The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Mind Nachcha, 2024-05-03 09:09:20

รายงานสรุป รายงานสรุป โครงการอบรมหลักสูตร สถาปนิก รุ่นที่ 2 สถาปนิก รุ่นที่ 2 ประเภทวิชาการ ระดับปฏิบัติการ / ระดับชำนาญการ

เล่มปิด สถาปนิก

46 ตารางที่ 15 ความคิดเห็นและความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการบรรยาย ของ ผศ.ดร.ณรงค์ฤทธิ์ จินต์จันทรวงศ์ โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.70 และร้อยละของความพึงพอใจเท่ากับ 93.99 สรุปผลการฝึกอบรมวันที่ 26 มกราคม 2567 วันที่ 26 มกราคม 2567 เวลา 09.00 – 12.00น. และ เวลา 13.00 – 16.00 น. ได้ดำเนินการบรรยาย ในหัวข้อ “การออกแบบและเขียนแบบสถาปัตยกรรม” โดย อ.มนต์ทวี จิระวัฒน์ทวี วิทยากร บรรยาย ณ โรงแรมธาราแกรนด์ โฮลเทล 11 ประมวลภาพการฝึกอบรม


47


48 ประเมินผลลัพธ์การฝึกอบรม วันที่ 26 มกราคม 2567 เกณฑ์ในการแปรผลค่าเฉลี่ย 1.00 – 1.50 ระดับน้อยที่สุด 1.51 – 2.00 ระดับน้อย 2.51 – 3.50 ระดับปานกลาง 3.51 – 4.50 ระดับมาก 4.51 – 5.00 ระดับมากที่สุด ตารางที่ 16 ความคิดเห็นและความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการบรรยาย ของ อ.มนต์ทวี จิระวัฒน์ทวี รายละเอียด ระดับความพึงพอใจ ค่าเฉลี่ย ร้อยละ ของความ พึงพอใจ ระดับการ ประเมิน 5 4 3 2 1 1.ความสอดคล้องของเนื้อหาวิชากับ วัตถุประสงค์ของการจัดอบรม 16 8 1 0 0 4.60 92.00 มากที่สุด 2.ความเหมาะสมของเวลาที่ใช้ในการ บรรยายหัวข้อนี้ 19 4 1 1 0 4.64 92.80 มากที่สุด 3.ความรอบรู้ของวิทยากร วิธีการ นำเสนอ และเอกสารประกอบการ บรรยาย 17 6 1 1 0 4.56 91.20 มากที่สุด 4.วิทยากรเสนอเนื้อหาเหมาะสมกับ เวลา 16 8 0 1 0 4.56 91.20 มากที่สุด 5.วิทยากรเปิดโอกาสให้ซักถามและ ตอบคำถามได้ชัดเจน 17 7 1 0 0 4.64 92.80 มากที่สุด 6.เนื้อหาของหัวข้อการอบรมเป็น ประโยชน์ต่อท่าน 17 6 2 0 0 4.60 92.00 มากที่สุด 7.ท่านสามารถนำสิ่งที่ได้รับจากการ อบรมในหัวข้อนี้ไปใช้ประโยชน์และ/ หรือ ประยุกต์ใช้ได้จริง 18 5 2 0 0 4.64 92.80 มากที่สุด 8.ความพึงพอใจในภาพรวมของ วิทยากร 18 6 1 0 0 4.68 93.60 มากที่สุด 9.ความพึงพอใจในภาพรวมของวิชา 17 7 1 0 0 4.64 92.80 มากที่สุด รวม 4.62 92.36 มากที่สุด


49 ตารางที่ 16 ความคิดเห็นและความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการบรรยาย ของ อ.มนต์ทวี จิระวัฒน์ทวีโดยรวมอยู่ ในระดับมากที่สุด ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.62 และร้อยละของความพึงพอใจเท่ากับ 92.36 สรุปผลการฝึกอบรมวันที่ 27 มกราคม 2567 วันที่ 27 มกราคม 2567 เวลา 09.00 – 12.00 น. ได้ดำเนินการบรรยายในหัวข้อ “Digital Literacy เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน.” โดย อ.รุ่งโรจน์ เกตุผึ้ง วิทยากร บรรยาย ณ โรงแรม ธาราแกรนด์ โฮลเทล 11 ประมวลภาพการฝึกอบรม


50 ตัวอย่างผลงานผู้เข้าอบรมในชั่วโมงบรรยาย


51


52 ประเมินผลลัพธ์การฝึกอบรม วันที่ 27 มกราคม 2567 เกณฑ์ในการแปรผลค่าเฉลี่ย 1.00 – 1.50 ระดับน้อยที่สุด 1.51 – 2.00 ระดับน้อย 2.51 – 3.50 ระดับปานกลาง 3.51 – 4.50 ระดับมาก 4.51 – 5.00 ระดับมากที่สุด ตารางที่ 17 ความคิดเห็นและความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการบรรยาย ของ อ.รุ่งโรจน์ เกตุผึ้ง รายละเอียด ระดับความพึงพอใจ ค่าเฉลี่ย ร้อยละ ของความ พึงพอใจ ระดับการ ประเมิน 5 4 3 2 1 1.ความสอดคล้องของเนื้อหาวิชากับ วัตถุประสงค์ของการจัดอบรม 16 8 1 0 0 4.60 92.00 มากที่สุด 2.ความเหมาะสมของเวลาที่ใช้ในการ บรรยายหัวข้อนี้ 19 4 1 1 0 4.64 92.80 มากที่สุด 3.ความรอบรู้ของวิทยากร วิธีการ นำเสนอ และเอกสารประกอบการ บรรยาย 17 6 1 1 0 4.56 91.20 มากที่สุด 4.วิทยากรเสนอเนื้อหาเหมาะสมกับ เวลา 16 8 0 1 0 4.56 91.20 มากที่สุด 5.วิทยากรเปิดโอกาสให้ซักถามและ ตอบคำถามได้ชัดเจน 17 7 1 0 0 4.64 92.80 มากที่สุด 6.เนื้อหาของหัวข้อการอบรมเป็น ประโยชน์ต่อท่าน 17 6 2 0 0 4.60 92.00 มากที่สุด 7.ท่านสามารถนำสิ่งที่ได้รับจากการ อบรมในหัวข้อนี้ไปใช้ประโยชน์และ/ หรือ ประยุกต์ใช้ได้จริง 18 5 2 0 0 4.64 92.80 มากที่สุด 8.ความพึงพอใจในภาพรวมของ วิทยากร 18 6 1 0 0 4.68 93.60 มากที่สุด 9.ความพึงพอใจในภาพรวมของวิชา 17 7 1 0 0 4.64 92.80 มากที่สุด รวม 4.62 92.36 มากที่สุด


53 ตารางที่ 17 ความคิดเห็นและความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการบรรยาย ของ อ.รุ่งโรจน์ เกตุผึ้ง โดยรวมอยู่ใน ระดับมากที่สุด ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.62 และร้อยละของความพึงพอใจเท่ากับ 92.36 สรุปผลการฝึกอบรมวันที่ 27 มกราคม 2567 วันที่ 27 มกราคม 2567 เวลา 13.00 – 16.00 น. ได้ดำเนินการบรรยายในหัวข้อ “การเสริมสร้าง ทักษะเพื่อการท างานเป็นทีมและการท างานเชิงสร้างสรรค์” โดย ดร.นเรศร์ ศรีมณีวิทยากร บรรยาย ณ โรงแรมธาราแกรนด์ โฮลเทล 11 ประมวลภาพการฝึกอบรม


