The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

บทที่ 1 เพลงอีแซว ประกอบไปด้วย -ประวัติเพลงอีแซว -ลำดับการเล่น -การประพันธ์บทร้อง -บทเพล_compressed (1)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by paweena.su, 2023-02-07 07:05:12

บทที่ 1 เพลงอีแซว ประกอบไปด้วย -ประวัติเพลงอีแซว -ลำดับการเล่น -การประพันธ์บทร้อง -บทเพล_compressed (1)

บทที่ 1 เพลงอีแซว ประกอบไปด้วย -ประวัติเพลงอีแซว -ลำดับการเล่น -การประพันธ์บทร้อง -บทเพล_compressed (1)

ประกอบไปด้วย -ประวัติเพลงอีแซว -ลำ ดับการเล่น ล่ -การประพันธ์บทร้อง -บทเพลงอีแซว -เครื่องประกอบจัง จั หวะ -การแต่งกายเพลงอีแซว บทที่ ๑ เพลงอีแซว


เพลงอีแซว เป็น ป็ เพลงพื้น พื้ บ้า บ้ นประจำ ท้อ ท้ งถิ่นของ สุพ สุ รรณบุรี มีกำ มี กำ เนิดและแพร่ห ร่ ลายในเขตจังหวัด วั สุพ สุ รรณบุรีแ รี ละใกล้เคียง เพลงอีแซว มีค มี วามเป็น ป็ มาที่ย ที่ าวนาน มากกว่า ว่ ๑๐๐ ปี โดยในช่ว ช่ งแรกๆ นั้นมีลั มี ลั กษณะเป็น ป็ เพลงปฏิพากย์ ( เพลงโต้ตอบ ) ที่ห ที่ นุ่มสาวใช้ร้อ ร้ งยั่ว ยั่ เย้า ย้ เกี้ยวพาราสีกั สี กั นอย่า ย่ งง่า ง่ ยๆ สั้น สั้ ๆ กระทั่ง ทั่ เมื่อ มื่ ๖๐ - ๗๐ ปีที่ ปี ผ่ ที่ า ผ่ นมาจึงได้พัฒ พั นาเป็น ป็ เพลงปฏิพากย์ย ย์ าวคือมีเ มี นื้อ เพลงที่ใที่ ช้ร้อ ร้ งในแต่ละครั้ง รั้ ยาวมากขึ้น ขึ้ พร้อ ร้ มกับมีก มี ารดัดแปลงทำ นองและลักษณะการร้อ ร้ งรับ รั ของลูก ลู คู่ นอกจากนั้น ยัง ยัได้มีก มี ารพัฒ พั นา เสื้อผ้า ผ้ ของผู้แผู้ สดง โดยจะนุ่งโจงกระเบนทั้ง ทั้ฝ่า ฝ่ ยชายและหญิง ญิ ส่ว ส่ นเสื้อ สื้ นั้นฝ่า ฝ่ ยหญิง ญิ จะใส่เ ส่ สื้อ สื้ แขนสั้น สั้ คอกลมหรือ รื คอเหลี่ยมกว้า ว้ ง ฝ่า ฝ่ ย ชายมัก มั จะใส่เสื้อแขนสั้น สั้ คอกลม สร้า ร้ งสรรค์ความสะดุด ดุ ตาด้วยสี ที่ฉู ที่ ด ฉู ฉาดเพื่อ พื่ ดึงดูด ดู ใจผู้ชผู้ มด้วยความนิยมในเพลง อีแซวทำ ให้สามารถแสดงได้เกือบทุก ทุ สถานที่แ ที่ ละทุก ทุ โอกาสเพีย พี งแต่จะไม่มี ม่ ก มี ารแสดงในงานแต่งงานวงอีแซวจะไม่มี ม่ ข้ มี อ ข้ กำ หนดเรื่อ รื่ ง จำ นวนผู้แผู้ สดง แต่ในวงหนึ่งๆ จะมีก มี ารจัดสรรตำ แหน่งหน้าที่ ของผู้แผู้ สดงประกอบด้วย พ่อ พ่ เพลง ( ผู้ร้ผู้อ ร้ งนำ ฝ่า ฝ่ ยชาย ) แม่เ ม่ พลง ( ผู้ร้ผู้อ ร้ ง นำ ฝ่า ฝ่ ยหญิง ญิ ) คอต้น ( ผู้ร้ผู้อ ร้ งเพลงโต้ตอบคนแรก ) คอสอง, คอสาม ( ผู้ร้ผู้อ ร้ งคนที่ส ที่ องและ สาม ) และ ลูก ลู คู่ ( จำ นวนไม่จำ ม่ จำ กัด มีห มี น้าที่ร้ ที่ อ ร้ ง รับ รั ร้อ ร้ งซ้ำ ความ ร้อ ร้ งสอดแทรกขัด ขั จังหวะเพื่อ พื่ ความสนุกสนาน ประวัติเพลงอีแซว เพลงอีแซว


เพลงอีแซวมีจ มี ะดำ เนินการแสดงโดยมีเ มี นื้อหาเรีย รี งลำ ดับ เริ่ม ริ่ ต้นด้วยบทไหว้ค ว้ รู บทเกริ่น ริ่ บทประ และจบท้ายด้วยบท จาก หรือ รื บทลา ๑ . บทไหว้ค ว้ รู เป็น ป็ บทกราบไหว้บู ว้ บู ชาสิ่ง สิ่ ศัก ศั ดิ์สิท สิ ธิ์ และผู้มีผู้ พ มี ระคุณ คุ ได้แก่ พระรัต รั นตรัย รั เทวดา ภูต ภู ผี พ่อ พ่ แม่ ครูอาจารย์ (ครูเพลงของอีแซวจะมีส มี องแบบ “ ครูเพลงที่เ ที่ ป็น ป็ จิตวิญ วิ ญาณ ” เช่น ช่ พระนารายณ์ ฤๅษีหรือ รื พ่อ พ่ แก่ และครูอีกประเภทคือ “ ครู เพลงที่เ ที่ ป็น ป็ มนุษย์ ” นอกจากครูเพลงทั้ง ทั้ สองแบบแล้ว ก็มี “ครู พัก พั ลักจำ ” ซึ่ง ซึ่ หมายถึงครูที่ผู้ ที่ ร้ผู้อ ร้ งไม่ไม่ ด้ไปฝากตัวเป็น ป็ ศิษ ศิ ย์ แต่ได้ แอบจดจำ เพลงหรือ รื ลีลา) การร้อ ร้ งบทไหว้ค ว้ รูจะต้องนั่งกับพื้น พื้ ร้อ ร้ ง โดยมี“มี พาน กำ นล” หรือ รื พานไหว้ค ว้ รูวางไว้ข้ ว้ า ข้ งหน้า หรือ รื ยกถือไว้ใว้ นขณะร้อ ร้ งพ่อ พ่ เพลงจะร้อ ร้ งก่อน ตามด้วยแม่เ ม่ พลง ลำ ดับการเล่น ล่ เพลงอีแซว ลำ ดับการเล่น ล่ เพลงอีแซว


เพลงอีแซวมีจ มี ะดำ เนินการแสดงโดยมีเ มี นื้อหาเรีย รี งลำ ดับ เริ่มริ่ต้นด้วยบทไหว้ค ว้ รู บทเกริ่นริ่บทประ และจบท้ายด้วยบทจาก หรือ รื บทลา ๒ . บทเกริ่น ริ่ เป็น ป็ บทร้อ ร้ งของฝ่า ฝ่ ยชายและหญิง ญิ ก่อนที่จ ที่ ะ มาพบกันตามเหตุก ตุ ารณ์ที่ส ที่ มมุติ มุ ติไว้ บทเกริ่น ริ่ เริ่ม ริ่ ต้นภายหลังจาก บทไหว้ค ว้ รูจบลง ๓ . เพลงประ หมายถึงการร้อ ร้ งปะทะคารมกันของทั้ง ทั้ สอง ฝ่า ฝ่ ย เพลงประของวงอีแซวมีห มี ลายแบบ ได้แก่ แนวรัก รั (การเกี้ยว พาราสี ) แนวประลอง ( การทดสอบฝีปฝี ากหรือ รื ทดสอบภูมิ ภู ปัมิ ญ ปั ญา ) และแนวเพลงเรื่อ รื่ ง ( ดำ เนินเรื่อ รื่ งราวตามเรื่อ รื่ งของ นิทาน นิยาย หรือ รื วรรณกรรม ) ลำ ดับการเล่น ล่ เพลงอีแซว ลำ ดับการเล่น ล่ เพลงอีแซว


เพลงอีแซวมีจ มี ะดำ เนินการแสดงโดยมีเ มี นื้อหาเรีย รี งลำ ดับ เริ่มริ่ต้นด้วยบทไหว้ค ว้ รู บทเกริ่นริ่บทประ และจบท้ายด้วยบทจาก หรือ รื บทลา ๔ . บทจาก หรือ รื บทลา เป็น ป็ เพลงที่ใที่ ช้ร้ ช้ อ ร้ งเพื่อ พื่ แสดงถึงความอาลัยคู่เ คู่ ล่นเพลง ผู้ชผู้ ม หรือ รื กล่าวอำ ลาผู้ชผู้ ม หรือ รื เจ้าภาพผู้ว่ผู้ า ว่ จ้างให้ มาแสดง ๕ . การอวยพร เป็น ป็ การร้อ ร้ งขอบคุณ คุ เจ้าภาพ และ ผู้ชผู้ ม รวมทั้ง ทั้ ขอบคุณ คุ ผู้ใผู้ห้รางวัล วั ลำ ดับการเล่น ล่ เพลงอีแซว ลำ ดับการเล่น ล่ เพลงอีแซว


บทเพลงอีแซวที่นั ที่ นั กเพลงใช้ขั ช้ บ ขั ขานกันอยู่ตั้ ยู่ ตั้ งแต่ในอดีตจนถึงปัจ ปั จุบั จุ น บั เป็น ป็ การร้อ ร้ ยเรีย รี งถ้อยคำ จากความคิดสร้า ร้ งสรรค์ของคนในยุค ก่อน ๆ โดยที่ไที่ ม่มี ม่ ใมี ครรู้ว่ รู้ า ว่ บทร้อ ร้ งที่เ ที่ ขาเขีย ขี นขึ้น ขึ้ มานั้น จะต้องมีคำ มี คำ คล้องจองกันอย่า ย่ งไร พบแต่ถ้อยคำ สำ นวนเพลงที่อ ที่ าจจะยาว บ้า บ้ งสั้น สั้ บ้า บ้ งในแต่ละวรรค เพีย พี งแต่มีก มี ารสัมผัส ผั อักษรคำ สุด สุ ท้า ท้ ยของวรรคหลัง (คำ ลง เช่น ช่ ใช้ส ช้ ระ "ไอ" ตลอด) แต่ก็มีค มี วามไพเราะ น่าฟัง ฟั มาก คำ ประพัน พั ธ์ (ฉันทลักษณ์) ในบทเพลงอีแซว เป็น ป็ กลอนหัวเดียวคล้ายกับเพลงฉ่อย หรือ รื เพลงเรือ รื ต่างกันที่ทำ ที่ ทำนองและ การรับ รั ของลูกคู่ซึ่ คู่ ง ซึ่ จะร้อ ร้ งรับ รั โดยร้อ ร้ งซ้ำ 3 คำ ท้า ท้ ย และมีบ มี ทร้อ ร้ งรับ รั ของลูก ลู คู่เ คู่ มื่อ มื่ ตอนจบ ดังตัวอย่า ย่ งคำ ประพัน พั ธ์เ ธ์ พลงอีแซว การประพันธ์เพลง การประพันธ์เพลงอีแซว


