The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

CuriculumManual_T2 Earth คู่มือการใช้หลักสูตรรายวิชาเพิ่มเติมวิทยาศาสตร์ โดย สสวท.

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

คู่มือการใช้หลักสูตรรายวิชาเพิ่มเติมวิทยาศาสตร์

CuriculumManual_T2 Earth คู่มือการใช้หลักสูตรรายวิชาเพิ่มเติมวิทยาศาสตร์ โดย สสวท.

92 แนวทางการจดั การเรยี นรู้ แนวทางการวัดและประเมินผลการเรียนรู้
การวเิ คราะห์ผลการเรยี นรู้

ไปใช้ประโยชน์ 7. ความร่วมมือ การทำ�งานเป็นทีมและภาวะผู้นำ�
2.6 วิเคราะห์และวางแผนการใช้ประโยชน์พื้นที่ตามสถานการณ์ จากการแบ่งหนา้ ท่รี บั ผดิ ชอบในการทำ�งานกลุม่
ที่กำ�หนด เช่น การสำ�รวจแหล่งทรัพยากรธรณี โดยใช้ข้อมูล
จากแผนท่ีภูมิประเทศและแผนท่ีธรณีวิทยา นำ�เสนอและร่วมกัน ด้านจติ วทิ ยาศาสตร์
อภิปรายในประเด็นดังกล่าว 1. ความใจกวา้ ง จากการรว่ มอภปิ ราย และการตอบค�ำ ถาม
3. ร่วมกันอภิปรายเพื่อสรุปองค์ความรู้เรื่องตามประเด็นและการปฏิบัติ 2. การเหน็ คณุ คา่ ทางวทิ ยาศาสตร์ จากการสบื คน้ ขอ้ มลู
กิจกรรมในข้อ 2 การต้ังคำ�ถามและการอภิปรายเกี่ยวกับวางแผน

การใช้ประโยชน์พื้นที่ โดยใช้ข้อมูลจากแผนที่
ภูมปิ ระเทศและแผนทธี่ รณีวทิ ยา

93

โลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ

ช้นั มัธยมศกึ ษาปที ี่ 5

ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 5 โลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ

สาระโลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ่ี 5

95

2. เข้าใจสมดุลพลังงานของโลก การหมุนเวียนของอากาศบนโลก การหมนุ เวยี นของน้ำ�ในมหาสมทุ ร การเกดิ เมฆ การเปล่ียนแปลงภมู ิอากาศโลก
และผลต่อสงิ่ มีชีวติ และสง่ิ แวดลอ้ ม รวมทัง้ การพยากรณ์อากาศ
ผลการเรียนรู้ 1. อธบิ ายปจั จัยส�ำ คญั ท่ีมผี ลต่อการรบั และคายพลังงานจากดวงอาทิตยท์ ี่แตกต่างกันและผลทีม่ ีต่ออุณหภูมิอากาศในแต่ละบรเิ วณของโลก
2. อธบิ ายกระบวนการทีท่ �ำ ใหเ้ กดิ สมดุลพลงั งานของโลก

การวิเคราะหผ์ ลการเรยี นรู้ แนวทางการจดั การเรียนรู้ แนวทางการวดั และประเมินผลการเรียนรู้

ดา้ นความรู้ 1. นำ�เข้าสู่บทเรียน โดยให้นักเรียนร่วมกันอภิปราย เพื่อกระตุ้นความสนใจ ดา้ นความรู้
เกี่ยวกับความสัมพันธ์ของพลังงานจากดวงอาทิตย์ต่อปรากฏการณ์
1. ปัจจัยสำ�คัญท่ีมีผลต่อการรับพลังงานจาก ปั จ จั ย สำ � คั ญ ที่ มี ผ ล ต่ อ ก า ร รั บ พ ลั ง ง า น จ า ก
ดวงอาทิตย์และปลดปล่อยพลังงานกลับสู่ ลมฟ้าอากาศ โดยใช้คำ�ถามดงั ตวั อยา่ งต่อไปนี้ ดวงอาทติ ย์ การปลดปลอ่ ยพลงั งานกลบั สอู่ วกาศ และ
อวกาศ - อณุ หภมู อิ ากาศแตล่ ะบรเิ วณบนผวิ โลกแตกตา่ งกนั หรอื ไม่ อยา่ งไร กระบวนการที่ก่อให้เกิดสมดุลพลังงานของโลก
- เพราะเหตใุ ดบรเิ วณตา่ ง ๆ บนผวิ โลกจงึ มอี ณุ หภมู อิ ากาศแตกตา่ งกนั จากการนำ�เสนอผลการงานการอภปิ ราย การแสดง
2. กระบวนการทก่ี อ่ ใหเ้ กดิ สมดลุ พลงั งานของโลก - การทโ่ี ลกไดร้ บั พลงั งานจากดวงอาทติ ยท์ กุ วนั อยา่ งตอ่ เนอ่ื งจะท�ำ ให ้
ความคดิ เหน็ และการตอบค�ำ ถามในแบบฝึกหัดหรือ
ด้านทักษะ โลกมอี ณุ หภมู เิ ฉล่ียของอากาศเปล่ยี นแปลงหรอื ไม่อย่างไร แบบทดสอบ
ทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ 2. ร่วมกันทำ�กิจกรรมเป็นกล่มุ โดยปฏบิ ตั ดิ ังน้ี
1. การหาความสมั พนั ธข์ องสเปซกบั เวลา 2.1 สืบค้นข้อมูล สร้างแบบจำ�ลอง นำ�เสนอผลงาน และร่วมกัน ดา้ นทักษะ
2. การตีความหมายขอ้ มูลและลงขอ้ สรปุ อภิปรายเกี่ยวกับปัจจัยท่ีทำ�ให้แต่ละบริเวณบนโลกได้รับพลังงาน 1. การหาความสัมพันธ์ระหว่างสเปซกับสเปซ และ
3. การสร้างแบบจ�ำ ลอง จากดวงอาทติ ยใ์ นปรมิ าณทแ่ี ตกตา่ งกนั และผลของปจั จยั เหลา่ นน้ั
ทกั ษะแหง่ ศตวรรษท่ี 21 ที่มตี ่ออุณหภมู ิอากาศ ในประเดน็ ดงั ต่อไปนี้ สเปซกับเวลา จากการสร้างแบบจำ�ลองเพ่ืออธิบาย
1. การส่อื สารสารสนเทศและการร้เู ทา่ ทนั สื่อ - ละติจูดและการเอยี งของแกนโลก กระบวนการท่ที ำ�ให้เกิดสมดลุ พลังงานของโลก
2. การสรา้ งสรรคแ์ ละนวัตกรรม - ลักษณะพน้ื ผิว 2. การตีความหมายข้อมูลและลงข้อสรุป จาก
3. ความรว่ มมอื การท�ำ งานเปน็ ทมี และภาวะผนู้ �ำ - แก๊สเรือนกระจก การอธิบายความหมายกราฟแสดงอุณหภูมิเฉลี่ย
- ชนดิ ของเมฆและละอองลอย ของอากาศในช่วงก่อนปฏิวัติอุตสาหกรรมย้อนหลัง
ดา้ นจิตวทิ ยาศาสตร์ 2.2 ศกึ ษาอณุ หภมู อิ ากาศเฉลย่ี ของโลก โดยใชก้ ราฟแสดงอณุ หภมู เิ ฉลย่ี ไปหน่ึงพนั ปี
ความอยากร้อู ยากเห็น ของอากาศในชว่ งกอ่ นปฏวิ ตั อิ ตุ สาหกรรมยอ้ นหลงั ไปหนง่ึ พนั ปี แลว้ ให้

96 แนวทางการจัดการเรียนรู้ แนวทางการวัดและประเมินผลการเรยี นรู้
การวเิ คราะหผ์ ลการเรยี นรู้

นกั เรยี นอภปิ รายเพอ่ื ใหไ้ ดข้ อ้ สรปุ วา่ ในชว่ งเวลาทพ่ี จิ ารณาขา้ งตน้ 3. การสร้างแบบจำ�ลอง จากการสร้างแบบจำ�ลอง
โลกมีการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิเฉลี่ยของอากาศค่อนข้างคงที่ ปัจจัยท่ีทำ�ให้แต่ละบริเวณบนโลกมีการรับพลังงาน
โดยใชค้ �ำ ถาม ดงั ตวั อยา่ งตอ่ ไปน้ี จ า ก ด ว ง อ า ทิ ต ย์ แ ล ะ ป ล ด ป ล่ อ ย พ ลั ง ง า น เ ห ล่ า น้ี
- เม่ือเวลาเปลี่ยนไป โลกมีการเปล่ียนแปลงอุณหภูมิเฉล่ีย กลับส่อู วกาศแตกต่างกัน
ของอากาศหรอื ไม ่ อย่างไร
2.3 สืบค้นข้อมูล สร้างแบบจำ�ลอง และร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับ 4. การสื่อสารสารสนเทศและการรู้เท่าทันสื่อ จาก
กระบวนการที่ทำ�ให้เกิดสมดุลพลังงานของโลก ในประเด็นต่อไปน้ี การสบื ค้นข้อมลู และการนำ�เสนอผลงาน
- กระบวนการที่เกิดขึ้นเมื่อโลกได้รับรังสีจากดวงอาทิตย์และ 5. ความสร้างสรรค์และนวัตกรรม จากการสร้าง
ปลดปล่อยพลังงานเหล่านี้กลับสู่อวกาศ (กระบวนการสะท้อน
ดดู กลืน และแผ่รงั สี) แบบจ�ำ ลอง
- สดั สว่ นของการรบั และปลดปลอ่ ยพลงั งานในแตล่ ะกระบวนการ 6. ความร่วมมือ การทำ�งานเป็นทีมและภาวะผู้นำ�
3. ร่วมกันอภิปรายเพือ่ สรุปองคค์ วามรตู้ ามประเดน็ และการปฏิบัติกจิ กรรม จ า ก ก า ร แ บ่ ง ห น้ า ที่ แ ล ะ ค ว า ม รั บ ผิ ด ช อ บ ใ น
การทำ�งานกลุ่ม

ด้านจติ วิทยาศาสตร์
ความอยากรู้อยากเห็น จากการร่วมอภิปราย
การตงั้ คำ�ถาม และการตอบค�ำ ถาม

โลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ

ชนั้ มัธยมศึกษาปที ่ี 5

ผลการเรียนรู้ 3. อธบิ ายผลของแรงเน่ืองจากความแตกต่างของความกดอากาศ แรงคอริออลสิ แรงสศู่ ูนยก์ ลาง และแรงเสยี ดทานที่มีต่อการหมนุ เวยี นของอากาศ 97
4. อธิบายการหมุนเวียนของอากาศตามเขตละตจิ ูด และผลที่มตี อ่ ภูมิอากาศ

การวเิ คราะห์ผลการเรยี นรู้ แนวทางการจดั การเรยี นรู้ แนวทางการวัดและประเมนิ ผลการเรยี นรู้

ด้านความรู้ 1. น�ำ เขา้ สบู่ ทเรยี น โดยใชส้ ถานการณห์ รอื เหตกุ ารณต์ วั อยา่ งการหมนุ เวยี น ด้านความรู้
ของอากาศที่ส่งผลต่อการดำ�รงชีวิต เช่น การค้นพบทวีปอเมริกาจาก
1. การหมุนเวียนของอากาศและแรงต่าง ๆ การเดนิ เรอื ของครสิ โตเฟอร์ โคลมั บสั เถา้ ภเู ขาไฟจากไอซแ์ ลนดท์ พ่ี ดั ไปทว่ั การหมนุ เวยี นของอากาศและแรงตา่ ง ๆ ทเ่ี กยี่ วขอ้ ง
ท่ีเก่ยี วขอ้ ง ความสัมพันธ์ระหว่างการหมุนเวียนของอากาศกับ
ยุโรป การเดินเรือสำ�เภาค้าขายระหว่างไทย-จีน การพัดพาควันไฟจาก
2. ความสัมพันธ์ระหว่างการหมุนเวียนของ การเผาป่าของประเทศอินโดนีเซียมายังตอนใต้ของประเทศไทย แล้วให้ ภูมิอากาศตามเขตละติจูด จากผลการสืบค้น และ
อากาศกบั สภาพภมู ิอากาศตามเขตละตจิ ูด นำ�เสนอผลงาน การอภิปราย และการแสดง
นกั เรียนรว่ มกนั อภิปรายโดยใช้คำ�ถามตัวอยา่ งดงั ต่อไปน้ี ความคิดเห็น และแบบฝกึ หัดหรอื แบบทดสอบ
ดา้ นทักษะ - ลมดังกล่าวมีทิศทางการเคลื่อนที่เป็นอย่างไรและเหตุใดจึงเป็น
ทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เช่นนน้ั ดา้ นทักษะ
1. การหาความสมั พันธข์ องสเปซกบั เวลา - ลมดังกลา่ วพัดในทิศทางเดิมสมำ่�เสมอหรือไม่ 1. การหาความสัมพันธ์ระหว่างสเปซกับสเปซ และ
2. การลงความเห็นจากข้อมูล - ลมในแตล่ ะบริเวณบนโลกมที ิศทางการเคลือ่ นที่ในทศิ ทางเดียวกนั
3. การสรา้ งแบบจ�ำ ลอง สเปซกบั เวลา จากการอธบิ ายความสมั พนั ธร์ ะหวา่ ง
ทง้ั หมดหรอื ไม่อย่างไร ความแตกต่างของความกดอากาศกับการเคลื่อนที่
ทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 2. ร่วมกนั ทำ�กจิ กรรมเปน็ กล่มุ โดยปฏิบตั ิดังน้ี และการแทนท่ีของมวลอากาศ
1. การส่ือสารสารสนเทศและการรูเ้ ทา่ ทันสอ่ื 2.1 สบื คน้ ขอ้ มลู สรา้ งแบบจ�ำ ลอง น�ำ เสนอผลงาน และรว่ มกนั อภปิ ราย 2. การลงความเห็นจากข้อมูล จากกิจกรรมวิเคราะห์
2. ความรว่ มมอื การท�ำ งานเปน็ ทมี และภาวะผนู้ �ำ เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างความแตกต่างของความกดอากาศ ข้อภูมิอากาศ และทิศทางการเคล่ือนท่ีของอากาศ
กับทศิ ทาง และอัตราเร็วลม ในแตล่ ะเขตละตจิ ดู เพอ่ื สรา้ งแบบจ�ำ ลอง
ด้านจิตวิทยาศาสตร์ 2.2 สรา้ งแบบจ�ำ ลองการหมนุ เวยี นของอากาศแบบแฮดลยี ์ โดยเชอ่ื มโยง การหมุนเวยี นอากาศของโลก
1. ความอยากร้อู ยากเห็น ความรู้ที่ได้จากกิจกรรมในข้อ 2.1 และสืบค้นข้อมูลเพิ่มเติมใน 3. การสร้างแบบจำ�ลอง จากการสร้างแบบจำ�ลอง
2. ความใจกวา้ ง เพื่ออธิบายผลของแรงต่าง ๆ และแบบจำ�ลอง
ประเดน็ ต่อไปนี้ การหมนุ เวียนของอากาศ
- แรงท่มี ีผลตอ่ การหมุนเวียนของอากาศแบบแฮดลีย์ 4. การสื่อสารสารสนเทศและการรู้เท่าทันสื่อ จาก
- ข้อตกลงเบอ้ื งตน้ ของแบบจำ�ลอง การสืบคน้ ข้อมลู และการนำ�เสนอผลงาน
- รูปแบบและทิศทางการเคลอื่ นทขี่ องอากาศตามแบบจำ�ลอง 5. ความร่วมมือ การทำ�งานเป็นทีมและภาวะผู้นำ�
2.3 สบื คน้ ขอ้ มลู สรา้ งแบบจ�ำ ลอง น�ำ เสนอผลงาน และรว่ มกนั อภปิ ราย จ า ก ก า ร แ บ่ ง ห น้ า ที่ แ ล ะ ค ว า ม รั บ ผิ ด ช อ บ ใ น
เกี่ยวกบั ผลของแรงคอรอิ อลิสทีม่ ีต่อทิศทางลมในแต่ละซกี โลก การทำ�งานกล่มุ

98 แนวทางการจัดการเรยี นรู้ แนวทางการวัดและประเมนิ ผลการเรยี นรู้
การวเิ คราะห์ผลการเรียนรู้

2.4 เชอ่ื มโยงความรจู้ ากกจิ กรรมในขอ้ 2.1 - 2.3 รวบรวมและวเิ คราะห์ ดา้ นจติ วิทยาศาสตร์
ข้อมูลลักษณะภูมิอากาศ และทิศทางการเคลื่อนที่ของอากาศ
ในแต่ละเขตละติจูด เพ่ือสร้างแบบจำ�ลองการหมุนเวียนอากาศ ความอยากรู้อยากเห็นและความใจกว้าง จาก
ของโลกและนำ�เสนอ พร้อมทั้งอภิปรายร่วมกันในประเด็นต่อไปน้ี การรว่ มอภปิ ราย การตง้ั ค�ำ ถาม และการตอบค�ำ ถาม
- การหมุนเวียนของอากาศตามเขตละตจิ ูด
- ผลของแรงต่าง ๆ ที่มีต่อรูปแบบและทิศทางการเคลื่อนที่ของ
อากาศในแต่ละเขตละติจดู
- ผลของการหมนุ เวยี นของอากาศตามเขตละตจิ ดู ทม่ี ตี อ่ ภมู อิ ากาศ
2.5 สบื คน้ ขอ้ มลู วเิ คราะห์ และรว่ มกนั อภปิ รายผลของแรงสูศ่ นู ยก์ ลาง
และแรงเสียดทานทีม่ ีตอ่ ทิศทางและอัตราเรว็ ลม พรอ้ มยกตัวอยา่ ง
ปรากฏการณ์ทางลมฟา้ อากาศทเี่ กีย่ วขอ้ งกบั แรงดังกลา่ ว เชน่
- แรงสู่ศูนย์กลางส่งผลต่อการหมุนและอัตราเร็วลมรอบ
ศนู ยก์ ลางของพายุหมนุ เขตร้อน
- แรงเสียดทานส่งผลต่อความเร็วลม เช่น พายุขึ้นฝั่งจะมี
แรงเสียดทานมากกว่าในทะเล ทำ�ให้ความเร็วของพายุลดลง
3. ร่วมกันอภปิ รายเพื่อสรุปองค์ความรูต้ ามประเด็นและการปฏบิ ตั ิกิจกรรม

ในขอ้ 2

ผลการเรียนรู้ 5. อธิบายปจั จัยทท่ี �ำ ใหเ้ กดิ การแบง่ ชั้นน้�ำ ในมหาสมทุ ร โลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ
6. อธิบายปัจจยั ท่ีท�ำ ให้เกดิ การหมนุ เวียนของน�้ำ ในมหาสมทุ รและรูปแบบการหมุนเวยี นของน้ำ�ในมหาสมุทร
7. อธิบายผลของการหมนุ เวยี นของน้ำ�ในมหาสมุทรทมี่ ตี อ่ ลกั ษณะลมฟา้ อากาศ ส่งิ มชี ีวิต และส่งิ แวดล้อม ชั้นมัธยมศกึ ษาปีที่ 5

