่ันคงปลอดภัย

๒) การกาํ หนดเก่ยี วกับการอนุญาตหรอื การกําหนดสทิ ธิในการเขาถงึ ขอมูลสว นบคุ คล
๓) การบริหารจัดการการเขาถึงของผูใชงาน (user access management) เพ่ือควบคุม
การเขาถงึ ขอมูลสว นบคุ คลเฉพาะผทู ไ่ี ดรบั อนุญาตแลว
๔) การกําหนดหนา ที่ความรบั ผดิ ชอบของผใู ชง าน (user responsibilities) เพอ่ื ปอ งกนั
การเขาถึงขอมูลสว นบุคคลโดยไมไดร ับอนุญาต การเปดเผย การลว งรู หรือการลักลอบทําสําเนาขอมูล
สว นบุคคล การลกั ขโมยอปุ กรณจ ัดเก็บหรือประมวลผลขอ มลู สว นบคุ คล

๑๗ พระราชบัญญัติคุมครองขอมูลสวนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ มาตรา ๔ วรรคสอง และพระราชบัญญัติขอมูลขาวสาร
ของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐ มาตรา ๔

๑๘ พระราชบัญญัติคุมครองขอมูลสวนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ มาตรา ๔ วรรคสอง และพระราชกฤษฎีกากําหนด
หนว ยงานและกจิ การทีผ่ ูค วบคมุ ขอ มลู สวนบุคคลไมอ ยูภายใตบ ังคบั แหงพระราชบญั ญัติคมุ ครองขอ มลู สว นบคุ คล พ.ศ. ๒๕๖๒
พ.ศ. ๒๕๖๓ มาตรา ๓

๑๒

๕) การจัดใหม ีวิธีการเพือ่ ใหส ามารถตรวจสอบยอ นหลังเกย่ี วกับการเขาถงึ เปลี่ยนแปลง
ลบ หรือถายโอนขอมูลสวนบุคคล ใหสอดคลองเหมาะสมกับวิธีการและส่ือที่ใชในการเก็บรวบรวม
ใชห รือเปดเผยขอ มูลสว นบคุ คล

ทั้งน้ี เหตุผลในการประกาศใชกฎหมายและประกาศดังกลาว เพ่ือปองกันการลวงละเมิดสิทธิ
ความเปนสวนตัวของขอมูลสวนบุคคล โดยเฉพาะในปจจุบันที่มีความกาวหนาของเทคโนโลยีทาํ ให
การเก็บรวบรวม ใช หรือเปดเผยขอมูลสวนบุคคล ทําไดโดยงาย สะดวก และรวดเร็ว ดวยเหตุนี้
การพจิ ารณาคดีโดยเฉพาะอยางย่ิงการพิจารณาคดีทางอิเล็กทรอนกิ ส จงึ จาํ เปน ตองคาํ นึงถึงการคุมครอง
ขอมูลสวนบุคคลของผูเก่ียวของทุกฝาย เพื่อเปนการคุมครองสิทธิความเปนสวนตัวและเปนการสอดคลอง
ตามกฎหมายและประกาศดังกลาว โดยการปฏิบัติตามแนวทางและขอพึงปฏิบตั ิตาง ๆ ท่ีจะไดก ลาวถึง
ตอไปในหมวด ๒ ของคําอธิบายฉบับนี้ ซ่ึงถือไดวาเปนมาตรฐานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของ
ขอ มลู สว นบุคคลอยา งหนงึ่ ตามท่กี ฎหมายและประกาศดงั กลา วกําหนดไว

อยางไรก็ตาม ถึงแมพระราชบัญญัติคุมครองขอมูลสวนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ จะยกเวนไมใ ชก ับ
การพิจารณาคดีของศาล แตสํานักงานศาลยุติธรรมก็ใหความสําคัญกับการคุมครองขอมูลสวนบคุ คล
จึงกําหนดใหศาลใชแอปพลิเคชันที่มีความปลอดภัยของขอมูล และมีขอหามไมใหมีการบันทึกภาพและ
เสียงหรือเผยแพรภาพและเสียงกระบวนพจิ ารณาท่ที ําทางออนไลน

๑.๒.๖ หลักการท่แี ตกตางจากการใชว ธิ ีพจิ ารณาความแพงทว่ั ไป
การดาํ เนินกระบวนพิจารณาดวยวิธีการทางอิเลก็ ทรอนิกสเปน การยอมรบั ใหก ระบวนพิจารณา
แบบเดิมสามารถทําในรูปแบบอิเล็กทรอนิกสหรือขอมูลอิเล็กทรอนิกสไดตามเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไป
โดยเฉพาะเทคโนโลยีดิจทิ ัล สว นข้ันตอนการพิจารณาตา ง ๆ ของศาลและหลกั กฎหมายวิธีพิจารณาความ
ยังคงเปนไปตามที่บัญญัติไวในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพง หรือหากมีกฎหมายกาํ หนด
วิธีพิจารณาคดีน้ัน ๆ ไวเปนการเฉพาะ เชน คดีมโนสาเร คดีผูบริโภค ก็ตองนําวิธีพิจารณาคดีดังกลาว
มาใชบ งั คบั เพียงแตขอกําหนดของประธานศาลฎกี า วาดวยวิธีพิจารณาคดที างอเิ ลก็ ทรอนิกส พ.ศ. ๒๕๖๓
ไดกําหนดรายละเอียดของการดําเนินกระบวนพิจารณาดวยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกสเพื่อความสะดวก
รวดเรว็ และผอนคลายความเครงครัดของกระบวนพจิ ารณารูปแบบเดิมบางเรอ่ื งมากขนึ้ อนั เนอื่ งมาจาก
ปจจัยดานเทคโนโลยีและผูใชงาน เชน การยนหรือขยายระยะเวลา ซ่ึงไดบัญญัติไวแลวตามประมวล
กฎหมายวิธีพิจารณาความแพง มาตรา ๒๓ หรือการดําเนินกระบวนพิจารณาท่ีผิดระเบียบหรือผิดหลง
ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพง มาตรา ๒๗ เพียงแตการใชงานระบบอิเล็กทรอนิกสน้ัน
อาจเกิดความผิดพลาดได ไมวาจะเปนดวยตัวผูใชงานเองหรือระบบอิเล็กทรอนิกส การเครงครัดกับ
วธิ ีพจิ ารณาความแบบเดมิ อาจทาํ ใหไมส อดคลองกับพฤติการณท เ่ี กิดขนึ้ บทบัญญตั ิดงั กลาวจึงเปน เพยี ง
ใหอํานาจศาลใชดุลพินิจท่ผี อนคลายมากขึ้นและสอดคลองกับปญหาที่เกิดจากการใชงานทางอิเล็กทรอนิกส
โดยสภาพ แตท ้ังนี้ศาลยอมตองพจิ ารณาถงึ ความสุจริตของคูความท่อี างเหตนุ ้ันดว ย

๑๓

๑) การยน หรือขยายระยะเวลา
การยนหรือขยายระยะเวลาในสวนของคดีแพงนั้นโดยทวั่ ไปจะเปนไปตามประมวลกฎหมาย
วิธีพิจารณาความแพง มาตรา ๒๓ กลาวคือ การขยายหรือยนระยะเวลาจะทําไดตอเมื่อมีพฤติการณพิเศษ
และศาลไดมีคําสั่งหรือคูความมีคําขอกอนสิ้น หากจะขอขยายระยะเวลาตองมีพฤติการณพิเศษ
หรือการที่คูความจะยื่นคําขอเมื่อพนกําหนดระยะเวลาดังกลาวไดนั้นจะตองปรากฏวามีเหตุสุดวิสัย
จึงจะเขาหลักเกณฑในการขอขยายระยะเวลา แตในการดาํ เนินกระบวนพิจารณาดวยวิธีการ
ทางอิเล็กทรอนกิ สน ้นั เมอ่ื ศาลเห็นสมควรหรือเม่อื คคู วามรอ งขอ ศาลมีอาํ นาจยน หรือขยายระยะเวลาได
ตามความจําเปนและเพื่อประโยชนแหงความยตุ ิธรรม๑๙ กลาวคอื คูความไมจําเปนตอ งยื่นคําขอภายใน
กําหนดระยะเวลาก็ได หากมีความจําเปนและเพื่อประโยชนความยุติธรรม ศาลอาจอนุญาตให
ขยายระยะเวลาได นอกจากนน้ั การดําเนินกระบวนพิจารณาดวยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกสอาจมีขอจํากัด
ทงั้ ในแงของเทคโนโลยหี รือผูใชง านเอง ศาลจงึ ควรคาํ นึงถึงเหตุปจจยั ตา ง ๆ ดว ย
ตวั อยา งเชน จําเลยไดรับอนุญาตใหยืน่ คาํ ใหก ารทางระบบรับสงอิเลก็ ทรอนิกสปรากฏวา
ในวันสุดทายที่จําเลยอาจย่ืนคําใหการได คอมพิวเตอรจาํ เลยเสียหายเน่ืองจากติดไวรัสคอมพิวเตอร
ทําใหไมมีคอมพิวเตอรท่ีจะจัดทําคําใหการ หรือระบบไฟฟาหรืออินเทอเน็ตขัดของ ไมอาจใชอุปกรณ
อิเล็กทรอนิกสได จึงยื่นคําใหการไมทัน และเลยเวลาทําการของศาลที่จะมายื่นคําใหการในรูปแบบ
กระดาษแลว หรอื แมวาเอกสารท่ีโจทกอางจะมีจํานวนไมม าก แตจําเลยไมสามารถอานเอกสารในรูปแบบ
ขอมูลอิเล็กทรอนิกสได โดยตองจัดพิมพออกมา ซึ่งตองจัดหาอุปกรณเพ่ิมเติมจึงใชเวลานาน ทําให
ไมสามารถยื่นคําใหการไดทันภายในกําหนด หรือโจทกประสงคจะอางอิงบันทึกคําพยานในคดีอื่น
แตมีการจัดเก็บบันทึกคําพยานในรปู ภาพและเสียงทําใหโ จทกต องถอดขอความออกมากอนจงึ ยื่นไมทัน
เหลานี้ตางเปนขอจํากัดอันเน่ืองมาจากปญหาทางเทคโนโลยีและผูใชงานเกี่ยวกับระบบอิเล็กทรอนิกส
ในบางครั้งบางกรณีอาจมิใชพฤติการณพิเศษหรือเหตุสุดวิสัยหากเปนกรณีกระบวนพิจารณาโดยใช
กระดาษแบบเดิม แตอ าจเปน พฤตกิ ารณพ เิ ศษหรอื เหตุสุดวิสยั ไดห ากเปนกระบวนพจิ ารณาทางอิเล็กทรอนกิ ส
ดังน้ัน การใชดุลพินิจจึงตองคํานึงถึงความจําเปนหรือเพื่อประโยชนแหงความยุติธรรมในสวนน้ีดวย
จะเห็นไดวา การดาํ เนนิ กระบวนพิจารณาดว ยวธิ กี ารทางอเิ ลก็ ทรอนิกสน้ีไดก ําหนดหลักการท่ผี อนคลาย
กวาประมวลกฎหมายวธิ พี จิ ารณาความแพง
๒) การดาํ เนินกระบวนพิจารณาท่ีผดิ ระเบยี บหรอื ผดิ หลง
โดยหลักแลวการเพิกถอนกระบวนพิจารณาท่ีผิดระเบียบในคดีแพงนั้นเปนไปตาม
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพง มาตรา ๒๗ ซงึ่ กําหนดไวโดยเครง ครดั กลาวคอื เม่ือมไิ ดปฏิบัติ

๑๙ ขอ กําหนดของประธานศาลฎีกา วา ดวยวิธพี จิ ารณาคดที างอเิ ล็กทรอนกิ ส พ.ศ. ๒๕๖๓ ลงวนั ท่ี ๑๘ กันยายน ๒๕๖๓
ขอ ๖ “ระยะเวลาตามทก่ี ําหนดไวใ นขอ กาํ หนดน้ีหรือตามท่ศี าลกําหนด เมื่อศาลเหน็ สมควรหรอื เม่ือคคู วามรอ งขอ ศาลอาจมี
อํานาจยนหรอื ขยายไดตามความจาํ เปน และเพอื่ ประโยชนแ หง ความยตุ ิธรรม”

๑๔

ตามบทบญั ญตั ิแหงประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพง เชน กรณีคคู วามปฏบิ ัตผิ ดิ ระเบียบหรอื ผิดหลง
ในกระบวนการพิจารณา หรือใชส ิทธิไมถูกตอง คูความฝายทีเ่ สียหายอาจยกขอคานเร่อื งผิดระเบียบนั้น
ข้ึนกลาวได แตตองไมชากวา ๘ วัน โดยคูความฝา ยน้ันตองมิไดดําเนินการอันใดข้ึนใหมหลังจากที่ไดทราบ
เร่ืองผิดระเบียบแลว หรือตองมิไดใหสัตยาบันแกการผิดระเบียบนั้น ๆ ไมวาโดยตรงหรือโดยปริยาย
หากเกนิ ระยะเวลาตามท่กี ฎหมายกําหนดคูค วามไมสามารถรอ งขอแกไ ขในเรอื่ งทผ่ี ดิ ระเบยี บหรอื ผดิ หลงนน้ั ได
ซึ่งหลักเกณฑดังกลาวยังนาํ มาใชกับการดาํ เนินกระบวนพิจารณาดวยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกสดวย
โดยศาลอาจส่ังใหคูความที่ดําเนินกระบวนพิจารณาผิดระเบียบหรือผิดหลงทําการแกไขใหถูกตองได
ภายในระยะเวลาและเง่ือนไขท่ีศาลเห็นสมควรกําหนด เวนแตขอผิดระเบียบหรือผิดหลงดังกลาวเกิดจาก
ความไมสุจริตของคูความฝา ยน้ัน๒๐ จะเหน็ ไดว า การดําเนินกระบวนพจิ ารณาดวยวิธีการทางอเิ ลก็ ทรอนกิ สน น้ั
กําหนดหลักการที่ผอนคลายกวามาตรา ๒๗ แหงประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพง กลาวคือ
ใหดุลพนิ ิจท่ีกวางขึ้นและไมเครง ครดั แกศาลในการแกไขกระบวนพจิ ารณาทีผ่ ิดระเบียบหรือผิดหลงท่เี กิดข้ึน
ในกระบวนพิจารณาดวยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส

อยางไรก็ตาม เนื่องจากบทบัญญัติดังกลาวอยูในขอกําหนดของประธานศาลฎีกา
วา ดว ยวธิ ีพิจารณาคดีทางอิเลก็ ทรอนิกส พ.ศ. ๒๕๖๓ ดังน้นั ขอผิดระเบยี บหรือขอผิดหลงในทีน่ จี้ ึงตอง
เกี่ยวของกบั การใชว ธิ กี ารทางอิเล็กทรอนิกสในการดําเนนิ กระบวนพิจารณา และการใชดลุ พินจิ ของศาล
ใหแกไขกระบวนพิจารณาน้ัน ศาลตองพิจารณาวาขอผดิ ระเบียบหรือผิดหลงดังกลาวเกิดจากความไมสุจริต
ของคคู วามฝายนัน้ หรือไมดวย หากคูความกระทําลงโดยรูอยูแลวหรอื จงใจอาศยั ชองวา งของเทคโนโลยี
กแ็ สดงใหเ หน็ วาไมส จุ ริต ศาลกอ็ าจไมสั่งใหแ กไขได

ตัวอยางเชน ในคดีแพง จําเลยย่ืนคําใหการผานระบบรับสงอิเล็กทรอนิกส แตเกิดเหตุ
ไฟฟาหรือสัญญาณอินเทอรเน็ตขัดของ ทําใหคําใหการในรูปขอมูลอิเล็กทรอนิกส ไมเขาสูระบบรับสง
อเิ ล็กทรอนิกส โดยจําเลยไมท ราบขอ ขัดของดังกลาวมากอน ตอมาในวนั นัด ศาลตรวจสาํ นวนในระบบแลว
ไมพบคาํ ใหการจึงพิพากษาคดไี ปฝายเดียวโดยถือวาจําเลยขาดนัดยื่นคําใหการ ดังนี้ หากจาํ เลยมาศาล
แจงวา จําเลยย่ืนคําใหการแลว การท่ีศาลพจิ ารณาพพิ ากษาคดีไปฝายเดยี วโดยจาํ เลยขาดนัดย่ืนคําใหการ
จึงเปนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบ ศาลส่ังเพิกถอนกระบวนพิจารณาและอนุญาตใหจาํ เลย
ยืน่ คําใหก ารใหมไ ด

๒๐ ขอ กําหนดของประธานศาลฎีกา วา ดวยวิธพี จิ ารณาคดที างอเิ ล็กทรอนกิ ส พ.ศ. ๒๕๖๓ ลงวันที่ ๑๘ กันยายน ๒๕๖๓
ขอ ๕ “ศาลอาจส่ังใหคคู วามทีด่ าํ เนินกระบวนพิจารณาผดิ ระเบียบหรือผิดหลงทาํ การแกไ ขใหถ กู ตอ งไดภายในระยะเวลาและ
เงือ่ นท่ีศาลเห็นสมควรกาํ หนด เวน แตขอผดิ ระเบยี บหรอื ผิดหลงดงั กลา วเกิดจากความไมสจุ ริตของคคู วามฝายนั้น”

๑๕

๓) สถานะความเปนตน ฉบบั ของเอกสารทย่ี นื่ ผา นระบบรับสงอิเลก็ ทรอนกิ ส
การนําเสนอหรือเก็บรักษาเอกสารในรูปแบบขอมูลอิเล็กทรอนิกสแทนกระดาษนั้น
จะไดร ับการยอมรับทางกฎหมายวาเปน “ตนฉบับ” ก็ตอเม่ือผูใชขอมูลอิเล็กทรอนิกสไดปฏิบัติตาม
เกณฑขั้นตา่ํ ๒ ประการ คอื

๑) ขอมูลอิเล็กทรอนิกสนั้นใชวิธีการที่เชื่อถือไดในการรักษาความถูกตอง
ของขอ ความต้ังแตก ารสรา งขอ ความเสร็จสมบรู ณ และ

๒) สามารถแสดงขอความในภายหลงั ได๒๑
อันเปนหลักการเดียวกับพระราชบัญญัติ วาดวยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส พ.ศ. ๒๕๔๔
มาตรา ๑๐ เนอื่ งจากโดยสภาพของขอมูลอิเลก็ ทรอนิกสล ว นแลวแตเ ปนสาํ เนา ไมม ีสภาพเปนตน ฉบับได
กฎหมายจึงตองรับรองขอมูลอิเล็กทรอนิกสดังกลาวใหถือวาเปนตนฉบับหากไดปฏิบัติตามเกณฑขั้นตํ่า
สองประการขางตนแลว วิธีการดังกลาวยอมทําใหเกิดความนาเชื่อถือในความถูกตองของขอมูล
อเิ ลก็ ทรอนิกสน นั้ วาจะมขี อ ความอยา งเอกสารตน ฉบบั ซ่งึ ระบบรับสงอิเล็กทรอนิกส (e-Filing System)
และระบบบริการออนไลนศ าลยุติธรรม (CIOS) ประกอบกับประกาศสํานกั งานศาลยุติธรรม เรื่อง หลกั เกณฑ
วิธีการและเง่ือนไขเก่ียวกับการใชวิธีพิจารณาคดีทางอิเล็กทรอนิกส ไดกําหนดหลักเกณฑในการจัดทํา
เอกสารเพอื่ สงมาในระบบอเิ ลก็ ทรอนิกสโดยใชมาตรฐานดงั กลาว ดงั น้ัน เอกสารรูปแบบอิเล็กทรอนิกส
ทส่ี ง มาในระบบจงึ เปนไปตามมาตรฐานนแ้ี ลว
คูความสามารถยื่นพยานเอกสารและพยานวัตถุในรูปแบบขอมูลอิเล็กทรอนิกสผาน
ระบบรับสงอิเล็กทรอนิกสได โดยใหถือวาพยานเอกสารและพยานวัตถทุ ยี่ ่นื ในรูปแบบขอ มูลอเิ ล็กทรอนกิ ส
เปนตนฉบับหรอื เอกสารเทียบเทา ฉบบั เดมิ ๒๒ ทงั้ นี้ ในการย่นื พยานเอกสารและพยานวัตถุดงั กลา วผา นระบบ
รับสงอิเล็กทรอนิกสจะตองอางในบัญชีระบุพยานและศาลยังคงมีหนาที่สั่งรับหรือไมรับพยานเอกสาร
และพยานวัตถุในรปู แบบขอมลู อิเลก็ ทรอนกิ สต ามประมวลกฎหมายวธิ พี ิจารณาความแพง มาตรา ๘๘
สาํ หรับการรับฟงและโตแ ยงพยานเอกสารในรปู แบบขอ มูลอิเล็กทรอนิกสน้ัน ยงั คงตอ ง
พจิ ารณาตามประมวลกฎหมายวิธพี ิจารณาความแพง ลกั ษณะ ๔ พยานหลกั ฐาน เชน ไมต ัดสทิ ธคิ คู วาม