54


55 ประเมินผลลัพธ์การฝึกอบรม วันที่ 27 มกราคม 2567 เกณฑ์ในการแปรผลค่าเฉลี่ย 1.00 – 1.50 ระดับน้อยที่สุด 1.51 – 2.00 ระดับน้อย 2.51 – 3.50 ระดับปานกลาง 3.51 – 4.50 ระดับมาก 4.51 – 5.00 ระดับมากที่สุด ตารางที่ 18 ความคิดเห็นและความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการบรรยาย ของ ดร.นเรศร์ ศรีมณี รายละเอียด ระดับความพึงพอใจ ค่าเฉลี่ย ร้อยละ ของความ พึงพอใจ ระดับการ ประเมิน 5 4 3 2 1 1.ความสอดคล้องของเนื้อหาวิชากับ วัตถุประสงค์ของการจัดอบรม 17 5 1 1 0 4.58 91.67 มากที่สุด 2.ความเหมาะสมของเวลาที่ใช้ในการ บรรยายหัวข้อนี้ 18 4 1 0 1 4.58 91.67 มากที่สุด 3.ความรอบรู้ของวิทยากร วิธีการ นำเสนอ และเอกสารประกอบการ บรรยาย 18 4 1 1 0 4.63 92.50 มากที่สุด 4.วิทยากรเสนอเนื้อหาเหมาะสมกับ เวลา 20 3 1 0 0 4.79 95.83 มากที่สุด 5.วิทยากรเปิดโอกาสให้ซักถามและ ตอบคำถามได้ชัดเจน 17 5 1 1 0 4.58 91.67 มากที่สุด 6.เนื้อหาของหัวข้อการอบรมเป็น ประโยชน์ต่อท่าน 18 4 1 0 1 4.58 91.67 มากที่สุด 7.ท่านสามารถนำสิ่งที่ได้รับจากการ อบรมในหัวข้อนี้ไปใช้ประโยชน์และ/ หรือ ประยุกต์ใช้ได้จริง 18 4 1 1 0 4.63 92.50 มากที่สุด 8.ความพึงพอใจในภาพรวมของ วิทยากร 18 4 2 0 0 4.67 93.33 มากที่สุด 9.ความพึงพอใจในภาพรวมของวิชา 19 3 1 0 1 4.63 92.50 มากที่สุด รวม 4.63 92.59 มากที่สุด


56 ตารางที่ 18 ความคิดเห็นและความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการบรรยาย ของ ดร.นเรศร์ ศรีมณีโดยรวมอยู่ใน ระดับมากที่สุด ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.63 และร้อยละของความพึงพอใจเท่ากับ 92.59 สรุปผลการฝึกอบรมวันที่ 29 มกราคม 2567 วันที่ 29 มกราคม 2567 เวลา 09.00 – 12.00 น. ได้ดำเนินการบรรยายในหัวข้อ “การเขียนผัง บริเวณ ผังพื้น และแบบรื้อถอนปรับปรุง” โดย ผศ.ดร.ณรงค์ฤทธิ์ จินต์จันทรวงศ์วิทยากร บรรยาย ณ โรงแรมธาราแกรนด์ โฮลเทล 11 ประมวลภาพการฝึกอบรม


57


58 ประเมินผลลัพธ์การฝึกอบรม วันที่ 29 มกราคม 2567 เกณฑ์ในการแปรผลค่าเฉลี่ย 1.00 – 1.50 ระดับน้อยที่สุด 1.51 – 2.00 ระดับน้อย 2.51 – 3.50 ระดับปานกลาง 3.51 – 4.50 ระดับมาก 4.51 – 5.00 ระดับมากที่สุด ตารางที่ 19 ความคิดเห็นและความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการบรรยาย ของ ผศ.ดร.ณรงค์ฤทธิ์ จินต์จันทรวงศ์ รายละเอียด ระดับความพึงพอใจ ค่าเฉลี่ย ร้อยละ ของความ พึงพอใจ ระดับการ ประเมิน 5 4 3 2 1 1.ความสอดคล้องของเนื้อหาวิชากับ วัตถุประสงค์ของการจัดอบรม 20 6 0 0 0 4.77 95.38 มากที่สุด 2.ความเหมาะสมของเวลาที่ใช้ในการ บรรยายหัวข้อนี้ 18 7 1 0 0 4.65 93.08 มากที่สุด 3.ความรอบรู้ของวิทยากร วิธีการ นำเสนอ และเอกสารประกอบการ บรรยาย 18 7 0 1 0 4.62 92.31 มากที่สุด 4.วิทยากรเสนอเนื้อหาเหมาะสมกับ เวลา 18 7 1 0 0 4.65 93.08 มากที่สุด 5.วิทยากรเปิดโอกาสให้ซักถามและ ตอบคำถามได้ชัดเจน 21 5 0 0 0 4.81 96.15 มากที่สุด 6.เนื้อหาของหัวข้อการอบรมเป็น ประโยชน์ต่อท่าน 18 7 0 1 0 4.62 92.31 มากที่สุด 7.ท่านสามารถนำสิ่งที่ได้รับจากการ อบรมในหัวข้อนี้ไปใช้ประโยชน์และ/ หรือ ประยุกต์ใช้ได้จริง 18 8 0 0 0 4.69 93.85 มากที่สุด 8.ความพึงพอใจในภาพรวมของ วิทยากร 18 8 0 0 0 4.69 93.85 มากที่สุด 9.ความพึงพอใจในภาพรวมของวิชา 20 6 0 0 0 4.77 95.38 มากที่สุด รวม 4.70 93.93 มากที่สุด


59 ตารางที่ 19 ความคิดเห็นและความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการบรรยาย ของ ผศ.ดร.ณรงค์ฤทธิ์ จินต์จันทรวงศ์ โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.70 และร้อยละของความพึงพอใจเท่ากับ 93.93 สรุปผลการฝึกอบรมวันที่ 29 มกราคม 2567 วันที่ 29 มกราคม 2567 เวลา 13.00 – 16.00 น. ได้ดำเนินการบรรยายในหัวข้อ “มาตรฐาน การตรวจสอบ และการควบคุมคุณภาพอาคาร” โดย รศ.ดร.ชลิดา อู่ตะเภา วิทยากร บรรยาย ณ โรงแรม ธาราแกรนด์ โฮลเทล 11 ประมวลภาพการฝึกอบรม


60


61 ประเมินผลลัพธ์การฝึกอบรม วันที่ 29 มกราคม 2567 เกณฑ์ในการแปรผลค่าเฉลี่ย 1.00 – 1.50 ระดับน้อยที่สุด 1.51 – 2.00 ระดับน้อย 2.51 – 3.50 ระดับปานกลาง 3.51 – 4.50 ระดับมาก 4.51 – 5.00 ระดับมากที่สุด ตารางที่ 20 ความคิดเห็นและความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการบรรยาย ของ รศ.ดร.ชลิดา อู่ตะเภา รายละเอียด ระดับความพึงพอใจ ค่าเฉลี่ย ร้อยละ ของความ พึงพอใจ ระดับการ ประเมิน 5 4 3 2 1 1.ความสอดคล้องของเนื้อหาวิชากับ วัตถุประสงค์ของการจัดอบรม 21 7 0 0 0 4.75 95.00 มากที่สุด 2.ความเหมาะสมของเวลาที่ใช้ในการ บรรยายหัวข้อนี้ 19 8 1 0 0 4.64 92.86 มากที่สุด 3.ความรอบรู้ของวิทยากร วิธีการ นำเสนอ และเอกสารประกอบการ บรรยาย 21 7 0 0 0 4.75 95.00 มากที่สุด 4.วิทยากรเสนอเนื้อหาเหมาะสมกับ เวลา 21 5 2 0 0 4.68 93.57 มากที่สุด 5.วิทยากรเปิดโอกาสให้ซักถามและ ตอบคำถามได้ชัดเจน 22 6 0 0 0 4.79 95.71 มากที่สุด 6.เนื้อหาของหัวข้อการอบรมเป็น ประโยชน์ต่อท่าน 21 7 0 0 0 4.75 95.00 มากที่สุด 7.ท่านสามารถนำสิ่งที่ได้รับจากการ อบรมในหัวข้อนี้ไปใช้ประโยชน์และ/ หรือ ประยุกต์ใช้ได้จริง 21 7 0 0 0 4.75 95.00 มากที่สุด 8.ความพึงพอใจในภาพรวมของ วิทยากร 22 6 0 0 0 4.79 95.71 มากที่สุด 9.ความพึงพอใจในภาพรวมของวิชา 21 7 0 0 0 4.75 95.00 มากที่สุด รวม 4.74 94.76 มากที่สุด


