หนังสือเรียนสาระการประกอบอาชีพ
รายวชิ าช่องทางการขยายอาชีพ (อช31001)
ระดบั มัธยมศึกษาตอนปลาย
(ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. 2560)
หลกั สูตรการศึกษานอกระบบระดบั การศึกษาข้นั พนื้ ฐาน
พทุ ธศักราช 2551
สานักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศัย
สานักงานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงศึกษาธิการ
ห้ามจาหน่าย
หนังสือเรียนเล่มนจี้ ดั พมิ พ์ด้วยงบประมาณแผ่นดนิ เพอ่ื การศึกษาตลอดชีวติ สาหรับประชาชน
ลขิ สิทธ์เิ ป็ นของ สานักงาน กศน. สานักงานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ
หนังสือเรียนสาระการประกอบอาชีพ
รายวชิ าช่องทางการขยายอาชีพ (อช31001)
ระดบั มธั ยมศึกษาตอนปลาย
(ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. 2560)
เอกสารทางวชิ าการหมายเลขท่ี 26/2555
คํานาํ
กระทรวงศึกษาธิการไดประกาศใชหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน
พุทธศักราช 2551 เม่ือวันท่ี 18 กันยายน พ.ศ. 2551 แทนหลักเกณฑและวิธีการจัดการศึกษานอกโรงเรียน
ตามหลักสูตรการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช 2544 ซึ่งเปนหลักสูตรที่พัฒนาข้ึนตามหลักปรัชญาและ
ความเชอ่ื พืน้ ฐานในการจดั การศึกษานอกโรงเรียนที่มีกลุมเปาหมายเปนผูใหญมีการเรียนรูและสั่งสมความรู
และประสบการณอยา งตอ เน่ือง
ในปงบประมาณ 2554 กระทรวงศึกษาธิการไดกําหนดแผนยุทธศาสตรในการขับเคล่ือนนโยบาย
ทางการศกึ ษาเพ่ือเพมิ่ ศกั ยภาพและขดี ความสามารถในการแขง ขันใหป ระชาชนไดมอี าชพี ท่ีสามารถสรา งรายได
ทม่ี ่ังคง่ั และมัน่ คง เปน บคุ ลากรท่ีมีวนิ ยั เปยมไปดว ยคุณธรรมและจรยิ ธรรม และมจี ติ สาํ นึกรบั ผดิ ชอบตอ ตนเอง
และผอู น่ื สาํ นักงาน กศน. จึงไดพิจารณาทบทวนหลักการ จุดหมาย มาตรฐาน ผลการเรียนรูที่คาดหวัง และ
เนื้อหาสาระ ทั้ง 5 กลุมสาระการเรียนรู ของหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน
พุทธศักราช 2551 ใหมีความสอดคลองตอบสนองนโยบายกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งสงผลใหต องปรับปรุง
หนังสอื เรยี น โดยการเพมิ่ และสอดแทรกเน้อื หาสาระเก่ียวกับอาชีพ คุณธรรม จริยธรรมและการเตรียมพรอม
เพื่อเขา สูประชาคมอาเซียน ในรายวิชาที่มีความเก่ียวของสัมพันธกัน แตยังคงหลักการและวิธีการเดิมในการ
พัฒนาหนังสือท่ีใหผูเรียนศึกษาคนควาความรูดวยตนเอง ปฏิบัติกิจกรรม ทําแบบฝกหัด เพื่อทดสอบความรู
ความเขาใจ มีการอภิปรายแลกเปล่ียนเรยี นรูกับกลมุ หรอื ศึกษาเพมิ่ เติมจากภูมิปญญาทองถิ่น แหลงการเรียนรู
และส่อื อืน่
การปรับปรุงหนังสือเรียนในครั้งนี้ ไดรับความรวมมืออยางดียิ่งจากผูทรงคุณวุฒิในแตละสาขาวิชา
และผูเกี่ยวขอ งในการจัดการเรยี นการสอนทีศ่ ึกษาคน ควา รวบรวมขอ มลู องคค วามรจู ากสื่อตา ง ๆ มาเรียบเรียง
เน้อื หาใหครบถวนสอดคลอ งกบั มาตรฐาน ผลการเรียนรูที่คาดหวงั ตวั ช้ีวดั และกรอบเนื้อหาสาระของรายวิชา
สํานักงาน กศน.ขอขอบคุณผูมีสวนเก่ียวของทุกทานไว ณ โอกาสนี้ และหวังวาหนังสือเรียน ชุดน้ีจะเปน
ประโยชนแกผูเรียน ครู ผูสอน และผูเกี่ยวของในทุกระดับ หากมีขอเสนอแนะประการใด สํานักงาน กศน.
ขอนอ มรับดว ยความขอบคณุ ยิง่
สารบัญ หน้า
คาํ นาํ 1
สารบัญ 3
โครงสรางรายวิชา ระดบั มัธยมศึกษาตอนปลาย 6
บทท่ี 1 การงานอาชีพ 20
26
เร่ืองที่ 1 ความสาํ คญั และความจาํ เปนในการครองชีพ 30
เรอื่ งท่ี 2 การขยายอาชีพในชมุ ชน ประเทศ และภมู ิภาค 5 ทวีป
เรอ่ื งท่ี 3 การขยายกระบวนการจดั การงานอาชีพในชมุ ชน 48
เร่ืองที่ 4 คณุ ธรรม จริยธรรม 49
เรือ่ งท่ี 5 การอนรุ กั ษพ ลงั งานและส่ิงแวดลอ มในการขยายอาชพี 50
51
ในชมุ ชน สังคม และภูมิภาค 5 ทวีป ไดแ ก ทวปี เอเชยี ทวปี ออสเตรเลีย
ทวปี อเมรกิ า ทวปี ยโุ รป และทวีปแอฟรกิ า 63
บทที่ 2 ชองทางการขยายอาชีพ 64
เรอ่ื งท่ี 1 ความจาํ เปน ในการมองเหน็ ชอ งทางการประกอบอาชีพ 69
เร่อื งท่ี 2 ความเปน ไปไดข องการขยายอาชีพ 86
เรอ่ื งที่ 3 การกาํ หนดวธิ กี าร ขัน้ ตอนการขยายอาชีพ 90
และเหตผุ ลของการขยายอาชีพ
บทที่ 3 การตัดสินใจเลือกขยายอาชพี
เร่อื งที่ 1 ภารกจิ เพื่อความมัน่ คงการทาํ ในธรุ กจิ อาชีพ
เรื่องท่ี 2 การวัดผลและประเมินผลความมน่ั คงในอาชีพ
เรื่องท่ี 3 การตดั สินใจขยายอาชพี ดว ยการวเิ คราะหศักยภาพ
ภาคผนวก
คณะผจู ดั ทํา
คาํ แนะนําในการใช้หนังสือเรียน
หนงั สอื สาระการประกอบอาชีพ รายวิชาชองทางการขยายอาชีพ ระดับมัธยมศึกษาตอนปลายเปน
แบบเรียนท่ีจดั ทาํ ข้ึน สาํ หรับผูเ รยี นท่ีเปน นกั ศกึ ษานอกระบบ
ในการศกึ ษาหนังสอื เรียนสาระการประกอบอาชีพ รายวชิ าชอ งทางการขยายอาชีพ ผูเรียนควรปฏิบัติ
ดังน้ี
1. ศกึ ษาโครงสรางรายวชิ าใหเ ขา ใจในหัวขอ สาระสาํ คญั ผลการเรียนรูทคี่ าดหวงั และขอบขา ยเนื้อหา
2. ศกึ ษารายละเอยี ดเน้ือหาของแตละบทอยา งละเอียดและทาํ กิจกรรมตามทีก่ ําหนด แลว ตรวจสอบกับ
ผรู ู ครู หรอื แนวตอบกจิ กรรมที่กาํ หนด ถาผเู รียนตอบผิดควรกลบั ไปศกึ ษาและทาํ ความเขา ใจในเนือ้ หาใหมใ ห
เขาใจกอ นทจ่ี ะศึกษาเรื่องตอไป
3. ผูเรยี นทําความเขา ใจลกั ษณะการประกอบอาชีพในชุมชน ประเทศ และภมู ภิ าค 5 ทวีป ไดแ ก ทวปี เอเชยี
ทวปี ออสเตรเลีย ทวีปอเมริกา ทวีปยุโรป และทวปี แอฟริกา เพื่อสามารถนํามาใชเปนพื้นฐานในการจัดการ
เรยี นรูเพ่อื การขยายอาชพี ได จากการศกึ ษาในระดบั ประถมศึกษา และมธั ยมศึกษาตอนตน หลักสูตรนี้ หรือ
ถาผูเรียนใด มิไดผานการศึกษาตามหลักสูตรน้ีมากอนสามารถ กลับไปทบทวนหนังสือเรียนในระดับ
ประถมศกึ ษา มธั ยมศกึ ษาตอนตน โดยเฉพาะ (อช11001) ชองทางการเขาสูอาชีพ และ (อช21001) ชองทาง
พฒั นาอาชพี
4. หนังสือเรียนเลมนี้เนนการจัดการเรียนรูในลักษณะกระบวนการสวนใหญจะยกตัวอยางอาชีพ
