The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

พระราชประวัติและพระราชกรณียกิจ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

พระราชประวัติและพระราชกรณียกิจ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

พระราชประวัติและพระราชกรณียกิจ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

Keywords: พระราชประวัติ,พระราชกรณียกิจ,ราชวงค์,พระนางเจ้าสิริกิติ์

จดหมายเหตเุ ฉลิมพระเกยี รติ
สมเดจ็ พระนางเจา้ สริ กิ ิติ์ พระบรมราชนิ ีนาถ

อยทู่ ด่ี ขี นึ้ ของราษฎร เชน่ การทำ� ปะการงั เทยี ม ซงึ่ ไดร้ บั ความรว่ มมอื สนบั สนนุ จากหลายหนว่ ยงาน และนบั เปน็
กิจกรรมที่สามารถฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้�ำให้กลับมาอุดมสมบูรณ์อย่างดียิ่ง พระองค์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า
โปรดกระหมอ่ มให้จัดทำ� ปะการงั เทยี มเพิม่ ขนึ้ ครอบคลุมทกุ พ้ืนทชี่ ายฝ่ังทะเลในพน้ื ทพ่ี เิ ศษ ๕ จังหวดั ชายแดน
ภาคใต้ คือ จงั หวัดสงขลา สตลู นราธวิ าส ยะลา และปัตตานี

นอกจากนี้ ได้มีการจัดสร้างอาคารอเนกประสงค์บริเวณบ้านละเวง เพ่ือเป็นแหล่งเผยแพร่ความรู้ให้
แกร่ าษฎรบรเิ วณใกลเ้ คยี ง รวมทง้ั ผูส้ นใจไดเ้ ขา้ ไปศกึ ษาหาความรูจ้ ากกจิ กรรมต่างๆ ที่กรมประมงได้จัดไว้ เชน่
การปลูกป่าชายเลน การผลิตพันธุ์สัตว์น�้ำเพื่อปล่อยลงสู่ทะเล ตลอดจนส่งเสริมให้สตรีและแม่บ้านชาวประมง
รวมกลุ่มกันพัฒนาผลิตภัณฑ์ประมง โดยน�ำสัตว์น้�ำท่ีจับได้มาแปรรูป เพื่อช่วยเพิ่มมูลค่าแก่ผลผลิตและ
ใช้ประโยชน์จากทรพั ยากรประมงอยา่ งค้มุ ค่า ใช้ภูมปิ ญั ญาทอ้ งถ่นิ ทำ� ผลิตภณั ฑ์ตา่ งๆ

คืนความสมบรู ณช์ ายฝงั่ คนื แหล่งประกอบอาชพี ชาวประมง
หลังจากมีโครงการฟื้นฟูทรัพยากรชายฝั่งทะเล ความอุดมสมบูรณ์ของสัตว์น�้ำกลับคืนมาอย่างรวดเร็ว
มปี ลาและสตั วน์ ำ�้ อนื่ ๆ จำ� นวนมากขนึ้ สง่ ผลใหร้ าษฎรในเขตการทำ� ประมงทะเลชายฝง่ั พนื้ บา้ นในจงั หวดั ปตั ตานี
และจงั หวดั นราธวิ าส ๘ อำ� เภอ ๗๒ หมบู่ า้ น สามารถจบั สตั วน์ ำ้� ทะเลไดม้ ากขน้ึ ชว่ ยใหม้ รี ายไดเ้ พมิ่ ขนึ้ เหน็ ไดจ้ าก
ชาวประมงพน้ื บา้ นทจ่ี บั สตั วน์ ำ้� ดว้ ยการใชเ้ บด็ เปน็ หลกั มรี ายไดเ้ ฉลยี่ ๒๒,๕๐๐ บาทตอ่ เดอื น สว่ นในชว่ งฤดมู รสมุ
ไม่สามารถออกไปทำ� ประมงไกลฝงั่ ได้ มรี ายได้เฉลีย่ ๑๐,๖๐๐ บาทต่อเดือน นับเป็นการแก้ปัญหาแกพ่ สกนกิ ร
อยา่ งรอบดา้ นและยงั่ ยืน ชว่ ยให้ทกุ วนั น้ีชาวประมงในพ้ืนทดี่ ังกลา่ วไม่เดือดร้อนดงั เชน่ ทผ่ี ่านมา สามารถลมื ตา
อา้ ปาก เลีย้ งครอบครัว และสง่ ลกู หลานเรยี นหนังสอื ไดอ้ ยา่ งไมข่ ดั สน มคี วามเปน็ อยู่ทดี่ ีข้ึน ช่วยใหช้ ุมชนแหง่ น้ี
กลับมาดำ� เนนิ ชีวติ อย่างมีความสขุ อีกคร้ัง อกี ท้งั ยงั ไดค้ ืนความอุดมสมบรู ณ์ให้แกท่ ้องทะเล

๓. ดา้ นสาธารณสขุ และสงั คมสงเคราะห์

จ า ก ก า ร เ ส ด็ จ พ ร ะ ร า ช ด� ำ เ นิ น ไ ป ท ร ง ทรงพระกรณุ าโปรดเกลา้ โปรดกระหม่อมใหห้ นว่ ยแพทย์
เยยี่ มเยยี นราษฎรในภมู ภิ าคตา่ งๆ ทวั่ ประเทศ ในระยะ พระราชทานตรวจรักษาราษฎร
แรกพระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาภมู พิ ลอดลุ ยเดช
และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ มี
พระราชดำ� รพิ ระราชทานความชว่ ยเหลอื แกป่ ระชาชน
ในสง่ิ ทจี่ ำ� เปน็ ทสี่ ดุ กอ่ น คอื ดา้ นการแพทย์ สาธารณสขุ
และสังคมสงเคราะห์ เพอ่ื ชว่ ยเหลือราษฎรทเ่ี จบ็ ไข้ได้
ป่วยและยากไร้ในพ้ืนที่ทุรกันดารห่างไกล ให้พ้นจาก
โรคภยั ไขเ้ จบ็ โดยทรงตระหนกั วา่ การมสี ขุ ภาพอนามยั
ท่ีสมบูรณ์จะน�ำไปสู่สุขภาพจิตที่ดี และสามารถท�ำ
ประโยชน์ดา้ นอื่นๆ ต่อไปได้ จึงเป็นท่มี าของโครงการ
อันเนื่องมาจากพระราชด�ำริด้านสาธารณสุขและ
สังคมสงเคราะหเ์ ป็นจ�ำนวนมาก

60

60

เน่ืองในโอกาสพระราชพิธมี หามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๘๐ พรรษา
๑๒ สิงหาคม ๒๕๕๕

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์ิ พระบรมราชินีนาถ ทรงด�ำรงต�ำแหน่ง “องค์สภานายิกาสภากาชาดไทย”
และทรงดูแลสภากาชาดไทยซ่ึงเป็นองค์กรสาธารณกุศล ที่จัดตั้งข้ึนเพ่ือช่วยเหลือผู้ประสบภัยธรรมชาติต่างๆ
ตลอดจนผู้เจบ็ ปว่ ย โดยไม่คำ� นงึ ถงึ เชอ้ื ชาติ ศาสนา ทั้งยามปกติและฉุกเฉิน หรอื เม่ือเกดิ ภัยสงคราม รวมถงึ การ
รบั บริจาคสง่ิ ของ โลหิต และอวัยวะในร่างกาย เพ่ือนำ� ไปบรจิ าค รักษา หรอื ต่อชีวิตผู้ทรี่ อรบั ความช่วยเหลอื

เสดจ็ พระราชดำ� เนินไปทรงเยย่ี มราษฎรทศ่ี ูนย์อพยพผลู้ ี้ภยั เขาล้าน จังหวดั ตราด

ทรงหว่ งใยสขุ ภาพอนามยั ของราษฎรในพนื้ ท่ที รุ กนั ดารห่างไกลคมนาคม

61

61

จดหมายเหตเุ ฉลิมพระเกยี รติ
สมเด็จพระนางเจา้ สิรกิ ติ ิ์ พระบรมราชนิ นี าถ

ในระหวา่ งทพี่ ระองคท์ รงเยยี่ มราษฎรในพนื้ ทที่ รุ กนั ดารทวั่ ประเทศไดท้ รงรบั ผปู้ ว่ ยไวใ้ นพระบรมราชานเุ คราะห์
เปน็ จำ� นวนมาก เพอื่ รกั ษาเยยี วยาใหห้ ายจากโรคและมคี ณุ ภาพชวี ติ ทดี่ ขี นึ้ และทรงรบั คนดหี รอื ผบู้ รสิ ทุ ธท์ิ ปี่ ระสบ
เคราะหก์ รรมไวเ้ ปน็ “คนไขใ้ นพระบรมราชานเุ คราะห”์ ดว้ ย นอกจากน้ี พระองคท์ รงกอ่ ตง้ั “มลู นธิ สิ ายใจไทย
ในพระบรมราชปู ถมั ภ”์ ขนึ้ เพอื่ พระราชทานใหค้ วามชว่ ยเหลอื ทางดา้ นการเงนิ และสง่ เสรมิ อาชพี แกท่ หารและ
อาสาสมัครผู้รับใช้ชาติท่ีบาดเจ็บ พิการ หรือเสียชีวิต รวมถึงครอบครัว เพ่ือตอบแทนบุญคุณของเหล่าทหาร
ผู้เสียสละรกั ษาและปกป้องแผ่นดนิ ไทย
สมเดจ็ พระนางเจา้ สริ กิ ติ ์ิ พระบรมราชนิ นี าถ ไดท้ รงสานตอ่ “โครงการหมอหมบู่ า้ น” ทพ่ี ระบาทสมเดจ็
พระปรมนิ ทรมหาภมู พิ ลอดลุ ยเดชทรงพระกรณุ าโปรดเกลา้ โปรดกระหมอ่ มใหจ้ ดั ตงั้ ขน้ึ โดยคดั เลอื กคนในหมบู่ า้ น
ที่สมัครใจและมีความพร้อมท่ีจะท�ำหน้าที่หมอหมู่บ้าน มาเข้ารับการอบรม และน�ำความรู้กลับไปช่วยเหลือ
คนในหมูบ่ ้านท่เี จ็บป่วยในเบอื้ งตน้
เมอื่ คราวเกิดภาวะวกิ ฤตเิ ศรษฐกิจครงั้ ใหญ่ในประเทศไทยเมื่อพทุ ธศักราช ๒๕๔๐ ราษฎรจ�ำนวนมาก
ต้องเผชิญกับความยากล�ำบากจนกระท่ังไม่มีแม้แต่เงินซ้ืออาหารเพ่ือยังชีพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรม
ราชินีนาถ จึงได้พระราชทานเงินจัดต้ังเป็นกองทุนอาหารกลางวันเล้ียงผู้ตกงานและผู้ประสบความทุกข์ยาก
เดอื ดรอ้ นรวมทง้ั ครอบครวั ภายใต้ “โครงการนำ้� พระทยั พระราชทาน” ซง่ึ ยงั คงใหบ้ รกิ ารอาหารและสงิ่ จำ� เปน็
อืน่ ๆ แก่ผูย้ ากไร้จนถงึ ปจั จุบัน

หนว่ ยแพทย์พระราชทาน
ในการเสด็จพระราชด�ำเนินไปทรง
เยย่ี มราษฎรในถน่ิ ทรุ กนั ดาร สมเดจ็ พระนาง
เจา้ สริ กิ ติ ์ิ พระบรมราชนิ นี าถ ทอดพระเนตร
เหน็ วา่ ราษฎรทม่ี าเฝา้ ทลู ละอองธลุ พี ระบาท
รับเสด็จเป็นจ�ำนวนมากมีอาการเจ็บป่วย
พระองค์จึงมีพระราชเสาวนีย์ให้แพทย์ที่
ตามเสดจ็ ในขบวนออกตรวจอาการ จา่ ยยา
และใหค้ ำ� แนะนำ� แกร่ าษฎรในการดแู ลรกั ษา
ตนเอง
ต่อมาได้มีราษฎรที่เจ็บไข้มาขอรับ
พระราชทานความชว่ ยเหลอื เปน็ จำ� นวนมาก
แพทย์ที่ตามเสด็จไม่สามารถจะตรวจได้ใน
เวลาอันจ�ำกัด พระองค์ก็ทรงกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้จัดคณะแพทย์ตามเสด็จเพิ่มเข้ามาประมาณ
๕ - ๘ ท่าน เรียกว่า “หน่วยแพทย์พระราชทาน” ซ่ึงแพทย์คณะน้ีจะให้การตรวจรักษาราษฎรโดยเฉพาะ
เพอื่ ใหส้ ามารถชว่ ยเหลอื พสกนกิ รทม่ี าขอพงึ่ พระบารมขี องพระองคไ์ ดอ้ ยา่ งทวั่ ถงึ และทรงพระกรณุ าโปรดเกลา้
โปรดกระหม่อมให้จัดต้ังหน่วย “ศัลยแพทย์อาสา” ข้ึนอีกกลุ่มหนึ่ง เพื่อผ่าตัดให้แก่ราษฎร ณ โรงพยาบาล
ในทอ้ งถ่นิ นั้นๆ ช่วยใหร้ าษฎรผเู้ จบ็ ป่วยไมต่ อ้ งยากลำ� บากเดนิ ทางเขา้ มารกั ษาในกรงุ เทพมหานคร

62

62

เนอื่ งในโอกาสพระราชพิธมี หามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๘๐ พรรษา
๑๒ สิงหาคม ๒๕๕๕

หากแพทยต์ ามเสดจ็ ไมส่ ามารถทจ่ี ะตรวจรกั ษาคนไขไ้ ดท้ นั ในชว่ งเวลาเสดจ็ พระราชดำ� เนนิ กท็ รงแกไ้ ข
โดยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เดินทางไปตรวจรักษาล่วงหน้า โดยจะให้การรักษาจนกว่า
คนไข้จะหมด ซ่งึ บางครั้งก็ดึกดนื่ นอกจากนี้ ทางสาธารณสุขจงั หวัดและโรงพยาบาลประจำ� จงั หวดั กไ็ ด้รว่ มมอื
จัดแพทย์และผูช้ ่วยไปสมทบด้วยอีกคณะหนง่ึ