๒๑ ขอกําหนดของประธานศาลฎีกา วาดวยวิธพี ิจารณาคดที างอเิ ล็กทรอนิกส พ.ศ. ๒๕๖๓ ลงวนั ท่ี ๑๘ กันยายน ๒๕๖๓
ขอ ๑๗ “ในกรณีทีก่ ฎหมายกําหนดใหน ําเสนอหรอื เก็บรักษาขอความใดในสภาพทเ่ี ปน มาแตเดิมอยางเอกสารตนฉบับ ถา ไดนาํ เสนอ
หรือเกบ็ รักษาในรูปแบบขอมูลอเิ ลก็ ทรอนิกส โดยใชว ิธีการที่เช่ือถือไดในการรักษาความถูกตองของขอ ความตั้งแตการสรางขอความ
เสรจ็ สมบรู ณ และสามารถแสดงขอความน้นั ในภายหลงั ใหถ ือวาไดม ีการนําเสนอหรือเก็บรกั ษาเปนเอกสารตนฉบับตามกฎหมายแลว”

๒๒ ขอ กําหนดของประธานศาลฎีกา วาดวยวิธพี จิ ารณาคดีทางอเิ ล็กทรอนกิ ส พ.ศ. ๒๕๖๓ ลงวนั ที่ ๑๘ กันยายน ๒๕๖๓
ขอ ๑๘ “พยานเอกสารและพยานวัตถุท่ีคูความประสงคจะอางอิง ใหย่ืนในรูปแบบขอมูลอิเล็กทรอนิกสผานระบบรับสง
อิเล็กทรอนกิ ส และใหถือวา พยานเอกสารและพยานวัตถุดงั กลาวเปนตนฉบบั หรอื เอกสารเทยี บเทา ฉบบั เดมิ

กรณีการยื่นพยานเอกสารตามวรรคหนึ่ง คูความไมตองสงสําเนาใหคูความฝายอ่ืน เวนแตคูความฝายน้ันไมอาจ
เขาถงึ ขอมูลอเิ ล็กทรอนิกสน้นั ได”

๑๖

อีกฝายในอันทีจ่ ะกลาวอางและนําพยานบุคคลมาสืบประกอบขอ อางวา พยานเอกสารในรูปแบบขอมูล
อิเล็กทรอนกิ สท่ีแสดงนน้ั เปนเอกสารปลอมหรือไมถูกตองท้ังหมด หรือแตบางสวน หรือสญั ญาหรือหนี้
อยางอ่ืนที่ระบุไวในเอกสารน้ันไมสมบูรณ หรือคูความอีกฝายหน่ึงตีความหมายผิด ตามประมวลกฎหมาย
วธิ ีพิจารณาความแพง มาตรา ๙๔ วรรคสอง และมาตรา ๑๒๕ หากคคู วามอีกฝายคดั คา นขอมลู อเิ ลก็ ทรอนกิ ส
วาไมม ตี นฉบับหรือตนฉบับนั้นปลอมทั้งฉบับหรอื บางสวน คคู วามฝา ยทอี่ า งขอมูลอิเลก็ ทรอนกิ สก จ็ าํ ตอ ง
พิสูจนถึงความมีอยขู องตนฉบับน้ัน ในรูปแบบที่เปน ตน ฉบับทางกายภาพ เชน กระดาษ และตนฉบับใน
รูปแบบขอมูลอิเล็กทรอนิกส และเนื่องจากการย่ืนและสงเอกสารในระบบรับสงอิเล็กทรอนิกสนั้น
คูความแตละฝายสามารถเขาถึงขอมูลอิเล็กทรอนิกสดังกลาวในระบบไดอยูแลว จึงถือไดวาคูความอีกฝาย
ไดรับสาํ เนาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพง มาตรา ๙๐ แลว จึงไมจําตอ งสง สําเนาเอกสาร
ในรูปแบบกระดาษใหคคู วามอีกฝายอีก อนั เปนการลดภาระความยงุ ยากและยังประหยัดคา ใชจ ายแกคูความ
แตมีขอยกเวนวา หากคูความอีกฝายไมอาจเขาถึงขอมูลอิเล็กทรอนิกสนั้นได ก็ยังตองจัดสงสําเนา
ในรปู แบบกระดาษใหคคู วามอกี ฝาย

สาํ หรับกรณพี ยานวัตถุ หากศาลเหน็ วาจําเปนตองตรวจดพู ยานวตั ถเุ พราะไมส ามารถใช
วิธีการนําสืบพยานวตั ถุจากภาพถา ยท่ียื่นผานระบบรับสงอิเลก็ ทรอนิกส ศาลอาจสั่งใหคูความฝายท่อี า ง
พยานวตั ถนุ ้ันสง พยานวตั ถตุ อศาล หรอื นําสบื ณ ที่ทาํ การของศาล

ในทางปฏิบัติ เดิมการยื่นฟองทางระบบรับสง อิเล็กทรอนิกส (e-Filing system) โจทก
ยังตอ งเสยี คา จัดทําเอกสาร เนื่องจากเอกสารทายฟอ งมีจํานวนมาก การจดั สงหมายเรียกและสําเนาคําฟอ ง
รวมถึงเอกสารทายฟองจึงมีภาระคาใชจายสูง แตปจจุบันตามประกาศสํานักงานศาลยุติธรรม เรื่อง
หลักเกณฑ วิธีการและเง่ือนไขเก่ียวกับการใชวิธีพิจารณาคดีทางอิเล็กทรอนิกส ลงวันที่ ๑๕ ธันวาคม
๒๕๖๓ ขอ ๑๐ กําหนดใหมีวิธีการจัดสงเอกสารทายคําฟองในรูปแบบอิเล็กทรอนิกสใหแกจําเลย
ในคดีผูบริโภคท่ียื่นฟองในระบบรับสงอิเล็กทรอนิกส (e-Filing system) โดยในหมายเรียกท่ีสงใหแกจําเลย
น้ัน จะปรากฏ QR Code ซึ่งจําเลยสามารถสแกนแลวจะปรากฏเอกสารทายคําฟองเพื่อเรียกดูได โดย
โจทกจะตองยื่นคํารองพรอมระบุเหตุผลท่ีแสดงวาจําเลยสามารถเขาถึงเอกสารในรูปแบบขอมูล
อเิ ลก็ ทรอนกิ สไ ด เชน จาํ เลยมอี ปุ กรณค อมพวิ เตอร โทรศพั ทเ คล่อื นทสี่ มารทโฟน สัญญาณอินเทอรเ นต็ ที่
อยูสําหรับจัดสงจดหมายอิเล็กทรอนิกส หรือโจทกและจําเลยเคยติดตอสื่อสารกันโดยอาศัยชองทาง
เทคโนโลยีดิจิทัล เชน การสงขอ ความผา นแอปพลิเคชันไลน หรือจดหมายอิเลก็ ทรอนิกส๒ ๓ จงึ ไมตองมกี าร
สงสําเนาในรปู แบบกระดาษใหจ ําเลยอีก

๒๓ ขอ กําหนดของประธานศาลฎีกา วา ดว ยวธิ ีพิจารณาคดที างอิเล็กทรอนกิ ส พ.ศ. ๒๕๖๓ ลงวันที่ ๑๘ กนั ยายน ๒๕๖๓
ขอ ๑๘ วรรคสอง “กรณีการยื่นพยานเอกสารตามวรรคหนึ่ง คูความไมตองสงสาํ เนาใหคูความฝายอื่น เวนแตคูความฝายนั้น
ไมอาจเขาถงึ ขอมลู อิเล็กทรอนิกสนน้ั ได”

๑๗

๔) การลงลายมือช่อื อเิ ลก็ ทรอนิกส
ในวธิ ีพิจารณาคดอี เิ ลก็ ทรอนิกส ศาล คูความ ทนายความ พยาน และบุคคลท่เี กี่ยวของ
กบั กระบวนพิจารณาอาจลงลายมอื ชอื่ อิเล็กทรอนกิ สลงในเอกสารอเิ ล็กทรอนกิ ส ซ่งึ การกระทําดังกลาว
มผี ลทางกฎหมายเทยี บเทากับลายมอื ชอ่ื ที่ทาํ ลงในเอกสารกระดาษ โดยมีวัตถปุ ระสงคเพอ่ื ระบตุ ัวบุคคล
ท่ีเก่ียวของกับขอมูลอิเล็กทรอนิกสนั้น และเพื่อแสดงวาบุคคลดังกลาวยอมรับขอความในขอมูล
อิเล็กทรอนิกสน้ัน๒๔ ซ่ึงหลักการของการลงลายมือชื่อในเอกสารในรูปแบบขอมูลอิเล็กทรอนิกส
มีหลักการสอดคลองกับพระราชบัญญัติวาดวยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส พ.ศ. ๒๕๔๔ มาตรา ๙
กลา วคอื มิไดมีการกําหนดเทคโนโลยีเฉพาะเจาะจงท่ีใชในการลงลายมือช่ือ จงึ ทําใหเ กิดความเปน กลาง
ทางเทคโนโลยี (technology neutrality) เพือ่ ใหร องรบั รูปแบบของลายมือช่อื อิเลก็ ทรอนิกสที่สรางข้ึน
โดยใชเทคโนโลยีตาง ๆ ได ดังน้ัน หากลายมือช่ือท่ีสรางข้ึนเปนไปตามหลักเกณฑท่ีกฎหมายกาํ หนด
กถ็ ือวา เปน การลงลายมือชื่ออเิ ล็กทรอนกิ สตามกฎหมาย๒๕
ลายมือชอื่ อเิ ลก็ ทรอนกิ สแ บงออกได ดงั น้ี

๑) ลายมือชอื่ อเิ ลก็ ทรอนกิ สท ่วั ไป คอื ลายมือชอ่ื อเิ ล็กทรอนกิ สใ นรปู แบบใด ๆ
ท่ีมีลักษณะตามท่ีกําหนดในพระราชบัญญัติวาดวยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส พ.ศ. ๒๕๔๔ มาตรา ๙
เชน การพิมพช ื่อไวทายเน้ือหาของจดหมายอิเล็กทรอนกิ ส การสแกนภาพของลายมือช่ือที่เขยี นดวยมือ
และแนบไปกบั เอกสาร การใชปากกาสไตลสั (stylus) เขียนลายมอื ชอ่ื ดว ยมือลงบนหนาจอและบนั ทกึ ไว
ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส การคลิกปุมแสดงการยอมรับหรือตกลง การทาํ เคร่ืองหมายในชองแสดง
การยอมรับ และ

๒๔ ขอกําหนดของประธานศาลฎีกา วาดวยวิธีพิจารณาคดีทางอิเล็กทรอนิกส พ.ศ. ๒๕๖๓ ลงวันที่ ๑๘ กันยายน ๒๕๖๓
ขอ ๓ “ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส” หมายความวา หรือสัญลักษณอื่นใดท่ีสรางข้ึนใหอยูในรูปแบบอิเล็กทรอนิกสซึ่งนํามาใช
ประกอบกับขอมูลอิเล็กทรอนิกสเพ่ือแสดงความสัมพันธระหวางบุคคลกับขอมูลอิเล็กทรอนิกส โดยมีวัตถุประสงคเพ่อื ระบุ
ตัวบุคคลผเู ปน เจาของลายมอื ช่ืออิเล็กทรอนิกสท่เี ก่ียวของกับขอมูลอิเล็กทรอนิกสนนั้ และเพ่ือแสดงวา บุคคลดังกลา วยอมรับ
ขอ ความในขอ มูลอิเล็กทรอนิกสน นั้ ”

๒๕ ขอกําหนดของประธานศาลฎีกา วาดวยวิธีพิจารณาคดีทางอิเล็กทรอนิกส พ.ศ. ๒๕๖๓ ลงวันที่ ๑๘ กันยายน ๒๕๖๓
ขอ ๑๐ “ในกรณีท่ีตองลงลายมือชื่อในเอกสารในรูปแบบขอมูลอิเล็กทรอนิกส อาจใชลายมือช่ือเล็กทรอนิกส หรือใหถือวา
ไดม กี ารลงลายมือชือ่ แลว ถา

(๑) ใชวิธีการที่สามารถระบุตัวเจาของลายมือชื่อและสามารถแสดงเจตนาของเจาของลายมือช่ือเกี่ยวกับขอความ
ในขอมลู อิเล็กทรอนกิ ส และ

(๒) ใชวธิ ีการในลกั ษณะอยา งใดอยา งหน่ึง ดังตอไปนี้
(ก) วิธีการที่เช่ือถือไดโดยเหมาะสมกับวัตถุประสงคของการสรางหรือสงขอมูลอิเล็กทรอนิกสโดยคํานึงถึง

พฤติการณแ วดลอมทงั้ ปวง รวมถงึ ขอตกลงใด ๆ ท่เี ก่ียวขอ ง หรือ
(ข) วิธีการอื่นใดทส่ี ามารถยืนยันตัวเจาของลายมือชื่อและสามารถแสดงเจตนาของเจาของลายมือชื่อตาม (๑)

ไดดวยวิธีการนัน้ เองหรือประกอบพยานหลักฐานอน่ื ”

๑๘

๒) ลายมือชอ่ื อิเล็กทรอนกิ สท เ่ี ชอื่ ถือไดทีม่ ลี ักษณะตามท่กี ําหนดในพระราชบัญญัติ
วาดวยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส พ.ศ. ๒๕๔๔ มาตรา ๒๖ และมาตรา ๒๘ เชน ลายมือชื่อดิจิทัลที่อาศัย
โครงสรางพ้ืนฐานกุญแจสาธารณะ (public key infrastructure : PKI) หรือท่ีมีใบรับรองที่ออกโดย
ผูใหบริการออกใบรับรองหรือโดยศาลเพื่อสนับสนุนลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส (certificate of authority)
โดยหลักเกณฑของลายมือชื่ออเิ ล็กทรอนิกสท่เี ชอ่ื ถอื ไดน ้ัน ไดแก ขอมลู ท่ีใชสรางลายมือชือ่ ตอ งเชอ่ื มโยง
ไปถึงเจาของลายมือชื่อได ขอมูลที่ใชสรางลายมือช่ืออยูภายใตการควบคุมของเจาของลายมือชื่อ และ
ตอ งสามารถตรวจพบการเปล่ียนแปลงของลายมือชื่อและขอความได ลายมือชื่ออเิ ล็กทรอนกิ สทเี่ ชือ่ ถือ
ไดตามมาตรา ๒๖ คือ ลายมือช่ือดิจิทัล (digital signature) ซึ่งเปนลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกสท่ีไดจาก
กระบวนการเขารหัสลับขอมูลอิเล็กทรอนิกสที่ชวยใหสามารถยืนยันตัวเจาของลายมือชื่อและตรวจพบ
การเปลี่ยนแปลงของขอความและลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกสได รวมถึงการทําใหเจาของลายมือชื่อไม
สามารถปฏเิ สธความรบั ผดิ จากขอความทตี่ นเองลงลายมือชอื่ ได

ลายมือช่ืออิเล็กทรอนิกสทั่วไปน้ันมีผลทางกฎหมายเชนเดียวกับการเปนลายมือช่ือ
อิเล็กทรอนิกสท่ีเชื่อถือได แตการเปนลายมือช่ืออิเล็กทรอนิกสทั่วไป ผูอางวาลายมือช่ือนั้นนาเช่ือถือ
ตองหาหลักฐานมาพิสูจนวาลายมือช่ืออิเล็กทรอนิกสนั้นนาเชื่อถืออยางไร แตหากเปนลายมือช่ือ
อิเล็กทรอนิกสท่ีเชื่อถือไดตามมาตรา ๒๖ จะไดรับประโยชนจากขอสันนิษฐานตามกฎหมายวาลายมือช่ือ
อิเล็กทรอนิกสนั้นนาเช่ือถือ และผูท่ีโตแยงวาลายมือชื่อไมนาเช่ือถือจะตองหาหลักฐานมาพิสูจนวา
ลายมือช่ืออิเลก็ ทรอนกิ สด ังกลาวไมนา เช่ือถืออยางไร

การลงลายมือช่ืออิเล็กทรอนิกสในคําคูความหรือเอกสารทางคดี อาจแยกพิจารณาได
ดังนี้

๑) การลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกสในคําคูความหรือเอกสารท่ีย่ืนทางระบบ
รับสงอิเล็กทรอนิกสของสํานักงานศาลยุติธรรม แบงออกไดเปน ๒ ระบบ คือ ระบบรับสงอิเล็กทรอนิกส
(e-Filing system) และระบบบริการออนไลนศาลยุติธรรม (CIOS) ซ่ึงการลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส
จะใชในระบบรับสงอิเล็กทรอนิกส (e-Filing system) เนื่องจากศาลจําเปนตองเขาไปสั่งในระบบ
ขณะที่การสั่งในระบบบริการออนไลนศาลยตุ ธิ รรม (CIOS) เจา หนาทศ่ี าลจะจัดทาํ สง่ิ พิมพออกมาใหศาลสั่ง
คํารองและแจงคําสั่งศาลผานระบบเทาน้ัน ไมไ ดมกี ารเขา ไปส่งั ในระบบ ในการใชงานยงั แบงการลงลายมอื ช่อื
ไดเ ปน ๒ กรณี คือ

(๑) การลงลายมอื ชอื่ อิเลก็ ทรอนกิ สข องผูใ ชระบบ
ผูใชระบบรับสงอิเล็กทรอนิกสที่ลงทะเบียนตอศาลแลว จะไดรับ
ชื่อผูใชระบบและรหัสผาน เพื่อใชเขาสูระบบรับสงอิเล็กทรอนิกส โดยชื่อผูใชระบบและรหัสผาน
เปนหลักฐานแสดงการลงลายมือชื่อของผูใชระบบในการติดตอกับศาลหรือคูความอ่ืนผานระบบรับสง
อิเล็กทรอนิกส และการระบุช่ือผูใชระบบและรหัสผานลงในระบบรับสงอิเล็กทรอนิกสเพ่ือเขาใชระบบ

๑๙

ถือเปนการยืนยันตัวผูใชระบบและการรับรองขอความในขอมูลอิเล็กทรอนิกส ดังนั้น การท่ผี ใู ชระบบ
ย่ืนคําฟองและเอกสารทางระบบรับสงอิเล็กทรอนิกส โดยมีการพิมพชื่อและชื่อสกุลหรือลงลายมือช่ือ
ในเอกสารทีส่ งผานระบบถอื วา มกี ารลงลายมือชอื่ แลว ๒๖

สําหรับเอกสารที่บุคคลภายนอก ซึ่งมิใชผูใชระบบตองลงลายมือช่ือ
เชน หนงั สือมอบอํานาจ ใบแตงทนายความ เนื่องจากบุคคลภายนอกไมไดลงทะเบียนและยืนยันตัวตน
เพ่ือใชระบบรับสงอิเล็กทรอนิกส ดังนั้น บุคคลภายนอกจึงตองลงลายมือชื่อในเอกสารดังกลาวให
ครบถวนเสียกอนแลวจึงจัดทําเปนเอกสารในรูปแบบขอมูลอิเล็กทรอนิกส และใหผูใชระบบอัปโหลด
(upload) เอกสารผานระบบได โดยถือวา ผูใชระบบไดรับรองแลววา ผูใชระบบมีเอกสารดังกลาว
อันเปนตน ฉบบั อยใู นครอบครอง๒๗

(๒) การลงลายมือช่ืออเิ ลก็ ทรอนกิ สของผูพพิ ากษา
การลงลายมือช่ืออิเล็กทรอนิกสของผูพิพากษาเพ่ือเขาใชงานในระบบ
รับสงอิเล็กทรอนิกส (e-Filing System) น้ัน ผูพิพากษาท่ีใชระบบจะตองผานกระบวนการพิสูจนและ
ยืนยันตัวตนกอน และเม่ือเขาใชงานใหดาํ เนินการโดยใชรหัสผาน (password) รวมกับรหัสผานแบบ
ใชคร้ังเดียว (one time password : OTP) ท่ีมาจาก mobile application และมีการรับรองประทับตรา
(stamp certificate) ลงในเอกสารดวยระบบจัดการกุญแจสวนตัว (private key)๒๘ เม่ือผูพิพากษา

๒๖ ขอกําหนดของประธานศาลฎีกา วาดวยการยื่น สงและรับคําคูความและเอกสารทางระบบรับสงอิเล็กทรอนิกส
พ.ศ. ๒๕๖๐ ลงวันท่ี ๒๖ เมษายน ๒๕๖๐ ขอ ๕ “เมื่อผูยื่นคําขอใชระบบรับสงอิเล็กทรอนิกสไ ดรับอนุญาตใหเปนผูใชระบบ
ตามเงอ่ื นไขและวธิ ีการทกี่ ําหนดไวใ นประกาศสาํ นกั งานศาลยตุ ิธรรมแลว จะไดรับช่อื ผูใชร ะบบและรหัสผาน เพ่อื ใชเ ขาสูระบบ
รบั สง อิเลก็ ทรอนิกส

