The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หลักสูตรสถานศึกษา รวมปก

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Sarinee Kru Samui Bamrungpak, 2022-09-11 17:06:38

หลักสูตรสถานศึกษา รวมปก

หลักสูตรสถานศึกษา รวมปก

ส ๑๑๑๐๑ สงั คมศกึ ษา ศาสนาฯ ๔๖
ช้ันประถมศึกษาปท ี่ ๑
คำอธิบายรายวชิ าพ้นื ฐาน
กลุม สาระการเรยี นรูส งั คมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม
เวลา ๘๐ ชั่วโมง

คำอธิบายรายวชิ า
สงั เกต ศึกษาคน ควา รวบรวมขอ มลู อภิปราย ความหมาย ความสำคัญ องคป ระกอบเบ้ืองตน ของศาสนา

ประโยชน ประวตั ิ ศาสดาของศาสนา สรุปใจความสำคัญของคมั ภีร ความคดิ หลักของศาสนา สรปุ หลักจริยธรรม
การบำเพ็ญประโยชน วิธีปฏิบัติ การใชภาษาเกี่ยวกับศาสนพิธี พิธีกรรมในวันสำคัญ ฝกปฏิบัติการบริหาร
จติ การเจรญิ ปญญาเบือ้ งตน เปรียบเทยี บ การทำความดี ปฏิบัตติ นตามคำแนะนำ รวบรวมข้ันตอน ของศาสนพิธี
คุณลกั ษณะของการเปนพลเมืองดีในสังคมประชาธิปไตยมีความรับผิดชอบ ความซื่อสัตย ความกลาหาญ ความ
เสียสละ การเคารพสิทธิและหนาท่ี วัฒนธรรม ภูมิปญญาทองถิ่น การแกป ญหาความขดั แยงในครอบครัว กฎ
กติกา ความหมาย ความสำคัญของรัฐธรรมนูญ ประโยชนของรายรับ-รายจาย ตนทุนผลประโยชนที่ไดรับ
ทรัพยากรในทองถิ่น ระบบเศรษฐกิจพอเพียง อาชีพของครอบครัวและชุมชน การซื้อขายแลกเปลี่ยนสินคาและ
บริการ ในชีวิตประจำวัน ลักษณะทางกายภาพของบาน โรงเรียน และชุมชน องคประกอบของ แผนผัง การ
เขียนแผนที่เบื้องตนอยางงาย ทรัพยากรธรรมชาติ การพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน ผลเสียการทำลาย
ทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดลอมทางสังคม การสรางสรรค สิ่งแวดลอม การอนุรักษสิง่ แวดลอ มทางธรรมชาติ
และทางสงั คม โดยใชก ระบวนการทางสังคม กระบวนการสบื คน กระบวนการกลุมและกระบวนการแกป ญ หา

เพื่อใหเกิดความรู ความเขาใจ สามารถนำไปปฏิบัติในการดำเนินชีวิต มีคุณธรรม จริยธรรม มี
คณุ ลักษณะอันพึงประสงคในดา นรักชาติ ศาสน กษัตริย ซื่อสัตย มวี ินัย ใฝเ รยี นรู รกั ความเปนไทย มจี ติ สาธารณะ
สามารถดำเนินชีวติ อยางสนั ตสิ ุขในสังคมไทย และสงั คมโลก สามารถนำความรูไปใชใหเกิดประโยชนโดยใชหลัก
ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียงและสามารถนำไปประยกุ ตใชก บั ชีวติ ประจำวันไดอ ยา งถูกตอ งเหมาะสม

มาตรฐาน/ตัวช้ีวัด
ส ๑.๑ ป.๑/๑ , ป.๑/๒ , ป.๑/๓ , ป.๑/๔
ส ๑.๒ ป.๑/๑ , ป.๑/๒ , ป.๑/๓
ส ๒.๑ ป.๑/๑ , ป.๑/๒
ส ๒.๒ ป.๑/๑ , ป.๑/๒ , ป.๑/๓
ส ๓.๑ ป.๑/๑ , ป.๑/๒ , ป.๑/๓
ส ๓.๒ ป.๑/๑
ส ๕.๑ ป.๑/๑ , ป.๑/๒ , ป.๑/๓ , ป.๑/๔ , ป.๑/๕
ส ๕.๒ ป.๑/๑ , ป.๑/๒ , ป.๑/๓
รวม ๘ มาตรฐาน ๒๔ ตวั ชีว้ ัด

๔๗

ส ๑๒๑๐๑ สงั คมศกึ ษา ศาสนาฯ คำอธิบายรายวิชาพน้ื ฐาน
ช้นั ประถมศึกษาปท ่ี ๒ กลุม สาระการเรยี นรสู งั คมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม
เวลา ๘๐ ช่วั โมง

คำอธิบายรายวชิ า
สังเกต ศึกษาคนควา การรวบรวมขอมลู อภิปราย ความหมาย ความสำคัญ องคประกอบเบือ้ งตนของ

ศาสนา ประวัติศาสนา ศาสดาของศาสนา คัมภรี  และการใชภาษาของศาสนา รวบรวมหลักจรยิ ธรรม การบำเพ็ญ
ประโยชนตอครอบครัว โรงเรียน และชุมชน หลกั ปฏิบัติการอยูรวมกันอยางเปนสขุ ศาสนพิธี และพิธีกรรมในวนั
สำคัญของศาสนา การบริหารจิต การเจริญปญญาเบื้องตน การทำความดีของบุคคลในครอบครัว และโรงเรยี น
การปฏบิ ัตติ นตามคำแนะนำเกยี่ วกบั ศีลธรรม จริยธรรม คานิยมที่ดีงาม การเปน พลเมืองดี ในสงั คมประชาธิปไตย
การยอมรับ การเคารพสิทธิ และหนาที่ของตนเอง เปนสมาชิกที่ดีของครอบครัว สิทธิของบุคคลที่พึงไดรับการ
คมุ ครอง การขัดเกลาของสงั คม คานิยม ความเช่อื ประเพณี วัฒนธรรม และภูมปิ ญญาของทองถน่ิ ความสัมพนั ธ
ของสมาชิกในครอบครัว บทบาทหนาที่ของตนเอง การแกปญหาความขัดแยง ขอตกลง กฎ กติกา ระเบียบใน
โรงเรียน ความหมาย และความสำคัญของรัฐธรรมนูญ ประโยชนของรายรับ–รายจายของครอบครัว ตัดสินใจ
เลอื กอยา งเหมาะสม เศรษฐกิจพอเพยี ง อาชพี ของชุมชน การซือ้ ขาย แลกเปลย่ี นสินคา และบริการ ประโยชนของ
ธนาคาร ภาษีท่ีเกี่ยวของในชีวิตประจำวันลักษณะทางกายภาพ องคประกอบของแผนผังแผนท่ี ตำแหนง ระยะ
ทิศทาง ทรพั ยากรธรรมชาตริ ูคุณคาของธรรมชาติ การสรา งสรรคส่ิงแวดลอมทางสงั คม การเปรยี บเทยี บประชากร
กับสิ่งแวดลอม การฝกสังเกตสิ่งตางๆรอบตัว โดยใชกระบวนการสังคม กระบวนการสืบคน กระบวนการ
กลมุ กระบวนการแกปญหา

เพื่อใหเกิดความรู ความเขาใจ สามารถนำไปปฏิบัติในการดำเนินชีวิต มีคุณธรรม จริยธรรม มี
คุณลักษณะอนั พึงประสงคในดานรักชาติ ศาสน กษตั รยิ  ซอ่ื สตั ย มวี นิ ยั ใฝเรยี นรู รกั ความเปน ไทย มีจติ สาธารณะ
สามารถดำเนินชวี ิตอยางสันตสิ ุขในสงั คมไทย และสังคมโลก สามารถนำความรูไ ปใชใหเกิดประโยชนโดยใชห ลกั
ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียงและสามารถนำไปประยุกตใ ชกับชีวติ ประจำวนั ไดอยางถกู ตองเหมาะสม

มาตรฐาน/ตัวชว้ี ดั
ส ๑.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔, ป.๒/๕, ป.๒/๖, ป.๒/๗
ส ๑.๒ ป.๒/๑, ป.๒/๒
ส ๒.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔
ส ๒.๒ ป.๒/๑, ป.๒/๒
ส ๓.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔
ส ๓.๒ ป.๒/๑, ป.๒/๒
ส ๕.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓
ส ๕.๒ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔

รวม ๘ มาตรฐาน ๒๘ ตวั ช้วี ดั

ส ๑๓๑๐๑ สงั คมศกึ ษา ศาสนาฯ ๔๘
ชั้นประถมศึกษาปท ี่ ๓
คำอธิบายรายวิชาพน้ื ฐาน
กลุม สาระการเรยี นรูสังคมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม
เวลา ๘๐ ชวั่ โมง

คำอธบิ ายรายวชิ า
สังเกต ศึกษาคนควา รวบรวมขอมูล อภิปราย แสดงความคิดเห็น สรุปใจความสำคัญความหมาย

ความสำคัญ องคประกอบของศาสนา ประโยชน ประวัติศาสดาของศาสนา ภาษา ที่ใชในคัมภีรของศาสนาที่ตน
นับถือ หลักจริยธรรมในการพฒั นาตน การบำเพ็ญประโยชนตอครอบครัว โรงเรียน วิธีปฏิบัติเกยี่ วกับ ศาสนพิธี
พิธกี รรมในวันสำคญั ของศาสนา การบรหิ ารจติ การเจริญปญ ญา สติ สมั ปชญั ญะ ความรำลกึ ได ความรูตวั ช่ืนชม
การทำความดขี องบคุ คลในครอบครัว และโรงเรยี น ศีลธรรม จริยธรรม คา นิยมท่ดี งี าม การเปนพลเมอื งดีในสังคม
ประชาธิปไตย การเคารพสทิ ธแิ ละหนา ทขี่ อง ตนเอง บทบาทสิทธิ เสรภี าพ หนา ที่ สถานภาพ สิทธิของบุคคลที่พึง
ไดรบั การคมุ ครอง การขัดเกลาของสังคม คา นิยม ความเช่ือ ประเพณี การอนรุ กั ษวฒั นธรรม และภูมิปญญา ของ
ทองถิ่น การสรางความดี การแกปญหาความขัดแยง กฎ กติกา ระเบียบในชุมชน ความสำคัญของกฎหมาย
รัฐธรรมนูญ รายรบั –รายจาย ผลประโยชนที่ผูบริโภคไดรับการตัดสินใจเลือกอยางเหมาะสม ระบบเศรษฐกิจ
พอเพียง อาชีพในชุมชนการแลกเปลี่ยน สินคาและบริการความสำคัญของธนาคาร ภาษีที่เกี่ยวของใน
ชีวิตประจำวัน องคประกอบทางกายภาพ ลักษณะ ความเกี่ยวของแผนผัง แผนที่ ตำแหนง ระยะทิศทาง
เครื่องมือทางภูมิศาสตร ทรัพยากรธรรมชาติ การพึ่งพาอาศัยกัน สิ่งแวดลอมทางสังคม การอนุรักษ การใช
พลังงาน การดูแลรักษาสิ่งแวดลอม การรูจักสังเกตสิ่งตางๆรอบตัว โดยใชกระบวนการปฏิบัติ กระบวนการคิด
วเิ คราะห กระบวนการกลมุ กระบวนการเผชญิ สถานการณแ ละแกปญ หา

เพื่อใหเกิดความรู ความเขาใจ สามารถนำไปปฏิบัติในการดำเนินชีวิต มีคุณธรรม จริยธรรม มี
คณุ ลักษณะอันพึงประสงคในดา นรักชาติ ศาสน กษตั รยิ  ซือ่ สัตย มีวินัย ใฝเ รยี นรู รกั ความเปนไทย มจี ติ สาธารณะ
สามารถดำเนินชวี ิตอยา งสันตสิ ขุ ในสังคมไทย และสังคมโลก สามารถนำความรไู ปใชใหเกิดประโยชนโ ดยใชหลกั
ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียงและสามารถนำไปประยุกตใ ชกับชีวิตประจำวันไดอยางถูกตองเหมาะสม

มาตรฐาน/ตัวชว้ี ดั
ส ๑.๑ ป.๓/๑ , ป.๓/๒ , ป.๓/๓ , ป.๓/๔ , ป.๓/๕ , ป.๓/๖ , ป.๓/๗
ส ๑.๒ ป.๓/๑ , ป.๓/๒ , ป.๓/๓
ส ๒.๑ ป.๓/๑ , ป.๓/๒ , ป.๓/๓ , ป.๓/๔
ส ๒.๒ ป.๓/๑ , ป.๓/๒ , ป.๓/๓
ส ๓.๑ ป.๓/๑ , ป.๓/๒ , ป.๓/๓
ส ๓.๒ ป.๓/๑ , ป.๓/๒ , ป.๓/๓
ส ๕.๑ ป.๓/๑ , ป.๓/๒ , ป.๓/๓
ส ๕.๒ ป.๓/๑ , ป.๓/๒ , ป.๓/๓ , ป.๓/๔ , ป.๓/๕ , ป.๓/๖
รวม ๘ มาตรฐาน ๓๑ ตวั ช้วี ัด

ส ๑๔๑๐๑ สงั คมศกึ ษา ศาสนาฯ ๔๙
ช้นั ประถมศกึ ษาปท ่ี ๔
คำอธบิ ายรายวชิ าพน้ื ฐาน
กลุมสาระการเรยี นรสู งั คมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
เวลา ๘๐ ช่ัวโมง

คำอธิบายรายวิชา
สังเกต ศึกษาคนควา อภิปราย ซักถาม แสดงความคิดเห็น รวบรวมขอมูล สืบคน ขอมลู สรุปใจความ

สำคัญเกี่ยวกับความสำคัญทางศาสนา และศาสดาของศาสนาพุทธ คัมภีรทางศาสนาที่ตนนับถือ หลักธรรมของ
ศาสนา การบริหารจิตและเจริญปญญา ชื่นชมการทำความดีของบุคลากรในสังคม แปลความหมายในคัมภีร
ศาสนาที่ตนนับถอื เสนอแนวทางการกระทำของตนเองและผูอนื่ ในฐานะพลเมืองดีของสังคม สทิ ธเิ ดก็ เพอื่ ปองกัน
ตัวเองและสังคม เปรียบเทียบความแตกตางของวัฒนธรรมในทองถิ่นการยอมรับคุณคาของกันและกัน การ
รวมกลุมทั้งภาครัฐและเอกชน ชื่นชมการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยเปนประมุข การ
รวมกลุมภาครัฐและเอกชนเพื่อพัฒนาทองถิ่น อำนาจอธิปไตย ปฏิบัติตามกฎหมายในชีวิตประจำวัน วิเคราะห
ผผู ลิต ผูบ รโิ ภค วธิ กี ารของเศรษฐกิจ การหารายได การออม การลงทนุ ผลผลิตทางดานเศรษฐกิจ การตลาด การ
ธนาคาร สถาบันการเงินอื่น ๆ ภาษีที่เกี่ยวของในชีวิตประจำวัน การพึ่งพา การแขงขันทางดานเศรษฐกิจ
ปรากฏการณตาง ๆ แผนที่และเครื่องมือทางภูมิศาสตร ความแตกตางของสิ่งแวดลอมทางธรรมชาติ โดยใช
กระบวนการปฏบิ ตั ิ กระบวนการคดิ วเิ คราะห กระบวนการกลุม กระบวนการเผชิญสถานการณแ ละแกปญ หา

เพื่อใหเกิดความรู ความเขาใจ สามารถนำไปปฏิบัติในการดำเนินชีวิต มีคุณธรรม จริยธรรม มี
คณุ ลักษณะอนั พึงประสงคในดา นรักชาติ ศาสน กษัตริย ซือ่ สตั ย มวี ินัย ใฝเรยี นรู รกั ความเปนไทย มีจิตสาธารณะ
สามารถดำเนินชวี ิตอยา งสันติสุขในสงั คมไทย และสังคมโลก สามารถนำความรไู ปใชใ หเกิดประโยชนโดยใชหลกั
ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งและสามารถนำไปประยุกตใชกับชวี ติ ประจำวนั ไดอยางถูกตองเหมาะสม

มาตรฐาน/ตวั ชวี้ ัด
ส ๑.๑ ป.๔/๑ , ป.๔/๒ , ป.๔/๓ , ป.๔/๔ , ป.๔/๕ , ป.๔/๖ , ป.๔/๗, ป.๔/๘
ส ๑.๒ ป.๔/๑ , ป.๔/๒ , ป.๔/๓
ส ๒.๑ ป.๔/๑ , ป.๔/๒ , ป.๔/๓ , ป.๔/๔ , ป.๔/๕
ส ๒.๒ ป.๔/๑ , ป.๔/๒ , ป.๔/๓
ส ๓.๑ ป.๔/๑ , ป.๔/๒ , ป.๔/๓
ส ๓.๒ ป.๔/๑ , ป.๔/๒
ส ๕.๑ ป.๔/๑ , ป.๔/๒ , ป.๔/๓
ส ๕.๒ ป.๔/๑ , ป.๔/๒ , ป.๔/๓

รวม ๘ มาตรฐาน ๓๐ ตัวชวี้ ัด

ส ๑๕๑๐๑ สงั คมศึกษา ศาสนาฯ ๕๐
ชัน้ ประถมศึกษาปท ี่ ๕
คำอธบิ ายรายวิชาพ้นื ฐาน
กลมุ สาระการเรียนรูส ังคมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม
เวลา ๘๐ ชัว่ โมง

คำอธิบายรายวิชา
สังเกต ศึกษาคนควา วิเคราะห อภิปราย สนทนาซักถาม แสดงความคิดเห็น รวบรวมขอมูล สืบคน

ขอมูล สรุปใจความสำคัญเกี่ยวกับเรื่องราวพื้นฐานเกี่ยวกบั ประวัตศิ าสตรความสำคัญของศาสนา ศาสดา และ
คัมภีรทางศาสนาที่ตนนับถือ หลักธรรมของศาสนาที่ตนนับถือ เพื่อเขาใจในการพัฒนาตนและสังคม ความหมาย
การบริหารจิต และเจริญปญญา ชื่นชมการทำความดีของตนเองและบุคคลในสังคม และแนวปฏิบัติในการช่ืน
ชม การทำความดขี องบุคคลสำคัญกลุมเพื่อน ประโยชนของการบริหารจิตและเจริญปญญาของศาสนาท่ีตนนับ
ถือ กระบวนการประชาธิปไตยในการทำงานรวมกันในครอบครวั โรงเรียน ชุมชน การปฏิบัติตน ตามสิทธิ หนาที่
เสรีภาพในฐานะพลเมืองดขี องประเทศ การดำเนินชวี ิต ความแตกตางของวฒั นธรรมในกลุมคนในภูมิภาค การ
ปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยเปนประมุขโครงสรางการปกครองประเทศ ซึ่งมีท้ัง
สวนกลาง สวนภูมิภาค และสวนทองถิ่น เพื่อเชื่อมโยงความสัมพันธระหวาง คนกับการปกครองประเทศ
ความสำคญั ในกฎหมายในชีวติ ประจำวนั หนา ทข่ี องผผู ลิต และผูบรโิ ภค ความหมายของระบบสนิ เช่ือ ผลดีผลเสีย
ตอภาวะ การเงิน การเลือกของผูบริโภค ผลกระทบตอทรัพยากรที่มีอยู ระบบสหกรณ การบริหารทางดาน
เศรษฐกจิ บทบาทการใชเงินในทองถิ่นการบริการตา งๆ ของธนาคารและสถาบนั การเงินในตางประเทศ ผูบริโภค
ผยู มื และนกั ธุรกิจ การจดั หาแหลง รายไดของรฐั ความเชย่ี วชาญ ชำนาญดา นจำนวนปริมาณสินคารวมท้งั ท่ีผลิต
การซ้ือมาทางเศรษฐกิจ การใชแผนที่ในทองถิ่นตางๆ ลักษณะความแตกตาง ผลกระทบของสิ่งแวดลอมทาง
สังคม วัฒนธรรม วิถีชีวิตในภูมิภาคตา ง ๆ ของไทยกับสิ่งแวดลอมทางธรรมชาติ ผลกระทบจากการกระทำของ
มนุษยท ี่มีตอส่ิงแวดลอม การอนุรักษทรพั ยากรธรรมชาติ และรกั ษาสมดุลในระบบนิเวศน โดยใชกระบวนการ
ปฏบิ ัติ กระบวนการคิดวเิ คราะห กระบวนการกลมุ กระบวนการเผชิญสถานการณแ ละแกปญหา

เพื่อใหเกิดความรู ความเขาใจ สามารถนำไปปฏิบัติในการดำเนินชีวิต มีคุณธรรม จริยธรรม มี
คณุ ลักษณะอันพึงประสงคในดา นรักชาติ ศาสน กษตั ริย ซือ่ สัตย มีวนิ ัย ใฝเรียนรู รักความเปนไทย มจี ิตสาธารณะ
สามารถดำเนินชวี ิตอยางสันตสิ ขุ ในสงั คมไทย และสังคมโลก สามารถนำความรูไ ปใชใ หเกิดประโยชนโดยใชห ลกั
ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและสามารถนำไปประยกุ ตใชก บั ชีวติ ประจำวนั ไดอยางถูกตอ งเหมาะสม

มาตรฐาน/ตัวช้วี ัด
ส ๑.๑ ป.๕/๑ , ป.๕/๒ , ป.๕/๓ , ป.๕/๔ , ป.๕/๕ , ป.๕/๖ , ป.๕/๗
ส ๑.๒ ป.๕/๑ , ป.๕/๒ , ป.๕/๓
ส ๒.๑ ป.๕/๑ , ป.๕/๒ , ป.๕/๓ , ป. ๕/๔
ส ๒.๒ ป.๕/๑ , ป.๕/๒ , ป.๕/๓
ส.๓.๑ ป.๕/๑ , ป.๕/๒ , ป.๕/๓
ส ๓.๒ ป.๕/๑ , ป.๕/๒
ส ๕.๑ ป.๕/๑ , ป.๕/๒ , ป.๕/๓
ส ๕.๒ ป.๕/๑ , ป.๕/๒ , ป.๕/๓