ทรงรับคนไข้ทปี่ ่วยหนักและผ้ปู ระสบเคราะห์กรรมไว้ในพระบรมราชานเุ คราะห์
กรณีที่แพทย์ตามเสด็จ ไม่สามารถวินิจฉัยโรคได้ในขณะน้ัน หรือเป็นโรคร้ายแรงต้องส่งตัวเข้ารับการ
รักษาที่โรงพยาบาล ซึ่งคนไข้เหล่าน้ีมีฐานะยากจน พระองค์จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมรับไว้
เป็น “คนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์” และมีพระราชเสาวนีย์ให้ส่งไปรับการรักษาที่โรงพยาบาลซึ่งอยู่ใกล้
ท้องถิ่นนั้น โดยพระราชทานหนังสือรับรองพร้อมกับค่าเดินทางและค่าใช้จ่ายที่จ�ำเป็น ส่วนค่ารักษาพยาบาล
หรอื คา่ ยานน้ั จะพระราชทานแกโ่ รงพยาบาลโดยตรง หากผู้ป่วยไมส่ ามารถไปเองได้ จะทรงจดั เจา้ หนา้ ทน่ี �ำไป
และพระราชทานคา่ ใชจ้ ่ายแก่เจ้าหน้าท่ีด้วย กรณีท่โี รงพยาบาลในท้องถิ่นนน้ั ขาดแคลนบคุ ลากรทางการแพทย์
หรือเครื่องมือเคร่ืองใช้ในการรักษา ก็ให้ส่งไปรับการรักษาท่ีโรงพยาบาลในกรุงเทพมหานคร โดยพระราชทาน
ค่าเดนิ ทางและค่ารักษาพยาบาลทั้งหมด
นอกจากนี้ หากพระองคท์ รงไดร้ บั ทราบขา่ วสารวา่ มบี คุ คลผซู้ ง่ึ ทำ� ความดแี กส่ งั คมแตต่ อ้ งประสบเคราะห์
กรรมหรอื ผปู้ ระสบภยั อนั เปน็ ทสี่ ลดใจ พระองคก์ จ็ ะทรงพระกรณุ าโปรดเกลา้ โปรดกระหมอ่ มพระราชทานความ
ช่วยเหลือโดยรับบุคคลผู้นั้นไว้เป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์ ซ่ึงจะทรงพระกรุณาพระราชทานค่าใช้จ่าย
ในการรักษาพยาบาลทุกขั้นตอน เพื่อเป็นขวัญกำ� ลังใจใหย้ ดึ มนั่ ทำ� ความดีต่อไป
ทรงหว่ งใยและทรงดูแลคนไขใ้ นพระบรมราชานเุ คราะห์ประดุจลูก
เมื่อทรงรบั คนไข้ไว้ในพระบรมราชานุเคราะหแ์ ลว้ กองราชเลขานกุ ารในพระองค์ฯ จะรบั ผดิ ชอบดแู ล
ผู้ปว่ ยตงั้ แตก่ ารจัดทำ� ประวัตคิ นไข้ เพอื่ ใชพ้ จิ ารณาพระราชทานความชว่ ยเหลือด้านการเงนิ แก่ครอบครวั ผ้ปู ่วย
หากเปน็ ผปู้ ว่ ยทม่ี าจากตา่ งจงั หวดั กน็ ำ� เขา้ พกั ในบา้ นพกั ผปู้ ว่ ยทอี่ ยใู่ นซอยสคุ นั ธาราม เขตดสุ ติ กรงุ เทพมหานคร
ซงึ่ จดั เจา้ หนา้ ทคี่ อยดแู ลผปู้ ว่ ยทงั้ กลางวนั และกลางคนื และพระราชทานอาหารจากหอ้ งเครอื่ งของสวนจติ รลดา
แกผ่ ้ปู ่วย เมื่อถึงข้นั ตอนการพบแพทย์ กองราชเลขานุการในพระองคฯ์ จะนดั หมายแพทยโ์ ดยมีเจา้ หน้าทีค่ อย
อำ� นวยความสะดวกพาไปพบแพทยด์ ้วย
สมเดจ็ พระนางเจา้ สริ กิ ติ ์ิ พระบรมราชนิ นี าถ ทรงจำ� ไดว้ า่ มคี นไขร้ ายใดบา้ งทมี่ อี าการไมค่ อ่ ยดี พระองคท์ รง
เปน็ หว่ งมาก ทรงสอบถามถงึ อาการอยเู่ สมอ ทรงพระกรณุ าโปรดเกลา้ โปรดกระหมอ่ มใหจ้ ดั นางสนองพระโอษฐ์
และอาสาสมคั รเวียนกันไปเยย่ี มเยียนคนไข้เหลา่ นตี้ ามโรงพยาบาลตา่ งๆ ทุกวัน โดยมีพระราชเสาวนียใ์ หท้ ำ� ตัว
ประดจุ ญาติของเขา ทเ่ี ขาจะไวใ้ จบอกเล่าทุกขส์ ขุ เผื่อจะสามารถปัดเปา่ บรรเทาความทกุ ข์ของเขาได้
การพระราชทานพระบรมราชานเุ คราะหม์ ไิ ดจ้ ำ� กดั อยเู่ ฉพาะตวั ผปู้ ว่ ยเทา่ นน้ั พระองคท์ รงมพี ระเมตตา
แผ่ไปถึงครอบครัวของผู้ป่วยอีกด้วย เช่น ผู้ป่วยที่ต้องเข้ามารับการรักษาในกรุงเทพมหานคร บางรายมีบิดา
มารดาทแ่ี กช่ รา หรอื มลี กู เลก็ ๆ กจ็ ะทรงพระกรณุ าโปรดเกลา้ โปรดกระหมอ่ มใหจ้ ดั การใหม้ ผี ดู้ แู ลบคุ คลเหลา่ นน้ั
แทนผู้ป่วย โดยส่งเงินพระราชทานค่าเล้ียงดูไปให้เป็นรายเดือน หรือฝากเจ้าหน้าที่ไปเยี่ยมเยียนดูแลที่บ้าน

63

63

จดหมายเหตเุ ฉลมิ พระเกียรติ
สมเด็จพระนางเจา้ สริ ิกติ ์ิ พระบรมราชนิ ีนาถ

เสด็จพระราชดำ� เนนิ ไปทรงเยย่ี มราษฎร

หากผู้ป่วยต้องอยู่ท่ีโรงพยาบาลนานๆ ก็ทรงจัดให้ญาติเดินทางมาเย่ียมเป็นครั้งคราว นอกจากน้ี หากผู้ป่วยมี
บตุ รทอ่ี ยใู่ นวยั ศกึ ษาเลา่ เรยี น กไ็ ดร้ บั พระราชทานพระราชานเุ คราะหด์ า้ นการศกึ ษาของบตุ รตามสมควรอกี ดว้ ย

อบรมหมอหม่บู า้ น...สรา้ งความรู้สาธารณสขุ มูลฐาน
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์ิ พระบรมราชินีนาถ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้จัดอบรม
“หมอหมูบ่ ้าน” ข้ึนเพื่อใหร้ าษฎรได้เรียนรวู้ ิธกี ารดำ� เนินชีวติ อย่างถกู สขุ อนามัย และการปฐมพยาบาลเบ้ืองตน้
รู้จักยา และการใช้ยา รู้จักการรักษาอนามัยแม่และเด็ก การประสานงานเพื่อจัดส่งผู้ป่วยหนักไปโรงพยาบาล
และวิธกี ารตดิ ต่อกับหนว่ ยราชการ เพือ่ สามารถชว่ ยเหลือ ใหค้ ำ� แนะน�ำญาติพ่นี ้อง เพ่ือนบ้าน และประชาชนใน
ท้องถน่ิ ของตนในดา้ นการสาธารณสขุ เบือ้ งต้น
ผู้ที่จะเข้ารับการอบรมเป็น “หมอหมู่บ้าน” พระองค์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้คัด
เลอื กราษฎรทม่ี คี วามรอู้ า่ นออกเขยี นไดอ้ ยใู่ นหมบู่ า้ นทอ้ งถน่ิ ทรุ กนั ดารหา่ งไกลจากสถานบรกิ ารของรฐั ทส่ี มคั รใจ
และมคี วามพรอ้ ม และทรงมอบหมายแพทยแ์ ละเจา้ หนา้ ทสี่ ภากาชาดไทยดำ� เนนิ การฝกึ อบรมหมอหมบู่ า้ นรนุ่ ละ
ประมาณ ๓๐ - ๔๐ คน ซงึ่ จะไดร้ บั พระราชทานอาหาร ทพ่ี กั และเบยี้ เลย้ี ง และผทู้ ผ่ี า่ นการอบรมจะไดร้ บั กระเปา๋
ยาสามัญประจ�ำบ้านและเวชภัณฑ์ ส�ำหรับการพยาบาลเบ้ืองต้น น�ำกลับไปปฏิบัติหน้าท่ี ณ หมู่บ้านของตน
โดยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้จัดพื้นที่ส่วนหนึ่งของศาลารวมใจเป็นห้องพยาบาล และ
พระราชทานยาพนื้ ฐานไวช้ ว่ ยเหลอื ชาวบา้ น โดยตดิ ฉลากทเ่ี ขยี นใหช้ าวบา้ นอา่ นเขา้ ใจงา่ ย โครงการหมอหมบู่ า้ น

64

64

เน่อื งในโอกาสพระราชพธิ ีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๘๐ พรรษา
๑๒ สิงหาคม ๒๕๕๕

ได้เปิดอบรมข้ึนครั้งแรกท่โี รงพยาบาลคา่ ยกาวิละ จังหวดั เชยี งใหม่ เม่อื พุทธศกั ราช ๒๕๒๔ ตอ่ มาเปดิ อบรมที่
จังหวัดสกลนคร จังหวัดนราธิวาส และขยายไปยังจังหวัดใกล้เคียง เมื่อเข้าอบรมแล้วหมอหมู่บ้านจะมีโอกาส
ไปศึกษาดูงานและทำ� ความร้จู กั กับเจ้าหนา้ ท่สี ำ� นักงานสาธารณสขุ ระดบั ตำ� บลและอำ� เภอ เพือ่ การตดิ ต่อขอรับ
บริการและการประสานงานต่อไป
พนื้ ทที่ มี่ กี ารอบรมหมอหมบู่ า้ นรนุ่ ใหม่ สมเดจ็ พระนางเจา้ สริ กิ ติ ์ิ พระบรมราชนิ นี าถ ทรงพระกรณุ าโปรด
เกลา้ โปรดกระหมอ่ มใหห้ มอหมบู่ า้ นรนุ่ เกา่ เขา้ รบั การอบรมทบทวนเพมิ่ เตมิ เพอื่ เพม่ิ พนู ความรู้ ชว่ ยใหห้ มอหมบู่ า้ น
ได้รับความรู้ความเข้าใจใหม่ๆ รวมท้ังได้มีโอกาสสอบถามปัญหาความต้องการยาและเวชภัณฑ์ของชาวบ้าน
และได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์และข้อมูลขา่ วสารจากความต้องการทแ่ี ทจ้ ริงของชาวบา้ น ซึง่ เปน็ ประโยชนท์ ง้ั
แกห่ มอหมูบ่ า้ นร่นุ ใหม่ และผู้ท่ที �ำการอบรม นอกจากนี้ ทรงพระกรณุ าโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทาน
รางวลั แกห่ มอหมบู่ า้ นรนุ่ เกา่ ทไ่ี ดป้ ฏบิ ตั หิ นา้ ทด่ี ว้ ยความเขม้ แขง็ ซงึ่ ไดส้ รา้ งกำ� ลงั ใจใหแ้ กห่ มอหมบู่ า้ นเปน็ อยา่ งยง่ิ
ปัจจุบันมีหมอหมู่บ้านอยู่เป็นจ�ำนวนมากทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ สามารถช่วยเหลือชาวบ้าน
สาธารณสขุ มลู ฐานไดอ้ ยา่ งทนั ทว่ งที เชน่ การทำ� คลอด ทำ� แผล การปฐมพยาบาล เปน็ ตน้ ชว่ ยใหป้ ระชาชนทอ่ี ยู่
ในพนื้ ท่หี า่ งไกลเขา้ ถงึ บรกิ ารสาธารณสุขมูลฐานได้สะดวกรวดเรว็ ข้นึ สอดคลอ้ งกับพระราชประสงคข์ องสมเด็จ
พระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ที่ทรงเน้นให้ชุมชมและท้องถ่ินมีส่วนร่วมในการเสริมสร้างสุขภาพและ
การจัดการปญั หาสขุ ภาพของตนเองไดอ้ ย่างเข้มแขง็ และย่งั ยืน พระเมตตาและพระมหากรุณาธคิ ณุ ทที่ รงห่วงใย
ราษฎรนี้ได้ช่วยสนับสนุนทางราชการในด้านบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข ที่ส�ำคัญย่ิงคือ ได้ช่วยให้
ราษฎรในทอ้ งถิ่นเปน็ จ�ำนวนมากมสี ุขภาพทด่ี ีขึ้น

นำ้� พระทัยพระราชทาน...แกผ่ ตู้ กงานและผทู้ กุ ขย์ าก
ในชว่ งเกดิ วกิ ฤตเิ ศรษฐกจิ เมอื่ พทุ ธศกั ราช ๒๕๔๐ ประชาชนเกอื บ ๓ ลา้ นคน ตอ้ งเผชญิ กบั ภาวะตกงาน
ส่งผลกระทบถึงครอบครัวท่ีต้องเดือดร้อนต่อเน่ืองกันเป็นลูกโซ่ ซ่ึงอาจก่อให้เกิดปัญหาสังคมและอาชญากรรม
ตามมา ด้วยน้�ำพระราชหฤทัยอันเปี่ยมล้น และพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์ิ พระบรม
ราชินีนาถ ทรงห่วงใยในสถานการณ์ดังกล่าว จึงได้พระราชทานแนวทางบรรเทาปัญหาตามวิธีโบราณเช่นสมัย
พุทธกาล ด้วยการตั้งโรงทานเล้ียงอาหารแก่ผู้ขัดสนไม่ให้อดอยาก พระองค์ได้พระราชทานเงินรายได้จากการ
ขายดอกมะลิ ในวันแม่แห่งชาติ จ�ำนวน ๒ ล้านบาท ท่ีคณะกรรมการจัดงานวันแม่แห่งชาติถวายเงินทูลเกล้า
ทูลกระหม่อมคืนให้แก่สภาสังคมสงเคราะห์ฯ เพื่อจัดตั้งกองทุนเพื่อเลี้ยงอาหารกลางวันแก่ราษฎรท่ีตกทุกข์
ไดย้ าก และใหเ้ ป็นแกนกลางรว่ มกับหน่วยงานและองค์กรต่างๆ ด�ำเนนิ การต่อไป
สภาสงั คมสงเคราะห์ฯ ได้นอ้ มรับพระราชเสาวนีย์จัดตัง้ “โครงการน�ำ้ พระทยั พระราชทาน” จัดเลย้ี ง
อาหารกลางวันแก่ผู้ตกงานและผู้ตกทุกข์ได้ยาก รวมท้ังครอบครัว ณ บริเวณสภาสังคมสงเคราะห์ฯ ทุกวัน
เวน้ วนั หยุดราชการ เร่ิมต้ังแตว่ ันท่ี ๒๕ พฤษภาคม พทุ ธศักราช ๒๕๔๑ เปน็ ต้นมาจนถงึ ปัจจบุ นั
นอกจากให้บริการอาหารกลางวันแล้ว สภาสังคมสงเคราะห์ฯ ร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ท้ังภาครัฐและ
เอกชนให้บริการและสงเคราะห์ด้านอ่ืนๆ ด้วย อาทิ แจกถุงยังชีพ บริการตัดผม ตรวจสุขภาพ ให้การรักษา
และให้คำ� ปรึกษาดา้ นสุขภาพจติ ด้านวิชาชพี กฎหมาย สาธติ อาชีพพรอ้ มกบั ใหท้ ุนประกอบอาชพี รับสมัครและ

65

65

จดหมายเหตุเฉลมิ พระเกยี รติ
สมเด็จพระนางเจา้ สิรกิ ติ ์ิ พระบรมราชินนี าถ

จัดหางาน ให้ทุนการศึกษา และให้บริการสงเคราะห์
เฉพาะหน้าแก่ผู้ท่ีมีความเดือดร้อน ไม่ว่าจะตกงาน
หรอื อนื่ ใด หากไดเ้ ข้ามารบั บริการโครงการนำ�้ พระทัย
พระราชทานแล้ว จะได้รับการบรรเทาทุกข์ให้ผ่อน
คลาย มีชีวิตความเป็นอยู่ และคุณภาพชีวิตท่ีดีข้ึน
ท้ังร่างกายและจิตใจ พร้อมที่จะต่อสู้ฟันฝ่าอุปสรรค
ตอ่ ไปอยา่ งไม่ยอ่ ท้อ
อาหารกลางวนั ทป่ี ระชาชนไดร้ บั พระราชทาน
นี้ ไม่ได้เป็นเพียงเคร่ืองประทังความหิวโหยเท่านั้น
ประชาชนผู้เดือดร้อนยังถือเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต
เนื่องจากเป็น “ข้าวของพระราชินี” ท�ำให้ตระหนัก
อยู่เสมอว่า พระองค์ไม่เคยทรงทอดท้ิงประชาชน
ของพระองค์ ทรงห่วงใยทุกข์สุข สภาพความเป็นอยู่
ของประชาชน ที่ทรงถือเสมือนว่าเป็น “ลูก” ของ
พระองค์
นอกจากนี้ สมเดจ็ พระนางเจา้ สริ กิ ติ ์ิ พระบรม
ราชินีนาถ ได้พระราชทานพระราชทรัพย์เพ่ิมเติมให้
อีกหลายครั้ง รวมจ�ำนวนท้ังส้ิน ๑๒ ล้านบาท และ
ทรงติดตามการด�ำเนินงานโครงการอย่างต่อเนื่อง
ทรงสอบถามปัญหาและอุปสรรคในการด�ำเนินงาน
ตลอดจนพระราชทานผลไม้ต่างๆ ตามฤดูกาลมา
ให้แก่ผู้ท่ีตกงานและผู้ท่ีตกทุกข์ได้ยากในโครงการฯ
นับเปน็ พระมหากรณุ าธคิ ณุ อย่างหาทสี่ ุดมิได้ ด้วยพระเมตตาของพระองคเ์ ปน็ แรงขับเคล่ือนใหห้ นว่ ยงานตา่ งๆ
และประชาชนผมู้ จี ติ ศรทั ธาบรจิ าคเงนิ สมทบกองทนุ จนปจั จบุ นั (มกราคม พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๕) มยี อดเงนิ บรจิ าค
รวม ๕๗.๔๐ ล้านบาท
สภาสงั คมสงเคราะหฯ์ ยงั ไดร้ ว่ มกบั หนว่ ยงานตา่ งๆ ใหค้ วามชว่ ยเหลอื แกผ่ ทู้ ตี่ กทกุ ขไ์ ดย้ ากตามโครงการ
นำ้� พระทยั พระราชทาน จดั เลยี้ งอาหารกลางวนั แกผ่ ปู้ ระสบความเดอื ดรอ้ นในชมุ ชนตา่ งๆ ในโอกาสสำ� คญั ๆ เพอ่ื
เปน็ การขยายบริการออกไปอย่างกว้างขวาง
เปน็ เวลา ๑๔ ปี ท่โี ครงการนำ�้ พระทัยพระราชทานยงั คงใหบ้ ริการประชาชนผู้เดือดร้อนเรอ่ื ยมา จนถงึ
ปจั จบุ นั มผี ไู้ ดร้ บั ความชว่ ยเหลอื แลว้ รวมจำ� นวนเกอื บ ๑ ลา้ นคน พระเมตตาของสมเดจ็ พระนางเจา้ สริ กิ ติ ิ์ พระบรม
ราชนิ นี าถ ทที่ รงหว่ งใยประชาชนทต่ี กทกุ ขไ์ ดย้ าก ซง่ึ บางครง้ั ถงึ กบั ตอ้ งลกั ทรพั ยเ์ พอ่ื ดำ� รงชวี ติ เกดิ ความสำ� นกึ ใน
พระมหากรณุ าธคิ ณุ ไดร้ ว่ มกนั กลา่ วคำ� ปฏญิ าณตอ่ หนา้ พระสาทสิ ลกั ษณว์ า่ จะไมล่ กั ทรพั ยห์ รอื ประกอบมจิ ฉาชพี
อนื่ ใดอีกต่อไป และอกี หลายครอบครัวมีชีวติ ความเป็นอยทู่ ด่ี ขี ึ้น เป็นผลใหเ้ กดิ สนั ติสขุ ในสังคมไทยอย่างยั่งยืน

66

66

เนอ่ื งในโอกาสพระราชพธิ มี หามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๘๐ พรรษา
๑๒ สงิ หาคม ๒๕๕๕

๔. ด้านการอนรุ กั ษ์และฟื้นฟูศลิ ปวัฒนธรรม

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์ิ พระบรมราชินีนาถ ทรงตระหนกั วา่ ผา้ ไทยมคี วามงดงามและมเี อกลกั ษณค์ วร
แกก่ ารอนรุ กั ษ์ พระองคจ์ งึ ทรงสง่ เสรมิ และฟน้ื ฟกู ารทอผา้ ทงั้ ผา้ ไหมและผา้ พน้ื บา้ นของภาคตา่ งๆ ทเ่ี ปน็ เอกลกั ษณ์
เฉพาะถนิ่ จนเปน็ ทรี่ จู้ กั และนยิ มอยา่ งกวา้ งขวาง รวมทง้ั มพี ระราชดำ� รใิ หจ้ ดั ตง้ั “พพิ ธิ ภณั ฑผ์ า้ ในสมเดจ็ พระนางเจา้
สริ กิ ติ ิ์ พระบรมราชนิ นี าถ” ขน้ึ เพอื่ เปน็ แหลง่ รวบรวมและศกึ ษาคน้ ควา้ เกย่ี วกบั ผา้ ไทย และจดั แสดงประวตั ศิ าสตร์
เคร่ืองแต่งกายของคนไทย ซึ่งมีทั้งฉลองพระองค์ชุดไทยเมื่อครั้งท่ีโดยเสด็จพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหา
ภมู พิ ลอดุลยเดชไปทรงเยอื นประเทศสหรัฐอเมริกาและยุโรปอย่างเปน็ ทางการครั้งแรก และ “ชดุ ไทยพระราช
นิยม” ซ่ึงเป็นชุดประจ�ำชาติไทยในปัจจุบัน ท�ำให้ผ้าไหมรวมถึงผ้าไทยที่ทรงน�ำมาตัดฉลองพระองค์และทรง
สวมใส่เป็นแบบอย่าง เปน็ ที่นิยมอยา่ งแพรห่ ลายทง้ั ในประเทศและตา่ งประเทศ

สมเด็จพระนางเจา้ สิริกติ ์ิ พระบรมราชินีนาถ โดยเสด็จพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมพิ ลอดุลยเดช
ทรงน�ำประธานาธิบดี บ.ี จอห์นสนั แหง่ สหรัฐอเมรกิ า และภรยิ า ชมการแสดงนาฏศลิ ป์ ณ โรงละครแหง่ ชาติ

เม่อื วันท่ี ๒๘ ตลุ าคม ๒๕๐๙

67

67

จดหมายเหตุเฉลมิ พระเกียรติ
สมเดจ็ พระนางเจ้าสิรกิ ติ ิ์ พระบรมราชินีนาถ

นอกจากน้ี สมเดจ็ พระนางเจา้ สริ กิ ติ ิ์ พระบรมราชนิ นี าถ ยงั สนพระราชหฤทยั ศกึ ษาดา้ นประวตั ศิ าสตร์ และ
โบราณคดี โดยทรงเลง็ เหน็ วา่ การเรยี นรปู้ ระวตั ศิ าสตรจ์ ะชว่ ยใหค้ นไทยเขา้ ใจและเหน็ คณุ คา่ มรดกทางวฒั นธรรม
อันย่ิงใหญท่ บ่ี รรพบรุ ุษไดร้ ักษาไวใ้ หอ้ นชุ นรุ่นหลัง พระองคจ์ ึงทรงสง่ เสรมิ ใหค้ นไทยรกั ชาติ ด้วยการประยุกต์ใช้
บทเพลง ละคร และภาพยนตร์ โดยสอดแทรกเนอ้ื หาใหค้ นไทยเกดิ ความภาคภมู ใิ จทเ่ี กดิ เปน็ คนไทย ทรงสนบั สนนุ
การบรู ณะและซอ่ มแซมปฏสิ งั ขรณโ์ บราณสถาน โบราณวตั ถตุ า่ งๆ รวมถงึ การสรา้ งพระบรมราชานสุ าวรยี ว์ รี บรุ ษุ
และวีรสตรีของไทย เพื่อทรงเปน็ แบบอย่างของการแสดงความกตัญญู และให้ชาวไทยได้ตระหนกั และร�ำลึกถงึ
บญุ คณุ ของบรรพบุรษุ ที่รกั ษาแผ่นดนิ ไทยไวใ้ ห้ลูกหลานจนทุกวันนี้ ตลอดจนทรงบูรณะ “พระท่ีน่งั วมิ านเมฆ”
สถาปัตยกรรมอันทรงคุณค่า เพื่อจัดท�ำเป็นพิพิธภัณฑ์เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า
เจา้ อยหู่ วั และทรงบรู ณะ “พระทน่ี ง่ั อภเิ ษกดสุ ติ ” เพอ่ื จดั เปน็ พพิ ธิ ภณั ฑศ์ ลิ ปาชพี ถาวร แหง่ แรกในประเทศไทย

พพิ ธิ ภัณฑผ์ ้าฯ แหล่งเรียนรู้วัฒนธรรมการทอผ้าและเครอื่ งแต่งกายไทย
สมเดจ็ พระนางเจา้ สริ กิ ติ ิ์ พระบรมราชนิ นี าถ โดยเสดจ็ พระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาภมู พิ ลอดลุ ยเดช
เพ่ือทรงงานและทรงเย่ียมราษฎรในภูมิภาคต่างๆ ทรงพบเห็นและตระหนักว่าชาวบ้านมีฝีมือทอผ้าได้งดงาม
และมีเอกลักษณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผ้าไหม ซ่ึงพระองค์ทรงตระหนักว่า ไม่ใช่เพียงการท�ำเครื่องนุ่งห่ม แต่
เปน็ การทำ� งานศลิ ปะตามแบบชาวบา้ นทถ่ี กั ทอความรกั มอบใหค้ นในครอบครวั ตามแบบอยา่ งประเพณที แ่ี มท่ อ
ผา้ ไหมใหล้ กู ชาย ลกู สาว ยามมงี านสำ� คญั ๆ พระองคจ์ งึ ทรงสนบั สนนุ และฟน้ื ฟกู ารทอผา้ ไหมและผา้ พนื้ บา้ นของ
ภาคตา่ งๆ จนกระทง่ั ผ้าไทยเปน็ ท่รี ู้จกั และนยิ มอยา่ งแพร่หลายมาเป็นระยะเวลากว่า ๕๐ ปี ตราบจนปจั จบุ นั

68

68

เนอ่ื งในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลมิ พระชนมพรรษา ๘๐ พรรษา
๑๒ สงิ หาคม ๒๕๕๕

นอกจากนี้ พระองค์ทรงน�ำการฉลองพระองค์โดยใช้ผ้าไทยในการตัดเย็บ ซ่ึงไม่เพียงแต่สะท้อนให้
เห็นถึงพระอัจฉริยภาพในการสร้างสรรค์และสืบสานการแต่งกายท่ีเป็นเอกลักษณ์ของชาติ แต่ยังสะท้อนถึง
น�้ำพระราชหฤทัยที่ทรงห่วงใยทุกข์สุขของพสกนิกร โดยทรงส่งเสริมการน�ำภูมิปัญญาท้องถ่ินมาสร้างรายได้แก่
ราษฎร ตลอดจนทรงตระหนักวา่ ศลิ ปะบนผืนผ้ากบั วฒั นธรรมไทยท่ีเกย่ี วเนื่องกบั การทอผ้า เปน็ ส่งิ ล้ำ� ค่าที่ตอ้ ง
อนุรกั ษ์ไว้ พระองคจ์ ึงมีพระราชดำ� รใิ ห้จดั ตัง้ “พิพธิ ภัณฑ์ผ้าในสมเดจ็ พระนางเจ้าสริ กิ ิต์ิ พระบรมราชนิ นี าถ”
ขึน้ เพือ่ เป็นแหล่งรวบรวมและศึกษาค้นคว้าเกยี่ วกบั ผา้ ไทยและประวัตศิ าสตรเ์ ครอ่ื งแตง่ กายของคนไทย
พิพธิ ภัณฑผ์ ้าในสมเด็จพระนางเจา้ สริ ิกิติ์ พระบรมราชินนี าถ ได้รบั การจดั ตง้ั ขน้ึ ในหอรัษฎากรพพิ ัฒน์
ในพระบรมมหาราชวงั ซงึ่ พระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาภมู พิ ลอดลุ ยเดช ทรงพระกรณุ าโปรดเกลา้ โปรดกระหมอ่ ม
พระราชทานพระบรมราชานญุ าตใหป้ รบั ปรงุ เปน็ อาคารพพิ ธิ ภณั ฑผ์ า้ ฯ ภายใตก้ ารดแู ลของสมเดจ็ พระเทพรตั น
ราชสดุ า เจา้ ฟา้ มหาจกั รสี ริ นิ ธร สยามบรมราชกมุ ารี ซง่ึ ทรงเปน็ ประธานทปี่ รกึ ษาของคณะกรรมการการบรหิ าร
พพิ ธิ ภณั ฑผ์ า้ ฯ และเสดจ็ พระราชดำ� เนนิ ทรงเปน็ องคป์ ระธานในพธิ เี ปดิ พพิ ธิ ภณั ฑผ์ า้ ฯ เมอื่ วนั ที่ ๒๖ เมษายน ๒๕๕๕
ปัจจุบัน พิพิธภัณฑ์ผ้าฯ เป็นหน่วยงานหนึ่งภายใต้มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์ิ
พระบรมราชนิ นี าถ เปน็ ศนู ยก์ ลางการเกบ็ รกั ษาและจดั แสดงผา้ ประเภทตา่ งๆ ทเ่ี ปน็ สมบตั ทิ างวฒั นธรรมของชาติ
รวมท้งั จัดแสดงฉลองพระองค์ในสมเดจ็ พระนางเจา้ สิรกิ ิต์ิ พระบรมราชินนี าถ ทีท่ รงน�ำเอกลักษณค์ วามเปน็ ไทย
ไปแสดงแก่นานาอารยประเทศและก่อให้เกิดรายได้กลับมาสู่ผู้ผลิตในประเทศ มีพื้นท่ีรวบรวมและจัดแสดงผ้า
กว่า ๓,๐๐๐ ตารางเมตร ภายในพพิ ธิ ภณั ฑ์ได้จัดห้องแสดงนทิ รรศการรวม ๔ หอ้ ง ไดแ้ ก่

