หนงั สือเรียนสาระการประกอบอาชีพ
รายวชิ า การพฒั นาอาชีพให้มคี วามเข้มแขง็
(อช21003)
ระดบั มัธยมศึกษาตอนต้น
(ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560)
หลกั สูตรการศึกษานอกระบบระดบั การศึกษาข้นั พ้นื ฐาน
พทุ ธศกั ราช 2551
สานกั งานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศยั
สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ
กระทรวงศึกษาธิการ
ห้ามจาหน่าย
หนงั สือเรียนเล่มน้ีจดั พิมพด์ ว้ ยเงินงบประมาณแผน่ ดินเพ่ือการศึกษาตลอดชีวติ สาหรับประชาชน ลิขสิทธ์ิเป็น
ของ สานกั งาน กศน. สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ
เอกสารทางวชิ าการลาดบั ท่ี 31/2555
หนงั สือเรียนสาระการประกอบอาชีพ
รายวชิ า การพฒั นาอาชีพให้มีความเข้มแขง็
(อช21003)
ระดบั มัธยมศึกษาตอนต้น
ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. 2560
ลิขสิทธ์ิเป็นของ สานกั งาน กศน. สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ
เอกสารทางวชิ าการลาดบั ท่ี 31/2555
คาํ นาํ
กระทรวงศึกษาธิการไดประกาศใชหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน
พุทธศักราช 2551 เมื่อวันท่ี 18 กันยายน พ.ศ. 2551 แทนหลักเกณฑและวิธีการจัดการศึกษานอกโรงเรียน
ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศักราช 2544 ซึ่งเปนหลักสูตรท่ีพัฒนาขึ้นตามหลักปรัชญาและ
ความเชือ่ พืน้ ฐานในการจัดการศึกษานอกโรงเรียนทีม่ กี ลมุ เปา หมายเปนผใู หญมกี ารเรียนรแู ละสง่ั สมความรู
และประสบการณอ ยา งตอเน่ือง
ในปง บประมาณ 2554 กระทรวงศึกษาธิการไดกําหนดแผนยุทธศาสตรในการขับเคลื่อนนโยบาย
ทางการศกึ ษาเพอื่ เพ่มิ ศักยภาพและขีดความสามารถในการแขงขันใหประชาชนไดมีอาชีพที่สามารถสราง
รายไดท่ีม่ังคั่งและมั่นคง เปนบุคลากรที่มีวินัย เปยมไปดวยคุณธรรมและจริยธรรม และมีจิตสํานึก
รับผิดชอบตอตนเองและผูอืน่ สํานกั งาน กศน. จงึ ไดพิจารณาทบทวนหลักการ จุดหมาย มาตรฐาน ผลการ
เรยี นรูทคี่ าดหวงั และเน้ือหาสาระทัง้ 5 กลุมสาระการเรยี นรู ของหลกั สตู รการศึกษานอกระบบระดับการศึกษา
ขั้นพ้นื ฐาน พุทธศกั ราช 2551 ใหมคี วามสอดคลองตอบสนองนโยบายกระทรวงศกึ ษาธิการ ซึ่งสงผลใหตอง
ปรับปรุงหนังสือเรียนโดยการเพ่ิมและสอดแทรกเน้ือหาสาระเกี่ยวกับอาชีพ คุณธรรม จริยธรรมและ
การเตรียมพรอม เพอื่ เขา สูประชาคมอาเซียน ในรายวชิ าทีม่ ีความเก่ยี วของสมั พนั ธกัน แตยังคงหลกั การและ
วธิ ีการเดิมในการพฒั นาหนงั สือท่ีใหผูเรียนศึกษาคนควาความรูดวยตนเอง ปฏิบัติกิจกรรม ทําแบบฝกหัด
เพ่ือทดสอบความรูความเขาใจ มีการอภิปรายแลกเปลี่ยนเรียนรูกับกลุม หรือศึกษาเพิ่มเติมจากภูมิปญญา
ทองถ่นิ แหลงการเรยี นรูและสื่ออน่ื
การปรับปรงุ หนงั สอื เรียนในคร้ังน้ี ไดรับความรว มมืออยางดยี ิง่ จากผทู รงคุณวุฒิในแตละสาขาวิชา
และผูเกย่ี วของในการจัดการเรียนการสอนท่ีศึกษาคนควา รวบรวมขอ มลู องคความรูจากสื่อตาง ๆ มาเรียบเรียง
เนื้อหาใหครบถวนสอดคลองกับมาตรฐาน ผลการเรียนรูที่คาดหวัง ตัวช้ีวัดและกรอบเนื้อหาสาระของ
รายวชิ า สาํ นกั งาน กศน.ขอขอบคณุ ผูมีสว นเก่ียวของทุกทานไว ณ โอกาสน้ี และหวังวาหนังสือเรียนชุดนี้
จะเปนประโยชนแกผ เู รยี นครู ผสู อน และผูเก่ียวของในทุกระดับหากมขี อเสนอแนะประการใด สาํ นกั งาน กศน.
ขอนอ มรบั ดวยความขอบคณุ ยง่ิ
สารบัญ หนา
คาํ นาํ
คําแนะนาํ การใชห นงั สอื เรยี น
โครงสรางรายวิชาการพฒั นาอาชพี ใหมคี วามเขมแขง็ ระดบั มัธยมศึกษาตอนตน
บทที่ 1 ศกั ยภาพธรุ กิจ 1
ใบความรูท่ี 1 การพฒั นาอาชพี เพื่อความเขมแขง็ 2
ใบความรูที่ 2 การวิเคราะหศ ักยภาพธรุ กจิ 3
ใบความรทู ่ี 3 การวิเคราะหตําแหนงธุรกจิ 5
ใบความรูท ่ี 4 การวเิ คราะหศักยภาพธรุ กจิ บนเสน ทางของเวลา 7
บทท่ี 2 การจดั ทาํ แผนพัฒนาการตลาด 10
ใบความรูท่ี 1 การกําหนดทศิ ทางและเปาหมายการตลาด 11
ใบความรู ที่ 2 การกาํ หนดและวเิ คราะหก ลยุทธส ูเปา หมาย 15
ใบความรู ที่ 3 การกาํ หนดกจิ กรรมและแผนการพฒั นาการตลาด 20
บทที่ 3 การจดั ทาํ แผนพฒั นาการผลิตหรอื การบรกิ าร 23
ใบความรูท่ี 1 การกําหนดคณุ ภาพผลผลติ หรอื การบรกิ าร 24
ใบความรทู ี่ 2 การวเิ คราะหท นุ ปจ จยั การผลิตหรือการบรกิ าร 26
ใบความรูท่ี 3 การกาํ หนดเปาหมายการผลิตหรอื การบรกิ าร 28
ใบความรทู ่ี 4 การกําหนดแผนกจิ กรรมการผลติ หรือการบรกิ าร 30
ใบความรูท่ี 5 การพัฒนาระบบการผลิตหรือการบรกิ าร 33
บทที่ 4 การพฒั นาธรุ กจิ เชงิ รกุ 35
ใบความรทู ่ี 1 ความจาํ เปน และคณุ คา ของธรุ กิจเชิงรกุ 36
ใบความรทู ี่ 2 การแทรกความนยิ มเขาสตู ลาดของผบู ริโภค 37
ใบความรทู ี่ 3 การสรางรูปลักษณค ณุ ภาพสนิ คาใหม 38
ใบความรทู ่ี 4 การพฒั นาอาชีพใหม ีความเขม แข็ง 40
บทท่ี 5 โครงการพัฒนาอาชพี ใหมคี วามเขม แข็ง 44
ใบความรูที่ 1 การวิเคราะหความเปน ไปไดของแผน 45
ใบความรูที่ 2 การเขยี นโครงการพฒั นาอาชพี ใหม ีความเขม แขง็ 47
ใบความรูท ี่ 3 การตรวจสอบความเปนไปไดข องโครงการพัฒนาอาชพี ใหมคี วามเขมแข็ง 54
ใบความรทู ่ี 4 การปรบั ปรุงโครงการพฒั นาอาชีพ 56
คณะผจู ัดทาํ 58
คาํ แนะนําการใชหนังสอื เรยี น
หนังสือเรยี นสาระการประกอบอาชพี รายวิชาการพฒั นาอาชพี ใหม คี วามเขม แขง็ ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนตน
รหัส อช21003 เปนหนงั สอื เรยี นทจี่ ัดทาํ ขึ้น สําหรับผูเรยี นท่เี ปน นักศกึ ษานอกระบบ ในการศกึ ษาหนงั สือเรียน
สาระการประกอบอาชพี รายวชิ าการพฒั นาอาชีพใหมคี วามเขม แข็ง ผูเรยี นควรปฏบิ ัตดิ ังนี้
1. ศึกษาโครงสรางรายวิชาใหเขาใจในหัวขอและสาระสําคัญ ผลการเรียนรูท่ีคาดหวัง และขอบขาย
เนอ้ื หาของรายวชิ าน้นั ๆ โดยละเอียด
2. ศึกษารายละเอียดเนอื้ หาของแตล ะบทอยางละเอียด และทํากิจกรรมตามที่กําหนด ถายังไมชัดเจน
ควรทําความเขา ใจในเนอ้ื หานน้ั ใหมใหเขาใจ กอนที่จะศึกษาเรอ่ื งตอ ๆ ไป
3. ปฏิบตั กิ จิ กรรมใบงานทายเรอ่ื งของแตล ะบท เพอื่ เปนการสรุปความรู ความเขา ใจของเนอื้ หาใน
เรอ่ื งนั้น ๆ อีกคร้งั และการปฏบิ ัติกิจกรรมใบงานของแตละบท ผูเรียนสามารถนําไปตรวจสอบกับครูและ
เพอื่ น ๆ ท่ีรว มเรยี นในรายวชิ าและระดับเดยี วกันได
4. หนังสือเรยี นเลม นี้มี 5 บท
บทที่ 1 ศกั ยภาพธรุ กิจ
บทท่ี 2 การจดั ทําแผนพัฒนาการตลาด
บทที่ 3 การจดั ทําแผนพฒั นาการผลิตหรือการบรกิ าร
บทที่ 4 การพัฒนาธรุ กิจเชงิ รกุ
บทท่ี 5 โครงการพฒั นาอาชีพใหมีความเขม แขง็
โครงสรางรายวชิ า พฒั นาอาชีพใหม ีความเขม แข็ง (อช21003)
ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนตน
สาระสําคัญ
การพัฒนาอาชีพใหมคี วามเขม แขง็ จาํ เปน ตอ งศึกษาวเิ คราะหศ ักยภาพของธรุ กิจแลว จดั ทําแผนพัฒนา-
การตลาด แผนพฒั นาการผลิตหรือการบรกิ าร กํากับดูแล เพ่ือใหอาชีพสูค วามเขม แขง็
ผลการเรียนรทู ค่ี าดหวัง
1. อธิบายความหมาย ความสาํ คัญ ความจาํ เปนในการพัฒนาอาชีพใหมผี ลติ ภณั ฑหรอื งานบรกิ าร
สรา งรายไดพ อเพียงตอ การดํารงชีวติ และเหลอื เงินออมตามศกั ยภาพ
2. วิเคราะหศักยภาพธรุ กจิ การตลาด การผลติ หรอื การบรกิ าร แผนธุรกจิ เพื่อสรางธุรกิจใหมคี วาม
เขม แข็ง
3. อธบิ ายวธิ ีการจดั ระบบการพัฒนาอาชีพสคู วามเขม แข็ง
4. ปฏบิ ัติการจัดทาํ แผนโครงการพฒั นาอาชีพใหม คี วามเขม แข็ง
ขอบขา ยเนอื้ หาวิชา
บทท่ี 1 ศกั ยภาพธรุ กจิ
บทที่ 2 การจดั ทําแผนพฒั นาการตลาด
บทท่ี 3 การจดั ทาํ แผนพัฒนาการผลติ หรือการบรกิ าร
บทที่ 4 การพัฒนาธุรกจิ เชิงรกุ
บทท่ี 5 โครงการพฒั นาอาชีพใหมคี วามเขมแข็ง
1
บทที่ 1
ศักยภาพธรุ กิจ
สาระสําคัญ
การพัฒนาอาชพี ใหม ีความเขม แขง็ จาํ เปน ตองรูจ กั การวิเคราะหศ ักยภาพของธุรกจิ และวิเคราะห
ตาํ แหนงธรุ กจิ ของตนในระยะตา ง ๆ ได รวมถงึ การวเิ คราะหศ กั ยภาพธรุ กจิ ของตนเองบนเสนทางของเวลา
ตัวชีว้ ดั
1. อธบิ ายความหมาย ความสาํ คญั และความจําเปน ของการพัฒนาอาชพี เพือ่ ความเขมแขง็
2. อธิบายความจาํ เปน และคุณคา ของการวเิ คราะหศกั ยภาพของธรุ กจิ
3. สามารถวเิ คราะหตําแหนง ธุรกิจในระยะตาง ๆ
4. สามารถวิเคราะหศ ักยภาพธรุ กิจบนเสน ทางของเวลาตามศกั ยภาพของแตละพืน้ ที่
ขอบขายเนือ้ หา
1. ความหมาย ความสําคญั และความจาํ เปนในการพฒั นาอาชพี เพื่อความเขม แข็ง
2. ความจําเปนของการวเิ คราะหศ กั ยภาพธรุ กจิ
3. การวิเคราะหตําแหนง ธรุ กจิ
4. การวิเคราะหศักยภาพธุรกจิ บนเสนทางของเวลาตามศกั ยภาพของแตล ะพืน้ ที่
สอ่ื การเรยี นรู
ใบความรู / ใบงาน การพฒั นาอาชีพเพ่อื ความเขม แข็ง
ใบความรู / ใบงาน การวเิ คราะหศ ักยภาพธุรกจิ
