The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Mind Nachcha, 2024-05-03 09:09:20

รายงานสรุป รายงานสรุป โครงการอบรมหลักสูตร สถาปนิก รุ่นที่ 2 สถาปนิก รุ่นที่ 2 ประเภทวิชาการ ระดับปฏิบัติการ / ระดับชำนาญการ

เล่มปิด สถาปนิก

96


97


98


99


100 ชื่อสถานที่ศึกษาดูงาน: ชุมชนบึงบางซื่อ (บ่อฝรั่ง) 1. สรุปความส าคัญของหน่วยงานหรือสถานที่พอสังเขป ชุมชนบึงบางซื่อ หรือ บ่อฝรั่ง จากพื้นที่เดิมที่เป็นแหล่งกำเนิดวัตถุดิบในการผลิตปูนซีเมนต์ ของ SCG มาเป็นพื้นที่ที่อยู่อาศัยของผู้คนในชุมชนกว่า 200 ครัวเรือน เพื่อบ้านใหม่ ชีวิตใหม่ ของคนในชุมชน พร้อมกับคืนคุณภาพชีวิตที่ดีและแข็งแรงยั่งยืน โดยในส่วนของพื้นที่ก่อนจะมาเป็นชุมชนบ่อฝรั่งนั้น บึงบางซื่อ นั้นเป็นแหล่งของ “ดินด า” ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตปูนซีเมนต์ของโรงงานบางซื่อ ซึ่งโรงงานปูนซีเมนต์ นั้นได้เริ่มขุดดินดำจากบึงบางซื่อเมื่อปี 2458 และได้เลิกใช้เมื่อปี 2511 ซึ่งภายหลังจากที่โรงงานปูนซีเมนต์ได้ เลิกขุดดินดำในพื้นที่แห่งนี้แล้ว ทำให้พื้นที่ในส่วนนี้กลายเป็นพื้นที่เกือบร้างแต่มีเพิงที่อยู่อาศัยของคนงานเก่าที่ เคยขุดดินดำอาศัยอยู่ ทำให้ทาง SCG ตระหนักถึงการนำพื้นที่ในส่วนนี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์แก่ผู้คนที่อาศัยอยู่ ในพื้นที่แห่งนี้ ซึ่งในการริเริ่มชุมชนบ่อฝรั่งนั้นก็ได้ความร่วมมือกับทั้งทางรัฐบาล และมหาลัย ที่เข้ามาช่วยใน การปรับปรุงและสร้างที่อยู่อาศัยให้กับคนในชุมชน ภายใต้พื้นที่ที่มีอยู่ประมาณ 61 ไร่ ของ SCG 2. หัวข้อและเนื้อหาสาระของการศึกษาดูงาน 2.1 การพัฒนาพื้นที่บึงบางซื่อ 2.1 การพัฒนาพื้นที่บึงบางซื่อ ชุมชนบึงบางซื่อ หรือ บ่อฝรั่ง เป็นโครงการที่ทาง SCG ได้คิดที่จะปรับเปลี่ยนสภาพแวดล้อมที่เสื่อม โทรมจากการที่มีคนงานเดิมของ SCG นั้นได้อยู่อาศัยหลังจากการเลิกขุดดินดำแล้ว ซึ่งทำให้เกิดเป็นชุมชน ใหญ่ที่สืบต่อกันมารุ่นต่อรุ่น รวมทั้งคนต่างถิ่นที่เข้ามาในเมือง ทำให้สภาพแวดล้อในส่วนตรงนั้นแออัด ด้วยการ อพยพข้ามาอาศัยแบบผิดกฎหมาย จึงทำให้ไม่สามารถที่จะเข้าถึงระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน เช่น น้ำประปา ไฟฟ้า การจัดการขยะ ได้ และยังส่งผลถึงปัญหาสังคมอื่นๆด้วย ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจ การศึกษา อาชีพ รวมถึง ปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ทรุดโทรมลงเรื่อยๆ โดยในพื้นที่ทั้งหมดประมาณเกือบ 61 ไร่นั้น ได้เป็นส่วนของบึงน้ำไปแล้วประมาณ 53 ไร่ ทำให้ส่วนที่ เหลือ 8 ไร่นั้นเป็นพื้นที่ดินที่สามารถอยู่อาศัยได้ ซึ่งพื้นที่อาศัยของผู้คนในชุมชนแต่ก่อนจะไม่มีทางเข้าออก เนื่องจากตัวชุมชนนั้นอยู่ใกล้กับทางรถไฟ และอยู่ใกล้กับใต้ทางด่วน ทำให้ก่อนที่จะเริ่มโครงการนั้นจึงต้องทำ เรื่องถึงการรถไฟ เพื่อขออนุญาตใช้พื้นที่ดินพัฒนาเป็นทางเข้าออก และซึ่งเมื่อทาง SCG ต้องการพัฒนาพื้นที่ ในส่วนนี้แล้วนั้น ทาง SCG ยังได้มอบพื้นที่ในส่วนนี้ให้กับกรมธนารักษ์ เพื่อเป็นการสร้างหลักประกันให้กับคน ในชุมชนว่าคนในชุมชนนั้นจะสามารถเข้ามาอยู่ในพื้นที่แห่งนี้ได้แน่นอนหลังจากที่ผ่านการปรับปรุงเสร็จ ซึ่ง ก่อนที่จะทำการสร้างที่อยู่ให้กับประชาชนในชุมชนพื้นที่นี้ได้นั้น ก็มีหลากหลายปัจจัยที่เป็นอุปสรรคต่อการ สร้าง เช่น การเดินสายไฟในชุมชน การเดินท่อประปา และการพัฒนาพื้นที่ริมคลองสำหรับอยู่อาศัย จึงทำให้


