สมุดบนั ทึก
การเรียนรู ้
อาจารยผ์ สู้ อน
เสนอ
รองศาสตรอ์ าจารย์ ดร.สาราญ กาจัดภัย
จดั ทาโดย
นายนพรตั น์ ร่มเกษ
รหัสนักศึ กษา 62115239103
สาขาวิชาวทิ ยาศาสตร์ คณะครุศาสตร์
ความหมายของ
การเรียนรู ้
พฤตกิ รรมการเรยี นรู้
ดา้ นพทุ ธพิ ิสัย
พฤตกิ รรมการเรยี นรู้
ด้านจิตพิสั ย
พฤติกรรมการเรียนรู ้
ดา้ นทักษะพิสั ย
สรุ ปองค์ความรู ้
การเรยี นรู้ คอื การทเ่ี ราเปลีย่ นแปลงการกระทาท่คี ่อนขา้ งจะถาวรทสี่ ง่ ผลมาจากประสบการณ์ของตวั เอง
พฤตกิ รรมการเรยี นรู้ด้านพทุ ธิพสิ ยั
เป็นการแยกระดับทางสมอง หรอื สตปิ ัญญาออกเป็น 6 ระดบั
1. ความรู้ (Knowledge) หรอื ความจา เป็นความสามารถในการเหตกุ ารณ์หรอื เรอ่ ื งราวตา่ ง ๆ
2. ความเขา้ ใจ (Comprehension) เป็นความสามารถทางสมองของบุคคลในการจบั ใจความสาคญั ของส่งิ
เร้าต่าง ๆ จาแนกเป็น 3 ลกั ษณะ 1. การแปลคสาม 2. การตีความ 3. การตีความ
3. การนาไปใช้ (Application) เป็นการนาหรอื ประยกุ ต์ความรู้ไปใช้ในสถานการณ์ตา่ ง ๆ
4. การวเิ คราะห์ (Analysis) เป็นความสามารถในการแยกแยะเร่อื งราวทสี่ มบรู ณ์ใหก้ ระจายออกเป็น
ส่วนยอ่ ย ๆ ไดอ้ ย่างชัดเจนและถกู ตอ้ ง
5. การสังเคราะห์ (Synthesis) เป็นความสามารถในการผสมผสานสว่ นยอ่ ยเขา้ เป็นเร่อื งราวเดยี วกัน เกิด
สงิ่ ใหมข่ ้ึน
6. การประเมินคา่ (Evaluation) เป็นความสามารถในการใชด้ ุลพินจิ ตัดสนิ คุณค่าของสง่ิ ใดสงิ่ หน่ึง
พฤตกิ รรมการเรยี นรู้ดา้ นจิตพสิ ัย
1. ขัน้ รับรู้ (Receiving) เป็นการรับรู้เร่อื งราวผ่านประสาทสัมผสั จนเราสนใจสิง่ นนั้
2. ขน้ั ตอบสนอง (Responding) เป็นการแสดงพฤติกรรมทีต่ อบสนองสง่ิ ที่สนใจ
3. ข้ันเหน็ คณุ ค่า หรอื สร้างค่านิยม (Valuing) หลังจากเรามีพฤติกรรมตอบสนองตอ่
สงิ่ เร้าในลกั ษณะ เต็มใจ ยินดี พอใจ แล้ว ก็จะเกดิ ความรู้สกึ ในคณุ คา่ ของสง่ิ น้ัน
4. ขัน้ จัดระบบค่านยิ ม (Organization) เม่ือเรามีคา่ นยิ มหลายๆ อย่าง ซงึ่ เป็นคา่ นิยมย่อย ๆ ก็จะเกิดการ
จดั ระบบค่านยิ ม
5. ขน้ั สร้างลักษณะนิสยั จากค่านิยม (Characterization) หลังจากท่คี ่านยิ มตา่ ง ๆ สามารถ
สมั พันธ์กนั เป็นระบบแล้ว ก็จะมีการพัฒนาบคุ ลิกภาพ หรอื ลักษณะนสิ ัยของบคุ คลให้เป็นรูปแบบที่
ชดั เจน
พฤติกรรมการเรยี นรู้ด้านทกั ษะพสิ ยั
1. รับรู้และเลยี นแบบ (Imitation) เป็นความสามารถด้านการปฏบิ ตั ิแสดงออกในลักษณะการทาเลียนแบบ
ซา้ ๆ โดยที่ยงั ไม่ได้ผลสมบูรณ์
