เน่ืองในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลมิ พระชนมพรรษา ๘๐ พรรษา
๑๒ สิงหาคม ๒๕๕๕
พระราชประวัติ
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์ิ พระบรมราชินีนาถ เป็นพระธิดาองค์ใหญ่ของพลเอก พระวรวงศ์เธอ
กรมหมื่นจันทบุรีสุรนาถ กับหม่อมหลวงบัว กิติยากร สมเด็จพระนางเจ้าร�ำไพพรรณี พระบรมราชินีนาถ
ในพระบาทสมเดจ็ พระปกเกลา้ เจา้ อยหู่ วั พระราชทานนามวา่ “สริ กิ ติ ”์ิ ซงึ่ มคี วามหมายวา่ “ผเู้ ปน็ ศรแี หง่ กติ ยิ ากร”
ทรงพระราชสมภพ เม่อื วนั ศุกร์ ที่ ๑๒ สงิ หาคม พทุ ธศกั ราช ๒๔๗๕ ที่บ้านพลเอก เจ้าพระยาวงศานุ
ประพทั ธ์ (หม่อมราชวงศ์สทา้ น สนิทวงศ์) ผเู้ ป็นบิดาของหม่อมหลวงบัว ณ บ้านเลขที่ ๑๘๐๘ ถนนพระรามหก
ต�ำบลวังใหม่ อ�ำเภอปทุมวัน จังหวัดพระนคร ขณะน้ันเป็นระยะที่ประเทศเพิ่งเปล่ียนแปลงการปกครองจาก
ระบอบสมบรู ณาญาสทิ ธริ าชย์เปน็ ระบอบประชาธิปไตย กอ่ นหนา้ น้นั พระบิดาของพระองคท์ รงดำ� รงต�ำแหนง่
ผชู้ ่วยเสนาธกิ ารทหารบก มยี ศเปน็ พันเอก หมอ่ มเจ้านกั ขัตรมงคล กติ ิยากร
หลงั จากเปล่ียนแปลงการปกครองในวนั ท่ี ๒๔ มถิ ุนายน พทุ ธศักราช ๒๔๗๕ หมอ่ มเจ้านักขตั รมงคล
ตอ้ งทรงออกจากราชการทหาร โดยรฐั บาลแตง่ ตง้ั ใหไ้ ปรบั ราชการในตำ� แหนง่ เลขานกุ ารเอก ประจำ� สถานทตู สยาม
ณ กรงุ วอชงิ ตนั ด.ี ซ.ี ประเทศสหรฐั อเมรกิ า สว่ นหมอ่ มหลวงบวั ซง่ึ มคี รรภแ์ ก่ ยงั คงพำ� นกั อยใู่ นประเทศไทยจนให้
กำ� เนดิ หม่อมราชวงศส์ ิรกิ ติ ิ์แล้ว จึงเดินทางไปสมทบ มอบหมอ่ มราชวงศส์ ริ กิ ติ ์ิให้อยู่ในความดูแลของเจ้าพระยา
วงศานปุ ระพทั ธ์และทา้ ววนดิ าพจิ ารณิ ี ผู้เปน็ บิดาและมารดาของหมอ่ มหลวงบวั
หมอ่ มราชวงศส์ ริ กิ ติ ิ์ ตอ้ งอยหู่ า่ งไกลบดิ ามารดาตง้ั แตอ่ ายนุ อ้ ย บางคราวตอ้ งระหกระเหนิ ไปตา่ งจงั หวดั
ตามเหตกุ ารณ์ผนั ผวนทางการเมือง เช่น ในพุทธศกั ราช ๒๔๗๖ หม่อมเจา้ อัปษรสมาน กิติยากร พระมารดาของ
หม่อมเจ้านกั ขตั รมงคล ได้ทรงรบั นดั ดาตามเสดจ็ พระบาทสมเด็จพระปกเกลา้ เจ้าอยูห่ ัวไปสงขลาดว้ ย
11
11
จดหมายเหตเุ ฉลิมพระเกยี รติ
สมเดจ็ พระนางเจา้ สริ ิกิต์ิ พระบรมราชนิ ีนาถ
ปลายพุทธศักราช ๒๔๗๗ หม่อมเจ้านักขัตรมงคลทรงลาออกจากราชการกลับประเทศไทยพร้อม
ครอบครัว อันมหี ม่อมราชวงศ์กัลยาณกิติ์ บุตรคนโต และหมอ่ มราชวงศบ์ ษุ บา บุตรคี นเล็กผู้เกดิ ทสี่ หรัฐอเมริกา
แล้วมารับหม่อมราชวงศ์อดุลยกิติ์ บุตรคนรองกับหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ จากหม่อมเจ้าอัปษรสมานกลับมาอยู่
รวมกนั ทต่ี ำ� หนกั ซง่ึ ต้ังอยูท่ ่ีถนนกรงุ เกษม ปากคลองผดงุ กรุงเกษม รมิ แม่นำ้� เจ้าพระยา
หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์เริ่มเรียนช้ันอนุบาลที่โรงเรียนราชินี ปากคลองตลาด เมื่อพุทธศักราช ๒๔๗๙
แต่เมื่อสงครามมหาเอเชียบูรพาลุกลามมาถึงประเทศไทย จังหวัดพระนครถูกโจมตีทางอากาศบ่อยคร้ัง ท�ำให้
การเดินทางไม่สะดวกและปลอดภัย เมื่อพุทธศักราช ๒๔๘๓ จึงย้ายไปเรียนชั้นประถมและมัธยมท่ีโรงเรียน
เซนต์ฟรังซีสซาเวียร์คอนแวนต์ ถนนสามเสน เพราะอยู่ใกล้บ้านในระยะที่พอจะเดินไปโรงเรียนเองได้
หมอ่ มราชวงศส์ ริ กิ ติ เ์ิ รมิ่ เรยี นเปยี โนทโี่ รงเรยี นเซนตฟ์ รงั ซสี ซาเวยี รค์ อนแวนต์ และในเวลาตอ่ มาไดต้ ง้ั ใจทจ่ี ะเปน็
นกั เปยี โนผ้มู ีชื่อเสยี ง
หมอ่ มราชวงศส์ ริ กิ ติ ไิ์ ดเ้ ผชญิ สภาพของสงครามโลกมาเชน่ เดยี วกบั คนไทยทงั้ หลาย หมอ่ มเจา้ นกั ขตั รมงคล
ผู้ทรงเป็นทหารเป็นผู้ปลูกฝังให้บุตรและบุตรีรู้จักความมีวินัย ความอดทน ความกล้าหาญ ความเอ้ือเฟื้อ
เผื่อแผ่ และความเสียสละ โดยอาศัยสถานการณ์สงครามเป็นตัวอย่าง และสงครามโลกก็ท�ำให้คนไทยทั้งปวง
ต้องหันหน้าเข้าช่วยเหลือกันในยามทุกข์ยาก สิ่งเหล่าน้ีจึงหล่อหลอมหม่อมราชวงศ์สิริกิต์ิให้มีความเมตตา
ต่อผ้อู ่นื และรักความมรี ะเบยี บแบบแผนมาตัง้ แตเ่ ยาว์วยั
หลังจากสงครามสงบแล้ว นายกรัฐมนตรีในสมัยน้ัน คือ นายควง อภัยวงศ์ ได้แต่งตั้งให้หม่อมเจ้า
นักขตั รมงคลเปน็ อคั รราชทูตประจ�ำประเทศองั กฤษ หม่อมเจา้ นักขตั รมงคลจึงทรงพาครอบครัวทัง้ หมดไปด้วย
ในกลางพุทธศักราช ๒๔๘๙ ขณะนั้นหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์เรียนจบช้ันมัธยมปีที่ ๓ ของโรงเรียนเซนต์ฟรัง
ซีสซาเวียร์คอนแวนตแ์ ลว้
ระหว่างท่ีอยู่ในประเทศอังกฤษ หม่อมราชวงศ์สิริกิต์ิเรียนเปียโน ภาษาอังกฤษ และภาษาฝรั่งเศสกับ
ครพู เิ ศษ แตอ่ ยทู่ อ่ี งั กฤษไดไ้ มน่ าน พทุ ธศกั ราช ๒๔๙๐ หมอ่ มเจา้ นกั ขตั รมงคลกท็ รงยา้ ยไปเปน็ อคั รราชทตู ประจำ�
ประเทศฝรงั่ เศสและเดนมาร์ก กอ่ นจะกลับมาเปน็ เอกอคั รราชทตู ประจำ� ประเทศอังกฤษอกี ครั้งหนึ่ง ระหวา่ งนี้
หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ยังคงตั้งใจเรียนเปียโนอย่างขะมักเขม้นเพื่อเตรียมสอบเข้าวิทยาลัยการดนตรีท่ีมีช่ือเสียง
ของกรุงปารสี
พุทธศักราช ๒๔๙๑ ขณะที่หม่อมเจ้านักขัตรมงคลและครอบครัวอยู่ในปารีส ได้รับเสด็จสมเด็จ
พระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งโปรดเสด็จพระราชด�ำเนินไปทอดพระเนตรโรงงานท�ำรถยนต์ในกรุงปารีส
อยเู่ สมอ จนเปน็ ทคี่ นุ้ เคยและตอ้ งพระราชอธั ยาศยั ฉะนน้ั เมอื่ สมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั ภมู พิ ลอดลุ ยเดชทรงประสบ
อปุ ทั วเหตทุ างรถยนตใ์ นประเทศสวติ เซอรแ์ ลนด์ ตอ้ งประทบั รกั ษาพระองคใ์ นสถานพยาบาล จงึ ทรงพระกรณุ า
โปรดเกลา้ โปรดกระหมอ่ มให้หม่อมหลวงบัวพาบุตรีท้ังสอง คือ หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์และหม่อมราชวงศ์บุษบา
เข้าเฝา้ ทลู ละอองพระบาทเยย่ี มพระอาการเปน็ ประจำ� จนพระอาการประชวรทุเลาลง เสดจ็ กลบั พระต�ำหนักได้
สมเด็จพระราชชนนีศรสี งั วาลย์ได้รบั สง่ั ขอให้หมอ่ มราชวงศส์ ิรกิ ติ ์อิ ยศู่ ึกษาต่อทีเ่ มอื งโลซานนใ์ นโรงเรียนประจ�ำ
ชือ่ โรงเรยี น Riante Rive ซ่ึงเปน็ โรงเรยี นทม่ี ชี ่อื เสียงในการสอนวชิ าพเิ ศษแกก่ ลุ สตรี คือ ภาษา ศิลปะ ดนตรี
ประวัติวรรณคดี และประวตั ศิ าสตร์
12
12
เน่ืองในโอกาสพระราชพธิ มี หามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๘๐ พรรษา
๑๒ สงิ หาคม ๒๕๕๕
สมเดจ็ พระเจา้ อย่หู วั ภมู พิ ลอดุลยเดช ทรงฉายพระรปู ร่วมกับหมอ่ มราชวงศส์ ริ ิกิต์ิ หมอ่ มเจ้านกั ขัตรมงคล
หมอ่ มหลวงบวั หม่อมราชวงศ์กลั ยาณกิต์ิ หม่อมราชวงศอ์ ดลุ ยกติ ์ิ และหมอ่ มราชวงศ์บุษบา กติ ยิ ากร
ตอ่ มาอกี ๑ ปี ทรงพระกรณุ าโปรดเกลา้ โปรดกระหมอ่ มใหห้ มอ่ มเจา้ นกั ขตั รมงคลและครอบครวั เขา้ เฝา้
ทลู ละอองธลุ พี ระบาทแลว้ สมเดจ็ พระราชชนนศี รสี งั วาลยร์ บั สงั่ ขอหมอ่ มราชวงศส์ ริ กิ ติ ติ์ อ่ หมอ่ มเจา้ นกั ขตั รมงคล
และประกอบพระราชพธิ หี มน้ั ในวนั ท่ี ๑๙ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๔๙๒ ทรงใช้พระธำ� มรงคท์ ส่ี มเด็จพระราช
บดิ าทรงหมนั้ สมเดจ็ พระราชชนนเี ปน็ พระธำ� มรงคห์ มนั้ แลว้ คงใหห้ มอ่ มราชวงศส์ ริ กิ ติ ศ์ิ กึ ษาตอ่ ไป จนถงึ กำ� หนด
เสดจ็ นวิ ตั พระนคร จงึ โปรดเกลา้ โปรดกระหมอ่ มใหห้ มอ่ มราชวงศส์ ริ กิ ติ ต์ิ ามเสดจ็ กลบั มาถวายพระเพลงิ พระบรม
ศพพระบาทสมเด็จพระเจา้ อยหู่ ัวอานนั ทมหดิ ล เม่อื เดือนมนี าคม พทุ ธศกั ราช ๒๔๙๓
ทรงฉายพระรปู ขณะทรงเปน็ พระค่หู มัน้ ณ ประเทศสวิตเซอรแ์ ลนด์
13
13
จดหมายเหตเุ ฉลิมพระเกยี รติ
สมเดจ็ พระนางเจ้าสริ ิกติ ์ิ พระบรมราชินนี าถ
ทรงฉายพระรปู ขณะทรงเป็นพระคู่หม้ัน ณ ประเทศสวติ เซอรแ์ ลนด์
14
14
เนอ่ื งในโอกาสพระราชพธิ ีมหามงคลเฉลมิ พระชนมพรรษา ๘๐ พรรษา
๑๒ สงิ หาคม ๒๕๕๕
เมอ่ื วันท่ี ๒๘ เมษายน พทุ ธศกั ราช ๒๔๙๓ มีพระราชพิธรี าชาภเิ ษกสมรส ณ วงั สระปทุม สมเดจ็ พระศรี
สวรินทิรา บรมราชเทวี พระพนั วสั สาอยั ยกิ าเจ้า ทรงเปน็ ประธาน พระราชทานน�้ำพระพทุ ธมนตแ์ ละเทพมนต์
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชและหม่อมราชวงศ์สิริกิต์ิ ได้ทรงจดและจดทะเบียนสมรสตามกฎหมาย
และในวันนั้น สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชได้ทรงสถาปนาหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์เป็น สมเด็จพระราชินี
สิริกติ ์ิ
15
15
จดหมายเหตุเฉลิมพระเกียรติ
สมเด็จพระนางเจา้ สิรกิ ติ ์ิ พระบรมราชนิ ีนาถ
16
16
เนือ่ งในโอกาสพระราชพิธมี หามงคลเฉลมิ พระชนมพรรษา ๘๐ พรรษา
๑๒ สิงหาคม ๒๕๕๕
วันที่ ๕ พฤษภาคม พทุ ธศักราช ๒๔๙๓ เปน็ วันพระราชพิธบี รมราชาภเิ ษก สมเด็จพระเจ้าอยหู่ ัวภมู ิพล
อดุลยเดช ทรงรับเฉลมิ พระบรมนามาภิไธยวา่ “พระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยหู่ วั ” และทรงเฉลมิ พระยศสมเด็จ
พระราชินเี ป็น สมเด็จพระนางเจา้ สริ ิกติ ิ์ พระบรมราชินี
วันที่ ๕ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๔๙๓ ทั้งสองพระองค์เสดจ็ กลับประเทศสวิตเซอร์แลนดเ์ พราะแพทย์
ผู้รักษาพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชกราบบังคมทูลแนะน�ำให้ทรงรักษาพระองค์อีกระยะ
หน่ึง พุทธศักราช ๒๔๙๔ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์ิ พระบรมราชินี มีพระประสูติกาลสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ
เจ้าฟา้ อบุ ลรัตนราชกัญญา สิริวฒั นาพรรณวดี ณ เมอื งโลซานน์ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อเจรญิ พระชันษา
ได้ ๗ เดือน ทง้ั สามพระองคจ์ ึงเสด็จนวิ ตั ประเทศไทยประทบั ณ พระทีน่ ั่งอมั พรสถาน พระราชวงั ดสุ ติ ตอ่ มามี
พระประสตู กิ าลสมเดจ็ พระเจา้ ลกู ยาเธอ เจา้ ฟา้ วชริ าลงกรณ ซง่ึ ตอ่ มาทรงไดร้ บั การสถาปนาเปน็ สมเดจ็ พระบรม
โอรสาธริ าช เจา้ ฟา้ มหาวชริ าลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร สมเด็จพระเจา้ ลกู เธอ เจ้าฟ้าสริ ินธรเทพรัตนสดุ า
กิติวัฒนาดุลโสภาคย์ ซึ่งต่อมาทรงได้รับการสถาปนาเปน็ สมเด็จพระเทพรัตนราชสดุ า เจ้าฟา้ มหาจกั รสี ริ ินธร
สยามบรมราชกุมารี และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ตามล�ำดับ
ณ พระที่นง่ั อัมพรสถาน รวมพระราชโอรสและพระราชธิดา ๔ พระองค์
ทรงมีพระประสตู ิกาลสมเดจ็ พระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าอุบลรัตนราชกญั ญา สริ ิวัฒนาพรรณวดี
17
17
จดหมายเหตเุ ฉลมิ พระเกยี รติ
สมเดจ็ พระนางเจ้าสิริกติ ิ์ พระบรมราชนิ นี าถ
ทรงฉายพระรูปร่วมกบั พระราชโอรสและพระราชธิดา ณ พระตำ� หนักจิตรลดารโหฐาน พระราชวังดุสติ
ปลายพุทธศักราช ๒๔๙๘ สมเดจ็ พระศรีสวรนิ ทิรา บรมราชเทวี พระพนั วสั สาอัยยิกาเจ้า ผทู้ รงดำ� รง
ต�ำแหน่งสภานายิกาสภากาชาดไทยเสด็จสวรรคต พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชจึงทรง
แต่งต้ังสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีให้ทรงด�ำรงต�ำแหน่งสภานายิกาแทน เม่ือวันที่ ๑๒ สิงหาคม
พุทธศักราช ๒๔๙๙ และในปีเดียวกันน้ี พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเสด็จออกทรง
พระผนวชตามโบราณราชประเพณี จงึ ทรงพระกรณุ าโปรดเกลา้ โปรดกระหมอ่ มแตง่ ตง้ั สมเดจ็ พระนางเจา้ สริ กิ ติ ิ์
พระบรมราชินีเป็นผู้ส�ำเร็จราชการแทนพระองค์ ภายหลังเม่ือทรงลาพระผนวชแล้ว ได้ทรงสถาปนาพระราช
อิสริยยศสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์ิ พระบรมราชินี ขึ้นเป็น สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์ิ พระบรมราชินีนาถ อัน
มีความหมายว่า ทรงเป็นที่พึ่งของประชาชน นับเป็นสมเด็จพระบรมราชินีนาถพระองค์ท่ีสองของไทย ต่อจาก
สมเดจ็ พระศรพี ชั รนิ ทรา บรมราชนิ นี าถ ซงึ่ ทรงปฏบิ ตั ริ าชการแทนพระองคเ์ มอื่ พระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกลา้
เจา้ อยหู่ วั เสด็จพระราชด�ำเนนิ เยอื นยโุ รป
18
18
เนอ่ื งในโอกาสพระราชพิธมี หามงคลเฉลมิ พระชนมพรรษา ๘๐ พรรษา
๑๒ สงิ หาคม ๒๕๕๕
ทรงกล่าวคำ� ปฏิญาณ ภายหลงั จากท่ปี ระธานสภาผู้แทนราษฎรอ่านประกาศกระแสพระบรมราชโองการ
แต่งต้งั ใหเ้ ป็นผู้ส�ำเร็จราชการแทนพระองค์ เมื่อวันท่ี ๒๐ กนั ยายน ๒๔๙๙
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์ิ พระบรมราชินีนาถ ได้ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจน้อยใหญ่เป็นล�ำดับมา
ทง้ั ในฐานะทที่ รงเปน็ สมเดจ็ พระบรมราชนิ ขี องไทย และในฐานะคพู่ ระราชหฤทยั แหง่ พระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทร
มหาภูมิพลอดุลยเดช กล่าวคือ ทรงช่วยแบ่งเบาพระราชภาระทั้งหลายไปได้เป็นอันมาก ทั้งยังมีพระราชด�ำริ
ริเริ่มใหม่เพื่อประโยชน์ในการช่วยเหลือประชาชน และการพัฒนาประเทศอยู่เนืองๆ เห็นได้ชัดจากพระราช
กรณียกจิ ทเี่ ผยแพร่สสู่ ายตาประชาชนอย่ใู นทกุ วันน้ี
19
19
จดหมายเหตุเฉลมิ พระเกียรติ
สมเด็จพระนางเจ้าสริ กิ ติ ์ิ พระบรมราชนิ ีนาถ
พระราชกรณียกจิ
จากการท่สี มเด็จพระนางเจ้าสิรกิ ิต์ิ พระบรมราชินีนาถ ได้โดยเสดจ็ พระบาทสมเดจ็ พระปรมินทรมหา
ภูมิพลอดุลยเดช ไปทรงเยี่ยมเยียนราษฎรท่ัวทุกภูมิภาคของประเทศ ไม่เว้นแม้แต่ในถิ่นทุรกันดาร เป็นเวลา
ยาวนานต่อเน่อื งกนั หลายสิบปี ทรงพบเห็นสภาพความเป็นอยอู่ ันยากจน ความอดอยากเจ็บไข้ ขาดแคลน และ
ปัญหานานัปการของราษฎร โดยเฉพาะที่อยู่ในชนบทห่างไกล ท้ังสองพระองค์จึงทรงมุ่งมั่นประกอบพระราช
กรณียกิจด้านการพัฒนาประเทศทุกวิถที าง เพอ่ื ให้พสกนกิ รของพระองคม์ ีระดบั รายไดแ้ ละความเป็นอยู่ที่ดีข้นึ
โดยทรงรเิ รมิ่ โครงการตา่ งๆ เพื่อแกไ้ ขปัญหาพน้ื ฐานของราษฎร สง่ เสริมการกนิ ดอี ยดู่ ี และให้สามารถชว่ ยเหลอื
ตนเองได้อย่างย่ังยนื
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงเน้นการช่วยเหลือราษฎรให้สามารถประกอบ
อาชพี หลกั อยา่ งมีคุณภาพ อาทิ การเกษตร นำ้� และการพัฒนาชนบท และทรงมอบหมายให้สมเดจ็ พระนางเจา้
สริ ิกติ ิ์ พระบรมราชนิ นี าถ ปฏิบตั พิ ระราชภารกจิ ในการดูแลทุกข์สขุ และสขุ ภาพอนามัยของราษฎร
ดังนั้น โครงการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชด�ำริของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ
ท่ีพระราชทานเพ่ือสร้างประโยชน์สุขให้แก่ประชาชนชาวไทยนั้น ส่วนใหญ่จึงเป็นโครงการท่ีมุ่งไปสู่ความอยู่ดี
มีสุขของพสกนิกร ให้สามารถประกอบอาชีพและพ่ึงพาตนเองได้ เกิดจิตสำ� นึกในการหวงแหนถ่ินฐานบ้านเกิด
และร่วมกันอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติให้คงความอุดมสมบูรณ์ เพ่ือให้ราษฎรสามารถใช้ประโยชน์จาก
ทรพั ยากรธรรมชาตใิ หเ้ กดิ ประโยชนส์ งู สดุ ตลอดจนการรกั ษาความมน่ั คงปลอดภยั ของประเทศ จนอาจกลา่ วได้
วา่ การพัฒนาตามแนวพระราชด�ำริในสมเด็จพระนางเจา้ สริ กิ ิติ์ พระบรมราชินนี าถ เปน็ การพฒั นาคณุ ภาพชีวิต
ที่ย่ังยืนอย่างแท้จริง จวบจนถึงปัจจุบันได้พระราชทานโครงการพัฒนาหลากหลายด้านเป็นจ�ำนวนเกือบ ๙๐๐
โครงการ ที่ได้ชว่ ยขจัดปัดเปา่ ปญั หาและบรรเทาความทุกขร์ อ้ นของราษฎรให้ทุเลาเบาบางลงและหมดส้ินไป
20
20
เนอ่ื งในโอกาสพระราชพธิ ีมหามงคลเฉลมิ พระชนมพรรษา ๘๐ พรรษา
๑๒ สงิ หาคม ๒๕๕๕
เสดจ็ พระราชดำ� เนนิ ไปทรงเยีย่ มราษฎร บริเวณทว่ี ่าการอำ� เภอแม่ริม จงั หวดั เชยี งใหม่
เมอื่ วันท่ี ๙ มีนาคม ๒๕๐๑
พระราชทานเครือ่ งอปุ โภคบรโิ ภคแก่ราษฎรในพืน้ ท่จี ังหวัดอุดรธานี
เมอ่ื วันท่ี ๒๔ มนี าคม ๒๕๑๐
21
21
จดหมายเหตเุ ฉลิมพระเกยี รติ
สมเดจ็ พระนางเจ้าสิริกติ ์ิ พระบรมราชินนี าถ
๑. ด้านการส่งเสรมิ อาชพี เพม่ิ รายได้ และพฒั นาคณุ ภาพชวี ติ
พระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาภมู พิ ลอดลุ ยเดช พรอ้ มดว้ ยสมเดจ็ พระนางเจา้ สริ กิ ติ ิ์ พระบรมราชนิ นี าถ
เสด็จพระราชด�ำเนินไปทรงเยี่ยมราษฎรในชนบทห่างไกลอย่างมิทรงย่อท้อ ทรงห่วงใยในชีวิตความเป็นอยู่ของ
อาณาประชาราษฎร์ พรอ้ มทง้ั พระราชทานสงิ่ ของ เครอ่ื งอปุ โภคบรโิ ภคเพอ่ื บรรเทาความเดอื ดรอ้ น ตอ่ มาพระบาท
สมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระราชปรารภกับสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์ิ พระบรมราชินีนาถ
วา่ การแจกของแกผ่ ู้ประสบภยั น้เี ปน็ การชว่ ยเหลอื เฉพาะหน้าไม่เพียงพอใหเ้ ขาอยูร่ อดได้ ควรจะหาวิธีอืน่ ทีช่ ่วย
ใหร้ าษฎรพงึ่ ตนเองได้
ด้วยเหตุนี้ เมื่อสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์ิ พระบรมราชินีนาถ ทอดพระเนตรเห็นชาวบ้านที่มาเฝ้า
ทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จแต่งตัวด้วยผ้าพื้นเมืองที่สวยงาม มีพระราชด�ำริว่า คนเหล่าน้ีแม้จะยากจนแต่มี
ความร้แู ละฝีมอื ในการทำ� งานศิลปหัตถกรรม เชน่ การทอผ้าไหม การสานกระเปา๋ การปกั ผา้ การท�ำเครื่องป้ัน
ดนิ เผา จงึ ทรงสง่ เสรมิ ใหร้ าษฎรไดท้ ำ� งานฝมี อื ทค่ี นุ้ เคยเปน็ อาชพี เสรมิ เพอื่ เพม่ิ พนู รายไดใ้ หค้ รอบครวั จดั ทำ� เปน็
โครงการศลิ ปาชพี ซงึ่ ทรงพระกรณุ าโปรดเกลา้ โปรดกระหมอ่ มใหจ้ ดั ตง้ั “มลู นธิ สิ ง่ เสรมิ ศลิ ปาชพี พเิ ศษ ในพระบรม
ราชินูปถัมภ์” และภายหลังได้เปล่ียนชื่อเป็น “มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรม
ราชินนี าถ”เพ่อื ช่วยเหลอื ราษฎรผู้ยากไรใ้ ห้มรี ายได้เพมิ่ ข้ึน และมคี ุณภาพชวี ติ ดีขนึ้ ในระยะยาว
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงพบว่ายังมีราษฎรจ�ำนวนมากที่ขาดความรู้ในการ
ประกอบอาชีพ ขาดแคลนแหล่งอาหารเพื่อการด�ำรงชีวิต ประสบปัญหาความยากจน ขาดแคลนท่ีดินท�ำกิน
จึงได้พระราชทานแนวพระราชด�ำริให้ส่วนราชการ หน่วยงานที่เก่ียวข้องด�ำเนิน “โครงการหมู่บ้านเศรษฐกิจ
พอเพียง ฟาร์มตวั อยา่ ง ตามแนวพระราชดำ� ริ” และ “ธนาคารอาหารชมุ ชน” ดว้ ยการให้ความรู้ทถี่ ูกตอ้ งในการ
ประกอบอาชีพด้านเกษตรกรรม รวมถึงการสนับสนุนปัจจัยการผลิตในบางส่วน ตลอดจนติดตามให้ค�ำแนะน�ำ
อย่างใกล้ชิด เพ่ือเป็นการช่วยเหลือให้ราษฎรในพ้ืนท่ีและพื้นท่ีใกล้เคียงมีอาหารบริโภคตลอดปี อีกทั้งยังท�ำให้
คนยากจนในชมุ ชนนน้ั ๆ มีงานทำ� มีรายได้เสริมเลยี้ งครอบครวั ไมต่ อ้ งละทิ้งถนิ่ ฐานไปทำ� งานในตา่ งถน่ิ เปน็ การ
พฒั นาคณุ ภาพชวี ติ ในด้านต่างๆ จำ� นวนมากเพ่อื ให้เหลา่ พสกนกิ รมคี วามเป็นอยทู่ ี่ดีข้ึน ตลอดจนเป็นขวญั และ
กำ� ลงั ใจใหป้ ระชาชนชาวไทยผทู้ กุ ขย์ ากและประสบความเดอื ดรอ้ น มคี วามหวงั และพลงั ในการดำ� เนนิ ชวี ติ ตอ่ ไป
๑.๑ ศิลปาชีพ
สมเดจ็ พระนางเจา้ สริ กิ ติ ์ิ พระบรมราชนิ นี าถ ทรงประจกั ษว์ า่ คนไทยมศี กั ยภาพสงู ในดา้ นศลิ ปหตั ถกรรม
ทรงประจกั ษใ์ นคณุ ประโยชนข์ องทรพั ยากรธรรมชาติ ประกอบกบั ความงดงามของศลิ ปวฒั นธรรมอนั เปน็ เอกลกั ษณ์
ของแต่ละท้องถ่ิน จึงทรงริเริ่มให้ฟื้นฟูและพัฒนางานฝีมือพ้ืนบ้านในแต่ละภูมิภาคขึ้นภายใต้ช่ือ “ศิลปาชีพ”
เพ่ือช่วยเหลือราษฎรให้มีรายได้เสริม นอกเหนือจากอาชีพเกษตรกรรม ซึ่งนอกจากช่วยให้พสกนิกรมีความ
เปน็ อยูท่ ดี่ ีขน้ึ แลว้ ยงั เป็นการฟ้ืนฟแู ละอนุรกั ษศ์ ิลปหัตถกรรมพื้นบ้านท่ัวทกุ ภมู ภิ าคมใิ ห้สญู หาย ทง้ั ยังเปน็ การ
เผยแพร่ฝีมอื ช่างของคนไทยใหเ้ ปน็ ท่ีรจู้ ักอยา่ งกว้างขวางทง้ั ในประเทศและต่างประเทศ
ผา้ ฝา้ ยเขาเต่า
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ
ได้เสด็จพระราชด�ำเนินไปทรงเยี่ยมราษฎรท่ีหมู่บ้านเขาเต่า จังหวัดเพชรบุรี ทอดพระเนตรเห็นว่าราษฎร
22
22
เนื่องในโอกาสพระราชพธิ ีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๘๐ พรรษา
๑๒ สงิ หาคม ๒๕๕๕
ทอดพระเนตรผลงานของสมาชิกศลิ ปาชพี บา้ นยง้ั เมิน อ�ำเภอสะเมงิ จงั หวัดเชยี งใหม่
ส่วนใหญ่ยากจน จึงทรงชักชวนหญงิ ชาวบา้ นเขาเตา่ มาหดั ทอผา้ ขาวมา้ และผา้ ซน่ิ ขายเปน็ อาชพี เสรมิ และทรง
พระกรณุ าโปรดเกลา้ โปรดกระหมอ่ มใหส้ รา้ งโรงทอผ้างา่ ยๆ ขึน้ ทท่ี า้ ยวงั ไกลกงั วล
ตอ่ มา ราษฎรบา้ นเขาเตา่ ไดน้ อ้ มเกลา้ นอ้ มกระหมอ่ มถวายทดี่ นิ เปน็ ทต่ี งั้ โครงการทอผา้ ถาวร โดยสมเดจ็
พระนางเจา้ สริ กิ ติ ิ์ พระบรมราชนิ นี าถ ไดเ้ สดจ็ พระราชดำ� เนนิ ไปทอดพระเนตรงาน และทรงรบั ซอ้ื ผา้ ของชาวบา้ นไว้
จึงนับได้ว่าการทอผ้าฝ้ายของชาวบ้านเขาเต่าเป็นพระราชกรณียกิจแรกด้านการส่งเสริมอาชีพหัตถกรรม
แก่ราษฎร
ผา้ ไหมมดั หม่ี
ในขณะเสดจ็ พระราชดำ� เนนิ ไปทรงเยย่ี มราษฎรผปู้ ระสบอทุ กภยั ทจ่ี งั หวดั นครพนม สมเดจ็ พระนางเจา้
สิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ได้ทอดพระเนตรผ้าซ่ินไหมมัดหม่ีท่ีหญิงชาวบ้านสวมใส่มารับเสด็จด้วยความสน
พระราชหฤทยั จงึ ทรงพระกรณุ าโปรดเกลา้ โปรดกระหมอ่ มใหค้ ณะเจา้ หนา้ ทอ่ี อกไปตดิ ตอ่ รบั ซอื้ ผา้ ไหมจากชาวบา้ น
โดยทรงรบั ซอื้ ไวใ้ นราคาสงู เพอื่ จงู ใจชาวบา้ นใหม้ กี ำ� ลงั ใจทจ่ี ะทอผา้ ไหมตอ่ ไป อนั เปน็ การสง่ เสรมิ การทอผา้ ไหม
มดั หมเ่ี ปน็ อาชพี เสรมิ ซงึ่ เปน็ งานฝมี อื ทชี่ าวบา้ นคนุ้ เคย นอกจากน้ี สมเดจ็ พระนางเจา้ สริ กิ ติ ิ์ พระบรมราชนิ นี าถ
ยงั ทรงสง่ เสรมิ ศลิ ปะการผลติ ผา้ แพรวาของชาวภไู ท และการผลติ ผา้ ขดิ หรอื ผา้ ยกดอก จนไดร้ บั การฟน้ื ฟใู หก้ ลบั
คนื มาสคู่ วามนยิ มของประชาชนอยา่ งกว้างขวางอีกครั้ง
23
23
จดหมายเหตุเฉลมิ พระเกียรติ
สมเดจ็ พระนางเจ้าสิรกิ ติ ์ิ พระบรมราชนิ ีนาถ
พระราชทานพระราชด�ำริในการออกแบบลวดลายผ้าแพรวาแก่กล่มุ ทอผ้าชาวภไู ท ในเขตอำ� เภอคำ� ม่วง จงั หวดั กาฬสินธ์ุ
เม่อื วันท่ี ๒๓ พฤศจกิ ายน ๒๕๒๕
ผลิตภัณฑ์จากยา่ นลเิ ภา
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์ิ พระบรมราชินีนาถ ทอดพระเนตรเห็นย่านลิเภาข้ึนอยู่ทั่วไปในป่า จังหวัด
นราธิวาส ทรงทราบว่าชาวบ้านเคยท�ำงานหัตถกรรมจักสานย่านลิเภาเป็นเครื่องใช้ต่างๆ ซ่ึงเป็นงานจักสาน
ชั้นเยี่ยมที่เคยท�ำกันอย่างแพร่หลายในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว แต่ศิลปะการจักสาน
ยา่ นลิเภากำ� ลังใกลจ้ ะสูญหายไป เนอ่ื งจากต้องใชฝ้ มี ือท่มี ีความประณตี ละเอียดอ่อน เปน็ งานที่ต้องใชเ้ วลาและ
ความมานะพยายามสูง พระองค์จึงทรงส่งเสริมอาชีพการจักสานย่านลิเภาในพ้ืนท่ีอ�ำเภอย่ีงอ อ�ำเภอระแงะ
อำ� เภอบาเจาะ และอำ� เภอเมอื งนราธิวาส จังหวัดนราธิวาส
สมเด็จพระนางเจ้าสิรกิ ติ ์ิ พระบรมราชินีนาถ ทรงพระกรณุ าโปรดเกล้าโปรดกระหมอ่ มให้จดั ครไู ปสอน
การจกั สานยา่ นลเิ ภาใหแ้ กร่ าษฎรภาคใต้ โดยออกแบบใหเ้ ปน็ เครอื่ งใชห้ ลากหลายชนดิ มรี าษฎรสนใจสมคั รเขา้
เรยี นเปน็ จ�ำนวนมาก ท�ำให้เครื่องใชย้ า่ นลเิ ภากลบั คนื ส่คู วามนยิ มของประชาชนอีกคร้ัง
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์ิ พระบรมราชินีนาถ ทรงฟื้นฟูศิลปหัตถกรรมแขนงต่างๆ ควบคู่ไปด้วย เช่น
การถมทอง ถมเงิน ครำ�่ การแกะสลักหนังตะลงุ และปน้ั ตุก๊ ตาชาววัง รวมถึงโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้มกี าร
จกั สานดว้ ยหวายและไมไ้ ผ่ ทอเสอ่ื กระจดู การเยบ็ ปกั ถกั รอ้ ย การปลกู หมอ่ นเลยี้ งไหม การทอผา้ ไหม และผา้ ฝา้ ย
การปักผ้า และการปั้นเคร่ืองดินเผา ตลอดจนทรงส่งเสริมให้กลุ่มสตรีในนิคมสร้างตนเอง ต�ำบลอ่าวน้อย
อำ� เภอเมอื งประจวบครี ขี นั ธ์ จังหวดั ประจวบครี ีขันธ์ ซงึ่ มีอาชีพปลูกสบั ปะรด แต่มรี ายได้ไม่แน่นอน ท�ำดอกไม้
24
24
เนอื่ งในโอกาสพระราชพิธมี หามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๘๐ พรรษา
๑๒ สิงหาคม ๒๕๕๕
ประดษิ ฐโ์ ดยเฉพาะดอกไมข้ องไทย เชน่ ดอกสารภี ดอกองั กาบ ดอกบวั ซง่ึ ชาวบา้ นสามารถประดษิ ฐไ์ ดเ้ หมอื นจรงิ
จำ� หนา่ ยไดด้ ี ชว่ ยใหม้ รี ายไดเ้ พม่ิ ขน้ึ จากนน้ั จงึ ไดข้ ยายไปสรู่ าษฎรทตี่ ำ� บลดอนขนุ หว้ ย ตำ� บลเขาใหญ่ อำ� เภอชะอำ�
จงั หวัดเพชรบุรี และทอ่ี ำ� เภออมั พวา จังหวดั สมุทรสงครามดว้ ย
มูลนิธิสง่ เสริมศลิ ปาชีพ
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์ิ พระบรมราชินีนาถ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ตั้ง “มูลนิธิ
ส่งเสริมศิลปาชพี พิเศษ” โดยทรงรับเปน็ ประธานมูลนิธิ และใหอ้ ยใู่ นพระบรมราชินูปถัมภ์ รวมทงั้ พระราชทาน
ทนุ เรม่ิ แรกเปน็ เงนิ ๑ ลา้ นบาท ตอ่ มารฐั บาลไดจ้ ดั ตง้ั กองศลิ ปาชพี ในสำ� นกั ราชเลขาธกิ าร ภายหลงั ไดเ้ ปลย่ี นชอื่
เป็น “มลู นธิ สิ ่งเสรมิ ศิลปาชีพในสมเดจ็ พระนางเจา้ สิรกิ ิต์ิ พระบรมราชินีนาถ”
วัตถุประสงค์ส�ำคัญของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ คือ เพื่อหาอาชีพเสริมเพ่ิมรายได้ให้แก่ประชาชนท่ี
ประสบปัญหาในการเพาะปลกู หรือประชาชนทว่ี ่างจากฤดูกาลเพาะปลูก ใหไ้ ด้มีงานท�ำอยกู่ บั บา้ น ซ่งึ จะสง่ ผล
ให้ราษฎรไม่ต้องละท้ิงถิ่นฐานของตนเพื่อไปท�ำงานในเมืองใหญ่ๆ อันจะก่อให้เกิดปัญหาชุมชนแออัดตามมา
นบั วา่ เปน็ การชว่ ยราษฎรผมู้ รี ายไดน้ อ้ ยเหลา่ นไี้ ดอ้ กี ทางหนง่ึ และชาวไทยภเู ขาซง่ึ เคยมอี าชพี ปลกู ฝน่ิ กท็ รงสง่ เสรมิ
ใหห้ นั ไปประกอบงานฝีมอื ทม่ี ีความชำ� นาญอยแู่ ล้ว คือการเยบ็ ปกั ถกั รอ้ ย และการเปน็ ช่างเงินหรือช่างทองแทน
นับได้ว่าลดปญั หายาเสพติดไดร้ ะดับหนึง่
ทอดพระเนตรการประกวดผ้าไหมภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื ประจำ� ปี ๒๕๓๘
ณ ลานคำ� หอม พระตำ� หนกั ภูพานราชนเิ วศน์ จงั หวัดสกลนคร เมอื่ วนั ท่ี ๒๕ พฤศจกิ ายน ๒๕๓๘
25
25
จดหมายเหตุเฉลมิ พระเกยี รติ
สมเด็จพระนางเจ้าสริ กิ ิต์ิ พระบรมราชินีนาถ
พระราชทานคำ� แนะน�ำเก่ียวกบั การพฒั นารปู แบบผลติ ภัณฑใ์ หแ้ กส่ มาชกิ ศลิ ปาชีพบ้านอดุ มทรัพย์
ก่งิ อ�ำเภอปางศลิ าทอง จังหวดั กำ� แพงเพชร เม่ือวนั ท่ี ๒๙ มกราคม ๒๕๔๐
เปา้ หมายทส่ี ำ� คญั ยงิ่ อกี ประการหนงึ่ คอื การธำ� รงรกั ษา และฟน้ื ฟหู ตั ถกรรมแบบไทยโบราณ ซงึ่ กำ� ลงั จะ
เส่ือมสญู ใหส้ ามารถกลับมาแพร่หลาย เชน่ การทอผ้าไหมมดั หมลี่ วดลายโบราณ การทอผ้าแพรวา การจกั สาน
ย่านลเิ ภา การท�ำเครื่องถมเงินถมทอง และการทำ� คร่�ำ เป็นตน้ เน่ืองจากศลิ ปหัตถกรรมประเภทน้ีตอ้ งใช้ฝมี อื
เวลา และความอดทน ท�ำใหห้ าผู้สนใจจะสืบทอดวิชาเหลา่ นเ้ี ปน็ อาชพี ไดย้ ากยงิ่
โรงฝกึ ศิลปาชพี สวนจติ รลดา และศูนย์ศลิ ปาชพี ทั่วประเทศ
หลงั จากสมเดจ็ พระนางเจา้ สริ กิ ติ ิ์ พระบรมราชนิ นี าถ ทรงเรมิ่ พระราชกรณยี กจิ ดา้ นการสง่ เสรมิ ศลิ ปาชพี
มามากกว่า ๑๐ ปี ทรงเห็นเป็นการสมควรที่จะจัดต้ังโรงฝึกศิลปาชีพสวนจิตรลดาขึ้นภายในเขตพระราชฐาน
สวนจิตรลดา เพื่อเป็นศูนย์กลางของการเรียนการสอนศิลปาชีพแขนงต่างๆ และเป็นศูนย์กลางการผลิต
ผลิตภัณฑ์ศิลปาชีพจากราษฎรทั่วประเทศ โดยสมาชิกรุ่นแรกคัดเลือกมาจากครอบครัวของข้าราชบริพาร
จำ� นวน ๑๐ คน มาฝกึ หดั การทอจก และจกั สานไมไ้ ผ่ ตอ่ มาจำ� นวนสมาชกิ ไดเ้ พมิ่ ขน้ึ ตามลำ� ดบั ปจั จบุ นั มสี มาชกิ
กว่า ๗๐๐ คน ส่วนใหญม่ าจากจังหวดั ตา่ งๆ ทวั่ ประเทศ
โรงฝกึ ศลิ ปาชพี เปดิ สอนงานศลิ ปาชพี แขนงตา่ งๆ หลายแผนก ไดแ้ ก่ แผนกถมเงนิ และถมทอง เครอ่ื งเงนิ
และเคร่อื งทอง ครำ�่ เงินและครำ�่ ทอง จกั สานย่านลิเภา จักสานไมไ้ ผ่ สานเส่อื กระจดู แกะสลักไม้ แกะสลักหิน
26
26
เน่ืองในโอกาสพระราชพธิ ีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๘๐ พรรษา
๑๒ สงิ หาคม ๒๕๕๕
แกะสลกั หนัง ทอผา้ ไหม ทอผ้าฝ้าย ทอผ้าจก ทอผ้าไหมแพรวา ปักซอยแบบไทย ตดั เยบ็ ทอพรม งานปั้นตกุ๊ ตา
ไทย เขยี นลาย เคร่ืองปั้นดนิ เผา ประดับมุก ตกแต่งด้วยปีกแมลงทบั ดอกไม้ประดิษฐ์ ชา่ งไม้และช่างหวาย และ
บรรจภุ ณั ฑ์ ซึ่งไดผ้ ลิตผลงานออกมาเป็นจ�ำนวนมาก
ตอ่ มาจงึ ได้มกี ารต้ังศนู ย์ศิลปาชพี ในภาคตา่ งๆ ทัว่ ประเทศ อาทิ ศูนย์ศลิ ปาชีพบางไทร อำ� เภอบางไทร
จงั หวดั พระนครศรอี ยธุ ยา ศนู ยศ์ ลิ ปาชพี บา้ นกดุ นาขาม อำ� เภอเจรญิ ศลิ ป์ จงั หวดั สกลนคร ศนู ยศ์ ลิ ปาชพี บา้ นจาร
อ�ำเภอบ้านม่วง จังหวัดสกลนคร ศูนย์ศิลปาชีพบ้านแม่ต�๋ำ อ�ำเภอเสริมงาม จังหวัดล�ำปาง ศูนย์ศิลปาชีพ
จงั หวดั แมฮ่ อ่ งสอน อำ� เภอเมอื งแมฮ่ อ่ งสอน จงั หวดั แมฮ่ อ่ งสอน ศนู ยศ์ ลิ ปาชพี เครอื่ งปน้ั ดนิ เผาทกั ษณิ ราชนเิ วศน์
อำ� เภอเมอื งนราธวิ าส จงั หวดั นราธวิ าส ศนู ยศ์ ลิ ปาชพี บา้ นเนนิ ธมั มงั อำ� เภอเชยี รใหญ่ จงั หวดั นครศรธี รรมราช และ
ศนู ย์ศลิ ปาชพี สีบัวทอง อำ� เภอแสวงหา จงั หวดั อา่ งทอง เปน็ ต้น
ทอดพระเนตรแบบจ�ำลอง และพืน้ ที่ก่อสร้างอาคารแสดงศลิ ปาชีพและพพิ ธิ ภัณฑ์
ต�ำบลเกาะเกิด อ�ำเภอบางปะอนิ จงั หวัดพระนครศรอี ยุธยา เมอื่ วันที่ ๗ มกราคม ๒๕๔๒
ผลงานศิลปาชพี เผยแพร่สูก่ ลุ่มลกู คา้ ท้ังในและต่างประเทศ
สมเดจ็ พระนางเจา้ สิริกิต์ิ พระบรมราชนิ นี าถ ทรงเปน็ ผนู้ ำ� ในการใชผ้ ลติ ภณั ฑศ์ ลิ ปาชพี อยเู่ สมอ เพอื่ เปน็
แบบอยา่ งแก่คนทั่วไปทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศให้ประจักษ์ในคุณค่าและความงดงามของผลิตภัณฑ์
ศิลปาชพี เชน่ ทรงฉลองพระองคท์ ี่ตดั เยบ็ จากผา้ ไหมแพรวา ผา้ ไหมมัดหมี่ และผ้าปกั ของชาวไทยภเู ขา ทรงถือ
กระเปา๋ ถือยา่ นลเิ ภา หรือทรงใชเ้ ครอ่ื งเงินเครอ่ื งทองฝมี ือนักเรียนศลิ ปาชพี
27
27
จดหมายเหตเุ ฉลมิ พระเกียรติ
สมเดจ็ พระนางเจา้ สิรกิ ติ ิ์ พระบรมราชินนี าถ
ท้งั น้ี ในสว่ นของการเผยแพร่ผลงานศิลปาชีพออกสู่ประชาชนน้นั ได้ด�ำเนนิ การอยา่ งตอ่ เน่อื งสม�ำ่ เสมอ
ภายในประเทศด�ำเนินการโดยการตั้งร้าน “ศลิ ปาชพี ” ข้นึ จ�ำหน่ายผลิตภัณฑ์ศลิ ปาชีพ การจัดนิทรรศการแสดง
ผลงานศลิ ปาชพี และการส่งผลิตภัณฑศ์ ิลปาชีพไปจำ� หนา่ ยตามหา้ งสรรพสินคา้ และในงานแสดงสินค้า
พระราชทานผลติ ภัณฑศ์ ิลปาชีพเปน็ ของขวัญ
แก่พระราชอาคันตกุ ะ พระอาคันตกุ ะ และบุคคลส�ำคญั ที่เป็นชาวตา่ งประเทศ
28
28
เนื่องในโอกาสพระราชพธิ มี หามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๘๐ พรรษา
๑๒ สงิ หาคม ๒๕๕๕
พระองค์มีพระราชด�ำริให้เผยแพร่งานศิลปาชีพแก่ชาวต่างประเทศในรูปแบบท่ีส�ำคัญ คือ
การพระราชทานผลิตภัณฑ์ศิลปาชีพเป็นของขวัญแก่พระราชอาคันตุกะ พระอาคันตุกะ และบุคคลส�ำคัญ
ที่เป็นชาวต่างประเทศ โดยจะเลือกผลิตภัณฑ์ศิลปาชีพที่งดงาม เพื่อให้ผู้ท่ีได้รับพระราชทานเกิดความช่ืนชม
ในศิลปะการประดิษฐ์ของไทย และการเผยแพร่โดยการจัดแสดงผลิตภัณฑ์ศิลปาชีพในโอกาสท่ีเสด็จ
พระราชด�ำเนินไปต่างประเทศหลายครั้ง เพ่ือให้นักธุรกิจและประชาชนในประเทศน้ันๆ ได้มีโอกาสช่ืนชม
ผลติ ภณั ฑ์ศลิ ปาชพี ทีท่ �ำข้นึ ดว้ ยฝีมอื ของคนไทย
ทอดพระเนตรผลงานปกั ผา้ ในงานประกวดผลิตภณั ฑ์ของศิลปาชีพจงั หวัดภาคใต้ ประจ�ำปี ๒๕๔๕
ณ พระตำ� หนกั ทกั ษิณราชนิเวศน์ เม่ือวนั ท่ี ๑๔ กนั ยายน ๒๕๔๕
สถาบันสริ กิ ติ ์ิ สวนจิตรลดา มูลนธิ สิ ง่ เสริมศลิ ปาชีพในสมเด็จพระนางเจา้ สิรกิ ติ ิ์ พระบรมราชินีนาถ
นับต้ังแต่ช่วงต้นรัชสมัย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์ิ พระบรมราชินีนาถ โดยเสด็จพระบาทสมเด็จพระ
ปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชไปทรงเย่ียมราษฎรในทุกภูมิภาค ได้ทอดพระเนตรเห็นงานศิลปหัตถกรรม จาก
ภูมิปัญญาของประชาชนท่ีเป็นชาวนาชาวไร่ในหลายหมู่บ้านหลายพ้ืนที่ในชนบท ทรงประจักษ์และทรงชื่นชม
ฝีมือชา่ งและนสิ ัยรักศลิ ปะของชาวไทย ดงั ทเี่ คยมีพระราชด�ำรัสไว้ในคราวหน่งึ วา่
“ขา้ พเจา้ ภมู ใิ จเสมอวา่ คนไทยมสี ายเลอื ดของชา่ งฝมี อื อยทู่ กุ คน ไมว่ า่ จะเปน็ ชาวไรช่ าวนา หรอื อาชพี ใด
อยู่สารทศิ ใด คนไทยมีความละเอียดอ่อนและฉบั ไวต่อการรบั ศิลปะทกุ ชนดิ ขอเพียงแต่ให้เขาไดม้ โี อกาสฝึกฝน
เขาก็จะแสดงความสามารถออกมาให้เห็นได้” (พระราชด�ำรัส สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ
พระราชทานแกผ่ เู้ ขา้ เฝา้ ทลู ละอองธลุ พี ระบาทถวายพระพรชยั มงคล เมอื่ วนั ท่ี ๑๑ สงิ หาคม พทุ ธศกั ราช ๒๕๓๒
ณ ศาลาดุสดิ าลยั สวนจิตรลดา)
29
29
จดหมายเหตเุ ฉลิมพระเกียรติ