แผนผังแสดงลักษณะคำ ประพันธ์ของเพลงอีแซว ลักษณะคำ ประพันธ์


บทร้อ ร้ งไหว้ค ว้ รู (ชาย) (ชาย) เอ่อ เอ้อ เออ…. เอ่อ เอิ้ง เอ้อ…. เอ่อ เอ้ง เงย…… ยกพานจำ นน ขึ้น ขึ้ ไปบนหน้าผาก (เอิง เงอ เอ้ย) บนหน้าผากธูปเทีย ที นพลูห ลู มากและก็มาลี (เอ่อ เอ้อ เอ๊ย) ก็มาลี ไหว้พ ว้ ระรัต รั นไตร อยู่ใยู่ นหัวใจชาวพุท พุ ธที่นั ที่ นั บถือสูง สู สุด สุ องค์พระชิน ชิ ศรี ล่วงลับดับขัน ขั ธ์ มาก็นานเหลือหลายนับเวลาได้ สองพัน พั กว่า ว่ ปี คำ สอนพระพุท พุ ธองค์ ทรงคุณ คุ ค่าล้ำ ลูก ลู ขอไหว้พ ว้ ระธรรม ในคัมภีร์ ไหว้พ ว้ ระชิน ชิ บุตร ที่เ ที่ ป็น ป็ สมมุติ มุ ติ สงฆ์ด้ ฆ์ ด้ วยศรัท รั ธามั่น มั่ คง อย่า ย่ งเต็มที่ เจ้าช่อ ช่ มะกอก ดอกจำ ปี (เอิง เงอ เอ้ย) ดอกจำ ปีเ ปีปลี่ยนจากกลอนลี ไปเป็น ป็ กลอนลา (เอ่อ เอ้อ เอ้ย) เป็น ป็ กลอนลา บทเพลงอีแซว บทเพลงอีแซว


เอ้ย… ชีวิ ชี ต วิ ลูก ลู ถือกำ เนิด เกิดมาได้ ก็ด้วยอาศัย ศั คุณ คุ บิด บิ รมารดา แม่อุ้ ม่ อุ้มท้อ ท้ งเก้าเดือน กว่า ว่ จะเคลื่อนผ่าน แม่รั ม่ บ รั ทุก ทุ ข์ท ข์ รมาน นานหนักหนา พ่อ พ่ ก็ต้องดูแ ดู ล ไปทั้ง ทั้ แม่ทั้ ม่ ง ทั้ ลูก ลู ด้วยความพัน พั ผูก ผู ในตัวลูก ลู ยา จะหาคุณ คุ ของใคร ใหญ่เ ญ่ ทีย ที มสม ไปเท่า ท่ กับคุณ คุ น้ำ นม ของมารดา เจ้าช่อ ช่ มะกอก ดอกจำ ปา (เอิง เงอ เอ้ย) ดอกจำ ปา จะเปลี่ยนจากกลอนลา เป็น ป็ กลอนไล (เอ่อ เอ้อ เอ๊ย) เป็น ป็ กลอนไล บทเพลงอีแซว บทเพลงอีแซว


เอ้ย… ลูก ลู ขอไหว้ค ว้ รูเพลง ที่ก ที่ าจเก่งทางกลอน หากไม่มี ม่ ค มี รูสอน หรือ รื จะทำ ได้ ลูก ลู จะไหว้ค ว้ รูรำ ได้จดจำ ท่ว ท่ งท่า ท่ ทั้ง ทั้ จริต ริ กริย ริ า ดูเ ดู ฉิดฉาย สอนให้ลูก ลู พูด พู จา มีปัมี ญ ปั ญาติดตัว เป็น ป็ ภูมิ ภู รู้ มิ รู้ ติ รู้ ติ ดหัว ไปจนวัน วั ตาย ได้ฝึก ฝึ เพลงอีแซว แนวพื้น พื้ บ้า บ้ น ถึงใครจะว่า ว่ โบราณ ลูก ลู ก็ไม่อ ม่ าย ขอไหว้ค ว้ รูดนตรี ที่ต้ ที่ ต้ องมีต มี ะโพนรับ รั ไหว้ค ว้ รูฉิ่งครูกรับ รั ประคับประคองให้ นักเพลงอีแซวได้มีแ มี นวรำ ร้อ ร้ ง ตามจังหวะทำ นอง ที่เ ที่ ลื่อนไหล ลูก ลู ก็เลยจบส่ง ส่ ลงแค่นั้น (เอิง เงอ เอ้ย) ลงแค่นั้น ลดมือ มื วางพาน ขอพระพรชัย ชั (เอ่อ เอ้อ เอ๊ย) ขอพรชัย ชั บทเพลงอีแซว บทเพลงอีแซว


บทร้อ ร้ งไหว้ค ว้ รู (หญิง ญิ) (หญิง ญิ) เอ่อเอ้อ เออ…. เอ่อ เอิ้ง เอ้อ…. เอ่อ เอ้ง เงย…… ยกมือ มื พนม ขึ้น ขึ้ เสมอหน้า (เอิง เงอ เอ้ย) เสมอหน้า ไหว้พ ว้ ระสัม สั มา อริย ริ เมตไตร (เอ่อ เอ้อ เอ้ย) พระเมตไตร สิบ สิ นิ้วลูก ลู กราบ แทบบาทบงสุ์ ระลึกถึงพุท พุ ธองค์ พระผู้ยิ่ง ยิ่ใหญ่ ล่วงลับดับขัน ขั ธ์ มาก็นานเหลือล้ำ (เอิง เงอ เอ้ย) ว่า ว่ เหลือล้ำ มีแ มี ต่รสพระธรรม ที่ยั ที่ ง ยัฝัง ฝั ใจ (เอ่อ เอ้อ เอ้ย) ยัง ยัฝัง ฝั ใจ ได้กราบไหว้พ ว้ ระสงฆ์ ผู้ทรงศีล ศี เป็น ป็ หนทางสู่ถิ่สู่ ถิ่ น สงบความวุ่นวุ่ วาย เทศนาสั่ง สั่ สอน ย้อ ย้ นความคิด ได้หลอมรวมดวงจิต ไม่ว้ ม่ า ว้ วุ่นวุ่ กายใจ ไหว้พ ว้ ระพุท พุ ธเลิศล้ำ ไหว้พ ว้ ระธรรมสูง สู ส่ง ส่ (เอง เงอ เอย) แล้วสูง สู ส่ง ส่ ลูก ลู ขอไหว้พ ว้ ระสงฆ์ ผู้ทรงศีล ศี วิไวิ ล (เอ่อ เอ้อ เอ๊ย) แล้ววิไวิ ล บทเพลงอีแซว บทเพลงอีแซว


เอ้ย.. ไหว้บิดร มารดา ที่ชุบชีวาลูกแก้ว ได้เติบโตมาแล้ว พ้นโภยภัย คุณมารดาสิบสองแม่อุ้มท้องสับเสร็จ ร็ คุณบิดายี่สิบเอ็ด ชุบเลี้ยงร่าง ร่ กาย ลูกได้ดื่มน้ำ นม จากอกของมารดา กว่าที่ลูกจะลืมตา เติบโตขึ้นมาได้ พ่อแม่ลำ บากลำ บน ท่านต้องทนทำ งาน ส่งให้ลูกของท่าน อ่านออกเขียนได้ จะหาคุณของใคร ยิ่งใหญ่เทียมสม เท่ากับพ่อแม่นั้น ลูกว่าหาไม่ได้ ขอยกย่องบุญคุณ พ่อแม่ของเรา (เอิง เงอ เอ้ย) แล้วของเรา ขึ้นไปไว้เหนือเกล้าแล้วเหนือกาย(เอ่อ เอ้อ เอ้ย)แล้วเหนือกาย บทเพลงอีแซว บทเพลงอีแซว


เอ้ย..ไหว้ค ว้ รูบาอาจารย์ ที่ท่ ที่ า ท่ นสอน ฝึก ฝึ ทำ นองร้อ ร้ งกลอน เป็น ป็ เพลงไทย ลูก ลู ขอไหว้คุ ว้ ณครู ได้เรีย รี นรู้ท รู้ างเพลง แค่ปัญ ปั ญาลูก ลู เอง ก็คงจะร้อ ร้ งไม่ไม่ ด้ ทั้ง ทั้ เสีย สี งร้อ ร้ ง ท่า ท่ รำ ที่ง ที่ ดงามสง่า ง่ ได้จดจำ ท่ว ท่ งท่า ท่ ที่เ ที่ ฉิดฉาย ไหว้ค ว้ รูพัก พั ลักจำ ได้น้อมนำ อักษร ลูก ลู ได้มาต่อสุน สุ ทร เป็น ป็ ภาษาไทย ลูก ลู ขอไหว้คุ ว้ ณครู ผู้สั่ผู้ ง สั่ สอนที่ไที่ ด้ประดิษฐ์คำ ฐ์ คำ กลอน เป็น ป็ สุน สุ ทรใน ไหว้ค ว้ รูเพลงต้นตำ นาน ชื่อ ชื่ ป้า ป้ ขวัญ วั จิต ผู้ที่ผู้ ชุ ที่ ชุ บชีวิ ชี ต วิ เพลงพื้น พื้ บ้า บ้ นไทย ไหว้ค ว้ รูเพลงของหนู ที่ท่ ที่ า ท่ นสู้เสู้สริม ริ ส่ง ส่ อาจารย์ชำ ย์ ชำเลืองมณีวงษ์ มีจุ มี ด จุ ประสงค์ เลื่อมใส ไหว้ค ว้ รูเพลงเก่า ๆ ที่เ ที่ ขาเล่นเพลงมาก่อน (เอิง เงอ เอ้ย) เป็น ป็ มาก่อนลูก ลู ขอศีล ศี ขอพร คุ้มโภยภัย (เอ่อ เอ้อ เอ้ย) คุ้มโภยภัย บทเพลงอีแซว บทเพลงอีแซว


เครื่อ รื่ งดนตรีที่ รี ใที่ ช้ประกอบจังหวะในเพลงอีแซว ได้แก่ ตะโพนไทยตีหน้าทับ ทั ลาวหรือ รื เสียงสนุกสนานการตี (ติง - โจ๊ะ - ติง - ติง- - ติง ทั่ม ทั่- ติง ทั่ม ทั่- ติง - โจ๊ะ - ติง - ติง - - ติง ทั่ม ทั่- ติง ทั่ม ทั่- ติง - โจ๊ะ - ติง - ติง -- ติง ทั่ม ทั่- ติง ทั่ม ทั่ ) เครื่องประกอบจัง จั หวะ เครื่องดนตรีเพลงอีแซว


ฉิ่ง ทองเหลืองตีจังหวะเร็ว ร็ ชั้นเดียว ฉิ่ง..../ ฉับ... /ฉิ่ง..../ ฉับ.../ฉิ่ง..../ ฉับ.../ฉิ่ง..../ ฉับ... /ฉิ่ง..../ ฉับ.../ฉิ่ง..../ ฉับ.../ฉิ่ง.. ฉิ่ง ฉับ.../ฉิ่ง..../ ฉับ.../ฉิ่ง..../ ฉับ.../ฉิ่ง.. ฉิ่ง สองชั้น ฉิ่ง-ฉับ/ฉิ่ง-ฉับ/ฉิ่ง-ฉับ/ฉิ่ง-ฉับ/ฉิ่ง-ฉับ /ฉิ่ง-ฉับ/ ฉิ่ง-ฉับ/ฉิ่ง-ฉับ/ฉิ่ง-ฉับ/ฉิ่ง-ฉับ / ฉิ่ง-ฉับ/ฉิ่ง-ฉับ/ ฉิ่ง-ฉับ/ฉิ่ง-ฉับ/ฉิ่ง-ฉับ/ ฉิ่ง-ฉับ/ฉิ่ง-ฉับ เครื่องประกอบจัง จั หวะ เครื่องดนตรีเพลงอีแซว


กรับ รั ไม้เ ม้ นื้อแข็ง ข็ ตีตามจังหวะลงของเสีย สี งฉิ่ง ชั้น ชั้ เดียว กรับ รั...../กรับ รั..../กรับ รั..../กรับ รั.../กรับ รั...../กรับ รั..../กรับ รั...../กรับ รั..../กรับ รั.../กรับ รั.../กรับ รั...../กรับ รั.../กรับ รั...../กรับ รั..../กรับ รั..../กรับ รั.../กรับ รั ประกอบจัง จั หวะ ประกอบจัง จั หวะ


