แผนการจดั การเรียนรู้
ช่ือวชิ า ภาษาอังกฤษเทคโนโลยีอตุ สาหกรรม
(English for Industrial Technology)
รหสั วชิ า 30000 1206 ท–ป–น 3–0–3
หลักสตู รประกาศนียบัตรวิชาชพี ชัน้ สงู (ปวส.) พทุ ธศักราช 2563
หมวดวชิ าทกั ษะชีวิต
จัดทำโดย
นางสาวนชุ จนาท ภูทองพันธ์
ภาคเรยี นท่ี 2 ปีการศึกษา 2564
หมวดวิชาภาษาต่างประเทศ แผนกวชิ าสามัญ สัมพนั ธ์
วิทยาลัยเทคนิคระยอง
คำนำ
พระราชบญั ญตั ิการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ท่ีไดป้ ระกาศใชต้ ้งั แต่เดือนสิงหาคม 2542 เป็นตน้ มา
ไดเ้ นน้ ใหค้ รู-อาจารยแ์ ละผเู้ ก่ียวขอ้ งท้งั หลายจดั การเรียนการสอนโดยเนน้ ผเู้ รียนสาคญั ท่ีสุด ซ่ึง
กิจกรรมการเรียนการสอนท่ีจดั ควรมีลกั ษณะสาคญั ดงั น้ี
1. ผเู้ รียนไดเ้ รียนรู้จากการปฏิบตั ิจริง
2. ผเู้ รียนมีโอกาสเลือกเรียนรู้ในส่ิงท่ีตนถนดั และสนใจ
3. ผเู้ รียนไดม้ ีโอกาสแสวงหาความรู้และสร้างองคค์ วามรู้ดว้ ยตวั เอง
4. ผเู้ รียนไดม้ ีโอกาสที่จะนาความรู้ไปปฏิบตั ิใชจ้ ริงในชีวติ ประจาวนั
5. ผเู้ รียนมีส่วนร่วมในการประเมินผลการเรียนรู้ของตนเอง
ผสู้ อน ไดต้ ระหนกั ถึงกิจกรรมการเรียนรู้ เพอ่ื ใหส้ อดคลอ้ งกบั พระราชบญั ญตั ิการศึกษาแห่งชาติ ดว้ ย
การบรู ณาการคุณธรรม จริยธรรม คา่ นิยม และ คุณลกั ษณะอนั พึงประสงคไ์ วใ้ นรายวิชา และในการ
คิดกิจกรรมท่ีจะส่งเสริมการเรียนรู้ของนกั เรียนตามพระราชบญั ญตั ิการศึกษาแห่งชาติใหเ้ ป็น
รูปธรรมจึงไดจ้ ดั ทาสิ่งอานวยความสะดวกใหแ้ ก่ผเู้ รียนวชิ าภาษาองั กฤษเทคโนโลยอี ุตสาหกรรม
(English for Industrial Technology) รหสั วชิ า 30000-1206 (3-0-3)
ซ่ึงประกอบดว้ ย
• จุดประสงคร์ ายวชิ า สมรรถนะรายวิชา และคาอธิบายรายวชิ า
• ลกั ษณะรายวิชา
• ตารางวเิ คราะหห์ ลกั สูตร
• โครงการจดั การเรียนรู้
• แผนการจดั การเรียนรู้ท่ีบูรณาการคุณธรรม จริยธรรม คา่ นิยม และคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์
นุชจนาท ภทู องพนั ธ์
ผ้จู ัดทำ
สารบญั
หลกั สตู รรายวิชา
หนว่ ยการเรียน
ความสอดคล้องของหน่วยกับสมรรถนะรายวชิ า
ตารางวิเคราะห์หลกั สตู รรายวิชา
การวดั ผลและประเมินผล
โครงการจัดการเรยี นรู้
แผนการจัดการเรยี นรู้ทบ่ี ูรณาการคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม และคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์
แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี 1
แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ 2
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 3
แผนการจดั การเรียนร้ทู ี่ 4
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 5
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 6
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 7
แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี 8
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 9
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 10
แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 11
แผนการจดั การเรียนรูท้ ่ี 12
แผนการจดั การเรียนร้ทู ี่ 13
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 14
แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 15
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 16
แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ 17
แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 18
ภาคผนวก
ก ตวั อย่างแบบประเมินดว้ ยแฟ้มสะสมผลงาน (Portfolio)
ข ตวั อยา่ งแบบสังเกตพฤตกิ รรมการปฏบิ ัติงานรายบุคคล
ค ตวั อยา่ งแบบสังเกตพฤติกรรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกลุ่ม
ง ตวั อย่างแบบประเมินการนำเสนอผลงานรายบุคคล
จ ตวั อยา่ งแบบประเมินคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นยิ ม และคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์
ฉ ตัวอย่างแบบรวมคะแนนการประเมินคุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม
และคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์
ช ตวั อยา่ งแบบสรุปผลการประเมินคุณธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม และคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
ซ วิธกี ารใชแ้ บบประเมนิ คุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านยิ ม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์
รายการตรวจสอบและอนุญาตให้ใช้
เสนอ ผอู้ ำนวยกำรวทิ ยำลยั / รองผอู้ ำนวยกำรฝ่ำยวชิ ำกำร/ ผแู้ ทน……………………..……………
เพอ่ื ตรวจสอบและอนุญำตใหใ้ ชแ้ ผนกำรจดั กำรเรยี นรวู้ ชิ ำภาษาองั กฤษเทคโนโลยีอุตสาหกรรม
(English for Industrial Technology) รหสั วิชา 30000-1206 (3-0-3)
1.แผนกำรจดั กำรเรยี นรมู้ กี ำรวเิ ครำะหห์ ลกั สตู รรำยวชิ ำ เพอ่ื กำหนดหน่วยกำรเรยี นรทู้ ม่ี ่งุ เน้น
สมรรถนะอำชพี
☑ วเิ ครำะห/์ จดั ทำในแผนฯแลว้ ไมม่ /ี ไม่ไดว้ เิ ครำะหไ์ ว้
2.แผนกำรจดั กำรเรยี นรมู้ กี ำรบูรณำกำรคุณธรรม จรยิ ธรรม คำ่ นิยม คณุ ลกั ษณะทพ่ี งึ ประสงค์ และ
ปรชั ญำของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
☑ บรู ณำกำรแลว้ ไมไ่ ดบ้ ูรณำกำร
3.แผนกำรจดั กำรเรยี นรมู้ กี ำรกำหนดรปู แบบ/ วธิ กี ำรเรยี นรสู้ กู่ ำรปฏบิ ตั แิ ละกจิ กรรมกำรจดั กำรเรยี นรู้
ทห่ี ลำกหลำย
☑ กำหนดรปู แบบแลว้ ไม่ไดก้ ำหนดรปู แบบ
4.แผนกำรจดั กำรเรยี นรมู้ กี ำรกำหนดกำรใชส้ อ่ื เครอ่ื งมอื อุปกรณ์ และเทคโนโลยกี ำรจดั กำรเรยี นรทู้ ่ี
เหมำะสมและนำมำใชใ้ นกำรจดั กำรเรยี นกำรสอน
☑ กำหนดกำรใชส้ อ่ื ฯแลว้ ไม่ไดก้ ำหนดกำรใชส้ อ่ื ฯ
5.แผนกำรจดั กำรเรยี นรมู้ กี ำรกำหนดแนวทำงกำรวดั และประเมนิ ผลตำมสภำพจรงิ ดว้ ยรปู แบบ วธิ กี ำร
ทห่ี ลำกหลำย
☑ กำหนดแลว้ ไมไ่ ดก้ ำหนด
ลงชอ่ื ……………………………………
(นำงสำวนุชจนำท ภทู องพนั ธ์)
ครผู สู้ อน
ควรอนุญำตใหใ้ ชส้ อนได้ เหน็ ควรอนุญำตใหใ้ ชส้ อนได้
ควรปรบั ปรุงเก่ยี วกบั ควรปรบั ปรุงดงั เสนอ
อน่ื .............................................. อ่นื ๆ ..................................................
ลงชอ่ื ……………….………… ลงชอ่ื ………………….…………..
(........................................) (........................................)
หวั หน้ำแผนกวชิ ำ/ ผแู้ ทน
รองผอู้ ำนวยกำรฝ่ำยวชิ ำกำร/ ผแู้ ทน
............./.............../............... ............../................/...................
ช่อื วชิ า ภาษาอังกฤษเทคโนโลยอี ุตสาหกรรม รหัสวิชา 30000- 1206
ท–ป–น 3–0–3 จำนวนคาบสอน 3 คาบ/ สปั ดาห์ ระดบั ชนั้ ปวส.
……………………………………………………………………………………………………………………………….
จดุ ประสงค์รำยวิชำ
ปฐมนิเทศ
1.บอกจุดประสงค์รายวิชา สมรรถนะรายวิชา และคำอธิบายรายวิชาตามหลักสตู รฯ ได้
2.บอกแนวทางวัดผลและการประเมนิ ผลการเรียนร้ไู ด้
Careers
1. บอกชือ่ สาขางานอาชพี ช่างอตุ สาหกรรม
2. ศกึ ษาตัวอยา่ งการใช้ข้อมูลสว่ นตัวและสามารถให้ข้อมูลส่วนตวั ไดอ้ ย่างเหมาะสม
3. เขา้ ใจความหมายของคำศัพทจ์ ากการบรรยายรายละเอยี ดวิชาชพี
4. ใช้ประโยคเพ่ือต้ังคำถามถามผอู้ ่ืนวา่ ทำงานอะไรได้อยา่ งถูกต้อง
5. อา่ นเพ่อื ทำความเข้าใจประกาศรับสมคั รงาน, โฆษณารบั สมัครงาน
6. เรยี นรู้ด้วยตนเอง โดยมีหลักฐานการเรียนรู้ บันทกึ การเรยี นรู้ และการประเมินผล
ความก้าวหน้าของตนเอง รวมถึงการใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศ
สมรรถนะรำยวิชำ
1. แสดงความรเู้ กี่ยวกับการใช้ภาษาอังกฤษในงานเทคโนโลยีอตุ สาหกรรม
2. สนทนาในสถานการณ์งานอาชีพด้านอุตสาหกรรมตามมารยาทสังคม
3. พูดแสดงขั้นตอนการปฏบิ ัติงานชา่ งอุตสาหกรรม
5. เขยี นบันทึกและรายงานการปฏิบตั งิ านในงานชา่ งอตุ สาหกรรม
6. ใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศเพอ่ื พัฒนาทกั ษะภาษาอังกฤษในงานชา่ งอตุ สาหกรรม
คำอธิบำยรำยวิชำ
การศึกษาและปฏบิ ตั เิ กยี่ วกบั การฟงั พูด อ่าน เขยี นภาษาอังกฤษเกีย่ วกับเทคโนโลยีอตุ สาหกรรม
คำศัพท์เทคนิค การสนทนาในสถานการณ์งานอาชีพด้านอุตสาหกรรม การพูดแสดงขั้นตอนการปฏิบัติงานช่าง
อุตสาหกรรม การสาธิตและการนำเสนอ การอ่านข้อมูล เอกสาร คู่มือ กฎ ระเบียบ ข้อปฏิบัติ คำเตือน และข้อ
ห้ามเพื่อความปลอดภัย การเขียนบันทึก รายงานการปฏิบัติงาน ข้อความบนสื่อสังคมออนไลน์ และการใช้
เทคโนโลยีสารสนเทศเพือ่ พฒั นาทกั ษะภาษาองั กฤษในงานอตุ สาหกรรม
วชิ าชีพของช่างอุตสาหกรรมมักจะถูกแบ่งออกไปตามสาขาวิชาที่สถาบันการศึกษาเปดิ สอน หรือพูดอีก
นัยหนึ่งก็คือ สถาบันการศึกษาจะออกแบบหลักสูตรให้สอดคล้องกับประเภท ลักษณะของงานท่ีมีอยู่ใน
อตุ สาหกรรมและเม่ือสาํ เร็จการศกึ ษาได้เข้ามาอยู่ในชีวติ การทํางานจริง การโต้ตอบสอ่ื สารเกยี่ วกับงานอาชพี จะ
เปน็ หัวขอ้ ทเ่ี กดิ ขนึ้ อยเู่ ปน็ ปกติ
หน่วยการเรยี นรู้
ช่ือวิชา วิชาภาษาองั กฤษเทคโนโลยีอตุ สาหกรรม (English for Industrial Technology)ท.ป.น.3-0-3
รหัสวชิ า 30000-1206 (3-0-3) จำนวน 3 ชั่วโมง/ สัปดาห์ ระดบั ปวส.
หน่วย ชอ่ื หน่วย จำนวน ทมี่ า
ที่ ชวั่ โมง A B C D E F
1 Careers 3 ✓✓✓✓✓✓
3 ✓✓✓✓✓✓
2 Measurement 6 ✓✓✓✓✓✓
6 ✓✓✓✓✓✓
3 Descriptions 6 ✓✓✓✓✓✓
6 ✓✓✓✓✓✓
4 Parts 6 ✓✓✓✓✓✓
6 ✓✓✓✓✓✓
5 Materials 3 ✓✓✓✓✓✓
3 ✓✓✓✓✓✓
6 Specifications 6
54
7 Systems & Processes
8 Safety
9 Reports
10 Various Topics
การวดั ผล/ ประเมินผล (กลางภาค/ปลายภาค)
รวม
หมายเหตุ A = หลกั สตู รประกาศนียบัตรวชิ าชีพชั้นสงู พุทธศักราช 2563
B = กจิ กรรมส่งเสริมการเรียนรู้
C = แบบฝกึ หดั ท้ายหนว่ ย
D = ใบงานของแผนการสอน
E = เอกสารประกอบการสอน
F = หนังสอื เรียน วิชาภาษาองั กฤษเทคโนโลยอี ุตสาหกรรม สำนกั พิมพเ์ อมพนั ธ์
ความสอดคล้องของหนว่ ยกับสมรรถนะรายวิชา
ชอ่ื วิชา วิชาภาษาองั กฤษเทคโนโลยีอุตสาหกรรม (English for Industrial Technology) ท.ป.น.3-0-3
รหัสวชิ า 30000-1206 (3-0-3) จำนวน 3 ช่ัวโมง/สัปดาห์ ระดบั ปวส.