รวม ๘ มาตรฐาน ๒๘ ตัวช้ีวัด

๕๑

คำอธิบายรายวชิ าพน้ื ฐาน

ส ๑๖๑๐๑ สงั คมศกึ ษา ศาสนาฯ กลมุ สาระการเรียนรูสังคมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม

ช้นั ประถมศกึ ษาปท ่ี ๖ เวลา ๘๐ ชวั่ โมง

คำอธิบายรายวชิ า

สงั เกต ศกึ ษาคนควา วเิ คราะห อภิปราย สนทนา ซักถาม แสดงความคิดเห็น รวบรวมขอ มลู สืบคน ขอ มูล

ความสำคัญหลักธรรมพระรัตนตรัย ไตรสิกขา หลักธรรมโอวาท ๓ การทำความดขี องบคุ คลในประเทศ การสวด

มนต แผเ มตตาของศาสนาทตี่ นนบั ถือ สรปุ ใจความสำคญั เกีย่ วกับพุทธประวัติต้ังแตป ลงอายุสังขารจนถึงสังเวชนีย

สถาน ประวัตศิ าสดา ขอคดิ จากประวัตสิ าวก ชาดก เร่อื งเลา ศาสนกิ ชนตัวอยา ง ศาสนพิธี สถานที่ในศาสนสถาน

ศาสนกิ ชนทด่ี ี ประโยชนของการเขา รว มในศาสนพธิ ี พธิ กี รรม กิจกรรมในวนั สำคญั ทางศาสนา การบรหิ ารจิตและ

เจริญปญญาวันสำคัญทางศาสนา การกระทำที่แสดงถึงคุณลักษณะของการเปนพลเมืองดีในสังคม

ประชาธิปไตย สิทธิเด็กที่พึงไดรับการคุมครองตามสิทธิมนุษยชน บทบาทหนาที่ความรับผิดชอบของตนเอง

บรรทัดฐานทางสังคมและวัฒนธรรม สัญลักษณ เอกลักษณ คานิยม ประเพณี วัฒนธรรมในทองถิ่น อำนาจ

อธิปไตยและการมีสวนรวมในการปกครองระบอบประชาธิปไตย กฎหมายในชีวิตประจำวัน การเลือกใช

ทรัพยากรที่มีผลกระทบ ตอสิ่งแวดลอม การเพ่ิมรายไดเงินออมจากการลงทุน สิทธิและการคุมครองผูบริโภค

เศรษฐกิจพอเพียง ระบบสหกรณ การบริหาร ดานการผลิต และการพึง่ พาทางเศรษฐกิจ บทบาทการใชเงนิ และ

การบริการดานการเงนิ ตางประเทศ การจัดเก็บภาษี การกูยืมเงินจากตางประเทศ แผนที่ชนิดตางๆ การกระทำท่ี

สง ผลดแี ละผลเสียตอสิ่งแวดลอมทางสังคม วฒั นธรรม รวมทัง้ ผลกระทบจากการทีม่ นุษยเปลย่ี นแปลงส่ิงแวดลอม

ในดานบวกและดานลบ การกระทำทม่ี สี ว นชว ยแกป ญหา และเสริมสภาพแวดลอ มในทองถิ่น โดยใชก ระบวนการ

ปฏบิ ตั ิ กระบวนการคดิ วเิ คราะห กระบวนการกลุม กระบวนการเผชิญสถานการณและแกป ญ หา

เพอื่ ใหเกิดความรู ความเขาใจ สามารถนำไปปฏบิ ัติในการดำเนนิ ชวี ิต มีคุณธรรม จรยิ ธรรม มีคณุ ลักษณะ

อันพึงประสงคใ นดานรักชาติ ศาสน กษตั ริย ซ่ือสัตย มีวินยั ใฝเรยี นรู รักความเปนไทย มจี ิตสาธารณะ สามารถ

ดำเนินชวี ิตอยางสันติสขุ ในสังคมไทย และสังคมโลก สามารถนำความรูไปใชใหเกิดประโยชนโดยใชหลักปรัชญา

ของเศรษฐกจิ พอเพยี งและสามารถนำไปประยุกตใชก ับชีวติ ประจำวันไดอยา งถูกตองเหมาะสม

มาตรฐาน/ตวั ช้ีวัด

ส ๑.๑ ป.๖/๑ , ป.๖/๒ , ป.๖/๓ , ป.๖/๔ , ป.๖/๕ , ป.๖/๖ , ป.๖/๗ , ป.๖/๘ , ป.๖/๙

ส ๑.๒ ป.๖/๑ , ป.๖/๒ , ป.๖/๓ , ป.๖/๔

ส ๒.๑ ป.๖/๑ , ป.๖/๒ , ป.๖/๓ , ป.๖/๔ , ป.๖/๕

ส ๒.๒ ป.๖/๑ , ป.๖/๒ , ป.๖/๓

ส ๓.๑ ป.๖/๑ , ป.๖/๒ , ป.๖/๓

ส ๓.๒ ป.๖/๑ , ป.๖/๒

ส ๕.๑ ป.๖/๑ , ป.๖/๒

ส ๕.๒ ป.๖/๑ , ป.๖/๒ , ป.๖/๓

รวม ๘ มาตรฐาน ๓๑ ตวั ช้ีวัด

๕๒

ส ๑๑๑๐๒ ประวตั ิศาสตร คำอธิบายรายวิชาพ้นื ฐาน
ชนั้ ประถมศึกษาปท ี่ ๑ กลมุ สาระการเรยี นรูสังคมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม
เวลา ๔๐ ชั่วโมง

คำอธิบายรายวิชา
ศึกษาและใชป ฏิทินในการบอกวัน เดอื น ป ท่ีใชใ นชีวิตประจำวัน ซึ่งมที ง้ั ระบบสรุ ยิ คติและจนั ทรคติ คำท่ี

แสดงชวงเวลาเพื่อใชเ ลาเหตกุ ารณปจจบุ ัน วันน้ี เดือนนี้ ตอนเชา ตอนกลางวนั ตอนเย็น ตอนค่ำ และเรียงลำดบั
เหตุการณในชีวิตประจำวันตามวันเวลาที่เกิดขึ้น โดยใชทักษะการสังเกต การบอกเลา การเชื่อมโยง เพื่อให
สามารถใชเวลาตามปฏิทนิ แสดงเหตุการณใ นปจ จบุ นั และใชคำแสดงชว งเวลาเรียงลำดบั เหตกุ ารณที่เกดิ ข้นึ ได

รูวิธีสืบคนประวัติความเปนมาของตนเองและครอบครัวอยางงายๆโดยสอบถามผูเกี่ยวขอ งและการบอก
เลาเรื่องราวที่สืบคนได โดยใชทักษะการสอบถาม การรวบรวมขอมลู การสรปุ ความ การเลาเร่ือง เพื่อฝกทกั ษะ
พืน้ ฐานของวิธกี ารทางประวัติศาสตรในการสืบคนเรื่องราวจากแหลง ขอมูล(เชนบคุ คล)และบอกเลา ขอเท็จจริงที่
คน พบไดอ ยางนาสนใจ

ศึกษาการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดลอมสิ่งของเครื่องใชหรือการดำเนินชีวิตของตนเองในสมัย
ปจจุบัน กับสมัยของพอแม ปูยา ตายายท่ีเปนรูปธรรมและใกลตัวผูเรียน เตารีด (การรีดผาดวยเตาถานกับเตา
ไฟฟา) หมอหงุ ขาว (การหุงขาวที่เช็ดน้ำดว ยฟนหรือถานกับหมอหุงขาวไฟฟา) เกวียนกับรถยนต (การเดินทาง)
ถนน บานเรอื น การใชค วายไถนากบั รถไถนา รวมทง้ั เหตุการณสำคัญของครอบครวั ที่เกิดข้นึ ในอดีตที่มีผลกระทบ
ตอ ตนเองในปจ จุบัน ( การยา ยบา น การยา ยโรงเรียน การเลอื่ นชนั้ เรยี น การไดร บั รางวัล การสญู เสียบุคคลสำคญั
ของครอบครัว) โดยใชทักษะการสังเกต การใชเหตุผล การเปรียบเทียบ การแยกแยะ การยกตัวอยาง และการ
บอกเลา เพื่อใหเขาใจการเปล่ยี นแปลงตามกาลเวลาและความสำคัญของอดีตทีม่ ตี อปจจุบันและอนาคต สามารถ
ปรับตัวใหเ ขา กบั วถิ ชี ีวติ ปจ จบุ นั ไดอ ยา งมปี ระสิทธภิ าพ

ศกึ ษาความหมายและความสำคญั ของสญั ลักษณของชาติไทย ไดแก ธงชาติ เพลงชาติ เพลงสรรเสริญพระ
บารมี ภาษาไทย อักษรไทย มารยาทไทย อาหารไทย การแตงกายแบบไทย วัฒนธรรมและขนบธรรมเนียม
ประเพณไี ทย และการปฏิบตั ติ นไดถูกตองตามกาลเทศะ รวมทง้ั รจู ักสถานท่สี ำคญั ซึ่งเปนแหลงวัฒนธรรมในชุมชน
ศาสนสถาน ตลาด พิพิธภณั ฑ และสงิ่ ท่เี ปนความภาคภูมิใจในทองถิ่น ทใ่ี กลต ัวผูเรยี นและเห็นเปนรปู ธรรม โดยใช
ทกั ษะการสงั เกต การแสดงความคดิ เหน็ อยางมีเหตผุ ล การอธิบาย การปฏบิ ตั ิตนอยางถกู ตอ ง เพ่อื กอใหเกิดความ
รักและความภาคภูมิใจในความเปนไทย ทองถิ่น และประเทศชาติ ภูมิใจในสถาบันชาติ ศาสนา และ
พระมหากษัตริย ตระหนกั และเห็นคุณคาทจ่ี ะธำรงรกั ษาและสบื ทอดตอไป

มาตรฐานการเรียนร/ู ระดบั ชั้น/ตัวช้วี ัด
ส ๔.๑ ป ๑/๑ , ป ๑/๒ , ป ๑/๓
ส ๔.๒ ป ๑/๑ , ป ๑/๒
ส ๔.๓ ป ๑/๑ , ป ๑/๒ , ป ๑/๓
รวม ๓ มาตรฐาน ๘ ตัวช้วี ดั

๕๓

ส ๑๒๑๐๒ ประวตั ศิ าสตร คำอธิบายรายวิชาพน้ื ฐาน
ช้นั ประถมศึกษาปท ี่ ๒ กลมุ สาระการเรยี นรูสังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม
เวลา ๔๐ ช่ัวโมง

คำอธิบายรายวิชา
รจู ักวันเวลาตามระบบสรุ ยิ คตแิ ละจันทรคติทป่ี รากฏในปฏิทินที่แสดงเหตุการณสำคัญในอดีตและปจ จบุ ัน

รวมทั้ง การใชค ำที่แสดงชว งเวลาในอดตี ปจ จบุ ัน และอนาคต วันน้ี เม่อื วานน้ี พรุง น,ี้ เดอื นนี้ เดอื นกอน เดือน
หนา, ปนี้ ปกอน ปหนา ในการอธิบายเหตุการณที่เกิดขึ้น โดยใชทักษะการสังเกต การสอบถาม เชื่อมโยง
เรียงลำดบั การเลาเรอื่ ง การรวบรวมขอ มลู การอธิบาย เพอ่ื ใหส ามารถใชวันเวลาเรียงลำดับเหตกุ ารณสำคัญได
ถูกตอ ง วา เหตกุ ารณใ ดเกดิ กอ น เหตุการณใ ดเกดิ หลัง

รูว ธิ สี บื คน เหตุการณท เี่ กดิ ขึน้ ในครอบครัวโดยใชหลกั ฐานทีเ่ กีย่ วของ ไดแก ภาพถา ย สูตบิ ตั ร ทะเบยี น
บา น เคร่อื งมอื เครอื่ งใช มาอธบิ ายเร่ืองราวตาง ๆ และวธิ ีสบื คน ขอมูลในชมุ ชนอยางงาย ๆ ในเรื่องเกยี่ วกับการ
เปลี่ยนแปลงในวถิ ีชวี ิตของคนในชุมชนในดา นตา งๆ จากอดีตถงึ ปจจบุ นั ทางดานการประกอบอาชพี การแตงกาย
การส่ือสาร ขนบธรรมเนยี มประเพณีในชุมชน เขา ใจสาเหตแุ ละผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงทม่ี ีตอ วถิ ีชีวิตของ
คนในชุมชน สามารถเรียงลำดับเหตุการณที่สืบคนไดโดยใชเสนเวลา ฝกทักษะการสอบถาม การสังเกต การ
วิเคราะห การอธิบายอยางมีเหตุมีผล ทำผังความคิดและการจัดนิทรรศการ เพื่อใหเขาใจวิธีการทาง
ประวัติศาสตรใน เรื่องเกี่ยวกับการใชหลักฐานทางประวัติศาสตรสืบคนเรื่องราวในอดีต และเขาใจการ
เปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นตามกาลเวลา อยางตอเนื่อง มคี วามเขาใจชุมชนที่มีความแตกตางและสามารถปรบั ตัวอยู
ในชีวติ ประจำวนั ไดอ ยางมีประสิทธภิ าพ

ศึกษา สืบคนประวัติและผลงานของบุคคลที่ทำประโยชนตอทองถิ่นหรือประเทศชาติ ในดานการ
สรางสรรควัฒนธรรม /การสรา งความเจริญรุงเรืองและความมั่นคงโดยสังเขป รวมท้ังวัฒนธรรมไทย ประเพณี
ไทย และภูมปิ ญญาไทยที่ภาคภูมิใจและควรอนุรักษไว การทำความเคารพแบบไทย ประเพณีไทย ศิลปะไทย
ดนตรีไทย โดยใชทักษะการสืบคนการสังเกต การอาน การรวบรวมขอมูล การวิเคราะห การใชเหตุผล การ
อธบิ าย และการนำเสนอ เพอ่ื ใหเ ห็นคณุ คา และแบบอยางการกระทำความดีของบรรพบรุ ษุ ทไี่ ดส รา งประโยชนให
ทองถิ่นและประเทศ เกดิ ความรัก และความภาคภมู ใิ จในความเปน ไทย วัฒนธรรมไทย ภูมิปญญาไทย และธำรง
ความเปน ไทย

มาตรฐานการเรยี นร/ู ระดับชัน้ /ตวั ชีว้ ดั
ส ๔.๑ ป ๒/๑ , ป ๒/๒
ส ๔.๒ ป ๒/๑ , ป ๒/๒
ส ๔.๓ ป ๒/๑ , ป ๒/๒
รวม ๓ มาตรฐาน ๖ ตัวชีว้ ดั

ส ๑๓๑๐๒ ประวตั ศิ าสตร ๕๔
ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ่ี ๓
คำอธบิ ายรายวชิ าพน้ื ฐาน
กลุมสาระการเรียนรสู ังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
เวลา ๔๐ ชั่วโมง

คำอธบิ ายรายวิชา
ศึกษาความหมายและที่มาของศักราชที่ปรากฏในปฏิทิน ไดแก พุทธศักราช คริสตศักราช

(ถาเปนชาวมุสลิม ใหศึกษาฮิจเราะหศักราชดวย) วิธกี ารเทียบคริสตศักราชกบั พุทธศักราช และใชศักราชในการ
บันทึกเหตุการณสำคญั ทีเ่ กี่ยวของกับตนเองและครอบครัว ปเกิดของผูเรียน เหตุการณสำคัญของตนเอง และ
ครอบครัว โดยใชทักษะการเปรียบเทียบ การคำนวณ การเชื่อมโยง การอธิบาย เพื่อใหมีพื้นฐานในการศึกษา
เอกสารที่แสดงเหตุการณตามกาลเวลา สามารถเรียง ลำดับเหตุการณไดถูกตอง วาเหตุการณใดเกิดกอน
เหตุการณใ ดเกดิ หลังอันเปนทกั ษะทจี่ ำเปน ในการศึกษาประวตั ศิ าสตร

รูวิธีสืบคนเหตุการณสำคัญของโรงเรียนและชุมชนโดยใชหลักฐานและแหลงขอมูลที่เกี่ยวของ รูปภาพ
แผนผังโรงเรียน แผนท่ีชุมชน หองสมุดโรงเรียน แหลงโบราณคดี – ประวัติศาสตรในทองถิ่น สามารถใชเสน
เวลา (Timeline) ลำดับเหตุการณที่เกิดขึ้นในโรงเรียนและชุมชน โดยใชทักษะการสำรวจ การสังเกต การ
สอบถาม การอาน การฟง การเลาเรื่อง การสรุปความ เพื่อฝกทักษะพื้นฐานของวิธกี ารทางประวัตศิ าสตรใ น
การสบื คนเร่ืองราวรอบตวั อยางงาย ๆ โดยการใชห ลกั ฐานและแหลงขอมลู ท่เี ก่ียวขอ ง สามารถนำเสนอเรื่องราวท่ี
คน พบไดตามลำดบั เวลา

ศึกษาปจจัยที่มีอิทธิพลตอการตั้งถิ่นฐานและพัฒนาการของชุมชน ปจจัยที่ทำใหเกิดวัฒนธรรมและ
ประเพณใี นชมุ ชน ซง่ึ ประกอบดว ย ปจจยั ทางภูมิศาสตร( ภมู ิประเทศ ภมู อิ ากาศ ทรพั ยากร) และปจ จยั ทางสังคม
(ความเจริญทางเทคโนโลยี เชื้อชาติ ศาสนา ความเชื่อ การคมนาคม ความปลอดภัย ) ศึกษาและเปรียบเทียบ
ความเหมอื นและความแตกตาง ของขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมของชมุ ชนตนเอง และชมุ ชนใกลเ คยี ง
ในเรื่องความเชื่อและการนับถือศาสนา อาหาร ภาษาถิ่น การแตงกาย โดยใชทักษะการอาน การสอบถาม การ
สังเกต การสำรวจ การฟง การสรุปความ เพื่อใหเกิดความเขาใจและภูมิใจในชุมชนของตนเอง ยอมรับความ
แตกตางทางวัฒนธรรม เขาใจพัฒนาการของชมุ ชน สามารถดำเนินชีวิตอยูรวมกันในสังคมไดอยางสันติสุข รวม
อนรุ กั ษส ืบสานขนบธรรมเนยี มประเพณี และวฒั นธรรมไทย

ศึกษาพระราชประวัติและพระราชกรณียกิจ โดยสังเขปของพระมหากษัตริยผูสถาปนาอาณาจักรสุโขทยั
อยุธยา ธนบรุ ี และรัตนโกสนิ ทร ตามลำดบั ไดแก พอ ขนุ ศรีอินทราทติ ย สมเดจ็ พระรามาธบิ ดที ี่ ๑ (พระเจาอูทอง)
สมเด็จพระเจาตากสินมหาราช และพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟาจฬุ าโลกมหาราช ศึกษาพระราชประวัติและ
พระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจาหัวอยูภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจาสิริกิต์ิ
พระบรมราชนิ ีนาถโดยสังเขป และศึกษาวีรกรรมของบรรพบุรุษไทยที่มีสวนปกปองประเทศชาติ ไดแ ก สมเด็จ
พระนเรศวรมหาราช ทาวเทพกระษัตรี – ทาวศรสี ุนทร ชาวบานบางระจัน พระยาพิชัยดาบหัก ทาวสรุ นารี เปน
ตน โดยใชทักษะการอา น และสอบถาม การฟง การสรุปความ การเขียน การเลาเรื่อง เพื่อใหเขาใจความเปนมา
ของชาตไิ ทย เกดิ ความรัก ความภมู ใิ จและเห็นแบบอยางการเสยี สละเพื่อชาติ และธำรงความเปนไทย

มาตรฐานการเรียนร/ู ระดบั ชั้น/ตวั ชี้วดั
ส ๔.๑ ป ๓/๑, ป ๓/๒, ป ๓/๓
ส ๔.๒ ป ๓/๑, ป ๓/๒
ส ๔.๓ ป ๓/๑, ป ๓/๒, ป ๓/๓
รวม ๓ มาตรฐาน ๘ ตวั ชี้วัด

ส ๑๔๑๐๒ ประวัติศาสตร ๕๕
ช้ันประถมศกึ ษาปท ่ี ๔
คำอธิบายรายวชิ าพ้นื ฐาน
กลุม สาระการเรียนรูสงั คมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม
เวลา ๔๐ ช่ัวโมง

คำอธบิ ายรายวชิ า
ศึกษาความหมาย วิธีการนบั และการใชชวงเวลาเปนทศวรรษ ศตวรรษ และสหัสวรรษ เกณฑการ

แบง ยคุ สมยั ในทางประวัติศาสตรข องมนุษยชาตทิ ี่แบงเปนสมัยกอนประวตั ศิ าสตรและสมัยประวตั ิศาสตร รวมท้งั
ชวงสมัยในการศึกษาประวัติศาสตรไทย สมัยกอนสุโขทัย สมัยสุโขทัย สมัยอยุธยา สมัยธนบุรี และสมัย
รัตนโกสินทร ตัวอยางการใชชวงเวลาในเอกสารตาง ๆ โดยใชทักษะการอาน การสำรวจ การวิเคราะห การ
คำนวณ เพ่อื ใหใชชวงเวลาในการบอกเลาเร่ืองราวไดถ ูกตอง และเขา ใจเหตุการณท ี่เกิดขน้ึ ตามชว งเวลาที่ปรากฏ
ในเอกสารทางประวตั ศิ าสตร