ใบความรู / ใบงาน การวิเคราะหตําแหนงธรุ กจิ
ใบความรู / ใบงาน การวเิ คราะหศกั ยภาพธรุ กิจบนเสนทางของเวลาตามศักยภาพของแตล ะพนื้ ท่ี
2
ใบความรูท่ี 1
การพัฒนาอาชพี เพ่ือความเขมแขง็
การพัฒนาอาชพี หมายถึง การประกอบอาชีพทม่ี ีการพัฒนาสนิ คา หรอื ผลิตภัณฑใ หต รงกบั
ความตอ งการของลกู คา อยูตลอดเวลา โดยมสี วนครองตลาดไดต ามความตองการของผผู ลติ แสดงถงึ
ความม่นั คงในอาชีพ
การพัฒนาอาชีพเพอ่ื ความเขม แขง็ มีความจําเปน และสาํ คัญ คอื
1. ทาํ ใหอาชีพที่ประกอบการเจริญกา วหนาขนึ้ เขมแขง็ พึง่ ตนเองได
2. ทาํ ใหผูป ระกอบการพฒั นาตนเองไมล า สมยั
3. ชว ยใหส รางภาพลักษณที่ดีใหกบั ตนเองและกจิ การหรอื องคก ร
4. ทาํ ใหอ งคกรดงึ บุคลากรทม่ี คี วามสามารถสูงเขา มาทาํ งานไดมากขึ้น
5. เปนการรับประกันบุคคลทม่ี คี วามสามารถใหทํางานอยูกับองคกรตอ ไป
ใบงานที่ 1
พฒั นาอาชพี เพอ่ื ความเขมแขง็
ใหผ เู รียนรวมกลุมกนั 5 คน อภปิ รายวา “การพฒั นาอาชีพมคี วามจําเปนจรงิ หรือ อยางไร” แลวจด
บนั ทกึ สรปุ ผลการอภิปราย
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
3
ใบความรูท่ี 2
การวิเคราะหศกั ยภาพธรุ กจิ
ศักยภาพ คือ ความสามารถภายในรา งกายทีซ่ อ นเรน และยงั ไมถูกนํามาใชในการพัฒนาธุรกิจหรือ
ดาํ เนนิ การในสงิ่ ตา ง ๆ
การพัฒนา คอื การเปลย่ี นแปลงอยา งมีกระบวนการโดยมจี ดุ มุงหมายกาํ หนดไว
การพฒั นาศักยภาพ คอื การนําเอาความสามารถทซี่ อ นเรน ภายในมาใชป ระโยชนอยางมีกระบวนการ
เพื่อใหไดผลงานเกดิ ประสทิ ธภิ าพท่ดี ที ส่ี ดุ
การวิเคราะห คือ การแยกแยะสิ่งทจี่ ะพิจารณาออกเปนสวนยอย ทีม่ คี วามสมั พันธก นั รวมถึงสืบคน
ความสัมพนั ธสว นยอ ยเหลานัน้
การวเิ คราะหศ ักยภาพธรุ กจิ คือ การแยกแยะสว นยอ ยของความสามารถที่ซอ นเรน ในตัวตนนํามาใช
ประโยชนอยางมกี ระบวนการ เพอื่ ผลงานทดี่ ีทส่ี ุด
คณุ คาและความจาํ เปนของการวิเคราะหศ ักยภาพธุรกิจ
1. ผูป ระกอบการรจู ักตวั เอง, คแู ขงขนั
2. ผูประกอบการสามารถวางกลยุทธท างธรุ กจิ ไดห ลายระดับ และแบงแยกหนาที่ไดชดั เจน เหมาะสม
กบั ความถนัด
3. ผูประกอบการสามารถมองหาลูทางการลงทนุ ไดด ขี ้ึน
ตัวอยางการวิเคราะหศักยภาพธุรกจิ
คณุ พงษศ ักดิ์ ชัยศริ ิ เจาของรา นเฟอรนเิ จอรเครื่องเรือนไม
1. มใี จรกั ดา นการคา เฟอรนเิ จอร ชอบบรกิ ารงานดา นการขาย
2. มีมนษุ ยสมั พันธท ด่ี ี ยิม้ แยม แจม ใส เปนกนั เอง ออนนอ มถอมตน
3. มีความซื่อสตั ยต อ ลกู คา ขายสนิ คาเหมาะสมกับราคา ไมเ อาเปรียบลกู คา
4. มีความรดู า นเฟอรนเิ จอรเ ครือ่ งเรือนไมเ ปนอยา งดี
5. ทาํ เลทตี่ ัง้ รา นมคี วามเหมาะสม
6. มีเงินทุนหมนุ เวียนคลอ งตวั
7. มีสว นแบง ตลาดในทองถ่นิ ประมาณ 30%
8. ลกู คาสวนใหญอ าชีพพนักงานบรษิ ัท ขาราชการ ระดับรายไดป านกลาง ในหมบู านจัดสรรบริเวณ
ใกลเคยี งประมาณ 7 หมบู า นแถบชานเมือง
9. ในทอ งถ่ินมผี ปู ระกอบกจิ การคาเฟอรนิเจอรไ มเ ชนเดียวกนั 3 ราย
10. ทิศทางในอาชีพน้ี ยังมีอนาคตอีกยาวไกล และมีจํานวนหมูบานจัดสรรเพิ่มขึ้นในแถบนี้อีก
ประมาณ 5 หมูบาน
4
จะเหน็ ไดว า การวเิ คราะหศกั ยภาพมีความสาํ คัญและจําเปน ตอการพฒั นาอาชพี ใหเ ขม แข็งมาก หากได
วเิ คราะหแ ยกแยะศักยภาพของตนเองอยางรอบดาน ปจจัยภายในตัวตนผูประกอบการ ปจจัยภายนอกของ
ผปู ระกอบการโอกาสและอุปสรรคในการประกอบธุรกิจการคาย่งิ วเิ คราะหไ ดมากและถกู ตอ งแมน ยาํ มาก จะทาํ ให
ผูป ระกอบการรจู กั ตนเอง อาชพี ของตนเองไดด ยี ่งิ ข้ึนเหมอื นคาํ กลา ว รเู ขา รเู รา รบรอยคร้งั ชนะทั้งรอ ยคร้งั
ใบงานที่ 2
การวเิ คราะหศกั ยภาพธรุ กิจ
ใหผูเรียนวิเคราะหศักยภาพธุรกิจอาชีพของตนเอง หรืออาชีพท่ีตนเองสนใจจากปจจัยภายในตัวตน
ของผเู รียนและปจจัยภายนอกท่แี วดลอม รวมถึงโอกาสที่ดี อุปสรรคท่ีอาจเกิดข้ึนเปนลําดับเหมือนตัวอยาง
ใบความรทู ่ี 2
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
5
ใบความรทู ี่ 3
การวเิ คราะหตาํ แหนง ธรุ กจิ
ตําแหนง ธุรกิจ หมายถึง ระยะเวลาในชวงการประกอบอาชพี หรอื ธุรกิจของผูประกอบการแตละระดับ
ขั้นตอนของการดําเนนิ กิจการ โดยทัว่ ไปแบงระยะ ดังน้ี
1. ระยะเรม่ิ ตน
2. ระยะสรา งตัว
3. ระยะทรงตัว
4. ระยะตกตํ่าหรือสูงขึ้น
ซง่ึ จะอธิบายเปนรูปแบบกราฟดังน้ี
มูลคาธุรกจิ 4.1 ธรุ กจิ กาวหนา จะมีผูคนเขา มา
เรียนรทู าํ ตาม ทาํ ใหเ กิดวกิ ฤตสวน
แบงทางการตลาด
1. ระยะเร่ิมตน 2. ระยะสรา งตัว 3.ระยะทรงตัว 4.2 ถา ไมม กี ารพฒั นาธรุ กิจจะซบเซา
จาํ เปน ตอ งขยายขอบขา ย จงึ มคี วาม
1. เปนระยะที่ 2- 3 ธรุ กิจอยใู นชว งพัฒนา ตองการใชน วัตกรรมเทคโนโลยเี ขา มาใช
อาชีพหรอื ธุรกจิ อยู ขยายตัว หรอื ยงั ทรงตัวจะมคี น
ในระยะฟกตวั ของ จับตามองและพรอ มทาํ ตาม เวลา
การเขา สอู าชพี
(เรมิ่ มคี ูแขง ขนั ) 4. ระยะสูงขนึ้ หรอื ตกต่ํา
กราฟวิเคราะหตําแหนงวงจรธุรกิจ
6
1 ระยะเร่ิมตน เปน ระยะท่อี าชพี หรือธุรกิจอยูใ นระยะฟกตวั ของการเขา สอู าชพี
2 – 3 ระยะสรา งตวั และระยะทรงตัว ธุรกิจอยูในชว งพัฒนาขยายตวั หรือยังทรงตวั อยูจ ะมีคนจับตา
และพรอ มทําตาม (เร่ิมมีคแู ขงขันทางการคา )
4 ระยะตกตาํ่ หรอื สงู ขนึ้
4.1 เมือ่ ธรุ กจิ กา วหนาจะมีผคู นเขามาเรียนรู ทําตาม ทาํ ใหเกดิ วิกฤตสิ ว นแบง ทางการตลาด
4.2 ถาไมมีการพัฒนาธุรกิจจะเปนขาลง จําเปนตองขยายขอบขายจึงมีความตองการใช
นวัตกรรม เทคโนโลยีเขาใชงาน
ผปู ระกอบการตอ งมกี ารวเิ คราะหตาํ แหนง ธุรกจิ ในอาชพี หรอื กิจการของตนใหไ ดว า อยใู นชว งระยะใด
กาํ ลงั ขยายตัว ทรงตัว หรือเปน ขาขึ้นและหรือขาลง ซ่งึ ในใบความรูตอไปจะเปนการวิเคราะหมุมมองกิจการ
ผลประกอบการกําไร – ขาดทนุ แตละระยะเวลาในการดําเนินธรุ กิจทีต่ อเนอ่ื งกัน ทําใหเราไดท ราบวา ขณะนี้
เราจัดอยใู นชวงไหนในการวิเคราะหจัดตําแหนงธรุ กจิ ระยะทรงตวั ขาข้ึนหรือขาลง
ใบงานที่ 3
การวเิ คราะหที่ตาํ แหนง ธรุ กจิ
ใหผ เู รียนวิเคราะหต ําแหนงธรุ กจิ อาชพี ของตนเองหรอื าชพี ทีต่ นเองสนใจวาในขณะนั้นอยูในระยะใด
และใหเหตุผลประกอบดวย
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
7
ใบความรทู ี่ 4
การวิเคราะหศ กั ยภาพธุรกจิ บนเสน ทางของเวลาตามศกั ยภาพของแตละพนื้ ท่ี
เสน ทางของเวลา คือ วฎั จกั รของการประกอบอาชีพ ธุรกิจ สินคา หรอื บรกิ ารในชวงระยะเวลาหน่ึง
ของการดําเนนิ กิจการ
ตวั อยา ง การปลกู คะนาใน 1 ฤดูกาลการเกบ็ เกยี่ ว
กจิ กรรม
การ การ การ การ การจดั การสรปุ
บรหิ าร วางแผน เตรียม จดั การ จําหนาย ยอด
จดั การ ปจจัยการ แรงงาน กาํ ไร-
ผลิต ขาดทนุ
การผลติ การ การปลกู การ การเกบ็
ผกั คะนา เตรยี มดนิ บํารงุ รักษา เกีย่ ว
การ จัดหา การ
จดั การ เงินทนุ จดั การ
เงินทนุ หมุนเวียน เงินทุน
หมุนเวียน หมนุ เวยี น
ชว ง 1 2 3 4 5 6 7 8
ระยะเวลา
ระยะเวลา
ตัวอยา ง
การปลูกผกั คะนา ในชวงฤดูหนาว แบงออกเปน 8 ชวง มีความสัมพันธกับกิจกรรม 3 รูปแบบ คือ
1 การบรหิ ารจัดการ 2 การผลิตผกั คะนา 3 การจัดการเงนิ ทุนหมนุ เวยี น
ระยะเวลา ท่ีแบงเปน 8 ชว งในชว งฤดูหนาว ข้ันตอนท่ี 1, 2, 3 เปนการวางแผน, เตรียมปจจัยการผลิต
จดั หาแรงงานของกจิ กรรมการบรหิ ารจดั การ ซึง่ สัมพันธกับกิจกรรมการจัดการเงินทุนหมุนเวียนในชวง 1,
2, 3 คือ การเตรียมการสว นลงทุน จดั หาเงินทุน เพอ่ื ดําเนินกิจกรรม ซึง่ ตอมา มกี ารตอ เนอื่ งในชวง 3, 4, 5, 6,
ท่ีเกีย่ วของกบั การผลติ (การเตรยี มดนิ , การปลกู , การบาํ รงุ รกั ษา, การเกบ็ เกยี่ ว) จนไดผ ลติ ผลและจัดจําหนาย
ไดร บั เงินในระยะเวลาท่ี 8 ซ่งึ สมั พันธกับการจดั การเงนิ ทนุ หมนุ เวียน การจดั หาเงินหมุนเวียนไดรับเงินจาก
การผลติ คะนา ในชวงระยะเวลาท่ี 8 ซึ่งสัมพนั ธกบั กจิ กรรมการบรหิ ารจดั การ คือ การสรุปยอดกําไรขาดทุน
เปนการสรุปรวบยอดผลการประกอบการ
จะเหน็ ไดว า ในการประกอบธุรกิจอาชีพหน่งึ ๆ หากไดมีการวิเคราะหศักยภาพธุรกิจบนเสนทางของ
เวลาอยา งตอ เนื่องในชว งดาํ เนินกิจกรรม จะชวยใหการดาํ เนินงานเปน ไปตามเปาหมายทกี่ ําหนดไว
8
การดําเนนิ ธุรกจิ อาชีพ
การวิเคราะหศกั ยภาพธรุ กิจบนเสนทางของเวลา ทาํ ใหทราบถึงผลประกอบการกําไร - ขาดทุน ในชวง
เวลาหนงึ่ หากมกี ารวิเคราะหอยา งตอ เน่ือง เชน หวงเวลา 1 + หวงเวลา 2 + หวงเวลา 3 ทําใหไดทราบและ
พยากรณถงึ ตาํ แหนงธุรกิจของตนเองไดวา อยใู นชว งขาขน้ึ - หรือขาลง
การวเิ คราะหศักยภาพบนเสนทางของเวลาตามศักยภาพของแตละพื้นที่ คอื การแยกแยะกระบวนการ
ทางธุรกจิ หรอื การดําเนินการดา นอาชีพหรอื การประกอบอาชีพ โดยแบงตามชวงระยะเวลาดําเนินกิจกรรม
และมเี ปาหมาย คือ ผลการประกอบการในชว งเวลาน้ัน เม่อื เปรียบเทียบชวงกอนหนา น้ัน จัดอยูประเภทขาข้ึน
