รายงานปฏิบัติงานสหกิจศึกษา คู่มือภาษาจีนเพื่อแผนกสปา ของโรงแรมซีแซนด์ ซัน รีสอร์ท แอนด์ วิลล่า Chinese manual for the spa department of Seasand Sun Resort and Villas นางสาว ลัดดา บงกชนิมิตชัย รหัสนักศึกษา 631220403 นางสาว เบญจวรรณ แสงเงิน รหัสนักศึกษา 631220418 รายงานฉบับนี้เป็นส่วนหนึ่งของการปฏิบัติงานวิชาสหกิจศึกษา สาขาวิชาภาษาจีน คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร ภาคการศึกษาที่ 2 ประจำปีการศึกษา 2566
หัวข้อโครงการ : คู่มือภาษาจีนเพื่อแผนกสปา ของโรงแรมซีแซนด์ ซัน รีสอทร์ แอนด์ วิลล่า Chinese manual for the spa department of Seasand Sun Resort and Villas ผู้จัดทำ : นางสาว ลัดดา บงกชนิมิตชัย รหัสนักศึกษา 631220403 นางสาว เบญจวรรณ แสงเงิน รหัสนักศึกษา 631220418 สาขาวิชา : ภาษาจีน อาจารย์ที่ปรึกษา: อาจารย์ มาลัยรัตน์ คณิตชยานันท์ บอยซ์ อนุมัติโครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของการปฏิบัติงานสหกิจศึกษา สาขาวิชาภาษาจีน คณะ มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร ภาคการศึกษาที่ 2 ปีการศึกษา 2566 คณะกรรมการสอบโครงงาน …….………………………………..........อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงาน (อาจารย์มาลัยรัตน์ คณิตชยานันท์ บอยซ์) .…….………………………………....……กรรมการสอบโครงงาน (อาจารย์ดร.ชุตินธร ฉิมสุข) ...........…………………………………… กรรมการสอบโครงงาน (อาจารย์ดร.อภิญญา จอมพิจิต) ……………………………………............กรรมการสอบโครงงาน (อาจารย์บัญชา วัฒนาทัศนีย์) ……………………………………........... กรรมการสอบโครงงาน (อาจารย์ชวิศา ตันติรถานนท์)
ก จดหมายนำส่งรายงาน 31 มีนาคม 2567 เรื่อง ขอส่งรายงานการปฏิบัติงานสหกิจศึกษา เรียน อาจารย์ที่ปรึกษาสหกิจศึกษา สาขาวิชาภาษาจีน (อาจารย์ มาลัยรัตน์ คณิตชยานันท์ บอยซ์) ตามที่ข้าพเจ้า นางสาว ลัดดา บงกชนิมิตชัยและนางสาว เบญจวรรณ แสงเงิน นักศึกษา สาขาวิชาภาษาจีน คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร ได้ไป ปฏิบัติงานสหกิจศึกษาระหว่างวันที่ 13 พฤศจิกายน 2566 ถึง วันที่ 8 มีนาคม 2567 โดยนางสาว ลัด ดา บงกชนิมิตชัย ได้ปฏิบัติหน้าที่ (Spa Reception )นางสาว เบญจวรรณ แสงเงิน ได้ปฏิบัติหน้าที่ (Spa Reception) ณ โรงแรมซีแซนด์ ซัน รีสอร์ท แอนด์ วิลล่า และได้จัดทำรายงานเรื่อง คู่มือ ภาษาจีนเพื่อแผนกสปา ของโรงแรมซีแซนด์ ซัน รีสอร์ท แอนด์ วิลล่า( Chinese manual for the spa department of Sea Sand Sun Resort and Villas) บัดนี้การปฏิบัติสหกิจศึกษาได้สิ้นสุดลงแล้ว ข้าพเจ้าจึงขอส่งรายงานดังกล่าวมา จำนวน 1 เล่ม เพื่อขอรับคำปรึกษาต่อไป จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณา ขอแสดงความนับถือ นักศึกษาปฏิบัติงานสหกิจศึกษา
ข กิตติกรรมประกาศ การที่ผู้จัดทำได้มาปฏิบัติงานโครงการสหกิจศึกษา ณ โรงแรมซีแซนด์ ซัน รีสอร์ท แอนด์ วิลล่า ตั้งแต่วันที่ 13 พฤศจิกายน 2566 ถึงวันที่ 8 มีนาคม 2567 ส่งผลให้ผู้จัดทำได้รับความรู้และ ประสบการณ์ต่างๆในการปฏิบัติงานสหกิจครั้งนี้ มีทั้งคำศัพท์และบทสนทนาภาษาจีนต่างๆ สำหรับ โครงงานปฏิบัติงาน สหกิจศึกษา ฉบับนี้สำเร็จลงได้ดีจากความร่วมมือและสนับสนุนจากหลายฝ่าย ดังนี้ 1.พนักงานที่ปรึกษา 2.พนักงานที่ร่วมดูแล 3.นางสาว ธัญญารัตน์ ราชปัก พนักงานที่ปรึกษา 4.นาง รุ่งทิพย์ เนตรเอี่ยม ผู้จัดการฝ่ายทรัพยากรบุคคล 5.อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงาน และบุคคลท่านอื่นๆที่ไม่ได้กล่าวนามทุกท่าน ที่ได้ให้คำแนะคำในการจัดทำรายงาน ผู้จัดทำขอขอบพระคุณผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกท่าน ที่มีส่วนร่วมในการให้ข้อมูล และเป็นที่ ปรึกษาในการทำรายงานฉบับนี้จนเสร็จลุล่วงสมบูรณ์ ตลอดจนให้การดูแลให้ความเข้าใจแก่ชีวิตของ การทำงานจริง ซึ่งผู้จัดทำขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูงไว้ ณ ที่นี้ นักศึกษาปฏิบัติงานสหกิจศึกษา
ค หัวข้อโครงการ : คู่มือภาษาจีนเพื่อแผนกสปา ของโรงแรมซีแซนด์ ซัน รีสอร์ท แอนด์ วิลล่า Chinese manual for the spa department of Seasand Sun Resort and Villas ผู้จัดทำ : นางสาว ลัดดา บงกชนิมิตชัย 631220403 นางสาว เบญจวรรณ แสงเงิน 631220418 สาขาวิชา : ภาษาจีน คณะ : คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ อาจารย์ที่ปรึกษา : อาจารย์มาลัยรัตน์ คณิตชยานันท์ บอยซ์ บทคัดย่อ โรงแรม ซี แซนด์ซัน รีสอร์ท แอนด์ วิลล่า ก่อตั้งขึ้นได้ประมาณ 20 กว่าปี ดำเนินธุรกิจ เกี่ยวกับชายหาดส่วนตัวและเปิดบริการห้องพักแบบพลูวิลล่า บริการอาหารนานาชาติ บริการห้องฟิต เนส สปาและยังมีสระว่ายน้ำเปิดให้บริการ ผู้จัดทำเริ่มปฏิบัติงานตั้งแต่วันที่ 13 พฤศจิกายน 2566 จนถึง 8 มีนาคม 2567 ตำแหน่ง พนักงานต้อนรับในแผนกสปา จากการที่ได้ฝึกปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับการสื่อสารกับลูกค้าที่มาใช้บริการสปา ทำให้รู้ว่า คำศัพท์และประโยคสนทนาที่ใช้ในการสื่อสารกับลูกค้านั้นมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เพราะคำศัพท์ และประโยคบทสนทนานั้นต้องเรียนรู้จากการทำงานจริง บางคำศัพท์นั้นไม่มีอยู่ในบทเรียน ทำให้ยาก ต่อการสื่อสารกับลูกค้า ดังนั้นผู้จัดทำจึงได้จัดทำโครงการเรื่อง “คู่มือภาษาจีนเพื่อแผนกสปาของโรงแรมซีแซนด์ ซัน รีสอร์ท แอนด์ วิลล่า”โดยหวังว่าโครงการนี้จะเป็นประโยชน์ต่อพนักงานและบุคคลภายนอกที่ สนใจ คำศัพท์ภาษาจีนและประโยคสนทนาเพื่อนำไปติดติดต่อสื่อสารได้จริง คำสำคัญ : คู่มือ ภาษาจีน สปา
ง สารบัญ หน้า จดหมายนำส่งรายงาน ก กิตติกรรมประกาศ ข บทคัดย่อ ค สารบัญ ง สารบัญภาพ ฉ สารบัญตาราง ช บทที่ 1 บทนำ 1 1.1 ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา 1 1.2 วัตถุประสงค์ 2 1.3 ขอบเขตของโครงงาน 2 1.4 ระยะเวลาปฏิบัติงาน 2 1.5 สถานที่ปฏิบัติงาน 3 1.6 ผู้ดำเนินโครงงาน 3 1.7 ขั้นตอนการปฏิบัติงาน 3 1.8 ผลที่สถานประกอบการจะได้รับ 4 1.9 อุปกรณ์และเครื่องมือที่ใช้ 4 1.10 รายละเอียดโครงงาน 4 1.11 คิวอาร์โค้ดรูปเล่ม E-book 4 บทที่ 2 ทฤษฎีและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 5 2.1 แนวคิดและทฤษฎี 5 2.1.1 คู่มือ 5 2.1.2 ประเภทของคู่มือ 6 2.1.3 องค์ประกอบของคู่มือ 7 2.1.4 แนวทางการพัฒนาคู่มือ 7 2.2 สปา 8 2.2.1 ความหมายของคำว่า “สปา” 8 2.2.2 ประวัติความเป็นมาของสปา 9 2.2.3 ประเภทของสปา 11
จ หน้า 2.2.4 รูปแบบกิจกรรมในธุรกิจสปา 12 2.2.5 องค์ประกอบของสปา 13 2.2.6 การแบ่งประเภทสปา 14 2.3 โรงแรม 16 2.3.1 ความหมายของโรงแรม 16 2.3.2 วิวัฒนาการของโรงแรม 16 2.3.3 ประเภทของโรงแรม 17 บทที่ 3 รายละเอียดของการปฏิบัติงาน 21 3.1 ที่ตั้งและข้อมูลติดต่อ 21 3.2 ประวัติและความเป็นมาของโรงแรมซี แซนด์ ซัน รีสอร์ท แอนด์ วิลล่า 22 3.3 หน้าเว็บไซต์ 22 3.4 ที่ตั้งและข้อมูลติดต่อ 23 3.5 รูปแผนที่โรงแรม 23 3.6 รูปโครงสร้างฝ่ายบริหาร 24 3.7 การแต่งกายของพนักงาน 24 3.8 ตำแหน่งและลักษณะของงานที่ได้รับมอบหมาย 24 3.9 ชื่อและตำแหน่งของพนักงานที่ปรึกษา 25 บทที่ 4 ผลจากการปฏิบัติงาน 26 บทที่ 5 รายละเอียดของการปฏิบัติงาน 45 5.1 สรุปผลการปฏิบัติงาน 45 5.2 ปัญหาที่พบในการทำโครงงาน 45 5.3 ข้อเสนอแนะ 45 5.4 ประโยชน์ที่ได้รับจากการปฏิบัติงานสหกิจศึกษา 46 บรรณานุกรม 47 ภาคผนวก ก 48 ภาคผนวก ข 52 ประวัติผู้จัดทำ 53
ฉ สารบัญภาพ หน้า รูปที่ 1 โลโก้ โรงแรมซีแซนด์ ซัน รีสอร์ท แอนด์ วิลล่า 21 รูปที่ 2 หน้าเว็บไซต์ โรงแรมซีแซนด์ ซัน รีสอร์ท แอนด์ วิลล่า 22 รูปที่ 3 แผนที่โรงแรมซีแซนด์ ซัน รีสอร์ท แอนด์ วิลล่า 23 รูปที่ 4 โรงแรมซี แซนด์ ซัน รีสอร์ท แอนด์ วิลล่า 23 รูปที่ 5 ฝ่ายบริหารโรงแรมซีแซนด์ ซัน รีสอร์ท แอนด์ วิลล่า 24 รูปที่ 6 พนักงานที่ปรึกษา 25 รูปที่ 7 การปฏิบัติงาน 49 รูปที่ 8 การปฏิบัติงาน 49 รูปที่ 9 การปฏิบัติงาน 50 รูปที่ 10 การปฏิบัติงาน 50 รูปที่ 11 การปฏิบัติงาน 51 รูปที่ 12 การปฏิบัติงาน 51 รูปที่ 13 ผู้จัดทำ 53 รูปที่ 14 ผู้จัดทำ 54
ช สารบัญตาราง หน้า ตารางที่ 1 ขั้นตอนปฏิบัติงาน 3 ตารางที่ 2 คำศัพท์โปรแกรมการนวด 26 ตารางที่ 3 คำศัพท์สกุลเงิน 28 ตารางที่ 4 คำศัพท์อวัยวะร่างกายที่ใช้ในงานสปา 30 ตารางที่ 5 คำศัพท์ตัวเลขในภาษาจีน 32 ตารางที่ 6 คำศัพท์เวลาในภาษาจีน 33 ตารางที่ 7 คำศัพท์วันในภาษาจีน 34 ตารางที่ 8 คำศัพท์เดือนในภาษาจีน 35 ตารางที่ 9 ตัวอย่างบทสนทนาภาษาจีนที่ใช้สื่อสารกับแขกที่มาใช้บริการสปา 36 ตารางที่ 10 ตัวอย่างบทสนทนาภาษาจีนที่ใช้ในห้องนวด 38