เพลงอีแซวเป็น ป็ การละเล่นในท้อ ท้ งถิ่นเกิดในบรรยากาศของวิถี วิ ถี ชีวิ ชี ต วิ ที่เ ที่ รีย รี บง่า ง่ ยเริ่ม ริ่ ต้นจากความสนุกสนาน ดังนั้นการแต่งกายของ เพลงอีแซวนับแต่อดีตจนถึงปัจ ปั จุบั จุ น บั จึงมีวิ มี วั วิ ฒ วั นาการตามจุด จุ มุ่งมุ่ หมายของการแสดง ซึ่ง ซึ่ สามารถแยกออกได้เป็น ป็ ๓ ประเด็น คือ ๑.ในยุคเริ่ม ริ่ แรก เป็น ป็ การละเล่นเพื่อ พื่ ความสนุกสนานบัน บั เทิง ทิใจในกลุ่ม ลุ่ ชาวบ้า บ้ น ดังนั้นการแต่งกายจึงเป็น ป็ ไปตามวิถี วิ ถี ชีวิ ชี ต วิ ของกลุ่ม ลุ่ บุคคล นั้นๆที่ม ที่ าร่ว ร่ มเล่นเพลง มิไมิ ด้มีค มี วามพิถี พิ ถี พิถั พิ ถั นหรือ รื มุ่งมุ่ เน้นในความสวยงามเป็น ป็ หลัก ใครมีเ มี ครื่อ รื่ งประดับอะไรก็นำ มาสวมใส่ต ส่ ามฐานะของ ตนซึ่ง ซึ่ จะเห็นว่า ว่ การแต่งกายของฝ่า ฝ่ ยชาย จะประกอบด้วยผ้า ผ้ นุ่งแบบโจงกระเบน เสื้อ สื้ คอกลม ผ้า ผ้ ขาวม้า ม้ ผูก ผู เอว เครื่อ รื่ งประดับอาจเป็น ป็ สร้อ ร้ ยคอหรือ รื ไม่มี ม่ ก็ มี ก็ได้ การแต่งกายของฝ่า ฝ่ ยหญิง ญิ ประกอบด้วยผ้า ผ้ นุ่งแบบโจงกระเบน เสื้อ สื้ แขนยาว หรือ รื แขนสามส่ว ส่ น อาจมีผ้ มี า ผ้ สไบห่ม เฉียงบ่า บ่ เครื่อ รื่ งประดับอาจเป็น ป็ สร้อ ร้ ยคอหรือ รื ไม่มี ม่ ก็ มี ก็ได้ ในเรื่อ รื่ งของการแต่งหน้าจะมีแ มี ต่เพีย พี งการปะแป้ง ป้ กระแจะเท่า ท่ นั้น การแต่งกาย แบบนี้จะเห็นได้ชัดเจนในยุคของแม่บั ม่ ว บั ผัน ผั จันทร์ศ ร์ รี กับพ่อ พ่ ไสว สุว สุ รรณประทีปที การแต่งกายเพลงอีแซว การแต่งกาย


ภาพการแต่งกายยุคเริ่มแรกของพ่อเพลง ภาพการแต่งกายยุคเริ่มแรกของแม่เพลง การแต่งกายเพลงอีแซว การแต่งกาย


๒. ในยุคที่เ ที่ ริ่ม ริ่ เป็น ป็ การแสดง นั่นหมายถึง ยุคของการยึด ยึ เป็น ป็ อาชีพ ชี ระยะแรกของเพลงพื้น พื้ บ้า บ้ นซึ่ง ซึ่ รวมถึงเพลงอีแซวได้กลายเป็น ป็ มหรสพที่มี ที่ แ มี สดงในงานต่างๆคนนิยมรับ รั ชมและ รับ รั ฟัง ฟั ดังนั้นเจ้าของคณะจึงเริ่ม ริ่ปรับ รั ปรุงเรื่อ รื่ งของการแต่งกายให้มีสี มี สั สี น สั สวยงาม แต่ อาจจะไม่แ ม่ ตกต่างไปจากรูปแบบเดิมหากแต่มีก มี ารใช้ผ้ ช้ า ผ้ ที่มี ที่ ร มี าคาสูง สู และมีค มี วามสวยงามมาใช้ เช่น ช่ ผ้า ผ้โจงกระเบนที่เ ที่ ป็น ป็ ผ้า ผ้ ไหม เสื้อ สื้ อาจ มีล มี วดลายสีสัน เริ่ม ริ่ มีก มี ารแต่งหน้าของฝ่า ฝ่ ยหญิง ญิ บ้า บ้ งแล้วแต่ไม่ม ม่ าก และเมื่อ มื่ ต้องแสดงเป็น ป็ เรื่อ รื่ งราวประเภทเพลงทรงเครื่อ รื่ งก็จะนิยม แต่งกายตามท้อ ท้ งเรื่อ รื่ งที่แ ที่ สดง ซึ่ง ซึ่ สามารถหาเครื่อ รื่ งแต่งกายได้ในท้อ ท้ งถิ่นตามความเหมาะสม และทุน ทุ ทรัพ รั ย์ข ย์ องผู้แผู้ สดง ๒.๑.ในยุคปัจ ปั จุบั จุ น บั เพลงอีแซวที่มี ที่ แ มี สดงในปัจ ปั จุบั จุ น บั เพื่อ พื่ การอาชีพ ชี มีอ มี ยู่เ ยู่ พีย พี งไม่กี่ ม่ กี่ คณะ แต่ละคณะมีรู มี รู ปแบบการแต่งกายที่ค ที่ ล้ายคลึงกัน การแต่งกายของคณะแม่ข ม่ วัญ วั จิต ศรีปรี ระจันต์ นั้นมีรู มี รู ปแบบการแต่งกายไม่แ ม่ ตกต่างจากยุคของการเล่นเพลงในอดีตมากนัก ฝ่า ฝ่ ยชาย ยัง ยั คงแต่งกายเหมือ มื นเดิมแต่มีวิ มี ธี วิ ก ธี ารนุ่งผ้า ผ้ จับจีบให้สวยงามขึ้น ขึ้ สิ่ง สิ่ ที่ยั ที่ ง ยั คงสืบ สื ทอดในเรื่อ รื่ งของการแต่งกาย คือ การนุ่งผ้า ผ้ แบบโจง กระเบนทั้ง ทั้ ชายและหญิงส่ว ส่ นเสื้อ สื้ ที่ส ที่ วมใส่ข ส่ องฝ่า ฝ่ ยหญิง ญิ มีค มี วามสวยงามมากขึ้น ขึ้ ใช้ผ้ ช้ า ผ้ อย่า ย่ งหลากหลาย ออกแบบการตัดเย็บ ย็ ด้วยรูป แบบที่แ ที่ ตกต่างกัน เช่น การเพิ่ม พิ่ จับจีบระบาย การใช้ลู ช้ ก ลู เล่นการปัก ปั ฉลุ การประดับตกแต่งด้วยเลื่อมหรือ รื ลูก ลู ปัด ปั เป็น ป็ ต้นนอกจากนี้มีก มี าร สวมใส่เครื่อ รื่ งประดับ เช่น ช่ สร้อ ร้ ยคอ ต่างหู เข็ม ข็ ขัด ขั และทัด ทั ดอกไม้ นับว่า ว่ เป็น ป็ วิวั วิ ฒ วั นาการด้านการแต่งกายที่ช่ ที่ ว ช่ ยส่ง ส่ เสริม ริ ให้การละเล่น เพลงอีแซวน่าชมมากยิ่ง ยิ่ ขึ้น ขึ้ ที่น่ ที่ น่ าสัง สั เกตคือภูมิ ภู ปัมิ ญ ปั ญาโบราณท่า ท่ นเลือกใช้ก ช้ ารนุ่งผ้า ผ้ แบบโจงกระเบนทั้ง ทั้ฝ่า ฝ่ ยหญิง ญิฝ่า ฝ่ ยชายเพื่อ พื่ ให้เกิด ความทะมัด มั ทะแมงและคล่องตัวในการเล่นเพลงซึ่ง ซึ่ ต้องมีทั้ มี ง ทั้ การรำ การร้อ ร้ งและเน้นท่า ท่ ทางเพื่อ พื่ ให้เกิดอรรถรสของการแสดง การแต่งกายเพลงอีแซว การแต่งกาย


ภาพการแต่งกายของพ่อเพลงแม่เพลงในยุคปัจจุบัน การแต่งกายเพลงอีแซว การแต่งกาย


บทที่ ๒ เพลงฉ่อย ประกอบไปด้วย -ประวัติเพลงฉ่อย -ลำ ดับการเล่น ล่ -การประพันธ์บทร้อง -บทเพลงฉ่อย -เครื่องประกอบจัง จั หวะ -การแต่งกายเพลงฉ่อย


เพลงฉ่อย เป็น ป็ เพลงพื้น พื้ เมือ มื งที่ไที่ ม่ท ม่ ราบถิ่นกำ เนิด มีชื่ มี อ ชื่ เรีย รี กอีกชื่อ ชื่ ว่า ว่ เพลงไอ้เป๋ เนื่องจากพ่อ พ่ เพลงฉ่อย ยุคแรกชื่อ ชื่ ตาเป๋ มี ยายมา เป็น ป็ ภรรยา เริ่ม ริ่ แรกเพลงฉ่อย หรือ รื เพลงเป๋ เป็น ป็ ที่นิ ที่ นิ ยมในแถบ จังหวัด วั ฉะเชิง ชิ เทรา และ จังหวัด วั ใกล้เคียง ประมาณก่อนยุค พ.ศ. 2437 เป็น ป็ ต้นมา ส่ว ส่ นครู เพลงฉ่อย ยุคแรกเริ่ม ริ่ ก็มี ครูเปลี่ยน - ครูเป๋ - ครูฉิม - ครูศรี - ครูบุญมา - ครูบุญมี ครูเพลงเหล่านี้มีแ มี ค่ชื่อ ชื่ และ ตำ นานส่ว ส่ นประวัติ วั ติไม่มี ม่ เ มี ลย เพลงฉ่อย นี้ปรับ รั ปรุงและดัดแปลงมาจาก เพลงโคราช - เพลงเรือ รื และเพลงปรบไก่ เป็น ป็ ต้น ก็สาเหตุเ ตุ นื่องจาก เวลาปรบมือ มื เป็น ป็ จังหวะเพลง ปรบไก่ ร้อ ร้ งบทไหว้ค ว้ รูและเกริ่น ริ่ อย่า ย่ งเพลงโคราช ใช้ก ช้ ลอนก็ใช้ค ช้ ล้ายกับเพลงเรือ รื แต่อย่า ย่ งไรเพลงฉ่อย ก็น่าจะอยู่ใยู่ นยุคต้นสมัย มั รัช รั กาลที่ 5 โคลงของ สมเด็จเจ้าฟ้า ฟ้ กรมพระยาบำ ราบปรปัก ปั ษ์ ..มีว่ มี า ว่ ดังนี้.. ประวัติบทเพลงฉ่อย " บางคนเล่นเรื่อ รื่ งร้อ ร้ ง ขับ ขั ขาน แพนขลุ่ย ลุ่ ซอประสาน แอ่วชู้ อย่าย่งต่ำ ขับ ขั ขอทาน โทนฉิ่ง กรับ รั นา ริเ ริ ล่นตามตนรู้ ดอกสร้อ ร้ ยเพลงสวรรค์ ปรบไก่ครึ่ง รึ่ ท่อท่นทั้ง ทั้ สัก สั วา ร้อ ร้ งยัก ยั ลำ นานา ปลอบพ้อ พ้ แก้โต้ตอบไปมา ไม่สุม่ด สุ สิ้น สิ้ เอย ออดแอดอ้อยอิ่งจ้อ จากแล้วพายตาม " ประวัติเพลงฉ่อย