เกษตรกรรมแตอ าชีพอ่นื ๆ กส็ ามารถนํากระบวนการไปใชได
5. หนังสอื เรยี นเลมนมี้ ี 3 บท คอื
บทที่ 1 การงานอาชพี
บทที่ 2 ชองทางการขยายอาชพี
บทท่ี 3 การตัดสนิ ใจเลอื กขยายอาชพี
โครงสร้างรายวชิ า
ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย
สาระสําคัญ
1. เหตผุ ลความจําเปนในการขยายอาชีพ
2. ปจจัยจาํ เปน เพอื่ นําอาชพี ไปสคู วามมัน่ คง
3. การปฏบิ ตั ิการตรวจสอบระบบการสรา งความมน่ั คง
4. การประเมนิ ความเปนไปไดใ นการนาํ แนวทางขยายอาชีพไปใชจริง
ผลการเรียนรู้ทคี าดหวงั
1. อธิบายความหมาย ความสําคัญ วิเคราะหลักษณะงาน ขอบขายงานอาชีพในชุมชน สังคม
ประเทศ และภมู ิภาค 5 ทวปี ไดแ ก ทวปี เอเชยี ทวีปออสเตรเลีย ทวีปอเมริกา ทวีปยุโรป และทวีปแอฟริกา
ทจ่ี ะนาํ ไปสูความมน่ั คงทีเ่ หมาะสมกับศักยภาพของตน และสอดคลองกบั ชมุ ชน สังคม
2. อธบิ ายเหตุผลปจจัยความจําเปนในการนําอาชีพไปสูความม่ันคง ที่เหมาะสมกับศักยภาพของ
ตนเองได
3. ตรวจสอบระบบการสรางความม่นั คง
4. ปฏิบตั กิ ารวเิ คราะหเ พอ่ื การสรา งความม่นั คงในอาชพี ได
ขอบข่ายเนือหา
บทท่ี 1 การงานอาชีพ
บทที่ 2 ชองทางการขยายอาชพี
บทที่ 3 การตัดสนิ ใจเลอื กขยายอาชีพ
สือการเรียนรู้
1. ใบงาน
2. ใบความรู
1
บทที 1
การงานอาชีพ
สาระสําคัญ
การประกอบอาชีพในชุมชน สังคม ประเทศ และภูมิภาค 5 ทวีป ไดแก ทวปี เอเชยี ทวีปออสเตรเลยี
ทวีปอเมริกา ทวีปยุโรป และทวีปแอฟริกา ที่เหมาะสมกับศักยภาพของตนและสอดคลองกับชุมชน
เพื่อชองทางการขยายอาชพี
ผลการเรียนรู้ทีคาดหวัง
ผูเรียนมีความรู ความเขาใจ มีเจตคตทิ ด่ี ใี นงานอาชีพ สามารถอธิบายลกั ษณะ ขอบขายกระบวนการ
ผลิตงานอาชพี ในชมุ ชน สงั คม ประเทศ และภูมิภาค 5 ทวปี ไดแ ก ทวปี เอเชีย ทวปี ออสเตรเลีย ทวปี อเมริกา
ทวีปยุโรป และทวีปแอฟริกาได และสามารถนํามาวิเคราะหในการขยายอาชีพบนฐานของการมีคุณธรรม
จรยิ ธรรม การอนุรักษพ ลงั งาน และสิง่ แวดลอ ม
ขอบข่ายเนอื หา
เรือ่ งที่ 1 ความสําคัญและความจําเปนในการขยายอาชีพ
เรือ่ งท่ี 2 การขยายอาชพี ในชมุ ชน ประเทศ และภมู ิภาค 5 ทวปี ไดแ ก ทวปี เอเชีย
ทวปี ออสเตรเลยี ทวปี อเมริกา ทวปี ยุโรป และทวปี แอฟรกิ า เชน งานอาชพี
ดา นเกษตรกรรม งานอาชีพดานอตุ สาหกรรม งานอาชีพดานพาณิชยกรรม
งานอาชพี ดานความคดิ สรางสรรค และงานอาชีพดา นอาํ นวยการและอาชพี เฉพาะ
เรือ่ งท่ี 3 การขยายกระบวนการจดั การงานอาชพี ในชุมชน สงั คม ประเทศ และภมู ภิ าค
5 ทวปี ไดแก ทวปี เอเชยี ทวปี ออสเตรเลยี ทวีปอเมริกา ทวีปยโุ รป และทวีปแอฟรกิ า
- การจัดการทางผลติ ไดแ ก การวางแผน การจัดทําโครงการ การใชวัสดุอุปกรณ
การใชแ รงงาน การใชสถานท่ี การใชท นุ เปนตน
- การจัดการการตลาด ไดแก การกําหนดทศิ ทางการตลาด การหาความตองการของ
ตลาด เชน การขนสง การขาย การกําหนดราคาขาย การทาํ บญั ชีประเภทตาง ๆ
เปน ตน
เรื่องที่ 4 คุณธรรม จรยิ ธรรม ไดแ ก ความรบั ผิดชอบ ความประหยดั การอดออม
ความสะอาด ความประณตี ความขยัน ความซือ่ สัตย เปนตน
2
เรอ่ื งที่ 5 การอนรุ กั ษพลังงานและสง่ิ แวดลอ มในการขยายอาชพี ในชมุ ชน สังคม
ประเทศ และภูมภิ าค 5 ทวปี ไดแ ก ทวปี เอเชยี ทวปี ออสเตรเลยี ทวปี อเมรกิ า
ทวีปยโุ รป และทวปี แอฟรกิ า
สือการเรียนรู้
- หนังสอื เรียน
- ใบงาน
3
เรืองที 1 : ความสําคญั และความจาํ เป็ นในการครองชีพ
การขยายขอบข่ายอาชีพ
หมายถึง กิจกรรมอาชีพที่มีอยูสามารถขยายกิจกรรมที่เกี่ยวของและสัมพันธออกไปเปนขอบขาย
อาชีพท่สี รางรายได ใชท ุน ทรพั ยากรจากอาชีพหลักใหเกดิ คุณคา สรางความเขม แขง็ ย่ังยืนในอาชพี ได เชน
1. การขยายขอบขา ยอาชพี จากการหมนุ เวยี นเปลยี่ นรปู ผลติ ภัณฑ หรอื ผลพลอยไดไปสูกิจกรรมใหม
เชน
1.1 สรางธุรกิจแปรรปู หมูจากฟารมสุกรของตนเอง
1.2 สรางธุรกิจปุยหมกั จากมลู สกุ ร
1.3 สรา งธรุ กจิ ขนมหวานเยลล่จี ากหนงั สุกร
2. การขยายขอบขา ยอาชีพจากการสรา งและพฒั นาเครอื ขา ยจากอาชพี เชน
2.1 แฟรนไซส ชายส่ีบะหมีเ่ กย๊ี ว
2.2 การสรา งเครอื ขายนาขาวอนิ ทรยี
3. การขยายขอบขายอาชีพจากการตลาด เชน
3.1 สวนมะพรา วนํา้ หอมแมตมุ ศูนยก ลางรับซ้อื และขายสงมะพรา วนํ้าหอม
ภายใตก ารควบคมุ คณุ ภาพของตนเอง
4. การขยายขอบขายอาชพี จากการสง เสรมิ การทองเที่ยว เชน
4.1 จัดบริการทองเที่ยวพกั ผอ น กินอาหารเกษตรอนิ ทรยี ที่ไรส ุดปลายฟา
4.2 ทอ งเท่ยี วชิมผลไม ชมสวนชาวไรจนั ทบรุ ี
5. การขยายขอบขายอาชพี กบั การสง เสริมสขุ ภาพและอนามยั เชน
5.1 พกั ฟนรับประทานอาหารธรรมชาติไรส ารพิษ ปฏิบตั ธิ รรมกบั Home stay
คลองรางจระเข
6. การขยายขอบขายอาชีพกับการเรียนรู เชน
6.1 เรยี นรูระบบนเิ วศ ความพอเพยี งท่ไี รนาสวนผสมคุณพิชติ
4
ใบงานท่ี 1
ความสาํ คัญและความจําเปน ในการขยายอาชพี
คาํ ชีแจง : ใหค รูและผูเ รยี นรว มกันนําผลการวเิ คราะหข องกลุมมาเทียบเคียงกับสาระ ความหมายความสําคัญ
และความจาํ เปนในการขยายอาชีพ แลวรวมกันคิดใหความหมายตอคําตา ง ๆ ที่กําหนดไวในแบบบันทึกน้ี
เพื่อสรางความเขาใจรวมกนั ของชมุ ชนใหเ ปนไปในทศิ ทางเดยี วกัน
ขอบขายของการขยายอาชีพ หมายถึง...........................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
กิจกรรมอาชพี ทท่ี ําอยู หมายถงึ ..................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
การสรางรายได หมายถึง...........................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
การใชทุน ใชทรพั ยากร หมายถงึ ...............................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ความเขมแขง็ และความยง่ั ยืน หมายถงึ ........................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
5
