แผนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้การศึกษาปฐมวัยอายุ 4 - 5 ปี สัปดาห์ที่........ สาระการเรียนรู้ที่5 วันส าคัญ หน่วยการเรียนรู้วันส าคัญทางประเพณีและวัฒนธรรมท้องถิ่น ความคิดรวบยอด ในแต่ละภาคของประเทศไทยมีวันสําคัญทางประเพณีท้องถิ่นต่างกัน เช่น วันลอยกระทง หรืองานประเพณียี่เป็ง ประเพณีแข่งเรือ ประเพณีชักพระ ประเพณีบุญบั้งไฟ และประเพณีสงกรานต์ เป็นต้น แต่ละประเพณีมีความ เป็นมาและประเพณีการปฏิบัติแตกต่างกัน สิ่งที่เด็กรู้แล้ว สิ่งที่เด็กต้องการรู้ สิ่งที่เด็กควรรู้ 1. การลอยกระทงลงในน้ํา 2. การสาดน้ําในวันสงกรานต์ 3. ……………………………………. 4. ……………………………………. 5. ……………………………………. 1. วิธีการประดิษฐ์กระทง 2. วิธีการลอยโคม 3. วิธีการแข่งเรือพาย 4. วิธีการชักพระ 5. ………………………………. 1. ความสําคัญและกิจกรรมที่ควรปฏิบัติ ในวันลอยกระทงหรืองานประเพณียี่เป็ง 2. ความสําคัญและกิจกรรมที่ควรปฏิบัติ ในงานประเพณีแข่งเรือพาย 3. ความสําคัญและกิจกรรมที่ควรปฏิบัติ วันงานประเพณีชักพระ 4. ความสําคัญและกิจกรรมที่ควรปฏิบัติ ในงานประเพณีบุญบั้งไฟ 5. ความสําคัญและกิจกรรมที่ควรปฏิบัติ ในงานสงกรานต์ วันส าคัญทางประเพณี และวัฒนธรรมท้องถิ่น วันลอยกระทง หรืองานประเพณียี่เป็ง ความส าคัญ กิจกรรมที่ควรปฏิบัติ วันงานประเพณี แข่งเรือพาย ความส าคัญ กิจกรรมที่ควรปฏิบัติ วันงานประเพณีชักพระ วันงานประเพณี บุญบั้งไฟ วันสงกรานต์ ความส าคัญ ประเพณีที่ควรปฏิบัติ ความส าคัญ กิจกรรมที่ควรปฏิบัติ ความส าคัญ กิจกรรมที่ควรปฏิบัติ
แนวการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ การศึกษาปฐมวัย สัปดาห์ที่...... สาระการเรียนรู้ที่ 5 วันส าคัญ กิจกรรม วัน เคลื่อนไหว และจังหวะ เสริม ประสบการณ์ สร้างสรรค์ เสรี กลางแจ้ง เกม การศึกษา วันลอยกระทง หรืองานประเพณี ยี่เป็ง - การฟ๎งและ การปฏิบัติตาม สัญญาณ - การทําท่าทาง ประกอบเพลง ลอยกระทง - ความสําคัญของวัน ลอยกระทง - กิจกรรมที่ควร ปฏิบัติ - การระบายสี วันลอยกระทง - การประดิษฐ์ กระทง - เปิดโอกาสให้เด็กได้ เลือกเล่นตามศูนย์ตาม ความสนใจและค้นหา ความถนัดของตนเอง โดยจัดให้สอดคล้องกับ หน่วยการเรียน - การเล่น เครื่องเล่น สนาม - การจัด หมวดหมู่ ภาพกับ สัญลักษณ์ 1-5 วันงานประเพณี แข่งเรือพาย -การฟ๎งและ การปฏิบัติตาม สัญญาณ -การเคลื่อนไหว ร่างกายประกอบ คําบรรยาย - ความสําคัญของ ประเพณีแข่งเรือ พาย - กิจกรรมที่ควร ปฏิบัติ - การพับกระดาษ เป็นรูปเรือและ วาดตกแต่งภาพ - การดีดสีจาก แปรงสีฟ๎น - เปิดโอกาสให้เด็กได้ เลือกเล่นตามศูนย์ตาม ความสนใจและค้นหา ความถนัดของตนเอง โดยจัดให้สอดคล้องกับ หน่วยการเรียน - การแข่งขัน เดินปู - การเล่นเกม จับคู่ภาพเรือ ที่เหมือนกัน วันงานประเพณี ชักพระ -การฟ๎งและการ ปฏิบัติตามสัญญาณ -การเคลื่อนไหว ร่างกายระดับสูง-ต่ํา - ความเป็นมาและ ความสําคัญของ ประเพณี ชักพระ - การตัดกระดาษ ตามรอยเส้นประ - การร้อยหลอด กาแฟ - เปิดโอกาสให้เด็กได้ เลือกเล่นตามศูนย์ตาม ความสนใจและค้นหา ความถนัดของตนเอง โดยจัดให้สอดคล้องกับ หน่วยการเรียน - การเล่นเกม น้ําขึ้น น้ําลง - การเล่นเกม ภาพตัดต่อ ภาพเรือพระ วันงานประเพณี บุญบั้งไฟ - การฟ๎งและ การปฏิบัติตาม สัญญาณ - การทําท่าทาง ประกอบเพลง - ความสําคัญของ ประเพณี บุญบั้งไฟ - กิจกรรมที่ควร ปฏิบัติ - การวาดภาพ ด้วยสีน้ํา - การเป่าสี - เปิดโอกาสให้เด็กได้ เลือกเล่นตามศูนย์ตาม ความสนใจและค้นหา ความถนัดของตนเอง โดยจัดให้สอดคล้องกับ หน่วยการเรียน - การเล่น เกมวิ่งเปี้ยว - การเล่นเกม โดมิโน วันสงกรานต์ - การฟ๎งและ การปฏิบัติตาม สัญญาณ - การรําวง ประกอบเพลง - ความสําคัญของ วันสงกรานต์ - กิจกรรมที่ควร ปฏิบัติ - การร้อยดอก มะลิบน ทางมะพร้าว - การรูดสีด้วย เส้นด้าย - เปิดโอกาสให้เด็กได้ เลือกเล่นตามศูนย์ตาม ความสนใจและค้นหา ความถนัดของตนเอง โดยจัดให้สอดคล้องกับ หน่วยการเรียน - การเล่น ก่อกองทราย - การเล่นเกม จัดหมวดหมู่ ภาชนะที่ใช้ ใส่น้ํา
แผนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ สัปดาห์ที่...... วันที่.................. สาระการเรียนรู้ย่อย วันลอยกระทงหรือประเพณียี่เป็ง 1. ชื่อกิจกรรม เคลื่อนไหวและจังหวะ 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1) เคลื่อนไหวอวัยวะส่วนต่างๆ ของร่างกายได้ 3) ร้องเพลงและทําท่าทางประกอบเพลงลอยกระทงได้ 2) ฟ๎งแล้วปฏิบัติตามสัญญาณได้ 4) ปฏิบัติตามข้อตกลงได้ 3. สาระการเรียนรู้ สาระที่ควรเรียนรู้ ประสบการณ์ส าคัญ 1)การเคลื่อนไหวร่างกายตามสัญญาณ 2)การร้องเพลงลอยกระทง 3)การทําท่าทางประกอบเพลงลอยกระทง 4) การปฏิบัติตนเบื้องต้นในการเป็นสมาชิกที่ดีของ สังคมในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุข 1)การฟ๎งเพลงและปฏิบัติตามคําแนะนํา 2)การเคลื่อนไหวเคลื่อนที่ 3) การฟ๎งเพลง ร้องเพลงและการแสดงปฏิกิริยา โต้ตอบเสียงดนตรี 4) การปฏิบัติตนตามวัฒนธรรมท้องถิ่นประเพณี ไทย 4. วิธีการจัดกิจกรรม 1) ให้เด็กเคลื่อนไหวร่างกายไปรอบๆ บริเวณโดยอิสระตามจังหวะที่ครูตีฉิ่งเป็นสัญญาณโดยไม่ให้ชนกัน เมื่อได้ยินสัญญาณหยุด ให้เด็กหยุดเคลื่อนไหวในท่านั้นทันที 2) ร้องเพลงลอยกระทงให้เด็กฟ๎ง 2 เที่ยว แล้วให้เด็กพูดเนื้อเพลงตามครูทีละวรรค หลังจากนั้นครูและเด็ก ร้องเพลงลอยกระทงพร้อมกัน 3) ให้เด็กร้องเพลงและทําท่าทางประกอบเพลงลอยกระทงพร้อมกัน 4-5 เที่ยว 4) ให้เด็กนั่งพักผ่อน 3 นาที 5. สื่อและแหล่งการเรียนรู้ 1) เพลงลอยกระทง 2)ฉิ่ง 6. การประเมินผล 1) สังเกตการเคลื่อนไหวอวัยวะส่วนต่างๆ ของร่างกาย 3) สังเกตการร้องเพลงและทําท่าทางประกอบเพลง ลอยกระทง 2) สังเกตการฟ๎งแล้วปฏิบัติตามสัญญาณ 4) สังเกตการปฏิบัติตามข้อตกลง
แผนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ สัปดาห์ที่....... วันที่....................... สาระการเรียนรู้ย่อย วันลอยกระทงหรือประเพณียี่เป็ง 1. ชื่อกิจกรรม เสริมประสบการณ์ ความคิดรวบยอด วันลอยกระทงหรือประเพณียี่เป็งเป็นวันสําคัญวันหนึ่งของชาวไทย ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ํา เดือน 12 หรือวัน เพ็ญเดือน 12 ชาวไทยนิยมประดิษฐ์กระทงด้วยวัสดุชนิดต่างๆ ไปลอยในแม่น้ําเพื่อขอขมาพระแม่คงคา ส่วนทาง ภาคเหนือเรียกประเพณีลอยกระทงว่า ประเพณียี่เป็ง นิยมประดิษฐ์โคมลอยลอยไปบนท้องฟ้า 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1) บอกความสําคัญของวันลอยกระทงและ 2) บอกกิจกรรมที่ควรปฏิบัติในวันลอยกระทงและ ประเพณียี่เป็งได้ ประเพณียี่เป็งได้ 3) เล่าเรื่องจากภาพได้ 4) บอกวัสดุที่ใช้ทํากระทงและจําแนกวัสดุที่เป็น ของธรรมชาติและของที่ประดิษฐ์ขึ้นได้ 3. สาระการเรียนรู้ สาระที่ควรเรียนรู้ ประสบการณ์ส าคัญ 1) ความสําคัญของวันลอยกระทงและประเพณียี่เป็ง 1) การฟ้งเพลง การร้องเพลงและการแสดง ปฏิกิริยาโต้ตอบเสียงดนตรี 2) สิ่งที่ควรปฏิบัติในวันลอยกระทงและประเพณียี่เป็ง 2) การให้ความร่วมมือในการปฏิบัติกิจกรรมต่างๆ 3) การฟ๎ง การพูดโต้ตอบและแสดงความรู้สึก 3) การพูดอธิบายเกี่ยวกับสิ่งของ เหตุการณ์ และ เกี่ยวกับเรื่องที่ฟ๎ง ความสัมพันธ์ของสิ่งต่างๆ 4. วิธีการจัดกิจกรรม 1) เด็กและครูร้องเพลงและทําท่าทางประกอบเพลงลอยกระทงพร้อมกัน 2) นําภาพการลอยกระทงและภาพประเพณียี่เป็งมาให้อาสาสมัคร 3 คน ออกมาเล่าเรื่องจากภาพ 3) ครูและเด็กร่วมสนทนาเกี่ยวกับความสําคัญและสิ่งที่ควรปฏิบัติในวันลอยกระทงและประเพณียี่เป็ง 4) ให้เด็กระดมความคิดเกี่ยวกับวัสดุที่ใช้ในการทํากระทง ครูชูภาพประกอบคําที่เด็กบอก ให้เด็กอ่าน พร้อมกัน 5) นําตะกร้ามาสองใบ ใบที่ 1 ใส่บัตรภาพประกอบคํา ชื่อวัสดุที่ใช้ทํากระทงจากธรรมชาติ ใบที่ 2 ใส่ชื่อ วัสดุที่ใช้ทํากระทงจากสิ่งประดิษฐ์ที่มนุษย์สร้างขึ้น แล้วให้อาสาสมัครออกมาช่วยกันจําแนกวัสดุที่ใช้ทํากระทง 6) ให้เด็กแสดงบทบาทสมมุติการลอยกระทงและการเล่นบทบาทสมมุติเหตุการณ์ต่างๆ 7) เด็กและครูร่วมกันสรุปความสําคัญของวันลอยกระทงและประเพณียี่เป็งและสิ่งที่ควรปฏิบัติ
5. สื่อและแหล่งการเรียนรู้ 1) ภาพการลอยกระทงและภาพงานประเพณียี่เป็ง 2) เพลงลอยกระทง 3) แผนภูมิภาพวันลอยกระทงและประเพณียี่เป็ง 4) ตะกร้า 2 ใบ และบัตรคําประกอบภาพ 6. การประเมินผล 1) สังเกตการบอกความสําคัญของวันลอยกระทง 2) สังเกตการบอกกิจกรรมที่ควรปฏิบัติใน และประเพณียี่เป็ง วันลอยกระทงและประเพณียี่เป็ง 3) สังเกตการเล่าเรื่องจากภาพ 4) สังเกตการบอกวัสดุที่ใช้ทํากระทงและจําแนก วัสดุที่เป็นของธรรมชาติและของที่ประดิษฐ์
แผนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ สัปดาห์ที่...... วันที่.................. สาระการเรียนรู้ย่อย วันลอยกระทงหรือประเพณียี่เป็ง 1. ชื่อกิจกรรม สร้างสรรค์ 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1) ระบายสีภาพ “วันลอยกระทง” และเล่าเรื่องได้ 3) ใช้กล้ามเนื้อเล็กทํางานประสานสัมพันธ์กันระหว่าง มือกับตา 2) ประดิษฐ์กระทงจากวัสดุธรรมชาติได้ 4) เก็บอุปกรณ์เข้าที่หลังปฏิบัติกิจกรรมได้ 3. สาระการเรียนรู้ สาระที่ควรเรียนรู้ ประสบการณ์ส าคัญ 1)การระบายสีภาพกระทง 2)การประดิษฐ์กระทงจากวัสดุธรรมชาติ 3)การใช้มืออย่างคล่องแคล่วและประสานสัมพันธ์กัน 4) การมีวินัยในตนเอง 1)การประดิษฐ์สิ่งต่างๆด้วยวัตถุ 2)การใช้วัสดุและสิ่งของเครื่องใช้อย่างคุ้มค่า 3) การทําศิลปะแบบร่วมมือ 4) การสร้างสรรค์สิ่งสวยงาม 4. วิธีการจัดกิจกรรม 1) จัดเตรียมอุปกรณ์และวัสดุจากธรรมชาติที่ใช้ในการประดิษฐ์กระทงและภาพ “วันลอยกระทง” พร้อม กับสีเทียนไว้ที่โต๊ะกิจกรรม 2 โต๊ะ 2) แนะนําอุปกรณ์ในแต่ละกิจกรรม ทบทวนข้อตกลงในการปฏิบัติกิจกรรมการระบายสีภาพ “วันลอย กระทง” และการประดิษฐ์กระทง อธิบายและสาธิตวิธีการปฏิบัติกิจกรรมดังนี้ 2.1 การระบายสีภาพกระทงตามจินตนาการ - นําภาพ “วันลอยกระทง” มาให้เด็กดูแล้วสังเกตรายละเอียดของภาพ - ใช้สีเทียนระบายสีภาพตามจินตนาการ 2.2 การประดิษฐ์กระทงจากวัสดุธรรมชาติ - เด็กจับกลุ่มๆ ละ 3-4 คน - นําแตงโมผ่าซีกแล้วมา 1 ชิ้น ให้เด็กใช้ช้อนคว้านเนื้อสีแดงใส่จานจนเหลือเฉพาะเนื้อสีขาว - นําดอกไม้ ธูป เทียน ตกแต่งในกระทงให้สวยงาม 3) ให้เด็กเลือกปฏิบัติกิจกรรมตามความสนใจแล้วนําผลงานมาตั้งชื่อ และเล่าเรื่องให้ครูจดบันทึก 4) นําผลงานไปจัดแสดงไว้ที่จัดแสดงผลงาน 5) เมื่อปฏิบัติกิจกรรมเสร็จให้เด็กช่วยกันเก็บอุปกรณ์และทําความสะอาดบริเวณให้เรียบร้อย 5. สื่อและแหล่งการเรียนรู้ 1) ใบงานวันลอยกระทง 3) แตงโมผ่าซีกหลายๆ ชิ้นให้เพียงพอต่อจํานวนเด็ก 5) ดอกไม้ชนิดต่างๆ 2)สีเทียน 4) ช้อน 6) ธูป เทียน