101 ทางโครงการนั้นต้องติดต่อกับทางภาครัฐในหลายภาคส่วน และต่อมาคือการจัดการด้านที่อยู่อาศัย ที่จำเป็น จะต้องอธิบายและหารือกับคนในชุมชนในเข้าใจ เพื่อจัดแจงที่อยู่ให้เหมาะสม และเพื่อการจัดการในเรื่องของ การทะเบียนบ้านของชุมชน ซึ่งเมื่อปี 2563 ทางโครงการก็ได้ส่งมอบ โครงการในระยะที่ 1 ไปเรียบร้อยแบบเต็มตัว คือทาวน์เฮ้าส์ 105 หลัง ซึ่งผู้คนที่อยู่เดิมก็สามารถเข้ามาอยู่ได้ผ่านการจัดแจงส่วนต่างๆก่อนเข้ามาอยู่ ซึ่งถ้าพูดกันตรงๆแล้ว บ้านในโครงการนี้เป็นเหมือนกับโครงการเอื้ออาทร ที่จะมีราคาไม่ได้สูงมากเอื้อกับผู้คนที่ต้องการมีบ้านแต่ รายได้น้อย อีก ซึ่งหลังจากที่ได้ส่งบ้านในโครงการระยะที่ 1 แล้ว ทางโครงการก็ได้มีการสร้างอาคารชุด 4 ชั้น เพิ่ม จำนวน 3 อาคาร สำหรับโครงการระยะที่ 2 รวม 133 ห้อง ที่พึ่งจะส่งมอบอาคารแล้วเสร็จเมื่อปี 2564 ซึ่งหลังจากที่ทางโครงการได้ส่งมอบที่อยู่อาศัยครบแล้ว ทางโครงการและทางอาจารย์มหาวิทยาลัยก็ได้ให้ คำปรึกษากับชาวบ้านในเรื่องของการผ่อนชำระที่อยู่อาศัยของชุมชนบึงบางซื่อว่า ให้ทางชุมชนนั้นจัดตั้ง “สหกรณ์ออมทรัพย์” ของชุมชน เพื่อที่จะได้นำเงินออมแต่ละก้อนมาลงทุนในการผ่อนชำระค่าบ้านกับทาง พอช. เพื่อสร้างการอดออมให้เป็นประจำให้กับผู้คนในชุมชน ซึ่งประโยชน์ที่ชาวบ้านจะได้จากการจัดตั้ง สหกรณ์ชุมชน คือ จะทำให้ทางชุมชนนั้นมีเงินกองกลางสำหรับการจัดกิจกรรมในชุมชน และง่ายต่อการผ่อน ชำระค่าบ้าน นอกจากนี้ ทางชุมชนยังได้มีการจัดตั้งผู้น าชุมชนขึ้นมาด้วย เพื่อเป็นตัวแทนในการประสานงานกับ หน่วยงานต่างๆ ให้กับผู้คนในชุมชน เป็นตัวหลักในการนำคนในชุมชนมาช่วยการพัฒนาที่อยู่อาศัยให้ดียิ่งขึ้น ช่วยกันหาวิธีสร้างรายได้ให้กับคนในชุมชน เป็นต้น ซึ่งภายหลังจากการส่งมอบโครงการครบแล้ว ทางชุมชน นั้นก็ได้มีการจัดทำสวนเกษตรอินทรีย์สำหรับชุมชน เพื่อเป็นการให้คนในชุมชนนั้นสามารถต่อยอดและสร้าง อาชีพของตนได้ และนอกจากนี้ทาง SCG มหาวิทยาลัย และทางภาครัฐนั้น ยังได้สนับสนุนการสร้างพื้นที่ สาธารณะให้กับบชุมชนอีกด้วย เช่น ลานอเนกประสงค์ในร่วม เครื่องออกกำลังกาย ลานเด็กเล่นของเด็กใน ชุมชน ซึ่งทำให้เห็นได้ว่าชุมชนบ่อฝรั่งนี้ สามารถเป็นต้นแบบให้กับที่อยู่อาศัยในชุมชนเมืองได้ หากได้รับความ ร่วมมือจากทางภาครัฐและภาคเอกชน และความร่วมมือจากประชาชนในพื้นที่ที่ต้องการที่อยู่อาศัยในแบบที่มี งบไม่มากนัก ซึ่งทางชาวบ้านที่ได้อยู่อาศัยในชุมชนบ่อฝรั่งแห่งนี้ มักจะพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “ขอบคุณทาง SCG มหาวิทยาลัยและภาครัฐ ที่เข้ามาช่วยท าให้พวกเรานั้นได้มีบ้านเป็นของตัวเองแบบคนเขา จากคนที่ มีบ้านที่สภาพไม่อาจจะเรียกว่าบ้านได้ และยังคงเปลี่ยนชีวิตจากหน้ามือเป็นหลังมือ ช่วยชี้แนวทางต่างๆ เพื่อให้ชีวิตความเป็นอยู่ของพวกเราดีขึ้น และยังขอขอบคุณ SCG ที่ได้มอบที่ตรงนี้ให้กับพวกเราได้อยู่ อาศัย”