หอ้ งท่ี ๑ “ราชพสั ตราจากผ้าไทย”
ห้องท่ี ๒ “ไทยพระราชนยิ ม” และ
ห้องท่ี ๓ และ ๔ เป็นห้องที่กำ� หนดจัดนทิ รรศการหมุนเปลีย่ นทุกปี นิทรรศการครงั้ แรกจัดแสดงเร่อื ง
“พระหตั ถ์ที่ทรงงานเพอ่ื แผน่ ดนิ ”
ห้องนทิ รรศการ ๑ “ราชพสั ตราจากผ้าไทย”
จากการทส่ี มเดจ็ พระนางเจา้ สิรกิ ิต์ิ พระบรมราชนิ นี าถ ทรงสง่ เสรมิ พฒั นา และปรบั ปรงุ การทอผา้ ไหม
ตลอดจนพระราชทานความรใู้ นการปลกู หมอ่ นเลย้ี งไหม และการปกั ผา้ ตา่ งๆ ซงึ่ ชว่ ยสรา้ งรายไดใ้ หแ้ กร่ าษฎรเปน็
อยา่ งดี รวมทงั้ ทรงใหฟ้ น้ื ฟกู ารทอผา้ พน้ื บา้ นของภาคตา่ งๆ ทเ่ี ปน็ เอกลกั ษณเ์ ฉพาะถน่ิ เชน่ ภาคใต้ มผี า้ ลายดอก
พกิ ลุ ลายดอกมะลิ ภาคเหนอื มลี ายปกั ตา่ งๆ ของชาวไทยภเู ขา ภาคอสี าน มผี า้ ไหมแพรวา ผา้ ไหมลายมดั หม่ี และ
ผา้ ขดิ ลายตา่ งๆ นอกจากนท้ี รงสง่ เสรมิ การประกวดผา้ แบบโบราณทผ่ี ลติ ขนึ้ ใหม่ ชว่ ยใหก้ ารทอผา้ ของไทยกลบั ฟน้ื
คนื มาเปน็ ทน่ี ยิ มอยา่ งแพรห่ ลาย และการแตง่ กายแบบไทยตดั เยบ็ จากผา้ ไทยกไ็ ดร้ บั ความนยิ มหลากหลายยง่ิ ขน้ึ
ดว้ ยสายพระเนตรทแ่ี หลมคมและพระราชวสิ ยั ทศั นอ์ นั กวา้ งไกลของสมเดจ็ พระนางเจา้ สริ กิ ติ ิ์ พระบรม
ราชนิ นี าถ ทที่ รงสง่ เสรมิ พฒั นา และปรบั ปรงุ การทอผา้ ตา่ งๆ ของชาวไทย เปดิ โอกาสใหค้ นไทยไดแ้ สดงฝมี อื และ
ความสามารถ มผี ลติ ผลเปน็ ผา้ ทอทส่ี วยงาม ขณะเดยี วกนั ทรงใชผ้ า้ ทชี่ าวบา้ นทอตดั เปน็ ฉลองพระองค์ ตลอดจน
ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้จัดนิทรรศการ และการเดินแบบแสดงเครื่องแต่งกายที่ใช้ผ้าไหม
และผา้ ฝา้ ยขน้ึ ในโอกาสตา่ งๆ ทงั้ ในและตา่ งประเทศ สง่ ผลใหก้ ารทอผา้ ของไทยทชี่ าวชนบทเคยทอใชเ้ องภายใน
ครวั เรอื นไดก้ ลายเปน็ งานศลิ ปะทนี่ ำ� รายไดม้ าสชู่ นบท และวฒั นธรรมการแตง่ กายไทยไดเ้ ปน็ ทปี่ รากฏแสดงความ

69

69

จดหมายเหตุเฉลิมพระเกยี รติ
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์ิ พระบรมราชินีนาถ

งดงามโดดเด่น เป็นความพอใจและภูมิใจของผู้สวมใส่และผู้สร้างสรรค์ ตลอดจนเผยแพร่ช่ือเสียงของประเทศ
ใหข้ จรขยายไปทั่วโลก
ดงั ฉลองพระองคช์ ดุ สากลในสมเดจ็ พระนางเจา้ สริ กิ ติ ์ิ พระบรมราชนิ นี าถ ทพี่ ระราชทานใหจ้ ดั แสดงในหอ้ ง
นทิ รรศการ ๑ “ราชพสั ตราจากผา้ ไทย” ซงึ่ มที งั้ หมด ๑๖ องค์ โดยเปน็ ฉลองพระองคท์ ที่ รงพระกรณุ าโปรดเกลา้
โปรดกระหม่อมให้นักออกแบบชาวไทยและชาวต่างประเทศน�ำผ้าไหมและผ้าท่ีทอจากฝีมือคนไทยทุกภาค
มาตัดเย็บเป็นฉลองพระองค์ในวาระส�ำคัญต่างๆ อันเป็นส่วนส�ำคัญท่ีช่วยให้ผ้าไทยที่เกิดจากภูมิปัญญาท้องถิ่น
เป็นท่ีรู้จักอย่างกว้างขวาง ซึ่งเป็นแนวพระราชด�ำริในการเผยแพร่และส่งเสริมผ้าไทย รวมท้ังศิลปวัฒนธรรม
ดา้ นการแต่งกายของสตรไี ทย ชว่ ยเชิดชูใหผ้ า้ ไทยเปน็ เอกลกั ษณข์ องชาตแิ ละเปน็ ทร่ี จู้ ักในระดบั สากล

ห้องนทิ รรศการ ๒ “ไทยพระราชนิยม”
เมอื่ ครงั้ ทส่ี มเดจ็ พระนางเจา้ สริ กิ ติ ิ์ พระบรมราชนิ นี าถ โดยเสดจ็ พระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาภมู พิ ล
อดลุ ยเดช ไปทรงเยอื นประเทศสหรัฐอเมรกิ าและยโุ รปอยา่ งเปน็ ทางการครงั้ แรก เมอ่ื พุทธศักราช ๒๕๐๓ เพ่ือ
ทรงเจริญทางพระราชไมตรี สมเด็จพระนางเจา้ สิริกิต์ิ พระบรมราชนิ ีนาถ มพี ระราชดำ� ริว่า สตรีไทยในขณะนน้ั
ไมม่ เี ครอ่ื งแตง่ กายทเ่ี ปน็ ชดุ ไทยหรอื ชดุ ประจำ� ชาตเิ หมอื นสตรชี าตอิ น่ื ๆ เชน่ สา่ หรขี องสตรอี นิ เดยี หรอื กโิ มโนของ
สตรญี ปี่ นุ่ ซงึ่ ถอื เปน็ เอกลกั ษณข์ องชาติ
สมเด็จพระนางเจา้ สิริกิติ์ พระบรมราชนิ ีนาถ จงึ ทรงสอบถามผู้รูแ้ ละมีประสบการณ์ รวมท้งั การศึกษา
จากประวตั ศิ าสตรอ์ ยา่ งละเอยี ดถถ่ี ว้ น และมพี ระราชเสาวนยี ใ์ หผ้ เู้ ชยี่ วชาญคน้ ควา้ ประวตั ศิ าสตร์ ธรรมเนยี มการ
แตง่ กายของสตรไี ทยในราชสำ� นกั โบราณ และทรงพระกรณุ าโปรดเกลา้ โปรดกระหมอ่ มใหอ้ อกแบบฉลองพระองค์
ชดุ ไทยแบบตา่ งๆ โดยนำ� รปู แบบการแตง่ กายของสตรไี ทยในอดตี มาผสมผสานกบั วธิ กี ารตดั เยบ็ ปจั จบุ นั ไดอ้ ยา่ ง
ลงตวั เพอ่ื ใหง้ า่ ยตอ่ การสวมใสแ่ ละเหมาะสมกบั ยคุ สมยั แตค่ งความเปน็ ไทยไดอ้ ยา่ งกลมกลนื และสงา่ งาม สรา้ ง
ความประทับใจใหแ้ กผ่ ู้ทไี่ ดพ้ บเห็น จนกระทั่งนติ ยสาร “โวก้ ” (Vogue) นิตยสารระดับโลก ซง่ึ ชน่ื ชมในพระราช
จริยวัตรอันงดงามของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์ิ พระบรมราชินีนาถ ในฉลองพระองค์ชุดไทย จึงได้ส่งช่างภาพ
มาขอพระราชทานพระฉายาลักษณ์ น�ำไปเผยแพร่ในนิตยสารโว้ก ฉบับเดือนกรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๒๕
สง่ ผลให้ผา้ ไทยมีชือ่ เสยี งอยา่ งมาก และเป็นที่นิยมสวมใส่ทง้ั ในประเทศและตา่ งประเทศ

ต่อมา พระองค์ได้พระราชทานพระราชานุญาตให้จัดพิมพ์สมุดภาพ “หญิงไทย” เผยแพร่การแต่ง
กายชุดไทยพระราชนิยม ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ออกแบบสร้างสรรค์ จ�ำนวน ๕ แบบ
และหลงั จากชุดไทยพระราชนยิ ม ๕ แบบดังกลา่ วได้รบั ความนิยมอย่างแพร่หลาย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า
โปรดกระหมอ่ มสรา้ งสรรคเ์ พม่ิ ข้ึนอกี ๓ แบบ ดังน้ี

ไทยเรือนตน้ เปน็ ชดุ ทใ่ี ช้ไดห้ ลายโอกาส ใช้เป็นชุดลำ� ลองในงานเลยี้ งทีไ่ มเ่ ป็นพธิ กี าร
ไทยจิตรลดา เป็นชดุ ไทยสำ� หรับพธิ กี ลางวนั ใชใ้ นงานพิธกี ารมากกว่าชุดไทยเรือนต้น
ไทยอมรนิ ทร์ ไทยบรมพมิ าน ไทยจกั รพรรดิ และไทยดสุ ติ เปน็ ชดุ ส�ำหรบั สตรสี วมสายสะพายในงาน
พระราชพธิ ี ท่ีก�ำหนดให้แต่งกายเต็มยศ
ไทยจกั รี ใชส้ ำ� หรบั งานกลางคนื ทอี่ ากาศไมเ่ ยน็ มากนกั โดยเปน็ ชดุ ไทยหม่ สไบ เปดิ ไหลข่ า้ งหนง่ึ เหมาะ
กบั ช่วงเวลาทีม่ ีอากาศเยน็

70

70

เน่อื งในโอกาสพระราชพธิ มี หามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๘๐ พรรษา
๑๒ สงิ หาคม ๒๕๕๕

ทรงพระกรณุ าโปรดเกลา้ โปรดกระหม่อม เผยแพร่ชุดไทยทง้ั ๘ แบบน้ี ใหส้ ตรไี ทยทว่ั ไปนำ� ไปแต่งกาย
ไดแ้ ละใช้เป็นแบบมาตรฐาน ซ่งึ มกี ารประยกุ ตเ์ ป็นชุดไทยอกี หลายแบบ ปรากฏเป็นทนี่ ยิ มอยา่ งแพร่หลาย และ
ถอื เป็นชุดประจ�ำชาติไทยสืบมาจนถงึ ปจั จุบัน

สว่ นชดุ ไทยพระราชนิยมทสี่ มเด็จพระนางเจา้ สิริกิต์ิ พระบรมราชินนี าถ ทรงในโอกาสโดยเสดจ็ ไปทรง
เจริญสัมพันธไมตรีกับสหรัฐอเมริกาและยุโรปเม่ือพุทธศักราช ๒๕๐๓ พระองค์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรด
กระหม่อม ให้จัดแสดงในห้องนิทรรศการ ๒ “ไทยพระราชนิยม” ซ่ึงสะท้อนให้เห็นถึงพระอัจฉริยภาพของ
พระองค์ ในการสรา้ งสรรค์และประยุกต์ใช้ชดุ ไทยอย่างเหมาะเจาะลงตัว รวมถงึ ทรงพระกรณุ าโปรดเกล้าโปรด
กระหม่อมให้น�ำผ้าและเคร่ืองแต่งกายในราชส�ำนักที่มีอายุกว่า ๑๐๐ ปี จากพระคลัง ในพระบรมมหาราชวัง
และพิพธิ ภัณฑ์ผา้ โบราณ ตำ� หนกั พระองคเ์ จ้าอรไทยเทพกญั ญา ในพระราชวงั ดุสติ มาร่วมจัดแสดง เพอื่ แสดง
ถงึ เอกลักษณ์ไทยท่เี ป็นตน้ แบบของชดุ ประจำ� ชาติของสตรีไทยในปัจจุบนั

ชุดไทยพระราชนยิ ม เอกลกั ษณ์ไทยส่สู ากล
อาจกล่าวได้ว่า ชุดไทยพระราชนิยม ทท่ี รงศกึ ษา ค้นคว้า และสรา้ งสรรค์ เปน็ จดุ เรมิ่ ตน้ แรงบันดาลใจ
และพลังสนับสนุนที่ย่ิงใหญ่ให้นักออกแบบเสื้อผ้าสืบสานสร้างและประยุกต์ชุดไทยท่ีใช้ผ้าไหมเป็นพ้ืนฐาน
ให้มีความสวยงาม แปลกตา และสามารถใช้แทนชุดสากลได้อย่างสง่าภาคภูมิ ดังน้ัน การทอผ้าของไทยที่
ชาวชนบททอใชเ้ องภายในบา้ น จงึ ไดก้ ลายเปน็ งานศลิ ปหตั ถอตุ สาหกรรมทน่ี ำ� รายไดม้ าสชู่ นบทพรอ้ มทงั้ สบื ทอด
วัฒนธรรมไทยให้ด�ำรงคงอยยู่ ่งั ยนื
นอกจากนี้ ได้มีการน�ำชุดไทยพระราชนิยมไปใช้อย่างแพร่หลายในองค์กรและโอกาสต่างๆ กัน
โดยบางองค์กรน�ำไปใช้เป็นเครื่องแบบเพ่ือเผยแพร่ความเป็นไทย เช่น เป็นชุดพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน
และโรงแรมระดับมาตรฐานสากล ชุดผู้เชิญเหรียญรางวัลหรือถือป้ายช่ือประเทศในการแข่งขันกีฬานานาชาติ
ตลอดจนสตรไี ทยใชแ้ ตง่ กายในหนว่ ยงานไทยทต่ี ง้ั อยตู่ า่ งประเทศ เชน่ สถานเอกอคั รราชทตู สำ� นกั งานการพาณชิ ย์
สำ� นกั งานการทอ่ งเทยี่ วแหง่ ประเทศไทย โดยนยิ มแตง่ กายในงานเลย้ี งทเี่ ปน็ ทางการ และเปน็ ทนี่ ยิ มใชเ้ ปน็ เครอื่ ง
แต่งกายของคูบ่ ่าวสาวด้วย
จึงเป็นที่ประจักษ์ว่า ชุดไทยพระราชนิยมและชุดแต่งกายแบบไทย เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย
กด็ ว้ ยพระราชวสิ ยั ทศั น์ และพระวริ ยิ ะอตุ สาหะของสมเดจ็ พระนางเจา้ สริ กิ ติ ์ิ พระบรมราชนิ นี าถ ในการทรงงาน
มาเป็นระยะเวลาหลายสิบปี ได้ทรงสรรค์สร้างและสืบสานมรดกวัฒนธรรมการแต่งกายของไทยให้คงอยู่
คูเ่ มอื งไทยสืบไป
หอ้ งนทิ รรศการ ๓ และ ๔ “พระหัตถท์ ี่ทรงงานเพือ่ แผ่นดิน”
สว่ นท่ี ๓ และ ๔ เปน็ การแสดงนิทรรศการที่ก�ำหนดใหห้ มุนเปล่ียนทุกปี โดยนิทรรศการครัง้ แรก คอื
“พระหตั ถท์ ท่ี รงงานเพอื่ แผน่ ดนิ ” บอกเลา่ เรอื่ งราวตน้ กำ� เนดิ แหง่ ศลิ ปาชพี ตง้ั แตพ่ ทุ ธศกั ราช ๒๕๑๓ ทพี่ ระบาท
สมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาภมู พิ ลอดลุ ยเดช และสมเดจ็ พระนางเจา้ สริ กิ ติ ์ิ พระบรมราชนิ นี าถ เสดจ็ พระราชดำ� เนนิ
ไปทรงเย่ียมราษฎรท่ีประสบอุทกภัย ที่อ�ำเภอนาหว้า จังหวัดนครพนม อันเป็นต้นก�ำเนิดของพระราชด�ำริการ
พระราชทานอาชพี เสริมแกร่ าษฎร และจุดเริม่ ตน้ ของการสำ� รวจ ศึกษา และคน้ คว้า เพือ่ การอนุรกั ษแ์ ละพัฒนา