99

การวเิ คราะห์ผลการเรยี นรู้ แนวทางการจดั การเรยี นรู้ แนวทางการวัดและประเมนิ ผลการเรยี นรู้

ดา้ นความรู้ 1. นำ�เข้าสู่บทเรียน โดยใช้วีดิทัศน์ ภาพ ข่าวหรือเหตุการณ์เกี่ยวกับการ ดา้ นความรู้
หมุนเวียนของน้ำ�ในมหาสมุทร เช่น ขยะและคราบนำ้�มันที่ไหลไปตาม
1. การแบง่ ชั้นน้ำ�ในมหาสมุทร กระแสน้�ำ ในมหาสมทุ ร และร่วมกนั อภปิ รายโดยใชค้ ำ�ถามดงั ตัวอย่างน้ี การแบ่งช้ันน้ำ�ในมหาสมุทร การหมุนเวียนของนำ้�
2. การหมุนเวียนของน้�ำ ในมหาสมุทร ในมหาสมุทร ผลของการหมุนเวียนของนำ้�ใน
3. ผลของการหมุนเวียนของน้ำ�ในมหาสมุทร - เพราะเหตุใดวัตถุเหล่านี้จึงสามารถเคลื่อนที่ไปยังบริเวณต่าง ๆ
ทม่ี ตี อ่ ลกั ษณะอากาศ สง่ิ มชี วี ติ และสง่ิ แวดลอ้ ม ในมหาสมทุ รได้ มหาสมุทรที่มีต่อลักษณะอากาศ สิ่งมีชีวิต และ
2. ร่วมกนั ทำ�กจิ กรรมเป็นกลุ่ม โดยปฏบิ ตั ดิ ังนี้ สิ่งแวดล้อม จากการนำ�เสนอผลการสืบค้นและ
ด้านทกั ษะ 2.1 สบื คน้ ขอ้ มลู สรา้ งแบบจ�ำ ลอง น�ำ เสนอผลงาน และรว่ มกนั อภปิ ราย การสรา้ งแบบจ�ำ ลอง การอภปิ ราย การแสดงความคดิ เหน็
ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เก่ียวกับการแบง่ ชั้นนำ้�ในมหาสมุทร ในประเด็นตอ่ ไปนี้ และการตอบคำ�ถามในแบบฝกึ หดั หรอื แบบทดสอบ
1. การสังเกต - การแบ่งชน้ั นำ้�และสมบตั ิของน�ำ้ แต่ละช้ันในมหาสมทุ ร
2. การตคี วามหมายและลงข้อสรุป 2.2 สบื คน้ ขอ้ มลู สรา้ งแบบจ�ำ ลอง น�ำ เสนอผลงาน และรว่ มกนั อภปิ ราย ดา้ นทกั ษะ
3. การสร้างแบบจ�ำ ลอง เกี่ยวกับการหมุนเวียนกระแสน้ำ�ผิวหน้า และการหมุนเวียน 1. การสงั เกต จากการวาดภาพหรอื การบรรยายลกั ษณะ
ทกั ษะแห่งศตวรรษที่ 21 กระแสน�้ำ ลึก ในประเด็นตอ่ ไปนี้ การหมุนเวยี นของน้ำ�ทสี่ ังเกตได้จากแบบจำ�ลอง
1. การสอ่ื สารสารสนเทศและการรู้เทา่ ทันสือ่ - ลกั ษณะการหมนุ เวยี นของกระแสนำ้�ผิวหนา้ และกระแสนำ้�ลึก 2. การตีความหมายและลงข้อสรุป จากการอธิบาย
2. ความรว่ มมอื การท�ำ งานเปน็ ทมี และภาวะผนู้ �ำ - ปัจจัยที่มีผลต่อรูปแบบการหมุนเวียนของกระแสน้ำ�ผิวหน้า
และกระแสนำ้�ลกึ ลา่ ง การหมุนเวยี นของน้ำ�ในมหาสมุทรจากแบบจำ�ลอง
ด้านจติ วทิ ยาศาสตร์ - ความสัมพนั ธ์ระหว่างการหมุนเวยี นของกระแสนำ้�ผิวหน้าและ 3. การสร้างแบบจำ�ลอง จากการสร้างแบบจำ�ลองเพ่ือ
1. ความอยากรูอ้ ยากเห็น
2. ความใจกวา้ ง กระแสนำ�้ ลกึ อธิบายการแบ่งชั้นนำ้�และการหมุนเวียนของน้ำ�
3. ความสนใจในวทิ ยาศาสตร์ 2.3 วิเคราะห์ข้อมูลเพื่อเปรียบเทียบอุณหภูมิอากาศบริเวณพ้ืนชายฝ่ัง ในมหาสมุทร
ที่มีกระแสน้ำ�อุ่นและกระแสน้ำ�เย็นไหลผ่าน และร่วมกันอภิปราย 4. การสื่อสารสารสนเทศและการรู้เท่าทันสื่อ จาก
ผลจากกระแสน�ำ้ อนุ่ และกระแสน�ำ้ เยน็ ตอ่ ภมู อิ ากาศและสภาพแวดลอ้ ม การสืบค้นขอ้ มูล และการนำ�เสนอผลงาน
2.4 สืบค้นข้อมูล สร้างแบบจำ�ลองอธิบายการเกิดน้ำ�ผุด น้ำ�จมและ 5. ความร่วมมือ การทำ�งานเป็นทีม และภาวะผู้นำ�
ร่วมกันอภิปรายตามประเด็นต่อไปนี้ จ า ก ก า ร แ บ่ ง ห น้ า ที่ แ ล ะ ค ว า ม รั บ ผิ ด ช อ บ ใ น
- ปจั จยั ทีท่ ำ�ให้เกดิ น้ำ�ผดุ น้ำ�จม การทำ�งานกล่มุ

100 การวเิ คราะห์ผลการเรียนรู้ แนวทางการจดั การเรยี นรู้ แนวทางการวัดและประเมนิ ผลการเรียนรู้

- ผลของน�ำ้ ผดุ น�ำ้ จมตอ่ การหมนุ เวยี นน�ำ้ ในมหาสมทุ ร สง่ิ มชี วี ติ จติ วทิ ยาศาสตร์
และสง่ิ แวดลอ้ ม 1. ความอยากรู้อยากเห็นและความใจกว้าง จาก
2.5 สืบค้นข้อมูล และร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับการเกิดและผลของ การรว่ มอภปิ ราย การตง้ั ค�ำ ถาม และการตอบค�ำ ถาม
ปรากฏการณ์เอลนีโญและลานีญาที่มีต่อลักษณะอากาศ สิ่งมีชีวิต 2. ความสนใจในวิทยาศาสตร์ จากการตั้งคำ�ถาม
และสงิ่ แวดล้อม
3. ร่วมกันอภิปรายเพื่อสรุปองค์ความรู้เรื่องตามประเด็นและการปฏิบัติ การท�ำ กจิ กรรม การยกตวั อยา่ ง และการรว่ มอภปิ ราย
กิจกรรมในขอ้ 2 ถึงผลของการหมุนเวียนน้ำ�ในมหาสมุทรที่มีต่อ
สงิ่ มีชวี ิต และสง่ิ แวดลอ้ ม

ผลการเรียนรู้ 8. อธบิ ายความสมั พันธร์ ะหว่างเสถยี รภาพอากาศและการเกิดเมฆ โลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ
9. อธบิ ายการเกดิ แนวปะทะอากาศแบบต่าง ๆ และลักษณะลมฟา้ อากาศท่เี กย่ี วขอ้ ง
ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ 5
การวเิ คราะหผ์ ลการเรียนรู้ แนวทางการจัดการเรยี นรู้
101

แนวทางการวดั และประเมนิ ผลการเรียนรู้

ดา้ นความรู้ 1. นำ�เขา้ สบู่ ทเรียน โดยปฏบิ ัตดิ ังตัวอยา่ งตอ่ ไปน้ี ดา้ นความรู้
1.1 สงั เกตเมฆบนทอ้ งฟา้ และรว่ มกนั อภปิ ราย โดยใชค้ �ำ ถามดงั ตวั อยา่ ง
1. ปัจจัยที่ส่งผลต่อการยกตวั ของอากาศ ต่อไปนี้ ปัจจัยท่ีส่งผลต่อการยกตัวของอากาศ การเกิดเมฆ
2. ก า ร เ กิ ด เ ม ฆ แ ล ะ ปั จ จั ย ท่ี เ ก่ี ย ว ข้ อ ง กั บ - เมฆทส่ี งั เกตเห็นมีความแตกต่างกันหรือไม่ อย่างไร และปัจจัยท่ีเก่ียวข้องกับการเกิดเมฆ จากผลงาน
- นักเรียนสามารถคาดคะเนลักษณะลมฟ้าอากาศจากเมฆได้ และการตอบคำ�ถามระหว่างการนำ�เสนอผลงาน
การเกิดเมฆ หรือไม่ อย่างไร การรว่ มอภปิ รายเพอ่ื สรปุ องคค์ วามรู้ และแบบฝกึ หดั
1.2 ร่วมอภิปรายเพื่อทบทวนความรู้เดิมเกี่ยวกับการควบแน่น และ
ดา้ นทกั ษะ การเกดิ เมฆ โดยใช้คำ�ถามตัวอยา่ งตอ่ ไปน้ี หรือแบบทดสอบ
ทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ - การเปลีย่ นแปลงสถานะของนำ้�เกิดข้ึนได้อยา่ งไรบา้ ง
1. การหาความสมั พนั ธ์ของสเปซกับเวลา - เมฆเกดิ ข้นึ ได้อยา่ งไร ดา้ นทกั ษะ
2. การจดั กระทำ�และสือ่ ความหมายข้อมลู 2. ร่วมกันทำ�กจิ กรรมเป็นกลุม่ เพ่อื ศึกษากระบวนการและปจั จัยสำ�คัญของ 1. การหาความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งสเปซกบั สเปซ และสเปซ
3. การตคี วามหมายข้อมลู และลงขอ้ สรุป กบั เวลา จากการสรา้ งแบบจ�ำ ลองประกอบการวเิ คราะห์
4. การสร้างแบบจ�ำ ลอง การเกดิ เมฆ โดยปฏิบัติดงั นี้ ข้อมลู เพือ่ หาโอกาสในการเกดิ เมฆ
ทักษะแหง่ ศตวรรษที่ 21 2.1 ทดลองเพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างอุณหภูมิ ความช้ืนสัมพัทธ์ 2. การจัดกระทำ�และสื่อความหมายข้อมูล จาก
1. การสื่อสารสารสนเทศและการร้เู ทา่ ทนั สอื่ ความกดอากาศที่ระดับความสงู ตา่ ง ๆ การสร้างแบบจำ�ลองหรือเขียนแผนภาพเพื่อแสดง
2. การสร้างสรรค์ และนวัตกรรม 2.2 วิเคราะห์ข้อมูล และเขียนแผนภาพเพื่อเปรียบเทียบอุณหภูมิของ
3. ความรว่ มมอื การท�ำ งานเปน็ ทมี และภาวะผนู้ �ำ กอ้ นอากาศ (air parcel) และอากาศโดยรอบทร่ี ะดบั ความสงู ตา่ ง ๆ โอกาสในการเกดิ เมฆ
ซง่ึ ส่งผลตอ่ เสถียรภาพของอากาศและการเกิดเมฆ 3. การตีความหมายข้อมูลและลงข้อสรุป จาก
ด้านจิตวิทยาศาสตร์ 2.3 สบื คน้ ขอ้ มลู เกย่ี วกบั ความรอ้ นเหนอื พน้ื ผวิ ความลาดชนั ของพน้ื ท่ี การอธิบายการเกดิ เมฆในสภาพแวดลอ้ มท่ีกำ�หนด
1. ความอยากรู้อยากเหน็ แนวพัดสอบของลม และสร้างแบบจำ�ลองแนวปะทะอากาศ เพื่อ 4. การสร้างแบบจำ�ลอง จากการสร้างแบบจำ�ลอง
2. ความใจกวา้ ง
อธิบายกลไกของการยกตวั ของอากาศ เพอ่ื อธบิ ายเสถยี รภาพอากาศ และแนวปะทะอากาศ
2.4 สืบค้นข้อมูลความสัมพันธ์ระหว่างแนวปะทะอากาศแบบต่าง ๆ 5. การสื่อสารสารสนเทศและการรู้เท่าทันสื่อ จาก
กับการเกิดเมฆและลักษณะลมฟ้าอากาศท่ีเกย่ี วขอ้ ง การสืบคน้ ขอ้ มลู และการนำ�เสนอผลงาน
6. การสรา้ งสรรค์ และนวตั กรรม จากการเขยี นแผนภาพ
แสดงการเกิดเมฆในสภาวะแวดล้อมที่กำ�หนด และ

นำ�เสนอแนวคดิ ในการทำ�ฝนหลวง

102 การวเิ คราะหผ์ ลการเรียนรู้ แนวทางการจัดการเรียนรู้ แนวทางการวัดและประเมนิ ผลการเรยี นรู้

3. วิเคราะห์ข้อมูลการเกิดเมฆจากสภาวะแวดล้อมทก่ี �ำ หนด เขยี นแผนภาพ 7. ความร่วมมือ การทำ�งานเป็นทีมและภาวะผู้นำ�
นำ�เสนอผลงาน และร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับโอกาสในการเกิดเมฆจาก จ า ก ก า ร แ บ่ ง ห น้ า ที่ แ ล ะ ค ว า ม รั บ ผิ ด ช อ บ ใ น

สภาพแวดลอ้ มดังกลา่ ว การทำ�งานกลุ่ม
4. รว่ มกันอภิปรายเพอื่ สรปุ องค์ความรตู้ ามประเด็นและการปฏิบตั ิกจิ กรรม
ในขอ้ 2 ด้านจติ วทิ ยาศาสตร์
5. รว่ มกนั ขยายความรู้ เช่ือมโยงความรเู้ รื่อง การท�ำ ฝนหลวง ความอยากรู้อยากเห็นและความใจกว้าง จาก
การรว่ มอภปิ ราย การตงั้ ค�ำ ถาม และการตอบค�ำ ถาม

โลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ

ชนั้ มธั ยมศึกษาปที ่ี 5

ผลการเรยี นรู้ 10. อธบิ ายปจั จยั ต่าง ๆ ท่ีมีผลตอ่ การเปลีย่ นแปลงภมู อิ ากาศของโลก พร้อมยกตวั อย่างข้อมลู สนับสนนุ 103
11. วเิ คราะห์ และอภปิ รายเหตุการณ์ทเ่ี ปน็ ผลจากการเปลยี่ นแปลงภูมอิ ากาศของโลก และน�ำ เสนอแนวปฏิบตั ิของมนษุ ยท์ ่มี ีส่วนช่วยในการชะลอ
การเปล่ยี นแปลงภมู อิ ากาศโลก

การวิเคราะหผ์ ลการเรยี นรู้ แนวทางการจดั การเรยี นรู้ แนวทางการวัดและประเมินผลการเรยี นรู้

ดา้ นความรู้ 1. นำ�เข้าสู่บทเรียน โดยใช้เหตุการณ์ สถานการณ์ หรือข่าว เช่น ภัยแล้ง ดา้ นความรู้
น้ำ�ท่วม ไฟป่า การละลายน้ำ�แข็งขั้วโลก แล้วร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับ
1. ปัจจัยที่มีผลต่อการเปล่ียนแปลงภูมิอากาศ ปัจจัยที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลก
โลก การเปลี่ยนแปลงภมู ิอากาศ โดยใช้คำ�ถามดงั ตวั อยา่ งตอ่ ไปนี้ สมดลุ พลงั งานของโลกกบั การเปลย่ี นแปลงภมู อิ ากาศ
- การเปลย่ี นแปลงสภาพแวดลอ้ ม เชน่ ภยั แลง้ น�ำ้ ทว่ ม เปน็ ผลมจาก โลก และแนวปฏิบัติในการลดกิจกรรมของ
2. สมดุลพลังงานของโลกกับการเปล่ียนแปลง สาเหตใุ ดบ้าง
ภูมอิ ากาศโลก - ภาวะโลกร้อนเกิดขึ้นจากสาเหตุใด และมีผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิต มนุษย์ที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลก
จากผลงานและการตอบค�ำ ถามระหวา่ งการน�ำ เสนอ
3. แนวปฏิบัติในการลดกิจกรรมของมนุษย์ และส่ิงแวดลอ้ มอย่างไร ผลงาน การร่วมอภิปรายเพ่ือสรุป และแบบฝึกหัด
ท่สี ง่ ผลต่อการเปลยี่ นแปลงภูมิอากาศโลก 2. ร่วมกนั ทำ�กจิ กรรมเป็นกลมุ่ โดยปฏบิ ัตดิ ังน้ี หรือแบบทดสอบ
2.1 สืบค้นข้อมูล วิเคราะห์ และอภิปรายเกี่ยวกับปัจจัยที่มีผลต่อ
ดา้ นทกั ษะ การเปลี่ยนแปลงภมู อิ ากาศโลก โดยมปี ระเดน็ สำ�คญั ดงั น้ี ด้านทกั ษะ
ทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ - ลกั ษณะการโคจรและการหมนุ ของโลก ไดแ้ ก่ การเปลย่ี นแปลง 1. การตคี วามหมายขอ้ มลู และลงขอ้ สรปุ จากการแปล
1. การตคี วามหมายขอ้ มูลและลงข้อสรปุ ความรีของวงโคจรโลกรอบดวงอาทิตย์ การหมุนควงของ
2. การลงความเหน็ จากข้อมูล แกนหมนุ ของโลก และการเปลยี่ นแปลงมมุ เอยี งของแกนหมุน ความหมายสญั ลกั ษณแ์ ละระบลุ กั ษณะลมฟา้ อากาศ
ทกั ษะแหง่ ศตวรรษที่ 21 2. การลงความเห็นจากข้อมูล จากการวิเคราะห์ข่าว
1. การสอื่ สารสารสนเทศและการรูเ้ ทา่ ทันส่ือ ของโลก
2. การคดิ อยา่ งมวี จิ ารณญาณและการแกป้ ญั หา - ชนดิ และปริมาณของแกส๊ เรอื นกระจก ละอองลอย และเมฆ และเหตุการณ์ ที่เก่ียวข้องกับการเปลี่ยนแปลง
3. ความรว่ มมอื การท�ำ งานเปน็ ทมี และภาวะผนู้ �ำ - ลกั ษณะการเปลี่ยนแปลงพื้นผิว ภูมิอากาศโลก
2.2 เชื่อมโยงความรู้เรื่องสมดุลพลังงานของโลกกับการเปลี่ยนแปลง 3. การสื่อสารสารสนเทศและการรู้เท่าทันสื่อ จาก
ด้านจติ วิทยาศาสตร์ ภูมิอากาศโลก โดยใช้ประเดน็ คำ�ถามดงั ตวั อย่างตอ่ ไปน้ี การสบื คน้ ข้อมูล และการนำ�เสนอผลงาน
1. การใชว้ จิ ารณญาณ - ขณะทอ่ี ณุ หภมู อิ ากาศของโลกเกดิ การเปลย่ี นแปลง กระบวนการรบั 4. การคิดอย่างมีวิจารณญาณและการแก้ปัญหา จาก
2. ความเชอื่ มนั่ ตอ่ หลักฐาน และปลดปลอ่ ยพลงั งานของโลกยงั คงสมดลุ กนั หรอื ไม่ อยา่ งไร การวิเคราะห์และอภิปรายข่าว และเหตุการณ์
3. ความใจกวา้ ง 2.3 ยกตัวอย่างข่าว เหตุการณ์ และวิเคราะห์ข้อมูลที่เก่ียวข้องกับ ทเ่ี กย่ี วขอ้ งกับการเปลยี่ นแปลงภูมอิ ากาศของโลก
4. การยอมรบั ความเหน็ ต่าง การเปล่ียนแปลงภูมิอากาศโลก เช่น การละลายของธารนำ้�แข็ง 5. ความร่วมมือ การทำ�งานเป็นทีมและภาวะผู้นำ�
5. การเห็นคณุ คา่ ทางวทิ ยาศาสตร์ ท่ีส่งผลให้น้ำ�ทะเลมีระดับความสูงเพ่ิมขึ้น จากนั้นนำ�เสนอผลงาน จ า ก ก า ร แ บ่ ง ห น้ า ที่ แ ล ะ ค ว า ม รั บ ผิ ด ช อ บ ใ น
การทำ�งานกลุ่ม

