1 สรุปผลการดําเนินงานโครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข ประจําปีการศึกษา พ.ศ. 2565
2 สรุปผลการดําเนินงานโครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข ประจําปีการศึกษา พ.ศ. 2565 คํานํา เอกสารฉบับนี้จัดทําขึ้นเพื่อเสนอผลการดําเนินงานโครงการสถานศึกษาสีขาวปลอดยาเสพติดและอบายมุข ประจําปีการศึกษา 2565 ของโรงเรียนวัดดาวคะนอง สังกัดสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา พระนครศรีอยุธยาเขต 1 ตามนโยบายสถานศึกษาน้อมนําศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน โครงการ สถานศึกษาสีขาวปลอดยาเสพติดและอบายมุข ประกอบไปด้วย ใบสมัคร ข้อมูลเบื้องต้นของสถานศึกษา สถานการณ์ ยาเสพติดรอบสถานศึกษา ผลการดําเนินงานตามยุทธศาสตร์ 5 ด้าน ได้แก่ 1) ด้านการป้องกัน 2) ด้านการค้นหา 3) ด้านการรักษา 4)ด้านการเฝ้าระวัง 5)ด้านการบริหารจัดการ กิจกรรมห้องเรียนสีขาวและภาพรางวัลผลงานดีเด่น ขอขอบคุณ คณะกรรมการประเมินโครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข ระดับเงิน ผู้อํานวยการสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพระนครศรีอยุธยาเขต 1 คณะศึกษานิเทศก์ ผู้อํานวยการ โรงเรียนวัดดาวคะนอง คณะครู นักเรียนแกนนํา ตลอดจนผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ที่ได้มีส่วนร่วมช่วยเหลือสนับสนุนในการ ดําเนินงานป้องกันยาเสพติดในสถานศึกษาของโรงเรียนวัดดาวคะนอง ให้ประสบผลสําเร็จตามจุดมุ่งหมาย และหวัง เป็นอย่างยิ่งว่า เอกสานฉบับนี้จะเป็นประโยชน์แก่ผู้ที่สนใจ นําไปใช้เป็นแนวทางในการป้องกัน แก้ไขปัญหายาเสพ ติดต่อไป คณะผู้จัดทํา โรงเรียนวัดดาวคะนอง
3 สรุปผลการดําเนินงานโครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข ประจําปีการศึกษา พ.ศ. 2565 สารบัญ เรื่อง หน้า คํานํา ก สารบัญ ข คํารับรองผลการดําเนินงาน ใบสมัคร สรุปผลการดําเนินงานสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข บทที่ 1 บทนํา - ข้อมูลสถานศึกษา 1 บทที่ 2 สถานการณ์ยาเสพติดรอบสถานศึกษา 15 บทที่ 3 ผลการดําเนินตามยุทธศาสตร์ 5 มาตรการ - มาตรการที่ 1 ด้านการป้องกัน 23 - มาตรการที่ 2 ด้านการค้นหา 71 - มาตรการที่ 3 ด้านการรักษา 77 - มาตรการที่ 4 ด้านการเฝ้าระวัง 98 - มาตรการที่ 5 ด้านการบริหารจัดการ 106 - แบบสรุปการผลการประเมินโครงการสถานศึกษาสีขาว - แบบสถานศึกษาสีขาว 2 117 - แบบสถานศึกษาสีขาว 3 118 บทที่ 4 กิจกรรมห้องเรียนสีขาว - ภาพแผนผังห้องเรียนสีขาวและคติพจน์ทุกห้อง 121 - สําเนาสมุดบันทึกการปฏิบัติงานแกนนํา 4 ฝ่าย สัปดาห์ที่ 1 ของเดือน 127 - โครงงานปลอดบุหรี่ แอลกอฮอล์และอบายมุขทุกห้อง 189 บทที่ 5 ภาพรางวัล ผลงานดีเด่น - รางวัลที่ได้รับ 223
1 สรุปผลการดําเนินงานโครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข ประจําปีการศึกษา พ.ศ. 2565 1. บทนํา หลักการและเหตุผล ยาเสพติดเป็นปัญหาสําคัญระดับชาติที่รัฐบาลถือเป็นนโยบายที่ต้องเร่งดําเนินการแก้ไขอย่างจริงจัง ทั้งนี้ เพราะเพราะปัญหายาเสพติด ที่มีการแพร่ระบาดในทุกพื้นที่ของประเทศไทย ได้ทวีความรุนแรงมากขึ้น ส่งผลกระทบ ต่อการพัฒนาประเทศทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งทางด้านการเมือง และความมั่นคงของประเทศ พฤติกรรม ที่ไม่พึงประสงค์ในกลุ่มเยาวชน ดื่มสุรา สูบบุหรี่ เที่ยวกลางคืน การพนัน การทะเลาะวิวาท ติดเกม สื่อลาม ลามกอนาจาร ฟุ่มเฟือย และวัตถุนิยมเกินฐานะ ปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกับนักเรียน นักศึกษา ซึ่งเป็นพฤติกรรม เบี่ยงเบนที่สังคมไม่ยอมรับ การป้องกันและแก้ไขปัญหาเป็นสิ่งสําคัญประการหนึ่ง ของการพัฒนาทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และสติปัญญา ทางโรงเรียนได้บูรณาการจัดทําแผนปฏิบัติการการร่วมกันทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง จึงได้จัดทํา โครงการห้องเรียนสีขาว/แผนกสีขาว ในสถานศึกษา โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ครูอาจารย์ที่ปรึกษาและนักเรียน ที่เป็น แกนนํา เป็นผู้ให้ความรู้ ความเข้าใจในการให้คําปรึกษา ตักเตือนเพื่อน กระตุ้นเพื่อน ปลูกฝังค่านิยมที่ถูกต้องดูแล ช่วยเหลือซึ่งกันและกันเพื่อให้เยาวชนของประเทศไทยเป็นเยาวชนที่มีความรู้ ควบคู่ด้วยคุณธรรม ไม่ฝักใฝ่อบายมุข และสร้างปัญหาให้กับสังคม สามารถดํารงตนอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุขเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพพัฒนาประเทศไทย ให้เจริญรุ่งเรืองต่อไป วัตถุประสงค์ 1. เพื่อให้นักเรียน นักศึกษา ที่มีปัญหาต้องการความช่วยเหลือได้รับคําปรึกษา คําแนะนําที่ถูกต้องเหมาะสม จากผู้ที่เป็นแกนนํา และครูอาจารย์ที่ปรึกษา ครูแนะแนว 2. เพื่อให้มีนักเรียน นักศึกษาแกนนําในห้องเรียนดูแลช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ตักเตือน แนะนําเพื่อนในการ ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ปัญหาอบายมุขและปัญหาอื่น ๆ ที่เป็นสิ่งมัวเมาทั้งหลาย 3. ผู้บริหารสถานศึกษาส่งเสริมและสนับสนุนให้มีนักเรียน แกนนําประจําห้อง และครูอาจารย์ที่ปรึกษา ครู แนะแนว และเพื่อนที่ปรึกษาให้คําปรึกษาแนะนําและให้การช่วยเหลือ การบริหารจัดการการอบรม การสนับสนุน กิจกรรม และติดตามประเมินผลโดยร่วมมือกันทุกฝ่าย 4. เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งในการเฝ้าระวังพฤติกรรมเสี่ยง ด้วยกระบวนการสร้างเครือข่ายนักเรียน นักศึกษาแกนนํา เพื่อให้เกิดกระบวนการพัฒนาให้มีความเข้มแข็ง ต่อเนื่องและยั่งยืน บทที่ 1 บทนํา ข้อมูลสถานศึกษา
2 สรุปผลการดําเนินงานโครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข ประจําปีการศึกษา พ.ศ. 2565 เป้าหมาย 1. ด้านปริมาณ - โรงเรียนวัดดาวคะนอง ได้เข้าร่วมโครงการห้องเรียนสีขาว/แผนกสีขาว และรับการประเมินผลการ ดําเนินงานประจําปี เพื่อประกาศให้เป็นห้องเรียนสีขาว - ผู้บริหารสถานศึกษา กรรมการสถานศึกษา ครูอาจารย์ นักเรียน นักศึกษาแกนนําและผู้ปกครองให้การ สนับสนุนส่งเสริมการดําเนินโครงการห้องเรียนสีขาว 2. ด้านคุณภาพ - นักเรียน มีจิตสาธารณะรู้จักเสียสละดูแลช่วยเหลือกัน มีภาวการณ์เป็นผู้นําและผู้ตามที่ดีมีความรู้คู่คุณธรรม - การมีส่วนร่วมในการดูแลช่วยเหลือระหว่างบ้านและสถานศึกษา มีผู้ปกครอง ครู อาจารย์ที่ปรึกษา และครู ประจําชั้นติดตามพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์และร่วมกันแก้ไข ผู้รับผิดชอบโครงการ 1. ฝ่ายกิจการนักเรียน 2. ครูที่ปรึกษา ตัวชี้วัดความสําเร็จ - เชิงปริมาณร้อยละ 80 ผู้บริหารสถานศึกษา กรรมการสถานศึกษา ฯ ครู อาจารย์ นักเรียนนักศึกษา ใน สถานศึกษาที่เข้าร่วมโครงการห้องเรียนสีขาว/แผนกสีขาวมีความพึงพอใจ - เชิงคุณภาพ ร้อยละ 80 นักเรียน มั่นใจในกระบวนการดําเนินงานโครงการห้องเรียนสีขาว ที่มีผลในการ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่พึงประสงค์เป็นแบบอย่างที่ดีงามของสังคม การประเมินผลโครงการ 1. ห้องเรียนประเมินตนเอง และรายงานผลการประเมินให้โรงเรียนทราบของทุกภาคเรียน 2. สถานศึกษารายงานศูนย์อํานวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด กระทรวงศึกษาธิการ ทุกภาคเรียน ผลที่คาดว่าจะได้รับ 1. นักเรียน นักศึกษา มีความรู้คู่คุณธรรม เติบโตเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพ ไม่ไปข้องเกี่ยวกับยาเสพติดและ อบายมุข 2. ความร่วมมือระหว่างบ้านกับสถานศึกษามีความเข้มแข็งช่วยเหลือนักเรียน นักศึกษาให้มีพฤติกรรมพึง ประสงค์ เป็นเยาวชนที่ดีของประเทศไทย 3. การดําเนินงานโครงการห้องเรียนสีขาว มีคุณภาพนําไปสู่ โครงการสถานศึกษาสีขาวปลอดยาเสพติดและ อบายมุข
3 สรุปผลการดําเนินงานโครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข ประจําปีการศึกษา พ.ศ. 2565 2. ข้อมูลสถานศึกษา 2.1. ข้อมูลทั่วไป ชื่อสถานศึกษาโรงเรียนวัดดาวคะนอง ตั้งอยู่หมู่ที่ 1 ถนนหัวหาด - อยุธยา ตําบลโพธิ์สามต้น อําเภอบางปะหัน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา รหัสไปรษณีย์ 13220 e-mail : [email protected] สังกัดสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพระนครศรีอยุธยา เขต 1 เปิดสอนตั้งแต่ระดับอนุบาลปีที่ 2 ถึง ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ประวัติโรงเรียนโดยย่อ โรงเรียนวัดดาวคะนอง ตั้งอยู่หมู่ที่ 1 ตําบลโพธิ์สามต้น อําเภอบางปะหัน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นโรงเรียนชนิดนายอําเภอจัดตั้ง เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน พ.ศ.2494 เปิดทําการสอนครั้งแรก มีนักเรียน 37 คน ครูจํานวน 1 คน มีนายสุพิศ ญาณอรรถ เป็นครูใหญ่ ทําการสอน ณ ศาลาการเปรียญวัดดาวคะนอง ในปี พ.ศ. 2519 จังหวัดพระนครศรีอยุธยาให้งบประมาณสร้างอาคารเรียนแบบ ป.1 ข จํานวน4 ห้องเรียน สร้างเสร็จ เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2520 มีนายบุญช่วย ศุภไพบูลย์ เป็นครูใหญ่ จนเกษียณอายุ ราชการในปี พ.ศ. 2525 ต่อมา นายอํานวย มีสมทรัพย์ ได้ย้ายมาดํารงตําแหน่งครูใหญ่ ในปี พ.ศ. 2531 ท่านผู้ว่าราชการจังหวัด นายชัยวัฒน์ หุตะเจริญ พร้อมทั้งครอบครัวและญาติพี่น้อง ได้ บริจาคงบประมาณส่วนตัว จํานวน 845,700 สร้างอาคารเรียนแบบ สปช.104/26 ฐานล่าง แบบ สปช. 105/29 จํานวน 1 หลัง 3 ห้องเรียน พร้อมครุภัณฑ์ และถังน้ําแบบ ฝ.33 เพื่อเป็นอนุสรณ์แด่ คุณพ่อสาย คุณแม่ล้วน ลักษณ์ หุตะเจริญ สร้างเสร็จ เมื่อ วันที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2532 ทางโรงเรียนได้จัดกิจกรรมทําบุญตักบาตรและทําพิธีเปิดอาคารเรียน โดยท่านผู้ว่าราชการจังหวัด พระนครศรีอยุธยา นายชัยวัฒน์ หุตะเจริญ มอบอาคารให้กับท่านเลขาธิการสํานักงานคณะกรรมการประถมศึกษา แห่งชาติ นายสมชัย วุฒิปรีชา ณ โรงเรียนวัดดาวคะนอง ปี พ.ศ. 2536 โรงเรียนได้รับการคัดเลือกให้เป็นโรงเรียนขยายโอกาส ทําการสอนระดับชั้น มัธยมศึกษา ตอนต้น (ม.1- ม.3) ปี พ.ศ. 2541 ทางโรงเรียนได้รับงบประมาณจากสํานักงานการประถมศึกษาจังหวัดพระนครศรีอยุธยา สร้างอาคารเรียน แบบ สปช. 105/29 จํานวน 1 หลัง 4 ห้องเรียน พร้อมคุรุภัณฑ์ ปี พ.ศ. 2542 โรงเรียนได้รับงบประมาณจากสํานักงานการประถมศึกษาจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ต่อเติมใต้ ถุนอาคารเรียน สปช. 105/29 จํานวน 4 ห้องเรียนพร้อมอุปกรณ์ ปี พ.ศ. 2552 บริษัทอเมริกันแอสชัวร์ ได้สร้างอาคารห้องสมุด จํานวน หลัง มูลค่า 770,000 บาท พร้อม หนังสือและอุปกรณ์
4 สรุปผลการดําเนินงานโครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข ประจําปีการศึกษา พ.ศ. 2565 ปี พ.ศ. 2554 โรงเรียนได้รับการพิจารณาคัดเลือกเป็นโรงเรียนดีประจําตําบล ประจําปีการศึกษา 2554 วันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2554 นายอํานวย มีสมทรัพย์ ผู้อํานวยการโรงเรียนได้เกษียณอายุราชการ วันที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2554 นายสุชาติ ทองมา ได้เดินทางมารับตําแหน่งผู้อํานวยการโรงเรียน และย้าย ไปดํารงตําแหน่งที่โรงเรียนลุมพลีชนูปถัมภ์ วันที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2559 นายบรรจง ผาสุข ได้เดินทางมารับตําแหน่งผู้อํานวยการโรงเรียนวัด ดาวคะนองและย้ายไปดํารงตําแหน่งที่โรงเรียนลุมพลีชนูปถัมภ์ วันที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2563 นางสาววิจิตรา อินทสุวรรณ์ได้เดินทางมารับตําแหน่งผู้อํานวยการ โรงเรียนวัดดาวคะนอง ปัจจุบัน โรงเรียนวัดดาวคะนองเปิดทําการสอน 3 ระดับชั้น คือ ระดับก่อนประถมศึกษา (อบ.2- อบ.3) ระดับประถมศึกษา (ป.1- ป.6) และระดับมัธยมศึกษาตอนต้น (ม.1- ม.3) มีนักเรียนทั้งหมด 149 คน ข้อมูล ณ วันที่ 10 มิถุนายน 2565 ครูในตําแหน่ง 15 คน นักการภารโรง 1 คน เจ้าหน้าที่ธุรการ 1 คน 2.2 ข้อมูลผู้บริหาร 2.2.1 ชื่อ-สกุล ผู้บริหาร นางสาววิจิตรา อินทสุวรรณ์ วุฒิการศึกษาสูงสุด ศษ.บ. การบริหารการศึกษา ดํารงตําแหน่งที่โรงเรียนวัดดาวคะนองตั้งแต่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2563 2.2.2 ผู้ช่วยผู้บริหาร (ที่ได้รับแต่งตั้ง) ไม่มี คน 2.2.3 ข้าราชการครูและบุคลากรทั้งสิ้น 15 คน - ข้าราชการ 14 คน - อัตราจ้าง 1 คน บุคลากรทางการศึกษา - เจ้าหน้าที่ธุรการ 1 คน - นักการภารโรง 1 คน
5 สรุปผลการดําเนินงานโครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข ประจําปีการศึกษา พ.ศ. 2565 2.3 ข้อมูลนักเรียน ชั้น/เพศ ชาย หญิง รวม ห้องเรียน อบ.1 0 0 0 0 อบ.2 2 2 4 1 อบ.3 7 5 12 1 รวม อบ. 10 7 17 2 ป.1 2 11 13 1 ป.2 3 1 4 1 ป.3 6 4 10 1 ป.4 14 4 18 1 ป.5 13 6 19 1 ป.6 11 6 17 1 รวมประถม 49 32 81 6 ม.1 7 8 15 1 ม.2 8 7 15 1 ม.3 18 3 21 1 รวมมัธยมต้น 33 18 51 3 รวมทั้งหมด 91 57 148 11 ข้อมูล ณ วันที่ 10 มิถุนายน 2565 2.4 ข้อมูลอาคารสถานที่ อาคารเรียนจํานวน 3 หลัง อาคารประกอบจํานวน 1 หลัง ส้วม 6 หลัง สนามเด็กเล่น - สนาม สนาม ฟุตบอล 1 สนาม สนามบาสเก็ตบอล
6 สรุปผลการดําเนินงานโครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข ประจําปีการศึกษา พ.ศ. 2565 2.5 ข้อมูลสภาพชุมชนโดยรวม 1) สภาพชุมชนรอบบริเวณโรงเรียนมีลักษณะราบลุ่มแม่น้ํา และมีพื้นที่ทําการเกษตร บริเวณใกล้เคียงโดยรอบ โรงเรียน ได้แก่ วัดดาวคะนอง ค่ายพระเจ้าตาก อาชีพหลักของชุมชน คือ เกษตรกรรม รับจ้าง ค้าขาย ธุรกิจส่วนตัว และข้าราชการ ส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ 2) ผู้ปกครองส่วนใหญ่ จบการศึกษาระดับ มัธยมศึกษา อาชีพหลัก คือ เกษตรกรรม ส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ ฐานะทางเศรษฐกิจ/รายได้โดยเฉลี่ยต่อครอบครัว ต่อปี 80,000 บาท จํานวนคนเฉลี่ยต่อครอบครัว 4 คน 3) โอกาสและข้อจํากัดของโรงเรียน โอกาสของสถานศึกษากับความร่วมมือในด้านต่าง ๆ ของชุมชนโดยโรงเรียนได้มีการระดมความคิดเห็นของ ผู้ปกครอง ชุมชน และภูมิปัญญาท้องถิ่นมาร่วมพัฒนาแหล่งเรียนรู้ ตลอดจนได้รับความร่วมมือจากผู้ปกครอง ศิษย์เก่า ในการจัดกิจกรรมของโรงเรียน เช่น การทอดผ้าป่าการศึกษา การบริจาคทุนในการประชุมผู้ปกครอง ข้อจํากัดของ สถานศึกษากับความร่วมมือของชุมชน เนื่องจากครอบครัวนักเรียนส่วนใหญ่มีอาชีพทางการเกษตรและรับจ้างฐานะ ทางเศรษฐกิจไม่ดี บิดา มารดา มีรายได้น้อยจึงต้องไปประกอบอาชีพต่างจังหวัด จึงส่งผลกระทบต่อการพัฒนา การศึกษาประกอบกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพสังคมและค่านิยมโดยรวมซึ่งมีผลต่อพฤติกรรมของนักเรียน
7 สรุปผลการดําเนินงานโครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข ประจําปีการศึกษา พ.ศ. 2565 ส่วนที่ 2 ข้อมูลด้านการปฏิบัติงาน เนื่องจากสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก ทั้งด้านการสื่อสารเทคโนโลยีต่าง ๆ ซึ่งนอกจากจะส่งผล กระทบต่อผู้คนในเชิงบวก ในเชิงลบก็มีปรากฏการณ์เช่นกัน เป็นต้นว่า ปัญหาทางเศรษฐกิจ ปัญหาการแพร่ระบาด ของยาเสพติด ปัญหาการแข่งขันในรูปแบบต่าง ๆ ปัญหาครอบครัวที่เกิดความทุกข์ ความวิตกกังวล ความเครียด มี การปรับตัวที่ไม่เหมาะสม หรืออื่น ๆ ภาพความสําเร็จที่เกิดขึ้นจากการพัฒนานักเรียน นักศึกษา ให้เป็นไปตามความ มุ่งหวังนั้น ต้องอาศัยความร่วมมือจากผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ทุกคน โดยเฉพาะบุคลากรทางการศึกษาทุกคนใน สถานศึกษา ซึ่งมีครู อาจารย์เป็นหลักสําคัญในการดําเนินการพัฒนาคุณภาพชีวิตของนักเรียน นักศึกษา ให้เติบโต งดงามและเป็นบุคคลที่มีคุณค่าของสังคม การพัฒนานักเรียน นักศึกษา ให้เป็นบุคคลที่มีคุณภาพทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และสติปัญญา มีความรู้ ความสามารถและมีคุณธรรมจริยธรรม ดําเนินวิถีชีวิตที่เป็นสุขตามที่สังคมมุ่งหวัง โดยผ่านกระบวนการทางการศึกษา ที่สถานศึกษาทุกแห่งต้องดําเนินการจัดการศึกษาตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการที่ต้องการให้เป็นคนเก่ง คนดี มีความสุข นอกจากดําเนินการส่งเสริมและสนับสนุนให้นักเรียน นักศึกษา ได้รับกระบวนการเรียนรู้แล้ว การป้องกัน และการช่วยเหลือแก้ไขปัญหาต่าง ๆที่เกิดขึ้นจากปัจจัยเสี่ยงรอบสถานศึกษาที่มีพฤติกรรมไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ร้านเกมส์ การพนัน หนีเรียน ทะเลาะวิวาท ก่ออาชญากรรม เป็นปัญหาสังคมที่ผู้ปกครอง ครู อาจารย์ ต้องเข้าไป ช่วยเหลือและแก้ไขไม่ให้มีพฤติกรรมเสี่ยง การดําเนินงานโครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข ได้ดําเนินงานมาอย่างต่อเนื่อง โดย ใช้แนวคิดและหลักการของ “4 ประสาน 2 ค้ํา” ซึ่ง 4 ประสาน ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้แทนครู/อาจารย์ ผู้แทน ผู้ปกครอง ผู้แทนนักเรียน/นักศึกษา และส่วนของ 2 ค้ํา เดิมเป็นผู้แทนชุมชนแต่พื้นที่เสี่ยงเพิ่มมากขึ้น จึงได้กําหนด ใหม่เพื่อให้มีบุคลากรสําคัญที่จะเข้ามาช่วยสถานศึกษาในการดําเนินงานสถานศึกษาสีขาว ได้แก่ ตํารวจและพระสงฆ์ ซึ่งอยู่ในบริเวณท้องถิ่นและชุมชน ทั้งนี้เพื่อช่วยสถานศึกษาให้มีมาตรการป้องกันและการป้องปรามติดตามผู้จําหน่าย และผู้เสพและมาตรการความปลอดภัย เป็นการเพิ่มความมั่นใจให้กับคณะกรรมการสถานศึกษาสีขาวในการต่อสู้กับ ปัญหายาเสพติดและแหล่งอบายมุขรอบสถานศึกษา ดังนั้นเพื่อให้สถานศึกษามีระบบการป้องกันที่เข้มแข็งและยั่งยืน จึงให้มีการดําเนินงาน 5 มาตรการ ได้แก่ มาตรการป้องกัน มาตรการค้นหา มาตรการรักษา มาตรการเฝ้าระวัง มาตรการบริหารจัดการ และกลยุทธ์ 4 ต้อง 2 ไม่ คือ ต้องมียุทธศาสตร์ ต้องมีแผนงาน ต้องมีระบบข้อมูล ต้องมี เครือข่าย และ 2 ไม่ คือ ไม่ปกปิดข้อมูล ไม่ไล่ออก เป็นแนวทางการดําเนินงาน การดําเนินงานตามแผนยุทธศาสตร์พลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติด โดยมีสถานการณ์ด้านกลุ่มเสี่ยง (Potential Demand) กลุ่มเด็กและเยาวชน ทั้งในและนอกสถานศึกษาเป็นปัญหาสําคัญที่ทําให้ปัญหาด้าน Demand ไม่ลดลง เนื่องจากจํานวนผู้เสพ/ผู้ติด เกินครึ่งของผู้เสพติดที่เข้าบําบัดรักษาในแต่ละปีเป็นผู้เสพรายใหม่ กลุ่มผู้เข้าไป กระทําผิดเกี่ยวกับยาเสพติดมีแนวโน้มเป็นกลุ่มเยาวชน โดยอายุของผู้เกี่ยวข้องมีแนวโน้มลดลงมาสู่กลุ่มเด็กและ
8 สรุปผลการดําเนินงานโครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข ประจําปีการศึกษา พ.ศ. 2565 เยาวชนที่มีอายุต่ํากว่า 20 ปี พร้อมกําหนดเป้าหมาย สร้างภูมิคุ้มกันป้องกันยาเสพติดให้กับเยาวชน ก่อนวัยเสี่ยงอายุ 7 – 18 ปี กําหนดแผนการแก้ไขปัญหาผู้เสพ/ผู้ติดยาเสพติด กําหนดบําบัดรักษาในกลุ่มที่เป็นนักเรียน โดยให้แยกการ บําบัดรักษาของนักเรียนเป็นการเฉพาะไม่ปะปนกับผู้เสพทั่วไป เพื่อมิให้เกิดปัญหาการแพร่พฤติการณ์ โดยจัดค่าย บําบัดหรือค่ายปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสําหรับกลุ่มนักเรียนโดยเฉพาะ หรืออาจบําบัดในโรงเรียน ภายใต้การสนับสนุน ช่วยเหลือจากหน่วยงานสาธารณสุข รวมทั้งได้มีการจัดทําบันทึกข้อตกลง เรื่อง การจัดทําจิตสังคมบําบัดใน สถานศึกษา และ เรื่องการให้ศึกษาเพื่อต่อต้านการใช้ยาเสพติดในสถานศึกษา (Drug Abuse Resistance Education : D.A.R.E.) ของส่วนราชการระดับกระทรวง เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในสถานศึกษา ในการพัฒนานักเรียน นักศึกษา ให้เป็นบุคคลมีคุณภาพทั้งร่างกายและจิตใจ และสติปัญญา มีความรู้ ความสามารถ มีคุณธรรมจริยธรรม ดําเนินวิถีชีวิตที่เป็นสุขตามที่สังคมมุ่งหวัง โดยผ่านกระบวนการทางการศึกษาที่ สถานศึกษาทุกแห่ง ต้องดําเนินการจัดการศึกษาตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ ที่ต้องการ ให้เยาวชน เก่ง ดี มีสุข โดยปัจจัยเสี่ยงและผลกระทบจากแหล่งอบายมุขมีดังต่อไปนี้ 1. บุคคล เด็กและเยาวชนตกอยู่ในภาวะเสี่ยง 2. ครอบครัวขาดความอบอุ่นแตกแยก เหินห่าง 3. สถานศึกษา สอนท่องจํา มุ่งวิชาการ ขาดการพัฒนารอบด้าน 4. ชุมชน ยากไร้ อ่อนแอ หวังรอรับความช่วยเหลือ ซึ่งจากการสํารวจข้อมูลปัจจัยเสี่ยงของหน่วยงาน องค์กรที่เกี่ยวข้องกับการปราบปรามและแก้ไขปัญหายา เสพติดทั้งภาครัฐและเอกชนสรุปสภาพปัญหายาเสพติดได้ดังนี้ 1.สถานการณ์แพร่ระบาดของยาเสพติดและแหล่งอบายมุขเริ่มในกลุ่มหลงผิด และแพร่กระจายไปสู่กลุ่ม บริการบริการทางเพศ เข้าสู่ครอบครัวและสถานศึกษา ทําให้จํานวนคนติดยาที่เป็นเด็กและเยาวชนมีจํานวนมากขึ้น 2. การผลิตและการจําหน่ายยาเสพติดมีเทคโนโลยีสูง และการกระจายยาเสพติดอย่างรวดเร็วจนยากในการ ปราบปราม มีการสร้างระบบเครือข่ายการจําหน่ายเหมือนสินค้าจําหน่ายตรงในกลุ่มนักเรียน นักศึกษา 3. สภาพสังคม ครอบครัว และชุมชนเปลี่ยนแปลง ให้วิถีชีวิตมีความเสี่ยง แตกหัก เหินห่างและอ่อนแอปัญหา ด้านเศรษฐกิจ ไม่มีงานทํา จึงหาเงินด้วยการค้ายาเสพติด 4. การบริหารจัดการของหน่วยงานรัฐที่ขาดเอกภาพ หน่วยงานไม่บูรณาการ ต่างคนต่างทําขาดความต่อเนื่อง ผู้ติดยาเสพติด ยังวนเวียนอยู่ในวงจรแห่งความชั่วร้าย เป็นภาระของสังคม ทําให้ประเทศขาดศักยภาพในการแข่งขัน ในเวทีโลก นโยบายกระทรวงศึกษาธิการ ด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด กระทรวงศึกษาธิการได้กําหนด มาตรการป้องกันเด็กและเยาวชนก่อนวัยเสี่ยงและในวัยเสี่ยงไม่ให้เข้าไป เกี่ยวข้องกับยาเสพติด เรียนรู้ถึงโทษและพิษ ภัยของยาเสพติด รู้จักวิธีปฏิเสธหลีกเลี่ยงยาเสพติดและใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์เพื่อหลีกเลี่ยงการหมกมุ่นมั่วสุมกับ ยาเสพติดและอบายมุข ตลอดจนดูแลช่วยเหลือนักเรียน นักศึกษาที่ไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด จึงได้กําหนดนโยบายให้
9 สรุปผลการดําเนินงานโครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข ประจําปีการศึกษา พ.ศ. 2565 ผู้บริหารองค์กรหลัก หน่วยงานและสถานศึกษาดําเนินการโครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข ดังนี้ 1) ผู้บริหารทุกระดับนํานโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดไปสู่การปฏิบัติจัดทําแผนปฏิบัติการ ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมายและการมีส่วนร่วมของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในและนอกสถานศึกษา 2) ผู้บริหารทุกระดับ ครูอาจารย์และบุคลากรทางการศึกษา ต้องให้ความสําคัญและมีจิตสํานึกร่วมกันที่จะ ปกป้องคุ้มครองดูแลช่วยเหลือนักเรียนไม่ให้ไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ให้ความร่วมมือและร่วมแรงร่วมใจ จัดกิจกรรม ทั้งในหลักสูตรและกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน 3) ผู้บริหารสถานศึกษา ส่งเสริม สนับสนุนจัดกิจกรรมป้องกันและเฝ้าระวังยาเสพติดในสถานศึกษาเป็นส่วน หนึ่งของการเรียนการสอน เช่น กิจกรรม TO BE NUMBER ONE กิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ต่าง ๆ ค่ายคุณธรรม กิจกรรมลูกเสือและเนตรนารีป้องกันยาเสพติด กิจกรรมกีฬาป้องกันยาเสพติด ส่งเสริมการรวมกลุ่มของนักเรียน นักศึกษาทั้งในส่วนของชมรมและสภานักเรียน 4) ผู้บริหารสถานศึกษาจัดการเรียนการสอนให้ความรู้เสริมสร้างจิตสํานึก ทักษะชีวิต ภูมิคุ้มกันต่อต้านยา เสพติดและอบายมุข จัดระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน นักศึกษาทุกคนให้ทั่วถึงโดยสร้างเครือข่ายแกนนําทุกระดับใน สถานศึกษา 5) ผู้บริหารสถานศึกษาจัดระบบการดําเนินงานยุทธศาสตร์ 5 มาตรการ ตามโครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข คือ มาตรการป้องกัน มาตรการค้นหา มาตรการรักษา มาตรการเฝ้าระวัง มาตรการ บริหารจัดการ ภายใต้กลยุทธ์ 4 ต้อง 2 ไม่ ที่กําหนดให้สถานศึกษาต้องมียุทธศาสตร์ ต้องมีแผนงาน ต้องมีระบบ ข้อมูลต้องมีเครือข่าย ไม่ปกปิดข้อมูลและไม่ไล่ออกคู่มือการดําเนินงานโครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติด และอบายมุข พุทธศักราช 2559 6) ผู้บริหารทุกระดับ อํานวยการ กํากับ ติดตามและประเมินผลการดําเนินงานและจัดมาตรการเสริมแรง ให้แก่ผู้รับผิดชอบด้านยาเสพติดดีเด่น ด้วยการยกย่องชมเชย มอบโล่ เกียรติบัตร เลื่อนขั้นเงินเดือนกรณีพิเศษ มาตรการลงโทษบุคลากรที่ไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ให้ออกจากราชการและเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ นอกจากนี้กระทรวงศึกษาธิการ ได้มีประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง นโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพ ติด โครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข ประกาศเมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2559 มีสาระสําคัญ เพื่อให้ผู้บริหารองค์กรหลัก หน่วยงาน และสถานศึกษา ดําเนินการ ดังนี้ 1. ผู้บริหารสถานศึกษานํานโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด โครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข ไปสู่การปฏิบัติให้มีแผนปฏิบัติการครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายและการมีส่วน ร่วมของคณะผู้บริหาร ครูอาจารย์และกลุ่มเป้าหมายนักเรียน นักศึกษาทั้งในและนอกสถานศึกษา
10 สรุปผลการดําเนินงานโครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข ประจําปีการศึกษา พ.ศ. 2565 2. ผู้บริหารหน่วยงานและผู้บริหารสถานศึกษา ส่งเสริม สนับสนุน การดําเนินงานการป้องกันและแก้ไข ปัญหายาเสพติด โครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข เพื่อสร้างและพัฒนาระบบการดําเนินงานที่ เข้มแข็งต่อเนื่องและยั่งยืน 3. ผู้บริหารหน่วยงานและผู้บริหารสถานศึกษา อํานวยการ กํากับ ติดตามและประเมินผลการดําเนินงานการ ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด โครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข และจัดทํามาตรการ เสริมแรงให้แก่ผู้รับผิดชอบด้วยการยกย่อง ชมเชย มอบโล่เกียรติยศ เกียรติบัตรและการเลื่อนขั้นเงินเดือนกรณีพิเศษ 4. ผู้บริหารหน่วยงานและผู้บริหารสถานศึกษา อํานวยการ กํากับ ติดตามและประเมินผลการดําเนินงานการ ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด โครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข และใช้มาตรการลงโทษ บุคลากรที่ไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ให้ออกจากราชการและเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ 5. ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ ตรวจติดตามผลการดําเนินงาน และผู้บริหารหน่วยงานและผู้บริหาร สถานศึกษา จัดตั้งคณะกรรมการติดตาม ประเมินผล และรายงานผลการดําเนินงานการป้องกันและแก้ไขปัญหายา เสพติด โครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข 6. ผู้บริหารหน่วยงานและผู้บริหารสถานศึกษา สรุปรายงานต้นสังกัดเพื่อสรุปผลรายงานศูนย์อํานวยการ ป้องกันและปราบปรามยาเสพติด กระทรวงศึกษาธิการ โดยการดําเนินงานโครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดการป้องกันและแก้ไขพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ จําแนกพฤติกรรมได้ 4 ด้าน ดังนี้ 3.1 แนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด เพื่อให้การดําเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดได้ผลเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น จึงกําหนดแนว ทางการปฏิบัติไว้ดังนี้ 1) สถานศึกษาพยายามป้องกันและแก้ไขให้ถึงที่สุด โดยไม่ไล่นักเรียน นักศึกษา ให้พ้นไปจากสถานศึกษาเป็น ภาระสังคม หรือสถาบันอื่น 2) ให้องค์กรหลักทําความเข้าใจกับผู้บริหารสถานศึกษาในสังกัดรายงานสภาพการใช้สาร/ยาเสพติด ให้กระทรวงศึกษาธิการทราบโดยไม่ถือเป็นความผิด แต่จะพิจารณาเป็นความดีความชอบในการรายงานตามความจริง 3) ให้องค์กรหลักสั่งการสถานศึกษา ให้ครูอาจารย์ เป็นแบบอย่างที่ดีไม่สูบบุหรี่ และพฤติกรรมไม่เหมาะสม จัดสถานศึกษาเป็นเขตปลอดบุหรี่และปลอดยาเสพติด แนวทางการดําเนินงานและจัดกิจกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในสถานศึกษาที่ ดําเนินการโดยกลุ่มสนใจที่มีกิจกรรมหลากหลาย เช่น - โครงการห้องเรียนสีขาว - โครงการ TO BE NUMBER ONE - จัดการเดินรณรงค์ประชาสัมพันธ์เนื่องในวันต่อต้านยาเสพติด นิทรรศการยาเสพติด
11 สรุปผลการดําเนินงานโครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข ประจําปีการศึกษา พ.ศ. 2565 - ให้ความรู้การป้องกันยาเสพติด โทษทางกฎหมาย ทักษะชีวิต - อบรมนักเรียนแกนนําต้านภัยยาเสพติด - จัดกิจกรรมลานวัด ลานใจ ลานกีฬา จัดตั้งชมรมดนตรีส่งเสริมการเล่นดนตรี - จัดอบรมลูกเสือต้านภัยยาเสพติด - ปรับปรุงบรรยากาศและสิ่งแวดล้อม สร้างสนามกีฬา ส่งเสริมให้นักเรียนเล่นกีฬา - ตรวจปัสสาวะหาสารเสพติด/ยาเสพติด - จัดกิจกรรมฟื้นฟูสถานที่บําบัดคลินิกเสมารักษ์ - จัดกิจกรรมเฝ้าระวัง มีตู้แดงเสมารักษ์ - จัดกิจกรรมอบรมสร้างภูมิคุ้มกัน ฯลฯ 3.2 แนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาสื่อลํามกอนาจารและปัจจัยเสี่ยง 1) ให้สถานศึกษาตรวจค้นและป้องกันมิให้นักเรียน นักศึกษา นําสื่อลามกอนาจารเข้ามาเผยแพร่ใน สถานศึกษา มีการตรวจค้นหาและมาตรการควบคุมดูแลการใช้โทรศัพท์มือถือคู่มือการดําเนินงานโครงการสถานศึกษา สีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข พุทธศักราช 2559 2) ส่งเสริมให้สถานศึกษาจัดหนังสือ วีดีโอ เทป โปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่เป็นประโยชน์ให้ความบันเทิงที่ ประเทืองสติปัญญาบริการแก่นักเรียน นักศึกษา กิจกรรมด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหาสื่อลามกอนาจารใน สถานศึกษา ได้แก่ - ตรวจค้นและป้องกันไม่ให้นักเรียน นักศึกษา นําสื่อลามกอนาจารเข้ามาเผยแพร่ในสถานศึกษา - ส่งเสริมให้สถานศึกษา จัดทําสื่อ หนังสือ วีดีโอ เทปบันทึกเสียง และโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ที่เป็นประโยชน์ ให้ความบันเทิงที่ประเทืองสติปัญญาเพื่อบริการแก่นักเรียน นักศึกษา ฯลฯ 3.3 แนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาการพนัน 1) จัดกิจกรรมให้นักเรียน นักศึกษา รู้จักประหยัดอดออม ไม่ฟุ้งเฟ้อฟุ่มเฟือย และฝึกทํางานเพื่อหา รายได้ พิเศษจากการประกอบสัมมาชีพ 2) ป้องปรามมิให้นักเรียน นักศึกษา เล่นการพนันทุกรูปแบบในสถานศึกษา และตรวจค้นแหล่งที่อาจมั่วสุม เช่น ร้านเกม สถานบันเทิง แหล่งการพนันผิดกฎหมาย เป็นต้น 3) ส่งอาจารย์ฝ่ายปกครองหรือประสานสารวัตรนักเรียนเพื่อสุ่มตรวจนักเรียน นักศึกษา ที่อาจไปมั่วสุมตาม แหล่งอบายมุข แหล่งการพนัน ของชุมชนหรือของพื้นที่ กิจกรรมด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหาการพนันในสถานศึกษา ได้แก่ - จัดกิจกรรมให้นักเรียน นักศึกษา รู้หลักประหยัดตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง - ให้ป้องกันไม่ให้นักเรียน นักศึกษา เล่นการพนันทุกรูปแบบในสถานศึกษา และตรวจค้นสถานที่ซึ่งอาจเป็น แหล่งมั่วสุม
12 สรุปผลการดําเนินงานโครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข ประจําปีการศึกษา พ.ศ. 2565 - ให้ครูอาจารย์ฝ่ายปกครอง ประสานงานกับพนักงานเจ้าหน้าที่ส่งเสริมความประพฤตินักเรียน และนักศึกษา ในการสุ่มตรวจนักเรียน นักศึกษา ที่ไปมั่วสุมตามแหล่งการพนันและแหล่งอบายมุขของชุมชน 3.4 แนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาการทะเลาะวิวาท 1) ประสานตํารวจให้ใช้มาตรการเฉียบขาดในการลงโทษนักเรียน นักศึกษา ที่ทําผิดกฎหมาย 2) ติดตามตรวจสอบพฤติกรรมเสี่ยงของนักเรียน นักศึกษา ที่มีปัญหาเป็นรายกรณีหรือรายกลุ่มและส่งครูไป เยี่ยมถึงบ้าน เพื่อเฝ้าระวังพฤติกรรมเสี่ยง 3) ตรวจค้นหาการพกพาอาวุธเข้ามาในสถานศึกษาและเพิ่มโทษผู้ทําผิดที่เคยถูกตักเตือนมาแล้ว 4) ให้สถานศึกษาจัดกิจกรรมนักเรียน นักศึกษาให้ครอบคลุม ตั้งแต่การกําหนดระเบียบวินัย กิจกรรมแนะ แนว และกิจกรรมเสริมหลักสูตร 5) สร้างองค์กรเครือข่ายระหว่างบ้าน โรงเรียน ชุมชน ตํารวจ โดยมีระบบสื่อสารโทรคมนาคมและระบบ ข้อมูลเพื่อเฝ้าระวังพฤติกรรมเสี่ยง กิจกรรมด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหาทะเลาะวิวาทในสถานศึกษา ได้แก่ - ติดตามตรวจสอบพฤติกรรมเสี่ยงของนักเรียน นักศึกษา ที่มีปัญหาเป็นรายกรณีหรือรายกลุ่มและให้ครูไป เยี่ยมบ้านเพื่อเฝ้าระวังพฤติกรรมเสี่ยงต่อการทะเลาะวิวาทข้ามสถาบัน - ตรวจค้นหาการพกอาวุธเข้ามาในสถานศึกษาของนักเรียน นักศึกษา กลุ่มเสี่ยง และคาดโทษเพิ่มสําหรับ ผู้ทําผิดที่เคยถูกตักเตือนมาแล้ว - สถานศึกษาจัดกิจกรรมนักเรียน นักศึกษา ให้ครอบคลุมตั้งแต่การกําหนดระเบียบ วินัย กิจกรรมแนะแนว กิจกรรมเสริมหลักสูตร และกิจกรรมบําเพ็ญประโยชน์8 คู่มือการดําเนินงานโครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพ ติดและอบายมุข พุทธศักราช 2559 - ให้สร้างองค์กรเครือข่ายระหว่างบ้าน โรงเรียน ชุมชน และตํารวจ โดยมีระบบการสื่อสารโทรคมนาคม และ ระบบข้อมูลเพื่อเฝ้าระวังพฤติกรรมเสี่ยง - ให้ประสานกับตํารวจ ใช้มาตรการเฉียบขาดในการลงโทษนักเรียน นักศึกษา ที่ฝ่าฝืน ในขั้นกระทําผิด กฎหมาย และสถานศึกษาจัดระบบติดตามดูแลพฤติกรรม
13 สรุปผลการดําเนินงานโครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข ประจําปีการศึกษา พ.ศ. 2565 สถานการณ์ปัจจุบัน จากสภาพสังคมในปัจจุบัน การสื่อสารเทคโนโลยีต่าง ๆ ส่งผลกระทบต่อสังคมความเป็นอยู่ของชุมชนชาว อําเภอบางปะหัน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ทั้งในเชิงบวกและเชิงลบโดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจ สังคมความเป็นอยู่ ผู้ปกครองต้องดิ้นรนโดยการเข้าไปทํางานในเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพมหานครปล่อยให้ลูกหลานอาศัยอยู่กับปู่ ย่า ตา ยาย ญาติพี่น้องที่แก่เฒ่าตามโลกยุคเทคโนโลยีไม่ทัน ส่งผลกระทบให้เกิดปัญหา ต่อนักเรียนโรงเรียนวัดดาวคะนอง ซึ่ง ปรากฏให้เห็นมากมาย ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคม ด้านการเรียน ด้านพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ กลุ่มเสี่ยงที่ สําคัญ ที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ซึ่งส่งผลถึงปัญหายาเสพติดเป็นปัญหาระดับชาติซึ่งรัฐบาลได้ประกาศสงครามกับ ยาเสพติด โดยทุกส่วนราชการมีส่วนในการป้องกัน ปราบปราม บําบัดรักษามาอย่างต่อเนื่อง แต่ปัญหายาเสพติด ยังไม่หมดสิ้นไปจากแผ่นดินไทย ยังคงพบการแพร่ระบาดในทุกกลุ่มทุกวัยโดยเฉพาะในเด็กและเยาวชนที่เป็นวัยที่ อยากรู้ยากลอง หากไม่ได้รับการแนะนําดูแลอย่างใกล้ชิดอาจทําให้เยาวชนหลงผิดไปเสพติด ก่อให้เกิดปัญหากับ สังคมและประเทศชาติ โรงเรียนวัดดาวคะนอง เป็นโรงเรียนที่จัดการศึกษาระดับอนุบาล 2 ถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 นักเรียนมีอายุระหว่าง 4 ถึง 15 ปี ซึ่งนับได้ว่าเป็นวัยที่กําลังอยากรู้ อยากเห็น อยากลอง สภาพแวดล้อมทาง สังคมเพื่อนหรือรุ่นพี่ชักนํา ฐานะทางเศรษฐกิจและสภาพปัญหาครอบครัวที่แตกแยก จากการศึกษาข้อมูลนักเรียน ตามระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน พบว่านักเรียนร้อยละ 60 มีสถานภาพครอบครัวอยู่ร่วมกัน อีกร้อยละ 40 มี สถานภาพครอบครัวไม่สมบูรณ์ คือ บิดาหรือมารดาเสียชีวิต แยกกันอยู่ หย่าร้าง และจากการศึกษาถึงสภาพ ทางเศรษฐกิจของครอบครัวพบว่า บิดามารดามีอาชีพเกษตรกรและทํางานรับจ้างรายวัน มีรายได้านสภาพแวดล้อม ทางสังคม นักเรียนได้มีโอกาสได้รับข้อมูลข่าวสารด้านต่าง ๆ ได้อย่างทั่วถึงทั้งในด้านบวกและด้านลบ การ ลอกเลียนแบบโดยขาดการวิเคราะห์และการมีค่านิยมที่ไม่เหมาะสม รัฐบาลภายใต้การนําของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ตระหนักถึงความสําคัญดังกล่าว โดยมีการประกาศแผนประชารัฐร่วมใจสร้างหมู่บ้าน/ชุมชนมั่นคงปลอดภัยยาเสพติด เพื่อระดมสรรพกําลังทั้ง หน่วยงานภาครัฐ ภาคประชาชน โดยหวังว่าหลังจากการดําเนินการแผนนี้ สถานการณ์จะลดความรุนแรงลงอย่าง ชัดเจน และมีกลไกเฉพาะพื้นที่ที่จะเฝ้าระวังมิให้ปัญหายาเสพติดกลับมาสร้างความเดือดร้อน ได้อีก รวมทั้งมีกา พัฒนาแนวทางการแก้ไขปัญหายาเสพติดให้มีคุณภาพมากขึ้น โดยการดําเนินการปรับปรุงกฎหมายเกี่ยวกับยาเสพติด จํานวน 7 ฉบับ เพื่อปรับนโยบายยาเสพติด การบังคับใช้กฎหมาย และการบริหารงานในกระบวนการยุติธรรมด้านยา บทที่ 2 สถานการณ์ยาเสพติดรอบสถานศึกษา
14 สรุปผลการดําเนินงานโครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข ประจําปีการศึกษา พ.ศ. 2565 เสพติดให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น วิธีการลดความรุนแรงจากการใช้ยา (Harm reduction) รวมถึงการออกประกาศ คสช. ฉบับที่ 108/2557 ลงวันที่ 21 กรกฎาคม 2557 เรื่องการปฏิบัติต่อผู้ต้องสงสัยว่า กระทําผิดกฎหมายเกี่ยวกับ ยาเสพติด เพื่อเข้าสู่การบําบัดฟื้นฟูและการดูแลผู้ผ่าน การบําบัด โดยมุ่งหวังให้ผู้เสพที่กระทําความผิดและสมัครใจรับการบําบัดรักษาสามารถกลับเข้าสู่ สังคมด้วยความมั่นใจ นอกจากนั้น ยังมีการขับเคลื่อนนโยบายสถานศึกษาน้อมนําศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน โครงการสถานศึกษาสีขาวปลอดยาเสพติดและอบายมุข โดยการดําเนินงานตามนโยบายสถานศึกษาน้อมนําศาสตร์ พระราชาสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน โครงการสถานศึกษาสีขาวแลอดยาเสพติดและอบายมุขของสถานศึกษาทั่วประเทศ กําหนดกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับการดําเนินงาน ดังนี้ 1. ผู้บริหารสถานศึกษาแต่งตั้งคณะกรรมการอํานวยการสถานศึกษาน้อมนําศาสตร์พระราชาสู่ การพัฒนาอย่างยั่งยืน โครงการสถานศึกษาสีขาวปลอดยาเสพติดและอบายมุข ประกอบด้วยผู้บริหารสถานศึกษาเป็น ประธาน คณะกรรมการสถานศึกษา และกรรมการบริหารสถานศึกษาเป็นกรรมการ 2. ผู้บริหารสถานศึกษาแต่งตั้งคณะกรรมการดําเนินงาน ประกอบด้วยรองผู้อํานวยการสถานศึกษา ผู้รับผิดชอบโครงการ โดยมีบทบาทหน้าที่ศึกษารวบรวมข้อมูล จัดทําองค์ความรู้กระบวนการดําเนินงาน นําข้อมูลมาคัดกรอง วิเคราะห์ สังเคราะห์ปัญหา เพื่อจัดทําแผนปฏิบัติการสถานศึกษาน้อมนําศาสตร์พระราชาสู่การ พัฒนาอย่างยั่งยืน โครงการสถานศึกษาสีขาวปลอดยาเสพติดและอบายมุขให้มีความเข้มแข็ง ต่อเนื่อง ตนเองทุกปี การศึกษา 3. ผู้บริหารสถานศึกษาแต่งตั้งคณะทํางานห้องเรียนสีขาว ประกอบด้วยครูประจําชั้น อาจารย์ที่ปรึกษา นักเรียน นักศึกษาแกนนําห้องเรียนสีขาว ได้แก่ หัวหน้าห้อง รองหัวหน้าห้องฝ่ายต่าง ๆ 4. ผู้บริหารสถานศึกษาประชุมคณะกรรมการอํานวยการชี้แจงวัตถุประสงค์ นโยบายการดําเนินงานตาม นโยบายสถานศึกษาน้อมนําศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน โครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและ อบายมุข เพื่อนําไปสู่ปฏิบัติในสถานศึกษาอย่างเป็นรูปธรรม 5. ผู้บริหารสถานศึกษา ส่งเสริมสนับสนุนการดําเนินงานตามนโยบายสถานศึกษาน้อมนําศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน โครงการสถานศึกษาสีขาวปลอดยาเสพติดและอบายมุข ตามมาตรฐานสถานศึกษาน้อมนํา ศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน โครงการสถานศึกษาสีขาวปลอดยาเสพติดและอบายมุข 6. จัดทําปฏิทินและตารางการปฏิบัติตามนโยบายสถานศึกษาน้อมนําศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาอย่าง ยั่งยืน โครงการสถานศึกษาสีขาวปลอดยาเสพติดและอบายมุขตลอดปีการศึกษา และดําเนินการตามแผนปฏิบัติการ ตามนโยบายสถานศึกษาน้อมนําศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน โครงการสถานศึกษาสีขาวปลอดยาเสพติด และอบายมุข โดยเน้นการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน
15 สรุปผลการดําเนินงานโครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข ประจําปีการศึกษา พ.ศ. 2565 7. ผู้บริหารสถานศึกษาส่งเสริม สนับสนุน อํานวยการ กํากับ ติดตาม และประเมินผลการปฏิบัติงานตาม นโยบายสถานศึกษาน้อมนําศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน โครงการสถานศึกษาสีขาวปลอดยาเสพติดและ อบายมุขให้มีความเข้มแข็ง ต่อเนื่อง และยั่งยืน 8. สถานศึกษาดําเนินการประเมินตนเอง และรายงานผลการประเมินผลการประเมินส่งต้นสังกัด เพื่อ ขอรับการประเมินผลการดําเนินงานตามนโยบายสถานศึกษาน้อมนําศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน โครงการสถานศึกษาสีขาวปลอดยาเสพติดและอบายมุขจากต้นสังกัดตามระยะเวลาที่กําหนด 9. หน่วยงานต้นสังกัด (สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาหรือหน่วยงานต้นสังกัดระดับจังหวัด) แต่งตั้ง คณะกรรมการเพื่อประเมินผลการดําเนินงานตามนโยบายสถานศึกษาน้อมนําศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน โครงการสถานศึกษาสีขาวปลอดยาเสพติดและอบายมุข โดยดําเนินการประเมินตามหลักเกณฑ์การประเมินการ ดําเนินงานตามนโยบายสถานศึกษาสีขาวปลอดยาเสพติดและอบายมุข และนําเสนอผลการประเมินต่อศูนย์ อํานวยการสถานศึกษาน้อมนําศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน กระทรวงศึกษาธิการ 10. ศูนย์อําเภอการส่งเสริมศาสตร์พระราชาในสถานศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ แต่งตั้งคณะกรรมการ พิจารณาตัดสินผลงานการดําเนินงานตามนโยบายสถานศึกษาน้อมนําศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน โครงการสถานศึกษาสีขาวปลอดยาเสพติดและอบายมุข ระดับดีเด่น โดยทําการตรวจสอบรายชื่อสถานศึกษา จัดลําดับผลงาน ให้ความเห็นชอบผลงาน และจัดทําประกาศกระทรวงศึกษาธิการ 11. ศูนย์อํานวยการส่งเสริมศาสตร์พระราชาในสถานศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ มอบโล่เกียรติบัตร เพื่อ ประกาศเกียรติคุณให้เป็นสถานศึกษาน้อมนําศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน โครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข ระดับดีเด่นประจําปีการศึกษา นโยบายกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในสถานศึกษา กระทรวงศึกษาธิการได้กําหนดมาตรการป้องกันเด็กและเยาวชนก่อนวัยเสี่ยงและในวัยเสี่ยงไม่ให้เข้าไป เกี่ยวข้องกับยาเสพติด เรียนรู้ถึงโทษและพิษภัยของยาเสพติด รู้จักวิธีปฏิเสธหลีกเลี่ยงยาเสพติดและใช้เวลาว่างให้เป็น ประโยชน์เพื่อหลีกเลี่ยงการหมกมุ่นมั่วสุมกับยาเสพติดและอบายมุข ตลอดจนดูแลช่วยเหลือนักเรียน นักศึกษาที่ไป เกี่ยวข้องกับยาเสพติด จึงได้กําหนดนโยบายให้ผู้บริหารสถานศึกษาดําเนินโครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติด และอบายมุข ดังนี้ 1. ผู้บริหารทุกระดับนํานโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดไปสู่การปฏิบัติ จัดทําแผนปฏิบัติการ ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมายและการมีส่วนร่วมของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในและนอกสถานศึกษา 2. ผู้บริหารทุกระดับ ครู อาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา ต้องให้ความสําคัญและมีจิตสํานึกร่วมกันที่ จะปกป้องคุ้มครอง ดูแลช่วยเหลือนักเรียน นักศึกษา ไม่ให้ไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ให้ความร่วมมือและร่วมแรงร่วม ใจจัดกิจกรรมทั้งในหลักสูตรและกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
16 สรุปผลการดําเนินงานโครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข ประจําปีการศึกษา พ.