ศึกษาลกั ษณะสำคญั และเกณฑก ารจำแนกหลักฐานทางประวตั ศิ าสตรที่ใชใ นการศึกษาความเปนมาของ
ทอ งถิ่น อยา งงาย ๆ ตัวอยา งของหลกั ฐานทพี่ บในทองถน่ิ ทงั้ หลกั ฐานช้ันตน กบั ช้นั รอง หลกั ฐานที่เปนลายลักษณ
อักษร กับไมเปน ลายลักษณอักษร โดยใชทักษะการสำรวจ การวิเคราะห การตรวจสอบขอมูล การจำแนก
การตีความ เพือ่ ฝก ทักษะการสืบคน ขอ มูลดวยวธิ ีการทางประวตั ศิ าสตร

ใชหลักฐานทางประวัติศาสตรในการศึกษาปจจัย การตั้งถิ่นฐานและพัฒนาการของมนุษยชาติใน
สมัยกอ นประวัติศาสตร และสมัยประวตั ิศาสตรในดนิ แดนไทยโดยสังเขป การกอ ต้งั อาณาจักรโบราณในดินแดน
ไทย ไดแก ทวารวดี ศรีวิชัย ตามพรลิงค เปนตน โดยใชทักษะการสำรวจ การวเิ คราะห การตีความ การสรุป
ความ เพอื่ ใหเ ขาใจพฒั นาการของมนษุ ยชาตทิ ีม่ ีการเปลี่ยนแปลงอยา งตอ เนอ่ื งจากอดีตจนถงึ ปจ จบุ นั

ศกึ ษาประวัติศาสตรเ ปนมาของชาติไทยในสมยั สุโขทยั โดยสงั เขป ในเรือ่ งเก่ยี วกบั การสถาปนาอาณาจักร
พัฒนาการทางการเมืองการปกครอง เศรษฐกิจ ประวัติและผลงานของบุคคลสำคัญ ไดแก พอขุนศรีอินทรา
ทิตย พอ ขุนรามคำแหงมหาราช พระมหาธรรมราชาที่ ๑ (พระยาลิไทย) และภูมิปญญาไทยในสมัยสุโขทัยที่นา
ภาคภูมิใจ ซึ่งเปนผลใหอุทยานประวัติศาสตรในสโุ ขทัยและศรีสัชนาลัยไดรบั การยกยองเปนมรดกโลก โดยใช
ทักษะการอาน การสำรวจ การสืบคน การวิเคราะหการตีความ เพื่อเขาใจความเปนมาของชาติไทยในสมัย
สุโขทยั รวมทั้งวฒั นธรรมไทย ภูมิปญ ญาไทย และบุคคลสำคัญในสมัยสุโขทัย เกดิ ความรักและความภมู ิใจใน
ความเปนไทย ตระหนักถงึ ความพากเพียรพยายามของบรรพบรุ ุษไทยท่ีไดปกปอง และสรางสรรคความเจริญให
บา นเมือง ตกทอดเปน มรดกทางวัฒนธรรมสืบตอถึงปจ จบุ ัน

มาตรฐานการเรียนร/ู ระดับชัน้ /ตัวชว้ี ดั
ส ๔.๑ ป ๔/๑, ป ๔/๒, ป ๔/๓
ส ๔.๒ ป ๔/๑, ป ๔/๒
ส ๔.๓ ป ๔/๑, ป ๔/๒, ป ๔/๓
รวม ๓ มาตรฐาน ๘ ตัวชว้ี ัด

ส ๑๕๑๐๒ ประวัติศาสตร ๕๖
ชน้ั ประถมศึกษาปท ี่ ๕
คำอธิบายรายวิชาพ้นื ฐาน
กลุมสาระการเรียนรสู งั คมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม
เวลา ๔๐ ช่ัวโมง

สบื คน ความเปนมาของทองถ่ินโดยใชห ลักฐานหลากหลาย ดวยการตัง้ ประเด็นคำถามทางประวัติศาสตร
ที่เกีย่ วของกับทองถิ่น ความเปนมาของชื่อหมูบาน ชื่อตำบล ชื่อถนน ความเปนมาของสถานที่สำคญั ความ
เปนมาของขนบธรรมเนียมประเพณีในทองถิ่น รูจักแหลงขอมูลหลักฐานทางประวัติศาสตรที่อยูในทองถิ่น
สามารถรวบรวมขอ มูลจากหลักฐานทีเ่ กี่ยวของ รูจักวเิ คราะหตรวจสอบขอมูลอยางงายๆ เขาใจความแตกตาง
ระหวางความจริงกบั ขอเท็จจริงที่ปรากฏในขอ มูลจากหลักฐานตาง ๆ แยกแยะความคิดเห็นกับขอเท็จจรงิ ที่อยูใ น
ขอมลู ได โดยใชท กั ษะการสงั เกต การสอบถาม การสำรวจ การเปรียบเทยี บ การวิเคราะห การเชือ่ มโยง และ
การสังเคราะหอ ยา งงาย ๆ เพื่อฝก ฝนทักษะวธิ กี ารทางประวัติศาสตรว ิเคราะหเหตกุ ารณท่เี กิดข้ึนในทองถ่ินอยาง
เปน ระบบ สามารถใชขอ มลู ขา วสารไดอยางมปี ระสทิ ธภิ าพ

ศึกษาการเขามาและอิทธิพลของอารยธรรมอินเดีย และจีน ในดินแดนไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออก
เฉยี งใตโ ดยสังเขป ไดแ ก การปกครอง การนับถือศาสนา ความเช่ือ วฒั นธรรม ประเพณี ภาษา อาหาร และ
การแตงกาย ศึกษาอิทธิพลของวัฒนธรรมตางชาติ ทั้งตะวันตกและตะวันออกที่มีตอสังคมไทยในปจจุบัน
โดยสังเขป โดยใชทักษะการอาน การสืบคนขอ มูล การสังเกต การเปรียบเทียบ การวิเคราะห การเชื่อมโยง
เพื่อใหเ กิดความเขาใจในวัฒนธรรมไทยในสังคมปจจบุ ัน และวัฒนธรรมของประเทศเพื่อนบา นในภูมภิ าคเอเชีย
ตะวันออกเฉยี งใตที่มีท้ังความคลายคลึงและความแตกตาง เพ่ือใหเ กดิ การยอมรับในความแตกตางทางวัฒนธรรม
และอยรู ว มกันไดอ ยางสันติสุข

ศึกษาพัฒนาการของอาณาจักรอยุธยา และธนบุรี ในเรื่องเกี่ยวกับการสถาปนาอาณาจักร ปจจัยที่
สงเสริมความเจริญรุงเรืองทางเศรษฐกิจและการปกครอง พัฒนาการทางการเมอื งการปกครอง และเศรษฐกิจ
โดยสังเขป ประวัตแิ ละผลงานบุคคลสำคัญในสมัยอยุธยาและธนบรุ ี ไดแก สมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๑ สมเด็จ
พระบรมไตรโลกนาถ สมเดจ็ พระนเรศวรมหาราช สมเด็จพระนารายณม หาราช ชาวบา นบางระจนั สมเด็จพระ
เจาตากสินมหาราช และภูมิปญ ญาไทยในสมยั อยุธยา และธนบุรี ที่นาภาคภูมิใจ ควรคาแกการอนุรักษไว ซ่ึง
เปนผลใหพระนครศรีอยธุ ยาไดรับการยกยองเปนมรดกโลก ไดแก ทางดา น ศิลปกรรม วรรณกรรม และการคา
โดยใชท ักษะการอาน การสืบคนขอมูล การเชือ่ มโยง การวิเคราะห การอธิบาย การสรุปความ การเรียงความ
เพื่อใหเกิดความรกั และภาคภูมิใจในความเปนชาติไทย ตระหนักและเห็นความสำคัญที่จะธำรงรักษาความเปน
ไทยสบื ตอ ไป

มาตรฐานการเรียนรู/ระดบั ชัน้ /ตัวชวี้ ดั
ส ๔.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓
ส ๔.๒ ป.๕/๑, ป.๕/๒
ส ๔.๓ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป ๕/๓, ป.๕/๔
รวม ๓ มาตรฐาน ๙ ตวั ชีว้ ัด

ส ๑๖๑๐๒ ประวัติศาสตร ๕๗
ชนั้ ประถมศกึ ษาปท ่ี ๖
คำอธบิ ายรายวชิ าพ้นื ฐาน
กลุม สาระการเรยี นรสู ังคมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม
เวลา ๔๐ ชั่วโมง

คำอธบิ ายรายวิชา
ศึกษาความหมายและความสำคัญของวิธีการทางประวัติศาสตรอยางงาย ๆ และใชวิธีการทาง

ประวัติศาสตรในการศึกษาเรื่องราว หรือเหตุการณสำคัญตามลำดับขั้นตอนอยางเปนระบบ ไดแก การต้ัง
ประเด็นศึกษาเรื่องราวที่ตนสนใจ การสำรวจแหลงขอมูลท่ีเกี่ยวของ การรวบรวมขอมูลจากหลักฐานท่ี
หลากหลาย การวิเคราะหความนาเชื่อถือของขอมูล การตีความ การเรียบเรียงและนำเสนอความรทู ี่คนพบได
อยางนาสนใจ โดยใชทักษะ การสำรวจ การอาน การเปรียบเทยี บ การวิเคราะห การสังเคราะห การอธิบาย
การสรปุ ความ การเขยี นเรียงความ การจดั ทำโครงงานและการจัดนิทรรศการ เพอื่ ฝกทักษะการสบื คน เหตุการณ
สำคญั ดว ยวิธีการทางประวตั ศิ าสตร

ศึกษาสภาพสังคม เศรษฐกิจ การเมืองของประเทศเพื่อนบานในปจจุบันโดยสังเขป เชื่อมโยง และ
เปรียบเทยี บกบั ประเทศไทย ศกึ ษาความเปนมา และความสัมพนั ธข องกลุมอาเซยี นโดยสงั เขป โดยใชทกั ษะการ
อา น การสำรวจ การเปรียบเทยี บ การวิเคราะห เพอื่ ใหเขา ใจพฒั นาการของประเทศเพ่ือนบา นทม่ี ีความสัมพันธ
กับประเทศไทย เกิดความเขาใจอันดีระหวางประเทศ ยอมรับความแตกตางทางวัฒนธรรม และอยูร วมกันได
อยางสนั ติสขุ

ศึกษาประวัติศาสตรความเปนมาของชาติไทยในสมัยรัตนโกสินทร ในเรื่องเกี่ยวกับการสถาปนา
อาณาจักร ปจจัยที่สงเสริมความเจริญรุงเรืองทางเศรษฐกิจและการปกครอง พัฒนาการทางดานตาง ๆ
โดยสังเขป ผลงานของบุคคลสำคญั ไดแก พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟาจุฬาโลกมหาราช สมเดจ็ พระบวร
ราชเจา มหาสรุ สิงหนาท พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัว และภูมิปญญาไทยที่สำคัญที่นาภาคภูมิใจ
ควรคาแกการอนุรักษไว โดยใชทกั ษะการอาน การสืบคนขอมูล การเชือ่ มโยง การวเิ คราะห เพื่อใหเกิดความ
รักและภาคภูมิใจในความเปนชาติไทย ตระหนักถึงความพากเพียรพยายามของ บรรพบุรุษที่ไดปกปอง และ
สรา งสรรคความเจรญิ ใหบ า นเมืองตกทอดเปนมรดกทางวฒั นธรรมสบื ตอ ถงึ ปจ จุบนั

มาตรฐานการเรยี นรู/ ระดบั ชัน้ /ตัวชวี้ ดั
ส ๔.๑ ป ๖/๑, ป ๖/๒
ส ๔.๒ ป ๖/๑, ป ๖/๒
ส ๔.๓ ป ๖/๑, ป ๖/๒, ป ๖/๓, ป ๖/๔
รวม ๓ มาตรฐาน ๘ ตวั ชี้วัด

๕๘

คำอธบิ ายรายวิชา
กลุม สาระการเรยี นรสู ุขศกึ ษา

และพลศึกษา

พ ๑๑๑๐๑ สขุ ศกึ ษาและพละศกึ ษา ๕๙
ชั้นประถมศกึ ษาปท ่ี ๑
คำอธิบายรายวชิ าพน้ื ฐาน
กลุมสาระการเรียนรสู ุขศึกษาและพลศกึ ษา
เวลา ๘๐ ชั่วโมง

คำอธบิ ายรายวิชา
รูเขาใจธรรมชาติการเจริญเติบโต การพฒั นาการของมนุษย อธบิ ายหนาท่ีของอวัยวะภายนอกดูแลรักษา

เห็นคุณคา ความรกั ความผูกพัน ชื่นชอบภมู ใิ จในตนเอง ทั้งสมาชกิ ในครอบครัว รูเขาใจความแตกตางระหวางเพศ
หญิง-ชาย มีทักษะในการดำเนินชีวิต การเคลื่อนไหวทางกายสอดคลองกับอุปกรณประกอบกิจกรรม การเลน
เกมกีฬา มีวินยั เคารพสิทธิ กฎ กติกา มีน้ำใจ จิตวิญญาณ เสริมสรางสุขภาพ สมรรถภาพ มคี วามสามารถปฏิบัติ
ตามสุขบัญญัติ ปฏิบัติตนตามคำแนะนำ การเจ็บปวยของตนเอง หลีกเลี่ยงพฤติกรรมปจจยั เสี่ยง ตอสุขภาพ
อบุ ัตเิ หตุ การใชยา สารเสพตดิ ความรนุ แรง การพดู ทา ทาง ขอความชวยเหลือ การเกดิ เหตุราย ที่จะเกิดขึ้น ท้ัง
ที่บานที่โรงเรยี น

มคี วามสามารถในการปองกนั ดแู ล รักษา การตัดสินใจ และการแกป ญ หางา ยๆ ของตนเอง และครอบครัว
มีความนยิ มท่ดี ี มคี ุณธรรม จริยธรรม มจี ิตสำนึก ตอ การดำเนินชีวิตตามธรรมชาตสิ อดคลอ งกบั ชวี ิตประจำวัน

รเู ขาใจเหน็ คณุ คาของการเลนเกมกจิ กรรมกีฬาพนื้ บาน นนั ทนาการ การทอ งเท่ียว อาหารพ้นื บา น ปฏิบัติ
ตนเก่ียวกับการเจบ็ ปว ยโรคในหมูบานนำไปใชในชีวิตประจำวัน สามารถนำความรูไปใชใหเกิดประโยชนโดยใช
หลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียงและสามารถนำไปประยุกตใ ชก บั ชีวติ ประจำวนั ไดอยา งถูกตอ งเหมาะสม

มาตรฐาน/ตวั ชว้ี ัด
พ ๑.๑ ป๑/๑ , ป๑/๒
พ ๒.๑ ป๑/๑ , ป๑/๒ , ป๑/๓
พ ๓.๑ ป๑/๑ , ป๑/๒
พ ๓.๒ ป๑/๑ , ป๑/๒
พ ๔.๑ ป๑/๑ , ป๑/๒ , ป๑/๓
พ ๕.๑ ป๑/๑ , ป๑/๒ , ป๑/๓

รวม ๖ มาตรฐาน ๑๕ ตวั ช้ีวัด

พ ๑๒๑๐๑ สขุ ศกึ ษาฯ ๖๐
ชั้นประถมศกึ ษาปท ่ี ๒
คำอธิบายรายวิชาพ้นื ฐาน
กลุมสาระการเรียนรสู ุขศกึ ษาและพลศกึ ษา
เวลา ๘๐ ชั่วโมง

คำอธิบายรายวิชา
รูเขาใจธรรมชาติการเจริญเติบโต เห็นคุณคาของตนเอง ครอบครัว เพศศึกษา มีทักษะในการดำเนินชวี ิต

การเคลื่อนไหว การออกกำลังกาย การเลมเกมกีฬาไทยสากล มีน้ำใจนักกีฬา มีจิตวิญญาณ การสรางสุขภาพ
สมรรถภาพ การปองกันโรค หลีกเลี่ยงสารเสพติด การใชยา การเกิดอุบัติเหตุ ความรุนแรง มีความปลอดภัยใน
ชวี ติ ดแู ลรักษาอวัยวะภายใน รหู นาทีบ่ ทบาทของตนเอง สมาชกิ ในครอบครวั เพือ่ น เขา ใจความแตกตางเพศหญิง
เพศชาย มคี วามภมู ิใจในเพศตนท้งั หญิงชาย การเลน เกม กีฬา การเคลอ่ื นไหวรา งกายอาศัยอุปกรณไดดวยตนเอง
กลุมอยางสนุกสนาน ตามกฎ กติกา มีวินัยในการเลือกอาหารที่มีประโยชน การมีสุขภาพดี การดูแลการเกิด
อบุ ตั ิเหตุ การเจ็บปว ย บาดเจบ็ การใชยา เลย่ี งสารเสพตดิ ความรนุ แรง ปฏบิ ตั ติ นตามสญั ลกั ษณ พฤติกรรมเส่ยี ง
ไดอยา งปลอดภัย

รูเขาใจหนาที่ การดูแล เสริมคุณคาตนเอง สังคม ครอบครัว เพื่อน การมีพฤติกรรมกอใหเกิดความมี
สุขภาพกาย การอยูรวมกัน การเสริมสรางสุขภาพดี การดูแล เกิดการเจ็บปวย อุบัติเหตุเบื้องตน มีคานิยมมี
คุณธรรม ในการดำเนินชวี ิต สอดคลองกบั ธรรมชาติ ชวยใหมีความปลอดภยั ในชวี ิต

รูเขาใจเห็นคณุ คาของการเลน เกมกิจกรรมกีฬาพื้นบาน นันทนาการ มีกฎระเบียบกติกา มีความรู ความ
เขาใจการทองเที่ยว อาหารพื้นบาน ปฏิบัติตนเกี่ยวกับการเจ็บปวยโรคในหมูบานรูจักชื่อและอาการของโรค
นำไปใชในชีวิตประจำวนั สามารถนำความรูไ ปใชใหเกิดประโยชนโ ดยใชหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและ
สามารถนำไปประยกุ ตใ ชกับชวี ติ ประจำวันไดอ ยางถกู ตองเหมาะสม

มาตรฐาน/ตวั ชว้ี ัด
พ ๑.๑ ป. ๒/๑, ป. ๒/๒, ป. ๒/๓
พ ๒.๑ ป. ๒/๑, ป. ๒/๒, ป. ๒/๓, ป. ๒/๔
พ ๓.๑ ป. ๒/๑, ป. ๒/๒
พ ๓.๒ ป. ๒/๑, ป. ๒/๒
พ ๔.๑ ป. ๒/๑, ป. ๒/๒, ป. ๒/๓, ป. ๒/๔, ป. ๒/๕
พ ๕.๑ ป. ๒/๑, ป. ๒/๒, ป. ๒/๓, ป. ๒/๔, ป. ๒/๕

รวม ๖ มาตรฐาน ๒๑ ตัวช้วี ัด

พ ๑๓๑๐๑ สขุ ศกึ ษาฯ ๖๑
ช้ันประถมศึกษาปท ี่ ๓
คำอธบิ ายรายวชิ าพน้ื ฐาน
กลุมสาระการเรียนรูสขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา
เวลา ๘๐ ชั่วโมง

คำอธบิ ายรายวิชา
เขา ใจลักษณะการเจริญเตบิ โต ความแตกตาง สัมพันธ ภาพในครอบครัว กลุมเพื่อน สรางสัมพันธภาพ

หลีกเลี่ยงพฤติกรรมนำไปสา การลวงละเมิดทางเพศ มกี ารควบคุมการเคลื่อนไหวของรางกาย ทำอยูกับที่ และ
รอบทิศทาง การใชอ ุปกรณในการออกกำลังกาย การเลนเกม กีฬา ปฏิบัติตนอยางสม่ำเสมอ มีวนิ ัย มีความถนัด
รูจ ักจุดเดนจุดดอยของตนเอง รูเขาใจการละเลนกีฬาพื้นเมือง อธิบายการปองกันการแพรกระจายของโรค การ
เลือกอาหารตามสัดสวนรูวิธีปองกันโรค เขา ใจวิธีการแปรงฟนไดอยางถูกวิธี มีความปลอดภัยในชีวิต ทั้งการขอ
ความชวยเหลือจากบคุ คล เมื่อเกดิ เหตรุ า ย อุบัตเิ หตุ ทง้ั การใชย า เวน สารเสพตดิ ลดความรนุ แรง ทั้งที่บานและท่ี
โรงเรียน

ปฏิบัติตนในการรูเขาใจอธิบาย การเปลี่ยนแปลงของมนุษย ความแตกตางทั้งรางกาย อารมณให
เหมาะสมกับวัย การตัดสินใจ แกปญหางายๆ จากใกลตัว บาน โรงเรียน มีเจตคติที่ดี มีคุณธรรม จิตสำนึก ความ
รับผิดชอบตอ ตนเอง และผอู ่นื

รูเขาใจวิธีการกิจกรรมการเลนกีฬาพื้นบาน นันทนาการ การทองเที่ยว อาหารพื้นบาน รูวิธีรักษาการ
เจ็บปวยของโรคในตำบล ปฏิบัติตามกฎระเบียบ กติกาของการเลนเกมนำไปใชในชีวิตประจำวัน สามารถนำ
ความรูไปใชใหเกิดประโยชนโดยใชหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและสามารถนำไปประยุกตใชกับ
ชวี ติ ประจำวนั ไดอยา งถูกตองเหมาะสม

มาตรฐาน/ตัวชวี้ ัด
พ ๑.๑ ป. ๓/๑, ป.๓/๒, ป. ๓/๓
พ ๒.๑ ป. ๓/๑, ป. ๓/๒, ป. ๓/๓
พ ๓.๑ ป. ๓/๑, ป. ๓/๒
พ ๓.๒ ป. ๓/๑, ป. ๓/๒
พ ๔.๑ ป. ๓/๑, ป. ๓/๒, ป. ๓/๓, ป. ๓/๔, ป. ๓/๕
พ ๕.๑ ป. ๓/๑, ป. ๓/๒, ป. ๓/๓
รวม ๖ มาตรฐาน ๑๘ ตวั ชี้วดั

