The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คุณเอกรินทร์-พัดทดนํ้า 3-7-60

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by dansaihospital.live, 2022-03-20 04:04:19

คุณเอกรินทร์-พัดทดนํ้า 3-7-60

คุณเอกรินทร์-พัดทดนํ้า 3-7-60

93พดั ทดนํา้

ประติมากรรมมชี ีวติ แหง ลําน้ําหมัน

หนา พัดสูงขน้ึ น้าํ หมนั จงึ ต้ืน แตหลังจากขดุ ลอกนา้ํ หมนั แลว ปรากฏวา
ปน น้ี า้ํ กลบั ทว มนาเหมอื นเดมิ สงั เกตวา การขดุ ลอกลาํ นา้ํ จะคมุ คา แค 4 ป
ตนเองไดเกี่ยวขาว 3 ป น้ําก็กลับมาทวมซ้ํา หากทวา นางธานีก็อยาก
ใหขุดลอกลําน้ํา เพราะท่ีผานมาเม่ือ 20 กวาปกอน ไมเคยไดเก่ียวขาว
นา้ํ ทว มนาของตนเองทกุ ป เนอ่ื งจากนาของตนอยตู ดิ นา้ํ หมนั บรเิ วณทา ยโคง
เมอ่ื นํา้ มาแรง นา้ํ จึงลน เขาทุงนา

นางธานี ตนั โยสิ ชใ้ี หด รู อ งรอยนา้ํ หมนั ทะลกั เขา พนื้ ทเี่ กษตร พดั นาํ
ทรายเขา มาจนกลายเปน ทเ่ี ลน ของหลาน แมว า ตนเองจะนาํ เอากระสอบ
ทรายมากั้นก็ไมสามารถทานแรงนํ้าได นางธานีบอกวา เหตุผลสวนหน่ึง
เปนเพราะไมมีตน ไผช ว ยยึดดินเหมอื นเมอ่ื กอน การขุดลอกลํานาํ้ ทาํ ให
กอไผถูกขดุ รอื้ ออกจนหมด ปจ จุบัน นางธานจี ึงหนั มาปลกู ตนไผบรเิ วณ
ท่ีนํ้าทะลักเขาทุงนา หวังวาจะชวยไดบาง แตตนไผกอเดิมกอใหญมาก
อายุหลายสิบป นอกจากนี้ เหตุผลท่ีครอบครัวตนเองตัดสินใจเลิกทํา
พดั ทดนา้ํ แลว หนั มาใชเ ครอ่ื งสบู บางชว งเวลา เนอ่ื งจากตลง่ิ สงู และชนั ไม
สามารถสรา งพัดทดนา้ํ บรเิ วณดังกลาวได

จากขอมูลภาคสนามดังกลาวสะทอนใหเห็นวา การคิดเร่ือง
“ตนทุน” ของชาวบานที่เปนเกษตรกรตางจากขอเท็จจริงโดยสิ้นเชิง
ความไมเขาใจเร่ืองตนทุนที่แทจริงน้ันถือเปนปญหาใหญของประเทศ
ขณะเดียวกนั ยังเผยใหเ หน็ วา การแกป ญหาของภาครัฐอยา งการขุดลอก
ลาํ นา้ํ หมนั นน้ั ขาดการศกึ ษาผลกระทบและการใหข อ มลู ทด่ี พี อตอ คนทอ งถน่ิ
ชาวบานหลายคนจึงเกิดความคิดวา การขุดลอกลําน้ําหมันไมใชตนทุน
เพราะเปนงบประมาณจากภาครัฐ สาํ หรับชาวบา นแลว ตน ทุนคือการที่
ตนเองตองจายเทาน้ัน ย่ิงทําใหมองเห็นวาการศึกษาและการเรียนรูเปน
เรอ่ื งสาํ คญั มาก ขณะเดยี วกนั ยงั ตอ งใหค วามสาํ คญั กบั การสอื่ สารและให
ขอ มูลท่ีเปนผลพวงสบื เน่ืองจากการพัฒนา

