The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ช่องทางการขยายอาชีพ 31001

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by muang, 2022-05-17 03:18:23

ช่องทางการขยายอาชีพ 31001

ช่องทางการขยายอาชีพ 31001

44

ใบงานท่ี 11

คําชแ้ี จง : การสรปุ องคค วามรู เพอื่ นาํ ไปใชพ ฒั นาอาชพี สรา งความเขมแขง็ ย่งั ยืนในอาชพี มแี นวทางการเขยี น เพอ่ื
พรอมนาํ ไปใชแ ละพัฒนาใหส ูงข้นึ ไดห ลายแนวทางหรอื การขยายขอบขา ยอาชีพ จําเปน จะตอ งใชเ อกสารความรู
ทเ่ี ปน เอกสารวธิ ปี ฏบิ ัตใิ หผ รู วมงานสามารถเรียนรทู าํ ตามได ดังตวั อยา งน้ี

ตัวอยาง เอกสารการสรปุ องคค วามรโู ครงสรา งเอกสารการประกอบอาชพี
1. คุณภาพผลผลิต

เขียนบรรยายใหผ รู ว มงานมองเหน็ รายละเอียดของคุณภาพผลผลติ ทีท่ กุ คนจะรวมกันทาํ ใหส ําเรจ็
“ผักสด ผลไม จากไรท นเหนอื่ ย เปนอาหารคณุ ภาพ ไรสารพิษ มคี ุณภาพทางอาหารสงู ”

2. ภาพรวมของระบบการผลติ
เขียนเปน แผนภูมริ ะบบงาน ที่สรุปใหเห็นภาพของการทํางานเก่ียวกับปจจัยนําเขากิจกรรมใน

กระบวนการและผลผลิตทจ่ี ะเกดิ ดังตัวอยา ง
(ตัวอยาง แผนภูมิ คุณภาพการผลิตผัก ผลไม เกษตรอนิ ทรีย)

3. รายละเอยี ดข้ันตอนการปฏิบัติกิจกรรม
3.1 กิจกรรมท่ี 1 การจดั แปลงปลกู พืช ประกอบดว ยกจิ กรรม ดงั น้ี
3.1.1 การพัฒนาดนิ
3.1.2 การจดั ทํารองปลกู
3.1.3 การจดั ทาํ ระบบนํา้

45
3.1.1 ข้ันตอนดาํ เนินงาน การพัฒนาดนิ

1. เปา หมายการดําเนินงานเพื่อพฒั นาดนิ ใหรว นซยุ และมโี ครงสรา งเปนเมด็ ดนิ กอ นกลมใหม ากข้นึ
โดยลําดบั อยางตอเนอ่ื ง

2. ขัน้ ตอนการดําเนินงาน

3. รายละเอียดการดําเนินงาน

46

47

3.1.2 ข้นั ตอนการจัดทํารอ งปลกู
3.1.3 ข้ันตอนการจดั ทําระบบน้ํา
3.2 กิจกรรมที่ 2 การบาํ รุงรกั ษาพืช

เขียนในลักษณะนี้แลวนําไปทดลองใหกลุมผูเรียนไดศึกษา และรวมกันหาขอบกพรองและ
ปฏิบตั ิการพัฒนาใหส ามารถใชสือ่ ความหมายไดต รงกัน ใชเ ปน เอกสารองคความรูส าํ หรบั ผูด าํ เนนิ งาน

48

บทที่ 2
ชองทางการขยายอาชพี

สาระสาํ คญั

การมองเห็นชองทางในการขยายอาชีพ

ผลการเรยี นรูท ี่คาดหวัง

มีความรู ความเขา ใจ และเจตคตทิ ่ดี ีในงานอาชีพ สามารถมองเหน็ ความจาํ เปนของชองทางการประกอบ
อาชพี ความเปนไปไดในการขยายอาชีพ และสามารถกําหนดวธิ ีการ ขั้นตอนการขยายอาชพี พรอมใหเหตุผลได
ถกู ตอ งเหมาะสม

ขอบขา ยเน้อื หา ความจาํ เปน ในการมองเหน็ ชองทางการประกอบอาชีพ
ความเปน ไปไดในการขยายอาชีพ
เรอ่ื งท่ี 1 การกาํ หนดวิธกี ารและขนั้ ตอนการขยายอาชพี พรอมใหเ หตุผล
เรืองท่ี 2
เรอ่ื งท่ี 3

สอ่ื การเรยี นรู

- หนงั สือเรียน
- ใบงาน

49

เรืองที 1 : ความจาํ เป็ นในการมองเหน็ ช่องทางการประกอบอาชีพ

การมองเห็นช่องทางการประกอบอาชีพ

โอกาสและความสามารถทีจ่ ะนาํ มาประกอบอาชีพไดกอนผอู ่ืน เปน หัวใจสาํ คัญของการประกอบอาชีพ
หากผูประกอบอาชีพตามท่ีตลาดตองการและเปนอาชีพท่ีเหมาะสมกับสถานการณในขณะน้ัน ยอมทําใหมี
โอกาสประสบความสาํ เร็จ สามารถพัฒนาตนเองใหม องเห็นโอกาสในการประกอบอาชีพได คอื

1. ความชํานาญจากงานทที่ าํ ในปจ จบุ ัน จะเปน แหลงความรู ความคิด ทจ่ี ะชวยใหม องเห็นโอกาส
ในการประกอบอาชีพไดมาก เชน บางคนมคี วามชาํ นาญทางดา นการทาํ อาหาร ตัดเย็บเสื้อผา ซอมเครื่องใชไฟฟา
ตอทอน้ําประปา ชางไม ชางปูกระเบื้อง ชางทาสี ฯลฯ ซึ่งสามารถนําความชํานาญดังกลาวมาพฒั นาและ
ประกอบอาชีพได บางคนทํางานทีโ่ รงงานตัดเย็บเสื้อผา เมื่อกลับมาภูมิลําเนาเดิมของตนเอง ก็นําความรู
ความสามารถและความชํานาญมาใชเปน ชองทางการประกอบอาชพี ของตนเองได

2. ความชอบความสนใจสว นตัว เปนอีกทางหน่ึงทชี่ ว ยใหม องเห็นชอ งทางโอกาสในการประกอบอาชพี

บางคนชอบประดิษฐดอกไม บางคนชอบวาดรูป ทําใหบุคคลเหลานี้พัฒนางานท่ีชอบ ซ่ึงเปนงานอดิเรก
กลายเปน อาชพี หลกั ทํารายไดเ ปนอยา งดี

3. การฟง ความคดิ เหน็ จากแหลง ตาง ๆ พูดคุยแลกเปล่ียนความคิดเห็นกับบุคคล เปนแหลงความรู
และกอใหเกดิ ความคดิ ริเร่มิ เปน อยา งดี ในบางครง้ั เรามีความคิดแลว และไดพูดคุยกับบุคคลตาง ๆ จะชวยให
การวเิ คราะหค วามคิดชดั เจนข้นึ ชว ยใหม องไปขางหนา ไดอยา งรอบคอบกอ นทจี่ ะลงมือทํางานจรงิ

4. การศกึ ษาคนควา จากหนังสอื นติ ยสาร หนงั สอื พมิ พ การดูวีดที ัศน ฟง วิทยุ ดรู ายการโทรทัศน
จะชว ยใหเกดิ ความรแู ละความคิดใหม ๆ

5. ขอ มูล สถิติ รายงาน ขาวสารจากหนวยราชการและเอกชน รวมทั้งแผนพัฒนาเศรษฐกิจของ
ประเทศในการมองหาชอ งทางในการประกอบอาชพี ผูที่จะมองหาอาชพี พัฒนาอาชพี ควรใหค วามสนใจขอ มลู
ตา ง ๆ ในการตดิ ตามเหตุการณใ หทนั แลวนาํ มาพจิ ารณา ประกอบการตัดสนิ ใจประกอบอาชีพ

50

เรืองที 2 : ความเป็ นไปได้ของการขยายอาชีพ

การประเมนิ ความเป็ นไปได้ในการนํากรอบแนวคิดไปใช้ในการขยายอาชีพได้จริง

จากแผนภูมิดังกลาวแสดงใหเห็นกรอบแนวคิดในการประเมินความเปนไปได มีองคประกอบ
รวมกนั 6 องคประกอบ ในแตล ะองคป ระกอบมตี วั แปรดังน้ี

1. รปู แบบการขยายอาชีพ มตี วั แปรรว ม ดังนี้
1.1 ผลผลิต
1.2 กระบวนการผลติ
1.3 ปจจยั นําเขา การผลติ

2. ความยากงายของการดาํ เนนิ การจัดการ มตี วั แปรรวม ดงั น้ี
2.1 การบริหารจดั การ แรงงาน เงนิ ทนุ
2.2 แผนธุรกจิ

3. การรบั ไดของลกู คา มีตัวแปรรวมดงั นี้
3.1 ผลผลติ อยใู นความนิยม
3.2 เปน สิง่ จําเปนตอ ชวี ิต
3.3 ราคา

4. การรบั ไดข องสังคมชมุ ชน มีตัวแปรรว ม ดงั น้ี
4.1 สภาพแวดลอ ม

51

4.2 วฒั นธรรมประเพณี
5. ความเหมาะสมของเทคนคิ วทิ ยาการทใ่ี ชใ นการขยายอาชพี

5.1 เทคนคิ วิทยาการเพ่ือการลดตนทุน
5.2 เทคนคิ วิทยาการเพือ่ การลดของเสีย

วธิ กี ารวเิ คราะห
การวเิ คราะหเพอ่ื การตัดสนิ ใจมีความจาํ เปน ที่เจาของธรุ กจิ จะตอ งประเมนิ ตัดสินใจดว ยตนเองสําหรับ

กรณที ่ีธุรกิจมหี นุ สวนหรือผูเก่ยี วขอ ง ควรจะใชวิธีสนทนาเจาะลึกและวิธีความสัมพันธรวมกัน โดยมีวิธีการ
วิเคราะหความสัมพันธระหวางองคประกอบดวยตนเอง ดวยรายละเอียดและความเปนไปได ความเปน
พวกเดยี วกัน โดยทบทวนหลาย ๆ ครัง้ จนมั่นใจแลว จงึ ตัดสินใจ

เรืองที 3 : การกําหนดวิธีการขันตอนการขยายอาชีพและเหตุผลของการขยายอาชีพ

เปน ขนั้ ตอนการปฏิบตั กิ ารในอาชีพที่จะตองใชองคความรูที่ยกระดับคุณคา เพ่ือมาใชปฏิบัติการจึง
เปน กระบวนการของการทํางานที่เร่ิมจากการนําองคความรูที่จัดทําในรูปของคูมือคุณภาพหรือเอกสารคูมือ
ดาํ เนนิ งานมาศึกษาวิเคราะหจ ัดระบบปฏบิ ตั กิ าร จัดปจ จัยนําเขา ดําเนนิ การทาํ งานตามขั้นตอนและการควบคุม
ผลผลิตใหมีคุณภาพเปนไปตามขอกําหนด ดําเนินการตรวจสอบหาขอบกพรองในการทํางาน ปฏิบัติแกไข
ขอบกพรองเปน วงจรอยา งตอ เน่อื ง และมีการปรับปรงุ พัฒนาเอกสารคมู ือดาํ เนนิ งานไปเปนระยะ ๆ ก็จะทําให
การปฏิบตั ิการในกิจกรรมอาชพี ประสบความสําเรจ็ สูความเขมแข็ง มัน่ คง ย่ังยนื ตามกรอบความคิดนี้