พ ๑๔๑๐๑ สุขศกึ ษาฯ ๖๒
ชน้ั ประถมศึกษาปท ่ี ๔
คำอธิบายรายวชิ าพน้ื ฐาน
กลมุ สาระการเรยี นรสู ขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา
เวลา ๘๐ ชว่ั โมง

คำอธบิ ายรายวิชา
รูเขาใจหนาที่ของอวัยวะตางๆ เห็นความสำคัญของการทำงานของอวัยวะ สามารถปองกันดูแลอวัยวะ

การเจริญเติบโต การเปลี่ยนแปลงทางดานรางกาย จิตใจอารมณ สังคม และสตปิ ญญา รูวิธีการแกไขปญหาและ
การปองกันปญหาท่ีเกิดขึ้น เขาในบทบาทหนา ที่ของตนเองตอครอบครัว เห็นคณุ คาและความสำคัญของเพศชาย
เพศหญิง สามารถควบคมุ ตนเองและขณะปฏบิ ตั ิการเคล่ือนไหว กจิ กรรมทางกาย การกีฬา เลมเกม มีสวนรวมใน
กจิ กรรมกีฬากบั ชุมชน ปฏบิ ตั ติ ามกฎกติกา รูแ ละเขา ใจการมสี ุขภาพที่ดี การปอ งกันโรค การเลือกบริโภคอาหาร
อารมณและความเครียด รูจักการใชเวลาวางใหเปนประโยชน รูและเขาใจในเรือ่ งการเสริมสรางสมรรถภาพทาง
กายเพอื่ สุขภาพ การปอ งกนั หลีกเล่ียงปจจัยเสย่ี งที่เกิดจากอบุ ัติเหตุ สิ่งเสพตดิ การปฐมพยาบาล จัดหมวดหมู
อวัยวะของรา งกายปฏิบัติกิจกรรมการเลนเกม กีฬาพื้นบาน ฝกทดสอบกิจกรรมยืดหยุนพื้นฐาน หลีกเลี่ยงปจจยั
เสีย่ งตอสขุ ภาพ อุบตั ิภัย

รูปฏบิ ัติตนการเลนเกมกฬี าพืน้ บานในระดับอำเภอ การทำอาหารพื้นบาน รูวิธีรกั ษาและปฏิบัติตน การ
เจ็บปว ยตามคำแนะนำ เลือกแหลง บรกิ ารสุขภาพท่ีเหมาะสม มคี วามรใู นการบริโภคอาหาร เลอื กซ้ือ เลือกบริโภค
ประยกุ ตใ ชในชีวิตประจำวันได สามารถนำความรูไปใชใหเกิดประโยชนโ ดยใชหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
และสามารถนำไปประยกุ ตใ ชก บั ชวี ิตประจำวนั ไดอ ยางถกู ตองเหมาะสม

มาตรฐาน/ตัวชวี้ ดั
พ ๑.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓
พ ๒.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓
พ ๓.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒ ป.๔/๓, ป.๔/๔
พ ๓.๒ ป.๔/๑, ป.๔/๒
พ ๔.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔
พ ๕.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓
รวม ๖ มาตรฐาน ๑๙ ตวั ชีว้ ัด

พ ๑๕๑๐๑ สุขศกึ ษาฯ ๖๓
ชัน้ ประถมศึกษาปท ่ี ๕
คำอธิบายรายวชิ าพ้นื ฐาน
กลุมสาระการเรยี นรสู ุขศกึ ษาและพลศกึ ษา
เวลา ๘๐ ชั่วโมง

คำอธิบายรายวิชา
รูเขาใจในการทำงานของอวัยวะตางๆ สุขอนามัยทางเพศ การเปลี่ยนแปลงทางดานรางกาย จิตใจ

อารมณ สติปญญา รูและเขาใจเห็นคณุ คาของชีวิตครอบครัว มีทักษะในการดำเนินชีวติ หลักการเคลื่อนไหว การ
ออกกำลังกาย เกมกีฬาไทยและกีฬาสากล รูและเขาใจกลวิธีการรุกและการปองกันการสงเสริมสุขภาพของตน
การบริโภคอาหารเพื่อสุขภาพและความปลอดภัยจากปจจัยเสี่ยงตอสุขภาพตางๆ ศึกษาคนควาการทำงานของ
ระบบอวยั วะสขุ ภาพทางเพศ การเปล่ยี นแปลงทางดานรางกาย จิตใจ อารมณ สตปิ ญญา หลกั ของการเคลือ่ นไหว
การกีฬา การมีสุขภาพดี การบริโภคอาหารเพื่อสุขภาพ การปฏบิ ัตคิ วบคุมจนเองในการเคลื่อนไหว การเขารวม
กจิ กรรมทางกาย การเลน เกม ออกกำลังกาย การเการพกฎ กติกา ความมีน้ำใจเปน นักกฬี า การอภปิ รายและการ
รายงานผลการปฏบิ ัตกิ ิจกรรมวัดประเมนิ ผลโดยการสงั เกตพฤตกิ รรมทดสอบความรู ทดสอบการเลน กีฬา

เขาใจกฎ กติกา กีฬาพื้นบานในระดับจังหวัดเห็นประโยชนของการเลนเกม รูอนุรักษการทำอาหาร
พื้นบานปอ งกันการเจ็บปว ย เลือกแหลงบรกิ ารสขุ ภาพ เลือกกจิ กรรมทัศนศึกษาการพักผอนเขาใจเก่ียวกับวิธีการ
ปฏบิ ัติตนใหมคี วามรคู วามเขา ใจนำไปประยกุ ตใ ชในชวี ติ ประจำวนั สามารถนำความรไู ปใชใหเ กิดประโยชนโดยใช
หลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งและสามารถนำไปประยุกตใ ชก บั ชวี ติ ประจำวันไดอยา งถูกตอ งเหมาะสม

มาตรฐาน/ตวั ชว้ี ดั
พ ๑.๑ ป.๕/๑, ป. ๕/๒
พ ๒.๑ ป.๕/๑, ป. ๕/๒, ป. ๕/๓
พ ๓.๑ ป.๕/๑, ป. ๕/๒, ป. ๕/๓, ป. ๕/๔, ป. ๕/๕, ป. ๕/๖
พ ๓.๒ ป.๕/๑, ป. ๕/๒, ป. ๕/๓, ป. ๕/๔
พ ๔.๑ ป.๕/๑, ป. ๕/๒, ป. ๕/๓, ป. ๕/๔, ป. ๕/๕
พ ๕.๑ ป.๕/๑, ป. ๕/๒, ป. ๕/๓, ป. ๕/๔, ป. ๕/๕
รวม ๖ มาตรฐาน ๒๕ ตวั ชว้ี ัด

พ ๑๖๑๐๑ สขุ ศกึ ษาฯ ๖๔
ชัน้ ประถมศึกษาปท ี่ ๖
คำอธิบายรายวิชาพน้ื ฐาน
กลุมสาระการเรียนรูสุขศึกษาและพลศกึ ษา
เวลา ๘๐ ช่วั โมง

คำอธบิ ายรายวชิ า
รูเขาใจในการทำงานของอวยั วะตา งๆ ของรา งกาย สุขอนามยั ทางเพศ การพฒั นาการ ของวัยแรกรนุ การ

เปลี่ยนแปลงทางดานรางกาย จิตใจ อารมณ สติปญ ญา และจิตวิญญาณในวัยแรกรุน ชีวิตครอบครัว หลักการ
เคลื่อนไหว การออกกำลังกาย เกมกีฬาไทย กีฬาสากล กลวิธีการรุก การปองกัน และเสริมสรางสุขภาพที่ดี
สมรรถภาพ การปอ งกันการเกดิ โรค การปฐมพยาบาลเบื้องตน เมื่อเกิดอุบัติเหตุศึกษาคน ควาการทำงานของระบบ
อวัยวะ การเปลี่ยนแปลงทางดานรางกาย จิตใจ อารมณ สติปญญา จิตวิญญาณในวัยแรกรุนหลักของการ
เคลื่อนไหว ความมีสุขภาพดี ปฏิบัติการเคลื่อนไหว ความมีสุขภาพดี การปฏิบัติการเคลือ่ นไหวอยูกับท่ี เคลือ่ นที่
การบังคับสิ่งของ การเขารวมเลนกิจกรรมทางกาย เกมกีฬา การเการพกฎกติกา ทายืดหยุนพื้นฐาน ปฏิบัติทา
ทดสอบสมรรถภาพทางกาย อภิปรายรายงานผล การฝกปฏิบัตกิ ิจกรรมสังเกตพฤตกิ ารณและความสนใจในการ
ฝก ปฏิบัตกิ จิ กรรม ทดสอบความรูความเขาใจเก่ียวกบั ระบบการทำงานของอวัยวะ การพฒั นาการของวยั รุน การ
เปล่ยี นแปลงทางดานรา งกาย จติ ใจ อารมณ สงั คมวัยรุน ชีวติ ครอบครวั สังเกตการเคลื่อนไหวการออกกำลังกาย
การเลนกีฬา

เขา ใจการเลนเกมกีฬาพื้นบาน กฎกติการะดับจังหวัด รูประโยชนของการเลน ปฏิบตั ิตนในการอนุรักษ
อาหารพืน้ บาน วิธกี ารทำ ปฏบิ ตั ติ นปอ งกันการเจบ็ ปวย การรกั ษา การแนะนำ การปอ งกนั โรค เลอื กแหลง บริการ
สุขภาพในทองถิ่นไดอยางเหมาะสม เลือกปฏิบัติกิจกรรมในการบริโภคอาหาร สามารถนำความรูไปใชใหเกิด
ประโยชนโ ดยใชห ลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี งและสามารถนำไปประยุกตใชกบั ชวี ิตประจำวันไดอยางถูกตอง
เหมาะสม

มาตรฐาน/ตวั ชว้ี ดั
พ ๑.๑ ป. ๖/๑, ป. ๖/๒
พ ๒.๑ ป. ๖/๑, ป. ๖/๒
พ ๓.๑ ป. ๖/๑, ป. ๖/๒, ป. ๖/๓, ป.๖/๔, ป. ๖/๕
พ ๓.๒ ป. ๖/๑, ป. ๖/๒, ป. ๖/๓, ป. ๖/๔, ป. ๖/๕, ป. ๖/๖
พ ๔.๑ ป. ๖/๑, ป. ๖/๒, ป. ๖/๓, ป.๖/๔
พ ๕.๑ ป. ๖/๑, ป. ๖/๒, ป. ๖/๓
รวม ๖ มาตรฐาน ๒๒ ตวั ชวี้ ัด

๖๕

คำอธบิ ายรายวิชา
กลุมสาระการเรยี นรูศลิ ปะ

๖๖

คำอธบิ ายรายวชิ าพน้ื ฐาน

ศ ๑๑๑๐๑ ศลิ ปะ กลมุ สาระการเรยี นรูศลิ ปะ
ชั้นประถมศกึ ษาปท ่ี ๑ เวลา ๔๐ ช่ัวโมง

คำอธบิ ายรายวชิ า
อภิปราย บอก มที ักษะ สรา ง วาดภาพ ระบุ ทอง เลา เลียนแบบ แสดง เกี่ยวกบั รูปรา ง ลักษณะ

และขนาดของสิ่งตา ง ๆ รอบตัวในธรรมชาติ และสิ่งที่มนุษยสรางข้ึน ความรูส ึกที่มีตอธรรมชาติ และสิ่งแวดลอม
รอบตวั สิง่ แวดลอมในหมูบา น มีพื้นฐานในการใชวสั ดุ อปุ กรณสรางงานทศั นศิลปโดยการทดลองใชส ี ดว ยเทคนิค
งาย ๆวาดภาพระบายสีภาพธรรมชาตติ ามความรูสกึ ของตนเองงานทัศนศิลปในชีวิตประจำวัน สิ่งตาง ๆสามารถ
กอ กำเนดิ เสยี ง ท่แี ตกตา งกนั ลกั ษณะของเสยี งดงั -เบา และความชา- เรว็ ของจังหวะ บทกลอน รองเพลงงา ย ๆ
มสี ว นรว มใน กิจกรรมดนตรอี ยา งสนุกสนานความเกย่ี วขอ งของเพลงที่ใชใ นชีวติ ประจำวนั เพลงในทอ งถ่นิ ส่งิ ที่ชื่น
ชอบในดนตรีทองถ่ิน เครื่องดนตรีจากพชื และสัตวในหมูบาน การเคลื่อนไหว ทาทางงาย ๆ เพื่อสื่อความหมาย
แทนคำพูด สิ่งทตี่ นเองชอบ จากการดหู รอื รวมการแสดง เลนการละเลน ของเดก็ ไทย

รู เขา ใจ เหน็ คณุ คา ช่นื ชม เก่ยี วกบั รปู รา ง ลกั ษณะ และขนาดของสงิ่ ตาง ๆ รอบตัว ในธรรมชาติ และสิ่ง
ทม่ี นษุ ยส รางข้นึ ความรูสึกทมี่ ตี อธรรมชาติ และส่งิ แวดลอ มรอบตวั ส่งิ แวดลอมในหมูบาน มพี น้ื ฐานในการใชวัสดุ
อุปกรณสรา งงานทัศนศิลปโดยการทดลองใชสี ดวยเทคนิคงาย ๆวาดภาพระบายสีภาพธรรมชาติตามความรูสึก
ของตนเองงานทัศนศิลปในชีวติ ประจำวัน สิ่งตาง ๆสามารถกอกำเนดิ เสียง ที่แตกตางกัน ลักษณะของเสียงดัง-
เบา และความชา-เร็ว ของจงั หวะ บทกลอน รองเพลงงาย ๆ มสี วนรวมใน กจิ กรรมดนตรอี ยางสนุกสนานความ
เกี่ยวของของเพลงที่ใชในชีวิตประจำวัน เพลงในทองถิ่นเคร่ืองดนตรจี ากพืชและสตั วในหมูบาน สิ่งท่ีชื่นชอบใน
ดนตรีทองถิ่น การเคลื่อนไหว ทาทางงาย ๆเพื่อสื่อความหมาย แทนคำพูด สิ่งที่ตนเองชอบ จากการดูหรอื รว ม
การแสดง เลนการละเลนของเดก็ ไทย รกั และมุงมัน่ ในการทำงาน สามารถนำความรูไปใชใหเกดิ ประโยชนโ ดย
ใชห ลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียงและสามารถนำไปประยกุ ตใ ชก ับชวี ิตประจำวันไดอ ยา งถกู ตองเหมาะสม

มาตรฐาน/ตวั ชีว้ ัด
ศ ๑.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓, ป.๑/๔, ป.๑/๕
ศ ๑.๒ ป.๑/๑
ศ ๒.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓, ป.๑/๔, ป.๑/๕
ศ ๒.๒ ป.๑/๑, ป.๑/๒
ศ ๓.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓
ศ ๓.๒ ป.๑/๑, ป.๑/๒
รวม ๖ มาตรฐาน ๑๘ ตัวชีว้ ัด

คำอธบิ ายรายวชิ าพ้นื ฐาน ๖๗

ศ ๑๒๑๐๑ ศิลปะ กลมุ สาระการเรยี นรูศลิ ปะ
ช้ันประถมศกึ ษาปท ่ี ๒ เวลา ๔๐ ช่ัวโมง

คำอธิบายรายวชิ า
บรรยาย อภปิ ราย บอก มีทักษะ สราง วาดภาพ ระบุ ทอง เลา เลียนแบบ แสดง จำแนก เคาะ

รองเพลง เกี่ยวกับรูปราง รูปทรงที่พบใน ธรรมชาติ และสิ่งแวดลอม ทัศนธาตุที่อยูในสิ่งแวดลอมและงาน
ทัศนศิลป โดยเนนเรื่องเสน สี รูปราง และรูปทรง ปน สัตวช นิดตางๆที่มีในหมูบาน งานทัศนศิลปต าง ๆ โดยใช
ทัศนธาตุที่เนนเสน รูปราง การใชวัสดุ อุปกรณ สรางงานทัศนศิลป ๓ มิติ ภาพปะติดโดยการตัดหรือฉีก
กระดาษ ภาพปะติดภาพสถานที่ทองเที่ยว เพื่อถายทอดเรื่องราวเก่ียวกับครอบครัวของตนเอง และเพื่อนบาน
รวมถึงเนื้อหาเรื่องราว เปนรูปแบบงานโครงสรางเคลื่อนไหว ความสำคัญของงานทัศนศิลป ที่พบเห็นใน
ชีวิตประจำวันงานทัศนศิลปประเภทตาง ๆ ในทองถิ่น โดยเนนถึงวิธีการสรางงานและวัสดุอุปกรณ ที่ใช
แหลงกำเนิด ของเสียงที่ไดยินคุณสมบัติของเสียง สูง- ต่ำ , ดัง-เบา, ยาว-สั้น ของดนตรี เคาะจังหวะหรือ
เคลือ่ นไหวรา งกายใหส อดคลองกับเนื้อหาของเพลงงา ย ๆ ทีเ่ หมาะสมกบั วัยความหมายและความสำคัญของเพลง
ท่ีไดย นิ ความสัมพันธของเสียงรอ ง เสียงเครือ่ งดนตรใี นเพลงทองถ่ิน โดยใชคำงา ย ๆ เครอื่ งดนตรีในบานหนองคู
ไดแก กลอง แคน ซุง เขา รวมกิจกรรมทางดนตรใี นทองถิ่น เคล่ือนไหวขณะอยูกับที่และเคลื่อนที่ ที่สะทอน
อารมณ ของตนเองอยางอิสระเลียนแบบทาทางสัตวในการรำ สัตวที่มีในบานหนองคู ทาทาง เพื่อสื่อ
ความหมาย แทนคำพูด แสดงทาทางประกอบจังหวะอยางสรางสรรค มีมารยาทในการชมการแสดง เลน
การละเลนพื้นบา น เชื่อมโยงสิ่งที่พบเห็นในการละเลนพื้นบานกับสิ่งที่พบเหน็ ในการดำรงชีวิตของคนไทย สิ่งท่ี
ช่นื ชอบและภาคภูมใิ จ ในการละเลน พน้ื บาน

รู เขาใจ เห็นคุณคา ชื่นชม เกี่ยวกบั รูปราง รูปทรงที่พบใน ธรรมชาติ และสิ่งแวดลอม ทัศนธาตทุ ี่อยู
ในสิ่งแวดลอมและงานทัศนศิลป โดยเนน เรื่องเสน สี รูปราง และรูปทรง ปนสัตวชนิดตางๆที่มีในหมูบ า น งาน
ทศั นศลิ ปต า ง ๆ โดยใชท ัศนธาตุที่เนนเสน รูปรา ง การใชว ัสดุ อุปกรณ สรางงานทศั นศิลป ๓ มิติ ภาพปะติด
โดยการตดั หรือฉีกกระดาษ ภาพปะติดภาพสถานที่ทอ งเที่ยวในหมูบานหนองคู วาดภาพเพื่อถายทอดเรื่องราว
เกี่ยวกับครอบครัวของตนเอง และเพื่อนบาน รวมถึงเนื้อหาเรื่องราว เปนรูปแบบงานโครงสรางเคลื่อนไหว
ความสำคัญของงานทัศนศิลป ที่พบเห็นในชีวิตประจำวันงานทัศนศิลปประเภทตาง ๆ ในทองถิ่น โดยเนนถึง
วธิ ีการสรา งงานและวสั ดุอุปกรณ ทใี่ ช แหลงกำเนดิ ของเสยี งที่ไดยนิ คุณสมบัตขิ องเสียง สูง- ตำ่ , ดัง-เบา,
ยาว-ส้นั ของดนตรี เคาะจังหวะหรือเคลื่อนไหวรางกายใหส อดคลองกับเนื้อหาของเพลงงาย ๆ ท่เี หมาะสมกับวยั
ความหมายและความสำคัญของเพลงที่ไดย นิ ความสัมพนั ธของเสียงรอง เสยี งเคร่อื งดนตรีในเพลงทองถิน่ โดยใช
คำงาย ๆ เคร่อื งดนตรีในหมบู านหนองคู ไดแ ก กลอง แคน ซุง เขา รว มกิจกรรมทางดนตรีในทองถ่ิน เคล่ือนไหว
ขณะอยูกับที่และเคลื่อนที่ ที่สะทอ นอารมณ ของตนเองอยางอิสระเลียนแบบทาทางสัตวในการรำ สัตวที่มีใน
หมูบ านหนองคู ทาทาง เพ่ือสื่อความหมาย แทนคำพูด แสดงทาทางประกอบจังหวะอยางสรา งสรรค มีมารยาท
ในการชมการแสดง เลนการละเลนพื้นบาน เชื่อมโยงสิ่งที่พบเห็นในการละเลนพื้นบานกับสิ่งที่พบเห็นในการ
ดำรงชีวติ ของคนไทย สิ่งที่ชื่นชอบและภาคภูมิใจ ในการละเลนพนื้ บา น รักและมุงมั่นในการทำงาน สามารถนำ
ความรูไปใชใหเกิดประโยชนโดยใชหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและสามารถนำไปประยุกตใชกับ
ชวี ติ ประจำวนั ไดอยา งถกู ตอ งเหมาะสม

๖๘

มาตรฐาน/ตัวช้วี ัด
ศ ๑.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔, ป.๒/๕, ป.๒/๖, ป.๒/๗, ป.๒/๘
ศ ๑.๒ ป.๒/๑, ป.๒/๒
ศ ๒.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔, ป.๒/๕
ศ ๒.๒ ป.๒/๑, ป.๒/๒
ศ ๓.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔, ป.๒/๕
ศ ๓.๒ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓
รวม ๖ มาตรฐาน ๒๕ ตัวชว้ี ัด

คำอธบิ ายรายวชิ าพน้ื ฐาน ๖๙

ศ ๑๓๑๐๑ ศลิ ปะ กลุม สาระการเรยี นรศู ิลปะ
ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ี่ ๓ เวลา ๔๐ ช่ัวโมง