104 การวเิ คราะหผ์ ลการเรยี นรู้ แนวทางการจัดการเรียนรู้ แนวทางการวัดและประเมินผลการเรียนรู้

6. คุณธรรมและจริยธรรมท่ีเก่ียวข้องกับ และรว่ มกนั อภปิ รายเกี่ยวกับปัจจัยทเี่ ก่ยี วข้อง ด้านจติ วทิ ยาศาสตร์
วิทยาศาสตร์ 3. ร่วมกันอภิปรายเพือ่ สรปุ องคค์ วามรู้ตามประเดน็ และการปฏิบัติกิจกรรม
ในขอ้ 2 1. ความใจกวา้ ง และการยอมรบั ความเหน็ ตา่ ง จากการ
4. รว่ มกนั วางแผน ออกแบบ และน�ำ เสนอแนวปฏบิ ตั ทิ เ่ี หมาะสมในการดแู ล ร่วมอภิปราย การตง้ั คำ�ถาม และการตอบคำ�ถาม
รักษาสิ่งแวดล้อม และจัดทำ�โครงการเพื่อรณรงค์สร้างความตระหนักถึง
การกระทำ�ของมนษุ ย์ท่มี ีผลต่อการเปล่ยี นแปลงภูมอิ ากาศโลก 2. การใช้วิจารณญาณ ความเชื่อมั่นต่อหลักฐานจาก
การวิเคราะห์และอภิปรายข่าว และเหตุการณ์

ที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลก
โดยมหี ลักฐานหรือเหตผุ ลสนับสนุน
3. การเห็นคุณค่าทางวิทยาศาสตร์ คุณธรรมและ

จรยิ ธรรมทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั วทิ ยาศาสตร์ จากการน�ำ เสนอ
แนวปฏิบัติที่เหมาะสมในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม

และจัดทำ�โครงการเพ่ือรณรงค์สร้างความตระหนัก
ถึงการกระทำ�ของมนุษย์ท่ีมีผลต่อการเปลี่ยนแปลง
ภูมอิ ากาศโลก

โลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ

ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีที่ 5

ผลการเรยี นรู้ 12. แปลความหมายสัญลกั ษณ์ลมฟา้ อากาศบนแผนทอี่ ากาศ 105
13. วเิ คราะห์ และคาดการณล์ กั ษณะลมฟา้ อากาศเบ้ืองต้นจากแผนท่อี ากาศและข้อมูลสารสนเทศ เพ่ือวางแผนในการประกอบอาชพี
และการดำ�เนินชวี ิตใหส้ อดคล้องกบั สภาพลมฟ้าอากาศ

การวิเคราะหผ์ ลการเรียนรู้ แนวทางการจดั การเรียนรู้ แนวทางการวัดและประเมนิ ผลการเรียนรู้

ด้านความรู้ 1. นำ�เข้าสู่บทเรียน โดยใช้เหตุการณ์ สถานการณ์ หรือข่าว และร่วมกัน ด้านความรู้
อภปิ รายเกย่ี วกบั ลมฟา้ อากาศประจ�ำ วนั โดยใชค้ �ำ ถามดงั ตวั อยา่ งตอ่ ไปนี้
1. สญั ลกั ษณล์ มฟา้ อากาศของแบบแสดงขอ้ มลู สัญลักษณ์ลมฟ้าอากาศและการแปลความหมาย
ของสถานีตรวจอากาศผิวพ้ืน และการแปล - ลักษณะลมฟ้าอากาศท่ีเกิดข้ึนในแต่ละวันมีผลต่อการดำ�เนินชีวิต แผนทอ่ี ากาศผวิ พน้ื และการแปลความหมายขอ้ มลู
หรือการประกอบอาชพี หรือไม่ อยา่ งไร สารสนเทศต่าง ๆ การเชื่อมโยงแผนที่อากาศ และ
ความหมาย - การพยากรณ์อากาศบอกลักษณะอากาศในเรือ่ งใดบา้ ง ข้อมูลสารสนเทศกับการคาดการณ์ลักษณะลมฟ้า
2. แผนทอ่ี ากาศผวิ พน้ื และการแปลความหมาย 2. ทำ�กิจกรรมร่วมกันเป็นกล่มุ เพ่อื แปลความหมายสัญลักษณ์ลมฟ้าอากาศ อากาศเบอ้ื งตน้ จากผลงานจากการน�ำ เสนอ การรว่ ม
3. ขอ้ มลู สารสนเทศต่าง ๆ และการแปลความ จากแผนท่ีอากาศผิวพน้ื โดยปฏบิ ตั ดิ งั นี้ อภปิ รายเพอ่ื สรุปและแบบฝกึ หัดหรอื แบบทดสอบ
2.1 สืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับแผนที่อากาศผิวพ้ืน ตามประเด็นดังตัวอย่าง
หมาย ต่อไปน้ี ด้านทกั ษะ
4. การเช่ือมโยงข้อมูลแผนท่ีอากาศผิวพื้น - ความหมายของสัญลักษณ์ของแบบแสดงข้อมูลของสถานี 1. การหาความสัมพันธ์ระหว่างสเปซกับสเปซ และ
ข้อมูลสารสนเทศอื่นๆ กับการคาดการณ์ ตรวจอากาศผิวพื้น
ลักษณะลมฟา้ อากาศเบ้ืองต้น - ความหมายของสัญลักษณ์ลมฟ้าอากาศที่สำ�คัญบนแผนที่ สเปซกับเวลา จากการวิเคราะห์สารสนเทศเพ่ือ
อากาศผวิ พื้น ตดิ ตามและพยากรณ์ลักษณะลมฟ้าอากาศ
ด้านทักษะ 2.2 แปลความหมายจากแผนทอ่ี ากาศผวิ พน้ื เพอ่ื อธบิ ายลกั ษณะลมฟา้ 2. การพยากรณ์ จากการคาดการณ์ลักษณะลมฟ้า
ทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ อากาศ อากาศโดยใชข้ อ้ มลู สารสนเทศต่าง ๆ
1. การหาความสมั พันธข์ องสเปซกบั เวลา 3. สืบค้นข้อมูล แปลความหมายข้อมูลสารสนเทศอื่น ๆ เช่น แผนที่ลม 3. การตีความหมายข้อมูลและลงข้อสรุป จาก
2. การพยากรณ์ ภาพเรดาร์ ภาพถา่ ยจากดาวเทียม การแปลความหมายสัญลักษณ์และระบุลักษณะ
3. การตคี วามหมายขอ้ มูลและลงขอ้ สรุป 4. รวบรวมขอ้ มลู สารสนเทศตา่ ง ๆ เพอ่ื แปลความหมายขอ้ มลู และคาดการณ์ ลมฟา้ อากาศ
ทกั ษะแหง่ ศตวรรษท่ี 21 ลักษณะลมฟ้าอากาศเบ้ืองต้น พรอ้ มนำ�เสนอผลงาน 4. การส่ือสารสารสนเทศและการรู้เท่าทันส่ือจาก
1. การส่ือสารสารสนเทศและการรู้เท่าทันสอื่ 5. ปฏิบัติกิจกรรมเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์จากการพยากรณ์อากาศ การสืบค้นข้อมูล การนำ�เสนอผลงาน และการตอบ
2. การคดิ อยา่ งมวี จิ ารณญาณและการแกป้ ญั หา คำ�ถามจากการแปลความหมายจากแผนที่อากาศ
3. ความรว่ มมอื การท�ำ งานเปน็ ทมี และภาวะผนู้ �ำ เพื่อวางแผนในการประกอบอาชีพและการดำ�เนินชีวิตให้สอดคล้องกับ ผิวพ้ืน
ลมฟ้าอากาศ เช่น แสดงบทบาทสมมติเป็นผู้ประกอบอาชีพต่าง ๆ 5. การคิดอย่างมีวิจารณญาณและการแก้ปัญหา
ด้านจติ วทิ ยาศาสตร์ ออกแบบและวางแผนการใช้ข้อมูลการพยากรณ์อากาศในสถานการณ์ จากการพยากรณล์ ักษณะลมฟ้าอากาศเบือ้ งต้น
1. การใชว้ จิ ารณญาณ ทก่ี �ำ หนด

106 การวิเคราะหผ์ ลการเรียนรู้ แนวทางการจัดการเรียนรู้ แนวทางการวดั และประเมนิ ผลการเรียนรู้

2. ความเชอ่ื มัน่ ตอ่ หลกั ฐาน 6. รว่ มกันอภิปรายเพ่ือสรปุ องคค์ วามรตู้ ามประเด็นและการปฏิบัตกิ จิ กรรม 6. ความร่วมมือ การทำ�งานเป็นทีมและภาวะผู้นำ�
3. ความใจกวา้ ง ในขอ้ 2 – 5 จ า ก ก า ร แ บ่ ง ห น้ า ที่ แ ล ะ ค ว า ม รั บ ผิ ด ช อ บ ใ น
4. การยอมรับความเหน็ ต่าง
5. การเห็นคณุ ค่าทางวิทยาศาสตร์ การทำ�งานกลุ่ม
6. ความเชอ่ื และคา่ นยิ มทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั วทิ ยาศาสตร์
ดา้ นจิตวิทยาศาสตร์
1. การยอมรับความเห็นต่างและความใจกว้าง จาก
การรว่ มอภปิ ราย การตง้ั ค�ำ ถามและการตอบคำ�ถาม

โดยมหี ลักฐานหรอื เหตุผลสนบั สนุน
2. การใช้วิจารณญาณ ความเชื่อมั่นต่อหลักฐาน

จากการพยากรณล์ กั ษณะลมฟา้ อากาศเบ้ืองตน้
3. การเห็นคุณค่าทางวิทยาศาสตร์ ความเชื่อและ

คา่ นยิ มทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั วทิ ยาศาสตร์ จากการวางแผน
การประกอบอาชพี และการด�ำ เนนิ ชวี ติ ใหส้ อดคลอ้ ง

กับลักษณะลมฟา้ อากาศ

107

โลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ

ช้นั มัธยมศกึ ษาปที ี่ 6

ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 6 โลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ

สาระโลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 6

109

3. เข้าใจองคป์ ระกอบ ลักษณะ กระบวนการเกิด และววิ ัฒนาการของเอกภพ กาแลก็ ซี ดาวฤกษ์ และระบบสรุ ยิ ะ ความสัมพนั ธข์ องดาราศาสตร์
กับมนุษย์จากการศกึ ษาต�ำ แหนง่ ดาวบนทรงกลมฟ้า และปฏสิ มั พนั ธภ์ ายในระบบสรุ ิยะ รวมทัง้ การประยกุ ต์ใชเ้ ทคโนโลยีอวกาศ

ผลการเรยี นรู้ 1. อธิบายการก�ำ เนิดและการเปลย่ี นแปลงพลังงาน สสาร ขนาด อณุ หภูมขิ องเอกภพหลังเกิดบกิ แบงในชว่ งเวลาต่าง ๆ ตามววิ ัฒนาการของเอกภพ

2. อธิบายหลักฐานทส่ี นับสนนุ ทฤษฎีบกิ แบงจากความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งความเร็วกบั ระยะทางของกาแลก็ ซรี วมท้ังขอ้ มูลการค้นพบไมโครเวฟพน้ื หลัง

จากอวกาศ

การวเิ คราะหผ์ ลการเรียนรู้ แนวทางการจดั การเรยี นรู้ แนวทางการวัดและประเมนิ ผลการเรยี นรู้

ดา้ นความรู้ 1. นำ�เขา้ สูบ่ ทเรยี น โดยเลือกใชต้ ัวอย่างดงั ต่อไปน้ี ดา้ นความรู้
1.1 บรรยายหรอื วาดรูป โดยเรม่ิ จากตวั เองขยายจนถงึ ขอบเขตเอกภพ
1. การก�ำ เนิดเอกภพตามทฤษฎบี ิกแบง ตามจนิ ตนาการของตนเอง แลว้ รว่ มกนั อภปิ รายเกย่ี วกบั องคป์ ระกอบ การกำ�เนิดเอกภพตามทฤษฎีบิกแบง วิวัฒนาการ
2. วิวัฒนาการของเอกภพ ของเอกภพ และต�ำ แหนง่ ของเราในเอกภพ ของเอกภพ และหลักฐานสนับสนุนทฤษฎีบิกแบง
3. หลกั ฐานสนบั สนนุ ทฤษฎบี กิ แบง 1.2 รว่ มกนั ตง้ั ค�ำ ถาม และอภปิ รายเกย่ี วกบั สง่ิ ทร่ี แู้ ลว้ หรอื สง่ิ ทน่ี กั เรยี น จากผลงานและการตอบค�ำ ถามระหวา่ งการน�ำ เสนอ
อยากรูเ้ กยี่ วกับเอกภพ ผลงาน การร่วมอภิปรายเพ่ือสรุปองค์ความรู้ และ
ด้านทกั ษะ 2. ทำ�กจิ กรรมร่วมกนั เปน็ กลมุ่ โดยปฏิบัตดิ ังตอ่ ไปน้ี แบบฝกึ หดั หรือแบบทดสอบ
ทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ 2.1 สบื คน้ ขอ้ มลู น�ำ เสนอผลงาน และรว่ มกนั อภปิ รายเกย่ี วกบั การก�ำ เนดิ
1. การจัดกระท�ำ และสอื่ ความหมายข้อมูล และววิ ฒั นาการของเอกภพตามทฤษฏบี กิ แบง โดยมปี ระเดน็ ส�ำ คญั ดา้ นทักษะ
2. การตีความหมายและลงข้อสรุป ดังตอ่ ไปน้ี 1. การจัดกระทำ�และสื่อความหมายข้อมูลจาก
3. การหาความสมั พนั ธ์ของสเปซกับเวลา - การเปลีย่ นแปลงพลงั งาน สสาร (อนุภาค) ขนาด และอุณหภูมิ การเขยี นกราฟแสดงความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งความเรว็
ของเอกภพ หลังการเกิดบิกแบงจนถึงปจั จุบัน
ดา้ นทักษะแหง่ ศตวรรษท่ี 21 2.2 ปฏบิ ตั กิ จิ กรรม เพอ่ื ศกึ ษาเกย่ี วกบั หลกั ฐานทส่ี นบั สนนุ ทฤษฎบี กิ แบง และระยะทางของกาแล็กซี
1. การส่ือสารสารสนเทศและการรู้เท่าทันส่ือ ดังน้ี 2. การตคี วามหมายและลงขอ้ สรปุ จากผลการอธบิ าย
2. การคดิ อยา่ งมวี จิ ารณญาณและการแกป้ ญั หา
3. ความรว่ มมอื การท�ำ งานเปน็ ทมี และภาวะผนู้ �ำ ความสัมพันธ์ระหว่างความเร็วและระยะทางของ
กาแลก็ ซี

110 การวเิ คราะหผ์ ลการเรยี นรู้ แนวทางการจัดการเรียนรู้ แนวทางการวดั และประเมินผลการเรยี นรู้

ดา้ นจิตวิทยาศาสตร์ 2.2.1 การขยายตัวของเอกภพ 3. การหาความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งสเปซกบั สเปซ และสเปซ
1. ความเชือ่ มัน่ ตอ่ หลักฐาน - ใชแ้ บบจำ�ลองเพื่ออธิบายการขยายตัวของเอกภพ กับเวลา จากการนำ�เสนอให้เห็นการเปลี่ยนแปลง
2. ความใจกวา้ ง - สืบค้นข้อมูลความเร็วและระยะทางของกาแล็กซี และ
3. ความอยากร้อู ยากเหน็ เขยี นกราฟพรอ้ มอธบิ ายความสมั พนั ธข์ องขอ้ มลู ดงั กลา่ ว พลังงาน สสาร ขนาด อุณหภูมิของเอกภพหลังเกิด
4. ความสนใจในวทิ ยาศาสตร์ 2.2.2 การคน้ พบไมโครเวฟพ้ืนหลงั จากอวกาศ บกิ แบงในชว่ งเวลาตา่ ง ๆ ตามววิ ฒั นาการของเอกภพ
- สืบค้นข้อมูล นำ�เสนอผลงาน และร่วมกันอภิปราย ใน 4. การสื่อสารสารสนเทศและการรู้เท่าทันสื่อ จาก
ประเด็นสำ�คัญต่อไปนี้ การค้นพบไมโครเวฟพื้น การสบื คน้ ขอ้ มูล และการนำ�เสนอผลงาน
หลังจากอวกาศที่พบในปัจจุบัน ข้อมูลอุณหภูมิเฉลี่ย 5. การคิดอย่างมีวิจารณญาณและการแก้ปัญหา จาก
ของเอกภพกบั ความถข่ี องไมโครเวฟพน้ื หลงั จากอวกาศ การวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างความเร็วและ
ตามทฤษฎบี ิกแบง
3. ร่วมกันอภิปรายเพ่ือสรุปองค์ความรู้ตามประเด็นและการปฏิบัติกิจกรรม ระยะทางของกาแล็กซีจากกราฟเพื่ออธิบาย
การขยายตวั ของเอกภพ
ในข้อ 2 6. ความร่วมมือ การทำ�งานเป็นทีม และภาวะผู้นำ�
4. รว่ มกนั ขยายความรู้ โดยปฏิบัตติ ่อไปน้ี
4.1 สบื คน้ ขอ้ มลู น�ำ เสนอผลงาน และรว่ มกนั อภปิ รายเกยี่ วกบั โครงการ จากการแบง่ หน้าท่ีรับผดิ ชอบในการทำ�งานกลุ่ม
เครอ่ื งเร่งอนุภาค (เซิรน์ ) เพือ่ ศึกษาการจ�ำ ลองการเกดิ อนภุ าคตาม
ดา้ นจิตวิทยาศาสตร์
ทฤษฎบี ิกแบง 1. ความเชือ่ มน่ั ต่อหลกั ฐาน จากการอธิบายหลักฐาน
4.2 สบื คน้ ขอ้ มลู น�ำ เสนอผลงาน และรว่ มกนั อภปิ รายเกย่ี วกบั การคน้ พบ
ปรากฏการณ์หรือวัตถุใหม่ ๆ ในเอกภพ เช่น คลื่นความโน้มถ่วง ที่สนับสนุนการขยายตวั ของเอกภพ
(โครงการ LIGO) สสารมดื และพลงั งานมืด 2. ความใจกวา้ ง จากการรว่ มอภปิ ราย และการตอบค�ำ ถาม
3. ความอยากรู้อยากเห็น ความสนใจในวิทยาศาสตร์