ความสอดคล้อง
หน่วย ชือ่ หน่วย ชัว่ โมง แสดงความ ู้รเ ี่กยว ักบการใช้ภาษา ัองกฤษใน
งานเทคโนโล ียอุตสาหกรรม
สนทนาในสถานการ ์ณงานอาชีพ ้ดาน
ุอตสาหกรรมตามมารยาท ัสงคม
ูพดแสดงขั้นตอนการปฏิ ับติงานช่าง
ุอตสาหกรรม
สรุปใจความสำคัญเ ื่รอง ่ีท ่อานเ ่ีกยว ักบ
เทคโนโล ียอุตสาหกรรมจาก ื่สอสิ่ง ิพมพ์และ
่ืสอออนไลน์
เ ีขยนบันทึกและรายงานการปฏิบั ิตงานใน
งานช่าง ุอตสาหกรรม
ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเ ื่พอ ัพฒนาทักษะ
ภาษา ัองกฤษในงานช่าง ุอตสาหกรรม
1 Careers 3 -
2 Measurement 3
3 Descriptions 6
4 Parts 6
5 Materials 6
6 Specifications 6
7 Systems & Processes 6
8 Safety 6
9 Reports 3
10 Various Topics 3 -
การวดั ผล/ ประเมินผล 6
รวม 54
การวัดผลและประเมนิ ผล
ชือ่ วิชา วิชาภาษาอังกฤษเทคโนโลยอี ตุ สาหกรรม (English for Industrial Technology) ท.ป.น.3-
0-3
รหัสวิชา 30000-1206 (3-0-3) จำนวน 3 ชั่วโมง/ สัปดาห์ ระดับ ปวส.
………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
1.การวดั ผล
-พุทธพิ สิ ยั 1) แบบฝึกหดั 20 %
2) ทดสอบหลงั เรยี น 10 %
3) วดั ผลสมั ฤทธิ์ 10 %
รวม 40 %
-ทกั ษะพสิ ยั 1) ใบงำน 10 %
-จติ พสิ ยั 2) วดั ผลสมั ฤทธิ์ 10 %
20 %
รวม 10 %
รวม 70 %
รวมทงั้ หมด
(คะแนนทดสอบก่อนเรยี นไวส้ ำหรบั เปรยี บเทยี บกบั คะแนนทดสอบหลงั เรยี น)
คะแนนระหว่างภาค/ปลายภาค 70 : 30
ระหว่ำงภำค 1) แบบฝึกหดั +ทดสอบหลงั เรยี น 30 %
2) สอบกลำงภำค 20 %
3) ใบงำน 10 %
4) จติ พสิ ยั 10 %
รวม 70 %
สอบปลำยภำค 30 %
รวม 100 %
2.การประเมินผล (อิงเกณฑ)์
80 – 100 คะแนน ไดผ้ ลกำรเรยี น 4.0 หมำยถงึ ผลกำรเรยี นอยใู่ นเกณฑด์ เี ยย่ี ม
75 – 79 คะแนน ไดผ้ ลกำรเรยี น 3.5 หมำยถงึ ผลกำรเรยี นอย่ใู นเกณฑด์ มี ำก
70 – 74 คะแนน ไดผ้ ลกำรเรยี น 3.0 หมำยถงึ ผลกำรเรยี นอย่ใู นเกณฑด์ ี
65 – 69 คะแนน ไดผ้ ลกำรเรยี น 2.5 หมำยถงึ ผลกำรเรยี นอย่ใู นเกณฑด์ พี อใช้
60 – 64 คะแนน ไดผ้ ลกำรเรยี น 2.0 หมำยถงึ ผลกำรเรยี นอยใู่ นเกณฑพ์ อใช้
55 – 59 คะแนน ไดผ้ ลกำรเรยี น 1.5 หมำยถงึ ผลกำรเรยี นอยใู่ นเกณฑอ์ ่อน
50 – 54 คะแนน ไดผ้ ลกำรเรยี น 1.0 หมำยถงึ ผลกำรเรยี นอยใู่ นเกณฑอ์ ่อนมำก
50 คะแนน ไดผ้ ลกำรเรยี น 0 หมำยถงึ ผลกำรเรยี นต่ำกวำ่ เกณฑข์ นั้ ต่ำ
ตารางวเิ คราะห์หลักสูตร
ชอ่ื วิชา วิชาภาษาองั กฤษเทคโนโลยอี ตุ สาหกรรม (English for Industrial Technology) ท.ป.น.3-
0-3
รหสั วชิ า 30000-1206 (3-0-3) จำนวน 3 ช่ัวโมง/สัปดาห์ ระดับ ปวส.
……………………………………………………………………………………………………………………………………
พทุ ธิพิสยั (40%)
ความ ้รู
พฤติกรรม ความเข้าใจ
การนาไปใ ้ช
ช่ือหน่วย การ ิวเคราะ ์ห
การสังเคราะ ์ห
1. Careers
2. Measurement รวม
3. Descriptions ทักษะ ิพสัย (20%)
4. Parts ิจต ิพสัย (10%)
5. Materials
6. Specifications รวม
7. Systems & Processes ลาดับความสาคัญ
8. Safety จานวนชั ่วโมง
9. Reports
10. Various Topics 1 - 1 -- 2 - 1 3 7 3
111- -3 - 1 4 8 3
สอบกลางภาค 111- -3 2 1 6 2 6
รวม 1-11-3 - 1 4 3 6
1-11-3 2 1 6 4 6
สอบปลายภาค 11-1-3 2 1 6 5 6
รวมท้ังหมด 111- -3 - 1 4 6 6
ลำดับความสำคัญ 111-14 3 1 7 1 6
-111-3 - 1 4 9 3
1 1 - 1 - 3 3 1 6 10 3
3 3 2 1 1 10 10 - 20 - 3
12 10 10 6 2 40 20 10 70 - 51
30 3
100 54
123
หมายเหตุ การสอบกลางภาคเรียน/ ปลายภาคเรยี นน้นั ข้ึนอย่กู บั สถานศึกษา หรือครูผูส้ อน
โครงการจัดการเรยี นรู้
ชอ่ื วิชา วิชาภาษาองั กฤษเทคโนโลยีอตุ สาหกรรม (English for Industrial Technology) ท.ป.น.3-
0-3
รหสั วชิ า 30000-1206 (3-0-3) จำนวน 3 ชัว่ โมง/สปั ดาห์ ระดบั ปวส.
สปั ดาหท์ ี่ หน่วย ช่วั โมง ช่อื หนว่ ย/สาระการเรยี นรู้ จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ ทฤษฏี ปฏบิ ตั ิ
ท่ี
0
1 1 1-3 ✓ปฐมนิเทศ 1.บอกจุดประสงค์รายวชิ า สมรรถนะรายวชิ า 3
1.จดุ ประสงคร์ ายวชิ า สมรรถนะรายวชิ า และคำอธิบายรายวิชาตามหลกั สตู รฯ ได้
และคำอธิบายรายวชิ า 2.บอกแนวทางวดั ผลและการประเมินผลการเรยี นรู้
2. แนวทางวดั ผลและการประเมินผลการเรยี นรู้ ได้
1. บอกช่ือสาขางานอาชพี ช่างอตุ สาหกรรม
✓ Careers 2. ศกึ ษาตัวอยา่ งการใชข้ อ้ มูลส่วนตัวและ
1. สาขาที่เรยี นและสาขางานอาชพี ชา่ ง สามารถใหข้ อ้ มูลส่วนตวั ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
อตุ สาหกรรม 3. เขา้ ใจความหมายของคำศพั ท์จากการบรรยาย
2. การใหข้ ้อมูลสว่ นตัว รายละเอยี ดวชิ าชพี
3. คำศัพทจ์ ากการบรรยายรายละเอยี ดวชิ าชีพ 4. สามารถใชป้ ระโยคเพอื่ ตง้ั คำถามถามผู้อื่นว่า
4. การถามผู้อน่ื วา่ ทำงานอะไร ทำงานอะไรไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง
5. ประกาศรบั สมคั รงาน, โฆษณารับสมัครงาน 6. 5. สามารถอา่ นเพื่อทำความเขา้ ใจประกาศรับ
การแสดงหลกั ฐานการเรยี นรู้ดว้ ยตนเอง และการ สมคั รงาน, โฆษณารบั สมคั รงาน
ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศสบื ค้นและฝีกฝนการใช้ 6. สามารถเรียนรดู้ ว้ ยตนเอง โดยมีหลกั ฐานการ
ภาษาองั กฤษ เรียนรู้ บนั ทึกการเรยี นรู้ และการประเมนิ ผล
ความก้าวหน้าของตนเอง รวมถงึ การใช้
เทคโนโลยีสารสนเทศ
2 2 4-6 Measurement 1. เขา้ ใจเกย่ี วกบั ประเภทของการวัดความยาว 3 0
1. การวดั ความยาว 2. สามารถจับใจความบทสนทนาเรื่องการตกแตง่
2. การสนทนาเร่อื งการตกแต่งและเตรยี มตวั กอ่ น และเตรยี มตวั กอ่ นซอื้ เฟอร์นิเจอรใ์ หม่
ซ้ือเฟอร์นเิ จอร์ใหม่ 3. รจู้ ักและเข้าใจความแตกตา่ งของการสะกด
3. การสะกดหนว่ ยวัดในแบบองั กฤษและอเมริกา หน่วยวัดในแบบอังกฤษและอเมรกิ ัน
4. การบอกความกวา้ ง ความยาว ความสงู ความ 4. สามารถใช้โครงสรา้ งประโยคเพือ่ บอกความ
หนา และความลึก กวา้ ง ความยาว ความสงู ความหนาและความลึก
5. ข้อมูลเกย่ี วกบั อนุสาวรีย์เทพเี สรภี าพ 5. สามารถอา่ นเพอ่ื ทำความเข้าใจข้อมูลเกย่ี วกบั
6. การแสดงหลกั ฐานการเรียนรดู้ ว้ ยตนเอง และ อนสุ าวรียเ์ ทพเี สรภี าพ
การใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศสืบคน้ และฝึกฝนการ 6. สามารถเรยี นรดู้ ว้ ยตนเอง โดยมหี ลกั ฐานการ
ใชภ้ าษาอังกฤษ เรียนรู้ บนั ทกึ การเรียนรแู้ ละการประเมนิ ผล
ความกา้ วหน้า ของตนเอง รวมถงึ การใช้
เทคโนโลยสี ารสนเทศ
3 3 7-9 Descriptions (1) 1. สามารถอธบิ าย ถามตอบ รายละเอียดเก่ียวกบั 6 0
0
1. การอธบิ ายขนาด (แบบมเี บอร์) รปู รา่ ง และสี ขนาด รปู รา่ งและสี
2. การสนทนาเรอ่ื งเครื่องมอื วดั ทางไฟฟ้า 2. สามารถจบั ใจความบทสนทนาเรื่องเคร่ืองมือ
3. คำศพั ทเ์ กี่ยวกับเครื่องมือชา่ งพื้นฐาน วดั ทางไฟฟา้
3. เขา้ ใจความหมายของคำศัพท์เก่ียวกับ
เคร่อื งมือชา่ งพืน้ ฐาน
4. การถามตอบเกย่ี วกับวตั ถปุ ระสงคใ์ นการใช้ 4. สามารถใชป้ ระโยคเพื่อการถามตอบเก่ียวกับ
งาน วตั ถุประสงค์ในการใช้
5. ความแตกตา่ งระหวา่ งเล่อื ยสองชนดิ 5. สามารถอา่ นเพอ่ื ทำความเขา้ ใจความแตกตา่ ง
6. การแสดงหลักฐานการเรยี นรดู้ ว้ ยตนเอง และ ระหวา่ งเลือ่ ยสองชนิด
การใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศสืบค้นและฝึกฝนการ 6. สามารถเรียนรดู้ ว้ ยตนเอง โดยมหี ลกั ฐานการ
ใชภ้ าษาองั กฤษ เรียนรบู้ นั ทกึ การเรยี นรู้ และการประเมินผล
4 3 10-12 Descriptions (2) ความก้าวหน้า ของตนเอง รวมถึงการใช้
1. การอธบิ ายขนาด (แบบมเี บอร)์ รปู รา่ ง และสี เทคโนโลยสี ารสนเทศ
2. การสนทนาเรื่องเครือ่ งมอื วดั ทางไฟฟ้า
3. คำศพั ทเ์ กยี่ วกบั เคร่อื งมอื ชา่ งพื้นฐาน
4. การถามตอบเกี่ยวกับวตั ถปุ ระสงค์ในการใช้
งาน
5. ความแตกตา่ งระหวา่ งเลื่อยสองชนดิ
6. การแสดงหลักฐานการเรียนรดู้ ้วยตนเอง และ
การใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศสืบค้นและฝึกฝนการ
ใชภ้ าษาองั กฤษ
5 4 13-15 Parts (1) 1. รจู้ กั ศัพทเ์ ทคนคิ ท่ใี ช้เรยี กสว่ นประกอบของ 6
1. ส่วนตา่ ง ๆ ของจักรยาน จักรยาน
2. การสนทนาเรื่องยางรวั่ ยางแบน 2. สามารถจบั ใจความบทสนทนาเร่อื งเหตกุ ารณ์
3. คําศพั ทเ์ กยี่ วกับส่วนต่าง ๆ ของรถยนต์4. การ ยางรวั่ ยางแบน
ตง้ั คาํ ถามเม่ือไม่ทราบชือ่ ของส่ิงของหน่ึงๆ 3. เข้าใจความหมายของคําศพั ทเ์ กย่ี วกับส่วนตา่ ง
5. หลอดเรืองแสงหรือหลอดฟลูออเรสเซนต์ ๆ ของรถยนต์
6. การแสดงหลักฐานการเรยี นรดู้ ว้ ยตนเอง และ 4. สามารถใชป้ ระโยคเพอ่ื ตั้งคาํ ถามเมอื่ ไม่ทราบ
การใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศสืบคน้ และฝึกฝนการ ช่อื ของสง่ิ ของหนง่ึ ๆ
ใชภ้ าษาอังกฤษ 5. สามารถอา่ นเพือ่ ทาํ ความเข้าใจส่วนประกอบ