คำอธิบายรายวชิ า
บรรยาย อภิปราย บอก มีทักษะ สราง วาดภาพ ระบุ ทอง เลา เลียนแบบ แสดง จำแนก

เปรียบเทยี บ เคาะ รอ งเพลง เกย่ี วกับรูปรา ง รูปทรง ในธรรมชาติ สิง่ แวดลอ ม และงานทัศนศิลป วัสดุ อุปกรณ
ทีใ่ ชสรา งผลงาน เม่อื ชมงานทศั นศลิ ป ทศั นธาตุของสิ่งตา ง ๆ ในธรรมชาติส่ิงแวดลอ ม และงานทัศนศลิ ป โดยเนน
เร่อื งเสน สี รปู ราง รูปทรง และพืน้ ผิว วาดภาพ ระบายสสี ่ิงของรอบตัว การวาดภาพประเพณีวัฒนธรรมในหมูบาน
และตำบลและวาดภาพเก่ียวกับเศรษฐกิจพอเพียงในครอบครัว การใชวัสดุ อุปกรณสรางสรรค งานปน ทอด
ความคิดความรูสึกจากเหตกุ ารณชีวิตจริง โดยใชเ สน รูปราง รูปทรง สี และพื้นผวิ เหตุผลและวิธีการในการสราง
งานทัศนศิลป โดยเนนถึงเทคนิคและวัสดุอุปกรณ สิ่งที่ชืน่ ชมและสิ่งที่ควรปรับปรุงในงานทัศนศิลปของตนเอง
ภาพตามทศั นธาตุ ทเี่ นนในงานทศั นศิลปนั้น ๆ ลักษณะรูปราง รูปทรง ในงาน การออกแบบส่ิงตา ง ๆ ท่มี ีในบาน
และโรงเรียน ที่มาของงานทัศนศิลป ในทอ งถ่ินวสั ดอุ ปุ กรณและวิธีการสรา งงานทศั นศลิ ปใ นทองถิ่นรูปรางลักษณะ
ของเครอื่ งดนตรี ท่เี หน็ และไดยนิ ในชวี ิตประจำวนั เคร่อื งดนตรีในหมบู านหนองคู ไดแก กลอง แคน ซุง รปู ภาพ
หรือสัญลักษณแทนเสียงและจังหวะเคาะ บทบาทหนาที่ของเพลงที่ไดยิน ดนตรีงาย ๆ อารมณของเพลงที่ฟง
เสียงดนตรี เสียงขับรองของตนเองและผูอื่น ดนตรีไปใชในชีวิตประจำวันหรือโอกาส ตาง ๆ ไดอยางเหมาะสม
ลักษณะเดนและ เอกลักษณ ของดนตรีในทองถ่ิน ความสำคัญและประโยชนของดนตรีตอการดำเนินชวี ิตของคน
ในทองถิ่นการเคลื่อนไหวในรูปแบบตาง ๆในสถานการณสั้น ๆ ทาทางประกอบเพลง ตามรูปแบบนาฏศิลป
บทบาทหนาที่ของผูแสดงและผูชม กิจกรรมการแสดงที่เหมาะสมกับวัย ประโยชนของการแสดงนาฏศิลปใน
ชวี ติ ประจำวนั การแสดงนาฏศลิ ปทเ่ี คยเห็นในทอ งถิน่ ส่งิ ที่เปนลกั ษณะเดนและเอกลักษณของการแสดงนาฏศิลป
ความสำคัญของการแสดงนาฏศิลป

รู เขาใจ เห็นคุณคา ชื่นชม เกี่ยวกับรูปราง รูปทรง ในธรรมชาติ สิ่งแวดลอม และงานทัศนศิลป วัสดุ
อุปกรณทีใ่ ชสรา งผลงาน เม่ือชมงานทัศนศิลป ทัศนธาตุของส่ิงตา ง ๆ ในธรรมชาติส่ิงแวดลอม และงานทัศนศิลป
โดยเนน เรื่องเสน สี รปู ราง รูปทรง และพื้นผิว วาดภาพ ระบายสีสิ่งของรอบตัว การวาดภาพประเพณีวัฒนธรรม
ในหมูบานและตำบลและวาดภาพเกีย่ วกับเศรษฐกิจพอเพยี งในครอบครวั การใชวัสดุ อุปกรณสรางสรรค งานปน
ทอดความคิดความรูสึกจากเหตุการณชีวิตจริง โดยใชเ สน รูปราง รูปทรง สี และพื้นผิวเหตุผลและวิธีการในการ
สรางงานทัศนศิลป โดยเนนถงึ เทคนิคและวัสดุอุปกรณ สิ่งที่ชื่นชมและสิ่งที่ควรปรับปรุงในงานทัศนศิลปของ
ตนเอง ภาพตามทศั นธาตุ ที่เนนในงานทศั นศลิ ปน ้นั ๆ ลักษณะรูปรา ง รูปทรง ในงานการออกแบบสิง่ ตา ง ๆ ท่มี ีใน
บานและโรงเรียน ที่มาของงานทัศนศิลป ในทองถิ่นวัสดุอุปกรณและวิธีการสรางงานทัศนศิลปในทองถิ่นรูปราง
ลักษณะของเครือ่ งดนตรี ที่เห็นและไดยินในชวี ิตประจำวันเครื่องดนตรีในหมูบ านหนองคู ไดแก กลอง แคน ซุง
รูปภาพหรือสัญลกั ษณแทนเสยี งและจังหวะเคาะ บทบาทหนา ที่ของเพลงท่ีไดยนิ ดนตรีงา ย ๆ อารมณของเพลงท่ี
ฟง เสยี งดนตรี เสียงขับรองของตนเองและผอู ่นื ดนตรไี ปใชใ นชีวติ ประจำวนั หรือโอกาสตา ง ๆ ไดอ ยา งเหมาะสม
ลักษณะเดนและ เอกลักษณ ของดนตรีในทองถ่ิน ความสำคัญและประโยชนของดนตรีตอการดำเนินชวี ิตของคน
ในทองถิ่นการเคลื่อนไหวในรูปแบบตาง ๆในสถานการณสั้น ๆ ทาทางประกอบเพลง ตามรูปแบบนาฏศิลป
บทบาทหนาที่ของผูแสดงและผูชม กิจกรรมการแสดงที่เหมาะสมกับวัย ประโยชนของการแสดงนาฏศิลปใน
ชวี ติ ประจำวนั การแสดงนาฏศลิ ปท เ่ี คยเหน็ ในทอ งถนิ่ สิ่งที่เปนลักษณะเดน และเอกลักษณข องการแสดงนาฏศิลป

๗๐

ความสำคญั ของการแสดงนาฏศิลปรกั และมงุ ม่นั ในการทำงาน สามารถนำความรไู ปใชใ หเ กิดประโยชนโ ดยใชหลัก
ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งและสามารถนำไปประยุกตใชกบั ชีวิตประจำวันไดอยางถูกตองเหมาะสม

มาตรฐาน/ตัวชว้ี ัด
ศ ๑.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒,ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓/๕, ป.๓/๖, ป.๓/๗, ป.๓/๘, ป.๓/๙, ป.๓/๑๐
ศ ๑.๒ ป.๓/๑, ป.๓/๒
ศ ๒.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓/๕, ป.๓/๖, ป.๓/๗
ศ ๒.๒ ป.๓/๑, ป.๓/๒
ศ ๓.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓/๕
ศ ๓.๒ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓
รวม ๖ มาตรฐาน ๒๙ ตวั ชีว้ ดั

คำอธบิ ายรายวิชาพน้ื ฐาน ๗๑

ศ ๑๔๑๐๑ ศิลปะ กลมุ สาระการเรียนรูศ ิลปะ
ช้ันประถมศกึ ษาปท ่ี ๔ เวลา ๔๐ ชั่วโมง

คำอธบิ ายรายวชิ า
บรรยาย อภปิ ราย บอก มีทักษะ สราง วาดภาพ ระบุ ทอง เลา เลียนแบบ แสดง จำแนก เปรียบเทียบ

เคาะ รอ งเพลง เกี่ยวกับรูปลักษณะของรูปรา ง รูปทรงในธรรมชาติ สิ่งแวดลอ ม และงานทัศนศิลป อิทธิพลของสี
วรรณะอุน และสีวรรณะเย็น ที่มีตออารมณข องมนุษย ทัศนธาตุ ของสิ่งตางๆ ในธรรมชาติ สิ่งแวดลอม และงาน
ทัศนศิลปโดยเนนเรื่อง เสน สี รูปราง รูปทรง พื้นผิว และพื้นที่วาง มีทักษะพื้นฐานในการใชวัสดุ อุปกรณ
สรางสรรคงานพิมพภาพและงานวาดภาพระบายสี ลักษณะของภาพโดยเนนเร่ืองการจัดระยะ ความลึก น้ำหนัก
และแสงเงาในภาพ วาดภาพระบายสี โดยใชสีวรรณะอุนและสีวรรณะเย็น ถายทอดความรูสึกและจินตนาการ
ความคดิ ความรูสึกท่ีถายทอดผานงานทัศนศิลปข องตนเองและบุคคลอืน่ วรรณะสเี พ่อื ถา ยทอดอารมณ ความรูสึก
ในการสรางงานทัศนศิลป งานทัศนศิลปใน เหตุการณ และงานเฉลิมฉลองของวัฒนธรรม ในทองถิ่น และแหลง
ทองเที่ยวในอำเภอวารินชำราบ งานทัศนศิลปที่มาจากวัฒนธรรมตาง ๆ ประโยคเพลงอยางงาย ประเภทของ
เครื่องดนตรีที่ใชในเพลงที่ฟง ทศิ ทางการเคลื่อนที่ ขึ้น – ลง งาย ๆ ของทำนอง รูปแบบ จังหวะและความเร็ว
ของจงั หวะในเพลงที่ฟง โนตดนตรีไทยและสากล รองเพลงโดยใชช ว งเสียงท่ีเหมาะสมกบั ตนเองใชและเก็บเครื่อง
ดนตรีอยา งถกู ตอ งและปลอดภัยดนตรี สามารถใชใ นการส่ือเรื่องราว แหลง ท่ีมาและความสัมพันธของวถิ ชี ีวิตไทย
ที่สะทอนในดนตรีและเพลงทองถิ่น เพลงกลอมเด็กในอำเภอวารินชำราบ ความสำคัญในการอนุรักษสงเสริม
วฒั นธรรมทางดนตรี ทักษะพืน้ ฐานทางนาฏศิลปแ ละการละครท่ีใชสื่อความหมายและอารมณภาษาทาและนาฏย
ศัพทห รือศพั ทท าง การละครงา ย ๆ ในการถายทอดเรอื่ งราว เลยี นแบบการเคล่ือนไหวของสัตวท่ีมีในอำเภอวาริน
ชำราบตามรูปแบบของนาฏศิลป แสดง การเคลื่อนไหว ในจังหวะตาง ๆ ตามความคิดของตน แสดงนาฏศิลปเปน
คู และหมู สง่ิ ที่ชอบในการแสดง โดยเนนจดุ สำคญั ของเร่ืองและลักษณะเดนของตวั ละคร ประวัติความเปนมาของ
นาฏศิลป หรือชุดการแสดงอยางงาย ๆ การแสดงนาฏศิลปกับการแสดงที่มาจากวัฒนธรรมอื่น การแสดงของ
ทองถิ่น ความสำคัญของการแสดงความเคารพในการเรียนและการแสดงนาฏศิลป เหตุผลที่ควรรักษาและสืบ
ทอดการแสดงนาฏศลิ ป

รู เขาใจ เห็นคุณคา ชื่นชม เกี่ยวกับรูปลักษณะของรูปราง รูปทรงในธรรมชาติ สิ่งแวดลอม และงาน
ทศั นศลิ ป อิทธิพลของสวี รรณะอนุ และสวี รรณะเย็น ทีม่ ตี อ อารมณของมนษุ ย ทัศนธาตุ ของส่งิ ตา ง ๆ ในธรรมชาติ
สิ่งแวดลอม และงานทัศนศิลปโดยเนนเรื่อง เสน สี รปู ราง รูปทรง พื้นผิว และพื้นที่วาง มีทักษะพ้ืนฐานในการใช
วสั ดุ อปุ กรณสรา งสรรคงานพิมพภาพและงานวาดภาพระบายสี ลกั ษณะของภาพโดยเนน เร่ืองการจัดระยะ ความ
ลึก น้ำหนักและแสงเงาในภาพ วาดภาพระบายสี โดยใชสีวรรณะอุนและสีวรรณะเย็น ถายทอดความรูสึกและ
จินตนาการ ความคิดความรูสึกที่ถายทอดผานงานทัศนศิลปของตนเองและบุคคลอื่น วรรณะสีเพื่อถายทอด
อารมณ ความรูสึกในการสรางงานทัศนศิลป งานทศั นศิลปใน เหตกุ ารณ และงานเฉลิมฉลองของวัฒนธรรม ใน
ทองถน่ิ และแหลง ทองเที่ยวในอำเภอวารินชำราบ งานทัศนศิลปท่ีมาจากวัฒนธรรมตางๆ ประโยคเพลงอยางงาย
ประเภทของเครื่องดนตรที ี่ใชใ นเพลงที่ฟง ทิศทางการเคลื่อนที่ ข้นึ – ลง งา ย ๆ ของทำนอง รปู แบบ จังหวะและ
ความเร็วของจังหวะในเพลงท่ีฟง โนตดนตรีไทยและสากล รองเพลงโดยใชชวงเสียงที่เหมาะสมกบั ตนเองใชและ
เกบ็ เคร่ืองดนตรีอยางถกู ตองและปลอดภัยดนตรี สามารถใชในการสื่อเร่ืองราว แหลง ท่มี าและความสัมพันธข อง
วถิ ีชวี ิตไทย ท่ีสะทอนในดนตรีและเพลงทองถ่ิน เพลงกลอมเด็กในอำเภอวารนิ ชำราบ ความสำคัญในการอนุรักษ
สงเสริมวัฒนธรรมทางดนตรี ทักษะพื้นฐานทางนาฏศิลปและการละครท่ีใชสื่อความหมายและอารมณภาษาทา

๗๒

และนาฏยศัพทหรือศัพททาง การละครงาย ๆ ในการถา ยทอดเรื่องราว เลียนแบบการเคลอ่ื นไหวของสัตวท่ีมีใน
อำเภอวารินชำราบตามรูปแบบของนาฏศิลป แสดง การเคลื่อนไหว ในจังหวะตาง ๆ ตามความคิดของตน
แสดงนาฏศิลปเปนคู และหมู สิ่งที่ชอบในการแสดง โดยเนนจุดสำคัญของเรื่องและลักษณะเดนของตัวละคร
ประวัติความเปนมาของนาฏศิลป หรือชุดการแสดงอยางงายๆ การแสดงนาฏศิลปกับการแสดงที่มาจาก
วฒั นธรรมอื่น การแสดงของทองถิ่น ความสำคัญของการแสดงความเคารพในการเรียนและการแสดงนาฏศิลป
เหตุผลที่ควรรักษาและสืบทอดการแสดงนาฏศิลป รักและมุงมั่นในการทำงาน สามารถนำความรูไปใชใหเกิด
ประโยชนโดยใชวิธกี ารหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียงและสามารถนำไปประยุกตใ ชก ับชวี ิตประจำวนั ไดอ ยา ง
ถูกตอ งเหมาะสม

มาตรฐาน/ตัวชวี้ ดั
ศ ๑.๑ ป.๔/๑ , ป.๔/๒ , ป.๔/๓ , ป.๔/๔ , ป.๔/๕ , ป.๔/๖ , ป.๔/๗ , ป.๔/๘ , ป.๔/๙
ศ ๑.๒ ป.๔/๑ , ป.๔/๒
ศ ๒.๑ ป.๔/๑ , ป.๔/๒ , ป.๔/๓ , ป.๔/๔ , ป.๔/๕ , ป.๔/๖ , ป.๔/๗
ศ ๒.๒ ป.๔/๑ , ป.๔/๒
ศ ๓.๑ ป.๔/๑ , ป.๔/๒ , ป.๔/๓ , ป.๔/๔ , ป.๔/๕
ศ ๓.๒ ป.๔/๑ , ป.๔/๒ , ป.๔/๓ , ป.๔/๔
รวม ๖ มาตรฐาน ๒๙ ตวั ชวี้ ัด

คำอธบิ ายรายวิชาพน้ื ฐาน ๗๓

ศ ๑๕๑๐๑ ศลิ ปะ กลมุ สาระการเรยี นรศู ลิ ปะ
ช้ันประถมศกึ ษาปท ี่ ๕ เวลา ๔๐ ชั่วโมง

คำอธบิ ายรายวิชา
บรรยาย อภิปราย บอก มีทักษะ สรา ง วาดภาพ ระบุ ทอง เลา เลียนแบบ แสดง จำแนก เปรียบเทียบ

เคาะ รอ งเพลง เกีย่ วกบั เกยี่ วกบั จงั หวะ ตำแหนง ของ สิง่ ตาง ๆ ที่ปรากฏในส่งิ แวดลอม และงานทัศนศิลปค วาม
แตกตา งระหวางงานทัศนศิลป ทส่ี รางสรรคดว ยวสั ดุอุปกรณแ ละวธิ ีการที่ตางกัน เทคนคิ ของแสงเงา นำ้ หนกั และ
วรรณะสี การวาดภาพภูมิศาสตรของสถานที่ทองเท่ียวและประเพณีวัฒนธรรมในอำเภอวารินชำราบและจังหวัด
อบุ ลราชธานี งานปน จาก ดนิ นำ้ มันหรือดนิ เหนียวโดยเนน การถายทอดจนิ ตนาการ งานพมิ พภาพ โดยเนนการจัด
วางตำแหนง ของส่ิงตาง ๆ ในภาพ ปญหาในการจัดองคประกอบศลิ ป และการส่อื ความหมายในงานทัศนศิลปข อง
ตนเอง และบอกวิธีการปรบั ปรงุ งานใหดขี ้ึน ประโยชนและคณุ คาของงานทัศนศลิ ปท ี่มีผลตอชวี ติ ของคน ในสังคม
เก่ยี วกบั ลักษณะรปู แบบของงานทัศนศิลปใ นแหลง เรียนรหู รือนิทรรศการศิลปะ งานทัศนศลิ ปท ่ีสะทอ นวัฒนธรรม
และภูมิปญญาในทองถ่ิน องคป ระกอบดนตรีในเพลงที่ใชในการสื่ออารมณ ลักษณะของเสียงขับรองและเครื่อง
ดนตรีที่อยูในวงดนตรีประเภทตาง ๆ โนตดนตรีไทยและสากล ๕ ระดับเสยี ง เคร่ืองดนตรีทำจังหวะและทำนอง
เพลงไทยหรือเพลงสากล หรือเพลงไทยสากลที่เหมาะสมกับวัย ประโยคเพลงแบบถามตอบใชดนตรีรวมกับ
กจิ กรรมในการแสดงออกตามจินตนาการความสัมพนั ธร ะหวางดนตรีกบั ประเพณใี นวฒั นธรรมตาง ๆ คุณคาของ
ดนตรีทมี่ าจากวัฒนธรรมท่ีตา งกัน องคป ระกอบนาฏศลิ ป ทา ทางประกอบเพลงหรือเรื่องราวตามความคิดของตน
แสดงนาฏศิลป โดยเนนการใชภาษาทาและนาฏยศัพทในการสื่อความหมายและการแสดงออกการรำรองเง็ง
เลียนแบบการเคลื่อนไหวของธรรมชาติทีม่ ีในจังหวดั อบุ ลราชธานี การเขียนเคาโครงเรื่องหรือบทละครสั้น ๆการ
แสดงนาฏศิลปช ดุ ตา ง ๆประโยชนท ี่ไดรับจากการชมการแสดง การแสดงประเภทตา ง ๆ ของไทย ในแตละทองถ่ิน
แสดงนาฏศิลป นาฏศลิ ปพ นื้ บา น ที่สะทอนถึงวฒั นธรรมและประเพณี

รู เขาใจ เห็นคุณคา ชื่นชม เกี่ยวกับจังหวะ ตำแหนงของ สิ่งตาง ๆ ที่ปรากฏในสิ่งแวดลอม และงาน
ทศั นศลิ ป ความแตกตางระหวางงานทัศนศลิ ป ที่สรางสรรคดวยวัสดุอปุ กรณแ ละวธิ กี ารทต่ี างกัน เทคนิคของแสง
เงา น้ำหนัก และวรรณะสี การวาดภาพภูมศิ าสตรของสถานท่ีทอ งเท่ียวและประเพณีวัฒนธรรมในอำเภอวารินชำ
ราบและจังหวัดอุบลราชธานี งานปนจาก ดินน้ำมันหรือดินเหนียวโดยเนนการถา ยทอดจินตนาการงานพิมพภาพ
โดยเนน การจัดวางตำแหนงของสิ่งตาง ๆ ในภาพ ปญหาในการจดั องคประกอบศิลป และการสื่อความหมายใน
งานทัศนศิลปของตนเอง และบอกวิธกี ารปรับปรุงงานใหดีข้ึน ประโยชนและคุณคาของงานทัศนศิลปที่มีผลตอ
ชีวิตของคนในสังคม เกี่ยวกับลักษณะรูปแบบของงานทัศนศิลปในแหลงเรียนรูหรือนิทรรศการศิลปะ งาน
ทัศนศลิ ปทส่ี ะทอนวัฒนธรรมและภูมิปญญาในทอ งถน่ิ องคป ระกอบดนตรใี นเพลงที่ใชในการสอื่ อารมณ ลกั ษณะ
ของเสียงขับรองและเครื่องดนตรีที่อยูในวงดนตรีประเภทตาง ๆ โนต ดนตรีไทยและสากล ๕ ระดบั เสียง เครื่อง
ดนตรีทำจังหวะและทำนอง เพลงไทยหรือเพลงสากล หรือเพลงไทยสากลทีเ่ หมาะสมกับวัย ประโยคเพลงแบบ
ถามตอบใชดนตรีรวมกับกิจกรรมในการแสดงออกตามจินตนาการความสัมพันธระหวางดนตรีกับประเพณีใน
วฒั นธรรมตาง ๆ คุณคา ของดนตรีท่ีมาจากวฒั นธรรมทีต่ างกัน องคประกอบนาฏศิลป ทาทางประกอบเพลงหรือ
เรื่องราวตามความคิดของตน แสดงนาฏศิลป โดยเนนการใชภาษาทาและนาฏยศัพทในการส่ือความหมายและ
การแสดงออกการรำ เลียนแบบการเคลื่อนไหวของธรรมชาติทีม่ ีในจังหวัดอุบลราชธานี การเขียนเคาโครงเรื่อง
หรือบทละครสั้น ๆ การแสดงนาฏศิลปชุดตาง ๆ ประโยชนท่ีไดรับจากการชมการแสดง การแสดงประเภทตาง ๆ
ของไทย ในแตละทองถิน่ แสดงนาฏศิลป นาฏศิลปพื้นบาน ที่สะทอนถึงวัฒนธรรมและประเพณรี ักและมุงมัน่ ใน