ชอ่ื ผูใชระบบและรหสั ผานเปนหลกั ฐานแสดงการลงลายมือช่ือของผูใ ชร ะบบในการตดิ ตอ กบั ศาลหรือคคู วามอ่ืนผา น
ระบบรับสงอเิ ล็กทรอนิกส ผูใชระบบตองเก็บรักษาช่อื ผใู ชระบบและรหสั ผา นไวเปน ไวเ ปนความลับ การระบุชอื่ ผใู ชระบบและ
รหัสผานลงในระบบรับสงอิเล็กทรอนิกสเพ่ือเขาใชระบบตามขอกําหนดนี้ ถือเปนการยืนยันตัวตนผูใชระบบและการรับรอง
ขอความในขอ มลู อเิ ล็กทรอนกิ ส”

๒๗ ประกาศสํานักงานศาลยุติธรรม เรื่องหลักเกณฑและวิธีการยื่น สงและรับคําคูความและเอกสารทางระบบ
รับสงอิเล็กทรอนิกส ลงวนั ท่ี ๓๐ ธันวาคม ๒๕๖๓ ขอ ๖ วรรคสอง “เอกสารท่ีบคุ คลภายนอกซ่งึ มิใชผ ใู ชระบบ ตองลงลายมอื
ช่ือ เชน หนังสือมอบอํานาจ หรือใบแตงทนายความ ตองมีการลงลายมือช่ือของบุคคลภายนอกครบถวนแลงกอนจัดทําเปน
เอกสารในรูปแบบขอมูลอิเล็กทรอนิกส ผูใชรับระบบจึงจะอัปโหลด (Upload) เอกสารบนระบบได และถือวาผูใชระบบได
รับรองแลววา ผใู ชร ะบบมเี อกสารดงั กลาวอนั เปนตน ฉบับอยูในครอบครอง”

๒๘ ประกาศสาํ นกั งานศาลยตุ ิธรรม เรื่อง หลักเกณฑและวธิ ีการย่ืน สงและรับคําคูความและเอกสารทางระบบรบั สง
อิเล็กทรอนิกส ลงวันท่ี ๓๐ ธันวาคม ๒๕๖๓ ขอ ๒๖ “การยืนยันตัวตนกับระบบอิเล็กทรอนิกสเพ่ือเขาใชงาน ใหดําเนินการ
โดยใชรหัสผาน (password) รวมกับรหัสผานแบบใชครั้งเดียว (One Time Password หรือ OTP) ท่ีมาจาก Mobile
Application และมีการรบั รองประทับตรา (Stamp Certificate) ลงในเอกสารดวยระบบจัดการกญุ แจสว นตัว (Private Key)
ทส่ี าํ นกั งานศาลยุติธรรมกาํ หนด”

๒๐

มีคําส่ังเกี่ยวกับคาํ ฟองทางระบบรับสงอิเล็กทรอนิกสจะตองลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกสท่ีเช่ือถือได
พรอมท้ังมีการประทับรับรองเวลา (time stamp) โดยสามารถตรวจสอบลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส
ท่สี รา งขนึ้ นนั้ ดวยกุญแจสาธารณะ (public key) ในใบรับรองอิเล็กทรอนิกส ซ่ึงคาํ สั่งหรือการอ่ืนใด
ที่กระทําโดยผูพิพากษาหรือเจาหนาที่ในระบบรับสงอิเล็กทรอนิกส ถือวามีการลงลายมือช่ืออิเล็กทรอนิกส
ในระบบรบั สงอิเลก็ ทรอนกิ สแลว๒๙

๒) การลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกสในเอกสารอ่ืนที่ทําข้ึนในกระบวนพิจารณา
ของศาลอาจทําโดยการลงลายมือชื่อในอุปกรณอิเล็กทรอนิกส ซ่ึงทําใหปรากฏภาพลายมือชื่อดังกลาว
ในเอกสารในเวลาที่มีการลงลายมือชื่อน้ัน หรือทําการใด ๆ บนอุปกรณอิเล็กทรอนิกส อันแสดงไดวา
ผูท าํ ไดยอมรับความถกู ตองของขอมูลหรือขอความท่ีเก่ยี วของ เชน การสแกนใบหนาหรอื ลายพิมพน ้ิวมือ
หรือลงลายมือชอื่ อิเล็กทรอนิกสผ านระบบอิเล็กทรอนิกสท่ีสํานักงานศาลยุติธรรมกําหนด ท้ังนี้ คูความ
พยาน และบุคคลที่เกี่ยวของในกระบวนพิจารณาท่ีจะลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส ตองดําเนินการ
ลงทะเบยี นพสิ ูจนและยืนยันตวั ตนเพ่ือใชระบบตามวิธกี ารทสี่ ํานักงานศาลยุตธิ รรมประกาศกาํ หนด๓๐

เอกสารทท่ี ําขนึ้ ในรูปแบบขอมลู อิเลก็ ทรอนกิ สใ นกระบวนพิจารณาคดขี องศาล
อาจจะใชก ารลงลายมือช่อื อเิ ล็กทรอนกิ สตางประเภทกันขึ้นอยูกบั ความเหมาะสม ชั้นของความลับและ
ความปลอดภยั ของเอกสารแตละประเภท เชน การลงลายมือชือ่ อิเล็กทรอนกิ สในคําเบกิ ความพยานหรอื
รายงานกระบวนพิจารณาที่ทําข้ึนในรปู แบบขอ มูลอิเล็กทรอนิกส อาจจะใชการลงลายมือชือ่ ในอุปกรณ
อิเล็กทรอนิกส ซ่ึงทําใหปรากฏภาพลายมือชื่อดังกลาวในเอกสารในเวลาท่ีมีการลงลายมือช่ือนั้น เชน
การลงลายมือช่ือโดยใชปากกาสไตลัส (stylus) ทําใหปรากฏภาพลายมือชื่อในอุปกรณ (electronic
signature pad) เนอื่ งจากเปน กรณีทเ่ี จาของลายมอื ชื่อปรากฏตอหนาศาลอยแู ลว

๒๙ ประกาศสํานักงานศาลยุติธรรม เรื่อง หลักเกณฑและวิธีการยื่น สงและรับคําคูความและเอกสารทางระบบ
รับสงอิเล็กทรอนิกส ลงวันท่ี ๓๐ ธันวาคม ๒๕๖๓ ขอ ๒๗ “คําส่ังเกี่ยวกับคําฟองที่กระทําโดยผูพิพากษาทางระบบรับสง
อเิ ล็กทรอนิกสใหถือวาสมบูรณตอเม่ือผพู ิพากษาไดลงลายมือช่ืออิเลก็ ทรอนิกสท่ีเชอื่ ถือได พรอมท้ังมกี ารประทบั รับรองเวลา
(Time Stamp) และสามารถตรวจสอบลายมอื ชือ่ อิเลก็ ทรอนกิ สท ส่ี รางข้ึนนั้นดวยกญุ แจสาธารณะ (Public Key) ในใบรบั รอง
อเิ ล็กทรอนิกสทสี่ าํ นกั งานศาลยุตธิ รรมกาํ หนด”

๓๐ ประกาศสํานักงานศาลยุตธิ รรม เร่อื ง หลักเกณฑ วิธีการและเง่ือนไขเกี่ยวกับการใชวธิ ีพิจารณาคดที างอิเลก็ ทรอนิกส
ลงวันท่ี ๒๐ กรกฎาคม ๒๕๖๔ ขอ ๙ “การลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกสในเอกสารในรูปแบบขอมูลอิเล็กทรอนิกส อาจดําเนินการ
อยางใดอยางหน่ึงโดย

(๑) ลงลายมือชือ่ ในอปุ กรณอเิ ลก็ ทรอนกิ สซึง่ ทําใหป รากฏภาพลายมอื ช่อื ดงั กลา วในเอกสารในเวลาทม่ี กี ารลงลายมือชอ่ื น้นั
(๒) ทําการใด ๆ บนอุปกรณอิเล็กทรอนิกสอันแสดงไดวา ผูทําไดยอมรับความถูกตองของขอมูลหรือขอความที่เกี่ยวของ
เชน การสแกนใบหนา หรือลายพมิ พน้วิ มอื
(๓) ลงลายมือชือ่ อิเล็กทรอนิกสผานระบบอิเล็กทรอนกิ สท ี่สาํ นักงานศาลยตุ ิธรรมกําหนด
คูความ พยาน และบุคคลท่ีเกี่ยวของในกระบวนพิจารณาท่ีจะลงลายมือช่ืออิเล็กทรอนิกสตาม (๓) ตองดําเนินการ
ลงทะเบยี นพสิ ูจนแ ละยนื ยันตัวตนเพือ่ ใชระบบตามวิธกี ารทส่ี ํานักงานศาลยุตธิ รรมประกาศกําหนด”

๒๑

ขอสังเกต การลงลายมือช่ือของผูพิพากษาแลวบันทึกในคําพิพากษาอาจใชลายมือชื่อ
อิเลก็ ทรอนิกสไ ดไ มวา จะเปนคดที ม่ี ีองคคณะผพู พิ ากษาคนเดียวหรือหลายคน ซ่งึ ขอ กําหนดประธานศาลฎกี า
วา ดว ยวธิ พี ิจารณาคดที างอเิ ลก็ ทรอนกิ ส พ.ศ. ๒๕๖๓ ขอ ๑๙ กําหนดวา ใหศาลทาํ คําพพิ ากษาหรือคําส่ัง
และลงลายมือชื่อในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส ตามวิธีการที่สํานักงานศาลยุติธรรมประกาศกําหนด๓๑
ซ่งึ ในระยะเร่ิมตน สาํ นกั งานศาลยุตธิ รรมไดกําหนดวิธกี ารทําคําพพิ ากษาโดยการลงลายมือช่ืออิเล็กทรอนกิ ส
ในคําพิพากษาท่ีมีผูพิพากษาคนเดียวลงลายมือช่ือมารองรับ ตามประกาศสํานักงานศาลยุติธรรม เรื่อง
หลักเกณฑ วิธีการและเงื่อนไขเกี่ยวกับการใชวธิ ีพิจารณาคดีทางอเิ ล็กทรอนิกส ลงวันท่ี ๒๐ กรกฎาคม
๒๕๖๔ ขอ ๓๗ กําหนดวา ผูพิพากษาอาจจัดทําคําพิพากษาหรือคําส่ังในรูปแบบขอมูลอิเล็กทรอนิกส
โดยบันทึกขอมูลอิเล็กทรอนิกสเปนไฟลประเภท PDF หรือ PDF/A แลวลงลายมือชื่อผานอุปกรณ
(electronic signature pad) และประทับตราประจําชาดในรปู แบบขอมูลอิเลก็ ทรอนิกส จากน้ันจึงอัปโหลด
(upload) คาํ พิพากษาหรือคาํ สั่งดังกลาวเขาสูระบบรับสงอิเล็กทรอนิกสหลังจากการอานหรือถือวา
ไดอานคําพิพากษาหรือคําสั่งนั้นตามกฎหมายแลวได๓๒ ทั้งนี้ ผูพิพากษาจะตองลงทะเบียนและ
พสิ ูจนยืนยนั ตวั ตนแลว เพ่อื ใหแนใ จวา ผพู ิพากษาที่ลงลายมือช่ือเปน ผูพิพากษาเจา ของสาํ นวนท่มี อี ํานาจ
ในการพิจารณาพิพากษาคดีดงั กลาวจริง

เนื่องจากขอกําหนดของประธานศาลฎีกา วาดวยวิธีพิจารณาคดีทางอิเล็กทรอนิกส
พ.ศ. ๒๕๖๓ มไิ ดก ําหนดใหส ํานักงานศาลยุติธรรมออกประกาศหลักเกณฑเกย่ี วกับวิธกี ารการลงลายมือช่ือ
อิเล็กทรอนิกส สํานักงานศาลยุติธรรมจึงไดออกขอพิจารณาในการลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส
ในสัญญาประนีประนอมยอมความในคดีแพงสําหรบั เปนแนวทางปฏิบัติในการลงลายมือช่ืออิเล็กทรอนิกส
ในสญั ญาประนีประนอมยอมความ๓๓ ซึง่ จะกลาวถงึ ตอ ไปในหมวด ๓

๓๑ ขอกําหนดของประธานศาลฎีกา วาดวยวิธีพิจารณาคดีทางอิเล็กทรอนิกส พ.ศ. ๒๕๖๓ ลงวันท่ี ๑๘ กันยายน ๒๕๖๓
ขอ ๑๙ วรรคหนง่ึ “เม่ือเสรจ็ การพิจารณาคดีทางอิเล็กทรอนกิ ส ใหศาลทําคําพิพากษาหรอื คําสั่งและลงลายมือชื่อในรูปแบบ
อิเล็กทรอนิกส ตามวิธีการที่สาํ นักงานศาลยุติธรรมประกาศกําหนดและใหถือวาคาํ พิพากษาหรือคําสั่งไดทําเปนหนังสือและ
ลงลายมอื ช่ือตามประมวลกฎหมายวธิ พี ิจารณาความแพง มาตรา ๑๔๑ แลว”

๓๒ ประกาศสาํ นักงานศาลยุติธรรม เรื่อง หลักเกณฑ วิธีการและเงื่อนไขเก่ียวกับการใชวิธีพจิ ารณาคดีทางอเิ ล็กทรอนิกส
ลงวันท่ี ๒๐ กรกฎาคม ๒๕๖๔ ขอ ๓๗ “คดีท่ีอยูในอํานาจพิจารณาพิพากษาของผูพิพากษาคนเดียวตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม
ผูพิพากษาอาจจัดทําคําพิพากษาหรือคําสั่งในรูปแบบขอมูลอิเล็กทรอนิกสโดยบันทึกขอมูลอิเล็กทรอนิกสเปนไฟลประเภท
PDF หรือ PDF/A แลวลงลายมอื ช่ืออเิ ล็กทรอนิกสของผูพิพากษาทพี่ พิ ากษาหรือทาํ คําสง่ั ตาม ขอ ๙ และประทบั ตราประจาํ ชาด
ในรูปแบบขอมูลอิเล็กทรอนิกส แลวอัปโหลด (Upload) คําพิพากษาหรือคําสั่งดังกลาวเขาสูระบบอิเล็กทรอนิกสท่ี
สาํ นกั งานศาลยุติธรรมกาํ หนด หลงั จากการอา นหรอื ถอื วาไดอา นคาํ พพิ ากษาหรอื คาํ ส่งั น้นั ตามกฎหมายแลว ”

๓๓ แนวทางการลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกสในสัญญาประนีประนอมยอมความในคดีแพง ไปตามหนังสือ
สาํ นักงานศาลยตุ ิธรรม ดวนท่ีสุด ท่ี ศย ๐๑๖/ว ๕๗๘ ลงวันที่ ๔ มิถุนายน ๒๕๖๔ เรื่อง ขอพิจารณาในการลงลายมือชื่อ
อิเล็กทรอนิกสในสัญญาประนีประนอมยอมความในคดีแพง

๒๒

หมวด ๒ : การพจิ ารณาคดีทางอเิ ลก็ ทรอนกิ ส

๒.๑ ประเภทคดีทส่ี ามารถใชว ิธีพจิ ารณาคดีทางอิเลก็ ทรอนกิ ส

สําหรับประเภทคดีที่สามารถใชกระบวนพิจารณาดวยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกสไดนั้น
สํานักงานศาลยุติธรรมไดออกประกาศสํานักงานศาลยุติธรรม เรื่อง หลักเกณฑ วิธีการ และเงื่อนไข
เกี่ยวกับการใชวิธีพิจารณาคดีทางอิเล็กทรอนิกส โดยกําหนดใหใชวิธีพิจารณาคดีทางอิเล็กทรอนิกส
กับคดีแพงทุกประเภท รวมถึงคดีแพงในศาลชํานัญพิเศษ คดีผูบริโภคและคดีท่ีมีกฎหมายกาํ หนดให
นาํ ประมวลกฎหมายวิธพี จิ ารณาความแพง ไปใชบ งั คับ๓๔

ทง้ั นี้ การใชว ิธีพิจารณาคดีทางอิเล็กทรอนิกสตามประกาศสํานักงานศาลยุตธิ รรมดังกลาวไมใช
บังคับแกการพิจารณาโดยไมเ ปด เผยตามมาตรา ๓๖ แหงประมวลกฎหมายวิธพี จิ ารณาความแพง๓๕

๒.๒ ผูม ีสิทธริ อ งขอพิจารณาคดีทางอเิ ลก็ ทรอนิกส

ผมู สี ิทธิรองขอพิจารณาคดีทางอิเลก็ ทรอนิกส ไดแ ก โจทก จาํ เลย ผูรอง หรือผูค ัดคา น แลว แตกรณี
กลา วคือ คคู วามทุกฝา ยในคดสี ามารถรอ งขอใหใชว ิธีพิจารณาคดีทางอิเล็กทรอนกิ สใ นสวนของตนเองได

กรณีคูความประสงคข อใหศ าลนงั่ พิจารณาตามประกาศสาํ นกั งานศาลยตุ ธิ รรม เร่ือง หลักเกณฑ
วิธีการและเงื่อนไขเก่ียวกับการใชวิธีพิจารณาคดีทางอิเล็กทรอนิกส สามารถดําเนินการได ดงั น้ี

(๑) ยืน่ คาํ รองขอแบบปกติโดยตรงตอ ศาล (ยื่นคํารองเปน กระดาษ)
(๒) ยืน่ คํารอ งขอผา นระบบบริการออนไลนศ าลยตุ ิธรรม (Court Integral Online Service : CIOS)
(๓) คดีท่ียื่นคําฟองต้ังตนคดีผานระบบรับสงอิเล็กทรอนิกส (e-Filing System) ตองย่ืนคํารอง
ขอผานระบบรบั สงอเิ ลก็ ทรอนิกส (e-Filing System) เทานนั้
(๔) ชอ งทางอนื่ ตามแตป ระกาศของศาล
สําหรับการเขารวมกระบวนพิจารณาคดีทางอิเล็กทรอนิกส กรณีศาลมีคําสั่งอนุญาตใหใช
วิธพี จิ ารณาคดที างอเิ ลก็ ทรอนิกส เมอ่ื ถงึ วนั นัดคูความท่ีไดรับอนุญาตใหใชว ธิ พี ิจารณาคดีทางอิเลก็ ทรอนิกส

๓๔ ประกาศสํานักงานศาลยุติธรรม เรื่อง หลักเกณฑ วิธีการ และเง่อื นไขเกี่ยวกบั การใชว ิธีพิจารณาคดที างอิเล็กทรอนิกส
ลงวันที่ ๒๐ กรกฎาคม ๒๕๖๔ ขอ ๕ “ใหใชวิธีพิจารณาคดีทางอิเล็กทรอนิกสกับคดีแพงทุกประเภทและคดีท่ีมีกฎหมาย
กําหนดใหนําประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพงไปใชบังคับ โดยใหปฏิบัติตามหลักเกณฑและวิธีการตามที่กําหนดใน
ประกาศน้ี”

๓๕ ประกาศสํานักงานศาลยุตธิ รรม เร่ือง หลักเกณฑ วธิ ีการและเง่อื นไขเกี่ยวกับการใชวธิ ีพจิ ารณาคดีทางอิเลก็ ทรอนิกส
ลงวันท่ี ๒๐ กรกฎาคม ๒๕๖๔ ขอ ๑๒ วรรคสอง “ความในวรรคหน่ึงไมใชบังคับแกการพิจารณาโดยไมเปดเผยตามมาตรา ๓๖
แหงประมวลกฎหมายวธิ ีพิจารณาความแพง”

๒๓

นอกศาล สามารถเขารวมการพิจารณาทางอิเล็กทรอนิกสโดยใชแอปพลิเคชันตามท่ีไดรับอนุญาต
สวนคูความที่ไมไดรับอนุญาตใหใชวิธีพิจารณาคดีทางอิเล็กทรอนิกสตองเดินทางไปที่ศาล ณ หองพิจารณา
ตามปกติ