การหมุนเวียนเปล่ียนรปู หมายถงึ ...............................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
การสรางและพัฒนาเครอื ขา ยจากอาชพี หลกั หมายถงึ ..................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
การขยายอาชพี จากการตลาด หมายถงึ ........................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
การขยายอาชีพจากการสง เสรมิ การทอ งเทีย่ ว หมายถงึ .................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
การขยายอาชีพจากการสงเสริมสขุ ภาพ อนามัย หมายถึง..............................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
อืน่ ๆ ยงั มอี ะไรบา งท่ีควรจะนิยามเอาไว. .....................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
6
เร่ืองที่ 2 : การขยายอาชพี ในชุมชน ประเทศ และ ภูมภิ าค 5 ทวีป ไดแก
ทวปี เอเชีย ทวปี ออสเตรเลยี ทวปี อเมรกิ า ทวปี ยโุ รป และทวีปแอฟริกา
กลมุ อาชีพใหม
จากการเปลยี่ นแปลงในบรบิ ทโลกทั้งในสว นการรวมกลุมทางการเงิน การเปล่ียนแปลงทางเทคโนโลยี
อยางรวดเร็ว การเปล่ียนแปลงของธรรมชาติและส่ิงแวดลอม การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผูบริโภค การ
รวมกลมุ ทางเศรษฐกจิ และประการสําคญั คือ การเปลยี่ นแปลงโครงสรา งประชากรทางสังคม ดงั น้ัน อาชีพใน
ปจจบุ ันจะตองมีการพฒั นาวธิ กี ารและศกั ยภาพในการแขงขนั ไดในระดบั โลก ซงึ่ จะตองคํานึงถงึ บริบทภูมิภาค
หลกั ของโลก หรือ “รูศกั ยภาพเขา” หมายถึง ทวปี เอเชีย ทวปี อเมริกา ทวีปยุโรป ทวีปออสเตเลีย ทวีปแอฟริกา
และจะตอ ง “รศู กั ยภาพเรา” หมายถงึ รศู ักยภาพหลกั ของพ้นื ท่ีประเทศไทย คือศักยภาพของทรพั ยากรธรรมชาติ
ในแตล ะพ้นื ที่ ศกั ยภาพของศลิ ปะ วัฒนธรรม ประเพณี และวถิ ชี ีวติ ของแตละพื้นที่ และศักยภาพของทรพั ยากร
มนุษยในแตล ะพื้นท่ี ดงั นัน้ เพื่อใหก ารประกอบอาชพี สอดคลองกบั ศักยภาพหลกั ของพ้ืนท่ีและสามารถแขง ขัน
ในเวทีโลก จึงไดกาํ หนดกลุมอาชีพใหม 5 กลุมอาชีพ คือ กลุมอาชีพใหมดานการเกษตร กลุมอาชีพใหม
ดา นพาณชิ ยกรรม กลุม อาชีพใหมด า นอุตสาหกรรม กลมุ อาชีพใหมด า นความคดิ สรา งสรรค และกลมุ อาชพี ใหม
ดานบริหารจดั การและบรกิ าร
1. กลุมอาชพี ใหมดานการเกษตร คือการพัฒนาอาชพี ในดานการเกษตรเกี่ยวกับการปลูกพืช
เลี้ยงสตั ว การประมง โดยนาํ องคความรใู หม เทคโนโลย/ี นวตั กรรม มาพัฒนาใหสอดคลอ งกบั ศกั ยภาพหลกั ของ
พ้ืนที่ คือศักยภาพของทรัพยากรธรรมชาติในแตละพื้นที่ ตามลักษณะภูมิอากาศ ศักยภาพของภูมิประเทศ
และทําเลท่ีต้งั ของแตล ะพนื้ ที่ ศกั ยภาพของศลิ ปะ วัฒนธรรม ประเพณี และวิถขี องแตล ะพื้นท่แี ละศกั ยภาพของ
ทรัพยากรมนษุ ยในแตละพน้ื ท่ี อาชีพใหมด า นการเกษตร เชน เกษตรอินทรีย เกษตรผสมผสาน เกษตรทฤษฎีใหม
วนเกษตร ธุรกจิ การเกษตร เปน ตน
2. กลมุ อาชีพใหมด า นพาณชิ ยกรรม คือการพฒั นาหรอื ขยายขอบขายอาชีพดานพาณิชยกรรม
เชน ผใู หบ รกิ ารจาํ หนา ยสนิ คา ทัง้ แบบคา ปลกี และคา สง ใหแกผ บู ริโภคทงั้ มีหนา รา นเปนสถานท่ีจดั จาํ หนา ย เชน
หางราน หางสรรพสินคา ซุปเปอรสโตร รานสะดวกซื้อ และการขายที่ไมมีหนาราน เชน การขายผานส่ือ
อิเล็กทรอนกิ ส
7
3. กลุมอาชีพใหมดานอุตสาหกรรม คือการพัฒนาอาชีพที่อาศัยองคความรู เทคโนโลยี/
นวัตกรรม อาชีพเกี่ยวกับงานชาง ซ่ึงไดแกชางไฟฟา ชางไม ชางยนต ชางประปา ชางปูน และชางเช่ือมให
สอดคลองกับความตองการของตลาดในประเทศและตางประเทศและศักยภาพหลักของพ้ืนท่ี เชน ผูผลิต
ชิ้นสวนอเิ ลคทรอนกิ สเ คร่ืองใชไฟฟา หรอื อุปกรณอิเลคทรอนิกสโดยท่ัวไป เชน IC PCB ผูประกอบรถยนต
และยานยนตป ระเภทตา ง ๆ ผูผ ลิต ตัวแทนจาํ หนา ยหรือผปู ระกอบชิ้นสว นหรอื อะไหลรถยนต ผใู หบ รกิ ารซอ ม
บํารุงรถยนต ผูจัดจาํ หนายและศูนยจาํ หนายรถยนตทั้งมือหนึ่งมือสอง ผูผลิตและจาํ หนายเคร่ืองจักรและ
เคร่ืองมือทุกชนิด เชน เคร่ืองจักรกลหนัก เคร่ืองจักรกลเบา ผลิตอุปกรณหรือสวนประกอบพื้นฐานของ
เคร่อื งใชไ ฟฟาตาง ๆ เชน สายไฟ หลอดไฟ ฉนวนไฟฟา มอรเ ตอรต า ง ๆ การผลิตอลูมิเน่ียม ผลิตและตัวแทน
จาํ หนายผลติ ภัณฑเหลก็ สเตนเลส ผผู ลติ จําหนายวัสดกุ อสรา ง วสั ดุตกแตง สขุ ภณั ฑ การกอสราง อาคาร หรือ
ทีอ่ ยอู าศัย
4. กลมุ อาชพี ใหมด า นความคดิ สรา งสรรค
ทา มกลางกระแสการแขง ขันของโลกธุรกจิ ทไ่ี รพรมแดนและการพัฒนาอยางกาวกระโดด
ของเทคโนโลยีการสื่อสารและการคมนาคม การแลกเปล่ียนสินคาจากทห่ี นึง่ ไปยงั อีกสถานท่ีที่อยูหางไกลนั้น
เปนเร่ืองงายในปจ จุบนั เมื่อขอจาํ กัดของการขามพรมแดนมิใชอุปสรรคทางการคาตอไป จึงทําใหผูบริโภคหรือ
ผซู ้อื มีสทิ ธเิ ลอื กสินคา ใหมไดอ ยา งเสรีทั้งในดานคณุ ภาพและราคา ซึ่งการเรียนรูและพัฒนาสินคาและบริการ
ตาง ๆ ที่มอี ยใู นตลาดอยแู ลวในยคุ โลกไรพ รมแดนกระทาํ ไดง าย ประเทศทม่ี ีตนทนุ การผลติ ต่าํ เชน ประเทศจีน
อินเดีย เวียดนาม และประเทศในกลุม ยโุ รปตะวนั ออก จะมีความไดเปรียบในการแขงขันดานราคา ดวยเหตุน้ี
ประเทศผนู าํ ทางเศรษฐกิจหลายประเทศจึงหันมาสงเสริมการดําเนินนโยบายเศรษฐกิจสรางสรรคเพ่ือพัฒนา
สนิ คาและบรกิ ารใหม ๆ และหลีกเลยี่ งการผลิตสนิ คาท่ีตองตอ สดู านราคา โดยหลักการของเศรษฐกิจสรางสรรค
คือแนวคิดหรือแนวปฏิบัติท่ีสราง/เพ่ิมมูลคาของสินคาและบริการไดโดยไมตองใชทรัพยากรมากนัก แตใช
ความคิด สติปญญา และความสรางสรรคใ หม ากขึ้น
ทศิ ทางของแผนพฒั นาเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติฉบับที่ 11 (พ.ศ. 2555 – 2559) ไดกําหนด
ยุทธศาสตรการปรบั โครงสรางเศรษฐกจิ สูการเจรญิ เตบิ โตอยางคุณภาพและย่ังยืน ใหความสําคัญกับการปรับ