หรือขาลงในตําแหนงธุรกจิ โดยเขยี นเปนผงั การไหลของงาน เพื่อใชเฝาระวังการดําเนินงานใหกําหนดภารกิจ
การทาํ งานเปนเร่ือง ๆ จดั ลําดบั กอ น - หลัง ดังตอไปนี้
1. ศกั ยภาพของทรพั ยากรธรรมชาตใิ นแตล ะพ้ืนท่ี
ทรัพยากรธรรมชาติหมายถงึ ส่งิ ท่เี กดิ ขน้ึ เองตามธรรมชาติ ซง่ึ มนุษยส ามารถนาํ ไปใชใหเกดิ ประโยชน
ตอ ชวี ติ ประจาํ วัน และการประกอบอาชพี ได เชน การวางแผนการปลูกคะนา มีแหลงน้ําเพียงพอตอระยะเวลา
ในการปลกู 1 ฤดูกาล หรือไม และความอุดมสมบูรณของดิน มีมากนอยเพียงใด ซึ่งจะสงผลตอการปรับปรุง
บํารงุ ดนิ และการใสปยุ คะนา
2. ศกั ยภาพของพนื้ ที่ตามลกั ษณะภมู อิ ากาศ
ลักษณะภูมิอากาศ หมายถึง ลักษณะอากาศประจําถ่ินในชวงระยะเวลาหนึ่ง ซึ่งมีอิทธิพลตอการ
ประกอบอาชพี ในแตล ะพ้ืนที่มีสภาพอากาศท่ีแตกตางกัน การเตรียมปจจยั การปลูกคะนาเกี่ยวกับเมล็ดพันธุ
ควรเลอื กเมล็ดพันธใุ หเ หมาะสมกับฤดกู าล เพราะจะทําใหค ะนามีการเจริญเตบิ โตทีด่ ี
3. ศักยภาพของภมู ิประเทศ และทําเลท่ีตง้ั ของแตล ะพืน้ ท่ี
ภมู ิประเทศ หมายถึง ลักษณะทางกายภาพของแผนดนิ ความสูงต่าํ ที่ราบลมุ ท่ีราบสูง ภูเขา แมน ํา้
ทะเล เปน ตน สภาพภมู ปิ ระเทศในการปลูกคะนา ควรเลอื กพืน้ ท่ีที่ราบสูงใกลแ หลง นา้ํ
4. ศกั ยภาพของศิลปะ วฒั นธรรม ประเพณี และวิถชี วี ิตของแตล ะพื้นท่ี
ศลิ ปะ วัฒนธรรม ประเพณี หมายถงึ ความเชอ่ื การกระทําท่ีมีการปฏิบัติสืบเน่ืองกันมาเปนเอกลักษณ
และมคี วามสาํ คญั ตอสงั คม
ในแตละภาคของประเทศไทย มีวิถีชีวิต ความเปนอยู และการบริโภคท่ีแตกตางกัน การปลูกคะนา
ควรปลูกใหตรงกบั ความตองการของผูบ ริโภคและตลาด
5. ศกั ยภาพของทรัพยากรมนษุ ยใ นแตล ะพื้นที่
ทรัพยากรมนุษยในแตละพ้ืนที่ หมายถึง ความรู ความสามารถของมนุษยท่ีเปนภูมิรู ภูมิปญญา
ทัง้ ในอดีตและปจจุบนั ตางกัน ในแตละทอ งถิน่ มีความถนัดและความชํานาญในการจัดการแรงงาน การดูแลรักษา
การเก็บเก่ียวทไี่ มเ หมือนกนั สงผลใหผ ลผลิตและรายไดท ่ตี า งกนั
9
ใบงานท่ี 4
การวิเคราะหศ กั ยภาพบนเสน ทางของเวลาตามศักยภาพของแตล ะพื้นท่ี
ใหผเู รียนจัดทาํ ผงั การไหลของการพฒั นาอาชีพของตนเองหรืออาชีพท่ีสนใจ แลววิเคราะหศักยภาพ
ของธรุ กจิ แตละข้ันตอนวา มคี วามสามารถอะไรไดบา ง
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
10
บทท่ี 2
การจัดทาํ แผนพฒั นาการตลาด
สาระสาํ คญั
การจดั ทําแผนพัฒนาการตลาด เปนการพัฒนาการตลาดของสินคาใหสามารถแขงขันได
โดยการกาํ หนดเปาหมายและกลยทุ ธตา ง ๆ เพือ่ ใหบรรลุเปาหมายทางการตลาดที่กาํ หนดไว
ตวั ช้วี ดั
1. กําหนดทศิ ทางและเปาหมายการตลาดของสนิ คา หรอื บริการได
2. กาํ หนดและวเิ คราะหกลยุทธส เู ปา หมายการตลาดได
3. กาํ หนดกิจกรรมและแผนการพฒั นาการตลาดได
ขอบขายเน้ือหา
เรอ่ื งท่ี 1 ทิศทางและเปาหมายการตลาดเพอ่ื พัฒนาการตลาด
เร่ืองท่ี 2 การกําหนดกลยทุ ธแ ละวเิ คราะหส เู ปาหมาย
เรอื่ งท่ี 3 วเิ คราะหก ลยุทธ
เร่ืองท่ี 4 กําหนดกิจกรรมและแผนการพัฒนาการตลาด
ส่ือการเรยี นรู
ใบความรู / ใบงาน การกาํ หนดทิศทางและเปา หมายการตลาด
ใบความรู / ใบงาน การกาํ หนดและวเิ คราะหกลยทุ ธส เู ปาหมาย
ใบความรู / ใบงาน การกาํ หนดกจิ กรรมและแผนการพัฒนาการตลาด
11
ใบความรูท ี่ 1
การกาํ หนดทศิ ทางและเปาหมายการตลาด
( 1. กําหนดทิศทางการตลาดได 2. การกาํ หนดเปาหมายการตลาดได)
การกาํ หนดทิศทางธรุ กิจ
เปนการคดิ ใหมองเห็นอนาคตการขยายอาชพี ใหมีความพอดี จะตอ งกาํ หนดใหไดว า ในชว งระยะ
ขา งหนาควรจะไปถงึ ไหน อยา งไร
การกาํ หนดเปา หมายการตลาด
เปาหมายการตลาดเพ่อื การขยายอาชีพ คือ การบอกใหทราบวา สถานประกอบการน้ันสามารถทํา
อะไรไดภ ายในระยะเวลาเทาใด ซ่ึงอาจจะกําหนดไวเ ปนระยะสัน้ หรือระยะยาว 3 ป หรือ 5 ป ก็ได การกําหนด
เปา หมายของการพฒั นาอาชีพ ตองมีความชัดเจนสามารถวัดและประเมินผลได การกําหนดเปาหมายหาก
สามารถกําหนดเปนจํานวนตัวเลขไดก็จะย่ิงดี เพราะทําใหมีความชัดเจน จะชวยใหการวางแผนมีคุณภาพ
ย่ิงข้นึ และจะสง ผลในทางปฏบิ ตั ไิ ดดยี งิ่ ข้ึน
การบรหิ ารการตลาด (Marketing Management) เปนกระบวนการตัดสินใจท่ีเก่ียวกับการวางแผน
การปฏบิ ตั ิการ และการควบคมุ กจิ กรรมตา ง ๆ ที่ทาํ ใหธรุ กจิ บรรลเุ ปาหมายท่ีตง้ั ไว ประกอบดว ย 3 สวน
1. การวางแผนวิธกี ารเพอื่ บรรลุเปา หมาย
2. การปฏิบตั ติ ามแผน
3. การควบคุมและตรวจสอบ
การตลาดในยคุ โลกาภวิ ตั นม ีการเปลี่ยนแปลงเร็วมาก ซึ่งข้ึนอยูกับกระแสของสังคม กําลังซ้ือของ
ผบู ริโภค และสวนแบง ของตลาด ดงั นนั้ ผูประกอบอาชีพ จําเปน ตอ งศึกษากระบวนการตลาดอยูตลอดเวลา
เพอื่ นํามากาํ หนดทศิ ทางและเปา หมายทางการตลาด โดยพยายามผลิตสินคาหรือบริการขึ้นมาที่จะสามารถ
ตอบสนองความพึงพอใจของผูบริโภคใหไดมากที่สุด ดังนั้น จําเปนที่จะตองมีการกําหนดทิศทางและ
เปา หมายทางการตลาดมาใชท างการตลาด เพ่ือเอาชนะคูแ ขง ขันทางการตลาดและเปนผูประสบความสําเร็จ
ในทีส่ ดุ
การกาํ หนดทศิ ทางและเปาหมายทางการตลาดจะตอ งตอบคําถามเหลา น้ใี หไ ดด งั น้ี
1. ตลาดตองการซอ้ื อะไร หมายถึง สินคาท่ผี บู รโิ ภคตองการ
2. ทําไมจงึ ซอ้ื หมายถงึ จดุ ประสงคใ นการซอื้ สนิ คา ไปทําไม
3. ใครคอื ผซู ้ือ หมายถงึ กลุมเปา หมายทจ่ี ะซ้ือคอื กลมุ ใด
4. ซื้ออยางไร หมายถึง กระบวนการซอื้ อยา งไร เชน ซือ้ แบบตั้งคณะกรรมการการประมลู
5. ซอ้ื เมื่อไร หมายถงึ โอกาสท่จี ะซอื้ สินคาเม่ือไร เชน ทุกวัน ทุกเดือน
6. ซอื้ ที่ไหน หมายถงึ สนิ คาทจี่ ะซอื้ มขี ายตามรา นคาประเภทใด เชน รานขายของเบ็ดเตล็ด รานขาย
ทัว่ ไป
12
ผปู ระกอบการ จะตองสรุปใหไ ดว า ผูบริโภคตอ งการสินคาชนดิ ใดนําไปใชทําอะไร กลุมเปาหมาย
ท่ตี อ งซือ้ เปนกลมุ ทม่ี กี ําลังซ้ือหรือไม วธิ ีการท่ีซ้อื เชน ซอื้ ไดทั่วไปหรือตองผานคณะกรรมการ ซ้อื ใชเมื่อใด
และควรซ้ือแหลงใด ส่ิงเหลานี้จะเปนทิศทางในการผลิตสินคาแลวนํามากําหนดเปาหมายที่จะผลิตสินคา
เชน ผลิตผกั อนิ ทรยี ผูซอ้ื ตอ งการกินอาหารปลอดสารเคมี คอื กลุมเปาหมายผูสูงอายุในหมูบาน ซ้ือปลีกใช
ทกุ วัน ตามรา นคา ในชมุ ชน นอกจากนี้อาจจะตอ งวเิ คราะหส ิ่งตา ง ๆ ดงั น้ี เพ่อื นํามาพิจารณากาํ หนดทิศทางดวย
ตวั อยาง
การวิเคราะหพฤตกิ รรมการบรโิ ภคของลกู คา สายการบนิ
1. ตลาดตองการซื้ออะไร : การเดนิ ทางทสี่ ะดวก สบาย รวดเร็ว การบริการท่ีประทับใจ มีเที่ยวบิน
ใหเลอื กมาก มเี ท่ียวบินตรง
2. ทําไมจึงซือ้ : ตอ งการประหยดั เวลา ตอ งการเดินทางอยา งรวดเร็ว มีความภูมใิ จ
3. ใครคือผูซ้อื : นกั ธรุ กจิ นกั ทองเท่ียว
4. ซอื้ อยางไร : ซ้อื ซา้ํ ซ้อื เมอ่ื มีธุระดวนและจําเปน ซื้อจากความประทับใจ
5. ซอื้ เมื่อไร : ซื้อสม่าํ เสมอ ซอื้ เรง ดว นเปน ครงั้ คราว ซ้อื เมอ่ื ตอ งการเดนิ ทางทอ งเท่ียว
6. ซ้อื ที่ไหน : ตัวแทนจาํ หนาย สํานักงานขายของสายการบิน
การเลอื กตลาดเปา หมาย (Target Market) นั้น เปนองคประกอบที่สําคัญของกลยุทธทางการตลาด
ซ่งึ นกั การตลาดจะเลือกตลาดเปา หมายได จะตอ งทาํ การวิเคราะหส่งิ ตาง ๆ ดังตอไปน้ี
1. ผทู คี่ าดวาจะเปนลูกคาในอนาคตมีลักษณะการบริโภคอยางไร มีความตองการสินคาชนิดใด
มีรปู แบบพฤตกิ รรมการบรโิ ภคอยางไร และผทู ี่คาดวา จะเปน ลูกคาในอนาคตเปน ใครอยทู ่ไี หน
2. สว นผสมทางการตลาด และความสามารถในการจัดสวนผสมทางการตลาดใหเขาถึงเปาหมาย
ทางการตลาดที่ไดวางไว
3. เปาหมายของกิจการ โดยวเิ คราะหถ งึ การแสวงหาโอกาสทางการตลาดท่เี ห็นวา พอมชี อ งทาง
4. ปจจยั อ่ืน ๆ ซ่ึงสวนมาก ไดแก ตวั แปร หรอื สภาพแวดลอ มทางการตลาดท่คี วบคุมไมได เพราะ
ปจจยั นม้ี ผี ลตอ การเลอื กตลาดเปาหมายเชนกนั
5. การแบง สวนตลาด เพ่อื ท่ีจะไดก ลยทุ ธและยุทธวิธที างการตลาดใหเหมาะสมกบั ตลาดแตละสว น
เปา หมายทางการตลาด เปนการคดั เลอื กกลมุ ลูกคาทีเ่ ปนเปาหมายโดยตองคํานึงถึงปจจัยสําคัญ คือ
สว นผสมทางการตลาด ผูที่คาดหวงั วาจะเปน ลูกคา ในอนาคตและกรณีมีสว นแบง ในการตลาด
หลกั การกาํ หนดเปาหมายทางการตลาด มีดังน้ี
1. เปา หมายทกี่ าํ หนดตองมคี วามเปน ไปได
2. เปาหมายตอ งชดั เจน
3. การกาํ หนดเปาหมายตอ งมีความละเอยี ดเพียงพอ
13
ตัวอยา ง
1. ตองการเพิ่มสินคาอกี 25% จากปกอ น
2. ตอ งการกําไรตอยอดขายสูงกวาคแู ขงอยา งนอ ย 2%
3. ตอ งการเพม่ิ จุดกระจายสินคาจาก 10 จดุ เปน 15 จุด
ใบงานท่ี 1/1
การกําหนดทศิ ทางและเปาหมายการตลาด
( 1. กาํ หนดทิศทางการตลาดได 2. การกาํ หนดเปา หมายการตลาดได)
ใหผูเรยี นรวมกลมุ กนั 5 คนกําหนดทิศทางและเปาหมายการตลาดในการพัฒนาสินคาของตนเอง
หรือสินคาท่ีสนใจ
1. ศกึ ษาตลาดเพื่อกําหนดทิศทาง
1.1 สินคา คือ..........