สมเดจ็ พระนางเจ้าสริ กิ ิติ์ พระบรมราชนิ ีนาถ
พระราชดำ� รนิ จ้ี งึ เปน็ ทม่ี าของ มลู นธิ สิ ง่ เสรมิ ศลิ ปาชพี ในสมเดจ็ พระนางเจา้ สริ กิ ติ ิ์ พระบรมราชนิ นี าถ
เมอ่ื พทุ ธศกั ราช ๒๕๑๙ ทรงสง่ เสรมิ ใหช้ าวบา้ นมรี ายไดโ้ ดยไมท่ ง้ิ อาชพี เกษตรกรรม ขณะเดยี วกนั เพอื่ ธำ� รงรกั ษา
งานศิลปะท่ีเกือบจะสูญหายไปกับกาลเวลา ต่อมาทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้จัดตั้ง โรงฝึก
ศลิ ปาชพี สวนจติ รลดา ขนึ้ เมอ่ื พทุ ธศกั ราช ๒๕๒๑ พระราชทานพระราชวโรกาสใหส้ มาชกิ ในครอบครวั ชาวนา
ชาวไร่ท่ียากจนมาฝกึ อบรมงานศลิ ปาชพี แขนงต่างๆ เพอ่ื เปน็ อาชีพเสริม เพิม่ รายได้ อกี ทง้ั เป็นการสืบสานงาน
ศิลปะช้ันสูงของไทยด้วย
โรงฝึกศิลปาชีพ เริ่มจากกระโจมช่ัวคราวเล็กๆ ข้างกองราชเลขานุการในพระองค์สมเด็จพระบรม
ราชินีนาถ ภายในสวนจติ รลดา แลว้ คอ่ ยๆ ขยายเปน็ โรงฝกึ ขนาดใหญ่ มแี ผนกงานศิลป์และงานชา่ งฝมี ือหลาย
สาขา อาทิ ถมทอง ครำ�่ เครอ่ื งเงนิ เครอ่ื งทอง ลงยาสี จกั สานยา่ นลเิ ภา แกะสลกั ไมแ้ ละแกะสลกั ตกุ๊ ตาไม้ ตกแตง่
ปกี แมลงทบั ปักผ้า ทอผ้า ฯลฯ ตลอดเวลา ๓๐ ปี โรงฝกึ ศลิ ปาชีพ สวนจิตรลดา ไดส้ รา้ งสรรคบ์ ุคลากรและ
ผลงานประณีตศิลป์ช้ันสูง รวม ๒๓ สาขา ได้พัฒนาช่างศิลปาชีพสู่ระดับฝีมือช่างหลวงแห่งกรุงรัตนโกสินทร์
และยงั คงยดึ มน่ั ในพระราชประสงคข์ องสมเดจ็ พระนางเจา้ สริ กิ ติ ์ิ พระบรมราชนิ นี าถ ทจ่ี ะทำ� หนา้ ทเี่ ปน็ ศนู ยก์ ลาง
งานศลิ ปาชีพ ชว่ ยสร้างชวี ติ ทด่ี ขี ึ้นให้แกร่ าษฎรควบคู่ไปกับการธ�ำรงรกั ษามรดกศลิ ปไ์ ทย
เมอื่ วนั ท่ี ๒๑ กนั ยายน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๓ รฐั บาลไดป้ ระกาศยกสถานะ โรงฝกึ ศลิ ปาชพี สวนจติ รลดา
ข้ึนเป็น “สถาบันสิริกิติ์” ด้วยเล็งเห็นถึงศักยภาพของหน่วยงานที่สร้างสรรค์ผลงานก่อให้เกิดคุณประโยชน์
แก่ประเทศชาติอย่างยั่งยืนในหลายมิติ และเพ่ือเฉลิมพระเกียรติในโอกาสมหามงคลท่ีสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์ิ
พระบรมราชินีนาถ ทรงเจริญพระชนมพรรษา ๘๐ พรรษา ในพุทธศักราช ๒๕๕๕ เป็นที่ประจักษ์ชัดว่างาน
ช่างไทยโบราณที่บ่งบอกเอกลักษณ์ของความเป็นไทย บุคลากรฝีมือเยี่ยมท่ีมีความสามารถสร้างงานศิลป์ชั้นสูง
ของสถาบนั สริ กิ ติ ิ์ ทแ่ี มแ้ ตน่ านาชาตยิ งั รว่ มยกยอ่ งชน่ื ชม ลว้ นเกดิ จากพระวสิ ยั ทศั นแ์ ละพระมหากรณุ าธคิ ณุ ของ
พระบาทสมเดจ็ ปรมนิ ทรมหาภมู พิ ลอดุลยเดช และสมเดจ็ พระนางเจา้ สริ ิกติ ์ิ พระบรมราชนิ นี าถ ทท่ี รงสบื สาน
ศิลปะไทยฝากไวเ้ ป็นสมบตั ขิ องแผ่นดนิ
แกะสลักไม้และแกะตุ๊กตาไม้
ผลงานไมแ้ กะสลกั ของสถาบนั สริ กิ ิติ์มี ๒ ลกั ษณะ คอื แกะสลกั เปน็ ภาพนนู บนเนอ้ื ไม้และแกะลอยตวั
ทผ่ี า่ นมาไดส้ รา้ งสรรคท์ งั้ ผลงานขนาดเลก็ เชน่ ตกุ๊ ตาไมโ้ มกมนั ปกรายการพระกระยาหาร ฯลฯ และยงั มชี น้ิ งาน
ขนาดใหญท่ ีน่ ่าภาคภมู ใิ จ คอื ฉากจำ� หลักไม้ต�ำนานเพชรรตั น์ ฉากจำ� หลกั ไม้โบกขรณี และผลงานชน้ิ เอกล่าสดุ
ฉากจำ� หลกั ไม้ เร่อื ง “สังขท์ อง” และ “หิมพานต์”
จักสานยา่ นลเิ ภา
ย่านลิเภาเป็นไม้เล้ือยประเภทหน่ึงท่ีข้ึนอย่างสมบูรณ์ในพ้ืนท่ีป่าทางภาคใต้ของไทย เถาย่านลิเภา
มีคุณสมบัติเหนียว ทนทานเหมาะกับการน�ำมาประดิษฐ์จักสานเป็นเคร่ืองใช้ต่างๆ บรรพบุรุษไทยแต่คร้ัง
ต้นกรุงรัตนโกสนิ ทร์นำ� ย่านลิเภามาจักสานเป็นเครื่องใช้หลากหลายชนิด ในสมัยรัชกาลท่ี ๕ ศลิ ปะการตกแตง่
ย่านลเิ ภาไดพ้ ฒั นาข้นึ ในระดบั สูง มกี ารตกแต่งกระเปา๋ หมากยา่ นลเิ ภาด้วยโลหะหรอื วสั ดมุ ีค่า เชน่ ทองค�ำ เงนิ
และนาก งานจักสานย่านลิเภาตอ้ งใชค้ วามอดทนสงู เพราะมขี ้นั ตอนการจัดหาและเตรยี มวัสดุที่ยากล�ำบาก
30
30
เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลมิ พระชนมพรรษา ๘๐ พรรษา
๑๒ สิงหาคม ๒๕๕๕
หอ้ งปีกแมลงทับ
จัดแสดง ณ พระท่ีนั่งอนันตสมาคม พระราชวังดสุ ติ
ฉากจ�ำหลักไมเ้ รื่องสังข์ทอง ฉากถมทอง เรอ่ื ง “รามเกียรต”ิ์
จัดแสดง ณ พระท่นี ง่ั อนันตสมาคม พระราชวังดุสติ จดั แสดง ณ พระท่นี งั่ อนันตสมาคม พระราชวังดสุ ติ
ตกแต่งปีกแมลงทบั
การตกแต่งด้วยปีกแมลงทับน้ีมีวิธีการหลายขั้นตอน ซ่ึงจะต้องมีความประณีต พิถีพิถัน ต้ังแต่
การเลือกปีก คัดสี และเตรียมปีกแมลงทับที่น�ำมาใช้ตกแต่งต้องเป็นแมลงทับท่ีทิ้งตัวตายตามธรรมชาติ จึงจะ
คงทน มีสเี หลอื ง มนั วาว ไล่สีตา่ งกนั อยา่ งสวยงาม และเม่อื ผ่านกรรมวิธีการเตรยี มปกี ท่ีจะช่วยใหป้ กี และส่วน
ต่างๆ ของแมลงทับไม่เน่าเปื่อยหรือแห้งกรอบแล้ว จะสามารถน�ำมาตกแต่งด้วยการสานไปพร้อมกับการสาน
ยา่ นลิเภา หรือประดบั ลงบนงานไม้แกะสลกั ฯลฯ
ถมทอง
เคร่ืองถมเป็นงานศิลปหัตถกรรมของไทยมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา แต่มาเฟื่องฟูเป็นที่นิยมกันมาก
ในสมยั รตั นโกสนิ ทร์ เปน็ งานฝมี อื ทเี่ รม่ิ จากการตแี ผน่ เงนิ เพอื่ ขนึ้ รปู ใหเ้ ปน็ รปู ตา่ งๆ แลว้ ทำ� ลวดลายดว้ ยวธิ แี กะสลกั
ให้พืน้ ผิวตำ�่ ลงไปเป็นร่อง เกดิ เป็นลวดลาย หรอื อาจใช้วิธเี ขียนลายกัดกรด โดยการเขยี นลวดลายลงบนผิวเงินที่
ขึ้นรปู ไวแ้ ลว้ และนำ� ไปแช่ในน้ำ� กรด เพอ่ื กัดพ้นื ผิวเงินใหเ้ ปน็ ร่อง ท�ำใหเ้ กิดลวดลายเหมอื นแกะสลกั ตอ่ จากน้ัน
จงึ นำ� ยาถมซง่ึ มสี ดี ำ� ไดจ้ ากการหลอมโลหะหลายๆ ชนดิ ตามสดั สว่ น มารมดว้ ยความรอ้ น ถมตามรอ่ งของลวดลายเดมิ
จนเต็มเสมอพ้ืนผิวเงิน เม่ือตะไบให้ผิวเรียบเสมอกันแล้ว น�ำทองค�ำบริสุทธิ์ซ่ึงผสมเป็นเนื้อเดียวกันกับปรอท
มาทาบนชิน้ งานใหท้ ว่ั แลว้ ใช้ความรอ้ นเพ่อื ใหป้ รอทระเหิดออกไปเหลือแตท่ องค�ำตดิ อยู่ สีดำ� ของยาถม สที อง
ของทองค�ำ จงึ เรียกว่า ถมทอง
31
31
จดหมายเหตเุ ฉลมิ พระเกยี รติ
สมเด็จพระนางเจา้ สิริกิต์ิ พระบรมราชนิ นี าถ
หมู่เรอื พระทนี่ ่งั จำ� ลอง ฉากปักไหมน้อย เรอ่ื ง “อเิ หนา”
จดั แสดง ณ พระท่นี ัง่ อนันตสมาคม พระราชวังดสุ ติ จัดแสดง ณ พระทน่ี ่งั อนนั ตสมาคม พระราชวงั ดสุ ติ
ครำ�่
งานครำ่� เปน็ การประดษิ ฐล์ วดลายดว้ ยการฝงั เสน้ เงนิ หรอื เสน้ ทองคำ� ลงบนโลหะทเี่ ปน็ เหลก็ ดว้ ยเทคนคิ
วธิ โี บราณโดยการทำ� ผวิ หนา้ ของเหลก็ ใหข้ รขุ ระ ดว้ ยการสบั เปน็ เสน้ ตดั ไปมาในทศิ ทางตา่ งๆ ซงึ่ เรยี กวา่ “สบั เหลก็ ”
เมื่อฝังเส้นเงินเส้นทองลงไปตามลวดลายบนเหล็กที่สับแล้ว หนามเหล็กที่เกิดขึ้นจะท�ำหน้าที่คล้ายหนามเตย
ยึดเสน้ เงนิ เสน้ ทองไวต้ ามลวดลาย
เคร่อื งเงนิ เคร่ืองทอง
การท�ำเคร่ืองเงินและเคร่ืองทองให้งดงามได้นั้น ช่างทองต้องมีความช�ำนาญในการขึ้นรูปแผ่นเงิน
แผ่นทองให้ได้รูปทรงสมส่วนที่ต้องการ และต้องฝึกฝนวิธีการตีสลักลวดลายลงบนทองค�ำจนอ่อนช้อยงดงาม
แลว้ นำ� มาตกแต่งประกอบสว่ นทีเ่ ป็นเงนิ หรอื ทองส่วนอ่นื ๆ ที่กลมกลนื ตามที่ออกแบบไว้
การลงยา
การลงยาสี จะเรม่ิ ตน้ เตรียมงานดว้ ยการข้นึ รูปตามแบบท่ตี อ้ งการจากโลหะประเภททอง เงนิ ทองแดง
จะต้องก�ำหนดให้มีขอบก้ันสูงขึ้นพอเหมาะจากผิว เพ่ือให้มีพ้ืนท่ีจะลงยาสีได้ ท�ำผิวท่ีจะลงยาสีให้ขรุขระ
ดว้ ยการยำ�้ พน้ื และการแกะแร แลว้ ทำ� ความสะอาดดว้ ยการเผาและการแชน่ ำ้� กรด สที ใ่ี ชใ้ นปจั จบุ นั มที ง้ั ทเี่ ปน็ สที บึ
และสีใส การเตรียมสีจะเริ่มจากการบดสีกับน้�ำกล่ันให้ละเอียดเป็นผงแป้ง เม่ือละเอียดได้ท่ีหยดด้วยน้�ำกรด
เพ่ือลา้ งสิง่ ปนเป้อื น แช่ไว้สกั ครู่แลว้ ลา้ งออกด้วยน�ำ้ กลั่น จากนน้ั นำ� สไี ปลงบนลายท่ตี ้องการ ทง้ิ ให้สแี ห้งจนไดท้ ่ี
จึงน�ำไปเผา
ปกั ผา้
งานปกั ผา้ ดว้ ยวธิ ที เ่ี รยี กวา่ “ปกั ซอย” เปน็ งานประณตี ศลิ ปข์ องไทยแตโ่ บราณ เปน็ งานทช่ี า่ งปกั จะตอ้ ง
ใชฝ้ มี อื ความละเอยี ดออ่ นและความอดทนอยา่ งสงู ชา่ งปกั จะบรรจงปกั เสน้ ไหมไลร่ ะดบั สแี ละแสงเงาใหเ้ กดิ เปน็
ภาพทมี่ มี ติ งิ ดงาม เสน้ ไหมทใี่ ชป้ กั ใชไ้ หมนอ้ ย เปน็ ไหมเสน้ ละเอยี ดชน้ั ในสดุ ของรงั ไหม โดยจะเรม่ิ จากการหดั ปกั
ลายเลก็ ๆ ก่อน เมื่อชำ� นาญแลว้ จึงปักลายทีซ่ ับซอ้ นและเล่นสใี ห้เงามากขน้ึ เช่น ภาพธรรมชาติ วถิ ีชวี ติ ชนบท
ภาพสถานท่ีส�ำคัญ และภาพจินตนาการจากวรรณคดี เม่ือผลงานปรากฏ หากมองเห็นระยะไกลจะคล้ายภาพ
เขียนเหลอื บสสี วยงามแปลกตา ทวา่ เมือ่ พจิ ารณาใกลๆ้ จะเห็นฝมี อื ปกั อันละเอยี ดประณีตงดงาม
32
32
เนอื่ งในโอกาสพระราชพธิ มี หามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๘๐ พรรษา
๑๒ สิงหาคม ๒๕๕๕
๑.๒ หมูบ่ ้านเศรษฐกจิ พอเพยี งและฟาร์มตัวอย่าง สรา้ งอาชพี และแหลง่ อาหาร
“...ทราบดจี ากทางเพอ่ื นทคี่ นุ้ เคยอยกู่ บั สหประชาชาตวิ า่ ตอ่ ไปโลกเราอาหารอาจจะขาดแคลนกเ็ ปน็ ได้
เคยคดิ วา่ ถา้ แตล่ ะประเทศสามารถจะผลติ อาหารมากขนึ้ จะชว่ ยไดม้ ากในอนาคตทจ่ี ะไมใ่ หเ้ กดิ ความอดอยากขนึ้
ขา้ พเจา้ เลยมโี ครงการฟารม์ ตวั อยา่ ง แลว้ อกี อยา่ ง ราษฎรทมี่ าหาแลว้ พดู วา่ ไมม่ งี านจะทำ� เรยี นจบกไ็ มม่ งี านจะทำ�
ได้มาอาศัยบรรจุเป็นคนงานของฟาร์มตัวอย่าง ในเวลาเดียวกัน เขาได้ดูว่าการเล้ียงสัตว์ต่างๆ มีวิธีไหนบ้าง
การเล้ียงสตั วท์ ่ีถกู ต้อง แลว้ เม่ือเขาออกไปแล้ว เขาสามารถทจ่ี ะเลี้ยงสตั ว์ของเขาได้โดยถูกตอ้ ง...”
ทอดพระเนตรโครงการฟารม์ ตัวอยา่ งอนั เนอื่ งมาจากพระราชด�ำริ บ้านขุนแตะ อำ� เภอจอมทอง จงั หวดั เชยี งใหม่
เม่ือวันท่ี ๒๗ มกราคม ๒๕๔๒
พระราชทานโครงการ “ฟารม์ ตวั อยา่ ง” สรา้ งอาชพี และแหล่งอาหาร
เมื่อคร้ังท่ีสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์ิ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชด�ำเนินไปทรงเย่ียมราษฎรใน
ภาคเหนอื ทรงพบเหน็ ปญั หาความยากลำ� บากของราษฎร ซงึ่ ขาดความรใู้ นการประกอบอาชพี ขาดแหลง่ อาหารเพอ่ื
การดำ� รงชวี ติ พระองคท์ รงหว่ งใยและมพี ระราชประสงคช์ ว่ ยราษฎรใหห้ ลดุ พน้ จากความลำ� บาก โดยเฉพาะชาวเขา
พระองค์จึงมีพระราชประสงค์ที่จะช่วยเหลือชาวเขาให้มีอาชีพท่ีมีรายได้เพิ่มขึ้น จึงมีพระราชด�ำริให้จัดต้ัง
“ฟารม์ ตวั อยา่ ง” ขน้ึ สำ� หรบั ฝกึ อาชพี ดา้ นการเกษตร เพอื่ ใหช้ าวบา้ นสามารถนำ� ไปปฏบิ ตั ไิ ดจ้ รงิ โดยจดั ตงั้ เปน็
แหง่ แรกทบี่ า้ นขุนแตะ อ�ำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่
33
33
จดหมายเหตุเฉลมิ พระเกียรติ
สมเดจ็ พระนางเจา้ สริ ิกิต์ิ พระบรมราชินนี าถ
การจัดท�ำโครงการฟาร์มตัวอย่างตาม ทอดพระเนตรโครงการฟาร์มตวั อย่าง
พระราชด�ำริ มวี ตั ถปุ ระสงคเ์ พอื่ เปน็ แหล่งจา้ งแรงงาน อนั เนื่องมาจากพระราชด�ำริ โคกปาฆาบือซา
และพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของราษฎร ด้วยการ
ส่งเสริมให้ราษฎรประกอบอาชีพท่ีมั่นคง มีรายได้ท่ี อ�ำเภอเมอื งนราธวิ าส จงั หวดั นราธวิ าส
แน่นอนในการเล้ียงครอบครัว ส่งเสริมให้เลี้ยงสัตว์ เม่อื วนั ที่ ๒๒ กันยายน ๒๕๔๖
พื้นเมืองชนิดต่างๆ เพ่ือเป็นแหล่งอาหาร ช่วยกัน
รักษาทรัพยากรธรรมชาติ ป่าไม้ สตั ว์ปา่ ตน้ น้�ำ ล�ำธาร
และรกั ษาความอดุ มสมบรู ณใ์ หค้ งอยู่ เพอื่ ใชป้ ระโยชน์
ต่อไปในอนาคต ตลอดจนเป็นแหล่งศึกษาข้อมูลและ
ถา่ ยทอดเทคโนโลยดี า้ นการเกษตร ใหส้ ามารถนำ� ไปใช้
ในพน้ื ทไี่ ด้ นอกจากนี้ พระองคย์ งั มพี ระราชประสงคจ์ ะ
ทรงช่วยเหลือประชาชนท่ีตกงานจากเหตุการณ์วิกฤติ
เศรษฐกจิ เมอ่ื พทุ ธศกั ราช๒๕๔๐พระองคจ์ งึ พระราชทาน
พระราชดำ� รใิ หข้ ยายผลโครงการไปในหลายจงั หวดั ทกุ ภาค
ของประเทศกวา่ ๕๖ แห่ง อาทิ บา้ นแม่ตงุ ตงิ อำ� เภอ
สะเมิง จังหวัดเชียงใหม่ บ้านแม่ต�๋ำ อ�ำเภอเสริมงาม
จังหวัดล�ำปาง บ้านหนองหมากเฒ่า อ�ำเภอเมือง
สกลนคร จงั หวดั สกลนคร บา้ นโคกปาฆาบอื ซา อำ� เภอ
เมอื งนราธวิ าส จังหวดั นราธิวาส และบ้านทุ่งคลองชพี
อ�ำเภอบางแก้ว จงั หวดั พัทลงุ เป็นตน้
หมูบ่ า้ นเศรษฐกิจพอเพียง จดั สรรท่ีดินท�ำกนิ สร้างอาชพี แก่ราษฎร
เม่ือคราวเสด็จพระราชด�ำเนินไปทรงเย่ียมราษฎรในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ท่ีจังหวัดสกลนคร
ได้มีราษฎรขอพระราชทานความช่วยเหลือเรื่องการจัดที่ดินท�ำกิน และขอพระราชทานงานท�ำเป็นจ�ำนวนมาก
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์ิ พระบรมราชินีนาถ จึงทรงขอพระราชทานพระบรมราชวินิจฉัยวิธีพระราชทาน
ความชว่ ยเหลอื อย่างเหมาะสมจากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซ่ึงพระองค์พระราชทาน
พระราชด�ำริว่า ควรสอนให้ประชาชนรู้จักการใช้ท่ีดินท่ีมีอยู่จ�ำกัดให้เกิดประโยชน์สูงสุด มีผลผลิตพอเล้ียง
ครอบครวั โดยใชห้ ลักเศรษฐกจิ พอเพยี ง
สมเดจ็ พระนางเจา้ สิริกิต์ิ พระบรมราชินนี าถ จงึ มีพระราชเสาวนียข์ อใชท้ ่ดี นิ ว่างเปลา่ ของกรมปศสุ ัตว์
จำ� นวน ๙๒ ไร่ และใหห้ นว่ ยบญั ชาการทหารพฒั นา จดั ทำ� โครงการ “หมบู่ า้ นเศรษฐกจิ พอเพยี งตามพระราชดำ� ร”ิ
ขน้ึ ณ บา้ นดงยอ ตำ� บลพงั ขวา้ ง อ�ำเภอเมืองสกลนคร จังหวดั สกลนคร เป็นแหง่ แรก โดยสร้างบ้านพักเกษตรกร
๒๐ หลงั และจดั แบง่ ทด่ี นิ เพอื่ ทำ� การเกษตรครอบครวั ละ ๒ ไร่ รวมทงั้ จดั สรา้ งระบบสาธารณปู โภคใหแ้ กร่ าษฎร
ในโครงการโดยมวี ตั ถปุ ระสงคใ์ ชท้ ดี่ นิ ทม่ี อี ยจู่ ำ� กดั ใหเ้ กดิ ประโยชนส์ งู สดุ ชว่ ยเหลอื ราษฎรใหม้ งี านทำ� เปน็ หมบู่ า้ น
ตวั อยา่ งทท่ี ำ� การเกษตร โดยไมใ่ ชป้ ยุ๋ และยาฆา่ แมลงทเ่ี ปน็ สารเคมี เพอ่ื ใหเ้ ปน็ แหลง่ ผลติ อาหารปลอดสารพษิ สำ� หรบั
เลยี้ งคนในหมบู่ า้ น เมอื่ เหลอื จากการบรโิ ภคในครวั เรอื นยงั สามารถนำ� ไปจำ� หนา่ ยเสรมิ สรา้ งรายไดอ้ กี ทางหนง่ึ ดว้ ย
34
34
เนื่องในโอกาสพระราชพธิ มี หามงคลเฉลมิ พระชนมพรรษา ๘๐ พรรษา
๑๒ สงิ หาคม ๒๕๕๕
เสด็จพระราชด�ำเนนิ ไปทรงเยยี่ มโครงการจัดตั้งฟาร์มตวั อยา่ ง บ้านขุนแตะ อ�ำเภอจอมทอง
และบา้ นแมต่ ุงตงิ อ�ำเภอสะเมงิ จังหวดั เชยี งใหม่ เม่อื วนั ท่ี ๒๒ มนี าคม ๒๕๔๖
ผลการดำ� เนนิ งานโครงการดงั กลา่ ว สามารถสรา้ งรายไดใ้ หแ้ กค่ รอบครวั เกษตรกรเฉลยี่ ๓,๐๐๐ - ๕,๐๐๐
บาทตอ่ เดือน ทงั้ ยังมีอาหารทป่ี ลอดภยั สำ� หรบั บรโิ ภค และช่วยให้ราษฎรรู้จกั การปลกู ป่าชุมชน ฟน้ื ฟูสภาพปา่
ใหม้ ีพน้ื ที่เพม่ิ ขึ้น มีป่าไมใ้ ช้สอยส�ำหรับใช้ไมใ้ นการซอ่ มแซมบา้ น โดยไม่ต้องท�ำลายปา่ ไม้ของชมุ ชน
นอกจากน้ี ในชว่ งทีป่ ระเทศไทยประสบปัญหาความไมส่ งบในพื้นท่ี ๓ จงั หวดั ชายแดนภาคใต้ สมเด็จ
พระนางเจ้าสิริกิต์ิ พระบรมราชินีนาถ ทรงเป็นห่วงครอบครัวของเจ้าหน้าท่ี และประชาชนที่เดือดร้อนจาก
ปัญหาความไม่สงบใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ส่งผลให้ต้องสูญเสียเสาหลักของครอบครัว ซึ่งสร้างความ
ล�ำบากให้แก่ครอบครัวผู้สูญเสียเป็นอย่างย่ิง จึงมีพระราชด�ำริให้จัดต้ัง “โครงการหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง
และฟาร์มตัวอย่างตามพระราชด�ำริ” ขึ้นที่หมู่บ้านรอตันบาตู หมู่ท่ี ๗ ต�ำบลกะลุวอ อ�ำเภอเมืองนราธิวาส
จังหวดั นราธิวาส ในพน้ื ท่ี ๖๓๒ ไร่ ดงั พระราชด�ำรัสเน่อื งในวนั เฉลิมพระชนมพรรษา เมือ่ วนั ท่ี ๑๑ สงิ หาคม
พุทธศกั ราช ๒๕๔๘ ความตอนหน่ึงว่า
“...ต่อไปนี้ก็มีโครงการหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง ตามพระบรมราโชบายของพระบาทสมเด็จ
พระเจ้าอยู่หัว ท่ีหมู่บ้านรอตันบาตู โครงการหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง บ้านรอตันบาตูที่จังหวัดนราธิวาสน้ัน
ขา้ พเจา้ ไดน้ ำ� เงนิ ทที่ า่ นทง้ั หลายมอบใหข้ า้ พเจา้ ในโอกาสอายคุ รบ ๗๒ ปี ไปจดั ซอื้ ทด่ี นิ จำ� นวน ๗๐๗ ไร่ ทน่ี ราธวิ าส
และขอให้ทางหน่วยทหารศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯ และส่วนราชการต่างๆ ช่วยข้าพเจ้าจัดสร้างบ้าน
๑๕๐ หลงั เพอื่ ชว่ ยเหลอื ครอบครวั ของประชาชน ขา้ ราชการ พลเรอื น ทหาร ตำ� รวจ ทงั้ ไทยพทุ ธ และไทยมสุ ลมิ
ทส่ี ูญเสียหัวหน้าครอบครัว เน่อื งจากเหตกุ ารณท์ ่เี รยี กว่าโดนฆา่ รายวัน ซ่ึงเปน็ เวลามา ๒ ปแี ล้ว...”