๒.๓ ระยะเวลาในการยนื่ คาํ รอ งขอพิจารณาคดีทางอเิ ล็กทรอนกิ ส

การรอ งขอใหมีการนั่งพิจารณาโดยวิธีการทางอเิ ล็กทรอนกิ ส แบงไดเ ปน ๒ กรณี ดังนี้
๒.๓.๑ ย่ืนคาํ รอ งขอพิจารณาคดีทางอิเลก็ ทรอนิกสพรอมกบั คาํ คคู วาม
คูความสามารถยื่นคํารองขอพิจารณาคดีทางอิเล็กทรอนิกสไดพรอมกับการยื่นคําคูความ
โดยคํารองตองบรรยายรายละเอียดใหปรากฏขอเท็จจริงที่แสดงวาผูรองมีความสามารถในการเขาถึง
เทคโนโลยีได ระบรุ ะบบอเิ ล็กทรอนิกส อุปกรณส่ือสาร และสถานทีท่ คี่ ูค วามหรือบคุ คลทเี่ ก่ียวของในคดี
ขอใชในการเขารวมการพิจารณาคดีออนไลน รวมถึงหมายเลขโทรศัพท ท่ีอยูจดหมายอิเล็กทรอนิกส
(e-mail address) หรือชองทางติดตอผานเครือขายสังคมออนไลน (social media platform) ใด ๆ
ทส่ี ามารถใชใ นการติดตอและสงลิงก (Link) เขาหองพจิ ารณาคดีทางอิเล็กทรอนิกสใหแกผูรอ งในวันนัดได๓๖
เพ่ือประกอบดุลพินิจศาลในการพจิ ารณาสงั่ คํารอ งขอพจิ ารณาคดีทางอิเลก็ ทรอนิกสตอ ไป อยางไรกต็ าม
ในวันนัดพิจารณาคูความอาจขอเปลี่ยนสถานที่ที่ใชในการเขารว มการพิจารณาคดีไดโ ดยแถลงขออนุญาต
ตอศาลในโอกาสแรก
ขอสังเกต การนําสืบพยานเอกสารในการพิจารณาคดีออนไลนเนื่องจากเอกสารสวนใหญ
อยูในรูปแบบอิเล็กทรอนกิ สหรือสําเนาซ่ึงหากจําเลยไดสําเนาแลวไมคัดคานเอกสารนั้นก็สามารถรับฟงได
ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพง มาตรา ๙๓ (๔) และมาตรา ๑๒๕ ประกอบคําพิพากษา
ศาลฎีกาที่ ๙๒๓๐/๒๕๕๑๓๗ แตในกรณีท่ีศาลเห็นวามีเหตุจาํ เปนตองใชตนฉบับ ศาลอาจแจงคูความ
ท่ีประสงคย่ืนคํารองขอพิจารณาคดีทางอิเล็กทรอนิกสใหเตรียมตนฉบับเอกสารท่ีประสงคอางเปน
พยานหลักฐานมาใหเจาหนาที่งานรับฟองตรวจสอบความมีอยูจริงและความถูกตองตรงกันระหวาง
ตนฉบับเอกสารและสําเนาเอกสารในสํานวนต้ังแตในวันย่ืนคําคูความเพื่อความสะดวกในการพิจารณาคดี
เมือ่ เจาหนาท่งี านรับฟองตรวจเสรจ็ สิ้นและคืนเอกสารตน ฉบับใหแ กค ูความไปแลว ใหเ จาหนา ทีง่ านรบั ฟอ ง

๓๖ ประกาศสาํ นกั งานศาลยุตธิ รรม เรอ่ื ง หลักเกณฑ วิธีการและเง่ือนไขเกี่ยวกับการใชว ิธีพจิ ารณาคดีทางอิเลก็ ทรอนิกส
ลงวันท่ี ๒๐ กรกฎาคม ๒๕๖๔ ขอ ๑๓ “การรองขอใหมีการน่ังพิจารณาโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส คูความอาจรองขอ
ในเวลาทยี่ ่ืนคําคูความหรือในระหวางการพิจารณา โดยตอ งระบุระบบอิเล็กทรอนกิ ส อุปกรณส ่ือสารและสถานทีท่ คี่ คู วามหรือ
บคุ คลทเ่ี กย่ี วของในคดีจะใชร ะบบมาดวย”

๓๗ คําพิพากษาศาลฎีกาท่ี ๙๒๓๐/๒๕๕๑ จําเลยไมไดคัดคานความถูกตองแทจริงของเอกสารวาไมมีตนฉบับหรือ
ตนฉบับน้ันปลอมทั้งฉบับหรือบางสวน หรือสําเนาน้ันไมถูกตองกับตนฉบับ จึงถือไดวาจาํ เลยไดยอมรับถึงการมีอยูและ
ความแทจรงิ ของตน ฉบับเอกสารนน้ั รวมทงั้ ยอมรบั วา สาํ เนานัน้ ถูกตองกบั ตนฉบับตามประมวลกฎหมายวธิ พี ิจารณาความแพง
มาตรา ๑๒๕ ศาลยอมรับฟง เปนพยานหลกั ฐานแหงเอกสารนัน้ ไดตามมาตรา ๙๓ (๔)

๒๔

ทํารายงานเจาหนา ที่เสนอผูพิพากษาวา เอกสารตน ฉบบั นนั้ มีอยูจริงและถกู ตองตรงกนั กับสาํ เนาเอกสาร
ในสาํ นวน เพื่อใหผูพิพากษาส่ังรวมสาํ นวน ทั้งน้ี เพราะในชั้นพิจารณาอาจเกิดปญหาความไมชัดเจน
ของเอกสารตนฉบับท่ีคูความแสดงใหศาลตรวจสอบผานจอภาพได ดังน้ัน การออกประกาศแจงใหค ูความ
ที่ประสงคย่ืนคํารองขอพิจารณาคดีทางอิเล็กทรอนิกสเตรียมตนฉบับเอกสารที่ประสงคอางเปน
พยานหลักฐานมาใหเจาหนาที่งานรับฟองตรวจสอบตั้งแตวันท่ียื่นคําคูความจึงเปนหลักประกันใหแกผู
พพิ ากษาชน้ั หน่ึงวาเอกสารตนฉบับนัน้ มีอยูจ ริงและถกู ตองตรงกันกบั สาํ เนาเอกสารในสํานวน

๒.๓.๒ ยนื่ คาํ รอ งขอพิจารณาคดีทางอิเลก็ ทรอนกิ สในระหวา งการพจิ ารณา
นอกจากการยื่นคํารองขอพิจารณาคดีทางอิเล็กทรอนิกสพรอมกับคําคูความแลว คูความ
ยังสามารถยืน่ คํารองขอในระหวางการพจิ ารณาไดเชนกัน อยางไรก็ตาม เพ่ือใหคูค วามอกี ฝายหนง่ึ หรือ
ผมู ีสว นไดเสียทีป่ ระสงคย ่นื คาํ ใหการหรอื คําคัดคานทราบวาจะมกี ารดําเนินกระบวนพิจารณาทางอเิ ลก็ ทรอนกิ ส
การย่ืนคํารองขอพจิ ารณาคดีทางอิเล็กทรอนิกสจึงควรเกิดข้ึนอยางชาท่ีสุดกอ นวันนัดเปนเวลาพอสมควร
เพื่อใหโอกาสคูความอีกฝายหน่ึงคัดคาน๓๘ หรือย่ืนคํารองขอพิจารณาคดีทางอิเล็กทรอนิกสไดเชนเดียวกัน
โดยคาํ รองตอ งบรรยายรายละเอียดใหป รากฏขอเท็จจริงวา ตนมคี วามสามารถในการเขา ถึงเทคโนโลยไี ด
และระบุระบบอิเล็กทรอนิกส สถานท่ีท่ีจะใชระบบอิเล็กทรอนิกสรวมถึงหมายเลขโทรศัพท ท่ีอยู
จดหมายอิเล็กทรอนิกส (e-mail address) หรือชองทางติดตอผานเครือขายสังคมออนไลน (social
media platform) ใด ๆ ที่สามารถใชในการติดตอและสงลิงก (link) เขาหอ งพิจารณาคดีทางอเิ ล็กทรอนิกส
ใหแ กต นในวันนดั ได๓๙
อกี ทั้งการกาํ หนดใหค ูความย่นื คาํ รอ งขอพิจารณาคดีทางอิเล็กทรอนกิ สอ ยา งชาที่สุดกอ นวันนัด
ดังกลาวยังเปนการเวนระยะเวลาใหเจาหนาท่ีสามารถตรวจสอบและจัดเตรียมความพรอมของบุคคล
อปุ กรณและสถานท่ี และรายงานความพรอ มของบุคคล อุปกรณและสถานท่ที ่ีใชในการนงั่ พิจารณาโดย
วธิ ีการทางอเิ ล็กทรอนิกสใ หศาลทราบกอ นวันนดั

๓๘ มีขอพิจารณาวา การท่ีคูความอีกฝายหน่ึงหรือผูมีสวนไดเสียที่ประสงคย่ืนคาํ ใหการหรือคําคัดคานไมทราบถึง
การพจิ ารณาคดีทางอิเล็กทรอนิกส จะถือวาคูความดังกลาวเสียสิทธใิ นการตอสูคดีหรือไม เหน็ วา การไมทราบถึงการพิจารณาคดี
ทางอิเล็กทรอนิกสไมไ ดทําใหคูความท่ีประสงคยน่ื คําใหการหรือคําคัดคานเสียสิทธิในการตอสูคดแี ตอยา งใด เน่ืองจากคูความ
ดังกลาวยงั สามารถมาใชสิทธยิ ืน่ คาํ ใหการหรือคาํ คดั คานไดท่ีศาลตามหมายเรยี กใหใ หการหรือประกาศนัดไตส วน แลว แตกรณี

๓๙ ในทางปฏบิ ัติ ผูมีสวนไดเ สียท่ปี ระสงคยน่ื คําคดั คานอาจไมไดยื่นคํารอ งขอเขารวมพิจารณาคดีทางอิเลก็ ทรอนิกส
เพียงแตใ ชวิธีการตดิ ตอมายังเจา หนาทีศ่ าลตามชองทางท่ีระบุไวในประกาศนัดไตสวนเพ่ือแจงวาตนประสงคเขารวมพิจารณา
คดีทางอเิ ลก็ ทรอนกิ สเชนเดียวกบั ผูรอ ง ซึ่งในกรณีน้ี เจาหนา ที่ศาลตองจัดทํารายงานเจา หนาท่ีใหปรากฏไวในสํานวน เพื่อให
ผูพิพากษาเจาของสํานวนและเจาหนาท่ีหนาบัลลังกทราบวาตองสงลิงก (link) เพ่ือเขาหองพิจารณาคดีทางอิเล็กทรอนิกส
ใหแ กผ มู ีสว นไดเสียคนดงั กลา วในวนั นดั ดวย

๒๕

๒.๔ เงือ่ นไขในการอนุญาตใหพิจารณาคดีทางอิเล็กทรอนกิ ส

การพิจารณาวาคดีใดสมควรใชกระบวนพิจารณาทางอิเล็กทรอนิกสหรือไมอาจเกิดได ๒ กรณี
ดังนี้

๑) ศาลเห็นสมควร โดยพจิ ารณาจากความพรอ มของคูความในการใชระบบอิเลก็ ทรอนิกส
ไมวาจะเปนตัวความ ผูรับมอบอํานาจ (ถามี) หรือทนายความ เชน กอนวันนัดพิจารณาหรือนัดไตสวน
คูความทั้งสองฝายมีการยื่นคําฟอง คําใหการหรือเอกสารตาง ๆ คํารอง คําขอ ผานระบบรับสง
อิเล็กทรอนิกส (e-Filing system) หรือระบบบริการออนไลนศาลยุติธรรม (Court Integral Online
Service : CIOS) อาจเปนเหตุที่ทําใหศาลเห็นไดวา คูความทั้งสองฝายมีความพรอมที่จะใหดําเนิน
กระบวนพิจารณาทางอิเลก็ ทรอนิกส

๒) คูความรองขอ ซึ่งอาจเกิดจากฝายโจทกหรือฝายจําเลย หรือทั้งสองฝายก็ได
แตหากเปนกรณที ่ีคคู วามฝายใดฝายหนึ่งรองขอ ในการใชดลุ พนิ ิจอนุญาตใหใ ชก ารดําเนนิ กระบวนพิจารณา
ทางอิเล็กทรอนิกสกับคูความอีกฝาย ศาลตองพิจารณาดวยวาคูความอีกฝายน้ันมีความพรอม โดยศาล
อาจสอบถามคูความอีกฝายเพ่ือทราบความประสงควาตองการใชวิธีการทางอิเล็กทรอนิกสดวยหรือไม
เนื่องจากขณะน้ันอาจยงั ไมทราบวา คูความอกี ฝายมีความประสงคท่ีจะใชวิธีการดังกลาวและมีความพรอม
ในการเขาถงึ เทคโนโลยหี รือไม หรือศาลอาจรอไวสอบถามความพรอมของคูค วามเมื่อถงึ วนั นดั พิจารณานดั แรก
โดยศาลอาจสัง่ ในรายงานกระบวนพิจารณาวา

“สอบคูความท้ังสองฝายแลว เห็นวาคูความมีความพรอมในการดําเนินกระบวนพิจารณา
ดวยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส/คูความแถลงขอใหศาลนั่งพิจารณาดวยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส จึงอนุญาต
ใหดําเนินกระบวนพิจารณาดวยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกสได โดยเอกสารที่จะยื่นและสงนับจากนี้
ใหคูความทั้งสองฝายจัดทําในรูปแบบขอมูลอิเล็กทรอนิกส และใหย่ืนและสงเอกสารผานระบบรับสง
อิเล็กทรอนิกส การนั่งพิจารณาและบันทึกคําเบิกความพยานใหกระทําโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส
สําหรบั พยานทุกปาก/สาํ หรับพยานปาก...”

ท้ังนี้ เงื่อนไขในการอนุญาตใหพิจารณาคดีทางอิเล็กทรอนิกสทั้ง ๒ ประการดังกลาวขางตน
ศาลยังคงตอ งคํานงึ ถึงเง่ือนไขตามท่กี ําหนดไวในขอกําหนดของประธานศาลฎีกา วาดว ยวิธีพิจารณาคดี
ทางอิเล็กทรอนิกส พ.ศ. ๒๕๖๓ ขอ ๔ ที่ใหคํานึงถึงความสะดวกและประหยัดสําหรับคูความที่
ยงั ไมส ามารถเขา ถึงเทคโนโลยี และขอ ๑๓ ท่กี ําหนดใหก ารพจิ ารณาคดีทางอิเล็กทรอนกิ สต องไมท ําให
สิทธใิ นการตอ สูคดีของคคู วามลดนอยลง

อน่ึง หากศาลกําหนดใหส ืบพยานดว ยวธิ ีการทางอิเล็กทรอนิกส (สืบพยานทางออนไลน) ควรมีคําส่ัง
กอนวันนัดเปนเวลาพอสมควร เพื่อใหเจาหนาที่มีระยะเวลาพอสมควรในการตรวจสอบและจัดเตรียม
ความพรอมของอุปกรณและสถานท่ี และรายงานความพรอมของบุคคล อุปกรณและสถานท่ีที่ใช

๒๖

ในการนั่งพิจารณาโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกสใหศาลทราบกอนวันนัด๔๐ ท้ังนี้ ในการน่ังพิจารณา
โดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส เชน การสืบพยานทางออนไลน หากมเี พียงคคู วามฝายใดฝายหน่ึงรองขอ
ใชวิธีนั่งพิจารณาดวยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส ศาลอาจอนุญาตเฉพาะคูความฝายที่ขอ สวนคูความ
ฝายที่ไมไดขอมาศาลดาํ เนินกระบวนพิจารณาตามปกติก็ได ซ่ึงหากคูความอีกฝายประสงคจะคัดคาน
การที่คคู วามฝา ยตรงขา มจะใชวิธกี ารนั่งพจิ ารณาทางอิเลก็ ทรอนิกสจะตอ งอา งเหตุผลทที่ าํ ใหศ าลเหน็ วา
การท่คี ูความอีกฝายไมมาศาลโดยใชการพิจารณาทางอิเล็กทรอนิกสน้ันทําใหตนเสียสิทธิในการตอสูคดี
หรอื สบื พยานอยางไร

๒.๕ การสงหมายเรยี กและการประกาศนดั ไตสวนคดที น่ี ่ังพจิ ารณาคดีโดยวธิ กี ารทางอเิ ลก็ ทรอนกิ ส

๒.๕.๑ การสงหมายเรียก๔๑ หรือประกาศนัดไตสวน โดยวิธีการลงโฆษณาทางสื่อเทคโนโลยี
สารสนเทศ (e-Notice System)

นอกจากการสงหมายเรียกหรอื ประกาศนัดไตสวนโดยวิธีการตามปกติแลว ศาลอาจเห็นสมควร
ใหสงหมายเรียกหรือประกาศนัดไตสวนคดี โดยวิธีการลงโฆษณาทางสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศ
(e-Notice System) ได ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพง มาตรา ๗๙ ซ่ึงมีหลักเกณฑและ
วิธีการตามคําแนะนําของประธานศาลฎีกา วาดวย การสง เอกสาร และการประกาศนัดไตสวน
โดยวิธีลงโฆษณาทางส่ือเทคโนโลยีสารสนเทศ พ.ศ. ๒๕๖๑ และประกาศสํานักงานศาลยุติธรรม เร่ือง
หลักเกณฑและวิธีการสงเอกสารและการประกาศนัดไตสวนโดยวิธีลงโฆษณาทางส่ือเทคโนโลยีสารสนเทศ
ลงวันท่ี ๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๑ หลักการสําคัญคือ การจัดทําเอกสารและขอความของหมายเรียกหรือ
ประกาศนัดไตสวนคดีใหอยูในรูปแบบของขอมูลอิเล็กทรอนิกสเปนไฟลประเภท PDF หรือ PDF/A
แลว นาํ ขอ มูลลงประกาศโฆษณาทางเว็บไซต https://enotice.coj.go.th โดยการนับระยะเวลาและการ
มีผลของการลงโฆษณาจะเปนไปตามกฎหมายโดยเริ่มนับถัดจากวันที่มีการลงโฆษณาน้ัน แตการลงโฆษณา
ทางสือ่ เทคโนโลยสี ารสนเทศนี้ ไมใชในกรณที ่ีมขี อความอันอาจกระทบตอความม่ันคงแหง ราชอาณาจกั ร
ความสมั พันธระหวางประเทศ และความสงบเรียบรอ ยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน

สําหรับหมายเรยี กและประกาศนัดไตส วนในคดีที่ศาลอนญุ าตใหใชวธิ ีพจิ ารณาคดที างอิเลก็ ทรอนกิ สน นั้
ศาลพึงระบุในหมายเรียกหรือประกาศนัดไตสวนวา ศาลอนุญาตใหใชวิธีพิจารณาคดีทางอิเล็กทรอนิกส
สําหรับคดีน้ัน และแจงสิทธิแกจําเลยหรือผูคัดคานวา จาํ เลยหรือผูคัดคานมีสิทธิย่ืนคํารองขอใหใช

๔๐ ประกาศสาํ นกั งานศาลยุตธิ รรม เรอื่ ง หลักเกณฑ วธิ ีการและเง่ือนไขเกี่ยวกบั การใชวิธีพิจารณาคดีทางอเิ ล็กทรอนิกส
ลงวันท่ี ๒๐ กรกฎาคม ๒๕๖๔ ขอ ๓๔ “ใหเ จาหนา ทีต่ รวจสอบและจดั เตรียมความพรอ มของอุปกรณแ ละสถานที่ และรายงาน
ความพรอมของบุคคล อปุ กรณ และสถานทีท่ ใ่ี ชในการน่ังพจิ ารณาโดยวิธกี ารทางอิเลก็ ทรอนิกสใหศ าลทราบกอนวันนดั ”

๔๑ หมายถงึ “หมายเรียก” ตามประมวลกฎหมายวธิ พี จิ ารณาความแพง มาตรา ๑๗๗ หรือมาตรา ๑๙๓

๒๗

วิธีพิจารณาคดีทางอิเล็กทรอนิกสได๔๒ กรณีที่จําเลยหรือผูคัดคานโตแยงคําสั่งศาลที่อนุญาตใหใช
วธิ ีพจิ ารณาคดที างอเิ ลก็ ทรอนกิ ส ศาลอาจมคี าํ สั่งใด ๆ ตามทีเ่ หน็ สมควร โดยพิเคราะหว า การใชว ธิ พี จิ ารณาคดี
ทางอิเล็กทรอนิกสทําใหสิทธิของจําเลยหรือผูคัดคานท่ีโตแยงลดนอยลงหรือไม ตามขอกําหนดของ
ประธานศาลฎีกา วาดวยวิธีพจิ ารณาคดีทางอิเลก็ ทรอนิกส พ.ศ. ๒๕๖๓ ขอ ๑๓ หรือมเี หตุจาํ เปนอื่นใด
ตามทีศ่ าลเหน็ เปน การยุตธิ รรมและสมควร