1.2 ลกู คา ซ้อื ไปทําอะไร
1.3 กลุมเปาหมายท่ซี ้ือสินคาคอื ใคร มีกําลังซ้ือหรอื ไม
1.4 ลูกคาจะซ้อื อยา งไร
1.5 ลกู คาซ้อื ใชเมอ่ื ไร
1.6 ซ้อื สินคาไดท ่ไี หน
2. เม่ือศกึ ษาทิศทางการตลาดแลวใหก ําหนดเปา หมายการตลาดในการผลิตสนิ คา
แบบบนั ทกึ
สมาชกิ ในกลมุ 1.............................................................................................................................................
2.............................................................................................................................................
3.............................................................................................................................................
4.............................................................................................................................................
5.............................................................................................................................................
1. ทิศทางการผลติ สนิ คา ..................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
2. เปาหมายการผลิตสนิ คา ..............................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
14
ใบงานที่ 1/2
การกาํ หนดทศิ ทางและเปาหมายการตลาด
( 1. กําหนดทศิ ทางการตลาดได 2. การกาํ หนดเปา หมายการตลาดได)
ผเู รียนนําทศิ ทางและเปาหมายการตลาดจากใบงานที่ 1 ไปใหผูรวู ิเคราะหความเปนไปได แลวสรุป
ลงในแบบบนั ทกึ
แบบบนั ทกึ
ชือ่ สินคา ............................................................................................................................................................
สรปุ ผลการวิเคราะหจ ากผูร ู
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
แนวทางการแกไ ขจากการแสดงความคดิ เหน็ ของผูร ู
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
15
ใบความรูที่ 2
การกําหนดและวเิ คราะหก ลยุทธสเู ปาหมาย
( 3. กาํ หนดกลยุทธสูเปาหมายได 4. วิเคราะหก ลยุทธไ ด )
การกําหนดกลยุทธ เปนการพัฒนาแผนระยะยาวบนพ้ืนฐานของโอกาสและอุปสรรคภายใน
สภาพแวดลอมภายนอก จดุ แขง็ และจดุ ออ นภายในสภาพแวดลอมภายในของบริษทั การกําหนดกลยุทธ จะตอง
รวมทงั้ การรุก การรบั การกําหนดเปาหมาย กอนการพัฒนากลยทุ ธ และการกาํ หนดนโยบายของบรษิ ทั
การกําหนดกลยุทธ เปนการทําใหธุรกิจเจริญเติบโต เพื่อความอยูรอดเปนสําคัญ การสรางความ
เจริญเติบโตอยางตอเนื่องอันจะนํามาซึ่งยอดขายที่สูงข้ึน ตนทุนตอหนวยลดลงและเปนผลเน่ืองจาก
ประสบการณในการผลิตและเปนผลทําใหกําไรสูงขึ้นอีกดวย ถือวาไดเปนกลยุทธการเจริญเติบโตโดยวิธี
ทางลดั เพื่อตดั ลดคา ใชจ ายทั้งทางดา นการเงินและการบรหิ ารจดั การกลยุทธ
กลยุทธการพัฒนาการตลาด เปนกลยุทธท่ีนํามาใช เพ่ือเพิ่มยอดขายและขยายการเติบโต โดยใช
ผลติ ภณั ฑท ีม่ ีอยูออกจาํ หนายในตลาดใหม กลุมลูกคาในพ้ืนที่แหงใหม เพื่อใหสามารถครอบคลุมใหครบ
ทกุ พ้นื ทท่ี ง้ั ในประเทศและตางประเทศ
กลยุทธ เปน แนวทางปฏบิ ตั ิ เพ่ือใหบ รรลวุ ตั ถุประสงค
กลยทุ ธ คือ หลักวิธกี ารและแนวทางในการปฏบิ ัติ เพื่อใหสอดคลองกับวัตถุประสงค ซ่ึงจะใชกลยุทธ
ในระดับปฏิบตั กิ าร
การวิเคราะหก ลยทุ ธส เู ปา หมาย
อาจใชวิธีการวิเคราะหจ ุดออน จดุ แข็ง (SWOT Analysis) ซงึ่ มอี งคประกอบดงั นี้
SWOT Analysis
จุดแข็ง จดุ ออน
โอกาส อุปสรรค
SWOT Analysis เปนการวิเคราะหสาํ รวจสภาพภายในองคก ร และสภาพแวดลอมภายนอก
เพอื่ นาํ มาสงั เคราะหวา องคก รมจี ุดแข็ง (S) จดุ ออ น (W) โอกาส (O) และอปุ สรรค (T) อยา งไร
ปจจยั ภายใน คือ สิง่ ท่ีเราควบคมุ ไว ไดแ กจดุ ออน จุดแขง็
ปจ จยั ภายนอก คือ สง่ิ ทเ่ี ราควบคมุ ไมไ ด ไดแ ก อุปสรรคและโอกาส
16
จดุ แข็ง (Strengths) มีลกั ษณะ ดังนี้
1. เปนงานท่ีเราถนดั ทาํ แลวมคี วามสุข
2. เปน งานทโี่ ดดเดน ชมุ ชนช่ืนชอบ
3. ทรัพยากรและเครอื่ งมือมีความพรอม
จดุ ออน (Weakness) มลี กั ษณะดังน้ี
1. เปน งานทีเ่ ราไมส บายใจที่จะทาํ
2. ตองการรับความชวยเหลอื จากคนอื่น
3. ทกั ษะบางอยา งทเี่ รายังไมมั่นใจ
4. ขาดทรัพยากรในการทํางานใหบ รรลเุ ปา หมาย
โอกาส (Opportunities) มีลกั ษณะดงั นี้ คอื
1. โอกาสทีก่ าํ ลงั จะเกดิ ขึน้ ท่จี ะทาํ ใหเ ราประสบความสําเร็จ
2. มเี คร่ืองมือใหมท ีไ่ ดร บั การสนับสนนุ
3. มสี วนแบง ของตลาดทเี่ รามองเหน็
4. บคุ ลากรมศี ักยภาพทําใหง านสาํ เรจ็ ไดงา ยข้นึ
อุปสรรค (Threats) มลี ักษณะดงั นี้
1. ใครคือคแู ขง ขันที่ทําไดด ีกวาเรา
2. ถา สภาพแวดลอ มเปลย่ี นจะทาํ ใหแผนโครงการเรามปี ญ หา
3. ความขัดของที่จะเกดิ จากเราเอง
ศึกษาความเปนไปได ดังน้ี คอื
1. ความเปนไปไดท างการเงนิ
2. ความเปน ไปไดทางการตลาด
3. ความเปนไปไดทางการผลิต
4. ความเปนไปไดท างเทคโนโลยี
การกําหนดกลยุทธ
1. ลงทนุ ต่ําที่สดุ ซึง่ มคี วามเปน ไปไดทางการเงนิ
2. ทาํ ในส่ิงท่ที ําไดดี ซึง่ มีความเปน ไปไดใ นการผลิต
3. ทําจาํ นวนนอ ย แลว คอย ๆ เพมิ่ ไปสจู าํ นวนมาก
4. เปนธุรกจิ ทส่ี ามารถทาํ ไดในระยะยาว ซง่ึ มีความเปน ไปไดทางการตลาด
ความสามารถในการแขงขัน อาจพจิ ารณาในสงิ่ ตา ง ๆ ดงั นี้
1. อะไรท่ีเราทาํ ไดดีทีส่ ดุ เมือ่ เทยี บกบั ผอู ืน่
1.1 ดกี วา
1.2 เร็วกวา
17
1.3 ถกู กวา
1.4 แตกตา งกวา เดน กวา
2. มองจุดเดนทเ่ี รามี
2.1 สินคา / บรกิ ารของเราดีอยา งไร
2.2 ใครคอื ลกู คา ของเรา
2.3 ขนาดตลาดมีมูลคา เทาไร
2.4 เทคโนโลยีในการผลิตสดุ ยอดเพยี งใด
2.5 ถาคแู ขง ทาํ ไดจ ะใชเวลาอกี นานเทา ไร
กลยทุ ธก ารตลาดโดยใช 4P
กลยุทธการตลาดนัน้ มอี ยูมากมาย แตเ ปน ทีร่ จู กั และเปน พืน้ ฐาน คือ การใช 4P เปนการวางแผนใน
แตล ะสว นใหเขา กนั ในบางครัง้ อาจจะไมสามารถปรับเปล่ียนทงั้ 4P ไดทัง้ หมดในระยะสัน้ กไ็ มเปนไร แตจ ะ
คอ ย ๆ ปรบั จนสมดุลครบทั้ง 4P ในทสี่ ุด
1. สินคา หรือบรกิ าร (Product) กาํ หนดสินคา ใหต รงกับความตอ งการของลกู คา เชน ลูกคา สงู อายุ
ตอ งการน้ําผลไมท มี่ รี สหวานเล็กนอย
2. ราคาสินคา (Price) เปนการต้ังราคาท่ีเหมาะสมกับสินคาหรือบริการ และกําลังซื้อของลูกคา
พจิ ารณาจากราคาของคแู ขง บางครงั้ อาจลดราคาตํา่ กวาคแู ขงก็ได โดยลดคุณภาพบางตัวท่ีไมจําเปนก็จะทําให
สินคามรี าคาตํา่ กวาคูแขง หรือกาํ หนดราคาสงู กวา คูแขง ก็ได ถา สินคาของเราดีกวาคูแขงดา นใด เพื่อใหล กู คา
มโี อกาสเปรียบเทยี บ
3. สถานท่ีขายสินคา (Place) ควรเลือกทําเลขายใหเหมาะสมกับลูกคา หรือคิดหาวิธีการสงของ
สินคา ใหถงึ มอื ลูกคาไดอ ยางไร
4. การสง เสริมการขาย (Promotion) เปน การทาํ กิจกรรมตา ง ๆ เพื่อใหล กู คา รจู กั สนิ คา และอยากท่ี
จะซือ้ มาใช เชน การแจกใหท ดลองใช การลดราคาในชวงแรก การแถมไปกบั สนิ คา อน่ื ๆ
18
ใบงานท่ี 2/1
การกาํ หนดและวเิ คราะหกลยทุ ธท างการตลาด
( 3. กาํ หนดกลยทุ ธส เู ปาหมายได 4. วเิ คราะหก ลยุทธไ ด )
ใหผเู รียนรวมกลมุ กนั 5 คน รว มกันกําหนดและวิเคราะหก ลยทุ ธพัฒนาทางการตลาดแลว สรปุ ลงใน
แบบบันทกึ
แบบบนั ทกึ
สมาชิกในกลมุ 1.............................................................................................................................................
2.............................................................................................................................................
3.............................................................................................................................................
4.............................................................................................................................................
5.............................................................................................................................................