71

71

จดหมายเหตเุ ฉลมิ พระเกียรติ
สมเดจ็ พระนางเจา้ สิริกิต์ิ พระบรมราชนิ ีนาถ

ผ้าทอไทย ดงั พระราชเสาวนยี ์ทท่ี รงเคยก�ำชบั ว่า “แมผ้ ้าถูเรือนก็อยา่ ละเลย” เพราะอาจพบผ้าลายโบราณ ซงึ่
จะสืบไปถงึ ชา่ งทอและเร่อื งตา่ งๆ ได้
นอกจากนี้ยังมีห้องปฏิบัติการเพื่องานอนุรักษ์และลงทะเบียน โดยจะสงวนรักษาและจัดเก็บ
ฉลองพระองค์และผ้า รวมถึงวัตถุต่างๆ ในพิพิธภัณฑ์ผ้าฯ ตามมาตรฐานสากล โดยจะต้องศึกษาประวัติและ
โครงสร้างของวตั ถรุ ่วมกับภณั ฑารกั ษ์ (ผดู้ แู ล จดั หา จดั หมวดหมู่ และจดั แสดงวตั ถทุ จ่ี ัดแสดงภายในพิพธิ ภัณฑ์
รวมถึงการดูแล ซ่อมแซม และวางแผนจัดการและแผนการให้บริการ) วางแผนก�ำหนดแนวทางในการจัดเก็บ
และปอ้ งกนั ไมใ่ หว้ ตั ถเุ กดิ การเสอื่ มสภาพอยา่ งรวดเรว็ ดว้ ยการปรบั อณุ หภมู ภิ ายในหอ้ งจดั เกบ็ ใหม้ คี วามเหมาะสม
ปอ้ งกันเชอื้ รา ควบคุมแสงสวา่ งไม่ใหผ้ ้าซีดจางหรือแห้งกรอบ เพ่ือให้คงสภาพเป็นตวั แทนมรดกทางวฒั นธรรม
ไทยให้อนุชนรุ่นหลังได้ศึกษาเรียนรู้ประวัติความเป็นมาของผ้าไทย เรียนรู้วัฒนธรรม ความเป็นอยู่ รูปแบบ
การแต่งกาย และอารยธรรมไทยที่แฝงอยู่ไปพร้อมๆ กัน ตลอดจนได้ตระหนักในฝีมือการทอผ้าของคนไทย
ท่มี คี วามประณตี งดงามไม่แพ้ชนชาติใดในโลก

บรู ณะพระที่นง่ั วมิ านเมฆสถาปัตยกรรมอนั ทรงคณุ คา่
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์ิ พระบรมราชินีนาถ ทรงเห็นคุณค่าทางสถาปัตยกรรมและศิลปวัตถุของไทย
เปน็ อยา่ งยง่ิ พระองคท์ รงสำ� รวจพบวา่ พระทนี่ ง่ั วมิ านเมฆ เปน็ พระทน่ี งั่ ทม่ี ลี กั ษณะทางสถาปตั ยกรรมทปี่ ระณตี
งดงามหาทเี่ ปรยี บไดย้ าก และภายในพระทน่ี งั่ มีศลิ ปวัตถุลำ้� คา่ ที่มอิ าจประเมนิ คา่ ได้เปน็ จ�ำนวนมาก พระองคจ์ งึ
ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตบูรณะซ่อมแซม เพ่ือจัดเป็นพิพิธภัณฑ์เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จ
พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยหู่ ัว
การบูรณะซ่อมแซมพระที่น่ังวิมานเมฆเป็นงานหนักและยากล�ำบากมาก แต่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์ิ
พระบรมราชนิ นี าถ มไิ ดท้ รงยอ่ ทอ้ ทรงทมุ่ เทเวลา และทรงรว่ มเตรยี มการดว้ ยพระองคเ์ อง โดยมพี ระราชเสาวนยี ์
ใหร้ กั ษาองคพ์ ระทน่ี งั่ ในสภาพเดมิ มากทส่ี ดุ ทรงดแู ลการซอ่ มแซมและอนรุ กั ษค์ รงั้ นอ้ี ยา่ งใกลช้ ดิ และทรงคดั เลอื ก
สงิ่ ของส�ำหรับจดั แสดงตามห้องต่างๆ ดว้ ยพระองคเ์ อง และทรงพระกรณุ าโปรดเกลา้ โปรดกระหมอ่ มใหส้ มเดจ็
พระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร สยามบรมราชกุมารี ทรงรับพระราชภาระในการอ�ำนวยการต่างๆ
ภายในพระทนี่ ง่ั วมิ านเมฆ เพือ่ จดั ให้เปน็ พิพิธภณั ฑท์ ม่ี ีบรรยากาศใกลเ้ คยี งกับลกั ษณะของเดมิ ในอดีตมากทีส่ ดุ
นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างยิ่งท่ีสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์ิ พระบรมราชินีนาถ ทรงพระกรุณา
โปรดเกลา้ โปรดกระหมอ่ มใหท้ รงบรู ณะซอ่ มแซมพระทนี่ งั่ วมิ านเมฆ และจดั เปน็ พพิ ธิ ภณั ฑเ์ ปดิ ใหป้ ระชาชนทวั่ ไป
ไดเ้ ขา้ ชม ซง่ึ นอกจากจะชว่ ยคนื ชวี ติ แกอ่ งคพ์ ระทน่ี ง่ั แลว้ ยงั เปน็ การอนรุ กั ษแ์ ละฟน้ื ฟโู บราณสถานทสี่ ำ� คญั ยงิ่ องค์
หนง่ึ ใหเ้ ปน็ ทรี่ จู้ กั และเชดิ หนา้ ชตู าประเทศ นำ� ความภาคภมู ใิ จสชู่ าวไทย ความประณตี บรรจงในการกอ่ สรา้ ง ได้
สร้างสรรค์ให้พระที่น่ังวิมานเมฆงดงามจนมีผู้กล่าวขานว่าเป็น “วิมานบนดิน” ชาวไทยและชาวต่างประเทศ
หลัง่ ไหลเขา้ มาชมความงดงามขององค์พระทน่ี ง่ั จาก ๕๑๘,๔๖๔ คน ในพทุ ธศักราช ๒๕๕๒ เปน็ ๗๔๖,๙๓๗ คน
ในพุทธศักราช ๒๕๕๔ ซึ่งล้วนพึงพอใจและกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า นอกจากจะได้ชมความงดงามขององค์
พระท่นี ัง่ แลว้ ยงั ได้เรยี นรู้ประวัตศิ าสตร์จากศลิ ปวัตถลุ ำ�้ ค่าจำ� นวนมากจากทกุ มุมโลก ที่ไดร้ ับการจดั แสดงอย่าง
มศี ลิ ปะ ซ่ึงสามารถบอกเล่าเรือ่ งราวถึงวิถชี วี ติ ประเพณี และวฒั นธรรมไทยในสมยั ก่อน อันควรคา่ แก่การศกึ ษา
หาความรูเ้ กย่ี วกับมรดกทางวฒั นธรรมของไทยและสืบทอดจากรนุ่ สูร่ ุน่ ตลอดไป

72

72

เน่อื งในโอกาสพระราชพิธมี หามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๘๐ พรรษา
๑๒ สงิ หาคม ๒๕๕๕

พระทนี่ ัง่ อภิเศกดุสิต...พพิ ธิ ภณั ฑศ์ ลิ ปาชีพ
ในโอกาสที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงเจริญพระชนมพรรษา ๕ รอบ เม่ือ
พุทธศักราช ๒๕๓๕ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้พระราชทานพระบรมราชานุญาต
ให้บูรณะตกแต่งพระที่นั่งอภิเศกดุสิต ซึ่งเดิมเคยใช้เป็นห้องท้องพระโรงในสมัยรัชกาลที่ ๕ จัดเป็นพิพิธภัณฑ์
ศิลปาชีพถาวรแห่งแรกในประเทศไทย พระองคเ์ สดจ็ พระราชดำ� เนนิ ไปทรงเปดิ “พพิ ธิ ภณั ฑศ์ ลิ ปาชพี พระทน่ี ง่ั
อภเิ ศกดสุ ติ ” เมอ่ื วนั ที่ ๒๐ มกราคม พทุ ธศกั ราช ๒๕๓๖
ภายในท้องพระโรงใหญ่จดั แสดงผลงานของมูลนิธิสง่ เสรมิ ศลิ ปาชีพฯ ซึง่ มที ง้ั งานจกั สาน เช่น กระเปา๋
ย่านลเิ ภา เครอื่ งเงิน และเครอื่ งทอง ศลิ ปะการท�ำคร�่ำซึ่งเกือบจะสูญหายไปแลว้ เครื่องถมเงนิ ถมทอง ผ้าทอมือ
และหุน่ แสดงฉลองพระองค์สมเดจ็ พระนางเจ้าสิริกติ ิ์ พระบรมราชนิ นี าถ และยังมีงานปน้ั แกะสลักหนิ สบู่ และ
หนังตะลงุ รวมถงึ งานไมแ้ กะสลักเป็นเรอื พระทีน่ ั่งสุพรรณหงส์จำ� ลองจากไมข้ นาดใหญ่ทีง่ ดงามยงิ่

ทรงอนรุ กั ษ์การแสดงโขนและเครอื่ งแต่งกายโขน...ศลิ ปะชั้นสูงของไทย
เมอื่ สมเดจ็ พระนางเจา้ สริ กิ ติ ์ิ พระบรมราชนิ นี าถ ทรงทราบวา่ นาฏศลิ ปไ์ ทยโดยเฉพาะ “โขน” ซบเซาลง
จึงมีพระราชด�ำริให้ฟื้นฟูและอนุรักษ์ “โขน” ซึ่งเป็นศิลปะชั้นสูงของไทย และทรงพระกรุณาโปรดเกล้า
โปรดกระหมอ่ มพระราชทานพระราชทรพั ยใ์ หก้ รมศลิ ปากรพฒั นาและสรา้ งเครอ่ื งแตง่ กายของโขน ดว้ ยทรงเหน็ วา่
ลวดลายปกั มคี วามประณตี งดงาม ควรแกก่ ารอนรุ กั ษห์ ตั ถศลิ ปไ์ ทยไว้ จงึ ทรงพระกรณุ าโปรดเกลา้ โปรดกระหมอ่ ม
ใหจ้ ดั การแสดงโขน นาฏศลิ ป์ และดนตรไี ทย ในโอกาสทรงรบั รองพระราชอาคนั ตกุ ะหรอื ในโอกาสจดั เลยี้ งตา่ งๆ
ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพระราชทรัพย์ให้กรมศิลปากรพัฒนาและสร้าง และมี
พระราชเสาวนีย์ให้กรมศิลปากรจัดการแสดงโขนในโอกาสท่ีทรงแปรพระราชฐานไปประทับ ณ พระต�ำหนัก
ภพู านราชนเิ วศน์ จงั หวดั สกลนคร โดยไดพ้ ระราชทานพระราชทรพั ยส์ ว่ นพระองคใ์ หก้ รมศลิ ปากรนำ� ไปปรบั ปรงุ
เครื่องแตง่ กายโขนตามพระราชดำ� ริ
สมเดจ็ พระนางเจา้ สริ กิ ติ ิ์ พระบรมราชนิ นี าถ ทรงสนบั สนนุ การแสดงโขน โดยมพี ระราชเสาวนยี ใ์ หจ้ ดั สรา้ ง
เคร่ืองแตง่ กายโขนข้นึ ใหมอ่ ย่างประณตี งดงาม พรอ้ มทัง้ ให้ปรบั ปรงุ วธิ กี ารแตง่ หนา้ ตัวละครโขน ทรงพระกรุณา
โปรดเกลา้ โปรดกระหมอ่ มใหน้ ำ� เทคโนโลยกี ารแสดงสมยั ใหมม่ าประยกุ ตใ์ ชใ้ นการแสดงโขน และทรงพระกรณุ า
โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้จัดแสดง “โขนในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ” และ “โขนศาลา
เจริญกรุง” ในชุด “พรหมมาศ” ณ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย และชุด “นางลอย” ในเวลาต่อมา
ซึ่งท้ังสองชุดได้รับความสนใจอย่างมาก จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้จัดการแสดงโขนชุด
“ศึกมยั ราพณ์” ในโอกาสพระราชพธิ ีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔
การจัดแสดงโขนแต่ละครั้งต้องใช้บุคลากรผู้เช่ียวชาญ ใช้เวลาเตรียมการยาวนาน และใช้ก�ำลังทรัพย์
จำ� นวนมาก แตเ่ ปน็ สง่ิ ทน่ี า่ ยนิ ดแี ละนบั วา่ คมุ้ คา่ เนอื่ งจากการแสดงทกุ ครง้ั สามารถผลติ และสรา้ งงานใหเ้ ยาวชน
รนุ่ ใหม่ ทัง้ ช่างปกั ช่างเขยี นฉาก ชา่ งท�ำหัวโขน ชา่ งท�ำเครือ่ งประดบั การรอ้ ง การรำ� รวมถงึ ได้มกี ารคัดเลือก
นักแสดงรุ่นใหม่ซ่ึงจะเป็นผู้สืบทอดศิลปะการแสดงโขน เป็นการส่งเสริมให้เยาวชนรุ่นหลังได้ร่วมอนุรักษ์รักษา
ขนบธรรมเนยี มประเพณีท่ดี ีงามของไทยสบื ไป
นอกจากน้ี สง่ิ ทพี่ ระองคท์ รงปลาบปลมื้ พระราชหฤทยั เปน็ อยา่ งยงิ่ คอื สงั คมไทยใหค้ วามสนใจการแสดงโขน