62 ข้อเสนอแนะ - อาจารย์สอนสนุก เข้าใจง่ายและเห็นภาพ อยากให้ขยายเวลาสอนในวิชานี้อีก เพราะว่าในเรื่องนี้ สามารถนำไปใช้ได้เรื่อยๆในการทำงาน จะได้เป็นข้อระวัง ตารางที่ 20 ความคิดเห็นและความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการบรรยาย ของ รศ.ดร.ชลิดา อู่ตะเภา โดยรวมอยู่ ในระดับมากที่สุด ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.74 และร้อยละของความพึงพอใจเท่ากับ 94.76 สรุปผลการฝึกอบรมวันที่ 30 มกราคม 2567 วันที่ 30 มกราคม 2567 เวลา 09.00 – 12.00 น. ได้ดำเนินการบรรยายในหัวข้อ “ความรู้เรื่องการ วิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) และการประเมินผลกระทบสุขภาพ (HIA)” โดย รศ.ดร.รณชัย ติยะรัตนาชัย วิทยากร บรรยาย ณ โรงแรมธาราแกรนด์ โฮลเทล 11 ประมวลภาพการฝึกอบรม


63


64 ประเมินผลลัพธ์การฝึกอบรม วันที่ 30 มกราคม 2567 เกณฑ์ในการแปรผลค่าเฉลี่ย 1.00 – 1.50 ระดับน้อยที่สุด 1.51 – 2.00 ระดับน้อย 2.51 – 3.50 ระดับปานกลาง 3.51 – 4.50 ระดับมาก 4.51 – 5.00 ระดับมากที่สุด ตารางที่ 21 ความคิดเห็นและความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการบรรยาย ของ รศ.ดร.รณชัย ติยะรัตนาชัย รายละเอียด ระดับความพึงพอใจ ค่าเฉลี่ย ร้อยละ ของความ พึงพอใจ ระดับการ ประเมิน 5 4 3 2 1 1.ความสอดคล้องของเนื้อหาวิชากับ วัตถุประสงค์ของการจัดอบรม 20 5 0 0 0 4.80 96.00 มากที่สุด 2.ความเหมาะสมของเวลาที่ใช้ในการ บรรยายหัวข้อนี้ 19 6 0 0 0 4.76 95.20 มากที่สุด 3.ความรอบรู้ของวิทยากร วิธีการ นำเสนอ และเอกสารประกอบการ บรรยาย 19 6 0 0 0 4.76 95.20 มากที่สุด 4.วิทยากรเสนอเนื้อหาเหมาะสมกับ เวลา 19 6 0 0 0 4.76 95.20 มากที่สุด 5.วิทยากรเปิดโอกาสให้ซักถามและ ตอบคำถามได้ชัดเจน 18 7 0 0 0 4.72 94.40 มากที่สุด 6.เนื้อหาของหัวข้อการอบรมเป็น ประโยชน์ต่อท่าน 19 5 1 0 0 4.72 94.40 มากที่สุด 7.ท่านสามารถนำสิ่งที่ได้รับจากการ อบรมในหัวข้อนี้ไปใช้ประโยชน์และ/ หรือ ประยุกต์ใช้ได้จริง 18 6 1 0 0 4.68 93.60 มากที่สุด 8.ความพึงพอใจในภาพรวมของ วิทยากร 21 4 0 0 0 4.84 96.80 มากที่สุด 9.ความพึงพอใจในภาพรวมของวิชา 20 4 1 0 0 4.76 95.20 มากที่สุด รวม 4.76 95.11 มากที่สุด


65 ตารางที่ 21 ความคิดเห็นและความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการบรรยาย ของ รศ.ดร.รณชัย ติยะรัตนาชัย โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.76 และร้อยละของความพึงพอใจเท่ากับ 95.11 สรุปผลการฝึกอบรมวันที่ 30 มกราคม 2567 วันที่ 30 มกราคม 2567 เวลา 13.00 – 16.00 น. ได้ดำเนินการบรรยายในหัวข้อ “การพัฒนา บุคลิกภาพและการสมาคม” โดย อ.ฐิติณัฎฐ์ ฤทธิ์มนตรี วิทยากร บรรยาย ณ โรงแรมธาราแกรนด์ โฮลเทล 11 ประมวลภาพการฝึกอบรม


66


67 ประเมินผลลัพธ์การฝึกอบรม วันที่ 30 มกราคม 2567 เกณฑ์ในการแปรผลค่าเฉลี่ย 1.00 – 1.50 ระดับน้อยที่สุด 1.51 – 2.00 ระดับน้อย 2.51 – 3.50 ระดับปานกลาง 3.51 – 4.50 ระดับมาก 4.51 – 5.00 ระดับมากที่สุด ตารางที่ 22 ความคิดเห็นและความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการบรรยาย ของ ดร.อ.ฐิติณัฏฐ์ ฤทธิ์มนตรี รายละเอียด ระดับความพึงพอใจ ค่าเฉลี่ย ร้อยละ ของความ พึงพอใจ ระดับการ ประเมิน 5 4 3 2 1 1.ความสอดคล้องของเนื้อหาวิชากับ วัตถุประสงค์ของการจัดอบรม 14 10 2 0 0 4.46 89.23 มาก 2.ความเหมาะสมของเวลาที่ใช้ในการ บรรยายหัวข้อนี้ 16 10 0 0 0 4.62 92.31 มากที่สุด 3.ความรอบรู้ของวิทยากร วิธีการ นำเสนอ และเอกสารประกอบการ บรรยาย 17 7 1 1 0 4.54 90.77 มากที่สุด 4.วิทยากรเสนอเนื้อหาเหมาะสมกับ เวลา 18 8 0 0 0 4.69 93.85 มากที่สุด 5.วิทยากรเปิดโอกาสให้ซักถามและ ตอบคำถามได้ชัดเจน 20 6 0 0 0 4.77 95.38 มากที่สุด 6.เนื้อหาของหัวข้อการอบรมเป็น ประโยชน์ต่อท่าน 17 7 1 1 0 4.54 90.77 มากที่สุด 7.ท่านสามารถนำสิ่งที่ได้รับจากการ อบรมในหัวข้อนี้ไปใช้ประโยชน์และ/ หรือ ประยุกต์ใช้ได้จริง 20 6 0 0 0 4.77 95.38 มากที่สุด 8.ความพึงพอใจในภาพรวมของ วิทยากร 20 5 1 0 0 4.73 94.62 มากที่สุด 9.ความพึงพอใจในภาพรวมของวิชา 16 9 1 0 0 4.58 91.54 มากที่สุด รวม 4.63 92.65 มากที่สุด


68 ตารางที่ 22 ความคิดเห็นและความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการบรรยาย ของ อ.ฐิติณัฏฐ์ ฤทธิ์มนตรี โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.63 และร้อยละของความพึงพอใจเท่ากับ 92.65 สรุปผลการฝึกอบรมวันที่ 30 มกราคม 2567 วันที่ 30 มกราคม 2567 เวลา 16.00 – 19.00 น. ได้ดำเนินการบรรยายในหัวข้อ “การเขียน ก่อสร้างอาคารด้วยโปรแกรม ArchiCAD BIM Basic” โดย อ.รุ่งโรจน์ เกตุผึ้ง วิทยากร บรรยาย ณ โรงแรมธาราแกรนด์ โฮลเทล 11 ประมวลภาพการฝึกอบรม