บทที่ 1 บทนำ 1.1 ความสำคัญและที่มาของปัญหา “สปาไทย” เป็นมรดกไทย เพื่อการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมที่สืบทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่น โดยศึกษาได้จากใบลาน ภาพ จิตรกรรมฝาผนัง ภาพลายไทย ปรากฏตามระเบียงโบสถ์ และสถานที่ ต่างๆ เช่น อโรคยาศาลา นับเป็นแหล่งเริ่มต้นของการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมด้วยวิถีไทย รูปปั้นฤๅษี ดัดตน ที่วัดโพธิ์ เป็นภูมิปัญญาไทยของการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม ตัวอย่างของภูมิปัญญาไทยที่ ถ่ายทอดสืบต่อ กันมา ได้แก่ นวดไทย ประกอบด้วยการนวดแบบเชลยศักดิ์ และการนวดแบบราช สำนัก สปาเป็น ธุรกิจบริการสาขาหนึ่งที่กรมส่งเสริมการส่งออกกระทรวงพาณิชย์ให้การส่งเสริมตั้งแต่ ปี 2540 จวบจนปัจจุบัน กลายเป็นธุรกิจบริการประเภทหนึ่งที่ได้รับความนิยมมากอันดับต้นๆ จาก นักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศ ที่เดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทย และมีนักลงทุนในต่างประเทศ จัดตั้งสปาไทยในต่างประเทศเป็นจำนวนมากมาย ธุรกิจสปาเป็นธุรกิจบริการประเภทส่งเสริม สุขภาพ จัดตั้งขึ้นเป็นแห่งแรกในประเทศไทยโดย The Spa ที่เกาะสมุย ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ สำคัญใน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ปี พ.ศ. 2535 จากนั้น Oriental Spa ก็เกิดขึ้นตามมาที่กรุงเทพมหานคร ในปี พ.ศ. 2535 และ Chiva-Som International Hcalth Resort ที่หัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ในปี พ.ศ. 2547 จนถึงปัจจุบัน ธุรกิจสปาเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง เป็นการผสมผสานระหว่างภูมิปัญญา ไทยกับวิทยาการสมัยใหม่โดยยังคงจุดแข็งของความเป็น "สปาไทย" ไว้อย่างลงตัว ในแหล่ง ท่องเที่ยว ที่สำคัญมีธุรกิจ สปาไทยรูปแบบต่างๆ เปิดให้บริการแก่นักท่องเที่ยวที่ใส่ใจด้านสุขภาพ มีการตกแต่ง บรรยากาศแตกต่างกันไปตามแนวความคิดของนักออกแบบ นักลงทุน และผู้พัฒนา สปาแต่ละแห่ง แต่มีจุดเด่นที่ดำรงไว้ คือ การต้อนรับ การเอาใจใส่ให้บริการตามวิถีแบบไทย การใช้ น้ำเพื่อการบำบัด การนวดไทย การใช้สมุนไพร การบำบัดด้วยกลิ่น และการบริการเสริมอื่นๆ ทั้งอาหารเพื่อสุขภาพ การ ออกกำลังกาย การทำสมาธิ และการรักษาที่เกี่ยวข้อง (กนกภรณ์ บุญมาพิชัยภรณ์ 2552) ตั้งแต่ปี 2547 รัฐบาลมีนโยบายผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางสุขภาพแห่ง nünnnidis (Medical Hub of Asia) auaululsemalnailu Capital Spa of Asia/ Thailand as 4 World Class Spa Destination และมอบหมายกระทรวงสาธารณสุขจัดทำแผนยุทธศาสตร์การ พัฒนา ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ (ปี 2555 - 2559) ซึ่งระบุวิสัยทัศน์ประเทศไทย เป็น ศูนย์กลางธุรกิจบริการเพื่อส่งเสริมสุขภาพระดับโลก จัดทำมาตรฐานและเอกลักษณ์ธุรกิจสปา ไทย และจัดทำมาตรฐานไทยในต่างประเทศ ซึ่งได้เริ่มให้การรับรองสปาเพื่อสุขภาพในเยอรมนีและจะ ขยายให้ครอบคลุมประเทศที่มี สปาไทยในบริการหนาแน่น เช่น ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น
2 ปัจจุบันสถานประกอบการสปาเพื่อสุขภาพเป็นธุรกิจที่สามารถทำรายได้ให้กับประเทศและ ยังมีแนวโน้มของการเติบโตของธุรกิจอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากเป็นธุรกิจที่เป็นส่วนหนึ่งของ กิจกรรมที่ มักได้รับความนิยมสำหรับนักท่องเที่ยว การที่จะทำให้ผู้ใช้บริการทั้งชาวไทยและ ชาวต่างชาติเกิด ความประทับใจ ในธุรกิจสปาเพื่อสุขภาพและกลับมาใช้บริการซ้ำสถานประกอบการจำเป็นต้อง ให้บริการด้วยความเอาใจใส่ ให้บริการด้วยความชำนาญ หรือจัดการให้บริการอย่างมีคุณภาพ (กอง สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ 2559) และด้วยผู้จัดทำได้เข้ารับการปฏิบัติงานที่ โรงแรมซีแซนด์ ซัน รีสอร์ท แอนด์ วิลล่า โดย ผู้จัดทำได้ปฏิบัติงานในหน้าที่ Receptions ภายใต้แผนก สปา ซึ่งในแต่ละวันจะได้รับมอบหมายงาน จากพนักงานที่ปรึกษาให้ช่วยในการสื่อสารกับลูกค้าที่มาใช้บริการสปาอีกทั้งยังได้เซ็ตห้องนวดไว้ให้ Therapist จากการปฏิบัติงานในหน้าที่นี้ ผู้จัดทำได้มองเห็นถึงความสำคัญของคำศัพท์ภาษาจีนที่เป็น ความเฉพาะของแผนก Spa มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากมีชาวจีนได้เข้ามาพักกับทางโรงแรม ทำให้ต้องมี Receptions ที่สื่อสารภาษาจีนได้ ในบางครั้งจึงต้องใช้โปรแกรมแปลภาษาในการสื่อสาร ดังนั้นจึงก่อให้เกิดความผิดพลาดในการสื่อสารกับลูกค้าได้ จากประการข้างต้นนี้ ผู้จัดทำจึงได้มีความคิดที่จะจัดทำโครงงานฉบับนี้ขึ้น เพื่อเป็นแนวทาง การศึกษาค้นคว้ากับพนักงาน Receptions เพราะว่าลูกค้าชาวจีนก็มาบ่อยครั้งแต่พนักงาน Receptions ไม่สามารถสื่อสารภาษาจีนได้ ผู้จัดทำจึงได้จัดทำโครงงานเล่มนี้ขึ้นมาเพื่อจะได้เป็น ประโยชน์กับพนักงาน Receptions ที่จะเอาไว้ใช้ในการสื่อสารกับลูกค้าได้อย่างถูกต้อง 1.2 วัตถุประสงค์ 1.2.1 เพื่อจัดทำคู่มือแผนกสปาขอโรงแรมซีแซนด์ ซัน รีสอร์ท แอนด์ วิลล่า 1.2.2 เพื่อศึกษาค้นคว้าคำศัพท์เฉพาะในแผนกสปา 1.3 ขอบเขตของโครงงาน ศึกษาคำศัพท์และบทสนทนาในแผนกสปาได้ปฏิบัติงาน โดยนักศึกษาเลือกแผนกที่มีโอกาสได้เข้า ปฏิบัติงานจริง คือ แผนกสปา และอยู่ในส่วน Receptions 1.4 ระยะเวลาปฏิบัติงาน วันที่ 13 พฤศจิกายน 2566 -วันที่ 8 มีนาคม 2567
3 1.5 สถานที่ปฏิบัติงาน โรงแรมซีแซนด์ ซัน รีสอร์ท แอนด์ วิลล่า 1.6 ผู้ดำเนินโครงงาน 1.นางสาวลัดดา บงกชนิมิตชัย รหัสนักศึกษา 631220403 2.นางสาวเบญจวรรณ แสงเงิน รหัสนักศึกษา 631220418 นักศึกษาโปรแกรมวิชาภาษาจีน คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏ กำแพงเพชร 1.7 ขั้นตอนการปฏิบัติงาน ลำดับ หัวข้องาน 13 พ.ย. ธ.ค. ม.ค. ก.พ. 8 มี.ค. 1 ศึกษาขั้นตอนการดำเนินงาน 2 ดำเนินการทำโครงการ 3 รวบรวมข้อมูลต่างๆ 4 สรุปผล ตารางที่ 1 ขั้นตอนการปฏิบัติงาน 1.7.1 ศึกษาขั้นตอนการดำเนินงานของโรงแรมซีแซนด์ ซัน รีสอร์ท แอนด์ วิลล่า ผู้จัดทำได้มีการศึกษาข้อมูลการดำเนินงาน ในส่วนของคำศัพท์และบทสนทนาที่ใช้เฉพาะใน แผนกสปา ตัวอย่างประโยคสนทนาที่ใช้ประจำในการสื่อสารของแผนกสปา โดยผู้จัดทำได้ลงมือทำในส่วน ของ Receptions เสมือนเป็นพนักงานของโรงแรมและรับผิดชอบในการสื่อสารกับชาวจีนที่มาใช้บริการส ปาของ โรงแรม ซีแซนด์ ซัน รีสอร์ท แอนด์ วิลล่า 1.7.2 ดำเนินการทำโครงการของโรงแรมซีแซนด์ ซัน รีสอร์ท แอนด์ วิลล่า ผู้จัดทำได้เริ่มดำเนินทำโครงงาน นำข้อมูลจากพนักงานที่ปรึกษาเพื่อให้เป็นประโยชน์สูงสุดแก่ พนักงานในแผนกสปา
4 1.7.3 รวบรวมข้อมูลต่างๆ ของโรงแรมซีแซนด์ ซัน รีสอร์ท แอนด์ วิลล่า - ศึกษาคำศัพท์และประโยคบทสนทนาที่ใช้ในแผนกสปา - ศึกษาจากประสบการณ์ปฏิบัติงาน - ศึกษาข้อมูลจากโปรแกรมการนวดและสอบถามพนักงานที่ปรึกษา 1.8 ผลที่สถานประกอบการจะได้รับ - ได้คู่มือคู่มือภาษาจีนเพื่อแผนกสปา ของโรงแรมซีแซนด์ ซัน รีสอร์ท แอนด์ วิลล่า - เพื่อให้พนักงานในแผนกสปาได้ศึกษาและสามารถสื่อสารกับลูกค้าชาวจีนได้ถูกต้องและแม่นยำ - เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน 1.9 อุปกรณ์และเครื่องมือที่ใช้ - อุปกรณ์เครื่องเขียน - โน้ตบุค และ iPad - Microsoft Word - Printer 1.10 รายละเอียดโครงงาน โครงงานนี้แบ่งออกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกจะเป็นคำศัพท์ของแต่ละโปรแกรมนวดและคำศัพท์ทั่วไปที่ ใช้ในการทำงาน ส่วนที่สองจะเป็นบทสนทนาที่ใช้สื่อสารกับลูกค้า 1.11 คิวอาร์โค้ดรูปเล่ม E-book
บทที่ 2 เอกสารที่เกี่ยวข้อง การจัดทำโครงงานหัวข้อ “คู่มือภาษาจีนเพื่อแผนกสปา ของโรงแรมซีแซนด์ ซัน รีสอร์ท แอนด์ วิลล่า” ผู้จัดทำได้นำหลักการทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาและดำเนินการดังนี้ 2. แนวคิดและทฤษฎี 2.1.1 คู่มือ คู่มือการปฏิบัติงานเป็นเอกสารที่แต่ละหน่วยงานสร้างขึ้นมาเพื่อเป็น แนวทาง การปฏิบัติงาน เป็นคู่มือกำหนดแนวทางการปฏิบัติงานตามขั้นตอน เป็นเอกสารที่รวบรวม กฎหมาย พระราชบัญญัติ ระเบียบ ข้อบังคับ หลักการปฏิบัติที่เกี่ยวกับหน้าที่ความรับผิดชอบ คณิต จิตเจริญทวีโชค (2548: 43) ให้ความหมายว่า คู่มือเป็นหนังสือที่เขียนขึ้นมา เพื่อให้ ความรู้กับผู้อ่านในการทำกิจกรรมอย่างใดอย่างหนึ่ง โดยมุ่งหวังให้ผู้อ่านได้ศึกษาทำความเข้าใจ ด้วย ตนเองและสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปใช้เป็นแนวทางดำเนินการได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม ปราณี กรุณวงษ์ (2546: 10) ให้ความหมายว่า คู่มือเป็นหนังสือที่ใช้ควบคู่ไปกับการ กระทำ สิ่งใดสิ่งหนึ่งเพื่อเป็นแนวทางให้ผู้ใช้คู่มือนำไปศึกษา ทำความเข้าใจและปฏิบัติตามให้บรรลุผลสำเร็จตาม เป้าหมาย ปรัชญา ศิริภูรี(2550:23)กล่าวถึงคู่มือการปฏิบัติงานว่า เป็นเอกสารที่จัดเตรียมขึ้นสำหรับ พนักงาน โดยคู่มือปฏิบัติงานจะประกอบด้วย หัวข้อต่างๆ ดังนี้ คือ 1) สรุปขั้นตอนต่าง ๆ ทั้งหมดของระบบ 2) Flowchart ของระบบงาน (Details System Flowchart) 3) วิธีการจัดติดตั้งระบบ (Job Program Setup Instructions) 4) ขั้นตอนการสำรองข้อมูลและระบบงาน (Backup Procedure) 5) ขั้นตอนการเรียกคืนข้อมูลเพื่อนำกลับมาใช้ใหม่ (Recovery and Restart Procedure) สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (2549: 16) อธิบายว่าวิธีปฏิบัติงาน-วิธีการ ทำงาน (Work Instruction) เป็นเอกสารที่มีรายละเอียด วิธีการทำงานเฉพาะหรือแต่ละขั้นตอนของ