52

1. การปฏิบตั กิ ารใชค วามรู โดยใชวงจรเด็มม่งิ เปน กรอบการทํางาน
- P - Plan ดวยการทําเอกสารคมู ือดําเนินงาน (ซ่ึงไดมาจากกจิ กรรมยกระดับความรู) มาศึกษา

วิเคราะหจัดระบบปฏิบัติการท่ีประกอบดวยกิจกรรมขั้นตอน และผูรับผิดชอบกําหนดระยะเวลาการทํางาน
กาํ หนดปจจัยนําเขาดําเนินงานใหสามารถทาํ งานไดอยา งมีประสทิ ธิภาพ

- D - Do การปฏบิ ตั กิ ารทาํ งานตามระบบงานท่ีจัดไวอยางเครงครดั ควบคมุ การผลติ ใหเ สียหาย
นอยทส่ี ุด ไดผลผลติ ออกมามีคณุ ภาพเปน ไปตามขอ กาํ หนด

- C - Check การตรวจสอบหาขอ บกพรอ งในการทาํ งานโดยผปู ฏบิ ตั ิการหาเหตุผลของการเกิด
ขอบกพรอ งและจดบนั ทกึ

- A - Action การนําขอบกพรองทตี่ รวจพบของคณะผูปฏิบัติการมารวมกันเรยี นรูหาแนวทางแกไ ข
ขอ บกพรอ ง จนสรปุ ไดผ ลแลว นาํ ขอมลู ไปปรับปรงุ เอกสารคมู ือดาํ เนินงานเปน ระยะ ๆ กจ็ ะทําใหองคความรู
สูงขนึ้ โดยลาํ ดับ แลวสง ผลตอ ประสิทธิภาพของธรุ กิจ ประสบผลสําเร็จนําไปสคู วามเขม แขง็ ยงั่ ยนื

2. ทุนทางปญ ญา ผลจากการนําองคความรไู ปใช มกี ารตรวจสอบหาขอบกพรอง และปฏิบัติการ
แกไขขอบกพรอ งเปนระยะ ๆ อยางตอเนื่องท่ผี ลทําใหอ งคค วามรสู งู ข้ึนเปนลําดับ จนกลายเปนทุนทางปญญา
ของตนเอง หรอื ของชุมชนท่จี ะเกดิ ผลตอ ธุรกิจ ดังนี้

- องคค วามรสู ามารถใชส รางผลผลติ ทคี่ นอนื่ ไมส ามารถเทียบเคยี งได และไมส ามารถทําตามได
จึงไดเ ปรยี บทางการแขง ขัน

- การเปลย่ี นแปลงยกระดบั คุณภาพผลผลติ อยา งตอ เน่อื ง ทําใหล กู คาเช่อื ม่นั ภกั ดีตอ การทาํ ธรุ กจิ
รวมกัน

- เปนการสรางทุนทางมนุษยผูรวมงานไดเรียนรูบริหารระบบธุรกิจดวยตนเอง สามารถเกิด
ภมู ปิ ญ ญาในตวั บุคคล ทําใหช ุมชนพรอ มขยายขอบขายอาชพี ออกสคู วามเปนสากล

3. ธรุ กิจสูค วามเขม แขง็ ยง่ั ยนื การจดั การความรทู ําใหองคค วามรสู งู ข้นึ โดยลาํ ดบั การขยายของอาชพี
จึงเปนการทาํ งานทม่ี ีภูมิคมุ กนั โอกาสของความเส่ยี งในดา นตาง ๆ ต่ําลง ดังนั้น ความนาจะเปนในการขยาย
อาชพี จึงประสบความสําเร็จคอ นขางสูง เพราะมีการจดั การความรู ยกระดับความรนู ําไปใชแ ละปรบั ปรุงแกไข
เปนระยะ ๆ อยา งตอ เน่อื ง จงึ สง ผลทําใหธ รุ กิจเขมแขง็ ย่ังยืนได เพราะรูจ กั และเขา ใจตนเองตลอดเวลา

การจดั ทาํ แผนปฏิบัติการ (P)
การจัดทําแผนปฏบิ ัตกิ ารทางอาชพี เปน การดาํ เนนิ การท่มี ีองคประกอบรวม ดงั นี้
1. เหตกุ ารณหรือข้นั ตอนการทาํ งาน ซ่งึ จะบอกวาเหตุการณใ ดควรทําพรอมกนั หรอื ควรทาํ ทีหลงั

เปน การลาํ ดับข้ันตอนในแตละกจิ กรรมใหเ ปน แผนการทํางาน

53

2. ระยะเวลาที่กําหนดวาในแตละเหตุการณจะใชเวลาไดไมเกินเทาไร เพื่อออกแบบการใชปจจัย
ดําเนนิ งานใหส ัมพันธกัน

3. ปจจยั นําเขา และแรงงาน เปน การระบุปจจัยนําเขาและแรงงานในแตล ะเหตกุ ารณว าควรใชเ ทาไร
การจัดทาํ แผนปฏิบัติการทางอาชีพ มักจะนิยมใชผังการไหลของงานมาใชออกแบบการทํางานให
มองเหน็ ความสมั พนั ธรวมระหวางเหตุการณ ระยะเวลา ปจจยั นาํ เขาและแรงงานจะชวยใหผ ปู ฏิบัติงานและ
ผูจัดการไดขับเคลื่อนการทํางานสูความสําเร็จได ดังนั้น ในการออกแบบแผนปฏิบัติงาน จําเปนตองใช
องคความรูท่ีสรปุ ไดใ นรูปของเอกสารขน้ั ตอนการทาํ งานมาคิดวเิ คราะหและสรางสรรคใหเ กิดแผนปฏิบัตกิ าร

ตวั อยาง วิธีดาํ เนินการจัดทาํ แผนปฏิบตั กิ ารพัฒนาคณุ ภาพดนิ ไรท นเหนือ่ ย
1. ศึกษาวิเคราะหองคความรูเกี่ยวกับข้ันตอนการพัฒนาคุณภาพดิน มีกิจกรรมท่ีจะตองทํา

5 กจิ กรรม ประกอบดวย
1. การตรวจสอบวเิ คราะหคณุ ภาพดิน ผลการวเิ คราะหพ บวามเี หตุที่จะตอ งทาํ และเก่ียวขอ ง ดังน้ี
- เกบ็ ตัวอยางดิน
- สง ตวั อยา งดินใหกองเกษตรเคมี กรมวิชาการเกษตรวเิ คราะห
- รอผลการวเิ คราะห
- ศกึ ษาผลวิเคราะหวางแผนตัดสินใจกาํ หนดพืชท่ีตองผลติ
2. การไถพรวนหนา ดนิ ผลการวิเคราะหพ บวา มเี หตกุ ารณทีจ่ ะตอ งทาํ และเกี่ยวขอ ง ดังน้ี
- ไถบุกเบกิ ดวยผาน 3 ระยะ
- ไถแปรดว ยผาน 7 ระยะ
- ไถพรวนใหดนิ ละเอียดดวยโรตารี่
3. การเพม่ิ อนิ ทรียวตั ถใุ หกบั ดนิ ผลการวเิ คราะหพบวา มีเหตกุ ารณท่ีจะตอ งทํา และเกย่ี วของ ดงั น้ี
- การหวานปุยหมกั
- หวา นเมลด็ ปยุ พืชสด
- บํารุงรักษาปุยพืชสดและวัชพืชใหงอกงาม
- ไถพรวนสบั ปยุ พชื สดใหขาดคลุกลงดิน
4. การหมกั สงั เคราะหด ิน ผลการวิเคราะหพ บวา มเี หตุการณท่ีจะตองทําและเก่ียวของ ดงั น้ี
- ใหจ ุลนิ ทรยี เรง การยอยสลาย
- ตรวจสอบการยอยสลาย

54

5. การสรางประสทิ ธภิ าพดนิ ผลการวเิ คราะหพบวามเี หตกุ ารณท จ่ี ะตอ งทาํ และเกีย่ วขอ ง ดังนี้
- ใสจลุ นิ ทรยี ไ มโครโลซา เพอื่ ยอ ยหินฟอสเฟต สรา งฟอสฟอรสั ใหกบั ดนิ
- จดั รองคลมุ หนา ดนิ ดวยฟางขาวเพอื่ ปอ งกนั ความรอน รักษาความชนื้ และการเคลอื่ นยายธาตุ

อาหารในดิน
2. วเิ คราะหปรมิ าณงาน ลกั ษณะงาน กําหนดการใชเ ครื่องจักรกล ปจจยั การทํางานและแรงงาน
3. วเิ คราะหงานกําหนดระยะเวลาของความสาํ เรจ็ ของแตละเหตุการณ และสรุประยะเวลาท้ังหมด

ของกระบวนการ
ตัวอยา ง แผนปฏบิ ัติการพัฒนาคุณภาพดนิ “ไรท นเหนื่อย”

1. ผงั การไหลของงานพัฒนาดิน

2. กิจกรรมพัฒนาดินประกอบดวย
1. การวิเคราะหค ุณภาพดนิ
2. การไถพรวนหนา ดนิ
3. การเพ่มิ อินทรียวตั ถุ
4. การหมกั สังเคราะหดนิ
5. การสรา งประสิทธภิ าพดนิ

3. รายละเอียดปฏิบตั ิการ
3.1 การวิเคราะหค ุณภาพดนิ
ประกอบดว ยระยะเวลาและการใชท รัพยากรดําเนินงาน ดงั น้ี

55

(1) การเก็บตวั อยา งดนิ กระจายจุดเก็บดินทั้งแปลง (150 ไร) ใหครอบคลุมประมาณ 20 หลุม
เก็บดินชั้นบนและช้ันลางอยางละ 200 กรัมตอหลุม รวบรวมดินแตละชั้นมาบดใหเขากัน แลวแบงออกมา
อยางละ 1,000 กรมั บรรจุหีบหอ ใหม ดิ ชิดไมรวั่ ไหล ใชเ วลา 5 วนั

(2) จดั การนําตัวอยา งดินสง กองเกษตรเคมดี วยตนเอง รอผลการวเิ คราะหจากกองเกษตรเคมี
ใชเวลา 30 วัน