35
35
จดหมายเหตุเฉลิมพระเกยี รติ
สมเดจ็ พระนางเจา้ สริ กิ ิต์ิ พระบรมราชินีนาถ
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ยังทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ขยายผล
โครงการดงั กลา่ วไปยงั พน้ื ทอ่ี นื่ ๆ เพอื่ ชว่ ยเหลอื ครอบครวั ผทู้ เ่ี ดอื ดรอ้ น และผยู้ ากไรใ้ นชนบทหา่ งไกลและทรุ กนั ดาร
เช่น บ้านจาเราะปูโงะ ต�ำบลเบตง อ�ำเภอเบตง จังหวัดยะลา และในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เช่น
บ้านทางหลวงหมู่ที่ ๘ ต�ำบลบ้านแกง้ อำ� เภอนาแก จังหวัดนครพนม เปน็ ตน้
๑.๓ ธนาคารอาหารชมุ ชน : แหล่งสะสมอาหารตามธรรมชาติ
สมเดจ็ พระนางเจา้ สริ กิ ติ ์ิ พระบรมราชนิ นี าถ ทรงหว่ งใยในสภาพแวดลอ้ มโลก เนอื่ งจากทรงศกึ ษาขอ้ มลู
ขององคก์ ารสหประชาชาตวิ า่ ในอนาคตโลกจะประสบปญั หาดา้ นสง่ิ แวดลอ้ ม รวมทงั้ ปญั หาการขาดแคลนอาหาร
ดังน้ัน เมื่อเสด็จพระราชด�ำเนินไปทรงเยี่ยมราษฎรและทรงงานในพื้นท่ีจังหวัดแม่ฮ่องสอน ซ่ึงเป็นจังหวัดที่มี
ความอดุ มสมบรู ณ์ด้วยทรพั ยากรธรรมชาติ จึงเปน็ แรงบนั ดาลพระราชหฤทยั ใหม้ ีพระราชด�ำรเิ ร่ือง “โครงการ
ธนาคารอาหารชุมชน” หรือ Food Bank ขน้ึ
จุดเริ่มต้นธนาคารอาหารชุมชน จากปา่ สกู่ ารพัฒนาชุมชนอย่างย่งั ยนื
ด้วยความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติท้ังป่าไม้ สัตว์ป่า โดยเฉพาะแหล่งน้�ำธรรมชาติท่ีมีน�้ำตลอดปี
ในหลายพ้ืนท่ีของจังหวัดแม่ฮ่องสอน สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์ิ พระบรมราชินีนาถ จึงมีพระราชประสงค์ให้
จังหวัดแม่ฮ่องสอนเป็นแหล่งสะสมอาหารตามธรรมชาติ เป็นธนาคารอาหารชุมชนที่มีความหลากหลาย ท้ัง
พชื ผกั สวนครวั พืชสมนุ ไพร และสตั วป์ า่ ทร่ี วมอยู่ด้วยกนั ตามความเหมาะสมของพื้นที่ ภายใต้ความร่วมมอื ของ
หนว่ ยงานราชการตา่ งๆ และชุมชน ซึ่งเปน็ การพัฒนาทีส่ อดคล้องกนั ระหว่างคนกับป่าให้สามารถอยู่ร่วมกนั ได้
อันจะน�ำไปสกู่ ารพัฒนาทีย่ ัง่ ยนื ของชมุ ชน
เสด็จพระราชด�ำเนินไปทอดพระเนตรโครงการธนาคารอาหารชุมชน อนั เน่ืองมาจากพระราชด�ำริ
บ้านนาป่าแปก อ�ำเภอเมอื งแม่ฮ่องสอน จังหวัดแม่ฮอ่ งสอน เมือ่ วนั ที่ ๑๘ กมุ ภาพันธ์ ๒๕๔๔
36
36
เนอื่ งในโอกาสพระราชพธิ ีมหามงคลเฉลมิ พระชนมพรรษา ๘๐ พรรษา
๑๒ สิงหาคม ๒๕๕๕
การด�ำเนินงานธนาคารอาหารชุมชนนั้น “น้�ำ” เป็นสิ่งส�ำคัญท่ีสุด แต่น้�ำจะอุดมสมบูรณ์ได้ต้องอาศัย
“ปา่ ” ทสี่ มบรู ณ์ เพอื่ ใหส้ ามารถเกบ็ กกั นำ�้ ไวไ้ ด้ ดงั นนั้ จงึ ตอ้ งมกี ารใชป้ ระโยชนจ์ ากปา่ อยา่ งเกอื้ กลู กนั ใหป้ า่ เปน็
แหลง่ สะสมอาหารตามธรรมชาตทิ ร่ี าษฎรสามารถเขา้ ไปใชป้ ระโยชนพ์ รอ้ มกบั รว่ มดแู ลรกั ษา และใหเ้ ปน็ แหลง่ นำ้�
เพ่ือหล่อเลย้ี งคนทั้งประเทศตลอดไป
องค์ประกอบสำ� คญั ของธนาคารอาหารชมุ ชน
ด้วยพระราชด�ำรขิ องสมเดจ็ พระนางเจา้ สิริกิต์ิ พระบรมราชนิ ีนาถ ท่ีมพี ระราชประสงค์ให้ “คน” ไดม้ ี
ส่วนร่วมในการสร้างความสมบูรณ์ของผืนป่าในทุกๆ ด้าน ในขณะเดียวกันก็มีชีวิตและความเป็นอยู่ท่ีสามารถ
พงึ่ พงิ ผนื ปา่ ได้ โดยการรกั ษาหรอื เสรมิ ปจั จยั ทเ่ี ปน็ องคป์ ระกอบของปา่ ไมว่ า่ จะเปน็ พชื หรอื สตั วใ์ หเ้ กดิ ความมนั่ คง
ดา้ นอาหารในลักษณะหว่ งโซอ่ าหาร การดำ� เนินการธนาคารอาหารชุมชนจงึ มอี งคป์ ระกอบสำ� คัญคือ
องค์ประกอบแรก การสร้างแหล่งอาหารในผืนป่าเพ่ือให้เป็นธนาคารอาหารของชุมชน โดยการ
ปลกู พชื ทเ่ี ปน็ อาหาร ยารกั ษาโรค ไมใ้ ชส้ อย และพชื ทเี่ ปน็ อาหารของสตั วป์ า่ รวมถงึ พชื ทส่ี รา้ งความหลากหลาย
ทางชีวภาพ เพ่ือให้เกิดแหล่งพักอาศัยของสัตว์ต่างๆ เกิดพืชที่อิงอาศัยอยู่กันได้ รวมถึงการปลูกพืชเศรษฐกิจ
ร่วมกบั ปา่
องค์ประกอบที่สอง การสร้างแหล่งอาหารในชุมชนและบ้านเรือนท่ีอยู่อาศัย โดยการปลูกพืชที่ใช้
เป็นอาหารในชีวิตประจ�ำวันภายใต้หลักการ “ปลูกที่กิน กินที่ปลูก” พืชอาหารหลักของคนและสัตว์ ได้แก่
การทำ� นา การทำ� ไร่ การเลยี้ งสตั วท์ ใ่ี ชเ้ ปน็ อาหารรอบบรเิ วณบา้ น ภายใตห้ ลกั การ “เลย้ี งสตั วท์ ก่ี นิ กนิ สตั วท์ เ่ี ลยี้ ง
และสัตว์ใหญ่คือแหล่งเงินออม” การสร้างแหล่งเก็บออมอาหารในครัวเรือนและชุมชนโดยใช้หลัก “ให้มีกิน
ครบ ๑๒ เดอื น” ไดแ้ ก่ การเกบ็ ผลผลิตในยงุ้ ฉาง การแปรรปู และการถนอมอาหาร การมธี นาคารขา้ วประจ�ำ
ชมุ ชน และการประกอบกจิ กรรมการเกษตร เพอื่ สรา้ งรายไดใ้ หแ้ กค่ รวั เรอื น โดยเนน้ การปลกู ตามความเหมาะสม
แก่พน้ื ที่และสภาพตลาด หลีกเลี่ยงการใช้สารเคมี
ชุมชนบา้ นนาป่าแปก ธนาคารอาหารชุมชนแห่งแรก
จากแนวพระราชดำ� รเิ รอื่ งโครงการธนาคารอาหารชมุ ชน ทำ� ใหห้ นว่ ยงานตา่ งๆ ไดร้ ว่ มกนั ดำ� เนนิ โครงการ
ถวายสมเดจ็ พระนางเจา้ สริ กิ ติ ิ์ พระบรมราชนิ นี าถ ณ บา้ นนาปา่ แปก ตำ� บลหมอกจำ� แป๋ อำ� เภอเมอื งแมฮ่ อ่ งสอน
จังหวัดแม่ฮอ่ งสอน เป็นแหง่ แรก บนพื้นที่ ๑๕๐ ไร่
กจิ กรรมทส่ี ง่ เสรมิ ใหแ้ กส่ มาชกิ ทกุ บา้ น อยใู่ นรปู แบบของเกษตรทฤษฎใี หม่ คอื “พออยพู่ อกนิ ” เชน่
การปลูกผักปลอดสารพิษ ผักริมรั้ว การปลูกไมผ้ ล พืชสมนุ ไพร ดอกไม้ การทำ� นำ�้ หมกั ชวี ภาพ ขณะเดียวกนั ก็
สง่ เสรมิ ใหส้ มาชิกในชมุ ชนมรี ายไดจ้ ากการเล้ียงสัตว์ ไดแ้ ก่ หมู ไก่ เป็ด ซ่ึงสรา้ งรายไดเ้ ปน็ ทพ่ี อใจของเกษตรกร
โดยเฉพาะการเล้ียงสัตว์ ผู้เลี้ยงสามารถใช้อาหารแบบผสมผสานกันตามวิถีชาวบ้านได้ เช่น หยวก และเผือก
เป็นการลดต้นทุนและโรคท่ีอาจเกิดในสัตว์เหล่าน้ันได้ เพราะพืชส่วนใหญ่ที่ใช้เป็นอาหาร มีคุณสมบัติเป็นพืช
สมนุ ไพรดว้ ย นอกจากนี้ไดส้ ง่ เสรมิ ดา้ นการประมง ไดแ้ ก่ การเล้ยี งปลานิล และปลาดกุ เปน็ ตน้
37
37
จดหมายเหตเุ ฉลมิ พระเกียรติ
สมเด็จพระนางเจา้ สิรกิ ิติ์ พระบรมราชนิ นี าถ
ขยายผลโครงการสูช่ มุ ชนใกล้เคยี งและจงั หวัดตา่ งๆ
โครงการธนาคารอาหารชุมชนแม่แบบท่ีบ้านนาป่าแปกประสบผลส�ำเร็จด้วยดี จากน้ันจึงได้ขยายผล
ไปยงั พน้ื ทต่ี า่ งๆ ในจงั หวดั แมฮ่ อ่ งสอน ไดแ้ ก่ อำ� เภอเมอื งแมฮ่ อ่ งสอน ทบี่ า้ นรวมไทย บา้ นหว้ ยมะเขอื สม้ บา้ นใหม่
ปา่ หมาก บา้ นสนั ตคิ รี ี อำ� เภอปางมะผา้ ทบ่ี า้ นแมล่ นั และในเขตอำ� เภอแมล่ านอ้ ย ไดแ้ ก่ บา้ นแมป่ าง ซงึ่ โครงการ
หลักเป็นการสง่ เสริมการปลูกพืชเชงิ อนรุ กั ษ์ เน้นการปลกู ไม้ผลทเี่ หมาะสมกบั สภาพพนื้ ที่ เช่น ล้นิ จี่ ส้มโอ สาล่ี
อโวคาโด พลบั ทอ้ บว๊ ย กาแฟ และศภุ โชค ซ่งึ เป็นพืชชนิดใหมร่ สชาตคิ ล้ายมะมว่ งหมิ พานต์ นำ� เขา้ จากประเทศ
บราซลิ ส่วนพืชไร่จะปลูกตามฤดูกาล เชน่ หน้าฝนปลกู พชื ตระกูลถวั่ เปน็ ตน้
พนื้ ทปี่ ลกู ผกั แบง่ เปน็ ๒ สว่ น คอื สว่ นหนง่ึ ปลกู ผกั สวนครวั จำ� พวกผกั กวางตงุ้ ผกั คะนา้ และผกั กาดแมว้
อีกส่วนหน่ึงปลูกพืชรายได้ เช่น บร็อคโคล่ี กะหล่�ำ ผัดกาดเขียว โดยเน้นผักปลอดสารพิษ ซ่ึงส่วนมากจะมี
ผูม้ าซื้อผกั ถึงแปลงปลูก และเกษตรกรเองจะแบ่งปนั หรือแลกเปลีย่ นผลผลติ กันในหมบู่ ้าน เชน่ นำ� มะเขือเทศ
แลกกบั ผกั กวางตุ้ง เป็นต้น
นอกจากน้ี กรมป่าไม้ได้ด�ำเนินการจัดสร้างธนาคารอาหารแห่งบ้านป่งไคร้ขึ้น ท่ีหมู่ ๕ ต�ำบลโป่งแยง
อำ� เภอแม่รมิ จงั หวัดเชียงใหม่ เพ่อื สนองพระราชด�ำรขิ องสมเด็จพระนางเจา้ สริ กิ ติ ์ิ พระบรมราชนิ นี าถ ตลอดจน
ไดข้ ยายผลการด�ำเนินโครงการไปในหลายจงั หวัด เช่น บ้านหนองตาดง้ั ต�ำบลตะนาวศรี อำ� เภอสวนผึ้ง จังหวัด
ราชบรุ ี บา้ นปางพรกิ หมทู่ ่ี ๓ และบา้ นนำ�้ คะสานกว๋ ย หมทู่ ่ี ๖ ตำ� บลผาชา้ งนอ้ ย อำ� เภอปง จงั หวดั พะเยา เปน็ ตน้
๒. ดา้ นการอนุรกั ษ์ทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสิง่ แวดลอ้ ม
สมเดจ็ พระนางเจ้าสริ กิ ติ ์ิ พระบรมราชนิ นี าถ ทรงตระหนักในปญั หาความเสอื่ มสภาพของดิน เน่อื งจาก
การใช้ดินอยา่ งไม่ถกู วิธี อันน�ำไปส่ปู ัญหาความแหง้ แลง้ ซึง่ เป็นปัญหาของราษฎรในทอ้ งถ่ินชนบท พระองค์จงึ มี
พระราชด�ำริให้ด�ำเนินโครงการต่างๆ ในหลายๆ พื้นท่ี เพ่ือช่วยบรรเทาความแห้งแล้งและสร้างความชุ่มช้ืน
คืนสู่ผืนดิน เริ่มจากทรงเป็นห่วงว่า หากยังปล่อยให้มีการตัดไม้ใหญ่ไปท�ำประโยชน์ที่ไม่คุ้มค่าด้วยความรู้
เทา่ ไมถ่ งึ การณ์ อกี ไมน่ านภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื จะตอ้ งกลายเปน็ ทะเลทราย จงึ โปรดใหด้ ำ� เนนิ “โครงการปา่ รกั นำ้� ”
ในจงั หวดั สกลนคร โดยทรงปลกู ฝงั ใหร้ าษฎรรสู้ กึ รกั และหวงแหนปา่ ไม้ และเพอ่ื ใหร้ าษฎรเหน็ ความสำ� คญั ของปา่ ไม้
ว่าสามารถรกั ษาต้นนำ้� และน�ำความสมบรู ณค์ นื สู่ผืนดนิ ได้ จงึ ทรงใหป้ ลกู ป่าทดแทนเพ่อื “เสรมิ ปา่ ธรรมชาต”ิ
ในภาคตะวันออกเฉยี งเหนือ ในพืน้ ที่รอบพระตำ� หนกั ภพู านราชนิเวศน์ จังหวัดสกลนคร รวมทัง้ ขอพระราชทาน
พื้นท่ี “โครงการฟาร์มส่วนพระองค์หาดทรายใหญ่” ตามพระราชด�ำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
มาด�ำเนินการ “โครงการพระราชด�ำริสวนป่าหาดทรายใหญ่” จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพื่อเป็นตัวอย่างให้
ราษฎรไดศ้ กึ ษา และเห็นวา่ หากปลกู ปา่ อยา่ งถูกวธิ จี ะสามารถพลกิ ผืนดินให้กลบั มาชุ่มชื้นและอุดมสมบรู ณไ์ ด้
นอกจากน้ี พระองคท์ รงตระหนกั ถงึ ความสำ� คญั ของการอนรุ กั ษแ์ ละฟน้ื ฟทู รพั ยากรปา่ ไม้ ซงึ่ ลดนอ้ ยลง
ทุกขณะ จึงมีแนวพระราชด�ำริให้การอนุรักษ์ป่าเป็นไปอย่างเกื้อกูลกันระหว่างคนกับป่าด้วย “โครงการบ้าน
เล็กในป่าใหญ่” รวมท้ังทรงมีพระราโชบายที่แยบคาย โดยการให้ชาวบ้านในพื้นท่ีร่วมเป็นผู้ป้องกันดูแล และ
รกั ษาปา่ ในชมุ ชนของตนเองภายใต้ “โครงการราษฎรอาสาสมคั รพทิ กั ษป์ า่ ” รวมถงึ ทรงรบั “โครงการอนรุ กั ษ์
38
38
เนอ่ื งในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลมิ พระชนมพรรษา ๘๐ พรรษา
๑๒ สงิ หาคม ๒๕๕๕
ทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่าในพื้นที่ป่ารอยต่อ ๕ จังหวัด (ภาคตะวันออก)” เป็นโครงการอันเนื่องมาจาก
พระราชด�ำริ ด้วยทรงเป็นห่วงว่า ป่าผืนใหญ่แห่งน้ีก�ำลังขาดความสมดุลทางธรรมชาติในขั้นวิกฤติ ซึ่งปัจจุบัน
ได้รบั การฟ้ืนฟูกลับคืนสู่สภาพปา่ ท่ีสมบูรณอ์ ีกครงั้ แลว้
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงเป็นห่วงสัตว์ป่าและพรรณไม้ส�ำคัญของไทยที่ก�ำลัง
จะสญู พนั ธ์ุ จงึ มพี ระราชด�ำรใิ หอ้ นุรกั ษแ์ ละฟืน้ ฟูพรรณไม้และสตั ว์ให้อุดมสมบูรณภ์ ายใต้ “โครงการคืนชีวิตสู่
ธรรมชาต”ิ โดยทรงรเิ รม่ิ อนรุ กั ษ์สัตวห์ ลากหลายพนั ธ์ุ ตลอดจนอนรุ กั ษพ์ รรณไม้ไทยและไม้หายาก โดยจัดท�ำ
เป็น “สวนปา่ สริ กิ ิติ์” รวบรวมพรรณไม้ไทยและพันธุ์สัตว์ตา่ งๆ ในท้องถนิ่ รวมท้ังฟืน้ ฟูทรพั ยากรชายฝง่ั ทะเล
เพือ่ ใหส้ ัตว์น�้ำสามารถอยอู่ าศยั และเติบโตในทอ้ งทะเล เปน็ แหลง่ สร้างรายไดท้ มี่ ่ันคงแกช่ าวประมง
โครงการตามแนวพระราชด�ำริของพระองค์ ล้วนเกิดจากน้�ำพระราชหฤทัยท่ีเปี่ยมด้วยพระเมตตาต่อ
ทกุ ชีวิต โดยมีพระราชด�ำรใิ ห้ด�ำเนินทุกโครงการอยา่ งรอบคอบในทุกขั้นตอน ทรงให้ความสำ� คญั แก่การพัฒนา
และสง่ เสรมิ คณุ ภาพชวี ติ ของคนในพน้ื ท่ี ตลอดจนใหค้ วามรแู้ ละปลกู จติ สำ� นกึ แกร่ าษฎร ในการรว่ มกนั ฟน้ื ฟบู ำ� รงุ
รกั ษาทรพั ยากรธรรมชาตใิ หค้ งความสมบรู ณ์ ซงึ่ นอกจากชว่ ยใหค้ นอยรู่ ว่ มกบั ปา่ และสตั วป์ า่ อยา่ งเกอื้ กลู กนั แลว้
ยังเป็นแบบอย่างของการอนุรักษ์เพ่ือการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศ และเพื่อประโยชน์สุขของปวงประชา
อย่างแทจ้ รงิ
๒.๑ ทรงแก้ปัญหาดินเส่ือมสภาพและแห้งแลง้ คนื ความสมบูรณแ์ กผ่ ืนดนิ
สมเดจ็ พระนางเจ้าสิริกติ ์ิ พระบรมราชินนี าถ ทรงตระหนักถึงปัญหาดนิ เสื่อมสภาพ และความแหง้ แล้ง
ของผืนดิน อันเป็นปัจจัยส�ำคัญในการประกอบอาชีพของราษฎรในชนบท และทรงเห็นความเหนื่อยยากของ
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ท่ีทรงอุทิศพระองค์ในการแก้ไขปัญหาดิน และจัดหาแหล่ง
น�้ำให้ราษฎรในท้องถิ่นห่างไกลและทุรกันดารมาเป็นเวลานาน โดยเฉพาะอย่างย่ิงในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
พระองค์จึงมพี ระราชดำ� ริให้ดำ� เนนิ โครงการในพนื้ ทตี่ ่างๆ จำ� นวนมาก
เพอื่ แบง่ เบาพระราชภารกจิ ของพระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาภมู พิ ลอดลุ ยเดช และบรรเทาทกุ ขข์ อง
ราษฎร โดยทรงพยายามทกุ วถิ ที างทจ่ี ะชว่ ยใหพ้ สกนกิ รของพระองคม์ พี น้ื ทท่ี ำ� กนิ อนั อดุ มสมบรู ณ์ ดงั โครงการตาม
แนวพระราชด�ำรทิ ขี่ อยกตัวอย่างมาพอสงั เขป จ�ำนวน ๓ โครงการ ได้แก่ โครงการป่ารกั น�้ำ โครงการปลกู ป่า
เสรมิ ธรรมชาติ และโครงการอนั เนอื่ งมาจากพระราชดำ� รหิ าดทรายใหญ่ ซงึ่ แตล่ ะโครงการมรี ายละเอยี ด ดงั น้ี
๑) โครงการป่ารักนำ้� ...พระราชปณธิ านคนื ความชุ่มชน้ื สู่ผนื ดนิ
สมเดจ็ พระนางเจ้าสริ ิกิติ์ พระบรมราชนิ ีนาถ ได้ทอดพระเนตรเห็นความเสือ่ มโทรมของปา่ ไม้ ท่นี ำ� ไปสู่
ความแหง้ แลง้ ของแผน่ ดนิ โดยเฉพาะภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื หลายพนื้ ท่ี ซง่ึ อยใู่ กลก้ บั แหลง่ ทมี่ กี ารสบู นำ�้ เกลอื
จากใต้ดินขึ้นมา เพ่ือน�ำไปต้มเอาเกลือมาใช้ประโยชน์ บริเวณผิวดินน้ันจะปรากฏเป็นส่าเกลือแผ่กระจายเป็น
บรเิ วณกว้าง ในขณะที่บางแหง่ เป็นดนิ ทม่ี ีแตฝ่ ุน่ ทราย และถกู ทิง้ รา้ งไวน้ ับเปน็ สบิ ๆ ไร่ โดยไม่มีพชื พรรณเติบโต
ขน้ึ ได้ ประกอบกับความรู้เทา่ ไมถ่ ึงการณข์ องราษฎร ซง่ึ ได้ตัดไม้ใหญ่ท่ีมคี ณุ คา่ ทางเศรษฐกจิ เชน่ ไมแ้ ดง และ
ไมป้ ระด่เู ปน็ จำ� นวนมาก เพยี งเพื่อนำ� ไปใชเ้ ป็นฟืนในการต้มเกลอื
39
39
จดหมายเหตุเฉลมิ พระเกยี รติ
สมเดจ็ พระนางเจ้าสริ ิกติ ์ิ พระบรมราชนิ ีนาถ
พระองคท์ รงวติ กวา่ หากปลอ่ ยไวเ้ ชน่ น้ี ภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื ตอ้ งกลายเปน็ ทะเลทรายอยา่ งแนน่ อน
จึงทรงศกึ ษาค้นควา้ และทรงพบวา่ รากตน้ ไม้จะอุม้ น้ำ� จืดเอาไว้ และน�ำ้ จืดจะไปกดน�้ำเคม็ ทอี่ ยใู่ นพน้ื ดนิ ใต้ราก