จากการสบื คน้ ขอ้ มลู การตง้ั ค�ำ ถาม และการอภปิ ราย
เกย่ี วกบั ประเดน็ ตา่ ง ๆ ดงั ตวั อยา่ งในขน้ั ขยายความรู้

โลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ

ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ่ี 6

ผลการเรยี นรู้ 3. อธบิ ายโครงสรา้ งและองค์ประกอบของกาแลก็ ซีทางช้างเผอื ก และระบตุ ำ�แหนง่ ของระบบสรุ ิยะพรอ้ มอธบิ ายเชอื่ มโยงกับการสังเกต 111
เหน็ ทางช้างเผือกของคนบนโลก

การวิเคราะห์ผลการเรยี นรู้ แนวทางการจดั การเรยี นรู้ แนวทางการวดั และประเมินผลการเรยี นรู้

ดา้ นความรู้ 1. นำ�เข้าสู่บทเรียน โดยให้สังเกตวีดิทัศน์ หรือภาพกาแล็กซีต่าง ๆ แล้ว ด้านความรู้
รว่ มกันอภิปราย โดยเลือกใช้คำ�ถาม ดงั ตวั อย่างตอ่ ไปนี้
อ ง ค์ ป ร ะ ก อ บ แ ล ะ โ ค ร ง ส ร้ า ง ข อ ง - กาแลก็ ซที ่สี งั เกตได้มคี วามแตกตา่ งกนั อยา่ งไรบา้ ง องคป์ ระกอบและโครงสรา้ งของกาแลก็ ซที างชา้ งเผอื ก
กาแล็กซีทางชา้ งเผอื ก - นกั เรยี นสามารถเหน็ กาแลก็ ซที างชา้ งเผอื กหรอื ไม่ มลี กั ษณะอยา่ งไร จากผลงานและการตอบค�ำ ถามระหวา่ งการน�ำ เสนอ
2. ทำ�กิจกรรมร่วมกันเปน็ กล่มุ โดยปฏบิ ตั ิดังตอ่ ไปนี้
ดา้ นทักษะ 2.1 สืบค้นข้อมูล และร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับประเภทของกาแล็กซี ผลงาน การร่วมอภิปรายเพื่อสรุปองค์ความรู้และ
ทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ โดยใชค้ ำ�ถามดังตวั อยา่ งตอ่ ไปนี้ แบบฝึกหดั หรือแบบทดสอบ
1. การสงั เกต - สามารถจ�ำ แนกประเภทของกาแลก็ ซไี ดอ้ ยา่ งไรบา้ ง และใชส้ ง่ิ ใด
2. การหาความสัมพนั ธข์ องสเปซกับเวลา เป็นเกณฑใ์ นการจำ�แนก ดา้ นทกั ษะ
3. การสร้างแบบจ�ำ ลอง - โลกของเราอยใู่ นกาแลก็ ซีใด กาแลก็ ซีนนั้ มลี กั ษณะอยา่ งไร 1. การสังเกต จากการสังเกตทางช้างเผือกและ
ทักษะแห่งศตวรรษท่ี 21 2.2 สังเกตทางช้างเผือกบนท้องฟ้าจริงหรือแผนที่ดาว และสังเกต
1. คอมพวิ เตอร์ และเทคโนโลยสี ารสนเทศและ กาแลก็ ซที างชา้ งเผอื กจากโปรแกรมดา้ นดาราศาสตร์ รวมทงั้ สบื คน้ กาแลก็ ซที างชา้ งเผอื กจากทอ้ งฟา้ จรงิ โปรแกรมดา้ น
ภาพกาแล็กซที างช้างเผอื กทเี่ กิดจากการน�ำ ภาพถ่ายทางช้างเผอื ก ดาราศาสตร์ และแบบจำ�ลองเพื่ออธิบายเช่ือมโยง
การสอื่ สาร และดาวฤกษ์จากทุกทิศทางมาเชื่อมต่อกันบนทรงกลมฟ้า ที่มี
2. การสอ่ื สารสารสนเทศและการรเู้ ทา่ ทนั สอ่ื ทางช้างเผือกเป็นเส้นวงกลมใหญ่แบ่งครึ่งทรงกลมนี้ เพื่อศึกษา กับการสงั เกตเห็นทางช้างเผอื กของคนบนโลก
3. การคดิ อยา่ งมวี จิ ารณญาณและการแกป้ ญั หา 2. การหาความสัมพันธ์ระหว่างสเปซกับสเปซ จาก
4. การสรา้ งสรรค์และนวัตกรรม ตามประเด็นตัวอย่างต่อไปนี้ แบบจำ�ลองท่ีแสดงความสัมพันธ์ระหว่างโครงสร้าง
5. ความรว่ มมอื การท�ำ งานเปน็ ทมี และภาวะผนู้ �ำ - รปู รา่ ง โครงสรา้ ง ขนาดของกาแลก็ ซที างชา้ งเผอื ก และต�ำ แหนง่
ของระบบสุรยิ ะในกาแลก็ ซที างชา้ งเผือก และองค์ประกอบของกาแลก็ ซที างชา้ งเผือก
ดา้ นจติ วิทยาศาสตร์ 2.3 น�ำ ความรทู้ ไ่ี ดจ้ ากขอ้ 2.2 มาออกแบบและสรา้ งแบบจ�ำ ลองกาแลก็ ซี 3. การสร้างแบบจำ�ลอง จากการสร้างแบบจำ�ลอง
1. การใช้วิจารณญาณ ทางช้างเผือก พร้อมระบุตำ�แหนง่ ของระบบสุริยะ จากน้นั นำ�เสนอ
2. ความใจกวา้ ง กาแล็กซีทางชา้ งเผือก
3. ความอยากรู้อยากเห็น ผลงาน และรว่ มกนั อภปิ รายเชอ่ื มโยงกบั การสงั เกตเหน็ ทางชา้ งเผอื ก 4. คอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยีสารสนเทศและ
4. ความสนใจในวิทยาศาสตร์ ของคนบนโลก การส่ือสารสารสนเทศ จากการใช้โปรแกรมด้าน
3. รว่ มกันอภิปรายเพอ่ื สรุปองคค์ วามรตู้ ามประเด็นและการปฏิบตั ิกจิ กรรม ดาราศาสตร์
5. การสื่อสารสารสนเทศและการรู้เท่าทันสื่อ จาก
ในขอ้ 2 การสบื ค้นข้อมูล และการนำ�เสนอผลงาน
6. การคิดอย่างมีวิจารณญาณและการแก้ปัญหา จาก
การรว่ มอภปิ รายเกย่ี วกบั การสงั เกตเหน็ ทางชา้ งเผอื ก
เมือ่ เวลาหรือตำ�แหนง่ ของผู้สังเกตเปลย่ี นไป

112 การวเิ คราะห์ผลการเรียนรู้ แนวทางการจดั การเรยี นรู้ แนวทางการวดั และประเมินผลการเรียนรู้

4. นำ�ความรู้ที่ได้ในข้อที่ 3 มาปรับปรุงแบบจำ�ลองกาแล็กซีทางช้างเผือก 7. การสร้างสรรค์และนวัตกรรม จากการออกแบบ
เพือ่ ให้ได้ผลงานและองค์ความร้ทู ถ่ี กู ตอ้ ง สร้างแบบจ�ำ ลองกาแลก็ ซีทางชา้ งเผอื ก
5. ร่วมกันขยายความรู้ โดยสังเกตแบบจำ�ลองกาแล็กซีทางช้างเผือก
วเิ คราะห์ และรว่ มกันอภปิ ราย ดังค�ำ ถามตัวอย่างตอ่ ไปน้ี 8. ความร่วมมือ การทำ�งานเป็นทีมและภาวะผู้นำ�
- ในแตล่ ะฤดู คนบนโลกจะสงั เกตเหน็ ทางชา้ งเผอื กปรากฏแตกตา่ งกนั จากการแบง่ หนา้ ทร่ี บั ผดิ ชอบระหวา่ งในการท�ำ งาน
หรือไม่ อยา่ งไร
- ถ้านักเรียนไปอยู่ที่ดาวอังคารจะสังเกตเห็นทางช้างเผือกมีรูปร่าง กลมุ่
เปล่ียนแปลงไปหรอื ไม่ อยา่ งไร
- ถา้ ระบบสรุ ยิ ะไปอยทู่ ใ่ี จกลางทางชา้ งเผอื ก หรอื ทข่ี อบของกาแลก็ ซี ด้านจติ วทิ ยาศาสตร์
ทางช้างเผือก จะสังเกตเห็นทางช้างเผือกมีรูปร่างเปลี่ยนแปลงไป 1. การใช้วิจารณญาณ จากการร่วมอภิปรายเกี่ยวกับ
หรอื ไม่ อยา่ งไร
การสังเกตเห็นทางช้างเผือกเมื่อเวลาหรือตำ�แหน่ง
ของผ้สู ังเกตเปล่ียนไป
2. ความใจกวา้ ง จากการรว่ มอภปิ ราย และการตอบค�ำ ถาม
3. ความอยากรู้อยากเห็น ความสนใจในวิทยาศาสตร์
จากการสบื คน้ ขอ้ มลู ตง้ั ค�ำ ถาม และอภปิ รายเกย่ี วกบั
ประเดน็ ต่าง ๆ ดังตัวอย่างในข้นั ขยายความรู้

โลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ

ช้ันมธั ยมศกึ ษาปที ี่ 6

ผลการเรียนรู้ 4. อธิบายกระบวนการเกดิ ดาวฤกษ์ โดยแสดงการเปลีย่ นแปลงความดัน อุณหภมู ิ ขนาด จากดาวฤกษ์ก่อนเกดิ จนเป็นดาวฤกษ์ 113
5. อธบิ ายกระบวนการสรา้ งพลังงานของดาวฤกษแ์ ละผลที่เกิดขึ้น โดยวเิ คราะหป์ ฏิกริ ิยาลกู โซโ่ ปรตอน-โปรตอน
และวัฏจักรคาร์บอน-ไนโตรเจนออกซเิ จน

การวิเคราะห์ผลการเรียนรู้ แนวทางการจดั การเรยี นรู้ แนวทางการวดั และประเมินผลการเรยี นรู้

ดา้ นความรู้ 1. นำ�เข้าสู่บทเรียน โดยร่วมกันอภิปรายเพื่อทบทวนความรู้เดิมเกี่ยวกับ ด้านความรู้
ดาวฤกษ์ โดยเลือกใชค้ ำ�ถามดงั ตวั อย่างตอ่ ไปนี้
1. กระบวนการเกิดดาวฤกษ์ - ดาวที่สังเกตเหน็ บนทอ้ งฟา้ ส่วนใหญ่เปน็ ดาวฤกษ์หรอื ดาวเคราะห์ กระบวนการเกิดดาวฤกษ์ และกระบวนการสร้าง
2. กระบวนการสร้างพลงั งานของดาวฤกษ์ - นักเรียนรอู้ ะไรบ้างเกีย่ วกับดาวฤกษ์ พลงั งานของดาวฤกษ์ จากผลงานและการตอบค�ำ ถาม
- ดาวฤกษ์มแี สงสว่างในตวั เองได้อย่างไร
ดา้ นทกั ษะ 2. ทำ�กจิ กรรมร่วมกันเป็นกล่มุ โดยสบื คน้ ขอ้ มูลเพ่ือศกึ ษาเกยี่ วกับกระบวน ระหวา่ งการน�ำ เสนอผลงาน การรว่ มอภปิ รายเพอ่ื สรปุ
ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การเกิดดาวฤกษ์ นำ�เสนอผลงาน และร่วมกันอภิปราย ตามประเด็น และแบบฝึกหดั หรอื แบบทดสอบ
1. การหาความสมั พันธ์ของสเปซกับเวลา ตวั อยา่ งต่อไปนี้
2. การใช้จ�ำ นวน - แหล่งก�ำ เนิดดาวฤกษ์ ด้านทักษะ
ทักษะแหง่ ศตวรรษที่ 21 - ความหมายของดาวฤกษก์ อ่ นเกิด 1. การหาความสัมพันธ์ระหว่างสเปซกับสเปซ และ
1. การส่อื สารสารสนเทศและการรู้เท่าทนั ส่อื - การเปลย่ี นแปลงความดนั อณุ หภมู ิ ขนาดของเนบวิ ลา จนเปน็ ดาวฤกษ ์ สเปซกับเวลา จากผลงานที่นำ�เสนอให้เห็น
2. การคดิ อยา่ งมวี จิ ารณญาณและการแกป้ ญั หา - สภาวะสมดุลอุทกสถิตของดาวฤกษ์ การเปลย่ี นแปลง ความดนั อณุ หภมู ิ ขนาด จากเนบลิ า
3. ความรว่ มมอื การท�ำ งานเปน็ ทมี และภาวะผนู้ �ำ - กระบวนการสร้างพลังงานของดาวฤกษ์ด้วยการเปลี่ยนมวลเป็น เปน็ ดาวฤกษ์
พลงั งาน โดยมปี ฏกิ ริ ยิ าส�ำ คญั ไดแ้ ก่ ปฏกิ ริ ยิ าลกู โซโ่ ปรตอน-โปรตอน 2. การใช้จำ�นวน จากการคำ�นวณพลังงานที่ได้รับต่อ
ดา้ นจติ วิทยาศาสตร์ และวฏั จักรคาร์บอน-ไนโตรเจน-ออกซเิ จน
1. การใชว้ ิจารณญาณ 3. รว่ มกันอภิปรายเพื่อสรุปองค์ความรู้ ดังประเด็นในข้อ 2 หนึง่ ปฏิกริ ยิ าของปฏิกิริยาลูกโซโ่ ปรตอน-โปรตอน
2. ความใจกว้าง 4. รว่ มกนั ขยายความรู้ โดยสบื คน้ ขอ้ มลู น�ำ เสนอผลงาน และรว่ มกนั อภปิ ราย 3. การสื่อสารสารสนเทศและการรู้เท่าทันสื่อ จาก
3. ความอยากรู้อยากเหน็ ดังตวั อย่างตอ่ ไปน้ี การสืบคน้ ข้อมลู และการนำ�เสนอผลงาน
4. ความสนใจในวทิ ยาศาสตร์ - เหตกุ ารณใ์ นปจั จบุ นั ทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั การสรา้ งพลงั งานของดาวฤกษ์ เชน่ 4. การคิดอย่างมีวิจารณญาณและการแก้ปัญหา จาก
5. การเห็นคณุ ค่าทางวทิ ยาศาสตร์ โครงการ ITER ซง่ึ เปน็ การจำ�ลองปฏกิ ริ ิยาลูกโซโ่ ปรตอน-โปรตอน การรว่ มอภปิ รายความเปน็ ไปไดข้ องขา่ วหรอื เหตกุ ารณ์
ที่เกิดขึ้นในดาวฤกษ์ เพื่อนำ�มาใช้ในการผลิตกระแสไฟฟ้า แล้ว ตา่ ง ๆ เก่ยี วกับการเลียนแบบการสรา้ งพลังงานของ
ร่วมกันอภิปรายว่ามนุษย์จะสามารถเลียนแบบการสร้างพลังงาน
ดาวฤกษเ์ พ่ือนำ�มาใช้บนโลก และผลทอ่ี าจมตี ่อโลก
5. ความร่วมมือ การทำ�งานเป็นทีมและภาวะผู้นำ�
จากการแบ่งหนา้ ที่รับผดิ ชอบในการทำ�งานกลุม่

114 การวเิ คราะหผ์ ลการเรยี นรู้ แนวทางการจดั การเรยี นรู้ แนวทางการวัดและประเมินผลการเรียนรู้

ของดาวฤกษ์เพ่ือนำ�มาใช้บนโลกได้หรือไม่ และการสร้างพลังงาน ด้านจิตวทิ ยาศาสตร์
ดงั กลา่ วจะสง่ ผลตอ่ โลกอย่างไรบา้ ง
- การคำ�นวณพลังงานท่ีได้รับต่อหน่ึงปฏิกิริยาของปฏิกิริยาลูกโซ่ 1. การใช้วิจารณญาณ จากการร่วมอภิปราย
โปรตอน-โปรตอน ความเปน็ ไปไดข้ องขา่ วหรอื เหตกุ ารณต์ า่ ง ๆ เกย่ี วกบั

ก า ร เ ลี ย น แ บ บ ก า ร ส ร้ า ง พ ลั ง ง า น ข อ ง ด า ว ฤ ก ษ์
เพ่ือนำ�มาใช้บนโลก และผลท่อี าจมตี อ่ โลก
2. ความใจกวา้ ง จากการรว่ มอภปิ ราย และการตอบค�ำ ถาม
3. ความอยากรู้อยากเห็น ความสนใจในวิทยาศาสตร์
การเหน็ คณุ คา่ ทางวทิ ยาศาสตร์ จากการสบื คน้ ขอ้ มลู
ตง้ั ค�ำ ถามและร่วมอภิปรายในขั้นขยายความรู้

โลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ

ชั้นมธั ยมศึกษาปที ี่ 6

ผลการเรียนรู้ 6. ระบปุ ัจจัยท่สี ่งผลตอ่ ความส่องสวา่ งของดาวฤกษ์ และอธิบายความสัมพันธร์ ะหวา่ งความสอ่ งสวา่ งกับโชตมิ าตรของดาวฤกษ์ 115
7. อธบิ ายความสัมพันธร์ ะหวา่ งสี อุณหภมู ผิ ิว และสเปกตรัมของดาวฤกษ์
8. อธบิ ายวิธีการหาระยะทางของดาวฤกษด์ ้วยหลกั การแพรลั แลกซ์ พร้อมคำ�นวณหาระยะทางของดาวฤกษ์
9. อธบิ ายลำ�ดับวิวัฒนาการทีส่ มั พนั ธก์ บั มวลต้ังต้น และวิเคราะห์การเปลย่ี นแปลงสมบตั บิ างประการของดาวฤกษใ์ นลำ�ดับวิวัฒนาการ
จากแผนภาพเฮริ ์ซปรุง-รัสเซลล์

การวิเคราะห์ผลการเรียนรู้ แนวทางการจัดการเรยี นรู้ แนวทางการวัดและประเมนิ ผลการเรียนรู้

