The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

พัฒนาอาชีพให้มีความเข้มแข็ง 21003

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by muang, 2022-05-18 21:24:29

พัฒนาอาชีพให้มีความเข้มแข็ง 21003

พัฒนาอาชีพให้มีความเข้มแข็ง 21003

44

บทท่ี 5
โครงการพัฒนาอาชีพใหม คี วามเขม แข็ง

สาระสําคัญ
โครงการพฒั นาอาชพี ใหมคี วามเขม แขง็ เปน การวเิ คราะหความเปนไปไดของแผนการเขียนโครงการ

การตรวจสอบ และการปรับปรงุ แกไขโครงการพัฒนาอาชพี ใหม คี วามเขม แข็ง

ตวั ช้ีวัด
1. วิเคราะหความเปน ไปไดข องแผนตา ง ๆ
2. เขียนโครงการการพฒั นาอาชีพ
3. ตรวจสอบความเปน ไปไดข องโครงการพฒั นาอาชพี
4. ปรบั ปรงุ โครงการพัฒนาอาชพี

ขอบขายเน้ือหา
เร่ืองที่ 1 การวเิ คราะหความเปน ไปไดข องแผนตาง ๆ
เรอ่ื งท่ี 2 การเขียนโครงการพัฒนาอาชพี ใหมคี วามเขม แขง็
เรอ่ื งท่ี 3 การตรวจสอบความเปนไปไดของโครงการ
เร่อื งท่ี 4 การปรับปรงุ แกไ ขโครงการพัฒนาอาชพี

สอ่ื การเรียนรู
ใบความรูที่ 1/ใบงาน การวเิ คราะหค วามเปนไปไดข องแผน
ใบความรทู ี่ 2/ใบงาน การเขียนโครงการพฒั นาอาชีพใหมคี วามเขม แขง็
ใบความรูที่ 3 การตรวจสอบความเปน ไปไดของโครงการพฒั นาอาชพี ใหมคี วามเขม แขง็
ใบความรูท่ี 4 การปรบั ปรุงโครงการพฒั นาอาชพี
ใบงานท่ี 3 การตรวจสอบและปรับปรงุ โครงการพฒั นาอาชพี ใหม คี วามเขมแข็ง

45

ใบความรูท่ี 1
การวิเคราะหค วามเปน ไปไดของแผน

การปฏบิ ัตงิ านขององคก ร กอนที่จะทาํ งานในเรื่องใด ไมวาจะเปนชวงเวลาที่ส้ันหรือยาวตองกําหนด
ลว งหนา วาอนาคตท้ังใกลและไกลตามสภาพความจําเปน ตาง ๆเราจะทาํ อะไรบาง มปี ระสทิ ธิภาพและประสิทธิผล
เพอื่ ใหง านทีท่ ําบรรลุวตั ถปุ ระสงคเกดิ ประโยชนส ูงสุดตอ องคก รและประชาชนทุกดา นขององคก รจึงถกู กาํ หนด
และออกแบบไวล ว งหนาโดย “แผน” ขององคก ร แผนจงึ ตองผานการวเิ คราะหการประเมินอนาคต และกําหนด
วัตถุประสงคทพี่ งึ ปรารถนา เพอ่ื เตรยี มรับสถานการณท ไี่ มแ นน อน และเพ่ือใหบคุ คลใชเ ปนแนวทางในการ
ปฏบิ ตั ิงานวาจะทําอะไร เพ่อื ใคร เพราะเหตุใดจึงตอ งทํา และจะทําเม่ือใด

1. ความหมายของการวเิ คราะหแผน
แผน หมายถงึ งานทกุ ดา นขององคก รท่ีถกู กาํ หนดข้นึ อยางมเี หตผุ ล เปนระเบยี บวธิ ี หรอื ข้นั ตอนที่

เปนระบบทีบ่ คุ ลากรใชเปนคมู อื หรือแนวทางการดาํ เนนิ งานขององคกร
การวิเคราะห หมายถงึ การแยกแยะรายละเอยี ดความเปนไปไดแ ลว สงั เคราะหใหเห็นความสมั พันธ

และเกิดกจิ กรรมท่มี ีเปาหมายทิศทางไปสูความสาํ เร็จ
2. ประเภทของแผน
1. แผนระยะยาว เปน แผนที่มีขอบขา ยกวา งมีความยืดหยุนสงู มรี ะยะเวลาตง้ั แต 10 - 20 ป
2. แผนระยะปานกลาง เปนแผนที่มีความแนนอนและเฉพาะเจาะจงมากกวาแผนระยะยาว
มีระยะเวลา 4 - 6 ป
3. แผนระยะสน้ั เปน แผนทส่ี ามารถดาํ เนนิ การใหสําเร็จไดใ นเวลาอนั สั้นอยูท อ่ี งคก รกําหนด
การวิเคราะหค วามเปน ไปไดของแผน ในเรอ่ื งนีเ้ ปนการนําแผนตาง ๆ ท่ีไดจัดทําไวในบทกอนหนาน้ี