กลยทุ ธ
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
การวิเคราะหก ลยุทธ โดยการวิเคราะหจ ุดออ น จดุ แข็ง
1. จุดแข็ง..........................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
2. จดุ ออน.......................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
3. โอกาส........................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
4. อุปสรรค.................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
สรปุ ผลการวิเคราะห
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
19
ใบงานท่ี 2/2
ตรวจสอบผลการวเิ คราะหกลยทุ ธ
ใหผูเ รียนนาํ ผลการวิเคราะหก ลยทุ ธจ ากใบงานท่ีนําไปใหผ รู ชู วยตรวจสอบความเปนไปไดแลวสรุป
ลงในแบบบนั ทึก
แบบบนั ทกึ
กลยุทธ. ...........................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
สรปุ ผลการวิเคราะหจากผูรู
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
แนวทางการแกไ ขจากการแสดงความคิดเห็นของผรู ู
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
20
ใบความรูที่ 3
การกําหนดกิจกรรมและแผนการพฒั นาการตลาด
การตลาดมีความสําคญั เพราะเปน จดุ เรม่ิ ตน และมผี ลตอ การบรรลเุ ปา หมายสุดทายของการดาํ เนินธุรกจิ
ธุรกิจตองเร่มิ ดวยการศกึ ษาความตอ งการทแ่ี ทจรงิ ของลกู คา จากนัน้ จึงทําการสรา งสินคา หรือบรกิ ารที่ทําให
ลกู คาเกิดความพอใจสงู สุด (Customer Focus)
การบริหารตลาด เปนกระบวนการวางแผน ปฏิบัติงานและการควบคุมกิจกรรมทางการตลาดที่
กอ ใหเ กิดการแลกเปลี่ยนระหวา งผูซื้อและผูขาย พรอมทงั้ นําความพอใจมาสูท ั้ง 2 ฝาย
การกาํ หนดกจิ กรรมเพ่อื พฒั นาการตลาด
เมอ่ื เราทราบวา กลยทุ ธท่กี าํ หนดไวม ดี านใดบา ง เชน กลยทุ ธ 4P ก็คือ ดานตัวสินคา ดานราคา ดาน
สถานท่ขี าย และการสง เสรมิ การขาย กลยุทธท ้งั 4 ดา น ใหนํามากําหนดเปนกจิ กรรมทตี่ องดําเนนิ การ เชน
1. กิจกรรมดา นพฒั นาตัวสนิ คา พฒั นาใหต รงกบั ความตอ งการของลูกคา
2. กิจกรรมดา นราคา ผูผลิตก็ตอ งกําหนดราคาท่เี หมาะสมกับกําลังซอ้ื ของผูบริโภค และเหมาะสมกับ
คณุ ภาพของสินคา
3. กจิ กรรมดา นสถานท่ี ตอ งคดิ วาจะสงมอบสนิ คาใหกับผูบริโภคไดอยางไร หรือตองมีการปรับ
สถานทขี่ าย ทําเลที่ต้ังขายสนิ คา
4. กิจกรรมสงเสริมการขาย จะใชว ธิ กี ารใดทท่ี าํ ใหล กู คารจู ักสินคาของเรา
การวางแผนพฒั นาการตลาด
ผผู ลิตจะตองนาํ กิจกรรมตาง ๆ มาวางแผนเพื่อพัฒนาการตลาด ซง่ึ สามารถนําไปสูการปฏิบัติใหได
ดงั ตัวอยา ง
ที่ กจิ กรรมทีต่ องดาํ เนินการ 21
1 ศึกษาขอมลู เพ่ือกําหนดทศิ ทางการ แผนการพฒั นาการตลาด
พฒั นาการตลาด แผนการพัฒนาการตลาดป 2553
2 กําหนดเปา หมายการตลาด ม.ค. ก.พ. ม.ี ค. เม.ย. พ.ค. มิ.ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค.
3 กาํ หนดกลยทุ ธสูเปาหมาย
4 วิเคราะหก ลยุทธ
5 ดําเนินการ
- การโฆษณา
- การประชาสมั พนั ธ
- การรวบรวมขอ มูลลกู คา
- การสงเสริมการขาย
- การกระจายสินคา
- การสงมอบสนิ คา
- ฯลฯ
22
ใบงานที่ 3
การกาํ หนดกิจกรรมและแผนการพฒั นาการตลาด
ใหผูเรียนรวมกลุมและรวมกันกําหนดกิจกรรมและวางแผนการพัฒนาตลาด ลงในแบบบันทึกที่
กําหนดให
แบบบนั ทกึ
สมาชกิ ในกลมุ 1.............................................................................................................................................
2.............................................................................................................................................
3.............................................................................................................................................
4.............................................................................................................................................
5.............................................................................................................................................
กิจกรรมและแผนการพัฒนาการตลาด
ที่ กจิ กรรมที่ตองดําเนนิ การ แผนการพัฒนาการตลาดป 2553
ม.ค. ก.พ. ม.ี ค. เม.ย. พ.ค. มิ.ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค.
23
บทที่ 3
การจัดทําแผนพัฒนาการผลิตหรือการบรกิ าร
สาระสําคญั
การพฒั นาการผลติ หรอื การบรกิ าร หรอื จากการกาํ หนดคุณภาพผลผลติ หรอื การบริการ วเิ คราะหท ุน
ปจ จัยการผลิตหรอื การบรกิ าร กําหนดเปา หมาย การกําหนดแผนกิจกรรม และการพัฒนาระบบการผลิตหรือ
การบริการ จงึ จะนําสกู ารพฒั นาอาชีพใหมีความเขมแข็ง
ตวั ชวี้ ัด
1. อธบิ ายการกําหนดคุณภาพผลผลิตหรอื การบริการ
2. วเิ คราะหทนุ ปจจัยการผลิตหรือการบริการ
3. กาํ หนดเปาหมายการผลิตหรอื การบรกิ าร
4. กําหนดแผนกจิ กรรมการผลติ
5. พฒั นาระบบการผลิตหรอื การบริการ
ขอบขา ยเนือ้ หา
1. การกาํ หนดคณุ ภาพผลผลิตหรอื การบริการ
2. การวเิ คราะหท ุนปจ จัยการผลติ หรือการบรกิ าร
3. การกาํ หนดเปา หมายการผลติ หรือการบรกิ าร
4. การกําหนดแผนกิจกรรมการผลติ
5. การพฒั นาระบบการผลติ หรือการบรกิ าร
สอ่ื ประกอบการเรียนรู
ใบความรู / ใบงาน การกําหนดคณุ ภาพผลผลิตหรือการบรกิ าร
ใบความรู / ใบงาน การวิเคราะหทุนปจจัยการผลิตหรือการบรกิ าร
ใบความรู / ใบงาน การกาํ หนดเปา หมายการผลิตหรอื การบริการ
ใบความรู / ใบงาน การกําหนดแผนกิจกรรมการผลติ
ใบความรู / ใบงาน การพฒั นาระบบการผลิตหรอื การบริการ
24
ใบความรทู ี่ 1
การกําหนดคุณภาพผลผลติ หรอื การบรกิ าร
การจัดการการผลิต หมายถึง การสรางสรรคห รอื การแปรสภาพส่งิ หนึ่งสง่ิ ใด ใหเปน สนิ คา เปน
กระบวนการที่ดําเนินงานผลติ สินคา ตามขนั้ ตอนตา ง ๆ อยา งตอ เนื่อง และมีการประสานงานกัน เพื่อใหบ รรลุ
เปา หมายขององคก รหรือกจิ การการผลติ
การกาํ หนดคณุ ภาพผลผลิต เปนการกาํ หนดคณุ สมบตั ิของผลผลติ ตามที่ลกู คา ตองการ เชน
ลกู คา ตองการผกั ปลอดสารพิษ ดังนน้ั ตองพฒั นากระบวนการปลกู ผกั โดยใชสารธรรมชาตแิ ทนปยุ เคมี หรือ
พัฒนารสชาติของอาหารแปรรปู ใหมีรสเปร้ียวยิง่ ขึ้น เพอ่ื ใหตรงกับความตองการของลกู คา กลมุ วัยรุน
การบริการ หมายถงึ กระบวนการท่เี นน การใหบรกิ ารแกลกู คา โดยตรง โดยการทาํ ใหลกู คา
ไดรับความพึงพอใจ มคี วามสขุ และไดร บั ผลประโยชนอยา งเต็มท่ี
ลกั ษณะงานอาชพี ในการผลติ งานอาชีพในการผลติ นนั้ สว นใหญม อี ยใู นภาคเกษตรกรรม
และภาคอุตสาหกรรม เชน
ภาคเกษตรกรรม
- ผลผลิตไดแ ก พชื ไร พชื สวน ไมดอกไมป ระดบั นาขา ว ปศุสตั ว ฟารม เปน ตน
ภาคอตุ สาหกรรม
- อาชพี ตดั เยบ็ เส้ือผา อาชพี ผลิตรถยนต ผลผลติ คือ รถยนต เปนตน
การผลติ เพือ่ ใหไดผ ลผลติ ทดี่ ีน้ัน ตองใหต รงกับความตอ งการของผูใชห รอื ผซู ้อื ใหม ากทสี่ ดุ
คุณภาพของผลผลิตทดี่ ี นน้ั ตอ งมาจากผผู ลติ ที่มีคุณลกั ษณะท่ีดี ซงึ่ ประมวลได ดงั น้ี
1. ซ่อื สตั ยตอ ผูบรโิ ภค
2. รักษาคุณภาพของผลผลิตใหค งทแ่ี ละปรับปรุงใหด ีข้นึ
3. ไมป ลอมปนผลผลติ
4. ไมเ อารัดเอาเปรยี บผูบริโภค
5. ไมกกั ตุนผลผลติ
6. มีความรู ความชาํ นาญในงานอาชพี ที่ดาํ เนนิ การเปน อยางดี
7. มคี วามรกั และศรัทธาในงานอาชพี ท่ีดําเนินการ
8. มีความเชื่อมั่นในตวั เอง
9. มีความคิดรเิ ร่มิ และมมี นษุ ยสมั พนั ธท ีด่ ี
ลกั ษณะงานอาชีพการใหบริการ
การบริการ เปน กจิ กรรมหรือการกระทาํ ท่ีผูใหบ รกิ ารทาํ ข้นึ เพอื่ สงมอบการบรกิ ารใหแกผรู ับบริการ
ผูร บั บริการสว นใหญจะเนน ใหค วามสําคญั กับ “กิจกรรม” หรอื “กระบวนการบรกิ าร” ของผใู หบริการมากกวา
สิ่งอ่ืน และจะเกดิ ความประทบั ใจในขณะทีผ่ ูรับบรกิ ารสัมผัสไดก ับการไดรับบริการนัน้ ๆ
25
คณุ ภาพของการบรกิ าร วดั ไดจากการบริการของผใู หบ ริการ 7 ประการ ดงั นี้
1. การยมิ้ แยม เอาใจใส เหน็ อกเหน็ ใจตอความลาํ บากยุงยากของลูกคา
2. การตอบสนองตอ ความประสงคของลกู คาอยางรวดเร็วทันใจ
3. การแสดงออกถึงความนบั ถอื ใหเกยี รติลกู คา
4. การบรกิ ารเปน แบบสมคั รใจและเต็มใจทาํ
5. การแสดงออกถงึ การรักษาภาพลกั ษณของการใหบรกิ าร
6. การบรกิ ารเปน ไปดวยกริ ยิ าทสี่ ภุ าพ และมมี ารยาทดี ออนนอ มถอ มตน
7. การบรกิ ารมคี วามกระฉบั กระเฉง กระตอื รือรน
มบี างอาชีพที่เปน ไปไดท งั้ การผลิตและการบรกิ าร เชน ผูประกอบการอาชีพรานอาหาร ตองมีผลผลิต
เชน อาหารประเภทตาง ๆ ควบคกู บั การบรกิ าร
ใบงานที่ 1
การกาํ หนดคณุ ภาพผลผลิตหรอื การบริการ
ใหผเู รยี นกําหนดคณุ ภาพผลผลิตหรือการบริการ ในงานอาชีพท่ีผูเรียนดําเนินการเองหรืออาชีพที่
สนใจ ใหเหตผุ ลประกอบ
ลักษณะงานอาชพี ……………………………………………………………………………………
ประเภทของผลผลติ หรือการบรกิ าร………………………………………………………………….
ชอ่ื เจา ของธุรกจิ ……………………………………………………………………………………...
ท่ตี ง้ั ของธุรกจิ ………………………………………………………………………………............
คณุ ภาพของผลผลิตหรือการบริการทปี่ รากฏ และอธิบายเหตุผลประกอบคณุ ภาพน้ัน ๆ
...........................................................................................................................................
...........................................................................................................................................
...........................................................................................................................................
...........................................................................................................................................
...........................................................................................................................................
...........................................................................................................................................