ลงไป ท�ำให้น�้ำเค็มหรือดินเค็มไม่สามารถลอยตัวข้ึนมาข้างบนได้ เม่ือต้นไม้ถูกตัดมากๆ และนานเข้า ดินเค็ม
จะลอยตวั ขนึ้ มา เม่ือดินมีสภาพเปน็ ดนิ เค็มทำ� การเพาะปลกู ไม่ได้ผล ราษฎรกจ็ ะไม่มที ่ีทำ� กิน และผืนดินก็จะย่ิง
แหง้ แล้งขาดความอุดมสมบรู ณต์ ่อไปยิ่งๆ ขึน้ เนื่องจากตน้ ไม้ไม่สามารถเจรญิ เตบิ โตไดใ้ นพืน้ ดนิ นัน้
ดังน้ัน พระองค์จึงมีพระราชด�ำริฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ โดยอาศัยความร่วมมือของประชาชน
ด้วยทรงตระหนักว่าการรักษาป่าไม้ไว้ให้ได้น้ัน จ�ำเป็นต้องสร้างความรู้สึกรักและหวงแหนต้นไม้ให้เกิดแก่
ประชาชนเสียก่อน โดยให้ประชาชนรักป่าเหมือนเป็นสมบัติของตนเอง “โครงการป่ารักน�้ำ” จึงถือก�ำเนิดขึ้น
ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือเปน็ แหง่ แรก ณ บ้านถ้�ำต้ิว อ�ำเภอส่องดาว จงั หวัดสกลนคร
วัตถุประสงค์ของโครงการป่ารักน้�ำ คือ เพ่ือฟื้นฟูสภาพป่าท่ีเส่ือมโทรมให้เป็นบริเวณต้นน้�ำล�ำธาร
กกั เกบ็ นำ้� ไวใ้ ชป้ ระโยชน์ และอนรุ กั ษท์ รพั ยากรปา่ ไมเ้ ดมิ ไวใ้ หไ้ ด้ ในเวลาเดยี วกนั กป็ ลกู ปา่ เสรมิ เพอ่ื ควบคมุ ความ
แปรปรวนของดินฟ้าอากาศ และประชาชนมีไมไ้ ว้ใชส้ อยและเพิม่ พูนรายได้ ตลอดจนราษฎรท่ยี ากจนไดม้ ีทด่ี ิน
ที่อุดมสมบูรณ์ไว้ท�ำกิน มีอาชีพและรายได้เลี้ยงครอบครัว รวมท้ังเสริมสร้างและปลูกฝังให้ราษฎรเกิดความรัก
และหวงแหนทรพั ยากรป่าไม้ให้มากขน้ึ
เสด็จพระราชดำ� เนนิ ไปทรงเยย่ี มราษฎรโครงการปา่ รกั น้�ำ ในเขตพื้นท่ภี าคตะวนั ออกเฉียงเหนอื
เมอ่ื พุทธศักราช ๒๕๔๑
40
40
เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๘๐ พรรษา
๑๒ สงิ หาคม ๒๕๕๕
๒) โครงการปลกู ปา่ เสริมธรรมชาติ ตามแนวพระราชด�ำริ
ในการดำ� เนนิ โครงการ สมเดจ็ พระนางเจา้ สริ กิ ติ ิ์ พระบรมราชนิ นี าถ ไดพ้ ระราชทานเงนิ ของมลู นธิ สิ ง่ เสรมิ
ศิลปาชีพฯ และทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์จ�ำนวนหนึ่ง ต้ังเป็นกองทุนอาชีพ ส�ำหรับโครงการป่ารักน้�ำ
ทรงมอบหมายใหก้ รมทหารราบท่ี ๒๓ เตรียมพน้ื ท่ี ๑ ไร่ ณ บรเิ วณเชงิ เขาภูผาเหลก็ เพอ่ื ปลูกป่าอยา่ งถกู วธิ ี
เปน็ ตวั อยา่ งแกร่ าษฎร โดยพนั ธไ์ุ มท้ ที่ รงเลอื กใหป้ ลกู ในโครงการนน้ั เปน็ ไปตามพระบรมราโชบายของพระบาท
สมเดจ็ พระปรมินทรมหาภมู พิ ลอดลุ ยเดช ในการปลูกไม้ ๓ ประเภท ไดแ้ ก่ ไม้ใช้สอย คอื ไมท้ ่ปี ลกู แล้วราษฎร
สามารถตดั มาใช้ประโยชนไ์ ด้ ไม้ผล คอื ไม้ทจี่ ะใหผ้ ลผลติ ได้ในระยะส้ันๆ เป็นพวกไมโ้ ตเรว็ เชน่ มะม่วง ขนุน
และไม้ยนื ตน้ คอื ไมท้ ่ปี ลกู ไวใ้ หเ้ ติบโตเพือ่ เปน็ ปา่ ให้ความชุ่มชนื้ แกแ่ ผน่ ดินในอนาคต
พนั ธไ์ุ มท้ โ่ี ปรดใหป้ ลกู เปน็ ตวั อยา่ งบรเิ วณเชงิ เขาภผู าเหลก็ ดงั กลา่ ว เปน็ พนั ธไ์ุ มโ้ ตเรว็ บำ� รงุ ดนิ และเปน็
พันธ์ุไม้ทอ้ งถน่ิ เชน่ กระถนิ ณรงค์ ประดู่แดง ยูคาลิปตัส จ�ำนวน ๑๐๐ ตน้ และทรงมอบหมายให้ราษฎรดูแล
รกั ษาโดยพระราชทานเงนิ เดอื นให้ พรอ้ มกบั โดยเสดจ็ พระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาภมู พิ ลอดลุ ยเดช ไปทรง
ปล่อยพนั ธุ์ปลานิล ปลาไน ปลาย่สี กเทศ และกงุ้ กา้ มกราม ลงในอา่ งเก็บน�ำ้ หลายหม่นื ตวั เพื่อให้ขยายพนั ธเ์ุ ปน็
อาหารแกร่ าษฎร พระราชทานววั ควาย ไก่ และจัดต้ังธนาคารข้าว เพ่อื เกบ็ รักษาขา้ วไวบ้ รโิ ภคยามขาดแคลน
โดยทรงให้จัดตงั้ โครงการดงั กล่าวในพนื้ ท่ตี ่างๆ ทัว่ ภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนือ เพอ่ื ฟื้นฟูสภาพป่าไม้ท่เี ส่ือมโทรม
บรเิ วณตน้ น้�ำลำ� ธารใหเ้ ปน็ แหลง่ เก็บกักน�้ำของราษฎรในทอ้ งถิ่น
เมื่อราษฎรต่างพื้นท่ีในหลายอำ� เภอในจังหวัดสกลนคร ได้ทราบถึงความห่วงใยของสมเด็จพระนางเจ้า
สริ กิ ติ ิ์ พระบรมราชนิ นี าถ จงึ ไดร้ ว่ มแรงรว่ มใจกนั ปลกู ปา่ ถวายเปน็ จำ� นวนหลายพนั ไร่ และพระองคท์ รงขยายผล
โครงการป่ารักน้�ำในพื้นท่ีต่างๆ อีกหลายแหง่ เชน่ บา้ นหนองไผ่ บา้ นกุดนาขาม บา้ นจาร และบ้านทรายทอง
จงั หวดั สกลนคร บา้ นหว้ ยไหล่ จงั หวดั นครพนม บา้ นจาเลาะสโตร์ จงั หวดั นราธวิ าส เปน็ ตน้ ซงึ่ ปรากฏวา่ มรี าษฎร
สมคั รใจเขา้ ร่วมโครงการกันอยา่ งพร้อมเพรียง
การขยายผลโครงการป่ารักน้�ำนี้ นับได้ว่าบังเกิดผลเป็นรูปธรรม ดังปรากฏว่า ราษฎรบ้านหนองไผ่
เห็นว่าโครงการดังกล่าวเป็นประโยชน์ จึงน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายที่ดิน จ�ำนวน ๑๓ ไร่ ต่อมาผ่านไป
เพยี ง ๖ เดอื น ตน้ ไมบ้ างชนิดในพน้ื ที่โครงการโดยเฉพาะไมใ้ ช้สอย เช่น ยูคาลปิ ตสั เจรญิ เติบโตอย่างรวดเร็ว
ท�ำให้โครงการป่ารักน้�ำ เป็นที่สนใจของราษฎรและขยายตัวออกไปอย่างรวดเร็ว มีชาวบ้านจ�ำนวนมาก
น้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายท่ีดิน จ�ำนวนที่ดินในโครงการป่ารักน�้ำท่ีบ้านหนองไผ่จึงเพ่ิมข้ึนจากที่ดินที่ทรง
เชา่ ไว้เดมิ จาก ๑๐ ไร่ เป็น ๖๐๐ ไร่
๓) โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำ� ริสวนปา่ หาดทรายใหญ่
งานสร้างสวนป่าที่หาดทรายใหญ่ เริ่มต้นด้วยความยากล�ำบากอย่างย่ิง ท้ังนี้เพราะไม่มีแหล่งน�้ำจืด
ในพ้ืนที่ แต่ละปีมีฝนตกน้อย อ่างเก็บน�้ำท่ีมีอยู่จะมีน�้ำใช้ได้ในช่วงระยะเวลาหนึ่งเท่าน้ัน สมเด็จพระนางเจ้า
สิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงส�ำรวจพ้ืนที่ทั้งบนภูเขาและพ้ืนท่ีราบด้วยพระองค์เอง จากนั้นได้พระราชทาน
คำ� แนะนำ� วา่ ควรปลกู ต้นไมช้ นดิ ใด ณ ทต่ี รงไหน รวมถงึ โปรดใหส้ รา้ งถังเก็บนำ�้ ฝนบนภเู ขา เพื่อให้น้ำ� แกต่ น้ ไม้
ที่เรมิ่ ปลูกด้วย
41
41
จดหมายเหตเุ ฉลมิ พระเกียรติ
สมเด็จพระนางเจา้ สิริกติ ิ์ พระบรมราชนิ ีนาถ
เสดจ็ พระราชด�ำเนินไปทอดพระเนตรโครงการพระราชดำ� ริสวนปา่ หาดทรายใหญ่ จังหวดั ประจวบคีรีขันธ์
เมอื่ วันที่ ๓ กรกฎาคม ๒๕๓๓
เม่ือเริ่มโครงการฯ ได้ทรงแนะน�ำให้เร่ิมปลูกต้นไม้ตั้งแต่ชายทะเลไปจนถึงเชิงเขา เช่น กระถินณรงค์
และยูคาลิปตัส ซงึ่ เปน็ ไม้โตเรว็ เพ่อื ลดความแห้งแล้งและสร้างความช่มุ ชืน้ ให้กับผืนดนิ จากนนั้ จึงปลกู พันธุ์ไม้
อ่นื ตอ่ ไป ซงึ่ ต่อมากไ็ ด้ปลกู ไมผ้ ล เชน่ มะมว่ งพันธุ์ตา่ งๆ มะขามหวาน ไมป้ า่ และไมโ้ ตเรว็ ท่เี ปน็ อาหารของสตั ว์
โดยปลูกเพิม่ จากเดมิ ท่ไี ดป้ ลกู ไว้บ้างแล้วต้งั แต่พุทธศักราช ๒๕๑๒
งานของโครงการฯ ได้ด�ำเนินการมาอย่างต่อเน่ือง ท้ังการอนุรักษ์ธรรมชาติ การอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่า
การกอ่ สรา้ งและบำ� รงุ รกั ษา ตลอดระยะเวลา ๔๐ กวา่ ปี ทโ่ี ครงการพระราชดำ� รสิ วนปา่ หาดทรายใหญด่ ำ� เนนิ งาน
ตามพระราชปณิธานของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ท่ีจะทรงสร้างป่า เพื่อคืนธรรมชาติ
ใหก้ ับผนื ดินซึ่งครั้งหน่ึงนานมาแลว้ เคยเปน็ ผนื ดินที่ชุ่มชนื้ ปกคลุมด้วยตน้ ไม้ใหญน่ านาชนิด และมสี ตั วป์ า่ ชกุ ชุม
ให้กลับมาเหมือนดังกาลก่อน ด้วยพระวิริยะอุตสาหะ และพระปรีชาสามารถของพระองค์ที่ทรงฟื้นฟูพ้ืนท่ีท่ี
ธรรมชาตไิ ดถ้ กู ทำ� ลายใหเ้ สอ่ื มสลายไปจนหมดสน้ิ แลว้ ใหส้ ามารถกลบั คนื ความอดุ มสมบรู ณไ์ ดเ้ รว็ กวา่ ทธี่ รรมชาติ
จะฟน้ื ตวั ด้วยตนเอง
๒.๒ ทรงอนรุ กั ษป์ า่ ...ใหค้ นอยรู่ ว่ มกบั ปา่ ไดอ้ ยา่ งเกอ้ื กลู ทรงใหช้ มุ ชนรว่ มรกั ษาปา่ เพอื่ คงสภาพปา่
ทส่ี มบูรณ์สืบไป
ในขณะทที่ รงแกป้ ญั หาดนิ เสอ่ื มสภาพและผนื ดนิ แหง้ แลง้ ในพนื้ ทตี่ า่ งๆ สมเดจ็ พระนางเจา้ สริ กิ ติ ์ิ พระบรม
ราชนิ นี าถ ทรงพบวา่ ผนื ปา่ ในประเทศถกู แผว้ ถางทำ� ลายลงเปน็ จำ� นวนมากอยา่ งรวดเรว็ พระองคจ์ งึ ทรงคดิ หาวธิ ี
ท่ีจะอนุรักษ์ป่าโดยไม่สร้างความเดือดร้อนให้แก่ราษฎรที่อาศัยและใช้ทรัพยากรในป่าเป็นจ�ำนวนมากเพ่ือการ
เลีย้ งชพี พระองคม์ พี ระราชดำ� ริที่แยบคาย คอื ใหร้ าษฎรในพนื้ ที่ไดเ้ ขา้ มามีส่วนร่วมในการปอ้ งกัน ดแู ล และ
42
42
เน่อื งในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๘๐ พรรษา
๑๒ สงิ หาคม ๒๕๕๕
รกั ษาปา่ ในเขตชมุ ชนของตนเอง โดยมหี นว่ ยราชการทเ่ี กยี่ วขอ้ งรว่ มกนั ดำ� เนนิ งานอยา่ งบรู ณาการ และมหี นว่ ยงาน
ทหารเป็นกองอ�ำนวยการ เข้าไปด�ำเนินการในลักษณะให้เป็นไปตามวิถีชีวิตของราษฎรท่ีอยู่มาแต่เดิม
ดงั โครงการตามแนวพระราชดำ� รใิ นสมเดจ็ พระนางเจา้ สริ กิ ติ ์ิ พระบรมราชนิ นี าถ ทขี่ อยกมาเปน็ ตวั อยา่ ง จำ� นวน
๓ โครงการ ไดแ้ ก่ โครงการบ้านเลก็ ในป่าใหญ่ โครงการราษฎรอาสาสมคั รพทิ กั ษป์ า่ และโครงการอนุรกั ษ์
ทรัพยากรปา่ ไมแ้ ละสตั วป์ า่ ในพ้นื ท่ีป่ารอยต่อ ๕ จงั หวดั (ภาคตะวนั ออก) แต่ละโครงการมีรายละเอียด ดงั นี้
๑) โครงการบา้ นเล็กในป่าใหญ่...คนกบั ปา่ อย่รู ว่ มกันได้อย่างเกือ้ กลู
ขณะเสด็จพระราชด�ำเนินไปทรงเยี่ยมราษฎรท่ีบ้านห้วยหล่อดูก ต�ำบลแม่ตื่น อ�ำเภออมก๋อย จังหวัด
เชยี งใหม่ สมเดจ็ พระนางเจา้ สริ กิ ติ ์ิ พระบรมราชนิ นี าถ ไดท้ อดพระเนตรเหน็ ราษฎรในพน้ื ทสี่ ว่ นใหญม่ คี วามเปน็ อยู่
ยากไร้ พระองค์จึงพระราชทานพระราชด�ำริให้หน่วยงานต่างๆ ที่เก่ียวข้อง ร่วมกันพัฒนาคุณภาพชีวิตของ
ราษฎรในพนื้ ทใ่ี ห้อย่อู ยา่ งมีความสุข โดยยดึ หลกั ๓ ประการ คือ รักษาสภาพปา่ ไวม้ ใิ หถ้ กู ท�ำลาย ฟนื้ ฟสู ภาพ
ป่าให้คืนสู่สภาพธรรมชาติ โดยให้มีท้ังป่าธรรมชาติและป่าไม้ใช้สอย และพัฒนาคุณภาพชีวิตของราษฎร
ให้มีอาชีพและมีท่ีท�ำกินถาวร ตามหลักการของพระองค์ คือ ให้คนอยู่กับป่าได้อย่างกลมกลืนและเกื้อกูลกัน
โดยคนเปน็ ผดู้ แู ลรกั ษาปา่ ในลกั ษณะของ “บา้ นเลก็ ในปา่ ใหญ”่ รวมทงั้ ทรงยำ้� อยเู่ สมอวา่ การดำ� เนนิ การอนรุ กั ษ์
ฟน้ื ฟสู ภาพปา่ จะต้องไมส่ รา้ งความเดอื ดร้อนให้เกดิ แกร่ าษฎรท่ีอาศัยอย่ใู นพน้ื ทน่ี ้ัน
เสด็จพระราชดำ� เนินไปทรงเยย่ี มราษฎรโครงการบา้ นเล็กในป่าใหญ่ จงั หวดั พะเยา
เมื่อวันท่ี ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๘
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ จึงมีพระราชด�ำริให้ “อมก๋อย” เป็นหมู่บ้านน�ำร่องใน
โครงการบา้ นเลก็ ในปา่ ใหญ่ พระราชทานพระราชดำ� รใิ หด้ ำ� เนนิ การตา่ งๆ เพอ่ื แกป้ ญั หาความยากจน เสรมิ สรา้ ง
สภาพแวดลอ้ ม และฟน้ื ฟูอนุรักษ์สภาพป่าและตน้ นำ้�
43
43
จดหมายเหตุเฉลิมพระเกยี รติ
สมเดจ็ พระนางเจ้าสริ กิ ิติ์ พระบรมราชนิ นี าถ
ทอดพระเนตรพืน้ ท่ศี ึกษาธรรมชาติ ศูนย์ปฏบิ ัติการนางนอน จงั หวดั เชียงใหม่
เม่อื วันท่ี ๖ กมุ ภาพันธ์ ๒๕๔๐
ในการรกั ษาสภาพปา่ ไมใ่ หถ้ กู ทำ� ลาย กองทพั ภาคที่ ๓ และกองอำ� นวยการรกั ษาความมน่ั คงภายในภาค ๓
ได้จัดชุดปฏิบัติการเข้าประจ�ำจุดต่างๆ ในหมู่บ้านท่ีเป็นแหล่งลักลอบล่าสัตว์ป่า พร้อมท้ังลาดตระเวนป่า
โดยเฉพาะเส้นทางที่เคยเป็นทางลักลอบล�ำเลียงสัตว์ป่า ไม้ และฝิ่น และจัดเจ้าหน้าที่อีกส่วนหน่ึงเข้าไปในทุก
หมบู่ า้ น เพอื่ อบรมและสรา้ งความเขา้ ใจใหร้ าษฎรเหน็ ความสำ� คญั ของปา่ ไมแ้ ละสตั วป์ า่ รวมทงั้ ชกั ชวนใหร้ าษฎร
ยุตกิ ารลา่ สตั วแ์ ละท�ำลายปา่ ตามพระราชประสงค์
จากนั้นจึงเร่ิมงานฟื้นฟูสภาพป่า โดยการปลูกป่าทดแทนอย่างเร่งด่วน พร้อมกับปลูกป่าใช้สอยชุมชน
ในหมบู่ า้ น โดยพนั ธไ์ุ มท้ น่ี ำ� มาปลกู เปน็ พนั ธไ์ุ มโ้ ตเรว็ เหมาะสมกบั สภาพพน้ื ท่ี ใชป้ ระโยชนไ์ ดห้ ลายทาง และสามารถ
ใชเ้ ปน็ วตั ถดุ บิ ในอตุ สาหกรรมครวั เรอื นของราษฎรไดด้ ว้ ย และทำ� แนวกนั ไฟในหมบู่ า้ น จดั ตง้ั และฝกึ อบรมแกนนำ�
ระดับหมู่บ้านเพ่ือร่วมกันพัฒนาสภาพแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของราษฎรให้ดีขึ้น รวมทั้งปลูกฝังจิตส�ำนึก
ในการอนุรักษท์ รัพยากรธรรมชาติและสง่ิ แวดลอ้ มแก่ราษฎร
ดา้ นงานพฒั นาคุณภาพชวี ิต สมเดจ็ พระนางเจ้าสริ ิกิต์ิ พระบรมราชนิ ีนาถ โปรดใหพ้ ัฒนาแหล่งน�ำ้ และ
ทท่ี �ำกนิ ส�ำหรับทกุ ครอบครวั รวมทั้งมโี รงเรียนและสถานีอนามัย ตลอดจนใหข้ ุดสระเพือ่ เล้ยี งปลา ปลกู พืชผัก
สวนครวั และโปรดให้ส่งเสรมิ อาชีพ เชน่ จัดต้ังกลุ่มทอผ้าศิลปาชพี โดยจดั การอบรมการทอผ้า ตัง้ กลมุ่ แม่บ้าน
เพอ่ื ร่วมกันทำ� งาน และบรหิ ารกองทุนกลางของหม่บู า้ นในรูปของสหกรณ์ เพอื่ ใหร้ าษฎรมีอาชีพและมีคุณภาพ
ชีวติ ทดี่ ี
ผลการด�ำเนินโครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ ท่ีอ�ำเภออมก๋อย สามารถสร้างความเข้าใจและจิตส�ำนึก
ในการรกั ษาปา่ ใหแ้ กร่ าษฎรทอ่ี าศยั อยใู่ นพนื้ ท่ี อกี ทง้ั สามารถโนม้ นา้ วราษฎรใหย้ ตุ กิ ารลา่ สตั วแ์ ละตดั ไมท้ ำ� ลายปา่
โดยมีราษฎรจ�ำนวน ๕,๐๐๐ ราย น�ำอาวุธปืน ๑,๓๐๐ กระบอก มาเข้าร่วมในพิธีมอบอาวุธและปฏิญาณตน
เลิกล่าสัตว์ป่า เม่ือวันท่ี ๙ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๓๔ พร้อมถวายสัตย์ปฏิญาณต่อพระสาทิสลักษณ์ว่า
จะไมล่ า่ สัตวแ์ ละจะหันมาชว่ ยกันดแู ลสภาพป่าใหม้ ีความสมบรู ณ์ตอ่ ไป
44
44
เนือ่ งในโอกาสพระราชพธิ ีมหามงคลเฉลมิ พระชนมพรรษา ๘๐ พรรษา
๑๒ สิงหาคม ๒๕๕๕
เม่ือการล่าสัตว์ลดน้อยลง สัตว์ป่าท่ีเคยหลบหนีภัยเข้าไปอยู่ในป่าลึกก็ค่อยๆ เริ่มกลับคืนออกมาสู่
ปา่ โปรง่ ดงั เดมิ โดยสามารถพบเหน็ สตั วป์ า่ หลากหลายพนั ธ์ุ อาทิ เกง้ ชา้ ง ไกป่ า่ ไกฟ่ า้ และนกนานาพนั ธ์ุ ออกมา
หาอาหารตามธรรมชาติ นอกจากน้ี จากผนื ปา่ ที่ซบั ซ้อน และเคยใช้เปน็ เสน้ ทางลำ� เลียงยาเสพติด หรือลักลอบ
ขนไม้และสัตว์ป่า เม่ือราษฎรในพ้ืนท่ีเข้าใจถึงภัยต่างๆ ที่จะเกิด จึงพร้อมใจกันร่วมปกป้อง สกัดกั้นเส้นทาง
การลกั ลอบขนยาเสพตดิ ทำ� ไมแ้ ปรรปู และจบั สตั วป์ า่ สภาพปา่ จงึ กลบั คนื ความอดุ มสมบรู ณ์ เปน็ แหลง่ ทอี่ ยอู่ าศยั
และท�ำกินของราษฎรในพื้นที่ คนกับป่าได้อาศัยพึ่งพาซึ่งกันและกันสืบไป เมื่อผลการด�ำเนินโครงการบ้านเล็ก
ในป่าใหญ่ประสบความส�ำเร็จดังพระราชประสงค์ พระองค์จึงพระราชทานโครงการดังกล่าวในพื้นท่ีต่างๆ
เกือบทวั่ ทกุ ภาคของประเทศ อาทิ บ้านดอยดำ� จังหวัดเชียงใหม่ บา้ นเยา้ หนองหา้ จงั หวดั พะเยา บ้านทันสมยั