โครงสรางเศรษฐกจิ บนฐานความรู ความคดิ สรางสรรคและภูมปิ ญญา ภายใตปจจยั สนับสนุนท่เี อ้ืออํานวยและ
ระบบการแขง ขนั ท่เี ปน ธรรมเพอ่ื สรา งภูมคิ ุม กันใหก บั ประเทศ มุงปรับโครงสรางและการลงทุนใหสอดคลอง
กบั ความตอ งการของตลาดทงั้ ภายในและตางประเทศ สรา งมูลคาเพิ่มใหกบั สาขาบรกิ ารที่มศี ักยภาพบนพน้ื ฐาน
8
ของนวตั กรรมและความคิดสรา งสรรค พัฒนาธรุ กจิ สรา งสรรคและเมอื งสรางสรรค เพิ่มผลผลิตของภาคเกษตร
และสรา งมลู คาเพิม่ ดวยเทคโนโลยีและกระบวนการผลติ ที่เปนมิตรกับสิ่งแวดลอม พัฒนาภาคอุตสาหกรรมสู
อุตสาหกรรมฐานความรูเชิงสรางสรรคและเปนมิตรตอสิ่งแวดลอม พัฒนาโครงสรางพื้นฐานและ
ระบบโลจิสติกส สรางความม่ันคงดานพลังงานควบคูไปกับการปฏิรูปกฎหมายและกฎระเบียบตาง ๆ ทาง
เศรษฐกิจและการบรหิ ารจัดการเศรษฐกิจสวนรวมอยา งมีประสทิ ธิภาพเพอื่ ใหเปนฐานเศรษฐกิจของประเทศที่
เขม แข็งและขยายตัวอยางมคี ุณภาพ
กลมุ อาชีพใหมด านความคิดสรางสรรค จึงเปนอาชีพท่ีอยูบนพื้นฐานของการใชอ งคความรู
(Knowledge) การศึกษา (Education) การสรางสรรคงาน (Creativity) และการใชทรัพยสินทางปญญา
(Intellectual Property) ท่ีเช่ือมโยงกับพ้ืนฐานทางวัฒนธรรม (Culture) การส่ังสมความรูของสังคม (Wisdom)
และเทคโลโลยี/นวัตกรรมสมัยใหม (Technology and Innovation) (อาคม เติมพิทยาไพสิฐ, 2553) ดังน้ัน
กลุม อาชีพใหมดานความคดิ สรา งสรรค จึงเปน การตอยอดหรอื การพฒั นาอาชีพในกลมุ อาชีพเดมิ คอื กลมุ อาชีพ
เกษตรกรรม กลุมอาชีพอุตสาหกรรม กลุมอาชีพพาณิชยกรรม กลุมอาชีพคหกรรม กลุมอาชีพหัตถกรรม
และกลมุ อาชีพศลิ ปกรรม
กลมุ อาชีพใหมดานความคดิ สรางสรรค เชน แฟช่นั เส้อื ผา เคร่ืองประดับ เคร่อื งสาํ อาง ทรงผม
สปาสมุนไพร การออกแบบสื่อ/ภาพยนตร/โทรทัศน เครื่องใชไฟฟา เฟอรนิเจอร วัสดุกอสราง
แบบประหยดั พลังงาน เซรามกิ ผา ทอ จักสาน แกะสลัก รถยนตพ ลงั งานทางเลอื ก ขาเทยี มหนุ ยนตเ พื่อคนพิการ
การทอ งเที่ยวเชงิ วัฒนธรรม ตลาดน้ําอโยธยา เปน ตน
5. กลุมอาชีพใหมดานบริหารจัดการและบริการ เชน ธุรกิจบริการทองเท่ียว ธรุ กิจบริการ
สุขภาพ ธรุ กิจบรกิ ารโลจิสตกิ ส ธุรกิจภาพยนต ธรุ กิจการจัดประชมุ และแสดงนทิ รรศการ บรกิ ารท่ีปรึกษาดา น
อสังหาริมทรพั ย ทปี่ รกึ ษาทางธรุ กจิ
งานอาชีพใหมท้ัง 5 กลุม ในอนาคตจะมีการเติบโตทางธุรกิจมากขึ้น จึงมีความตองการ
เจา หนา ท่ี บุคคล พนักงาน เพอ่ื ควบคุมและปฏบิ ัตงิ านทีม่ ีความรู ความสามารถ และทักษะฝม ือเปนจาํ นวนมาก
9
การขยายขอบข่ายอาชีพระดับประเทศ
ธุรกิจท่ีมีการขยายขอบขายอาชีพในระดับประเทศ มักจะเปนธุรกิจที่สรางประสิทธิภาพในระบบ
การจัดการใชทรัพยากรที่เก่ียวของกับการจัดการกําลังคนท้ังระดับบริหารจัดการ และแรงงาน การจัดการ
เงนิ ทนุ การจัดการวัสดนุ าํ เขา การผลติ และกระบวนการผลติ ใหไดผลผลติ สงู สดุ และมขี องเสียหายนอ ยทสี่ ุด
เปนเร่ืองสําคญั ในงานอาชพี ดา นเกษตรกรรม งานอาชพี ดา นอตุ สาหกรรม งานอาชพี ดานพาณิชยกรรม งานอาชีพ
ดา นความคิดสรางสรรค งานอาชีพดานอํานวยการและอาชีพเฉพาะทาง ดังน้ันการจัดตั้งธุรกิจรองลงมาท่ีมี
ความสัมพันธสอดคลองกับการลดปริมาณการเสียหายใหนอยที่สุดจนเหลือศูนยรองรับธุรกิจหลัก จึงเกิด
การขยายขอบขา ยอาชพี ข้ึน
ตัวอยา งที่ 1 การขยายขอบขา ยจากอาชีพผลติ กระเปาถือสุภาพสตรี
การขยายอาชีพระดับโลก
10
การขยายอาชีพระดับโลก
หากเราจะมองไปทปี่ ระเทศมหาอาํ นาจทางเศรษฐกิจ ไดแ ก สหรัฐอเมรกิ า องั กฤษ ฝรง่ั เศส เยอรมัน
ญี่ปุน ซึ่งเปนนักคิด นักพัฒนาอุตสาหกรรมขนาดใหญ เชน อุตสาหกรรมรถยนต อุตสาหกรรมเคมี
อตุ สาหกรรมอเิ ลคทรอนกิ ส และอน่ื ๆ ลวนแตท าํ ลายสิง่ แวดลอม ประเทศมหาอาํ นาจเหลา น้จี ึงขยายขอบขาย
การผลติ ออกไปยงั ประเทศทค่ี า จา งแรงงานต่ํา และหนั กลบั มาอนุรักษศ ิลปวฒั นธรรม สง่ิ แวดลอม สรา งความ
สวยงามใหกบั บานเมอื ง และชนบท สรางเศรษฐกิจจากการทองเที่ยว หันมาพัฒนาการผลิตอาหาร พืช ผัก
ผลไม เนื้อสัตว ในระบบเกษตรอินทรียท่ีมีความปลอดภัยและคุณภาพสูง เพื่อสรางพ้ืนฐานสุขภาพชีวิต
ประชาชนของเขาใหอยดู มี สี ุขสกู ารมีปญ ญาอันล้าํ เลิศ
ตวั อยา งท่ี 1 การขยายขอบขา ยอาชีพจากเกษตรอินทรีย
จากตัวอยางเราจะเหน็ วา อาชพี ปลกู พืชอินทรียเ ปนอาชพี หลกั ทส่ี ามารถขยายขอบขายออกไปเปน
อาชีพปศุสัตวและประมง อาชีพแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร อาชีพทองเท่ียวเชิงอนุรักษ และอาชีพ
จดั การเรียนรูเกีย่ วขอ งกับเกษตรอนิ ทรีย
11
ใบงานท่ี 2
การขยายอาชพี ในชุมชน ประเทศ และภมู ภิ าค 5 ทวีป ไดแ ก ทวีปเอเชยี ทวปี ออสเตรเลยี
ทวีปอเมรกิ า ทวีปยโุ รป และทวีปแอฟรกิ า
แบบบนั ทึกผลการวิเคราะหเปรียบเทียบหาความแตกตางและเหมือนกันระหวางการขยายอาชีพระดับชุมชน
ระดบั ประเทศ และตางประเทศ
12
ใบงานที
การขยายอาชีพในชุมชน ประเทศ และ ภมู ิภาค 5 ทวีป ไดแก ทวีปเอเชีย ทวีปออสเตรเลีย
ทวปี อเมรกิ า ทวปี ยโุ รป และทวปี แอฟรกิ า
คําชีแจง : ใหผูเรียนคิดจากประสบการณของตนเองวาการประกอบอาชีพของทานควรจะมขี อบขาย
อะไรบางทจ่ี ะนาํ ไปสกู ารขยายอาชพี เพอื่ สรางความเขม แข็งยง่ั ยืนใหก บั ตนเองไดดวยการคิดวเิ คราะหจาก
องคป ระกอบในตารางนี้ แลว ระบขุ อบขา ยอาชพี ทค่ี วรจะเกี่ยวขอ ง
1. อาชีพของผเู รยี นท่ีประกอบการอยูคอื ......................................................................
2. ผลการวเิ คราะหขอบขา ยอาชพี ท่คี วรจะเกยี่ วขอ งเพ่อื สรางความเขมแข็งยั่งยืนใหกับตนเองและ
สมั พนั ธก ับอาชพี ท่ีทาํ อยูได
13
คาํ ชแ้ี จง : ใหก ลุมผูเ รียนและครรู วมกนั นําผลการวิเคราะหของตนเองมาบูรณาการเปนขอบขายการขยายอาชีพ
ของกลมุ
1. กลุม ผเู รียนหมูที่..........ตาํ บล...............อาํ เภอ...................จังหวดั .........................