26
ใบความรูที่ 2
การวิเคราะหทุนปจจัยการผลิตหรือการบริการ
การวเิ คราะหทนุ ซ่ึงเปนปจจยั การผลิต จงึ มคี วามจําเปน ตอ การพฒั นาอาชีพ จะสงผลตอความ
เขมแขง็ ของอาชีพ ถารจู กั ลดตนทนุ ใชทนุ อยา งเหมาะสมและประหยดั จดั หาทุนทดแทน
ทุน หมายถงึ ปจ จยั ทีใ่ ชในการลงทุนในการดําเนนิ การประกอบอาชพี เพอื่ หวังผลกําไรจากการดาํ เนินการ
ทุนถอื วาเปนปจ จัยสําคัญในการประกอบอาชพี ใหด ําเนินงานไปอยางมีประสิทธิภาพ และมีความเจริญเติบโต
อยางตอเนอ่ื ง
ตนทนุ การผลติ หมายถึง ทุน ในการดําเนนิ การประกอบอาชีพ แบงได 2 ประเภท คอื
1. ทุนคงท่ี คือปจจัยท่ผี ปู ระกอบการจดั หามา เพอ่ื ใชในการจดั หาสนิ ทรัพยถาวร เชน
ดอกเบย้ี เงินกู ท่ดี ิน อาคาร เครื่องจกั ร เปนตน สําหรบั ใชใ นการประกอบอาชีพ ทุนคงท่สี ามารถแบงได
2 ลักษณะ คือ
1) ทุนคงที่ทเ่ี ปน เงนิ สด เปน จํานวนเงนิ ที่ตองจา ยเปนคาดอกเบี้ยเงินกู เพอ่ื นํามาใช
ในการดําเนนิ การประกอบอาชีพ
2) ทุนคงทที่ ่ีไมเปน เงนิ สด ไดแก พ้ืนที่ อาคารสถานท่ี โรงเรือน รวมถึงคา เสอื่ ม
ราคาของเคร่ืองจกั ร
2. ทนุ หมนุ เวยี น คือ ปจ จยั ทผี่ ปู ระกอบการจัดหามา เพอ่ื ใชในการดําเนินการจัดหาสินทรัพย
หมุนเวียนในการดําเนินกิจกรรมอาชีพ เชน วัตถุดิบในการผลิตสินคาหรือการบริการ วัสดุสิ้นเปลือง
คาแรงงาน คา ขนสง คาไฟฟา คาโทรศพั ท เปน ตน
ทนุ หมนุ เวยี นแบงออกเปน ดงั นี้ คอื
1. คา วัสดอุ ปุ กรณในการประกอบอาชีพ ดงั นี้
1.1) วสั ดอุ ุปกรณอ าชีพในกลมุ ผลิตผลผลิต เชน งานอาชพี เกษตรกรรม เชน คาปุย
พันธพุ ชื พันธุสตั ว คา น้าํ มัน เปนตน
1.2)วสั ดุอปุ กรณอาชพี ในกลมุ บริการ เชน อาชีพรับจางซักรีดเส้ือผา เชน คาผงซักฟอก
คา นํ้ายาซกั ผา เปนตน
2. คา จา งแรงงาน เปน คาจางแรงงานในการผลิตหรือบริการ เชน คาแรงงานในการไถดิน
คา จา งลูกจา งในรานอาหาร
3. คา เชาท่ีดนิ /สถานท่ี เปน คา เชา ที่ดิน/สถานทีใ่ นการประกอบธรุ กจิ
4. คาใชจา ยอืน่ ๆ เปน คา ใชจา ยในกรณีอน่ื ท่นี อกเหนอื จากรายการ
5. คา ใชจา ยในครวั เรอื นเปน แรงงานในครวั เรือนสว นใหญ ในการประกอบอาชีพอาจจะไมไ ด
นํามาคดิ เปนตนทุน จึงไมทราบขอมูลการลงทุนที่ชัดเจน ดังน้ัน การคิดคาแรงในครัวเรือน จึงจําเปนตอง
คิดดว ย โดยคิดในอัตราคา แรงขน้ั ตํา่ ของทองถิ่นนั้น ๆ
27
6. คาเสียโอกาสท่ีดิน กรณีเจาของธุรกิจมีที่ดินเปนของตนเอง การคิดตนทุนใหคิดตาม
อตั ราคาเชา ทด่ี นิ ในทองถิ่นหรือบรเิ วณใกลเคียง
ในการดาํ เนนิ งานประกอบอาชีพ การบริหารเงินทุนหรอื ดานการเงินน้ัน เปนส่ิงท่ีผูประกอบการ
ตองใหความสาํ คญั เปนอยา งมาก เพราะมผี ลตอ ความมั่นคงของอาชีพวา จะกา วหนาหรือลมเหลวได
ใบงานที่ 2
การวเิ คราะหท ุนปจจัยการผลติ หรอื การบรกิ าร
ใหผูเรียนกําหนดทุนและวิเคราะหความจําเปนในการพัฒนาอาชีพ เพ่ือจะทําใหอาชีพมีความ
เขมแข็ง
รายการทนุ เหตผุ ลในการใชท ุน
รายการ จาํ นวน
28
ใบความรูที่ 3
การกาํ หนดเปา หมายการผลติ หรอื การบรกิ าร
เปาหมายการผลิตหรือการบริการ เปนสิ่งที่ผูประกอบอาชีพตองการมุงไปใหถึง เกิดผลตามท่ี
ตองการ ดวยวิธีการตาง ๆ เปาหมายจึงเปนตัวบงชี้ปริมาณที่จะตองผลิตหรือบริการใหไดตามระยะเวลาท่ี
กาํ หนดดว ยความพงึ พอใจของลกู คา เตม็ ใจในการรบั บรกิ าร
ปจ จัยท่สี ง ผลใหป ระสบความสาํ เรจ็ นั้น ประกอบดว ย
1. การกําหนดกลุมลกู คาเปา หมายอยา งชัดเจน
2. การเสริมสรา งสวนประสมทางการตลาดไดอยางลงตัว
3. การคาํ นงึ ถึงสภาวะแวดลอมทค่ี วบคมุ ไมได
4. สามารถตอบคําถามตอ ไปน้ีไดทุกขอ
ขอ มลู ปจจัยของลูกคา ทต่ี องการสนิ คาท่ีจะพัฒนาข้ึนใหมป ระกอบดว ย
ใครคือ กลมุ ลกู คาเปาหมายสําหรบั ผลผลิตทผี่ ลิตขนึ้ หรือการบริการ
ลูกคา เปา หมายดังกลา วอยู ณ ทใี่ ด
ในปจจบุ นั ลูกคาเหลา นซ้ี อ้ื ผลผลติ หรือการบรกิ ารไดจ ากท่ีใด
ลูกคาซือ้ ผลผลิตหรือการบริการบอยแคไหน
อะไรคอื สงิ่ จูงใจที่ทาํ ใหลกู คา เหลานน้ั ตดั สนิ ใจใชบ ริการ
เหตุผลทําไมลกู คา ถึงใชผลผลิตหรือบรกิ ารของเรา
อะไรทลี่ กู คาเหลา นน้ั ชอบและไมช อบผลผลิตหรอื บรกิ ารอะไรทเี่ รามีอยบู า ง
ขอมูลปจ จยั ของผลผลติ หรอื การบริการ ประกอบดว ย
1. ลกู คา ตอ งการผลผลิตหรอื บรกิ ารอะไร
2. ลูกคา อยากจะใหมีผลผลติ หรอื บรกิ ารในเวลาใด
3. งานดา นการบรกิ าร ควรตงั้ ช่ือวา อะไร เพือ่ เปนส่งิ ดึงดูดใจลกู คา ไดม ากที่สดุ
นอกจากน้ีขอมลู ดา นการกําหนดเปาหมายการผลิตหรือการบริการใหสอดคลองกับความเปนจริง
และความเปน ไปไดแลว
ขอ มลู องคป ระกอบดานผปู ระกอบการ
ในการพัฒนาอาชพี จะตอ งพิจารณาตามประเดน็ สาํ คัญ ๆ ดังนี้
1. แรงงาน ตองใชแ รงงานมากนอยทีเ่ พ่มิ หรอื ลดลงเทา ไร ปจ จบุ นั มีแรงงานเพยี งพอตอการดําเนินงาน
หรือไม ถา ไมเพียงพอจะทําอยางไร จะนําเครอ่ื งจักรมาใชแทนแรงงานบา งไดห รอื ไม
2. เงินทุน ตองใชเงินทุนมากนอยเพียงไร ปจจุบันมีเงินทุนเพียงพอตอการดําเนินงานหรือไม ถาไม
เพยี งพอจะทําอยา งไร
3. เคร่อื งมือ/อปุ กรณ ตองใชเ ครือ่ งมือ/อุปกรณอะไร จาํ นวนเทา ไร เพียงพอหรอื ไม ถา ไมเพียงพอจะทํา
อยา งไร
29
4. วัตถดุ บิ เปนส่ิงสาํ คัญมากขาดไมไ ด ผูผลิตจะตองพิจารณาวาจะจัดหาจัดซื้อวัตถุดิบจากท่ีใด ราคา
เทา ไร จะหาไดจากแหลงไหน และโดยวิธีใด
5. สถานที่ หากเปน การประกอบอาชีพดานการผลติ ตอ งกาํ หนดสถานทที่ ใ่ี กลแหลงวัตถุดิบ ถาเปน
ธุรกิจดา นการบริการ ตอ งจัดสถานที่ใหม คี วามเหมาะสม สะอาด และเดนิ ทางสะดวก เปนหลกั
ใบงานที่ 3
การกาํ หนดเปา หมายการผลิตหรอื การบริการ
ใหผูเรียนรวมกลุมกัน 3-5 คน กําหนดเปาหมายการผลิตหรือการบริการ ในการพัฒนาอาชีพท่ี
ผเู รยี นดําเนินการเอง หรอื อาชีพท่สี นใจแลว บันทกึ ดงั น้ี
1. ลกั ษณะงานอาชีพ…………………………………….…………………………………………
2. ประเภทของผลผลติ หรอื การบรกิ าร……………………………………………………………
3. ชื่อเจาของธุรกจิ …………………………………………………………………………
4. ที่ตั้งของธุรกจิ …………………………………………………………………………
5. เปา หมายการผลิตหรอื การบริการ………………………………………………………
6. เหตุผลในการกาํ หนดเปาหมายการผลติ หรือการบรกิ าร เพราะ
...........................................................................................................................................
...........................................................................................................................................
...........................................................................................................................................
...........................................................................................................................................
...........................................................................................................................................
...........................................................................................................................................
...........................................................................................................................................
...........................................................................................................................................
30
ใบความรทู ่ี 4
การกาํ หนดแผนกจิ กรรมการผลิตหรือการบรกิ าร
แผนกจิ กรรมการผลติ หรอื การบริการ คอื แผนงานทางการประกอบอาชพี ท่ีแสดงกจิ กรรมตา ง ๆ
ท่ตี องปฏิบัตใิ นการลงทนุ ประกอบการ โดยมีจดุ เริ่มตน จากจะผลิตสินคา และบรกิ ารอะไร มกี ระบวนการ
ปฏบิ ตั ิอยางไรบาง และผลจากการปฏบิ ัตอิ อกมาไดม ากนอ ยแคไหน ใชง บประมาณและกําลงั คนเทาไร
เพ่อื ใหเ กิดเปน สนิ คาและบรกิ ารแกลกู คา และจะบรหิ ารธุรกจิ อยา งไรธรุ กิจจงึ จะอยรู อด
การกําหนดแผนกจิ กรรมการผลิตหรือการบริการ เปนส่ิงท่ีสําคัญย่ิงตอการประกอบอาชีพ เพราะ
เปน การกําหนดเปา หมายในสงิ่ ทต่ี องการใหเ กดิ รายละเอียดที่ตองปฏิบัติ ผานกระบวนการตัดสินใจอยางมี
ระบบและขอ มลู เพ่อื ใหเ กิดผลการปฏบิ ตั บิ รรลผุ ลตามเปาหมายท่ีกาํ หนดไว โดยมีขั้นตอนการกําหนดแผน
กจิ กรรมการผลิตหรอื การบริการ ดังน้ี
1. สาํ รวจตัวเอง เพ่อื ใหร ูถ งึ สถานภาพปจจุบันของงานอาชีพของตนเอง เปนการตรวจสอบขอมูล
เก่ยี วกับ แรงงาน เงนิ ทุน เคร่อื งมือ/อุปกรณ วัตถุดบิ และสถานทีว่ า มสี ภาพความพรอ มหรือมปี ญหาอยางไร
รวมถึง ผลผลิตหรือบริการของตนวามอี ะไรบกพรองหรอื ไม
2. สาํ รวจสภาพแวดลอม เปน การตรวจสอบขอมลู ภายนอกเก่ียวกบั สภาพธุรกจิ ประเภทเดยี วกนั ใน
ชุมชน ความตอ งการของลูกคา
การดําเนินงานตามขั้นตอนท่ี 1 และ 2 เปนการศึกษาขอมูล เพื่อระบุถึงปญหาที่เกิดขึ้นและควร
แกไข ซ่ึงขอมูลของทั้งสองขอนี้ อยูในเร่ืองของสภาพปญหา และหลักการและเหตุผล ในสวนแรกของ
แผนงาน/โครงการผลิต หรอื บริการ
3. การกําหนดทางเลือกเพื่อใหการวางแผนมีความชัดเจน หลังจากสามารถกําหนดสาเหตุของ