6 กระบวนการ เป็นข้อมูลเฉพาะ มีคำแนะนำในการทำงานและรวมทั้งวิธีองค์กรใช้ในการปฏิบัติงานโดย ละเอียด อร่าม เสือเดช (2549:5) ให้ความหมายว่า คู่มือ เป็นหนังสือที่ให้ความรู้เกี่ยวกับการทำ สิ่งใค สิ่งหนึ่งแก่ผู้ใขโดย มุ่งหวังให้ผู้อ่านหรือผู้เข้าใจและสามารถดำเนินการเรื่องนั้น ด้วยตนเองได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม 2.1.2 ประเภทของคู่มือ ประดับ เรื่องมาลัย (2542:98) อธิบายเกี่ยวกับประเภทของคู่มือว่า คู่มือแบ่งออกเป็น 3 ประเภทดังนี้ 1) คู่มือการสอนหรือคู่มือการจัดกิจกรรม เป็นคู่มือที่ให้เนื้อหาสาระความรู้และ คุณธรรม ในโรงเรียน คู่มือการอบรมหน้าเสาธง คู่มือการจัดกิจกรรมประชาธิปไตยในโรงเรียน เป็นต้น 2) คู่มือหนังสือเรียน เป็นคู่มือที่จัดทำขึ้นควบคู่กับหนังสือเรียน 3)คู่มือการใช้สื่อ หรือนวัตกรรมเป็นการเผยแพร่ผลงานของครู เพื่อใหผู้อื่นนำไปใช้ ให้ ถูกต้องจึงต้องจัดทำคู่มือการใช้ การจัดทำสื่อชุดการสอนกลุ่มสร้างเสริมประสบการณ์ชีวิต เป็นต้น ปราณี รุณวงษ์ (2546: 11) อธิบายเกี่ยวกับประเภทของคู่มือว่า คู่มือแบ่งออกเป็น 3 ประเภทดังนี้ 1) คู่มือเกี่ยวกับการเรียนการสอนตามหลักสูตร เป็นคู่มือที่เสนอแนะแนวทางเทคนิค วิธีการสอน การใช้สื่ออหรือนวัตกรรมที่สัมพันธ์กับวิชาใดวิชาหนึ่ง หรือระดับชั้นเรียนต่าง ๆ ที่กำหนดไว้ใน หลักสูตรนั้นๆ 2) คู่มือการจัดกิจกรรมการสอนทั่วไป เป็นคู่มือที่เสนอแนะแนวทางหรือเทคนิค วิธีการ ดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมให้การจัดการเรียนการสอนตามหลักสูตรบรรลุวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ 3) คู่มือโดยตรง เช่น คู่มือการจัดกิจกรรมประชาธิปไตยในโรงเรียน คู่มือการจัด กิจกรรม โครงการอาหารกลางวันในโรงเรียน จากแนวคิดเกี่ยวกับ "ประเภทของคู่มือ" สรุปได้ว่า คู่มือแบ่งเป็น 2 ประเภท ดังนี้ 1) คู่มือที่ใช้กับการเรียนการสอนโดยตรงตามหลักสูตร เป็นคู่มือที่แนะนำแนวทาง การ สอน หรือเทคนิคการสอน วิธีการสอน วิธีการใช้สื่อนวัตกรรม ที่สัมพันธ์และตรงตามรายวิชาในหลักสูตร 2) คู่มือที่ใช้กับกิจกรรมเฉพาะกิจ เป็นคู่มือที่แนะนำแนวทางการจัดกิจกรรมเฉพาะกิจ การให้ความรู้เฉพาะเรื่อง วิธีปฏิบัติงานเฉพาะเรื่อง
7 2.1.3 องค์ประกอบของคู่มือ มนตรี ชมชื่น (2548: 61) ได้สรุปแนวคิดองค์ประกอบของคู่มือไว้ว่า คู่มือที่ดีนั้นต้องมี แหล่งข้อมูลและแหล่งอ้างอิงที่ถูกต้อง เป็นประโยชน์ต่อผู้อ่านหรือผู้ใช้ในการค้นคว้าเรื่องต่างๆอย่างลึกซึ้ง และง่ายต่อความเข้าใจโดยประกอบไปด้วย 1) คำชี้แจงในการใช้คู่มือ 2) เนื้อหาของเรื่องที่จะค้นคว้าในทุกด้าน 3) วิธีการนำไปใช้ 4) การแนะนำแหล่งความรู้อ้างอิงต่าง ๆ จากแนวคิดเกี่ยวกับ “องค์ประกอบของคู่มือ”สรุปได้ว่า องค์ประกอบที่ดีของคู่มือต้องมี องค์ประกอบดังนี้ 1) คำแนะนำในการใช้คู่มือ 2) เนื้อหาสาระเกี่ยวกับเรื่องที่จะปฏิบัติตามคู่มือ 3) ข้อแนะนำเกี่ยวกับการเตรียมวัสดุ อุปกรณ์ ที่จำเป็น 4) แนะนำแหล่งความรู้อ้างอิงที่เป็นประโยชน์ ศักรินทร์ สุวรรณโรจน์, และ คนอื่น ๆ (2535: 89) ได้สรุปองค์ประกอบของการจัดทำคู่มือไว้ 6 ส่วนดังนี้ 1) คำชี้แจงการใช้คู่มือ 2) เนื้อหาสาระ และกระบวนการหรือชั้นตอน 3) คำขี้แจงเกี่ยวกับการเตรียมการที่จำเป็นต่าง ๆ เช่น วัสดุอุปกรณ์ สื่อ 4) ความรู้เสริมหรือแบบฝึกหัด หรือแบบฝึกปฏิบัติเพื่อช่วยในการฝึกฝน 5) ปัญหาและคำแนะนำเกี่ยวกับการป้องกันและแก้ไขปัญหา 6) แหล่งข้อมูลและแหล่งอ้างอิงต่าง ๆ 2.1.4 แนวทางการพัฒนาคู่มือ ปรีชา ช้างขวัญยืน (2539 : 132 - 134) ได้เสนอแนวทางการพัฒนาคู่มือ ไว้ว่าจะต้องเน้นแนว ปฏิบัติเป็นสำคัญ วิธีการจัดกิจกรรมนั้นจะต้องเขียนไว้ให้สามารถปฏิบัติตาม ขั้นตอนได้และควรแสดงภาพ แผนภูมิ แผนผัง เพื่อช่วยให้ครูผู้สอนสามารถปฏิบัติตามขั้นตอนได้ง่าย ส่วนการเขียนคู่มือต้องใช้ภาษาที่ ผู้อ่านได้รับความรู้และความเข้าใจ ดังนั้น คู่มือจงต้องมีความชัดเจน มีรายละเอียดครอบคลุมประเด็นที่น่า สงสัยไว้ทั้งหมด เพื่อที่ผู้อ่านจะได้เกิดความเข้าใจอย่างชัดเจน
8 พิศูจน์ มีไปล์ (2549) ได้จัดทำคู่มือการจัดการเรียนการสอนโดยวิธีสตอรี่ไลน์ สำหรับครู ผู้สอน ในโรงเรียนอำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี เป็นการเสนอแนะแนวทางวิธีการบูรณาการ หลักสูตรและวิธี การบูรณาการการเรียนการสอนเข้าด้วยกัน สรุปประเด็นสำคัญ เกี่ยวกับการพัฒนาคู่มือไว้ดังนี้ 1) นำเสนอรายละเอียดต่าง ๆ ไว้ตามลำดับ 2) เข้าใจง่าย มีตัวอย่างประกอบ มีแผนภาพประกอบการอธิบาย 3) มีการทดลองนำไปปฏิบัติเพื่อช่วยให้เกิดทักษะและเข้าใจอย่างยั่งยืน จากการศึกษา "การพัฒนาคู่มือ" สรุปได้ว่า การพัฒนาคู่มือที่ดังนั้น เน้นการวางแผน เตรียม ข้อมูลจากเอกสาร ตำราคู่มือ แหล่งเรียรู้ และจากเชี่ยวชาญทีเกี่ยวข้องกับเนื้อหาสาระใช้ภาษา ที่ผู้อ่าน เข้าใจง่าย ข้อมูลละเอียดครบถ้วน เน้นการปฏิบัติ อธิบายการจัดกิจกรรมอย่างขัดเจนสามารถ ปฏิบัติตาม ขั้นตอนได้ 2.2 “สปา” 2.2.1 ความหมายของคำว่า “สปา” สปา สปีด ได้ระบุไว้ว่า สปา หมายถึง เมืองเล็กๆ ในประเทศเบลเยี่ยม ซึ่งเป็นเมืองที่มี ผู้คน เดินทางไปเป็นจำนวนมากในศตวรรษที่ 17 เพื่อการบำบัดสุขภาพด้วยน้ำจากแหล่งน้ำแร่ (Spa Style Asia, 2002) แต่แหล่งข้อมูลจาก Intelligent Spas Pte Ltd (ฝ่ายวิจัย ธนาคาร กรุงศรี อยุธยา จำกัด (มหาชน): 2546) ได้กล่าวไว้ว่า "สปา" หมายถึง การดูแลรักษาสุขภาพแบบวารี สุวิชญ์ ปรัชญาปารมีตา (2541) ให้ความหมายว่า สปา คือ รูปแบบหนึ่งของการแพทย์ ทางเลือก ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ประเภทคือ 1) Spa Resort หมายถึง สถานที่พักแรมที่มีบริการสปาให้ใช้บริการ เพื่อการพักผ่อน และ คลายเครียดระหว่างมาพักแรม 2) Day Spa หมายถึง สถานที่ให้บริการสปาโดยเฉพาะ ที่ไม่รวมสถานที่พักแรม 3) Medical Spa หมายถึง การบำบัดทางการแพทย์ที่ใช้การบำบัดโดยการใช้บริการสปา ไพบูลย์ ปิลันธน์โอวาท (2546) ได้กล่าวถึง สปา ไว้ว่า สปามีรากแห่งความคิดมาจากการ บำบัด โดยธรรมชาติที่อาศัยแหล่งน้ำเพื่อการบำบัดร่างกายที่ขาดความสมดุล โดยเฉพาะช่วยให้ การไหลเวียน ของเลือดดีขึ้น ยิ่งถ้าเป็นน้ำแร่ธรรมชาติก็จะสามารถรักษาโรคผิวหนัง อาการปวดจาก ไขข้ออักเสบ และ ทำให้ผิวพรรณดีขึ้น แต่การบำบัดโดยธรรมชาติยังมีมากกว่านั้น อโรมาเธอราปี (Aromatherapy) เป็นอีก หนึ่งศาสตร์ของการบำบัดโดยการใช้กลิ่นหอม ซึ่งถูกนำมาใช้อย่างมี ประสิทธิภาพทั้งทางด้าน
9 กายภาพบำบัด จิตบำบัดเพื่อสร้างความสมดุลระหว่างร่างกาย จิตใจ และ จิตวิญญาณ ซึ่งมุ่งเน้นการ บำบัดโดยองค์รวมที่เรียกว่า ฮอลีสติก ทรีตเมนท์ (Holistic Treatment) ประธาน ประเสริฐวิทยาการ (2546) ได้กล่าวว่า สปา คือ การนำประโยชน์จากธรรมชาติ มาใช้ใน การบำบัด บรรเทาอาการเครียดทางกายและใจ อย่างเช่น การอาบน้ำเป็นกิจกรรมที่มนุษย์ รู้สึกสบาย ผ่อนคลายและมีความสุข โดยเฉพาะประเทศในยุโรป ซึ่งมีอากาศหนาวเย็น การได้อาบน้ำแร่ ร้อนๆ ที่พวย พุ่งออกมาเป็นน้ำพุ ที่เรียกว่า SPA ซึ่งประกอบด้วย แร่ธาตุบางอย่างที่เป็นประโยชน์ ผสานกับการบำบัด ด้วยการนวดตัวด้วยน้ำมันหอมระเหย หรือวิธีการบำบัดอื่นๆ ที่มีส่วนประกอบ จากสมุนไพรหรือธรรมชาติ บำบัดร่วมไปกับการใช้ประโยชน์จากน้ำพุร้อนที่เป็นน้ำแร่ รวมเรียกว่า บริการแบบ "สปา" 2.2.2 ประวัติความเป็นมาของสปา ประวัติความเป็นมาของสปามีมายาวนาน พรรณสิริ จิตรรัตน์ (2546) กล่าวว่า เริ่มตั้งแต่สมัย อาณาจักรกรีกรุ่งเรือง นอกจากนี้คำศัพท์ยังทำให้เข้าใจได้ว่า สปาจะต้องมีน้ำเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ซึ่ง พัฒนาการของสปา สามารถแบ่งเป็นยุคต่างๆ ได้ดังนี้ 1) สปายุคเริ่มต้น: อาบน้ำเพื่อบำบัดโรค ผู้คนในยุคเมโสโปเตเมีย อียิปต์ กรีก และโรมัน จะคุ้นเคยกับการอาบน้ำหรือใช้น้ำ บำบัดความ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อและโรคภัยไข้เจ็บเป็นหลัก การอาบน้ำปรากฏชัดเจนประมาณ 500 ปีก่อน คริสต์ศตวรรษ สถานที่อาบน้ำของชาวกรีกจะอยู่ใกล้น้ำพุร้อนหรือภูเขาไฟ ชาวกรีกที่ไป อาบน้ำจะเป็นชน ชั้นสูงมีชื่อเสียงและมีการศึกษา โดยมีวัตถุประสงค์นอกเหนือจากบำบัดโรคภัย ไข้เจ็บแล้วยังได้แลกเปลี่ยน มุมมองด้านปรัชญาด้วย 2) สปาสมัยอาณาจักรโรมัน: อาบน้ำเพื่อความบันเทิง ในสมัยอาณาจักรโรมัน การอาบน้ำแบบโรมัน บาธ (Roman bath) เริ่มเป็นที่แพร่หลาย และมี การสร้างโรงอาบน้ำสาธารณะซึ่งสามารถจุคนได้เป็นร้อย โรงอาบน้ำสาธารณะที่ใหญ่ที่สุด เรียกว่า “ดิโอ เคิลเทียน (Diocletian)” สามารถจุคนได้หกพันคน จากความนิยมอาบน้ำทำให้ ชาวโรมันสามารถพัฒนา โรงอาบน้ำเป็นศูนย์กลางความบันเทิงที่มีทั้งสถานที่ออกกำลังกาย ร้านอาหาร ห้องอาบน้ำ อบตัว นวดตัว แบบส่วนตัวและแบบรวม โรมันบาธจึงไม่ได้มีวัตถุประสงค์ เพื่อบำบัดรักษาโรคภัยไข้เจ็บเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการอาบน้ำเพื่อการผ่อนคลายและ ความสนุกสนานด้วย คำว่า “สปา” ได้กำเนิดขึ้นในยุคนี้เช่นกันโดยมีที่มาจากชื่อเมืองในเบลเยี่ยมที่ชื่อว่า "The Town of Spa” เมืองนี้มีชื่อเสียงด้านรีสอร์ตที่ตั้งอยู่ใกล้แหล่งน้ำแร่ ซึ่งมีสรรพคุณในการบำบัดโรค ทำให้คำว่า