จงั หวัดนครพนม บา้ นผานาง จังหวัดเลย และบา้ นน้อมเกลา้ จังหวดั ยโสธร เปน็ ต้น
๒) โครงการราษฎรอาสาสมัครพทิ ักษป์ า่ ...รว่ มคืนป่าสมบูรณ์ส่ธู รรมชาติ
นอกจาก “โครงการบา้ นเล็กในปา่ ใหญ”่ ดังกล่าวแลว้ สมเดจ็ พระนางเจา้ สิรกิ ิต์ิ พระบรมราชินนี าถ
ไดพ้ ระราชทาน “โครงการราษฎรอาสาสมคั รพิทักษป์ า่ ” (รสทป.) เพือ่ ฟน้ื ฟูสภาพป่าใหค้ นื ความอดุ มสมบรู ณ์
ดงั อดตี ให้คนอยรู่ ่วมกบั ปา่ ไดอ้ ยา่ งสนั ติสุข ด้วยการใหช้ มุ ชนหรือหมู่บา้ นจัดตัง้ กลุ่มในการรว่ มกันดแู ลรกั ษาป่า
สภาพแวดล้อม และแหล่งต้นน�้ำลำ� ธาร โดยทรงพระกรณุ าโปรดเกล้าโปรดกระหมอ่ ม ใหฝ้ กึ อบรมราษฎร ให้มี
ความรคู้ วามเขา้ ใจในการรกั ษาและฟน้ื ฟสู ภาพปา่ ใหอ้ ดุ มสมบรู ณ์ มจี ติ สำ� นกึ รว่ มใจกนั อนรุ กั ษท์ รพั ยากรธรรมชาติ
และสงิ่ แวดลอ้ มในทอ้ งถน่ิ ของตน และใหจ้ ดั ตงั้ โครงการแหง่ แรกขน้ึ ทจ่ี งั หวดั อำ� นาจเจรญิ พรอ้ มทง้ั พระราชทาน
พระราชทรัพยส์ ว่ นพระองค์ในการฝกึ อบรมราษฎรอาสาสมคั รพิทักษ์ป่า
เสด็จพระราชด�ำเนินไปทรงเยี่ยมราษฎรอาสาสมัครพิทักษ์ปา่
บ้านหนองผกั แวน่ อ�ำเภอโพธไิ์ ทร จงั หวัดอบุ ลราชธานี เม่อื วนั ท่ี ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๔๒
45
45
จดหมายเหตุเฉลิมพระเกยี รติ
สมเด็จพระนางเจา้ สิรกิ ิต์ิ พระบรมราชินีนาถ
การฝึกอบรมราษฎรอาสาสมัครพิทักษ์ป่า ด�ำเนินการโดยความร่วมมืออย่างใกล้ชิดของฝ่ายปกครอง
กรมป่าไม้ กองทัพภาค กองอ�ำนวยการรักษาความม่ันคงภายใน และภาคเอกชน โดยราษฎรที่เข้ารับการฝึก
มาจากครอบครัวละ ๑ คน รุ่นละ ๒ หมู่บ้าน จ�ำนวน ๑๐๐ - ๒๐๐ คน ผู้เข้ารับการฝึกอบรมจะได้รับการ
ถา่ ยทอดพระราชปณธิ านและความหว่ งใยในทรพั ยากรธรรมชาตขิ องสมเดจ็ พระนางเจา้ สริ กิ ติ ์ิ พระบรมราชนิ นี าถ
ให้มีความรู้ความเข้าใจในระบบนิเวศวิทยา และการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างถูกวิธี ขณะเดียวกันได้รับการ
ปลูกฝังให้เห็นความส�ำคัญของป่าไม้และความจ�ำเป็นที่ต้องดูแลรักษา และแนวทางในการด�ำรงชีวิตและ
การประกอบอาชีพให้คนอย่รู ว่ มกับป่าได้ รวมท้ังคอยสอดสอ่ งดูแลแทนเจา้ หนา้ ที่ของรฐั ไมใ่ ห้มกี ารบกุ รุกและ
ลักลอบตดั ไม้ท�ำลายป่า
ธงและเข็มพระราชทาน “พทิ ักษ์ปา่ เพ่ือรกั ษาชีวติ ”
สมเดจ็ พระนางเจา้ สิริกิต์ิ พระบรมราชินนี าถ ทรงพระกรุณาโปรดเกลา้ โปรดกระหม่อมใหก้ ล่มุ ราษฎร
ของหมู่บ้านและชุมชน ที่ได้รับการคัดเลือกว่ามีผลงานดีเด่นเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท เพื่อรับพระราชทาน
“ธงพิทกั ษ์ป่าเพอ่ื รักษาชวี ิต” และถ้าบุคคลใดเปน็ ผนู้ ำ� ในการรักษาปา่ กจ็ ะไดร้ ับพระราชทาน “เข็มพิทกั ษป์ ่า
เพอื่ รักษาชีวติ ” เฉพาะบุคคลน้ันด้วย
พระราชทาน “ธงพิทักษป์ ่าเพือ่ รกั ษาชีวิต” แก่สมาชิกอาสาสมคั รพิทักษ์ปา่ เขตภาคตะวนั ออกเฉียงเหนอื
“ธงพทิ กั ษป์ า่ เพอื่ รกั ษาชวี ติ ” พระราชทานแกห่ มบู่ า้ นหรอื ชมุ ชน ทไี่ ดร้ ว่ มแรงรว่ มใจกนั อนรุ กั ษป์ า่ ไม้
ในหมบู่ า้ นของตนใหม้ สี ภาพสมบรู ณ์ รกั ษาชวี ติ สตั วป์ า่ อนรุ กั ษส์ งิ่ แวดลอ้ ม ไมต่ ดั ไมท้ ำ� ลายปา่ หรอื บกุ รกุ แผว้ ถาง
เพอื่ ทำ� ไรเ่ ลอื่ นลอย รวมทงั้ ไมเ่ ขา้ ไปลา่ สตั ว์ โดยทำ� หนา้ ทพ่ี ทิ กั ษร์ กั ษาปา่ จนเปน็ ทยี่ อมรบั จากชมุ ชนระดบั ทอ้ งถน่ิ
จนถึงระดับประเทศ และได้รับการคัดเลือกจากคณะอนุกรรมการด�ำเนินงานโครงการ กราบบังคมทูลสมเด็จ
พระนางเจ้าสิรกิ ิติ์ พระบรมราชินีนาถ เพอื่ ขอรบั พระราชทานธง
46
46
เนือ่ งในโอกาสพระราชพธิ ีมหามงคลเฉลมิ พระชนมพรรษา ๘๐ พรรษา
๑๒ สิงหาคม ๒๕๕๕
หลังจากได้รับพระราชทานธงแล้ว จะมีการติดตามตรวจสอบอย่างสม่�ำเสมอ หากราษฎรไม่สนใจ
ดูแลป่า ปล่อยให้ป่าถูกท�ำลาย จะถูกยึดธงคืน ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการด�ำเนินโครงการเป็นไปอย่างจริงจังและ
ต่อเนื่อง เพอ่ื ให้สภาพป่าคงความอุดมสมบรู ณส์ ืบไปอย่างยง่ั ยนื
สมเดจ็ พระนางเจา้ สริ กิ ติ ์ิ พระบรมราชนิ นี าถ ทรงตดิ ตามผลงานของสมาชกิ ในโครงการราษฎรอาสาสมคั ร
พทิ กั ษป์ า่ หมบู่ า้ นใดทย่ี งั ไมผ่ า่ นการฝกึ อบรม จะทรงพระกรณุ าโปรดเกลา้ โปรดกระหมอ่ มใหด้ ำ� เนนิ การฝกึ อบรม
โดยเรง่ ดว่ น และทรงพระกรณุ าเสดจ็ พระราชดำ� เนนิ ไปพระราชทานธงและเขม็ “พทิ กั ษป์ า่ รกั ษาชวี ติ ” ตามภาคตา่ งๆ
ของประเทศอยเู่ สมอ รวมทง้ั พระราชทานพระราชานเุ คราะหด์ า้ นตา่ งๆ แกร่ าษฎรอกี ดว้ ย หากทรงพบวา่ ราษฎร
ประสบปัญหาในการด�ำรงชีวิตหรือการท�ำมาหากิน อาทิ ในคราวเสด็จพระราชด�ำเนินไปทรงติดตามความ
ก้าวหน้าโครงการท่ีจังหวัดกระบ่ี เม่ือทรงพบว่าราษฎรบ้านส้าน ต�ำบลหน้าเขา อ�ำเภอเขาพนม ฐานะยากจน
มีอาชีพท�ำสวนยางพาราและปาล์มน้�ำมันได้ผลผลิตไม่เพียงพอ พระองค์ได้พระราชทานพระราชทรัพย์ให้จัดตั้ง
ธนาคารข้าวข้ึน เพ่ือให้ราษฎรสามารถซื้อข้าวบริโภคได้ในราคาถูก และผู้ท่ียากจนมากจะได้รับข้าวไปบริโภค
โดยไม่คิดมูลคา่ คนละ ๕ กิโลกรัม เป็นตน้
จากผลการด�ำเนินงานโครงการราษฎรอาสาสมคั รพิทักษ์ป่าแห่งแรกท่ีจังหวัดอำ� นาจเจริญ ไดข้ ยายผล
ไปสจู่ งั หวัดอุบลราชธานี สกลนคร และภาคต่างๆ อาทิ ภาคใตเ้ ริม่ ทจ่ี งั หวัดยะลา นราธวิ าส กระบ่ี และพังงา
ภาคเหนอื เริม่ ท่ีจังหวดั เชียงใหม่และแมฮ่ ่องสอน ส่งผลให้โครงการไดข้ ยายผลไปสพู่ ื้นท่ีปา่ ทั่วประเทศ ตลอดจน
ไดม้ กี ารจดั ตง้ั กลมุ่ ราษฎรทผ่ี า่ นการอบรมตามโครงการขน้ึ เปน็ องคก์ รทเี่ ขม้ แขง็ ในการดำ� เนนิ การปอ้ งกนั รกั ษาปา่
ทช่ี ัดเจน ภายใตค้ วามร่วมมือและประสานงานอย่างใกล้ชดิ ของกองทพั ภาค ป่าไมเ้ ขตทุกเขต และป่าไมจ้ งั หวัด
ทกุ จังหวัด
๓) โครงการอนรุ กั ษท์ รพั ยากรป่าไม้และสตั วป์ า่ ในพน้ื ท่ปี า่ รอยตอ่ ๕ จงั หวัด (ภาคตะวันออก)
เม่ือสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์ิ พระบรมราชินีนาถ ทรงทราบว่าสภาพป่าในพื้นที่ป่ารอยต่อ ๕ จังหวัด
(ภาคตะวันออก) เสื่อมโทรมลงอย่างรวดเร็ว จึงทรงรับ โครงการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่าในพื้นที่
ปา่ รอยต่อ ๕ จงั หวัด (ภาคตะวนั ออก) เปน็ โครงการอันเนือ่ งมาจากพระราชดำ� ริ เพ่อื รักษา ฟ้ืนฟู และปกปอ้ ง
ผนื ป่าและสตั ว์ปา่ ใหค้ งความอดุ มสมบูรณ์
ป่ารอยตอ่ ๕ จงั หวัด (ภาคตะวันออก) เดมิ เรยี กวา่ “ป่าพนมสารคาม” อยบู่ ริเวณตอนกลางของภาค
ตะวันออก เปน็ ป่าผนื ใหญท่ ส่ี ดุ ของประเทศ ตดิ ต่อกับป่าในประเทศกัมพูชา มอี าณาเขต ๕ จงั หวัด คือ จงั หวัด
ฉะเชงิ เทรา ชลบรุ ี ระยอง จันทบรุ ี และสระแกว้ ครอบคลมุ ๒ เขตรักษาพนั ธ์สุ ัตวป์ ่า ๓ เขตอุทยานแหง่ ชาติ
ซง่ึ เดมิ เคยอดุ มสมบรู ณด์ ว้ ยตน้ ไมแ้ ละสตั วป์ า่ นานาพนั ธ์ุ และเนอื่ งจากเปน็ พนื้ ทรี่ อยตอ่ ของระบบนเิ วศภาคกลาง
กบั ภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื จงึ มคี วามหลากหลายทางชวี ภาพ แตถ่ กู บกุ รกุ ทำ� ลาย พนื้ ทปี่ า่ จงึ ลดลงอยา่ งรวดเรว็
โดยเฉพาะบริเวณท่รี าบเขตรักษาพนั ธุส์ ตั ว์ปา่ เขาอา่ งฤๅใน ซ่งึ เคยมีพืน้ ทป่ี ่ามากถึง ๕ ลา้ นไร่ ลดลงเหลือเพยี ง
๗ แสนไร่
มูลเหตุส�ำคัญที่สร้างความเสียหายแก่ผืนป่าแห่งน้ี คือ ได้มีการตัดเส้นทางผ่านทางด้านเหนือของป่า
จากอำ� เภอพนมสารคามไปจังหวัดนครราชสมี า ประกอบกับมกี ารตดั ถนนสายสระแกว้ จนั ทบรุ ี จงึ ทำ� ให้มีการ
47
47
จดหมายเหตุเฉลิมพระเกยี รติ
สมเด็จพระนางเจ้าสริ กิ ิต์ิ พระบรมราชินนี าถ
ทอดพระเนตรสภาพป่าชายเลน บรเิ วณภาคตะวันออก
บกุ รกุ แผว้ ถางปา่ และเมอื่ รฐั บาลใหบ้ รษิ ทั สมั ปทานทำ� ไมใ้ นพน้ื ทแี่ หง่ นเี้ ปน็ เวลา ๓๐ ปี ความเสยี หายจงึ ยงิ่ ทวขี นึ้
ไมม้ คี า่ จำ� นวนมากถกู ตัดไปต้นแลว้ ตน้ เลา่ ตลอดจนราษฎรทอ่ี พยพมาจากภาคตะวันออกเฉยี งเหนือ เข้าไปซือ้ ท่ี
จากผู้มีอิทธิพลหรือรับจ้างนายทุนแผ้วถางป่า เพื่อท�ำการเกษตรหรือขายต่อ จึงท�ำให้ผืนป่าถูกบุกรุกท�ำลาย
จนแทบไมเ่ หลอื สภาพปา่ สง่ ผลใหข้ าดความสมดลุ ทางธรรมชาตใิ นขน้ั วิกฤติ
ทรงห่วงใยผืนปา่ และราษฎร...พระราชทานแนวทางอนุรกั ษร์ ว่ มกับพฒั นาอาชีพ
สมเดจ็ พระนางเจา้ สิรกิ ติ ์ิ พระบรมราชินนี าถ จึงทรงพระกรณุ าโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมใหส้ ำ� นักราช
เลขาธิการ แจ้งไปยังกรมป่าไม้ว่า พระองค์มีพระราชด�ำริอนุรักษ์ฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่าให้คืนความ
สมบรู ณ์ รวมทัง้ พัฒนาคณุ ภาพชีวติ ของราษฎร เพื่อใหพ้ น้ื ทเี่ ขตรอยตอ่ ๕ จังหวัดกลับมาเป็นแหล่งตน้ น้ำ� ล�ำธาร
ของแม่น�้ำสำ� คญั ทกุ สายทหี่ ล่อเล้ียงชีวติ ผู้คนใน ๕ จงั หวดั ดงั ท่ีเคยเป็นมาในอดตี และทรงพระกรุณาโปรดเกลา้
โปรดกระหม่อมให้กรมป่าไม้ประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดท�ำโครงการเพื่อสนองพระราชด�ำริ อาทิ
โครงการฟน้ื ฟทู รพั ยากรปา่ ไมใ้ นพนื้ ทป่ี า่ เสอื่ มโทรม โครงการปลกู ปา่ เพอื่ อนรุ กั ษต์ น้ นำ�้ ลำ� ธารในพน้ื ทปี่ า่ อนรุ กั ษ์
โครงการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตราษฎร โดยเฉพาะอย่างย่ิงชุมชนท่ีอพยพมาจากพ้ืนที่ป่า รวมทั้ง
ชุมชนท่ีอาศัยอยู่ และท�ำกินใกล้ชิดกับแนวเขตป่าให้สามารถด�ำรงชีวิตอยู่ได้โดยได้รับประโยชน์อย่างเหมาะสม
จากทรัพยากรธรรมชาติ และไม่หวนกลับเข้าไปบุกรุกท�ำลายป่าอีก ตลอดจนให้พยายามลดจ�ำนวนขบวนการ
ลักลอบท�ำลายป่าไม้และขจัดผู้มีอิทธิพล และประชาสัมพันธ์ให้ราษฎรมีจิตส�ำนึกในการอนุรักษ์ป่าผืนนี้
ใหค้ งอยูต่ ลอดไป
48
48
เนอ่ื งในโอกาสพระราชพิธมี หามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๘๐ พรรษา
๑๒ สงิ หาคม ๒๕๕๕
สมเดจ็ พระนางเจา้ สริ กิ ติ ิ์ พระบรมราชนิ นี าถ ทรงใหค้ วามสำ� คญั กบั การดำ� เนนิ โครงการดงั กลา่ ว โดยได้
เสดจ็ พระราชดำ� เนนิ ไปทรงตรวจเยย่ี มโครงการดว้ ยพระองคเ์ อง ดงั เชน่ เมอื่ วนั ที่ ๑ มถิ นุ ายน พทุ ธศกั ราช ๒๕๓๗
ไดเ้ สดจ็ พระราชดำ� เนนิ ไปทรงเยย่ี มราษฎรโครงการทบ่ี า้ นเทพประทาน ตำ� บลคลองตะเกรา กงิ่ อำ� เภอทา่ ตะเกยี บ
จงั หวดั ฉะเชงิ เทรา พระองคท์ รงพระกรุณาอธิบายถึงความจ�ำเป็นและประโยชนใ์ นการอนุรักษป์ ่า พรอ้ มท้ังทรง
รบั สมคั รราษฎรทสี่ มคั รใจเปน็ สมาชกิ ศลิ ปาชพี และทรงชกั ชวนกลมุ่ แมบ่ า้ นใหเ้ ดนิ ทางไปดงู านทโี่ รงฝกึ ศลิ ปาชพี
สวนจิตรลดา เพื่อให้เห็นตัวอย่างในการน�ำศิลปาชีพมาเสริมสร้างรายได้ โดยไม่ต้องตัดไม้ท�ำลายป่า ตลอดจน
ส่งเสรมิ ใหป้ ลูกหมอ่ นเลีย้ งไหม และผลิตเส้นไหมขายให้มูลนธิ ศิ ลิ ปาชีพฯ ขณะเดียวกนั มพี ระราชดำ� ริให้ดำ� เนิน
กิจกรรมตา่ งๆ เพอื่ สร้างความหลากหลายทางชวี ภาพ คนื ความสมดุลของระบบนเิ วศใหป้ า่ และสตั ว์ปา่ ดว้ ย
จากแนวพระราชด�ำร.ิ ..สกู่ ารดำ� เนินงานเพื่อการอนรุ ักษป์ ่ารอยตอ่ ๕ จงั หวัด
การด�ำเนินงานตามแนวพระราชด�ำริ มที ้ังการดำ� เนินการในเขตพ้นื ท่ีอนุรักษแ์ ละนอกเขตพ้นื ท่อี นรุ กั ษ์
ไดแ้ ก่ งานอนรุ กั ษ์ทรพั ยากรธรรมชาติและสิง่ แวดล้อม อาทิ การปลกู ปา่ ฟื้นฟูระบบนิเวศ การดูแลแปลงปลกู ป่า
การจัดต้ังหน่วยพิทักษ์ป่าเพ่ือป้องกันและปราบปรามการบุกรุกพ้ืนท่ีป่าไม้และล่าสัตว์ในจุดที่ล่อแหลม
งานด้านการสร้างจติ สำ� นกึ อาทิ โครงการราษฎรอาสาสมคั รพิทกั ษ์ปา่ (รสทป.) โครงการฝกึ อบรมเยาวชนอาสา
พิทักษ์ป่าและสิ่งแวดล้อม และโครงการฝึกอบรมเครือข่ายประชาชน (ประชาอาสาพิทักษ์ป่า) และงานด้าน
การพัฒนาอาชีพ เน้นการส่งเสรมิ อาชีพราษฎร เพื่อช่วยใหม้ ีรายไดเ้ พิ่มขนึ้ อาทิ ปลกู หม่อนเลีย้ งไหมและผลติ
เส้นไหมขายให้มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ และทรงมอบหมายให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ช่วยเหลือราษฎร
ในการประกอบอาชพี เกษตรกรรม เปน็ ตน้ รวมถงึ จดั สรา้ งสาธารณปู โภคและสาธารณปู การตา่ งๆ เชน่ อา่ งเกบ็ นำ้�
ฝาย สระ บ่อบาดาล บอ่ นำ�้ ต้นื ถนน สะพาน และโรงเรยี น เป็นตน้ ตลอดจนปลกู ปา่ เพือ่ บำ� รุงป่าสงวนแหง่ ชาติ
ปา่ ไมใ้ ชส้ อยชุมชน ป่าเพ่อื การอนรุ ักษ์ต้นน�้ำลำ� ธาร และป่าเพ่อื การวิจัย เป็นตน้
ทรงอนรุ กั ษ์พชื และสตั วท์ ่ีใกล้สญู พนั ธ์ุ
สมเดจ็ พระนางเจา้ สริ กิ ติ ์ิ พระบรมราชนิ นี าถ ทรงเหน็ วา่ มนษุ ยใ์ ชท้ รพั ยากรธรรมชาตอิ ยา่ งสน้ิ เปลอื งโดย
มิได้ค�ำนึงว่าพืชและสัตว์หลายชนิดใกล้สูญพันธุ์ พระองค์จึงทรงให้ด�ำเนินการตามแนวพระราชด�ำริจ�ำนวนมาก
ทงั้ เพาะเลย้ี งและขยายพนั ธุส์ ตั วป์ า่ ชนิดต่างๆ รวมถงึ การรวบรวมพนั ธ์ไุ ม้และพนั ธุส์ ัตวต์ ่างๆ ในทอ้ งถนิ่ เพื่อการ
อนรุ กั ษ์และเป็นแหล่งศึกษาของเยาวชนรนุ่ หลัง ตลอดจนพฒั นาใหเ้ ปน็ แหลง่ ท่องเท่ียว เพือ่ เสริมสรา้ งรายได้แก่
ราษฎร ดงั โครงการตามแนวพระราชด�ำรทิ ่ีจะยกมาเป็นตวั อย่าง จำ� นวน ๓ โครงการ ได้แก่ โครงการคนื ชีวิตสู่
ธรรมชาติ โครงการสวนปา่ สริ กิ ติ ิ์ และโครงการฟน้ื ฟทู รพั ยากรชายฝง่ั ทะเล แตล่ ะโครงการมรี ายละเอยี ด ดงั น้ี
๑) โครงการคนื ชวี ติ สู่ธรรมชาติ
ตลอดระยะเวลาหลายปที เี่ สดจ็ พระราชดำ� เนนิ ไปเพอื่ ทรงเยยี่ มราษฎรในภมู ภิ าคตา่ งๆ สมเดจ็ พระนางเจา้
สริ ิกิติ์ พระบรมราชนิ ีนาถ ทรงเห็นความเส่อื มโทรมของทรพั ยากรธรรมชาติ จงึ ทรงห่วงใยวา่ หากไมม่ ีการแกไ้ ข
ทรพั ยากรธรรมชาตยิ อ่ มสน้ิ สญู ไป จงึ มพี ระราชดำ� รใิ หห้ นว่ ยราชการและราษฎรรว่ มมอื กนั ฟน้ื ฟรู ะบบนเิ วศอยา่ ง
ครบวงจร เพอื่ ให้สรรพชีวิตนอ้ ยใหญ่ ทัง้ สัตว์และพืชพรรณ สามารถดำ� รงชีวิตและขยายพนั ธไ์ุ ด้ดงั ท่เี คยเปน็ มา
ในอดีต โดยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ศึกษาและเสาะหาพันธุ์พืชและสัตว์ที่ก�ำลังจะสูญพันธุ์
49
49
จดหมายเหตเุ ฉลิมพระเกียรติ
สมเด็จพระนางเจ้าสริ ิกิติ์ พระบรมราชินีนาถ
ทรงปล่อยนกคนื สูธ่ รรมชาติ
มาเพาะและอภบิ าลเพ่อื ขยายพนั ธุ์ คร้ันเติบโตและแขง็ แรงจงึ ปล่อยสูแ่ หล่งธรรมชาติ โดยมี โครงการเกี่ยวกับ
การคืนชีวิตสู่ธรรมชาติ แยกได้ ๕ ประเภท ได้แก่ การคนื พรรณไม้สูไ่ พรพฤกษ์ การเพาะพันธุ์สตั วน์ �้ำคนื สู่