ปญ หา( ขอ 1 และ ขอ 2 ) ไดแ ลว ผูประกอบการตองตัดสินใจเพื่อพิจารณาหาทางเลือก เพ่ือใหไดทางเลือก
หลายทางสกู ารปฏิบัติ
4. การประเมินทางเลือก เม่ือสามารถกําหนดทางเลือกไดหลากหลายแลว (จากขอ 3) เพื่อใหได
ทางเลือกสูการปฏิบัติที่เหมาะสมท่ีสุด ในการวางแผนกลยุทธทางการตลาด ผูประกอบการตองพิจารณา
ประเมินทางเลอื กในแตล ะวิธี เพ่ือใหส ามารถบรรลเุ ปา หมายใหด ที ่สี ดุ
5. การตัดสินใจ เมอื่ ไดทางเลอื กหลายทางเลอื กในการตัดสนิ ใจสามารถใชหลัก 4 ประการในการ
พจิ ารณาประกอบการตัดสินใจคอื
1) ประสบการณ 2) การทดลอง 3) การวิจยั หรือการวิเคราะห และ 4) การตดั สินใจเลอื ก
6. กําหนดวัตถุประสงค เปน การกําหนดเปา หมายของการดาํ เนินงานวา ตองการใหเ กิดอะไร
7. พยากรณอนาคตถึงความเปนไปได เปนการคิดผลบรรลุลวงหนาวา หากดําเนินการตามแผน
กจิ กรรมการผลติ หรอื การบรกิ ารแลว ธุรกจิ ทด่ี ําเนนิ งานจะเกิดอะไรขน้ึ
8. กําหนดแนวทางการปฏิบัติ เปนการกําหนดรายละเอียดขั้นตอนการปฏิบัติวาจะทําอยางไร
เม่อื ไร เพอื่ ใหเ กิดผลตามวตั ถุประสงคท่กี าํ หนดไว
31
9. ประเมนิ แนวทางการปฏิบตั ิท่ีวางไว เปน การตรวจสอบความสมบรู ณของแผนกิจกรรมการผลิต
หรอื การบริการวา มคี วามสอดคลอ งกนั หรือไมอ ยา งไร สามารถท่จี ะปฏิบัติตามขั้นตอน วิธีการท่ีกําหนดไวได
หรอื ไมอ ยา งไร หากพบวาแผนกิจกรรมการผลิตหรือการบริการ ท่ีจัดทําขึ้นยังไมมีความสอดคลอง หรือมี
ขน้ั ตอนวิธกี ารใดที่ไมมน่ั ใจ ใหจดั การปรบั ปรุงใหมใ หมีความสอดคลอ งและเหมาะสม
10. ทบทวนและปรับแผน เมื่อสถานการณสิ่งแวดลอมท่ีเปล่ียนแปลงไป และผลลัพธไมเปนไป
ตามที่กําหนด เปนการพัฒนาแผนกิจกรรมการผลิตหรือการบริการในระหวางการปฏิบัติตามแผน เม่ือมี
สถานการณเ ปลย่ี นแปลงไป หรือมีขอมลู ใหมทส่ี ําคญั
การควบคมุ คุณภาพการผลิตหรอื การบริการ หมายถงึ
การจดั กิจกรรมตาง ๆ เพอื่ ใหผ ลผลิตหรือการบรกิ ารไดต ามท่กี าํ หนดคณุ ภาพไว ทําให
ตอบสนองความตอ งการและสามารถสรา งความพึงพอใจใหกับลกู คาบนแนวคดิ พนื้ ฐานวา เมอื่ กระบวนการดี
ผลลพั ธท่ีออกมากจ็ ะดตี าม
การจัดการเกยี่ วกบั การควบคุมคุณภาพการผลติ หรือการบรกิ าร
การควบคมุ คุณภาพนัน้ มวี ัตถปุ ระสงคเ พ่ือใหผ ลิตภณั ฑห รอื การบรกิ ารบรรลุจดุ มงุ หมาย
ดังตอ ไปน้ี
1. สินคา ที่สงั่ ซื้อหรือสงั่ ผลิตมคี ุณภาพตรงตามขอตกลงหรอื เงอ่ื นไขในสัญญา
2. กระบวนการผลติ ดําเนินไปอยางถูกตอ งเหมาะสม
3. การวางแผนการผลติ เปน ไปตามท่ีกาํ หนดไว
4. การบรรจุหีบหอดแี ละเหมาะสม หมายถึงสามารถนําสงวสั ดุยงั จดุ หมายปลายทางใน
สภาพดี
ข้ันตอนการควบคมุ คุณภาพการผลิต แบงออกเปน 4 ข้ันตอน คือ
1. ข้ันการกาํ หนดนโยบาย เปน การกาํ หนดวตั ถุประสงคอ ยางกวาง ๆ เชน ระดบั สินคา
ขนาดของตลาด วิธกี ารจําหนา ย ตลอดถงึ การรับประกนั ขอ กําหนดเหลานี้จะเปน เครื่องช้นี ําวา กิจการจะตอง
ทาํ อะไรบาง เพื่อใหบรรลุวัตถปุ ระสงคท ่ีไดก าํ หนดไว
2. ขนั้ การออกแบบผลติ ภัณฑ หมายถงึ การกาํ หนดคณุ ลกั ษณะของผลติ ภณั ฑก ารออกแบบ
ผลิตภัณฑ ซงึ่ จะตองมคี วามสัมพันธกับระบบการผลติ
3. ขัน้ ตอนการควบคมุ คณุ ภาพของการผลิต การควบคมุ คณุ ภาพการผลิต แบง ออกเปน
ขน้ั ตอนยอย 3 ข้ัน คือ การตรวจสอบคุณภาพของชิ้นสวน การควบคุมกระบวนการการผลติ และการตรวจสอบ
คุณภาพของผลิตภณั ฑ โดยในการตรวจสอบทงั้ 3 ขน้ั น้ี สว นใหญจ ะใชเทคนคิ การสมุ ตวั อยา ง เพราะผลิตภณั ฑท่ี
ผลิตไดนัน้ มจี ํานวนมากไมอ าจจะทาํ การตรวจสอบไดอ ยางทั่วถึงภายในเวลาจํากดั
4. ข้ันการจัดจําหนาย การควบคุมคุณภาพในการจําหนาย จะใหความสําคัญกับบริการ
หลงั การขาย ซงึ่ ในระบบการตลาดสมยั ใหม ถอื วาเปน เร่ืองสําคัญมาก เพราะสินคาบางชนิดโดยเฉพาะอยางย่ิง
32
สินคาประเภทเครื่องมือ เคร่ืองจักรหรืออุปกรณทางไฟฟา หรือ เคร่ืองอิเล็กทรอนิกสหรือคอมพิวเตอร ซ่ึงมี
วิธีการใชและการดูแลรักษาท่ีคอนขางยุงยาก ผูผลิตหรือผูขายจะตองคอยดู และเพ่ือใหบริการหลังการขายแก
ผูซ้ืออยูเสมอ เพื่อสรางความพึงพอใจ ซึ่งจะมีผลตอการสรางความเช่ือม่ัน และความกาวหนาทางธุรกิจใน
อนาคต
การควบคุมคณุ ภาพการผลิตหรอื การบริการมคี วามสําคัญตอ การกําหนดกจิ กรรมการผลติ หรอื การบริการ
เปน อยางมาก เพราะการผลิตสนิ คา หรอื การบรกิ ารทด่ี นี ้นั ตอ งมคี ณุ ภาพท่ีคงท่ี ดเี สมอตน เสมอปลาย จึงจะคง
ความพึงพอใจตอ ลกู คา ใหซ ื่อสัตย และเชือ่ ม่นั ในคณุ ภาพของสินคาและการบรกิ ารตลอดไป
……………………………………………………………….
ใบงานท่ี 4
การกําหนดกจิ กรรมการผลติ หรือการบรกิ าร
ใหผูเรียนกําหนดแผนกจิ กรรมการผลิตหรือการบริการในการพัฒนาอาชีพของผูเรียน หรืออาชีพ
ทส่ี นใจโดยบันทกึ ดงั น้ี
ลักษณะงานอาชีพ……………………………………………………………………………………
ประเภทของผลผลิตหรือการบริการ…………………………………………………………………
ชื่อเจา ของธุรกิจ……………………………………………………………………………………...
ทต่ี ้ังของธุรกจิ ………………………………………………………………………………………..
แผนกิจกรรมการผลิตหรอื การบริการ คือ
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
แผนนีไ้ ดม ีการจัดการควบคุมคุณภาพดานใดบา ง
............................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
เหตุผล เพราะ.....................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
33
ใบความรทู ี่ 5
การพัฒนาระบบการผลติ หรอื การบรกิ าร
การประกอบอาชีพทั้งดานการผลิตและการบริการ ที่ดําเนินการอยูจะสามารถดําเนินไปไดดวยดี
แลวก็ตาม แตเพ่ือใหการประกอบอาชีพน้ีมีความกาวหนาและม่ันคง ผูประกอบการธุรกิจตองคํานึงถึงการ
พัฒนาระบบการผลิตหรอื การบริการอยางตอ เน่ือง
การพฒั นาระบบการผลิตหรือการบริการ สามารถดาํ เนินการไดดังน้ี
1. ลกั ษณะการผลิตและการใหบ ริการ หมายถงึ สภาพของแหลงใหบ รกิ ารทีด่ ที ่ีผูใ ชบรกิ ารสามารถ
สัมผสั จับตองได ลกั ษณะของสินคาและผลิตภัณฑด ูดี นา ซอ้ื นา ใช
2. ความไววางใจ หมายถึง ความสามารถในการนาํ เสนอผลิตภัณฑหรือการบริการตามคําม่ันสัญญา
ท่ใี หไ วอยางตรงไปตรงมาและถกู ตอ ง และมีการรับรองคุณภาพจากหนว ยงานทีเ่ ก่ยี วขอ ง
3. ความกระตอื รอื รนดา นการบรกิ าร หมายถึง การแสดงความเตม็ ใจทจี่ ะชว ยเหลอื และพรอมที่จะ
ใหบรกิ ารผใู ชบ ริการอยา งทันทว งที
4. ความเช่ียวชาญ หมายถึง ความรู ความสามารถ ในการปฏิบัติงานบริการท่ีรับผิดชอบอยางมี
ประสทิ ธิภาพ ความนาเชื่อถือในตัวสินคา รับรองดว ยตราสนิ คา
5. อัธยาศยั ทีน่ อบนอมดานการบรกิ าร หมายถงึ ความมีมติ รไมตรี ความสภุ าพนอบนอมเปนกนั เอง
6. ใหเ กียรตผิ อู ่นื จริงใจ มีน้าํ ใจ และความเปน มติ รของผูป ฏบิ ัตงิ านผลผลติ และบรกิ าร
7. ความนาเชื่อถือ หมายถึงความสามารถในดานการสรางความเช่ือม่ัน ดวยความซื่อสัตยของ
ผูประกอบการธรุ กิจ
8. ความปลอดภัย หมายถงึ สภาพทปี่ ราศจากอันตราย ความเส่ียงภัยและปญหาตา ง ๆ
9. การเขาถึงบริการ หมายถึง การติดตอเพื่อการซื้อผลิตภัณฑหรือใชบริการ ดวยความสะดวก
ไมย งุ ยาก
10. การติดตอส่ือสาร หมายถึง ความสามารถในการสรางความสัมพันธ และสื่อความหมายได
ชดั เจน ใชภาษาทงี่ า ย และรับฟง ความคิดเห็นของผูรบั บริการ
11. ความเขาใจลกู คา หมายถงึ ความพยายามในการคนหาและทําความเขาใจกับความตองการของ
ผใู ชบริการ และใหค วามสาํ คญั ตอบสนองความตองการของผใู ชบรกิ ารโดยทันที
คุณภาพของการผลิตหรือการบริการเปนส่ิงสําคัญท่ีผูประกอบการธุรกิจตองรักษาระดับคุณภาพ
และพัฒนาระดับคุณภาพการผลิตหรือการบริการใหเหนือกวาคูแขงขัน โดยเสนอคุณภาพการผลิตหรือการ
ใหบ รกิ ารตามลกู คา คาดหวัง หรือเกินกวาส่ิงทล่ี กู คาคาดหวงั ไวเ สมอ
34
ใบงานท่ี 5
การพัฒนาระบบการผลติ หรอื การบรกิ าร
ใหผเู รียนอธิบายการพัฒนาระบบการผลิตหรือการบริการในการพัฒนาอาชีพท่ีผูเรียนดําเนินการ
หรอื อาชพี ทส่ี นใจ ดังนี้
1......................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
2......................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
3......................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
4......................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
5......................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
6......................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
35
บทที่ 4
การพฒั นาธรุ กจิ เชงิ รุก
สาระสาํ คัญ
การพัฒนาธรุ กจิ เชิงรกุ จะตอ งเหน็ ความจาํ เปนและคณุ คา ของธรุ กจิ เชิงรกุ การแทรกความนยิ มเขาสู
ความตอ งการของผูบรโิ ภค การสรา งรูปลักษณค ุณภาพสนิ คา ใหม และการพฒั นาอาชีพอยา งตอ เนอ่ื ง
ตัวชวี้ ดั
1. ความจําเปนและคณุ คา ของธรุ กิจเชงิ รกุ
2. อธบิ ายการแทรกความนิยมเขาสคู วามตอ งการของผูบรโิ ภคอยางแทจรงิ
3. อธบิ ายการสรางรปู ลักษณค ณุ ภาพสินคา ใหม
4. อธิบายการพฒั นาอาชีพใหม คี วามเขมแข็ง
ขอบขา ยเน้อื หา
เรอื่ งที่ 1 ความจําเปน และคณุ คาของธรุ กิจเชงิ รกุ
เร่ืองท่ี 2 การแทรกความนยิ มเขา สคู วามตองการของผูบรโิ ภค
เร่ืองที่ 3 การสรางรปู ลกั ษณคณุ ภาพสนิ คาใหม