2. ผลการวเิ คราะหข อบขายอาชพี ท่คี วรจะเกย่ี วขอ งเพอื่ สรา งความเขม แขง็ ยั่งยืนใหก ับชมุ ชน
14
ใบงานที
การขยายอาชีพในชุมชน ประเทศ และ ภมู ิภาค 5 ทวีป ไดแ ก ทวีปเอเชีย ทวีปออสเตรเลีย
ทวปี อเมรกิ า ทวปี ยโุ รป และทวปี แอฟริกา
คาํ ชีแจง : ขอใหผเู รยี นไดใ ชเ วลาทบทวนนกึ คดิ บนฐานประสบการณต รงวา สภาวะแวดลอมตา ง ๆ ทเ่ี กย่ี วของ
กบั ตวั เรามอี ิทธพิ ลทาํ ใหอาชพี ทเี่ คยทาํ อยตู อ งขยายขอบเขตออกไปมีลักษณะเหตุผลความจําเปนอยางไร เม่ือ
วเิ คราะหแลว ขอใหบ ันทกึ ลงในแบบบนั ทึกนี้
15
16
17
คาํ ชีแจง : ใหกลุมผูเรียนรวมกันทําบันทึกผลการคิดหาเหตุผลในการขยายอาชีพจากประสบการณจริงของ
ตัวผูเรียนมาสรุปจดั เปน ความคิดของกลมุ
18
ใบงานที
การขยายอาชีพในชุมชน ประเทศ และ ภมู ภิ าค 5 ทวีป ไดแ ก ทวีปเอเชีย ทวีปออสเตรเลีย
ทวีปอเมริกา ทวีปยโุ รป และทวีปแอฟรกิ า
คาํ ชแ้ี จง : ใหคณะครูและผเู รียนรว มกันทําความเขาใจในการพิจารณาคิดตัดสินใจวาประเด็นเหตผุ ลความจําเปน
ในแตละตัว มีปฏิสัมพันธในทางเดียวกันกับตัวแปรดานคุณคาแตละตัวหรือไม ถาสัมพันธใหคะแนน 1
ไมสมั พนั ธใ ห 0 แลว รวมคะแนนในแตล ะประเด็น เม่ือพิจารณาครบทุกประเดน็ แลว ใหจดั ลําดับความสาํ คญั จาก
คะแนนมากไปนอย ดงั ตัวอยาง
อภิปรายผลการวเิ คราะห จากตารางสามารถอธิบายไดวา ประเด็นเหตุผลขยายอาชีพการปลูกไมใชงาน
และการเลยี้ งปลานิลกินใบมันเทศ เปน ประเดน็ ทีม่ คี วามสาํ คญั ทสี่ ุด
19
คาํ ชีแจง : ใหผเู รียนรวมกันพิจารณาคิดตัดสินใจจัดลําดับความสําคัญของเหตุผลความจําเปนของการขยาย
ขอบขายอาชีพของกลมุ หรอื ชุมชน
20
เรืองที 3 : การขยายกระบวนการจดั การงานอาชีพในชุมชน
1. การกําหนดแนวทางขยายอาชีพ
1.1 เหตผุ ลการขยายขอบขายอาชพี
เหตผุ ลความจาํ เปน ในอาชพี ทีก่ ลา วไวใ นเบอื้ งตน สามารถสรปุ เหตุผลของการขยายขอบขา ยอาชีพได
ดงั นี้
1. สภาพแวดลอมทางเศรษฐกิจ
2. สภาพแวดลอ มทางสงั คม
3. สภาพแวดลอ มทางวัฒนธรรม
4. สภาพแวดลอมทางสิง่ แวดลอม
ในการปฏิบัติเหตุผลในการขยายขอบขายอาชีพ ในแตละสภาพแวดลอมน้ันไมอิสระตอกัน แตมี
ความเช่อื มโยงผกู พนั กนั และเปนไปเพ่ือการเพิม่ รายไดข องอาชพี หลักท่จี ะผลิตผลมาหมนุ เวยี นเปลี่ยนรปู สราง
มลู คาเพ่ิม ดงั ตวั อยางตามแผนภมู นิ ี้
1.2 ความคดิ รวบยอดของหลักการขยายอาชีพ
ในการกาํ หนดแนวทางขยายอาชีพ เราควรสรปุ กจิ กรรมหลักของการขยายอาชีพใหมองเห็นชัดเจน
เปนความคิดรวบยอดท่ีประกอบดวย ปัจจัยนําเข้าเพอื การขยายอาชีพ คืออะไร กระบวนการผลิตทําอยางไร
และสุดทายจะเกิดอะไรขนึ้ ดงั ตวั อยางน้ี
21
จากแผนภมู สิ ามารถอธบิ ายไดว า ความคดิ รวบยอดของการขยายขอบขา ยอาชพี เปน การขยายอาชีพมาจากการ
ใชยอดและหวั มนั เทศไมไ ดม าตรฐาน มาแปรรปู เปนอาหารใหห มกู ิน ใชเวลาเลย้ี งไมเ กนิ 4 เดอื นจะไดน ํา้ หนัก
เฉลี่ยตวั ละ 90 กก.
1.3 วิเคราะหพอเพียงในการดําเนนิ งาน
เปนกิจกรรมตอ เนอื่ งจากผูเรียน สามารถหาเหตุผลและสรา งความคดิ รวบยอดได แลวนาํ ความเขา ใจ
มาวิเคราะหห าปฏิสัมพันธระหวางตัวแปรการผลิต ประกอบดวย ผลผลิตที่จะทําการลดตนทุน และตัวแปร
ความพอเพยี งท่ีประกอบดว ยความมเี หตุผล ความพอเพยี ง ภูมิคุม กัน ความรอบรูและคุณธรรม ผลการวิเคราะห
จะทาํ ใหม องเห็นส่งิ ที่เกดิ และส่งิ ทีจ่ ะตอ งทําในขอบเขตของความพอเพยี ง ดังนี้
22
ตัวอยา ง : ตารางแสดงผลการวเิ คราะหหาปฏิสมั พันธระหวางตัวแปรกิจกรรมขยายอาชีพกับตวั แปรเศรษฐกิจ
พอเพียง
23
1.4 การกาํ หนดแนวทางขยายอาชพี
หลงั จากนาํ ความคิดรวบยอดการขยายขอบขายอาชพี มาวิเคราะหความพอเพยี งในการดาํ เนินการ
จะทาํ ใหเ ราเห็นสภาพปฏสิ มั พนั ธ ระหวา งตัวแปรการผลติ กบั ตวั แปรปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี งท่ีจะบอกใหเรารู
วาความคดิ การขยายอาชีพเหมาะสมท่ีจะทําหรือไมจากตัวอยางการวิเคราะหเราจะพบวาตัวแปรทางปรัชญา
เศรษฐกจิ พอเพียงจะควบคมุ ความคดิ ของเราใหอยใู นขอบขา ยทเี่ หมาะสมมีภมู ิคมุ กนั โอกาสประสบความสําเร็จ
มีสงู
การกําหนดแนวทางของอาชพี จงึ อาศยั ความรทู ไ่ี ดจ ากผลการวเิ คราะหม ากาํ หนดโดยใชวงจร I-P-O
(ปจจยั นําเขา-กระบวนการ-ผลผลติ ) เปนฐานในการกําหนดแนวทางขยาย อาชีพดังตวั อยา งน้ี
จากแนวทางการขยายอาชีพดังกลา วน้ี จะทําใหเ รามองเห็นภาพชวี ติ ของงานอยา ง แจมชดั ดวยตนเอง
สามารถนําไปสกู ารเรียนรูเพือ่ การขยายขอบขา ยอาชพี สคู วามเขม แข็ง ย่ังยนื ตอไป
24
1.5 การจดั การความรู
กรอบความคดิ การจัดการความรู้
จากรปู สามารถอธบิ ายไดว า การจัดการความรเู ปน รปู แบบทม่ี ีองคป ระกอบรวม คอื องคก รหรือบคุ คล
ในการประกอบอาชีพ กรอบความรูของอาชพี และการปฏบิ ัติการอาชพี ทม่ี เี ปา หมายสรา งความเขม แข็ง มั่นคง
ยั่งยืนใหก ับอาชีพ ดงั นนั้ การประกอบอาชีพจงึ มีความจาํ เปน ที่จะตองพัฒนากรอบความรขู องตนเองใหยกระดบั
ความรพู อเพียงท่จี ะใชป ฏิบัตกิ าร สรางอาชพี สูความเขมแข็งยัง่ ยืนของกลมุ อาชพี
จากสาระขา งตนอาจจะสรุปรปู แบบการจัดการความรูไ ดเ ปน 2 ข้ันตอน คอื
1. การยกระดับความรขู องการประกอบอาชพี
2. การปฏิบัตกิ ารใชค วามรสู รางความเขม แข็ง ม่นั คง ยงั่ ยนื ใหอาชีพ (จะกลาวในบทตอไป)
การยกระดับความรขู องการประกอบอาชพี เปน กิจกรรมจัดการกรอบความรขู องการประกอบอาชีพ
ใหยกระดับความรูสูงขึ้นเปนระยะ ๆ อยางตอเน่ือง เพื่อใชปฏิบัติการในระบบของธุรกิจอาชีพใหเกิดความ
เขม แขง็ ยงั่ ยืน ซ่งึ ประกอบดวยกิจกรรมไมนอ ยกวา 5 กิจกรรม คอื
1. กําหนดหัวขอความรูเพื่อใชพัฒนาธุรกิจอาชีพวาควรจะมีหัวขอความรูอะไรบาง ที่สามารถ
ครอบคลมุ ใชพฒั นาการดาํ เนินสคู วามเขม แขง็ มนั่ คงย่ังยืนได
25
2. การแสวงหาความรู เปนกจิ กรรมตอเน่ืองจากการระบุหัวขอความรู คณะทํางานของกลุมอาชีพ
จะตองปฏิบัติการสืบคนขอมูลสารสนเทศจากภูมิปญญาในกลุมอาชีพและแหลงความรูตาง ๆ โดยใช
กระบวนการ ดงั น้ี
3. การแลกเปล่ียนเรียนรู เพ่ือสรุปแนวทางการพัฒนาเปนกิจกรรมที่ใหคณะทํางานแยกกันไป
แสวงหาความรู ทาํ ผลสรุปความรู หลักฐานรอ งรอยตาง ๆ มานําเสนอแลกเปลี่ยนเรียนรูแ ละรว มกนั สรุปจัดเขา
ระบบงานทเี่ ปน รปู แบบแนวทางเพอ่ื การพัฒนา