๒.๕.๒ การสง หมายเรยี กพยาน๔๓ และการมาศาลของพยาน
กรณีคูความฝายใดอางพยานบุคคล กอนหรือในวันชี้สองสถานหรือกอนวันนัดสืบพยาน
ศาลพึงสอบถามคูความวา มีพยานปากใดทีต่ องการใชวธิ ีสืบพยานดวยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกสหรือไม
หากมแี ละคูค วามทั้งสองฝายเห็นพอง ศาลอาจอนุญาตใหส บื พยานปากนน้ั ดว ยวธิ กี ารทางอเิ ลก็ ทรอนกิ ส
และออกหมายเรียกพยานปากนั้น โดยระบุวาขอความในหมายเรียกพยานวา “สามารถมาเบิกความ
ดว ยวธิ ีการทางอิเล็กทรอนิกสได” และสั่งในรายงานกระบวนพิจารณาวา “ศาลพเิ คราะหแลวเห็นวา กรณี
นคี้ ูความยินยอม และไมทําใหสิทธิในการซักคานของคูความลดนอยลง จึงอนุญาตใหสืบพยานดวย
วิธีการทางอเิ ลก็ ทรอนกิ สไ ด”
ขอสังเกต การอนุญาตใหสืบพยานดวยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส ศาลควรคาํ นึงถึงสิทธิในการ
ซักคา นพยาน โดยไมทาํ ใหสิทธใิ นการซักคานของคคู วามลดนอยลง ตามขอ กําหนดของประธานศาลฎกี า
วาดวยวิธีพิจารณาคดีทางอิเล็กทรอนิกส พ.ศ. ๒๕๖๓ ขอ ๑๓ เน่ืองจากการซักคานพยานท่ีเบิกความ
ดว ยวิธกี ารทางอิเล็กทรอนิกสก ับการซักคา นพยานกรณีปกติในหองพิจารณา อาจจะสงผลตอ การสังเกต
อากัปกริยาของพยานที่แตกตางกนั ๔๔ กรณีจึงเปนดุลพินิจของศาลวาจะอนุญาตใหสืบพยานดวยวิธีการ
ทางอเิ ล็กทรอนกิ ส หรอื จะใหพยานเดินทางมาเบกิ ความตอ ศาลดว ยตนเอง

๔๒ ตัวอยางขอความ
“ดว ยนาย... ผรู อง ยื่นคํารอ งตอ ศาลนีว้ า ...
ศาลไดนดั ไตสวนคํารองในวนั ท่ี ... เวลา ... นาฬิกา ถาผใู ดประสงคจ ะคัดคานคํารองเรื่องนปี้ ระการใด ใหยืน่ ตอศาล
กอนหรือภายในวนั นดั
อน่งึ คดีนีศ้ าลมคี ําสั่งอนญุ าตใหพิจารณาคดีผา นระบบอิเลก็ ทรอนกิ ส ผูประสงคจ ะยืน่ คาํ คัดคานสามารถเดินทางมา
ย่ืนคําคัดคานไดที่ศาลตามปกติ หรือหากประสงคขอใชวิธีพิจารณาคดีทางอิเล็กทรอนิกสในการย่ืนคําคัดคาน สามารถติดตอ
แจงความประสงคโดยยื่นคํารองขอใชวธิ ีพิจารณาคดที างอเิ ล็กทรอนิกสผา นระบบบริการออนไลนศาลยตุ ธิ รรม (CIOS) หรือ ...
(ระบุชอ งทางตามประกาศของศาลน้ัน ๆ)”
๔๓ หมายถงึ “หมายเรยี กพยาน” ตามประมวลกฎหมายวิธีพจิ ารณาความแพง มาตรา ๑๐๖
๔๔ กรณีพยานท่ีรูเห็นในเรื่องท่ีเปนสาระสําคัญของประเด็นแหงคดีและคูความอีกฝายหน่ึงคัดคาน (เชน ประจักษ
พยานขณะเจา มรดกทําพินยั กรรมในคดปี ลอมพินยั กรรม พยานผอู ยูในเหตลุ ะเมดิ ) กรณเี ชน นอี้ าจมีความจาํ เปนทพี่ ยานจะตอง
เดนิ ทางมาเบกิ ความทศี่ าล แตถ าเปนพียงพยานประกอบ (เชน เจาพนักงานท่ีดินท่ีเบิกความรับรองเอกสาร พยานผูเช่ียวชาญ
ที่ใหความเหน็ ) อาจไมจาํ เปน ตอ งเดนิ ทางมาเบกิ ความทีศ่ าล

๒๘

สําหรับการสงหมายเรียกพยาน เปนไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพง มาตรา ๗๐ (๑)
ท่ีใหคูความฝายท่ีอางพยานน้ันเปนผูสงโดยตรง เวนแตศาลจะส่ังเปนอยางอื่น หรือพยานปฏิเสธ
ไมยอมรับหมายจงึ จะใหเ จาพนกั งานศาลเปนผูส ง ดังนนั้ ในทํานองเดียวกนั เมอ่ื ศาลอนุญาตใหส ืบพยานปากใด
ดวยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส จึงเปนหนาท่ีของคูความฝายน้ันในการสงลิงก (link) และนัดหมายให
พยานมาเบิกความดวยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกสตามกําหนดนัด อยางไรก็ตาม ไมวาศาลจะอนุญาตให
สืบพยานปากใดดวยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกสหรือไม พยานปากนั้นก็ยังสามารถเดินทางมาเบิกความ
ทศ่ี าลได และทนายความกไ็ มจําเปนตอ งอยูสถานท่ีเดยี วกนั กับพยานน้ัน

๒.๖ การจายปว ยการ คา พาหนะเดินทาง และคา เชา ทพี่ ักของพยาน

โดยปกติศาลตองสั่งใหคูความฝายท่ีอางเสียคาปวยการพยานตามรายไดและฐานะของพยาน
ซึ่งมาศาลตามหมายเรียก แตไมเกินวันละ ๔๐๐ บาท กับคาพาหนะเดินทางและคาเชาที่พักของพยาน
ทเี่ สยี ไปดว ยตามสมควร ตามตาราง ๔ (๑) ทายประมวลกฎหมายวิธพี จิ ารณาความแพง โดยบันทึกคาํ ส่ัง
ลงในแบบพิมพคําใหการ แลวใหพยานลงช่ือรับเงินไวที่หัวกระดาษแบบพิมพดานซาย๔๕ (มีขอสังเกตวา
เฉพาะพยานหมายเทานั้นที่มีสิทธิไดรับคาปวยการ) แตเนื่องจากการน่ังพิจารณาคดีโดยวิธีการทาง
อิเล็กทรอนิกส พยานอาจมิไดอยูในหองพิจารณาและไมสามารถลงช่ือรับเงินไวท่ีหัวกระดาษแบบพิมพ
ดงั เชน กรณพี ยานมาเบิกความในหองพิจารณาตามปกติได ดังน้ัน ในกรณีศาลนัง่ พจิ ารณาคดีโดยวิธีการ
ทางอิเล็กทรอนิกสศาลจึงอาจบันทึกหรือจดบันทึกใหความปรากฏวา ศาลมีคําสั่งใหคูความฝายที่อาง
เสียคาปว ยการพยาน คา พาหนะเดินทางหรือคาเชา ท่ีพกั ของพยาน และพยานนั้นไดแ ถลงวา ไดร บั เงินแลว

สําหรับวิธีการจายคาปวยการ คาพาหนะเดินทาง หรือคาเชาที่พัก แกพยานโดยคูความ
ฝา ยท่อี างพยานน้ัน เนือ่ งจากไมมีกฎหมายหรือระเบียบกําหนดวิธีการจายไว ดังน้ัน คูความฝายที่อางพยาน
จะตองดําเนินการใหเปนไปตามคําสั่งศาล โดยอาจจายเปนเงินสด หรือโอนเงินผานระบบอินเทอรเน็ต
ธนาคาร ตามทีค่ ูความฝายที่อา งพยานและพยานนนั้ ตกลงกัน

อน่ึง กรณีการจายคาปวยการ คาพาหนะเดินทาง หรือคาเชาที่พักแกพยานที่ศาลเรียกมาเอง
สามารถโอนเงินเขาบัญชีพยานผูมีสิทธิรับเงินโดยตรง และใชรายงานในระบบอินเทอรเน็ตธนาคาร
เปนหลักฐานการจายได๔๖ มีขอสังเกตวา กรณีพยานเบิกความจากสถานที่พักของตน ศาลอาจส่ังจาย
เฉพาะคาปว ยการ แตไมต องจายคา เดินทาง

๔๕ สํานักงานศาลยุติธรรม, คูมือปฏิบัติราชการของตุลาการสวนวิธีพิจารณาความแพง สวนวิธีพจิ ารณาความอาญา
สวนวธิ ีพิจารณาคดใี นศาลแขวง เลม ที่ ๑ (พ.ศ. ๒๕๔๙)

๔๖ ขอบังคับประธานศาลฎกี า วาดว ยการจายคาปวยการ คาพาหนะเดินทาง และคาเชาที่พักแกพ ยานทศี่ าลเรียกมาเอง
พ.ศ. ๒๕๖๐ ขอ ๖ ประกอบระเบยี บคณะกรรมการบริหารศาลยตุ ธิ รรมเกี่ยวกบั การเงิน พ.ศ. ๒๕๔๕ ขอ ๒๕ วรรคสอง

๒๙

๒.๗ ขอ พงึ ปฏบิ ัติในการน่งั พจิ ารณาคดีโดยวธิ กี ารทางอเิ ลก็ ทรอนกิ ส

หลักการสําคัญประการหน่ึงของการพิจารณาคดีทางอิเล็กทรอนิกส คือ “การถือเสมอื นหนงึ่ วา
เปนการพิจารณาในหองพิจารณาคดี” ดังน้ัน การปฏิบัติตนของผูที่เก่ียวของในกระบวนพิจารณาทุกฝาย
จะตองปฏิบัติเชนเดียวกับการเดินทางมาเขารวมกระบวนพิจารณาในหองพิจารณาคดีของศาลทุกประการ
รวมถึงศาลมีอํานาจใชบทบัญญัติแหงกฎหมายวาดวยการละเมิดอํานาจศาลเพื่อรักษาความสงบเรียบรอย
ตลอดกระบวนพิจารณา เพ่ือใหการดําเนินกระบวนพิจารณาทางอิเล็กทรอนิกสเปนไปโดยเรียบรอย
ดงั น้ัน ผทู ่เี กย่ี วขอ ง ไดแก ผพู ิพากษา เจาหนา ที่หนา บลั ลังก คคู วามและทนายความพึงปฏบิ ัตติ น ดังนี้

๒.๗.๑ การปฏบิ ัตติ นของผพู ิพากษา
นอกจากหนาที่ในการควบคุมกระบวนพิจารณาตามปกติแลว ผูพิพากษาที่ดําเนิน
กระบวนพจิ ารณาทางอิเลก็ ทรอนิกสพงึ ปฏบิ ตั ดิ งั ตอไปนี้

๑) ผูพพิ ากษาตอ งขึน้ พจิ ารณาคดบี นบัลลังกใ นหอ งพิจารณาคดใี นศาลตามปกติ
ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพง มาตรา ๓๖

๒) ผูพิพากษาพึงพิจารณาคดีทางอิเล็กทรอนิกสโดยใชอุปกรณคอมพิวเตอร
ทไ่ี ดรับการจัดสรรจากสาํ นักงานศาลยุติธรรม เชน โนตบุก ไมควรใชโทรศัพทเคลื่อนท่ีเปนอุปกรณ
ในการพจิ ารณาคดีทางอิเล็กทรอนิกส

๓) ผูพิพากษาพึงตรวจสอบสภาพแวดลอมปลายทางท่ีคูความหรือทนายความ
อยูกอนการเริ่มพิจารณา และพึงตรวจสอบทุกคร้ังท่ีเกิดความสงสัยถึงความไมสุจริตหรือความผิดปกติ
ของสภาพแวดลอ มปลายทาง

๔) ผูพิพากษาพึงใหคําแนะนําคูความในการใชแอปพลิเคชันการประชุมใหมี
ความเหมาะสม เชน ไมใชเครื่องมือตกแตงรูปภาพเพิ่มเติม (filter) หรือภาพจําลองพื้นหลัง (virtual
background) รวมถึงใหคําแนะนําในการจัดมุมกลองใหเหมาะสมเพื่อความเปนระเบียบเรียบรอยของ
กระบวนพจิ ารณาทางอเิ ลก็ ทรอนิกส

๒.๗.๒ การปฏบิ ตั ติ นของเจาหนา ทห่ี นา บัลลังก
เจาหนา ท่ีหนา บัลลงั กเปน บคุ คลท่ีมีความสําคญั อยางยิ่งในการดําเนินกระบวนพจิ ารณา
ทางอเิ ล็กทรอนกิ ส โดยการปฏบิ ตั ิตนของเจา หนา ท่ีหนา บัลลงั กในวันนัดพจิ ารณาทางอเิ ล็กทรอนกิ สอาจ
แยกออกเปน ขอไดดังน้ี

๑) เจาหนาทห่ี นา บลั ลงั กพงึ ตรวจสอบความพรอมของอปุ กรณเ คร่ืองมือท่จี ะใช
ในการดําเนินกระบวนพิจารณาทางอิเล็กทรอนิกส รวมถึงตรวจสอบชองทางการติดตอและนัดหมาย

๓๐

กับทนายความหรือคูความใหพรอมกอนวันนัด เพื่อใหการดําเนินกระบวนพิจารณาในวันนัดเปนไป
โดยรวดเร็วและเรียบรอย๔๗

๒) เจาหนาที่หนาบัลลังกพึงติดตอสงลิงก (link) ใหแกคูความและทนายความ
ต้ังแตกอนถึงเวลานัดพิจารณาคดีทางอิเล็กทรอนิกส เนื่องจากจะตองมีกระบวนการตรวจสอบยืนยัน
ตัวบคุ คล (identity verification) กระบวนการแนะนําขอปฏิบัติในการเขา รวมพจิ ารณาคดีทางอเิ ล็กทรอนิกส
และการสาบานตนในกรณที ต่ี อ งมีการเบิกความ กอนกระบวนพิจารณาปกติจะเรมิ่ ขึน้ อีกดวย

๓) เจาหนาที่หนาบัลลังกพึงอยูรวมระหวางการดําเนินกระบวนพิจารณา
ทางอิเล็กทรอนิกสตลอดเวลา แตในชวงที่ศาลดําเนินกระบวนพิจารณา เจาหนาท่ีหนาบัลลังกอาจปด
ไมโครโฟนเพอื่ ไมใหเกิดเสียงแทรกเขา ไปในหองพิจารณาทางอเิ ลก็ ทรอนิกส

๔) เจา หนาที่หนา บลั ลังกตองจัดทํารายงานเก่ียวกบั การใชระบบอิเล็กทรอนกิ ส
วันเวลาเรมิ่ ตนและสนิ้ สุดในการใชร ะบบ จากน้นั เสนอศาลเพ่อื พจิ ารณาสงั่ รวมไวใ นสาํ นวน

๕) ในคดีอาญาเจาหนาท่ีตองชี้แจงถึงหลักเกณฑวิธีการขั้นตอนในการน่ัง
พจิ ารณาโดยใชร ะบบอิเล็กทรอนกิ สร วมถึงชองทางในการใชสิทธิ์ตา ง ๆ ในคดอี าญาเพ่อื ใหจาํ เลยมขี อ มลู
เพียงพอในการตดั สนิ ใจวา จะยินยอมใหใชการพิจารณาโดยระบบอิเล็กทรอนิกสห รือไม

๒.๗.๓ การปฏบิ ัตติ นของคคู วามและทนายความ
ในวันนัดพิจารณาคดีทางอิเล็กทรอนิกส ขอปฏิบัติท่ีคูความและทนายความพึงยึดถือ
เพอื่ ใหการดาํ เนินกระบวนพิจารณาเปน ไปอยา งมรี ะเบยี บเรยี บรอ ย มดี ังนี้

๑) คูความพึงแตงกายใหเรียบรอยและเหมาะสมแกกาลเทศะ เชนเดียวกับ
การเขารวมพิจารณาในหองพิจารณาคดี ทนายความพึงแตงกายตามแบบสากลนิยมและสวมเสื้อครุย
ในการปฏิบัติหนา ที่เชน เดยี วกบั การปฏบิ ตั หิ นาที่ในหอ งพจิ ารณาคดี

๒) คูความและทนายความพึงจัดเตรียมสถานที่สําหรับเขารวมกระบวนพิจารณา
ทางอิเล็กทรอนิกสใหเรียบรอย โดยสถานที่ดังกลาวจะตองเปนหองปดและมีความเปนสวนตัว
หากคูความและทนายความเขา รวมกระบวนพิจารณาจากสาธารณสถาน เชน รานกาแฟ สวนสาธารณะ หรือ
สถานที่อน่ื ในทาํ นองเดียวกนั ศาลอาจไมอ นญุ าตใหเขา รว มกระบวนพจิ ารณาทางอเิ ลก็ ทรอนิกสใ นวันนนั้

๓) คูความและทนายความพึงจัดวางอุปกรณเครื่องมือที่ใชในการเขารวม
กระบวนพิจารณาทางอิเลก็ ทรอนกิ สอยูบนโตะที่มพี ้ืนผิวเรยี บเพือ่ ไมใหกลองเกดิ การเคลื่อนยายระหวาง
การพิจารณาคดี

๔๗ เพือ่ หลีกเลยี่ งความเรงรีบท่อี าจเกิดข้ึนในวันนัดไตสวนหรือนัดพิจารณาทางอิเล็กทรอนิกส เจาหนาทหี่ นาบลั ลงั ก
อาจสรางหองประชุมทางอิเล็กทรอนิกสไวลวงหนา แลวสงลิงก (link) ใหแกคูความหรือทนายความทางขอความใน
โทรศัพทเคลือ่ นท่ี (SMS) จดหมายอิเลก็ ทรอนิกส (e-mail address) หรอื Line ID เปนตน ต้งั แตก อ นวนั นดั ก็ได

๓๑

๔) คูความและทนายความพึงนงั่ อยูบนเกาอท้ี ี่มีความเหมาะสมตลอดการเขารวม
กระบวนพิจารณา หามน่งั หรอื นอนอยบู นเตยี งนอน โซฟา หรือพืน้ หอง

๕) คูความและทนายความพึงตรวจสอบความพรอมของอุปกรณ สัญญาณ
อินเทอรเน็ต และการใชแอปพลิเคชันของตนใหมีความเรียบรอยเหมาะสม เชน กดปุมปดการตกแตง
เพมิ่ เตมิ ภาพ (filter) หรอื ภาพจาํ ลองพนื้ หลัง (virtual background) ไวต ลอดการพิจารณาคดี เปน ตน

๖) คูความและทนายความพึงรับประทานอาหารและเครื่องด่ืม รวมถึงจัดการ
ธุระสวนตัวใหเรียบรอยกอนกระบวนพิจารณาทางอิเล็กทรอนิกสเริ่มตนขึ้น ระหวางพิจารณาคดี
ทางอิเล็กทรอนิกส หามมิใหคูความรับประทานอาหารและเคร่ืองด่ืม และหามมิใหคูความและ
ทนายความออกจากหองเวนแตไดรับอนุญาตจากศาล โดยเมื่อกลับเขามาในหอง ศาลอาจส่ังให
ตรวจสอบสภาพแวดลอมปลายทางเพ่ือความโปรง ใสในการพจิ ารณาคดที างอเิ ลก็ ทรอนกิ สอีกครั้งกไ็ ด

๗) หามมิใหคคู วามและทนายความบันทกึ ภาพและเสียง หรอื ถายทอด แพรภาพ
หรอื แพรเสียงการดาํ เนินกระบวนพจิ ารณาทางอิเล็กทรอนิกส เวน แตไดร บั อนญุ าตจากศาล

๘) คูความและทนายความตองใหความรวมมือแกศาลและเจาหนาท่ีหนาบัลลังก
ในการตรวจสอบความพรอมของเคร่ืองมืออุปกรณและสภาพแวดลอมปลายทางตลอดระยะเวลาการ
ดําเนินกระบวนพิจารณาทางอิเล็กทรอนิกส เพื่อใหการดําเนินกระบวนพิจารณาทางอิเล็กทรอนิกส
เปน ไปโดยตอเน่อื ง โปรงใส และเปน ธรรม

๒.๘ แอปพลิเคชนั ทีใ่ ชในการนงั่ พิจารณาคดีโดยวธิ ีการทางอิเล็กทรอนิกส

ระบบอเิ ลก็ ทรอนิกสที่ใชใ นการน่งั พิจารณาโดยวิธีการทางอเิ ล็กทรอนิกสตามประกาศสํานักงาน
ศาลยุติธรรม เรื่อง หลักเกณฑ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับการใชวิธีพิจารณาคดีทางอิเล็กทรอนิกส
ไดแก Google meet Cisco webex และ Zoom เพ่ือใหการดําเนินการสอดคลองกับมาตรฐานการ
รกั ษาความมน่ั คงปลอดภยั ของการประชมุ ผา นสอื่ อิเล็กทรอนกิ สและสะดวกในการนําสบื พยานเอกสาร