10 "สปา" มีความหมายเกี่ยวข้องกับสถานที่ที่มีทัศนียภาพอันสวยงาม อยู่ใกล้แหล่งน้ำแร่ หรือ น้ำพุร้อน สำหรับผู้ที่เดินทางมาพักเพื่อผ่อนคลายและบำบัดโรค 3) สปายุคกลาง: สถานที่พักตากอากาศมาพร้อมกับองค์ความรู้ด้านวารีบำบัด การไปเยือน สถานที่พักตากอากาศที่มีแหล่งน้ำพุร้อนตามธรรมชาติ กลับมาเป็นที่นิยม อีกครั้งในยุคกลาง เนื่องจากเสื่อมความนิยมลงหลังการล่มสลายของอาณาจักรโรมัน โดยในยุค นี้ มีการค้นคว้าเกี่ยวกับคุณประโยชน์ด้านการรักษาเยียวยาความเจ็บปวดและโรคภัยไข้เจ็บของ น้ำพุร้อน อย่างแพร่หลาย การอาบน้ำหรือสปาในยุคนี้เสื่อมความนิยมลงอีกครั้งหนึ่งเนื่องจากโรคระบาดทำให้ผู้คน เกิดความกลัวที่จะอาบน้ำในสถานที่ สาธารณะร่วมกัน 4) สปา ต้นศตวรรษที่ 20: เปลี่ยนโฉมเป็นสถานที่ท่องเที่ยว ต้นศตวรรษที่ 20 วิทยาการด้านคลินิกและโรงพยาบาลเข้ามาแทนที่ สปาที่มีอยู่จึง กลายเป็น สถานที่พักตากอากาศอย่างเต็มตัวไม่ได้มีจุดประสงค์เพื่อใช้บำบัดรักษาโรค 5) สปายุคปัจจุบัน: การผสมผสานระหว่างปัญญาดั้งเดิมและอุปกรณ์สมัยใหม่ สปาได้รับความนิยมอีกครั้ง เนื่องจากผู้คนในยุคปัจจุบันไม่ชอบการไปโรงพยาบาลและ การมีรูปแบบการ ดำเนินชีวิตที่ซับซ้อน เร่งรีบมากขึ้น ซึ่งเป็นที่มาของความเครียดและการเจ็บไข้ได้ ป่วย ซึ่งการเข้า โรงพยาบาลหรือการบำบัดโดยสารเคมีเป็นสิ่งที่มนุษย์ไม่ต้องการส่งผลให้เกิดค่านิยมใหม่ในการดูแล สุขภาพและการพักผ่อนแบบผสมผสาน อันจะเป็นทางเลือกใหม่ กล่าวคือ มนุษย์ยุคใหม่ต้องการกลับสู่ ความเรียบง่ายและภูมิปัญญาชาวบ้าน แต่ปัจจุบันเป็นยุคแห่ง ความทันสมัย และเทคโนโลยีชั้นสูง จึงไม่ สามารถใช้ชีวิตโดยปราศจากความสะดวกสบายที่ได้จาก สิ่งประดิษฐ์ คิดค้นมาเป็นอุปกรณ์ทันสมัยต่างๆ ซึ่งก่อให้เกิดการผสมผสานของโลกยุคเก่าและ โลกยุคใหม่ ส่งผลให้การบริการในธุรกิจสปาเป็นอย่างที่เห็น ในปัจจุบัน กล่าวคือ มีสูตรบำบัด แบบดั้งเดิม ใช้ผลิตภัณฑ์ธรรมชาติและสมุนไพร ในขณะเดียวกันใช้ อุปกรณ์เครื่องมือที่ทันสมัย เช่น อ่างน้ำ แรงดันสูงหรืออ่างน้ำวน (Jacuzzi) ห้องอบไอน้ำ (Stream room) และห้องซาวน่า (Sauna) เป็นต้น เพื่อให้การทำสปาเกิดประสิทธิผลสูงสุด สปาในยุคปัจจุบันยังคงมีน้ำเป็นองค์ประกอบหลัก เช่น การอาบน้ำแร่ วารีบำบัด โดยการอาบ น้ำแร่นั้นมีผลดีคือ น้ำแร่มีส่วนผสมของเกลือตามธรรมชาติที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ และมี ภาพลักษณ์ที่ ค่อนข้างดี เพราะน้ำแร่ที่ดีต้องมีส่วนผสมของแร่ธาตุ ซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ในรูปของ เกลือแร่ที่ละลายน้ำได้ เช่น โซเดียมคลอไรด์ (Sodium Chloride) โซเดียมคาร์บอเนต (Sodium Carbonate) โซเดียมไบคาบอ เนต (Sodium Bicarbonate) โปแตสเซียม (Potassium) แคลเซียม (C) และเคลือแบคบีเซียบ (Magnesium Salt) ซึ่งแร่ธาตุต่างๆ ที่ละลายปะปนอยู่สามารถรักษาโรคบางชนิดได้ ดังนั้นการอาบน้ำแร่ จะช่วยรักษาโรคบางชนิดได้ และเป็นที่ยอมรับว่าเป็น ผลดีต่อสุขภาพ ช่วยให้ผิวพรรณดี สำหรับวารีบำบัด
11 เป็นการใช้น้ำในการรักษาโรค ซึ่งรวมถึง น้ำร้อน น้ำเย็น น้ำจืดและน้ำแร่ รวมทั้งการดื่มน้ำเพื่อที่จะระบาย และกำจัดของเสียออกจากร่างกาย การว่ายน้ำซึ่งไม่ก่อให้เกิดความตึงเครียดกับร่างกาย การแช่น้ำอุ่นช่วย ในการกระตุ้นการหมุนเวียน โลหิต หากน้ำที่แช่เป็นน้ำแร่ ซึ่งมีแร่ธาตุสูง แร่ธาตุจะเข้าสู่ระบบร่างกายโดย ผ่านทางผิวหนัง ช่วยในการบำบัดโรคต่าง ๆ เช่น รักษาปัญหาโรคผิวหนัง โรคเรื้อน เป็นต้น ความอุ่นของ น้ำ ช่วยส่งเสริมการหมุนเวียนโลหิต และช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อ ในขณะที่น้ำเย็นช่วยลด ความเจ็บปวด และลดการบวม ปัจจุบันวารีบำบัดได้รับความนิยมอย่างมากมาย เช่น การแช่น้ำใน อ่างน้ำวน หรือที่ เรียกว่า จากุสซี่ เป็นต้น ในการทำวารีบำบัดนอกจากการใช้น้ำจืดแล้วบางครั้งยังมี การใช้น้ำทะเล เรียกว่า น้ำทะเลบำบัด ซึ่งเป็นการใช้น้ำทะเลเพื่อประโยชน์ต่อสุขภาพ โดยวิธีการต้ม จนอุณหภูมิเท่ากันกับ อุณหภูมิร่างกายของคนเรา แล้วฉีดลงบนร่างกายโดยใช้แรงอัด แรงดันสูบฉีด บริเวณสะโพก ต้นขา และ ก้น เพื่อการกระตุ้นการหมุนเวียนโลหิต หรือใช้ร่วมกับการพอกด้วย สมุนไพร โคลน ซึ่งเป็นการช่วยรักษา ผิวพรรณ และสามารถช่วยในการบำบัดรักษาโรคข้ออักเสบ ไซแอ็ตทิก้า (Sciatica) ซึ่งเป็นโรคเกี่ยวกับการ ปวดเส้นประสาทส่วนที่เริ่มต้นจากต้นขาถึงปลายขา โรคเกี่ยวกับความเครียด และโรคผิวหนัง ธนนท์ ศุข (2547) กล่าวว่า สปาในศตวรรษที่ 21 ไม่ได้เป็นสถานที่ที่ทำให้ร่างกายมี สุขภาพดี เพียงอย่างเดียวแต่รวมถึงเรื่องของความสวยความงามไว้ด้วย ตามที่องค์กรสปา ระหว่างประเทศ ซึ่งมีสปา เป็นสมาชิกมากกว่า 1,900 แห่ง จาก 53 ประเทศทั่วโลกประกาศว่า สปา ในวันนี้ไม่ได้หมายถึงสถานที่ บำบัดรักษาสุขภาพด้วยน้ำเพียงอย่างเดียวแต่ยังเป็นสถานที่ให้คนไป คลายเครียด เพิ่มพลังชีวิต 2.2.3 ประเภทของสปา ชวนะ ภวกานันท์ (2547) นำเสนอว่าธุรกิจสปาสามารถแบ่งเป็นประเภท ตามความโดดเด่น หรือ เอกลักษณ์ของสปา ได้ดังนี้ 1. โรงแรมและรีสอร์ตสปา (Hotel & Resort Spa) ได้แก่ สปาที่เปิดให้อยู่ในบริเวณโรงแรมหรือ รีสอร์ต ซึ่งปัจจุบันโรงแรมและรีสอร์ตตามแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ จะนิยมเปิดให้บริการ สปาเพื่อเป็นการ อำนวยความสะดวกสบายแก่ผู้มาใช้บริการที่พักแรม 2. เดสทิเนชั่นสปา (Destination Spa) ได้แก่ สปาที่เปิดให้บริการแบบครบวงจร ทั้ง ที่พักแรม อาหารการกินเพื่อสุขภาพ โดยผู้ใช้บริการสามารถเลือกใช้บริการโปรแกรมต่างๆ ซึ่งทางสปาจะจัดไว้เป็น ชุดๆ แต่ละชุดจะมีบริการกิจกรรมสปาแบบต่างๆ อาทิ การขัดผิว การนวด การอบตัวฯลฯ โดยนำเสนอ ขายพร้อมการบริการอาหารเพื่อสุขภาพ และที่พักแรม
12 3. เมดิคอลสปาหรือสปาทางการแพทย์ (Medical Spa) ได้แก่ สปาที่เปิดให้บริการเพื่อ การ บำบัดรักษา มีการดูแลรักษาสุขภาพร่างกาย โดยบุคลากรทางการแพทย์และได้ทำการจดทะเบียน เป็น สถานพยาบาลที่ถูกต้อง 4. เดย์สปา (Day Spa) ได้แก่ สปาที่ใช้เวลาไม่เกิน 2 ชั่วโมงต่อครั้งในการให้บริการ 5. มิเนอรอลสปริงสปา (Mineral Spring Spa) ได้แก่ สปาที่เปิดให้บริการตามแหล่ง ท่องเที่ยว ที่มีน้ำแร่หรือน้ำพุร้อนตามธรรมชาติ 6. ครูซซิป สปา (Cruise Ship Spa) ได้แก่ สปาบนเรือสำราญ ให้บริการทั้งบำบัดรักษา ผ่อน คลาย โปรแกรมอาหารเพื่อสุขภาพ และรวมการออกกำลังกายเข้าไปด้วย ประเภทของธุรกิจสปา นอกเหนือจาก 6 ประเภทข้างต้นแล้ว ยังพบว่าธุรกิจสปายังจัดใน รูปแบบ ของ คลับสปา (Club Spa) คือ สปาที่ให้บริการในลักษณะเป็นสโมสรเพื่อสุขภาพ ซึ่งภายในสโมสรจะมี ห้องออกกำลังกาย สนามกีฬา และห้องโถงสำหรับการนั่งพักผ่อน การลงทะเบียน เข้ามาใช้บริการของ สมาชิกคลับ และ คุยซีนสปา (Cuisine Spa) ได้แก่ สปาที่เน้นบริการเกี่ยวกับ อาหารและเครื่องดื่มเพื่อ สุขภาพเท่านั้น บางแห่งจะมีการจัดอาหารให้เข้ากับลักษณะธาตุ ราศี ของ ผู้มาใช้บริการ 2.2.4 รูปแบบกิจกรรมในธุรกิจสปา นอกเหนือจากกิจกรรมที่ใช้น้ำในการบำบัดแล้ว สปาในยุคนี้ยังให้ความสำคัญกับการให้ บริการใน รูปแบบต่าง ๆ ได้แก่ 1. อาหารและโภชนาการ (Foods, Diet & Nutrition) สปาบางแห่งช่วยจัดโปรแกรม การ บริโภคหรือรับประทานอาหารให้กับลูกค้า เพื่อประกอบหลักสูตรการลดน้ำหนัก (Slimming Course) เพราะการควบคุมอาหารถือได้ว่า มีความสำคัญต่อการรักษาสุขภาพด้วย โดยนักโภชนาการ จะให้ คำแนะนำเกี่ยวกับการรับประทานอาหาร และฝึกนิสัยในการรับประทาน โดยมีนักโภชนาการ คอยสังเกต การแสดงออกทางด้านอารมณ์และให้คำแนะนำในการออกกำลังกายและการรับประทาน อาหารที่ถูกต้อง เช่น อาหารที่มีเส้นใย (Fiber) เป็นสิ่งที่ร่างกายต้องการเพื่อช่วยลดจำนวนแคลอรี่ใน ปริมาณที่พอเหมาะ อย่างช้า ๆ และยังช่วยในการขับถ่ายของเสีย 2. การสัมผัส การนวด และการกระตุ้นร่างกาย (Touch, Massage & Stimulation) สปาบาง แห่งมีการนวดหลาย ๆ ประเภท เพื่อจุดประสงค์ที่แตกต่างกันให้ลูกค้าได้เลือกใช้บริการ อาทิ นวดไทย (Thai Massage) นวดแบบสวีดิช (Swedish Massage) นวดด้วยน้ำมันหอม (Aroma Therapy) นวดกด จุด (Acupressure) เป็นต้น ทั้งนี้ สุวิชญ์ ปรัชญาปารมีตา (2541) ได้กล่าวถึงการนวดว่า การนวดเป็น ศาสตร์อย่างหนึ่งที่มีมานานและยังได้รับความนิยมมาทุกวันนี้ โดยการนวดนั้น มีหลากหลายตั้งแต่ การ