4. การประยุกตใชความรู เปนกจิ กรรมตอเน่ืองจากการแลกเปล่ยี นเรียนรูดว ยการนาํ รูปแบบแนวทาง
มาทดลองประยุกตใชความรู ความจริง บันทึกผลการทดลอง ทดลองซ้ํา จนม่ันใจในขอมูล นําผลการทดลองท่ีได
แลว ประเมินสรปุ ผล
5. การสรปุ องคค วามรู เปนการนําขอมูลสารสนเทศ ผลสรุปการทดลองมาเขียนเปนเอกสารคูมือ
ดาํ เนินงานทีป่ ระกอบดว ย
1) ภาพรวมระบบของงาน
2) ระบคุ ุณภาพและมาตรฐานของผลผลิตท่ีตอ งเกดิ ข้นึ
3) ระบกุ ิจกรรมแสดงขน้ั ตอนการจัดการปฏิบตั กิ ารใชภาษาทรี่ ัดกุม สามารถเรียนรทู าํ ตามได
26
4) ระบปุ จ จยั ดาํ เนนิ งานและมาตรฐานท่ีตองการ
เอกสารคมู ือดาํ เนนิ งานหรอื องคความรู จะเปนเอกสารความรใู ชดําเนินงานและควบคมุ การทาํ งานให
เกิดคณุ ภาพได จึงเปน ความรูที่ถกู ยกระดบั ใหสูงขึ้นเปนระยะ ๆ อยางตอเน่ือง ใชปฏิบัติการสรางความสําเร็จ
ความเขมแขง็ ม่นั คง ยัง่ ยนื ใหก ลมุ อาชีพ
เรืองที 4 : คณุ ธรรม จริยธรรม
การขยายกระบวนการจดั การงานอาชีพของตนเองใหมีความม่ันคงในธุรกิจอาชีพ ผูประกอบอาชีพ
จะตอ งมคี ุณธรรม จริยธรรม
หลักการพัฒนาตนเองเพือ่ พฒั นาอาชีพ
1. การพัฒนาตนเองตามแนวพระราชดําริ
1.1 ความรู ความสามารถ ในขอ น้ี พระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงเนนวา
ควรเปน ความรคู วามสามารถท่เี บ็ดเสร็จของผูปฏิบัติ ประกอบกับความมีระเบียบแบบแผนในการปฏิบัติงาน
อนั จะเปน ปจ จัยที่ทาํ ใหก ารทาํ งานไดผ ล
1.2 การรูจ ักการประยกุ ตใชในขอ นี้ พระบาทสมเดจ็ พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงย้ําวา
การจะทํางานใหส ําเรจ็ ผปู ฏิบตั ติ องรูจกั ประยุกตใ ชดงั น้ี
1) พจิ ารณาใหรอบคอบกอ นทจ่ี ะประกอบกิจการใด ๆ
2) พิจารณาใหว างใจเปน กลาง จะชวยใหปฏบิ ตั ไิ ดถ ูกตอ งเหมาะสม
3) พิจารณาถงึ สภาพความเปน อยูของทอ งที่และผลสะทอนที่อาจเกดิ ข้นึ
4) พยายามหยิบยกทฤษฎที างวชิ าการมาปรบั ใชใ หเหมาะสม
1.3 การคิดอยางรอบคอบ ในขอนี้ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
ทรงแนะนาํ วา
1) ใชความคดิ ใหเ ปน เคร่อื งชว ยความรู จะไดใ ชค วามรูใหถ ูกตอ ง
2) ใชความจริงใจอันเท่ียงตรงตามเหตุผล และมีความเท่ียงธรรม จะไดสรางสรรค
ประโยชนไ ดอยา งสมบรู ณแ ละมีประสทิ ธิภาพ
1.4 การใชปญญา ในขอ น้ี พระบาทสมเดจ็ พระปรมินทรมหาภมู พิ ลอดุลยเดช ทรงอธิบายวา
“การประมาทหม่ินปญญาคนอน่ื ไมย อมทาํ ตามความคิดและความรูของคนอื่นนี่แหละเปนเหตุ
สําคัญที่ทําใหงานอื่น ๆ หยุดชะงัก ตองเร่ิมใหมอยูร่ําไป จะตองลมเหลวมากกวาครั้งท่ีแลว ผูมีความคิดควร
27
จะตอ งเขา ใจวา ปญญาของผอู ื่นที่เขาคิดมาดแี ลว ใชไ ดมาดแี ลว ในงานนั้นยอมเปนพ้ืนฐานอยางดีสําหรับเรา
ท่ีจะกอ สรางเสริมความรงู อกงามมั่นคงตอ ไป การประมาทปญญาผอู นื่ เทา กบั ไมไดใ ชพ ื้นฐานท่ีมีอยูแลวใหเปน
ประโยชน” นอกจากนี้ยังมีสาระสาํ คญั พอทจ่ี ะสรุปได คอื
1) ปญญา คือ ความรูผนวกกับความเฉลียวฉลาด จัดเปนความสามารถพิเศษท่ีมีอยูใน
ตวั บคุ คล
2) ตอ งใชปญ ญาในการคดิ อานอยูเสมอ จึงจะม่ันคงแข็งแรง เพราะทุกคนจําเปนตองใช
ปญญาตลอดชวี ิต
3) ไมควรประมาทปญญาของตนและผอู ื่น ดังแนวพระบรมราโชวาทท่ีพระราชทานไว
1.5 การมีสติและสงบสํารวม ในขอน้ี พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงมี
พระราชดํารัสกลา วโดยสรปุ วา สติเปนคูกับปญญา และทรงใชความหมายของสติวา เปนความระลกึ ได ความรู
ความไมวิปลาส ความรูจักรบั ผดิ ชอบ สวนคาํ วา “สงบสํารวม” หมายถึงความ เรยี บรอยเปนปกติทั้งจติ ใจและ
การกระทาํ การรจู ักสาํ รวมระวังกายใจใหส งบเปนปกตินน้ั จะชว ยใหมีการยัง้ คิดในการทํางานทกุ อยา ง
1.6 ความจริงใจและการมีสัจจะ ในขอนี้ พระบาทสมเดจ็ พระปรมินทรมหาภูมพิ ลอดลุ ยเดช ทรงสอนวา
1) บุคคลผปู รารถนาความสาํ เรจ็ และความเจรญิ จะตอ งเปน ผูที่ยอมรับความจริง และยึดมั่น
ในความจรงิ มคี วามจรงิ ใจทงั้ ตอตนเองและผูอื่นอยา งมั่นคง
2) ตอ งมสี จั จะ คอื ความจริงใจในดานคาํ พูดและการกระทํา และปฏิบตั ิใหไดโ ดยเครง ครดั
ครบถวน
1.7 การมวี ินยั ในขอน้ี พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมพิ ลอดุลยเดช ทรงอธิบายวา บคุ คลผูมี
วินยั คือ คนมรี ะเบียบ ไดแ ก ระเบยี บในการคิดและการกระทํา ผูใดไมมีระเบียบไว ถึงแมจะมีวิชา เร่ียวแรง
ความกระตือรอื รน อยเู พยี งไรกม็ ักทํางานใหเ สร็จดไี มได เพราะความคดิ อานวาวุนสับสนที่จะทําอะไรก็ไมถูก
ตามลาํ ดับข้นั ตอน มีแตความลงั เล ความขดั แยงในความคิด ทั้งในการปฏิบัติงาน การมีวินัย หมายถึง การมี
ระเบียบ จําแนกเปน 2 ประเภท
1) วนิ ยั ทางกาย คอื การปรับกิริยามารยาทใหเปนผูท ่ีรจู กั ขวนขวายหาความรู เพอื่ นําไปสู
ความสําเร็จ
2) วนิ ยั ทางใจ คอื การเปน ผูท รี่ ูจ ักย้ังคิดและคิดอยางมีเหตุผล การรูจักประสานกับผูอ่ืน
ในขอ นี้ พระบาทสมเด็จพระปรมนิ ทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงแนะนําวา
(1) งานแตละชิ้นจะตองปฏิบัติใหประสานสอดคลองกัน และพัฒนาไปพรอม ๆ กัน
ฉะนั้น ตอ งมกี ารเตรียมตวั ทจี่ ะปฏบิ ตั งิ านประสานกบั ผอู ืน่ อยา งฉลาด
28
(2) ตองเปดใจใหกวาง หนักแนนและมีเหตุผล มีวิจารณญาณ เห็นแกประโยชน
สวนรวมเปน หลกั
1.8 การสรางสรรคและพฒั นา ในขอน้ี พระบาทสมเดจ็ พระปรมินทรมหาภมู พิ ลอดลุ ยเดช ทรงยา้ํ วา
1) การสรา งสรรคความเจริญกา วหนา ตองเร่ิมที่การศึกษาพื้นฐานเดมิ มากอน รักษาสวนที่มี
อยูแลวใหค งไว และพยายามปรบั ปรุงสรา งเสรมิ โดยอาศยั หลกั วชิ า ความคิด พิจารณาตามกําลังความสามารถ
2) การพัฒนาปรับปรุงควรคอย ๆ ทาํ ดวยสติ ไมตองรีบรอน ผลที่เกิดขึ้นจะแนนอนและ
ไดผ ลดี
1.9 การวางแผนในการทํางาน ในขอนี้ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
ทรงแนะนาํ วา
1) งานทุกอยา งจําเปนตองมีโครงการทแี่ นนอนสาํ หรับดําเนินงาน
2) ตง้ั เปาหมาย ขอบเขต และหลกั การไวอยางแนน อน เพราะจะชว ยใหปฏิบัติไดรวดเร็ว
และถกู ตอ งเหมาะสม
3) ตอ งมอี ุดมการณแ ละหลักทีม่ ั่นคง จึงจะทํางานใหญ ๆ ไดส ําเร็จ
4) ตองมุงมั่นทํางานดวยความซ่ือสตั ยแ ละมีคุณธรรม
2. การพฒั นาตนเองตามแนวพุทธศาสนา
2.1 ทาน คอื การให เปนหลักปฏิบัตใิ นการพฒั นาตนเองสาํ หรับท่ีจะใชใ นการเกอื้ หนนุ