ธรรมชาติ การคืนสตั วส์ ูป่ ่าชายเลน การคนื สตั ว์น�้ำเคม็ สู่ทะเล และการคืนสตั ว์ปา่ สพู่ งไพร
การคืนพรรณไมส้ ู่ไพรพฤกษ.์ ..อนุรักษด์ อกไม้และไม้ไทยนานาพรรณ
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์ิ พระบรมราชินีนาถ ทรงห่วงใยว่ากล้วยไม้ป่าหลากหลายพันธุ์ของไทยที่มี
ความงดงามมากจะสูญพนั ธุ์ อนั เป็นผลมาจากการตัดไม้และบุกรกุ ท�ำลายป่า เพ่ือใชเ้ ปน็ ที่ท�ำกิน รวมทง้ั ไฟปา่ ท่ี
เกิดขนึ้ เองโดยธรรมชาติและฝมี ือมนษุ ย์ ซ่งึ ทำ� ใหร้ ะบบนิเวศของป่าเปล่ียนไป รวมถึงการลกั ลอบน�ำกล้วยไมป้ า่
ส่งออกมปี รมิ าณมากขน้ึ จนทำ� ใหก้ ลว้ ยไมบ้ างชนิดทเ่ี คยพบอยูท่ ั่วไปกลายเปน็ ของหายากในประเทศไทย
พระองค์จึงมีพระราชด�ำริให้ช่วยกันอนุรักษ์พันธุ์กล้วยไม้ป่าของไทยไว้ ซ่ึงกองทัพบก กรมป่าไม้
มหาวทิ ยาลยั แมโ่ จ้ และองคก์ รเอกชน ไดร้ ว่ มกนั สนองพระราชดำ� รโิ ดยการจดั ตงั้ “โครงการคนื ชวี ติ กลว้ ยไมไ้ ทย
สไู่ พรพฤกษอ์ นั เนอื่ งมาจากพระราชดำ� ร”ิ เพอ่ื เปน็ ศนู ยก์ ลางการศกึ ษารวบรวมขยายพนั ธแ์ุ ละอนรุ กั ษส์ ายพนั ธ์ุ
กลว้ ยไมไ้ ทย และเพ่อื สรา้ งจติ สำ� นึกให้ประชาชนร่วมรบั ผดิ ชอบในการอนรุ กั ษ์มรดกทางธรรมชาติสืบไป โดยมี
มหาวิทยาลัยแม่โจ้เป็นศูนย์กลางการด�ำเนินงาน และมีสถานท่ีด�ำเนินการ ๓ แห่ง คือ มหาวิทยาลัยแม่โจ้
อ�ำเภอสันทราย บริเวณอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ดอยปุย จังหวัดเชียงใหม่ และบริเวณดอยหัวแม่สุริน
ต�ำบลแมอ่ ูคอ อำ� เภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮอ่ งสอน
การด�ำเนินโครงการคืนชีวิตกล้วยไม้ไทยสู่ไพรพฤกษ์ เร่ิมจากการก�ำหนดพ้ืนท่ีป่าท่ีเหมาะสมจะน�ำ
กล้วยไม้คืนสู่ป่า โดยมีเจ้าหน้าท่ีของรัฐหรือเอกชนดูแลรักษาภายหลังการส�ำรวจป่าแล้ว ซึ่งต้ังแต่เริ่มโครงการ
50
50
เน่อื งในโอกาสพระราชพิธมี หามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๘๐ พรรษา
๑๒ สงิ หาคม ๒๕๕๕
ทอดพระเนตรดอกไม้ป่ารว่ มกบั พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจา้ พชั รกิตยิ าภา
บริเวณลานดุสติ า พระต�ำหนักภพู านราชนิเวศน์ จงั หวัดสกลนคร
จนถึงปัจจุบันสามารถน�ำกล้วยไม้คืนสู่ป่าแล้วกว่า ๕๐๐,๐๐๐ ต้น จาก ๒๕ สกุล ๖๐ ชนิด และยังคง
ด�ำเนินการขยายพันธุ์อย่างต่อเน่ืองต่อไป ขณะเดียวกันได้มีพระราชดำ� ริให้อนุรักษ์กล้วยไม้พันธุ์ต่างๆ ที่ใกล้จะ
สญู พนั ธ์ดุ ว้ ย เช่น กล้วยไมพ้ นั ธเุ์ ออ้ื งแซะ รองเท้านารี
อกี นบั ๑๐ ชนดิ เชน่ รองเทา้ นารเี หลอื งตรงั รองเทา้ นารี
ขาวสตูล รองเท้านารีช่องอา่ งทอง เปน็ ต้น นอกจากนี้
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรง
ให้ศึกษาวิจัยรวบรวมและขยายพันธุ์ดอกไม้พ้ืนเมือง
ต่างๆ อาทิ จัดต้ัง “ศูนย์รวมพรรณไม้บ้านร่มเกล้า
อันเนือ่ งมาจากพระราชด�ำริ” จังหวัดพิษณโุ ลก และ
มีพระราชด�ำริให้จัดตั้งโครงการอนุรักษ์กล้วยไม้พันธุ์
ต่างๆ รวมถึงพันธุ์ไม้พื้นเมืองอีกหลายโครงการ อาทิ
“โครงการอนุรักษ์กล้วยไม้พันธุ์เอื้องแซะ จังหวัด
แม่ฮ่องสอน” ซ่ึงทรงให้สกัดน้�ำหอมจากเอื้องแซะ
โดยไม่ใช้สารเคมีได้ส�ำเร็จ และเอ้ืองแซะกลายเป็น
พชื เศรษฐกจิ ทีส่ ำ� คญั ของประเทศ “โครงการอนุรักษ์
กลว้ ยไม้รองเทา้ นาร”ี พระองคท์ รงห่วงใยว่ารองเท้า
นารีของไทยจะสูญพันธุ์ จึงทรงให้ขยายพันธุ์กล้วยไม้
รองเท้านารี เพื่อเพ่มิ จำ� นวนและปลกู คืนสู่ป่าตอ่ ไป
51
51
จดหมายเหตุเฉลมิ พระเกียรติ
สมเด็จพระนางเจา้ สิรกิ ติ ิ์ พระบรมราชนิ ีนาถ
“โครงการศึกษาวิจัยรวบรวมและขยายพันธุ์ดอกดาหลา” พระองค์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรด
กระหม่อมให้ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองอันเน่ืองมาจากพระราชด�ำริศึกษาวิจัยรวบรวมและขยายพันธุ์
ดอกดาหลา ซง่ึ ปรากฏว่าสามารถขยายพนั ธ์ุและสง่ เสริมให้ราษฎรปลูก เพ่ือสร้างรายได้ใหร้ าษฎรไดเ้ ป็นอยา่ งดี
“โครงการพัฒนาแหล่งกล้วยไม้เพ่ือการอนุรักษ์และท่องเที่ยว” ใช้พ้ืนท่ีโครงการอนุรักษ์สภาพป่าไม้ในพื้นที่
อำ� เภออมกอ๋ ย จงั หวดั เชยี งใหม่ เปน็ พนื้ ทโ่ี ครงการพฒั นาแหลง่ กลว้ ยไมใ้ นพนื้ ทเี่ พอื่ การอนรุ กั ษแ์ ละการทอ่ งเทยี่ ว
โดยทรงใหท้ ุกหนว่ ยงานร่วมกนั ดแู ลปกป้องรกั ษากล้วยไมไ้ ทยอยา่ งจริงจงั และต่อเนอ่ื ง เพอ่ื ให้กล้วยไม้ของไทย
ท่ีสวยงามและหายากคงอยเู่ ป็นสมบตั ทิ างธรรมชาติอนั ลำ้� ค่าของประเทศไทยสืบไป
การเพาะพนั ธส์ุ ัตว์น้ำ� คืนสูธ่ รรมชาติ...อนุรกั ษ์ปลาไทยและแหล่งอาหารราษฎร
เมื่อสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงทราบว่าโครงการพัฒนาอาชีพราษฎรของ
กรมประมงหลายโครงการ ใชพ้ นั ธป์ุ ลาจากตา่ งประเทศเปน็ หลกั เชน่ ปลาจนี จากสาธารณรฐั ประชาชนจนี และ
ปลายส่ี ก จากประเทศอนิ เดีย เป็นต้น พระองคท์ รงห่วงใยวา่ ปลาไทยจะสูญพันธุ์จึงมีพระราชด�ำรใิ ห้มกี ารเพาะ
พันธุ์ปลาไทยเนื่องจากทรงเห็นว่าปลาไทยเลี้ยงง่าย ต้านทานโรคได้ดีกว่าปลาสายพันธุ์จากต่างประเทศ และ
สามารถปรับตัวให้เข้ากับแหล่งน้�ำตามธรรมชาติในประเทศ ประกอบกับในปัจจุบัน อนุสัญญาว่าด้วยความ
หลากหลายทางชีวภาพก�ำหนดว่า ไม่ควรน�ำปลาต่างถิ่นมาปล่อยในธรรมชาติ แสดงให้เห็นถึงสายพระเนตร
อนั ยาวไกลทที่ รงใหฟ้ ืน้ ฟูปลาไทย
ทอดพระเนตรการเพาะพนั ธ์ุปลา และการเล้ยี งปลาในกระชงั
52
52
เนอ่ื งในโอกาสพระราชพธิ มี หามงคลเฉลมิ พระชนมพรรษา ๘๐ พรรษา
๑๒ สิงหาคม ๒๕๕๕
กรมประมงจึงได้จัดท�ำ “โครงการฟื้นฟูปลาไทย” ตามแนวพระราชด�ำริ โดยเพาะพันธุ์ปลาท่ีมี
ความส�ำคัญทางเศรษฐกิจ เช่น ปลาตะพัด ปลาม้า และปลาบึก เป็นต้น เพื่อให้ประชาชนน�ำไปขยายผล
เพาะเล้ียงในเชิงธุรกิจต่อไป และเพาะพันธุ์ปลาเพื่อปล่อยในแหล่งน�้ำธรรมชาติและบ่อเล้ียงปลาของประชาชน
ท่ีอยู่ในโครงการต่างๆ ตลอดจนหาวิธีแพร่พันธุ์ปลาดังกล่าว ให้เป็นแหล่งอาหารโปรตีนของราษฎรในท้องถ่ิน
ตามพระราชประสงค์ และกำ� หนดนโยบายไว้ ๔ ประการคอื หนึ่ง ปลาไทยชนิดใดท่สี ามารถสง่ เสริมให้ราษฎร
เพาะเลีย้ งได้ ใหส้ ่งเสรมิ อยา่ งกวา้ งขวาง สอง ปลาไทยที่เหมาะสมทจี่ ะปลอ่ ยลงแหลง่ นำ้� ธรรมชาติ ให้เพาะและ
ขยายพันธุ์ต่อไป สาม ส่งเสริมเยาวชนได้รู้จักรักสัตว์น้�ำ รักธรรมชาติ และมีจิตส�ำนึกแห่งการอนุรักษ์ และสี่
จัดตัง้ พพิ ิธภณั ฑส์ ัตว์นำ้� ตามภาคตา่ งๆ เพอื่ ให้เยาวชนได้รูจ้ ักพันธ์ุปลาของแต่ละถิน่ ให้มากขน้ึ
การด�ำเนินโครงการฟื้นฟูปลาไทยประสบผลส�ำเร็จเป็นอย่างมาก ซ่ึงนอกจากให้ประชาชนน�ำไป
เพาะพนั ธ์เุ ป็นปลาเศรษฐกิจ เกดิ การเพาะเล้ียงในเชงิ การค้าเพ่มิ รายได้แล้ว ยังน�ำไปปลอ่ ยสแู่ หล่งน้�ำธรรมชาติ
และในบ่อเลี้ยงของประชาชน เพ่ือเป็นแหล่งอาหารโปรตีนของชาวบ้านตลอดจนสามารถคืนความหลากหลาย
ของชนิดปลาอนั เป็นการรกั ษาสภาพความสมดลุ ตามธรรมชาติ
นอกจากน้ี พระองคท์ รงพระกรณุ าโปรดเกลา้ โปรดกระหมอ่ มใหก้ รมประมงรว่ มกบั มลู นธิ กิ ตเวทนิ สรา้ ง
“วงั ปลา” ขน้ึ ในบรเิ วณศนู ยศ์ ลิ ปาชพี พเิ ศษบางไทร จงั หวดั พระนครศรอี ยธุ ยา เพอื่ เปน็ สถานทแี่ สดงพนั ธส์ุ ตั วน์ ำ้�
โดยรวบรวมพนั ธป์ุ ลาไทยไปเลยี้ งไวเ้ พอ่ื อนรุ กั ษไ์ มใ่ หส้ ญู พนั ธ์ุ และเยาวชนสามารถศกึ ษาหาความรู้ โดยพระองค์
พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์จ�ำนวนหน่ึงในการด�ำเนินการ ปัจจุบันวังปลาเป็นแหล่งท่องเที่ยวของ
ศูนย์ศิลปาชีพพิเศษบางไทรด้วย ตลอดจนมีพระราชด�ำริให้ราษฎรในศูนย์ศิลปาชีพพิเศษบางไทรศึกษาการ
เลย้ี งและการเพาะฟกั ลกู กงุ้ กา้ มกรามดว้ ย โดยพระองคท์ รงรบั ซอื้ กงุ้ กา้ มกรามดว้ ยพระราชทรพั ยส์ ว่ นพระองค์
และทรงปล่อยลงสู่แม่น้�ำเจ้าพระยาหน้าศูนย์ศิลปาชีพพิเศษบางไทรน่ันเอง เพ่ือเป็นแหล่งอาหารของราษฎร
ต่อมากรมประมงได้น�ำพันธุ์กุ้งก้ามกรามปล่อยสมทบติดต่อกัน ๒ - ๓ ปี ปรากฏว่าแม่น้�ำเจ้าพระยากลับมา
อดุ มสมบูรณด์ ้วยกุง้ กา้ มกรามเหมือนดังสมัยกอ่ น โดยเฉพาะบริเวณหน้าศูนยศ์ ลิ ปาชีพพิเศษบางไทร ราษฎรจึง
พากนั เรยี กกงุ้ กา้ มกรามเหลา่ นว้ี า่ “กงุ้ สมเดจ็ ” และเมอ่ื พระองคเ์ สดจ็ พระราชดำ� เนนิ ไปทรงเยย่ี มราษฎร ณ ทใี่ ด
นอกจากทรงปลอ่ ยปลาทเ่ี ลยี้ งงา่ ยรวมถงึ สตั วน์ ำ้� ทอ้ งถนิ่ นน้ั ๆ แลว้ พระองคย์ งั ทรงสง่ เสรมิ ใหม้ กี ารปลอ่ ยกบและ
กุ้งก้ามกราม เพอ่ื ให้ชาวบา้ นทวั่ ไปได้มโี อกาสบรโิ ภคดว้ ย
การคนื สัตว์สปู่ า่ ชายเลน...อนุรกั ษแ์ หล่งหลากหลายทางชวี ภาพ
สมเดจ็ พระนางเจา้ สิรกิ ิติ์ พระบรมราชนิ นี าถ ทรงเลง็ เห็นความสำ� คัญของป่าชายเลนเปน็ อย่างยิง่ และ
ทรงเกรงวา่ หากป่าชายเลนถกู ทำ� ลายมากไปกวา่ น้ี จะท�ำให้ธรรมชาติเสยี สมดลุ และประเทศสญู เสยี ทรัพยากร
ทางเศรษฐกจิ เนอ่ื งจากปา่ ชายเลนเปน็ แหลง่ ทป่ี ลาหลายพนั ธม์ุ าวางไขเ่ ปน็ แหลง่ อนบุ าลและแหลง่ อาหารสำ� คญั
ของสตั วน์ ำ�้ ในหว่ งโซอ่ าหาร สำ� หรบั หอย ปู และหนอนปลอ้ ง รวมถงึ สตั วน์ ำ้� ทส่ี ำ� คญั ทางเศรษฐกจิ เชน่ กงุ้ กลุ าดำ�
ปลากะพงขาว และปลาอ่ืนๆ
พระองค์มพี ระราชดำ� รวิ ่า วธิ ที ่ดี ที ี่สุดในการคนื สตั วส์ ู่ป่าชายเลน คือการปกป้องและฟืน้ ฟปู า่ ชายเลนให้
มีสภาพอุดมสมบูรณ์ และรักษาความสมดลุ ของระบบนเิ วศชายฝ่ังให้กลบั คนื มา เมื่อเปน็ เชน่ น้ีสตั วต์ ่างๆ ท่ีเคย
อาศยั อยู่ในป่าชายเลนกจ็ ะกลบั คืนมาดว้ ย พระองคท์ รงใชว้ ธิ ีการตา่ งๆ อย่างหลากหลายในการปกป้องฟ้นื ฟใู ห้
53
53
จดหมายเหตุเฉลิมพระเกียรติ
สมเดจ็ พระนางเจ้าสิรกิ ติ ิ์ พระบรมราชนิ ีนาถ
ปา่ ชายเลนกลบั มามสี ภาพทอ่ี ดุ มสมบรู ณ์ เชน่ การฝกึ อบรมราษฎรอาสาสมคั รพทิ กั ษป์ า่ การศกึ ษาวจิ ยั และขยาย
พันธส์ุ ตั ว์ทะเล เพ่ือให้ราษฎรมอี าชพี เสรมิ และรายได้พอเพียง จนไมจ่ �ำเปน็ ต้องท�ำลายปา่ ชายเลน รวมถึงทรงให้
จัดตั้งโครงการตา่ งๆ เชน่ “โครงการฟนื้ ฟแู ละอนุรักษป์ ่าทุ่งทะเลอันเน่อื งมาจากพระราชด�ำร”ิ ฟ้ืนฟสู ภาพป่า
ทุ่งทะเลให้มีสภาพสมบูรณ์ เพ่ือความสมดุลทางระบบนิเวศ โดยศึกษา ค้นคว้า ทดลอง เกี่ยวกับพืชพรรณ
และขยายพันธุ์ปลากะรัง หรือปลาเก๋าในกระชัง เพ่ือส่งเสริมให้เป็นอาชีพของราษฎร รวมท้ังสร้างจิตส�ำนึกให้
ราษฎรเข้ามามสี ่วนร่วมในการพัฒนา และปอ้ งกนั รักษาพ้ืนท่ีป่าทุ่งทะเลมใิ ห้เสื่อมโทรม “โครงการศึกษาความ
หลากหลายและนเิ วศวทิ ยาของหง่ิ หอ้ ยในประเทศในพระราชดำ� ร”ิ เพอื่ สำ� รวจและทำ� การศกึ ษาวจิ ยั ระบบนเิ วศ
ของหง่ิ หอ้ ย เน่อื งจากทรงเหน็ ว่าหง่ิ หอ้ ยไมเ่ พียงแต่จะใหค้ วามสวยงามในเวลากลางคนื แตย่ ังเป็นตวั บ่งช้คี วาม
อุดมสมบรู ณห์ รือความเสือ่ มโทรมของระบบนิเวศด้วย
จากพระราชดำ� ริอย่างต่อเนื่องของสมเดจ็ พระนางเจ้าสิรกิ ิติ์ พระบรมราชินนี าถ ในการฟ้ืนฟูและรักษา
พนั ธสุ์ ัตวป์ า่ ชายเลน ให้เป็นระบบนเิ วศท่สี มบูรณ์ เพ่อื ให้สรรพชีวิตและชมุ ชนในพื้นท่ีได้อาศัยพ่งึ พาเชน่ ในอดีต
นับเป็นความส�ำเร็จของการฟื้นฟูป่าชายเลน ซ่ึงเป็นบทพิสูจน์ถึงพระวิริยะอุตสาหะและความมุ่งม่ันในการทรง
งานพฒั นาของสมเด็จพระนางเจ้าสริ ิกิติ์ พระบรมราชนิ ีนาถ และท่ีสำ� คญั ก็คอื ทรงเป็นหลักใหห้ นว่ ยงานตา่ งๆ
ได้ยึดเหนี่ยวเพ่อื ร่วมกันพลิกฟ้นื ผืนปา่ ชายเลนให้กลบั มามสี ภาพอุดมสมบูรณ์อีกครั้งหนง่ึ
การคืนชีวิตสัตว์นำ�้ เคม็ ...สทู่ อ้ งทะเลเปน็ สมบตั ิของชาตสิ ืบไป
สมเดจ็ พระนางเจา้ สริ กิ ติ ิ์ พระบรมราชนิ นี าถ ทรงหว่ งใยเตา่ ทะเลทมี่ จี ำ� นวนลดนอ้ ยลงจนเกอื บสญู พนั ธ์ุ
จงึ พระราชทาน “โครงการสมเดจ็ ฯ อนรุ กั ษพ์ นั ธเ์ุ ตา่ ทะเล” โดยพระราชทานเกาะมนั ใน ตำ� บลกรำ�่ อำ� เภอแกลง
ทรงปลอ่ ยเตา่ ตนุ บริเวณโครงการอันเนอ่ื งมาจากพระราชดำ� ริสวนปา่ หาดทรายใหญ่ จังหวดั ประจวบครี ขี ันธ์
เมื่อวันท่ี ๗ กรกฎาคม ๒๕๓๔
54
54
เนอ่ื งในโอกาสพระราชพธิ ีมหามงคลเฉลมิ พระชนมพรรษา ๘๐ พรรษา
๑๒ สิงหาคม ๒๕๕๕
จงั หวดั ระยอง เปน็ พน้ื ทดี่ ำ� เนนิ การ และพระราชทานพอ่ พนั ธแ์ุ มพ่ นั ธเ์ุ ตา่ ทะเลเพอื่ ใชใ้ นการแพรข่ ยายพนั ธต์ุ อ่ ไป
และโครงการได้เสนอให้กระทรวงพาณิชย์ห้ามส่งกระดองเต่าทะเลเป็นสินค้าส่งออก พร้อมทั้งเสนอให้แก้
พระราชบญั ญตั กิ ารประมงในสว่ นทเ่ี กยี่ วขอ้ งกบั มาตรการอนรุ กั ษเ์ ตา่ ทะเล โดยหา้ มครอบครองกระดองเตา่ ทะเล
และผลิตภัณฑ์จากเต่าทะเล ต่อมาโครงการดังกล่าวได้เปล่ียนช่ือเป็น “สถานีอนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล” สังกัด
กรมประมง ท�ำหน้าท่เี พ่มิ จำ� นวนเพาะและขยายพันธ์ุเต่าทะเลในธรรมชาติใหค้ งอยู่ค่ทู อ้ งทะเลไทยสืบไป
นอกจากน้ี พระองค์ยังทรงกังวลว่าหอยชนิดต่างๆ ของไทยจะสูญพันธุ์ จึงได้มีพระราชด�ำริให้อนุรักษ์
และเพาะพันธุ์หอยขึ้น อาทิ “หอยตลับ” เน่ืองจากเป็นหอยที่คนนิยมน�ำมาท�ำเป็นอาหารและเคร่ืองประดับ
จงึ มพี ระราชด�ำริใหจ้ ดั ตัง้ “ศูนยว์ จิ ัยและพฒั นาประมงชายฝงั่ จงั หวดั ประจวบครี ีขันธ์” เนือ่ งด้วยเปน็ จังหวัด
ท่ีมีหอยตลับอยชู่ กุ ชุม แต่ปจั จบุ ันลดจำ� นวนลงมาก ซง่ึ ศูนยด์ งั กล่าวสามารถทดลองเพาะพันธุ์ และคืนหอยตลบั
สู่ธรรมชาติจนประสบผลส�ำเร็จ “หอยมือเสือ” เป็นหอยที่หายากอีกชนิดหนึ่ง จึงมีพระราชด�ำริให้อนุรักษ์ไว้
โดยพระองคท์ รงรบั “โครงการอทุ ยานหอยมอื เสอื ทเ่ี กาะเตา่ จงั หวดั สรุ าษฎรธ์ าน”ี ไวใ้ นพระบรมราชนิ ปู ถมั ภ์
โครงการน้ีกรมประมงได้สนองพระราชด�ำริจัดตั้งข้ึน เพ่ือศึกษาวิจัยและเพาะพันธุ์หอยมือเสือแล้วน�ำไปปล่อย
ในแนวปะการงั ธรรมชาติ ซ่ึงช่วยใหห้ อยมอื เสอื ยังคงมอี ย่ใู นปัจจุบัน
“หอยมกุ จาน” เปน็ หอยอกี ชนดิ หนง่ึ ทสี่ มเดจ็ พระนางเจา้ สริ กิ ติ ิ์ พระบรมราชนิ นี าถ ทรงหว่ งใย ดว้ ยเปน็
สัตว์เศรษฐกิจ เนื่องจากถูกน�ำมาประดับเฟอร์นิเจอร์ส่งออก จนรัฐบาลต้องออกกฎหมายห้าม นอกจากน้ี
ยงั เปน็ หอยทใี่ ชผ้ ลติ ไขม่ กุ เลย้ี ง สมเดจ็ พระนางเจา้ สิริกิต์ิ พระบรมราชนิ นี าถ จงึ ทรงพระกรณุ าโปรดเกลา้ โปรด
กระหมอ่ มใหน้ กั วชิ าการประมงพยายามเพาะพนั ธห์ุ อยมกุ จานของไทย ซงึ่ กรมประมงไดต้ งั้ “โครงการเพาะพนั ธ์ุ