(3) ศึกษาผลการวเิ คราะหวางแผนการผลิต ใชเ วลา 50 วนั
3.2 การไถพรวนหนาดนิ

ประกอบดวยระยะเวลา และการใชทรพั ยากรดําเนินงาน ดงั นี้
(1) ไถบุกเบิกดว ยการจา งรถติดนานมา 3 จานไถบกุ เบิกคร้ังแรก ใชเ วลาไมเกนิ 5 วนั
(2) ไถแปรเพ่ือยอ ยดนิ ใหแตกดว ยรถไถตดิ ผาน 7 จาน ไถตดั แนวไถบุกเบิก ใชเวลา 5 วนั
(3) ตีพรวนยอ ยดินดวยโรตารี่ เพื่อยอยดินใหม ขี นาดกอ นเลก็ สอดคลองกับสภาพการงอก
ของเมล็ดพชื ใชเ วลาไมเ กิน 5 วนั
3.3 การเพ่ิมอินทรยี วัตถุใหก ับดิน
ประกอบดว ยระยะเวลาและการใชท รพั ยากรดําเนนิ งานดังน้ี
(1) หวา นปุย หมกั 150 ตัน บนพ้ืนท่ี 150 ไร ใชเ วลาไมเกิน 5 วัน ใชคนงาน 3 คน และใช
รถแทรกเตอรพ ว งรถบรรทุกปยุ หมักกระจาย 150 จดุ แลว ใชคนงานกระจายปยุ ใหทวั่ แปลง
(2) หวานเมล็ดปยุ พชื สดคลุกเคลา จุลนิ ทรยี ไรโซเดียม ไรละ 20 กก. บนพื้นท่ี 150 ไร ใช
เวลาไมเ กนิ 5 วนั ใชคนงาน 2 คน
(3) บํารงุ รักษาปุยพชื สดและวชั พืชใหงอกงาม ดวยการใชน้ําผสมจุลินทรียอยางเจือจาง
วนั เวนวนั ใชค นงาน 1 คน
(4) ไถพรวนสบั ปยุ พืชสดคลุกเคลา ลงดินดวยโรตารี่
3.4 การหมักสังเคราะหดิน
ประกอบดวย
(1) ใหจลุ ินทรีย เรงการยอยสลาย (พด1+พด 2) ไปพรอ มกบั นํ้าวันเวนวัน ใชคนงาน 1 คน
ตรวจสอบการยอ ยสลายในชว งตอนเชา 07.00 น. พรอ มวัดอณุ หภมู แิ ละจดบันทกึ ทุกวัน โดยความนาจะเปน ใน
วนั ที่ 15 ของการหมัก อณุ หภูมิตองลดลงเทา กับอุณหภมู ิปกตใิ ชผจู ัดการแปลงดาํ เนนิ การ
3.5 การสรา งประสทิ ธภิ าพดนิ
ประกอบดวย

56
(1) ใชจุลินทรียไมโครโลซา เพ่ือการยอยสลายของฟอสฟอรัสคลุกลงดิน โดยตีพรวน
ดวยโรตารี่ จัดรองปลูกผักตามแผนคลุมหนาดินดวยฟางขาว
(2) ใชแ รงงาน 20 คน ดนิ มคี ุณภาพพรอ มการเพาะปลกู
การทํางานตามแบบแผนปฏิบัติการ (D)
การทํางานตามแผนปฏบิ ตั ิการของผรู ับผดิ ชอบ ยังใชว งจรเด็มมง่ิ เชน เดยี วกนั โดยเร่มิ จาก
P : ศกึ ษาเอกสารแผนปฏบิ ัตกิ ารใหเขาใจอยา งรอบคอบ
D : ทําตามเอกสารขั้นตอนใหเปน ไปตามขอ กําหนดทุกประการ
C : ขณะปฏิบัติการตองมกี ารตรวจสอบทุกขั้นตอนใหเปน ไปตามขอกําหนด
A : ถามีการทําผิดขอกาํ หนด ตองปฏิบตั กิ ารแกไ ขใหเปน ไปตามขอกาํ หนด
การตรวจสอบหาขอบกพรอ ง (C)
เปน ขน้ั ตอนทีส่ ําคญั ของการปฏิบัติการใชความรู สรางความเขมแข็ง ย่ังยนื โดยมรี ูปแบบการตรวจ
ติดตามขอบกพรองดงั น้ี

1. การจดั ทาํ รายการตรวจสอบ
ดวยการใหผ ูจัดการและคนงานรวมกนั วเิ คราะหเอกสารแผนปฏบิ ตั กิ ารและทบทวนรว มกบั ประสบการณ

ท่ใี ชแ ผนทาํ งาน วาควรมีเหตกุ ารณใดบา งที่ควรจะใหค วามสาํ คัญเพื่อการตรวจสอบแลว จัดทาํ เอกสารรายการตรวจ
ดงั ตัวอยา งนี้

57
ตวั อยา ง เอกสารรายการตรวจและบนั ทกึ ขอบกพรอ ง
กจิ กรรม พัฒนาคุณภาพดินไรทนเหน่อื ย สาํ หรบั ปฏบิ ตั กิ ารตัง้ แตวันท่ี 5 ธนั วาคม 2551 ถงึ วันที่ 30 มกราคม 2552

รายละเอียดปฏิบตั กิ ารณ
3.3(2) = หวานเมล็ดปยุ พชื สดแลว คลุกเคลาจุลินทรียไรโซเปยมไรล ะ 20 กก.
3.3(3) = ใหน ํา้ ผสมจลุ ินทรียอยางเจือจางกบั ปุย พืชสดวันเวน วัน
3.4(1) = ใหจลุ นิ ทรียเ รงการยอยสลาย (พด1 + พด2) ไปพรอมกับน้ําวันเวนวันเปนเวลา 15 วัน
3.5(1) = ใชจุลนิ ทรยี ไ มโครโลซาเพือ่ ยอ ยสลายหนิ ฟอสเฟรส คลุกลงดนิ ท่ยี อยสลายแลว
3.5(2) = จัดรองปลกู ผักคลุมหนา ดนิ ดว ยฟางขาว

2. ปฏบิ ัติการตรวจสอบ
การปฏิบัติการตรวจสอบทํา 2 ขนั้ ตอน คือ
2.1 ตรวจสอบหาขอบกพรองของเอกสารแผนปฏิบัติการ เปนการดําเนินงานรวมกันระหวาง

ผจู ดั การกบั คนงานวา การทค่ี นงานไดป ฏบิ ัตกิ ารศึกษาเอกสารแผนและปฏิบัติตามกิจกรรมในทุกเหตุการณได
ครบคดิ วา กจิ กรรมเหตกุ ารณใด มขี อ บกพรอ งทค่ี วรจะไดแกไข

2.2 ตรวจสอบภาคสนาม เปน การทาํ งานรว มกนั ระหวา งผจู ดั การกับคนงาน เพ่ือตรวจหาขอบกพรอง
ในการดําเนนิ งาน รวมกนั คดิ วเิ คราะหระบุสภาพที่เปน ปญ หา และแนวทางแกปญหา

58
กจิ กรรม : ตวั อยา ง เอกสารบันทกึ ขอบกพรอ งการดําเนินงานพฒั นาคณุ ภาพดนิ ไรทนเหนื่อย ปฏบิ ตั กิ าร

ระหวางวนั ท่ี 5 ธันวาคม 2551 ถงึ วนั ท่ี 30 มกราคม 2552

59

3. การประเมนิ สรปุ และเขยี นรายงานผล

เปน ข้ันตอนการนาํ ผลการตรวจตดิ ตามตลอดรอบผลการผลิตเกษตรอนิ ทรียไปประเมินความรุนแรง
ของขอบกพรองวาเกิดผลมาจากอะไรเปนสวนใหญ แลว ดําเนินการปฏบิ ัตกิ ารแกไขขอบกพรอ งทั้งองคความรู
และปจจัยนําเขา ดําเนินงาน ดงั ตวั อยา ง

60

การปฏิบตั ิการแกไ ขและพฒั นา (A)
เปนกิจกรรมตอเนื่องจากกิจกรรมการตรวจสอบหาขอบกพรอง และกําหนดแนวทางแกไข

ขอบกพรองโดยมีกําหนดระยะเวลา เม่ือถึงกําหนดเวลาจะตองมีการติดตามผลวาไดมีการปฏิบัติการแกไข
ขอบกพรองตามแนวทางที่กําหนดไวหรือไมเกดิ ผลอยางไร โดยมีขนั้ ตอนการดาํ เนนิ งานดงั น้ี

1. ตรวจติดตามเอกสารสรุปประเมนิ ผลการศกึ ษา
2. เชิญคณะผูรับผิดชอบแกไขขอบกพรองมาประชุมแลกเปล่ียนเรียนรู เสนอสภาพปญหา
ขอ บกพรอ ง ปจ จัยทีส่ ง ผลตอความบกพรอ งและการแกไข
3. ผูรับผิดชอบตรวจติดตามและผูรับผิดชอบแกไขขอบกพรองเขาศึกษาสภาพจริงของการ
ดาํ เนินงาน แลว สรุปปจจยั ทีเ่ ปน เหตุและปจ จัยสนบั สนนุ การแกไข
4. นาํ ขอ มลู ท่ีไดนาํ สกู ารปรบั ปรงุ แกไขพฒั นาเอกสารองคความรู ใหมีประสทิ ธิภาพสงู ยง่ิ ขึ้น

บทสรุป
การขยายขอบขา ยอาชีพเพ่อื สรางความเขมแข็งยงั่ ยนื ใหกับธุรกจิ จําเปนจะตองดําเนนิ งานอยา งเปน ระบบ

ไมใชทําไปตามท่ีเคยทํา ดังนั้นการจัดการความรูเปนเร่ืองสําคัญของทุกคนท่ีประกอบอาชีพ จะขยายชองทาง
การประกอบอาชีพออกไป จําเปน ตอ งมีคุณสมบัติ ดงั น้ี

1. เปนบุคคลทท่ี าํ งานบนฐานขอมลู ซึ่งจะตอ งใชความรดู านตาง ๆ เขา มาบูรณาการรวมกนั ทั้งระบบ
ของอาชพี

2. ตองใชก ระบวนการวจิ ยั เปนเครอ่ื งมอื นนั่ คอื เราจะตองตระหนักเห็นปญหาตองจัดการความรู
หรอื ใชแ กป ญหา จัดการทดลองสว นนอ ย สรุปองคค วามรใู หม นั่ ใจ แลว จงึ ขยายกจิ กรรมเขาสกู ารขยายขอบขา ย
อาชีพออกไป

3. ตองเปนบุคคลที่มีความภูมิใจในการถายทอดประสบการณการเรียนรูแลกเปล่ียนเรียนรู
สรางองคค วามรูใ หส งู สง เปน ทุนทางปญญาของตนเอง ชุมชนได

61

ใบงานท่ี 1

คาํ ชีแ้ จง : ใหผูเรยี นจัดทาํ แผนปฏิบัติการอาชีพของตนเองโดยใชว งจรเด็มม่งิ

1. การจดั แผนปฏิบัตกิ าร (P)
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................