69 ประเมินผลลัพธ์การฝึกอบรม วันที่ 30 มกราคม 2567 เกณฑ์ในการแปรผลค่าเฉลี่ย 1.00 – 1.50 ระดับน้อยที่สุด 1.51 – 2.00 ระดับน้อย 2.51 – 3.50 ระดับปานกลาง 3.51 – 4.50 ระดับมาก 4.51 – 5.00 ระดับมากที่สุด ตารางที่ 23 ความคิดเห็นและความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการบรรยาย ของ อ.รุ่งโรจน์ เกตุผึ้ง รายละเอียด ระดับความพึงพอใจ ค่าเฉลี่ย ร้อยละ ของความ พึงพอใจ ระดับการ ประเมิน 5 4 3 2 1 1.ความสอดคล้องของเนื้อหาวิชากับ วัตถุประสงค์ของการจัดอบรม 15 6 4 0 0 4.44 88.80 มาก 2.ความเหมาะสมของเวลาที่ใช้ในการ บรรยายหัวข้อนี้ 12 8 4 1 0 4.24 84.80 มาก 3.ความรอบรู้ของวิทยากร วิธีการ นำเสนอ และเอกสารประกอบการ บรรยาย 15 8 2 0 0 4.52 90.40 มากที่สุด 4.วิทยากรเสนอเนื้อหาเหมาะสมกับ เวลา 13 9 3 0 0 4.40 88.00 มาก 5.วิทยากรเปิดโอกาสให้ซักถามและ ตอบคำถามได้ชัดเจน 16 6 3 0 0 4.52 90.40 มากที่สุด 6.เนื้อหาของหัวข้อการอบรมเป็น ประโยชน์ต่อท่าน 13 7 5 0 0 4.32 86.40 มาก 7.ท่านสามารถนำสิ่งที่ได้รับจากการ อบรมในหัวข้อนี้ไปใช้ประโยชน์และ/ หรือ ประยุกต์ใช้ได้จริง 14 4 6 1 0 4.24 84.80 มาก 8.ความพึงพอใจในภาพรวมของ วิทยากร 17 6 2 0 0 4.60 92.00 มากที่สุด 9.ความพึงพอใจในภาพรวมของวิชา 13 9 3 0 0 4.40 88.00 มาก รวม 4.41 88.18 มาก


70 ตารางที่ 23 ความคิดเห็นและความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการบรรยาย ของ อ.รุ่งโรจน์ เกตุผึ้ง โดยรวมอยู่ใน ระดับมาก ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.41 และร้อยละของความพึงพอใจเท่ากับ 88.18 สรุปผลการฝึกอบรมวันที่ 31 มกราคม 2567 วันที่ 31 มกราคม 2567 เวลา 09.00 – 12.00 น. ได้ดำเนินการบรรยายในหัวข้อ “การออกแบบ การ วางระบบและการตกแต่งภายในอาคาร ด้วยโปรแกรม Revit” โดย อ.ประพันธ์ แผ่นดินทอง วิทยากร บรรยาย ณ โรงแรมธาราแกรนด์ โฮลเทล 11 ประมวลภาพการฝึกอบรม


71


72 ประเมินผลลัพธ์การฝึกอบรม วันที่ 31 มกราคม 2567 เกณฑ์ในการแปรผลค่าเฉลี่ย 1.00 – 1.50 ระดับน้อยที่สุด 1.51 – 2.00 ระดับน้อย 2.51 – 3.50 ระดับปานกลาง 3.51 – 4.50 ระดับมาก 4.51 – 5.00 ระดับมากที่สุด ตารางที่ 24 ความคิดเห็นและความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการบรรยาย ของ อ.ประพันธ์ แผ่นดินทอง รายละเอียด ระดับความพึงพอใจ ค่าเฉลี่ย ร้อยละ ของความ พึงพอใจ ระดับการ ประเมิน 5 4 3 2 1 1.ความสอดคล้องของเนื้อหาวิชากับ วัตถุประสงค์ของการจัดอบรม 17 7 3 0 0 4.52 90.37 มากที่สุด 2.ความเหมาะสมของเวลาที่ใช้ในการ บรรยายหัวข้อนี้ 17 8 1 1 0 4.52 90.37 มากที่สุด 3.ความรอบรู้ของวิทยากร วิธีการ นำเสนอ และเอกสารประกอบการ บรรยาย 20 6 0 1 0 4.67 93.33 มากที่สุด 4.วิทยากรเสนอเนื้อหาเหมาะสมกับ เวลา 17 8 1 0 1 4.48 89.63 มาก 5.วิทยากรเปิดโอกาสให้ซักถามและ ตอบคำถามได้ชัดเจน 15 9 2 1 0 4.41 88.15 มาก 6.เนื้อหาของหัวข้อการอบรมเป็น ประโยชน์ต่อท่าน 18 5 2 1 1 4.41 88.15 มาก 7.ท่านสามารถนำสิ่งที่ได้รับจากการ อบรมในหัวข้อนี้ไปใช้ประโยชน์และ/ หรือ ประยุกต์ใช้ได้จริง 16 7 2 1 1 4.33 86.67 มาก 8.ความพึงพอใจในภาพรวมของ วิทยากร 18 6 2 1 0 4.52 90.37 มากที่สุด 9.ความพึงพอใจในภาพรวมของวิชา 18 6 1 1 1 4.44 88.89 มาก รวม 4.48 89.55 มาก


73 ตารางที่ 24 ความคิดเห็นและความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการบรรยาย ของ อ.ประพันธ์ แผ่นดินทอง โดยรวม อยู่ในระดับมาก ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.48 และร้อยละของความพึงพอใจเท่ากับ 89.55 สรุปผลการฝึกอบรมวันที่ 31 มกราคม 2567 วันที่ 31 มกราคม 2567 เวลา 13.00 – 16.00 น. ได้ดำเนินการบรรยายในหัวข้อ “การใช้งาน โปรแกรม SketchUp Pro ขั้นพื้นฐาน เพื่อสร้างชิ้นงาน 3 มิติ” โดย อ.ประพันธ์ แผ่นดินทอง วิทยากร บรรยาย ณ โรงแรมธาราแกรนด์ โฮลเทล 11 ประมวลภาพการฝึกอบรม


74


75 ประเมินผลลัพธ์การฝึกอบรม วันที่ 31 มกราคม 2567 เกณฑ์ในการแปรผลค่าเฉลี่ย 1.00 – 1.50 ระดับน้อยที่สุด 1.51 – 2.00 ระดับน้อย 2.51 – 3.50 ระดับปานกลาง 3.51 – 4.50 ระดับมาก 4.51 – 5.00 ระดับมากที่สุด ตารางที่ 25 ความคิดเห็นและความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการบรรยาย ของ อ.ประพันธ์ แผ่นดินทอง รายละเอียด ระดับความพึงพอใจ ค่าเฉลี่ย ร้อยละ ของความ พึงพอใจ ระดับการ ประเมิน 5 4 3 2 1 1.ความสอดคล้องของเนื้อหาวิชากับ วัตถุประสงค์ของการจัดอบรม 17 8 1 1 0 4.52 90.37 มากที่สุด 2.ความเหมาะสมของเวลาที่ใช้ในการ บรรยายหัวข้อนี้ 15 7 1 2 2 4.15 82.96 มาก 3.ความรอบรู้ของวิทยากร วิธีการ นำเสนอ และเอกสารประกอบการ บรรยาย 19 5 3 0 0 4.59 91.85 มากที่สุด 4.วิทยากรเสนอเนื้อหาเหมาะสมกับ เวลา 15 6 3 1 2 4.15 82.96 มาก 5.วิทยากรเปิดโอกาสให้ซักถามและ ตอบคำถามได้ชัดเจน 18 8 0 1 0 4.59 91.85 มากที่สุด 6.เนื้อหาของหัวข้อการอบรมเป็น ประโยชน์ต่อท่าน 18 4 3 0 2 4.33 86.67 มาก 7.ท่านสามารถนำสิ่งที่ได้รับจากการ อบรมในหัวข้อนี้ไปใช้ประโยชน์และ/ หรือ ประยุกต์ใช้ได้จริง 15 6 4 0 2 4.19 83.70 มาก 8.ความพึงพอใจในภาพรวมของ วิทยากร 18 5 2 1 1 4.41 88.15 มาก 9.ความพึงพอใจในภาพรวมของวิชา 17 6 2 2 0 4.41 88.15 มาก รวม 4.37 87.41 มาก