๗๔

การทำงาน สามารถนำความรูไปใชใหเกดิ ประโยชนโดยใชหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและสามารถนำไป
ประยุกตใชก ับชวี ติ ประจำวนั ไดอ ยางถกู ตอ งเหมาะสม

มาตรฐาน/ตวั ชว้ี ัด
ศ ๑.๑ ป.๕/๑ , ป.๕/๒ , ป.๕/๓ , ป.๕/๔ , ป.๕/๕ , ป.๕/๖ , ป.๕/๗
ศ ๑.๒ ป.๕/๑ , ป.๕/๒
ศ ๒.๑ ป.๕/๑ , ป.๕/๒ , ป.๕/๓ , ป.๕/๔ , ป.๕/๕ , ป.๕/๖ , ป.๕/๗
ศ ๒.๒ ป.๕/๑ , ป.๕/๒
ศ ๓.๑ ป.๕/๑ , ป.๕/๒ , ป.๕/๓ , ป.๕/๔ , ป.๕/๕ , ป.๕/๖
ศ ๓.๒ ป.๕/๑ , ป.๕/๒
รวม ๖ มาตรฐาน ๒๖ ตวั ช้วี ัด

คำอธิบายรายวิชาพ้นื ฐาน ๗๕

ศ ๑๖๑๐๑ ศลิ ปะ กลมุ สาระการเรียนรูศลิ ปะ
ช้ันประถมศึกษาปท ่ี ๖ เวลา ๔๐ ช่ัวโมง

คำอธิบายรายวชิ า
บรรยาย อภิปราย บอก มีทักษะ สราง อาน เขียน วาดภาพ ระบุ ทอง เลา เลียนแบบ แสดงจำแนก

เปรียบเทียบ เคาะ รองเพลง เกี่ยวกับ สีคูตรงขาม และอภิปรายเกี่ยวกับการใช สีคูตรงขาม ในการถายทอด
ความคิดและอารมณ หลักการจัดขนาดสัดสว นความสมดุลในการสรางงานทัศนศิลป งานทศั นศิลปจากรูปแบบ ๒
มิติ เปน ๓ มิติ โดยใชหลักการของแสงเงาและน้ำหนักงานปนโดยใชห ลกั การเพ่ิมและลด ปน แผนผังของโรงเรียน
งานทัศนศิลป โดยใชห ลักการของรูปและพื้นทีว่ า งใชสีคูตรงขามหลักการจัดขนาดสดั สวน และความสมดุล วาด
ภาพสถาปตยกรรมที่มีในจังหวัดอุบลราชธานี ทัศนศิลปเปนแผนภาพ แผนผัง และภาพประกอบ เพื่อถายทอด
ความคิด หรือเรื่องราวเกีย่ วกับเหตุการณตา ง ๆ บทบาทของงานทัศนศิลปที่สะทอนชีวิตและสังคม เกี่ยวกับ
อิทธพิ ลของความเช่ือความศรัทธาในศาสนาทม่ี ีผลตอ งานทศั นศิลปในทองถนิ่ อทิ ธพิ ลทางวัฒนธรรมในทองถนิ่ ท่ี
มีผลตอ การสรา งงานทัศนศิลปของบุคคล เพลงทฟ่ี ง โดยอาศยั องคประกอบดนตรี และศัพทส งั คีต ประเภทและ
บทบาทหนาที่เครื่องดนตรีไทยและเครื่องดนตรีที่มาจากวัฒนธรรมตา ง ๆ โนตไทย และโนต สากลทำนองงา ย ๆ
ใชเครื่องดนตรีบรรเลงประกอบการรองเพลงดนสดที่มีจังหวะและทำนองงาย ๆ ความรูสึกที่มีตอดนตรี ทำนอง
จังหวะ การประสานเสียง และคุณภาพเสียงของเพลงทีฟ่ ง เร่ืองราวของดนตรีไทยในประวัติศาสตร ดนตรีท่ีมา
จากยคุ สมัยท่ตี างกนั อทิ ธพิ ลของวัฒนธรรมตอดนตรีในทองถิน่ การเคลอ่ื นไหวและการแสดงโดยเนน การถายทอด
ลีลาหรืออารมณ เครื่องแตงกาย หรืออุปกรณประกอบการ แสดงนาฏศิลปและการละคร อยางงาย ๆ ความรูสึก
ของตนเองที่มีตองานนาฏศิลปและการละครอยางสรางสรรค การแสดงความคิดเห็นในการชมการแสดง
ความสัมพันธระหวางนาฏศิลปและการละครกับสิ่งที่ประสบในชีวิตประจำวันสิ่งที่มีความสำคัญตอการแสดง
นาฏศลิ ปแ ละละคร ประโยชนทไ่ี ดรบั จากการแสดงหรอื การชมการแสดงนาฏศิลปและละคร

รู เขา ใจ เหน็ คณุ คา ชน่ื ชม เกยี่ วกบั สีคูตรงขาม และอภปิ รายเกี่ยวกับการใช สีคตู รงขาม ในการถา ยทอด
ความคดิ และอารมณ หลักการจดั ขนาดสัดสวนความสมดลุ ในการสรางงานทัศนศิลป งานทศั นศิลปจากรูปแบบ ๒
มิติ เปน ๓ มิติ โดยใชหลกั การของแสงเงาและน้ำหนักงานปนโดยใชหลกั การเพ่ิมและลด ปนแผนผังของโรงเรียน
งานทัศนศิลป โดยใชหลักการของรปู และพ้ืนที่วา งใชสคี ูตรงขามหลกั การจัดขนาดสดั สว น และความสมดุล วาด
ภาพสถาปตยกรรมที่มีในจังหวัดอุบลราชธานี ทัศนศลิ ปเปนแผนภาพ แผนผัง และภาพประกอบ เพื่อถา ยทอด
ความคิด หรือเรื่องราวเกี่ยวกับเหตุการณตาง ๆ บทบาทของงานทัศนศิลปท ี่สะทอนชีวิตและสังคม เกี่ยวกับ
อิทธิพลของความเชื่อความศรัทธาในศาสนาที่มผี ลตองานทัศนศิลปในทองถน่ิ อิทธพิ ลทางวัฒนธรรมในทองถิ่นท่ี
มผี ลตอ การสรางงานทัศนศลิ ปของบุคคล เพลงทฟี่ ง โดยอาศยั องคประกอบดนตรี และศพั ทส งั คตี ประเภทและ
บทบาทหนาที่เครื่องดนตรีไทยและเคร่ืองดนตรีที่มาจากวัฒนธรรมตาง ๆ โนตไทย และโนตสากลทำนองงาย ๆ
ใชเคร่ืองดนตรีบรรเลงประกอบการรองเพลงดนสดทีม่ ีจงั หวะและทำนองงาย ๆ ความรูสึกที่มีตอดนตรี ทำนอง
จงั หวะ การประสานเสียง และคณุ ภาพเสยี งของเพลงท่ีฟง เร่ืองราวของดนตรไี ทยในประวตั ิศาสตร ดนตรีทม่ี าจาก
ยคุ สมยั ที่ตา งกัน อทิ ธิพลของวฒั นธรรมตอดนตรีในทอ งถิน่ การเคลื่อนไหวและการแสดงโดยเนน การถายทอดลีลา
หรืออารมณ เครื่องแตงกาย หรืออุปกรณป ระกอบการ แสดงนาฏศิลปและการละคร อยางงาย ๆ ความรูสึกของ
ตนเองที่มีตองานนาฏศิลปและการละครอยา งสรางสรรค การแสดงความคดิ เห็นในการชมการแสดงความสมั พันธ
ระหวางนาฏศลิ ปและการละครกบั ส่ิงท่ีประสบในชีวิตประจำวันสิ่งที่มีความสำคัญตอการแสดงนาฏศิลปและละคร
ประโยชนที่ไดร ับจากการแสดงหรือการชมการแสดงนาฏศิลปและละคร รักและมุงมั่นในการทำงาน สามารถนำ

๗๖

ความรูไปใชใหเกิดประโยชนโดยใชหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและสามารถนำไปประยุกตใชกับ
ชวี ิตประจำวันไดอ ยา งถกู ตองเหมาะสม

มาตรฐาน/ตัวชีว้ ดั
ศ ๑.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖, ป.๖/๗
ศ ๑.๒ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓
ศ ๒.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖
ศ ๒.๒ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓
ศ ๓.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖
ศ ๓.๒ ป.๖/๑, ป.๖/๒
รวม ๖ มาตรฐาน ๒๗ ตัวช้วี ดั

๗๗

คำอธบิ ายรายวชิ า
กลมุ สาระการเรยี นรกู ารงานอาชีพ

ง ๑๑๑๐๑ การงานอาชพี ๗๘
ช้นั ประถมศึกษาปท ่ี ๑
คำอธิบายรายวิชาพ้นื ฐาน
กลุมสาระการเรยี นรูการงานอาชีพ
เวลา ๔๐ ช่ัวโมง

คำอธิบายรายวิชา
บอก รู วธิ กี ารทำงาน ใชว สั ดอุ ปุ กรณ และเครือ่ งมือ ประโยชนข องอุปกรณ เทคโนโลยสี ารสนเทศ ทำงาน

เพื่อชวยเหลอื ตนเองอยางกระตือรือรน และการประหยัด , ออม การตรงตอเวลา การผลิตเครื่องใชจักสาน จาก
วสั ดุเหลือใชเ ศรษฐกิจพอเพียงผานกจิ กรรมตางๆ ไดแก สหกรณ การจดั การขยะ อาหารกลางวันขอมูลส่ิงที่สนใจ
เปน ขอ มูลเกยี่ วกบั บคุ คล สตั ว สงิ่ ของ เรอื่ งราวในหมบู านหนองไผ หองสมุดโรงเรยี นบานฝาผนงั )

เพื่อใหรู เขาใจ การชวยเหลือตนเองเปนการลงมือทำงานที่มุงเนนการฝกทำงานอยางสม่ำเสมอ การ
ทำงานอยางปลอดภัย ความกระตอื รือรนและตรงเวลาเปนลักษณะนิสัยในการทำงาน ใฝรูใ ฝเรียน มุงมั่นในการ
ทำงาน สามารถนำความรูไปใชใหเกิดประโยชนโดยใชหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและสามารถนำไป
ประยกุ ตใชก ับชีวติ ประจำวนั ไดอ ยา งถูกตอ งเหมาะสม

มาตรฐาน/ตัวช้ีวัด
ง ๑.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๑, ป.๑/๓
ง ๓.๑ ป.๑.๑, ป.๑/๒
รวม ๒ มาตรฐาน ๕ ตวั ชี้วัด

ง ๑๒๑๐๑ การงานอาชพี ๗๙
ช้นั ประถมศกึ ษาปท ่ี ๒
คำอธิบายรายวิชาพ้นื ฐาน
กลุมสาระการเรียนรกู ารงานอาชีพ
เวลา ๔๐ ช่ัวโมง

คำอธบิ ายรายวชิ า
บอก รู วิธีการหรือประโยชนของการทำงาน สิ่งของเครื่องใชในชีวิตประจำวัน ใชวัสดุอุปกรณ ชื่อและ

หนาที่ของอุปกรณและเครื่องมือใหเ หมาะสมกับงาน อาชีพการทำสวนลองกองชว ยใหการประหยัด , ออม รูจ ัก
แบง ปนสิ่งของใหผ อู ืน่ และชวยเหลอื งานบา น ขอ มลู และรวบรวมขอ มูลท่ีสนใจจากแหลง ขอมูลตางๆที่เช่อื ถือได ช่ือ
และหนาที่ของอุปกรณพื้นฐานที่เปนสวนประกอบหลักของคอมพิวเตอร เศรษฐกิจพอเพียงผานกิจกรรมตางๆ
ไดแก เศรษฐกจิ พอเพยี งผานกจิ กรรมตาง ๆ สหกรณ การจัดการขยะ อาหารกลางวนั โรงเรียน การผลติ การใชวัสดุ
เหลือใช

เพื่อใหตระหนัก เห็นคุณคา เพื่อชวยเหลือตนเองและครอบครัว นำความรูเกี่ยวกับการใชอุปกรณ
เครอื่ งมอื ทถ่ี ูกวิธไี ปประยุกตใ ช การสรา งของเลน ของใชอยา งงา ย มีความคดิ สรางสรรคอยา งนอย ๑ ลกั ษณะ ของ
ใชอ ยางอยา งงา ยโดยกำหนดปญ หาหรือความตองการรวบรวมขอมลู ออกแบบโดยถายทอดความคิดเปนภาพราง ๒
มิตินำความรูเกี่ยวกับการใชอุปกรณ เคร่ืองมือที่ถูกวิธีไปประยุกตใ ช การสรางของเลน ของใชอยางงายมคี วามคิด
สรา งสรรคอยางนอย ๑ ลักษณะ ในการแกปญหา สามารถนำความรไู ปใชใหเกดิ ประโยชนโ ดยใชหลักปรัชญาของ
เศรษฐกจิ พอเพยี งและสามารถนำไปประยกุ ตใชก ับชวี ติ ประจำวนั ไดอยา งถูกตองเหมาะสม

มาตรฐาน/ตวั ช้ีวัด
ง ๑.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓
ง ๒.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔

ง ๓.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓
รวม ๓ มาตรฐาน ๑๐ ตัวช้ีวัด

ง ๑๓๑๐๑ การงานอาชีพ ๘๐
ช้นั ประถมศกึ ษาปท ่ี ๓
คำอธิบายรายวชิ าพน้ื ฐาน
กลุมสาระการเรยี นรกู ารงานอาชพี
เวลา ๔๐ ชั่วโมง

คำอธบิ ายรายวชิ า
บอก คนหาขอมูล รวบรวมขอมูล สราง ขั้นตอน เลือกใชสิ่งของเครื่อง เครื่องมือวิธีการทำงานและ

ประโยชนการทำงาน ใชวัสดุ อุปกรณ และเครื่องมือตรงกับงาน อาชีพการทำสวน ชวยใหการประหยัด , ออม
โดยกำหนดปญหาหรือความตองการ อยางมีขั้นตอน ทำงานอยางเปนตามกระบวนการทำงานดวยความสะอาด
ความรอบคอบและอนุรักษสิ่งแวดลอม เศรษฐกิจพอเพียงผานกิจกรรมตา งๆ ไดแ ก สหกรณ การจัดการขยะ
อาหารกลางวันโรงเรียน

เพ่อื ให รู เขา ใจ การทำงาน เพอื่ ชวยเหลอื ตนเองและครอบครัว ชว ยเหลอื งานบานและสวนรวมออกแบบ
โดยการถายทอดความคิดเปนภาพราง ๒ มิติลงมือสรางและประเมินผลเลอื กใชสิ่งของเครื่องใชในชวี ิตประจำวัน
อยางสรางสรรค มีการจัดการสิ่งของเครื่องใช ดวยการนำกลับมาใชซ้ำการแบงปนสิ่งของใหผูอื่น สามารถนำ
ความรูไปใชใหเกิดประโยชนโดยใชหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและสามารถนำไปประยุกตใชกับ
ชวี ิตประจำวันไดอยา งถูกตอ งเหมาะสม

มาตรฐาน/ตวั ชว้ี ดั
ง ๑.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓
ง ๒.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓
ง ๓.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒
รวม ๓ มาตรฐาน ๘ ตวั ชว้ี ัด

ง ๑๔๑๐๑ การงานอาชีพฯ ๘๑
ชนั้ ประถมศกึ ษาปท ี่ ๔
คำอธบิ ายรายวชิ าพน้ื ฐาน
กลุมสาระการเรยี นรกู ารงานอาชพี
เวลา ๘๐ ชั่วโมง

คำอธิบายรายวชิ า
บอก อธบิ าย ความหมาย ความสำคัญ ของอาชพี ขั้นตอนการทำงาน ใชร ะบบ เหตผุ ลในการทำงานให

บรรลุเปาหมาย ประโยชนและโทษ ใชพลังงานทรัพยากรในการทำงานอยางประหยัด การ ออม เศรษฐกิจ
พอเพยี งผานกิจกรรมตางๆ ไดแก สหกรณ การจัดการขยะ อาหารกลางวันโรงเรียน การทำอาชีพการปลกู พชื สวน
ครวั เล้ยี งสัตว ช่อื และหนา ท่ีของอุปกรณเ ทคโนโลยสี ารสนเทศ หลักการทำงานเบอ้ื งตนของคอมพิวเตอร

เพื่อให รู เขาใจ การชวยเหลืองานในบาน การทำงานบรรลุเปาหมายที่วางไวอยางเปนขั้นตอน การใช
ระบบปฏบิ ตั กิ ารคอมพิวเตอรในการทำงาน ภาพน่งิ หรือชิ้นงานจากจินตนาการโดยใชโปรแกรมกราฟกดวยความ
รับผิดชอบ การแบงปนสิ่งของให สามารถนำความรูไปใชใหเกิดประโยชนโดยใชหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ
พอเพียงและสามารถนำไปประยุกตใชก บั ชวี ติ ประจำวนั ไดอยา งถูกตอ งเหมาะสม

มาตรฐาน/ตัวช้ีวดั
ง ๑.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔
ง ๓.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔, ป.๔/๕
ง ๔.๑ ป.๔/๑
รวม ๓ มาตรฐาน ๑๐ ตวั ชว้ี ดั

ง ๑๕๑๐๑ การงานอาชีพ ๘๒
ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ี่ ๕
คำอธิบายรายวชิ าพ้นื ฐาน
กลุมสาระการเรยี นรูการงานอาชีพ
เวลา ๘๐ ช่ัวโมง

คำอธบิ ายรายวิชา
บอก อธิบาย ความหมาย ความสำคัญ ของอาชีพ ขั้นตอนการทำงาน ใชระบบเหตผุ ลในการทำงานให

บรรลุเปาหมาย ประโยชนและโทษ ใชพลังงานทรัพยากรในการทำงานอยางประหยัด การออม เศรษฐกิจ
พอเพียงผานกิจกรรมตา งๆ ไดแก สหกรณ การจัดการขยะ อาหารกลางวนั โรงเรยี น การทำอาชพี การปลกู พืชสวน
ครัว เล้ยี งสัตว ชอื่ และหนาท่ขี องอปุ กรณเทคโนโลยสี ารสนเทศ หลักการทำงานเบ้อื งตนของคอมพวิ เตอร

เพื่อให รู เขาใจ การชวยเหลืองานในบาน การทำงานบรรลุเปาหมายที่วางไวอยางเปนขั้นตอน การใช
ระบบปฏิบัตกิ ารคอมพวิ เตอรในการทำงาน ภาพน่ิงหรือชิน้ งานจากจนิ ตนาการโดยใชโปรแกรมกราฟกดวยความ
รับผิดชอบ การแบงปนสิ่งของให สามารถนำความรูไปใชใหเกิดประโยชนโดยใชวิธีการของเศรษฐกิจพอเพียง
และสามารถนำไปประยุกตใชกบั ชวี ิตประจำวนั ไดอ ยางถูกตองเหมาะสม

มาตรฐาน/ตัวชวี้ ัด
ง ๑.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔
ง ๒.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕
ง ๓.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒
ง ๔.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒
รวม ๔ มาตรฐาน ๑๓ ตวั ช้วี ัด

ง ๑๖๑๐๑ การงานอาชพี ๘๓
ชั้นประถมศึกษาปท ี่ ๖
คำอธบิ ายรายวชิ าพ้นื ฐาน
กลุมสาระการเรียนรกู ารงานอาชีพ
เวลา ๘๐ ช่ัวโมง

คำอธิบายรายวิชา
อธิบาย บอก อภิปราย รวบรวม นำเสนอ ขอ มลู แนวทางการทำงานแตละขั้นตอน สว นประกอบของ

เทคโนโลยี สรา งสิ่งของเครื่องใชอยางเปนขั้นตอน ตั้งแตกำหนดปญหา หรือความตองการ รวบรวมขอมูลเลือก
วธิ กี ารในรูปแบบทเ่ี หมาะสมโดยเลือกใชซ อฟตแวรป ระยกุ ต ออกแบบโดยการถายทอดความคิดเปนภาพรา ง ๓ มิติ
กอ นลงมือสรา ง และประเมนิ ผล ทำใหผ ูเรยี นทำงานอ ยางเปน กระบวนการและชว ยเหลอื งานในบา นการประหยัด
การออม การแบงปนสิ่งของใหผูอืน่ การแปรรูป จากกลวยการผลิตการใชเคร่ืองจักสาน การผลติ การใชเคร่ืองจัก
สานจากวสั ดุเหลอื ใช อาชพี การทำสวนการปลูกพืชสวนครัว เลี้ยงสัตว เศรษฐกิจพอเพียงผานกจิ กรรมตา งๆ ไดแก
สหกรณ การจัดการขยะ อาหารกลางวนั โรงเรียน