2. การทาํ งานตามแผนปฏิบัตกิ าร (D)
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................

3. การตรวจสอบหาขอ บกพรอง (C)
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................

4. การปฏิบตั กิ ารแกไ ขและพฒั นา (A)
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................

62

ใบงานท่ี 2

คาํ ช้ีแจง : ใหผ เู รียนรวมกลมุ กันแลว กาํ หนดปฏิบัติการของผูเรียนในกลุมมารวมแลกเปล่ียนเรียนรู ประเมิน
คุณภาพใหเปนขอเปน จดุ บกพรอ ง และแนวทางแกไขรว มกันปฏิบตั กิ ารแกไขขอ บกพรองของแผนใหเสร็จทกุ คน
โดยใชวงจรเด็มมง่ิ

1. การจดั แผนปฏบิ ตั กิ าร (P)
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................

2. การทํางานตามแผนปฏบิ ัติการ (D)
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................

3. การตรวจสอบหาขอบกพรอง (C)
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................

4. การปฏิบัติการแกไ ขและพัฒนา (A)
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................

63

บทที 3
การตดั สินใจเลอื กขยายอาชีพ

สาระสําคญั

สามารถตดั สนิ ใจเลือกขยายอาชพี ไดเ หมาะสมกับตัวเอง

ผลการเรียนรู้ทีคาดหวงั

ผูเรียนมีความรู ความเขาใจ มีเจตคติที่ดีในงานอาชีพในการตัดสินใจเลือกขยายอาชีพไดอยาง
มีเหตุมีผล เหมาะสมกับตัวเอง

ขอบข่ายเนอื หา ภารกจิ เพ่อื ความม่ันคงในการทาํ ธุรกิจ
การวดั และประเมินผลความมน่ั คงในอาชีพ
เรอ่ื งที่ 1 การตดั สินใจเลือกขยายอาชพี ตามศักยภาพ 5 ดา น
เรื่องท่ี 2
เรอื่ งท่ี 3

สือการเรียนรู้

- หนังสือเรียน
- ใบงาน

64

เรืองที 1 : ภารกจิ เพอื ความมันคงในการทาํ ธุรกิจ

ความมั่นคงในอาชีพเปนเรื่องที่ตองสรางตองทําดวยตนเอง โดยมีภารกจิ ไมนอยกวา 5 ภารกิจ
ท่ีจะตองเรียนรสู รางองคความรสู ําหรบั ตนเองสกู ารพง่ึ พาตนเองได ดังน้ี

1. บทบาทหนา ทีข่ องตนเองที่มตี อ ธรุ กจิ
2. การบรหิ ารทรพั ยากรดาํ เนินธรุ กิจ
3. การบริหารการผลติ
4. การจัดการสง มอบผลติ ภัณฑ
5. การวิจยั พฒั นา

1.1 ความหมายของความมัน่ คงในการทาํ ธรุ กิจอาชพี
ความมน่ั คงในอาชีพ หมายถึง สภาพอาการของความตอ เนื่องและทนทาน

ในการดาํ เนนิ การธรุ กิจไมใ หก ลับกลายเปน อน่ื
บทบาทหนาท่ขี องตนเอง หมายถงึ บทบาททเ่ี จา ของธรุ กจิ ผูป ระกอบอาชีพจะตอ ง

ทาํ ดว ยตนเองทําอยางลกึ ซ้งึ

การบริหารทรพั ยากร หมายถงึ หนาที่ควบคุมดําเนนิ การใชท รพั ยากรใหเ ปนไป
ตามขอกําหนดของงานธรุ กิจที่ทําอยู

การบรหิ ารการผลิต หมายถงึ หนา ทีค่ วบคุมดําเนนิ การใหกอ เกิดผลติ ผลขนึ้
ดวยแรงงานคน หรอื เคร่ืองจกั ร

ผลติ ผล หมายถงึ ผลท่เี กดิ ข้ึน เชน ปลกู มะมวงไดผ ลเปน มะมว ง
ผลติ ภณั ฑ หมายถึง สง่ิ ทที่ าํ ข้นึ เชน การดองหัวผกั กาดขาว สิ่งทําขน้ึ
คือ หวั ไชโปเคม็

การวจิ ัยพฒั นาอาชพี หมายถึง การคน ควาขอ มูลวธิ กี ารและสรปุ ผลอยางถ่ถี ว น
เพือ่ ทาํ ใหอ าชพี เจรญิ

65

1.2 ภารกจิ เพอื่ ความม่ันคงในอาชพี
การทเี่ ราขยายขอบขายอาชพี ออกไปน่ันหมายถึงวาธุรกิจของเราขยายแตกตัวออกไปหลายกิจกรรม
มีการจัดการท่ีตอ งลงทุนมากข้ึน มผี ูม าเกีย่ วของมากข้ึนโดยลําดับ ดงั นน้ั การท่ีจะสรา งความม่นั คงอาชีพไมให
เสียหาย จําเปนตอ งมีภารกจิ เพื่อสรา งความยงั่ ยืนในอาชพี อยางนอ ย 5 ภารกจิ ดงั นี้
1. บทบาทหนาที่เจาของธุรกิจ มีหนาท่ีจะตองกําหนดทิศทางธุรกิจที่ผูประกอบอาชีพจะตอง
กําหนดทิศทางของธรุ กิจวา จะไปทางไหนใหส อดคลอ งกับสภาวะทางเศรษฐกิจ สังคมทีเ่ ปน อยู และจะเกิดข้ึน
ในอนาคต มกี ิจกรรมทจ่ี ะตอ งทํา 2 เรอื่ งดงั น้ี

1.1 การกาํ หนดวสิ ยั ทศั น เปนการกําหนดทิศทางของอาชีพท่จี ะเปน หรือจะเกดิ ในอนาคต 3-5 ป
ขางหนา อยา งรอบคอบ และเปนไปไดด ว ยตนเอง การกาํ หนดวสิ ยั ทัศน สามารถคดิ แสวงหาความรู ความเขาใจ
กาํ หนดขอ ความวิสัยทัศน แลวตรวจสอบความเปน ไปได จนมั่นใจจึงกําหนดเปนวิสัยทัศนที่จะเกิดกับอาชีพ
ตอ ไป

1.2 การจัดทําแผนพัฒนาอาชีพ ใชขับเคล่ือนการพัฒนาอาชีพใหเขาสูวิสัยทัศนใหไดดวย
การกาํ หนดภารกิจ วิเคราะหภารกิจกาํ หนดกลยทุ ธส ูค วามสําเรจ็ วิเคราะหกลยุทธ กําหนดตัวบงช้ีความสําเร็จ
และจัดทาํ แผนปฏบิ ตั กิ าร

2. การบรหิ ารทรพั ยากรดาํ เนนิ การ เปนการจัดการใหเกิดระบบการควบคุม การใชทรัพยากรให
คมุ คา มากท่ีสุด และเกดิ ของเสียใหนอ ยที่สุด ไดแ ก

2.1 การวางแผนใชแ รงงานคนและจดั คนคนงานใหเหมาะสม ทาํ งานและสรางผลผลติ ไดม ากทส่ี ดุ
ปจจยั การผลติ เสยี หายและใชเ วลานอยทีส่ ุด

2.2 ระบบการควบคมุ วสั ดอุ ปุ กรณแ ละปจ จัยการผลติ ไมใ หร่ัวไหลหรือใชอ ยางดอ ยประสิทธิภาพ
ในทุกข้ันตอนการผลิต

2.3 การควบคมุ การเงิน คาใชจ า ย รายไดต า ง ๆ ใหชัดเจน ตรวจสอบไดทกุ ขนั้ ตอน
3. การบริหารการผลิต เปนการควบคุมการดําเนินงานใหเกิดผลซ่ึงเกี่ยวของกับกิจกรรมการบริหาร
อยา งนอย 3 กจิ กรรม ดังนี้

3.1 การควบคุมคนทํางานใหเปนไปตามข้ันตอนท่ีกําหนดดวยการจัดใหมีเอกสารขั้นตอน
การทํางานที่คนทํางานจะใชความรูสึก ประสบการณของตนเองเขามาเกี่ยวของไมไดอยางเด็ดขาด เพราะ
จะตองทาํ ไปตามท่กี ําหนด เมอื่ มีขอบกพรองจะสามารถตรวจสอบกลบั ไปยงั ตน เหตุได

3.2 การควบคมุ ระยะเวลาในเวลาเคล่อื นไหวของงานใหอตั ราการไหลเปน ไปตามขอ กําหนด

66

3.3 การตรวจสอบคัดเลือกผลติ ภัณฑท่ีเสียหายไมไดคุณภาพออกจากของดี เพราะจะสราง
ความเชื่อถอื ความภักดีตอ ลูกคาที่เช่ือมัน่ วา สนิ คา จากสถานประกอบการทมี่ ีคุณภาพจะไมผ ดิ หวัง

4. การจัดการสงมอบผลิตภัณฑ เปนเร่ืองสาํ คัญท่ีผปู ระกอบการอาชีพจะตองพัฒนาระบบการ
สงมอบผลผลิตใหถึงมือลูกคาไดตามขอกาํ หนดในเร่ืองตาง ๆ ดังนี้

4.1 การบรรจภุ ณั ฑเ พ่อื การปกปอ งผลผลิตไมใ หเ สยี หาย บรรจุภณั ฑเปนตวั เราใหล กู คา สนใจใน
ผลผลิต จึงตองมีการออกแบบใหเรียบรอย สวยงามตรงกับลักษณะของผลผลิตซึ่งเปนการสงเสริมการขาย
ทีส่ ําคัญ

4.2 การสง สินคา มีหลายรูปแบบที่จะนําสินคาไปถึงลูกคาไดอยางปลอดภัย สามารถเลอื ก
วิธกี ารที่เอกชนและภาครัฐจัดบริหารใหหรือจดั สงเอง

4.3 การจดั การเอกสารสง มอบ ใชเ พอ่ื ควบคมุ ใหท ราบถึงผลผลิตท่นี าํ ออกไป มีปริมาณเทาใด
ไปถึงลูกคาดวยวธิ ใี ด และไดรับหรือไม

5. การวจิ ยั พฒั นา เปนการดําเนินงานใหธ รุ กิจทท่ี าํ ไดอ ยูในกระแสของความนิยม และกาวทันตอ
การเปลีย่ นแปลง ดงั นี้