ทั้งน้ี การไตสวนคํารอ งขอต้ังผูจดั การมรดกหรือคํารองขอตั้งตนคดีประเภทอ่นื การนั่งพิจารณา
คดีผูบ ริโภค คดมี โนสาเร คดไี มม ขี อ ยงุ ยาก หรือการไตส วนคํารองในคดีแพง เชน คํารองขอสวมสิทธิเปน
เจาหน้ีตามคําพิพากษา คํารองขอเฉลี่ยทรัพย คาํ รองขอรับชาํ ระหน้ีจาํ นอง เปนตน อาจดาํ เนินการ
ทางแอปพลิเคชนั อ่นื ทสี่ ามารถสอื่ สารภาพและเสียงอยา งตอ เนือ่ ง

๒.๙ อุปกรณแ ละเครือ่ งมอื ท่ีจาํ เปนในการนงั่ พิจารณาคดีโดยวิธกี ารทางอเิ ลก็ ทรอนิกส

ในการนงั่ พจิ ารณาผา นระบบอิเลก็ ทรอนกิ สค วรจดั เตรยี มอุปกรณแ ละสถานที่ ดังนี้
๑) หองพิจารณาคดี จัดเตรียมพืน้ ทส่ี าํ หรบั การตดิ ตง้ั อุปกรณ และมีแสงสวา งเพยี งพอ

๓๒

๒) คอมพิวเตอร สามารถใชไดทั้งคอมพิวเตอรสวนบุคคลแบบตั้งโตะ (desktop
computer) คอมพวิ เตอรสว นบุคคลโนต บกุ (notebook laptop) แทบ็ เลต็ คอมพิวเตอร (tablet) หรือ
โทรศัพทเคลื่อนท่สี มารท โฟน (smartphone) โดยอาจมอี ปุ กรณเ สรมิ ดงั ตอไปน้ี

(๑) ลําโพง สามารถใชไดท้ังลําโพงท่ีติดตั้งมาในเครื่องคอมพิวเตอร (internal
speaker) ลําโพงท่ีแยกตางหากออกจากเคร่ืองคอมพิวเตอร (external speaker) หรือหูฟงในรูปแบบ
Earphone Earbud หรอื Headset

(๒) ไมโครโฟน สามารถใชไดท้ังไมโครโฟนท่ีติดต้ังมาในเคร่ืองคอมพิวเตอร
(internal microphone) ไมโครโฟนที่แยกตางหากออกจากเคร่ืองคอมพิวเตอร (external microphone)
หรอื ไมโครโฟนทเ่ี ปนสว นหน่ึงของลาํ โพงหรือหูฟง

(๓) กลอง สามารถใชไดทั้งกลองท่ีติดตั้งมาในเคร่ืองคอมพิวเตอร (built-in
camera) หรือกลองท่ีแยกตา งหากออกจากเครือ่ งคอมพวิ เตอร (separate webcam)

(๔) เครื่องสาํ รองไฟฟา (uninterruptible power supply : UPS) (ถามี)
๓) เบราวเซอร (browser) แนะนํา Microsoft edge Google chrome หรือ Firefox
ทีเ่ ปน เวอรชันลา สุด
๔) การเช่ือมตออินเทอรเน็ต (Internet Connection) แนะนําใหใชสัญญาณ
อินเทอรเน็ตที่มีความเสถียร ความเร็วตั้งแต ๓ Mbps เปนตนไป โดยสามารถใชไดทั้งสัญญาณ
อินเทอรเนต็ ทเ่ี ช่อื มตอแบบใชสาย (wire internet) หรอื เชอ่ื มตอแบบไรสาย (wireless internet) ทง้ั น้ี
ควรตั้งคา คณุ ภาพของ Video ที่ ๑๐๘๐ p
๕) จอภาพสาํ หรับคูความหรือพยานที่มาศาล ในกรณีที่มีคูความหรือพยานอีกฝาย
มาศาล อาจประสานใหคูความหรือพยานท่ีมาศาลนั้นนําคอมพิวเตอรสวนบุคคลโนตบุก (Notebook
Laptop) แท็บเล็ตคอมพิวเตอร (Tablet) หรือโทรศัพทเคลื่อนที่สมารทโฟน (Smartphone) มาใช
เขารวมการนั่งพิจารณาคดีทางระบบอิเล็กทรอนิกส (ออนไลน) หรืออาจจัดเตรียมจอภาพ เชน จอโทรทัศน
จอโปรเจคเตอร จอมอนิเตอร เปนตน ท้ังนี้ เพอื่ ถายทอดสัญญาณภาพและเสียงใหคูความหรือพยานท่ี
อยูในหองพิจารณาทราบโดยตลอดระหวางการน่งั พิจารณาคดี

๓๓

หมวด ๓ : กระบวนพจิ ารณาคดีทางอิเลก็ ทรอนิกส

๓.๑ กระบวนพิจารณาคดรี อ งขอจดั การมรดกทางอเิ ลก็ ทรอนิกส

คดีรองขอจัดการมรดกนับเปนคดีที่เขาสูการพิจารณาของศาลยุติธรรมมากท่ีสุดประเภทหน่ึง
ประกอบกับสํานักงานศาลยตุ ิธรรมไดออกประกาศสํานักงานศาลยุติธรรม เรื่อง หลักเกณฑ วิธีการและ
เงื่อนไขเก่ียวกบั การใชวิธีพิจารณาคดีทางอเิ ล็กทรอนิกส กําหนดใหใชวิธพี ิจารณาคดีทางอิเล็กทรอนิกส
กับคดีแพงทุกประเภท ซึ่งรวมถึงคดีรองขอจัดการมรดกดวยที่สามารถดําเนินกระบวนพิจารณาทาง
อิเล็กทรอนิกสไดโดยคูความไมตองเดนิ ทางมาศาล

ท้ังน้ี คําอธิบายเก่ียวกับกระบวนพิจารคดีรองขอจัดการมรดกทางอิเล็กทรอนิกสขอนี้ สามารถ
นาํ ไปใชก ับการไตสวนคดไี มม ีขอ พพิ าทอ่นื ได

๓.๑.๑ กระบวนพิจารณากอ นวนั นดั
กระบวนพิจารณากอนวันนัดไตสวนคํารองขอจัดการมรดกทางอิเล็กทรอนิกสมีประเด็นสําคัญ
ทต่ี องพจิ ารณา ดงั นี้

๑) คดีทส่ี ามารถไตส วนคํารองขอจัดการมรดกทางอเิ ล็กทรอนกิ ส
คดีรองขอจัดการมรดกท่ีสามารถไตสวนทางอิเล็กทรอนิกสได อาจเปนคดีที่ผูรอง
ยื่นคํารองขอต้ังตนคดีแบบปกติ (คดีที่ยื่นคํารองเปนกระดาษ) หรือคดีที่ผูรองย่ืนคํารองตั้งตนคดี
ผานระบบรับสงอิเล็กทรอนิกส (e-Filing System) ก็ได และไมวาการรองขอจัดการมรดกนั้น
เปนการรองขอจัดการมรดกแบบมีพินัยกรรมหรือไมมีพินัยกรรม มีผูคัดคานหรือไมมีผูคัดคาน๔๘
กส็ ามารถไตส วนคํารอ งขอจดั การมรดกทางอเิ ล็กทรอนิกสไ ดท ั้งสิ้น
ทงั้ น้ี บุคคลซึ่งเปนคูความท่ีมีสิทธิลงทะเบียนเพื่อใชงานระบบรับสงอิเล็กทรอนิกสและ
สามารถย่ืนคําคูความและเอกสารทางระบบรับสงอิเลก็ ทรอนิกส ไดแ ก

(๑) บุคคลธรรมดาท่ีย่ืนคํารองขอจัดการมรดกซึ่งทายาททุกคนยินยอมใหผูร อง
เปน ผจู ดั การมรดก โดยมีนิติกรของศาลเปนผจู ดั ทําคํารอ งขอให

(๒) บุคคลธรรมดาทเ่ี ปนผบู รโิ ภคย่ืนฟอ งคดผี ูบ ริโภค๔๙

๔๘ หากพิจารณาตามประกาศสํานกั งานศาลยตุ ิธรรม เรือ่ ง หลกั เกณฑ วิธีการและเงอื่ นไขเกยี่ วกบั การใชว ิธีพจิ ารณา
คดีทางอิเล็กทรอนิกส ลงวันที่ ๒๐ กรกฎาคม ๒๕๖๓ ขอ ๕ กําหนดใหใชวิธีพิจารณาคดีทางอิเล็กทรอนิกสกับคดีแพงทุก
ประเภทและคดีท่ีมีกฎหมายกําหนดใหนําประมวลกฎหมายวิธพี ิจารณาความแพงไปใชบังคับ ดงั นัน้ ปจ จบุ ันคดรี องขอจดั การ
มรดก ไมว า ผมู สี ว นไดเ สยี จะย่นื คาํ คดั คานหรอื ไม สามารถนดั ไตสวนทางอเิ ล็กทรอนกิ สไดท้ังสน้ิ

๔๙ ประกาศสํานักงานศาลยุติธรรม เรื่อง คูความท่ีมีสิทธิลงทะเบียนเพือ่ ใชง านระบบรับสงอิเล็กทรอนิกส (e-Filling
System) ลงวนั ที่ ๒๗ มกราคม ๒๕๖๔

๓๔

๒) ผมู สี ทิ ธิยื่นคํารอ งขอไตส วนคาํ รอ งขอจัดการมรดกทางอิเลก็ ทรอนิกส
การยนื่ คาํ รองขอไตสวนคาํ รอ งขอจัดการมรดกทางอิเลก็ ทรอนกิ ส ถือเปนการยื่นคาํ รอง
ขอใหด าํ เนนิ กระบวนพจิ ารณาดวยวธิ ีการทางอเิ ล็กทรอนกิ สตามขอกําหนดของประธานศาลฎีกา วา ดว ย
วธิ พี ิจารณาคดที างอิเลก็ ทรอนกิ ส พ.ศ. ๒๕๖๓ ขอ ๔๕๐ ซ่งึ หากพจิ ารณาขอกาํ หนดดังกลาว การเริ่มตน
ของการไตส วนคาํ รองขอจดั การมรดกทางอิเลก็ ทรอนกิ สอาจเกิดขนึ้ จากเหตดุ งั ตอ ไปนี้

(๑) คูความรอ งขอ
โดยท่ัวไปแลว “ผูรอง” ซึ่งเปนฝายเริ่มตนคดีรองขอจัดการมรดกยอมมีสิทธิ
ย่ืนคํารองขอไตสวนคํารองขอจัดการมรดกทางอิเล็กทรอนิกสได และเม่ือศาลมีคําสั่งอนุญาตใหไตสวน
ทางอิเล็กทรอนิกส ก็จะมีการประกาศนัดไตสวนคํารองขอจัดการมรดกโดยแจงใหผูมีสวนไดเสีย
ทราบดว ยวา คดนี ีจ้ ะดําเนินกระบวนพจิ ารณาในวนั นัดไตส วนผานทางระบบอิเลก็ ทรอนิกส หากผมู ีสว นไดเ สีย
ประสงคย่นื คําคดั คานอาจเดินทางมาย่นื คาํ คดั คา นที่ศาลไดตามปกติ หรืออาจแจงความประสงคต อศาล
ตามชอ งทางที่ระบไุ วในประกาศนัดไตสวนวา ตนประสงคเ ขา รวมกระบวนพิจารณาทางอเิ ลก็ ทรอนิกสกไ็ ด
อยางไรก็ตาม หากผูรองไมไดยื่นคํารองขอไตสวนคํารองขอจัดการมรดก
ทางอิเล็กทรอนิกส ซ่ึงในกรณีนี้ผูรองตองเดินทางมาเขารวมกระบวนพิจารณาท่ีศาลตามปกติในวันนัด
“ผูมสี ว นไดเสยี ทป่ี ระสงคย นื่ คาํ คดั คา น” อาจยน่ื คาํ รอ งขอเขา รวมกระบวนพจิ ารณาทางอิเล็กทรอนิกสก ไ็ ด๕ ๑
(๒) ศาลเห็นสมควร
นอกจากการเริม่ ตนยื่นคํารองขอไตสวนคํารองขอจัดการมรดกโดยคูความแลว
ขอกําหนดของประธานศาลฎีกา วาดวยวิธีพิจารณาคดีทางอิเล็กทรอนิกส พ.ศ. ๒๕๖๓ ขอ ๔ และขอ ๑๓
ยังใหอํานาจศาลในการกําหนดใหดําเนินกระบวนพิจารณาดวยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกสไดดวย ดังน้ัน
“ศาล” จึงอาจกําหนดใหไ ตสวนคํารอ งขอจัดการมรดกทางอิเล็กทรอนิกสได อยางไรก็ตาม ในการใชอํานาจ
กําหนดใหไตสวนคํารองขอจัดการมรดกทางอิเล็กทรอนิกส ศาลจะตองคํานึงถึงความสะดวกและ
ประหยดั สําหรับคูความทย่ี ังไมส ามารถเขาถึงเทคโนโลยีดว ย หากคูความไมสามารถเขา ถึงเทคโนโลยี
ไดโดยสะดวกและประหยัด ศาลไมควรกําหนดใหไตสวนคํารองขอจัดการมรดกทางอิเล็กทรอนิกส

๕๐ ขอกําหนดของประธานศาลฎีกา วาดวยวิธีพิจารณาคดีทางอิเล็กทรอนิกส พ.ศ. ๒๕๖๓ ลงวันที่ ๑๘ กันยายน
๒๕๖๓ ขอ ๔ “เพือ่ ใหก ารดาํ เนินกระบวนพิจารณาเปนไปโดยสะดวก รวดเร็ว และเที่ยงธรรม เม่ือศาลเห็นสมควรหรอื คูความ
รอ งขอ ศาลอาจกําหนดใหด ําเนนิ กระบวนพิจารณาดวยวธิ ีการตามขอ กาํ หนดนี้ โดยคํานึงถงึ ความสะดวกและประหยัดสําหรับ
คูความทีย่ ังไมส ามารถเขาถึงเทคโนโลยดี ว ย …”

๕๑ ผูมีสวนไดเสยี ทปี่ ระสงคยน่ื คาํ คัดคา นคาํ รอ งขอจัดการมรดก อาจย่นื คํารองขอเขารว มกระบวนพิจารณาในวันนัด
ไตสวนทางอิเลก็ ทรอนกิ สก็ได โดยอยา งชาท่สี ดุ ควรย่นื คํารองขอพิจารณาทางอเิ ล็กทรอนิกสกอนวันนัดไตสวน เพ่ือใหศาลและ
เจาหนาที่ศาลเตรียมสํานวนคดีลวงหนา โดยบรรยายคํารองมาเชนเดียวกับกรณีที่ผูรองย่ืนคํารองขอพิจารณาทางอิเล็กทรอนิกส
ทง้ั น้ี หากมีเอกสารใด ๆ ตองย่นื ตอศาลอาจยน่ื ผา นระบบบริการออนไลนศ าลยุตธิ รรม (CIOS) หรือระบบรบั สงอิเล็กทรอนิกส
(e-Filing System) แลว แตก รณี

๓๕

ในทางกลับกัน หากศาลเหน็ วาคูความมีความสามารถในการเขาถึงเทคโนโลยีได เชน คูความมีความสามารถ
ในการย่ืนคํารองขอจัดการมรดกผานระบบรับสงอิเล็กทรอนิกส (e-Filing System) ไดเปนตน ยอมแสดงวา
คูความมีความสามารถเขาถึงเทคโนโลยีในการพิจารณาคดีดวยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส เชนนี้
ศาลกช็ อบที่จะใชอํานาจกาํ หนดใหไตส วนคํารองขอจัดการมรดกทางอิเล็กทรอนิกสไ ด

ขอสังเกต ขอกําหนดของประธานศาลฎีกา วาดวยวิธีพิจารณาคดีทาง
อิเล็กทรอนิกส พ.ศ. ๒๕๖๓ ขอ ๔ และขอ ๑๓ ตางกําหนดใหสํานักงานศาลยุติธรรมประกาศกําหนด
รายละเอียดเกี่ยวกับประเภทคดี หลักเกณฑ และวิธกี ารในการใชวิธพี ิจารณาทางอิเลก็ ทรอนิกส ดังน้ัน
การใชอํานาจกาํ หนดใหไตสวนคาํ รองขอจัดการมรดกทางอิเล็กทรอนิกสจ ะตองคํานึงถึงหลกั เกณฑต าม
ประกาศสํานกั งานศาลยุตธิ รรมดว ย๕๒

๓) ระยะเวลาในการยืน่ คํารองขอไตส วนคํารอ งขอจดั การมรดกทางอเิ ลก็ ทรอนิกส
การยนื่ คํารองขอไตสวนคํารองขอจัดการมรดกทางอิเล็กทรอนิกสอาจแบงไดเปน ๒ กรณี
ดังนี้

(๑) ยนื่ คาํ รอ งขอไตส วนทางอิเลก็ ทรอนิกสพรอ มกับคํารอ งขอจัดการมรดก
ผูรองขอจัดการมรดกสามารถยื่นคํารองขอไตสวนทางอิเล็กทรอนิกสได
พรอมกับการยื่นคํารองขอจัดการมรดก โดยคํารองตองบรรยายรายละเอียดใหปรากฏขอเท็จจริง
ท่แี สดงวา ผูรองมีความสามารถในการเขาถึงเทคโนโลยีได ระบุระบบอิเลก็ ทรอนิกส อุปกรณสื่อสารและ
สถานที่ท่ีคูความหรือบุคคลที่เกี่ยวของในคดีจะใชระบบอิเล็กทรอนิกสรวมถึงหมายเลขโทรศัพท
ที่อยูจดหมายอิเล็กทรอนิกส (e-mail address) หรือชองทางติดตอผานเครือขายสังคมออนไลน
(social media platform) ใด ๆ ที่สามารถใชในการติดตอและสงลิงก (link) เขาหองพิจารณาคดีทาง
อิเล็กทรอนิกสใหแกผูรองในวันนัดได๕๓ เพื่อประกอบดุลพินิจศาลในการพิจารณาส่ังคํารองขอไตสวน
ทางอิเล็กทรอนิกสต อไป

๕๒ การเร่ิมตนของกระบวนพิจารณาทางอิเล็กทรอนิกสอาจเร่ิมตนโดยศาลเห็นสมควรหรือคูความรองขอก็ได
เนือ่ งจากประกาศสาํ นักงานศาลยตุ ธิ รรม เร่อื ง หลักเกณฑ วิธกี ารและเง่อื นไขเก่ยี วกบั การใชวิธีพิจารณาคดีทางอิเลก็ ทรอนกิ ส
ลงวันที่ ๒๐ กรกฎาคม ๒๕๖๔ ขอ ๑๒ กําหนดไวชัดเจนวา “เมื่อศาลเห็นสมควรหรือคูความรองขอ ไมวา คูความฝา ยใดฝาย
หนึ่งขาดนัดหรือไมก็ตาม ศาลอาจกําหนดใหม ีการนั่งพจิ ารณาโดยท่คี ูความหรือบุคคลที่เก่ียวของในคดีอยูน อกศาลโดยวิธีการ
ทางอเิ ลก็ ทรอนิกส. ..”