13 นวดหน้า นวดตัว นวดฝ่าเท้า แต่สิ่งสำคัญของการนวดนั้นอยู่ที่ผู้นวดหรือ นักบำบัดสปา (Therapist) จะต้องมีความรู้ที่ดีเกี่ยวกับกายวิภาคศาสตร์และสรีรศาสตร์ (Anatomy and Physiology) การ เคลื่อนไหวมือ ซึ่งโดยพื้นฐานทั่วไปจะมีการลูบวน การเคล้นคลึง การสับตบ หรือปั่นและการสั่นมือ ความรู้ ทั้งหมดข้างต้น เมื่อรวมกันแล้วจะสามารถสร้างเทคนิคการนวด ให้แตกต่างกัน การนวดในลักษณะลงตาม แนวขนที่ขึ้นในร่างกาย ในขณะที่การนวดสวนทิศทาง แนวของขนจะช่วยเพิ่มความผ่อนคลายและสมาธิ การนวดศีรษะช่วยให้ผ่อนคลายประสาท รับความรู้สึก ซึ่งบริเวณที่นวดควรชุ่มไปด้วยน้ำมันนวดไปตาม ทิศทางขวัญของผม แต่ละเชื้อชาติ อาจมีแนวขวัญผมต่างกันไป เช่น ชาวญี่ปุ่นส่วนใหญ่มีขวัญผมตามเข็ม นาฬิกา การนวดนั้น มีความสำคัญตั้งแต่ ดั้งเดิม และเกิดธุรกิจที่เกี่ยวกับการนวดชนิดต่างๆ เป็นที่ยอมรับ กัน จากการวิจัย เชื่อว่าการนวดสัมผัส หรือ การสัมผัสโดยการนวดช่วยในการผ่อนคลาย ช่วยระบบ หมุนเวียน ของเหลวในร่างกาย โดยเฉพาะระบบน้ำเหลือง 3. การดูแลผิวพรรณและความงาม (Aesthetics & Skin Care) สปาบางแห่งมีคอร์สขัดผิว (Scrub) พอกผิว (Mask) ทั้งผิวหน้าและผิวตัว การอบสมุนไพร หรือการอบตัวด้วยไอน้ำที่ได้จาก การต้ม สมุนไพรเป็นวิธีการบำบัดรักษาและดูแลสุขภาพวิธีหนึ่ง การได้อบสมุนไพรและสูดดมไอน้ำ สมุนไพร ช่วย ให้การไหลเวียนโลหิตดีขึ้น ทำให้ร่างกายสดชื่น แข็งแรงผิวพรรณเปล่งปลั่งมีน้ำมีนวล ประโยชน์ของการ อบสมุนไพร นอกจากช่วยให้การไหลเวียนโลหิตได้ดีขึ้นแล้วยังช่วยลดความเครียด ช่วยชำระล้างและขับ ของเสียออกทางผิวหนัง ช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อและเส้นเอ็น บรรเทาอาการ ปวดเมื่อย ช่วยทำให้ระบบ การหายใจดีขึ้น ช่วยบำรุงผิวพรรณ บรรเทาอาการคัน บรรเทาอาการ โรคภูมิแพ้ ทำให้น้ำหนักร่างกาย ลดลง รักษาโรคผิวหนังชนิดไม่รุนแรง และไม่ติดเชื้อ บรรเทา อาการปวดประจำเดือนที่ไม่มีไข้ร่วม นอกจากนี้รวมไปถึงการทำเล็บ การแวกซ์ขน ฯลฯ ดังนั้นเป้าหมายสำคัญของการทำสปา คือ ความสอดคล้องเป็นอันหนึ่งอันเดียวระหว่าง ร่างกาย จิตใจ และจิตวิญญาณ (Harmony of mind, body & spirit) ส่งผลให้การบำบัดเกิดสัมฤทธิผลสูงสุด 2.2.5 องค์ประกอบของสปา นภารัตน์ ศรีละพันธ์( 2549) ตามคำนิยามของ The International SPA Association (ISPA) สปาประกอบไปด้วยปัจจัยสำคัญ 10 ประการ ได้แก่ 1. น้ำ (Water) สามารถนำไปใช้ได้หลายรูปแบบทั้งภายใน เช่น การดื่ม การกิน และภายนอก เช่น การอบ การแช่ หรือการนำมาเป็นส่วนประกอบในการบริการและการตกแต่งสถานที่ 2. การบำรุง (Nourishment) เช่น อาหารสุขภาพ เครื่องดื่มสมุนไพรและสารอาหารบำรุงต่าง ๆ
14 3. การเคลื่อนไหวและการออกกำลังกาย (Movement, Exercise & Fitness) การเคลื่อนไหว ในท่าทางที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่าง ๆ กัน สร้างความกระปรี้กระเปร่า เพิ่มพลังงาน เช่น การออกกำลัง กายแบบต่าง ๆ การผ่อนคลายกล้ามเนื้อ บริการห้องออกกำลังกาย 4. การสัมผัส (Touch) เช่น การนวดและการสัมผัสที่สื่อสารความรู้สึกต่าง ๆ ให้ความรู้สึกที่ อบอุ่น ผ่อนคลาย และบำบัดอาการปวดเมื่อย 5. Integration กิจกรรมสุขภาพที่บูรณาการความสัมพันธ์ที่สอดคล้องกันระหว่างกาย ความคิด จิตใจ จิตวิญญาณกับสภาพแวดล้อม 6. ศาสตร์ด้านความงาม (Aesthetics) การบำรุงรักษาความงามกับกระบวนการที่ใช้ผลิตภัณฑ์ พืชพรรณธรรมชาติ สมุนไพรต่าง ๆ ที่มีผลกับร่างกายมนุษย์ 7. สภาพแวดล้อม (Environment) สถานที่ตั้งประกอบไปด้วยสภาพแวดล้อมที่ดี สภาพ ภูมิอากาศที่เหมาะสม การออกแบบตบแต่ง รูปแบบบรรยากาศดี ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย 8. การแสดงออกถึงศิลปวัฒนธรรม (Art, Culture & Social) เป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ที่สร้าง ความสุนทรียะและประทับใจในเวลาที่ได้พักผ่อนและมีสังคมที่ดีกับมิตรสหาย 9. เวลา และจังหวะ (Time, Space, Rhythms) ตระหนักถึงการใช้เวลาและจังหวะชีวิตทีได้ ดูแลสุขภาพให้แก่ตนเอง มีเวลาปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่ดีต่อสุขภาพโดยสอดคล้องกับวงจรธรรมชาติ 10. ระบบการบริหารจัดการที่ดี (Management and Operation System) มีการบริหารงาน อย่างเป็นระบบ 2.2.6 การแบ่งประเภทสปา ตามคำนิยามของประกาศกระทรวงสาธารณสุข ตามพระราชบัญญัติสถานบริการ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2546 ได้กำหนดรูปแบบของธุรกิจประเภทสปาไว้ 3 แบบ ดังนี้ 1. กิจการสปาเพื่อสุขภาพ 2. กิจการนวดเพื่อสุขภาพ 3. กิจการนวดเพื่อเสริมสวย กิจการสปาเพื่อสุขภาพคือ การประกอบกิจการที่ให้การดูแลเสริมสร้างสุขภาพ โดยประกอบไป ด้วยบริการหลักและบริการเสริมประเภทต่างๆ
15 บริการหลักประกอบด้วย: การนวดเพื่อสุขภาพและการใช้น้ำเพื่อสุขภาพบริการเสริมคือ กิจกรรม ต่าง ๆ ที่ควรจัดให้มีอยู่ในเมนู เพื่อเป็นการดึงดูดให้ลูกค้าสนใจ ให้มาใช้บริการบ่อยขึ้นและมีความ หลากหลายในสปามากขึ้น ตัวอย่างของกิจกรรมต่าง ๆ เช่น : 1. การออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ 2. การทำสมาธิและโยคะ 3. การอบเพื่อสุขภาพ 4. การแพทย์ทางเลือก 5. โภชนบำบัดและการควบคุมอาหาร วิเชียร จูฑะมงคล (2547) ได้กล่าวว่า ธุรกิจสปาที่ได้มาตรฐานต้องประกอบด้วยกุญแจสำคัญ 4 ประการคือ 1. สภาพแวดล้อมบรรยากาศภายใน เมื่อเดินเข้ามาในสปาสามารถรับรู้ได้ถึงความรู้สึก ผ่อนคลาย มีบรรยากาศความเป็นธรรมชาติ 2. สินค้าที่นำมาให้บริการต้องเป็นธรรมชาติมากที่สุดโดยเฉพาะทรีตเม้นท์ต่างๆ 3. การบริการที่ดีตั้งแต่นักท่องเที่ยวหรือผู้ใช้บริการก้าวเท้าเข้ามาใช้บริการจนกระทั่งออกจากส ปาจะต้องมีคนคอยดูแลให้ข้อมูลตลอดเวลา 4. ความรู้ของบุคลากรซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของงานบริการจำเป็นต้องมีการอบรมให้ความรู้ และ การให้บริการที่มีความประณีต โรว (Row 1989) ได้ศึกษาสาเหตุที่ทำให้ลูกค้าต้องการใช้บริการสปา สิ่งที่ผู้ใช้บริการ ต้องการ จากสปา พบว่า ส่วนใหญ่ต้องการการพักผ่อนเพื่อผ่อนคลายความตึงเครียด ต้องการ ลดน้ำหนัก เพื่อให้ รูปร่างดี การนวดเป็นการบริการที่ได้รับความนิยมมากที่สุด การเข้ารับบริการ ต้องการความเป็นส่วนตัว นอกจากนี้พบว่าผู้ชายและผู้หญิงมีความสนใจและความต้องการ ในการใช้บริการสปาที่ต่างกัน โดยผู้ชาย นั้นจะเลือกใช้บริการสปาโดยให้ความสำคัญกับ การพักผ่อน การออกกำลังกาย เพื่อให้ร่างกายสมบูรณ์ แข็งแรงมาก่อนเป็นอันดับแรก ส่วนผู้หญิง จะเลือกใช้บริการสปา โดยการพิจารณาตัวพนักงานเป็นอันดับ แรกว่าสถานที่แห่งนั้นต้องมีพนักงาน ดูแลเอาใจใส่อย่างดี ตามด้วยการพักผ่อนเพื่อผ่อนคลายความตึง เครียด