102 ประมวลภากศึกษาดูงาน ณ ชุมชนบึงบางซื่อ


103


104


105


106


107


108


109 ภาพกิจกรรมพิธีปิดโครงการอบรม และมอบวุฒิบัตร หลักสูตรสถาปนิก ประเภทวิชาการ ระดับปฏิบัติการ / ระดับช านาญการ


110


111


112


113


114


115


116


117


118


119


120


121


122


123


124


125


126


127


128


129


130


131


132


133


134


135


136


137


138


139 สรุปแบบประเมินความพึงพอใจ หลักสูตรสถาปนิก ประเภทวิชาการ ระดับปฏิบัติการ / ระดับช านาญการ


140 สรุปแบบประเมินความพึงพอใจ โครงการอบรมหลักสูตรสถาปนิก ประเภทวิชาการ (ระดับปฏิบัติการ/ระดับช านาญการ) วันที่ 16 มกราคม – 2 กุมภาพันธ์ 2567 จ านวนผู้เข้าร่วมอบรม 43 คน จ านวนผู้ตอบแบบประเมินความพึงพอใจ 22 คน สถานภาพทั่วไป (ข้อมูลจากผู้กรอกแบบสอบถาม) เพศ ชาย จำนวน 17 คน หญิง จำนวน 5 คน อายุ ต่ำกว่า 20 ปี จำนวน 0 คน 20 – 30 ปี จำนวน 3 คน 31 – 40 ปี จำนวน 13 คน มากกว่า 40 ปี จำนวน 6 คน ระดับการศึกษา ม.3 จำนวน 0 คน ม.6 / ปวช. จำนวน 0 คน ปวส. จำนวน 0 คน ปริญญาตรี จำนวน 17 คน ปริญญาโท จำนวน 5 คน สูงกว่าปริญญาโท จำนวน 0 คน


141 ตารางแบบประเมินความพึงพอใจ โครงการอบรมหลักสูตรสถาปนิก ประเภทวิชาการ ระดับปฏิบัติการ / ระดับช านาญการ วันที่16 มกราคม – 2 กุมภาพันธ์ 2567 รายละเอียด ระดับความพึงพอใจ ค่าเฉลี่ย ร้อยละ ของ ความพึง พอใจ ระดับการ ประเมิน 5 4 3 2 1 1.ระยะเวลาจัดโครงการมีความ เหมาะสม 11 8 3 0 0 4.36 87.27 มาก 2.สถานที่จัดโครงการมีความ เหมาะสม 9 11 2 0 0 4.32 86.36 มาก 3.กิจกรรมนี้มีความน่าสนใจและ ดึงดูดให้เข้าร่วมกิจกรรม 10 8 3 1 0 4.23 84.55 มาก 4.ความรู้ความเข้าใจเพิ่มขึ้นจาก การเข้าร่วมโครงการนี้ 10 5 5 2 0 4.05 80.91 มาก 5.สามารถนำความรู้ที่ได้มา ประยุกต์และใช้ประโยชน์ในการ ทำงานและสามารถนำไปเทียบโอน เพื่อศึกษาต่อ ป.โท 10 6 4 2 0 4.09 81.82 มาก 6.ความพึงพอใจโดยรวมที่มีต่อ โครงการมีความเหมาะสม 10 9 3 0 0 4.32 86.36 มาก รวม 4.23 84.55 มาก