ลำ ดับการเล่น ล่ รูปแบบการร้อ ร้ ง มีก มี ารไหว้ค ว้ รูโดยฝ่า ฝ่ ยชายจะไหว้ค ว้ รูก่อน แล้วฝ่า ฝ่ ยหญิง ญิ ก็จะร้อ ร้ งไหว้ค ว้ รูบ้า บ้ ง ไหว้ค ว้ รูเสร็จ ร็ ฝ่า ฝ่ ยชายก็จะร้อ ร้ งเกริ่น ริ่ เป็น ป็ การชัก ชั ชวน ให้ฝ่า ฝ่ ยหญิง ญิได้ร้อ ร้ งเพลงโต้ตอบกัน หลังจากนั้นก็ว่า ว่ เพลงประ ฝ่า ฝ่ ยชายขึ้น ขึ้ ว่า ว่ ก่อนเช่น ช่ เดิม เป็น ป็ การโต้ตอบกัน แล้วฝ่า ฝ่ ยหญิง ญิ ก็ว่า ว่ ตอบ เรีย รี กว่า ว่ ร้อ ร้ งโต้ตอบคารมกัน เพลงฉ่อยมีคุ มี ณ คุ ค่าทางจิตใจผู้ที่ผู้ ไที่ ด้ร้อ ร้ ง และผู้ฟัผู้ ง ฟั มีค มี วามสนุกสนาน ได้ฟัง ฟั คารมคมคายของผู้ร้ผู้อ ร้ งที่มี ที่ ค มี วามหมายให้ได้ทั้ง ทั้ ความรู้แ รู้ ละความสนุก โดยต้องคิดตามทำ ให้เกิดปัญ ปั ญา ปัจ ปั จุบั จุ น บั นักแสดงเพลงฉ่อยที่มี ที่ ชื่ มี อ ชื่ เสีย สี งก็ได้แก่ ขวัญ วั จิต ศรีปรี ระจันต์ และ สามน้า (โย่ง ย่ เชิญ ชิ ยิ้ม ยิ้ , นง เชิญ ชิ ยิ้ม ยิ้ , พวง เชิญ ชิ ยิ้ม ยิ้ ) ลำ ดับการเล่น ล่ เพลงฉ่อย


การประพันธ์บทร้อง การร้อ ร้ งคล้ายกับลำ ตัด โดยมีผู้ มี แผู้ สดงประกอบด้วย ฝ่า ฝ่ ยชายและฝ่า ฝ่ ยหญิง ญิ ฝ่า ฝ่ ยละประมาณสองถึงสามคน ในขณะที่พ่ ที่ อ พ่ เพลงแม่ เพลงร้อ ร้ งโต้ตอบกันผู้เผู้ล่นคนอื่นๆ จะทำ หน้าที่เ ที่ ป็น ป็ ลูก ลู คู่ เนื้อหาที่ร้ ที่ อ ร้ งส่ว ส่ นใหญ่มี ญ่ ทั้ มี ง ทั้ เรื่อ รื่ ง ทางโลก ทางธรรม ชิง ชิ ชู้ และมัก มั จะมี ถ้อยคำ ที่มี ที่ ค มี วามหมายสองแง่ส ง่ องง่า ง่ ม การแสดงเพลงฉ่อยจะไม่มี ม่ เ มี ครื่อ รื่ งดนตรีปรี ระกอบจังหวะ แต่จะใช้ก ช้ ารตบมือ มื เป็น ป็ จังหวะ แทน และสิ่งสิ่ที่เ ที่ ป็น ป็ เอกลักษณ์ของเพลงฉ่อยคือ ลูก ลู คู่จ คู่ ะร้อ ร้ งรับ รั ด้วยคำ ว่า ว่ “เอ่ ชา เอ้ชา ชา ชาชาชา หน่อยแม่”ม่ เพลงฉ่อย นิยมเล่นในทุก ทุ จังหวัด วั ของภาคกลาง และ แพร่ห ร่ ลายไปยัง ยั ภาคอื่นๆ ทั้ง ทั้ ภาคเหนือ ภาคตะวัน วั ออกเฉียงเหนือ ภาคตะวัน วั ออก ภาคตะวัน วั ตก และภาคใต้ แต่ในภาคอื่นๆ นิยมร้อ ร้ งเล่นเป็น ป็ บางจังหวัด วั มิไมิ ด้แพร่ก ร่ ระจายโดยทั่ว ทั่ ไปทุก ทุ จังหวัด วั ชาวบ้า บ้ นนิยม ร้อ ร้ งเล่นกันมานานแล้วไม่ปม่ รากฏหลักฐานแน่ชัด ชั ว่า ว่ เกิดขึ้น ขึ้ เมื่อ มื่ ใด เอกลักษณ์ของเพลงฉ่อย – การขึ้น ขึ้ เพลงทั่ว ทั่ ไป จะขึ้น ขึ้ ว่า ว่ ฉัดช่า ช่ ฉัดชา ฉัดช่า ช่ ฉัดฉ่า เอิงเอิงเออฉะเอิงเอ้ย ในการแสดงสดสามน้า ในการทอร์ค ร์ โชว์อ ว์ าจารย์จ ย์ ตุ พล ชมพูนิ พู นิ ช น้าพวง ขึ้น ขึ้ ว่า ว่ เอ้อ เอิงเออ เอิงเออ เออเอ้อเออเหอ เอ้อเออ เอิงเงย ฉัดช่า ช่ ฉัดชา ฉัดช่า ช่ ฉัดฉ่า เอิงเอิงเออฉะเอิงเอ้ย – ทางจังหวัด วั อุทัย ทั ธานี – จังหวัด วั นครสวรรค์ รับ รั เพลงว่า ว่ เอ่ชา เอชา เอ๊ชา ฉ่าชาเอย – ส่วนทาง จังหวัด วั พระนครศรีอ รี ยุธยา – จังหวัด วั อ่างทอง – จังหวัด วั สุพ สุ รรณบุรี รับ รั เพลงว่า ว่ เอ่ชา ชา ชาฉ่าชาเอย – ส่วนทางใต้ กรุงเทพมหานคร – จังหวัด วั ราชบุรี รับ รั เพลงว่า ว่ เอ่ชา เอชา ชาชาฉ่าชา หนอยแม่ การประพันธ์เพลงฉ่อย


เนื่องจากมีก มี ารร้อ ร้ งเล่นเพลงฉ่อยในหลายจังหวัด วั ชื่อ ชื่ ของเพลงฉ่อยก็มีปมี รากฏหลายชื่อ ชื่ เช่น ช่ “เพลงไอ้เป๋”ป๋ หรือ รื “เพลงเป๋”ป๋ เพลงไอ้ เป๋ห ป๋ รือ รื เพลงเป๋นี้ ป๋ นี้ เรีย รี กตามชื่อ ชื่ คนร้อ ร้ งแต่ดั้งเดิมที่รู้ ที่ รู้ จั รู้ จั กกัน นายเป๋มี ป๋ ชื่ มี อ ชื่ เสีย สี งมากในการร้อ ร้ งเพลงฉ่อย บทร้อ ร้ งที่น ที่ ายเป๋ร้ ป๋ อ ร้ งมีก มี ลอนที่ กินใจสนุกสนาน เช่น “ …ว่า ว่ ทาไมร่ม ร่ เงา ไม่ก ม่ างกั้น พี่เ พี่ ดินลอดตาวัน วั น้องเอ๋ยมาได้ ก็บังเอิญแดดหน่ายเสีย สี ละมัน มั ไม่อ ม่ อก กูเ กู ลยหุบร่ม ร่ จมปลอกเฉยไว้…ว้ ” (เอชา เอ๊ช้า ช้ ชา ฉ่า ชา หนอย แม่)ม่ การประพันธ์บทร้อง การประพันธ์เพลงฉ่อย


บทเพลงฉ่อย ชาย เอ่อเอย แม่จ ม่ ะปรนนิบัติ บั ติ พัด พั วี พี่เ พี่ ป็น ป็ สามีไมี ม่ใม่ ห้เบื่อ บื่ หน่าย แม้ว่ ม้ า ว่ อะไรไม่มี ม่ เ มี มีย มี จะสู้ไสู้ปหา แม้น ม้ ว่า ว่ อะไรไม่ม ม่ าเมีย มี จะสู่ไสู่ ป รู้ว่ รู้ า ว่ ผัว ผั รัก รั เป็น ป็ คอเหล้า แต่พอตื่นขึ้น ขึ้ เช้า ช้ เมีย มี จะหาให้ จะกินไอ้วิส วิ กี้ที่ถื ที่ ถื อขวาน หรือ รื จะกินบรั่น รั่ ดีขวดใหญ่ หรือ รื จะกินโซแดงไอ้ที่เ ที่ ติมสุร สุ า ถึงว่า ว่ ไม่มี ม่ เ มี มีย มี จะหาเอามาให้ จะกินเกาเหลียงที่อ ที่ ย่า ย่ งเหลือง จะไปซื้อ ซื้ มาแต่เมือ มื งอุทัย ทั (รับ รั เอ่ช้า ช้ ชาฉ่าชา หนอยแม่)ม่ หญิง ญิ เอ่อเอย พี่เ พี่ อ๋ยช้า ช้ ช้า ช้ เอาไว้ก่ ว้ ก่ อนแม่อ ม่ ย่า ย่ ทำ ใจร้อ ร้ นใจไฟ พุท พุ โธพ่อ พ่ คุณ คุ คนนี้ มัน มั คนดิบคนดีไปเสีย สี เมื่อ มื่ ไหร่ แม่เ ม่ หวยบ้า บ้ นมัน มั อยู่แ ยู่ ค่คืบ วัน วั นั้นนวลน้องไปสืบ สื มาได้ ปลูก ลู เรือ รื นเอ๋ยที่ริ ที่ ม ริ ทาง หมาเข้า ข้ สุด สุ หางไปเสีย สี เมื่อ มื่ ไหร่ มัน มั เอาเสื่อ สื่ รองเนื้อเอาไปทำ เสื่อ สื่ รองนอน เอารางหมาทำ หมอนไว้ส ว้ องใบ (รับ รั เอ่ชา ชา ชาฉ่าช้า ช้ หนอยแม่)ม่ บทเพลง


เอ่อเอยมัน มั เอาเสื่อ สื่ รองเนื้อไปทำ เสื่อ สื่ รองนอน เอารางหมาทำ หมอนไว้ส ว้ องใบ หากถ้าแม้น ม้ ได้เสีย สี ไปเป็น ป็ เมือ มื เป็น ป็ ผัว กอดนางอุ้มนัวอยู่ใยู่ นห้องใน ดูชิ ดู ไชิปเป็น ป็ เมีย มี ก็มัน มั แล้วหรือ รื ไอ้สายสร้อ ร้ ยที่มื ที่ อ มื ก็จะหมดไป พิโพิ ธเอ๋ยจะเอาคนอย่า ย่ งงี้ มัน มั คนดิบคนดีเสีย สี เมื่อ มื่ ไหร่ ชาวบ้า บ้ นทำ กินจนแผ่น ผ่ ดินจะลุ่ม ลุ่ ไอ้ซิบ ซิ หายสานสุ่มสุ่ เลี้ยงไก่เลี้ยงไก่ (รับ รั ) ชาย น้องจ๋า ๆ อย่า ย่ เชื่อ ชื่ มัน มั หนูน้องเชื่อ ชื่ ฉัน ก็มั่ง มั่ เป็น ป็ ไร บอกว่า ว่ เขาทำ กินกันออกกลุ้ม ลุ้ ไอ้ซิบ ซิ หายสานสุ่มสุ่ เลี้ยงไก่ ทางรัฐ รั บาลเข้า ข้ประกาศกันไปทั่ว ทั่ ให้พี่ทำ พี่ ทำสวนครัว รั เลี้ยงไก่ (รับ รั ) บทเพลงฉ่อย บทเพลง


เพลงฉ่อยไม่มี ม่ เ มี ครื่อ รื่ งดนตรีปรี ระกอบแต่อย่า ย่ งใด จังหวะในการร้อ ร้ งเพลงใช้ก ช้ ารตบมือ มื อาจมีก มี รับ รั มาตีประกอบให้ดังขึ้น ขึ้ ก็ได้แต่ดั้งเดิมไม่มี ม่ ก มี ารระบุเป็น ป็ หลักฐานว่า ว่ มีก มี ารใช้ก ช้ รับ รั ตีประกอบจังหวะ ประกอบจัง จั หวะ ประกอบจัง จั หวะ