76 ตารางที่ 25 ความคิดเห็นและความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการบรรยาย ของ อ.ประพันธ์ แผ่นดินทอง โดยรวม อยู่ในระดับมาก ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.37 และร้อยละของความพึงพอใจเท่ากับ 87.41 ************************


77 แบบสรุปข้อมูลการศึกษาดูงานในประเทศ โครงการอบรมหลักสูตรสถาปนิก ประเภทวิชาการ ระดับปฏิบัติการ / ระดับช านาญการ วันที่ 25 มกราคม และ วันที่ 28 มกราคม 2567


78 แบบสรุปข้อมูลการศึกษาดูงานในประเทศ หลักสูตรสถาปนิก ประเภทวิชาการ ระดับปฏิบัติการ/ระดับช านาญการ รุ่นที่ 2 วันที่ 25 มกราคม 2567 ชื่อสถานที่ศึกษาดูงาน: ตลาดเก่าหัวตะเข้ 1. สรุปความส าคัญของหน่วยงานหรือสถานที่พอสังเขป ตลาดเก่าหัวตะเข้ เดิมทีเป็นโซนพื้นที่การทำเกษตรกรรม เลี้ยงปลา เลี้ยงสัตว์ ซึ่งเกิดมาจากการขุด คลองประเวศบุรีรมย์ ภายหลังจากการที่มีผู้คนเริ่มมาอาศัยริมคลองแล้วนั้น ทำให้เกิดการค้าขายจากผู้คนที่ อาศัยอยู่ในชุมชน ซึ่งส่วนมากจะค้าขายกันบริเวณหน้าบ้านของตนเอง หรือบางส่วนอาจจะทำการค้าขายผ่าน การใช้เรือ โดยสินค้าที่ได้มักจะมาจากการแปรรูปสินค้าเกษตรกรรมของชาวบ้านในพื้นที่ ซึ่งเอกลักษณ์ของ ชุมชนตลาดเก่าหัวตะเข้นั้น คือการที่อยู่ริมคลอง และสามารถสัญจรได้ง่ายผ่านทางน้ำ บริเวณด้านริมคลองจะ มีชานไม้ยาวที่สามารถจอดเรือ เพื่อซื้อ-ขาย และขนถ่ายสินค้า ซึ่งตลาดหัวตะเข้นั้น ได้เป็นจุดการค้าที่มีความ เจริญรุ่งเรือง เนื่องจากการตัดผ่านของคลองทั้ง 3 คลอง อันได้แก่ คลองหัวตะเข้ คลองล าปลาทิว และคลอง ประเวศบุรีรมย์โดยคลองหลักที่ทำให้เกิดความเจริญรุ่งเรือง คือ “คลองประเวศบุรีรมย์” เนื่องจากเป็นคลอง ที่ขุดมาจากพระโขนง จนถึง ฉะเชิงเทรา ซึ่งถือได้ว่าเป็นคลองหลักที่ชาวบ้านยุคก่อนใช้ในการเดินทางสัญจร และค้าขาย ซึ่งในปัจจุบันคลองประเวศบุรีรมย์นั้น มักจะมีการจัดแข่งเรือคลองประเวศ เพื่อเป็นการสืบสาน ประเพณี วิถีชุมชน และมรดกทางวัฒนธรรมที่เหลืออยู่ของชาวบ้านให้กับผู้ที่เข้ามาท่องเที่ยว และลูกหลาน ของคนในชุมชนได้รับรู้และสืบทอดต่อไป 1. หัวข้อและเนื้อหาสาระของการศึกษาดูงาน 2.1 ชุมชนตลาดเก่าหัวตะเข้ 2.1 ชุมชนตลาดเก่าหัวตะเข้ ตลาดเก่าหัวตะเข้ หรือที่หลายๆคนอาจจะเรียกว่า “ตลาดหัวตะเข้” เป็นชุมชนริมคลองเก่า ที่มีอายุมา กว่า 100 ปี ที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของวัฒนธรรมของชาวมอญและจีน โดยแต่ก่อนที่จะได้ชื่อว่า “หัวตะเข้” นั้น มีชื่อว่า “ชุมชนหลวงพรต-ท่านเลี่ยม” มาก่อน เป็นชื่อที่ตั้งตามชื่อของหลวงพรตพิทยพยัต และคุณหญิง เลี่ยม บุนนาค ที่เป็นผู้บริจาคที่ดินใกล้ริมคลอง เพื่อใช้ในการสร้างตลาดริมน้ำขึ้นมา แต่ต่อมาที่ได้ชื่อว่าชุมชน หัวตะเข้เพราะช่วงที่มีการขุดคลองประเวศบุรีรมย์นั้น ได้ขุดพบหัวจระเข้ขนาดใหญ่ ตรงบริเวณเหนือคลองหัว ตะเข้ จึงทำให้ชาวบ้านเรียกชุมชนตรงนี้ว่าหัวตะเข้ โดยในพื้นที่ของชุมชนหัวตะเข้นั้น เริ่มจากเมื่อมีการขุด คลองขึ้น ชาวบ้านก็เริ่มที่จะมาตั้งถิ่นฐานใกล้ริมคลอง ทำให้เกิดตลาดสดและร้านค้าจำนวนมาก ทำให้ตลาด หัวตะเข้นั้น ถือได้ว่าเป็นพื้นที่การค้าและแหล่งกระจายสินค้าสำคัญในประเทศไทยก็ว่าได้ ซึ่งสิ่งที่ทำให้