ด้านความรู้ 1. นำ�เขา้ ส่บู ทเรยี น โดยร่วมกันอภปิ ราย ดังคำ�ถามตัวอยา่ งต่อไปน้ี ด้านความรู้
- นกั เรยี นรู้จักดาวฤกษใ์ ดบ้าง
1. สมบัตขิ องดาวฤกษ์ - ดาวฤกษ์ตา่ ง ๆ มีความเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร สมบัติของดาวฤกษ์ และวิวัฒนาการของดาวฤกษ์
2. ววิ ัฒนาการของดาวฤกษ์ - ดาวฤกษ์ที่ใกล้ตัวเราที่สุดคือดาวฤกษ์ใด และในอนาคต ดาวฤกษ์ จากผลงานและการตอบค�ำ ถามระหวา่ งการน�ำ เสนอ
ดงั กล่าวจะยังคงเปน็ เหมือนเดมิ หรอื ไม่ อยา่ งไร ผลงานการร่วมอภิปรายเพื่อสรุปองค์ความรู้ และ
ดา้ นทักษะ 2. ทำ�กิจกรรมร่วมกันเป็นกลุ่ม พร้อมนำ�เสนอผลงาน และร่วมกันอภิปราย แบบฝึกหดั หรือแบบทดสอบ
ทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์
1. การสงั เกต ดังตัวอย่างต่อไปน้ี ดา้ นทักษะ
2. การหาความสัมพันธ์ของสเปซกบั เวลา 2.1 สงั เกตปจั จยั ทส่ี ง่ ผลตอ่ ความสอ่ งสวา่ งของดาวฤกษโ์ ดยใชแ้ บบจ�ำ ลอง 1. การสังเกตสมบัติของดาวฤกษ์ จากภาพท้องฟ้าจริง
3. การใชจ้ �ำ นวน และอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างความส่องสว่างกับโชติมาตรของ หรือโปรแกรมด้านดาราศาสตร์ และแผนภาพ
ทักษะแห่งศตวรรษท่ี 21 ดาวฤกษ์
1. การสอ่ื สารสารสนเทศและการร้เู ทา่ ทันสอ่ื 2.2 สืบค้นข้อมูลโชติมาตรสัมบูรณ์กับกำ�ลังส่องสว่างของดาวฤกษ์ เฮิร์ซปรงุ -รสั เซลล์
2. การคดิ อยา่ งมวี จิ ารณญาณและการแกป้ ญั หา แล้วนำ�มาเขียนลงบนเส้นจำ�นวน เพื่อแสดงความสัมพันธ์ของ 2. การหาความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งสเปซกบั สเปซ และสเปซ
3. ความรว่ มมอื การท�ำ งานเปน็ ทมี และภาวะผนู้ �ำ คา่ ท้งั สอง กับเวลา จากผลงานที่นำ�เสนอให้เห็นความสัมพันธ์
2.3 สืบค้นข้อมูล และเปรียบเทียบสีของเปลวไฟกับอุณหภูมิ และ
ด้านจิตวทิ ยาศาสตร์ อธิบายความสัมพันธ์ระหว่างสี ดัชนีสี อุณหภูมิผิวและสเปกตรัม ของความส่องสว่าง ระยะทาง กับโชติมาตรของ
1. การใช้วจิ ารณญาณ ของดาวฤกษ์ ดาวฤกษ์ รวมท้งั วิวัฒนาการและการเปล่ยี นแปลง
2. ความใจกวา้ ง 2.4 ศึกษาการหาระยะทางของวัตถุจากหลักการแพรัลแลกซ์โดยใช้ สมบตั บิ างประการของดาวฤกษท์ ส่ี มั พนั ธก์ บั มวลตง้ั ตน้
3. ความอยากรอู้ ยากเหน็ แบบจำ�ลอง และร่วมกันอภิปรายเพ่ือเช่ือมโยงกับการหาระยะทาง 3. การใชจ้ �ำ นวน จากการค�ำ นวณระยะทางของดาวฤกษ์
4. ความสนใจในวทิ ยาศาสตร์ ดว้ ยหลักการแพรัลแลกซ์
5. การเหน็ คณุ คา่ ทางวิทยาศาสตร์ 4. การสื่อสารสารสนเทศและการรู้เท่าทันสื่อ จาก
การสบื คน้ ข้อมูล และการนำ�เสนอผลงาน

116 แนวทางการจัดการเรยี นรู้ แนวทางการวดั และประเมินผลการเรียนรู้
การวเิ คราะหผ์ ลการเรยี นรู้

ของดาวฤกษ์ พร้อมคำ�นวณหาระยะทางของดาวฤกษ์ที่กำ�หนด 5. การคิดอย่างมีวิจารณญาณและการแก้ปัญหา จาก
จากมุมแพรลั แลกซข์ องดาว การวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างระหว่างตัวแปร
2.5 สบื คน้ ขอ้ มลู และรว่ มอภปิ รายเกย่ี วกบั ล�ำ ดบั ววิ ฒั นาการของดาวฤกษ์
โดยมปี ระเดน็ สำ�คัญ คอื ต่าง ๆ ของสมบัติบางประการของดาวฤกษ์
- สมบตั บิ างประการทเ่ี ปลย่ี นแปลงตามววิ ฒั นาการของดาวฤกษท์ ่ี การอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างวิวัฒนาการและ
สัมพนั ธก์ ับมวลตัง้ ตน้ การเปลี่ยนแปลงสมบัติบางประการของดาวฤกษ์
- ความสัมพันธ์ของมวล อายุขัย วิวัฒนาการและจุดจบของ ทีส่ ัมพนั ธ์กบั มวลตั้งต้น
ดาวฤกษ์ 6. ความร่วมมือ การทำ�งานเป็นทีมและภาวะผู้นำ�
2.6 สืบค้นข้อมูลโชติมาตรสัมบูรณ์ และดัชนีสี (B-V) ของดาวฤกษ์ใน
ล�ำ ดบั ววิ ฒั นาการ เชน่ ดาวยกั ษน์ �้ำ เงนิ ดาวยกั ษแ์ ดง ดาวแคระขาว จากการแบ่งหนา้ ทร่ี ับผดิ ชอบในการทำ�งานกล่มุ
ดาวในแถบลำ�ดับหลัก และเขียนแผนภาพแสดงความสัมพันธ์
ระหว่างโชติมาตรสัมบรู ณ์ และดัชนีสี (B-V) ดา้ นจิตวทิ ยาศาสตร์
2.7 สืบค้นข้อมูลแผนภาพเฮิร์ซปรุง-รัสเซลล์ วิเคราะห์ และอภิปราย 1. การใชว้ จิ ารณญาณ จากการวเิ คราะหค์ วามสมั พนั ธ์
ในประเดน็ ตอ่ ไปน้ี
- ลกั ษณะการกระจายตัวของข้อมูลในแผนภาพ ระหว่างระหว่างตัวแปรต่าง ๆ เพื่อเชื่อมโยงกับ
- ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งดาวฤกษใ์ นล�ำ ดบั ววิ ฒั นาการกบั ต�ำ แหนง่ การอธิบายสมบัติบางประการของดาวฤกษ์ และ

ในแผนภาพเฮริ ์ซปรงุ -รสั เซลล์ การอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างวิวัฒนาการและ
- ความสัมพันธ์ระหว่างลำ�ดับวิวัฒนาการกับสมบัติบางประการ การเปล่ียนแปลงสมบัติบางประการของดาวฤกษ์
ดาวฤกษ์ ที่สมั พนั ธก์ ับมวลต้ังตน้
3. ร่วมกันอภิปรายเพ่ือสรุปองค์ความรู้ตามประเด็นและการปฏิบัติกิจกรรม 2. ความใจกว้าง จากการร่วมอภิปราย และการตอบ
คำ�ถาม
ในข้อ 2 3. ความอยากรู้อยากเห็น ความสนใจในวิทยาศาสตร์
4. ร่วมกันขยายความรู้ โดยตั้งคำ�ถาม สืบค้นข้อมูล หรือปฏิบัติกิจกรรม การเหน็ คณุ คา่ ทางวทิ ยาศาสตร ์ จากการสบื คน้ ขอ้ มลู
ร่วมกันต้ังคำ�ถาม อภิปราย เกี่ยวกับประเด็นต่าง ๆ
ดังตัวอย่างตอ่ ไปน้ี ดงั ตัวอยา่ งในขัน้ ขยายความรู้
4.1 ต้งั คำ�ถาม สืบค้นขอ้ มลู ข่าว บทความ หรอื งานวจิ ัย ท่ีเก่ียวขอ้ งกบั
ความรู้เรื่องสมบัติและวิวัฒนาการของดาวฤกษ์ และร่วมกัน
อภิปราย ดังตัวอยา่ งค�ำ ถามตอ่ ไปน้ี

โลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ

ชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี 6

การวิเคราะห์ผลการเรยี นรู้ แนวทางการจดั การเรยี นรู้ แนวทางการวัดและประเมนิ ผลการเรยี นรู้ 117

- นักดาราศาสตร์ทราบวิวฒั นาการของดาวฤกษ์ไดอ้ ย่างไร
- มรี ะบบดาวฤกษอ์ ื่นท่ีคลา้ ยระบบสุรยิ ะหรอื ไม่ อยา่ งไร
- ในอนาคตดวงอาทิตย์จะเปลี่ยนแปลงหรือไม่ อย่างไร และจะ
ส่งผลตอ่ โลกอยา่ งไร
- มีดาวฤกษ์ทีม่ คี นไทยคน้ พบหรอื ไม่ และมีสมบัตอิ ย่างไร
- มนษุ ยใ์ ชป้ ระโยชน์จากดาวฤกษ์ในด้านใดไดบ้ า้ ง
4.2 สืบค้นข้อมูล และปฏิบัติกิจกรรมการนำ�หลักการแพรัลแลกซ์ไปใช้
ในการหาระยะทางอื่น ๆ เช่น รัศมีของโลกระยะทางระหว่างโลก
กับดวงจันทร์ ระยะทางระหว่างโลกกับดวงอาทิตย์ ความสูงของ
วตั ถุ เช่น ตึก ภเู ขา

118 ผลการเรยี นรู้ 10. อธบิ ายกระบวนการเกดิ ระบบสรุ ยิ ะ การแบง่ เขตบรวิ ารของดวงอาทติ ย์ และลกั ษณะของดาวเคราะหท์ ่เี อื้อต่อการด�ำ รงชีวติ
11. อธบิ ายการโคจรของดาวเคราะหร์ อบดวงอาทิตยด์ ว้ ยกฏเคพเลอร์ และกฎความโน้มถ่วงของนิวตนั พรอ้ มค�ำ นวณคาบการโคจรของดาวเคราะห์

การวิเคราะห์ผลการเรียนรู้ แนวทางการจดั การเรยี นรู้ แนวทางการวดั และประเมินผลการเรยี นรู้

ดา้ นความรู้ 1. นำ�เข้าส่บู ทเรยี น โดยให้นกั เรยี นดวู ีดิทศั น์หรอื โปรแกรมด้านดาราศาสตร์ ด้านความรู้
ทีแ่ สดงองคป์ ระกอบของระบบสรุ ยิ ะ เพือ่ ทบทวนความรูเ้ ดมิ แลว้ รว่ มกนั
1. การเกดิ ระบบสรุ ยิ ะ อภิปรายโดยใช้คำ�ถามดังตวั อย่างต่อไปนี้ การเกดิ ระบบสรุ ยิ ะ การแบง่ เขตบรวิ ารของดวงอาทติ ย์
2. การแบ่งเขตบริวารของดวงอาทิตย์ - ระบบสรุ ยิ ะมอี งคป์ ระกอบใดบา้ ง และมขี อบเขตสน้ิ สดุ ณ บรเิ วณใด การโคจรของดาวเคราะห์รอบดวงอาทิตย์ตาม
3. การโคจรของดาวเคราะห์รอบดวงอาทิตย์ - องคป์ ระกอบตา่ ง ๆ อยรู่ วมกนั เปน็ บรวิ ารของดวงอาทติ ยไ์ ดอ้ ยา่ งไร กฎความโน้มถ่วงของนิวตันและกฎเคพเลอร์ และ
ตามกฎความโน้มถ่วงของนิวตัน และ - องคป์ ระกอบของระบบสรุ ยิ ะเกดิ ขน้ึ มาจากแหลง่ ก�ำ เนดิ เดยี วกนั หรอื ไม่ ดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ จากผลงานและ
2. ทำ�กิจกรรมร่วมกันเปน็ กลมุ่ โดยปฏบิ ตั กิ จิ กรรมดังตัวอยา่ งต่อไปนี้ การตอบค�ำ ถามระหวา่ งการน�ำ เสนอผลงาน การรว่ ม
กฎเคพเลอร์ 2.1 สืบค้นข้อมูล นำ�เสนอผลงาน และร่วมกันอภิปราย ตามประเด็น อภิปรายเพ่ือสรุปองค์ความรู้ และแบบฝึกหัดหรือ
4. ลักษณะดาวเคราะห์ท่ีเอื้อต่อการดำ�รงชีวิต ตวั อย่างต่อไปน้ี แบบทดสอบ
- การเกิดระบบสุริยะ โดยมีประเด็นสำ�คัญ คือ แหล่งกำ�เนิด
และดาวเคราะห์นอกระบบสรุ ิยะ และธาตุที่เป็นองค์ประกอบของแหล่งกำ�เนิด ความสัมพันธ์ ด้านทักษะ
ระหวา่ งกระบวนการเกดิ กบั การแบง่ เขตบรวิ ารของดวงอาทติ ย์ ทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์
ด้านทกั ษะ - การโคจรของดาวเคราะหร์ อบดวงอาทติ ยต์ ามกฎเคพเลอร์ และ 1. การหาความสัมพันธ์ระหว่างสเปซกับสเปซ จาก
ทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ กฎความโน้มถ่วงของนวิ ตัน ผลงานท่ีนำ�เสนอให้เห็นการเปล่ียนแปลงระหว่าง
การหาความสัมพนั ธ์ของสเปซกบั เวลา 2.2 สบื คน้ ขอ้ มลู น�ำ เสนอผลงาน และรว่ มกนั อภปิ รายเกย่ี วกบั ลกั ษณะ
ทกั ษะแหง่ ศตวรรษที่ 21 ของดาวเคราะห์ที่เอื้อต่อการดำ�รงชีวิต และการค้นพบดาวเคราะห ์ กระบวนการเกิดดวงอาทิตย์และบริวารของ
1. การสอ่ื สารสารสนเทศและการรเู้ ท่าทนั สอ่ื ดวงอาทติ ย ์ และการแบง่ เขตบรวิ ารของดวงอาทติ ย์
2. การคดิ อยา่ งมวี จิ ารณญาณและการแกป้ ญั หา นอกระบบสรุ ยิ ะทีม่ ีลักษณะคล้ายโลก พร้อมยกตวั อย่างประกอบ 2. การสื่อสารสารสนเทศและการรู้เท่าทันสื่อ จาก
3. ความรว่ มมอื การท�ำ งานเปน็ ทมี และภาวะผนู้ �ำ 3. ร่วมกันอภิปรายเพือ่ สรุปองคค์ วามรู้ตามประเด็นและการปฏบิ ัติกิจกรรม การสบื ค้นขอ้ มลู และการนำ�เสนอผลงาน
3. การคิดอย่างมีวิจารณญาณและการแก้ปัญหา
ด้านจติ วิทยาศาสตร์ ในข้อ 2
1. การใชว้ ิจารณญาณ 4. ร่วมกันขยายความรู้ โดยตั้งคำ�ถาม สืบค้นข้อมูล หรือปฏิบัติกิจกรรม จากการคดิ อยา่ งมวี จิ ารณญาณจากการรว่ มอภปิ ราย
2. ความใจกวา้ ง ดังตัวอยา่ งต่อไปน้ี ขอ้ มลู หรอื ขา่ วเกย่ี วกบั ผลจากวตั ถอุ น่ื ในระบบสรุ ยิ ะ
3. ความอยากรอู้ ยากเหน็ 4.1 สืบค้นข้อมูล ข่าว หรืองานวิจัยต่าง ๆ และร่วมกันอภิปราย โดยใช้ ที่มีต่อโลกหรือการดำ�รงชีวิต และความเป็นไปได้
4. การเห็นคณุ คา่ ทางวิทยาศาสตร์ คำ�ถามดังตวั อยา่ งตอ่ ไปนี้ ทจี่ ะมีส่งิ มชี ีวิตบนดาวเคราะหอ์ นื่ ๆ
4. ความร่วมมือ การทำ�งานเป็นทีมและภาวะผู้นำ�
จากการแบง่ หน้าทีร่ ับผิดชอบในการทำ�งานกลมุ่

โลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ

ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี 6

การวเิ คราะหผ์ ลการเรียนรู้ แนวทางการจดั การเรียนรู้ แนวทางการวัดและประเมินผลการเรยี นรู้ 119

- ถา้ อตั ราเรว็ ในการโคจรของโลกรอบดวงอาทติ ยเ์ ปลย่ี นแปลงไป ด้านจิตวทิ ยาศาสตร์
จะส่งผลกระทบตอ่ โลกอยา่ งไร
- โลกจะมีโอกาสถูกวัตถุที่เป็นองค์ประกอบอื่น ๆ ของระบบ 1. การใช้วิจารณญาณ จากการร่วมอภิปรายข้อมูล
สุริยะชนหรือไม่ อยา่ งไร หรือข่าวเก่ียวกับผลจากวัตถุอื่นในระบบสุริยะ
- มีดาวเคราะหน์ อกระบบสุริยะที่มนษุ ยจ์ ะไปอาศัยอย่ไู ดห้ รอื ไม่ ที่มีต่อโลกหรือการดำ�รงชีวิตและความเป็นไปได้
เพราะเหตุใด ท่ีจะมสี งิ่ มีชีวิตบนดาวเคราะห์อน่ื  ๆ
4.2 สงั เกต และอธบิ ายการเปลย่ี นต�ำ แหนง่ ของดาวเคราะห์ ดวงอาทติ ย์ 2. ความใจกวา้ ง จากการรว่ มอภปิ ราย และการตอบค�ำ ถาม
และดวงจันทร์ เทียบกับกลุ่มดาวจักรราศีในรอบ 1 คาบซินอดิก 3. ความอยากรู้อยากเห็น และการเห็นคุณค่าทาง
โดยใชโ้ ปรแกรมทอ้ งฟา้ จ�ำ ลอง และรว่ มกนั เปรยี บเทยี บการเปลย่ี น
ตำ�แหน่งของดาวเหล่านี้ วิทยาศาสตร์ จากการสืบค้นข้อมูล การต้ังคำ�ถาม
4.3 สังเกตวงโคจรของดวงจันทร์ หรือดาวเคราะห์ โดยใช้โปรแกรม การอภิปราย และการปฏิบัติกิจกรรมเก่ียวกับ
ประเดน็ ตา่ ง ๆ ดงั ตวั อย่างในข้นั ขยายความรู้
ดาราศาสตร์ และอธิบายการโคจรด้วยกฎทั้งสามข้อของเคพเลอร์

120 ผลการเรียนรู้ 12. อธิบายโครงสรา้ งของดวงอาทิตย์ การเกดิ ลมสุรยิ ะ พายสุ ุริยะ และวิเคราะห์ นำ�เสนอปรากฏการณ์หรือเหตุการณ์ท่ีเกี่ยวขอ้ งกับผลของลมสรุ ิยะ
และพายสุ ุริยะทม่ี ีต่อโลกรวมท้ังประเทศไทย