ในสมัย มั หนึ่งแม่เ ม่ พลงรุ่น รุ่ เก่าเรีย รี กเพลงฉ่อยว่า ว่ “เพลงวง” เพราะเล่นกันบนลานดิน ยืน ยื กันเป็น ป็ วง คนดู ก็นั่งดูร ดู อบๆ วงบนลาน ดินนั้นรูปแบบการเล่น เมื่อ มื่ พ่อ พ่ เพลงแม่เ ม่ พลงและลูก ลู คู่ทั้ คู่ ง ทั้ สองฝ่า ฝ่ ยแต่งตัวเรีย รี บร้อ ร้ ยแล้ว โดยแต่งตัวสีสั สี น สั ฉูด ฉู ฉาด ฝ่า ฝ่ ยหญิง ญิ นิยมนุ่งโจงกระเบนเสื้อ สื้ แขนกระบอก ฝ่า ฝ่ ยชายนุ่งโจงกระเบนเสื้อ สื้ คอพวงมาลัยมีผ้ มี า ผ้ ขาวม้า ม้ คาดเอว ก็จะออกมาที่เ ที่ วที แสดงตามสถานที่ต่ ที่ ต่ างๆ ที่จั ที่ จั ดให้มีก มี ารแสดงเช่น ช่ ลานวัด วั หรือ รื ในสถานที่อื่ ที่ อื่ นๆ อาจมีก มี ารจัดเวทีใที ห้ตามความเหมาะสม การแต่งกายเพลงฉ่อย การแต่งกาย


เพลงเกี่ยวข้าว ประกอบไปด้วย -ประวัติเพลงเกี่ยวข้าว -ลำ ดับการเล่น ล่ -การประพันธ์บทร้อง -บทเพลงเกี่ยวข้าว -เครื่องประกอบจัง จั หวะ -การแต่งกายเพลงเกี่ยวข้าว บทที่ ๓


“เพลงเกี่ยวข้า ข้ ว” นับเป็น ป็ วัฒวันธรรมของชาวนาไทยมาแต่อดีต แม้ว่ ม้ าว่ ในปัจปัจุบั จุ นบัการเกี่ยวข้า ข้ วจะมีวิ มี วั วิ ฒวันาการมาใช้เ ช้ ครื่อ รื่ งจักรกันบ้า บ้ งแล้ว แต่ เพลงเกี่ยวข้า ข้ วก็ยังยัมีใมี ห้เห็นกันอยู่ใยู่นบางสังสัคม พจนานุกรมศัพศัท์ว ท์ รรณกรรมไทย ฉบับบัราชบัณบัฑิต ฑิ ยสถาน อธิบ ธิ ายว่าว่เพลงเกี่ยวข้า ข้ ว เป็น ป็ ชื่อ ชื่ เพลงพื้น พื้ บ้า บ้ นเพลงหนึ่งทางภาคกลางของ ไทย นิยมร้อ ร้ งในเวลาลงแขกเกี่ยวข้า ข้ วหรือ รื เสร็จ ร็ จากการทำ งาน เพื่อ พื่ ให้เกิดความสนุกสนาน ผ่อผ่นคลายความเหน็ดเหนื่อยเมื่อ มื่ ยล้าระหว่าว่งการ ทำ งาน สิ่ง สิ่ ที่สำ ที่ สำคัญของการร้อ ร้ งเพลงเกี่ยวข้า ข้ วคือ ทำ ให้เกิดความสามัคมัคีระหว่าว่งเพื่อ พื่ นบ้า บ้ นที่ทำ ที่ ทำงานร่วร่มกัน การร้อ ร้ งเพลงเกี่ยวข้า ข้ วที่มั ที่ กมัจะร้อ ร้ ง ถามถึงการทำ นา และการเกี้ยวพาราสีกั สี กันบ้า บ้ งตามประสาเพลงพื้น พื้ บ้า บ้ น เพลงเกี่ยวข้า ข้ วจะไม่มีม่ด มี นตรีปรี ระกอบ แต่ใช้มื ช้ อ มืปรบเป็น ป็ จังหวะแทน เพลงเกี่ยวข้า ข้ วมี ๒ ทำ นองคือ เพลงเกี่ยวข้า ข้ วแบบอยุธยาและเพลงเกี่ยวข้า ข้ วแบบสุพ สุ รรณ เพลงเกี่ยวข้า ข้ วแบบอยุธยามีทำ มี ทำนองเป็น ป็ แบบของ จังหวัดวัพระนครศรีอ รี ยุธยา มีร้ มี อ ร้ งสร้อ ร้ ยนำ ทั้งทั้ตอนต้นและตอนจบ เพลงเกี่ยวข้า ข้ ว จะเล่นกันในฤดูเ ดู กี่ยวข้า ข้ ว จะเล่นกันเมื่อ มื่ หยุด จากการเก็บเกี่ยวข้า ข้ วแล้วไม่มีม่ก มี าหนดเวลาในการเล่น คือ เล่นกันจน เหนื่อยก็เลิกเนื้อความของเพลงมักมัจะเกี่ยวกับ การไต่ถามถึงการท า นาผสมผสานการเกี้ยวพาราสีกั สี กัน เพลงเกี ่ยวข้า ข้ วบางแห ่งเรีย รี ก “เพลงกา” เวลาแสดงมือ มื หนึ่งถือเคียว อีกมือ มื หนึ่งก าข้า ข้ วไว้ย ว้ ่าเท้า ท้ ใช้ ลีลาไปตามจังหวะเพลง ใช้ต ช้ บมือ มื ให้จังหวะพร้อ ร้ ม ๆ กัน บางครั้งรั้ใช้ กลอง และฉิ่งเข้า ข้ ร่วร่มด้วย ประวัติเพลงเกี่ยวข้าว ประวัติเพลงเกี่ยวข้าว


ลำ ดับการเล่น ล่ ลำ ดับเพลงเกี่ยวข้าว ผู้เผู้ล่น มีทั้ มี ง ทั้ ผู้หผู้ ญิง ญิ และผู้ชผู้ าย แบ่ง บ่ เป็น ป็ ๒ ฝ่า ฝ่ ย มีพ่ มี อ พ่ เพลง และแม่เ ม่ พลงร้อ ร้ งโต้ตอบกันโดยใช้ก ช้ ารตบมือ มื ให้จังหวะพร้อ ร้ ม ๆ กัน บางครั้ง รั้ใช้ก ช้ ลองและฉิ่งเข้า ข้ ร่ว ร่ มด้วย ผู้ชผู้ ายออกมาร้อ ร้ งก่อน แล้วฝ่า ฝ่ ยหญิง ญิ ก็ร้อ ร้ งตอบโต้โดยขึ้น ขึ้ ต้นว่า ว่ “เอ่อ เออ เอิ้ง เอ๊ย” หรือ รื “โหยย เอ้า โหยย โหยย” มือ มื หนึ่งถือข้า ข้ ว มือ มื หนึ่งถือ เคียว กลอนที่ร้ ที่ อ ร้ งคล้ายกับเพลงเรือ รื


การประพันธ์บทร้อง การประพันธ์เพลงเกี่ยวข้าว เพลง เกี่ยวข้า ข้ วแบบอยุธยา มีลั มี ลั กษณะคำ ประพัน พั ธ์ที่ ธ์ คำ ที่ คำ สุด สุ ท้า ท้ ยของแต่ละคำ กลอนจะต้องมีส มี ระเสีย สี งเดียวกัน เช่น ช่ เสีย สี งอา ตลอด หรือ รื เสียงอีตลอด เรีย รี กตามลักษณะคำ ประพัน พั ธ์เ ธ์ พลงพื้น พื้ บ้า บ้ นว่า ว่ กลอนหัวเดียว ก่อนที่พ่ ที่ อ พ่ เพลงแม่เ ม่ พลงจะร้อ ร้ งเพลง เกี่ยวข้า ข้ วแบบอยุธยา ลูก ลู คู่ที่ คู่ ร่ ที่ ว ร่ มร้อ ร้ งด้วยจะต้องร้อ ร้ งบทที่เ ที่ รีย รี กว่า ว่ สร้อ ร้ ยเสีย สี ก่อน และระหว่า ว่ งที่พ่ ที่ อ พ่ เพลงแม่เ ม่ พลงร้อ ร้ งจบ แต่ละคำ กลอน ลูกคู่ก็ คู่ ก็ จะร้อ ร้ งรับ รั ว่า ว่ เฮ้-เฮ้ เว้น ว้ คำ สุด สุ ท้า ท้ ยของบทกลอนตอนจบ ลูก ลู คู่ก็ คู่ ก็ จะร้อ ร้ งสร้อ ร้ ยรับ รั ส่วนเพลงเกี่ยวข้า ข้ วแบบสุพ สุ รรณ มีทำ มี ทำนองเป็น ป็ แบบของจังหวัด วั สุพ สุ รรณบุรี ลักษณะคำ ประพัน พั ธ์ เป็น ป็ กลอนหัวเดียว เหมือ มื นเพลงเกี่ยวข้า ข้ วแบบอยุธยา ไม่มี ม่ เ มี ครื่อ รื่ งดนตรีปรี ระกอบ ใช้มื ช้ อ มืปรบเป็น ป็ จังหวะ เพลงเกี่ยวข้า ข้ วแบบสุพ สุ รรณไม่มี ม่ ร้ มี อ ร้ ง สร้อ ร้ ยทั้ง ทั้ ตอนต้นและจบบท แต่ก่อนที่เ ที่ ริ่ม ริ่ ร้อ ร้ งพ่อ พ่ เพลง แม่เ ม่ พลงจะเอื้อน เอิง…เงย นำ บทร้อ ร้ ง ในระหว่า ว่ งที่พ่ ที่ อ พ่ เพลงแม่เ ม่ พลง ร้อ ร้ งจบแต่ละคำ กลอน ลูก ลู คู่ก็ คู่ ก็ มีร้ มี อ ร้ งรับ รั ว่า ว่ เฮ้ ๓ ครั้ง รั้.


บทเพลงเกี่ยวข้าว บทเพลงเกี่ยวข้าว พ่อ พ่ เพลง เอ่อ เออ เอิ้ง เอ๊ย เห็นหน้าเจ้าแม่ใม่ ห้ชื่น ชื่ ใจ (ลูก ลู คู่ ช. ฮ้า ไฮ้) นี่แหละเป็น ป็ บุญวาสนา บุญกุศ กุ ลนำ มา (ฮ้า ไฮ้) เอ๊ยชื่น ชื่ ใจ ประสบพบพานมัน มั หน้าจัดจริง ริ หนอ ลูกแม่คุ ม่ ณ คุ มัน มั หล่อ (ฮ้า ไฮ้) เชีย ชี วนี้กระไร ช่วยนัดช่วยหนานาน เรามาเจอกันผู้สผู้ มัค มั รเรารัก รั มั่น มั่ (ฮ้า ไฮ้) ใช่ไช่ หม จะมีนั มี นั ยเข้า ข้ ไปถามเลยตอบ เจ้าตัวพี่ยั พี่ ง ยั เข้า ข้ เป็น ป็ ข้อ ข้ (ฮ้า ไฮ้) สงสัย สั แม่คุ ม่ ณ คุ ทูล ทู หัวน้องมีผั มี ว ผั หรือ รื ยัง ยั น้องจงบอกพี่บ้ พี่ า บ้ ง (ฮ้า ไฮ้) จะเป็น ป็ ไร โอ้แม่คุ ม่ ณ คุ แม่ข ม่ า โอ้ไม่น่ ม่ น่ าเป็น ป็ ไร แม่ค ม่ นสวยเหมือ มื นนายเพลงเอย ลูกคู่ (ช,ญ) เอ๊ย เอ้อ เจ้า เอ๋ย เพลงเอ๋ย โอ้แม่คุ ม่ ณ คุ แม่ข ม่ าแม่ย ม่ าใจ (ซ้ำ ) แม่ค ม่ นสวยเหมือ มื นนายเพลงเอย ลูกคู่ (ช) โหยย เอ้า โหยย โหยย