จุนเจอื ซึง่ กนั และกนั
2.2 ศีล คอื การรกั ษา กาย วาจา ใจ ใหตั้งอยอู ยา งปกติ ไมเบียดเบียนกนั ความสงบสขุ
ยอ มเกดิ ขน้ึ
2.3 ปรจิ าคะ คือ การสละส่งิ ท่ีเปน ประโยชนน อ ย เพอื่ ประโยชนท ีม่ ากกวา การสละเพอื่
รักษาหนา ที่ รักษากิจทพี่ ึงกระทาํ รักคณุ ความดี เพือ่ ความสขุ ความเจรญิ ในการอยรู ว มกนั
2.4 อาชวะ คือ ความเปน ผูซอื่ ตรงตอ ตนเอง บคุ คล องคก ร มิตรสหาย หนาทก่ี ารงาน
2.5 มัทวะ คอื ความออ นโยน มีอัธยาศัยไมตรี ออ นโยน มีสัมมาคารวะตอผูใหญ ไมด้ือดึง
ถอื ตนวางอํานาจ
2.6 ตบะ คอื ความเพยี ร ผูมีความเพยี รสามารถปฏบิ ตั ิหนา ทใ่ี หบรรลุลวงสําเรจ็ ไดด วยดี
มักเปนผมู คี วามอดทนสูง
29
2.7 อกั โกธะ คือ ความไมโ กรธ ตลอดจนไมพยาบาทมงุ ทาํ รา ยผอู นื่ ความไมโกรธมีขน้ึ ได
เพราะความเมตตา หวังความสขุ ความเจริญซึง่ กันและกนั
2.8 อหงิ สา คอื การหลกี เลีย่ งความรนุ แรง และไมเบียดเบยี นหรือเคารพในชีวติ ของผอู น่ื
คําวา “อหงิ สา” เปนภาษาสนั สกฤต หมายถงึ การหลีกเลย่ี งการบาดเจบ็ ทีเ่ รยี กวา หิงสา อหิงสาเปน แกนใน
ศาสนาพทุ ธ ศาสนาฮนิ ดู และศาสนาเชน อหงิ สา มกี ารกลา วไวในปรชั ญาอินเดยี ประมาณ 800 ปก อ น
พทุ ธศกั ราช
2.9 ขันติ คอื ความอดทน อดทนตอ การตรากตราํ ประกอบการงานตา ง ๆ อดทนตอ ถอ ยคาํ
ไมพงึ ประสงค หรอื ส่ิงอนั ไมชอบใจตา ง ๆ ในการอยรู วมกันของคนหมมู าก
2.10 อวิโรธนะ คอื ความไมผดิ ผดิ ในทน่ี ้หี มายถงึ ผิดจากความถูกตอง ทุกอยา งทคี่ นท่วั ไป
ทาํ ผิด เพราะไมร วู าผิด หรอื รวู าผดิ แตย ังดอ้ื ดงึ ทาํ ทั้ง ๆ ที่รู ถา ปลอ ยเชน น้ไี ปเรอื่ ย ๆ กไ็ มรจู กั ไมอาจปฏิบัติ
ในสง่ิ ทถี่ ูกตองไดเ ลย
3. คณุ ธรรมจริยธรรมในการประกอบอาชพี
ผูประกอบการจะตองมีคุณธรรม จรยิ ธรรม เก่ียวกับเร่ืองความรับผิดชอบใน การผลิตสินคา
เชน ความสะอาด ความประณีต ความซ่ือสัตย เขาสูตลาด โดยเฉพาะดานความปลอดภัยตอสุขภาพของ
ผบู ริโภค หรอื การใหบริการท่ปี ลอดภัยแกผ ูรบั บรกิ าร
ในสวนตวั ของผูผลติ การประกอบอาชีพใหมีความมน่ั คงได ผูประกอบการจะตองมคี ณุ ลกั ษณะ
เปนคนขยัน ซอ่ื สตั ย รูจักประหยัด อดออม มคี วามพากเพยี ร มีอุตสาหะ เพือ่ ความมั่นคงในการพัฒนาอาชีพ
ของตนเองใหมคี วามมัน่ คง
30
เรืองที 5 : การอนรุ ักษ์พลงั งานและสิงแวดล้อมในการขยายอาชีพในชุมชน สังคม และ
ภูมิภาค 5 ทวปี ไดแก ทวีปเอเชยี ทวีปออสเตรเลีย ทวีปอเมรกิ า ทวปี ยุโรป
และทวีปแอฟริกา
การขยายขอบขายอาชีพ ผูประกอบอาชีพจําเปนจะตองคํานึงผลกระทบท่ีเกิดจากการใช
ทรัพยากรธรรมชาติ เชน ปาไม ดิน น้ํา ทรัพยากรมนุษย และตนทุนในการผลิตอยางคุมคา และไมเกิด
ผลกระทบตอสภาพแวดลอมและวิถีชีวิตของคนในชุมชน สังคม และภูมิภาค 5 ทวีป ไดแก ทวีปเอเชีย
ทวีปออสเตรเลีย ทวปี อเมริกา ทวีปยโุ รป และทวปี แอฟริกา ดงั กรณตี ัวอยา ง
ภาพข่าวหนงั สือพมิ พ์ : ผลกระทบของสารเคมี
31
เชือก่อโรคในของหมักดอง
อาหารหมักดอง เปน ภูมิปญญาพนื้ บานของไทยมาชานาน คนสมัยโบราณจงึ คิดคนหาวิธีถนอมอาหาร
ใหเก็บไวไดน าน ๆ จนมีคาํ กลาวท่ีวา “เกิดเปนคนไทย อยทู ี่ไหนกไ็ มอ ดตาย”
เพราะทุก ๆ ครง้ั ที่เราสามารถหาส่ิงมชี ีวติ ใกลตัวนํามาปรับปรุง และประยกุ ตเปนอาหารใหเขากับ
ลักษณะความเปน อยไู ดเ ปน อยา งดี ถา ทาํ ทานเองในครอบครัวก็ไมเ ปน ไร
แตถ า ไมมีเวลาทาํ แลวไปหาซือ้ ตามทองตลาด วันนข้ี อเตอื นใหตองระวงั กนั สกั นดิ โดยเฉพาะอาหาร
หมกั ดอง
เนอ่ื งจากอาหารหมักดองพ้นื บา นหลายชนดิ นั้น อาจยงั ไมไดม าตรฐาน เพราะยังขาดการควบคุมใน
เรอ่ื งของความสะอาดของวตั ถุดบิ ขนั้ ตอนการทําและภาชนะบรรจุ รวมถึงการปอ งกนั อาหารจากการปนเปอน
ของเช้อื กอโรค ซึ่งหากซ้ืออาหารหมักดองที่ไมมีการควบคุมความสะอาดมาทาน อาจทาํ ใหเ กิดอันตรายแก
รางกายได
เหมือนเชนวันนี้ สถาบันอาหารไดสุมตัวอยางของหมักดองและหนอไมดอง เพ่ือวิเคราะหหาการ
ปนเปอนของเชอื้ ทีม่ ชี ่ือวา คลอสทรเิ ดยี ม เปอรฟ รงิ เจมส (Clostridium pergringens) ซ่ึงเปนสาเหตทุ ที่ ําใหเ กดิ
อาหารเปน พษิ เชอ้ื นี้สามารถพบไดในดิน นํ้า และอากาศ
หากวัตถดุ ิบ เชน พชื ผัก ท่ีนาํ มาทาํ เปนของหมักดองมีความสะอาดไมเพยี งพอ กอ็ าจทาํ ใหรา งกาย
ไดร ับเชือ้ ชนิดนีเ้ ขาไปโดยไมรตู ัว
สาํ หรบั คนท่ีช่ืนชอบทานผักกาดดองและหนอ ไมด องบอย ๆ ลองดผู ลวเิ คราะหข องสถาบันอาหารได
ตามตารางดานลา ง กอนตดั สินใจรับประทานเขา ไป
32
ภาพข่าวหนงั สือพมิ พ์ : อาหารเป็ นพษิ
ยาฆ่าแมลงไร้กลนิ ไม่สินอนั ตรายสูดดมมีสิทธิคลืนไส้
อย. ช้ียาฆาแมลง ไรกล่ิน ไมสิ้นอันตราย สูดดม มีสิทธ์ิคลื่นไส เวียนหัว และเปนอันตรายตอ
สขุ ภาพได
เมื่อวันท่ี 3 กพ. ภญ.ศรีนวล กรกชกร รองเลขาธกิ ารคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เปดเผยวา
ปจจุบนั ยังมผี บู รโิ ภคทีใ่ ชผ ลิตภัณฑวตั ถุอนั ตรายทใ่ี ชต ามบา นเรือน หรอื ทางสาธารณสขุ อาทิ ผลติ ภัณฑปองกัน
กาํ จัดแมลง และสตั วอนื่ ผลิตภณั ฑฆ าเชื้อโรค และผลติ ภัณฑทาํ ความสะอาด เกิดความเขาใจท่ีคลาดเคล่ือน
ในเรือ่ งของความเปน อันตรายของ ผลติ ภัณฑว ัตถุอันตรายวา ผลิตภณั ฑว ตั ถอุ ันตรายท่ีมีกลิ่นหอม ไมมีกลิ่นฉุน
หรือมกี ล่นิ ออ นมีความเปน อนั ตรายนอย หรอื ไมอ นั ตราย โดยการแสดงทา ทางสดู ดมพรอ มคําที่สื่อใหรูสึกวา
ผลิตภณั ฑห อมนา ดม หรอื การแสดงขอ ความทท่ี ําใหเขาใจวา ผลิตภัณฑทาํ จากธรรมชาติ
แตในความจรงิ แลว กลน่ิ หอมเกดิ จากการปรงุ แตงกลน่ิ ดว ยนาํ้ หอมสงั เคราะห โดยอาจเปนนา้ํ หอมท่ี
ใหก ลน่ิ หอมคลา ยดอกไมห รอื นํ้ามนั หอมระเหยสกดั จากธรรมชาติ ซึ่งในความเปนจริง หากผูบริโภคสูดดมกลิ่น
ของผลติ ภณั ฑว ัตถอุ ันตรายเขาไปจะทาํ ใหปวดศีรษะ วิงเวียน คลน่ื ไส และเปน อนั ตรายตอสขุ ภาพได
โดยประโยชนท่ีแทจริงของการแตงกล่ินของผลิตภัณฑวัตถุอันตรายนั้น ก็เพ่ือกลบกลิ่นที่ไมพึง
ประสงคข องสารออกฤทธขิ์ องผลติ ภณั ฑ หรอื สารเคมีที่ใสเ ขาไปในผลติ ภณั ฑเ พอื่ ใชเ ปนตวั ทาํ ละลาย ตลอดจน
คณุ สมบติทางเคมีและกายภาพของตวั ผลติ ภณั ฑ ซ่ึงมักจะมีกลิ่นฉุนอยางรุนแรง จึงตองแตงกลิ่นเพ่ือชวยลด
ความรนุ แรงของกล่นิ ในผลิตภณั ฑใ หน อยลง เพือ่ ใหผูบริโภคหนั มาเลอื กบรโิ ภคสินคามากย่งิ ขน้ึ .