94 พดั ทดน้ํา
ประติมากรรมมีชวี ติ แหงลํานาํ้ หมนั
สวนนายพรชัย แสนประสิทธิ์ ไดเลาใหฟงวา ตนทําพัดทดนํ้ามา
ตง้ั แตเ ดก็ ไดต ดิ ตามพอ กบั แมไ ปทนี่ าและดทู า นทง้ั สองทาํ พดั และสบื ทอด
ทาํ ตามมา เมื่อสอบถามรายละเอยี ดเรื่องการขดุ ลอกลํานํ้าหมันคร้ังใหญ
ที่ผานมาวา มีผลกระทบตอชาวบานอยางไร นายพรชัยอธิบายวา การ
ขุดลอกนั้นมีงบประมาณมาจากภาครัฐ ขณะนั้นชาวบานสวนใหญตาง
ลงความเห็นใหขุดลอกกันทั้งน้ัน เพราะชาวบานประสบกับปญหาน้ํา
ทวมทงุ นาไดร บั ความเดือดรอ น แตห ลงั จากขุดลอกลําน้าํ หมันไป 4-5 ป
น้ําก็กลับทวมท่ีนาเหมือนเดิม และทวมหนักมากในป พ.ศ. 2559 และ
2560 นอกจากนี้ ส่ิงที่ตามมาหลังจากขุดลอกลํานํ้าคือ วังปลาหายไป
กลาวคือ ปลาหลายชนิดท่เี คยอาศัยอยใู นลําน้าํ หมันมีจํานวนลดนอยลง
อกี ทั้งการขุดลอกในครัง้ นน้ั สง ผลใหพ ดั ทดนํา้ หายไปเปนจํานวนมาก
เมอ่ื การขดุ ลอกลาํ นา้ํ หมนั เปน สาเหตขุ องการหายไปของพดั ทดนา้ํ
นายพรชัย แสนประสิทธ์ิ ยังอธิบายใหฟงวา แมปจจุบันตนจะเลิกทํา
พัดไปแลวแตในอนาคตจะกลับมาทําพัดทดน้ําอีกครั้งแนนอน โดย
ใหเหตุผลวาพัดทดน้ําสามารถหมุนน้ําใสนาไดตลอดเวลา ตางจาก
เครื่องสูบน้ําท่ีสูบนํ้าใสผืนนาไดปริมาณมากก็จริงแตวันรุงขึ้นผืนนาก็
แหงแลว นอกจากนี้ การลดลงของจํานวนพัดทดนํ้า ทําใหภาครัฐและ
ผใู หญบ า นออกมาสนบั สนนุ ใหช าวบา นกลบั มาทาํ พดั ทดนาํ้ เพอ่ื อนรุ กั ษใ ห
คนรุนหลังไดเห็นถึงภูมิปญญาของบรรพบุรุษ โดยผูใหญบานมีการบอก
กลาวแกชาวบานวา หากใครจะทําพัดทดน้ําใหมาเอาอุปกรณการทํา
พัดทดนา้ํ (ตะปู) ไดโดยไมเ สียคาใชจายใดๆ แตสาเหตุทชี่ าวบานไมเ ห็น
ดว ยกบั การใชพ ดั ทดนาํ้ เนอ่ื งจากเวลาทเ่ี กดิ นา้ํ ทว ม กระแสนา้ํ จะมาพรอ ม
กับก่งิ ไมขนาดเล็กและใหญ เศษไมเหลานั้นจะกองรวมกันขวางทางนํ้า
บรเิ วณใกลก บั พดั ทดนาํ้ และมองวา นน่ั สาเหตหุ นงึ่ ทที่ าํ ใหน าํ้ ระบายไดช า
จนเกิดนาํ้ ทวมน่ันเอง

95พดั ทดน้ํา

ประตมิ ากรรมมชี วี ิต แหง ลํานํา้ หมัน

อยางไรก็ตาม นายพรชยั แสนประสิทธิ์ไดใ หความเห็นในชวงทาย
วา ปจ จบุ นั พดั ทดนา้ํ นา จะมจี าํ นวนเพมิ่ ขน้ึ อกี เพราะพดั ทดนาํ้ มคี า ใชจ า ย
ไมมากนัก ประกอบกับผืนนาตองการน้ําตลอดเวลา ซ่ึงน่ีคือขอแตกตาง
ของเครอ่ื งสบู น้ําท่ไี มส ามารถใหน้ําไดต ลอดเวลา