ไดแก แผนการพัฒนาการตลาด แผนพัฒนาการผลิตหรือการบริการ การพัฒนาธุรกิจเชิงรุก นํามาวิเคราะห
อีกคร้ังหนง่ึ เพอื่ ตรวจสอบความเปนไปไดก อ นที่จะเขยี นเปน โครงการ เชน แผนพฒั นาการผลิตในการปลูก
ผักเกษตรอินทรีย มีตรวจสอบความเปนไปไดจากการทําปุยหมัก มาเปนการปลูกปุยพืชสดแลวไถกลบ
เนอื่ งจากมีความเปนไปไดม ากกวา เพราะไมต องจดั หาวัสดทุ าํ ปยุ หมกั ท่ไี มมีในทองถ่ิน ท้ังยังตองเสียคาขนสง
ทาํ ใหตน ทุนสูงขึน้

46

ใบงานที่ 1
การวิเคราะหความเปน ไปไดข องแผน
คําสงั่ ใหผ เู รยี นวิเคราะหแ ผนพฒั นาอาชีพท่ปี ระกอบการอยูหรืออาชพี ท่ีสนใจ เพอื่ ตรวจสอบความเปน ไปได
อกี คร้ังหน่ึงกอ นนําขอมลู มาเขยี นโครงการพัฒนาอาชพี ใหม คี วามเขมแข็ง
1. แผนพฒั นาการตลาด สิ่งทตี่ องปรบั ปรงุ มดี งั นี้
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
2. แผนพัฒนาการผลติ /การบรกิ าร สิง่ ทต่ี องปรับปรุง มดี งั นี้
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
3. แผนการพัฒนาธรุ กจิ เชงิ รกุ สิง่ ท่ีตองปรบั ปรงุ มดี งั น้ี
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................

47

ใบความรทู ่ี 2
การเขียนโครงการพัฒนาอาชพี ใหม คี วามเขมแขง็

โครงการ
เปน การสรปุ การดําเนนิ งานของการพฒั นาอาชพี เพอื่ ใชเ ปนแผนการปฏิบตั ิงานตรวจสอบโครงการ

ไดว าบรรลุจุดประสงคข องโครงการทีก่ าํ หนดไวห รือไม

ความหมายของโครงการ
หมายถึง แผนงานยอยท่ปี ระกอบดวยกิจกรรมหลายกิจกรรม หรือหลายงานท่ีระบุรายละเอียดชัดเจน

ดงั นัน้ การเขยี นโครงการขน้ึ มารองรบั แผนงาน ยอ มเปน สง่ิ สาํ คญั และจําเปน ย่ิง เพราะจะทาํ ใหง ายตอการปฏบิ ตั ิ
และงา ยตอการติดตามและประเมินผล เพราะถาโครงการบรรลุผลสําเร็จ นั่นยอมหมายความวา แผนงานและ
นโยบายนัน้ บรรลุผลสาํ เร็จดว ย

ความสาํ คัญของโครงการ
1. ชว ยชี้ใหเ หน็ ถงึ ปญหา และภมู หิ ลงั ของการทํางาน
2. ชว ยใหป ฏบิ ัติงานตามแผนเปน ไปอยางมีประสทิ ธิภาพ
3. ชว ยใหแผนงานมคี วามชัดเจน โดยบคุ คลที่เกีย่ วขอ งมคี วามเขาใจและรบั รถู ึงปญหารว มกัน
4. ชวยใหแผนงานมีทรัพยากรใชอยางเพียงพอ เหมาะสมกบั สภาพปฏบิ ัติจริง เพราะมีรายละเอียด
การใชท รพั ยากรท่ีชดั เจน
5. ชว ยใหแ ผนงานมีความเปน ไปไดสูงเพราะมผี ูรบั ผดิ ชอบ และมีความเขา ใจในการดาํ เนนิ งาน
6. ชว ยลดความขดั แยงและขจัดความซาํ้ ซอนในหนาทีค่ วามรบั ผดิ ชอบของหนวยงาน เพราะแตล ะ
หนวยงานมีโครงการที่ไดรับผิดชอบเปนการเฉพาะ เหมาะสมกับความรูความสามารถของ
บุคคลในหนวยงาน
7. สรางทัศนคตทิ ีด่ ีตอ บุคลากรในหนว ยงาน เปนการเสริมสรา งความสามคั คีและความรับผิดชอบ
รว มกัน ตามความรู ความสามารถ และศักยภาพของแตล ะบคุ คลอยางเตม็ ท่ี
8. สรางความมนั่ คงใหก ับแผนงานและสรา งความม่ันใจในการดาํ เนินงานใหก บั ผมู ีหนา ที่รับผดิ ชอบ
9. สามารถควบคุมการทํางานไดสะดวก ไมซ้ําซอน เพราะงานไดแยกออกเปนสวนตาง ๆ ตาม
ลักษณะเฉพาะของงาน