6 4 16-18 Parts (2) ของหลอดเรืองแสง หรอื หลอดฟลอู อเรสเซนต์
1. ส่วนตา่ ง ๆ ของจักรยาน 6. สามารถเรียนรดู้ ว้ ยตนเอง โดยมหี ลกั ฐานการ
2. การสนทนาเร่ืองยางรวั่ ยางแบน เรียนรู้ บันทกึ การเรียนรู้ และการประเมินผล
3. คําศพั ท์เกยี่ วกบั สว่ นตา่ ง ๆ ของรถยนต์ ความกา้ วหนา้ ของตนเอง รวมถงึ การใช้
4. การตั้งคาํ ถามเมอ่ื ไมท่ ราบชื่อของสง่ิ ของหนึ่งๆ เทคโนโลยสี ารสนเทศ
5. หลอดเรืองแสงหรือหลอดฟลูออเรสเซนต์
6. การแสดงหลกั ฐานการเรยี นรดู้ ว้ ยตนเอง และ
การใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศสบื ค้นและฝึกฝนการ
ใช้ภาษาอังกฤษ
7 5 19-21 Materials (1) 1. สามารถเรียนรูค้ ําศพั ท์ในเรือ่ งชนิดของวสั ดุ 6 0
1. ชนดิ ของวสั ดุ 2. สามารถจับใจความบทสนทนาทถี่ ามตอบเรอื่ ง 0
0
2. โลหะผสมหรืออลั ลอยด์ ของ โลหะผสม หรืออัลลอยด์
3. คำคุณศัพท์อธบิ ายสมบตั ขิ องวัสดุ 3. เข้าใจความหมายของคาํ ศัพท์เกยี่ วกบั สมบตั ิ
4. ประโยคเพอื่ บอกวา่ ทำจากวัสดชุ นดิ ใด ของวสั ดุ
5. สะพานสร้างจากวัสดอุ ะไร จากอดตี จนถึง 4. สามารถใชป้ ระโยคเพ่ือบอกวา่ ทําจากวัสดุชนดิ
ปัจจบุ ัน ใด
6. การแสดงหลักฐานการเรียนรดู้ ้วยตนเอง และ 5. สามารถอ่านเพ่ือทําความเขา้ ใจเรือ่ งราวของ
การใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศสบื ค้นและฝึกฝนการ วัสดุท่ีใชส้ รา้ งสะพาน
ใช้ภาษาองั กฤษ 6. สามารถเรียนรดู้ ว้ ยตนเอง โดยมีหลกั ฐานการ
8 5 22-24 Materials (2) เรยี นรู้ บันทกึ การเรยี นรแู้ ละการประเมนิ ผล
1. ชนิดของวสั ดุ ความก้าวหนา้ ของตนเอง รวมถึงการใช้
2. โลหะผสมหรอื อัลลอยด์ เทคโนโลยสี ารสนเทศ
3. คำคุณศพั ท์อธบิ ายสมบตั ิของวัสดุ
4. ประโยคเพือ่ บอกว่าทำจากวสั ดุชนดิ ใด
5. สะพานสรา้ งจากวัสดุอะไร จากอดตี จนถึง
ปจั จุบัน
6. การแสดงหลักฐานการเรียนรดู้ ้วยตนเอง และ
การใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศสบื ค้นและฝกึ ฝนการ
ใช้ภาษาอังกฤษ
9 - 25-27 สอบกลางภาคเรยี น 3
10 6 28-30 Specifications (1) 1. สามารถเรียนรูส้ ว่ นประกอบและขอ้ มูลทาง 6
1.สว่ นประกอบและขอ้ มลู ทางเทคนิคของสะพาน เทคนคิ ของสะพานขึง
ขงึ 2. สามารถจับใจความบทสนทนาเกย่ี วกับ
2. โทรศัพทม์ อื ถือท่ีมคี วามสามารถใชง้ าน โทรศพั ท์มือถือไอโฟน
อนิ เตอรเ์ น็ตและมัลติมีเดีย 3. เขา้ ใจความหมายของคาํ ศัพท์ทีพ่ บในข้อมลู
3. คำศัพทท์ ่พี บในขอ้ มูลทางเทคนิคของรถยนต์ ทางเทคนคิ ของรถยนต์
4. โครงสร้างประโยคทปี่ ระธานเป็นผ้ถู กู กระทำ 4. สามารถใชป้ ระโยคโครงสรา้ งประโยคที่
5. ขอ้ มลู ทางเทคนิคของผลิตภณั ฑ์ สนิ คา้ ประธาน
6. การแสดงหลักฐานการเรยี นรดู้ ว้ ยตนเอง และ เป็นผูถ้ ูกกระทํา
การใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศสืบคน้ และฝึกฝนการ 5. สามารถอ่านเพือ่ ทําความเข้าใจเร่อื งราวของ
ใชภ้ าษาอังกฤษ ขอ้ มูลทางเทคนิคของผลติ ภัณฑส์ นิ ค้า
11 6 31-33 Specifications (2) 6. สามารถเรยี นรดู้ ้วยตนเอง โดยมหี ลกั ฐานการ
1.สว่ นประกอบและข้อมลู ทางเทคนคิ ของสะพาน เรยี นรู้บันทึกการเรยี นรู้ และการประเมินผล
ขึง ความกา้ วหนา้ ของตนเอง รวมถงึ การใช้
2. โทรศัพท์มอื ถือท่ีมคี วามสามารถใชง้ าน เทคโนโลยีสารสนเทศ
อินเตอร์เน็ตและมัลตมิ ีเดยี
3. คำศัพทท์ พ่ี บในขอ้ มูลทางเทคนิคของรถยนต์
4. โครงสรา้ งประโยคทป่ี ระธานเปน็ ผถู้ ูกกระทำ
5. ข้อมูลทางเทคนิคของผลิตภณั ฑ์ สนิ ค้า
6. การแสดงหลักฐานการเรยี นรดู้ ว้ ยตนเอง และ
การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศสบื ค้นและฝกึ ฝนการ
ใช้ภาษาอังกฤษ
12 7 34-36 System & Processes (1) 1. ศึกษาตัวอย่างการใชภ้ าษาองั กฤษเพอ่ื อธบิ าย 6 0
0
1. ระบบการระบายความรอ้ นของเครอ่ื งยนต์ ระบบการระบายความรอ้ นของเครื่องยนต์
2. การสนทนาเรอื่ งปญั หาของเคร่อื งยนต์ 2. สามารถจับใจความบทสนทนาเร่ืองปญั หาของ
3. คาํ กรยิ าวลแี ละกล่มุ คาํ กรยิ าทชี่ า่ งอุตสาหกรรม เครื่องยนต์
ควรทราบ 3. เข้าใจความหมายของคํากริยาวลแี ละกลมุ่ คาํ
4. คาํ ทใ่ี ช้ในการแสดงลําดบั กริยาท่ีชา่ งอตุ สาหกรรมควรทราบ
5. กระบวนการผลติ แก้ว 4. สามารถใชภ้ าษาและคําท่ีใช้ในการแสดงลาํ ดบั
6. การแสดงหลักฐานการเรียนรดู้ ว้ ยตนเอง และ 5. สามารถอ่านเพือ่ ทําความเขา้ ใจกระบวนการ
การใช้ เทคโนโลยสี ารสนเทศสบื คน้ และฝกึ ฝนการ ผลติ แกว้
ใช้ภาษาอังกฤษ 6. สามารถเรยี นรดู้ ้วยตนเอง โดยมหี ลกั ฐานการ
เรียนรู้ บันทึกการเรียนรู้ และการประเมินผล
13 7 37-39 System & Processes (2) ความกา้ วหน้า ของตนเอง รวมถงึ การใช้
1. ระบบการระบายความร้อนของเครอ่ื งยนต์ เทคโนโลยสี ารสนเทศ
2. การสนทนาเรื่องปญั หาของเครือ่ งยนต์
3. คาํ กริยาวลแี ละกลมุ่ คํากรยิ าทช่ี า่ งอตุ สาหกรรม
ควรทราบ
4. คาํ ทใี่ ชใ้ นการแสดงลาํ ดบั
5. กระบวนการผลติ แก้ว
6. การแสดงหลกั ฐานการเรยี นรดู้ ้วยตนเอง และ
การใช้ เทคโนโลยีสารสนเทศสบื ค้นและฝกึ ฝนการ
ใชภ้ าษาองั กฤษ
14 8 40-42 Safety (1) 1. เขา้ ใจปา้ ยสญั ลักษณเ์ ตอื นเร่อื งกฎระเบยี บ 6
1. ป้าย สญั ลักษณ์เตือนเรือ่ งกฎระเบยี บ ข้อ ขอ้ ปฏบิ ัติ และข้อห้ามในงานชา่ งอุตสาหกรรม
ปฏิบตั ิและ ขอ้ หา้ มในงานช่างอตุ สาหกรรม 2. สามารถจับใจความบทสนทนาเรื่องความ
2. การสนทนาเร่อื งปญั หาความปลอดภยั ในการ ปลอดภยั ในการทํางาน
ทาํ งาน 3. เข้าใจความหมายของคาํ ศพั ท์เกีย่ วกับอุปกรณ์
3. คาํ ศัพทเ์ กยี่ วกับอปุ กรณป์ ้องกนั ด้านความ ปอ้ งกนั ดา้ นความปลอดภยั ของชา่ งอุตสาหกรรม
ปลอดภยั ของชา่ งอุตสาหกรรม 4. สามารถใช้คาํ กรยิ าช่วย ทบ่ี อกถงึ สง่ิ ที่ควรทํา
4. คํากริยาชว่ ยทบี่ อกถึงสง่ิ ท่ีควรทาํ ตอ้ งทาํ ต้องทําจาํ เปน็ ต้องทาํ ในเร่ืองความปลอดภัย
จาํ เป็นต้องทาํ ในเร่ืองความปลอดภยั 5. สามารถอ่านเพ่ือทาํ ความเขา้ ใจข้อผดิ พลาด
5. ข้อผิดพลาดและความไมป่ ลอดภยั ในการ และ ความไมป่ ลอดภัยในการทํางาน
ทํางาน 6. สามารถเรียนรดู้ ว้ ยตนเอง โดยมีหลกั ฐานการ
6. การแสดงหลกั ฐานการเรยี นรดู้ ว้ ยตนเองและ เรยี นรู้ บันทกึ การเรียนรู้ และการประเมนิ ผล
การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศสืบค้นและ ความก้าวหน้าของตนเอง รวมถงึ การใช้
เทคโนโลยีสารสนเทศ
Safety (1)
ฝึกฝนการใชภ้ าษาอังกฤษ
15 8 43-45 Safety (2)
1. ปา้ ย สญั ลักษณเ์ ตือนเรื่องกฎระเบยี บ ขอ้
ปฏิบตั ิและ ข้อหา้ มในงานช่างอุตสาหกรรม
2. การสนทนาเร่ืองปญั หาความปลอดภยั ในการ
ทํางาน
3. คาํ ศัพท์เกย่ี วกับอุปกรณป์ อ้ งกันด้านความ
ปลอดภยั ของชา่ งอตุ สาหกรรม
4. คาํ กริยาชว่ ยทบ่ี อกถงึ สิ่งที่ควรทาํ ตอ้ งทาํ
จาํ เป็นตอ้ งทาํ ในเร่ืองความปลอดภยั
5. ขอ้ ผดิ พลาดและความไมป่ ลอดภยั ในการ
ทาํ งาน
6. การแสดงหลักฐานการเรยี นรดู้ ว้ ยตนเองและ
การใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศสืบค้นและฝึกฝนการ
ใชภ้ าษาอังกฤษ
16 9 46-48 Reports 1. บอกประเภทของการวดั ความยาว 3 0
0
1. ใบสงั่ งาน ใบแจ้งงาน ใบรบั งาน 2. สามารถจับใจความบทสนทนาเรอ่ื งการ
2. การสอบเทยี บเครือ่ งมือวดั ให้บรกิ ารลูกค้าเกีย่ วกับการสอบเทยี บเครอ่ื งมือ
3. บนั ทึกย่อภายในองคก์ รเพ่อื แจ้งเรอื่ งการ วัด
บํารงุ รกั ษาเคร่อื งจักร 3. รู้จักและเข้าใจคาํ ศัพทท์ ีเ่ กยี่ วกบั บันทกึ ย่อ
4. โครงสร้างของการเขยี นรายงาน ภายในองคก์ ร เพือ่ แจ้งเร่อื งการบาํ รงุ รกั ษา
5. รายงานความปลอดภยั ประจาํ เดอื น เคร่อื งจักร
6. การแสดงหลักฐานการเรยี นรดู้ ว้ ยตนเอง และ 4. เขา้ ใจโครงสร้างของรายงานและสามารถแบ่ง
การใช้ เทคโนโลยสี ารสนเทศสบื คน้ และฝึกฝนการ เน้อื หาของรายงานออกเปน็ ส่วนๆ ตามโครงสร้าง
ใช้ภาษาองั กฤษ ท่ีได้เรยี นไป
5. สามารถอ่านเพอ่ื ทําความเข้าใจขอ้ มูลจาก
รายงาน ความปลอดภยั ประจาํ เดอื น
6. สามารถเรยี นรดู้ ว้ ยตนเอง โดยมหี ลกั ฐานการ
เรยี นรู้ บนั ทึกการเรยี นรู้ และการประเมินผล
ความก้าวหน้า ของตนเอง รวมถงึ การใช้
เทคโนโลยสี ารสนเทศ
17 10 49-51 Various Topics 1. เรียนรลู้ ักษณะของคมู่ ือการปฏบิ ัตงิ านและการ 3
1. คมู่ อื การปฏบิ ตั งิ านและการแก้ไขปญั หา แกไ้ ขปญั หา
2. การจดั การกับขอ้ ร้องเรียนของลกู คา้ 2. สามารถจับใจความบทสนทนาเรื่องการสง่ ชา่ ง
3. การผลติ เปน็ จํานวนมาก เทคนิคไปแก้ไขปญั หาใหล้ กู คา้
4. การนาํ เสนองาน 3. รจู้ ักและเข้าใจคาํ ศพั ท์เทคนิควา่ ดว้ ยเรื่องของ
5. การออกแบบทางอตุ สาหกรรม การผลติ เป็นจํานวนมาก
6. การแสดงหลักฐานการเรียนรดู้ ว้ ยตนเอง และ 4. ร้จู กั หลักการการนําเสนองาน
การใช้ เทคโนโลยสี ารสนเทศสบื ค้นและฝกึ ฝนการ 5. สามารถอา่ นเพือ่ ทําความเขา้ ใจเรื่องราว