การวิเคราะหผ์ ลการเรียนรู้ แนวทางการจัดการเรียนรู้ แนวทางการวัดและประเมินผลการเรยี นรู้

ด้านความรู้ 1. น�ำ เขา้ สบู่ ทเรยี น โดยใชภ้ าพ หรอื วดี ทิ ศั นเ์ กย่ี วกบั ปรากฏการณแ์ สงเหนอื ด้านความรู้
แสงใต้ แล้วรว่ มกนั อภปิ ราย โดยใช้คำ�ถามตวั อย่างต่อไปนี้
1. โครงสรา้ งของดวงอาทติ ย์ - ปรากฏการณด์ งั กลา่ วคอื อะไร และพบได้ทบี่ ริเวณใดของโลก โครงสรา้ งของดวงอาทติ ย์ การเกดิ ลมสรุ ยิ ะ พายสุ รุ ยิ ะ
2. การเกดิ ลมสรุ ยิ ะ พายสุ รุ ยิ ะ และผลทม่ี ตี อ่ โลก - ปรากฏการณ์ดังกล่าวเกี่ยวข้องกับพลังงานจากดวงอาทิตย์หรือไม่ และผลท่ีมีต่อโลก จากผลงานและการตอบคำ�ถาม
อยา่ งไร
ด้านทกั ษะ 2. ทำ�กิจกรรมร่วมกันเป็นกลุ่ม โดยปฏิบัติกิจกรรม นำ�เสนอผลงาน และ ระหว่างการนำ�เสนอผลงาน การร่วมอภิปรายเพื่อ
ทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ รว่ มกันอภิปราย ดังตัวอย่างตอ่ ไปน้ี สรุปองค์ความรู้ และแบบฝกึ หัดหรือแบบทดสอบ
การหาความสัมพันธข์ องสเปซกบั เวลา 2.1 สบื คน้ ขอ้ มลู เพื่อศึกษาตามประเดน็ ตัวอย่างตอ่ ไปนี้
ทกั ษะแหง่ ศตวรรษที่ 21 - โครงสรา้ งของดวงอาทติ ย์ โดยมปี ระเดน็ ส�ำ คญั ไดแ้ ก่ โครงสรา้ ง ดา้ นทกั ษะ
1. การสือ่ สารสารสนเทศและการรเู้ ท่าทนั สอื่ ภายในและชน้ั บรรยากาศของดวงอาทติ ย์ การถา่ ยโอนความรอ้ น 1. การหาความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งสเปซกบั สเปซ และสเปซ
2. การคดิ อยา่ งมวี จิ ารณญาณและการแกป้ ญั หา ภายในดวงอาทิตย์ กบั เวลา จากผลงานทน่ี �ำ เสนอใหเ้ หน็ การเกดิ จดุ มดื
3. ความรว่ มมอื การท�ำ งานเปน็ ทมี และภาวะผนู้ �ำ - การเกิดจุดมืดดวงอาทิตย์ การปลดปล่อยอนุภาคมีประจุจาก ดวงอาทิตย์ การปลดปล่อยอนุภาคมีประจุจาก
ดวงอาทิตย์ ท่ีส่งผลต่อการเกิดลมสุรยิ ะ และพายสุ ุริยะ
ด้านจิตวิทยาศาสตร์ 2.2 สืบค้นข้อมูลปรากฏการณ์หรือเหตุการณ์จากผลของลมสุริยะ และ ดวงอาทติ ย์ ท่สี ง่ ผลใหเ้ กิดลมสุรยิ ะ พายสุ รุ ิยะ
1. การใช้วิจารณญาณ พายสุ รุ ยิ ะทม่ี ตี อ่ โลก และประเทศไทย เชน่ การแตกตวั และการน�ำ 2. การสื่อสารสารสนเทศและการรู้เท่าทันสื่อ จาก
2. ความใจกว้าง ไฟฟา้ ของบรรยากาศโลก การตดิ ตอ่ สอ่ื สารโดยวทิ ยคุ ลน่ื สน้ั การเกดิ การสืบค้นข้อมูล และการนำ�เสนอผลงาน
3. ความอยากรู้อยากเหน็ แสงเหนอื แสงใต้ ระบบการสง่ กระแสไฟฟา้ และวงจรอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ 3. การคิดอย่างมีวิจารณญาณ จากการร่วมอภิปราย
4. การเหน็ คณุ คา่ ทางวิทยาศาสตร์ การเปลี่ยนแปลงรูปร่างสนามแม่เหล็กโลก รวมทั้งข่าวที่เกี่ยวข้อง
เกี่ยวกับความเป็นไปได้ของข้อมูลที่นำ�เสนอในข่าว
แลว้ รว่ มกันวิเคราะห์ อภิปรายถึงความเป็นไปไดข้ องขา่ วที่นำ�เสนอ เกย่ี วกบั ผลของพายสุ รุ ยิ ะทม่ี ตี อ่ โลกและประเทศไทย
3. รว่ มกันอภปิ รายเพอื่ สรปุ องคค์ วามรู้ตามประเดน็ และการปฏิบตั กิ จิ กรรม อย่างสมเหตสุ มผล
4. ความร่วมมือ การทำ�งานเป็นทีมและภาวะผู้นำ�
ในขอ้ 2
จากการแบง่ หน้าที่รบั ผดิ ชอบในการทำ�งานกลมุ่

ด้านจิตวิทยาศาสตร์
1. การใช้วิจารณญาณ จากการร่วมอภิปรายเกี่ยวกับ
ความเป็นไปได้ของข้อมูลท่ีนำ�เสนอในข่าวเกี่ยวกับ
ผลของพายสุ รุ ยิ ะที่มีตอ่ โลกและประเทศไทย

โลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ

ชั้นมัธยมศึกษาปที ่ี 6

การวิเคราะห์ผลการเรยี นรู้ แนวทางการจดั การเรียนรู้ แนวทางการวดั และประเมนิ ผลการเรยี นรู้ 121

2. ความใจกว้าง จากการร่วมอภิปราย และการตอบ
ค�ำ ถาม

3. ความอยากรอู้ ยากเหน็ การเหน็ คณุ คา่ ทางวทิ ยาศาสตร์
จากสบื คน้ ขอ้ มลู อภปิ ราย และตอบค�ำ ถามเกย่ี วกบั

ผลจากพายุสรุ ิยะ

122 ผลการเรยี นรู้ 13. สรา้ งแบบจ�ำ ลองทรงกลมฟ้า สังเกต และเชอ่ื มโยงจดุ และเสน้ สำ�คญั ของแบบจำ�ลองทรงกลมฟ้ากับท้องฟ้าจริง
และอธิบายการระบพุ ิกัดของดาวในระบบขอบฟา้ และระบบศูนยส์ ูตร
14. สังเกตท้องฟา้ และอธิบายเสน้ ทางการข้นึ การตกของดวงอาทิตยแ์ ละดาวฤกษ์
15. อธบิ ายเวลาสรุ ยิ คติปรากฏ โดยรวบรวมขอ้ มูล และเปรยี บเทยี บเวลาขณะทด่ี วงอาทิตย์ผา่ นเมรเิ ดียนของผสู้ ังเกตในแต่ละวนั
16. อธบิ ายเวลาสุริยคติปานกลาง และการเปรียบเทียบเวลาของแต่ละเขตเวลาบนโลก

การวิเคราะหผ์ ลการเรียนรู้ แนวทางการจดั การเรยี นรู้ แนวทางการวัดและประเมนิ ผลการเรียนรู้

ด้านความรู้ 1. นำ�เข้าสู่บทเรียน โดยปฏบิ ตั ดิ งั ตวั อย่างตอ่ ไปน้ี ดา้ นความรู้
1.1 สงั เกตทอ้ งฟา้ จรงิ ในเวลากลางคนื หรอื กลางวนั หรอื สงั เกตควบคกู่ บั
1. ระบบขอบฟ้า ระบบศูนย์สูตรและการระบุ การเล่านิทานดาว พร้อมอภิปรายโดยใชค้ ำ�ถามต่อไปนี้ ระบบขอบฟ้า ระบบศูนย์สูตร การระบุพิกัดดาว
พิกดั ดาว - ลกั ษณะของเส้นขอบฟา้ ทีม่ องเห็นเป็นอย่างไร แนวการขึ้น การตกของดวงอาทิตย์และดวงดาว
2. แนวการข้ึน การตกของดวงอาทิตย์และ - ดาวแตล่ ะดวงที่มองเห็นอยู่หา่ งจากเราเท่ากนั หรอื ไม่
ดวงดาว - ต�ำ แหนง่ ของดวงดาวบนทอ้ งฟา้ มกี ารเปลย่ี นแปลงหรอื ไมอ่ ยา่ งไร เวลาสรุ ยิ คติ จากผลงานและการตอบค�ำ ถามระหวา่ ง
3. เวลาสุรยิ คติ - เราจะระบตุ ำ�แหน่งของดาวบนทอ้ งฟ้าไดอ้ ยา่ งไรบา้ ง การนำ�เสนอผลงาน การร่วมอภิปรายเพ่ือสรุป
1.2 อภิปรายและสร้างแบบจำ�ลองทรงกลมฟ้าตามความเข้าใจของ องค์ความรู้ และแบบฝึกหัดหรือแบบทดสอบ
ด้านทกั ษะ นกั เรียน
ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ 2. ทำ�กจิ กรรมรว่ มกนั เปน็ กลมุ่ โดยปฏิบตั ิดงั นี้ ดา้ นทักษะ
1. การสังเกต 2.1 สบื คน้ ขอ้ มลู เกยี่ วกบั ทรงกลมฟา้ เสน้ และจดุ ส�ำ คญั บนทรงกลมฟา้ ครู 1. การสงั เกต จากผลการสงั เกตทอ้ งฟา้ จรงิ เพอ่ื เชอ่ื มโยง
2. การหาความสัมพนั ธข์ องสเปซกับเวลา และนักเรียนร่วมกันอภิปราย พร้อมกับสาธิตและสรุปในประเด็น กบั การสรา้ งแบบจำ�ลอง
3. การสรา้ งแบบจ�ำ ลอง ส�ำ คัญตอ่ ไปน้ี 2. การหาความสัมพันธ์ระหว่างสเปซกับเวลา จาก
ทกั ษะแหง่ ศตวรรษท่ี 21 - ความหมายของทรงกลมฟ้า การระบพุ กิ ดั ดาว และการอธบิ ายการขน้ึ การตกของดาว
1. การสื่อสารสารสนเทศและการรู้เทา่ ทนั ส่ือ - ความสมั พนั ธ์ของทรงกลมฟ้ากบั โลกซง่ึ มีสณั ฐานเปน็ ทรงกลม 3. สรา้ งแบบจ�ำ ลอง จากการสรา้ งทรงกลมฟา้
2. การคดิ อยา่ งมวี จิ ารณญาณและการแกป้ ญั หา - ความหมายของเสน้ และจดุ อา้ งองิ บนทรงกลมฟา้ ดงั น้ีเสน้ วงกลมใหญ่ 4. การสื่อสารสารสนเทศและการรู้เท่าทันสื่อ จาก
3. การสรา้ งสรรค์และนวัตกรรม (เสน้ ศนู ยส์ ตู รฟา้ เสน้ ขอบฟา้ เสน้ เมรเิ ดยี นฟา้ เสน้ สรุ ยิ วถิ )ี การสบื ค้นข้อมลู และการนำ�เสนอผลงาน
4. ความรว่ มมอื การท�ำ งานเปน็ ทมี และภาวะผนู้ �ำ เส้นวงกลมเล็ก (เส้นที่ขนานกับวงกลมใหญ่) ขั้วของทรงกลม 5. การคิดอย่างมีวิจารณญาณและการแก้ปัญหา จาก
(ขั้วฟ้าเหนือ ข้ัวฟ้าใต้ จุดเหนือศรีษะ จุดใต้บาทา) จุดวิษุวัต การวเิ คราะหเ์ ชอ่ื มโยงความรเู้ รอ่ื งเสน้ ทางการขน้ึ การตก
ด้านจติ วทิ ยาศาสตร์ และจุดอายนั ของดวงดาวไปสกู่ ารอธบิ ายก�ำ หนดเวลาของคนบนโลก
1. การใช้วิจารณญาณ 6. การสร้างสรรค์และนวัตกรรม จากการออกแบบ
2. ความใจกวา้ ง
การสร้างทรงกลมฟา้

โลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ

ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 6

การวิเคราะห์ผลการเรียนรู้ แนวทางการจัดการเรยี นรู้ แนวทางการวดั และประเมนิ ผลการเรียนรู้ 123

3. ความอยากรู้อยากเหน็ 2.2 ศกึ ษาระบบพกิ ดั ต่าง ๆ โดยปฏิบตั ิดงั ตัวอย่างต่อไปนี้ 7. ความร่วมมือ การทำ�งานเป็นทีมและภาวะผู้นำ�
4. การเห็นคุณค่าในวทิ ยาศาสตร์ ระบบขอบฟา้ จากการแบง่ หน้าทรี่ ับผิดชอบในการทำ�งานกลมุ่
1) สร้างแบบจำ�ลองท้องฟ้าตามระบบขอบฟ้า โดยระบุเส้นและ
จดุ ตา่ ง ๆ ทเ่ี กย่ี วขอ้ ง ไดแ้ ก่ เสน้ ขอบฟา้ จดุ เหนอื ศรษี ะ จดุ ใตบ้ าทา ดา้ นจติ วทิ ยาศาสตร์
ทิศท้ัง 4 วงกลมเล็กท่ขี นานกับขอบฟา้ และเมรเิ ดยี นฟ้า ลงบน 1. การใช้วิจารณญาณ จากการวิเคราะห์เชื่อมโยง

ทรงกลมฟ้า พรอ้ มศกึ ษาการระบมุ มุ เงย และมมุ ทิศ ความรเู้ รอื่ งเสน้ ทางการขนึ้ การตกของดวงดาวไปสู่
2) กำ�หนดละติจูดของผู้สังเกตที่แตกต่างกัน เช่น เส้นศูนย์สูตร การอธบิ ายการกำ�หนดเวลาของคนบนโลก
ละติจูด 45๐N ละติจูด 90๐N สังเกต และระบุตำ�แหน่ง 2. การสรา้ งสรรคแ์ ละนวตั กรรม จากการออกแบบและ
ขว้ั ฟา้ เหนอื ตามละตจิ ดู ของผสู้ งั เกต ลงบนแบบจ�ำ ลองทอ้ งฟา้
3) ฝึกระบุมุมทิศและมุมเงยของดาวฤกษ์ที่สำ�คัญลงบนแบบ สร้างแบบจำ�ลองทรงกลมฟา้
จำ�ลองทอ้ งฟา้ 3. ความใจกว้าง จากการร่วมอภิปราย และการตอบ
4) รว่ มกนั อภปิ รายเพอ่ื สรปุ กจิ กรรม โดยใชค้ �ำ ถามดงั ตวั อยา่ งตอ่ ไปน้ี
- การระบตุ �ำ แหนง่ ดาวตามระบบขอบฟา้ ขน้ึ อยกู่ บั สง่ิ ใดบา้ ง ค�ำ ถาม
- จะมีวิธีการใดที่สามารถระบุตำ�แหน่งดาวดวงเดียวกัน 4. ความอยากรู้อยากเห็น และการเห็นคุณค่าทาง

โดยไม่ขึ้นกับเวลาและตำ�แหน่งของผู้สังเกต วิทยาศาสตร์จากสืบค้นข้อมูล อภิปราย และตอบ
ระบบศูนยส์ ูตร คำ�ถามเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์จากการศึกษา
1) สร้างแบบจำ�ลองทรงกลมฟ้าตามระบบศูนย์สูตร โดยระบุเส้น ระบบขอบฟ้า ระบบศูนย์สูตร และการระบุพิกัด
และจุดต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ เส้นศูนย์สูตรฟ้า เส้นสุริยวิถี- ของดาว
เมริเดียนฟ้า จุดวสันตวิษุวัต ศารทวิษุวัต เหมายัน ครีษมายัน
ขว้ั ฟา้ เหนอื ขว้ั ฟา้ ใต้ พรอ้ มศกึ ษาวธิ กี ารระบคุ า่ ไรตแ์ อสเซนชนั
และเดคลเิ นชนั
2) สบื คน้ ขอ้ มลู คา่ ไรตแ์ อสเซนชนั และเดคลเิ นชนั จากแหลง่ ขอ้ มลู
ที่เกี่ยวข้อง เช่น แผนที่ดาวระบบศูนย์สูตร โปรแกรมทาง
ดาราศาสตร์ และระบตุ �ำ แหนง่ ของดาวดงั กลา่ วบนทรงกลมฟา้
3) เชอ่ื มโยงความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งระบบศนู ยส์ ตู รกบั ระบบขอบฟา้
โดยใชแ้ บบจ�ำ ลอง เพอ่ื อธบิ ายต�ำ แหนง่ ของศนู ยส์ ตู รฟา้ ทส่ี มั พนั ธ์
กับศนู ยส์ ูตรโลกและละตจิ ูดของผู้สังเกต

124 การวเิ คราะหผ์ ลการเรยี นรู้ แนวทางการจัดการเรยี นรู้ แนวทางการวดั และประเมินผลการเรยี นรู้

4) รว่ มกนั อภปิ รายเพอ่ื สรปุ กจิ กรรม โดยใชค้ �ำ ถาม ดงั ตวั อยา่ งตอ่ ไปน้ี
- ค่าไรต์แอสเซนชัน และเดคลิเนชันของดาวเปลี่ยน
ตามละติจูดและเวลาของผู้สังเกตหรือไม่เพราะเหตุใด
2.3 ฝึกสังเกต และเชื่อมโยงเส้น และจุดสำ�คัญที่ใช้อ้างอิงพิกัดดาว
ตามระบบขอบฟา้ ระบบศูนยส์ ูตร กับท้องฟา้ จรงิ
2.4 ศกึ ษาเส้นทางการขนึ้ การตกของดวงอาทติ ย์ และดาวฤกษ์ โดยใช ้

แบบจำ�ลองทรงกลมฟา้ ซึ่งมปี ระเดน็ สำ�คญั ดงั น้ี
- ความสัมพันธ์ระหว่างละติจูดของผู้สังเกต ศูนย์สูตรฟ้า
คา่ เดคลเิ นชัน และเส้นทางการขน้ึ การตกของดาว
- ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งไรตแ์ อสเซนชนั กบั เวลาทด่ี าวผา่ นเมรเิ ดยี น
ของผสู้ งั เกต
- การเปลี่ยนเดคลิเนชันของดวงอาทิตย์ในรอบปีที่สัมพันธ์กับ
ฤดูกาลซึง่ เกิดจากแกนโลกเอยี ง
2.5 ท�ำ กจิ กรรมรว่ มกนั เปน็ กลมุ่ เพอื่ ศกึ ษาเรอื่ งเวลาสรุ ยิ คติ โดยปฏบิ ตั ิ
ดังตัวอยา่ งต่อไปนี้
1) สร้างนาฬิกาแดด รวบรวม และบันทึกข้อมูล การเปลี่ยน
ตำ�แหน่งของดวงอาทิตย์ผ่านเมริเดียนของผู้สังเกต และ
อธิบายการกำ�หนดเวลาสุริยคติปรากฏ รวมทั้งอภิปราย
ถงึ ข้อจ�ำ กดั ของเวลาสุรยิ คติปรากฏ
2) สืบค้นข้อมูล นำ�เสนอ และอภิปรายวิธีการกำ�หนดเวลา 1 วัน
สรุ ยิ คตปิ านกลาง ซึ่งยาว 24 ชั่วโมง 0 นาที 0 วินาที
3) อธิบายความสัมพันธ์ระหว่างเวลาสุริยคติปรากฏกับเวลา
สุรยิ คติปานกลางโดยใชส้ มการเวลา
4) สืบค้นขอ้ มูล นำ�เสนอ และอภิปรายวธิ กี ารก�ำ หนดเวลาสุรยิ คติ
ปานกลางกรนี ซิ (Greenwich Mean Time; GMT) ทเ่ี มรเิ ดยี น
ของหอดดู าวกรนี ิซ ประเทศองั กฤษ

โลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ

ชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี 6

การวิเคราะหผ์ ลการเรียนรู้ แนวทางการจดั การเรียนรู้ แนวทางการวดั และประเมนิ ผลการเรยี นรู้ 125

5) สืบค้นข้อมูล นำ�เสนอ และอภิปรายการกำ�หนดเขตเวลา
มาตรฐานสากล และเปรียบเทียบเวลาของแต่ละเขตเวลา
เวลามาตรฐานประเทศไทย คอื GMT + 7 ชัว่ โมง
3. ร่วมกันอภิปรายเพื่อสรุปองค์ความรู้ตามประเด็นและการปฏิบัติกิจกรรม

ในข้อ 2

126 ผลการเรยี นรู้ 17. อธบิ ายมมุ หา่ งทีส่ มั พันธก์ บั ตำ�แหน่งในวงโคจร และอธบิ ายเชื่อมโยงกบั ตำ�แหน่งปรากฏของดาวเคราะหท์ ่สี งั เกตไดจ้ ากโลก

การวเิ คราะหผ์ ลการเรียนรู้ แนวทางการจดั การเรยี นรู้ แนวทางการวดั และประเมินผลการเรยี นรู้

ด้านความรู้ 1. นำ�เข้าสู่บทเรียน โดยให้นักเรียนร่วมกันอภิปรายโดยใช้ประเด็นคำ�ถาม ดา้ นความรู้
ตอ่ ไปน้ี
1. มุมห่างของดาวเคราะห์ และตำ�แหน่ง - เพราะเหตใุ ดจงึ เรยี กดาวศกุ รว์ า่ ดาวประกายพรกึ กบั ดาวประจ�ำ เมอื ง มมุ หา่ งของดาวเคราะห์ และต�ำ แหนง่ ในวงโคจรของ
ในวงโคจรของดาวเคราะห์ และดาวเคราะห์ดวงอ่ืนปรากฏเชน่ เดียวกับดาวศกุ รห์ รือไม่ ดาวเคราะห์ ตำ�แหน่งปรากฏของดาวเคราะห์และ
2. ท�ำ กจิ กรรมรว่ มกนั เปน็ กลมุ่ โดยสบื คน้ ขอ้ มลู น�ำ เสนอผลงาน และรว่ มกนั ปรากฏการณ์ที่เกี่ยวข้อง จากผลงานและการตอบ
2. ตำ�แหน่งปรากฏของดาวเคราะห์และ อภิปราย ตามประเด็นดงั ตัวอยา่ งต่อไปน้ี ค�ำ ถามระหวา่ งการน�ำ เสนอผลงาน การรว่ มอภปิ ราย
ปรากฏการณท์ ่เี ก่ียวขอ้ ง 2.1 สืบค้นข้อมูล และสร้างแบบจำ�ลองแสดงมุมห่างของดาวเคราะห์ เพอ่ื สรปุ องคค์ วามรู้ แบบฝึกหัดหรือแบบทดสอบ
และต�ำ แหนง่ ในวงโคจรของดาวเคราะห์ และรว่ มกนั อภปิ รายเกย่ี วกบั
ดา้ นทักษะ ชอื่ ต�ำ แหน่งส�ำ คัญของดาวเคราะหใ์ นวงโคจรทสี่ มั พนั ธก์ บั มมุ หา่ ง ด้านทักษะ
ทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ 2.2 สังเกตตำ�แหน่งของดาวเคราะห์จากท้องฟ้าจริง หรือโปรแกรม 1. การสังเกต จากผลการสังเกตตำ�แหน่งปรากฏของ
1. การสังเกต ด้านดาราศาสตร์ และสร้างแบบจำ�ลองเพ่ืออธิบายโดยเช่ือมโยง
2. การสร้างแบบจ�ำ ลอง ความรเู้ รอ่ื งมมุ หา่ ง ต�ำ แหนง่ ในวงโคจรของดาวเคราะห์ กบั ต�ำ แหนง่ ดาวเคราะห์จากท้องฟ้าจริง หรือโปรแกรมด้าน
3. การหาความสมั พันธข์ องสเปซกบั เวลา ปรากฏของดาวเคราะห์ในท้องฟ้า ดาราศาสตร์
ทกั ษะแห่งศตวรรษท่ี 21 3. ร่วมกนั อภปิ รายเพ่อื สรุปองคค์ วามรู้ตามการปฏิบัตกิ ิจกรรมในข้อ 2 2. สร้างแบบจำ�ลอง จากการสร้างแบบจำ�ลองมุมห่าง
1. การสื่อสารสารสนเทศและการรู้เท่าทัน 4. ร่วมกันปรบั ปรงุ ผลงานของตนเองในข้อ 2.1 – 2.2 ของดาวเคราะห์ และตำ�แหนง่ สำ�คัญในวงโคจรของ
5. สืบค้นข้อมูล และอธิบายปรากฏการณ์ต่อไปนี้โดยเชื่อมโยงความรู้เรื่อง ดาวเคราะห์ และแบบจ�ำ ลองเพอ่ื อธบิ ายโดยเชอ่ื มโยง
สอื่ การสื่อสาร มมุ หา่ ง ต�ำ แหน่งในวงโคจรของดาวเคราะห์ ความรเู้ รอ่ื งมมุ หา่ ง ต�ำ แหนง่ ในวงโคจรของดาวเคราะห์
2. การคดิ อยา่ งมวี จิ ารณญาณและการแกป้ ญั หา - ดาวเคราะหผ์ ่านหนา้ ดวงอาทิตย์ กับต�ำ แหน่งปรากฏของดาวเคราะหใ์ นทอ้ งฟ้า
3. การสรา้ งสรรคแ์ ละนวตั กรรม - ดาวเคราะหร์ ่วมทิศ 3. การหาความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งสเปซกบั สเปซ และสเปซ
4. ความรว่ มมอื การท�ำ งานเปน็ ทมี และภาวะผนู้ �ำ - ดาวเคียงเดือน กับเวลา จากผลงานท่ีนำ�เสนอให้เห็นความสัมพันธ์
7. รว่ มกนั อภปิ รายเพอ่ื สรปุ องคค์ วามรตู้ ามการปฏบิ ตั กิ จิ กรรมในขอ้ 2 และ 5 ระหวา่ งมมุ หา่ ง ต�ำ แหนง่ ของดาวเคราะหใ์ นวงโคจร
ดา้ นจิตวทิ ยาศาสตร์ กับต�ำ แหน่งปรากฏของดาวเคราะห์
1. การใช้วจิ ารณญาณ 4. การสื่อสารสารสนเทศและการรู้เท่าทันสื่อ จาก
2. ความใจกวา้ ง การสบื คน้ ข้อมูล และการนำ�เสนอผลงาน
3. ความอยากรูอ้ ยากเห็น 5. การคิดอย่างมีวิจารณญาณและการแก้ปัญหา จาก
การอธบิ ายต�ำ แหนง่ ปรากฏของดาวเคราะหโ์ ดยเชอ่ื มโยง
ข้อมูลระหว่างมุมเงย มุมทิศ เวลา กับความรู้เรื่อง
มุมหา่ งและตำ�แหน่งในวงโคจรของดาวเคราะห์

โลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ

ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 6

การวเิ คราะห์ผลการเรยี นรู้ แนวทางการจดั การเรยี นรู้ แนวทางการวดั และประเมินผลการเรยี นรู้ 127

6. การสรา้ งสรรคแ์ ละนวตั กรรม จากการออกแบบและ
สรา้ งแบบจ�ำ ลองมมุ หา่ งของดาวเคราะห์ และต�ำ แหนง่
สำ�คัญในวงโคจรของดาวเคราะห ์
7. ความร่วมมือ การทำ�งานเป็นทีมและภาวะผู้นำ�

จากการแบง่ หน้าที่รบั ผิดชอบในการทำ�งานกลุ่ม

ดา้ นจิตวิทยาศาสตร์
1. การใช้วิจารณญาณ จากการร่วมอภิปรายเกี่ยวกับ
ต�ำ แหนง่ ปรากฏของดาวเคราะหโ์ ดยเชอ่ื มโยงขอ้ มลู

ระหว่างมุมเงย มุมทิศ เวลา กับความรู้เรื่องมุมห่าง
และตำ�แหน่งในวงโคจรของดาวเคราะห์ และ

การตอบคำ�ถาม
2. ความใจกว้าง จากการร่วมอภิปราย และการตอบ

คำ�ถาม
3. ความอยากรอู้ ยากเหน็ จากสบื คน้ ขอ้ มลู อภปิ ราย และ
ตอบค�ำ ถามเกย่ี วกบั ปรากฏการณต์ า่ ง ๆ ทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั
ตำ�แหน่งปรากฏของดาวเคราะห์

128 ผลการเรยี นรู้ 18. สืบค้นข้อมูล อธบิ ายการส�ำ รวจอวกาศโดยใชก้ ล้องโทรทรรศนใ์ นช่วงความยาวคล่ืนต่าง ๆ ดาวเทียม ยานอวกาศ สถานีอวกาศ
และนำ�เสนอแนวคดิ การน�ำ ความรทู้ างดา้ นเทคโนโลยีอวกาศมาประยกุ ต์ใช้ในชวี ิตประจำ�วนั หรอื ในอนาคต
19. สืบคน้ ขอ้ มลู ออกแบบและน�ำ เสนอกิจกรรมการสังเกตดาวบนทอ้ งฟา้ ด้วยตาเปล่าและ/หรอื กล้องโทรทรรศน์

การวเิ คราะห์ผลการเรยี นรู้ แนวทางการจดั การเรยี นรู้ แนวทางการวัดและประเมนิ ผลการเรียนรู้

ดา้ นความรู้ 1. น�ำ เขา้ สบู่ ทเรยี น โดยใหน้ กั เรยี นรว่ มกนั อภปิ ราย ดงั ค�ำ ถามตวั อยา่ ง ตอ่ ไปน้ี ด้านความรู้
- เทคโนโลยอี วกาศทร่ี ูจ้ ักมอี ะไรบา้ ง และมีประโยชนใ์ นดา้ นใด
เทคโนโลยีอวกาศ และประโยชน์ของ 2. ท�ำ กจิ กรรมรว่ มกนั เปน็ กลมุ่ โดยสบื คน้ ขอ้ มลู น�ำ เสนอผลงาน และรว่ มกนั เทคโนโลยอี วกาศ และประโยชนข์ องเทคโนโลยอี วกาศ
เทคโนโลยอี วกาศ อภปิ ราย ตามประเดน็ ดังตวั อย่างตอ่ ไปน้ี จากผลงานและการตอบค�ำ ถามระหวา่ งการน�ำ เสนอ
- การสำ�รวจอวกาศโดยใช้กล้องโทรทรรศน์ที่สังเกตการณ์ในช่วง
ด้านทกั ษะ ความยาวคลื่นต่าง ๆ ผลงาน การร่วมอภิปราย เพื่อสรุปองค์ความรู้และ
ทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ - การสำ�รวจอวกาศโดยใชส้ ถานีอวกาศ ยานอวกาศ และดาวเทียม แบบฝกึ หดั หรอื แบบทดสอบ
1. การหาความสัมพนั ธ์ของสเปซกบั เวลา - การประยุกต์ใช้ความรู้ทางด้านเทคโนโลยีอวกาศ เช่น การสื่อสาร
2. การสร้างแบบจ�ำ ลอง วัสดศุ าสตร์ อาหาร การแพทย์ อตุ สาหกรรม ดา้ นทักษะ
ทักษะการเรยี นรใู้ นศตวรรษท่ี 21 - หนว่ ยงานและโครงการส�ำ รวจอวกาศทง้ั ในประเทศและตา่ งประเทศ 1. การหาความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งสเปซกบั สเปซ และสเปซ
1. การสื่อสารสารสนเทศและการรูเ้ ท่าทันสอื่ 3. รว่ มกันอภิปรายเพือ่ สรุปองคค์ วามรู้ตามประเด็นในขอ้ 2 กับเวลา จากผลงานท่ีนำ�เสนอให้เห็นข้ันตอน
2. การคดิ อยา่ งมวี จิ ารณญาณและการแกป้ ญั หา 4. กำ�หนดสถานการณ์ หรือให้นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันระดมความคิด
3. การสร้างสรรค์และนวัตกรรม ออกแบบ และนำ�เสนอผลงาน เกี่ยวกับการนำ�ความรู้ทางด้านเทคโนโลยี การสำ�รวจอวกาศโดยใช้สถานีอวกาศ ยานอวกาศ
4. ความรว่ มมอื การท�ำ งานเปน็ ทมี และภาวะผนู้ �ำ อวกาศมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำ�วัน หรือในอนาคต ดังสถานการณ์ และดาวเทียม
ตัวอยา่ งต่อไปน้ี 2. การสร้างแบบจำ�ลอง จากการออกแบบแนวคิด
ดา้ นจติ วิทยาศาสตร์ - สถานการณเ์ กย่ี วกบั การเดนิ ทางไปดาวเคราะหท์ ส่ี นใจ โดยมปี ระเดน็ การน�ำ ความรทู้ างดา้ นเทคโนโลยอี วกาศมาประยกุ ต์
1. การใชว้ ิจารณญาณ เช่น วิธีการส่ง การดำ�รงชีวิตของมนุษย์อวกาศ การติดต่อสื่อสาร ใชใ้ นชวี ิตประจำ�วนั หรอื ในอนาคต
2. ความใจกว้าง มายังโลก 3. การสื่อสารสารสนเทศและการรู้เท่าทันสื่อ จาก
3. ความอยากรอู้ ยากเหน็ - สถานการณเ์ กย่ี วกบั การวางแผนเดนิ ทางไปทอ่ งเทย่ี วในสถานทต่ี า่ ง ๆ การสืบคน้ ข้อมูล และการนำ�เสนอผลงาน
4. ความสนใจในวทิ ยาศาสตร์ บนโลก โดยมีประเด็น เช่น การสำ�รวจเส้นทาง สภาพแวดล้อม 4. การคิดอย่างมีวิจารณญาณและการแก้ปัญหา
5. ความเห็นคณุ คา่ ทางวิทยาศาสตร์ สภาพอากาศ จากการออกแบบการนำ�ความรู้ทางด้านเทคโนโลยี
- สถานการณ์เกี่ยวกับการสร้างนวัตกรรมใหม่ที่ใช้ข้อมูลหรือความรู้ อ ว ก า ศ ม า ป ร ะ ยุ ก ต์ ใ ช้ ใ น ชี วิ ต ป ร ะ จำ � วั น ห รื อ
ทางดา้ นเทคโนโลยอี วกาศเปน็ พนื้ ฐาน ในอนาคต

โลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ

ช้ันมัธยมศกึ ษาปที ี่ 6

การวิเคราะห์ผลการเรยี นรู้ แนวทางการจัดการเรียนรู้ แนวทางการวัดและประเมนิ ผลการเรียนรู้ 129

5. สบื คน้ ขอ้ มลู ออกแบบ และน�ำ เสนอกจิ กรรมการสงั เกตทอ้ งฟา้ ดว้ ยตาเปลา่ 5. การสรา้ งสรรคแ์ ละนวตั กรรม จากการออกแบบและ
และ/หรือกล้องโทรทรรศน์ สร้างแบบจำ�ลองเกี่ยวกับการนำ�ความรู้ทางด้าน

เทคโนโลยีอวกาศมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำ�วัน
หรอื ในอนาคต
6. ความร่วมมือ การทำ�งานเป็นทีมและภาวะผู้นำ�
จากการแบ่งหนา้ ทร่ี บั ผิดชอบในการทำ�งานกลมุ่

ดา้ นจิตวิทยาศาสตร์
1. การใชว้ จิ ารณญาณ จากการออกแบบการน�ำ ความรู้
ทางด้านเทคโนโลยีอวกาศมาประยุกต์ใช้ในชีวิต

ประจำ�วนั หรอื ในอนาคต
2. ความใจกว้าง จากการร่วมอภิปราย และการตอบ

คำ�ถาม
3. ความอยากรู้อยากเห็น ความสนใจในวิทยาศาสตร์

และการเหน็ คณุ คา่ ทางวทิ ยาศาสตร์ จากการออกแบบ
และน�ำ เสนอผลงาน เกย่ี วกบั การน�ำ ความรทู้ างดา้ น

เทคโนโลยีอวกาศมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำ�วัน
หรือในอนาคต และการสังเกตดาวบนท้องฟ้าด้วย
ตาเปล่าและ/หรือกลอ้ งโทรทรรศน์

กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์
วชิ าโลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ

130

เอกสารอ้างอิง

ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 4
กรมทรพั ยากรธรณ,ี (2544). ธรณวี ทิ ยาประเทศไทย เฉลมิ พระเกยี รตพิ ระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั เนอ่ื งในวโรกาสพระราชพธิ มี หามงคลเฉลมิ

พระชนมพรรษา 6 รอบ 5 ธันวาคม 2542. กรงุ เทพฯ: กรมทรพั ยากรธรณี กระทรวงอตุ สาหกรรม.
ราชบัณฑิตยสถาน, (2558). พจนานุกรมศัพท์ธรณีวิทยา ฉบับราชบัณฑิตยสถาน (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพฯ: สำ�นักพิมพ์คณะรัฐมนตรีและ

ราชกิจจานเุ บกษา.
สถาบนั สง่ เสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลย,ี กระทรวงศกึ ษาธกิ าร. (2546). การจดั สาระการเรยี นรกู้ ลมุ่ วทิ ยาศาสตร์ หลกั สตู รการศกึ ษา

ขน้ั พ้ืนฐาน. กรุงเทพฯ: สถาบันส่งเสริมการสอนวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลย.ี
สถาบนั สง่ เสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลย,ี กระทรวงศกึ ษาธกิ าร. (2554). คมู่ อื ครู รายวชิ าเพม่ิ เตมิ โลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ เลม่ 1

(พมิ พค์ รั้งที่ 1) . กรงุ เทพฯ: โรงพิมพ์ สกสค. ลาดพรา้ ว.
สถาบนั สง่ เสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลย,ี กระทรวงศกึ ษาธกิ าร. (2554). หนงั สอื เรยี นรายวชิ าเพม่ิ เตมิ โลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ

เลม่ 1 (พิมพค์ รั้งท่ี 1). กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ สกสค. ลาดพรา้ ว.
สถาบนั สง่ เสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลย,ี กระทรวงศกึ ษาธกิ าร. (2555). การวดั ผลประเมนิ ผลวทิ ยาศาสตร.์ กรงุ เทพฯ: ซเี อด็ ยเู คชน่ั .
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, กระทรวงศึกษาธิการ. (2557). หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน ดวงดาวและโลกของเรา

(พมิ พค์ รัง้ ที่ 6). กรงุ เทพฯ: โรงพิมพ์ สกสค. ลาดพรา้ ว.
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, กระทรวงศึกษาธิการ. (2557). คู่มือครู รายวิชาพื้นฐาน โลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ

(พิมพ์คร้ังที่ 2). กรงุ เทพฯ: โรงพิมพ์ สกสค. ลาดพรา้ ว.
สถาบนั สง่ เสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลย,ี กระทรวงศกึ ษาธกิ าร. (2558). หนงั สอื เรยี นรายวชิ าพน้ื ฐาน โลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ

(พิมพค์ ร้ังที่ 8). กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ สกสค. ลาดพรา้ ว.
Becky Oskin. (2016). What is Plate Tectonics?. Retrieved March 31, 2016.from: http://www.livescience.com/37706-what-is-

plate-tectonics.html

กลุ่มสาระการเรียนร้วู ิทยาศาสตร์
วิชาโลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ

131

Danielson. E.W. (1989). Earth Science. New York: Macmillan Publishing Company.
Dolgoff, A. (1996). Physical Geology. Lexington: D.C. Heath and Company.
John C. Lahr. (2013). How to Build a Model Illustrating Sea-Floor Spreading and Subduction. Retrieved December 10, 2015.

from: http://pubs.usgs.gov/of/1999/ofr-99-0132/
Montgomery, C.W. (1997). Fundamentals of Geology. The United State of America: The McGraw-Hill Company.
USGS. (1999). Inside the Earth. Retrieved December 10, 2015. from: http://pubs.usgs.gov/gip/dynamic/inside.html
USGS. (1999). Understanding plate motions. Retrieved January 12, 2016. from: http://pubs.usgs.gov/gip/dynamic/under-

standing.html
Williams, L. (2012). Earth Sciences Demystified. The United State of America: The McGraw-Hill Company.