79 ตลาดหัวตะเข้นั้นเป็นแหล่งพื้นที่การค้าสำคัญ ก็เพราะว่าจากการขุดคลองประเวศบุรีรมย์ ที่จะมีจุดไปตัดกับ คลองใกล้เคียงอื่นๆ ทำให้เกิดความสะดวกในการสัญจรทางน้ำ ซึ่งทำให้ง่ายต่อการขนส่งหรือค้าขายนั้นเอง โดยภายในพื้นที่ของชุมชนหัวตะเข้นั้นมักจะมีคนไทยที่เป็นเชื้อสายมอญ จีน อาศัยอยู่ จึงจะเห็นได้ว่าบริเวณ ใกล้ๆกับตลาดนั้นจะมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เกี่ยวกับมอญหรือจีน เพื่อตอบสนองต่อการเคารพนับถือของคนในชุมชน ซึ่งหลังจากที่ตลาดหัวตะเข้นั้นค่อยๆพัฒนาจนเจริญรุ่งเรืองมากขึ้น ก็ทำให้เกิดการขยายตัว จึงทำให้ภาครัฐได้ ทำการพัฒนาการคมนาคมทางบกให้ คือ “การท าสถานีรถไฟหัวตะเข้” เพื่อเพิ่มความสะดวกในการสัญจรไป มาของคนในชุมชน และเพื่อการค้าขายของคนในชุมชน ซึ่งในชุมชนหัวตะเข้นั้น บริเวณที่อยู่อาศัยของประชาชนนั้นจะมีโครงสร้างเดิมที่ทำมาจากไม้ แต่ก็จะมี บางส่วนที่เริ่มจะมีการบูรณะเป็นครึ่งปูนครึ่งไม้เพื่อความแข็งแรง เนื่องจากชุมชนตลาดหัวตะเข้นั้นเคยเกิดไฟ ไหม้ใหญ่ ทำให้อาคารบ้านเรือนต่างๆทรุดโทรมและพังลงไป จึงทำให้ผู้คนบางส่วนออกไปอาศัยอยู่ที่อื่น แต่ก็ ยังมีผู้คนส่วนมากที่ยังอยู่ที่เดิม โดยการสร้างอาคารบ้านเรือนขึ้นมาใหม่ ซึ่งก็ยังคงก่อสร้างเป็นไม้ เพื่อคงความ ดั้งเดิมของชุมชนริมคลองหัวตะเข้เอาไว้ อย่างไรก็ตาม เมื่อทางเขตพื้นที่ลาดกระบังนั้นได้มีการพัฒนาระบบ คมนาคมทางบก เพื่อให้เกิดความสะดวกในการสัญจรมากขึ้น ทำให้ผู้คนนั้นไม่ค่อยที่จะใช้บริการรถไฟ ทำให้ ในช่วงหลังจากเกิดเหตุไฟไหม้ การค้าของผู้คนในชุมชนน้อยลง ผู้คนเริ่มที่จะออกจากพื้นที่ ทำให้ผู้คนเริ่มอาศัย อยู่ในพื้นที่น้อยลง ซึ่งในปี พ.ศ.2552 ทางชุมชนหัวตะเข้ ได้พยายามทำการฟื้นฟูชุมชน ผ่านการหาจุดเด่นของ ชุมชนและได้มีการใช้ศิลปะเพื่อมาเป็นจุดขาย โดยได้มีการจัดทำบ้านต้นมะขาม ซึ่งแต่ก่อนเป็นเรือนไม้เดิม ของชุมชน ได้ปรับเปลี่ยนให้เป็นแหล่งเรียนรู้และแหล่งฝึกอาชีพให้กับคนในชุมชน เพื่อเป็นศูนย์กลางในการทำ กิจกรรมของคนทั้งภายในและนอกชุมชนที่สนใจ ซึ่งหลังจากที่ชุมชนหัวตะเข้นั้นได้มีการเริ่มจะฟื้นฟูบริเวณ พื้นที่ของตลาดแล้วนั้น ยังได้เปิดชุมชนให้เป็นแหล่งเรียนรู้วิถีชีวิต และยังได้ร่วมมือกับทางสถาบันการศึกษา บริเวณใกล้เคียง เช่น วิทยาลัยช่างศิลป์ลาดกระบัง สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เพื่อทำการฟื้นฟูพื้นที่ผ่านการใช้ศิลปะ ทำให้ชุมชนกลับมามีชีวิตชีวา และยังเป็นสถานที่ที่ให้เด็กๆ นักเรียน นักศึกษา ได้มาแสดงฝีมือในด้านของศิลปะอีกด้วย ปัจจุบัน ชุมชนตลาดเก่าหัวตะเข้นั้น ได้รับการฟื้นฟูมากขึ้นจากความร่วมมือของคนในชุมชนและบริเวณ โดยรอบ ทำให้ตลาดเก่าหัวตะเข้นั้นได้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจสำหรับผู้คนที่ต้องการซึมซับ บรรยากาศเก่าๆ ริมคลอง แหล่งการเรียนรู้ วิถีชีวิตของคนริมคลอง วัฒนธรรม ศิลปะ แหล่งค้าขาย เพื่อ อนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นเดิมเอาไว้เพื่อให้คนรุ่นใหม่ได้เรียนรู้ และนำไปถ่ายทอดให้กับผู้ที่สนใจเข้ามาเรียนรู้ใน ชุมชนต่อไปได้


80 ประมวลภาพศึกษาดูงาน ณ ชุมชนตลาดเก่าหัวตะเข้


81


82


83


84 ชื่อสถานที่ศึกษาดูงาน: คณะสถาปัตยกรรม ศิลปะและการออกแบบ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง 1. สรุปความส าคัญของหน่วยงานหรือสถานที่พอสังเขป คณะสถาปัตยกรรม ศิลปะและการออกแบบ เดิมทีเป็นโรงเรียนช่าง น.ส.อ. ในการอำนวยการของ บริการส่งเสริมอาชีวศึกษา กรมอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ต่อมาเมื่อปี พ.ศ.2505 กรมโยธาธิการได้ถูก ยุบรวมไปกับกรมโยธาเทศบาล ทำให้โรงเรียนส่งเสริมอาชีพก่อสร้างนั้นกลับมาอยู่ในกระทรวงศึกษาธิการ ทำ ให้เกิดการปรับปรุงหลักสูตรเพื่อยกระดับการศึกษาให้เทียบเท่ากับวิทยาลัยเทคนิค โดยรับการสนับสนุนจาก อธิบดีกรมอาชีวศึกษา ทำให้เกิดขึ้นเป็น “วิทยาลัยวิชาการก่อสร้าง” ที่บางพลัด ต่อมาในปี พ.ศ.2511 ทาง กรมอาชีวศึกษาได้มีนโยบายให้ย้ายสถานศึกษามาอยู่ที่ลาดกระบัง ในที่ดินของทายาทเจ้าคุณทหารที่บริจาค ให้กับทางกระทรวงศึกษาธิการ เพราะสถานที่เก่าที่บางพลัดนั้นคับแคบเกินไป ทำให้เมื่อได้งบการก่อสร้าง อาคารที่ลาดกระบังมา ก็ได้ก่อสร้างอาคารที่ลาดกระบังในเนื้อที่ 80 ไร่เศษ และย้ายมาเมือ ปี พ.ศ2514 ในปีที่ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าฯ นั้น ได้ทำการพิจารณามาตราฐานการศึกษาและหลักสูตรการสอนของ วิทยาลัยวิชาก่อสร้าง เห็นว่าเป็นสถานศึกษาที่จะจัดถึงระดับปริญญาตรีได้ จนทำให้เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2514 ทำให้วิทยาลัยวิชาก่อสร้างนั้นเข้ามาสมทบในสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าฯ และได้จัดตั้งเป็นคณะ สถาปัตยกรรมศาสตร์ของสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ตั้งแต่ 2516 เป็นต้นไป โดยขั้นแรกของคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ได้ผลิตนักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงหลักสูตร 3 ปี สาขาวิชาสถาปัตยกรรม มัณฑนศิลป์ และศิลปอุตสาหกรรม รับนักศึกษาที่จบ ม.ศ. 5 สายสามัญ โดยผ่านการ คัดเลือกของทบวงมหาวิทยาลัยรัฐ ร่วมกับสถาบันฯ เพื่อผลิตช่างเทคนิคหรือช่างผู้ช่วยสถาปนิก ผู้ช่วยมัณฑนากร และผู้ช่วยนักออกแบบ และในระดับปริญญาตรีหลักสูตร 2 ปี หลังจากได้รับใบ ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง ต่อมา ปี พ.ศ.2517 ได้มีการปรับปรุงส่วนงานราชการ จึงโอนให้สถาบัน เทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ไปยังสังกัดทบวงมหาวิทยาลัย 2. หัวข้อและเนื้อหาสาระของการศึกษาดูงาน 2.1 อาคารของคณะสถาปัตยกรรม ศิลปะและการออกแบบ 2.1 อาคารของคณะสถาปัตยกรรม ศิลปะและการออกแบบ เริ่มจากอาคารเรียนรวม คณะสถาปัตยกรรม ศิลปะและการออกแบบ สถาบันเทคโนโลยีพระจอม เกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เป็นอาคารเรียน 5 ชั้น ที่นักศึกษามักจะมาใช้พื้นที่เพื่อการศึกษาเรียนรู้ ทำงาน หรือสร้างสรรค์ผลงาน โดยในปัจจุบันอาคารเรียนรวมของคณะสถาปัตยกรรม ได้มีการบูรณะ เพื่อต้องการให้ ตัวอาคารนั้นปรับเปลี่ยนเป็นอาคารประหยัดพลังงาน เนื่องจากตัวอาคารในรูปแบบเก่าค่อนข้างที่จะร้อนและ ทึบ ทำให้นักศึกษามักไม่ค่อยจะเข้ามาใช้พื้นที่ในส่วนของอาคาร ซึ่งส่วนของอาคารที่ได้ทำการบูรณะมากที่สุด