142 ข้อเสนอแนะ 1. กับข้าวอร่อย ที่พักสะอาด เจ้าหน้าที่ดูแลดี 2. อยากให้เน้นเรื่องของ สตง. ให้มากขึ้น 3. อยากให้จัดสอนโปรแกรมขั้นสูงเพิ่มขึ้น 4. อยากให้ทางสถาบัน ศึกษาสิ่งที่เกี่ยวข้องกับสถาปนิกมากกว่านี้ เพื่อจัดเตรียมเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับ วิชาชีพให้ดีกว่านี้ 5. ควรจัดการศึกษาดูงานในสโคปเดียวกับระบบ อปท. หรืองานด้านสถาปัตยกรรมโดยตรง ส่วนสำหรับ วิชาคอม ไม่ดีเลย เหมือนมาขายโปรแกรม 6. อยากให้เพิ่มเติมเรื่องทัศนศึกษา ,ตัวอย่างโครงการที่ถูกหน่วยงานตรวจสอบข้อมูล ,ข้อพิพาทเกี่ยวกับ การใช้งบประมาณอย่างไม่เหมาะสม 7. อยากให้จัดเป็นระบบ Onsite ทั้งหมด เพราะเวลาออนไลน์ที่ทำงานให้อบรมในสำนักงาน ไม่สามารถ เรียนรู้ได้อย่างเต็มที่ และในบางวิชาอยากให้มีข้อสอบวักระดับความรู้ก่อนเริ่มอบรมค่ะ 8. อยากให้สอนการใช้ SketchUp และ AutoCAD ขั้นสูง เช่น เคล็ดลับในการใช้งาน 9. อยากให้อาจารย์ทบทวนข้อสอบก่อนออกอีกครั้ง 10. อยากให้จัดอบรมนานกว่านี้ 11. อยากให้มีการจัดอบรมเป็นประจำ อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง 12. อยากให้เน้นระเบียบที่ปฏิบัติในงานราชการมากขึ้น 13. อยากให้เพิ่มการศึกษาดูงานที่ต่างจังหวัด เพราะจะเหมาะกับงานท้องถิ่นมากกว่า 14. หัวข้อวิชาที่เรียนไม่ค่อยสอดคล้องกับวิชาชีพ 15. ทุกหลักสูตรควรลดและกระชับเวลาเรียน 16. สถานที่จัดอบรมไม่ค่อยพร้อม เช่น วิชาที่ต้องใช้คอมพิวเตอร์ ไม่มีคอมให้ ภาพฉายขึ้นสไลด์จะดับทุก ครั้งที่แอร์ตัด จอสั่นมากมองนานๆแล้วเวียนหัว ไมโครโฟนวิทยากรพูดไปแล้วติดๆดับๆ 17. การเรียนการสอนควรปรับเนื้อหาในการเรียนการสอนใหม่เกือบทุกวิชา ให้เป็นลักษณะสอนคนทำงาน เนื่องจากหลายเรื่องจำเป็นที่ต้องรู้เพื่อใช้ในการทำงาน แต่ไม่มีเวลาศึกษากันเองมากพอ พอได้งานมา ก็มาทำผิดๆถูกๆ จึงอยากให้ใส่ใจในการเลือกวิทยากรมากกว่านี้ หากเป็นไปได้ อยากให้เชิญคนที่ ทำงานใน อปท. จริงๆ ที่มีประสบการณ์ในการทำงานและชำนาญในสายงานมาเล่าประสบการณ์ พูดคุยแลกเปลี่ยนการทำงานกันมากกว่า 18. สถานที่ศึกษาดูงาน ไม่ค่อยเกี่ยวกับงานของสถาปนิกในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเลย ถ้าเป็นไปได้ อยากให้พาไปดูในที่ที่ไม่มีโอกาสได้ดูของจริงในเชิงลึกมากกว่า


143 19. กำหนดการหลายๆอย่างไม่ชัดเจน และหลายอย่างมาเปลี่ยนกะทันหัน ทำให้สิ่งที่เตรียมไว้รวนหมด ต้องปรับใหม่ เช่น ตอนแรกแจ้งกำหนดการวันที่ 23 ม.ค. ช่วงบ่ายเป็นการลงทะเบียน ตอนหลังกลับ เปลี่ยนเป็นมีการปฐมนิเทศด้วย ฯลฯ ทางสถาบันควรจัดการให้ชัวร์ก่อนค่อยแจ้ง ไม่ควรเปลี่ยนไป เปลี่ยนมา 20. วิชา GIS กับพวกโปรแกรมที่ใช้คอม ไม่สามารถเรียนได้ภายใน 3 ชั่วโมง 21. เนื้อหาที่อบรม ควรมีการ Recheck เนื้อหาในหลักสูตรก่อนและสอบถามผู้เข้าอบรมก่อนว่ามีพื้นฐาน ภาพรวมก่อนจะอบรมเป็นอย่างไร จะได้ไม่ต้องทำให้เสียเวลาทั้งอาจารย์และผู้เข้าอบรม **********************************


Click to View FlipBook Version