เพื่อใหรู เขาใจทักษะการจัดการทำงาน และมีทักษะการทำงานรวมกันปฏิบัติตนอยางมีมารยาทในการ
ทำงานกับสมาชิกในครอบครัวและผูอื่นนำความรูและทักษะการสราง ชิ้นงาน ไปประยุกตในการสรางสิ่งของ
เคร่ืองใชและการแกปญหาวางแผนในการเลือกอาชีพ สามารถนำความรูไปใชใหเกิดประโยชนโดยใชวิธีการของ
เศรษฐกจิ พอเพยี งและสามารถนำไปประยกุ ตใ ชกับชวี ติ ประจำวันไดอยางถกู ตองเหมาะสม

มาตรฐาน/ตวั ชวี้ ดั
ง ๑.๑ ป.๖/๑ , ป.๖/๒ , ป.๖/๓
ง ๒.๑ ป.๖/๑ , ป.๖/๒ , ป.๖/๓
ง ๓.๑ ป.๖/๑ , ป.๖/๒ , ป.๖/๓ , ป ๖/๔ , ป ๖/๕
ง ๔.๑ ป.๖/๑ , ป.๖/๒
รวม ๔ มาตรฐาน ๑๓ ตัวช้วี ดั

๘๔

คำอธิบายรายวิชา
กลุมสาระการเรียนรูภาษาตา งประเทศ

๘๕

คำอธบิ ายรายวิชาพ้นื ฐาน

อ ๑๑๑๐๑ ภาษาอังกฤษ กลุมสาระการเรยี นรภู าษาตางประเทศ

ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ี่ ๑ เวลา ๑๒๐ ชั่วโมง

ปฏบิ ัตติ าม คำสง่ั งายๆ ทฟ่ี ง ตวั อกั ษรและเสยี ง และสะกดคำงา ย ๆ ถูกตอ งตามหลักการอาน ภาพตรง

ตามความหมายของคำและกลุมคำที่ฟง เรื่องใกลตัว คำสั้น ๆ งาย ๆ ในการสื่อสารระหวางบุคคลตามแบบที่ฟง

คำสั่งงาย ๆ ตามแบบที่ฟง ความตองการงายๆของตนเองตามแบบที่ฟง การขอและใหขอมูลงายๆ เกี่ยวกับ

ตนเองตามแบบท่ฟี ง ขอมลู งายๆ เก่ียวกบั ตนเองและเร่อื งใกลตวั ตามวัฒนธรรมของเจา ของภาษา ชอ่ื และคำศัพท

เก่ียวกับเทศกาลสำคญั ของเจาของภาษา การเขารวมกจิ กรรมทางภาษาและวัฒนธรรมทเี่ หมาะสมกบั วัย การระบุ

ตัวอักษรและเสียงอกั ษรของภาษาตางประเทศ(ภาษาอังกฤษ)และภาษาไทย คำศพั ทที่เกี่ยวของกับกลุมสาระการ

เรียนรูอืน่ การฟง /พดู ในสถานการณงา ยๆท่เี กิดขนึ้ ในหองเรียน การใชภ าษาตางประเทศ(ภาษาอังกฤษ)เพื่อรวบรวม

คำศพั ทท เ่ี กย่ี วขอ งใกลตัว

โดยการปฏิบัติตาม ระบุ อานออกเสียง เลือกภาพ ตอบคำถาม พูดโตตอบ ใช บอก พูดขอ ใหขอมูล

ทำทาประกอบ เขารว ม ฟง/พูด เพื่อใหผูเรียนมีความรูความเขาใจและนำไปประยุกตใชในชีวิตประจำวัน เกิด

สมรรถนะตามความตองการของหลกั สตู ร มคี ณุ ลักษณะอนั พึงประสงคขึ้นในตวั ของผเู รียน และสามารถอยูรวมกับ

ผูอื่นในสังคมไดอยางมีความสุข สามารถนำความรไู ปใชใหเกิดประโยชนโดยใชหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

และสามารถนำไปประยุกตใชก บั ชีวิตประจำวนั ไดอ ยางถูกตอ งเหมาะสม

มาตรฐาน/ตวั ชว้ี ดั
ต ๑.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓, ป.๑/๔
ต ๑.๒ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓, ป.๑/๔
ต ๑.๓ ป.๑/๑
ต ๒.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓
ต ๒.๒ ป.๑/๑
ต ๓.๑ ป.๑/๑
ต ๔.๑ ป.๑/๑
ต ๔.๒ ป.๑/๑

รวม ๘ มาตรฐาน ๑๖ ตัวชี้วัด

อ ๑๒๑๐๑ ภาษาอังกฤษ ๘๖
ชัน้ ประถมศึกษาปท ี่ ๒
คำอธิบายรายวชิ าพน้ื ฐาน
กลุม สาระการเรียนรูภาษาตางประเทศ
เวลา ๑๒๐ ชั่วโมง

คำอธบิ ายรายวิชา
ปฏิบัตติ ามคำส่ังงา ยๆ และคำขอรอ งงายๆ ท่ฟี ง ระบุตัวอักษรและเสียง อา นออกเสยี งคำ สะกดคำ และ

อานประโยคงายๆ ถูกตองตามหลักการอาน เลือกภาพตรงตามความหมายของคำและกลุมคำที่ฟง ตอบคำถาม
จากการฟงประโยค บทสนทนาหรือนิทานงาย ๆ ที่มีภาพประกอบ พูดโตตอบดวยคำสั้นๆ งาย ๆในการสื่อสาร
ระหวางบุคคลตามแบบที่ฟง ใชคำสัง่ และคำขอรอ งงา ย ๆ ตามแบบที่ฟง บอกความตองการงายๆของตนเองตาม
แบบที่ฟง พดู ขอและใหขอมลู งา ยๆ เกี่ยวกับตนเองตามแบบท่ฟี ง พูดใหขอมลู เก่ียวกับตนเองและเรื่องใกลต วั พูด
และทำทาทางประกอบตามวัฒนธรรมของเจาของภาษา บอกชื่อและคำศัพทเกี่ยวกับเทศกาลสำคัญของเจาของ
ภาษา การเขารวมกิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรมที่เหมาะสมกับวัย ระบุตัวอักษรและเสียงอักษรของ
ภาษาตางประเทศ(ภาษาองั กฤษ)และภาษาไทย บอกคำศพั ทที่เกี่ยวของกบั กลุมสาระการเรียนรูอื่น ฟง/พดู ใน
สถานการณง ายๆท่เี กดิ ขน้ึ ในหองเรียน ใชภ าษาตา งประเทศ(ภาษาองั กฤษ)เพื่อรวบรวมคำศัพทท่เี ก่ียวของใกลตวั

โดยการระบุ อานออกเสียง เลือก ตอบคำถาม พูดโตตอบ ใช บอก ทำทาทาง เขารวม ฟง เพื่อให
ผูเรียนมีความรูความเขาใจและนำไปประยุกตใชใ นชีวิตประจำวัน เกิดสมรรถนะตามความตองการของหลักสูตร
มคี ุณลกั ษณะอันพงึ ประสงคข้ึนในตวั ของผเู รยี น และสามารถอยรู ว มกบั ผอู น่ื ในสังคมไดอยางมีความสขุ สามารถ
นำความรูไปใชใหเกิดประโยชนโดยใชหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและสามารถนำไปประยุกตใชกับ
ชวี ติ ประจำวนั ไดอยา งถูกตองเหมาะสม

มาตรฐาน/ตัวชว้ี ดั
ต ๑.๑ ป.๒/๑ , ป.๒/๒ , ป.๒/๓ , ป.๒/๔
ต ๑.๒ ป.๒/๑ , ป.๒/๒ , ป.๒/๓ , ป.๒/๔
ต ๑.๓ ป.๒/๑ , ป.๒/๑
ต ๒.๑ ป.๒/๒ , ป.๒/๓
ต ๒.๒ ป.๒/๑
ต ๓.๑ ป.๒/๑
ต ๔.๑ ป.๒/๑
ต ๔.๒ ป.๒/๑

รวม ๘ มาตรฐาน ๑๖ ตวั ช้วี ัด

อ ๑๓๑๐๑ ภาษาอังกฤษ ๘๗
ชนั้ ประถมศึกษาปท ี่ ๓
คำอธิบายรายวชิ าพน้ื ฐาน
กลุมสาระการเรียนรภู าษาตางประเทศ
เวลา ๑๒๐ ชั่วโมง

คำอธบิ ายรายวชิ า
ปฏิบัติตามคำสั่งและคำขอรองที่ฟงหรืออาน คำ สะกดคำ อานกลุมคำประโยค และบทพูดเขาจังหวะ

(chant)งาย ๆ ถูกตองตามหลักการอา น ภาพหรือสัญลักษณตรงตามความหมายของคำกลุมคำและประโยคที่ฟง
จากการฟงหรืออานประโยค บทสนทนา หรือนิทานงายๆ คำส้ันๆ งาย ๆในการสื่อสารระหวางบุคคลตามแบบท่ี
ฟง คำสั่งและคำขอรอ งงาย ๆ ตามแบบทฟ่ี ง ความตองการงายๆของตนเองตามแบบท่ีฟง ขอและใหข อมูลงายๆ
เกี่ยวกบั ตนเองและเพ่ือนตามแบบที่ฟง ความรูส ึกของตนเองเกย่ี วกับส่ิงตา งๆ ใกลตวั หรอื กจิ กรรมตางๆ ตามแบบ
ที่ฟง ใหขอมูลงายๆ เกี่ยวกับตนเองและเรื่องใกลตัว คำตามประเภทของ บุคคล สัตว และสิ่งของตามที่ฟงหรือ
อา น มารยาทสงั คม/วัฒนธรรมของเจาของภาษา ช่อื และคำศพั ทง ายๆเก่ียวกับเทศกาล/วนั สำคัญ/งานฉลองและ
ชวี ติ ความเปน อยูของเจาของภาษา กจิ กรรมทางภาษาและวัฒนธรรมทีเ่ หมาะสมกบั วยั ความแตกตางของเสยี ง
ตัว อกั ษร คำ กลุมคำ และประโยคงายๆ ของภาษาตา งประเทศ(ภาษาอังกฤษ)และภาษาไทย คำศพั ทท ีเ่ กี่ยวขอ ง
กับกลุมสาระการเรียนรูอื่น สถานการณงายๆที่เกิดขึ้นในหองเรียน ภาษาตางประเทศ(ภาษาอังกฤษ)เพ่ือ
รวบรวมคำศัพทท ่ีเกย่ี วขอ งใกลตวั

โดยการอา นออกเสยี ง สะกดคำ ฟง พดู เลอื ก/ระบุ ตอบคำถาม พูดโตต อบ ใช บอก จัดหมวดหมู
ทำทาประกอบ เขารวมกิจกรรม เพื่อใหมีความรู ความคิด ความเขาใจ สามารถนำความรูไปปฏิบัติใหเกิด
ประโยชนตอ ตนเองและสังคม มีคณุ ธรรม จริยธรรม สามารถนำความรูไปใชใหเกิดประโยชนโ ดยใชหลกั ปรชั ญา
ของเศรษฐกิจพอเพยี งและสามารถนำไปประยุกตใชก ับชวี ติ ประจำวนั ไดอยา งถูกตองเหมาะสม

มาตรฐาน/ตวั ช้วี ัด
ต ๑.๑ ป.๓/๑ , ป.๓/๒ , ป.๓/๓ , ป.๓/๔
ต ๑.๒ ป.๓/๑ , ป.๓/๒ , ป.๓/๓ , ป.๓/๔ , ป.๓/๕
ต ๑.๓ ป.๓/๑ , ป.๓/๒
ต ๒.๑ ป.๓/๑ , ป.๓/๒ , ป.๓/๓
ต ๒.๒ ป.๓/๑
ต ๓.๑ ป.๓/๑
ต ๔.๑ ป.๓/๑
ต ๔.๒ ป.๓/๑
รวม ๘ มาตรฐาน ๑๘ ตัวชีว้ ัด

๘๘

คำอธบิ ายรายวิชาพ้นื ฐาน

อ ๑๔๑๐๑ ภาษาองั กฤษ กลมุ สาระการเรียนรภู าษาตางประเทศ

ชน้ั ประถมศึกษาปท ่ี ๔ เวลา ๑๒๐ ชั่วโมง

คำอธบิ ายรายวิชา

ปฏิบัติตามคำสั่ง คำขอรอ ง และคำแนะนำ (instructions)งา ย ๆที่ฟงหรอื อาน อานออกเสียงคำ สะกด

คำ อานกลุมคำ ประโยค ขอความงายๆ และบทพูดเขาจังหวะ ถูกตองตามหลักการอาน เลือก/ระบุภาพหรือ

สญั ลักษณ หรือเคร่อื งหมายตรงตามความหมายของประโยคและขอความส้ันๆท่ฟี งหรืออาน ตอบคำถามจากการ

ฟงหรืออานประโยค บทสนทนา หรือนิทานงายๆ พูด/เขียนโตตอบในการสื่อสารระหวางบุคคล ใชคำสั่ง คำ

ขอรอง และคำขออนุญาตงาย ๆ พูด/เขียนแสดงความตองการของตนเองตามและขอความชวยเหลือใน

สถานการณงายๆ พดู /เขียนเพ่ือขอและใหขอมูล เก่ียวกับตนเองเพื่อน และครอบครวั พูดแสดงความรูสึกของ

ตนเองเกี่ยวกับเรื่องตางๆ ใกลตวั หรือกิจกรรมตา งๆ ตามแบบที่ฟง พูด/เขยี นใหขอมูลงายๆ เกี่ยวกับตนเองและ

เรื่องใกลตัว พูด/วาดภาพแสดงความสัมพันธของสิ่งตางๆใกลตัวที่ฟงหรืออาน พูดแสดงความคิดเห็นงายๆ

เกี่ยวกับตนเองและเรื่องใกลตัว พูดและทำทาประกอบอยางสุภาพตามมารยาทสังคม/วัฒนธรรมของเจาของ

ภาษา ตอบคำถามเกี่ยวกบั เทศกาล/วันสำคัญ/งานฉลองและชีวติ ความเปนอยูงายๆของเจาของภาษา การเขา

รวมกิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรมที่เหมาะสมกับวัย บอกความแตกตางของเสียงตัว อักษร คำ กลุมคำ

ประโยค และขอความ ของภาษาตางประเทศ(ภาษาอังกฤษ)และภาษาไทย บอกความเหมือน/ความแตกตาง

ระหวา งเทศกาลและงานฉลองตามวัฒนธรรม ของเจา ของภาษากับของไทย คนควารวบรวม คำศัพทท ีเ่ ก่ียวของ

กับกลุมสาระการเรียนรูอ่ืน และนำเสนอดวยการพดู /การเขียน ฟง/พูดในสถานการณที่เกดิ ขึ้นในหองเรียนและ

สถานศกึ ษา ใชภาษาตา งประเทศ(ภาษาองั กฤษ)ในการสบื คนและรวบรวมขอมูลตางๆ

โดยการฟง พดู อาน เขยี น ระบุ อา นออกเสียง เลอื ก ตอบคำถาม พดู โตต อบ ใช บอก ทำทาทาง เขา

รวม เพื่อใหผ เู รียนมีความรูความเขาใจและนำไปประยุกตใชในชีวิตประจำวนั เกดิ สมรรถนะตามความตองการ

ของหลักสูตร มีคุณลักษณะอันพึงประสงคขึ้นในตัวของผูเรียน และสามารถอยูรวมกับผูอื่นในสังคมไดอยางมี

ความสุข สามารถนำความรูไปใชใหเกิดประโยชนโดยใชหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและสามารถนำไป

ประยุกตใชก บั ชวี ติ ประจำวนั ไดอยางถกู ตองเหมาะสม

มาตรฐาน/ตัวชีว้ ดั

ต ๑.๑ ป.๔/๑ , ป.๔/๒ , ป.๔/๓ , ป๔/๔

ต ๑.๒ ป.๔/๑ , ป.๔/๒ , ป.๔/๓ , ป๔/๔ , ป๔/๕

ต ๑.๓ ป.๔/๑ , ป.๔/๒ , ป.๔/๓

ต ๒.๑ ป.๔/๑ , ป.๔/๒ , ป.๔/๓

ต ๒.๒ ป.๔/๑ , ป.๔/๒

ต ๓.๑ ป.๔/๑

ต ๔.๑ ป.๔/๑

ต ๔.๒ ป.๔/๑ รวม ๘ มาตรฐาน ๒๐ ตัวชีว้ ัด

อ ๑๕๑๐๑ ภาษาองั กฤษ ๘๙
ช้นั ประถมศกึ ษาปท ี่ ๕
คำอธิบายรายวชิ าพ้นื ฐาน
กลมุ สาระการเรยี นรภู าษาตา งประเทศ
เวลา ๑๒๐ ชั่วโมง

คำอธิบายรายวชิ า
ปฏิบัติตามคำสั่ง คำขอรอง และคำแนะนำ ที่ฟงหรืออา น อานออกเสียง ประโยค ขอความ และบท

กลอนสั้นๆ ถูกตองตามหลักการอาน ระบ/ุ วาดภาพสัญลักษณ หรือเคร่ืองหมายตรงตามความหมายของประโยค
และขอความสั้นๆที่ฟง หรืออาน บอกใจความสำคัญและตอบคำถามจากการฟงหรืออานบทสนทนา และนิทาน
งายๆหรือเรื่องสั้นๆ พูด/เขียนโตตอบในการสื่อสารระหวางบุคคล ใชคำสั่ง คำขอรอง คำขออนุญาตและให
คำแนะนำงาย ๆ พดู /เขียนแสดงความตองการของตนเองตาม ขอความชวยเหลอื ตอบรบั และปฏเิ สธการใหค วาม
ชวยเหลือในสถานการณงายๆ พูด/เขียนเพื่อขอและใหขอ มูล เก่ียวกับตนเองเพื่อน ครอบครัว และเรื่องใกลตัว
พดู แสดงความรสู ึกของตนเองเกี่ยวกบั เร่ืองตา งๆ ใกลตวั หรอื กิจกรรมตา งๆพรอมทงั้ ใหเ หตุผลส้นั ๆประกอบ พูด/
เขยี นใหขอมูลงายๆ เกี่ยวกับตนเองและเร่ืองใกลต วั เขยี นภาพ แผนผัง และแผนภูมแิ สดงขอมลู ตางๆตามที่ฟง
หรืออาน พูดแสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับเร่ืองตางๆใกลตัว ใชถ อยคำ น้ำเสียง และกริ ยิ าทาทางอยางสภุ าพตาม
มารยาทสงั คม/วัฒนธรรมของเจาของภาษา ตอบคำถาม/บอกความสำคัญของเทศกาล/วันสำคัญ/งานฉลองและ
ชวี ติ ความเปน อยงู า ยๆของเจาของภาษา การเขา รว มกจิ กรรมทางภาษาและวัฒนธรรมตามความสนใจ บอกความ
เหมือน/ความแตกตางระหวางการออกเสียงประโยคชนิดตา งๆ การใชเครื่องหมายวรรคตอน และการลำดับคำ
(order)ตามโครงสรางของประโยคของภาษาตางประเทศ(ภาษาอังกฤษ)และภาษาไทย บอกความเหมือน/ความ
แตกตางระหวางเทศกาลและงานฉลองตามวัฒนธรรม ของเจาของภาษากบั ของไทย คนควารวบรวม คำศพั ทที่
เกี่ยวของกับกลุมสาระการเรียนรูอืน่ และนำเสนอดวยการพูด/การเขียน ฟง พูด และอาน/เขียนในสถานการณ
ตางๆท่ีเกดิ ขึ้นในหองเรียนและสถานศึกษา ใชภาษาตางประเทศ(ภาษาอังกฤษ)ในการสืบคนและรวบรวมขอมูล
ตา งๆ

โดยการฟง พูด อา น เขยี น ระบุ อา นออกเสยี ง เลอื ก ตอบคำถาม พดู โตตอบ ใช บอก ทำทา ทาง เขา
รว ม เพื่อใหผเู รียนมคี วามรคู วามเขา ใจและนำไปประยกุ ตใ ชใ นชีวิตประจำวนั เกิดสมรรถนะตามความตองการของ
หลักสูตร มีคุณลักษณะอันพึงประสงคขึน้ ในตัวของผูเ รยี น และสามารถอยูรว มกบั ผูอื่นในสังคมไดอ ยา งมีความสขุ
สามารถนำความรูไปใชใ หเกิดประโยชนโ ดยใชหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียงและสามารถนำไปประยุกตใชกับ
ชวี ติ ประจำวันไดอยา งถูกตอ งเหมาะสม

มาตรฐาน/ตวั ชวี้ ดั
ต ๑.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔
ต ๑.๒ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕
ต ๑.๓ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓
ต ๒.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓
ต ๒.๒ ป.๕/๑, ป.๕/๒
ต ๓.๑ ป.๕/๑
ต ๔.๑ ป.๕/๑
ต ๔.๒ ป.๕/๑
รวม ๘ มาตรฐาน ๒๐ ตัวช้วี ดั

อ ๑๖๑๐๑ ภาษาองั กฤษ ๙๐
ชน้ั ประถมศึกษาปท ่ี ๖
คำอธบิ ายรายวิชาพ้นื ฐาน
กลุมสาระการเรียนรูภาษาตางประเทศ
เวลา ๑๒๐ ช่ัวโมง

คำอธบิ ายรายวิชา
ปฏิบัติตามคำสั่ง คำขอรอง และคำแนะนำ ที่ฟงและอาน อานออกเสียง ขอความ นิทาน และบทกลอน