85 จะอยู่ที่ชั้น 5 เนื่องจากเป็นชั้นที่อยู่สูงสุด ที่เป็นทั้งห้องปฏิบัติการ ห้องทำงาน และห้องบรรยายของนักศึกษา ทำให้จะมีนักศึกษามาใช้เป็นจำนวนมาก ซึ่งในส่วนของชั้น 5 นั้น ได้มีการเดินระบบท่อใหม่ทั้งหมด เพื่อที่ให้ เกิดความสวยงามและความเสถียรในการใช้งานมากที่สุด และได้มีการเปลี่ยนบานกระจกใหม่ เพื่อให้ตัวห้องใน ชั้นนั้นเย็นขึ้น และสว่างมากขึ้น เพื่อเป็นการประหยัดไฟ และยังได้มีการจัดห้องเป็นโซนๆ เพื่อที่นักศึกษาจะได้ ใช้ประโยชน์กันได้อย่างเต็มที่ โดยที่ไม่เป็นการรบกวนกันระหว่างที่มีการใช้งานในห้องโซนต่างๆ และอีกชั้นที่ได้ มีการบูรณาการมากที่สุดคือชั้น 3 เนื่องจากเป็นห้องบรรยายทั้งชั้นที่นักศึกษาใช้เรียน โดยทางคณะได้มีการ กั้นห้องเพิ่มขึ้น เพื่อให้เพียงพอและรองรับต่อการเรียนของนักศึกษาภายในคณะได้ ซึ่งนอกจากอาคารเรียนรวมที่ได้มีการบูรณาการแล้ว ยังมีในส่วนของหอประชุมประจำคณะ (ตึกจาน บิน) ที่ได้มีการบูรณะไปแล้วส่วนนึง เพื่อเปลี่ยนให้ส่วนของห้องประชุมเป็นห้องที่ประหยัดพลังงาน ผ่านการ เดินท่อแอร์ในห้องใหม่ทั้งหมด และได้มีการบุผนังใหม่ เพื่อให้ตัวห้องประชุมนั้นกักเก็บความเย็นไว้ได้ และอีก เหตุผลที่ทำให้ต้องบุผนังใหม่ก็เพราะเกิดการรั่วซึมของน้ำฝน เนื่องด้วยตัวอาคารก็มีความเก่า ไม่ได้ทำการ บูรณะมานานจึงทำให้เกิดการรั่วซึมขึ้น จึงทำให้ต้องบุผนังขึ้นใหม่ และทางคณะก็ได้ดำเนินการเดินท่อระบาย น้ำใหม่ เพื่อไม่ให้ตัวน้ำรั่วซึมอีก และนอกจากนี้ทางคณะยังได้ทำการส้รางโรงอาหารใหม่ เพื่อให้เพียงพอต่อ การใช้งานของนักศึกษา โดยได้สร้างโรงอาหารออกมาในรูปแบบเปิดโล่ง เพื่อรองรับกับนโยบายประหยัด พลังงาน ที่จะทำให้อากาศสามาถผ่านตัวโรงอาหารได้ตลอดเวลา โดยเน้นการใช้โครงสร้างเป็นเหล็กร่วมกับปูน เพื่อความแข็งแรงและทนทาน และเพื่อเพิ่มความเย็นให้กับตัวอาคารด้วย ประมวลภาพศึกษาดูงาน ณ คณะสถาปัตยกรรม ศิลปะและการออกแบบ


86


87


88


89 วันที่ 28 มกราคม 2567 ชื่อสถานที่ศึกษาดูงาน: สวนเบญจกิติ 1. สรุปความส าคัญของหน่วยงานหรือสถานที่พอสังเขป สวนเบญจกิติหรือ สวนป่าเบญจกิติเป็นสวนสาธารณะระดับย่านและอุทยานแห่งชาติเพื่อ เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินินาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในโอกาสมหามงคล เฉลิมพระชนมพรรษา 5 รอบ เมื่อปี พ.ศ.2535 ซึ่งสวนนี้ตั้งอยู่บริเวณพื้นที่เดิมของโรงงานยาสูบ ข้างกับศูนย์ การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ถนนรัชดาภิเษก ช่วงระหว่างถนนพระรามที่ 4 กับถนนสุขุมวิท ในพื้นที่เขต คลองเตย กรุงเทพมหานคร โดยสวนเบญจกิตินั้น เป็นการพัฒนาพื้นที่โดยรอบของ “บึงยาสูบ” ที่เกิดจากการ ขุดที่ดินและถมที่ดินบริเวณโรงงานยาสูบ ซึ่งโครงการสวนสาธารณะนี้เป็นส่วนนึงของโครงการพัฒนาพื้นที่ ทดแทนโรงงานยาสูบระยะที่ 1 ตามมติของคณะรัฐมนตรีในรัฐบาลของนายอานันท์ ที่ต้องการให้โรงงานยาสูบ นั้นย้ายออกจากพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร และย้ายไปยังจังหวัดพระนครศรีอยุทธยาแทน โดยชื่อของสวนเบญจกิตินั้น ได้รับพระราชชทานมาจากสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่เสด็จมาทรงประกอบพิธีเปิด เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2547 และยังได้ใช้พื้นที่นี้เป็น สถานที่ในการจัดแสดงละครเวทีประกอบเพลง และเทคนิคตระการตาเฉลิมพระเกียรติให้แก่พระบาทสมเด็จ พระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร 2. หัวข้อและเนื้อหาสาระของการศึกษาดูงาน 2.1 การออกแบบสวนสาธารณะ 2.1 การออกแบบสวนสาธารณะ สวนเบญจกิติ เป็นหนึ่งในสวนสาธารณะที่จะช่วยเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับคนกรุง เพื่อเป็นการบรรเทา ปัญหาสิ่งแวดล้อมและจัดการทรัพยากรในเมืองอย่างคุ้มค่า ซึ่งในส่วนของสวนป่าที่อยู่รวมกันนั้นจะอยู่ร่วมกับ น้ำและทำให้เกิดเป็นเหมือนฟองน้ าขนาดใหญ่ที่จะช่วยรองรับน้ำท่วมให้กับพื้นที่กรุงเทพฯได้ซึ่งสวนแห่งนี้ยัง เป็นที่สำหรับออกกำลังกาย ทางเดินศึกษาธรรมชาติ แหล่งเรียนรู้พันธุ์ไม้ ซึ่งยังได้รับความร่วมมือจากหลาย ภาคส่วน เพื่อให้สวนป่าออกมาเป็นประโยชน์มากที่สุด โดยสวนเบญจกิตินั้นได้แบ่งพื้นที่ออกเป็น 3 ส่วน หลักๆ ได้แก่ พื้นที่ทางธรรมชาติ พื้นที่เส้นทางส าหรับส่งเสริมการออกก าลังกาย และพื้นที่อาคาร โดยพื้นที่ ทั้งหมดนั้นจะเน้นเป็นการพัฒนาพื้นที่เชิงอนุรักษ์ที่เก็บตัวสถาปัตยกรรมเดิมไว้ โดยในพื้นที่ของสวนนั้นจะเป็น พื้นที่ชุ่มน้ำ ทำให้ผู้ที่ออกแบบสวนนี้นั้นได้ออกแบบระบบน้ำภายในสวนให้เป็นทั้งที่กักเก็บน้ำและบำบัดน้ำเสีย โดยพื้นที่ของสวนนั้นไม่ได้มีประโยชน์แค่ในการกักเก็บน้ำ แต่พอในช่วงหน้าแล้งก็สามารถนำน้ำที่กักเก็บไว้ ออกมาใช้ได้เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับสวน และยังสามารถช่วยให้ประหยัดค่าน้ำของสวนไปได้อย่างมากด้วย