73

73

จดหมายเหตเุ ฉลิมพระเกยี รติ
สมเด็จพระนางเจา้ สริ ิกติ ์ิ พระบรมราชินนี าถ

โขนเฉลิมกรงุ ...นาฏกรรมช้ันสงู สสู่ ายตาประชาคมโลก
แนวพระราชด�ำริด้านการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมไทยของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์ิ พระบรมราชินีนาถ
ดังกล่าวได้จุดประกายให้บุคคลและหน่วยงานท่ีเก่ียวข้องร่วมฟื้นฟูศิลปะการแสดงและวัฒนธรรมไทย อาทิ
สำ� นกั งานทรพั ยส์ นิ สว่ นพระมหากษตั รยิ ์ มลู นธิ ศิ าลาเฉลมิ กรงุ และการทอ่ งเทยี่ วแหง่ ประเทศไทย รว่ มกนั จดั ทำ�
โครงการ “โขนศาลาเฉลมิ กรงุ ” ข้ึน เพ่ือเฉลมิ ฉลองเนอ่ื งในมหามงคลสมัยทพ่ี ระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหา
ภูมิพลอดุลยเดชทรงครองสิริราชสมบัติครบ ๖๐ ปี และเพ่ือร่วมท�ำนุบ�ำรุงนาฏศิลป์ชั้นสูงของไทยให้เป็นท่ี
ประจักษ์สู่สายตาประชาชนชาวไทยและประชาคมโลก รวมท้ังเป็นการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมของชาติอีกด้วย
โดยจัดแสดง ณ ศาลาเฉลิมกรุง ซึ่งเป็นโรงมหรสพหลวงท่ีมีประวัติความเป็นมาอันยาวนานกว่าครึ่งศตวรรษ
เปน็ เสมอื นสัญลักษณแ์ หง่ การนำ� เสนอศิลปวฒั นธรรมประจำ� ชาติ ซ่งึ ยงั คงจัดแสดงจนถงึ ปัจจุบัน

ทรงเผยแพร่ศลิ ปะการแสดงของไทยสู่ต่างประเทศ
นอกจากนี้ ในโอกาสทส่ี มเดจ็ พระนางเจา้ สริ กิ ติ ิ์ พระบรมราชนิ นี าถ เปน็ ผแู้ ทนพระองคพ์ ระบาทสมเดจ็
พระปรมนิ ทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสดจ็ พระราชด�ำเนินไปทรงเยือนสาธารณรฐั ประชาชนจนี อยา่ งเปน็ ทางการ
ทรงจัดการแสดงพระราชทานแก่ประเทศเจ้าภาพ ซึง่ เปน็ การแสดงทีย่ ง่ิ ใหญ่สวยงามตระการตา แสดงถงึ ความ
เจริญรุ่งเรืองด้านศิลปวัฒนธรรมของไทยต้ังแต่อดีตถึงปัจจุบัน อาทิ การฟ้อนลาวดวงเดือนตามพระราชนิยม
การแสดงววิ ฒั นาการเครอื่ งแตง่ กายของคนไทยตงั้ แตส่ มยั สโุ ขทยั จนถงึ สมยั ปจั จบุ นั แสดงความประณตี งดงามใน
การออกแบบพสั ตราภรณด์ ว้ ยผา้ ไหมไทยของชา่ งไทย และการแสดงชดุ กวนเกษยี รสมทุ ร หรอื “การเลน่ ชกั นาค
ดกึ ดำ� บรรพ”์ เนอ่ื งจากทรงตระหนกั วา่ เปน็ การแสดงทเ่ี กา่ แกส่ บื ทอดมายาวนานเทยี บเคยี งกบั จนี ได้ และมคี วาม
สวยงามไมย่ ง่ิ หยอ่ นกวา่ ศลิ ปะการเชดิ สงิ โตและการเชดิ มงั กร และไดพ้ ระราชทานการแสดงชดุ กวนเกษยี รสมทุ ร
นี้ให้คนไทยได้ช่ืนชมอีก ๒ คร้ัง คือ ในงานประกวดผ้าไหม ณ จังหวัดสกลนคร และงานพระราชทานเล้ียง
ลกู เสอื ชาวบา้ น ณ จงั หวดั เชยี งใหม่ พระราชกรณยี กจิ ดงั กลา่ วสง่ ผลใหเ้ กดิ การอนรุ กั ษแ์ ละเผยแพรศ่ ลิ ปวฒั นธรรม
ด้านการแสดงโขน นาฏศลิ ป์ และดนตรขี องไทย ใหด้ �ำรงอย่เู ปน็ มรดกแกล่ กู หลานไทยสืบไป

๕. ด้านการพฒั นาทรพั ยากรมนษุ ย์

สมเดจ็ พระนางเจา้ สริ กิ ติ ์ิ พระบรมราชนิ นี าถ ทรงเลง็ เหน็ ถงึ ความสำ� คญั ของการพฒั นาทรพั ยากรมนษุ ย์
ซึ่งก็คือ “ราษฎร” ของพระองค์ให้มีศักยภาพในการประกอบอาชีพและสามารถพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง
จงึ ทรงมงุ่ มน่ั สนบั สนนุ ใหค้ นไทยทกุ คนมคี วามรแู้ ละมกี ารศกึ ษามากทส่ี ดุ เนอ่ื งจากเปน็ ปจั จยั สำ� คญั ในการพฒั นา
ความคิด และสติปัญญา น�ำไปสู่การมีคุณภาพชีวิตท่ีดี โดยมีศาสนาเป็นเครื่องยึดเหน่ียวจิตใจ ให้มีศีลธรรม
คุณธรรม และจริยธรรม และพระองค์ทรงตระหนักในคุณค่าของผู้ท่ีเกษียณอายุ ให้ได้มีโอกาสน�ำความรู้
ประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญทสี่ ง่ั สมมายาวนานมาร่วมพัฒนาสังคมและประเทศชาติ
ดา้ นการศกึ ษานน้ั สมเดจ็ พระนางเจา้ สริ กิ ติ ์ิ พระบรมราชนิ นี าถ ทรงสง่ เสรมิ การศกึ ษาทง้ั ในระบบโรงเรยี น
อาทิ ทรงสรา้ งโรงเรยี นใหแ้ กเ่ ดก็ ดอ้ ยโอกาสในถนิ่ ทรุ กนั ดาร พระราชทานทนุ การศกึ ษาแกน่ กั เรยี นยากจนทขี่ าด
โอกาสทางการศกึ ษาทที่ รงพบระหวา่ งการเสดจ็ พระราชดำ� เนนิ ไปทรงเยย่ี มราษฎร หรอื ทรงทราบจากแหลง่ ตา่ งๆ
โดยทรงรับเปน็ “นกั เรียนในพระบรมราชานุเคราะห”์ รวมทัง้ พระราชทานทนุ การศกึ ษาแกเ่ ด็กพิการใหเ้ ข้ารบั

74

74

เน่อื งในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลมิ พระชนมพรรษา ๘๐ พรรษา
๑๒ สิงหาคม ๒๕๕๕

เสด็จพระราชด�ำเนินไปทรงเยยี่ มราษฎร อำ� เภอท่ามะกา จงั หวดั กาญจนบุรี

การศกึ ษาในโรงเรียนการศึกษาพิเศษ สว่ นการศึกษานอกระบบ อาทิ ทรงสร้าง “ศาลารวมใจ” ใหเ้ ป็นห้องสมุด
อเนกประสงคข์ องชมุ ชน เพ่อื ใช้ศกึ ษาหาความรู้ในดา้ นต่างๆ ไดต้ ลอดเวลา
นอกจากน้ี พระองคท์ รงตระหนกั วา่ “ศาสนา” เปน็ เครอ่ื งยดึ เหนยี่ วจติ ใจทสี่ ำ� คญั ของมนษุ ยใ์ หป้ ระพฤติ
แตค่ ณุ งามความดี จงึ ทรงเปน็ แบบอยา่ งของพทุ ธศาสนกิ ชนทดี่ ี โดยทรงนำ� หลกั ธรรมเปน็ แนวปฏบิ ตั ิ ทรงสง่ เสรมิ
พระพทุ ธศาสนาอยา่ งรอบดา้ น และทรงสง่ เสรมิ ใหร้ าษฎรนำ� หลกั ธรรมคำ� สอนในพระพทุ ธศาสนามายดึ ถอื ปฏบิ ตั ิ
ในชวี ติ ประจำ� วนั ตลอดจนทรงใหค้ วามสำ� คญั ในการอปุ ถมั ภศ์ าสนาทกุ ศาสนา ทง้ั ยงั ทรงปฏบิ ตั พิ ระราชกรณยี กจิ
ดว้ ยความเคารพในประเพณีของศาสนานน้ั ๆ อยา่ งดียงิ่
นับเป็นพระอัจฉริยภาพของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ท่ีมีพระราชด�ำริให้จัดตั้ง
“ธนาคารสมอง” ให้เป็นศูนย์รวมของผู้เกษียณอายุ เพื่อร่วมพัฒนาสังคมและประเทศชาติ ซ่ึงในปัจจุบัน
วุฒอิ าสาธนาคารสมองกว่า ๔,๐๐๐ คน ได้เปน็ พลังทีส่ ำ� คัญในการพฒั นาประเทศ

“ศาลารวมใจ” ศูนย์รวมเพอ่ื การเรียนรู้ การศึกษา และพฒั นาคณุ ภาพชวี ิต
พระองคท์ รงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมใหส้ รา้ ง “ศาลารวมใจ” ซึง่ อาจเรยี กไดว้ า่ เป็นศาลา
อเนกประสงค์ ด้วยพระองค์มีพระราชประสงค์ให้เป็นสถานที่ซึ่งชาวบ้านสามารถศึกษาหาความรู้ด้วยตนเอง
จากหนังสือประเภทต่างๆ ที่พระองค์ได้พระราชทานไว้ที่ศาลารวมใจ และเป็นท่ีซ่ึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า
โปรดกระหมอ่ มใหร้ าษฎรเฝา้ ทลู ละอองธลุ พี ระบาท และทรงบรรยายเรอ่ื งราวทเ่ี ปน็ ความรตู้ า่ งๆ ดว้ ยพระองคเ์ อง
รวมถึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้มีห้องปฐมพยาบาลเบื้องต้นด้วยยาพระราชทาน และมี
เจ้าหนา้ ทีผ่ า่ นการอบรมหลักสูตร “หมอหมู่บ้าน” เป็นผู้ดแู ล

75

75

จดหมายเหตเุ ฉลมิ พระเกียรติ
สมเดจ็ พระนางเจ้าสริ กิ ติ ิ์ พระบรมราชนิ นี าถ

ศาลารวมใจ จงึ เปรยี บเสมอื นศนู ยร์ วมชาวบา้ น
เป็นทั้งห้องสมุด ห้องพยาบาล และห้องประชุมใน
คราวเดียวกัน ศาลารวมใจหลายแห่งจึงสร้างใกล้วัด
เพอ่ื ดงึ ดดู ใหช้ าวบา้ นทม่ี าวดั สนใจศกึ ษาหาความรจู้ าก
ศาลารวมใจด้วย ปัจจุบันมีศาลารวมใจกระจายอยู่ใน
ภูมิภาคต่างๆ เช่น ภาคเหนือ ศาลารวมใจบ้านกาด
บ้านขุนดง บ้านวัดจันทร์ จังหวัดเชียงใหม่ ภาคใต้
ศาลารวมใจวดั พระพทุ ธ จงั หวดั นราธวิ าส ศาลารวมใจ
วัดสารวัน จงั หวดั ปตั ตานี เปน็ ตน้
พระราชทานทุนการศกึ ษา...พฒั นาเยาวชนทกุ กลมุ่ ทุกวัย
สมเด็จพระนางเจ้าสริ ิกิต์ิ พระบรมราชนิ ีนาถ มพี ระราชดำ� รวิ ่า การศกึ ษานน้ั ไม่จำ� กัดวา่ จะตอ้ งเป็นการ
ศึกษาตามระบบเสมอไป ดังน้ันหากเด็กคนใดมีความมานะพยายามและประสงค์จะศึกษาต่อ พระองค์จะ
พระราชทานพระราชานุเคราะห์ให้เรียนไปตามความสามารถของเด็กคนนั้น แต่หากเด็กคนใดมีอายุเกินกว่า

พระราชทานอุปกรณก์ ารเรยี นแกน่ ักเรียนโรงเรียนมหาราช ๓ อ�ำเภอทุ่งสง จังหวดั นครศรีธรรมราช เม่ือวนั ที่ ๒๕ มีนาคม ๒๕๑๓

76

76

เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลมิ พระชนมพรรษา ๘๐ พรรษา
๑๒ สิงหาคม ๒๕๕๕

จะกลับมาเข้าเรียนชั้นเดียวกับเด็กอื่นๆ ได้ ก็จะทรงส่งเสริมให้เรียนวิชาชีพตามความสนใจและความสามารถ
โดยพระองคจ์ ะทรงรับนักเรียนยากจนขาดโอกาสทางการศึกษาไวใ้ นพระบรมราชานุเคราะหใ์ นโอกาสท่ที รงพบ
ขณะเสด็จพระราชด�ำเนินไปทรงงานตามท่ีต่างๆ หรือเม่ือทรงทราบผ่านทางกองราชเลขานุการในพระองค์ฯ
โดยไมท่ รงเลอื กวา่ ต้องเป็นเดก็ ทีเ่ รียนเกง่ เทา่ นัน้

พระราชทานอปุ กรณก์ ารเรยี นแกน่ ักเรียนในถน่ิ ทุรกันดาร

การพระราชทานทุนนั้นรวมถึงชุดนักเรียน อุปกรณ์การเรียน และค่าใช้จ่ายทั้งหลายระหว่างเรียน
พร้อมกับทรงพระกรุณาโปรดเกลา้ โปรดกระหมอ่ มใหก้ องราชเลขานกุ ารในพระองค์ฯ ตดิ ตามดูแลความเป็นอยู่
อยา่ งใกลช้ ดิ เพือ่ ใหร้ ูส้ กึ อบอุน่ และช่วยเหลือเมอื่ มปี ัญหา
นอกจากนี้ พระองคท์ รงหว่ งใยในเดก็ และประชาชนทพี่ กิ าร มพี ระราชดำ� รวิ า่ ผพู้ กิ ารควรไดร้ บั ความเอาใจ
ใส่ดูแล และได้รับการบ�ำบัดรักษาเมื่อเจ็บป่วยเช่นเดียวกับบุคคลทั่วไป และควรได้รับการอบรมให้มีอาชีพตาม
ความถนดั เพอ่ื สามารถดำ� รงชพี ไดด้ ว้ ยตนเอง ไมเ่ ปน็ ภาระแกค่ รอบครวั และสงั คม พระองคจ์ งึ ไดพ้ ระราชทานทนุ
การศกึ ษาแกเ่ ดก็ พกิ ารใหเ้ ขา้ รบั การศกึ ษาในโรงเรยี นการศกึ ษาพเิ ศษทกี่ ระจายอยทู่ ว่ั ทกุ ภมู ภิ าค ซง่ึ มที ง้ั โรงเรยี น
สอนคนตาบอด โรงเรยี นสอนคนหหู นวก−หตู งึ โรงเรยี นสอนคนปัญญาออ่ น และโรงเรยี นสอนคนพิการแขนขา
และลำ� ตวั โดยมีพระราชเสาวนยี ์ให้กองราชเลขานกุ ารในพระองคฯ์ ปฏบิ ตั เิ ช่นเดยี วกับนกั เรยี นสามัญทั่วไป คือ
ตดิ ตามดแู ลอยา่ งใกล้ชิดจนจบการศึกษาและสามารถประกอบอาชีพเลี้ยงตนเองได้ในทสี่ ดุ

77

77

จดหมายเหตุเฉลิมพระเกียรติ
สมเด็จพระนางเจ้าสิรกิ ิต์ิ พระบรมราชนิ นี าถ

เสดจ็ พระราชดำ� เนนิ ไปทรงเยี่ยมทหาร
ณ ฐานปฏบิ ตั ิการบ้านนาคู อำ� เภอเขาวง จงั หวัดกาฬสนิ ธ์ุ เมอื่ วนั ที่ ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๑๙