๕๓ เทียบเคียงประกาศสาํ นักงานศาลยุติธรรม เร่ือง หลกั เกณฑ วิธกี ารและเงื่อนไขเกยี่ วกบั การใชวธิ ีพจิ ารณาคดีทาง
อิเลก็ ทรอนกิ ส ลงวันท่ี ๒๐ กรกฎาคม ๒๕๖๔ ขอ ๑๓ ที่ระบุวา “การรองขอใหม กี ารนง่ั พิจารณาโดยวธิ กี ารทางอเิ ล็กทรอนิกส
คูความอาจรองขอในเวลาท่ียื่นคําคูความหรือในระหวางการพิจารณา โดยตองระบุระบบอิเล็กทรอนิกส อุปกรณส่ือสารและ
สถานทที่ คี่ คู วามหรือบุคคลที่เก่ียวของในคดีจะใชระบบมาดว ย”

๓๖

ขอสังเกต ศาลแตละศาลอาจออกประกาศแจงคูความที่ประสงคยื่นคํารองขอ
นดั ไตสวนทางอเิ ล็กทรอนิกสใหเตรียมตน ฉบับเอกสารท่ีประสงคอางเปนพยานหลักฐานมาใหเ จาหนาท่ี
งานรับฟองตรวจสอบความมีอยูจริงและความถูกตองตรงกนั ระหวางตนฉบบั เอกสารและสาํ เนาเอกสาร
ในสํานวนต้ังแตในวันย่ืนคํารองขอจัดการมรดก เม่ือเจาหนาท่ีงานรับฟองตรวจเสร็จส้ินและคืนเอกสาร
ตนฉบับใหแกคูความไปแลว ใหเจาหนาที่งานรับฟองทํารายงานเจาหนาที่เสนอผูพิพากษาวา เอกสาร
ตนฉบับนัน้ มีอยจู ริงและถกู ตองตรงกันกบั สําเนาเอกสารในสํานวน เพื่อใหผ ูพพิ ากษาสง่ั รวมสาํ นวน ท้งั น้ี
เพราะในชั้นไตส วนคํารอ งทางอิเล็กทรอนกิ สอาจเกิดปญหาความไมชดั เจนของเอกสารตนฉบบั ท่ีคูค วาม
แสดงใหศาลตรวจสอบผานจอภาพได ดังน้ัน การออกประกาศแจงใหคูความทีป่ ระสงคย ่ืนคํารอ งขอนัด
ไตสวนทางอิเล็กทรอนิกสเตรียมตนฉบับเอกสารท่ีประสงคอางเปนพยานหลักฐานมาใหเจาหนาที่
งานรับฟองตรวจสอบต้ังแตวันท่ียื่นคํารองขอจัดการมรดกจึงเปนการอํานวยความสะดวกใหแก
ผพู ิพากษาช้นั หน่ึงวา เอกสารตนฉบับนัน้ มอี ยจู รงิ และถกู ตองตรงกันกบั สําเนาเอกสารในสํานวน

(๒) ย่ืนคาํ รองขอไตสวนทางอิเลก็ ทรอนกิ สระหวางพิจารณา
นอกจากการย่ืนคํารองขอไตสวนทางอิเล็กทรอนิกสพรอมกับคํารองตามท่ี
กลาวมาแลว ผูรองขอจัดการมรดกยังอาจย่ืนคํารองขอไตสวนทางอิเล็กทรอนิกสในระหวางพิจารณา
ไดเชนกัน อยางไรก็ตาม เพ่ือใหผูมีสวนไดเสียที่ประสงคยื่นคําคัดคานทราบวาผูรองจะดําเนินกระบวน
พิจารณาในวันนัดไตสวนทางอิเล็กทรอนิกส การยื่นคํารองขอไตสวนทางอิเล็กทรอนิกสจึงควรเกิดขึ้น
อยางชาท่ีสุดกอนมีการประกาศนัดไตสวนคํารองขอจัดการมรดก มิฉะนั้นแลวยอมไมอาจระบุแจง
รายละเอียดเกี่ยวกบั การไตสวนทางอเิ ล็กทรอนิกสใหผ มู สี วนไดเสียทีป่ ระสงคย ่ืนคําคัดคานทราบได๕ ๔
ในสวนของผูมีสวนไดเสียที่ประสงคยื่นคําคัดคานคํารองขอจัดการมรดก
หากคดีน้ันผูรอ งไดรบั อนุญาตใหไตสวนคํารองขอจัดการมรดกทางอเิ ลก็ ทรอนกิ ส ผูค ัดคานอาจเดินทาง
มายนื่ คาํ คัดคา นท่ีศาลไดตามปกติ หรอื อาจย่ืนคํารองขอเขา รว มกระบวนพิจารณาในวนั นัดไตส วนคาํ รอ ง
ขอจัดการมรดกทางอิเล็กทรอนิกสก็ได โดยคํารองตองบรรยายรายละเอียดใหปรากฏขอเท็จจริงวาตน
มคี วามสามารถในการเขาถึงเทคโนโลยีได ระบุระบบอิเล็กทรอนิกส อุปกรณสื่อสารและสถานท่ีท่ีจะใช
ระบบอิเล็กทรอนิกสรวมถึงหมายเลขโทรศัพท ท่ีอยูจดหมายอิเล็กทรอนิกส (e-mail address) หรือ

๕๔ มีขอพิจารณาวาการท่ีผูมีสวนไดเสียที่ประสงคย่ืนคาํ คัดคานไมทราบถึงการไตสวนทางอิเล็กทรอนิกส จะถือวา
ผมู ีสวนไดเ สยี ดังกลา วเสียสทิ ธใิ นการตอสูคดีหรือไม เห็นวา การไมทราบถงึ การไตสวนทางอเิ ล็กทรอนกิ สไมไดท ําใหผ มู ีสว นไดเสีย
ท่ปี ระสงคยื่นคาํ คดั คานเสียสิทธิในการตอ สคู ดีแตอยางใด เนื่องจากผูมีสวนไดเสยี ยงั สามารถมาใชส ิทธิย่นื คําคดั คานคาํ รองขอ
จดั การมรดกไดทีศ่ าลตามกําหนดนัดไตสวนคํารองขอจัดการมรดกทป่ี รากฏในประกาศนดั ไตส วน

๓๗

ชอ งทางตดิ ตอผานเครือขายสังคมออนไลน (social media platform) ใด ๆ ท่ีสามารถใชในการติดตอ
และสงลิงก (link) เขา หอ งพจิ ารณาคดที างอเิ ลก็ ทรอนกิ สใ หแ กตนในวันนดั ได๕ ๕

ขอสังเกต ในคดีท่ีผูรองขอจัดการมรดกไมไดย่ืนคํารองขอไตสวนทาง
อิเลก็ ทรอนกิ สซง่ึ จะมีการดําเนนิ กระบวนพจิ ารณาทีศ่ าลตามปกติ ผมู ีสว นไดเ สยี ทป่ี ระสงคย่นื คาํ คดั คา น
ก็สามารถยื่นคํารองขอเขารวมกระบวนพิจารณาทางอิเล็กทรอนิกสไดเชนกัน โดยคํารองตองปรากฏ
รายละเอียดเชนเดยี วกับทก่ี ลาวมาขางตน และควรย่ืนคํารองขอไตสวนทางอเิ ล็กทรอนิกสอ ยางชาท่ีสุด
กอนวันนัดไตสวน เพื่อใหผูพิพากษาเจาของสํานวนและเจาหนาที่หนาบัลลังกทราบและเตรียมพรอม
อปุ กรณและเคร่อื งมอื ในการดาํ เนินกระบวนพิจารณาทางอิเล็กทรอนกิ สไวใหพรอมในวนั นัด

อนึ่ง หากคดีใดมีผูคัดคานคํารองขอจัดการมรดกซ่ึงอาจทําใหคดีไมสามารถเสร็จส้ินไป
ภายในนัดเดียวได กอนศาลมีคําส่ังเลื่อนคดีไปเพื่อนัดสืบพยานผูรองและผูคัดคานในนัดหนา ศาลอาจ
สอบถามความประสงคหรือคูความอาจย่ืนคํารองเพ่ือขอสืบพยานทางอิเล็กทรอนิกสสําหรับการพิจารณา
ในนัดตอไปไดเชนกัน ในกรณีนี้ใหศาลมีคําสั่งในคํารองขอสืบพยานทางอิเล็กทรอนิกสใหเสร็จสิ้น
กอนสิน้ สุดกระบวนพิจารณาในวันนดั เพ่อื ใหคูความทุกฝายทราบแนวทางการดําเนินกระบวนพิจารณา
ในนดั ตอไปลว งหนา

๔) เง่ือนไขการอนุญาตหรือกาํ หนดใหไ ตส วนคาํ รองขอจัดการมรดกทางอิเลก็ ทรอนิกส
เง่ือนไขการอนุญาตตามหรือกาํ หนดใหมกี ารไตสวนคํารองขอจัดการมรดกทางอิเลก็ ทรอนิกส
มดี งั น้ี

(๑) เงือ่ นไขการอนุญาตตามคาํ รอ งขอไตสวนทางอเิ ลก็ ทรอนิกส
เม่ือคูความย่ืนคํารองขอไตสวนทางอิเล็กทรอนิกส ไมวาจะยื่นพรอมกับคํารอง
ขอจัดการมรดกหรือย่ืนมาในระหวางพิจารณา๕๖ ศาลจะสั่งอนุญาตใหไตสวนคํารองขอจัดการมรดก
ทางอิเล็กทรอนิกสไดหรือไมจะตองพิจารณาเงื่อนไขตามขอกําหนดของประธานศาลฎีกา วาดวย

๕๕ ในทางปฏิบัติ ผูมีสว นไดเสียท่ีประสงคย ่ืนคําคัดคา นอาจไมไดย่ืนคํารอ งขอเขา รว มพจิ ารณาคดีทางอิเล็กทรอนิกส
เพียงแตใชวิธีการติดตอมายงั เจาหนาทีศ่ าลตามชองทางที่ระบุไวในประกาศนัดไตส วนเพ่ือแจงวาตนประสงคเขารวมพิจารณา
คดีทางอิเล็กทรอนิกสเชนเดียวกับผูรอง ซึ่งในกรณีนี้ เจาหนาที่ศาลตองจัดทํารายงานเจาหนาที่ใหปรากฏไวในสํานวน
เพ่ือใหผ ูพิพากษาเจาของสํานวนและเจาหนาท่ีหนาบัลลังกทราบวาตองสงลิงก (Link) เพื่อเขาหองพจิ ารณาคดีทางอิเล็กทรอนิกส
ใหแกผ ูมีสวนไดเ สยี คนดังกลา วในวันนดั ดว ย

๕๖ การยื่นคํารองขอพิจารณาทางอิเล็กทรอนิกสระหวางพจิ ารณา ไมมีกฎเกณฑจํากดั ระยะเวลาในการยื่นคํารอ งไว
อยางไรก็ตาม การยื่นคํารองขอดําเนินกระบวนพิจารณาทางอิเล็กทรอนิกสสําหรับวันนัดครั้งแรกควรเกิดข้ึนกอนการสง
หมายเรียกหรือประกาศนัดไตสวนแลวแตกรณี เพ่ือใหศาลสามารถระบุแจงไวใ นหมายเรียกหรือประกาศนัดไตส วนใหอีกฝาย
ทราบไดวาโจทกหรือผูรองจะเขารวมกระบวนพิจารณาในวันนัดทางอิเล็กทรอนิกส สวนการยื่นคํารองขอดําเนินกระบวน
พิจารณาทางอิเล็กทรอนิกสสําหรับวันนัดถัดไป คูความควรยนื่ คาํ รองขอพจิ ารณาทางอเิ ล็กทรอนกิ สกอนกระบวนพจิ ารณาใน
วันนดั ครั้งแรกเสรจ็ สน้ิ ลง เพื่อใหท กุ ฝา ยทราบวาในวันนดั ครัง้ ถัดไปจะมีกระบวนการพจิ ารณาทางอิเล็กทรอนิกสเ กดิ ข้ึน

๓๘

วิธีพิจารณาคดีทางอิเล็กทรอนิกส พ.ศ. ๒๕๖๓ ขอ ๔ ท่ีกําหนดใหศาล “คํานึงถึงความสะดวกและ
ประหยัดสําหรับคูความท่ียังไมสามารถเขาถึงเทคโนโลยี” และขอ ๑๓ ท่ีกําหนดใหการพิจารณาคดี
ทางอิเล็กทรอนิกส “ตองไมทําใหสิทธิในการตอสูคดีของคูความลดนอยลง” ดวย ดังน้ัน หากศาล
พิจารณาแลวเห็นวาคูความสามารถเขาถึงเทคโนโลยีได อีกท้ังการพิจารณาทางอิเล็กทรอนิกสนั้น
จะไมทําใหสิทธิในการตอสูคดีของคูความลดนอยลง ก็ชอบที่จะส่ังอนุญาตใหไตสวนคํารองขอจัดการมรดก
ทางอเิ ลก็ ทรอนิกสไดตามทค่ี ูความรองขอ

ขอสังเกต หากศาลมีคําสั่งอนุญาตใหไตสวนคํารองขอจัดการมรดกทาง
อิเล็กทรอนกิ สโ ดยไมร อสอบถามผูมสี ว นไดเสยี หรอื ผูค ดั คา น จะถือวาการพจิ ารณาคดที างอิเล็กทรอนิกส
ท่ีจะเกิดขึ้นทําใหสิทธิในการตอสูคดีของผูมีสวนไดเสียหรือผูคัดคานลดนอยลง อันอาจขัดแยงตอ
ขอกําหนดของประธานศาลฎีกา วาดวยวิธีพิจารณาคดีทางอิเล็กทรอนิกส พ.ศ. ๒๕๖๓ ขอ ๑๓ หรือไม
ในประเด็นน้ีเหน็ วา คําสั่งศาลท่ีอนุญาตใหไตสวนคํารอ งขอจัดการมรดกทางอเิ ล็กทรอนกิ สไมไดมีผลทํา
ใหสิทธิในการตอสูคดีของผูมีสวนไดเสียหรือผูคัดคานลดนอยลงแตประการใด ทั้งน้ี เพราะการที่ศาล
อนุญาตใหผูรองขอจัดการมรดกดาํ เนินการไตสวนทางอิเล็กทรอนิกสในวันนัด ไมไดเปนการตัดสิทธิ
ผูมีสวนไดเสียท่ีประสงคย่ืนคําคัดคานในการท่ีจะเดินทางมาเขารวมกระบวนพิจารณาที่ศาลตามปกติ
แตอยางใด อยางไรกต็ าม กรณีจะแตกตา งออกไปหากในวนั นัดไตส วนคํารองขอจัดการมรดกมผี ยู ื่นคําคดั คาน
เขามาเปนคูความในคดีเรียบรอยแลว และผูรองย่ืนคํารองขอสืบพยานทางอิเล็กทรอนิกส กรณีเชนนี้
จาํ เปนตองสอบถามความพรอมของผูค ัดคานดว ย โดยผคู ัดคา นอาจคัดคา นวาการสบื พยานทางอิเลก็ ทรอนิกส
อาจมผี ลกระทบทําใหส ทิ ธิในการตอสคู ดีของผูคดั คา นลดนอ ยลงกไ็ ด

(๒) เงื่อนไขในการกาํ หนดใหไ ตส วนคํารอ งทางอเิ ลก็ ทรอนิกส
การท่ีศาลจะกําหนดใหไตสวนคํารองขอจดั การมรดกทางอิเล็กทรอนิกสดวยเหตุที่
“ศาลเห็นสมควร” ศาลยังคงตองคาํ นึงถึงเง่ือนไขตามที่กําหนดไวในขอกาํ หนดของประธานศาลฎีกา
วาดวยวิธีพิจารณาคดีทางอิเล็กทรอนิกส พ.ศ. ๒๕๖๓ ขอ ๔ ท่ีใหคํานึงถึงความสะดวกและประหยัด
สําหรับคูความท่ียังไมสามารถเขาถึงเทคโนโลยี และขอ ๑๓ ที่กําหนดใหการพิจารณาคดีทาง
อิเล็กทรอนิกสตองไมทําใหสิทธิในการตอสูคดีของคูความลดนอยลง โดยศาลอาจพิจารณาจาก
พฤติการณในการยื่นคํารองขอจัดการมรดก เชน กรณีที่ผูรองยื่นคํารองขอจัดการมรดกทางระบบ
รับสงอิเล็กทรอนิกส (e-Filing System) ซ่ึงตองใชวิธีการลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกสผานระบบโครงสราง
พื้นฐานกุญแจสาธารณะ (public key infrastructure : PKI) ยอมเปนขอบงช้ีประการหน่ึงไดวาผูรองมี
ความสามารถในการเขา ถงึ เทคโนโลยีท่ีใชในการไตสวนคํารองทางอิเล็กทรอนิกสได อกี ท้งั การกําหนดให
ไตสวนคํารองขอจัดการมรดกทางอเิ ล็กทรอนิกสก็ไมเ ปนการตัดสิทธิผูมีสวนไดเ สียทปี่ ระสงคย ื่นคําคัดคาน
ในการเดินทางมาใชสิทธิยื่นคําคัดคานท่ีศาลตามปกติแตอยางใด การกําหนดใหไตสวนคํารองขอจัดการ
มรดกทางอเิ ล็กทรอนกิ สจ งึ ไมทําใหสิทธใิ นการตอ สคู ดขี องคูความลดนอ ยลง เปน ตน

๓๙

๕) การประกาศนดั ไตส วนคาํ รอ งขอจดั การมรดกทางอเิ ลก็ ทรอนกิ ส
หลังจากศาลมีคําส่ังอนุญาตใหไตสวนคํารองขอจัดการมรดกทางอิเล็กทรอนิกสแลว
จะตอ งมกี ารประกาศนดั ไตส วนคาํ รองขอจดั การมรดกผา นสอ่ื เทคโนโลยีสารสนเทศของศาล (e-Notice)
เพื่อใหผูมีสวนไดเสียทราบ โดยการประกาศนัดไตสวนคํารองขอจัดการมรดกทางอิเล็กทรอนิกส
มขี อแตกตางจากประกาศนดั ไตสวนคํารอ งขอจดั การมรดกทั่วไปในประเด็น ดงั นี้

(๑) ระยะเวลาในการนัดไตส วนคํารอ งขอจัดการมรดก
ในคดีรองขอจัดการมรดกทั่วไป ศาลมักกําหนดนัดไตสวนคํารองขอจัดการมรดก
ลวงหนาสักระยะหนึ่ง เพื่อใหโอกาสผูมีสวนไดเสียในการยื่นคําคัดคานคํารองขอจัดการมรดกดังกลาว
อยางไรก็ตาม ตามระเบียบราชการฝายตุลาการศาลยุติธรรม วาดวยการดําเนินคดีแพงระหวางที่มี
การแพรร ะบาดของโรคติดเชือ้ ไวรสั โคโรนา ๒๐๑๙ (Coronavirus Disease : COVID-19) พ.ศ.๒๕๖๔ ขอ ๘ (๑)
กําหนดใหนัดไตสวนเมอ่ื พน ๑๕ วนั นบั แตว นั ยน่ื คาํ รองขอหรอื ระยะเวลาท่ยี าวกวาแลวแตศ าลจะเหน็ สมควร
และประกาศนัดไตสวนใหบคุ คลทว่ั ไปทราบทางสื่อเทคโนโลยสี ารสนเทศของศาลยุตธิ รรมโดยไมเ สยี คา ใชจ า ย
(๒) ขอ ความที่ปรากฏในประกาศนดั ไตส วนคํารอ งขอจัดการมรดก
นอกเหนอื จากขอความที่ปรากฏในประกาศนดั ไตสวนแบบปกติแลว คดีรองขอ
จัดการมรดกที่นัดไตสวนทางอิเล็กทรอนิกสจะตองปรากฏขอความอันเปนการแจงผูมีสวนไดเสีย
ในทํานองที่วา “ในวันนัดไตสวน ศาลอนุญาตใหผูรองเขารวมกระบวนพิจารณาทางอิเล็กทรอนิกส
ผานแอปพลิเคชัน Google Meet หากผูมีสวนไดเสียประสงคยื่นคาํ คัดคานสามารถเดินทางมา
ย่ืนคําคัดคานที่ศาลไดตามปกติ หรือหากผูมีสวนไดเสียประสงคเขารวมกระบวนพิจารณาทาง
อิเล็กทรอนิกสสามารถเขาหองพิจารณาคดีทางอิเล็กทรอนิกสไดที่หนาเว็บไซตของศาล หรือติดตอ
ขอชองทางสงลิงก (Link) เพื่อเขาหองพิจารณาคดีทางอิเล็กทรอนิกสไดที่ …”๕๗ เพื่อใหผูมีสวนได
เสียทปี่ ระสงคมารว มกระบวนพิจารณาทราบชองทางท่ีตนสามารถเขา รวมพิจารณาทางอเิ ล็กทรอนิกสได

๕๗ มีขอสังเกตวา การเขาหองพิจารณาทางอิเล็กทรอนิกสของคูความในวันนัดเทาที่ปรากฏในปจจุบันมี ๒ วิธี ไดแก
(๑) การเขาหองพิจารณาทางอิเล็กทรอนิกสผานหนาเว็บไซตของศาล โดยศาลต้ังหองพิจารณาอิเล็กทรอนิกสประจําบัลลังกไว
ลวงหนาในเว็บไซต และ (๒) การเขาหอ งพจิ ารณาทางอิเลก็ ทรอนกิ สโ ดยใหเจา หนา ที่หนาบลั ลงั กสงลิงก (Link) เขา หองพิจารณา
ใหเ ม่ือถึงเวลานัด โดยในกรณที ี่ (๒) จาํ เปนตอ งใหผ ูม สี วนไดเ สยี ติดตอ มาแจงชอ งทางท่ีประสงครบั ลงิ กจ ากเจา หนา ที่หนาบลั ลงั ก
ในวันนัด เชน E-mail Line ID หรือหมายเลขโทรศัพท จากนั้นตองบันทึกขอมูลชองทางติดตอสงลิงกใหแกผูมีสวนไดเสีย
ใหปรากฏในสาํ นวน เพือ่ ใหเจาหนา ที่หนา บลั ลังกใชใ นการตดิ ตอสง ลิงกใ หแกผ มู สี ว นไดเ สยี ที่ประสงคยนื่ คําคดั คา นในวนั นัด

๔๐

๓.๑.๒ กระบวนพจิ ารณาในวนั นดั
ในวันนัดไตสวนคํารองขอจัดการมรดกทางอิเล็กทรอนิกส ผูรองและทนายผูรองตอง
เตรียมพรอมนําพยานเขาไตสวนในเวลานัด โดยขั้นตอนตาง ๆ ที่เกิดขึ้นในวันนัดไตสวนคํารองขอ
จัดการมรดกและสิ่งที่ผูเขารวมกระบวนพิจารณาทางอิเล็กทรอนิกส ไดแก คูความ เจาหนาที่หนาบัลลังก
และศาลตอ งปฏิบัติในวนั นดั มีรายละเอยี ดดังน้ี