จากทศั นะของคนนาหมมู น บางสว นจะเหน็ ไดว า ปจ จบุ นั สถานการณ
การใชพัดทดน้ําของคนบานนาหมูมนมีทั้งชาวบานท่ีเลิกใชพัดทดนํ้า
ไปแลว ชาวบา นทย่ี งั ใชพ ดั ทดนา้ํ อยตู ง้ั แตอ ดตี ถงึ ปจ จบุ นั และชาวบา นท่ี
จะกลับมาใชพัดทดน้ําอีกครั้ง โดยเหตุผลของแตละกลุมตางมีปจจัยทาง
ดานเศรษฐกิจและความเหมาะสมของฤดูกาลมาเปนขอจํากัดหรือขอ
กําหนดการใชเคร่ืองทุนแรง เชน ชาวบานที่ยังใชพัดทดนํ้าอยูตางมอง
เห็นวา พัดทดนํ้าใหความคุมคาและประหยัดคาใชจายไดดีกวา แตใน
ขณะเดยี วกนั ชาวบา นทใี่ ชเ ครอื่ งสบู นา้ํ มองวา การทาํ พดั ทดนา้ํ นนั้ หาวสั ดุ
อุปกรณในการทําลําบาก และมองเห็นถึงความคุมคาของเครื่องสูบนํ้า
ท่ีใหนํ้าไดมากกวา ในทายที่สุดแลวไมวาชาวบานจะใชเคร่ืองสูบน้ําหรือ
ใชพัดทดน้ําในการเกษตรน้ันลวนเปนการปรับตัวของชาวบานตอการ
เปล่ียนแปลงทางการเกษตร หรือฤดูกาลตางๆ ที่ตองเผชิญในขณะน้ัน
บางครัวเรือนใชท้ังเครื่องสูบนํ้าและพดั ทดนา้ํ ในการเกษตร โดยขน้ึ อยกู บั
ระดับน้ําในลําน้ําหมันวามากหรือนอยเพียงใด จะเห็นไดวาการใช
เครอ่ื งทนุ แรงแตล ะอยา งลว นเปน ความพยายามในการปรบั ตวั ของชาวบา น
ใหสามารถใชประโยชนและเขาถึงทรัพยากรน้ําตามฐานความคิดที่
แตกตางกันไป

96 พัดทดนา้ํ
ประตมิ ากรรมมชี ีวิต แหง ลํานํา้ หมัน
บทสรปุ : “ประติมากรรมมชี วี ติ ” แหงลําน้ําหมัน
พดั ทดนา้ํ บา นนาหมมู น ในลมุ นา้ํ หมนั ตอนปลาย นา จะสะทอ นให
เห็นวา วิศวกรรมพ้ืนบานดานการจัดการนํ้ามีความสัมพันธกับระบบ
เครือญาติและเศรษฐกิจอยางแนบชดิ กลาวคือ พัดทดน้ําถือเปน “มูล”
(ภาษาถนิ่ ) หรอื มรดกท่ีสบื ตอ กันมาหลายช่วั อายคุ น บุคคลในครอบครวั
ท่ีไดรับมรดกท่ีดินเพื่อประกอบกิจกรรมทางการเกษตร โดยสวนใหญ
จะเปนลูกหลานท่ีตองอาศัยอยูกับครอบครัวหรือ “ติดที่” หรือไมก็เปน
เครือญาติที่มีแนวโนมที่จะประกอบอาชีพเกษตรกรเชนเดียวกับคนรุน
พอ แม ปยู า ตายาย รวมถงึ อาจเปน ผทู ไี่ มไ ดป ระกอบอาชพี ทอี่ าศยั อยไู กล
จากที่นาของตน เนื่องจากบุคคลดังกลาวตองเปนผูท่ีเก็บเก่ียวผลผลิต
นําผลผลิตที่ไดมาบริโภคในครัวเรือนและแจกจายใหพ่ีนองท่ีไมไดเปน
เกษตรกร
ดังนั้น พัดทดน้ําจึงเปนภูมิปญญาทองถิ่นที่สัมพันธกับระบบ
นิเวศของผนื นาและลาํ นาํ้ หมนั ทต่ี อ งมคี วามเหมาะสมในการสรา ง เหตุนี้
จงึ ทาํ ใหว ศิ วกรรมพน้ื บา นดงั กลา วหาใชจ ะสรา งไดท กุ บา น อกี ทง้ั พดั ทดนา้ํ
ยังเปนมรดกท่ีสามารถแบงปนกันได เพราะการสรางพัดหน่ึงหลัง
ชาวบานสามารถตอรองเรื่องของการปนน้ําไดแลวก็จะกําหนดจุดต้ัง
พัดทดนํ้าท่ีเหมาะสม เพ่ือใหน้ําไหลลงฮางรินกอนกระจายสูผืนนา
สวนชาวบานท่ีมีสวนไดสวนเสียในการใชน้ําจะตองมาชวยกันออกแรง
ในการสรา งพดั ทดนา้ํ
สวนดานเศรษฐกิจจะเห็นไดวา พัดทดนํ้าเปนภูมิปญญาท่ีมี
คณุ ูปการมาหลายช่วั อายุคน เนอ่ื งจากชาวบา นมีความเห็นวา พดั ทดน้ํา
ชว ยใหค รวั เรอื นประหยดั ตน ทนุ ในการทาํ การเกษตรแทนการใชเ ครอื่ งจกั ร