ใช้ภาษาอังกฤษ เกีย่ วกบั การออกแบบ ทางอตุ สาหกรรม
6. สามารถเรยี นรดู้ ว้ ยตนเอง โดยมหี ลกั ฐานการ
สัปดาหท์ ่ี หน่วย ช่วั โมง ช่ือหนว่ ย/สาระการเรยี นรู้ จุดประสงค์การเรียนรู้ ทฤษฏี ปฏบิ ตั ิ
ที่
เรยี นรู้ บนั ทึกการเรียนรู้ และการประเมินผล
ความกา้ วหน้า ของตนเอง รวมถงึ การใช้
เทคโนโลยีสารสนเทศ
18 - ทบทวน/ สอบปลายภาคเรียน 30
รวม 54 0
รวมท้ังสิน้ 54
หมายเหตุ กำหนดการสอนที่บรู ณาการคุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านยิ ม และคุณลักษณะอนั พึงประสงคน์ ้ี จดั ทำขึ้น
เพื่อเป็นแนวทางให้กับครผู ู้สอนในการจดั การเรียนการสอนเทา่ นัน้ สามารถเปล่ียนแปลงได้ขึ้นอยู่กับผูส้ อน และ
สถานศึกษาทจ่ี ะนำไปประยกุ ต์ใชเ้ ป็นสำคญั
แผนการจัดการเรยี นรแู้ บบบรู ณาการท่ี 1 หนว่ ยที่ 1
รหัส 30000-1206 (3-0-3) ภาษาอังกฤษเทคโนโลยอี ุตสาหกรรม
(English for Industrial Technology)(3-0-3) สอนคร้งั ท่ี 1 (1-
3)
ชอื่ หน่วย/เร่อื ง ปฐมนิเทศ/ Careers จำนวน 3 ชั่วโมง
………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
สาระสำคญั
การศึกษาและปฏิบัติเกย่ี วกับการฟงั พดู อ่าน เขียนภาษาองั กฤษเก่ยี วกับเทคโนโลยีอุตสาหกรรม
คำศัพท์เทคนิค การสนทนาในสถานการณ์งานอาชีพด้านอุตสาหกรรม การพูดแสดงข้ันตอนการปฏิบัติงานช่าง
อุตสาหกรรม การสาธิตและการนำเสนอ การอ่านข้อมูล เอกสาร คู่มือ กฎ ระเบียบ ข้อปฏิบัติ คำเตือน และข้อ
ห้ามเพ่ือความปลอดภัย การเขียนบันทึก รายงานการปฏิบัติงาน ข้อความบนสื่อสังคมออนไลน์ และการใช้
เทคโนโลยีสารสนเทศเพ่ือพัฒนาทักษะภาษาองั กฤษในงานอตุ สาหกรรม
วชิ าชีพของช่างอุตสาหกรรมมักจะถกู แบ่งออกไปตามสาขาวิชาท่ีสถาบันการศึกษาเปิดสอน หรอื พดู อีก
นัยหน่ึงก็คือ สถาบันการศึกษาจะออกแบบหลักสูตรให้สอดคล้องกับประเภท ลั กษณะของงานที่มีอยู่ใน
อตุ สาหกรรมและเมอ่ื สําเรจ็ การศึกษาได้เข้ามาอยใู่ นชีวิตการทาํ งานจริง การโตต้ อบสื่อสารเกี่ยวกบั งานอาชพี จะ
เปน็ หัวขอ้ ทเ่ี กดิ ขึน้ อยเู่ ปน็ ปกติ
สมรรถนะประจำหนว่ ย
1. แสดงความรู้เกี่ยวกับการใช้ภาษาองั กฤษในงานเทคโนโลยีอุตสาหกรรม
2. สนทนาในสถานการณง์ านอาชีพด้านอุตสาหกรรมตามมารยาทสังคม
3. พูดแสดงข้ันตอนการปฏิบัติงานชา่ งอุตสาหกรรม
5. เขียนบนั ทึกและรายงานการปฏิบตั งิ านในงานช่างอุตสาหกรรม
6. ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพ่ือพัฒนาทกั ษะภาษาอังกฤษในงานช่างอุตสาหกรรม
จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
ปฐมนิเทศ
1.บอกจดุ ประสงคร์ ายวิชา สมรรถนะรายวิชา และคำอธิบายรายวิชาตามหลักสตู รฯ ได้
2.บอกแนวทางวัดผลและการประเมนิ ผลการเรยี นรู้ได้
Careers
1. บอกช่อื สาขางานอาชีพช่างอตุ สาหกรรม
2. ศกึ ษาตวั อยา่ งการใช้ขอ้ มูลสว่ นตัวและสามารถใหข้ ้อมูลส่วนตวั ได้อย่างเหมาะสม
3. เข้าใจความหมายของคำศัพท์จากการบรรยายรายละเอยี ดวิชาชีพ
4. ใช้ประโยคเพื่อตัง้ คำถามถามผอู้ ่นื วา่ ทำงานอะไรไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง
5. อา่ นเพอ่ื ทำความเข้าใจประกาศรบั สมคั รงาน, โฆษณารบั สมัครงาน
6. เรียนร้ดู ว้ ยตนเอง โดยมีหลกั ฐานการเรียนรู้ บนั ทกึ การเรียนรู้ และการประเมนิ ผล
ความกา้ วหนา้ ของตนเอง รวมถึงการใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศ
คณุ ลกั ษณะทีพ่ ึงประสงค์
มกี ารพัฒนาคุณธรรม จริยธรรม คา่ นยิ ม และคุณลักษณะอนั พึงประสงค์ของผ้สู ำเร็จการศกึ ษา
สำนกั งานคณะกรรมการการอาชวี ศึกษา ทคี่ รูสามารถสังเกตไดข้ ณะทำการสอนในเร่อื ง
1. ความมีมนุษยสัมพันธ์
2. ความมวี นิ ัย
3. ความรับผดิ ชอบ
4. ความซอ่ื สัตย์สุจริต
5. ความเช่ือมั่นในตนเอง
6. การประหยดั
7. ความสนใจใฝร่ ู้
8. การละเว้นสง่ิ เสพติดและการพนัน
9. ความรักสามัคคี
10. ความกตัญญูกตเวที
สาระการเรียนรู้
ปฐมนเิ ทศ
1. จุดประสงคร์ ายวิชา สมรรถนะรายวิชา และคำอธบิ ายรายวชิ าตามหลักสูตรฯ ได้
2. แนวทางวดั ผลและการประเมินผลการเรยี นรูไ้ ด้
Careers
1. ชื่อสาขางานอาชพี ชา่ งอุตสาหกรรม
2. ตวั อยา่ งการใช้ขอ้ มลู ส่วนตัวและสามารถให้ข้อมลู ส่วนตัวไดอ้ ย่างเหมาะสม
3. ความหมายของคำศัพท์จากการบรรยายรายละเอียดวิชาชพี
4. การใช้ประโยคเพ่อื ต้ังคำถามถามผู้อ่ืนว่าทำงานอะไรไดอ้ ยา่ งถกู ต้อง
5. การอ่านเพื่อทำความเขา้ ใจประกาศรบั สมคั รงาน, โฆษณารบั สมคั รงาน
6. การเรียนรดู้ ว้ ยตนเอง โดยมหี ลักฐานการเรียนรู้ บนั ทึกการเรยี นรู้ และการประเมินผล
ความกา้ วหนา้ ของตนเอง รวมถึงการใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศ
กิจกรรมการเรยี นรู้
ขัน้ นำเขา้ ส่บู ทเรยี น
1.ครูผสู้ อนแนะนำจดุ ประสงคท์ ผ่ี เู้ รยี นจะไดจ้ ากหลักสตู ร โดยกำหนดใหผ้ ู้เรียนทกุ คนต้องมคี วามรู้
ความเขา้ ใจเก่ียวกับการใชภ้ าษาองั กฤษที่จำเป็นต่อช่างอุตสาหกรรม โดยเฉพาะในส่วนของงานเทคโนโลยี
ทางด้านอตุ สาหกรรม
2.ครผู เู้ รยี นยกตวั อย่างอาชพี ที่เก่ียวกับช่างอุตสาหกรรม
3.ครยู กตัวอยา่ งอาชีพท่ีเก่ียวกับชา่ งอตุ สาหกรรมเพ่ิมเติม และอธบิ ายคำวา่ “Field of study or
areas
of specif ication” คอื สาขาทเี่ รียนหรือที่จบการศกึ ษามา ซึง่ ในปจั จุบันมีอยเู่ ปน็ จํานวนมาก มีทงั้ ท่ี
general (ไม่เฉพาะเจาะจง) และ specific (เฉพาะเจาะจง)
4.ครใู ห้ผ้เู รียนฟังคำศัพทใ์ น Starting Up Practice A หนา้ 2 แล้วออกเสียงตาม
5.ครบู อกความหมายคำศพั ท์แตล่ ะอาชีพ
6.ครูใหผ้ เู้ รยี นช่วยกนั ทำ Starting Up Practice B หน้า 2 โดยใหจ้ บั คขู่ ้อมูลจาก Practice B กับช่ือ
อาชพี
ใน Practice A
7.ครูและผู้เรยี นช่วยกันเฉลยคำตอบ
8.ครใู หน้ กั เรียนทำ Starting Up Practice C หน้า 2 โดยช่วยกันเดาวา่ วชิ าต่อไปนีค้ อื วิชาอะไรใน
ภาษาไทย
9.ครูสามารถชว่ ยนักเรยี นโดยการบอกคำศัพท์ได้
10.ครเู ฉลยคำตอบ
ขั้นสอน
11.ครใู ห้นักเรียนจบั กลุ่ม กลุ่มละ 3 คน แล้วช่วยกันฟังเนอื้ หาเกย่ี วกับประวัติส่วนตัว จาก Practice A
หนา้ 3 โดยแตล่ ะกลุ่มจะต้องช่วยกนั ฟัง แลว้ ทำความเขา้ ใจหรือจำหรอื จดบันทกึ ข้อมูลใหไ้ ดม้ ากที่สุด
12.ครใู ห้นักเรียนแต่ละกลุ่มช่วยกันทำ Listening & Speaking Practice B หน้า 3 โดยเขียนว่าข้อมูลท่ี
ให้มาใน Practice B เปน็ ขอ้ มูลของใครใน Practice A ซ่ึงผู้เรียนไม่สามารถเปิดหนังสือดูได้ ผู้เรียนสามารถใช้
ความเข้าใจ ความจำ หรือท่ีตนเองได้บนั ทึกจากการฟังเท่าน้นั
13.ครูและผู้เรียนช่วยกนั เฉลย โดยครูเปดิ คลปิ เสยี ง จาก Practice A หน้า 3 อีกครัง้ แล้วให้ผู้เรยี น
ช่วยกนั ตั้งใจฟัง เพ่ือตรวจคำตอบ และครูจะต้องหยดุ คลิปเสยี งทนั ทที เ่ี จอคำตอบ แล้วอธบิ ายคำตอบหรือแปล
ความหมายคำศัพท์ เพื่อประกอบความเข้าใจของนกั เรียน
14.ครสู อนประโยคทใ่ี ช้ถามและตอบเกี่ยวกบั อาชีพของผูอ้ นื่ จาก Language Focus Practice A หนา้ 6
ดงั น้ี
15. ครูใช้วิธสี อนแบบการใช้กระบวนการกลุ่ม (Group) โดยให้ผเู้ รยี นจบั กลุ่ม กลุ่มละ 3 คน แล้วสุ่ม
แจกบัตรคำศัพท์ใหก้ ลมุ่ ละ 1 ชุด ซง่ึ บตั รคำศพั ท์จะมี 2 แบบ คือ แบบ A และ แบบ B คละกนั ผ้เู รียนแต่ละ
กลุ่มต้องช่วยกันจบั คคู่ ำศพั ท์และความหมาย กลมุ่ ทไ่ี ด้แบบ A สามารถตรวจสอบหรือปรึกษากับกลุ่มทไ่ี ดแ้ บบ
A เหมือนกันได้ และกลุ่ม B ก็เชน่ กนั
แบบ A
แบบ B
16. ครใู ห้เฉลยคำตอบทั้งสองแบบ โดยสุ่มนักเรียนตอบความหมายคำศัพท์
17. ครแู ละนกั เรยี นช่วยกันแปลการบรรยายลักษณะของงานอาชพี จาก Practice A หนา้ 4 และ Practice
C หนา้ 5
18. ครูใหผ้ ูเ้ รียนทำ Practice B หนา้ 6 โดยให้ผูเ้ รียนจบั คู่แล้วผลดั กันถามตอบเก่ยี วกับอาชพี โดยใช้
ประโยคที่ได้เรียนไปจาก Practice A หน้า 6 และใชค้ ำศัพท์ท่ไี ดเ้ รยี นไปจาก Practice B หน้า 4 และ Practice
D หน้า 5
19. ครใู ห้ผ้เู รยี นบนั ทึกผลการสมั ภาษณ์ลงในสมุดของตนเอง
20. ครูให้ผู้เรยี นแต่ละกลุ่มช่วยกันทำ Reading & Writing Practice A หนา้ 7 และ Practice B หน้า 8
โดยให้นกั เรยี นช่วยกนั อา่ นเน้ือหาเกย่ี วกับการรับสมคั รงาน และตอบคำถาม
21. ครูสุ่มใหผ้ เู้ รยี นแปลเนื้อหาคนละประโยค จนครบท้ังสองเรือ่ ง จากนน้ั ครแู ละผเู้ รียนชว่ ยกันเฉลยคำตอบ
ขนั้ สรุปและการประยกุ ต์
22. ครูสรปุ โครงสรา้ งประโยคจาก Practice A หนา้ 6 และสรุปคำศพั ทจ์ าก Practice B หน้า 4 และ
Practice D หนา้ 5
23. ครูสุ่มให้ผู้เรียนแตง่ ประโยคและสมุ่ ถามคำศัพท์อีกครั้ง
24. ทำแบบประเมินผล แบบฝึกปฏบิ ัติ และประเมินตนเองจากแบบประเมนิ ตนเอง รวมทั้งกิจกรรมการจัด
ประสบการณ์การเรยี นรู้
25. ประเมนิ ผ้เู รยี นตามแบบฟอร์มต่อไปน้ี
ช่ือผเู้ รยี น ประสบการณ์พนื้ ฐานการเรียนรู้ วธิ กี ารเรยี นรู้
ความรู้ ทกั ษะ ผลงาน
1.