90 และยังเพื่อเป็นการให้สวนนั้นผลิตออกซิเจน ผลิตอาหารให้สัตว์ต่างๆ โดยเฉพาะนก ที่จะช่วยในในการ ขยายพันธุ์พืชไปยังที่ต่างๆอีกด้วย และนอกจากนี้การกักเก็บน้ำแบบนี้ช่วยในการรักษาสมดุลของระบบนิเวศใน สวน เพื่อเป็นการลดภาระการดูแลและจัดการสวนอีกด้วย โดยในส่วนของพื้นที่ทางเดินของสวนและในส่วน ของเกาะกลางน้ำนั้น ได้ดัดแปลงมาจากส่วนของอาคารเก่าที่ตั้งอยู่ โดยได้มีการปรับที่ดินใต้อาคาร และ ปรับปรุงดินให้มีคุณภาพ เพื่อที่จะต้องการให้ส่วนของทางเดินอาคารเก่านั้นเป็นจุดดึงดูดและเป็นเอกลักษณ์ โดยพื้นที่ทั้งหมดของสวนเบญจกิติได้เลือกใช้วัสดุที่น้ำสามารถท่วมได้ไม่สึกหรอง่าย เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งส่วนใหญ่แล้วมักจะเป็นเศษวัสดุที่ได้จากการรื้อถอนอาคาร เช่น อิฐ ที่นำมาจัดเป็นร่องทางน้ำ และเศษ คอนกรีตที่นำมาเทด้านข้างของอิฐเพื่อป้องกันการกัดเซาะดินของน้ำที่ไหลผ่าน สำหรับในส่วนของบริเวณทางเดินทั้งหมดในสวน จะมีทั้งที่อยู่ในพื้นราบ Skywalk ที่สามารถเดินเชื่อม ไปยังสวนลุมพินี ลู่วิ่ง ทางจักรยาน และ Boardwalk ริมน้ำ ทั้งน้ำลึกและน้ำตื้น โดยการออกแบบทางเดิน เหล่านี้ ทางสวนได้ใช้หลักของ Universal Design ที่มีทางลาดที่ได้มาตราฐานเหมาะสำหรับผู้พิการและ ผู้สูงอายุโดยทางรอบสวนนั้นจะพาผู้ที่เข้ามาใช้สวนสาธารณะเดินไปรอบสวน ซึ่งทั้ง 2 ฝั่งทางเดิน จะเต็มไป ด้วยต้นไม้ ซึ่งส่วนมากไม้ที่อยู่ในสวนนี้จะเป็นไม้ประจำถิ่นและไม้พันธุ์หายาก เช่น ต้นมะกอกน้ำ ต้นลำพู ต้นไทร ต้นโพธิ์ รวมถึงต้นข้าว ที่ทางสวนได้ปลูกขึ้นมาในแนวแปลงสาธิตที่อยู่ข้างหลังโรงยาสูบเก่า ซึ่งการที่ ทางสวนได้จัดทำพื้นที่การเกษตรแบบ Urban Farm นั้น เพราะต้องการผลิตผลผลิตให้กับคนเมือง และ เพื่อที่จะได้ให้คนที่อยู่ในเมืองนั้นำไอเดียที่เห็นจากในสวนนั้นไปปรับแปลงใช้กับที่บ้านของตัวเองตามพื้นที่ ทั้งนี้ ยังมีการจัดสวนแบบวนเกษตร การปลูกพืชพื้นบ้าน พืชริมคลอง เพื่อทำให้เห็นว่าสวนสาธารณะในเมืองนั้นก็ สามารถเป็นจุดเรียนรู้เกี่ยวกับระบบนิเวศในแบบต่างๆได้ และอีกจุดสำคัญที่ผู้คนมักจะเห็นและใช้บริการกันคือจะเป็นในส่วนของอาคารกีฬาในร่ม อัฒจันทร์ กลางแจ้ง และแปลงนาสาธิต และยังมีโกดังด้านหลังอีก 3 หลัง ที่มุ่งเน้นการพัฒนาเชิงอนุรักษ์ โดยใช้พื้นที่ใน โกดังนั้นทำเป็นโซนทำปุ๋ย เพื่อนำไปใช้ในสวน ซึ่งปุ๋ยที่ได้ก็จะเป็นปุ๋ยธรรมชาติที่ทางสวนทำกันเอง ซึ่งส่วนมาก ที่คนจะไม่ค่อยรู้กันคือ แปลงนาสาธิตที่ที่อยู่ข้างหลังโรงสูบเก่า ที่ทางสวนนั้นได้ใช้สำหรับในการพัฒนาพันธุ์ ข้าวและศึกษาประโยชน์ของพันธุ์ข้าวต่างๆ เพื่อที่จะได้ทำการปรับปรุงให้พันธุ์ข้าวนั้นดียิ่งขึ้นไปอีก ซึ่งนอกจาก ใช้พื้นที่โกดังนั้นทำเป็นที่หมักปุ๋ยแล้ว ทางสวนยังได้มีแบบจำลองผังเมืองของกรุงเทพมหานครตั้งไว้อีกด้วย เพื่อที่ผู้คนที่ผ่านไปผ่านมาจะได้เห็นถึงการวางผังเมืองของกรุงเทพมหานคร โดยในส่วนของตัวโกดังและตัว อาคารในร่วมนั้นไม่ได้มีการปรับเปลี่ยนไปมาก ทำให้ตัวอาคารนั้นจะเป็นสถาปัตยกรรมแบบในยุค 70-80 อยู่ ซึ่งจะมีเอกลักษณ์ในด้านการออกแบบ เช่น การก่อผนังอิฐโชว์แนว การใช้โครงสร้างผนังแบบรวงผึ้ง เป็นต้น


91 นอกจากนี้ เรื่องที่ภายในสวนนั้นให้ความสำคัญมากก็คือ “ขยะ” ซึ่งจะเห็นได้ว่าตลอดทางเดินรอบๆ สวนนั้นจะมีถังขยะที่จะมีการแยกถังเป็นประเภทขยะต่างๆเอาไว้ เพื่อจะได้ง่ายต่อการเก็บ และตลอดทางจะมี ทั้งจุดเติมน้ำดื่มและก๊อกน้ำสำหรับล้างมือตลอดทาง และยังจะมีป้ายต่างๆ ตั้งแต่ชื่อพันธุ์ไม้ ป้ายเตือน ป้ายเขต สวนต่างๆ และที่สำคัญที่สวนให้ควาสมสำคัญอีกเรื่อง คือ เรื่องของสัตว์เนื่องจากจะมีกลุ่มคนอิสลามที่เข้ามา ใช้บริการ ทำให้ทางสวนนั้นได้ทำสวนฝั่งนึงเป็น Dog Park ที่ผู้คนสามารถพาสุนัขมาเดินได้ แต่ก็จะมีข้อปฏิบัติ ต่างประกาศเอาไว้อยู่หากจะนำสุนัขของท่านเข้ามาใช้บริการในสวน ซึ่งทางสวนได้คาดหวังว่า อยากให้สวน เบญจกิตินี้เป็นส่วนนึงของการเรียนรู้ของคนเมือง เป็นที่ที่จะให้ครอบครัวมาใช้เวลาด้วยกัน และยังต้องการให้ ผู้คนเห็นว่าสวนนี้สร้างมาเพื่อแก้ปัญหาและเพิ่มคุณภาพให้กับคนในเมือง และยังสามาถเป็นแรงบันดาลใจ ให้กับคนเมืองในการสร้างสวนในแบบคนเมือง เพื่อเป็นการยกระดับของสถาปัตยกรรมที่ไม่ใช่แค่เรื่องของ กายภาพแต่ร่วมไปถึงการยกระดับของคุณภาพสิ่งวแวดล้อมอีกด้วย ประมวลภาพศึกษาดูงาน ณ สวนเบญจกิติ


92


93


94


95


Click to View FlipBook Version