๑) ข้ันตอนการเขา หอ งพิจารณาคดีทางอเิ ล็กทรอนกิ ส
เมื่อถึงเวลานัดไตสวนคํารองขอจัดการมรดกจะตองมีหองพิจารณาคดีทางอิเล็กทรอนิกส
เตรียมพรอมไวส ําหรับใหทุกฝายเขารว มกระบวนพิจารณา โดยในการต้งั หองพิจารณาคดีทางอเิ ล็กทรอนิกส
อาจแบงออกไดเ ปน ๒ วธิ ี ไดแ ก

(๑) การต้งั หอ งพจิ ารณาคดที างอเิ ลก็ ทรอนกิ สไวล วงหนา
วธิ ีการนี้เปนกรณีทีศ่ าลสรางลงิ ก (link) สําหรับเขาหองพจิ ารณาคดีไวลวงหนา
แลวนําลิงกดังกลาวโพสตไวที่หนาเว็บไซตของศาล หรือสงลิงกที่สรางไวลวงหนาใหแกคูความทางที่อยู
จดหมายอิเล็กทรอนิกส (e-mail address) ทค่ี ูความใหไว ซ่ึงวิธีการน้ีจะทําใหการพิจารณาคดีในวนั นัด
เปนไปโดยรวดเร็วมากยิ่งขึ้น ไมตอ งเสียเวลาสง ลิงกใหแกคูความในวันนัดซึ่งอาจมีคดีรอพิจารณาหลายคดี
เมื่อถึงวันเวลานัด เจาหนาท่ีหนาบัลลังกในฐานะผูตั้งหองประชุม (host) เพียงแครอตอบรับคําขอ
เขาหองประชุมของคูความและผูพิพากษาเทานั้น สวนคูความและผูพพิ ากษาก็เพียงแคกดลิงกทีต่ ั้งรอไวแ ลว
ลว งหนา เพือ่ ขอเขาหอ งประชุมเทานั้น
(๒) การต้ังหองพิจารณาคดีทางอิเลก็ ทรอนกิ สใ นวันนัด
วธิ ีการนี้เปนกรณที ่ีเจาหนา ท่ีหนา บลั ลังกสรา งหอ งประชุมเม่อื ถงึ เวลานดั ไตส วน
จากน้ันสงลิงกสําหรับเขาหองประชุมใหกับคูความและผูพิพากษาผานทางที่อยูจดหมายอิเล็กทรอนิกส
(e-mail address) Line ID หรือ SMS แลวแตกรณี จากน้ันคูความและผูพิพากษาเขาหองพิจารณาคดี
อิเล็กทรอนิกสตามลิงกที่เจาหนาที่หนาบัลลังกสงให อยางไรก็ตาม วิธีการนี้มีขอเสียในแงท่ีเจาหนาที่
หนาบัลลังกตองเสียเวลาในการตั้งหองพิจารณาคดีทางอิเล็กทรอนิกสในวันนัดซึ่งอาจมีคดีจํานวนมาก
ตอ งพิจารณา
๒) ขน้ั ตอนการตรวจสอบยนื ยนั ตัวบุคคล
การตรวจสอบยนื ยันตวั บคุ คล เจาหนา ทหี่ นาบลั ลังกตอ งแจง คูความทีเ่ ขารวมการพิจารณา
ทางอิเล็กทรอนิกสใหแสดงบัตรประจําตัวประชาชนใหปรากฏทางจอภาพ จากน้ันใหเจาหนาที่หนาบัลลังก
บนั ทกึ รปู ภาพคคู วามพรอ มบัตรประจําตวั ประชาชนดังกลาวท่ปี รากฏขอมลู บนบตั รประจาํ ตัวประชาชน
ชัดเจน เพื่อเก็บไวเปนพยานหลักฐานในสํานวน๕๘ และเมื่อตรวจสอบยืนยันตัวบุคคลเรียบรอยแลว

๕๘ ประกาศสาํ นักงานศาลยตุ ิธรรม เร่ือง หลกั เกณฑ วธิ กี ารและเง่ือนไขเกย่ี วกบั การใชวิธพี ิจารณาคดีทางอิเล็กทรอนิกส
ลงวนั ที่ ๒๐ กรกฎาคม ๒๕๖๔ ขอ ๑๗ “การแสดงตนของคคู วามหรอื หรือบคุ คลที่เก่ยี วขอ งในคดใี นการพิจารณาคดที างระบบ

๔๑

ใหเจาหนาท่ีหนาบัลลังกแนะนําวิธีปฏิบัติตนในการเขารวมกระบวนพิจารณาทางอิเล็กทรอนิกสใหคูความ
ทราบ

๓) ขน้ั ตอนการไตส วนพยานบคุ คลทางอิเลก็ ทรอนกิ ส
กอนเริ่มการไตสวนพยานบุคคล ใหเจาหนาท่ีหนาบัลลังกนาํ พยานท่ีจะเขาเบิกความ
ทางอิเล็กทรอนิกสสาบานตนตามหลักศาสนา จากน้ันใหพยานเบิกความผานจอภาพไปจนจบคําเบิกความ
ทั้งน้ี กอนหรือระหวางการไตสวน หากเกิดความสงสัยถึงความสุจริตในการดาํ เนินกระบวนพิจารณา
ของผูเขารวมกระบวนพิจารณาทางอิเล็กทรอนิกส ศาลอาจตรวจสอบสภาพแวดลอมปลายทาง
ไดต ลอดเวลา๕๙

คูความและทนายความสามารถเบิกความเชนเดียวกับการมาเบิกความท่ีศาล และ
ตองใหความรวมมือกับศาลหรือเจาหนาที่ศาลในการตรวจสอบสภาพแวดลอมปลายทางท่ีคูความและ
ทนายความอยูด ว ยเสมอ เพอ่ื ความเรยี บรอยในการดําเนินกระบวนพิจารณาทางอิเลก็ ทรอนิกส

๔) ข้ันตอนการนาํ สืบเอกสารในการไตส วน
ในการไตสวนคํารองขอจัดการมรดก โดยปกติแลวผูรองจะเตรียมตนฉบับเอกสาร
ที่ประสงคอางเปนพยานหลักฐานในสํานวนมาแสดงตอศาลในการไตสวนประกอบกับคําเบิกความ
ของพยาน เชน บัตรประจําตัวประชาชน ทะเบียนราษฎร ใบมรณบัตร บัญชีเครือญาติ หนังสือยินยอม
ของทายาท เปน ตน อยา งไรก็ตาม ในกรณีท่ผี รู อง (พยาน) และทนายผูร อ งปรากฏตัวทางอิเล็กทรอนกิ ส
ผานแอปพลิเคชัน การสงตนฉบับเอกสารเพ่ือใหศาลตรวจเปรียบเทียบกับสําเนาเอกสารทายฟอง
อาจแตกตางออกไปจากการไตสวนในหองพิจารณา โดยวิธีการนําสืบเอกสารในการไตสวนคํารองขอ
จัดการมรดกทางอเิ ล็กทรอนิกสน น้ั จะแยกอธบิ ายออกเปน ๒ กรณี ไดแ ก

(๑) การนําสบื เอกสารในคดีที่ไมไ ดย นื่ คํารอ งทางระบบรบั สง อิเลก็ ทรอนกิ ส
ในคดีท่ัวไปที่ไมไดย่ืนคาํ รองขอจัดการมรดกผานระบบรับสงอิเล็กทรอนิกส
(e-Filing System) ในวันนัดไตสวนคาํ รองขอจัดการมรดกทางอิเล็กทรอนิกสจะมีสําเนาเอกสารที่

อเิ ล็กทรอนกิ ส ใหดําเนินการโดยใหเ จาหนาที่ตรวจสอบบุคคลที่ใชร ะบบอเิ ล็กทรอนกิ สวาตรงกับคูความหรือบคุ คลทเ่ี ก่ยี วขอ งในคดี
หรือไม โดยใหบุคคลดังกลาวแสดงบัตรประจําตัวประชาชนใหปรากฏทางจอภาพของระบบ และใหเจาหนาท่ีทําการบันทึกภาพ
ใบหนาบุคคลน้ันพรอมกับบัตรประจําตัวประชาชนที่ปรากฏขอมูลบนบัตรประจําตัวประชาชนอยางชัดเจนเสนอศาลเพื่อเปน
หลักฐานรวมไวใ นสาํ นวน”

๕๙ วิธีการตรวจสอบสภาพแวดลอมปลายทางท่ีพยาน คูความ หรือทนายความอยูขณะเขารวมกระบวนพิจารณา
ทางอิเล็กทรอนิกส อาจกระทําไดหลายวิธี เชน หันกลองใหศาลตรวจสอบสภาพหองทุกดาน รวมถึงบนหรือใตโตะท่ี
คอมพิวเตอรต้ังอยู Share screen ใหศาลตรวจสอบหนาจอคอมพิวเตอร ใชกระจกสองหรือกลองหลังของโทรศัพทเคล่ือนที่
สอ งใหศ าลเหน็ หนาจอและสภาพดานหลังเครอื่ งคอมพิวเตอร เปนตน หรือหากศาลตองการความม่นั ใจวา พยานเบิกความโดยอยคู น
เดียวในหอ งปด ตลอดเวลาที่เบกิ ความ หลงั จากตรวจสภาพแวดลอ มปลายทางแลว ศาลอาจใหพ ยานตง้ั กลอ งในมมุ ท่ีศาลสามารถ
มองเห็นประตหู องไดตลอดเวลา เปนตน

๔๒

ผรู องประสงคอางเปนพยานหลักฐานรวมอยูในสาํ นวน กระบวนการนําสืบเอกสารประกอบการเบิกความจะ
เริ่มจากการท่ีผูรอง (พยาน) หรือทนายผูรองแสดงตนฉบับเอกสารใหปรากฏทางจอภาพ เพ่ือใหศาล
ตรวจสอบความถูกตองกับสําเนาเอกสารท่ีย่ืนไวแลวในสํานวน๖๐ หากตรวจสอบแลวถูกตองตรงกันกับ
สําเนาเอกสารในสํานวนจึงรับสําเนาเอกสารไวเปนพยานหลักฐานแทนตนฉบับ และหมายรับพยาน
เอกสารน้ันตามปกติ (หมาย ร. …) เวนแตมีความจําเปนตองใชตนฉบับเอกสาร ศาลอาจกําหนดให
คคู วามสงตน ฉบบั เอกสารตอ ศาลในภายหลังก็ได๖๑

ขอสังเกต หากในวันนัดไตสวนคํารองขอจัดการมรดกทางอิเล็กทรอนิกส
ผูรองและทนายผูรองประสงคอางเอกสารประกอบคําเบิกความพยานบุคคล ผูรองสามารถสงเอกสาร
ทป่ี ระสงคอา งตอ ศาลผานระบบบริการออนไลนศ าลยุตธิ รรม (CIOS) และใหเ จาหนาทศี่ าลจดั ทําส่งิ พมิ พ
ออกของเอกสารดงั กลาวเพื่อเก็บรวมไวในสํานวน๖๒

(๒) การนําสืบเอกสารในคดีทย่ี ่ืนคาํ รองทางระบบรับสงอเิ ลก็ ทรอนิกส

๖๐ หากภาพตนฉบับเอกสารท่ีปรากฏทางจอภาพไมชัดเจนเพียงพอใหศาลตรวจสอบความถูกตองตรงกันกับสําเนา
เอกสารได อันอาจเกิดจากคุณภาพของสัญญาณอินเทอรเน็ต คุณภาพของกลอง หรือขีดความสามารถของแอปพลิเคชัน เปนตน
ศาลอาจแนะนําใหทนายผูรองจัดทําเอกสารดังกลาวใหอยูในรูปแบบไฟล PDF. แลว Share screen เพ่ือใหศาลตรวจสอบ
ความถูกตอ งตรงกนั ของตนฉบับเอกสารดังกลาวกับสําเนาเอกสาร และ/หรือ ใหจดั สง ตนฉบับเอกสารดังกลา วตอ ศาลเพมิ่ เติม
ในภายหลงั กไ็ ด

๖๑ ประกาศสาํ นักงานศาลยุติธรรม เร่ือง หลักเกณฑ วิธีการและเงอื่ นไขเกี่ยวกับการใชวธิ ีพจิ ารณาคดีทางอิเล็กทรอนิกส
ลงวันที่ ๒๐ กรกฎาคม ๒๕๖๔ ขอ ๒๕ “ในการสืบพยาน ใหคคู วามทน่ี าํ สบื เอกสารหรอื ภาพถา ยเปดไฟลเอกสารหรือภาพถา ย
นั้นในระบบรับสงอิเล็กทรอนิกส แลวแสดงภาพเอกสารในรูปแบบขอมูลอิเล็กทรอนิกสดังกลาวทางจอภาพของระบบ
อิเล็กทรอนิกสใหศาล พยานและคูความทุกฝายตรวจดู (share screen) หรือแสดงตนฉบับเอกสารหรือวัตถุพยานใหปรากฏ
ทางจอภาพของระบบอิเล็กทรอนกิ สเพ่ือใหต รวจสอบความถูกตอ งกบั สาํ เนาเอกสารหรอื ภาพถายที่ไดย นื่ ไวใ นสํานวนแลว

คูความที่นําเอกสารหรือภาพถายมาใชถามคานพยานตองแปลงเอกสารหรือภาพถายใหอยูในรูปแบบขอมูล
อิเล็กทรอนิกส แลวแสดงภาพเอกสารในรูปแบบขอมูลอิเล็กทรอนิกสดังกลาวทางจอภาพของระบบอิเล็กทรอนิกสใหศาล
พยานและคูความทุกฝายตรวจดู (share screen) และตองสงเอกสารหรอื ภาพถายในรูปแบบขอมูลอิเลก็ ทรอนิกสนั้นใหศาล
ทางระบบรับสงอิเลก็ ทรอนกิ สภายในเวลาท่ีศาลเหน็ สมควรเพอื่ จดั เกบ็ เปน สาํ นวนความ”

๖๒ ประกาศสาํ นักงานศาลยุตธิ รรม เรื่อง หลักเกณฑ วธิ ีการและเงอื่ นไขเก่ียวกับการใชวิธีพจิ ารณาคดีทางอเิ ล็กทรอนิกส
ลงวันที่ ๒๐ กรกฎาคม ๒๕๖๔ ขอ ๒๔ วรรคสอง “เอกสารในรูปแบบขอมูลอิเล็กทรอนิกสตามวรรคหน่ึงถือเปนเอกสาร
ตนฉบับหรือเอกสารเทียบเทาฉบับเดิมตามขอ ๑๘ แหงขอกําหนดของประธานศาลฎีกา วาดวยวิธีพิจารณาคดีทาง
อเิ ล็กทรอนิกส พ.ศ. ๒๕๖๓ ในกรณที ี่ตองจัดทําสิง่ พมิ พออกของเอกสารดงั กลาวเพอื่ จดั เก็บเปน สํานวนความ ใหคูความท่ีอาง
เอกสารเปนผูรับผิดชอบคาจัดทําเอกสาร หากจําเปนตองใชตนฉบับอาจกําหนดใหคูความท่ีอางเอกสารน้ันนํามาสงตอศาล
ภายในเวลาที่ศาลเห็นสมควร”

๔๓

คดีรองขอจัดการมรดกที่ยื่นคํารองตั้งตนคดีผานระบบรับสงอิเล็กทรอนิกส
(e-Filing System) มีความแตกตางจากคดีทั่วไป เนื่องจากสาํ นวนคดีรองขอจัดการมรดกประเภทนี้
ถูกจัดเก็บไวในระบบรับสงอิเล็กทรอนิกส และพยานเอกสารท่ีผูรองย่ืนไวในระบบรับสงอิเล็กทรอนิกส
ใหถือวาเปนตนฉบับหรือเอกสารเทียบเทาฉบับเดิมตามขอกําหนดของประธานศาลฎีกา วาดวย
วิธีพิจารณาคดีทางอิเล็กทรอนิกส พ.ศ. ๒๕๖๓ ขอ ๑๘ ดังนั้น กระบวนการนําสืบเอกสารในคดี
ที่ย่นื คํารองขอจดั การมรดกทางระบบรบั สง อิเลก็ ทรอนิกสจึงมคี วามแตกตางกับคดที ่วั ไปบางประการ

ในวันนัดไตสวนคํารองขอจัดการมรดกทางอิเล็กทรอนิกส ศาลมีเพียง
กากสํานวนคดีรองขอจัดการมรดก (กากสํานวน e-Filing) เทานั้น เมื่อผูรอง (พยาน) หรือทนายผูรอง
แสดงตนฉบับเอกสารใหปรากฏทางจอภาพ ศาลอาจตรวจสอบความถูกตองตรงกันกับพยานเอกสาร
ทย่ี ่ืนไวใ นระบบรับสงอิเล็กทรอนิกส๖ ๓ หากตรวจสอบแลวถูกตองตรงกันก็ใหรบั พยานหลักฐานท่ีอางสง
ไวในระบบรับสงอิเล็กทรอนิกสเปนพยานหลักฐานในสํานวนโดยไมตองหมายรับพยานเอกสารนั้น
แตหากมีความจําเปนตองใชตนฉบับเอกสาร ศาลอาจกําหนดใหคูความสงตนฉบับเอกสารตอศาล
ในภายหลังกไ็ ด

ขอสังเกต หากในวันนัดไตสวนคํารองขอจัดการมรดกทางอิเล็กทรอนิกส
ผูรอ งและทนายผูรองประสงคอางเอกสารเพิ่มเติม หรือสงบนั ทึกคาํ เบิกความพยานตอ ศาล ผูรอ งตองสง
เอกสารที่ประสงคอางเพิ่มเติมและบันทึกคําเบิกความพยานตอศาลผานระบบรับสงอิเล็กทรอนิกส
(e-Filing System) โดยในกรณีน้ี เจาหนาท่ีศาลไมจําตองจัดทําส่ิงพิมพออกของเอกสารดังกลาว
เพ่ือเกบ็ รวมไวใ นกากสํานวนแตอยางใด เพราะสํานวนคดหี ลกั อยใู นระบบรับสงอเิ ล็กทรอนกิ สอยูแลว๖๔

กลาวโดยสรุปสําหรับการนําสืบเอกสารในคดีท่ีนัดไตสวนคํารองขอจัดการมรดก
ทางอิเล็กทรอนิกส คูความและทนายความตองแสดงตนฉบับเอกสารใหศาลตรวจสอบผานจอภาพ
หากศาลตรวจสอบแลวถูกตองตรงกันกับสําเนาเอกสารที่อยูในสาํ นวน ก็อาจหมายรับสาํ เนาเอกสารน้ัน
เปนพยานหลักฐานในสํานวนแทนตนฉบับได เวนแตในคดีรองขอจัดการมรดกท่ียื่นผานระบบรับสง

๖๓ ขอกาํ หนดของประธานศาลฎีกา วา ดวยวิธีพจิ ารณาคดที างอิเล็กทรอนิกส พ.ศ. ๒๕๖๓ ลงวันท่ี ๑๘ กันยายน ๒๕๖๓
ขอ ๑๘ ใหถือวาพยานเอกสารที่ยื่นในรูปแบบขอมูลอิเล็กทรอนิกสผานระบบรับสงอิเล็กทรอนิกส (e-Filing System)
เปนตนฉบับหรือเอกสารเทียบเทาฉบับเดิมอยูแลว อยางไรก็ตาม หากศาลประสงคต รวจสอบความถูกตองแทจริงก็ใหคูความ
แสดงตนฉบับเอกสารผา นจอภาพได

๖๔ เทียบเคียงประกาศสํานักงานศาลยุติธรรม เร่ือง หลักเกณฑ วิธีการและเง่ือนไขเกี่ยวกับการใชวิธีพิจารณาคดี
ทางอเิ ลก็ ทรอนิกส ลงวนั ที่ ๒๐ กรกฎาคม ๒๕๖๔ ขอ ๒๔ วรรคสอง“เอกสารในรปู แบบขอมูลอิเล็กทรอนิกสต ามวรรคหนึ่งถือ
เปน เอกสารตนฉบับหรอื เอกสารเทยี บเทาฉบบั เดิมตามขอ ๑๘ แหงขอกาํ หนดของประธานศาลฎีกา วา ดว ยวิธีพิจารณาคดที าง
อิเล็กทรอนกิ ส พ.ศ. ๒๕๖๓ ในกรณีท่ีตองจดั ทําสิ่งพิมพออกของเอกสารดังกลาวเพ่ือจัดเก็บเปนสํานวนความ ใหคูค วามที่อาง
เอกสารเปนผูรับผิดชอบคาจัดทําเอกสาร หากจําเปนตองใชตนฉบับอาจกําหนดใหคูความที่อางเอกสารนั้นนํามาสงตอศาลภายใน
เวลาท่ีศาลเหน็ สมควร”


Click to View FlipBook Version