2.
3.
4.
5.
ส่อื และแหล่งการเรียนรู้
1. หนังสือเรียน วิชาภาษาอังกฤษเทคโนโลยีอุตสาหกรรม ของสำนักพมิ พ์เอมพันธ์ จำกัด
2. บัตรคำศัพท์ จาก Vocabulary หน้า 4 และ 5
3. กจิ กรรมการเรียนการสอน
4. ส่ืออิเล็กทรอนกิ ส์, PowerPoint และเคร่อื งคอมพิวเตอร์
5. แบบประเมินผลการเรียนรู้
หลกั ฐาน
1. บันทึกการสอนของผู้สอน
2. ใบเช็ครายช่ือ
3. แผนจดั การเรียนรู้
การวัดผลและการประเมินผล
วิธีวดั ผล
1. สงั เกตพฤติกรรมรายบคุ คล
2. ประเมินพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกิจกรรมกล่มุ
3. สงั เกตพฤตกิ รรมการเข้าร่วมกจิ กรรมกลุ่ม
4 ตรวจกิจกรรมส่งเสรมิ คณุ ธรรมนำความรู้
5. ตรวจแบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้ แบบฝึกปฏิบัติ
6. การสังเกตและประเมนิ พฤติกรรมด้านคุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคณุ ลักษณะ
อนั พึงประสงค์
เครื่องมือวดั ผล
1. แบบสังเกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
2. แบบประเมินพฤติกรรมการเข้ารว่ มกิจกรรมกลุ่ม (โดยครู)
3. แบบสังเกตพฤตกิ รรมการเข้ารว่ มกิจกรรมกลุ่ม (โดยผู้เรียน)
4. แบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้ และแบบฝกึ ปฏบิ ัติ
5. แบบประเมนิ คุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ โดยครแู ละผู้เรียน
ร่วมกันประเมนิ
เกณฑ์การประเมนิ ผล
1. เกณฑ์ผา่ นการสังเกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล ตอ้ งไม่มชี ่องปรับปรงุ
2. เกณฑผ์ า่ นการประเมนิ พฤติกรรมการเขา้ ร่วมกิจกรรมกลุ่ม คอื ปานกลาง (50 % ข้นึ ไป)
3. เกณฑ์ผา่ นการสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลุ่ม คอื ปานกลาง (50% ข้ึนไป)
4. แบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้มีเกณฑ์ผา่ น และแบบฝกึ ปฏิบัติ 50%
5. แบบประเมินคณุ ธรรม จริยธรรม คา่ นิยม และคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ คะแนนข้ึนอยู่
กับการประเมินตามสภาพจรงิ
กิจกรรมเสนอแนะ
ทำกิจกรรมแบบฝึกปฏิบตั เิ พ่ิมเตมิ จากแบบฝกึ หัด Progress Check & Independent Study หนา้
9
บนั ทกึ หลังการสอน
ข้อสรุปหลงั การสอน
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
ปัญหาที่พบ
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
แนวทางแก้ปญั หา
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
แผนการจดั การเรยี นร้แู บบบูรณาการที่ 2 หนว่ ยที่ 2
รหสั 30000-1206 (3-0-3) ภาษาองั กฤษเทคโนโลยอี ตุ สาหกรรม
(English for Industrial Technology) (3-0-3) สอนคร้งั ท่ี 2
(4-6)
ชอ่ื หน่วย/เรอ่ื ง Measurement จำนวน 3 ชว่ั โมง
………………………………………………………………………………………………………………………………….
สาระสำคญั
การวัดระยะ ถอื เปน็ การเกบ็ ข้อมูลพนื้ ฐานของช่างอุตสาหกรรม และขอ้ มลู ทไี่ ด้จะถูกนํามาใชใ้ นการ
ส่อื สารในเร่ืองของมาตรฐาน เพ่อื ใหเ้ กิดความเข้าใจตรงกัน
สมรรถนะประจำหน่วย
1. แสดงความร้เู ก่ียวกบั การใช้ภาษาอังกฤษในงานเทคโนโลยอี ุตสาหกรรม
2. สนทนาในสถานการณง์ านอาชพี ด้านอุตสาหกรรมตามมารยาทสังคม
3. พดู แสดงขนั้ ตอนการปฏบิ ัตงิ านชา่ งอุตสาหกรรม
4. สรปุ ใจความสำคญั เร่อื งทอ่ี ่านเกยี่ วกับเทคโนโลยอี ตุ สาหกรรมจากส่ือสิง่ พิมพ์และ สื่อออนไลน์
5. เขยี นบันทกึ และรายงานการปฏบิ ัติงานในงานช่างอตุ สาหกรรม
6. ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพอ่ื พัฒนาทกั ษะภาษาอังกฤษในงานช่างอุตสาหกรรม
จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
1. เข้าใจเกย่ี วกับประเภทของการวดั ความยาว
2. สามารถจบั ใจความบทสนทนาเรื่องการตกแต่ง และเตรียมตัวก่อนซื้อเฟอร์นิเจอร์ใหม่
3. ร้จู ักและเข้าใจความแตกต่างของการสะกดหน่วยวัดในแบบอังกฤษและอเมริกนั
4. ใช้โครงสรา้ งประโยคเพื่อบอกความกวา้ ง ความยาว ความสงู ความหนาและความลึก
5. อา่ นเพ่ือทำความเข้าใจข้อมลู เก่ียวกับ อนสุ าวรียเ์ ทพเี สรภี าพ
6. เรยี นรู้ด้วยตนเอง โดยมีหลักฐานการเรียนรู้ บันทึกการเรยี นรแู้ ละการประเมินผลความกา้ วหนา้
ของตนเอง รวมถงึ การใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศ
คุณลกั ษณะทีพ่ ึงประสงค์
มีการพฒั นาคณุ ธรรม จริยธรรม คา่ นิยม และคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ของผู้สำเร็จการศกึ ษา
สำนักงานคณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษา ที่ครสู ามารถสังเกตไดข้ ณะทำการสอนในเรื่อง
1. ความมีมนุษยสัมพันธ์
2. ความมวี ินัย
3. ความรับผดิ ชอบ
4. ความซือ่ สัตย์สุจรติ
5. ความเช่ือมน่ั ในตนเอง
6. การประหยัด
7. ความสนใจใฝ่รู้
8. การละเว้นสิ่งเสพตดิ และการพนัน
9. ความรักสามัคคี
10. ความกตัญญูกตเวที
สาระการเรยี นรู้
1. ประเภทของการวัดความยาว
2. การจบั ใจความบทสนทนาเรอื่ งการตกแตง่ และการเตรยี มตวั กอ่ นซ้ือเฟอร์นิเจอรใ์ หม่
3. การรจู้ กั และเข้าใจความแตกต่างของการสะกดหน่วยวัดในแบบอังกฤษและอเมรกิ ัน
4. การใชโ้ ครงสรา้ งประโยคเพ่ือบอกความกวา้ ง ความยาว ความสูง ความหนาและความลึก
5. การอา่ นเพ่อื ทำความเขา้ ใจข้อมูลเกี่ยวกบั อนสุ าวรยี เ์ ทพีเสรภี าพ
6. การเรียนรู้ดว้ ยตนเอง โดยมหี ลักฐานการเรียนรู้ บนั ทึกการเรยี นรแู้ ละการประเมินผล
ความกา้ วหนา้ ของตนเอง รวมถงึ การใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศ
กิจกรรมการเรยี นรู้
ขน้ั นำเขา้ ส่บู ทเรยี น
1. ครูพดู ถึงขนาดของสิ่งต่าง ๆ ในหอ้ งเรียน โดยให้ผูเ้ รียนทายวา่ แตล่ ะอย่างสูงเทา่ ไหร่ เชน่ โตะ๊ เรยี น
สงู เท่าไหร่ กระดานสูงเทา่ ไหร่ ประตสู ูงเทา่ ไหร่ เป็นต้น แล้วครขู ออาสาสมัครเพ่ือวดั ว่าสงิ่ ตา่ ง ๆ ท่ีครูถามมี
ความสงู เทา่ ไหร่
2. ครูบอกผู้เรียนว่าวันน้จี ะเรียนเกีย่ วกบั การวดั ความยาว
3. ครูให้ผู้เรียนทำ Starting Up Practice A หนา้ 11 โดยให้ผ้เู รยี นฟงั คลิปเสยี ง คำว่า length width
และ depth แลว้ ออกเสยี งตาม
4. ครแู ละผเู้ รยี นชว่ ยกันทำ Practice B หนา้ 11
ขน้ั สอน
5. ครูให้ผู้เรยี นจับคู่ แล้วทำ Listening & Speaking Practice A หน้า 12 โดยการฟงั คลปิ เสยี งบท
สนทนา
6. ครถู ามความเขา้ ใจของผเู้ รียนเกีย่ วกับบทสนทนาท่ีได้ฟัง แลว้ ให้ผ้เู รยี นช่วยกนั บอกวา่ เหตุการณใ์ น
บทสนทนาเปน็ อย่างไร โดยครคู อยชว่ ยเสรมิ ใหค้ วามเข้าใจแก่ผ้เู รยี น
7. ครใู ห้ผ้เู รียนแต่ละคูท่ ำ Practice B หนา้ 12 เพ่ือตรวจสอบความเข้าใจของผูเ้ รยี น
8. ครแู ละผเู้ รยี นช่วยกันเฉลย Practice B หนา้ 12
9. ครใู ช้วิธสี อนโดยใชก้ ารแสดงบทบาทสมมติ (Role playing) โดยให้ผเู้ รียนแต่ละคู่แสดงบทบาท
สมมติ จากบทสนทนาข้างต้น จาก Listening & Speaking Practice A หนา้ 12 ครสู มุ่ ผูเ้ รยี นออกมาแสดง
หน้าชน้ั เรียน
10. ครูให้ผู้เรยี นดบู ัตรทำศัพท์ ทงั้ 2 ชุด แล้วถามผเู้ รยี นว่าแตกต่างกนั อย่างไร
11. ครูเฉลยคำตอบวา่ หน่วยวัดท่ีเป็น เซนติเมตร เมตร กิโลเมตร ในภาษาอังกฤษมีการสะกดได้
2 รูปแบบ คือ แบบอังกฤษ และแบบอเมริกัน
12. ครูให้ผเู้ รียนทำ Vocabulary Practice A หนา้ 13
13. ครแู ละผเู้ รยี นช่วยกันเฉลยคำตอบ
14. ครใู ช้วิธีการสอนโดยใช้การอภิปรายกลุม่ ย่อย (Small Group Discussion) โดยให้ผู้เรยี นจับกลุ่ม
กลมุ่ ละ 4 คน แล้วช่วยกนั ทำ Practice B หน้า 13 จากนน้ั ให้ผเู้ รยี นรว่ มกันอภปิ รายคำตอบของตนเองภายใน
กล่มุ ย่อย จากน้นั ครูจึงเขยี นคำตอบของแตล่ ะกลุ่มบนกระดาน แลว้ ชว่ ยกันสรปุ แนวทางคำตอบรว่ มกนั อีกครง้ั
15. ครูสอนเรื่องการบอกและการถามความกวา้ ง ความยาว ความสูง ความหนา และความลึก
จาก Language Focus หน้า 14
16. ครูยกตัวอย่างประกอบ และขออาสาสมคั รให้ผู้เรียนชว่ ยกนั แตง่ ประโยคบนกระดาน
17. ครูให้ผู้เรียนจับกลุ่ม กลุ่มละ 4 คน ซ่งึ ครใู ช้การจดั การเรยี นรู้โดยใชก้ ระบวนการสบื เสาะหาความรู้
(Inquiry Process) โดยครจู ะแจกใบตารางคำนามเอกพจน์ และพหูพจน์ จาก Vocabulary Practice B หนา้
15
แล้วใหผ้ ้เู รยี นช่วยกนั ค้นหาคำตอบด้วยตนเอง
Units of measurement
Units Singular Plural
millimeter
centimeter
meter
kilometer
inch
foot
18. เมื่อผู้เรียนทำเสร็จแลว้ ครถู ามผู้เรยี นว่าไดอ้ ะไรจากการคน้ ควา้ หาขอ้ มลู เพิ่มเติมบ้าง ครขู ออาสาสมคั รเพื่อ
บอกว่าได้ความรูอ้ ะไรจากการคน้ คว้าในคร้งั นี้ จากนนั้ ครจู ึงเฉลยคำตอบพร้อมกบั อธบิ ายการเปลี่ยนเอกพจน์
เป็นพหพู จน์
19. ครใู หผ้ เู้ รียนทำ Language Focus Practice C และ Practice D หน้า 15
20. ครูและผู้เรยี นช่วยกันเฉลยคำตอบ Practice C และ Practice D หนา้ 15
21. ครใู หผ้ ู้เรยี นทำ Reading & Writing Practice A และ Practice B หน้า 16 โดยใชก้ ารสอนอ่าน
แบบ Scanning reading ซึ่งเป็นเทคนิคการอ่านเพ่ือหาคำตอบท่ตี อ้ งการ โดยมีขน้ั ตอน ดังน้ี
1) อ่านคำถามแล้วพยามยามจำให้ได้ว่าคำถามมีอะไรบ้าง จะทำให้เราสามารถโฟกสั ไปท่กี าร
หาคำตอบนั้นๆ ไดง้ า่ ยขน้ึ
2) อย่าพยายามอ่านทุกคำ ให้ใชส้ ายตาอ่านไปอยา่ งรวดเรว็ ท่วั ท้ังหน้าจนเจอคำตอบที่เรา
ตอ้ งการหา ผู้เรียนสามารถใชน้ ยั ต่าง ๆ บนหนา้ น้ัน ๆ เชน่ หัวข้อ และชื่อเรอื่ งชว่ ยในการ
อ่านได้
22. ครแู ละผเู้ รียนช่วยกนั เฉลยคำตอบ Practice A และ Practice B หนา้ 16
สรุปและการประยุกต์
23. ครูสรปุ เร่อื งการบอกและการถามความกว้าง ความยาว ความสูง ความหนา และความลึก
จาก Language Focus หน้า 14
24. ครสู ่มุ ใหผ้ ูเ้ รียนแต่งประโยคและสมุ่ ถามคำศัพท์อีกครั้ง
25. ทำแบบประเมนิ ผล แบบฝึกปฏิบัติ และประเมินตนเองจากแบบประเมนิ ตนเอง รวมท้ังกิจกรรมการ
จัดประสบการณ์การเรียนรู้
26. ประเมนิ ผู้เรยี นตามแบบฟอรม์ ต่อไปนี้
ช่ือผู้เรยี น ประสบการณ์พน้ื ฐานการเรยี นรู้ วธิ ีการเรยี นรู้
ความรู้ ทกั ษะ ผลงาน
1.