48

ลักษณะสาํ คญั ของโครงการ
การเขยี นโครงการ มีลักษณะการเขียนแตกตางไปจากการเขียนประเภทอ่ืน ๆ โครงการที่ดีควรมี

ลกั ษณะดงั ตอ ไปน้ี
1. ตอ งมีระบบ โครงการตอ งประกอบดว ยสว นตา ง ๆ ท่มี ีความสัมพันธเ ก่ยี วขอ งเปนกระบวนการ
ถา สวนใดเปลยี่ นแปลงไป จะเกดิ การเปล่ียนแปลงในสว นอ่นื ๆ ตามไปดวย
2. ตองมีวัตถุประสงคชัดเจน โครงการตองกําหนดวัตถุประสงคสอดคลองกับความเปนมาของ
โครงการ มีความเปนไปไดชัดเจน และเปา หมายของโครงการตอ งประกอบดวยเชิงปริมาณและ
เชิงคณุ ภาพ
3. ตอ งเปนการดําเนนิ งานอนาคต เนื่องจากการปฏิบัติงานท่ีผานมามีขอบกพรอง และควรแกไข
ปรบั ปรงุ โครงการจึงเปน การดําเนนิ งานเพ่ืออนาคต
4. เปนการทาํ งานชัว่ คราว โครงการเปน การทํางานเฉพาะกจิ เปนคราว ๆ เพ่ือแกไขปรับปรุง และ
พัฒนา ไมใชก ารทาํ งานที่เปนการทํางานประจาํ หรอื งานปกติ
5. มีการกําหนดระยะเวลาที่แนน อนโครงการตองกาํ หนดระยะเวลาทแ่ี นนอน โดยกําหนดเวลาเรมิ่ ตน
และเวลาท่สี ิ้นสดุ ใหช ดั เจน ถาไมกําหนดเวลาหรือปลอยใหดําเนินไปเรื่อย ๆ ยอมไมสามารถ
ประเมนิ ผลสําเรจ็ ได ซึ่งจะกลายเปนการดาํ เนินงานตามปกติ
6. มีลักษณะเปนงานที่เรงดวน โครงการตองเปนกิจกรรมที่จัดข้ึน เพื่อสนองนโยบายเรงดวนท่ี
ตอ งการจะพฒั นางานใหกาวหนา อยางรวดเรว็ ทันตอเหตกุ ารณ หรือเปนงานใหม
7. ตอ งมตี น ทนุ การผลิตตํ่า การดําเนินงานตามโครงการตองมีการใชทรัพยากรหรืองบประมาณ
ซง่ึ โครงการจะมีประสทิ ธภิ าพ ก็ตอ เมอ่ื มีการลงทุนนอ ยแตไ ดร ับประโยชนส ูงสดุ
8. เปนการริเริ่มหรือพัฒนางาน โครงการตองเปนความคิดริเร่ิมที่แปลกใหมเพื่อแกปญหาและ
อุปสรรค และพฒั นางานใหเจริญกา วหนา

ลักษณะของโครงการท่ดี ี
โครงการทด่ี ีน้นั ควรมลี ักษณะดงั ตอ ไปน้ี
1. สามารถแกปญหาขององคก รหรือหนวยงานน้นั ได
2. มีรายละเอียด วัตถปุ ระสงค และเปา หมายตาง ๆ ชัดเจน สามารถดาํ เนนิ งานได
3. รายละเอียดของโครงการตอเน่ืองสอดคลองสมั พันธกัน
4. ตอบสนองความตอ งการของกลมุ ชน สงั คมและประเทศชาติ
5. ปฏิบตั แิ ลว สอดคลองกบั แผนงานหลักขององคกร
6. กาํ หนดข้ึนอยา งมีขอมูลความจริงและเปน ขอ มูลทไี่ ดร บั การวเิ คราะหอ ยางรอบคอบ
7. ไดร ับการสนบั สนนุ จากผูบริหารทุกดา น โดยเฉพาะดา นทรพั ยากรที่จําเปน
8. มรี ะยะเวลาในการดําเนินงานแนน อน ระบุวันเวลาเรม่ิ ตนและสิ้นสุด
9. สามารถติดตามประเมนิ ผลได