๖. ดา้ นการพัฒนาเพอื่ ความมัน่ คง

เมอ่ื ๕๐ กวา่ ปกี อ่ น ประเทศไทยแวดลอ้ มดว้ ยภยั สงครามกลางเมอื งของประเทศเพอื่ นบา้ น และภยั คกุ คาม
จากผู้ก่อการร้ายในประเทศ กองทัพบกจึงได้จัดตั้งหมู่บ้านยุทธศาสตร์ตามแนวชายแดนขึ้นเพื่อเตรียมพร้อม
ในการปอ้ งกนั ประเทศ ตอ่ มาเมอื่ สถานการณค์ ลคี่ ลายจงึ ไดเ้ ปลย่ี นจากการปราบปรามดว้ ยอาวธุ มาเปน็ การพฒั นา
เพื่อความม่ันคงตามแนวพระราชด�ำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ทรงพระกรุณา
โปรดเกลา้ โปรดกระหมอ่ มใหด้ ำ� เนนิ โครงการพฒั นาดา้ นตา่ งๆ เชน่ จดั ตงั้ หมบู่ า้ นอาสาพฒั นาและปอ้ งกนั ตนเอง
ปรบั ปรงุ เสน้ ทางคมนาคม พฒั นาแหลง่ นำ้� เปน็ ตน้ เพอื่ ใหร้ าษฎรในพนื้ ทมี่ ชี วี ติ ความเปน็ อยทู่ ดี่ ขี นึ้ และรว่ มสรา้ ง
ความมั่นคงใหแ้ ผน่ ดินไทย
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงตระหนักในความส�ำคัญของราษฎรชาวไทยภูเขา
ท่ีอาศัยอยู่ในพ้ืนท่ีตามแนวชายแดนว่าจะเป็นผู้มีส่วนส�ำคัญย่ิงในการร่วมปกป้องแผ่นดินไทย จึงทรงสืบทอด
พระราชเจตนารมณ์ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในการพัฒนาราษฎรในพ้ืนท่ี เมื่อ
เสด็จพระราชด�ำเนินไปทรงเยี่ยมราษฎรในพื้นท่ีชายแดนแห่งใดจะพระราชทานโครงการพัฒนาเพ่ือความมั่นคง

78

78

เนอ่ื งในโอกาสพระราชพธิ มี หามงคลเฉลมิ พระชนมพรรษา ๘๐ พรรษา
๑๒ สงิ หาคม ๒๕๕๕

แก่ราษฎรในพื้นท่ีเสมอ ซ่ึงส่วนใหญ่มีกองทัพบกและหน่วยทหารอ่ืนๆ เป็นผู้สนองแนวพระราชด�ำริ เน่ืองจาก
เป็นหน่วยงานถวายความอารักขา และมภี ารกิจในการรกั ษาความมั่นคงของประเทศ ตลอดจนมกี องกำ� ลังและ
ความพรอ้ มในพน้ื ทต่ี ามแนวชายแดนทว่ั ทกุ ภมู ภิ าค ดงั เชน่ ทรงรบั โครงการพฒั นาเพอ่ื ความมนั่ คงของพนื้ ทตี่ าม
โครงการยุทธศาสตรพ์ น้ื ที่ดอยยาวดอยผาหม่น ดอยผาจิ จงั หวัดเชยี งราย และโครงการพัฒนาเพ่ือความมน่ั คง
พ้ืนท่ีภขู ัด ภูเมีย่ ง ภสู อยดาวซง่ึ ครอบคลุมจังหวัดพิษณุโลก อตุ รดิตถ์ และเลย
นอกจากน้ี เพ่ือความม่ันคงของพ้ืนที่ชายแดน สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ได้มี
พระราชด�ำริให้จัดต้ัง โครงการหมู่บ้านยามชายแดนอันเน่ืองมาจากพระราชด�ำริ จ�ำนวน ๕ แห่ง ได้แก่
บา้ นมะโอะโคะ จงั หวัดตาก บ้านปางคอง บ้านแมส่ ่วยอู บ้านดอยผักกูด และบ้านอาโจ้ จังหวัดแมฮ่ อ่ งสอน และ
โครงการสถานีพัฒนาการเกษตรที่สูงตามพระราชด�ำริ จำ� นวน ๑๗ โครงการ กระจายอยู่ใน ๖ จังหวัดทาง
ภาคเหนือ ได้แก่ จังหวัดพิษณโุ ลก เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา ก�ำแพงเพชร และน่าน
โครงการต่างๆ ดังกล่าวเป็นโครงการพัฒนาเพ่ือความกินดีอยู่ดีของราษฎร โดยแต่ละโครงการจะตั้ง
โครงการยอ่ ยหรอื กิจกรรมตา่ งๆ อาทิ โครงการฟารม์ ตัวอยา่ ง โครงการการสง่ เสรมิ อาชพี โครงการธนาคาร
อาหารชมุ ชน การอนุรักษท์ รพั ยากรธรรมชาตแิ ละส่งิ แวดลอ้ ม เพ่ือช่วยเหลือราษฎรชาวไทยภูเขาให้สามารถ
ดำ� เนนิ ชวี ติ อยไู่ ดอ้ ยา่ งปกตสิ ขุ พรอ้ มทงั้ ปลกู จติ สำ� นกึ ความเปน็ ไทย โดยใหม้ สี ว่ นรว่ มกบั ทางราชการในการดแู ล
รักษาและปกปอ้ งแผน่ ดินไทยสืบไป
เม่ือสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์ิ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชด�ำเนินไปทรงเยี่ยมราษฎรในพื้นท่ี
“โครงการพัฒนาเพ่ือความม่ันคงดอยยาว ดอยผาหมน่ ดอยผาจิ บ้านร่มฟ้าไทย” และ “โครงการพฒั นา
เพ่ือความมั่นคงพื้นท่ีภูขัด ภูเม่ียง ภูสอยดาว” ซ่ึงจัดตั้งขึ้นด้วยเหตุผลด้านความม่ันคงตามแผนยุทธศาสตร์
พัฒนาตามแนวชายแดนไทย เน่ืองจากเป็นดินแดนที่อยู่บริเวณรอยตะเข็บที่ฝ่ายตรงข้ามอาจใช้เป็นแนวทาง
เคล่ือนท่คี กุ คามประเทศไทย พระองค์ทรงทราบถงึ ปัญหาตา่ งๆ ของโครงการ อาทิ พื้นทีท่ ำ� กนิ ทีม่ สี ภาพเป็นหิน
และมคี วามลาดชนั ไมเ่ หมาะสมกบั การทำ� เกษตร มกี ารบกุ รกุ แผว้ ถางปา่ อยเู่ นอื งๆ จนพนื้ ทเี่ สอื่ มสภาพลง ทำ� ให้
ประสบปญั หามีผลผลติ ไม่เพยี งพอ พระองคจ์ ึงทรงรบั โครงการท้ัง ๒ เป็นโครงการอนั เนือ่ งมาจากพระราชดำ� ริ
กองทัพภาคที่ ๓ ได้ร่วมกับหน่วยงานท่ีเกี่ยวข้องด�ำเนินงานพัฒนาด้านต่างๆ สนองพระราชด�ำริของ
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในการช่วยเหลือราษฎรให้มีคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ท่ีดี
ข้ึน โดยวางแผนการใชท้ ่ดี ินในพนื้ ท่เี ปา้ หมายใหเ้ กดิ ประโยชน์สงู สุด แบง่ แยกทท่ี �ำกนิ ท่ีอยอู่ าศัยของราษฎรใน
โครงการออกจากพ้ืนที่ป่าสงวน จัดหาแหล่งน้�ำเพ่ือใช้อุปโภคบริโภค แนะน�ำ ส่งเสริม สาธิต ถ่ายทอดความรู้
ให้แก่ราษฎรในพ้ืนที่ตามโครงการเกษตรทฤษฎีใหม่ มีเส้นทางคมนาคมท่ีสะดวก และเยาวชนได้รับการศึกษา
ตลอดจนอนุรักษ์สภาพปา่ เพอื่ ให้เปน็ แหล่งตน้ น�ำ้ ล�ำธารทส่ี มบูรณ์ยัง่ ยืน
พ้นื ที่ดอยยาว ดอยผาหม่น ดอยผาจิ...ตงั้ โรงทอผา้ สง่ เสริมเล้ยี งแกะและสัตว์ปีก
ระหวา่ งทเ่ี สดจ็ พระราชดำ� เนนิ ไปทรงเยยี่ มราษฎรอาสาสมคั ร (รอส.) ในพน้ื ทบี่ า้ นรม่ ฟา้ ไทยในพน้ื ทด่ี อย
ยาวฯ สมเดจ็ พระนางเจา้ สริ กิ ติ ์ิ พระบรมราชนิ นี าถ ไดพ้ ระราชทานความชว่ ยเหลอื ราษฎรเพอื่ ใหม้ อี าชพี และรายได้
โดยพระราชทานพระราชทรัพย์ให้แก่ภรรยาของราษฎรอาสาสมัครชาวเขาที่มีฝีมือในการปักผ้าลายชาวเขา
เพื่อเป็นเงินทุนเบ้ืองต้นในการด�ำเนินการ และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ก่อสร้างโรงทอผ้า

79

79

จดหมายเหตุเฉลมิ พระเกียรติ
สมเดจ็ พระนางเจา้ สริ ิกติ ์ิ พระบรมราชินนี าถ

จำ� นวน ๒ โรง พรอ้ มทงั้ คดั เลอื กภรรยาราษฎรอาสาสมคั รเขา้ รว่ มโครงการ พระราชทานกที่ อผา้ จำ� นวน ๒๐ หลงั
โดยใช้ชื่อโครงการว่า “โครงการศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ บ้านร่มฟ้าทอง”
และทรงจัดต้ังกลุ่มเพื่อส่งเสริมอาชีพขึ้น ได้แก่ กลุ่มทอผ้าพ้ืนเมือง กลุ่มผ้าทอขนแกะ กลุ่มทอผ้าใยกัญชง
กลมุ่ ผา้ ปักชาวเขา และกลุ่มหตั ถกรรมเคร่อื งเงนิ

ต่อมาในระหว่างเสด็จพระราชด�ำเนินไปทรงเย่ียมราษฎรและสมาชิกโครงการศิลปาชีพดังกล่าว ได้มี
พระราชเสาวนีย์ให้ นางอะตอ แลเซอ ซ่ึงมีฐานะยากจนทดลองเลย้ี งแกะ เพอ่ื นำ� ขนแกะมาทอผา้ คลมุ ไหล่ และ
ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เจ้าหน้าที่สอนวิธีเล้ียงแกะอย่างถูกวิธีแก่นางมอ แซ่ย่าง ซ่ึงศูนย์
ประสานงานโครงการพฒั นาเพอื่ ความมนั่ คงพน้ื ทดี่ อยยาวฯ กองทพั ภาคที่ ๓ ไดป้ ระสานสว่ นราชการทเ่ี กย่ี วขอ้ ง
จดั หาพนื้ ทใ่ี นการดำ� เนนิ งานและจดั ตง้ั เปน็ “โครงการฟารม์ ตวั อยา่ งตามพระราชดำ� ร”ิ ขน้ึ และตอ่ มาไดเ้ ปลยี่ น
ชือ่ เปน็ “โครงการทดลองเล้ียงแกะและสตั วป์ กี บ้านรม่ ฟ้าทอง อำ� เภอเวียงแกน่ จงั หวดั เชยี งราย” สง่ เสรมิ
สนบั สนนุ ใหร้ าษฎรมที กั ษะในการเลยี้ งสตั วท์ เ่ี หมาะสมกบั สภาพพนื้ ท่ี มแี หลง่ อาหารและรายไดอ้ นั เปน็ การพฒั นา
คุณภาพชีวิตให้ดี

ทอดพระเนตรโครงการพฒั นาเพ่ือความมนั่ คงพน้ื ที่ภขู ดั ภูเมี่ยง ภสู อยดาว จังหวดั พิษณโุ ลก เมื่อวนั ท่ี ๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๐

พื้นที่ภูขัด ภเู มยี่ ง ภูสอยดาว...จดั ตง้ั หมูบ่ ้าน สง่ เสรมิ อาชพี แนะเกษตรแผนใหม่
สว่ น “โครงการพฒั นาเพอ่ื ความมนั่ คงพนื้ ทภ่ี ขู ดั ภเู มยี่ ง ภสู อยดาว” กองทพั ภาคท่ี ๓ และสว่ นราชการ
ที่เก่ียวข้องได้ร่วมด�ำเนินการจัดตั้งหมู่บ้าน ๑๘ หมู่บ้าน รวมทั้งร่วมด�ำเนินการตามแผนพัฒนาพ้ืนที่ตาม

80

80

เน่ืองในโอกาสพระราชพธิ มี หามงคลเฉลมิ พระชนมพรรษา ๘๐ พรรษา
๑๒ สงิ หาคม ๒๕๕๕

ทอดพระเนตรการเรยี นการสอนโรงเรยี นในถนิ่ ทรุ กนั ดาร ในเขตพืน้ ท่ีจังหวดั เชยี งใหม่ เม่อื วนั ที่ ๑๒ มกราคม ๒๕๔๐

พระราชดำ� ริ ๓ แผนงานหลกั คือ หน่ึง แผนงานพัฒนาระบบโครงสร้างพ้ืนฐาน โดยพัฒนาและจดั หาแหลง่ น้ำ�
ใหแ้ กร่ าษฎรในพนื้ ที่ อาทิ โครงการพฒั นาแหลง่ นำ้� เพอ่ื การเกษตรบา้ นรม่ เกลา้ และทบี่ า้ นรกั ไทย สอง แผนงาน
พฒั นาอาชพี และการตลาดโดยพฒั นาการเกษตรแบบขน้ั บนั ได และโครงการฟารม์ ตวั อยา่ ง ทบี่ า้ นรม่ เกลา้ และสง่ เสรมิ
การผลิตผ้าใยกญั ชง สาม แผนงานสง่ เสริมและพัฒนาป่าไม้ โดยการปลูกปา่ ไม้ใชส้ อยส�ำหรบั ชมุ ชน เปน็ ต้น
นอกจากนี้ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์ิ พระบรมราชินีนาถ ได้มีพระราชด�ำริให้ด�ำเนินงานโครงการใน
ลกั ษณะเชน่ เดยี วกบั พนื้ ทด่ี อยยาวฯ คอื สง่ เสรมิ อาชพี ดว้ ยการเปน็ สมาชกิ ศลิ ปาชพี กลมุ่ ทอผา้ หรอื กลมุ่ ปกั ผา้ ชาว
เขา พระองคไ์ ดพ้ ระราชทานพระราชทรพั ยเ์ พอ่ื ใชใ้ นการกอ่ สรา้ งอาคารทรงงาน โรงฝกึ งาน และอาคารสำ� นกั งาน
รวมทง้ั ทรงมงุ่ เนน้ ใหร้ าษฎรเรยี นรกู้ ารทำ� เกษตรกรรมแผนใหมท่ ถ่ี กู ตอ้ ง ควบคกู่ บั การอนรุ กั ษด์ นิ และระบบนเิ วศ
ปา่ ไมบ้ นพน้ื ทส่ี งู อาทิ ทำ� การเพาะปลกู พชื ผกั ไมด้ อก และไมผ้ ลเมอื งหนาว รวมถงึ อนรุ กั ษค์ วามหลากหลายทาง
ชวี ภาพของพชื ผกั และสตั วใ์ นทอ้ งถน่ิ ทง้ั นี้ เพอ่ื ใหร้ าษฎรไดเ้ รยี นรดู้ ว้ ยตนเองและนำ� ไปพฒั นาเปน็ อาชพี เปน็ ตน้
ต้ังแตส่ มเดจ็ พระนางเจา้ สิริกติ ิ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงรับโครงการพัฒนาพนื้ ทท่ี งั้ ๒ แห่งดังกล่าวเป็น
โครงการอันเนอื่ งมาจากพระราชด�ำริ ได้มีการเปล่ียนแปลงเกดิ ขน้ึ อยา่ งมาก ซง่ึ ลว้ นช่วยใหร้ าษฎรชาวไทยภูเขา
ในพืน้ ที่มชี วี ิตความเป็นอย่ดู ขี ้ึน เนือ่ งด้วยไดร้ บั การดูแลเอาใจใส่ในทุกขส์ ุขอย่างสมำ่� เสมอ รวมถงึ สามารถแก้ไข
ปัญหายาเสพตดิ ท�ำใหล้ ดน้อยลงและหมดไปในท่ีสดุ ตลอดจนมคี วามมนั่ คงดา้ นต่างๆ ทง้ั ธรรมชาติ ส่ิงแวดล้อม
ปา่ ไม้ แหล่งต้นน�ำ้ อันชว่ ยให้เกิดความอุดมสมบูรณ์ ชาวบ้านตา่ งมีรายไดจ้ ากการทำ� อาชพี เสรมิ ตา่ งๆ