5.1 ติดตามขอ มลู กระแสความนิยมในสินคา ผลติ ผลทเี่ ราทําวายงั อยใู นกระแสนยิ มอยา งไร
5.2 ติดตามประเมนิ เทยี บเคยี งคณุ ภาพผลิตภัณฑท เี่ ราแขงขันอยู และสภาวะตลาดเปน อยางไร
5.3 ดาํ เนนิ การวจิ ยั พัฒนา ดวยการคน ควาหาขอ มลู อยา งดี สรา งองคความรพู ัฒนาผลผลิตให
อยใู นกระแสความนิยมหรือเปล่ียนโฉมออกไปสูตลาดประเภทอื่น ๆ
กจิ กรรมทั้ง 5 กจิ กรรมเปน สวนหน่ึงของการสรางความมัน่ คงในธรุ กิจ
1.3 การคดิ สรางสรรคกาํ หนดกิจกรรมในภารกจิ สรา งความม่ันคง
จากสาระความเขาใจภารกิจเพื่อความมั่นคงในอาชีพเปนการนําเสนอแนวคิดที่เปนธุรกิจคอนขาง
ขนาดใหญ ดงั น้นั ผูเ รยี นจงึ จําเปนตองคิดสรางสรรคเพื่อตนเองวา ธุรกิจของเราจะทําอะไรบาง แคไหน และ
อยา งไร
ตวั อยา ง ธุรกจิ ไรท นเหนือ่ ย
เปนธรุ กิจขยายแลว ดําเนินการผลติ ผักสดผลไมในระบบเกษตรอินทรียบนพื้นท่ี 130 ไร ระบบการ
บริหารจัดการดานตาง ๆ ตองลงมือทําดวยตนเองในครอบครัวเพียง 3 คน ภารกิจสรางความม่ันคงจะตอง
คิดสรางสรรคออกแบบใหเหมาะสมกับตนเอง ตัวอยางบทบาทหนาที่เจาของธุรกิจ ซึ่งจะตองกําหนด
ทิศทางและแผนงานดวยตนเอง ดว ยการกําหนดวสิ ัยทัศน จัดทําแผนควบคุมเชงิ กลยุทธแ ละโครงการพัฒนาท่ี
จําเปน และมพี ลังทาํ ใหการขบั เคลอื่ นการทาํ งานเขา สแู ละเปนไปตามวิสยั ทัศนไ ด ดงั ตัวอยางการคดิ สรางสรรค
กาํ หนดทศิ ทางและแผนงานของไรท นเหนอื่ ย ดังนี้

67
ตวั อยาง : แผนการควบคุมเชิงกลยุทธ วิสัยทัศน “ป 2551 ไรทนเหนื่อยผลิตผักสด ผลไมอินทรีย เขาสูตลาด
ประเทศสิงคโปรได”
แผนควบคมุ เชิงกลยุทธ

68

คาํ ชีแจง : ใหผูเรียนแตละคนไดใชประสบการณเชิงประจักษมานึกคิดวา เพื่อความเขมแข็งในอาชีพ
เราควรมีภารกจิ และกจิ กรรมอะไรบา ง

69

เรื่องที่ 2. การวัดและประเมินผลความม่นั คงในอาชีพ

2.1 องคป ระกอบการวดั และประเมนิ ผลความมั่นคงในอาชพี
การประเมินความมั่นคงในอาชีพ ผูรับผิดชอบในการวัดและประเมินผลที่ดีท่ีสุด คือ
ตวั ผปู ระกอบอาชพี เอง เพราะการวดั และประเมินผลความม่ันคงในอาชีพ เปน เรือ่ งท่บี รู ณาการ สง่ิ ตา ง ๆ ภายในตวั
ของผปู ระกอบการอาชีพเอง ตงั้ แตการเรียนรูว า ตนเองจะทําอยางไร การคดิ เหน็ คุณคา ของกิจกรรมความม่นั คง
ความจดจาํ ในกจิ กรรมและความรูส กึ พอใจตอกิจกรรมเปน เรอ่ื งภายในทงั้ ส้นิ บุคคลภายนอกไมอ าจจะรเู ทาทัน
ดังน้ัน ความม่ันคงในอาชีพตัวแปรตนเหตุท่ีสําคัญ คือ ใจของผูประกอบการอาชีพเอง จึงจําเปนท่ีจะตองมี
หลักการประเมนิ สภาวะใจของตนเองอยางเปนระบบที่ประกอบดวยตัวแปร 4 ตัว ดังน้ี 1. การรับรู (วิญญาณ)
2. ความคดิ (สังขาร) 3. จําได หมายรู (สญั ญา) และ 4. ความรสู ึก (เวทนา)
1. วธิ ีการรับรูที่ใชศกึ ษาภารกจิ สรางความมั่นคง
2. ประเมินคณุ คาวา ดหี รอื ไมดีของภารกิจความมัน่ คงทจ่ี ะดําเนนิ การ
3. ประเมนิ ความจาํ วาตนเองเอาใจใสตอ ภารกิจความม่ันคงมากนอ ยเพยี งใด
4. ประเมินความรสู กึ ทต่ี นเองพึงพอใจหรือชอบตอภารกิจความมัน่ คงแบบใด
2.2 วิธีการวดั ผลและประเมนิ ผลความมนั่ คงในอาชพี
เปนการนาํ ตัวแปรมากําหนดตัวช้ีวัด วิธีการวัดแลวเขียนเปนแบบวิเคราะหประเมินตนเอง โดยมี
ข้ันตอนดาํ เนินการ
1. การวเิ คราะหตวั แปรกําหนดตัวชีว้ ัด เชน

1.1 ตัวแปรดานวธิ กี ารรบั รู ตวั บง ชี้ คอื วิธกี ารเรยี นรูที่ประกอบการ
(1) การรบั รจู ากการเห็นของจริงจากการสบื คน จากเอกสาร (ทางตา)
(2) การรบั รจู ากการฟง คาํ บรรยาย ฟงเสยี งทเี่ กดิ ในกจิ กรรม (ทางหู)
(3) การรับรกู ลนิ่ ทางจมกู (จมกู )
(4) การรับรูจากการชมิ รส (ปาก)
(5) การรับรจู ากการสมั ผัสทางกาย (กาย)
(6) การรับรจู ากการคดิ ทางใจ (ใจ)

1.2 ตัวแปรดา นการนกึ คดิ ถึงคุณคา มีตัวบง ชี้ 3 ตัว คอื
(1) คิดวาดี
(2) ไมม ีความคดิ เฉย ๆ
(3) คิดวา ไมดี

1.3 ตัวแปรดา นความจําไดหมายรู มตี วั แปร 3 ตวั คอื

70

(1) จําไดทงั้ หมด
(2) จําไดบ างสวน
(3) ไมจ ํา จําไมไ ด
1.4 ตวั แปรดา นความรูสึกพอใจ มตี วั แปร 3 ตัวประกอบดวย
(1) ชอบพงึ พอใจ
(2) เฉย ๆ
(3) ไมช อบ ไมพึงพอใจ
2. วเิ คราะหตวั บงชี้กําหนดวธิ กี ารวัด
ตัวอยา ง เชน
(1) ตัวชว้ี ัดการรับรู วดั วา ใชวธิ กี ารรบั รูแบบใดบา ง ดงั น้ันในเรอื่ งของความมั่นคงในอาชพี ตวั
บง ช้ีการรบั รู คอื จํานวนของวธิ กี ารรบั รูทน่ี ําเขา มาใชแลว ใหค ะแนน 1
(2) ตวั ชว้ี ดั การนึกคดิ ถึงคณุ คา วัดดว ยการตดั สินใจทตี่ นเองเปน แบบใด
- คดิ วาดี ใหค ะแนน 1
- เฉย ๆ ใหค ะแนน 0
- คดิ วา ไมด ี ใหคะแนน -1
(3) ตัวชี้วดั ดา นการจํา วดั ดวยการประมาณคาวาตนเองเปน แบบใด
- มากให 1 คะแนน
- ปานกลาง ให 0 คะแนน
- นอย ให -1 คะแนน
(4) ตวั ชีว้ ัดดา นความรสู ึกพอใจ วัดดวยการประมาณคา ทต่ี นเองเปน แบบใด
- พึงพอใจ ให 1 คะแนน
- เฉย ๆ ให 0 คะแนน
- ไมช อบ ให -1 คะแนน
3. เขยี นแบบวดั ความม่นั คงในอาชพี
แบบวัดและประเมินผลมีหลายแบบ สําหรับการวัดผลความม่ันคงในอาชีพเปนแบบประเมิน
ตนเอง ท่ีมอี งคป ระกอบรวม 2 องคป ระกอบ คอื
(1) ภารกจิ และกิจกรรม
(2) ตัวแปรดานนามธรรมหรอื ใจของผูประเมินตนเอง และตวั บง ชี้วัดองคประกอบท้ัง 2 ดาน
ดงั กลาว ไดถูกนํามาจดั เปนแบบวดั ผลความม่ันคงในอาชีพ ดังตวั อยา ง

71

ตัวอยา ง แบบวดั ความมนั่ คงในอาชพี

4. การประเมนิ ผล
เปนกจิ กรรมการวเิ คราะห ตคี า แปรผล และสรุปผล ดงั นี้
4.1 การวเิ คราะหผล จากแบบวัดผล มรี ายละเอียด ดังน้ี
(1) ตัวแปรดานการรับรูในแบบวัดกําหนดไวเพียง 3 วิธีการ การวิเคราะหผลโดยนับ

จาํ นวนวธิ ีการท่ีใชจ รงิ โดยใหคะแนนวิธกี ารละ 1 คะแนน

(2) ตวั แปรดา นการคิดถงึ คณุ คา ประกอบดวย
- คดิ วา เปนสงิ่ ดี ใหคะแนน = 1

72

- คดิ วาเฉย ๆ ใหคะแนน = 0

- คดิ วา ไมด ี ใหค ะแนน= -1
(3) ตวั แปรดานการจาํ ได หมายรู ประกอบดว ย
- จาํ ไดม ากกวา รอยละ 80 ใหคะแนน = 1

- จาํ ไดปานกลางรอ ยละ 50-79 ใหค ะแนน = 0
- จาํ ไดตํ่ากวา รอยละ 50 ใหคะแนน = -1

(4) ตวั แปรดา นความรูส กึ ประกอบดวย

- ถาเหน็ วา พงึ พอใจ ใหค ะแนน = -1
- ถาเห็นวาเฉย ๆ ใหคะแนน = 0

- ถา เหน็ วา ไมช อบ ใหคะแนน = -1

4.2 การตีคา ผลการวเิ คราะห มรี ายละเอยี ด ดังน้ี

4.2.1 ตัวแปรดานนามธรรม
(1) ผลงานดานนามธรรมหรอื ใจของผูประเมนิ ตนเอง
- ม่ันคง เขมแขง็ = คะแนนสงู กวา 24 คะแนนขน้ึ ไป

- ตองระแวดระวัง = คะแนนระหวา ง 18 - 24 คะแนน
- ตองตรวจสอบพัฒนาระบบ = คะแนนระหวา ง 12 - 18 คะแนน

- ตองปรับรือ้ ระบบความมนั่ คง = คะแนนระหวาง 6 - 12 คะแนน

- ยกเลิกระบบถายังตองการทําธรุ กจิ ตอ ไปตองพฒั นาใจของตนเอง
เรยี นรูใหม = ตํ่ากวา 6 คะแนน