97พัดทดน้าํ

ประตมิ ากรรมมีชวี ิต แหง ลาํ นํ้าหมัน

ที่ตองเสียคานํ้ามัน อีกทั้งพัดทดน้ํายังผันน้ําไดอยางสมํ่าเสมอ รวมถึง
งายตอการควบคุม แมวาชาวบานจะตองซอมบํารุงพัดทดน้ํากันทุกป
แตโครงสรางหลักยังคงใชไดอยู ภาพรวมการใชงานพัดทดน้ําจึงใชได
ระยะยาว ประโยชนด งั กลา วจงึ มอี ทิ ธพิ ลตอ การดาํ รงอยขู องพดั ทดนาํ้ ใน
ปจ จุบัน

ในมิติเชิงวัฒนธรรม บานนาหมูมนถือเปนหมูบานที่มีภูมิปญญา
ทองถ่ินเปนอัตลักษณเฉพาะ ซึ่งเกิดจากการปรับตัวของคนในชุมชน
เพื่อใหเขากับสภาพแวดลอม ถึงแมจะมีการเปลี่ยนแปลง แตก็ยังคงไว
ซง่ึ อตั ลกั ษณ ดงั เชน อาชีพเกษตรกรรมทีต่ องพ่ึงพาลํานา้ํ หมันเปนปจ จยั
สาํ คัญในการผลิต จึงเกิดวศิ วกรรมพดั ทดน้าํ ขน้ึ มาเพอ่ื เปนเครอื่ งทุนแรง
ในการเกษตร แมการเปลยี่ นแปลงจะเกดิ ขน้ึ ตอสง่ิ แวดลอม แตพดั ทดน้ํา
ยงั มคี วามสาํ คัญตอคนในชุมชนเสมอมา

เหตุน้ี พัดทดน้ําจึงเปรียบไดดั่ง “ประติมากรรมมีชีวิต” แหง
ลาํ นํ้าหมัน เพราะกลายมาเปนสวนหน่ึงในวถิ ชี วี ติ รวมถงึ ยงั เปนตัวเชอื่ ม
โยงสายสัมพันธของคนในครอบครัว เปนแหลงกําเนิดรายไดและอาชีพ
รวมถงึ เปนมรดกดา นภูมปิ ญ ญาทส่ี งตอ จากรนุ สรู นุ

98 พดั ทดนาํ้
ประติมากรรมมีชวี ติ แหง ลํานํ้าหมนั

เอกสารอา งองิ

เอกรนิ ทร พ่งึ ประชา, ดารณุ ี โพธ์ิปลัดและประกาย แถวอุทมุ . (2555).
รายงานวิจยั ภูมิปญ ญาทองถ่นิ ในการจัดการระบบและ
ความมัน่ คงอาหารของชุมชน: กรณศี ึกษาหมูบา นใน
อําเภอดานซาย จังหวัดเลย. กรุงเทพฯ: สํานักงานกองทุน
สนับสนนุ การวิจัย.

เอกรนิ ทร พง่ึ ประชา, ดารุณี โพธป์ิ ลัดและประกาย แถวอทุ ุม. (2555.)
ภูมิปญญาทองถ่ินในการจัดการระบบ “นา” และ “ไร” เพื่อ
ความม่ันคงทางอาหารของชุมชน หมูบานในอําเภอดานซาย
จังหวัดเลย. เลย: รุงแสงธุรกิจการพิมพ.

เอกรินทร พึ่งประชา, เปรมศรี สาระทัศนานันท, ไพโรจน ทองคํา,
ไกรลาศ พมิ พร ตั น และนภาพร ภกั ดสี าร. (2557). รายงานวจิ ยั
การพฒั นาฐานทรัพยากรอาหารของชมุ ชนในภาวะเปราะบาง
เพ่อื เสรมิ สรางความมน่ั คงทางอาหารของชมุ ชน.
กรุงเทพฯ: สาํ นักงานกองทุนสนับสนุนการวจิ ัย.

เอกรินทร พ่ึงประชา, เปรมศรี สาระทัศนานันท, ไพโรจน ทองคํา,
ไกรลาศ พิมพร ตั น และนภาพร ภกั ดสี าร. (2557.)
จากปา สคู รวั ไทดาน. เลย: รุงแสงธุรกิจการพมิ พ.

พดั ทดน้าํ

ประตมิ ากรรมมีชวี ติ แหง ลําน้าํ หมนั


Click to View FlipBook Version