49

โครงสรา งของโครงการ
1. ชอื่ โครงการ
2. ชือ่ ผทู ี่ทาํ โครงการหรอื ช่อื กลุมที่รว มทําโครงการ
3. ชื่อทปี่ รกึ ษาโครงการ
4. หลกั การและเหตผุ ล โดยใหอ ธบิ ายถึงสาเหตุท่เี ลอื กทําโครงการและบอกประโยชน
ของโครงการท่มี ีตอการพฒั นาอาชพี
5. วัตถปุ ระสงคข องโครงการ ใหบอกจดุ ประสงคในการทาํ โครงการใหชดั เจนวาเมอ่ื ทํา
โครงการนแี้ ลว จะสามารถนาํ ความรทู ไี่ ดร ับไปประยุกตใ ชพรอมพฒั นาอาชพี ได
อยางไร
6. เปา หมาย ควรระบุเปาหมายใหชัดเจนวาจะเกิดอะไรข้นึ กบั ใคร
7. ขัน้ ตอนการดําเนนิ งาน ใหอธบิ ายถงึ ขนั้ ตอนการปฏบิ ตั ิงานอยา งละเอยี ดตง้ั แต
การศกึ ษาขอมูล ขั้นตอนการปฏิบัตงิ านตามลาํ ดบั ขนั้ กําหนดระยะเวลาในการปฏบิ ตั ิ
ทกุ ขน้ั ตอน การประเมินผลในแตล ะขัน้ ตอนเพื่อหาทางแกไ ข
8. ระยะเวลาดาํ เนนิ การ กาํ หนดวนั เริ่มตน ทาํ งาน จนถึงวันทป่ี ฏบิ ัติงานเสร็จ
9. สถานทปี่ ฏบิ ตั ิงาน ใหร ะบุสถานท่ปี ฏบิ ตั งิ านใหชดั เจน
10. งบประมาณคา ใชจ า ย คาใชจ ายถา มีควรระบใุ หชัดเจน เชน คา วัสดอุ ุปกรณ คา จา ง
(บริการ) เชน คาถายเอกสาร และระบแุ หลง ทมี่ าของเงินคาใชจายดว ย
11. ผลทค่ี าดวาจะไดร ับ ใหร ะบุวาเมือ่ ทาํ โครงการน้ีเสรจ็ เรยี บรอยแลว ผเู รียนคาดวาจะ
ไดร ับอะไร
12. ตัวชว้ี ัดผลสําเรจ็ ของโครงการ
- ตวั ชว้ี ดั ผลผลติ หมายถงึ ตัวชว้ี ัดที่แสดงผลงานเปน รปู ธรรมในเชงิ ปริมาณและ
หรือคุณภาพอันเกดิ จากงานตามวัตถปุ ระสงคข องโครงการ
- ตวั ช้ีวดั ผลลัพธ หมายถึง ตวั ชว้ี ดั ที่แสดงถงึ ผลประโยชนจ ากผลผลติ ที่มตี อ
บุคคล ชุมชน ส่งิ แวดลอ ม เศรษฐกจิ และสังคมโดยรวม

50

ตัวอยาง โครงการพฒั นาอาชีพใหมคี วามเขมแขง็

1. ช่ือโครงการ
การปลกู พืชสมุนไพรปอ งกนั กาํ จดั ศตั รพู ืช

2. ชอ่ื ผรู บั ผิดชอบโครงการ นายเดน ดวงดี
3. ชื่อทป่ี รกึ ษาโครงการ ผูใ หญบ านแดง มคี วามสามารถ
4. เหตุผลความจาํ เปน

อาชีพการเกษตรในปจจุบันมีการพัฒนาอยางตอเนื่องตลอดเวลาในการทําใหพืชปลอดสารเคมี
เนอื่ งจากสารเคมที ี่ใชจะกอ ใหเ กดิ มลภาวะเปน พษิ กระทบตอสภาพแวดลอมและชีวติ ความเปน อยูของเกษตรกร
คือ เสี่ยงตอการเปนมะเร็งสูงมาก จนเกษตรกรผูใ ชเองก็เร่ิมตระหนกั ถงึ ผลที่เกิดขนึ้ กบั สมาชิกในครอบครวั ที่
มสี ขุ ภาพเส่ือมโทรม รวมทั้งสงผลตอผลผลิตการเกษตรท่ีเปนสินคาสงออกไปตางประเทศ เนื่องจากสารพิษ
ตกคางท่ีมีเกินกวาคาความปลอดภัย นอกจากน้ีแลว สารเคมีทางการเกษตรที่สังเคราะหข้ึน ยังทําใหศัตรู
ธรรมชาตลิ ดนอยลง และประสทิ ธิภาพในการทําลายแมลงศตั รูพชื ก็ลดลง เนอ่ื งจากเกดิ การตานทานของโรค
และแมลงศตั รพู ืช และทําใหต องเสยี คาใชจ ายสงู ในการซอื้ สารเคมี ดงั นัน้ เพ่อื เปน การแกป ญหาท่ีเกดิ ข้ึนจาก
การใชส ารเคมที างการเกษตรชนดิ สังเคราะห จงึ ตองหาสิ่งทดแทน คือ สารธรรมชาติจากพืชที่มีศักยภาพใน
การปองกนั กาํ จดั ศัตรูพืช ซึ่งมีคณุ สมบัติ ดังน้ี