ศ. 2565 3. ผู้บริหารสถานศึกษา ส่งเสริม สนับสนุนจัดกิจกรรมป้องกันและเฝ้าระวังยาเสพติดในสถานศึกษา เป็นส่วนหนึ่งของการเรียน การสอน เช่น กิจกรรม TO BE NUMBER ONE กิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ต่าง ๆ ค่ายคุณธรรม กิจกรรมลูกเสือและเนตรนารีป้องกันยาเสพติด กิจกรรมกีฬาป้องกันยาเสพติด ส่งเสริมการรวมกลุ่มของนักเรียน นักศึกษา ทั้งในส่วนของชมรมและสภานักเรียน 4. ผู้บริหารสถานศึกษาจัดการเรียนการสอนให้ความรู้ เสริมสร้างจิตสํานึก ทักษะชีวิต ภูมิคุ้มกันต่อต้านยา เสพติด และอบายมุข จัดระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน นักศึกษาทุกคนให้ทั่วถึงโดยสร้างเครือข่ายแกนนําทุกระดับใน สถานศึกษา 5. ผู้บริหารสถานศึกษาจัดระบบการดําเนินงาน 5 มาตรการ ตามโครงการสถานศึกษาสีขาวปลอดยาเสพติด คือ มาตรการป้องกัน มาตรการค้นหา มาตรการรักษา มาตรการเฝ้าระวัง มาตรการบริหารจัดการ ภายใต้กลยุทธ์ 4 ต้อง 2 ไม่ ที่กําหนดให้สถานศึกษาต้องมียุทธศาสตร์ ต้องมีแผนงาน ต้องมีระบบข้อมูล ต้องมีเครือข่าย ไม่ปกปิดข้อมูล และไม่ไล่ออก 6. ผู้บริหารทุกระดับ อํานวยการ กํากับ ติดตามและประเมินผลการดําเนินงานและจัดมาตรการเสริมแรง ให้แก่ผู้รับผิดชอบด้านยาเสพติดดีเด่น ด้วยการยกย่องชมเชย มอบโล่ เกียรติบัตร เลื่อนขั้นเงินเดือนกรณีพิเศษ มาตรการลงโทษบุคลากรที่ไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ให้ออกจากราชการและเพิกถอนใบประกอบวิชาชีพครู นอกจากนี้ กระทรวงศึกษาธิการ ได้มีประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง นโยบายการป้องกันและแก้ไข ปัญหายาเสพติด โครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข ประกาศเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2559 มี สาระสําคัญเพื่อให้ผู้บริหารสถานศึกษาดําเนินการ ดังนี้ 1. ผู้บริหารสถานศึกษานํานโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด โครงการสถานศึกษา สีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข ไปสู่การปฏิบัติให้มีแผนปฏิบัติการครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายและการมีส่วนร่วม ของคณะผู้บริหาร ครู อาจารย์และกลุ่มเป้าหมายนักเรียนทั้งในและนอกสถานศึกษา 2. ผู้บริหารสถานศึกษาส่งเสริม สนับสนุน การดําเนินงานการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด โครงการ สถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข เพื่อสร้างและพัฒนาระบบการดําเนินงานที่เข้มแข็งต่อเนื่องและยั่งยืน 3. ผู้บริหารสถานศึกษาอํานวยการ กํากับ ติดตามและประเมินผลการดําเนินงานการป้องกันละแก้ไข ปัญหายาเสพติด โครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข และจัดทํามาตรการเสริมแรงให้แก่ ผู้รับผิดชอบด้วยการยกย่อง ชมเชย มอบโล่เกียรติยศ เกียรติบัตรและการเลื่อนขั้นเงินเดือนกรณีพิเศษ 4. ผู้บริหารสถานศึกษา อํานวย กํากับ ติดตามและประเมินผลการดําเนินงานการป้องกันและแก้ไขปัญหา ยาเสพติด โครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข และใช้มาตรการลงโทษบุคลากรที่ไปเกี่ยวข้องกับ ยาเสพติด ให้ออกจากราชการและเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ 5. ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ ตรวจติดตามผลการดําเนินงาน และผู้บริหารสถานศึกษาจัดตั้ง คณะกรรมการติดตาม ประเมินผล และรายงานผลการดําเนินงานการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด โครงการ สถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข 6. ผู้บริหารสถานศึกษาสรุปรายงานต้นสังกัดเพื่อสรุปผลรายงานศูนย์อํานวยการป้องกันและปราบปรามยา เสพติด กระทรวงศึกษาธิการ
17 สรุปผลการดําเนินงานโครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข ประจําปีการศึกษา พ.ศ. 2565 การดําเนินงานการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดของกระทรวงศึกษาธิการ ตามที่คณะรัฐมนตรีภายใต้การนําของ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้แถลงนโยบายการ บริหารราชการแผ่นดินต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2557 กระทรวงศึกษาธิการ โดยพลเรือเอก ณรงค์ พิพัฒนาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้มอบนโยบายการบริหารงานของ กระทรวงศึกษาธิการ เพื่อ รองรับการขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาล ซึ่งทุกหน่วยงานในสังกัดได้ร่วมกันจัดทําแผนปฏิบัติ ราชการ ประจําปี งบประมาณ พ.ศ. 2565 และเร่งรัดดําเนินการนํานโยบายสู่การปฏิบัติให้บรรลุผลตามเป้าหมายที่กําหนด กระทรวงศึกษาธิการ มีความก้าวหน้าในการดําเนินงานที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดที่สําคัญ ตามนโยบายที่ 2 การรักษาความมั่นคงของรัฐและการต่างประเทศ พอสรุปได้ดังนี้ การขับเคลื่อนนโยบายการรักษาความมั่นคงของรัฐและการต่างประเทศ กระทรวงศึกษาธิการ ได้ขับเคลื่อน ภารกิจใน 3 ด้านที่สําคัญ คือ การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในกลุ่มเด็กและเยาวชนในสถานศึกษา การแก้ไข ปัญหาการใช้ความรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ควบคู่กับการพัฒนาการศึกษา ที่สอดคล้องกับความต้องการของ ประชาชนในพื้นที่ และการเสริมสร้างความร่วมมือและความสัมพันธ์ด้านการศึกษากับนานาประเทศ ดังนี้ การสร้างภูมิคุ้มกันและป้องกันยาเสพติดในกลุ่มเด็กและเยาวชนในสถานศึกษาสถาบันอุดมศึกษา รวมทั้ง ร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อสร้างพื้นฐานการมีภูมิคุ้มกันยาเสพติดที่เข้มแข็ง ตั้งแต่ระดับปฐมวัย รวมถึงเด็กและ เยาวชนก่อนวัยเสี่ยงและเยาวชนกลุ่มเสี่ยง ดังนี้ จัดโครงการรณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในสถานศึกษา โดยดําเนินการดังนี้ 1) สร้างภูมิคุ้มกันในระดับประถมศึกษา ในโรงเรียนที่มีการจัดการเรียนการสอนทุกแห่งในสังกัดภาครัฐ และเอกชน จํานวน 32,000 แห่ง โดยการเสริมสร้างความรู้ ทักษะชีวิต และใช้กิจกรรมที่สร้างภูมิระยะยาว ได้แก่ ค่ายศาสนธรรม การพัฒนาหลักสูตรการสอน โดยเฉพาะการเสริมสร้างทักษะชีวิตเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันใน ระดับ ประถมศึกษาแต่ละชั้นปี 2) ส่งเสริมการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดให้กับโรงเรียนและสถานศึกษา เป้าหมายทุกแห่งทั่ว ประเทศ จํานวน 11,800 แห่ง ที่เป็นสถานศึกษาขยายโอกาสมัธยมศึกษา อาชีวศึกษา และอุดมศึกษาสังกัดภาครัฐ และเอกชน 3) ส่งเสริมการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดให้กับโรงเรียน และสถานศึกษาเป้าหมายทุกแห่งทั่ว ประเทศ ที่เป็นสถานศึกษาขยายโอกาสมัธยมศึกษา อาชีวศึกษา และอุดมศึกษา สังกัดภาครัฐและเอกชน และ 4) จัดการประชุมคณะทํางานจัดทํากิจกรรมพัฒนาทักษะชีวิต สร้างภูมิคุ้มกันเพื่อจัดทําหลักสูตรการ สร้างภูมิคุ้มกันยาเสพติดเยาวชนก่อนวัยเสี่ยงในสถานศึกษา ดําเนินโครงการรณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในสถานศึกษา สถาบันอุดมศึกษาทุกแห่งทั่วประเทศ ดําเนินงานตามยุทธศาสตร์การป้องกันกลุ่มผู้มีโอกาสเข้าไป เกี่ยวข้องกับยาเสพติด
18 สรุปผลการดําเนินงานโครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข ประจําปีการศึกษา พ.ศ. 2565 โดยประเมินผลงานสถานศึกษาตามเกณฑ์ในระดับดีเด่นทั่วประเทศ ในปีการศึกษา 2565 มี สถานศึกษา ที่ผ่านเกณฑ์ จํานวน 344 แห่ง ดําเนินโครงการ “TO BE NUMBER ONE” ในสถานศึกษา สร้าง สถานศึกษาต้นแบบ การดําเนินงานห้องเรียนสีขาว และนําไปสู่ “สถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข” ร่วมมือกับสํานักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด เพื่อมุ่งผนึก กําลังดูแลเยาวชน ที่เน้นการปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม เข้มแข็ง จริงจัง ต่อเนื่อง ในการเสริมสร้าง ภูมิคุ้มกัน ยาเสพติดที่เข้มแข็ง ตั้งแต่ปฐมวัย รวมถึงเด็กและเยาวชนก่อนวัยเสี่ยง และเยาวชนกลุ่มเสี่ยง จัดโครงการ “การปฏิรูปการศึกษากับการป้องกันแก้ไขปัญหาเหล้า บุหรี่ ในนักเรียน และผู้ปกครอง” ร่วมมือกับสํานักงาน เครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) สํานักงานกองทุนสนับสนุน การสร้าง เสริมสุขภาพ (สสส.) เครือข่ายครูดีไม่มี อบายมุข และเครือข่ายโพธิสัตว์น้อยลูกขอพ่อแม่เลิกเหล้า โดยเริ่ม ในภาคเรียนที่ 1/2565 เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันที่ดี ให้แก่นักเรียน โดยมีโรงเรียนนําร่อง 40 แห่งทั่วประเทศ จัดโครงการ “Thai Youth Initiative against Drugs” ครั้งที่ 12 ประจําปี พ.ศ. 2565 ร่วมกับ สํานักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด กระทรวงการต่างประเทศ และสมาคม องค์กรพัฒนา เอกชนเพื่อการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดภาคพื้นเอเชีย - แปซิฟิค เพื่อเปิดโอกาส ให้เยาวชนเข้ามามีส่วนร่วม ในการแสดงความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์ในเรื่องของยาเสพติดและขับเคลื่อน กิจกรรม/โครงการที่เป็นประโยชน์ใน การป้องกัน เฝ้าระวังและแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยดําเนินการระหว่าง เดือนเมษายน – กันยายน 2565 การดําเนินงานการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา สถานการณ์ปัญหาด้านการผลิต การค้า การลําเลียงยาเสพติดในพื้นที่ ไม่มีแหล่งผลิต แต่ในด้านการค้าและ การลําเลียงยังมีปัญหาอยู่บ้าง แต่ไม่รุนแรงมากนัก เนื่องจากในเขตพื้นที่ยังมีประชากรผู้ประกอบอาชีพที่เป็นคนต่าง ด้าวและ เนื่องจากเขตพื้นที่เป็นเส้นทางผ่านในการสัญจรไปมา จึงทําให้โอกาสในการนํายาเสพติดเข้ามาในพื้นที่ ค่อนข้างสูงหรือ อาจเป็นทางผ่านของการขนส่งยาเสพติดมีมากขึ้น ปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติดในพื้นที่ จะมี การแพร่ระบาดของยาเสพติดในกลุ่มประชากรผู้ใช้แรงงาน กลุ่มเยาวชนนอกสถานศึกษา แต่มีจํานวนน้อย และยังไม่ มีผู้ติดยาเสพติดที่มีอาการรุนแรง ปัญหาของเยาวชนกลุ่มเสี่ยงในพื้นที่ เยาวชนที่เป็นกลุ่มเสี่ยงจะเป็นกลุ่มเสี่ยงจะเป็น เยาวชนนอกสถานศึกษา เป็นส่วนมาก เนื่องจากกลุ่มนี้มีโอกาสในการเข้าไปสัมผัสกับยาเสพติดทุกชนิดได้มากกว่า เยาวชนในสถานศึกษา และ ในสถานศึกษายังไม่พบการแพร่ระบาดของยาเสพติดแต่อย่างใด ในปี 2565 จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีการขับกุมคดียาเสพติด 10,445 คดี โดยในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา มี แนวโน้มสูงขึ้นมาก เมื่อพิจารณาตามช่วงอายุ พบว่า ส่วนใหญ่ผู้ที่ถูกจับกุมมีอายุ 26 ปีขึ้นไป ร้อยละ 49 มาเป็นอายุ 18 – 25 ปี ร้อยละ 40 และอายุต่ํากว่า 18 ปี ร้อยละ 11 และในแต่ละช่วงอายุ มีแนวโน้มสูงขึ้นมากกว่าร้อยละ 50 ซึ่งแสดงให้เห็นว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของยาเสพติดค่อนข้างรุนแรงดังตาราง จํานวนคดียาเสพติด จําแนก ตามช่วงอายุ ปี พ.ศ. 2564 – 2565
19 สรุปผลการดําเนินงานโครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข ประจําปีการศึกษา พ.ศ. 2565 สภาพปัญหา 1. สถานการณ์แพร่ระบาดของยาเสพติดและแหล่งอบายมุขเริ่มในกลุ่มหลงผิด แล้วแพร่กระจายไปสู่กลุ่ม ผู้ขายบริการทางเพศ เข้าสู่ครอบครัวและสถานศึกษา ทําให้จํานวนคนติดยาเสพติดที่เป็นเด็กและเยาวชนมีจํานวนเพิ่มมากขึ้น 2. การผลิตและการจําหน่ายยาเสพติดมีเทคโนโลยีสูง และการกระจายยาเสพติดอย่างรวดเร็วจนยากในการ ปราบปราม มีการสร้างระบบเครือข่ายการจําหน่ายเหมือนสินค้าจําหน่ายตรงใน กลุ่มนักเรียน นักศึกษา 3. สภาพสังคม สภาพครอบครัว และชุมชนเปลี่ยนแปลง ทําให้วิถีชีวิตมีความเสี่ยง แตกหัก เหินห่าง และอ่อนแอ 4. การบริหารจัดการที่ขาดเอกภาพทําให้ต่างหน่วยงานต่างคนต่างทําขาดความต่อเนื่องผู้ติดยาเสพติดยัง วนเวียนอยู่ในวงจรแห่งความชั่วร้าย เป็นภาระของสังคม ทําให้ประเทศขาดศักยภาพในการแข่งขันในเวทีโลก จากข้อมูลดังกล่าวจะเห็นได้ว่านักเรียนมีโอกาสเสี่ยงต่อการเสพยาเสพติด ซึ่งเกิดจากปัญหาสถานภาพทาง ครอบครัว สถานภาพทางเศรษฐกิจ สภาพแวดล้อมทางสังคม โรงเรียนวัดดาวคะนอง ได้ตระหนักและเห็น ความสําคัญในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด จึงได้กําหนดนโยบายในการป้องกัน ป้องปรามแก้ไขปัญหายา เสพติดอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการในการสร้างภูมิคุ้มกัน โดยจัด กิจกรรมคุณภาพให้ความรู้ความเข้าใจ สร้างความตระหนักควบคู่ไปกับการป้องกันและป้องปราม จัดกิจกรรมให้ ผู้เรียนมีส่วนร่วมอันนําไปสู่การป้องกันยาเสพติดได้อย่างยั่งยืน
20 สรุปผลการดําเนินงานโครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข ประจําปีการศึกษา พ.ศ. 2565 มาตรฐานที่ 1 ด้านการป้องกัน โรงเรียนวัดดาวคะนองได้ดําเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหาสารเสพติด การพนัน สื่อลามกอนาจารและ ปัญหาการทะเลาะวิวาทของเยาวชนในโรงเรียน โดยการดําเนินงานตามกิจกรรมในแผนปฏิบัติการประจําปีการศึกษา 2565 ดังนี้ แผนผังการดําเนินงานสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข ประชุมหารือเพื่อกําหนดนโยบายและเป้าหมายในการดําเนินงานโครงการสถานศึกษาสีขาว ร่วมกับครูบุคลากรและคณะกรรมการสถานศึกษา แต่งตั้งครูแกนนํา นักเรียนแกนนํา กองลูกเสือต้านยาเสพติด คณะกรรมการเฝ้าระวังในชุมชน เพื่อทําหน้าที่ในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในและนอกสถานศึกษา จัดทําแผนกิจกรรมประจําปี และจัดหาทรัพยากร ประสานคณะกรรมการฝ่ายต่าง ๆ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดําเนินการกิจกรรมต่าง ๆ ที่ส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรมและการต้านยาเสพติด ควบคุมการดําเนินงานให้เป็นไปตามแผนและงบประมาณดําเนินการ นํานักเรียนเข้าร่วมกิจกรรมของหน่วยงานและชุมชนที่จัดขึ้นทั้งในกิจกรรมด้านยาเสพติด และกิจกรรมส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรม จัดทําเอกสารและรายงานผลการดําเนินการ วิเคราะห์ผลและหาแนวทางเพื่อพัฒนาแก้ไข บทที่ 3 ผลการการดําเนินงานตามยุทธศาสตร์ 5 มาตรการ
21 สรุปผลการดําเนินงานโครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข ประจําปีการศึกษา พ.ศ. 2565 ตัวบ่งชี้ที่ 1 สถานศึกษาดําเนินการกิจกรรมห้องเรียนสีขาว เพื่อให้การดําเนินงานของห้องเรียนสีขาวบรรลุตามวัตถุประสงค์ของโครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพ ติดและอบายมุข โรงเรียนวัดดาวคะนองได้ดําเนินกิจกรรมห้องเรียนสีขาวใน ตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ถึงชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 3 เพื่อให้ครูประจําชั้นและนักเรียนร่วมกันป้องกันปัญหาเกี่ยวกับยาเสพติดที่จะเกิดขึ้นและได้กําหนด กลยุทธ์ในการดําเนินงานภายในห้องเรียนมีองค์ประกอบทั้ง 4 ด้าน คือ มีแหล่งเรียนรู้ ดูแลช่วยเหลือ เอื้อเฟื้อด้วย คุณธรรม สร้างสรรค์ด้วยกิจกรรม โดยมีรายละเอียด ดังนี้ 1. การจัดการให้มีแหล่งเรียนรู้ด้านวิชาการ เช่น จัดบอร์ด จัดทําสื่อที่เป็นสิ่งพิมพ์ หนังสือวารสาร หนังสือพิมพ์ จดหมายข่าว ฯลฯ ที่ให้ความรู้เกี่ยวกับยาเสพติด โรคเอดส์ การตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควรและอุบัติภัย นํา สถานการณ์ข่าวสารทุกด้านมาเสนอให้เพื่อนนักเรียนรับฟัง 2. การดูแลช่วยเหลือ จัดให้มีนักเรียนแกนนําดูแลช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ตอบสนองปัญหาของ พฤติกรรมของนักเรียน ช่วยเหลือด้านการเรียนและให้คําปรึกษา แนะนํา ช่วยเหลือ หากไม่สามารถแก้ไขได้ให้รายงาน ครูประจําชั้น 3. เอื้อเฟื้อด้วยคุณธรรม นักเรียนทุกคนจะต้องมีหลักธรรมคําสอนตามศาสนาที่ตนนับถือมาเป็นหลักยึด ปฏิบัติในห้องเรียน เช่น พรหมวิหาร 4 มีความเมตตา มีความกรุณา มีความมุทิตา และมีความอุเบกขา จะทําให้ทุกคน รักกันช่วยเหลือกัน 4. กิจกรรมสร้างสรรค์ มีกิจกรรมที่สร้างสรรค์ที่จะช่วยให้มีความสามัคคี และใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ไม่ไปมั่วสุมกับยาเสพติด หรือสื่อลามกอนาจาร เช่น การเล่นกีฬา การเล่นดนตรี ศิลปะ และกิจกรรมตามที่กลุ่มสนใจ ร่วมกันจัดทํามาเพื่อพัฒนาร่างกาย และจิตใจ รวมทั้งกิจกรรมทั้งภายในและภายนอกสถานศึกษา
22 สรุปผลการดําเนินงานโครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข ประจําปีการศึกษา พ.ศ. 2565 การจัดองค์กรภายในห้องเรียนสีขาว การขับเคลื่อนกลยุทธ์ทั้ง 4 ด้าน ของห้องเรียนสีขาว (มีแหล่งเรียนรู้ ดูแลช่วยเหลือ เอื้อเฟื้อด้วยคุณธรรม สร้างสรรค์ด้วยกิจกรรม) จะต้องมีกลไกของการขับเคลื่อนในรูปของการจัดองค์กรภายในห้องเรียน ประกอบด้วย โครงสร้างของแกนนํานักเรียนแบ่งออกเป็น 4 ฝ่าย คือ 1. ฝ่ายการเรียน มีภาระหน้าที่ในการช่วยเหลือในด้านวิชาการเกี่ยวกับการเรียน การบ้าน โครงงานหรือปัญหา การเรียนในห้องเรียน ต้องรับผิดชอบแก้ไขช่วยเหลือ และให้คําแนะนํา คําอธิบาย ชี้แนะ แหล่งเรียนรู้ และนําเสนอครูประจําชั้น 2. ฝ่ายการงาน มีภาระหน้าที่ในการดูแลความสะอาดเรียบร้อยในห้องเรียน รักษาของมีค่าและทรัพย์ สมบัติของห้องเรียน วัสดุอุปกรณ์ที่ชํารุด ป้องกันอุบัติเหตุภายในห้องเรียน จัดสภาพสิ่งแวดล้อมในห้องเรียนให้น่าเรียน และป้องกันไม่ให้มีพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์เกิดขึ้นในห้องเรียน 3. ฝ่ายกิจกรรม มีภาระหน้าที่ในการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนอย่างรอบด้าน กิจกรรมชุมนุมที่สร้างสรรค์ ต่อต้านยาเสพติดและอบายมุข ทั้งในห้องเรียน และกิจกรรมในทุกระดับชั้น เช่น ชุมนุมดนตรีไทย ส่งเสริมการอนุรักษ์ ศิลปะ วัฒนธรรมไทย ชุมนุมนาฏศิลป์ ชุมนุมเกษตร และกิจกรรมกีฬา ลูกเสือ-เนตรนารีและจัดกิจกรรมในกลุ่มสนใจของเพื่อน ๆ เพื่อใช้เวลาว่างให้ เป็นประโยชน์ ไม่ไปมั่วสุมหรือมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม 4. ฝ่ายสารวัตรนักเรียน/ กิจการ มีภาระหน้าที่ในการสอดส่องดูแลความเรียบร้อยทั้งในห้องเรียนและมุมอับ เช่น ห้องน้ํา หรือที่บริเวณอาคาร แหล่งที่ไปมั่วสุมสูบบุหรี่ ดูแลเพื่อน หากมีพฤติกรรมที่ไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด หรือ พฤติกรรมเสี่ยง รวมทั้งปัญหาส่วนตัวในด้านต่าง ๆ ให้คณะกรรมการห้องเรียนแก้ไข แต่หากไม่สามารถแก้ไขได้ ให้ นักเรียนบอกครูประจําชั้นเพื่อแก้ไขต่อไป
23 สรุปผลการดําเนินงานโครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข ประจําปีการศึกษา พ.ศ. 2565
24 สรุปผลการดําเนินงานโครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข ประจําปีการศึกษา พ.ศ. 2565
25 สรุปผลการดําเนินงานโครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข ประจําปีการศึกษา พ.ศ. 2565
26 สรุปผลการดําเนินงานโครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข ประจําปีการศึกษา พ.ศ. 2565
27 สรุปผลการดําเนินงานโครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข ประจําปีการศึกษา พ.ศ. 2565 ตัวบ่งชี้ที่ 2 สถานศึกษาจัดทําประกาศและมอบรางวัลหรือเกียรติบัตรห้องเรียนสีขาวดีเด่น โรงเรียนวัดดาวคะนอง ได้แต่งตั้งคณะกรรมการประเมินการจัดกิจกรรมห้องเรียนสีขาวเดือนละ 1 ครั้ง ซึ่ง ผลปรากฏว่าทุกห้องเรียนได้จัดกิจกรรมห้องเรียนสีขาวอยู่ในระดับดีเด่นทุกห้องเรียน แสดงให้เห็นว่าครูประจําชั้นทุก ห้องเรียนให้ความเอาใจใส่ดูนักเรียนเป็นอย่างดีรวมถึงนักเรียนทุกคนเชื่อฟังและไม่ข้องเกี่ยวกับยาเสพติดทุกชนิด การประเมินห้องเรียนสีขาว การดําเนินการห้องเรียนสีขาว จะมีการประเมินการดําเนินการ เดือนละ 1 ครั้ง ตามมาตรฐานตัวบ่งชี้ที่ กระทรวงกําหนด โดยดําเนินการ ดังนี้ 1. แต่งตั้งคณะกรรมการประเมิน มาตรฐานห้องเรียนสีขาว 2. สรุปผลการประเมิน 3. มอบเกียรติบัตรให้ห้องเรียนที่ผ่านเกณฑ์การประเมิน โรงเรียนวัดดาวคะนอง ได้จัดทําประกาศผลการประเมินห้องเรียนสีขาวดีเด่น ในทุก ๆ เดือนเพื่อดู ความก้าวหน้าในการจัดกิจกรรม ห้องเรียนสีขาวของห้องต่าง ๆ ซึ่งมีผลคะแนนดังต่อไปนี้ ห้อง คะแนน เดือน มิ.ย.65 ก.ค.65 ส.ค.65 ก.ย.65 พ.ย.65 ธ.ค.65 ม.ค.66 ป.4 70 72 75 79 82 86 92 ป.5 73 74 75 76 79 84 92 ป.6 72 75 76 77 81 85 93 ม.1 70 72 75 76 83 88 94 ม.2 71 73 77 78 82 85 93 ม.3 71 73 74 76 85 86 95 คะแนนเฉลี่ย 71.17 73.17 75.33 77.00 82.00 85.67 93.17
28 สรุปผลการดําเนินงานโครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข ประจําปีการศึกษา พ.ศ. 2565 แบบสรุปผลการดําเนินงานห้องเรียนสีขาว ประจําปีการศึกษา 2565 ชั้น ผ่าน ไม่ผ่าน หมายเหตุ ประถมศึกษาปีที่ 4 ระดับ ดีเด่น ประถมศึกษาปีที่ 5 ระดับ ดีเด่น ประถมศึกษาปีที่ 6 ระดับ ดีเด่น มัธยมศึกษาปีที่ 1 ระดับ ดีเด่น มัธยมศึกษาปีที่ 2 ระดับ ดีเด่น มัธยมศึกษาปีที่ 3 ระดับ ดีเด่น สรุป ห้องเรียนทั้งหมด 6 ห้อง ห้องเรียนสีขาวดีเด่น 6 ห้อง คิดเป็นร้อยละ 100
29 สรุปผลการดําเนินงานโครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข ประจําปีการศึกษา พ.ศ. 2565
30 สรุปผลการดําเนินงานโครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข ประจําปีการศึกษา พ.ศ. 2565
31 สรุปผลการดําเนินงานโครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข ประจําปีการศึกษา พ.ศ. 2565
32 สรุปผลการดําเนินงานโครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข ประจําปีการศึกษา พ.ศ. 2565 ประกาศผลงานห้องเรียนสีขาวดีเด่น ประจําเดือน มิถุนายน ปีการศึกษา 2565 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5
33 สรุปผลการดําเนินงานโครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข ประจําปีการศึกษา พ.ศ. 2565
34 สรุปผลการดําเนินงานโครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข ประจําปีการศึกษา พ.ศ. 2565 ประกาศผลงานห้องเรียนสีขาวดีเด่น ประจําเดือน กรกฎาคม ปีการศึกษา 2565 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
35 สรุปผลการดําเนินงานโครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข ประจําปีการศึกษา พ.ศ. 2565 ประกาศผลงานห้องเรียนสีขาวดีเด่น ประจําเดือน สิงหาคม ปีการศึกษา 2565 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2
36 สรุปผลการดําเนินงานโครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข ประจําปีการศึกษา พ.ศ. 2565 ประกาศผลงานห้องเรียนสีขาวดีเด่น ประจําเดือน กันยายน ปีการศึกษา 2565 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4
37 สรุปผลการดําเนินงานโครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข ประจําปีการศึกษา พ.ศ. 2565 ประกาศผลงานห้องเรียนสีขาวดีเด่น ประจําเดือน พฤศจิกายน ปีการศึกษา 2565 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3
38 สรุปผลการดําเนินงานโครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข ประจําปีการศึกษา พ.ศ. 2565 ประกาศผลงานห้องเรียนสีขาวดีเด่น ประจําเดือน ธันวาคม ปีการศึกษา 2565 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1
39 สรุปผลการดําเนินงานโครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข ประจําปีการศึกษา พ.ศ. 2565 ประกาศผลงานห้องเรียนสีขาวดีเด่น ประจําเดือน มกราคม ปีการศึกษา 2565 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3
40 สรุปผลการดําเนินงานโครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข ประจําปีการศึกษา พ.ศ. 2565 ภาพกิจกรรมการประเมินห้องเรียนสีขาว
41 สรุปผลการดําเนินงานโครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข ประจําปีการศึกษา พ.ศ. 2565 ภาพกิจกรรมการประเมินห้องเรียนสีขาว
42 สรุปผลการดําเนินงานโครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข ประจําปีการศึกษา พ.ศ. 2565 ภาพกิจกรรมการประเมินห้องเรียนสีขาว
43 สรุปผลการดําเนินงานโครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข ประจําปีการศึกษา พ.ศ. 2565 ตัวบ่งชี้ที่ 3 สถานศึกษามีการดําเนินงานโครงการสถานศึกษาปลอดบุหรี่ โรงเรียนวัดดาวคะนองดําเนินการโรงเรียนปลอดบุหรี่ ในปี 2557 กระทรวงสาธารณสุข ได้ออกประกาศฉบับที่ 19 กําหนดให้สถานที่ต่าง ๆ เป็นพื้นที่ปลอดบุหรี่ โดยประกาศดังกล่าว จะแบ่งสถานที่เป็น 2 ลักษณะ คือ สถานที่ที่ห้ามมีการสูบบุหรี่ทั้งหมด และสถานที่ที่สามารถ สูบบุหรี่ได้แต่ต้องกําจัดบริเวณ และมีป้ายแจ้งชัดเจน ซึ่งหากมีการฝ่าฝืนจะมีโทษตามกฎหมาย สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กระทรวงศึกษาธิการได้ตระหนักในปัญหาของพิษภัย จากบุหรี่จึงได้ร่วมมือกับ เครือข่ายครูเพื่อโรงเรียนปลอดบุหรี่ จากการสนับสนุนของมูลนิธิรณรงค์เพื่อการ ไม่สูบบุหรี่ และสํานักควบคุมการบริโภคยาสูบ กระทรวงสาธารณสุข จัดทําพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการ ดําเนินการโรงเรียนปลอดบุหรี่ของทั้ง 3 หน่วยงาน เพื่อนําบทเรียนการดําเนินงานโรงเรียนปลอดบุหรี่ โรงเรียนวัดดาวคะนอง ได้ดําเนินโครงการสถานศึกษาสีขาวปลอดยาเสพติด ซึ่งจะเน้นในการป้องกันยาเสพ ติดที่ร้ายแรง ยังไม่รวมถึงบุหรี่ จึงได้ดําเนินกิจกรรม โรงเรียนปลอดบุหรี่ ตาม 7 มาตรการ ของ กรมควบคุมโรค สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ (เครือข่ายครูเพื่อโรงเรียนปลอด บุหรี่) มาใช้เป็นแนวทางดําเนินการโรงเรียนหรือสถานศึกษาปลอดบุหรี่ โดยมีการกําหนดแนวทางการดําเนินงาน ดังนี้ 1. การกําหนดนโยบาย “สถานศึกษาปลอดบุหรี่” ของโรงเรียน 2. การบริหารจัดการในโรงเรียนปลอดบุหรี่ 3. การจัดสภาพแวดล้อมเพื่อ“โรงเรียนปลอดบุหรี่” 4. การสอดแทรกเรื่องบุหรี่ในการเรียนการสอนและกิจกรรมนอกหลักสูตร 5. การมีส่วนร่วมของนักเรียนในการขับเคลื่อนโรงเรียนปลอดบุหรี่ 6. การดูแลช่วยเหลือนักเรียนไม่ให้สูบบุหรี่ 7. การมีกิจกรรมร่วมกันระหว่างโรงเรียนกับชุมชน
44 สรุปผลการดําเนินงานโครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข ประจําปีการศึกษา พ.ศ. 2565 มาตรการที่ 1 การกําหนดนโยบาย “สถานศึกษาปลอดบุหรี่” ของสถานศึกษา โรงเรียนวัดดาวคะนอง ได้ดําเนินการประกาศนโยบายโรงเรียนเป็นเขตปลอดบุหรี่ตามกฎหมาย เป็น 2 รูปแบบ คือ 1. การประกาศนโยบายที่ไม่เป็นลายลักษณ์อักษร ได้แก่ การประกาศบนเวทีหน้าเสาธงโดยจัดทํา ป้ายไวนิลโรงเรียนเป็นเขตปลอดบุหรี่ตามกฎหมาย การประกาศนโยบายในที่ประชุมครู/ผู้ปกครอง/นักเรียน การ ปฏิญาณตนว่าจะสนับสนุนนโยบายไม่สูบบุหรี่ การแสดงบทบาทสมมติ การเดิน รณรงค์ การประกาศนโยบายโดยใช้ เสียงตามสาย
45 สรุปผลการดําเนินงานโครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข ประจําปีการศึกษา พ.ศ. 2565
46 สรุปผลการดําเนินงานโครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข ประจําปีการศึกษา พ.ศ. 2565 2. การประกาศนโยบายที่เป็นลายลักษณ์อักษร ได้แก่ การประกาศนโยบายโรงเรียนเป็นเขต ปลอดบุหรี่ตาม กฎหมาย โดยการติดประกาศในบริเวณที่เห็นได้ชัด แผ่นพับ ประชาสัมพันธ์การจัดป้ายนิเทศ ในห้องเรียน รวมทั้ง เผยแพร่ นโยบายสู่นักเรียน ครู บุคลากร ผู้ปกครอง และผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งในและนอกโรงเรียน โดยมีการระบุการห้าม สูบบุหรี่ในทุกพื้นที่ของโรงเรียนและมีมาตรการลงโทษผู้ฝ่าฝืน
47 สรุปผลการดําเนินงานโครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข ประจําปีการศึกษา พ.ศ. 2565 มาตรการที่ 2 การบริหารจัดการในสถานศึกษาปลอดบุหรี่ การจัดองค์กร 1. มีการแต่งตั้งคณะกรรมการหรือคณะทํางานโรงเรียนปลอดบุหรี่ โรงเรียนแต่งตั้งคณะทํางานด้านการรณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหาการสูบบุหรี่ในโรงเรียนเป็นลายลักษณ์ อักษร โดยคณะทํางานประกอบด้วย ผู้บริหารโรงเรียน ครูแกนนํา ครูที่ปรึกษา คณะกรรมการนักเรียนและนักเรียน แกนนํา แล้วจัดประชุมคณะทํางานด้านการรณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหาการสูบบุหรี่ในโรงเรียนเพื่อชี้แจง วัตถุประสงค์และวางแผนการดําเนินงาน