2.
3.
4.
5.
ส่อื และแหล่งการเรยี นรู้
1. หนงั สือเรียน วิชาภาษาอังกฤษเทคโนโลยีอุตสาหกรรม ของสำนักพมิ พเ์ อมพนั ธ์ จำกัด
2. บัตรคำศัพท์ จาก Vocabulary Practice A หนา้ 13
3. ตารางคำนามเอกพจนแ์ ละพหูพจน์
4. กจิ กรรมการเรียนการสอน
5. ส่ืออิเลก็ ทรอนิกส,์ PowerPoint และเครอ่ื งคอมพิวเตอร์
6. แบบประเมินผลการเรยี นรู้
หลกั ฐาน
1. บันทกึ การสอน
2. ใบเชค็ รายช่ือ
3. แผนจัดการเรยี นรู้
4. แบบทดสอบทา้ ยบทเรียน
การวดั ผลและการประเมนิ ผล
วธิ วี ดั ผล
1. สังเกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
2. ประเมนิ พฤติกรรมการเขา้ ร่วมกิจกรรมกลมุ่
3. สงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกิจกรรมกลุ่ม
4. ตรวจแบบทดสอบท้ายบทเรยี น
5. ตรวจแบบประเมนิ ผลการเรียนรู้ แบบฝึกปฏิบตั ิ
6. การสังเกตและประเมนิ พฤติกรรมด้านคณุ ธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะ
อนั พึงประสงค์
เครื่องมอื วัดผล
1. แบบสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล
2. แบบประเมินพฤติกรรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลุ่ม (โดยครู)
3. แบบสังเกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม (โดยผเู้ รียน)
4. แบบประเมินผลการทดสอบทา้ ยบทเรียน
5. แบบประเมินผลการเรยี นรู้ แบบฝึกปฏบิ ัติ
6. แบบประเมนิ คณุ ธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ โดยครแู ละผเู้ รยี น
รว่ มกนั ประเมิน
เกณฑ์การประเมนิ ผล
1. เกณฑผ์ า่ นการสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล ตอ้ งไม่มชี ่องปรับปรงุ
2. เกณฑ์ผา่ นการประเมนิ พฤติกรรมการเข้ารว่ มกจิ กรรมกลุ่ม คือ ปานกลาง (50 % ข้ึนไป)
3. เกณฑผ์ า่ นการสังเกตพฤติกรรมการเข้ารว่ มกิจกรรมกลุ่ม คือ ปานกลาง (50% ขึ้นไป)
4. แบบประเมนิ ผลการเรียนร้มู เี กณฑผ์ ่าน และแบบฝกึ ปฏบิ ัติ 50%
5. แบบประเมนิ ผลการทดสอบทา้ ยบทเรียนมีเกณฑ์ผ่าน 50%
6. แบบประเมนิ คุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ คะแนนข้นึ อยู่
กับการประเมินตามสภาพจริง
กจิ กรรมเสนอแนะ
ทำกิจกรรมแบบฝึกปฏบิ ตั ิเพิ่มเตมิ จากแบบฝกึ หดั Progress Check & Independent Study หนา้ 17
Unit 2
Measurement
QUIZ 1
Instructions: Look at the picture and write about width, length and height. (2 points)
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………..……………………
บนั ทึกหลังการสอน
ขอ้ สรปุ หลังการสอน
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
ปญั หาท่ีพบ
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
แนวทางแก้ปัญหา
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
แผนการจัดการเรยี นรแู้ บบบรู ณาการท่ี 3 หนว่ ยท่ี 3
รหัส 30000-1206 (3-0-3) ภาษาอังกฤษเทคโนโลยีอุตสาหกรรม สอนครั้งที่ 3
(English for Industrial Technology)(3-0-3)
(7-9) จำนวน 3 ช.ม.
ช่ือหนว่ ย/เร่ือง Descriptions(1)
……………………………………………………………………………………………………………………………………
สาระสำคัญ
การอธบิ ายลักษณะของสิ่งของ ชนิ้ งาน วัตถุประสงค์ ในการใชเ้ ปน็ เร่ืองทจี่ ําเป็นสําหรับงานชา่ ง
อุตสาหกรรม เพราะมีบอ่ ยครงั้ ทีผ่ ูท้ าํ งานเป็นช่างไม่สามารถไปอยูห่ นา้ งานได้ อาจต้องสอบถามจากคนทีอ่ ยู่หน้า
งานใหอ้ ธบิ ายลักษณะ เพื่อจะได้เตรยี มตัวก่อนไปถงึ หนา้ งานและสามารถ เตรยี มเครือ่ งมือให้ตรงกับ
วัตถุประสงคใ์ นการใชง้ าน
สมรรถนะประจำหน่วย
1. แสดงความรู้เกีย่ วกบั การใช้ภาษาองั กฤษในงานเทคโนโลยีอุตสาหกรรม
2. สนทนาในสถานการณ์งานอาชพี ด้านอุตสาหกรรมตามมารยาทสังคม
3. พูดแสดงขัน้ ตอนการปฏิบัติงานช่างอตุ สาหกรรม
4. สรุปใจความสำคญั เร่ืองท่ีอ่านเก่ียวกับเทคโนโลยีอตุ สาหกรรมจากสื่อสงิ่ พิมพ์และ ส่อื ออนไลน์
5. เขียนบนั ทกึ และรายงานการปฏบิ ัติงานในงานชา่ งอุตสาหกรรม
6. ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพ่อื พัฒนาทกั ษะภาษาองั กฤษในงานช่างอุตสาหกรรม
จุดประสงค์การเรียนรู้
1. อธิบาย ถามตอบ รายละเอียดเก่ียวกับขนาด รปู ร่างและสี
2. จบั ใจความบทสนทนาเรอื่ งเครอื่ งมือวัดทางไฟฟา้
3. เข้าใจความหมายของคำศพั ท์เก่ียวกับเครอ่ื งมือช่างพ้ืนฐาน
4. ใชป้ ระโยคเพื่อการถามตอบเกย่ี วกบั วตั ถุประสงค์ในการใช้
5. อ่านเพอ่ื ทำความเขา้ ใจความแตกตา่ งระหว่างเลื่อยสองชนดิ
6. เรยี นรดู้ ว้ ยตนเอง โดยมีหลกั ฐานการเรยี นรูบ้ นั ทกึ การเรียนรแู้ ละการประเมนิ ผล
ความกา้ วหน้าของตนเอง รวมถึงการใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศ
คณุ ลักษณะท่ีพึงประสงค์
มีการพัฒนาคณุ ธรรม จริยธรรม คา่ นิยม และคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ของผู้สำเรจ็ การศึกษา
สำนกั งานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ทคี่ รสู ามารถสังเกตไดข้ ณะทำการสอนในเร่อื ง
1. ความมมี นุษยสัมพันธ์
2. ความมวี นิ ัย
3. ความรับผดิ ชอบ
4. ความซ่ือสัตย์สุจรติ
5. ความเชื่อมน่ั ในตนเอง
6. การประหยดั
7. ความสนใจใฝ่รู้
8. การละเวน้ สิ่งเสพติดและการพนัน
9. ความรักสามคั คี
10 ความกตญั ญูกตเวที
สาระการเรียนรู้
1. การอธบิ ายขนาด (แบบมีเบอร์) รปู ร่าง และสี
2. การสนทนาเร่ืองเครอ่ื งมือวัดทางไฟฟ้า
3. คำศัพทเ์ กย่ี วกบั เครือ่ งมือช่างพ้ืนฐาน
4. การถามตอบเกย่ี วกับวตั ถุประสงค์ในการใชง้ าน
5. ความแตกต่างระหว่างเลื่อยสองชนดิ
6. การแสดงหลักฐานการเรยี นรู้ด้วยตนเอง และการใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศสืบคน้ และฝกึ ฝน
การใชภ้ าษาอังกฤษ
กิจกรรมการเรยี นรู้
ขั้นนำเข้าสู่บทเรยี น
1. ครูและผู้เรียนสนทาเกี่ยวกบั ไซต์เสื้อว่าผู้เรยี นแต่ละคนใสเ่ สอื้ ขนาดอะไรบ้าง ครถู ามนกั เรียนวา่ ไชต์
ไหนท่ีมขี นาดใหญ่ท่สี ุด ให้ผเู้ รยี นช่วยกันเรยี งขนาดไซต์ ครถู ามรปู ร่างและสขี องสิ่งต่าง ๆ โดยใช้โครงสร้าง
ดังน้ี
2.ครใู หผ้ เู้ รียนช่วยกนั ทำ Starting up Practice A B และ C หนา้ 19 แล้วเฉลยพรอ้ มกนั
ขน้ั สอน
3. ครใู ห้ผเู้ รยี นทำ Listening & Speaking Practice A และ B หน้า 21 โดยให้ผเู้ รียนฟงั บทสนทนา
จาก Practice A แล้วชว่ ยกันตอบคำถาม ใน Practice B
4. ครูใหผ้ เู้ รียนทำ Practice C หน้า 21 โดยใช้วิธีการสอนโดยใช้การอภปิ รายกลุ่มย่อย (Small
Group Discussion) ครใู ห้ผเู้ รยี นจับกลุ่ม กลุ่มละ 3 คนแลว้ ชว่ ยกันหาหน่วยวัดจากบทสนทนาใน Practice A
ครูให้สัญญาณแก่กลุม่ อภปิ รายประมาณ 3-5 นาที ก่อนหมดเวลา เพ่ือกลุ่มจะได้สรุปผลการอภิปรายเปน็ ข้อสรุป
ของกล่มุ หลงั จากนั้นครูให้แต่ละกลมุ่ นำเสนอผลการอภิปรายแลกเปลี่ยนกันหนา้ ชน้ั เรยี น
5. ครใู หผ้ เู้ รียนทำ Vocabulary Practice A หนา้ 22 โดยให้ผเู้ รียนฟังคำศัพท์และออกเสียงตาม
พร้อมบอกความหมายของคำศัพท์
6. ครสู ุ่มถามความหมายของคำศพั ท์ทไ่ี ดเ้ รียนไปข้างต้นจาก Practice A เพื่อตรวจสอบความจำและ
ความเขา้ ใจของผ้เู รยี น
7. ครูสอน Language Focus เรอื่ งการถามและการบอกเกี่ยวกบั วตั ถุประสงคใ์ นการใชเ้ ครอ่ื งมอื ตา่ ง ๆ
พร้อมยกตวั อยา่ งประกอบ
8. ครูใหผ้ เู้ รยี นทำ Practice A หนา้ 23-24 โดยใหผ้ เู้ รียนแตง่ ประโยคใหม่ โดยใช้โครงสร้าง
It is used to + V1
9. ครูและผู้เรียนชว่ ยกนั เฉลยคำตอบ โดยครสู ุ่มผูร้ ียนออกมาเขียนประโยคใหม่ แต่ละประโยคหน้าชัน้
เรยี น จนครบทกุ ขอ้
10. ครใู หผ้ เู้ รียนดรู ูปภาพ แล้วถามว่าเครือ่ งมือทั้งสองชนิดน้แี ตกตา่ งกนั อย่างไร ให้นกั เรยี นแลกเปล่ยี น
ความคดิ เหน็ กนั
11. ครูบอกใหผ้ เู้ รียนหาคำตอบได้จากเน้ือเรอื่ งใน Reading & Writing Practice A หน้า 25 โดยใช้
การสอนอา่ นแบบ Scanning reading ซึ่งเปน็ เทคนคิ การอ่านเพอ่ื หาคำตอบทตี่ อ้ งการ โดยมีขั้นตอน ดังน้ี
1) อา่ นคำถามแล้วพยามยามมองหาคำตอบว่าเครือ่ งมอื ท้ังสองมคี วามแตกตา่ งกันอย่างไร
ซ่งึ จะทำใหส้ ามารถโฟกัสไปท่กี ารหาคำตอบน้ันๆ ไดง้ ่ายขึ้น
2) อยา่ พยายามอ่านทกุ คำ ใหใ้ ช้สายตาอา่ นไปอย่างรวดเรว็ ทั่วท้ังหนา้ จนเจอคำตอบทเี่ รา
ต้องการหา
12. ครูให้ผู้เรยี นทำ Practice B หน้า 25 โดยใช้การอ่านแบบ Scanning reading ผูท้ ่ีทำเสรจ็ ก่อนจะ
ได้คะแนนพิเศษ
13. ครแู ละผเู้ รยี นช่วยกันเฉลยคำตอบใน Practice B หนา้ 25
ข้ันสรปุ และการประยกุ ต์
14. ครูให้ผู้เรยี นแตล่ ะกลุ่มช่วยกันทำกจิ กรรม ใบงานที่ 1 โดยการเขยี น mapping สรุปเรือ่ งความ
แตกต่างของเครือ่ งมือในเนอ้ื เรอื่ ง Reading & Writing Practice A หน้า 25
15. ครสู ่มุ ถามความหมายของคำศพั ท์ เพื่อตรวจสอบความจำและความเขา้ ใจของผูเ้ รียน
16. ทำแบบประเมินผล แบบฝกึ ปฏิบัติ และประเมินตนเองจากแบบประเมินตนเอง รวมทั้งกจิ กรรมการ
จัดประสบการณก์ ารเรยี นรู้
17. ประเมนิ ผเู้ รยี นตามแบบฟอร์มต่อไปนี้
ช่อื ผู้เรยี น ประสบการณ์พื้นฐานการเรยี นรู้ วิธกี ารเรียนรู้
ความรู้ ทกั ษะ ผลงาน
1.