เรื่องที่ 4 การพัฒนาอาชีพใหม คี วามเขมแขง
สื่อการเรยี นรู
ใบความรูที่ 1 ความจาํ เปน และคุณคาของธุรกจิ เชงิ รกุ
ใบความรทู ่ี 2 การแทรกความนิยมเขาสตู ลาดของผบู รโิ ภค
ใบความรูท่ี 3 การสรา งรปู ลักษณค ณุ ภาพสินคา ใหม
ใบงานที่ 1 การพัฒนาธรุ กจิ เชงิ รกุ
ใบความรทู ่ี 4 การพัฒนาอาชพี ใหม ีความมนั่ คง
ใบงานท่ี 2 การพัฒนาอาชีพใหมคี วามเขม แข็ง
36
ใบความรทู ี่ 1
ความจําเปนและคณุ คาของธรุ กิจเชิงรกุ
1. ความหมายของธุรกจิ เชงิ รกุ
ธุรกจิ เชิงรกุ หมายถึง การบรหิ ารจัดการธุรกิจแบบมแี บบแผน เปนระบบการพัฒนางานท่ีดี อํานวย
ประโยชนใหกบั ผปู ระกอบการ สามารถวางแผนตดิ ตามและควบคุมใหการดําเนินงานในทุกดานไดอยางมี
ประสิทธภิ าพ
2. ความจําเปนและคุณคา ของธุรกจิ เชิงรกุ
ธุรกิจเชงิ รุก เปน ความพยายามท่ีจะหาวธิ กี ารใหไ ดเ ปรยี บทางการแขงขันทางธุรกิจ เปนการพัฒนา
สินคาใหตรงกับความตองการของผูบริโภค สินคาไดรับการพัฒนาอยางตอเนื่องตลอดเวลา ผูบริโภคมี
โอกาสเลือกซอ้ื สนิ คา ไดห ลากหลาย
37
ใบความรทู ่ี 2
การแทรกความนยิ มเขา สตู ลาดของผบู ริโภค
การแทรกความนิยมเขาสูความตองการของผูบริโภค
การแทรกความนยิ มเขาสูค วามตองการของผบู ริโภค จะตองรวู า ชวยอะไรใหกบั ใคร
กลยทุ ธเ ปนสว นประกอบทางการตลาดท่ีตองแทรกความนยิ มเขา สูค วามตอ งการของลูกคา ซ่ึงสวนประกอบ
ทางการตลาดเบอ้ื งตน ไดแ ก ผลติ ภัณฑ ( Product ) ซงึ่ เปน ทง้ั สินคา ( Goods ) หรือบริการ ( Services ) หรือ
ทั้งสองอยาง ซึ่งผูป ระกอบการตอ งชแ้ี จงไดวาผลิตภณั ฑของตนคืออะไร ใชประโยชนไ ดอยางไร และมุงหวังวา
จะตองหาทางผลกั ดันใหเ ปน ทยี่ อมรับของลกู คา ในตลาดใหไ ดโ ดยการแทรกรสนิยมเขาสูส ินคา หรือบรกิ ารนน้ั ๆ
ผลิตภัณฑค อื สิ่งตอบสนองความตองการของลูกคา
ผปู ระกอบการควรคํานงึ ถงึ สนิ คาท่ขี ายใหกบั ลูกคา เปรียบเสมือนผูแกปญหาทางการตลาด ปญหา
ของลกู คา คือ ความตองการสงิ่ ท่ีมาตอบสนองใหกบั ตนเอง เชน ลูกคานิยมกล่ินใบเตยในขนมปง ผูผลิต จึงนํา
ใบเตยมาใชเปนสวนผสมในขนมปง การใชใ บเตยในขนมปง จึงเปนการแทรกความนยิ มลงในสินคา
รปู ท่ี 1
ความสัมพันธระหวา งผลติ ภัณฑก ับลกู คา
ผลิตภัณฑ ลูกคา
( ส่ิงท่ธี รุ กิจขาย ) ( สิ่งทีล่ กู คา ตอ งการ )
38
ใบความรทู ี่ 3
การสรา งรปู ลกั ษณค ณุ ภาพสินคา ใหม
การสรางรูปลักษณคุณภาพสินคาใหม เปนการพัฒนาสินคาใหตรงกับความตองการของผูบริโภค
เชน มีความสวยงาม ใชง านสะดวก มคี วามทนทาน การพฒั นาผลิตภัณฑของธุรกิจมีหลายรูปแบบ ซึ่งการ
พัฒนาผลิตภัณฑ อาจมีสาเหตุมาจากความม่ันคงของธุรกิจ หรือการเติบโตของธุรกิจจึงตองมีการพัฒนา
ผลติ ภัณฑใหม ีคณุ ภาพแตกตา งกนั ไป แตละธุรกจิ จะพฒั นาไดตอ เมือ่ ผปู ระกอบการรบั รคู วามตองการในการ
ตัดสนิ ใจซื้อสินคา และบริการ จงึ กาํ หนดทศิ ทางทางวิธกี ารพฒั นาผลติ ภัณฑไ ดเ หมาะสมสอดคลองกับความ
ตองการของผูประกอบการ
แนวทางพิจารณาผลิตภณั ฑไมห มายถึงเฉพาะรปู แบบหรือวตั ถสุ ิ่งของท่เี ปนรูปรางเทานนั้ แตยงั รวมไป
ถงึ คุณคาของผลิตภณั ฑและการบริการดวย ดังน้ัน ผลิตภัณฑ จึงหมายถึง สินคาท่ีสามารถตอบสนองความ
พอใจท่จี บั ตอ งไดแ ละจับตอ งไมได
สว นประกอบท่สี ําคัญในการพัฒนาผลิตภัณฑ มี 2 ประการ คอื
1. ผลติ ภัณฑน้นั ตอ งมีคุณคา และตอบสนองความตอ งการของผบู รโิ ภคไดม ากท่สี ุด
2. สว นประกอบของผลิตภณั ฑต อ งมอี ยางครบถว น
หนา ทใี่ นการพฒั นาผลิตภณั ฑ ในการคิดคนผลิตภัณฑใ หมออกสตู ลาด ผผู ลิตควรดาํ เนินการ ดังนี้
1. รวบรวมขอ มลู สาํ หรบั ปรับปรงุ และวิธีการดาํ เนนิ การพัฒนาผลิตภณั ฑ
2. กาํ หนดแผนการพัฒนาผลติ ภัณฑ
3. ดําเนินการและติดตามผลพฒั นาผลิตภณั ฑใ หมีประสิทธภิ าพ
4. วางแผนกลยุทธก ารขายผลิตภณั ฑ
39
ใบงานที่ 1
การพัฒนาธุรกิจเชงิ รกุ
ใหผูเรียนรวมกลมุ กนั อภิปรายแลกเปลย่ี นเรียนรซู ง่ึ กนั และกันเพ่อื ดาํ เนนิ การพฒั นาธุรกจิ เชงิ รกุ ใน
การทจ่ี ะทําใหอาชีพทีป่ ระกอบการอยหู รืออาชพี ทส่ี นใจมคี วามเขมแขง็ สามารถครองอยใู นตลาดไดนาน
ตามหัวขอ ดังนี้
1. มคี วามจาํ เปนอยา งไรทจ่ี ะตอ งพัฒนาธุรกจิ เชิงรุก
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................
2. คดิ วาการแทรกความนิยมของสินคา ทจี่ ะพฒั นาขน้ึ ใหมเ ขาสูความตอ งการของผบู รโิ ภค อะไรบาง
อยางไร
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................
3. คดิ วาจะกําหนดรูปลกั ษณค ณุ ภาพสนิ คาทจ่ี ะพัฒนาข้ึนใหม เปนอยา งไร เพราะเหตใุ ด
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................
40
ใบความรูท ่ี 4
การพฒั นาอาชพี ใหมีความเขม แขง็
การพฒั นาอาชพี เขา สคู วามเขม แข็งของผูประสบความสาํ เรจ็ มมี ากมาย จะมีลักษณะการกระทาํ ที่
สอดคลอ งกนั เปน สว นใหญว า ความเขมแข็งของอาชพี ขนึ้ อยูก ับองคประกอบอยางนอย 3 ประการ คือ
(1) การลดความเสีย่ งในผลผลติ (2) ความมุงม่ันพฒั นาอาชพี และ (3) การยดึ หลกั คณุ ธรรม
ลดความเส่ียงผลผลิต
มุงม่นั พัฒนาอาชพี สคู วามม่นั คงยงั่ ยืน
ยึดหลักคณุ ธรรม
จากแผนภมู ิ จะพบวา องคป ระกอบรวมท้งั 3 องคประกอบ เปนตัวสง ผลตอความเขม แขง็ ในอาชพี ท่ี
เราจะตองนํามาบรู ณาการใหเ ปนองครวมเดียวกนั
การลดความเส่ียงผลผลติ
การประกอบอาชพี มกั จะประสบกับความเสยี่ ง เชน
- เสยี่ งตอการขาดทนุ ตอ งจดั การโดยการหาตลาดไวลวงหนา เชน มกี ารประกนั ราคาผลผลิต
- เสย่ี งตอ การไมม ีเงินทนุ ในการดําเนินการ แกปญ หาความเสี่ยงดวยการจัดหาแหลง เงนิ ทุน หรอื
พยายามที่จะลดตนทนุ การผลิต
การพฒั นาอาชพี
เปน กระบวนท่ีเนนความสาํ คญั การพฒั นาระบบการจดั การทั้งการผลติ และการตลาดใหต รงกับความ
ตองการของลกู คา ดังน้ี
คุณภาพผลผลติ
ลดตน ทนุ การผลิต การพฒั นาอาชีพ
การสงมอบ
ความปลอดภัย
41
ปจ จยั รว มท้งั 4 ดาน เปนปจ จยั ทีส่ งผลตอ การพฒั นาอาชีพ โดยมลี ักษณะความสําคัญ ดังน้ี
1. คณุ ภาพผลผลติ เปนเรือ่ งทเี่ ราจะตองใหคณุ ภาพตรงความตอ งการของลกู คา ใหม ากที่สุด
เพอื่ ใหลูกคา ม่ันใจไดวา จะไดร บั สินคา /บริการทดี่ เี ปนไปตามความคาดหวัง
2. ลดตน ทุนการผลติ เกีย่ วขอ งกบั การกาํ หนดราคาผลผลิตทจ่ี ะตองเปนราคาทีล่ กู คาสามารถซ้ือ
ผลผลิตของเราได แตไมใชก ําหนดราคาต่าํ จนกระทัง่ รายไดไ มพอเพยี ง ดงั น้ัน การลดตน ทุนจึงเปน เร่อื ง
สาํ คญั ทเ่ี ราจะตอ งศกึ ษาเรยี นรหู าวิธีลดตนทนุ ท่ที ําใหมรี ายไดเพียงพอ ไมใชไ ปลดตน ทุนกับคา แรงงาน
แตเ ปนการบรหิ ารจดั การใหลดความเสยี หายในปจ จัยการผลิต และการจดั การใหไดผลผลิตสงู
3. การสง มอบผลิตผล ใหล กู คา ตอ งเปนไปตามขอตกลงท้ังเวลานดั หมายและจํานวนผลผลิต
ตวั อยาง เชน อาชีพรานตดั เย็บเส้ือผา ชาย สว นใหญมกั จะผิดนดั ทําใหเสยี หายกบั ลูกคาที่มกี าํ หนดการ
จะใชเ สื้อผา จงึ หนั ไปใชบ ริการเสอ้ื ผาสําเรจ็ รปู ท่ีมคี วามสะดวกมองเห็นสินคา และตัดสินใจเลือกซอื้ ได
ทนั ที ทําใหป จจบุ ันรา นเย็บเสื้อผา ชายเกอื บหายไปจากสังคมไทย
4. ความปลอดภยั ท้ังผูผลติ และผูบริโภคผลผลติ เชน อาชีพเกษตรอินทรีย คนงานไมม โี อกาส
สมั ผัสกับสารพิษ ทาํ ใหก ารทาํ งานปลอดภัย ขณะเดียวกนั ผลผลิตจากเกษตรอนิ ทรยี เ ปนอาหารที่ปลอดภยั
การยดึ หลักคุณธรรม
การยึดหลักคณุ ธรรม เปน พฤติกรรมภายในของผูประกอบอาชีพ ทสี่ าํ คญั สง ผลตอความม่นั คงของ
อาชพี ดงั นี้
ความขยัน
ความประหยัด คุณธรรมประกอบอาชพี
ความซื่อสตั ย
ความอดทน
คุณธรรมทงั้ 4 ประการดังกลา วหลายคนบอกวา เปน เรอื่ งทต่ี องปลกู ฝง มาแตเยาวว ยั จงึ จะเกดิ ขนึ้ ได
ความเช่อื น้ีเปนจรงิ เราสามารถเรียนรู สรา งความเขา ใจ มองเห็นคุณคา ปรบั เปลี่ยนและตกแตงพฤตกิ รรม
เพ่อื ใชเปนเคร่ืองมอื สรา งความสําเร็จใหกับตนเองได
42
1. ความขยนั มลี กั ษณะพฤตกิ รรมของการทาํ อะไรอยางเอาจริงเอาจงั แข็งขนั ไมเ กียจคราน
ถา ผปู ระกอบอาชพี เปน อยางนี้ เขาจะมองเหน็ งานอยางทะลไุ ปขา งหนามุง มั่นเอาจรงิ เอาจังยกระดับ
ความสําเรจ็ ไปอยา งตอ เนอ่ื ง ความมนั่ คงก็จะเกิดข้นึ
2. ความประหยัด เปน พฤตกิ รรมของการยบั ย้งั ระมดั ระวังการใชจ า ยใหพ อ สรางความคุมคา
ใหมีความเสียหายนอ ยที่สุด พฤตกิ รรมเชนนีเ้ ปน เร่อื งของความรอบคอบในการทํางาน
3. ความซือ่ สตั ย เปนลักษณะการประพฤตติ รงและจริงใจตอลกู คา ทีมงานไมค ิดทรยศ คดโกง
หลอกลวงคูค า ผรู วมทนุ เปนพฤตกิ รรมท่สี รางความภกั ดี ความไวว างใจตอ ลกู คา ทมี งานหนุ สว น
4. ความอดทน มลี ักษณะพฤตกิ รรมทส่ี ามารถอดกลน้ั งดเวน ทนอยไู ดกบั ความยากลาํ บาก
ไมท้ิงงาน ไมย กเลิกขอตกลงงาย ๆ
ใบงานที่ 2
การทําบญั ชคี รัวเรอื น
ใหผ เู รยี นทาํ บญั ชีครัวเรอื นมาคนละ 1 เดือน ตามตัวอยาง
...........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
43
ใบงานที่ 3
การพัฒนาอาชีพใหม ีความเขม แขง็
ใหผเู รยี นรวมกลมุ กัน 3-5 คน แลกเปลย่ี นเรียนรูซ ่ึงกันและกันวา จะพัฒนาอาชีพใหมคี วามเขม แข็ง
อยา งไรในอาชพี ท่ีประกอบการอยหู รืออาชีพท่ผี เู รยี นสนใจ แลว สรุปผลการอภปิ ราย
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................