The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

สถานศึกษาสีขาววัดดาวคะนอง

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by gurupuynoon, 2023-03-18 03:33:54

สถานศึกษาสีขาววัดดาวคะนอง

สถานศึกษาสีขาววัดดาวคะนอง

148 สรุปผลการดําเนินงานโครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข ประจําปีการศึกษา พ.ศ. 2565 สําเนาสมุดบันทึกการปฏิบัติงานแกนนํา 4 ฝ่าย สัปดาห์ที่ 1 เดือน ธันวาคม ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6


149 สรุปผลการดําเนินงานโครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข ประจําปีการศึกษา พ.ศ. 2565 สําเนาสมุดบันทึกการปฏิบัติงานแกนนํา 4 ฝ่าย สัปดาห์ที่ 1 เดือน มกราคม ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6


150 สรุปผลการดําเนินงานโครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข ประจําปีการศึกษา พ.ศ. 2565 สําเนาสมุดบันทึกการปฏิบัติงานแกนนํา 4 ฝ่าย สัปดาห์ที่ 1 เดือน กุมภาพันธ์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6


151 สรุปผลการดําเนินงานโครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข ประจําปีการศึกษา พ.ศ. 2565 สําเนาสมุดบันทึกการปฏิบัติงานแกนนํา 4 ฝ่าย ภาพกิจกรรม ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6


152 สรุปผลการดําเนินงานโครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข ประจําปีการศึกษา พ.ศ. 2565 สําเนาสมุดบันทึกการปฏิบัติงานแกนนํา 4 ฝ่าย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1


153 สรุปผลการดําเนินงานโครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข ประจําปีการศึกษา พ.ศ. 2565 สําเนาสมุดบันทึกการปฏิบัติงานแกนนํา 4 ฝ่าย สัปดาห์ที่ 1 เดือน พฤษภาคม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1


154 สรุปผลการดําเนินงานโครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข ประจําปีการศึกษา พ.ศ. 2565 สําเนาสมุดบันทึกการปฏิบัติงานแกนนํา 4 ฝ่าย สัปดาห์ที่ 1 เดือน มิถุนายน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1


155 สรุปผลการดําเนินงานโครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข ประจําปีการศึกษา พ.ศ. 2565 สําเนาสมุดบันทึกการปฏิบัติงานแกนนํา 4 ฝ่าย สัปดาห์ที่ 1 เดือน กรกฎาคม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1


156 สรุปผลการดําเนินงานโครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข ประจําปีการศึกษา พ.ศ. 2565 สําเนาสมุดบันทึกการปฏิบัติงานแกนนํา 4 ฝ่าย สัปดาห์ที่ 1 เดือน สิงหาคม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1


157 สรุปผลการดําเนินงานโครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข ประจําปีการศึกษา พ.ศ. 2565 สําเนาสมุดบันทึกการปฏิบัติงานแกนนํา 4 ฝ่าย สัปดาห์ที่ 1 เดือน กันยายน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1


158 สรุปผลการดําเนินงานโครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข ประจําปีการศึกษา พ.ศ. 2565 สําเนาสมุดบันทึกการปฏิบัติงานแกนนํา 4 ฝ่าย สัปดาห์ที่ 1 เดือน พฤศจิกายน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1


159 สรุปผลการดําเนินงานโครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข ประจําปีการศึกษา พ.ศ. 2565 สําเนาสมุดบันทึกการปฏิบัติงานแกนนํา 4 ฝ่าย สัปดาห์ที่ 1 เดือน ธันวาคม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1


160 สรุปผลการดําเนินงานโครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข ประจําปีการศึกษา พ.ศ. 2565 สําเนาสมุดบันทึกการปฏิบัติงานแกนนํา 4 ฝ่าย สัปดาห์ที่ 1 เดือน มกราคม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1


161 สรุปผลการดําเนินงานโครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข ประจําปีการศึกษา พ.ศ. 2565 สําเนาสมุดบันทึกการปฏิบัติงานแกนนํา 4 ฝ่าย สัปดาห์ที่ 1 เดือน กุมภาพันธ์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1


162 สรุปผลการดําเนินงานโครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข ประจําปีการศึกษา พ.ศ. 2565 สําเนาสมุดบันทึกการปฏิบัติงานแกนนํา 4 ฝ่าย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2


163 สรุปผลการดําเนินงานโครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข ประจําปีการศึกษา พ.ศ. 2565 สําเนาสมุดบันทึกการปฏิบัติงานแกนนํา 4 ฝ่าย สัปดาห์ที่ 1 เดือน พฤษภาคม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2


164 สรุปผลการดําเนินงานโครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข ประจําปีการศึกษา พ.ศ. 2565 สําเนาสมุดบันทึกการปฏิบัติงานแกนนํา 4 ฝ่าย สัปดาห์ที่ 1 เดือน มิถุนายน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2


165 สรุปผลการดําเนินงานโครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข ประจําปีการศึกษา พ.ศ. 2565 สําเนาสมุดบันทึกการปฏิบัติงานแกนนํา 4 ฝ่าย สัปดาห์ที่ 1 เดือน กรกฎาคม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2


166 สรุปผลการดําเนินงานโครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข ประจําปีการศึกษา พ.ศ. 2565 สําเนาสมุดบันทึกการปฏิบัติงานแกนนํา 4 ฝ่าย สัปดาห์ที่ 1 เดือน สิงหาคม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2


167 สรุปผลการดําเนินงานโครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข ประจําปีการศึกษา พ.ศ. 2565 สําเนาสมุดบันทึกการปฏิบัติงานแกนนํา 4 ฝ่าย สัปดาห์ที่ 1 เดือน กันยายน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2


168 สรุปผลการดําเนินงานโครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข ประจําปีการศึกษา พ.ศ. 2565 สําเนาสมุดบันทึกการปฏิบัติงานแกนนํา 4 ฝ่าย สัปดาห์ที่ 1 เดือน พฤศจิกายน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2


169 สรุปผลการดําเนินงานโครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข ประจําปีการศึกษา พ.ศ. 2565 สําเนาสมุดบันทึกการปฏิบัติงานแกนนํา 4 ฝ่าย สัปดาห์ที่ 1 เดือน ธันวาคม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2


170 สรุปผลการดําเนินงานโครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข ประจําปีการศึกษา พ.ศ. 2565 สําเนาสมุดบันทึกการปฏิบัติงานแกนนํา 4 ฝ่าย สัปดาห์ที่ 1 เดือน มกราคม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2


171 สรุปผลการดําเนินงานโครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข ประจําปีการศึกษา พ.ศ. 2565 สําเนาสมุดบันทึกการปฏิบัติงานแกนนํา 4 ฝ่าย สัปดาห์ที่ 1 เดือน กุมภาพันธ์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2


172 สรุปผลการดําเนินงานโครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข ประจําปีการศึกษา พ.ศ. 2565 สําเนาสมุดบันทึกการปฏิบัติงานแกนนํา 4 ฝ่าย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3


173 สรุปผลการดําเนินงานโครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข ประจําปีการศึกษา พ.ศ. 2565 สําเนาสมุดบันทึกการปฏิบัติงานแกนนํา 4 ฝ่าย สัปดาห์ที่ 1 เดือน พฤษภาคม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3


174 สรุปผลการดําเนินงานโครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข ประจําปีการศึกษา พ.ศ. 2565 สําเนาสมุดบันทึกการปฏิบัติงานแกนนํา 4 ฝ่าย สัปดาห์ที่ 1 เดือน มิถุนายน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3


175 สรุปผลการดําเนินงานโครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข ประจําปีการศึกษา พ.ศ. 2565 สําเนาสมุดบันทึกการปฏิบัติงานแกนนํา 4 ฝ่าย สัปดาห์ที่ 1 เดือน กรกฎาคม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3


176 สรุปผลการดําเนินงานโครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข ประจําปีการศึกษา พ.ศ. 2565 สําเนาสมุดบันทึกการปฏิบัติงานแกนนํา 4 ฝ่าย สัปดาห์ที่ 1 เดือน สิงหาคม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3


177 สรุปผลการดําเนินงานโครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข ประจําปีการศึกษา พ.ศ. 2565 สําเนาสมุดบันทึกการปฏิบัติงานแกนนํา 4 ฝ่าย สัปดาห์ที่ 1 เดือน กันยายน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3


178 สรุปผลการดําเนินงานโครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข ประจําปีการศึกษา พ.ศ. 2565 สําเนาสมุดบันทึกการปฏิบัติงานแกนนํา 4 ฝ่าย สัปดาห์ที่ 1 เดือน พฤศจิกายน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3


179 สรุปผลการดําเนินงานโครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข ประจําปีการศึกษา พ.ศ. 2565 สําเนาสมุดบันทึกการปฏิบัติงานแกนนํา 4 ฝ่าย สัปดาห์ที่ 1 เดือน ธันวาคม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3


180 สรุปผลการดําเนินงานโครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข ประจําปีการศึกษา พ.ศ. 2565 สําเนาสมุดบันทึกการปฏิบัติงานแกนนํา 4 ฝ่าย สัปดาห์ที่ 1 เดือน มกราคม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3


181 สรุปผลการดําเนินงานโครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข ประจําปีการศึกษา พ.ศ. 2565 สําเนาสมุดบันทึกการปฏิบัติงานแกนนํา 4 ฝ่าย สัปดาห์ที่ 1 เดือน กุมภาพันธ์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3


182 สรุปผลการดําเนินงานโครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข ประจําปีการศึกษา พ.ศ. 2565 โครงงานนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4


183 สรุปผลการดําเนินงานโครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข ประจําปีการศึกษา พ.ศ. 2565 1. ชื่อโครงงาน รู้โทษ รู้ทัน รู้ป้องกันยาเสพติด 2. ผู้รับผิดชอบ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 3. ครูที่ปรึกษา ครูธนันท์ กาญจนประภา ครูสุพรรณ์สร อุเทศนันท์ 4. ที่มาและความสําคัญ ปัจจุบันในประเทศของเราได้มีการใช้สารเสพติดอย่างแพร่หลายมากด้วยความอยากรู้อยากลองของวัยรุ่นใน สมัยนี้ทําให้ซึ่งทําลายความมั่นคงของชาติและสังคมอย่างมาก เด็กเสียอนาคตสารเสพติดเป็นสารที่สังเคราะห์ขึ้นเมี่อ นําเข้าสู่ร่างกาย ไม่ว่าจะโดยวิธีรับประทาน ดม สูบ ฉีด หรือด้วยวิธีการใดๆแล้วทําให้เกิดผลต่อร่างกายและจิตใจ นอกจากนี้ยังจะทําให้เกิดการเสพติดได้หากใช้สารนั้นเป็นประจําทุกวันหรือวันละหลาย ๆ ครั้งปัญหายาเสพติดมิได้ เกิดแต่เฉพาะประชากรในวัยแรงงานเท่านั้นปัญหานี้ยังเกิดขึ้นกับบุคคลในวัยเรียนด้วยเช่นกัน ปัญหาการแพร่ระบาด ของยาเสพติด ของเยาวชนในสถานศึกษามีแนวโน้มสูงขึ้นรวมทั้งนิดของยาเสพติดก็มีความร้ายแรงเพิ่มขึ้นตามลําดับ เราจึงคิดค้นที่จะช่วยกันแก้ไขปัญหาก่อนที่จะเกิดปัญหาต่อสังคม กระทบกระเทือนต่อประชาชนผู้ไม่ได้เสพ ยาเสพติดอีกด้วย 5. วัตถุประสงค์ที่ศึกษา 1. เพื่อศึกษาโทษและพิษภัยของยาเสพติด 2. เพื่อศึกษาวิธีการป้องกันตนให้พ้นภัยจากยาบ้า 6. ขอบเขตการศึกษา - ศึกษาโทษและพิษภัยของสารระเหย - ศึกษาวิธีการป้องกันตนให้พ้นภัยจากสารระเหย 7. เป้าหมาย นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนวัดดาวคะนอง 8. ระยะเวลา ปีการศึกษา 2565 9. วิธีดําเนินงาน วัสดุอุปกรณ์


184 สรุปผลการดําเนินงานโครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข ประจําปีการศึกษา พ.ศ. 2565 1. คอมพิวเตอร์/อินเทอร์เน็ต 2. แผ่นภาพการศึกษา/หนังสือเรียน 3. กระดาษ 4. สีเมจิก 5. สีไม้ 6. ดินสอ 7. ยางลบ 8. ไม้บรรทัด ขั้นตอนการดําเนินงาน: 1. วางแผนการศึกษาข้อมูล ร่วมกับคุณครู และเพื่อนในห้องเรียน 2. กําหนดหัวข้อที่จะศึกษา และกําหนดสมาชิกที่จะศึกษาค้นคว้า 3. ค้นคว้าจากแผ่นภาพการศึกษา ค้นคว้าจากอินเทอร์เนต หรือจากหนังสือห้องสมุด 4. รวบรวมข้อมูล จัดทําเป็น ข้อมูลในการจัดทําสื่อสร้างสรรค์ต่าง ๆ ขึ้นอยู่กับแต่ละกลุ่ม วางแผนไว้ เช่น แผ่นพับ ป้ายนิเทศ ของจําลอง 5. ดําเนินการเผยแพร่ดังนี้ 5.1 นําเสนอต่อเพื่อนในชั้นเรียน นําไปเป็นสื่อในห้องเรียนสีขาวและจัดป้ายนิเทศได้ 5.2 นําเสนอในโอกาสวันสําคัญ เช่น วันต่อต้านยาเสพติดโลก 5.3 นําเสนอเป็นผลงานในชั้นเรียน ในวันเปิดโลกวิชาการ 6. สอบถามผู้ที่ได้ฟัง หรือได้รับสื่อสร้างสรรค์ว่ามีความพึงพอใจมากน้อยเพียงใด มีสิ่งใดที่ ต้องปรับปรุงแก้ไข 7.นําข้อเสนอแนะมาปรับปรุง การดําเนินการในครั้งต่ไป 10. ผลการดําเนินงาน จากผลการศึกษา ดังนี้ ลักษณะของสารระเหย คือ เป็นสารเคมีที่ระเหยได้ง่าย มีลักษณะเป็นไอ ระเหยได้ในอากาศและมีคุณสมบัติ ในการทําลายและใช้ในการอุตสาหกรรม เช่น ทินเนอร์ แอลกอฮอล์ กาว ฯลฯ เรานําสารระเหยมาใช้เป็นส่วนผสมในสี สเปรย์ น้ํายาล้างเล็บ กาวยางน้ํา ลูกโป่งวิทยาศาสตร์ ฯลฯ ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่มีส่วนผสมของสารระเหยไม่ใช่สารเสพ ติดแต่อย่างใด เป็นสิ่งที่มนุษย์ผลิตขึ้นมาเพื่อใช้ประโยชน์ในเชิงอุตสาหกรรม แต่ที่กลับกลายมาเป็นปัญหาเพราะคน นํามาใช้ในทางที่ผิด จงใจสูดดมให้เกิดอาการมึนเมาจนติด เกิดโทษพิษภัยอย่างมหันต์ เด็กและเยาวชนจํานวนมากที่ หลงผิดหันไปลองสูดดมสารระเหย และเกิดภาวะเสพติดเป็นอันตรายต่อสุขภาพ คุณสมบัติของสารระเหย เนื่องจาก สารระเหยมีราคาถูก หาซื้อได้ง่าย พกพาสะดวก ออกฤทธิ์เร็ว และ ช่วยให้ผู้เสพเคลิบเคลิ้ม เป็นสุข ร่าเริง ลืมความ ทุกข์ ซึ่งเป็นอาการที่เกิดขึ้นในระยะแรกๆ ของการเสพสารระเหย ทําให้ผู้เสพตัดสินใจเสพสารระเหยง่ายขึ้น เรา สามารถป้องกันการติดสารระเหยได้โดยการปฏิบัติดังนี้


185 สรุปผลการดําเนินงานโครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข ประจําปีการศึกษา พ.ศ. 2565 1. รู้จักป้องกันตนเอง โดยการหาความรู้เกี่ยวกับสารระเหย อย่าหลงเชื่อคําชักชวนให้เสพ เมื่อมี ปัญหาควรใช้เหตุผลในการแก้ไขปัญหา ปรึกษาผู้ใหญ่ หรือหาทางออกโดยการเล่นกีฬา และทํางานอดิเรกที่ตนเอง ชอบ 2. ผู้ที่มีความจําเป็นต้องใช้สารระเหยในการประกอบอาชีพหรือทํางาน ควรปฏิบัติตามข้อแนะนําบน ฉลาก และขณะที่ใช้สารระเหยควรใช้ผ้าปิดปากจมูก อยู่ในที่ที่อากาศถ่ายเทได้สะดวก หรืออยู่เหนือลม เพื่อป้องกัน ไม่ให้ร่างกายได้รับสารระเหย 3. สําหรับพ่อแม่ หรือผู้ปกครอง ควรหมั่นสังเกต และสอดส่องดูแลบุตรหลานอย่างใกล้ชิด ด้วยการ ให้ความรัก ความเข้าใจ ตลอดจนให้เวลาแก่บุตรหลานของตนเองอย่างเพียงพอ หากพบผู้ใดติดสารระเหย ไม่ควร กระทําการรุนแรง ควรรีบหาสาเหตุ และแก้ไข โดยปรึกษาแพทย์ และนําไปบําบัดรักษาในสถานพยาบาลที่เหมาะสม ต่อไปจากการสอบถามผู้ที่ได้รับการเผยแพร่ พบว่า มีความเข้าใจเกี่ยวกับ สารระเหยมากขึ้น เป็นสื่อที่น่าสนใจ สีสัน สวยงาม เผยแพร่เข้าใจได้ง่าย สรุปผลการดําเนินงานโครงงาน ประเภทของยาเสพติด จําแนกตามการออกฤทธิ์ต่อระบบประสาท แบ่งเป็น 4 ประเภท 1. ประเภทกดประสาท ได้แก่ ฝิ่น มอร์ฟีน เฮโรอีน ยานอนหลับ ยาระงับประสาท ยากล่อมประสาท เครื่องดื่มมึนเมา บาร์บิทูเรต ทุกชนิด รวมทั้ง สารระเหย เช่น ทินเนอร์ แล็กเกอร์ น้ํามันเบนซิน กาวเป็นต้น มักพบว่า ผู้เสพติดมี ร่างกายซูบซีด ผอมเหลือง อ่อนเพลีย ฟุ้งซ่าน อารมณ์เปลี่ยนแปลงง่าย 2. ประเภทกระตุ้นประสาท ได้แก่ยาบ้า ยาไอซ์ ยาอี กระท่อม โคเคน เครื่องดื่มคาเฟอีน มักพบว่าผู้เสพติด จะมีอาการ หงุดหงิด กระวนกระวาย จิตสับสน หวาดระแวง บางครั้งมีอาการคลุ้มคลั่ง หรือทําในสิ่งที่คนปกติ ไม่กล้า ทํา เช่น ทําร้ายตนเอง หรือฆ่าผู้อื่น เป็นต้น 3. ประเภทหลอนประสาท ได้แก่ แอลเอสดี เห็ดขี้ควาย ดี.เอ็ม.ที.และ ยาเค เป็นต้น ผู้เสพติดจะมีอาการ ประสาทหลอน ฝันเฟื่อง หูแว่ว ได้ยินเสียงประหลาดหรือเห็นภาพหลอนที่น่าเกลียดน่ากลัว ควบคุมตนเองไม่ได้ ใน ที่สุดมักป่วยเป็นโรคจิต 4. ประเภทออกฤทธิ์ผสมผสาน คือทั้งกระตุ้นกดและหลอนประสาทร่วมกัน ผู้เสพติดมักมี อาการหวาดระแวง ความคิดสับสน เห็นภาพลวงตา หูแว่ว ควบคุมตนเองไม่ได้และป่วยเป็นโรคจิตได้แก่ กัญชา จําแนกตามแหล่งที่มา 1. จากธรรมชาติ เช่น ฝิ่น มอร์ฟีน กระท่อม กัญชา ฯลฯ 2. จากการสังเคราะห์ เช่น เฮโรอีน แอมเฟตามีน ยาอี เอ็คตาซี ฯลฯ การป้องกันปัญหายาเสพติด สถาบันทางสังคมควรต้องมีบทบาทหน้าที่สําคัญในการป้องกันปัญหานี้พอจะแยกบทบาทหน้าที่ในการ ป้องกันปัญหายาเสพติดของสถาบันทางสังคมในระดับรากหญ้าได้ดังนี้


186 สรุปผลการดําเนินงานโครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข ประจําปีการศึกษา พ.ศ. 2565 บทบาทของสถาบันครอบครัว สถาบันครอบครัวถือเป็นสถาบันแรกที่มีบทบาทหน้าที่ในการป้องกันปัญหายาเสพติดโดยตรงการอบรมเลี้ยงดู เป็นกระบวนการที่ทําให้มนุษย์รู้กฎเกณฑ์ทางสังคมโดยผ่านทางผู้ให้การอบรมทําให้คนคนนั้นเกิดการเรียนรู้และเกิด การประพฤติปฏิบัติตามกระบวนการอบรมเลี้ยงดูจะอบรมกล่อมเกลาเด็กตั้งแต่เกิดดังนั้นสถาบันครอบครัว โดยเฉพาะ พ่อ แม่เป็นผู้ที่มีบทบาทหน้าที่สําคัญในการอบรมเลี้ยงดูให้ความรู้สิ่งไหนดีไม่ดีสิ่งไหนควรทําไม่ควรทําจะต้องปลูกฝัง ค่านิยมที่ดีให้กับลูกรวมถึงการประพฤติปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดี บทบาทของสถาบันชุมชน คนในชุมชนประพฤติปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับเด็กและเยาวชน เด็กและเยาวชนย่อมเจริญเติบโต และเรียนรู้แต่สิ่งดีๆ จากชุมชนชุมชนจึงมีส่วนสําคัญในการป้องกันปัญหายาเสพติด โดยเฉพาะชุมชนที่มีขนาดเล็ก บทบาทของโรงเรียน โรงเรียนเป็นอีกสถาบันหนึ่ง ที่จะต้องทําหน้าที่เชื่อมต่อจากสถาบันครอบครัวโรงเรียนเป็นสถาบันที่ทํา หน้าที่อบรมสั่งสอนที่กว้างกว่าครอบครัว และเป็นสถาบันที่เด็กต้องใช้ชีวิตอยู่ในโรงเรียนนานมาก และอยู่ในช่วงวัย ของการเรียนรู้ การเลียนแบบ การจดจํา ดังนั้นสถาบันโรงเรียนจึงจะต้องมีบทบาทและหน้าที่มากกว่าในอดีต นอกจากจะทําหน้าที่ถ่ายทอดให้ ความรู้แล้วสถาบันโรงเรียนจะต้องทําหน้าที่เหมือนสถาบันครอบครัวแห่งที่ 2 ซึ่งจะต้องคอยทําหน้าที่ปลูกฝังค่านิยมที่ ดีให้ความอบอุ่น และคอยให้คําปรึกษาที่ถูกต้องแก่เด็กและเยาวชนของชาติ บทบาทของสถาบันศาสนา สถาบันศาสนาเป็นสถาบันอีกสถาบันหนึ่งที่เป็นที่เคารพนับถือของคนในชุมชน คนในชุมชนจะให้ความ เกรงใจเป็นพิเศษ และคนในชุมชนยังยึดถือแบบอย่างที่ดีงามของสถาบันศาสนาเพื่อเป็นแนวทางในการดําเนินวิถีชีวิต และทําหน้าที่ถ่ายทอดศาสนายังเป็นผู้ที่ประพฤติปฏิบัติเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับคนในชุมชน จากการดําเนินงานโครงงานในครั้งนี้ สรุปผลการดําเนินงานได้ดังนี้ 1. นักเรียนโรงเรียนวัดดาวคะนองรู้ถึง โทษของการเสพสารระเหย 2. นักเรียนโรงเรียนวัดดาวคะนองมีแนวทางป้องกันตนเองจากสารระเหย


187 สรุปผลการดําเนินงานโครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข ประจําปีการศึกษา พ.ศ. 2565 โครงงานนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5


188 สรุปผลการดําเนินงานโครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข ประจําปีการศึกษา พ.ศ. 2565 1. ชื่อโครงงาน กฎหมายยาเสพติดเบื้องต้น 2. ผู้รับผิดชอบ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 3. ครูที่ปรึกษา ครูศกลวรรณ์ เลิศไชย 4. ที่มาและความสําคัญ ในปัจจุบันปัญหายาเสพติดนั้นถือได้ว่าเป็นปัญหาระดับประเทศ การระบาดที่กระจายตัวอย่างรวดเร็วใน สังคมไทย เป็นปัญหาที่แก้ได้อยาก เนื่องจากเยาวชนในปัจจุบันไม่รู้จักการหลีกเลี่ยงเพราะอยากรู้ อยากลอง และ บางครั้งอาจจะเกิดจากถูกชักจูง การมั่วสุมและถูกเพื่อนชักนํา หรือถูกหลอกให้เป็นเครื่องมือในค้าขายสารเสพติด ถ้า เยาวชนไทยตกเป็นทาสยาเสพติดอนาคตของประเทศคงจะพบกับการสูญเสียอย่างมหาศาล ยาเสพติดไม่มีผลดีต่อ ร่างกายและให้โทษ เนื่องจากเยาวชนไม่ได้รับการดูแลเอาใจใส่จากครอบครัวและสังคมอย่างเพียงพอ ครอบครัวควร เป็นแบบอย่างในการให้ความรู้ ความข้าใจอย่างถูกต้อง เพื่อเป็นการช่วยกันขับเคลื่อนไปในทางที่ถูกที่ควร ดังนั้นคณะผู้จัดทํา ได้ตระหนักถึงความสําคัญเรื่องความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมายและบทลงโทษว่าด้วย สารเสพติดทุกชนิด จึงจัดทําโครงงานเยาวชนสดใส รู้กฎหมาย ห่างไกลยาเสพติดขึ้น เพื่อเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับ เยาวชนไทย ซึ่งจะช่วยให้เยาวชนรู้และเข้าใจกฎหมายและบทลงโทษที่เกี่ยวข้อง รู้จักหลีกเลี่ยงจากสิ่งเสพติด และไม่ ไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด และจะได้นําความรู้ไปถ่ายทอดให้กับบุคคลในครอบครัว คนใกล้ชิด และชุมชน 5. วัตถุประสงค์ที่ศึกษา 1. เพื่อให้นักเรียนศึกษาค้นคว้าหาความรู้เกี่ยวกับกฎหมายและบทลงโทษว่าด้วยการใช้สารเสพติด ทุกชนิด 2. เพื่อให้นักเรียน มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมายและบทลงโทษว่าด้วยการใช้สารเสพติด ทุกชนิด และรู้จักวิธีการหลีกเลี่ยงจากยาเสพติด 6. ขอบเขตการศึกษา - ศึกษากฎหมายและบทลงโทษว่าด้วยการใช้สารเสพติดทุกชนิด - ศึกษาวิธีการป้องกันตนให้พ้นภัยจากสารเสพติด 7. เป้าหมาย นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนวัดดาวคะนอง 8. ระยะเวลา ปีการศึกษา 2565


189 สรุปผลการดําเนินงานโครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข ประจําปีการศึกษา พ.ศ. 2565 9. วิธีดําเนินงาน ขั้นตอนการดําเนินงาน: 1. ประชุมกลุ่มทํางาน ระดมความคิดคัดเลือกหัวข้อโครงงาน 2. ปรึกษาครูที่ปรึกษาในการจัดทําโครงงาน 3. ปฏิบัติการจัดทําโครงงาน 4. นําเสนอรายงานความก้าวหน้าของโครงงานครั้งที่ 1 5. ปรับปรุงและแก้ไขโครงงาน 6. นําเสนอรายงานความก้าวหน้าของโครงการครั้งที่ 2 7. จัดทําเอกสารรายงานสรุปโครงงาน 10. ผลการดําเนินงาน จากผลการศึกษา ดังนี้ 1. การใช้มาตรการลงโทษผู้เสพสารแอมเฟตามีนและอนุพันธ์นั้นเป็นการลงโทษที่มีผลกระทบต่อสิทธิ เสรีภาพ และทรัพย์สิน การลงโทษผู้เสพหรือครอบครองเพื่อเสพยาเสพติดต้องคํานึงถึงหลักความได้สัดส่วนในการ ลงโทษ (Principle of proportionality) ตามปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ การลงโทษ ผู้กระทําความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดเพื่อรักษาไว้ซึ่งความสงบเรียบร้อยของสังคมอาจกระทําได้ แต่จะต้องได้ สัดส่วนกับวัตถุประสงค์ในเรื่องการคุ้มครองสังคมและสิทธิเสรีภาพของผู้อื่น ผู้เสพยาเสพติดเป็นเพียงเหยื่อจากการ กระทําของตนเองไม่ใช่อาชญากร ที่ต้องได้รับโทษทางอาญา การออกกฎหมายที่มีโทษทางอาญาจึงต้องนําหลักในเรื่อง การลดทอนการใช้มาตรการทางอาญา(Decriminalization) คือการที่จะไม่ดําเนินคดีกับผู้กระทําความผิดเกี่ยวกับยา เสพติดในระดับเล็กน้อย เช่น การเสพ ครอบครองเพื่อเสพซึ่งสอดคล้องกับทฤษฎีการลงโทษเพื่อเป็นการปรับปรุง แก้ไขหรือดัดนิสัย (Reformation) ทฤษฎีนี้มองว่าผู้กระความผิดเป็นผู้ป่วยที่ต้องได้รับการรักษาและมีวัตถุประสงค์ใน การลงโทษเพื่อปรับปรุงแก้ไขผู้กระทําความผิดให้กลับตัวเป็นคนดี การลงโทษทางอาญาต้องเป็นการลงโทษผู้ที่กระทํา ความผิดอย่างร้ายแรงเพื่อเป็นการป้องกันให้คนในสังคมอยู่ร่วมกันได้อย่างปกติผู้เสพแอมเฟตามีนและอนุพันธ์เป็นการ กระทําที่ปราศจากความชั่วร้ายไม่ใช่อาชญากรจึงไม่เหมาะสมที่จะนําคนกลุ่มนี้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม แต่ควรนํา วิธีการอื่นมาใช้กับผู้เสพแอมเฟตามีนและอนุพันธ์ เช่น มาตรการทางด้านสาธารณสุข การให้ทํางานบริการสังคม การ จ่ายค่าปรับหรือการบําเพ็ญประโยชน์สาธารณะ แทนการลงโทษจําคุก


190 สรุปผลการดําเนินงานโครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข ประจําปีการศึกษา พ.ศ. 2565 2. แอมเฟตามีนเดิมทีเป็นวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท ประเภท 2 ตามพระราชบัญญัติวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิต ประสาท พ.ศ. 2518 ซึ่งกฎหมายดังกล่าวนี้ได้ประกาศใช้เนื่องจากประเทศไทยได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกในอนุสัญญาว่า ด้วยวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท ค.ศ. 1971 ในปี 2539 กระทรวงสาธารณสุขได้แก้ไขประกาศกระทรวงฯ ฉบับ ที่ 135เพิกถอนแอมเฟตามีน เมทแอมเฟตามีน จากวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทมาเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท ที่ 1 ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2539 การออกประกาศกระทรวง สาธารณสุขดังกล่าว เป็นการบัญญัติกฎหมายที่ผิดไปจากหลักการของกฎหมายระหว่างประเทศที่ประเทศไทยเป็น ภาคีสมาชิก เมื่อแอมเฟตามีนและอนุพันธ์ถูกกําหนดให้เป็นยาเสพติดให้โทษในประเภทที่ 1 ตามพระราชบัญญัติยา เสพติดให้โทษพ.ศ. 2522ห้ามไม่ให้ผู้ใดกระทําการเสพแอมเฟตามีนและอนุพันธ์หากฝ่าฝืนกฎหมายทําการเสพยาเสพ ติดให้โทษประเภท 1มีความผิดและต้องได้รับโทษจําคุกหรือปรับ ตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและ ประสาท พ.ศ. 2559 กฎหมายห้ามครอบครองหรือใช้ประโยชน์วัตถุออกฤทธิ์ทุกประเภท เว้นแต่ได้รับใบอนุญาต วัตถุ ออกฤทธิ์ในประเภท 1 นั้น กฎหมายห้ามไม่ให้เสพ ส่วนวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2นั้น กฎหมายอนุญาตให้เสพได้แต่ ต้องเป็นการเสพตามคําสั่งของแพทย์เพื่อประโยชน์ในการรักษาพยาบาล ผู้ใดฝ่าฝืนเสพวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท1 และ 2มีโทษถึงขั้นจําคุกหรือปรับ จะเห็นได้ว่าการเสพสารแอมเฟตามีนและอนุพันธ์นั้นเป็นความผิดที่มีโทษจําคุกทั้งสิ้นแม้ จะมีการแก้ไขให้สารแอมเฟตามีนและอนุพันธ์ให้กลับมาเป็นวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท แต่การเสพหรือ ครอบครองเพื่อเสพสารดังกล่าวก็มีโทษจําคุกแต่โทษดังกล่าวอาจมีความหนักเบาต่างกันดังนั้น แม้กฎหมายยาเสพติด ของประเทศไทยจะมีการนํามาตรการลดทอนความผิดอาญามาใช้กับผู้เสพ มีไว้ในครอบครองเพื่อเสพ เสพและมีไว้ใน ครอบครองเพื่อขาย แต่ผู้ขอเข้ารับการบําบัดฟื้นฟูสมรรถภาพในสถานพยาบาลต้องสมัครใจเข้ารับการบําบัดก่อนที่ ความผิดจะปรากฏต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง และต้องอยู่ในความควบคุมปฏิบัติตนตามระเบียบข้อบังคับอยู่ บําบัดรักษาจนครบตามแผน จนได้รับหนังสือรับรองจึงจะพ้นจากความผิด อีกทั้งต้องไม่ตกเป็นผู้ต้องหา หรืออยู่ใน ระหว่างถูกดําเนินคดีในความผิดที่มีโทษจําคุกหรือไม่อยู่ในระหว่างที่ได้รับโทษจําคุกตามคําพิพากษาของศาล หากไม่ เข้าเงื่อนไขดังกล่าวผู้นั้นก็ต้องได้รับโทษทางอาญาควรยกเลิกความผิดอาญาฐานเสพและครอบครองเพื่อเสพแอมเฟตา มีนและอนุพันธ์และการจัดประเภทของสารแอมเฟตามีนและอนุพันธ์นั้นควรกําหนดให้สารแอมเฟตามีนและอนุพันธ์ เป็นวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท ประเภท 2 ดังเดิมเพื่อให้เป็นไปตามอนุสัญญาว่าด้วยยาเสพติดที่ประเทศไทย เป็นภาคีสมาชิก จากการดําเนินงานโครงงานในครั้งนี้ สรุปผลการดําเนินงานได้ดังนี้ 1. นักเรียนมีความรู้เกี่ยวกับกฎหมายและบทลงโทษว่าด้วยการใช้สารเสพติดทุกชนิด 2. นักเรียนรู้จีดวิธีการหลีกเลี่ยงจากสารเสพติด และไม่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด


191 สรุปผลการดําเนินงานโครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข ประจําปีการศึกษา พ.ศ. 2565 โครงงานนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6


192 สรุปผลการดําเนินงานโครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข ประจําปีการศึกษา พ.ศ. 2565 1. ชื่อโครงงาน วัยรุ่นไทยห่างไกลยาเสพติด 2. ผู้รับผิดชอบ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 3. ครูที่ปรึกษา ครูพัชรีย์ ไชยมณี 4. ที่มาและความสําคัญ ในปัจจุบัน การติดสารเสพติดของคนมีหลายระดับ เช่น ในระดับโลกการติดสารเสพติดของคนในโลกมี จํานวนมากเกินกว่าคิด เพราะว่า สารเสพติดมีอิทธิพลในการกระจายสารเสพติดออกไปเป็นแห่งๆ ไปสู่ทวีปในทวีป ของเราก็มีคนในทวีปเป็นจํานวนมากพอสมควรที่จะติดยาเสพติด การติดยาของคนในทวีปจะแบ่งออกเป็นแต่ละ ประเทศ ซึ่งประเทศของเราได้พบปัญหาสารเสพติดเป็นปัญหาใหญ่มากจนลามไปถึงจังหวัด ซึ่งในแต่ละจังหวัดได้ พบปัญหาเกี่ยวกับสารเสพติดและปัญหาที่ตามมา เช่น การชิงทรัพย์ บ้าง การข่มขืน บ้าง เป็นต้น ซึ่งปัญหาเหล่านี้ เกิดจากสารเสพติดทั้งสิ้น และยังไม่พอปัญหาเหล่านี้ยังเกิดในระดับโรงเรียน ซึ่งโรงเรียนของเราก็มีปัญหาเรื่องยา เสพติดเป็นจํานวนน้อย กลุ่มข้าพเจ้าคิดว่าปัญหานี้เป็นปัญหาที่ใหญ่พอสมควร กลุ่มข้าพเจ้าเลยคิดโครงงานนี้เพื่อศึกษาหาความรู้ เกี่ยวกับ การติดสารเสพติดในปัจจุบันของคนไทยในสังคมไทย และเพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติตนให้ปลอดภัยจากยาเสพ ติดของคนไทย และเพื่อเผยแผ่ความรู้ในการปฏิบัติตนให้ปลอดภัยและห่างไกลยาเสพติด 5. จุดประสงค์ของการศึกษาค้นคว้า


193 สรุปผลการดําเนินงานโครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข ประจําปีการศึกษา พ.ศ. 2565 1. เพื่อศึกษาความรู้เกี่ยวกับการติดสารเสพติดในปัจจุบันของคนไทยในสังคมไทย 2. เพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติตนให้ปลอดภัยจากสารเสพติดของคนไทย 3. เพื่อเผยแผ่ความรู้ในการปฏิบัติตนให้ปลอดภัยและห่างไกลยาเสพติด 6. ขอบเขตการศึกษาค้นคว้า ในการศึกษาค้นคว้าเรื่อง…การติดสารเสพติด…. ของนักเรียนชั้นประถมปีที่ 6 โรงเรียนวัด ดาวคะนอง สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพระนครศรีอยุธยา เขต 1 มีขอบเขตและการค้นคว้าดังนี้ – ขอบเขตด้านเนื้อหา เนื้อหาที่ใช้ทําโครงงานนี้เป็นเนื้อหาที่ใช้ทําโครงงานนี้เป็นเนื้อหาที่ได้เรียนชั้น ประถมศึกษาปี 6 – ขอบเขตด้านประชากร นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนวัดดาวคะนอง สํานักงานเขตพื้นที่ การศึกษาประถมศึกษาพระนครศรีอยุธยา เขต 1 – ขอบเขตด้านระยะเวลาที่ใช้ ปีการศึกษา 2565 7. ประโยชน์ที่ได้รับ ได้ความรู้เกี่ยวกับสารเสพติดและการติดสารเสพติดของคนในประเทศไทยและเป็นแนวทางในการปฏิบัติตน ให้ปลอดภัยจากยาเสพติดและยังสามารถนํามาเผยแผ่ความรู้ในการปฏิบัติตนให้ห่างไกลยาเสพติด 8. เอกสารที่เกี่ยวข้อง ความรู้เรื่องยาเสพติดประกอบด้วยเรื่อง 1. ความรู้เกี่ยวกับสารเสพติด 2. การดูแลตนเองให้เหมาะสมกับสังคมเทคโนโลยี 1. ความหมายของยาเสพติด ยาเสพติด หมายถึง สารใดก็ตามที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ หรือสารที่สังเคราะห์ขึ้น เมื่อนําเข้าสู้ร่างกายไม่ว่าจะ โดยวิธีรับประทาน ดม สูบ ฉีด หรือด้วยวิธีการใด ๆ แล้ว ทําให้เกิดผลต่อร่างกายและจิตใจ นอกจากนี้ยังจะทําให้เกิด การเสพติดได้ หากใช้สารนั้นเป็นประจําทุกวัน หรือวันละหลาย ๆ ครั้ง ลักษณะสําคัญของสารเสพติด จะทําให้เกิด อาการ และอาการแสดงต่อผู้เสพดังนี้ 1. เกิดอาการดื้อยา หรือต้านยา และเมื่อติดแล้ว ต้องการใช้สารนั้นในประมาณมากขึ้น 2. เกิดอาการขาดยา ถอนยา หรืออยากยา เมื่อใช้สารนั้นเท่าเดิม ลดลง หรือหยุดใช้ 3. มีความต้องการเสพทั้งทางร่างกายและจิตใจ อย่างรุนแรงตลอดเวลา 4. สุขภาพร่างกายทรุดโทรมลง เกิดโทษต่อตนเอง ครอบครัว ผู้อื่น ตลอดจนสังคม และประเทศชาติ


194 สรุปผลการดําเนินงานโครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข ประจําปีการศึกษา พ.ศ. 2565 2. ประเภทของยาเสพติด ยาเสพติด แบ่งได้หลายรูปแบบ ตามลักษณะต่าง ๆ ดังนี้ 1. แบ่งตามแหล่งที่เกิด ซึ่งจะแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ 1.1 ยาเสพติดธรรมชาติ (Natural Drugs) คือยาเสพติดที่ผลิตมาจากพืช เช่น ฝิ่น กระท่อม กัญชา เป็นต้น 1.2 ยาเสพติดสังเคราะห์ (Synthetic Drugs) คือยาเสพติดที่ผลิตขึ้นด้วยกรรมวิธี ทางเคมี เช่น เฮโรอีน แอมเฟตามีน เป็นต้น 2. แบ่งตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ซึ่งจะแบ่งออกเป็น 5 ประเภท คือ 2.1 ยาเสพติดให้โทษ ประเภทที่ 1 ได้แก่ เฮโรอีน แอลเอสดี แอมเฟตามีน หรือ ยาบ้า ยาอี หรือยาเลิฟ 2.2 ยาเสพติดให้โทษ ประเภทที่ 2 ยาเสพติดประเภทนี้สามารถนํามาใช้เพื่อ ประโยชน์ ทางการแพทย์ได้ แต่ต้องใช้ภายใต้การควบคุมของแพทย์ และใช้เฉพาะกรณีที่จําเป็นเท่านั้น ได้แก่ ฝิ่น มอร์ฟีน โคเคน 3. วิธีการเสพยาเสพติด กระทําได้หลายวิธี ดังนี้คือ สอดใต้หนังตา สูบ ดม รับประทานเข้าไป อมไว้ใต้ลิ้น ฉีดเข้าเหงือก ฉีดเข้าเส้นเลือด ฉีดเข้ากล้ามเนื้อ เหน็บทางทวารหนัก 4. สาเหตุของการติดยาเสพติด


195 สรุปผลการดําเนินงานโครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข ประจําปีการศึกษา พ.ศ. 2565 4.1 อยากลอง อยากรู้ อยากเห็น อยากสัมผัส ซึ่งเป็นสัญชาตญาณอย่างหนึ่งของมนุษย์ โดยคิดว่า “ไม่ติด” แต่เมื่อลองเสพเข้าไปแล้วมักจะติด 4.2 ถูกเพื่อนชักชวน ส่วนใหญ่พบในกลุ่มเยาวชน ทําตามเพื่อน เพราะต้องการ การยอมรับจากเพื่อนฝูง หรือ ถูกชักจูงว่าใช้แล้วทําให้สมองปลอดโปร่ง หรือใช้แล้วทําให้ขยันจึงเหมาะแก่การเรียน และการทํางาน 4.3 ถูกหลอกลวง โดยอาศัยรูปแบบสีสันสวยงาม ทําให้ผู้รับไม่อาจทราบได้ว่า สิ่งที่ตนได้รับเป็นยา เสพติด 4.4 ใช้เพื่อลดความเจ็บปวดทางกาย อันเนื่องมาจากโรคภัยไข้เจ็บ จนเกิดการติดยา เพราะใช้เป็นประจํา 4.5 เกิดจากความคะนอง และขาดสติยั้งคิด ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าเป็นยาเสพติด แต่อยากแสดง ความเก่งกล้า อวด เพื่อน จึงชวนกันเสพจนติด 4.6 ภาวะสิ่งแวดล้อมรอบตัว เอื้ออํานวยที่จะส่งเสริม และผลักดันให้หันเข้าหายาเสพติด เช่น ครอบครัว แตกแยก สมาชิกในครอบครัวขาดความเข้าใจซึ่งกันและกัน ภาวะเศรษฐกิจบีบบังคับให้ทําเพื่อความอยู่รอด อยากรวย เร็ว หรือพักอาศัยอยู่ ในแหล่งที่มีการเสพและค้ายาเสพติด 5. โทษ/พิษภัย ของยาเสพติด การใช้ยาเสพติด มีโทษและพิษภัยรอบตัว นอกจากจะส่งผลกระทบในทางไม่ดีโดยตรงต่อตัวผู้เสพแล้ว ทั้ง ทางร่างกายและจิตใจ ยังส่งผลกระทบทางอ้อมไปยังครอบครัวผู้เสพ ตลอดจนเศรษฐกิจ สังคม และประเทศชาติอีก ด้วย 6. วิธีการดําเนิน การศึกษาความรู้ ด้านโครงงานสุขศึกษา เป็นการส่งเสริม วิธีการดันหาความรู้ การทํางานร่วมกับกลุ่มเพื่อน และการนําความรู้ ที่ได้รับมาสรางเป็นความรู้ของตนเองและสามานําความรู้ได้ จากการค้นคว้าไปเผยแพร่ให้กับผู้อื่นโดยผู้ชดทําโครงได้ดําเนินงานตามขึ้นตอนของกระบานการเรียนรู้เพื่อ ส่งเสริมทักษะการแสวงหาความรู้เชิงสร้างสรรค์บนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตโดยมีขั้นตอนในการเรียนรู้ 4 ขั้นตอนดังนี้ ขั้นตอนที่ 1 ขั้นวางแผน ขั้นตอนที่ 2 ขั้นเก็บรวมรวมข้อมูล ขั้นตอนที่ 3 ขั้นสรุปผลความรู้และสร้างความรู้


196 สรุปผลการดําเนินงานโครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข ประจําปีการศึกษา พ.ศ. 2565 ขั้นตอนที่ 4 ขั้นนําเสนอความรู้และประเมินผลความรู้ 7. ผลการดําเนินงาน จากการศึกษาค้นคว้าโครงงานเรื่อง วัยรุ่นไทยห่างไกลยาเสพติดผู้ค้นคว้าที่ได้จากการศึกษามานําเสนอผลงาน วิเคราะห์ข้อมูล เป็น 4 ตอนดังนี้ ขั้นตอนที่ 1 การวางแผน จากการประชุมกลุ่มเพื่อค้นหาเรื่องที่ต้องการศึกษาเรื่องที่ต้องการเรียนรู้ ที่เกี่ยวข้องต่อสุขภาพนั้น สมาชิก ในกลุ่มร่วมกันวางแผนเพื่อจะศึกษาค้นคว้าเรื่องเกี่ยวกับปัญหาที่สังคมพบกันบ่อยมากก็คือ การติดสารเสพติดของคน ในสังคมไทย กลุ่มข้าพเจ้าจึงเลือกที่จะศึกษาเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงทางด้านร่างกายจิตใจของวัยรุ่นชาย หญิง เพื่อที่จะทําความเข้าใจกับการเปลี่ยนแปลงทางด้านร่างกายจิตใจของวัยรุ่นให้มากที่สุด และศึกษาเกี่ยวกับ สาเหตุของการติดยาเพื่อที่จะหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมที่จะกระทําเพื่อมิให้เกิดเหตุการณ์ที่ไม่ดีเกิดขึ้นจาก การศึกษาแนวทางการปฏิบัติตนเพื่อป้องกันการติดสารเสพติด และผลปรากฏว่าข้อมูลที่สมาชิกในกลุ่มศึกษามานั้น เป็นวัยรุ่นเป็นส่วนใหญ่ เป็นต้น ขั้นตอนที่ 2 เก็บรวบรวมข้อมูล จากการที่แบ่งหน้าที่เป็นหัวข้อกลุ่มข้าพเจ้าได้หาข้อมูลเกี่ยวกับโครงงานที่ข้าพเจ้าได้ปฏิบัติและรวมข้อมูลที่ เกี่ยวข้องมาจัดทําโครงงาน ขั้นตอนที่ 3 สรุปผลความรู้และสร้างความรู้ กลุ่มข้าพเจ้าได้ความรู้เกี่ยวกับยาเสพติดซึ่งยาเสพติดนี้สร้างปัญหามากมายในสังคมไทยทําให้สังคมไทยเสื่อม ลงมากกลุ่มข้าพเจ้าเลยอยากนําความรู้ที่ได้มาช่วยคนในสังคมไทยโดยการทําสิ่งต่าง ๆ มาเตือนให้รู้จักโทษของยาเสพ ติดซึ่งยาเสพติดได้สร้างปัญหามากมาย เช่นการทําให้เกิดลักขโมย และยังไม่พอยังเกิดการฆ่าชิงทรัพย์ เป็นต้น ขั้นตอนที่ 4 ขั้นนําเสนอความรู้และประเมินผลความรู้ แจกเอกสารเผยแพร่ความรู้แก่เพื่อนๆในในชั้นเรียน และสร้างแบบทดสอบวัดความรู้เกี่ยวกับปฏิบัติตนให้ ปลอดภัยจากสารเสพติด และแนวทางการป้องกันตัวให้ห่างไกลยาเสพติด 8. สรุปผลการดําเนินงาน จากการศึกษาค้นคว้าโครงงานเรื่อง เสพวันนี้เป็นผีวันหน้า มีผลสรุปการศึกษาค้นคว้าโครงงานเรื่องนี้ วัตถุประสงค์ของการศึกษาค้นคว้า 1. เพื่อศึกษาความรู้เกี่ยวกับการติดสารเสพติดในปัจจุบันของคนไทยในสังคมไทย 2. เพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติตนให้ปลอดภัยจากยาเสพติดของคนไทย 3. เพื่อเผยแพร่ความรู้ในการปฏิบัติตนให้ปลอดภัยและห่างไกลยาเสพติด


197 สรุปผลการดําเนินงานโครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข ประจําปีการศึกษา พ.ศ. 2565 สรุปผลการดําเนินงานศึกษาค้นคว้า วัตถุประสงค์ สรุปผลความรู้และสร้างความรู้ กลุ่มข้าพเจ้าได้ความรู้เกี่ยวกับยาเสพติดซึ่งยาเสพติดนี้ได้สร้าง ปัญหามากมายในสังคมไทยทําให้สังคมไทย เสื่อมลงมาก กลุ่มข้าพเจ้าเลยอยากนําความรู้ที่ได้รับมาช่วยคนใน สังคมไทย โดยการทําสื่อต่าง ๆมาเตือนให้ รู้จังโทษของสารเสพติด เช่น การทําให้เกิดการลักขโมย และยังไม่พอยัง ทําให้เกิดการฆ่าชิงทรัพย์ เป็นต้น โครงงานนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1


Click to View FlipBook Version