2.
3.
4.
5.
ส่อื และแหล่งการเรยี นรู้
1. หนงั สือเรียน วิชาภาษาอังกฤษเทคโนโลยีอุตสาหกรรม ของสำนกั พิมพ์เอมพนั ธ์ จำกัด
2. กจิ กรรมการเรียนการสอน
3. สือ่ อเิ ลก็ ทรอนิกส,์ PowerPoint และเคร่ืองคอมพิวเตอร์
4. แบบประเมินผลการเรียนรู้
หลกั ฐาน
1. บันทกึ การสอน
2. ใบเช็ครายชื่อ
3. แผนจัดการเรยี นรู้
4. การตรวจประเมนิ ผลงาน
การวดั ผลและการประเมนิ ผล
วิธีวดั ผล
1. สังเกตพฤติกรรมรายบุคคล
2. ประเมินพฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกลุม่
3. สังเกตพฤติกรรมการเขา้ รว่ มกิจกรรมกลุ่ม
4. ตรวจใบงาน
5. ตรวจแบบประเมินผลการเรยี นรู้ และแบบฝึกปฏบิ ตั ิ
6. การสังเกตและประเมนิ พฤติกรรมดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นยิ ม และคุณลักษณะ
อันพึงประสงค์
เครอ่ื งมือวัดผล
1. แบบสงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
2. แบบประเมินพฤติกรรมการเขา้ ร่วมกิจกรรมกลุ่ม (โดยครู)
3. แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการเข้ารว่ มกจิ กรรมกลุ่ม (โดยผู้เรียน)
4. แบบประเมินกิจกรรมใบงาน
5. แบบประเมินผลการเรียนรู้ แบบฝึกปฏิบัติ
6. แบบประเมนิ คณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม และคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ โดยครูและผเู้ รียน
รว่ มกันประเมนิ
เกณฑ์การประเมินผล
1. เกณฑผ์ ่านการสงั เกตพฤติกรรมรายบคุ คล ตอ้ งไม่มชี ่องปรบั ปรงุ
2. เกณฑ์ผ่านการประเมนิ พฤติกรรมการเขา้ รว่ มกิจกรรมกลุ่ม คอื ปานกลาง (50 % ขึน้ ไป)
3. เกณฑ์ผ่านการสังเกตพฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกลุ่ม คือ ปานกลาง (50% ขึน้ ไป)
4. กิจกรรมใบงาน เกณฑผ์ ่าน คอื 50%
5. แบบประเมนิ ผลการเรียนรู้ และแบบฝกึ ปฏิบัติมีเกณฑ์ผา่ น 50%
6 แบบประเมนิ คุณธรรม จริยธรรม คา่ นิยม และคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ คะแนนขึน้ อย่กู ับก
ประเมินตามสภาพจรงิ
กจิ กรรมเสนอแนะ
กจิ กรรมแบบฝึกปฏบิ ตั ิเพ่มิ เตมิ จากแบบฝึกหัด Progress Check & Independent Study:
Progress Check (Check A, Check B, Check C, และ Check D ) หนา้ 27
บนั ทึกหลังการสอน
ขอ้ สรปุ หลังการสอน
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
ปญั หาท่ีพบ
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
แนวทางแก้ปญั หา
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
แผนการจดั การเรียนรูแ้ บบบูรณาการท่ี 4 หน่วยท่ี 3
รหัส 30000-1206 (3-0-3) ภาษาองั กฤษเทคโนโลยอี ุตสาหกรรม
(English for Industrial Technology)(3-0-3) สอนคร้งั ที่ 4 (10-
12)
ช่ือหน่วย/เร่ือง Descriptions(2) จำนวน 3 ช.ม.
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
สาระสำคัญ
การอธบิ ายลักษณะของส่ิงของ ชน้ิ งาน วตั ถุประสงค์ ในการใช้เป็นเรอ่ื งท่จี าํ เปน็ สําหรบั งานชา่ ง
อตุ สาหกรรม เพราะมีบ่อยคร้ังท่ีผทู้ ํางานเปน็ ช่างไมส่ ามารถไปอยู่หนา้ งานได้ อาจต้องสอบถามจากคนท่อี ยู่หนา้
งานให้อธบิ ายลักษณะ เพื่อจะไดเ้ ตรียมตวั ก่อนไปถึงหน้างานและสามารถ เตรียมเครอื่ งมือใหต้ รงกับ
วตั ถปุ ระสงค์ในการใช้งาน
สมรรถนะประจำหนว่ ย
1. แสดงความรเู้ กย่ี วกับการใชภ้ าษาอังกฤษในงานเทคโนโลยอี ตุ สาหกรรม
2. สนทนาในสถานการณง์ านอาชพี ดา้ นอุตสาหกรรมตามมารยาทสงั คม
3. พูดแสดงขั้นตอนการปฏิบตั ิงานช่างอตุ สาหกรรม
4. สรปุ ใจความสำคญั เรอื่ งท่อี า่ นเกี่ยวกับเทคโนโลยอี ตุ สาหกรรมจากสื่อสิ่งพิมพ์และ ส่ือออนไลน์
5. เขยี นบนั ทกึ และรายงานการปฏบิ ัติงานในงานชา่ งอตุ สาหกรรม
6. ใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศเพือ่ พัฒนาทักษะภาษาองั กฤษในงานช่างอตุ สาหกรรม
จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1. อธิบาย ถามตอบ รายละเอยี ดเก่ียวกบั ขนาด รปู ร่างและสี
2. จับใจความบทสนทนาเร่อื งเครื่องมอื วัดทางไฟฟ้า
3. เขา้ ใจความหมายของคำศัพท์เกยี่ วกับเคร่อื งมอื ช่างพื้นฐาน
4. ใช้ประโยคเพ่ือการถามตอบเกี่ยวกบั วตั ถุประสงค์ในการใช้
5. อา่ นเพอ่ื ทำความเข้าใจความแตกตา่ งระหวา่ งเล่ือยสองชนดิ
6. เรยี นรดู้ ้วยตนเอง โดยมีหลักฐานการเรยี นรบู้ นั ทึกการเรียนรู้และการประเมนิ ผล
ความก้าวหน้าของตนเอง รวมถึงการใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศ
คณุ ลักษณะท่พี ึงประสงค์
มกี ารพัฒนาคณุ ธรรม จริยธรรม ค่านยิ ม และคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ของผูส้ ำเรจ็ การศึกษา
สำนักงานคณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษา ทค่ี รูสามารถสังเกตได้ขณะทำการสอนในเร่อื ง
1. ความมีมนุษยสัมพนั ธ์
2. ความมวี ินัย
3. ความรับผิดชอบ
4. ความซ่อื สัตย์สุจริต
5. ความเชื่อมนั่ ในตนเอง
6. การประหยัด
7. ความสนใจใฝ่รู้
8. การละเว้นสง่ิ เสพติดและการพนนั
9. ความรักสามัคคี
10. ความกตญั ญูกตเวที
สาระการเรยี นรู้
1. การอธิบายขนาด (แบบมเี บอร์) รูปร่าง และสี
2. การสนทนาเรอื่ งเครอื่ งมือวดั ทางไฟฟา้
3. คำศพั ท์เกยี่ วกบั เครอื่ งมือชา่ งพน้ื ฐาน
4. การถามตอบเก่ยี วกับวตั ถปุ ระสงค์ในการใช้งาน
5. ความแตกตา่ งระหว่างเลื่อยสองชนดิ
6. การแสดงหลักฐานการเรียนรูด้ ว้ ยตนเอง และการใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศสบื ค้นและฝึกฝน
การใชภ้ าษาองั กฤษ
กิจกรรมการเรียนรู้
ขนั้ นำเข้าสูบ่ ทเรียน
1. ครูทบทวนคำศพั ท์เกี่ยวกับรปู ร่างใน Starting up Practice D หนา้ 20
2. ครูใหผ้ ้เู รียนจับคู่แล้วช่วยกนั ทำ Practice D, E, F หน้า 20-21
3. ครแู ละผู้เรยี นชว่ ยกันเฉลย Practice D, E, F หนา้ 20-21
4. ครูให้ผู้เรียนดูรูปภาพใน Practice G หนา้ 21 แลว้ สุ่มถามนักเรียนวา่ เปน็ รปู ร่างอะไร พรอ้ มให้
นักเรยี นตอบ โดยการถามและตอบจะใช้โครงสร้างทไ่ี ดเ้ รียนเมือ่ คาบทแี่ ล้ว เพื่อเปน็ การทบทวนบทเรยี น ดงั น้ี
ข้นั สอน
5. ครใู ชว้ ิธีสอนโดยใช้การแสดงบทบาทสมมติ (Role playing) โดยให้ผู้เรยี นจับคแู่ ละใหแ้ ต่ละคูแ่ สดง
บทบาทสมมติ จากบทสนทนาใน Listening & Speaking Practice A หนา้ 21 ครสู ุ่มผ้เู รยี นออกมาแสดงหนา้
ชน้ั เรียน
6. ครูให้ผเู้ รยี นทบทวน Vocabulary Practice A หนา้ 22 โดยสุ่มให้บัตรคำศพั ทก์ ับผู้เรียน แลว้ ให้
ผเู้ รียนนำไปแปะใหต้ รงกบั รูปภาพจาก Practice B หนา้ 22 ซ่งึ อยบู่ นกระดาน ดงั น้ี
7. ครแู ละผูเ้ รยี นช่วยกนั เฉลยคำตอบ
8. ครูทบทวน Language Focus เร่อื งการถามและการบอกเกยี่ วกบั วตั ถุประสงคใ์ นการใชเ้ ครื่องมอื
ต่าง ๆ โดยใหผ้ เู้ รียนแต่ละคนสุม่ หยิบบตั รรูปภาพ จาก Practice B หน้า 22 จากน้ันให้ผเู้ รียนจบั คกู่ นั แลว้ ผลัด
กันถามและตอบเกีย่ วกบั รปู ภาพ โดยใชโ้ ครงสรา้ ง It is used for Ving หรือ It is used to V1.
9. ครูใช้วิธสี อนโดยการใชเ้ ทคนคิ เพ่ือนชว่ ยเพ่ือน (Peer-Assisted Learning Strategies) โดยครูให้
ผู้เรียนแต่ละคู่ช่วยกนั ทำ Reading & writing Practice C และ D หน้า 26 ซึ่งแตล่ ะคู่สามารถปรึกษากนั ได้
อยา่ งอิสระ และสามารถปรึกษาคู่อื่นได้
10. ครูและผู้เรยี นช่วยกนั เฉลยคำตอบ
ขั้นสรปุ และการประยกุ ต์
11. ครูสุ่มใหผ้ ้เู รียนออกมาพูดหน้าชั้นเรยี นเกี่ยวกบั ความรูแ้ ละความเขา้ ใจที่ไดร้ บั จากบทเรียนนี้ พร้อม
ให้ผเู้ รยี นยกตวั อยา่ งความประทบั จากบทเรียน เป็นตน้
12. ทำแบบประเมนิ ผล แบบฝึกปฏบิ ัติ และประเมนิ ตนเองจากแบบประเมินตนเอง รวมทง้ั กจิ กรรมการ
จดั ประสบการณก์ ารเรยี นรู้
13. ประเมินผเู้ รียนตามแบบฟอร์มต่อไปน้ี
ชื่อผเู้ รียน ประสบการณ์พื้นฐานการเรยี นรู้ วธิ กี ารเรยี นรู้
ความรู้ ทกั ษะ ผลงาน
1.
2.
3.
4.
5.
ส่อื และแหล่งการเรยี นรู้
1. หนงั สือเรยี น วิชาภาษาอังกฤษเทคโนโลยีอุตสาหกรรม ของสำนักพิมพเ์ อมพันธ์ จำกัด
2. บตั รคำศพั ท์ จาก Vocabulary Practice A หนา้ 22
3. บตั รรปู ภาพ จาก Vocabulary Practice B หนา้ 22
4. กจิ กรรมการเรียนการสอน
5. สื่ออิเลก็ ทรอนิกส,์ PowerPoint และเครอื่ งคอมพิวเตอร์
6. แบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้
หลักฐาน
1. บันทึกการสอน
2. ใบเชค็ รายชื่อ
3. แผนจัดการเรยี นรู้
การวดั ผลและการประเมินผล
วิธีวดั ผล
1. สงั เกตพฤติกรรมรายบุคคล
2. ประเมินพฤตกิ รรมการเข้ารว่ มกจิ กรรมกลมุ่
3. สังเกตพฤติกรรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกลุ่ม
4. ตรวจแบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้ และแบบฝึกปฏบิ ตั ิ
5. การสังเกตและประเมินพฤติกรรมดา้ นคุณธรรม จริยธรรม คา่ นิยม และคณุ ลักษณะ
อนั พึงประสงค์
เครอ่ื งมอื วัดผล
1. แบบสังเกตพฤติกรรมรายบคุ คล
2. แบบประเมินพฤติกรรมการเขา้ รว่ มกิจกรรมกลุ่ม (โดยครู)
3. แบบสงั เกตพฤติกรรมการเข้ารว่ มกิจกรรมกล่มุ (โดยผเู้ รียน)
4. แบบประเมนิ ผลการเรียนรู้ และแบบฝึกปฏิบตั ิ
5. แบบประเมินคุณธรรม จริยธรรม ค่านยิ ม และคุณลักษณะอนั พึงประสงค์ โดยครูและผู้เรยี น
รว่ มกันประเมนิ
เกณฑ์การประเมนิ ผล
1. เกณฑผ์ ่านการสงั เกตพฤติกรรมรายบคุ คล ตอ้ งไม่มชี อ่ งปรับปรุง
2. เกณฑ์ผ่านการประเมนิ พฤติกรรมการเข้ารว่ มกจิ กรรมกลุ่ม คอื ปานกลาง (50 % ขึ้นไป)
3. เกณฑผ์ ่านการสงั เกตพฤตกิ รรมการเข้ารว่ มกิจกรรมกลุ่ม คือ ปานกลาง (50% ขึน้ ไป)
4. แบบประเมนิ ผลการเรียนรู้ และแบบฝึกปฏิบตั มิ เี กณฑ์ผ่าน 50%
5. แบบประเมินคุณธรรม จริยธรรม คา่ นิยม และคุณลักษณะอนั พึงประสงค์ คะแนนขึ้นอยกู่ ับ
การประเมินตามสภาพจริง
กจิ กรรมเสนอแนะ
กจิ กรรมแบบฝกึ ปฏิบตั ิเพม่ิ เตมิ ข้อ 1 และ 2 จากแบบฝึกหดั Progress Check & Independent
Study: Independent Study หน้า 27
บนั ทกึ หลังการสอน
ข้อสรปุ หลังการสอน
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
ปญั หาท่ีพบ
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
แนวทางแก้ปัญหา
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
แผนการจัดการเรียนรแู้ บบบูรณาการที่ 5 หนว่ ยท่ี 4
รหสั 30000-1206 (3-0-3) ภาษาอังกฤษเทคโนโลยอี ุตสาหกรรม
(English for Industrial Technology)(3-0-3) สอนคร้งั ที่ 5 (13-15)
ชื่อหน่วย/เรือ่ ง Parts(1) จำนวน 3 ช.ม.