4.1 เกษตรกรสามารถทาํ ใชเ องได
4.2 สามารถสลายตวั ไดเร็ว ไมกอปญหาสารพษิ ตกคางในพชื และสงิ่ แวดลอม
4.3 ไมเ กิดปญ หาสิ่งแวดลอ มเปน พิษ
4.4 ไมท ําใหโ รคและแมลงสรางความตานทานไดเ ร็วกวาสารสงั เคราะห เรอ่ื งการปลูกพชื สมุนไพร

ปอ งกนั กําจัดศตั รพู ืช เพ่ือนาํ สารธรรมชาติจากพชื สมนุ ไพรชนิดตาง ๆ มาสกัดสารออกฤทธิ์ที่
สามารถใชปองกนั กําจดั ศัตรูพืช แทนการใชส ารเคมสี งั เคราะห

5. วตั ถุประสงค

เพอื่ ใหการพัฒนาอาชีพมีความเขมแข็ง โดยการปลกู พชื สมุนไพรมาใชป องกันกําจดั ศตั รูพชื ทําใหผล
ผลิตเปน ท่ีตองการของลูกคาสูง

6. เปา หมาย

ปลูกพืชสมนุ ไพรปอ งกนั กําจดั ศัตรูพชื 1 ไร สาํ หรับใชก บั พืชท่ีปลกู 10 ไร

51

7. การดําเนนิ งาน
7.1 ประชมุ ประสานงานทกุ ฝายท่ีเกี่ยวของ จดั ทาํ รา งโครงการ
7.2 ศึกษาดูงานผทู ่ีประสบความสําเร็จหรือหนว ยงานตา ง ๆ ท่เี ก่ียวกับการสกดั สารธรรมชาติ
7.3 เปด เวทสี ัมมนาแลกเปลี่ยนเรียนรซู ึง่ กนั และกนั
7.4 ดําเนนิ การโดยใหแ ตละคนไปปฏิบัตจิ รงิ ยังแปลงของตนเอง
7.5 นาํ ผลการดําเนนิ งานมาสัมมนาแลกเปลยี่ นเรยี นรซู ่ึงกนั และกนั
7.6 แตล ะคนบันทกึ สรุปเปนความรูข องตนเองเพ่ือพัฒนาตอไป

8. ระยะเวลาดําเนินการ วันท่ี 1 เดอื นพฤษภาคม พ.ศ. 2554
ถงึ วนั ท่ี 30 เดอื นกนั ยายน พ.ศ. 2554

9. พน้ื ท่ีดาํ เนนิ การ
หอ งประชุม กศน.ตาํ บล............อาํ เภอ........จังหวดั ...

10. งบประมาณ 5,000 บาท เปน คาใชจ า ย ดังนี้
10.1 การไปศกึ ษาดงู าน 4,000 บาท
10.2 คา วัสดุฝกในการสาธติ 1,000 บาท

11. ประโยชนทคี่ าดวา จะไดร บั
11.1 มีการพฒั นาพชื สมนุ ไพรสาํ หรับปอ งกันกําจดั ศตั รพู ืช
11.2 สามารถใชสารธรรมชาตจิ ากพชื สมุนไพร
11.3 ใชพ ืชสมนุ ไพรในการปอ งกนั และกําจัดศตั รพู ืชไดถ กู ตอ ง

12. ตวั ชว้ี ดั ความสําเรจ็ ของโครงการ
สามารถใชพ ืชสมนุ ไพรกําจัดศตั รพู ืชในพนื้ ท่ี 10 ไร

52

การเขยี นแผนปฏบิ ัตกิ าร
เมื่อจัดทาํ โครงการพฒั นาอาชีพใหม ีความเขม แข็งเสรจ็ แลว เพอ่ื ใหนาํ สูการปฏบิ ตั ิไดค วรทาํ แผน

ดําเนนิ การลําดบั งานกอน หลัง ตามภารกจิ ของงานน้ัน ๆ เชน การพฒั นาอาชพี โดยการปลกู พืชสมนุ ไพรใช
ปอ งกนั กําจดั ศตั รพู ืชในแปลงปลกู พืช

ที่ กิจกรรมดําเนนิ งาน ตัวอยาง แผนปฏิบตั กิ าร
ระยะเวลาดาํ เนนิ การป 2554

ม.ค. ก.พ. มี.ค. เม.ย. พ.ค. ม.ิ ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค.