16 2.3. “โรงแรม” 2.3.1 ความหมายของโรงแรม นิศา ชัชกุล (2551) กล่าวถึงความหมายของโรงแรม คือ สถานที่พักที่จัดตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ ในทางธุรกิจเพื่อให้บริการที่พักชั่วคราวสำหรับผู้เดินทางหรือบุคคลอื่นใดโดยมีค่าตอบแทนให้แก่สถานที่ นั้น พร้อมทั้งให้บริการอาหาร เครื่องดื่ม และบริการอื่น ๆ แก่ผู้เข้าพักอาศัย ฉันทัช วรรณถนอม (2552) กล่าวถึงความหมายของโรงแรม คือ สถานที่สําหรับนักเดินทางหรือ นักท่องเที่ยวที่มาพัก และมีบริการหลากหลายรูปแบบ ขึ้นอยู่ระดับของการให้บริการและสิ่งอํานวยความ สะดวก เช่น อาหารและเครื่องดื่ม การจัดประชุม การจัดเลี้ยง สระว่ายน้ำสถานที่ออกกําลังกายและเล่น กีฬา ตลอดจนจําหน่ายของที่ระลึก สุพัตรา สร้อยเพชร (2553) กล่าวถึงความหมายของโรงแรม คือ ที่พักแรมที่ สร้างขึ้นเฉพาะและ แบ่งงเป็นห้องพัก มีสิ่งอํานวยความสะดวกที่จําเป็นแก่นักเดินทาง และเก็บค่าเช่าจากผู้เข้าพักอาศัยเป็น ราย ห้อง ปรีชา แดงโรจน์(2554) กล่าวถึงความหมายของอุตสาหกรรมโรงแรมว่า คือ การที่สถาน ประกอบการดําเนินธุรกิจโดยมีการจัดตั้งเพื่อรับสินจ้างสําหรับคนเดินทางหรือบุคคลที่หาที่ อยู่หรือที่พัก มี บริการอาหาร และเครื่องดื่มไว้บริการคนเดินทางอย่างมีแบบแผน มีมาตรการควบคุม บุญเลิศ จิตตั้งวัฒนา (2558) กล่าวถึงความหมายของโรงแรม คือ ธุรกิจที่พักเป็นปัจจัยสําคัญที่ทํา ให้นักท่องเที่ยวพักค้างคืนชั่วคราวในระหว่างเดินทาง นักท่องเที่ยวได้รับอย่างสะดวกสบายและปลอดภัย ธุรกิจที่พักจึงจําเป็นที่ต้องมีไว้บริการนักท่องเที่ยวในแหล่งท่องเที่ยว ซึ่งธุรกิจที่พัก หมายถึง การประกอบ ธุรกิจให้บริการด้านที่พักค้างคืนชั่วคราวแก่นักท่องเที่ยวในระหว่างเดินทางท่องเที่ยวเพื่อให้นักท่องเที่ยว สามารถพักแรมในแหล่งท่องเที่ยวได้อย่างสะดวกสบายและปลอดภัย ธุรกิจโรงแรมมีห้องพักที่มีสิ่งอํานวย ความสะดวกทุกอย่างให้บริการผู้เข้าพัก และมีการจ่ายค่าบริการการใช้ห้องพัก กล่าวโดยสรุป ที่พักแรมหรือโรงแรม หมายถึง สถานที่พักที่มีลักษณะเป็นอาคาร มีจํานวนห้องพัก ที่เหมาะสม มีสิ่งอํานวยความสะดวกทั้งภายในอาคารและนอกอาคาร เป็นสถานที่พํานักหรือพักอาศัย ชั่วคราวแก่นักท่องเที่ยว โดยมีการจัดเก็บค่าเช่าเป็นรายห้อง 2.3.2 วิวัฒนาการของโรงแรม ศ.วิทวัส รุ่งเรือง (2561) เกิดขึ้นจากสมัยโบราณประมาณช่วงยุคของอาณาจักร กรีกที่คนเราเริ่ม เดินทางระหว่างเมืองไปมาหาสู่ แต่เดิมผู้เดินทางจะนอนตามถนนหรือนอนตามบ้านเรือนของประชาชน ทั่วไป หรือ ตามโบสถ์โดยแต่เดิมเป็นการให้ที่พักพิง มีอาหารให้ตามอัตภาพไม่มีค่าบริการจนกระทั่งมีคน
17 หัวใสได้เปลี่ยนแนวคิดนี้ให้กลายเป็นธุรกิจขึ้นมาโดยเริ่มต้นจาก เมืองฟลอเรนซ์ ประเทศอิตาลี จนกระทั่ง ปี ค.ศ. 1282 เมื่อสมาคมโรงแรมในสมัยนั้นถือกำเนิดขึ้นและได้เปลี่ยนแนวคิดจากไมตรีจิตมาเป็นธุรกิจ และเริ่มมีการขายไวน์ อาหารง่ายๆมีการใช้ระบบลงทะเบียนผู้เข้าพักขึ้นจนธุรกิจนี้แพร่หลายและทำกำไร จากนั้นไม่นานธุรกิจนี้จึงถือกำเนิดขึ้นและเริ่มแพร่หลายไปยังประเทศเยอรมนี ฝรั่งเศส จนถึง สหราช อาณาจักร การโรงแรม มีพัฒนาการตลอดเวลา จากแต่เดิมที่มีห้องพักเพียงอย่างเดียว สำหรับนักเดินทางก็ พัฒนาให้มีความหรูหรา สะดวกสบาย มีการบริการที่ดี โดยเฉพาะในสหราชอาณาจักร โรงแรมเป็นที่ของ ผู้ดี และขุนนาง นักการเมืองเท่านั้น โดยโรงแรมที่มีชื่อเสียงเรื่องความหรูหรามากของสหราชอาณาจักร คือโรงแรมซาวอย (Savoy Hotel) ปี ค.ศ. 1880 ซึ่งเป็นโรงแรมเดียวที่มี เครื่องกำเนิดไฟฟ้า โบสถ์ โรง ละคร อยู่ในนั้น โรงแรมไม่มีการพัฒนาไปไกลกว่าจนกระทั่งนายเซซาร์ ริทซ์ ( Ce'Sar Ritz) เป็นชาว สวิสเซอร์แลนด์ ผู้ซึ่งเป็นบิดาของการโรงแรมได้นำวิทยาการใหม่ๆมาใช้นั่นเอง - ค.ศ. 1834 แอสเตอร์ (Astor) เป็นผู้ริเริ่มนำระบบท่อประปามาใช้ในอาคาร ทำให้ห้องพัก สามารถสร้างห้องน้ำไว้ได้ในตัวห้องจากแต่เดิมต้องไปใช้ห้องน้ำรวม - ค.ศ. 1853 มีการใช้ลิฟต์พลังงานไอน้ำในโรงแรมเป็นครั้งแรก - ค.ศ. 1875 โรงแรมพาเลซซานฟรานซิสโกสร้างขึ้นด้วยเงิน 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐมีห้องพัก 800 ห้อง ถือเป็นโรงแรมที่มีขนาดใหญ่มากในขณะนั้น - ค.ศ. 1894 เนเธอร์แลนด์โฮเทล ที่นครนิวยอร์กเป็นโรงแรมแห่งแรกที่มีโทรศัพท์ใช้ในห้องพัก 2.3.3 ประเภทของโรงแรม ศ.วิทวัส รุ่งเรืองผล (2561) การแบ่งประเภทของโรงแรมสามารถแบ่งได้หลากหลายรูปแบบแต่ ต่อไปนี้จะแบ่งตามจุดประสงค์ของโรงแรม 1. โรงแรมเพื่อการพาณิชย์ (Commercial Hotels) โรงแรมประเภทนี้โดยส่วนใหญ่จะตั้งอยู่ใน ย่านใจกลางเมืองที่รายล้อมไปด้วยองค์กรทางธุรกิจ โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อให้แขกเข้ามาพักชั่วคราว ในการติดต่อธุรกิจ โดยนอกจากห้องพักแล้วส่วนใหญ่จะมีห้องประชุม ห้องจัดเลี้ยง ร้านอาหารเพื่อ ตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่เป็นนักธุรกิจใช้ในการประชุมและพูดคุยงาน ทั้งอย่างเป็นทางการและ ไม่เป็นทางการ โรงแรมประเภทนี้ส่วนใหญ่จะมีบริการศูนย์ธุรกิจ (Business Center) ที่ให้บริการรับส่ง จดหมาย อีเมล์มีเครื่องคอมพิวเตอร์ ไวไฟ ให้ใช้ รวมถึงมีสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อการพักผ่อน เช่น สระ ว่ายน้ำ สนามเทนนิส ฟิตเนส
18 วิธีการหาลูกค้าของโรงแรมประเภทนี้ นอกจากวิธีการที่โรงแรมทั่วไปใช้แล้ว การใช้พนักงานขาย เข้าไปติดต่อกับองค์กรธุรกิจที่อยู่บริเวณใกล้เคียงกับโรงแรมเพื่อทำสัญญาให้องค์กรธุรกิจส่งลูกค้าที่เป็น พนักงานของบริษัทหรือคู่ค้าเข้ามาใช้บริการโดยมีการตกลงอัตราค่าใช้บริการไว้ล่วงหน้า รวมถึงการให้ เครดิตกับองค์กรลูกค้า เป็นหนึ่งในกลยุทธ์ทางการตลาดที่ผู้ประกอบการนิยมใช้ 2. โรงแรมสนามบิน (Airport Hotels) เป็นโรงแรมที่มุ่งกลุ่มลูกค้าที่ใช้บริการสนามบิน โรงแรม ประเภทนี้มักตั้งอยู่ในพื้นที่สนามบินหรือบริเวณโดยรอบสนามบินที่สามารถเดินทางเข้าออกสนามบินได้ สะดวก โดยกลุ่มลูกค้าหลักของโรงแรมประเภทนี้ ได้แก่ ผู้โดยสาร พนักงานสายการบิน และผู้ที่ทำงาน เกี่ยวข้องกับสนามบิน รวมถึงบริษัททัวร์ โรงแรมในลักษณะนี้ส่วนใหญ่จะมีการให้บริการเข้าพักในช่วงเวลา ที่สั้นกว่าปกติเรียกว่า day use เช่น การคิดค่าบริการสำหรับการใช้ 2-3 ชั่วโมงเข้ามาเสริมด้วย โดย บริการดังกล่าวตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่ต้องการพักผ่อนระหว่างรอเปลี่ยนเครื่อง หรือ นักท่องเที่ยวที่เดินทางในระยะเวลาหลายชั่วโมง เมื่อลงจากเครื่องแล้วต้องการอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน ออกไปท่องเที่ยวต่อ ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาสนามบินหลายแห่งรวมทั้งสนามบินดอนเมืองเริ่มเห็นโอกาสจาก ความต้องการของลูกค้ากลุ่มนี้ เปิดให้บริการโรงแรมที่มีห้องพักขนาดเล็กในสนามบินเพื่อรองรับลูกค้าซึ่ง กลายเป็นคู่แข่งที่สำคัญของโรงแรมประเภทดังกล่าวที่อยู่รอบสนามบิน ส่วนโรงแรมที่อยู่ด้านนอกสนามบิน ก็พยายามแข่งขันด้วยขนาดห้องที่ใหญ่ขึ้น สิ่งอำนวยความสะดวกที่มากขึ้น เฉพาะอย่างยิ่งการให้บริการที่ จอดรถสำหรับแขกที่เข้ามาพักพร้อมบริการรถรับส่งจากโรงแรมมาที่สนามบินเพื่อช่วงชิงลูกค้าจากโรงแรม ขนาดเล็กภายในสนามบิน 3. โรงแรมห้องสูท (Suite Hotels) เป็นโรงแรมคล้ายโรงแรมธุรกิจต่างมุ่งเน้นกลุ่มลูกค้าระดับสูง กว่า ห้องพักส่วนใหญ่ของโรงแรม หรือทั้งหมดจะเป็นห้องสูทที่แยกห้องนอนกับห้องรับแขกออกจากกัน โดยบางห้องอาจมีขนาดใหญ่มีห้องประชุมขนาดเล็กพร้อมเคาน์เตอร์เครื่องดื่มหรือครัวไว้ในห้องพักด้วย 4. โรงแรมเน้นแขกพักประจำ (Residential Hotels) เป็นโรงแรมที่เน้นกลุ่มลูกค้าเข้าพักในระยะ ที่ยาวกว่าลูกค้าโรงแรมทั่วๆ ไป ส่วนใหญ่จะตั้งอยู่ในย่านธุรกิจหรือในเมืองที่เป็นแหล่งงาน โรงแรม ประเภทนี้ในเมืองไทยนิยมเรียกว่า Service Apartment โดยคิดค่าบริการเป็นรายวัน รายสัปดาห์ และ รายเดือน โดยมีอัตรารายสัปดาห์หรือรายเดือนที่ต่ำกว่ารายวันอย่างชัดเจน โรงแรมประเภทนี้นิยมรวม อาหารเช้าไว้ในค่าบริการ รวมถึงอาจมีรถบริการรับส่งไปยังศูนย์การค้าและแหล่งงานสำคัญอีกด้วย ใน ห้องพักของโรงแรมส่วนใหญ่จะมีมุมครัว เตาไมโครเวฟ เตาไฟฟ้า พร้อมอุปกรณ์เครื่องครัวจำนวนหนึ่งไว้ ให้ลูกค้าด้วย ในเมืองไทยมีผู้นำในธุรกิจโรงแรมประเภทนี้ เช่น กลุ่มเกษมกิจกรุ๊ป ที่มีโรงแรมแคนทารี่และ คามิโอ ที่ศรีราชา เชียงใหม่ อยุธยา และปราจีนบุรี โดยมีกลุ่มลูกค้าหลักเป็นชาวญี่ปุ่น ส่วน Service Apartment ระดับหรู ได้แก่ โรงแรมเซ็นเตอร์พอยท์ของกลุ่มแลนด์แอนด์เฮ้าส์