6. การประเมินผล 1) สังเกตการระบายสีภาพ “วันลอยกระทง” และ การเล่าเรื่อง 3) สังเกตการใช้กล้ามเนื้อเล็กทํางานประสานสัมพันธ์ กันระหว่างมือกับตา 2) สังเกตการประดิษฐ์กระทงจากวัสดุธรรมชาติ 4) สังเกตการเก็บอุปกรณ์เข้าที่หลังปฏิบัติ กิจกรรม
แผนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ สัปดาห์ที่……. วันที่………สาระการเรียนรู้ย่อย วันลอยกระทงหรือประเพณียี่เป็ง 1. ชื่อกิจกรรม เสรี 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1) สังเกต สํารวจ ทดลอง ค้นคว้า คิดแก้ป๎ญหาในการทํางานและการเล่นเป็นกลุ่ม 2) มีประสบการณ์ตรงในการใช้ภาษา มีจินตนาการ ความคิดสร้างสรรค์ ต่องานและสิ่งที่ตนเล่น 3) มีวินัย ความรับผิดชอบ มีมารยาท ช่วยเหลือ แบ่งป๎น อดทนรอคอยและมีจิตสาธารณะ 4) มีพัฒนาการทาง ร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคมและสติป๎ญญาอย่างสมดุลรอบด้าน 3. สาระการเรียนรู้ สาระที่ควรเรียนรู้ -การเล่นตามศูนย์เป็นการเล่นในศูนย์ประสบการณ์ต่าง ๆ อย่างอิสระผ่านการเล่น ทดลอง คิดค้นคว้าสร้างสรรค์การแก้ป๎ญหาและการแสวงหาคําตอบ ซึ่งจะช่วยพัฒนาความคิด จินตนาการ ภาษาควบคู่ไปกับความมีวินัยความรับผิดชอบ การรอคอย การแบ่งป๎น การใฝ่รู้และการอยู่ร่วมกันเพื่อ พัฒนาการเข้าสู่สังคม ประสบการณ์ส าคัญ 1) การเล่นเครื่องเล่นสัมผัสและการสร้างสิ่งต่างๆจากแท่งไม้ บล็อก 2) การเล่นตามมุม ประสบการณ์มุมเล่นต่างๆ 3) การเล่นและทํางานร่วมกับผู้อื่น 4) การรับรู้ และแสดงความคิดความรู้สึกผ่านสื่อ วัสดุ ของเล่นและชิ้นงาน 5) การเล่นรายบุคคล กลุ่มย่อยและกลุ่มใหญ่ 6) การสร้างสรรค์ชิ้นงานโดยใช้รูปร่างรูปทรง จากวัสดุที่หลากหลาย 4. วิธีการจัดกิจกรรม 1) ครูแนะนําการเล่นการปฏิบัติตนในการเล่นศูนย์กิจกรรมเสรีตามข้อตกลง 2) เด็กเลือกเล่นศูนย์กิจกรรมเสรีตามความสนใจ 3) ครูให้คําแนะนํา กระตุ้น ส่งเสริม ให้คําชมเชยเพื่อให้เด็กเกิดการพัฒนาอย่างสมดุลรอบด้านเต็มตามศักยภาพ 4) ให้เด็กเล่นอย่างอิสระหลังจากเลิกเล่นให้เด็กทําความสะอาดอุปกรณ์ พร้อมกับเก็บของเข้าที่ให้เรียบร้อย 5. สื่อและแหล่งการเรียนรู้ - อุปกรณ์ต่างๆ ที่จัดไว้ตามศูนย์กิจกรรมเสรี ต้องสอดคล้องสัมพันธ์กับหน่วยการเรียนรู้
6. การประเมินผล 1) สังเกตพฤติกรรมการสํารวจ ทดลอง ค้นคว้า คิดแก้ป๎ญหาในการทํางานและการเล่นเป็นกลุ่ม 2) สังเกตการใช้ภาษา ตรวจผลงานการปฏิบัติกิจกรรมการคิดสร้างสรรค์ ต่องานและสิ่งที่เล่น 3) สังเกตความมีวินัย ความรับผิดชอบ มารยาท การช่วยเหลือ แบ่งป๎น อดทนรอคอยและมีจิตสาธารณะ 4) สังเกตความก้าวหน้าของพัฒนาการทั้ง 4 ด้าน หมายเหตุ ครูปรับเปลี่ยนสื่อ วัสดุอุปกรณ์ในศูนย์ให้สัมพันธ์กับหน่วยการเรียนรู้ตามความพร้อมและ จุดเน้นของสถานศึกษา
แผนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ สัปดาห์ที่...... วันที่.................. สาระการเรียนรู้ย่อย วันลอยกระทงหรือประเพณียี่เป็ง 1. ชื่อกิจกรรม กลางแจ้ง 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1) เล่นเครื่องเล่นสนามได้อย่างปลอดภัยโดยมีครูคอย ชี้แนะได้ 3) ปฏิบัติตนเป็นผู้นําและผู้ตามที่ดีได้ 2) สนใจและมีความสุขในการเล่น และ ออกกําลังกายได้ 4) ทําความสะอาดร่างกายหลังการเล่นได้ 3. สาระการเรียนรู้ สาระที่ควรเรียนรู้ ประสบการณ์ส าคัญ 1)การเล่นเครื่องเล่นสนาม 2)การเป็นผู้นําและผู้ตาม 3)การมีสุขภาพอนามัย สุขนิสัยที่ดี และรู้จักรักษา ความปลอดภัย 1)การเคลื่อนไหวเคลื่อนที่ 2)การเล่นเครื่องเล่นสนามอย่างอิสระ 3) การปฏิบัติตนตามสุขอนามัย สุขนิสัยที่ดีใน กิจวัตรประจําวัน 4. วิธีการจัดกิจกรรม 1) นําเด็กเดินแถวไปที่สนามอย่างเรียบร้อย ให้เด็กเข้าแถวตอนเรียง 1 ทั้งหมด 5 แถว 2) ให้เด็กที่อยู่หัวแถวออกมานําการอบอุ่นร่างกายคนละ 1 ท่าๆ ละ 10 ครั้ง แล้ววิ่งไปต่อท้ายแถว 3) เด็กคนต่อไปปฏิบัติกิจกรรมเหมือนข้อ 2) โดยไม่ให้ทําท่าซ้ํากับเด็กคนอื่นในแถวเดียวกันจนครบทุกคน 4) ทบทวนกติกาการเล่นเครื่องเล่นสนาม ดังนี้ - เล่นเครื่องเล่นตามลําดับการมาก่อน – มาทีหลัง - ไม่แกล้งเพื่อน - ไม่กระโดดลงจากชิงช้าขณะที่ชิงช้าแกว่ง - เล่นม้าหมุนไม่เร็วจนเกินไป - เล่นทดลองการจม การลอยในศูนย์น้ําด้วยความระมัดระวังไม่ให้น้ําหกเลอะเทอะ 5) ให้เด็กเล่นเครื่องเล่นสนามโดยอิสระ โดยครูคอยดูแลอย่างใกล้ชิด 6) เมื่อจบกิจกรรมให้เด็กเข้าแถวไปล้างมือล้างหน้าให้สะอาด 5. สื่อและแหล่งการเรียนรู้ 1) เครื่องเล่นสนาม เช่น ชิงช้า ม้าหมุน 3) ก๊อกน้ํา ถ้ําลอด เชือกปีนป่าย ฯลฯ 2)ถังน้ํา และอุปกรณ์การเล่นทดลองการจม การลอย เช่น ตะปู โฟม กรรไกร สีเทียน 6. การประเมินผล 1) สังเกตการเล่นเครื่องเล่นสนามได้อย่างปลอดภัยโดย มีครูคอยชี้แนะ 3) สังเกตการปฏิบัติตนเป็นผู้นําและผู้ตามที่ดี 2) สังเกตการสนใจและมีความสุขในการเล่น และออกกําลังกาย 4) สังเกตการทําความสะอาดร่างกายหลังการเล่น
แผนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ สัปดาห์ที่........ วันที่................ สาระการเรียนรู้ย่อย วันลอยกระทงและประเพณียี่เป็ง 1. ชื่อกิจกรรม เกมการศึกษา 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1) นําชิ้นส่วนที่มีภาพกับสัญลักษณ์ตัวเลข 1-5 มา 2) แก้ป๎ญหาด้วยวิธีการต่างๆ โดยการลองผิด จัดเข้าพวกกับบัตรภาพและสัญลักษณ์ตัวเลข 1-5 ได้ ลองถูกด้วยตนเองได้ 3) แบ่งป๎นกับเพื่อนและผลัดกันเล่นได้ 4) เก็บของเล่นของใช้เข้าที่หลังการเล่นได้ 3. สาระการเรียนรู้ สาระที่ควรเรียนรู้ ประสบการณ์ส าคัญ 1) การจัดหมวดหมู่สัญลักษณ์ตัวเลข 1-5 1) การคัดแยก การจัดกลุ่ม และการจําแนกสิ่ง ต่างๆ ตามลักษณะและรูปร่าง รูปทรง 2) การสังเกตการจําแนกตัวเลข 2) การเล่นรายบุคคล กลุ่มย่อย และกลุ่มใหญ่ 3) การช่วยเหลือ การแบ่งป๎น 3) การเล่นตามกลุ่มประสบการณ์/มุมต่างๆ 4) การเก็บอุปกรณ์ของเล่นเข้าที่ 4. วิธีการจัดกิจกรรม 1) ให้เด็กนั่งเป็นรูปตัวยู นําเกมการจัดหมวดหมู่ภาพกับสัญลักษณ์ตัวเลขและจํานวน 1-5 มาให้เด็กเล่นเป็น กลุ่มโดยปฏิบัติดังนี้ - หาอาสาสมัคร 5 คน ออกมาสาธิตการเล่นเกมเป็นกลุ่มโดยนั่งเป็นวงกลม -แจกบัตรภาพกับสัญลักษณ์ตัวเลข 1-5 ให้เด็กคนละ 1 บัตรภาพ ให้เด็กแต่ละคนนับจํานวนภาพ กระทงและสังเกตตัวเลขบนบัตรภาพที่ตนเองได้รับ แล้วนําบัตรของตนเองวางไว้ตรงหน้า - นําบัตรตัวเลข 1-5 เลขละ 3 บัตร ชูให้เด็กดู ให้เด็กทุกคนช่วยกันบอกชื่อตัวเลข วางคว่ําไว้แล้วคนให้ คละกัน -จัดลําดับการเล่นโดยวิธีการจับฉลาก -ดําเนินการเล่นโดยให้เด็กคนที่ 1 เปิดบัตรที่คว่ําอยู่บนพื้นโดยเปิดครั้งละ 1 ใบ ตามลําดับ ถ้าเด็กคนใด เปิดได้หมายเลขตรงกับบัตรของตนเอง ให้นําบัตรใบนั้นไปวางไว้ใต้บัตรภาพของตนเองให้เรียบร้อย ถ้าได้ บัตรที่ไม่ตรงกับตัวเลขของตนเองให้คว่ําบัตรไว้ตามเดิม แล้วให้ผู้เล่นคนถัดไปเล่นต่อไป ถ้าผู้เล่นคนใดวาง บัตรตัวเลขได้ครบทั้ง 3 ใบก่อนเป็นผู้ชนะ 2) แบ่งเด็กเป็นกลุ่มๆ ละ 5 คน ให้เด็กเล่นเกมจัดหมวดหมู่ภาพกับสัญลักษณ์ 3) เมื่อจบกิจกรรมให้เด็กช่วยกันเก็บเกมเข้าที่ให้เรียบร้อย 4) ครูและเด็กร่วมกันสรุปป๎ญหาในการเล่นและให้เด็กเสนอแนะวิธีการแก้ป๎ญหาโดยครูแนะนําเพิ่มเติม 5. สื่อและแหล่งการเรียนรู้ 1) เกมจัดหมวดหมู่ภาพกับสัญลักษณ์ ตัวเลข 1-5 2) เกมอื่นที่เคยเล่นมาแล้ว
6. การประเมินผล 1) สังเกตการนําชิ้นส่วนที่มีภาพกับสัญลักษณ์ตัวเลข 1-5 2) สังเกตการแก้ป๎ญหาด้วยวิธีการต่างๆ โดย มาจัดเข้าพวกกับบัตรภาพและสัญลักษณ์ตัวเลข 1-5 การลองผิดลองถูกด้วยตนเอง 3) สังเกตการแบ่งป๎นกับเพื่อนและผลัดกันเล่น 4) สังเกตการเก็บของเล่นของใช้เข้าที่หลังการเล่น 7. ภาคผนวก เพลงลอยกระทง ไม่ทราบนามผู้แต่ง วันเพ็ญเดือนสิบสอง น้ําก็นองเต็มตลิ่ง เราทั้งหลายชายหญิง สนุกกันจริงวันลอยกระทง ลอย ลอยกระทง ลอย ลอยกระทง ลอยกระทงกันแล้ว ขอเชิญน้องแก้วออกมารําวง รําวงวันลอยกระทง รําวงวันลอยกระทง บุญจะส่งให้เราสุขใจ บุญจะส่งให้เราสุขใจ ประวัติความเป็นมาประเพณีลอยกระทง วันลอยกระทงเป็นวันสําคัญวันหนึ่งของชาวไทย ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ํา เดือน 12 ตามปฏิทินจันทรคติไทย ตามปฏิทินจันทรคติล้านนา มักจะตกอยู่ในราวเดือนพฤศจิกายน ตามปฏิทินสุริยคติบางปีเทศกาลลอยกระทงจะมา ตรงกับเดือนตุลาคม ประเพณีลอยกระทง เดิมเชื่อกันว่า ประเพณีลอยกระทง เริ่มมีมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย ในรัชสมัยพ่อขุนรามคําแหง โดยมีนางนพมาศ หรือท้าวศรีจุฬาลักษณ์พระสนมเอกในพระร่วงเจ้าแห่งกรุงสุโขทัย เป็นผู้ประดิษฐ์กระทงขึ้นครั้งแรก โดยแต่เดิม เรียกว่า “พิธีจองเปรียง” ที่ลอยเทียนประทีป และนางนพมาศได้นําดอกโคทม ซึ่งเป็นดอกบัวที่บานเฉพาะวันเพ็ญ เดือนสิบสองมาใช้ใส่เทียนประทีป แต่ป๎จจุบันมีหลักฐานว่าไม่น่าจะเก่ากว่าสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น โดยอ้างอิง หลักฐานจากภาพจิตรกรรมการสร้างกระทงแบบต่างๆ ในสมัยรัชกาลที่ 1