2. ลงมือปฏิบตั แิ ละทาตามได้ (Manipulation) เป็นความสามารถในการควบคุมการเคล่ือนไหว แสดงออก
3. ลดความผิดพลาดจนสามารถทาไดถ้ ูกต้อง (Precision) เป็นความสามารถในการปฏิบัติอยา่ งมีทกั ษะ
โดยไมม่ คี าส่ัง
4. ปฏิบตั ิไดอ้ ย่างชัดเจนและตอ่ เน่อื ง (Articulation) เป็นความสามารถในการปฏบิ ัตอิ ยา่ งต่อเน่ือง
ประสานกนั มปี ระสาทสมั ผสั คล่องแคลว่
5. ปฏิบัติได้อยา่ งเป็นธรรมชาติ (Naturalization) เป็นความสามารถในการปฏบิ ัติระดับสูงคือทาได้อยา่ ง
เป็นอัตโนมตั
ความสาคัญ ประเภท หลักการ
และจดุ มุง่ หมาย
ของการวัดและประเมนิ ผลการ
เรียนรู้
1. ความสาคญั ของการวัดและประเมนิ ผล
การเรยี นรู้
2. ประเภทของการวดั และประเมินผลการ
เรยี นรู้
3. หลักการของการวัดและประเมินผลการ
เรยี นรู้
4. จดุ มงุ่ หมายของการวัดและประเมนิ ผล
การเรยี นรู้
สรุปองค์ความรู้ ความสาคัญ ประเภท
หลักการ และจดุ มงุ่ หมายของการวัด
และประเมินผลการเรยี นรู้
ความหมายของ
แบบทดสอบความเรยี ง
หลกั การหรอื แนวทางใน
การสรา้ งแบบทดสอบ
ความเรยี ง
แนวทางการตรวจ
ให้คะแนน
ข้อสอบความเรยี ง
ตวั อยา่ งและแนวทางการ
ให้คะแนนแบบทดสอบ
ความเรยี ง
สรุ ปองค์ความรู ้
แบบทดสอบปรนั ย
ชนิ ดถูกผดิ
ความหมายและ
ลกั ษณะของ
แบบทดสอบปรนั ย
ชนิ ดถูกผิด
หลกั การหรือแนวทาง
ในการสรา้ ง
แบบทดสอบปรนั ย
ชนิ ดถูกผดิ
สรุ ปองค์ความรู ้
แบบทดสอบปรนัย
ชนดิ จับคู่
ความหมายและลกั ษณะ
ของแบบทดสอบปรนยั
ชนดิ จับคู่
หลักการหรอื แนวทางการ
สร้างแบบทดสอบปรนัย
ชนิดจบั คู
สรุ ปองค์ความรู ้
แบบทดสอบปรนยั ชนดิ เตมิ
คาและชนิดตอบแบบสัน้
ความหมายและลักษณะของ
แบบทดสอบปรนยั ชนิดเติมคา
และชนิดตอบแบบส้ัน
หลักการหรอื แนวทางการสร้าง
แบบทดสอบปรนัยชนดิ เตมิ คา
และชนดิ ตอบแบบสั้น
สรุ ปองค์ความรู ้
แบบทดสอบปรนั ย
ชนิ ดเลือกตอบ
ความหมายและ
ลักษณะของ
แบบทดสอบปรนั ย
ชนิ ดเลือกตอบ
หลักการหรือแนว
ทางการสร้าง
แบบทดสอบปรนั ย
ชนิ ดเลือกตอบ
สรุ ปองค์ความรู ้
การตรวจสอบคุณภาพ
ของแบบทดสอบ
การตรวจสอบคุณภาพ
ของแบบทดสอบ
สรุ ปองค์ความรู ้
การวเิคราะหข์ ้อสอบ
โดยใช้ SPSS
การวเิ คราะห์ข้อสอบ
โดยใช้ SPSS
การวเิ คราะห์คณุ ภาพของ
แบบทดสอบและแบบสอบถาม
โดยใช้ SPSS
สรุ ปองค์ความรู ้
≈
สรุ ปองค์ความรู ้
การประเมนิ จากการ
สื่อสารระหวา่ งบุคคล
สรุ ปองค์ความรู ้
การประเมนิ
การปฏบิ ัติ
สรุ ปองค์ความรู ้
การประเมนิ
ตามสภาพจรงิ ในช้นั เรยี น
สรุ ปองค์ความรู ้