19 นอกจากนั้นโรงแรมประเภทนี้บางแห่งเน้นผู้เข้าพักประจำบริเวณใกล้เคียงกับโรงพยาบาล เพื่อ รองรับญาติของผู้ป่วยและผู้ป่วยระยะพักฟื้นเพื่อความสะดวกในการเดินทางมายังโรงพยาบาลอีกด้วย 5. โรงแรมรีสอร์ต (Resort Hotels) เป็นโรงแรมที่ออกแบบสภาพแวดล้อมและทัศนียภาพให้ เหมาะสมกับการพักผ่อน ส่วนใหญ่จะอยู่ในเมืองท่องเที่ยวและในพื้นที่ที่มีทิวทัศน์สวยงามตามธรรมชาติ เช่น ริมทะเล โรงแรมประเภทนี้จะมีพื้นที่เปิดโล่งในตัวโรงแรมค่อนข้างมาก โดยตกแต่งเป็นสระว่ายน้ำ สวน รวมถึงการจัดสิ่งอำนวยความสะดวกที่เหมาะสมกับการพักผ่อน เช่น สปาภายในโรงแรมด้วย ปัญหา ด้านการตลาดของโรงแรมประเภทนี้คือการมีลูกค้าไม่สม่ำเสมอ ในช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยวโรงแรมรีสอร์ ตจึงมักจัดรายการลดราคาเป็นพิเศษ เพื่อดึงดูดลูกค้าเข้ามาในช่วงนอกฤดูกาล ในเมืองไทยโรงแรมลักษณะ นี้พบได้มากแถบจังหวัดชายทะเล เช่น หัวหิน พัทยา และภูเก็ต 6. โรงแรมซึ่งจัดห้องพักและอาหารเช้า (Bed and Breakfast) โรงแรมประเภทนี้ในต่างประเทศ อาจเรียกว่า Motel หรือ B&B นิยมทำเป็นโรงแรมขนาดเล็กไม่เกิน 100 เตียง หรือหลายแห่งอาจมีเพียง 20-30 เตียง ส่วนใหญ่เป็นโรงแรมที่เจ้าของและครอบครัวบริหารเอง โรงแรมประเภทนี้ในประเทศไทย น่าจะเทียบได้กับ โรงแรมที่เน้นกลุ่มนักเดินทางและพนักงานขายที่ต้องขับรถระหว่างจังหวัด ต้องการที่พัก ราคาถูกและปลอดภัย โรงแรมประเภทนี้ราคาเฉลี่ยจะอยู่ประมาณคืนละ 500-700บาท ตั้งอยู่บริเวณชาน เมือง มีสิ่งอำนวยความสะดวกค่อนข้างจำกัด ในเมืองไทยส่วนใหญ่จะไม่มีอาหารเช้าให้อาจมีเพียงกาแฟ ให้บริการ โรงแรมประเภทนี้กลุ่ม ปตท. ให้ความสนใจที่จะนำไปเปิดในสถานีบริการน้ำมันบางแห่ง ส่วน ผู้ประกอบการโรงแรมรายใหญ่ของไทยที่เข้าไปในตลาดนี้แล้ว ได้แก่ กลุ่มดิเอราวัณกรุ๊ป โดยใช้ชื่อโรงแรม ในลักษณะนี้ว่า Hop inn 7. โรงแรมคอนโดมิเนียม (Condominium Hotel) เป็นอาคารชุดที่จดทะเบียนเป็นโรงแรม โดยมี บางส่วนขายกรรมสิทธิ์ หรือสิทธิการเช่าออกไปให้กับผู้ซื้อ และมีบางส่วนที่ผู้พัฒนาโครงการเก็บไว้ ให้บริการเป็นโรงแรม โดยผู้บริหารอาจรับห้องของผู้ซื้อมาบริหารการปล่อยเช่าแบบโรงแรมในช่วงที่ เจ้าของห้องไม่ได้เข้ามาใช้ ในต่างประเทศโรงแรมลักษณะนี้มีการขายกรรมสิทธิ์ร่วมแบบแบ่งปันเวลาใช้ (Time Sharing) โดยในห้องชุดห้องหนึ่งอาจมีผู้ซื้อ 10 ราย สลับกันใช้รายละ 30 วัน โดยโครงการเป็น ผู้บริหารเวลาในการเข้าใช้ และโครงการนำเวลาอีก 2 เดือนที่เหลือ สำรองไว้สำหรับการซ่อมบำรุง หรือ นำมาให้เช่ากับบุคคลภายนอก เพื่อนำรายได้มาใช้เป็นค่าบริหารส่วนกลาง แต่กฎหมายของไทยไม่อนุญาต ให้มีการขายในลักษณะกรรมสิทธิ์ร่วมแบบแบ่งปันเวลาใช้ 8. โรงแรมบ่อนการพนัน (Casino Hotels) โรงแรมลักษณะนี้นิยมสร้างให้เป็นโรงแรมขนาดใหญ่ มีห้องพักจำนวนมาก และมีห้องจัดเลี้ยงขนาดใหญ่เพื่อรองรับกลุ่มลูกค้าที่เข้ามาเล่นการพนันในโรงแรม
20 โรงแรมลักษณะนี้นิยมทำการตลาดร่วมกับบ่อนการพนัน เช่น การจัดแพ็คเกจให้ลูกค้าที่เข้ามาเล่นการ พนัน ได้สิทธิ์พักฟรีเมื่อแลกชิปในปริมาณที่กำหนดและเป็นชิปที่ไม่สามารถแลกเป็นเงินสดคืนได้ โรงแรมลักษณะดังกล่าวในลาสเวกัสนิยมจัดรายการอาหารบุฟเฟต์ในราคาค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบ กับคุณภาพของอาหาร เพื่อดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเข้ามาเป็นลูกค้าของโรงแรมโดยอาจยอมรับกำไรต่ำหรือ ขาดทุนจากรายการอาหาร แต่ได้กำไรจากบ่อนการพนันเข้ามาชดเชย โรงแรมบางแห่งใช้การจัดโชว์ต่างๆ ทั้งแบบที่มีการเก็บค่าใช้จ่ายจากผู้เข้าชมและการเข้าชมฟรีเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวมาที่โรงแรม โรงแรมลักษณะนี้รายได้หลักอาจไม่ได้มาจากค่าห้องพักแต่มาจากบ่อนการพนัน ซึ่งในประเทศ ไทยยังไม่มีโรงแรมลักษณะนี้ 9. ศูนย์ประชุม (Conference Centers) โรงแรมประเภทนี้มุ่งเน้นกลุ่มลูกค้าที่มาจัด ประชุมสัมมนาและงานแสดงนิทรรศการ โดยปกติแล้วโรงแรมประเภทนี้จะมีจำนวนห้องพักค่อนข้างมาก และมีห้องประชุมสัมมนาทั้งขนาดใหญ่และเล็กจำนวนมากเพื่อให้บริการครบวงจรกับแขกที่เข้ามาจัด ประชุมสัมมนา โดยมีบริการสิ่งอำนวยความสะดวกคล้ายกับโรงแรมประเภทธุรกิจ โดยโรงแรมลักษณะดังกล่าวอาจสร้างศูนย์ประชุมกับที่พักไว้ในอาคารเดียวกันหรือแยกอาคาร ออกจากกัน และแยกการบริหารโรงแรมและศูนย์ประชุมออกจากกันก็ได้ เช่น โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ ที่ ราชประสงค์ หรือโรงแรมรอยัลคลิฟ พัทยา ที่มีทั้งโรงแรมและศูนย์ประชุมขนาดใหญ่ รวมถึงกลุ่มโรงแรม โนโวเทลและไอบิสในเมืองทองธานี ที่สร้างขึ้นเพื่อรองรับกลุ่มลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการศูนย์ประชุมอิมแพ็ค อย่างไรก็ตาม ในบริเวณที่มีศูนย์ประชุมขนาดใหญ่ก็มีผู้ประกอบการโรงแรมขนาดเล็กที่อยู่ โดยรอบทำการพัฒนาโรงแรมสำหรับลูกค้าศูนย์ประชุมโดยไม่ได้เป็นเจ้าของเดียวกันกับศูนย์ประชุม เช่น บริเวณศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ มีโรงแรมลักษณะนี้อยู่จำนวนมาก เนื่องจากศูนย์ประชุมแห่งชาติไม่ได้มี โรงแรมของตัวเองอยู่ในพื้นที่
บทที่ 3 รายละเอียดของการปฏิบัติงาน รูปที่1 โลโก้ โรงแรมซีแซนด์ ซัน รีสอร์ท แอนด์ วิลล่า 3.1 ที่ตั้งและข้อมูลติดต่อ สถานประกอบการ โรงแรมซีแซนด์ ซัน รีสอร์ท แอนด์ วิลล่า ที่ตั้ง โรงแรมซีแซนด์ ซัน รีสอร์ท แอนด์ วิลล่า 78/4 หมู่ 8 ถนนสุขุมวิท ตำบลนาจอมเทียน อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี 20250 โทรศัพท์ 0863409914 โทรสาร 0382386546 E-mail [email protected] Website http://www.seasandsunpty.com เวลาทำการ เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ประเภทธุรกิจ เปิดให้บริการห้องพักแบบพูลวิลล่า
22 3.2 ประวัติและความเป็นมาของโรงแรมซี แซนด์ ซัน รีสอร์ท แอนด์ วิลล่า โรงแรมซีแซนด์ ซัน รีสอร์ท แอนด์ วิลล่า (Sea Sand Sun Resort and Villas) ก่อตั้งขึ้นได้ ประมาณ 20 ปี ตั้งอยู่ที่ 78/4 หมู่ที่ 8 สุขุมวิท ก.ม. 163 ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี (ใกล้ๆสวนนง นุชพัทยา) มีพื้นที่โดยรวมทั้งหมด 70 ไร่ ที่พักถูกออกแบบให้เป็นสไตล์รีสอร์ท มีจำนวนห้องพักทั้งหมด 61 ห้อง พื้นที่โดยรอบโรงแรมเน้นเป็นธรรมชาติพร้อมทั้งมีชายหาดส่วนตัวเหมาะแก่การมาพักผ่อนซึ่ง โรงแรมแห่งนี้บริหารจัดการโดยนักธุรกิจชาวไทย เป็นโรงแรมระดับ 4 ดาว 3.3 หน้าเว็บไซต์ รูปที่ 2 หน้าเว็ปไซต์ของโรงแรม
23 3.4 รูปโรงแรมซีแซนด์ ซัน รีสอร์ท แอนด์ วิลล่า รูปที่ 3 โรงแรมซีแซนด์ ซ้น รีสอร์ท แอนด์ วิลล่า 3.5 รูปแผนที่โรงแรม รูปที่ 4 แผนที่โรงแรมซีแซนด์ ซัน รีสอร์ท แอนด์ วิลล่า
24 3.6 รูปโครงสร้างฝ่ายบริหาร รูปที่ 5 รูปฝ่ายบริหารโรงแรมซีแซนด์ ซัน รีสอร์ท แอนด์ วิลล่า 3.7 การแต่งกายของพนักงาน 1. สวมเสื้อแผนกคอปกสีฟ้า มีโลโก้ของโรงแรมและติดป้ายชื่อ 2. สวมกางเกงขายาวทรงกระบอกเล็กสีดำและนำเสื้อเข้าในกางเกง 3. สวมรองเท้าคัทชูหุ้มส้นสีดำ 3.8 ตำแหน่งและลักษณะของงานที่ได้รับมอบหมาย ชื่อ-นามสกุล : นางสาวลัดดา บงกชนิมิตชัย ปฏิบัติแผนก : สปา (Spa ) ตำแหน่ง : พนักงานต้อนรับ ( Reception ) ชื่อ-นามสกุล : นางสาวเบญจวรรณ แสงเงิน ปฏิบัติแผนก : สปา (Spa ) ตำแหน่ง : พนักงานต้อนรับ ( Reception )
25 ลักษณะงานที่ได้รับมอบหมาย - ต้อนรับลูกค้าที่เข้ามาภายในสปา (พูดคุยทักทาย เสิร์ฟน้ำและนำรองเท้าให้ลูกค้วเปลี่ยน) - แนะนำโปรแกรมสปาให้กับลูกค้า - รับจอง Bookking SpaนSpaและทางโทรศัพท์ - ตรวจความเรียบร้อยของห้องสปา ก่อนลูกค้าเข้ารับบริการทุกโปรแกรมสปา - เขียนใบ Registration fomm ให้ถูกต้อง และตรวจสอบให้แน่นอนว่าลูกค้าใช้คูปองหรือมีส่วนลด พิเศษหรือไม่ - เตรียมชุดน้ำชาสำหรับลูกค้า เมื่อลูกค้าเข้าใช้บริการเสร็จ - ทำบิลหลังแขกใช้เข้าบริการจนจบโปรแกรม - จัดเตรียมห้องสปาใหม่หลังลูกค้าเข้าใช้บริการเสร็จ เช็ดความเรียบร้อยให้พร้อมใช้สำหรับลูกค้าท่าน - เตรียมถาดสปาในช่วงมีลูกค้าเข้าใช้ต่อเนื่อง - ทำความสะอาดสป่าให้สะอาดทั้งในห้องและพื้นที่โล่ง่โดยรอบ - ทำ Daily report ในแต่ละวันต่อไป 3.9 ชื่อและตำแหน่งของพนักงานที่ปรึกษา ชื่อ-นามสกุล : คุณธัญญารัตน์ ราชปัก ตำแหน่ง : พนักงานต้อนรับ ( Reception ) รูปที่ 6 พนักงานที่ปรึกษา
26 บทที่ 4 ผลจากการปฏิบัติงาน โครงงานนี้ คณะผู้จัดทำได้ปฏิบัติงานในส่วนของแผนกสปา ผู้จัดทำจึงได้จัดทำคู่มือภาษาจีน เพื่อแผนกสปา ของโรงแรมซีแซนด์ ซัน รีสอร์ท แอนด์ วิลล่า จะแบ่งเป็นสองส่วน ส่วนแรกจะเป็นตาราง เกี่ยวกับคำศัพท์โปรแกรมการนวด คำศัพท์ทั่วไปที่ใช้ในการทำงาน และส่วนที่สองจะเกี่ยวกับบทสนทนา ภาษาจีนที่ใช้สื่อสารกับลูกค้าชาวจีน โดยจะมีดังนี้ คำศัพท์ทั่วไปที่ใช้ในการทำงาน โปรแกรมการนวด ตารางที่ 2 โปรแกรมการนวด ภาษาจีน พินอิน ความหมายภาษาไทย 足部按摩和反射疗法 xúbù ànmó hé fǎnshè liáofǎ นวดและกดจุดฝ่าเท้า 传统泰式按摩 chuántǒng tài shì ànmó นวดไทย 泰式按摩/泰式草药热敷 tài shì ànmó/ tài shì cǎoyào rèfū นวดไทย และ ประคบสมุนไพร 香薰油身体按摩 xiāngxūn yóu shēntǐ ànmó นวดน้ำมันอโรม่า 香薰油按摩/泰式草药热 敷 xiāngxūn yóu ànmó/ tài shì cǎoyào rèfū นวดน้ำมันอโรม่า/ ประคบสมุนไพร 香薰按摩油搭配玫瑰石英 热石身体按摩 xiāngxūn ànmó yóu dāpèi méiguī shíyīng rè shí shēntǐ ànmó นวดน้ำมันผสมผสานการ นวดหินร้อน 清新身体磨砂膏 qīngxīn shēntǐ móshā gāo สครับผิว 清新身体磨砂/ 香薰油身体按摩 qīngxīn shēntǐ móshā/ xiāngxūn yóu shēntǐ ànmó สครับผิว/ นวดน้ำมันอโรม่า 胶原蛋白面部按摩 jiāoyuán dànbái miànbù ànmó นวดหน้าคอลลาเจน 针对成熟肌肤的面部提升 zhēnduì chéngshú jīfū de miànbù tíshēng นวดหน้ายกกระชับ
27 คำศัพท์ทั่วไปที่ใช้ในการทำงาน โปรแกรมการนวด (ต่อ) ตารางที่ 3 โปรแกรมการนวด (ต่อ) ภาษาจีน พินอิน ความหมายภาษาไทย 阿育吠陀纯金按摩 āyù fèi tuó chún jīn ànmó นวดผสมผสานไทยอินเดีย โดยใช้น้ำมัน อายุรเวทอุ่น หยดศีรษะ ด้วยน้ำมันอุ่น 至尊水疗护理 zhìzūn shuǐliáo hùlǐ ขัดผิว พอกและขัดด้วย รวงผึ้ง อบไอน้ำ 芳香海洋恢复 fāngxiāng hǎiyáng huīfù นวดน้ำมันอโรม่า บริเวณ คอ บ่าไหล่ ประคบ สมุนไพร 香薰防晒霜 xiāngxūn fángshài shuāng นวดบำรุงผิวและฟื้นฟู หลังอาบแดด