เอกสารอา้ งอิง

ชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี 5
สถาบนั สง่ เสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลย,ี กระทรวงศกึ ษาธกิ าร. (2546). การจดั สาระการเรยี นรกู้ ลมุ่ วทิ ยาศาสตร์ หลกั สตู รการศกึ ษา

ขนั้ พ้นื ฐาน. กรุงเทพฯ: สถาบนั ส่งเสรมิ การสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี.
สถาบนั สง่ เสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลย,ี กระทรวงศกึ ษาธกิ าร. (2554). หนงั สอื เรยี นรายวชิ าเพมิ่ เตมิ โลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ

เล่ม 2 (พมิ พ์ครั้งที่ 1). กรงุ เทพฯ: โรงพมิ พ์ สกสค. ลาดพร้าว.
สถาบนั สง่ เสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลย,ี กระทรวงศกึ ษาธกิ าร. (2555). การวดั ผลประเมนิ ผลวทิ ยาศาสตร.์ กรงุ เทพฯ: ซเี อด็ ยเู คชนั่ .
Ahrens, C.D. (2007). Meteorology Today: An Introduction to Weather, Climate, and the Environment (8thed.). Canada: Thomson

Brooks/Cole.
Konvicka, T. (1999). Teacher’s Weather Sourcebook. USA: Teacher Ideas Press.

กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์
วชิ าโลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ

132

เอกสารอ้างอิง

ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ่ี 6
นิพนธ ์ ทรายเพชร. (2555). มหัศจรรย์มนษุ ยก์ บั ดวงดาว (พมิ พ์คร้ังท่ี 4). กรงุ เทพฯ: สำ�นักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวทิ ยาลัย.
สถาบนั สง่ เสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลย,ี กระทรวงศกึ ษาธกิ าร. (2546). การจดั สาระการเรยี นรกู้ ลมุ่ วทิ ยาศาสตร์ หลกั สตู รการศกึ ษา

ข้ันพนื้ ฐาน. กรุงเทพฯ: สถาบนั ส่งเสรมิ การสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลย.ี
สถาบนั สง่ เสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลย,ี กระทรวงศกึ ษาธกิ าร. (2555). การวดั ผลประเมนิ ผลวทิ ยาศาสตร.์ กรงุ เทพฯ: ซเี อด็ ยเู คชน่ั .
สถาบนั สง่ เสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลย,ี กระทรวงศกึ ษาธกิ าร. (2557). หนงั สอื เรยี น รายวชิ าพน้ื ฐาน โลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ

(พมิ พ์คร้งั ที่ 5). กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ สกสค. ลาดพร้าว.
สถาบนั สง่ เสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลย,ี กระทรวงศกึ ษาธกิ าร. (2557). หนงั สอื เรยี น รายวชิ าเพม่ิ เตมิ โลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ

เล่ม 3 (พมิ พค์ รง้ั ท่ี 1). กรุงเทพฯ: โรงพมิ พ์ สกสค. ลาดพรา้ ว.
สถาบนั วจิ ยั ดาราศาสตรแ์ หง่ ชาติ (องคก์ ารมหาชน). ดาวเคราะหน์ อกระบบสรุ ยิ ะ. สบื คน้ เมอื่ 1 สงิ หาคม 2559, จาก http://www.narit.or.th.
สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน). พายุสุริยะมหันตภัยหรือปรากฏการณ์ธรรมชาติ. สืบค้นเมื่อ 1 สิงหาคม 2559,

จาก http://www.narit.or.th.
Kenneth R. Lang. (2013). The Life and Death of stare. Cambridge University Press.
Mark A. Garlick. (2002). Essential Science: the expanding universe. Italy: Graphicom.
Patrick Kelly. (2008). Observer’s Handbook 2009. Thistle Printing Limited.

กลมุ่ สาระการเรียนรูว้ ิทยาศาสตร์
วิชาโลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ

133

คณะผู้จัดทำ�

ค่มู อื การใช้หลักสูตรรายวชิ าเพิ่มเตมิ วทิ ยาศาสตร์ คณะกรรมการพจิ ารณาคมู่ ือการใชห้ ลักสตู ร (ฉบบั ร่าง) คณะบรรณาธิการ
โลก ดาราศาสตร์และอวกาศ ช้ันมธั ยมศึกษาปที ่ี 4

รศ.ดร.เสรวี ัฒน์ สมินทรป์ ญั ญา มหาวิทยาลัยศรนี ครนิ ทรวิโรฒ ผศ.ดร.วชิ ัย จูฑะโกสิทธ์ิกานนท์ จุฬาลงกรณม์ หาวทิ ยาลยั
ผศ.ดร.พษิ ณพุ งศ์ กาญจนพยนต ์ จุฬาลงกรณ์มหาวทิ ยาลยั
คณะกรรมการดำ�เนนิ งานจัดท�ำ คู่มือการใชห้ ลักสตู ร ดร.จตุรงค์ สุธนธชาต ิ มหาวิทยาลยั ศรนี ครินทรวิโรฒ รศ.ดร.พิษณุ วงศ์พรชัย มหาวิทยาลยั เชยี งใหม่
นายสพุ จน ์ วฒุ โิ สภณ สถาบนั ส่งเสรมิ การสอนวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
ดร.ธรี พงษ์ แสงประดษิ ฐ์ มหาวทิ ยาลัยศรีนครนิ ทรวิโรฒ นางเบ็ญจวรรณ ศรีเจริญ สถาบนั ส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
นางสาววิชุราตรี กลบั แสง สถาบนั สง่ เสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
นายสพุ จน ์ วฒุ ิโสภณ สถาบนั ส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ผศ.มาลี สทุ ธิโอภาส มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร์ ว่าที่ ร.ต.ภูรวิ ัจน ์ จิราตนั ติพัฒน ์ สถาบนั ส่งเสริมการสอนวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
นางเบ็ญจวรรณ ศรีเจริญ สถาบนั ส่งเสรมิ การสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
นางสาววิชุราตร ี กลบั แสง สถาบนั สง่ เสริมการสอนวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ผศ.ดร.วิชยั จฑู ะโกสทิ ธ์กิ านนท์ จฬุ าลงกรณ์มหาวทิ ยาลยั
ว่าท่ี ร.ต.ภูริวัจน ์ จริ าตนั ตพิ ฒั น์ สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
นายมนตร ี ประเสรฐิ ฤทธ์ิ โรงเรียนบางกะปิ กรงุ เทพฯ ผศ.ดร.พษิ ณพุ งศ์ กาญจนพยนต ์ จฬุ าลงกรณม์ หาวทิ ยาลัย

ดร.สงกรานต์ อักษร กรมอตุ ุนยิ มวิทยา

นายนิพนธ์ ทรายเพชร ราชบัณฑิตดาราศาสตร์

นางสาวประพรี ์ วิราพร นักวิชาการอสิ ระ

ผศ.ดร.อลศิ รา ชูชาต ิ นกั วิชาการอสิ ระ

ทป่ี รกึ ษา นางพรรณทิพา ธนากรโยธนิ นกั วิชาการอิสระ

ดร.พรพรรณ ไวทยางกูร ผ้อู ำ�นวยการ นางดาริกา วีรวินันทกุล นักวิชาการอสิ ระ
สถาบันส่งเสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ผชู้ ว่ ยผอู้ �ำ นวยการ ดร.พรทพิ ย์ ศริ ภิ ัทราชัย โรงเรียนสาธิตมหาวทิ ยาลัยศรนี ครนิ ทรวโิ รฒ
สถาบนั สง่ เสริมการสอนวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
ดร.วนดิ า ธนประโยชน์ศกั ดิ์ นายวิทยา อินโท โรงเรยี นสาธติ จฬุ าลงกรณม์ หาวทิ ยาลยั

นายมนตรี ประเสรฐิ ฤทธ ์ิ โรงเรยี นบางกะปิ กรงุ เทพฯ

นายภูริชัย ชัยศร โรงเรยี นสริ นิ ธรราชวิทยาลัย นครปฐม

นายประเดมิ วรรณทอง โรงเรียนเมืองกาฬสนิ ธ์ุ จ.กาฬสนิ ธุ์

นายศักดอ์ิ นนั ต์ อนนั ตสุข โรงเรียนนารายณ์คำ�ผงวิทยา จ.สุรนิ ทร์

นางพัชรี ศลิ แสน โรงเรียนโพนทองพฒั นาวิทยา จ.ร้อยเอด็

กล่มุ สาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์
วชิ าโลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ

134

คณะผู้จัดทำ�

คูม่ อื การใชห้ ลกั สูตรรายวชิ าเพ่ิมเตมิ วทิ ยาศาสตร์ คณะกรรมการพจิ ารณาคูม่ อื การใช้หลักสูตร (ฉบบั ร่าง) คณะบรรณาธิการ
โลก ดาราศาสตรแ์ ละอวกาศ ช้ันมัธยมศึกษาปที ่ี 5
รศ.ดร.ปราโมทย ์ โศจศิ ภุ ร
คณะกรรมการดำ�เนินงานจดั ทำ�คู่มอื การใช้หลักสตู ร รศ.ดร.น้ำ�ฝน คเู จริญไพศาล มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวโิ รฒ ดร.สงกรานต ์ อกั ษร จฬุ าลงกรณม์ หาวิทยาลยั
ดร.จตุรงค์ สธุ นธชาติ มหาวิทยาลัยศรีนครนิ ทรวโิ รฒ นายสพุ จน ์ วฒุ โิ สภณ กรมอตุ ุนยิ มวิทยา
นายสุพจน ์ วุฒโิ สภณ สถาบันสง่ เสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ดร.ธีรพงษ์ แสงประดิษฐ ์ มหาวทิ ยาลยั ศรีนครนิ ทรวโิ รฒ นางสาวบุศราศริ ิ ธนะ สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
นางสาวบุศราศิร ิ ธนะ สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ผศ.มาลี สทุ ธิโอภาส มหาวทิ ยาลัยเกษตรศาสตร์ นางสาวรมั ภา ศรบี างพลี สถาบนั สง่ เสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
นางสาวรัมภา ศรบี างพล ี สถาบนั ส่งเสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ผศ.ดร.วชิ ยั จูฑะโกสทิ ธกิ์ านนท ์ จฬุ าลงกรณ์มหาวทิ ยาลยั สถาบันสง่ เสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
นายวิทยา อินโท โรงเรียนสาธติ จฬุ าลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผศ.ดร.พษิ ณพุ งศ์ กาญจนพยนต ์ จุฬาลงกรณม์ หาวทิ ยาลัย
ดร.สงกรานต์ อกั ษร กรมอตุ นุ ยิ มวทิ ยา
ที่ปรกึ ษา นายนพิ นธ์ ทรายเพชร ราชบัณฑิตดาราศาสตร์
นางสาวประพีร ์ วริ าพร นกั วชิ าการอสิ ระ
ดร.พรพรรณ ไวทยางกรู ผู้อำ�นวยการ ผศ.ดร.อลศิ รา ชชู าติ นักวชิ าการอสิ ระ
สถาบนั สง่ เสรมิ การสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี นางพรรณทพิ า ธนากรโยธนิ นกั วชิ าการอสิ ระ
ผชู้ ว่ ยผอู้ �ำ นวยการ นางดารกิ า วรี วินนั ทกลุ นกั วชิ าการอิสระ
สถาบนั ส่งเสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี นายวทิ ยา อนิ โท โรงเรียนสาธติ จฬุ าลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ดร.วนดิ า ธนประโยชนศ์ กั ด์ิ นายมนตรี ประเสรฐิ ฤทธ ์ิ โรงเรียนบางกะปิ กรุงเทพฯ
นายภรู ิชัย ชยั ศร โรงเรยี นสิรินธรราชวทิ ยาลัย จ.นครปฐม
นายประเดิม วรรณทอง โรงเรยี นเมอื งกาฬสินธ์ุ จ.กาฬสนิ ธ์ุ
นายศกั ดอิ์ นนั ต์ อนนั ตสุข โรงเรยี นนารายณค์ ำ�ผงวิทยา จ.สรุ ินทร์
นางพชั รี ศลิ แสน โรงเรียนโพนทองพฒั นาวิทยา จ.ร้อยเอ็ด

กล่มุ สาระการเรียนรูว้ ิทยาศาสตร์
วชิ าโลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ

135

คณะผจู้ ัดทำ�

คมู่ อื การใชห้ ลกั สูตรรายวิชาเพ่มิ เติมวทิ ยาศาสตร์ คณะกรรมการพิจารณาคู่มอื การใชห้ ลกั สตู ร (ฉบบั ร่าง) คณะบรรณาธิการ
โลก ดาราศาสตร์และอวกาศ ช้ันมธั ยมศึกษาปีท่ี 6
นางสาวประพรี ์ วิราพร
คณะกรรมการดำ�เนนิ งานจัดท�ำ คมู่ อื การใช้หลกั สตู ร ดร.จตรุ งค์ สุธนธชาต ิ มหาวิทยาลยั ศรีนครนิ ทรวิโรฒ นายนพิ นธ ์ ทรายเพชร ขา้ ราชการบำ�นาญ
ดร.ธรี พงษ์ แสงประดษิ ฐ ์ มหาวทิ ยาลยั ศรนี ครนิ ทรวโิ รฒ ดร.จตรุ งค ์ สธุ นธชาต ิ ราชบัณฑิตดาราศาสตร์
นายสพุ จน์ วุฒิโสภณ สถาบันส่งเสริมการสอนวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ผศ.มาลี สทุ ธโิ อภาส มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร์ ดร.อ�ำ นาจ สาธานนท ์ มหาวทิ ยาลัยศรนี ครินทรวิโรฒ
นางฤทัย เพลงวฒั นา สถาบันส่งเสริมการสอนวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ผศ.ดร.วชิ ยั จฑู ะโกสิทธก์ิ านนท ์ จุฬาลงกรณ์มหาวทิ ยาลยั นายอาทิตย ์ ลภริ ตั นากลู จุฬาลงกรณม์ หาวิทยาลยั
นางสาวโศภติ า จนั ทร์ศร ี สถาบันสง่ เสริมการสอนวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ผศ.ดร.พษิ ณุพงศ์ กาญจนพยนต ์ จฬุ าลงกรณม์ หาวทิ ยาลัย นายสุพจน ์ วุฒโิ สภณ มหาวทิ ยาลยั เชยี งใหม่
นายนพิ นธ ์ ทรายเพชร ราชบณั ฑติ ดาราศาสตร์ ดร.สงกรานต์ อกั ษร กรมอตุ ุนิยมวทิ ยา นางฤทยั เพลงวัฒนา สถาบันสง่ เสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
นางพรรณทิพา ธนากรโยธนิ นักวิชาการอิสระ นายนิพนธ์ ทรายเพชร ราชบัณฑิตดาราศาสตร์ สถาบนั ส่งเสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
นางดาริกา วรี วนิ นั ทกุล นักวิชาการอิสระ นางพรรณทิพา ธนากรโยธิน นกั วชิ าการอิสระ
นางดาริกา วีรวนิ นั ทกุล นักวิชาการอสิ ระ
ท่ปี รึกษา นายวิทยา อินโท โรงเรยี นสาธติ จุฬาลงกรณม์ หาวิทยาลยั
นายมนตรี ประเสรฐิ ฤทธ ์ิ โรงเรยี นบางกะปิ กรุงเทพฯ
ดร.พรพรรณ ไวทยางกรู ผู้อำ�นวยการ นายภรู ชิ ัย ชัยศร โรงเรียนสริ นิ ธรราชวทิ ยาลยั จ.นครปฐม
สถาบันสง่ เสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี นายประเดิม วรรณทอง โรงเรียนเมืองกาฬสนิ ธุ์ จ.กาฬสินธ์ุ
ผชู้ ว่ ยผอู้ �ำ นวยการ นายศกั ดอิ์ นันต์ อนันตสขุ โรงเรียนนารายณค์ ำ�ผงวทิ ยา จ.สรุ นิ ทร์
สถาบนั ส่งเสรมิ การสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี นางพัชรี ศลิ แสน โรงเรยี นโพนทองพฒั นาวทิ ยา จ.ร้อยเอ็ด
ดร.วนดิ า ธนประโยชน์ศักดิ์

ST I PST I PST I PST I PST I PST I PST ST I PST I PST I PST I PST
I PST I PST I PST I PST I PST I PST I PST I PST I PST I PST I PST I PST
I PST I PST I PST I PST I PST I PST I PST I PST I PST I PST I PST
I PST I PST I PST I PST I PST I PST I PST I PST I PST I PST I PST I PST
I PST I PST I PST I PST I PST I PST I PST I PST I PST I PST I PST I PST
I PST I PST I PST I PST I PST I PST I PST I PST I PST I PST I PST
I PST I PST I PST I PST I PST I PST I PST I PST I PST I PST I PST I PST
I PST I PST I PST I PST I PST I PST I PST

I PST
I PST

I PST
I PST

I PST
I PST

I PST
I PST

I PST
I PST

I I PS I PS I PST


Click to View FlipBook Version