ต่อมาในช่วงกรุงรัตนโสินทร์ตอนต้น สมัยรัชกาลที่ 1 ถึง รัชกาลที่ 3 พระบรมวงศานุวงศ์ตลอดจนขุนนาง นิยมประดิษฐ์กระทงเพื่อประกวดแข่งขันกัน ซึ่งใช้แรงงานและแรงคนเป็นจํานานมาก พระบาทสมเด็จพระจอม เกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ทรงมองเห็นว่าเป็นการสิ้นเปลืองจึงยกเลิกการประดิษฐ์กระทงใหญ่ไป และหันมาทําเรือ ลอยประทีปถวาย องค์ละลําแทนกระทงใหญ่ ซึ่งเรียกว่า “เรือลอยประทีป” ความเป็นมาและความเชื่อ ของเทศกาลลอยกระทง 1. ลอยกระทง เพื่อเป็นการแสดงความสํานึกบุญคุณของแม่น้ํา ที่ให้เราได้อาศัยดื่มกิน อีกทั้งขออภัยพระ แม่คงคาที่ทําให้แหล่งน้ําต่างๆ ไม่สะอาด 2. ลอยกระทง เพื่อเป็นการสักการะรอยพระพุทธบาทนัมมทานที 3. ลอยกระทง เพื่อเป็นการสะเดาะเคราะห์ โดยอาศัยความเชื่อในการลอยความทุกข์ความโศก โรคภัยไข้ เจ็บ และสิ่งไม่ดีๆ ต่างให้ไปกับแม่น้ํา 4. ลอยกระทง เพื่อบูชาพระอุปคฺตฺ ที่ชาวไทยภาคเหนือเคารพ ซึ่งบําเพ็ญบริกรรมคาถาอยู่ในส่วนลึกของ ท้องทะเล หรือสะดือทะเล 5. ลอยกระทง เพื่อรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีที่เก่าแก่ของไทยแต่โบราณ อีกทั้งส่งเสริม การท่องเที่ยวให้กับชาวไทยและ ชาวต่างชาติ 6. เพื่อเป็นการนัดพบปะสังสรรค์กันในหมู่ครอบครัว ให้ได้อยู่ร่วมกันในวันลอยกระทง 7. เพื่อส่งเสริมฝีมืองานอาชีพ อีกทั้งส่งเสริมให้แสดงความคิดสร้างสรรค์ในการแข่งขันทํากระทง การประกวดนางนพมาศ เป็นประจําทุกปี ที่ต้องมีในวันลอยกระทง ประวัติความเป็นมาประเพณียี่เป็ง ประเพณียี่เป็ง เป็นประเพณีลอยกระทงของชาวล้านนาที่มีประวัติความเป็นมาอันยาวนาน โดยในป๎จจุบัน ประเพณียี่เป็งยังคงเป็นประเพณีที่มีการสืบทอดและจัดขึ้นในช่วงวันเพ็ญเดือนสิบสองของทุกปี ในพงศาวดารโยนกและจามเทวีได้บันทึกเรื่องราวเกี่ยวกับประเพณียี่เป็งเอาไว้ว่า ครั้งหนึ่งเมื่อบ้านเมืองเกิด ภัยร้ายแรงด้วยโรคอหิวาตกโรคขึ้นที่แคว้นหริภุญไชย ชาวเมืองล้มตายเป็นจํานวนมาก ทําให้ชาวเมืองที่เหลือต้อง อพยพไปอยู่เมืองหงสาวดีนานถึง 6 ปี จึงกลับสู่บ้านเมืองเดิม ครั้นถึงเวลาเวียนมาบรรจบครบวันที่ต้องจาก บ้านเมืองไป จึงได้ทําพิธีรําลึกถึงญาติพี่น้องที่ล่วงลับไปแล้วด้วยการทํากระทงใส่เครื่องสักการะบูชาธูปเทียนลอย แล้วนําไปลอยตามน้ํา เรียกว่า การลอยโขมดหรือลอยไฟ จึงเป็นที่มาของประเพณียี่เป็งที่มีมาจนถึงทุกวันนี้ ยี่เป็ง มาจากคําว่า ยี่ ซึ่งแปลว่า สอง ส่วนเป็งมาจากคําว่า เพ็ญ ประเพณียี่เป็งจึงเป็นประเพณีที่จัดขึ้นใน วันเพ็ญเดือนสิบสอง เรียกชื่อว่า “ตามผางผะติ้ป” (จุดประทีป) ซึ่งชาวเหนือตอนล่างจะเรียกประเพณีนี้ว่า พิธี จองเปรียง หรือ ลอยโขมด เป็นงานที่ขึ้นชื่อของจังหวัดสุโขทัย พระราชพิธีจองเปรียง เผาเทียน เล่นไฟ พลุ ตะไล ไฟพะเนียง โคมลอยรูปดอกกระมุท
8. บันทึกผลการจัดประสบการณ์ ข้อดี ......................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................... ข้อควรปรับปรุง ......................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................... แนวทางการแก้ไข ......................................................................................................................................................... .........................................................................................................................................................
แผนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ สัปดาห์ที่...... วันที่.................. สาระการเรียนรู้ย่อย วันงานประเพณีแข่งเรือพาย 1. ชื่อกิจกรรม เคลื่อนไหวและจังหวะ 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1) เคลื่อนไหวอวัยวะส่วนต่างๆ ของร่างกายได้ 3) ทําท่าทางตามจินตนาการตามคําบรรยายได้ 2) ฟ๎งแล้วปฏิบัติตามสัญญาณได้ 4) ปฏิบัติตามข้อตกลงได้ 3. สาระการเรียนรู้ สาระที่ควรเรียนรู้ ประสบการณ์ส าคัญ 1)การฟ๎ง การปฏิบัติตามสัญญาณและข้อตกลง 2)การเคลื่อนไหวอวัยวะส่วนต่างๆ ของร่างกาย 3)การทําท่าทางตามจินตนาการตามคําบรรยาย 4) การปฏิบัติตนเบื้องต้นในการเป็นสมาชิกที่ดีของ สังคมในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุข 1)การฟ๎งและปฏิบัติตามคําแนะนํา 2)การเคลื่อนไหวเคลื่อนที่ 3) การปฏิบัติตนตามวัฒนธรรมท้องถิ่นที่อาศัย และประเพณีไทย 4) การเคลื่อนไหวโดยควบคุมตนเองไปในทิศทาง ระดับ และพื้นที่ 4. วิธีการจัดกิจกรรม 1) ให้เด็กเคลื่อนไหวร่างกายไปรอบๆ บริเวณโดยอิสระตามจังหวะที่ครูตีฉิ่งเป็นสัญญาณโดยไม่ให้ชนกัน เมื่อได้ยินสัญญาณหยุด ให้เด็กหยุดเคลื่อนไหวในท่านั้นทันที 2) ให้เด็กทําท่าทางตามจิตนาการตามคําบรรยายดังนี้ ฉันตื่นนอนแต่เช้าตรู่ ได้ยินเสียงนกร้องเพลงใกล้ๆ หน้าต่าง ฉันนอนฟ๎งเพลงที่นกร้องอย่างมีความสุข แล้วก็พับผ้าห่ม เก็บที่นอน แล้วฉันก็เดินออกไปนอกบ้าน อากาศสดชื่น หอมกลิ่นดอกกระดังงาโชยมาอ่อน ฉันสูดลมหายใจแรงๆ หลายๆ ครั้ง อากาศยามเช้าบริสุทธิ์ สดชื่นจริงๆ ฉันกระโดดไปบนโขดหินทีละก้อน ทีละก้อน แล้วฉันก็ก้มเอามือวักน้ําในลําธารมาล้างหน้า แหม เย็นชื่นใจดีจริงๆ แล้วฉันก็นั่งพักบนโขดหินอย่างมีความสุข 3) ปฏิบัติตามข้อ 2 ซ้ํา 2 ครั้ง 4) ให้เด็กนั่งพักในท่าสบาย 2-3 นาที 5. สื่อและแหล่งการเรียนรู้ 1)ฉิ่ง 2)คําบรรยาย 6. การประเมินผล 1) สังเกตการเคลื่อนไหวอวัยวะส่วนต่างๆ ของร่างกาย 3) สังเกตการทําท่าทางตามจินตนาการตามคําบรรยาย 2) สังเกตการฟ๎งแล้วปฏิบัติตามสัญญาณ 4) สังเกตการปฏิบัติตามข้อตกลง
แผนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ สัปดาห์ที่........... วันที่........................ สาระการเรียนรู้ย่อย วันงานประเพณีแข่งเรือพาย 1. ชื่อกิจกรรม เสริมประสบการณ์ ความคิดรวบยอด ประเพณีแข่งเรือเป็นการละเล่นพื้นบ้านที่ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ํานิยมปฏิบัติสืบต่อกันมาตั้งแต่ สมัยบรรพบุรุษ จัดขึ้นในฤดูน้ําหลากประมาณเดือนกรกฎาคม-พฤศจิกายน จัดขึ้นเพื่อสร้างความสามัคคีใน หมู่คณะและสืบสานวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามไว้เพื่อลูกหลานจะได้รักถิ่นเกิดของตนเอง 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1) บอกความสําคัญของวันงานประเพณีแข่ง เรือพายได้ 3) ทําท่าทางประกอบเพลงได้ 2) บอกกิจกรรมที่ควรปฏิบัติในงานประเพณีแข่งเรือพายได้ 4) พูดกับผู้อื่นเกี่ยวกับประสบการณ์ของตนเองหรือเล่า เรื่องราวเกี่ยวกับตนเองได้ 3. สาระการเรียนรู้ สาระที่ควรเรียนรู้ ประสบการณ์ส าคัญ 1) ความสําคัญของงานประเพณีแข่งเรือพาย 1) การฟ๎งเพลง การร้องเพลงการแสดงปฏิกิริยาโต้ตอบ เสียงดนตรี 2) กิจกรรมที่ควรปฏิบัติ 2) การปฏิบัติตนตามวัฒนธรรมท้องถิ่นที่อาศัยและประเพณีไทย 3) การร้องเพลงและการทําท่าทางประกอบเพลง 3) การฟ๎งเสียงต่างๆ ในสิ่งแวดล้อม 4. วิธีการจัดกิจกรรม 1) เปิดเพลงบุญแข่งเรือ ให้เด็กดู 1 เที่ยว แล้วสนทนาเกี่ยวกับเนื้อหาของเพลงและมิวสิคเพลงบุญแข่งเรือ โดยถามคําถามดังนี้ - เพลงที่เด็กๆ ฟ๎งมีเนื้อหาเกี่ยวกับอะไรคะ ใครเคยฟ๎งมาแล้วบ้าง - เด็กๆ เคยไปดูงานประเพณีแข่งเรือหรือไม่ ไปดูที่ไหน - เด็กๆ ชอบกิจกรรมอะไรในงานแข่งเรือ และไม่ชอบกิจกรรมอะไรบ้าง เพราะเหตุใด 2) หาอาสาสมัครออกมาเล่าเกี่ยวกับงานประเพณีแข่งเรือพายตามประสบการณ์เดิม 3) อธิบายถึงความสําคัญของงานประเพณีแข่งเรือพายประกอบแผนภูมิภาพและกิจกรรมที่ควรปฏิบัติใน การไปร่วมกิจกรรมงานประเพณีแข่งเรือพาย เช่น การไม่วิ่งซุกซนเพราะอาจตกน้ํา การให้ผู้ปกครองเขียน ชื่อ ที่อยู่ และเบอร์โทรศัพท์ เพื่อป้องกันการพลัดหลงจากผู้ใหญ่ เป็นต้น 4) สอนเพลงพายเรือ โดยร้องเพลงให้เด็กฟ๎ง 2 เที่ยว แล้วให้เด็กพูดเนื้อเพลงตามครูทีละวรรค จากนั้น ร้องเพลงตามครูทีละวรรค แล้วจึงร้องเพลงและทําท่าทางประกอบเพลงพร้อมกัน 5) เปิดเพลงบุญแข่งเรือให้เด็กทําท่าทางประกอบเพลงตามจินตนาการ 6) ครูและเด็กร่วมกันสรุปถึงความสําคัญของประเพณีแข่งเรือพายและกิจกรรมที่ควรปฏิบัติ
5. สื่อและแหล่งการเรียนรู้ 1) แผนภูมิภาพประเพณีแข่งเรือพาย 2) เครื่องเล่นวีซีดี ซีดีเพลงบุญแข่งเรือและโทรทัศน์ 3) เพลงพายเรือ 6. การประเมินผล 1) สังเกตการบอกความสําคัญของวันงาน ประเพณีแข่งเรือพาย 3) สังเกตการทําท่าทางประกอบเพลง 2) สังเกตการบอกกิจกรรมที่ควรปฏิบัติในงานแข่งเรือพาย 4) สังเกตการพูดกับผู้อื่นเกี่ยวกับประสบการณ์ของตนเอง หรือเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับตนเอง
แผนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ สัปดาห์ที่...... วันที่.................. สาระการเรียนรู้ย่อย วันงานประเพณีแข่งเรือพาย 1. ชื่อกิจกรรม สร้างสรรค์ 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1) ดีดสีจากแปรงสีฟ๎นและตั้งชื่อภาพได้ 3) เล่น/ทํางานศิลปะตามจินตนาการและความคิด สร้างสรรค์ได้ 2) พับเรือและวาดตกแต่งภาพด้วยสีเทียนตาม จินตนาการและเล่าเรื่องได้ 4) เก็บอุปกรณ์เข้าที่หลังปฏิบัติกิจกรรมได้ 3. สาระการเรียนรู้ สาระที่ควรเรียนรู้ ประสบการณ์ส าคัญ 1)การดีดสีจากแปรงสีฟ๎น 2)การพับเรือ 3)การสนทนาโต้ตอบ เล่าเรื่องให้ผู้อื่นเข้าใจ 4) การเล่น/ทํางานศิลปะตามจินตนาการและ ความคิดสร้างสรรค์ 1)การเขียนภาพและการเล่นกับสี 2)การประดิษฐ์สิ่งต่างๆด้วยเศษวัสดุ์ 3) การพูดอธิบายเกี่ยวกับสิ่งของ เหตุการณ์ และ ความสัมพันธ์ของสิ่งต่างๆ 4) การรับรู้แสดงความคิดความรู้สึกผ่านสื่อของ เล่นและชิ้นงานต่างๆ 4. วิธีการจัดกิจกรรม 1) จัดเตรียมอุปกรณ์ในการดีดสีจากแปรงสีฟ๎นและอุปกรณ์ในการพับแล้ววาดภาพด้วยสีเทียนตามจินตนาการ 2) แนะนําอุปกรณ์ในแต่ละกิจกรรม ทบทวนข้อตกลงในการดีดสีจากแปรงสีฟ๎นและอุปกรณ์ในการพับเรือ แล้ววาดตกแต่งภาพตามจินตนาการ แล้วอธิบายและสาธิตวิธีการปฏิบัติกิจกรรมดังนี้ 2.1 การดีดสีจากแปรงสีฟ๎น - นําภาพเรือชนิดต่างๆ มาให้เด็กช่วยกันบอกชื่อชนิดของเรือแล้วจัดเตรียมไว้ให้เด็กเลือกภาพเรือ มาใช้ในกิจกรรมดีดสีตามความสนใจ - ใช้ปลายขนแปรงสีฟ๎นจุ่มสีเล็กน้อย นําไปดีดบริเวณภาพเรือให้สวยงาม เมื่อจะเปลี่ยนสีล้างแปรง ให้สะอาดและเช็ดแปรงให้แห้ง แล้วนําปลายขนแปรงไปจุ่มแล้วดีดสีตามความต้องการ 2.2 การพับเรือแล้ววาดตกแต่งภาพด้วยสีเทียนตามจินตนาการ - นํากระดาษสีหรือกระดาษขาวรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสขนาด 2x2 นิ้ว เตรียมไว้ให้เด็ก - สาธิตการพับเรือโดยพับกระดาษเป็นรูปสามเหลี่ยม กรีดให้คม จากนั้นพับส่วนฐานขึ้นประมาณ 1 นิ้ว จะได้กระดาษรูปทรงเรือ ใช้กาวติดตรงลําตัวเรือและใบเรือเล็กน้อยแล้วนําไปติดลงบนกระดาษขนาด A4 - วาดตกแต่งภาพด้วยสีเทียนตามจินตนาการ 3) ให้เด็กเลือกปฏิบัติกิจกรรมตามความสนใจแล้วนําผลงานมาตั้งชื่อ และเล่าเรื่องให้ครูจดบันทึก แล้วนําไป จัดแสดงไว้ที่จัดแสดงผลงาน