(2) การตคี า ผลการวเิ คราะหดา นการรบั รูต อภารกิจความม่นั คงธุรกจิ
ดังนี้

- การรับรูดีที่สดุ = คะแนนสงู กวา 12 คะแนนขน้ึ ไป

- การรบั รูดี = คะแนน 9 - 12 คะแนน
- ตอ งพัฒนาการรับรู = คะแนน 6 - 9 คะแนน

- ตองแกไขตนเองรับรใู หม = คะแนน 3 - 6 คะแนน
- เลกิ เปนเจาของธุรกจิ = คะแนนตํา่ กวา 3 คะแนน

ทําไดแ ตแ รงงาน

(3) การตีคาผลการวิเคราะหด า นการนกึ คดิ คณุ คา ของระบบความมั่นคง

ธุรกจิ ดังนี้

73

- มกี ารคดิ นกึ ตอระบบความมั่นคงดีมาก= คะแนนสงู กวา 5 คะแนน

- มกี ารนกึ คิดตอ ระบบความม่นั คงดี = คะแนน 4 คะแนน
- ตองทบทวนคุณคา ของระบบความมนั่ คง = คะแนน 3 คะแนน
- ตองทบทวนความเหมาะสมของตนเอง = คะแนน 2 คะแนน

- ถอยตวั ออกจากความเปน เจา ของธุรกจิ ท่ีไมพ ฒั นาตนเอง = คะแนน 1 คะแนนลงมา
(4) การตีคาดา นความจําไดห มายรูตอ ระบบความม่ันคงธุรกิจ ดงั น้ี

- มีความจาํ ไดห มายรูเพอื่ ปฏิบตั ิภารกิจความมนั่ คงดมี าก = 5 คะแนน

- มีความจาํ ไดห มายรเู พอ่ื ปฏิบัติภารกิจความมน่ั คงดี = 4 คะแนน
- ตอ งทบทวนความจาํ = 3 คะแนน

- ตอ งทบทวนความเหมาะสมในการเปนเจาของธุรกจิ = 2 คะแนน

- ถอยตัวออกจากความเปน เจาของธรุ กจิ = 1 คะแนน

(5) การตคี า ดา นความรสู กึ ตอ ภารกจิ ความมนั่ คงธุรกิจ ดงั นี้
- มคี วามรูสกึ ตอ ภารกิจความมัน่ คงธุรกิจดมี าก = 5 คะแนน
- มีความรสู กึ ตอ ภารกิจความมั่นคงธุรกิจดี = 4 คะแนน

- ตองทบทวนความรสู กึ ของตนเอง = 3 คะแนน
- ตองทบทวนวา ตนเองยงั เหมาะสมในการเปนเจาของธรุ กจิ

= 2 คะแนน

- ควรถอยตวั ออกจากความเปนเจาของธรุ กิจ = 1 คะแนน
4.2.2. ดานภารกจิ ในแตล ะภารกจิ มสี วนรว มตอ ความมน่ั คงของธุรกจิ อยา งไร ดังนี้

- ภารกจิ นสี้ ง ผลตอ ความม่ันคงมากทสี่ ดุ = 6 คะแนน
- ภารกจิ น้ีสงผลตอความมน่ั คงดี = 5 คะแนน

- ภารกิจนี้ตองคดิ ทบทวนและพฒั นา = 4 คะแนน

- ภารกิจนตี้ องยอ นดูการกระทําของตนเอง = 3 คะแนน
- ตอ งทบทวนภารกิจปรับรือ้ ระบบและทําความเขาใจกบั ตนเอง

ในฐานะเจา ของกิจการ = 2 คะแนน

74
2.3 การแปรผลการประเมินตนเอง
ทบทวนกันอีกคร้ัง การวัดและประเมินผลเปนเรื่องของการประเมินตนเองเพ่ือใหรูจักและเขาใจ
ตนเอง เพราะกิจกรรมสรา งความเขมแข็ง ม่ันคงในธรุ กจิ เปนเร่อื งท่เี จา ของธุรกจิ จะตอ งเอาใจใส จะบอกวา
ภารกจิ นไี้ มช อบคงไมไ ด แตก ารประเมินตองถามใจวาเราเปนอยางไรกันแน แลววัดและประเมินผลไปตาม
สภาพจริง สว นผลจะออกมาอยา งไรแลวเราจะทาํ อยางไรอยทู ตี่ ัวเราเอง จงึ ขอยกตวั อยางผลการวเิ คราะห ตีคา
แปรผล และอภปิ รายผลของเจาของธรุ กจิ ทานหน่งึ ดังน้ี
ตวั อยาง ผลการวิเคราะห การประเมินภารกจิ การสรา งความมั่นคงในอาชีพ

จากตารางผลการวเิ คราะหสามารถอธบิ ายไดว า
1. โดยภาพรวมแลว จะตอ งตรวจสอบพัฒนาระบบความมนั่ คงธุรกิจ
2. มภี ารกจิ ท่จี ะตอ งตรวจสอบพฒั นาประกอบการ

75

(1) การบริหารทรพั ยากรดาํ เนินงาน
(2) การจัดการสงมอบ
(3) การวิจยั พฒั นา
3. จะตองทบทวนสภาพและความรสู กึ ของตนเองเก่ียวกับ
(1) การมองเหน็ คุณคาของภารกิจความมน่ั คงธรุ กจิ
(2) ความรูส ึกชอบไมช อบในภารกจิ ความมน่ั คง
4. ถาจะเปนเจา ของธรุ กจิ ตอ งเอาใจใสตอ การจาํ ไดห มายรู

ใบงานที่ 1

คาํ ช้แี จง : จากการเรยี นรูระบบความมัน่ คงในธรุ กจิ อาชีพและการวัดและประเมินผลภารกิจความมั่นคงในอาชีพ
ทานคิดวาตัวทานเองควรมีกรอบแนวทางวัดและประเมินผลภารกิจความมั่นคงในอาชีพของตนเองอยางไร
ขอไดโ ปรดศึกษาแบบบันทกึ นีแ้ ลว ทดลองคดิ ดว ยตนเอง

1.ลกั ษณะกิจกรรมอาชพี ที่ขยายขอบขา ย
1.1 ผลผลติ
(1) เปาหมายการผลิต คือ :

.........................................................................................................................................................................
(2) ผลผลิตขายใหใ คร :

.........................................................................................................................................................................
(3) ผลผลติ ขายที่ไหน :

.........................................................................................................................................................................
(4) ผลผลติ ขายอยา งไร :

.........................................................................................................................................................................
1.2 กระบวนการผลิต
(1) ลกั ษณะแบบแผนปฏิบัตงิ าน :

.........................................................................................................................................................................
(2) ลกั ษณะการทาํ งานตามแผน :

.........................................................................................................................................................................

76
(3) ลักษณะการตรวจสอบหาขอบกพรอ ง :
.........................................................................................................................................................................
(4) ลักษณะการปฏิบัตกิ ารแกไ ขขอ บกพรอง :
.........................................................................................................................................................................
2. กรอบการวัดและประเมินผลความม่นั คงธุรกจิ ของทาน

เม่ือคิดดวยตนเองแลวขอใหผูเรียน ผูเกี่ยวของรวมกันวิเคราะหขอบกพรองและรวมกันพัฒนา
ใหสามารถใชดําเนินการวัดและประเมินผลดวยตนเองได

77

ใบเสริมความรู้

ตัวอยางบันทึกการวดั และประเมนิ ผลความมัน่ คงอาชพี เปนการประเมินผลตนเองอยา งงาย ๆ การบันทกึ
การวัดและประเมินผลความยั่งยนื ควรเนน เอกสารระบบและการทํางาน ใหเปนไปตามเอกสารระบบ มีการ
ตรวจติดตาม หาขอบกพรอ ง และปฏบิ ตั ิการแกไขขอบกพรองโดยมีเกณฑงาย ๆ ดังน้ี

1. ภมู ิคมุ กนั เขม แข็ง = ภารกิจความมั่นคง มีเอกสารระบบปฏิบัติการ และปฏิบัติการตามเอกสาร
อยา งเครง ครัด เกดิ ผลเปน ไปตามเปา หมายทกุ อยาง

2. มีภูมิคุมกัน = ภารกิจความมั่นคงมีเอกสารระบบปฏิบัติการ และปฏิบัติการตามเอกสาร
อยางเครงครัด เกิดผลเปน ไปตามเปาหมายสวนใหญ

3. ภูมิคุมกันบกพรอ ง = ภารกจิ ความมั่นคงมเี อกสารระบบปฏิบตั ิการ แตการปฏบิ ัตกิ ารมักละเลย
ไมทําตามเอกสาร

ตัวอยา ง บันทึกการวัดและประเมินผลภารกจิ ความมั่นคงอาชีพ

78

3. กรอบการประเมินความเปนไปไดในการนาํ กรอบแนวคดิ การขยายอาชพี ไปใชจ รงิ
กรอบแนวคดิ ในการประเมนิ ความเปนไปไดดงั น้ี

จากแผนภูมดิ ังกลา ว แสดงใหเห็นกรอบแนวคิดในการประเมินความเปนไปได มีองคประกอบรวมกัน
6 องคประกอบ ในแตละองคป ระกอบมีตัวแปรบงช้วี ดั ดังนี้

1. รปู แบบการขยายอาชีพ มตี วั แปรรวม ดังน้ี
1.1 ผลผลิต
1.2 กระบวนการผลติ
1.3 ปจ จัยนําเขาการผลิต

2. ความยากงา ยของการดําเนินการจัดการ มตี ัวแปรรว ม ดงั นี้
2.1 การบรหิ ารจดั การ แรงงาน เงินทนุ
2.2 แผนธุรกิจ

3. การรับไดข องลูกคา มตี ัวแปรรว ม ดงั น้ี
3.1 ผลผลติ อยใู นความนิยม
3.2 เปนสง่ิ จําเปน ตอ ชวี ติ
3.3 ราคา

79

4. การรับไดของสังคมชมุ ชน มตี ัวแปรรว ม ดงั นี้
4.1 สภาพแวดลอ ม
4.2 วัฒนธรรมประเพณี

5. ความเหมาะสมของเทคนิควทิ ยาการทีใ่ ชในการขยายอาชีพ
5.1 เทคนคิ วทิ ยาการเพ่อื การลดตน ทนุ
5.2 เทคนคิ วทิ ยาการเพื่อการลดของเสีย

เป้ าหมายการประเมนิ ผล

การประเมนิ ความเปน ไปไดในการนาํ รปู แบบขยายอาชพี ไปใชจริง มเี ปา หมายทจ่ี ะวิเคราะห ดงั น้ี
1. วิเคราะหบทความสัมพันธส อดคลอ งรบั กนั ได ระหวางองคป ระกอบ

1.1 ความสมั พันธ ระหวาง AB AC AD AE
1.2 ความสมั พันธ ระหวาง BC BD BE
1.3 ความสมั พนั ธ ระหวา ง CD CE
1.4 ความสมั พันธ ระหวาง DE
2. ประเมินตดั สินใจรับความเปนไปได
2.1 ตารางวเิ คราะหค วามสัมพันธส อดคลอ งรับกันไดระหวา งองคประกอบ