81

81

จดหมายเหตุเฉลมิ พระเกยี รติ
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกติ ์ิ พระบรมราชินนี าถ

สถานพี ฒั นาการเกษตรทสี่ ูง... แหลง่ เรียนรกู้ ารใช้ที่ดนิ อย่างคุ้มคา่

ชว่ งระหว่างพุทธศักราช ๒๕๕๔ ถงึ พุทธศกั ราช ๒๕๕๗ ท่สี มเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชนิ ีนาถ
เสดจ็ พระราชด�ำเนินไปทรงเยีย่ มราษฎร ทรงพบว่าพ้นื ทป่ี ่าไม้ทางภาคเหนือถูกบกุ รกุ แผ้วถางและเส่อื มโทรมลง
เนื่องจากการท�ำไร่เลื่อนลอย รวมท้ังปัญหาอ่ืนๆ เช่น ขาดแหล่งน�้ำเพ่ือการอุปโภคบริโภคและผลผลิตตกต�่ำ
พระองคจ์ งึ พระราชทานพระราชดำ� รใิ หเ้ จา้ หนา้ ทดี่ า้ นเกษตรไปสอนราษฎรใหร้ จู้ กั การเกษตรอยา่ งถกู วธิ ี เพอื่ ให้
ราษฎรสามารถใชพ้ น้ื ดนิ จำ� นวนนอ้ ยใหเ้ กดิ ผลผลติ สงู สดุ โดยทรงทำ� ใหด้ เู ปน็ ตวั อยา่ งวา่ พน้ื ที่ ๕๐๐ ไร่ สามารถให้
ผลผลติ ไดเ้ ทา่ กบั ทด่ี นิ ทถ่ี กู แผว้ ถาง ๕,๐๐๐ - ๖,๐๐๐ ไร่ จงึ เกดิ เปน็ “โครงการสถานพี ฒั นาการเกษตรทส่ี งู ” ขนึ้
ท้ังนี้ พระองค์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เลือกพื้นท่ีที่อยู่ตามยอดเขาและติดชายแดน เพ่ือให้
ราษฎรไดร้ ว่ มฟ้นื ฟูสภาพป่า รวมทั้งทำ� หน้าทชี่ ่วยดูแลและปกปอ้ งพน้ื ท่ีแนวชายแดนด้วย
กองทัพบกและหน่วยราชการตา่ งๆ ท่ีเกีย่ วขอ้ งไดร้ ว่ มสนองพระราชดำ� ริ ของสมเด็จพระนางเจ้าสริ ิกิติ์
พระบรมราชินีนาถ พัฒนาให้ราษฎรชาวไทยภูเขามีอาชีพเกษตรตามหลักวิชาการแผนใหม่ ทดแทนการท�ำไร่
เลอ่ื นลอย สรา้ งงานใหร้ าษฎรมอี าชพี มรี ายได้ ใหม้ คี วามเปน็ อยทู่ ด่ี ขี น้ึ ตลอดจนสรา้ งจติ สำ� นกึ ราษฎรชาวไทยภเู ขา
ใหม้ ีสว่ นรว่ มในการฟื้นฟู อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอ้ ม ให้เปน็ แหลง่ ตน้ น้ำ� ล�ำธารท่มี ีคุณภาพและ
ปา่ ไมท้ ่ีสมบูรณต์ ลอดไป รวมทง้ั พัฒนาเปน็ แหล่งท่องเทยี่ วเชิงอนรุ กั ษ์ และเป็นสถานตี วั อย่างในการขยายผลไป
สูพ่ ้นื ทอี่ ่ืนในลกั ษณะเดียวกนั
นอกจากน้ี สมเดจ็ พระนางเจา้ สริ กิ ติ ์ิ พระบรมราชนิ นี าถ ทรงพระกรณุ าโปรดเกลา้ โปรดกระหมอ่ มใหจ้ ดั ตงั้
สหกรณ์การเกษตร ด้วย เพ่ือให้ราษฎรรวมกลุ่มและมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการวางแผนการผลิต ไม่ให้
เกิดการซ้�ำซ้อน เช่น ไม่ปลูกพืชผักชนิดเดียวกันจนผลผลิตล้นตลาด ขายได้ในราคาที่ไม่เพียงพอกับค่าปุ๋ยและ
คา่ ขนสง่ เปน็ ตน้ วางแผนการตลาดการแปรรปู ผลผลติ ใหเ้ ปน็ เกษตรอตุ สาหกรรม เชน่ การนำ� กาแฟพนั ธอ์ุ าราบกิ า้
ทป่ี ลกู มาควั่ บรรจซุ องวางขายในสถานี เพอื่ เพม่ิ มลู คา่ และเกบ็ รกั ษาผลผลติ ไวไ้ ดน้ าน รวมทงั้ รวมกลมุ่ กนั จำ� หนา่ ย
ผลผลติ ไมถ่ กู กดราคาจากพอ่ คา้ คนกลาง ตลอดจนทรงพระกรณุ าโปรดเกลา้ โปรดกระหมอ่ มใหจ้ ดั ทำ� การเกษตร
ที่ปลอดสารเคมีและยาฆ่าแมลง โดยใช้พืชตามธรรมชาติ รวมถึงจ้างแรงงานราษฎรให้มีอาชีพเสริมตามท่ีตน
ถนดั เชน่ ทอผ้า จกั สาน ทำ� เครื่องเรอื นจากไม้ไผ่ นอกเหนอื จากการทำ� เกษตรขยายผลสถานีพฒั นาการเกษตร
ทสี่ งู สอู่ กี ๖ จงั หวดั ในภาคเหนอื เมอ่ื สถานพี ฒั นาการเกษตรทสี่ งู ดำ� เนนิ การไดผ้ ลดี พระองคไ์ ดม้ พี ระราชดำ� รใิ ห้
ด�ำเนนิ โครงการดังกล่าวในพ้ืนทต่ี า่ งๆ อกี หลายแห่ง โดยต่อมามีจำ� นวนทง้ั สน้ิ ๑๗ แหง่ กระจายอยู่ใน ๖ จังหวัด
ทางภาคเหนือ คือ จังหวัดพษิ ณุโลก เชยี งใหม่ เชียงราย พะเยา กำ� แพงเพชร และนา่ น

สถานพี ฒั นาการเกษตรทสี่ งู ตามพระราชดำ� รภิ พู ยคั ฆ์ ตำ� บลขนุ นา่ น อำ� เภอเฉลมิ พระเกยี รติ จงั หวดั
น่าน โดยนำ� พืน้ ท่ีทถ่ี ูกแผ้วถางมาฟื้นฟใู ห้กลับส่สู ภาพทส่ี มบูรณ์ และจดั ระเบียบพ้ืนทีช่ ายแดนใหช้ มุ ชนมีความ
เข้มแข็ง อันเปน็ การชว่ ยสกัดกั้นการแพรก่ ระจายของยาเสพติด

สถานีพัฒนาการเกษตรที่สูงตามพระราชด�ำริ บ้านห้วยหยวกป่าโซ อ�ำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัด
เชยี งราย โดยสง่ เสรมิ การปลกู ไผเ่ พอ่ื ใชใ้ นงานศลิ ปาชพี ฟน้ื ฟสู ภาพปา่ จดั สรา้ งฝายตน้ นำ�้ สรา้ งโรงเรอื นเพาะชำ�
ไมด้ อก ปลกู ไม้ดอก และพืชผกั เมอื งหนาวแบบขนั้ บนั ได เปน็ ต้น

82

82

เน่อื งในโอกาสพระราชพธิ มี หามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๘๐ พรรษา
๑๒ สิงหาคม ๒๕๕๕

สถานีพัฒนาการเกษตรที่สูงตามพระราชด�ำริ บ้านนาเกียน ต�ำบลนาเกียน อำ� เภออมกอ๋ ย จังหวดั
เชยี งใหม่ ราษฎรชาวไทยภเู ขาเผา่ กระเหรย่ี งขาดความรกู้ ารทำ� เกษตรอยา่ งถกู วธิ ี ทำ� ใหด้ นิ เสอื่ มสภาพอยา่ งรวดเรว็
รวมทง้ั ขาดแคลนนำ�้ อปุ โภคบรโิ ภค ราษฎรจงึ ไดร้ วมตวั กนั ขอพระราชทานความชว่ ยเหลอื จากสมเดจ็ พระนางเจา้
สิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เพ่ือขอให้ทรงจัดต้ังสถานีพัฒนาการเกษตรท่ีสูง พร้อมให้ค�ำมั่นสัญญาว่าจะเลิก
ตัดตน้ ไมท้ ำ� ลายปา่ เลกิ ฆา่ สตั ว์ และใหใ้ ชพ้ ื้นทเ่ี คยบุกรกุ จบั จองไว้จำ� นวน ๘๓๘ ไร่ จดั ตง้ั สถานพี ัฒนาการเกษตร
พ้นื ท่สี ูง และมอบพืน้ ท่ีป่าเสอื่ มโทรมคนื ใหแ้ ก่ทางราชการ เพอื่ ด�ำเนินการฟ้ืนฟู โดยไมเ่ รยี กรอ้ งคา่ ตอบแทนใดๆ

การจัดต้ังสถานีพัฒนาการเกษตรที่สูง นอกจากเป็นแปลงสาธิตตัวอย่างในการปลูกพืชผักเมืองหนาว
และนาข้ันบันไดทดแทนการท�ำไร่เลื่อนลอยให้ราษฎรได้เรียนรู้การใช้ท่ีดินให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยสามารถ
เพ่ิมผลผลิตข้าวจาก ๑๕ ถังต่อไร่ เป็น ๔๓ ถังต่อไร่ และจะพัฒนาให้ผลิตได้ ๕๐ ถังต่อไร่ต่อไป ยังได้ช่วย
สง่ เสรมิ อาชพี และรายไดแ้ กร่ าษฎรใหม้ ชี วี ติ ความเปน็ อยดู่ ขี นึ้ โดยพชื ผกั ผลไมท้ สี่ ง่ เสรมิ ใหช้ าวบา้ นปลกู นน้ั สถานี
รบั ซ้ือและนำ� ไปแปรรปู สง่ ขาย น�ำรายไดม้ าหล่อเลี้ยงชาวบา้ น จึงนับเปน็ พระมหากรุณาธิคณุ อันใหญห่ ลวงของ
สมเด็จพระนางเจ้าสริ ิกติ ิ์ พระบรมราชินนี าถ ที่ทรงชว่ ยใหช้ าวบา้ นมีอาชพี ทย่ี ง่ั ยนื มอี าหาร มนี ้�ำใช้ มีรายได้เพ่มิ
ขึ้น ๓,๐๐๐ - ๔,๐๐๐ บาท ตอ่ เดือน อาจไมม่ ากนักหากเทียบกบั คนในเมอื ง แตส่ ามารถมีชีวติ ความเป็นอยู่แบบ
พอเพยี งไม่ต่างกนั ตามค�ำบอกเลา่ ของราษฎรในพนื้ ที่โครงการสถานีพัฒนาการเกษตรทส่ี งู

83

83

สตั ตบงกช เปน็ ดอกไมท้ ส่ี มเดจ็ พระนางเจา้ ฯ พระบรมราชนิ นี าถโปรด เปน็ บวั หลวงพนั ธด์ุ อกสชี มพซู อ้ น ชอ่ื ละตนิ วา่ Nelumbo
nucifera มชี ื่อสามัญวา่ Rosum Plenum รูปทรงดอกตูม ปอ้ มกวา่ บวั หลวงธรรมดา เปน็ พนั ธ์ไุ ม้ทร่ี จู้ กั กนั ดี นยิ มใช้ในทางพิธศี าสนา แทบ
ทกุ สว่ นของบวั หลวงใชป้ ระโยชนไ์ ดท้ งั้ สนิ้ ทงั้ ราก ใบ กลบี ดอก เมลด็ และเกสร คณุ หญงิ คณติ า เลขะกลุ รวบรวมไวใ้ นหนงั สอื “บวั ” ราชนิ ี
แห่งไมน้ �้ำวา่ บวั หลวงพนั ธส์ุ ัตตบงกชน้ีเขา้ ใจวา่ เป็นพันธุ์ท่พี บเฉพาะในประเทศไทย
บวั “ควนี สริ กิ ิติ”์ (Nymphaea ‘Queen Sirikit’) เป็นบวั ลกู ผสมพันธใ์ุ หมซ่ ึง่ ผสมข้ามสกุลยอ่ ยระหว่างบวั ฝรงั่ พนั ธุ์ Perry’s
Fire Opal ของสหรัฐอเมริกา กับบัวผันพันธุ์นางกวักฟ้าของไทย มีดอกสีม่วง ซ่ึงเป็นสีใหม่ที่ยังไม่เคยปรากฏมาก่อนในบัวฝรั่ง
และยังสามารถแตกหน่อขยายพันธุ์ได้เองตามธรรมชาติ ผสมพันธุ์โดยนายไพรัตน์ ทรงพานิช นักวิชาการเกษตรช�ำนาญการพิเศษ
สถาบนั วจิ ยั ยาง กรมวชิ าการเกษตร สมาคมพฤกษศาสตรใ์ นพระบรมราชนิ ปู ถมั ภ์ ไดก้ ราบบงั คมทลู สมเดจ็ พระนางเจา้ ฯ พระบรมราชนิ นี าถ
ขอพระราชทานพระราชานญุ าตเชญิ พระนามาภไิ ธย “สริ กิ ติ ”ิ์ เปน็ ชอื่ ของบวั ลกู ผสมพนั ธน์ุ ้ี เพอื่ เฉลมิ พระเกยี รตเิ นอื่ งในวโรกาสทท่ี รงเจรญิ
พระชนมพรรษา ๘๐ พรรษา และทที่ รงไดร้ ับการยกยอ่ งเปน็ “พระมารดาแห่งความหลากหลายทางชีวภาพ”


Click to View FlipBook Version