1 จัดเตรียมปจจยั การปลูกพชื
สมุนไพร เพือ่ นาํ มาใชพ ฒั นา
อาชพี
2 เตรยี มดิน
3 ปลูกพืชสมนุ ไพร
4 ดแู ลรกั ษาพชื สมนุ ไพร
5 การทยอยเกบ็ เก่ียว
6 สกดั สารจากพชื สมุนไพร
7 นําไปใชในแปลงปลูกพชื
ฯลฯ

53

ใบงานท่ี 2
การเขยี นโครงการพฒั นาอาชพี ใหเ ขม แขง็
คาํ ส่งั ใหผ ูเ รยี นเขยี นโครงการพัฒนาอาชพี ใหเ ขมแขง็ ในอาชีพของทานหรืออาชพี ท่ีสนใจ จาํ นวน 1 โครงการ

1. โครงการพัฒนาอาชีพใหเขมแข็ง......................................................................................................
.......................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
2. แผนปฏบิ ัติการ.............................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................

54

ใบความรูท ่ี 3
การตรวจสอบความเปน ไปไดข องโครงการพฒั นาอาชพี ใหม คี วามเขมแขง็

1. ตรวจสอบความถูกตอ งของโครงการโดยการเชค็ ขอมูลรายการตาง ๆ ทีเ่ ก่ยี วขอ งกับการนาํ มาใชเ ขียน
โครงการ เชน ตรวจสอบหลกั การและเหตผุ ลวาสอดคลองกับสง่ิ ทจ่ี ะตองทาํ หรือไม เปนเหตเุ ปน ผลกนั หรือไม
หรือเขียนโครงการมคี วามชดั เจน เปนรูปธรรมหรอื ไม ดังตวั อยาง

ตวั อยา ง แบบรายงานการตรวจสอบโครงการ
ช่อื โครงการ...............................................................................................

รายการตรวจสอบ ผลการตรวจสอบ ขอ เสนอแนะ

มี ไมม ี

1. หลกั การและเหตผุ ล
1.1 มีขอ มูลยืนยันชัดเจน
1.2 มคี วามเปนเหตุเปนผลนา เชื่อถอื
1.3 มีความสอดคลองกบั นโยบายของหนว ยงาน
2. วัตถุประสงคข องโครงการ
2.1 มคี วามชัดเจนเฉพาะเจาะจง
2.2 มีความเปนไปไดในการดาํ เนินการ
2.3 สามารถวดั และประเมินได
3. มเี ปา หมายทีช่ ดั เจน
4. วิธกี ารดาํ เนนิ การของโครงการ
4.1 สอดคลอ งกับวตั ถุประสงค
4.2 ความสมั พันธต อเนอ่ื งระหวา งกิจกรรม
4.3 วิธดี ําเนนิ งานชดั เจนและเขาใจงาย

4.4 กิจกรรมเปนไปตามทฤษฎีหรือหลกั การท่เี หมาะสม
4.5 ชว งเวลาในการดําเนินงานมคี วามเหมาะสม
5 มีแผนการดาํ เนนิ งานทชี่ ดั เจน
6. คาใชจ ายเหมาะสมกับโครงการ
7. มกี ารกําหนดตวั ช้ีวัด
8. มรี ะบบการตดิ ตามและประเมนิ ทชี่ ดั เจน

รายการตรวจสอบ ผลการตรวจสอบ 55
9. มีความสัมพันธต อเน่อื งกนั ระหวา งองคป ระกอบตา ง ๆ ของ มี ไมมี ขอเสนอแนะ
โครงการ หลกั การและเหตุผล วัตถปุ ระสงค วิธีการดาํ เนนิ การ
ระยะเวลาและงบประมาณ
10. เปนประโยชนต อกลมุ เปา หมายอยา งชัดเจน
11. แกไ ขปญ หาไดอ ยางชัดเจน
12. โครงการมคี วามสัมพนั ธก ับกจิ กรรมอน่ื ๆ

2. ตรวจสอบความคมุ ทุน โดยตรวจสอบจากบัญชีรายรับ – รายจายท่ีทําไววาควรเปลี่ยนแปลงรายการใด
เชน นาํ เครอ่ื งจกั รมาใชแ ทนแรงงานคน จะทาํ ใหป ระหยัดกวา และใชระยะเวลานอ ย