บทเพลงเกี่ยวข้าว บทเพลงเกี่ยวข้าว แม่เ ม่ พลง เอ่อ เออ เอิ้ง เอ๊ย เห็นหน้าพ่อ พ่ ชู้ใชู้ ห้ชื่น ชื่ ใจ (ฮ้า ไฮ้) ก็พี่ม พี่ าถึงน้องยา ตั้งใจจะมาหาอะไร (ฮ้า ไฮ้) เอ๋ยอะไร ว่า ว่ น้องก็เป็น ป็ ม่า ม่ ย ยัง ยัไม่ทั ม่ น ทั ถึงปี ก็ลูกผัว ผั ยัง ยัไม่มี ม่ มี(ฮ้า ไฮ้) เอ๋ยเคียงกาย น้องเป็น ป็ ม่า ม่ ยอย่า ย่ เพิ่ง พิ่ หมาย ไม่ไม่ ด้นอนร่ว ร่ มมุ้งมุ้ (ฮ้า ไฮ้) เอ๋ย ได้ง่า ง่ ยๆ ให้พี่ถ พี่ อยหลังคืนนะเถอะพ่อ พ่ ชื่น ชื่ ใจ พ่อ พ่ คนสวยเหมือ มื นนางเพลงเอย ลูกคู่ (ช,ญ) เอ๊ย เอ้อ เจ้า เอ๋ย เพลงเอ๋ย จะถอยหลังคืนนะพ่อ พ่ ชื่น ชื่ ใจ ให้พี่ถ พี่ อยหลังคืนนะพ่อ พ่ ชื่น ชื่ ใจพ่อ พ่ คนสวยเหมือ มื นนายเพลงเอย ลูกคู่ (ช) โหยย เอ้าโหยย โหยย


เครื่องประกอบจัง จั หวะ เครื่องดนตรีเพลงเกี่ยวข้าว เพลงเกี่ยวข้า ข้ ว บางแห่งเรีย รี ก "เพลงกำ " เวลาแสดงมือ มื หนึ่งถือเคียว อีกมือ มื หนึ่งกำ ข้า ข้ วไว้ ย่ำ เท้า ท้ ใช้ลีลาไปตาม จังหวะเพลง ใช้ตบมือ มื ให้จังหวะพร้อ ร้ มๆ กัน บางครั้ง รั้ใช้ก ช้ ลองและฉิ่งเข้า ข้ ร่ว ร่ มด้วย


การแต่งกาย การแต่งกายเพลงเกี่ยวข้าว ฝ่า ฝ่ ยชายจะนุ่งกางเกงขาก๊วยและเสื้อ สื้ กุย กุ เฮงสีด สี า มีผ้ มี า ผ้ ขาวม้า ม้ คาดพุง พุ สวมงอบและไม่ส ม่ วมรองเท้า ท้ ฝ่า ฝ่ ยหญิง ญิ จะ นุ่ง โจงกระเบนและเสื้อแขนกระบอกสีดาทั้ง ทั้ ชุดเช่น ช่ กัน ทัด ทั ดอกไม้ที่ ม้ ที่ หูขวาและไม่ส ม่ วมรองเท้า ท้ ผู้แผู้ สดงทุก ทุ คนต้อง ถือเคียวในมือ มื ขวา และถือรวงข้า ข้ วในมือ มื ซ้า ซ้ ยด้วย


ประกอบไปด้วย -ประวัติเรือ -ลำ ดับการเล่น ล่ -การประพันธ์บทร้อง -บทเพลงเรือ -เครื่องประกอบจัง จั หวะ -การแต่งกายเพลงเรือ เพลงเรือ บทที่ ๔


ประวัติเพลงเรือ เพลงเรือ รื เป็น ป็ เพลงพื้น พื้ บ้า บ้ นประเภทหนึ่งซึ่ง ซึ่ มีเ มี กือบทุก ทุ ภาคของประเทศไทย เช่น ช่ เรีย รี กว่า ว่ เห่เรือ รื บ้า บ้ ง เพลงเรือ รื บ้า บ้ ง สำ หรับ รั ที่จั ที่ จั งหวัด วั ชุมพร ประเพณีการเล่นเพลงเรือ รื เป็น ป็ เพลงที่เ ที่ ล่นควบคู่กั คู่ กั บการชัก ชั พระทางน้ำ วัน วั แรม ๑ ค่ำ เดือน ๑๑ ของทุก ทุ ปี เป็น ป็ วัน วั ที่พ ที่ ระสงฆ์อ ฆ์ อกพรรษา วัน วั นี้ ถือว่า ว่ สมเด็จพระสัมมาสัม สั พุท พุ ธเจ้าเสด็จจากสวรรค์ชั้น ชั้ ดาวดึงส์สู่ ส์ เสู่ มือ มื งมนุษย์ เพื่อ พื่ โปรดสมเด็จพระพุท พุ ธมารดา พุท พุ ธศาสนิกชนทั้ง ทั้ หลายต่างก็ ไปวัด วั เพื่อ พื่ บำ เพ็ญ พ็ กุศ กุ ล มีก มี ารตักบาตรเทโวบ้า บ้ ง ทำ บุญเลี้ยงพระบ้า บ้ ง ในวัน วั ดังกล่าวนี้ถือว่า ว่ “เป็น ป็ วัน วั พระเสด็จ” ได้จัดให้มีก มี ระบวนแห่ทางบก บ้า บ้ ง ทางน้ำ บ้า บ้ ง ขบวนแห่ทางน้ำ นั้นได้ตกแต่งเรือ รื พระอย่า ย่ งสวยงาม และขบวนเรือ รื พายลากจูง จู กันยาวเหยีย ยี ดมีเ มี รือ รื หลายประเภท เช่น ช่ ประเภทเรือ รื ยาวพายแข่ง ข่ เรือ รื สวยงาม เรือ รื ตลกขบขัน ขั เป็น ป็ ต้น ตามแต่จะตกลงกันว่า ว่ จะนัดรวมกันที่ไที่ หนซึ่ง ซึ่ เป็น ป็ ที่เ ที่ หมาะสม และขณะที่พ ที่ ายเรือ รื ไปนั้นก็มีก มี ารร้อ ร้ งรำ ทำ เพลงไปด้วย เรีย รี กว่า ว่ “เพลงเรือ รื ” เมื่อ มื่ ถึงจุด จุ นัดหมายก็จะมีก มี ารจัดกิจกรรมกันอย่า ย่ งสนุกสนาน เช่น ช่ แข่ง ข่ เรือ รื เมื่อ มื่ ถึง กลางคืนก็มีก มี ารจัดทำ บุญสมโภชองค์พระพุท พุ ธที่แ ที่ ห่กันมา เพลงเรือ รื นั้นนอกจากใช้ร้ ช้ อ ร้ งในวัน วั แห่พระแล้วยัง ยัใช้ร้ ช้ อ ร้ งในวัน วั ทอดกฐิน ฐิ ทางน้ำ อีก ด้วย ประเพณีการเล่นเพลงเรือ รื มีม มี านานร่ว ร่ ม ๒๐๐ ปี ผู้เผู้ล่นเพลงเรือ รื ได้แก่ทุก ทุ คนในเรือ รื มีพ่ มี อ พ่ เพลงหรือ รื แม่เ ม่ พลงคนหนึ่งเป็น ป็ ผู้ร้ผู้อ ร้ ง ฝีพ ฝี ายในเรือ รื เป็น ป็ ลูกคู่รั คู่ บ รั ตามท่ว ท่ งทำ นองของเพลงเรือ รื ตั้งแต่ ๒ คน หรือ รื ๒๐–๓๐ คน ประวัติเพลงเรือ


ประวัติเพลงเรือ การชักพระทางน้ำ นี้จะมีเ มี กือบทุก ทุ อำ เภอในจังหวัด วั ชุมพร โดยเฉพาะอำ เภอที่มี ที่ แ มี ม่น้ำ ม่ น้ำ สายใหญ่ไญ่ หลผ่า ผ่ น เพราะในสมัย มั โบราณการเดินทาง สัญจรไปมาใช้เรือ รื เป็น ป็ พาหนะ ตามวัด วั หรือ รื หมู่บ้มู่ า บ้ นใหญ่ ๆ ที่มี ที่ ผู้ มี คผู้ นใช้ร่ ช้ ว ร่ มกันมากก็จะมีท มี างขึ้น ขึ้ ลงจากเรือ รื ขึ้น ขึ้ สู่ฝั่สู่ฝั่ง ฝั่ เป็น ป็ เรือ รื โดยสารบ้า บ้ ง เรือ รื ขายสินค้าบ้า บ้ ง เรีย รี กว่า ว่ “หน้าท่า ท่ ” ฉะนั้นทางวัด วั หรือ รื ตามหมู่บ้มู่ า บ้ นก็จะสร้า ร้ งเรือ รื กันเป็น ป็ ส่ว ส่ นมากเพื่อ พื่ ไปมาหาสู่กัสู่ กั น หรือ รื นัดกันไปทำ บุญเป็น ป็ หมู่ คณะ เช่น ทอดกฐิน ฐิ ผ้า ผ้ป่า ป่ เมื่อ มื่ มีข่ มี า ข่ วจะไปทำ บุญก็ขอให้หมู่เมู่ รือ รื ได้ไปช่ว ช่ ยกัน ทุก ทุ อำ เภอที่จั ที่ จั ดจะมีปมี ระเพณีเหมือ มื น ๆ กัน คือมีก มี ารแข่ง ข่ เรือ รื การประกวดเรือ รื สวยงาม เรือ รืประเภทความคิด และประเภทตลกขบขัน ขั นอกจากในลำ คลองจะแน่นขนัดไปด้วยเรือ รื นานาชนิดแล้ว สองฝั่ง ฝั่ คลองก็มีปมี ระชาชนเฝ้า ฝ้ ชมเรือ รื กันอย่า ย่ งล้นหลามอีกด้วย ประวัติเพลงเรือ


ประวัติเพลงเรือ พิธี พิ บ ธี วงสรวงแม่ย่ ม่ า ย่ นางเรือ รื ตั้งแต่สมัย มั โบราณ การทำ เรือ รื จะใช้ไช้ ม้ทั้ ม้ ง ทั้ ต้นตัดให้ได้ขนาดว่า ว่ จะทำ เรือ รื ยาวเท่า ท่ ไร แล้วใช้เ ช้ ครื่อ รื่ งมือ มื ขุด ขุ เอาไฟเผาให้กว้า ว้ งขึ้น ขึ้ เรีย รี กว่า ว่ “การ เบิก บิ เรือ รื ” ส่วนมากจะใช้ไช้ ม้ที่ ม้ เ ที่ ทพารัก รั ษ์หรือ รื นางไม้สิ ม้ ง สิ สถิตย์อ ย์ ยู่ นิยมใช้ไช้ ม้ต ม้ ะเคียนเพราะถือว่า ว่ นางไม้ที่ ม้ คุ้ ที่ คุ้ ม คุ้ ครองมีเ มี ดชานุภาพมาก เมื่อ มื่ มีก มี าร บวงสรวงอย่า ย่ งถูก ถู วิธี วิ จ ธี ะทำ ให้เจ้าของเรือ รื และผู้ที่ผู้ อ ที่ ยู่ใยู่ นเรือ รื มีค มี วามสุข สุ ความเจริญ ริ มีค มี วามปลอดภัยจะไม่มี ม่ อั มี อั นตรายใด ๆ เกิดขึ้น ขึ้ เพราะ เทพารัก รั ษ์และนางไม้ที่ ม้ รั ที่ ก รั ษาต้นไม้ เรีย รี กว่า ว่ “แม่ย่ ม่ า ย่ นางเรือ รื ” ก่อนที่จ ที่ ะเอาเรือ รื ลงน้ำ จะต้องทำ พิธี พิ บ ธี วงสรวง คือ นำ เครื่อ รื่ งสัง สั เวยรางวัล วั ให้ถูก ถู ต้องตามแบบตำ ราโบราณ เพื่อ พื่ เชิญ ชิ แม่ย่ ม่ า ย่ นางลงในเรือ รื ผู้ทำผู้ ทำ พิธี พิ บ ธี วงสรวงจะต้องมีค มี วามรู้ศึ รู้ ก ศึ ษาเล่าเรีย รี นมาอย่า ย่ งถูก ถู ต้องตามวิธี วิ ก ธี าร ตามตำ รากล่าวไว้ว่ ว้ า ว่ จะต้องบูชาสมเด็จพระสัม สั มาสัม สั พุท พุ ธเจ้า ผู้มีผู้ มี เดชานุภาพแก่เทวดาและมนุษย์ทั้ ย์ ง ทั้ หลาย รวมทั้ง ทั้ พระธรรมคำ สั่ง สั่ สอนของพระองค์ ตลอดถึงพระอริย ริ สงฆ์พุ ฆ์ ท พุ ธสาวกและเชิญ ชิ เทวดาทั้ง ทั้ หลายในสมัน มั ตรจักรวาลทั่ว ทั่ ไตรภพ ภูมิ ภู เ มิ ทวดาที่เ ที่ นาว์อ ว์ ยู่ใยู่ นพสุธ สุ าพฤกษอรัญ รั ญบรรพต ตลอดถึงเทวดาที่ส ที่ ถิตย์อ ย์ ยู่ใยู่ นสวรรค์ชั้น ชั้ กามาพจร และพรหมภพ ทั้ง ทั้ กุม กุ กัณฑ์ คนธรรพ์ นาคและเทพเจ้าที่อ ที่ ยู่ใยู่ นอากาศทุก ทุ แห่งหน ทั้ง ทั้ ท้า ท้ วธตรฐ ท้า ท้ ววิรุ วิ รุ ฬหก ท้า ท้ ววิรุ วิ รุ ฬปัก ปั ษ์ ท้า ท้ วกุเ กุ วรุราช พระ เสื้อเมือ มื ง พระทรงเมือ มื ง พระหลักเมือ มื ง และนางไม้ผู้ ม้ คุ้ผู้ คุ้ ม คุ้ ครองปกปัก ปั รัก รั ษาเรือ รื ให้พายเรือ รื ได้คล่องแคล่วคุ้ม คุ้ ครองฝีพ ฝี ายและผู้ที่ผู้ อ ที่ ยู่ใยู่ นเรือ รื ให้ ทุก ทุ คนมีค มี วามปลอดภัย ประวัติเพลงเรือ