80

2.2 เกณฑการประเมนิ
(1) คะแนนระหวาง 1 - 3 คะแนน ถอื วา นาํ รปู แบบไปใชไ มไ ด
(2) คะแนนระหวาง 4 - 7 คะแนน ถอื วามีความเปนไปไดตาํ่ ตอ งทบทวน พฒั นา
(3) คะแนนระหวา ง 8 - 10 คะแนน ถอื วามีความเปน ไปไดใ นการนําไปใช

วธิ ีการวเิ คราะห์

การวิเคราะหเพ่ือการตัดสินใจ มีความจําเปนท่ีเจาของธุรกิจจะตองประเมินตัดสนิ ใจดวยตนเอง
สําหรบั กรณที ี่ธรุ กจิ มหี ุน สวนหรือผูเก่ียวของควรจะใชวิธีสนทนาเจาะลึกและวิธีความสัมพันธรวมกันโดยมี
วธิ ีการดังน้ี

1. การวเิ คราะหตัดสนิ ใจตัวบง ชค้ี วามสมั พนั ธระหวางองคประกอบทีละคู ดวยการใชวิจารณญาณ
ของตนเอง นึกคิดในรายละเอียดความสัมพันธความไปกันได และความเปนพวกเดียวกันวาหนักไปทางมี

81

ความสมั พันธต อ กนั หรือไมส ัมพันธกนั คิดทบทวนหลาย ๆ คร้ังจนมน่ั ใจ แลวจึงตดั สนิ ใจระบวุ า องคประกอบใน
คทู ว่ี ิเคราะหม คี วามสมั พันธต อ กนั แลว ใหท าํ เครื่องหมาย + (บวก) แสดงวา มีความสมั พันธ และเครือ่ งหมาย - (ลบ)
แสดงวาไมม ีความสัมพนั ธ

2. การใหค ะแนนโดยใหคอู งคป ระกอบที่มคี วามสัมพนั ธไ ดค ะแนน 1 คะแนน คูท ไี่ มส มั พนั ธใ ห 0
คะแนน

วธิ กี ารประเมนิ

การรวมคะแนนจากองคป ระกอบการประเมนิ แตล ะขอ แลวประเมนิ สรปุ ตามเกณฑก ารประเมิน เชน
(1) แนวทางขยายอาชีพของกลมุ จกั สาน มคี คู วามสมั พนั ธขององคประกอบการประเมินรวมคะแนนได
9 คะแนน สามารถอธิบายไดวา แนวทางขยายอาชีพของกลุมจกั สาน มคี วามเปนไปไดในการนาํ ไปใชจริง
(2) แนวทางขยายอาชีพของกลมุ เลีย้ งปลามคี ูความสมั พนั ธข ององคป ระกอบการประเมนิ รวมคะแนนได
3 คะแนน สามารถอธิบายไดวา แนวทางขยายอาชีพของกลุมเลี้ยงปลาเปนรูปแบบที่มีความเปนไปไดต่ํามาก
รปู แบบไมสามารถนําไปใชไ ด

สรุป
แนวทางประเมินความเปนไปไดของการนํารปู แบบขยายอาชีพไปใชเปนรปู แบบท่เี นนการใชเหตุผล

เปนหลักไมใชการหาความสัมพันธเชิงคณิตศาสตร เปนการมองหาเหตุผลดวยวิจารณญาณของตนเองเพื่อ
รับผดิ ชอบตนเอง และนําตนเองได

82

ใบเสริมความรู

ตัวอยา ง : การวเิ คราะหก าํ หนดตวั บงชภี้ ายในองคประกอบของการประเมนิ

83

ใบเสริมความรู้

ตัวอยาง : การวเิ คราะหค วามสมั พนั ธท เ่ี ก่ียวขอ งระหวา งตวั แปรภายในของรปู แบบการขยายอาชีพกับ
การรับไดข องลกู คา

84
ตวั อยาง : การวเิ คราะหความสัมพันธท ี่เก่ยี วขอ งระหวา งตวั แปรภายในของรูปแบบการขยายอาชพี กบั
การรับไดข องสังคมชุมชน

85

ใบงานที่ 2

คาํ ช้ีแจง : การใหผูเรียนจัดทําแนวคิดการประเมินความเปนไปไดดวยตนเองน้ี มีจุดประสงค เพื่อฝกทักษะ
การประยุกตใชทฤษฎคี วามรูตา ง ๆ มาบูรณาการกับประสบการณข องตนเอง ใหเปนกรอบแนวคิดของตนเอง
และเขาใจภารกิจการประเมนิ ความเปน ไปไดอยางแจมแจง
1. กรอบแนวคดิ การประเมนิ ความเปน ไปไดข องตนเอง

2. รายละเอยี ดในแตล ะองคประกอบของกรอบแนวคดิ

3. เปา หมายการประเมิน (มีอะไรบา ง)

4. วิธกี ารวิเคราะหข อ มลู

5. วธิ กี ารประเมิน

86

เรืองที การตดั สินใจขยายอาชีพด้วยการวเิ คราะห์ศักยภาพ

จากการท่ีผเู รยี นไดศกึ ษา เร่อื งที่ 1 ภารกิจเพ่ือความมั่นคงในการทาํ ธุรกิจ ประกอบดวยเรื่องยอย ๆ
คือ บทบาทหนาท่ขี องตนเองทีม่ ีตอ ธรุ กจิ การบรหิ ารทรัพยากรดาํ เนนิ ธรุ กิจ การบริหารการผลิต การจัดการสงมอบ
และการวิจยั พัฒนา ซ่ึงเนน เฉพาะการบริหารจัดการของตวั ผปู ระกอบการ และเรอื่ งท่ี 2 การวัดและประเมินผล
ความมน่ั คงในอาชีพ ซ่ึงตอ งเรียนรูเก่ยี วกับองคประกอบการวัดและประเมินผลความม่ันคงในอาชีพ วิธีการ
วัดผลและประเมินผลความม่ันคงในอาชีพ และการแปรผลการประเมินตนเองเปนการหาขอสรุปวาจะ
ดําเนินการขยายอาชีพหรอื ไม อยา งไร

เพือ่ เปนการสรา งความมง่ั คงยิ่งขึ้น ผูประกอบการควรพิจารณาวิเคราะหศักยภาพในการขยาย
อาชพี 5 ดา น ดงั นี้

1. ศักยภาพของทรัพยากรธรรมชาตใิ นแตล ะพน้ื ที่
2. ศักยภาพของพนื้ ท่ีตามลักษณะภมู อิ ากาศ
3. ศักยภาพของภูมิประเทศและทาํ เลท่ตี ัง้ ของแตล ะพน้ื ท่ี
4. ศักยภาพของศลิ ปะ วฒั นธรรม ประเพณแี ละวถิ ีชีวิตของแตละพนื้ ที่
5. ศักยภาพของทรัพยากรมนษุ ยในแตล ะพืน้ ที่

1. ศกั ยภาพของทรพั ยากรธรรมชาตใิ นแตละพ้นื ที่
ทรพั ยากรธรรมชาติ หมายถึง สิง่ ทีเ่ กิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ซงึ่ มนษุ ยสามารถนาํ ไปใชใ หเกิดประโยชน

ตอชีวติ ประจาํ วัน และการประกอบอาชพี ทรัพยากรธรรมชาติ ไดแ ก ปา ไม แมน าํ้ ลําคลอง อากาศ แรธาตุตา ง ๆ
ทรัพยากรธรรมชาตบิ างชนิดใชแลว หมดไป เชน แรธ าตุตา ง ๆ บางชนิดมนษุ ยส ามารถสรางทดแทนข้ึนใหมไ ด
เชน ปาไม เม่ือมนุษยตัดไปใชประโยชนแลวก็สามารถปลูกทดแทนขึ้นใหมได ดังน้ัน การขยายอาชีพตอง
พิจารณาวาทรัพยากรที่จะตองนํามาใชในการขยายอาชีพในพื้นที่มีหรือไมมีเพียงพอหรือไม ถาไมมี
ผูป ระกอบการตอ งพจิ ารณาใหมว าจะขยายอาชพี ท่ตี ดั สนิ ใจเลือกไวหรือไม หรือพอจะจัดหาไดในพน้ื ท่ีใกลเ คยี ง
ซึง่ ผูประกอบการตอ งเสียคา ขนสง จะคมุ คากับการลงทนุ หรอื ไม เชน ตัดสินใจจะขยายอาชีพจากเดิมเล้ียงสุกร
100 ตวั ตอ งการเลย้ี งเพ่มิ เปน 200 ตวั ซึง่ เพ่ิมอีกเทาตัว จะตอ งพิจารณาวา อาหารสุกรหาไดในพืน้ ท่ีหรอื ไม เชน
รําขาวในพื้นทมี่ ีพอเพียงทจ่ี ะเลีย้ งสกุ รทีเ่ พ่มิ ขึน้ หรือไม

87

2. ศกั ยภาพของพ้นื ที่ตามลักษณะภูมอิ ากาศ
ในแตละพน้ื ท่ีจะมีลักษณะภูมิอากาศแตกตา งกนั เชน ประเทศไทยภาคกลางมีอากาศรอน ภาคใตมีฝนตก

เปนเวลานาน ภาคเหนือมีอากาศเย็น โดยเฉพาะอาชีพเกษตรกรรมข้ึนอยูกับสภาพภูมิอากาศเปนสวนใหญ เชน
ในพืน้ ท่มี ีการปลกู ล้ินจี่ ลําไย อยูแลว และมีผลผลิตออกมากในฤดูกาล ทําใหราคาตกตํ่าตองการแปรรูปใหเปน
ลําไยตากแหง เพื่อใหไ ดราคาดี ดงั นั้น ตองพิจารณาวาในชว งน้นั มแี สงแดดพอเพียงท่จี ะตากลําไยไดห รอื ไม
3. ศกั ยภาพของภมู ปิ ระเทศและทาํ เลทต่ี ้ังของแตล ะพนื้ ที่

สภาพภมู ปิ ระเทศและทาํ เลท่ีตั้งของแตล ะพ้นื ที่จะแตกตางกนั เชน เปนภูเขา เปนทร่ี าบสงู ท่รี าบลุม แตละ
พื้นที่มีผลตอการขยายอาชีพ เชน การจัดหาแหลงทองเที่ยวเพิ่มข้ึนในพ้ืนท่ีตองพิจารณาวาแหลงทองเที่ยว
แหง ใหมในภมู ปิ ระเทศน้ัน ๆ สามารถดึงดูดนักทอ งเท่ียวไดห รือไม หรอื ตองการขยายสาขาไปอกี สถานที่หนงึ่ ก็
ตองพิจารณาทาํ เลที่ต้ังแหงใหมว าจะขายกาแฟไดห รอื ไม
4. ศักยภาพของศิลปะ วฒั นธรรม ประเพณแี ละวถิ ีชวี ิตของแตละพื้นที่