ประโยชนข องการตรวจสอบโครงการพฒั นาอาชพี
1. ชวยใหข อ มลู และสารสนเทศตาง ๆ เพื่อนําไปใชในการตัดสินใจเก่ียวกับการวางแผนงานและ

โครงการ ตรวจสอบความพรอมของทรัพยากรตาง ๆ ที่จําเปนในการดําเนินโครงการ ตลอดจนตรวจสอบ
ความเปนไปไดในการจดั กจิ กรรม

2. ชว ยทาํ ใหการกําหนดวตั ถปุ ระสงคของโครงการมคี วามชัดเจน
3. ชวยในการจดั หาขอ มลู เกี่ยวกับความกาวหนา ปญหาและอุปสรรคของการดาํ เนนิ โครงการ
4. ชวยใหข อมลู เกี่ยวกับความสาํ เรจ็ และความลม เหลวของโครงการเพื่อนําไปใชในการตัดสินใจ
และวนิ ิจฉยั วา จะดําเนินโครงการในชวงตอไปหรอื ไม จะยกเลกิ หรอื ขยายการดําเนินโครงการตอ ไป
5. ชวยใหไ ดข อ มลู ที่บง บอกถงึ ประสิทธิภาพของการดําเนินงานโครงการวาเปนอยางไร คุมคากับ
การลงทนุ หรอื ไม
6. เปนแรงจูงใจใหผูปฏิบัติการงานโครงการ เพราะการประเมินโครงการดวยตนเอง จะทําให
ผูปฏิบัติงานไดทราบผลการดําเนินงาน จุดเดน จุดดอย และนําขอมูลไปใชในการปรับปรุงและพัฒนา
โครงการใหม ปี ระสทิ ธภิ าพยงิ่ ข้ึน

56

ใบความรูท่ี 4
การปรบั ปรงุ โครงการพฒั นาอาชีพ

การปรบั ปรงุ โครงการ
เปน การปรบั ปรุงโครงการพฒั นาอาชีพทีไ่ ดจ ดั ทําไวแ ลว เพอ่ื ใหไดโครงการท่ีมีความเปนไปได

ใหม ากทส่ี ุด การกํากับติดตามเปนกิจกรรมของผูบริหาร เพ่ือหาคําตอบและตอบคําถามการใชทรัพยากรไดครบ
ตรงตามวัตถุประสงคหรือไม โครงการเปนไปตามแผนที่กําหนดไวหรือไม งบประมาณเพียงพอและเปน
ประโยชนตอประชาชนเพยี งใด ซง่ึ ขอมูลที่ไดมาจะเปนประโยชนอยางยิ่งตอการปรับปรุงโครงการดําเนินไป
ตามเปา หมายแลวเสรจ็ ภายในเวลา

ประโยชนของการปรับปรงุ โครงการ
การปรบั ปรงุ โครงการเปน กจิ กรรมท่ีสําคญั ทสี่ ุดในวงจรการวางแผนและการบริหารโครงการ

พอสรปุ ไดดังนี้
1. ชว ยใหตัดสนิ ใจการใชทรัพยากรท่จี ําเปน และความเปน ไปไดของกิจกรรมตา ง ๆ
ในโครงการ
2. ชวยใหก ารกาํ หนดวตั ถุประสงคข องโครงการมคี วามชดั เจน
3. ชว ยใหไดข อมลู ความกาวหนา ปญ หา อุปสรรคของโครงการ
4. ชวยใหร ขู อ มลู ความสําเรจ็ หรือลม เหลวของโครงการเพอื่ นาํ ไปใชใ นการตัดสนิ ใจ
5. ชว ยบงบอกประสทิ ธิภาพของการดําเนินโครงการวา มคี ุณคา กบั การลงทุนหรือไม

57

ใบงานท่ี 3
การตรวจสอบและปรบั ปรงุ โครงการพฒั นาอาชีพใหมีความเขมแขง็

ใหผูเรียนตรวจสอบและปรบั ปรุงโครงการพัฒนาอาชีพใหมคี วามเขม แข็งท่ไี ดจัดทําไวแลว แลวบนั ทึก ดงั น้ี

1. โครงการพัฒนาอาชพี ใหมีความเขมแขง็ ของทานมีวธิ กี ารตรวจสอบอยา งไร พบขอ บกพรองอะไรบา ง
........................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
2. โครงการพัฒนาอาชพี ใหมีความเขม แข็งของทาน เมื่อพบขอบกพรองแลว ปรับปรุงอยา งไร
........................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................