ประวัติเพลงเรือ เครื่อ รื่ งสัง สั เวยในพิธี พิ บ ธี วงสรวงแม่ย่ ม่ า ย่ นางเรือ รื มีดั มีดั งนี้ ๑. บายศรี ๑ คู่ ๑๔. ขนมทองหยอด ๒. ปลาแป๊ะ ป๊ ซะ ๑๕. ขนมฝอยทอง ๓. ปูต้ม ๑๖. ข้า ข้ วตอก ๔. กุ้ง กุ้ ต้ม ๑๗. น้ำ ๕. หัวหมู ๑๘. เผือ ผื กต้ม ๖. เป็ด ป็ ต้ม ๑๙. มัน มั ต้ม ๗. ไก่ต้ม ๒๐. ไข่ต้ ข่ ต้ ม ๘. ขนมต้มแดง-ขนมต้มขาว ๒๑. ยำ ปลากรอบ ๙. ขนมหูช้าง ๒๒. กล้วย ๑๐. ขนมเล็บมือ มื นาง ๒๓. ผลไม้ ๑๑. ขนมถั่วงา ๒๔. มะพร้า ร้ วอ่อน ๑๒. ขนมเม็ด ม็ ขนุน ๒๕. ดอกไม้ ประวัติเพลงเรือ


วิธี วิ เ ธี ล่นหรือ รื การขับ ขั เพลงจะมีต้ มีต้ นเสีย สี งขึ้น ขึ้ และมีลู มี กคู่รั คู่ บ รั โดยใช้ฉิ่งและกรับ รั พวงเป็น ป็ เครื่อ รื่ งประกอบจังหวะเวลาร้อ ร้ ง ต้องร้อ ร้ งให้ลงกับ จังหวะพาย ผู้ขัผู้ บ ขั เพลงเรือ รื หรือ รื แม่เ ม่ พลงต้องเป็น ป็ ผู้มีผู้ ปมี ฏิภาณไหวพริบ ริ ที่จ ที่ ะหาคำ หรือ รื หยิบ ยิ ยกเอาเหตุก ตุ ารณ์สิ่ง สิ่ แวดล้อมเข้า ข้ มาสอดแทรกเข้า ข้ ไปให้เหมาะสมอาจเป็น ป็ แข่ง ข่ ขัน ขั ยกย่อ ย่ ง เสีย สี ดสี ซึ่ง ซึ่ ทำ ให้ผู้ฟัผู้ ง ฟั สนุกไปด้วยก่อนการเล่นเพลง ต้องมีก มี ารกล่าวกลอนไหว้ค ว้ รูเสีย สี ก่อนจากนั้นจึง จะเอื้อนกลอนพรรณนาหรือ รื ชัก ชั ชวนให้คนอื่นมาเล่นด้วยโดยใช้วิ ช้ ธี วิ ว่ ธี า ว่ กลอนกระทบกระทั่ง ทั่ กระเซ้า ซ้ เย้า ย้ แหย่ จนคู่โ คู่ ต้มิอ มิ าจจะทนอยู่ไยู่ ด้จึงเกิด การเล่นเพลงเรือ รื โต้ตอบกันขึ้น ขึ้ การโต้ตอบกันด้วยเพลงเรือ รื บางทีก็ ที ก็ เผ็ด ผ็ ร้อ ร้ นใช้ค ช้ ารมที่ค ที่ มคาย บางทีก็ ที ก็ อาจเป็น ป็ ทำ นองรัก รั หวานชื่น ชื่ ทั้ง ทั้ นี้ แล้วแต่โอกาสและสถานการณ์ การแสดงแบ่ง บ่ เป็น ป็ ฝ่า ฝ่ ยชาย ฝ่า ฝ่ ยหญิง ญิ มีพ่ มี อ พ่ เพลงแม่เ ม่ พลง จะเริ่ม ริ่ ด้วยบทไหว้ค ว้ รู เกี้ยวพาราสี ลักหาพาหนีและตีหมากผัว ผั ลักษณะบทร้อ ร้ งแบ่ง บ่ เป็น ป็ 4 ตอน คือ 1. ปลอบ (ฝ่า ฝ่ ยชายชวน) 2. ประ (ฝ่า ฝ่ ยหญิง ญิ ตอบ) 3. ดำ เนินเรื่อ รื่ ง 4. จาก ลำ ดับการเล่น ล่ เพลงเรือ ลำ ดับการเล่น ล่


การประพันธ์บทร้องเพลงเรือ บาทละ 2 วรรค วรรคละ 7 - 9 คำ จำ นวนคำ วรรคแรกมัก มั มากกว่า ว่ วรรคหลัง ไม่จำ ม่ จำ กัดความยาวในหนึ่งบทมีตั้ มี ตั้ งแต่ 3 คำ กลอนขึ้น ขึ้ ไป จบบทด้วยคำ ว่า ว่ เอย บัง บั คับสัมผัส ผั แบบกานต์ดั้น ลักษณะการประพัน พั ธ์บ ธ์ ทร้อ ร้ งเพลงเรือ รื 1. 2. 3. 4. 5. 6. การประพันธ์บทร้อง เอ่อเอ้อเอิงเอยวัน วั นี้ประจวบปานบวบประจบบุญพาได้มาพบ (ห้า ให้) น้องยา ให้แม่เ ม่ อ่ยกันเถิดน้องขอให้แม่ร้ ม่ อ ร้ งขึ้น ขึ้ รำ พี่อ พี่ ยากจะขอฟัง ฟั คำ (ห้า ให้) น้องว่า ว่ ให้แม่ร่ ม่ า ร่ ยขึ้น ขึ้ ร้อ ร้ งให้แม่น้ ม่ น้ องเอื้อนเอ่ยอย่า ย่ ทำ ท่า ท่ วางเฉย (ห้า ให้) ให้มัน มั ช้า น้องอย่า ย่ นิ่งจับบทไปเลยแม่ร ม่ จนาเงาะน้อยหอยสัง สั ข์คู่ ข์ คู่ ส คู่ ร้า ร้ งมาหาให้เผยพัก พั ตร์ขึ้ ร์ น ขึ้ มา พาทีเ ที อยเอิง เสียงใครที่ไที่ หนแน่เสียงใครมาเรีย รี กหาแม่(ม่ ห้า ให้) ที่ไที่ หนล่า แต่พอเรีย รี กก็ขานแต่พอวานก็เอ่ยน้องไม่นิ่ ม่ นิ่ งอยู่เ ยู่ ฉย(ห้า ให้) ชักช้า ถามพ่อ พ่ เจ้าประคุณ คุ ทูล ทู กระหม่อ ม่ มเต่าทองพี่ม พี่ าเรีย รี กหาน้อง(ห้า ให้) ทำ ไมขา ฉันจะร้อ ร้ งชมโฉมไปด้วยลมวาจา ฉันจะรองน้ำ ข้า ข้ วไว้ซั ว้ ก ซั เก้ากะลาที่คุ ที่ ณ คุ พี่ไพี่ ด้มาหาเอย การร้อ ร้ งเพลงเรือ รื จะมีบ มี ทลูก ลู คู่รั คู่ บ รั ว่า ว่ ฮ้าไฮ้ และมีบ มี ทกระทุ้งทุ้ว่า ว่ ชะชะ ฝ่า ฝ่ ชาย 1. 2. 3. 4. ฝ่า ฝ่ ยหญิง ญิ 1. 2. 3. 4.


บทเพลงเรือ ได้ยิน ยิ น้ำ คำ เสีย สี งมาร่ำ สนอง เสีย สี งใครมาเรีย รี กหาน้อง (ฮ้าไฮ้)ที่ไที่ หนล่ะ แต่พอเรีย รี กหาฉันแม่ห ม่ นูไม่น ม่ านไม่เ ม่ นิ่น เสีย สี งผู้ชผู้ ายร้อ ร้ งเชิญ ชิ....ฉันจะว่า ว่ การจะเล่นจะหัวหนูน้องไม่ดี ม่ ดี ดไม่ดิ้ ม่ ดิ้ น หรอกว่า ว่ ยามกฐิน ฐิ....ผ้า ผ้ป่า ป่ พอเรีย รี กก็ขานแต่พอวานก็เอ่ย น้องหนูไม่นิ่ ม่ นิ่ งกันทำ เฉย...ให้มัน มั ช้า ช้ แต่พอเรีย รี กหาน้องฉันก็ร้อ ร้ งขึ้น ขึ้ รำ ฉันนบนอบตอบคำ จริง ริ....พับผ่า แม่ห ม่ นูนบนอบตอบคำ ตอบกันไปเสีย สี ด้วยน้ำ ...วาจา แต่พอเรีย รี กหาน้องแล้วฉันก็ร้อ ร้ งว่า ว่ จ๋า กันเสีย สี เมื่อ มื่ เวลาเอ๋ยจวนเอย (รับ รั ) เมื่อ มื่ เวลาจวนเอยแต่พอเรีย รี กหาน้อง แม่ห ม่ นูก็ร้อ ร้ งว่า ว่ จ๋าหาน้องหาน้องแม่ห ม่ นูก็ร้อ ร้ ง ว่า ว่ จ๋ากันเมื่อ มื่ เวลา เอ๋ยเมื่อ มื่ เวลา เวลาจวนเอย ฮ้า...ไฮ้ บทเพลงเรือ