28 สกุลเงิน ภาษาจีน พินอิน ความหมายภาษาไทย 泰铢 Tàizhū บาท 美元 Měiyuán ดอลลาร์สหรัฐ 欧元 ōuyuán ยูโร 日元 Rìyuán เยน 令吉 Lìngjí ริงกิต 德国马克 Déguómǎkè มาร์กเยอรมัน 韩元 /韩国元 Hányuán/Hánguó yuán วอน 朝鲜元 Cháoxiǎnyuán วอน(เกาหลีเหนือ) 新加坡元 Xīnjiāpōyuán ดอลลาร์สิงคโปร์ 文莱元 Wénláiyuán ดอลลาร์บรูไน 澳大利亚元 Àodàlìyǎyuán ดอลลาร์ออสเตรเลีย 新台币 Xīntáibì ดอลลาร์ไต้หวัน 港元 Gǎngyuán ดอลลาร์ฮ่องกง 加拿大元 Jiānádàyuán ดอลลาร์แคนาดา 基普 Jīpǔ กีบ 瑞士法郎 Ruìshìfàláng ฟรังก์สวิส 法国法郎 Fàguófàláng ฟรังก์ฝรั่งเศส 人民币 Rénmínbì เหรินหมินปี้ (จีน) 卢比 Lúbǐ รูปี 印度卢比 Yìndùlúbǐ รูปีอินเดีย 越南盾 Yuènándùn ดองเวียดนาม 英镑 Yīngbàng ปอนด์อังกฤษ ตารางที่ 4 สกุลเงิน
29 สกุลเงิน (ต่อ) ภาษาจีน พินอิน ความหมายภาษาไทย 埃及镑 Āijíbàng ปอนด์อียิปต์ 比索 Bǐsuǒ เปโซ 菲律宾比索 Fēilǜbīnbǐsuǒ เปโซฟิลิปปินส 柬埔寨瑞尔 Jiǎnpǔzhàiruìěr เรียลกัมพูชา 俄罗斯卢布 Èluósīlúbù รูเบิลรัสเซีย 新土耳其里拉 Xīntǔ'ěrqílǐlā ลีราใหม่ตุรกี ตารางที่ 5 สกุลเงิน (ต่อ)
30 คำศัพท์อวัยวะร่างกายที่ใช้ในงานสปา ภาษาจีน พินอิน ความหมายภาษาไทย 眼 yǎn ตา 口 kǒu ปาก 耳 ěr หู 鼻 bí จมูก 头 tóu ศีรษะ 头发 tóufǎ เส้นผม 脸 liǎn หน้า 前额 qián'é หน้าผาก 下巴 xiàbā คาง 脖子 bózi คอ 胸部 xiōngbù หน้าอก 腹部 fùbù ท้อง 背 bèi หลัง 肩 jiān ไหล่ 腰 yāo เอว 臀部 túnbù สะโพก 屁股 Pìgu ก้น 脚 jiǎo เท้า 腿 tuǐ ขา 手掌 shǒuzhǎng ฝ่ามือ 拇指 mǔzhǐ นิ้วโป้ง 食指 shízhǐ นิ้วชี้ 中指 zhōngzhǐ นิ้วกลาง 小指 xiǎozhǐ นิ้วก้อย ตารางที่ 6 อวัยวะ
31 คำศัพท์อวัยวะร่างกายที่ใช้ในงานสปา (ต่อ) ภาษาจีน พินอิน ความหมายภาษาไทย 脚趾 jiǎozhǐ นิ้วเท้า 肋骨 lèigǔ ซี่โครง 骨 Gǔ กระดูก 骨骼 Gǔgé โครงกระดูก ตารางที่ 7 อวัยวะ (ต่อ)
32 คำศัพท์ตัวเลขในภาษาจีน ภาษาจีน พินอิน คำอ่าน ตัวเลข ความหมาย ภาษาไทย 零 líng หลิง 0 ศูนย์ 一 yī อี 1 หนึ่ง 二 èr เอ้อร์ 2 สอง 三 sān ซาน 3 สาม 四 sì ซื่อ 4 สี่ 五 wǔ อู่ 5 ห้า 六 liù ลิ่ว 6 หก 七 qī ชี 7 เจ็ด 八 bā ปา 8 แปด 九 jiǔ จิ่ว 9 เก้า 十 shí ฉือ 10 สิบ 百 bǎi ป่าย 100 หลักร้อย 千 qiān เชียน 1000 หลักพัน 万 wàn หวั่น 10000 หลักหมื่น 十万 shí wàn ฉือ หวั่น 100000 หลักแสน 百万 bǎi wàn ป่าย หวั่น 1000000 หลักล้าน ตารางที่ 8 ตารางคำศัพท์ตัวเลข
33 เวลาในภาษาจีน ภาษาจีน พินอิน คำอ่าน ความหมายภาษาไทย 凌晨一点 língchén yīdiǎn หลิงเฉินอีเตี่ยน ตีหนึ่ง 凌晨两点 língchén liǎng diǎn หลิงเฉินเหลียงเตี่ยน ตีสอง 凌晨三点 língchén sān diǎn หลิงเฉินซานเตี่ยน ตีสาม 凌晨四点 língchén sì diǎn หลิงเฉินซื่อเตี่ยน ตีสี่ 凌晨五点 língchén wǔ diǎn หลิงเฉินอู๋เตี่ยน ตีห้า 早上六点 zǎoshang liù diǎn หลิงเฉินลิ่วเตี่ยน หกโมง 早上七点 zǎoshang qī diǎn เจ่าซ่างชีเตี่ยน เจ็ดโมง 上午八点 shàngwǔ bā diǎn เจ่าซ่างปาเตี่ยน แปดโมง 上午九点 shàngwǔ jiǔ diǎn เจ่าซ่างจิ๋วเตี่ยน เก้าโมง 上午十点 shàngwǔ shí diǎn เจ่าซ่างฉือเตี่ยน สิบโมง 上午十一点 shàngwǔ shíyīdiǎn ซ่างอู่ฉืออีเตี่ยน สิบเอ็ดโมง 中午十二点 zhōngwǔ shí'èr diǎn จงอู่ฉือเอ้อรเตี่ยน เที่ยง 下午一点 xiàwǔ yī diǎn เซี่ยอู่อีเตี่ยน บ่ายโมง 下午两点 xiàwǔ liǎng diǎn เซี่ยอู่เหลียงเตี่ยน บ่ายสองโมง 下午三点 xiàwǔ sān diǎn เซี่ยอู่ซานเตี่ยน บ่ายสามโมง 傍晚四点 bàngwǎn sì diǎn ป้างหว่านซื่อเตี่ยน สี่โมง 傍晚五点 bàngwǎn wǔ diǎn ป้างหว่านอู๋เตี่ยน ห้าโมงเย็น 晚上六点 wǎnshàng liù diǎn หว่านซ่างลิ่วเตี่ยน หกโมงเย็น 晚上七点 wǎnshàng qī diǎn หว่านซ่างชีเตี่ยน หนึ่งทุ่ม 晚上八点 wǎnshàng bā diǎn หว่านซ่างปาเตี่ยน สองทุ่ม 晚上九点 wǎnshàng jiǔ diǎn หว่านซ่างจิ๋วเตี่ยน สามทุ่ม 晚上十点 wǎnshàng shí diǎn หว่านซ่างฉือเตี่ยน สี่ทุ่ม 晚上十一点 wǎnshàng shíyī diǎn หว่านซ่างฉืออีเตี่ยน ห้าทุ่ม 夜晚十二点 yèwǎn shí'èr diǎn เย้หว่านฉือเอ้อรเตี่ยน เที่ยงคืน ตารางที่ 9 ตารางเวลาภาษาจีน
34 วันในภาษาจีน ภาษาจีน พินอิน คำอ่าน ความหมายภาษาไทย 星期一 xīngqí yī ซิงชีอี วันจันทร์ 星期二 Xīngqī’èr ซิงชีเอ้อร์ วันอังคาร 星期三 xīngqísān ซีชีซาน วันพุธ 星期四 xīngqīsì ซิงชีซื่อ วันพัฤหัสบดี 星期五 xīngqīwǔ ซิงชีอู่ วันศุกร์ 星期六 xīngqīliù ซิงชีลิ่ว วันเสาร์ 星期天/日 xīngqītiān/rì ซิงชีเทียน/ซิงชีรื่อ วันอาทิตย์ 今天 jīntiān จินเทียน วันนี้ 明天 míngtiān หมิงเทียน พรุ่งนี้ 昨天 zuótiān จั๋วเทียน เมื่อวาน 后天 hòutiān โฮ่วเทียน มะรืนนี้ ตารางที่ 10 วันในภาษาจีน
35 เดือนในภาษาจีน ภาษาจีน พินอิน คำอ่าน ความหมาย ภาษาไทย 一月 yī yuè อี เยว่ มกราคม 二月 èr yuè เอ้อ เยว่ กุมภาพันธ์ 三月 sān yuè ซาน เยว่ มีนาคม 四月 sì yuè ซื่อ เยว่ เมษายน 五月 wǔ yuè อู่ เยว่ พฤษภาคม 六月 liù yuè ลิ่ว เยว่ มิถุนายน 七月 qī yuè ชี เยว่ กรกฎาคม 八月 bā yuè ปา เยว่ สิงหาคม 九月 jiǔ yuè จิ่ว เยว่ กันยายน 十月 shí yuè ฉือ เยว่ ตุลาคม 十一月 shíyī yuè ฉือ อี เยว่ พฤศจิกายน 十二月 shí'èr yuè ฉือ เอ้อ เยว่ ธันวาคม ตารางที่ 11 เดือนในภาษาจีน
36 ตัวอย่าง บทสนทนาภาษาจีนที่ใช้สื่อสารกับแขกที่มาใช้บริการสปา A:欢迎来到….,我能为您提供什么帮助? Huānyíng lái dào…., Wǒ néng wéi nín tígōng shénme bāngzhù? ยินดีต้อนรับสู่ (ชื่อร้าน) มีอะไรให้ช่วยคะ/ครับ B:您希望什么时候来接受治疗? Nín xīwàng shénme shíhòu lái jiēshòu zhìliáo? ต้องการมารับบริการเมื่อไรคะ/ครับ A:让我帮您看看/让我帮您看看有没有空房。 Ràng wǒ bāng nín kàn kàn/ràng wǒ bāng nín kàn kàn yǒu méiyǒu kòng fáng. (ขอดูตารางว่างให้คุณก่อนนะคะ/ครับ) B:恐怕我们那个时间已经订满了。/不幸的是 那个,时间已经被占了。 Kǒngpà wǒmen nàgè shíjiān yǐjīng dìng mǎnle./Bùxìng de shì, nàgè shíjiān yǐjīng bèi zhànle. (เวลานั้นเต็มแล้วค่ะ/ครับ) A:您还有其他日期和时间吗? Nín hái yǒu qítā rìqí hé shíjiān ma? (คุณมีวันว่างวันและเวลาอื่นไหมคะ/ครับ) B:请问您的姓名和房间号吗? Qǐngwèn nín de xìngmíng hé fángjiān hào ma? (ขอทราบชื่อและหมายเลขห้องค่ะ/ครับ) ตารางที่12 ตัวอย่างบทสนทนาภาษาจีนที่ใช้สื่อสารกับแขกที่มาใช้บริการสปา
37 A:我确认您已预订了本周五下午 6 点的房间。/我们迫不及待地想在本周五下午 6 点见到您。 Wǒ quèrèn nín yǐ yùdìngle běn zhōu wǔ xiàwǔ 6 diǎn de fángjiān./Wǒmen pòbùjídài de xiǎng zài běn zhōu wǔ xiàwǔ 6 diǎn jiàn dào nín ฉันยืนยันการจองของคุณในเวลา 6 โมงเย็นวันศุกร์นี้ค่ะ/ครับ B:谢谢。 Xièxie ขอบคุณค่ะ/
38 ตัวอย่าง บทสนทนาภาษาจีนที่ใช้ในห้องนวด A:面朝前坐。 Miàn cháo hòuzuò. นั่งหันไปทางด้านหน้า B:面朝后坐。 Miàn cháo hòuzuò. นั่งหันไปทางด้านหลัง A:请屈腿。 Qǐng qū tuǐ. กรุณางอขาขึ้น (ยกข่างอขาตั้งขึ้นมาในขณะนั่งหรือนอน) B:深吸气,深呼气。 Shēn xī qì, shēn hū qì. หายใจเข้าลึก ๆ และหายใจออกลึกๆ A:请向左翻身。 Qǐng xiàng zuǒ fānshēn. กรุณาพลิกตัวไปทางซ้าย B:请向右翻身。 Qǐng xiàng yòu fānshēn. กรุณาพลิกตัวไปทางขวา ตารางที่ 13 ตัวอย่างบทสนทนาภาษาจีนที่ใช้ในห้องนวด
39 A:请低一下头。 Qǐng dī yīxià tou. กรุณาก้มศรีษะลง B:请伸直腰。 Qǐng shēn zhí yāo. กรุณายืดเอวให้ตรง A:请握拳。 Qǐng wòquán. กรุณากำมือ B:慢慢起来。 Màn man qǐlái. ค่อยๆลุกขึ้น A:请揉一下脸。 Qǐng róu yīxià liǎn. กรุณาหมุนคลึงใบหน้าซักหน่อย B:抬起右腿。 Tái qǐ yòu tuǐ. ยกขาขวาขึ้น A:请脸朝下趴好 Qǐng liǎn cháo xià pā hǎo. กรุณานอนคว่ำหน้าลง
40 B:您哪儿不舒服? Nín nǎr bú shūfú? คุณรู้สึกไม่สบายตรงไหน? A:我常常头痛。 Wǒ chángcháng tóutòng. ฉันปวดหัวประจำเลย B:您有什么症状? Nín yǒu shé me zhèngzhuàng? คุณมีอาการเป็นอย่างไรบ้าง A:我有时头晕,我觉得头晕。 Wǒ yǒushí tóuyūn, wǒ juédé tóuyūn. บางครั้งฉันรู้สึกเวียนหัว,ฉันรู้สึกเวียนหัว B:您哪儿痛? Nín nǎ'er tòng? คุณปวดตรงไหนบ้าง? A:我常常背痛。 Wǒ chángcháng bèi tòng. ฉันปวดหลังประจำเลย B:还有其它症状吗? Hái yǒu qítā zhèngzhuàng ma? ยังมีอาการตรงอื่นอีกบ้างไหม?
41 A:我常常腰痛。 Wǒ chángcháng yāotòng. ฉันปวดเอวบ่อยๆด้วย B:用按摩疗法治您的病效果较好。 Yòng ànmó liáofǎ zhì nín de bìng xiàoguǒ jiào hǎo. ต้องใช้การนวดกดจุดรักษาถึงจะช่วยให้อาการป่วยดีขึ้น A:按摩治疗对许多病症都有效。 Ànmó zhìliáo duì xǔduō bìngzhèng dōu yǒuxiào. การนวดช่วยรักษาอาการป่วยได้ผลดี B:我感觉背疼/肚子疼 。 Wǒ gǎnjué bèi téng/dùzi téng. ฉันรู้สึกปวดหลัง/ปวดท้อง A:我的左臂举不起来了。 Wǒ de zuǒ bì jǔ bù qǐláile. แขนข้างซ้ายของฉันยกไม่ขึ้นเลย B:我们为顾客提供了免费的浴衣和浴鞋。 Wǒmen wèi gùkè tígōngle miǎnfèi de yùyī hé yù xié. พวกเราจัดหาเสื้อคลุมอาบน้ำและรองเท้าสำหรับอาบน้ำให้บริการแก่ลูกค้าฟรี A:在按摩当中,你会有痛、麻和胀的感觉,这都是正常的。 Zài ànmó dāngzhōng, nǐ huì yǒu tòng, má hé zhàng de gǎnjué, zhè dōu shì zhèngcháng de. ในขณะนวดท่านอาจจะรู้สึกปวด,ชาหรือปวดบวมซึ่งล้วนเป็นเรื่องปกตินะ