หอยมกุ จาน” ขนึ้ โดยศนู ยเ์ พาะเลย้ี งสตั วน์ ำ�้ ชายฝง่ั จงั หวดั ประจวบครี ขี นั ธด์ ำ� เนนิ งานประสบผลสำ� เรจ็ ไดล้ กู หอย
มกุ จานรนุ่ แรกกวา่ ๓๐,๐๐๐ ตวั ซงึ่ กลา่ วไดว้ า่ เปน็ ความสำ� คญั ครง้ั แรกของโลก เนอ่ื งจากแมจ้ ะมบี างประเทศเรม่ิ
เพาะเลีย้ งหอยมุกจานไดแ้ ลว้ แต่ยงั เปน็ เพียงงานทดลอง ได้ผลไม่แน่นอนเหมอื นของประเทศไทย และเมื่อการ
เพาะพันธ์ุหอยมุกจานประสบผลส�ำเร็จ ไดม้ ีภาคเอกชนนำ� ไปเล้ยี งที่เกาะนาคา จงั หวดั ภเู ก็ต ซึง่ ไดผ้ ลดี สามารถ
เลี้ยงไขม่ ุกได้เมด็ ขนาดใหญแ่ ละได้ใหช้ ื่อไขม่ ุกว่า “Queen of Thailand” เพ่ือเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนาง
เจ้าสิรกิ ิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทที่ รงอนุรักษแ์ ละสนับสนนุ การเพาะเลีย้ งพนั ธห์ุ อยชนิดต่างๆ ในทอ้ งทะเลไทย
นอกเหนอื จากการอนรุ กั ษแ์ ละเพาะพนั ธส์ุ ตั วน์ ำ�้ เคม็ ตา่ งๆ ดงั ตวั อยา่ งเพยี งบางสว่ นทกี่ ลา่ วมาขา้ งตน้ แลว้
สมเดจ็ พระนางเจา้ สริ กิ ติ ิ์ พระบรมราชนิ นี าถ ยงั ทรงฟน้ื ฟทู รพั ยากรชายฝง่ั ทะเล เพอื่ ทดแทนสตั วน์ ำ�้ ชายฝง่ั ทะเล
ทีล่ ดจ�ำนวนลงอย่างรวดเรว็ ดว้ ย
การคืนสตั ว์ปา่ สพู่ งไพร...อนุรักษ์ชวี ิตสัตว์น้อยใหญ่ สรา้ งอาชีพใหร้ าษฎร
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์ิ พระบรมราชินีนาถ ทรงห่วงใยชีวิตสัตว์ที่มนุษย์ล่าและน�ำมาใช้งานโดย
ขาดความระมัดระวังในการดูแล พระองค์จึงมีพระราชด�ำริคืนชีวิตสัตว์ป่าสู่พงไพร เพ่ือสร้างความสมดุลให้แก่
ธรรมชาติ โดยมโี ครงการตามแนวพระราชดำ� รทิ สี่ ำ� คญั ๆ เชน่ โครงการคนื ชา้ งสธู่ รรมชาติ และสถานเี พาะเลยี้ ง
และขยายพนั ธุ์สตั ว์ เป็นต้น ดังมรี ายละเอยี ดโครงการ ดงั น้ี
55
55
จดหมายเหตุเฉลิมพระเกียรติ
สมเด็จพระนางเจา้ สริ กิ ติ ิ์ พระบรมราชนิ นี าถ
โครงการคนื ช้างส่ธู รรมชาติ
โครงการคนื ชา้ งสธู่ รรมชาติ เปน็ หนงึ่ ในโครงการตามพระราชดำ� ริ ทส่ี มเดจ็ พระนางเจา้ สริ กิ ติ ิ์ พระบรม
ราชินีนาถ ได้พระราชทานเพ่ือคืนชีวิตสัตว์กลับสู่ธรรมชาติ โดยพระองค์ได้น้อมรับพระราชกระแสรับส่ังของ
พระบาทสมเดจ็ พระปรมินทรมหาภมู พิ ลอดลุ ยเดช ที่ทรงใหพ้ จิ ารณาถึงหลกั การปฏิบัติวา่ หน่งึ ตอ้ งไมท่ �ำลาย
สภาพแวดลอ้ ม สอง ไมท่ ำ� ใหช้ า้ งไดร้ บั อนั ตราย สาม ไมส่ รา้ งความเดอื ดรอ้ นใหร้ าษฎร และ สี่ ไมป่ ลอ่ ยใหช้ า้ งออก
ไปทำ� ลายพชื ผลของราษฎร ซง่ึ สมเดจ็ พระนางเจา้ สริ กิ ติ ิ์ พระบรมราชนิ นี าถ ทรงยดึ เปน็ หลกั ปฏบิ ตั ติ ลอดมา ทง้ั น้ี
มีหน่วยงานท้ังภาครัฐและเอกชนให้ความร่วมมือในการด�ำเนินการ และมีพระราชานุญาตให้จัดต้ังมูลนิธิและ
พระราชทานชื่อว่า “มูลนิธิคืนช้างสู่ธรรมชาติ” เพ่ือท�ำหน้าที่สนับสนุนและดูแลโครงการคืนช้างสู่ธรรมชาติ
ตอ่ ไปในระยะยาว
ในการปลอ่ ยชา้ งคนื สธู่ รรมชาตมิ วี ธิ ดี ำ� เนนิ การตามขนั้ ตอน คอื จดั หาชา้ งเขา้ รว่ มโครงการ ตรวจสขุ ภาพ
ระวังโรค และปรับพฤติกรรมของช้างให้รู้จักการอยู่แบบรวมโขลง และน�ำช้างคืนสู่ป่าภายหลังจากที่พบว่า
ช้างอยู่ในเกณฑ์พร้อมที่จะปล่อยคืนสู่ป่าได้ จากน้ันจะติดตามผล ซ่ึงตลอดการด�ำเนินโครงการปรากฏว่า
ประเทศไทยสามารถช่วยรักษาและอนรุ กั ษพ์ ันธ์ุช้างไว้ได้ เน่ืองจากมกี ารศกึ ษาตดิ ตาม และดูแลชา้ งที่ได้รบั การ
ปล่อยสู่ธรรมชาติ โดยสัตวแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอย่างต่อเน่ือง ซึ่งพบว่าช้างสามารถปรับตัวให้เข้ากับธรรมชาติได้
เป็นอย่างดี
ทงั้ นี้ มลู นธิ ฯิ ไดป้ ลอ่ ยชา้ งคนื สปู่ า่ แลว้ ๘๔ เชอื ก ไมร่ วมกบั ทพ่ี ระองคเ์ คยทรงปลอ่ ยไปแลว้ กวา่ ๑๐ เชอื ก
โดยพื้นท่ีด�ำเนินโครงการมี ๓ แห่งด้วยกัน ได้แก่ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดอยผาเมือง และป่าสงวนแห่งชาติ
ทอดพระเนตรช้างสำ� คญั บรเิ วณพระตำ� หนักภูพานราชนิเวศน์ จงั หวัดสกลนคร
56
56
เนอื่ งในโอกาสพระราชพธิ มี หามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๘๐ พรรษา
๑๒ สงิ หาคม ๒๕๕๕
พระราชทานอาหารให้แกช่ า้ งกอ่ นปล่อยกลับคนื สธู่ รรมชาติ
แม่ยาว ในจังหวดั ลำ� ปาง เป็นพ้ืนที่สำ� หรับใช้เล้ยี งดูและปรับพฤติกรรมชา้ งกอ่ นปล่อยคืนสปู่ ่าธรรมชาติ อุทยาน
แห่งชาติแก่งกระจาน ในจังหวัดเพชรบุรี ราชบุรี และประจวบคีรีขันธ์ ได้ปล่อยลูกช้างป่าช่ือ “พังทุเรียน”
ใหก้ ลบั เขา้ ไปดำ� รงชวี ติ ในปา่ แหง่ น้ี และอทุ ยานแหง่ ชาติ
แม่วะ−แม่มอก ครอบคลุมจังหวัดล�ำปางและตาก
เป็นพ้ืนท่ีส�ำหรับปล่อยช้างคืนสู่ธรรมชาติ ซึ่งสามารถ
รองรับช้างได้ประมาณ ๑๕ - ๒๐ เชอื ก
สถานเี พาะเลย้ี งและขยายพนั ธุส์ ตั วป์ ่า
นอกจากทรงห่วงใยชีวิตสัตว์ท่ีถูกมนุษย์ล่า ทรงปลอ่ ยพันธไุ์ ก่ป่าคืนสธู่ รรมชาติ
และนำ� มาใชง้ านแลว้ สมเดจ็ พระนางเจา้ สริ กิ ติ ์ิ พระบรม
ราชนิ นี าถ ทรงเลง็ เหน็ วา่ การตราพระราชบญั ญตั ติ า่ งๆ
เพื่อคุ้มครองสัตว์ป่า และสงวนแหล่งที่สัตว์ป่าอยู่
อาศยั เพอื่ การปอ้ งกนั อยา่ งเดยี วนนั้ ไมท่ นั ตอ่ การไลล่ า่
พระองค์จึงทรงหาแนวทางท่ีจะอนุรักษ์สัตว์ป่าที่หา
ยากใกลส้ ญู พนั ธแ์ุ ละมคี ณุ คา่ ทางเศรษฐกจิ ไวใ้ หไ้ ด้ ทรง
น�ำความข้ึนกราบบังคมทูลพระกรุณาพระบาทสมเด็จ
พระปรมนิ ทรมหาภมู พิ ลอดลุ ยเดช ซง่ึ ขณะนน้ั พระองค์
ทรงทราบขอ้ มลู เรอื่ งปา่ เทอื กเขาภเู ขยี ว จงึ ทรงศกึ ษา
ภูมิประเทศป่าภูเขียวจากแผนท่ีและเทปบันทึกภาพ
57
57
จดหมายเหตเุ ฉลมิ พระเกียรติ
สมเด็จพระนางเจา้ สิริกติ ิ์ พระบรมราชินีนาถ
รวมทงั้ เสด็จพระราชดำ� เนินไปทอดพระเนตรดว้ ยพระองค์เอง และมีพระราชด�ำริใหพ้ ฒั นาป่าภเู ขียวนใ้ี หเ้ ปน็ ที่
อยู่อาศยั ของสัตวป์ ่า โดยใหจ้ ดั เป็น “สวนสัตว์เปิดธรรมชาติ” แหง่ แรกของประเทศไทย
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงพิจารณาเห็นว่าการท่ี งานสวนสัตว์เปิดธรรมชาติ
ภูเขียว จะบรรลุเป้าหมายการอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ต่างๆ ไว้ได้ จะต้องยุติการล่าสัตว์ป่ารอบพื้นท่ีภูเขียว ได้
พระราชทานแนวทางการด�ำเนินงานว่า ประชาชนในท้องถ่ินเท่านั้นท่ีจะเป็นผู้ดูแลรักษาป่าไม้และชีวิตสัตว์ป่า
ในปา่ ทเ่ี ขาอาศยั อยู่ แตจ่ ะตอ้ งไมท่ ำ� ใหป้ ระชาชนเหลา่ นน้ั เดอื ดรอ้ น จงึ ทรงพระกรณุ าโปรดเกลา้ โปรดกระหมอ่ ม
ให้ด�ำเนินการหาอาชีพเสริมให้ นั่นก็คือการส่งเสริมให้ประชาชนที่เคยล่าสัตว์เปล่ียนมารู้จักการเลี้ยงสัตว์ป่า
เปน็ แนวทางนำ� ไปสูก่ ารปอ้ งกนั ไม่ใหป้ ระชาชนลา่ สตั ว์ปา่ ในธรรมชาติ
ดังนั้น พระองค์จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้จัดต้ัง “ศูนย์เพาะเลี้ยงและขยายพันธุ์
สตั วป์ า่ ” ขน้ึ ควบคกู่ บั การปลกู พชื เปน็ อาหารสตั ว์ เพอ่ื ราษฎรทอ้ งถนิ่ จะไดเ้ รยี นรแู้ ละประกอบอาชพี ในการเพาะเลย้ี ง
และขยายพนั ธส์ุ ตั วป์ า่ แทนการเขา้ ไปลา่ สตั วจ์ ากปา่ ธรรมชาติ ดว้ ยทรงเหน็ วา่ การเพาะเลย้ี งและขยายพนั ธส์ุ ตั วป์ า่
เพื่อน�ำไปปล่อยตามธรรมชาติให้ได้ขยายพันธุ์ต่อไปเป็นการเพ่ิมประชากรสัตว์ป่า ซ่ึงนับเป็นการอนุรักษ์ท่ี
ถกู ต้องวิธีหนึ่ง อกี ท้งั ยงั เป็นการชว่ ยขัดเกลาจิตใจให้ผคู้ ดิ ล่า ทำ� ลาย เกิดความเมตตาต่อสตั ว์
เมื่อการอนุรักษ์สัตว์ป่าในสวนสัตว์เปิดธรรมชาติภูเขียว โดยเฉพาะการจัดตั้งศูนย์เพาะเล้ียงและขยาย
พันธุ์สัตว์ป่าด�ำเนินงานได้ผลดี พระองค์จึงพระราชทานพระราชด�ำริให้ขยายงานจัดต้ังศูนย์ดังกล่าวข้ึนในทุก
ภูมภิ าค ซ่ึงต่อมาไดเ้ ปลีย่ นชอ่ื เปน็ “สถานีเพาะเลีย้ งและขยายพันธส์ุ ัตวป์ ่า” โดยแต่ละแหง่ มีจุดเด่นทีส่ ามารถ
เพาะเลี้ยงและขยายพันธุ์สัตว์ป่าที่แตกต่างกันไป ข้ึนอยู่กับภูมิภาค และแหล่งที่มาของสัตว์ ในปัจจุบันมีสถานี
เพาะเลี้ยงสัตว์ป่าจ�ำนวนท้ังสิ้น ๒๔ แห่ง กระจายอยู่ท่ัวทุกภูมิภาคของประเทศไทย ดังน้ี ภาคเหนือ ๖ แห่ง
ภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื ๓ แหง่ ภาคใต้ ๔ แห่ง ภาคกลาง ๒ แหง่ ภาคตะวนั ออก ๖ แหง่ และภาคตะวนั ตก
๓ แหง่ แตล่ ะสถานไี ดเ้ พาะพนั ธส์ุ ตั วป์ า่ สงวนและสตั วป์ า่ คมุ้ ครองทห่ี ายากและใกลส้ ญู พนั ธไ์ุ มน่ อ้ ยกวา่ ๒๐ ชนดิ
อาทิ กวางผา เลียงผา ละอง ละมงั่ นกปรอดหวั โขน ไกป่ ่าตุ้มหูแดง ไกป่ ่าต้มุ หูขาว ไก่ฟ้าพญาลอ ไก่ฟา้ หลงั ขาว
นกยูงไทย ไก่ฟา้ หลงั เทา เปน็ ต้น
๒. โครงการสวนปา่ สริ กิ ิติ์
สมเดจ็ พระนางเจา้ สริ กิ ติ ิ์ พระบรมราชนิ นี าถ มพี ระราชปรารภวา่ อยากจะทรงเหน็ พนื้ ทส่ี กั แหง่ หนง่ึ เปน็ ท่ี
รวบรวมพรรณไมป้ า่ ของไทยทข่ี น้ึ ในทอ้ งถนิ่ ตา่ งๆ ไวใ้ นทแี่ หง่ เดยี วกนั ใหไ้ ดม้ ากทส่ี ดุ เพอื่ ใหเ้ ยาวชนและประชาชน
ทวั่ ไปไดใ้ ชเ้ ปน็ แหลง่ ศกึ ษาพรรณไมป้ า่ ของเมอื งไทยในอนาคต อกี ทง้ั เปน็ แหลง่ ขยายพนั ธเ์ุ พอ่ื มใิ หไ้ มไ้ ทยสญู พนั ธ์ุ
จากแนวพระราชดำ� รดิ งั กลา่ ว รฐั บาลไดร้ ว่ มกนั สรา้ งสวนรวมพรรณไมป้ า่ ถวายเนอื่ งในโอกาสมหามงคล
สมยั ทที่ รงเจรญิ พระชนมพรรษา ๕ รอบ ในปี ๒๕๓๕ และไดพ้ ระราชทานนามวา่ “สวนปา่ สริ กิ ติ ”์ิ ปจั จบุ นั สวนปา่
สิริกิต์ิกระจายอยู่ตามภูมิภาคต่างๆ อาทิ สวนป่าสิริกิต์ิบ้านห้วยม่วง อ�ำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี ส่วนป่า
สริ กิ ติ บ์ิ า้ นโมง่ หลวง สวนปา่ สริ กิ ติ บิ์ า้ นมดื หลอง สวนปา่ สริ กิ ติ บ์ิ า้ นขนุ แมน่ าย อำ� เภอแมแ่ จม่ จงั หวดั เชยี งใหม่
และสวนป่าสริ กิ ติ ์ิภาคใต้ ซึง่ คลอบคลมุ พนื้ ที่ ๓ ส่วน คอื สว่ นที่ ๑ เปน็ เขตรกั ษาพนั ธ์ุสตั ว์ป่าโตนงาช้างและเขต
วนอทุ ยานนำ้� ตกบรพิ ตั ร จงั หวดั สงขลา สว่ นท่ี ๒ เขตอทุ ยานแหง่ ชาตทิ ะเลบนั จงั หวดั สตลู สว่ นท่ี ๓ เขตปา่ สงวน
วงั พา−เขาแก้ว อำ� เภอหาดใหญ่ อ�ำเภอสะเดา จงั หวัดสงขลา และเขตปา่ สงวนแห่งชาตหิ ัวกะหมงิ จงั หวดั สตลู
58
58
เน่ืองในโอกาสพระราชพธิ มี หามงคลเฉลมิ พระชนมพรรษา ๘๐ พรรษา
๑๒ สงิ หาคม ๒๕๕๕
สวนป่าพระนามาภิไธย ป่าบาลา-ฮาลา เป็นผืนป่าอีกหนึ่งผืนป่าในโครงการอนุรักษ์ธรรมชาติและ
สัตว์ป่าพระนามาภิไธยภาคใต้ สวนป่าสิริกิต์ิ เป็นพื้นท่ีใหญ่อุดมสมบูรณ์ท่ีสุดแห่งหนึ่งของประเทศ ประกอบ
ด้วยผนื ป่า ๒ สว่ น คือ ส่วนทีอ่ ยใู่ นจงั หวดั นราธวิ าส เรยี กวา่ “ปา่ บาลา” และส่วนที่อยใู่ นจงั หวดั ยะลาเรียกว่า
“ป่าฮาลา” เป็นป่าไม้ท่ีมีความหลากหลายทางชีวภาพอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ ท้ังพรรณไม้และสัตว์ป่า
โดยสมเดจ็ พระนางเจา้ สริ กิ ติ ิ์ พระบรมราชนิ นี าถ ไดเ้ สดจ็ พระราชดำ� เนนิ ไปทรงปลกู หวายชนดิ ตา่ งๆ เพอ่ื อนรุ กั ษ์
พนั ธห์ุ วายและศกึ ษาวจิ ยั ขยายพนั ธกุ รรมพชื ทมี่ คี ณุ คา่ ทางเศรษฐกจิ รวมทงั้ ใหค้ วามรแู้ กร่ าษฎรในทอ้ งถน่ิ ใหร้ จู้ กั
ชนิดของหวาย คุณคา่ และประโยชน์ท่จี ะนำ� ไปใชเ้ พื่อเป็นการเสริมรายไดแ้ ก่ราษฎรอีกทางหนึ่ง
๓. โครงการฟ้นื ฟทู รัพยากรชายฝง่ั ทะเล...คืนความสมบูรณแ์ ก่ท้องทะเล
เม่ือคราวท่ีสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์ิ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชด�ำเนินไปทรงเย่ียมราษฎร
บ้านละเวง ต�ำบลดอนทราย อำ� เภอไมแ้ กน่ จงั หวัดปัตตานี เหลา่ ราษฎรชาวประมงพื้นบ้านได้กราบบังคมทลู ขอ
พระราชทานพระราชานเุ คราะหเ์ นอ่ื งจากทรพั ยากรสตั วน์ ำ้� ชายฝง่ั ทะเลถกู เรอื ประมงขนาดใหญท่ ำ� ลาย ประกอบ
กับการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรชายฝั่งทะเลมีเพิ่มข้ึน เกินก�ำลังการผลิตทดแทนของธรรมชาติ และความ
เสอ่ื มโทรมของระบบนิเวศทางทะเล สง่ ผลให้ปรมิ าณสตั ว์น้ำ� ลดลงอย่างรวดเร็วจนชาวประมงพ้ืนบา้ นเดือดรอ้ น
ปะการังเทียม
สมเดจ็ พระนางเจา้ สริ กิ ติ ิ์ พระบรมราชนิ นี าถ ไดท้ รงนำ� ความขน้ึ กราบบงั คมทลู พระกรณุ าพระบาทสมเดจ็
พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งได้พระราชทานค�ำแนะน�ำให้จัดประชุมหารือผู้เชี่ยวชาญท่ีเกี่ยวข้องด้าน
ต่างๆ โดยเร่งด่วนและมีพระบรมราชวินิจฉัยให้จัดต้ัง “โครงการฟื้นฟูทรัพยากรชายฝั่งทะเลอันเน่ืองมาจาก
พระราชดำ� ริ จังหวัดปตั ตานี และจังหวัดนราธวิ าส” เพ่ือเพิม่ ผลผลติ สตั วน์ ้ำ� และชายฝัง่ โดยฟื้นฟรู ะบบนเิ วศ
สรา้ งปะการงั เทยี ม ฟน้ื ฟปู า่ ชายเลน พนื้ ทชี่ มุ่ นำ�้ และแนวหญา้ ทะเล มพี น้ื ทด่ี ำ� เนนิ การบรเิ วณชายฝง่ั ทะเลจงั หวดั
ปัตตานี และจังหวัดนราธิวาส ในพ้นื ท่ี ๘ อำ� เภอ ๖๑ หมบู่ า้ น เพื่อชว่ ยเหลือชาวประมงอย่างตอ่ เน่ือง และเพือ่
ฟนื้ ฟูทรัพยากรใหม้ ีความอดุ มสมบรู ณด์ ังเดิม
นอกจากน้ี พระองค์ทรงห่วงใยในวิถีความเป็นอยู่และการประกอบอาชีพของชาวประมงขนาดเล็กท่ีมี
ฐานะยากจน มีรายได้น้อย ขาดพื้นท่ีท�ำการประมง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ชาวบ้านท่ีท�ำ
ประมงท้ังขนาดเล็กและขนาดใหญ่ได้ท�ำความตกลงแบ่งเขตการประมงที่ชัดเจน และเกิดเป็นสัญญาประชาคม
วา่ ประมงขนาดใหญ่จะไม่ล้ำ� เขา้ ไปท�ำในบรเิ วณ ๓ กิโลเมตรรอบชายฝ่ังในแนวปะการงั เทยี ม เพอ่ื ทำ� ให้ประมง
ขนาดเลก็ มีพืน้ ทที่ �ำกินและทกุ ฝา่ ยจะประกอบอาชีพประมงโดยไม่ทำ� ลายทรพั ยากรทางทะเล
ปะการังเทียม...บ้านใหม่ของสัตว์น้ำ�
แนวทางการดำ� เนนิ โครงการฟน้ื ฟทู รพั ยากรชายฝง่ั ทะเลนนั้ สมเดจ็ พระนางเจา้ สริ กิ ติ ์ิ พระบรมราชนิ นี าถ
ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้จัดพื้นท่ีในการจัดตั้งสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์น�้ำชายฝั่งและการอนุบาล
สัตว์น�้ำเพ่ือปล่อยลงสู่ทะเลในบริเวณจังหวัดปัตตานีและจังหวัดนราธิวาส โดยเฉพาะในเขตที่ท�ำการประมง
ชายฝง่ั ของกลมุ่ ชาวประมงพนื้ บา้ นทม่ี ปี ญั หา พรอ้ มทงั้ จดั ทำ� ปะการงั เทยี มใหเ้ กดิ เปน็ แหลง่ ชมุ ชนและทอ่ี ยอู่ าศยั
ของปลา ตลอดจนฟ้ืนฟูระบบนิเวศชายฝงั่ โดยการปลกู ปา่ ชายเลน ป่าชุ่มน้�ำ และหญา้ ทะเล ซ่ึงเปน็ จุดเร่ิมต้นให้
ราษฎร สว่ นราชการ และหนว่ ยงานตา่ งๆ ไดส้ นองพระราชดำ� ริ หาแนวทางแก้ไขปญั หาทเ่ี กิดข้นึ เพ่ือความเป็น
59
59