ส้นั ๆ ถกู ตอ งตามหลกั การอา น เลอื ก/ระบปุ ระโยค หรอื ขอ ความสน้ั ๆ ตรงตามภาพ สญั ลักษณ หรอื เครอ่ื งหมาย
ที่อาน บอกใจความสำคัญ และตอบคำถามจากการฟงหรืออาน บทสนทนา หรือนิทานงายๆและเร่ืองเลา พูด/
เขียนโตตอบในการสื่อสารระหวางบุคคล ใชคำสั่ง คำขอรอง และคำขออนุญาตและใหคำแนะนำ พูด/เขียน
แสดงความตอ งการ ขอความชว ยเหลือ ตอบรับและปฏเิ สธการใหความชว ยเหลือในสถานการณง ายๆ พูด/เขยี น
เพื่อขอและใหขอมูล เกี่ยวกับตนเอง เพื่อน ครอบครัว และเรื่องใกลตัว พูด/เขียนแสดงความรูสึกของตนเอง
เกี่ยวกบั เร่อื งตางๆ ใกลตัว หรอื กิจกรรมตางๆ พรอ มทง้ั ใหเ หตผุ ลส้นั ๆประกอบ พดู /เขยี นใหขอมูล เก่ียวกับตนเอง
เพ่ือน และสง่ิ แวดลอมใกลตัว เขียนภาพ แผนผงั และแผนภูมแิ สดงขอ มูลตางๆตามที่ฟงหรืออา น พูดเขียนแสดง
ความคิดเหน็ เกี่ยวกับเร่อื งตางๆ ใกลตัว ใชถ อยคำ น้ำเสียง และกิรยิ าทาทางอยางสุภาพ เหมาะสมตามมารยาท
สังคมและวัฒนธรรมของเจาของภาษา ใหขอมูลเกี่ยวกับเทศกาล/วันสำคัญ/งานฉลอง/ชีวิตความเปนอยูของ
เจาของภาษา การเขารวมกิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรมตามความสนใจ บอกความเหมือน/ความแตกตาง
ระหวา งการออกเสียงประโยคชนดิ ตางๆ การใชเคร่ืองหมายวรรคตอน และการลำดับคำ ตามโครงสราง ประโยค
ของภาษาตา งประเทศ(ภาษาองั กฤษ)และภาษาไทย เปรยี บเทียบความเหมือน/ความแตกตา งระหวางเทศกาลงาน
ฉลอง และประเพณีของเจาของภาษากับของไทย คนควารวบรวม คำศัพทที่เกีย่ วของกับกลุมสาระการเรียนรูอ ื่น
จากแหลง การเรียนรู และนำเสนอดว ยการพูด/การเขียน ใชภ าษาสื่อสารในสถานการณต างๆท่ีเกดิ ขึ้นในหองเรียน
และสถานศึกษา ใชภ าษาตางประเทศ(ภาษาองั กฤษ)ในการสืบคนและรวบรวมขอมลู ตา งๆ

โดยการฟง พดู อาน เขยี น ระบุ อา นออกเสยี ง เลอื ก ตอบคำถาม พูดโตตอบ เขา รว ม เปรียบเทียบ
คนควา ใช บอก เพือ่ ใหผ ูเรียนมีความรูความเขาใจและนำไปประยกุ ตใชในชวี ิตประจำวนั เกิดสมรรถนะตามความ
ตองการของหลักสูตร มีคุณลักษณะอันพึงประสงคขึ้นในตัวของผูเรียน และสามารถอยูรวมกับผูอื่นในสังคมได
อยางมีความสุข สามารถนำความรูไปใชใหเกิดประโยชนโดยใชห ลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและสามารถ
นำไปประยกุ ตใชก บั ชีวติ ประจำวันไดอ ยา งถกู ตองเหมาะสม

มาตรฐาน/ตวั ช้วี ัด
ต ๑.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔
ต ๑.๒ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕
ต ๑.๓ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓
ต ๒.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓
ต ๒.๒ ป.๖/๑, ป.๖/๒
ต ๓.๑ ป.๖/๑
ต ๔.๑ ป.๖/๑
ต ๔.๒ ป.๖/๑

รวม ๘ มาตรฐาน ๒๐ ตวั ชวี้ ัด

๙๑

กจิ กรรมพฒั นาผเู รยี น

๙๒

กิจกรรมพัฒนาผเู รยี น

โรงเรียนบา นนาตำเสา ไดจัดกิจกรรมพัฒนาผูเรียนโดยมุงใหผูเรยี นเกิดการเรียนรูจากประสบการณตรง
ไดฝกปฏิบัติจริงและคนพบความถนัดของตนเอง สามารถคนควาหาความรูเพิ่มเติมตามความสนใจจากแหลง
เรียนรูทีห่ ลากหลาย บำเพ็ญประโยชนเพื่อสังคม มีทักษะในการดำเนินงาน สงเสริมใหมีวุฒิภาวะทางอารมณ
สงั คม ศลี ธรรม จรยิ ธรรม ใหผเู รยี นรจู กั และเขาใจตนเอง สามารถวางแผนชวี ิตและอาชีพไดอยา งเหมาะสม

กิจกรรมพัฒนาผูเรียนเปนกิจกรรมที่มงุ ใหผูเรียนพัฒนาตนเองตามศักยภาพ พัฒนาการเรียนรูอยางรอบ
ดานเพื่อความเปนมนุษยท่ีสมบูรณทั้งรางกาย สติปญญา อารมณ และสังคม เสริมสรางใหเปนผูมีศีลธรรม
จริยธรรม มีระเบียบวินัย ปลูกฝง ใหสรางจิตสำนึกของการทำประโยชนเพื่อสงั คม สามรถจักการตนเองไดและอยู
รว มกับผูอื่นอยางมีความสุข โรงเรียนบา นนาตำเสา ไดจัดกิจกรรมพัฒนาผูเรียน โดยแบงออกเปน ๓ ลักษณะ
ดังนี้

๑. กจิ กรรมแนะแนว เปนกจิ กรรมทีส่ งเสรมิ และพฒั นาผเู รยี นใหร จู ักตนเอง รูรักษสง่ิ แวดลอ ม สามารถ
ตัดสินใจ คิดแกปญหา กำหนดเปาหมาย วางแผนชีวิตทั้งดานการเรียน และอาชีพ สามารถปรับตนไดอยาง
เหมาะสม นอกจากนี้ยังชวยใหครูรูจักและเขาใจผูเรียน ทั้งยังเปนกิจกรรมที่ชวยเหลือและใหคำปรึกษาแก
ผูปกครองในการมีสวนรวมพัฒนาผูเรียน โดยนักเรียนทุกคนตองเขารวมกิจกรรมแนะแนว ๔๐ ชั่วโมงตอป
การศกึ ษา

๒. กิจกรรมนักเรียน เปน กิจกรรมท่ีมุงพัฒนาระเบียบวินัย ความเปนผูนำ ผูตามที่ดี ความรับผิดชอบ
การทำงานรวมกัน รูจักแกป ญหา การตัดสินใจท่ีเหมาะสม ความมีเหตุผล การชวยเหลือแบง ปนเอ้ืออาทรและ
สมานฉนั ท โดยจดั ใหส อดคลองกับความสามารถ ความถนัด และความสนใจของผเู รียน ใหไดปฏบิ ตั ิดว ยตนเอง
ในทุกขั้นตอน ไดแก การศึกษาวิเคราะห วางแผน ปฏิบัติตามแผนประเมินและปรับปรุงการทำงานเนนการ
ทำงานรวมกันเปน กลุมตามความเหมาะสมและสอดคลองกับวุฒิภาวะของผูเรียนและบริบทของสถานศึกษาและ
ทองถิ่น กิจกรรมนักเรียน ประกอบดวย กิจกรรมลูกเสือ เนตรนารี นกั เรียนทกุ คนตองเขารวม กิจกรรม
ลูกเสือ-เนตรนารี ๓๐ ช่ัวโมงตอปการศึกษา กิจกรรมชุมนุม นักเรียนทุกคนตองเขารวมกิจกรรมชมรม ๔๐
ช่วั โมงตอปการศกึ ษา

๓. กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน เปนกิจกรรมที่สงเสริมใหผูเรียนบำเพ็ญตนใหเปน
ประโยชนตอ สงั คม ชมุ ชนและทอ งถนิ่ ตามความสนใจในลักษณะอาสาสมัคร เพอ่ื แสดงถึงความรับผดิ ชอบ ความดี
งาม ความเสียสละการมีจิตสาธารณะ เชน กิจกรรมอาสาพัฒนาตางๆ กิจกรรมสรางสรรคสงั คม นักเรียนทุก
คนตอ งเขา รว มกิจกรรมเพือ่ สงั คมและสาธารณประโยชน ๑๐ ชวั่ โมงตอ ปการศกึ ษา

๙๓

โครงสรา งและอัตราเวลาการจดั กิจกรรม

กจิ กรรมพฒั นาผเู รียน ระดับประถมศึกษา

ป.๑ ป.๒ ป.๓ ป.๔ ป.๕ ป.๖

๑. กจิ กรรมแนะแนว ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐

๒. กจิ กรรมนักเรียน

๒.๑ ลกู เสอื -เนตรนารี ๓๐ ๓๐ ๓๐ ๓๐ ๓๐ ๓๐

๒.๒ กจิ กรรมชุมนมุ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐

๓. กจิ กรรมเพ่อื สงั คม ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐

และสาธารณประโยชน

เวลาเรยี นรวม ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐

๑. กจิ กรรมแนะแนว
วัตถปุ ระสงค
๑. เพ่อื ผูเรยี นคนพบความถนดั ความสามารถ ความสนใจของตนเอง รักละเห็นคณุ คา ในตนเองและผูอ่ืน
๒. เพื่อใหผ เู รียนแสวงหาความรจู ากขอมลู ขา วสาร แหลง เรียนรู ทั้งดานการศึกษา อาชพี สวนตัว สังคม
เพื่อนำไปใชในการวางแผน เลือกแนวทางการศึกษาอาชีพไดอยางเหมาะสมสอดคลอ งกับศักยภาพ
ของตนเอง
๓. เพอื่ ใหผ ูเรียนไดพัฒนาบคุ ลิกภาพ และรับตวั อยูในสังคมไดอ ยา งมคี วามสขุ
๔. เพอ่ื ใหผ ูเ รยี นมคี วามรู มที กั ษะ มีความคิดสรา งสรรค ในงานอาชีพและมีเจตคตทิ ดี่ ีตอ อาชีพสจุ ริต
๕. เพ่ือใหผ ูเ รยี นมคี า นยิ มท่ีดงี ามในการดำเนนิ ชวี ติ สรา งเสริมวนิ ัย คณุ ธรรมและจรยิ ธรรมแกน ักเรยี น
๖. เพื่อใหผ เู รียนมจี ติ สำนึกในการรับผิดชอบตอตนเอง ครอบครัว สงั คม และประเทศชาติ

แนวการจดั กจิ กรรม
ไดจ ดั กจิ กรรมแนะแนวเพ่อื ชว ยเหลอื และพัฒนาผูเรยี น ดังนี้

๑. จัดกิจกรรมเพื่อใหครูไดรูจักและชวยเหลือผูเรียนมากขึ้น โดยใชกระบวนการทางจิตวิทยา การ
จัดบริการสนเทศ โดยใหมีเอกสารเพื่อใชในการสำรวจขอมูลเกี่ยวกับตัวผูเรียน ดวยการสังเกต
สัมภาษณ การใชแบบสอบถาม การเขียนประวัติ การพบผูปกครองกอนและระหวางเรียน การ
เย่ยี มบา นนกั เรยี น การใหค วามชว ยเหลือผเู รียนเรอ่ื งสขุ ภาพจิต เศรษฐกิจ การจัดทำระเบยี นสะสม
สมุดรายงานประจำตัวนักเรยี น และบัตรสขุ ภาพ

๒. การจัดกิจกรรมพัฒนาวุฒภิ าวะทางอารมณ โดยทำแบบทดสอบเพ่อื รูจักและเขาใจตนเอง มีทักษะ
ในการตดั สินใจ การปรับตัว การวางแผนเพอื่ เลอื กศกึ ษาตอ เลอื กอาชพี

๓. การจดั บริการใหค ำปรกึ ษาแกผ เู รยี นรายบุคคล และรายกลุม ในดา นการศกึ ษา อาชีพ และสว นตัว
โดยมผี ูใหค ำปรึกษาที่มีคุณวุฒิ และมีความเชี่ยวชาญในเรื่องการใหคำปรึกษา ตลอดจนมีหองให
คำปรึกษาทีเ่ หมาะสม
๓.๑ ชวยเหลอื ผูเรียนทป่ี ระสบปญหาดานการเงิน โดยการใหท นุ การศกึ ษาแกผ ูเรยี น
๓.๒ ตดิ ตามเก็บขอมูลของนกั เรยี นทสี่ ำเรจ็ การศกึ ษา

๙๔

๒. กจิ กรรมนักเรยี น
๑. กจิ กรรมลูกเสือ
กจิ กรรมลกู เสอื - เนตรนารี
ผูเรียนในระดับชั้นประถมศึกษาปที่ ๑-๖ ทุกคน ไดฝกอบรมวิชาลูกเสือ - เนตรนารี เพื่อสงเสริม

หลักการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยเปนประมุข สงเสริมความสามัคคี มีวินัย และ
บำเพญ็ ประโยชนต อสังคม โดยดำเนนิ การจดั กจิ กรรมตามขอ กำหนดของคณะกรรมการลกู เสอื แหง ชาติ

วตั ถปุ ระสงค
พระราชบัญญัติลกู เสอื พ.ศ.๒๕๕๑ มาตรา ๘ ไดกำหนดวตั ถุประสงคของการฝกอบรม เพ่ือพัฒนา
ลกู เสอื ท้งั ทางกาย สตปิ ญ ญา จติ ใจ และศีลธรรมใหเปนพลเมืองดี มคี วามรับผดิ ชอบ และชว ยสรา งสรรคสังคม
เพ่ือใหเ กิดความสามคั คี และความเจริญกาวหนา ทั้งนี้เพื่อความสงบสุข และความมั่งคงของประเทศชาติตาม
แนวทางดังตอไปน้ี

๑. ใหมีนสิ ัยในการสงั เกต จดจำ เช่อื ฟง และพงึ่ ตนเอง
๒. ใหมีความซ่ือสัตยส จุ ริต มรี ะเบียบวินัย และเหน็ อกเหน็ ใจผูอน่ื
๓. ใหรูจ กั บำเพ็ญตนเพ่อื สาธารณประโยชน
๔. ใหรจู ักทำการฝม ือและฝก ฝนการทำกจิ กรรมตางๆตามความเหมาะสม
๕. ใหรจู ักรักษาและสง เสริมจารตี ประเพณี วฒั นธรรม และความมง่ั คงชองชาติ

แนวการจัดกิจกรรม
กจิ กรรมลูกเสือ เนตรนารี ชน้ั ประถมศึกษาปท ่ี ๑-๓

เปดประชุมกอง ดำเนินการตามกระบานการของลูกเสือ และจัดกิจกรรมใหศึกษาวิเคราะห วางแผน
ปฏบิ ัตกิ จิ กรรมตามมาตรฐาน โดยเนน ระบบหมู สรุปผลการปฏบิ ัติกจิ กรรม ปดประชมุ กอง โดยใหผ เู รียนศกึ ษา
และฝกปฏิบตั ดิ งั นี้

๑. เตรียมลูกเสือสำรอง นิยายเรือ่ เมาคลี ประวัตกิ ารเร่ิมกจิ กรรมลูกเสอื สำรอง การทำความ
เคารพเปนหมู (แกรนดฮาวล) การทำความเคารพเปนรายบคุ คล การจับมือซา ย ระเบียบ
แถวเบื้องตน คำปฏญิ าณ กฎ และคตพิ จนข องลกู เสอื สำรอง

๒. ลกู เสือสำรองดาวดวงที่ ๑ , ๒ และ ๓ อนามัย ความสามารถเชงิ ทกั ษะ การสำรวจ การ
คนหาธรรมชาติ ความปลอดภัย บริการ ธง และประเทศตางๆ การฝมือ กิจกรรม
กลางแจง การบันเทงิ การผกู เงอื่ น คำปฏิญาณ และกฎของลกู เสือสำรองโดยใชกระบาน
การทำงาน กระบวนการแกปญหา กระบวนการกลุม กระบวนการจัดการ กระบวนการ
คิดริเริม่ สรางสรรค กระบวนการฝกปฏิบัติ ทางลูกเสือ กระบวนการทางเทคโนโลยี
และภูมิปญญาทอ งถ่นิ ไดอยา งเหมาะสม

เพื่อใหมีความรู ความเขาใจในกิจกรรมลูกเสือ สามารถปฏิบตั ิตามคำปฏญิ าณ กฎ และคตพิ จนของ
ลูกเสอื สำรอง มนี ิสัยในการสังเกต จดจำ เชื่อฟง และพึ่งตนเอง ซื่อสัตย สุจริต มีระเบียบวินัย และเห็นอก
เห็นใจผูอื่น บำเพ็ญตนเพื่อสาธารณประโยชน รูจักทำการฝมือ พัฒนากาย จิตใจ และศีลธรรม ทั้งนี้โดยไม
เก่ียวขอ งกับลทั ธิทางการเมืองใดๆ สนใจและอนุรกั ษธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดลอม นำไปใชใ นชวี ติ ประจำวันไดอยาง
มีประสทิ ธภิ าพ

๙๕

กจิ กรรมลูกเสอื - เนตรนารี ชั้นประถมศกึ ษาปท ่ี ๔-๖
เปดประชุมกอง ดำเนินการตามกระบวนการของลูกเสือ และจัดกจิ กรรมใหศึกษา วิเคราะห วางแผน
ปฏิบัติกิจกรรมตามมาตรฐาน โดยเนน ระบบหมู สรุปการปฏิบัติกิจกรรม ปดประชุมกอง โดยใหผ ูเ รียนศึกษา
และปฏบิ ตั ิในเรอ่ื ง
๑. ลูกเสือตรี ความรูเกี่ยวกับขบวนการลูกเสือ คำปฏิญาณและกฎของลูกเสือสามัญ กิจกรรม

กลางแจง ระเบยี บแถว
๒. ลกู เสือโท การรจู ักดูแลตนเอง การชวยเหลอื ผอู ืน่ การเดนิ ทางไปยังสถานที่ตา งๆ ทกั ษะทางวิชา

ลกู เสอื งานอดเิ รกและเรอ่ื ทน่ี าสนใจ คำปฏิญาณ และกฎของลกู เสือ ระเบียบแถว
๓. ลกู เสือเอก การพงึ่ พาตนเอง การบริการ การผจญภยั วิชาการของลูกเสือ ระเบยี บแถว โดยใช

กระบวนการทำงาน กระบวนการแกปญหา ระบวนการกลุม กระบวนการจัดการ กระบวนการ
คิดริเริ่ม สรางสรรค กระบวนการฝกปฏิบัติทางลูกเสือ กระบวนการทางเทคโนโลยี และภูมิ
ปญญาทองถ่ินไดอยา งเหมาะสม
เพื่อใหมีความรูความเขาใจในกิจกรรมลูกเสือ สามารถปฏิบัตติ ามคำปฏิญาณ กฎ และคติพจนของ
ลูกเสอื สามัญ มีนิสัยในการสงั เกต จดจำ เช่ือฟง และพึ่งตนเอง ซื่อสัตย สุจริต มีระเบียบวินัย และเหน็ อก
เห็นใจผูอื่น บำเพ็ญตนเพื่อสารธารณประโยชน รูจักทำการฝมือ พัฒนากาย จิตใจ และศีลธรรม ทั้งนี้โดยไม
เกี่ยวของกับลทั ธิทางการเมืองใดๆ สนใจและอนุรักษธรรมชาติและสิ่งแวดลอม และนำไปใชในชวี ิตประจำวันได
อยางมปี ระสทิ ธิภาพ
หมายเหตุ ผูเรียนไดปฏิบัติกิจกรรม และผานการทดสอบแลว จะไดรับเครื่องหมายลูกเสือตรี ลูกเสือโท

และลกู เสอื เอก
๒. กจิ กรรมชุมนมุ
วตั ถปุ ระสงค

๑. เพ่อื ใหผ ูเ รยี นไดป ฏบิ ตั กิ จิ กรรมตามความสนใจ ความถนัด และความตอ งการของตน
๒. เพื่อใหผูเรียนไดพัฒนาความรู ความสามารถดานการคิดวิเคราะห สังเคราะห ใหเกิด

ประสบการณท ง้ั ทางวชิ าการและวชิ าชพี ตามศักยภาพ
๓. เพอ่ื สง เสรมิ ใหผูเรยี นใชเวลาใหเกิดประโยชนตอ ตนเองและสว นรวม
๔. เพ่ือใหผเู รียนทำงานรวมกบั ผอู ่ืน ไดต ามวิถีประชาธปิ ไตย

แนวการจัดกจิ กรรม
การจัดกิจกรรมตามความสนใจ (ชุมนมุ ) ผเู รียนสามารถเลอื กเขาเปนสมาชิกชมรม วางแผนการดำเนิน

กจิ กรรมรวมกัน โดยมชี มรมที่หลากหลาย เหมาะสมกบั เพศ วยั และความสนใจของผูเรยี น ประกอบดวยกิจกรรม
ดานคุณธรรม จริยธรรม วัฒนธรรม อนุรักษสิ่งแวดลอม สงเสริมประชาธิปไตย สงเสริมการเรียนรู และคาย
วชิ าการ การศึกษาดงู าน การฝกปฏบิ ัติ การบรรยายพิเศษดงั ตวั อยางพอสงั เขปตอไปนี้

๑. กจิ กรรมพัฒนาวุฒภิ าวะทางอารมณ ศีลธรรมและจรยิ ธรรม จัดสอนจริยธรรมในหอ งเรียน จัดให
มกี ารปฏิบตั กิ ิจกรรมเนื่องในวันสำคัญทั้งทางชาติ ศาสนา พระมหากษตั ริย โดยผูเรยี นมีสวนรวม
ในการจดั กจิ กรรมทั้งในดา นวัฒนธรรม ประเพณี กฬี า และศลี ปะ

๒. กจิ กรรมพัฒนาทักษะชวี ิต จดั กิจกรรมแขงขันกฬี าสที กุ ชวงชั้น โดยผเู รยี นไดฝกทักษะการทำงาน
และการแกปญหาทุกขน้ั ตอน


Click to View FlipBook Version