แตละพ้ืนท่ีทั้งในประเทศไทยและตางประเทศมีศิลปวัฒนธรรม ประเพณีและวิถีชีวิตที่แตกตางกัน
ดังน้ันแตล ะพนื้ ทส่ี ามารถนําเอาสง่ิ เหลานีม้ าใชเ ปนอาชีพได เชน เปน สถานทท่ี อ งเที่ยวเขาชมศิลปะ วัฒนธรรม
ประเพณีพ้นื บาน หรอื พาชมวถิ ชี วี ิต อาจจะขยายอาชพี โดยเพม่ิ จํานวนรอบที่เขา ชมใหพอเพียงกบั ตลาดเปา หมาย
5. ศกั ยภาพของทรพั ยากรมนษุ ยใ นแตล ะพ้นื ท่ี

ทรัพยากรมนุษยในแตละพื้นที่ หมายถึง ความรู ความสามารถของมนุษยท่ีเปนภูมิปญญาทั้งในอดีต
จนถงึ ปจจบุ นั ดานการประกอบอาชีพตา ง ๆ ในพื้นทีน่ นั้ ๆ เม่ืออาชพี นัน้ มคี วามมน่ั คงในพืน้ ท่ีน้ัน ๆ แลว อาจจะ
ขยายไปพื้นทอ่ี ่ืน ๆ การกระจายความสามารถของทรัพยากรมนุษย ก็สามารถทําไดโดยการอบรมผูสนใจใน
ความรนู นั้ ๆ ใหส ามารถนําไปขยายยังพ้ืนทีอ่ ่ืน ๆได

ผูประกอบการท่ีมีอาชีพม่ันคงโดยผานการพัฒนาจนกระท่ังเปนที่รูจักกันแพรหลายก็สามารถขยาย
ธุรกิจใหกวางขวาง โดยการเพ่ิมปริมาณหรือขยายสาขาใหมากข้ึนได โดยนําศักยภาพทั้ง 5 ดานมาชวย
ประกอบการพิจาณาดว ย

88

ใบงานท่ี 3

จากการที่ผูเรยี นศกึ ษาศกั ยภาพ 5 ดา น เพอื่ ขยายอาชพี มาแลว ใหว เิ คราะหศ กั ยภาพ 5 ดา นในอาชพี ที่

ตัดสนิ ใจขยายอาชพี ทสี่ นใจ วา จะขยายอาชีพไดอ ยา งไร เพอ่ื ใหอ าชีพนนั้ มีความเปน ไปไดล งในแบบบันทกึ

แบบบนั ทกึ

ตองการขยายอาชพี …………………………………………………….

ท่ี ศักยภาพ 5 ดาน ทีต่ องการ / สอดคลอ งกบั อาชีพ มี ไมม ี หมายเหตุ

พอ ไมพอ

1 ทรัพยากรธรรมชาติ 1.1
1.2
1.3
ฯลฯ

2 ภมู ิอากาศ

3 ภูมปิ ระเทศและทําเลท่ีตง้ั

4 ศิลปะ วฒั นธรรม ประเพณี
และวถิ ีชวี ติ

5 ทรัพยากรมนษุ ย

89

สรปุ ผลการตดั สินใจ

ใหเ ลอื กอยา งใดอยา งหนึ่ง ดงั นี้
1. ตดั สนิ ใจเลอื กขยายอาชพี และใหอ ธบิ ายเหตผุ ลความเปน ไปไดท จี่ ะขยายอาชีพ

2. ตัดสนิ ใจไมขยายอาชีพ เนอ่ื งจาก

90

ภาคผนวก

91

รายชือผู้เข้าร่วมประชุมปฏบิ ัตกิ ารเขียนต้นฉบบั เรียน

ตามหลกั สูตรการศึกษานอกระบบ ระดับการศึกษาขันพนื ฐาน พทุ ธศักราช 2552
ระหวา งวนั ท่ี 29 มถิ นุ ายน-3 กรกฎาคม 2552
ณ โรงแรมแกรนด เดอวิลล กรงุ เทพมหานคร

1. นางพรทิพย กลารบ ผอู าํ นวยการกลุมพัฒนาการศึกษานอกโรงเรยี น

2. นางสาวพมิ พาพร อินทจกั ร สถาบัน กศน.ภาคเหนอื
3. นางสาวสดุ ใจ บตุ รอากาศ สถาบนั กศน.ภาคเหนือ

4. นางณฐั พร เชื้อมหาวนั สถาบนั การศึกษาและพัฒนาตอ เนอื่ งสริ ินธร

5. นางวารณุ ี เผอื กจนั ทึก สถาบนั การศึกษาและพฒั นาตอเนอ่ื งสริ ินธร

6. นายทองจุล ขนั ขาว สถาบัน กศน.ภาคกลาง

7. นางอมรรตั น ศรกี ระจบิ สถาบนั กศน.ภาคตะวนั ออก

8. นางสาวสรุ ตั นา บรู ณะวทิ ย สถาบัน กศน.ภาคตะวันออก

9. นางสาวสาสินี สมทบเจรญิ กลุ สถาบนั กศน.ภาคตะวันออก
10. นางสาวสมทรง นลิ นอย สถาบนั กศน.ภาคตะวนั ออก

11. นายมณเฑียร ละงู สถาบัน กศน.ภาคใต

12. นางสาวสิรลิ กั ษณ จนั ทรแกว ศูนยว ทิ ยาศาสตรเ พ่อื การศึกษานครศรธี รรมราช

13. นางสาวลักษณส ุวรรณ บุญไชย ศูนยว ทิ ยาศาสตรเ พ่อื การศกึ ษาตรัง

14. นายเดชพสษิ ฐ เตชะบุญ ศูนยวทิ ยาศาสตรเพ่ือการศกึ ษาลาํ ปาง

15. นางพวงเพชร วิเศษชู ศนู ยวทิ ยาศาสตรเพอื่ การศกึ ษาสระแกว

16. นางอาภรณ เลศิ กจิ คุณานนท ศูนยว ทิ ยาศาสตรเพอ่ื การศึกษาสระแกว

17. นางทิพรตั น สมั ฤทธริ์ นิ ทร ศูนยฝ กและพฒั นาอาชพี ราษฎรไทย

18. วาทรี่ อยตรอี ัมพร มากเพชร บริเวณชายแดนชุมพร
ศนู ยฝ ก และพฒั นาอาชพี ราษฎรไทย

บรเิ วณชายแดนสระแกว

92

19. นายวเิ ชยี ร ใจจิตร ศูนยฝ กและพฒั นาอาชพี ราษฎรไทย
บรเิ วณชายแดนสระแกว
20. นายกติ ติเกษม ใจชน่ื ศึกษานเิ ทศ
21. นางศริ พิ รรณ สายหงส ขา ราชการบาํ นาญ
22. นางดุษฎี ศรีวัฒนาโรทยั กลมุ พฒั นาการศึกษานอกโรงเรยี น
23. นางพรทพิ ย เข็มทอง กลมุ พฒั นาการศกึ ษานอกโรงเรยี น
24. นางนนั ฐินี ศรธี ญั ญา กลมุ พัฒนาการศกึ ษานอกโรงเรยี น
25. นางรุง อรุณ ไสยโสภณ กลมุ พัฒนาการศึกษานอกโรงเรยี น
26. นายววิ ัฒนไ ชย จันทนส คุ นธ กลุมพฒั นาการศกึ ษานอกโรงเรยี น
27. นางพฒั นส ดุ า สอนซ่ือ กลมุ พฒั นาการศึกษานอกโรงเรยี น
28. นางพชิ ญาภา ปติวรา กลมุ พฒั นาการศกึ ษานอกโรงเรยี น
29. นายสรุ พงษ ม่นั มะโน กลุมพัฒนาการศกึ ษานอกโรงเรยี น
30. นายศภุ โชค ศรรี ตั นศลิ ป กลมุ พัฒนาการศึกษานอกโรงเรยี น
31. นางรงุ ลาวัณย พิไลวงค กลมุ พัฒนาการศกึ ษานอกโรงเรยี น
32. นางสาวปย วดี คะเนสม กลมุ พฒั นาการศึกษานอกโรงเรยี น
33. นางสาวเพชรนิ ทร เหลืองจติ วฒั นา กลมุ พัฒนาการศึกษานอกโรงเรยี น

93

รายชือผู้เข้าร่วมประชุมปฏบิ ัติการบรรณาธิการสือแบบเรียน

ตามหลกั สูตรการศึกษานอกระบบ ระดับการศึกษาขันพนื ฐาน พุทธศักราช 2551
ระหวางวันท่ี 7-10 กันยายน - 10 กันยายน 2552
ณ โรงแรมอทู องอนิ น จงั หวดั พระนครศรอี ยุธยา

1. นายวมิ ล จํานงบตุ ร รองเลขาธิการ กศน.
2. นางพรทพิ ย กลารบ ผอู ํานวยการกลุม พัฒนาการศึกษานอกโรงเรียน

คณะบรรณาธิการ จันทรศ รี ผูอํานวยการศูนยวทิ ยาศาสตรเ พือ่ การศึกษาตรัง
3. นายประกิต ประดิษฐสุวรรณ ผูอํานวยการอุทยานวทิ ยาศาสตร พระจอมเกลา
4. นายสงดั ณ หวา กอ จงั หวัดประจวบคีรขี นั ธ
อนนั ตนริ ตั ศิ ัย ผูอํานวยการศูนยว ทิ ยาศาสตรเพ่ือการศกึ ษา ตรัง
5. นายชยั กิจ มาลากรรณ ผอู ํานวยการศนู ยวทิ ยาศาสตรเพอื่ การศกึ ษา
6. นายสชุ าติ พระนครศรีอยุธยา
สหพัฒนสมบัติ ผูอํานวยการ สํานักงาน กศน.อ.บางปะกง
7. นายกญั จนโ ชติ สิทธริ งั สรรค ศนู ยฝ กและพัฒนาอาชพี เกษตรกรรม วัดญาณ-
8. นางทิพวรรณ สงั วรารามวรมหาวิหาร อันเนอ่ื งมาจากพระราชดาํ ริ
โอมาก ขาราชการบาํ นาญ
9. นายทวี เจรญิ นชิ ขาราชการบาํ นาญ
10. นางสาวสุรีพร มว งบญุ มี ขา ราชการบาํ นาญ
11. นายไชโย คมุ ทรัพย ขาราชการบาํ นาญ
12. นายอรา ม หนูสง ขา ราชการบาํ นาญ
13. นายชมุ พล ลองประเสรฐิ ศึกษานิเทศก
14. นางสาวสวุ รรณา รชั ตนาวิน ศกึ ษานเิ ทศก
15. นางมาลี ขนั อาสา ศึกษานเิ ทศก
16. นางทองพนิ


Click to View FlipBook Version