33
ภาพข่าวหนงั สือพมิ พ์ : การประสบอุทกภัย สืบเนอื งมาจากการทําลายป่ าไม้
เกิดฝนตกหนักใน มอ.หาดใหญ ทําใหน้ําทวมขัง เครดิต : @BBalaka สงขลา ประกาศภัยพิบัติ
10 อําเภอ หาดใหญชักธงแดง สั่งอพยพคนแลว หวั่นคืนนี้คันก้ันนํ้าจะรับ นํ้าไมไหวและทะลักทวมเมือง
ขณะที่กรมอุตุ ฯ เตือนพายุเขาภาคใตฝงตะวันออกเท่ียงคืนน้ี เตรียมรับมือฝนตกหนัก นํ้าปาไหลหลาก
อกี ระลอก
ประกาศเตือนภัย “พายุดีเปรสชั่นในอาวไทย และอากาศหนาวเย็นบริเวณประเทศไทยตอนบน”
ฉบับที่ 3 ลงวนั ท่ี 01 พฤศจิกายน 2553
เมอ่ื เวลา 04.00 น. วนั นี้ (1 พย.) พายุดีเปรสชันบรเิ วณอา วไทยตอนลาง มีศูนยกลางหางประมาณ
350 กิโลเมตร ทางตะวันออกเฉยี งใตข องจงั หวดั สงขลา หรอื ที่ละติจูด 6.5 องศาเหนือ ลองตจิ ดู 104.0 องศา
ตะวนั ออก มคี วามเรว็ สงู สดุ ประมาณ 15 กม./ชม. คาดวาจะเคลอ่ื นตัวผานบรเิ วณภาคใตต อนลา ง ในชว งวนั ที่
1 - 2 พฤศจกิ ายน ลกั ษณะเชน น้ที ําใหบ รเิ วณภาคใตต ั้งแตจงั หวดั สรุ าษฎรธานลี งไปมีฝนตกชกุ หนาแนน และ
มีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพน้ื ท่แี ละอาวไทยมคี ล่นื สูง 2 - 4 เมตร
จึงขอใหป ระชาชนทีอ่ าศัยในพืน้ ท่เี สยี่ งภยั บรเิ วณท่ลี าดเชงิ เขาใกลทางนํ้าไหลผาน และพ้ืนท่ีราบลุม
ริมฝงแมน้ํา บริเวณจังหวัดสรุ าษฎรธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปตตานี ยะลา นราธิวาส กระบี่
ตรัง และสตลู ระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนัก ที่อาจทําใหเกิดสภาวะนํา้ ทวมฉับพลัน น้ําปาไหลหลาก
และนา้ํ ลน ตลง่ิ ได สาํ หรบั ประชาชนที่อาศยั อยตู ามชายฝงทะเลของภาคใตฝงตะวันออก ขอใหระวังอันตราย
จากคลนื่ ลมแรงที่พัดเขาสูฝ ง ในระยะนี้ไวดวย ชาวเรือบริเวณอาวไทยตอนกลางลงไป ควรงดออกจากฝงใน
ระยะนีไ้ วด ว ย
34
อนง่ึ ในระยะ 1 - 2 วนั นี้ บรเิ วณความกดอากาศสงู หรือมวลอากาศเย็นกําลังแรงจากประเทศจีนยังคง
แผลงมาปกคลุมประเทศไทย ทําใหบริเวณประเทศไทยตอนบนมีอากาศหนาวเย็นโดยทั่วไปกับมีลมแรง
สําหรบั ภาคเหนอื ตอนบน และภาคตะวันออกเฉยี งเหนือ อุณหภูมิต่ําสุด 12 - 16 องศาเซลเซียส สวนบริเวณ
ยอดดอยและยอดภู อณุ หภูมิตาํ่ สุด 6 - 12 องศาเซลเซยี ส
ภาพนาํ ท่วมหาดใหญ่ สงขลา
ในระยะน้ขี อใหประชาชนตดิ ตามขา วพยากรณอากาศและเตือนภยั จากกรมอุตนุ ยิ มวิทยาอยางใกลชดิ
อยา งไรก็ตาม ลา สดุ มรี ายงานวา ทางหาดใหญไ ดเ ปลี่ยนจากธงเหลืองเฝาระวังสถานการณ เปนธง
สีแดงแลว ซ่ึงหมายความวา น้ําจะทวมไดภายใน 3 - 60 ชั่วโมง โดยสั่งอพยพประชาชนทันที เนื่องจาก
คาดวาในคนื นีค้ นั ก้นั นา้ํ จะรับน้ําไมไหวและทะลักทวมเมอื ง
โดยในตอนน้ี การไฟฟา สงขลาทาํ การตัดไฟ ทาํ ใหไฟดับเกอื บท่ัวท้ังจังหวัด และโรงประปาจมน้ํา
จนเหลอื แคโรงเดยี ว เจา หนาที่แจงใหสํารองนํ้าไวใชโดยดว น
35
ใบงานที่ 6
การขยายกระบวนการจัดการงานอาชีพในชุมชน
คําชี้แจง : ใหผูเรียนคิดวิเคราะหจากประสบการณของตนเองวา การประกอบอาชีพควรจะตองมีความรู
อะไรบา งทจ่ี ะใชพ ฒั นาอาชีพใหเ กิดความเขมแขง็ ยัง่ ยืน โดยอาศยั องคประกอบของการคดิ ตามตวั อยา งดงั นี้
36
37
ใบงานที่ 7
การขยายกระบวนการจัดการงานอาชีพในชุมชน
คําชีแ้ จง : ใหก ลมุ ผูเรียนคิดวิเคราะหจากประสบการณของตนเองวา การประกอบอาชีพควรจะตองมีความรู
อะไรบางทจ่ี ะใชพฒั นาอาชพี ใหเกิดความเขม แข็ง ยั่งยนื โดยอาศยั องคป ระกอบของการคดิ ตามตวั อยางดงั น้ี
ตัวอยา ง ผลการวิเคราะหธ ุรกิจเกษตรอนิ ทรีย
38
39
ใบงานที่ 8
ตวั อย่างบันทึกแสวงหาความรู้เรืองการพฒั นาคุณภาพดนิ
คําชี้แจง : ผูเรียนรวมกันพิจารณาตัดสินใจ เลือกหัวขอความรูที่เห็นวามีความสาํ คัญและจําเปนตองนํามา
ยกระดบั ความรูดว ยการแสวงหาความรู แลกเปล่ียนเรียนรปู ระยกุ ตใชค วาม รแู ละสรุปองคความรู
40
41
ใบงานที่ 9
ตวั อยางบันทึกแสวงหาความรูเร่ืองการพฒั นาคุณภาพดิน
คําชี้แจง : กิจกรรมนี้เปนการนําผลสรุปจากการแสวงหาความรูของผูเรียนแตละคนมาแลกเปลี่ยนเรียนรู
ความรู ขอ มลู ทไี่ ดมาเปน องคค วามรูเบื้องตน สาํ หรับเปน แนวทางในการปฏบิ ตั ิยกระดบั ความรู ดังตัวอยา งนี้
ตวั อย่างบันทกึ แสวงหาความรู้เรืองการพฒั นาคณุ ภาพดิน
42
43
ใบงานท่ี 10
คําชี้แจง : การบันทึกกจิ กรรมการประยุกตใ ชความรู ตารางน้เี ปน กระบวนการจดบันทกึ ขอมลู ผลได ผลเสยี
และการแกไ ขขอ บกพรอ งอยางเปน ระบบ
ตวั อยา ง บันทึกผลการประยกุ ตใชค วามรู