บทเพลงเรือ เพลงเรือ รื ชมเรือ รื พระ เอิงเอยเฉิดฉาย สลักลายเหมาะสม สวยสอดยอดพนม ว่า ว่ ชมเสีย สี จริง ริ ลวดลายพรายแพร้ว ร้ ประดับแก้วเพริศ ริ พริ้ง ริ้ สดใสใหญ่ยิ่ ญ่ ง ยิ่ สุดจะอิงนิยาย มีก มี นกเครือ รื วัล วั ย์ หน้าบัล บั ก์หลากหลาย บัว บั คว่ำ บัว บั หงาย ลงรัก รัปิดทอง ช่างสวยสุดซึ้ง ซึ้ หนึ่งไม่มี ม่ ส มี อง มีอ มี งค์พระทอง อยู่ใยู่ นห้องชั้น ชั้ ใน มุข มุ ทั้ง ทั้สี่ด้าน โอฬารทัน ทั สมัย มั ด้านนอกด้านใน วิไวิ ลงามตา บทเพลงเรือ ฉัตรชั้น ชั้ เชิงชาย ทั้ง ทั้ ซ้า ซ้ ยและขวา ในลำ นาวา ดูส ดู ง่า ง่ ชวนชม มองหัวตลอดท้า ท้ ย ฝีพ ฝี ายสวยสม พายลอยตามลม น่าชมทุก ทุ ลำ หัวโขนหนุมาน เหาะทะยานเลิศล้ำ มากมายหลายลำ บ้า บ้ งทำ พญาครุฑ เงือ งื กน้อยลอยร่า ร่ เหมือ มื นว่า ว่ จะดำ ผุด ผุ มองจบทุก ทุ จุด จุ แต่งไว้ค ว้ รบครัน รั บางลำ นาวา แต่งมาขบขัน ขั แต่งตัวยั่ว ยั่ กัน เป็น ป็ หลั่นน่าแล บางลำ ลั่นฆ้อ ฆ้ ง เสียงร้อ ร้ งเซ็ง ซ็ แซ่ สำ ราญสวยแท้ เสื้อแพรสีไสี พล ใส่ขาวนุ่งแดง มาแรงสดใส ชุดเหลืองผ้า ผ้ สไบ วิไวิ ลงามตา เรือ รื พระเรือ รื พาย ทั้ง ทั้ ซ้า ซ้ ยทั้ง ทั้ ขวา หมายปองมองหน้า หูตาแทบตะลึง ทุก ทุ ลำ นาวี พอดีมาถึง สุดแสนซาบซึ้ง ซึ้ ชาวพุท พุ ธมากมาย จัดการสมโภช ได้ประโยชน์เหลือหลาย คนไทยสืบสาย รัก รั ษาประเพณี ทำ บุญให้วัด วั จัดเสริม ริ ศัก ศั ดิ์ศรี รัก รั สามัค มั คี น้องพี่ผ พี่ มเฮย


บทเพลงเรือ บทเพลงเรือ เพลงเรือ รื แบบชิง ชิ ชู้ (ร้อ ร้ งโต้ตอบระหว่า ว่ งชาย – หญิง ญิ) ชาย น้องเอยงามสม เมื่อ มื่ ได้ชมงามชื่น ชื่ น้องมีผ้ มี า ผ้ เช็ดหน้า ให้เชษฐาสักผืน ผื เอาไว้เ ว้ช็ดชลนา เมื่อ มื่ เวลากลางคืน ขอให้พี่สั พี่ กผืน ผื เถิดแม่ชื่ ม่ นใจเอย หญิง ญิ เอิงเอยงามสม พี่ม พี่ าชมงามชื่น ชื่ ไม่มี ม่ ผ้ มี า ผ้ เช็ดหน้า มีแ มี ต่ผ้า ผ้ ถูพื้ ถู น พื้ ถ้าพี่เ พี่ อาไปไว้ แล้วอย่า ย่ ให้คนอื่น มีแ มี ต่ผ้า ผ้ ถูพื้ ถู น พื้ ให้พี่ชื่ พี่ นใจเอย ตัวอย่า ย่ งเพลงเรือ รื พิธี พิ บ ธี วงสรวงแม่ย่ ม่ า ย่ นางเรือ รื เอิงเอยวัน วั นี้ทำ พิธี พิ บ ธี วงสรวง หมู่เมู่ ทพทั้ง ทั้ปวงเชิญ ชิ มาทั้ง ทั้ สิ้น สิ้ สิบหกชั้น ชั้ ฟ้า ฟ้ สิบห้าชั้น ชั้ ดิน สถิตย์อ ย์ ยู่ที่ ยู่ ถิ่ ที่ ถิ่ นชั้น ชั้ กามาพจร ทั้ง ทั้ ภูมิ ภู เ มิ ทวดาผู้มีผู้ ม มี เหศวร ยอดเขาสิงขรหุบผาอากาศ เกาะแก่งแว่น ว่ แคว้น ว้ ดินแดนเนินลาด บ้า บ้ นเรือ รื นพฤกษชาติไร่น ร่ าป่า ป่ ชัด ชั ยัก ยั ษานาคาอย่า ย่ มาข้อ ข้ งขัด ขั คนธรรพ์สั พ์ น สั ทัด ทั เจนจัดเวทมนต์ ฤาษีใหญ่น้ ญ่ น้ อยล่องลอยเวหน ผู้บำผู้ บำเพ็ญ พ็ ตนเดชากล้าแข็ง ข็ ทั้ง ทั้ ท้า ท้ วทศรถปรากฏฤทธิ์แ ธิ์ รง วิรุ วิ รุ ฬหกกล้าแข็ง ข็ อานุภาพเกรีย รี งไกร


บทเพลงเรือ บทเพลงเรือ ท่า ท่ นท้า ท้ ววิรุ วิ รุ ฬปัก ปั ษ์เป็น ป็ หลักยิ่ง ยิ่ใหญ่ กุเ กุ วรุราชฉัตรชัย ชั มีใมี จอารี เสื้อเมือ มื งทรงเมือ มื งรุ่ง รุ่ เรือ รื งศัก ศั ดิ์ศรี พระหลักเมือ มื งผู้ที่ผู้ เ ที่ ปรื่อ รื่ งปรีช รี าชาญ ศัก ศั ดิ์สิทธิ์ทั่ ธิ์ ว ทั่ จบในพิภ พิ พทั่ว ทั่ สถาน ศัก ศั ดิ์สิทธิ์ทุ ธิ์ ก ทุ ท่า ท่ นในวัด วั ดอนสะท้อ ท้ น สมภารเจ้าวัด วั เคร่ง ร่ ครัด รั คำ สอน ข้า ข้ ขอไหว้ว ว้ อนขอเชิญ ชิ ท่า ท่ นมา เชิญพ่อ พ่ หลวงทองลอยล่องมาหา พิทั พิ ก ทั ษ์รัก รั ษาให้ปวงข้า ข้ปลอดภัย พ่อ พ่ หลวงเอียดมาใกล้อย่า ย่ ได้ไปไหน มาช่ว ช่ ยคุ้ม คุ้ ภัยป้อ ป้ งกันอันตราย ทางตะเคียนหน้าท่า ท่ เจ็ดยอดเจ็ดกิ่ง สถิตย์ริ ย์ ม ริ ตลิ่งพริ้ง ริ้ พริ้ง ริ้ พรายพราย เชิญมาสิงสู่อยู่ใยู่ นเรือ รื พาย โปรดรับ รั เอาไว้เ ว้ ครื่อ รื่ งสำ อางรางวัล วั นางเอื้อยนางอิโสภีเฉิดฉัน ปวงเทพเทวัญ วั รัก รั ษาโพธิ์ไธิ์ ทร ประดู่ท ดู่ องอินทนิลทั้ง ทั้ สิ้น สิ้ ยิ่ง ยิ่ใหญ่ มะเดื่อคู่ผู้ คู่ วิผู้ ไวิ ลมีใมี จเมตตา แม่ย่ ม่ า ย่ นางเจ้าท่า ท่ รัก รั ษาสวี ทั้ง ทั้ พระบารมีเ มี สด็จกรมหลวงชุมพร ให้พายเรือ รื เร็ว ร็ รี่ใรี่ นศรีส รี าคร ล่องลำ นาวาซ้า ซ้ ยขวาแลสลอน มุ่งมุ่ หน้าถลาร่อ ร่ นมุ่งมุ่ จรเร็ว ร็ พลัน แล่นเร็ว ร็ สุด สุ กู่ช กู่ นะคู่แ คู่ ข่ง ข่ ขัน ขั สั่นสั่สะเทือ ทื นเลื่อนลั่นอัศจรรย์ทั้ ย์ ง ทั้ คลอง น้องพี่ที่ พี่ ม ที่ าล้วนหรรษาทั้ง ทั้ ผอง รวมใจปรองดองรู้รั รู้ ก รั สามัค มั คี มีล มี าภมีย มี ศปรากฏศัก ศั ดิ์ศรี สุขเกษมเปรมปรีดิ์ รี ดิ์ เถิดน้องพี่ผ พี่ มเฮย.


บทเพลงเรือ บทเพลงเรือ เพลงและบทร้อ ร้ ง เนื้อเพลงเรือ รื มีทั้ มี ง ทั้ แบบชมโฉมและแบบชิง ชิ ชู้ แบบชมโฉมเป็น ป็ การชมนาง ชมไม้ ชมความงามอื่น ๆ และพรรณนาเรื่อ รื่ งราวต่าง ๆ ส่ว ส่ น แบบชิงชู้เ ชู้ป็น ป็ การร้อ ร้ งว่า ว่ แก้กันเป็น ป็ คู่ ๆ (คู่ลำ คู่ ลำ เรือ รื ) จะว่า ว่ กันคนละคราวหรือ รื คนละบทก็ได้ตามความพอใจ กลอนร้อ ร้ ง แรกเริ่ม ริ่ เดิมทีปที ระเพณีชัก ชั พระ ระยะเวลามานานเหลือ ชาวชุมพรรู้จั รู้ จั กอนุรัก รั ษ์เพลงเรือ รื สืบ สื เชื้อ ชื้ ตกทอดตลอดมา คนแก่คนเฒ่า ฒ่ เคยเล่าประวัติ วั ติ งานนี้เขาจัดนานนักหนา ถ้าจะนับพอศอติดต่อกันมา กะว่า ว่ ไม่น้ ม่ น้ อยสองร้อ ร้ ยปี


บทเพลงเรือ บทเพลงเรือ บทฝากรัก รั พี่เ พี่ ฝ้า ฝ้ ชมงามเลิศให้บัง บั เกิดความรัก รั เพราะรอยยิ้ม ยิ้ หวานนักชัก ชั ให้ใจใฝ่ฝัฝ่ น ฝั พี่เ พี่ อารัก รั มาชวนแม่ผิ ม่ ว ผิ นวลเหมือ มื นจันทร์ ยามได้เห็นแม่ห ม่ นูอยากอยู่ใยู่ กล้ใกล้ พี่จ พี่ ะให้สัญญาฝากวาจาคำ มั่น มั่ ขอจารึก รึ ความรัก รั ไว้เ ว้ป็น ป็ หลักประกัน คนอื่นตื่นตาไม่ส ม่ ง่า ง่ เหมือ มื นเจ้า ไม่รั ม่ ก รั เหมือ มื นน้องสาวผิว ผิ น้องขาวร่า ร่ งปั้น ปั้ ขอฝากรัก รั แก้มแดงแม้สิ้ ม้ น สิ้ แสงตะวัน วั ความรัก รั ใยใจหายหูตาลายเพราะรัก รั เหมือ มื นถูก ถู มนต์นางกวัก วั ทำ ให้รัก รั สุด สุ กลั้น อยากจะได้เรีย รี งหมอนกับผมลอนเป็น ป็ มัน มั น้องของพี่อ พี่ ย่า ย่ ผลักอย่า ย่ ตัดรัก รั ให้ขาด เหมือ มื นทำ บุญร่ว ร่ มชาติมาตักบาตรร่ว ร่ มขัน ขั เกี่ยวก้อยน้องคล้องแขนเป็น ป็ ทองแผ่น ผ่ เดียวกัน อย่า ย่ รัง รั เกียจเดียดฉันนะจอมขวัญ วั พี่เ พี่ อย. กลอนแม่ก ม่ ระทู้ น้องสาวพี่เ พี่ หยชมคนนั่งกระทงหัว เกรงเกรงขามขามจะถามแม่พุ ม่ ม พุ พัว พั คนนั่งกระทงหัวเจ้ามีผั มี ว ผั แล้วหรือ รื ยัง ยั สุริย ริ าร้อ ร้ นแรงแก้มเจ้าแดงเหมือ มื นครั่ง รั่ ภูษิ ภู ษิ ตปิดถันนังไม่ร้ ม่ อ ร้ นมั่ง มั่ หรือ รื ไร เทวัญ วั บัณ บั ฑิต ฑิ ให้เจ้าปิดหรือ รื ไฉน เจ้าไม่ร้ ม่ อ ร้ นหรือ รื ไรสายสุดใจเรีย รี มเฮย. .


Click to View FlipBook Version