5. สื่อและแหล่งการเรียนรู้ 1) ใบงานภาพเรือชนิดต่างๆ สีโปสเตอร์และแปรงสีฟ๎น 2)กระดาษโปสเตอร์หรือกระดาษสีขาวสี่เหลี่ยม จัตุรัสขนาด 6x6 นิ้ว กาวลาเท็กซ์และสีเทียน 6. การประเมินผล 1) สังเกตการดีดสีจากแปรงสีฟ๎นและตั้งชื่อภาพ 3) สังเกตการเล่น/ทํางานศิลปะตามจินตนาการและ ความคิดสร้างสรรค์ 2) สังเกตการพับเรือและวาดตกแต่งภาพด้วยสี เทียนตามจินตนาการและการเล่าเรื่อง 4) สังเกตการเก็บอุปกรณ์เข้าที่หลังปฏิบัติกิจกรรม
แผนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ สัปดาห์ที่……. วันที่………สาระการเรียนรู้ย่อย วันงานประเพณีแข่งเรือพาย 1. ชื่อกิจกรรม เสรี 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1) สังเกต สํารวจ ทดลอง ค้นคว้า คิดแก้ป๎ญหาในการทํางานและการเล่นเป็นกลุ่ม 2) มีประสบการณ์ตรงในการใช้ภาษา มีจินตนาการ ความคิดสร้างสรรค์ ต่องานและสิ่งที่ตนเล่น 3) มีวินัย ความรับผิดชอบ มีมารยาท ช่วยเหลือ แบ่งป๎น อดทนรอคอยและมีจิตสาธารณะ 4) มีพัฒนาการทาง ร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคมและสติป๎ญญาอย่างสมดุลรอบด้าน 3. สาระการเรียนรู้ สาระที่ควรเรียนรู้ -การเล่นตามศูนย์เป็นการเล่นในศูนย์ประสบการณ์ต่าง ๆ อย่างอิสระผ่านการเล่น ทดลอง คิดค้นคว้าสร้างสรรค์การแก้ป๎ญหาและการแสวงหาคําตอบ ซึ่งจะช่วยพัฒนาความคิด จินตนาการ ภาษาควบคู่ไปกับความมีวินัยความรับผิดชอบ การรอคอย การแบ่งป๎น การใฝ่รู้และการอยู่ร่วมกันเพื่อ พัฒนาการเข้าสู่สังคม ประสบการณ์ส าคัญ 1) การเล่นเครื่องเล่นสัมผัสและสร้างสิ่งต่างๆ จากแท่งไม้ บล็อก 2) การรวมและการแยกสิ่งต่างๆ 3) การเล่นและการทํางานร่วมกับผู้อื่น 4) การเล่นตามมุมประสบการณ์/มุมเล่นต่างๆ 5) การเล่นรายบุคคลกลุ่มย่อยและกลุ่มใหญ่ 6) การสร้างสรรค์ชิ้นงานโดยใช้รูปร่าง รูปทรง จากวัสดุ์ที่หลากหลาย 4. วิธีการจัดกิจกรรม 1) ครูแนะนําการเล่นการปฏิบัติตนในการเล่นศูนย์กิจกรรมเสรีตามข้อตกลง 2) เด็กเลือกเล่นศูนย์กิจกรรมเสรีตามความสนใจ 3) ครูให้คําแนะนํา กระตุ้น ส่งเสริม ให้คําชมเชยเพื่อให้เด็กเกิดการพัฒนาอย่างสมดุลรอบด้านเต็มตามศักยภาพ 4) ให้เด็กเล่นอย่างอิสระหลังจากเลิกเล่นให้เด็กทําความสะอาดอุปกรณ์ พร้อมกับเก็บของเข้าที่ให้เรียบร้อย 5. สื่อและแหล่งการเรียนรู้ - อุปกรณ์ต่างๆ ที่จัดไว้ตามศูนย์กิจกรรมเสรี ต้องสอดคล้องสัมพันธ์กับหน่วยการเรียนรู้
6. การประเมินผล 1) สังเกตพฤติกรรมการสํารวจ ทดลอง ค้นคว้า คิดแก้ป๎ญหาในการทํางานและการเล่นเป็นกลุ่ม 2) สังเกตการใช้ภาษา ตรวจผลงานการปฏิบัติกิจกรรมการคิดสร้างสรรค์ ต่องานและสิ่งที่เล่น 3) สังเกตความมีวินัย ความรับผิดชอบ มารยาท การช่วยเหลือ แบ่งป๎น อดทนรอคอยและมีจิตสาธารณะ 4) สังเกตความก้าวหน้าของพัฒนาการทั้ง 4 ด้าน หมายเหตุ ครูปรับเปลี่ยนสื่อ วัสดุอุปกรณ์ในศูนย์ให้สัมพันธ์กับหน่วยการเรียนรู้ตามความพร้อมและ จุดเน้นของสถานศึกษา
แผนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ สัปดาห์ที่...... วันที่.................. สาระการเรียนรู้ย่อย วันงานประเพณีแข่งเรือพาย 1. ชื่อกิจกรรม กลางแจ้ง 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1) เล่นเกมการแข่งขันเดินปูได้ 3) กระโดดขาเดียวไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่อง โดยไม่เสียการทรงตัวได้ 2) สนใจและมีความสุขในการเล่น และ ออกกําลังกายได้ 4) ทําความสะอาดร่างกายหลังการเล่นได้ 3. สาระการเรียนรู้ สาระที่ควรเรียนรู้ ประสบการณ์ส าคัญ 1)การเล่นแข่งขันเดินปู 2)การกระโดดขาเดียวไปข้างหน้า 3)การมีสุขภาพอนามัย สุขนิสัยที่ดี และรู้จักรักษา ความปลอดภัย 1)การเคลื่อนไหวเคลื่อนที่ 2)การเล่นนอกห้องเรียน 3) การปฏิบัติตนตามสุขอนามัย และสุขนิสัยที่ดี ในกิจวัตุประจําวัน 4. วิธีการจัดกิจกรรม 1) นําเด็กเดินแถวไปที่สนามอย่างเรียบร้อย ให้เด็กอบอุ่นร่างกายด้วยการวิ่งเหยาะไปรอบๆ สนาม 1-2 รอบ พร้อมกับนับหนึ่ง สอง หนึ่ง สอง ประกอบการวิ่งแล้วกระโดดขาเดียวไปข้างหน้าพร้อมกับนับ1-10 2) ให้เด็กนั่งเป็นแถวตอนเรียง 1 ทั้งหมด 3 แถว 3) ให้เด็กเล่นเกมแข่งขันเดินปู โดยอธิบายและสาธิตการเล่น ดังนี้ - กําหนดเส้นเริ่มต้น และเส้นชัย ให้มีระยะห่าง 4-5 เมตร - หาอาสาสมัคร 3 คน ออกมาเล่นแข่งขันการเดินปู โดยให้อาสาสมัครนั่งยองๆ หันหลังให้เส้นชัย แล้วเอามือทั้ง 2 ข้าง คว่ําลงเท้าพื้นสนาม - เมื่อได้ยินสัญญาณนกหวีด ให้ผู้เข้าแข่งขันเดินโดยใช้เท้าและมือดันพื้นสนามให้ถึงเส้นชัย ใครถึงก่อน เป็นผู้ชนะ 4) ให้เด็กแข่งขันการเดินปูโดยเปลี่ยนผู้เล่นจนครบทุกคน 5) เมื่อจบกิจกรรมให้เด็กเข้าแถวไปล้างมือล้างหน้าให้สะอาด 5. สื่อและแหล่งการเรียนรู้ 1) นกหวีด 3) ก๊อกน้ํา 2) เส้นเริ่มต้น และเส้นชัย 6. การประเมินผล 1) สังเกตการเล่นเกมการแข่งขันเดินปู 3) สังเกตการกระโดดขาเดียวไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่อง โดยไม่เสียการทรงตัว 2) สังเกตการสนใจและมีความสุขในการเล่น และ ออกกําลังกาย 4) สังเกตการทําความสะอาดร่างกายหลังการเล่น
แผนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ สัปดาห์ที่........ วันที่................ สาระการเรียนรู้ย่อย วันงานประเพณีแข่งเรือพาย 1. ชื่อกิจกรรม เกมการศึกษา 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1) จับคู่ภาพเรือที่เหมือนกันได้ 2) เปรียบเทียบและบอกความเหมือนและ 3) แบ่งป๎นกับเพื่อนและผลัดกันเล่นโดยมีผู้แนะนําได้ ความแตกต่างของสิ่งต่างๆ ได้ 4) เก็บของเล่นของใช้เข้าที่หลังการเล่นได้ 3. สาระการเรียนรู้ สาระที่ควรเรียนรู้ ประสบการณ์ส าคัญ 1) การจับคู่ภาพที่เหมือนกัน 1) การเล่นและทํางานร่วมกับผู้อื่นf 2) การเปรียบเทียบและบอกความเหมือนและ 2) การเล่นเครื่องเล่นสัมผัสและการสร้างสิ่งต่างจาก ความแตกต่างของสิ่งต่างๆ แท่งไม้ บล็อก 3)การช่วยเหลือ การแบ่งป๎น 3) การปฏิบัติกิจกรรมต่างๆตามความสามารถของตนเอง 4) การเก็บอุปกรณ์ของเล่นเข้าที่ 4) การสังเกตลักษณะสานประกอบการเปลี่ยนแปลง และความสัมพันธ์ของสิ่งต่างๆ โดยใช้ประสาทสัมผัส อย่างเหมาะสม 4. วิธีการจัดกิจกรรม 1) นําเกมภาพจับคู่ภาพเหมือน ชุดเรือ มาแนะนําให้เด็กเล่นโดยปฏิบัติดังนี้ - นําบัตรภาพเรือชนิดต่างๆ ให้เด็กดู และให้เด็กพูดชื่อเรือชนิดต่างๆ ตามครู 2-3 เที่ยว - หาอาสาสมัครชาย 6 คน หญิง 6 คน ออกมาเล่นเกมโดยให้เด็กผู้หญิงยืนเป็นแถวหน้ากระดานดํา เด็กผู้ชายยืนเป็นแถวอยู่หลังห้องเรียน -แบ่งแผ่นเกมจับคู่ภาพเหมือน ชุดเรือ ออกเป็น 2 ชุด แจกบัตรชุดที่ 1 ให้เด็กผู้หญิง ชุดที่ 2 ให้ เด็กผู้ชายในลักษณะคว่ําหน้า -กําหนดเส้นกลางห้องเป็นจุดนัดพบ - เมื่อครูให้สัญญาณนกหวีด ให้เด็กผู้หญิงและเด็กผู้ชายวิ่งมาหาคู่ของตนเองที่จุดนัดพบ ผู้ใดได้คู่แล้วให้ นั่งลง -ครูและเด็กคนอื่นๆ ช่วยตรวจสอบความถูกต้อง 2) ปฏิบัติเหมือนข้อ 1 ซ้ําอีก 1-2 ครั้ง 3) นําเกมที่เคยเล่นมาแล้วมาแนะนําให้เด็กเล่น ทบทวนกติกาและวิธีการเล่นพอเข้าใจ 4) ให้เด็กเลือกเล่นเกมอิสระ 5) เมื่อจบกิจกรรมให้เด็กช่วยกันเก็บเกม – อุปกรณ์เข้าที่ให้เรียบร้อย 6) ครูและเด็กร่วมกันสรุปป๎ญหาในการเล่นและให้เด็กเสนอแนะวิธีการแก้ป๎ญหาโดยครูแนะนําเพิ่มเติม
5. สื่อและแหล่งการเรียนรู้ 1) เกมจับคู่ภาพเหมือนชุดเรือ 2) เกมอื่นที่เคยเล่นมาแล้ว 6. การประเมินผล 1) สังเกตการจับคู่ภาพเรือที่เหมือนกัน 2) สังเกตการเปรียบเทียบและบอกความเหมือน และความแตกต่างของสิ่งต่างๆ 3) สังเกตการแบ่งป๎นกับเพื่อนและผลัดกันเล่น 4) สังเกตการณ์เก็บของเล่นของใช้เข้าที่หลังการเล่น โดยมีผู้แนะนํา 7. ภาคผนวก เพลงพายเรือ เตือนใจ ศรีมารุต พาย พาย พาย ลงเรือพายไปตามลําคลอง เรือน้อยลอยล่อง ลอยล่องไปตามน้ําไหล พาย พาย พาย เราช่วยกันจ้ําเราช่วยกันพาย พาย พาย พาย เราช่วยกันจ้ําเราช่วยกันพาย เพลงบุญแข่งเรือ กระท้อน โฮ.โฮ่.โฮ้.โฮ.โฮ้... จากต้นไม้ลําใหญ่ลํางาม ล่องลอยน้ําเป็นลํานาวา พร้อมใจกันปิดบ้านร้านรวง ร่วมบวงสรวงนาคีนาคา เดือนสิบสองน้ํานองเต็มฝ๎่ง สอบความหวังกําลังวังชา เรือเด็ดจากลุ่มเจ้าพระยา เจ้านาคาอยุธยากรุงเก่า... โฮ.โฮ่.โฮ้.โฮ.โฮ้ แม่มูลชีเรือดีอิสาน ปิงกล้าหาญวังยมหลั่งไหล น่านบ้านสูงเชื่อมเหนือบ้านไทย ไกลแสนไกลน้ําโขงโยงมา แม่ตาปีเรือดีเรือชัย จากบ้านใต้บ้านเหนือนานา ประเพณีโบราณนานมา รวมนาวาทุกแคว้นแดนไทย.. เสียงกลองขยับฉิ่งฉับทึ่งโม่ง พายเรือขยับฉับฉับทึ่งโม่ง เสียงพิณโตดโต่งจากภาคอิสาน จับแคนมาเป่าเจ้าลอยมันมันสีซอ ประสานงานบุญบ้านไทย.. บึดจ้ําบึดจ้ําบึดจ้ําบึด
บึดจ้ําบึดจ้ําบึดจ้ําบึด บึดจ้ําบึดจ้ําบึดจ้ําบึด .บึดจ้ําบึดจ้ําบึดจ้ําบึด โฮ.โฮ่.โฮ้.โฮ.โฮ้.. ออกพรรษานาวางามเด่น คืนเดือนเพ็ญเย็นล้อลมหนาว เทศกาลวันแข่งเรือยาว มาหนุ่มสาวช่วยเป็นแรงใจ ไหมเหนื่อยไหมจ้ําพายเหนื่อยไหม พ่อยอดชายคนเก่งของฉัน บึดจ้ําบึดเอ้าบึดพร้อมกัน ถ้วยรางวัลนั้นคงไม่ไกล.. โฮ.โฮ่.โฮ้.โฮ.โฮ้.. เป็นเรือโหล่คนโห่คนฮา จมน้ําท่าพลาดชิงรอบสอง แพ้ไม่ถอยไม่ถือคนมอง พายเป็นรองแต่ใจยังมัน แม้พลาดหวังถ้วยเงินรางวัล เงินพนันที่สอดให้ใส่ซอง ขอนิดหน่อยน้ําในโหลยาดองจับ มือนวลน้องแล้วย่องย้ายร่ายรํา บึดจ้ําบึดจ้ําบึดจ้ําบึด.บึดจ้ํา บึดจ้ําบึดจ้ําบึด.บึดจ้ําบึดจ้ํา บึดจ้ําบึด.บึดจ้ําบึดจ้ําบึดจ้ําบึด. 8. บันทึกผลการจัดประสบการณ์ ข้อดี ......................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................... ข้อควรปรับปรุง ......................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................... แนวทางการแก้ไข ......................................................................................................................................................... .........................................................................................................................................................
แผนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ สัปดาห์ที่……. วันที่สาระการเรียนรู้ย่อย วันงานประเพณีชักพระ 1. ชื่อกิจกรรม เคลื่อนไหวและจังหวะ 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1) ฟ๎งและปฏิบัติตามสัญญาณได้ 2) ปฏิบัติตามข้อตกลงได้ 3) ปฏิบัติตนเป็นผู้นําและผู้ตามได้ 3. สาระการเรียนรู้ สาระที่ควรเรียนรู้ ประสบการณ์ส าคัญ 1) การฟ๎งและปฏิบัติตามสัญญาณ 1) การเคลื่อนไหวกับที่ 2) การเป็นผู้นําผู้ตาม 2) การเคลื่อนไหวเคลื่อนที่ 3) การปฏิบัติตามข้อตกลง 3) การเคลื่อนไหวเพื่อควบคุมตนเองไปในทิศทาง ระดับและพื้นที่ 4) การเริ่มต้นและหยุดการกระทําโดยสัญญาณ 4. วิธีการจัดกิจกรรม 1) ให้เด็กเคลื่อนไหวร่างกายไปทั่วๆบริเวณอย่างอิสระตามจังหวะ เมื่อได้ยิน “หยุด” ให้หยุดเคลื่อนไหว ในท่านั้นทันที 2) ให้อาสาสมัครออกมาเป็นผู้นําในการเคลื่อนไหวอยู่กับที่ ให้เด็กที่เหลือปฏิบัติตาม โดยเคลื่อนไหวเป็น 3 ระดับ สูง กลาง ต่ํา เช่น - ยืนเขย่งเท้าอยู่กับที่ - ยืนชูมือขึ้นสูงๆ - ยืนก้มตัวลงต่ําที่สุด - ยืนย่อตัวให้ต่ําที่สุด - นั่งลงกับพื้น - คลานไปรอบๆ ห้อง 3) เด็กปฏิบัติกิจกรรมตาม ข้อ 3 ซ้ํา 2-3 ครั้ง โดยเปลี่ยนอาสาสมัครคนอื่นๆออกมาเป็นผู้นําใน การเคลื่อนไหว 4) เมื่อปฏิบัติกิจกรรมเสร็จให้เด็กนั่งพักผ่อนคลาย 2-3 นาที 5. สื่อและแหล่งการเรียนรู้ - เครื่องเคาะจังหวะ 6. การประเมินผล 1) สังเกตการฟ๎งและปฏิบัติตามสัญญาณ 2) สังเกตการปฏิบัติตามข้อตกลง 3) สังเกตการปฏิบัติตนเป็นผู้นําผู้ตาม
แผนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ สัปดาห์ที่……. วันที่………สาระการเรียนรู้ย่อย วันงานประเพณีชักพระ 1. ชื่อกิจกรรมเสริมประสบการณ์ ความคิดรวบยอด ประเพณีชักพระ เป็นประเพณีของชาวภาคใต้ ที่ถือปฏิบัติกันในแรม 1 ค่ํา เดือน 11 หลังออกพรรษา 1 วัน โดยจะนําพระมาประดิษฐานบนรถหรือเรือ แล้วตกแต่งให้สวยงาม แล้วชักลากไปตามถนน หรือลําน้ํา ในระหว่างทางที่ลากพระ เมื่อผ่านหน้าบ้านใคร ก็จะออกมาลากพระและแขวนต้มบนเรือพระ กิจกรรมที่ ปฏิบัติในประเพณีชักพระ การประกวดเรือพระ การแข่งขันพายเรือ การซัดต้ม การประชันโพน เป็นต้น 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1) บอกความสําคัญของประเพณีชักพระได้ 2) บอกกิจกรรมที่ปฏิบัติในประเพณีชักพระได้ 3) เล่าประสบการณ์เกี่ยวกับประเพณีชักพระได้ 4) เรียงลําดับขนาดต้มได้ 3. สาระการเรียนรู้ สาระที่ควรเรียนรู้ ประสบการณ์ส าคัญ 1) ความสําคัญและกิจกรรมที่ปฏิบัติในประเพณีชักพระ 1) การปฏิบัติตนตามหลักศาสนาที่นับถือ 2) การสนทนา การตอบคําถาม 2) การให้ความร่วมมือในการปฏิบัติกิจกรรม 3) การเรียงลําดับ ต่างๆในห้องเรียน 3) การร่วมสนทนาและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น 4. วิธีการจัดกิจกรรม 1) เด็กและครูท่องคําคล้องจอง “ประเพณีชักพระ”และทําท่าทางประกอบคําคล้องจอง 2) เด็กและครูร่วมกันสนทนาถึงเนื้อหาในคําคล้องจอง 3) ให้อาสาสมัครออกมาเล่าประสบการณ์เกี่ยวกับประเพณีชักพระที่ตนเองเคยร่วมหรือเคยเห็นจากสื่อต่างๆ 4) ครูนําต้มมาให้เด็กดูแล้วสนทนากับเด็ก โดยใช้คําถาม - เด็กๆรู้จักขนมนี้หรือไม่ - มีชื่อเรียกว่าอย่างไร - เคยเห็นขนมนี้ที่ไหนบ้าง - ต้มทํามาจากอะไร ใช้อะไรห่อ 5) ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับต้มว่านิยมทํากันในช่วงงานบุญ เช่น วันสารท ประเพณีชักพระ จากนั้นให้เด็กช่วยกันเรียงลําดับขนาดต้มจากลูกเล็กไปหาส้มลูกใหญ่ 6) ครูให้เด็กดูภาพกิจกรรมที่ปฏิบัติในประเพณีชักพระ เช่น การร่วมชักพระ การประกวดเรือพระ การแข่งขันซัดต้ม การแข่งขันพายเรือ การประชันตะโพน เป็นต้น แล้วสนทนาเกี่ยวกับกิจกรรมดังกล่าว 7) ให้เด็กออกมาเล่าประสบการณ์เกี่ยวกับวันชักพระ 8) ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับความเป็นมาและความสําคัญของประเพณีชักพระ 9) เด็กและครูร่วมกันสรุปถึงความสําคัญและกิจกรรมที่ปฏิบัติในประเพณีชักพระ
5. สื่อและแหล่งการเรียนรู้ 1) คําคล้องจอง “ประเพณีชักพระ” 2) ขนมต้ม 4 ขนาด 3) ภาพกิจกรรมที่ปฏิบัติในวันชักพระ 6. การประเมินผล 1) สังเกตการบอกความสําคัญของประเพณีชักพระ 2) สังเกตการบอกกิจกรรมที่ปฏิบัติในประเพณีชักพระ 3) สังเกตการเล่าประสบการณ์เกี่ยวกับประเพณีชักพระ 4) สังเกตการเรียงลําดับขนาดต้ม
แผนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ สัปดาห์ที่……. วันที่………สาระการเรียนรู้ย่อย วันงานประเพณีชักพระ 1. ชื่อกิจกรรม สร้างสรรค์ 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1) ใช้กล้ามเนื้อเล็กทํางานประสานสัมพันธ์ระหว่างมือ-ตา 2) สร้างผลงานตามจินตนาการและบอกชื่อผลงานได้ 3) ตัดกระดาษตามเส้นประได้ 4) ร้อยหลอดกาแฟได้ 3. สาระการเรียนรู้ สาระที่ควรเรียนรู้ ประสบการณ์ส าคัญ 1) การตัดกระดาษตามเส้นประ 1) การหยิบจับ การใช้กรรไกร การฉีก การปะและ การตัด การร้อยวัสดุ 2) การร้อยหลอดกาแฟตามความคิดและจินตนาการ 2) การประดิษฐ์สิ่งต่างๆ ด้วยเศษวัสด์ 3) การปฏิบัติกิจกรรมต่างๆตามความสามารถของ ตนเอง 4) การแสดงความคิดสร้างสรรค์ผ่านตาม ท่าทาง การเคลื่อนไหวและศิลปะ 4. วิธีการจัดกิจกรรม 1) ครูจัดเตรียมกิจกรรมไว้ 2 กิจกรรมคือ การตัดกระดาษตามเส้นประ และการหลอดร้อยหลอดกาแฟ 2) ครูแนะนําวิธีการปฏิบัติและทบทวนข้อตกลงในการปฏิบัติกิจกรรมการตัดกระดาษตามเส้นประ และการหลอดร้อยกาแฟดังนี้ 2.1 การตัดกระดาษตามเส้นประ - ครูสาธิตการใช้กรรไกรตัดกระดาษตามเส้นประ (เส้นประภาพรูปทรงต่างๆ) แล้วนําภาพมาปะติด บนกระดาษและระบายสีภาพให้สวยงาม - เด็กตัดกระดาษตามเส้นประ และนําภาพมาปะติดบนกระดาษแล้วระบายสีภาพให้สวยงาม 2.2 การร้อยหลอดกาแฟ - ครูสาธิตการร้อยหลอดกาแฟให้เด็กดู ร้อยเสร็จแล้วนํามาทําเป็นสร้อยคอหรือกําไลมือ - เตรียมหลอดกาแฟหลากหลายสีไว้ที่ศูนย์การปฏิบัติกิจกรรม 3) เด็กเลือกปฏิบัติกิจกรรมตามความสนใจ 4) ให้เด็กอาสาสมัครเลือกผลงานตนเองระหว่างการตัดกระดาษตามเส้นประ และการร้อยหลอดกาแฟ มาเล่าให้เพื่อนฟ๎งหน้าชั้นเรียน 5. สื่อและแหล่งการเรียนรู้ 1) ใบงานเส้นประภาพรูปทรงต่างๆ กรรไกร 2) หลอดกาแฟหลายๆสี เข็มปลายมน ด้าย
6. การประเมินผล 1) สังเกตการใช้กล้ามเนื้อเล็ก 2) สังเกตการบอกชื่อผลงาน 3) สังเกตการตัดกระดาษตามเส้นประ 4) สังเกตการร้อยหลอดกาแฟ
แผนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ สัปดาห์ที่……. วันที่………สาระการเรียนรู้ย่อย วันงานประเพณีชักพระ 1. ชื่อกิจกรรม เสรี 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1) สังเกต สํารวจ ทดลอง ค้นคว้า คิดแก้ป๎ญหาในการทํางานและการเล่นเป็นกลุ่ม 2) มีประสบการณ์ตรงในการใช้ภาษา มีจินตนาการ ความคิดสร้างสรรค์ ต่องานและสิ่งที่ตนเล่น 3) มีวินัย ความรับผิดชอบ มีมารยาท ช่วยเหลือ แบ่งป๎น อดทนรอคอยและมีจิตสาธารณะ 4) มีพัฒนาการทาง ร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคมและสติป๎ญญาอย่างสมดุลรอบด้าน 3. สาระการเรียนรู้ สาระที่ควรเรียนรู้ -การเล่นตามศูนย์เป็นการเล่นในศูนย์ประสบการณ์ต่าง ๆ อย่างอิสระผ่านการเล่น ทดลอง คิดค้นคว้าสร้างสรรค์การแก้ป๎ญหาและการแสวงหาคําตอบ ซึ่งจะช่วยพัฒนาความคิด จินตนาการ ภาษาควบคู่ไปกับความมีวินัยความรับผิดชอบ การรอคอย การแบ่งป๎น การใฝ่รู้และการอยู่ร่วมกันเพื่อ พัฒนาการเข้าสู่สังคม ประสบการณ์ส าคัญ 1) การเล่นเครื่องเล่นสัมผัสและการสร้างสิ่งต่างๆ จากแท่งไม้ บล็อก 2) การเล่นตามประสบการณ์มุมเล่นต่างๆ 3) การเล่นและการทํางานร่วมกับผู้อื่น 4) การรับรู้ และแสดงความคิดความรู้สึกผ่านสื่อ วัสดุ ของเล่นและชิ้นงาน 5) การเล่นรายบุคคลกลุ่มย่อย และใหญ่ 6) การสร้างสรรค์ผลงานชิ้นงานโดยใช้รูปร่างจากวัสดุที่หลากหลาย 4. วิธีการจัดกิจกรรม 1) ครูแนะนําการเล่นการปฏิบัติตนในการเล่นศูนย์กิจกรรมเสรีตามข้อตกลง 2) เด็กเลือกเล่นศูนย์กิจกรรมเสรีตามความสนใจ 3) ครูให้คําแนะนํา กระตุ้น ส่งเสริม ให้คําชมเชยเพื่อให้เด็กเกิดการพัฒนาอย่างสมดุลรอบด้านเต็มตามศักยภาพ 4) ให้เด็กเล่นอย่างอิสระหลังจากเลิกเล่นให้เด็กทําความสะอาดอุปกรณ์ พร้อมกับเก็บของเข้าที่ให้เรียบร้อย 5. สื่อและแหล่งการเรียนรู้ - อุปกรณ์ต่างๆ ที่จัดไว้ตามศูนย์กิจกรรมเสรี ต้องสอดคล้องสัมพันธ์กับหน่วยการเรียนรู้
6. การประเมินผล 1) สังเกตพฤติกรรมการสํารวจ ทดลอง ค้นคว้า คิดแก้ป๎ญหาในการทํางานและการเล่นเป็นกลุ่ม 2) สังเกตการใช้ภาษา ตรวจผลงานการปฏิบัติกิจกรรมการคิดสร้างสรรค์ ต่องานและสิ่งที่เล่น 3) สังเกตความมีวินัย ความรับผิดชอบ มารยาท การช่วยเหลือ แบ่งป๎น อดทนรอคอยและมีจิตสาธารณะ 4) สังเกตความก้าวหน้าของพัฒนาการทั้ง 4 ด้าน หมายเหตุ ครูปรับเปลี่ยนสื่อ วัสดุอุปกรณ์ในศูนย์ให้สัมพันธ์กับหน่วยการเรียนรู้ตามความพร้อมและ จุดเน้นของสถานศึกษา
แผนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ สัปดาห์ที่……. วันที่………สาระการเรียนรู้ย่อย วันงานประเพณีชักพระ 1. ชื่อกิจกรรม กลางแจ้ง 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1) เล่นเกมน้ําขึ้น น้ําลงได้ 2) เล่นอิสระอย่างปลอดภัยได้ 3) ปฏิบัติตามกติกาข้อตกลงได้ 4) ทําความสะอาดร่างกายหลังการเล่นได้ 3. สาระการเรียนรู้ สาระที่ควรเรียนรู้ ประสบการณ์ส าคัญ 1) การเล่นเกมน้ําขึ้น น้ําลง 1) การเคลื่อนไหวเพื่อควบคุมตนเองไปในทิศทางระดับ พื้นที่ 2) การทําความสะอาดร่างกาย 2) การทําความสะอาดร่างกายหลังการเล่น/การทํากิจกรรม 3) การปฏิบัติตามกติกาข้อตกลง 3) การแสดงออกอย่างสนุกสนานกับเรื่องตลก ขําขัน และเรื่องราว/เหตุการณ์ที่สนุกสนานต่างๆ 4. วิธีการจัดกิจกรรม 1) ให้เด็กอบอุ่นร่างกายโดยทําท่ากายบริหารตามผู้นํา 2) ครูอธิบาย สาธิต วิธีการเล่นน้ําขึ้น น้ําลง ดังนี้ - เด็กๆยืนเป็นวงกลม ครูยืนอยู่กลางวง - เมื่อครูพูดว่า “น้ําขึ้น” ให้เด็กๆวิ่งเข้าหาคุณครู - เมื่อครูพูดว่า “น้ําลง” ให้เด็กๆวิ่งหนีออกจากคุณครู - เมื่อครูพูดว่า “น้ํานิ่ง” ให้เด็กๆ หยุดอยู่กับที่ 4) ให้เด็กเล่นเกมน้ําขึ้น น้ําลงตามกติกาข้อตกลง 5) ให้เด็กเล่นอิสระ 10-15 นาที 6) เมื่อเล่นเสร็จแล้ว สนทนาถึงผลการเล่นเกมในวันนี้ และให้เด็กทําความสะอาดมือและร่างกาย ให้สะอาดก่อนเข้าชั้นเรียน 5. สื่อและแหล่งการเรียนรู้ 1) เกมน้ําขึ้น น้ําลง 2) อ่างล้างมือ ล้างหน้า 6. การประเมินผล 1) สังเกตการเล่นเกมน้ําขึ้น น้ําลง 2) สังเกตการเล่นอิสระอย่างปลอดภัย 3) สังเกตการปฏิบัติตามกติกาข้อตกลง 4) สังเกตการทําความสะอาดร่างกายหลังการเล่น
แผนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ สัปดาห์ที่……. วันที่………สาระการเรียนรู้ย่อย วันงานประเพณีชักพระ 1. ชื่อกิจกรรม เกมการศึกษา 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1) เล่นเกมภาพตัดต่อเรือพระได้ 2) เล่นและทํางานร่วมกับผู้อื่นได้ 3) เก็บอุปกรณ์ ของเล่นเข้าที่หลังปฏิบัติกิจกรรมได้ 3. สาระการเรียนรู้ สาระที่ควรเรียนรู้ ประสบการณ์ส าคัญ 1) การเล่นเกมภาพตัดต่อเรือพระ 1) การเล่น รายบุคคล กลุ่มย่อย และกลุ่มใหญ่ 2) การเล่นและทํางานร่วมกับผู้อื่น 2) การรวมและการแยกสิ่งต่างๆ 3) การมีส่วนร่วมในการเลือกวิธีการแก้ป๎ญหา 4. วิธีการจัดกิจกรรม 1) ครูนําชิ้นส่วนภาพตัดต่อเรือพระ ให้เด็กดู พูดคุยถึงรายละเอียดของภาพและข้อตกลงในการเล่น 2) ครูแนะนําวิธีการเล่นเกมภาพตัดต่อเรือพระ 3) ให้เด็กจับกลุ่มๆละ 4-5 คนให้เด็กเล่นเกมภาพตัดต่อเรือพระ และเกมการศึกษาที่เคยเล่นมาแล้วโดยครู คอยแนะนําการปฏิบัติตนในการเล่นอย่างใกล้ชิดและตรวจสอบความถูกต้อง 4) ให้เด็กๆช่วยกันเก็บเกมการศึกษาเข้าที่ให้เรียบร้อย 5) เด็กและครูร่วมกันสรุปป๎ญหาในการเล่นและให้เด็กเสนอแนะวิธีการแก้ป๎ญหาโดยครูแนะนําเพิ่มเติม 5. สื่อและแหล่งการเรียนรู้ 1) เกมภาพตัดต่อเรือพระ 2) เกมการศึกษาที่เคยเล่นมาแล้ว 6. การประเมินผล 1) สังเกตการเล่นเกมภาพตัดต่อเรือพระ 2) สังเกตการเล่นและทํางานร่วมกับผู้อื่น 3) สังเกตการเก็บอุปกรณ์ ของเล่นเข้าที่หลังปฏิบัติกิจกรรม
7. ภาคผนวก ค าคล้องจองประเพณีชักพระ ป๎ทมาสน์ รัตนเสถียร ประเพณีไทย งดงามยิ่งใหญ่ สดสวยน่าชม งานบุญชักพระ เรือสง่าสวยสม ทุกคนชื่นชม ต่างพร้อมใจกัน ช่วยลากเรือไป ให้ถึงจุดหมาย ได้กุศลร่วมกัน เพื่อโลกภายหน้า เป็นดังใจหวัง ได้พบพระศรี อาริยเมตไตรยเอย ความรู้เกี่ยวกับงานประเพณีชักพระ ประเพณีชักพระหรือลากพระ เป็นประเพณีของชาวภาคใต้ โดยจะปฏิบัติกันในช่วงออกพรรษา (วัน แรม ๑ ค่ํา เดือน ๑๑) ซึ่งมีความเชื่อว่า ครั้งสมัยพุทธกาล พระพุทธเจ้าได้เสร็จไปจําพรรษา ณ สวรรค์ ชั้น ดาวดึงส์เพื่อโปรดพระมารดา พอถึงช่วงออกพรรษา พระพุทธเจ้าจะเสด็จกลับยังโลกมนุษย์ ทําให้ชาวบ้าน มีความ ปราบปลื้มมาก จึงอันเชิญพระพุทธองค์ขึ้นประทับบนบุษบกและแห่ไปยังที่ประทับของพระพุทธองค์ ครั้นเลยสมัย พุทธกาลชาวบ้านจึงนําพระพุทธรูปมาแห่สมมุติแทนพระพุทธองค์ ประเพณีชักพระหรือลากพระมีผู้สันนิษฐานว่าเกิดขึ้นในประเทศอินเดียตามลัทธิของศาสนาพราหมณ์ที่ นิยมนําเทวรูปออกแห่ในโอกาสต่างๆ ต่อมาชาวพุทธได้นํามาดัดแปลงให้ตรงกับศาสนาพุทธ ประเพณีชักพระหรือ ลากพระได้ถ่ายทอดมาถึงประเทศไทยภาคใต้ได้รับและนําไปปฏิบัติจนกลายเป็นประเพณีสืบมาจนถึงป๎จจุบัน โดย ชาวใต้มีความเชื่อว่าการลากพระจะทําให้ฝนตกต้องตามฤดูกาลหรือเป็นการขอฝน เพราะผู้ประกอบพิธีส่วนใหญ่มี อาชีพเกษตรกรรม “การชักพระหรือลากพระของชาวใต้มี ๒ ประเภท คือ ลากพระทางบกกับลากพระทางน้ํา” การลากพระทางบก คือ การอันเชิญพระพุทธรูปปางอุ้มบาตรขึ้นประดิษฐานบนนมพระ (คือยานพาหนะ ที่ใช้ประดิษฐานพระพุทธรูปในการลากพระทางบก) หรือบุษบกแล้วแห่ไปยังจุดหมาย การลากพระทางบกเหมาะ กับวัดที่อยู่ห่างไกลแม่น้ําลําคลอง การลากพระทางน้ าคือ การอันเชิญพระพุทธรูปปางอุ้มบาตร ขึ้นประดิษฐานบนเรือพระแล้วแห่ไปยัง จุดหมาย การลากพระทางน้ําเหมาะกับวัดที่อยู่ใกล้แม่น้ํา ในวันชักพระหรือลากพระจะมีการตักบาตรหน้าล้อ โดยชาวบ้านจะเตรียมอาหารมาใส่บาตร ซึ่งบาตรนั้น จะเตรียมไว้หน้าพระลาก การตักบาตรหน้านมพระเรียกว่า “บาตรหน้าล้อ” หลังจากตักบาตรเสร็จแล้วจะอันเชิญ พระลากประดิษฐานบนบุษบก และเมื่อพระสงฆ์ฉันภัตตาหารเสร็จแล้ว ชาวบ้านจะนําขนมต้ม (ขนมชนิดหนึ่งทํา
ด้วยข้าวเหนียวและห่อด้วยใบพ้อ) มาใส่บาตรและแขวนไว้หน้านมพระ และเมื่อมีการลากพระถึงหน้าบ้านใครคน ในบ้านนั้นก็จะนําขนมต้มออกมาใส่บาตร “แต่การลากพระทางน้ํา เรือพายของชาวบ้านจะไม่สามารถเข้าใกล้เรือพระได้ ชาวบ้านที่ต้องการทําบุญ ด้วยขนมต้ม จะใช้วิธีปาต้มหรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า “ซัดต้ม” เมื่อเรือพระทุกลํามาถึง ณ จุดหมายแล้ว จะมีการ ประกวดเรือพระ โดยแยกออกเป็น ๒ ประเภทคือ เรือพระบกและเรือพระน้ํา พอถึงเวลาบ่ายหรือเย็นก็จะลากเรือ พระกลับวัด แต่ในป๎จจุบันเรือพระจะจอดไว้ประมาณ ๓-๕ วันถึงจะลากกลับวัด เนื่องจากว่ามีประชาชนร่วมกัน ทําบุญเป็นจํานวนมาก ประเพณีการลากพระนิยมทํากันแทบทุกจังหวัดของภาคใต้ แต่การลากพระที่มีชื่อเสียงก็เช่น ที่อําเภอ เกาะพงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี อําเภอปากพะยูน จังหวัดพัทลุง เป็นต้น ที่มา : ฐิติรัฐน์& คามิน ทีมหนังสือรวมเรื่องประเพณีไทย 4 ภาค คัดลอกจาก : http://www.xn--k3cikmwc5gwb5fxbya.c 8. บันทึกผลการจัดประสบการณ์ ข้อดี ......................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................... ข้อควรปรับปรุง ......................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................... แนวทางการแก้ไข ......................................................................................................................................................... .........................................................................................................................................................
แผนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ สัปดาห์ที่...... วันที่.................. สาระการเรียนรู้ย่อย วันงานประเพณีบุญบั้งไฟ 1. ชื่อกิจกรรม เคลื่อนไหวและจังหวะ 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1) เคลื่อนไหวอวัยวะส่วนต่างๆ ของร่างกายได้ 3) สร้างสรรค์ผลงานจากไม้ตะเกียบได้ 2) ฟ๎งแล้วปฏิบัติตามสัญญาณได้ 4) ปฏิบัติตามข้อตกลงได้ 3. สาระการเรียนรู้ สาระที่ควรเรียนรู้ ประสบการณ์ส าคัญ 1)การเคลื่อนไหวร่างกายพร้อมอุปกรณ์ 2)การฟ๎ง การปฏิบัติตามสัญญาณ ข้อตกลงและคําสั่ง 3)การสร้างสรรค์ผลงานจากไม้ตะเกียบ 4) การปฏิบัติตนเบื้องต้นในการเป็นสมาชิกที่ดีของ สังคมในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุข 1)การฟ๎งและปฏิบัติตามคําแนะนํา 2)การเคลื่อนไหวเคลื่อนที่ 3) การร่วมสนทนาและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น 4) การเคลื่อนไหวโดยควบคุมตนเองไปในทิศทาง ระดับ และพื้นที่ 4. วิธีการจัดกิจกรรม 1) ให้เด็กเคลื่อนไหวร่างกายไปรอบๆ บริเวณโดยอิสระตามจังหวะที่ครูเคาะทรัมโบรีนเป็นสัญญาณโดย ไม่ให้ชนกัน เมื่อได้ยินสัญญาณหยุด ให้เด็กหยุดเคลื่อนไหวในท่านั้นทันที 2) แจกไม้ตะเกียบย้อมสีให้เด็กคนละ 2 อัน ให้เด็กเคลื่อนไหวร่างกายไปรอบๆ บริเวณโดยอิสระพร้อมกับ ใช้ไม้ตะเกียบเคาะกันตามจังหวะการให้สัญญาณของครู เมื่อได้ยินสัญญาณหยุด ให้เด็กหยุดเคลื่อนไหวในท่า นั้นทันที และปฏิบัติตามคําสั่งดังนี้ - จับกลุ่ม 2 คน นําไม้ตะเกียบต่อกันให้ยาวที่สุด - จับกลุ่ม 2 คน นําไม้ตะเกียบมาวางต่อกันเป็นรูปสี่เหลี่ยม - จับกลุ่ม 3 คน นําไม้ตะเกียบมาต่อกันเป็นรูปสามเหลี่ยม - จับกลุ่ม 4 คน นําไม้ตะเกียบมาต่อกันเป็นบ้าน - จับกลุ่ม 5 คน นําไม้ตะเกียบมาสร้างผลงานตามจินตนาการ 3) ปฏิบัติตามข้อ 2 โดยเปลี่ยนคําสั่งตามความเหมาะสม 4) ให้เด็กนั่งพักในท่าสบาย 2-3 นาที 5. สื่อและแหล่งการเรียนรู้ 1) ไม้ตะเกียบย้อมสี 2) ทรัมโบลีน 6. การประเมินผล 1) สังเกตการเคลื่อนไหวอวัยวะส่วนต่างๆ ของร่างกาย 3) สังเกตการสร้างสรรค์ผลงานจากไม้ตะเกียบ 2) สังเกตการฟ๎งแล้วปฏิบัติตามสัญญาณ 4) สังเกตการปฏิบัติตามข้อตกลง
แผนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ สัปดาห์ที่........... วันที่........................ สาระการเรียนรู้ย่อย วันงานประเพณีบุญบั้งไฟ 1. ชื่อกิจกรรม เสริมประสบการณ์ ความคิดรวบยอด ประเพณีบุญบั้งไฟเป็นประเพณีที่จัดขึ้นทางภาคอีสาน (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) ของประเทศไทย จัดขึ้นเพื่อบูชาพระยาแถนหรือเทพวัสสการซึ่งชาวบ้านเชื่อว่าเป็นเทพที่บันดาลให้ฝนตกต้องตามฤดูกาล ทําให้ พืชพันธุ์ธัญญาหารอุดมสมบูรณ์ถ้าหมู่บ้านไหนไม่จัดงานประเพณีบุญบั้งไฟฝนก็จะไม่ตกต้องตามฤดูกาลและ เกิดภัยพิบัติกับหมู่บ้านนั้น 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1) บอกความสําคัญของงานประเพณี 2) บอกวิธีการปฏิบัติตนในการร่วมงานประเพณีบุญบั้งไฟได้ บุญบั้งไฟได้ 4) แสดงท่าทางเคลื่อนไหวตามจินตนาการและ 3) ทําท่าทางประกอบเพลงได้ ความคิดสร้างสรรค์ของตนเองได้ 3. สาระการเรียนรู้ สาระที่ควรเรียนรู้ ประสบการณ์ส าคัญ 1) ความสําคัญของงานประเพณีบุญบั้งไฟ 1) การฟ๎งเพลง การร้องเพลงและการแสดงปฏิกิริยาโต้ตอบ เสียงดนตรี 2) การปฏิบัติตนในงานประเพณีบุญบั้งไฟ 2) การปฏิบัติตนตามวัฒนธรรมท้องถิ่นที่อาศัยและประเพณีไทย 3) การทําท่าทางประกอบเพลง 3) การฟ๎งเสียงต่างๆ ในสิ่งแวดล้อม 4. วิธีการจัดกิจกรรม 1) เปิดเพลง “เซิ้งบั้งไฟ” ให้เด็กๆ ทําท่าทางตามจังหวะเสียงเพลงไปรอบๆ ห้องแล้วนั่งเป็นรูปตัวยู 2) สนทนาเกี่ยวกับเนื้อเพลงโดยใช้คําถามดังนี้ - เด็กๆ เคยฟ๎งเพลงที่ครูเปิดหรือไม่ เพลงมีเนื้อหาเกี่ยวกับอะไรคะ - เด็กๆ เคยไปเที่ยวงานประเพณีบุญบั้งไฟหรือไม่ เขามีอะไรบ้างคะ 3) หาอาสาสมัครออกมาเล่าประสบการณ์ที่เคยไปเที่ยวงานประเพณีบุญบั้งไฟให้เพื่อนๆ ฟ๎ง 4) นําภาพงานประเพณีบุญบั้งไฟมาสนทนาถึงประวัติความเป็นมาของงานประเพณีบุญบั้งไฟ และกิจกรรม ที่ควรปฏิบัติให้เด็กๆ ฟ๎ง 5) นําภาพข่าวอันตรายที่เกิดจากการจุดบั้งไฟให้เด็กดูพร้อมกับให้เด็กสนทนาและแสดงความคิดเห็น 6) ครูและเด็กร่วมกันสรุปถึงความสําคัญของประเพณีบุญบั้งไฟ วิธีการปฏิบัติตนในการร่วมงานประเพณี บุญบั้งไฟ และการป้องกันอันตรายจากการจุดบั้งไฟ 7) หาอาสาสมัครออกมาช่วยกันร้องเพลงเซิ้งบั้งไฟและให้เด็กทุกคนทําท่าทางประกอบเพลงอยู่กับที่
5. สื่อและแหล่งการเรียนรู้ 1) เพลงเซิ้งบั้งไฟ 2) ภาพงานประเพณีบุญบั้งไฟและแฟ้มภาพอันตรายที่เกิด จากงานประเพณีบุญบั้งไฟ 6. การประเมินผล 1) สังเกตการบอกความสําคัญของ 2)สังเกตการบอกวิธีการปฏิบัติตนในการร่วมงานประเพณี งานประเพณีบุญบั้งไฟ บุญบั้งไฟ 3) สังเกตการทําท่าทางประกอบเพลง 4)สังเกตการแสดงท่าทางเคลื่อนไหวตามจินตนาการและ ความคิดสร้างสรรค์ของตนเอง
แผนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ สัปดาห์ที่...... วันที่.................. สาระการเรียนรู้ย่อย วันงานประเพณีบุญบั้งไฟ 1. ชื่อกิจกรรม สร้างสรรค์ 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1) วาดภาพด้วยสีน้ําตามจินตนาการและเล่าเรื่องได้ 3) เล่น/ทํางานศิลปะตามจินตนาการและความคิด สร้างสรรค์ได้ 2) เป่าสีและเล่าเรื่องจากภาพได้ 4) เก็บอุปกรณ์เข้าที่หลังปฏิบัติกิจกรรมได้ 3. สาระการเรียนรู้ สาระที่ควรเรียนรู้ ประสบการณ์ส าคัญ 1)การวาดภาพด้วยสีน้ําตามจินตนาการ 2)การเป่าสี พลุไฟ 3)การสนทนาโต้ตอบ เล่าเรื่องให้ผู้อื่นเข้าใจ 1)การเขียนภาพและการเล่นกับสี 2)การปฏิบัติกิจกรรมต่างๆ ตามความสามารถของ ตนเอง 3) การพูดอธิบายเกี่ยวกับสิ่งของ เหตุการณ์ และ ความสัมพันธ์ของสิ่งต่างๆ 4. วิธีการจัดกิจกรรม 1) จัดเตรียมอุปกรณ์ในการวาดภาพด้วยสีน้ําตามจินตนาการ และอุปกรณ์ในการเป่าสีไว้ที่โต๊ะกิจกรรม 2) แนะนําอุปกรณ์ในแต่ละกิจกรรม ทบทวนข้อตกลงในการวาดภาพด้วยสีน้ําตามจินตนาการ และอุปกรณ์ ในการเป่าสี แล้วอธิบายและสาธิตวิธีการปฏิบัติกิจกรรมดังนี้ 2.1 การวาดภาพด้วยสีน้ําตามจินตนาการ - วางกระดาษไว้บนโต๊ะกิจกรรมแล้วใช้พู่กันจุ่มสีวาดภาพงานประเพณีบุญบั้งไฟตามจินตนาการ เมื่อจะเปลี่ยนสีให้ล้างพู่กันให้สะอาด แล้วใช้พู่กันจุ่มสีวาดภาพตามจินตนาการ 2.2 การเป่าสีพลุไฟ - ฝึกการเป่าลมออกจากปากโดยให้เด็กเป่าลมที่นิ้วตนเองเพื่อสัมผัสแรงลม - ใช้หลอดกาแฟจุ่มลงในแก้วสีใช้นิ้วปิดรูหลอดด้านบนเพื่อไม่ให้สีหยด เมื่อนํามาถึงกระดาษปล่อย นิ้วออกจากหลอดเพื่อเทสี - ใช้หลอดเป่าสีที่หยดลงบนกระดาษให้กระจายเหมือนพลุไฟ 3) ให้เด็กเลือกปฏิบัติกิจกรรมตามความสนใจแล้วนําผลงานมาตั้งชื่อ และเล่าเรื่องให้ครูจดบันทึก แล้วนําไปจัด แสดงไว้ที่จัดแสดงผลงาน 4) เมื่อปฏิบัติกิจกรรมเสร็จให้เด็กช่วยกันเก็บอุปกรณ์และทําความสะอาดบริเวณให้เรียบร้อย 5. สื่อและแหล่งการเรียนรู้ 1)กระดาษขนาด A4 พู่กัน และสีน้ําหลายๆ สี 2) หลอดกาแฟ
6. การประเมินผล 1) สังเกตการวาดภาพด้วยสีน้ําตามจินตนาการและการ เล่าเรื่อง 3) สังเกตการเล่น/ทํางานศิลปะตามจินตนาการและ ความคิดสร้างสรรค์ 2) สังเกตการเป่าสีและเล่าเรื่องจากภาพ 4) สังเกตการเก็บอุปกรณ์เข้าที่หลังปฏิบัติ กิจกรรม
แผนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ สัปดาห์ที่……. วันที่………สาระการเรียนรู้ย่อย วันงานประเพณีบุญบั้งไฟ 1. ชื่อกิจกรรม เสรี 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1) สังเกต สํารวจ ทดลอง ค้นคว้า คิดแก้ป๎ญหาในการทํางานและการเล่นเป็นกลุ่ม 2) มีประสบการณ์ตรงในการใช้ภาษา มีจินตนาการ ความคิดสร้างสรรค์ ต่องานและสิ่งที่ตนเล่น 3) มีวินัย ความรับผิดชอบ มีมารยาท ช่วยเหลือ แบ่งป๎น อดทนรอคอยและมีจิตสาธารณะ 4) มีพัฒนาการทาง ร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคมและสติป๎ญญาอย่างสมดุลรอบด้าน 3. สาระการเรียนรู้ สาระที่ควรเรียนรู้ -การเล่นตามศูนย์เป็นการเล่นในศูนย์ประสบการณ์ต่าง ๆ อย่างอิสระผ่านการเล่น ทดลอง คิดค้นคว้าสร้างสรรค์การแก้ป๎ญหาและการแสวงหาคําตอบ ซึ่งจะช่วยพัฒนาความคิด จินตนาการ ภาษาควบคู่ไปกับความมีวินัยความรับผิดชอบ การรอคอย การแบ่งป๎น การใฝ่รู้และการอยู่ร่วมกันเพื่อ พัฒนาการเข้าสู่สังคม ประสบการณ์ส าคัญ 1) การเล่นเครื่องเล่นสัมผัสการสร้างสิ่งต่างๆ จากแท่งไม้ บล็อก 2) การรวมและการแยกสิ่งต่าง 3) การเล่นและทํางานร่วมกับผู้อื่น 4) การเล่นตามมุมประสบการณ์/มุมเล่นต่างๆ 5) การเล่นรายบุคคล กลุ่มย่อยและกลุ่มใหญ่ 6) การสร้างสรรคิ์ชิ้นงานโดยใช้รูปร่างรูปทรงจากวัสดุที่หลากหลาย 4. วิธีการจัดกิจกรรม 1) ครูแนะนําการเล่นการปฏิบัติตนในการเล่นศูนย์กิจกรรมเสรีตามข้อตกลง 2) เด็กเลือกเล่นศูนย์กิจกรรมเสรีตามความสนใจ 3) ครูให้คําแนะนํา กระตุ้น ส่งเสริม ให้คําชมเชยเพื่อให้เด็กเกิดการพัฒนาอย่างสมดุลรอบด้านเต็มตามศักยภาพ 4) ให้เด็กเล่นอย่างอิสระหลังจากเลิกเล่นให้เด็กทําความสะอาดอุปกรณ์ พร้อมกับเก็บของเข้าที่ให้เรียบร้อย 5. สื่อและแหล่งการเรียนรู้ - อุปกรณ์ต่างๆ ที่จัดไว้ตามศูนย์กิจกรรมเสรี ต้องสอดคล้องสัมพันธ์กับหน่วยการเรียนรู้
6. การประเมินผล 1) สังเกตพฤติกรรมการสํารวจ ทดลอง ค้นคว้า คิดแก้ป๎ญหาในการทํางานและการเล่นเป็นกลุ่ม 2) สังเกตการใช้ภาษา ตรวจผลงานการปฏิบัติกิจกรรมการคิดสร้างสรรค์ ต่องานและสิ่งที่เล่น 3) สังเกตความมีวินัย ความรับผิดชอบ มารยาท การช่วยเหลือ แบ่งป๎น อดทนรอคอยและมีจิตสาธารณะ 4) สังเกตความก้าวหน้าของพัฒนาการทั้ง 4 ด้าน หมายเหตุ ครูปรับเปลี่ยนสื่อ วัสดุอุปกรณ์ในศูนย์ให้สัมพันธ์กับหน่วยการเรียนรู้ตามความพร้อมและ จุดเน้นของสถานศึกษา
แผนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ สัปดาห์ที่...... วันที่.................. สาระการเรียนรู้ย่อย วันงานประเพณีบุญบั้งไฟ 1. ชื่อกิจกรรม กลางแจ้ง 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1) เล่นเกมวิ่งเปี้ยวอย่างสนุกสนานและปลอดภัยได้ 3) วิ่งให้ตรงและหยุดเองโดยเสียการทรงตัวเล็กน้อยได้ 2) สนใจและมีความสุขในการเล่น และ ออกกําลังกายได้ 4) ทําความสะอาดร่างกายหลังการเล่นได้ 3. สาระการเรียนรู้ สาระที่ควรเรียนรู้ ประสบการณ์ส าคัญ 1)การเล่นเกมวิ่งเปี้ยว 2)การวิ่งและหยุดโดยเสียการทรงตัวเล็กน้อย 3)การมีสุขภาพอนามัย สุขนิสัยที่ดี และรู้จักรักษา ความปลอดภัย 1)การเคลื่อนไหวเคลื่อนที่ 2)การปฏิบัติตนตามวัฒนธรรมท้องถิ่นที่อาศัย และประเพณีไทย 3) การปฏิบัติตามสุขอนามัย สุขนิสัยที่ดีในกิจวัตร ประจําวัน 4. วิธีการจัดกิจกรรม 1) นําเด็กเดินแถวไปที่สนามอย่างเรียบร้อย ให้เด็กอบอุ่นร่างกายโดยการวิ่งเหยาะไปรอบๆ สนาม 1-2 รอบ แล้วให้เด็กเข้าแถวตอน 2 แถว 2) อธิบายและสาธิตการเล่นเกมวิ่งเปี้ยว ดังนี้ - นํากรวย 2 อันวางห่างกันประมาณ 5-6 เมตร กําหนดเส้นเริ่มต้นห่างจากกรวยแต่ละอัน เมตร - เด็กแต่ละทีมยืนเข้าแถวที่เส้นเริ่มต้นหลังกรวยทั้ง 2 ข้าง เด็กคนแรกของทั้ง 2 ทีมถือผ้าคนละ 1 ผืน - เมื่อได้ยินสัญญาณนกหวีดให้เด็กคนแรกของแต่ละทีมวิ่งไปอ้อมเสาหลักของฝ่ายตรงข้ามแล้วกลับมา ส่งผ้าให้เด็กคนที่ 2 เด็กคนที่ 2 และคนต่อๆ ไปปฏิบัติเหมือนเด็กคนแรก - ในกรณีที่ทีมใดวิ่งไปทันฝ่ายตรงข้ามให้ใช้ผ้าตีที่หลังของฝ่ายตรงข้าม ทีมที่ถูกตีถือว่าแพ้ 3) ให้เด็กเล่นเกมวิ่งเปี้ยวตามข้อ 2) ซ้ําตามความเหมาะสม 4) ให้เด็กเล่นอิสระ 5-10 นาที 5. สื่อและแหล่งการเรียนรู้ 1)กรวย 2) นกหวีด 3) ผ้า 6. การประเมินผล 1) สังเกตการเล่นเกมวิ่งเปี้ยวอย่างสนุกสนานและ ปลอดภัย 3) สังเกตการวิ่งให้ตรงและหยุดเองโดยเสียการทรงตัว เล็กน้อย 2) สังเกตความสนใจและมีความสุขในการเล่น และออกกําลังกาย 4) สังเกตการทําความสะอาดร่างกายหลังการเล่น
แผนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ สัปดาห์ที่........ วันที่................ สาระการเรียนรู้ย่อย วันงานประเพณีบุญบั้งไฟ 1. ชื่อกิจกรรม เกมการศึกษา 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1) เลือกภาพที่เหมือนกันมาวางต่อกันได้ 2) เล่นร่วมกับเด็กอื่นๆ ได้ 3) แก้ป๎ญหาด้วยวิธีการต่างๆ โดยการลองผิด 4) เก็บของเล่นของใช้เข้าที่หลังการเล่นได้ ลองถูกด้วยตนเองได้ 3. สาระการเรียนรู้ สาระที่ควรเรียนรู้ ประสบการณ์ส าคัญ 1) การเล่นเกมโดมิโนรูปทรงเรขาคณิต 1) การเล่นรายบุคคล กลุ่มย่อยและกลุ่มใหญ่ 2) การสังเกตความเหมือนกันและแตกต่างกัน 2) การเล่นในห้องเรียน 3) การมีปฏิสัมพันธ์ต่อผู้อื่น 3) การรวมและการแยกสิ่งต่างๆ 4) การเก็บอุปกรณ์ ของเล่นเข้าที่ วิธีการจัดกิจกรรม 1) นําเกมโดมิโน ชุด รูปทรงเรขาคณิต มาแนะนําให้เด็กเล่นโดยปฏิบัติดังนี้ - หาอาสาสมัคร 4 คน ออกมาสาธิตการเล่นเกม -แจกโดมิโนให้เด็กทุกคนๆ ละเท่าๆ กันหงายโดมิโนตัวกลางไว้ 1 บัตร (ถ้ามีโดมิโนเหลือให้วางคว่ําไว้ เป็นกองกลาง) - หาเด็กที่ต้องลงก่อนและหลังตามลําดับโดยวิธีจับฉลาก - ให้เด็กที่ได้เล่นเป็นคนที่ 1 สังเกตโดมิโนของตนเองว่ามีภาพรูปทรงเรขาคณิตด้านใดเหมือนโดมิโน ตัวกลางหรือไม่ ถ้ามีให้นําโดมิโนของตนเองวางต่อลงตรงด้านที่มีภาพเหมือนกัน ถ้าไม่มีโดมิโนในมือ เหมือนกับโดมิโนตัวกลาง ให้จับโดมิโนในกองกลางมา 1 บัตร แล้วสังเกตว่ามีภาพรูปทรงเรขาคณิตด้านใด เหมือนกับโดมิโนตัวกลางหรือไม่ ถ้ามีให้วางส่วนปลายของโดมิโนต่อกัน แต่ถ้าไม่มีด้านใดที่เหมือนโดมิโน ตัวกลางให้ผู้เล่นคนที่ 2 เล่นต่อไป - ให้ผู้เล่นคนอื่นๆ ปฏิบัติเหมือนขั้นตอนที่ 4 จนกว่าเด็กคนใดลงโดมิโนได้หมดก่อนหรือเหลือน้อยที่สุด เป็นผู้ชนะ 2) แนะนําเกมอื่นที่เคยเล่นมาแล้ว ทบทวนกติกาและวิธีการเล่นพอเข้าใจ 3) ให้เด็กจับกลุ่ม 4-5 คน แล้วเลือกเล่นเกมตามความสนใจ 4) เมื่อจบกิจกรรมให้เด็กช่วยกันเก็บเกม – อุปกรณ์เข้าที่ให้เรียบร้อย 5) ครูและเด็กร่วมกันสรุปป๎ญหาในการเล่นและให้เด็กเสนอแนะวิธีการแก้ป๎ญหาโดยครูแนะนําเพิ่มเติม
4. สื่อและแหล่งการเรียนรู้ 1) เกมโดมิโนรูปทรงเรขาคณิต 2) เกมอื่นที่เคยเล่นมาแล้ว เช่น เกมโดมิโนภาพผัก เกมโดมิโนภาพส่วนประกอบของต้นไม้ เป็นต้น 5. การประเมินผล 1) สังเกตการเลือกภาพที่เหมือนกันมาวางต่อกัน 2) สังเกตการเล่นร่วมกับเด็กอื่นๆ 3) สังเกตการแก้ป๎ญหาด้วยวิธีการต่างๆ โดย 4) สังเกตการเก็บของเล่นของใช้เข้าที่หลังการเล่น การลองผิดลองถูกด้วยตนเอง 7. ภาคผนวก เพลง เซิ้งบ้องไฟ ประพันธ์โดย จิ๋ว วิจิตร ขับร้องโดย ไวพจน์ เพชรสุพรรณ โอ โอ้ย... แล้วกัน โอ โอ่ โอ โอ่ โอ โอ้ โอ โอ่ โอ่ โอ โอ โอ โอ โอ๊ย มาละเด้อสาวหล่า สายอําภาน้องของพี่ น้องของพี่ เอาล่ะเด้อ ฮ่านนี้ มาฟ๎งพี่สิลํา...เซิ้ง โอ โอ่ โอ โอ่ โอ สาว โอ (ซ้ํา) สาวคนโก้เจ้าสิไปไส (ซ้ํา) ไปเซิ้งบ้องไฟก็ที่ยโสธร (ซ้ํา) บ้องไฟไผซิมางามชวนมอง (ซ้ํา) บ้องไฟตาดทองเขาก็ยังแห่มา (ซ้ํา) .......... พอเดือนหกเขาก็มีงานใหญ่ งานบุญบ้องไฟก็ที่ยโสธร เห็นงามงอนมารําฟ้อนประกวด มารําอวดเพื่อชิงรางวัล บ้องไฟนั้นตําบลบ้านสิงห์ บ้องสวยจริงนั่นบ้องหนองคู บ้องสวยหรูละบ้านนาศรีนวล ขอเชิญชวนชมบ้องหนองหิน มาทั่วถิ่นชื่อเสียงโด่งดัง สนุกกันจังในงานวันนี้ มีดนตรีคณะไวพจน์ ตามกําหนดมากหน้าหลายนาย เชิญหญิงชายภาคใต้ภาคกลาง หากว่าไผว่าง ๆ เชิญไปยโสธร ไปดูรําฟ้อนงานเซิ้งบ้องไฟ โอ โอ่ โอ โอ โอ่ โอ๊ย ... โอ โอ โอ โอ่ โอ้ สาวเอย (ซ้ํา) ไผบ่เคยสิเบิ่งบ้องไฟ (ซ้ํา) เชิญท่านไปก็ที่ยโสธร (ซ้ํา)......
ประวัติความเป็นมาประเพณีบุญบั้งไฟ ประเพณีบุญบั้งไฟ เป็นประเพณีหนึ่งของภาคอีสานของไทยรวมไปถึงประเทศลาว โดยมีตํานานมา จาก นิทานพื้นบ้านของภาคอีสาน เรื่องพระยาคันคาก (ผาแดงนางไอ่) นิทานพื้นบ้านดังกล่าวได้กล่าวถึงการที่ชาวบ้าน ได้จัดงานบุญบั้งไฟขึ้นเพื่อบูชาพระยาแถนหรือเทพวัสสการเทพบุตร ซึ่งชาวบ้านเชื่อว่ามีหน้าที่คอยดูแลให้ฝนตก ต้องตามฤดูกาลงานประเพณีบุญบั้งไฟจัดในฮีตสิบสองของชาวอีสาน ซึ่งตรงกับเดือน 6 หรือ เดือน 7 อันเป็นช่วง ฤดูฝนเข้าสู่การทํานา ตกกล้า หว่านไถ เพื่อเป็นการบูชาเทพยดาอารักษ์ หลักบ้านหลักเมืองและบูชาพยาแถน ขอให้ฝนตกต้องตามฤดูกาล โดยมีความเชื่อว่าเมื่อจัดงานบุญบั้งไฟแล้ว เทพยดาและ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ทั้งหลายจะดลบันดาลให้ฝนตกต้องตามฤดูกาล ทําให้พืชพันธุ์ธัญญาหารอุดมสมบูรณ์ หากหมู่บ้านใดไม่จัดทําการ บูชาบุญบั้งไฟ ฝนก็จะไม่ตกต้องตามฤดูกาล อาจก่อให้เกิดภัยพิบัติกับหมู่บ้านได้ 8. บันทึกผลการจัดประสบการณ์ ข้อดี ......................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................... ข้อควรปรับปรุง ......................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................... แนวทางการแก้ไข ......................................................................................................................................................... .........................................................................................................................................................
แผนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ สัปดาห์ที่........... วันที่........................ สาระการเรียนรู้ย่อย งานประเพณีวันสงกรานต์ 1. ชื่อกิจกรรม เคลื่อนไหวและจังหวะ 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1) เคลื่อนไหวอวัยวะส่วนต่างๆ ของร่างกายได้ 3) รําวงประกอบเพลงตามจินตนาการได้ 2) ฟ๎งแล้วปฏิบัติตามสัญญาณได้ 4) ปฏิบัติตามข้อตกลงได้ 3. สาระการเรียนรู้ สาระที่ควรเรียนรู้ ประสบการณ์ส าคัญ 1)การเคลื่อนไหวอวัยวะส่วนต่างๆ ของร่างกาย 2)การฟ๎ง การปฏิบัติตามสัญญาณ และข้อตกลง 3)การปฏิบัติตนตามวัฒนธรรมไทย/ท้องถิ่น 4) การปฏิบัติตนเบื้องต้นในการเป็นสมาชิกที่ดีของ สังคมในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุข 1)การฟ๎งและปฏิบัติตามคําแนะนํา 2)การเคลื่อนไหวเคลื่อนที่ 3) การเล่นเครื่องดนตรีประกอบจังหวะ 4) การเคลื่อนไหวโดยควบคุมตนเองไปในทิศทาง ระดับ และพื้นที่ 4. วิธีการจัดกิจกรรม 1) ให้เด็กเคลื่อนไหวร่างกายไปรอบๆ บริเวณโดยอิสระ ตามจังหวะที่ครูเคาะทรัมโบรินเป็นสัญญาณโดย ไม่ให้ชนกัน เมื่อได้ยินสัญญาณหยุด ให้เด็กหยุดเคลื่อนไหวในท่านั้นทันที 2) ให้เด็กจับมือกันเป็นวงกลม เปิดเพลงรําวงสงกรานต์และให้เด็กรําวงประกอบเพลงตามจินตนาการ 3) ปฏิบัติตามข้อ 2 ซ้ํา โดยเปลี่ยนให้เด็กจับคู่แล้วรําวงประกอบเพลงตามความเหมาะสม 4) แบ่งกลุ่มเด็กเป็น 3 กลุ่ม ให้เด็กแต่ละกลุ่มเล่นเครื่องดนตรี ร้องเพลง และรําวงประกอบเพลงตาม ความสนใจ 5) ให้เด็กนั่งพักผ่อนในท่าสบาย 2-3 นาที 5. สื่อและแหล่งการเรียนรู้ 1) ทรัมโบรีน 2) เครื่องเล่นซีดี และซีดีเพลงรําวงสงกรานต์ 6. การประเมินผล 1) สังเกตการเคลื่อนไหวอวัยวะส่วนต่างๆ ของร่างกาย 3) สังเกตการรําวงประกอบเพลงตามจินตนาการ 2) สังเกตการฟ๎งแล้วปฏิบัติตามสัญญาณ 4) สังเกตการปฏิบัติตามข้อตกลง
แผนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ สัปดาห์ที่........... วันที่........................ สาระการเรียนรู้ย่อย งานประเพณีวันสงกรานต์ 1. ชื่อกิจกรรม เสริมประสบการณ์ ความคิดรวบยอด งานประเพณีสงกรานต์เป็นวันส่งท้ายปีเก่าและต้อนรับปีใหม่ของไทย มีประเพณีนิยมคือ การสรงน้ําพระ การรดน้ําขอพรจากผู้ใหญ่เพื่อแสดงความเคารพ ความกตัญํู ส่วนหนุ่มสาวและเด็กๆ นิยมเล่นสาดน้ํา 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1) บอกความสําคัญของงานประเพณี วันสงกรานต์ได้ 3) รําวงประกอบเพลงได้ 2) บอกกิจกรรมที่ควรปฏิบัติในงานประเพณีวันสงกรานต์ได้ 4) เปรียบเทียบปริมาตรของน้ําและเรียงลําดับความสูงของระดับน้ําได้ 3. สาระการเรียนรู้ สาระที่ควรเรียนรู้ ประสบการณ์ส าคัญ 1) ความสําคัญของงานประเพณีวันสงกรานต์ 1) การฟ๎งเพลง การร้องเพลงและการแสดงปฏิกิริยาโต้ตอบ เสียงดนตรี 2) กิจกรรมที่ควรปฏิบัติในวันสงกรานต์ 2) การปฏิบัติตนตามวัฒนธรรมท้องถิ่นที่อาศัย 3) การรําวงประกอบเพลง และประเพณีไทย 4) การเปรียบเทียบปริมาตรของน้ําและ 3) การสังเกตลักษณะ ส่วนประกอบ การเปลี่ยนแปลง และ การเรียงลําดับความสูงของระดับน้ํา ความสัมพันธ์ของสิ่งต่างๆ โดยใช้ประสาทสัมผัสอย่าง เหมาะสม 4. วิธีการจัดกิจกรรม 1) ให้เด็กนั่งเป็นรูปครึ่งวงกลม เปิดวีซีดีเพลงให้เด็กดูแล้วร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับภาพกิจกรรมที่ปฏิบัติ 2) สนทนาเกี่ยวกับความสําคัญของงานประเพณีวันสงกรานต์ และกิจกรรมที่ควรปฏิบัติในวันสงกรานต์ 3) นําแก้วน้ําขนาดเท่ากันมา 3 ใบ ใส่น้ําที่มีปริมาณเท่ากันดังนี้ แก้วใบที่ 1 ใส่น้ําสะอาด แก้วใบที่ 2 ใส่น้ํา สีแดง ใบที่ 3 ใส่น้ําสีน้ําเงิน ให้เด็กสังเกตแล้วตอบคําถามต่อไปนี้ - น้ําแก้วไหนที่เด็กๆ จะใช้สาดน้ําในวันสงกรานต์ได้ น้ําแก้วไหนที่ใช้สาดไม่ได้ เพราะเหตุใด - น้ําทั้ง 3 แก้ว มีปริมาตรเท่ากันหรือไม่คะ เด็กๆ รู้ได้อย่างไร 4) หาอาสาสมัคร 3 คน ออกมาใช้แท่งไม้วัดปริมาณน้ําแล้วใช้สีขีดไว้ จากนั้นนําแท่งไม้มาวางให้เปรียบเทียบกัน 5) หาอาสาสมัคร 2 คน เทน้ําแก้วใดก็ได้คนละ 1 ใบ แล้วนําแก้วน้ําไปวางเปรียบเทียบกัน แล้วถามคําถามดังนี้ -ตอนนี้น้ําในแก้วมีปริมาตรเท่ากันหรือไม่คะ เด็กๆ รู้ได้อย่างไร - ใครสามารถเรียงลําดับน้ําในแก้วจากน้ําที่มีปริมาตรน้อยที่สุดไปหาแก้วที่มีปริมาตรมากที่สุดได้บ้างคะ 6) หาอาสาสมัครออกมาเรียงลําดับแก้วน้ําจากแก้วที่มีปริมาตรน้ําน้อยที่สุดไปหาแก้วน้ําที่มีปริมาตร มากที่สุด ครูและเพื่อนช่วยกันตรวจสอบความถูกต้องแล้วร่วมกันสรุปถึงปริมาตรเท่ากัน และการเรียงลําดับ 7) ครูและเด็กร่วมกันสรุปถึงความสําคัญของประเพณีวันสงกรานต์และกิจกรรมที่ควรปฏิบัติในวันสงกรานต์ 5. สื่อและแหล่งการเรียนรู้ 1) เครื่องเล่นวีซีดีและวีซีดีเพลงรําวงวันสงกรานต์2) น้ําสะอาด น้ําผสมสีน้ําเงินและน้ําผสมสีแดงอย่างละแก้ว 3) แผนภูมิภาพวันสงกรานต์ 4) แก้วใส่น้ํามีขนาดเท่ากัน 3 ใบและแก้วทรงสูง 1 ใบ
6. การประเมินผล 1) สังเกตการบอกความสําคัญของงานประเพณี วันสงกรานต์ 3) สังเกตการรําวงประกอบเพลง 2) สังเกตการบอกกิจกรรมที่ควรปฏิบัติใน งานประเพณีวันสงกรานต์ 4) สังเกตการเปรียบเทียบปริมาตรของน้ําและ เรียงลําดับความสูงของระดับน้ํา