58

ท่ปี รึกษา คณะผูจดั ทํา

1. นายประเสริฐ บญุ เรอื ง เลขาธิการ กศน.
2. ดร.ชัยยศ อมิ่ สุวรรณ รองเลขาธกิ าร กศน.
3. นายวัชรินทร จําป รองเลขาธกิ าร กศน.
4. ดร.ทองอยู แกวไทรฮะ ทป่ี รกึ ษาดา นการพัฒนาหลกั สูตร กศน.
5. นางรักขณา ตัณฑวฑุ โฒ ผอู าํ นวยการกลุมพฒั นาการศกึ ษานอกโรงเรยี น
ผูเขยี นและเรยี บเรียง
นายอุทยั หนูแดง ขาราชการบํานาญ
ผูบรรณาธิการ และพฒั นาปรับปรงุ
1. นายพิชิต แสงลอย ผอู าํ นวยการ กศน. อําเภอนครชัยศรี จงั หวดั นครปฐม
2. นางดุษฎี ศรวี ัฒนาโรทยั กลมุ พฒั นาการศกึ ษานอกโรงเรยี น
3. นางพรทพิ ย เขม็ ทอง กลุมพัฒนาการศึกษานอกโรงเรยี น
4. นางสาวเยาวรตั น คําตรง กลุม พัฒนาการศึกษานอกโรงเรยี น
คณะทํางาน

1. นายสรุ พงษ ม่นั มะโน กลมุ พัฒนาการศึกษานอกโรงเรียน
2. นายศุภโชค ศรีรัตนศลิ ป กลุมพฒั นาการศึกษานอกโรงเรียน
3. นางสาววรรณพร ปทมานนท กลมุ พัฒนาการศกึ ษานอกโรงเรยี น
4. นางสาวศริญญา กุลประดษิ ฐ กลุม พัฒนาการศกึ ษานอกโรงเรียน
5. นางสาวเพชรินทร เหลืองจติ วัฒนา กลมุ พฒั นาการศกึ ษานอกโรงเรยี น
ผ้พู ฒั นาและปรับปรุงครังที (วนั ที - พฤศจกิ ายน )
1. นางอญั ชลี ธรรมะวธิ กี ลุ
2. นางดษุ ฎี ศรีวัฒนาโรทัย
3. นายสุธี วรประดษิ ฐ
4. นางสาวกฤษณา โสภี

5. นายสภุ าพ เมืองนอย
6. นางสาวทพิ วรรณ วงคเ รอื น

59

ผพู ิมพต น ฉบบั กลมุ พฒั นาการศกึ ษานอกโรงเรียน
1. นางสาวเพชรนิ ทร เหลอื งจิตวฒั นา กลมุ พฒั นาการศึกษานอกโรงเรยี น
2. นางสาวปย วดี คะเนสม กลุมพัฒนาการศกึ ษานอกโรงเรียน
3. นางสาวชาลนิ ี ธรรมธษิ า

60

คณะผปู รบั ปรงุ ขอ มูลเกย่ี วกบั สถาบนั พระมหากษตั รยิ  ป พ.ศ. 2560

ทีป่ รึกษา จาํ จด เลขาธิการ กศน.
หอมดี ผตู รวจราชการกระทรวงศกึ ษาธกิ าร
1. นายสุรพงษ สขุ สเุ ดช ปฏบิ ัตหิ นา ทรี่ องเลขาธกิ าร กศน.
2. นายประเสริฐ ผอู าํ นวยการกลุม พัฒนาการศกึ ษานอกระบบ
3. นางตรนี ชุ และการศกึ ษาตามอธั ยาศยั
กศน.เขตบางเขน กรงุ เทพมหานคร
ผปู รบั ปรุงขอมลู เช้อื นนท กลมุ พฒั นาการศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศัย
นางสาวอนงค กลุมพฒั นาการศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศยั
กลุมพฒั นาการศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศยั
คณะทาํ งาน มน่ั มะโน กลุม พฒั นาการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย
1. นายสุรพงษ กลุมพฒั นาการศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศัย
2. นายศภุ โชค ศรรี ัตนศลิ ป กลมุ พฒั นาการศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศัย
3. นางสาวเบ็ญจวรรณ อาํ ไพศรี กลมุ พฒั นาการศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศัย
4. นางเยาวรตั น ปน มณวี งศ กลุมพฒั นาการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศยั
5. นางสาวสลุ าง เพ็ชรสวาง
6. นางสาวทพิ วรรณ วงคเรือน
7. นางสาวนภาพร อมรเดชาวัฒน
8. นางสาวชมพูนท สงั ขพิชยั


Click to View FlipBook Version