……………………………………………………………………………………………………………………………………..
สาระสำคญั
ช่างอุตสาหกรรมมคี วามจําเปน็ ตอ้ งรจู้ ักส่วนประกอบของช้นิ งาน อปุ กรณ์ หรือเครื่องจกั รกล เพื่อ
สามารถวเิ คราะหป์ ัญหา พัฒนาปรับปรุงได้อย่างมปี ระสิทธิภาพ
สมรรถนะประจำหนว่ ย
1. แสดงความรู้เก่ยี วกบั การใช้ภาษาอังกฤษในงานเทคโนโลยีอตุ สาหกรรม
2. สนทนาในสถานการณ์งานอาชีพดา้ นอุตสาหกรรมตามมารยาทสังคม
3. พดู แสดงขัน้ ตอนการปฏบิ ตั งิ านชา่ งอตุ สาหกรรม
4. สรุปใจความสำคัญเร่ืองท่อี า่ นเก่ียวกับเทคโนโลยีอุตสาหกรรมจากสื่อสิ่งพิมพ์และ สื่อออนไลน์
5. เขยี นบันทึกและรายงานการปฏิบตั งิ านในงานช่างอุตสาหกรรม
6. ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพ่ือพัฒนาทกั ษะภาษาอังกฤษในงานช่างอตุ สาหกรรม
จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. ร้จู กั ศพั ท์เทคนิคทใี่ ช้เรยี กส่วนประกอบของจักรยาน
2. จับใจความบทสนทนาเรื่องเหตกุ ารณ์ยางรั่ว ยางแบน
3. เขา้ ใจความหมายของคําศัพท์เก่ยี วกับส่วนต่าง ๆ ของรถยนต์
4. ใชป้ ระโยคเพื่อตัง้ คาํ ถามเมื่อไมท่ ราบชอ่ื ของสงิ่ ของหนง่ึ ๆ
5. อา่ นเพอ่ื ทําความเขา้ ใจส่วนประกอบ ของหลอดเรืองแสง หรือหลอดฟลูออเรสเซนต์
6. สามารถเรยี นรดู้ ว้ ยตนเอง โดยมีหลักฐานการเรยี นรู้ บนั ทึกการเรียนรแู้ ละการประเมนิ ผล
ความก้าวหนา้ ของตนเอง รวมถึงการใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศ
คุณลกั ษณะที่พึงประสงค์
มีการพัฒนาคุณธรรม จริยธรรม ค่านยิ ม และคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ของผสู้ ำเร็จการศกึ ษา
สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศกึ ษา ทค่ี รสู ามารถสังเกตไดข้ ณะทำการสอนในเรอื่ ง
1. ความมมี นุษยสัมพันธ์
2. ความมีวนิ ัย
3. ความรบั ผิดชอบ
4. ความซอ่ื สัตยส์ จุ รติ
5. ความเชื่อมน่ั ในตนเอง
6. การประหยดั
7. ความสนใจใฝ่รู้
8. การละเว้นส่งิ เสพตดิ และการพนัน
9. ความรกั สามัคคี
10. ความกตัญญูกตเวที
สาระการเรียนรู้
1. ส่วนต่าง ๆ ของจักรยาน
2. การสนทนาเรอ่ื งยางรัว่ ยางแบน
3. คาํ ศัพท์เก่ียวกับส่วนตา่ ง ๆ ของรถยนต์
4. การตั้งคําถามเม่ือไม่ทราบชื่อของส่งิ ของหน่ึงๆ
5. หลอดเรืองแสงหรือหลอดฟลูออเรสเซนต์
6. การแสดงหลักฐานการเรยี นรดู้ ว้ ยตนเอง และการใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศสืบคน้ และฝึกฝนการใช้
ภาษาองั กฤษ
กจิ กรรมการเรียนรู้
ขนั้ นำเขา้ สบู่ ทเรียน
1. ครูสนทนากับผู้เรยี นเกย่ี วกบั การปั่นจักรยาน เชน่ ผเู้ รียนปนั่ จกั รยานเป็นหรอื ไม่ หรือ สามารถปั่น
จกั รยานต้งั แตอ่ ายุเท่าไหร่ หรอื ใครเป็นผู้สอน มเี หตกุ ารท์ ่ีประทับใจทีอ่ ยากแบ่งปนั บา้ ง เป็นต้น
2. ครูให้ผู้เรยี นดูสว่ นประกอบตา่ ง ๆ ของจักรยานแล้วถามผเู้ รียนมีใครรู้จกั ส่วนใดของจกั รยานบา้ ง
3. ครใู หผ้ เู้ รยี นฟังคลปิ เสียงใน Starting Up Practice A หนา้ 29 แล้วออกเสยี งตาม โดยครูบอก
ความหมายคำศัพท์แต่ละคำใหผ้ เู้ รยี นด้วย
ขน้ั สอน
4. ครูให้ผเู้ รยี นทำ Listening & Speaking Practice A หน้า 30 โดยให้ผเู้ รียนฟังบทสนทนาจาก
Practice A เม่ือฟังจบครูจึงถามผเู้ รยี นวา่ “What happened to Bob’s car?” แล้วจงึ สุ่มใหผ้ เู้ รียนตอบ
คำถาม
5. ครใู ห้ผเู้ รยี นชว่ ยกันสรปุ เนือ้ เรอื่ งทไี่ ด้ฟังจากบทสนทนาใน Practice A อีกครั้ง
6. ครูให้ผเู้ รียนทำ Practice B หนา้ 30 โดยให้ผเู้ รยี นฟงั คำศพั ท์และออกเสียงตาม
7. ครใู ห้ผเู้ รยี นทำ Practice C หน้า 30 โดยใหผ้ ู้เรยี นค้นหาความหมายของคำศพั ท์
8. ครเู ฉลย Practice C หนา้ 30 และอธิบายเพิ่มเตมิ ดังนี้
9. ครูให้ผเู้ รยี นจบั กลุ่ม กลุ่มละ 4 คน แล้วแจกกระดาษเทาขาวให้กลุ่มละ 1 แผ่น ครูให้ผู้เรียนแบง่ คร่ึง
กระดาษ โดยคร่งึ ซา้ ยให้วาดรปู ภายนอกรถ และครง่ึ ขวาใหว้ าดรปู ภายในรถ
10. ครูใหผ้ เู้ รียนฟงั คลิปเสยี งคำศัพทเ์ ก่ยี วกับส่วนประกอบทั้งภายนอกและภายในรถ ใน Vocabulary
Practice A และ C แลว้ ให้นักเรยี นออกเสียงตาม โดยครูบอกความหมายคำศพั ท์แตล่ ะคำให้ผู้เรยี นดว้ ย
11. เม่ือผ้เู รียนได้เรยี นร้คู ำศพั ทเ์ กี่ยวกบั ส่วนประกอบทั้งภายนอกและภายในรถ แลว้ ให้ผเู้ รยี นนำ
คำศัพทเ์ หลา่ นน้ั มาเขียนลงในกระดาษเทาขาว แล้วโยงเสน้ ไปยงั สว่ นประกอบของรถที่ได้วาดให้ถูกต้อง
12. ครตู รวจคำตอบและให้แต่ละกลมุ่ สง่ ตัวแทนออกมานำเสนอผลงานหน้าชัน้ เรียน โดยผ้เู รียนสามารถ
แนะนำหรอื ตชิ มผลงานของกลมุ่ ตา่ ง ๆ ได้อย่างอิสระ โดยให้การแนะนำหรือตชิ มน้ันสุภาพ และอยูใ่ นขอบเขต
ของมารยาทในสังคมไทย
13. ครูสอน Language Focus เรือ่ งการถามและการบอกเกีย่ วกบั อะไหลต่ ่าง ๆ ว่าเรียกว่าอะไร
พร้อมยกตวั อยา่ งประกอบ ดังนี้
14. ครูใหผ้ ู้เรียนทำ Practice A หนา้ 34 โดยใหผ้ เู้ รยี นเตมิ ประโยคคำถามและคำตอบให้สมบูรณ์
15. ครแู ละผเู้ รียนช่วยกนั เฉลยคำตอบ โดยครูสุ่มใหผ้ ู้เรียนเฉลยคำตอบแตล่ ะข้อหนา้ ช้ันเรยี น
จนครบทกุ ข้อ
16. ครูใชเ้ ทคนคิ กระบวนการผงั มโนทศั น์ (Concept Mapping) โดยให้ผเู้ รียนแตล่ ะกลุม่ ชว่ ยกันอ่าน
Reading & Writing Practice A หน้า 35 เร่อื ง A fluorescent light โดยมีขัน้ ตอน ดังน้ี
1) ผู้เรยี นอ่านเน้อื เรือ่ งและวิเคราะหข์ อ้ มูล
2) ผ้เู รียนจัดขอ้ มูลลงในผังมโนทศั นแ์ ละจดั ลำดับข้นั ตอนความคิด
3) ผู้เรยี นตรวจสอบความถกู ต้องของผงั มโนทศั นร์ ว่ มกันอีกคร้ัง
17. ครใู หผ้ ูเ้ รยี นแตล่ ะกลุ่มทำ Practice B และ Practice C หนา้ 35
18. ครูและผเู้ รยี นช่วยกนั เฉลยคำตอบ
ขน้ั สรปุ และการประยกุ ต์
19. ครใู ห้ผู้เรียนช่วยกันสรปุ คำศัพท์เกีย่ วกบั สว่ นประกอบทัง้ ภายนอกและภายในรถ
20. ครสู ุ่มถามความหมายของคำศัพท์ เพื่อตรวจสอบความจำและความเขา้ ใจของผ้เู รยี น
21. ทำแบบประเมินผล แบบฝกึ ปฏบิ ัติ และประเมินตนเองจากแบบประเมนิ ตนเอง รวมท้ังกิจกรรมการ
จัดประสบการณ์การเรียนรู้
22. ประเมนิ ผูเ้ รยี นตามแบบฟอรม์ ต่อไปนี้
ช่อื ผเู้ รยี น ประสบการณ์พ้นื ฐานการเรียนรู้ วธิ กี ารเรียนรู้
ความรู้ ทกั ษะ ผลงาน
1.
2.
3.
4.
5.
สือ่ และแหล่งการเรยี นรู้
1. หนังสือเรยี น วชิ าภาษาอังกฤษเทคโนโลยีอุตสาหกรรม ของสำนักพิมพ์เอมพนั ธ์ จำกดั
2. กระดาษเทาขาวให้กลมุ่ ละ 1 แผน่
3. กจิ กรรมการเรยี นการสอน
4. ส่อื อเิ ลก็ ทรอนิกส,์ PowerPoint และเครอ่ื งคอมพิวเตอร์
5. แบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้
หลกั ฐาน
1. บนั ทึกการสอน
2. ใบเชค็ รายชื่อ
3. แผนจัดการเรียนรู้
การวัดผลและการประเมินผล
วิธวี ดั ผล
1. สังเกตพฤติกรรมรายบุคคล
2. ประเมินพฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกล่มุ
3. สงั เกตพฤตกิ รรมการเข้าร่วมกจิ กรรมกลุ่ม
4. ตรวจแบบประเมินผลการเรยี นรู้ และแบบฝกึ ปฏิบัติ
5. การสังเกตและประเมินพฤติกรรมด้านคณุ ธรรม จริยธรรม คา่ นิยม และคณุ ลักษณะ
อันพึงประสงค์
เครือ่ งมอื วัดผล
1. แบบสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล
2. แบบประเมนิ พฤติกรรมการเข้ารว่ มกจิ กรรมกลุ่ม (โดยครู)
3. แบบสงั เกตพฤติกรรมการเข้ารว่ มกจิ กรรมกลุม่ (โดยผู้เรียน)
4. แบบประเมนิ ผลการเรียนรู้ และแบบฝึกปฏิบัติ
5. แบบประเมนิ คุณธรรม จริยธรรม คา่ นิยม และคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ โดยครแู ละผู้เรยี น
ร่วมกันประเมิน
เกณฑ์การประเมนิ ผล
1. เกณฑ์ผา่ นการสังเกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล ตอ้ งไม่มีช่องปรบั ปรงุ
2. เกณฑ์ผา่ นการประเมนิ พฤติกรรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกลุ่ม คอื ปานกลาง (50 % ขึน้ ไป)
3. เกณฑผ์ า่ นการสังเกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกิจกรรมกลุ่ม คือ ปานกลาง (50% ขึน้ ไป)
4. แบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้ และแบบฝึกปฏบิ ัติมีเกณฑ์ผ่าน 50%
5. แบบประเมนิ คุณธรรม จริยธรรม คา่ นิยม และคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ คะแนนขน้ึ อยู่กับ
การประเมินตามสภาพจรงิ
กจิ กรรมเสนอแนะ
กจิ กรรมแบบฝึกปฏิบตั เิ พ่ิมเติม จากแบบฝึกหัด Progress Check & Independent Study:
Progress Check (Check A, Check B, Check C, Check D, Check E, Check F ) หน้า 37